คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 45
------------------------------------------------------------------------------
หรือเชอ่ื มโยงขอ้ มูลตามมาตรา ๑๗ และเปิดเผยแกป่ ระชาชน
ใหค้ ณะกรรมการพฒั นารัฐบาลดจิ ิทัลกาหนดประเภท รูปแบบ และมาตรฐานของขอ้ มูลที่เปดิ เผยแก่
ประชาชนโดยศูนยก์ ลางข้อมลู เปิดภาครฐั ท้ังนี้ ต้องเป็นแนวทางและมาตรฐานเดียวกนั รวมทั้งสอดคล้องกบั หลักการ
เปิดเผยขอ้ มูลที่เป็นสากล
มาตรา ๑๙ ในวาระเริม่ แรก ใหส้ านกั งานดาเนินการให้มศี ูนย์แลกเปลี่ยนข้อมลู กลางตามมาตรา ๑๕ เปน็
การช่ัวคราวแตไ่ ม่เกนิ สองปี เม่ือครบกาหนดระยะเวลาดงั กล่าว ให้คณะกรรมการพัฒนารฐั บาลดจิ ทิ ัลพิจารณาความ
จาเป็นและเหมาะสมเก่ียวกับหน่วยงานของรฐั ท่ีจะมาดาเนินการเกยี่ วกบั ศูนย์แลกเปล่ียนข้อมลู กลาง ทัง้ น้ี ในกรณีที่
คณะกรรมการพฒั นารฐั บาลดจิ ิทลั เหน็ ควรใหห้ น่วยงานของรัฐแหง่ อ่ืนใดทาหนา้ ท่แี ทนสานักงาน ให้เสนอแนวทางการ
ดาเนินการ การโอนภารกิจ งบประมาณ ทรัพย์สินและหนีส้ นิ ภาระผูกพนั และบุคลากรไปยงั หน่วยงานของรัฐแห่งอนื่ นนั้
ตอ่ คณะรฐั มนตรีเพอื่ พิจารณา
มาตรา ๒๐ ให้นายกรฐั มนตรีรกั ษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา
นายกรฐั มนตรี
หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คอื ปจั จบุ ันเทคโนโลยไี ดม้ ีความก้าวหน้าและเป็นส่วนหน่ึงใน
วถิ ีชีวติ และการประกอบธรุ กจิ ของประชาชน ซงึ่ ในการบริหารงานและการให้บรกิ ารภาครฐั ท่ีผ่านมายังมิไดน้ าเทคโนโลยีมา
ใชใ้ นการพัฒนาให้เกิดประสทิ ธภิ าพและอานวยความสะดวกแก่ประชาชนไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี และโดยท่ีรัฐธรรมนูญแหง่
ราชอาณาจกั รไทยบญั ญัติให้มีการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผน่ ดนิ โดยใหม้ ีการนาเทคโนโลยที ี่เหมาะสมมา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการบรหิ ารราชการแผ่นดินและการจัดทาบริการสาธารณะ และให้มีการบูรณาการฐานข้อมูลของ
หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานเข้าดว้ ยกนั เพ่อื ให้เป็นระบบข้อมูล เพ่อื ประโยชนใ์ นการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ และเพื่อ
อานวยความสะดวกใหแ้ ก่ประชาชน สมควรให้มกี ฎหมายในการขบั เคลื่อนให้เกิดการปฏริ ูปการบริหารราชการแผ่นดิน
และการบริการประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนญู และเพ่ือยกระดบั การบรหิ ารงานและการให้บริการภาครัฐให้อยู่
ในระบบดิจทิ ัล อันจะนาไปสู่การเป็นรฐั บาลดจิ ิทัลทม่ี ีระบบการทางานและข้อมลู เชอื่ มโยงกนั ระหวา่ งหน่วยงานของรฐั
อยา่ งมนั่ คงปลอดภยั มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เปิดเผยและโปร่งใส รวมทง้ั ประชาชนได้รบั ความสะดวกในการรบั บรกิ าร
และสามารถตรวจสอบการดาเนินงานของหนว่ ยงานของรัฐได้ จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัตนิ ี้
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 46
------------------------------------------------------------------------------
แนวขอ้ สอบ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ
พ.ศ. 2546 และท่ีแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ฉบบั ท่ี 3. พ.ศ. 2562
1. พ.ร.บ. ระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธกิ ารฉบบั ท่ีใช้อยใู่ นปัจจุบันเป็นฉบับ พ.ศ.ใด
ก. พ.ศ. 2545 ข. พ.ศ.2546 ค. พ.ศ. 2547 ง. พ.ศ. 2548
ตอบ ข.
2. พ.ร.บ. ระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.2546 พระบาทสมเดจ็ พระ
เจ้าอยูห่ ัวทรงลงพระปรมาภไิ ธยไวเ้ มือ่ ใด
ก. 3 ก.ค. 2546 ข. 3 ก.ค. 2547 ค. 13 ก.ค. 2546 ง. 13 ก.ค. 2547
ตอบ ก.
3. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.2546 พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราขนึ้ โดยคาแนะนาและยินยอมของผ้ใู ด
ก. วุฒิสภา ข. รัฐสภา ค. นายกรฐั มนตรี ง. คณะรัฐมนตรี
ตอบ ข.
4. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 มีผลบงั คับใช้เมอ่ื ใด
ก. ตง้ั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ข. ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
ค. 3 วันหลังจากประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ง. 7 วนั หลังจากประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
ตอบ ข. มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตินี้ให้ใชบ้ ังคับตั้งแตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป
5. พระราชบัญญัติระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ.2546 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเมอ่ื ใด
ก. 6 กรกฎาคม 2546 ข. 6 สิงหาคม 2546
ค. 7 กรกฎาคม 2546 ง. 7 สิงหาคม 2546
ตอบ ก.
6. พระราชบญั ญัติระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 มีผลบังคับใชเ้ มือ่ ใด
ก. 7 กรกฎาคม 2546 ข. 7 สงิ หาคม 2546 ค. 8 กรกฎาคม 2546 ง. 8 สงิ หาคม 2546
ตอบ ก.
7. พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ.2546 ยกเลกิ กฎหมายฉบับใด
ก. พระราชบญั ญัติระเบยี บการปฏิบัติราชการของทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2520
ข. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถมศกึ ษา พ.ศ. 2523
ค. พระราชบญั ญัติคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535
ง. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ ง. มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ
(๑) พระราชบัญญัติระเบยี บการปฏบิ ัติราชการของทบวงมหาวทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๒๐
(๒) พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บการปฏิบัติราชการของทบวงมหาวทิ ยาลัย (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗
(๓) พระราชบญั ญตั ิคณะกรรมการการประถมศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๓
(๔) พระราชบญั ญัตคิ ณะกรรมการการประถมศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๕) พระราชบญั ญัตคิ ณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 47
------------------------------------------------------------------------------
บรรดากฎหมาย กฎ ขอ้ บังคบั อ่ืนในส่วนทม่ี บี ัญญัตไิ ว้แล้วในพระราชบญั ญตั ิน้ี หรือซึง่ ขดั หรือแยง้ กบั บทบัญญัติ
แห่งพระราชบญั ญัตินี้ ใหใ้ ช้พระราชบญั ญัตนิ ีแ้ ทน
8. ใหจ้ ัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธกิ ารตามข้อใด
ก. ระเบยี บบรหิ ารราชการในส่วนกลาง
ข. ระเบียบบริหารราชการเขตพ้นื ที่การศึกษา
ค. ระเบยี บบรหิ ารราชการในสถานศกึ ษาของรัฐทจี่ ดั การศกึ ษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบคุ คล แต่ไม่รวมถงึ การจัด
การศึกษาทอ่ี ยใู่ นอานาจหน้าที่ของกระทรวงอนื่ ท่ีมีกฎหมายกาหนดไว้เป็นการเฉพาะ
ง. ถกู ทุกข้อ
ตอบ ง. มาตรา ๖ ใหจ้ ัดระเบียบราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดังนี้
(๑) ระเบยี บบริหารราชการในส่วนกลาง
(๒) ระเบยี บบรหิ ารราชการเขตพ้นื ที่การศกึ ษา
(๓) ระเบยี บบรหิ ารราชการในสถานศกึ ษาของรฐั ท่จี ดั การศึกษาระดับปรญิ ญาทเี่ ป็นนิติบุคคล แต่ไมร่ วมถึงการจดั
การศกึ ษาทีอ่ ยู่ในอานาจหน้าที่ของกระทรวงอน่ื ที่มกี ฎหมายกาหนดไว้เปน็ การเฉพาะ
9. การแบ่งสว่ นราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธกิ ารใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญัตินี้ โดยใหม้ ีหวั หนา้ ส่วน
ราชการข้นึ ตรงต่อใคร ข. สานักงานรฐั มนตรี
ก. นายกรัฐมนตรี
ค. รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. ถูกทกุ ข้อ
ตอบ ค. มาตรา ๑๐ การแบ่งสว่ นราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธกิ ารใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี โดยให้มี
หัวหนา้ สว่ นราชการขึ้นตรงตอ่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ ดงั นี้
(๑) สานกั งานรัฐมนตรี
(๒) สานักงานปลัดกระทรวง
(๓) สานกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา
(๔) สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
(๕) สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ส่วนราชการตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) มฐี านะเป็นนติ บิ ุคคลและเปน็ กรมตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บบรหิ าร
ราชการแผน่ ดนิ
10. การพจิ ารณาเสนอแผนการศกึ ษาแหง่ ชาตทิ บ่ี รู ณาการศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรมและกีฬากบั การศึกษาทกุ ระดบั นั้น
เป็นหนา้ ทข่ี องใคร ข. สานักงานปลัดกระทรวง
ก. สานกั งานรฐั มนตรี
ค. สภาการศกึ ษา ง. สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
ตอบ ค. มาตรา ๑๔ ให้มสี ภาการศกึ ษา มหี นา้ ท่ี
(๑) พจิ ารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาตทิ บี่ ูรณาการศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม และกีฬากบั การศึกษาทกุ ระดับ
(๒) พจิ ารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศกึ ษาเพอื่ ดาเนินการใหเ้ ป็นไปตามแผนตาม (๑)
(๓) พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรพั ยากรเพ่อื การศึกษา
(๔) ดาเนนิ การประเมินผลการจัดการศกึ ษาตาม (๑)
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 48
------------------------------------------------------------------------------
(๕) ให้ความเหน็ หรือคาแนะนาในเรอ่ื งกฎหมายและกฎกระทรวงทีเ่ ก่ียวกบั การศกึ ษา
การเสนอนโยบาย แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ และมาตรฐานการศกึ ษา ใหเ้ สนอตอ่ คณะรัฐมนตรี
11. หน่วยงานใดมีหนา้ ทพ่ี ิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนา มาตรฐาน และหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานท่ี
สอดคล้องกับแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และ สงั คมแหง่ ชาติ
ก. สานักงานรฐั มนตรี ข. สานักงานปลดั กระทรวง
ค. คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน ง. สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
ตอบ ค. มาตรา ๑๕ ใหม้ คี ณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน มหี นา้ ที่พจิ ารณาเสนอนโยบาย แผนพฒั นา มาตรฐาน
และหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานทสี่ อดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ และแผนการศกึ ษา
แห่งชาติ การสนบั สนนุ ทรพั ยากร การตดิ ตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน และเสนอแนะในการ
ออกระเบยี บ หลักเกณฑ์ และประกาศทเ่ี ก่ยี วกับการบริหารงานของสานกั งาน
12. สานกั งานปลดั กระทรวงมีอานาจหน้าที่ ตามขอ้ ใด
ก. จัดทางบประมาณและแผนปฏบิ ัติราชการของกระทรวง เร่งรดั ติดตาม และประเมนิ ผลการปฏิบตั ริ าชการใน
กระทรวง
ข. ประสานงานต่าง ๆ ในกระทรวง และดาเนนิ งานต่าง ๆ
ค. ดาเนนิ การเกยี่ วกบั ราชการประจาทวั่ ไปของกระทรวงและราชการทีค่ ณะรัฐมนตรี
ง. ถกู ทกุ ขอ้
ตอบ ง.มาตรา ๒๔ สานกั งานปลัดกระทรวงมีอานาจหนา้ ท่ี ดงั น้ี
(๑) ดาเนินการเกยี่ วกบั ราชการประจาทว่ั ไปของกระทรวงและราชการทค่ี ณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดใหเ้ ปน็ หน้าทขี่ อง
สานกั งานใดสานกั งานหนงึ่ ในสังกดั กระทรวงโดยเฉพาะ
(๒) ประสานงานต่าง ๆ ในกระทรวง และดาเนินงานตา่ ง ๆ ที่มีลักษณะเป็นงานที่ตอ้ งปฏิบตั ิตามสายงานการบังคับ
บัญชาอันเปน็ อานาจหน้าท่ซี ่ึงจะตอ้ งมีการกาหนดไว้ในพระราชบญั ญัตินี้ หรอื กาหนดในกฎหมายอ่นื
(๓) จัดทางบประมาณและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง เร่งรัด ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการปฏบิ ัติราชการใน
กระทรวงใหเ้ ป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนปฏบิ ัตริ าชการของกระทรวง
(๔) ดาเนนิ การเกย่ี วกบั กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแหง่ ชาตทิ ่ีมิได้อยู่ในอานาจของส่วนราชการอน่ื
(๕) ดาเนินการอ่ืนตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการแบง่ ส่วนราชการ
13. ในการพิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐาน และหลกั สตู รการอาชีวศกึ ษาทกุ ระดับทีส่ อดคลอ้ งกับ
แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาตินัน้ ให้คานึงถึงสง่ิ ใดเป็นหลัก
ก. สภาพแวดล้อมของสถานท่ี ข. ความเปน็ เลิศทางวิชาชพี
ค. ศีลธรรม คณุ ธรรม และจรยิ ธรรม ง. ความเปน็ ประโยชน์สูงสดุ
ตอบ ข. มาตรา ๑๗ ใหม้ ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีหนา้ ท่ีพจิ ารณาเสนอนโยบาย แผนพฒั นามาตรฐาน และ
หลกั สตู รการอาชีวศกึ ษาทกุ ระดับ ทีส่ อดคล้องกบั แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติและแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
การส่งเสรมิ ประสานงานการจดั การอาชวี ศกึ ษาของรฐั และเอกชน การสนับสนุนทรพั ยากร การติดตาม ตรวจสอบ และ
ประเมินผลการจัดการศึกษาอาชวี ศึกษา โดยคานึงถงึ คุณภาพและความเป็นเลิศทางวชิ าชีพ และเสนอแนะในการ
ออกระเบียบ หลักเกณฑ์ และประกาศที่เก่ียวกบั การบริหารงานของสานักงาน
เพือ่ ประโยชนใ์ นการพจิ ารณานโยบาย แผนพฒั นา และมาตรฐานการอาชวี ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญา ให้คณะกรรมการ
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 49
------------------------------------------------------------------------------
การอาชวี ศึกษาพิจารณาให้สอดคล้องกบั นโยบาย แผนพฒั นา และเปน็ ไปตามมาตรฐานการศกึ ษาระดับอุดมศึกษาของ
คณะกรรมการการอดุ มศึกษา
นอกจากหน้าทต่ี ามวรรคหน่ึง ใหค้ ณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษามหี น้าที่ใหค้ วามเห็นหรอื ให้คาแนะนาแก่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ ารหรือคณะรฐั มนตรี และมอี านาจหนา้ ทีอ่ ่นื ตามที่กฎหมายกาหนดหรอื ตามที่
รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธกิ ารมอบหมาย
ใหค้ ณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ประกอบด้วย กรรมการโดยตาแหนง่ จากหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ ง ผแู้ ทนองคก์ ร
เอกชน ผแู้ ทนองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ผู้แทนองค์กรวิชาชพี และกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ซิ ึ่งมจี านวนไมน่ อ้ ยกวา่ จานวน
กรรมการประเภทอืน่ รวมกนั
จานวนกรรมการ คณุ สมบตั ิ หลักเกณฑ์ และวธิ กี ารสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการ
ดารงตาแหนง่ และการพ้นจากตาแหน่งของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามทีก่ าหนดในกฎกระทรวง
14. ผูใ้ ดเป็นคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
ก. ผู้แทนองคก์ รเอกชน ข. ผแู้ ทนองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ค. ผู้แทนองค์กรวชิ าชีพ ง. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ ง. อธิบายตามข้อข้างต้น
15. กระทรวงศึกษาธิการมีผ้ตู รวจราชการของกระทรวง เพอื่ สง่ิ ใด
ก. เสนอแนะในการออกระเบยี บ หลักเกณฑ์ และประกาศ
ข. พจิ ารณาเสนอแผนการศึกษาแหง่ ชาตทิ ีบ่ รู ณาการศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม และกฬี ากับการศึกษาทกุ ระดบั
ค. ทาหน้าที่ในการตรวจราชการ ศกึ ษา วิเคราะห์ วิจยั ติดตามและประเมินผล
ง. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนบั สนนุ ทรัพยากรเพ่อื การศึกษา
ตอบ ค. มาตรา ๒๐ ใหก้ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารมผี ้ตู รวจราชการของกระทรวง เพ่ือทาหน้าทใี่ นการตรวจราชการ ศึกษา
วเิ คราะห์ วิจัย ติดตาม และประเมินผลระดบั นโยบาย เพ่ือนิเทศให้คาปรกึ ษาและแนะนาเพื่อการปรบั ปรงุ พัฒนา
16. จัดทางบประมาณและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง เร่งรดั ตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏิบัติราชการ
ในกระทรวงใหเ้ ป็นไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง เปน็ อานาจหนา้ ทข่ี อง
หน่วยงานใด
ก. สานักงานรัฐมนตรี ข. สานกั งานปลัดกระทรวง
ค. คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน ง. สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
ตอบ ข. มาตรา ๒๔ สานักงานปลดั กระทรวงมีอานาจหนา้ ที่ ดังน้ี
(๑) ดาเนนิ การเกย่ี วกบั ราชการประจาทัว่ ไปของกระทรวงและราชการทค่ี ณะรฐั มนตรมี ไิ ด้กาหนดใหเ้ ป็นหนา้ ท่ขี อง
สานกั งานใดสานักงานหนึ่งในสังกัดกระทรวงโดยเฉพาะ
(๒) ประสานงานต่าง ๆ ในกระทรวง และดาเนนิ งานต่าง ๆ ท่ีมลี ักษณะเปน็ งานที่ตอ้ งปฏบิ ตั ิตามสายงานการ
บังคับบัญชาอันเป็นอานาจหน้าท่ีซึ่งจะต้องมกี ารกาหนดไว้ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี หรือกาหนดในกฎหมายอ่ืน
(๓) จดั ทางบประมาณและแผนปฏิบตั ริ าชการของกระทรวง เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัตริ าชการใน
กระทรวงให้เปน็ ไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนปฏิบัตริ าชการของกระทรวง
(๔) ดาเนินการเกี่ยวกบั กฎหมายว่าด้วยการศกึ ษาแห่งชาติท่มี ไิ ดอ้ ยใู่ นอานาจของสว่ นราชการอื่น
(๕) ดาเนนิ การอนื่ ตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการแบง่ ส่วนราชการ
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 50
------------------------------------------------------------------------------
17. ขอ้ ใดเปน็ การจัดระเบยี บราชการในสานักงาน
ก. สานกั อานวยการ และสานักบริหารงาน
ข. สานกั อานวยการ และสานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา
ค. สานักบรหิ ารงาน และสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา
ง. สานกั บรหิ ารงาน และสานกั งานปลดั กระทรวง
ตอบ ก. มาตรา ๒๕ สานักงานปลดั กระทรวง อาจแบ่งส่วนราชการ ดงั น้ี
(๑) สานกั อานวยการ
(๒) สานัก สานกั บริหารงาน หรือส่วนราชการทเ่ี รยี กช่ืออยา่ งอื่นทม่ี ีฐานะเทียบเทา่ สานักหรือสานกั บรหิ ารงาน
ในกรณีทีม่ คี วามจาเป็น สานักงานปลดั กระทรวงอาจแบง่ ส่วนราชการโดยให้มีสว่ นราชการอืน่ นอกจาก (๑) หรอื
(๒) ก็ได้
ส่วนราชการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ใหม้ อี านาจหนา้ ทีต่ ามท่ีกาหนดไว้ใหเ้ ปน็ ของสว่ นราชการนน้ั ๆ โดยใหม้ ี
ผอู้ านวยการสานกั อานวยการ ผ้อู านวยการสานกั ผอู้ านวยการสานกั บรหิ ารงาน หรอื หัวหนา้ ส่วนราชการทเ่ี รียกช่อื อย่าง
อนื่ ที่มีฐานะเทียบเท่าสานักหรือสานกั บรหิ ารงาน หรือหัวหน้าส่วนราชการตามวรรคสอง เปน็ ผู้บังคบั บัญชาขา้ ราชการ
และรบั ผดิ ชอบปฏบิ ัติราชการ
18. หมวด 2 ในพระราชบญั ญัติระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ.2546 มเี นื้อหาสาระอย่างไร
ก. การจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ิน ข. การจดั ระเบยี บบรหิ ารราชการในสว่ นกลาง
ค. ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นท่กี ารศึกษา ง. ระเบียบบรหิ ารราชการในสถานศึกษาของรัฐ
ตอบ ค.
19. การบรหิ ารและการจัดการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานให้ยึดเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาโดยคานึงถึง
ก. จานวนสถานศกึ ษา ข. จานวนประชากร
ค. วฒั นธรรม ง. ถกู ทกุ ขอ้
ตอบ ง. มาตรา ๓๓ การบรหิ ารและการจดั การศึกษาข้นั พน้ื ฐานใหย้ ึดเขตพื้นที่การศึกษาโดยคานงึ ถงึ ระดบั ของ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน จานวนสถานศกึ ษา จานวนประชากร วฒั นธรรมและความเหมาะสมดา้ นอ่ืนดว้ ย เว้นแตก่ ารจัด
การศึกษาข้ันพืน้ ฐานตามกฎหมายว่าดว้ ยการอาชวี ศกึ ษา
ใหร้ ฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการโดยคาแนะนาของสภาการศึกษามีอานาจประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
กาหนดเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาเพ่อื การบรหิ ารและการจดั การศึกษาขัน้ พนื้ ฐานแบ่งเปน็ เขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาและ
เขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศึกษา
ในกรณที ่ีสถานศึกษาใดจดั การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานท้ังระดับประถมศึกษาและระดบั มัธยมศกึ ษาการกาหนดให้
สถานศกึ ษาแหง่ นนั้ อยใู่ นเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาใด ใหย้ ดึ ระดับการศกึ ษาของสถานศกึ ษานั้นเป็นสาคัญ ท้ังนี้ ตามที่รัฐมนตรี
ประกาศกาหนดโดยคาแนะนาของคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
ในกรณที ี่มีความจาเป็นเพอ่ื ประโยชนใ์ นการจัดการศกึ ษาหรือมีเหตุผลความจาเป็นอย่างอน่ื ตามสภาพการจัด
การศึกษาบางประเภท คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานอาจประกาศกาหนดใหข้ ยายการบรกิ ารการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
ของเขตพ้นื ที่การศึกษาหนึง่ ไปในเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาอื่นได้
20. ในแตล่ ะเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา ผู้ใดมีอานาจหน้าทใ่ี นการกากบั ดูแลจดั ตัง้ ยบุ รวมหรอื เลกิ สถานศึกษาขั้นพนื้ ฐานใน
เขตพนื้ ท่ีการศึกษา
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 51
------------------------------------------------------------------------------
ก. ปลดั กระทรวง ข. คณะกรรมการและสานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา
ค. สานกั อานวยการ ง. สานักบริหารงาน
ตอบ ข. มาตรา ๓๖ ในแต่ละเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ใหม้ ีคณะกรรมการและสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีอานาจหนา้ ทีใ่ น
การกากับดแู ล จดั ต้ัง ยบุ รวม หรือเลิกสถานศึกษาข้นั พ้นื ฐานในเขตพื้นทีก่ ารศึกษา ประสาน สง่ เสรมิ และสนบั สนุน
สถานศกึ ษาเอกชนในเขตพื้นท่ีการศกึ ษา ประสานและสง่ เสรมิ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ใหส้ ามารถจัดการศกึ ษา
สอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานการศกึ ษา ส่งเสริมและสนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาของบคุ คล ครอบครัว องคก์ รชุมชน
องคก์ รเอกชน องคก์ รวชิ าชพี สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั สังคมอน่ื ทจ่ี ดั การศึกษาในรูปแบบที่
หลากหลายในเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา และปฏบิ ตั ิหนา้ ท่อี ่นื ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั อานาจหนา้ ที่ท่ีระบุไวข้ ้างต้น ท้ังน้ี ตามทกี่ าหนดใน
กฎกระทรวง
21. หมวด 3 ในพระราชบัญญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ.2546 มีเนอ้ื หาสาระอยา่ งไร
ก. การจดั ระเบยี บบริหารราชการในสถานศึกษาของรฐั ทจ่ี ดั การศกึ ษาระดบั ปริญญาทเ่ี ปน็ นติ ิบคุ คล
ข. การจดั ระเบียบบรหิ ารราชการในส่วนกลาง
ค. ระเบยี บบรหิ ารราชการเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษา ง. ระเบียบบรหิ ารราชการในสถานศึกษาของรฐั
ตอบ ก.
22. หมวด 4 ในพระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ.2546 มีเน้ือหาสาระอย่างไร
ก. การจัดระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐ ข. การจัดระเบียบบรหิ ารราชการในส่วนกลาง
ค. การปฏิบตั ิราชการแทน ง. ระเบยี บบรหิ ารราชการในสถานศึกษาของรฐั
ตอบ ค.
23. การโอนบรรดากิจการ ทรัพยส์ ิน หน้ี อตั รากาลัง ขา้ ราชการ ลูกจา้ ง และเงินงบประมาณของสานกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ สานักนายกรัฐมนตรไี ปเป็นของหนว่ ยงานใด
ก. สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ข. กระทรวงศกึ ษาธิการ
ค. กรมสามญั ศกึ ษา ง. สานกั งานศกึ ษาธิการจังหวัด
ตอบ ก. มาตรา ๖๐ ใหโ้ อนบรรดากจิ การ ทรัพย์สนิ หนี้ อตั รากาลงั ข้าราชการ ลูกจา้ ง และเงนิ งบประมาณของ
สานกั งานปลดั กระทรวง กระทรวงศกึ ษาธิการ ยกเว้นสานักงานศึกษาธิการจงั หวัดและสานกั งานศกึ ษาธกิ ารอาเภอ ไป
เป็นของสานกั งานปลัดกระทรวง กระทรวงศกึ ษาธิการ
ให้โอนบรรดากจิ การ ทรพั ย์สิน หน้ี อัตรากาลงั ขา้ ราชการ ลกู จ้าง และเงนิ งบประมาณของกรมการศกึ ษานอก
โรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาเอกชน กระทรวงศึกษาธกิ าร และสานกั งาน
คณะกรรมการข้าราชการครู กระทรวงศกึ ษาธิการ ไปเปน็ ของสานกั งานปลดั กระทรวง กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
การโอนตามวรรคสอง ไมร่ วมถงึ ขา้ ราชการครูสังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ซง่ึ ใหโ้ อนไปสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพ่ือปฏบิ ตั งิ านในเขตพ้ืนที่
การศกึ ษา ตามระเบยี บบรหิ ารราชการเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาท่บี ญั ญตั ิไว้ในหมวด ๒ ของพระราชบัญญัติน้ี
24. ให้โอนบรรดาอานาจหน้าท่เี กี่ยวกบั ราชการของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สานักนายกรฐั มนตรี
และบรรดาอานาจหนา้ ท่ีของเจ้าหน้าที่ของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ สานกั นายกรฐั มนตรี ไปเป็นของ
หนว่ ยงานใด
ก. สานกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา ข. กระทรวงศึกษาธิการ
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 52
------------------------------------------------------------------------------
ค. กรมสามัญศกึ ษา ง. สานักงานศกึ ษาธิการจังหวดั
ตอบ ก. มาตรา ๖๒ ใหโ้ อนบรรดากจิ การ ทรัพย์สิน หนี้ อตั รากาลงั ขา้ ราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของ
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ สานกั นายกรัฐมนตรี ไปเป็นของสานักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
25. ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพยส์ นิ หนี้ อัตรากาลัง ขา้ ราชการ ลกู จ้าง และเงินงบประมาณของสานกั งาน
คณะกรรมการการประถมศกึ ษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กรมสามัญศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ กรมวชิ าการ
กระทรวงศึกษาธิการ สานกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวัด และสานักงานศึกษาธิการอาเภอ ใหไ้ ปเปน็ ของสานักงานใด
ก. สานกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา ข. กระทรวงศึกษาธกิ าร
ค. สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน ง. สานักงานศกึ ษาธกิ ารจังหวดั
ตอบ ค. มาตรา ๖๔ ให้โอนบรรดากิจการ ทรพั ยส์ ิน หน้ี อตั รากาลงั ข้าราชการ ลกู จ้าง และเงนิ งบประมาณของ
สานักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ กระทรวงศึกษาธกิ าร กรมสามญั ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร กรม
วชิ าการ กระทรวงศึกษาธิการ สานักงานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั และสานักงานศึกษาธกิ ารอาเภอ ในสงั กัดสานักงาน
ปลัดกระทรวง กระทรวงศกึ ษาธิการ ไปเป็นของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
26. ใหโ้ อนบรรดาอานาจหน้าท่เี ก่ียวกับราชการของทบวงมหาวิทยาลัย สานักงานสภาสถาบันราชภฏั
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ในส่วนที่เกี่ยวกับราชการของสถาบนั เทคโนโลยปี ทมุ วนั
ไปเป็นของหน่วยงานใด ข. กระทรวงศึกษาธกิ าร
ก. สานักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
ค. สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ง. สานักงานศกึ ษาธิการจงั หวัด
ตอบ ค. มาตรา ๖๕ ให้โอนบรรดาอานาจหน้าทเ่ี กย่ี วกับราชการของทบวงมหาวิทยาลัย สานักงานสภาสถาบันราชภฏั
กระทรวงศึกษาธกิ าร และกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร ในสว่ นที่เก่ียวกบั ราชการของสถาบันเทคโนโลยีปทมุ วนั
และบรรดาอานาจหน้าทขี่ องเจ้าหน้าทท่ี บวงมหาวทิ ยาลัย สานักงานสภาสถาบนั ราชภฏั กระทรวงศึกษาธิการ และกรม
อาชวี ศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนท่ีเกี่ยวกับราชการของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ไปเปน็ ของสานักงาน
คณะกรรมการการอุดมศกึ ษา
ให้อานาจหน้าทข่ี องเลขาธกิ ารสภาสถาบันราชภฏั เปน็ อานาจหน้าทข่ี องเลขาธกิ ารคณะกรรมการการอดุ มศึกษา
ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
ให้อานาจหน้าที่ของอธิบดีกรมอาชวี ศึกษา ในสว่ นทเ่ี ก่ียวกับราชการของสถาบันเทคโนโลยปี ทุมวัน เป็นอานาจ
หน้าท่ีของเลขาธกิ ารคณะกรรมการการอุดมศึกษาตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
27. ให้โอนอานาจหนา้ ทข่ี องเลขาธิการสถาบันราชภัฎเป็นอานาจหนา้ ท่ีของผ้ใู ดในพระราชบญั ญตั ิระเบียบบรหิ าร
ราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ.2546 ข. อธบิ ดกี รมอาชีวศึกษา
ก. เลขาธกิ ารคณะกรรมการอดุ มศึกษา
ค. คณะกรรมการอดุ มศึกษา ง. กระทรวงศึกษาธกิ าร
ตอบ ก. อธิบายตามขอ้ ขา้ งต้น
28. ใหโ้ อนบรรดาอานาจหนา้ ที่เกี่ยวกับราชการของกรมอาชวี ศกึ ษา กระทรวง ศึกษาธิการ ยกเว้น สถาบนั เทคโนโลยี
ปทมุ วัน และบรรดาอานาจหน้าทขี่ องเจา้ หนา้ ทีก่ รมอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ยกเวน้ สถาบนั เทคโนโลยีปทุมวนั
ไปเป็นของหน่วยงานใด
ก. สานกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา ข. สานักงานคณะกรรมการอาชวี ศึกษา
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 53
------------------------------------------------------------------------------
ค. สานักงานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา ง. สานกั งานศกึ ษาธกิ ารจังหวดั
ตอบ ข. มาตรา ๖๗ ให้โอนบรรดาอานาจหน้าท่เี ก่ยี วกับราชการของกรมอาชีวศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร ยกเวน้
สถาบนั เทคโนโลยปี ทมุ วัน และบรรดาอานาจหน้าทขี่ องเจา้ หนา้ ทก่ี รมอาชวี ศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ยกเวน้ สถาบัน
เทคโนโลยีปทมุ วัน ไปเป็นของสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
29. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ คอื ใคร
ก. พันตารวจโท ทกั ษิณ ชนิ วัตร ข. นายชวน หลีกภยั
ค. นายสมคั ร สุนทรเวช ง. นายอานันท์ ปันยารชนุ
ตอบ ก.
30. เหตผุ ลในการประกาศใช้ พ.ร.บ. ระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.2546 คอื ขอ้ ใด
ก. จาเปน็ ตอ้ งกาหนดขอบเขตอานาจหน้าท่ีของส่วนราชการต่างๆ ของกระทรวงศกึ ษาธิการใหช้ ัดเจน
ข. จดั ระบบบรหิ ารราชการในระดบั ต่างๆ ของกระทรวงให้มเี อกภาพ
ค. กาหนดขอบข่ายของอานาจหน้าท่ีและการมอบอานาจให้ปฏบิ ตั ิ ราชการแทนใหช้ ดั เจน
ง. ถกู ทกุ ขอ้
ตอบ ง.
31. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร ฉบบั ปัจจบุ นั มีแก้ไขเป็นฉบับใด
ก. ฉบบั ท่ี 2 ข. ฉบบั ที่ 3 ค. ฉบบั ท่ี 4 ง. ฉบบั ท่ี 5
ตอบ ข. พระราชบญั ญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
32. พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ไว้ ณ วันทใี่ ด
ก. 25 เมษายน 2562 ข. 26 เมษายน 2562 ค. 27 เมษายน 2562 ง. 28 เมษายน 2562
ตอบ ข.
----------------------------
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 54
------------------------------------------------------------------------------
แนวขอ้ สอบ พ.ร.บ.ระเบียบขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
พ.ศ. 2547และท่ีแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ฉบบั ท่ี 4. พ.ศ. 2562
1. พ.ร.บ.ระเบียบขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551 เกิดจากมาตราใดของ พ.ร.บ.
การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
1.มาตรา 52 2.มาตรา 53 3.มาตรา 54 4.มาตรา 55
ตอบ 3.
2. พ.ร.บ.ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ประกาศใช้เม่ือใด
1.23 ธันวาคม 2547 2.24 ธันวาคม 2547 3.20 ธนั วาคม 2547 4.21 ธนั วาคม 2547
ตอบ 1.
3. พ.ร.บ.ระเบยี บข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 มีผลบงั คับใช้เมื่อใด
1.23 ธนั วาคม 2547 2.24 ธันวาคม 2547 3.20 ธันวาคม 2547 4.21 ธันวาคม 2547
ตอบ 2.
4. ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการพ.ร.บ.ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
คือใคร 2.รองนายกรฐั มนตรี
1.นายกรฐั มนตรี
3.รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ 4.รฐั มนตรชี ่วยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ
ตอบ 2.
5. พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551 มที ัง้ หมดกห่ี มวดกีม่ าตรา
1.4 หมวด 80 มาตรา 2.5 หมวด 81 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
3.9 หมวด 140 มาตรา 4.9 หมวด 140 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
ตอบ 4.
6. ตาแหน่งอาจารย์ 3 ทค่ี รชู อบพดู กนั เงนิ วิทยฐานะ เงนิ ค่าตอบแทน เงินประจาตาแหนง่ อยู่ในหมวดใดของพ.ร.บ.
ระเบียบข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
1.หมวด 3 2.หมวด 5 3.หมวด 7 4.หมวด 9
ตอบ 1.
7. ผรู้ กั ษาการพ.ร.บ.ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
1.นายกรัฐมนตรี 2.รองนายกรฐั มนตรี
3.รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ 4.รฐั มนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ตอบ 3.
8. ผูท้ ี่ประกอบวชิ าชพี ซึ่งทาหน้าทห่ี ลกั ทางด้านการเรยี นการสอนและส่งเสรมิ การเรียนรขู้ องผ้เู รยี นด้วยวิธีการตา่ ง ๆ
ในสถานศกึ ษาของรฐั คือความหมายของข้อใดตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ฉ.
2 พ.ศ.2551
1.ครู 2.ข้าราชการครู 3.คณาจารย์ 4. ผ้สู อน
ตอบ 2.
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 55
------------------------------------------------------------------------------
9. บคุ ลากรซ่งึ ทาหน้าทห่ี ลักทางด้านการสอนและการวจิ ยั ในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดบั ปริญญาของรฐั ตาม
พ.ร.บ.ระเบยี บข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551 คอื ขอ้ ใด
1.ครู 2.ข้าราชการครู 3.คณาจารย์ 4.ผู้สอน
ตอบ 3.
10. หนว่ ยงานการศกึ ษา หมายถึงทุกข้อ ยกเว้น ขอ้ ใด
1.สถานศกึ ษา 2.สพท.
3.สานักงานการศึกษานอกโรงเรียน
4.แหล่งการเรียนรตู้ ามประกาศของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศกึ ษา
ตอบ 4.
11. ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของสถานศึกษา ตามพ.ร.บ.ระเบียบขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547
ฉ.2 พ.ศ.2551
1.สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั 2.โรงเรียน
3.ศูนยเ์ ด็กเล็ก 4.ศนู ยก์ ารเรียน
ตอบ 3.
12. ก.ค.ศ. ยอ่ มาจากอะไร
1.คณะกรรมการขา้ ราชการครู บุคลากรทางการศกึ ษา
2.คณะกรรมการขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรครูทางการศึกษา
3.สานักงานคณะกรรมการข้าราชการครู บคุ ลากรทางการศึกษา
4.สานักงานคณะกรรมการขา้ ราชการครแู ละบุคลากรครูทางการศกึ ษา
ตอบ 2.
13. ก.ค.ศ. มจี านวนก่ีคน ตาม พ.ร.บ.ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
1.21 คน 2.28 คน 3.30 คน 4.39 คน
ตอบ 2.
14. อ.ก.ค.ศ. ย่อมาจากอะไร
1.อนุกรรมการข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาประจาเขตพื้นท่ีการศกึ ษา
2.คณะอนกุ รรมการขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจาเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา
3.อนุกรรมการขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาประจาเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษา
4.สานักงานคณะอนกุ รรมการข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาประจาเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา
ตอบ 2.
15. อ.ก.ค.ศ. มีจานวนก่คี น ตาม พ.ร.บ.ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
1.9 คน 2.ไม่เกิน 9 คน 3.12 คน 4.ไมเ่ กิน 12 คน
ตอบ 3.
16. ใครเป็นประธานใน ก.ค.ศ.
1.นายกรฐั มนตรี 2.รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ
3.รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 4.ปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 56
------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 2.
17. ใครเปน็ ประธานใน อ.ก.ค.ศ.
1.ผูแ้ ทนครู 2.ผแู้ ทนผู้บริหารการศกึ ษา
3.ผแู้ ทนผบู้ ริหารสถานศกึ ษา 4.ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
ตอบ 4.
18. ขอ้ ใด ไม่ใช่ คุณสมบัตแิ ละลกั ษณะตอ้ งห้ามของ ก.ค.ศ.
1.มสี ัญชาติไทย 2.มอี ายุไม่ตา่ กว่าสามสิบห้าปีแตไ่ ม่เกนิ หกสิบปี
3.ไมเ่ ป็นผู้ดารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง 4.เปน็ ผู้ได้รบั การยอมรบั ในเรอ่ื งความซอ่ื สตั ย์ ยตุ ธิ รรม
ตอบ 2.
19. ข้อใด ไมใ่ ช่ คณุ สมบัติและขอ้ ห้ามของกรรมการผูแ้ ทนผู้อานวยการสานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา ใน ก.ค.ศ.
1.มีใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี 2.เคยถกู พกั ใช้ใบอนุญาตแตพ่ ้นมาแลว้ 2 ปี
3.เป็นผไู้ ด้รับการยอมรับในเร่อื งความซอ่ื สัตยย์ ตุ ิธรรม 4.เปน็ คณุ สมบตั ิทกุ ข้อ
ตอบ 2.
20. ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ งในกรรมการผแู้ ทนใน ก.ค.ศ.
1.กรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา มีประสบการณ์ในการบริหารในตาแหนง่ ไม่นอ้ ยกว่า 10 ปี
2.กรรมการผูแ้ ทนขา้ ราชการครูต้องมปี ระสบการณ์สอน ไม่น้อยกว่า 10 ปี
3.กรรมการผูแ้ ทนบุคลากรทางการศึกษาอ่นื ต้องมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศกึ ษา ไมน่ ้อยกว่า 8 ปี
4.กรรมการผูแ้ ทนผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา ไมไ่ ด้ระบุประสบการณ์ในตาแหน่งไว้
ตอบ 4.
21. กรรมการ และผู้ทรงคุณวฒุ ิ ใน ก.ค.ศ. มีวาระอยใู่ นตาแหนง่ คราวละก่ปี ี
1.3 ปี วาระเดียว 2.3 ปี ไมเ่ กนิ 2 วาระติด
3.4 ปี วาระเดียว 4.4 ปี ไม่เกนิ 2 วาระตดิ
ตอบ 4.
22. ถา้ กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒหิ รือกรรมการผแู้ ทนขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาว่างลงให้ดาเนินการแตง่ ตงั้
หรือเลอื กตัง้ แทนตาแหนง่ ทวี่ ่างภายในกว่ี ัน
1.30 วัน 2.45 วัน 3.60 วัน 4.90 วนั
ตอบ 3.
23. ข้อใด ไม่ใช่ การพน้ จากตาแหนง่ ตามวาระของกรรมการผ้ทู รงคุณวุฒใิ น ก.ค.ศ.
1.ตาย 2.ลาออกโดยยน่ื หนงั สอื ตอ่ รัฐมนตรี
3.เปน็ บุคคลลม้ ละลาย 4.เปน็ คนไรค้ วามสามารถ
ตอบ 2.
24. กรรมการผูแ้ ทนข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาพน้ จากตาแหนง่ ทุกขอ้ ยกเว้นข้อใด
1.ตาย
2.ลาออกโดยย่ืนหนงั สอื ต่อประธานกรรมการ
3.ขาดคุณสมบตั ติ ามมาตรา 9 , 10 , 11 หรอื 12
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 57
------------------------------------------------------------------------------
4.ถกู ถอดถอนโดยรัฐมนตรีตามมตขิ อง ก.ค.ศ.ด้วยคะแนนเสียง ไม่นอ้ ยกวา่ 1 ใน 3
ตอบ 4.
25. ขอ้ ใด ไม่ใช่ อานาจหน้าท่ีของ อ.ก.ค.ศ.
1.พจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบการบรรจุแต่งตงั้ ข้าราชการครู
2.พจิ ารณาความดีความชอบของผู้บรหิ ารสถานศึกษาและขา้ ราชการครู
3.พิจารณาเก่ยี วกบั เรื่องการดาเนินการทางวนิ ัย
4.กากับ ดแู ล ติดตามและประเมนิ ผลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาใน
หนว่ ยงานทางการศกึ ษาในเขตพื้นที่การศกึ ษา
ตอบ 2.
26. ใครมีหน้าท่จี ดั ทาทะเบยี นประวตั ิข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษา
1.ผอ.เขต 2.รอง ผอ.เขต
3.ผู้อานวยการกลุม่ งานบริหารบคุ คล 4.หวั หน้างานทีไ่ ดร้ บั มอบหมายจาก ผอ.เขต
ตอบ 1.
27. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ อานาจและหนา้ ที่ของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
1.ควบคุมดูแลการบริหารงานบคุ คลในสถานศึกษา 2.พจิ ารณาเสนอความดคี วามชอบ
3.จดั ทามาตรฐานภาระงาน
4.รายงานคณุ ภาพสถานศกึ ษาต่อคณะกรรมการเขตพน้ื ที่การศกึ ษา
ตอบ 4.
28. ผซู้ งึ่ จะเขา้ รบั ราชการเป็นขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาได้ตอ้ งมีอายุเท่าใด ตาม พ.ร.บ.ระเบยี บ
ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
1.18 ปีบรบิ รู ณ์ 2.ไมต่ ่ากวา่ 18 ปบี ริบูรณ์
3.20 ปีบริบรู ณ์ 4.ไมต่ า่ กวา่ 20 ปีบริบูรณ์
ตอบ 2.
29. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ตอ้ ง
1.เงินวิทยฐานะและเงินประจาตาแหนง่ ไมถ่ ือเปน็ เงินเดือน
2.ผทู้ ี่จะรบั ราชการครูต้องมีสญั ชาตไิ ทย
3.ผ้พู ิการสามารถเป็นครไู ด้
4.วันเวลาทางาน วันหยุดราชการ วนั หยดุ ประจาปี ของข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาใหเ้ ปน็ ไปตามท่ี
คณะรัฐมนตรีกาหนด
ตอบ 4.
30. มาตรา 38 ข (2) ตาม พ.ร.บ.ระเบยี บข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551 หมายถึง
ขอ้ ใด
1.ครูผูช้ ว่ ย 2.ครู
3.ผู้อานวยการสถานศกึ ษา 4.รองผอู้ านวยการสถานศึกษา
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 58
------------------------------------------------------------------------------
ตอบ 3.
31. ข้อใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ ง
1.ครูชานาญการพเิ ศษ 2.ผู้อานวยการสถานศึกษาชานาญการพิเศษ
3.รองผ้อู านวยการสานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาเชีย่ วชาญพเิ ศษ
4.ศึกษานิเทศก์เช่ยี วชาญพิเศษ
ตอบ 3.
32. ข้อใดไมเ่ ป็นตาแหนง่ ทางวิชาการ ตาม พ.ร.บ.ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2
พ.ศ.2551
1.อาจารย์ 2.รองผ้ชู ่วยศาสตราจารย์
3.ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ 4.ศาสตราจารย์
ตอบ 2.
33. ให้ใครเปน็ ผู้ดาเนินการสอบแขง่ ขนั เพ่ือบรรจุและแตง่ ตั้งบคุ คลเขา้ รับราชการเปน็ ข้าราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศึกษา
1.กระทรวง 2.ก.ค.ศ. 3.อ.ก.ค.ศ. 4.ถูกทุกขอ้
ตอบ 3.
34. ข้อใดกล่าว ไม่ถกู ตอ้ ง ในการบรรจุและแตง่ ตง้ั
1.การบรรจุและแตง่ ตั้งตาแหน่ง ครู โดย ผอู้ านวยการสถานศึกษา โดยอนมุ ตั ิ อ.ก.ค.ศ.เขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษา
2.การบรรจแุ ละแต่งตง้ั ตาแหน่ง ครชู านาญการ โดย ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา โดยความเหน็ ชอบ อ.ก.ค.ศ.เขต
พืน้ ทก่ี ารศกึ ษา
3.การบรรจุและแต่งต้งั ตาแหน่งครูเชย่ี วชาญพเิ ศษ โดยเลขาธกิ าร สพฐ. โดยอนมุ ตั ิ ก.ค.ศ.
4.การบรรจแุ ละแตง่ ตงั้ รองผอู้ านวยการชานาญการ โดยเลขาธิการ สพฐ. โดยอนมุ ตั ิ ก.ค.ศ.
ตอบ 2.
35. ใครเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาผดู้ ารงตาแหน่งผอู้ านวยการสานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา
1.นายรัฐมนตรี 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
3.ปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ 4.เลขาธิการ สพฐ.
ตอบ 3.
36. ผ้ใู ดได้รับการบรรจุและแต่งตัง้ ในตาแหนง่ ครู ให้ผนู้ ้ันเตรยี มความพร้อมและพฒั นาอย่างเข้มในตาแหนง่ ใด เป็น
เวลาเท่าใด 2.ตาแหน่งครผู ชู้ ว่ ย เปน็ เวลา 2 ปี
1.ตาแหนง่ ครผู ้ชู ว่ ย เปน็ เวลา 1 ปี
3.ตาแหน่งครูผ้ชู ว่ ย เปน็ เวลาไม่น้อยกวา่ 2 ปี 4.ตาแหน่งครู เปน็ เวลา 6 เดอื น
ตอบ 2.
37. ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาผ้ใู ดมีผลงานหรือผลการปฏบิ ัตงิ านดีเดน่ หรอื เปน็ ผู้ทไ่ี ด้รับการยกย่องเชิด
ชูเกียรติให้ไดร้ ับข้อใด
1.เงนิ ค่าตอบแทน 2.เงนิ วทิ ยฐานะ 3.เงินประจาตาแหนง่ 4.เงนิ วิทยพัฒน์
ตอบ 4.
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 59
------------------------------------------------------------------------------
38. วินัยตาม พรบ.ระเบยี บข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551มีลักษณะ
1.เป็นขอ้ ต้องหา้ ม 2.เป็นข้อปฏบิ ตั ิ
3.เปน็ ข้อต้องปฏิบัติ 4.เป็นข้อห้ามและข้อปฏบิ ตั ิ
ตอบ 4.
39. ถา้ ขา้ ราชการครเู หน็ วา่ การกระทาหรอื คาสั่งของผู้อานวยการจะทาให้ราชการเสยี หายต้องปฏิบตั อิ ยา่ งไร
1.ทาตามคาส่ัง 2.ชี้แจงดว้ ยวาจาทนั ที
3.บันทกึ ช้ีแจงเสนอความเหน็ เป็นหนังสอื ก่อนในเจ็ดวัน
4.บันทกึ ชีแ้ จงเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน
ตอบ 4.
40. ผอ.โรงเรียนประเมนิ ชานาญการพิเศษไมผ่ ่านเน่ืองจากใชใ้ ห้เพื่อนกันซ่งึ เป็นผอ.ทาผลงานให้ข้อใดกล่าวถูกตอ้ ง
1.ทาผิดมาตรา 90 ตาม พรบ.ระเบียบขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
2.ทาผิดมาตรา 91 ตาม พรบ.ระเบยี บข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
3.ทาผิดมาตรา 92 พรบ.ระเบยี บข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551
4.ไมม่ ีความผดิ ใด เนอ่ื งจากวานให้ทาในฐานะเพ่อื นสนทิ ไม่ใช่จ้างวานให้ทา
ตอบ 2.
41. โทษทางวินัยมกี สี่ ถาน
1.3 2.4 3.5 4.6
ตอบ 3.
42. กรณขี ้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษากระทาความผดิ และท้งั คูอ่ ยู่ต่างส่วนราชการใครเปน็ ผูว้ นิ จิ ฉยั ช้ขี าด
ตามมาตรา 53
1.อ.ก.ค.ศ. 2.ก.ค.ศ.
3.เลขาธกิ าร สพฐ. 4.รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ตอบ 3.
43. กรณีกระทาความผิดวินยั รา้ ยแรง หากมกี ารลดโทษห้ามลดโทษต่ากว่าข้อใด
1.ตดั เงนิ เดือน 2.ลดข้ันเงินเดือน 3.ปลดออก 4.ไลอ่ อก
ตอบ 3.
44. ขา้ ราชการครูถกู ใหอ้ อกจากราชการถา้ เปน็ ท่านจะทาอย่างไร
1.อุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. ภายใน 30 วัน 2.รอ้ งทกุ ขต์ ่อ อ.ก.ค.ศ. ภายใน 30 วนั
3.อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วนั 4.รอ้ งทกุ ข์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วนั
ตอบ 3.
45. ครโู รงเรยี นของทา่ นขอลาออกไปไปเจา้ หน้าท่ีปฏิบัตกิ ารทางวิทยาศาสตรท์ ่ีสถาบันราชภฎั ใครเป็นผพู้ จิ ารณา
อนญุ าต 2.ผอ.เขต 3.เลขาธิการ สพฐ. 4.ปลดั กระทรวง
1.ผอ.รร.
ตอบ 1.
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 60
------------------------------------------------------------------------------
46. ในกรณีผ้มู อี านาจตามมาตรา 53 พิจารณาเห็นวา่ เพื่อประโยชน์ของทางราชการสามารถยับยั้งการลาออกของ
ข้าราชการครไู ด้เทา่ ไร
1.30 วนั 2.ไม่เกนิ 30 วนั 3.90 วัน 4.ไม่เกนิ 90 วัน
ตอบ 4.
47. ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาลาออกเพอ่ื ไปดารงตาแหนง่ ทางการเมอื งให้มผี ลเมื่อใด
1.วนั ลาออก 2.วนั ถดั จากวนั ลาออก
3.วันรับทราบคาสัง่ อนุมัติ 4.วันสมคั รรบั เลือกต้ัง
ตอบ 1.
48. กรณคี รใู นโรงเรยี นของทา่ นถกู พกั ใช้ใบอนุญาตในฐานะท่ีท่านเป็นผูบ้ ริหารทา่ นจะทาอยา่ งไรประการแรก
1.สัง่ สอบขอ้ เทจ็ จริง 2.สง่ั สืบสวนข้อเท็จจริง
3.ต้ังกรรมการสอบสวนเพ่อื ให้ความยตุ ธิ รรม 4.สง่ั เปล่ียนตาแหนง่ อืน่ ที่ไมต่ ้องมใี บอนญุ าต
ตอบ 4.
49. จากขอ้ 48 กรณไี มม่ ตี าแหนง่ วา่ งให้ทาอยา่ งไร
1.ให้พกั ราชการ 2.ใหไ้ ปชว่ ยราชการท่ี สพท.
3.ใหไ้ ปชว่ ยราชการ โรงเรยี นอืน่ พลางไปกอ่ น 4.สง่ั ให้ออกโดยพลัน
ตอบ 4.
50. พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551 ประกาศใช้เมอื่ ใด
1.20 กุมภาพนั ธ์ 2551 2.21 กุมภาพนั ธ์ 2551
3.20 ธนั วาคม 2550 4.21 ธันวาคม 2550
ตอบ 1.
51. ตามพรบ.ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551 กรรมการโดยตาแหน่งใน
ก.ค.ศ. ทีเ่ พ่มิ ขึ้นมาใหมข่ ้อใด ไม่ใช่
1.ปลดั กระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกีฬา 2.เลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
3.เลขาธิการครุ ุสภา 4.ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ตอบ 3.
52. ตามพรบ.ระเบียบขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ.2547 ฉ.2 พ.ศ.2551 ผ้แู ทนขา้ ราชการครู จานวน
หกคน ในที่นี้ตอ้ งเปน็ ขา้ ราชการครสู ังกดั สพฐ.จานวนเท่าไร
1.4 คน 2.ไมน่ ้อยกว่า 4 คน 3.6 คน 4.ไม่เกนิ 6 คน
ตอบ 1.
53. ตาม ตามพรบ.ระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ฉ.2 พ.ศ.2551ข้อใดไมใ่ ช่ตาแหนง่ ตาม มาตรา 8
1.รองผอู้ านวยการสถานศึกษา 2.ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
3.รองอธกิ ารบดี 4.ตาแหน่งท่ีเรยี กชือ่ อย่างอ่ืนตามท่ี ก.ค.ศ.กาหนด
ตอบ 3.
54. ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาผู้ใดถูกสงั่ เพกิ ถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และมตี าแหนง่ ว่าง หรือ
ตาแหนง่ อื่นที่ไมต่ ้องมใี บอนุญาตประกอบวิชาชพี และผบู้ งั คบั บญั ชาหน่วยงานการศึกษาน้ันพจิ ารณาเหน็ ว่าผูน้ ัน้ มคี วาม
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 61
------------------------------------------------------------------------------
เหมาะสมท่จี ะบรรจแุ ละแตง่ ตั้ง กาหนดระยะเวลาดาเนินการ อย่างไร
1. ภายใน 15 วนั นบั แต่วนั ท่ีผู้ถกู สง่ั เพิกถอนใบอนุญาตได้รบั หนังสอื แจง้ การเพิกถอนใบอนุญาต
2. ภายใน 30 วันนับแต่วนั ทผี่ ู้ถกู สั่งเพิกถอนใบอนุญาตไดร้ บั หนงั สอื แจ้งการเพกิ ถอนใบอนุญาต
3. ภายใน 60 วนั นับแต่วนั ทผ่ี ู้ถูกส่งั เพิกถอนใบอนญุ าตไดร้ ับหนังสือแจง้ การเพิกถอนใบอนุญาต
4. ภายใน 90 วันนับแต่วันทผ่ี ู้ถูกสั่งเพกิ ถอนใบอนุญาตได้รบั หนงั สอื แจง้ การเพิกถอนใบอนุญาต
ตอบ 2.
55. เม่ือ อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา หรือ ก.ค.ศ. แลว้ แต่กรณีได้วินจิ ฉยั อุทธรณ์หรือรอ้ งทุกข์ แล้วข้าราชการครแู ละ
บุคลากรทางการศกึ ษา ผูใ้ ดเหน็ ว่าตนไมไ่ ด้รบั ความเป็นธรรม ผนู้ นั้ ย่อมมสี ทิ ธิทีจ่ ะฟอ้ งร้องคดีต่อศาลปกครองได้ไว้ใน
กฎหมายว่าดว้ ยการจดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ ีพจิ ารณาคดีปกครองในระยะเวลากาหนด ข้อใดถูกต้องท่ีสุด
1. ภายใน 30 วันนับแต่วนั ทไ่ี ด้รับแจ้งคาวินิจฉัยอทุ ธรณ์หรอื รอ้ งทุกข์
2. ภายใน 60 วันนับแต่วนั ทไ่ี ด้รับแจง้ คาวินิจฉัยอทุ ธรณห์ รือรอ้ งทกุ ข์
3. ภายใน 90 วนั นบั แตว่ นั ทีไ่ ด้รบั แจ้งคาวนิ ิจฉยั อุทธรณห์ รือรอ้ งทุกข์
4. ภายใน 120 วันนับแต่วันทีไ่ ดร้ ับแจง้ คาวนิ ิจฉัยอุทธรณห์ รอื รอ้ งทกุ ข์
ตอบ 3.
56. พระราชบัญญตั ริ ะเบียบขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา (ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2562 ใหไ้ ว้ ณ วันที่ใด
ก. วันท่ี 3 เมษายน พ.ศ. 2562 ข. วนั ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2562
ค. วนั ท่ี 5 เมษายน พ.ศ. 2562 ง. วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562
ตอบ ข.
------------------------
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 62
------------------------------------------------------------------------------
แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการบริหารกจิ การบ้านเมืองทด่ี ี
พ.ศ. 2546 และทแี่ ก้ไขเพ่ิมเตมิ ฉบบั ท่ี 2. พ.ศ. 2562
1. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑแ์ ละวิธีการบรหิ ารกิจการบ้านเมืองทด่ี ี พ.ศ. 2546 มผี ลใช้บงั คับเมื่อใด
ก. ตงั้ แตว่ นั ถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป
ข. ตง้ั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ต้นไป
ค. เมอ่ื พน้ กาหนด 90 วัน นบั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
ง. เมื่อพน้ กาหนด 180 วนั นบั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
เฉลย ก. พระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มผี ลใช้บังคับตั้งแต่
วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป (มาตรา 2)
หมายเหตุ ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา วันท่ี 9 ตุลาคม 2546
2. สว่ นราชการใดจะปฏิบัตติ ามพระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารบรหิ ารกิจการบา้ นเมืองที่ดีพ.ศ. 2546
ในเร่ืองใด เม่ือใด และเงื่อนไขอย่างใด ให้เป็นไปตามทบ่ี ุคคลใดกาหนด
ก. นายกรฐั มนตรี ข. คณะรัฐมนตรี
ค. ก.พ.ร. ง. ก.พ.
เฉลย ข. การปฏิบตั ิตามพระราชกฤษฎีกาวา่ ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบรหิ ารกจิ การบ้านเมอื งท่ีดี พ.ศ. 2546 ในเรอื่ ง
ใด สว่ นราชการใดจะปฏบิ ัติเมื่อใด และจะต้องมเี ง่อื นไขอยา่ งใด ให้เปน็ ไปตามที่คณะรัฐมนตรีกาหนดตาม
ขอ้ เสนอแนะของ ก.พ.ร. (มาตรา 3)
3. ส่วนราชการใดจะปฏบิ ตั ติ ามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารบริหารกจิ การบ้านเมืองท่ีดีพ.ศ. 2546
ในเรอื่ งใด เมอื่ ใด และเงื่อนไขอย่างใด ใหเ้ ป็นไปตาม “ขอ้ เสนอแนะ” ของบคุ คลใด
ก. ครม. ข. สคก. ค. ก.พ.ร. ง. ก.พ.
เฉลย ค. การปฏบิ ัตติ ามพระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารบริหารกจิ การบ้านเมืองท่ดี ี พ.ศ. 2546 ในเรื่อง
ใด ส่วนราชการใดจะปฏบิ ัตเิ มื่อใด และจะต้องมีเงอ่ื นไขอยา่ งใด ให้เป็นไปตามท่ีคณะรฐั มนตรีกาหนดตาม
ขอ้ เสนอแนะของ ก.พ.ร. (มาตรา 3)
4. ขอ้ ใดไม่ใช่ “สว่ นราชการ” ตามกฎหมายว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ก. กระทรวง ข. สานกั นายกรฐั มนตรี
ค. องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
ง. หนว่ ยงานอื่นของรัฐที่อย่ใู นกากบั ของราชการฝ่ายบริหาร
เฉลย ค. “ส่วนราชการ” ตามพระราชกฤษฎกี าว่าดว้ ยหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารบรหิ ารกิจการบา้ นเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546
หมายความวา่ สว่ นราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรฐั ทอ่ี ยู่ในกากับ
ของราชการฝ่ายบรหิ าร แตไ่ มร่ วมถึงองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ (มาตรา 4)
5. ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์และวธิ ีการบริหารกจิ การบ้านเมอื งท่ดี ี คาว่า “รฐั วสิ าหกิจ” หมายความวา่ อย่างไร
ก. รฐั วิสาหกจิ ทจี่ ัดตง้ั ข้ึนโดยพระราชบัญญตั ิหรือพระราชกาหนด
ข. รัฐวสิ าหกจิ ทีจ่ ดั ตั้งขึ้นโดยพระราชกาหนดหรอื พระราชกฤษฎีกา
ค. รัฐวิสาหกิจทจ่ี ัดต้งั ขึน้ โดยประกาศของคณะปฏิวตั หิ รือพระราชกฤษฎกี า
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 63
------------------------------------------------------------------------------
ง. รฐั วสิ าหกจิ ท่ีจัดต้ังขนึ้ โดยพระราชบัญญตั หิ รือพระราชกฤษฎกี า
เฉลย ง. คาวา่ “รฐั วสิ าหกิจ” ตามพระราชกฤษฎกี าวา่ ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบรหิ ารกิจการบ้านเมืองทด่ี ีพ.ศ. 2546
หมายความวา่ รัฐวิสาหกิจที่จัดต้ังขึน้ โดยพระราชบัญญัติหรอื พระราชกฤษฎกี า (มาตรา 4)
6. ตามกฎหมายว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ ีการบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดี คาว่า “ข้าราชการ” หมายความรวมถึง
บคุ คลใดบา้ ง
ก. พนักงาน ข. ลกู จ้าง
ค. ผ้ปู ฏิบัติงานในส่วนราชการ ง. ถูกทุกขอ้
เฉลย ง. คาว่า “ขา้ ราชการ” ตามพระราชกฤษฎีกาวา่ ด้วยหลักเกณฑแ์ ละวิธีการบรหิ ารกจิ การบ้านเมืองที่ดีพ.ศ.
2546 หมายความรวมถึงพนกั งาน ลูกจา้ ง หรือผ้ปู ฏิบตั ิงานในส่วนราชการ (มาตรา 4)
7. บคุ คลใดเป็นผรู้ กั ษาการตามพระราชกฤษฎีกาวา่ ด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดีพ.ศ. 2546
ก. นายกรฐั มนตรี ข. รฐั มนตรีประจาสานักนายกรฐั มนตรี
ค. รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย ง. คณะรัฐมนตรี
เฉลย ก. ให้นายกรัฐมนตรีรกั ษาการตามพระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมอื งท่ีดี
พ.ศ. 2546 (มาตรา 5)
8. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ไดแ้ ก่ การบรหิ ารราชการเพ่ือบรรลุเปา้ หมายตามท่ีกฎหมายว่าดว้ ยหลักเกณฑ์และ
วธิ กี ารบริหารกจิ การบา้ นเมืองทด่ี ไี ด้กาหนดไว้ ข้อใดไม่ใช่เปา้ หมายดังกลา่ ว
ก. เกดิ ประโยชนส์ ขุ ของประชาชน
ข. มีการปรับปรุงภารกิจของรัฐวสิ าหกจิ และเอกชนให้ทันต่อสถานการณ์
ค. ไม่มีขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงานเกนิ ความจาเป็น
ง. มปี ระสทิ ธิภาพและเกดิ ความคมุ้ ค่าในเชิงภารกิจของรฐั
เฉลย ข. การบริหารกิจการบา้ นเมืองทด่ี ี ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมาย (7 เปา้ หมาย) ดังต่อไปน้ี (มาตรา 6)
(1) เกดิ ประโยชน์สุขของประชาชน
(2) เกดิ ผลสมั ฤทธิ์ต่อภารกจิ ของรัฐ
(3) มีประสิทธภิ าพและเกิดความคุม้ ค่าในเชงิ ภารกิจของรฐั
(4) ไม่มีขนั้ ตอนการปฏิบตั ิงานเกินความจาเปน็
(5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
(6) ประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
(7) มีการประเมินผลการปฏบิ ตั ิราชการอย่างสม่าเสมอ
9. การปฏบิ ัตริ าชการท่ีมีเป้าหมายเพ่ือให้เกิดความผาสกุ และความเปน็ อย่ทู ่ีดีของประชาชน ความสงบและปลอดภยั
ของสงั คมส่วนรวม ตลอดจนประโยชนส์ ูงสุดของประเทศ หมายถึงข้อใด
ก. การบริหารราชการเพ่ือใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธติ์ ่อภารกิจของรัฐ
ข. การบริหารราชการเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน
ค. การบรหิ ารราชการอย่างมีประสทิ ธิภาพและเกดิ ความคุ้มคา่ ในเชิงภารกิจของรัฐ
ง. การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 64
------------------------------------------------------------------------------
เฉลย ข. การบริหารราชการเพือ่ ประโยชนส์ ุขของประชาชน หมายถึง การปฏิบตั ริ าชการทมี่ ีเป้าหมายเพ่ือให้เกิดความ
ผาสกุ และความเป็นอยทู่ ี่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภยั ของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของ
ประเทศ (มาตรา 7)
10. ในการบริหารราชการเพ่ือประโยชนส์ ุขของประชาชนนัน้ ข้อใดกล่าวไมถ่ ูกต้อง
ก. ส่วนราชการจะต้องดาเนินการโดยถอื ว่าประชาชนเป็นศูนย์กลางที่จะไดร้ บั การบรกิ ารจากรัฐ
ข. การกาหนดภารกจิ ของรฐั และส่วนราชการต้องสอดคลอ้ งกบั แนวนโยบายแห่งรัฐและนโยบายของ
คณะรฐั มนตรีทแ่ี ถลงตอ่ รัฐสภา
ค. กอ่ นเริม่ ดาเนินการ ส่วนราชการไม่จาต้องจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดแี ละผลเสยี ให้ครบถ้วน ทุกดา้ น
เน่ืองจากกอ่ ทาใหเ้ กิดความล่าชา้ ในการบรหิ ารราชการ
ง. ใหเ้ ป็นหน้าทีข่ องข้าราชการท่จี ะต้องคอยรับฟังความคิดเหน็ และความพงึ พอใจของสังคมโดยรวมและ
ประชาชนผ้รู ับบรกิ าร
เฉลย ค. ในการบรหิ ารราชการเพ่อื ประโยชน์สขุ ของประชาชน ส่วนราชการจะตอ้ งดาเนินการโดยถือว่าประชาชนเป็น
ศนู ย์กลางที่จะได้รบั การบริการจากรฐั และจะต้องมีแนวทางการบริหารราชการ เช่น ก่อนเร่ิมดาเนนิ การสว่ นราชการ
ตอ้ งจัดให้มกี ารศึกษาวเิ คราะห์ผลดแี ละผลเสยี ให้ครบถว้ นทุกดา้ น (มาตรา 8)
11. ส่วนราชการจะต้องบรหิ ารราชการ โดยถือว่าบุคคลใดเป็น “ศนู ยก์ ลาง” ท่จี ะได้รับการบริการจากรฐั
ก. ผู้บงั คบั บญั ชา ข. ผู้ปฏิบตั งิ านในสว่ นราชการ
ค. ขา้ ราชการ ง. ประชาชน
เฉลย ง. ในการบริหารราชการเพือ่ ประโยชน์สุขของประชาชนนน้ั ส่วนราชการจะตอ้ งบริหารราชการโดยถอื วา่
ประชาชนเป็นศูนย์กลางท่ีจะไดร้ บั การบริการจากรฐั (มาตรา 8)
12. ในการบรหิ ารราชการเพื่อใหเ้ กดิ ผลสมั ฤทธ์ติ อ่ ภารกจิ ของรัฐนัน้ ส่วนราชการต้องจัดให้มกี ารตดิ ตามและ
ประเมนิ ผลการปฏบิ ัตติ ามแผนปฏิบัตริ าชการตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการที่สว่ นราชการกาหนดข้ึน ซ่ึงตอ้ งสอดคล้องกับ
มาตรฐานใด
ก. มาตรฐานทีค่ ณะกรรมการพิทักษร์ ะบบคุณธรรมกาหนด
ข. มาตรฐานท่คี ณะกรรมการกฤษฎีกากาหนด
ค. มาตรฐานที่ ก.พ. กาหนด
ง. มาตรฐานที่ ก.พ.ร. กาหนด
เฉลย ง. ในการบรหิ ารราชการเพอ่ื ให้เกดิ ผลสมั ฤทธ์ติ อ่ ภารกจิ ของรัฐนั้น ส่วนราชการตอ้ งจัดให้มีการติดตามและ
ประเมินผลการปฏบิ ตั ิตามแผนปฏิบตั ริ าชการตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่สี ว่ นราชการกาหนดข้ึน ซง่ึ ต้องสอดคล้องกบั
มาตรฐานท่ี ก.พ.ร. กาหนด (มาตรา 9)
13. สว่ นราชการมีหน้าทต่ี อ้ งพฒั นา “ความรู้” ในส่วนราชการอยา่ งสมา่ เสมอ เพื่อให้มลี ักษณะเปน็ เชน่ ใด
ก. องค์กรแห่งการเรียนรู้ ข. องค์กรแหง่ วชิ าชีพ
ค. ศนู ยร์ วมข้าราชการยุคใหม่ ง. ศูนย์รวมข้าราชการทีเ่ กง่
เฉลย ก. ส่วนราชการมีหนา้ ที่ต้องพฒั นาความรใู้ นส่วนราชการเพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแหง่ การเรยี นรู้ อย่าง
สมา่ เสมอ (มาตรา 11)
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 65
------------------------------------------------------------------------------
14. ในการปฏิบตั ริ าชการเพ่อื ให้เกิดผลสมั ฤทธิ์ ก.พ.ร. อาจเสนอตอ่ บุคคลใด เพือ่ กาหนดมาตรการกากับการปฏบิ ตั ิ
ราชการ
ก. องคมนตรี ข. รฐั มนตรีประจาสานกั นายกรัฐมนตรี
ค. นายกรฐั มนตรี ง. คณะรฐั มนตรี
เฉลย ง. เพ่ือประโยชนใ์ นการปฏิบตั ิราชการใหเ้ กิดผลสมั ฤทธิ์ ก.พ.ร. อาจเสนอตอ่ คณะรฐั มนตรีเพื่อกาหนดมาตรการ
กากบั การปฏบิ ตั ิราชการ โดยวธิ กี ารจดั ทาความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือโดยวธิ ีการอื่นใดเพอ่ื แสดงความ
รบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติราชการ (มาตรา 12)
15. การจัดทาแผนปฏิบัตริ าชการของสว่ นราชการ ให้จัดทาเปน็ แผนก่ีปี
ก. 5 ปี ข. 10 ปี ค. 15 ปี ง. 20 ปี
เฉลย ก. ให้ส่วนราชการจัดทาแผนปฏบิ ัตริ าชการของส่วนราชการ โดยจัดทาเป็นแผน 5 ปี (มาตรา 16)
16. การจัดทา “แผนปฏิบตั ริ าชการ” ของส่วนราชการ ต้องสอดคล้องกบั สง่ิ ใดบา้ ง
ก. นโยบายของคณะรัฐมนตรีท่ีแถลงต่อรัฐสภา ข. แผนการปฏิรปู ประเทศ
ค. ยทุ ธศาสตร์ชาติ ง. ถูกทกุ ขอ้
เฉลย ง. ใหส้ ่วนราชการจดั ทาแผนปฏิบตั ริ าชการของส่วนราชการ โดยจดั ทาเปน็ แผน 5 ปี ซึ่งต้องสอดคล้องกับ
(1) ยทุ ธศาสตร์ชาติ (2) แผนแมบ่ ท (3) แผนการปฏริ ปู ประเทศ (4) แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (5)
นโยบายของคณะรัฐมนตรที ่ีแถลงต่อรฐั สภา และ (6) แผนอืน่ ทเี่ กยี่ วข้อง (มาตรา 16)
17. การจัดทา “แผนปฏบิ ัติราชการประจาปี” ของส่วนราชการ ตอ้ งระบสุ าระสาคัญเกี่ยวกับส่ิงใด
ก. นโยบายการปฏบิ ัตริ าชการของสว่ นราชการ ข. เป้าหมายและผลสัมฤทธิข์ องงาน
ค. ประมาณการรายได้และรายจา่ ยและทรัพยากรอนื่ ที่จะต้องใช้
ง. ถูกทกุ ขอ้
เฉลย ง. ในแตล่ ะปีงบประมาณ ใหส้ ว่ นราชการจัดทาแผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปี โดยใหร้ ะบสุ าระสาคัญเก่ียวกับ
นโยบายการปฏบิ ัติราชการของส่วนราชการ เป้าหมายและผลสัมฤทธข์ิ องงาน รวมท้ังประมาณการรายได้และ
รายจ่ายและทรพั ยากรอนื่ ทีจ่ ะตอ้ งใช้ เสนอต่อรัฐมนตรีเพ่ือให้ความเห็นชอบ (มาตรา 16)
18. บุคคลใดเปน็ ผูใ้ ห้ความเห็นชอบต่อ “แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปี” ของสว่ นราชการ
ก. คณะรัฐมนตรี ข. นายกรฐั มนตรี
ค. รฐั มนตรี ง. ปลดั กระทรวง
เฉลย ค. ในแตล่ ะปงี บประมาณใหส้ ่วนราชการจดั ทาแผนปฏบิ ัติราชการประจาปีเสนอต่อรฐั มนตรีเพื่อให้ ความ
เห็นชอบ (มาตรา 16)
19. เม่ือรฐั มนตรใี ห้ความเห็นชอบ “แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปี” ของส่วนราชการใดแล้ว หน่วยงานใดเป็น
ผ้ดู าเนนิ การจดั สรรงบประมาณเพ่ือปฏบิ ตั ิงานใหบ้ รรลุผลสาเร็จในแต่ละภารกจิ ตามแผนปฏบิ ัติราชการดังกลา่ ว
ก. สานักงาน ก.พ. ข. สานกั งาน ก.พ.ร.
ค. สานกั งบประมาณ ง. กรมบัญชีกลาง
เฉลย ค. เม่ือรฐั มนตรีให้ความเห็นชอบแผนปฏบิ ัติราชการของสว่ นราชการใดแลว้ ให้สานักงบประมาณดาเนนิ การ
จัดสรรงบประมาณเพ่ือปฏิบัติงานใหบ้ รรลผุ ลสาเรจ็ ในแตล่ ะภารกจิ ตามแผนปฏิบตั ริ าชการดงั กลา่ ว (มาตรา 16)
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 66
------------------------------------------------------------------------------
20. สว่ นราชการต้องจัดทารายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏบิ ัตริ าชการประจาปีเสนอต่อคณะรฐั มนตรเี มื่อใด
ก. ภายในวนั ท่ี 15 มกราคม ของปงี บประมาณถัดไป
ข. สิน้ ปงี บประมาณ
ค. ต้นปีงบประมาณถดั ไป ง. คร่งึ ปหี ลังของปีงบประมาณน้ัน
เฉลย ข. เม่อื สน้ิ ปีงบประมาณให้สว่ นราชการจัดทารายงานแสดงผลสัมฤทธข์ิ องแผนปฏิบตั ิราชการประจาปเี สนอต่อ
คณะรัฐมนตรี (มาตรา 16)
21. เม่อื สิ้นปงี บประมาณ ส่วนราชการต้องจัดทา “รายงานแสดงผลสมั ฤทธิ์” ของแผนปฏิบัติราชการประจาปเี สนอ
ต่อบุคคลใด
ก. คณะรฐั มนตรี ข. นายกรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรี ง. ปลดั กระทรวง
เฉลย ก. เมอ่ื ส้นิ ปงี บประมาณใหส้ ว่ นราชการจดั ทารายงานแสดงผลสัมฤทธ์ขิ องแผนปฏิบตั ิราชการประจาปเี สนอตอ่
คณะรัฐมนตรี (มาตรา 16)
22. หน่วยงานใดมหี น้าทีร่ ว่ มกัน “กาหนดแนวทาง” การจัดทาแผนปฏิบตั ิราชการให้สามารถใชไ้ ด้กบั แผนปฏิบตั ิราชการ
ท่ีต้องจัดทาตามกฎหมายวา่ ด้วยวิธกี ารงบประมาณ
ก. สานกั งบประมาณ และ ก.พ.ค. ข. สานักงบประมาณ และ ก.พ.ฐ.
ค. สานกั งบประมาณ และ ก.พ. ง. สานกั งบประมาณ และ ก.พ.ร.
เฉลย ง. ในกรณีท่ีกฎหมายวา่ ด้วยวธิ ีการงบประมาณกาหนดใหส้ ่วนราชการต้องจดั ทาแผนปฏบิ ัติราชการเพ่ือขอรับ
งบประมาณ ให้สานักงบประมาณ และ ก.พ.ร. รว่ มกนั กาหนดแนวทางการจัดทาแผนปฏิบัติราชการใหส้ ามารถใช้ไดก้ ับ
แผนปฏบิ ัติราชการทีต่ ้องจดั ทาตามกฎหมายว่าดว้ ยวธิ ีการงบประมาณ (มาตรา 17)
23. การโอนงบประมาณจากภารกิจหน่ึงตามท่ีกาหนดในแผนปฏบิ ตั ิราชการไปดาเนินการอยา่ งอืน่ ซึ่งมีผลทาใหภ้ ารกิจ
เดิมไม่บรรลุเปา้ หมายหรือนาไปใช้ในภารกจิ ใหม่ที่มิได้กาหนดในแผนปฏบิ ตั ิราชการ จะกระทาได้ต่อเมอื่ ไดร้ ับอนุมตั ิให้
ปรบั แผนปฏบิ ัตริ าชการใหส้ อดคล้องกนั แล้วจากบุคคลใด
ก. คณะรฐั มนตรี ข. นายกรัฐมนตรี
ค. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ง. รัฐมนตรีประจาสานักนายกรฐั มนตรี
เฉลย ก. เมื่อมกี ารกาหนดงบประมาณรายจา่ ยประจาปีตามแผนปฏบิ ตั ริ าชการของสว่ นราชการใดแล้ว การโอน
งบประมาณจากภารกจิ หนึ่งตามทีก่ าหนดในแผนปฏบิ ัตริ าชการไปดาเนินการอย่างอนื่ ซ่ึงมผี ลทาใหภ้ ารกิจเดิม ไม่
บรรลุเป้าหมายหรือนาไปใชใ้ นภารกจิ ใหมท่ ่มี ิได้กาหนดในแผนปฏบิ ัติราชการ จะกระทาไดต้ ่อเมือ่ ได้รับอนมุ ัติจาก
คณะรฐั มนตรีใหป้ รับแผนปฏิบตั ิราชการให้สอดคลอ้ งกันแล้ว (มาตรา 18)
24. “การปรับแผนปฏบิ ตั ิราชการ” จะกระทาได้เฉพาะในกรณีท่งี านหรือภารกิจนนั้ เป็นเชน่ ใด
ก. ไม่อาจดาเนนิ การตามวตั ถุประสงคต์ ่อไปได้ ข. หมดความจาเปน็ หรอื ไมเ่ ป็นประโยชน์
ค. หากดาเนินการต่อไปจะต้องเสียค่าใชจ้ ่ายเกินความจาเป็น
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. “การปรบั แผนปฏิบัติราชการ” จะกระทาไดเ้ ฉพาะในกรณที ่ีงานหรอื ภารกิจใด (1) ไม่อาจดาเนนิ การตาม
วตั ถุประสงค์ต่อไปได้ หรือ (2) หมดความจาเป็นหรือไม่เปน็ ประโยชน์ หรือ (3) หากดาเนินการต่อไปจะต้องเสีย
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 67
------------------------------------------------------------------------------
คา่ ใชจ้ า่ ยเกินความจาเป็น หรอื (4) มคี วามจาเปน็ อย่างอ่ืนอนั ไมอ่ าจหลีกเลี่ยงได้ทจ่ี ะตอ้ งเปลี่ยนแปลงสาระสาคัญ
ของแผนปฏบิ ตั ริ าชการ (มาตรา 18)
25. เมื่อนายกรฐั มนตรีพน้ จากตาแหน่ง บุคคลใดมีหนา้ ที่ “สรุปผลการปฏิบตั ริ าชการ” และ “ใหข้ ้อมลู ” ตอ่
นายกรฐั มนตรีคนใหม่
ก. หวั หน้าสว่ นราชการ ข. นายกรฐั มนตรีคนเก่า
ค. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ง. คณะรัฐมนตรีชุดเก่า
เฉลย ก. เมื่อนายกรฐั มนตรีพ้นจากตาแหน่ง ให้หัวหนา้ ส่วนราชการมีหน้าท่ีสรุปผลการปฏิบตั ิราชการและ ให้ข้อมลู ต่อ
นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามที่นายกรฐั มนตรีคนใหมส่ ่ังการ (มาตรา 19)
26. เพ่ือให้การปฏิบตั ิราชการภายในสว่ นราชการเปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ ส่วนราชการตอ้ งกาหนดส่งิ ใดบ้าง
ก. เป้าหมาย ข. แผนการทางาน
ค. ระยะเวลาแล้วเสรจ็ ของงานหรอื โครงการ ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. เพ่ือให้การปฏบิ ัตริ าชการภายในสว่ นราชการเป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ใหส้ ว่ นราชการกาหนด (1) เป้าหมาย
(2) แผนการทางาน (3) ระยะเวลาแล้วเสรจ็ ของงานหรือโครงการ และ (4) งบประมาณท่ีจะต้องใชใ้ นแต่ละงานหรือ
โครงการ และต้องเผยแพรใ่ ห้ข้าราชการและประชาชนทราบท่ัวกนั ด้วย (มาตรา 20)
27. สว่ นราชการจดั ทา “บญั ชตี ้นทุน” ในงานบริการสาธารณะแต่ละประเภทขึ้นตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารที่หนว่ ยงานใด
กาหนด
ก. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ข. สานักงบประมาณ
ค. กรมบัญชีกลาง ง. สานักงานการตรวจเงินแผน่ ดนิ
เฉลย ค. ใหส้ ว่ นราชการจัดทาบญั ชีตน้ ทนุ ในงานบริการสาธารณะแตล่ ะประเภทขน้ึ ตามหลักเกณฑ์และวิธกี าร ที่
กรมบัญชีกลางกาหนด (มาตรา 21)
28. ให้สว่ นราชการคานวณรายจา่ ยต่อหน่วยของงานบรกิ ารสาธารณะท่ีอยู่ในความรับผิดชอบของสว่ นราชการนั้นตาม
ระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกาหนด และรายงานให้หน่วยงานใดทราบ
ก. สานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ
ข. สานักงบประมาณ กรมบัญชกี ลาง และ ก.พ.ร.
ค. สานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ง. สานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสานักงาน ก.พ.
เฉลย ข. ใหส้ ว่ นราชการคานวณรายจา่ ยต่อหนว่ ยของงานบริการสาธารณะที่อยใู่ นความรบั ผิดชอบของส่วนราชการนั้น
ตามระยะเวลาท่ีกรมบัญชกี ลางกาหนด และรายงานให้สานกั งบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ ก.พ.ร. ทราบ (มาตรา
21)
29. การจัดทาและเสนอ “แผนการลดรายจ่ายต่อหนว่ ย” ของงานบรกิ ารสาธารณะ หากมิได้มีข้อทักท้วงจาก สานัก
งบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ ก.พ.ร. ภายในกว่ี ัน ทสี่ ่วนราชการนั้นสามารถถือปฏบิ ตั ิตามแผนน้ันต่อไปได้
ก. ภายใน 15 วนั ข. ภายใน 30 วนั ค. ภายใน 45 วนั ง. ภายใน 60 วัน
เฉลย ก. ในกรณที ่ีรายจ่ายต่อหน่วยของงานบรกิ ารสาธารณะใดของส่วนราชการใดสงู กว่ารายจา่ ยต่อหน่วย ของงาน
บริการสาธารณะประเภทและคณุ ภาพเดียวกันหรอื คลา้ ยคลึงกนั ของสว่ นราชการอืน่ ให้สว่ นราชการนน้ั จดั ทาแผนการลด
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 68
------------------------------------------------------------------------------
รายจ่ายต่อหนว่ ยของงานบริการสาธารณะดังกล่าวเสนอสานักงบประมาณ กรมบัญชกี ลาง และ ก.พ.ร. ทราบ และถา้
มิได้มขี ้อทักท้วงประการใดภายใน 15 วนั กใ็ ห้สว่ นราชการดังกล่าวถือปฏิบัติตามแผนการลดรายจ่ายนั้นต่อไปได้
(มาตรา 21)
30. หน่วยงานใดมหี น้าท่รี ่วมกันจดั ให้มีการประเมนิ “ความคุ้มค่า” ในการปฏบิ ตั ภิ ารกิจของรฐั ทีส่ ว่ นราชการดาเนินการ
อยู่
ก. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ และสานกั เลขาธิการนายกรฐั มนตรี
ข. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ และสานกั งบประมาณ
ค. สานักงบประมาณ และสานักเลขาธิการนายกรฐั มนตรี
ง. สานักเลขาธิการนายกรฐั มนตรี และสานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
เฉลย ข. ให้สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสานักงบประมาณร่วมกันจัดใหม้ ีการ
ประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการดาเนินการอยู่ (มาตรา 22)
31. การ “ประเมนิ ความค้มุ คา่ ” ในการปฏบิ ัตภิ ารกจิ ของรฐั ทีส่ ว่ นราชการดาเนินการอยู่ ต้องคานึงถึงสิ่งใด
ก. ประเภทและสภาพของแต่ละภารกิจ
ข. ความเป็นไปได้ของภารกิจหรือโครงการทด่ี าเนินการ
ค. รายจ่ายที่ต้องเสียไปก่อนและหลังท่ีส่วนราชการดาเนินการ
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. ในการประเมินความคุม้ ค่า ให้คานึงถึง (1) ประเภทและสภาพของแต่ละภารกิจ (2) ความเป็นไปได้ ของ
ภารกจิ หรือโครงการท่ีดาเนินการ (3) ประโยชนท์ ร่ี ัฐและประชาชนจะพึงได้ และ (4) รายจ่ายทต่ี ้องเสียไปก่อนและหลัง
ท่ีส่วนราชการดาเนนิ การ (มาตรา 22)
32. การ “จัดซื้อจัดจา้ ง” ของสว่ นราชการต้องดาเนินการโดยเปดิ เผยและเท่ียงธรรมและต้องพิจารณาถึงส่ิงใด ประกอบ
กัน
ก. ประโยชน์และผลเสยี ทางสงั คม ภาระต่อประชาชน
ข. คณุ ภาพ วตั ถุประสงค์ทจี่ ะใช้
ค. ราคา ประโยชนร์ ะยะยาวของสว่ นราชการทจ่ี ะไดร้ บั
ง. ถูกทกุ ข้อ
เฉลย ง. ในการจัดซ้ือจดั จ้าง ใหส้ ว่ นราชการดาเนินการโดยเปดิ เผยและเท่ียงธรรม โดยพิจารณาถงึ (1) ประโยชน์ และ
ผลเสียทางสังคม (2) ภาระต่อประชาชน (3) คุณภาพ (4) วัตถุประสงค์ท่ีจะใช้ (5) ราคา และ (6) ประโยชน์ระยะยาว
ของ
สว่ นราชการที่จะได้รับประกอบกนั (มาตรา 23)
33. กรณใี ดที่การจดั ซ้ือหรือจัดจา้ งสามารถกระทาได้โดย “ไมต่ ้องถือราคาต่าสดุ ” ในการเสนอซ้ือหรือจา้ ง
ก. ความขาดแคลนและความจาเป็นในการใชเ้ ป็นสาคัญ
ข. วัตถุประสงค์ในการใชเ้ ป็นเหตุใหต้ อ้ งคานงึ ถึงคณุ ภาพเป็นสาคัญ
ค. วัตถุประสงคใ์ นการใช้เปน็ เหตใุ หต้ อ้ งคานงึ ถึงการดูแลรักษาเป็นสาคัญ
ง. ทั้งข้อ ข. และ ค.
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 69
------------------------------------------------------------------------------
เฉลย ง. ในการจัดซ้ือหรือจดั จ้าง หากเปน็ กรณที ี่วัตถุประสงค์ในการใชเ้ ป็นเหตใุ หต้ ้องคานึงถึงคุณภาพและ การดแู ล
รักษาเป็นสาคัญ ให้สามารถกระทาได้โดยไม่ต้องถือราคาต่าสดุ ในการเสนอซ้ือหรือจ้างเสมอไป (มาตรา 23)
34. โดยท่ัวไปการปฏิบตั ิภารกิจของส่วนราชการใดจาเปน็ ต้องไดร้ ับอนุญาต อนุมัติ หรือความเหน็ ชอบจาก ส่วนราชการ
อนื่ สว่ นราชการทีม่ ีอานาจนั้นต้องแจ้งผลการพจิ ารณาให้ส่วนราชการท่ีย่นื คาขอทราบภายในก่วี นั
ก. ภายใน 15 วัน นบั แต่วันท่ีไดร้ ับคาขอ ข. ภายใน 30 วนั นับแตว่ ันที่ไดร้ บั คาขอ
ค. ภายใน 45 วัน นบั แต่วนั ทไ่ี ดร้ ับคาขอ ง. ภายใน 60 วัน นบั แตว่ ันทไี่ ด้รับคาขอ
เฉลย ก. ในการปฏิบตั ภิ ารกิจใด หากสว่ นราชการจาเป็นต้องได้รบั อนุญาต อนุมตั ิ หรือความเห็นชอบจากสว่ นราชการอ่ืน
ตามทม่ี ีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ หรือมตคิ ณะรฐั มนตรีกาหนด ใหส้ ่วนราชการท่ีมีอานาจอนุญาต อนมุ ตั ิ
หรือให้ความเห็นชอบดงั กล่าว แจ้งผลการพิจารณาใหส้ ่วนราชการท่ยี ่นื คาขอทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันท่ีได้รับคา
ขอ (มาตรา 24)
35. กรณีที่เรื่องใดมีกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับ ประกาศ หรอื มติคณะรัฐมนตรีกาหนดขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ไิ ว้และ
ข้ันตอนการปฏิบัตินั้นต้องใชร้ ะยะเวลาเกนิ 15 วนั ส่วนราชการท่ีมีอานาจในการอนุญาต อนมุ ตั ิ หรือให้ความเห็นชอบ
ตอ้ งดาเนนิ การเช่นใด
ก. ไมต่ ้องดาเนินการเชน่ ใด เนื่องจากระยะเวลาการพจิ ารณาดังกล่าวปรากฏชัดเจนอยูใ่ นกฎหมาย กฎ ระเบยี บ
ขอ้ บังคับ ประกาศน้นั ๆ อยแู่ ลว้
ข. แจ้งให้สว่ นราชการท่ีมาติดต่อทราบเป็นกรณี ๆ ไป
ค. ประกาศกาหนดระยะเวลาการพิจารณาไว้ให้ส่วนราชการอื่นทราบ
ง. เปน็ หน้าที่ของส่วนราชการทมี่ าตดิ ต่อท่ีจะต้องทราบระยะเวลาในการพจิ ารณานั้นเอง
เฉลย ค. กรณีท่ีเรื่องใดมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ หรือมติคณะรัฐมนตรีกาหนดข้นั ตอนการ ปฏบิ ตั ิไว้
และข้นั ตอนการปฏิบัตนิ ัน้ ต้องใช้ระยะเวลาเกิน 15 วัน ใหส้ ่วนราชการทมี่ ีอานาจในการอนุญาต อนุมตั ิ หรือให้ความ
เห็นชอบประกาศกาหนดระยะเวลาการพจิ ารณาไวใ้ ห้ส่วนราชการอ่นื ทราบ (มาตรา 24)
36. ส่วนราชการใดท่ีมีอานาจอนญุ าต อนุมัติ หรือให้ความเห็นชอบ หากมิได้แจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการ ที่ยืน่ คา
ขอทราบภายใน 15 วัน นับแต่วนั ทไี่ ด้รับคาขอ หรือไมป่ ระกาศกาหนดระยะเวลาการพิจารณาไว้ใหส้ ่วนราชการอื่นทราบ
(กรณีท่ีต้องใช้ระยะเวลาเกนิ 15 วนั ) หากมีความเสยี หายใดเกดิ ข้ึน ผลเป็นเช่นใด
ก. ใหถ้ ือว่าข้าราชการซึ่งมหี น้าท่เี กี่ยวข้องประมาทเลินเล่ออย่างรา้ ยแรง
ข. ใหถ้ ือวา่ หวั หน้าสว่ นราชการนน้ั ประมาทเลินเล่ออยา่ งร้ายแรง
ค. ใหถ้ ือว่าข้าราชการซึ่งมหี น้าทีเ่ ก่ียวข้องประมาทเลนิ เล่ออย่างร้ายแรง แต่หัวหน้าส่วนราชการประมาทเลินเล่อ
ธรรมดา
ง. ผลเปน็ ทั้งข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ส่วนราชการใดทีม่ ีอานาจอนญุ าต อนุมตั ิ หรอื ให้ความเหน็ ชอบ หากมิไดแ้ จง้ ผลการพจิ ารณาให้ ส่วน
ราชการทย่ี น่ื คาขอทราบภายใน 15 วัน นบั แตว่ นั ท่ีไดร้ ับคาขอ หรือไม่ประกาศกาหนดระยะเวลาการพิจารณาไว้ให้สว่ น
ราชการอื่นทราบ (กรณีท่ีต้องใชร้ ะยะเวลาเกิน 15 วนั ) ให้ถือว่าข้าราชการซ่ึงมีหนา้ ทเี่ กย่ี วข้องและหัวหน้าสว่ น
ราชการน้นั ประมาทเลินเลอ่ อยา่ งร้ายแรง เวน้ แต่จะพิสูจนไ์ ดว้ ่าความล่าชา้ น้นั มิได้เกดิ ขึน้ จากความผดิ ของตน
(มาตรา 24)
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 70
------------------------------------------------------------------------------
37. สว่ นราชการใดมีหนา้ ท่รี ับผิดชอบในการพิจารณาวนิ จิ ฉัยชีข้ าดปัญหาใด ๆ ทเี่ กดิ ขึน้
ก. สานักงาน ก.พ. ข. สานักงาน ก.พ.ร.
ค. สว่ นราชการที่รบั ผิดชอบในปัญหานั้น ๆ ง. สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เฉลย ค. ในการพิจารณาวนิ จิ ฉัยชี้ขาดปัญหาใด ๆ ใหเ้ ป็นหน้าท่ีของส่วนราชการท่ีรับผิดชอบในปัญหานนั้ ๆ จะต้อง
พจิ ารณาวนิ จิ ฉัยชี้ขาดโดยเรว็ การตงั้ คณะกรรมการขึ้นพจิ ารณาวนิ จิ ฉัย ให้ดาเนินการได้เท่าทีจ่ าเปน็ อันไม่อาจหลีกเล่ยี ง
ได้ (มาตรา 25)
38. การพิจารณาวนิ จิ ฉยั เรื่องใด ๆ โดยคณะกรรมการ “มติของคณะกรรมการ” มผี ลอย่างไร
ก. ผูกพนั ส่วนราชการซ่ึงมผี ู้แทนร่วมเป็นกรรมการอยดู่ ว้ ย
ข. ผกู พนั สว่ นราชการเฉพาะกรณที ีผ่ ู้แทนของส่วนราชการเข้ารว่ มพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั เท่านน้ั
ค. ไมผ่ ูกพันสว่ นราชการ แตผ่ ูกพันตัวผู้แทนที่เข้าร่วมพจิ ารณาวินจิ ฉัยเท่านน้ั
ง. ผลเป็นทั้งข้อ ก. และ ข.
เฉลย ก. ในการพจิ ารณาเรื่องใด ๆ โดยคณะกรรมการ เม่ือคณะกรรมการมมี ติเปน็ ประการใดแล้ว ให้มติ ของ
คณะกรรมการผูกพนั ส่วนราชการซ่ึงมผี ู้แทนร่วมเป็นกรรมการอยดู่ ้วย แม้ว่าในการพิจารณาวนิ จิ ฉัย เรื่องน้ัน ผู้แทน
ของส่วนราชการทเ่ี ป็นกรรมการจะมิได้เข้าร่วมพิจารณาวนิ ิจฉยั ก็ตาม (มาตรา 25)
39. การสัง่ ราชการโดยปกติให้กระทาเป็นแบบใด
ก. วาจา ข. ลายลกั ษณ์อักษร
ค. วทิ ยุ ง. วาจาหรือลายลักษณ์อักษรก็ได้
เฉลย ข. การสัง่ ราชการโดยปกติให้กระทาเป็นลายลักษณ์อักษร เวน้ แตใ่ นกรณีทผ่ี บู้ งั คับบัญชามีความจาเปน็ ที่ไม่อาจ
ส่งั เป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนนั้ จะสง่ั ราชการดว้ ยวาจาก็ได้ (มาตรา 26)
40. ข้อใดกล่าวถูกต้องเก่ียวกับการสัง่ ราชการ “ดว้ ยวาจา”
ก. กรณีท่ีผ้บู งั คับบัญชามีความจาเปน็ ท่ีไม่อาจส่ังเปน็ ลายลักษณ์อักษรในขณะน้ัน จะสงั่ ราชการดว้ ยวาจาก็ได้
ข. ให้ผูร้ บั คาส่ังนนั้ บันทึกคาส่ังด้วยวาจาไว้เป็นลายลกั ษณ์อักษร
ค. เมอื่ ได้ปฏบิ ตั ิราชการตามคาสั่งดงั กล่าวแล้ว ให้บนั ทึกรายงานให้ผ้สู ั่งราชการทราบและในบนั ทึก ให้อ้างอิง
คาสง่ั ด้วยวาจาไว้ดว้ ย
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. การสั่งราชการโดยปกตใิ หก้ ระทาเป็นลายลักษณ์อกั ษร เว้นแต่ในกรณที ่ผี บู้ ังคบั บัญชามคี วามจาเป็นที่ ไม่
อาจสั่งเป็นลายลกั ษณ์อักษรในขณะน้ัน จะสั่งราชการดว้ ยวาจาก็ได้ แตใ่ หผ้ รู้ ับคาสั่งนนั้ บนั ทึกคาสงั่ ด้วยวาจา ไว้เป็น
ลายลกั ษณ์อักษรและเมื่อได้ปฏบิ ัติราชการตามคาส่ังดังกล่าวแลว้ ให้บันทกึ รายงานให้ผสู้ ่ังราชการทราบ ใน
บนั ทกึ ให้อ้างอิงคาสั่งด้วยวาจาไวด้ ้วย (มาตรา 26)
41. สว่ นราชการต้องจัดให้มี “การกระจายอานาจการตัดสนิ ใจ” ให้แกผ่ ดู้ ารงตาแหน่งท่ีมีหน้าท่รี บั ผิดชอบในการ
ดาเนินการในเรื่องนนั้ โดยตรง เพื่ออะไร
ก. เพ่ือให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบตั ริ าชการ
ข. เพื่อเป็นการลดข้ันตอนการปฏิบตั ิราชการ
ค. เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและเท่าเทยี มกันในการปฏบิ ตั ริ าชการ
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 71
------------------------------------------------------------------------------
ง. ทง้ั ข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ให้ส่วนราชการจัดให้มกี ารกระจายอานาจการตัดสินใจให้แกผ่ ดู้ ารงตาแหน่งท่ีมีหนา้ ทีร่ บั ผดิ ชอบในการ
ดาเนนิ การในเรื่องนั้นโดยตรง เพ่ือให้เกิดความรวดเร็วและลดขนั้ ตอนการปฏิบัติราชการ ทั้งนี้ ในการกระจายอานาจการ
ตัดสนิ ใจดังกลา่ วต้องมุ่งผลใหเ้ กดิ ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน (มาตรา 27)
42. การกระจายอานาจการตัดสนิ ใจของส่วนราชการ ต้อง “มงุ่ ผล” ให้เกิดส่ิงใด
ก. ความสะดวกในการบริการประชาชน ข. ความรวดเรว็ ในการบริการประชาชน
ค. ลดภาระของข้าราชการผู้ปฏบิ ตั ิหน้าท่ี ง. ทง้ั ข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ให้สว่ นราชการจัดให้มกี ารกระจายอานาจการตัดสินใจใหแ้ กผ่ ดู้ ารงตาแหนง่ ที่มหี น้าทีร่ บั ผิดชอบในการ
ดาเนินการในเรื่องนั้นโดยตรง เพื่อให้เกดิ ความรวดเร็วและลดข้ันตอนการปฏิบัติราชการ ทั้งนี้ ในการกระจายอานาจการ
ตัดสนิ ใจดังกล่าวต้องมุ่งผลให้เกดิ ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน (มาตรา 27)
43. กรณีใดบ้างทีส่ ว่ นราชการสามารถกาหนดใหข้ ้าราชการใช้ “เทคโนโลยีสารสนเทศหรือโทรคมนาคม” ตามความ
เหมาะสมและกาลังเงนิ งบประมาณในการปฏบิ ตั ิงานได้
ก. ลดข้นั ตอน ข. เพม่ิ ประสิทธิภาพ
ค. ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. หากสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือโทรคมนาคมแล้วจะเปน็ การ (1) ลดขัน้ ตอน (2) เพิ่มประสทิ ธภิ าพ (3)
ประหยดั คา่ ใช้จ่าย และ (4) ไมเ่ กดิ ผลเสียหายแก่ราชการ ใหส้ ่วนราชการดาเนินการให้ข้าราชการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศหรือโทรคมนาคมตามความเหมาะสมและกาลังเงินงบประมาณ (มาตรา 27)
44. ผ้ใู ดมีอานาจในการกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการหรอื แนวทางใน “การกระจายอานาจการตัดสินใจ” “ความ
รบั ผดิ ชอบระหว่างผู้มอบอานาจและผรู้ ับมอบอานาจ” และ “การลดข้ันตอนในการปฏบิ ตั ิราชการ” ใหส้ ่วนราชการถือ
ปฏบิ ัติได้
ก. ก.พ.ร. ข. ก.พ.
ค. สานักเลขาธิการคณะรฐั มนตรี ง. สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
เฉลย ก. เพื่อประโยชน์ในการกระจายอานาจการตัดสินใจ ก.พ.ร. ดว้ ยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรีจะกาหนด
หลกั เกณฑ์และวธิ กี ารหรือแนวทางในการกระจายอานาจการตดั สินใจ ความรบั ผิดชอบระหว่างผมู้ อบอานาจและผรู้ บั
มอบอานาจ และการลดขัน้ ตอนในการปฏบิ ตั ิราชการใหส้ ว่ นราชการถือปฏบิ ตั ิก็ได้ (มาตรา 28)
45. การปฏบิ ัตงิ านที่เกี่ยวขอ้ งกับเรอ่ื งใด ทสี่ ว่ นราชการแตล่ ะแห่งตอ้ งจดั ทา “แผนภมู ิข้ันตอนและระยะเวลา การ
ดาเนนิ การ” รวมทั้งรายละเอียดอน่ื ๆ ท่เี กี่ยวข้องในแต่ละขนั้ ตอน เปิดเผยไว้ ณ ทที่ าการของส่วนราชการและในระบบ
เครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการนนั้
ก. การบริการประชาชน ข. การติดต่อประสานงานระหวา่ งส่วนราชการดว้ ยกัน
ค. เหตทุ ีจ่ ะต้องลงโทษทางวนิ ัยแก่ข้าราชการ ง. ทัง้ ข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ในการปฏบิ ัติงานที่เก่ียวข้องกบั (1) การบรกิ ารประชาชน หรือ (2) การติดต่อประสานงานระหว่าง ส่วน
ราชการด้วยกัน ให้ส่วนราชการแตล่ ะแหง่ จัดทาแผนภมู ิข้ันตอนและระยะเวลาการดาเนนิ การ รวมทั้งรายละเอยี ดอ่ืน ๆ
ทเี่ ก่ียวข้องในแตล่ ะขนั้ ตอน เปิดเผยไว้ ณ ท่ีทาการของสว่ นราชการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ
เพ่ือให้ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจดูได้ (มาตรา 29)
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 72
------------------------------------------------------------------------------
46. การบริการประชาชนและการติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน ต้องกระทาโดยใชแ้ พลตฟอร์มดจิ ิทัล
กลางที่หนว่ ยงานใดกาหนด
ก. สภาวิศวกร ข. สานักงานพฒั นารฐั บาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
ค. สานักงาน ก.พ. ง. สานักงาน ก.พ.ร.
เฉลย ข. การบริการประชาชนและการติดต่อประสานงานระหวา่ งสว่ นราชการด้วยกัน ต้องกระทาโดยใช้แพลตฟอรม์
ดจิ ิทัลกลางทสี่ านกั งานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องคก์ ารมหาชน) กาหนดด้วย (มาตรา 29)
47. บคุ คลใดมีหนา้ ท่ีต้องจัดให้สว่ นราชการภายในกระทรวงร่วมกนั จัดตั้ง “ศนู ย์บรกิ ารร่วม”
ก. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวง ข. ปลดั กระทรวง
ค. อธิบดี ง. รัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวง
เฉลย ข. ในกระทรวงหนึ่ง ให้เปน็ หนา้ ที่ของปลดั กระทรวงที่จะต้องจัดให้สว่ นราชการภายในกระทรวงทร่ี บั ผิดชอบ
ปฏิบัตงิ านเกี่ยวกับการบริการประชาชน รว่ มกันจัดต้ังศนู ย์บรกิ ารร่วม (มาตรา 30)
48. บุคคลใดเป็นผู้กาหนดให้ส่วนราชการท่ีรับผิดชอบดาเนินการเก่ียวกับการบรกิ ารประชาชนในเรื่องเดยี วกันหรือ
ต่อเน่ืองกัน “ในจงั หวดั ” ร่วมกนั จดั ต้ัง “ศูนย์บริการรว่ ม”
ก. ผู้ว่าราชการจังหวดั ข. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ค. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย ง. อธิบดีกรมการปกครอง
เฉลย ก. ให้ผวู้ ่าราชการจังหวัดและนายอาเภอ จัดให้ส่วนราชการทรี่ บั ผิดชอบดาเนนิ การเกย่ี วกับการบริการประชาชน
ในเรื่องเดียวกนั หรือต่อเนื่องกันในจงั หวดั หรืออาเภอ รว่ มกันจดั ตงั้ ศูนยบ์ ริการร่วมไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ทวี่ ่าการ
อาเภอ หรือสถานทอี่ ่ืนตามท่เี ห็นสมควร (มาตรา 32)
49. บุคคลใดเป็นผูก้ าหนดใหส้ ่วนราชการท่รี ับผิดชอบดาเนินการเกี่ยวกับการบรกิ ารประชาชนในเรื่องเดียวกันหรือ
ต่อเน่ืองกัน “ในอาเภอ” รว่ มกันจดั ตั้ง “ศูนย์บริการรว่ ม”
ก. ผวู้ า่ ราชการจังหวดั ข. ปลัดจังหวดั
ค. นายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั ง. นายอาเภอ
เฉลย ง. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอาเภอ จัดใหส้ ว่ นราชการทีร่ บั ผิดชอบดาเนินการเก่ียวกับการบริการประชาชน
ในเร่ืองเดียวกันหรือต่อเน่ืองกันในจังหวดั หรือในอาเภอ ร่วมกันจดั ต้ังศนู ย์บริการร่วมไว้ ณ ศาลากลางจงั หวัด ท่ีวา่
การอาเภอ หรือสถานที่อืน่ ตามทเี่ ห็นสมควร (มาตรา 32)
50. การ “ทบทวนภารกจิ ” ของสว่ นราชการว่าภารกิจใดมีความจาเปน็ หรือสมควรที่จะยกเลกิ ปรับปรงุ หรือ
เปลี่ยนแปลงการดาเนินการตอ่ ไปหรอื ไม่ ต้องคานึงถึงส่งิ ใดประกอบกนั
ก. ยุทธศาสตร์ชาติ ข. กาลังเงนิ งบประมาณของประเทศ
ค. นโยบายของคณะรัฐมนตรที ี่แถลงต่อรฐั สภา ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. ให้สว่ นราชการจัดให้มีการทบทวนภารกิจของตนว่าภารกจิ ใดมีความจาเปน็ หรือสมควรท่จี ะยกเลิก ปรบั ปรุง
หรอื เปล่ียนแปลงการดาเนินการต่อไปหรือไม่ โดยคานึงถึง (1) ยุทธศาสตร์ชาติ (2) แผนแม่บท (3) แผนการปฏิรปู
ประเทศ (4) แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (5) นโยบายของคณะรัฐมนตรที แ่ี ถลงต่อรัฐสภา (6) แผนอืน่ ที่
เก่ยี วข้อง (7) กาลังเงินงบประมาณของประเทศ (8) ความคมุ้ คา่ ของภารกิจ และ (9) สถานการณอ์ ืน่ ประกอบกัน
(มาตรา 33)
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 73
------------------------------------------------------------------------------
51. กาหนดเวลาในการจดั ให้มีการ “ทบทวนภารกจิ ” ของสว่ นราชการให้เปน็ ไปตามที่บุคคลใดกาหนด
ก. นายกรฐั มนตรี ข. คณะรฐั มนตรี ค. ก.พ.ร. ง. ก.พ.
เฉลย ค. กาหนดเวลาในการจัดให้มีการทบทวนภารกิจของสว่ นราชการให้เป็นไปตามท่ี ก.พ.ร. กาหนด (มาตรา 33)
52. บุคคลใดมีอานาจเสนอความเหน็ เกย่ี วกับการยกเลิก ปรับปรงุ หรือเปลี่ยนแปลงภารกิจของสว่ นราชการได้
ก. ก.พ.ร. ข. ส่วนราชการเจา้ ของภารกิจ
ค. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ง. ทง้ั ข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ก.พ.ร. และส่วนราชการเจ้าของภารกิจมีอานาจเสนอความเห็นเกีย่ วกบั การยกเลิก ปรับปรุง เพิ่มเติมหรือ
เปลี่ยนแปลงภารกจิ ของสว่ นราชการต่อคณะรัฐมนตรี (มาตรา 33)
53. ในกรณที ่ีส่วนราชการเห็นควรยกเลิก ปรับปรุง หรือเปล่ียนแปลงภารกจิ จะต้องดาเนนิ การปรับปรุงส่งิ ใด ให้
สอดคล้องกนั
ก. อานาจหน้าที่ ข. โครงสร้าง ค. อัตรากาลงั ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. ในกรณีท่ีสว่ นราชการเห็นควรยกเลิก ปรับปรุง หรือเปลย่ี นแปลงภารกิจ ให้สว่ นราชการดาเนินการปรับปรุง (1)
อานาจหน้าท่ี (2) โครงสร้าง และ (3) อัตรากาลังของส่วนราชการให้สอดคล้องกัน และเสนอคณะรฐั มนตรีพิจารณาให้
ความเห็นชอบเพ่ือดาเนนิ การต่อไป (มาตรา 33)
54. กรณีทส่ี ่วนราชการเห็นควรยกเลิก ปรับปรงุ หรือเปลยี่ นแปลงภารกจิ ของตน ส่วนราชการเจ้าของภารกจิ ต้องเสนอ
ความเห็นดงั กล่าวต่อบุคคลใดเพ่ือพจิ ารณาให้ความเห็นชอบ
ก. คณะรัฐมนตรี ข. นายกรัฐมนตรี ค. ก.พ.ร. ง. ก.พ.
เฉลย ก. ในกรณที สี่ ่วนราชการเห็นควรยกเลิก ปรับปรุง หรือเปล่ียนแปลงภารกิจ ให้สว่ นราชการดาเนินการปรับปรุง
อานาจหน้าที่ โครงสรา้ ง และอัตรากาลังของส่วนราชการใหส้ อดคล้องกัน และเสนอคณะรัฐมนตรีพจิ ารณาให้ความ
เหน็ ชอบเพื่อดาเนนิ การต่อไป (มาตรา 33)
55. กรณที ี่ ก.พ.ร. เห็นว่า ภารกจิ ของรฐั ทส่ี ่วนราชการใดรบั ผิดชอบอย่สู มควรเปลี่ยนแปลง ยกเลกิ หรือเพ่ิมเติม ก.พ.ร.
ต้องเสนอความเหน็ ดังกล่าวต่อบคุ คลใดเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ก. นายกรัฐมนตรี ข. คณะรฐั มนตรี ค. สภาผู้แทนราษฎร ง. วุฒิสภา
เฉลย ข. ในกรณที ี่ ก.พ.ร. พิจารณาแล้วเหน็ ว่า ภารกจิ ของรัฐทส่ี ่วนราชการใดรับผิดชอบดาเนินการอย่สู มควร
เปล่ยี นแปลง ยกเลกิ หรือเพม่ิ เติม ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ือพจิ ารณาให้ความเห็นชอบ (มาตรา 33)
56. การยกเลกิ ปรบั ปรุง หรอื จดั ใหม้ กี ฎหมาย กฎ หรือระเบียบข้ึนใหม่ เพือ่ ให้ทนั สมัยและเหมาะสมกับสภาวการณ์ หรอื
สอดคลอ้ งกับความจาเปน็ ทางเศรษฐกิจ สังคม และความม่ันคงของประเทศ ต้องคานงึ ถึงสง่ิ ใดเปน็ สาคัญ
ก. ความสะดวกรวดเรว็ ข. ลดภาระของประชาชน
ค. ความเหน็ ของนักวชิ าการ ง. ทง้ั ข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. สว่ นราชการมีหน้าท่สี ารวจ ตรวจสอบ และทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบงั คับ และประกาศ ท่ีอยู่ในความ
รับผิดชอบ เพ่ือดาเนินการยกเลกิ ปรบั ปรงุ หรือจดั ให้มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คับ หรือประกาศขึ้นใหม่ ให้ทันสมัย
และเหมาะสมกับสภาวการณ์ หรอื สอดคล้องกับความจาเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม และความม่นั คง ของประเทศ ทง้ั น้ี โดย
คานงึ ถึง (1) ความสะดวกรวดเร็ว และ (2) ลดภาระของประชาชนเปน็ สาคัญ (มาตรา 35)
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 74
------------------------------------------------------------------------------
57. หน่วยงานใดมอี านาจ “เสนอแนะ” ต่อส่วนราชการเพื่อดาเนินการแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย กฎ ระเบียบ
ขอ้ บังคับ หรือประกาศท่ีอยู่ในความรบั ผิดชอบของส่วนราชการนัน้
ก. สานักงานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน
ข. สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ค. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ง. สานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เฉลย ข. ในกรณที สี่ านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นวา่ กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ ท่ีอยู่ในความ
รับผดิ ชอบของส่วนราชการใด ไม่สอดคล้องหรือเหมาะสมกบั สถานการณ์ในปจั จบุ นั ไมเ่ อื้ออานวยต่อการพฒั นาประเทศ
เปน็ อุปสรรคต่อการประกอบกิจการหรือการดารงชวี ิตของประชาชน หรือก่อให้เกดิ ภาระหรือความยุ่งยากต่อประชาชน
เกินสมควร ให้สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแนะตอ่ ส่วนราชการนน้ั เพ่ือดาเนินการแก้ไข ปรบั ปรงุ หรือ
ยกเลกิ โดยเรว็ ต่อไป (มาตรา 36)
58. ในกรณที ี่ส่วนราชการไม่เห็นชอบดว้ ยกบั คาเสนอแนะของสานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า ให้เสนอเร่ือง ต่อบุคคล
ใดเพื่อพจิ ารณาวนิ จิ ฉัย
ก. ประธานรัฐสภา ข. นายกรฐั มนตรี
ค. คณะรฐั มนตรี ง. ศาลปกครอง
เฉลย ค. ในกรณีที่สว่ นราชการทีไ่ ดร้ บั การเสนอแนะไม่เห็นชอบด้วยกับคาเสนอแนะของสานักงานคณะกรรมการ
กฤษฎีกา ใหเ้ สนอเรื่องต่อคณะรฐั มนตรีเพ่ือพิจารณาวนิ ิจฉัย (มาตรา 36)
59. การปฏบิ ัตริ าชการท่เี กี่ยวขอ้ งกับเร่ืองใด ท่ีส่วนราชการต้องกาหนด “ระยะเวลาแลว้ เสร็จ” ของงานแตล่ ะงาน และ
ประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบเป็นการทัว่ ไป
ก. การบริการประชาชน ข. การติดต่อประสานงานระหว่างสว่ นราชการดว้ ยกนั
ค. เหตทุ ่ีสามารถดาเนินการทางวินยั ต่อเจา้ หนา้ ทไ่ี ด้ ง. ทง้ั ข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ในการปฏิบัตริ าชการทีเ่ ก่ียวข้องกับ (1) การบรกิ ารประชาชน หรือ (2) ตดิ ต่อประสานงานระหว่าง ส่วน
ราชการด้วยกนั ใหส้ ่วนราชการกาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแตล่ ะงาน และประกาศใหป้ ระชาชนและข้าราชการ
ทราบเป็นการทั่วไป (มาตรา 37)
60. บคุ คลใดมีอานาจกาหนดเวลาแลว้ เสรจ็ ของงานใหส้ ว่ นราชการปฏบิ ัติได้
ก. ก.พ. ข. ก.พ.ร. ค. คณะรฐั มนตรี ง. นายกรัฐมนตรี
เฉลย ข. ส่วนราชการใดมิได้กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานใด และ ก.พ.ร. พจิ ารณาเห็นวา่ งานน้ันมีลักษณะที่
สามารถกาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จได้ หรือส่วนราชการได้กาหนดระยะเวลาแลว้ เสร็จไว้ แต่ ก.พ.ร. เหน็ วา่ เป็นระยะเวลา
ทล่ี า่ ชา้ เกินสมควร ก.พ.ร. จะกาหนดเวลาแล้วเสรจ็ ให้สว่ นราชการนน้ั ต้องปฏบิ ัติก็ได้ (มาตรา 37)
61. โดยทว่ั ไปส่วนราชการมีหนา้ ที่ที่จะต้องตอบคาถามหรือแจง้ ผลการดาเนนิ การให้ประชาชนหรือสว่ นราชการดว้ ยกัน
ทราบภายในกาหนดก่ีวนั
ก. ภายใน 15 วัน ข. ภายใน 30 วนั ค. ภายใน 45 วนั ง. ภายใน 60 วัน
เฉลย ก. เม่ือสว่ นราชการใดได้รับการตดิ ต่อสอบถามเป็นหนังสอื จากประชาชนหรือจากส่วนราชการดว้ ยกันเก่ียวกับงาน
ทอี่ ยู่ในอานาจหนา้ ท่ีของส่วนราชการนั้น ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนน้ั ที่จะต้องตอบคาถามหรือแจง้ การดาเนนิ การให้
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 75
------------------------------------------------------------------------------
ทราบภายใน 15 วันหรือภายในกาหนดเวลาท่กี าหนดไวต้ ามมาตรา 37 (มาตรา 38)
62. กรณีท่สี ว่ นราชการท่ีออกกฎ ระเบยี บ ข้อบังคบั หรือประกาศ เห็นวา่ การรอ้ งเรียนหรือเสนอแนะจากข้าราชการหรือ
สว่ นราชการอนื่ น้ัน เกิดจากความเข้าใจผิดหรือความไมเ่ ข้าใจในกฎ ระเบยี บ ข้อบงั คบั หรือประกาศ จะต้องช้แี จงให้ผู้
รอ้ งเรยี นหรือเสนอแนะนั้นทราบภายในกี่วนั
ก. ภายใน 7 วัน ข. ภายใน 15 วนั ค. ภายใน 30 วนั ง. ภายใน 45 วัน
เฉลย ข. ในกรณีที่ไดร้ ับการร้องเรยี นหรือเสนอแนะจากข้าราชการหรือส่วนราชการอ่นื ในเร่ืองใด ให้ส่วนราชการ ท่ีออก
กฎ ระเบียบ ข้อบงั คบั หรือประกาศน้นั พจิ ารณาโดยทันที และในกรณีทเี่ ห็นว่าการร้องเรยี นหรือเสนอแนะนน้ั เกิดจาก
ความเขา้ ใจผิดหรอื ความไม่เข้าใจในกฎ ระเบียบ ข้อบงั คับ หรือประกาศ ให้ชแี้ จงใหผ้ รู้ ้องเรียนหรอื เสนอแนะทราบ
ภายใน 15 วนั (มาตรา 42)
63. เพื่อประโยชน์ในเร่ืองใดที่การปฏิบัตริ าชการสามารถกาหนดเป็น “ความลบั ” ได้เท่าที่จาเปน็
ก. การรักษาความมั่นคงของประเทศ ข. การรกั ษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ค. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ง. ถกู ทุกขอ้
เฉลย ง. การปฏบิ ัติราชการในเร่ืองใด ๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเรือ่ งเปิดเผย เว้นแต่ กรณมี ีความจาเป็นอย่างย่ิง เพ่ือ
ประโยชน์ใน (1) การรกั ษาความมั่นคงของประเทศ (2) ความม่นั คงทางเศรษฐกิจ (3) การรกั ษาความสงบเรยี บร้อย
ของประชาชน หรอื (4) การคมุ้ ครองสิทธิสว่ นบุคคล จงึ ให้กาหนดเปน็ ความลบั ได้เท่าที่จาเป็น (มาตรา 43)
64. ส่วนราชการตอ้ งจดั ใหม้ กี าร “เปิดเผยข้อมลู ” เกี่ยวกบั เรอื่ งใดให้ประชาชนสามารถขอดูหรอื ตรวจสอบได้
ก. งบประมาณรายจา่ ยแต่ละปี
ข. รายการเกย่ี วกบั การจดั ซ้ือหรอื จดั จา้ งทจ่ี ะดาเนินการในปงี บประมาณนน้ั
ค. สัญญาใด ๆ ที่ได้มีการอนมุ ัตใิ ห้จัดซ้อื หรือจัดจ้างแล้ว
ง. ถูกทกุ ขอ้
เฉลย ง. ส่วนราชการต้องจัดใหม้ ีการเปิดเผยข้อมลู เก่ียวกับ (1) งบประมาณรายจา่ ยแต่ละปี (2) รายการเกี่ยวกับการ
จดั ซื้อหรือจัดจ้างท่จี ะดาเนนิ การในปีงบประมาณนน้ั และ (3) สัญญาใด ๆ ทไี่ ดม้ ีการอนุมตั ิใหจ้ ัดซื้อหรือ จัดจ้างแล้ว
ใหป้ ระชาชนสามารถขอดูหรือตรวจสอบได้ ณ สถานท่ที าการของสว่ นราชการ และระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วน
ราชการ (มาตรา 44)
65. ในการจดั ทาสญั ญาจัดซ้ือหรอื จัดจ้าง ห้ามมิให้มขี ้อความหรือข้อตกลงใด
ก. ข้อความหรือข้อตกลงห้ามมใิ หเ้ ปิดเผยข้อความในสัญญา
ข. ข้อความหรือข้อตกลงห้ามมใิ หเ้ ปิดเผยข้อตกลงในสัญญา
ค. ไมม่ ีข้อหา้ ม เนื่องจากต้องเคารพหลักแหง่ ความศกั ด์ิสทิ ธิ์ในการแสดงเจตนา
ง. ท้ังข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ในการจัดทาสัญญาจัดซื้อหรือจดั จ้าง ห้ามมิให้มขี ้อความหรือข้อตกลง “หา้ มมใิ ห้เปดิ เผยข้อความหรือ
ข้อตกลงในสญั ญาดังกล่าว” (มาตรา 44)
66. ในการจัดทา “สัญญาจดั ซ้ือหรือจดั จา้ ง” ข้อมลู ใดทีจ่ ะเปดิ เผยไม่ได้
ก. ขอ้ มลู ที่เปน็ ความลับทางราชการ ข. ข้อมลู ทีเ่ ปน็ ความลับทางการค้า
ค. ข้อมลู เก่ยี วกับสถานที่ตง้ั ของคู่สญั ญา ง. ทง้ั ข้อ ก. และ ข.
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 76
------------------------------------------------------------------------------
เฉลย ง. ในการจัดทาสญั ญาจัดซ้ือหรือจดั จ้าง ห้ามมิให้มีข้อความหรือข้อตกลงห้ามมิให้เปิดเผยข้อความหรือข้อตกลงใน
สญั ญาดังกล่าว เวน้ แต่ข้อมลู ดังกล่าวเป็นข้อมลู ที่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย กฎ ระเบยี บ หรือขอ้ บงั คับท่ีเกีย่ วกับการ
ค้มุ ครองความลบั ทางราชการ หรอื ในส่วนท่เี ป็นความลบั ทางการคา้ (มาตรา 44)
67. ส่วนราชการต้องจัดให้มี “คณะผู้ประเมินอิสระ” ดาเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการของสว่ นราชการเกยี่ วกับ
เรื่องใด
ก. ผลสัมฤทธิข์ องภารกิจ ข. ความคุ้มค่าในภารกิจ
ค. ความพึงพอใจของประชาชนผรู้ ับบริการ ง. ถกู ทุกข้อ
เฉลย ง. ใหส้ ่วนราชการจัดให้มคี ณะผปู้ ระเมนิ อสิ ระดาเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการของสว่ นราชการเกี่ยวกบั
(1) ผลสัมฤทธ์ิของภารกจิ (2) คุณภาพการให้บริการ (3) ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ (4) ความคุ้มคา่
ในภารกิจ (มาตรา 45)
68. กรณีท่ีสว่ นราชการจัดใหม้ ีการ “ประเมนิ ภาพรวมของผูบ้ ังคับบัญชา” การประเมนิ ดงั กล่าวต้องดาเนินการอย่างไร
ก. ต้องกระทาเปน็ ความลับ
ข. เป็นไปเพ่ือประโยชน์แห่งความสามัคคีของขา้ ราชการ
ค. สามารถกระทาโดยเปิดเผยได้ เพ่ือความโปร่งใสในการประเมนิ
ง. ท้ังข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ส่วนราชการอาจจัดใหม้ ีการประเมนิ ภาพรวมของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับหรือหน่วยงานในส่วนราชการ ก็ได้
ท้ังนี้ การประเมินดังกล่าว (1) ต้องกระทาเปน็ ความลับและ (2) เป็นไปเพ่ือประโยชนแ์ ห่งความสามัคคี ของขา้ ราชการ
(มาตรา 46)
69. “การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ” เพื่อประโยชน์ในการบรหิ ารงานบุคคล ให้ส่วนราชการประเมนิ โดย
คานงึ ถึงส่ิงใด
ก. ผลการปฏิบตั ิงานเฉพาะตวั ของขา้ ราชการผูน้ ้ันในตาแหน่งที่ปฏบิ ตั ิ
ข. ประโยชน์และผลสัมฤทธท์ิ ่ีหน่วยงานที่ข้าราชการผนู้ ้ันสงั กัดไดร้ ับจากการปฏบิ ัติงานของข้าราชการ
ค. การเอาใจใสผ่ บู้ งั คับบัญชาทุกระดับในสายงาน
ง. ทง้ั ข้อ ก. และ ข.
เฉลย ง. ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเพ่ือประโยชนใ์ นการบรหิ ารงานบุคคล ให้สว่ นราชการประเมิน
โดยคานึงถึง (1) ผลการปฏบิ ัติงานเฉพาะตัวของข้าราชการผู้นนั้ ในตาแหน่งที่ปฏบิ ัติ (2) ประโยชนแ์ ละผลสัมฤทธ์ทิ ี่
หนว่ ยงานท่ีขา้ ราชการผู้น้ันสังกัดไดร้ ับจากการปฏิบตั ิงานของข้าราชการผนู้ ้ัน (มาตรา 47)
70. ในกรณีใดทส่ี ว่ นราชการอาจได้รบั การจดั สรร “เงินเพ่ิมพิเศษเป็นบาเหนจ็ ความชอบ” เพื่อนาไปใชใ้ นการปรับปรุง
การปฏิบตั ิงานของส่วนราชการหรอื จัดสรรเปน็ รางวัลให้ข้าราชการในสังกัด
ก. ดาเนินการให้บริการท่มี ีคุณภาพ ข. เป็นไปตามเปา้ หมายทีก่ าหนด
ค. เป็นที่พงึ พอใจแกป่ ระชาชน ง. ทกุ ข้อรวมกัน
เฉลย ง. ในกรณที ส่ี ่วนราชการใด (1) ดาเนินการใหบ้ ริการที่มีคุณภาพและ (2) เปน็ ไปตามเป้าหมายทก่ี าหนด รวมทั้ง
(3) เป็นท่ีพึงพอใจแก่ประชาชน ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงนิ เพิ่มพเิ ศษเป็นบาเหน็จความชอบแกส่ ่วน
ราชการ หรือให้สว่ นราชการใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของสว่ นราชการน้ัน เพ่ือนาไปใชใ้ น การปรบั ปรุงการปฏบิ ตั งิ าน
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 77
------------------------------------------------------------------------------
ของส่วนราชการหรือจดั สรรเป็นรางวลั ให้ข้าราชการในสงั กัด (มาตรา 48)
71. กรณีใดทีส่ ว่ นราชการอาจได้รบั การจัดสรร “เงินรางวลั การเพ่ิมประสทิ ธิภาพ” เพ่ือนาไปใช้ในการปรบั ปรงุ การ
ปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือจดั สรรเป็นรางวัลใหข้ ้าราชการในสงั กัด
ก. ไดด้ าเนินงานไปตามเปา้ หมาย
ข. สามารถเพ่ิมผลงานและผลสมั ฤทธิโ์ ดยไมเ่ ป็นการเพิ่มค่าใชจ้ ่ายและคุ้มคา่ ตอ่ ภารกิจของรัฐ
ค. สามารถดาเนนิ การตามแผนการลดค่าใช้จา่ ยต่อหนว่ ยได้ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. กาหนด
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง. เม่ือสว่ นราชการใด (1) ไดด้ าเนินงานไปตามเปา้ หมาย (2) สามารถเพ่ิมผลงานและผลสัมฤทธ์ิ โดยไมเ่ ปน็ การ
เพ่ิมค่าใช้จา่ ยและคุ้มคา่ ต่อภารกจิ ของรัฐ หรือ (3) สามารถดาเนนิ การตามแผนการลดคา่ ใชจ้ ่ายต่อหน่วยได้ตาม
หลกั เกณฑ์ท่ี ก.พ.ร. กาหนด ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรจี ัดสรรเงินรางวลั การเพม่ิ ประสิทธภิ าพใหแ้ กส่ ว่ นราชการนั้น
หรือใหส้ ่วนราชการใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการนน้ั เพ่ือนาไปใชใ้ นการปรบั ปรงุ การปฏิบัติงานของสว่ น
ราชการหรอื จัดสรรเป็นรางวลั ให้ขา้ ราชการในสงั กดั (มาตรา 49)
72. การจัดทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองทด่ี ีของ “องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน” อย่างน้อยต้องมีหลกั เกณฑ์
เกี่ยวกับเรื่องใด
ก. การลดขั้นตอนการปฏบิ ัติงาน ข. การปรับปรุงภารกจิ ของสว่ นราชการ
ค. การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิราชการ
ง. การบรหิ ารราชการเพื่อให้เกิดผลสมั ฤทธต์ิ อ่ ภารกิจของรัฐ
เฉลย ก. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ จดั ทาหลักเกณฑ์การบรหิ ารกิจการบา้ นเมืองทีด่ ีตามแนวทางของพระราช
กฤษฎีกานี้ โดยอย่างน้อยต้องมหี ลกั เกณฑ์เก่ียวกับ (1) การลดขน้ั ตอนการปฏบิ ัติงาน และ (2) การอานวยความสะดวก
และการตอบสนองความต้องการของประชาชน (มาตรา 52)
73. หนว่ ยงานใดมหี น้าที่ดแู ลและให้ความช่วยเหลือ “องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น” ในการจัดทาหลักเกณฑ์ การ
บริหารกจิ การบา้ นเมืองท่ดี ี
ก. กระทรวงมหาดไทย ข. สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ค. สานักเลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี ง. สานกั งานผตู้ รวจการแผ่นดิน
เฉลย ก. ใหเ้ ป็นหน้าทข่ี องกระทรวงมหาดไทยดูแลและให้ความชว่ ยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ในการจัดทา
หลกั เกณฑ์การบรหิ ารกจิ การบ้านเมอื งท่ีดี (มาตรา 52)
74. บคุ คลใดมีอานาจหน้าท่ีพิจารณาสั่งการให้ “องค์การมหาชนหรือรัฐวิสาหกิจ” จัดให้มีหลกั เกณฑ์การบรหิ ารกจิ การ
บา้ นเมืองที่ดีหรือดาเนนิ การให้ถกู ต้อง
ก. คณะรฐั มนตรี ข. นายกรฐั มนตรี
ค. รัฐมนตรซี ึ่งมีหนา้ ที่กากับดูแล ง. ก.พ.ร.
เฉลย ค. ในกรณีที่ ก.พ.ร. เหน็ วา่ องค์การมหาชนหรอื รฐั วสิ าหกิจใดไมจ่ ัดให้มีหลกั เกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมอื งท่ดี ี
หรอื มีแต่ไม่สอดคล้องกับพระราชกฤษฎกี า ให้แจง้ รัฐมนตรซี ึ่งมีหน้าทีก่ ากับดแู ลองค์การมหาชนหรือรฐั วสิ าหกิจ เพ่ือ
พิจารณาส่ังการให้องค์การมหาชนหรือรัฐวสิ าหกจิ นั้นดาเนินการใหถ้ ูกต้องต่อไป (มาตรา 53)
-----------------------------------
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 78
------------------------------------------------------------------------------
คาสงั่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ
ที่ ๑๙/๒๕๖๐
เร่อื ง การปฏิรปู การศึกษาในภมู ิภาคของกระทรวงศกึ ษาธิการ
__________
จากข้อเทจ็ จรงิ ที่ได้ปรากฏให้เห็นถึงสภาพปัญหาในการจัดการการศึกษาของประเทศในส่วนภมู ิภาค
ทัง้ ในดา้ นโครงสรา้ งขององคก์ าร ดา้ นระบบบริหารจัดการ และด้านบคุ ลากรท่ีเก่ยี วข้องซึ่งปญั หาเหล่านสี้ ง่ ผลตอ่
คณุ ภาพการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนซึง่ เป็นทรัพยากรมนษุ ยแ์ ละกาลงั คนทส่ี าคญั ในการพฒั นาประเทศ และเป็น
อุปสรรคตอ่ การขับเคลือ่ นและการพัฒนาด้านการศึกษาของประเทศใหม้ ีประสทิ ธภิ าพทัดเทยี มนานาประเทศ แมท้ ่ี
ผา่ นมาคณะรักษาความสงบแห่งชาตไิ ด้มคี วามพยายามในการแกไ้ ขปัญหาด้วยการกาหนดมาตรการและกลไกขน้ึ โดยมี
คาสง่ั หัวหนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติมาแล้วหลายฉบับ แต่โดยเหตุทีส่ ภาพปญั หาการจัดการการศึกษาของ
ประเทศในสว่ นภมู ภิ าคมคี วามซบั ซอ้ นและสง่ั สมมาเป็นเวลานาน จึงเป็นเหตใุ หต้ อ้ งมีการกาหนดมาตรการและ
กลไกเพมิ่ เติมเพื่อใหป้ ัญหาโดยสว่ นใหญไ่ ด้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ในการเตรยี มการและรองรับการปฏริ ปู
การศกึ ษาอนั เป็นเรือ่ งสาคัญเรือ่ งหนึ่งในการปฏิรูปประเทศตามทร่ี ฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทยฉบบั ทไ่ี ด้รับความ
เหน็ ชอบจากประชามตไิ ด้บัญญัตไิ ว้
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย (ฉบบั ชวั่ คราว)
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๗ หวั หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
จึงมีคาสง่ั ดังตอ่ ไปนี้
ขอ้ ๑ ให้ยกเลิก
(๑) คาสง่ั หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๙ เรือ่ ง การขับเคลอื่ นการปฏริ ูป
การศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในภูมภิ าค ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
(๒) คาส่งั หัวหน้าคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๑๑/๒๕๕๙ เรื่อง การบรหิ ารราชการของ
กระทรวงศึกษาธกิ ารในภูมิภาค ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๙
(๓) คาส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ ๓๘/๒๕๕๙ เร่อื ง แก้ไขเพ่ิมเติมคาส่ังหัวหนา้ คณะ
รกั ษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๑๐/๒๕๕๙ และคาสง่ั หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาตทิ ี่ ๑๑/๒๕๕๙ ลงวันท่ี ๑๒
กรกฎาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๙
(๔) คาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๑/๒๕๖๐ เรอ่ื ง การแกไ้ ขปัญหาการบรหิ ารงาน
บุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ เฉพาะข้อ ๘
ขอ้ ๒ ให้มคี ณะกรรมการขับเคล่ือนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในภูมภิ าค
ประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
(๒) รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ เป็นกรรมการ
(๓) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน เป็นกรรมการ
(๔) เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปน็ กรรมการ
(๕) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา เปน็ กรรมการ
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 79
------------------------------------------------------------------------------
(๖) เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นกรรมการ
(๗) ประธานสภาหอการคา้ แห่งประเทศไทย เปน็ กรรมการ
(๘) ประธานสภาอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย เปน็ กรรมการ
(๙) ปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ เปน็ กรรมการและเลขานุการ
ขอ้ ๓ ให้คณะกรรมการขบั เคลื่อนตามข้อ ๒ มีอานาจหน้าท่ี ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) กาหนดทิศทางการดาเนนิ งานของกระทรวงศึกษาธิการในระดับภมู ิภาคหรอื จังหวัด
(๒) โอนกจิ การ ทรพั ยส์ นิ หนี้ และเงนิ งบประมาณของส่วนราชการใดในกระทรวงศึกษาธกิ าร
ไปเปน็ ของสว่ นราชการอ่ืนในสงั กดั กระทรวงศึกษาธิการตามบญั ชีท่ีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศ
กาหนด รวมทงั้ พจิ ารณาการจัดสรรงบประมาณใหแ้ กห่ นว่ ยงานของกระทรวงศึกษาธิการในระดบั ภมู ิภาคหรอื จังหวัด
(๓) วางแผนงานเก่ียวกับการบรหิ ารงานบคุ คลของกระทรวงศึกษาธกิ ารในระดับภูมิภาคหรอื จงั หวัด
(๔) เกลี่ยอตั รากาลังข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา เงินงบประมาณและทรัพย์สิน
ของส่วนราชการตา่ ง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการไดท้ ั้งกระทรวงโดยตอ้ งไมเ่ พ่ิมอัตรากาลังคนและงบประมาณ ท้งั น้ี
เพือ่ ประโยชน์ในการปฏริ ปู การศกึ ษาและการบรหิ ารราชการของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในภมู ภิ าค
การเกลี่ยอัตรากาลังตามวรรคหน่งึ ให้ตัดโอนอัตราตาแหนง่ และเงนิ งบประมาณแผ่นดินประจาอัตรา
รวมตลอดท้ังงบบคุ ลากรทจี่ า่ ยในลกั ษณะเงนิ เดือน คา่ จา้ งประจา และเงินอื่นท่ีเกย่ี วข้องซ่ึงตงั้ ไว้สาหรับตาแหน่งท่ี
เกล่ียนน้ั มาเปน็ ของสว่ นราชการท่รี ับโอน และการโอนหรือการนารายจ่ายท่ีกาหนดไวส้ าหรับส่วนราชการใดใน
กระทรวงศึกษาธิการตามพระราชบญั ญัตงิ บประมาณรายจา่ ยประจาปหี รอื พระราชบญั ญัตงิ บประมาณรายจา่ ย
เพ่มิ เติมไปใช้สาหรบั สว่ นราชการท่ีรับโอน นอกเหนือจากกรณีตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติวธิ ีการงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๐๒ ใหก้ ระทาได้
(๕) แตง่ ตง้ั โอน หรอื ยา้ ยผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา ผู้บริหารเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา หรอื ผูป้ ฏบิ ตั งิ าน
ในตาแหน่งต่าง ๆ ในหน่วยงานของกระทรวงศกึ ษาธิการในระดับภูมภิ าคหรือจังหวัด ทัง้ นีต้ ามประเภทหรือระดับ
ตาแหน่งทรี่ ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาหนด
ในกรณที ่ีกฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษามบี ทบัญญัติใดกาหนดให้
องค์กรอน่ื ใดมีอานาจหน้าท่ีตามวรรคหน่ึง มิให้นาบทบัญญัตินน้ั มาใชบ้ งั คับแก่องค์กรซึ่งมีอานาจหนา้ ทด่ี งั กล่าว
(๖) ส่งั ใหผ้ ู้บรหิ ารสถานศึกษา ผู้บรหิ ารเขตพนื้ ที่การศึกษา หรือผู้ปฏบิ ัตงิ านในตาแหน่งต่าง ๆ
ในหน่วยงานของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในระดับภูมภิ าคหรือจงั หวดั หยดุ การปฏิบตั หิ นา้ ท่ีหรอื ใหพ้ ้นจากตาแหน่ง
ในกรณที ผ่ี ู้บรหิ ารสถานศึกษา ผ้บู รหิ ารเขตพืน้ ท่ีการศึกษา หรือผปู้ ฏิบตั ิงานผู้ใดถูกสั่งให้หยุดการ
ปฏิบตั ิหน้าที่หรือถูกสัง่ ให้พ้นจากตาแหนง่ ตามวรรคหนงึ่ ให้งดการจ่ายค่าตอบแทนหรือสทิ ธิประโยชน์ใด ๆ ใน
ตาแหน่งในระหวา่ งท่ถี ูกสั่งให้หยุดการปฏิบตั หิ นา้ ท่ีหรอื ถกู สง่ั ให้พ้นจากตาแหนง่ นบั แตว่ ันท่ไี ดร้ บั ทราบคาส่งั
(๗) แต่งตง้ั คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวดั ตามข้อ ๙
(๘) แตง่ ตงั้ คณะอนุกรรมการและคณะทางานเพ่อื ชว่ ยเหลือการปฏิบัติงานไดต้ ามความจาเป็น
(๙) เชญิ ขา้ ราชการ พนกั งาน ลูกจ้าง หรือผปู้ ฏบิ ัตงิ านอนื่ ในหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลทเี่ กี่ยวข้อง
มาสอบถามข้อเท็จจรงิ รวมทัง้ เรยี กเอกสารจากหนว่ ยงานของรัฐหรือบคุ คลทีเ่ ก่ียวข้องมาเพ่ือประกอบการพจิ ารณา
ขอ้ ๔ ใหส้ านักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธกิ าร รับผดิ ชอบงานธุรการของคณะกรรมการ
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 80
------------------------------------------------------------------------------
ขบั เคล่อื นตามข้อ ๒ รวมทงั้ คณะอนุกรรมการและคณะทางานตามข้อ ๓ (๘)
การเบิกจา่ ยเบย้ี ประชุมของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทางานตามวรรคหน่ึง
ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาวา่ ด้วยเบยี้ ประชมุ กรรมการ สว่ นการเบิกจ่ายคา่ ใช้จา่ ยที่เก่ียวขอ้ งกับการบรหิ าร
จดั การอื่นท่จี าเป็น ให้เบกิ จ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ ทัง้ นี้ ใหเ้ บิกจา่ ยจากงบประมาณของสานกั งาน
ปลัดกระทรวง กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ขอ้ ๕ ให้มสี านกั งานศึกษาธกิ ารภาค จานวนสิบแปดภาค สังกัดสานักงานปลัดกระทรวง
กระทรวงศึกษาธกิ าร ตามบญั ชีทีร่ ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ ารประกาศกาหนด เพ่ือปฏบิ ตั ภิ ารกิจของ
กระทรวงศกึ ษาธิการในระดับพ้ืนที่ ทาหนา้ ที่ขับเคลอ่ื นการศึกษาในระดับภาคและจังหวัดโดยการอานวยการ สง่ เสริม
สนับสนุน และพัฒนาการศกึ ษาแบบรว่ มมือและบรู ณาการกบั หนว่ ยงานในสังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ ารและหนว่ ยงาน
อืน่ หรอื ภาคสว่ นทเี่ กย่ี วขอ้ งในพื้นที่นนั้ ๆ และใหม้ ีอานาจหนา้ ท่ีดังต่อไปน้ี
(๑) กาหนดยทุ ธศาสตร์และบทบาทการพฒั นาภาคต่าง ๆ ใหเ้ ชือ่ มโยงและสอดคล้องกับทิศทางการ
พัฒนาประเทศ ทิศทางการดาเนินงานตามข้อ ๓ (๑) นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธกิ าร และ
ยุทธศาสตร์การพฒั นากล่มุ จังหวดั รวมทง้ั การพฒั นาด้านอื่น ๆ ในพ้ืนทีร่ บั ผดิ ชอบตามศักยภาพและโอกาสของบุคคล
และชมุ ชนในแตล่ ะพน้ื ท่ี
(๒) สนบั สนนุ การพฒั นาจังหวัดในพ้ืนทีร่ ับผิดชอบเกย่ี วกบั งานดา้ นวชิ าการ การวิจัยและพฒั นา
(๓) กากบั ดแู ล ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการดาเนนิ งานของสานกั งานศึกษาธิการจังหวดั ในพนื้ ท่ี
รบั ผิดชอบ
(๔) สนบั สนุนการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการดาเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์
ของกระทรวงศึกษาธิการในพ้ืนทรี่ บั ผดิ ชอบ
(๕) ประสานการบริหารงานระหว่างราชการสว่ นกลางและส่วนภมู ภิ าคให้เกดิ การพัฒนาอย่างบรู ณา
การ
ในระดับพนื้ ทีข่ องหลายจงั หวัด โดยยึดการมีส่วนรว่ มและประโยชนส์ ขุ ของประชาชนเปน็ หลัก
(๖) ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกบั หรือสนบั สนุนการปฏบิ ตั ิงานของหนว่ ยงานอืน่ ท่เี กย่ี วข้องหรือท่ไี ด้รับ
มอบหมาย
ขอ้ ๖ ใหม้ ีศึกษาธิการภาคเป็นผู้บังคับบญั ชาขา้ ราชการ พนักงานราชการและลกู จา้ งในสานักงาน
ศกึ ษาธิการภาค มอี านาจหนา้ ทีร่ บั ผิดชอบการดาเนินงานของสานกั งานศึกษาธกิ ารภาคและใหม้ ีรองศึกษาธกิ ารภาค
จานวนหน่งึ คน เพ่ือช่วยเหลืองานศึกษาธิการภาค ทัง้ น้ี ผ้ทู ี่จะดารงตาแหน่งรองศกึ ษาธิการภาคตอ้ งเปน็ ผู้ที่ดารง
ตาแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ ตาแหนง่ ประเภทอานวยการระดบั สูง หรือศกึ ษาธกิ ารจังหวดั อยกู่ อ่ นวนั ท่ีคาส่ังน้ี
ใชบ้ ังคับ
ให้ปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการเปน็ ผู้มีอานาจสัง่ บรรจศุ ึกษาธิการภาค และสงั่ บรรจุและแต่งตั้งรอง
ศึกษาธิการภาค จากข้าราชการในกระทรวงศึกษาธกิ าร
ขอ้ ๗ ในแต่ละจงั หวัด ใหม้ คี ณะกรรมการศกึ ษาธกิ ารจังหวัด เรียกโดยยอ่ ว่า “กศจ.”ประกอบด้วย
(๑) ผู้วา่ ราชการจังหวัด หรือรองผ้วู ่าราชการจงั หวัดทีไ่ ด้รบั มอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
(๒) ศึกษาธกิ ารภาคในพ้ืนท่ีที่รับผิดชอบ เป็นรองประธานกรรมการ
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 81
------------------------------------------------------------------------------
(๓) ผู้แทนสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน ผแู้ ทนสานักงานคณะกรรมการการ
อาชวี ศึกษา ผ้แู ทนสานักงานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากร
ทางการศึกษา ผู้แทนสานกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผแู้ ทนสานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั เป็นกรรมการ
(๔) กรรมการผูท้ รงคุณวฒุ ิ จานวนไม่เกนิ หกคน ซ่งึ รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธกิ ารแต่งตงั้ โดย
ความเหน็ ชอบของคณะกรรมการขบั เคล่ือนตามข้อ ๒ โดยอย่างน้อยต้องมีผ้แู ทนองค์กรภาคเอกชน ผู้แทนองค์กร
วิชาชพี และผูแ้ ทนภาคประชาชน ดา้ นละหนง่ึ คน
(๕) ศกึ ษาธิการจงั หวัด เป็นกรรมการและเลขานกุ าร
(๖) รองศึกษาธิการจังหวัด เป็นผชู้ ว่ ยเลขานุการ
กศจ. อาจแตง่ ต้งั ข้าราชการในสานกั งานศึกษาธกิ ารจังหวดั จานวนไม่เกนิ สองคนเป็นผชู้ ่วยเลขานกุ าร
ดว้ ยก็ได้
ขอ้ ๘ ให้ กศจ. มีอานาจหนา้ ท่ีในเขตจังหวดั ดังตอ่ ไปนี้
(๑) อานาจหน้าท่ีตามทกี่ ฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาแหง่ ชาติ กฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บบรหิ ารราชการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และกฎหมายว่าดว้ ยระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากาหนดใหเ้ ป็นอานาจ
หนา้ ที่ของคณะกรรมการเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา
(๒) กาหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการจดั การศึกษา และการสง่ เสริมสนบั สนุนการจดั การศกึ ษา
ทุกระดับและทุกประเภท ประสานและส่งเสริมการบรหิ ารและการจดั การศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
รวมทัง้ ส่งเสริมและสนับสนุนการจดั การศึกษาของบคุ คล ครอบครัว องค์กรชมุ ชน องคก์ รเอกชนองค์กรวิชาชพี
สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอ่นื ที่จัดการศึกษาในรปู แบบทีห่ ลากหลาย
(๓) พิจารณาและให้ความเหน็ ชอบแผนพัฒนาการศึกษา
(๔) พจิ ารณาและให้ความเห็นชอบกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานและตวั ชีว้ ัดในการ
ดาเนนิ งานในลักษณะตวั ชวี้ ัดร่วมของสว่ นราชการหรือหน่วยงาน และสถานศกึ ษาในสงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ
(๕) เสนอความเหน็ เก่ียวกับการบรหิ ารงานบคุ คลของข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาตอ่
คณะกรรมการขับเคล่อื นตามข้อ ๒
(๖) กากบั เร่งรัด ตดิ ตาม และประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านของส่วนราชการหรือหน่วยงานและ
สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศกึ ษาธิการ
(๗) วางแผนการจดั การศึกษาและพิจารณาเสนอแนะการจัดสรรงบประมาณใหแ้ ก่สถานศึกษา
(๘) เสนอคณะกรรมการขบั เคลือ่ นตามข้อ ๒ เพื่อแต่งตงั้ คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด
ตามข้อ ๙
(๙) แตง่ ต้งั คณะอนุกรรมการหรอื คณะทางานตามความจาเปน็ เพอ่ื ชว่ ยเหลอื การปฏิบตั ิงานของ
กศจ. ซง่ึ อย่างนอ้ ยต้องมีคณะอนกุ รรมการบรหิ ารราชการเชงิ ยุทธศาสตร์ และคณะอนกุ รรมการเก่ยี วกับการพัฒนา
การศึกษา โดยใหน้ าองคป์ ระกอบของ อกศจ. มาใช้บงั คบั โดยอนโุ ลม
ในการเสนอและการแต่งต้งั คณะอนุกรรมการหรอื คณะทางานตามวรรคหนึ่ง ต้องคานงึ ถึงวงเงนิ
งบประมาณที่ไดร้ ับ ความคมุ้ คา่ ความประหยัด ความรวดเรว็ และไม่เปน็ การเพ่มิ ขัน้ ตอนในการปฏบิ ัติหน้าท่ีโดยไม่
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 82
------------------------------------------------------------------------------
จาเป็น
(๑๐) ปฏิบัติหนา้ ที่อืน่ ตามท่ีกฎหมายกาหนด หรือตามทีค่ ณะกรรมการขับเคล่ือนตามข้อ ๒
มอบหมาย
ข้อ ๙ ให้ กศจ. เสนอคณะกรรมการขบั เคล่ือนตามข้อ ๒ เพ่ือแต่งตงั้ คณะอนุกรรมการศึกษาธิการ
จงั หวดั เรยี กโดยยอ่ ว่า “อกศจ.” เพ่อื ช่วยเหลอื หรือกลนั่ กรองงานให้แก่ กศจ. เกีย่ วกบั การบรรจุ การแตง่ ตัง้ การ
โยกย้าย การดาเนนิ การทางวินัย การกาหนดวิทยฐานะ หรอื การกาหนดสิทธิประโยชนต์ ่าง ๆ ของขา้ ราชการครแู ละ
บุคลากรทางการศึกษา
ให้ อกศจ. ตามวรรคหนง่ึ ประกอบดว้ ย
(๑) กรรมการใน กศจ. จานวนหนึ่งคน เป็นประธานอนุกรรมการ
(๒) กรรมการใน กศจ. จานวนสองคน เปน็ อนกุ รรมการ
(๓) ผู้อานวยการสานักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาหรือผอู้ านวยการสถานศึกษาในจงั หวัดจานวนสองคน
เปน็ อนุกรรมการ
(๔) ผทู้ รงคณุ วุฒิ ซง่ึ มิไดเ้ ปน็ กรรมการใน กศจ. จานวนไมเ่ กินสามคน เป็นอนุกรรมการ
(๕) ศึกษาธกิ ารจงั หวดั เป็นอนกุ รรมการและเลขานุการ
ในกรณมี ีความจาเปน็ กศจ. อาจแต่งตงั้ ข้าราชการในสานักงานศกึ ษาธิการจังหวัดจานวน
ไมเ่ กินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
ข้อ ๑๐ การเบิกจ่ายเบ้ยี ประชมุ ของ กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมการและคณะทางานตามขอ้ ๘ (๙)
เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาวา่ ด้วยเบีย้ ประชมุ กรรมการ และการเบิกจา่ ยค่าใชจ้ า่ ยท่เี กยี่ วข้องกบั การบริหารจัดการ
อนื่ ๆ ทจ่ี าเป็น ใหเ้ บกิ จา่ ยได้ตามระเบยี บของทางราชการ โดยเบกิ จา่ ยจากงบประมาณของสานกั งานปลดั กระทรวง
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ขอ้ ๑๑ ให้มีสานกั งานศึกษาธิการจังหวดั สงั กัดสานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธกิ าร
เพื่อปฏิบัตภิ ารกจิ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารเก่ียวกับการบริหารและการจดั การศึกษาตามที่กฎหมายกาหนดการปฏิบัติ
ราชการตามอานาจหนา้ ที่ นโยบาย และยุทธศาสตร์ของส่วนราชการตา่ ง ๆ ทม่ี อบหมายและให้มีอานาจหน้าท่ีในเขต
จงั หวดั ดังต่อไปนี้
(๑) รับผดิ ชอบงานธุรการของ กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมการบรหิ ารราชการเชงิ ยุทธศาสตร์
คณะอนุกรรมการเกี่ยวกบั การพฒั นาการศึกษา คณะอนุกรรมการและคณะทางาน รวมท้งั ปฏิบตั ิงานราชการ
ทีเ่ ปน็ ไปตามอานาจและหน้าที่ของ กศจ. และตามท่ี กศจ. มอบหมาย
(๒) จดั ทาแผนพัฒนาการศกึ ษาและแผนปฏิบัติการ
(๓) ส่งั การ กากบั ดูแล เรง่ รัด ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านของส่วนราชการหรือหนว่ ยงาน
และสถานศึกษาในสงั กัดกระทรวงศกึ ษาธกิ ารให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
(๔) จัดระบบ สง่ เสรมิ และประสานงานเครือขา่ ยขอ้ มูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพอ่ื
การศกึ ษา
(๕) ส่งเสริมและสนับสนนุ การศกึ ษาเพ่ือคนพิการ ผู้ดอ้ ยโอกาส และผ้มู คี วามสามารถพิเศษ
(๖) ดาเนนิ งานเกี่ยวกบั การบริหารงานบคุ คลของขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 83
------------------------------------------------------------------------------
(๗) ส่งเสรมิ สนับสนนุ และดาเนนิ การเกย่ี วกับงานด้านวิชาการ การนิเทศ และแนะแนวการศกึ ษา
ทกุ ระดับและทุกประเภท รวมทั้งติดตามและประเมนิ ผลระบบบรหิ ารและการจัดการศึกษา
(๘) ดาเนนิ การเก่ยี วกบั การตรวจสอบด้านการบรหิ าร การเงิน และการบญั ชีของส่วนราชการหรือ
หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
(๙) สง่ เสริมและประสานงานการศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม และการกีฬาเพ่ือการศึกษา
(๑๐) สง่ เสรมิ สนับสนนุ และดาเนินการเกยี่ วกับการจดั การศึกษาเอกชน
(๑๑) ปฏิบัตภิ ารกิจตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทงั้ ปฏิบตั ิ
ภารกิจเกีย่ วกับราชการประจาท่วั ไปของกระทรวงศึกษาธกิ าร และประสานงานต่าง ๆ ในจังหวดั
ข้อ ๑๒ ใหม้ ีศึกษาธิการจงั หวัด เป็นผูบ้ งั คับบัญชาข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจา้ งใน
สานักงานศึกษาธิการจังหวดั อยู่ภายใตก้ ารกากับดแู ลของศึกษาธิการภาค มอี านาจหน้าที่รับผดิ ชอบการดาเนินงาน
ของสานักงานศึกษาธิการจังหวัด รวมทั้งให้มีอานาจหนา้ ท่ตี ามท่ีกฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบุคลากร
ทางการศึกษากาหนดให้เปน็ อานาจหน้าทขี่ องผ้อู านวยการสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาและ
ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษาเฉพาะงานท่ีเกีย่ วกบั อ.ก.ค.ศ. เขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษา
และ อ.ก.ค.ศ. เขตพน้ื ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา และให้มีรองศึกษาธิการจงั หวดั เพ่ือช่วยเหลืองานศึกษาธิการจงั หวดั
จานวนสามคน
ให้ศกึ ษาธิการจังหวดั รองศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั และข้าราชการท่ปี ฏิบตั งิ านในสานักงานศึกษาธกิ าร
จังหวดั เป็นข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ท้งั น้ี ใหศ้ ึกษาธิการจงั หวดั ดารงตาแหน่งเทียบกับขา้ ราชการพล
เรอื นสามญั ประเภทอานวยการระดับสงู และผทู้ จี่ ะดารงตาแหน่งศึกษาธกิ ารจงั หวัดต้องเปน็ ผูท้ ่ดี ารงตาแหนง่
ผู้อานวยการประเภทผบู้ รหิ ารการศกึ ษาหรือเปน็ ผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมายใหป้ ฏบิ ัติหนา้ ทร่ี องศึกษาธกิ ารภาคอยู่กอ่ นวันท่ี
คาสงั่ น้ีใช้บงั คบั ทัง้ นี้ ตามหลักเกณฑ์ วธิ กี ารและเง่ือนไข ที่ ก.ค.ศ. กาหนด
ขอ้ ๑๓ การบรรจแุ ละแตง่ ตัง้ ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวดั หรอื
กรุงเทพมหานครตามมาตรา ๕๓ (๓) และ (๔) แหง่ พระราชบัญญตั ริ ะเบียบข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๗ ซงึ่ แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัติระเบยี บข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.
๒๕๕๑ ใหศ้ ึกษาธิการจงั หวดั โดยความเหน็ ชอบของ กศจ.เป็นผมู้ อี านาจสัง่ บรรจแุ ละแตง่ ต้งั
ข้อ ๑๔ เพ่ือประโยชนใ์ นการบริหารงาน กากบั ดูแล และบูรณาการการศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษา
ธิการในจงั หวัดหรือกรุงเทพมหานคร ใหเ้ ลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐานเลขาธิการคณะกรรมการการ
อาชวี ศกึ ษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา เลขาธกิ ารคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา เลขาธิการสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั และเลขาธกิ ารคณะกรรมการ
ส่งเสรมิ การศึกษาเอกชนมอบอานาจเก่ียวกับการบรหิ ารงานบุคคล วชิ าการ การบรหิ ารท่ัวไป งบประมาณ และ
ทรพั ยส์ ินใหก้ ับศกึ ษาธกิ ารจังหวัดเปน็ ผปู้ ฏิบตั ิราชการแทนในเร่ืองนั้น
ให้เลขาธิการคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศึกษาเอกชนมอบอานาจในการปฏบิ ตั ริ าชการตามกฎหมาย
วา่ ด้วยโรงเรียนเอกชนใหศ้ ึกษาธกิ ารจังหวดั เป็นผดู้ าเนนิ การแทน
การมอบอานาจตามวรรคหน่ึงและวรรคสองใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีคณะกรรมการ
ขับเคลอื่ นตามข้อ ๒ กาหนด
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 84
------------------------------------------------------------------------------
ข้อ ๑๕ ใหร้ ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ โดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการขับเคล่ือนตาม
ขอ้ ๒ กาหนดสถานทต่ี ั้งของสานักงานศึกษาธกิ ารภาคและสานักงานศึกษาธกิ ารจังหวดั ให้แลว้ เสร็จภายในส่สี บิ ห้าวัน
นบั แตว่ นั ที่คาสงั่ นี้มีผลใชบ้ ังคับ ทั้งน้ี การดาเนนิ การดงั กล่าวต้องไม่เปน็ การเพมิ่ หรือกระทบตอ่ ภาระงบประมาณ
ขอ้ ๑๖ ให้โอนบรรดาอานาจหนา้ ทแี่ ละการดาเนินการใด ๆ ตามอานาจหน้าท่ขี องคณะกรรมการ
ขบั เคลื่อนการปฏิรปู การศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในภูมภิ าค กศจ. อกศจ.คณะอนุกรรมการ และคณะทางาน
ตามคาสง่ั หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๙เรือ่ ง การขับเคล่ือนการปฏริ ูปการศึกษาของ
กระทรวงศึกษาธิการในภมู ิภาค ลงวนั ที่ ๒๑ มีนาคมพุทธศักราช ๒๕๕๙ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเตมิ ไปเป็นอานาจหน้าที่ของ
คณะกรรมการขบั เคลอ่ื นการปฏริ ูปการศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธิการในภมู ภิ าค กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมการ
และคณะทางานตามคาสง่ั น้ี
ขอ้ ๑๗ ใหโ้ อนบรรดาอานาจหน้าท่ีและการดาเนินการใด ๆ ตามอานาจหน้าทขี่ องศึกษาธกิ ารภาค
รองศึกษาธกิ ารภาค ศึกษาธกิ ารจังหวดั และรองศกึ ษาธิการจงั หวดั ตามคาสง่ั หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่
๑๑/๒๕๕๙ เรือ่ ง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวนั ท่ี ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
และท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ไปเป็นอานาจหน้าทขี่ องศึกษาธิการภาค รองศึกษาธกิ ารภาค ศกึ ษาธกิ ารจงั หวัด และรอง
ศกึ ษาธิการจงั หวดั ตามคาส่ังนี้
ขอ้ ๑๘ ใหโ้ อนบรรดาอานาจหน้าท่เี กี่ยวกับราชการ กิจการ ทรพั ย์สิน งบประมาณ สทิ ธหิ นี้ ภาระ
ผูกพนั ข้าราชการ พนกั งานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากาลงั ของสานักงานศกึ ษาธิการภาคสานกั งานปลัดกระทรวง
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และสานกั งานศึกษาธกิ ารจังหวัด สานกั งานปลัดกระทรวงกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตามคาส่ัง
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๑๑/๒๕๕๙ เรือ่ ง การบรหิ ารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภมู ิภาค ลง
วนั ท่ี ๒๑ มีนาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๙ และที่แก้ไขเพ่ิมเติมไปเปน็ ของสานักงานศกึ ษาธิการภาค สานักงาน
ปลดั กระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ และสานกั งานศกึ ษาธิการจงั หวัด สานักงานปลดั กระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
ตามคาสง่ั น้ี
ขอ้ ๑๙ ใหส้ านกั งานศกึ ษาธิการภาคและสานักงานศึกษาธิการจงั หวดั ตามคาสงั่ หัวหนา้ คณะ
รักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๑๑/๒๕๕๙ เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภมู ิภาคลงวันท่ี ๒๑
มนี าคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ และที่แกไ้ ขเพ่ิมเติม ที่มีอยู่ในวนั ก่อนวันที่คาส่งั น้ีใชบ้ งั คบั เป็นสานกั งานศึกษาธกิ ารภาค
และสานกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั ตามคาสงั่ นี้
ข้อ ๒๐ ให้ศกึ ษาธกิ ารภาค รองศึกษาธิการภาค ศกึ ษาธกิ ารจังหวดั และรองศึกษาธิการจงั หวดั
ตามคาส่ังหวั หนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธกิ าร
ในภมู ิภาค ลงวนั ที่ ๒๑ มนี าคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ และท่ีแก้ไขเพิ่มเตมิ ซง่ึ ดารงตาแหน่งอยใู่ นวนั ก่อนวันทค่ี าสง่ั น้ีมี
ผลใช้บงั คับเปน็ ศึกษาธกิ ารภาค รองศึกษาธิการภาค ศกึ ษาธิการจงั หวดั และรองศึกษาธกิ ารจังหวัดตามคาส่งั นี้
ข้อ ๒๑ บรรดาบทบญั ญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ประกาศ คาสัง่ หรือมติคณะรฐั มนตรี
ใดทอ่ี ้างถงึ คณะกรรมการเขตพื้นท่ีการศกึ ษาตามกฎหมายว่าด้วยการศกึ ษาแหง่ ชาติและกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบียบ
บรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ท่กี ารศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา ใหถ้ อื วา่ อา้ งถึง กศจ. ตามคาสงั่ นโี้ ดยใหบ้ ทบัญญัติดังกล่าวยงั คงมีผลใชบ้ งั คบั ไดต้ ่อไปเท่าท่ีไม่
ขัดหรอื แย้งกับคาสง่ั น้ี
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 85
------------------------------------------------------------------------------
ข้อ ๒๒ การยบุ เลกิ และการใดท่ีได้ดาเนนิ การไปในสว่ นที่เกี่ยวข้องกับการยุบเลิกคณะกรรมการ
เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา ตามคาสง่ั หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๙
เร่ือง การขับเคลอ่ื นการปฏริ ูปการศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธิการในภูมภิ าค ลงวนั ท่ี ๒๑ มีนาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๙
คาสัง่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ เรือ่ ง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการใน
ภมู ิภาค ลงวนั ที่ ๒๑ มีนาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๙ และคาส่ังหวั หนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๓๘/๒๕๕๙ เรือ่ ง
แก้ไขเพิ่มเติมคาสง่ั หวั หน้าคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๑๐/๒๕๕๙ และคาส่ังหวั หน้าคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ลงวันท่ี ๑๒ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๙ ใหย้ ังคงมผี ลใช้บังคับตอ่ ไป
ขอ้ ๒๓ ในกรณีที่มปี ญั หาเกี่ยวกบั การปฏบิ ตั ิตามคาส่ังนี้ ให้เป็นไปตามคาวนิ จิ ฉัยของคณะกรรมการ
ขับเคลือ่ นการปฏิรปู การศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ ารในภูมิภาค
ขอ้ ๒๔ ในกรณีเหน็ สมควรนายกรฐั มนตรีหรอื คณะรฐั มนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ
แห่งชาตแิ ก้ไขเปล่ียนแปลงคาสง่ั นไี้ ด้
ขอ้ ๒๕ คาส่งั นใ้ี หใ้ ชบ้ งั คบั ต้ังแต่วันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
สงั่ ณ วนั ท่ี ๓ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐
พลเอก ประยุทธ์ จนั ทร์โอชา
หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 86
------------------------------------------------------------------------------
แนวขอ้ สอบ ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
และที่แก้ไขเพ่มิ เตมิ ฉบบั ท่ี 4 พ.ศ. 2564
1. ระเบยี บนีเ้ รียกวา่ “ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ” ถูกแกไ้ ขเพิ่มเติม ฉบับที่
2 ในปี พ.ศ.ใด
1. พ.ศ. 2546 2. พ.ศ. 2547 3. พ.ศ. 2548 4. พ.ศ. 2549
ตอบ 3. แนวคดิ ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และทีแ่ ก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2548
2. บรรดาระเบยี บ ข้อบงั คับ มติของคณะรัฐมนตรีและคาสัง่ อื่นใด ในส่วนทก่ี าหนดไวแ้ ล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่ง
ขัดหรอื แย้งกบั ระเบยี บน้ี โดยหลกั แล้วใหม้ ีผลอยา่ งไร
1. ใหต้ กเป็นโมฆะ
2. ให้ใชร้ ะเบยี บน้ีแทน
3. ใหใ้ ชร้ ะเบียบ ข้อบงั คบั มติคณะรฐั มนตรฯี น้นั ๆ
4. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 3. วรรคสอง บรรดาระเบยี บ ข้อบังคับ มติของคณะรฐั มนตรี และคาสัง่ อน่ื ใด ในสว่ นท่ี
กาหนดไวแ้ ล้วในระเบียบนีห้ รือซง่ึ ขัดหรือแย้งกับระเบยี บนใ้ี ห้ใชร้ ะเบียบนแ้ี ทน เว้นแต่กรณที ี่กลา่ วในข้อ 5.
3. ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบบั ที่ 4) ใหใ้ ช้บังคบั ต้ังแตเ่ มื่อใด
1. ตง้ั แต่วันถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
2. ตง้ั แตเ่ ก้าสบิ วันถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
3. ตง้ั แต่ร้อยย่สี ิบวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
4. ตั้งแตร่ ้อยแปดสบิ วนั ถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ต้นไป
ตอบ 1. แนวคิด ระเบียบนี้ใหใ้ ช้บงั คบั ตงั้ แต่วนั ถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไปเว้นแต่
ขอ้ ๗ และข้อ ๑๐ ใหใ้ ช้บังคับเม่อื พน้ กาหนดเก้าสบิ วนั นบั แตว่ ันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป และข้อ ๘ ให้
ใชบ้ ังคับต้งั แต่วนั ที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นตน้ ไป
4. ตามขอ้ 3. ระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรีวา่ ด้วยงานสารบรรณ ฉบบั ที่ 4 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมอ่ื วนั ท่เี ท่าใด
1. วันท่ี 25 พฤษภาคม 2564 2. วนั ที่ 24 กันยายน 2564
3. วนั ท่ี 25 กนั ยายน 2564 4. วนั ท่ี 26 กนั ยายน 2564
ตอบ 1. แนวคิด ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ให้ใชบ้ งั คับ
ตง้ั แต่วันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เล่ม 138 ตอนพเิ ศษ 113 ง
วนั ท่ี 25 พฤษภาคม 2564
5. ในกรณีที่กฎหมาย ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภยั แห่งชาติ หรอื ระเบยี บว่าดว้ ยการรกั ษาความลบั
ของทางราชการ กาหนดวิธีปฏบิ ตั ิเก่ียวกบั งานสารบรรณไว้เป็นอยา่ งอื่นใหถ้ ือปฏิบัติอย่างไร
1. ใหเ้ ป็นอันใชบ้ ังคบั ไม่ไดเ้ ลย
2. ใหป้ ฏบิ ัตติ ามกฎหมายหรือระเบยี บดังกล่าวเป็นบางสว่ นเท่าท่ไี ม่ขดั กับระเบียบงานสารบรรณนี้
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 87
------------------------------------------------------------------------------
3. ใหถ้ ือปฏบิ ัติตาม กฎหมาย หรอื ระเบยี บว่าดว้ ยการน้ัน
4. ตกเป็นโมฆะ
ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 5. ในกรณีที่กฎหมาย ระเบยี บวา่ ด้วยการรกั ษาความปลอดภัยแหง่ ชาติ หรอื ระเบียบวา่ ด้วย
การรักษาความลับของทางราชการ กาหนดวิธีปฏบิ ัตเิ กย่ี วกับงานสารบรรณไว้เปน็ อย่างอ่ืน ให้ถือปฏิบัติตาม กฎหมาย
หรือระเบียบวา่ ด้วยการนั้น
หมายเหตุ ข้อ 5. ความเดมิ ถูกยกเลกิ โดยข้อ 3 แหง่ ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบบั ที่
2) พ.ศ. 2548
6. ในระเบียบน้ี “งานสารบรรณ” มีหมายความตามข้อใด
1. งานทเ่ี กย่ี วกับการบรหิ ารงานเอกสารทุกกรณี
2. งานที่เกีย่ วกับการการจดั ทาเอกสารทุกกรณี
3. งานทเ่ี กย่ี วกบั การบรหิ ารงานเอกสารเร่ิมต้งั แต่การจัดทา การรับการส่ง การเก็บรักษา การยมื จนถึงการ
ทาลาย
4. งานทเ่ี กี่ยวกบั การบรหิ ารงานเอกสารเร่มิ ตงั้ แต่การจดั ทา การรับ การส่ง การเก็บรกั ษา การยมื การทาลาย
และการเก็บรักษาความลบั ของทางราชการในหนว่ ยงานต่างๆของประเทศ
ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 6. วรรคแรก ในระเบียบน้ี
“งานสารบรรณ” หมายความว่า งานทีเ่ ก่ยี วกับการบริหารงานเอกสารเร่ิมตั้งแต่การจดั ทา การรบั การส่ง
การเกบ็ รักษา การยืม จนถึงการทาลาย
7. ในระเบยี บน้ี “หนงั สือ” มคี วามหมายตามข้อใด
1. หนงั สอื ทุกชนิด 2. หนงั สอื ราชการ
3. หนงั สอื เอกชน 4. หนงั สือราชการและเอกชนที่เกย่ี วข้อง
ตอบ 2. แนวคดิ ขอ้ 6. ในระเบยี บนี้ “หนงั สือ” หมายความวา่ หนงั สอื ราชการ
8. ในระเบียบนี้ “อิเล็กทรอนกิ ส์” หมายความตามขอ้ ใด
1. การประยุกตใ์ ช้วิธกี ารทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า หรอื วธิ อี ่นื ใดในลักษณะคล้ายกัน
2. การประยุกต์ใชว้ ธิ ีการทางแสง วธิ ีการทาง แมเ่ หลก็ หรืออุปกรณท์ ่เี กี่ยวข้องกับการประยุกตใ์ ช้ตา่ งๆเช่นวา่
นนั้
3. ถูกทั้งข้อ 1. และ 2.
4. การประยกุ ตใ์ ชว้ ิธีกรรมอิเล็กทรอนิกสใ์ นระบบงานสารบรรณ
ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 6. ในระเบียบน้ี “อเิ ลก็ ทรอนิกส์” หมายความว่า การประยุกตใ์ ชว้ ิธกี ารทาง
อเิ ล็กตรอน ไฟฟา้ คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้า หรือวิธอี น่ื ใดในลกั ษณะคลา้ ยกนั และให้หมายความรวมถึงการ
ประยุกตใ์ ชว้ ธิ ีการทางแสง วธิ กี ารทาง แมเ่ หล็ก หรืออุปกรณท์ เี่ ก่ยี วข้องกับการประยุกต์ใชต้ า่ งๆ เชน่ วา่ น้ัน
หมายเหตุ บทนิยามนีเ้ พมิ่ เติม โดยข้อ 4 แหง่ ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2548
9. ในระเบียบน้ี “ระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส์” หมายความตามข้อใด
1. การรบั ส่งและเกบ็ รักษาข้อมูลขา่ วสารหรือหนงั สือผา่ นระบบส่ือสารดว้ ยวิธีการทางอิเลก็ ทรอนิกส์
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 88
------------------------------------------------------------------------------
2. โดยรวมถงึ การรบั ส่งโดยใชไ้ ปรษณยี ์อเิ ล็กทรอนิกส์ของสว่ นราชการหรอื ทสี่ ว่ นราชการจดั ให้แกเ่ จา้ หนา้ ท่ี
และระบบสื่อสารทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์อ่ืนใดตามทหี่ ัวหน้าสว่ นราชการกาหนดดว้ ย”
3. ถูกทง้ั ข้อ 1. และ 2.
4. การจัดการข้อมลู ขา่ วสารหรือหนังสือ ผา่ นระบบสื่อสารด้วยวิธีการทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 6. ในระเบยี บน้ี “ระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส์” หมายความว่า การรบั สง่ และ
เกบ็ รักษาข้อมลู ขา่ วสารหรอื หนงั สือผา่ นระบบส่ือสารด้วยวธิ กี ารทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ โดยรวมถึงการรับส่งโดยใช้
ไปรษณยี ์อิเล็กทรอนิกสข์ องส่วนราชการหรอื ทีส่ ว่ นราชการจดั ใหแ้ กเ่ จ้าหนา้ ท่ี และระบบสือ่ สารทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อน่ื
ใดตามทห่ี วั หนา้ สว่ นราชการกาหนดดว้ ย”
หมายเหตุ ข้อ 6 ความเดมิ ถกู ยกเลิกโดยข้อ 4 แหง่ ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ
(ฉบบั ที่ 4) พ.ศ. 2564 และให้ใช้ความท่พี ิมพ์ไวแ้ ทน
10. ในระเบียบนี้ “ส่วนราชการ” หมายความตามขอ้ ใด
1. กระทรวง ทบวง กรม
2. สานักงาน หรอื หนว่ ยงานอ่ืนใดของรัฐ ในราชการบรหิ ารส่วนกลางราชการบริหารส่วนภมู ภิ าค ราชการ
บรหิ ารสว่ นทอ้ งถน่ิ
3. สานักงาน หรือหนว่ ยงานอืน่ ใดของรัฐในตา่ งประเทศ
4. ถูกทกุ ข้อ
ตอบ 4. แนวคิด ข้อ 6. ในระเบยี บนี้ “ส่วนราชการ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม สานักงาน หรือ
หนว่ ยงานอ่ืนใดของรัฐ ท้ังใน ราชการบรหิ ารสว่ นกลาง ราชการบรหิ ารส่วนภมู ภิ าค ราชการบรหิ ารสว่ นท้องถ่นิ หรือใน
ตา่ งประเทศ และ ให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการด้วย
11. ในระเบยี บนี้ “คณะกรรมการ” หมายความตามข้อใด
1. คณะบุคคลทไี่ ดร้ บั มอบหมายจากทางราชการ ใหป้ ฏิบัติงานในเร่อื งใดๆ
2. คณะอนุกรรมการ คณะทางาน หรือคณะบคุ คลอน่ื ท่ีปฏบิ ัตงิ านในลกั ษณะเดยี วกนั
3. ถกู ทั้งข้อ 1. และ 2.
4. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 6. ในระเบียบน้ี “คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะบุคคลที่ไดร้ ับมอบหมายจากทาง
ราชการให้ปฏิบัตงิ านในเร่ือง ใดๆ และให้หมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการ คณะทางาน หรอื คณะบุคคลอ่ืนท่ี
ปฏิบัตงิ านในลักษณะเดยี วกัน
12. “คาอธิบายซึง่ กาหนดไว้ท้ายระเบยี บ” ให้ถือว่ามีผลอยา่ งไร
1. เปน็ ส่วนประกอบทีใ่ ชง้ านสารบรรณ 2. ให้ใชเ้ ป็นแนวทางในการปฏิบตั ิ
3. ถกู ท้งั ข้อ 1. และ 2.
4. ไม่มผี ลอยา่ งใดเลยเปน็ เพียงคาอธบิ ายเพ่ือให้เข้าใจได้ชัดเจนข้ึน
ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 7. คาอธบิ ายซึ่งกาหนดไว้ท้ายระเบียบใหถ้ ือว่าเป็นส่วนประกอบทีใ่ ชง้ านสารบรรณและให้
ใชเ้ ปน็ แนวทางในการปฏิบตั ิ
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 89
------------------------------------------------------------------------------
13. ให้ผ้ใู ดรกั ษาการตามระเบยี บนี้
1. นายกรัฐมนตรี 2. ปลดั สานักนายกรฐั มนตรี
3. รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 4. ก.พ.
ตอบ 2. แนวคิด ข้อ 8. ให้ ปลดั สานักนายกรัฐมนตรี รักษาการตามระเบยี บนี้
14. ผู้รักษาการตามข้อ 13. มอี านาจตามข้อใด
1. ตคี วามและวินิจฉยั ปัญหาเก่ยี วกบั การปฏิบัติตามระเบียบนี้
2. แก้ไขเพมิ่ เติมภาคผนวก และจัดทาคาอธิบายเกย่ี วกบั งานสารบรรณ
3. ใหม้ ีหน้าท่ีดาเนนิ การฝึกอบรมเก่ียวกบั งานสารบรรณ
4. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ 4. แนวคดิ ขอ้ 8. ใหป้ ลัดสานักนายกรัฐมนตรีรกั ษาการตามระเบยี บนี้ และ ให้มอี านาจตีความและวินิจฉยั
ปญั หาเกยี่ วกบั การปฏิบตั ิตามระเบยี บน้ี รวมทงั้ การแก้ไขเพมิ่ เติมภาคผนวกและจัดทาคาอธบิ าย กบั ให้มี หน้าท่ี
ดาเนินการฝึกอบรมเกยี่ วกับงานสารบรรณ
15. การตีความ การวนิ ิจฉัยปัญหา และการแก้ไขเพ่ิมเติมภาคผนวก และคาอธิบายตามข้อ 14. ปลัด สานกั
นายกรัฐมนตรี จะขอความเห็นจากหน่วยงานใด เพื่อประกอบการพจิ ารณาก็ได้
1. สานกั งาน ก.พ.
2. คณะกรรมการพิจารณาปรบั ปรงุ และพัฒนาระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรี
3. คณะกรรมการพฒั นางานสารบรรณ
4. สานกั นายกรัฐมนตรี
ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 8. วรรคสอง การตคี วาม การวนิ ิจฉัยปัญหา และการแก้ไขเพมิ่ เตมิ ภาคผนวก และ
คาอธิบายตามวรรคหนึง่ ปลัด สานกั นายกรัฐมนตรีจะขอความเห็นจาก คณะกรรมการพิจารณาปรับปรงุ และพฒั นา
ระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี เพอื่ ประกอบการพิจารณาก็ได้
16. หนงั สือราชการตามระเบยี บนี้ คอื เอกสารทีม่ ีวตั ถปุ ระสงค์ตามข้อใด
1. เอกสารทกุ ชนดิ ของราชการ 2. เอกสารท่ีเปน็ หลักฐานในราชการ
3. เอกสารประจาหนว่ ยงานราชการต่างๆ 4. ถูกทกุ ขอ้
ตอบ 2. แนวคดิ ขอ้ 9. หนงั สือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลกั ฐานในราชการ
หมายเหตุ ข้อ 9 ความเดมิ ถูกยกเลกิ โดยข้อ 5 แหง่ ระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบับ
ท่ี 2) พ.ศ. 2548 และ ใหใ้ ชค้ วามทพี่ มิ พ์ไวแ้ ทน
17. หนังสือราชการตามระเบียบนี้ ได้แก่ขอ้ ใด
1. หนังสือท่ีมไี ปมาระหว่างส่วนราชการ
2. หนงั สือทส่ี ว่ นราชการมไี ปถึงหน่วยงานอืน่ ใดซ่งึ มิใชส่ ว่ นราชการ หรือที่มีไปถงึ บุคคลภายนอก
3. หนงั สอื ที่หนว่ ยงานอื่นใดซ่ึงมใิ ชส่ ว่ นราชการ หรอื ท่บี ุคคลภายนอกมีมาถึงสว่ น ราชการ
4. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ 4. แนวคดิ ข้อ 9. หนงั สือราชการ คือ เอกสารท่ีเปน็ หลักฐานในราชการ ได้แก่
9.1 หนังสอื ท่มี ีไปมาระหวา่ งส่วนราชการ
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 90
------------------------------------------------------------------------------
9.2 หนงั สอื ท่ีส่วนราชการมไี ปถึงหน่วยงานอน่ื ใดซงึ่ มิใช่ส่วนราชการ หรือท่มี ีไปถึง บุคคลภายนอก
9.3 หนังสือทหี่ นว่ ยงานอนื่ ใดซ่ึงมใิ ชส่ ว่ นราชการ หรอื ที่บุคคลภายนอกมีมาถงึ สว่ น ราชการ
หมายเหตุ ขอ้ 9. ความเดมิ ถูกยกเลิกโดยข้อ 5 แหง่ ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ (ฉบบั ที่ 2)
พ.ศ. 2548 และ ใหใ้ ช้ความท่ีพมิ พไ์ ว้แทน
18. ข้อใด ไม่ใช่ หนังสือราชการตามระเบียบน้ี
1. เอกสารท่ที างราชการจัดทาขึ้นเพ่ือเปน็ หลกั ฐานในราชการ
2. เอกสารทที่ างราชการจดั ทาขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรอื ข้อบงั คบั
3. หนงั สือของบุคคลภายนอกทน่ี ามาเก็บรกั ษาไวก้ ับทางราชการ
4. ถูกทกุ ขอ้
ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 9. หนงั สอื ราชการ คือ เอกสารทเ่ี ปน็ หลักฐานในราชการ ไดแ้ ก่
9.4 เอกสารทท่ี างราชการจัดทาข้ึนเพือ่ เปน็ หลักฐานในราชการ
9.5 เอกสารที่ทางราชการจดั ทาขนึ้ ตามกฎหมาย ระเบียบ หรอื ข้อบังคับ
9.6 ขอ้ มูลขา่ วสารหรือหนังสือทไี่ ดร้ บั จากระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนกิ ส์
หมายเหตุ ข้อ 9. ความเดิมถกู ยกเลิกโดยข้อ 5 แหง่ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2548 และ ให้ใช้ความท่ีพมิ พไ์ วแ้ ทน
19. “หนังสอื ” ตามระเบียบนี้ มีกี่ชนิด
1. 4 ชนดิ 2. 5 ชนิด 3. 6 ชนิด 4. 7 ชนดิ
ตอบ 3. แนวคดิ ข้อ 10. หนงั สือ มี 6 ชนิด คือ
10.1 หนงั สอื ภายนอก 10.2 หนังสอื ภายใน 10.3 หนังสือประทับตรา
10.4 หนงั สือส่ังการ 10.5 หนงั สือประชาสัมพนั ธ์
10.6 หนังสือท่ีเจ้าหนา้ ที่ทาข้ึนหรอื รบั ไว้เป็นหลักฐานในราชการ
20. ในระเบยี บนี้ “หนงั สอื ภายนอก” หมายถงึ หนังสือตามข้อใด
1. หนงั สือติดต่อราชการทเ่ี ป็นแบบพธิ ีโดยใช้กระดาษตราครฑุ เปน็ หนังสือติดต่อระหวา่ งสว่ นราชการ
2. หนังสอื ติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธโี ดยใช้กระดาษตราครฑุ เปน็ หนงั สอื ติดต่อระหว่างสว่ นราชการมีถงึ
หน่วยงานอนื่ ใดซึ่งมิใชส่ ่วนราชการ
3. หนงั สือติดต่อราชการทเ่ี ป็นแบบพธิ โี ดยใชก้ ระดาษตราครุฑเปน็ หนังสือตดิ ต่อระหว่างสว่ นราชการที่มีถงึ
บคุ คลภายนอก
4. ถูกทุกข้อ
ตอบ 4. แนวคดิ ขอ้ 11. หนังสือภายนอก คือ หนงั สือติดตอ่ ราชการที่เปน็ แบบพธิ ีโดยใช้กระดาษตราครุฑ
เป็น หนังสือติดต่อระหว่างสว่ นราชการ หรอื สว่ นราชการมีถงึ หน่วยงานอน่ื ใดซ่ึงมิใช่สว่ นราชการ หรือ ทีม่ ถี ึง
บุคคลภายนอก ใหจ้ ดั ทาตามแบบท่ี 1 ทา้ ยระเบยี บ
21. รายละเอียดของ “หนงั สือภายนอก” ตามข้อ 20. ในส่วนของ “ราชการเจา้ ของหนังสือ”.. ให้กรอก
รายละเอยี ดสิ่งใดบ้าง
1. ให้ลงช่อื สว่ นราชการ
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 91
------------------------------------------------------------------------------
2. ให้ลงชอื่ สว่ นราชการ สถานที่ราชการ
3. ใหล้ งช่อื สว่ นราชการ สถานทีร่ าชการหรอื คณะกรรมการซง่ึ เปน็ เจ้าของหนงั สอื น้ัน
4. ใหล้ งชอ่ื สว่ นราชการ สถานท่รี าชการหรอื คณะกรรมการซึง่ เป็นเจ้าของหนงั สือน้นั และโดยปกตใิ ห้ลงท่ีตั้ง
ไวด้ ้วย
ตอบ 4. แนวคิด ขอ้ 11. หนงั สอื ภายนอก คือ หนงั สือติดต่อราชการทเ่ี ปน็ แบบพิธีโดยใช้กระดาษตราครุฑเปน็
หนังสอื ติดต่อระหว่างส่วนราชการ หรือสว่ นราชการมีถึงหน่วยงานอืน่ ใดซ่งึ มิใช่ส่วนราชการ หรอื ที่มีถึง
บุคคลภายนอก ใหจ้ ัดทาตามแบบท่ี 1 ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ดดังนี้
11. 2 สว่ นราชการเจ้าของหนงั สือ ใหล้ งช่ือสว่ นราชการ สถานทร่ี าชการหรือ คณะกรรมการซ่ึงเปน็ เจ้าของ
หนังสือน้ัน และโดยปกติให้ลงท่ตี ้งั ไว้ด้วย
22. รายละเอียดของ“หนังสือภายนอก” ตามข้อ 20. ในสว่ นของ “วัน เดอื น ปี”.. ใหก้ รอกรายละเอียดตามข้อใด
1. ใหล้ งตวั อักษรของวนั ท่ี ชื่อย่อของเดือน และตวั เลขของปีพุทธศักราชที่ออกหนงั สอื
2. ใหล้ งตัวเลขของวนั ท่ี ชอื่ ย่อของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกหนงั สือ
3. ใหล้ งตวั เลขของวันท่ี ชอื่ เต็มของเดอื น และตัวเลขของปีพุทธศักราชท่ีออกหนงั สือ
4. ใหล้ งตวั เลขของวันท่ี ชอ่ื เต็มของเดือน และตวั อักษรของปพี ุทธศักราชทอี่ อกหนังสอื
ตอบ 3. แนวคิด ข้อ 11. หนงั สอื ภายนอก คือ หนงั สือติดต่อราชการทเี่ ป็นแบบพิธีโดยใช้กระดาษตราครฑุ เปน็
หนังสอื ติดต่อระหวา่ งสว่ นราชการ หรอื สว่ นราชการมีถึงหน่วยงานอืน่ ใดซึ่งมิใช่สว่ นราชการหรือท่ีมีถึง บุคคลภายนอก
ใหจ้ ัดทาตามแบบที่ 1 ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ดดงั นี้
11. 3 วัน เดือน ปี ให้ลงตัวเลขของวนั ท่ี ชอื่ เต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชท่อี อกหนังสอื
23. รายละเอียดของ“หนังสือภายนอก”ตามข้อ 20. ในส่วนของ “เรือ่ ง”.... ให้กรอกรายละเอยี ดตามขอ้ ใด
1. ให้ลงเร่ืองย่อทเ่ี ปน็ ใจความให้มีรายละเอียดท่ีสุดของหนังสอื ฉบบั นั้น
2. ให้ลงเร่ืองที่เปน็ คาข้นึ ต้นของหนงั สือฉบับน้นั
3. ให้ลงเร่ืองย่อท่ีเปน็ ใจความสัน้ ๆ ของหนังสือฉบับน้นั
4. ใหล้ งเร่อื งย่อทเี่ ป็นใจความสั้นทสี่ ดุ ของหนงั สือฉบับนน้ั ในกรณีท่ีเป็น หนงั สอื ต่อเนือ่ งโดยปกตใิ ห้ลงเร่ืองของ
หนงั สอื ฉบบั เดมิ
ตอบ 4. แนวคดิ หนงั สอื ภายนอก คือ หนงั สอื ติดต่อราชการทเ่ี ป็นแบบพธิ โี ดยใชก้ ระดาษตราครุฑเป็น
หนังสอื ติดต่อระหว่างสว่ นราชการ หรอื ส่วนราชการมถี งึ หนว่ ยงานอื่นใดซึ่งมิใชส่ ว่ นราชการหรอื ที่มีถงึ
บุคคลภายนอก ให้จัดทาตามแบบที่ 1 ท้ายระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียดดังน้ี
11.4 เรือ่ ง ให้ลงเรอ่ื งย่อท่ีเปน็ ใจความส้นั ท่สี ดุ ของหนงั สือฉบับน้ันในกรณีทีเ่ ป็น หนงั สอื ตอ่ เน่ืองโดยปกติให้
ลงเร่อื งของหนงั สือฉบับเดิม
24. รายละเอยี ดของ“หนงั สอื ภายนอก”ตามข้อ 20. ในสว่ นของ“ขอ้ ความ”..ให้กรอกรายละเอียดตามขอ้ ใด
1. ใหล้ งสาระสาคญั ของเรื่องให้ชดั เจน
2. ให้ลงสาระสาคญั ของเร่ืองให้ชดั เจนและเข้าใจตามรปู แบบพิธี
3. ให้ลงสาระสาคญั ของเร่ืองใหช้ ดั เจนและเข้าใจงา่ ย หากมีความประสงค์ หลายประการให้แยกเปน็ ข้อๆ
4. ใหล้ งสาระสาคัญของเรื่องใหช้ ดั เจนและเขา้ ใจง่าย หากมคี วามประสงคห์ ลายประการให้แยกเปน็ ย่อหน้า
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 92
------------------------------------------------------------------------------
เพื่อใหเ้ ข้าใจในแต่ละบรบิ ท
ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 11. หนังสอื ภายนอก คือ หนังสอื ติดตอ่ ราชการท่เี ป็นแบบพธิ ีโดยใชก้ ระดาษตราครุฑเป็น
หนังสอื ติดต่อระหวา่ งส่วนราชการ หรือสว่ นราชการมีถึงหน่วยงานอน่ื ใดซงึ่ มิใชส่ ่วนราชการ หรอื ทมี่ ถี ึง
บคุ คลภายนอก ให้จัดทาตามแบบท่ี 1 ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียดดังน้ี
11. 8 ขอ้ ความ ใหล้ งสาระสาคญั ของเร่อื งใหช้ ดั เจนและเข้าใจง่าย หากมคี วามประสงค์ หลายประการให้
แยกเป็นข้อๆ
25. รายละเอียดของ“หนังสอื ภายนอก”ตามข้อ 20. ในสว่ นของ “ลงช่ือ”.. ให้กรอกรายละเอียดตามขอ้ ใด
1. ให้ลงลายมือช่ือเจา้ ของหนงั สือเทา่ นัน้
2. ใหล้ งลายมือชือ่ เจ้าของหนงั สือ และให้พมิ พช์ อื่ เต็มของเจา้ ของลายมอื ช่ือ ไว้บนลายมือชอื่
3. ใหล้ งลายมือชอ่ื เจา้ ของหนังสือ และให้พิมพ์ชอ่ื เต็มของเจา้ ของลายมอื ช่ือ ไว้ใต้ลายมือชอื่
4. ให้ลงลายมือชื่อเจา้ ของหนงั สอื ใหพ้ ิมพ์ช่อื เตม็ ของเจา้ ของลายมือช่อื ไวใ้ ต้ลายมือชือ่ พร้อมกบั พมิ พล์ าย
นม้ิ หัวแมม่ อื ดา้ นขา้ งซ้ายของลายมือชื่อน้นั
ตอบ 3. แนวคดิ แนวคิด ขอ้ 11. หนงั สือภายนอก คือ หนงั สือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีโดยใช้กระดาษตรา
ครุฑเปน็ หนังสอื ตดิ ตอ่ ระหว่างส่วนราชการ หรือสว่ นราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซง่ึ มิใชส่ ว่ นราชการ หรอื ทีม่ ถี ึง
บคุ คลภายนอก ใหจ้ ดั ทาตามแบบที่ 1 ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ดดังน้ี
11.10 ลงช่ือ ใหล้ งลายมอื ชือ่ เจา้ ของหนังสอื และให้พิมพ์ช่อื เต็มของเจ้าของลายมือช่ือ ไวใ้ ต้ลายมือช่อื ตาม
รายละเอยี ดทกี่ าหนดไวใ้ นภาคผนวก 3
26. ตามระเบยี บนี้ “หนังสือภายใน” หมายถึงความหมายตามข้อใด
1. หนังสอื ตดิ ต่อราชการที่เป็นแบบพธิ ีมากกวา่ หนังสือภายนอกเปน็ หนงั สือติดต่อภายในกระทรวง ทบวง
กรม หรือจังหวัดเดียวกนั
2. หนังสอื ติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธนี ้อยกว่าหนงั สอื ภายนอกเป็นหนงั สือตดิ ต่อภายในกระทรวง ทบวง
กรม หรือจงั หวัดเดียวกนั
3. หนงั สือติดต่อราชการที่เป็นแบบพธิ ีเทา่ กบั หนังสือภายนอกเป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวงทบวง กรม
หรือจังหวัดเดียวกนั
4. หนงั สอื ติดต่อราชการที่ไม่จาต้องทาเปน็ แบบพิธีเป็นหนงั สือตดิ ต่อภายในกระทรวง ทบวง กรมหรอื
จงั หวดั เดยี วกัน
ตอบ 2. แนวคดิ ข้อ 12. หนังสือภายใน คือ หนงั สือติดต่อราชการที่เปน็ แบบพธิ ี น้อยกว่าหนังสอื ภายนอก เปน็
หนงั สอื ตดิ ต่อภายในกระทรวงทบวงกรมหรือจงั หวดั เดียวกันใช้กระดาษบนั ทึกข้อความ และใหจ้ ดั ทาตาม แบบท่ี 2
ทา้ ยระเบียบ
27. รายละเอยี ดของ “หนงั สือภายใน” ตามข้อ 26. ในส่วนของ “ท”ี่ .. ให้กรอกรายละเอียดตามข้อใด
1. ใหล้ งชื่อเต็มของหน่วยราชการนัน้ ตามทก่ี าหนดไวใ้ น ภาคผนวก 1 ทับเลขทะเบียนหนงั สอื สง่
2. ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะของเจา้ ของเรือ่ ง ตามที่กาหนดไว้ใน ภาคผนวก 1 ทับเลขทะเบยี นหนังสือสง่
3. ใหล้ งรหสั ตวั พยัญชนะและเลขประจาของเจา้ ของเร่ือง ตามท่ีกาหนดไว้ใน ภาคผนวก 1 ทับเลขทะเบียน
หนังสือสง่
คู่มือสอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 93
------------------------------------------------------------------------------
4. ให้เว้นวา่ งได้ไม่ต้องลงแต่อย่างใด ตามที่กาหนดไวใ้ น ภาคผนวก 1 ทบั เลขทะเบยี นหนงั สือส่ง
ตอบ 3. แนวคิด ขอ้ 12. หนงั สอื ภายใน คอื หนังสือติดตอ่ ราชการที่เปน็ แบบพธิ ี นอ้ ยกว่าหนังสอื ภายนอก เป็น
หนงั สือตดิ ต่อภายในกระทรวงทบวงกรมหรือจงั หวดั เดียวกันใช้กระดาษบนั ทึกข้อความ และให้จดั ทาตาม แบบท่ี 2
ทา้ ยระเบียบ โดยกรอกรายละเอียด ดังน้ี
12.2 ที่ ให้ลงรหัสตวั พยัญชนะและเลขประจาของเจ้าของเร่ือง ตามท่ีกาหนดไว้ใน ภาคผนวก 1 ทับเลข
ทะเบียนหนงั สือสง่ สาหรับหนงั สือของคณะกรรมการใหก้ าหนดรหสั ตัวพยญั ชนะ เพม่ิ ขึน้ ไดต้ ามความจาเปน็
28. รายละเอยี ดของ “หนงั สอื ภายใน” ตามข้อ 26. ในส่วนของ “คาขึน้ ต้น”.. ใหก้ รอกรายละเอียดตามข้อใด
1. ใหใ้ ชค้ าขน้ึ ต้นตามฐานะของผรู้ บั หนงั สือตามตารางการใชค้ าขนึ้ ต้น สรรพนาม และคาลงท้าย ที่กาหนดไว้
ในภาคผนวก 2 น้ี
2. ให้ใชค้ าขึ้นตน้ ตามฐานะของผู้ส่งหนงั สอื ตามตารางการใช้คาขน้ึ ต้น สรรพนาม และคาลงทา้ ย ทีก่ าหนดไว้
ในภาคผนวก 2 น้ี
3. ใหใ้ ชค้ าขึน้ ตน้ ตามฐานะของผทู้ าหนังสือนั้น ตามตารางการใช้คาขน้ึ ตน้ สรรพนาม และคาลงท้าย ที่
กาหนดไว้ในภาคผนวก 2 น้ี
4. ให้ใชค้ าข้ึนต้นตามฐานะของผู้บงั คับบัญชา ตามตารางการใชค้ าขน้ึ ตน้ สรรพนาม และคาลงท้าย ทก่ี าหนด
ไว้ในภาคผนวก 2 น้ี
ตอบ 1. แนวคดิ ข้อ 12. หนังสอื ภายใน คือ หนงั สือติดต่อราชการท่ีเป็นแบบพธิ ี น้อยกวา่ หนงั สอื ภายนอก เป็น
หนงั สือติดต่อภายในกระทรวงทบวงกรมหรือจงั หวัดเดยี วกัน ใช้กระดาษบันทึกขอ้ ความ และให้จัดทาตาม แบบที่ 2
ท้ายระเบียบ โดยกรอกรายละเอยี ด ดังนี้
12. 5 คาขึ้นตน้ ให้ใชค้ าขน้ึ ต้นตามฐานะของผูร้ บั หนงั สือตามตารางการใชค้ าข้นึ ต้น สรรพนาม และคาลงท้าย
ที่กาหนดไวใ้ นภาคผนวก 2 แล้วลงตาแหน่งของผู้ที่หนังสอื นัน้ มถี ึง หรือชือ่ บุคคลในกรณที ม่ี ีถึงตวั บุคคลไมเ่ กยี่ วกบั
ตาแหน่งหนา้ ท่ี
29. รายละเอยี ดของ “หนงั สือภายใน” ตามข้อ 26. ในสว่ นของ “ขอ้ ความ”.. ใหล้ งรายละเอยี ดตามข้อใด
1. ใหล้ งสาระสาคัญของเร่ืองให้ชดั เจนและเข้าใจตามรปู แบบทางการพธิ ี
2. ให้ลงสาระสาคญั ของเร่ืองให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมคี วามประสงค์ หลายประการ ใหแ้ ยกเปน็ ยอ่ หน้า
3. ขอ้ ความ ใหล้ งสาระสาคัญของเร่ืองใหช้ ดั เจนและเข้าใจงา่ ย หากมีความประสงค์ หลายประการ ใหแ้ ยก
เป็นขอ้ ๆ เท่านัน้
4. ข้อความ ให้ลงสาระสาคัญของเร่ืองให้ชัดเจนและเข้าใจงา่ ย หากมคี วามประสงค์ หลายประการ ให้แยก
เป็นขอ้ ๆ ในกรณีที่มีการอา้ งถึงหนงั สอื ท่เี คยมตี ิดต่อกันหรือมีสงิ่ ท่ีส่งมาดว้ ย ให้ระบุ ไวใ้ นข้อน้ี
ตอบ 4. แนวคดิ ข้อ 12 หนังสอื ภายใน คือ หนงั สือติดตอ่ ราชการที่เปน็ แบบพธิ ี นอ้ ยกว่าหนังสือภายนอก เปน็
หนงั สอื ตดิ ต่อภายในกระทรวงทบวงกรมหรือจังหวดั เดยี วกัน ใชก้ ระดาษบนั ทกึ ขอ้ ความ และให้จดั ทาตาม แบบท่ี 2
ท้ายระเบยี บ โดยกรอกรายละเอยี ด ดังน้ี
12. 6 ขอ้ ความ ให้ลงสาระสาคญั ของเรอื่ งใหช้ ัดเจนและเขา้ ใจงา่ ย หากมคี วามประสงค์ หลายประการ ให้
แยกเป็นข้อๆในกรณีทีม่ กี ารอ้างถึงหนงั สือที่เคยมีตดิ ต่อกันหรือมีสงิ่ ที่สง่ มาดว้ ยให้ระบุไว้ในขอ้ นี้
คู่มอื สอบนกั ทรพั ยากรบุคคล สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 94
------------------------------------------------------------------------------
30. ในระเบียบน้ี “หนงั สือประทับตรา” หมายความตามข้อใด
1. หนงั สอื ที่ใชป้ ระทบั ตราแทนการลงชือ่ ของหวั หนา้ สว่ นราชการ ระดบั แผนกขึน้ ไป
2. หนงั สอื ที่ใชป้ ระทบั ตราแทนการลงช่อื ของหัวหน้าสว่ นราชการ ระดับหน่วยงานข้นึ ไป
3. หนงั สือที่ใชป้ ระทับตราแทนการลงชอื่ ของหัวหนา้ สว่ นราชการ ระดับกรมขน้ึ ไป
4. หนังสือท่ีใชป้ ระทบั ตราแทนการลงช่อื ของหวั หนา้ ส่วนราชการ ระดับกระทรวงขนึ้ ไป
ตอบ 3. แนวคดิ ขอ้ 13. หนงั สือทีใ่ ช้ประทบั ตราแทนการลงชอื่ ของหัวหนา้ สว่ นราชการระดบั กรมขน้ึ ไป
31. จากข้อ 30. ผใู้ ดเป็นผู้รบั ผิดชอบในการลงชื่อย่อกากบั ตรา
1. หัวหนา้ ส่วนราชการระดับกอง
2. ผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมายจากหัวหนา้ สว่ นราชการ ระดับกรมข้ึนไป
3. อธิบดกี รมฯ
4. ถกู ทัง้ ข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคิด ขอ้ 13. หนังสือประทับตรา คือ หนงั สือทีใ่ ชป้ ระทบั ตราแทนการลงชอื่ ของหวั หนา้ สว่ นราชการ
ระดบั กรมขน้ึ ไป โดยให้หวั หน้าสว่ นราชการระดบั กองหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายจากหวั หน้าส่วนราชการ ระดบั กรมข้ึน
ไป เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบลงช่ือย่อกากับตรา
32. หนังสอื ประทับตรา ตาม ข้อ 30. ในระเบียบนี้ ใหใ้ ช้ไดต้ ามข้อใด
1. ระหวา่ งส่วนราชการกับส่วนราชการ 2. ระหว่างส่วนราชการกับ บุคคลภายนอก
3. เฉพาะภายในสว่ นราชการนัน้ เท่าน้ัน 4. ถูกเฉพาะข้อ 1. และ 2.
ตอบ 4. แนวคดิ ขอ้ 13. วรรคสอง หนงั สอื ประทับตราใหใ้ ช้ได้ทั้ง ระหว่างสว่ นราชการกับสว่ นราชการ และ
ระหว่างส่วนราชการกับ บุคคลภายนอก
33. หนังสือประทับตรา ตามขอ้ 30. ในระเบยี บนี้ ให้ใชไ้ ด้เฉพาะกรณที ี่ไม่ใช่เร่ืองสาคัญตามข้อใด
1. การขอรายละเอียดเพม่ิ เติม
2. การส่งสาเนาหนังสือ สง่ิ ของ เอกสาร หรอื บรรณสาร
3. การตอบรบั ทราบทไี่ ม่เกย่ี วกับราชการสาคญั หรือการเงิน
4. ถกู ทกุ ข้อ
ตอบ 4. แนวคดิ ข้อ 13 วรรคสอง หนังสอื ประทบั ตราใหใ้ ชไ้ ด้ท้งั ระหวา่ งสว่ นราชการกบั ส่วนราชการ และ
ระหว่างสว่ นราชการกับ บคุ คลภายนอก เฉพาะกรณีท่ีไมใ่ ช่เร่อื งสาคญั ได้แก่
13.1 การขอรายละเอียดเพิ่มเติม
13.2 การส่งสาเนาหนังสือ สิง่ ของ เอกสาร หรอื บรรณสาร
13.3 การตอบรบั ทราบที่ไมเ่ กี่ยวกบั ราชการสาคัญหรอื การเงิน
13.4 การแจง้ ผลงานที่ได้ดาเนนิ การไปแลว้ ใหส้ ่วนราชการท่ีเกย่ี วขอ้ งทราบ
13.5 การเตอื นเร่ืองท่ีค้าง
13.6 เร่อื งซ่ึงหัวหนา้ ส่วนราชการระดบั กรมขึน้ ไปกาหนดโดยทาเป็นคาส่ังให้ใช้ หนงั สือประทับตรา
34. หนงั สือประทับตรา ตามขอ้ 30. ในระเบยี บนี้ ใช้กระดาษอยา่ งไร
1. ใช้กระดาษประทับตราในหน่วยงานราชการ 2. ใชก้ ระดาษตราครุฑ