The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เบื้องต้นทางรัฐประศาสนศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by E-Book MCURK, 2021-01-19 22:43:21

ความรู้เบื้องต้นทางรัฐประศาสนศาสตร์

ความรู้เบื้องต้นทางรัฐประศาสนศาสตร์

275

ความรูเ้ บือ้ งตน้ ทางรฐั ประศาสนศาสตร์

๙. การจดั การตามแบบภาคเอกชน (Stress on Private Sector Styles of Manage-
ment Practice)

การจัดการตามแบบภาคเอกชนมตี ้ังแต่การจัดคนเขา้ ท�ำงาน จนถงึ การประเมนิ ผลงานและ
การให้รางวัลตามระบบคุณธรรม การเน้นท่ีผลงานยังทำ� ให้เกิดการจ้างงานตามสัญญาในระยะสั้น
และอาจใหอ้ อกหากทำ� งานไม่ได้ตามนัน้ การจา้ งงานตามสัญญาหรือการจ้างผบู้ ริหารระดับสงู จาก
ภายนอกจงึ เปน็ เรอ่ื งธรรมดาของการจดั การภาครฐั แนวใหม่ วธิ นี เี้ ปน็ การจา้ งงานและจดั งบประมาณ
อย่างยดื หย่นุ ทน่ี ำ� มาจากภาคเอกชน โดยถอื หลกั วา่ คนจะทำ� งานอย่างเต็มทหี่ ากมีระบบการจงู ใจท่ี
ดี ซ่ึงในทางปฏิบัติ ภาครฐั กท็ �ำไดผ้ ลคอ่ นข้างดี

๑๐. การเปลยี่ นระบบความสมั พนั ธก์ บั นกั การเมอื ง (Relationships with Politicians)
ลักษณะเด่นอันหน่ึงของการจัดการภาครัฐแนวใหม่ คือ ผู้จัดการต้องรับผิดชอบต่อความ
ส�ำเร็จของผลงาน ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการด้วยกัน หรือระหว่างผู้จัดการและนักการ
เมืองจะต้องเปลย่ี นแปลง เดมิ นนั้ นกั การเมืองเปน็ ผสู้ ่งั ข้าราชการเปน็ ผ้รู บั ไปปฏิบตั ิ แตร่ ะบบใหม่
น้ีล่ืนไหลและทัง้ สองฝา่ ยใกลช้ ิดกนั กว่าเดิม กลา่ วคอื ผู้จัดการภาครัฐตอ้ งเกี่ยวข้องกับนโยบายและ
การเมอื ง ประเดน็ ท่สี �ำคญั คอื อาจตอ้ งออกจากงานหากเกิดความผิดพลาดในการด�ำเนินนโยบาย
การจัดการภาครัฐจึงเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการการเมือง ผู้จัดการต้องมีทักษะของการเป็นการ
เมอื งขา้ ราชการ (a Bureaucratic Politician) คอื สามารถตดิ ตอ่ กบั นกั การเมอื ง และตดิ ต่อกบั คน
ภายนอก เพ่ือประโยชนข์ องตัวและองค์การ จดุ นอ้ี าจทำ� ใหเ้ กดิ การวจิ ารณ์ว่าเป็นการเลน่ การเมอื ง
(Politicization) แต่การบรรลุเปา้ หมายทางการเมอื งนั้น เปน็ หนา้ ทส่ี ำ� คัญมากกว่าส่ิงใด สมยั กอ่ น
พยายามแยกการเมอื งออกไป แตป่ จั จบุ นั การจดั การภาครฐั แนวใหมห่ นั มายอมรบั ความจรงิ วา่ เนอ้ื หา
ของการเป็นรัฐบาลต้องมีการเมืองเป็นส่วนส�ำคัญ การท�ำงานกับนักการเมืองเป็นกระบวนการที่
โต้ตอบกันซึ่งเรียกว่า “การจัดการ” ส่วนนักการเมืองน้ันแม้จะท้ายท่ีสุดจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่การ
ตัดสินใจดงั กล่าวก็แยกออกจากการจัดการไมไ่ ด้
๑๑. การเปลี่ยนระบบความสัมพนั ธ์กับประชาชน (Relationships With the Public)
การจัดการภาครัฐแนวใหม่ถือว่าผู้จัดการต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อประชาชน เพราะต้อง
มงุ่ ไปทผ่ี รู้ บั บรกิ าร (Client fFocus) และตอ้ งรบั ผดิ ชอบตอ่ ภายนอกทงั้ ในแงก่ ลมุ่ และบคุ คลมากกวา่
เดมิ จุดน้เี องทตี่ ่างไปจากตวั แบบดง้ั เดิมเปน็ อย่างมาก
๑๒. การแยกผซู้ อื้ กบั ผจู้ ดั หาออกจากกนั (Separation of Purchaser and Provider)
การจัดการภาครัฐแนวใหม่เห็นว่ารับไม่จ�ำเป็นต้องเป็นผู้จัดหาบริการคนสุดท้าย (Final
Provider) ใหป้ ระชาชน สามารแยก “ผู้ซ้อื ” (Purchaser) ออกจาก “ผู้จัดหา” (Provider) ได ้
ผู้ซื้อ คอื คนที่ตัดสนิ ใจวา่ ควรจะผลิตอะไร สว่ นผ้จู ดั หา คือ คนส่งผลผลิตหรอื ผลลัพธ์ตามที่ตกลง
กนั การแยกผซู้ อื้ กบั ผจู้ ดั หาออกจากกนั มผี ลดี เพราะหากรฐั เปน็ ผซู้ อ้ื อยา่ งเดยี ว จะสามารถทำ� หนา้ ท่ี
ของตัวเองได้เต็มท่ียิ่งขึ้น โดยไม่ต้องพะวงถึงการจัดหา ท่ีจริงนั้นความรับผิดชอบหลักของรัฐ คือ
การตัดสนิ ใจวา่ จะช่วยผลิตอะไร แก่ใคร และมากน้อยเทา่ ใด ส่วนการจัดบรกิ ารตามทก่ี ำ� หนดอาจ

276

ความร้เู บอ้ื งตน้ ทางรัฐประศาสนศาสตร์

เป็นคนอืน่ เชน่ เอกชน รัฐทำ� หน้าท่เี พียงการควบคมุ มาตรฐานให้เปน็ ตามตัวชีว้ ดั ท่ีตอ้ งการ ยิ่งไป
กว่านัน้ แมแ้ ตใ่ นหนว่ ยราชการดว้ ยกันหรือในหนว่ ยงานเดยี วกัน ยงั สามารถแยกการเปน็ ผู้ซอ้ื กับผู้
จัดหาออกจากกันไดด้ ้วย

๑๓. การตรวจสอบสงิ่ ทร่ี ฐั บาลทำ� หลาย ๆ วธิ ี (Re-Examining what Government Does)
หลักสำ� คัญของการปฏิรูป คอื ดูว่ารัฐบาลท�ำอะไร รับบาลควรมีบทบาททางเศรษฐกจิ และ
สังคมอย่างไร อะไรท่ีจะเหลือไว้ให้เอกชนท�ำ แต่ตามหลักการจัดการภาครัฐแนวใหม่ยังก�ำหนดไว้
ด้วยว่ารัฐบาลไม่ควรอะไรบ้าง วิธีการปฏิรูปการจัดการภาครัฐอันหนึ่งที่ส�ำคัญ คือ การตรวจสอบ
การกระทำ� ของรัฐบาลหลาย ๆ วธิ ี เพื่อเปน็ หลักประกันวา่ จะเป็นไปตามเป้าหมายท่ีตอ้ งการ เชน่
ในแคนาดาเมอื่ กลางทศวรรษ ๑๙๙๐ ไดต้ รวจสอบการแทรกแซงของรบั ดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง ๆ ถงึ ๖ วธิ ี คอื

๑) การตรวจสอบผลประโยชน์สาธารณะ (Public Interest Test) เป็นการตรวจสอบ
ดวู ่ากจิ กรรมทีร่ ัฐบาลทำ� นัน้ ยงั เปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คมหรือไม่

๒) การตรวจสอบบทบาทของรฐั บาล (Role of Government Test) เปน็ การตรวจ
สอบดวู ่ารัฐบาลยังควรท่จี ะเข้าไปยุ่งเกยี่ วกบั กิจกรรมนีอ้ ยหู่ รอื ไม่

๓) การตรวจสอบการเป็นรัฐบาลกลาง (Federalism Test) เป็นการตรวจสอบดูว่า
รฐั บาลกลางควรทำ� กิจกรรมน้ีหรอื ควรกระจายอำ� นาจให้ท้องถนิ่ ท�ำ

๔) การตรวจสอบการเปน็ ห้นุ ส่วน (Partnership Tst) เป็นการตรวจสอบดูว่ากิจกรรม
น้คี วรท�ำทงั้ หมดหรอื บางสว่ นโดยกล่มุ อกี กลุ่มหนึง่ หรอื ไม่

๕) กาตรวจสอบประสทิ ธภิ าพ (Sufficiency Test) เป็นการตรวจสอบดวู ่ากจิ กรรมน้ี
ด�ำเนินไปโดยค่าเสียใช้จา่ ยน้อยทีส่ ุดหรือไม่

๖) การตรวจสอบความสามารถในการช�ำระเงนิ (Affordability Test) เป็นการตรวจ
สอบดวู า่ เมอ่ื ผา่ นการตรวจสอบขอ้ อนื่ ๆ แลว้ สงั คมมคี วามสามารถจา่ ยเงนิ ใหก้ บั กจิ กรรมทที่ ำ� นน้ั
หรอื ไม่

การตรวจสอบเหล่าน้ีอาจเป็นผลท�ำให้โครงการของรัฐบาลต้องถูกยกเลิก เพราะที่ผ่านมา
อาจเกิดขน้ึ โดยเหตุผลทางการเมอื ง เช่น การใหเ้ งินอดุ หนุนดา้ นการขนส่งหรือการเกษตร สว่ นการ
ปฏิรูปในประเทศอ่ืน ๆ ก็ทำ� ท�ำนองเดยี วกนั เช่น ออสเตรเลียมกี ารตรวจสอบคณุ คา่ ของโครงการ
ทกุ ๆ โครงการอย่างสมำ่� เสมอ เพราะไม่จ�ำเปน็ ที่รัฐจะต้องเข้าไปดำ� เนินโครงการไปตลอด และสว่ น
หนึง่ เป็นผลมาจากปญั หาทางการเงนิ ของรฐั บาล

277

ความรู้เบ้อื งตน้ ทางรฐั ประศาสนศาสตร์

๑๐.๔ ทฤษฎขี องการจัดการภาครัฐแนวใหม่
การบรกิ ารภาครฐั สมยั กอ่ นอาศยั ทฤษฎที างรฐั ประศาสนศาสตร์ ๒ ทฤษฎี คอื ทฤษฎรี ะบบ

ราชการและทฤษฎีการแยกการเมืองกบั การบริหารออกจากกัน
ส่วนการจัดการภาครับแนวใหม่ก็มีพ้ืนฐานทางทฤษฎีรองรับเช่นกัน ทฤษฎีที่เป็นท่ีมาของ

การจดั การภาครฐั แนวใหมม่ ี ๒ ทฤษฎี คอื ทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์ (Economics) และทฤษฎกี ารจดั การ
ภาคเอกชน (Private Management) ทฤษฎีทั้งสองน้ีไม่ได้ขัดแย้งกัน ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เป็น
แนวทางการใชท้ รพั ยากร สว่ นการจดั การเปน็ กจิ กรรมทท่ี ำ� ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคซ์ งึ่ กำ� หนดตามหลกั
เศรษฐศาสตร์ เชน่ ผลผลิต และคา่ ของเงนิ การจัดการภาครัฐแนวใหมจ่ งึ พยายามรมหลักการทัง้
สองเขา้ ดว้ ยกนั โดยรกั ษาคา่ นยิ มหลกั คอื การใหบ้ รกิ ารประชาชนเอาไว้ แตก่ เ็ ปน็ ไปไดว้ า่ การจดั การ
ภาคเอกชนมาจากหลักเศรษฐศาสตรอ์ ีกทีหน่งึ รายละเอยี ดของทฤษฎที ้งั สองข้างตน้ มดี งั ตอ่ ไปนี้

๑๐.๔.๑ ทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์
หลักเศรษฐศาสตร์ท่กี ารจดั การภาครัฐน�ำมาใชม้ ีฐานคติอยู่ ๒ ขอ้ ไดแ้ ก่ ขอ้ แรก คือ หลัก
เหตผุ ลส่วนบุคคล (Individual Rationality) หลกั น้ถี อื วา่ คนพอใจจะบริโภคในสิ่งทม่ี มี าก (More)
มากกวา่ สิง่ ทม่ี นี ้อย (Less) ส่วนข้อทสี่ อง เหตุผลของแต่ละคนรวมกนั เป็นจ�ำนวนรวม (Aggregate)
ซ่ึงจะกระท�ำอยา่ งมเี หตผุ ลเช่นเดยี วกนั
แนวคิดทางเศรษฐศาสตรด์ ังกล่าวเร่ิมมีผลตอ่ รฐั บาลในช่วงทศวรรษ ๑๙๖๐ และ ๑๙๗๐
ต่อมาทศวรรษ ๑๙๘๐ ไดร้ ับอทิ ธพิ ลจากหลกั เศรษฐศาสตร์คลาสสกิ แนวใหม่ (Neoclassical Eco-
nomics) และทฤษฎีทางเลือกสาธารณะ (Public Choice Theory) ท�ำให้ไม่เห็นด้วยกับทฤษฎี
ระบบราชการ เสนอให้ลดบทบาทรัฐบาลและก�ำหนดนโยบายสาธารณะโดยอาศัยกลไกตลาด
(Market-Based Public Policies) ทฤษฎเี ศรษฐศาสตรม์ อี ทิ ธพิ ลตอ่ รบั บาลมากทง้ั ทางดา้ นแนวคดิ
และการปฏบิ ตั ิ เหตผุ ลกเ็ พราะเมอ่ื เทยี บกบั ทฤษฎผี ลประโยชนส์ าธารณะของรฐั ประศาสนศาสตรแ์ ลว้
ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มีความชัดเจน มีอ�ำนาจพยากรณ์และมีข้อเท็จจริงรองรับจากการปฏิบัติจริง
นกั เศรษฐศาสตรจ์ งึ เขา้ ไปมบี ทบาทในรฐั บาลเพอื่ หาทางใหบ้ รกิ ารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพจดุ นนี้ เ่ี องทท่ี ำ� ให้
ทฤษฎเี ศรษฐศาสตรต์ า่ งไปจากทฤษฎกี ารจดั การ เพราะในขณะทท่ี ฤษฎกี ารจดั การเนน้ ทผี่ ลงานนนั้
ทฤษฎีเศรษฐศาสตรจ์ ะเนน้ ที่ประสทิ ธิภาพและการวัด
นักทฤษฎเี ศรษฐศาสตรค์ นสำ� คัญทสี่ นใจการบรหิ ารภาครฐั คือ ออสตรอม (Ostrom) เขา
เสนอเม่อื ต้นทศวรรษ ๑๙๗๐ ว่าองค์การมี ๒ แบบ คือ องค์การแบบราชการ (Bureaucracy) และ
องค์การแบบตลาด (Markets) องค์การแบบราชการมีปัญหามากเมื่อเทียบกับองค์การแบบตลาด
ออสตรอม เห็นวา่ องคก์ ารแบบราชการมปี ระสิทธภิ าพหรือประสทิ ธผิ ลนอ้ ยกวา่ แบบตลาด เพราะ
องคก์ ารแบบตลาดมกี ารแขง่ ขนั อำ� นาจเปน็ ของผบู้ รโิ ภคและมกี ารเลอื กเปน็ ตวั จงู ใจทำ� ใหต้ น้ ทนุ ตำ่�
เขาเห็นว่าลกั ษณะเชน่ น้ไี ม่มีในระบบราชการ องค์การแบบตลาดอาจเป็นสว่ นขยายที่แยกออกจาก
ระบบราชการและท�ำหน้าท่ีได้สมบูรณ์กว่า

278

ความรเู้ บือ้ งต้นทางรัฐประศาสนศาสตร์

การจดั การภาครฐั แนวใหมไ่ ดด้ ำ� เนนิ การตามแนวทางทอ่ี อสตรอมเสนอ แมว้ า่ การจะยอมรบั
ได้ก็ใช้เวลานานหลายปี หลักการของการจัดการภาครฐั แนวใหม่มี ๒ ขอ้ ท้ังสองขอ้ นปี้ รากฏอยู่ใน
ผลงานของออสตรอม ขอ้ แรก คอื การอาศยั กลไกตลาด (Market-Based) มาจากทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์
ได้แก่ ทฤษฎที างเลือกสาธารณะ (Public Choice Theory) ทฤษฎีตวั การและตวั แทน (Principal-
agent Theory) และทฤษฎตี น้ ทนุ การแลกเปล่ยี น (Transaction Cost Theory) สำ� หรับขอ้ ที่สอง
คอื การเปลี่ยนแปลงการจัดองคก์ ารแบบระบบราชการไปส่อู งคก์ ารแบบใหม่

๑๐.๔.๒ ทฤษฎกี ารจดั การภาคเอกชน
ภาคเอกชนเปลี่ยนแปลงมาก่อนภาครัฐ ภาคเอกชนต้องจัดองค์การให้ยืดหยุ่นไปตาม
สถานการณ์ ไม่ได้ยึดหลักการตามทฤษฎีระบบราชการของเวเบอร์อย่างเคร่งครัด แม้ว่าเมื่อก่อน
เอกชนกม็ ลี กั ษณะระบบราชการเหมอื นรฐั บาล แตก่ พ็ ยายามเปลย่ี นไปใชร้ ปู แบบองคก์ ารทยี่ ดื หยนุ่
และเปลย่ี นการจดั การหลายอยา่ ง แนวคิดที่มุ่งเน้นผลงานไดม้ าจากเศรษฐศาสตร์ ก็เริ่มปฏบิ ัตจิ ริง
ในภาคเอกชน เพราะว่าถ้าเอกชนไม่เน้นผลงานก็อยู่ไม่ได้ ปัจจุบันภาคเอกชนก็หันมาสนใจการ
วางแผนกลยทุ ธ์ ซ่ึงภาครฐั กร็ บั เอามาใช้อกี ส่วนการบริการงานบุคคลแบบภาคเอกชนน้ันภาครัฐก็
นำ� มาใช้บางส่วน รวมทงั้ การจูงใจและการลงโทษ เช่น การขึ้นเงนิ เดือนแก่ผู้มผี ลงานและลงโทษผู้มี
ผลงานไม่ดี ส่วนที่ภาครัฐรับเอามาแต่ยังใช้ไม่เท่าเอกชน คือ การประเมินผลงาน รวมไปถึงการ
ปรบั ปรุงระบบข้อมูลทางดา้ นบญั ชแี ละด้านอ่ืน ๆ
แนวคดิ ของการจดั การภาคเอกชนเปน็ ประโยชนต์ อ่ การปรบั ปรงุ การจดั การภาครฐั แตภ่ าค
รฐั กต็ อ้ งใหบ้ รกิ ารแกผ่ รู้ บั บรกิ ารดว้ ยความยตุ ธิ รรมและไมเ่ หน็ แกพ่ รรคพวก แตใ่ นทนี่ ไ้ี มไ่ ดห้ มายความ
วา่ ข้าราชการจะตอ้ งเปน็ กลางหรอื ทำ� งานไปตลอดชีวิต อีกทัง้ การทำ� งานภาครฐั อาจวดั ผลงานยาก
แตก่ ็ไมไ่ ด้หมายความว่าจะไม่มีการวดั ผลงานเลย ภาครัฐมีการเมืองทท่ี �ำใหต้ า่ งไปจากธรุ กิจ แต่ก็ไม่
ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเป็นการเมืองไปหมด และไม่จ�ำเป็นว่านโยบายทุกอย่างจะต้องด�ำเนิน
การโดยนักการเมอื ง วิธีการของภาคเอกชนจึงสามารถน�ำมาใชก้ ับภาครัฐได้ เช่น การจ้างงานตาม
สัญญา หรอื การจ้างงานบางเวลา หรือการเข้ามาทำ� งานในระดับสูงแทนท่จี ะเริ่มมาต้งั แต่ระดบั แรก
วิธที ่สี ำ� คัญที่สดุ ทนี่ ำ� มาจากภาคเอกชน ได้แก่ การมงุ่ ไปที่วตั ถุประสงค์ โดยมุง่ ไปท่ีผลงาน
ก่อนเป็นอนั ดบั แรก สว่ นเรอ่ื งอื่นเป็นเรอื่ งรอง ซง่ึ นบั เปน็ การเปลยี่ นแนวคิดท่สี �ำคญั ท่ีสดุ นอกจาก
นั้นองค์การแบบราชการยังไม่มีประสิทธิภาพ ภาคเอกชนได้ทดลองใช้รูปแบบอ่ืน ๆ มามาก เช่น
การยดึ ก�ำไรเป็นหลัก (Pprofit Centres) การกระจายอ�ำนาจ (Decentralization) ความยดื หยนุ่
ในการจดั คนเขา้ ทำ� งาน องคก์ ารเหลา่ นเ้ี ปน็ ทางเลอื กทค่ี ขู่ นานกบั ระบบราชการ ภาครฐั จงึ อยรู่ ะหวา่ ง
การเปลย่ี นแปลงองคก์ ารเพือ่ ใหเ้ กดิ ความยืดหย่นุ เหมอื นภาคเอกชน

279

ความร้เู บือ้ งต้นทางรฐั ประศาสนศาสตร์

๑๐.๕ การแพรก่ ระจายของการจดั การภาครฐั แนวใหม่
การจดั การภาครฐั แนวใหมเ่ ปน็ แนวคดิ ทม่ี ผี ลตอ่ การเปลยี่ นแปลงและปฏริ ปู การบรหิ ารภาค

รัฐเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมีลักษณะเป็นสากลเม่ือพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะท่ีถูกน�ำไปใช้ท่ัว
โลก สำ� หรับสาเหตขุ องการแพร่กระจายน้นั รชิ าร์ด เค คอมมอน (Richard K. Common) วิเคราะห์
วา่ มีดว้ ยกัน ๕ ประการ คอื

๑) การเผยแพรค่ ำ� สอนของการจดั การภาครฐั แนวใหม่ (NPM Missionary) การจดั การภาค
รัฐแนวใหม่กลายเป็นค�ำสอนที่คนจ�ำนวนมากสนใจ โดยเฉพาะบรรดาท่ีปรึกษาและอาจารย์ใน
มหาวทิ ยาลยั การเผยแพรน่ กี้ ลายเปน็ ภารกจิ อนั สำ� คญั ทมี่ ผี รู้ อู้ อกเดนิ ทางไปใหค้ วามรแู้ กค่ นทว่ั โลก

๒) การเมืองของพวกขวาใหม่พัฒนาไปสู่ระดบั นานาชาติ (Internationalization of new
right Politics) รัฐบาลพวกขวาใหมซ่ งึ่ เป็นรัฐบาลที่นิยมการเปดิ เสรีนั้นกระตือรอื ร้นอยา่ งมากท่จี ะ
ผลกั ดันนโยบายนี้ออกไปท่ัวโลก โดยเฉพาะรฐั บาลอนุรกั ษ์นิยมของอังกฤษ

๓) การแปรรปู พฒั นาไปเปน็ กจิ กรรมระดบั นานาชาติ (Internationalization of Privatiza-
tion) การแปรรูปและการจัดการภาครฐั แนวใหม่มักเป็นนโยบายที่ไปด้วยกัน ค�ำสองค�ำนมี้ ักถูกใช้
แทนกนั ได้ โดยเฉพาะเมอ่ื พดู ถงึ เทคนคิ ในการจดั การ การแปรรปู จงึ ไมใ่ ชน่ โยบายทเี่ กดิ ขน้ึ จากปญั หา
ภายใน แต่ได้รับอทิ ธิพลมาจากตา่ งประเทศ ซง่ึ มาพรอ้ มกบั แนวคิดของการจดั การภาครัฐแนวใหม่

๔) บทบาทขององค์การระหว่างประเทศ (Role of International Organizations) เชน่
บทบาทของโออซี ีดี (OECD) สหภาพยุโรป (European Union) ธนาคารโลก (World Bank) และ
ไอเอม็ เอฟ (IMF) องคก์ ารเหลา่ นมี้ บี ทบาทในการเผยแพรก่ ารจดั การภาครฐั ใหม่ เชน่ คณะกรรมการ
จัดการภาครฐั ของโออีซีดี (OECD’s Public Management Committee) ผลติ ชดุ การศกึ ษาการ
จัดการภาครัฐเพื่อให้ประเทศสมาชิกได้เรียนรู้ หรือธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟก�ำหนดให้ประเทศ
ต่าง ๆ ใช้เทคนคิ การจดั การเพื่อใหม้ ่ันใจว่าจะเกดิ การปฏบิ ตั ิท่ีดที ีส่ ดุ (best practice) นอกจากน้ี
ยงั อาจมีจุดมุ่งหมายทางการเมอื งที่ต้องการกำ� กบั ทิศทางนโยบายของโลก

๕) การถ่ายโอนทางดา้ นนโยบายที่มีมากขน้ึ (Increasin Policy Transfer Activity) สงั คม
สมัยใหม่มีพลังผลักดันข้ามประเทศ กระแสโลกาภิวัตน์เป็นการใช้อ�ำนาจทางการเมืองระหว่างกัน
แรงกดดันอนั น้ีทำ� ใหป้ ระเทศอื่น ๆ ทำ� ตาม แต่กไ็ ม่ใช่ว่าจะรับไปเป็นมาตรฐานเดยี ว และอาจก่อให้
เกดิ ผลที่ไมต่ ัง้ ใจตามหา หากวา่ นำ� ไปใชก้ บั สังคมท่มี วี ฒั นธรรมและการเมอื งตา่ งไป

280

ความรูเ้ บ้อื งต้นทางรฐั ประศาสนศาสตร์

๑๐.๖ ขอ้ วพิ ากษท์ มี่ ตี ่อการจัดการภาครฐั แนวใหม่
การปฏิรูปภาครัฐของการจัดการภาครัฐแนวใหมน่ ัน้ เนน้ ความสำ� เรจ็ ของผลงานและมุ่งให้

บคุ คลแตล่ ะคนรบั ผดิ ชอบตอ่ ผลงานของตวั เอง การปฏริ ปู เรมิ่ ตน้ ตอนปลายทศวรรษ ๑๙๘๐ กระนนั้
กย็ ังถกู วิพากษ์อยู่ คนท่ตี ่อต้านจะมีความรสู้ ึกไม่ดตี อ่ การจดั การภาครัฐแนวใหม่ข้อวพิ ากษ์ดงั กลา่ ว
นนั้ สรุปได้ ๙ ข้อ คือ

๑) หลักเศรษฐศาสตรท์ ่เี ปน็ พ้นื ฐานของการจดั การนิยม (Economic Basis of Manage-
rialism) นกั สังคมศาสตร์สาขาอน่ื ๆ นอกเหนอื จากเศรษฐศาสตร์นน้ั รู้สึกไม่สบายใจกบั ฐานคติและ
อุดมการณ์ทางเศรษฐศาสตร์ เพราะเห็นว่าคนไม่ได้ปฏิบัติอย่างมีเหตุมีผลเหมือนกันทุกคน และ
ปญั หาทุกอยา่ งใชว่ า่ จะแกไ้ ขไดด้ ้วยเทคนิคทางเศรษฐศาสตรเ์ ทา่ นั้น การบริหารภาครัฐเตม็ ไปด้วย
การเมือง วิธีการทางเศรษฐศาสตร์จึงใช้ได้จ�ำกัด ข้อที่ถูกวิพากษ์มี ๒ ประเด็น คือ ประเด็นแรก
เศรษฐศาสตรไ์ มใ่ ช่สงั คมศาสตร์แท้ การนำ� หลักการเศรษฐศาสตรไ์ ปประยุกต์ใชก้ บั ภาครัฐจงึ ยากที่
จะประสบผลสำ� เรจ็ โดยเฉพาะแนวคดิ ของกลมุ่ เศรษฐศาสตรค์ ลาสสกิ แนวใหมเ่ ปน็ เพยี งแนวคดิ หนง่ึ
ทางเศรษฐศาสตร์ แมจ้ ะมอี ิทธพิ ลอยู่ในปจั จบุ นั แต่ก็ยงั มีแนวคดิ อ่ืนทมี่ คี วามส�ำคญั ตอ่ การก�ำหนด
บทบาทของรฐั บาลด้วย สว่ นประเด็นที่สอง หลักเศรษฐศาสตร์อาจใช้ไดก้ บั ระดับจลุ ภาค เชน่ หลกั
การบรโิ ภคอาจใชไ้ ดก้ บั ภาคเอกชน แตใ่ ชไ้ มไ่ ดก้ บั ภาครฐั เพราะการใหบ้ รกิ ารของภาครฐั ซบั ซอ้ นกวา่
และผูร้ บั บริหารไม่ใช่แคผ่ ู้บริโภค แตย่ ังเป็นพลเมอื งทีม่ ีสิทธิด้วย

๒) หลกั การพนื้ ฐานของการจดั การภาคเอกชน (Basic in Private Management) ข้อที่
ถูกวิพากษ์อีกอันหน่ึง คือ ภาครัฐต่างไปจากเอกชนจึงท�ำให้หลักการของเอชนใช้ไม่ได้ เช่น การ
เปล่ียนจากการเน้นปัจจัยน�ำเข้ามาเน้นผลผลิตนั้น ต้องก�ำหนดกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ก่อน จาก
นั้นกว็ างแผนโครงการ ก�ำหนดโครงสรา้ งและจัดสรรเงินสนับสนนุ สดุ ท้ายก็วัดผลงานและประเมิน
ผลความสำ� เรจ็ แตส่ ำ� หรบั ภาครฐั นน้ั ยากทจี่ ะกำ� หนดวตั ถปุ ระสงคใ์ หช้ ดั เจน เมอื่ กำ� หนดวตั ถปุ ระสงค์
ไมไ่ ด้ สว่ นอน่ื ทีต่ ามมาก็ท�ำไม่ได้ ยิ่งกวา่ น้ัน ภาครฐั ยังไม่ไดว้ ัดผลทกี่ �ำไรอยา่ งเดียวเหมือนธรุ กิจ

๓) ลทั ธเิ ทเลอรแ์ นวใหม่ (Neo-Talorism) การจดั การภาครฐั แนวใหมถ่ กู วพิ ากษว์ า่ พยายาม
รอื้ ฟน้ื ทฤษฎกี ารจดั การอยา่ งเปน็ วทิ ยาศาสตรข์ องเทเลอรข์ น้ึ มาใหม่ เพราะเนน้ การควบคมุ รายจา่ ย
ของรฐั บาลและมอบเปา้ หมายการทำ� ใหผ้ จู้ ดั การรบั ผดิ ชอบ พรอ้ มกบั คอยวดั ผลงาน การจดั การภาค
รัฐแนวใหมจ่ ึงนา่ จะเกิดปญั หาอย่างเดยี วกบั ทยี่ คุ เทเลอรป์ ระสบ คอื การไมส่ นใจคน อันเป็นเหตใุ ห้
ต้องมที ฤษฎีสัมพนั ธเ์ กิดขน้ึ เพอื่ อุดชอ่ งว่างในภายหลงั

๔) การเล่นการเมอื ง (Politicization) ข้อทถี่ ูกวิพากษ์อีกขอ้ หน่ึง คือ การปฏิรปู ระบบราก
ชารน้ันเป็นการเมือง เพราะเป็นช่องทางให้พรรคการเมืองเข้ามาแทรกแซงในการแต่งต้ังและจัด
ระบบข้าราชการใหม่ ทงั้ นำ� ระบบราชการไปรบั ใช้ผลประโยชน์ทางการเมอื ง ซึ่งผดิ กบั หลกั การของ
ระบบราชการเดิมท่ีเน้นความเป็นกลางและการไม่เป็นฝักฝ่าย การปฏิรูปจึงท�ำให้เกียรติยศของ
ขา้ ราชการตกตำ่� การเลน่ การเมอื งทำ� ใหไ้ มส่ นใจผลประโยชนส์ าธารณะและอาจทำ� ใหเ้ กดิ ปญั หาการ
เล่นพรรคเลน่ พวกเหมอื นท่ีวดู โรว์ วิลสนั และขบวนการปฏิรปู พยายามแก้ไขในทศวรรษ ๑๘๘๐

281

ความร้เู บอ้ื งต้นทางรฐั ประศาสนศาสตร์

๕) การลดการตรวจสอบจากภายนอก (Reduced Accountability) ขอ้ ทเ่ี ปน็ หว่ งอกี อยา่ ง
คอื เกรงวา่ เมอื่ นำ� การจดั การภาครฐั แนวใหมม่ าใชแ้ ลว้ จะไมต่ รงกบั ระบบความรบั ผดิ ชอบตอ่ ภายนอก
ตามระบบประชาธปิ ไตย เพราะความรบั ผดิ ชอบทางการเมอื งเปลย่ี นมาเปน็ ความรบั ผดิ ชอบทางการ
จัดการ โดยมผี จู้ ดั การมารับผิดชอบในการปฏิบัตแิ ทนนักการเมือง ประชาชนจงึ ไม่รจู้ ะไปเรียกร้อง
จากใคร โดยมผี จู้ ดั การมารับผิดชอบในการปฏิบัติแทนนกั การเมือง ประชาชนจงึ ไมร่ จู้ ะไปเรยี กรอ้ ง
จากใคร การตรวจสอบจากประชาชนจึงเกิดปัญหา เพราะเกิดการตัดสินผู้ก�ำหนดนโยบายกับการ
ปฏบิ ตั อิ อกจากกนั

๖) อุปสรรคในการจ้างเหมา (Difficulties With Contracting-out) ในทางปฏิบัติการจ้าง
เหมาไมใ่ ชเ่ รอ่ื งงา่ ย และการแกป้ ญั หาโดยอาศยั วธิ กี ารทางการตลาดนน้ั ใชว่ า่ จะทำ� ไดส้ ำ� เรจ็ เสมอไป
การเปลยี่ นฐานะจากกจิ กรรมของรฐั ไปเปน็ เอกชนกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาตามมา เชน่ อาจไมเ่ กดิ ประสทิ ธภิ าพ
และไมเ่ กดิ การปรับปรุงการบริการอย่างที่คาดหวงั เอาไว้

๗) ประเดน็ ทางจรยิ ธรรม (Ethical issues) การจดั การภาครฐั แนวใหมพ่ ยายามสรา้ งความ
ซอื่ สตั ย์ โดยสรา้ งระบบใหโ้ ปรง่ ใส (Transparency) เพอ่ื ใหส้ ามารถตรวจสอบพฤตกิ รรมทผี่ ดิ จรยิ ธรรม
และคอรปั ช่ันได้งา่ ยขน้ึ เนน้ การวัดผลงาน การปลกู ฝงั จรยิ ธรรม แตป่ ัญหาเหล่านั้นก็ยังแพร่หลาย
โอกาสการทำ� ผดิ กย็ ังมอี ยูม่ าก โดยเฉพาะการท�ำสญั ญาจา้ งเหมา การขออนญุ าตและการจัดซอ้ื ของ
รัฐบาล แต่ปัญหาน้ีก็มีมาตั้งแต่สมัยท่ีใช้ระบบการบริหารแบบเดิม ในปัจจุบันรฐั บาลจงึ พยายามให้
ขา่ วสารกระจายออกกวา้ งขวางขนึ้ เพอื่ หวงั วา่ จะทำ� ใหผ้ จู้ ดั การมจี รยิ ธรรมสงู ขนึ้

๘) ปญั หาการปฏิบตั ิและขวญั กำ� ลงั ใจ (Implementation and Morale Problems) ใน
การปฏิรูประบบราชการ การปฏริ ูประบบราชการเร่ิมมาจากระดบั สงู แต่การสนใจนำ� ไปปฏบิ ัตจิ รงิ
อาจจะยงั ไมเ่ พยี งพอ แมว้ า่ อาจมบี างประเทศทที่ มุ่ เททรพั ยากรเพอ่ื การปฏริ ปู อยา่ งจรงิ จงั และดำ� เนนิ
ไปไดด้ ว้ ยดี แตส่ ว่ นใหญป่ ระสบปญั หางบประมาณจงึ ตดั งบประมาณฝกึ อบรม โดยเฉพาะงบประมาณ
การฝกึ อบรมเจา้ หน้าทรี่ ะดบั สงู ซึง่ มีความส�ำคัญออกไป นอกจากน้กี ารปฏิรูปยงั ดำ� เนนิ ไปโดยคนท่ี
อยใู่ นระบบไมท่ ราบความคืบหน้า โดยเฉพาะการดำ� เนินการตอนต้น ๆ จะทำ� ใหค้ นขาดขวญั กำ� ลงั
ใจ แมว้ า่ การปฏริ ปู เปน็ สง่ิ สำ� คญั แตป่ ญั หาเหลา่ นก้ี จ็ ำ� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การแกไ้ ขใหด้ ขี น้ึ

๙) ข้อสรุปที่ยงั เปน็ ทก่ี ังขา (Ccritique in sum) ข้อวิพากษข์ อ้ สุดทา้ ยคอื การจัดการภาค
รัฐแนวใหมม่ บี างสว่ นถูกตอ้ ง แต่ก็มอี ีกหลายสว่ นทไี่ ม่นา่ เชอ่ื และยงั ไม่ได้พิสูจน์ และน่าจะมปี ัญหา
ตามมาจากการนำ� เทคนคิ ใหม่ ๆ มาใช้ เชน่ การจดั การแบบมงุ่ เนน้ ผลงาน (Results-Based Management)
การจดั การเชงิ กลยทุ ธ์ (Strategic Management) งบประมาณแบบแผนงาน (Program Budgeting)
การวดั ผลงาน (Performance Measures) ประกอบกับยังมพี ื้นฐานทางทฤษฎที ี่ไม่เพียงพอ เพราะ
วา่ การทดสอบจริง ๆ ตอ้ งท�ำโดยการเปรียบเทยี บตวั แบบใหม่กบั ตวั แบบเดมิ กอ่ น

282

ความรู้เบ้อื งต้นทางรัฐประศาสนศาสตร์

ส�ำหรับตัวแบบเดิมมีทฤษฎีรองรบั ชดั เจน คอื ทฤษฎรี ะบบราชการของ เวเบอร์ กบั แนวคิด
การแยกการเมืองออกจากการบริหารของวิลสัน ส่วนทฤษฎีของการจัดการภาครัฐแนวใหม่อาศัย
ทฤษฎเี ศรษฐศาสตรแ์ ละการจดั การภาคเอกชน ซงึ่ คิดค่อนขา้ งงา่ ย กล่าวคือ ก�ำหนดใหร้ ฐั บาลจดั
ทรพั ยากรทม่ี อี ยอู่ ยา่ งจำ� กดั เปน็ แผนงานและโครงการ และวดั เปา้ หมายโดยดจู ากประสทิ ธภิ าพและ
ประสทิ ธิผล วธิ กี าร คือ ใช้เทคนิคการวางแผนกำ� หนดวา่ หนว่ ยงานจะทำ� อะไร จากนัน้ กจ็ ำ� แนกงบ
ประมาณออกตามโครงการและใชบ้ ญั ชพี งึ รบั พงึ จา่ ยเพอื่ ใหใ้ ชเ้ งนิ ตามเปา้ หมายไดด้ กี วา่ เดมิ สดุ ทา้ ย
กใ็ ชต้ วั ชวี้ ดั ผลงานเพอื่ ดคู วามสำ� เรจ็ ตามเปา้ หมาย เปลยี่ นแปลงระบบการบรหิ ารงานบคุ คลใหย้ ดื หยนุ่
เพอ่ื ใหร้ างวัลแกค่ นท่ีมีความสามารถและเอาคนไมด่ อี อกไป แนวคดิ ขา้ งตน้ จงึ ยังตอ้ งการการพสิ จู น์
อกี มาก
สรุปท้ายบท

การจดั การภาครฐั หรอื การจดั การภาครฐั แนวใหมเ่ ปน็ แนวคดิ ทส่ี ำ� คญั ในการปฏริ ปู การบรหิ าร
ภาครฐั ในปัจจบุ ัน หลกั การใหญ่ ได้แก่ การนำ� แนวคดิ การจดั การใช้ เพ่ือใหห้ นั มามุ่งเน้นทผี่ ลงาน
และเปล่ียนให้ผู้บริหารกลายเป็นผู้จัดการที่มีความรับผิดชอบ แนวทางน้ีเป็นแนวทางท่ีน�ำมาจาก
ภาคเอกชน โดยมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และการจัดการในภาคเอกชน เทคนิคและ
กระบวนการหลัก ๆ ในท่ีน�ำมาใชใ้ นการปฏิรปู ได้แก่ การวางแผนกลยุทธ์ การวดั ผลงาน การปฏริ ปู
การคลัง การจัดองคก์ ารและการบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์อยา่ งยดื หยุ่น การเพ่ิมการแขง่ ขนั การจา้ ง
เหมา การทำ� งานแบบเอชนและเปลี่ยนระบบความสมั พันธ์กบั นักการเมืองและประชาชนใหม่ รวม
ทั้งแยกผซู้ อ้ื กบั ผู้จัดหาออกจากกนั และเพ่ิมระบบตรวจสอบซำ้� ๆ กัน การจดั การภาครัฐแนวใหม่
จดั วา่ เปน็ แนวคดิ ทมี่ ผี ลตอ่ การเปลยี่ นแปลง ระบบการบรหิ ารภาครฐั มากทสี่ ดุ อกี ทงั้ เปน็ ทศิ ทางการ
พัฒนาของรัฐประศาสนศาสตรท์ ่ีชัดเจนท่ีสดุ ในปจั จบุ นั

283

ความร้เู บอ้ื งตน้ ทางรฐั ประศาสนศาสตร์

ค�ำถามทา้ ยบทที่ ๘

๑. ทา่ นคิดว่า “Public Management” มีความสัมพันธก์ บั “Public Administration”
และ “Private Administration” หรือไม่ อย่างไร จงวิเคราะห์

๒. ปัญหาของระบบราชการท่เี ป็นสาเหตุใหต้ อ้ งปฏิรปู ในยคุ ปจั จุบันมีอะไรบา้ ง จงอธิบาย
๓. การเปลยี่ นฐานะของ “ผูบ้ รหิ าร” มาเปน็ “ผู้จดั การ” ของการจดั การภาครัฐแนวใหม่
หมายความวา่ อย่างไร จงอธิบาย
๔. ขอ้ เสนอของฮดู ตามแนวคิดการจดั การภาครัฐแนวใหม่มีอะไรบา้ ง จงอธิบาย
๕. กระบวนการเปลย่ี นแปลงตามแนวคดิ การจดั การภาครฐั ใหมก่ ระทำ� อยา่ งไร มจี ดุ ใดทจ่ี ะ
ต้องเปลีย่ นแปลงบา้ ง จงอธบิ ายและยกตัวอยา่ งประกอบ
๖. การจัดการภาครัฐแนวใหม่ได้เปล่ียนความสัมพันธ์ของข้าราชการกับนักการเมืองไป
อย่างไร การเปลี่ยนน้มี ผี ลดี-ผลเสียอย่างไร จงวิเคราะห์
๗. แนวคดิ เร่อื ง “การแยกผซู้ ้ือกบั ผ้จู ดั หาออกจากกนั ” หมายความว่าอย่างไร จงอธิบาย

284

ความรู้เบอ้ื งต้นทางรฐั ประศาสนศาสตร์

เอกสารอา้ งองิ ประจำ� บท
กุลธน ธนาพงศธร และไตรรัตน์ โภคพลากรณ์. “แนวคิดเก่ียวกับการบริหารรัฐกิจเปรียบเทียบ”
ใน เอกสารการสอนชดุ วชิ า การบรหิ ารรฐั กจิ เปรยี บเทยี บและการบรหิ ารการพฒั นา หนว่ ย
ที่ ๑-๗. พมิ พ์คร้ังท่ี ๔. กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, ๒๕๓๘.
ไพบลู ย์ ชา่ งเรยี น. วฒั นธรรมการบรหิ าร. กรงุ เทพมหานคร : อักษรเจรญิ ทศั น,์ ๒๕๓๒
ตนิ ปรชั ญพฤทธ.ิ์ ศพั ทร์ ฐั ประศาสนศาสตร.์ กรงุ เทพมหานคร : สานกั พมิ พจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
๒๕๓๕
บญุ ทนั ดอกไธสง. การจดั องคก์ าร. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พม์ หาจฬุ าลงกรณร์ าชวทิ ยาลยั . ๒๕๓๗.
ติน ปรัชญพฤทธ.์ิ การบริหารการพฒั นา : ความหมาย เนือ้ หา แนวทางและปญั หา. พิมพค์ ร้ัง
ท่ี ๕. กรุงเทพมหานคร : สานกั พมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , ๒๕๔๔).
__________ . รัฐประศาสนศาสตร์เปรียบเทียบ : เครื่องมือในการพัฒนาประเทศ. พิมพ์คร้ัง
ท่ี ๒. กรุงเทพมหานคร : ส�ำนักพมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๓๕.
วิรัช นิภาวรรณ, การบริหารการพัฒนา : แนวคิด ความหมาย ความส�ำคัญ และตัวแบบการ
ประยกุ ต.์ ออนไลน์ http://www.wiruch.com.
วรเดช จันทรศร. รัฐประศาสนศาสตร์ : ขอบข่ายในทศวรรษใหม.่ พมิ พค์ รงั้ ท่ี ๗. กรงุ เทพมหานคร
: สหายบล็อกการพิมพ,์ ๒๕๔๓.
Charles Goodsell T. “cross-Cultural Comparison of Behavior of Postal Clerks To
wards Clients” Administrative Science Quarterly 21 (March 1981) : 140-150.

ประวัติผเู้ ขยี น

ชือ่ : พระมหาประกาศิต สริ เิ มโธ (ฐติ ิปสิทธิกร)

วันเดอื นปีเกิด : 1 สิงหาคม 2522

ภมู ิลำ� เนา : จงั หวัดบุรรี ัมย์

บรรพชา : 2539 ณ วดั พระพุทธฉาย อำ� เภอเมอื ง จงั หวัดสระบรุ ี

อุปสมบท : 2544 ณ วัดหัวลำ� โพง พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร

ทนุ การศึกษา : 2559 ทนุ การศกึ ษาระดบั ปริญญาเอก “60 ปี พระพรหมบัณฑิต”

: 2559 ทุนการศึกษาระดับปรญิ ญาเอก มูลนิธมิ หาจฬุ าลงกรณ์ราชวทิ ยาลยั

ประวัติการศึกษา

: 2539 นกั ธรรมชัน้ เอก วดั พระพุทธฉาย อ�ำเภอเมอื ง จงั หวัดสระบุรี

: 2547 เปรยี ญธรรม 8 ประโยค วัดหวั ลำ� โพง กรุงเทพมหานคร

: 2556 ปรญิ ญาตรี พทุ ธศาสตรบณั ฑิต(พธ.บ.) สาขาวชิ าการจัดการเชงิ พทุ ธ
(เกียรตินิยมอันดับ 1)

: 2557 ปรญิ ญาโท พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑติ (พธ.ม.) สาขาวชิ าการพฒั นาสงั คม

: 2561 ปรญิ ญาเอก พทุ ธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ (พธ.ด.) สาขาวชิ าการพฒั นาสงั คม

ประสบการณ์ทำ� งาน

: 2547-ปจั จบุ นั ครสู อนพระปรยิ ตั ธิ รรมแผนกธรรม, ครสู อนพระปรยิ ตั ธิ รรม
แผนกบาลี

: 2557-ปจั จบุ นั อาจารยป์ ระจำ� วทิ ยาลยั สงฆพ์ ทุ ธปญั ญาศรที วารวดีวดั ไรข่ งิ นครปฐม

: 2558-2560 รักษาการผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานวิชาการ วิทยาลัยสงฆ์พุทธ
ปญั ญาศรที วารวดี

: 2558-2560 หวั หนา้ กองบรรณาธกิ าร วารสาร มจร พทุ ธปญั ญาปรทิ รรศน์ TCI ฐาน 2

ประสบการณด์ า้ นการฝึกอบรม
: 2559หลกั สตู ร“สรา้ งนกั วจิ ยั รนุ่ ใหม(่ ลกู ไก)่ ”รนุ่ ท่ี2โดยมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
: 2559 หลกั สตู ร“นกั วชิ าการเพอื่ สงั คม” รนุ่ ที่ 2 โดย สถาบนั คลงั สมองของชาติ
: 2560 หลกั สตู ร“การวิจยั ทางสังคมศาสตร์แบบผสม” รุน่ ท่ี 2 โดยสมาคม
นกั วจิ ยั แห่งประเทศไทย
: 2560 หลักสูตร “6 กลยุทธ์เพ่ือการท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย” รุ่นที่ 1
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
: 2561 หลกั สตู ร “การพฒั นาศกั ยภาพการวจิ ยั ทางพระพทุ ธศาสนาเพอื่ ความ
ก้าวหน้าในประชาคมอาเซียน” โดย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วทิ ยาลยั ประสบการณด์ า้ นการวจิ ัย (หัวหน้าโครงการ)
: 2559 เรอ่ื ง “กลไกขับเคล่อื นการพัฒนาหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี งตน้ แบบ
ในจังหวดั นครปฐม”
: 2560 เรอื่ ง “รปู แบบการอนรุ กั ษเ์ อกสารคมั ภรี โ์ บราณเพอื่ สง่ เสรมิ การเรยี น
รดู้ ้านวฒั นธรรมแกเ่ ยาวชนในจงั หวัดนครปฐมและจงั หวดั สุพรรณบุร”ี
: 2561 เรอ่ื ง “การสรา้ งเครอื ขา่ ยจิตส�ำนึกความเป็นพลเมืองดีในการพัฒนา
ชมุ ชนและความเป็นเมืองเชงิ พุทธ ในจงั หวดั นครปฐม”
ผลงานวิชาการ : ประเภทหนังสอื
: พระครสู งั ฆรกั ษจ์ กั รกฤษณ์ ภรู ปิ ญโฺ ญ,ผศ.ดร. และคณะ. (2559), “สง่ิ แวดลอ้ ม
สำ� หรบั โรงเรียนและชุมชน”. กรงุ เทพมหานคร : จรัลสนทิ วงศ์การพิมพ,์
: พระมหาประกาศติ สริ เิ มโธ(ฐติ ปิ สทิ ธกิ ร),ดร.(2561).“ระเบยี บวธิ วี จิ ยั เบอื้ งตน้ ".
พระนครศรีอยธุ ยา : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ผลงานวชิ าการ : ประเภทบทความทางวิชาการ
: เรอ่ื ง “Relations between Human and Environment” ในการประชมุ
วิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 8 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
สวุ รรณภมู ิ 15-17 กมุ ภาพนั ธ์ 2561
: เรอ่ื ง “การพฒั นาชนบทไทยสคู่ วามยง่ั ยนื ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง”
ในการประชมุ วชิ าการระดบั นานาชาตแิ ละระดบั ชาติ ครงั้ ที่ 1 ณ มหาวทิ ยาลยั
มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาลยั สงฆศ์ รสี ะเกษระหวา่ ง2-3เมษายน2561

: เรอื่ ง“เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การสรา้ งพลงั ชมุ ชนทเ่ี ขม็ แขง็ ในยคุ Thailand4.0”
ในการประชมุ วิชาการระดับชาติ ครง้ั ท่ี 1 ณ วิทยาลยั สงฆพ์ ทุ ธปัญญาศรี
ทวารวดี 9-10 พฤศจิกายน 2561
สถานท่ที �ำงาน/สถานทตี่ ดิ ตอ่
: วทิ ยาลยั สงฆพ์ ทุ ธปญั ญาศรที วารวดี มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
วัดไรข่ งิ พระอารามหลวง เลขที่ 51 หม่ทู ี่ 2 ตำ� บลไร่ขิง อำ� เภอสามพราน
จงั หวัดนครปฐม 73210 โทรศัพท์/โทรสาร 034 – 326912
มอื ถือ 084 – 545 5144
E.Mail. [email protected], [email protected].


Click to View FlipBook Version