The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เเผนการจัดการเรียนรู้ เศรษฐศาสตร์ ม.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-23 22:40:15

เเผนการจัดการเรียนรู้ เศรษฐศาสตร์ ม.5

เเผนการจัดการเรียนรู้ เศรษฐศาสตร์ ม.5

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 246

เฉลยใบงานท่ี 2.1
เรื่อง รทู้ ันสถานการณเ์ ศรษฐกิจ

คำชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนหาข่าวเศรษฐกิจเกี่ยวกับสถานการณท์ างการเงิน การคลงั ของประเทศในปัจจุบนั
1 ขา่ ว แลว้ นำมาวเิ คราะหส์ ถานการณ์เศรษฐกจิ

(เฉลยตามคำตอบของนกั เรียน และอยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 247

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

ลำดบั ที่ รายการประเมนิ คุณภาพการปฏิบตั ิ
4321

1 นำเสนอเนื้อหาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
2 การนำเสนอมคี วามนา่ สนใจ
3 ความเหมาะสมกบั เวลา
4 ความกลา้ แสดงออก
5 บุคลิกภาพ น้ำเสยี งเหมาะสม

รวม

ลงช่ือ..............................................................................ผู้ประเมิน
/ /....................... ........................... ........................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
การปฏบิ ัติงานสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน
การปฏิบัติงานยังมขี อ้ บกพร่องเลก็ น้อย ให้ 2 คะแนน
การปฏิบัตงิ านยังมีข้อบกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
การปฏิบัติงานมขี ้อบกพรอ่ งมาก

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
17-20 ดมี าก
13-16 ดี
9-12 พอใช้
5-8 ปรับปรุง

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 248
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่

ลำดับที่ ช่ือ – การแสดง การรับฟงั การตงั้ ใจ การร่วม รวม
สกุล ความรว่ มมือ ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น ทำงาน ปรบั ปรุง 20
ของผรู้ บั ผลงานกลมุ่

การ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน

ประเมนิ

เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
ดมี าก = 4 ............../.................../................
ดี = 3
พอใช้ = 2 หมายเหตุ ครูอาจใช้วธิ ีการมอบหมายใหห้ วั หน้ากลมุ่
ปรับปรุง = 1 เปน็ ผ้ปู ระเมนิ หรือใหต้ วั แทนกล่มุ ผลดั กนั ประเมิน
หรือใหม้ กี ารประเมนิ โดยเพ่ือน โดยตัวนักเรยี นเอง
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ตามความเหมาะสมก็ได้

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

17 – 20 ดมี าก

13 – 16 ดี

9 – 12 พอใช้

5 – 8 ปรับปรุง

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 249

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11

เร่ือง บทบาทของรัฐบาลเกีย่ วกบั นโยบายการเงนิ และการคลัง ในการพฒั นาเศรษฐกจิ เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง นโยบายการเงนิ การคลงั กบั การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เวลาเรียน 7 ชัว่ โมง

รหสั วชิ า ส 32103 ชอ่ื วิชา สงั คมศึกษา จำนวน 1 หนว่ ยกติ

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563

ครูผ้สู อน นางสาวรชนกี ร จันทร์พิทกั ษ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการพิเศษ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนกมุ ภวาปี

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพนั ธท์ าง

เศรษฐกจิ และความจำเปน็ ของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกิจใน

สงั คมโลก

2. ตวั ชว้ี ัด

ม.4-6/1 อธิบายบทบาทของรัฐบาลเก่ยี วกบั นโยบายการเงิน การคลงั ใน

การพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

รฐั บาลมบี ทบาทสำคญั ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยการใช้นโยบายการเงิน การคลงั

ในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การสรา้ งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รักษาดุลการคา้ ระหว่าง

ประเทศ แทรกแซงราคา ควบคมุ ราคา และสรา้ งความเปน็ ธรรมทางเศรษฐกจิ

4. สาระการเรยี นรู้

4.1 นโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศ

4.2 บทบาทนโยบายการเงิน และการคลังของรฐั บาลในด้าน

- การรกั ษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ

- การสร้างการเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจ

- การรักษาดุลการค้าระหว่างประเทศ

- การแทรกแซงราคาและการควบคมุ ราคา

4.3 รายรับและรายจ่ายของรัฐที่มีผลต่องบประมาณ หนีส้ าธารณะ การพฒั นาทางเศรษฐกจิ และ

คุณภาพชีวิตของประชาชน

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 250

- นโยบายการเก็บภาษีประเภทตา่ งๆ และการใช้จ่ายของรฐั
- แนวทางในการแก้ปญั หาการว่างงาน
4.4 ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบทเ่ี กิดจากภาวะทางเศรษฐกิจ เช่น เงนิ เฟ้อ อัตราการ
วา่ งงาน
4.5 ตัวช้ีวัดความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ เช่น GDP, GNP, รายไดเ้ ฉล่ยี ต่อบุคคล
4.6 แนวทางการแกไ้ ขปัญหานโยบายการเงนิ การคลงั
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
- ทักษะการคดิ สังเคราะห์
5.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี ินยั
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 มคี วามรบั ผิดชอบ
7. จุดประสงค์การเรยี นรู้
7.1 อธบิ ายบทบาทสำคัญของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงนิ การคลังในการพฒั นาเศรษฐกิจได้
7.2 วิเคราะหบ์ ทบาทของรฐั บาลเกี่ยวกบั นโยบายการเงิน การคลงั ในการพัฒนาเศรษฐกิจได้
8. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธสี อนโดยการจัดการเรยี นร้แู บบรว่ มมอื : เทคนิคกลุ่มเรียนล้อมวง (CL))
8.1 ให้นักเรียนรวมกลุ่มเดิม แตล่ ะกลมุ่ ทำกิจกรรมกลุ่มเรียนล้อมวง โดยสมาชิกของแตล่ ะกลุ่ม
น่ังล้อมวงกนั แล้วหมุนเวียนผลัดเปล่ียนกันอ่านเรื่อง บทบาทของรัฐบาลเกยี่ วกบั นโยบายการเงิน และการ
คลงั ในการพฒั นาเศรษฐกจิ จากหนงั สอื เรียน แล้วสรุปสาระสำคญั เพ่ือนำเสนอความรู้ ต่อสมาชิกกลุ่ม
ดังนี้
- สมาชิกคนท่ี 1 ศกึ ษาและสรุปความรเู้ รื่อง การจัดสรรทรัพยากรอยา่ งมีประสิทธิภาพ
- สมาชกิ คนท่ี 2 ศกึ ษาและสรปุ ความรู้เรือ่ ง การกระจายรายไดใ้ ห้เกดิ ความเปน็ ธรรม
- สมาชกิ คนที่ 3 ศึกษาและสรุปความรูเ้ ร่ือง การสร้างความเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจ
- สมาชกิ คนที่ 4 ศึกษาและสรปุ ความรู้เรอ่ื ง การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
8.2 ครูสังเกตการสรุปสาระสำคัญในการนำเสนอความรตู้ อ่ สมาชิกกลมุ่ เม่ือสมาชิกกลมุ่ สรปุ
สาระสำคัญเสรจ็ แล้ว ให้ครกู ำหนดประเด็นในการวิเคราะห์ และอภปิ รายให้ครอบคลุมทกุ ประเด็น ดังน้ี
- สินค้าสาธารณะสามารถจัดสรรใหเ้ กิดความเสมอภาคไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร
- การลดช่องวา่ งการกระจายรายได้ ชว่ ยลดปญั หาทางเศรษฐกิจและสงั คมได้จรงิ หรอื ไม่
เพราะเหตใุ ด

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 251

- การสรา้ งความเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจให้มคี วามต่อเนอื่ งจะต้องพจิ ารณาจากเครื่องชี้วัด
ใดเป็นสำคญั

- การเกิดปญั หาการวา่ งงาน เกิดจากขอ้ บกพรอ่ งในการรกั ษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ อยา่ งไร
8.3 ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะห์ และอภิปรายประเด็นที่ครกู ำหนด แลว้ สรปุ ผลรว่ มกนั
8.4 ใหต้ วั แทนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลการวิเคราะห์ และอภิปราย
8.5 ครสู รุปความร้ใู หน้ กั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจมากย่งิ ขน้ึ และอธบิ ายเพม่ิ เติมใหน้ กั เรยี น
ทราบวา่ ในปัจจบุ ันระบบเศรษฐกิจของประเทศของเรามีความเชื่อมโยงกบั ระบบเศรษฐกิจของโลกมากขน้ึ
ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการโลกาภิวัตนแ์ ละนโยบายการเปิดเสรที างการค้าและการเงนิ
8.6 ให้นักเรยี นหาข่าวคนละ 1 ข่าว ทีเ่ กย่ี วข้องกับนโยบายการเงิน การคลงั ของรัฐบาลปัจจบุ ัน
แล้วนำมาวิเคราะห์ในประเดน็ ท่ีกำหนด แลว้ เขียนบนั ทกึ ลงในแบบบันทึกการวเิ คราะห์ข่าว ดังนี้

- ลกั ษณะสำคัญของนโยบายการเงนิ และการคลังของรฐั บาล
- บทบาทของรัฐบาลในการกำหนดนโยบายการเงิน และการคลงั ในการพฒั นาเศรษฐกิจของ
ประเทศ
- ผลประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ ับจากการกำหนดนโยบายการเงนิ และการคลงั ในการพัฒนา
เศรษฐกิจของประเทศ
8.7 นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 5
9. ส่ือ อปุ กรณ์ และแหลง่ เรียนรู้
9.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียน เศรษฐศาสตร์ ม.4-ม.6
2) เอกสารความรู้เพิ่มเตมิ
9.2 แหล่งการเรยี นรู้

1) หอ้ งสมดุ
2) สอ่ื การเรยี นรตู้ ่างๆ เช่น หนังสือพมิ พ์ นติ ยสาร โทรทัศน์ วิทยุ
3) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ

http://www.bot.or.th
http://www.mof.go.th

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 252

10. การวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ ีการ
แบบประเมนิ บันทกึ การวเิ คราะห์ขา่ วท่ี ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ บนั ทกึ การวเิ คราะห์ข่าว
ท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั นโยบายการเงนิ เก่ยี วขอ้ งกบั นโยบายการเงนิ การคลัง
การคลังของรฐั บาลปัจจุบัน
ประเมินการนำเสนอผลงาน ของรฐั บาลปัจจบุ ัน
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

แบบทดสอบหลงั เรยี น ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

11. บนั ทึกผลหลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
11.1 ผลการเรียนรู้
11.1.1 นกั เรยี นท่ีผา่ นตัวชี้วดั /ผลการเรียนรู้
มจี ำนวน............................................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.............................................
11.1.2 นกั เรยี นที่ไม่ผา่ นตัวชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้
มจี ำนวน............................................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.............................................
คอื ...............................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
พฤติกรรมการเรียนร.ู้ ..................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.3 นกั เรยี นทมี่ ีความสามารถพิเศษ คอื
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
แนวทางการสง่ เสริม....................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.4 นกั เรยี นได้รับความรู้
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.5 นกั เรยี นเกดิ ทักษะกระบวนการ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 253

11.1.6 นักเรียนมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

11.2 ปญั หาและอุปสรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
11.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ผู้สอน
(นางสาวรชนกี ร จันทรพ์ ทิ กั ษ์)

ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
วนั ท่ี........... เดอื น.........................พ.ศ. ..............

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 254

12. ความเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้/ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงช่อื .........................................................
()

ตำแหน่ง........................................................
วนั ท.ี่ .......... เดือน......................... พ.ศ. ..............

13. ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะ ของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา/ผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ...................................................................
()

ตำแหน่ง................................................................
วันที่........... เดือน......................... พ.ศ. ..............

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 255

ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
บนั ทึกการวิเคราะห์ข่าวท่เี กี่ยวขอ้ งกบั นโยบายการเงิน การคลังของรัฐบาลปจั จบุ นั

คำชีแ้ จง : นักเรียนหาข่าวคนละ 1 ข่าว ท่ีเกี่ยวข้องกบั นโยบายการเงิน การคลงั ของรัฐบาลปจั จุบัน
แล้วนำมาวิเคราะหใ์ นประเด็นท่ีกำหนด แล้วเขยี นบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ การวเิ คราะห์ข่าว
ดังน้ี
1. ลักษณะสำคัญของนโยบายการเงิน และการคลังของรัฐบาล
2. บทบาทของรัฐบาลในการกำหนดนโยบายการเงนิ และการคลงั ในการพฒั นาเศรษฐกิจ

ของประเทศ
3. ผลประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ บั จากการกำหนดนโยบายการเงิน และการคลงั ในการพฒั นา

เศรษฐกิจของประเทศ

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 256

แบบประเมินบันทกึ การวเิ คราะหข์ ่าวที่เกี่ยวข้องกับ เลขที่
นโยบายการเงิน การคลังของรัฐบาลปัจจุบัน

ชือ่ ช้ัน

ลำดับท่ี รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
4321

1 การอธิบายลกั ษณะสำคญั ของนโยบายการเงินและการคลัง
ของรัฐบาล

2 การวเิ คราะห์บทบาทของรัฐบาลในการกำหนดนโยบายการเงิน
และการคลังในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

3 การวเิ คราะห์ผลประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ บั จากการกำหนด
นโยบายการเงนิ และการคลงั ในการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศ

4 การบันทึกการวิเคราะหข์ ่าว

รวม

ลงชือ่ ..............................................................................ผปู้ ระเมิน
/ /....................... ........................... ........................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ดมี าก = 4
ดี = 3
พอใช้ = 2
ปรบั ปรุง = 1

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
5-7 ปรับปรงุ

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 257

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

ลำดับที่ รายการประเมนิ คุณภาพการปฏิบตั ิ
4321

1 นำเสนอเนื้อหาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
2 การนำเสนอมคี วามน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกบั เวลา
4 ความกลา้ แสดงออก
5 บุคลิกภาพ น้ำเสยี งเหมาะสม

รวม

ลงช่ือ..............................................................................ผู้ประเมิน
/ /....................... ........................... ........................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
การปฏบิ ัติงานสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 3 คะแนน
การปฏบิ ัติงานยังมขี อ้ บกพร่องเลก็ น้อย ให้ 2 คะแนน
การปฏบิ ัติงานยังมีข้อบกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
การปฏบิ ัตงิ านมขี ้อบกพรอ่ งมาก

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
17-20 ดมี าก
13-16 ดี
9-12 พอใช้
5-8 ปรบั ปรุง

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 258
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ

ลำดบั ที่ ช่ือ – การแสดง การรบั ฟัง การตง้ั ใจ การรว่ ม รวม
สกุล ความร่วมมือ ความคิดเห็น ความคดิ เหน็ ทำงาน ปรบั ปรงุ 20
ของผรู้ บั ผลงานกลมุ่

การ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน

ประเมิน

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
ดมี าก = 4 ............../.................../................
ดี = 3
พอใช้ = 2 หมายเหตุ ครูอาจใช้วธิ ีการมอบหมายใหห้ วั หน้ากลุ่ม
ปรับปรุง = 1 เป็นผปู้ ระเมนิ หรือให้ตัวแทนกลุม่ ผลัดกันประเมนิ
หรอื ใหม้ กี ารประเมินโดยเพอื่ น โดยตัวนักเรียนเอง
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ตามความเหมาะสมก็ได้

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

17 – 20 ดีมาก

13 – 16 ดี

9 – 12 พอใช้

5 – 8 ปรบั ปรุง

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 259

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 เศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ

รายวชิ า ส 32103 สงั คมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น 6 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสมั พนั ธท์ างฃ

เศรษฐกิจและความจำเป็นของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

2. ตัวช้วี ัด

ม.4-6/2 วิเคราะห์ผลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกจิ ในยคุ โลกาภิวัตน์ ท่มี ีผล

ต่อสงั คมไทย

ม.4-6/3 วิเคราะห์ผลดี ผลเสียของความร่วมมือทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศใน

รปู แบบต่าง ๆ

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การรว่ มมือทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศในรูปแบบตา่ งๆ มที ง้ั ผลดีและผลเสยี ส่วนการเปดิ เสรี

ทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภวิ ัตน์มีผลกระทบตอ่ สังคมไทย ท้ังด้านการเกษตร อุตสาหกรรม การค้า และ

บริการ

4. สาระการเรยี นรู้

4.1 วิวัฒนาการของการเปดิ เสรีทางเศรษฐกจิ ในยุคโลกาภิวตั นข์ องไทย

4.2 ปัจจัยทางเศรษฐกจิ ที่มผี ลต่อการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของประเทศ

4.3 ผลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจท่ีมีต่อภาคการเกษตร ภาคอตุ สาหกรรม ภาคการค้า

และบรกิ าร

4.4 การคา้ และการลงทุนระหว่างประเทศ

4.5 บทบาทขององค์กรระหว่างประเทศในเวทกี ารคา้ โลกทม่ี ีผลกับประเทศไทย

4.6 แนวคิดพน้ื ฐานทีเ่ กย่ี วข้องกับการค้าระหว่างประเทศ

4.7 บทบาทขององค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจท่สี ำคัญในภมู ภิ าคต่างๆ ของโลก เช่น

WTO, NAFTA, EU, IMF, ADB, OPEC, FTA, APEC ในระดับตา่ ง ๆ เขตสี่เหล่ียมเศรษฐกิจ

4.8 ปัจจยั ต่าง ๆ ทนี่ ำไปสูก่ ารพงึ่ พา การแข่งขัน การขดั แยง้ และการประสานประโยชนท์ าง

เศรษฐกจิ ไทยกบั ต่างประเทศ

4.9 ตัวอยา่ งเหตุการณท์ ี่นำไปส่กู ารพง่ึ พาทางเศรษฐกิจ

4.10 ผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ

4.11 ปจั จัยต่าง ๆ ท่ีนำไปสู่การพ่ึงพา การแข่งขัน การขัดแยง้ และการประสานประโยชน์ทาง

เศรษฐกจิ วธิ กี ารกดี กันทางการค้าในการคา้ ระหวา่ งประเทศ

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 260

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

5.1 ความสามารถในการคดิ

- ทักษะการคิดวิเคราะห์

- ทกั ษะการคดิ สังเคราะห์

5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

- กระบวนการทำงานกลุ่ม

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

6.1 มวี ินยั

6.2 ใฝ่เรียนรู้

6.3 มคี วามรบั ผดิ ชอบ

7. ชิ้นงานหรือภาระงาน

7.1 แผนภูมภิ าพ แสดงผลกระทบของการเปิดเสรีการคา้ ต่อเศรษฐกิจไทย (ชิ้นงานที่ 6.1)

7.2 แผน่ พับวิเคราะห์ผลดี ผลเสียของความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ (ชน้ิ งานที่ 6.2)

8. กิจกรรมการเรียนรู้

- นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6

กจิ กรรมที่ 1 การค้า การลงทนุ และการเงนิ ระหวา่ งประเทศ

วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการคิดวิเคราะห์ เวลา 2 ชัว่ โมง

1. ครูและนกั เรียนร่วมกันสนทนาถงึ สนิ ค้าที่ใชอ้ ุปโภคและบริโภคท่ีจำเป็นต้องใช้ในชีวติ ประจำวนั

2. ครนู ำภาพโฆษณาสนิ ค้าทพ่ี บเห็นตามหน้าหนังสือ หรอื นติ ยสารมาให้นักเรยี นดู แลว้ ใหพ้ ิจารณา

ว่าสนิ คา้ แต่ละประเภทมีความแตกต่างกนั อย่างไร มีฐานการผลิตท่ีประเทศใด

3. ใหน้ ักเรยี นศึกษาความร้เู ร่ือง การคา้ และการลงทนุ ระหว่างประเทศ จากหนงั สอื เรยี น

4. ใหน้ ักเรยี นอธบิ ายถึงความจำเปน็ ท่ีต้องมกี ารค้าระหวา่ งประเทศเกิดขนึ้ แลว้ แลกเปลี่ยน

ความรู้ในช้นั เรียน

5. นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั ประโยชนข์ องการค้าระหวา่ งประเทศ สรุปผลการอภปิ ราย

รว่ มกันพรอ้ มให้นักเรยี นยกตวั อยา่ งประกอบ แลว้ ครสู รปุ ประโยชน์ของการค้าระหว่างประเทศ

6. ให้นกั เรียนศึกษาความรเู้ พม่ิ เติมเก่ียวกับนโยบายการคา้ ระหวา่ งประเทศ จากแหล่งการ

เรียนรอู้ ืน่ ๆ แล้วเปรยี บเทยี บนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างนโยบายการคา้ เสรีกบั นโยบาย

คุ้มครอง

7. ให้นักเรียนศึกษาความรเู้ รอ่ื ง การลงทนุ ระหว่างประเทศ จากหนังสอื เรียน

8. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภปิ รายถึงความแตกต่างของการใหก้ ู้ยืมและการลงทุนในตลาดหลกั ทรพั ย์

และการลงทุนโดยตรง

9. ใหน้ กั เรียนบอกหรอื ยกตัวอย่าง เงนิ สกุลหลัก ทีน่ ิยมใช้ชำระหนี้ระหว่างประเทศ พร้อมบอก

เหตผุ ลประกอบวา่ เหตุใดจึงเลือกสกลุ เงินน้นั ในการชำระหนี้

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 261

10. ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาความรเู้ ร่ือง การเงนิ ระหว่างประเทศ จากหนงั สือเรียน
11. ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาเอกสารอตั ราแลกเปลย่ี นเงนิ ตราตา่ งประเทศ ของธนาคารกรงุ เทพ โดย
ครูต้งั ประเด็นคำถามเพ่ือใหน้ ักเรียนร่วมกันตอบ
12. ให้นกั เรียนศึกษาตารางแสดงดุลการชำระเงินของไทย พ.ศ. 2547-2551 จากหนังสือเรยี น
แลว้ ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาขอ้ มูลต่าง ๆ
13. ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันอธบิ ายความหมายของดลุ การชำระเงนิ ระหวา่ งประเทศ
14. ให้นกั เรียนศกึ ษาความรูเ้ พม่ิ เตมิ เกย่ี วกับดุลบัญชีเดินสะพดั และดุลบญั ชีการเงิน จากแหล่ง
การเรียนร้อู นื่ ๆ

การเปดิ เสรที างเศรษฐกิจของไทยในยคุ โลกาภิวัตน์

กิจกรรมท่ี 2 วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิคกลุ่มสบื คน้ เวลา 2 ชวั่ โมง
วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการกลุ่ม

1. ครูสอบถามนกั เรียนถึงห้างสรรพสินคา้ และร้านค้าท่ีอยูใ่ กล้บา้ นของนกั เรียนวา่ มีห้างร้าน

อะไรบ้าง เปน็ ห้างรา้ นของคนไทยหรือไม่ อย่างไร

2. ครูแบง่ นกั เรยี นเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ 5 คน คละกันตามความสามารถ เพอื่ ให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ

รว่ มกนั สบื ค้นความรูเ้ รือ่ ง ววิ ัฒนาการของการเปิดเสรีทางเศรษฐกจิ ในยุคโลกาภวิ ตั น์ จากแหล่งการเรยี นรู้

ตา่ งๆ

3. ครูกำหนดรายละเอียดของประเด็นความรู้เรอื่ ง วิวัฒนาการของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจใน

ยคุ โลกาภวิ ตั น์ เพื่อให้นกั เรียนสามารถสืบค้นได้ตรงประเด็น และสะดวกในการทำงานกลุ่มมากขนึ้

4. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการทำงานรว่ มกนั และกำหนดระยะเวลาในการรวบรวม

ประเดน็ ท่ีไดร้ ับมอบหมายและสรุปความรู้

5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มสรุปประเดน็ ความรู้ และวางแผนการนำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี นอย่าง

สร้างสรรค์และเขา้ ใจง่าย

6. ใหต้ วั แทนนักเรยี นนำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน แล้วให้นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้เกย่ี วกับ

วิวฒั นาการของการเปิดเสรที างเศรษฐกิจในยคุ โลกาภวิ ัตน์

7. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเพื่อทบทวนความรเู้ กยี่ วกบั ววิ ัฒนาการของการเปิดเสรีทาง

เศรษฐกจิ ในยคุ โลกาภวิ ตั น์

8. นักเรียนรวมกล่มุ เดิมเพ่ือศึกษาความรู้เรื่อง ปัจจัยทางเศรษฐกจิ ที่มีผลตอ่ การเปิดเสรีทาง

เศรษฐกิจไทย จากหนังสอื เรยี นและแหล่งการเรยี นรอู้ ่นื ๆ

9. ให้ตัวแทนของแต่ละกลมุ่ ออกมารบั เอกสารแผนพฒั นาเศรษฐกจิ ฉบบั ท่ี 1-9 จากครู เพอื่

ประกอบการวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจทมี่ ีผลต่อการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจไทย

10. ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มสรุปผลการศึกษาความรู้ และผลการวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจท่ีมี

ผลต่อการเปิดเสรที างเศรษฐกิจไทย

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 262

11. ครตู ้ังประเดน็ คำถาม ให้นักเรยี นรว่ มกันฝกึ การคิดวเิ คราะห์
12. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสนทนาเก่ียวกับเขตการค้าเสรี (Free Trade Area : FTA) ในประเด็นต่างๆ
13. ใหน้ ักเรียนศกึ ษาความรูเ้ รอื่ ง ผลกระทบของการเปิดเสรกี ารค้าต่อเศรษฐกจิ ไทย จากหนงั สอื เรยี น
14. ใหน้ กั เรียนรวมกลุ่มเดมิ เพอ่ื รว่ มกนั ศกึ ษาและวิเคราะห์ขา่ ว เรื่อง การเปดิ การค้าเสรีอาเซยี น
(AFTA) ผลกระทบตอ่ นมและผลิตภัณฑ์นมของไทย
15. ใหน้ ักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง เขตการคา้ เสรี แล้วทำใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง ผลกระทบของ
การเปดิ เสรีการคา้ ต่อเศรษฐกิจไทย
16. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะหผ์ ลกระทบของการเปดิ เสรีการค้าตอ่ เศรษฐกิจไทย
17. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มสรุปผลการวเิ คราะห์ ผลกระทบของการเปดิ เสรีการค้าต่อเศรษฐกิจไทย
แล้วออกแบบเป็นแผนภูมภิ าพโดยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ ี่เหมาะสม เพ่อื แสดงความแตกตา่ งและ
ผลกระทบของการเปดิ เสรีการค้าตอ่ เศรษฐกิจไทยท่ีเกิดข้ึน
18. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั กำหนดระยะเวลาในการทำงาน และนำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่ม
ตามระยะเวลาที่เหมาะสม

กิจกรรมที่ 3 องค์การความรว่ มมือทางเศรษฐกิจทส่ี ำคัญในภูมภิ าคต่างๆ ของโลก
วธิ ีสอนโดยการจดั การเรียนรู้แบบรว่ มมือ : เทคนิคกลุ่มสบื ค้น เวลา 2 ช่ัวโมง

1. ครสู นทนากับนกั เรียนเก่ียวกับองคก์ ารความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ไทยมีสว่ นรว่ มและมีบทบาท

สำคัญ แลว้ ให้นักเรียนชว่ ยกันยกตวั อยา่ ง และบอกประโยชนท์ ไ่ี ทยไดร้ ับจากการเขา้ ร่วม หรือเป็นสมาชิก

2. ครูอธบิ ายใหน้ ักเรียนทราบว่า การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจมีวัตถุประสงค์เพือ่ ประโยชนท์ างการค้า

และการรวมกลุ่มการค้าในปัจจบุ ันมีหลายรปู แบบ

3. ครนู ำสญั ลักษณ์ หรอื เครือ่ งหมายขององค์การความร่วมมอื ทางเศรษฐกิจท่ีสำคัญในภมู ิภาคต่าง ๆ

ของโลก มาแสดงหน้าช้ันเรียนใหน้ ักเรยี นดู แล้วร่วมกนั บอกชื่อและความสำคญั ขององคก์ ารน้ัน ๆ

4. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 11 กลมุ่ เพ่ือศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเพิม่ เติมเก่ยี วกับองค์การ

ความรว่ มมือทางเศรษฐกจิ ท่ีสำคญั ในภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก

5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการศึกษาและค้นควา้ จากแหลง่ การเรียนรตู้ ่าง ๆ อย่างหลากหลาย

6. นักเรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมขอ้ มูลจากการศกึ ษาและค้นควา้ จากแหลง่ การเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อ

ร่วมกันอภิปรายและสรปุ ความรู้ ตามประเด็นที่ครกู ำหนด

7. ใหต้ วั แทนนกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียนตามลำดบั กลุ่ม

8. ให้แต่ละกล่มุ ต้ังประเด็นคำถามท่ีเปน็ มตขิ องกลมุ่ สอบถามข้อสงสัยได้ กลุ่มละ 1 คำถาม

9. นักเรียนและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้เก่ียวกบั องค์การความรว่ มมือทางเศรษฐกจิ ที่สำคญั ในภมู ภิ าค

ต่าง ๆ

10. ให้นักเรยี นทำใบงานท่ี 3.1 เร่ือง องค์การทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

11. ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันวิเคราะห์ผลดี ผลเสียของความร่วมมอื ทางเศรษฐกิจระหวา่ ง

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 263

ประเทศในรูปแบบตา่ ง ๆ
12. ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการวิเคราะห์ แลว้ จัดทำแผน่ พับวเิ คราะหผ์ ลดี ผลเสยี ของ

ความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
13. ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนดระยะเวลาในการส่งผลงานกลุ่ม
14. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6

9. ส่ือ อปุ กรณ์ และแหล่งเรียนรู้
9.1 ส่อื การเรยี นรู้
- หนังสือเรียน เศรษฐศาสตร์ ม.4-ม.6
- ภาพโฆษณาสนิ ค้า
- เอกสารประกอบการสอน
- เอกสารความรเู้ พ่มิ เติม
- ตัวอย่างข่าว การเปิดการค้าเสรอี าเซยี น (AFTA) ผลกระทบตอ่ นมและผลติ ภัณฑน์ มของไทย
- ตัวอย่างสัญลักษณ์ หรือเครอื่ งหมายขององคก์ ารความรว่ มมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญในภมู ิภาค

ต่าง ๆ ของโลก
- ใบความรู้ เรอ่ื ง เขตการค้าเสรี
- ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง ผลกระทบของการเปิดเสรีการค้าตอ่ เศรษฐกจิ ไทย
- ใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง องคก์ ารทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

9.2 แหล่งการเรียนรู้
- ห้องสมดุ
- สือ่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ เชน่ หนังสือพมิ พ์ นติ ยสาร โทรทศั น์
- แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
⬧ http://www.bot.or.th
⬧ http://www.mof.go.th
⬧ http://www.idis.ru.ac.th
⬧ http://www.bangkokbank.com/.../Rates/pages/FX_Rates.aspx
⬧ http://www.mfa.go.th/business/1092.php
⬧ http://www.itd.or.th/th/comment/reply/354

10. การวัดและการประเมินผล
10.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น
- แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6
10.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
1) ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง ผลกระทบของการเปดิ เสรกี ารค้าตอ่ เศรษฐกจิ ไทย
2) ใบงานที่ 3.1 เร่ือง องคก์ ารทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 264

3) ประเมินการนำเสนอผลงาน
4) สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
5) สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
10.3 การประเมนิ หลังเรียน
- แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6
10.4 การประเมนิ ชิน้ งานหรือภาระงาน
1) ประเมินแผนภมู ภิ าพ แสดงผลกระทบของการเปดิ เสรกี ารค้าต่อเศรษฐกิจไทย
2) ประเมนิ แผ่นพับวิเคราะห์ผลดี ผลเสียของความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 265

การประเมนิ ช้ินงานหรอื ภาระงาน
แบบประเมินแผนภมู ิภาพ แสดงผลกระทบของการเปดิ เสรีการคา้ ต่อเศรษฐกิจไทย

รายการประเมนิ คำอธิบายระดบั คณุ ภาพ/ระดบั คะแนน
1. การวเิ คราะห์ผลดี
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ของการเปดิ เสรี วเิ คราะหผ์ ลดี วิเคราะหผ์ ลดี
การคา้ ต่อ ของการเปดิ เสรี วิเคราะหผ์ ลดี วเิ คราะหผ์ ลดี ของการเปิดเสรี
เศรษฐกิจไทย การคา้ ตอ่ เศรษฐกจิ การคา้ ตอ่ เศรษฐกจิ
ไทย ได้ถกู ต้อง ของการเปดิ เสรี ของการเปดิ เสรี ไทย ไดถ้ ูกต้อง
2. การวิเคราะห์ ครบทุกประเด็น บางประเดน็
ผลกระทบจาก และเขา้ ใจงา่ ย การค้าต่อเศรษฐกจิ การค้าตอ่ เศรษฐกจิ แตไ่ ม่ชดั เจน
การเปดิ เสรี วเิ คราะห์ผลกระทบ
การค้าตอ่ จากการเปดิ เสรี ไทย ไดถ้ กู ตอ้ ง ไทย ไดถ้ ูกต้อง วิเคราะหผ์ ลกระทบ
เศรษฐกจิ ไทย การค้าตอ่ เศรษฐกจิ จากการเปิดเสรี
ไทย ได้ถกู ตอ้ ง เกือบครบทกุ ประเดน็ เปน็ บางสว่ น การค้าตอ่ เศรษฐกจิ
3. การสรุปผล ครบทุกด้าน ไทย ได้ถกู ตอ้ ง
การวเิ คราะห์ วิเคราะห์ผลกระทบ วิเคราะหผ์ ลกระทบ เพยี งบางดา้ น
สรปุ ผลการวเิ คราะห์ จากการเปิดเสรี จากการเปดิ เสรี และเขา้ ใจยาก
4. การออกแบบ ผลดขี องการเปิดเสรี การค้าตอ่ เศรษฐกจิ การคา้ ต่อเศรษฐกจิ สรปุ ผลการวเิ คราะห์
แผนภมู ิภาพ การค้าต่อเศรษฐกจิ ไทย ไดถ้ ูกต้อง ไทย ไดถ้ กู ต้อง ผลดขี องการเปดิ เสรี
ไทยและผลกระทบ เกือบครบทกุ ด้าน เกือบครบทุกดา้ น การค้าต่อเศรษฐกจิ
จากการเปิดเสรี แตเ่ ข้าใจยาก ไทยและผลกระทบ
การค้าต่อเศรษฐกจิ สรุปผลการวเิ คราะห์ สรปุ ผลการวิเคราะห์ จากการเปดิ เสรี
ไทย ได้ถกู ตอ้ ง ผลดขี องการเปิดเสรี ผลดขี องการเปดิ เสรี การคา้ ต่อเศรษฐกจิ
เป็นลำดบั ข้ันตอน การคา้ ต่อเศรษฐกจิ การค้าตอ่ เศรษฐกจิ ไทย ได้ถูกต้องเพยี ง
ไทยและผลกระทบ ไทยและผลกระทบ บางส่วน ไมเ่ ปน็
ออกแบบแผนภูมิภาพ จากการเปดิ เสรี จากการเปิดเสรี ลำดบั ขัน้ ตอน
ได้สวยงาม แปลกใหม่ การคา้ ตอ่ เศรษฐกจิ การค้าตอ่ เศรษฐกจิ และอา่ นเข้าใจยาก
มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ไทย ไดถ้ ูกต้อง ไทย ไดถ้ กู ต้องเป็น ออกแบบแผนภูมิภาพ
ส่อื ความหมาย เปน็ ลำดบั เกอื บครบ ส่วนใหญ่ แต่ไมเ่ ป็น ไดส้ วยงาม
ได้ชดั เจนและเข้าใจ ทุกขน้ั ตอน ลำดบั ข้ันตอน แต่ไม่มีความคดิ
ง่าย และอ่านเขา้ ใจยาก สร้างสรรค์
ออกแบบแผนภมู ภิ าพ ออกแบบแผนภมู ิภาพ และสือ่ ความหมาย
ได้สวยงาม มคี วามคิด ได้สวยงาม แตไ่ ม่มี ไมช่ ัดเจน
สรา้ งสรรค์ ส่ือ ความคิดสรา้ งสรรค์
ความหมายได้ชดั เจน ส่ือความหมาย
และเขา้ ใจงา่ ย ไดช้ ดั เจน และเข้าใจ
ง่าย

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 266

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
5-7 ปรบั ปรุง

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 267

การประเมินชิ้นงานหรือภาระงาน
แบบประเมินแผ่นพับวิเคราะห์ผลดี ผลเสยี ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน

1. การวเิ คราะหผ์ ลดี ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
ผลเสียของความ วเิ คราะห์ผลดี ผลเสยี วเิ คราะห์ผลดี ผลเสยี
ร่วมมือทาง ของความรว่ มมือทาง วิเคราะห์ผลดี ผลเสยี วิเคราะห์ผลดี ผลเสีย ของความรว่ มมือทาง
เศรษฐกิจระหวา่ ง เศรษฐกิจระหว่าง เศรษฐกิจระหวา่ ง
ประเทศ ประเทศได้ถูกตอ้ ง ของความรว่ มมอื ทาง ของความรว่ มมือทาง ประเทศไดถ้ ูกตอ้ ง 1
ครบถว้ น ทั้ง 2 รปู แบบ แต่ไม่เหน็
2. การสรุปผลการ รูปแบบ และเห็น เศรษฐกิจระหว่าง เศรษฐกิจระหว่าง ความแตกต่าง
วเิ คราะห์ผลดี ความแตกต่างชัดเจน
ผลเสียของความ สรุปผลการวเิ คราะห์ ประเทศได้ถกู ตอ้ ง ทั้ง ประเทศได้ถกู ต้อง 1 สรุปผลการวิเคราะห์
รว่ มมอื ทาง ผลดี ผลเสียของความ ผลดี ผลเสียของความ
เศรษฐกจิ ระหว่าง ร่วมมอื ทางเศรษฐกิจ 2 รปู แบบและเห็น รปู แบบ และเห็น รว่ มมอื ทางเศรษฐกิจ
ประเทศ ระหวา่ งประเทศ ระหว่างประเทศ
ท้งั 2 รปู แบบได้ ความแตกต่าง ความแตกต่าง ได้ถกู ตอ้ ง 1 รปู แบบ
3. การทำแผ่นพบั ถูกตอ้ ง เป็นลำดับ แต่ไมเ่ ป็นลำดับ
ขั้นตอน คอ่ นข้างชดั เจน ค่อนข้างชัดเจน ขัน้ ตอน
ทำแผ่นพับไดส้ วยงาม ทำแผ่นพับได้สวยงาม
แปลกใหม่ มคี วามคิด สรปุ ผลการวเิ คราะห์ สรปุ ผลการวเิ คราะห์ แตไ่ มม่ ีความคิด
สรา้ งสรรค์ สอ่ื สรา้ งสรรค์
ความหมายไดช้ ดั เจน ผลดี ผลเสียของความ ผลดี ผลเสยี ของความ และส่อื ความหมาย
ไม่ชดั เจน
ร่วมมือทางเศรษฐกจิ ร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ

ระหวา่ งประเทศ ระหวา่ งประเทศ

ทง้ั 2 รูปแบบได้ ไดถ้ ูกต้อง 1 รูปแบบ

ถูกตอ้ ง เป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่เปน็ ลำดบั

และเป็นลำดับขั้นตอน ข้นั ตอน

ทำแผน่ พบั ได้สวยงาม ทำแผ่นพบั ไดส้ วยงาม

มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ แต่ไม่มคี วามคิด

ส่ือความหมาย สร้างสรรค์

ได้คอ่ นข้างชัดเจน สื่อความหมาย

ไดช้ ดั เจน

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11 – 12 ดีมาก
9-10 ดี
พอใช้
7-8 ปรับปรงุ
5-6

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 268

แบบทดสอบก่อนเรยี น – หลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6

คำช้แี จง : ให้กา  ทับตัวอกั ษรหน้าขอ้ ความทีเ่ ปน็ คำตอบท่ีถกู ท่สี ุดเพียงข้อเดียว

1. ปัจจัยทางการคา้ ระหว่างประเทศในข้อใดส่งผลต่อราคาของสินค้าโดยตรง

ก. การส่งมอบสินคา้ ข. การตดิ ต่อส่อื สาร

ค. อตั ราการแลกเปล่ยี นเงินตรา ง. การรวมกลมุ่ ทางการคา้ ระหวา่ งประเทศ

2. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ สาเหตุที่ต้องมีการค้าระหว่างประเทศ

ก. ทรัพยากรธรรมชาติที่แตกต่างกัน

ข. ตน้ ทุนการผลิตของแตล่ ะประเทศไม่เท่ากัน

ค. รสนยิ มในการบรโิ ภคแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

ง. ระบอบการปกครองที่แตกต่างกันของประเทศต่างๆ

3. การแก้ไขปัญหาการกีดกนั ทางการค้าระหวา่ งประเทศที่ประเทศต่าง ๆ นำมาใช้ คอื อะไร

ก. การเจรจาต่อรองทางการค้า ข. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

ค. การหาตลาดตา่ งประเทศใหม่ๆ เพม่ิ ข้ึน ง. การปฏิบัตติ ามข้อตกลงโดยไม่มีขอ้ โตแ้ ยง้

4. ข้อใดเป็นนโยบายการค้าระหวา่ งประเทศของไทย

ก. นโยบายการคา้ แบบเสรี ข. นโยบายการค้าแบบคุ้มกนั

ค. ใชร้ ะบบภาษีศุลกากร ง. ใหเ้ อกชนดำเนินการมากทส่ี ุด

5. รถยนตท์ ีน่ ำเขา้ มาจากประเทศญป่ี นุ่ มรี าคาสงู มากกวา่ รถยนตท์ ผ่ี ลิตในประเทศไทย เปน็ ผลสืบเนอ่ื งมาจาก

มาตรการในข้อใด

ก. การให้สิทธิพเิ ศษ ข. การเก็บภาษีศลุ กากร

ค. การตงั้ กำแพงภาษี ง. การกำหนดโควตาสินคา้

6. ถ้ามูลคา่ ของสินคา้ ส่งออกนอ้ ยกวา่ มูลคา่ ของสินคา้ นำเข้า แสดงถึงสภาวะในขอ้ ใด

ก. ดลุ การค้าเกินดุล ข. ดุลการคา้ สมดลุ

ค. ดุลการค้าขาดดุล ง. ดลุ การค้าเสียดุล

7. ข้อใดเปน็ สาเหตุของปญั หาการขาดดุลการค้า

ก. คา่ ของเงินไทยตกตำ่

ข. ผลผลิตเกษตรกรมีมูลค่านอ้ ย

ค. การขนส่งไม่มปี ระสิทธิภาพ

ง. การซอ้ื สนิ ค้านำเข้ามากกว่าการสง่ ออกสนิ คา้

8. ดุลการชำระเงนิ ประกอบด้วยบัญชีต่าง ๆ ทส่ี ำคัญ ยกเวน้ บัญชีใด

ก. บญั ชเี งินทุน ข. บญั ชีเดนิ สะพัด

ค. บัญชที ุนเคลอ่ื นย้าย ง. บญั ชที ุนสำรองระหว่างประเทศ

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 269

9. เหตผุ ลสำคัญทีท่ ำให้เกิดอัตราการแลกเปลยี่ นเงินตราต่างประเทศคอื ข้อใด

ก. การกำหนดนโยบายของกองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ

ข. มกี ารค้าระหว่างประเทศ และแตล่ ะประเทศตา่ งกม็ ีหนว่ ยเงนิ ตราไม่เหมอื นกนั

ค. มกี ารลงทุนระหวา่ งประเทศ และแต่ละประเทศตา่ งกม็ หี นว่ ยเงินตราไมเ่ หมือนกัน

ง. มีการชำระเงินระหว่างประเทศ และแตล่ ะประเทศตา่ งกม็ ีหนว่ ยเงนิ ตราไมเ่ หมอื นกนั

10. ในระยะยาวการเคล่ือนย้ายเงนิ ทุนประเภทใดก่อให้เกดิ ประโยชนม์ ากท่ีสุด

ก. การลงทนุ ทางตรง ข. การลงทุนทางอ้อม

ค. เงนิ กตู้ ่างประเทศ ง. การลงทนุ ทางการเงนิ

11. ข้อใด ไม่ใช่ รปู แบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ

ก. การให้กู้ยืม ข. การใชน้ โยบายการคา้ แบบคุ้มกนั

ค. การให้ความชว่ ยเหลือแบบใหเ้ ปล่า ง. ยกเลิกกำแพงภาษี ส่งเสริมการค้าเสรี

12. องค์กรระหวา่ งประเทศทางเศรษฐกิจในขอ้ ใด แตกตา่ งจากข้ออื่นเม่อื พิจารณาถงึ ประเทศสมาชิก

ก. โอเปก (OPEC) ข. เอเปก (APEC)

ค. อาเซม็ (ASEM) ง. อาฟตา (AFTA)

13. ธนาคารโลกถือกำเนดิ ข้ึนจากวัตถปุ ระสงคใ์ ด

ก. เปดิ เสรที างการค้าระหว่างประเทศสมาชกิ ขององค์กร

ข. ตดั สินกรณีพพิ าททางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศตา่ งๆ

ค. ชว่ ยประเทศเล็ก ๆ ในการเจรจาตอ่ รองทางการคา้ กบั ประเทศใหญ่

ง. ใหค้ วามช่วยเหลอื ประเทศสมาชิกในการฟื้นฟูประเทศหลังสงครามโลกครง้ั ท่ี 2

14. องค์กรท่ีมวี ัตถุประสงคเ์ พอ่ื รกั ษาเสถียรภาพทางการเงินระหว่างประเทศทรี่ องรับการขยายตัวของ

เศรษฐกิจโลก คอื ขอ้ ใด

ก. ธนาคารโลก ข. องคก์ ารการค้าโลก

ค. กองทุนการเงนิ ระหวา่ งประเทศ ง. ธนาคารเพือ่ การพฒั นาแหง่ เอเชยี

15. ข้อใดกล่าว ถูกตอ้ ง เก่ียวกบั สหภาพยโุ รป

ก. ใชเ้ งินตราสกลุ เดยี วกนั คือ ปอนด์

ข. มสี ำนักงานใหญ่ตัง้ อยู่ที่กรงุ ปารีส ประเทศฝรงั่ เศส

ค. พฒั นาขนึ้ จากองค์การสนธสิ ญั ญาแอตแลนติกเหนอื

ง. เปน็ ความร่วมมอื ท้งั ทางด้านเศรษฐกิจ สงั คมและวฒั นธรรม

16. ผลประโยชน์ทป่ี ระเทศไทยไดร้ บั จากการเข้าเปน็ สมาชกิ กลมุ่ เอเปกคอื อะไร

ก. มตี ลาดการค้ามากขน้ึ เป็นผลดตี ่อการสง่ ออก

ข. ไดร้ ับความช่วยเหลือทางวิชาการเกี่ยวกบั การค้าระหวา่ งประเทศ

ค. ประเทศในสหภาพยโุ รปเข้ามาลงทนุ อตุ สาหกรรมในประเทศมากขึ้น

ง. มรี ะบบการเงนิ และการคลังเป็นแบบเดียวกันกับประเทศสมาชกิ อน่ื ๆ

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 270

17. ประเทศสมาชิกผูก้ ่อตั้งอาเซียนได้แก่ประเทศใดบ้าง
ก. มาเลเซยี ไทย สิงคโปร์ ฟลิ ิปปนิ ส์ บรูไน
ข. สหภาพพมา่ เวียดนาม ไทย มาเลเซีย อนิ โดนีเซีย
ค. อนิ โดนเี ซยี สหภาพพม่า ไทย ฟลิ ปิ ปนิ ส์ สงิ คโปร์
ง. อนิ โดนเี ซยี มาเลเซยี ฟลิ ิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย

18. เพราะเหตุใด ประเทศสมาชกิ อาเซยี นจึงต้องมีการตกลงกันในการผลิตสนิ ค้าเฉพาะท่ีตนถนดั
ก. เพมิ่ การค้าระหว่างประเทศสมาชิกใหม้ ากข้นึ
ข. ลดการผลติ สนิ ค้าท่ีซำ้ ซ้อนกนั ที่ตน้ ทุนการผลิตตำ่ ลง
ค. ชักจูงประเทศอ่ืน ๆ ใหเ้ ข้ามาลงทุนในกล่มุ ประเทศอาเซียน
ง. มอี ำนาจในการต่อรองกับประเทศหรือกลมุ่ ประเทศคคู่ า้

19. สนิ ค้าประเภทใดท่ีประเทศไทยมีการนำเขา้ จากสหภาพยุโรปมาก
ก. เคร่อื งจักรกล เคร่ืองบนิ
ข. เสอื้ ผา้ สำเรจ็ รูป ยารักษาโรค
ค. เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ แผงวงจรไฟฟา้
ง. เครอ่ื งมอื ทางการแพทย์ ผลิตภณั ฑ์ยาง

20. เปา้ หมายทางเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซยี น คอื ข้อใด
ก. รว่ มมือกันกดี กันสินค้าเข้าจากประเทศนอกกลุ่ม
ข. รว่ มมอื กนั พัฒนาการอุตสาหกรรมเพ่ือการส่งออก
ค. ร่วมมือกันพฒั นาความเจรญิ ก้าวหน้าทางเศรษฐกจิ ของประเทศสมาชิก
ง. ส่งเสริมการลงทนุ ระหว่างประเทศสมาชกิ ให้มีลักษณะเปน็ เขตปลอดภาษี

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 6

ขอ้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
เฉลย ค ง ข ข ค ค ง ค ง ก

ขอ้ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
เฉลย ข ง ง ค ง ก ง ข ก ค

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 271

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 12

เรอ่ื ง การค้า การลงทนุ และการเงนิ ระหว่างประเทศ เวลาเรียน 2 ชว่ั โมง

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 6 เร่ือง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ เวลาเรียน 6 ชั่วโมง

รหัสวิชา ส 32103 ชอ่ื วิชา สงั คมศกึ ษา จำนวน 1 หน่วยกติ

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

ครูผ้สู อน นางสาวรชนีกร จนั ทร์พิทักษ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นกุมภวาปี

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสมั พันธ์ทาง

เศรษฐกจิ และความจำเปน็ ของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจใน

สังคมโลก

2. ตวั ชว้ี ัด

ม.4-6/2 วเิ คราะห์ผลกระทบของการเปดิ เสรีทางเศรษฐกจิ ในยคุ โลกาภิวัตน์

ทมี่ ผี ลตอ่ สงั คมไทย

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

ระบบเศรษฐกจิ ของประเทศตา่ ง ๆ สว่ นใหญ่จะเป็นระบบเศรษฐกจิ แบบผสมผสาน มกี ลไกล

สำคัญทางเศรษฐกจิ ที่ใช้ในการติดตอ่ ดา้ นการค้า การลงทุน และการเงนิ ระหว่างประเทศ

4. สาระการเรียนรู้

การคา้ และการลงทนุ ระหว่างประเทศ

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

5.1 ความสามารถในการคดิ

- ทักษะการคิดวิเคราะห์

- ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์

5.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต

- กระบวนการทำงานกลุม่

6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

6.1 มวี นิ ยั

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 272

6.2 ใฝเ่ รยี นรู้
6.3 มีความรบั ผดิ ชอบ
7. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
7.1 บอกความจำเป็น และความสำคัญของการคา้ ระหวา่ งประเทศได้
7.2 อธิบายลักษณะการลงทนุ ระหว่างประเทศได้
7.3 อธิบายเก่ียวกบั เงินตราระหว่างประเทศและการแลกเปล่ยี นได้
7.4 อธบิ ายดุลการชำระเงินระหว่างประเทศได้
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการคดิ วิเคราะห์)
8.1 นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6
8.2 ครูและนกั เรียนร่วมกันสนทนาถงึ สนิ ค้าท่ีใช้อุปโภคและบรโิ ภคที่จำเปน็ ตอ้ งใช้ในชวี ิตประจำวัน
8.3 ครูนำภาพโฆษณาสนิ ค้าท่ีพบเห็นตามหน้าหนงั สือ หรือนิตยสารมาให้นักเรยี นดู แลว้ ให้
พจิ ารณาว่า สินค้าแต่ละประเภทมีความแตกต่างกนั อยา่ งไร มีฐานการผลิตท่ีประเทศใด
8.4 หลงั จากนั้นครูต้งั คำถามใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เห็นในประเด็นดังต่อไปน้ี

- ผู้ผลิตสนิ ค้าคอื ใคร หรือแหล่งผลิตอยู่ในประเทศใด หรอื สินค้านำเข้าจากประเทศใด
- วัตถุดิบที่ใชใ้ นการผลติ สินคา้ ดงั กล่าว คอื อะไร
- ทำไมต้องมกี ารนำเขา้ สินค้าดังกล่าว
- ถ้าไม่นำเข้าเราจะสามารถผลิตไดเ้ องหรือไม่
- สินค้าจากต่างประเทศมคี วามจำเปน็ หรอื มีความสำคญั ต่อนกั เรยี นหรอื ไม่ อย่างไร
8.5 ครอู ธบิ ายให้นักเรยี นทราบว่าในปัจจุบนั ประเทศตา่ ง ๆ ส่วนใหญจ่ ะเปน็ ระบบเศรษฐกิจ
แบบผสมผสาน มกี ลไกสำคัญทางเศรษฐกิจทใี่ ช้ในการติดตอ่ ดา้ นการค้าและการลงทุน การซือ้ ขาย
แลกเปล่ยี นสินคา้ และบริการตา่ ง ๆ จึงเกิดขึน้ อย่างหลากหลาย
8.6 ใหน้ ักเรียนศึกษาความรู้เร่อื ง การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ จากหนังสอื เรียน
8.7 ใหน้ ักเรยี นอธิบายถงึ ความจำเปน็ ที่ตอ้ งมีการค้าระหวา่ งประเทศเกดิ ขึน้ แล้วแลกเปล่ียน
ความรู้ในช้ันเรียน โดยมคี รคู อยอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ให้นักเรยี นเห็นความจำเปน็ และความสำคัญของการค้า
ระหว่างปรเทศ
8.8 นักเรียนร่วมกนั อภิปรายประโยชน์ของการคา้ ระหว่างประเทศ แล้วสรปุ ผลการอภปิ ราย
รว่ มกัน พร้อมกบั ให้นกั เรียนยกตัวอยา่ งประกอบ
8.9 ครสู รปุ ประโยชนข์ องการคา้ ระหวา่ งประเทศ ดงั น้ี
- การค้าระหวา่ งประเทศจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตได้รวดเรว็ เพราะแตล่ ะ
ประเทศจะผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารทตี่ นเองมีความสามารถและถนัด ทำให้ผลิตสนิ ค้าได้มาก สนิ คา้ มีคุณภาพ
ตน้ ทุนในการผลิตลดลง ประชาชนสามารถเลือกซ้ือได้หลากหลาย ส่งผลใหป้ ระเทศมีรายไดแ้ ละการจา้ ง
งานเพ่มิ สงู ขน้ึ ประชาชนมชี ีวติ ความเป็นอยู่ทด่ี ีขนึ้
8.10 ใหน้ กั เรียนศกึ ษาความรู้เพิม่ เตมิ เก่ียวกบั นโยบายการค้าระหวา่ งประเทศ จากแหล่ง

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 273

การเรียนร้อู นื่ ๆ แลว้ เปรียบเทยี บนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ระหวา่ งนโยบายการค้าเสรีกบั นโยบาย
คุม้ ครอง

8.11 ให้นกั เรียนศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การลงทนุ ระหว่างประเทศ จากหนังสือเรยี น
8.12 ใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภปิ รายถึงความแตกต่างของการให้กู้ยมื และการลงทนุ ในตลาด
หลักทรพั ย์และการลงทนุ โดยตรง
8.13 ครูอธิบายเพ่มิ เติมใหน้ ักเรียนทราบวา่ การลงทุนมีความสำคัญตอ่ การเจรญิ เติบโตทาง
เศรษฐกจิ สำหรับประเทศกำลงั พัฒนา เนือ่ งจากมีรายไดต้ ่ำทำให้การออมมตี ำ่ การสะสมทนุ จงึ มีนอ้ ย
และเปน็ อุปสรรคสำคัญในการพัฒนา การลงทุนระหวา่ งประเทศจึงมคี วามจำเป็นและมีความสำคญั มาก
8.14 ให้นกั เรียนบอก หรอื ยกตัวอย่าง เงนิ สกุลหลัก ท่ีนยิ มใช้ชำระหนร้ี ะหว่างประเทศ พรอ้ มบอก
เหตุผลประกอบวา่ เหตุใดจงึ เลอื กสกลุ เงนิ น้นั ในการชำระหน้ี
8.15 ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสนทนาเกี่ยวกบั ความสำคญั และความจำเปน็ ในการใช้เงินสกลุ หลัก
ในระบบเศรษฐกิจ และสภาพการเงินระหวา่ งประเทศของไทยกบั ประเทศอ่นื ๆ ในระบบเศรษฐกิจ
8.16 ใหน้ กั เรียนศึกษาความรเู้ ร่ือง การเงนิ ระหว่างประเทศ จากหนังสือเรียน
8.17 ให้นกั เรยี นพิจารณาเอกสารประกอบการสอนอัตราแลกเปลยี่ นเงนิ ตราตา่ งประเทศของ
ธนาคารกรุงเทพ ท่คี รูนำมาแจกให้ในช้ันเรยี น
8.18 ครตู งั้ ประเดน็ คำถามเพ่อื ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ตอบ เพื่อประเมนิ ความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั อัตรา
แลกเปลยี่ นเงินตราต่างประเทศ
8.19 ให้นักเรยี นศกึ ษา ตารางแสดงดุลการชำระเงนิ ของไทย พ.ศ. 2547-2551 จากหนังสอื เรยี น
แล้วใหน้ ักเรยี นพจิ ารณาขอ้ มูลต่าง ๆ
8.20 ใหน้ ักเรียนช่วยกันอธบิ ายความหมายของดุลการชำระเงินระหวา่ งประเทศ
8.21 ให้นกั เรยี นศกึ ษาความรเู้ พิ่มเตมิ เกี่ยวกบั ดลุ บัญชีเดินสะพดั และดุลบญั ชีการเงนิ จาก
แหลง่ การเรียนรอู้ ื่น ๆ เพื่อใหน้ ักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจมากยง่ิ ขึน้
9. สือ่ อปุ กรณ์ และแหล่งเรียนรู้
9.1 สอื่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรียน เศรษฐศาสตร์ ม.4 -ม.6
2) ภาพโฆษณาสินค้า
3) เอกสารประกอบการสอน
4) เอกสารความร้เู พิ่มเติม
9.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) สือ่ การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เชน่ หนังสอื พมิ พ์ นติ ยสาร โทรทัศน์
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

http://www.bot.or.th

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 274

http://www.mof.go.th
http://www.bangkokbank.com/.../Rates/pages/FX_Rates.aspx

10. การวัดและประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
วธิ ีการ แบบทดสอบก่อนเรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน รายบคุ คล
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน
รายบคุ คล

11. บันทึกผลหลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
11.1 ผลการเรยี นรู้
11.1.1 นกั เรยี นที่ผา่ นตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้
มจี ำนวน............................................คน คิดเป็นร้อยละ.............................................
11.1.2 นักเรยี นที่ไม่ผา่ นตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้
มีจำนวน............................................คน คิดเป็นร้อยละ.............................................
คอื ...............................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
พฤติกรรมการเรยี นรู้...................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.3 นกั เรยี นท่มี ีความสามารถพิเศษ คือ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
แนวทางการสง่ เสรมิ ....................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.4 นกั เรยี นได้รับความรู้
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.5 นกั เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 275

11.1.6 นักเรียนมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

11.2 ปญั หาและอปุ สรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
11.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ไข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน
(นางสาวรชนีกร จันทรพ์ ทิ กั ษ์)

ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
วันท.่ี .......... เดือน.........................พ.ศ. ..............

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 276

12. ความเห็น/ข้อเสนอแนะ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงช่อื .........................................................
()

ตำแหน่ง........................................................
วนั ที่........... เดอื น......................... พ.ศ. ..............

13. ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา/ผูท้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ...................................................................
()

ตำแหน่ง................................................................
วันที่........... เดือน......................... พ.ศ. ..............

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 277
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล

ช่ือ........................................................................................................... ชั้น.................. เลขท.ี่ .............

ลำดบั ท่ี พฤตกิ รรม คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิ
4 32 1

1 ความต้ังใจในการทำงาน
2 ความรับผดิ ชอบ
3 ตรงต่อเวลา
4 ความสะอาด เรียบรอ้ ย
5 ผลสำเร็จของผลงาน

รวม

ลงช่อื ..............................................................................ผปู้ ระเมิน
/ /....................... ........................... ........................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ = ดมี าก ให้ 4 คะแนน
3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมเปน็ ส่วนใหญ่ = ดี ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ = พอใช้ ให้

ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้งหรอื นอ้ ยครัง้ = ปรับปรุง ให้

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

17-20 ดมี าก

13-16 ดี

9-12 พอใช้

5-8 ปรับปรงุ

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 278

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 13

เร่อื ง การเปิดเสรีทางเศรษฐกจิ ของไทยในยุคโลกาภิวตั น์ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 6 เร่ือง เศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ เวลาเรียน 6 ชว่ั โมง

รหัสวชิ า ส 32103 ช่ือวิชา สงั คมศึกษา จำนวน 1 หน่วยกิต

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

ครูผสู้ อน นางสาวรชนีกร จันทร์พทิ กั ษ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนกุมภวาปี

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทาง

เศรษฐกจิ และความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจใน

สังคมโลก

2. ตวั ชว้ี ัด

ม.4-6/2 วิเคราะหผ์ ลกระทบของการเปดิ เสรีทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภวิ ัตน์

ท่ีมผี ลต่อสงั คมไทย

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การเปิดเสรีทางการคา้ สง่ ผลใหก้ ารคา้ การลงทนุ ของโลกขยายตัวอยา่ งรวดเรว็ กอ่ ใหเ้ กิดการ

เปลยี่ นแปลงเศรษฐกิจและการเงนิ ของโลกและสง่ ผลต่อเศรษฐกจิ ของประเทศตา่ ง ๆ

4. สาระการเรยี นรู้

1. ววิ ฒั นาการของการเปิดเสรีทางเศรษฐกจิ ในยคุ โลกาภิวัตน์ของไทย

2. ปจั จยั ทางเศรษฐกิจทม่ี ีผลต่อการเปดิ เสรีทางเศรษฐกจิ ของประเทศ

3. ผลกระทบของการเปดิ เสรีทางเศรษฐกิจท่ีมีต่อภาคการเกษตร ภาคอตุ สาหกรรม ภาคการคา้

และบรกิ าร

4. บทบาทขององค์กรระหว่างประเทศในเวทีการค้าโลกท่ีมีผลกับประเทศไทย

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน

5.1 ความสามารถในการคิด

- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์

- ทักษะการคิดสงั เคราะห์

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 279

5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มีวนิ ยั
6.2 ใฝเ่ รยี นรู้
6.3 มคี วามรบั ผดิ ชอบ

7. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายววิ ฒั นาการการเปดิ เสรีทางเศรษฐกจิ ยคุ โลกาภิวตั นข์ องไทยได้
2. บอกปจั จยั ทางเศรษฐกิจทม่ี ผี ลต่อการเปิดเสรที างเศรษฐกิจของประเทศได้
3. วเิ คราะหผ์ ลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจที่มีต่อภาคการเกษตร ภาคอตุ สาหกรรม

ภาคการคา้ และบรกิ ารได้
4. บอกบทบาทขององคก์ รระหวา่ งประเทศในเวทกี ารค้าโลกที่มีผลกับประเทศไทยได้

8. กิจกรรมการเรียนรู้ (วธิ สี อนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมอื : เทคนคิ กลมุ่ สืบคน้ วธิ ีสอนโดยเน้น
กระบวนการ : กระบวนการกลมุ่ )

8.1 ครูสอบถามนักเรียนถึงหา้ งสรรพสนิ ค้าและรา้ นค้าที่อยู่ใกล้บ้านของนกั เรยี นว่ามีห้างร้าน
อะไรบ้าง เป็นห้างร้านของคนไทยหรอื ไม่ อย่างไร

8.2 ครอู ธิบายให้นักเรียนทราบว่า การท่ีชาวต่างชาติเขา้ มาทำธุรกิจในประเทศไทย เปน็ ปัจจยั
เนือ่ งมาจากนโยบายการสง่ เสริมการลงทุนทมี่ ผี ลสืบเน่ืองมาจากการเปดิ เสรีทางเศรษฐกิจไทย และใน
ระบบตลาดเสรี ประเทศตา่ ง ๆ มกี ารติดตอ่ ค้าขายระหวา่ งกนั รวมถึงมกี ารเคล่ือนยา้ ยเงินทุน มที ้ังการนำ
เงินไปลงทนุ ในต่างประเทศและมชี าวต่างประเทศนำเงนิ มาลงทุนในประเทศไทยดว้ ย และเนือ่ งจากใน
ปัจจบุ ันมีการแข่งขันกันมากขน้ึ เพราะผลประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศและการลงทนุ จะนำมาซึ่ง
ความมั่งคง่ั ของประเทศ จงึ มีการนำมาตรการในแบบตา่ ง ๆ มาใช้เพอื่ ปกป้องผลประโยชน์ทางด้านการคา้
และการลงทนุ ของตนเองใหไ้ ด้เปรียบเหนอื ประเทศคู่ค้า รวมทงั้ การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจเพื่อรกั ษา
ผลประโยชน์ของประเทศสมาชิก ทำให้มีอำนาจต่อรองและบทบาททางเศรษฐกจิ โลกมากย่ิงขึ้น

8.3 ครแู บง่ นกั เรียนเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน คละกันตามความสามารถ เพือ่ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะ
กล่มุ ร่วมกนั สบื คน้ ความร้เู รอื่ ง วิวัฒนาการของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในยคุ โลกาภิวัตน์ จากแหล่งการ
เรยี นรูต้ ่าง ๆ อยา่ งหลากหลาย

8.4 ครกู ำหนดรายละเอยี ดประเด็นความรูว้ วิ ัฒนาการของการเปดิ เสรที างเศรษฐกิจในยคุ โลกา-
ภวิ ตั น์ เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถสบื ค้นได้ตรงประเด็น และสะดวกในการทำงานกลมุ่ มากขนึ้ ดังน้ี

- การทำสนธสิ ัญญาเบาว์ริง
- การจดั ทำแผนพฒั นาเศรษฐกิจฉบับแรก
- การเข้าเปน็ สมาชกิ ข้อตกลงท่วั ไปวา่ ดว้ ยภาษีศุลกากรและการค้า หรอื แกตต์
- การกำหนดนโยบายฉนั ทามตวิ อชิงตัน

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 280

- การเกิดวกิ ฤตทิ างการเงนิ พ.ศ. 2540
8.5 ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มวางแผนการทำงานรว่ มกัน และกำหนดระยะเวลาในการรวบรวม
ประเด็น ทไ่ี ด้รับมอบหมายและสรุปความรู้
8.6 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สรุปประเด็นความรู้ และวางแผนการนำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียนอย่าง
สรา้ งสรรค์และเข้าใจงา่ ย
8.7 ใหต้ ัวแทนนักเรียนนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน แล้วให้นกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรเู้ กยี่ วกับ
วิวฒั นาการของการเปิดเสรีทางเศรษฐกจิ ในยคุ โลกาภิวตั น์ (อาจนำเสนอผลงานนอกเวลาเรยี น หรอื ตาม
ความเหมาะสม)
8.8 ครูและนักเรียนรว่ มกันสนทนาเพอื่ ทบทวนความรู้เกีย่ วกบั วิวฒั นาการของการเปดิ เสรีทาง
เศรษฐกิจในยคุ โลกาภวิ ตั น์
8.9 นักเรยี นรวมกลุ่มเดิมเพ่ือศึกษาความรเู้ ร่ือง ปจั จยั ทางเศรษฐกิจทม่ี ีผลต่อการเปิดเสรีทาง
เศรษฐกิจไทย จากหนังสอื เรยี นและแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ
8.10 ใหต้ ัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมารับเอกสารแผนพฒั นาเศรษฐกิจ ฉบับท่ี 1-9 จากครู เพ่ือ
ประกอบการวิเคราะห์ปจั จัยทางเศรษฐกิจทม่ี ีผลต่อการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจไทย
8.11 ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สรปุ ผลการศึกษาความรู้ และผลการวิเคราะหป์ ัจจัยทางเศรษฐกิจทม่ี ี
ผลต่อการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจไทย ตามประเด็นท่ีกำหนด แล้วยกตัวอย่างเหตกุ ารณ์ทางเศรษฐกิจที่เกดิ ขึ้น
ประกอบให้สอดคลอ้ งและชดั เจน ดงั น้ี

- นโยบายส่งเสริมการลงทุน
- ผลกระทบจากเศรษฐกจิ ภายนอก
- การมสี ว่ นรว่ มในระบบเศรษฐกิจและการเมอื งของโลก
8.12 ใหต้ วั แทนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น ครูเสนอแนะเพ่มิ เติมในส่วนท่ีบกพรอ่ ง
8.13 ครูตงั้ ประเด็นคำถาม ให้นักเรยี นรว่ มกนั ฝกึ การคดิ วิเคราะห์ ดังนี้
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ มีผลต่อการลงทนุ ในระบบเศรษฐกิจหรือไม่ อยา่ งไร
- การขยายตวั อยา่ งรวดเรว็ ของหา้ งสรรพสนิ ค้าขนาดใหญ่ มผี ลต่อผู้คา้ หรือร้านค้ารายย่อย
อยา่ งไร
- การทค่ี ่าเงนิ บาทอ่อนตวั หรือแขง็ ตัว สง่ ผลตอ่ ระบบเศรษฐกิจไทยอย่างไร
- สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ส่งผลตอ่ ระบบเศรษฐกจิ ของไทย หรือไม่ อยา่ งไร
- ไทยมบี ทบาทสำคญั ในการมสี ว่ นรว่ มในระบบเศรษฐกจิ ของโลกอย่างไร
8.14 ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเก่ียวกับเขตการคา้ เสรี (Free Trade Area : FTA) ในประเดน็
ต่าง ๆ เชน่
- เป้าหมายของเขตการคา้ เสรี
- ประเทศสมาชิกของเขตการค้าเสรี
- ประโยชน์ทไี่ ทยไดร้ บั จากการเป็นสมาชกิ

ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 281

8.15 ใหน้ ักเรียนศึกษาความรูเ้ รอื่ ง ผลกระทบของการเปดิ เสรีการค้าตอ่ เศรษฐกิจไทยจาก
หนงั สอื เรยี น

8.16 ใหน้ กั เรียนรวมกลุ่มเดิมเพ่อื ร่วมกนั ศกึ ษาและวิเคราะหข์ ่าว เร่ือง การเปดิ การค้าเสรี
อาเซียน (AFTA) ผลกระทบต่อนมและผลิตภัณฑ์นมของไทย

8.17 ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันวเิ คราะห์ขา่ ว เรือ่ ง การเปิดการคา้ เสรีอาเซยี น (AFTA)
ผลกระทบต่อนมและผลิตภัณฑน์ มของไทย ตามประเด็นทก่ี ำหนด ดงั น้ี

- การปรบั ลดอัตราภาษี ประเทศไทยจะตอ้ งมีความระมัดระวงั ในเรือ่ งใด เพราะเหตใุ ด
- การเลี้ยงโคนมในประเทศไทย เมอื่ เทียบกบั ประเทศนิวซีแลนด์ มีความได้เปรยี บหรือ
เสียเปรยี บอย่างไร
- การปรับลดอัตราภาษีนำเข้ามีผลต่อการส่งออกนมพรอ้ มดืม่ ของไทยอยา่ งไร
- การสวมสิทธิจ์ ากประเทศท่ีอยนู่ อกอาเซียนมีผลกระทบตอ่ ไทยอยา่ งไร
- การสรา้ งระบบตลาดทีเ่ ขม้ แข็งภายในประเทศมีแนวในการปฏบิ ตั ิอย่างไร
8.18 ครสู ังเกตการวเิ คราะห์ข่าวของนกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ แลว้ ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปผล
การวิเคราะหข์ ่าว
8.19 ให้นกั เรยี นศึกษาใบความร้เู ร่อื ง เขตการคา้ เสรี เม่อื ศึกษาจบแล้วใหน้ ักเรียนสรุปความรู้
8.20 ให้นกั เรยี นทำใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง ผลกระทบของการเปิดเสรีการค้าต่อเศรษฐกิจไทย
8.21 ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันวิเคราะห์ผลกระทบของการเปิดเสรีการค้าต่อเศรษฐกิจไทย
ในประเดน็ ที่ครูกำหนด ดังน้ี
- ผลดขี องการเปดิ เสรีการคา้ ต่อเศรษฐกิจไทย
- ผลกระทบจากการเปิดเสรกี ารค้าต่อเศรษฐกจิ ไทย
8.22 ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มสรปุ ผลการวิเคราะห์ ผลกระทบของการเปิดเสรกี ารคา้ ต่อเศรษฐกิจ
ไทย แล้วออกแบบเปน็ แผนภูมภิ าพโดยใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรท์ เี่ หมาะสม เพอ่ื แสดงความแตกต่างและ
ผลกระทบของการเปดิ เสรีการค้าต่อเศรษฐกิจไทยท่เี กดิ ขึ้น
8.23 ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั กำหนดระยะเวลาในการทำงาน และนำเสนอผลงานของแตล่ ะกลุ่ม
ตามระยะเวลาที่เหมาะสม
9. สอ่ื อปุ กรณ์ และแหลง่ เรียนรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน เศรษฐศาสตร์ ม.4-ม.6
2) เอกสารความร้เู พิม่ เตมิ
3) ตัวอยา่ งขา่ ว การเปิดการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ผลกระทบต่อนมและผลิตภัณฑ์นมของไทย
4) ใบความรู้เรือ่ ง เขตการค้าเสรี
5) ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง ผลกระทบของการเปดิ เสรีการค้าต่อเศรษฐกิจไทย

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 282

9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) สื่อการเรยี นร้ตู า่ งๆ เชน่ หนังสือพมิ พ์ นิตยสาร โทรทศั น์
3) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
http://www.bot.or.th
http://www.mof.go.th

10. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์
วิธกี าร ใบงานที่ 2.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ แผนภมู ิภาพ แสดงผล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 2.1 กระทบของการเปิดเสรกี ารค้าตอ่
ประเมินแผนภูมิภาพ แสดงผล เศรษฐกิจไทย ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กระทบของการเปดิ เสรกี ารค้าตอ่ แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เศรษฐกจิ ไทย แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
ประเมินการนำเสนอผลงาน
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

11. บนั ทึกผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
11.1 ผลการเรียนรู้
11.1.1 นักเรยี นที่ผา่ นตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู้
มีจำนวน............................................คน คดิ เป็นร้อยละ.............................................
11.1.2 นักเรยี นท่ีไม่ผา่ นตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู้
มจี ำนวน............................................คน คิดเป็นรอ้ ยละ.............................................
คือ...............................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
พฤติกรรมการเรยี นรู้...................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.3 นกั เรียนทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ คอื
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
แนวทางการสง่ เสริม....................................................................................................
....................................................................................................................................

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 283

11.1.4 นกั เรยี นไดร้ ับความรู้
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

11.1.5 นกั เรยี นเกดิ ทกั ษะกระบวนการ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

11.1.6 นักเรียนมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................

11.2 ปัญหาและอุปสรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
11.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ไข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................................ผู้สอน
(นางสาวรชนีกร จันทร์พิทกั ษ์)

ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
วันท่.ี .......... เดือน.........................พ.ศ. ..............

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 284

12. ความเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงช่อื .........................................................
()

ตำแหน่ง........................................................
วนั ท.ี่ .......... เดือน......................... พ.ศ. ..............

13. ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะ ของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา/ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ...................................................................
()

ตำแหน่ง................................................................
วันที่........... เดือน......................... พ.ศ. ..............

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 285

ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
แผนภมู ิภาพ แสดงผลกระทบของการเปิดเสรีการค้าต่อเศรษฐกจิ ไทย

คำชแี้ จง
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วิเคราะหผ์ ลกระทบของการเปิดเสรกี ารค้าต่อเศรษฐกจิ ไทย ใน

ประเด็นดงั นี้
- ผลดีของการเปิดเสรกี ารค้าต่อเศรษฐกิจไทย
- ผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าตอ่ เศรษฐกจิ ไทย

2. สรุปผลการวิเคราะห์ ผลกระทบของการเปิดเสรีการค้าต่อเศรษฐกจิ ไทย แลว้ ออกแบบเป็น
แผนภูมิภาพโดยใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ีเหมาะสม เพอ่ื แสดงผลกระทบของการเปิดเสรกี ารค้าต่อ
เศรษฐกจิ ไทยที่เกิดข้ึน

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 286
แบบประเมนิ แผนภูมภิ าพ แสดงผลกระทบของการเปดิ เสรีการค้าตอ่ เศรษฐกิจไทย

กล่มุ ที่..........................................................

สมาชิกของกลุ่ม 1. .............................................................................. 2. ..............................................................................

3. .............................................................................. 4. ..............................................................................

5. .............................................................................. 6. ..............................................................................

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ คณุ ภาพผลงาน
4321

1 การวเิ คราะหผ์ ลดขี องการเปิดเสรกี ารคา้ ตอ่ เศรษฐกจิ ไทย
2 การวเิ คราะหผ์ ลกระทบจากการเปดิ เสรกี ารค้าต่อเศรษฐกิจไทย
3 การสรุปผลการวเิ คราะห์
4 การออกแบบแผนภูมภิ าพ

รวม

ลงช่อื ..............................................................................ผูป้ ระเมิน
/ /....................... ........................... ........................

เกณฑ์การให้คะแนน
ดีมาก = 4
ดี = 3
พอใช้ = 2
ปรับปรุง = 1

เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-16 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
5-7 ปรับปรุง

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 287

ใบงานท่ี 2.1
เรอื่ ง ผลกระทบของการเปิดเสรกี ารค้าตอ่ เศรษฐกจิ ไทย

คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนวิเคราะห์ผลกระทบของการเปิดเสรีการค้าต่อเศรษฐกิจไทยจากบทความท่กี ำหนด

เขตการคา้ เสรีและผลกระทบตอ่ เกษตรกรไทย

การจดั ตง้ั เขตการค้าเสรีสนิ ค้าเกษตรระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าและผลกระทบตอ่ เกษตรกร
ไทยเป็นประเด็นท่มี กี ารกลา่ วถงึ และถกเถยี งกันมานาน และยังจะต้องมกี ารกลา่ วถึงและถกเถยี งตอ่ ไปใน
อนาคต ตราบเท่าทป่ี ระเทศไทยยงั จะตอ้ งมีการเปิดเขตการค้าเสรกี ับตา่ งประเทศ ไมว่ า่ จะเปน็ ในรปู แบบ
ทวภิ าคี ภูมิภาคี หรือพหภุ าคี ซงึ่ มกี ารลดอตั ราภาษนี ำเข้าและขจัดอปุ สรรคทางการค้าที่มใิ ช่ภาษตี ่าง ๆ
ระหว่างกันและกนั สาเหตทุ ่ีจะเปน็ เช่นนี้ เพราะไมม่ ขี อ้ ตกลงการค้าเสรใี ดทจ่ี ะมีแต่ผ้ไู ด้รับผลประโยชน์
โดยไมม่ ีผู้สูญเสยี ประโยชนใ์ ดเลยภายในประเทศ หรอื มีแต่ผลกระทบทางบวกโดยไมม่ ีผลกระทบทางลบต่อ
ผ้ใู ด โดยหลกั การ เกือบทกุ ข้อตกลงการคา้ เสรจี ะตอ้ งมสี าขาอุตสาหกรรมการผลิตและหรือกล่มุ ประชาชน
ผูบ้ รโิ ภคบางกล่มุ ไดร้ ับผลกระทบทางลบ ซ่งึ จะต้องไดร้ ับการพิจารณาคำนึงถึงและดูแลใหก้ ารชว่ ยเหลือ
เสมอ

ประเดน็ ทค่ี วรพจิ ารณาในการสนับสนนุ การเปดิ เขตการค้าเสรจี ึงอยู่ทว่ี ่าผลประโยชน์ทางบวก
ตอ่ เศรษฐกิจส่วนรวมมากกวา่ หรอื น้อยกว่าผลกระทบทางลบทเี่ กิดขนึ้ หรือคาดว่าจะเกดิ ขึน้ ถา้ หาก
ผลประโยชน์สุทธิมากกวา่ (เปน็ บวก) กห็ มายความว่า ข้อตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรนี น้ั ควรไดร้ ับการ
สนับสนนุ ให้ดำเนนิ การเพราะก่อประโยชน์สุทธแิ กป่ ระเทศและประชาชนโดยส่วนรวม และโดยหลักการรฐั
สามารถนำเงนิ รายไดจ้ ากประโยชนส์ ทุ ธินั้นไปสนับสนนุ ช่วยเหลอื หรือชดเชยให้แกก่ ลุม่ ผูท้ ่ีไดร้ ับผลกระทบ
น้นั ต่อไปได้

ในชว่ งระหว่างดำเนนิ การตามข้อตกลงการเกษตรภายใตก้ รอบ WTO รอบอรุ กุ วัยท่ีเร่มิ ในปี
1995 ที่ผ่านมาน้ัน ไดพ้ บเห็นแล้วว่ากระทรวงต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งทั้งพาณชิ ย์ เกษตร อุตสาหกรรมและ
ต่างประเทศ ต่างไดพ้ ยายามทำความชี้แจงกับประชาชนให้เข้าใจในความจำเป็นและประโยชนท์ ีจ่ ะได้รับ
ทางการคา้ และการพัฒนาประเทศจากการเข้าร่วมในขอ้ ตกลงการค้าและขอ้ ผูกพันตา่ ง ๆ ทไ่ี ทยต้องปฏิบตั ิ
ตามทง้ั ดา้ นการลดภาษีและกฎระเบยี บทางการค้าทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง รวมท้ังความจำเปน็ ท่ีเกษตรกรไทยจะต้อง
ปรับตวั เพื่อรองรบั กับการเปล่ยี นแปลงดงั กลา่ วด้วย ในขณะเดยี วกนั ไดพ้ บเหน็ เช่นกนั ว่าฝ่ายภาค
ประชาชน องคก์ รเกษตรกรเอกชนพัฒนา สถาบนั การศึกษาบางแห่งและหรอื กลุม่ /สถาบนั เกษตรกรที่
เก่ยี วข้องบางกล่มุ (เชน่ กลุ่มสหกรณเ์ กษตรกรผู้เลี้ยงโคนม) ฯลฯ ตา่ งไดม้ กี ารร้องเรียนในเรอื่ งผลกระทบ
ทางลบของการเปดิ เขตเสรกี ารคา้ สนิ คา้ เกษตรดังกลา่ วตอ่ รายได้และความม่ังคงในการประกอบอาชพี ของ
ตน หรอื ในกรณภี ายหลังการดำเนนิ งานตามแผนการเรง่ รัด (Early Harvest Program) การเปิดเสรสี นิ คา้
เกษตร 8 หมวดตามขอ้ ตกลงเขตการคา้ เสรีทวภิ าคไี ทย-จีน ไดพ้ บเหน็ เชน่ กันว่ามกี ารกลา่ วถงึ เกษตรกรผู้

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 288

เพาะปลกู กระเทียม หอมหวั ใหญ่ และผกั ผลไมเ้ มืองหนาวทางภาคเหนอื ของไทยไดร้ ับผลกระทบจากสินค้า
นำเข้าประเภทเดียวกนั ดังกล่าวจำนวนมากจากจีนจนสง่ ผลกระทบต่อรายไดแ้ ละความมนั่ คงในอาชีพของ
เกษตรกรไทย ทงั้ สองกรณตี ัวอย่างขา้ งตน้ ช้ใี ห้เหน็ ถงึ ปญั หาผลกระทบต่อเกษตรกรไทยจากการนำเข้า
สินค้าอันเน่ืองมาจากเปิดตลาดเสรีสนิ คา้ เกษตรกับตา่ งประเทศที่ผา่ นมา อย่างไรกด็ ี ปญั หาของเกษตรกร
ดังกล่าวได้รบั การแก้ไขเยยี วยา จนลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดใี นท่ีสดุ

นอกจากน้ัน ผลกระทบของข้อตกลงจดั ตงั้ เขตการค้าเสรมี ไิ ด้เกดิ เฉพาะกบั เกษตรกรและหรอื
อตุ สาหกรรมการผลิตภายในประเทศหน่ึง ๆ เทา่ น้ัน แต่ยังอาจสง่ ผลกระทบไปถงึ การส่งออกของประเทศ
คูค่ ้าเดมิ ทีอ่ ยู่นอกข้อตกลงฯ ซึง่ อาจต้องสูญเสียส่วนแบง่ การตลาดไปเพราะไมส่ ามารถแขง่ ขนั ไดเ้ นื่องจาก
ตอ้ งเสยี ภาษีนำเขา้ ในอัตราท่ีสูงกวา่ ประเทศทม่ี กี ารจัดทำขอ้ ตกลงทางการคา้ ระหว่างกัน ด้วยเหตุผล
ดงั กลา่ ว จึงเป็นท่ีมาของปรากฏการณ์ท่พี บเห็นแพรร่ ะบาดไปท่ัวในปัจจบุ ัน นน่ั คอื การจัดทำข้อตกลง
FTA ทวิภาครี ะหว่างประเทศตา่ ง ๆ ทม่ี มี ากมายไขวก้ ันเป็นเสมือนเส้นบะหมพี่ ันกันไปท่ัวโลกดว้ ยเหตุผลท่ี
ทกุ ประเทศตา่ งต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขนั ดา้ นภาษีไมใ่ หเ้ สยี เปรียบคแู่ ข่งขันอ่ืน จาก
ปรากฏการณ์ทเ่ี กิดขนึ้ จงึ อาจคาดการณ์ไดว้ ่าในอนาคตอันไมไ่ กลจากนี้อตั ราภาษนี ำเข้าสินค้าของประเทศ
ต่าง ๆ ไมน่ ่าจะมคี วามแตกตา่ งกันมากนักและอาจจะไมเ่ ปน็ อุปสรรคกีดกนั ทางการคา้ ท่ีสำคัญมากเมอื่
เปรียบเทียบกับที่เคยเปน็ มาในอดีต

การจดั ทำขอ้ ตกลง FTA ทวภิ าคี นอกจากจะมีผลกระทบต่อภาคการนำเขา้ ต่อผู้ผลิตสนิ ค้า
นำเข้า และต่อผู้บริโภคภายในประเทศดังทีก่ ลา่ วข้างตน้ แล้ว ยังมีผลกระทบตอ่ การส่งออก ผู้ผลิตสนิ คา้
สง่ ออก และผู้บรโิ ภคภายในประเทศด้วยเชน่ กัน ในกรณีการสง่ ออกนัน้ ข้อตกลง FTA ทวิภาคจี ะสามารถ
ชว่ ยขยายการสง่ ออกของประเทศได้ดยี ิ่งขน้ึ ถ้าหากอุปสรรคกดี กนั ทางการค้าสำคญั อืน่ ๆ ทป่ี ฏิบตั ใิ น
ประเทศคู่คา้ โดยเฉพาะประเทศทีพ่ ฒั นาแลว้ ได้รับการแก้ไข ไดแ้ ก่ การยกเลกิ การใช้มาตรการอดุ หนุน
เกษตรกรและมาตรการอุดหนนุ การส่งออกทบี่ ดิ เบอื นการผลิตและการคา้ อย่างไรกด็ ี เปน็ ท่ีทราบกันดวี า่
ข้อตกลง FTA ทวภิ าคีจะไมร่ วมการเจรจายกเลิกมาตรการปกป้องการเกษตรที่กล่าว แต่จะมรี วมอยู่ในการ
เจรจาการค้า พหุภาคีภายใตก้ รอบ WTO เท่านน้ั

เม่อื เป็นเช่นน้ปี จั จัยท่ีจะกระทบตอ่ รายได้ของเกษตรกรทสี่ ำคัญในอนาคตจึงไดแ้ กก่ ารใช้
มาตรการปกปอ้ งเกษตรกรในประเทศพัฒนาแล้วซึ่งยงั คงอยแู่ ละยงั มิได้รับการแก้ไข กอปรกับขณะน้กี าร
เจรจาข้อตกลงการคา้ เสรีพหุภาคีสินค้าเกษตรภายใตก้ รอบ WTO รอบโดฮาต้องหยดุ ชะงกั ลง ซ่งึ จะย่งิ เป็น
ผลให้โอกาสการเจรจาแกไ้ ขปญั หาการอดุ หนุนทบ่ี ิดเบือนราคาสินค้าเกษตรโลกซงึ่ สง่ ผลกระทบตอ่ รายได้
ของเกษตรกรในประเทศผสู้ ่งออกสินค้าเกษตรยง่ิ นอ้ ยลง จากทกี่ ลา่ วน้ีจงึ อาจสรปุ ได้วา่ ความสำเรจ็ ของ
การเจรจาการค้าพหภุ าคีสินคา้ เกษตรรอบโดฮาภายใต้กรอบ WTO เปน็ ความหวงั ของความสำเรจ็ ในการ
แกไ้ ขปญั หาความยากจนของเกษตรกรในประเทศกำลังพฒั นาผู้ส่งออกสนิ ค้าเกษตร

(http://www.itd.or.th/th/node/621 ดร. เอกอรุณ อวนสกลุ หัวหนา้ สว่ นงานวิจัย)

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 289

ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 290

เฉลยใบงานท่ี 2.1
เรือ่ ง ผลกระทบของการเปดิ เสรกี ารค้าตอ่ เศรษฐกิจไทย

คำชแี้ จง : ให้นักเรยี นวิเคราะหผ์ ลกระทบของการเปิดเสรกี ารค้าต่อเศรษฐกจิ ไทยจากบทความทกี่ ำหนด

เขตการค้าเสรแี ละผลกระทบต่อเกษตรกรไทย

การจัดตัง้ เขตการค้าเสรีสินค้าเกษตรระหวา่ งไทยกบั ประเทศคู่คา้ และผลกระทบต่อเกษตรกร
ไทยเปน็ ประเดน็ ทม่ี กี ารกลา่ วถึงและถกเถยี งกนั มานาน และยังจะต้องมกี ารกล่าวถึงและถกเถียงตอ่ ไปใน
อนาคต ตราบเท่าท่ปี ระเทศไทยยงั จะต้องมกี ารเปิดเขตการค้าเสรกี ับตา่ งประเทศ ไม่วา่ จะเป็นในรูปแบบ
ทวภิ าคี ภมู ิภาคี หรือพหภุ าคี ซึ่งมกี ารลดอตั ราภาษนี ำเขา้ และขจัดอปุ สรรคทางการค้าท่มี ใิ ชภ่ าษตี า่ ง ๆ
ระหวา่ งกนั และกนั สาเหตทุ ่ีจะเปน็ เช่นน้ี เพราะไมม่ ขี อ้ ตกลงการค้าเสรใี ดทจ่ี ะมีแตผ่ ู้ไดร้ บั ผลประโยชน์
โดยไม่มีผสู้ ูญเสยี ประโยชนใ์ ดเลยภายในประเทศ หรอื มีแตผ่ ลกระทบทางบวกโดยไมม่ ผี ลกระทบทางลบต่อ
ผู้ใด โดยหลักการ เกอื บทกุ ขอ้ ตกลงการค้าเสรีจะตอ้ งมสี าขาอุตสาหกรรมการผลิตและหรอื กลมุ่ ประชาชน
ผู้บรโิ ภคบางกลุม่ ได้รับผลกระทบทางลบ ซ่งึ จะต้องได้รับการพิจารณาคำนงึ ถงึ และดูแลใหก้ ารช่วยเหลือ
เสมอ

ประเดน็ ทคี่ วรพจิ ารณาในการสนบั สนุนการเปิดเขตการคา้ เสรจี งึ อยทู่ ่ีว่าผลประโยชนท์ างบวก
ตอ่ เศรษฐกจิ ส่วนรวมมากกวา่ หรือนอ้ ยกวา่ ผลกระทบทางลบทเี่ กดิ ขน้ึ หรอื คาดว่าจะเกิดขนึ้ ถ้าหาก
ผลประโยชนส์ ทุ ธมิ ากกว่า (เป็นบวก) กห็ มายความว่า ข้อตกลงจดั ตง้ั เขตการค้าเสรีนั้นควรไดร้ ับการ
สนับสนุนให้ดำเนินการเพราะกอ่ ประโยชนส์ ุทธแิ ก่ประเทศและประชาชนโดยส่วนรวม และโดยหลกั การรฐั
สามารถนำเงนิ รายไดจ้ ากประโยชน์สทุ ธินน้ั ไปสนบั สนนุ ช่วยเหลอื หรอื ชดเชยใหแ้ กก่ ลมุ่ ผู้ท่ีได้รบั ผลกระทบ
นน้ั ต่อไปได้

ในช่วงระหว่างดำเนนิ การตามข้อตกลงการเกษตรภายใต้กรอบ WTO รอบอุรกุ วยั ท่ีเริ่มในปี
1995 ทผ่ี ่านมานนั้ ได้พบเหน็ แล้ววา่ กระทรวงต่าง ๆ ทเี่ กย่ี วข้องทง้ั พาณชิ ย์ เกษตร อตุ สาหกรรมและ
ตา่ งประเทศ ต่างได้พยายามทำความชี้แจงกับประชาชนให้เขา้ ใจในความจำเปน็ และประโยชนท์ ่ีจะได้รบั
ทางการคา้ และการพัฒนาประเทศจากการเขา้ ร่วมในข้อตกลงการคา้ และข้อผูกพันตา่ ง ๆ ทไ่ี ทยต้องปฏิบตั ิ
ตามทง้ั ดา้ นการลดภาษีและกฎระเบยี บทางการค้าทเ่ี ก่ยี วข้อง รวมทัง้ ความจำเปน็ ท่ีเกษตรกรไทยจะตอ้ ง
ปรบั ตวั เพอื่ รองรับกบั การเปลี่ยนแปลงดงั กลา่ วด้วย ในขณะเดยี วกนั ได้พบเห็นเชน่ กันวา่ ฝ่ายภาค
ประชาชน องค์กรเกษตรกรเอกชนพัฒนา สถาบันการศกึ ษาบางแห่งและหรือกลุ่ม/สถาบนั เกษตรกรที่
เกี่ยวข้องบางกลุ่ม (เช่น กลมุ่ สหกรณเ์ กษตรกรผเู้ ลีย้ งโคนม) ฯลฯ ต่างได้มกี ารรอ้ งเรยี นในเรอ่ื งผลกระทบ
ทางลบของการเปดิ เขตเสรกี ารค้าสินค้าเกษตรดงั กล่าวต่อรายไดแ้ ละความมั่งคงในการประกอบอาชีพของ
ตน หรือในกรณีภายหลังการดำเนนิ งานตามแผนการเร่งรดั (Early Harvest Program) การเปิดเสรีสนิ คา้
เกษตร 8 หมวดตามข้อตกลงเขตการคา้ เสรีทวภิ าคไี ทย-จีน ได้พบเห็นเชน่ กนั วา่ มีการกลา่ วถึงเกษตรกรผู้

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 291

เพาะปลกู กระเทยี ม หอมหวั ใหญ่ และผกั ผลไมเ้ มืองหนาวทางภาคเหนอื ของไทยได้รับผลกระทบจากสนิ คา้
นำเข้าประเภทเดียวกนั ดังกล่าวจำนวนมากจากจีนจนส่งผลกระทบต่อรายไดแ้ ละความมนั่ คงในอาชพี ของ
เกษตรกรไทย ทง้ั สองกรณตี ัวอยา่ งขา้ งตน้ ชใี้ หเ้ หน็ ถึงปัญหาผลกระทบตอ่ เกษตรกรไทยจากการนำเข้า
สินค้าอันเน่ืองมาจากเปิดตลาดเสรีสนิ ค้าเกษตรกับตา่ งประเทศท่ีผา่ นมา อย่างไรกด็ ี ปญั หาของเกษตรกร
ดังกล่าวได้รบั การแกไ้ ขเยยี วยา จนลุล่วงไปได้ด้วยดใี นท่ีสุด

นอกจากนน้ั ผลกระทบของข้อตกลงจัดตัง้ เขตการค้าเสรีมไิ ด้เกดิ เฉพาะกับเกษตรกรและหรอื
อตุ สาหกรรมการผลิตภายในประเทศหนง่ึ ๆ เท่านั้น แตย่ ังอาจสง่ ผลกระทบไปถงึ การส่งออกของประเทศ
คูค่ ้าเดมิ ทีอ่ ยู่นอกข้อตกลงฯ ซึง่ อาจตอ้ งสูญเสียสว่ นแบ่งการตลาดไปเพราะไมส่ ามารถแขง่ ขันได้เน่อื งจาก
ตอ้ งเสยี ภาษีนำเขา้ ในอัตราท่ีสูงกวา่ ประเทศที่มีการจดั ทำขอ้ ตกลงทางการค้าระหวา่ งกัน ดว้ ยเหตผุ ล
ดงั กลา่ ว จึงเป็นท่มี าของปรากฏการณ์ที่พบเหน็ แพรร่ ะบาดไปทัว่ ในปัจจบุ นั นน่ั คอื การจัดทำข้อตกลง
FTA ทวิภาครี ะหว่างประเทศตา่ ง ๆ ทม่ี ีมากมายไขว้กนั เปน็ เสมอื นเส้นบะหม่ีพันกนั ไปท่ัวโลกดว้ ยเหตผุ ลท่ี
ทกุ ประเทศตา่ งต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขนั ด้านภาษไี มใ่ ห้เสียเปรียบคูแ่ ขง่ ขันอ่ืน จาก
ปรากฏการณ์ทีเ่ กิดขน้ึ จึงอาจคาดการณไ์ ด้ว่าในอนาคตอันไมไ่ กลจากนีอ้ ัตราภาษนี ำเข้าสินค้าของประเทศ
ต่าง ๆ ไมน่ ่าจะมคี วามแตกตา่ งกันมากนักและอาจจะไมเ่ ป็นอปุ สรรคกีดกันทางการคา้ ท่ีสำคัญมากเมอ่ื
เปรียบเทยี บกับที่เคยเปน็ มาในอดีต

การจัดทำขอ้ ตกลง FTA ทวภิ าคี นอกจากจะมีผลกระทบตอ่ ภาคการนำเขา้ ต่อผู้ผลิตสนิ คา้
นำเข้า และต่อผู้บรโิ ภคภายในประเทศดงั ทก่ี ล่าวข้างตน้ แล้ว ยงั มีผลกระทบตอ่ การสง่ ออก ผู้ผลิตสินคา้
สง่ ออก และผู้บรโิ ภคภายในประเทศด้วยเช่นกัน ในกรณกี ารส่งออกนนั้ ข้อตกลง FTA ทวภิ าคจี ะสามารถ
ชว่ ยขยายการส่งออกของประเทศได้ดยี ิ่งข้นึ ถา้ หากอปุ สรรคกดี กันทางการค้าสำคญั อ่ืน ๆ ทป่ี ฏิบัตใิ น
ประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะประเทศทพ่ี ฒั นาแล้วไดร้ บั การแกไ้ ข ได้แก่ การยกเลกิ การใช้มาตรการอดุ หนุน
เกษตรกรและมาตรการอุดหนนุ การสง่ ออกทบี่ ิดเบือนการผลติ และการค้า อย่างไรกด็ ี เปน็ ทีท่ ราบกันดีว่า
ข้อตกลง FTA ทวิภาคีจะไมร่ วมการเจรจายกเลกิ มาตรการปกป้องการเกษตรทกี่ ลา่ ว แต่จะมรี วมอยู่ในการ
เจรจาการค้า พหภุ าคีภายใตก้ รอบ WTO เทา่ นนั้

เม่อื เป็นเช่นน้ปี จั จัยท่ีจะกระทบต่อรายไดข้ องเกษตรกรท่สี ำคญั ในอนาคตจงึ ไดแ้ ก่การใช้
มาตรการปกปอ้ งเกษตรกรในประเทศพัฒนาแลว้ ซึ่งยงั คงอยแู่ ละยงั มิไดร้ บั การแกไ้ ข กอปรกบั ขณะนี้การ
เจรจาข้อตกลงการค้าเสรีพหุภาคีสินค้าเกษตรภายใต้กรอบ WTO รอบโดฮาต้องหยดุ ชะงกั ลง ซึง่ จะยง่ิ เปน็
ผลให้โอกาสการเจรจาแกไ้ ขปญั หาการอุดหนนุ ทีบ่ ิดเบือนราคาสนิ คา้ เกษตรโลกซง่ึ สง่ ผลกระทบต่อรายได้
ของเกษตรกรในประเทศผสู้ ่งออกสินค้าเกษตรยง่ิ นอ้ ยลง จากทกี่ ลา่ วน้จี ึงอาจสรปุ ได้วา่ ความสำเรจ็ ของ
การเจรจาการค้าพหภุ าคีสินคา้ เกษตรรอบโดฮาภายใต้กรอบ WTO เปน็ ความหวังของความสำเรจ็ ในการ
แกไ้ ขปญั หาความยากจนของเกษตรกรในประเทศกำลังพฒั นาผสู้ ่งออกสนิ ค้าเกษตร

(http://www.itd.or.th/th/node/621 ดร. เอกอรณุ อวนสกุล หัวหน้าสว่ นงานวิจัย)

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 292

(เฉลยตามคำตอบของนักเรียน และอย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครผู ู้สอน)

ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 293

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ คุณภาพการปฏิบตั ิ
4321

1 นำเสนอเนื้อหาในผลงานไดถ้ ูกต้อง
2 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกบั เวลา
4 ความกลา้ แสดงออก
5 บุคลิกภาพ น้ำเสยี งเหมาะสม

รวม

ลงช่ือ..............................................................................ผู้ประเมิน
/ /....................... ........................... ........................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
การปฏบิ ัตงิ านสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน
การปฏบิ ตั ิงานยงั มขี ้อบกพร่องเลก็ น้อย ให้ 2 คะแนน
การปฏบิ ัติงานยังมขี อ้ บกพรอ่ งเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
การปฏิบัติงานมขี ้อบกพรอ่ งมาก

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
17-20 ดมี าก
13-16 ดี
9-12 พอใช้
5-8 ปรบั ปรุง

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 294
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

ลำดบั ที่ ช่อื – การแสดง การรบั ฟงั การตงั้ ใจ การรว่ ม รวม
สกุล ความรว่ มมือ ความคิดเหน็ ความคิดเห็น ทำงาน ปรบั ปรงุ 20
ของผรู้ บั ผลงานกลุ่ม

การ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน

ประเมนิ

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
ดีมาก = 4 ............../.................../................
ดี = 3
พอใช้ = 2 หมายเหตุ ครอู าจใชว้ ธิ ีการมอบหมายใหห้ ัวหน้ากลมุ่
ปรบั ปรุง = 1 เป็นผู้ประเมนิ หรือใหต้ วั แทนกลมุ่ ผลัดกันประเมิน
หรอื ให้มกี ารประเมินโดยเพื่อน โดยตวั นักเรียนเอง
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ตามความเหมาะสมกไ็ ด้

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

17 – 20 ดมี าก

13 – 16 ดี

9 – 12 พอใช้

5 – 8 ปรบั ปรุง

ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 295

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 14

เรอ่ื ง องค์กรความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ ที่สำคัญในภูมภิ าคตา่ งๆของโลก เวลาเรยี น 2 ชั่วโมง

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 6 เร่ือง เศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ เวลาเรียน 6 ช่วั โมง

รหัสวชิ า ส 32103 ชอ่ื วิชา สังคมศกึ ษา จำนวน 1 หนว่ ยกติ

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563

ครูผ้สู อน นางสาวรชนีกร จนั ทร์พทิ กั ษ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการพิเศษ

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนกมุ ภวาปี

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสมั พนั ธท์ าง

เศรษฐกจิ และความจำเป็นของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจใน

สงั คมโลก

2. ตัวชว้ี ัด

ม.4-6/3 วิเคราะหผ์ ลดี ผลเสียของความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ ระหว่าง

ประเทศในรปู แบบตา่ ง ๆ

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การรวมกลมุ่ เศรษฐกจิ มีวัตถุประสงค์เพอ่ื ประโยชนท์ างการค้า เพอ่ื รว่ มกนั แกไ้ ขปัญหา

เสรมิ สร้าง และรกั ษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

4. สาระการเรียนรู้

1. แนวคดิ พื้นฐานทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับการคา้ ระหว่างประเทศ

2. บทบาทขององค์การความรว่ มมอื ทางเศรษฐกิจทสี่ ำคัญในภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก เชน่ WTO,

NAFTA, EU, IMF, ADB, OPEC, FTA, APEC ในระดับต่าง ๆ เขตส่เี หล่ียมเศรษฐกิจ

3. ปัจจัยต่าง ๆ ทน่ี ำไปสกู่ ารพง่ึ พา การแข่งขัน การขัดแย้ง และการประสานประโยชนท์ างเศรษฐกิจ

ไทยกบั ตา่ งประเทศ

4. ตัวอย่างเหตุการณท์ นี่ ำไปสูก่ ารพ่งึ พาทางเศรษฐกิจ

5. ผลกระทบจากการดำเนินกจิ กรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

6. ปจั จยั ต่าง ๆ ที่นำไปส่กู ารพงึ่ พา การแข่งขัน การขดั แย้ง และการประสานประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

วิธีการกดี กันทางการคา้ ในการคา้ ระหว่างประเทศ


Click to View FlipBook Version