The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนงานเชื่อมโลหะเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการสอนงานเชื่อมโลหะเบื้องต้น

แผนการสอนงานเชื่อมโลหะเบื้องต้น

47

11. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธก์ บั รายวชิ าอื่น

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

12. หลักการประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรยี น
1. จากการสังเกตพฤตกิ รรมและความสนใจของนกั ศกึ ษา
2. จากการตอบคาถามของนักศึกษา

12.2 ขณะเรยี น
1. จากการถามตอบระหว่างครกู บั นกั ศกึ ษา
2. จากการตอบคาถามของนกั ศกึ ษา
3. จากการสงั เกตการจดบันทึกลงในสมุด

12.3 หลังเรียน
1. จากการสังเกตการตอบคาถาม
2. จากแบบทดสอบหลังเรียนการเรียน

13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น

จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 ร้ชู นดิ และการใชง้ านแนวเชอื่ มแบบตา่ ง ๆ
1. วิธีการประเมิน : แบบประเมินผลการเรียนรู้และแบบประเมนิ พฤตกิ รรม หนว่ ย

ท่ี 2 2. เครอื่ งการประเมิน : แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50%
3. เกณฑก์ ารประเมิน : เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่อง

ปรบั ปรงุ 4. เกณฑ์การผา่ น : เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ
คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
จดุ ประสงค์ข้อที่ 2 รูช้ นิดและการใช้งานของรอยตอ่ แบบตา่ ง ๆ ในงานเชื่อม

1. วิธกี ารประเมิน : แบบประเมินผลการเรียนร้แู ละแบบประเมินพฤติกรรม หน่วย
ที่ 2 2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบประเมินใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%

3. เกณฑ์การประเมิน : เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ ง
ปรับปรุง 4. เกณฑก์ ารผ่าน : เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)

48

จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 3 จาแนกลกั ษณะตาแหนง่ ทา่ เช่อื มของรอยตอ่ ตา่ ง ๆ
1. วิธีการประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรียนร้แู ละแบบประเมินพฤติกรรม หนว่ ย

ที่ 2
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบประเมินใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50%
3. เกณฑ์การประเมิน : เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มีชอ่ ง

ปรับปรงุ
4. เกณฑ์การผ่าน : เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

คือ ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)

14. แบบทดสอบก่อนเรียน

หนว่ ยการสอนท่ี ......... ชือ่ หน่วยการสอน
วัตถุประสงค์ เพ่ือ
ข้อคาถาม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

49

15. แบบทดสอบหลังเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ .....2.... ชื่อหน่วยการสอน.....................ตาแหน่งท่าเช่ือมและชนดิ รอยตอ่ ...........................
วตั ถุประสงค์ เพอ่ื 1. รชู้ นิดและการใชง้ านแนวเชือ่ มแบบตา่ ง ๆ

2 รูช้ นิดและการใชง้ านของรอยตอ่ แบบตา่ ง ๆ ในงานเชอ่ื ม
3. จาแนกลกั ษณะตาแหน่งท่าเช่อื มของรอยตอ่ ต่าง ๆ
ข้อคาถาม
คาช้แี จงจงตอบคาถามตอ่ ไปนใ้ี ห้ถกู ตอ้ ง
1. ท่าเชื่อมมีก่ีทา่ อะไรบา้ ง ?
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ลักษณะของรอยตอ่ มกี อ่ี ยา่ ง อะไรบ้าง ?
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. ทาไมตอ้ งมีการบากร่องรอยต่อของงานเชื่อม ?
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

50

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน1. มี 4 ท่า คือ

1. การเชือ่ มทา่ ราบ (Flat Position Welding)
2. การเชอ่ื มท่าขนานนอน (Horizontal Position Welding)
3. การเช่ือมทา่ ตั้ง (Vertical Position Welding)
4. การเชื่อมท่าเหนอื ศรี ษะ (Overhead Position Welding)
2. มี 5 รอยตอ่ คอื
1. รอยตอ่ ชน (Butt Joint)
2. รอยตอ่ เกย (Lab Joint)
3. รอยต่อขอบ (Edge Joint)
4. รอยต่อมมุ (Corner Joint)
5. รอยตอ่ ตวั ที (T – Joint )

3.เพราะในการเชื่อม แนวเช่อื มจะต้องมคี วามแข็งแรงเทา่ กับหรอื มากกวา่ ชน้ิ งานทน่ี ามาเชื่อมนั่นคือ แนวเช่ือม
จะต้องมีการหลอมละลายตลอดความหนาของงาน ถา้ ช้นิ งานไม่หนามากนักก็สามารถทาการเช่ือมได้ทันที แต่
ถ้าช้ินงานมีความหนาเกินกว่า 3 มิลลิเมตรข้ึนไป จะต้องมีการบากร่องช้ินงาน จะทาการบากร่องแบบใดน้ั น
ข้นึ อยกู่ บั ความหนาของชิ้นงานเป็นหลัก.

51

16. ใบความรทู้ ี่ ........

หนว่ ยการสอนที่ ..2... ชอ่ื หนว่ ยการสอน ตาแหนง่ ทา่ เชอื่ มและชนดิ ของรอยต่อ
ชอ่ื หัวขอ้ เร่อื ง 1. ตาแหน่งท่าเชือ่ ม

2. รอยต่อและชนดิ ของรอยตอ่

2.1 ทา่ เชอื่ ม
ในการเชื่อมไม่วา่ จะเปน็ การเชื่อมแก๊ส หรือเชือ่ มไฟฟูา ท่าเช่อื มที่สามารถทาการเช่ือมได้ง่ายและมี

ประสทิ ธภิ าพมากที่สุด น่นั คอื การเช่ือมท่าราบ แตส่ ภาวะจริงในการปฏิบตั งิ านไม่สามารถเลือกท่าเช่ือมท่ีถนัด
ได้ ซึง่ ข้นึ อยกู่ ับสภาพของงานทท่ี าอยู่ สาหรับทา่ เช่ือมหรอื ตาแหนง่ ของการเช่ือมทั้งเชื่อมแก๊ส และเชื่อมไฟฟูา
พอจะแบง่ ลกั ษณะไดด้ งั น้ี

1. การเชื่อมท่าราบ (Flat Position Welding)เป็นท่าเช่ือมที่ง่าย เพราะสามารถควบคุมบ่อ
หลอมละลายไดง้ ่ายแรงดึงดูดของโลกไมม่ ผี ลต่อนา้ โลหะเหลวมากนัก เน่ืองจากบ่อหลอมละลายอยู่บนรอยต่อ
ของงาน ดังแสดงในรปู 2.1 ก.การเชอ่ื มท่าราบ

รูปที่ 2.1 ก. แสดงการเชือ่ มท่าราบ

52

2. การเชื่อมท่าขนานนอน (Horizontal Position Welding) เป็นท่าเช่ือมที่เหมาะสาหรับ
การฝึกเช่ือมใหม่ ๆต่อจากการเชื่อมท่าราบ แรงดึงดูดของโลกจะทาให้น้าโลหะไหลย้อยลงมาด้านล่างซ่ึงผู้ฝึก
เช่อื มต้องควบคุมเปน็ พเิ ศษ ดงั แสดงในรูปท่ี 2.1 ข.การเช่ือมทา่ ขนานนอน

รูปที่ 2.1 ข. แสดงการเชือ่ มท่าขนานนอน
3. การเช่อื มท่าตัง้ (Vertical Position Welding) การเชื่อมท่าน้ีรอยเชื่อมจะอยู่ในแนวด่ิงซึ่งมี
อยู่ดว้ ยกนั สองวธิ ี คือ การเชอื่ มจากด้านล่างข้ึนไปขา้ งบน เรยี กว่า การเชอื่ มท่าต้ังเช่ือมขึ้น (Vertical Up) และ
การเชื่อมจากข้างบนลงมาข้างล่าง เรียกว่า การเช่ือมท่าต้ังเช่ือมลง (Vertical Down) ดังแสดงในรูปที่2.1 ค.
แสดงการเช่อื มท่าตั้ง

รปู ที่ 2.1 ค. แสดงการเชอื่ มท่าตั้ง
4. การเช่ือมท่าเหนือศีรษะ (Overhead Position Welding)เป็นการเช่ือมท่ีแนวเชื่อมอยู่
ด้านล่างของรอยต่อหัวเช่ือมจะอยู่ใต้ชิ้นงานที่จะเช่ือม เป็นท่าเชื่อมท่ียากท่ีสุดท่ีจะทาให้เกิดการซึมลึกท่ีดีได้
เนื่องจากแรงดึงดูดของโลกมีผลทาให้น้าโลหะย้อยไหลลงมา และผู้เช่ือมก็อาจจะได้รับอันตรายจากการเช่ือม
อนั เนือ่ งจากสะเก็ดไฟและน้าโลหะที่หยดลงมา ฉะน้นั ผเู้ ชอ่ื มจะต้องมกี ารเตรยี มตัวท่ีดี โดยการสวมใส่เส้ือหนัง
ถุงมอื และหน้ากากให้ครบ ดังแสดงในรปู ที่ 2.1 ง.การเชอ่ื มทา่ เหนือศีรษะ

53

รปู ท่ี 2.1 ง. ท่าเหนอื ศรีษะ
2.2 รอยต่อและชนิดของรอยต่อ

รอยต่อ คือ การประสานหรือการทาการต่อชิ้นงานสองช้ิน หรือมากกว่าน้ัน ซึ่งอาจจะกระทาได้
โดยการยึดด้วยสกรูนตั การบัดกรี หรอื การเช่อื มก็ตาม พอสรุปแบบของรอยตอ่ ไดด้ ังน้ี

1. รอยต่อชน (Butt Joint) เป็นการนาขอบงานทั้งสองชิ้นมาวางให้ขอบชนกัน ซึ่งจะมีการเว้น
ชอ่ งว่างหรือไมน่ ้ัน ขึ้นอยู่กบั ความหนาของงาน ดงั แสดงในรปู ที่ 2.2ลกั ษณะของรอยตอ่ ชน

รูปที่ 2.2 แสดงลกั ษณะของรอยต่อชน

รปู ที่ 2.2 แสดงลักษณะของรอยต่อชน
2. รอยตอ่ เกย (Lab Joint) ลกั ษณะการต่อเปน็ การนาชน้ิ งานสองชิ้นมาซ้อนเกยกันซ่ึงมขี อ้ ดคี ือ
ไมต่ อ้ งเสียเวลาในการเตรยี มงานมาก การตอ่ เกยทด่ี ีน้นั ควรให้ชนิ้ งานท้ังสองช้นิ วางซ้อนกันแนบสนทิ ตลอด
ความยาว ดังแสดงในรูปท่ี 2.3 ลักษณะของรอยตอ่ เกย

รปู ที่ 2.3 แสดงลักษณะของรอยต่อเกย

54

3. รอยต่อขอบ (Edge Joint)โดยทั่วไปใช้ออกแบบสาหรับงานบาง ๆ และไม่นิยมเติมลวด การ
ตอ่ งานลกั ษณะนีส้ ามารถกระทาไดง้ า่ ย รวดเรว็ และประหยดั ค่าใช้จ่ายไดม้ าก ดังแสดงในรูปท่ี 2.4 ลักษณะของ
รอยต่อขอบ

รูปที่ 2.4 แสดงลกั ษณะของรอยตอ่ ขอบ
4. รอยต่อมุม (Corner Joint)การต่อมมุ นมี้ ีลกั ษณะการตอ่ คลา้ ย ๆ กันกบั การเชื่อมรอยต่อแบบตัว
ที (T-Joint) แตกต่างกันที่การวางรอยต่อมุมนั้นวางต้ังฉากกันบริเวณขอบของช้ินงานท้ังสองการเชื่อมต่อมุม
สามารถเชื่อมได้ท้ังรอยต่อมุมภายใน และรอยต่อมุมภายนอก (Inside and Outside Corner Joint Weld)
ดงั แสดงในรปู ท่ี 2.5ลกั ษณะของรอยตอ่ มมุ

รูปที่ 2.5 แสดงลักษณะของรอยตอ่ มุม
5. รอยตอ่ ตัวที (T – Joint )การตอ่ จะวางชิ้นงานตัง้ ฉากกันบนความกวา้ งของงานอกี แผน่ หนง่ึ
การต่อลักษณะนี้จะต้องมีการเติมลวดเช่ือม เพ่ือให้งานมีความแข็งแรง นิยมใช้กันมากในการประกอบ
โครงสรา้ งของการสร้างอาคาร ดังแสดงในรูปท่2ี .6ลกั ษณะรอยตอ่ ตัวที

55

รูปท่ี 2.6 แสดงลกั ษณะรอยตอ่ ตวั ที
2.3 การบากรอ่ งรอยตอ่

ในการเช่อื ม แนวเชือ่ มจะต้องมีความแข็งแรงเทา่ กบั หรอื มากกว่าชน้ิ งานทน่ี ามาเชอ่ื มนั่นคือ แนว
เชอื่ มจะต้องมีการหลอมละลายตลอดความหนาของงาน ถา้ ชิ้นงานไมห่ นามากนกั ก็สามารถทาการเชื่อมได้
ทันที แตถ่ ้าช้นิ งามคี วามหนาเกนิ กว่า 3 มิลลเิ มตรข้นึ ไป จะตอ้ งมกี ารบากร่องชิน้ งาน จะทาการบากรอ่ งแบบ
ใดน้ันขนึ้ อย่กู ับความหนาของชิ้นงานเปน็ หลกั โดยทว่ั ไปไดม้ กี ารออกแบบลักษณะการบากรอ่ งรอยต่อไวด้ งั นี้

56

17. ใบงานท่ี .....3...

หน่วยการสอนที่ ...2..... ช่ือหน่วยการสอน ตาแหน่งทา่ เช่ือมและชนิดของรอยต่อ
ชอ่ื หวั ขอ้ เรื่อง 1. ตาแหนง่ ทา่ เชื่อม

2. รอยต่อและชนดิ ของรอยต่อ

จุดประสงค์ เพื่อ
1. ร้ชู นดิ และการใช้งานแนวเชื่อมแบบต่าง ๆ
2 ร้ชู นดิ และการใช้งานของรอยต่อแบบต่าง ๆ ในงานเชอ่ื ม
3. จาแนกลักษณะตาแหนง่ ท่าเชื่อมของรอยตอ่ ต่าง ๆ

ลาดบั กิจกรรม/ลาดบั การปฏบิ ัติ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เกณฑ์การพจิ ารณา

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

57

18. แบบประเมินผล

แผนการวัดผลและประเมนิ ผลท้งั รายวชิ า

- พุทธิพสิ ยั 1) แบบฝกึ หัด 10 %

2) ทดสอบหลังเรยี น 10 %

3) วัดผลสัมฤทธ์ิ 10 %

รวม 30 %

- ทกั ษะพิสยั 1) ใบงาน/งานทม่ี อบหมาย 35 %

2) วดั ผลสมั ฤทธิ์ 15 %

รวม 50 %

- จติ พิสัย 20 %

หมายเหตุ: (คะแนนทดสอบกอ่ นเรยี นไวส้ าหรบั เปรยี บเทยี บกบั คะแนนทดสอบหลงั เรยี น)

19. แบบฝกึ หัด
ตอนท่ี 1 คาชี้แจงจงตอบคาถามตอ่ ไปน้ใี ห้ถูกตอ้ ง

1. ทา่ เชื่อมมีก่ีท่า อะไรบา้ ง ?
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ลักษณะของรอยต่อมกี อ่ี ย่าง อะไรบา้ ง ?
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. ทาไมตอ้ งมีการบากรอ่ งรอยต่อของงานเชอื่ ม ?
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

58

20. บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

20.1 สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดบั การปฏิบตั ิ
5432 1

ด้านการเตรยี มการสอน

1. จัดหน่วยการเรียนรู้ไดส้ อดคล้องกบั วตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมินครอบคลุมทัง้ ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจิตพสิ ยั

3. เตรียมวัสดุ-อปุ กรณ์ สือ่ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรูก้ อ่ นเข้าสอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

4. มวี ธิ ีการนาเข้าสูบ่ ทเรียนที่นา่ สนใจ

5. มีกจิ กรรมทห่ี ลากหลาย เพ่อื ชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กจิ กรรมทสี่ ่งเสริมให้ผเู้ รยี นค้นควา้ เพอ่ื หาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นักเรยี นมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

8. จดั กจิ กรรมทเ่ี น้นกระบวนการคิด ( คดิ วิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เห็นอยา่ งเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนร้ทู ี่เชือ่ มโยงกับชีวิตจริงโดยนาภูมปิ ญ๎ ญา/บูรณาการเข้ามามสี ่วนรว่ ม

11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม

12. มกี ารเสรมิ แรงเมื่อนกั เรยี นปฏิบตั ิ หรือตอบถกู ต้อง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น

14. เอาใจใสด่ ูแลผเู้ รียน อย่างท่วั ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทีก่ าหนด

ดา้ นสอื่ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใชส้ ื่อท่เี หมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผเู้ รียน

17. ใช้ส่ือ แหล่งการเรียนรอู้ ยา่ งหลากหลาย เช่น บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์ และอนิ เทอร์เนต็ เป็นต้น

ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล

18. ผเู้ รียนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมินผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังดา้ นความรู้ ทักษะ และจิตพสิ ัย

20. ครู ผู้เรียน ผปู้ กครอง หรอื ผทู้ ่เี กีย่ วขอ้ งมสี ว่ นรว่ ม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบตั ิดเี ยย่ี ม 4 = ปฏิบตั ิดี 3 = ปฏบิ ตั ิ รวม

พอใช้ ค่าเฉลย่ี
2 = ควรปรบั ปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏบิ ตั ิ

59

20.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแก้ปญั หา

ปัญหาทพี่ บ แนวทางแกป้ ญั หา

ดา้ นการเตรียมการสอน

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ด้านสือ่ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ดา้ นการวัดและประเมินผล
................................................................................... ...................................................................................
.................................................................................. ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ด้านอื่นๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อๆ)
................................................................................... ....................................................................................
................................................................................... ....................................................................................
................................................................................... ....................................................................................
................................................................................... ....................................................................................

ลงชอื่ ........................................................................ ครูผสู้ อน
(....................................................................)

ตาแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนิเทศและตดิ ตาม 60

วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม ช่ือ-สกลุ ผู้นเิ ทศ ตาแหน่ง

61

แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั วชิ า .......2103-1001....... วชิ า ....................งานเช่ือมโลหะเบอื้ งต้น.............................
หนว่ ยที่ ....3..... ช่อื หน่วย ..........กระบวนการเชื่อมไฟฟูาดว้ ยลวดเชื่อมห้มุ ฟลักซ์............
ช่อื เร่อื ง..............1. หลักการเช่อื มไฟฟูาดว้ ยลวดเช่ือมห้มุ ฟลักซ์ จานวน ........6.....ชั่วโมง สัปดาหท์ ่ี 4

2. เคร่ืองเชอ่ื มไฟฟาู ตามลกั ษณะพ้นื ฐาน

1. สาระสาคญั

เม่ือจะเริ่มศึกษาเร่ืองของการเชื่อมออกซิ-อะเซทิลีน คงจะต้องกล่าวย้อนถึงการเช่ือมแก๊สชนิดของ
แก๊สเชื้อเพลิงอ่ืนๆ เช่น ไฮโดรเจน มีเทน เป็นต้น นอกจากน้ันเร่ืองเปลวไฟชนิดต่างๆ และการนาไปใช้งาน
พรอ้ มทั้งเรื่องเคร่อื งมอื อปุ กรณ์ตา่ งๆ และหลักการทางานของมันก็เป็นสิ่งท่ีจะต้องศึกษาและเรียนรู้เพื่อการใช้
งานไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและปลอดภยั

2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรียนรู้

1. กระบวนการเช่อื มแกส๊

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป
1. รูห้ ลักงานของการเชอ่ื มแกส๊

3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

62

4. เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. ชนดิ ของลวดเช่อื ม

4.2 ด้านทักษะหรือการประยกุ ต์ใช้
1. รูค้ วามหมายและการจาแนกชนิดของลวดเชอ่ื มไฟฟูา

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง

1 ความมีมนุษยสมั พันธ์
2 ความมวี ินัย
3 ความรบั ผิดชอบ
4 ความซอ่ื สตั ย์สุจริต
5 ความเช่อื มั่นในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝรุ ู้
8 การละเว้นสงิ่ เสพติดและการพนนั
9 ความรกั สามคั คี
10 ความกตญั ํกู ตเวที

63

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้

ขัน้ ตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู ขัน้ ตอนการเรยี นหรอื กจิ กรรมของผู้เรยี น

ขน้ั เตรียม(จานวน.....15....นาที) ขน้ั เตรียม

ครูผู้สอนแนะนาการเรียนการสอนเก่ียวกับเน้ือหา ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยการสรุป

รายวิชางานเชื่อมโลหะเบื้องต้น จุดประสงค์การ อภปิ ราย แล้วกล่าวนาเข้าสเู่ นอ้ื หาท่ีจะศกึ ษา

เรียนรู้ และร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการวัดผล

ประเมินผลตลอดภาคเรียน เพื่อให้ผู้เรียนใช้เป็น

แนวทางในการพฒั นาการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ขัน้ การสอน(จานวน....300.....นาท)ี
ครผู ู้สอนบอกจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 3
กระบวนการเช่ือมไฟฟาู ด้วยเชือ่ มหุ้มฟลักซ์
ครผู ้สู อนอธิบายเก่ียวกบั เนอื้ หาสาระ ดงั น้ี

ความปลอดภัยทวั่ ไปในงานเช่อื ม

ครเู ปิดโอกาสให้ผูเ้ รยี นคนอื่นๆ แสดงความคิดเห็น
รว่ มกนั ทกุ คน
ทาแบบประเมนิ ผลหลงั เรียนหน่วยท่ี 3
รว่ มกันวิเคราะหค์ าตอบ ครเู ฉลยคาตอบและร่วมกนั สง่ ชนิ้ งาน ประเมินผลงาน
อภปิ รายผล

ขน้ั สรุป (จานวน......15.....นาท)ี
ครูผูส้ อนสรปุ บทเรยี น โดยการอภิปรายซกั ถามข้อ
สงสยั และอธิบายเพิ่มเตมิ ในสว่ นทเ่ี ห็นว่าผู้เรียน
ส่วนมากไม่ผา่ นการประเมนิ เพอื่ แก้ขอ้ สงสยั และ
ความไมเ่ ข้าใจของผเู้ รียน
ผเู้ รยี นรบั ใบงาน ศึกษา ซกั ถาม อภปิ ราย พร้อม
สาธติ แลว้ ปฏิบตั ิตามใบงานในเวลาทก่ี าหนด
วเิ คราะหผ์ ลการปฏิบัติงาน อภิปรายและสรุป

64

6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้

6.1 สอ่ื สง่ิ พมิ พ์
1. หนงั สือเรยี น วชิ างานเชื่อมโลหะเบือ้ งตน้
2. ใบความรู้ ใบงาน
3. กิจกรรรมการเรยี นการสอน

6.2 ส่อื โสตทศั น์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

6.3 สือ่ ของจริง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
หอ้ งสมดุ วทิ ยาลยั ศูนยว์ ทิ ยบุ ริการ หอ้ ง Internet

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

65

8. งานทม่ี อบหมาย

8.1 กอ่ นเรยี น
ตรวจสอบ/จัดทาแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 3 และใบงานที่ 3 ใหเ้ สรจ็ สมบรู ณ์ สง่ ในคร้งั ต่อไป

8.2 ขณะเรียน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

8.3 หลังเรยี น
คาชี้แจง จงทาเครือ่ งหมาย( / )หน้าข้อความท่ถี ูกต้องและเคร่ืองหมาย ( X ) หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง
............ 1. การยกของหนักควรยกโดยใช้กาลังจากหลังเข้าช่วย
............ 2. เมื่อแกส๊ เหลอื นอ้ ยมีความดันต่า ควรนอนถังแก๊สเพื่อให้แก๊สไหลไดส้ ะดวก
............ 3. ห้องเก็บแก็สควรเก็บให้เก็บมิดชิด ไม่ควรให้ผู้ใดได้ทราบว่าห้องนั้นเป็นห้องเก็บแก๊ส
............ 4. ก่อนทาการเชื่อมควรตรวจสอบรอยรั่วของอุปกรณ์เสียก่อน โดยใช้เทียนลนสารวจหารอยร่ัว
............ 5. การปฏิบัติงานในโรงงาน รองเท้าหัวเหล็กจะรู้สึกหนักทาให้ไม่สะดวกในการทางาน

9. ผลงาน/ช้ินงาน ทเ่ี กดิ จากการเรยี นรู้ของผเู้ รียน

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

66

10. เอกสารอ้างองิ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กับรายวชิ าอ่นื

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

12. หลกั การประเมินผลการเรียน

12.1 ก่อนเรียน
1. จากการสังเกตพฤติกรรมและความสนใจของนกั ศกึ ษา
2. จากการตอบคาถามของนักศกึ ษา

12.2 ขณะเรียน
1. จากการถามตอบระหว่างครกู บั นกั ศึกษา
2. จากการตอบคาถามของนักศกึ ษา
3. จากการสงั เกตการจดบันทึกลงในสมุด

12.3 หลงั เรียน
1. จากการสงั เกตการตอบคาถาม
2. จากแบบทดสอบหลงั เรียนการเรียน

67

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียน

จุดประสงค์ขอ้ ที่ 1 หลกั การเชอื่ มไฟฟูาดว้ ยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์
1. วธิ ีการประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรียนรูแ้ ละแบบประเมินพฤติกรรม หนว่ ย

ที่ 3 2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50%
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี ่อง

ปรบั ปรุง 4. เกณฑ์การผา่ น : เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
คอื ปานกลาง (50 % ขนึ้ ไป)

จุดประสงค์ข้อท่ี 2 เคร่ืองเช่ือมไฟฟาู ตามลกั ษณะพ้ืนฐาน
1. วิธกี ารประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้และแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ย

ท่ี 3 2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
3. เกณฑ์การประเมิน : เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี อ่ ง

ปรบั ปรงุ 4. เกณฑก์ ารผา่ น : เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)

14. แบบทดสอบก่อนเรียน

หน่วยการสอนท่ี ....1..... ช่ือหนว่ ยการสอน กระบวนการเชอื่ ไฟฟาู ดว้ ยลวดเชอ่ื มหุม้ ฟลักซ์
วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือ 1. หลกั การเช่อื มไฟฟาู ด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์

2. เครือ่ งเชือ่ มไฟฟูาตามลักษณะพ้นื ฐาน

ข้อคาถาม
คาชแ้ี จง จงทาเครือ่ งหมาย( / )หน้าข้อความท่ีถกู ต้องและเครอ่ื งหมาย ( X ) หนา้ ขอ้ ความทไี่ มถ่ กู ต้อง
............ 1. การยกของหนักควรยกโดยใช้กาลังจากหลังเข้าช่วย
............ 2. เมื่อแก๊สเหลือน้อยมีความดันต่า ควรนอนถังแก๊สเพื่อให้แก๊สไหลได้สะดวก
............ 3. ห้องเก็บแก็สควรเก็บให้เก็บมดิ ชดิ ไม่ควรใหผ้ ู้ใดได้ทราบว่าหอ้ งน้ันเป็นหอ้ งเก็บแกส๊
............ 4. ก่อนทาการเชื่อมควรตรวจสอบรอยรั่วของอุปกรณ์เสียก่อน โดยใช้เทียนลนสารวจหารอยรั่ว
............ 5. การปฏิบัติงานในโรงงาน รองเท้าหัวเหล็กจะรู้สึกหนักทาให้ไม่สะดวกในการทางาน

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

1. ตอบ X
2. ตอบ X
3. ตอบ X
4. ตอบ X
5. ตอบ X

68

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการสอนท่ี ......... ช่ือหน่วยการสอน
..............................................................................................................
วัตถุประสงค์ เพอ่ื ……………………………………………………………………………………………….
ข้อคาถาม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

69

16. ใบความร้ทู ่ี ........

หน่วยการสอนท่ี ...3... ชือ่ หนว่ ยการสอน กระบวนการเชอื่ ไฟฟาู ดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลกั ซ์
ชือ่ หวั ขอ้ เรอื่ ง 1. หลกั การเชือ่ มไฟฟูาดว้ ยลวดเชือ่ มหมุ้ ฟลกั ซ์

2. เครือ่ งเช่อื มไฟฟาู ตามลักษณะพืน้ ฐาน
3. รอบทางานของเครอ่ื งเชือ่ ม
4. อปุ กรณ์ทีใ่ ชก้ ับงานเชือ่ มไฟฟาู
5. ลาดับข้นั ตอนในการเตรียมงานเชอื่ มไฟฟาู
สาระสาคญั
เม่ือจะเร่ิมศึกษาเรื่องของการเช่ือมออกซิ-อะเซทิลีน คงจะต้องกล่าวย้อนถึงการเชื่อมแก๊สชนิดของ
แก๊สเช้ือเพลิงอื่นๆ เช่น ไฮโดรเจน มีเทน เป็นต้น นอกจากน้ันเร่ืองเปลวไฟชนิดต่างๆ และการนาไปใช้งาน
พรอ้ มท้ังเรอ่ื งเคร่อื งมืออปุ กรณ์ตา่ งๆ และหลกั การทางานของมนั ก็เปน็ ส่ิงที่จะต้องศึกษาและเรียนรู้เพ่ือการใช้
งานได้อย่างถกู ต้องและปลอดภัย
หลักการเชือ่ มไฟฟา้ ด้วยลวดเชื่อมหม้ ฟลักซ์
การเชือ่ มไฟฟูามีมานานแล้ว โดยใชใ้ นการซ่อมแซมช้นิ ส่วนโลหะจากการบันทึกพบว่าในปี ค.ศ. 1881
นายออกัส เดอเมริเทนส์ (Auguste De Meritons) ได้ค้นพบการเชื่อมโลหะแบบหลอมละลายเป็นคร้ังแรก
และได้มีการพัฒนาต่อมาโดยในปี ค.ศ. 1892 นายสลาเวียนอส (Slavianoff) ได้นาเอาแกนลวดโลหะ มาใช้
แทนแท่งคารบ์ อน และให้ตัวลวดคารบ์ อนหลอมละลายตัวมันเองเพื่อเป็นรอยเชื่อมเป็นครั้งแรก ต่อมา นายค
เจลลเ์ บอร์ ก (Kjellberg) ได้พบการนาสารพอกหมุ้ มาหมุ้ แกนลวดเช่ือมทาให้การเชื่อมมีประสิทธิภาพ และ
คณุ ภาพของรอยเช่อื มดขี ้นึ การค้นพบวิวัฒนาการน้ีถูกนามาใช้ในการผลิตลวดเช่ือมชนิดมีสารพอกหุ้ม ใช้กัน
อยกู่ ว้างขวางในปจ๎ จบุ ัน นอกจากน้ันยังมีการคิดค้นกระบวนการเช่ือมไฟฟูาท่ีแปลกใหม่อีกมากมาย เช่นการ
เช่ือมแบบแมกมกิ ฟลักซ์คอร์ดการเช่ือมแบบทกึ การเชื่อมแบบใต้ฟลักซ์ และการเชอ่ื มแบบพลาสมา ฯลฯ
การเชือ่ มไฟฟาู มชี ่อื เรยี กเต็มวา่ การเช่อื มไฟฟาู ดว้ ยลวดเช่ือมหมุ้ ฟลกั ซ์ ใช้สญั ลักษณ์ SMAW (Shield
Metal Arc Welding) หมายถึง กระบวนการเช่อื มทไ่ี ด้รับความรอ้ นจากการอารก์ ระหวา่ งลวดเชอ่ื ม กบั
ช้นิ งาน ความรอ้ นที่เกิดจากการอาร์กมีอณุ หภูมิสูงประมาณ 6,000°F (3,316°C) เพ่อื หลอมละลายโลหะ ให้
ติดกันทาให้ชิน้ งานกบั ลวดเช่ือมท่ีบรเิ วณการอาร์กรวมตวั กันเปน็ เน้ือเดียวกันคือรอยเช่อื ม สว่ นสารพอก หมุ้
หรือท่ีเรยี กว่า ฟลักซ์ (Flux) เม่อื ได้รับความร้อนจะกลายเป็นควนั ปกคลมุ รอยเชือ่ มปูองกันแก๊สออกซเิ จน เข้า
ไปรวมตวั กบั นา้ โลหะเหลว และ ฟลักซ์จะทาหนา้ ที่อกี อยา่ งคือดงึ สงิ่ สกปรกหรือสารมลทนิ ขึ้นมาจาก นา้ โลหะ
เม่ือเย็นตัวจะกลาย ฟลักซจ์ ะแขง็ และเปราะเรียกวา่ สแลก (Slag) ดังแสดงในรูปที่ 3.1

รปู ที่ 3.1 แสดงลกั ษณะการเชือ่ มแบบลวดเชื่อมหุ้มฟลกั ซ์ (SMAW)

70

เคร่อื งเชอ่ื มไฟฟา้ ตามลักษณะพน้ื ฐาน
เคร่ืองเชื่อมป๎จจุบันมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการ ที่จะต้องเรียนรู้ในด้าน

เทคนิคพอสมควรเพื่อท่ีจะได้ใช้งานให้ถูกต้องประหยัดไฟฟูา โดยท่ัวไปเครื่องเชื่อมไฟฟูาควรมีลักษณะดังนี้
เครื่องเชื่อมไฟฟูาท่ีใช้ในงานเชื่อมป๎จจุบันมีมากมายหลายขา ทางานท่ีแตกต่างกัน ผู้ใช้งานจาเป็นที่จะต้อง
เรยี นร้ใู นด้านเทคน" เหมาะสมกบั การใช้งาน รวมทง้ั การประหยดั ไฟฟาู โดยทัว่ ไปเครองขอ

1 กระแสไฟเชอ่ื มทใี่ ชจ้ ะสงู แต่แรงเคลือ่ นไฟฟูาตา่
2 ขนาดแรงเคลือ่ นไฟฟูาอยู่ระหว่าง 50 - 80 โวลต์
3 สามารถควบคมุ ขนาดของกระแสเชอ่ื มได้
ปจ๎ จุบันเคร่ืองเช่ือมไฟฟูาได้ถูกออกแบบและพัฒนาไปอย่างมากมายท้ังรูปร่างและความสามารถ ใน
การใช้งาน ถา้ พจิ ารณาตามลกั ษณะพ้ืนฐาน สามารถแบง่ เครื่องเชื่อมออกเปน็ 2 ชนดิ แรงเคล่อื นทขี่ ้ัว
1. เคร่ืองเช่ือมชนิดแรงเคล่ือนไฟฟา้ คงท่ี (Constant Voltage)
เปน็ เครอ่ื งเชื่อมท่ใี หแ้ รงเคลือ่ นไฟฟาู เรยี บคงที่ซ่ึงแรงเคล่ือนไฟฟูาจะไม่เปล่ียนแปลง ตามขนาดของ
กระแสไฟเชอื่ ม ใช้กับเครื่องเชื่อม กึ่งอัตโนมัติและอัตโนมัติ และผลิตเฉพาะกระแส ไฟฟูาตรงเท่านั้น ซึ่งอาจ
เป็นชนดิ ของเครือ่ งเชอ่ื ม แบบหม้อแปลงของกระแสไฟฟูา เคร่ืองเชื่อมเรียง กระแสไฟฟูาหรือชนิดขับเคลื่อน
ด้วยเครื่องยนต์ หรือ มอเตอร์ไฟฟูา ดังแสดงความสัมพันธ์ของแรงเคล่ือน ไฟฟูาและกระแสไฟเชื่อมในรูปท่ี
3.2

รูปที่ 3.2 แสดงลักษณะความสมั พันธ์ของแรงเคลอื่ นไฟฟาู
และกระแสไฟเชื่อมเคร่ืองเช่อื มชนิดแรงเคลอื่ น ไฟฟูาคงที่

กระแส การใชง้ าน

71

2. เครอ่ื งเชื่อมชนิดกระแสไฟฟ้าคงท่ี (Constant Current)
เครอื่ งเชอ่ื มชนิดนใี้ ช้กับเคร่ืองเชอ่ื มธรรมดาทใ่ี ช้ลวดเชื่อมท่ีมีฟลักซ์หุ้ม เครื่องเชื่อมทิก (Tig) น น่ารับ

ลวดเช่ือมคาร์บอนอาร์ก เคร่ืองเช่ือมท่ีใช้กับลวดเชื่อมเซาะร่อง และเคร่ืองเช่ือมที่ใช้กับ4As Stud Welding)
เคร่ืองเชือ่ มชนิดกระแสไฟฟาู คงท่จี ะมแี รงเคลอื่ นไฟฟาู สูงสุด 1.4 (กระแสไฟฟาู เปน็ ศูนย)์ และแรงเคล่ือนไฟฟูา
จะลดลงเมือ่ กระแสไฟเชื่อมเพม่ิ ขึ้น

72

17. ใบงานที่ .....4...

หนว่ ยการสอนท่ี ....3..... ชอ่ื หน่วยการสอน กระบวนการเช่อื ไฟฟูาดว้ ยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลักซ์
ชอื่ หัวข้อเรื่อง 1. หลกั การเช่อื มไฟฟาู ดว้ ยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลกั ซ์

2. เครือ่ งเชือ่ มไฟฟูาตามลกั ษณะพนื้ ฐาน
จุดประสงค์ เพ่อื

1. อธิบายหลักการเชอ่ื มไฟฟาู ได้
2. อธบิ ายเครือ่ งเชื่อมตามลกั ษณะได้
3. อธิบายรอบทางานของเคร่ืองเช่อื มได้

ลาดับกจิ กรรม/ลาดบั การปฏบิ ตั ิ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เกณฑ์การพิจารณา

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

73

18. แบบประเมนิ ผล

แผนการวดั ผลและประเมินผลทงั้ รายวชิ า

- พทุ ธพิ สิ ัย 1) แบบฝึกหดั 10 %

2) ทดสอบหลงั เรยี น 10 %

3) วดั ผลสัมฤทธ์ิ 10 %

รวม 30 %

- ทักษะพสิ ยั 1) ใบงาน/งานที่มอบหมาย 35 %

2) วัดผลสัมฤทธิ์ 15 %

รวม 50 %

- จิตพิสยั 20 %

หมายเหตุ: (คะแนนทดสอบก่อนเรยี นไว้สาหรับเปรยี บเทยี บกับคะแนนทดสอบหลงั เรียน)

19. แบบฝึกหดั
ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหไ้ ดใ้ จความ

1. จงอธิบายความหมายของคาว่าเครอ่ื งเชอ่ื มไฟฟ้า
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. เครื่องมือและอปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นงานเชื่อมไฟฟ้ามีกีช่ นดิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. จงอธิบายการทางานของเครอื่ งเชือ่ ม ชนดิ DCEN
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

74

20. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1

ด้านการเตรยี มการสอน

1. จดั หนว่ ยการเรียนรูไ้ ดส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์การเรียนรู้

2. กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ด้านความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจติ พสิ ัย

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ สอื่ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรยี นรู้กอ่ นเขา้ สอน

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มีวธิ ีการนาเข้าสูบ่ ทเรยี นทีน่ า่ สนใจ

5. มีกิจกรรมทหี่ ลากหลาย เพ่ือชว่ ยให้ผู้เรียนเกดิ การเรยี นรู้ ความเข้าใจ

6. จดั กิจกรรมที่สง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนค้นควา้ เพื่อหาคาตอบด้วยตนเอง

7. นักเรยี นมีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมทีเ่ นน้ กระบวนการคดิ ( คดิ วเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )

9. กระตนุ้ ให้ผู้เรยี นแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ี่เชือ่ มโยงกับชวี ิตจริงโดยนาภูมปิ ญ๎ ญา/บูรณาการเข้ามามสี ว่ นรว่ ม

11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มกี ารเสริมแรงเมื่อนักเรียนปฏบิ ัติ หรอื ตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน

14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรียน อย่างทวั่ ถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทกี่ าหนด

ดา้ นสอ่ื นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

16. ใช้สื่อท่เี หมาะสมกับกิจกรรมและศกั ยภาพของผูเ้ รยี น

17. ใช้ส่อื แหล่งการเรียนรอู้ ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจรงิ เอกสาร

สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น

ด้านการวดั และประเมินผล

18. ผู้เรยี นมีส่วนรว่ มในการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบท้งั ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจติ พิสยั

20. ครู ผู้เรยี น ผู้ปกครอง หรือ ผู้ทีเ่ กีย่ วขอ้ งมีส่วนร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ เี ยย่ี ม 4 = ปฏิบัติดี 3 = ปฏบิ ัตพิ อใช้ รวม
2 = ควรปรบั ปรงุ 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ัติ ค่าเฉลยี่

75

20.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแก้ปญั หา

ปัญหาที่พบ แนวทางแกป้ ัญหา

ดา้ นการเตรยี มการสอน

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ด้านสือ่ นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ด้านการวัดและประเมนิ ผล

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ดา้ นอื่นๆ (โปรดระบุเป็นขอ้ ๆ)

................................................................................... ....................................................................................

................................................................................... ....................................................................................

................................................................................... ....................................................................................

................................................................................... ....................................................................................

ลงชื่อ ........................................................................ ครผู สู้ อน
(....................................................................)

ตาแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนิเทศและตดิ ตาม 76

วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม ช่ือ-สกลุ ผู้นเิ ทศ ตาแหน่ง

77

แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหสั วชิ า .......2103-1001....... วชิ า ....................งานเชือ่ มโลหะเบ้ืองต้น.............................
หน่วยท่ี ....3..... ชอื่ หน่วย ..........กระบวนการเชอ่ื มไฟฟูาดว้ ยลวดเช่อื มหุ้มฟลักซ์............
ช่ือเร่อื ง..............1. รอบทางานของเครือ่ งเช่ือม จานวน ........12.....ช่ัวโมง สัปดาห์ที่ 5

2. อุปกรณ์ที่ใช้กบั งานเชื่อมไฟฟูา
3. ลาดบั ข้ันในการเตรยี มงานเช่ือมไฟฟาู

1. สาระสาคัญ

เมื่อจะเร่ิมศึกษาเรื่องของการเชื่อมออกซิ-อะเซทิลีน คงจะต้องกล่าวย้อนถึงการเช่ือมแก๊สชนิดของ
แก๊สเชื้อเพลิงอื่นๆ เช่น ไฮโดรเจน มีเทน เป็นต้น นอกจากน้ันเรื่องเปลวไฟชนิดต่างๆ และการนาไปใช้งาน
พร้อมทั้งเรือ่ งเคร่อื งมอื อปุ กรณ์ตา่ งๆ และหลกั การทางานของมนั กเ็ ป็นสิ่งท่ีจะต้องศึกษาและเรียนรู้เพ่ือการใช้
งานไดอ้ ย่างถกู ต้องและปลอดภัย

2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรยี นรู้

1. อปุ กรณใ์ นงานเชือ่ มแก๊ส

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป
1. รชู้ นดิ ของแก๊สเชื้อเพลิงต่าง ๆ
2. รู้ชนดิ และหลักการทางานของเคร่ืองมืออุปกรณ์เช่ือมออกซิ–อะเซทลิ นี

3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

78

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. ส่วนผสมของสารพอกห้มุ
2. การจาแนกชนดิ ของลวดเช่อื ม

4.2 ด้านทักษะหรือการประยกุ ตใ์ ช้
1. รหู้ นา้ ที่ของสารพอกหุ้มและสว่ นผสมของแกนลวดเชอื่ มเหล็กกล้า
2. จาแนกชนดิ ลวดเชอ่ื มสารพอกห้มุ ตามมาตรฐานตา่ ง ๆ

4.3 ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี ง

1 ความมีมนุษยสัมพันธ์
2 ความมีวินยั
3 ความรบั ผดิ ชอบ
4 ความซื่อสัตยส์ ุจรติ
5 ความเชือ่ มนั่ ในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝรุ ู้
8 การละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนนั
9 ความรักสามคั คี
10 ความกตัญํูกตเวที

79

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้

ขน้ั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู ขัน้ ตอนการเรยี นหรอื กจิ กรรมของผู้เรยี น

ขัน้ เตรียม(จานวน.....15....นาท)ี ขน้ั เตรียม

ครูผู้สอนแนะนาการเรียนการสอนเกี่ยวกับเนื้อหา ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยการสรุป

รายวิชางานเช่ือมโลหะเบ้ืองต้น จุดประสงค์การ อภปิ ราย แล้วกล่าวนาเข้าสเู่ นอ้ื หาท่ีจะศกึ ษา

เรียนรู้ และร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการวัดผล

ประเมินผลตลอดภาคเรียน เพื่อให้ผู้เรียนใช้เป็น

แนวทางในการพัฒนาการเรียนร้ดู ้วยตนเอง

ขัน้ การสอน(จานวน....300.....นาท)ี
ครูผู้สอนบอกจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ หนว่ ยที่ 3
กระบวนการเชอื่ มไฟฟูาด้วยเช่อื มหุ้มฟลักซ์
ครผู สู้ อนอธิบายเก่ียวกับเน้ือหาสาระ ดงั นี้

ความปลอดภยั ในงานเชอ่ื มแก๊ส
ความปลอดภยั ในงานเชื่อมไฟฟาู
ครเู ปิดโอกาสให้ผู้เรยี นคนอืน่ ๆ แสดงความคิดเห็น
ร่วมกันทุกคน
ทาแบบประเมินผลหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 3
ร่วมกันวิเคราะหค์ าตอบ ครเู ฉลยคาตอบและร่วมกนั สง่ ชนิ้ งาน ประเมินผลงาน
อภิปรายผล

ขั้นสรปุ (จานวน......15.....นาท)ี
ครูผูส้ อนสรปุ บทเรียน โดยการอภปิ รายซกั ถามขอ้
สงสยั และอธิบายเพิ่มเติมในส่วนทเี่ หน็ ว่าผู้เรียน
สว่ นมากไมผ่ า่ นการประเมิน เพอื่ แกข้ อ้ สงสัย และ
ความไมเ่ ข้าใจของผเู้ รยี น
ผ้เู รียนรับใบงาน ศกึ ษา ซักถาม อภปิ ราย พร้อม
สาธติ แล้วปฏบิ ตั ิตามใบงานในเวลาทกี่ าหนด
วเิ คราะหผ์ ลการปฏิบตั งิ าน อภิปรายและสรุป

80

6. สื่อการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

6.1 สื่อสงิ่ พมิ พ์
1. หนังสือเรยี น วิชางานเช่อื มโลหะเบื้องต้น
2. ใบความรู้ ใบงาน
3. กิจกรรรมการเรียนการสอน

6.2 สือ่ โสตทศั น์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

6.3 สอ่ื ของจริง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
ห้องสมดุ วิทยาลยั ศนู ย์วทิ ยุบริการ หอ้ ง Internet

7.2 ภายนอกสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

81

8. งานทม่ี อบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
ตรวจสอบ/จัดทาแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 3 และใบงานท่ี 3 ใหเ้ สร็จสมบรู ณ์ ส่งในครง้ั ตอ่ ไป

8.2 ขณะเรียน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

8.3 หลังเรียน
คาชแ้ี จง จงทาเครอื่ งหมาย( / )หน้าข้อความทถ่ี กู ตอ้ งและเครอ่ื งหมาย ( X ) หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง
............. 1. ขณะทาการเชอื่ มสภาพอากาศโดยรอบจะรสู้ กึ ร้อนและอบอา้ วถ้ามกี ารระบายอากาศไม่ดี

การทีฝ่ นตกลงมาจะทาให้ผ้เู ชอ่ื มรู้สึกเย็นสบาย
............ 2. เคร่อื งเชอื่ มไมจ่ าเปน็ ต้องต่อสายลงดนิ เพราะในการเชื่อมมสี ายไฟเช่อื มและสายดินอยแู่ ลว้
............ 3. ขณะทาการเปลี่ยนลวดเชื่อมใหม่ ควรใส่ถุงมือหรอื วางลวดเช่อื มไว้ แลว้ นาหวั เช่ือมเขา้ ไปจบั
............ 4. ในการเช่อื มภายในถงั หรือในทแี่ คบ ๆ ควรมีการระบายอากาศท่ีดี ดังนนั้ ควรปลอ่ ยออกซิเจน

บริสุทธิ์เข้าไป เพ่อื ชว่ ยให้ชา่ งเช่ือมหายใจไดส้ ะดวก
............ 5. ในการเชอ่ื มภายในทอ่ โลหะท่เี ปน็ ตัวนาไฟฟูา ควรทาตะแกรงไม้หรือยางทีเ่ ปน็ ฉนวนไฟฟูา

มารองนั่ง

9. ผลงาน/ช้ินงาน ท่ีเกิดจากการเรยี นร้ขู องผู้เรยี น

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

82

10. เอกสารอา้ งองิ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวิชาอน่ื

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 กอ่ นเรยี น
1. จากการสังเกตพฤตกิ รรมและความสนใจของนักศกึ ษา
2. จากการตอบคาถามของนกั ศึกษา

12.2 ขณะเรียน
1. จากการถามตอบระหวา่ งครูกบั นกั ศึกษา
2. จากการตอบคาถามของนักศึกษา
3. จากการสังเกตการจดบันทึกลงในสมดุ

12.3 หลงั เรยี น
1. จากการสงั เกตการตอบคาถาม
2. จากแบบทดสอบหลังเรียนการเรียน

83

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 รอบทางานของเครื่องเชอ่ื ม
1. วิธีการประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้และแบบประเมินพฤตกิ รรม หน่วย

ท่ี 3
2. เครื่องการประเมนิ : แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
3. เกณฑก์ ารประเมิน : เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไมม่ ีชอ่ ง

ปรับปรงุ
4. เกณฑ์การผ่าน : เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม

คือ ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 2 อุปกรณ์ทใี่ ชก้ ับงานเชอื่ มไฟฟาู
1. วธิ ีการประเมิน : แบบประเมินผลการเรยี นรแู้ ละแบบประเมินพฤติกรรม หน่วย

ที่ 3
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบประเมินใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
3. เกณฑ์การประเมนิ : เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีชอ่ ง

ปรับปรงุ
4. เกณฑ์การผา่ น : เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่

คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
จดุ ประสงค์ข้อที่ 3 ลาดบั ข้ันตอนในการเตรียมงานเชอื่ มไฟฟาู
1. วธิ กี ารประเมนิ : แบบประเมินผลการเรยี นร้แู ละแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ย

ที่ 3
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบประเมนิ ใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
3. เกณฑก์ ารประเมิน : เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มีช่อง

ปรบั ปรงุ
4. เกณฑก์ ารผ่าน : เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่

คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)

84

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หน่วยการสอนท่ี ....1..... ชื่อหน่วยการสอน กระบวนการเชือ่ ไฟฟูาด้วยลวดเชือ่ มหุ้มฟลกั ซ์
วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ 1. รอบทางานของเครอ่ื งเชอื่ ม

2. อปุ กรณท์ ่ใี ชก้ บั งานเช่ือมไฟฟูา
3. ลาดับข้ันตอนในการเตรยี มงานเช่ือมไฟฟูา
ข้อคาถาม
คาช้ีแจง จงทาเครอ่ื งหมาย( / )หนา้ ขอ้ ความทถ่ี ูกต้องและเครอ่ื งหมาย ( X ) หนา้ ขอ้ ความที่ไมถ่ กู ตอ้ ง
............. 1. ขณะทาการเชอ่ื มสภาพอากาศโดยรอบจะรู้สึกรอ้ นและอบอ้าวถา้ มกี ารระบายอากาศไมด่ ี
การทีฝ่ นตกลงมาจะทาให้ผ้เู ชอื่ มรู้สึกเย็นสบาย
............ 2. เครื่องเช่อื มไม่จาเปน็ ต้องต่อสายลงดนิ เพราะในการเช่ือมมสี ายไฟเชื่อมและสายดนิ อยแู่ ลว้
............ 3. ขณะทาการเปล่ยี นลวดเชือ่ มใหม่ ควรใสถ่ งุ มอื หรอื วางลวดเชือ่ มไว้ แล้วนาหัวเช่อื มเขา้ ไปจบั
............ 4. ในการเชื่อมภายในถังหรอื ในท่ีแคบ ๆ ควรมกี ารระบายอากาศท่ดี ี ดงั นนั้ ควรปลอ่ ยออกซเิ จน
บริสุทธ์เิ ขา้ ไป เพอ่ื ชว่ ยให้ช่างเช่ือมหายใจได้สะดวก
............ 5. ในการเช่ือมภายในท่อโลหะทเี่ ปน็ ตัวนาไฟฟาู ควรทาตะแกรงไมห้ รอื ยางทเี่ ปน็ ฉนวนไฟฟาู
มารองนัง่

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

1. ตอบ X
2. ตอบ X
3. ตอบ /
4. ตอบ X
5. ตอบ /

85

15. แบบทดสอบหลังเรยี น

หนว่ ยการสอนท่ี ......... ชอ่ื หนว่ ยการสอน
..............................................................................................................
วัตถุประสงค์ เพอ่ื ……………………………………………………………………………………………….
ข้อคาถาม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

86

16. ใบความรทู้ ่ี ........

หน่วยการสอนท่ี ...3... ช่อื หนว่ ยการสอน กระบวนการเช่ือไฟฟูาดว้ ยลวดเชือ่ มห้มุ ฟลักซ์
ชอ่ื หวั ขอ้ เร่อื ง 1. รอบทางานของเครอื่ งเชือ่ ม

2. อุปกรณ์ที่ใช้กบั งานเชอ่ื มไฟฟูา
3. ลาดับขัน้ ตอนในการเตรยี มงานเช่อื มไฟฟูา

สาระสาคัญ
เมื่อจะเริ่มศึกษาเร่ืองของการเช่ือมออกซิ-อะเซทิลีน คงจะต้องกล่าวย้อนถึงการเชื่อมแก๊สชนิดของ

แก๊สเช้ือเพลิงอ่ืนๆ เช่น ไฮโดรเจน มีเทน เป็นต้น นอกจากนั้นเรื่องเปลวไฟชนิดต่างๆ และการนาไปใช้งาน
พร้อมทัง้ เรื่องเครือ่ งมอื อุปกรณ์ต่างๆ และหลกั การทางานของมนั กเ็ ป็นส่ิงท่ีจะต้องศึกษาและเรียนรู้เพื่อการใช้
งานได้อยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภยั
หลักการเชอ่ื มไฟฟ้าด้วยลวดเช่ือมหม้ ฟลักซ์

การเช่ือมไฟฟาู มีมานานแล้ว โดยใชใ้ นการซอ่ มแซมชนิ้ สว่ นโลหะจากการบันทึกพบว่าในปี ค.ศ. 1881
นายออกัส เดอเมริเทนส์ (Auguste De Meritons) ได้ค้นพบการเชื่อมโลหะแบบหลอมละลายเป็นครั้งแรก
และได้มีการพัฒนาต่อมาโดยในปี ค.ศ. 1892 นายสลาเวียนอส (Slavianoff) ได้นาเอาแกนลวดโลหะ มาใช้
แทนแท่งคาร์บอน และใหต้ ัวลวดคารบ์ อนหลอมละลายตัวมันเองเพื่อเป็นรอยเชื่อมเป็นคร้ังแรก ต่อมา นายค
เจลล์เบอร์ ก (Kjellberg) ได้พบการนาสารพอกหมุ้ มาหมุ้ แกนลวดเชือ่ มทาใหก้ ารเช่ือมมีประสิทธิภาพ และ
คุณภาพของรอยเชอื่ มดขี ้ึน การค้นพบวิวัฒนาการนี้ถูกนามาใช้ในการผลิตลวดเช่ือมชนิดมีสารพอกหุ้ม ใช้กัน
อย่กู ว้างขวางในปจ๎ จุบัน นอกจากนั้นยังมีการคิดค้นกระบวนการเชื่อมไฟฟูาที่แปลกใหม่อีกมากมาย เช่นการ
เชือ่ มแบบแมกมิก ฟลกั ซ์คอร์ดการเชอ่ื มแบบทึกการเชือ่ มแบบใต้ฟลกั ซ์ และการเช่ือมแบบพลาสมา ฯลฯ

การเช่อื มไฟฟาู มีชอ่ื เรยี กเต็มวา่ การเช่อื มไฟฟูาด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ ใช้สัญลักษณ์ SMAW (Shield
Metal Arc Welding) หมายถึง กระบวนการเช่ือมท่ีได้รับความร้อนจากการอาร์กระหว่างลวดเช่ือม กับ
ชิ้นงาน ความร้อนท่ีเกิดจากการอาร์กมีอุณหภูมิสูงประมาณ 6,000°F (3,316°C) เพื่อหลอมละลายโลหะ ให้
ติดกันทาให้ช้ินงานกับลวดเชื่อมท่ีบริเวณการอาร์กรวมตัวกันเป็นเน้ือเดียวกันคือรอยเชื่อม ส่วนสารพอก หุ้ม
หรอื ทเี่ รยี กว่า ฟลกั ซ์ (Flux) เมื่อไดร้ บั ความรอ้ นจะกลายเป็นควนั ปกคลุมรอยเชื่อมปูองกันแก๊สออกซิเจน เข้า
ไปรวมตัวกบั น้าโลหะเหลว และ ฟลักซจ์ ะทาหนา้ ทีอ่ กี อย่างคือดงึ ส่ิงสกปรกหรือสารมลทินขึ้นมาจาก น้าโลหะ
เม่อื เย็นตัวจะกลาย ฟลกั ซจ์ ะแขง็ และเปราะเรียกว่า สแลก (Slag) ดงั แสดงในรปู ที่ 3.1

รูปที่ 3.1 แสดงลกั ษณะการเช่ือมแบบลวดเชือ่ มหุ้มฟลักซ์ (SMAW)

87

เคร่อื งเชอ่ื มไฟฟา้ ตามลักษณะพนื้ ฐาน
เคร่ืองเชื่อมป๎จจุบันมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการ ที่จะต้องเรียนรู้ในด้าน

เทคนิคพอสมควรเพื่อท่ีจะได้ใช้งานให้ถูกต้องประหยัดไฟฟูา โดยทั่วไปเคร่ืองเช่ือมไฟฟูาควรมีลักษณะดังน้ี
เครื่องเชื่อมไฟฟูาท่ีใช้ในงานเช่ือมป๎จจุบันมีมากมายหลายขา ทางานที่แตกต่างกัน ผู้ใช้งานจาเป็นที่จะต้อง
เรยี นร้ใู นด้านเทคน" เหมาะสมกับการใช้งาน รวมทง้ั การประหยดั ไฟฟาู โดยทว่ั ไปเครองขอ

1 กระแสไฟเชอ่ื มที่ใช้จะสงู แตแ่ รงเคลื่อนไฟฟูาตา่
2 ขนาดแรงเคล่ือนไฟฟาู อยู่ระหวา่ ง 50 - 80 โวลต์
3 สามารถควบคมุ ขนาดของกระแสเชอื่ มได้
ปจ๎ จุบันเคร่ืองเชื่อมไฟฟูาได้ถูกออกแบบและพัฒนาไปอย่างมากมายท้ังรูปร่างและความสามารถ ใน
การใช้งาน ถา้ พจิ ารณาตามลักษณะพน้ื ฐาน สามารถแบง่ เครื่องเชือ่ มออกเปน็ 2 ชนิดแรงเคลอ่ื นที่ข้ัว
1. เคร่ืองเช่ือมชนิดแรงเคล่อื นไฟฟ้าคงที่ (Constant Voltage)
เปน็ เครอ่ื งเชื่อมท่ใี ห้แรงเคลอื่ นไฟฟาู เรยี บคงที่ซึ่งแรงเคล่ือนไฟฟูาจะไม่เปลี่ยนแปลง ตามขนาดของ
กระแสไฟเชอื่ ม ใช้กับเครื่องเชื่อม กึ่งอัตโนมัติและอัตโนมัติ และผลิตเฉพาะกระแส ไฟฟูาตรงเท่านั้น ซึ่งอาจ
เป็นชนดิ ของเครือ่ งเชอ่ื ม แบบหม้อแปลงของกระแสไฟฟูา เครื่องเชื่อมเรียง กระแสไฟฟูาหรือชนิดขับเคลื่อน
ด้วยเครื่องยนต์ หรือ มอเตอร์ไฟฟูา ดังแสดงความสัมพันธ์ของแรงเคลื่อน ไฟฟูาและกระแสไฟเช่ือมในรูปท่ี
3.2

รูปที่ 3.2 แสดงลักษณะความสมั พันธ์ของแรงเคลื่อนไฟฟูา
และกระแสไฟเชอ่ื มเครอื่ งเช่อื มชนดิ แรงเคล่อื น ไฟฟาู คงที่

กระแส การใช้งาน

88

2. เครอ่ื งเชื่อมชนิดกระแสไฟฟ้าคงท่ี (Constant Current)
เครอื่ งเชอ่ื มชนิดนใี้ ชก้ ับเคร่ืองเชอ่ื มธรรมดาทใ่ี ช้ลวดเชื่อมท่ีมีฟลักซ์หุ้ม เครื่องเชื่อมทิก (Tig) น น่ารับ

ลวดเช่ือมคาร์บอนอาร์ก เคร่ืองเช่ือมท่ีใช้กับลวดเชื่อมเซาะร่อง และเคร่ืองเช่ือมที่ใช้กับ4As Stud Welding)
เคร่ืองเชือ่ มชนิดกระแสไฟฟาู คงท่จี ะมแี รงเคลอื่ นไฟฟาู สูงสุด 1.4 (กระแสไฟฟาู เปน็ ศูนย)์ และแรงเคล่ือนไฟฟูา
จะลดลงเมือ่ กระแสไฟเชื่อมเพ่มิ ขึ้น

89

17. ใบงานท่ี .....5...

หนว่ ยการสอนท่ี ....3..... ช่ือหนว่ ยการสอน กระบวนการเชอื่ ไฟฟาู ด้วยลวดเชอ่ื มห้มุ ฟลักซ์
ชือ่ หัวข้อเร่อื ง 1. รอบทางานของเครอื่ งเช่ือม

2. อุปกรณ์ทใี่ ช้กับงานเชือ่ มไฟฟูา
3. ลาดบั ขนั้ ตอนในการเตรียมงานเชอื่ มไฟฟาู
จุดประสงค์ เพ่อื
1. อธบิ ายหลกั การเช่อื มไฟฟาู ได้
2.อธบิ ายเครอ่ื งเชื่อมตามลักษณะได้
3. อธบิ ายรอบทางานของเครอื่ งเช่อื มได้

ลาดบั กิจกรรม/ลาดบั การปฏิบตั ิ

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

เกณฑ์การพิจารณา

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

90

18. แบบประเมนิ ผล

แผนการวดั ผลและประเมินผลทงั้ รายวชิ า

- พทุ ธพิ สิ ัย 1) แบบฝึกหดั 10 %

2) ทดสอบหลงั เรยี น 10 %

3) วดั ผลสัมฤทธ์ิ 10 %

รวม 30 %

- ทักษะพสิ ยั 1) ใบงาน/งานที่มอบหมาย 35 %

2) วัดผลสัมฤทธิ์ 15 %

รวม 50 %

- จิตพิสยั 20 %

หมายเหตุ: (คะแนนทดสอบก่อนเรยี นไว้สาหรับเปรยี บเทยี บกับคะแนนทดสอบหลงั เรียน)

19. แบบฝึกหดั
ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหไ้ ดใ้ จความ

1. จงอธิบายความหมายของคาว่าเครอ่ื งเชอ่ื มไฟฟ้า
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. เครื่องมือและอปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นงานเชื่อมไฟฟ้ามีกีช่ นดิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. จงอธิบายการทางานของเครอื่ งเชือ่ ม ชนดิ DCEN
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

91

20. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1

ด้านการเตรยี มการสอน

1. จดั หนว่ ยการเรียนรูไ้ ดส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์การเรียนรู้

2. กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ครอบคลุมทัง้ ด้านความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจติ พสิ ัย

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ สอื่ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรยี นรู้กอ่ นเขา้ สอน

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

4. มีวธิ ีการนาเข้าสูบ่ ทเรยี นทีน่ า่ สนใจ

5. มีกิจกรรมทหี่ ลากหลาย เพ่ือชว่ ยให้ผู้เรียนเกดิ การเรยี นรู้ ความเข้าใจ

6. จดั กิจกรรมที่สง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนค้นควา้ เพื่อหาคาตอบด้วยตนเอง

7. นักเรยี นมีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

8. จดั กิจกรรมทีเ่ นน้ กระบวนการคดิ ( คดิ วเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )

9. กระตนุ้ ให้ผู้เรยี นแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ี่เชือ่ มโยงกับชวี ิตจริงโดยนาภูมปิ ญ๎ ญา/บูรณาการเข้ามามสี ว่ นรว่ ม

11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มกี ารเสริมแรงเมื่อนักเรียนปฏบิ ัติ หรอื ตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน

14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรียน อย่างทวั่ ถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทกี่ าหนด

ดา้ นสอ่ื นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

16. ใช้สื่อท่เี หมาะสมกับกิจกรรมและศกั ยภาพของผูเ้ รยี น

17. ใช้ส่อื แหล่งการเรียนรอู้ ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจรงิ เอกสาร

สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น

ด้านการวดั และประเมินผล

18. ผู้เรยี นมีส่วนรว่ มในการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบท้งั ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจติ พิสยั

20. ครู ผู้เรยี น ผู้ปกครอง หรือ ผู้ทีเ่ กีย่ วขอ้ งมีส่วนร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ดิ เี ยย่ี ม 4 = ปฏิบัติดี 3 = ปฏบิ ัตพิ อใช้ รวม
2 = ควรปรบั ปรงุ 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ัติ ค่าเฉลยี่

92

20.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาทพ่ี บ แนวทางแก้ปัญหา

ด้านการเตรยี มการสอน

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ด้านสื่อ นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ดา้ นอ่นื ๆ (โปรดระบเุ ป็นข้อๆ)

................................................................................... ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

.................................................................................. ...................................................................................

................................................................................... ...................................................................................

ลงช่อื ........................................................................ ครผู ูส้ อน
(....................................................................)

ตาแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนิเทศและตดิ ตาม 93

วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม ช่ือ-สกลุ ผู้นเิ ทศ ตาแหน่ง

94

แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั วิชา .......2103-1001....... วิชา ....................งานเชือ่ มโลหะเบอื้ งต้น.............................
หน่วยท่ี ....4..... ชื่อหน่วย .....................องค์ประกอบการเชื่อมไฟฟูาด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์..........................
ช่ือเร่อื ง..........1. การเลอื กลวดเชือ่ มให้เหมาะสมกับงาน.......... จานวน ........6.....ชัว่ โมง สัปดาหท์ ่ี 6

2. เทคนคิ วิธกี ารเชอื่ มไฟฟูาด้วยลวดเช่ือมหุ้มฟลักซ์

1. สาระสาคญั

กระบวนการเชื่อมอาร์กด้วยลวดเช่ือมสารพอกหุ้มน้ีได้พัฒนามาจากการเชื่อมอาร์กด้วยลวดเช่ือม
เปลือย ซ่ึงแต่แรกเร่ิมนั้นจะใช้ไฟฟูากระแสตรง (DC) ทาการเชื่อมต่อมา เมื่อได้พัฒนาสารพอกหุ้มข้ึนมาหุ้ม
ลวดเชื่อมได้แล้วจึงได้นากระแสไฟฟูาสลับ (AC) มาใช้ ซึ่งการใช้กระแสไฟฟูาท้ังสองประเภทน้ีจะให้ผลการ
เชือ่ มแตกต่างกนั ซ่ึงจะไดศ้ กึ ษาถึงรายละเอียดของวงจรและผลของการใช้วงจรนัน้ ตลอดจนเคร่ืองมืออุปกรณ์
ในการเช่ือมไฟฟูา

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1 การเลือกใช้ลวดเชอ่ื มให้เหมาะสมกับงาน
2. เทคนิควธิ กี ารเชอ่ื มไฟฟูาดว้ ยลวดเชอ่ื มหมุ้ ฟลักซ์

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

3.1 จดุ ประสงคท์ ว่ั ไป
1 อธิบายวิธกี ารเลอื กลวดเชอ่ื มให้เหมาะสมกบั งานได้
2 อธบิ ายวธิ กี ารการใชง้ านระยะอารก์ ทถ่ี ูกต้องได้
3 อธิบายวธิ กี ารใชค้ วามเร็วในการเดินลวดเช่ือมท่ีถกู ต้องได้
3.2 จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

95

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
1 การเลอื กใช้ลวดเชอ่ื มใหเ้ หมาะสมกบั งาน
2. เทคนิควธิ กี ารเช่อื มไฟฟูาดว้ ยลวดเชือ่ มห้มุ ฟลกั ซ์

4.2 ด้านทกั ษะหรอื การประยุกต์ใช้
1 อธิบายวธิ กี ารเลือกลวดเชอื่ มใหเ้ หมาะสมกับงานได้
2 อธิบายวิธกี ารการใช้งานระยะอาร์กที่ถกู ต้องได้
3 อธบิ ายวธิ กี ารใช้ความเร็วในการเดินลวดเช่ือมทถี่ ูกต้องได้

4.3 ดา้ นคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง

1 ความมีมนษุ ยสัมพนั ธ์
2 ความมวี นิ ัย
3 ความรบั ผิดชอบ
4 ความซ่อื สัตยส์ ุจริต
5 ความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
6 การประหยดั
7 ความสนใจใฝุรู้
8 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนัน
9 ความรกั สามคั คี
10 ความกตญั ํูกตเวที

96

5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ข้ันตอนการเรียนหรือกิจกรรมของผเู้ รยี น

ขัน้ เตรียม(จานวน.....15....นาที) ขัน้ เตรียม

ครูผู้สอนแนะนาการเรียนการสอนเกี่ยวกับเนื้อหา ผเู้ รียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ โดยการสรุป

รายวิชางานเช่ือมโลหะเบื้องต้น จุดประสงค์การ อภปิ ราย แลว้ กล่าวนาเข้าสเู่ นอื้ หาท่ีจะศกึ ษา

เรียนรู้ และร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการวัดผล

ประเมินผลตลอดภาคเรียน เพ่ือให้ผู้เรียนใช้เป็น

แนวทางในการพฒั นาการเรยี นร้ดู ้วยตนเอง

ขนั้ การสอน(จานวน....300.....นาท)ี
ครผู สู้ อนบอกจุดประสงค์การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 4
องค์ประกอบการเชอ่ื มไฟฟาู ด้วยลวดเชอื่ มหุ้มฟลักซ์
ครูผู้สอนอธบิ ายเก่ยี วกบั เนื้อหาสาระ ดังนี้

การเลือกลวดเชอ่ื มให้เหมาะสมกับงาน
เทคนคิ วิธีการเช่ือมไฟฟูาด้วยลวดเชอ่ื ม
หุ้มฟลกั ซ์
ครเู ปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นคนอ่ืนๆ แสดงความคิดเหน็
ร่วมกนั ทุกคน
ทาแบบประเมนิ ผลหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 4
รว่ มกนั วเิ คราะหค์ าตอบ ครเู ฉลยคาตอบและรว่ มกัน ส่งช้นิ งาน ประเมนิ ผลงาน
อภปิ รายผล

ข้นั สรปุ (จานวน......15.....นาที)
ครูผู้สอนสรุปบทเรียน โดยการอภิปรายซกั ถามขอ้
สงสัยและอธบิ ายเพิ่มเตมิ ในส่วนทีเ่ หน็ ว่าผู้เรยี น
สว่ นมากไมผ่ ่านการประเมนิ เพอ่ื แก้ขอ้ สงสยั และ
ความไม่เข้าใจของผ้เู รียน
ผเู้ รียนรับใบงาน ศกึ ษา ซักถาม อภปิ ราย พร้อม
สาธิต แลว้ ปฏิบตั ิตามใบงานในเวลาท่ีกาหนด
วิเคราะหผ์ ลการปฏิบัติงาน อภปิ รายและสรุป


Click to View FlipBook Version