The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thamonwan093308, 2022-03-06 07:31:44

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้

กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นา

1.นกั เรียนทบทวนความรู้เก่ียวกบั กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แลว้ ร่วมกนั สนทนา
โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

• อานาจนิติบญั ญตั ิ หมายถึง (อานาจในการใชก้ ฎหมาย โดยใชอ้ านาจผา่ นทางรัฐสภา)
• อานาจบริหาร หมายถึง (อานาจในการปกครองประเทศของคณะรัฐมนตรี)
• อานาจตลุ าการ หมายถึง (อานาจในการตดั สินคดีความของศาล แบง่ ออกเป็น ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยตุ ิธรรม
ศาลปกครอง และศาลทหาร)
• ประชาชนสามารถเขา้ ไปมีส่วนร่วมในการใชอ้ านาจอธิปไตยไดอ้ ยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ สามารถเขา้ ไปมีส่วนร่วมในการใชอ้ านาจนิติบญั ญตั ิ โดยการลงคะแนนเสียงเลือกต้งั และ
ต้งั กระทูแ้ จง้ ปัญหาของส่วนรวมหรือของประเทศ)
ข้นั สอน
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั เร่ืองกลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ
3. นกั เรียนวิเคราะห์เก่ียวกบั กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แลว้ สรุปความรู้เป็น
แผนภาพความคดิ ดงั ตวั อยา่ ง

กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ

อานาจอธิปไตย การแบ่งแยกอานาจ การตรวจสอบและถว่ งดุลอานาจ

อานาจสูงสุดในการ ป้องกนั การผกู ขาดอานาจ อานาจในการตรวจสอบและ
ปกครองประเทศ ถ่วงดุลเป็ นกลไกของ
ป้องกนั การละเมิดสิทธิ ระบอบประชาธิปไตย
ระบอบประชาธิปไตยมีประชาชน เสรีภาพของประชาชน
เป็นเจา้ ของอานาจ โดยการเลือก
ตวั แทนเขา้ มาใชอ้ านาจอธิปไตย
ตามรัฐธรรมนูญ

4. นกั เรียนแบง่ กลุ่มตามความเหมาะสม จากน้นั ใหแ้ ต่ละกลุ่มวเิ คราะห์เกี่ยวกบั คณุ ค่าของ
การเรียนรู้กลไกการทางานของอานาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคดิ
ดงั ตวั อยา่ ง

คณุ ค่าของการเรียนรู้ ผลต่อตนเอง ผลต่อประเทศ
กลไกการทางานของ • เขา้ ใจกลไกของการเมือง
อานาจอธปิ ไตยตาม • รู้จกั ติดตามขา่ วสาร • ธารงไวซ้ ่ึงระบอบประชาธิปไตย
ในปัจจุบนั
รัฐธรรมนูญ ใหด้ าเนินไปไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
และเขม้ แขง็

5. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั สรุป

6. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงที่เขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
อานาจอธิปไตยเป็นอานาจสูงสุดที่ใชใ้ นการบริหารและปกครองประเทศ โดยในรัฐธรรมนูญไดแ้ บง่

อานาจหนา้ ที่ของแตล่ ะฝ่ายไวอ้ ยา่ งชดั เจน เพื่อถ่วงดุลอานาจ สร้างความเป็นธรรมและ
ความเสมอภาคทางสังคม

ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 ของสถาบนั พฒั นา

คุณภาพวิชาการ (พว.)

การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้

จุดประสงค์ วธิ วี ัด เครื่องมือวดั เกณฑ์การ

การเรียนรู้ วดั ผล

ตัวชีว้ ัด ความรู้ (K) ทดสอบ แบบทดสอบ ผา่ นเกณฑ์

ส 2.2 ม.1/2 วเิ คราะห์บทบาทการ 1.อธิบายกลไกการ 50 %

ถ่วงดุลอานาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญ ทางานของอานาจ

แห่งราชอาณาจกั รไทยฉบบั ปัจจุบนั อธิปไตยตาม

รัฐธรรมนูญ

ทกั ษะกระบวนการ (P)

2.จาแนกกลไกการ

ทางานของอานาจ

อธิปไตยตาม

รัฐธรรมนูญ

จดุ ประสงค์ วธิ วี ัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การ

การเรียนรู้ วัดผล

คณุ ลกั ษณะ (A)

3.เห็นความสาคญั ใน

การศึกษาเรียนรู้กลไก

การทางานของอานาจ

อธิปไตยตาม

รัฐธรรมนูญ

สมรรถนะ 1 นกั เรียนมี สังเกต แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
การส่ือสาร
การใชท้ กั ษะชีวิต ความสามารถในการ 50 %

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สื่อสาร
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้ 2 นกั เรียนมี

ความสามารถในการใช้

ทกั ษะชีวติ

นกั เรียนมีระเบียบวนิ ยั สงั เกต แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

ในตวั เอง 2

นกั เรียนรู้จกั ใฝ่เรียนรู้

ในการศึกษาคน้ ควา้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหสั วิชา ส21101

รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2564

ชื่อหน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 กฏหมายใกล้ตวั เวลา 2 ช่ัวโมง

เรื่อง กฎหมายค้มุ ครองเด็ก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ีดีงามและธารงรักษาประเพณีและ
วฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยรู่ ่วมกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ติสุข
ตวั ชีว้ ดั ส 2.1 ม.1/1 ปฏิบตั ิตามกฎหมายในการคมุ้ ครองสิทธิของบุคคล

ส 2.1 ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผอู้ ่ืน

สาระสาคัญ

กฎหมายคุม้ ครองเดก็ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ ใหก้ ารดูแลและคุม้ ครองเดก็ ท่ีถือวา่ เป็นทรัพยากรท่ีสาคญั ยงิ่ ของชาติ
โดยมีเน้ือหาในเรื่องตา่ ง ๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั เดก็ เช่น การสงเคราะห์เด็ก การคมุ้ ครองเด็ก การปฏิบตั ิต่อเด็ก การส่งเสริม
ความประพฤติเด็ก

จุดประสงค์การเรียนรู้
1.อธิบายเก่ียวกบั กฎหมายคมุ้ ครองเดก็ (K)
2.วเิ คราะหก์ ฎหมายคมุ้ ครองเด็ก (P)
3.เห็นคุณค่าและความสาคญั ของกฎหมายคมุ้ ครองเดก็ (A)

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซ่ือสัตย์ มีวนิ ยั ใฝ่ เรี ยนรู้
รักชาติ มุ่งมน่ั ในการทางาน รักความเป็ นไทย จิตสาธารณะ
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง

สมรรถนะ

การส่ือสาร การคดิ การแกป้ ัญหา
การรู้เท่าทนั สื่อสาร สารสนเทศและดิจิทลั
การใชท้ กั ษะชีวิต การใชเ้ ทคโนโลยี

ทกั ษะชีวิตและความเจริญแห่งตน

เนื้อหาสาระ
กฎหมายคมุ้ ครองเดก็
1. การสงเคราะห์เดก็
2. การคมุ้ ครองเดก็
3. การปฏิบตั ิต่อเดก็

4. การส่งเสริมความประพฤติเดก็
5. ประโยชน์ของการปฏิบตั ิตนตามกฎหมายคมุ้ ครองเด็ก
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
1. นกั เรียนอ่านสถานการณ์ท่ีกาหนด แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

สานกั ขา่ วรายงานวา่ เด็กชายวยั 13 ปี จากจงั หวดั นนทบุรี ไดร้ ับการช่วยเหลือจากเจา้ หนา้ ที่
ตารวจ หลงั ถูกลกั พาตวั จากการลอ่ ลวงผา่ นทางโปรแกรมสังคมออนไลน์โดยกลมุ่ อาชญากรรมแกลง้
เป็นนกั เลน่ เกมออนไลนท์ าตวั ตีสนิท สร้างความไวว้ างใจจนนาไปสู่การลกั พาตวั พร้อมเรียกค่าไถเ่ ป็น
เงิน 5 ลา้ นบาท

• สถานการณ์ดงั กล่าวเก่ียวขอ้ งกบั กฎหมายใด
(กฎหมายคุม้ ครองเด็ก : พระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองเดก็ พ.ศ. 2546)
• สถานการณ์ดงั กล่าวมีความผดิ ตามกฎหมายใดหรือไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีความผิดตามกฎหมายคุม้ ครองเด็ก เพราะมีการล่อลวงเด็กไปกกั ขงั ทาใหเ้ กิดอนั ตรายแก่
ร่างกายหรือจิตใจ)
• นกั เรียนไดร้ ับประโยชน์อยา่ งไรจากการศึกษาสถานการณ์น้ี
(ตวั อยา่ งคาตอบ รู้จกั คดิ ก่อนลงมือทา และรู้จกั ระมดั ระวงั ตวั ไม่หลงเช่ือผอู้ ื่นง่าย ๆ)

ข้นั สอน
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั เรื่องกฎหมายคุม้ ครองเด็ก
3. นกั เรียนวิเคราะห์เกี่ยวกบั การคมุ้ ครองเดก็ โดยทวั่ ไป แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิดดงั ตวั อยา่ ง

การค้มุ ครอง
เด็กโดยท่วั ไป

การปฏิบตั ิระหวา่ งผปู้ กครองกบั เดก็ การปฏิบตั ิระหวา่ งคนทว่ั ไปกบั เดก็

ตอ้ งใหก้ ารอุปการะเล้ียงดูเด็ก หา้ มจาหน่ายแลกเปลี่ยนหรือใหส้ ุราหรือบหุ ร่ีแก่
ตอ้ งไมจ่ งใจหรือละเลยการใหส้ ิ่งจาเป็นแก่การ เด็ก
ดารงชีวิตแก่เด็ก หา้ มใช้ จา้ งวาน ส่งเสริม ยนิ ยอม บงั คบั
ขเู่ ขญ็ แก่เดก็
ตอ้ งไมล่ ะทิง้ เดก็ หา้ มกระทาการทารุณกรรมแก่เดก็

4. นักเรียนวิเคราะห์เก่ียวกับการคุม้ ครองสวสั ดิภาพเด็กและการสงเคราะห์เด็ก แลว้ สรุปความรู้เป็ นแผนภาพ
ความคิด ดงั ตวั อยา่ ง

• การคุม้ ครองสวสั ดิภาพเด็ก

เดก็ ท่ีถกู ทารุณกรรมที่ร่างกาย เดก็ ท่ีเสี่ยงต่อการกระทาผิด
หรือจิตใจ

เดก็ ท่พี งึ ได้รับ
การค้มุ ครอง
สวัสดิภาพ

เด็กที่อยใู่ นสภาพที่จาตอ้ งไดร้ ับ
การคุม้ ครองสวสั ดิภาพตามท่ีกาหนดไว้

• การสงเคราะหเ์ ด็ก เด็กท่ีอยใู่ นสภาพยากลาบาก
ผปู้ กครองไม่สามารถเล้ียงดูได้
เดก็ เร่ร่อน เด็กกาพร้า เด็กท่ีถูกทอดทิ้ง
เด็กที่พลดั หลง เด็กพกิ าร

เด็กทพี่ งึ ได้รับ
การสงเคราะห์

เดก็ ท่ีไดร้ ับการเล้ียงดูโดยมิชอบ

ผปู้ กครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพที่ไม่
เหมาะสม

5. นกั เรียนคดิ ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณค่า แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

• กฎหมายคมุ้ ครองเด็กมีประโยชนต์ ่อนกั เรียนอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ช่วยคุม้ ครองดูแลไมใ่ หถ้ กู ละเมิดสิทธิ คมุ้ ครองสวสั ดิภาพในดา้ นตา่ ง ๆ)

6. นกั เรียนแบ่งกล่มุ ตามความเหมาะสม จากน้นั ให้แต่ละกลุม่ วเิ คราะห์การปฏิบตั ิตนตามกฎหมายคมุ้ ครองเดก็
และผลที่เกิดข้ึน แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง

การปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก ผลที่เกดิ ขึน้ ต่อตนเอง
ไดร้ ับการคมุ้ ครองตามกฎหมาย
เรียนรู้พระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองเดก็ เพื่อป้องกนั การ
ถกู เอารัดเอาเปรียบจากผใู้ หญ่ และจะไดป้ ฏิบตั ิตน ผลที่เกดิ ขึน้ ต่อประเทศชาติ
ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม ปัญหาการละเมิดสิทธิของเด็ก

ลดนอ้ ยลง

7. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อย หากพบขอ้ ผิดพลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้นึ

8. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั สรุป

9. นกั เรียนร่วมกนั สรุปสิ่งท่ีเขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
สิทธิของบคุ คลน้นั มีต้งั แต่เกิดเป็นทารก ซ่ึงจะตอ้ งไดร้ ับการเล้ียงดู ไดร้ ับความรัก ความอบอนุ่ การศึกษา

ซ่ึงลกั ษณะดงั กลา่ วน้ีถือวา่ เป็นสิทธิของทุกคนที่ติดตวั มาต้งั แต่เกิด โดยรัฐและสงั คมกจ็ ะตอ้ งยอมรับและปฏิบตั ิตาม
เพราะสิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิพ้นื ฐานสาคญั ของทุกคนในสังคม

ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 ของสถาบนั พฒั นา

คุณภาพวชิ าการ (พว.)
2. สถานการณ์เก่ียวกบั กฎหมายคมุ้ ครองเดก็

การวดั และการประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์ วิธีวดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การ
ทดสอบ แบบทดสอบ วัดผล
ตวั ชีว้ ัด การเรียนรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ที่ ความรู้ (K) สังเกต แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมท่ีดีงาม 1.อธิบายเก่ียวกบั สงั เกต แบบประเมิน 50 %
และธารงรักษาประเพณีและวฒั นธรรม กฎหมายคุม้ ครองเด็ก
ไทย ดารงชีวิตอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไทย ทกั ษะกระบวนการ (P) ผา่ นเกณฑ์
และสงั คมโลกอยา่ งสันติสุข 2. วเิ คราะหก์ ฎหมาย 50 %
คมุ้ ครองเดก็
สมรรถนะ คุณลกั ษณะ (A) ระดบั คุณภาพ
การส่ือสาร 3. เห็นคณุ ค่าและ 2
การใชท้ กั ษะชีวิต ความสาคญั ของ
กฎหมายคมุ้ ครองเดก็
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1 นกั เรียนมี
1. มีวินยั ความสามารถในการ
2. ใฝ่เรียนรู้ สื่อสาร
2 นกั เรียนมี
ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวิต
นกั เรียนมีระเบียบวนิ ยั
ในตวั เอง
นกั เรียนรู้จกั ใฝ่เรียนรู้
ในการศึกษาคน้ ควา้

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 29

กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหสั วิชา ส21101

รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564

ชื่อหน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 กฎหมายใกล้ตวั เวลา 2 ช่ัวโมง

เรื่อง กฎหมายการศึกษา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมที่ดีงามและธารงรักษาประเพณีและ
วฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยรู่ ่วมกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ติสุข
ตัวชี้วดั ส 2.1 ม.1/1 ปฏิบตั ิตามกฎหมายในการคมุ้ ครองสิทธิของบุคคล

ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผอู้ ื่น

สาระสาคัญ

กฎหมายเพอ่ื การศึกษา เป็นกฎหมายที่ใชบ้ งั คบั พฒั นาคนในประเทศให้เป็นมนุษยส์ มบรู ณ์ ท้งั ร่างกาย
สติปัญญา ความรู้ คณุ ธรรมและจริยธรรม และวฒั นธรรมในการดาเนินชีวิต สามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ย่างเป็ นสุข
และสามารถเป็ นทรัพยากรท่ีมีคุณค่าของประเทศ รวมท้งั รู้จกั การที่จะรักษาสิทธิของตนหากถูกลว่ งละเมิดสิทธิทาง
ใดทางหน่ึง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเก่ียวกบั กฎหมายการศึกษา (K)
2. วิเคราะหก์ ฎหมายการศึกษา (P)
3. เห็นคณุ คา่ และความสาคญั ของกฎหมายการศึกษา (A)

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซื่อสตั ย์ มีวินยั ใฝ่ เรี ยนรู้
รักชาติ มุง่ มน่ั ในการทางาน รักความเป็ นไทย จิตสาธารณะ
อยอู่ ยา่ งพอเพียง

สมรรถนะ

การสื่อสาร การคดิ การแกป้ ัญหา
การรู้เทา่ ทนั สื่อสาร สารสนเทศและดิจิทลั
การใชท้ กั ษะชีวติ การใชเ้ ทคโนโลยี

ทกั ษะชีวิตและความเจริญแห่งตน

เนื้อหาสาระ
กฎหมายการศึกษา

กจิ กรรมการเรียนรู้

ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน

1. นกั เรียนอา่ นสถานการณ์ท่ีกาหนด แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

ครอบครัว A รับอุปการะบุตรบุญธรรมมาเล้ียงดูจากสถานสงเคราะห์เด็ก

เมื่อเด็กอายไุ ด้ 10 ปี ใหเ้ ดก็ ออกจากสถานศึกษาและออกมาช่วยกิจการขายของท่ีบา้ น

• สถานการณ์ดงั กล่าวเกี่ยวขอ้ งกบั กฎหมายใด
(กฎหมายการศึกษา : พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพิ่มเติม พ.ศ. 2553)
• สถานการณ์ดงั กลา่ วมีความผดิ ตามกฎหมายใดหรือไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีความผิดตามกฎหมายการศึกษา เพราะพระราชบญั ญตั ิการศึกษากาหนดใหม้ ีการศึกษาภาค
บงั คบั จานวน 9 ปี )
• นกั เรียนไดร้ ับประโยชนอ์ ยา่ งไรจากการศึกษาสถานการณ์น้ี
(ตวั อยา่ งคาตอบ ไดร้ ู้สิทธิในการศึกษาของตนเอง และไดค้ วามรู้เก่ียวกบั กฎหมายการศึกษามากข้ึน)
2. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั กฎหมายการศึกษา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนทราบหรือไมว่ า่ กฎหมายเพื่อการศึกษา เป็นกฎหมายที่บญั ญตั ิข้นึ มาเพ่อื ใคร และ
เพราะอะไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เพ่ือทุกคน เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือท่ีช่วยพฒั นาคนและประเทศใหม้ ี
ความเจริญรุ่งเรือง)
• ตวั ของนกั เรียนเองมีความเกี่ยวขอ้ งกบั กฎหมายเพื่อการศึกษาอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีความเกี่ยวขอ้ งในฐานะท่ีเป็นนกั เรียน และมีสิทธิไดร้ ับการศึกษาข้นั พ้ืนฐานตามที่กฎหมาย
กาหนด)
• นกั เรียนคดิ วา่ มนุษยท์ ุกคนเกิดมาแลว้ สมควรท่ีจะไดร้ ับสิทธิเพือ่ การศึกษาหรือไม่
(ตวั อยา่ งคาตอบ ทุกคนควรไดร้ ับการศึกษาท่ีเท่าเทียมกนั )
• นกั เรียนคดิ วา่ กฎหมายเพ่ือการศึกษามีผลดีต่อประชาชนท้งั ประเทศอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ประชาชนไดร้ ับสิทธิในการศึกษาท่ีเทา่ เทียมกนั ทาใหป้ ระเทศมีบุคลากรที่มี
ประสิทธิภาพเพิ่มมากข้ึน)
ข้นั สอน
3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั เรื่องกฎหมายการศึกษา จากแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ
4. นกั เรียนวิเคราะหก์ ฎหมายเพื่อการศึกษา แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง

การศึกษานอกระบบ มีความยดื หยนุ่ วธิ ีการศึกษาเน้ือหา
หลกั สูตรสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของบุคคลแตล่ ะกล่มุ

กฎหมาย การศึกษาตามอธั ยาศัย ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้ดว้ ย
เพ่ือการศึกษา ตนเองตามความสนใจและศึกษาจากบุคคล
ประสบการณ์สังคม ส่ิงหรือแหลง่ การเรียนรู้
การศึกษาในระบบ กาหนดจุดม่งุ หมาย อ่ืน ๆ
วธิ ีการศึกษา หลกั สูตรระยะเวลา การ
ประเมินผล และสาเร็จการศึกษาแน่นอน

การศึกษาข้นั พ้นื ฐานไม่นอ้ ยกวา่ 12 ปี และก่อนระดบั อดุ มศึกษา

การศึกษาระดบั อุดมศึกษา แบ่งเป็น 2 ระดบั คือ ระดบั ต่ากวา่
ปริญญา และระดบั ปริญญา

5. นักเรียนวิเคราะห์เก่ียวกับสิทธิและหน้าที่ทางการศึกษาท่ีรัฐและประชาชนตอ้ งปฏิบตั ิ แลว้ สรุปความรู้เป็ น
แผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง

ผมู้ ีสิทธิร่วมจดั การศึกษา เช่น บคุ คลครอบครัว ชุมชน องคก์ รเอกชนมี
สิทธิในการจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานได้

หนา้ ท่ีของรัฐ สิทธิและหน้าที่

ทางการศึกษาท่ีรัฐและ
ประชาชนต้องปฏิบัติ

หนา้ ที่ของบิดามารดา ตอ้ งใหบ้ ตุ ร
ไดร้ ับการศึกษาภาคบงั คบั

6. นกั เรียนคิดประเมินเพอื่ เพม่ิ คณุ คา่ แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนคิดวา่ การศึกษาภาคบงั คบั มีความสาคญั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ช่วยใหเ้ ยาวชนไทยไดร้ ับการศึกษาในข้นั พ้ืนฐานตามอายุ และไดร้ ับโอกาส

ในการพฒั นาคุณภาพชีวิตของตนเอง)
7.นกั เรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เปรียบเทียบระหว่างการศึกษาในระบบ

และการศึกษานอกระบบว่ามีความเหมือนและความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด

ดงั ตวั อยา่ ง

การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ
มีการกาหนดจุดม่งุ หมาย มีความยดื หยนุ่ ในวิธี

วธิ ีการศึกษาและหลกั สูตร พฒั นาความรู้ การศึกษาและเน้ือหา

ที่แน่นอน ความสามารถ

ของผเู้ รี ยน

8. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ขให้ดีข้นึ
9. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั สรุป
10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปสิ่งที่เขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี

กฎหมายเพือ่ การศึกษา เป็นกฎหมายที่ใชบ้ งั คบั พฒั นาคนในประเทศใหเ้ ป็นมนุษยส์ มบูรณ์ ท้งั ร่างกาย
สติปัญญา ความรู้ คุณธรรมและจริยธรรม และวฒั นธรรมในการดาเนินชีวิต สามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งเป็นสุข

และสามารถเป็นทรัพยากรท่ีมีคุณค่าของประเทศ รวมท้งั รู้จกั การที่จะรักษาสิทธิตน หากถกู ลว่ งละเมิดสิทธิทางใด
ทางหน่ึง

สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 ของสถาบนั พฒั นา

คณุ ภาพวิชาการ (พว.)
2. สถานการณ์เกี่ยวกบั กฎหมายการศึกษา

การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ วธิ วี ดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การ
ทดสอบ แบบทดสอบ วัดผล
ตัวชี้วัด การเรียนรู้
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ที่ ความรู้ (K) สังเกต แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
ของการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมที่ดีงาม 1.อธิบายเกี่ยวกบั สงั เกต แบบประเมิน 50 %
และธารงรักษาประเพณีและวฒั นธรรม กฎหมายการศึกษา
ไทย ดารงชีวิตอยรู่ ่วมกนั ในสังคมไทย ทกั ษะกระบวนการ (P) ผา่ นเกณฑ์
และสังคมโลกอยา่ งสันติสุข 2. วเิ คราะหก์ ฎหมาย 50 %
การศึกษา
สมรรถนะ คุณลกั ษณะ (A) ระดบั คุณภาพ
การส่ือสาร 3.เห็นคณุ คา่ และ 2
การใชท้ กั ษะชีวิต ความสาคญั ของ
กฎหมายการศึกษา
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1 นกั เรียนมี
1. มีวนิ ยั ความสามารถในการ
2. ใฝ่เรียนรู้ สื่อสาร
2 นกั เรียนมี
ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวติ
นกั เรียนมีระเบียบวนิ ยั
ในตวั เอง
นกั เรียนรู้จกั ใฝ่เรียนรู้
ในการศึกษาคน้ ควา้

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 30

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหสั วชิ า ส21101

รายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2564

ชื่อหน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 กฎหมายใกล้ตัว เวลา 2 ชั่วโมง

เร่ือง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ที่ของการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ีดีงามและธารงรักษาประเพณี
และวฒั นธรรมไทย ดารงชีวิตอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไทยและสังคมโลกอยา่ ง สนั ติสุข
ตัวชีว้ ดั ส 2.1 ม.1/1 ปฏิบตั ิตามกฎหมายในการคุม้ ครองสิทธิของบุคคล

ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผอู้ ื่น

สาระสาคญั

กฎหมายคุม้ ครองผูบ้ ริโภค เป็ นกฎหมายท่ีบญั ญตั ิข้ึนเพ่ือให้ความคุม้ ครองและความเป็ นธรรมแก่
ผบู้ ริโภคทุกคนอยา่ งเท่าเทียม การเรียนรู้กฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภคจะทาใหร้ ู้จกั ปกป้องสิทธิของตนเอง ในฐานะ
ผบู้ ริโภค

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเก่ียวกบั กฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภค (K)
2. วิเคราะห์กฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภค (P)
3. เห็นคณุ ค่าและความสาคญั ของกฎหมายคุม้ ครองผบู้ ริโภค (A)

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซื่อสตั ย์ มีวนิ ยั ใฝ่ เรี ยนรู้
รักชาติ มงุ่ มน่ั ในการทางาน รักความเป็ นไทย จิตสาธารณะ
อยอู่ ยา่ งพอเพียง

สมรรถนะ

การสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา
การรู้เทา่ ทนั สื่อสาร สารสนเทศและดิจิทลั
การใชท้ กั ษะชีวิต การใชเ้ ทคโนโลยี

ทกั ษะชีวติ และความเจริญแห่งตน

เนื้อหาสาระ
กฎหมายคุม้ ครองผบู้ ริโภค

กจิ กรรมการเรียนรู้

ข(G•้นั aท•th่ี 1•erข•i้นัngส•)ัง•เก•ต ร•ว•บร•วม• ข•้อม•ูล• • • •

1. นกั เรียนอ่านสถานการณ์ที่กาหนด แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

ยาสระผมยี่ห้อหน่ึงไดโ้ ฆษณาสรรพคุณว่า เม่ือใช้แลว้ ผมจะดกดาทนั ตาเห็น

ภายใน 5 คร้ัง หลงั ใชจ้ ึงมีคนหลงเช่ือ และซ้ือใชก้ นั จานวนมาก แต่ผลปรากฏวา่ หลงั จาก

ใชไ้ ปแลว้ เกิดอาการคนั ศีรษะและผมร่วงเป็นจานวนมาก

• สถานการณ์ดงั กลา่ วเกี่ยวขอ้ งกบั กฎหมายใด
(กฎหมายคุม้ ครองผบู้ ริโภค : พระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองผบู้ ริโภค พ.ศ. 2522)
• สถานการณ์ดงั กล่าวมีความผิดตามกฎหมายใดหรือไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีความผิดตามกฎหมายคุม้ ครองผบู้ ริโภค เพราะมีการกล่าวอา้ งสรรพคณุ เกินจริงและผใู้ ช้
ไดร้ ับผลกระทบ)
• นกั เรียนไดร้ ับประโยชน์อยา่ งไรจากการศึกษาสถานการณ์น้ี
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นอุทาหรณ์ใหใ้ ชส้ ินคา้ ท่ีเช่ือถือได้ เป็นบทเรียนใหผ้ อู้ ่ืนในสงั คมคดิ ก่อนการตดั สินใจ
และเป็ นการเรี ยกร้องสิทธิตามกฎหมาย)
2. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั กฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภค โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนรู้จกั กฎหมายผบู้ ริโภคหรือไม่ เป็นกฎหมายท่ีมีความสาคญั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ รู้จกั เป็นกฎหมายที่คุม้ ครองการถกู ละเมิดสิทธิในฐานะผบู้ ริโภค)
• กฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภคน้นั คุม้ ครองตวั เราและสังคมในดา้ นใดบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ ในดา้ นของการบริโภคสินคา้ และบริการตา่ ง ๆ)
3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั กฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภค จากแหลง่ การเรียนรู้อ่ืน ๆ

4. •ข(นP้นั•กัrทเo•รc่ีีย2e•นsขsว•i้ันnิเคคg•ร)ดิ า•วะเิหค• ์เรก•าี่ยะ•วหก์แ•บั ลก•ะฎสห•รุปม•คายว•คา•มุม้ คร•ู้รอ•งผ•บู้ ร•ิโภค แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคดิ

ดงั ตวั อยา่ ง

สิทธิท่ีจะไดร้ ับ สิทธิที่จะไดร้ ับ สิทธิจะไดร้ ับ สิทธิจะมีอิสระ สิทธิท่ีจะไดร้ ับการ
ขา่ วสาร คณุ ภาพ ความปลอดภยั ความเป็ นธรรม ในการเลือกหา พจิ ารณาและชดเชย
ที่ถกู ตอ้ งและ จากการใชส้ ินคา้ ในการทาสัญญา สินคา้ -บริการ ความเสียหายหาก
และบริการ
เพียงพอ ถูกละเมิดสิทธิ

สิทธิผบู้ ริโภค

กฎหมาย
คุ้มครองผ้บู ริโภค

สานกั งานคณะกรรมการคุม้ ครองผบู้ ริโภค (สคบ.)

รับเร่ืองราว ติดตาม สนบั สนุน ส่งเสริมและ ดาเนินการ ประสานงาน
ร้องทุกข์ และสอดส่อง สนบั สนุนให้ เผยแพร่ กบั ส่วนราชการ
จากผบู้ ริโภค หรือ ทางวิชาการ
ทาการศึกษา มีการศึกษา

และวจิ ยั ปัญหา แก่ผบู้ ริโภค

5. นักเรียนวิเคราะห์การปฏิบตั ิตนตามกฎหมายคุม้ ครองผูบ้ ริโภค และสรุปผลท่ีเกิดข้ึนเป็ นแผนภาพความคิด ดงั
ตวั อยา่ ง

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ผลท่ีเกดิ ขึน้ ต่อตนเอง
ช่วยป้องกนั การถูกละเมิดสิทธิ
ปฏิบตั ิตนตามสิทธิของผบู้ ริโภคและร้องเรียนปัญหา
เม่ือพบสินคา้ ท่ีไม่ไดม้ าตรฐานและไม่ผา่ นการ จากผผู้ ลิตสินคา้
รับรองต่อหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง
ผลท่ีเกดิ ขึน้ ต่อประเทศชาติ
ช่วยเพ่มิ ความเป็นธรรมใหแ้ ก่ผบู้ ริโภค

สินคา้ ในสงั คม

6. นกั เรียนวิเคราะห์เก่ียวกบั การคมุ้ ครองผบู้ ริโภคในดา้ นต่าง ๆ แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคดิ
ดงั ตวั อยา่ ง

ดา้ นการโฆษณา เช่น ตอ้ งใชข้ อ้ ความ
ที่ไม่เป็ นผลเสียและไม่เป็ นเท็จ

การค้มุ ครองผู้บริโภค

ดา้ นสญั ญา เช่น ใชข้ อ้ สญั ญาที่จาเป็น ดา้ นฉลาก เช่น ฉลากตอ้ งระบุ
และผบู้ ริโภคตอ้ งไม่เสียเปรียบ เคร่ืองหมายการคา้

เกินสมควร

7. นกั เรียนคดิ ประเมินเพือ่ เพิม่ คณุ คา่ แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนตอ้ งการใหก้ ฎหมายคมุ้ ครองผบู้ ริโภค คุม้ ครองนกั เรียนอยา่ งไรบา้ ง

(ตวั อยา่ งคาตอบ ชดเชยความเสียหาย หากไดร้ ับสินคา้ ท่ีไม่ไดม้ าตรฐาน)

Kข•้นัnทo•w่ี 3•leขd•้นั gปe•)ฏ•บิ •ัตแิ •ละ•ส•รุป•ค•วา•มร•ู้ห•ลงั •กา•รป• ฏ•ิบ•ตั ิ •(A•pp•ly•ing• a•nd• C•on•st•ru•cti•ng•th•e• • •

8. นกั เรียนสรุปความรู้เกี่ยวกบั กฎหมายในการรักษาสิทธิของตนเองและผอู้ ื่นเป็นแผนภาพความคิดใน
ชิ้นงานท่ี 4 เรื่อง กฎหมายที่รู้ไวเ้ พ่ือรักษาสิทธิของตนเอง

9. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรียบร้อยของชิ้นงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้นึ

10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงที่เขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
กฎหมายคุม้ ครองผบู้ ริโภค เป็นกฎหมายท่ีบญั ญตั ิข้ึนเพอ่ื ใหค้ วามคมุ้ ครองและความเป็นธรรมแก่

ผบู้ ริโภคทกุ คนอยา่ งเทา่ เทียม การเรียนรู้กฎหมายคุม้ ครองผบู้ ริโภคจะทาใหร้ ู้จกั ปกป้องสิทธิของตนเอง
ในฐานะผบู้ ริโภค

11. •Sขนk้นั•กั iเทlร•l)ี่ีย4น•ขอ•้นั อสก•ื่อม•สานา•ราแเ•สลนะ•นอ•าชเิ้นส•นง•าอน•(หA•นpา้p•ชly้นั•inเ•รgีย•นth•e C•om• m• u•ni•ca•tio•n

12. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกบั วิธีการทางานใหเ้ ห็นการคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ท่ีมีแบบแผน

•ขR้นั•egท•uี่ l5a•tขi•้nนั gป•)ร•ะเม• นิ •เพ•่ือเ•พ•มิ่ ค•ุณ•ค่า•บ•ริก•าร•ส•ังค•มแ•ละ•จิต• ส•าธ•าร•ณ•ะ •(Se•lf-• • •

13. นกั เรียนร่วมกนั จดั ป้ายนิเทศเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกบั กฎหมายคุม้ ครองผบู้ ริโภค
14. นกั เรียนประเมินตนเองหลงั การเรียน ในประเด็นต่อไปน้ี

• สิ่งท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรียนพึงพอใจกบั การเรียนรู้ในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ท่ีไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป

ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปลี่ยนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพิ่มคณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชน์ต่อสังคมใหม้ ากข้นึ กวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป

ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1

ของสถาบนั พฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.)

2. สถานการณ์เก่ียวกบั กฎหมายคุม้ ครองผบู้ ริโภค

3. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน

การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้

จุดประสงค์ วธิ วี ดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การ
วดั ผล
การเรียนรู้
ผา่ นเกณฑ์
ตวั ช้ีวดั ความรู้ (K) ทดสอบ แบบทดสอบ 50 %
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ที่ 1.อธิบายเก่ียวกบั สงั เกต แบบประเมิน
ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม กฎหมายคมุ้ ครอง ผา่ นเกณฑ์
และธารงรักษาประเพณีและวฒั นธรรม ผบู้ ริโภค 50 %
ไทย ดารงชีวิตอยรู่ ่วมกนั ในสังคมไทย ทกั ษะกระบวนการ (P)
และสังคมโลกอยา่ งสันติสุข 2.วิเคราะหก์ ฎหมาย ระดบั คุณภาพ
คุม้ ครองผบู้ ริโภค 2
สมรรถนะ คุณลกั ษณะ (A)
การส่ือสาร 3.เห็นคุณค่าและ
การใชท้ กั ษะชีวิต ความสาคญั ของ
กฎหมายคมุ้ ครอง
ผบู้ ริโภค
1 นกั เรียนมี
ความสามารถในการ
สื่อสาร
2 นกั เรียนมี
ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวติ

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรียนมีระเบียบวนิ ยั สังเกต แบบประเมิน
1. มีวินยั ในตวั เอง
2. ใฝ่เรียนรู้ นกั เรียนรู้จกั ใฝ่เรียนรู้
ในการศึกษาคน้ ควา้

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 31

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหัสวิชา ส21101

รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2564

ช่ือหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 กฎหมายใกล้ตัว เวลา 1 ช่ัวโมง

เร่ือง กฎหมายลขิ สิทธ์ิ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมท่ีดีงามและธารงรักษาประเพณี
และวฒั นธรรมไทย ดารงชีวิตอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไทยและสังคมโลกอยา่ งสันติสุข
ตัวชีว้ ัด ส 2.1 ม.1/1 ปฏิบตั ิตามกฎหมายในการคุม้ ครองสิทธิของบุคคล

ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผอู้ ื่น

สาระสาคญั

กฎหมายลิขสิทธ์ิ เป็นกฎหมายที่คุม้ ครองผลงานอนั เกิดจากความคิดสร้างสรรคห์ รือการประดิษฐ์ คดิ คน้
ผลงานท่ีสร้างสรรค์ข้ึนน้ันจะได้รับความคุม้ ครองตามกฎหมาย ผูใ้ ดก็ไม่สามารถละเมิดลิขสิทธ์ิได้ เวน้ แต่จะ
ไดร้ ับความยนิ ยอมจากเจา้ ของลิขสิทธ์ิ

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเกี่ยวกบั กฎหมายลิขสิทธ์ิ (K)
2. วิเคราะหก์ ฎหมายลิขสิทธ์ิ (P)
3. เห็นคณุ ค่าและความสาคญั ของกฎหมายลิขสิทธ์ิ (A)

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ซ่ือสัตย์ มีวนิ ยั ใฝ่ เรี ยนรู้
รักชาติ ม่งุ มน่ั ในการทางาน รักความเป็ นไทย จิตสาธารณะ
อยอู่ ยา่ งพอเพียง

สมรรถนะ

การส่ือสาร การคดิ การแกป้ ัญหา
การรู้เทา่ ทนั สื่อสาร สารสนเทศและดิจิทลั
การใชท้ กั ษะชีวิต การใชเ้ ทคโนโลยี

ทกั ษะชีวติ และความเจริญแห่งตน

เนื้อหาสาระ
กฎหมายลิขสิทธ์ ิ

กจิ กรรมการเรียนรู้

1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั กฎหมายลิขสิทธ์ิ โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนรู้จกั กฎหมายการละเมิดลิขสิทธ์ิหรือไม่
(ตวั อยา่ งคาตอบ รู้จกั )
• นกั เรียนทราบหรือไมว่ า่ กฎหมายเกี่ยวกบั การละเมิดสิทธิผอู้ ื่นมีความสาคญั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีความสาคญั ในดา้ นการคมุ้ ครองลิขสิทธ์ิของผผู้ ลิตท่ีควรจะไดร้ ับและป้องกนั

การละเมิดสิทธิของผบู้ ริโภคคนอ่ืน)

2. นกั เรียนอ่านสถานการณ์ท่ีกาหนดให้ แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

นกั เขียนช่ือดงั เจา้ ของนามปากกา “ดินสอสามสี” ท่ีถกู คดั ลอกผลงานเขยี น ออกโรง
ปกป้องลิขสิทธ์ิงานเขียนของตนเอง โดยมีตน้ สงั กดั เป็นสานกั พิมพช์ ื่อดงั ใหก้ ารสนบั สนุน

เน่ืองจากถกู ขโมยผลงาน ตวั แทนจากสานกั พิมพก์ ล่าววา่ เหตกุ ารณ์ละเมิดลิขสิทธ์ิทาให้

นกั เขยี นไมอ่ ยากโพสตผ์ ลงานลงในเวบ็ บอร์ด อีกท้งั ทาใหเ้ ด็กรุ่นใหม่หลายคนท่ีใช้
อินเทอร์เน็ตเป็นสะพานสู่การเป็นนกั เขยี นอาชีพตอ้ งพลอยเสียโอกาสตามไปดว้ ย

• ใจความสาคญั ของสถานการณ์เกี่ยวกบั เร่ืองใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นการขโมยผลงานวรรณกรรมของผอู้ ื่น)
• จากสถานการณ์เป็นการทาผิดตามกฎหมายใด
(พระราชบญั ญตั ิลิขสิทธ์ิ พ.ศ. 2537 เพราะมีลกั ษณะการคดั ลอกผลงานเขียนของผอู้ ื่นไปเป็นของตนเอง)
• นกั เรียนไดป้ ระโยชน์อยา่ งไรจากการศึกษาสถานการณ์น้ี
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีความรู้ในเรื่องกฎหมายลิขสิทธ์ิ และป้องกนั การถกู ละเมิดลิขสิทธ์ิ)
3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั เร่ืองกฎหมายลิขสิทธ์ิ จากแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ

•ข้ัน• ค•ิด•วิเค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

4. นกั เรียนวิเคราะห์เกี่ยวกบั กฎหมายลิขสิทธ์ิ แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง

ความหมาย เป็นกฎหมายคมุ้ ครอง ทรัพย์สินทางปัญญา คือ ผลงานท่ีเกิดจากการประดิษฐค์ ิดคน้
ทรัพยส์ ินทางปัญญา โดยการให้ หรือสร้างสรรคข์ องมนุษย์ ซ่ึงเนน้ ท่ีผลิตจากสติปัญญาและ
ลิขสิทธ์ิในการกระทาการใด ๆ แต่เพยี ง ความชานาญ ท้งั ท่ีจบั ตอ้ งไดแ้ ละจบั ตอ้ งไมไ่ ด้
ผเู้ ดียวแก่ผเู้ ป็นเจา้ ของ ลขิ สิทธ์ิ คือ สิทธิแตเ่ พียงผเู้ ดียวท่ีจะกระทาการใด ๆ เก่ียวกบั
งานที่ผสู้ ร้างสรรคท์ าข้นึ
กฎหมาย การได้มาซึ่งลขิ สิทธ์ิ
ลขิ สิทธ์ิ เกิดข้ึนทนั ทีนบั ต้งั แต่ผูส้ ร้างสรรคไ์ ดส้ ร้างสรรคผ์ ลงาน
โดยไม่ตอ้ งจดทะเบียน
: พ.ร.บ. เจา้ ของผลงานสามารถแจง้ ขอ้ มลู ลิขสิทธ์ิต่อกรมทรัพยส์ ินทาง
ลขิ สิทธ์ิ ปัญญาได้ เพ่ือเป็นหลกั ฐานเบ้ืองตน้ ว่าเป็นเจา้ ของลิขสิทธ์ิผลงาน

พ.ศ. 2537 อายกุ ารคุ้มครองลขิ สิทธ์ิ งานทวั่ ไปมีลิขสิทธ์ิตลอดอายผุ สู้ ร้าง และต่อไปอีก 50 ปี นบั แต่
ผสู้ ร้างถึงแก่ความตาย
งานภาพถ่าย ภาพยนตร์ สิ่งบนั ทึกเสียง หรืองานแพร่ภาพ-เสียง
คมุ้ ครอง 50 ปี นบั แต่การสร้างสรรคผ์ ลงาน
งานศิลปะประยกุ ต์ มีอายคุ มุ้ ครอง 25 ปี นบั แต่การสร้างสรรค์
ผลงาน

5. นกั เรียนวิเคราะห์เก่ียวกบั เหตุผลของการมีกฎหมายลิขสิทธ์ิและผลที่เกิดข้ึน แลว้ สรุปเป็นความคดิ
รวบยอด

6. นกั เรียนวิเคราะห์เก่ียวกบั ประโยชน์ของการมีกฎหมายลิขสิทธ์ิ แลว้ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคดิ
ดงั ตวั อยา่ ง

ประโยชน์ของ
การมกี ฎหมายลขิ สิทธ์ิ

ตอ่ ตนเอง ต่อสังคม

รู้จกั รักษาสิทธิของตนเอง ทาใหเ้ กิดการสร้างสรรคน์ วตั กรรมใหม่
ป้องกนั การถกู ละเมิดสิทธิจากผอู้ ่ืน ท้งั เชิงวตั ถแุ ละจริยธรรม

7. นกั เรียนคิดประเมินเพื่อเพมิ่ คณุ คา่ แลว้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• การละเมิดลิขสิทธ์ิทางปัญญาส่งผลเสียตอ่ สงั คมอยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ เจา้ ของผลงานไม่กลา้ สร้างสรรค์ผลงาน ทาให้ไม่เกิดการสร้างสรรค์นวตั กรรมใหม่

สังคมขาดการพฒั นาท้งั ดา้ นความรู้และความคิด)

ข•้นั ป•ฏ•ิบตั• แิ •ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•บิ ตั •ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

8. นกั เรียนแบง่ กลุม่ ตามความเหมาะสม จากน้นั แต่ละกลุม่ เลือกศึกษางานลิขสิทธ์ิมา 1 อยา่ ง วา่ การไดม้ าซ่ึง
ลิขสิทธ์ิและอายกุ ารคมุ้ ครองลิขสิทธ์ิมีลกั ษณะอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้ลงในแบบบนั ทึก ดงั ตวั อยา่ ง

• งานลิขสิทธ์ิประเภท (วรรณกรรม)

• การไดม้ าซ่ึงลิขสิทธ์ิ (สิทธิในลิขสิทธ์ิเกิดข้ึนในทนั ทีต้งั แตผ่ สู้ ร้างสรรคไ์ ดส้ ร้างผลงาน
โดยไม่ตอ้ งจดทะเบียน)

• อายกุ ารคมุ้ ครองลิขสิทธ์ิ (เริ่มจากการสร้างสรรคผ์ ลงานน้นั จนตลอดอายผุ สู้ ร้างสรรค์
และต่อไปอีก 50 ปี นบั แตผ่ สู้ ร้างสรรคถ์ ึงแก่ความตาย)

9. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีข้ึน

10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปสิ่งท่ีเขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั น้ี
กฎหมายลิขสิทธ์ิ เป็นกฎหมายที่คมุ้ ครองผลงานอนั เกิดจากความคิดสร้างสรรคห์ รือการประดิษฐ์ คดิ คน้

ผลงานที่สร้างสรรคข์ ้ึนน้นั จะไดร้ ับความคุม้ ครองตามกฎหมาย ผใู้ ดก็ไมส่ ามารถละเมิดลิขสิทธ์ิได้

เวน้ แตจ่ ะไดร้ ับความยนิ ยอมจากเจา้ ของลิขสิทธ์ิ

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

11. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
12. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคดิ เชิงระบบและวิธีการทางาน
ที่มีแบบแผน

•ข้ัน• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พมิ่• ค•ณุ •ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

13. นกั เรียนร่วมกนั จดั ป้ายนิเทศเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกบั กฎหมายลิขสิทธ์ิ
14. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียน ในประเด็นต่อไปน้ี

• สิ่งที่นกั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรียนในกลมุ่ มีส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั น้ีหรือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ที่ไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทวั่ ไป

ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพมิ่ คุณค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชน์ต่อสงั คมใหม้ ากข้นึ กวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป

สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1
ของสถาบนั พฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.)

2. สถานการณ์เกี่ยวกบั กฎหมายลิขสิทธ์ิ
3. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน

การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การ
ทดสอบ แบบทดสอบ วัดผล
ตวั ชีว้ ดั การเรียนรู้
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตน ความรู้ (K) ผา่ นเกณฑ์
ตามหนา้ ที่ของการเป็นพลเมืองดี มี อธิบายเก่ียวกบั 50 %
ค่านิยมท่ีดีงามและธารงรักษาประเพณี กฎหมายลิขสิทธ์ ิ
และวฒั นธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ ทกั ษะกระบวนการ (P)
ร่วมกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลก วเิ คราะห์กฎหมาย
อยา่ งสนั ติสุข ลิขสิทธ์ ิ
คณุ ลกั ษณะ (A)
เห็นคณุ ค่าและ
ความสาคญั ของ
กฎหมายลิขสิทธ์ ิ

สมรรถนะ 1 นกั เรียนมี สงั เกต แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
การส่ือสาร ความสามารถในการ สงั เกต แบบประเมิน 50 %
การใชท้ กั ษะชีวิต สื่อสาร
2 นกั เรียนมี ระดบั คุณภาพ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ความสามารถในการใช้ 2
1. มีวินยั ทกั ษะชีวติ
2. ใฝ่เรียนรู้ นกั เรียนมีระเบียบวินยั
ในตวั เอง
นกั เรียนรู้จกั ใฝ่เรียนรู้
ในการศึกษาคน้ ควา้

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน 4321
กระบวนการ
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด
ทางานกลุ่ม
สมาชิกชดั เจน และ สมาชิกชดั เจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชิก

มีการช้ีแจงเป้าหมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มีการช้ีแจง และไมม่ ีการช้ีแจง

การทางาน มีการ อยา่ งชดั เจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชิก

ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั อยา่ งชดั เจน ตา่ งคนตา่ งทางาน

อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แตไ่ มม่ ีการประเมิน ปฏิบตั ิงานร่วมกนั

พร้อมกบั การประเมิน เป็นระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน

เป็นระยะ ๆ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 33

กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21101

รายวิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปี การศกึ ษา 2564

ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 สานมติ รภาพกบั เพอื่ นบ้านของเรา เวลา 3 ช่วั โมง

เร่ือง สานมิตรภาพกบั เพื่อนบ้านของเรา

--------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมท่ดี งี ามและธารงรกั ษาประเพณีและ
วฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อย่รู ว่ มกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลกอย่าง สนั ตสิ ขุ

ตัวชีว้ ดั ส 2.1 ม.1/3 อภิปรายเกี่ยวกบั คณุ คา่ ทางวฒั นธรรมท่เี ป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรอื อาจนาไปสู่
ความเขา้ ใจผิดต่อกนั
สาระสาคัญ

วฒั นธรรมเป็นส่ิงท่แี สดงถงึ ความเจรญิ งอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ย ความกลมเกลียวกา้ วหนา้ ของชาติ
และศีลธรรมอนั ดีของประชาชน วฒั นธรรมท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ วฒั นธรรมทางคติธรรม เนติธรรม สหธรรม วตั ถธุ รรม
วฒั นธรรมทางภาษาและวรรณคดี วฒั นธรรมทางวตั ถุ วฒั นธรรมทางจิตใจ วฒั นธรรมทางจารีตหรือขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวฒั นธรรมทางสนุ ทรียะ

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกความหมายและประเภทของวฒั นธรรมไทยได้ (K)

2. เห็นคณุ ค่าและความสาคญั ของวฒั นธรรมไทย (A)

3. ปฏบิ ตั ิตนตามวฒั นธรรมไทยไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม (P)

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ซือ่ สตั ย์ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้
รกั ชาติ

อย่อู ย่างพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย จิตสาธารณะ

สมรรถนะ

การสือ่ สาร การคิด การแกป้ ัญหา

การใชท้ กั ษะชวี ติ การใชเ้ ทคโนโลยี การรูเ้ ท่าทนั ส่อื สาร สารสนเทศและดจิ ิทลั

ทกั ษะชวี ิตและความเจรญิ แห่งตน
เนือ้ หาสาระ
วฒั นธรรมไทย

1. ความหมายและความสาคญั ของวฒั นธรรมไทย
2. ประเภทของวฒั นธรรมไทย

กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ท่ี 1 นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูแจง้ ตวั ชวี้ ดั และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูใ้ หน้ กั เรียนทราบ
2. ครูใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น
3. ครูใหน้ กั เรียนดภู าพอาหารไทย ภาพการไหว้ แลว้ ซกั ถามนกั เรยี นว่า จากภาพนกั เรียนคิดว่ากจิ กรรมดงั กลา่ ว

เก่ียวขอ้ งกบั วฒั นธรรมอย่างไร ใหน้ กั เรียนช่วยกนั แสดงความคิดเหน็ จากนนั้ ครูอธิบายสรุปเพ่ือเช่ือมโยงเขา้ สเู่ นือ้ หาท่จี ะ
เรียน

ข้นั ท่ี 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
4. ครูอธิบายความหมายและประเภทของวฒั นธรรมไทย
5. ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งออกเป็น 2 กลมุ่ จบั สลากรว่ มกนั วเิ คราะหแ์ สดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั วฒั นธรรมไทยใน
ประเดน็ ท่ีกาหนดใหต้ ่อไปนี้

กลุม่ ที่ 1 วฒั นธรรมไทยมีความสาคญั อย่างไร
กลุม่ ที่ 2 ในปัจจบุ นั คนไทยเนน้ วฒั นธรรมทางวตั ถหุ รือทางดา้ นจิตใจ เพราะเหตใุ ดจงึ เป็นเช่นนนั้
6. ครูใหแ้ ต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมาวิเคราะหแ์ ลว้ ใหเ้ พ่ือนกลมุ่ อ่นื แสดงความคิดเหน็ ครูอธิบายเพมิ่ เติม แลว้ ให้
นกั เรยี นทาใบงานเรื่อง วฒั นธรรมไทย

7. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อภิปรายวา่ ถา้ ไม่ปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทยจะมผี ลอยา่ งไรตอ่ สงั คมไทย ครูอธิบาย
เพ่มิ เติม แลว้ ใหน้ กั เรียนบนั ทึกผลลงในแบบบนั ทกึ ผลการอภิปรายเร่ือง วฒั นธรรมไทย

8. ครูใหน้ กั เรยี นช่วยกนั แสดงความคิดเห็นว่า วฒั นธรรมไทยในเร่อื งใดบา้ งท่ีสอดคลอ้ งกบั หลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง จากนนั้ ครูสรุปเพม่ิ เติม แลว้ ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ ผลลงในสมดุ

9. ในขณะนกั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรม ใหค้ รูสงั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตาม
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่

ข้นั ที่ 3 ฝึ กฝนผู้เรียน

10. ครูใหน้ กั เรียนทากจิ กรรมเกี่ยวกบั วฒั นธรรมไทย ในแบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน หนา้ ท่พี ลเมือง วฒั นธรรม
และการดาเนนิ ชีวิตในสงั คม แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาตอบท่ีถูกตอ้ ง

ข้ันที่ 4 นาไปใช้

11. ครูแนะนาใหน้ กั เรียนทาแผน่ พบั เพ่ือเผยแพรค่ วามรูเ้ ร่ือง วฒั นธรรมกบั สงั คมไทย

ข้นั ที่ 5 สรุป

12. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรูเ้ รื่อง วฒั นธรรมไทย โดยใหน้ กั เรยี นสรุปเป็นแผนท่คี วามคิด

ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น

2. ภาพอาหารไทย ภาพการไหว้

3. แบบบนั ทกึ ผลการอภิปรายเรอ่ื ง วฒั นธรรมไทย

4. ใบงานเร่ือง วฒั นธรรม

5. แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเป็นรายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่

6. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1

7. แบบฝึกทกั ษะ

การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้

จุดประสงค์ วิธวี ดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑก์ าร
การเรียนรู้ วัดผล

ตวั ชีว้ ดั ความรู้ (K) ทดสอบ แบบทดสอบ ผ่านเกณฑ์
50 %
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ท่ี 1. บอกความหมายและ
ของการเป็นพลเมอื งดี มีคา่ นิยมท่ีดี ประเภทของวฒั นธรรม
งามและธารงรกั ษาประเพณีและ ไทยได้
วฒั นธรรมไทย ดารงชวี ิตอยรู่ ว่ มกนั ใน
สงั คมไทยและสงั คมโลกอย่างสนั ติสขุ ทกั ษะกระบวนการ (P)

2. เห็นคณุ ค่าและ
ความสาคญั ของ
วฒั นธรรมไทย
คณุ ลกั ษณะ (A)

3. ปฏิบตั ิตนตาม
วฒั นธรรมไทยไดอ้ ย่าง
ถกู ตอ้ งและเหมาะสม

สมรรถนะ 1 นกั เรียนมี สงั เกต แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
การส่อื สาร ความสามารถในการ 50 %
การใชท้ กั ษะชีวิต สื่อสาร

2 นกั เรียนมี
ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวิต

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรียนมีระเบียบวินยั สงั เกต แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้ ในตวั เอง 2

นกั เรียนรูจ้ กั ใฝ่เรียนรูใ้ น

การศกึ ษาคน้ ควา้

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2

ความคล้ายคลึงและความแตกต่างทางวัฒนธรรมของไทย

กบั กลุม่ ประเทศอาเซียน

สาระท่ี 2 หน้าทพ่ี ลเมอื ง หน้าทพ่ี ลเมือง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 สานมิตรภาพกับเพอ่ื นบ้านของเรา

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 1 เวลา 2 ช่วั โมง

1. สาระสาคญั

ประเทศในกลมุ่ อาเซียนต่างกม็ ีวฒั นธรรมท่ีเป็นเอกลกั ษณข์ องตนเอง วฒั นธรรมเหลา่ นีม้ ีทงั้ สว่ นท่ีคลา้ ยคลงึ และ
สว่ นท่แี ตกต่างกนั ซ่งึ อาจจะช่วยสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั ได้

2. ตัวชวี้ ดั

อภปิ รายเกี่ยวกบั คณุ ค่าทางวฒั นธรรมท่ีเป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รืออาจนาไปสคู่ วามเขา้ ใจผิดต่อ
กนั (ส 2.1 ม. 1/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. วิเคราะห์ความคลา้ ยคลึงและความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมไทยกบั กลุ่มประเทศอาเซียนได้ (K,P)
2. ตระหนกั ถึงคณุ คา่ ของวฒั นธรรมท้งั ของไทยและของต่างประเทศ (A)

4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

1. ทดสอบก่อนเรียน K
2. ซกั ถามความรูเ้ ร่ือง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศ

อาเซยี น K

3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบคุ คล K
4. ประเมินพฤติกรรมในการ ทางานเป็นรายบุคคลในดา้ น ความมีวนิ ยั

ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯA
5. ประเมนิ พฤติกรรมในการ ทางานเป็นรายบุคคลและเป็น กลมุ่ ในดา้ นการสือ่ สาร

การคดิ การแกป้ ัญหาฯลฯ

5. สาระการเรยี นรู้

ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศอาเซียน
1. วฒั นธรรมทางภาษา
2. วฒั นธรรมทางศาสนา
3. วฒั นธรรมการแต่งกาย

6. แนวทางการบรู ณาการ

ภาษาไทย ฟัง พดู อ่าน เขียนขอ้ มลู เกี่ยวกบั ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทย
กบั กลมุ่ ประเทศอาเซยี น

ศลิ ปะ จดั ปา้ ยนเิ ทศเร่อื ง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่
ประเทศอาเซยี น

7. กระบวนการจดั การเรยี นรู้

ขน้ั ที่ 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน

1. ครูแจง้ ตวั ชวี้ ดั และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูใ้ หน้ กั เรียนทราบ

2. ครูใหน้ กั เรียนดภู าพการแต่งกายของชาวไทย การแต่งกายของชาวบรูไน การแตง่ กายของชาวเวยี ดนาม แลว้
ถามนกั เรยี นว่ากจิ กรรมในภาพนนี้ กั เรยี นเคยเห็นหรือไม่ มคี วามแตกตา่ งกนั อย่างไร นกั เรยี นตอบ ครูอธิบายสรุปเพ่อื
เช่ือมโยงเขา้ สเู่ นือ้ หาท่จี ะเรียน

ข้ันท่ี 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเรอื่ ง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศอาเซยี น

4. ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4–6 คน แต่ละกลมุ่ สืบคน้ ขอ้ มลู ความคลา้ ยคลงึ และความแตกตา่ งทาง
วฒั นธรรมของกลมุ่ ประเทศอาเซียนตามหวั ขอ้ ท่กี าหนดให้ บนั ทกึ ผลลงในแบบบนั ทกึ ผลการสบื คน้ ขอ้ มลู เร่อื ง ความ
คลา้ ยคลงึ และความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศอาเซียน แลว้ รว่ มกนั แสดงความคิดเห็น จากนนั้ ครู
อธิบายเพิ่มเติม

5. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายวา่ เราจะนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเลือกรบั
วฒั นธรรมของกลมุ่ ประเทศอาเซยี นไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง หลงั จากท่นี กั เรียนอภปิ รายจบ ครูสรุป แลว้ ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ ผลลงใน
สมดุ

6. ในขณะนกั เรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรม ใหค้ รูสงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานและการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตาม
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่

ขั้นที่ 3 ฝึ กฝนผู้เรียน
7. ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมเก่ียวกบั ความคลา้ ยคลงึ และความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศ
อาเซยี น ในแบบฝึกทกั ษะ แลว้ ชว่ ยกนั เฉลยคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
ข้ันท่ี 4 นาไปใช้
8. ครูใหน้ กั เรียนจดั ป้ายนเิ ทศเร่ือง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศ
อาเซียน
ขัน้ ท่ี 5 สรุป
9. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรูเ้ ร่ือง ความคลา้ ยคลึงและความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่
ประเทศอาเซียน โดยใหน้ กั เรียนสรุปเป็นแผนท่ีความคดิ

8. กิจกรรมเสนอแนะ

ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเพ่มิ เติมเก่ียวกบั ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศ
อาเซยี น แลว้ นาผลมาจดั ทาเป็นรายงาน

9. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้

1. ภาพการแตง่ กายของชาวไทย การแต่งกายของชาวบรูไน การแตง่ กายของชาวเวียดนาม

2. แบบบนั ทกึ ผลการสืบคน้ ขอ้ มลู เรอื่ ง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศ
อาเซียน

3. แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลมุ่
4. หนงั สือเรียน รายวิชาพนื้ ฐาน
5. แบบฝึกทกั ษะ

10. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้

1. ความสาเรจ็ ในการจดั การเรยี นรู้
แนวทางการพฒั นา

2. ปัญหา/อปุ สรรคในการจดั การเรยี นรู้
แนวทางแกไ้ ข

3. สิง่ ท่ไี มไ่ ดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตผุ ล

4. การปรบั ปรุงแผนการจดั การเรียนรู้

ลงช่อื ผ้สู อน
/ /

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3
วฒั นธรรมทส่ี ร้างความสัมพนั ธท์ ดี่ หี รือความเข้าใจผิดต่อกนั

สาระที่ 2 หน้าทพี่ ลเมอื ง หน้าทพ่ี ลเมือง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 สานมิตรภาพกบั เพอ่ื นบ้านของเรา เวลา 2 ช่วั โมง
ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 1

1. สาระสาคญั

วฒั นธรรมเป็นสง่ิ ท่ีคนในสงั คมหนึ่งเห็นว่าดแี ต่ในอีกสงั คมหน่งึ อาจเห็นว่าไม่ดี วฒั นธรรมเหลา่ นกี้ จ็ ะเป็นปัจจยั ท่ี
สรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดตี ่อกนั หรอื สรา้ งความเขา้ ใจผิดตอ่ กนั ได้

2. ตัวชีว้ ัด

อภปิ รายเก่ียวกบั คณุ คา่ ทางวฒั นธรรมท่ีเป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรอื อาจนาไปสคู่ วามเขา้ ใจผิดต่อ
กนั (ส 2.1 ม. 1/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายวฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั ได้ (K)
2. เห็นความสาคญั ของวฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีตอ่ กนั รวมทงั้ ตระหนกั ในปัญหาความเขา้ ใจผดิ ท่เี กิด
จากวฒั นธรรมท่ีต่างกนั (A)
3. อภปิ รายเก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั ไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล (A, P)

4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

1. ทดสอบก่อนเรยี น K

2. ซกั ถามความรูเ้ ร่ือง วฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั K
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบคุ คล K
4. ประเมนิ พฤติกรรมในการ ทางานเป็นรายบุคคลในดา้ น ความมีวินยั

ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯA
5. ประเมนิ พฤติกรรมในการ ทางานเป็นรายบุคคลและเป็น กลมุ่ ในดา้ นการส่อื สาร

การคิด การแกป้ ัญหาฯลฯ P

5. สาระการเรยี นรู้

วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั

1. วฒั นธรรมทางภาษา

2. วฒั นธรรมทางจติ ใจ

3. วฒั นธรรมทางจารีตประเพณีหรือขนบธรรมเนยี มประเพณี

6. แนวทางการบรู ณาการ

ภาษาไทย ฟัง พดู อา่ น เขียนขอ้ มลู เก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รอื ความเขา้ ใจ
ผิดต่อกนั

การงานอาชีพฯ ทาแผ่นพบั เก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั เพ่อื
เผยแพรค่ วามรู้

7. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ 1 นาเขา้ สูบ่ ทเรียน

1. ครูแจง้ ตวั ชวี้ ดั และจดุ ประสงคก์ ารเรียนรูใ้ หน้ กั เรยี นทราบ

2. ครูพดู เกร่นิ นาถึงวฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั โดยยกตวั อยา่ งวฒั นธรรมท่ี
คลา้ ยคลงึ กนั และความแตกตา่ งของวฒั นธรรมในกลมุ่ ประเทศอาเซียน นกั เรยี นช่วยกนั ตอบ จากนนั้ ครูสรุปเพ่ือเช่ือมโยง
เขา้ สเู่ นอื้ หาท่จี ะเรียน

ขนั้ ที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูอธิบายเกี่ยวกบั วฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรอื ความเขา้ ใจผิดต่อกนั จากนนั้ ตงั้ คาถามใหน้ กั เรียน
ชว่ ยกนั ตอบ เชน่

1) วฒั นธรรมท่เี ป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธอ์ นั ดีตอ่ กนั มีอะไรบา้ ง

2) อะไรคอื สาเหตทุ ่ที าใหว้ ฒั นธรรมสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั

3) ถา้ ถึงวนั สงกรานตซ์ ง่ึ เป็นวนั ขนึ้ ปีใหม่และวนั ครอบครวั ของไทยท่มี กี ารรดนา้ ดาหวั ขอพรจากผใู้ หญ่ ถา้ เรา
ไม่ไดไ้ ปรว่ มกิจกรรมดงั กลา่ วจะมีผลเป็นอยา่ งไร

4. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกี่ยวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรอื ความเขา้ ใจผิดต่อกนั

5. ครูจดั การเรยี นการสอนแบบอภิปรายโดยการใชเ้ ทคนิคระดมสมอง โดยปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอน ดงั นี้
ขั้นดาเนินการอภปิ ราย

1) ครูแจง้ หวั ขอ้ วตั ถปุ ระสงค์ และรูปแบบการอภิปรายใหน้ กั เรียนทราบ โดยเขยี นลงบนกระดานหรือแผ่นใสให้
นกั เรยี นดู

หวั ขอ้ อภปิ ราย: วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั

วตั ถปุ ระสงคข์ องการอภปิ ราย: เพ่อื ใหน้ กั เรยี นเห็นความสาคญั ของวฒั นธรรม

2) ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 6–8 คน โดยแตล่ ะกลมุ่ เลอื กประธาน 1 คน เลขานกุ ารกลมุ่ 1 คน เป็นผจู้ ด
บนั ทกึ ความคดิ เห็นของกลมุ่

3) ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ดาเนนิ การอภิปรายตามหวั ขอ้ ท่กี าหนด ในขณะท่ีแตล่ ะกลมุ่ ดาเนนิ การอภิปราย ครูคอยสงั เกต
และกระตนุ้ ใหท้ กุ คนไดแ้ สดงความคิดเห็นกนั อย่างเต็มท่ี

ขั้นสรุปอภปิ ราย
1) ใหแ้ ต่ละกลมุ่ บนั ทกึ ผลการอภปิ รายลงในแบบบนั ทกึ ผลการอภปิ ราย

2) ตวั แทนกลมุ่ นาเสนอผลการอภิปรายต่อท่ีประชมุ หรอื หนา้ ชนั้ เรยี น

3) เปิดโอกาสใหผ้ ฟู้ ังซกั ถาม ผอู้ ภปิ รายตอบคาถาม ครูคอยชว่ ยเหลือใหค้ าแนะนา

6. ครุซกั ถามนกั เรียนวา่ ในฐานะประชาชนไทย เราควรใชว้ ฒั นธรรมไทยสรา้ งความสมั พนั ธก์ บั ประชาชนของ
ประเทศสมาชิกอาเซียนอ่ืน ๆ อย่างไร ใหน้ กั เรยี นตอบลงในกระดาษ ครูสมุ่ นกั เรียนประมาณ 5 คน ออกมานาเสนอ
ผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น ครูสรุป แลว้ ใหน้ กั เรียนทกุ คนนาคาตอบของตนสง่ ครู

7. ในขณะนกั เรียนปฏิบตั กิ ิจกรรม ใหค้ รูสงั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตาม
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่

ขัน้ ที่ 3 ฝึ กฝนผู้เรียน
8. ครูใหน้ กั เรยี นทากิจกรรมเกี่ยวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั และแบบทดสอบ
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ประจาหน่วยการเรียนรู้ ในแบบฝึกทกั ษะ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาตอบท่ถี ูกตอ้ ง
ขัน้ ท่ี 4 นาไปใช้
9. ครูใหน้ กั เรียนทาแผ่นพบั เก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รือความเขา้ ใจผดิ ต่อกนั เพ่อื เผยแพร่
ความรู้
ขน้ั ท่ี 5 สรุป
10. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรูเ้ รือ่ ง วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั
11. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียนและช่วยกนั เฉลยคาตอบท่ถี กู ตอ้ ง

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4–6 คน รว่ มกนั สืบคน้ ขอ้ มลู และอภิปรายแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั วฒั นธรรมท่ี
สรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รือความเขา้ ใจผดิ ต่อกนั บนั ทึกผล แลว้ นาขอ้ มลู มาแลกเปลี่ยนเรยี นรูก้ นั ในชนั้ เรียน

9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้

1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
2. แบบบนั ทกึ ผลการอภปิ ราย
3. แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลมุ่
4. หนงั สอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน
5. แบบฝึกทกั ษะ

10. บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้

1. ความสาเรจ็ ในการจดั การเรยี นรู้
แนวทางการพฒั นา

2. ปัญหา/อปุ สรรคในการจดั การเรียนรู้



แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 34

กลุ่มสาระกาเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหสั วิชา ส21101

รายวิชาสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปี การศึกษา 2563

ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 8 สานมติ รภาพกบั เพอ่ื นบ้านของเรา เวลา 2 ช่วั โมง

เรื่อง ความคลา้ ยคลึงและความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมของไทยกับกลุม่ ประเทศอาเซยี น

--------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีค่านยิ มท่ดี งี ามและธารงรกั ษาประเพณีและ
วฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อย่รู ว่ มกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลกอย่าง สนั ตสิ ขุ

ตวั ชวี้ ัด ส 2.1 ม.1/3 อภิปรายเก่ียวกบั คณุ ค่าทางวฒั นธรรมท่เี ป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรืออาจนาไปสู่
ความเขา้ ใจผิดตอ่ กนั
สาระสาคัญ

ประเทศในกลมุ่ อาเซียนต่างกม็ ีวฒั นธรรมท่ีเป็นเอกลกั ษณข์ องตนเอง วฒั นธรรมเหลา่ นมี้ ีทงั้ สว่ นท่ีคลา้ ยคลงึ และ
สว่ นท่แี ตกต่างกนั ซง่ึ อาจจะช่วยสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั ได้

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. วเิ คราะห์ความคลา้ ยคลึงและความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมไทยกบั กลมุ่ ประเทศอาเซียนได้ (K,P)

2. ตระหนกั ถึงคณุ คา่ ของวฒั นธรรมท้งั ของไทยและของต่างประเทศ (A)

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ซอื่ สตั ย์ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้
รกั ชาติ

อยอู่ ย่างพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย จติ สาธารณะ

สมรรถนะ

การสือ่ สาร การคิด การแกป้ ัญหา

การใชท้ กั ษะชีวิต การใชเ้ ทคโนโลยี การรูเ้ ท่าทนั สอ่ื สาร สารสนเทศและดิจิทลั

ทกั ษะชีวิตและความเจรญิ แห่งตน

เนือ้ หาสาระ
ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศอาเซียน

1. วฒั นธรรมทางภาษา

2. วฒั นธรรมทางศาสนา

3. วฒั นธรรมการแต่งกาย

กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน

1. ครูแจง้ ตวั ชวี้ ดั และจดุ ประสงคก์ ารเรียนรูใ้ หน้ กั เรยี นทราบ

2. ครูใหน้ กั เรียนดภู าพการแต่งกายของชาวไทย การแตง่ กายของชาวบรูไน การแต่งกายของชาวเวียดนาม แลว้
ถามนกั เรยี นวา่ กจิ กรรมในภาพนนี้ กั เรยี นเคยเห็นหรือไม่ มคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งไร นกั เรยี นตอบ ครูอธิบายสรุปเพ่อื
เช่ือมโยงเขา้ สเู่ นือ้ หาท่จี ะเรียน

ขัน้ ท่ี 2 กจิ กรรมการเรียนรู้

3. ครูสนทนากบั นกั เรียนเรื่อง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลุ่มประเทศอาเซียน

4. ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4–6 คน แต่ละกลมุ่ สืบคน้ ขอ้ มลู ความคลา้ ยคลงึ และความแตกตา่ งทาง
วฒั นธรรมของกลมุ่ ประเทศอาเซียนตามหวั ขอ้ ท่กี าหนดให้ บนั ทกึ ผลลงในแบบบนั ทึกผลการสบื คน้ ขอ้ มลู เรื่อง ความ
คลา้ ยคลงึ และความแตกตา่ งทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศอาเซยี น แลว้ รว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น จากนนั้ ครู
อธิบายเพ่มิ เติม

5. ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายว่า เราจะนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเลือกรบั
วฒั นธรรมของกลมุ่ ประเทศอาเซียนไดอ้ ย่างไรบา้ ง หลงั จากท่นี กั เรียนอภปิ รายจบ ครูสรุป แลว้ ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ ผลลงใน
สมดุ

6. ในขณะนกั เรียนปฏิบตั กิ จิ กรรม ใหค้ รูสงั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอผลงานของนกั เรียนตาม
แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเป็นรายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่

ขั้นท่ี 3 ฝึ กฝนผเู้ รียน
7. ครูใหน้ กั เรียนทากจิ กรรมเก่ียวกบั ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศ
อาเซยี น ในแบบฝึกทกั ษะ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาตอบท่ีถกู ตอ้ ง

ขน้ั ท่ี 4 นาไปใช้

8. ครูใหน้ กั เรยี นจดั ปา้ ยนเิ ทศเรอ่ื ง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศ
อาเซียน

ขั้นที่ 5 สรุป

9. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรูเ้ ร่ือง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่
ประเทศอาเซียน โดยใหน้ กั เรียนสรุปเป็นแผนท่ีความคิด

สอื่ และแหล่งการเรียนรู้

1. ภาพการแตง่ กายของชาวไทย การแตง่ กายของชาวบรูไน การแต่งกายของชาวเวียดนาม
2. แบบบนั ทกึ ผลการสืบคน้ ขอ้ มลู เรอ่ื ง ความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างทางวฒั นธรรมของไทยกบั กลมุ่ ประเทศ
อาเซียน
3. แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลมุ่
4. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน
5. แบบฝึกทกั ษะ

การวดั และการประเมินผลการเรยี นรู้

จดุ ประสงค์ วิธวี ัด เครื่องมือวัด เกณฑก์ าร
วดั ผล
การเรียนรู้
ผา่ นเกณฑ์
ตัวชีว้ ดั ความรู้ (K,P) ทดสอบ แบบทดสอบ 50 %

มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิ 1. วิเคราะห์ความ
ตนตามหนา้ ท่ขี องการเป็นพลเมอื งดี มี คลา้ ยคลึงและความ
คา่ นิยมท่ีดงี ามและธารงรกั ษาประเพณี แตกต่างทางวฒั นธรรม
และวฒั นธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ ไทยกบั กลุ่มประเทศ
รว่ มกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลก
อยา่ งสนั ตสิ ขุ อาเซียนได้

ทกั ษะคณุ ลกั ษณะ (A)

ตระหนกั ถึงคณุ ค่าของ
วฒั นธรรมท้งั ของไทย
และของต่างประเทศ

สมรรถนะ 1 นกั เรียนมี สงั เกต แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์
การส่ือสาร ความสามารถในการ 50 %
การใชท้ กั ษะชีวิต ส่อื สาร

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2 นกั เรียนมี
1. มีวินยั ความสามารถในการใช้
2. ใฝ่เรยี นรู้ ทกั ษะชวี ิต

นกั เรียนมรี ะเบียบวินยั สงั เกต แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ในตวั เอง 2

นกั เรยี นรูจ้ กั ใฝ่เรยี นรูใ้ น

การศึกษาคน้ ควา้

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3

วฒั นธรรมทส่ี ร้างความสัมพนั ธท์ ดี่ หี รือความเข้าใจผิดตอ่ กัน

สาระท่ี 2 หน้าทพ่ี ลเมอื ง หน้าทพ่ี ลเมือง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 สานมิตรภาพกบั เพอ่ื นบา้ นของเรา เวลา 2 ช่วั โมง
ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 1

1. สาระสาคัญ

วฒั นธรรมเป็นส่งิ ท่ีคนในสงั คมหนึง่ เห็นว่าดแี ตใ่ นอกี สงั คมหนึ่งอาจเห็นว่าไม่ดี วฒั นธรรมเหลา่ นกี้ จ็ ะเป็นปัจจยั ท่ี
สรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดตี ่อกนั หรอื สรา้ งความเขา้ ใจผิดตอ่ กนั ได้

2. ตัวชวี้ ัด

อภิปรายเก่ียวกบั คณุ คา่ ทางวฒั นธรรมท่ีเป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รอื อาจนาไปสคู่ วามเขา้ ใจผิดต่อ
กนั (ส 2.1 ม. 1/3)

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายวฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั ได้ (K)
2. เห็นความสาคญั ของวฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีตอ่ กนั รวมทงั้ ตระหนกั ในปัญหาความเขา้ ใจผดิ ท่เี กิด
จากวฒั นธรรมท่ีต่างกนั (A)
3. อภปิ รายเกี่ยวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั ไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล (A, P)

4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

1. ทดสอบก่อนเรยี น K
2. ซกั ถามความรูเ้ รื่อง วฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รอื ความเขา้ ใจผดิ ตอ่ กนั K
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบคุ คล K
4. ประเมินพฤติกรรมในการ ทางานเป็นรายบคุ คลในดา้ น ความมวี นิ ยั

ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯA

5. ประเมินพฤติกรรมในการ ทางานเป็นรายบคุ คลและเป็น กลมุ่ ในดา้ นการส่อื สาร
การคิด การแกป้ ัญหาฯลฯ P

5. สาระการเรียนรู้

วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั

1. วฒั นธรรมทางภาษา

2. วฒั นธรรมทางจิตใจ

3. วฒั นธรรมทางจารีตประเพณีหรอื ขนบธรรมเนยี มประเพณี

6. แนวทางการบูรณาการ

ภาษาไทย ฟัง พดู อ่าน เขยี นขอ้ มลู เกี่ยวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรอื ความเขา้ ใจ
ผดิ ต่อกนั

การงานอาชพี ฯ ทาแผน่ พบั เก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั เพ่อื
เผยแพรค่ วามรู้

7. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขั้นท่ี 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน

1. ครูแจง้ ตวั ชวี้ ดั และจดุ ประสงคก์ ารเรียนรูใ้ หน้ กั เรยี นทราบ

2. ครูพดู เกร่นิ นาถงึ วฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั โดยยกตวั อย่างวฒั นธรรมท่ี
คลา้ ยคลงึ กนั และความแตกต่างของวฒั นธรรมในกลมุ่ ประเทศอาเซียน นกั เรยี นชว่ ยกนั ตอบ จากนนั้ ครูสรุปเพ่ือเช่ือมโยง
เขา้ สเู่ นอื้ หาท่จี ะเรยี น

ขั้นท่ี 2 กจิ กรรมการเรียนรู้

3. ครูอธิบายเก่ียวกบั วฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั จากนนั้ ตงั้ คาถามใหน้ กั เรียน
ชว่ ยกนั ตอบ เช่น

1) วฒั นธรรมท่เี ป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธอ์ นั ดีต่อกนั มอี ะไรบา้ ง

2) อะไรคอื สาเหตทุ ่ที าใหว้ ฒั นธรรมสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั

3) ถา้ ถงึ วนั สงกรานตซ์ ง่ึ เป็นวนั ขนึ้ ปีใหม่และวนั ครอบครวั ของไทยท่มี ีการรดนา้ ดาหวั ขอพรจากผใู้ หญ่ ถา้ เรา
ไม่ไดไ้ ปรว่ มกจิ กรรมดงั กลา่ วจะมีผลเป็นอยา่ งไร

4. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกี่ยวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี หี รอื ความเขา้ ใจผิดต่อกนั

5. ครูจดั การเรยี นการสอนแบบอภิปรายโดยการใชเ้ ทคนิคระดมสมอง โดยปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอน ดงั นี้
ขน้ั ดาเนินการอภปิ ราย

1) ครูแจง้ หวั ขอ้ วตั ถุประสงค์ และรูปแบบการอภปิ รายใหน้ กั เรยี นทราบ โดยเขียนลงบนกระดานหรือแผน่ ใสให้
นกั เรียนดู

หวั ขอ้ อภิปราย: วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั

วตั ถปุ ระสงคข์ องการอภิปราย: เพ่อื ใหน้ กั เรยี นเห็นความสาคญั ของวฒั นธรรม

2) ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 6–8 คน โดยแต่ละกลมุ่ เลอื กประธาน 1 คน เลขานุการกลมุ่ 1 คน เป็นผจู้ ด
บนั ทกึ ความคดิ เห็นของกลมุ่

3) ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ดาเนินการอภิปรายตามหวั ขอ้ ท่กี าหนด ในขณะท่ีแตล่ ะกลมุ่ ดาเนินการอภปิ ราย ครูคอยสงั เกต
และกระตนุ้ ใหท้ กุ คนไดแ้ สดงความคดิ เห็นกนั อยา่ งเตม็ ท่ี

ขัน้ สรุปอภปิ ราย
1) ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ บนั ทกึ ผลการอภิปรายลงในแบบบนั ทกึ ผลการอภิปราย

2) ตวั แทนกลมุ่ นาเสนอผลการอภปิ รายต่อท่ีประชมุ หรอื หนา้ ชนั้ เรยี น

3) เปิดโอกาสใหผ้ ฟู้ ังซกั ถาม ผอู้ ภปิ รายตอบคาถาม ครูคอยชว่ ยเหลือใหค้ าแนะนา

6. ครุซกั ถามนกั เรียนว่า ในฐานะประชาชนไทย เราควรใชว้ ฒั นธรรมไทยสรา้ งความสมั พนั ธก์ บั ประชาชนของ
ประเทศสมาชิกอาเซียนอ่ืน ๆ อย่างไร ใหน้ กั เรียนตอบลงในกระดาษ ครูสมุ่ นกั เรียนประมาณ 5 คน ออกมานาเสนอ
ผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น ครูสรุป แลว้ ใหน้ กั เรียนทกุ คนนาคาตอบของตนสง่ ครู

7. ในขณะนกั เรียนปฏิบตั กิ จิ กรรม ใหค้ รูสงั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตาม
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่

ขน้ั ที่ 3 ฝึ กฝนผเู้ รียน
8. ครูใหน้ กั เรียนทากจิ กรรมเกี่ยวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรอื ความเขา้ ใจผดิ ต่อกนั และแบบทดสอบ
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ประจาหนว่ ยการเรียนรู้ ในแบบฝึกทกั ษะ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาตอบท่ถี กู ตอ้ ง
ข้นั ท่ี 4 นาไปใช้

9. ครูใหน้ กั เรยี นทาแผน่ พบั เก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรอื ความเขา้ ใจผิดต่อกนั เพ่อื เผยแพร่
ความรู้

ขัน้ ท่ี 5 สรุป
10. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรูเ้ รอื่ ง วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รือความเขา้ ใจผดิ ตอ่ กนั

11. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี นและช่วยกนั เฉลยคาตอบท่ถี กู ตอ้ ง

8. กจิ กรรมเสนอแนะ

ครูใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4–6 คน รว่ มกนั สืบคน้ ขอ้ มลู และอภปิ รายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ี
สรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รือความเขา้ ใจผดิ ต่อกนั บนั ทกึ ผล แลว้ นาขอ้ มลู มาแลกเปลี่ยนเรียนรูก้ นั ในชนั้ เรยี น

9. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ ผู้สอน
/
1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
2. แบบบนั ทกึ ผลการอภิปราย
3. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่
4. หนงั สือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน
5. แบบฝึกทกั ษะ

10. บันทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้

1. ความสาเรจ็ ในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา

2. ปัญหา/อปุ สรรคในการจดั การเรยี นรู้
แนวทางแกไ้ ข

3. สง่ิ ท่ไี มไ่ ดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตผุ ล

4. การปรบั ปรุงแผนการจดั การเรียนรู้

ลงช่อื
/



แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 35

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหัสวชิ า ส21101

รายวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศกึ ษา 2564

ช่ือหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 สานมติ รภาพกบั เพ่อื นบ้านของเรา เวลา 2 ช่วั โมง

เรื่อง วฒั นธรรมที่สร้างความสมั พนั ธท์ ด่ี ีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั

--------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีค่านยิ มท่ดี งี ามและธารงรกั ษาประเพณีและ
วฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อย่รู ่วมกนั ในสงั คมไทยและสงั คมโลกอย่าง สนั ตสิ ขุ

ตัวชวี้ ดั ส 2.1 ม.1/3 อภปิ รายเก่ียวกบั คณุ ค่าทางวฒั นธรรมท่เี ป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรอื อาจนาไปสู่
ความเขา้ ใจผิดตอ่ กนั
สาระสาคัญ

วฒั นธรรมเป็นสงิ่ ท่คี นในสงั คมหน่ึงเหน็ ว่าดแี ตใ่ นอกี สงั คมหนง่ึ อาจเห็นว่าไม่ดี วฒั นธรรมเหลา่ นกี้ จ็ ะเป็นปัจจยั ท่ี
สรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีต่อกนั หรอื สรา้ งความเขา้ ใจผิดตอ่ กนั ได้

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั ได้ (K)

2. เหน็ ความสาคญั ของวฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีตอ่ กนั รวมทงั้ ตระหนกั ในปัญหาความเขา้ ใจผิดท่เี กิด
จากวฒั นธรรมท่ีตา่ งกนั (A)

3. อภิปรายเก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั ไดอ้ ย่างมเี หตผุ ล (A, P)

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

รกั ชาติ ซอื่ สตั ย์ มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้

อยอู่ ย่างพอเพียง ม่งุ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย จติ สาธารณะ

สมรรถนะ

การสือ่ สาร การคิด การแกป้ ัญหา

การใชท้ กั ษะชีวติ การใชเ้ ทคโนโลยี การรูเ้ ท่าทนั สือ่ สาร สารสนเทศและดิจิทลั

ทกั ษะชวี ิตและความเจรญิ แหง่ ตน
เนือ้ หาสาระ

วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรอื ความเขา้ ใจผิดต่อกนั
1. วฒั นธรรมทางภาษา
2. วฒั นธรรมทางจติ ใจ
3. วฒั นธรรมทางจารีตประเพณีหรือขนบธรรมเนยี มประเพณี

กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั ท่ี 1 นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูแจง้ ตวั ชวี้ ดั และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูใ้ หน้ กั เรยี นทราบ
2. ครูพดู เกร่นิ นาถงึ วฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดหี รือความเขา้ ใจผิดต่อกนั โดยยกตวั อยา่ งวฒั นธรรมท่ี

คลา้ ยคลงึ กนั และความแตกตา่ งของวฒั นธรรมในกลมุ่ ประเทศอาเซียน นกั เรียนช่วยกนั ตอบ จากนนั้ ครูสรุปเพ่ือเช่ือมโยง
เขา้ สเู่ นอื้ หาท่จี ะเรียน

ขน้ั ท่ี 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูอธิบายเก่ียวกบั วฒั นธรรมท่สี รา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั จากนนั้ ตงั้ คาถามใหน้ กั เรียน
ช่วยกนั ตอบ เช่น

1) วฒั นธรรมท่เี ป็นปัจจยั ในการสรา้ งความสมั พนั ธอ์ นั ดีต่อกนั มอี ะไรบา้ ง
2) อะไรคือสาเหตทุ ่ที าใหว้ ฒั นธรรมสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั
3) ถา้ ถึงวนั สงกรานตซ์ ่งึ เป็นวนั ขนึ้ ปีใหม่และวนั ครอบครวั ของไทยท่มี กี ารรดนา้ ดาหวั ขอพรจากผใู้ หญ่ ถา้ เรา
ไม่ไดไ้ ปรว่ มกิจกรรมดงั กลา่ วจะมผี ลเป็นอย่างไร
4. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเก่ียวกบั วฒั นธรรมท่ีสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ีหรือความเขา้ ใจผิดต่อกนั
5. ครูจดั การเรียนการสอนแบบอภิปรายโดยการใชเ้ ทคนิคระดมสมอง โดยปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอน ดงั นี้
ขัน้ ดาเนินการอภปิ ราย
1) ครูแจง้ หวั ขอ้ วตั ถุประสงค์ และรูปแบบการอภิปรายใหน้ กั เรยี นทราบ โดยเขยี นลงบนกระดานหรือแผ่นใสให้
นกั เรยี นดู


Click to View FlipBook Version