The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thamonwan093308, 2022-03-06 07:31:44

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้

บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

สรปุ ผลการเรียนรู้
ความรู้ (K-Knowledge)........................................................................................................................................

........................................................................................... ............................................................................................ ......
ทกั ษะ/กระบวนการ (P-Process)..........................................................................................................................

.............................................................................................. ....................................................................................... ........
คณุ ลกั ษณะ (A-Attitude)......................................................................................................................................

................................................................................................ .............................................................................................
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (C-Characteristics) .................................................................................................

................................................................................................................................................ ..............................................
ปญั หา อุปสรรค และข้อคน้ พบ
............................................................................................................................. ..................................................................
...............................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไข ผลการแก้ไข
............................................................................................. ..................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
................................................................................................................................... ............................................................

ลงชอื่ ........................................................ผู้สอน
(นางสาวธมนวรรณ ปตั ถาพงษ์)

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9

กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21101

รายวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564

ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 พระสงฆ์ เวลา 2 ชว่ั โมง

เรื่อง บทบาทหนา้ ที่ของพระสงฆแ์ ละการปฏบิ ัติตนต่อพระสงฆ์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐาน ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนกั และปฏิบตั ติ นเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษา พระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ตน

นบั ถอื

ตวั ช้ีวดั ส 1.2 ม.1/2 อธิบายจรยิ วตั รของสาวกเพ่ือเป็นแบบอยา่ งในการประพฤติปฏิบตั ิ และปฏิบัติตนอย่าง

เหมาะสมต่อสาวกของศาสนาที่ตนนบั ถือ

สาระสำคัญ

พระภิกษเุ ปน็ ผ้ปู ระพฤติและปฏิบัตติ นตามหลักคำสอนของพระพทุ ธเจา้ และเผยแผ่หลกั คำสอนแกป่ ระชาชน
ศาสนิกชนควรประพฤตปิ ฏิบัติตนอย่างเหมาะสม

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

ความรู้(K)

1. อธิบายจรยิ วตั รของพระสงฆแ์ ละบทบาทของพระสงฆ์ในการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาได้

ทกั ษะกระบวนการ(P)

2.สามารถปฏิบตั ติ นในการเข้าพบพระสงฆ์ได้อยา่ งเหมาะสม

คณุ ลกั ษณะ(A)

-

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

รกั ชาติ ซือ่ สตั ย์ มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้

อยอู่ ย่างพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย จิตสาธารณะ

สมรรถนะ

การสือ่ สาร การคดิ การแก้ปัญหา
การร้เู ท่าทันส่อื สารสารสนเทศและดิจิทัล
การใช้ทกั ษะชวี ติ การใชเ้ ทคโนโลยี

ทักษะชีวติ และความเจรญิ แห่งตน

เนอื้ หาสาระ
หน้าทขี่ องพระสงฆ์
หนา้ ทข่ี องพระสงฆ์มที งั้ 1.หน้าทโ่ี ดยพระธรรมวินัย และ 2. หน้าทต่ี ่อสังคม

1. หน้าที่โดยพระธรรมวินยั
หน้าท่โี ดยพระธรรมวนิ ัย หมายถงึ หนา้ ทที่ ่ีพระธรรมวินัยโดยตรง รวมทงั้ หนา้ ทีท่ ค่ี ณะสงฆ์กำหนดให้ โดยมี

ดงั ต่อไปนี้
1.รกั ษาศลี ใหบ้ ริสุทธิ์ โดยท่ีตอ้ งรักษาคือ จาตุปาริสทุ ธศิ ลี เช่น ปาฏิโมกขสังวรศีล อิทรียสังวรศีล อาชีวปารสิ ุทธิ

ศีล ปจั จยสนั นิตศีล
2.ทำกจิ วตั รต่างๆให้ครบถว้ น กล่าวคอื ข้อปฏิบัติท่ีต้องทำเปน็ ประจำ
3.ศกึ ษาไตรสิกขา อันได้แก่ สลี สกิ ขา คือ การรักษากาย วาจา ใหเ้ รยี บรอ้ ย จติ ตสกิ ขา คือ การทำจิตให้สงบ

ปัญญาสิกขา คือ การใชป้ ญั ญาในการแกไ้ ขปัญหา
4.บรหิ ารคณะสงฆ์ตามตำแหน่งหนา้ ที่ พระภิกษุท่ีอปุ สมบทแล้วหลายพรรษาและมีความรทู้ างพระธรรมวนิ ัย

พอสมควร มกั จะไดร้ บั การแต่งตั้งเป็นผบู้ รหิ าร ซง่ึ แตล่ ะตำแหนง่ มหี นา้ ทป่ี ฏบิ ตั ิตา่ งๆเพ่ืออำนวยความสะดวกแก่
ประชาชน

5.เผยแผ่พระพุทธศาสนาใหก้ วา้ งขว้างออกไป โดยสามารถกระทำได้ท้ังในวดั นอกวัด แม้แต่การเดินทางไปไหน
ตอ่ ไหนดว้ ยอาการสำรวมก็ถือว่าเป็นการเผยแผ่ไปดว้ ย

6.ปฏสิ งั ขรณเ์ สนาสนะ และปูชนียสถานในวดั ซ่ึงนอกจากการซ่อมแซมแล้วยงั ต้องสรา้ งเพิ่มเติม
7.สบื ต่อพระพุทธศาสนา ซี่งเปน็ หนา้ ทท่ี ี่ติดไปตลอดการครองสมณเพศตลอดชวี ติ
2. หนา้ ทต่ี อ่ สงั คม
1.อบรมให้ประชาชนมีคณุ ธรรม ไม่ทำความชัว่ รู้จักการนำหลกั ธรรมพระพุทธศาสนาไปประยกุ ต์ใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั ซ่ึงการทจ่ี ะทำกิจกรรมดังกลา่ วน้พี ระสงฆ์สามารถทำนอกเหนือจากการกระทำปกติ
2.จัดให้มกี ารอบรมสมาธิ เพ่อื ใหป้ ระชาชนมีความสงบในจิตใจและมีความเจรญิ ทางปัญญาสูง
3.อปุ ถัมภ์บำรงุ โรงเรียนที่อย่ใู นวดั และนอกวัด
4.นำประชาชนมาประกอบพธิ ใี นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
5.อนรุ กั ษศ์ ลิ ปวัตถุ ปูชนยี วัตถุ และปชู นียสถาน และแนะนำประชาชนให้อนุรักษด์ ้วย
6.แนะนำสง่ เสรมิ ให้ประชาชนพัฒนาท้องถน่ิ และรกั ษาส่งิ แวดล้อม
7.แนะนำประชาชนให้ช่วยกนั รกั ษาป่า และสงวนพนั ธส์ุ ัตว์ปา่
หนา้ ท่ีของพระสงฆ์เป็นการแสดงว่าพระสงฆ์นน้ั เป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา ทั้งนถี้ ้าในยุคใดพระสงฆป์ ฏิบตั ิ
หน้าทีด่ งั กลา่ วคลาดเคลอื่ น ในยุคน้ันประชาชนก็จะขาดความนับถือ สังคมไมเ่ หน็ คุณคา่ ทางพระพุทธศาสนา และ
พระพุทธศาสนาก็จะเสื่อมลง แตถ่ า้ ในยุคใดท่ีพระสงฆ์ปฏิบัตหิ นา้ ทคี่ รบถ้วน ในยุคน้ันพระสงฆ์ก็จะมีประชาชนนบั ถือมาก
และพระพุทธศาสนากจ็ ะรุง่ เรือง ซึง่ ทำให้เปน็ ศูนยร์ วมทางจติ ใจ และเมื่อมีประชาชนมานับถือก็จะสร้างโบราณวตั ถุและ
โบราณสถาน ดงั นั้นพระสงฆจ์ ึงมีความสำคัญในฐานะเปน็ ตัวแทนของพระพทุ ธศาสนาท่ีสืบต่อพระพุทธศาสนาอย่าง
แทจ้ ริง

กิจกรรมการเรยี นรู้
Step1 ขัน้ รวบรวมข้อมลู (Gathering)

1. ครนู ำภาพหรือวดี ีโอเก่ยี วกับการดำเนินชวี ติ ของพระสงฆ์ การทำหน้าท่ขี องพระสงฆ์และบทบาทของพระสงฆ์
มาใหน้ ักเรียนดู นักเรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกับวถิ ชี ีวิตและบทบาทหนา้ ทขี่ องพระสงฆ์ จากน้ันครตู ้ังคำถามแล้วให้
นักเรียนตอบคำถามดังนี้

- พระสงฆม์ ีหน้าที่หลัก คอื อะไร
( ศกึ ษาพระธรรมวนิ ัย ฝกึ ฝนอบรมจติ ใจใหป้ ราศจากกเิ ลส เผยแผห่ ลักธรรมคำส่ังสอนให้แกพ่ ุทธศาสนกิ ชน)

2. ครนู ำรปู ภาพพระสงฆ์ทที่ ำหน้าท่ีเผยแผพ่ ระพุทธศาสนามาใหน้ ักเรยี นดู ได้แก่ พระมหาวุฒชิ ัย (ว.วชิรเมธี)
พระมหาสมปอง ตาลปตุ ฺโต พระพยอม จากนัน้ นักเรียนร่วมกนั สนทนาถงึ การทำหน้าที่ในการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา
และรปู แบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในปัจจุบัน โดยครใู ช้คำถาม ดงั น้ี

- นกั เรยี นเคยเข้ารบั การฟังธรรมหรอื ไม่
(เคย/ไม่เคย)

- สิง่ ทีพ่ ระสงฆ์มาแสดงหรอื สอนมีลักษณะอย่างไร
(เป็นหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาให้ละเว้นจากความชั่วและต้ังมน่ั ในความดี

- การปฏบิ ัติหน้าทดี่ งั กลา่ วพระสงฆ์มคี วามสำคัญอย่างไร
( ช่วยใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชนนำหลักธรรมคำสอนไปปฏิบตั ใิ นชวี ติ ประจำวัน

Step2 ข้นั วิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกับมารยาทการปฏิบัตติ นทเ่ี หมาะสมต่อพระสงฆ์ โดยครตู ง้ั คำถาม ดงั น้ี
- นักเรียนเคยไปวดั หรอื ไม่
- นักเรยี นปฏิบตั ิตนอย่างไรเม่ือไปวัด
- นกั เรยี นรู้สึกอยา่ งไรเม่ือพบคนทไ่ี ปวดั และปฏบิ ัติตวั เหมอื นกัน ครสู ุม่ ตัวอยา่ งนักเรยี นให้ออกมาเล่า

ประสบการณ์ในการไปทำบุญทีว่ ดั
4. นักเรยี นศึกษาถงึ มารยาทการปฏิบตั ิตนทเี่ หมาะสมต่อพระสงฆ์ โดยครอู ธิบายและสาธติ วธิ ีการปฏิบตั ิตนตามหลัก
มารยาทชาวพุทธและให้นกั เรียนฝึกปฏิบตั ิ โดยครตู รวจดคู วามถูกต้อง ดงั น้ี
- การเขา้ พบพระสงฆ์
- การแสดงความเคาระพระรัตนตรัย
- การแสดงความเคาระในศาสนพธิ ี
5. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครถู ามดงั นี้
- เพราะเหตุใดจึงต้องปฏิบตั ติ นให้เหมาะสมกับพระสงฆ์
( พระสงฆ์เป็นบุคคลที่ควรแก่การเคารพ)
- มารยาทไทย มารยาทชาวพทุ ธ นักเรยี นมคี วามเข้าใจว่าอย่างไร
(มารยาทไทยเปน็ การปฏิบตั ติ นทีแ่ สดงถึงความเคารพ ความอ่อนนอ้ มถ่อมตนต่อบคุ คลต่างๆ ลว้ นมีหลกั มา
จากคำสอนของพระพุทธศาสนา)

- นักเรียนจะมีวิธีการเผยแพร่ สืบสานวัฒนธรรมการแสดงความเคารพของไทยอย่างไร
(นำไปปฏิบัตใิ นชีวิตประจำวัน ศกึ ษาวิธกี ารที่ถกู ต้อง แนะนำใหผ้ ูอ้ ื่นปฏิบตั ิอยา่ งถูกต้อง

- นกั เรียนคดิ วา่ การปฏบิ ัติตนที่เหมาะสมต่อพระสงฆก์ ่อใหเ้ กิดประโยชนอ์ ย่างไร
( ช่วยในการอนรุ กั ษ์สบื สานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่)

6. ให้นักเรียนแบ่งกล่มุ เป็น 4 กล่มุ จบั สลากเลือกการปฏิบตั ิตามหลกั มารยาทของชาวพุทธ ดังน้ี
กลุม่ ที่ 1 การเข้าพบพระสงฆ์
กล่มุ ที่ 2 การเคารพพระรัตนตรยั
กลมุ่ ที่ 3 การแสดงความเคารพบุคคล
กลุ่มที่ 4 การแสดงความเคารพในศาสนพธิ ี
- การฟังพระเจริญพระพุทธมนต์
- การฟังสวดพระอภิธรรม
- การฟังพระธรรมเทศนา

7. แต่ละกลมุ่ ฝึกปฏิบัตติ ามท่ีไดร้ ับมอบหมายพร้อมออกมานำเสนอและแสดงวธิ ีการปฏบิ ตั ิตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ครคู อยตรวจสอบความถูกต้อง
Step3 ขนั้ ปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

8. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้
- พระภิกษุสงฆเ์ ปน็ ผู้สบื ทอดและเผยแผ่คำสอนทางพระพทุ ธศาสนา การปฏิบัตติ นท่เี หมาะสมตอ่ พระสงฆต์ าม

มารยาทของชาวพุทธ
Step4 ขนั้ ส่อื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)

9. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการปฏบิ ตั ติ นท่เี หมาะสมกับพระสงฆ์
Step5 ขั้นประเมินเพือ่ เพ่ิมคุณค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

10. นักเรียนนำความรทู้ ี่ได้รับไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั และเป็นแบบอย่างทีด่ ี
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้

3. หนังสือแบบเรยี น
4. ภาพพระสงฆ์

การวัดและการประเมนิ ผลการเรียนรู้

จดุ ประสงค์ วิธีวดั เครือ่ งมือวัด เกณฑ์การวัดผล
ทดสอบ แบบทดสอบ ผา่ นเกณฑ์
การเรยี นรู้ 50 %
สังเกต แบบประเมนิ
ตวั ชว้ี ดั ความรู้(K) สงั เกต แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
50 %
ส 1.1 ม.1/2 อธบิ าย อธิบายจริยวัตรของพระสงฆ์
ระดบั คุณภาพ
จริยวัตรของสาวกเพื่อเป็น และบทบาทของพระสงฆ์ใน 2

แบบอยา่ งในการประพฤติ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้

ปฏบิ ัติ และปฏิบัติตน ทกั ษะกระบวนการ(P)

อยา่ งเหมาะสมต่อสาวก สามารถปฏิบตั ติ นในการเข้า

ของศาสนาท่ีตนนบั ถือ พบพระสงฆ์ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

คณุ ลกั ษณะ(A)

-

สมรรถนะ 1) นักเรยี นมีความสามารถใน

การสือ่ สาร การสือ่ สาร

การใชท้ ักษะชีวิต 2) นกั เรียนมีความสามารถใน

การใชท้ ักษะชีวิต

คุณลกั ษณะอนั พงึ นกั เรียนมคี วามมงุ่ ม่นั ในการ

ประสงค์ ทำงาน

มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

บนั ทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้

สรุปผลการเรียนรู้
ความรู้ (K-Knowledge)........................................................................................................................................

........................................................................................... ..................................................................................................
ทักษะ/กระบวนการ (P-Process)..........................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................
คุณลกั ษณะ (A-Attitude)......................................................................................................................................

................................................................................................ .............................................................................................
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (C-Characteristics) .................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................................
ปัญหา อุปสรรค และข้อค้นพบ
............................................................................................................................. ..................................................................
...............................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไข ผลการแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................................................
...............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................

ลงช่ือ........................................................ผู้สอน
(นางสาวธมนวรรณ ปตั ถาพงษ์)

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 10

กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหัสวชิ า ส21101

รายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

ช่ือหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 พระสงฆ์ เวลา 2 ชวั่ โมง

เรอ่ื ง บำเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ศาสนสถาน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏบิ ตั ิตนเปน็ ศาสนิกชนท่ดี ีและธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถือ

ตวั ชีว้ ัด ส 1.2 ม.1/1 บำเพ็ญประโยชน์ตอ่ ศาสนสถานของศาสนาท่ตี นนบั ถือ

สาระสำคญั
การบำเพ็ญประโยชนแ์ ละการบำรุงรกั ษาวัดเปน็ สิง่ ที่ชว่ ยสบื ตอ่ อายุของพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป ซง่ึ เป็น

สงิ่ ท่ีนักเรียนสามารถกระทำได้และเปน็ หนา้ ที่ของชาวพทุ ธทกุ คน

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ความรู้(K)

1. อธิบายและยกตัวอย่างการบำเพญ็ ประโยชน์และการบำรุงรักษาวดั

ทักษะกระบวนการ(P)
2. จำแนกวิธีการปฏบิ ัติตนทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ ่อการบำรุงรักษาวัด

คุณลักษณะ(A)

3. เห็นคุณคา่ ในการบำเพญ็ สาธารณประโยชนใ์ นทางพระพทุ ธศาสนา

-
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

รกั ชาติ ซ่ือสัตย์ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้
จิตสาธารณะ
อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุง่ ม่ันในการทำงาน รักความเปน็ ไทย

สมรรถนะ

การสอ่ื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา
การรเู้ ท่าทันสื่อสารสารสนเทศและดิจิทัล
การใช้ทักษะชีวติ การใช้เทคโนโลยี

ทกั ษะชวี ติ และความเจริญแห่งตน

เน้อื หาสาระ
การปฏิบัติตนต่อศาสนสถาน
• การปฏบิ ัติตนต่อวดั
การไปวัดควรแต่งกายสุภาพเรยี บรอ้ ย โดยใชเ้ สือ้ ผ้าสีออ่ น ๆ หรือสขี าวไม่ควรสวมกางเกงขาสน้ั หรือกระโปรงสั้น
ขณะท่เี ราอยู่ในบริเวณวัด เราควรสำรวมกาย วาจา ไมค่ วรส่งเสียงดังและไม่ยงิ นกตกปลาในวัด

• การปฏบิ ัตติ นตอ่ ศาสนสถานอนื่ ๆ
1. ชว่ ยกนั รักษาให้อยู่ในสภาพเดมิ ไม่ขีดเขียนสิ่งใด ๆ ให้สกปรก
2. บำเพ็ญประโยชนโ์ ดยการช่วยกันทำความสะอาด
การทำความเคารพ เม่ือเดนิ ผ่านวัดหรอื ศาสนสถานควรยกมือไหวด้ ว้ ยความเคารพ
การบำเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชนแ์ กว่ ดั
วดั เป็นสถานท่อี ำนวยคุณประโยชนม์ ากมาย วดั ตง้ั อยู่ท่วั ทกุ ตำบลทุกหมูบ่ ้าน วดั มีความสำคัญตอ่ ชวี ิตสว่ นบุคคลตลอดถึง
ส่วนรวม คอื ประเทศชาติ เป็นสถาบนั สำคญั สถาบนั หน่ึงใน ๓ สถาบนั คอื ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์
วัดเปน็ สมบตั ิส่วนรวมของทุกคน เมอ่ื วดั เป็นสมบัตขิ องเรา เราตอ้ งบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์แกว่ ัด ดงั น้ี
1 ไมท่ ำลายทรัพยส์ มบัติของวัด เชน่ ไม่ขีดเขียนกำแพงฝาผนงั หรือขา้ งฝา
2 ไม่ลักขโมยทรพั ย์สมบัติของวัด
3 ปอ้ งกันมใิ หผ้ อู้ นื่ ทำลายหรือลักขโมยทรัพย์สมบตั ิของวดั
4 ช่วยบรู ณปฏิสงั ขรณถ์ าวรวตั ถุท่ชี ำรุดทรดุ โทรมใหม้ ั่นคงแข็งแรง โดยช่วยกันบรจิ าคทรัพย์ซอ่ มแซมหรือชกั ชวนใหผ้ ู้อนื่
ช่วยกันบำรุงรักษาวดั
5 ชว่ ยกันรกั ษาความสะอาดศาสนสถานรวมท้ังบริเวณใด
6 ปลกู ตน้ ไม้และบำรุงรักษาต้นไม้ เพื่อให้วดั เป็นสถานท่ีรม่ รืน่ สวยงาม
7 บริจาคส่ิงของเครื่องใชท้ ี่จำเป็นเพอ่ื ใช้ประโยชน์สว่ นรวมแกว่ ัด เช่น โต๊ะ เก้าอ้ี ภาชนะต่าง ๆ เปน็ ต้น
นอกจากการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชนแ์ ก่วัดแลว้ พระพุทธศาสนกิ ชนควรปฏบิ ตั ติ นต่อวดั ดังนี้
1 แสดงความเคารพต่อพระรัตนตรยั คอื พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รวมท้งั การสำรวมกริ ยิ ามารยาท ตลอดจนการเขา้
ไปในบริเวณวัดควรจะแต่งกายสภุ าพเรียบรอ้ ย
2 ประพฤติตนอยู่ในขอบเขตศลี ธรรมอนั ดีงาม เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ ไมล่ กั ขโมยไมก่ ่อการทะเลาะววิ าทกนั
3 หมั่นเขา้ วดั เพ่ือทำบุญตักบาตร ฟังธรรม สวดมนต์ไหวพ้ ระในวันพระหรอื วนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
การบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชนแ์ ก่วัด ถอื วา่ เป็นการบูชาพระคณุ ของพระรตั นตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
โดยถือว่าวัดเปน็ สมบัติของพุทธศาสนกิ ชนทุกคน เราตอ้ งรักและหวงแหนวัด โดยชว่ ยกันทำนุบำรงุ วัดเพ่ือความมน่ั คง
ถาวรของพระพทุ ธศาสนาอนั เปน็ ศาสนาประจำชาติไทย
กิจกรรมการเรยี นรู้
Step1 ขั้นรวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรียนส่งตัวแทนออกมาเล่าประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตนในการไปวัดให้เพื่อนฟัง จากนั้นร่วมกัน
สนทนา โดยใชค้ ำถาม ดงั นี้
• วดั มีความสำคญั อยา่ งไร

(ตวั อย่างคำตอบ วัดเปน็ ศูนยร์ วมจติ ใจของคนในชมุ ชน)

• วดั เปน็ สถานท่สี ำหรบั ใชท้ ำอะไร
(ตวั อย่างคำตอบ ประกอบพธิ ีกรรมทางพระพทุ ธศาสนา)
• นกั เรียนมคี วามเก่ียวข้องและสมั พนั ธ์กับวดั อย่างไร

(ตัวอย่างคำตอบ ทำความดโี ดยการไปทำบุญตักบาตรทวี่ ดั )

• นักเรยี นสามารถบำเพ็ญประโยชน์และบำรงุ รกั ษาวดั ได้อยา่ งไรบา้ ง แล้วสรุปความรู้

เปน็ แผนภาพความคดิ ดังตวั อย่าง

ดแู ลรักษาความสะอาด บรจิ าคเงนิ บำรงุ วัด

การบำเพ็ญประโยชนแ์ ละการ
บำรงุ รักษาวดั

ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ
2. นกั เรยี นสังเกตภาพทก่ี ำหนด แลว้ ร่วมกันสนทนา โดยใช้คำถาม ดงั นี้

• ภาพดังกล่าวคือภาพอะไร
(การทำความสะอาดบริเวณวัด)
• การกระทำของบุคคลในภาพสอดคลอ้ งกบั การบำเพ็ญประโยชน์และการบำรงุ รักษาวดั อยา่ งไร (ตวั อย่าง
คำตอบ การชว่ ยกนั รกั ษาความสะอาดภายในวัด ทำใหว้ ัดสะอาดน่าอยู่ และเปน็ การบำรุงรกั ษาวดั ให้คงอยสู่ บื ไป)
• นักเรียนคดิ วา่ การกระทำของบคุ คลในภาพกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนอ์ ย่างไรต่อตนเอง และต่อวัด
ตอ่ ตนเอง (ตวั อย่างคำตอบ ทำให้มคี วามสุข ได้ใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์)
ตอ่ วัด (ตัวอย่างคำตอบ ทำใหว้ ดั สะอาดและเป็นทเี่ จรญิ หูเจรญิ ตาแก่ผทู้ ่ีมาเยอื น)

• นกั เรยี นจะนำแบบอย่างของบคุ คลในภาพมาใชใ้ นการบำรุงรักษาวดั ภายในชมุ ชนของตนเอง
อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ทำความสะอาดวดั ภายในชุมชนของตนเองให้น่าอยู่ ใหผ้ ู้ท่ีมาเยอื นเกิดความประทบั ใจและอยาก
เข้าวดั มาทำบุญ)

3. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกบั การบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัด จากหนังสอื เรยี นและ
แหล่งการเรียนรูอ้ นื่ ๆ เพม่ิ เติม
Step2 ขน้ั วิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

4. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวทางการบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัด แล้วสรุปความรู้เป็นแผนภาพ
ความคิด ดงั ตัวอยา่ ง

การใช้สาธารณูปโภคของวดั
อยา่ งประหยัด

การปฏบิ ตั ิตนอยู่ในศลี ธรรม การดแู ลรักษาความสะอาดภายในวดั

การช่วยปกป้องวัด การบำเพญ็ ประโยชน์ การรักษาความเป็นระเบยี บ
และการบำรุงรกั ษาวัด เรียบร้อยภายในวดั
การดแู ลรกั ษา
ศาสนสถานและศาสนวตั ถุ การสร้างบรรยากาศทดี่ ี
ภายในวัด
การช่วยประชาสมั พันธ์
กจิ กรรมของวดั การเข้ารว่ มกิจกรรม การช่วยเหลือ
ทางศาสนา กจิ กรรมของวัด

5. นักเรียนวิเคราะห์แนวทางการบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัด โดยเลือกมา 1 แนวทาง ตามที่ได้

ศึกษาและวเิ คราะหผ์ ลท่เี กิดขน้ึ ตอ่ ตนเองและสงั คม แล้วสรปุ ความรูเ้ ป็นแผนภาพความคดิ

ดังตวั อย่าง ตอ่ ตนเอง

แนวทางการบำเพ็ญประโยชน์ เกดิ ความสขุ ใจท่ีได้ทำความดี

และการบำรงุ รกั ษาวัด ผลท่เี กดิ ข้ึน

การช่วยรักษาความเปน็ ระเบียบ ตอ่ สงั คม
เรยี บร้อยภายในวดั วดั เกดิ ความสะอาดเปน็ ระเบียบ

6.นักเรียนคิดประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่า แลว้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั น้ี

• ถ้าพุทธศาสนิกชนร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์และบำรุงรักษาวัดจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไร (ตัวอย่าง
คำตอบ ช่วยให้วดั เป็นศนู ยร์ วมและพัฒนาจิตใจพทุ ธศาสนิกชนสืบตอ่ ไป อกี ท้งั พระพุทธศาสนามคี วามเจริญรงุ่ เรืองมั่นคง)
Step3 ข้นั ปฏบิ ัติและสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นักเรียนยกตวั อย่างกจิ กรรมการบำเพ็ญประโยชน์และการบำรุงรักษาวัดท่เี คยปฏบิ ตั ิมา 1 กิจกรรม จากนน้ั
บันทกึ ข้อมลู ลงในแบบบนั ทึกในชนิ้ งานที่ 15 เร่ือง การบำเพญ็ ประโยชน์และการบำรุงรักษาวัด

8. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของชิน้ งาน หากพบขอ้ ผิดพลาดให้ปรับปรุงแก้ไขใหด้ ขี ้นึ
9. นักเรยี นรว่ มกันสรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้

• การบำเพ็ญประโยชนแ์ ละการบำรุงรักษาวัดเป็นสิ่งท่ีชว่ ยสบื ตอ่ อายขุ องพระพุทธศาสนาใหย้ ืนยาวต่อไป ซ่ึง
เป็นสงิ่ ทนี่ กั เรียนสามารถกระทำได้และเป็นหนา้ ท่ีของชาวพทุ ธทกุ คน
Step4 ขนั้ สอ่ื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นักเรียนออกมานำเสนอช้ินงานหน้าชนั้ เรียน
Step5 ขน้ั ประเมินเพ่ือเพิ่มคุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

11.นักเรยี นทง้ั ห้องร่วมกนั จดั กิจกรรมบำเพ็ญประโยชนแ์ ละบำรงุ รักษาวดั ในชุมชน และร่วมกนั เผยแพร่แนว
ทางการบำรุงรกั ษาวัดใหผ้ ู้อ่นื ไดร้ ับทราบ
สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้

5. หนังสือแบบเรยี น
6. รปู ภาพเก่ยี วกบั การบำเพญ็ ปรรกะโยชนภ์ ายในวดั

การวดั และการประเมินผลการเรยี นรู้ วิธวี ดั เครื่องมอื วดั เกณฑ์การวัดผล
จุดประสงค์ ทดสอบ
การเรียนรู้ แบบทดสอบ ผ่านเกณฑ์
50 %
ตัวชี้วดั ความรู้(K)
ส 1.2 ม.1/1 บำเพ็ญ 1.อธบิ ายและยกตัวอย่างการ
ประโยชนต์ อ่ ศาสนสถาน บำเพ็ญประโยชนแ์ ละการ
ของศาสนาทตี่ นนับถือ บำรงุ รักษาวดั

ทักษะกระบวนการ(P)
2.จำแนกวิธกี ารปฏิบตั ิตนท่ี
เปน็ ประโยชนต์ ่อการ
บำรงุ รักษาวดั
คณุ ลกั ษณะ(A)
3. เห็นคุณค่าในการบำเพญ็

สาธารณประโยชนใ์ นทาง

พระพทุ ธศาสนา

จดุ ประสงค์ วธิ วี ดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารวดั ผล

การเรียนรู้

สมรรถนะ 1) นักเรียนมีความสามารถใน สงั เกต แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
การส่อื สาร
การใช้ทกั ษะชวี ติ การสอ่ื สาร 50 %

คุณลกั ษณะอนั พงึ 2) นักเรยี นมีความสามารถใน
ประสงค์
มุ่งมนั่ ในการทำงาน การใช้ทกั ษะชวี ิต

นกั เรยี นมีความมุง่ มั่นในการ สังเกต แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ

ทำงาน 2

บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

สรปุ ผลการเรยี นรู้
ความรู้ (K-Knowledge)........................................................................................................................................

........................................................................................... ..................................................................................................
ทักษะ/กระบวนการ (P-Process)..........................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................
คุณลกั ษณะ (A-Attitude)......................................................................................................................................

................................................................................................ .............................................................................................
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (C-Characteristics) .................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................................
ปญั หา อปุ สรรค และข้อคน้ พบ
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
ขอ้ เสนอแนะ แนวทางแก้ไข ผลการแกไ้ ข
................................................................................................................................................. ..............................................
...............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................

ลงช่ือ........................................................ผสู้ อน
(นางสาวธมนวรรณ ปัตถาพงษ์)

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 11

กล่มุ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหสั วชิ า ส21101

รายวิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

ชื่อหน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 พระสงฆ์ เวลา 1 ชั่วโมง

เร่อื ง การจัดพธิ ีกรรมและการปฏบิ ัตติ นในศาสนพิธี พธิ กี รรม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏบิ ตั ิตนเป็นศาสนิกชนท่ีดี และธำรงรักษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่

ตนนบั ถอื

ตัวชีว้ ดั ส 1.1 ม.1/4 จัดพธิ ีกรรมและปฏบิ ัตติ นในศาสนพิธี พิธกี รรมไดถ้ ูกต้อง

สาระสำคญั

ศาสนพธิ ี พิธกี รรม และการจัดเตรยี มศาสนพิธี เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในพระพุทธศาสนา

จุดประสงค์การเรยี นรู้

ความรู้(K)

1.อธบิ ายศาสนพธิ ี พิธีกรรม และการจดั เตรียมศาสนพิธี พธิ ีกรรม

ทกั ษะกระบวนการ(P)

2. จำแนกขั้นตอน วิธกี ารปฏิบัตใิ นการจดั เตรยี มศาสนพิธี พิธกี รรม

คุณลักษณะ(A)

3. เห็นคณุ คา่ และการปฏบิ ตั ติ ามศาสนพิธี เพ่ือรักษาขนบธรรมเนียมทดี่ ีงามของพระพุทธศาสนา

ให้คงอยู่

-

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

รกั ชาติ ซอ่ื สตั ย์ มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้

อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเปน็ ไทย จติ สาธารณะ

สมรรถนะ

การส่อื สาร การคิด การแก้ปัญหา
การรเู้ ทา่ ทันสอื่ สารสารสนเทศและดิจิทัล
การใช้ทกั ษะชวี ิต การใชเ้ ทคโนโลยี

ทกั ษะชวี ิตและความเจริญแหง่ ตน

เนอ้ื หาสาระ
พิธีกรรม หรอื ศาสนพธิ ี (อังกฤษ: Ritual) หมายถงึ การบชู า แบบอย่างหรือแบบแผนต่าง ๆ ทป่ี ฏบิ ตั ิในทางศาสนา

กจิ กรรมการเรยี นรู้
Step1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเพ่อื ทบทวนความรู้ โดยใช้คำถาม ดงั นี้
• ศาสนพธิ ีคืออะไร (แบบแผนท่ีพงึ ปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนาของชาวพุทธ)
• ศาสนพิธีมจี ดุ ประสงค์เพ่อื อะไร (เป็นการแสดงออกถึงความเลอ่ื มใสศรัทธา และสรา้ งความ

เปน็ สริ ิมงคลแกต่ นเองและครอบครัวของพุทธศาสนิกชน)
จากนั้นนักเรียนอภิปรายเป็นความรู้ร่วมกันว่า ศาสนพิธีเป็นระเบียบแบบแผนที่พึงปฏิบัติตามหลัก

พระพทุ ธศาสนา การปฏิบัตติ ามระเบยี บพธิ ใี ห้ถกู ตอ้ งเปน็ การช่วยกนั รักษาวัฒนธรรมทด่ี ีงามของพระพุทธศาสนา
2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกับเรือ่ ง ความสำคญั และการจัดเตรยี มศาสนพธิ ี พธิ กี รรม

จากหนงั สือเรยี นและแหล่งการเรียนร้อู นื่ ๆ เพ่ิมเตมิ
Step2 ขั้นวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)

3. นักเรยี นวิเคราะห์ภาพสถานที่ทใี่ ช้ในการประกอบศาสนพธิ ีทจ่ี ัดไดเ้ รียบร้อยสวยงามและเปน็ ระเบยี บแลว้

รว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยใชค้ ำถาม ดังน้ี

• ศาสนพธิ ี พธิ กี รรมมคี วามหมายว่าอยา่ งไร
• ศาสนพิธี พิธีกรรมมีความสำคัญอยา่ งไร
• ศาสนพิธี พิธีกรรมใช้ประกอบพธิ ใี นโอกาสใด
จากน้นั สรปุ ความรู้เป็นแผนภาพความคดิ ดังตวั อย่าง

ความหมาย ศาสนพิธี ความสำคญั
• แบบแผนที่พึงปฏิบัติ พิธกี รรม • เกี่ยวขอ้ งกับวถิ ชี ีวิตของคนไทย

โอกาสในการประกอบพธิ กี รรม
• วันสำคญั ทางศาสนา ประเพณสี ำคญั

4. นกั เรียนวิเคราะหเ์ ก่ียวกับการจดั เตรยี มศาสนพิธี แล้วร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยใชค้ ำถาม ดงั นี้

• การจดั เตรยี มศาสนพิธี พิธีกรรม เนื่องในโอกาสใดบา้ ง
• การจดั เตรยี มศาสนพธิ ี พธิ กี รรม มีความสำคัญอย่างไร
• การจัดเตรียมศาสนพิธี พธิ กี รรม มวี ธิ กี ารจดั อยา่ งไร
จากน้ันสรปุ ความรูเ้ ปน็ แผนภาพความคิด ดงั ตัวอย่าง

ในโอกาส ความสำคัญ

งานศาสนพิธที างพระพุทธศาสนา การจดั เตรยี ม เปน็ การรกั ษาธรรมเนยี มปฏิบัติ
งานมงคล/อวมงคล ศาสนพิธี พิธกี รรม ทดี่ ีงามไว้

สง่ เสริมการบำเพญ็ ความดี

วิธกี ารจดั เตรยี ม แกต่ นเอง บุคคลและสว่ นรวม
จัดเตรียมสถานที่ ทำความสะอาดบรเิ วณ
จัดตง้ั ชดุ โตะ๊ หมู่บูชา เป็นการจรรโลงสง่ เสรมิ
พระพุทธศาสนาใหเ้ จริญมนั่ คง

ปลู าดอาสน์สงฆต์ ามจำนวน

จัดเตรยี มเคร่ืองรบั รองพระสงฆ์

ถ้างานมงคลเตรียมบาตรทำน้ํามนตแ์ ละด้ายสายสิญจน์

กำหนดวัน เวลา งาน และอาราธนานิมนตพ์ ระสงฆ์

จัดเตรียมเครื่องไทยธรรมและภตั ตาหารถวายพระสงฆ์

พระสงฆ์มาถึงบรเิ วณพิธนี ิมนต์นัง่ อาสนะ และถวายเคร่อื ง
รบั รอง

เจา้ ภาพ/ประธานพิธจี ดุ ธูปเทยี นบชู าพระรตั นตรยั สมาทานศีล

อาราธนาพระสงฆเ์ จรญิ พระพุทธมนต์ หรือสวดพระพทุ ธมนต์

เสร็จแลว้ ถวายภตั ตาหาร และเคร่ืองไทยธรรมตามลาดบั

5. นหักากสกเร่งรนวทียักดา่นเนนคร้ากียิดนลรปับบจัรัดะพวเเดัรตมเรินปยี็เนพมเ่ือศสเารพส็จ่ิมนพคพิธุณิธี แีคพล่าะธิ แีกกลรลรว้่ามสวไครดปุา้ถบเปูกูชต็นา้อคพงวรจาะะมลกคา่อิดพใรรหวะ้เบกสยดิงอฆปดร์ ะโโดยยชในชอ์้คยำถ่างาไมร ดังนี้
(ตวั อย่างคำตอบ
ทำให้การ

ประกอบศาสนพิธี พธิ ีกรรมดำเนนิ ไปอย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย พร้อมทงั้ ชว่ ยรกั ษาสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณีให้คงอยู่

สบื ไป)

Step3 ข้นั ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

6. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม แลว้ วิเคราะห์เกยี่ วกับการจดั ศาสนพิธี พธิ ีกรรมแล้วบันทึกขอ้ มูลลงใน
แบบบันทกึ ดังตวั อยา่ ง

แบบบนั ทึกการจัดศาสนพิธี

• นกั เรียนจะจดั เตรียมสถานทป่ี ระกอบศาสนพธิ ีอยา่ งไร (ตัวอย่างคำตอบ จดั โตะ๊ หมู่บชู า ปูลาดอาสนะ และดแู ล
สถานทบ่ี รเิ วณพิธีให้สะอาดเรียบรอ้ ยสวยงาม)

• นักเรียนจะจดั ทีน่ ั่งสำหรับพระสงฆ์อย่างไร (ตวั อยา่ งคำตอบ ยกพ้ืนอาสนะใหส้ งู ขึ้น โดยใช้แครห่ รอื มา้ ยาววางต่อ
กันให้ยาวพอกบั จำนวนพระสงฆ์และปผู า้ ขาวลาดอาสนส์ งฆ์)

• การจุดธูปเทียนบชู าพระรตั นตรัยควรปฏบิ ัตอิ ย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ จุดเทียนก่อนธปู โดยจดุ เทยี นเลม่ ทอ่ี ย่ทู าง
ซ้ายมือก่อน และนำธูปจุดตอ่ จากเทยี น จากนน้ั ปักธปู ลงในกระถางธูป)

• การจดั เตรยี มโต๊ะหมบู่ ชู าในศาสนพิธมี คี วามสำคัญอย่างไร (ตัวอยา่ งคำตอบ เปน็ การแสดงออกถงึ ความเลื่อมใส
ศรทั ธา และความเป็นระเบยี บเรียบร้อย เพ่ือเป็นศิริมงคลแกผ่ กู้ ระทำ)

8. นักเรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งเรยี บร้อยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไขใหด้ ขี ้นึ
9. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ส่ิงท่เี ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังน้ี

ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม และการจัดเตรยี มศาสนพธิ ี เป็นธรรมเนียมปฏบิ ตั ิในพระพุทธศาสนา
Step4 ข้ันสอ่ื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นกั เรียนออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน
11. นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายสรุปเกีย่ วกบั วิธีการทำงานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงานทมี่ ีแบบแผน
Step5 ข้ันประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณคา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
12. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรูส้ ึกหลังการเรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี

• ส่ิงทีน่ ักเรียนได้เรยี นรู้ในวนั น้คี ืออะไร
• นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอ่ื นนักเรยี นในกลุ่มมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรยี นในวันนีห้ รอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรทู้ ี่ไดน้ ี้ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทัว่ ไป

ไดอ้ ย่างไร
จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทกุ ขัน้ ตอนว่าจะเพิ่มคุณคา่ ไปส่สู งั คมเกิดประโยชน์ตอ่ สงั คม
ให้มากขนึ้ กวา่ เดมิ ในขัน้ ตอนใดบ้างสำหรับการทำงานในครั้งต่อไป

ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื แบบเรยี น
2. ภาพเก่ียวกบั ศาสนพิธี

การวัดและการประเมนิ ผลการเรยี นรู้

จดุ ประสงค์ วธิ วี ัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การวัดผล
ทดสอบ
การเรยี นรู้

ตัวชว้ี ดั ความรู้(K) แบบทดสอบ ผ่านเกณฑ์
50 %
ส 1.1 ม.1/4 จดั พธิ ีกรรม 1.อธิบายศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม

และปฏบิ ตั ติ นในศาสนพิธี และการจดั เตรยี มศาสนพิธี

พธิ ีกรรมไดถ้ กู ต้อง พธิ ีกรรม

ทกั ษะกระบวนการ(P)

2. จำแนกขน้ั ตอน วิธกี าร

ปฏบิ ตั ิในการจดั เตรียมศาสน

พธิ ี พิธกี รรม

คณุ ลักษณะ(A)

3. เหน็ คณุ คา่ และการปฏบิ ตั ิ

ตามศาสนพธิ ี เพือ่ รักษา

ขนบธรรมเนยี มทดี่ ีงามของ

พระพทุ ธศาสนาให้คงอยู่

สมรรถนะ 1) นักเรยี นมีความสามารถใน สงั เกต แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
การสอ่ื สาร การสื่อสาร 50 %
การใชท้ ักษะชีวติ 2) นักเรยี นมีความสามารถใน
การใช้ทักษีวิต ระดบั คุณภาพ
คณุ ลักษณะอนั พึง นักเรยี นมคี วามม่งุ มน่ั ในการ สังเกต แบบประเมิน 2
ประสงค์ ทำงาน
มุ่งมัน่ ในการทำงาน

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ

รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ 4321
กระบวนการ
ทำงานกล่มุ มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท ไม่มีการกำหนด

สมาชิกชดั เจน และ สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ

มีการชแี้ จงเปา้ หมาย มกี ารช้ีแจงเปา้ หมาย ไม่มีการช้ีแจง และไมม่ ีการชีแ้ จง

การทำงาน มีการ อยา่ งชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

ปฏบิ ตั ิงานร่วมกนั ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนต่างทำงาน

อย่างร่วมมือรว่ มใจ แต่ไม่มกี ารประเมนิ ปฏิบตั ิงานรว่ มกนั

พร้อมกบั การประเมิน เปน็ ระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

เปน็ ระยะ ๆ

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

สรุปผลการเรียนรู้
ความรู้ (K-Knowledge)........................................................................................................................................

........................................................................................... ............................................................................................ ......
ทกั ษะ/กระบวนการ (P-Process)..........................................................................................................................

.............................................................................................. ....................................................................................... ........
คณุ ลกั ษณะ (A-Attitude)......................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (C-Characteristics) .................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................................
ปญั หา อปุ สรรค และข้อคน้ พบ
............................................................................................................................. ..................................................................
...................................................................................................................................... .........................................................
ขอ้ เสนอแนะ แนวทางแก้ไข ผลการแกไ้ ข
........................................................................................................................................................................ .......................
............................................................................................................ ...................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................

ลงช่อื ........................................................ผ้สู อน
(นางสาวธมนวรรณ ปัตถาพงษ์)

ใบความรู้ เรื่อง พธิ ีกรรมทางพระพุทธศาสนา

พธิ กี าร คือ การกำหนดรายละเอียดของพธิ ตี า่ งๆ ต้ังแต่เรมิ่ ต้นจนถงึ สิ้นสุดของพธิ ีนน้ั ๆ จะปรากฏอยู่ในพธิ กี รรม
ทวั่ ไป เช่น หมายกำหนดการพระราชพธิ เี ฉลิมพระชนมพรรษา กำหนดการพิธีทำบุญประจำปีวันกองทัพเรือ กำหนดการ
พิธีวางศลิ าฤกษ์ เปน็ ตน้

พิธีกรรม คือ การกระทำพธิ ีต่างๆ อย่างใดอย่างหน่ึง ทงั้ พธิ ีเล็กพธิ ใี หญ่ บางพิธีเป็นพิธกี าร บางพิธีไม่เป็นพธิ กี าร
เชน่ พิธีทำบุญวันคลา้ ยวนั สถาปนาหน่วย พธิ ีการศพพิธีสักการบูชา ศาลพระภมู ิ เปน็ ตน้ ซง่ึ มีแนวทางการปฏบิ ัตปิ รากฏ
อยใู่ นพธิ ีกรรมต่าง ๆ ดังตอ่ ไปนี้
พธิ ีทำบญุ ท่วั ไป

พิธีทำบญุ ในศาสนาพทุ ธ มี 2 พธิ ี คือ
1 พิธที ำบุญงานมงคล เพ่ือเปน็ สริ มิ งคล ความสขุ ความเจรญิ เช่น ทำบญุ ขึ้นบ้าน ใหม่, งานวนั เกดิ , งาน
แตง่ งาน เป็นตน้
2. พิธีทำบญุ งานอวมงคล เพื่อบำบดั ความทุกข์โศก, ปดั เป่าความช่วั รา้ ยใหห้ มด ไป เช่น ทำบุญงานศพ, แรง้ จับ
ที่บ้าน, รงุ้ กินนำ้ ในบ้าน อาเพศภัยพิบัตติ ่าง ๆ เป็นต้น
พิธีทำบุญท้งั 2 พธิ ดี งั กล่าว มขี ั้นตอนการปฏบิ ัติทงั้ ขน้ั เตรยี มการและข้ันปฏบิ ัตกิ าร สว่ นใหญเ่ หมอื นกนั แต่จะมี
ความ แตกต่างกนั บ้าง โดยบางพธิ ตี ดั บางอยา่ ง ออกไปบางพิธี เพม่ิ บางอยา่ งเข้ามา ดงั นี้
ขน้ั เตรยี มการ
1. โตะ๊ หม่บู ูชา ตง้ั ด้านขวาอาสนส์ งฆ์ หันหนา้ ไปทางทิศตะวนั ออก, ทศิ เหนอื หรอื ทิศ ใต้ ไม่นยิ มทศิ ตะวันตก
(เวน้ ความ จำเป็น) เชน่ โต๊ะหมบู่ ูชาชุดหมู่ ๗ ประกอบดว้ ย
- พระพทุ ธรปู 1 องค์
- แจกันดอกไม้ 5 แจกัน หรือ พานดอกไม้ 5 พาน
- กระถางธปู 1 ชดุ พรอ้ มธปู 3 ดอก
- เชิงเทยี น 1 คู่ พร้อมเทียน 2 เล่ม
- เชงิ เทยี นชนวน 1 อัน พรอ้ มเทยี น 1 เลม่
2. อาสนส์ งฆ์ (ทย่ี กพื้นสำหรบั พระสงฆน์ ่ัง) หรืออาสนะ (ทีน่ ่ัง,เคร่ืองปรู องนง่ั ) ต้ังด้านซา้ ยโต๊ะหมู่บชู า (หากจำเป็น
ตง้ั ด้านขวาก็ได้) แยกตา่ งหากจากท่ีน่ังฆราวาสประกอบ ด้วยโต๊ะ หรือตัง่ เสอ่ื หรือพรม (ใหญ่-เลก็ ) หมอนอิง
3. เคร่อื งรับรอง ประกอบดว้ ย ภาชนะน้ำร้อน ภาชนะน้ำเย็นกระโถนตั้งไวด้ ้าน ขวามือพระสงฆ์ โดยตั้งกระโถน
ไว้ด้านในสดุ ถัดออกมาเป็นภาชนะนำ้ เยน็ ส่วนภาชนะ น้ำร้อน จัดถวายเมื่อพระสงฆเ์ ข้านัง่ แลว้
4.. ท่ีนั่งเจ้าภาพและผู้ร่วมงาน
- จัดไว้ด้านหนา้ อาสนส์ งฆ์ แยกตา่ งหากจากอาสน์สงฆ์
- ถา้ ท่ีนัง่ เน่ืองเปน็ อันเดยี วกับอาสนะ ให้ปูเสอ่ื หรือพรมทบั ผืนที่เปน็ ทีน่ ง่ั ฆราวาส
5. ภาชนะนำ้ มนต์/เทียนนำ้ มนต์/หญา้ คา

- จดั ในงานมงคลทุกชนิด ตง้ั ไวข้ า้ งโต๊ะหมูบ่ ูชาด้านขวามือของประธานสงฆ์
- งานอวมงคล เช่น ทำบุญหน้าศพ, 7 วนั , 50 วนั , 100 วัน, วันคลา้ ยวันตาย เป็นตน้ ไม่ต้องจัดภาชนะ
น้ำมนต์
- งานอวมงคลเพื่อปดั เปา่ ความชวั่ รา้ ย เชน่ แรง้ จบั ท่บี า้ น, รงุ้ กนิ นำ้ ในบ้าน, อาเพศภัยพิบัติ ตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ ต้อง
จัดภาชนะ นำ้ มนต์
- เทียนน้ำมนต์ ใช้เทียนขีผ้ ง้ึ แท้ น้ำหนัก 1 บาทข้ึนไป
- หญา้ คา ใช้สำหรบั ประพรมนำ้ พระพุทธมนต์ หากไม่มจี ะใชใ้ บมะยมแทนก็ได้
6. ดา้ ยสายสิญจน์
- งานมงคล ใชว้ งรอบบ้านเรอื นในพิธที ำบุญขึ้นบ้านใหม่, ทำบุญบ้านประจำปี, ทำบญุ ปดั เป่าความเสนยี ดจญั ไร
(อวมงคล) เป็นตน้
- งานอวมงคลเกย่ี วกบั ศพ ไมใ่ ชด้ ้ายสายสญิ จนว์ งรอบบา้ นเรอื นใช้โยงจากศพมาเพ่อื ใหพ้ ระสงฆ์บงั สุกุล
วิธวี งด้ายสายสญิ จน์
- งานมงคล เช่น ทำบุญขึน้ บ้านใหม่ ฯลฯ เรมิ่ ต้นทีพ่ ระพทุ ธรูป ที่โต๊ะหมู่บชู าหรอื ห้ิงพระในบา้ น หรือในท่ี
ประกอบพิธีสงฆ์ วงเวียนขวารอบอาคารบ้านเรือน หรือรอบบรเิ วณ งาน แล้วนำมาวงเวียนขวารอบฐานพระพุทธรปู 1
หรอื 1 รอบ แลว้ โยงมาวงรอบภาชนะน้ำ มนต์ วางกลุ่มด้ายสายสิญจน์ใส่พานไว้ดา้ นซ้ายโต๊ะหมบู่ ูชา
- งานมงคลอนื่ ๆ ให้วงรอบทีฐ่ านพระพุทธรปู แล้วโยงมาวงรอบภาชนะนำ้ มนต์เลยวิธใี ช้ดา้ ยสายสิญจนบ์ ังสกุ ุล
- งานมงคล หากเชญิ โกศอฐั บิ รรพบรุ ษุ มาร่วมบำเพญ็ กุศลดว้ ย จะใชด้ า้ ยสาย สิญจน์ อีกกล่มุ หน่ึง หรอื กลมุ่
เดยี วกันนน้ั เดด็ ใหข้ าดจากพระพทุ ธรปู แลว้ เช่อื มโยงโกศอัฐใิ หพ้ ระสงฆ์บงั สุกุล
- งานอวมงคล โยงจากศพ จากโกศอฐั ิ จากรูปผู้ตาย หรอื จากรายนามผู้ตายมาให้พระสงฆบ์ ังสกุ ลุ
7. เทยี นชนวน อุปกรณป์ ระกอบดว้ ย
- เชิงเทยี นทองเหลืองขนาดกลาง 1 อัน
- เทยี นข้ผี ึง้ /เทียนไขไส้ใหญ่ ๆ 1 เลม่
- น้ำมันชนวน (เทียนข้ผี ึง้ /เทียนไข ผสมน้ำมันเบนซิน)
8. ภาชนะกรวดนำ้ ใส่นำ้ สะอาดเตรยี มไว้ให้พรอ้ มก่อนถึงเวลาใช้
9. การนมิ นตพ์ ระสงฆ์
- งานมงคลพธิ หี ลวง หรอื พิธที างราชการ นิมนต์ 10 รปู
- งานมงคลพธิ ีราษฎร์ทกุ ประเภท รวมทัง้ งานมงคลสมรส นิมนต์ 9 รปู (เลข 9 ออกเสียง
ใกลเ้ คียงคำวา่ กำลงั พระเกตุ 9, พระพุทธคณุ 9, และ โลกุตรธรรม 9)
- งานอวมงคลเกี่ยวกับพิธศี พทั้งพธิ หี ลวงและพธิ ีราษฎร์ นมิ นต์พระสงฆ์เหมือนกัน
- สวดพระอภิธรรม 4 รปู
- สวดหนา้ ไฟ 4 รูป
- สวดพระพุทธมนต์ 4, 7, 9, 10 รปู ตามศรัทธา (พธิ ีหลวง นิมนต์ 10 รูป)
- สวดแจง 20, 25, 50, 100, 500 รูป หรือท้ังวดั
- สวดมาตกิ าบงั สกุ ุล นยิ มนมิ นตเ์ ทา่ อายผุ ตู้ าย หรอื ตามศรทั ธา

ข. ขนั้ ปฏบิ ตั กิ าร
1. การใช้เทยี นชนวน
- การถือเทียนชนวน พธิ ีกรถือด้วยมอื ขวา โดยหงายฝ่ามือ ใชน้ ้วิ มือสี่น้วิ (เว้นนวิ้ หวั แมม่ ือ) รองรับฐานเชงิ

เทยี น แล้วใชห้ วั แมม่ อื กดฐานเชิงเทียนเขา้ ไว้ ไม่นิยมจับก่งึ กลาง เชงิ เทียน เพราะจะทำใหป้ ระธานในพธิ ีรบั ไม่สะดวก
- การสง่ เทยี นชนวน พธิ กี รจดุ เทยี นชนวนถอื ด้วยมอื ขวาเดินเข้าไปหาประธานใน พธิ ี ยนื ตรงโค้งคำนบั เดินตาม

ประธานในพธิ ไี ปยังที่บชู า โดยเดินเยอื้ งทางด้านขวามือ ประธานในพิธี ถ้าประธานในพิธหี ยุดยืนหนา้ ทบี่ ชู า พิธีกรนอ้ มตวั
ลงเล็กน้อยส่งเทยี นชนวน (ปกตสิ ่งด้านขวามือประธานในพธิ ี แต่บางกรณีสง่ ดา้ นซ้ายมือประธานในพิธกี ็ได้) ถ้าประธาน
ในพิธีนัง่ คุกเขา่ พิธกี รก็น่งั คกุ เขา่ ตามแล้วส่งเทียนชนวนด้วยมือขวา มือซา้ ยห้อยอยู่ข้างตัว

- การรบั เทยี นชนวน เมอื่ ประธานในพธิ จี ุดธปู เทียนเสร็จแล้ว พธิ ีกรรบั เทียน ชนวน โดยยน่ื มอื ขวาแบมือเข้าไป
รองรบั ถอยหลังห่างออกไปเล็กนอ้ ย โค้งคำนับแลว้ กลับ หลงั หนั เดนิ ออกมา
2. การปฏบิ ตั ขิ องประธานในพธิ ที โ่ี ตะ๊ หมบู่ ชู าเมอื่ เริม่ พิธีการ

- พร้อมท่หี นา้ โตะ๊ หม่บู ูชา รบั เทยี นชนวนจากพธิ ีกรดว้ ยมือขวา
- จุดเทียนเล่มซ้ายมือของประธานในพธิ กี ่อน แล้วจุดเทยี นเลม่ ขวามือ
- จุดธูปดอกซา้ ยมือของประธานใน พิธีก่อน แล้วจุดธปู ดอกท่ี 2 และ 3 ตาม ลำดับ
- สง่ เทยี นชนวนคืนใหพ้ ธิ ีกร
- กราบบนที่กราบพระ 3 ครัง้ ลำดับการปฏบิ ตั ิ คือ
- คุกเข่า
- ตงั้ ลำตัวตรง [1. ประนมมือ 2. น้อมศีรษะลง 3. แนบฝ่ามอื ทัง้ สองบนที่กราบ 4. จรดหนา้ ผากลงระหวา่ งมือ
(ให้หนา้ ผากสัมผัสท่ีกราบ) 5.ยกศรี ษะขึ้นพรอ้ มยกมอื ประนม ข้นึ ตาม 6. ตั้งลำตัวตรง] รวม 6 จังหวะ นับเป็น 1 ครง้ั
หมายเหตุ การก้มศรี ษะลง แลว้ แบะฝ่ามอื ใสท่ กี่ ราบ 3 ครง้ั ไม่ใชว่ ิธที ถ่ี กู ต้อง ไม่พึงปฏบิ ตั ิ เชน่ น้ัน
- ยืนข้ึน แล้วถอยหลงั ออกมาหนงึ่ ก้าวหรือพอเหมาะ ทำเฉยี งซ้ายแลว้ โค้งคำนับ ธงชาติ ทำเฉยี งขวาแล้วถวาย
ความเคารพพระบรมฉายาลกั ษณ์ (กรณมี สี ง่ิ เคารพท้ังสอง) และกลบั เข้าสู่ทร่ี บั รองเม่ือจบพธิ กี าร
- พร้อมท่ีหน้าโต๊ะหมู่บชู า กราบบน ท่ีกราบพระ 3 คร้ัง (ไม่ตอ้ งดบั ไฟเทยี นบน โต๊ะหมู่บชู า)
- ถอยหลงั ออกมาหนึง่ ก้าว หรือพอเหมาะ ทำเฉียงซา้ ยแลว้ โคง้ คำนับธงชาติ ทำ เฉียงขวาแล้วถวายความเคารพ
พระบรมฉายาลกั ษณ์ เปน็ อันเสร็จพิธี
3. พธิ ีกรอาราธนาศลี /พระปริตร
- เม่อื ประธานในพิธี หรอื เจา้ ภาพจดุ ธูปเทียนบชู าพระรัตนตรยั เสรจ็ แล้วกลับนง่ั ทเี่ ดิม พธิ กี รเริม่ กล่าวคำ
อาราธนาตอ่ ไป
- ถ้าอาสนะอย่รู ะดับพื้น ผูร้ ่วมพธิ ที งั้ หมด นัง่ กับพน้ื พิธีกรพึงนั่งคุกเข่าประนมมอื กราบ 3 ครงั้ แล้วจึงกล่าว
คำอาราธนา ถ้าอาสนส์ งฆ์ยกข้นึ สงู จากพ้ืน แต่ผ้รู ่วมพิธีท้ังหมดนัง่ อยกู่ ับพ้นื กน็ ่งั คุกเขา่ อาราธนาเชน่ กัน
- ถ้าอาสน์สงฆ์ยกสูง ผู้ร่วมพิธีทงั้ หมดนงั่ เกา้ อ้ี พิธีกรพึงยนื ทางทา้ ยอาสนส์ งฆ์ ขา้ งหน้าพระสงฆร์ ูปท่ี 1 หรือท่ี 2
จากท้ายแถว หรือที่อันเหมาะสม ทำความเคารพประธาน ในพิธี แล้วหนั หน้าไปทางประธานสงฆป์ ระนมมือ กลา่ วคำ
อาราธนาศลี โดยหยุดทอดเสียง เป็นจังหวะ ๆ ดังนี้

คำอาราธนาศีล
มะยงั ภนั เต วิสุง วิสงุ รักขะนัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ, ปญั จะ สีลานิ ยาจามะ,
ทุตยิ มั ปิ มะยัง ภนั เต วสิ ุง วิสุง รักขะนตั ถายะ, ตสิ ะระเณนะ สะหะ, ปัญจะสีลานยิ าจามะ,
ตะตยิ มั ปิ มะยัง ภันเต วสิ งุ วสิ งุ รกั ขะนัตถายะ, ตสิ ะระเณนะ สะหะ,ปญั จะสีลานยิ าจามะ,
- เม่ือรับศลี เสรจ็ แล้วพงึ อาราธนาพระปรติ รตอ่ ไป จบแล้ว ถา้ นั่งคกุ เขา่ ก็กราบ 3 ครงั้ ถา้ ยืนก็

ยกมอื ไหว้ เสร็จแลว้ ทำความเคารพประธานในพิธีอีกครั้งหนง่ึ
http://www.navy.mi.th/navic/document/890308a.html
คำอาราธนาพระปริตร

วปิ ัตติปะฏพิ าหายะ,สัพพะสมั ปัตติสิทธิยา,สพั พะทุกขะวินาสายะ,ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง,
วิปตั ติปะฏพิ าหายะ,สพั พะสมั ปัตติสทิ ธยิ า,สัพพะภะยะวนิ าสายะ,ปะริตตงั พรูถะ มังคะลงั ,
วิปัตติปะฏพิ าหายะ,สัพพะสมั ปัตตสิ ทิ ธยิ า,สัพพะโรคะวินาสายะ,ปะรติ ตัง พรูถะ มังคะลัง,
4. การจุดเทยี นน้ำมนต์
- ประธานในพธิ ี หรอื เจ้าภาพต้องรอคอยจดุ เทียนน้ำมนต์อีกคร้ังหนึ่ง
- เมอื่ พระสงฆ์เจรญิ พระพุทธมนต์ ถึงบท นโมการอัฏฐกะ คือ นะโม 8 บท ประมาณ บทท่ี 5
(เริ่ม นะโม โอมะกาตี ตัสสะ ฯลฯ) พิธีกรจุดเทียนชนวนเข้าไปเชิญ ประธานในพิธี หรือเจา้ ภาพไปจดุ เทยี นนำ้ มนต์แล้วยก
ภาชนะนำ้ มนต์ถวายประธานสงฆ์ ยกมือ ไหว้แลว้ กลบั ไปน่ังท่เี ดมิ
5. การบูชาข้าวพระพทุ ธ/ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ เมือ่ เจา้ หน้าทีเ่ ตรยี มสำรับ อาหารเพ่ือบชู าพระพุทธและภตั ตาหาร
ถวายพระสงฆเ์ รยี บร้อยแลว้
ประธานในพธิ ี
- พรอ้ มทโี่ ต๊ะวางสำรับอาหาร (ไมต่ ้องจดุ ธปู เพราะถือเปน็ พิธีตอ่ เน่ืองจากการจุดธปู เทยี นตอนเรมิ่ พธิ ีการ)
-นั่งคกุ เข่า หรือยนื ตามความเหมาะสมของสถานท่ี ประนมมอื กล่าวคำบชู าขา้ ว พระพุทธโดยวา่
"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสัมพทุ ธัสสะ" (3 จบ) แล้วกล่าวคำ บชู าข้าวพระพุทธดังนี้
อิมัง สูปะพะยญั ชะนะสัมปันนงั สาลนี ัง โภชะนานงั อทุ ะกงั วะรงั พุทธสั สะ ปเู ชม"ิ (เพียง 1 จบ)
- กราบ 3 ครั้ง หรือยกมือขนึ้ จบ 1 ครง้ั ตามความเหมาะสมของสถานที่ (ยกมอื ขนึ้ จบ คือ ยกมือขนึ้ แล้วกม้ ศรี ษะลง
พองาม โดยให้ปลายน้วิ หวั แม่มือจรดที่ระหวา่ งคิว้ สว่ นปลาย นิว้ จรดท่ีไรผม)
6. การลาข้าวพระพทุ ธ
เมื่อพระสงฆ์ฉันภตั ตาหารเสร็จแล้ว เจา้ ภาพหรือพธิ ีกรเข้าไปนั่งคุกเขา่ ประนมมือ กล่าวคำลาข้าวพระพุทธ แล้วยก
อาหารไปได้
หมายเหตุ การลาข้าวพระพทุ ธเปน็ ภาระของเจ้าหนา้ ท่ี ซ่งึ มีคำลาขา้ วพระพุทธดงั น้ี

เสสัง มงั คะลัง ยาจามิ"
(ขา้ พเจ้าขอส่วนทเ่ี หลอื อันเปน็ มงคลนี้)

7. กล่าวคำถวายสังฆทาน
- การถวายภัตตาหาร (อาหารสด) งานทำบุญพิธหี ลวง ไมม่ กี ารกล่าวคำถวาย สังฆทาน
- การถวายภัตตาหาร (อาหารสด) งานทำบุญพิธีราษฎร์ มีทงั้ กลา่ ว และไม่กลา่ ว(ตามความประสงคเ์ จ้าภาพ)
- การถวายอาหารแหง้ ทง้ั พิธีหลวง และพิธรี าษฎร์ ตอ้ งมกี ลา่ วคำถวายสงั ฆทาน เสมอ

7.1 คำถวายสังฆทานแบบมี ภตั ตาหารเปน็ หลัก (ถวายก่อนเทยี่ ง)
นะโม ตสั สะ/ ภะคะวะโต/ อะระหะโต/ สมั มาสัมพุทธธสั สะ (ว่า 3 จบ)
อิมานิ มะยัง ภนั เต/ ภตั ตานิ/ สะปะริวารานิ/ ภิกขสุ ังฆัสสะ/ โอโณชะยามะ/ สาธุ โน ภันเต/ ภกิ ขสุ ังโฆ/
อิมาน/ิ ภัตตานิ/ สะปะริวารานิ/ ปะฏคิ คัณหาตุ/ อมั หากงั / ทีฆะรัตตัง/ หิตายะ/ สขุ ายะ
ขา้ แต่พระภิกษุสงฆ์ผเู้ จริญ/ ข้าพเจา้ ทัง้ หลาย/ ขอน้อมถวาย/ ซึ่งภัตตาหาร/พร้อมท้งั
ของบริวารเหล่านี้/ แด่พระภิกษุสงฆ์/ ขอพระภกิ ษุสงฆ์จงรับ/ ซ่งึ ภตั ตาหาร/ พร้อมทั้งของ บรวิ ารเหล่าน้ี/
ของข้าพเจา้ ท้ังหลาย/ เพื่อประโยชน์/ เพ่ือความสขุ / แก่ขา้ พเจ้าท้งั หลาย/ ตลอด กาลนาน เทอญ

7.1 คำถวายสงั ฆทานแบบมีเฉพาะของใชส้ อยหลายชนดิ (ถวายไดต้ ลอดวัน)
นะโม ตัสสะ/ ภะคะวะโต/ อะระหะโต/ สัมมาสมั พทุ ธธัสสะ (ว่า 3 จบ)

อมิ านิ มะยงั ภนั เต/ กัปปิยะภณั ฑานิ/ ภิกขสุ งั ฆัสสะ/ โอโณชะยามะ/ สาธุ โน ภันเต/ ภิกขสุ งั โฆ/
อมิ าน/ิ กปั ปยิ ะภณั ฑานิ/ ปะฏคิ คณั หาตุ/ อัมหากัง/ ทฆี ะรัตตงั / หิตายะ/ สุขายะ
ขา้ แตพ่ ระภกิ ษุสงฆ์ผเู้ จริญ/ ข้าพเจ้าทั้งหลาย/ ขอน้อมถวาย/ซึ่งกปั ปิยภัณฑ ์ เหลา่ น้ี/
แดพ่ ระภิกษสุ งฆ์/ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับ/ ซ่งึ กัปปยิ ภณั ฑ์เหลา่ นี้/ ของข้าพเจา้ ทงั้ หลาย/ เพื่อประโยชน์/ เพ่อื ความสุข/
แกข่ า้ พเจา้ ทั้งหลาย/ ตลอดกาลนาน เทอญ
7.3 คำถวายสังฆทานอุทศิ (ถวายเจาะจง)
นะโม ตัสสะ/ ภะคะวะโต/ อะระหะโต/ สมั มาสมั พุทธธัสสะ (ว่า 3 จบ)
อิมานิ มะยัง ภันเต/ มะตะกะภตั ตานิ/ สะปะรวิ ารานิ/ ภิกขุสังฆัสสะ/โอโณชะยามะ / สาธุ โน ภันเต/
ภกิ ขุสังโฆ/ อิมาน/ิ มะตะกะภตั ตานิ/ สะปะริวารานิ/ ปะฏิคคัณหาตุ/ญาตะกา นญั จะ/ กาละกะตานงั /
อัมหากัง/ ทฆี ะรตั ตงั / หิตายะ/ สุขายะ
ข้าแต่พระภิกษสุ งฆ์ผู้เจริญ/ ขา้ พเจ้าทั้งหลาย/ ขอนอ้ มถวาย/ ซงึ่ มะตะกะภัตตาหาร/พรอ้ มทัง้ ของบริวาร
เหล่าน้ี/ แดพ่ ระภิกษสุ งฆ/์ ขอพระภกิ ษสุ งฆจ์ งรบั /ซ่งึ มะตะกะภัตตา หาร/ พร้อมทัง้ ของบรวิ ารเหล่าน้ี/ ของขา้ พเจ้า
ทงั้ หลาย/ เพือ่ ประโยชน์/ เพ่ือความสุข/ แกญ่ าติทั้งหลาย/ ม.ี ..เป็นตน้ /ท่ีลว่ งลับไปแลว้ ด้วย/ แกข่ า้ พเจา้ ทง้ั หลายดว้ ย/
ตลอดกาลนาน เทอญ.
8. การจดั เคร่อื งไทยธรรมถวายพระ
- เคร่อื งไทยธรรม คอื วัตถสุ ิ่งของตา่ ง ๆ ทีส่ มควรถวายพระสงฆ์ ไดแ้ ก่ ปจั จยั 4 และส่ิงของที่นับเนื่องในปจั จัย 4
- สิง่ ของทีป่ ระเคนพระได้ในเวลาช่วงเช้าถึงเที่ยง ไดแ้ ก่อาหารคาวหวานทุกชนิด ทง้ั อาหารสด อาหารแหง้ และ
อาหารเครื่องกระป๋องทุกประเภท (หากนำส่ิงของเหล่านี้ไปถวาย ในเวลาหลงั เท่ยี งแล้วไมต่ ้อง ประเคน เพยี งแตแ่ จ้งให้
พระรับทราบแล้วมอบใหศ้ ิษย์ เก็บรกั ษาไว้จดั ทำถวายในวนั ต่อไป)

- สงิ่ ของท่ีประเคนพระไดต้ ลอดเวลา ไดแ้ ก่ ประเภทเครือ่ งดื่ม เครอื่ งยารกั ษาโรค และประเภทเภสัช เชน่ น้ำตาล
นำ้ ผ้งึ นำ้ ออ้ ย หมากพลู ฯลฯ หรอื ส่ิงของไม่ใช่สำหรับขบฉัน

- สิง่ ของทีไ่ มส่ มควรประเคนพระได้แก่ เงนิ และวตั ถุสำหรับใชแ้ ทนเงนิ เช่น ธนบตั ร(ในการถวาย ควรใช้ใบ
ปวารณาแทนตัวเงนิ ส่วนตัวเงินมอบไวแ้ ก่ไวยาวัจกรของพระ นน้ั )
9. การประเคนของพระ

- ถ้าเป็นชาย ยกสง่ ใหถ้ งึ มือพระ ถ้าเป็นหญงิ วางถวายบนผา้ ทพี่ ระทอด รับประ เคน หรอื น่ังคกุ เข่าประเคน
ตามความเหมาะสม

- ถ้าพระสงฆ์น่ังกบั พืน้ พงึ นั่งคุกเข่าประเคน ถ้าพระสงฆน์ ่ังเก้าอี้ พึงยืนหรือน่ัง คกุ เขา่ ประเคน
- ภัตตาหารทกุ ชนิดที่ประเคนแล้ว หา้ มคฤหัสถจ์ ับต้องอีก ถา้ เผลอไปจบั ต้องประเคนใหม่
ลกั ษณะการประเคนทถี่ กู ต้อง ประกอบด้วยองค์ 5 คอื
1. สิง่ ของทจ่ี ะประเคนไม่ใหญ่โตหรือหนักเกินไป ขนาดคนปานกลางคนเดยี วยกไดแ้ ละต้องยกสิ่งนนั้ พน้ จาก
พ้นื ทส่ี ่ิงของนน้ั ตั้งอยู่
2. ผปู้ ระเคนอยหู่ า่ งจากพระประมาณ 1 ศอก เป็นอยา่ งมาก (ไม่เกิน 2 ศอก)
3.ผู้ประเคนนอ้ มสิ่งของเข้าไปด้วยกิรยิ าอาการแสดงความเคารพอ่อนน้อม
4. กิรยิ าอาการท่ีนอ้ มสิ่งของเขา้ ไป จะส่งดว้ ยมือก็ได้ ด้วยของเนอื่ งดว้ ยกาย เช่น ใชท้ พั พตี ักถวาย ฯลฯ ก็ได้
5.พระผูร้ บั ประเคนนน้ั จะรบั ดว้ ยมอื ก็ได้ ดว้ ยของเน่อื งด้วยกาย เช่น จะใชผ้ ้าทอดรบั ใช้บาตรรับ หรือ
ใช้ภาชนะรบั ฯลฯ ก็ได้
10. การกรวดนำ้

- งานทำบุญทุกชนดิ ตอ้ งมกี ารอุทิศส่วนกศุ ลให้แก่ผู้ล่วงลับไปด้วย
- ใชน้ ำ้ ที่ใสสะอาดบริสทุ ธ์ิ ไมม่ ีสีหรอื สงิ่ อ่ืนใดเจือปน
- ใชภ้ าชนะ (เต้า) กรวดน้ำโดยเฉพาะ ถ้าไม่มี ก็ใช้แกว้ น้ำหรือขันน้ำแทนโดยจดั เตรยี มไว้ก่อนถงึ เวลา
ใช้
- เม่อื พระสงฆ์เร่มิ อนโุ มทนาวา่ ยถา... กเ็ รมิ่ กรวดนำ้ โดยจบั ภาชนะกรวดน้ำด้วยมือทั้งสองรินนำ้ ให้
ไหลลงเป็นสาย ไม่ให้ขาดตอนเป็นระยะ
- ถ้าภาชนะกรวดน้ำปากกวา้ ง เช่น แก้วน้ำหรอื ขันน้ำ ฯลฯ ควรใชน้ วิ้ มอื รองรับสาย นำ้ เพ่ือให้ไหลลง
ตามนว้ิ มือ ถ้าภาชนะกรวดน้ำปากแคบ เช่น เต้ากรวดนำ้ ฯลฯ ไมต่ อ้ งใช้น้ิวมอื รองรบั สายน้ำ
- เมอ่ื พระสงฆข์ นึ้ อนโุ มทนาว่า สพั พีติโย... พึงเทน้ำใหห้ มดภาชนะกรวดน้ำแลว้ ประนมมือรบั พรต่อไป
- พิธกี ร เข้าไปนำภาชนะกรวดนำ้ พร้อมทั้งน้ำที่กรวดแล้วออกมาทันที เทลงพน้ื ดนิ ที่สะอาด ในท่ี
กลางแจง้ หรือท่ีโคนตน้ ไม้ใหญ่ ภายนอกตวั อาคารบ้านเรือน หา้ มเทลงในกระโถน หรอื ในทสี่ กปรก เป็นอนั ขาด
คำกรวดน้ำ
อิทัง เม ญาตีนงั โหตุ, สุขิตา โหนตุ ญาตะโย.
อิทงั เม มาตาปติ ูนัง โหตุ, สขุ ิตา โหนตุ มาตาปิตะโร.
อทิ ัง เม เทวะตานงั โหตุ, สขุ ติ า โหนตุ เทวะตาโย.
อิทงั เม สพั เพสงั สตั ตานัง โหตุ, สุขติ า โหนตุ สัพเพ สัตตา.

ขอส่วนบุญของข้าพเจ้าน้ี จงสำเรจ็ แก่ญาติ มารดาบดิ า เทวดา และสรรพสตั ว์ ท้งั หลาย ขอใหญ้ าติ มารดา บิดา เทวดา
และสรรพสตั ว์ทงั้ หลาย จงเป็นสุขเถิด

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 12

กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหัสวิชา ส21101

รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

ช่ือหน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 พระสงฆ์ เวลา 1 ช่ัวโมง

เรื่อง การอาราธนาศีล คำอาราธนาแบบต่าง ๆ และการปฏิบตั ติ นในศาสนพิธี พธิ ีกรรม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏิบตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนทีด่ ี และธำรงรกั ษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน
นับถอื
ตวั ชวี้ ดั ส 1.1 ม.1/4 จัดพิธีกรรมและปฏิบัติตนในศาสนพิธี พธิ กี รรมไดถ้ ูกต้อง
สาระสำคญั

การอาราธนาศลี การอาราธนาพระปรติ ร และการอาราธนาธรรม เป็นศาสนพธิ ีปฏบิ ัตใิ นทางพระพุทธศาสนา

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

ความรู้(K)
1.อธิบายความหมาย ความสำคญั ของการอาราธนาศีล อาราธนาพระปริตร และอาราธนาธรรม
ทกั ษะกระบวนการ(P)
2. แสดงวธิ โี ดยการปฏบิ ัตกิ ารท่องคำอาราธนาศลี อาราธนาพระปริตร และอาราธนาธรรม
คณุ ลักษณะ(A)
3. เหน็ คณุ คา่ และความสำคญั ในการปฏิบัตติ นตามศาสนพิธี และพิธกี รรมทางพระพุทธศาสนา

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ซอื่ สตั ย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้
รกั ชาติ มงุ่ มั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย จติ สาธารณะ

อยู่อย่างพอเพียง
สมรรถนะ

การสอ่ื สาร การคดิ การแก้ปัญหา
การรเู้ ท่าทนั ส่อื สารสารสนเทศและดจิ ิทัล
การใช้ทักษะชวี ิต การใช้เทคโนโลยี

ทักษะชวี ติ และความเจรญิ แหง่ ตน

เนอ้ื หาสาระ
พิธกี รรม หรอื ศาสนพิธี (อังกฤษ: Ritual) หมายถึง การบชู า แบบอยา่ งหรือแบบแผนต่าง ๆ ทปี่ ฏบิ ตั ใิ นทางศาสนา

กิจกรรมการเรียนรู้
Step1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นักเรียนรว่ มกนั สนทนาเพ่ือทบทวนความรูเ้ ดิม โดยใชค้ ำถาม ดงั น้ี

• อาราธนามีความหมายว่าอยา่ งไร (เป็นคำศพั ทท์ ี่ใช้กบั พระสงฆ์ แปลว่า เชือ้ เชญิ )

• การอาราธนาศลี มีความหมายว่าอย่างไร (การเชื้อเชิญพระสงฆ์ให้ศีลหรอื รบั ศลี จากพระสงฆ์) •

การอาราธนาศีลมีความสำคัญอย่างไร (แสดงถึงจุดเริม่ ต้นของการประกอบพธิ กี รรมทางพระพุทธศาสนา)

• การอาราธนาศีล การสมาทานศลี การอาราธนาพระปรติ ร และการอาราธนาธรรม ใช้ในโอกาสใดบ้าง (ใช้ใน

ทกุ โอกาสในการประกอบพิธกี รรมทางพระพุทธศาสนา)

2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกีย่ วกบั การอาราธนาศีลและคำอาราธนาแบบต่าง ๆ และการปฏบิ ตั ติ นในศา

สนพธิ ี พธิ ีกรรม จากหนังสือเรยี นและแหลง่ การเรยี นรู้อ่ืน ๆ เพม่ิ เติม

Step2 ขั้นวิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นกั เรียนวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั การอาราธนาศลี และคำอาราธนาแบบต่าง ๆ แลว้ สรปุ ความรู้เปน็ แผนภาพ

ความคิด ดังตัวอย่าง การสมาทานศีล

การอาราธนา การสมาทานศีล หมายถึง การรับ
ศีลจากพระภิกษุดว้ ยความต้งั ใจ การรับ
การอาราธนา หมายถึง การเช้ือเชิญ นิมนต์ ขอร้องใหท้ า่ น ศีลเป็นความต้งั ใจที่จะงดเวน้ จากการ
กรุณากระทาการอยา่ งน้นั การอาราธนาศีล หมายถึง

การเช้ือเชิญทา่ นใหศ้ ีลในการประกอบพธิ ีกรรมต่าง ๆ ประพฤติผดิ ส่ิงตา่ ง ๆ และงดเวน้ จาก

ทางพระพทุ ธศาสนา จะตอ้ งเริ่มตน้ ดว้ ยการอาราธนาศีล คือ การกระทาความชวั่ ท้งั ปวง การกลา่ วคา
มีจุดม่งุ หมายท่ีจะใหพ้ ระสงฆไ์ ดเ้ ตือนสติมิใหก้ ระทาความชว่ั อาราธนาศีลเป็ นการขอศีลต่อพระภิกษุ
ในเม่ือท่านกลา่ วคานมสั การ 3 คร้ัง และ

ใหไ้ ตรสรณคมน์และใหศ้ ีลแลว้ ผทู้ ่ีจะ

รับศีลจะตอ้ งกล่าวตามคาใหศ้ ีล 5

การอาราธนาพระปริตร อาราธนา การอาราธนาธรรม

การอาราธนาพระปริตรจะกระทา การอาราธนาธรรม คือ การกลา่ วคา
เม่ือพระสงฆใ์ หศ้ ีลจบแลว้ คาวา่ ขอร้องใหพ้ ระสงฆแ์ สดงธรรมใหฟ้ ัง
“ปริตร” แปลวา่ การคมุ้ ครองป้องกนั ภยั
ต่าง ๆ เพื่อท่ีจะเอาชนะศตั รูท้งั หลาย จะนงั่ หรือจะยนื กต็ ามแลว้ แต่สถานท่ี

เมื่อกล่าวจบแลว้ ใหก้ ราบดว้ ย จะอานวยให้
เบญจางคประดิษฐ์ 3 คร้ัง ต่อจากน้นั
พระสงฆจ์ ะเจริญพระพุทธมนต์ เมื่อกลา่ วจบแลว้ ใหก้ ราบดว้ ย
เบญจางคประดิษฐ์ 3 คร้ัง ต่อจากน้นั
พระภิกษุจะแสดงพระธรรมเทศนา

4. นกั เรียนเปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการอาราธนาศีล การอาราธนาธรรม และการ
อาราธนาพระปรติ ร แลว้ สรุปความร้เู ปน็ แผนภาพความคดิ ดังตวั อยา่ ง

การอาราธนาศีล เหมือน การอาราธนาธรรม
เป็ นการขอรับศีลจากพระสงฆ์ การกลา่ วคาขอ การขอร้องใหพ้ ระแสดงธรรม
ใหพ้ ระสงฆ์
แสดงศีลและธรรม

เหมือน

เป็นพิธีกรรมสาคญั ทาง เหมือน
เหมือน พระพุทธศาสนา

เพมิ่ ความเป็นสิริมงคล เกิดข้ึนหลงั จาก

แก่ชีวติ การอาราธนาศีล

การอาราธนาพระปริตร

การขอใหพ้ ระสงฆเ์ จริญพระพทุ ธมนต์

5. นกั เรยี นวเิ คราะห์สถานการณ์ท่ีกำหนดให้ แลว้ รว่ มกันสนทนา โดยใช้คำถาม ดงั นี้

5.1 โน้ตให้พระสงฆ์เปน็ ฝา่ ยกลา่ วคำอาราธนาพระปริตรแทนตนเอง เน่ืองจากจำคำกล่าว ไม่ได้
• การกระทำของโนต้ เหมาะสมหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(ตวั อย่างคำตอบ ไมเ่ หมาะสม เพราะโน้ตตอ้ งเป็นผู้อาราธนาพระปริตร เนอื่ งจากการอาราธนา

พระปริตรเปน็ การขอใหพ้ ระสงฆเ์ จรญิ พระพุทธมนต์)

5.2 ใหมแ่ ตง่ กายดว้ ยชดุ สีฉูดฉาดไปงานฌาปนกิจ เนื่องจากไมช่ อบแตง่ กายดว้ ยชุดสีเขม้
เพราะเหน็ วา่ ทำให้ดโู ศกเศรา้ และหม่นหมอง

• การกระทำของใหมเ่ หมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด (ตัวอยา่ งคำตอบ ไมเ่ หมาะสม เพราะการใส่ชุดสี
ฉูดฉาดไปงานอวมงคลเป็นการปฏิบัตติ นท่ไี ม่เหมาะสมและไม่ให้เกยี รตเิ จา้ ภาพหรือผูท้ ลี่ ่วงลับไปแลว้ )

5.3 จอยจัดเตรยี มอาสนะสำหรับพระสงฆ์ท่ีจะมาทำบุญขนึ้ บา้ นใหม่ โดยการเตรยี มแคร่
หรอื ม้ายาววางต่อกันให้ยาวพอกับจำนวนพระสงฆ์และปูอาสน์สงฆ์

• การกระทำของจอยเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตใุ ด (ตวั อย่างคำตอบ เหมาะสม เพราะเป็นการจดั
อาสนะอย่างถูกต้องให้แก่พระสงฆ์)

5.4 ประวทิ ยใ์ ช้ขันเงินและขนั ทองคำเปน็ ภาชนะสำหรบั ครอบน้ํามนต์ เนอื่ งจากต้องการ
ใหแ้ ขกผมู้ าเยือนเหน็ วา่ บ้านของตนมฐี านะรา่ํ รวย

• การกระทำของประวทิ ยเ์ หมาะสมหรอื ไม่ เพราะเหตุใด (ตวั อยา่ งคำตอบ ไมเ่ หมาะสม เพราะไมใ่ ช่
จุดประสงค์ของการประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา)

5.5 ภาณุได้รับมอบหมายใหเ้ ปน็ พิธกี รในงานทำบญุ ปีใหม่ได้กลา่ วคำอาราธนาธรรม
หลังจากรับศีล โดยการนงั่ ประนมมือกลา่ วคำอาราธนา

• การกระทำของภาณุเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตใุ ด (ตวั อย่างคำตอบ เหมาะสม เพราะการอาราธนา
ธรรมกระทำต่อจากการอาราธนาศีล เปน็ การขอรอ้ งให้พระสงฆช์ แี้ นะแนวทางการปฏิบัติ
ความดตี ามหลกั พระพุทธศาสนา อาจนงั่ หรอื ยนื ประนมมอื ไดต้ ามความเหมาะสม)

6. นกั เรียนวิเคราะหเ์ กยี่ วกบั การเขา้ ร่วมศาสนพธิ ี พิธีกรรมท่ีพุทธศาสนกิ ชนควรปฏบิ ัติ แล้วสรุปความรเู้ ป็น

แผนภาพความคิด ดังตัวอย่าง

แตง่ กายสุภาพเรียบร้อย การเขา้ ร่วม การสนทนากบั พระสงฆ์
เหมาะสมกบั โอกาสและ ควรพูดจาไพเราะ
กาลเทศะ ศาสนพธิ ี พิธีกรรม เหมาะสมกบั สถานภาพ
ของตน
ที่พทุ ธศาสนิกชน
ควรปฏิบตั ิ

การยนื เดิน นงั่ ควรปฏิบตั ิ
ดว้ ยความเหมาะสมดว้ ยการ
สารวมกาย วาจา และใจ

7. นักเรยี นวเิ คราะห์เก่ียวกับการประกอบศาสนพธิ ที างพระพุทธศาสนาว่า ถ้าปฏบิ ตั แิ ละไม่ปฏิบตั จิ ะเกดิ ผล
อย่างไร แลว้ สรปุ ความรเู้ ป็นแผนภาพความคดิ ดงั ตวั อยา่ ง

การประกอบพิธี ผลทเี่ กดิ ขึน้
ทางพระพุทธศาสนา ถา้ ปฏิบตั ิ เป็นการต่ออายขุ อง

พระพทุ ธศาสนา ผคู้ นยดึ หลกั ธรรม
ในการดาเนินชีวิต

ผลทเ่ี กดิ ขึน้

ถา้ ไม่ปฏิบตั ิ พระพุทธศาสนาไม่แพร่หลายและ
มน่ั คง เน่ืองจากขาดคนสนใจ

8. นักเรียนคดิ ประเมินเพ่อื เพ่มิ คุณคา่ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• การปฏบิ ัติตนได้ถูกต้องเหมาะสมในศาสนพิธี พิธกี รรมจะส่งผลต่อนกั เรียนและพระพุทธศาสนาอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ไดร้ บั คำชน่ื ชมและนับถือจากบุคคลทวั่ ไป พระพุทธศาสนากส็ ามารถตั้งมัน่ อยูไ่ ด้)

Step3 ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
9. นกั เรียนศึกษาศาสนพธิ ี พิธีกรรมตา่ ง ๆ ท้ังงานมงคลและงานอวมงคลทเี่ กยี่ วข้องกับสงั คมไทยมา 1 พิธี แล้ว

บันทกึ ข้อมูลลงในแบบบนั ทึกในชน้ิ งานที่ 18 เร่ือง ศาสนพิธี พิธกี รรมต่าง ๆ ทางพระพทุ ธศาสนา
10. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรยี บรอ้ ยของชิ้นงาน หากพบข้อผดิ พลาดใหป้ รบั ปรงุ แก้ไขใหด้ ีข้นึ
11. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ส่งิ ทเี่ ขา้ ใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดังนี้
การอาราธนาศีล การอาราธนาพระปริตร และการอาราธนาธรรม เป็นศาสนพธิ ีปฏิบตั ิในทางพระพุทธศาสนา

Step4 ขัน้ สอ่ื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
12. นกั เรียนออกมานำเสนอชิน้ งานหนา้ ชัน้ เรียน
13. นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั วิธีการทำงานใหเ้ หน็ การคิดเชิงระบบและวธิ กี ารทำงานท่มี แี บบแผน

Step5 ขัน้ ประเมินเพ่ือเพิ่มคุณคา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
14. นักเรียนหาโอกาสปฏบิ ตั ิจรงิ เกย่ี วกับการอาราธนาแบบต่าง ๆ เม่ือมีการประกอบศาสนพิธพี ิธกี รรมของ

โรงเรยี นและชมุ ชน

15. นักเรยี นประเมินตนเองหลงั การเรยี น และหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปน้ี
• สงิ่ ท่นี ักเรยี นได้เรยี นรู้ในวันนค้ี ืออะไร
• นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรยี นรมู้ ากน้อยเพยี งใด
• นักเรียนพึงพอใจกับการเรยี นรู้ในวนั นห้ี รอื ไม่ เพยี งใด
• นกั เรยี นจะนำความรทู้ ี่ไดน้ ไ้ี ปใช้ใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไปได้อยา่ งไร

จากน้ันแลกเปล่ียนตรวจสอบขัน้ ตอนการทำงานทกุ ขนั้ ตอนวา่ จะเพิ่มคุณคา่ ไปสสู่ ังคม เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มาก
ข้นึ กวา่ เดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครง้ั ต่อไป

ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
3. หนังสือแบบเรียน
4. ภาพเก่ยี วกับศาสนพิธี

การวัดและการประเมินผลการเรยี นรู้

จุดประสงค์ วธิ ีวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารวัดผล
ทดสอบ แบบทดสอบ ผา่ นเกณฑ์
การเรยี นรู้ 50 %
สงั เกต แบบประเมิน
ตัวช้ีวัด ความรู้(K) สงั เกต แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์
50 %
ส 1.1 ม.1/4 จัดพธิ กี รรม 1.อธิบายความหมาย
ระดับคุณภาพ
และปฏิบตั ติ นในศาสนพิธี ความสำคัญ ของการ 2

พธิ กี รรมได้ถกู ต้อง อาราธนาศีล อาราธนาพระ

ปริตร และอาราธนาธรรม

ทักษะกระบวนการ(P)

2. แสดงวิธีโดยการปฏิบัตกิ าร

ทอ่ งคำอาราธนาศลี อาราธนา

พระปริตร และอาราธนา

ธรรม

คุณลกั ษณะ(A)

3. เหน็ คณุ คา่ และความสำคญั

ในการปฏบิ ตั ติ นตามศาสนพธิ ี

และพธิ กี รรมทาง

พระพุทธศาสนา

สมรรถนะ 1) นกั เรียนมีความสามารถใน

การสอื่ สาร การส่ือสาร

การใช้ทักษะชวี ิต 2) นกั เรยี นมีความสามารถใน

การใช้ทักษวี ิต

คณุ ลักษณะอนั พึง นักเรียนมีความม่งุ มน่ั ในการ

ประสงค์ ทำงาน

มุง่ ม่นั ในการทำงาน

แบบประเมินชิน้ งาน เร่ือง ศาสนพิธี พธิ กี รรมต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนา

รายการการ ระดับคุณภาพ
4321
ประเมิน
ศึกษาพธิ ี พิธีกรรม ศึกษาพิธี พิธีกรรม ศึกษาพธิ ี พธิ ีกรรม ศึกษาพิธี พิธีกรรม
การศกึ ษาพธิ ี ตา่ ง ๆ ทัง้ งานมงคล ตา่ ง ๆ ทง้ั งานมงคล
พิธีกรรมต่าง ๆ ตา่ ง ๆ ทง้ั งานมงคล ตา่ ง ๆ ทั้งงานมงคล และงานอวมงคลที่ และงานอวมงคลที่
ทง้ั งานมงคลและ เกีย่ วขอ้ ง เก่ยี วขอ้ ง
งานอวมงคลท่ี และงานอวมงคลท่ี และงานอวมงคลที่ ไดถ้ ูกตอ้ ง เหมาะสม ไดถ้ ูกตอ้ ง โดยอาศัย
เก่ียวข้อง คำแนะนำจากครู
เกี่ยวขอ้ ง เก่ยี วขอ้ ง

ไดถ้ ูกตอ้ ง ครบถ้วน ไดถ้ ูกตอ้ ง ครบถว้ น

และสามารถบอก และสอดคล้องกับ

การปฏิบตั ิตนในศาสน หลกั ของศาสนพิธี

พิธี พิธีกรรม ได้อยา่ ง พธิ ีกรรม

เหมาะสม

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

สรุปผลการเรียนรู้
ความรู้ (K-Knowledge)........................................................................................................................................

........................................................................................... ............................................................................................ ......
ทักษะ/กระบวนการ (P-Process)..........................................................................................................................

.............................................................................................. .............................................................................. .................
คณุ ลกั ษณะ (A-Attitude)......................................................................................................................................

................................................................................. ............................................................................................................
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (C-Characteristics) .................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................................
ปัญหา อุปสรรค และข้อคน้ พบ
.................................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ .......................................................................................
ข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไข ผลการแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
.................................................................................................................................. .............................................................
...............................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................ผูส้ อน
(นางสาวธมนวรรณ ปตั ถาพงษ์)

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 13

กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหสั วิชา ส21101

รายวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

ชอื่ หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 4 ศาสนาอ่นื ๆในประเทศไทย เวลา 3 ชว่ั โมง

เรือ่ ง ศาสนสัมพนั ธ์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐาน ส ส 1.1 ร้แู ละเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทต่ี นนับถอื
และศาสนาอื่น มศี รัทธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยึดมั่น และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม เพื่ออย่รู ว่ มกนั อย่างสันตสิ ขุ
ตัวชี้วดั ส 1.1 ม.1/9 วเิ คราะหเ์ หตุผลความจำเป็นที่ทกุ คนต้องศึกษาเรียนร้ศู าสนาอ่ืนๆ

ม.1/10 ปฏบิ ตั ิตนตอ่ ศาสนกิ ชนอ่ืนในสถานการณ์ต่างๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
สาระสำคัญ

การสร้างความสัมพนั ธอ์ นั ดีกับผนู้ บั ถอื ศาสนาอืน่ ๆ โดยใช้ความรัก ความเมตตา และความสามคั คีทำให้การอยู่รว่ มกนั
ในสังคมมีความสงบสุข

จุดประสงค์การเรยี นรู้

ความรู้(K)

1.อธิบายความหมายและความจำเป็นของศาสนสมั พันธ์

ทักษะกระบวนการ(P)

2. ปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสมต่อศาสนิกชนอื่นในสถานการณต์ า่ ง ๆ

คณุ ลักษณะ(A)

3.เหน็ ความสำคัญของการสร้างความสัมพนั ธท์ ด่ี รี ะหวา่ งบคุ คลในศาสนาและตา่ งศาสนาในการดำเนิน

ชีวติ ประจำวัน

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

รักชาติ ซอ่ื สัตย์ มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้

อยูอ่ ย่างพอเพียง มุ่งม่นั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย จิตสาธารณะ

สมรรถนะ

การสอ่ื สาร การคิด การแก้ปญั หา
การรู้เท่าทันสื่อสารสารสนเทศและดจิ ิทลั
การใช้ทักษะชีวติ การใช้เทคโนโลยี

ทักษะชวี ติ และความเจริญแห่งตน

เนื้อหาสาระ
ศาสนาสมั พนั ธ์ คือ ความสัมพนั ธอ์ ันดี หรอื ความเขา้ ใจอนั ดีระหว่างศาสนาต่างๆ และระหว่างผทู้ ่นี ับถือศาสนา

อนื่ ๆ โดยยดึ ความเป็นพนี่ ้องกันเป็นหลกั เพ่อื เสริมสร้างความเข้าใจอนั ดตี ่อกนั รับรูค้ ุณค่าทม่ี ใี นศาสนาของกัน และกนั
และร่วมมือกนั สรา้ งสรรคภ์ ราดรภาพและสนั ตภิ าพในสงั คม
กิจกรรมการเรียนรู้
Step1 ขน้ั รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั การนบั ถือศาสนาในสังคมไทย โดยใชค้ ำถาม ดงั นี้
• ในสังคมไทยมีการนับถือศาสนาอะไรบา้ ง
(ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู และศาสนาสิกข์)
• ศาสนาทเ่ี กดิ ข้ึนในสงั คมไทยมีความเหมือนและแตกต่างกันหรอื ไม่ อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ แตกต่างกัน ในการประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนาและคำสอน แต่ศาสนา

ทกุ ศาสนาจะสอนใหท้ กุ คนเป็นคนดี)
• นกั เรียนคิดวา่ การสรา้ งความสมั พันธ์อันดีกับผนู้ ับถือศาสนาอื่น ๆ มีความจำเป็นหรือไม่ อยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ มีความจำเป็น เพราะจะเสริมสรา้ งความเข้าใจอนั ดตี ่อกัน อนั จะนำไปสู่

ความรว่ มมือร่วมใจกันสรา้ งสรรคส์ งั คมให้มคี วามเสมอภาคและสันตภิ าพต่อไป)
•นักเรยี นจะปฏิบตั ติ อ่ เพ่ือนต่างศาสนาอยา่ งไร เพ่ือให้อยู่รว่ มกนั อย่างมีความสขุ
(ตวั อยา่ งคำตอบ ไม่พดู จาลบหลู่ ดหู มน่ิ หรือแสดงกริยาไมเ่ หมาะสมต่อเพื่อนตา่ งศาสนา)

2.นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัตคิ วามเป็นมาของแต่ละศาสนาและการปฏบิ ัติตนอยา่ ง
เหมาะสมต่อศาสนิกชนอนื่ ในสถานการณ์ต่าง ๆ จากหนังสือเรียน
Step2 ข้ันวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)

3.นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดงั น้ี
• การเสรมิ สรา้ งความสมั พันธอ์ นั ดีและเหมาะสมต่อศาสนิกชนอน่ื ในสถานการณต์ ่าง ๆ ควรปฏบิ ัติตนอย่างไร

โดยบนั ทกึ คำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน

แสดงความเคารพทักทายกนั
ด้วยความสภุ าพ

มคี วามอ่อนน้อมถ่อมตน การเสรมิ สร้าง ไม่มีอคติกับบคุ คลต่างศาสนา
รจู้ กั กาลเทศะ ความสัมพนั ธ์อนั ดี เคารพสิทธเิ สรีภาพของกันและกัน
ตอ่ ศาสนิกชนอ่ืน
สนทนากับเพื่อนต่างศาสนาด้วย
วาจาไพเราะ

เคารพและให้เกียรติบุคคล
ต่างศาสนา

4.นกั เรียนวิเคราะห์ตวั อย่างเหตกุ ารณเ์ กย่ี วกบั การปฏิบัตติ นตอ่ ศาสนิกชนอ่นื ในสถานการณต์ ่าง ๆ แลว้

ตอบคำถาม นักเรียนควรปฏบิ ตั ิตามหรอื ไม่

การกระทำของเพียงขวัญ อยา่ งไร

เพียงขวัญไดร้ ับเชิญไปงานแตง่ เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตใุ ด ควรปฏบิ ัตติ าม เพราะจะได้มี
ของไลลาท่นี ับถือศาสนา ความรู้เก่ียวกบั ข้อหา้ ม ขอ้
อสิ ลาม เธอจงึ ศึกษาข้อปฏบิ ตั ิ เหมาะสม เพราะเปน็ การให้ ปฏบิ ตั ขิ องศาสนาอืน่ เพ่อื จะได้
และข้อห้ามกอ่ นเขา้ ร่วมพิธี เกียรติกนั ปฏิบัตติ นไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

รจนามักพูดโออ้ วดศาสนาของ การกระทำของรจนาเหมาะสม นกั เรียนควรปฏิบตั ิตาม
ตนเสมอ และตำหนิแนวทาง หรือไม่ เพราะเหตุใด หรือไม่ อย่างไร
ปฏบิ ัติของผู้ทนี่ บั ถอื ศาสนาอื่น
ไม่เหมาะสม เพราะเป็นการ ไม่ควรปฏิบัตติ าม เพราะ
ไมใ่ ห้เกียรตกิ นั อนั จะนำมาซึง่ จะทำใหเ้ กิดความขดั แยง้
ความขัดแย้ง

สุภาพพดู จาไพเราะกบั เพอ่ื น การกระทำของสภุ าพเหมาะสม นกั เรยี นควรปฏบิ ัติตาม
ร่วมงานที่นบั ถือศาสนาอ่ืน หรือไม่ เพราะเหตใุ ด หรอื ไม่ อยา่ งไร
เสมอ
เหมาะสม เพราะการพดู จา ควรปฏบิ ตั ิตาม เพราะจะได้
ทักทายด้วยถ้อยคำท่ีไพเราะ เป็นทรี่ ักของเพ่ือนรว่ มงานและ
ถือเป็นการสรา้ งมิตรที่ดีและให้ มีความสุขในการทำงาน
เกยี รติเพื่อนร่วมงาน

เมตตาชวนปรานใี ห้เขา้ รว่ มนับ การกระทำของปรานเี หมาะสม นกั เรียนควรปฏิบตั ิตาม
ถอื ศาสนาเช่นเดยี วกบั ตน เธอ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด หรอื ไม่ อย่างไร
จึงรีบปฏิเสธทนั ที โดยบอกว่า
ศาสนาของเมตตาไม่ดี ไมเ่ หมาะสม เพราะอาจนำไปสู่ ไมค่ วรปฏิบตั ิตาม เพราะจะ
ความขัดแย้งได้ ทำให้เกดิ ความขดั แย้ง และอยู่
ร่วมกับผอู้ น่ื อย่างไม่มีความสุข

เมรีแตง่ กายสุภาพและสำรวม การกระทำของเมรีเหมาะสม นกั เรยี นควรปฏิบัติตาม
กิรยิ ามรรยาทในการเข้าร่วม หรือไม่ เพราะเหตใุ ด หรอื ไม่ อย่างไร
พธิ ีกรรมของศาสนาอื่น
เหมาะสม เพราะการเข้ารว่ ม ควรปฏิบัตติ าม เพราะจะไดเ้ ป็น
ศาสนพิธขี องศาสนาอ่ืน ทรี่ ักและชน่ื ชมของผทู้ นี่ ับถือ
ควรแตง่ กายให้สุภาพ สำรวม ศาสนาอ่ืน
กิรยิ ามรรยาท ซงึ่ ถือเปน็ การให้
เกยี รตแิ ก่สถานทแ่ี ละเจา้ ภาพ
ของงาน

5. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ คา่ แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใชค้ ำถาม ดังนี้
• หากนกั เรียนต้องเขา้ ไปร่วมกิจกรรมหรือเขา้ ร่วมพธิ กี รรมของศาสนาอนื่ จะปฏิบตั ติ นอย่างไร

(ตวั อย่างคำตอบ ศึกษา สอบถามถงึ ขอ้ ปฏบิ ัติหรอื ข้อหา้ มต่าง ๆ ในการเข้ารว่ มกจิ กรรมหรอื พิธกี รรมของศาสนาอืน่ )
Step3 ข้นั ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

6.นกั เรียนเลอื กศกึ ษาพธิ ีกรรมของศาสนาต่าง ๆ ท่สี นใจมา 1 ศาสนา จากนนั้ สรุปความรู้ทไี่ ดล้ งในแบบบนั ทึก
ในชิ้นงาน เร่ือง การปฏิบัติตนเพอื่ สร้างศาสนสัมพันธ์ที่ดตี ่อศาสนกิ ชนอน่ื ในสถานการณ์ต่าง ๆ

7.นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องและความเรยี บร้อยของชิ้นงาน หากพบข้อผิดพลาดควรปรับปรุงแกไ้ ขให้
ถูกต้อง

8.นักเรียนร่วมกันสรุปส่งิ ทเี่ ข้าใจเปน็ ความรู้รว่ มกนั ดงั นี้
การสร้างความสมั พันธ์อนั ดีกบั ผ้นู บั ถือศาสนาอนื่ ๆ โดยใช้ความรัก ความเมตตา และความสามัคคี ทำให้การ

อยรู่ ่วมกนั ในสังคมมีความสงบสขุ
Step4 ข้ันส่อื สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)

9. นักเรยี นนำเสนอชน้ิ งาน เรื่อง การปฏบิ ัตติ นเพื่อสร้างศาสนสมั พนั ธ์ทด่ี ีต่อศาสนกิ ชนอืน่ ในสถานการณต์ ่าง ๆ
หน้าชัน้ เรยี น

10.นักเรียนร่วมกันอภปิ รายและสรุป
Step5 ขน้ั ประเมินเพื่อเพิ่มคุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

11.นักเรียนและครรู ่วมกนั พจิ ารณาคัดเลอื กกิจกรรมศาสนสัมพนั ธท์ ี่เหมาะสม แลว้ ร่วมกันจัดบอร์ด เพ่ือสร้าง
ความสมั พันธ์อันดตี อ่ กันของผู้นบั ถอื ศาสนาตา่ ง ๆ

ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื แบบเรยี น

การวดั และการประเมนิ ผลการเรียนรู้

จุดประสงค์ วธิ ีวัด เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การวัดผล
ทดสอบ แบบทดสอบ ผา่ นเกณฑ์
การเรยี นรู้ 50 %
สงั เกต แบบประเมนิ
ตัวช้วี ัด ความรู้(K) สงั เกต แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
50 %
ส 1.1 ม.1/9 วิเคราะห์ 1.อธบิ ายความหมายและ
ระดบั คุณภาพ
เหตุผลความจำเปน็ ที่ทุก ความจำเป็นของศาสน 2

คนต้องศึกษาเรยี นรู้ สมั พันธ์

ศาสนาอ่นื ๆ ทักษะกระบวนการ(P)

ม.1/10 ปฏิบัติตนตอ่ 2. ปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสม

ศาสนกิ ชนอืน่ ใน ต่อศาสนิกชนอน่ื ใน

สถานการณ์ต่างๆ ได้อยา่ ง สถานการณ์ต่าง ๆ

เหมาะสม คณุ ลกั ษณะ(A)

3.เห็นความสำคัญของการ

สรา้ งความสมั พันธท์ ่ีดรี ะหว่าง

บคุ คลในศาสนาและต่าง

ศาสนาในการดำเนนิ

ชวี ิตประจำวัน

สมรรถนะ 1 นกั เรียนมคี วามสามารถใน

การสือ่ สาร การสื่อสาร

การใชท้ กั ษะชวี ิต 2 นักเรยี นมคี วามสามารถใน

การใชท้ กั ษีวติ

คณุ ลักษณะอนั พงึ นักเรยี นมีความมงุ่ ม่ันในการ

ประสงค์ ทำงาน

มุง่ มน่ั ในการทำงาน

บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

สรุปผลการเรียนรู้
ความรู้ (K-Knowledge)........................................................................................................................................

........................................................................................... ............................................................................................ ......
ทกั ษะ/กระบวนการ (P-Process)..........................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................
คุณลักษณะ (A-Attitude)......................................................................................................................................

................................................................................................ .............................................................................................
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (C-Characteristics) .................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................................
ปญั หา อุปสรรค และข้อคน้ พบ
.................................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ .......................................................................................
ข้อเสนอแนะ แนวทางแกไ้ ข ผลการแกไ้ ข
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
...............................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ........................................................ผสู้ อน
(นางสาวธมนวรรณ ปัตถาพงษ์)

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 14

กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21101

รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

ช่ือหน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 ศาสนาอื่นๆในประเทศไทย เวลา 1 ช่วั โมง

เรื่อง ศาสนสัมพนั ธ์

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐาน ส ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ตี นนบั ถอื
และศาสนาอืน่ มศี รัทธาท่ถี ูกต้อง ยึดม่นั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพอื่ อยูร่ ่วมกนั อยา่ งสันตสิ ุข
ตัวชวี้ ัด ส 1.1 ม.1/11 วเิ คราะห์การกระทำของบุคคลที่เป็นแบบอย่างดา้ นศาสนสัมพันธ์ และนำเสนอแนวทางการ
ปฏิบัติของตนเอง
สาระสำคญั

การสร้างความสมั พันธ์อนั ดีกับผูน้ ับถอื ศาสนาอ่นื ๆ โดยใช้ความรัก ความเมตตา และความสามคั คที ำให้การอยู่
ร่วมกนั ในสังคมมีความสงบสุข
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

ความรู้ (K)
1.อธบิ ายและยกตวั อย่างบคุ คลทป่ี ฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอย่างด้านศาสนสัมพนั ธ์หรือมผี ลงานด้านศาสนสมั พันธ์

ทักษะกระบวนการ (P)
2. นำแบบอย่างบุคคลที่ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างดา้ นศาสนสมั พนั ธไ์ ปใชใ้ นการสร้างศาสนสัมพนั ธท์ ่ีดี
ในการดำเนินชวี ิต

คุณลักษณะ (A)
3.เหน็ คุณคา่ และตระหนกั ถงึ ความสำคัญของการนำแบบอยา่ งทดี่ ีมาปรับใช้ในการดำเนนิ ชีวติ

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
รักชาติ ซื่อสตั ย์ มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้

อยูอ่ ย่างพอเพยี ง มุ่งมัน่ ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย จติ สาธารณะ

สมรรถนะ

การส่อื สาร การคดิ การแกป้ ัญหา
การรเู้ ทา่ ทันสอื่ สารสารสนเทศและดิจิทัล
การใชท้ ักษะชีวติ การใช้เทคโนโลยี

ทกั ษะชีวิตและความเจรญิ แหง่ ตน

เน้อื หาสาระ
ท่านอาจารย์พุทธทาส ถือเปน็ บุคคลตวั อย่างดา้ นศาสนสัมพันธ์ การปฏบิ ตั ิตนท่ีเหมาะสมตอ่ ศาสนิกชนอืน่

เปน็ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการอยู่รว่ มกันในสังคม

กิจกรรมการเรยี นรู้
Step1 ขั้นรวบรวมข้อมูล (Gathering)

1.นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกบั ประวตั ิและผลงานของท่านอาจารย์พุทธทาส โดยใชค้ ำถาม ดงั นี้
• ทา่ นอาจารย์พุทธทาสมีประวตั ินา่ สนใจอย่างไร (ท่านพุทธทาสมคี วามรู้แตกฉาน

ในพระไตรปิฎก และเห็นว่าแนวทางทีก่ ำลงั ปฏบิ ัติอยู่ของพระสงฆโ์ ดยท่วั ไปคลาดเคลื่อนจากพุทธวจนะ
คำสอนของพระพุทธเจา้ ซงึ่ ขณะนัน้ ทา่ นกำลังศึกษาพระปรยิ ตั ธิ รรมท่กี รุงเทพฯ จึงกลบั ไปตง้ั สถาน
ปฏิบัติธรรม “สวนโมกขะพลาราม” อำเภอไชยา ในปี 2475 ประกาศใช้ชื่อ “พุทธทาส” ด้วยความตัง้ ใจ
จะรับใช้พระพุทธเจา้ ดว้ ยการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาตั้งแต่บัดนัน้ เป็นต้นมา)

• ท่านอาจารยพ์ ทุ ธทาสมีผลงานด้านพระพุทธศาสนาอย่างไร (บคุ คลทท่ี ำประโยชนฝ์ า่ ยบรรพชิตในโอกาส
สมโภชนก์ รงุ รัตนโกสนิ ทร์ 200 ปี และผู้ทำคุณประโยชน์สูงย่งิ ทางการศึกษาของชาติ และเป็นบคุ คลสำคัญของโลกดา้ น
ส่งเสริมขันติธรรม สันตธิ รรม วฒั นธรรม และความสัมพันธเ์ ขา้ ใจอนั ดีของมวลมนุษยจ์ ากองค์การ UNESCO)

• ทา่ นอาจารย์พุทธทาสเปน็ แบบอย่างที่ดีด้านศาสนสัมพันธ์อย่างไร (ศึกษาเปรยี บเทียบหลักธรรมของศาสนา
ตา่ ง ๆ เปดิ โอกาสให้นักบวชและศาสนกิ ชนอ่ืนแลกเปลยี่ นความรู้เก่ยี วกับธรรมะ
การเผยแผค่ ำสอนของท่าน เปา้ หมาย หลักการ คือ สรา้ งสันติภาพ การลดความขดั แยง้ และความรนุ แรง
ในโลก เผยแผ่พระพุทธศาสนาไปตา่ งประเทศ เพื่อสรา้ งความเขา้ ใจที่ถกู ตอ้ งเกย่ี วกับพระพุทธศาสนา)

2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เก่ียวกับตัวอยา่ งบคุ คลที่ปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอยา่ งดา้ นศาสนสัมพนั ธห์ รือมี
ผลงานด้านศาสนสมั พนั ธ์ จากหนงั สอื เรยี นและแหลง่ การเรียนรูอ้ น่ื ๆ เพม่ิ เติม
Step2 ข้ันวเิ คราะห์และสรุปความรู้ (Processing)

3. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ เก่ียวกับผลงานด้านศาสนสมั พนั ธข์ องท่านอาจารย์พุทธทาส พร้อมเสนอแนวทางการ
ปฏบิ ัตแิ ละผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากการปฏบิ ัตเิ ปน็ แผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง

• ผลงานดา้ นศาสนสัมพันธ์ แนวทางการปฏบิ ตั ิ ผลทเี่ กดิ ขน้ึ
ของท่านพุทธทาส
1. ศึกษาเปรียบเทยี บ แสดงความเป็นมิตรกับ เกดิ ความเขา้ ใจอนั ดี
หลกั ธรรมของศาสนาตา่ ง ๆ ศาสนิกชนในศาสนาอ่นื ๆ ไม่ ต่อกันอยู่รว่ มกนั ได้อยา่ ง
2. สรา้ งความสัมพนั ธ์ พูดจาโอ้อวดลว่ งเกนิ มีความสุข
ระหวา่ งศาสนา คือ สนั ติภาพ หรือดหู มนิ่ เหยียดหยาม
3. การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา หลกั คำสอนของศาสนาอน่ื
ไปตา่ งประเทศเพ่ือสร้างความ
เข้าใจท่ีถกู ต้อง

• การนำแนวทางศาสนสมั พันธ์ของท่านอาจารย์พทุ ธทาสมาปฏิบตั ิ ก่อให้เกิดประโยชน์อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ มีความรู้ ความเขา้ ใจระหว่างกนั ของผู้นับถอื ศาสนาตา่ ง ๆ สร้างความร่วมมอื กนั ในการสรา้ งสันติภาพ
ลดความขดั แย้ง ความรนุ แรงลงได้)
Step3 ขนั้ ปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

6.นักเรียนยกตวั อยา่ งบุคคลที่มผี ลงานดา้ นศาสนสมั พนั ธม์ า 1 คน จากนนั้ สรุปผลงานด้านศาสน-สมั พันธ์ และ
เขยี นแนวทางการปฏิบัติตนด้านศาสนสมั พันธข์ องตนเอง พรอ้ มบอกผลทีเ่ กิดข้ึนลงในชิน้ งานที่ 14 เรือ่ ง บุคคลตัวอย่าง
ด้านศาสนสมั พันธ์

7.นักเรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเรยี บร้อยของช้ินงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดควรปรับปรงุ แก้ไขให้
ถูกต้อง

8.นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ สง่ิ ทเี่ ข้าใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดงั นี้
ทา่ นอาจารยพ์ ุทธทาส ถอื เปน็ บคุ คลตัวอยา่ งด้านศาสนสัมพนั ธ์ การปฏบิ ตั ิตนท่เี หมาะสม

ต่อศาสนิกชนอ่นื เป็นการสรา้ งสัมพันธท์ ่ีดใี นการอยรู่ ่วมกันในสังคม
Step4 ขัน้ สือ่ สารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)

9. นกั เรียนนำเสนอชนิ้ งาน เร่ือง บุคคลตวั อย่างด้านศาสนสัมพันธ์ หนา้ ช้ันเรยี น
10. นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายและสรปุ
Step5 ข้นั ประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)
11.นกั เรียนร่วมกันคิดถงึ แนวทางการปฏบิ ตั ิด้านศาสนสัมพันธจ์ ะถกู นำไปปฏิบัติในสงั คมได้ เพ่ือสรา้ งเสริม
ความสัมพันธท์ ี่ดีในการอยู่ร่วมกนั ของผนู้ บั ถือศาสนาตา่ ง ๆ
สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือแบบเรยี น
การวดั และการประเมินผลการเรยี นรู้

ตวั ชีว้ ัด จดุ ประสงค์ วธิ วี ดั เครื่องมือวดั เกณฑ์การวดั ผล
ส 1.1 ม.1/11 วเิ คราะห์ การเรยี นรู้ ทดสอบ แบบทดสอบ
การกระทำของบุคคลท่ี ความรู้ (K) ผา่ นเกณฑ์
เป็นแบบอยา่ งด้านศาสน 1.อธบิ ายและยกตัวอย่าง 50 %
สมั พันธ์ และนำเสนอแนว บคุ คลทป่ี ฏบิ ัตติ นเปน็
ทางการปฏิบตั ิของตนเอง แบบอยา่ งด้านศาสนสัมพันธ์
หรอื มีผลงานด้านศาสน
สัมพันธ์

จดุ ประสงค์ วธิ ีวดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การวดั ผล

การเรียนรู้ ผา่ นเกณฑ์
50 %
ทักษะกระบวนการ (P)
ระดบั คุณภาพ
2. นำแบบอย่างบุคคลที่ 2

ปฏบิ ตั ิตนเปน็ แบบอยา่ ง

ดา้ นศาสนสมั พันธ์ไปใชใ้ นการ

สรา้ งศาสนสมั พันธ์ท่ดี ี

ในการดำเนินชวี ติ

คณุ ลกั ษณะ (A)

3.เหน็ คุณคา่ และตระหนักถึง

ความสำคญั ของการนำ

แบบอย่างทีด่ มี าปรบั ใช้ในการ

ดำเนินชีวติ

สมรรถนะ 1 นักเรียนมคี วามสามารถใน สังเกต แบบประเมิน
การสอ่ื สาร
การใช้ทกั ษะชวี ติ การส่ือสาร

คุณลักษณะอนั พึง 2 นกั เรยี นมคี วามสามารถใน
ประสงค์
มุ่งมั่นในการทำงาน การใช้ทักษีวติ

นักเรยี นมคี วามมุง่ มน่ั ในการ สังเกต แบบประเมิน

ทำงาน

บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

สรปุ ผลการเรียนรู้
ความรู้ (K-Knowledge)........................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................
ทักษะ/กระบวนการ (P-Process)..........................................................................................................................

.............................................................................................. ....................................................................................... ........
คณุ ลักษณะ (A-Attitude)......................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (C-Characteristics) .................................................................................................

............................................................................................................................. .................................................................
ปัญหา อปุ สรรค และข้อคน้ พบ
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................. ......................................................................................... .........................................................
ขอ้ เสนอแนะ แนวทางแกไ้ ข ผลการแกไ้ ข
...............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ..................................................................
................................................................................................................................... ............................................................

ลงชอื่ ........................................................ผู้สอน
(นางสาวธมนวรรณ ปัตถาพงษ์)

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 15

กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รหสั วชิ า ส21101

รายวิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

ช่ือหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 รฐั ธรรมนูญของเรา เวลา 1 ชั่วโมง

เรอ่ื ง รฐั ธรรมนญู ของเรา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจั จบุ นั ยดึ มั่น ศรัทธา และธำรงรกั ษาไวซ้ ่งึ การปกครอง

ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
ตัวชว้ี ดั ส 2.2 ม.1/1 อธิบายหลกั การ เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบับ
ปัจจบุ ันโดยสังเขป
สาระสำคัญ

รฐั ธรรมนญู ฉบบั ปจั จุบนั มบี ทบญั ญัติเก่ียวกบั สิทธิและเสรภี าพของชนชาวไทยไว้จำนวนมาก นอกจากน้ี ยังบญั ญัติเกย่ี วกับ
หน้าที่ทปี่ ระชาชนชาวไทยต้องปฏบิ ัตไิ ว้ ไดแ้ ก่ การรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
อนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ การป้องกนั ประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏบิ ตั ิตนตามกฎหมาย การไปใช้สทิ ธิ
เลือกตัง้ การพัฒนาประเทศ และการปฏบิ ตั งิ านของเจา้ หน้าท่รี ฐั ซ่ึงในฐานะท่เี ปน็ ชาวไทยจะตอ้ งปฏบิ ตั ติ นตามบทบญั ญัตเิ หลา่ นี้
เพื่อทีจ่ ะทำใหส้ งั คมและประเทศชาตสิ งบสุขและเจริญก้าวหน้า
จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายความหมายของรัฐธรรมนญู (K)
2.วเิ คราะหค์ วามหมายของรฐั ธรรมนูญ (P)

3.เห็นความจำเป็นของการทราบความหมายของรฐั ธรรมนูญ (A)

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

รกั ชาติ ซอื่ สตั ย์ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้

อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเป็นไทย จติ สาธารณะ

สมรรถนะ

การสอ่ื สาร การคดิ การแก้ปัญหา

การใช้ทักษะชีวิต การใชเ้ ทคโนโลยี การรูเ้ ท่าทันสอ่ื สารสารสนเทศและดจิ ิทลั

ทักษะชีวติ และความเจรญิ แหง่ ตน

เนอ้ื หาสาระ

รฐั ธรรมนูญ (Constitution) หมายถงึ กฎหมายสูงสุดในการจัดการปกครองรฐั ถ้าแปลตามความหมายของคำ

จะหมายถึง การปกครองรฐั อย่างถกู ต้องเปน็ ธรรม (รฐั + ธรรม + มนูญ) ในความหมายอย่างแคบ "รฐั ธรรมนญู " ตอ้ งมี

ลักษณะเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร และไม่ใชส่ ่งิ เดยี วกบั กฎหมายรัฐธรรมนญู (Constitutional Law) เพราะ "กฎหมาย

รัฐธรรมนญู " มีความหมายกว้างกวา่ และจะเป็นรปู แบบลายลกั ษณ์อกั ษรหรือจารีตประเพณีกไ็ ด้

รัฐธรรมนูญในปจั จบุ ันน้นั มีท้ังเป็นลกั ษณะลายลกั ษณ์อักษร และลกั ษณะไม่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยทล่ี ักษณะ
ไม่เป็นลายลกั ษณ์อักษร นอกจากจะใช้หลกั ของจารตี ประเพณกี ารปกครองแล้ว กฎหมายทุกตัวที่เกยี่ วขอ้ งกบั การ
ปกครอง ย่อมถือวา่ เป็นส่วนหนง่ึ ของรฐั ธรรมนูญด้วย
กจิ กรรมการเรียนรู้
Step1 ขน้ั รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

1. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม ร่วมกนั สนทนาแลกเปลยี่ นความรเู้ กย่ี วกบั รฐั ธรรมนูญของไทยแลว้ รว่ มกันตอบคำถาม ดังน้ี
•กฎระเบียบเรม่ิ จากสงั คมในระดบั ใดก่อน
(ตัวอย่างคำตอบ เริ่มจากครอบครวั เช่น คำสัง่ หรือคำบอกกลา่ วของผู้ปกครอง)
•ในโรงเรียนมกี ฎระเบียบอะไรบา้ ง
(ตัวอย่างคำตอบ การแต่งกาย การเข้าแถวเคารพธงชาติก่อนเขา้ เรียน)
•ระเบยี บกติกามีไวเ้ พ่ืออะไร
(ตวั อย่างคำตอบ สร้างความเปน็ ระเบยี บและความสงบเรยี บร้อยของสังคม)
•ในสังคมระดับประเทศมีกฎหมายหรอื กตกิ าอะไรเพอ่ื สร้างความเป็นระเบยี บและความสงบเรยี บรอ้ ยใหแ้ ก่

ประเทศ
(กฎหมายรัฐธรรมนญู )
•นกั เรยี นร้จู ักกฎหมายรฐั ธรรมนูญหรอื ไม่ (รจู้ กั )
•รฐั ธรรมนูญฉบับปจั จุบันมีชอ่ื เรียกวา่ อย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2560)
•ถ้าไม่มีรฐั ธรรมนูญสงั คมไทยจะเปน็ อย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เกดิ ความขดั แย้งกัน ประเทศชาติขาดความสงบสุข)

2. นักเรียนสงั เกตภาพอนสุ าวรยี ์ประชาธปิ ไตย จากน้ันร่วมกนั แลกเปล่ยี นความรูเ้ ก่ียวกับขอ้ มูลความเปน็ มาของ
อนสุ าวรีย์

3.นักเรียนศกึ ษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกบั เร่อื งความหมายของรฐั ธรรมนูญ จากแหลง่ การเรียนรอู้ นื่ ๆ
Step2 ข้ันวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)

4. นกั เรยี นวิเคราะหบ์ ทความเกย่ี วกับการพระราชทานรัฐธรรมนญู แล้วรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น

รัชกาลที่ 7 พระราชทานรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รสยาม (พ. ศ. 2475)

ให้แก่ปวงชนชาวไทย

10 ธนั วาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว รชั กาลที่ 7 พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรสยาม (พ.ศ. 2475) ให้แก่ปวงชนชาวไทย หลงั จากท่ปี ระกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
เม่อื วนั ท่ี 27 มิถุนายน ปเี ดียวกนั ภายหลังจากคณะราษฎรทำการปฏวิ ัติเปล่ียนแปลงการปกครองจาก
ระบอบสมบูรณาญาสทิ ธริ าชย์เป็นระบอบประชาธปิ ไตย โดยมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ อยภู่ ายใต้
รฐั ธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ รัฐธรรมนูญฉบบั นี้ถอื เปน็ รฐั ธรรมนูญฉบับแรก

ของไทย ต่อมาได้ถือใหว้ ันที่ 10 ธนั วาคมของทกุ ปีเปน็ วันรัฐธรรมนูญ

• บทความนม้ี ปี ระเดน็ สำคัญอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ การประกาศใช้รฐั ธรรมนญู เป็นกฎหมายสูงสดุ ของประเทศและ
การเปลย่ี นแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธปิ ไตยโดยมีพระมหากษตั รยิ ์ทรง
เปน็ ประมขุ )
• บทความดังกลา่ วมคี วามสำคัญต่อนกั เรียนอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ ช่วยใหท้ ราบถึงความเปน็ มาของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยและประวัตขิ องวัน
รฐั ธรรมนูญ)
• บทความดังกล่าวมคี วามสำคญั ตอ่ สงั คมไทยอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ เปน็ เคร่อื งหมายท่ีแสดงว่าประเทศไทยมกี ารปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย)
• เหตุการณด์ ังกล่าวส่งผลใหป้ ระเทศไทยมีการพฒั นาอย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ประเทศมคี วามเจริญกา้ วหนา้ ข้นึ ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคมากขึ้น)
5. นกั เรียนร่วมกันวเิ คราะหค์ วามหมายของรฐั ธรรมนญู แลว้ สรุปความร้เู ป็นแผนภาพความคิด
ดงั ตวั อยา่ ง

เป็นกฎหมายสูงสุดใน
การปกครองประเทศ

ความหมาย

ของรัฐธรรมนญู

กฎ กติกา การอยรู่ ว่ มกัน เปน็ แม่บท
ในระดบั ประเทศ ของกฎหมายอน่ื ทงั้ หมด

6. นักเรียนคิดประเมนิ เพื่อเพ่มิ คุณคา่ แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใชค้ ำถาม ดังนี้
• เพราะเหตุใดรัฐธรรมนูญจึงเป็นกฎหมายสูงสดุ ของประเทศ
(ตวั อย่างคำตอบ รฐั ธรรมนูญเป็นข้อตกลง กฎ กติกา และแนวทางในการปฏบิ ัตติ นของ

คนในสังคม)
Step3 ข้ันปฏิบตั แิ ละสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นักเรียนแบง่ กลุม่ ตามความเหมาะสม จากนั้นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั วเิ คราะห์เกยี่ วกับรฐั ธรรมนญู
ในสงั คมไทยว่าถา้ มีและไม่มจี ะเกิดผลอย่างไร แล้วสรปุ ความรเู้ ปน็ แผนภาพความคิด ดังตัวอย่าง


Click to View FlipBook Version