297
การถอดทพิ ตัดออกจากทอร์ช
เนือ่ งจากทิพตดั ตอ้ งทางานอยู่กับความรอ้ นอยู่เสมอ บางครง้ั จึงทาใหเ้ กลยี วขยายตัวและอดั แน่น
ดังนัน้ การถอดทพิ ตัดออกจากทอร์ชเพื่อเปลี่ยนทิพตดั อันใหม่น้นั ก่อนอนื่ ต้องท้งิ ไวใ้ ห้เย็นไดห้ รือไม่ ถา้ ยงั แข็ง
อยูใ่ ห้ใช้ค้อนไมห้ รอื ค้อนพลาสตกิ เคาะทดี่ า้ นบนของทอร์ชด้วยแรงเคาะพอประมาณเพือ่ กระต้นุ ให้เกลียวขยับ
ตัว หลงั จากนน้ั จงึ ใชป้ ระแจคลายทพิ ตัดอีกครง้ั หน่ึง จะเหน็ วา่ ทพิ ตัดคลายออกไดโ้ ดยง่าย ดังแสดงในรูปท่ี
3.77
รปู ท่ี 3.77 แสดงการใช้คอ้ นพลาสติกเคาะที่ดา้ นบนของทอรช์ เพ่อื กระตนุ้ เกลยี วให้คลายออกได้โดยง่าย
เครือ่ งตดั แกส็
เครอ่ื งตัดแก๊ส มีหลกั การทางานเหมอื นกบั การตดั ดว้ ยมือทกุ อย่าง เพยี งแตว่ ่าแทนท่จี ะใชก้ ารเคลอื่ น
ด้วยมือและแขน แต่เครอ่ื งตัดแก๊สจะเคล่ือนหวั ตัดดว้ ยมอเตอร์ โดยจะเคลือ่ นไปตามรางที่ทาไว้ สามารถตดั ได้
ทั้งตัดตรงและตดั โคง้ ดงั แสดงในรูปที่ 3.78 และรปู ที่ 3.79
รปู ที่ 3.78 แสดงลักษณะของเครื่องตัดแกส๊ ชนดิ เคลอ่ื นท่ีได้ (Portable Flame-Cutting Machine)
สามารถใชต้ ัดวงกลมไดด้ ี
298
รูปท่ี 3.79 แสดงลกั ษณะของเครือ่ งตัดแกส๊ ชนิดเคล่อื นทไ่ี ด้ ซึง่ ใช้ในการตดั ตรงโดยเคลอ่ื นไปบนรางตัด
รูปท่ี 3.80 แสดงการเร่มิ ต้นปรับเปลวไฟท่ีเกิดจากแก๊สอะเซทิลนี โดยปรบั ใหข้ าดจากปลายทพิ ก่อน
จากน้ันจึงลดวาล์วใหเ้ ปลวไฟหดตวั กับปลายทิพสิ้นสดุ ขน้ั ตอนน้จี ึงเปดิ วาล์วออกซเิ จนออกมา
ปฏิกริ ิยาของการตดั ดว้ ยแกส๊
หลังจากทอ่ี ุ่นช้นิ งาน (Preheat) จนกระทั่งผิวงานรอ้ นแดงมสี ีสกุ สวา่ งและผวิ งานดา้ นที่ถูกเผาด้วย
เปลวไฟเร่ิมหลอมละลายจึงกดแขนตดั เพ่อื ปล่อยให้ออกซเิ จนแรงดันสูงออกมาทาปฏกิ ิริยากับบ่อหลอมละลาย
เกดิ ปฏกิ ิริยาออกซเิ ดชนั (Oxidation) อยา่ งรวดเร็ว ในขณะเดยี วกนั ออกซิเจนแรงดนั สงู กจ็ ะดันให้บ่อหลอม
ละลายทะลุขาดออกจากกันเกดิ เป็นร่องตดั (Kerf) ดังแสดงในรปู ท่ี 3.81
รปู ที่ 3.81แสดงลกั ษณะการตัดและการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
299
หมายเหตุ :
ปรมิ าณออกซิเจนมากกว่าแก๊สอะเซทลิ นี หรือเปลวออกซิไดซงิ ไมแ่ นะนาใหน้ าไปใชใ้ นการอ่นุ ชนิ้ งาน
เนอ่ื งจากจะทาให้เกดิ ฟองอากาศเมื่อโลหะหลอมละลายและการที่ใชเ้ ปลวนวิ ทรัลอนุ่ ชน้ิ งานนั้น เมอื่ พ่น
ออกซเิ จนความดังสงู ออกมาเปลวไฟที่ไดจ้ ะเป็นเปลวออกซิไดซงิ ออ่ นๆ
มมุ เดนิ และระยะหา่ งระหว่างกรวยไฟกับช้นิ งาน
ในการตดั ผปู้ ฏิบัติงานตอ้ งเคล่ือนหวั ตดั ไปในทิศทางการตัดดว้ ยความเรว็ สม่าเสมอ และควรถอื หวั ตดั
เอนเลก็ น้อยประมาณ 5-10 องศา หรอื มีมุมเดิน 90-95 องศา นัน่ เอง การเอนหัวตดั นจี้ ะชว่ ยให้สามารถตัด
โลหะแผ่นบางได้ดี ดงั แสดงในรูปที่ 3.82
รูปท่ี 3.82 แสดงการถือหวั ตดั ให้มีมุมเดนิ 90-95 องศา
ขณะทาการตัดโดยเคลือ่ นหัวตัดไปข้างหนา้ นน้ั ตอ้ งควบคุมให้กรวยไฟ (Inner Cone) อยหู่ ่างจาก
ผิวหนา้ ชน้ิ งาน 3-10 มิลลิเมตร ดังแสดงในรูปที่ 3.83
รูปที่ 3.83 แสดงระยะหา่ งระหวา่ งกรวยไฟกับชนิ้ งานท่ีเหมาะสมในการตัด
ลาดับขน้ั การตัด
การตดั ตอ้ งเร่มิ ตน้ ตัดที่ขอบของแผ่นเหล็ก 300
เลก็ นอ้ ย ดังแสดงในรปู ที่ 3.84
โดยถอื ทอร์ชให้ทพิ ตดิ ตั้งฉากหรอื เอนเข้าหาช้ินงาน
รปู ที่ 3.84 แสดงการเรมิ่ ตัดท่ขี อบของชนิ้ งาน
โดยเอนทพิ ตัดเข้าหาช้นิ งานเล็กนอ้ ย
การเริ่มต้นตดั ท่ขี อบของชนิ้ งานนจ้ี ะทาให้ชิน้ งานรับความรอ้ นไดเ้ ร็วและจะร้อนแดงในไมช่ ้า เม่ือขอบ
ของงานร้อนแดงจนกระทง่ั เรม่ิ หลอมละลายในชว่ งนค้ี วรให้กรวยไฟห่างจากบ่อหลอมละลาย 6-8 มลิ ลิเมตร จึง
กดแขนตัดเพือ่ ปล่อยใหอ้ อกซิเจนแรงดันสูงพุ่งออกมา ในชว่ งน้อี อกซิเจนจะพงุ่ ออกไปกระแทกบ่อหลอม
ละลาย น้าโลหะเหลวจะกระเด็นออกมาจานวนมากในชว่ งน้ี ควรถอื หวั ตัดใหก้ รวยไฟห่างจากบอ่ หลอมละลาย
13-16 มลิ ลิเมตร ถอื หวั ตัดใหอ้ ย่ใู นระยะนใ้ี นชว่ งระยะเวลาหน่ึง หลังจากช้นิ งานถูกเจาะไชจนทะลุแล้วจงึ ลด
ระยะหา่ งระหว่างกรวยไฟกบั บอ่ หลอมละลายลงมาเหลือ 6-8 มลิ ลิเมตร เช่นเดิม ดงั แสดงใน
รูปท่ี 3.85
รปู ท่ี 3.85 แสดงการเรม่ิ ต้นตัดการเจาะทะลุ และระยะหา่ งระหว่างกรวยไฟกับบ่อหลอมละลาย
301
ถา้ โลหะที่นามาตดั มคี วามหนามาก จาเปน็ ทีต่ ้องมีการส่ายหรอื เคลอื่ นทที่ พิ เปน็ วงกลมขนาดเล็ก เพื่อ
ให้การเจาะทะลุกระทาไดง้ า่ ย ดงั แสดงในรปู ที่ 3.86
รปู ท่ี 3.86แสดงเทคนิคการตดั โดยใหร้ อยตัดอยใู่ นแนวดง่ิ
การตัดตรงโดยให้รอยตดั อยู่ในแนวดิง่ เพอ่ื ให้ไดร้ อยตัดทีม่ ีขนาดเลก็ แคบ และเปน็ การประหยดั เน้อื
โลหะทีส่ ญู เสียไป ถา้ มกี ารเตรยี มการทีด่ ี ใช้เทคนิคการตดั ที่ถกู ต้องแล้ว จะทาใหก้ ารตัดดาเนินไปดว้ ยความ
สะดวกโดยไมห่ ยดุ ชะงักระหวา่ งทาง การหยดุ ชะงกั ระหวา่ งทางจะทาใหข้ อบของการตัดมีตาหนิ จาเป็นต้อง
เพมิ่ ระยะเวลาและคา่ ใช้จา่ ยในการตกแต่งรอยตัดมากขนึ้ ในภายหลัง
จากเหตุผลข้างตน้ ผปู้ ฏิบัตงิ านตัดตอ้ งถอื ด้ามทอร์ชตัดโดยใหร้ ูอุ่นชนิ้ งานจานวน 2 รู และ รพู ่น
ออกซเิ จนอยใู่ นแนวเดยี วกนั กับแนวตัดทขี่ ดี ไว้ โดยทีร่ อู นุ่ ช้นิ งานอกี 2 รู เดนิ คู่ขนานไปกับแนวตดั ดังแสดงใน
รปู ท3ี่ .87
รูปท่ี 3.87 แสดงการควบคมุ ทิพตัดตรงโดยท่ีรอ่ งตดั อยใู่ นลักษณะดิ่ง
302
เทคนคิ การตดั ตรงโดยให้รอยตัดบากเฉยี ง
ในการตดั บากเฉียงก็เช่นเดยี วกัน ผู้ปฏบิ ัติงานตอ้ งควบคมุ ทอร์ชโดยใหร้ พุ ่นออกซิเจนแรงดันสูงเพ่อื น
ตดั ให้อยู่ตรงแนวตัดท่ีขีดไว้ และรูอุ่นช้ินงานทงั้ 4 รู อยู่ในตาแหนง่ ขนานไปกบั แนวตัดข้างละ 2 รดู ังแสดงใน
รูปท่ี 3.88
รูปท่ี 3.88 แสดงการควบคุมทพิ ตัดในการตัดบากเฉยี ง
ความเร็วในการเคลอ่ื นหวั ตดั
ความเร็วในการเคลอ่ื นหัวตดั ต้องเหมาะสมและสม่าเสมอ ถ้าเคล่ือนหัวตัดเร็วเกินไปจะทาให้ช้นิ งาน
ได้รับความร้อนน้อย การเกิดออกชิเดชันไมเ่ พียงพอต่อการตดั ทาใหน้ า้ โลหะในบ่อหลอมละลายสะทอ้ นข้นึ มา
ชิ้นงานไม่ถูกตัดขาด เกดิ ตาหนทิ ี่ขอบของรอยตดั ทาให้เสียวค่าใช้จ่ายเพม่ิ ในการตกแต่ง หรอื ต้องตัดใหม่ ดั้ง
น้นั ความเร็วในการเคลือ่ นหัวตวั มีความสาคัญอย่างย่ิง ในขบวนการตัด ความเรว็ ในการตัดขึ้นอย่กู ับความ
หนาของชิ้นงานถา้ ช้ินงานหนาต้องการปรมิ าณความรอ้ นในการออกชิเดชันนาน จาเป็นต้องเดินหัวตดั อย่าง
ช้าๆ ดงั แสดงในรปู ที่ 3.89
รูปท่ี 3.89 แสดงความเร็วตดั เป็นอตั ราสว่ นแปรผนั ตามความหนาของช้นิ งาน
จากรูปท่ี 3.89 สัญญาลักษณ์ (ก) แสดงอตั ราสว่ นความเรว็ ตัดของเคร่ืองตัดซึ่งเคลอื่ นท่ีด้วยความเร็ว
สมา่ เสมอ สัญญาลกั ษณ์ (ข) แสดงอัตราสว่ นความรอ้ นตดั ของการตดั ด้วยมอื ซ่งึ จะเดินชา้ กว่าการตัดด้วยเครื่อง
ตดั เนอ่ื งจากการตดั ดว้ ยมอื การเคล่อื นหัวตัดจะไม่สมา่ เสมอ
จากสญั ญาลักษณ์ท้งั สองจะเห็นวา่ ความเรว็ ที่ใชใ้ นการตดั จะแปรผันไปตามความหนาของชิ้นงาน
ถา้ ชิน้ งานบางกส็ ามารถเคลอ่ื นหัวตดั เรว็ ได้ แตถ่ า้ ชิน้ งานหนากต็ ้องเคลื่อนหวั ตัดไหช้ ้าลงเพ่อื ให้ได้การตัดท่ี
สมบรณู ์
303
17. ใบงานท่ี .....17...
หนว่ ยการสอนที่ ...8... ชื่อหน่วยการสอน การตดั โลหะดว้ ยแก๊ส
ชอ่ื หัวข้อเรื่อง 1. อุปกรณก์ ารตัดแก๊ส
2. เครอื่ งตดั แก็ส
จุดประสงค์ เพ่อื
1. ปฏบิ ตั ติ ามกฎของโรงงานไดอ้ ยา่ งเครง่ ครดั
2. บอกวิธีปอู งกันอบุ ัตเิ หตใุ นงานเช่ือมแกส๊ และเช่ือมไฟฟาู ได้
3. บอกวธิ ีการปอู งกนั อบุ ตั ิเหตุในงานโลหะแผ่นได้
4. ศกึ ษาและเข้าใจความสาคญั ของความปลอดภัยในการปฏบิ ัติงานได้
5. นาหลักคิดของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งใชร้ ว่ มกบั การปฏบิ ัตงิ าน
ลาดบั กจิ กรรม/ลาดบั การปฏิบตั ิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
เกณฑก์ ารพิจารณา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
304
18. แบบประเมินผล
แผนการวัดผลและประเมินผลท้ังรายวิชา
- พุทธิพสิ ัย 1) แบบฝกึ หดั 10 %
2) ทดสอบหลังเรียน 10 %
3) วัดผลสัมฤทธิ์ 10 %
รวม 30 %
- ทกั ษะพิสัย 1) ใบงาน/งานท่ีมอบหมาย 35 %
2) วัดผลสมั ฤทธิ์ 15 %
รวม 50 %
- จิตพสิ ัย 20 %
หมายเหตุ: (คะแนนทดสอบก่อนเรียนไว้สาหรบั เปรยี บเทียบกับคะแนนทดสอบหลงั เรียน)
19. แบบฝกึ หดั
ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนใี้ หไ้ ดใ้ จความ
รงั ส2ี .จงบอกเคร่ืองมือและอุปกรณ์ในการเช่ือมแก๊ส ?
1. อธบิ ายวธิ กี ารป้องกันอันตรายจากการเช่อื มถงั่ น้ามนั ขนาดเลก็
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
305
20. บันทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรแู้ บบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
20.1 สรุปผลการจัดการเรยี นรู้
รายการ ระดับการปฏิบัติ
5432 1
ด้านการเตรียมการสอน
1. จดั หน่วยการเรยี นรไู้ ด้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมินครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ ด้านทักษะ และดา้ นจติ พิสัย
3. เตรียมวัสดุ-อปุ กรณ์ สือ่ นวตั กรรม กจิ กรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ก่อนเข้าสอน
ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ กี ารนาเข้าส่บู ทเรยี นทนี่ า่ สนใจ
5. มกี ิจกรรมที่หลากหลาย เพอื่ ชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกิจกรรมทส่ี ง่ เสริมให้ผู้เรียนคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง
7. นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
8. จดั กจิ กรรมที่เน้นกระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตุน้ ให้ผ้เู รียนแสดงความคิดเห็นอยา่ งเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรทู้ ่ีเชอ่ื มโยงกับชวี ิตจริงโดยนาภูมิป๎ญญา/บูรณาการเข้ามามสี ว่ นรว่ ม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม
12. มีการเสรมิ แรงเมื่อนกั เรยี นปฏบิ ัติ หรือตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศกั ยภาพของผู้เรียน
14. เอาใจใสด่ ูแลผู้เรียน อยา่ งทั่วถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทก่ี าหนด
ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใชส้ ่อื ท่เี หมาะสมกับกิจกรรมและศกั ยภาพของผเู้ รียน
17. ใช้ส่ือ แหล่งการเรียนรู้อยา่ งหลากหลาย เช่น บุคคล สถานที่ ของจริง เอกสาร
ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นต้น
ดา้ นการวดั และประเมินผล
18. ผเู้ รียนมีสว่ นร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมินผล
19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบท้ังดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจติ พิสยั
20. ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง หรือ ผู้ที่เก่ียวขอ้ งมีสว่ นรว่ ม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ัตดิ ีเยีย่ ม 4 = ปฏิบตั ิดี 3 = ปฏิบัตพิ อใช้ รวม
2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มีการปฏบิ ตั ิ ค่าเฉลยี่
306
20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแกป้ ญั หา
ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา
ด้านการเตรยี มการสอน
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ด้านการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
................................................................................... ...................................................................................
.................................................................................. ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ดา้ นสือ่ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ดา้ นการวัดและประเมินผล
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ด้านอน่ื ๆ (โปรดระบเุ ป็นข้อๆ)
................................................................................... ....................................................................................
................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................. ....................................................................................
................................................................................... ....................................................................................
ลงชอื่ ........................................................................ ครูผู้สอน
(....................................................................)
ตาแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................
21. บนั ทึกการนิเทศและติดตาม 307
วนั -เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชอ่ื -สกลุ ผูน้ เิ ทศ ตาแหนง่
308
แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั วิชา .......2103-1001....... วชิ า ....................งานเชื่อมโลหะเบื้องต้น.............................
หนว่ ยการสอนที่ ...8... ชอื่ หนว่ ยการสอน การตัดโลหะดว้ ยแกส๊
ชือ่ หวั ข้อเรอ่ื ง..........1.การใช้อุปกรณ์ช่วยตัด............ จานวน…..12...ชัว่ โมง สัปดาหท์ ี่ 18
1. สาระสาคญั
ในงานอุตสาหกรรมสิ่งท่ีคานึงถึงอันดับแรกคือความปลอดภัย หรือที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ
“Safety First” เพอื่ ใหเ้ กิดความปลอดภยั ในขณะทีท่ างานและจดั สภาพการทางานที่ดี ซึ่งผู้ปฏิบัติงาน จะต้อง
ระลกึ ถึงเสมอในเรอ่ื งความปลอดภัยในงานเช่ือมแก๊สและไฟฟูา อันตรายที่เกิดข้ึนในขณะปฏิบัติงาน มีมาจาก
สาเหตทุ ต่ี ่างๆ กัน เช่น คน เครื่องมือ เครื่องจักร สภาพแวดลอ้ มจากการทางาน ซึ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุ ขึ้นมาจะมี
ป๎ญหาตามมาอีกมากมาย เช่น งานผลิตจะหยุดในช่วงท่ีเกิดอุบัติเหตุตรงจุดน้ัน ต้องปฐมพยาบาล เสียค่า
รักษาพยาบาลเพิ่มขน้ึ อกี อบุ ตั ิเหตุทเ่ี กดิ ขึ้นสามารถปูองกนั ไดโ้ ดยการศึกษาเรือ่ งความปลอดภยั ในงานเชื่อมให้
เขา้ ใจ และปฏิบัตติ ามอย่างเครง่ ครัด
2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้
1. การใช้อุปกรณ์ช่วยตดั
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จดุ ประสงค์ท่วั ไป
1 อธิบายการใช้อุปกรณ์ช่วยตัดได้
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
309
4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้
1. การใชอ้ ุปกรณ์ช่วยตัด
4.2 ดา้ นทักษะหรอื การประยกุ ตใ์ ช้
1. ปฏิบัติตามกฎของโรงงานไดอ้ ย่างเคร่งครดั
2. บอกวธิ ีปอู งกันอบุ ตั เิ หตใุ นงานเช่ือมแก๊ส และเชอ่ื มไฟฟาู ได้
3. บอกวิธีการปูองกันอุบัตเิ หตใุ นงานโลหะแผ่นได้
4. ศกึ ษาและเข้าใจความสาคัญของความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั ิงานได้
5. นาหลกั คดิ ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงใช้รว่ มกับการปฏิบตั งิ าน
4.3 ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
1 ความมมี นษุ ยสัมพนั ธ์
2 ความมวี ินัย
3 ความรบั ผดิ ชอบ
4 ความซือ่ สัตยส์ ุจริต
5 ความเชื่อม่ันในตนเอง
6 การประหยัด
7 ความสนใจใฝรุ ู้
8 การละเวน้ สิง่ เสพติดและการพนนั
9 ความรกั สามัคคี
10 ความกตญั ํกู ตเวที
310
5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขั้นตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของผ้เู รยี น
ขั้นเตรียม(จานวน.....15....นาที) ขน้ั เตรยี ม
ครูผู้สอนแนะนาการเรียนการสอนเกี่ยวกับเนื้อหา ผเู้ รยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยการสรปุ
รายวิชางานเชื่อมโลหะเบ้ืองต้น จุดประสงค์การ อภปิ ราย แล้วกล่าวนาเข้าสเู่ น้ือหาท่ีจะศกึ ษา
เรียนรู้ และร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการวัดผล
ประเมินผลตลอดภาคเรียน เพื่อให้ผู้เรียนใช้เป็น
แนวทางในการพัฒนาการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
ขนั้ การสอน(จานวน....300.....นาท)ี
ครูผู้สอนบอกจดุ ประสงค์การเรียนรู้ หน่วยท่ี 1
ความปลอดภยั ในงานเช่ือม
ครูผสู้ อนอธบิ ายเกยี่ วกับเนือ้ หาสาระ ดงั นี้
การใชอ้ ุปกรณ์ช่วยตดั
ครูเปิดโอกาสให้ผูเ้ รียนคนอน่ื ๆ แสดงความคิดเหน็
ร่วมกนั ทกุ คน
ทาแบบประเมนิ ผลหลังเรียนหนว่ ยท่ี 1
ร่วมกันวิเคราะหค์ าตอบ ครเู ฉลยคาตอบและรว่ มกัน ส่งชน้ิ งาน ประเมนิ ผลงาน
อภิปรายผล
ขั้นสรุป (จานวน......15.....นาท)ี
ครูผูส้ อนสรุปบทเรยี น โดยการอภปิ รายซักถามข้อ
สงสยั และอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในส่วนท่ีเห็นวา่ ผู้เรยี น
ส่วนมากไม่ผ่านการประเมิน เพอ่ื แก้ข้อสงสยั และ
ความไม่เขา้ ใจของผู้เรยี น
ผเู้ รยี นรับใบงาน ศึกษา ซักถาม อภิปราย พร้อม
สาธิต แลว้ ปฏิบัติตามใบงานในเวลาทีก่ าหนด
วเิ คราะห์ผลการปฏิบัติงาน อภปิ รายและสรปุ
311
6. ส่อื การเรียนการสอน/การเรียนรู้
6.1 ส่ือสง่ิ พมิ พ์
1. หนังสือเรียน วิชางานเชือ่ มโลหะเบอ้ื งตน้
2. ใบความรู้ ใบงาน
3. กิจกรรรมการเรยี นการสอน
6.2 สอ่ื โสตทศั น์
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
6.3 สื่อของจรงิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศกึ ษา
ห้องสมุดวิทยาลัย ศูนยว์ ทิ ยบุ รกิ าร ห้อง Internet
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
312
8. งานท่มี อบหมาย
8.1 กอ่ นเรียน
ตรวจสอบ/จดั ทาแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 8 และใบงานท่ี 24 ใหเ้ สรจ็ สมบูรณ์ สง่ ในคาบ
8.2 ขณะเรยี น
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
8.3 หลังเรยี น
คาชแี้ จง จงทาเคร่อื งหมาย( / )หน้าข้อความที่ถูกต้องและเครอ่ื งหมาย ( X ) หนา้ ขอ้ ความท่ีไม่ถกู ต้อง
............ 1. ห้องเก็บแก็สควรเก็บให้เก็บมิดชิด ไม่ควรให้ผู้ใดได้ทราบว่าหอ้ งนนั้ เปน็ หอ้ งเกบ็ แกส๊
............ 2. ก่อนทาการเชอ่ื มควรตรวจสอบรอยรั่วของอปุ กรณ์เสยี กอ่ น โดยใช้เทยี นลนสารวจหารอยรวั่
............. 3. ขณะทาการเชอ่ื มสภาพอากาศโดยรอบจะรสู้ กึ รอ้ นและอบอา้ วถา้ มกี ารระบายอากาศไม่ดี
การทฝี่ นตกลงมาจะทาให้ผูเ้ ชอื่ มร้สู ึกเยน็ สบาย
............ 4. เคร่อื งเชือ่ มไมจ่ าเปน็ ตอ้ งตอ่ สายลงดนิ เพราะในการเชือ่ มมสี ายไฟเชื่อมและสายดินอยู่แลว้
............ 5. ในการเช่อื มภายในถงั หรือในทแี่ คบ ๆ ควรมีการระบายอากาศท่ีดี ดงั นั้น ควรปลอ่ ยออกซเิ จน
บริสุทธิ์เข้าไป เพอ่ื ชว่ ยให้ชา่ งเชื่อมหายใจไดส้ ะดวก
9. ผลงาน/ชิน้ งาน ที่เกดิ จากการเรียนรู้ของผูเ้ รียน
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
10. เอกสารอา้ งอิง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
313
11. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั รายวชิ าอืน่
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
12. หลกั การประเมินผลการเรยี น
12.1 กอ่ นเรียน
1. จากการสงั เกตพฤติกรรมและความสนใจของนกั ศึกษา
2. จากการตอบคาถามของนกั ศกึ ษา
12.2 ขณะเรียน
1. จากการถามตอบระหวา่ งครูกับนักศึกษา
2. จากการตอบคาถามของนกั ศึกษา
3. จากการสังเกตการจดบนั ทึกลงในสมุด
12.3 หลังเรยี น
1. จากการสังเกตการตอบคาถาม
2. จากแบบทดสอบหลังเรียนการเรียน
314
13. รายละเอียดการประเมินผลการเรยี น
จดุ ประสงค์ขอ้ ท่ี 1 การใชอ้ ุปกรณ์ช่วยตดั
1. วธิ กี ารประเมิน : แบบประเมินผลการเรยี นรแู้ ละแบบประเมินพฤตกิ รรม หนว่ ย
ที่ 1 2. เครื่องการประเมนิ : แบบประเมินใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
3. เกณฑก์ ารประเมิน : เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มีช่อง
ปรับปรุง 4. เกณฑก์ ารผา่ น : เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
315
14. แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยการสอนที่ ....8..... ชื่อหน่วยการสอน การตดั โลหะดว้ ยแกส๊
วัตถุประสงค์ เพื่อ 1. ปฏิบตั ติ ามกฎของโรงงานไดอ้ ย่างเครง่ ครดั
2. บอกวิธีปอู งกันอบุ ตั เิ หตใุ นงานเชื่อมแก๊ส และเช่อื มไฟฟาู ได้
3. บอกวิธกี ารปอู งกนั อุบตั ิเหตุในงานโลหะแผน่ ได้
4. ศึกษาและเข้าใจความสาคัญของความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั งิ านได้
5. นาหลกั คิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้รว่ มกับการปฏบิ ัตงิ าน
ข้อคาถาม
คาช้แี จง จงทาเคร่อื งหมาย( / )หน้าขอ้ ความทถ่ี ูกต้องและเครือ่ งหมาย ( X ) หนา้ ข้อความทไี่ มถ่ กู ต้อง
............ 1. หอ้ งเก็บแกส็ ควรเกบ็ ใหเ้ ก็บมิดชิด ไม่ควรใหผ้ ใู้ ดไดท้ ราบวา่ หอ้ งน้ันเป็นหอ้ งเก็บแกส๊
............ 2. ก่อนทาการเช่อื มควรตรวจสอบรอยรั่วของอปุ กรณ์เสยี กอ่ น โดยใชเ้ ทยี นลนสารวจหารอยรวั่
............. 3. ขณะทาการเชือ่ มสภาพอากาศโดยรอบจะรู้สกึ ร้อนและอบอา้ วถา้ มีการระบายอากาศไม่ดี
การที่ฝนตกลงมาจะทาให้ผู้เชื่อมรสู้ กึ เยน็ สบาย
............ 4. เคร่ืองเชอื่ มไมจ่ าเป็นตอ้ งตอ่ สายลงดนิ เพราะในการเช่อื มมีสายไฟเชอื่ มและสายดินอยู่แลว้
............ 5. ในการเชอื่ มภายในถังหรอื ในทแี่ คบ ๆ ควรมกี ารระบายอากาศท่ีดี ดังนั้น ควรปลอ่ ยออกซิเจน
บริสทุ ธ์ิเข้าไป เพ่อื ชว่ ยใหช้ า่ งเชือ่ มหายใจไดส้ ะดวก
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
1. ตอบ X
2. ตอบ X
3. ตอบ X
4. ตอบ X
5. ตอบ X
316
15. แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการสอนท่ี ....8..... ชอ่ื หน่วยการสอน การตัดโลหะดว้ ยแกส๊
วัตถุประสงค์ เพ่ือ 1. ปฏบิ ัติตามกฎของโรงงานได้อยา่ งเคร่งครัด
2. บอกวิธีปอ้ งกนั อบุ ัตเิ หตใุ นงานเชอ่ื มแก๊ส และเชือ่ มไฟฟ้าได้
3. บอกวิธกี ารปอ้ งกันอุบัตเิ หตใุ นงานโลหะแผ่นได้
4. ศึกษาและเข้าใจความสาคญั ของความปลอดภยั ในการปฏิบัติงานได้
5. นาหลักคิดของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงใชร้ ่วมกบั การปฏิบัติงาน
ข้อคาถาม
คาช้ีแจงจงเลอื กคาตอบทถี่ ูกต้องท่ีสุด
1. สารอะซโี ตนมีความสามารถดูดศิมอะเซทิลนี ไดก้ ีเ่ ท่าของตัวมันเอง
ก. 14 เทา่ ข. 20 เท่า
ค. 24 เท่า ง. 30 เทา่
2. เกจที่ใช้วดั ความดันภายในทอ่ เปน็ เกจชนดิ ใด
ก. เกจวดั ความดันสงู (High Pressure Gage)ข. เกจวัดควากนั ตา่ (Low Pressure Gage)
ค. เกจวัดความดัน(Pressure Gage)ง. เกจวัดความดตั นปานกลาง(Medium Pressure Gage)
3. ถงั บรรจแุ กส๊ อะเซทลิ นิ โดยทวั่ ไปแล้วจะทาด้วยสีอะไร
ก. ดา,เขยี ว ข. เหลือง,น้าตาล
ค. แดง,สม้ ง. ถกู ทุกขอ้
4. ถงั บรรจแุ ก๊สออกซิเจนโดยท่วั ไปจะทาด้วยสอี ะไร
ก. ดา,เขียว ข. น้าเงิน,ฟูา
ค. เทา,เทาแก่ ง. มว่ ง,มว่ งแดง
5. ในการเคลอ่ื นยา้ ยถงั แกส๊ ควรใช้วธิ ใี ด
ก. นอนวงแล้วใชถ้ ีบใหก้ ล้งิ ไป
ข. จับถงั เอน แล้วดึงส่วนหัวถงั แล้วใชก้ าลงั ลากไป
ค. จบั ถังเอนดว้ ยมอื ขวา แลว้ ใช้มอื ซ้ายป่น๎ สาตัวใหห้ มุนไป
ง, จบั นอนบนตะแกรงโคง้ แล้ว 2 คน ช่วยกนั หวิ้ ไป
6. เพ่อื ให้ได้ความดันใชง้ านตามความต้องการและคงทีข่ ณะหมุนปรับสกทู ีม่ าตรวดั ความดนั ควรทาอย่างไร
ก. ปิดวาล์ท่ที อร์ช
ข. เปิดวาล์วที่ทอรช์
ค. เปดิ วาลวท์ ่ีทอร์ช แต้องเหยยี บท่อยางไว้ให้แบน
ง. เปดิ วาลว์ ท่ที อรช แตต่ อ้ งใชน้ ้วิ อุดรูไว้
317
7. ทอ่ ยางที่เป็นทางเดินของแก๊สซึ่งใช้ในการเช่อื ม ตจอ้ งมีคณุ สมบตั อิ ย่างไร
ก. ตอ้ งทนแรงดนั สงู ข. ตอ้ งไมท่ าปฏกิ ิรยิ ากนั แกส๊ ทผ่ี ่าน
ค. ต้องทนตอ่ การเผาไหม้ได้ดี ง. ถกู ทกุ ขอ้
8. ทอรช์ เชอ่ื มแบบหัวฉีดเหมาะสาหรบั แก๊สอะเซทิลนี แบบใด
ก. แก๊สอะเซทลิ นี แบบถงั สาเร็จซ่ึงมีความดันสูง
ข. แกส๊ อะเซทลิ ีนแบบถงั กาเนดิ ซึ่งมีความดนั ต่า
ค. แก๊สอะเซทิลีนที่ละลายในสารอะซีโตน
ง. ถกู ท้ังข้อ ก และค.
9. อตั ราการไหลของแกส๊ จะแปรผนั ไปตามขนาดของอะไร
ก. ขนาดของทอ่ ยาง ข. ขนาดของรทู ิพ
ค. ถังบรรจุ ง. มาตรวัดความดนั
10. การจุดเปลวไฟควรจุดด้วยอะไร
ก. ไฟแชก็ ข. ไมข้ ีดไฟ
ค. จุดจากโลหะรอ้ น ง. ที่จุดเปลวไฟ (Spark Lighter)
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
1. ค
2. ก
3. ข
4. ข
5. ก
6. ค
7. ข
8. ง
9. ก
10. ข
318
16. ใบความรทู้ ่ี ........
หน่วยการสอนที่ ...8... ชื่อหนว่ ยการสอน การตดั โลหะดว้ ยแกส๊
ชอ่ื หัวข้อเรื่อง 1. การใช้อปุ กรณ์ชว่ ยตดั
การใชอ้ ุปกรณช์ ่วยตัด
การตดั แผน่ โลหะจะตดั ไดย้ ากกว่าแผน่ โลหะบาง เชน่ การตัดแผ่นโลหะหนา 6 มลิ ิเมตรหรือนอ้ ยกวา่
สามารถตัดไดโ้ ดยไมจ่ าเปน็ ต้องใช้เทคนิคการตดั แต่ถา้ เปน็ โลหะหนา เชน่ 13 มลิ ิเมตร หรอื หนากว่า อาจจะ
ตดั ไมข่ าดถ้าตัดไมถ่ ูกวธิ ี โดยเฉพาะการตัดที่หนักและยาก เชน่ การตัดแผน่ เหลก็ ท่ีหนา 305 มลิ เิ มตร (12 นว้ิ )
หรอื หนากวา่ จาเป็นต้องใช้อุปกรณแ์ ละเทคนคิ การตดั ชว่ ย เพ่อื ปูองการผดิ พลาด
การใชเ้ หลก็ ฉากประกอบในการตัดเปน็ เทคนิควธิ ีหน่งึ ท่จี ะชว่ ยให้การเคลือ่ นที่ตดั เทย่ี งตรงและสม่าเสมอ
สามารถชว่ ยในการตดั ได้ตรงตามตาแหน่งทีต่ อ้ งการ ดงั แสดงในรูปที่ 3.90
รปู ท่ี 3.90 แสดงการใช้เหล็กฉากช่วยในการตัด
การใช้ลอ้ ประกอบหัวตดั ช่วยใหส้ ามารถตัดตรงและตัดโคง้ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ชว่ ยใหก้ ารตดั งา่ ยขึน้ และไดแ้ นวตดั
ทม่ี คี ณุ ภาพ ดังแสดงในรูปที่ 3.91
รปู ที่ 5.91แสดงการใชล้ อ้ ประกอบหัวตัดช่วยให้การตดั ดว้ ยมือมีความเทีย่ งตรงสูง
รูป (ก) เป็นการประกอบลอ้ เข้ากับหัวตัดใช้ในการตัดวงกลมหรือสว่ นโคง้
รปู (ข) เป็นการประกอบลอ้ เข้ากบั หวั ตัดใช้ในการตัดตรงไดด้ ี
319
สแลกและการเกดิ สแลก
สแลกเป็นเศษวสั ดอุ ยา่ งหนงึ่ ทเี่ กิดจากการตัด สแลกมี 2 ชนดิ คือ สแลกออ่ นและสแลกแขง็
* สแลกออ่ นจะเปน็ ลกั ษณะรพู รนุ เปราะ สามารถเคาะออกได้งา่ ยจากรอยตดั
* สแลกแข็งเกดิ จากเนื้อโลหะท่ไี ม่เกดิ การออกชเิ ดชัน หรือออกชเิ ดชนั ไม่หมด รวมตัวกบั สแลกออ่ น
ทาให้เกิดเปน็ สแลกแข็งทบี่ รเิ วณด้านใต้ของรอยตัด เคาะออกได้ยากจาเป็นตอ้ งใชก้ ารเจียระไนออก สแลก
แข็งเกดิ จาการตดั ทีไ่ ม่ถูกต้องหรือทิพตัดสกปรก หรือทาการอุ่นชน้ิ งานมากเกิดไป หรือเดนิ ช้าเกินไป หรือ
ระยะห่างเปลวไปกบั ช้ินงานห่างมากเกินไป หรือความดันของออกชเิ จนมากเกนิ ไป
เพอื่ ใหไ้ ด้ชน้ิ งานที่มรี อยคดั สะอาด ไห้มีสแลกแกะติด ทาให้ประหยัดเวลาในการเคาะนาสแลกออก
ผู้ปฏิบตั งิ านตดั ควรถือใหห้ วั ตัดเอนเล็กน้อยประมาณ 1-2 องศา สแลกจะถกู เปุาออกไมต่ ดิ อยใู่ นส่วนทเี่ ป็น
เศษวัสดุดังแสดงในรูปท่ี 3.92
รูปที่ 3.92 แสดงการเอนหวั ตัดเลก็ นอ้ ย ทาให้ไม่มีสแลกเกาะตดิ ชนิ้ งานท่ีนาไปใชง้ าน
การใหค้ วามร้อนแผน่ เหลก็ หนา
หวั ตัดดว้ นมอื (Hand Torch) ท่วั ไปไม่สามารถตัดโลหะทีห่ นากวา่ 178 มลิ ิเมตร(7 นิ้ว) ถงึ 254 มิลิ
เมตร (10 นิ้ว) ได้ แตห่ วั ตัดขนาดใหญซ่ ึ้งมคี วามเรว็ ในการไหลของแก๊สในอัตรา 600 ควิ บิกฟตุ ต่อชัว่ โมง
(2830ลติ รต่อนาที) สามารถตัดโลหะไดห้ นาถงึ 4 ฟตุ (1.2 เมตร)
ในการใหค้ วามร้อนแกช่ ้ินงานท่ีหนามากๆเช่นน้ี จะรอ้ นช้าและเสียเวลามาก ด้ังน้ัน เพอ่ื ใหช้ ้นิ งาน
หนาๆรอ้ นแดงและเกดิ ออกซเิ ดชนั ไดเ้ ร็ว ต้องใชล้ วดเสรมิ เขา้ ไปในเปลวไฟ ซึ่งจะช่วยใหส้ ามารถทาการ
เริม่ ต้นตัดไดเ้ ร็วข้นึ
320
รูปท่ี 3.93 แสดงการเสริมลวดขณะอุ่นชิน้ งาน สาหรบั ชิ้นงานทีม่ คี วามหนามาก ๆ
ช่วยใหส้ ามารถทาการเร่ิมตน้ ตัดได้เรว็ ข้ึน
การตัดโลหะแผน่ บาง
การตัดโลหะแผ่นบางซ่ึงมีความหนาเกจ18 จนถงึ เกจ11 จะตอ้ งถอื ทอร์ชใหห้ ัวทิพเอนเปน็ มุมแหลม
ให้มากจากผิวหน้าของชิ้นงาน จึงจะทาใหร้ อยตดั ท่เี รยี บและมีสแลกเกาะติดเลก็ นอ้ ยดังแสดงในรปู ท่ี 3.94
รปู ที่ 3.94 แสดงการควบคุมหัวทพิ ในการตัดโลหะแผน่ บาง
การตัดวงกลม
การเจาะแผ่นโลหะใหไ้ ดร้ ูขนาดใหญจ่ าเปน็ ต้องใช้การตดั ด้วยแก๊ส เนอ่ื งจากการตดั ด้วยวธิ อี ื่นกระทาไดย้ าก
เสยี เวลา และค่าใช้จา่ ยสงู การตัดด้วยแกส๊ น้ี ก่อนอ่ืนใหผ้ ู้ปฏิบัตงิ านเริม่ ต้นตดั บริเวณพืน้ ท่ภี ายในให้เป็นเศษ
วัสดุเสยี กอ่ น จากนนั้ จงึ เคล่ือนตัดในลักษณะโคง้ เพ่ือเดนิ เขา้ หาแนวตดั วงกลมท่ีต้องการ การตดั ให้เอียงหัว
ทพิ เล็กนอ้ ย โดยให้เปลวไฟพุ่งไปยังเศษวัสดุ จะทาให้สแลกไปเกาะติดอยู่ท่เี ศษวัสดุ เมื่อสิ้นสุดการตัด แผ่น
วงกลมภายในจะหลดุ ตกลงมาได้รอยเจาะรูขนาดใหญ่ที่มีรอยตดั สะอาดและเรียบ
รปู ท่ี3.95 แสดงเทคนคิ วิธใี นการตดั วงกลมภายในขนาดใหญด่ ว้ ยหวั ทพิ แกส๊
321
การตัดทอ่ (pipe cutting)
การตัดทอ่ ด้วยมือ (freehand cutting) สาหรบั ทอ่ ขนาดเล็ก ขนาด 76 มลิ ลเิ มตร (3น้วิ ) หรอื ตา่ กวา่
สามารถทาการตัดโดยการถอื ทอรช์ ใหห้ วั ตัดอยใู่ นแนวดิ่ง และเคล่ือนตดั มายังดา้ นขา้ งทั้งสองข้างได้เลย
เน่ืองจากท่อมขี นาดเลก็ หลังจากน้นั ใหห้ มุนท่อพลกิ ขึ้นเพ่ือทาการตัดด้านลา่ งต่อไปดงั แสดงในรูปที่ 3.96
รปู ท่ี 3.96 แสดงการตัดทอ่ ทม่ี ีขนาดเล็ก
สาหรับท่อขนาดใหญ่หรือโตกวา่ 76 มิลลเิ มตร (3นว้ิ ) ผปู้ ฏิบัติงานต้องถอื ทอรช์ โดยให้หวั ทิพต้ังฉาก
กับผิวโค้งเทคนิคตัดแบบน้ี เหมาะสาหรบั ทอ่ ขนาดใหญ่ที่มผี นงั หนา แต่ก็ตดั ท่อขนาดเลก็ ไดด้ ีเชน่ เดยี วกนั
เน่ืองจากทอ่ มีขนาดใหญ่ ไมส่ ามารถหมนุ ท่อได้ ดงั น้นั การตดั ควรตัดตอ่ เนอื่ งจนกระทัง่ มาบรรจบ
กับรอยตัดในระยะเรมิ่ ต้นดงั แสดงในรูปท่ี 3.97
รปู ที่ 3.97 แสดงการควบคุมหัวตัดใหต้ งั้ ฉากกับผวิ โคง้ ในการตดั ทอ่ ขนาดใหญ่ และทศิ ทางตัด
322
17. ใบงานท่ี .....24...
หน่วยการสอนที่ ...8... ชือ่ หนว่ ยการสอน การตัดโลหะด้วยแก๊ส
ช่อื หวั ขอ้ เรื่อง 1. การใชอ้ ุปกรณ์ชว่ ยตัด
จดุ ประสงค์ เพื่อ
1. ปฏิบัตติ ามกฎของโรงงานไดอ้ ย่างเครง่ ครัด
2. บอกวธิ ีปอู งกันอบุ ตั เิ หตใุ นงานเช่อื มแก๊ส และเช่ือมไฟฟาู ได้
3. บอกวิธกี ารปูองกันอุบตั ิเหตใุ นงานโลหะแผ่นได้
4. ศึกษาและเข้าใจความสาคัญของความปลอดภยั ในการปฏิบัติงานได้
5. นาหลักคดิ ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงใช้รว่ มกบั การปฏบิ ตั งิ าน
ลาดบั กจิ กรรม/ลาดับการปฏิบตั ิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
เกณฑก์ ารพจิ ารณา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
323
18. แบบประเมินผล
แผนการวัดผลและประเมนิ ผลทัง้ รายวิชา
- พทุ ธิพิสัย 1) แบบฝกึ หัด 10 %
2) ทดสอบหลงั เรียน 10 %
3) วดั ผลสมั ฤทธิ์ 10 %
รวม 30 %
- ทกั ษะพิสัย 1) ใบงาน/งานท่ีมอบหมาย 35 %
2) วัดผลสัมฤทธิ์ 15 %
รวม 50 %
- จติ พสิ ัย 20 %
หมายเหตุ: (คะแนนทดสอบกอ่ นเรียนไวส้ าหรับเปรียบเทยี บกบั คะแนนทดสอบหลังเรยี น)
19. แบบฝกึ หดั
ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ใี ห้ไดใ้ จความ
1.เปลวไฟทใ่ี ช้ในงานเช่ือมแก๊ส มีกอ่ี ยา่ ง อะไรบ้าง ?
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
324
20. บันทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรแู้ บบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
20.1 สรุปผลการจัดการเรยี นรู้
รายการ ระดับการปฏิบัติ
5432 1
ด้านการเตรียมการสอน
1. จดั หน่วยการเรยี นรู้ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงคก์ ารเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ ด้านทักษะ และดา้ นจิตพิสยั
3. เตรียมวัสดุ-อปุ กรณ์ สือ่ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้กอ่ นเข้าสอน
ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ กี ารนาเข้าส่บู ทเรยี นท่ีน่าสนใจ
5. มกี ิจกรรมที่หลากหลาย เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกิจกรรมทส่ี ่งเสรมิ ให้ผู้เรียนคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง
7. นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
8. จดั กจิ กรรมที่เน้นกระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตุน้ ให้ผ้เู รียนแสดงความคิดเห็นอยา่ งเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรทู้ ่ีเชอ่ื มโยงกับชวี ิตจริงโดยนาภมู ปิ ๎ญญา/บูรณาการเข้ามามีสว่ นรว่ ม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
12. มีการเสรมิ แรงเมื่อนกั เรียนปฏบิ ัติ หรือตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศกั ยภาพของผู้เรียน
14. เอาใจใสด่ ูแลผู้เรยี น อยา่ งทั่วถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทก่ี าหนด
ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้
16. ใชส้ ่อื ท่เี หมาะสมกับกิจกรรมและศกั ยภาพของผู้เรียน
17. ใช้ส่ือ แหล่งการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานที่ ของจริง เอกสาร
ส่ืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นต้น
ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล
18. ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมินผล
19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบท้ังดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั
20. ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง หรือ ผู้ที่เก่ยี วขอ้ งมีสว่ นร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ดิ ีเยีย่ ม 4 = ปฏบิ ัติดี 3 = ปฏิบัตพิ อใช้ รวม
2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไม่มกี ารปฏบิ ัติ ค่าเฉลยี่
325
20.2 ปญั หาทพ่ี บ และแนวทางแกป้ ญั หา
ปัญหาทพี่ บ แนวทางแกป้ ญั หา
ด้านการเตรียมการสอน
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ดา้ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ด้านสอ่ื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
................................................................................... ...................................................................................
ด้านการวดั และประเมนิ ผล
.................................................................................. ....................................................................................
.................................................................................. ....................................................................................
.................................................................................. ....................................................................................
.................................................................................. ....................................................................................
ดา้ นอ่นื ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อๆ)
.................................................................................. ....................................................................................
.................................................................................. ....................................................................................
.................................................................................. ....................................................................................
.................................................................................. ....................................................................................
ลงชื่อ ........................................................................ ครผู ู้สอน
(....................................................................)
ตาแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................
21. บนั ทึกการนิเทศและติดตาม 326
วนั -เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชอ่ื -สกลุ ผูน้ เิ ทศ ตาแหนง่