ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 196
ใบงานท่ี 1.5
เรื่อง สบื ค้นขอ้ มลู กิจการสหกรณ์
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนสืบคน้ ข้อมูลการดำเนนิ กิจการของสหกรณ์ ทีน่ กั เรียนสนใจมา 1 แห่ง แล้วนำมา
รายงานสรปุ ในหัวขอ้ ที่กำหนด
1. ชือ่ สหกรณ์
2. มีทีต่ ้งั /ท่ที ำการอยทู่ ี่ใด
3. จัดอยใู่ นสหกรณ์ประเภทใด
4. มีวัตถปุ ระสงค์อยา่ งไร
5. คณะกรรมการประกอบดว้ ยตำแหน่งใดบ้าง
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 197
6. ลักษณะการดำเนินงานเปน็ อยา่ งไร
7. มผี ลประโยชนต์ อ่ สมาชิกอยา่ งไรบ้าง
8. การดำเนนิ งานของสหกรณ์เปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คมและประเทศอย่างไร
9. บทสรุป/หรอื ขอ้ คิดจากการสบื คน้ ขอ้ มูล
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 198
เฉลยใบงานที่ 1.5
เร่อื ง สบื คน้ ขอ้ มูลกิจการสหกรณ์
คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนสืบคน้ ขอ้ มูลการดำเนนิ กจิ การของสหกรณ์ ที่นักเรียนสนใจมา 1 แห่ง แลว้ นำมา
รายงานสรปุ ในหวั ขอ้ ท่ีกำหนด
1. ชื่อสหกรณ์
2. มีทต่ี ้ัง/ท่ีทำการอย่ทู ี่ใด
3. จัดอยูใ่ นสหกรณ์ประเภทใด
4. มีวัตถุประสงคอ์ ย่างไร
5. คณะกรรมการประกอบด้วยตำแหนง่ ใดบา้ ง
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 199
6. ลักษณะการดำเนนิ งานเป็นอยา่ งไร
7. มีผลประโยชน์ต่อสมาชิกอยา่ งไรบ้าง
8. การดำเนินงานของสหกรณเ์ ป็นประโยชน์ต่อสงั คมและประเทศอย่างไร
9. บทสรปุ /หรอื ขอ้ คิดจากการสบื คน้ ขอ้ มูล
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยอยู่ในดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 200
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 8
เรอ่ื ง เศรษฐกจิ ในชุมชนของไทย เวลาเรยี น 2 ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เรื่อง สหกรณ์และการรวมกลุ่มเพอ่ื การพฒั นาชมุ ชนของไทย เวลาเรียน 5 ชว่ั โมง
รหัสวชิ า ส 32103 ชือ่ วิชา สังคมศกึ ษา จำนวน 1 หนว่ ยกิต
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
ครูผสู้ อน นางสาวรชนีกร จันทรพ์ ิทกั ษ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นกมุ ภวาปี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรพั ยากรในการผลิตและการบริโภค
การใชท้ รัพยากรทีม่ ีอยจู่ ำกัดได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและค้มุ คา่ รวมทง้ั
เข้าใจหลกั การของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพอ่ื การดำรงชีวิตอย่างมดี ุลยภาพ
2. ตวั ชีว้ ัด
ม.4-6/4 วเิ คราะหป์ ญั หาทางเศรษฐกิจในชมุ ชนและแนวทางแกไ้ ข
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแก้ปญั หาเศรษฐกจิ ในชุมชนนัน้ จะตอ้ งอาศยั ความร่วมมือของบุคคลและกล่มุ บุคคลหลาย
ฝา่ ย ท้ังในองค์กรรัฐและเอกชน ในการหาสาเหตแุ ละแนวทางแกไ้ ข
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ปญั หาทางเศรษฐกิจในชุมชน
4.2 แนวทางการพฒั นาเศรษฐกิจของชมุ ชน
4.3 ตัวอยา่ งของการรวมกล่มุ ทป่ี ระสบความสำเรจ็ ในการแก้ปญั หาทางเศรษฐกิจของชุมชน
5. สมรรถนะสำคัญ
5.1 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคดิ วเิ คราะห์
- ทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการปฏบิ ตั ิ
- กระบวนการทำงานกลุม่
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 201
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มวี ินัย
6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 มุง่ มนั่ ในการทำงาน
7. จุดประสงค์การเรียนรู้
7.1 วิเคราะห์ปัญหาทางเศรษฐกจิ ในชมุ ชนได้
7.2 อธิบายแนวทางการพฒั นาเศรษฐกจิ ของชุมชนไทย
7.3 ยกตัวอยา่ งของการรวมกล่มุ ทีป่ ระสบความสำเรจ็ ในการแก้ปญั หาทางเศรษฐกจิ ของชุมชนได้
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการกล่มุ , กระบวนการแกป้ ญั หา)
8.1 ครูแบ่งนักเรียนเป็น 2 ทีมใหญ่ ให้แข่งขันกันเขียนปัญหาทางเศรษฐกิจในชุมชนบน
กระดาน/บอร์ดหน้าชั้นเรียน กลุ่มใดเขียนได้จำนวนมากท่ีสุดในเวลาท่ีกำหนด 5 นาที หรือตามความ
เหมาะสมจะเป็นฝ่ายชนะ
8.2 ครใู หน้ ักเรยี นชว่ ยกันระดมความคิดรวมกลมุ่ ปัญหาเศรษฐกจิ ท่นี กั เรียนช่วยกนั เขยี นบo
กระดาน/บอร์ด เป็นจำพวกเดยี วกัน เช่น
- ปญั หาความยากจน
- ปัญหาความแตกตา่ งกนั ระหว่างรายได้ของประชาชนในชุมชน
- ปญั หาขาดแคลนบุคลากรทม่ี ีความรู้
- ปัญหาการขาดแคลนเทคโนโลยี และวิทยาการ
- ปัญหาขาดผู้นำ หรอื กลมุ่ ผนู้ ำชุมชนทีม่ คี วามสามารถ หรอื มกี ารบรหิ ารจัดการทเ่ี ข้มแขง็
8.3 ครูให้นักเรียนรวมกลุม่ กันตามความสมคั รใจ กลุ่มละ 5-7 คน รว่ มมือกันศึกษาความรู้ และ
ข้อมลู เก่ียวกับเศรษฐกจิ ของไทย จากหนังสือเรียน หนงั สืออ่านเพ่ิมเติม และแหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ ในหวั ข้อ
ตอ่ ไปนี้
- ลักษณะทว่ั ไปของชมุ ชนไทย
- ปัญหาเศรษฐกจิ ในชมุ ชน
- แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน
8.4 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันหาขา่ วเก่ยี วกับ การพฒั นาเศรษฐกจิ ของชมุ ชนตา่ งๆ มารว่ มกัน
วเิ คราะห์ตามหัวขอ้ ท่กี ำหนดให้ในใบงานที่ 2.1 เรื่อง สืบค้นข้อมูลการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน
8.5 นกั เรยี นแต่ละกลุ่มผลัดกนั นำเสนอผลงาน การสืบค้นข้อมูลการพัฒนาเศรษฐกิจของชมุ ชนท่ี
ประสบความสำเร็จ และใหก้ ลุม่ ผูฟ้ ังเป็นผู้แสดงความคิดเห็นเพ่มิ เติม
8.6 นักเรียนชว่ ยกนั เสนอขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการรว่ มมือกันพัฒนาเศรษฐกจิ ในชมุ ชน และแนวทางการ
พัฒนาเศรษฐกจิ ของชมุ ชน เชน่
- นำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการดำเนินชีวิต
- การร่วมมอื กันของทกุ ภาคสว่ นในชุมชน
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 202
- การทำงานรว่ มกนั ระหว่างท้องถนิ่ กบั ชุมชน
- การรวมกลมุ่ สร้างงาน สร้างอาชีพ
8.7 ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มมอื กันเขยี นบทความวเิ คราะห์ เรือ่ ง สหกรณ์กับการ
พัฒนาเศรษฐกิจในชมุ ชน โดยมปี ระเดน็ ครอบคลุมหวั ขอ้ ต่อไปนี้
- การวิเคราะหค์ วามสำคัญของสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดบั ชุมชน พรอ้ มยกตัวอย่าง
ประกอบ
- การวเิ คราะหค์ วามสำคัญของสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ พร้อม
ยกตัวอยา่ งประกอบ
- การวิเคราะห์ปญั หาเศรษฐกจิ ในชุมชนและแนวทางการแกไ้ ข
8.8 นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4
9. สื่อ อปุ กรณ์ และแหล่งเรยี นรู้
9.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน เศรษฐศาสตร์ ม.4-ม.6
2) หนงั สอื คน้ คว้าเพิม่ เตมิ
บญุ มี จันทรวงศ์. ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาสหกรณ์ในภาคเกษตร. กรงุ เทพ ฯ :
กรมส่งเสรมิ สหกรณ์, 2543.
3) ใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง สบื คน้ ข้อมลู การพัฒนาเศรษฐกิจของชมุ ชน
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php
10. การวัดและการประเมินผล
วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานท่ี 2.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินบทความวิเคราะห์ แบบประเมนิ บทความวิเคราะห์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เรอื่ ง สหกรณก์ บั การพัฒนา เรื่อง สหกรณก์ บั การพฒั นาเศรษฐกิจ
เศรษฐกจิ ในชุมชน ในชมุ ชน
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน แบบทดสอบหลังเรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 203
11. บนั ทึกผลหลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
11.1 ผลการเรยี นรู้
11.1.1 นกั เรียนที่ผ่านตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้
มจี ำนวน............................................คน คิดเป็นร้อยละ.............................................
11.1.2 นกั เรยี นทไ่ี มผ่ ่านตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้
มจี ำนวน............................................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.............................................
คือ...............................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
พฤติกรรมการเรยี นรู้...................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.3 นักเรยี นทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษ คอื
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
แนวทางการส่งเสริม....................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.4 นักเรียนได้รับความรู้
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.5 นักเรยี นเกดิ ทกั ษะกระบวนการ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.6 นักเรียนมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.2 ปญั หาและอุปสรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 204
11.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................................ผู้สอน
(นางสาวรชนกี ร จันทร์พทิ ักษ์)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
วันท่ี........... เดือน.........................พ.ศ. ..............
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 205
12. ความเห็น/ข้อเสนอแนะ ของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้/ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงช่อื .........................................................
()
ตำแหน่ง........................................................
วนั ที.่ .......... เดอื น......................... พ.ศ. ..............
13. ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา/ผูท้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชื่อ...................................................................
()
ตำแหน่ง................................................................
วันที่........... เดือน......................... พ.ศ. ..............
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 206
ชนิ้ งานหรือภาระงาน
บทความวิเคราะห์ เรอ่ื ง สหกรณก์ ับการพฒั นาเศรษฐกจิ ในชมุ ชน
คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมมอื กันเขยี นบทความวิเคราะห์ เรอื่ ง สหกรณ์กบั การพัฒนาเศรษฐกจิ
ในชุมชน โดยมปี ระเด็นครอบคลุมหัวข้อต่อไปนี้
1. การวิเคราะห์ความสำคญั ของสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชมุ ชน พรอ้ มยกตวั อยา่ ง
ประกอบ
2. การวิเคราะห์ความสำคัญของสหกรณใ์ นการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ พรอ้ มยกตวั อยา่ ง
ประกอบ
3. การวเิ คราะหป์ ญั หาเศรษฐกิจในชมุ ชนและแนวทางการแกไ้ ข
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 207
แบบประเมนิ บทความวเิ คราะห์ เร่ือง สหกรณ์กับการพฒั นาเศรษฐกจิ ในชุมชน
กลุ่มที.่ .................................................
สมาชกิ ของกลุ่ม 1................................................................. 2.................................................................
3................................................................. 4.................................................................
5................................................................. 6.................................................................
ลำดับท่ี รายการประเมิน คณุ ภาพผลงาน 1
432
1 การวิเคราะห์ความสำคัญของสหกรณใ์ นการพัฒนาเศรษฐกจิ
ในระดับชุมชน
2 การวเิ คราะห์ความสำคญั ของสหกรณใ์ นการพัฒนาเศรษฐกจิ
ระดับประเทศ
3 การวเิ คราะห์ปญั หาเศรษฐกิจในชมุ ชนและแนวทางแกไ้ ข
รวม
ลงชอื่ ..............................................................................ผ้ปู ระเมนิ
/ /....................... ........................... ........................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ดีมาก = 4
3
ดี = 2
1
พอใช้ =
ปรับปรุง =
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
11-12 ดีมาก
9-10 ดี
7-8 พอใช้
5-6 ปรบั ปรุง
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 208
ใบงานที่ 2.1
เรือ่ ง สบื คน้ ขอ้ มลู การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นสืบคน้ ขอ้ มูลการพัฒนาเศรษฐกจิ ของชุมชนท่ปี ระสบความสำเรจ็ แลว้ นำมาวิเคราะห์
แล้วตอบคำถามตามหัวข้อท่ีกำหนด
เร่อื ง
สาระสำคัญโดยยอ่
ทมี่ า
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 209
1. ชุมชนทป่ี ระสบความสำเรจ็ ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ คอื ชุมชนอะไร
2. ชมุ ชนเคยมีปัญหาอะไรบ้าง และมสี าเหตุมาจากอะไร
3. ชมุ ชนแกไ้ ขปัญหาอยา่ งไร และมีการพัฒนาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง อย่างไรบา้ ง
4. ปัจจบุ นั นี้ชมุ ชนประสบความสำเร็จในเรื่องใด มผี ลดีต่อชุมชน สังคม และประเทศอยา่ งไร
5. บทสรปุ สำคญั หรือขอ้ คดิ ที่นักเรียนไดร้ บั คืออะไร
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 210
เฉลยใบงาน 2.1
เรอื่ ง สืบค้นข้อมูลการพฒั นาเศรษฐกิจของชมุ ชน
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นสืบคน้ ข้อมลู การพฒั นาเศรษฐกจิ ของชุมชนท่ปี ระสบความสำเรจ็ แลว้ นำมาวิเคราะห์
แล้วตอบคำถามตามหัวข้อท่ีกำหนด
เรอ่ื ง
สาระสำคัญโดยยอ่
ทมี่ า
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 211
1. ชมุ ชนทป่ี ระสบความสำเร็จในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ คือชุมชนอะไร
2. ชมุ ชนเคยมีปญั หาอะไรบ้าง และมีสาเหตมุ าจากอะไร
3. ชมุ ชนแกไ้ ขปญั หาอยา่ งไร และมกี ารพัฒนาอยา่ งตอ่ เนื่อง อยา่ งไรบ้าง
4. ปจั จบุ นั นี้ชมุ ชนประสบความสำเรจ็ ในเร่ืองใด มผี ลดีตอ่ ชุมชน สงั คม และประเทศอยา่ งไร
5. บทสรุปสำคญั หรือข้อคดิ ท่นี กั เรยี นไดร้ บั คืออะไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยอย่ใู นดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 212
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิ
4321
1 นำเสนอเนือ้ หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
2 การนำเสนอมคี วามนา่ สนใจ
3 ความเหมาะสมกับเวลา
4 ความกล้าแสดงออก
5 บคุ ลกิ ภาพ น้ำเสียงเหมาะสม
รวม ลงชือ่ ..............................................................................ผู้ประเมิน
/ /....................... ........................... ........................
เกณฑ์การให้คะแนน
การปฏิบัตงิ านสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 4 คะแนน
การปฏิบัติงานยังมขี ้อบกพรอ่ งเลก็ น้อย ให้ 3 คะแนน
การปฏิบตั ิงานยงั มีข้อบกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 2 คะแนน
การปฏิบตั งิ านมขี อ้ บกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
17-20 ดีมาก
13-16 ดี
9-12 พอใช้
5-8 ปรับปรงุ
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 213
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
ลำดบั ที่ ช่ือ – สกลุ ความรว่ มมอื การแสดง การรบั ฟัง การตั้งใจ การรว่ ม รวม
ของผู้รับ ความคิดเหน็ ความคดิ เหน็ ทำงาน ปรับปรุง 20
ผลงานกลุ่ม คะแนน
การ
ประเมิน 43214321432143214321
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมนิ
ดีมาก = 4 ............../.................../................
ดี = 3
พอใช้ = 2 หมายเหตุ ครอู าจใช้วธิ กี ารมอบหมายใหห้ วั หนา้ กล่มุ
ปรับปรงุ = 1 เป็นผ้ปู ระเมนิ หรือใหต้ วั แทนกลมุ่ ผลัดกนั ประเมนิ
หรือใหม้ กี ารประเมนิ โดยเพอื่ น โดยตวั นักเรียนเอง
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ตามความเหมาะสมกไ็ ด้
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
17 – 20 ดีมาก
13 – 16 ดี
9 – 12 พอใช้
5 – 8 ปรบั ปรุง
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 214
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 นโยบายการเงนิ การคลงั กับการพัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศ
รายวิชา ส 32103 สงั คมศึกษา กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น 7 ช่วั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
และความจำเป็นของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
2. ตัวช้วี ัด
ม.4-6/1 อธบิ ายบทบาทของรฐั บาลเกี่ยวกบั นโยบายการเงิน การคลังในการพฒั นา
เศรษฐกิจของประเทศ
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
รัฐบาลมบี ทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยการใช้นโยบายการเงิน การคลงั
ในการรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ การสร้างความเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจ รกั ษาดุลการคา้ ระหวา่ ง
ประเทศ แทรกแซงราคา ควบคุมราคา และสร้างความเปน็ ธรรมทางเศรษฐกจิ
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 นโยบายการเงนิ การคลงั ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
4.2 บทบาทนโยบายการเงิน และการคลงั ของรฐั บาลในด้าน
- การรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ
- การสรา้ งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
- การรักษาดุลการค้าระหวา่ งประเทศ
- การแทรกแซงราคาและการควบคุมราคา
4.3 รายรบั และรายจา่ ยของรฐั ทีม่ ีผลต่องบประมาณ หน้สี าธารณะ การพัฒนาทางเศรษฐกิจและ
คุณภาพชีวติ ของประชาชน
- นโยบายการเก็บภาษีประเภทต่างๆ และการใชจ้ ่ายของรฐั
- แนวทางการแก้ปัญหาการว่างงาน
4.4 ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบท่เี กดิ จากภาวะทางเศรษฐกจิ เชน่ เงินเฟ้อ อัตราการวา่ งงาน
4.5 ตัวชว้ี ดั ความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ เชน่ GDP, GNP, รายไดเ้ ฉล่ียตอ่ บคุ คล
4.6 แนวทางการแกไ้ ขปัญหาของนโยบายการเงิน การคลัง
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
- ทกั ษะการคิดสงั เคราะห์
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 215
5.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
- กระบวนการทำงานกลุ่ม
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี นิ ยั
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 มีความรบั ผดิ ชอบ
7. ช้ินงานหรอื ภาระงาน
บันทึกการวิเคราะหข์ า่ วท่เี กย่ี วขอ้ งกับนโยบายการเงิน การคลังของรัฐบาลปจั จบุ ัน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
- นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 5
กิจกรรมท่ี 1 นโยบายการเงินในการพฒั นาเศรษฐกิจ เวลา 3 ช่วั โมง
วธิ สี อนโดยการระดมสมอง
1. ใหน้ ักเรียนร่วมกันบอกสกุลเงนิ ของประเทศตา่ งๆ ตามท่ีครกู ำหนดใหถ้ ูกต้อง
2. ครูคอยกระตุ้นให้นกั เรยี นมีส่วนร่วมในการตอบคำถาม แล้วใหน้ กั เรียนร่วมกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งของคำตอบ แล้วครอู ธิบายเพ่มิ เติมเก่ียวกบั สกุลเงิน
3. ให้นกั เรียนระดมสมอง โดยครูกำหนดแนวคำถาม ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ความหมายและ
ความสำคัญของเงนิ แลว้ บนั ทกึ ไวเ้ ป็นความคดิ รวบยอด
4. ให้นกั เรยี นศึกษาและทำความเข้าใจเร่อื ง นโยบายการเงินในการพฒั นาเศรษฐกจิ จากหนงั สอื
เรยี น
5. ให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.1 เร่อื ง หน้าที่ของเงิน และช่วยกนั เฉลยคำตอบในใบงานที่ 1.1
6. ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนศกึ ษาความรู้เพิ่มเติมเก่ียวกบั ภาวะเงินเฟ้อ ภาวะเงนิ ฝืด จากแหล่ง
การเรยี นรูท้ ี่หลากหลาย
7. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรูเ้ ก่ียวกับภาวะเงินเฟ้อ ภาวะเงินฝืด แล้วให้นักเรยี นทำใบงานท่ี
1.2 เรอื่ ง ภาวะการเงินและช่วยกันเฉลยคำตอบในใบงานท่ี 1.2
8. ให้นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเกยี่ วกบั ความสำคัญของปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
9. ครูสอบถามนกั เรียนเกยี่ วกับรายชือ่ ของสถาบนั การเงนิ ที่สำคญั ของไทยวา่ มีอะไรบา้ งแล้วให้
นกั เรียนช่วยกันยกตวั อย่าง และบอกความแตกต่างของสถาบันการเงนิ นนั้ คร่าว ๆ
10. ครตู ั้งประเดน็ คำถามเพ่อื ใหน้ ักเรียนฝกึ การระดมสมอง และเปน็ การทบทวนความรู้
11. ใหน้ กั เรียนทำใบงานที่ 1.3 เรือ่ ง ประเภทของสถาบันการเงนิ แลว้ ให้ตัวแทนนกั เรียน
รวบรวมใบงานสง่ ครตู รวจ
12. ใหน้ ักเรียนศึกษาความรเู้ รอื่ ง นโยบายการเงิน จากหนงั สือเรยี น
13. ใหน้ ักเรยี นเปรียบเทยี บนโนบายการเงนิ แบบเข้มงวดกบั นโยบายการเงินแบบผอ่ นคลาย
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 216
14. ครเู ลา่ เหตกุ ารณ์ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2540 ที่เป็นช่วงเกดิ วิกฤตเิ ศรษฐกจิ ของประเทศ
ไทยให้นักเรยี นฟัง
15. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกับการดำเนินนโยบายการเงินของไทย และผลท่ีเกิดขึ้น
หลงั จากท่ีไดด้ ำเนินนโยบายการเงินดงั กลา่ ว
16. ครูนำขา่ วเกยี่ วกับสถาบันการเงนิ มาให้นกั เรียนอ่านแล้ววเิ คราะห์ตามหวั ข้อที่กำหนด
17. ครอู ธิบายให้นกั เรียนทราบว่า การออกพนั ธบตั รของธนาคารแหง่ ประเทศไทย เป็นการ
ดำเนินการผ่านตลาดการเงิน ซึง่ นับวา่ เป็นเครื่องมอื ของนโยบายการเงนิ ของธนาคารแหง่ ประเทศไทยท่ี
สามารถดำเนนิ การได้
18. ให้นกั เรยี นพจิ ารณาแผนผังช่องทางอตั ราดอกเบย้ี ที่ครนู ำมาแสดงหน้าช้ันเรยี น แล้วให้
นักเรียนช่วยกนั วิเคราะห์และอธิบายชอ่ งทางอตั ราดอกเบย้ี
กิจกรรมท่ี 2 นโยบายการคลงั ในการพัฒนาเศรษฐกจิ เวลา 3 ชั่วโมง
วิธสี อนโดยการจัดการเรียนรแู้ บบร่วมมอื (Co-operative Learning)
1. ครนู ำนโยบายการคลงั ของรัฐบาลในแต่ละรฐั บาล มาใหน้ ักเรียนอ่านและเปรยี บเทียบกนั
2. ครแู บ่งนักเรยี นเปน็ กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ จากนั้นให้ตวั แทนของแตล่ ะกลุ่ม
ออกมาจบั สลากประเด็นความรูท้ ี่ครูกำหนด (แต่ละประเด็นอาจศึกษาซ้ำกันหลายกล่มุ )
3. ใหส้ มาชิกในแต่ละกลมุ่ ร่วมกันวางแผนการสบื คน้ ความรูร้ ว่ มกัน และแบง่ หน้าที่กันรบั ผิดชอบ
อย่างเหมาะสม
4. ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ทศี่ กึ ษาประเดน็ เดียวกันมารวมกลุ่มกัน เพอ่ื ร่วมกนั อภิปรายและแสดง
ความคดิ เห็น
5. ใหน้ กั เรียนสรุปประเด็นความรู้จากการอภปิ รายและแสดงความคิดเห็น
6. ให้นักเรยี นแต่ละกล่มุ ท่ศี กึ ษาประเดน็ ความร้เู ดียวกันคัดเลือกตัวแทนออกมาสรปุ ประเดน็
ความรู้ตามลำดับ
7. ให้แต่ละกลุม่ ตัง้ ประเด็นคำถามทเ่ี ป็นข้อสงสยั ของกลมุ่ กล่มุ ละ 2 คำถาม เพ่อื ถามตัวแทน
กลุ่มทอ่ี อกมาสรุปประเด็นความรนู้ ้นั ๆ
8. ใหน้ ักเรียนทำใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง ร้ทู นั สถานการณ์เศรษฐกิจ แลว้ ส่งครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 217
บทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงนิ และการคลังในการพัฒนาเศรษฐกจิ
กจิ กรรมท่ี 3 วิธสี อนโดยการจัดการเรียนรแู้ บบร่วมมอื เวลา 1 ชัว่ โมง
: เทคนิคกลุ่มเรยี นลอ้ มวง (CL)
1. ใหน้ กั เรียนรวมกลุ่มเดมิ แต่ละกลุ่มทำกิจกรรมกลุ่มเรียนล้อมวง โดยสมาชกิ ของแตล่ ะกลุ่มน่ัง
ลอ้ มวงกัน แล้วหมนุ เวยี นผลัดเปลีย่ นกนั อ่านเรอื่ ง บทบาทของรฐั บาลเก่ยี วกับนโยบายการเงนิ และการ
คลงั ในการพฒั นาเศรษฐกิจ จากหนังสอื เรยี น แลว้ สรปุ สาระสำคัญเพ่อื นำเสนอความรู้ ต่อสมาชิกกลุ่ม
2. ครสู งั เกตการสรุปสาระสำคัญในการนำเสนอความรู้ตอ่ สมาชกิ กลุ่ม เมื่อสมาชิกกลมุ่ สรุป
สาระสำคัญเสรจ็ แลว้ ให้ครูกำหนดประเด็นในการวิเคราะห์ และอภิปรายให้ครอบคลมุ ทุกประเด็น
3. ให้นักเรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกนั วเิ คราะห์ และอภปิ รายประเดน็ ท่คี รกู ำหนด แลว้ สรปุ ผลรว่ มกัน
4. ให้แต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานำเสนอผลการวิเคราะห์ และอภปิ ราย
5. ครูสรุปความรู้ให้นักเรยี นมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจมากย่งิ ขน้ึ และอธิบายเพมิ่ เติมให้นกั เรียนทราบ
วา่ ในปัจจุบนั ระบบเศรษฐกิจของประเทศของเรามคี วามเชือ่ มโยงกบั ระบบเศรษฐกิจของโลกมากข้ึน ซึง่
เป็นผลมาจากกระบวนการโลกาภวิ ตั นแ์ ละนโยบายการเปิดเสรีทางการคา้ และการเงิน
6. ให้นักเรียนหาข่าวคนละ 1 ข่าว ท่เี กีย่ วข้องกับนโยบายการเงนิ การคลังของรฐั บาลปัจจุบัน
แล้วนำมาวิเคราะห์ในประเด็นท่ีกำหนด จากน้ันเขียนบันทึกลงในแบบบันทึกการวเิ คราะห์ขา่ ว
7. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5
9. สอ่ื อุปกรณ์ และแหล่งเรยี นรู้
9.1 สื่อการเรยี นรู้
- หนงั สอื เรียน เศรษฐศาสตร์ ม.4-ม.6
- ตวั อย่างข่าวเก่ยี วกบั สถาบันการเงนิ
- แผนผังช่องทางอตั ราดอกเบีย้
- ตัวอยา่ งนโยบายการคลังของรัฐบาลในแต่ละสมัย
- เอกสารความร้เู พมิ่ เติม
- สลาก
- ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง หน้าที่ของเงนิ
- ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง ภาวะการเงนิ
- ใบงานที่ 1.3 เร่อื ง ประเภทของสถาบันการเงิน
- ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง รทู้ นั สถานการณ์เศรษฐกิจ
9.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- หอ้ งสมุด
- สือ่ การเรียนรู้ต่างๆ เช่น หนงั สือพมิ พ์ นิตยสาร โทรทศั น์ วทิ ยุ
- แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 218
⬧ http://www.geocities.com/econpages
⬧ http://www.bot.or.th
⬧ http://www.mof.go.th
10. การวัดและการประเมนิ ผล
10.1 การประเมนิ กอ่ นเรียน
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5
10.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1) ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง หนา้ ทข่ี องเงิน
2) ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง ภาวะการเงิน
3) ใบงานท่ี 1.3 เร่อื ง ประเภทของสถาบนั การเงิน
4) ใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง ร้ทู ันสถานการณเ์ ศรษฐกิจ
5) ประเมินการนำเสนอผลงาน
6) สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
7) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
10.3 การประเมินหลงั เรยี น
- แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5
10.4 การประเมนิ ช้ินงานหรอื ภาระงาน
- ประเมนิ บันทกึ การวเิ คราะห์ข่าวทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั นโยบายการเงนิ การคลงั ของรัฐบาลปัจจุบัน
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 219
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินบันทกึ การวเิ คราะหข์ ่าวทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับนโยบายการเงนิ การคลงั ของรฐั บาลปจั จบุ ัน
รายการประเมนิ ดมี าก (4) คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดบั คะแนน ปรับปรุง (1)
ดี (3) พอใช้ (2)
1. การอธิบาย อธิบายลักษณะสำคญั อธิบายลกั ษณะสำคญั อธบิ ายลักษณะสำคญั อธบิ ายลกั ษณะสำคัญ
ลกั ษณะสำคญั ของ ของนโยบายการเงิน ของนโยบายการเงนิ ของนโยบายการเงนิ ของนโยบายการเงนิ
นโยบายการเงิน และการคลงั ของ และการคลงั ของ และการคลงั ของ และการคลงั ของ
และการคลังของ รฐั บาลจากข่าว รฐั บาลจากขา่ ว รฐั บาลจากข่าว รฐั บาลจากขา่ ว
รัฐบาล ได้ถูกตอ้ ง ครบถ้วน ได้ถกู ตอ้ ง ครบถ้วน ได้ถกู ต้อง ได้ถูกตอ้ ง
และชัดเจน เป็นสว่ นใหญ่ เพียงบางสว่ น
2. การวิเคราะห์ วเิ คราะห์บทบาทของ วเิ คราะห์บทบาทของ วิเคราะห์บทบาทของ วิเคราะหบ์ ทบาทของ
บทบาทของ รัฐบาลในการกำหนด รัฐบาลในการกำหนด รฐั บาลในการกำหนด รัฐบาลในการกำหนด
รัฐบาลในการ นโยบายการเงนิ และ นโยบายการเงินและ นโยบายการเงินและ นโยบายการเงนิ และ
กำหนดนโยบาย การคลงั ในการพัฒนา การคลงั ในการพฒั นา การคลงั ในการพฒั นา การคลงั ในการพัฒนา
การเงนิ และ เศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศ
การคลงั ในการ จากขา่ วได้ถูกต้อง จากข่าวได้ถกู ตอ้ ง จากข่าวได้ถูกตอ้ ง จากขา่ วได้ถูกต้อง
พัฒนาเศรษฐกจิ ครบทกุ ประเดน็ ครบทกุ ประเด็น เปน็ สว่ นใหญ่ เพียงบางประเด็น
ของประเทศ และเขา้ ใจงา่ ย
3. การวิเคราะห์ วิเคราะหผ์ ลประโยชน์ วเิ คราะห์ผลประโยชน์ วเิ คราะหผ์ ลประโยชน์ วิเคราะห์ผลประโยชน์
ผลประโยชนท์ ่ี ทคี่ าดว่าจะไดร้ บั จาก ทค่ี าดว่าจะไดร้ ับจาก ทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั จาก ท่คี าดว่าจะได้รับจาก
คาดว่าจะได้รบั การกำหนดนโยบาย การกำหนดนโยบาย การกำหนดนโยบาย การกำหนดนโยบาย
จากการกำหนด การเงิน และการคลงั การเงิน และการคลงั การเงิน และการคลงั การเงิน และการคลงั
นโยบายการเงิน ในการพัฒนา ในการพัฒนา ในการพัฒนา ในการพฒั นา
และการคลังใน เศรษฐกจิ ของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกจิ ของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศ
การพัฒนา จากข่าวได้ถูกตอ้ งและ จากขา่ วได้ถกู ต้อง จากขา่ วได้ถกู ต้องเปน็ จากข่าว
เศรษฐกจิ ของ บอกเหตผุ ลประกอบ เป็นส่วนใหญ่และบอก สว่ นใหญแ่ ละบอก ไดถ้ กู ตอ้ งเพียง
ประเทศ ไดเ้ หมาะสมและ เหตผุ ลประกอบได้ เหตผุ ลประกอบได้ บางส่วนแต่บอก
นา่ เชือ่ ถอื เหมาะสมและ เหมาะสม เหตผุ ลประกอบไมไ่ ด้
นา่ เชอื่ ถือ
4. การบันทึกการ บันทึกผลการ บนั ทึกผลการ บันทกึ ผลการ บนั ทึกผลการ
วเิ คราะหข์ า่ ว วเิ คราะห์ขา่ วได้ วิเคราะห์ข่าวได้ วเิ คราะห์ข่าวได้ วเิ คราะห์ข่าวได้
ถกู ต้องครบถว้ น ถูกต้องเกอื บครบถ้วน ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ ถกู ตอ้ งเพียงบางส่วน
เป็นลำดับข้ันตอน และเปน็ ไปตามลำดบั แต่อ่านเข้าใจยาก แต่ไม่เปน็ ไปามลำดบั
และอ่านเข้าใจง่าย ข้ันตอน ข้นั ตอน และอา่ น
เขา้ ใจยาก
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 220
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-16 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
5-7 ปรบั ปรุง
ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 221
แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5
คำชี้แจง : ให้กา ทับตวั อกั ษรหนา้ ขอ้ ความทเ่ี ปน็ คำตอบท่ีถกู ท่ีสุดเพียงขอ้ เดยี ว
1. ข้อใดแสดงปรมิ าณเงินในระบบเศรษฐกิจ
ก. ธนบตั ร เหรยี ญกษาปณ์ และเงนิ ออมทง้ั หมด
ข. ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงนิ คงคลังของรฐั บาล
ค. ธนบตั ร เหรียญกษาปณ์ และเงนิ ฝากกระแสรายวนั
ง. ธนบตั ร เหรียญกษาปณ์ และเงินที่มีอยู่ในมอื รฐั บาล
2. นโยบายทางดา้ นการเงินในขอ้ ใดทร่ี ัฐบาลสามารถนำมาใช้ในการเพมิ่ ลดปริมาณเงนิ ในระบบเศรษฐกิจได้
ก. การเพ่มิ ลดอตั ราภาษีในระบบเศรษฐกิจ
ข. การเพมิ่ ลดปรมิ าณการซอื้ ขายพันธบัตรของรฐั บาล
ค. การเพม่ิ ลดปรมิ าณการใชจ้ ่ายเงินในสว่ นของรฐั บาล
ง. การเพิม่ ลดปริมาณการกู้ยืมเงนิ จากตา่ งประเทศของรฐั บาล
3. มาตรการใดมีส่วนช่วยแกป้ ญั หาภาวะเงนิ ฝดื ของประเทศได้
ก. ลดอัตราภาษีเงนิ ได้นติ บิ คุ คล ข. ให้ธนาคารกลางขายพันธบตั รมากขึ้น
ค. ลดการขาดดุลทางการคลงั ใหน้ อ้ ยลง ง. ออกระเบยี บให้เอกชนลดการกูเ้ งนิ จากตา่ งประเทศ
4. ผลกระทบของการเกิดภาวะเงินเฟ้อที่ถกู ต้องคือข้อใด
ก. ทำให้ผู้ซอ้ื ได้เปรียบ แต่ผขู้ ายเสยี เปรียบ
ข. ทำใหเ้ จ้าหนไี้ ด้เปรยี บ แต่ลกู หนี้เสียเปรยี บ
ค. ทำใหล้ กู หนไี้ ดเ้ ปรียบ แต่เจา้ หน้ีเสยี เปรยี บ
ง. ทำใหธ้ นาคารผใู้ หบ้ รษิ ัทห้างรา้ นก้ไู ด้ประโยชนม์ าก
5. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ก. ออกธนบตั ร ข. รบั ฝากเงนิ จากประชาชน
ค. รักษาทุนสำรองระหว่างประเทศ ง. ควบคุมตรวจสอบสถาบันการเงิน
6. ธนาคารแหง่ ประเทศไทยคือนายธนาคารของธนาคารพาณชิ ย์หมายความวา่ อย่างไร
ก. ธนาคารแหง่ ประเทศไทยถอื หนุ้ ใหญใ่ นธนาคารพาณิชย์
ข. ธนาคารแห่งประเทศไทยควบคุมกำกบั ดูแลธนาคารพาณิชย์
ค. เงินของธนาคารพาณชิ ยต์ อ้ งฝากกับธนาคารแห่งประเทศไทยเทา่ น้นั
ง. ประธานของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประธานกิตติมศกั ดขิ์ องธนาคารพาณิชย์
7. ธนาคารใดตอ่ ไปน้ี ไม่ได้ ทำหน้าทีธ่ นาคารพาณิชย์
ก. ธนาคารกสกิ รไทย ข. ธนาคารกรุงไทย
ค. ธนาคารกรุงเทพ ง. ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 222
8. กจิ กรรมทางการคลังรัฐบาลเก่ยี วขอ้ งกับขอ้ ใด
ก. การใช้จ่าย การเก็บภาษีอากร และการกยู้ ืม
ข. การกำหนดอตั ราดอกเบย้ี การกยู้ มื เงิน และการใช้จา่ ย
ค. การใช้จา่ ย การเก็บภาษอี ากร และการกำหนดอตั ราดอกเบี้ย
ง. การเกบ็ ภาษอี ากร การกำหนดอตั ราดอกเบยี้ และการกู้ยืมเงิน
9. รายจ่ายของรัฐบาลในดา้ นใดมีความสำคญั ตอ่ การพัฒนาประเทศในระยะยาว
ก. การศกึ ษา ข. การชำระหน้ีเงินกู้
ค. การประกันราคา ง. การปอ้ งกันประเทศ
10. การใชจ้ า่ ยเงินของรัฐบาลกอ่ ให้เกดิ ผลอย่างไร
ก. จำนวนผูป้ ระกอบการเพ่ิมข้นึ ข. ระดบั ราคาสินค้าสูงขึ้น
ค. คา่ แรงข้ันตำ่ เพ่ิมสูงขึน้ ง. การจ้างงานเพิม่ ขึ้น
11. รัฐบาลใช้มาตรการทางการคลงั ในการแกป้ ัญหาเงนิ เฟ้ออย่างไร
ก. ข้นึ คา่ เงินบาท ข. ข้นึ เงนิ เดือนข้าราชการ
ค. ขนึ้ อัตราภาษเี งินได้ ง. ขน้ึ อัตราดอกเบ้ยี เงินฝาก
12. ในช่วงท่ีเศรษฐกจิ ตกตำ่ รัฐบาลควรมมี าตรการทางการคลงั อย่างไร
ก. ใชจ้ ่ายมากขึ้นเพอ่ื กระตุ้นเศรษฐกจิ
ข. เกบ็ ภาษเี พมิ่ ขน้ึ เพ่ือเพิม่ เงนิ คงคลงั
ค. ใช้จ่ายให้นอ้ ยทีส่ ดุ เพอื่ ประหยดั งบประมาณรายจา่ ย
ง. ลดการกูย้ มื เงินจากตา่ งประเทศเพ่อื ลดภาระจากการก่อหน้ี
13. ขอ้ ใดกล่าว ไม่ถกู ต้อง เกยี่ วกับการบรหิ ารเงนิ คงคลงั
ก. เงนิ ฝากในบญั ชคี งคลังไมม่ ีดอกเบี้ย
ข. เงนิ คงคลังมนี ้อยจะเกิดปญั หาสภาพคล่อง
ค. เงนิ คงคลังมมี ากเกนิ ไปจะไม่กอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์
ง. เงินคงคลงั ส่วนเกินเมื่อนำมาใช้จะเพิม่ ภาระดอกเบี้ยใหร้ ฐั บาล
14. เพราะเหตใุ ด การคลังท้องถน่ิ จึงไมส่ ามารถสร้างความเขม้ แข็งทางการคลงั ได้
ก. เพราะมีรายไดใ้ นการจดั เกบ็ เทา่ กับรายจา่ ย
ข. เพราะมรี ายจา่ ยประจำมากกวา่ รายได้ท่ีจัดเกบ็ ในทอ้ งถ่ิน
ค. เพราะเงนิ สว่ นใหญ่มาจากเงนิ อุดหนนุ ทไี่ ด้รับจากรัฐบาล
ง. เพราะการคลงั สว่ นท้องถิ่นขาดความร้คู วามเชี่ยวชาญในการบริหารงบประมาณท้องถ่ิน
15. รัฐบาลสามารถใชเ้ คร่ืองมือใดในการสร้างความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจ
ก. นโยบายการเงิน ข. นโยบายการคลงั
ค. นโยบายการเงนิ และการคลัง ง. ความแตกต่างทางดา้ นอปุ สงค์-อปุ ทาน
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 223
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5
ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
เฉลย ค ข ก ค ข ข ง ก ก ง
ข้อ 11 12 13 14 15
เฉลย ค ก ง ข ค
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 224
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 9
เร่อื ง นโยบายการเงินในการพฒั นาเศรษฐกจิ เวลาเรียน 3 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 เร่อื ง นโยบายการเงิน การคลงั กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เวลาเรียน 7 ชั่วโมง
รหสั วิชา ส 32103 ช่ือวิชา สงั คมศึกษา จำนวน 1 หนว่ ยกติ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ครูผสู้ อน นางสาวรชนกี ร จันทรพ์ ทิ ักษ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรียนกมุ ภวาปี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสมั พนั ธ์ทาง
เศรษฐกจิ และความจำเป็นของการร่วมมอื กนั ทางเศรษฐกิจใน
สงั คมโลก
2. ตัวชว้ี ัด
ม.4-6/1 อธิบายบทบาทของรฐั บาลเกีย่ วกับนโยบายการเงิน การคลงั ใน
การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ระบบเศรษฐกจิ จะใช้เงนิ เปน็ สอ่ื กลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า ปรมิ าณเงินท่ีหมนุ เวยี นในระบบ
เศรษฐกิจจะมีผลต่อระดบั รายได้ ผลผลติ และการจา้ งงาน
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 นโยบายการเงนิ การคลังในการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ
4.2 บทบาทนโยบายการเงนิ และการคลังของรฐั บาลในด้าน
- การรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ
- การสรา้ งการเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจ
- การรักษาดุลการคา้ ระหว่างประเทศ
- การแทรกแซงราคาและการควบคุมราคา
4.3 ความหมาย สาเหตุ และผลกระทบที่เกิดจากภาวะทางเศรษฐกิจ เชน่ เงินเฟ้อ อตั ราการว่างงาน
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 225
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทกั ษะการคดิ สงั เคราะห์
5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- กระบวนการทำงานกลมุ่
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มวี นิ ัย
6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 มคี วามรบั ผดิ ชอบ
7. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
7.1 บอกหนา้ ท่ี ประเภท และความสำคัญของเงนิ ในระบบเศรษฐกจิ ได้
7.2 อธิบายปรมิ าณเงนิ ในระบบเศรษฐกจิ ได้
7.3 บอกหนา้ ที่และความแตกต่างของสถาบันการเงนิ ได้
7.4 วิเคราะหก์ ารนำนโยบายการเงินมาใชใ้ นการแก้ไขปัญหา และพฒั นาเศรษฐกิจได้
8. กิจกรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนโดยการระดมสมอง )
8.1 นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
8.2 ให้นักเรยี นร่วมกันบอกสกลุ เงินของประเทศต่างๆ ตามท่คี รูกำหนดใหถ้ ูกตอ้ ง เช่น
- ประเทศสหรัฐอเมรกิ า
- ประเทศอังกฤษ
- ประเทศเวียดนาม
- ประเทศสิงคโปร์
- ประเทศจนี
- ประเทศญ่ปี นุ่
- ประเทศเกาหลีใต้
8.3 ครูคอยกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนมสี ่วนร่วมในการตอบคำถาม แล้วใหน้ กั เรียนรว่ มกันตรวจสอบ
ความถกู ต้องของคำตอบ
8.4 ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ใหน้ กั เรียนทราบว่า สกุลเงนิ คอื หน่วยทใ่ี ช้ในการแลกเปล่ียนในรูปแบบของ
เงนิ สกลุ เงินจะเปลี่ยนแปลงขน้ึ อยูก่ ับแต่ละประเทศหรือกลุ่มประเทศ โดยการแลกเปล่ียนเงิน หรือการซ้ือ
ของหรอื บริการ ระหวา่ งประเทศทใ่ี ช้สกลุ เงินต่างกัน จะใช้อตั ราแลกเปลยี่ นเงินเป็นเกณฑใ์ นการอ้างอิง ใน
หลายๆ ประเทศสกุลเงนิ สามารถมชี ่ือเดยี วกันได้ เช่น ดอลล่าร์สหรัฐ ดอลล่ารฮ์ อ่ งกง และดอลล่าร์แคนาดา
และในหลายประเทศใช้สกุลเงนิ เดยี วกนั เชน่ ในประเทศแถบยโุ รปหลายประเทศใช้สกลุ เงนิ ยโู ร และในบาง
ประเทศใช้หน่วยเงินของประเทศอน่ื เปน็ เกณฑ์ เช่น ประเทศปานามา และประเทศเอลซาวาดอร์ ใช้สกลุ เงิน
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 226
ดอลลา่ ร์สหรฐั สกุลเงินทว่ั ไปจะมีหนว่ ยสกุลเงินย่อย โดยส่วนมากจะเปน็ อตั ราส่วน 1/100 ของสกุลเงิน
หลกั เชน่ 100 สตางค์ = 1 บาท หรือ 100 เซนต์ = 1 ดอลลา่ ร์ แต่บางสกุลเงนิ จะไม่มีหนว่ ยยอ่ ย เชน่ สกุล
เงนิ เยน เน่ืองจากเงนิ เฟ้อ ทำใหส้ กุลเงนิ ย่อยมีการเลิกใชไ้ ปในหลายประเทศ
8.5 ให้นกั เรียนระดมสมอง โดยใช้แนวคำถาม ดังนี้
- เงินคอื อะไร และมีความสำคัญอย่างไร
8.6 ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปความหมายและความสำคญั ของเงนิ บนั ทกึ ไวเ้ ปน็ ความคดิ รวบยอด
(บันทึกส้นั เชิงวเิ คราะห์)
8.7 ใหน้ ักเรยี นศึกษาและทำความเข้าใจ เรือ่ ง นโยบายการเงนิ ในการพฒั นาเศรษฐกจิ จากหนังสือเรยี น
8.8 ให้นกั เรยี นทำใบงานที่ 1.1 เร่ือง หน้าท่ีของเงิน เมื่อนักเรยี นทำใบงานเสร็จแลว้ ครูสุ่มเรียกนักเรียน
4 คน ตอบคำถามในใบงานคนละ 1 ข้อ หน้าช้ันเรียน
8.9 ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายประเดน็ สำคัญ ซักถามเพม่ิ เติมจนได้สาระสำคญั ครบถ้วน
8.10 ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นศกึ ษาความรู้เพ่มิ เติมเกย่ี วกับภาวะเงนิ เฟอ้ ภาวะเงนิ ฝืด จากแหล่งการเรียนรู้
ที่หลากหลาย
8.11 ใหน้ กั เรียนรว่ มกันสนทนาเกีย่ วกับภาวะเงนิ เฟ้อ ภาวะเงนิ ฝืด และผลกระทบท่ีเกิดข้ึนพร้อม
ทง้ั ยกตวั อย่างประกอบ
8.12 นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรเู้ กยี่ วกับภาวะเงนิ เฟ้อ ภาวะเงินฝืด แล้วใหน้ ักเรียนทำใบ
งานท่ี 1.2 เรื่อง ภาวะการเงิน ครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลยคำตอบในใบงานที่ 1.2
8.13 ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกับความสำคัญของปรมิ าณเงินในระบบเศรษฐกจิ แลว้ ครู
อธิบายใหน้ ักเรยี นทราบว่า ธนาคารพาณชิ ยม์ ีบทบาทสำคัญทีท่ ำให้ปรมิ าณเงนิ ในระบบเศรษฐกจิ เพิม่ ขึ้น
หรือลดลง โดยรัฐบาลมีหน้าทีใ่ นการควบคุมปรมิ าณเงนิ ให้อยู่ในระดับทีเ่ หมาะสม ซ่งึ หน่วยงานทสี่ ำคญั ทม่ี ี
หน้าทด่ี ูแลรับผดิ ชอบเร่ืองนี้
8.14 ครูสอบถามนักเรียนเกยี่ วกับรายชอ่ื ของสถาบนั การเงินท่ีสำคัญของไทยวา่ มอี ะไรบา้ ง
แลว้ ให้นักเรยี นช่วยกันยกตัวอยา่ ง และบอกความแตกต่างของสถาบันการเงินนน้ั ครา่ ว ๆ
8.15 ครตู ั้งประเด็นคำถามเพ่ือให้นักเรยี นฝึกการระดมสมอง และเป็นการทบทวนความร้ทู ไี่ ด้
ศึกษามา เช่น
- สถาบันการเงินทเ่ี ป็นธนาคาร มบี ทบาทสำคญั ต่อเศรษฐกจิ อย่างไร
- สถาบนั การเงินท่ไี มใ่ ชธ่ นาคาร มีความสำคัญต่อเศรษฐกจิ หรือไม่ อย่างไร
- ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ มีความแตกต่างกันอย่างไร และมคี วามสำคญั ต่อ
เศรษฐกจิ ในประเทศอยา่ งไร
8.16 ให้นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ประเดน็ ความรู้เกยี่ วกับสถาบันการเงิน โดยครชู ว่ ยอธบิ ายหรือ
ชีแ้ จงเพิ่มเติมในส่วนท่บี กพร่อง
8.17 ให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.3 เรื่อง ประเภทของสถาบันการเงนิ เม่ือทำใบงานเสร็จแล้วให้
ตวั แทนนกั เรียนเก็บรวบรวมสง่ ครูตรวจ
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 227
8.18 ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ียวกับบทบาทหน้าทข่ี องธนาคารแหง่ ประเทศไทย หรือ
ธนาคารกลาง เพือ่ ให้นักเรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจที่ถกู ต้องเกี่ยวกับการดำเนนิ งานของธนาคารกลาง ใน
การควบคมุ ดูแลเรื่องการเงนิ ของประเทศเพอ่ื ใหด้ ำรงไวซ้ ง่ึ เสถยี รภาพของระบบสถาบันการเงนิ และระบบ
การชำระเงิน
8.19 ใหน้ กั เรยี นศึกษาความรู้เรื่อง นโยบายการเงิน จากหนังสอื เรียน
8.20 ให้นักเรียนเปรียบเทียบนโยบายการเงนิ แบบเข้มงวด กบั นโยบายการเงนิ แบบผอ่ นคลาย
8.21 ครูส่มุ เรยี กนกั เรยี น 3-4 คน เพื่อรายงานผลการเปรียบเทียบนโยบายการเงนิ แบบเขม้ งวด
กับนโยบายการเงินแบบผอ่ นคลาย
8.22 ครปู ระเมนิ ความรู้ความเข้าใจเบอ้ื งต้นจากคำตอบของนกั เรียน แลว้ ชว่ ยอธิบายเพ่มิ เตมิ ใน
สว่ นท่บี กพร่อง
8.23 ครเู ลา่ เหตุการณ์ในเดอื นกรกฎาคม พ.ศ.2540 ท่เี ปน็ ชว่ งเกดิ วกิ ฤติเศรษฐกจิ ของประเทศ
ไทยให้นักเรยี นฟัง เพื่อเชือ่ มโยงความร้เู กี่ยวกบั ความจำเป็นในการประกาศลดค่าเงินบาท และมีการ
ปรบั เปล่ียนระบบอตั ราแลกเปลยี่ นจากแบบคงทม่ี าเป็นแบบลอยตัว และไทยขอรบั ความชว่ ยเหลอื จาก
กองทนุ เงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF)
8.24 ใหน้ กั เรียนร่วมกันสรุปความรู้เกีย่ วกับการดำเนินนโยบายการเงินของไทย และผลท่ีเกิดขึ้น
หลงั จากทไ่ี ด้ดำเนินนโยบายการเงินดงั กลา่ ว
8.25 ครนู ำข่าวเก่ียวกับสถาบนั การเงิน มาใหน้ ักเรยี นอา่ นแลว้ วเิ คราะหต์ ามหวั ข้อทกี่ ำหนด
8.26 ครูตัง้ ประเด็นคำถามใหน้ ักเรยี นวเิ คราะห์ ดังนี้
- ข่าวเกย่ี วกบั เรอ่ื งอะไร (การเปดิ จำหนา่ ยพันธบัตรออมทรพั ยแ์ กป่ ระชาชน)
- สอดคล้องกบั สถาบันการเงนิ ใด (ธนาคารแห่งประเทศไทย)
- จากข่าวส่งผลดีต่อประเทศชาติอย่างไร (การทป่ี ระชาชนพากนั ซอ้ื พันธบตั รออมทรพั ยก์ นั
มากก็จะชว่ ยใหธ้ นาคารแห่งประเทศไทย ซึง่ เปน็ ธนาคารของชาติระดมเงนิ ออมมาก ซึง่ นอกจากจะทำให้
ประชาชนอ่นุ ใจในการฝากเงินและได้ดอกเบี้ยตอบแทน แลว้ ยังทำให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดการ
ขยายตัวดว้ ย)
8.27 ครูอธบิ ายใหน้ ักเรียนทราบวา่ การออกพนั ธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย เปน็ การ
ดำเนินการผ่านตลาดการเงนิ ซง่ึ นับว่าเปน็ เครอ่ื งมอื ของนโยบายการเงิน ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่
สามารถดำเนนิ การได้
8.28 ให้นกั เรยี นพิจารณาแผนผงั ชอ่ งทางอัตราดอกเบย้ี ที่ ครูนำมาแสดงหนา้ ช้นั เรียน แล้วให้
นักเรียนช่วยกนั วเิ คราะห์และอธิบายชอ่ งทางอัตราดอกเบย้ี โดยนำความรเู้ กยี่ วกับกลไกการสง่ ผา่ นของ
นโยบายการเงินมาชว่ ยในการวเิ คราะห์
8.29 ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามข้อสงสัย เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมีความรู้ความเข้าใจทถี่ ูกตอ้ ง
และสามารถสืบค้นข้อมูลท่ีสนใจได้อยา่ งกว้างขวาง
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 228
9. สือ่ อุปกรณ์ และแหล่งเรยี นรู้
9.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน เศรษฐศาสตร์ ม.4-ม.6
2) ตวั อย่างขา่ วเกี่ยวกบั สถาบันการเงนิ
3) แผนผงั ชอ่ งทางอตั ราดอกเบยี้
4) เอกสารความรู้เพิม่ เติม
5) ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง หน้าทีข่ องเงิน
6) ใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง ภาวะการเงนิ
7) ใบงานท่ี 1.3 เรอ่ื ง ประเภทของสถาบันการเงิน
9.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) สื่อการเรียนรู้ต่างๆ เช่น หนงั สอื พมิ พ์ นิตยสาร โทรทัศน์ วิทยุ
3) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
http://www.geocities.com/econpages
http://www.bot.or.th
http://www.mof.go.th
10. การวัดและประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์
วธิ ีการ แบบทดสอบก่อนเรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ใบงานที่ 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน ใบงานท่ี 1.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานท่ี 1.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 1.3 รายบคุ คล
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน
รายบคุ คล
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 229
11. บนั ทึกผลหลงั การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
11.1 ผลการเรยี นรู้
11.1.1 นกั เรียนที่ผ่านตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้
มีจำนวน............................................คน คิดเป็นร้อยละ.............................................
11.1.2 นกั เรยี นที่ไมผ่ า่ นตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้
มจี ำนวน............................................คน คิดเป็นร้อยละ.............................................
คือ...............................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
พฤติกรรมการเรียนร้.ู ..................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.3 นักเรยี นที่มีความสามารถพเิ ศษ คอื
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
แนวทางการสง่ เสริม....................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.4 นักเรียนได้รบั ความรู้
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.5 นักเรยี นเกิดทักษะกระบวนการ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.6 นกั เรียนมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.2 ปญั หาและอปุ สรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 230
11.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................................ผู้สอน
(นางสาวรชนกี ร จันทร์พทิ ักษ์)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
วันท่ี........... เดือน.........................พ.ศ. ..............
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 231
12. ความเห็น/ข้อเสนอแนะ ของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้/ผทู้ ไ่ี ด้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงช่อื .........................................................
()
ตำแหน่ง........................................................
วนั ที่........... เดือน......................... พ.ศ. ..............
13. ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา/ผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชื่อ...................................................................
()
ตำแหนง่ ................................................................
วันที่........... เดือน......................... พ.ศ. ..............
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 232
ใบงานท่ี 1.1
เร่อื ง หนา้ ท่ขี องเงิน
คำชี้แจง : ให้นักเรยี นวิเคราะห์หน้าทีข่ องเงิน ลงในแบบบนั ทึกส้นั เชิงวิเคราะห์ให้ถูกตอ้ ง
แบบบันทึกสัน้ เชิงวิเคราะห์
เรอื่ ง หน้าทข่ี องเงนิ
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 233
เฉลยใบงานท่ี 1.1
เร่อื ง หนา้ ทีข่ องเงนิ
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นวเิ คราะหห์ น้าท่ีของเงิน ลงในแบบบนั ทกึ สัน้ เชิงวิเคราะหใ์ ห้ถูกต้อง
แบบบันทึกส้นั เชิงวเิ คราะห์
เรื่อง หน้าทขี่ องเงิน
1. เงินทำหน้าที่เปน็ สอื่ กลางในการแลกเปลย่ี น ทำใหก้ ารซอ้ื ขายสินคา้ เกิดความ
สะดวกและรวดเรว็ มากยง่ิ ข้นึ
2. เงินทำหน้าท่เี ปน็ เครื่องเกบ็ รักษามลู คา่ โดยคนมกั นำสินค้าไปขายแลว้ เก็บเงนิ
ไว้แทน จากนน้ั จึงคอ่ ยนำเงินมาซอ้ื สนิ ค้าท่ีตนต้องการ
3. เงินทำหนา้ ทเี่ ป็นมาตรฐานการวัดคา่ โดยเงนิ จะเป็นตวั กำหนดมูลคา่ ของ
สินคา้ และบรกิ ารวา่ หนว่ ยหนงึ่ จะมีมูลคา่ คิดเป็นเงินเทา่ ไร
4. เงนิ ทำหนา้ ที่เป็นมาตรฐานในการชำระหน้ใี นอนาคต โดยบอกจำนวนหนท้ี ี่
ผัดผอ่ นหรอื เลือ่ นการชำระหนใ้ี นอนาคตว่าเปน็ จำนวนเท่าไรทชี่ ัดเจน
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 234
ใบงานท่ี 1.2
เร่อื ง ภาวะการเงนิ
คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนระบคุ วามแตกตา่ งของภาวะเงินเฟอ้ และภาวะเงนิ ฝืด ลงในตารางทีก่ ำหนด
รายการ ภาวะเงินเฟอ้ ภาวะเงินฝืด
1. ความหมาย
.......................................................... ..........................................................
2. สาเหตุ .......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
3. ผลกระทบ .......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 235
เฉลยใบงานท่ี 1.2
เร่ือง ภาวะการเงนิ
คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนระบุความแตกต่างของภาวะเงินเฟ้อและภาวะเงินฝดื ลงในตารางทก่ี ำหนด
รายการ ภาวะเงนิ เฟอ้ ภาวะเงินฝืด
1. ความหมาย
ภาวะเงินเฟ้อ คือ ภาวะท่ีระดับราคา ภาวะเงินฝืด คือ ภาวะท่ีระดับราคา
สินค้าและบริการโดยทั่วไปมีแนวโน้ม สิ น ค้ าแ ล ะ บ ริ ก า ร โด ย ทั่ ว ไป มี
สูงข้ึนเร่ือยๆ ทำให้อำนาจซื้อของเงิน แนวโน้มลดลง ทำให้อำนาจซอื้ ของเงิน
ท่ี อ ยู่ใน มือ ขอ งป ระ ชาชน ลดล ง เพิ่มข้ึน กล่าวคือ เงินจำนวนเท่าเดิม
กล่าวคือ เงินจำนวนเท่าเดิมนำไปซื้อ นำไปซื้อสินค้าและบริการได้มากขึ้น
สนิ ค้าไดน้ ้อยลง
2. สาเหตุ มีหลายประการ แต่ท่ีสำคัญเกิดจาก มีหลายประการ แต่ที่สำคัญเกิดจาก
3. ผลกระทบ
ประชาชนและรัฐใช้จ่ายเงินซื้อสินค้า การใช้จ่ายเงินของประชาชนในระบบ
และบริการเป็นจำนวนมากกว่าสินค้า เศรษฐกิจลดน้อยลง และเกิดจาก
และบริการทีม่ ีอยู่ในขณะนั้น หรือเกิด สาเหตุอ่ืนๆ เช่น ธนาคารกลางพิมพ์
จากสาเหตุอ่ืน เช่น ต้นทุนการผลิต ธนบัตรออกมาใช้ในระบบเศรษฐกิจ
สูงข้ึน ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการ น้อยไป รัฐเก็บภาษีอากรในอัตราสูง
เพม่ิ สูงขึ้นตามไปดว้ ย การขาดดุลการค้าของประเทศ เป็น
ตน้
ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจาก ผู้ผลิตต้องชะลอการลงทุน หรือการ
การที่ต้องซื้อสินค้าในราคาสูงข้ึน ผลิตลง ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน
ขณะท่ีมีรายได้เท่าเดิม ส่วนผู้ผลิตก็ เม่อื การจา้ งงานลดลง ทำให้ประชาชน
ต้องลดการผลิตและการลงทุนลง ทำ มีรายได้ลดลงตามไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อ
ใหก้ ารออมของประเทศลดลงไปด้วย ระบบเศรษฐกจิ ของประเทศโดยรวม
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 236
ใบงานท่ี 1.3
เรื่อง ประเภทของสถาบันการเงิน
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นจำแนกประเภทของสถาบนั การเงิน พรอ้ มยกตัวอย่างสถาบันการเงนิ ในแต่ละประเภท
ลงในแผนผงั
ประเภทของสถาบันการเงนิ
…………………………………… ……………………………………
…………………………………… ……………………………………
…………… ……………
……………………………….…… ……………………………….……
……………………………….…… ……………………………….……
……………………………….…… ……………………………….……
……………………………….……
……………………………….……
……………………………….……
……………………………….……
……………………………….……
ส 32103 สงั คมศึกษา ม.5 237
เฉลยใบงานที่ 1.3
เรื่อง ประเภทของสถาบนั การเงนิ
คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนจำแนกประเภทของสถาบันการเงนิ พร้อมยกตวั อย่างสถาบันการเงินในแตล่ ะประเภท
ลงในแผนผงั
ประเภทของสถาบันการเงิน สถาบันการเงินทไี่ ม่ได้
ประกอบกิจการธนาคาร
สถาบันการเงินท่ปี ระกอบ
กจิ การธนาคาร บริษัทเงินทุน, บรษิ ัทเครดิตฟองซเิ อร์
ธนาคารกลาง
ธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์ออมทรพั ย,์ สหกรณ์การเกษตร
ธนาคารเฉพาะกจิ บรษิ ทั ประกันภยั
โรงรับจำนำ
บรษิ ทั รบั แลกเปลี่ยนเงนิ ตราต่างประเทศ
กองทนุ สำรองเล้ียงชีพ
กองทนุ ประกนั สังคม
บรษิ ัทหลกั ทรัพยจ์ ัดการกองทนุ รวม
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 238
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
ชื่อ........................................................................................................... ชั้น.................. เลขที่..............
ลำดบั ท่ี พฤติกรรม คุณภาพการปฏิบตั ิ
4 32 1
1 ความตง้ั ใจในการทำงาน
2 ความรบั ผดิ ชอบ
3 ตรงต่อเวลา
4 ความสะอาด เรยี บรอ้ ย
5 ผลสำเรจ็ ของผลงาน
รวม
ลงช่ือ..............................................................................ผ้ปู ระเมนิ
/ /....................... ........................... ........................
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ = ดมี าก ให้ 4 คะแนน
3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมเป็นสว่ นใหญ่ = ดี ให้ 2 คะแนน
1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครงั้ = พอใช้ ให้
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั หรือน้อยคร้ัง = ปรบั ปรงุ ให้
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
17-20 ดีมาก
13-16 ดี
9-12 พอใช้
5-8 ปรบั ปรุง
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 239
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 10
เรื่อง นโยบายการคลังในการพัฒนาเศรษฐกิจ เวลาเรียน 3 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 เรื่อง นโยบายการเงนิ การคลงั กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เวลาเรียน 7 ช่วั โมง
รหัสวิชา ส 32103 ชอ่ื วิชา สงั คมศกึ ษา จำนวน 1 หน่วยกติ
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
ครูผู้สอน นางสาวรชนกี ร จนั ทรพ์ ิทกั ษ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นกุมภวาปี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพนั ธท์ าง
เศรษฐกจิ และความจำเป็นของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจใน
สงั คมโลก
2. ตัวชวี้ ัด
ม.4-6/1 อธบิ ายบทบาทของรัฐบาลเก่ยี วกับนโยบายการเงิน การคลังใน
การพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
นโยบายการคลัง เป็นนโยบายสำคญั ท่ีรฐั บาลใชค้ วบคกู่ บั นโยบายการเงิน เพือ่ ชว่ ยให้ประชาชน
อยใู่ นระบบเศรษฐกิจที่ดี มเี สถยี รภาพ
4. สาระการเรียนรู้
4.1 นโยบายการเงิน การคลงั ในการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศ
4.2 บทบาทนโยบายการเงิน และการคลงั ของรัฐบาลในด้าน
- การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
- การสร้างการเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจ
- การรกั ษาดลุ การค้าระหวา่ งประเทศ
- การแทรกแซงราคาและการควบคุมราคา
4.3 รายรับและรายจา่ ยของรัฐที่มีผลต่องบประมาณ หน้ีสาธารณะ การพฒั นาทางเศรษฐกิจและ
คณุ ภาพชีวิตของประชาชน
- นโยบายการเกบ็ ภาษปี ระเภทต่างๆ และการใชจ้ ่ายของรฐั
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 240
- แนวทางในการแกป้ ญั หาการวา่ งงาน
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทกั ษะการคิดสังเคราะห์
5.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- กระบวนการทำงานกล่มุ
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มีวินัย
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 มคี วามรบั ผิดชอบ
7. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
7.1 บอกความสำคญั ของนโยบายการคลงั ในการพฒั นาเศรษฐกจิ ได้
7.2 จำแนกประเภทของนโยบายการคลงั ได้
7.3 บอกเคร่อื งมือสำคญั ของนโยบายการคลังได้
7.4 อธิบายโครงสรา้ งการคลังท้องถน่ิ ได้
7.5 วเิ คราะหก์ ารนำนโยบายการคลังมาใชใ้ นการแกไ้ ขปญั หา และพัฒนาเศรษฐกจิ ได้
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วิธสี อนโดยการจัดการเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ (Co-operative Learning))
8.1 ครนู ำนโยบายการคลังของรัฐบาลในแตล่ ะรัฐบาลมาใหน้ กั เรยี นอ่าน และเปรยี บเทยี บกนั
8.2 ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นและเปรียบเทยี บ ครอู ธิบายเพ่มิ เติมให้นักเรยี นทราบ
ว่า รฐั บาลมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกจิ ซ่ึงรัฐบาลจะต้องเข้ามาดำเนินการเพอื่ ใหเ้ กิดประโยชน์แก่
ประชาชนโดยรวม
8.3 ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คนเก่งจะช่วยเหลือคนออ่ น
สว่ น คนออ่ นจะต้องเรยี นรู้จากคนเก่งหรอื จากกลุ่ม นกั เรยี นทุกคนเรยี นรแู้ ละทำกิจกรรมรว่ มกัน มีการ
ปรึกษาหารือกนั ภายในกลุ่ม ผลสำเร็จของนกั เรียนแต่ละคน คอื ผลสำเร็จของกลุม่
8.4 ใหต้ วั แทนของแต่ละกลมุ่ ออกมาจบั สลากประเดน็ ความร้ทู ี่ครกู ำหนด (แต่ละประเด็นอาจ
ศึกษาซำ้ กนั หลายกลุ่ม) ดงั น้ี
- ประเภทของนโยบายการคลัง
- เครอ่ื งมือของนโยบายการคลัง
- การคลงั ทอ้ งถิน่
8.5 ให้สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มรว่ มกันวางแผนการสบื คน้ ความรู้ร่วมกัน และแบ่งหนา้ ท่ีกัน
รบั ผิดชอบอย่างเหมาะสม
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 241
8.6 ครูใหค้ ำแนะนำในการสืบค้นความรจู้ ากแหลง่ การเรยี นรู้ต่างๆ เพอื่ ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่ม
สามารถสืบคน้ ขอ้ มลู ได้อย่างหลากหลายเพ่อื นำมาวิเคราะห์และสรุปผลภายในกลมุ่
8.7 ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ท่ศี ึกษาประเดน็ เดียวกันมารวมกลุ่มกนั เพื่อรว่ มอภิปรายและแสดง
ความคดิ เห็น
8.8 ใหน้ ักเรียนสรุปประเดน็ ความรู้จากการอภิปรายและแสดงความคดิ เห็น
8.9 ให้นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ท่ศี กึ ษาประเดน็ ความรู้เดียวกันคัดเลอื กตวั แทนออกมาสรุปประเดน็
ความรู้ตามลำดับ ดงั นี้
- ประเภทของนโยบายการคลงั
- เครื่องมือของนโยบายการคลงั
- การคลังทอ้ งถน่ิ
8.10 ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ตง้ั ประเด็นคำถามท่ีเป็นข้อสงสัยของกล่มุ กลมุ่ ละ 2 คำถาม เพอ่ื ถามตวั แทน
กลุ่มที่ออกมาสรุปประเดน็ ความรู้นนั้ ๆ หากไมส่ ามารถตอบคำถามไดค้ รอบคลุมใหส้ มาชิกในกลมุ่ นั้น ๆ
ช่วยกนั หาคำตอบทถี่ กู ต้อง
8.11 ครสู งั เกตการใช้ประเดน็ คำถาม และการตอบคำถามของแต่ละกลมุ่ หากมีขอ้ บกพรอ่ งให้
ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ หรอื ตงั้ ประเด็นคำถามเพอื่ เป็นการประเมินความร้คู วามเข้าใจของนักเรยี น เช่น
- นโยบายการคลังแบบขยายตัว และแบบหดตวั มีความเหมาะสมกบั ภาวะเศรษฐกิจแบบใด
และมขี ้อดีและข้อเสีย แตกตา่ งกันอย่างไร
- สำนักงบประมาณแผ่นดนิ มหี นา้ ทส่ี ำคญั อยา่ งไร
- รายได้จากรฐั พาณชิ ย์ท่ีสำคัญมีอะไรบา้ ง และสง่ ผลดีอยา่ งไร
- รฐั บาลจะตงั้ งบประมาณแบบขาดดุล ในสภาวะท่ีเศรษฐกิจมลี กั ษณะอย่างไร
- การคลังทอ้ งถิน่ มีบทบาทสำคัญอย่างไร
8.12 ใหน้ ักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง รทู้ ันสถานการณ์เศรษฐกิจ เมอ่ื ทำใบงานเสร็จแล้วให้
นกั เรยี นทบทวนและตรวจสอบคำตอบกอ่ นนำสง่ ครู
9. ส่ือ อปุ กรณ์ และแหลง่ เรยี นรู้
9.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น เศรษฐศาสตร์ ม.4-ม.6
2) ตวั อย่างนโยบายการคลังของรัฐบาลในแต่ละสมยั
3) สลาก
4) เอกสารความรเู้ พิ่มเตมิ
5) ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง รู้ทนั สถานการณ์เศรษฐกิจ
9.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) สือ่ การเรยี นรตู้ ่างๆ เชน่ หนงั สอื พมิ พ์ นิตยสาร โทรทัศน์ วทิ ยุ
ส 32103 สังคมศึกษา ม.5 242
3) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
http://www.bot.or.th
http://www.mof.go.th
http://www.geocities.com/econpages
10. การวัดและประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ ใบงานที่ 2.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
11. บนั ทึกผลหลงั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
11.1 ผลการเรยี นรู้
11.1.1 นกั เรยี นท่ีผ่านตวั ชี้วดั /ผลการเรยี นรู้
มีจำนวน............................................คน คิดเป็นร้อยละ.............................................
11.1.2 นักเรียนทีไ่ ม่ผ่านตัวชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้
มีจำนวน............................................คน คิดเป็นร้อยละ.............................................
คือ...............................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
พฤติกรรมการเรียนรู้...................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.3 นักเรียนที่มีความสามารถพเิ ศษ คือ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
แนวทางการสง่ เสรมิ ....................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.4 นักเรียนไดร้ บั ความรู้
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 243
11.1.5 นักเรยี นเกิดทักษะกระบวนการ
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.1.6 นกั เรยี นมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
11.2 ปญั หาและอุปสรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
11.3 ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแก้ไข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชื่อ.......................................................ผู้สอน
(นางสาวรชนีกร จันทรพ์ ิทกั ษ์)
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
วันท.ี่ .......... เดอื น.........................พ.ศ. ..............
ส 32103 สังคมศกึ ษา ม.5 244
12. ความเห็น/ขอ้ เสนอแนะ ของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงช่อื .........................................................
()
ตำแหน่ง........................................................
วันที่........... เดอื น......................... พ.ศ. ..............
13. ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผูท้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชื่อ...................................................................
()
ตำแหน่ง................................................................
วันที่........... เดือน......................... พ.ศ. ..............
ส 32103 สงั คมศกึ ษา ม.5 245
ใบงานที่ 2.1
เร่อื ง รู้ทนั สถานการณ์เศรษฐกจิ
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นหาขา่ วเศรษฐกิจเกีย่ วกับสถานการณท์ างการเงิน การคลงั ของประเทศในปัจจุบัน
1 ข่าว แล้วนำมาวเิ คราะห์สถานการณเ์ ศรษฐกิจ