❑ 3. โรงพยาบาลระบพุ ืน้ ท/ี่ สถานการณข์ องความรุนแรงในสถานท่ีทางานท่ีอาจเกิดขนึ้ และดาเนินการเพ่ือลดความเสี่ยง
❑ 4. โรงพยาบาลจดั ใหม้ กี ารประเมิน ใหค้ าปรกึ ษา และติดตามการรกั ษาเจา้ หนา้ ที่ทไี่ ดร้ บั บาดเจ็บจากความรุนแรงในสถานท่ี
ทางาน
❑ 5. โรงพยาบาลใหก้ ารศึกษา ประเมนิ ผล การใหค้ าปรกึ ษา และติดตามผล เจา้ หนา้ ทท่ี ต่ี กเป็นเหยอ่ื รายท่ีสอง ของเหตกุ ารณ์
ไม่พงึ ประสงคห์ รอื เหตกุ ารณพ์ งึ สงั วรณท์ เ่ี กิดขนึ้
❑ 6. โรงพยาบาลสง่ เสริมความเป็นอย่ทู ดี่ ีของบคุ ลากรดว้ ยการสรา้ งวฒั นธรรมแห่งสขุ ภาพทส่ี นบั สนนุ ความผาสกุ ทาง
รา่ งกาย และอารมณ์
มาตรฐาน SQE.8.3
โรงพยาบาลจะระบเุ จา้ หนา้ ท่ที ี่มคี วามเส่ยี งในการสัมผสั ตอ่ การแพรก่ ระจายของโรคทีป่ อ้ งกนั ไดด้ ว้ ยวัคซีน และดาเนินโครงการ
ฉีดวคั ซีนและการสรา้ งภูมคิ มุ้ กนั ใหก้ บั บคุ ลากร P
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.8.3
เนื่องจากการสมั ผสั กับผปู้ ่วยและวสั ดุที่ติดเชือ้ ของผปู้ ่วย ผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดูแลสขุ ภาพจานวนมากมคี วามเสี่ยงที่จะสมั ผสั
และแพรโ่ รคที่สามารถป้องกันไดด้ ว้ ยวคั ซนี การกาหนดการติดเชือ้ ที่มีความสาคัญทางระบาดวิทยา, การกาหนดเจา้ หนา้ ที่ ท่ีมี
ความเส่ยี งสงู สาหรบั การติดเชือ้ เหล่านี,้ และการใชโ้ ปรแกรมการตรวจคัดกรองและป้องกนั (เช่น การใหภ้ ูมิคมุ้ กนั การฉีดวคั ซีน
และการป้องกนั โรค) สามารถลดอบุ ตั ิการณ์ของการแพรก่ ระจายของโรคตดิ เชือ้ ไดอ้ ย่างมาก (ดู AOP.5.3.1; PCI.2; PCI.8 และ
PCI.8.1) การติดเชือ้ ที่ไม่มีอาการเป็นเรื่องปกติ และบุคคลสามารถติดเชือ้ ได้ก่อนที่จะมีอาการใดๆ รวมทั้งจากไขห้ วัดใหญ่
นอกจากนี้ จากการศกึ ษาพบว่าผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพมกั มีรายงานการทางานแมอ้ ยู่ในชว่ งเวลาป่วย
ผปู้ ่วยท่ีเขา้ รบั การรกั ษาในโรงพยาบาลมีความเสี่ยงสงู ท่ีจะไดร้ บั บาดเจ็บหรอื เสียชีวิตจากการแพร่เชือ้ ท่ีเก่ียวขอ้ งกับการดแู ล
สขุ ภาพ จากการระบาดของโรคติดเชือ้ ในผปู้ ่วยท่ีรกั ษาในโรงพยาบาลพบว่าตรวจสอบยอ้ นกลบั ไปไดถ้ ึงผปู้ ฏิบัติงานด้านการ
ดแู ลสขุ ภาพที่ไม่ไดร้ บั การฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างย่ิงในกรณีของไขห้ วดั ใหญ่ โรงพยาบาลตอ้ งพิจารณา ดาเนินการเพื่อลด
ความเส่ียงท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การแพรก่ ระจายของโรคตดิ เชือ้ โดยผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพท่ีไม่ไดร้ บั การฉีดวัคซีน ผปู้ ฏิบัติ
งานดา้ นการดูแลสุขภาพมีหน้าท่ีปกป้องตนเอง เพ่ือนร่วมงาน และผู้ป่ วย/ครอบครวั อย่างมีจริยธรรมและเป็นมืออาชีพ
การฉีดวคั ซนี เป็นหนา้ ท่ขี องผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพทกุ คน
กลยทุ ธใ์ นการลดความเสี่ยงของผปู้ ่วยในการสมั ผัสกบั โรคติดเชือ้ อาจรวมถึงความพยายามในการส่งเสริมการฉีดวัคซีนไขห้ วดั
ใหญ่, การสนบั สนนุ ใหบ้ ุคลากรรบั วัคซีนไขห้ วดั ใหญ่, และกาหนดใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีที่ไม่ไดร้ บั การฉีดวัคซีนสวมใส่หนา้ กากอนามัย
ในช่วงฤดูไขห้ วัดใหญ่ กรณีบุคลากรที่ไม่ได้รบั วัคซีนที่ให้การดูแลผู้ป่ วยที่เส่ียงต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
300
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
ผสู้ งู อายุ และทารก จะเพมิ่ ความเส่ียงใหก้ บั ผปู้ ่วยซ่ึงมีความเส่ียงสงู ในการตดิ เชอื้ อย่แู ลว้ ดงั นน้ั จึงตอ้ งพิจารณาสถานะของการ
ไดร้ บั ภมู คิ มุ้ กนั ของบุคลากรเม่อื ทาการมอบหมายงาน
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ไดข้ อง SQE.8.3
❑ 1. โรงพยาบาลระบุการติดเชือ้ ทมี่ นี ยั สาคญั ทางระบาดวิทยา เช่นเดยี วกบั บุคลากรที่มีความเส่ียงสงู ต่อการสมั ผัส และการ
แพรก่ ระจายของเชอื้
❑ 2. โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินการโปรแกรมการฉีดวคั ซนี และการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กนั ใหก้ บั บุคลากร
❑ 3. โรงพยาบาลประเมินความเสยี่ งท่ีเก่ียวขอ้ งกบั บุคลากรท่ีไม่ไดร้ บั การฉีดวคั ซีนและระบกุ ลยทุ ธใ์ นการลด ความเสยี่ งของ
ผปู้ ่วย ในการสมั ผสั กบั โรคติดเชอื้ จากบคุ ลากรท่ีไม่ไดร้ บั การฉีดวัคซนี
❑ 4. โปรแกรมปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ เป็นแนวทางในการประเมิน การใหค้ าปรกึ ษา และการติดตามผล ของบคุ ลากร
ทส่ี มั ผสั กบั โรคติดเชือ้
การกาหนดสมาชกิ ภาพบคุ ลากรทางการแพทย์
มาตรฐาน SQE.9
โรงพยาบาลมกี ระบวนการท่ีเป็นรูปแบบเดียวกนั ในการรวบรวมขอ้ มลู ประจาตวั ของบคุ ลากรทางการแพทย์ ท่ีไดร้ บั อนญุ าตให้
ดแู ลผปู้ ่วยโดยไม่ตอ้ งมีการกากบั ดแู ล P
มาตรฐาน SQE.9.1
การศึกษาของสมาชิกบุคลากรทางการแพทย,์ ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ/การลงทะเบยี น, และขอ้ มลู แสดงคณุ วฒุ ิประจาตวั
อืน่ ๆ ทก่ี าหนดโดยกฎหมายหรือระเบยี บขอ้ บงั คับและโรงพยาบาล ไดร้ บั การตรวจสอบและคงไวซ้ ่งึ ความเป็นปัจจุบนั P
มาตรฐาน SQE.9.2
มกี ระบวนการตดั สินใจทโ่ี ปรง่ ใสและเป็นรูปแบบเดยี วกนั สาหรบั การแตง่ ตง้ั บคุ ลากรทางการแพทยใ์ นครงั้ แรก P
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.9 ถงึ SQE.9.2 301
คาอธิบายขอ้ กาหนดและความคาดหวงั ท่พี บในมาตรฐานนมี้ ีดงั น:ี้
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
ขอ้ มลู แสดงคณุ วฒุ ิประจาตวั
เอกสารรบั รองที่ออกโดยองคก์ รท่ีไดร้ บั การยอมรบั เพอ่ื บ่งบอกความสมบูรณ์ตามขอ้ กาหนดของคณุ สมบตั ิ หรือตามที่กฏหมาย
กาหนด เชน่ ประกาศนียบตั รจากโรงเรยี นแพทย,์ จดหมายรบั รองการสาเรจ็ การฝึกอบรมพิเศษ (residency) หรือใบรบั รอง การ
สาเร็จตามขอ้ กาหนดขององคก์ รวิชาชพี ทางการแพทย,์ ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี หรอื การรบั รองการขนึ้ ทะเบยี นกับแพทยสภา
หรือทันตแพทยสภา เอกสารเหล่านี้บางส่วนกาหนดโดยกฎหมายหรือระเบียบขอ้ บังคับ บางส่วนกาหนด ตามนโยบายของ
โรงพยาบาลจะตอ้ งไดร้ บั การตรวจสอบจากแหล่งท่ีออกเอกสารดงั กลา่ ว
ขอ้ มูลแสดงคุณวฒุ ิประจาตวั ยงั สามารถเป็นเอกสารจากบุคคลและองคก์ รที่กล่าวถึงบางแง่มมุ ของประวัติหรือความสามารถ
ทางวิชาชีพของผสู้ มัคร ตัวอย่างเช่น จดหมายรบั รอง, ประวตั ิการเป็นบคุ ลากรทางการแพทยก์ ่อนหนา้ ทง้ั หมด, บันทกึ การดแู ล
ทางคลินิกครง้ั ก่อน, ประวัติสขุ ภาพ, รูปภาพ, หรือ การตรวจสอบประวัติอาชญกรรม นโยบายของโรงพยาบาลอาจกาหนดให้
เอกสารเหล่านีเ้ ป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรวบรวมขอ้ มูลคณุ วฒุ ิประจาตวั แต่ยงั ไม่ไดร้ บั การยืนยันจากแหล่งท่ีออกเอกสาร
เวน้ แต่จะกาหนดโดยนโยบายของโรงพยาบาล ขอ้ กาหนดสาหรบั การตรวจสอบขอ้ มลู รบั รองนจี้ ะแตกต่างกันไปตามตาแหน่งที่
ผู้สมัครต้องการเขา้ ทางาน ตัวอย่างเช่น สาหรบั ผู้สมัครตาแหน่งหัวหน้าแผนก/บริการทางคลินิก โรงพยาบาลอาจต้อง
การตรวจสอบข้อมูลเก่ียวกับตาแหน่งและประสบการณ์ ในการบริหารก่อนหน้านี้ของแต่ละบุคคล นอกจาก นี้
สาหรบั ตาแหน่งทางคลินิก โรงพยาบาลอาจตอ้ งการประสบการณ์จานวนหลายปี และดว้ ยเหตุนีจ้ ึงตอ้ งตรวจสอบระดับของ
ประสบการณ์
บุคลากรทางการเเพทย์
บุคลากรทางการแพทยค์ ือ แพทย์ ทนั ตแพทย์ และผเู้ ช่ียวชาญอน่ื ๆ ทุกคนท่ีไดร้ บั ใบอนญุ าตใหป้ ระกอบวิชาชีพ โดยอิสระ (ไม่มี
การกากบั ดแู ล) และใหบ้ ริการดา้ นการปอ้ งกนั บาบดั รกั ษา ฟื้นฟู ศลั ยกรรม กายภาพฟื้นฟู หรือ บรกิ ารทางการแพทย์ หรอื ทนั ต
กรรมอ่ืนๆ แก่ผปู้ ่วย หรอื ผใู้ หบ้ ริการแปลผลการตรวจสาหรบั ผปู้ ่วย เชน่ พยาธิวิทยา รงั สีวิทยา หรอื บริการหอ้ งปฏิบตั ิการในทกุ ๆ
ประเภทของการแต่งตั้งรวมไปถึง บุคลากรทุกประเภทและทกุ ระดบั (ลูกจา้ ง กติ ติมศกั ดิ์ สญั ญาจา้ ง ผมู้ าเยี่ยมและ ชุมชนส่วน
ตวั ของบุคลากร) รวมอย่ดู ว้ ย เจา้ หนา้ ที่ท่ีมาเยี่ยมรวมถึงผทู้ ่ีเป็นผู้ ปกครองทอ้ งถิ่น หรือผเู้ ชี่ยวชาญท่ีไดร้ บั เชิญ "ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ"
และคนอน่ื ๆ ท่ีไดร้ บั อนญุ าตใหใ้ หบ้ รกิ ารดแู ลผู้ป่วย ช่วั คราว โรงพยาบาลตอ้ งกาหนดผปู้ ฏิบตั ิงานอ่นื ๆ เหล่านนั้ เชน่ "เจา้ หนา้ ที่
ประจาบา้ น" "พยาบาล" และ "แพทยร์ ุน่ เยาว"์ ท่ีจะไม่ไดอ้ ย่ใู นสถานะผูร้ บั การฝึกอบรมอีกต่อไป แต่โรงพยาบาลอาจจะอนุญาต
หรือไม่อนญุ าตใหป้ ฏิบัติงานไดอ้ ย่างอิสระ คาว่า”บุคลากรทางการแพทย์” จึงหมายความรวมถึง แพทยแ์ ละผเู้ ชี่ยวชาญอ่ืนๆ
ที่ได้ รบั อนุญาตใหร้ กั ษาผูป้ ่ วยที่มีความเป็นอิสระเพียงบางส่วนหรือท้ังหมด โดยไม่คานึงถึงความสัมพันธข์ องพวกเขากับ
โรงพยาบาล (ตัวอย่างเช่น บุคลากรท่ีไดร้ บั การว่าจา้ งหรือท่ีปรึกษาอิสระ) (ดู SQE.1.1 เพ่ิมเติม) สังเกตว่าในบางวัฒนธรรม
ผปู้ ระกอบวิชาชีพการแพทยแ์ ผนโบราณ เช่น แพทย์ฝังเข็ม, หมอจัดกระดูก และอื่นๆ อาจได้รบั อนุญาตตามกฎหมายและ
โรงพยาบาลใหป้ ฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งอสิ ระ จงึ ถอื เป็นบุคลากรทางการแพทยแ์ ละตอ้ งนามาตรฐานเหล่านไี้ ปใชค้ รบถ้วน (ดู GLD.6.2 )
302
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
การทวนสอบยืนยันคณุ สมบตั ิ
การทวนสอบเพ่ือยืนยนั คณุ สมบัติเป็นกระบวนการตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความสมบูรณ์ ของหนังสือรบั รองจากแหล่งที่
ออกหนงั สือรบั รอง กระบวนการนี้สามารถทาไดโ้ ดยการสอบถามฐานขอ้ มลู ออนไลนท์ ี่ปลอดภัย ตัวอย่างเช่น บุคคลท่ีไดร้ บั
อนญุ าตในเมืองหรือประเทศที่ต้ังของโรงพยาบาล กระบวนการนีย้ งั สามารถทาไดโ้ ดยการบนั ทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ กับ
ตน้ ทางผู้ออกเอกสาร หรือโดยการติดต่อทางอีเมลหรือการสอบถามทางไปรษณียแ์ บบธรรมดากับแหล่งท่ีมา การตรวจสอบ
ขอ้ มูลรบั รองจากภายนอกประเทศอาจซับซอ้ นกว่าและในบางกรณีก็ไม่สามารถทาได้ อย่างไรก็ตาม ควรมหี ลกั ฐานของความ
พยายามทีน่ ่าเชื่อถือเพ่อื ยนื ยันขอ้ มลู รบั รอง ความพยายามที่น่าเชื่อถือ มลี กั ษณะเป็นความพยายาม หลายครง้ั (อยา่ งนอ้ ยสอง
ครงั้ ภายใน 60 วนั ) โดยใชว้ ิธีการต่างๆ (ตัวอย่างเช่น โทรศพั ท์ อีเมล และจดหมาย) พรอ้ มบนั ทึกหลักฐานของความพยายาม
และผลลพั ธ์
สามสถานการณต์ ่อไปนเี้ ป็นการทดแทนท่ยี อมรบั ไดส้ าหรบั โรงพยาบาลทที่ าการตรวจสอบจากแหลง่ ปฐมภูมิ:
1) ใชไ้ ดก้ ับโรงพยาบาลที่ดแู ลโดยหน่วยงานของรฐั โดยตรง กระบวนการตรวจสอบของรฐั บาลสนบั สนุน ดว้ ยกฎระเบียบของ
รฐั บาลที่ประกาศใชเ้ กย่ี วกบั การตรวจสอบแหล่งปฐมภูมิ รว่ มกบั ใบอนุญาตจากทางราชการ หรอื เทยี บเทา่ เช่น การขนึ้ ทะเบียน
และการอนญุ าตใหม้ ีสถานะเฉพาะ (เช่น ท่ีปรกึ ษา ผเู้ ชี่ยวชาญ และอ่ืนๆ) ถอื ว่ายอมรบั ได้ เช่นเดียวกบั กระบวนการตรวจสอบ
ของบุคคลท่ีสามท้งั หมด ส่ิงสาคญั คือตอ้ งตรวจสอบว่าบุคคลทสี่ าม (ตัวอย่างเชน่ หน่วยงานของรฐั ) ดาเนินการตามกระบวน
การ ตรวจสอบตามท่ีอธิบายไวใ้ นนโยบายหรือระเบียบขอ้ บงั คบั และกระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามความคาดหวังท่ีอธิบาย
ไวใ้ นมาตรฐานเหลา่ นี้
2) ใชไ้ ดก้ ับโรงพยาบาลทกุ แห่ง, โรงพยาบาลในเครอื ทีไ่ ดด้ าเนินการตรวจสอบแหล่งปฐมภูมิของผสู้ มคั รบุคลากรทางการแพทย์
แลว้ เป็นที่ยอมรบั ไดต้ ราบใดท่ีโรงพยาบาลในเครือไดร้ บั การรบั รอง Joint Commission International (JCI) ในปัจจุบันท่ีมี
"การปฏบิ ัตติ ามอย่างสมบูรณ์ (full compliance)" ในกระบวนการทวนสอบจากแหล่งปฐมภมู ิที่พบใน SQE.9.1, MEs 1 และ 2
การปฏิบัติตามอย่างสมบูรณ์ (full compliance)" หมายถึง รายงานผลการสารวจอย่างเป็นทางการของโรงพยาบาลระบุว่า
องคป์ ระกอบที่วดั ไดท้ ้ังหมด เป็นไปตามขอ้ กาหนดตามมาตรฐานอย่างสมบูรณ์ (fully met) หรือถ้าองคป์ ระกอบท่ีวดั ไดไ้ ม่ตรง
บางส่วน (any not met) หรือตรงตามบางส่วน( partially met) และตอ้ งแกไ้ ขโดยการดาเนินการตามแผนพฒั นายทุ ธศาสตร์
(SIP) ซึ่งไดร้ บั การแกไ้ ขแลว้ และขณะนปี้ ฏบิ ตั ติ ามไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์
3) ใชไ้ ดก้ บั โรงพยาบาลทุกแหง่ , ขอ้ มลู คณุ วฒุ ิประจาตัวไดร้ บั การยืนยนั โดยบุคคลทีส่ ามที่เป็นองคก์ รอิสระ เช่น หน่วยงานที่ได้
รบั มอบหมายซ่งึ เป็นหนว่ ยงานของรฐั หรอื เอกชน ตราบใดทมี่ เี งื่อนไขดงั ตอ่ ไปน:ี้ โรงพยาบาลใด ๆ ทต่ี ดั สินใจดว้ ยโดยขอ้ มลู จาก
หน่วยงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายอย่างเป็นทางการของรฐั บาลหรือเอกชน ควรมีความม่นั ใจในความครบถ้วน ถกู ตอ้ ง และความทนั
เวลา ของขอ้ มลู นั้น เพื่อใหบ้ รรลรุ ะดับความเช่ือม่นั ต่อขอ้ มูลนี้ โรงพยาบาลควรประเมินหน่วยงานที่ให้ขอ้ มูลในเบือ้ งตน้ และ
ประเมนิ หลงั จากนนั้ เป็นระยะเพ่อื ใหแ้ น่ใจว่าเป็นไปตามมาตรฐาน JCI ตอ่ ไป
303
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
ส่ิงสาคัญคือต้องเข้าใจกระบวนการในการออกขอ้ มูลคุณวุฒิบางอย่าง ตัวอย่างเช่น หน่วยงานของรฐั ที่ออกใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพ พิจารณาจากสิ่งใดส่ิงหน่ึงหรือทัง้ หมด ดังต่อไปนี้: การทวนสอบการศึกษา, การตรวจสอบความสามารถ,
การฝึกอบรมโดยสมาคมการแพทยเ์ ฉพาะทาง, หรือมกี ารเป็นสมาชิกและการชาระค่าธรรมเนียมหรอื ไม่ นอกจากนี้ หากการเขา้
ศึกษาโปรแกรมการศึกษาเฉพาะทางขึน้ อย่กู ับการตรวจสอบการศึกษาและประสบการณ์ที่มีจนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลก็ไม่
จาเป็นตอ้ งตรวจสอบการศึกษาอกี กระบวนการที่ใชโ้ ดยหน่วยงานของรฐั ไดร้ บั การบนั ทกึ โดยโรงพยาบาล หากโรงพยาบาลไม่มี
ความรูโ้ ดยตรงเก่ียวกับกระบวนการท่ีหน่วยงานใชใ้ นการตรวจสอบการศึกษา หรือโรงพยาบาลไม่เคยมีโอกาสตรวจสอบว่า
หนว่ ยงานดาเนินการตามขน้ั ตอนที่อธิบายไว้ โรงพยาบาลจะตอ้ งดาเนินการตรวจสอบดว้ ยตนเอง (ดู SQE.13 และ SQE.15)
ขอ้ ยกเวน้ สาหรบั SQE.9.1 ME 1 สาหรบั การเย่ียมสารวจครงั้ แรกเทา่ น้นั ในชว่ งเวลาของการเยี่ยมสารวจเพอื่ การขอรบั รอง JCI
เบือ้ งตน้ โรงพยาบาลจะตอ้ งทาการตรวจสอบแหล่งท่ีมาเบือ้ งตน้ สาหรบั ผปู้ ฏิบัติงานใหม่ที่เขา้ ร่วม กับบุคลากรทางการแพทย์
ภายในสิบสอง (12) เดือนก่อนการเย่ียมสารวจครงั้ แรก ในชว่ งสิบสอง (12) เดือนหลงั จาก การสารวจครงั้ แรก โรงพยาบาลจะ
ตอ้ งดาเนินการตรวจสอบแหล่งท่ีมาเบือ้ งตน้ สาหรับบุคลากรทางการแพทยค์ น อ่ืนๆ ท้ังหมด กระบวนการนีเ้ สร็จสนิ้ ในช่วง 12
เดอื นหลงั การสารวจตามแผนท่ีใหค้ วามสาคญั กบั การตรวจสอบ ขอ้ มูลคณุ วฒุ ิประจาตวั ของบุคลากรทางการแพทยท์ ใ่ี หบ้ ริการ
ท่ีมีความเสย่ี งสงู
หมายเหตุ: ขอ้ ยกเวน้ นีห้ มายความถงึ เฉพาะการตรวจสอบขอ้ มลู คณุ สมบตั ปิ ระจาตวั เท่านน้ั บุคลากรทางการแพทยท์ กุ คน ตอ้ ง
รวบรวมและตรวจสอบขอ้ มลู คณุ วฒุ ิประจาตวั และการใหส้ ทิ ธิการรกั ษา โดยไม่มีการ "ใชไ้ ดต้ ลอดไป" ของกระบวนการนี้
การบรรจแุ ต่งต้งั
การบรรจุแตง่ ตงั้
เป็นกระบวนการตรวจสอบขอ้ มลู ประจาตวั ของผสู้ มัครเบอื้ งตน้ เพ่อื ตดั สินใจว่าบุคคลนน้ั มีคณุ สมบตั ิท่ีจะใหบ้ ริการดแู ลผปู้ ่วย
ตามท่ผี ปู้ ่วยในโรงพยาบาลตอ้ งการหรอื ไม่ และโรงพยาบาลใหก้ ารสนบั สนนุ ดว้ ยบุคลากรท่ีมีคณุ สมบัตแิ ละ ความสามารถทาง
เทคนิค สาหรบั ผสู้ มคั รในเบอื้ งตน้ ครงั้ แรก ขอ้ มลู ท่ตี รวจสอบนน้ั มาจากแหลง่ ภายนอกเป็นหลกั นโยบายของโรงพยาบาลระบุ
บุคคลหรือกลไกทรี่ บั ผดิ ชอบในการทบทวนนี,้ เกณฑใ์ ดๆ ทีใ่ ชใ้ นการตดั สินใจ, และวธิ ีจดั ทาบนั ทกึ ประกอบการตดั สนิ ใจ
นโยบายของโรงพยาบาลระบกุ ระบวนการแต่งตง้ั ผปู้ ระกอบวิชาชีพอสิ ระสาหรบั กรณีฉกุ เฉนิ หรอื เป็นกรณีช่วั คราว สาหรบั กรณี
ของบางบุคคลท่จี ะไม่มกี ารแตง่ ตง้ั และกาหนดสิทธิ์จนกว่าจะมีการตรวจสอบใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพเป็นอยา่ งนอ้ ย
การตอ่ สมาชกิ ภาพ
การต่อสมาชกิ ภาพ เป็นกระบวนการตรวจสอบแฟม้ ของบคุ ลากรทางการแพทยเ์ พ่ือยนื ยนั
• ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพคงสถานะตอ่ เนอ่ื ง;
•บุคลากรทางการแพทยไ์ ม่ถกู ประนปี ระนอมจากการลงโทษทางวนิ ยั จากหน่วยงานผอู้ อกใบอนญุ าต และใบรบั รอง
•แฟม้ มีเอกสารเพียงพอสาหรบั การมอบสิทธิ์การรกั ษาหรอื ขยายสิทธิก์ ารรกั ษาหรือหนา้ ที่ใน โรงพยาบาล; และ
304
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
• บคุ ลากรทางการแพทยม์ ีความสามารถทางรา่ งกายและจติ ใจในการดแู ลและรกั ษาผปู้ ่วยไดโ้ ดย ไม่ ตอ้ งมีผกู้ ากบั ดแู ล
ขอ้ มูลสาหรบั การตรวจสอบนีม้ าจากแหล่งที่มาทงั้ ภายในและภายนอก เม่ือแผนก/บริการทางคลินิก ไม่มีผู้นา (ตัวอย่างเช่น
บริการ เฉพาะทาง) มีนโยบายของโรงพยาบาลที่กาหนดว่าใครจะเป็นผูท้ บทวนทางวิชาชีพในแผนก/บริการนั้น แฟ้มขอ้ มูล
คุณวฒุ ิประจาตัวของบุคลากรทางการแพทยค์ วรเป็นแหล่งขอ้ มลู แบบพลวัต (dynamic) และอยู่ภายใต้การทบทวนอย่างต่อ
เนื่อง (ดู SQE.5 ) ตัวอยา่ งเชน่ เมือ่ บคุ ลากรทางการแพทย์ แสดงใบรบั รองท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การศึกษาในระดับท่ีสงู ขนึ้ หรอื การฝึก
อบรมเฉพาะทางขน้ั สูง ขอ้ มูลแสดงคุณวฒุ ิใหม่นี้ควรไดร้ บั การตรวจสอบทนั ทีจากแหล่งท่ีออกใบรบั รอง ในทานองเดียวกัน
เมื่อหน่วยงานภายนอก ตรวจสอบเหตุการณ์พึงสังวรณ์ท่ีเกี่ยวข้องกบั บุคลากรทางการแพทยแ์ ละออกมาตรการลงโทษ ซ่ึง
ขอ้ มูลนีค้ วรนาไปใชท้ ันทีเพ่ือประเมินสิทธิการรกั ษาทางคลีนิกของบุคลากรทางการแพทยอ์ ีกครงั้ เพื่อให้แน่ใจว่าแฟ้มของ
บุคลากรทางการแพทยส์ มบูรณ์และถกู ตอ้ ง แฟ้มดังกล่าวจะไดร้ บั การตรวจสอบอย่างนอ้ ยทกุ ๆ สามปี และ หมายเหตุในแฟ้ม
ระบวุ ่ามีการดาเนินการใดๆ หรือไม่จาเป็นตอ้ งดาเนินการใดๆ และการบรรจแุ ตง่ ตงั้ กบั บุคลากรทางการแพทยจ์ ะดาเนนิ ตอ่ ไป
สมาชิกภาพของบุคลากรทางการแพทย์ อาจไม่สามารถใหไ้ ด้ หากโรงพยาบาลไม่มีอปุ กรณท์ างการแพทยพ์ ิเศษ หรือบุคลากร
ที่คอยสนับสนุนการปฏิบตั ิวิชาชีพของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น แพทยผ์ ู้เช่ียวชาญโรคไต ที่ตอ้ ง การใหบ้ ริการฟอกไตท่ีโรง
พยาบาล อาจไม่ไดร้ บั อนญุ าตใหเ้ ป็นสมาชกิ บุคลากรทางการแพทยห์ ากโรงพยาบาล ไมม่ กี ารใหบ้ รกิ ารดงั กลา่ ว
สดุ ทา้ ย เมือ่ ใบอนุญาตประกอบวิชาชพี /การลงทะเบียนของผสู้ มัครไดร้ บั การยนื ยันจากแหล่งท่อี อกเอกสาร แตเ่ อกสารอ่นื ๆ เช่น
การศึกษาและ การฝึกอบรม ยงั ไม่ไดร้ บั การยนื ยนั กลบั บุคคลนน้ั อาจไดร้ บั สมาชิกภาพบคุ ลากรทางการแพทย์ และอาจกาหนด
สิทธิ์์การรกั ษาสาหรบั ผสู้ มัคร เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ภายใตส้ ถานการณ์ดังกล่าว บุคคลเหล่านีอ้ าจไม่สามารถปฏิบัติ
งาน ไดโ้ ดยอิสระ และตอ้ ง การการกากบั ดูแลจนกว่าขอ้ มูลรบั รองท้ังหมดจะ ได้รบั การยืนยัน การกากับดแู ลจะถูกกาหนดไว้
อย่างชดั เจนใน นโยบายของโรงพยาบาลตามระดบั และ เงอื่ นไข และตอ้ งไมเ่ กนิ 90 วนั (ดู SQE.3)
องคป์ ระกอบที่วัดได้ของ SQE.9
❑ 1. โรงพยาบาลมกี ระบวนการที่ต่อเน่อื งและสมา่ เสมอในการจดั การขอ้ มูลคณุ วฒุ ิของบุคลากรทางการ แพทย์
❑ 2. มีการระบุบุคลากรทางการแพทยท์ ี่ไดร้ บั อนุญาตตามกฎหมาย ระเบยี บขอ้ บังคบั และโรงพยาบาลใน การดแู ลผปู้ ่วยโดย
ไม่ตอ้ งมีการกากบั ดแู ล
❑ 3. โรงพยาบาลจะทาสาเนาและเก็บรกั ษาเอกสารการศึกษา ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ/การลงทะเบยี น และขอ้ มลู ประจา
ตัวอื่นๆ ท่ีกาหนด โดยกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ ของบุคลากรทางการแพทยแ์ ต่ละคนในแฟ้ม บุคลากรของตน
หรอื ในแฟ้มขอ้ มลู คณุ วฒุ ิทีแ่ ยกตา่ งหาก
❑ 4. โรงพยาบาลจะทาสาเนาและเก็บรกั ษาขอ้ มูลคณุ สมบัติประจาตัวท้ังหมดที่กาหนดโดยนโยบายของโรงพยาบาล ของ
บุคลากรทางการแพทยแ์ ต่ละคนในแฟ้มบุคลากรของตนหรอื ในแฟ้มขอ้ มลู คณุ สมบตั ปิ ระจาตวั ที่แยกตา่ งหาก
305
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ SQE.9.1
❑ 1. การศึกษา ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ/การลงทะเบียน และข้อมูลประจาตวั อ่ืนๆ ท่ีกาหนดโดยกฎหมายหรือ ระเบียบ
ขอ้ บงั คบั หรอื ออก โดยสถาบนั การศึกษาหรือสถาบนั ทางวชิ าชีพท่เี ป็นที่ยอมรบั ซ่ึงจะใชเ้ ป็นพืน้ ฐาน สาหรบั การกาหนด
สทิ ธิการรกั ษาทางคลนิ กิ จะไดร้ บั การทวนสอบจากแหลง่ ที่ออกหนงั สอื รบั รอง
❑ 2. ขอ้ มลู คณุ สมบตั ิประจาตัวเพ่ิมเติมท่ีกาหนดโดยนโยบายของโรงพยาบาลจะไดร้ บั การทวนสอบจากแหล่ง ท่ีออกเอกสาร
รบั รอง เมอ่ื กาหนดโดยนโยบายของโรงพยาบาล
❑ 3. เมื่อใชก้ ารทวนสอบโดยบุคคลท่ีสาม โรงพยาบาลจะทวนสอบว่าบุคคลที่สาม (เช่น หน่วยงานของรฐั ) ดาเนินการตาม
กระบวนการทวนสอบตามทอ่ี ธิบายไวใ้ นนโยบายหรอื ขอ้ บงั คบั และกระบวนการนน้ั เป็นไปตาม ความคาดหวงั ที่อธิบาย
ไวใ้ นเจตจานงของมาตรฐาน
องคป์ ระกอบท่วี ดั ได้ของ SQE.9.2
❑ 1. การบรรจุแตง่ ตัง้ บุคลากรทางการแพทยเ์ ป็นไปตามนโยบายของโรงพยาบาลและสอดคลอ้ งกบั ประชากรผปู้ ่วย พันธกิจ
และ บริการของโรงพยาบาลที่จดั ใหเ้ พอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการของผปู้ ่วย
❑ 2. การบรรจุแต่งต้งั จะไม่ดาเนินการจนกว่าจะมีการทวนสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ/การลงทะเบียน อย่างนอ้ ยจาก
แหลง่ ปฐมภมู ิ จากนน้ั บคุ ลากรทางการแพทยจ์ ะใหบ้ รกิ ารดแู ลผปู้ ่วยภายใตก้ ารกากับดแู ลจนกว่าขอ้ มลู คณุ สมบตั ิท้งั หมด
ท่ีกฎหมายและ ระเบียบขอ้ บงั คบั กาหนดจะไดร้ บั การยืนยนั จากแหล่งท่ีมา โดยมรี ะยะเวลาสงู สดุ 90 วนั
❑ 3. วิธีการกากบั ดแู ล, ความถี่ในการกากบั ดแู ล และผบู้ งั คับบัญชาท่ีรบั ผิดชอบ ไดร้ บั การบันทึกไวใ้ นแฟ้ม ขอ้ มลู ประจาตัว
ของบคุ คล
การมอบหมายสิทธกิ ารรักษาทางคลนิ ิกของบุคลากรทางการแพทย์
มาตรฐาน SQE.10
โรงพยาบาลมีขนั้ ตอนท่ไี ดม้ าตรฐาน มีวตั ถปุ ระสงค์ และยึดตามหลกั ฐาน เพ่ืออนญุ าตใหบ้ ุคลากรทางการ แพทยร์ บั และรกั ษา
ผปู้ ่วย และ/หรือใหบ้ ริการทางคลินกิ อ่ืน ๆ ทสี่ อดคลอ้ งกบั คณุ สมบตั ขิ องพวกเขา P
306
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.10
การกาหนดความสามารถทางคลินิกในปัจจุบันของบุคลากรทางการแพทย์และ การตัดสินใจ เก่ียวกับบริการ ทางคลินิกท่ี
บคุ ลากรทางการแพทยจ์ ะไดร้ บั อนญุ าตใหป้ ฏิบตั ิ ซ่งึ มกั เรียกว่าสิทธิการรกั ษา ท่ีนับเป็นความม่งุ ม่นั ที่สาคัญท่ีสดุ ท่ีโรงพยาบาล
จะ ดาเนินการเพอ่ื ปกป้องความปลอดภยั ของผปู้ ่วยและเพอ่ื ความกา้ วหนา้ ในคณุ ภาพของบรกิ ารทางคลนิ ิก
ขอ้ ควรพิจารณาสาหรบั การกาหนดสิทธิการรกั ษาทางคลนิ ิกในการบรรจแุ ตง่ ตงั้ ครง้ั แรก ไดแ้ ก่ :
• การตดั สินใจเก่ียวกบั ความสามารถทางคลินิกของผปู้ ระกอบวิชาชีพ และดว้ ยเหตนุ ี้สิทธิการรกั ษาทางคลนิ ิก ใดที่จะไดร้ บั จะ
ขึน้ อย่กู ับขอ้ มูลและเอกสารท่ีไดร้ บั จากภายนอกโรงพยาบาลเป็นหลัก แหล่งที่มาอาจรวมถึง โปรแกรมการศึกษาเฉพาะทาง
เอกสารรบั รองการแต่งต้งั เป็นบุคลากรทางการแพทยจ์ ากครงั้ ก่อน และ/หรอื จากเพ่ือนร่วมงานท่ีใกลช้ ดิ และขอ้ มลู คณุ ภาพใดๆ
ทอ่ี าจเผยแพรไ่ ปยงั โรงพยาบาล โดยท่วั ไปแหล่งขอ้ มลู เหล่านี้ท่ีนอกเหนอื จากแหล่งขอ้ มลู จากสถาบนั การศึกษา เชน่ โปรแกรม
เฉพาะทางทางการแพทย์ จะไมไ่ ดร้ บั การ ยืนยนั จากแหล่งที่มา เวน้ แตจ่ ะกาหนดโดยนโยบายของโรงพยาบาล แมว้ า่ แหลง่ ขอ้ มูล
ภายนอกเหล่านี้ อาจ ไม่ไดใ้ หห้ ลักฐานท่ีชัดเจนเกี่ยวกับความสามารถทางคลินิกในปัจจุบัน แต่อย่างนอ้ ยก็มีการระบุขอบเขต
ของ สมรรถนะ(competence) ท่ีสนั นิษฐานไว้ (ดู SQE.2) การประเมินผลการปฏบิ ตั ิทางวชิ าชพี อย่างต่อเนือ่ ง (ดู SQE.11 ) จะ
ใชเ้ ป็นการตรวจสอบความถกู ตอ้ งตามขอบเขตของสมรรถนะท่สี นั นิษฐานได้
• ไมม่ วี ิธีใดทจ่ี ะอธิบายกจิ กรรมทางคลินิกทด่ี ีที่สดุ ที่สมาชกิ บุคลากรทางการแพทยค์ นใหมไ่ ดร้ บั สิทธิ ใหป้ ฏิบตั ิได้ โปรแกรมการ
ฝึกอบรมเฉพาะทางอาจระบุและแสดงถึงรายการสมรรถนะท่ัวไปของความเช่ียวชาญพิเศษ ในดา้ นการวินิจฉัยและการรกั ษา
โดยโรงพยาบาลกาหนดสิทธิพิเศษในการวินิจฉัยและรกั ษาผปู้ ่วยในขอบเขตตามสมรรถนะเฉพาะทางเหล่านั้น องคก์ รอ่ืนอาจ
เลอื กทจ่ี ะระบุดว้ ยรายละเอยี ดผปู้ ่วยแตล่ ะประเภทและ ขนั้ ตอนการรกั ษา
• กระบวนการกาหนดสทิ ธิการรกั ษาเป็นรูปแบบเดียวกันภายในแต่ละสาขาความชานาญเฉพาะทาง; อย่างไรกต็ ามสาหรบั สาขา
เฉพาะทางทงั้ หมด กระบวนการนอี้ าจแตกตา่ งกันไป ตัวอยา่ งเชน่ ศัลยแพทยท์ ่วั ไป กุมารแพทย์ ทนั ตแพทย์ หรอื นักรงั สีวทิ ยา
เป็นตน้ อย่างไรก็ตามภายในแต่ละสาขาเฉพาะทางเหล่านี้ กระบวนการกาหนด สิทธิการรกั ษาจะเป็นมาตรฐานเดียวกนั แต่
กรณี ผปู้ ระกอบวิชาชีพเวชศาสตรค์ รอบครวั , เวชปฏิบัติท่วั ไปและบุคคลอื่น ๆ ที่ใหบ้ ริการดา้ นการแพทยท์ ่วั ไปทาง สตู ิศาสตร์
กมุ ารเวชศาสตร์ และบริการอนื่ ๆ ท่ีหลากหลาย การกาหนดสิทธิการรกั ษาจะระบบุ ริการ "เฉพาะทาง" ท่สี ามารถใหบ้ รกิ ารได้
• การตดั สินใจเกี่ยวกบั วธิ ีการกาหนดสทิ ธิการรกั ษาทางคลนิ กิ ในสาขาเฉพาะทางนน้ั เช่ือมโยงกบั กระบวนการ อ่ืน ๆ รวมถึง
o การคดั เลอื กกระบวนการท่ีตอ้ งการตดิ ตามผา่ นการรวบรวมขอ้ มลู โดยหัวหนา้ แผนก/บรกิ าร (ดู GLD.11.1)
o การใชข้ อ้ มลู เหลา่ นน้ั ในกระบวนการประเมินผลการปฏิบตั ทิ างวชิ าชพี ของบุคลากร ทางการ แพทยใ์ นแผนก/ บริการ
(ดู SQE.11) และ
o การใชข้ อ้ มลู ท่ตี ิดตาม ในกระบวนการต่ออายสุ มาชกิ ภาพและสทิ ธิการรกั ษา (ดู SQE. 12)
307
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
• นอกจากสิทธิการรกั ษาที่มอบให้โดยสัมพันธ์กับการศึกษาและการฝึกอบรมของแต่ละบุคคลแลว้ โรงพยาบาลยังระบุ
ประเด็นที่มีความเส่ียงสงู เชน่ การใหย้ าเคมีบาบดั , ยาประเภทอื่นๆ หรือหตั ถการทมี่ คี วามเสี่ยงสงู และสิทธิใดท่ีอนญุ าตให้
บุคลากรทางการแพทย์ ปฏิบัติได้ หรือปฏิเสธการมอบสิทธิดังกล่าว หัตถการที่มีความเส่ียงสูง, ยา หรือบริการอื่น ๆ
ท่ีมีความเสี่ยงสูง จะถูกระบุโดยแต่ละสาขาและชัดเจนในกระบวนการกาหนดสิทธิ การรักษา สุดท้ายอาจพบ
ขนั้ ตอนบางอย่างที่อาจจะมีความ เสี่ยงสงู เน่ืองจากอปุ กรณ์ที่ใช้ ซ่ึงควรตอ้ งเผา้ ติดตามว่าควรใหส้ ิทธิการรกั ษาเป็นพิเศษ
เช่น ในกรณีของหุ่นยนต์ และอปุ กรณ์ ผ่าตดั หรือการรกั ษาอ่ืนๆ ท่ีใชค้ อมพิวเตอรห์ รือควบคุมจากระยะไกล นอกจากนี้
อปุ กรณท์ างการแพทยช์ นดิ ที่ฝังไดย้ งั ตอ้ ง มที กั ษะในการฝัง สอบเทยี บ (ดู ASC.7.4 )
• นอกจากนี้ยังไม่สามารถให้สิทธิการรักษาเป็นพิเศษได้หากโรงพยาบาลไม่มีเคร่ืองมือแพทย์หรือบุคลากรสนับสนุน
ตวั อย่างเช่น แพทยผ์ เู้ ช่ียวชาญโรคไตทส่ี ามารถทาการฟอกไต หรอื แพทยโ์ รคหัวใจที่เชี่ยวชาญในการใส่ขดลวด จะไม่ได้
รบั สทิ ธิพเิ ศษสาหรบั ขนั้ ตอนเหลา่ นี้ หากโรงพยาบาลไมไ่ ดใ้ หบ้ ริการดงั กล่าว
• สดุ ทา้ ย เม่ือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ/การลงทะเบียนของผสู้ มัครไดร้ บั การยืนยนั จากแหล่งปฐมภูมิ แตเ่ อกสารอ่ืนๆ เช่น
การศึกษาและ การฝึกอบรม ยังไม่ได้รับการยืนยัน จะมีการกาหนดสิทธิการรกั ษาสาหรับผู้สมัคร อย่างไรก็ตาม
ผสู้ มคั รเหล่านี้ อาจจะไม่ไดป้ ฏิบตั ิอย่างอิสระจนกว่าขอ้ มูลรบั รองท้งั หมดจะไดร้ บั การยืนยัน โดย กระบวนการที่อธิบาย
ไวข้ า้ งตน้ การกากบั ดแู ลดงั กล่าว กาหนดไวอ้ ยา่ งชดั เจนในนโยบาย ของโรงพยาบาล เกยี่ วกบั ระดบั เงือ่ นไข และระยะเวลา
หมายเหต:ุ เม่ือบุคลากรทางการแพทยม์ ีหนา้ ทใ่ี นการบริหาร เช่น ประธานหรือหวั หนา้ แผนก/คลินิก ผบู้ ริหารโรงพยาบาล หรือ
ตาแหน่งอื่นๆ ความรบั ผิดชอบสาหรับบทบาทนี้จะระบุไวใ้ น คาบรรยายลักษณะงาน (โปรดดู SQE.1.1) นโยบายของ
โรงพยาบาล ระบุการตรวจสอบแหล่งขอ้ มลู ปฐมภมู ขิ องขอ้ มลู คณุ สมบตั ทิ ่ีปรากฎ เพอื่ สนบั สนนุ บทบาทดา้ นการบริหารนี้
กระบวนการกาหนดสิทธิการรกั ษา
a) ไดม้ าตรฐาน มีวตั ถปุ ระสงค์ และใชข้ อ้ มลู เชิงประจกั ษ์ ;
b) บนั ทกึ ไวใ้ น นโยบายของ โรงพยาบาล
c) มีการใชง้ านและตอ่ เน่อื งเมอ่ื ขอ้ มลู ประจาตวั ของบคุ ลากรทางการแพทย์ เปลี่ยนไป
d) มีการปฏบิ ตั ติ ามสาหรบั สมาชิกบคุ ลากรทางการแพทยท์ กุ ประเภท และ
e) สามารถแสดงใหเ้ หน็ ไดว้ ่าขน้ั ตอนนน้ั ถกู ใชอ้ ย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร
สทิ ธิการรกั ษาทางคลินิกของบุคลากรทางการแพทยท์ กุ คนมีใหใ้ นรูปแบบสาเนาเอกสาร, สาเนาอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นๆ
ใหแ้ ก่บุคคลหรือสถานที่ที่บคุ ลากรทางการแพทยเ์ หล่านนั้ จะใหบ้ รกิ าร (ตวั อย่างเชน่ หอ้ งผ่าตัด แผนกฉกุ เฉนิ )บคุ ลากรทางการ
แพทย์จะไดร้ บั สาเนาสิทธิการรกั ษาทางคลินิกของตน ขอ้ มูลท่ีอัปเดตจะไดร้ บั การส่ือสาร เมื่อสิทธิการรกั ษาทางคลินิกของ
308
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
บุคลากรทางการแพทยเ์ ปล่ยี นแปลง (ดู GLD.6.2)
องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง SQE.10
❑ 1. กระบวนการกาหนดสทิ ธิการรกั ษาท่ีใชโ้ ดยโรงพยาบาลเป็นไปตามเกณฑข์ อ้ a) ถึง e) ตามเจตจานงของมาตรฐาน
❑ 2. สทิ ธิการรกั ษาทางคลนิ กิ ของบุคลากรทางการแพทยท์ กุ คนมพี รอ้ มในลกั ษณะทเี่ ป็นสาเนาเอกสาร สาเนาอิเลก็ ทรอนกิ ส์
หรอื วิธีการอ่ืนใด แก่บุคคลหรอื สถานท่ีทบี่ ุคลากรทางการแพทยเ์ หล่านน้ั จะใหบ้ รกิ าร (เช่น หอ้ งผา่ ตดั แผนกฉกุ เฉิน)
❑ 3. บุคลากรทางการแพทยแ์ ต่ละคนใหบ้ รกิ ารเฉพาะท่ีไดร้ บั สิทธิการรกั ษาจากโรงพยาบาลเท่านนั้
การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านของบคุ ลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
มาตรฐาน SQE.11
โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการท่เี ป็นมาตรฐานอยา่ งต่อเนื่องในการประเมนิ คณุ ภาพและความปลอดภยั ของการดแู ลผปู้ ่ วยที่บคุ ลากร
ทางการแพทยแ์ ตล่ ะคนมอบให้ P
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.11
คาอธิบายขอ้ กาหนดและความคาดหวงั ที่พบในมาตรฐานเหล่านีม้ ีดงั น:ี้
การประเมินผลการปฏิบัตทิ างวิชาชพี อยา่ งต่อเน่อื ง
การประเมินการปฏิบัติวิชาชีพอย่างต่อเนือ่ ง เป็นกระบวนการของการรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเน่ืองเพื่อวัตถุประสงคใ์ นการ
ประเมินความสามารถทางคลินิกและพฤตกิ รรม ทางวชิ าชีพของผปู้ ระกอบวิชาชีพ ขอ้ มลู ท่รี วบรวมระหว่างกระบวนการนีจ้ ะถกู
นาไปประกอบการตดั สินใจในการคงไว,้ แก้ไข, หรอื เพิกถอนสิทธิการรกั ษาท่ีมีอยกู่ ่อนหรอื เมอื่ สนิ้ สดุ ระยะเวลา 3 ปีเพื่อต่ออายุ
หวั หนา้ แผนก/บริการมีหนา้ ท่ีในการรวมขอ้ มลู และสารสนเทศเก่ียวกบั บุคลากรทางการแพทยแ์ ละดาเนินการ ตามความเหมาะ
สม การดาเนินการในทนั ทีอาจเป็นรูปแบบของการใหค้ าปรกึ ษาต่อบคุ ลากร, กาหนดใหอ้ ย่ภู ายใตก้ ารกากบั ดูแล, จากดั สิทธิการ
รกั ษา, หรอื มาตรการอ่ืน ๆ โดยมจี ุดประสงคเ์ พอื่ จากัดความเสีย่ งตอ่ ผปู้ ่วยและพฒั นาคุณภาพการดแู ลและพฒั นาความปลอด
ภยั ของผปู้ ่วย ส่วนการดาเนนิ การในระยะยาวรวมถึง การสงั เคราะหข์ อ้ มลู และสารสนเทศเพ่ือส่งเป็นเป็นขอ้ แนะนา สาหรบั การ
ตอ่ อายุสมาชกิ ภาพบุคลากรทางการแพทยแ์ ละคงสิทธิการรกั ษาทางคลินิกอย่างต่อเนื่อง การดาเนนิ การอ่ืน ๆ อาจเป็นการแจง้
ใหบ้ ุคลากรทางการแพทยอ์ ืน่ ทราบถึงการเปรียบเทยี บ(benchmark) พฤติกรรมและผลการรกั ษาที่เห็นไดช้ ดั จากขอ้ มลู และสาร
สนเทศของสมาชิกบุคลากรทางการแพทย์
การประเมนิ การปฏิบัติวิชาชีพของบุคลากรทางการแพทยอ์ ยา่ งต่อเนื่องจะใหข้ อ้ มลู ที่สาคญั ต่อกระบวนการรกั ษาสมาชิกภาพ
บุคลากรทางการแพทยแ์ ละกระบวนการให้สิทธิการรกั ษาทางคลินิก (ดเู พิม่ เตมิ ใน SQE.10) แมว้ า่ จะตอ้ งมรี อบระยะเวลาสามปี
สาหรบั การต่ออายุสมาชกิ ภาพบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสิทธิการรกั ษาทางคลินิก แต่กระบวนการนีม้ ีเจตนาใหด้ าเนินอย่าง
ตอ่ เน่ืองและ ไม่หยดุ น่ิง อบุ ัติการณส์ าคัญที่เก่ียวขอ้ งกับคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย อาจเกดิ เพิ่มขึน้ ไดห้ ากไม่มกี าร
สือ่ สารและดาเนินการเก่ยี วกบั ปัญหาดา้ นประสิทธิภาพทางคลินิกของสมาชกิ บคุ ลากรทางการแพทยเ์ มอ่ื เกดิ ขนึ้
กระบวนการ ของการประเมินผลการปฏิบตั ิทางวิชาชีพอยา่ งต่อเนื่องมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื
309
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
• พฒั นาการปฏบิ ตั ิของแตล่ ะบุคคลซ่งึ มผี ลต่อการดแู ลผปู้ ่วยทม่ี คี ณุ ภาพสงู และปลอดภยั
• จดั ใหม้ ีพนื้ ฐานเพ่ือลดความผนั แปรภายในแผนก/บรกิ ารผา่ นการเปรยี บเทยี บระหว่างเพ่อื นรว่ มงานและ การจดั ทาเป็น
แนวทางปฏิบตั ิทางคลีนิกและโปรโตคอลทางคลีนกิ และ
• จดั ใหม้ ีพนื้ ฐานเพ่ือปรบั ปรุงผลลพั ธ์ของทงั้ แผนก/บริการผ่านการเปรียบเทียบกับแนวทางปฏบิ ตั ิภายนอกและ ผลการ
วิจยั ท่ตี ีพิมพแ์ ละผลลพั ธท์ างคลนิ กิ
การประเมินการปฏิบตั ิวิชาชพี อย่างต่อเนอ่ื งของบุคลากรทางการแพทยค์ รอบคลมุ สามดา้ นท่วั ไป— พฤติกรรม, ความก้าวหนา้
ทาง วชิ าชพี และผลลพั ธท์ างคลนิ กิ
พฤติกรรม
บคุ ลากรทางการแพทยเ์ ป็นแบบอย่างและเป็นที่ปรึกษำในการสรา้ งวฒั นธรรมที่ปลอดภยั ในโรงพยาบาล วฒั นธรรมที่ปลอดภัย
มีลักษณะเฉพาะดว้ ยการมีส่วนร่วมอย่างเต็มท่ีของบุคลากรทกุ คน โดยไม่ตอ้ งกลัวว่าจะถูกตอบโตห้ รือถกู ติเตียน วัฒนธรรมที่
ปลอดภัยยงั รวมถึงการใหค้ วามเคารพอย่างสูงระหว่างกล่มุ วิชาชีพซ่ึงจะไม่ทาพฤติกรรมก่อกวนและพฤติกรรมอื่นๆ ใหเ้ กิดขึน้
ความคิดเห็นของบุคลากรผา่ นการสารวจและกลไกอื่นๆ สามารถกาหนดพฤติกรรมท่ีตอ้ งการ และสามารถสนบั สนนุ เป็นแบบ
อยา่ งของบุคลากรทางการแพทยไ์ ด้
การประเมินพฤตกิ รรมอาจรวมถึง
• การประเมินวา่ บุคลากรทางการแพทยเ์ ขา้ ใจและส่งเสริมการปฏิบตั ิตามเกณฑด์ า้ นพฤติกรรม ของโรงพยาบาลและ
มีการกาหนดพฤตกิ รรมทย่ี อมรบั ไดแ้ ละไม่สามารถยอมรบั ได้ หรือไม่
• ไมม่ ีรายงานพฤตกิ รรมโดยของบคุ ลากรทางการแพทยท์ ่ีกาหนดวา่ ไม่สามารถยอมรบั ได;้ และ
• การรวบรวม วิเคราะห์ และใชข้ อ้ มลู และสารสนเทศจากการสารวจความคิดเห็นของบุคลากรและแหล่งข้อมลู อื่นๆ
เกยี่ วกบั วฒั นธรรมความปลอดภยั ในโรงพยาบาล
การประเมินผลการปฏิบัติทางวิชาชีพอย่างต่อเน่ืองซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทบทวนควรจะบ่งชีไ้ ด้ถึงความสาเร็จ
และความ ทา้ ทายท่ีเก่ียวขอ้ งของบุคลากรทางการแพทยใ์ นความพยายามที่จะเป็นผมู้ ีส่วนร่วมอยา่ งเต็มที่ในวฒั นธรรมความ
ปลอดภยั และวฒั นธรรมแหง่ ความไวว้ างใจ(just culture) (ดู SQE.10 )
ความกา้ วหน้าทางวชิ าชีพ
บุคลากรทางการแพทยม์ ีความกา้ วหนา้ และมีวฒุ ิภาวะเต็มท่ี เมื่อองคก์ รท่ีปฏิบตั ิงานอยู่เจริญกา้ วหนา้ , มีกลุ่มผปู้ ่วย เทคโนโลยี
และศาสตรท์ างคลินิกใหม่ๆ บุคลากรทางการแพทยแ์ ต่ละคนในระดบั ต่างๆ จะสะท้อนใหเ้ ห็นถึงการเติบโตกำ้ วหนำ้ และการ
พฒั นาในมิตทิ ่สี าคญั ของการดแู ลสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ิทางวชิ าชีพดงั ต่อไปน:ี้
• การดแู ลผู้ป่วย รวมถึงการใหก้ ารดแู ลผปู้ ่ วยอย่างเห็นอกเห็นใจ เหมาะสม และมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพ , การ
ปอ้ งกนั , รกั ษาโรค และการดแู ลในระยะสุดทา้ ยของชวี ิต (การวดั ผล ไดแ้ ก่ ความถี่ของบริการปอ้ งกันและ รายงาน/ ขอ้ รอ้ งเรยี น
จากผปู้ ่วยและครอบครวั ) (ดู PCC.3.1)
• ความรูท้ างการแพทย/์ คลินิก รวมถึงความรู้ในการเร่ิมต้นและพัฒนาด้านชีวการแพทย์, คลินิกวิทยา, ระบาดวิทยา, และ
สงั คมศำสตรแ์ ละพฤติกรรมศำสตร์ ตลอดจนการนาความรูไ้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดแู ลผปู้ ่วยและการศึกษาของผอู้ ่ืน (การวดั ผล
ไดแ้ ก่ การใชแ้ นวทางปฏิบตั ิทางคลินิก, รวมถึงการปรบั และการแก้ไขแนวทางปฏิบตั ิ, การมีส่วนรว่ มในการสมั นาทางวิชาชีพ
และการตพี มิ พบ์ ทความ) (ดู GLD.11.2)
310
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
• การเรียนรูแ้ ละการพฒั นาจากการปฏิบัติ รวมท้งั การใชห้ ลกั ฐานทางวิทยาศาสตรแ์ ละวิธีการในการสอบสวน, ประเมิน, และ
ปรบั ปรุงการดูแลผปู้ ่วยอย่างต่อเนือ่ ง โดยอาศยั การประเมนิ ตนเองและการเรียนรูต้ ลอดชวี ิต (ตวั อย่างของการวดั ผล ไดแ้ ก่ การ
สรา้ งแรงจงู ใจในตนเองเพ่ือทาการสอบสวน/การวิจยั ทางคลนิ ิก, การไดร้ บั สิทธิการรกั ษาทางคลินิกใหม่จากการศึกษาและการ
ไดม้ าซงึ่ ทกั ษะใหม่, และการมีส่วนรว่ มอย่างเตม็ ที่ในการปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดเฉพาะทางวิชาชพี หรอื ขอ้ กาหนดของใบอนญุ าต
ทตี่ อ้ งศกึ ษาต่อเนอื่ ง)
• ทักษะดา้ นมนุษยสัมพันธ์และการส่ือสาร รวมถึงการริเริ่มและธารงรกั ษา การแลกเปล่ียนขอ้ มูลและความร่วมมือกบั ผปู้ ่วย
ครอบครวั และสมาชิกคนอ่ืนๆ ในทีมดแู ลสขุ ภาพอย่างมีประสิทธิผล (ตัวอย่างของการวดั ผล ไดแ้ ก่ การมีส่วนรว่ มในการสอน
แบบตรวจเย่ียม(teaching round), การเป็นทป่ี รกึ ษาใหแ้ ก่ทมี , ความเป็นผนู้ าของทีม, และผลตอบรบั ของผปู้ ่วยและครอบครวั )
• ความเป็นมืออาชพี รวมถงึ ความมงุ่ ม่นั ในการพฒั นาวชิ าชีพอยา่ งต่อเนือ่ ง การปฏิบตั ติ ามหลกั จริยธรรม ความเขา้ ใจและความ
รบั รูไ้ ดไ้ วต่อความหลากหลาย และทัศนคติที่มีความรบั ผิดชอบต่อผปู้ ่วย, วชิ าชพี , และสงั คม (ตวั อย่างของตวั วดั ผล ไดแ้ ก่ เป็น
ผนู้ าทางความคิดภายในหมบู่ ุคลากรทางการแพทยใ์ นประเดน็ ทางคลินกิ และทางวชิ าชพี , การเขา้ รว่ มในคณะกรรมการจรยิ ธรรม
หรอื การเขา้ รว่ มอภปิ รายประเด็นดา้ นจริยธรรม, การรกั ษาตารางเวลานดั หมายทกี่ าหนด, และการเขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มกบั ชมุ ชน)
• แนวปฏบิ ัตทิ ่ีองิ ตามระบบ รวมถึงการตระหนกั รูแ้ ละการตอบสนองต่อบรบิ ทที่ใหญ่ขนึ้ และต่อระบบการดูแลสขุ ภาพ ตลอดจน
ความสามารถในการใชท้ รพั ยากรในระบบอย่างมีประสิทธิผลเพื่อให้การดูแลไดอ้ ย่างเหมาะสม (ตัวอย่างของตวั วัดผล ไดแ้ ก่
การทาความเขา้ ใจกับระบบของโรงพยาบาลท่ีมีการใชเ้ ป็นประจา เช่น ระบบยา, และการตระหนักถึงผลกระทบของการใช้ท่ี
มากเกนิ ไป การใชน้ อ้ ยเกินไป และการใชร้ ะบบในทางท่ีผิด)
• การดแู ลทรพั ยากร รวมถึงการทาความเขา้ ใจความจาเป็นในการดแู ลทรพั ยากร และปฏบิ ตั กิ ารดแู ลโดยคานึงถึงตน้ ทนุ , รวมถึง
การหลกี เลี่ยงการใชก้ ารทดสอบวินิจฉัยทมี่ ากเกินไปและใชใ้ นทางท่ผี ิดและให้ การรกั ษาท่ีไม่เป็นประโยชนต์ ่อการดแู ลผปู้ ่วย แต่
เพ่ิมค่าใชจ้ ่ายในการดูแลสุขภาพ (ตัวอย่างของตวั วดั ผลรวมถึง การมีส่วนร่วมในการตดั สินใจซือ้ ที่สาคญั ภายในสว่ นของการ
ปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์, การมีส่วนรว่ มในความพยายามท่ีจะทาความเขา้ ใจการใชท้ รพั ยากรอย่างเหมาะสม,
และ การตระหนกั ถึงค่าใชจ้ ่ายของผปู้ ่วยและผรู้ บั ผดิ ชอบค่าบรกิ าร) (ดู GLD. 7)
กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติทางวิชาชีพที่ดาเนินอย่อู ย่างต่อเนื่องควรตระหนักว่าส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งกับกำรบรรลุเป้ำหมำย
และกำรพัฒนำศักยภำพของบุคลำกรทำงกำรแพทย์อยู่ในส่วนของกำรเติบโตและเจริญก้ำวหน้ำทำงวิชำชีพ (professional
growth areas) ซ่ึงเป็นส่วนหนึง่ ของกระบวนกำรทบทวน,
ผลลัพธท์ างคลนิ ิก
กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติทางวิชาชีพอย่างต่อเน่ืองสาหรบั สมาชิกบุคลากรทางการแพทย์ จะทบทวนขอ้ มูลท่ัวไป
สาหรบั บุคลากรทางการแพทยท์ กุ คน รวมถงึ ขอ้ มลู เฉพาะที่เกยี่ วขอ้ งกบั สิทธิการรกั ษาทางคลินิกของสมาชิก และการใหบ้ ริการ
ดว้ ยความชานาญตามสาขาเฉพาะของบคุ ลากรทางการแพทยเ์ หลา่ นน้ั
แหล่งข้อมูลระดับองค์กร โรงพยาบาลรวบรวมข้อมูลท่ีหลากหลายเพ่ือใชใ้ นการจัดการ ตัวอย่างเช่น การรายงานไปยัง
หน่วยงานดา้ นสขุ ภาพเพ่อื สนับสนุนการจัดสรรทรพั ยากรหรือชาระคา่ บริการ เพื่อเป็นประโยชนใ์ นการประเมนิ ผลการปฏบิ ัตขิ อง
บคุ ลากรทางการแพทยร์ ายบคุ คลอยา่ งต่อเนอ่ื ง ขอ้ มลู ระดบั องคก์ ร ดงั กล่าว
• จาเป็นตอ้ งรวบรวมในลกั ษณะทีส่ ามารถ ระบผุ ปู้ ฏบิ ตั งิ านแตล่ ะคนไดอ้ ย่างงา่ ยดาย;
• ตอ้ งเก่ยี วขอ้ งกบั การปฏิบตั ทิ างคลินกิ ของบคุ ลากรทางการแพทยแ์ ตล่ ะบุคคล; และ
311
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
• สามารถเปรยี บเทียบไดท้ ง้ั ภายในและภายนอก (ถา้ มี) เพ่ือทาความเขา้ ใจกบั รูปแบบกำรปฏบิ ตั ขิ องผปู้ ฏิบตั งิ านแตล่ ะคน
ตัวอย่างของแหล่งขอ้ มลู ท่ีอาจเป็นไปได้ ไดแ้ ก่ ระยะเวลาวันนอนโรงพยาบาล, ความถี่ในการส่งตรวจวินิจฉัย, การใช้เลือด,
และการใชย้ าบางชนดิ เป็นตน้
แหล่งข้อมูลเฉพาะแผนก ขอ้ มลู จะถกู เก็บรวบรวมในระดบั ของแตล่ ะแผนก/บริการ หวั หนา้ แผนก/บริการกาหนด ความสาคัญ
สาหรบั การวดั ผลในแผนก เพื่อวตั ถปุ ระสงคใ์ นการติดตามและพฒั นา ตวั วดั ผลดงั กล่าวมีความเฉพาะเจาะจง สาหรบั บริการ
ท่ีจัดให้ และมีความเฉพาะเจาะจงตามสิทธิการรกั ษาทางคลินิกของบุคลากรทางการแพทยแ์ ต่ละคนในแผนก เช่นเดียวกับ
ขอ้ มลู ระดบั องคก์ รทีจ่ ะใชเ้ พือ่ ประโยชนใ์ นการประเมนิ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งของสมาชิกของแผนก/บรกิ ารแต่ละราย
• จาเป็นตอ้ งรวบรวมในลกั ษณะทส่ี ามารถ ระบุ ผปู้ ฏิบตั ิงานแตล่ ะรายไดอ้ ย่างงา่ ยดาย
• ตอ้ งเก่ียวขอ้ งกบั การปฏิบตั ทิ างคลินกิ ของบุคลากรทางการแพทยแ์ ตล่ ะบุคคล; และ
• สามารถเปรยี บเทยี บภายในแผนก/บริการ และ/หรือภายนอกเพื่อทาความเขา้ ใจรูปแบบการปฏิบตั ิของผปู้ ฏบิ ตั ิงานแต่ละราย
ตวั อย่างของขอ้ มูลในระดบั แผนก/บริการท่ีเป็นไปไดด้ งั กล่าว ไดแ้ ก่ ความถี่ของการทาหตั ถการทางคลนิ ิกท่ีดาเนินการ ,ภาวะ
แทรกซอ้ น, ผลลพั ธ,์ และการใชท้ รพั ยากร เชน่ การใชท้ ี่ปรกึ ษา เป็นตน้
นอกจากนี้ สิ่งสาคญั ที่ควรทราบคือ มไิ ดค้ าดหวงั วา่ แผนก/บริการใด ๆ จะมีความสามารถหรือมีความจาเป็นท่ีตอ้ งติดตามสิทธิ
การรกั ษาท้ังหมดทรี่ ะบุไวข้ องผปู้ ระกอบวชิ าชีพทุกราย เป็นไปไดม้ ากกว่าท่ีจะรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกับบริการหลกั (key service)
หรอื บาง แง่มมุ ของ บรกิ ารหลกั ในระดบั แผนกที่บคุ ลากรในแผนก/บรกิ ารทงั้ หมดหรือสว่ นใหญ่ไดร้ บั สทิ ธิ
ดงั นน้ั จงึ ไม่มีชุดขอ้ มลู ใดเพียงพอท่ีจะติดตามและประเมินบคุ ลากรทางการแพทยท์ งั้ หมด ทางเลอื กของขอ้ มลู , ความถ่ีของการ
ติดตามและวิเคราะห,์ และการใชข้ อ้ มูลและใชก้ ารบนั ทึกของบุคลากรทางการแพทยจ์ ริงนัน้ มีความเฉพาะเจาะจงมากสาหรบั
แผนก/บรกิ าร, วชิ าชพี ที่เก่ยี วขอ้ ง และสิทธิการรกั ษาของผปู้ ระกอบวชิ าชีพ . การประเมนิ ผลการปฏิบตั ิทางวชิ าชีพของบุคลากร
ทางการแพทยอ์ ย่างต่อเน่ืองไดร้ บั การสนับสนนุ จากแหล่งขอ้ มูลท่ีหลากหลาย รวมถึงบันทึกทางอิเล็กทรอนิกสแ์ ละกระดาษ ,
การสงั เกต, และปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่างเพอ่ื น
ขนั้ ตอนสดุ ทา้ ยท่ีมีความสาคัญคือการถามคาถาม: “ผูป้ ระกอบวิชาชีพรายนีเ้ ป็นอย่างไรเม่ือเปรียบเทียบกับเพ่ือนรว่ มงา น
คนอ่ืนๆ ในแผนก และเม่ือเปรียบเทียบกบั เพ่ือนรว่ มวิชาชีพในโรงพยาบาล, ในภูมิภาค, หรือประเทศอื่น ๆ” การเปรียบเทียบ
ภายในเป็นหลักเบือ้ งตน้ เพื่อลดความผันแปรในการปฏิบตั ิและผลลพั ธภ์ ายในแผนก และเรียนรูจ้ ากแนวทางปฏิบัติท่ีดีท่ีสุด
ภายในแผนก การเปรียบเทียบภายนอกคือ เพ่ือใหแ้ น่ใจว่าโรงพยาบาลบรรลแุ นวปฏิบตั ทิ ี่ดีท่ีสดุ ในวิชาชีพนนั้ ๆ แตล่ ะแผนกจะ
มีความรูเ้ ก่ยี วกับ ฐานขอ้ มลู ทางวชิ าชีพ, แนวปฏิบตั ิทางคลินิก, และแหล่งวรรณกรรมทางวทิ ยาศาสตรท์ ี่อธิบายการปฏิบตั เิ ทยี บ
เคียงท่ีพงึ ประสงคเ์ หลา่ นนั้ ตวั อย่างเชน่ การลงทะเบียนดา้ นมะเร็งวิทยา (oncology registries) อาจเป็นประโยชน์ หรือขอ้ มูล
จากผปู้ ฏิบตั ิงานที่ใชศ้ าสตรเ์ ดียวกนั ( แนวทางปฏิบัติทางคลินิก) เช่นเดียวกนั กบั สมาคมศลั ยกรรมระดบั ชาติ หรอื ระดบั นานา
ชาตทิ ่ีอาจจะรวบรวมผลลพั ธห์ รอื ขอ้ มลู ภาวะแทรกซอ้ น
โดยสรุป การประเมนิ ผลการปฏิบตั ทิ างวิชาชพี ของบคุ ลากรทางการแพทยอ์ ยา่ งต่อเนอื่ ง
• ไดม้ าตรฐานตามประเภทของบุคลากรทางการแพทยแ์ ละ/หรือแผนกหรือ หน่วย บริการทางคลนิ กิ
• ใชข้ อ้ มลู การตดิ ตามและสารสนเทศสาหรบั การเปรียบเทียบภายในเพื่อลดการแปรปรวนในส่วนของพฤติกรรม, การ
เตบิ โตกา้ วหนา้ ทางวชิ าชีพ, และ ผลลพั ธท์ างคลินกิ
• ใชข้ อ้ มลู การเฝา้ ติดตามและสารสนเทศสาหรบั การเปรียบเทียบภายนอกกบั แนวทางปฏิบตั ทิ ดี่ ที ่ีสดุ ที่มีอยู่ ซ่ึงมี
312
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
วตั ถปุ ระสงค,์ มหี ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์, หรอื เปรียบเทียบกบั แหล่งเทยี บเคยี งของขอ้ มลู และสารสนเทศของผลลพั ธ์
ทางคลนิ กิ
• ดาเนนิ การโดยหวั หนา้ แผนกหรอื บรกิ าร, ผจู้ ดั การอาวโุ สดา้ นการแพทย์ หรอื ผทู้ ท่ี าหนา้ ท่ีทบทวนตรวจสอบบคุ ลากร
ทาง การแพทย์
• รวมถึงการติดตามและประเมินผลบคุ ลากรทางการแพทยอ์ าวโุ สและแพทยห์ วั หนา้ แผนกโดยผเู้ ช่ยี วชาญทเี่ หมาะสม
และ
• ใหข้ อ้ มลู ทีจ่ ะบนั ทกึ ไวใ้ นแฟ้มของสมาชกิ บุคลากรทางการแพทย์ รวมถงึ ผลการทบทวน, การดาเนินการ, และผล
กระทบของ การปฏิบตั ทิ ี่มีต่อสิทธิการรกั ษา (ถา้ มี) (ดู SQE.12 )
สดุ ทา้ ย แมว้ ่ากระบวนการติดตามและประเมนิ ผลบคุ ลากรทางการแพทยจ์ ะตง้ั ใจใหด้ าเนนิ ต่อไปอย่างตอ่ เนือ่ ง และขอ้ มลู
สารสนเทศอาจถกู รวบรวมสะสมไวอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง นโยบายของโรงพยาบาลจาเป็นตอ้ งกาหนดใหม้ ีการทบทวนอยา่ งนอ้ ยหน่ึงครงั้
ในชว่ งระยะเวลา 12 เดือน การทบทวนดาเนนิ การโดยบุคคลที่เป็นหัวหนา้ แผนกหรือหวั หนา้ ฝ่ายบริการ, ผจู้ ดั การอาวโุ ส ดา้ น
การแพทย,์ หรอื ผทู้ ี่ทาหนา้ ท่ีตรวจสอบทบทวนบุคลากรทางการแพทย์ เมอ่ื มีประเด็นที่พบ, ขอ้ สรุป, และการดาเนนิ การ หรอื
คาแนะนาใด ๆ กจ็ ะถกู บนั ทกึ ไวใ้ นแฟ้มของบุคลากรทางการแพทย์ เมอ่ื ประเด็นทีพ่ บมีผลกระทบตอ่ การต่อการบรรจุหรือสิทธิ
การรกั ษาของบคุ ลากรทางการแพทย์ จะตอ้ งมีขนั้ ตอนการดาเนนิ การตามประเด็นที่พบ การดาเนินการ "for cause" (การยตุ ิ
,เลิก) ในทนั ทีดงั กล่าวไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นแฟ้มขอ้ มลู ของผปู้ ระกอบวิชาชีพและสะทอ้ นอยใู่ นรายการสทิ ธิการรกั ษาทางคลนิ กิ
การแจง้ เตอื นจะถกู ส่งไปยงั ไซตท์ ่ผี ปู้ ระกอบวชิ าชพี ใหบ้ รกิ าร (ดู SQE.3)
องคป์ ระกอบที่วดั ได้ของ SQE.11
❑ 1. บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนจะอยู่ในกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติทางวิชาชีพอย่างต่อเน่ือง ตามท่ีกาหนดโดย
นโยบายของโรงพยาบาลและการประเมนิ เป็นมาตรฐานเดียวกนั ในระดบั แผนก/บรกิ าร
❑ 2. กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติทางวิชาชพี อย่างตอ่ เนื่อง ระบุขอบเขตของความสาเร็จและการปรบั ปรุง ท่อี าจเกิดขึน้
ซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกับพฤติกรรม, การเติบโตก้าวหน้าทางวิชาชีพ, และผลลัพธท์ างคลินิกของบุคลากรทางการแพทย์ และผล
จะไดร้ บั การทบทวนดว้ ยขอ้ มลู และสารสนเทศเชิงประจักษ์ตามหลกั ฐาน ผลลพั ธเ์ หล่านีน้ ามาเปรยี บเทียบกบั บคลุ ากร
ทางการแพทยข์ องแผนก/บริการอ่ืนๆ
❑ 3. ขอ้ มูลและสารสนเทศจากการติดตามจะไดร้ บั การทบทวนอย่างนอ้ ยทกุ 12 เดือนโดยบุคคลผทู้ ี่เป็นหัวหนา้ แผนกหรือ
บริการ, ผู้จัดการอาวโุ สดา้ นการแพทย์, หรือบุคลากรทางการแพทย์ และผลลัพธ์, ขอ้ สรุป และการดาเนินการใด ๆ ท่ี
เกิดขนึ้ จะไดร้ บั การ บนั ทกึ ไวใ้ นแฟม้ ขอ้ มลู คณุ สมบตั ขิ องบคุ ลากรทางการแพทย์ และแฟม้ อื่นๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
❑ 4. เมื่อประเด็นที่พบ ส่งผลต่อการบรรจุหรอื สิทธิการรกั ษาของบุคลากรทางการแพทย์ มีกระบวนการในการดาเนินการกบั
ประเด็นที่พบ และการดาเนินการ "for cause" (ยุติ,เลิก)ดังกล่าวจะไดร้ บั การบันทึกไวใ้ นแฟ้มของผปู้ ระกอบวิชาชพี และ
สะทอ้ น อยใู่ นรายการสทิ ธิการรกั ษาทางคลินกิ การแจง้ เตือนจะถกู สง่ ไปยงั หน่วยทผ่ี ปู้ ระกอบวิชาชพี ใหบ้ รกิ าร
313
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
การต่อสมาชกิ และสิทธิการรักษาทางคลนี ิกของบคุ ลากรทางการแพทย์
มาตราฐาน SQE.12
อย่างนอ้ ยทกุ ๆ สามปี โรงพยาบาลจะกาหนดจากการประเมินผลการปฏบิ ตั ทิ างวิชาชีพอย่างตอ่ เน่อื งของบุคลากรทางการ
แพทยแ์ ต่ละบคุ คลว่า สมาชิกภาพบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสิทธิการรกั ษาทางคลินกิ จะดาเนนิ ต่อไปโดยมีหรอื ไม่มกี ารปรบั
เปลยี่ น P
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.12
คาอธิบายขอ้ กาหนดและความคาดหวงั ท่ีพบในมาตรฐานเหลา่ นมี้ ีดงั น:ี้
Reappointment (การต่อสมาชิกภาพ)
การต่อสมาชิกภาพเป็นกระบวนการทบทวนขอ้ มลู ของบคุ ลากรทางการแพทยอ์ ย่างนอ้ ยทกุ ๆ สามปี เพ่ือตรวจสอบ
• ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพยงั คงสถานะตอ่ เนื่อง;
• ว่าบคุ ลากรทางการแพทยไ์ ม่ถกู ประนีประนอมโดยการลงโทษทางวินยั โดยหนว่ ยงานทอ่ี อกใบอนญุ าตและใบรบั รอง ;
• แฟ้มมีขอ้ มลู บนั ทกึ ท่ีเพียงพอตอ่ การขอสิทธิการรกั ษาใหม่หรอื ขยาย; และ
• วา่ บคุ ลากรทางการแพทยม์ ีความสามารถทางรา่ งกายและจติ ใจในการดูแลและรกั ษาผปู้ ่วยไดโ้ ดยไม่ตอ้ งมผี ู้กากบั ดูแล
ขอ้ มูลสาหรบั การทบทวนนีร้ วบรวมจากการประเมินภายในจากผลการปฏิบัติทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องของบุคลากร ทางการ
แพทย์ ตลอดจนจากแหล่งขอ้ มลู ภายนอก เช่น องคก์ รหรอื หน่วยงานดา้ นกฎระเบียบหรือวชิ าชีพ นโยบายของโรงพยาบาล ระบุ
ตวั บุคคล (เช่น หัวหนา้ หน่วยบริการเฉพาะทาง) หรือกลไก (เช่น สานักงานบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อหวั หนา้ แผนก/บริการ
ไม่อยู่ หรือ ไม่ไดร้ บั ผิดชอบในการทบทวนนี)้ เกณฑใ์ ด ๆ ท่ีใชใ้ นการตดั สินใจ และวิธีตัดสินใจ จะไดร้ บั การบันทึก แฟ้มขอ้ มูล
คุณวุฒิประจาตัวของบุคลากรทางการแพทย์ควรเป็นแหล่งข้อมูลท่ีไม่หยุดน่ิงและอยู่ภายใตก้ ารตรวจสอบอย่างต่อเน่ือง
ตวั อยา่ งเช่น เม่ือบุคลากรทางการแพทยแ์ สดงใบรบั รองผลสมั ฤทธิ์ทางการศึกษาที่เก่ียวขอ้ งกับการศึกษาในระดบั ท่ีสงู ขนึ้ หรือ
ไดร้ บั การฝึกอบรมเฉพาะทางขัน้ สูง ขอ้ มลู ประจาตัวใหม่ควรไดร้ บั การตรวจสอบทนั ทีจากแหล่งท่ีออก ในทานองเดียวกนั เมื่อ
หน่วยงานภายนอกตรวจสอบเหตกุ ารณ์พึงสงั วรณ์ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั บุคลากรทางการแพทย์ และออกมาตรการลงโทษ ขอ้ มูลนีค้ วร
ใชท้ ันทีเพ่ือประเมินสทิ ธิทางคลินิกของบุคลากรทางการแพทยอ์ ีกครงั้ เพื่อใหแ้ น่ใจว่าแฟ้มของบุคลากรทางการแพทย์สมบูรณ์
และถูกตอ้ ง แฟ้มดังกล่าวจะไดร้ บั การตรวจสอบอย่างนอ้ ยทกุ ๆ สามปี และหมายเหตใุ นแฟ้มระบุว่ามีการดาเนินการใดๆ หรือ
ไมจ่ าเป็นตอ้ งดาเนินการใดๆ และการต่ออายสุ มาชิกภาพของบคุ ลากรทางการแพทยจ์ ะดาเนนิ ต่อไป
ขอ้ ควรพจิ ารณาสาหรบั การกาหนดเอกสิทธิการรกั ษาทางคลนิ กิ เมือ่ ไดร้ บั การต่อสมาชิกภาพ ไดแ้ ก่ :
• บคุ ลากรทางการแพทยอ์ าจไดร้ บั สิทธิการรกั ษาเพ่ิมเติมตามการศึกษาและการฝึกอบรมขนั้ สงู ซ่ึงการศึกษาและการ
ฝึกอบรมจะไดร้ บั การตรวจสอบจากแหล่งทใี่ หก้ ารศึกษาหรือฝึกอบรมหรือออกหนงั สือรบั รอง การ ใชส้ ิทธิการรกั ษา
ท่ีเพ่ิมเติมอย่างเต็ม รูปแบบอาจเล่ือนออกไปจนกว่ากระบวนการตรวจสอบจะเสร็จสิน้ หรือเมื่อมีการกาหนดการ
314
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
ปฏิบตั ภิ ายใตก้ ารกากบั ดแู ล ก่อนท่ี จะใหส้ ิทธิการรกั ษาใหม่ท่ไี ม่จากดั ตัวอย่างเช่น กาหนดจานวนเคสท่ีผ่าตดั ดว้ ย
ห่นุ ยนตภ์ ายใตก้ ารกากบั ดแู ล
• บุคลากรทางการแพทยอ์ าจไดร้ บั สทิ ธิการรกั ษาแบบตอ่ เน่อื ง, จากดั , ลดหรอื ยตุ ิ ขนึ้ อย่กู บั
o ผลของกระบวนการทบทวนการปฏบิ ตั ิทางวิชาชพี อยา่ งต่อเน่ือง (ดู SQE.11)
o การจากัดเกี่ยวกบั สิทธิการรกั ษาส่วนบุคคลโดยหน่วยงานภายนอก, หน่วยงานของรฐั , หรือ หน่วยงานกากับ
ดแู ล
o ประเด็นท่พี บจากผลการประเมนิ ของโรงพยาบาลจากเหตกุ ารณพ์ งึ สงั วรณห์ รอื เหตกุ ารณ์ อ่นื ๆ
o สขุ ภาพของผปู้ ระกอบวิชาชพี หรือ
o คาขอของผปู้ ระกอบวชิ าชพี
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ SQE.12
❑ 1. โรงพยาบาลจะกาหนดอย่างนอ้ ยทุก ๆ สามปี ว่าสมาชิกภาพบุคลากรทางการแพทยแ์ ละสิทธิการรกั ษาทางคลินิกจะ
ดาเนินต่อไป โดยมีหรือไมม่ กี ารปรบั เปล่ียนซง่ึ ขนึ้ อย่กู บั การประเมินผลการปฏบิ ตั ทิ างวชิ าชพี ของบคุ ลากรทางการ แพทย์
❑ 2. มหี ลกั ฐานในแฟ้มของบคุ ลากรทางการแพทยแ์ ตล่ ะคนวา่ ขอ้ มลู คณุ วุฒิทงั้ หมดที่ตอ้ งมีการต่ออายเุ ป็นระยะ, การชาระค่า
ธรรมเนยี มการลงทะเบยี น หรือการดาเนินการอน่ื ๆ โดยบุคลากรทางการแพทยเ์ ป็นปัจจบุ นั
❑ 3. ขอ้ มูลคณุ วุฒิท่ีไดร้ บั ภายหลังการไดร้ บั การบรรจุครงั้ แรกจะปรากฏในแฟ้มของบุคลากรทางการแพทย์และจะไดร้ บั การ
ยนื ยนั จากแหลง่ ปฐมภมู ทิ อี่ อกเอกสารก่อนท่ีจะใชใ้ นการปรบั เปลย่ี นหรอื เพมิ่ สิทธิการรกั ษาทางคลนิ กิ
❑ 4. การตัดสินใจต่ออายุจะไดร้ บั การบนั ทึกไวใ้ นแฟ้มขอ้ มูลประจาตัวของบุคลากรทางการแพทยแ์ ละรวมถึง การระบุตวั ตน
ของผทู้ บทวนและเง่อื นไขพเิ ศษใด ๆ ทีร่ ะบุในระหวา่ งการทบทวน
บคุ ลากรสายการพยาบาล
มาตรฐาน SQE.13
โรงพยาบาลมกี ระบวนการทเี่ หมอื นกนั ในการรวบรวม ตรวจสอบ และประเมินขอ้ มูลคณุ วฒุ ิของเจา้ หนา้ ท่ีพยาบาล (ใบอนญุ าต
ประกอบวิชาชพี การศกึ ษา การฝึกอบรม และประสบการณ)์ P
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.13
โรงพยาบาลจาเป็นตอ้ งตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่ามเี จา้ หนา้ ทพ่ี ยาบาลท่มี ีคณุ สมบตั เิ หมาะสมตรงกบั พนั ธกิจ ทรพั ยากร และความ
ตอ้ งการของผปู้ ่วยอยา่ งเหมาะสม เจา้ หนา้ ที่พยาบาลมีหนา้ ที่ดแู ลผปู้ ่วยโดยตรง นอกจากนี้ การปฏบิ ตั ิทางการพยาบาล ยงั ส่ง
315
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
ผลตอ่ ผลลพั ธ์ ของผปู้ ่วยโดยรวม โรงพยาบาลตอ้ งดแู ลใหพ้ ยาบาลมีคณุ สมบตั ิ ในการใหก้ ารพยาบาล และตอ้ งระบปุ ระเภท
ของการดแู ลท่ไี ดร้ บั อนญุ าตใหป้ ฏบิ ตั ิหากไม่มกี ารระบุไวใ้ นกฎหมายหรือระเบยี บขอ้ บงั คบั โรงพยาบาลทาใหม้ ่นั ใจว่า
พยาบาลแตล่ ะคนมีคณุ สมบตั ใิ นการดแู ลและรกั ษาผปู้ ่วยอยา่ งปลอดภัยและมีประสทิ ธิภาพโดย
• เขา้ ใจกฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ท่ีใชก้ บั พยาบาลและการปฏบิ ตั ิทางการพยาบาล ;
• รวบรวมขอ้ มลู ประจาตัวของพยาบาลแต่ละคน รวมทั้งอย่างนอ้ ย
o หลกั ฐานการศึกษา/ การฝึกอบรม
o หลกั ฐาน ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพทีเ่ ป็นปัจจบุ นั
o หลกั ฐานความสามารถทเี่ ป็นปัจจบุ นั โดยใชข้ อ้ มลู จากแหลง่ อน่ื ทพี่ ยาบาลเคยปฏิบตั ิงาน และ
o จดหมายแนะนาและ/หรือขอ้ มลู อนื่ ๆ ทอี่ งคก์ รอาจตอ้ งการ เช่น ประวตั ิสขุ ภาพ รูปภาพ และอ่ืนๆ และ
• การทวนสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ทจี่ าเป็น เช่น สถานะปัจจบุ นั ของการขึน้ ทะเบียนหรือใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพ
โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เมอื่ มี การต่ออายุเอกสารดงั กล่าวเป็นระยะ และใบรบั รองและหลกั ฐานการสาเร็จการศกึ ษา เฉพาะ
ทาง หรอื การศกึ ษาขนั้ สงู
โรงพยาบาลตอ้ งใชค้ วามพยายามอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบขอ้ มลู ทจ่ี าเป็น แมว้ ่าการศึกษาจะเกิดขึน้ ในประเทศอ่ืน และผา่ น
มาแลว้ ชว่ งระยะเวลาหน่ึงที่ผ่านมา โรงพยาบาลสามารถตรวจสอบโดยใชเ้ ว็บไซตท์ ี่ปลอดภัย, เอกสารยืนยันทางโทรศัพทจ์ าก
สถาบนั , การยืนยนั เป็นลายลกั ษณ์อักษร, และโดยใชบ้ ุคคลท่ีสาม เช่น หน่วยงานของรฐั หรือองคก์ รเอกชนท่ีไดร้ บั มอบหมาย
สามารถใชส้ ถานการณท์ ่ีอธิบายสาหรบั บุคลากรทางการแพทยใ์ นเจตจานงของมาตรฐาน SQE.9 ซ่ึงถือเป็นการทดแทนที่ยอม
รบั ไดส้ าหรบั องคก์ รทด่ี าเนนิ การตรวจสอบแหล่งปฐมภูมขิ องขอ้ มลู คณุ วฒุ ิของพยาบาล
การปฏิบตั ิตามท่ีมาตรฐานกาหนดใหต้ อ้ งมีการตรวจสอบแหล่งปฐมภูมิสาหรบั พยาบาลทุกคน ข้อยกเว้น: สาหรบั การเยี่ยม
สารวจเพื่อขอการรบั รองมาตรฐาน JCI ในครงั้ แรก, โรงพยาบาลจะตอ้ งดาเนินการตรวจสอบขอ้ มูลจากแหล่งปฐมภูมิผู้ออก
เอกสาร สาหรบั ผสู้ มคั ร พยาบาลใหม่ทเี่ ขา้ มาภายในสิบสอง (12) เดอื น กอ่ นการเย่ียมสารวจครงั้ แรก, และหลงั จากเย่ียมสารวจ
ครง้ั แรกในช่วงสิบสอง (12) เดือน โรงพยาบาลจะตอ้ งดาเนินการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งปฐมภูมิสาหรบั พยาบาลอื่น ๆ ที่
ทางานอย่ใู นปัจจุบัน กระบวนการ นีเ้ สรจ็ สนิ้ ในช่วง 12 เดือนหลงั การสารวจตามแผนท่ใี หค้ วามสาคญั กับ การตรวจสอบขอ้ มูล
ประจาตวั ของพยาบาล วิชาชีพท่ใี หบ้ รกิ ารทีม่ ีความเส่ยี งสงู เชน่ ในหอ้ งผา่ ตดั , แผนกฉกุ เฉิน, หรือหอผปู้ ่วยวกิ ฤต
หมายเหตุ: ขอ้ ยกเวน้ นีห้ มายถึงเฉพาะการตรวจสอบขอ้ มลู คณุ วฒุ ิ(credential)เท่านน้ั
เมอ่ื ไม่สามารถตรวจสอบยนื ยนั ได้ เช่น การสญู เสียขอ้ มลู ในภยั พิบตั ิ เหตผุ ลนจี้ ะถกู บนั ทึกไว้
โรงพยาบาลมีกระบวนการที่ช่วยใหม้ ่นั ใจวา่ ขอ้ มลู คุณสมบัติของพยาบาลตามสัญญาจา้ งแตล่ ะรายไดร้ บั การรวบรวม ทวนสอบ
และตรวจสอบเพ่ือให้แน่ใจว่ามีสมรรถนะทางการแพทย์ในปัจจุบันก่อนที่จะได้รับมอบหมาย (ดูเพิ่มเติมใน GLD.6)
316
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
โรงพยาบาลจะรวบรวมและรกั ษาแฟ้มขอ้ มลู คณุ สมบัติประจาตวั ของพยาบาลแต่ละคน แฟม้ ประกอบดว้ ยใบอนญุ าตประกอบ
วิชาชีพฉบับปัจจุบันเม่ือขอ้ บังคับกาหนดใหม้ ีการต่ออายุเป็นระยะ มีบันทึกการฝึกอบรมท่ีเก่ียวขอ้ งกับสมรรถนะเพ่ิมเติม (ดู
SQE.5 )
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ได้ของ SQE.13
❑ 1. โรงพยาบาลมีขั้นตอนท่ีเป็นมาตรฐานในการรวบรวมและจัดทาบันทึกการศึกษา ใบรับรอง และประสบการณ์ของ
เจา้ หนา้ ที่พยาบาลแต่ละบคุ คล
❑ 2. การศึกษา การฝึกอบรม และการรบั รองไดร้ บั การตรวจสอบจากแหล่งปฐมภูมผิ อู้ อกเอกสาร ตามองคป์ ระกอบที่กล่าวไว้
ในเจตจานงของมาตรฐาน SQE.9 และมีการบนั ทึก
❑ 3. ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี ไดร้ บั การตรวจสอบจากแหล่งขอ้ มลู ปฐมภูมิทีเ่ ป็นผอู้ อกเอกสารตามองคป์ ระกอบท่ีกล่าวไวใ้ น
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.9 และจดั ทาเป็นบนั ทึก
❑ 4. มกี ารบนั ทกึ ขอ้ มลู ประจาตวั ของเจา้ หนา้ ทพ่ี ยาบาลทกุ คน
❑ 5. โรงพยาบาลมีกระบวนการเพื่อใหแ้ น่ใจว่าขอ้ มูลประจาตวั ของพยาบาลตามสัญญาจา้ งนน้ั ถกู ตอ้ งและสมบูรณ์ ก่อนได้
รบั มอบหมาย
❑ 6. โรงพยาบาลมีกระบวนการเพ่ือใหแ้ น่ใจว่าพยาบาลท่ีไม่ใช่บุคลากรของโรงพยาบาลแต่มาพรอ้ มกับแพทยแ์ บบส่วนตัว
และใหบ้ ริการผปู้ ่วยในโรงพยาบาลมีคณุ วฒุ ิท่ถี กู ตอ้ ง
มาตรฐาน SQE.14
โรงพยาบาลมกี ระบวนการที่เป็นมาตรฐานในการระบคุ วามรบั ผดิ ชอบในงานและเพื่อมอบหมายงานทางคลนิ ิกตามขอ้ มลู
คณุ วฒุ ิประจาตวั ของสมาชิกบุคลากรทางการพยาบาลและขอ้ กาหนดดา้ นกฎระเบียบใด ๆ
มาตรฐาน SQE.14.1
โรงพยาบาลมกี ระบวนการที่เป็นมาตรฐานสาหรบั การมีส่วนรว่ มของบุคลากรทางการพยาบาลในกิจกรรมการพฒั นาคณุ ภาพ
ของโรงพยาบาล รวมถงึ การประเมินผลการปฏิบตั ิงานของแตล่ ะบคุ คลตามทรี่ ะบไุ ว้
เ จ ต จ า น ง ข อ ง ม า ต ร ฐ า น SQE.14 แ ล ะ SQE.14.1
การทบทวนคุณสมบตั ิของบคุ ลากรทางการพยาบาลเป็นพืน้ ฐานในการกาหนดความรบั ผดิ ชอบต่องานและการมอบหมายงาน
ทางคลินิก สาหรบั งานที่มอบหมายอาจอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในคาบรรยายลักษณะงาน (ดู SQE.1.1) หรืออธิบายดว้ ย
วิธีอื่นหรอื เอกสารท่ีสนับสนนุ วิธีการมอบหมายงานของเจา้ หน้าทีพ่ ยาบาล (ดู SQE.6) เช่น การมอบหมายงานใหก้ บั หน่วยดแู ล
ผสู้ งู อายหุ รือหน่วยดแู ลผปู้ ่วยเด็ก หรือหน่วยที่มีผปู้ ่วยเจ็บป่วยในระดับรุนแรง งานท่ีมอบหมายโดยโรงพยาบาลนั้นสอดคลอ้ ง
317
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
กบั กฎหมายและขอ้ บังคับที่บงั คับใชเ้ กี่ยวกบั ความรบั ผิดชอบทางการพยาบาลและการดแู ลทางคลินิก (ดู MMU.5.1; SQE.2
และ SQE.3)
บทบาททางคลินิกที่สาคัญของเจ้าหนา้ ที่พยาบาลกาหนดใหพ้ ยาบาลตอ้ งมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในโครงการพฒั นาคุณภาพ
ทางคลนิ ิก ของโรงพยาบาล นอกจากนีโ้ รงพยาบาลมีกระบวนการประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านของบุคคลซ่งึ อาจจะใชข้ อ้ มลู จากจุด
ใดจุดหนึ่งของการวดั , การประเมิน, และการพฒั นาคณุ ภาพทางคลีนิก, หรอื เมื่อการปฏิบตั ิของเจา้ หนา้ ท่ีพยาบาลมีประเด็นที่
เป็นปัญหา ซึ่งผลจากการทบทวนนาไปส่กู ารจัดการและผลกระทบใดๆ ต่อความรบั ผิดชอบในงาน จะไดร้ บั การบนั ทึกไวใ้ น
แฟม้ ขอ้ มลู ของพยาบาลหรอื ในแฟม้ ขอ้ มลู ท่ีแยกต่างหาก
องคป์ ระกอบท่วี ัดได้ของ SQE.14
❑ 1. ใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี การศึกษา/การฝึกอบรม และประสบการณข์ องบุคลากรทางการพยาบาล ใชใ้ นการมอบ
หมายงาน ทางคลินกิ
❑ 2. กระบวนการพิจารณากฎหมายและขอ้ บงั คบั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
❑ 3. กระบวนการสนบั สนนุ แผนการจดั บุคลากรพยาบาล
องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง SQE.14.1
❑ 1. เจา้ หนา้ ท่ีพยาบาลเขา้ รว่ มกิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพของโรงพยาบาล
❑ 2. การปฏิบตั งิ านของบคุ ลากรทางการพยาบาลแต่ละบุคคลจะไดร้ บั การทบทวนเมอื่ บ่งชโี้ ดยกิจกรรมการพฒั นาคณุ ภาพ
❑ 3. ขอ้ มลู ทเ่ี หมาะสมจากกระบวนการทบทวนไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นแฟ้มขอ้ มลู บุคลากรของพยาบาลหรอื ใน แฟม้ ขอ้ มลู
ประจาตวั ท่ีแยกต่างหาก
ผ้ปู ฏบิ ตั ิงานด้านการดูแลสขุ ภาพอื่น ๆ
มาตรฐาน SQE.15
โรงพยาบาลมีกระบวนการที่เป็นรูปแบบเดียวกนั ในการรวบรวม ตรวจสอบ และประเมิน ขอ้ มลู คณุ วฒุ ิของผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ดา้ นการ
ดแู ลสุขภาพอ่ืนๆ (ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ การศกึ ษา การฝึกอบรม และประสบการณ)์ P
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.15 318
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
โรงพยาบาลว่าจา้ งหรืออนุญาตใหผ้ ปู้ ระกอบวิชาชีพดา้ นการดแู ลสุขภาพอ่ืน ๆ ใหก้ ารดแู ลและบริการแก่ผปู้ ่วยของตน หรอื มี
ส่วนรว่ มในกระบวนการดูแลผปู้ ่วย ตัวอย่างเช่น ผเู้ ชี่ยวชาญเหล่านีร้ วมถึงผปู้ ฏิบัติงานพยาบาล, พยาบาลผดุงครรภ,์ ผชู้ ่วย
ศัลยกรรม, ผู้เช่ียวชาญดา้ นการแพทยฉ์ ุกเฉิน, เภสัชกร, และผู้ช่วยเภสัชกร ในบางประเทศหรือวัฒนธรรม กล่มุ นีย้ ังรวมถึง
การแพทย์พืน้ บา้ นหรือผู้ท่ีใหบ้ ริการทางเลือกหรือบริการการแพทย์ทางเลือกท่ีส่งเสริมการปฏิบตั ิทางการแพทยแ์ บบดั้งเดิม
(ตัวอย่างเช่น การฝังเข็ม การใชย้ าสมุนไพร) บ่อยครงั้ บุคคลเหล่านีไ้ ม่ได้ปฏิบัติงานจริงในโรงพยาบาล แต่มีการส่งต่อไปท่ี
โรงพยาบาลหรือใหก้ ารดแู ลตอ่ เนื่องหรือติดตามดแู ลผปู้ ่วยในชมุ ชน ผเู้ ชี่ยวชาญเหลา่ นหี้ ลายคนจบหลกั สตู ร การฝึกอบรม อยา่ ง
เป็นทางการ และรบั ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพหรือใบรบั รอง หรอื ลงทะเบียนกบั หนว่ ยงานทอ้ งถ่ินหรอื ระดบั ประเทศ และบคุ คล
อื่นๆ อาจสาเร็จโปรแกรมฝึกหดั ที่มีรูปแบบท่ีเป็นทางการนอ้ ยกว่าหรอื อาจจะมปี ระสบการณภ์ ายใตก้ ารดแู ลแบบอ่ืนๆ
สาหรบั ผปู้ ฏิบตั ิงานด้านการดแู ลสุขภาพอ่ืน ๆ ท่ีได้รบั อนุญาตให้ปฏิบตั ิงานหรือฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาล โรงพยาบาลมี
หนา้ ที่รบั ผิดชอบในการรวบรวมและตรวจสอบขอ้ มลู คณุ วฒุ ิของพวกเขา โรงพยาบาลตอ้ งตรวจสอบใหแ้ น่ใจวา่ ผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ น
การดูแลสุขภาพรายอื่นมีคุณสมบัติในการดูแลและรักษา และต้องระบุประเภทของการดูแลและการรกั ษาที่พวกเขาได้รบั
อนุญาตใหป้ ฏบิ ตั ิได้ หากไม่ระบุไวใ้ นกฎหมายหรอื ขอ้ บงั คบั โรงพยาบาลทาใหม้ ่นั ใจวา่ ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพอ่ืน ๆ
มคี ณุ สมบตั ทิ จ่ี ะใหก้ ารดแู ลและการรกั ษาที่ปลอดภยั และมีประสทิ ธิภาพแกผ่ ปู้ ่วยโดย
• ทาความเขา้ ใจกฎหมายและขอ้ บงั คบั ท่บี งั คบั ใชก้ บั ผปู้ ระกอบวิชาชพี ดงั กลา่ ว
• รวบรวมคณุ วฒุ ิท่ีมีอย่ทู ง้ั หมดของแต่ละบุคคล รวมถึงหลกั ฐานการศึกษาและการฝึกอบรมเป็นอยา่ งนอ้ ย
และหลกั ฐานใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพหรอื ใบรบั รองทีเ่ ป็นปัจจุบนั และ
• การตรวจสอบขอ้ มลู ท่ีจาเป็น เช่น การขนึ้ ทะเบยี น, ใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี , หรอื ใบรบั รอง ทเี่ ป็นปัจจบุ นั
โรงพยาบาลตอ้ งใชค้ วามพยายามอย่างเต็มทใ่ี นการตรวจสอบขอ้ มลู ทจี่ าเป็น แมว้ า่ การศึกษาจะเกิดขึน้ ในประเทศอืน่ และผ่าน
มาแลว้ ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ผ่านมา โรงพยาบาลสามารถตรวจสอบโดยใชเ้ ว็บไซตท์ ่ีปลอดภยั , เอกสารยืนยันทางโทรศัพทจ์ าก
สถาบนั , การยืนยนั เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร, และโดยใชบ้ ุคคลท่สี าม เช่น หน่วยงานของรฐั หรือองคก์ รเอกชนทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
สามารถใชส้ ถานการณท์ ่ีอธิบายสาหรบั บุคลากรทางการแพทยใ์ นเจตจานงของมาตรฐาน SQE.9 ซงึ่ ถือเป็นการทดแทนท่ยี อม
รบั ไดส้ าหรบั องคก์ รทด่ี าเนินการตรวจสอบแหลง่ ปฐมภมู ิของขอ้ มลู คณุ วฒุ ิของผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นการดูแลสุขภาพอน่ื ๆ
การปฏบิ ตั ิตามท่มี าตรฐานกาหนดใหต้ อ้ งมีการตรวจสอบแหลง่ ปฐมภูมิสาหรบั ผปู้ ฏบิ ตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพอืน่ ๆ ทกุ คน
ขอ้ ยกเว้น: สาหรบั การเยยี่ มสารวจเพื่อขอการรบั รองมาตรฐาน JCI ในครง้ั แรก, โรงพยาบาลจะตอ้ งดาเนินการตรวจสอบแหล่ง
ปฐมภูมิ สาหรบั ผสู้ มัครใหม่ท่ีเขา้ มาภายในสิบสอง (12) เดือน ก่อนการเยี่ยมสารวจครง้ั แรก, และ โรงพยาบาลจะตอ้ ง ดาเนิน
การ ตรวจสอบขอ้ มลู จากแหล่งปฐมภมู ิสาหรบั ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ล สขุ ภาพอน่ื ๆ ท่ีทางานอย่ใู นปัจจุบนั ใหเ้ สร็จสิน้ กอ่ นการ
เยยี่ มสารวจในรอบ 3 ปี ( triennial accreditation survey)
319
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
หมายเหตุ: ขอ้ ยกเวน้ นีห้ มายถงึ เฉพาะการตรวจสอบขอ้ มลู คณุ วฒุ ิ(credential)เท่านน้ั
เมื่อไม่มกี ระบวนการทางการศึกษาท่ีเป็นทางการ ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพ หรอื กระบวนการจดทะเบียน หรือหนงั สอื รบั รอง
อนื่ ๆ หรือหลกั ฐานแสดงสมรรถนะความสามารถ เอกสารนจี้ ะถกู บนั ทกึ ไวใ้ นบนั ทึกของบคุ คล เมอ่ื ไม่สามารถตรวจสอบยนื ยนั ได้
เช่น การสูญเสียขอ้ มูลในเหตุการณ์ภัยพิบตั ิ เหตผุ ลนีจ้ ะถูกบนั ทึกไวใ้ นบันทึกของบุคคล โรงพยาบาลรวบรวมและรกั ษาแฟ้ม
ขอ้ มูลประจาตัวของผูป้ ระกอบวิชาชีพดา้ นการดูแลสุขภาพแต่ละคน แฟ้มมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือทะเบียนที่เป็น
ปัจจบุ นั เมื่อขอ้ บงั คบั กาหนดใหม้ ีการตอ่ อายเุ ป็นระยะ (ดู SQE.5 )
องคป์ ระกอบท่ีวัดได้ของ SQE.15
❑ 1. โรงพยาบาลมกี ระบวนการท่เี ป็นมาตรฐานในการรวบรวมและบนั ทกึ การศกึ ษา ใบรบั รอง และประสบการณข์ อง
ผปู้ ฏิบตั ิ งานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพแตล่ ะราย
❑ 2. การศึกษา การฝึกอบรม และการรบั รองไดร้ บั การตรวจสอบจากแหลง่ ขอ้ มูลปฐมภูมิผอู้ อกเอกสาร ตามองคป์ ระกอบท่ี
ระบใุ นเจตจานงของมาตรฐาน SQE.9 และจดั ทาเป็นบันทกึ
❑ 3. ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพไดร้ บั การตรวจสอบจากแหลง่ ขอ้ มลู ปฐมภูมผิ อู้ อกเอกสาร ตามองคป์ ระกอบท่รี ะบุใน
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.9 และจดั ทาเป็นบนั ทกึ
❑ 4. มบี นั ทกึ ของผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพอนื่ ๆ ที่ประกอบดว้ ยสาเนาใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ ใบรบั รอง หรือการ
ขนึ้ ทะเบยี น ตามท่ีกาหนด
❑ 5. โรงพยาบาลมีกระบวนการเพือ่ ใหแ้ น่ใจวา่ เจา้ หนา้ ที่อ่นื ท่ีไมใ่ ช่บุคลากรของโรงพยาบาลแต่มาปฎิบตั งิ านพรอ้ มกบั แพทย์
แบบสว่ นตวั และใหบ้ ริการแก่ผปู้ ่วยของโรงพยาบาลมหี นงั สอื รบั รองท่ีถกู ตอ้ งเทียบเทา่ กบั ขอ้ มลู คณุ วฒุ ทิ ี่โรงพยาบาล
กาหนด
มาตรฐาน SQE.16
โรงพยาบาลมีกระบวนการท่เี ป็นรูปแบบเดียวกนั ในการกาหนดความรบั ผิดชอบในงานและเพือ่ การมอบหมายงานทางคลนิ ิก
ตามคณุ วฒุ ิของผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพอื่น ๆ และขอ้ กาหนดดา้ นกฎระเบยี บใด ๆ
มาตรฐาน SQE.16.1
โรงพยาบาลมกี ระบวนการที่เป็นมาตรฐานสาหรบั การมีส่วนรว่ มของผปู้ ฏบิ ตั ิงานดา้ นการดแู ลสุขภาพอนื่ ๆ ในกิจกรรมการ
พฒั นาคณุ ภาพ ของโรงพยาบาล
320
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.16 และ SQE.16.1
โรงพยาบาลมหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบในการระบุประเภทของกิจกรรมหรอื ช่วงของบริการทีบ่ ุคคลเหล่านจี้ ะเป็นผปู้ ฏิบตั ใิ หใ้ น
โรงพยาบาล ซง่ึ สามารถบรรลไุ ดผ้ ่านขอ้ ตกลง, การมอบหมายงาน, คาบรรยายลกั ษณะงาน หรือวิธีการอน่ื ๆ (ดู SQE.1.1 และ
SQE.2) นอกจากนี้ โรงพยาบาลกาหนดระดบั การกากับดแู ลสาหรบั บคุ ลากรเหล่านี้ (สอดคลอ้ งกบั กฎหมายและขอ้ บงั คบั ที่มี
อย)ู่ หากมีการกาหนดไวส้ าหรบั กล่มุ วิชาชพี เหล่านี้ ผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดูแลสุขภาพอื่น ๆ จะรวมอยใู่ นโปรแกรมบรหิ าร
คณุ ภาพและการพฒั นาคณุ ภาพของโรงพยาบาล
องคป์ ระกอบทวี่ ดั ได้ของ SQE.16
❑ 1. ใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี การศึกษา การฝึกอบรม และประสบการณข์ องผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ลสุขภาพอนื่ ๆ ถกู นา
มาใชเ้ พอื่ มอบหมายงานทางคลนิ ิก
❑ 2. กระบวนการมอบหมายงานจะพจิ ารณากฎหมายและขอ้ บงั คบั ท่เี ก่ียวขอ้ ง
❑ 3. กระบวนการมอบหมายงานส่งเสริมกระบวนการจดั อตั รากาลงั สาหรบั ผปู้ ฏบิ ตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพอ่นื ๆ
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ SQE 16.1
❑1. ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพอืน่ ๆ มีส่วนรว่ มในกจิ กรรมการพฒั นาคณุ ภาพของโรงพยาบาล
❑ 2. ผลการปฏบิ ตั งิ านของบคุ ลากรดา้ นการดแู ลสขุ ภาพอืน่ ๆ จะไดร้ บั การทบทวนเมอื่ มีขอ้ บง่ ชีโ้ ดยประเด็นทพี่ บจากกิจกรรม
การพฒั นาคณุ ภาพ
❑ 3. ขอ้ มลู ทีเ่ หมาะสมจากกระบวนการทบทวนไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นแฟ้มของผปู้ ระกอบวชิ าชีพดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ
321
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
ภาพรวม
การใหก้ ารดแู ลผปู้ ่วยเป็นความพยายามที่ซับซอ้ นซ่ึงขึน้ อย่กู ับการส่ือสารขอ้ มลู เป็นอย่างมาก การสื่อสารนีเ้ ป็นการสื่อสารกบั
ผปู้ ่วยและครอบครวั ผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพอ่ืนๆ และชุมชน ความลม้ เหลวในการส่ือสารเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่พบ
บอ่ ยทสี่ ดุ ของเหตกุ ารณ์ดา้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วย บอ่ ยครง้ั ความลม้ เหลวในการส่อื สารเหล่านีเ้ ป็นผลมาจากการเขียนดว้ ย
ลายมือท่ีอ่านไม่ออก และการใชต้ วั ย่อ สญั ลกั ษณ์ และรหัส ที่ไม่เป็นมาตรฐานหรือ ไม่เป็นรูปแบบเดียวกันท่วั ทง้ั องคก์ ร ส่วน
สาคญั ของ การจดั การขอ้ มลู ในการดูแลสขุ ภาพคือการติดตามและปกป้องการใชข้ อ้ มูลของผปู้ ่วย ในการจัดหา ประสานงาน
และบูรณาการ บริการ องคก์ รดา้ นการดแู ลสขุ ภาพตอ้ งอาศัยขอ้ มลู เก่ยี วกบั ศาสตรแ์ ห่งการดแู ล ผปู้ ่วยแต่ละราย การดูแลท่ีจัด
ให้ ผลลัพธ์ของการดแู ลและผลการปฏิบตั ิงานของตนเอง เช่นเดียวกบั ทรพั ยากรมนุษย์ วัสดุ และการเงิน ขอ้ มลู เป็นทรพั ยากร
ที่ผนู้ าขององคก์ ร ตอ้ งจดั การอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ทุกองคก์ รพยายามที่จะให้ไดม้ าซึ่งขอ้ มูล, จดั การ และใชข้ อ้ มูลเพ่ือปรบั ปรุง ผลลัพธ์ของ ผูป้ ่วยตลอดจน ประสิทธิภาพของ
บคุ คลและโดยรวมขององคก์ ร
เมื่อเวลาผ่านไป องคก์ รต่างๆ จะมีประสทิ ธิภาพมากขึน้ ใน
• การระบุความตอ้ งการ ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศและสารสนเทศ
• การออกแบบ/ปรบั ใช้ ระบบ การจดั การขอ้ มลู
• การกาหนดและรวบรวมขอ้ มลู และสารสนเทศ;
• วิเคราะหข์ อ้ มลู และแปลงเป็นสารสนเทศ
• การสง่ และการรายงานขอ้ มูลและสารสนเทศ;
• การปกป้องความลบั ความปลอดภยั และความสมบูรณข์ องขอ้ มลู และสารสนเทศ; และ
• การบูรณาการและการใชข้ อ้ มูลเพ่อื การปรบั ปรุงประสิทธิภาพ
322
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
แมว้ ่าการใชค้ อมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีอ่ืน ๆ จะปรบั ปรุงประสิทธิภาพ แต่หลักการของการจัดการเทคโนโลยี สารสนเทศที่ดี
ก็นาไปใช้กับวิธีการจัดทาบันทึกทั้งหมด มาตรฐานนี้ได้รบั การออกแบบมาให้เขา้ กันไดก้ ับระบบ ที่ไม่ใช่คอมพิวเตอรแ์ ละ
เทคโนโลยใี นปัจจบุ นั /อนาคตอยา่ งเท่าเทยี มกนั
หมายเหตุ : มาตรฐานบางอยา่ งกาหนดใหโ้ รงพยาบาลตอ้ งมีนโยบาย ขนั้ ตอน โปรแกรม หรือเอกสารทีเ่ ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร
อืน่ ๆ สาหรบั กระบวนการเฉพาะ มาตรฐานเหล่านนั้ ระบุดว้ ย อกั ษร P หลงั ขอ้ ความมาตรฐาน
การจัดการสารสนเทศ
มาตรฐาน MOI.1
โรงพยาบาลวางแผนและออกแบบกระบวนการจัดการขอ้ มูลเพ่ือตอบสนองความต้องการข้อมูลของผูใ้ ห้บริการทางคลินิก
ผนู้ าของโรงพยาบาล และผทู้ ่ีอยนู่ อกโรงพยาบาลที่ตอ้ งการขอ้ มลู และสารสนเทศจากองคก์ ร
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.1
ขอ้ มลู ถกู สรา้ งขึน้ และใชใ้ นระหว่างการดแู ลผปู้ ่วย การรกั ษา และบรกิ ารต่างๆ และเพ่ือการจัดการโรงพยาบาลท่ีปลอดภยั และมี
ประสิทธิภาพ ความสามารถในการรวบรวมและใหข้ อ้ มลู ตอ้ งมีการวางแผนที่มีประสทิ ธิภาพ การวางแผนเป็นการรวมขอ้ มลู จาก
แหล่งต่างๆ จากผทู้ ่ีจาเป็นหรอื ตอ้ งการขอ้ มลู และสารสนเทศ ซ่งึ รวมถงึ สงิ่ ตอ่ ไปน:ี้
• ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพและบคุ ลากรอ่ืน ๆ ท่ีใหบ้ รกิ ารทางคลินิก
• ผนู้ าของโรงพยาบาลและหวั หนา้ แผนก/บริการของโรงพยาบาล (ดู GLD.3.2 )
• บุคคล, หน่วยบริการ และหน่วยงานภายนอกโรงพยาบาลที่ จาเป็ นหรือต้องการข้อมูลหรือสารสนเทศ
เกีย่ วกบั ขน้ั ตอนการ ดาเนินงาน และกระบวนการดแู ลของโรงพยาบาล (ดู GLD.3.1 )
การวางแผนยังรวมถงึ พนั ธกิจของโรงพยาบาล, การใหบ้ ริการ, ทรพั ยากร, การเขา้ ถึงเทคโนโลยีราคาไม่แพง และการสนบั สนุน
การส่อื สารที่มปี ระสิทธิภาพระหว่างผดู้ แู ล, ความตอ้ งการดา้ นสารสนเทศทม่ี ลี าดบั ความสาคญั ของแหล่งขอ้ มลู เหล่านี้ มีอิทธิพล
ต่อกลยทุ ธก์ ารจัดการสารสนเทศของโรงพยาบาลและความสามารถในการดาเนินการกลยุทธ์เหล่าน้นั กลยุทธ์ดงั กล่าวตอบ
สนองความตอ้ งการ ของโรงพยาบาลโดยพิจารณาจากขนาดของโรงพยาบาล ความซับซอ้ นของการบริการ ความพรอ้ มของ
เจา้ หนา้ ที่ทผี่ ่านการฝึกอบรม และทรพั ยากรบุคคลและดา้ นเทคนิคอ่ืนๆ กระบวนการดา้ นสารสนเทศมีความครอบคลมุ และรวม
แผนกและบริการทัง้ หมดของโรงพยาบาล การวางแผนสาหรบั การจัดการขอ้ มูลไม่ตอ้ งการโปรแกรมขอ้ มูลท่ีเป็นลายลกั ษณ์
323
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
อักษรอย่างเป็นทางการ แต่ตอ้ งการหลกั ฐานของแนวทางท่ีวางแผนไวซ้ ่ึงระบุความต้องการดา้ นสารสนเทศของโรงพยาบาล
และกระบวนการเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการเหลา่ นนั้ (ดู QPS.4 และ PCI.3)
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ MOI.1
❑ 1. โรงพยาบาลวางแผนและดาเนนิ กระบวนการเพื่อตอบสนองความตอ้ งการขอ้ มลู ของผทู้ ี่ใหบ้ ริการทางคลินิก
❑ 2. โรงพยาบาลวางแผนและดาเนินการตามกระบวนการเพื่อตอบสนองความตอ้ งการขอ้ มลู ของผูน้ าและหัวหนา้ แผนก/
บรกิ ารของโรงพยาบาล
❑ 3. โรงพยาบาลวางแผนและดาเนินการตามกระบวนการเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการขอ้ มลู และขอ้ กาหนดของบคุ คล บริการ
และหน่วยงานภายนอกโรงพยาบาล
❑ 4. กระบวนการที่ดาเนินการมีความเหมาะสมกับขนาดของโรงพยาบาล ความซับซ้อนของการบริการ ความพรอ้ มของ
เจา้ หนา้ ที่ท่ีผา่ นการฝึกอบรม ทรพั ยากรทางเทคนิค และทรพั ยากรอนื่ ๆ
มาตรฐาน MOI.2
โรงพยาบาลรกั ษาความลบั ความปลอดภยั ความเป็นสว่ นตวั และความสมบูรณข์ องขอ้ มลู และสารสนเทศ ผ่านกระบวนการ
ในการจดั การและ ควบคมุ การเขา้ ถงึ
มาตรฐาน MOI.2.1
โรงพยาบาลรกั ษาความลบั ความปลอดภยั ความเป็นสว่ นตวั และความสมบรู ณข์ องขอ้ มลู และสารสนเทศผ่านกระบวนการที่
ป้องกนั การสญู หาย การโจรกรรม ความเสียหาย และการถกู ทาลาย
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.2 และ MOI.2.1
โรงพยาบาลรกั ษาความลบั ความปลอดภยั และความสมบรู ณข์ องขอ้ มลู และสารสนเทศ และระมัดระวงั เป็นพิเศษ เกี่ยวกบั การ
รกั ษาขอ้ มลู และสารสนเทศของผปู้ ่วยทีเ่ ป็นความลบั มีการจดั การในความสมดุลระหว่างการแบ่งปัน ขอ้ มูลและ การรกั ษา
ความลบั ของขอ้ มลู (ดู PCC.1.3; MMU.4.1; QPS.4; GLD.17; GLD.19; SQE.5; และ MOI.8)
ไมว่ ่าโรงพยาบาลจะใชก้ ระดาษและ/หรือระบบขอ้ มลู อิเลก็ ทรอนิกส์ โรงพยาบาลจะใชม้ าตรการเพ่ือรกั ษาความปลอดภยั และ
ปกป้องขอ้ มูลและสารสนเทศตลอดเวลา, ขอ้ มลู และสารสนเทศรวมถึงเวชระเบียนของผปู้ ่วย, ขอ้ มลู จากอุปกรณ์และอุปกรณ์
ทางการแพทย,์ ขอ้ มูลการวิจัย, ขอ้ มูลคณุ ภาพ, ขอ้ มลู การเรียกเก็บเงิน, ขอ้ มูลทรพั ยากรบุคคล, และแหล่งขอ้ มูลอ่ืน ๆเท่าท่ี
สามารถปรบั ใชก้ บั องคก์ ร มาตรการรกั ษาความปลอดภยั รวมถึงกระบวนการในการจดั การและควบคมุ การเขา้ ถึง ตัวอย่างเช่น
เพ่ือรกั ษาความลับและความปลอดภยั ของเวชระเบียนของผูป้ ่วย โรงพยาบาลจะกาหนดว่าบุคคลใดไดร้ บั อนุญาตใหเ้ ขา้ ถึง
เวชระเบยี น และระดบั การเขา้ ถงึ ระเบียนของแตล่ ะบคุ คลทไ่ี ดร้ บั อนญุ าต
324
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านัน้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
เมื่อใชร้ ะบบขอ้ มลู อิเล็กทรอนิกส์ โรงพยาบาลจะดาเนินการกาหนดสิทธิ์ใหก้ บั ผใู้ ชท้ ่ีไดร้ บั อนุญาตตามระดบั การเขา้ ถึง ผใู้ ชท้ ีไ่ ด้
รบั อนุญาตอาจสามารถป้อน แกไ้ ข และลบขอ้ มลู ได้ ขึน้ อย่กู บั ระดบั การเขา้ ถึง หรืออาจมกี ารเขา้ ถึงแบบอ่านอย่างเดยี ว (read-
only) หรือถูกจากัดการเขา้ ถึงบางระบบหรือโมดูล ระดับการเขา้ ถึงระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกสอ์ าจกาหนดได้ว่าบุคคลใด
สามารถเขา้ ส่บู นั ทึกทางการแพทย์ บคุ คลใดสามารถป้อนคาส่งั ผปู้ ่วย บุคคลใดสามารถเขา้ ถงึ กรณีผปู้ ่วยท่มี ีความปลอดภยั สูง
ใครสามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มลู การพฒั นาคณุ ภาพ และอนื่ ๆ
ระดับการเขา้ ถึงขอ้ มูลและสารสนเทศของแต่ละบุคคลท่ีไดร้ บั อนุญาตจะขึน้ อย่กู บั ความตอ้ งการและการกาหนดโดยบทบาท
และ ความรบั ผิดชอบของบุคคล รวมนกั เรยี น, ผเู้ ขา้ รบั การฝึกอบรม, อาลกั ษณ,์ และอ่นื ๆ ตามท่ีโรงพยาบาลกาหนด (ดู MOI.9)
กระบวนการที่มปี ระสิทธิภาพกาหนด
• ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบอานาจใหเ้ ขา้ ถึงขอ้ มูลและสารสนเทศ รวมทงั้ เวช ระเบียนของ ผปู้ ่วย
• ขอ้ มลู ที่บคุ คลที่ไดร้ บั อนญุ าตสามารถเขา้ ถึงได้ (ระดับการเขา้ ถึง );
• กระบวนการใหส้ ิทธิ์การเขา้ ถึงแก่ผูม้ ีอานาจ ;
• ภาระหนา้ ที่ของบุคคลในการเก็บขอ้ มลู เป็นความลบั และ ปลอดภยั ;
• กระบวนการในการรกั ษาความสมบูรณข์ องขอ้ มลู (ความถกู ตอ้ ง ความสม่าเสมอ และความสมบูรณ)์ ; และ
• กระบวนการที่ตามมาเมอื่ การรกั ษาความลบั ความปลอดภยั หรอื ความสมบูรณข์ องขอ้ มลู ถกู ละเมิดหรอื ประนี
ประนอม
สาหรบั โรงพยาบาลท่ีมีระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การติดตามการเขา้ ถึงขอ้ มูลและสารสนเทศของผปู้ ่ วยผ่านการตรวจสอบ
ความปลอดภัยของบนั ทึกการเขา้ ใชส้ ามารถช่วยปกป้องความลบั และความปลอดภยั ของขอ้ มลู ได้ โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการ
เพื่อตดิ ตามบนั ทึกการเขา้ ถึงในเชิงรุก การตรวจสอบความปลอดภยั เป็นประจาสามารถระบุ ช่องโหว่ของระบบ นอกเหนือจาก
การละเมิดนโยบายการรกั ษาความลับและความปลอดภยั ตัวอย่างเช่น ในส่วนหน่ึงของกระบวนการ, โรงพยาบาลสามารถ
ระบุผใู้ ชร้ ะบบที่ดัดแปลง, แก้ไข, หรือลบขอ้ มูล และสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงท่ีทากับเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ได้
ผลลพั ธจ์ ากกระบวนการตรวจสอบนี้สามารถใชเ้ พื่อตรวจสอบว่าสิทธิ์ของผูใ้ ชไ้ ดร้ บั การต้ังค่าอย่างเหมาะสม การดาเนินการ
ตรวจสอบความปลอดภยั ยงั มีประสิทธิภาพในการระบุจุดอ่อนดา้ นความปลอดภัย เช่น การเขา้ ถึงของผใู้ ชแ้ ละการอนุญาตท่ี
จาเป็นตอ้ งอปั เดตหรือลบออกเนอ่ื งจากการเปล่ียนแปลงหรือการเปลี่ยนพนกั งาน
เม่ือผชู้ ่วยดา้ นเอกสาร, หรืออาลกั ษณช์ ว่ ยเหลอื ผปู้ ฏบิ ัติงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพโดยการบนั ทกึ โรงพยาบาลมกี ระบวนการที่จะ
ทาใหม้ ่นั ใจในการปกป้องขอ้ มลู และสารสนเทศผปู้ ่วย โรงพยาบาลกาหนดคณุ สมบตั ิ การฝึกอบรม และความสามารถทจ่ี าเป็น
ของอาลกั ษณ์ ตลอดจนความรบั ผิดชอบในงาน รวมถึงขอบเขตของกจิ กรรมดา้ นเอกสารท่ีอาลกั ษณส์ ามารถปฏิบตั ไิ ด้ เช่นเดยี ว
กบั ทกุ คนทมี่ สี ทิ ธิ์เขา้ ถึงเวชระเบียนของผปู้ ่วย อาลกั ษณต์ อ้ งไดร้ บั อนญุ าตใหเ้ ขา้ ถึงและทารายการในเวชระเบียน และกาหนด
325
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
ระดบั การเขา้ ถงึ เมือ่ ใชเ้ วชระเบียนอิเลก็ ทรอนิกสจ์ ะมีการกาหนดและดาเนินการมาตรการรกั ษาความปลอดภยั เพมิ่ เติมใดๆ
สาหรบั การเขา้ สรู่ ะบบระบบ ตัวอยา่ งเช่น โรงพยาบาลมีกระบวนการเพอื่ ใหแ้ น่ใจวา่ แตล่ ะบุคคลเขา้ ส่รู ะบบและเขา้ ถึงระบบ
โดยใชข้ อ้ มลู ประจาตวั ทไ่ี มซ่ า้ กนั ที่กาหนดใหก้ บั พวกเขาเท่านน้ั และจะไม่บอกขอ้ มลู ประจาตวั แกบ่ ุคคลอ่นื
นอกจากกระบวนการในการจดั การและควบคมุ การเขา้ ถงึ แลว้ โรงพยาบาลทาใหม้ ่นั ใจว่าเวชระเบียน, ขอ้ มลู , และสารสนเทศ
อืน่ ๆ ในรูปแบบกระดาษและอิเลก็ ทรอนกิ สไ์ ดร้ บั การปกปอ้ งจากการสญู หาย, การโจรกรรม, การดดั แปลง, การทาใหเ้ สียหาย,
และ การถกู ทาลายโดยไม่ไดต้ ง้ั ใจ เป็นส่ิงสาคญั สาหรบั โรงพยาบาลในการประเมินจุดออ่ นในองคก์ รทีอ่ าจก่อใหเ้ กดิ ความเส่ียง
ต่อความปลอดภยั ของขอ้ มูลและสารสนเทศ โรงพยาบาลดาเนินการและจดั ทาเอกสารการประเมนิ ความเสยี่ ง ดา้ นความ
ปลอดภยั ของขอ้ มลู อย่างต่อเนอ่ื ง อย่างนอ้ ยปีละครง้ั การประเมินความเสยี่ งจะพจิ ารณาการทบทวนกระบวนการ และบริการ
ใหม่และทวี่ างแผนไวซ้ ึง่ อาจก่อใหเ้ กิดความเสี่ยงตอ่ ขอ้ มลู และสารสนเทศ ไม่วา่ จะเขา้ ถึงหรือจดั เกบ็ ไวท้ ีใ่ ดกต็ าม ความเสย่ี ง
ไดร้ บั การจดั ลาดบั ความสาคญั จากการประเมนิ ความเส่ียง และมีการระบแุ ละดาเนนิ การปรบั ปรุงเพ่อื จดั การกับความเสยี่ ง
มกี ารติดตามการปรบั ปรุงเพื่อใหแ้ น่ใจว่ามีการป้องกนั หรือขจดั ความเสยี่ ง
เพื่อปกป้องขอ้ มลู และสารสนเทศ โรงพยาบาลใชแ้ นวปฏิบตั ทิ ่ดี ที ส่ี ดุ สาหรบั การรกั ษาความปลอดภยั ขอ้ มลู และทาใหม้ ่นั ใจใน
การจดั เก็บเวชระเบยี น, ขอ้ มูล, และสารสนเทศอย่างปลอดภยั ตัวอย่าง ของมาตรการและกลยทุ ธด์ า้ นความปลอดภยั รวมถึง
แตไ่ ม่จากดั เพียงสิ่งต่อไปน:ี้
• ตรวจสอบใหแ้ นใ่ จว่าซอฟตแ์ วรค์ วามปลอดภยั และการอปั เดตระบบเป็นปัจจบุ นั และเป็นปัจจบุ นั
• การเขา้ รหสั ขอ้ มลู เช่น ขอ้ มลู ท่จี ดั เกบ็ ในรูปแบบดจิ ทิ ัล
• การปกป้องขอ้ มลู และสารสนเทศผ่านกลยทุ ธก์ ารสารองขอ้ มลู เชน่ การจดั เกบ็ ขอ้ มลู นอกสถานทแ่ี ละ/หรือบริการ
สารองขอ้ มลู บนระบบคลาวด์ (ดู MOI.13 )
• การจดั เกบ็ เวชระเบียนในสถานทีท่ ไ่ี ม่มโี อกาสเกดิ ความรอ้ น นา้ และไฟ
• การจดั เกบ็ เวชระเบยี นที่ใชง้ านอยใู่ นพนื้ ทีท่ เ่ี ขา้ ถึงไดเ้ ฉพาะผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพทีไ่ ดร้ บั อนญุ าตเทา่ นนั้
• ตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่าหอ้ งเซิรฟ์ เวอรแ์ ละหอ้ งสาหรบั จัดเกบ็ เวชระเบยี นนน้ั ปลอดภยั และเขา้ ถึงไดเ้ ฉพาะบคุ คลท่ีได้
รบั อนญุ าตเทา่ นนั้
• ตรวจสอบใหแ้ นใ่ จว่าหอ้ งเซิรฟ์ เวอรแ์ ละหอ้ งเก็บเวชระเบียนถกู ควบคมุ อณุ หภูมแิ ละความชนื้ ทเ่ี หมาะสมเพ่ือ ปกปอ้ ง
บนั ทึก/เซิรฟ์ เวอร์
326
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
องคป์ ระกอบท่ีวัดไดข้ อง MOI.2
❑ 1. โรงพยาบาลจัดทาและดาเนินการตามกระบวนการที่สอดคลอ้ งกบั กฎหมายและระเบียบข้อบงั คบั เพื่อใหม้ ่นั ใจใน การ
รกั ษาความลบั ความปลอดภยั และความสมบูรณข์ องขอ้ มลู และสารสนเทศ
❑ 2. โรงพยาบาลระบุผทู้ ่ีไดร้ บั อนุญาตใหเ้ ขา้ ถึงขอ้ มลู ซง่ึ รวมถึงผทู้ ่ีไดร้ บั อนุญาตใหท้ ารายการในเวชระเบียนของผปู้ ่วย และ
กาหนดระดบั การเขา้ ถงึ ตาม บทบาทและความรบั ผิดชอบ ของแต่ละบคุ คล
❑ 3. โรงพยาบาลมีกระบวนการในการใหส้ ทิ ธิ์ผมู้ อี านาจในการเขา้ ถงึ ขอ้ มูลและสารสนเทศตามระดบั การเขา้ ถึง
❑ 4. โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการเพื่อใหแ้ น่ใจว่าขอ้ มลู และสารสนเทศสามารถเขา้ ถึงไดโ้ ดยบุคคลท่ีไดร้ บั อนญุ าตเท่านนั้ และ
สอดคลอ้ งตามระดบั การเขา้ ถึงของบุคคล
❑ 5. โรงพยาบาลใช้กระบวนการเพื่อให้แน่ใจว่ามีเพียงบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่าน้ันท่ีเข้าสู่เวชระเบียนของผู้ป่ วยและ
สอดคลอ้ งตามระดบั การเขา้ ถงึ ของบุคคล
❑ 6. โรงพยาบาลติดตามการปฏิบตั ิตามกระบวนการและดาเนินการเม่ือมกี ารละเมิดหรอื ละเมิดความลบั ความปลอดภยั หรือ
ความสมบูรณข์ องขอ้ มลู
องคป์ ระกอบทวี่ ดั ไดข้ อง MOI.2.1
❑ 1. โรงพยาบาลดาเนินการและจัดทาเอกสารการประเมินความเส่ียงดา้ นความปลอดภัยของขอ้ มลู ประจาปีท่วั ท้ังองคก์ ร
และระบุและจดั ลาดบั ความสาคญั ของความเสีย่ งดา้ นความปลอดภยั ของขอ้ มลู จากการประเมนิ ความเส่ียง
❑ 2. ขอ้ มลู และสารสนเทศถกู จดั เก็บในลกั ษณะท่ีป้องกนั การสญู หาย การโจรกรรม ความเสียหาย และการถกู ทาลาย
❑ 3. โรงพยาบาลใช้แนวปฏิบัติที่ดีท่ีสุดในการรกั ษาความปลอดภัยขอ้ มูลเพื่อปกป้องและรกั ษาความปลอดภยั ขอ้ มูลและ
สารสนเทศ
❑ 4. โรงพยาบาลระบุเป้าหมาย ดาเนินการปรบั ปรุงเพื่อจัดการกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของขอ้ มูล และติดตาม
ขอ้ มลู การปรบั ปรุงเพ่อื ใหแ้ นใ่ จว่าความเสีย่ งจะลดลงหรือหมดไป
มาตรฐาน MOI.3
โรงพยาบาลจะกาหนดเวลาเกบ็ รกั ษาเวชระเบียน ขอ้ มลู และขอ้ มูลอืน่ ๆ ของผปู้ ่วย P
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.3
โรงพยาบาลจะกาหนดเวลาเก็บรักษาเวชระเบียน ขอ้ มูล และขอ้ มูลอ่ืนๆ ท่ีเก็บไว้เป็นระยะเวลาเพียงพอเพื่อให้เป็นไปตาม
กฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับ และเพื่อสนบั สนนุ การดูแลผปู้ ่ วย, การจัดการเอกสารทางกฎหมาย, การวิจัย, และการศึกษา
327
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
ตามความเหมาะสม (โปรดดู MOI.2 และ MOI.8) กระบวนการเก็บรกั ษาเวชระเบียน ขอ้ มลู และขอ้ มูลอื่น ๆ รวมถึงขอ้ ความ
และอีเมลท่ีมีขอ้ มูลสาหรับเวชระเบียนสอดคล้องกับนโยบายและข้ันตอนการรกั ษาความลับของโรงพยาบาล และความ
ปลอดภัยของข้อมูลดังกล่าว เม่ือระยะเวลาเก็บรักษาสิน้ สุด เวชระเบียน, ข้อมูล, และขอ้ มลู อ่ืนๆ ของผู้ป่ วยจะถูกทาลายใน
ลกั ษณะทไี่ มก่ ระทบต่อการรกั ษาความลบั และความปลอดภยั
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ MOI.3
❑ 1. โรงพยาบาลจะกาหนดเวลาเก็บรกั ษาเวชระเบียนของผปู้ ่วยและขอ้ มลู อื่น ๆ และเป็นไปตามกฎหมาย และระเบยี บ ขอ้
บงั คบั
❑ 2. กระบวนการเก็บรกั ษาใหก้ ารรกั ษาความลบั และความปลอดภยั ทคี่ าดหวงั
❑ 3. บนั ทึกทางการแพทย์ ขอ้ มลู และขอ้ มลู อ่ืน ๆ ของผปู้ ่วยจะถกู ทาลายหรือลบในลกั ษณะทีไ่ มก่ ระทบต่อ การรกั ษาความลบั
และความปลอดภยั
มาตรฐาน MOI.4
โรงพยาบาลใชร้ หัสการวินิจฉัยและขนั้ ตอนการทางานท่ีเป็นมาตรฐาน และทาใหม้ ่ันใจในการใชส้ ัญลักษณ์และคาย่อท่ีไดร้ บั
อนมุ ตั ิท่วั ทง้ั โรงพยาบาลเป็นรูปแบบเดยี วกนั
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.4
การกาหนดมาตรฐานของรหสั และการใชส้ ญั ลกั ษณ์และตัวย่ออย่างเป็นมาตรฐานช่วยป้องกนั การส่ือสารที่ผิดพลาดและขอ้ ผิด
พลาดที่อาจเกิดขึน้ ในการดแู ลผปู้ ่วย นอกจากนี้ การใชร้ หสั การวินิจฉัยและหัตถการท่ีเป็นมาตรฐานเดียวกันช่วยสนับสนนุ การ
รวบรวมและการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
ตวั ย่ออาจเป็นปัญหาและในบางครงั้ อาจเป็นอนั ตรายได้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในบรบิ ทของการส่งั จ่ายยา ดว้ ยเหตุนี้ โรงพยาบาล
บางแห่งจึงไม่อนญุ าตใหใ้ ชค้ าย่อในองคก์ รของตนเลย เม่ือโรงพยาบาลอนุญาตใหใ้ ชต้ วั ย่อจะตอ้ งมีการดาเนินการตามข้ันตอน
เพื่อป้องกนั หรือลดความเสี่ยงต่อความปลอดภยั ของผปู้ ่วย ไม่ใชค้ าย่อในเอกสารขอความยินยอม, เอกสารที่เก่ยี วกบั สิทธิของ
ผู้ป่ วย, คาแนะนาในการออกจากโรงพยาบาล, และสรุปการจาหน่ายจากโรงพยาบาล (โปรดดู ACC.4.2 และ ACC.5.1)
ผปู้ ่วยและครอบครวั อาจไม่คนุ้ เคยหรือไม่เขา้ ใจคาย่อท่ีโรงพยาบาลอนุมตั ิ และอาจไม่สะดวกที่จะขอคาชแี้ จง นอกจากนี้ หาก
สรุปการจาหน่ายของการดูแลและการรกั ษาของผปู้ ่วยมีคาย่อและส่งไปพรอ้ มกบั ผปู้ ่วยที่ถกู ส่งตัวไปยงั องคก์ รอ่นื มีความเส่ียง
ต่อความปลอดภัยของผปู้ ่วยหากองคก์ รผรู้ บั ใชค้ าย่อเดียวกันบางส่วนแตม่ ีความหมายต่างกนั หรือก็ไม่ทราบความหมาย ของ
คายอ่ ในสรุปการจาหนา่ ย
328
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
ตวั ย่อมกั ใชใ้ นรายงานผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการและการตรวจวินิจฉัยดว้ ยภาพทางรงั สี เมื่อผปู้ ่วยไดร้ บั ผลการตรวจทาง
หอ้ งปฏิบัติการและการตรวจวินิจฉัยดว้ ยภาพทางรงั สีพรอ้ มคาย่อ คาดว่าผลการทดสอบเหล่านี้จะถกู แบ่งปันกับแพทยข์ อง
ผปู้ ่วยดว้ ย เพื่อใหส้ ามารถทบทวนร่วมกบั ผูป้ ่วยได้ อยา่ งไรก็ตาม หากใชช้ ่ือการทดสอบในบริบทของการศึกษาหรอื คาแนะนา
ในการติดตามผล (ตัวอย่างเช่น คาแนะนาในการจาหน่ายท่ีมีข้อมูลเกี่ยวกับ การติดตามผลเลือดแบบต่อเน่ือง เช่น
International Normalized Ratio [INR] หรือ hemoglobin A1c) ตวั ย่อจะไมไ่ ดใ้ ชแ้ ละมีการสะกดคาและอธิบายใหแ้ ก่ผปู้ ่วย
เม่ือโรงพยาบาลใชต้ ัวย่อ โรงพยาบาลจะจดั ทาและดาเนินการตามขน้ั ตอนสาหรบั การใชต้ วั ย่อที่ไดร้ บั อนมุ ัติอย่างเป็นรูปแบบ
เดียวกนั เชน่ ผ่านการใชร้ ายการตวั ย่อ, การใชแ้ บบเดียวกนั นีร้ วมถึงคายอ่ แต่ละคาท่ีมคี วามหมายเดียว เม่ือตวั ยอ่ มีความหมาย
มากกว่าหนึ่ง ความหมาย ความสับสนในความหมายของผเู้ ขียนอาจส่งผลใหเ้ กิดขอ้ ผิดพลาดทางการแพทย์ ตัวอย่างเช่น
ตวั ย่อ MS อาจ หมายถึง mitral stenosis ในโรคหัวใจ; อย่างไรก็ตาม ในทางประสาทวิทยา ตัวย่อ MS อาจใช้สาหรบั โรค
multiple sclerosis นอกจากนี้ ความสบั สนอาจเกิดขึน้ เม่ือตวั ยอ่ สองตวั มีตวั อกั ษรเดยี วกนั แต่มีตวั พมิ พต์ ่างกนั (เช่น Pt สาหรบั
ผปู้ ่วยและ PT สาหรบั กายภาพบาบดั ) แมว้ ่าการใชอ้ ักษรตวั พิมพใ์ หญ่และตวั พิมพเ์ ล็กจะแตกต่างกัน ระหวา่ งสองตวั อย่าง แต่
โดยพนื้ ฐานแลว้ เป็นคาย่อเดียวกนั ที่มีความหมายมากกว่าหน่ึงความหมาย เป็นสิง่ สาคญั ท่ีการใชต้ ัวย่อมีความสม่าเสมอและ
สอดคลอ้ งกนั ท่วั ทงั้ โรงพยาบาลโดยไมม่ ีความแตกต่างในความหมายระหว่างแผนกหรือบรกิ ารต่างๆ
เมื่อโรงพยาบาลใชค้ าย่อ โรงพยาบาลจะจัดทาและ/หรือใชร้ ายการคาย่อและสญั ลกั ษณท์ ่ีหา้ มใช้ ตัวอย่างเช่น Institute for
Safe Medication Practices (ISMP) เก็บรกั ษารายการตัวย่อ สญั ลักษณ์ และการกาหนดขนาดยาท่ี “ไม่ควรใชใ้ นการส่ือสาร
ขอ้ มลู ทางการแพทย”์ ส่ิงท่ีอยู่ในรายการถกู รายงานไปยัง ISMP ว่ามักถกู ตีความผิดและเกี่ยวขอ้ งกับความผิดพลาดดา้ นยา ท่ี
เป็นอนั ตราย
การใชร้ หสั มาตรฐานของโรงพยาบาลและการใชส้ ัญลกั ษณ์และตัวย่อท่ีไดร้ บั อนมุ ัติอย่างเป็นรูปแบบเดียวกนั นั้น สอดคลอ้ งกับ
มาตรฐานการปฏิบตั ิทางวิชาชีพและสอดคลอ้ งกบั กฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ในทอ้ งถิ่นตามความเหมาะสม บุคลากรไดร้ บั
การศกึ ษาและฝึกอบรมเกีย่ วกบั มาตรฐานและการใชร้ หสั สญั ลกั ษณ์ และคายอ่ ของโรงพยาบาลทเ่ี ป็นรูปแบบเดยี วกนั
หลักการของการใช้รหัส, สัญลักษณ์และตัวย่อท่ีได้รับอนุมัติซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกัน นาไปใช้กับระบบเวชระเบียน
อิเลก็ ทรอนิกส์ และการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ เชน่ อีเมลและการส่งขอ้ ความ ที่ใชส้ าหรบั การส่ือสารเกี่ยวกับการดแู ลผปู้ ่วย
(ดู MOI.10 เพ่ิมเตมิ )
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ MOI.4
❑ 1. โรงพยาบาลใชร้ หสั การวนิ จิ ฉัยและรหสั หตั ถการทีไ่ ดม้ าตรฐาน
❑ 2. โรงพยาบาลใชส้ ญั ลกั ษณท์ ไี่ ดร้ บั อนมุ ตั อิ ยา่ งเป็นรูปแบบเดียวกนั และระบุสญั ลกั ษณท์ ่ีหา้ มใช้
329
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
❑ 3. หากโรงพยาบาลอนญุ าตใหใ้ ชต้ วั ยอ่ โรงพยาบาลจะใชต้ วั ย่อท่ีไดร้ บั อนมุ ตั ิอย่างเป็นรูปแบบเดยี วกนั และแตล่ ะคายอ่ มี
ความหมายเดียว
❑ 4. หากโรงพยาบาลอนญุ าตใหใ้ ชต้ วั ย่อ โรงพยาบาลจะจดั ทาและ/หรอื นารายการตวั ย่อท่หี า้ มใชม้ า
❑ 5. ตวั ยอ่ จะไมใ่ ชใ้ นเอกสารความยินยอมและสทิ ธิของผปู้ ่วย คาแนะนาเม่อื จาหน่าย และสรุปการจาหน่ายจากโรงพยาบาล
❑ 6. โรงพยาบาลเฝา้ ติดตามการใชร้ หัส สญั ลกั ษณ์ และคาย่อท่วั ทง้ั องคก์ รอยา่ งสม่าเสมอ และดาเนนิ การ เพื่อปรบั ปรุง
กระบวนการเม่อื จาเป็น
มาตรฐาน MOI.5
ความตอ้ งการขอ้ มูลและ สารสนเทศของผทู้ ี่อย่ใู นและนอกโรงพยาบาลจะตรงตามความตอ้ งการในเวลาทเ่ี หมาะสมในรูปแบบท่ี
ตรงกบั ความคาดหวงั ของผใู้ ชแ้ ละดว้ ยความถี่ทตี่ อ้ งการ
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.5
การเผยแพรข่ อ้ มลู ข่าวสารเพื่อตอบสนองความตอ้ งการของผปู้ ่วยท้งั ในและนอกโรงพยาบาลถือเป็นสว่ นสาคญั ของการจดั การ
ขอ้ มลู ในสว่ นของภายในองคก์ รผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพ, ผนู้ าของโรงพยาบาล, หวั หนา้ แผนก/บริการ, และเจา้ หนา้ ท่ี
อ่ืนๆ ตอ้ งการขอ้ มูลและสารสนเทศเฉพาะแบบทันท่วงที เพื่อให้พวกเขาสามารถดาเนินการตามความรบั ผิดชอบ ไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตัวอย่างเช่น ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพท่ีดแู ลผปู้ ่วย รวมทงั้ แพทย์ พยาบาล นักกาหนด
อาหาร เภสชั กร และอ่ืนๆ จาเป็นตอ้ ง เขา้ ถึงขอ้ มลู ที่เป็นปัจจุบันและส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งทง้ั หมดของเวชระเบียนของผปู้ ่วย เพ่ือให้
การดแู ลผปู้ ่วยมีความปลอดภยั และมปี ระสทิ ธิภาพ .
สาหรบั ภายนอกองคก์ ร โรงพยาบาลอาจใหข้ อ้ มลู และสารสนเทศแกห่ น่วยงานกากบั ดแู ล (เช่น กระทรวงสาธารณสขุ ) ผปู้ ฏิบตั ิ
งานดา้ นการดูแลสุขภาพ (เช่น แพทยด์ แู ลผปู้ ่ วยหน่วยปฐมภูมิในชุมชน) บริการและองคก์ รดา้ นสุขภาพ (เช่น ห้องปฏิบัติการ
ภายนอก หรือ องคก์ รเพื่อการส่งตอ่ ผปู้ ่วย) และบุคคล (เช่น ผปู้ ่วยทขี่ อเวชระเบยี นหลงั จากออกจากโรงพยาบาล)
รูปแบบและกรอบเวลาสาหรบั การเผยแพรข่ อ้ มูลและสารสนเทศไดร้ บั การปรบั แต่งใหต้ รงกบั ความคาดหวงั ของผใู้ ชแ้ ต่ละบุคคล
บริการ หรือองคก์ ร เมื่อจาเป็นตอ้ งมีขอ้ มลู และสารสนเทศสาหรบั การดแู ลผปู้ ่วย จะมีการจัดเตรียมขอ้ มูลดงั กล่าวใหท้ ันท่วงที
ซงึ่ สนบั สนนุ ความตอ่ เนอ่ื งของการดแู ลและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย (ดู ACC.3 และ COP.3)
ตัวอย่าง กลยทุ ธก์ ารเผยแพรเ่ พ่ือตอบสนองความคาดหวงั ของผใู้ ช้ ไดแ้ ก่
• การใหข้ อ้ มลู เฉพาะและขอ้ มลู ท่ีรอ้ งขอ/ ขอ้ มลู ท่ีจาเป็น;
• จดั ทารายงานตามความถี่ทีบ่ ุคคลหรอื องคก์ ร ตอ้ งการ
330
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
• การใหข้ อ้ มลู ในรูปแบบที่อานวยความสะดวกต่อการใชง้ าน;
• การเชื่อมโยงแหลง่ ขอ้ มลู และสารสนเทศ; และ
• ใหก้ ารตีความหรอื ชแี้ จงขอ้ มลู
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ไดข้ อง MOI.5
❑ 1. การเผยแพรข่ อ้ มลู และสารสนเทศเป็นไปตามความตอ้ งการของบุคคลและองคก์ รภายในและภายนอกโรงพยาบาล รวม
ถึงผปู้ ่วย ผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพ ผนู้ าในโรงพยาบาล บริการและองคก์ รดา้ นการดูแลสขุ ภาพ และหน่วยงาน
กากบั ดแู ล
❑ 2. เม่ือบคุ คลหรอื องคก์ รตอ้ งการขอ้ มลู และสารสนเทศเพื่อการดูแลผปู้ ่วย โรงพยาบาลมีกระบวนการเพ่อื ใหแ้ นใ่ จว่าบผรู้ อ้ ง
ขอไดร้ บั ขอ้ มลู ในเวลาทเ่ี หมาะสมซ่ึงสนบั สนนุ ความตอ่ เน่ืองของการดแู ลและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย
❑ 3. บุคคลและองคก์ รภายในและภายนอกโรงพยาบาลไดร้ บั ขอ้ มูลใน รูปแบบ ท่ีอานวยความสะดวกต่อการใชง้ านตามวตั ถุ
ประสงค์
❑4. เจา้ หนา้ ที่ที่ใหก้ ารดแู ลผปู้ ่วยสามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มูลและสารสนเทศท่จี าเป็นในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทแ่ี ละดแู ลผปู้ ่วยไดอ้ ย่าง
ปลอดภยั และมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน MOI.6
เจา้ หนา้ ท่ีทางคลนิ ิก ผมู้ อี านาจตดั สินใจ และพนกั งานอ่นื ๆ ไดร้ บั การศึกษาและฝึกอบรมเกี่ยวกบั ระบบขอ้ มูล การรกั ษาความ
ปลอดภยั ของขอ้ มลู และหลกั การใชแ้ ละการจดั การขอ้ มลู
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.6
บุคคลในโรงพยาบาลท่ีเป็นผูส้ รา้ ง, รวบรวม, ป้อน, ทบทวน วิเคราะห์, และใชข้ อ้ มลู และสารสนเทศจะไดร้ บั การศึกษาและฝึก
อบรมใหม้ ีสว่ นรว่ มอย่างมปี ระสิทธิภาพในการใชแ้ ละจดั การขอ้ มลู การศึกษาและการฝึกอบรมนี้ ทาใหบ้ คุ คลเหลา่ นสี้ ามารถ
• ใชร้ ะบบสารสนเทศ เช่น ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปฏิบัติหนา้ ท่ีอย่างมีประสิทธิภาพ และให้การดแู ล
อยา่ งมีประสิทธิภาพและ ปลอดภยั
• เขา้ ใจและปฏิบัตติ ามนโยบายและวธิ ีปฏิบตั ิ เพือ่ ใหม้ ่นั ใจในความปลอดภยั และความลบั ของขอ้ มลู และสารสนเทศ;
(ดู PCC.1.3)
• เข้าใจและใช้วิธีปฏิบัติและกลยุทธ์ในการจัดการขอ้ มูล สารสนเทศ และเอกสารระหว่างช่วงเวลา planned and
unplanned downtime (โปรดดู MOI.13 )
331
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
• ใชข้ อ้ มลู และสารสนเทศเพือ่ ช่วยในการตดั สินใจ (ดู MMU.5.1 และ QPS.3)
• ใหค้ วามรูแ้ ละสนบั สนนุ ผปู้ ่วยและครอบครวั เก่ียวกบั การมสี ่วนรว่ มในกระบวนการดแู ล (ดู PCC.2) และ
• ใชต้ วั วดั ผลเพอ่ื ประเมินและปรบั ปรุงการดแู ลและกระบวนการทางาน
บุคคลจะไดร้ บั การศึกษาและฝึกอบรมตามความรบั ผิดชอบ, คาบรรยายลกั ษณะงาน และตามขอ้ มูลและสารสนเทศท่ีจาเป็น
โรงพยาบาลที่มีระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ทาให้ม่ันใจว่าบุคลากรท่ีจาเป็นต้องเข้าถึง, ทบทวน, และ/หรือบันทึก
ในเวชระเบียนของผปู้ ่วยไดร้ บั การศึกษา การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง และการประเมินเพ่ือ ใชร้ ะบบ อยา่ ง มีประสิทธิภาพ และ
ประสทิ ธิผล สามารถใชว้ ิธีการต่าง ๆ สาหรบั การฝึกอบรมอยา่ งต่อเน่ือง ตัวอย่างเช่น "เคล็ดลบั และกลเม็ด", ค่มู ืออา้ งอิงฉบบั
ย่อ, หลกั สตู รระยะสนั้ , และจดหมายข่าว สามารถปิดประกาศหรอื ส่งอเี มลถึงบุคลากร เพ่ือใหค้ าแนะนาท่เี ป็นประโยชนเ์ กี่ยวกบั
วิธีการใชร้ ะบบ การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องควรเกี่ยวขอ้ งกับความต้องการและการใชง้ านระบบของบุคลากร มีการประเมิน
บุคลากรเพื่อใหแ้ น่ใจว่ามีความสามารถและทกั ษะที่จาเป็นต่อการใชร้ ะบบอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในการปฏิบัติ
หนา้ ที่ตามความรบั ผดิ ชอบ
กระบวนการจัดการขอ้ มลู ทาใหส้ ามารถรวมขอ้ มลู จากแหล่งต่างๆ และสรา้ งรายงานเพ่ือสนบั สนุนการตัดสินใจได้ โดยเฉพาะ
อย่างย่ิง การรวมขอ้ มลู ทางคลินิกและการจัดการช่วยใหห้ ัวหนา้ แผนก/บริการสามารถวางแผนรว่ มกันได้ กระบวนการจัดการ
ขอ้ มลู สนบั สนนุ หวั หนา้ แผนก/บริการดว้ ยขอ้ มลู ระยะยาวและขอ้ มลู เปรียบเทียบแบบบรู ณาการ
องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง MOI.6
❑ 1. บคุ ลากรทางคลนิ ิก ผมู้ ีอานาจตดั สินใจ และอืน่ ๆ ไดร้ บั การศึกษาและฝึกอบรมเก่ียวกบั ระบบสารสนเทศ, ความปลอดภัย
ของสารสนเทศ, และหลกั การใชแ้ ละการจดั การสารสนเทศตามความเหมาะสมกบั บทบาทและความรบั ผิดชอบ
❑2. บคุ ลากรที่ใชร้ ะบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกสจ์ ะไดร้ บั การศึกษา การฝึกอบรมและการประเมินอยา่ งต่อเน่ือง เพื่อใหม้ ่นั ใจ
วา่ สามารถใชร้ ะบบเพ่ือปฏบิ ตั ิตามหนา้ ท่ีทรี่ บั ผดิ ชอบไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธิผล
❑ 3. ขอ้ มลู ทางคลินิกและการจดั การและขอ้ มลู ถกู รวมเขา้ ดว้ ยกนั ตามความจาเป็นเพอ่ื สนบั สนนุ การตัดสินใจ
การจดั การและการดาเนินการของเอกสาร
มาตรฐาน MOI.7
เอกสาร รวมทง้ั นโยบาย ขน้ั ตอนปฏิบตั ิ และโปรแกรม ไดร้ บั การจดั การในลกั ษณะท่ีเป็นรูปแบบเดยี วกนั และสม่าเสมอ P
332
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.7
นโยบายและขน้ั ตอนตา่ ง ๆ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อใหค้ วามรูท้ ี่เหมือนกนั เก่ียวกบั หนา้ ทีท่ างคลนิ ิกและ nonclinic ขององคก์ ร มีการ
จดั ทาเอกสารเป็นลายลกั ษณอ์ ักษรซ่งึ แนะนาวิธีการจดั ทาและควบคุมนโยบาย, ขั้นตอนการปฏบิ ัติงาน, และโปรแกรมทง้ั หมด
ในโรงพยาบาล เอกสารคาแนะนานมี้ ีองคป์ ระกอบสาคญั ดงั ต่อไปน:ี้
a) ตรวจสอบและอนมุ ตั ิเอกสารทงั้ หมดโดยผมู้ อี านาจก่อนประกาศใช้
b) ขนั้ ตอนและความถ่ีในการทบทวนและการอนมุ ตั ิเอกสารอย่างตอ่ เนอื่ ง
c) การควบคมุ เพอ่ื ใหแ้ น่ใจวา่ มเี ฉพาะเอกสารฉบบั ปัจจุบนั และฉบับทเี่ ก่ียวขอ้ งเทา่ นนั้
d) วิธีระบกุ ารเปล่ยี นแปลงในเอกสาร
e) การรกั ษาเอกลกั ษณข์ องเอกสารและความชดั เจน
f) ขน้ั ตอนการจดั การเอกสารที่มาจากภายนอกโรงพยาบาล
g) การเก็บรกั ษาเอกสารที่ล้าสมัยเป็นเวลาอย่างน้อยตามเวลาท่ีกฎหมายและระเบียบกาหนด โดยต้องม่ันใจว่า
เอกสารเหลา่ นนั้ จะไม่ถกู นาไปใชผ้ ดิ พลาด(ดู MOI.3)
h) การระบุและติดตามเอกสารทัง้ หมดที่หมนุ เวยี น (เช่น ระบุตามชือ่ เรอ่ื ง วันท่ีออก ฉบับและ/หรือวนั ท่ีแก้ไขปัจจุบนั
จานวนหนา้ และผมู้ อี านาจและ/หรอื ตรวจสอบเอกสาร)
กระบวนการในการจดั ทาและรกั ษานโยบาย ขน้ั ตอน และโปรแกรมตา่ งๆ เหล่านีถ้ กู นาไปปฏิบตั ิ
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ MOI.7
❑ 1. มเี อกสารแนวทางท่เี ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรซงึ่ กาหนดขอ้ กาหนดสาหรบั การพฒั นาและคงไวซ้ ึ่งนโยบาย ขน้ั ตอน และ
โปรแกรม รวมถึงรายการอย่างนอ้ ย ขอ้ a) ถงึ h) ในเจตจานงของมาตรฐาน
❑ 2. มรี ูปแบบทเ่ี ป็นมาตรฐานเดียวกนั ในเอกสารที่คลา้ ยคลึงกนั ทงั้ หมด ตัวอย่างเช่น นโยบายทกุ ฉบบั
❑ 3. ขอ้ กาหนดของเอกสารแนวทาง นาไปดาเนินการและสะทอ้ นไดช้ ดั เจนจากนโยบาย, ขน้ั ตอน, และโปรแกรมท่ีพบท่วั ทงั้
โรงพยาบาล
มาตรฐาน MOI.7.1
นโยบาย ขน้ั ตอน แผนงาน และเอกสารอ่ืน ๆ ท่ีใชเ้ ป็นแนวทางในกระบวนการและการปฏบิ ัตทิ างคลนิ ิกและ nonclinic ใน
รูปแบบเดยี วกนั และสอดคลอ้ งกนั ไดร้ บั การนาไปปฏิบตั ิอย่างเตม็ รูปแบบ P
333
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.7.1
ท้ังฉบบั ของค่มู ือมาตรฐานการขอรบั รองฉบับนี้ จาเป็นตอ้ งมีนโยบาย ข้ันตอน แผน และเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรอ่ืนๆ
(ระบุด้วยอักษร P ดังดา้ นบน) เอกสารเหล่านีจ้ าเป็น เน่ืองจากจะช่วยลดความผนั แปรของกระบวนการ และลดความเสี่ยง
ทเ่ี กิดขนึ้ ในกระบวนการ นเี่ ป็นสง่ิ สาคญั อย่างย่งิ ในกระบวนการทางคลนิ กิ ในการปรบั ปรุงคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย
มีกระบวนการเพ่ือให้แน่ใจว่าบุคลากรได้อ่านและคุ้นเคยกับนโยบาย ขั้นตอน และแผนงานท่ีเกี่ยวข้องกับงานของตน
กระบวนการนี้อาจเป็นส่วนหน่ึงของการปฐมนิเทศพนักงานเม่ือเขา้ สู่แผนกและตามความรบั ผิดชอบ หรืออาจเป็นส่วนหน่ึง
ของการฝึกอบรมพิเศษ แบบท่วั ทุกกลมุ่ หรือ แบบท่วั ทงั้ โรงพยาบาล สง่ิ สาคญั ทีส่ ดุ คือ เมื่อนโยบาย ขัน้ ตอน หรอื แผน เกี่ยวขอ้ ง
กบั การมอบหมายงานของบุคคล การดาเนินการตามเจตนาที่อธิบายไวใ้ นเอกสารจะปรากฏชดั เจนจากการปฎิบตั ิของบุคคล
องคป์ ระกอบทวี่ ัดได้ของ MOI.7.1
❑ 1. มนี โยบาย ขนั้ ตอน และแผนที่จาเป็น และบุคลากรเขา้ ใจวธิ ีเขา้ ถงึ เอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ความรบั ผดิ ชอบของตน
❑ 2. บุคลากรไดร้ บั การฝึกอบรมและเขา้ ใจเอกสารที่เกี่ยวขอ้ งกบั ความรบั ผดิ ชอบของตน
❑ 3. ขอ้ กาหนดของนโยบาย ขนั้ ตอน และแผนงาน นาไปดาเนินการอยา่ งเตม็ รูปแบบ และปรากฎชดั เจนจากการปฎิบตั ขิ อง
บุคลากรแตล่ ะคน
❑ 4. มีการเฝา้ ตดิ ตามการดาเนินการตามนโยบาย ข้นั ตอน และแผนงาน และขอ้ มลู สนบั สนนุ การนาไปปฏบิ ตั ิ อยา่ งเต็ม
รูปแบบ
เวชระเบียนผ้ปู ่ วย
มาตรฐาน MOI.8
โรงพยาบาลเริ่มตน้ และรกั ษาบนั ทกึ ทางการแพทยท์ ีถ่ กู ตอ้ งและไดม้ าตรฐานสาหรบั ผปู้ ่วยทกุ รายท่ีไดร้ บั การประเมนิ หรอื รบั การ
รกั ษา และกาหนดเนอื้ หา รูปแบบ และตาแหน่งของรายการท่ีบนั ทกึ P
มาตรฐาน MOI.8.1
เวชระเบยี นประกอบดว้ ยขอ้ มลู ทเี่ พียงพอในการระบตุ วั ผปู้ ่วย เพื่อสนบั สนนุ การวนิ ิจฉัย ใหเ้ หตผุ ลในการรกั ษา และบนั ทกึ
วิถแี ละผลลพั ธข์ องการรกั ษา
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.8 และ MOI.8.1
334
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
ผปู้ ่วยทุกรายท่ีไดร้ บั การประเมินหรือรกั ษาในโรงพยาบาลในฐานะผปู้ ่วยใน ผปู้ ่วยนอก หรอื ผปู้ ่วยฉกุ เฉินตอ้ งมีประวตั ิการรกั ษา
โดยเวชระเบียนของผปู้ ่วยถูกกาหนดดว้ ยตวั บ่งชีเ้ ฉพาะของผู้ป่วย หรือใชก้ ลไกอ่ืนเพื่อเช่ือมโยงผู้ป่วยกับเวชระเบียนของตน
(ตัวอยา่ งเชน่ การใชห้ มายเลขเวชระเบยี นและช่อื ผปู้ ่วยรว่ มกนั หรือชอ่ื และวนั เดือนปีเกิดของผปู้ ่วยรว่ มกนั ). ตวั บ่งชีเ้ ฉพาะทีใ่ ช้
สาหรบั เวชระเบียนของผปู้ ่วยจะมีรูปแบบเดียวกนั ท่วั ทง้ั โรงพยาบาล เวชระเบียนหน่ึงฉบับที่มีตวั บ่งชีเ้ ฉพาะที่ไม่ซา้ กัน ช่วยให้
โรงพยาบาล สามารถคน้ หาเวชระเบียนของผปู้ ่วยและบนั ทึกการดแู ลผปู้ ่วยเม่ือเวลาผ่านไป (ดู IPSG.1)
ความสมบูรณข์ องเวชระเบียนของผปู้ ่วยมคี วามสาคญั ต่อคุณภาพและความปลอดภยั ของการดแู ลผปู้ ่วยและความตอ่ เนื่องของ
การดแู ล เนอ่ื งจากเป็นเครื่องมือหลกั สาหรบั การส่ือสารระหว่างผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดูแลสุขภาพ เวชระเบียนช่วยอานวยความ
สะดวกในการตัดสินใจทางการแพทย์ การติดตามผลทางคลินิก การเปลี่ยนการดูแล และการส่ังซือ้ และการจ่ายยา (โปรดดู
MOI.13)
การใชฟ้ ังกช์ นั คดั ลอกและวาง, เติมขอ้ ความอตั โนมตั ,ิ แกไ้ ขอตั โนมตั ิ, และฟังกช์ ันอ่นื ๆ ในเอกสาร โดยผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ล
สขุ ภาพกลายเป็นแนวทางปฏิบัติท่วั ไป เน่ืองจากมีโรงพยาบาลจานวนมากขึน้ ท่ีนาระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกสม์ าใช้ การ
คดั ลอกและวาง คือ การเลอื กขอ้ ความหรอื ขอ้ มูลจากแหลง่ ท่ีมาเดิมหรือกอ่ นหนา้ เพื่อนากลบั มาใชใ้ หม่ในตาแหนง่ อื่น ตัวอย่าง
ผปู้ ระกอบวิชาชีพดา้ นการดแู ลสุขภาพอาจคัดลอกบันทึกของตนเองเพ่ือใชซ้ า้ , คดั ลอกบนั ทึกยอ่ จากผปู้ ระกอบ วชิ าชีพรายอื่น
หรือคัดลอกจากการรกั ษาครงั้ ก่อน ส่วนการคัดลอกและวางและฟังกช์ ันท่ีคลา้ ยคลึงกนั อาจมีขอ้ ดีหลายประการ รวมถึงการ
ปรบั ปรุงการบนั ทกึ อยา่ งไรกต็ าม มีความเสี่ยงท่อี าจเกิดขนึ้ เชน่ การทาซา้ ขอ้ มลู ท่ไี มถ่ กู ตอ้ งหรือลา้ สมยั
การใชเ้ ทมเพลต ที่ใหไ้ วใ้ นเวชระเบยี นอิเลก็ ทรอนิกสอ์ าจทาใหเ้ กดิ ความไม่ถกู ตอ้ งเพิ่มขึน้ ในการบนั ทึก ตัวอย่างเชน่ เทมเพลต
ท่ใี ชส้ าหรบั การตรวจร่างกายแบบฉุกเฉินอาจมีพนื้ ท่ีสาหรบั ขอ้ มลู ตามระบบรา่ งกายทงั้ หมด เมื่อทาการตรวจรา่ งกายเฉพาะจุด
เสร็จสิน้ เอกสารในเทมเพลตอาจบง่ ชวี้ ่าไดท้ าการตรวจสอบครบถว้ นแลว้ และอย่ใู นเกณฑป์ กติ หากไม่มีการตรวจรา่ งกาย แต่มี
การบนั ทกึ แบบปกติ ผปู้ ่วยและผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพอาจตดั สนิ ใจในการรกั ษาตามขอ้ มูลที่ผดิ นี้
โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการต่างๆ เพอื่ ทาใหม้ ่นั ใจในความถกู ตอ้ งของขอ้ มูลและสารสนเทศในเวชระเบียนของผปู้ ่วย รวมถงึ แนว
ทางการใชก้ ารคัดลอกและวาง, การเติมขอ้ ความอตั โนมัติ, แกไ้ ขอัตโนมัติ, และเทมเพลตในเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกสอ์ ย่าง
เหมาะสม และมีการติดตามการปฏิบตั ิ การติดตามอาจตอ้ งเป็นพนั ธมิตรกับผจู้ าหน่ายเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกสเ์ พ่ือพฒั นา
วธิ ีการติดตามขอ้ มูลที่ถกู คดั ลอกและวาง (ตัวอย่างเชน่ การแสดงขอ้ มลู นใี้ นแบบอกั ษรอนื่ หรือขีดเสน้ ใต)้ หรือใชก้ ระบวนการ
ตรวจสอบการคัดลอกและวาง ดว้ ยตนเอง โรงพยาบาลจัดใหม้ ีการฝึกอบรมและให้ความรูเ้ กี่ยวกับการคดั ลอกและวาง, การ
กรอกอตั โนมตั ิ, แกไ้ ขอตั โนมตั ,ิ และการใชเ้ ทมเพลตอยา่ งเหมาะสมแก่บุคลากรทกุ คนที่ตอ้ งบนั ทึกเวชระเบียน
กระบวนการเพื่อใหม้ ่นั ใจในความถกู ตอ้ งของเวชระเบียนตอ้ งใหค้ วามสาคญั ทง้ั ขอ้ มลู ทเ่ี ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรและขอ้ มลู
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เมอื่ ความไม่ถกู ตอ้ งปรากฏอยใู่ นเวชระเบียน จะมีผลกระทบต่อความปลอดภยั ของผปู้ ่วยและคุณภาพของการ
ดแู ลและบริการ ตวั อย่างเช่น ความไม่สอดคลอ้ งกนั ของเวลาและวนั ที่ของการบนั ทกึ เช่น ผปู้ ่วยฉกุ เฉนิ มกี ารบนั ทกึ เวลาท่ีมา
ถึงสองครง้ั แยกกนั และเวลากแ็ ตกต่างกนั การบนั ทึกเช่นนีอ้ าจส่งผลตอ่ การดแู ลที่ผปู้ ่วยไดร้ บั , การเรียกเก็บเงิน และ/หรอื
335
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
ตวั ชวี้ ดั คณุ ภาพของโรงพยาบาล รวมถึงประเดน็ อน่ื ๆ นอกจากนี้ ความคลาดเคลอ่ื นในเวชระเบียนอาจทาใหเ้ กิดความสบั สน
วา่ ขอ้ มลู ใดถกู ตอ้ งและควรไดร้ บั การตดิ ตาม ตวั อยา่ งเชน่ ขอ้ มลู สรุปการจาหน่ายของผปู้ ่วยท่ีระบวุ ่า "แนะนาใหผ้ ปู้ ่วยนดั ใหม่"
และจากการมาในครง้ั เดยี วกนั นี้ คาแนะนาในการจาหน่ายของผปู้ ่วยจะระบุ , “ไม่ตอ้ งนดั ติดตามอาการ” เพอ่ื ปอ้ งกนั ความไม่
สอดคลอ้ งและความคลาดเคลอ่ื นในเวชระเบียนของผปู้ ่วย โรงพยาบาลไดก้ าหนดและดาเนินการตามขน้ั ตอนและแนวทาง
ปฏิบตั ิ เพือ่ อานวยใหเ้ กิดการบนั ทึกท่ถี กู ตอ้ งและครบถว้ น ตวั อย่างเชน่ เพือ่ อานวยต่อการบนั ทกึ เวลาทีแ่ ม่นยา นาฬกิ าจะถกู
ปรบั ใหต้ รงกนั ท่ัวทงั้ โรงพยาบาล ไดแ้ ก่ นาฬกิ าแขวนผนงั นาฬกิ าคอมพิวเตอร์ นาฬิกาบนอปุ กรณท์ างการแพทย์ และอปุ กรณ์
ท่ีเชอ่ื มตอ่ กบั เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ เป็นตน้
เนอื้ หา รูปแบบ และตาแหนง่ ของรายการที่บนั ทึกในเวชระเบยี นของผปู้ ่วยเป็นมาตรฐานเดยี วกนั เพ่อื ช่วยสง่ เสริมการบูรณาการ
ระหว่างผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพและความตอ่ เนอื่ งของการดูแล โรงพยาบาลจะกาหนดขอ้ มลู เฉพาะและสารสนเทศ
ท่ีบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วยแต่ละรายท่ไี ดร้ บั การประเมินหรอื รบั การรกั ษาแบบผปู้ ่วยใน, ผปู้ ่วยนอก, หรอื กรณีฉกุ เฉนิ
เวชระเบียนตอ้ งแสดงขอ้ มลู ท่ีเพยี งพอเพือ่ สนบั สนนุ การวินจิ ฉัย, อธิบายเหตผุ ลในการดูแล, การรกั ษา, และบริการของผปู้ ่วย
และบนั ทึกวถิ ีการรกั ษาและผลลพั ธข์ องการดแู ล, การรกั ษา, และการบรกิ ารของผปู้ ่วย และเพือ่ อานวยต่อการดแู ลอยา่ งต่อเนอ่ื ง
(ดู ACC.5.1; AOP.1.2; AOP.1.2.1; COP.2; COP.2.1; ASC.5; ASC.6; ASC.7.2 และ MMU.4.2)
องคป์ ระกอบท่วี ัดได้ของ MOI.8
❑ 1. เวชระเบียนมตี วั บ่งชเี้ ฉพาะผปู้ ่วยอยา่ งนอ้ ยสองตวั ตอ้ งมกี ารปฏิบตั สิ าหรบั ผปู้ ่วยทกุ รายท่ีไดร้ บั การประเมนิ หรือรกั ษา
โดยโรงพยาบาล
❑ 2. เนอื้ หา รูปแบบ และตาแหนง่ ท่ีบนั ทกึ ในเวชระเบียนของผปู้ ่วยเป็นมาตรฐานเดยี วกนั และกาหนดโดยโรงพยาบาล
❑ 3. โรงพยาบาลกาหนดและนาแนวปฏบิ ตั ิเกย่ี วกบั การคดั ลอกและวาง, เติมอตั โนมตั ิ, แกไ้ ขอตั โนมตั ิ,และการใชเ้ ทมเพลต
บนั ทึกอยา่ งเหมาะสม และใหก้ ารศึกษาและฝึกอบรมเกี่ยวกบั แนวทางปฏบิ ตั ิแก่บุคลากรทกุ คนที่เป็นผบู้ นั ทึก
ในเวชระเบยี น อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
❑ 4. โรงพยาบาลมกี ระบวนการติดตามการปฏิบตั ิตามแนวทางการคดั ลอกและวาง, เตมิ อตั โนมตั ิ, แกไ้ ขอตั โนมตั ิ, และการ
บนั ทึกเทมเพลตอยา่ งเหมาะสม และดาเนนิ การแกไ้ ขตามความจาเป็น
❑ 5. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนนิ การตามขน้ั ตอนและแนวทางปฏิบตั ิเพ่อื อานวยต่อการบนั ทึกท่ีถกู ตอ้ งและครบถว้ นใน
เวชระเบียนของผปู้ ่วย
องคป์ ระกอบท่วี ดั ไดข้ อง MOI.8.1 336
❑ 1. เวชระเบียนของผปู้ ่วยมขี อ้ มลู ทีเ่ พียงพอต่อการระบตุ วั ผปู้ ่วย
❑ 2. เวชระเบียนของผปู้ ่วยมขี อ้ มูลท่เี พียงพอ เพือ่ สนับสนนุ การวนิ จิ ฉัยและส่งเสริมความต่อเนือ่ งของการดแู ล
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
❑ 3. เวชระเบยี นของผปู้ ่วยมขี อ้ มลู ทีเ่ พียงพอต่อการอธิบายและบนั ทกึ วถิ ีการดแู ลและผลลพั ธ์ ของการดแู ล, การรกั ษา, และ
บริการ ของผปู้ ่วย
มาตรฐาน MOI.9
เวชระเบียนของผปู้ ่วยทกุ รายท่ีมกี ารบนั ทึก ระบุถงึ ผเู้ ขียนและเวลาที่บนั ทึกลงในเวชระเบียน
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.9
กระบวนการของโรงพยาบาลทาใหม้ ่นั ใจไดว้ ่าแต่ละรายการในเวชระเบยี นของผปู้ ่วยระบถุ ึงผู้บันทึกและวันที่บนั ทกึ นอกจากนี้
ยงั ระบเุ วลาของการบนั ทึก เช่น เวลาท่ที าการรกั ษาและเวลาส่งั ยา (โปรดดู IPSG.2 ถงึ IPSG.2.2; IPSG.4; IPSG.4.1; COP.2;
MMU.4.1 และ MMU.4.2) โรงพยาบาลยงั กาหนดและดาเนินการขน้ั ตอนการแกไ้ ขหรือเขยี นทบั บนั ทกึ ในเวชระเบยี นของผปู้ ่วย
เมื่อมีผูช้ ่วยในการบันทึกหรืออาลักษณ์ ช่วยเหลือแพทยห์ รือผปู้ ระกอบวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพอื่น ๆ ด้วยการบนั ทึกใน
เวชระเบียน ของผปู้ ่วย อาลกั ษณจ์ ะตอ้ งลงนาม, เวลา, และวนั ท่ีบนั ทกึ นอกจากนี้ โรงพยาบาลยงั มีกระบวนการเพ่ือใหแ้ น่ใจว่า
แพทยห์ รือผูป้ ระกอบวิชาชีพดา้ นการดูแลสุขภาพตรวจสอบและรบั รองความถูกตอ้ งของบันทึกที่จัดทาโดยอาลักษณ์ที่เป็น
ผใู้ หค้ วามช่วยเหลอื (ดู MOI.2)
องคป์ ระกอบที่วัดได้ของ MOI.9
❑ 1. สามารถระบผุ ูบ้ นั ทึกแต่ละครง้ั ในเวชระเบียนของผปู้ ่วยได้
❑ 2. สามารถระบวุ นั ที่บนั ทึกแตล่ ะครงั้ ในเวชระเบยี นของผปู้ ่วยได้
❑ 3. สามารถระบุเวลาบนั ทกึ แต่ละครง้ั ในเวชระเบยี นของผปู้ ่วยได้
❑ 4. มีกระบวนการทก่ี ล่าวถงึ การแกไ้ ขหรือเขียนทบั ขอ้ ความในเวชระเบียนของผปู้ ่วย
❑ 5. เมอ่ื ใชอ้ าลกั ษณเ์ พอ่ื ช่วยในการบนั ทึกเวชระเบียนของผปู้ ่วย จะตอ้ งมกี ารลงนาม วนั ท่ี และเวลาท่ีบนั ทึก และมีขน้ั ตอน
สาหรบั แพทย/์ ผปู้ ฏบิ ตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพเพอื่ ตรวจสอบและรบั รองการบนั ทกึ ของอาลกั ษณ์
มาตรฐาน MOI.10
โรงพยาบาลจะประเมนิ เนอื้ หา เวชระเบยี นของ ผปู้ ่วยอยา่ งสมา่ เสมอ ในฐานะทเี่ ป็นส่วนหน่งึ ของกจิ กรรมการติดตามผลและ
พฒั นาประสิทธิภาพ
337
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.10
โรงพยาบาลแตล่ ะแหง่ จะกาหนดเนอื้ หาและรูปแบบของเวชระเบียนของผปู้ ่วย และมีขน้ั ตอนการประเมินเนอื้ หาเวชระเบยี น และ
ความครบถ้วนของเวชระเบียน กระบวนการดงั กล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการพฒั นาประสทิ ธิภาพของโรงพยาบาล และ มี
การดาเนินการอย่างสม่าเสมอ การทบทวนเวชระเบียนของผปู้ ่วยขึน้ อยกู่ ับกล่มุ ตวั อย่างที่เป็นตัวแทนของผปู้ ฏบิ ตั ิงาน ท่ีใหก้ าร
ดแู ลและประเภทของการดแู ลทใ่ี ห้ กระบวนการตรวจสอบดาเนนิ การโดยบคุ ลากรทางการแพทย,์ บุคลากรทางการพยาบาลและ
ผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งไดร้ บั อนุญาตให้บนั ทึกในเวชระเบียนของผปู้ ่ วย การทบทวนเวชระเบียน
ม่งุ เนน้ ไปท่ี ความตรงตอ่ เวลา ความถกู ตอ้ ง ความครบถว้ น และความชดั เจนของบนั ทึกและขอ้ มลู ทางคลินิก เนือ้ หาเวชระเบยี น
ทก่ี าหนดโดยกฎหมายหรือขอ้ บงั คบั จะรวมอย่ใู นกระบวนการทบทวนเวชระเบียนดว้ ย ( ดู MMU.4.2 และ MOI.4) กระบวนการ
ทบทวนเวชระเบียนของโรงพยาบาลจะรวมถึงเวชระเบียนของผปู้ ่ วยท่ีกาลังรบั การรกั ษา เช่นเดียวกบั เวชระเบียนของผปู้ ่วยที่
จาหน่ายออกจากโรงพยาบาล นอกจากนี้ เวชระเบียนจากผปู้ ่วยนอก ผปู้ ่วยใน และบริการอ่ืน ๆ ท่ีจัดใหก้ บั ผปู้ ่วยจะรวมอย่ใู น
การทบทวนดว้ ย กล่มุ ตวั อย่างทเ่ี ป็นตวั แทน หมายถงึ เวชระเบียนจากบริการท้งั หมด ไมใ่ ช่กล่มุ ตวั อย่างเฉพาะ อยา่ งไรก็ตามการ
สมุ่ ควรสมเหตสุ มผลสาหรบั องคก์ ร ตัวอย่างเช่น การส่มุ ตวั อยา่ งและการเลือกประมาณ 5% ของเวชระเบียนอาจถือไดว้ ่าเป็น
กลมุ่ ตวั อย่างทเี่ ป็นตวั แทนได้
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ไดข้ อง MOI.10
❑ 1. กลมุ่ ตวั อย่างเวชระเบียนท่ีใชเ้ ป็นตวั แทนซ่งึ รวมถึงเวชระเบยี นทีใ่ ชง้ านอยแู่ ละที่จาหนา่ ยแลว้ และเวชระเบียนผปู้ ่วยใน
และผปู้ ่วยนอก จะไดร้ บั การทบทวนอยา่ งนอ้ ยทกุ ไตรมาสหรือบ่อยกวา่ นนั้ ตามทก่ี ฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คับกาหนด
❑ 2. การทบทวนเวชระเบยี นดาเนินการโดยแพทย์ พยาบาล และบคุ คลอ่นื ๆ ท่ีไดร้ บั อนญุ าตใหบ้ นั ทึกในเวชระเบียนของ
ผปู้ ่วย หรือเพอ่ื จดั การเวชระเบียนของผปู้ ่วย
❑ 3. การทบทวนจะเนน้ ท่คี วามตรงตอ่ เวลา ความถกู ตอ้ ง ความครบถว้ น และความชดั เจนของเวชระเบยี น
❑ 4. เนอื้ หาเวชระเบยี นทก่ี าหนดโดยกฎหมายหรือขอ้ บงั คบั จะรวมอย่ใู นกระบวนการทบทวนเวชระเบียน
❑ 5. ผลลพั ธข์ องกระบวนการทบทวนจะรวมอย่ใู นกลไกการกากบั ดูแลคณุ ภาพของโรงพยาบาล
338
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
เทคโนโลยีสารสนเทศในการดแู ลสุขภาพ
มาตรฐาน MOI.11
ผนู้ าของโรงพยาบาลระบุบคุ คลท่ีมคี ณุ สมบัตเิ หมาะสมในการดแู ลระบบและกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสขุ ภาพของ
โรงพยาบาล
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.11
เทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสุขภาพสามารถปรบั ปรุงความปลอดภัยของผปู้ ่วยไดอ้ ย่างมีนัยสาคัญดว้ ยการทางานอัตโนมัติและ
คล่องตวั และทาใหก้ ารถ่ายโอนขอ้ มูลดา้ นสขุ ภาพของผปู้ ่วยเป็นไปอย่างราบรื่น และมีกลไกความปลอดภยั ที่ช่วยลดความเส่ียง
ของขอ้ ผดิ พลาด ตัวอย่างเช่น ขอ้ ผิดพลาดในการใชย้ าสามารถลดลงไดอ้ ยา่ งมากโดยใชก้ ลไกการส่งั จ่ายยา ดว้ ยคอมพิวเตอร์
และการใชบ้ ารโ์ คด้ สาหรบั การ บรหิ ารยา อย่างไรกต็ าม หากไม่ไดร้ บั การประเมินและทดสอบกอ่ นนาไปใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
ดา้ นสขุ ภาพอาจเพมิ่ ความเส่ียงใหก้ บั ผปู้ ่วย ได้
ทรพั ยากรท่ีสาคัญสาหรบั โรงพยาบาลคือการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพ
รวมถึง ระบบอิเล็กทรอนิกสส์ าหรบั การจดั บันทึกและแบง่ ปันขอ้ มูลผปู้ ่วย เชน่ เวชระเบยี นอเิ ล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ
ดา้ นสุขภาพยังรวมถึงวิธีการในการจดั เก็บ การจัดการ และการรกั ษาความปลอดภัยขอ้ มูลและสารสนเทศ การสื่อสารขอ้ มูล
ระหว่างผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพเพ่ือประสานงานการดูแลท่ีดีขึน้ และเชื่อมต่อกบั ระบบอ่ืนๆ เพื่อความสะดวกในการ
ดแู ล และ รกั ษาผปู้ ่วย
การนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศดา้ นสขุ ภาพท่ใี หม่และท่ีกาลงั พฒั นาไปปฏิบตั ิใหส้ าเรจ็ ได้ ตอ้ งไดร้ บั การสนบั สนนุ , ทรพั ยากร,
และทิศทางจากผนู้ าของโรงพยาบาล ผนู้ ากาหนดบุคคลที่มีคณุ สมบตั ิเหมาะสมเพ่อื ดแู ลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสขุ ภาพ
ในองคก์ ร บุคคลนีม้ ีคณุ สมบตั ติ ามการศึกษา การฝึกอบรม และ/หรอื ประสบการณท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกบั บทบาท และความรบั ผิดชอบ
อาจจะมีบุคคลหลายคนท่ีสนบั สนนุ บุคคลนีแ้ ละช่วยจัดการดา้ นต่างๆ ของโปรแกรมได้ ทง้ั นีข้ ึน้ อย่กู บั ขนาดและขอบเขต ของ
ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศของโรงพยาบาล (ดู GLD.9)
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงพยาบาลตอ้ งไดร้ บั การจดั การอย่างมีประสทิ ธิภาพและครอบคลมุ และมีการประสานงานกัน
บคุ คลที่ดแู ลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสขุ ภาพมคี วามรบั ผิดชอบอยา่ งนอ้ ยดงั ต่อไปน:ี้
a) แนะนาพนื้ ที่ อปุ กรณ์ เทคโนโลยี และทรพั ยากรอ่นื ๆ ใหก้ บั ผนู้ าโรงพยาบาล เพอื่ สนบั สนนุ ระบบเทคโนโลยีสาร
สนเทศในโรงพยาบาล
339
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
b) ประสานงานและดาเนินกิจกรรมการประเมินความเสี่ยงเพื่อประเมินความเส่ียงดา้ นความปลอดภยั ของขอ้ มูล, จัด
ลาดบั ความสาคญั ของความเส่ียง, และกาหนดประเดน็ การพฒั นา
c) ตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่าบุคลากรและบุคคลอื่นๆไดร้ บั การศึกษาและฝึกอบรมเก่ียวกบั ความปลอดภัยของขอ้ มูลและ
นโยบาย และ ขนั้ ตอน ท่ีเก่ียวขอ้ ง
d) กาหนดตวั ชวี้ ดั เพอื่ ประเมินวา่ ระบบตา่ งๆ เช่น ระบบเวชระเบียนอเิ ล็กทรอนกิ ส์ สามารถทางานและสง่ ผลต่อเจา้ หนา้
ท่ี และ ผปู้ ่วยอย่างไร
เทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสุขภาพถือเป็นการลงทุนครง้ั ใหญ่ของทรพั ยากรสาหรบั โรงพยาบาล ดว้ ยเหตนุ ี้ เทคโนโลยีจึง ตอ้ งมี
การปรบั อย่างรอบคอบกบั ความตอ้ งการและทรพั ยากรของโรงพยาบาลทัง้ ในปัจจุบนั และอนาคต (ดู GLD.7) อย่างไรก็ตาม
เทคโนโลยีใหม่อาจไม่สามารถทางานรว่ มกับเทคโนโลยีและกระบวนการที่มีอยู่เดิมของโรงพยาบาลไดด้ ี ระบบเทคโนโลยีใหม่
อาจไม่ครอบคลุมพืน้ ที่ ให้บริการทัง้ หมด (ตัวอย่างเช่น ห้องผ่าตดั หรือแผนกฉกุ เฉิน), หรืออาจไม่อนุญาตใหม้ ีการเช่ือมต่อ
กบั ระบบเดิมท่มี อี ยู่ ดงั นนั้ การวเิ คราะหก์ ระบวนการทางานก่อนการเลอื กและการนาเทคโนโลยีใหม่มาใช้ จะชว่ ยใหโ้ รงพยาบาล
ประเมินว่ากระบวนการและเทคโนโลยีที่มีอยสู่ ามารถเพิม่ ประสิทธิภาพ, เปล่ยี นแปลง, และใชง้ านดว้ ยเทคโนโลยีใหม่ไดอ้ ย่างไร
เทคโนโลยสี ารสนเทศไมไ่ ดท้ างานโดยอสิ ระ เทคโนโลยสี ารสนเทศดา้ นสขุ ภาพมีปฏิสมั พนั ธก์ บั กระบวนการภายในโรงพยาบาล,
องคก์ รอืน่ ๆ นอกโรงพยาบาล, ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ ภายในและภายนอก, ตลอดจนผปู้ ่วยและครอบครวั ดงั นนั้ การ
บูรณาการท่ีซบั ซ้อนในระดับนี้ตอ้ งอาศัยความร่วมมือจากผูม้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียหลัก ภายใต้การนาของบุคคลท่ีดูแลเทคโนโลยี
สารสนเทศดา้ นสุขภาพในโรงพยาบาล ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น บุคลากรทางคลินิกและnonclinic และหัวหนา้ แผนก/บริการ
มสี ่วนรว่ มในการวิเคราะห์กระบวนการทางาน, กระบวนการคดั เลือกเทคโนโลยี/ระบบใหม่, และการทดสอบ, การใชง้ าน, และ
การประเมนิ ผลเทคโนโลยี
การบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสขุ ภาพใหม่และท่ีมีอย่ทู ง้ั หมดหรือบางส่วนสามารถทาไดผ้ ่านบริการตามสัญญาจา้ ง
การวเิ คราะหก์ ระบวนการทางานในระดบั เดียวกนั , การประเมิน, การทดสอบ, และการประเมนิ เป็นส่ิงจาเป็นสาหรบั บรกิ ารของ
บริษทั ผใู้ หบ้ ริการตามสัญญาจา้ งและใหผ้ มู้ สี ่วนไดส้ ่วนเสยี เขา้ มามีส่วนรว่ มอยา่ งเหมาะสม การกากบั ดแู ลสญั ญาจา้ งจดั ทาโดย
บุคคลที่ดูแลเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพ (ดู GLD.6 และ GLD.6.1) เม่ือมีการนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้
โรงพยาบาลจะต้องระบุตัวชี้วัดและมีกระบวนการในการประเมินความสามารถในการใช้งาน(usability) และประสิทธิภาพ
(effectiveness) ของเทคโนโลยี การประเมินรวมถึงแต่ไม่จากัดเพียง การใช้เทคโนโลยีตามท่ีออกแบบและนาไปใชห้ รือไม่,
เทคโนโลยีผสานรวมกบั เทคโนโลยีที่มีอย่ไู ดด้ ีเพียงใด, ผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อการปรบั ปรุงความปลอดภยั ของผปู้ ่ วย,
ลดขอ้ ผิดพลาด, และเพิ่มประสิทธิภาพของโรงพยาบาล, และเทคโนโลยีท่ีอาจสง่ ผลกระทบต่อพนกั งาน (ตวั อย่างเช่น การเพิ่ม
ประสิทธิภาพ, การเพมิ่ ความกดดนั /ความเบอื่ หนา่ ย ตอ่ การทางาน เป็นตน้ )
340
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
องคป์ ระกอบท่วี ดั ไดข้ อง MOI.11
❑ 1. ผนู้ าของโรงพยาบาลเป็นผู้กาหนดทิศทาง การสนับสนุน และทรพั ยากรสาหรบั เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสขุ ภาพใน
โรงพยาบาล
❑ 2. ผนู้ าของโรงพยาบาลระบบุ ุคคลที่มคี ุณสมบตั ิเหมาะสมในการดแู ลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสขุ ภาพในโรงพยาบาล
โดยมคี วามรบั ผิดชอบอยา่ งนอ้ ย a) ถงึ d) ตามเจตจานงของมาตรฐาน
❑ 3. ผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย เช่น บุคลากรทางคลินิกและ nonclinic และหัวหนา้ แผนก/บรกิ าร เขา้ ร่วมในกระบวนการต่างๆ เช่น
การคัดเลือก การทดสอบ การนาไปใช้ และการประเมินผลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสุขภาพใหม่และท่ีกาลัง
พฒั นา
❑ 4. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นสุขภาพใหม่และท่ีกาลังพัฒนานั้นได้รบั การตรวจสอบและประเมินผลการใช้งาน ,
ประสิทธิภาพ, ผลลัพธ์ของพนักงาน, และความปลอดภัยของผูป้ ่ วย, และการพัฒนาจะถูกระบุและดาเนินการตาม
ผลลพั ธ์
มาตรฐาน MOI.12
เมอื่ ใชอ้ ปุ กรณเ์ คล่อื นท่ีในการสง่ ขอ้ ความ ส่งอีเมล หรือการสอ่ื สารขอ้ มลู ผปู้ ่วยและขอ้ มลู อน่ื ๆ โรงพยาบาลจะดาเนนิ การตาม
ขนั้ ตอน เพอ่ื ทาใหม้ ่นั ใจในคณุ ภาพของการดแู ลผปู้ ่วย และรกั ษาความปลอดภยั และความลบั ของขอ้ มลู ผปู้ ่วย P
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.12
เม่ือเทคโนโลยีพัฒนาขนึ้ ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพจานวนมากเร่ิมใชอ้ ปุ กรณเ์ คล่ือนที่เพ่ือส่ือสารขอ้ มลู และสารสนเทศ
ผปู้ ่วยผา่ นขอ้ ความและอเี มล เช่น ผลการตรวจวิกฤต, การโอนยา้ ยผปู้ ่วย, และบนั ทึกเก่ียวกับการดูแลผปู้ ่วย ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ น
การดแู ลสขุ ภาพอาจแลกเปล่ียนการสื่อสารกับผปู้ ระกอบวชิ าชพี รายอ่นื ทง้ั ในและนอกโรงพยาบาล หรอื อาจไดร้ บั ขอ้ ความ หรือ
อีเมลจากผู้ป่วย โรงพยาบาลอาจจัดหาอุปกรณ์เคล่ือนท่ีใหก้ ับผู้ปฏิบัติงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพของตน หรืออาจอนุญาตให้
ผปู้ ฏิบตั งิ านใชอ้ ปุ กรณส์ ่วนตวั ของตนได้ เมอ่ื มีการใชอ้ ปุ กรณ์เคลื่อนที่ โรงพยาบาลจาเป็นตอ้ งตรวจสอบใหแ้ นใ่ จว่าขอ้ มูล และ
สารสนเทศของผปู้ ่วยไดร้ บั การรกั ษาความปลอดภยั และเป็นความลบั (โปรดดู COP.2) ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลใชก้ ารควบ
คมุ การเขา้ ถึง ด้วยการรบั รองความถกู ตอ้ งของผใู้ ช้, นโยบายการใชร้ หัสผ่านท่ีปลอดภัย, ความสามารถในการปิดการใชง้ าน
จากระยะไกลหรอื ลบขอ้ มลู และสารสนเทศของผปู้ ่วยจากอปุ กรณม์ อื ถือหากสญู หายหรือถกู ขโมย, และรูปแบบอื่นๆ การควบคมุ
ความปลอดภยั เม่ือทางโรงพยาบาลจดั หาอปุ กรณเ์ คล่ือนทใ่ี หก้ ับเจา้ หนา้ ท่ีแลว้ จะมขี นั้ ตอนในการเรียกคนื อปุ กรณเ์ ม่อื บคุ ลากร
ไม่ไดป้ ฏบิ ตั ิงานหรอื เกี่ยวขอ้ งกบั โรงพยาบาลอกี ตอ่ ไป
แพลตฟอรม์ การส่งขอ้ ความท่ีใหม่กว่าอาจเสนอฟังกช์ ันการทางานเพ่ือแก้ไขขอ้ กงั วลก่อนหนา้ นีท้ ่ีเกี่ยวขอ้ งกับการส่งขอ้ ความ
และการรกั ษาความลบั , ความปลอดภยั ของขอ้ มูล, ความถกู ตอ้ ง, ความตรงต่อเวลา, การบนั ทึก, และความปลอดภยั ของผปู้ ่วย
341
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
เมื่อโรงพยาบาลอนุญาตใหส้ ่งขอ้ มลู ผปู้ ่วยท่ีเป็นความลับและเป็นส่วนตวั ผ่านการส่งข้อความ ( ตัวอย่างเช่น ตัวบ่งชีผ้ ู้ป่วย,
การวินิจฉัย, ประวตั ิ, ผลการตรวจวิเคราห,์ และขอ้ มูลท่ีเป็นความลับอื่นๆ) โรงพยาบาลจะทาใหแ้ น่ใจว่ามีการใชแ้ พลตฟอรม์
การส่งขอ้ ความที่ปลอดภยั และรวมถงึ ส่ิงต่อไปน:ี้
a) กระบวนการลงชื่อเขา้ ใชท้ ี่ปลอดภัยและเขา้ รหสั สาหรบั การรบั รองความถูกต้องของผูใ้ ช้ (กระบวนการลงชื่อเขา้ ใช้
ที่มกี าร ปอ้ งกนั ดว้ ยรหสั ผ่านและไมซ่ า้ กนั สาหรบั ผใู้ ชแ้ ตล่ ะราย)
b) กระบวนการเพ่ือให้แน่ใจว่ามีเพียงบุคคลท่ีได้รบั อนุญาตเท่านั้นที่อยู่ใน ไดเรกทอรีของแพลตฟอรม์ ของผู้ใช้
ทส่ี ามารถรบั ขอ้ ความได้
c) การส่งและตอบรบั การอ่านขอ้ ความ
d) ประทบั วนั ท่ีและเวลาสาหรบั ขอ้ ความ
e) กระบวนการในการปกปอ้ งและรกั ษาความปลอดภยั ขอ้ มูลผปู้ ่วยจากการเขา้ ถึงและการใชง้ านโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต
(ตัวอย่าง เช่น การออกจากระบบอัตโนมัติหลังจากไม่มีการใช้งานเป็นระยะเวลาหน่ึง, ความสามารถของ
โรงพยาบาล ในการปิดการใชง้ านอุปกรณ์มือถือจากระยะไกล หรอื ลบขอ้ มูลจากอปุ กรณห์ ากสญู หายหรือถกู ขโมย
เป็นตน้ )
นอกจากนี้ โรงพยาบาลไดก้ าหนดกระบวนการเพื่อให้แน่ใจว่าข้อความท่ีมีขอ้ มลู ผปู้ ่ วยไดร้ บั การบันทึกไวใ้ นเวชระเบียน เม่ือ
เนือ้ หาเก่ียวขอ้ งกบั การดแู ลผปู้ ่วย (โปรดดู MOI.8 และ MOI.8.1) ตวั อย่างเช่น ขอ้ ความท่ีแลกเปล่ียนกันระหว่างผปู้ ฏิบตั ิงาน
ดา้ นการดแู ลสขุ ภาพท่มี ีขอ้ มลู ที่ใชใ้ นการตดั สินใจเกี่ยวกบั การดแู ลผปู้ ่วยจะตอ้ งมีการบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบยี นของผปู้ ่วยนน้ั
อีเมลได้กลายเป็นส่วนหน่ึงของการส่ือสารตามปกติในการดูแลสุขภาพมากขึน้ มีข้อดีหลายประการในการส่ือสารทางอีเมล
อย่างไรก็ตาม อาจมีปัญหาเก่ียวกับการรกั ษาความปลอดภัย, การรกั ษาความลับ, และความทันเวลา, เช่น เม่ือใชอ้ ุปกรณ์
เคลื่อนท่ีหรือเมื่อผปู้ ่วยเร่ิมติดต่อผ่านอีเมลกับแพทย์ แพทยห์ รือโรงพยาบาลอาจมีระบบอีเมลที่ปลอดภัย แต่ผปู้ ่วยมกั จะไม่มี
นอกจากนี้ แพทยอ์ าจไม่เหน็ ประเด็นที่ตอ้ งการความรวดเร็วดา้ นเวลาที่สง่ มาทางอีเมล เช่น เรอื่ งเรง่ ด่วนดา้ นสขุ ภาพ ซงึ่ จะทาให้
สงิ่ ท่ีตอ้ งปฏบิ ตั ิในทนั ทีเกิดความลา่ ชา้ ออกไป วธิ ีหนงึ่ ในการรกั ษาความลบั และปอ้ งกนั ความล่าชา้ ในการดาเนนิ การเรง่ ดว่ น คือ
การจากัดการใชอ้ ีเมลในพืน้ ที่ที่เส่ยี งต่อการละเมดิ ความลบั หรือการตอบสนองท่ีล่าชา้ (ตัวอย่างเช่น ตารางนดั หมายและ การ
รายงานบันทกึ ทีบ่ า้ นเชน่ ความดนั โลหติ หรือ นา้ หนกั ตวั ท่เี พ่ิมขนึ้ จากผปู้ ่วยไตวายหรือภาวะหวั ใจลม้ เหลว) เชน่ เดยี วกบั ขอ้ ความ
โรงพยาบาลกาหนดข้ันตอนเพ่ือให้แน่ใจว่าข้อความอีเมลที่มีข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่ วยได้รับ
การบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วย
อกี วิธีหนงึ่ สาหรบั ผปู้ ่วยในการส่ือสารกบั ผปู้ ฏบิ ตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพคอื ผา่ นพอรท์ ลั ผปู้ ่วย พอรท์ ลั ผปู้ ่วยใหบ้ ริการต่างๆ
ท่สี ามารถทาไดท้ างออนไลนห์ รือผา่ นแอปบนอปุ กรณเ์ คลอ่ื นท่ี เชน่ การกรอกแบบฟอรม์ ลงทะเบยี น, การขอคาส่งั เตมิ ยา, การ
342
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
เขา้ ถงึ ผลการตรวจวิเคราะห,์ การทานดั หมายที่ไม่เรง่ ด่วน, การสง่ /รบั ขอ้ ความกบั แพทย,์ ดาวนโ์ หลดเอกสารการใหค้ วามรู,้
และการชาระเงนิ ทางอิเล็กทรอนกิ ส์
โรงพยาบาลท่ใี ชพ้ อรท์ ลั ผปู้ ่วยจะรบั รองการรกั ษาความลบั และความปลอดภยั ของขอ้ มลู ผปู้ ่วยทจ่ี ดั เก็บและแลกเปลี่ยนผา่ น
พอรท์ ลั การใชง้ านและการใชพ้ อรท์ ลั ผปู้ ่วยจาเป็นตอ้ งมีการเขา้ รหสั ขอ้ มลู /สารสนเทศของผปู้ ่วย; กระบวนการลงชอื่ เขา้ ใช้ ท่ี
ปลอดภยั ดว้ ยการใส่รหสั ผา่ นของผใู้ ช,้ การตรวจสอบตามรอยท่ีบนั ทกึ ตามกิจกรรมหลกั , และการแสดงความยนิ ยอมจากผปู้ ่วย
ใหเ้ ขา้ รว่ มในการใชพ้ อรท์ ลั ผปู้ ่วย (ดู MOI.2)
โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการเพอื่ ตดิ ตามคณุ ภาพของการสอื่ สารททด่ี าเนินการผา่ นทางขอ้ ความ อีเมล และพอรท์ ลั ผปู้ ่วย และ
ทาการพฒั นาเมอื่ จาเป็น โรงพยาบาลดแู ลใหผ้ ปู้ ่วยมคี วามเขา้ ใจอยา่ งเพียงพอเกยี่ วกบั ขอ้ มลู และสารสนเทศทไ่ี ดร้ บั ผา่ นขอ้
ความ อเี มล และพอรท์ ลั ผปู้ ่วย และสนบั สนนุ ใหผ้ ปู้ ่วยติดต่อผใู้ หบ้ ริการดแู ลสขุ ภาพเพ่อื สอบถามขอ้ สงสยั โรงพยาบาลรวบรวม
ขอ้ มลู เพ่อื ตดิ ตามกระบวนการชีแ้ จงคาถามที่เกดิ ขนึ้ จากขอ้ ความท่ไี ดร้ บั ทางขอ้ ความ อเี มล และพอรท์ ลั ผปู้ ่วย ตัวอยา่ งเชน่
โรงพยาบาลอาจรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั ความถ่ที เี่ จา้ หนา้ ที่จาเป็นตอ้ งชแี้ จงขอ้ มลู ผปู้ ่วยที่ไดร้ บั ขอ้ ความและขั้นตอนการขอคา
ชแี้ จง
องคป์ ระกอบที่วดั ได้ของ MOI.12
❑ 1. เมือ่ โรงพยาบาลอนญุ าตใหส้ ง่ ขอ้ มลู และสารสนเทศผปู้ ่วยผ่านการส่งขอ้ ความ โรงพยาบาลตอ้ งแนใ่ จ ว่ากระบวนการนนั้
ผ่านแพลตฟอรม์ การสง่ ขอ้ ความทป่ี ลอดภยั และปฏิบตั ิตาม a) ถงึ e) ในเจตจานงของมาตรฐาน
❑ 2. เมื่อใชอ้ ปุ กรณเ์ คลอื่ นทใ่ี นการสือ่ สารขอ้ มลู และสารสนเทศผปู้ ่วย โรงพยาบาลจะใชแ้ นวทางและกระบวนการเพ่ือปกปอ้ ง
และรกั ษาความปลอดภยั ขอ้ มลู ผปู้ ่วย
❑ 3. โรงพยาบาลกาหนดกระบวนการเพ่อื ใหแ้ น่ใจวา่ ขอ้ ความและอีเมลบนอปุ กรณม์ ือถอื ท่มี ีขอ้ มลู และสารสนเทศเก่ยี วกบั
การดแู ลผปู้ ่วยไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบยี นของผปู้ ่วย
❑ 4. เมอ่ื โรงพยาบาลใชพ้ อรท์ ลั ผปู้ ่วยหรือสื่อสารกบั ผปู้ ่วยผา่ นขอ้ ความหรอื อเี มล โรงพยาบาลตอ้ งไดร้ บั ความยนิ ยอมจาก
ผปู้ ่วย ใหเ้ ขา้ รว่ มในพอรท์ ลั และ/หรอื รบั ขอ้ ความหรอื อีเมลก่อน
❑ 5. เมื่อโรงพยาบาลอนญุ าตใหม้ ีการสือ่ สารขอ้ มลู ผปู้ ่วยผ่านทางขอ้ ความ อีเมล และพอรท์ ลั ผปู้ ่วย โรงพยาบาลมี
กระบวนการเพ่ือใหแ้ น่ใจว่า คาถามทีเ่ กิดขนึ้ เกี่ยวกบั การแลกเปลยี่ นขอ้ มลู จะไดร้ บั การจดั การในเวลาท่ีเหมาะสม
และตดิ ตาม การปรบั ปรุงท่ีจาเป็น ส่กู ระบวนการสือ่ สาร
มาตรฐาน MOI.13
โรงพยาบาลจดั ทา, ธารงรกั ษา และทดสอบโปรแกรมสาหรบั การตอบสนองตอ่ การหยดุ ทางานของระบบขอ้ มูล ทีว่ างแผนไวแ้ ละ
ไมไ่ ดว้ างแผนไว้ (planned and unplanned downtime) P
343
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน MOI.13
ไม่ว่าโรงพยาบาลจะใชเ้ วชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) หรือไม่ก็ตาม รูปแบบของเทคโนโลยีสารสนเทศยังคงมีอย่ใู นโรง
พยาบาลเป็นส่วนใหญ่หรือไม่ เทคโนโลยสี ารสนเทศสามารถพบไดใ้ นการถ่ายภาพดิจิทลั , การตรวจวิเคราะหท์ างหอ้ งปฏบิ ตั ิการ
และการรายงานผล, ระบบการส่ือสาร, ระบบสนับสนนุ ของแผนกเภสัชกรรม, และอ่ืนๆ ระบบขอ้ มลู เป็นส่วนสาคญั ในการใหก้ าร
ดแู ลผปู้ ่วยท่ีปลอดภยั และมีคณุ ภาพสงู
การหยดุ ชะงักและความลม้ เหลวของระบบขอ้ มูลเป็นเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การหยุดชะงกั เหล่านี้ ซึ่งมกั เรยี กว่าการหยดุ
ทางาน (downtime) มีทั้งแบบการวางแผนและไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า การหยดุ ทางานแบบที่วางแผนไว้ล่วงหนา้ (planned
downtime) มีไวเ้ พ่ือวตั ถุประสงคใ์ นการดาเนินการบารุงรกั ษา, ซ่อมแซม, อัปเกรด, และการเปล่ียนแปลงอ่ืนๆของระบบ การ
หยดุ ทางานโดยไม่ไดว้ างแผน (unplanned downtime) เกิดขึน้ อันเป็นผลมาจากความล้มเหลวของระบบไฟฟ้าหรืออปุ กรณ์,
ความล้มเหลวของระบบทาความรอ้ น/ความเย็น, ภัยธรรมชาติ, ความผิดพลาดของมนุษย์, และการหยุดชะงักของบริการ
อินเทอรเ์ น็ตหรอื อนิ ทราเน็ต, รวมถึงการหยุดชะงักอ่ืนๆ การหยดุ ทางานโดยไม่ไดว้ างแผนอาจส่งผลใหร้ ะบบขอ้ มลู ลม้ เหลว เช่น
การสญู หายของขอ้ มลู , ความลม้ เหลวของฮารด์ แวร,์ และขอ้ มูลเสียหาย ซึ่งโรงพยาบาลอาจตกอย่ใู นอันตรายจากการสญู เสีย
ขอ้ มลู อย่างถาวร หากไมม่ ีระบบในการคดั ลอกและจดั เก็บขอ้ มลู
การหยดุ ทางาน (downtime) ทงั้ แบบวางแผนไวห้ รือไม่ไดว้ างแผนไวล้ ่วงหนา้ สามารถส่งผลกระทบต่อทง้ั ระบบ หรืออาจส่งผล
กระทบเพียง แอปพลิเคชันเดียว โรงพยาบาลต้องเตรียมแผนกและบริการทั้งหมดดว้ ยการฝึกอบรมเฉพาะสาหรบั วิธีและการ
ปฏิบตั ิพ่ือจดั การกับการหยุดทางานในพืน้ ที่เฉพาะของตน (ดู FMS.11 เพิ่มเติม) ตัวอย่างเช่น วิธีการจดั การการหยุดทางาน
ของแผนกฉกุ เฉินอาจแตกตา่ งจากกระบวนการในแผนกภาพวินจิ ฉัยทางรงั สี หรือหอ้ งยา
การสื่อสารเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ของกลยทุ ธ์ความต่อเนื่องในช่วงที่มีการหยดุ ทางาน (downtime) การแจง้ พนักงานเก่ียวกบั
การหยุดทางานตามแผน (planned downtime) ช่วยใหพ้ วกเขาสามารถเตรียมการที่จาเป็นเพ่ือใหแ้ น่ใจว่าธุรกิจ จะดาเนิน
ต่อไป อย่างปลอดภยั และมปี ระสทิ ธิภาพ การสอื่ สารกอ่ นการหยดุ ทางานตามแผนควรมขี อ้ มลู อยา่ งนอ้ ยดงั ต่อไปน:ี้
• ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรอื แอพพลเิ คช่นั ทจ่ี ะหยดุ ทางาน และหน่วยงาน/พนื้ ท่ใี หบ้ ริการที่จะไดร้ บั ผลกระทบ
• เวลาท่ีการหยดุ ทางานจะเร่ิมตน้ และช่วงระยะเวลาทีค่ าดว่าระบบหรอื แอปพลิเคชนั จะไม่พรอ้ มใชง้ าน
• สาเหตขุ องการหยดุ ทางานและการเปลีย่ นแปลงท่ีคาดหวงั หลงั จากการหยดุ ทางานตามแผน เสร็จสนิ้ ; ตัวอย่างเช่น :
o การบารุงรกั ษาตามปกติ—ไมค่ าดวา่ จะมกี ารเปลย่ี นแปลง
o การปรบั ปรุงระบบ
เมือ่ เกิดการหยดุ ทางานโดยไมไ่ ดว้ างแผน พนกั งานจะตอ้ งไดร้ บั แจง้ ทนั ทเี มือ่ เกดิ เหตกุ ารณ์ ลกั ษณะของการ ส่ือสารขอ้ มลู กบั
พนกั งาน จะขนึ้ อย่กู บั ระบบท่ขี ดั ขอ้ ง ตวั อยา่ งเช่น หากเครือข่ายของโรงพยาบาลล่ม อาจจาเป็นตอ้ งสอื่ สารกบั เจา้ หนา้ ทท่ี าง
344
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
โทรศพั ท์ ควรมีการพฒั นากลยทุ ธก์ ารสอ่ื สารทห่ี ลากหลาย เพอ่ื จดั การกบั ระบบต่างๆ ท่ีอาจไดร้ บั ผลกระทบ นอกจากกลยทุ ธ์
การสอ่ื สารภายในแลว้ อาจจาเป็นตอ้ งพฒั นากลยทุ ธส์ าหรบั การส่อื สารภายนอกดว้ ย ตวั อย่างเชน่ หากโรงพยาบาลมกี ารเชอื่ ม
ต่อกบั แอปพลเิ คชนั ภายนอก/บรกิ ารตรวจวิเคราะหห์ รือบรกิ ารรงั สีวิทยาตามสญั ญาจา้ ง และไม่สามารถใชง้ านไดเ้ น่อื งจาก
การหยดุ ทางาน ดงั นนั้ จึงจาเป็นตอ้ งมกี ระบวนการเพือ่ ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธใ์ นชว่ งทห่ี ยดุ ทางาน และแผนรายงานผลลพั ธผ์ ่านระบบ
เชื่อมตอ่ เม่ือการหยดุ ทางานสนิ้ สดุ ลง
คณุ ภาพและความปลอดภยั ในการดแู ลผปู้ ่วยขนึ้ อย่กู บั ความสามารถของโรงพยาบาลในการใหบ้ รกิ ารดแู ลผปู้ ่วยในชว่ งท่ีระบบ
หยดุ ทางาน ทง้ั ทว่ี างแผนไวแ้ ละไม่ไดว้ างแผนไว้ โรงพยาบาลตอ้ งพฒั นากลยทุ ธแ์ ละมาตรการดูแลผปู้ ่วยอย่างต่อเนือ่ ง ในชว่ งท่ี
ระบบขอ้ มลู หยดุ ชะงกั แนวทางหนงึ่ ในการจดั การ เม่ือเกดิ การหยดุ ทางานอาจรวมถึง การมชี ดุ ของแบบฟอรม์ หรอื แฟ้มชนดิ
เอกสารไวใ้ ชเ้ มื่อเกิดการหยดุ ทางาน เพอื่ ใหด้ าเนินการดแู ลต่อไป ถา้ การหยุดทางานโดยไมไ่ ดว้ างแผนเกนิ ขีดจากดั เวลาท่ีแน่
นอน (โดยท่วั ไปมากกว่า 30 นาท)ี อกี วธิ ีหนึ่งอาจเป็นการจดั ใหม้ เี คร่อื งคอมพวิ เตอรท์ ใี่ ชใ้ นช่วงระบบหยดุ ทางานทีอ่ นญุ าต
ใหเ้ ขา้ ถึงขอ้ มูลผปู้ ่วย แบบอ่านไดอ้ ย่างเดียว (read-only)
หลงั จากการหยดุ ทางาน การดแู ลผปู้ ่วยและบริการทม่ี ีใหใ้ นช่วงการหยดุ ทางานอาจตอ้ งป้อนขอ้ มลู เขา้ ดว้ ยตนเอง ผา่ นระบบ
การจดั การ/การสแกนเอกสาร หรอื ผ่านการคดั ลอกจากเอกสาร เป็น ไฟล์ soft copy ระหว่างทไี่ ม่มีการใชง้ าน องคก์ รจาเป็น
ตอ้ งกาหนดว่าขอ้ มลู ใดบา้ งท่ีตอ้ งป้อนใหม่ในรูปแบบท่ีตอ้ งระมดั ระวงั (ตวั อย่างเชน่ ยาทงั้ หมดที่ส่งั ในช่วงทร่ี ะบบหยดุ ทางาน,
คาส่งั ที่เลือก, อาการแพ,้ รายการปัญหา (problem list), และอืน่ ๆ), ขอ้ มลู ใดทอ่ี าจจาเป็นตอ้ งสแกน, และขอ้ มลู ใด อาจตอ้ ง
คดั ลอกจากรูปแบบเอกสารไปเป็นรูปแบบ soft copy เพ่ือใหม้ ่นั ใจถงึ การรกั ษาความลับและความปลอดภยั ของขอ้ มลู องคก์ ร
ควรมีกระบวนการบนั ทึก สาหรบั การจดั การเอกสารท่ีเป็นกระดาษใดๆ ท่ใี ชใ้ นชว่ งเวลาหยดุ ทางาน (โปรดดู MOI.8 และ
MOI.8.1)
กลวธิ ีในการฟื้นฟูหลงั ภาวะการหยดุ ทางานรวมถึง การกคู้ ืนระบบจากภยั พบิ ตั ิและระบบคขู่ นาน(failover)เพื่อการสารองขอ้ มลู
การกคู้ นื และการบารุงรกั ษาระบบขอ้ มลู โดยท่วั ไปแลว้ ระบบการกคู้ ืนขอ้ มูลเมื่อเกิดภยั พิบัติจะอยทู่ ี่สถานท่หี ่างออกไปเพื่อกู้
คืนขอ้ มลู ท่ี อาจเสยี หายหรอื ถกู ลบโดยไม่ไดต้ งั้ ใจ ระบบเหลา่ นไี้ ดร้ บั การสารองขอ้ มลู เป็นระยะทกุ คนื ตามปกตดิ สว่ นระบบ
เฟลโอเวอรช์ ว่ ยลดการหยดุ ชะงกั ในการดแู ลผปู้ ่วยและการสญู หายของขอ้ มลู ระบบเฟลโอเวอรม์ กั จะอย่ใู นสถานท่ีและจะทาการ
เปลี่ยนระบบทนั ทีภายในไมก่ ว่ี นิ าทหี รอื ไม่ก่ีนาทที รี่ ะบบหลกั ไม่สามารถใชง้ านไดเ้ น่ืองจากการหยดุ ทางานทวี่ างแผนไว้ หรือไม่
ไดว้ างแผนไว้ มเี ครอื่ งมือมากมายใหใ้ ชส้ าหรบั การสารองขอ้ มลู ในโรงพยาบาลทใี่ ชร้ ะบบคลาวดเ์ พอ่ื การสารองขอ้ มลู ผจู้ า
หน่าย ระบบบนคลาวดจ์ าเป็นตอ้ งมรี ะบบสารองขอ้ มลู ทเ่ี พียงพอเพอื่ ลดการหยุดชะงกั ในการดูแล, ป้องกนั การสญู เสยี ขอ้ มลู ,
และรกั ษาความสมบรู ณข์ องขอ้ มลู (โปรดดู MOI.2) โซลชู นั การสารองขอ้ มลู ท่เี หมาะสมท่ีสุดสาหรบั โรงพยาบาลแตล่ ะแหง่ ขนึ้
อย่กู บั หลายปัจจยั รวมถงึ ปรมิ าณขอ้ มลู ทีต่ อ้ งการสารอง, ความเร็วในการสารองขอ้ มลู และกคู้ นื ขอ้ มลู , ตาแหน่งของระบบกคู้ นื ,
คา่ ใชจ้ ่าย, และปัจจยั อนื่ ๆ .
345
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
โรงพยาบาลส่วนใหญ่ทดสอบแผนการกู้คืนขอ้ มูลอย่างน้อยปีละครง้ั อย่างไรก็ตาม การสารองขอ้ มูลอย่างง่ายควรไดร้ บั การ
ทดสอบอย่างนอ้ ยไตรมาสละครง้ั และเม่ือมีการเปลี่ยนแปลงฮารด์ แวรห์ รือซอฟตแ์ วรท์ ่ีสาคญั ในระบบสารองขอ้ มูล สิ่งสาคัญ
อยา่ งยิ่งคือตอ้ งทาการทดสอบหลงั จากการอัปเกรด เพ่ือใหแ้ นใ่ จว่าการอปั เกรดทางานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งกบั ส่วนท่ีเหลอื ของระบบ
โรงพยาบาลวางแผนรบั มือการหยดุ ชะงักโดยการฝึกอบรมเจา้ หนา้ ท่ีเกี่ยวกับข้ันตอนที่เป็นทางเลือกในการปฏิบัติ, ทดสอบ
โปรแกรมการจัดการเหตฉุ กุ เฉินของโรงพยาบาลท่ีดาเนนิ การสารองขอ้ มลู ตามกาหนดเวลาอยา่ งสมา่ เสมอ, และทดสอบขนั้ ตอน
การกู้คืนขอ้ มูล ไม่ว่าองคก์ รจะใชร้ ะบบกระดาษหรือระบบอิเล็กทรอนิกสก์ ็ตาม ควรมีการวางแผนเพ่ือจดั การกบั กระบวนการ
เพ่ือความต่อเน่ืองของขอ้ มลู รวมถงึ ขอ้ มลู ฐานความรู้ โรงพยาบาลทวี่ างแผนจะรกั ษาการเขา้ ถึงระบบขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนิกสโ์ ดยใช้
กระบวนการสารองและกคู้ นื ขอ้ มลู ต่างๆ มกั จะมีความต่อเนื่องของการดแู ลผปู้ ่วยอยา่ งราบรื่น และการสญู เสยี ขอ้ มลู นอ้ ยที่สดุ
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ MOI.13
❑ 1. โรงพยาบาลจดั ทาและธารงรกั ษา และทดสอบโปรแกรมสาหรบั การตอบสนองต่อการหยุดทางานของระบบขอ้ มูลที่
วางแผนไวแ้ ละไมไ่ ดว้ างแผนไว้ อย่างนอ้ ยทกุ ปี
❑ 2. โรงพยาบาลระบุผลกระทบท่ีเป็นไปไดท้ ่ีระบบขอ้ มูลตอ้ งหยดุ ทางานทงั้ แบบวางแผนไวแ้ ละไม่ไดว้ างแผนไวใ้ นทุกดา้ น
ของการดแู ลและบรกิ าร
❑ 3. โปรแกรมรวมถึงกลยุทธค์ วามต่อเนื่องสาหรบั การจัดการดแู ลผู้ป่วยและบริการคุณภาพสูงท่ีปลอดภยั อย่างต่อเน่ืองใน
ระหว่างการหยุดทางานของระบบข้อมูลทง้ั ท่ีวางแผนไวแ้ ละไม่ไดว้ างแผนไว้ ซึ่งรวมถึงบริการที่จดั โดยผใู้ หบ้ ริการจาก
ภายนอก
❑ 4. โปรแกรมระบุกลยทุ ธก์ ารสื่อสารภายในและหากทาได้กร็ ะบกุ ลยทุ ธ์การส่ือสารภายนอก สาหรบั กรณีเกิดการหยดุ ทางาน
ตามแผนและแบบไมไ่ ดว้ างแผน
❑ 5. โรงพยาบาลกาหนดและใชก้ ลยทุ ธ์การกู้คืนเมอื่ เกิดการหยดุ ทางานและกระบวนการสารองขอ้ มลู อย่างต่อเนื่อง เพ่ือกคู้ ืน
และรกั ษาขอ้ มลู และทาใหม้ ่นั ใจในความสมบรู ณข์ องขอ้ มลู และรกั ษาความลบั และความปลอดภยั ของขอ้ มลู ผปู้ ่วย
❑ 6. บคุ ลากรไดร้ บั การฝึกอบรมเกี่ยวกบั กลยทุ ธแ์ ละกลวธิ ีที่ใชส้ าหรบั กรณีเกดิ การหยดุ ทางานของระบบขอ้ มลู ทงั้ ท่ีวางแผนไว้
และไม่ไดว้ างแผนไว้
346
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)