หมายเหต:ุ มาตรฐานบางอย่างกาหนดใหโ้ รงพยาบาลตอ้ งมนี โยบาย ขนั้ ตอนปฏบิ ตั ิงาน โปรแกรม หรอื เอกสารทเ่ี ป็น
ลายลกั ษณอ์ กั ษรอน่ื ๆ สาหรบั กระบวนการเฉพาะ มาตรฐานเหล่านนั้ ระบุดว้ ย อกั ษร P หลงั ขอ้ ความมาตรฐาน
มาตรฐาน, เจตจานงของมาตรฐานและองคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้
ผ้นู าและการวางแผน
มาตรฐาน FMS.1 โรงพยาบาลตอ้ งปฏิบตั ิตามกฎหมาย กฏระเบียบ ขอ้ บงั คบั ดา้ นอาคารและความปลอดภยั จากอคั คีภยั
และขอ้ กาหนดในการตรวจสอบอาคาร
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.1
กฎหมาย ระเบียบขอ้ บงั คับ และการตรวจสอบโดยหน่วยงานระดบั ชาติและระดบั ทอ้ งถิน่ เป็นสว่ นใหญ่ทใี่ ชก้ าหนดเป็นว่า การ
ออกแบบ, การใช้ และบารุงรกั ษาสถานท่ีนั้นอย่างไร โรงพยาบาลทุกแห่งไม่ว่าจะมีขนาดและทรพั ยากรแบบใดก็จะตอ้ ง ปฏิบตั ิ
ตามขอ้ กาหนดเหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนง่ึ ของความรบั ผิดชอบท่ีมีต่อผปู้ ่วย ครอบครวั เจา้ หนา้ ที่ และผมู้ าเยี่ยม ขอ้ กาหนดดงั กล่าว
อาจจะแตกต่างกนั ไปขนึ้ อยกู่ บั อายแุ ละสถานที่ตง้ั และปัจจยั อ่ืนๆ ตัวอยา่ งเช่น ขอ้ บงั คบั ดา้ นการก่อสรา้ ง อาคาร และขอ้ บงั คับ
ดา้ นความปลอดภยั จากอัคคีภัย เช่น ระบบสปริงเกอร์ ส่วนใหญ่จะใชก้ บั การก่อสรา้ งใหม่เท่าน้ัน โรงพยาบาลเริม่ ตน้ ดว้ ยการ
ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั
โรงพยาบาลบางแห่งต้งั อย่ภู ายในอาคารอเนกประสงคข์ นาดใหญ่ เช่น อาคารสานักงานสงู และหา้ งสรรพสินคา้ และอาจ เป็น
สัญญาเช่าหรือเช่าพืน้ ที่สาหรบั ดแู ล บาบดั และบริการ ในสถานการณ์เหล่านี้ ผนู้ าโรงพยาบาลจาเป็นตอ้ งส่ือสารกับเจา้ ของ
ทรพั ยส์ นิ เพอื่ ใหแ้ น่ใจว่าอาคารนัน้ สอดคลอ้ งกับกฎหมาย ขอ้ บงั คบั ประมวลกฎหมาย และขอ้ กาหนดอน่ื ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง นอกจาก
นี้ ผนู้ าโรงพยาบาลจะส่ือสารและร่วมมือกบั เจา้ ของทรพั ยส์ ินเก่ียวกบั ระบบอาคารที่ใชร้ ว่ มกันและปัญหาทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กับอาคาร
ทไ่ี ม่อย่ภู ายใตก้ ารควบคมุ ของโรงพยาบาล สิ่งสาคัญคือตอ้ งเขา้ ใจความคาดหวังและชดั เจนว่าใครเป็นผรู้ บั ผิดชอบในการบารุง
รกั ษาระบบเหล่านี้ ระบบและอาคารที่ใชร้ ว่ มกนั อาจรวมถึงการรกั ษาความปลอดภยั ความปลอดภยั จากอคั คภี ยั (ตัวอย่างเช่น
สญั ญาณเตือนไฟไหม้ ระบบดับเพลิง) ทางออกฉกุ เฉิน การบารุงรกั ษาระบบสาธารณูปโภค(ตัวอย่างเช่น การระบายอากาศ
คณุ ภาพนา้ ) และประเดน็ อ่ืนๆของอาคาร เป็นสิ่งสาคญั สาหรบั ผบู้ รหิ ารโรงพยาบาลที่จะตอ้ งเขา้ ถงึ เอกสาร ทีจ่ ดั การโดยเจา้ ของ
ทรพั ยส์ ิน เช่น บนั ทึกการบารุงรกั ษาและรายงานการตรวจสอบทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั อาคารสถานท่ีของโรงพยาบาล
ผนู้ าของโรงพยาบาลและการจดั การอาคารสถานที่ของโรงพยาบาลและโครงสรา้ งความปลอดภยั มีหนา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบ
250
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
• รูก้ ฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ข้อบังคับด้านอาคารและความปลอดภัยจากอัคคีภัย และข้อกาหนดอื่นใด เช่น
ใบอนญุ าต(ถาวร)และใบอนญุ าต(ช่วั คราว) ท่ีใชก้ บั อาคารสถานทขี่ องโรงพยาบาล
• การดาเนินการตามขอ้ กาหนดท่ีบงั คบั ใชห้ รอื ขอ้ กาหนดทางเลือกทไี่ ดร้ บั อนมุ ตั ิ;
• รกั ษาและบันทึกการปฏิบตั ิตามกฎหมาย กฎระเบียบ ขอ้ บังคับดา้ นอาคารสถานท่ีและความปลอดภัยจากอัคคีภัย
รายงาน การตรวจสอบ และขอ้ กาหนดอ่ืนๆ ของอาคารสถานท่ี และ
• การวางแผนและงบประมาณสาหรับการเปลี่ยนหรืออัพเกรดอาคารสถานท่ีส่ิงอานวยความสะดวก ระบบ
และอุปกรณ์ที่จาเป็ น เพ่ือให้เป็ นไปตามข้อกาหนดท่ีเก่ียวข้อง หรือตามที่ระบุ ได้จากการติดตามข้อมูล
หรือเพ่ือใหเ้ ป็นไปตามขอ้ กาหนดทเี่ กี่ยวขอ้ ง และแสดงหลกั ฐานความคบื หนา้ ในการดาเนนิ การปรบั ปรุง (ดู GLD.1.1
และ GLD.2)
เมอ่ื โรงพยาบาลถกู ระบุว่าไมเ่ ป็นไปตามขอ้ กาหนด ผนู้ าของโรงพยาบาลจะรบั ผิดชอบในการวางแผนและปฏิบตั ิ ตามขอ้ กาหนด
และในกรอบเวลาท่กี าหนด
โรงพยาบาลบนั ทึก กฎหมาย กฏระเบียน ขอ้ บังคับดา้ นความปลอดภัยจากอคั คีภยั และบันทึกการดาเนินการแก้ไข ใดๆ เพ่อื จัด
การกบั การรายงานการตรวจสอบอาคารสถานท่จี ากภายนอกและรายงานโดยกรอก "ใบงานกฎหมายและขอ้ บงั คับ"(Laws and
Regulations Worksheet” และ "ใบงานคาแนะนาจากหน่วยงานตรวจสอบภายนอก" (External Auditing Body
Recommendation Worksheet” ในค่มู อื Joint Commission International Hospital Survey Process Guide หรือใหข้ อ้ มูล
เดยี วกนั ในรูปแบบหรือเอกสารอื่น
องคป์ ระกอบทวี่ ดั ไดข้ อง FMS.1
❑ 1. ผนู้ าของโรงพยาบาลและโครงสรา้ งการจดั การอาคารสถานที่และความปลอดภัย (the facility management and safety
structure) เขา้ ใจและดาเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับด้านอาคารและความปลอดภัยจากอัคคีภัย และข้อ
กาหนดอื่นๆ ที่บงั คบั ใชก้ บั อาคารสถานท่ีของ โรงพยาบาล
❑ 2. ผบู้ รหิ ารโรงพยาบาลและ โครงสรา้ งการจดั การอาคารสถานท่ีและความปลอดภยั (the facility management and safety
structure) บนั ทึกการดาเนินการแกไ้ ขเพ่อื ใหเ้ ป็น ไปตามเงือ่ นไขจากรายงานการตรวจสอบอาคารจากภายนอกซึ่ง
ดาเนินการโดยหน่วยงานระดบั ชาติและระดบั ทอ้ งถ่นิ
❑ 3. ผนู้ าของโรงพยาบาลเตรยี มแผนและงบประมาณสาหรบั การทดแทนหรอื อพั เกรดอาคารสถานที่ ระบบ และอปุ กรณท์ ่ี
จาเป็นเพ่อื ใหเ้ ป็นไปตามขอ้ กาหนดท่บี งั คับใช้ และเพ่อื การดาเนนิ งานของอาคารสถานทที่ ป่ี ลอดภยั ม่นั คง และมี
ประสทิ ธิภาพ อยา่ งตอ่ เน่ือง
251
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
❑4. ผนู้ าของโรงพยาบาลอนมุ ตั ิและจดั สรรทรพั ยากรงบประมาณหรอื ใชก้ ลยุทธ์ท่ีเป็นทางเลือกเพื่อลดความเส่ียงจนกว่าจะ
สามารถจดั สรรทรพั ยากรได้
❑ 5. เมื่อโรงพยาบาลตงั้ อยใู่ นอาคารอเนกประสงค์ ผนู้ าของโรงพยาบาลจะไดร้ บั หลกั ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย ขอ้ บังคับ
ประมวลกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เก่ียวข้อง, รายงานการตรวจสอบอาคาร, ข้อกาหนดในการบารุงรักษา
สาธารณูปโภค และ ขอ้ กาหนดอน่ื ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั ระบบและอาคารที่ใชร้ ว่ มกนั
มาตรฐาน FMS.2
บุคคลที่มีคณุ สมบตั ิเหมาะสมจะกากับดูแลการจัดการอาคารสถานท่ีและความปลอดภัย (the facility management and safety
structure) เพอ่ื ลดและควบคมุ ความเสย่ี งในสิ่งแวดลอ้ มการดแู ล
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.2
โรงพยาบาลทางานเพ่ือจดั หาอาคารสถานทแ่ี ละสิ่งอานวยความสะดวกท่ีปลอดภยั ใชง้ านได้ และเพอ่ื สนบั สนนุ ผปู้ ่วย ครอบครวั
เจา้ หนา้ ที่ และผมู้ าเย่ยี มเยือน เพ่อื ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายนี้ สิง่ อานวยความสะดวกทางกายภาพ, อปุ กรณ,์ เคร่อื งมือแพทย,์ และคน
จะตอ้ งไดร้ บั การจดั การอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ผบู้ ริหารตอ้ งพยายาม
• ลดและควบคมุ อนั ตรายและ ความเสีย่ ง;
• ป้องกนั อบุ ตั เิ หตแุ ละการบาดเจ็บ; และ
• รักษาสภาพท่ีปลอดภัย การจดั การท่ีมีประสิทธิภาพ ไดแ้ ก่ การวางแผนสหสาขาวิชาชีพ การศึกษา และการเฝ้า
ติดตาม ดงั นี้
• ผบู้ ริหารโรงพยาบาลวางแผนพนื้ ท่ี อปุ กรณท์ างการแพทย์ เทคโนโลยี และทรพั ยากรท่ีจาเป็นในการสนบั สนุนบริการ
ทางคลินกิ และท่ีไม่ใช่ทางคลินิกอยา่ งปลอดภยั และมปี ระสิทธิภาพ
• บุคลากรทกุ คนไดร้ บั การศกึ ษาเกี่ยวกบั สถานประกอบการ วิธีลดความเสยี่ ง และวิธีติดตามและรายงานสถานการณ์
ท่อี าจกอ่ ใหเ้ กิดความเส่ยี ง
• เกณฑป์ ระสทิ ธิภาพใชใ้ นการประเมินระบบทีส่ าคญั และเพอื่ ระบุการปรบั ปรุงทีจ่ าเป็น
ผนู้ าของโรงพยาบาลระบุบุคคลท่มี คี ุณสมบตั ิเหมาะสมตามการฝึกอบรมและประสบการณเ์ พื่อกากับดแู ลจดั การดา้ นโครงสรา้ ง
และความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงประสานและจัดการการประเมินความเส่ียงและกิจกรรมลดความเสี่ยงดา้ นสภาพแวดลอ้ มทาง
กายภาพ (โปรดดู GLD.9) การฝึกอบรมและประสบการณ์อาจรวมถึงแต่ไม่จากดั เพียง การบริหารความเสี่ยง การจดั การดา้ น
โครงสรา้ ง และการดาเนินงานของโรงพยาบาล บุคคลที่กากับดูแลโครงสรา้ งนีอ้ าจเป็นสมาชิกของผนู้ า, ผนู้ าท่ีรบั ผิดชอบ
โปรแกรมการจดั การโครงสรา้ งอาคารสถานท่ีและความปลอดภยั โปรแกรมใดโปรแกรมหนึง่ หรอื หลายโปรแกรม หรือเป็นบคุ คล
252
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
ท่ีไดร้ บั มอบหมาย โปรแกรมการจดั การอาคารสถานที่และความปลอดภัยท้ังหมดจะรายงานต่อบุคคลนี้ ซ่ึงมีหนา้ ที่รบั ผิดชอบ
ในการบูรณาการและประสานกิจกรรมและการทางานของการจดั การดา้ นอาคารสถานที่และความปลอดภัยโดยรวม สาหรบั
ในโรงพยาบาลขนาดเล็ก บุคคลหน่ึงอาจไดร้ บั มอบหมายการทางานแบบบางเวลา (part-time) เพ่ือดแู ล ในโรงพยาบาลขนาด
ใหญ่ วิศวกรหลายคนหรือบุคคลท่ีไดร้ บั การฝึกอบรมมาเป็นพิเศษอาจได้รบั มอบหมายใหจ้ ัดการโปรแกรมการจัดการอาคาร
สถานทแี่ ละความปลอดภยั อย่างนอ้ ยหนง่ึ โปรแกรม ภายใตก้ ารดแู ลของบคุ คลทรี่ บั ผดิ ชอบโครงสรา้ งโดยรวม
โครงสรา้ งดา้ นการจดั การอาคารสถานท่ีและความปลอดภยั ตอ้ งไดร้ บั การจัดการอย่างมีประสทิ ธิภาพและสม่าเสมอและต่อเน่อื ง
บคุ คลที่ดแู ลการจดั การอาคารสถานที่และความปลอดภยั มหี นา้ ทีร่ บั ผดิ ชอบในสิ่งต่อไปน:ี้
a) ให้คาแนะนาแก่ผู้นาของโรงพยาบาล เก่ียวกับ พื้นท่ี อุปกรณ์การแพทย์ เทคโนโลยี และทรัพยากรอื่น ๆ
เพือ่ สนบั สนนุ การ จดั การ ดา้ นอาคารสถานที่และความปลอดภยั
b) โปรแกรมการจัดการอาคารสถานท่ีและความปลอดภัยไดร้ บั การวางแผนและจดั ทาในสิ่งต่อไปนี้: ความปลอดภัย
และสวสั ดิภาพ, วสั ดุและของเสยี อนั ตราย, ความปลอดภยั จากอคั คีภัย, อปุ กรณท์ างการแพทย,์ ระบบสาธารณปู โภค,
การจดั การเหตุ ฉกุ เฉินและภยั พบิ ตั ิ และการก่อสรา้ งและปรบั ปรุง
c) โปรแกรมการจดั การอาคารสถานที่และความปลอดภยั เป็นปัจจุบนั และดาเนินการอย่างเต็มรูปแบบ
d) บคุ ลากรและบุคคลอืน่ ๆ ไดร้ บั การฝึกอบรมเกย่ี วกบั โปรแกรม
e) โปรแกรมไดร้ บั การประเมินและตดิ ตาม
f) โปรแกรมไดร้ บั การทบทวนและแก้ไขอย่างนอ้ ยทุกปีหรือถี่กว่านี้หากจาเป็น (เช่น เมื่อมีการเปล่ียนแปลงขอ้ กาหนด
ในกฎหมาย และขอ้ บงั คบั ของประเทศ การเปลี่ยนแปลงอาคาร, ระบบ, หรอื อปุ กรณข์ องโรงพยาบาล เป็นตน้ )
ทั้งนีข้ ึน้ อยู่กับขนาดและความซับซ้อนของโรงพยาบาล อาจมีการจดั ต้งั ในรูปแบบคณะกรรมการความปลอดภัยดา้ นอาคาร
สถานที่/ความเส่ียงด้านส่ิงแวดลอ้ มหรือกลไกอ่ืนๆ เพ่ือสนับสนนุ บุคคลท่ีรบั ผิดชอบการจดั การดา้ นอาคารสถานที่และ ความ
ปลอดภัย ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการนีส้ ามารถประสาน กิจกรรมของโปรแกรมการจัดการอาคารสถานที่และความปลอดภัย
เช่น การดาเนนิ กจิ กรรมการประเมินความเสี่ยง, การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ที่ตดิ ตาม, และการดาเนินการปรบั ปรุงอาคารสถานที่ ไมว่ ่า
กลไกของโรงพยาบาลท่ีเลือกจะสนับสนนุ ผูท้ ่ีรบั ผิดชอบในการจัดการอาคารสถานที่และความปลอดภัยจะเป็นอย่างไร ควร
พิจารณา รูปแบบของทีมสหสาขาวิชาชีพและ ควรมีการรวมตัวแทนจากโปรแกรมการจดั การอาคารและความปลอดภยั ต่างๆ
ตลอดจนมีผนู้ า, มีตวั แทนจากการป้องกันและควบคมุ การตดิ เชือ้ , หอ้ งปฏบิ ัติการและ โปรแกรมความปลอดภัยจากรงั สี ความ
ปลอดภยั ของเลเซอร์ บริการทาความสะอาด และโปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย เป็นตน้
253
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
เมื่อมีองคก์ รธุรกิจอิสระอยู่ภายในองคก์ ร โรงพยาบาลมีหน้าที่ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน่วยงานเหล่านี้ปฏิบัติตามโปรแกรม
การจดั การอาคารสถานที่และความปลอดภัย ท่เี กยี่ วขอ้ ง หน่วยธรุ กิจอิสระเป็นธุรกจิ ท่ีดาเนนิ การโดยเจา้ ของธุรกจิ ท่ีเป็นอสิ ระซึ่ง
มาครอบครองพนื้ ทภี่ ายใน โรงพยาบาล เชน่ รา้ นกาแฟ รา้ นกฟิ๊ ชอป และธนาคารตา่ งๆ
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ไดข้ อง FMS.2
. ❑ 1. การกากบั ดแู ลและทิศทางของการจดั การอาคารสถานทีแ่ ละความปลอดภยั มอบหมายใหก้ บั บุคคลที่มคี ุณสมบตั ิเหมาะ
สมตามประสบการณแ์ ละการฝึกอบรม และมีการจดั ทาบนั ทึกหลกั ฐานของประสบการณแ์ ละการฝึกอบรม
❑ 2. บุคคลที่มีคณุ สมบตั เิ หมาะสมมหี นา้ ทีร่ บั ผิดชอบองคป์ ระกอบ a) ถึง f) ในเจตจานงของมาตรฐาน
❑ 3. บุคคลท่ีมคี ณุ สมบตั ิเหมาะสมมีหนา้ ท่รี บั ผิดชอบในการประสานและจดั การการประเมินความเสี่ยงและกิจกรรมลดความ
เส่ียงดา้ นอาคารสถานท่ีและและความปลอดภยั
❑ 4. เมื่อมีหน่วยงานธุรกิจอิสระอยู่ภายในองค์กร หน่วยงานจะปฏิบัติตามโปรแกรมการจัดการอาคารสถานท่ีและความ
ปลอดภยั ตามความเหมาะสม
การประเมินและตดิ ตามความเสีย่ ง
มาตรฐาน FMS.3
โรงพยาบาลจดั ทาและบันทึกการประเมินความเสี่ยงที่ครอบคลุมโดยขึน้ กบั ความเสี่ยงดา้ นการจดั การอาคารสถานท่ีและความ
ปลอดภยั ท่คี น้ หาไดท้ ่วั ทง้ั องคก์ ร, จดั ลาดบั ความสาคญั ของความเส่ยี ง, กาหนดเป้าหมาย, และดาเนินการปรบั ปรุงเพ่ือลดและ
กาจดั ความเสย่ี ง
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.3
การประเมนิ ความเส่ียงระบุและประเมินความลม้ เหลวท่ีอาจเกิดขึน้ และแหล่งที่มาของขอ้ ผดิ พลาดในกระบวนการ และรวมถึง
การจดั ลาดบั ความสาคญั ของประเด็นท่ตี อ้ งการพฒั นาตามผลกระทบท่ีเกิดขนึ้ จริงหรอื ทีอ่ าจเกิดขนึ้ จากการดแู ล การรกั ษา หรือ
บรกิ ารทมี่ ใี ห้
โรงพยาบาลพฒั นาและจัดทาเอกสารการประเมินความเสี่ยงท่คี รอบคลมุ ท่วั ท้งั สถานพยาบาล อยา่ งนอ้ ยทกุ ปี ซง่ึ รวมโปรแกรม
การจัดการอาคารสถานท่ีและความปลอดภยั ทัง้ แปดโปรแกรมเพ่ือเพ่ิมความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผปู้ ่วย ครอบครวั ของผปู้ ่ วย
บคุ ลากร และผมู้ าเยี่ยม ซ่งึ โปรแกรมทง้ั แปดมีดงั น:ี้
a) ความปลอดภยั
254
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
b) สวสั ดภิ าพ
c) วสั ดแุ ละของเสยี อนั ตราย
d) ความปลอดภยั จากอคั คีภยั
e) อปุ กรณ์ การแพทย์
f) ระบบสาธารณปู โภค
g) การจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ และภยั พบิ ตั ิ
h) การก่อสรา้ งและปรบั ปรุง
โรงพยาบาลใหค้ วามสาคญั กบั ความเส่ยี งแบบบูรณาการ มีการกาหนดเปา้ หมายและดาเนินการปรบั ปรุง เพ่อื ลดและขจดั ความ
เส่ียง มีการเฝ้าติดตามประสิทธิภาพของเป้าหมายและการพัฒนา รวมถึงความก้าวหนา้ และการปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ือง อาจ
จาเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเป้าหมายและการพัฒนาตามความสาเร็จและความทา้ ทายท่ีพบในข้อมูลที่ติดตาม (ดู GLD.5 )
หมายเหตุ: ขอ้ กาหนดทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั กจิ กรรมการประเมินความเส่ียงของแตล่ ะโปรแกรม จะใชม้ าตรฐานในบทนใี้ นการอา้ งองิ
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ FMS.3
❑ 1. การประเมินความเส่ียงจาก แผนการจัดการอาคารสถานที่และความปลอดภยั ทง้ั แปดโปรแกรมที่แสดงใน a) ถึง h) ใน
เจตจานงของมาตรฐาน จะบูรณาการเพ่ือจัดทาและบันทึกการประเมินความเส่ียงที่ ครอบคลุมและท่วั ท้ังองคก์ รอย่าง
นอ้ ยปีละหนง่ึ ครง้ั
❑ 2. โรงพยาบาลจัดลาดับความสาคัญของความเสี่ยง ระบุเป้าหมายและพัฒนา และดาเนินการปรบั ปรุงเพ่ือลดและขจัด
ความเสีย่ ง
❑ 3. โรงพยาบาลประเมินประสิทธิผลของการพัฒนา และ โรงพยาบาลจะปรบั ปรุงโปรแกรมการจดั การอาคารสถานที่และ
ความปลอดภยั ทเี่ กี่ยวขอ้ ง ตามผลลพั ธท์ ี่ได้
มาตรฐาน FMS.4
ขอ้ มูลจะถูกรวบรวมและวิเคราะหจ์ ากแผนการจดั การอาคารสถานท่ีและความปลอดภยั แต่ละโปรแกรม เพื่อลดความเส่ยี งใน
ส่ิงแวดลอ้ ม, ติดตามความคืบหนา้ ในเป้าหมายและการพัฒนา, และสนับสนุนการวางแผนสาหรบั การทดแทนและอัพเกรด
อาคารสถานท่ี ส่งิ อานวยความสะดวก ระบบ และอปุ กรณ์
255
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.4
การติดตามโปรแกรมการจัดการอาคารสถานท่ีและความปลอดภัยแต่ละโปรแกรมผ่านการรวบรวมขอ้ มลู และการวิเคราะห์ จะ
ใหข้ ้อมูลที่ช่วยให้โรงพยาบาลลดความเสี่ยง, ติดตามความคืบหนา้ ในเป้าหมาย, ตดั สินใจเก่ียวกับการปรบั ปรุงระบบ, และ
วางแผนสาหรบั การอพั เกรดหรอื เปลี่ยนอปุ กรณ์ทางการแพทย์ เทคโนโลยี และระบบสาธารณูปโภค ขอ้ มลู การติดตามโปรแกรม
การจดั การอาคารสถานที่และความปลอดภยั ไดร้ บั การบนั ทึกและรวมเขา้ กับโปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภัยของผปู้ ่ วย
ท่ีโรงพยาบาลดาเนินการ บุคคลท่ีกากับดแู ลการจัดการอาคารสถานท่ีและความปลอดภยั ส่งรายงานขอ้ มลู การติดตามและ
เป้าหมายไปยงั ผนู้ าของโรงพยาบาลอย่างนอ้ ยทกุ ไตรมาส บุคคลนีส้ ่งการประเมนิ ความเส่ียงตลอดจนแผน และสิง่ ที่ดาเนินการ
พฒั นาไปยงั ผนู้ าของโรงพยาบาลอย่างนอ้ ยปีละครงั้
ผนู้ าของโรงพยาบาลจัดทารายงานประจาปีแก่คณะบุคคลท่ีกากับดแู ลกิจการเกี่ยวกบั ประสิทธิผลของแผนการจดั การอาคาร
สถานที่และความปลอดภยั (โปรดดู GLD.4 และ GLD.4.1) รายงานประจาปีประกอบดว้ ย
• ผลการประเมนิ ความเสยี่ งท่คี รอบคลมุ รวมทงั้ การจดั ลาดบั ความสาคญั ;
• เปา้ หมาย การตดิ ตามขอ้ มลู การพฒั นา และความทา้ ทายจากปีที่ผ่านมา และ
• เป้าหมาย แผนการปรบั ปรุง และความทา้ ทายทค่ี าดการณไ์ วส้ าหรบั ปีหนา้
องคป์ ระกอบทีว่ ัดไดข้ อง FMS.4
❑ 1. ขอ้ มลู การตรวจสอบจะถูกรวบรวมและวิเคราะหส์ าหรบั โปรแกรมการจดั การอาคารสถานท่ีและความปลอดภัยแต่ละ
โปรแกรม และใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อลดความเสี่ยงในส่ิงแวดล้อมและสนับสนุนการวางแผนสาหรับการทดแทน
ปรบั เปลย่ี นหรอื อพั เกรดอาคารสถานที่ สง่ิ อานวยความสะดวก ระบบ และอปุ กรณ์
❑ 2. ขอ้ มูลท่ีติดตามในโปรแกรมการจัดการอาคารสถานที่และความปลอดภัยไดร้ บั การบันทึกและรวมเขา้ กับโปรแกรม
คณุ ภาพ และความปลอดภยั ของผปู้ ่วยของโรงพยาบาล
❑ 3. บคุ คลท่ีกากบั ดแู ลดา้ นการจดั การอาคารสถานท่แี ละความปลอดภัยจะจดั ทารายงานขอ้ มลู ท่ตี ิดตามถึงประสิทธิภาพของ
แต่ละโปรแกรมและความคืบหนา้ ในการบรรลุเป้าหมาย ไปยงั ผนู้ าของโรงพยาบาลเป็นรายไตรมาส และผนู้ าจะมีการ
นาไปดาเนินการ
❑ 4. บุคคลท่ีกากับดูแลการจัดการอาคารสถานที่และความปลอดภัย ส่งข้อมูลการประเมินความเส่ียงท่ีครอบคลุมท่ัวท้ัง
องคก์ รตลอดจนแผนและสง่ิ ที่ดาเนนิ การพฒั นาไปยงั ผนู้ าของโรงพยาบาลอย่างนอ้ ยปีละครง้ั
❑ 5. ผนู้ าโรงพยาบาลจดั ทารายงานประจาปีแก่คณะบุคคลท่ีกากับดแู ลกิจการ เกีย่ วกบั ประสิทธิภาพของโปรแกรมการจัดการ
อาคารสถานท่ีและความปลอดภยั และคณะบคุ คลทีก่ ากบั ดแู ลกจิ การจะนาไปส่กู ารดาเนนิ การ
256
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
ความปลอดภัย
มาตรฐาน FMS.5
โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนนิ โปรแกรมเพอื่ จดั ใหม้ โี ครงสรา้ งอาคารสถานท่ีทางกายภาพที่ปลอดภยั ผา่ นการตรวจสอบและ
วางแผน เพอ่ื ลดความเสย่ี ง P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.5
ความปลอดภัย หมายถึง การสรา้ งความม่นั ใจว่าอาคาร ทรพั ยส์ นิ เทคโนโลยีทางการแพทยแ์ ละสารสนเทศ อปุ กรณ์ และระบบ
จะไมก่ ่อ ใหเ้ กิดความเส่ียงทางกายภาพ ต่อผปู้ ่วย ครอบครวั บุคลากร และผมู้ าเย่ียมเยียน การป้องกันและการวางแผนมคี วาม
สาคญั ต่อการสรา้ งอาคารสถานท่ีและสิ่งอานวยความสะดวกในการดแู ลผปู้ ่วยท่ีปลอดภัย การวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ
ตอ้ งการใหโ้ รงพยาบาลตระหนกั ถึงความเส่ยี งทงั้ หมดท่ีมีอยใู่ นสถานที่ เป้าหมายคือเพ่ือป้องกันอบุ ัตเิ หตุและการบาดเจ็บ และ
เพื่อรกั ษาสภาพที่ปลอดภัยสาหรบั ผปู้ ่วย เจา้ หนา้ ท่ี และอื่นๆ เช่น ครอบครวั ผรู้ บั เหมา รา้ นคา้ อาสาสมัคร ผมู้ าเยี่ยม ผเู้ ขา้ รบั
การฝึกอบรม และนกั เรียน
โรงพยาบาลจัดทาและดาเนินการตามโปรแกรมความปลอดภยั ที่เป็นลายลักษณ์อักษร (ดู PCC.1.5; AOP.5.3; AOP.6.2;
COP.3.5; COP.4; COP.4.1 และ PCI.2) ในฐานะท่ีเป็นส่วนหน่ึงของโปรแกรมความปลอดภัย โรงพยาบาลดาเนินการและ
บนั ทึกการตรวจสอบอาคารสถานที่สิ่งอานวยความสะดวกทางกายภาพอย่างต่อเนอ่ื ง ผลการตรวจสอบจะไดร้ บั การทบทวนและ
ระบุไวใ้ นเอกสารการประเมินความเสี่ยงอย่างนอ้ ยปีละหน่ึงครง้ั เพื่อระบุพืน้ ที่ท่ีมีความเสี่ยงดา้ นความปลอดภัยและมีโอกาส
เกดิ อนั ตราย การประเมนิ ความเส่ียงยงั พจิ ารณาการทบทวนกระบวนการ และการประเมนิ บริการทีม่ ีใหมแ่ ละบรกิ ารทว่ี างแผนไว้
แลว้ ซ่ึงอาจก่อใหเ้ กิดความเส่ียงดา้ นความปลอดภยั สิง่ สาคญั คือตอ้ งมีส่วนรว่ มกับทีมสหสาขาวิชาชีพเมื่อมีการตรวจสอบดา้ น
ความปลอดภัยในโรงพยาบาล ตัวอย่างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรืออันตราย ได้แก่
เฟอรน์ ิเจอรท์ ี่ชารุดแตกหักและมีคม, หนา้ ต่างแตก, นา้ ร่วั บนเพดาน, ความเส่ียงตามหลกั การยศาสตร์ (เช่น ความเสี่ยงของ
เจา้ หนา้ ท่ีขณะเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่วยหรือของหนกั ) และความเส่ียงจากการหกลม้ (ตัวอย่างเช่น ลม้ เนื่องจากพืน้ ไม่เรียบ หรือลื่น
หรอื ราวจบั หายไป)
การตรวจสอบความเส่ียงด้านความปลอดภัยเป็นประจา และการประเมินความเสี่ยงดา้ นความปลอดภัยประจาปี ช่วยให้
โรงพยาบาลคน้ หา, จดั ลาดบั ความสาคญั , วางแผน, และดาเนินการปรบั ปรุง การจดั ลาดับความสาคญั และการวางแผนยงั รวม
ถงึ การจดั ทางบประมาณในระยะยาว สาหรบั การอพั เกรดหรอื เปล่ียนสิ่งอานวยความสะดวก ระบบ และอปุ กรณ์
257
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
องคป์ ระกอบท่ีวัดไดข้ อง FMS.5
❑ 1. โรงพยาบาลจดั ทาและใชโ้ ปรแกรมทเ่ี ป็นลายลกั ษณ์อกั ษรเพอ่ื จดั ใหม้ อี าคารสถานท่ีส่ิงอานวยความสะดวกทางกายภาพ
ที่ปลอดภยั
❑ 2. โรงพยาบาลมกี ารบนั ทึกการตรวจสอบสิ่งอาคารสถานท่ีที่ปัจจบุ นั และถกู ตอ้ ง
❑ 3. ผลจากการตรวจสอบอาคารสถานท่ีจะได้รบั การทบทวนและระบุในการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยท่ี
ดาเนินการ และจดั ทาบนั ทึกทกุ ปี และมีการระบุและจัดลาดับความสาคัญของความเสี่ยงดา้ น ความปลอดภัยที่ไดจ้ าก
การประเมนิ ความเสย่ี ง
❑ 4. โรงพยาบาลระบุเปา้ หมาย ดาเนินการปรบั ปรุง และติดตามขอ้ มลู เพ่ือใหแ้ นใ่ จวา่ ความเส่ยี งดา้ นความปลอดภัยจะลดลง
หรือหมดไป
ความปลอดภัย
มาตรฐาน FMS.6
โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินโปรแกรมเพอ่ื สรา้ งสภาพแวดลอ้ มท่ปี ลอดภยั สาหรบั ผปู้ ่วย ครอบครวั เจา้ หนา้ ท่ี และผมู้ าเย่ียม P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.6
สวสั ดภิ าพ หมายถึงการปกป้องทรพั ยส์ นิ ขององคก์ รและผปู้ ่วย ครอบครวั ผมู้ าเยือน และบคุ ลากรจากอันตรายหรือการสญู เสีย
(โปรดดู PCC.1.4 และ COP.3.5) ตัวอย่าง จุดเปราะบางและภัยคกุ คามท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความเสี่ยงดา้ นความปลอดภัย ไดแ้ ก่
ความรุนแรงในสถานท่ีทางาน, การลักพาตัวทารก, การโจรกรรม, และการปลดล็อก/เปิดเขา้ ถึงพืน้ ท่ีหวงห้ามในโรงพยาบาล,
เหตกุ ารณด์ า้ นความปลอดภยั อาจเกิดไดจ้ ากบคุ คลจากภายนอกหรือภายในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินการตามโปรแกรมดา้ นสวสั ดิภาพท่ีเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรเพื่อใหแ้ นใ่ จว่าทกุ คนในโรงพยาบาลไดร้ บั
การปกปอ้ ง จากอนั ตรายส่วนบคุ คลและความสญู เสียหรือความเสียหายตอ่ ทรพั ยส์ ิน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึง่ ของโปรแกรมดา้ น
สวสั ดิภาพ โรงพยาบาลดาเนินการและจดั ทาเอกสารการประเมินความเสี่ยง อย่างนอ้ ยปีละหนึง่ ครง้ั เพื่อระบุพนื้ ที่ทม่ี คี วามเสยี่ ง
ดา้ นสวัสดิภาพ การประเมินความเส่ียงยงั พิจารณาการทบทวน กระบวนการและการประเมิน บรกิ ารท่ีมีใหม่และที่วางแผนไว้
แลว้ ซึ่งอาจก่อใหเ้ กิดความเสย่ี งดา้ นสวสั ดิภาพ
258
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
บุคลากร นักเรียน ผูเ้ ข้ารบั การฝึกอบรม บุคลากรสัญญาจา้ ง อาสาสมัคร รา้ นคา้ บุคคลที่เกี่ยวขอ้ งกับหน่วยงานธุรกิจอิสระ
และอืน่ ๆ ตามท่กี าหนดโดยโรงพยาบาล จะถกู บ่งชีด้ ว้ ยป้าย (ช่วั คราวหรือถาวร) หรือการระบุในรูปแบบอื่นๆ การระบุตวั บุคคล
อ่นื ๆ เช่น ครอบครวั และผมู้ าเย่ยี มในโรงพยาบาล อาจจะขนึ้ อย่กู บั นโยบายของโรงพยาบาล กฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั
พืน้ ที่ท่ีหวงห้าม เช่น ห้องยา ห้องทารกแรกเกิด และหอ้ งผ่าตัดต้องได้รบั การดแู ลและเฝา้ ระวงั (ดู MMU.3.1 ) เด็ก ผสู้ ูงอายุ
และผู้ป่วย กล่มุ เส่ียงที่ไม่สามารถป้องกันตนเองหรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไดจ้ ะตอ้ งไดร้ บั การปกป้องจากอนั ตราย
นอกจากนี้ พนื้ ทห่ี า่ งไกลหรอื พนื้ ท่ีถกู แยกออกไปจากอาคารหรือบรเิ วณของโรงพยาบาล อาจตอ้ งใชก้ ลอ้ งรกั ษาความปลอดภยั
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ FMS.6
❑ 1. โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนนิ การตามโปรแกรมท่เี ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรเพื่อสรา้ งสภาพแวดลอ้ มที่ปลอดภยั
❑ 2. การประเมินความเส่ียงดา้ นความปลอดภัยจะดาเนินการและจัดทาเป็นเอกสารทุกปีท่วั ท้งั โรงพยาบาล และความเสี่ยง
ดา้ นสวสั ดิภาพจะถกู ระบุและจดั ลาดบั ความสาคญั จากการประเมนิ ความเสย่ี ง
❑ 3. โปรแกรมดา้ นสวัสดิภาพระบุพืน้ ที่ท่ีมีเส่ียงดา้ นความปลอดภัยและพืน้ ที่หวงหา้ มทั้งหมด และดูแลใหแ้ น่ใจว่ามีการ
ตดิ ตามตรวจสอบ และรกั ษาความปลอดภยั
❑ 4. โปรแกรมดา้ นสวัสดิภาพทาใหม้ ่นั ใจได้ว่าบุคลากร นักศึกษา ผฝู้ ึกงาน บุคลากรสัญญาจา้ ง อาสาสมคั ร รา้ นคา้ และ
บคุ คลท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั หน่วยงานธุรกิจอิสระทง้ั หมดไดร้ บั การบ่งชี้
❑ 5. โรงพยาบาลระบุเป้าหมายและดาเนนิ การพฒั นาในโปรแกรมดา้ นสวสั ดิภาพ และตดิ ตามขอ้ มลู เพอื่ ใหแ้ น่ใจวา่ ความเสย่ี ง
ดา้ นสวสั ดิภาพจะลดลงหรือหมดไป
วสั ดแุ ละของเสยี อนั ตราย
มาตรฐาน FMS.7
โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนนิ การโปรแกรมการจดั การวตั ถแุ ละของเสยี อนั ตรายP
มาตรฐาน FMS .7.1
โปรแกรมของโรงพยาบาลสาหรบั การจดั การวตั ถแุ ละของเสียอนั ตรายรวมถงึ การจดั ทารายการ การสมั ผัส การจดั เกบ็ และการ
ใชว้ ตั ถอุ นั ตรายP
259
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.7.2
โปรแกรมของโรงพยาบาลสาหรบั การจดั การวสั ดแุ ละของเสียอนั ตรายรวมถงึ ประเภท การสมั ผัส การจดั เกบ็ และการกาจดั ของ
เสียอนั ตราย P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.7 ถงึ FMS.7.2
โรงพยาบาลจดั ทาและใชโ้ ปรแกรมที่เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรสาหรบั การจดั การวตั ถุและของเสียอันตรายซึ่งรวมถึงการระบุ และ
ควบคมุ วสั ดุและของเสียเหล่านีอ้ ย่างปลอดภยั ท่วั ทงั้ โรงพยาบาล (ดู AOP.5.3; AOP.5.6; MMU.3 และ PCI.8) ในฐานะทเี่ ป็น
ส่วนหนึ่งของโปรแกรมวัตถแุ ละของเสียอนั ตราย โรงพยาบาลดาเนินการและบันทึกการประเมินความเสี่ยง อย่างนอ้ ยปีละหนึ่ง
ครั้ง เพ่ือระบุพืน้ ท่ีท่ีมีความเสี่ยง . การประเมินความเส่ียงยังพิจารณาการทบทวนกระบวนการและการประเมินบริการ ท่ี
มใี หม่และที่วางแผนไวแ้ ลว้ ซง่ึ อาจเพม่ิ ความเสยี่ งท่เี กีย่ วขอ้ งกบั วสั ดแุ ละของเสียอนั ตราย
โรงพยาบาลจะระบุและจดั ทารายการวตั ถุอันตราย โดยเร่มิ ตน้ ดว้ ยการคน้ หาอย่างละเอียดในทกุ พืน้ ที่ภายในองคก์ รท่ีอาจพบ
วตั ถอุ นั ตราย เอกสารจากการคน้ หานีค้ วรมีขอ้ มลู เกี่ยวกบั ประเภทของวัตถอุ ันตรายแต่ละชนิดที่จดั เก็บ ปริมาณ (ตวั อย่างเช่น
ประมาณการหรือค่าเฉลี่ย) และพืน้ ท่ีท่มี ีการจดั เก็บในองคก์ ร เอกสารนคี้ วรระบุปริมาณสูงสดุ ที่อนญุ าตสาหรบั การจดั เก็บวัตถุ
อนั ตรายในสถานท/ี่ พนื้ ที่เดียว ตัวอยา่ งเชน่ หากเป็นส่ิงท่ีติดไฟงา่ ยหรอื เป็นพิษ มขี อ้ จากดั เกีย่ วกบั ปริมาณ ที่สามารถเก็บไวใ้ น
ท่เี ดียว มีการจัดทาและปรบั ปรุงรายการวตั ถอุ นั ตรายอย่างนอ้ ยปีละหน่ึงครง้ั เพ่ือสะทอ้ น การเปลี่ยนแปลง ในวตั ถอุ นั ตรายทใี่ ช้
และเกบ็ ไวใ้ นองคก์ ร
วัตถุอันตรายสามารถจาแนกไดด้ ังน้:ี
• สารเคมี (เช่น สารเคมีท่ีใชใ้ นการทาความสะอาด, ฆ่าเชือ้ , ทาลายชือ้ , บาบดั นา้ , พยาธิวิทยา, สุขอนามยั ของมือ
และอ่ืนๆ)
• ยารกั ษามะเรง็ (Cytotoxic drugs)
• วสั ดกุ มั มนั ตภาพรงั สี
• ก๊าซทางการแพทย์
โรงพยาบาลยงั กาหนดประเภทของของเสียอนั ตรายที่เกิดจากองคก์ รและวิธีการระบุของเสยี เหล่าน้ัน (ตัวอย่างเช่น ถงุ /ถงั ขยะ
ท่ีมรี หสั สแี ละตดิ ฉลาก)
ตอ่ ไปนคี้ อื ประเภทของของเสยี อนั ตราย:
• ติดเชือ้
• ของมคี ม
260
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
• พยาธิวทิ ยาและกายวิภาค
• เภสชั กรรม
• สารเคมี/โลหะหนกั /ภาชนะบรรจุแรงดนั
• พิษตอ่ พนั ธุกรรม/พิษตอ่ เซลล์
• วสั ดกุ มั มนั ตภาพรงั สี
โปรแกรมวัตถแุ ละของเสียอนั ตรายของโรงพยาบาล กล่าวถงึ วตั ถแุ ละของเสยี อนั ตรายและรวมถงึ กระบวนการสาหรบั
• จดั ทาบญั ชีรายการวตั ถแุ ละของเสียอนั ตรายท่ีมี รวมถึง ประเภท สถานท่ี และปริมาณ (ตัวอย่างเช่น ประมาณการ
หรอื ค่าเฉลยี่ ในแตล่ ะพืน้ ที่ )
• ปรบั ปรุงรายการของวตั ถอุ นั ตรายอยา่ งนอ้ ยปีละครงั้ ;
• การจดั การ การจดั เกบ็ และการใช้ วตั ถุ อนั ตรายอย่างปลอดภยั
• การตดิ ฉลากวสั ดอุ นั ตรายอยา่ งเหมาะสมและชดั เจนซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มูลจากเอกสารขอ้ มลู ความปลอดภยั (SDS )
• กาหนดและจาแนกประเภทของ ของเสยี อนั ตราย
• การสมั ผสั และการจดั เก็บของเสยี อนั ตรายอย่างปลอดภยั
• ติดตามปริมาณและการกาจดั ของเสยี อนั ตรายอย่างเหมาะสมตามกฎหมายและ ระเบยี บขอ้ บงั คบั ของทอ้ งถิน่
• อปุ กรณป์ อ้ งกนั ที่เหมาะสมและขนั้ ตอนการจดั การเม่อื การร่วั ไหลและ มีการสมั ผสั ;
• การรายงานและการสอบสวนการร่วั ไหล การสมั ผสั และเหตกุ ารณอ์ ื่นๆ และ
• เอกสารประกอบ รวมทงั้ ใบอนญุ าตช่วั คราว ใบอนญุ าตถาวร หรือขอ้ กาหนดดา้ นกฎระเบยี บอน่ื ๆ
ข้อมูลเก่ียวกับข้ันตอนการสัมผัสหรือทางานกับวัตถุและของเสียอันตรายในลักษณะท่ีปลอดภัยจะต้องพรอ้ มใชง้ านทันที
และรวมถึงขอ้ มูล เก่ียวกับขอ้ มูลทางกายภาพของวสั ดุ (เช่น จุดเดือด จุดวาบไฟ และอื่นๆ ในทานองเดียวกนั ) ความเป็นพิษ
ผลกระทบของการใช้วตั ถอุ ันตรายที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ การระบุ การจดั เก็บและการกาจดั ท่ีเหมาะสมหลังการใชง้ าน
ประเภทของอปุ กรณป์ อ้ งกันทจ่ี าเป็นระหว่างการใชง้ าน และขั้นตอนการจดั การการร่วั ไหล ซึ่งรวมถงึ การปฐมพยาบาลท่ีจาเป็น
สาหรบั การสมั ผสั ทกุ ประเภท ผผู้ ลติ หลายรายใหข้ อ้ มลู นใี้ นรูปแบบ SDS
261
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
ในกรณีที่มีการร่วั ไหลของวตั ถุอันตราย โรงพยาบาลมีขน้ั ตอนในการตอบสนองและจัดการการร่วั ไหลและการสมั ผสั ข้นั ตอน
นรี้ วมถึง การจัดเตรยี มชดุ อปุ กรณ์สาหรบั กรณีหกร่วั ไหล พรอ้ มอปุ กรณ์ป้องกนั ส่วนบุคคลทเ่ี หมาะสม และวสั ดคุ วบคุมการหก
ร่วั ไหล ตามประเภทและขนาดของการร่วั ไหลที่อาจเกดิ ขนึ้ ขน้ั ตอนยงั ระบุถงึ วธิ ีการรายงานเหตกุ ารณก์ ารร่วั ไหลและการสมั ผสั
โรงพยาบาลดาเนินการขั้นตอนในการตอบสนองต่อการสัมผัสสารอนั ตราย รวมถึงการปฐมพยาบาลเบือ้ งตน้ การขอรบั การ
รกั ษาพยาบาลที่เหมาะสม การรายงานเหตุการณ์ และอ่ืนๆ การสมั ผัสกบั สารอันตรายตอ้ งไดร้ บั การปฐมพยาบาลท่ีเหมาะสม
ทนั ที ในบางกรณี เช่น เมอื่ สมั ผสั กบั สารเคมีท่ีกดั กรอ่ น การเขา้ ถึงอ่างลา้ งตา (eyewash station) อาจจาเป็นสาหรบั การ ชะลา้ ง
ในทนั ทีและต่อเนอื่ ง เพอ่ื ปอ้ งกันหรอื ลดการบาดเจ็บ อ่างลา้ งตา ไดร้ บั การออกแบบ ใหล้ า้ งตาทัง้ สองขา้ งพรอ้ มกนั เป็นเวลา 15
นาทีตอ่ เนื่องกนั ที่อัตราการไหล 1.5 ลิตรต่อนาที (0.4 แกลลอนตอ่ นาที) อยา่ งไรกต็ าม อาจไม่จาเป็น ตอ้ งใชอ้ ่างลา้ งตา ในทุก
กรณีของการสมั ผสั สารอันตราย โรงพยาบาลควรทาการประเมิน ความเส่ยี ง เพ่ือระบุว่าจุดใดในองคก์ รจาเป็นตอ้ งมีอ่างลา้ งตา
โดยคานึงถึง คุณสมบัติทางกายภาพของสารเคมีอนั ตรายที่ใช้ บุคลากรใชส้ ารเคมีเหล่านี้ในการทากิจกรรมอย่างไร และการ
ใชใ้ ชอ้ ปุ กรณป์ ้องกนั ภยั สว่ นบุคคลของเจา้ หนา้ ท่ี ทางเลือกในการลา้ งตาอาจมีความเหมาะสมขึน้ อยกู่ บั ประเภทของความเสย่ี ง
และโอกาสในการสัมผัส ตัวอย่างเช่น ขวดนา้ ยาลา้ งตาส่วนบุคคลอาจเหมาะสมในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อสารระคายเคือง
เล็กนอ้ ย หรือในกรณีท่ีบุคคลสามารถใชข้ วดลา้ งตาทันทีขณะเดินทางไปยงั อ่างลา้ งตาท่ีเหมาะสมหรือไปยังพืน้ ที่เพ่ือรบั การ
รกั ษาพยาบาล โรงพยาบาลท่ีมีการติดตั้งอ่างลา้ งตาตอ้ งมีการบารุงรกั ษาท่ีเหมาะสม รวมทง้ั การปล่อยนา้ ใหช้ ะลา้ งทกุ สปั ดาห์
และบารุงรกั ษาเชงิ ปอ้ งกนั ประจาปี
องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง FMS.7
❑ 1. โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินการโปรแกรมท่เี ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรสาหรบั การจดั การวตั แุ ละของเสียอนั ตราย
❑ 2. การประเมินความเส่ียงดา้ นวตั ถแุ ละของเสียอนั ตรายมกี ารดาเนนิ การ และจดั ทาเป็นเอกสารทกุ ปีท่วั ท้งั โรงพยาบาล และ
ความเส่ียงท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั วตั ถแุ ละของเสยี อนั ตรายจะถกู ระบุและจดั ลาดบั ความสาคญั จากการประเมินความเสย่ี ง
❑ 3. โรงพยาบาลระบุเป้าหมาย ดาเนินการปรบั ปรุง และติดตามขอ้ มูลเพื่อใหแ้ น่ใจวา่ ความเสี่ยงท่ีเก่ียวขอ้ งกับวตั ถุและของ
เสยี อนั ตรายจะลดลงหรอื หมดไป
องคป์ ระกอบทีว่ ัดไดข้ อง FMS.7.1
❑ 1. โปรแกรมวตั ถุและของเสียอันตรายระบปุ ระเภท ปริมาณ และตาแหน่งที่มีวัตถแุ ละขยะอันตรายและมีรายการท่ีสมบูรณ์
ซงึ่ ไดร้ บั การปรบั ปรุงอยา่ งนอ้ ยทกุ ปี เพือ่ สะทอ้ นการเปลีย่ นแปลงในการใชแ้ ละจดั เกบ็ วตั ถอุ นั ตรายในองคก์ ร
❑ 2. โปรแกรมวัตถุและของเสียอันตรายกาหนดและดาเนินการตามขั้นตอนสาหรบั การสมั ผัส, การจัดเก็บ, และการใชว้ ัตถุ
อนั ตรายอย่างปลอดภยั
262
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
❑ 3. โปรแกรมวัตถุและของเสียอันตรายกาหนดและดาเนินการในการใชอ้ ปุ กรณ์ป้องกนั ท่ีเหมาะสม ซ่ึงจาเป็นจาเป็นตอ้ งใช้
ในระหว่างการสมั ผสั และใชว้ ตั ถอุ นั ตราย
❑ 4. โครงการวัตถุและของเสียอันตรายกาหนดและดาเนินการในการติดฉลากวัสดุอันตรายท่ีเหมาะสม และชัดเจนซ่ึงสอด
คลอ้ ง กบั ขอ้ มลู จากเอกสารขอ้ มลู ความปลอดภยั (SDS)
❑ 5. โครงการวตั ถุและของเสียอันตรายกาหนดและดาเนินการตามขั้นตอนสาหรบั การจัดการกรณีร่วั ไหลและการสัมผัส
รวมถึงการใชอ้ ปุ กรณป์ อ้ งกนั ทเี่ หมาะสม และการรายงานเหตกุ ารณก์ ารร่วั ไหลและการสมั ผัส
❑ 6. ขอ้ มลู เกี่ยวกบั การใชง้ านวัตถุอนั ตรายอย่างปลอดภัย ขนั้ ตอนการจดั การการร่วั ไหล และขัน้ ตอนสาหรบั การจดั การกรณี
สมั ผสั จะเป็นปัจจบุ นั และพรอ้ มใชง้ านตลอดเวลา
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ FMS.7.2
❑ 1. โปรแกรมวตั ถแุ ละของเสียอนั ตรายกาหนดประเภทของของเสียอนั ตรายท่ีเกดิ จากโรงพยาบาลและกาหนดวธิ ีการบง่ ชี้
❑ 2. โปรแกรมวตั ถุและของเสียอันตรายกาหนดและดาเนินการในขัน้ ตอนปฏิบัติและอุปกรณ์ป้องกันท่ีเหมาะสม ที่จาเป็น
สาหรบั การจดั การและการจดั เก็บของเสียอนั ตรายอยา่ งปลอดภยั
❑ 3. เมื่อกฎหมายและขอ้ บงั คบั ทอ้ งถนิ่ กาหนด โปรแกรมวตั ถแุ ละของเสยี อนั ตรายจะบนั ทึกปริมาณของเสียอนั ตรายที่เกดิ จาก
โรงพยาบาลสรา้ งขนึ้
ความปลอดภยั จากอัคคีภัย
มาตรฐาน FMS.8
โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินโปรแกรมความปลอดภัยจากอัคคีภัยซึ่งรวมถึงการประเมินความเสี่ยงและการปฏิบัติตาม
กฎหมาย ขอ้ บงั คบั และ ระเบียบท่ีเกี่ยวขอ้ งกับความปลอดภยั จากอคั คีภยั ท่ีกาหนดในระดับประเทศและระดับทอ้ งถิ่น อย่าง
ตอ่ เน่ือง P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.8
โรงพยาบาลตอ้ งระมดั ระวงั เรื่องความปลอดภยั จากอคั คภี ยั เนอื่ งจากไฟเป็นความเสี่ยงทเี่ คยมีมาในสภาพแวดลอ้ มของการ
ดแู ลสุขภาพ เพ่ือปกป้องผอู้ ย่อู าศยั ในโรงพยาบาลจากไฟไหมแ้ ละควนั โรงพยาบาลจึงได้จดั ทาและดาเนนิ โปรแกรมเพื่อความ
263
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
ปลอดภยั จากอคั คีภยั ทเี่ ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร (ดู PCC.1.5 ) โครงการความปลอดภยั จากอคั คีภยั ยงั กล่าวถงึ เหตฉุ กุ เฉินที่ไม่
เกย่ี วกบั อคั คภี ยั เชน่ ก๊าซพิษร่วั ซงึ่ อาจเป็นอนั ตรายต่อผอู้ ย่อู าศยั และตอ้ งอพยพ
การประเมินการปฏิบตั ิตามประมวลกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของประเทศที่เกี่ยวขอ้ งกบั ความปลอดภยั จากอคั คีภยั อยา่ ง
ต่อเนื่องเป็นสิ่งสาคญั สาหรบั การกาหนดและลดความเส่ยี ง โรงพยาบาลดาเนินการและบนั ทกึ การประเมินความเสีย่ งต่ออคั คภี ยั
อย่างตอ่ เนอ่ื งซึ่งรวมถงึ ประเดน็ ดงั ต่อไปนี้
a) การกน้ั ไฟ (fire separations)
b) พนื้ ทก่ี นั้ ควนั (Smoke separations/compartments)
c) พนื้ ท่อี นั ตราย (และพนื้ ทีเ่ หนอื เพดานในบริเวณดงั กล่าว) เชน่ หอ้ งผา้ ท่สี กปรก หอ้ งเกบ็ ขยะ หอ้ งเก็บออกซิเจน
d) ทางหนีไฟ
e) หอ้ งครวั
f) ชอ่ งทิง้ ผา้ และขยะ
g) ระบบไฟฉกุ เฉนิ และอปุ กรณ์
h) ส่วนประกอบระบบแกส๊ และระบบสญุ ญากาศ ทางการแพทย์
i ) การจัดเก็บและการจัดการวัสดุที่อาจติดไฟได้ (เช่น ของเหลวไวไฟ ก๊าซที่ติดไฟได้ และก๊าซทางการแพทย์ท่ี
ออกซิไดซ์ เช่น ออกซเิ จนและไนตรสั ออกไซด)์
j) ขน้ั ตอนและขอ้ ควรระวงั ในการปอ้ งกนั และจดั การเพลิงไหมจ้ ากการผ่าตดั
k) อนั ตรายจากไฟไหมท้ ่เี ก่ียวขอ้ งกบั การกอ่ สรา้ ง ปรบั ปรุง หรอื การรอื้ ถอน
ความเสยี่ งจะถูกระบุจากการประเมินอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ความเสี่ยงอาจรวมถึงอปุ กรณ์, ระบบ, หรือคณุ ลกั ษณะอื่นๆ
เพ่ือความปลอดภยั จากอคั คีภัยที่เสียหาย, ถกู กีดขวาง, ไม่สามารถใชง้ านได,้ หรือจาเป็นตอ้ งถอดออก, อาจมกี ารคน้ หาความ
เสยี่ งไดจ้ ากโครงการก่อสรา้ ง, สภาพการจดั เกบ็ ทีเ่ ป็นอนั ตราย, อปุ กรณแ์ ละระบบท่ีขัดขอ้ ง, หรือการบารุงรกั ษาท่ีจาเป็นซึ่งส่งผล
กระทบต่อระบบความปลอดภยั จากอคั คภี ยั , และดว้ ยเหตผุ ลอนื่ ๆ
เมือ่ มีการกาหนดความเสย่ี งไดแ้ ลว้ ความเส่ียงจะไดร้ บั การจดั การและแกไ้ ขทนั ที (ตวั อยา่ งเช่น แกไ้ ขผ่านการซ่อมแซม, การถอด
ออก, การเปลย่ี นทดแทน, หรือวิธีการอืน่ ๆ) เมื่อความเสี่ยงไม่สามารถแกไ้ ขไดใ้ นทนั ที โรงพยาบาลมกี ระบวนการกาหนดวา่
เม่อื ใด ควรใชม้ าตรการช่วั คราว (interim measures) มาตรการช่วั คราวอาจมีความจาเป็นเมือ่ ไม่สามารถดาเนินการปรบั ปรุง
ตามแผนเพื่อจดั การกบั ความเสย่ี งดา้ นความปลอดภยั จากอคั คภี ยั ไดท้ นั ที วตั ถปุ ระสงคข์ องการดาเนนิ การตามมาตรการ
264
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
ช่วั คราว คือเพ่อื ความปลอดภยั ของผอู้ ยอู่ าศยั ในอาคารในช่วงเวลาท่คี ณุ ลกั ษณะและระบบความปลอดภยั จากอคั คภี ยั มีขอ้
บกพรอ่ ง ถกู บุกรุก หรอื ไม่สามารถใชง้ านไดเ้ น่อื งจากการกอ่ สรา้ ง การบารุงรกั ษา หรือการชารุดเสยี หายหรือการซอ่ มแซม
ประเภทและความจาเป็นสาหรบั มาตรการช่วั คราวจะขึน้ อยกู่ บั ประเภทและขอบเขตของความเสย่ี งดา้ นความปลอดภยั จาก
อคั คภี ยั และระยะเวลาจนกว่าการปรบั ปรุงตามแผนจะจดั การกบั ความเส่ียงอย่างเต็มท่ี
โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั รวมถงึ เกณฑใ์ นการประเมินว่าควรใชม้ าตรการช่วั คราวเม่อื ใดและในระดับใด
ตัวอยา่ งของมาตรการช่วั คราวรวมถึงการติดป้ายเพ่ือชบี้ ่งทางออกทเ่ี ป็นทางเลือก, ตรวจสอบเสน้ ทางเขา้ -ออก ทกุ วนั ในพนื้ ที่ท่ี
ไดร้ บั ผลกระทบ, เมื่อระบบขดั ขอ้ ง จดั ใหม้ ีระบบช่วั คราวแต่เทยี บเท่าระบบเตือนอคั คภี ยั และระบบตรวจจบั , จดั หาอปุ กรณด์ บั
เพลงิ เพ่ิมเตมิ , เพ่ิมการเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั จากอคั คีภยั ของอาคาร, บริเวณและอปุ กรณ,์ และใหก้ ารฝึกอบรมเพม่ิ เติมแก่
บุคลากรเกี่ยวกบั การใชอ้ ปุ กรณด์ บั เพลิง, และมาตรการช่วั คราวอ่นื ๆ
โรงพยาบาลจะพิจารณาถึงความเสี่ยงท่เี กิดกบั ผปู้ ่วย เจา้ หนา้ ท่ี และอ่ืนๆ เมื่อกาหนดแผนและกรอบเวลาในการดาเนนิ การ
พฒั นาปรบั ปรุง และ/หรือดาเนินการตามมาตรการช่วั คราว การประเมินความเสี่ยงอยา่ งตอ่ เนอื่ งและกรอบเวลาสาหรบั การ
ดาเนนิ การตามมาตรการช่วั คราวและการปรบั ปรุงระหวา่ งกาลจะไดร้ บั การบนั ทกึ ไว้
หมายเหตุ: สามารถดรู ายการมาตรการช่วั คราวเพิ่มเติมไดใ้ นภาคผนวกทา้ ยบท "การจดั การอาคารสถานที่สง่ิ อานวยความ
สะดวก และความปลอดภยั " (FMS)
องคป์ ระกอบทวี่ ัดได้ของ FMS.8
❑ 1. โรงพยาบาลจัดทาและใชโ้ ปรแกรมที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อความปลอดภัยจากอัคคีภัย เพ่ือปกป้องผูอ้ ยู่อาศัยใน
โรงพยาบาลจากเหตไุ ฟไหม,้ ควนั , และเหตฉุ กุ เฉินทไี่ ม่เก่ยี วกบั อคั คีภยั
❑ 2. โรงพยาบาลดาเนินการและบันทึกการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากอคั คีภยั อย่างต่อเน่ือง ซึ่งเก่ียวขอ้ ง
อย่างนอ้ ยขอ้ a) ถึง k) ในเจตจานงของมาตรฐาน และจากการประเมินความเส่ียง ความเส่ียงดา้ นความปลอดภยั จาก
อคั คภี ยั จะถกู กาหนดและและจดั ลาดบั ความสาคญั
❑ 3. โปรแกรมความปลอดภัยจากอคั คภี ัยรวมถึงการใชม้ าตรการช่วั คราว เม่ือจาเป็น เพอ่ื ใหแ้ น่ใจวา่ ความปลอดภยั ของผปู้ ่วย
เจา้ หนา้ ท่ี และผมู้ าเยี่ยมของโรงพยาบาลจะคงอยเู่ ม่ือความเสี่ยงดา้ นความปลอดภยั จากอคั คีภัยไม่สามารถแก้ไขไดใ้ น
ทนั ที
❑ 4. โรงพยาบาลกาหนดเป้าหมาย ดาเนินการปรบั ปรุง และติดตามขอ้ มลู เพ่ือใหแ้ น่ใจว่าความเสี่ยงดา้ นความปลอดภยั จาก
อคั คภี ยั จะลดลงหรือหมดไป
265
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
มาตรฐาน FMS.8.1
โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั รวมถงึ การตรวจจบั แต่เนน่ิ ๆ การดบั เพลงิ และการกกั กนั ไฟและควนั P
มาตรฐาน FMS.8.2
โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คีภยั รวมถงึ มาตรการที่ทาใหแ้ น่ใจวา่ ทางออกจากอาคารมคี วามปลอดภยั ใน ขณะที่เกิดเพลงิ
ไหมแ้ ละเหตฉุ กุ เฉินอืน่ ๆทไี่ มไ่ ดเ้ กิดจากเพลิงไหม้ P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.8.1 และ FMS.8.2
โรงพยาบาลทกุ แห่งจาเป็นตอ้ งวางแผนว่า จะดแู ลใหผ้ อู้ ยอู่ าศยั ปลอดภัยอย่างไรในกรณีเกิดเพลิงไหม้, ควนั , และเหตฉุ กุ เฉินท่ี
ไม่เกี่ยวกบั เพลิงไหม้ โครงสรา้ งและการออกแบบสถานพยาบาลสามารถช่วยป้องกนั , ตรวจจบั , และระงับอคั คีภยั , และใหค้ วาม
ปลอดภยั ในขณะออกจากอาคารได้ โปรแกรมของความปลอดภยั จากอคั คภี ยั ของโรงพยาบาลจะตอ้ งกาหนด
• ระบบเตือนล่วงหนา้ , ตรวจจับล่วงหน้า, และระบบแจง้ เตือน, เช่น เครื่องตรวจจบั ควนั ไฟ, สัญญาณเตือนไฟไหม้,
และ การลาดตระเวนอคั คภี ยั
• กลไกการดบั เพลงิ เช่น ทอ่ สง่ นา้ , เครื่องดบั เพลิง, ระบบดบั เพลงิ ดว้ ยสารเคมี และ ระบบสปรงิ เกอร์
• เม่ือกฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับท้องถิ่นกาหนดการกักกันไฟและควนั รวมถึงพืน้ ที่กันไฟและควัน; คุณสมบัติ
สาหรบั การกกั กนั ไฟและควนั ถกู บารุงรกั ษาไวเ้ พือ่ ใหแ้ นใ่ จว่ามปี ระสิทธิภาพ และ
• การเขา้ ถึงทางออกอย่างปลอดภยั และไม่มีส่ิงกีดขวางในกรณีท่เี กิดเพลงิ ไหมห้ รือเหตฉุ กุ เฉินอื่นๆ รวมถึงป้ายแสดง
ทางออกที่ชดั เจนทเ่ี ขา้ ใจไดส้ าหรบั ผูท้ อ่ี ย่ใู นโรงพยาบาล (ตัวอย่างเช่น แสดงดว้ ยสญั ลกั ษณ์ และ/หรือภาษาทสี่ ว่ น
ใหญ่เขา้ ใจ ) และไฟฉกุ เฉนิ
คณุ ลกั ษณะดังกลา่ วช่วยใหผ้ ปู้ ่วย บุคลากร และผมู้ าเยย่ี มมเี วลาเพียงพอในการออกจากสถานทีอ่ ย่างปลอดภยั หรือไปถึง พนื้ ท่ี
ปลอดภยั ภายในอาคารในขณะที่เกดิ เพลิงไหม,้ ควัน, หรือเหตฉุ กุ เฉินอ่นื ท่ไี ม่ใชเ่ หตเุ พลิงไหม้ คณุ ลกั ษณะเหลา่ นมี้ ี ประสทิ ธิภาพ
ไม่ว่าอาคารจะมีอายุ ขนาด หรอื การก่อสรา้ งจะเป็นอย่างไร
องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ FMS.8.1
❑ 1. โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั รวมถงึ อปุ กรณ/์ ระบบสาหรบั การตรวจจบั ล่วงหนา้ และการเตือนไฟไหมแ้ ละควนั ไฟ
❑ 2. โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คีภยั รวมถึงอปุ กรณ/์ ระบบในการดบั ไฟ
❑ 3. เม่อื กฎหมายและขอ้ บงั คบั ทอ้ งถน่ิ กาหนด โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คีภยั จะรวมถงึ การกกั กนั ไฟ และควนั และ
คณุ ลกั ษณะเหลา่ นจี้ ะไดร้ บั การดแู ลเพื่อใหม้ ่นั ใจถงึ ประสทิ ธิภาพและความปลอดภยั
266
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
องคป์ ระกอบทวี่ ัดไดข้ อง FMS.8.2
❑ 1. โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั รวมถงึ การเขา้ ถึงทางออกจากอาคารทป่ี ลอดภยั โดยสะดวกและไม่มสี ่ิงกดี ขวาง
❑ 2. โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คีภยั รวมถึงป้ายทางออกทมี่ องเหน็ ไดช้ ดั เจนซ่ึงผอู้ ย่อู าศยั ในโรงพยาบาลเขา้ ใจได้
❑ 3. โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คีภยั รวมถงึ แสงสวา่ งสาหรบั ทางเดนิ ทางออกฉกุ เฉนิ และ บนั ได
มาตรฐาน FMS.8.3
อปุ กรณแ์ ละระบบความปลอดภยั จากอคั คีภยั ทงั้ หมด รวมถงึ อปุ กรณท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การตรวจจับล่วงหนา้ การแจง้ เตอื น
และการดบั เพลิงไดร้ บั การตรวจสอบ ทดสอบ และบารุงรกั ษา P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.8.3
โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั ของโรงพยาบาลระบุความถี่ของการตรวจสอบ ทดสอบ และบารุงรกั ษาระบบปอ้ งกนั
อคั คีภยั และระบบความปลอดภยั ทีส่ อดคลอ้ งกบั ขอ้ กาหนด อปุ กรณแ์ ละระบบความปลอดภยั จากอคั คีภยั ในโรงพยาบาล
รวมถึงแต่ไมจ่ ากดั เพียงส่งิ ตอ่ ไปน:ี้
• เครื่องตรวจจบั ความรอ้ นและควนั
• สญั ญาณเตอื นไฟไหม้
• ป๊ัมนา้ ดบั เพลิง
• ระบบ Standpipe
• สปริงเกอร์
• ระบบดบั เพลงิ
• ท่อดบั เพลงิ
• ถงั ดบั เพลิงแบบพกพา
• ประตหู นีไฟและส่วนประกอบตา่ งๆ (รวมทงั้ ประตบู านเลื่อนและประตมู ว้ น)
• อปุ กรณป์ ิดอตั โนมตั สิ าหรบั ระบบอากาศ
• ระบบจดั การควนั อตั โนมตั ิ
267
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
โรงพยาบาลจะตรวจสอบ ทดสอบ และบารุงรกั ษาอปุ กรณแ์ ละระบบความปลอดภยั จากอัคคีภยั ทั้งหมดภายในอาคาร รวมถึง
อุปกรณ์สาหรบั การตรวจจับและดับไฟและควันเบือ้ งต้น กิจกรรมและความถ่ีในการตรวจสอบ ทดสอบ และบารุงรกั ษา
สอดคลอ้ งกับคาแนะนาของผผู้ ลติ เมื่อประมวลกฎหมายและขอ้ บงั คับในทอ้ งถ่นิ มีขอ้ กาหนดสาหรบั การตรวจสอบ, การทดสอบ
และการบารุงรกั ษาอุปกรณแ์ ละระบบความปลอดภัยจากอัคคีภยั โรงพยาบาลปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนดท่ีเขม้ งวดมากขึน้ ไม่วา่ จะ
เป็นคาแนะนาของผผู้ ลิตหรอื กฎระเบียบ กฎหมาย และขอ้ บงั คบั ในทอ้ งถ่ิน
ขอ้ บกพร่องใด ๆ ท่ีระบุ เช่น ระบบและอุปกรณท์ ่ีบกพรอ่ งหรือไม่ทางาน จะไดร้ บั การแก้ไขทนั ที เมื่อไม่สามารถดาเนินการแกไ้ ข
ไดใ้ นทันที มีการใชม้ าตรการช่วั คราวเพื่อลดความเสีย่ งจากอคั คีภยั และทาใหม้ ่นั ใจในความปลอดภยั ของผปู้ ่วย เจา้ หนา้ ท่ี และ
ผมู้ าเย่ียม จนกว่าจะแก้ไขขอ้ บกพร่องไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ ผลลพั ธข์ องการตรวจสอบ การทดสอบ และการบารุงรกั ษาทง้ั หมด ไดร้ บั
การบนั ทกึ ไว้ รวมถึงบนั ทกึ การแกไ้ ขและมาตรการช่วั คราวทดี่ าเนินการ
หมายเหตุ: สามารถดรู ายการมาตรการช่วั คราวไดใ้ นภาคผนวกทา้ ยบท "การจดั การอาคารสถานทแี่ ละความปลอดภยั " (FMS)
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ไดข้ อง FMS.8.3
❑ 1. อุปกรณ์และระบบความปลอดภยั จากอคั คีภยั ทงั้ หมด รวมทง้ั อปุ กรณส์ าหรบั การตรวจจับและดบั ควันและไฟ ไดร้ บั การ
ตรวจสอบ ทดสอบ และบารุงรกั ษาตามคาแนะนาของผผู้ ลิตหรือตามที่กาหนดไวใ้ นประมวลกฎหมาย กฎหมาย และ
ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ในทอ้ งถ่ิน แลว้ แต่ขอ้ กาหนดใดทเี่ ขม้ งวดมากกวา่
❑ 2. การตรวจสอบ การทดสอบ และการบารุงรกั ษาอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยจากอคั คีภยั ทงั้ หมด ไดร้ บั การบันทึก
รวมถึงผลลพั ธแ์ ละการดาเนนิ การแกไ้ ข
❑ 3. ขอ้ บกพร่องใด ๆ ท่ีพบในอปุ กรณแ์ ละระบบความปลอดภัยจากอัคคีภัยจะไดร้ บั การแก้ไขทนั ที หรอื ใชม้ าตรการช่วั คราว
เพ่ือลดความเสย่ี งจากอคั คีภยั จนกวา่ ขอ้ บกพรอ่ งจะสามารถแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์
มาตรฐาน FMS.8.4
โรงพยาบาลใหเ้ จา้ หนา้ ที่เขา้ รว่ มการฝึกซอ้ มเป็นประจาเพื่อประเมินโปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คีภยั P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.8.4
โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั ของโรงพยาบาลกาหนด
• แผนการรายงานและการตอบสนองตอ่ เหตฉุ กุ เฉนิ ดา้ นอคั คภี ยั
• แผนการอพยพอย่างปลอดภยั ในกรณีทีเ่ กดิ เพลงิ ไหม,้ ควนั หรือ เหตฉุ กุ เฉนิ ที่ไมใ่ ช่เหตเุ พลงิ ไหม้
• ขน้ั ตอนการทดสอบทกุ ส่วนของโปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คีภยั ในแตล่ ะช่วงระยะเวลา 12 เดอื น
• ความรบั ผดิ ชอบของบคุ ลากรแตล่ ะคนใน เหตฉุ กุ เฉินจากอคั คภี ยั
268
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
• การฝึกอบรมท่จี าเป็นของเจา้ หนา้ ที่ในการปกป้องและอพยพผปู้ ่วยอย่างมปี ระสิทธิภาพเมอ่ื มีเหตฉุ กุ เฉนิ เกิดขนึ้ และ
• การมสี ่วนรว่ มของบคุ ลากรในการฝึกซอ้ มความปลอดภยั จากอคั คีภยั อย่างนอ้ ยหนง่ึ ครงั้ ตอ่ ปี (ดู FMS.13 ดว้ ย)
การฝึกซอ้ มเพ่ือประเมินโปรแกรมความปลอดภัยจากอัคคีภัยสามารถทาไดห้ ลายวิธี ตัวอย่างเช่น เพื่อใหแ้ น่ใจว่าเจา้ หน้าท่ีรู้
ว่าต้องทาอะไร ออกไปอย่างไร และรวบรวมท่ีไหน ("จุดรวมพล") โรงพยาบาลอาจเลือกดาเนินการฝึกอพยพในช่วง เวรต่างๆ
รวมทัง้ ตอนกลางคืนและวนั หยดุ สดุ สปั ดาห์ (การฝึกอพยพในพนื้ ท่ี เช่น หอผปู้ ่วยหนกั หอ้ งผ่าตัด หรือบน ชนั้ สงู ของอาคาร อาจ
ทาใหไ้ ดข้ อ้ มลู เชิงลึกเพิ่มเติมแต่ไม่ใช่ภาคบงั คับ) หมายเหตุ: การฝึกอพยพเพ่ือประเมินโปรแกรมความปลอดภัยจากอคั คีภยั
ไม่ควรเกีย่ วขอ้ งกบั ผปู้ ่วย
อีกตัวอย่างหนง่ึ ของแบบฝึกหดั เพื่อประเมินโปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั ไดแ้ ก่ การกาหนด "เจา้ หนา้ ทด่ี ับเพลงิ " ใหก้ บั
แต่ละหน่วย และใหส้ ุ่มทดสอบเจ้าหนา้ ที่เกี่ยวกับส่ิงท่ีพวกเขาจะตอ้ งปฏิบัติอย่างไรหากเกิดเพลิงไหม้ในหน่วยของพวกเขา
บุคลากรสามารถถามคาถามเฉพาะเช่น "วาลว์ ปิดออกซิเจนอย่ทู ี่ไหน? ถ้าตอ้ งปิดวาลว์ อ็อกซิเจน คุณจะดแู ลผปู้ ่วยที่ตอ้ งการ
ออ็ กซิเจนอยา่ งไร? ถงั ดบั เพลิงในหน่วยงานของคณุ อย่ทู ่ีไหน? คณุ รายงานไฟไหมไ้ ดอ้ ย่างไร? คณุ จะปกปอ้ งผปู้ ่วยระหว่าง เกิด
เพลิงไหมไ้ ด้อย่างไร? หากคุณตอ้ งการอพยพผูป้ ่ วย กระบวนการของคุณเป็นอย่างไร” บุคลากรควรจะสามารถตอบคาถาม
เหล่านีไ้ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง กองไฟควรเก็บบันทึกของผทู้ ี่เขา้ รว่ ม ตัวอย่างแบบฝึกหัดอ่ืนๆ ไดแ้ ก่ การสอนและการทดสอบโดยใช้
คอมพวิ เตอร์ หรือการทดสอบขอ้ เขยี นเพ่ือใหเ้ จา้ หนา้ ที่มสี ่วนรว่ มกบั โครงการความปลอดภยั จากอคั คีภยั
ไม่ว่าจะเลือกการทดสอบแบบใด เพื่อประเมินโปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คีภยั บคุ ลากรควรมคี วามรูเ้ ก่ียวกบั โปรแกรมและ
สามารถอธิบายวธิ ีการนาผปู้ ่วยไปส่คู วามปลอดภยั ได้ บุคลากรทไ่ี ม่ผา่ นจะไดร้ บั การอบรมและสอบใหม่
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ไดข้ อง FMS.8.4
❑ 1. บุคลากรจากทุกเวร รวมทั้งเวรกลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์ มีส่วนร่วมในการฝึกซอ้ มเพื่อประเมินโปรแกรม ความ
ปลอดภยั จากอคั คภี ยั เป็นประจาทกุ ปี
❑ 2. บคุ ลากรมคี วามรูเ้ กีย่ วกบั โปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั และสามารถอธิบายวธิ ีการนาผปู้ ่วยไปส่คู วามปลอดภยั ได้
❑ 3. ผลลัพธ์ของการฝึกซอ้ มเพื่อประเมินโปรแกรมความปลอดภัยจากอคั คีภยั ไดร้ บั การบันทึกไว้ และเจา้ หนา้ ท่ีที่ทดสอบไม่
ผ่าน จะไดร้ บั การศกึ ษาซา้ และทดสอบซา้ ในโปรแกรมความปลอดภยั จากอคั คภี ยั
มาตรฐาน FMS.8.5
โปรแกรมความปลอดภัยจากอคั คีภัยรวมถึงการจากดั การสบู บุหรี่โดยเจา้ หนา้ ที่และผปู้ ่วยในพืน้ ที่ที่กาหนดซ่ึงไม่ใช่พืน้ ท่ีดูแล
ของโรงพยาบาล P
269
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.8.5
โครงการความปลอดภยั จากอคั คีภยั กลา่ วถึงการจากดั การสบู บหุ รแี่ ละ
• ใชก้ บั ผปู้ ่วย ครอบครวั เจา้ หนา้ ท่ี และ ผมู้ าเยย่ี ม ทกุ คน
• กาจัดการสูบบุหรี่ในสถานท่ีของโรงพยาบาล หรือจากัดการสูบบุหร่ีให้นอ้ ยท่ีสุดไปยังนอกพืน้ ท่ีการดูแลผปู้ ่ วยท่ี
กาหนดซึ่งมกี ารระบายอากาศออกสภู่ ายนอก และ
• หา้ มสบู บหุ ร่ีในทกุ พนื้ ท่ีทก่ี าลงั กอ่ สรา้ งหรือปรบั ปรุง
การสบู บุหร่ีรวมถึงแต่ไม่จากดั เพียงการใชบ้ ุหร่ี ซิการ์ ไปป์ มอระกู่(hookahs) บุหรไ่ี ฟฟ้า (รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบไอ)
และแหลง่ กาเนดิ ประกายไฟอื่นๆ สาหรบั การสบู บุหร่ี
โปรแกรมความปลอดภัยจากอัคคีภัยท่ีกล่าวถึงการจากัดการสูบบุหร่ีระบุขอ้ ยกเวน้ ท่ีเก่ียวขอ้ งกับผปู้ ่ วย เช่น เหตผุ ลทางการ
แพทย์ หรอื ทางจิตเวชท่ีผปู้ ่วยอาจไดร้ บั อนญุ าตใหส้ บู บุหรี่ และบุคคลเหลา่ นน้ั ไดร้ บั อนญุ าตใหย้ กเวน้ ดังกล่าว เม่ือมีการยกเวน้
ผปู้ ่วยจะสบู บุหรใ่ี นพนื้ ท่ที ่ไี ม่ใช่พนื้ ทส่ี าหรบั การรกั ษาที่กาหนด โดยอยหู่ า่ งจากผปู้ ่วยรายอน่ื
องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ FMS.8.5
❑ 1. โครงการความปลอดภยั จากอคั คภี ยั กลา่ วถงึ การกาจดั หรือจากดั การสบู บหุ รีภ่ ายในสถานพยาบาล
❑ 2. โปรแกรมนใี้ ชก้ บั ผปู้ ่วย ครอบครวั ผมู้ าเยี่ยม และบคุ ลากร
❑ 3. โปรแกรมระบุว่าใครเป็นผอู้ นญุ าตใหผ้ ปู้ ่วยสบู บุหรีแ่ ละเมื่อใดที่ขอ้ ยกเวน้ เหล่านน้ั มผี ลบงั คบั ใช้
❑ 4. หา้ มสบู บหุ รี่ในทกุ พนื้ ที่ที่กาลงั กอ่ สรา้ งหรอื ปรบั ปรุง
อุปกรณ์ทางการแพทย์ 270
มาตรฐาน FMS.9
โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินการโปรแกรมการจดั การเคร่อื งมอื แพทยท์ ่วั ทง้ั องคก์ ร P
มาตรฐาน FMS.9.1
โปรแกรมเครื่องมอื แพทยร์ วมถึงการตรวจสอบ การทดสอบ การบารุงรกั ษาเชงิ ปอ้ งกนั และการบนั ทึกผลลพั ธ์ P
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
เจตนาของ FMS.9 และ FMS.9.1
โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินการโปรแกรมที่เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรสาหรบั การจดั การอุปกรณ์ทางการแพทยท์ ่วั ท้งั โรงพยาบาล
ในฐานะท่ีเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลดาเนินการและจดั ทาบนั ทกึ การประเมินความเสี่ยง อย่างนอ้ ย
ทกุ ปี เพอ่ื ระบุพนื้ ที่ที่มีความเส่ียงของอุปกรณท์ างการแพทย์ เพ่ือใหม้ ่นั ใจว่าเคร่ืองมือแพทยจ์ ะพรอ้ มใชง้ านและทางานไดอ้ ย่าง
ถกู ตอ้ ง โรงพยาบาลจึงดาเนินการและจดั ทาเอกสารตา่ งๆ
• รายการเครือ่ งมอื แพทย์ ;
• การตรวจ อปุ กรณท์ างการแพทยอ์ ยา่ งสม่าเสมอ
• การทดสอบเครอ่ื งมอื แพทยต์ ามการใชง้ านและขอ้ กาหนดของผผู้ ลิต และ
• ประสิทธิภาพของการบารุงรกั ษาเชงิ ปอ้ งกนั
บคุ คลที่มีคณุ สมบตั ิเหมาะสมจะเป็นผใู้ หบ้ รกิ ารเหล่านี้ อุปกรณท์ างการแพทยไ์ ดร้ บั การตรวจสอบและทดสอบ เมอื่ เป็นของใหม่
และดาเนินการอย่างต่อเน่ืองตามอายุของอุปกรณ์, การใชง้ าน, และคาแนะนาของผผู้ ลิต มีการบันทึกการตรวจสอบ ผลการ
ทดสอบ และการบารุงรกั ษาใดๆ ซึ่งช่วยใหม้ ่นั ใจไดถ้ ึงความต่อเนอ่ื งของกระบวนการบารุงรกั ษา และชว่ ยในการวางแผนเงินทุน
สาหรบั การเปลย่ี น การอปั เกรด และการเปลย่ี นแปลงอนื่ ๆ (ดู AOP.5.5; AOP.6.4; COP.3.3; COP.4 และ COP.4.1)
องคป์ ระกอบที่วดั ได้ของ FMS.9
❑ 1. โรงพยาบาลจัดทาและดาเนินการโปรแกรมที่เป็นลายลักษณ์อักษรสาหรบั การจัดการอุปกรณ์ทางการแพทยท์ ่ัวท้ัง
โรงพยาบาล
❑ 2. การประเมินความเสี่ยงของอุปกรณ์ทางการแพทย์จะดาเนินการท่ัวทงั้ โรงพยาบาลและจดั ทาเป็นบนั ทึก และระบุและ
จดั ลาดบั ความสาคญั ของความเสย่ี งของอปุ กรณก์ ารแพทยจ์ ากการประเมินความเสยี่ ง
❑ 3. โรงพยาบาลระบเุ ป้าหมาย ดาเนินการปรบั ปรุง และตรวจสอบขอ้ มูลเพอ่ื ใหแ้ นใ่ จว่าความเสี่ยงของอปุ กรณ์ทางการแพทย์
จะลดลงหรือหมดไป
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ FMS.9.1
❑ 1. โปรแกรมเคร่ืองมือแพทยจ์ ะระบุอุปกรณ์ทางการแพทยท์ ่ีโรงพยาบาลเป็นเจา้ ของและไม่ใช่ของโรงพยาบาลที่มีอยู่ใน
องคก์ ร เช่น อุปกรณ์ท่ีเช่า, ใหเ้ ช่า และอปุ กรณ์ท่ีแพทย์และผูป้ ฏิบัติงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพอื่นๆ และผปู้ ่ วยเป็นผู้นา
เขา้ มา
❑ 2. โปรแกรมเครื่องมอื แพทยร์ วมถงึ รายการของอปุ กรณท์ างการแพทยท์ งั้ หมด
271
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
❑ 3. อปุ กรณ์ทางการแพทยไ์ ดร้ บั การตรวจสอบและทดสอบเมื่อเป็นของใหม่ และตามอายุ การใชง้ าน และตามคาแนะนาของ
ผผู้ ลติ ภายหลงั จากนนั้
❑ 4. โปรแกรมเครอื่ งมอื แพทยร์ วมถงึ การบารุงรกั ษาเชิงปอ้ งกนั และการสอบเทียบตามความเหมาะสม
มาตรฐาน FMS.9.2
โรงพยาบาลมีกระบวนการตรวจสอบและดาเนินการตามประกาศเกี่ยวกับอันตราย การเรียกคืน เหตกุ ารณ์ท่ีรายงาน ปัญหา
และความลม้ เหลวของเครอ่ื งมือแพทย์ P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.9.2
โรงพยาบาลมีระบบสาหรบั เฝา้ ติดตามและดาเนินการตามประกาศแจง้ เตือนเกี่ยวกบั อันตรายของอุปกรณ์ทางการแพทย์ การ
เรียกคืน, เหตุการณ์ที่ตอ้ งรายงาน, ปัญหา, และความลม้ เหลวท่ีแจง้ โดยผผู้ ลิต, ซพั พลายเออร,์ หรือหน่วยงานกากบั ดูแลบาง
ประเทศกาหนดใหร้ ายงานอปุ กรณ์ทางการแพทยท์ ี่มีประเด็นเก่ียวขอ้ งกับการเสียชีวิต, การบาดเจ็บสาหัส, หรือการเจ็บป่วย
โรงพยาบาลตอ้ งระบุและ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวขอ้ งกับการรายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับเคร่ืองมือแพทย์
โรงพยาบาลดาเนินการวิเคราะห์สาเหตุที่แทจ้ ริงเพ่ือตอบสนองต่อเหตกุ ารณ์พึงสงั วรณ์ โปรแกรมการจัดการอปุ กรณ์ทางการ
แพทย์ กล่าวถึงการใชอ้ ปุ กรณท์ างการแพทยท์ ี่มีการรายงานถงึ ปัญหาหรอื ความลม้ เหลว หรือเป็นเรอ่ื งของการแจง้ เตอื นอนั ตราย
หรอื อย่รู ะหวา่ งการเรยี กคืน (ดู ASC.7.4 )
องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง FMS.9.2
❑ 1. โรงพยาบาลมีกระบวนการในการติดตามและดาเนินการเก่ียวกับอุปกรณ์ทางการแพทยแ์ ละการแจง้ เตือนอนั ตรายของ
อปุ กรณฝ์ ัง, การเรยี กคนื , เหตกุ ารณท์ ต่ี อ้ งรายงาน, ปัญหา, และความลม้ เหลว
❑ 2. โรงพยาบาลรายงานการเสยี ชีวิต การบาดเจ็บสาหสั หรอื การเจ็บป่วยใดๆ ที่เป็นผลจากเครือ่ งมือแพทย์ ผ่านกระบวนการ
รายงานเหตกุ ารณแ์ ละอบุ ตั กิ ารณไ์ มพ่ ึงประสงคข์ องโรงพยาบาล
❑ 3. โปรแกรมการจดั การเคร่ืองมือแพทยจ์ ะกลา่ วถึงการใชอ้ ุปกรณท์ างการแพทยท์ ี่มีการรายงานปัญหาหรอื ความลม้ เหลว,
หรอื การแจง้ เตือนอนั ตรายหรอื อยรู่ ะหวา่ งการเรียกคนื
272
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
ระบบสาธารณูปโภค
มาตรฐาน FMS.10
โรงพยาบาลพฒั นาและดาเนนิ โปรแกรมการจดั การระบบสาธารณปู โภคท่วั ทงั้ องคก์ ร P
มาตรฐาน FMS.10.1
โปรแกรมระบบสาธารณูปโภครวมถงึ การตรวจสอบ การทดสอบ และการบารุงรกั ษาเพื่อใหม้ ่นั ใจว่าระบบสาธารณูปโภค จะทา
งานอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผลเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการของผปู้ ่วย บุคลากร และผมู้ าเยีย่ ม P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.10 และ FMS.10.1
ระบบสาธารณูปโภค สามารถให้ความหมายได้ถึง ระบบและอปุ กรณ์ท่ีสนับสนนุ บริการที่จาเป็นที่ทาใหม้ ีการดูแลสขุ ภาพท่ี
ปลอดภยั ระบบดงั กลา่ วรวมถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้า พลงั งาน; ประปา; หมอ้ ไอนา้ /ไอนา้ ; การทาความรอ้ น การระบายอากาศ
และการปรบั อากาศ (HVAC); กา๊ ซทางการแพทย์ สญู ญากาศทางการแพทย/์ ศลั ยกรรม; การจดั การของเสีย; และระบบสื่อสาร
และระบบข้อมูล การดาเนินงานสาธารณูปโภคและระบบสาคัญอ่ืนๆ ในโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมี
ประสทิ ธิผล มีความจาเป็นต่อความปลอดภยั ของผปู้ ่วย บุคลากร และผมู้ าเย่ียม และเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการดา้ นการดแู ล
ผปู้ ่วย เน่ืองจากการดูแลผปู้ ่วยท้งั แบบปกติและเรง่ ด่วนโรงพยาบาลมีการใหบ้ ริการตลอด 24 ช่วั โมง, ทุกวันในสปั ดาห์ ดังนั้น
แหลง่ สาธารณปู โภคท่ีใชง้ านไดโ้ ดยไม่ขดั ขอ้ งจงึ สาคญั และจาเป็นอย่างยง่ิ ต่อการตอบสนองความตอ้ งการการดแู ลผปู้ ่วย
โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนนิ การโปรแกรมท่ีเป็นลายลักษณอ์ กั ษรสาหรบั การจดั การระบบสาธารณูปโภคท่วั ท้ังโรงพยาบาล (ดู
PCI.10) ในฐานะท่ีเป็นส่วนหน่ึงของโปรแกรมระบบสาธารณูปโภค โรงพยาบาลดาเนินการและจัดทาบันทึกการประเมินความ
เสีย่ งอย่างนอ้ ยปีละหนึ่งครง้ั เพ่ือระบุพืน้ ท่ีทม่ี ีความเส่ียงท่ีเกย่ี วขอ้ งกับระบบสาธารณูปโภค การประเมนิ ความเสี่ยงยงั พิจารณา
ถึงบริการทีม่ ีใหมแ่ ละบริการทว่ี างแผนไวแ้ ลว้ ซึง่ อาจก่อใหเ้ กิดความเส่ียงต่อระบบสาธารณปู โภค
โปรแกรมการจดั การสาธารณูปโภคท่ีดีช่วยใหม้ ่นั ใจไดถ้ งึ ความน่าเชือ่ ถอื ของระบบสาธารณปู โภคและลดความเสีย่ งทีอ่ าจเกิดขึน้
ตัวอย่างเช่น การปนเปื้อนในน้า, การระบายอากาศท่ีไม่มีประสิทธิภาพในพืน้ ที่ดูแลผู้ป่ วยวิกฤต, ถังออกซิเจนท่ีเก็บไวใ้ น
ลกั ษณะที่ไม่ม่นั คง, ท่อออกซิเจนร่วั , และสายไฟท่ีชารุดหลดุ ล่ยุ , ลว้ นก่อใหเ้ กิดอันตราย เพ่ือหลีกเล่ียงความเสี่ยงเหล่านีแ้ ละ
ความเสี่ยงอ่ืน ๆ โรงพยาบาลจึงมีกระบวนการตรวจสอบระบบดังกล่าวอย่างสม่าเสมอ และดาเนินการบารุงรกั ษาเชิงป้องกัน
เป็นประจา ในระหว่างการทดสอบ จะใหค้ วามสนใจกบั สว่ นประกอบทีส่ าคญั (เช่น สวติ ชแ์ ละรีเลย)์ ของระบบ
273
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
โรงพยาบาลควรมีรายการของระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดครบถ้วน และระบุว่าส่วนประกอบใดมีผลกระทบมากท่ีสุดต่อการ
ช่วยชีวิต, การป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ , การสนบั สนนุ ดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม,และการส่อื สาร โปรแกรมการจดั การสาธารณปู โภค
รวมถงึ กลยทุ ธส์ าหรบั การบารุงรกั ษาสาธารณูปโภคเพื่อใหแ้ น่ใจว่าสว่ นประกอบสาคญั ของระบบเหล่านี้ เช่น ไฟฟ้า นา้ ของเสีย
การระบายอากาศ และก๊าซทางการแพทย์ ไดร้ บั การตรวจสอบอยา่ งสมา่ เสมอ ทดสอบ บารุงรกั ษา และพฒั นาเพ่ือลดและกาจัด
ความเส่ยี งเม่ือจาเป็น
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ได้ของ FMS.10
❑ 1. โรงพยาบาลจดั ทาและใชโ้ ปรแกรมทเ่ี ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรสาหรบั การจดั การระบบสาธารณปู โภคท่วั ทง้ั โรงพยาบาล
❑ 2. โรงพยาบาลดาเนินการและจดั ทาบนั ทกึ การประเมินความเสีย่ งของระบบสาธารณูปโภคท่วั ทง้ั โรงพยาบาล ทกุ ปี และจัด
ลาดบั ความสาคญั ความเสย่ี งของระบบสาธารณูปโภคทรี่ ะบุไดจ้ ากการประเมนิ ความเส่ยี ง
❑ 3. โรงพยาบาลระบุเป้าหมาย ดาเนนิ การปรบั ปรุง และติดตามขอ้ มลู เพ่ือใหแ้ นใ่ จว่าความเส่ียงของระบบสาธารณูปโภค จะ
ลดลงหรอื หมดไป
องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง FMS.10.1
❑ 1. โรงพยาบาลจะรวบรวมสว่ นประกอบของระบบสาธารณปู โภคและทาแผนผงั ระบบสาธารณปู โภคทเ่ี ป็นปัจจบุ นั
❑ 2. โรงพยาบาลระบุเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรถึงกจิ กรรมและช่วงเวลาสาหรบั การตรวจสอบ ทดสอบ และดาเนินการบารุงรกั ษา
เชิงป้องกันในส่วนประกอบของระบบสาธารณู ปโภคท้ังหมดเป็ นประจา และขึ้นอยู่กับ เกณ ฑ์ต่างๆ เช่น
คาแนะนาของผผู้ ลิต ระดบั ความเส่ียง และ ตามประสบการณข์ องโรงพยาบาล
❑ 3. โรงพยาบาลปรบั ปรุงหรือเปลี่ยนระบบสาธารณูปโภคและส่วนประกอบ เม่ือมีการระบุความจาเป็นในการปรบั ปรุง ผ่าน
การตรวจสอบ การทดสอบ และการบารุงรกั ษา
❑ 4. โรงพยาบาลจะตอ้ งทาป้ายบ่งชตี้ วั ควบคมุ ระบบสาธารณูปโภค เพื่ออานวยความสะดวกในการปิดการทางานกรณีฉกุ เฉิน
แบบบางส่วนหรือทง้ั หมด
มาตรฐาน FMS.10.2
โปรแกรมระบบสาธารณูปโภคของโรงพยาบาลช่วยให้แน่ใจว่าสาธารณูปโภคท่ีจาเป็น รวมทง้ั พลังงาน, นา้ , และก๊าซทางการ
แพทย์ พรอ้ มใชง้ านตลอดเวลา และแหลง่ ทางเลือกอนื่ สาหรบั ระบบสาธารณปู โภคทจี่ าเป็น มีการดาเนินการและทดสอบ P
274
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.10.2
ในโรงพยาบาล การดแู ลผปู้ ่วยทัง้ แบบปกตแิ ละเร่งดว่ นใหบ้ รกิ ารตลอด 24 ช่วั โมง ทุกวนั ในสปั ดาห์ โรงพยาบาลมีความตอ้ งการ
ระบบสาธารณูปโภคที่แตกต่างกนั ไปตามภารกิจ ความตอ้ งการของผปู้ ่วย และทรพั ยากร อย่างไรก็ตาม แหล่งสาธารณูปโภค
ทจี่ าเป็นและไม่ขดั ขอ้ ง ซ่ึงรวมถงึ นา้ ไฟฟ้า และก๊าซทางการแพทย์ มคี วามสาคญั ตอ่ การตอบสนองความตอ้ งการการดแู ลผปู้ ่วย
(ดู PCI.10 เพิม่ เติม)
ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินจาเป็นสาหรบั โรงพยาบาลทุกแห่งที่ตอ้ งการใหบ้ ริการอย่างต่อเน่ืองภายใตภ้ าวะฉกุ เฉิน ระบบดังกล่าวมี
พลงั งานเพียงพอเพื่อรกั ษาการทางานที่จาเป็นในระหว่างท่ีไฟฟ้าขัดขอ้ ง นอกจากนีย้ งั ช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวขอ้ งกับความ
ลม้ เหลวดังกล่าว แหล่งไฟฟ้าฉุกเฉนิ และแหล่งสารองไดร้ บั การทดสอบภายใตส้ ถานการณ์ทว่ี างแผนไว้ ซงึ่ จาลองความตอ้ งการ
โหลดจริง ตัวอย่างเช่น สาหรบั การทดสอบรายไตรมาส ขอ้ กาหนดคือการทดสอบการทางานเป็นเวลา 30 นาที และควรได้
30% ของโหลดตามเนมพลท (nameplate load) ซึ่งเวลา 30 นาทีไม่รวมเวลาท่ีใชใ้ นการวอรม์ อพั หรือคูลดาวน์ โรงพยาบาล
อาจเลอื กวธิ ีการทดสอบอน่ื ท่เี ป็นไปตามมาตรฐานอตุ สาหกรรม (ดู FMS.11 เพม่ิ เตมิ )
คณุ ภาพนา้ สามารถเปล่ียนแปลงไดอ้ ย่างกะทันหันจากหลายสาเหตุ บางอย่างเกิดขึน้ ภายนอกโรงพยาบาล เช่น ท่อส่งนา้ เขา้
โรงพยาบาลชารุด เม่ือมีการหยุดชะงักของแหล่งนา้ ตามปกติที่จ่ายใหก้ บั องคก์ ร การจดั หาน้าด่ืมฉุกเฉิน จะตอ้ งพรอ้ มใชง้ าน
ทนั ที
โดยไม่คานึงถึงประเภทของระบบและระดับของทรพั ยากร โรงพยาบาลจาเป็นตอ้ งปกป้องผปู้ ่ วยและเจา้ หนา้ ท่ีในกรณีฉกุ เฉิน
เช่น เม่ือระบบสาธารณูปโภคที่จาเป็นล้มเหลว, ขัดข้อง, หรือปนเปื้อน เพื่อเตรียมความพรอ้ มสาหรบั เหตุฉุกเฉินดังกล่าว
โรงพยาบาล;
• กาหนดระบบสาธารณูปโภคท่ีจาเป็นตามระบบ, อุปกรณ์, และพืน้ ที่ท่ีมีความเส่ียงสงู สุดต่อผปู้ ่ วยและเจา้ หนา้ ที่
หากระบบสาธารณูปโภคขัดข้อง, ลม้ เหลว, หรือไม่สามารถใชง้ านได้ (ตัวอย่างเช่น ระบบหลัก, อุปกรณ์, และ
พืน้ ท่ีท่ีต้องการแสงสว่าง, ระบบทาความเย็น, มีการใชเ้ ครื่องช่วยชีวิต, น้าสาหรับทาความสะอาดและฆ่าเชื้อ
อปุ กรณ,์ และอื่นๆ );
• ประเมนิ และลดความเสีย่ งของความลม้ เหลวของระบบสาธารณูปโภคในพนื้ ทเี่ หลา่ นี้
• วางแผนเตรียมไฟฟา้ ฉกุ เฉินและแหล่งนา้ สะอาดสาหรบั พนื้ ที่และ ความตอ้ งการเหลา่ นี้
• ทดสอบความพรอ้ มใชง้ านและความน่าเชื่อถอื ของแหลง่ พลงั งานและ นา้ ฉกุ เฉิน
• บนั ทึกผลการทดสอบ;
275
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
• ตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่าการทดสอบแหลง่ นา้ ทางเลอื กเกดิ ขนึ้ อยา่ งนอ้ ยปีละครง้ั หรือถขี่ นึ้ หากกฎหมาย ขอ้ บงั คบั หรือ
สภาวะของแหล่งนา้ เป็นตัวกาหนด (ตัวอย่าง สภาวะของแหล่งนา้ ที่อาจเพิ่มความถี่ในการทดสอบ ได้แก่ มีการ
ซ่อมแซมระบบนา้ บอ่ ยครงั้ และเกดิ การปนเปื้อนของแหล่งนา้ บอ่ ยครง้ั ); และ
• ตรวจสอบใหแ้ น่ใจวา่ การทดสอบกาลังไฟฟ้าเกดิ ขึน้ อย่างนอ้ ยทกุ ไตรมาสหรือถี่กว่านน้ั หากกฎหมาย ขอ้ บงั คับ คา
แนะนาของผผู้ ลิตกาหนด หรอื สภาวะของระบบไฟฟ้าเป็นตวั กาหนด (ตัวอย่าง สภาวะของไฟฟ้าท่ีอาจทาใหต้ อ้ ง
เพ่มิ ความถีใ่ นการทดสอบ ไดแ้ ก่ electrical grid ทไี่ มน่ ่าเชือ่ ถอื และมไี ฟฟา้ ดบั โดยไมไ่ ดค้ าดหมายเกิดขนึ้ ซา้ )
เม่ือระบบไฟฟ้าฉกุ เฉินตอ้ งการแหล่งเชือ้ เพลิง การกาหนดปริมาณเชือ้ เพลิงที่จะเก็บในพืน้ ท่ีควรรวมถึง การพิจารณาจากเหตุ
ขดั ขอ้ งในอดตี และปัญหาการจัดสง่ ท่ีคาดการณไ์ ว้ ซ่ึงสาเหตุเกิดจากการขาดแคลน สภาพอากาศ รวมถึงสภาพทางภูมิศาสตร์
และสถานท่ี โรงพยาบาลอาจกาหนด ปริมาณ เชื้อเพลิงที่เก็บไว้ เวน้ แต่กฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับ/หน่วยงานทอ้ งถิ่นจะ
กาหนดปริมาณไว้
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ FMS.10.2
❑ 1. โรงพยาบาลระบุพนื้ ที่และบรกิ ารท่ีมคี วามเส่ียงสงู สดุ เมือ่ ระบบสาธารณูปโภคที่จาเป็นไมส่ ามารถใชง้ านได้ (รวมถึง ไฟฟ้า
นา้ , และก๊าซทางการแพทย)์
❑ 2. โรงพยาบาลทาใหม้ ่นั ใจว่ามีการเตรียมความพรอ้ ม/ความต่อเนื่องของสาธารณูปโภคทจ่ี าเป็น (รวมถึงไฟฟ้า, นา้ , และกา๊ ซ
ทางการแพทย)์ ตลอด 24 ช่วั โมง 7 วนั ตอ่ สปั ดาห์
❑ 3. โรงพยาบาลประเมินและลดความเสี่ยงจากการหยดุ ชะงัก, การปนเปื้อน, และความลม้ เหลวของสาธารณูปโภคท่จี าเป็น
(รวมถึงไฟฟา้ , นา้ , และก๊าซทางการแพทย)์
❑ 4. โรงพยาบาลจะทดสอบความพรอ้ มใชง้ านและคณุ ภาพของแหลง่ นา้ ทางเลือกอย่างนอ้ ยทกุ ปีหรือถกี่ วา่ นนั้ หาก กฎหมาย
และขอ้ บงั คบั ทอ้ งถ่ินกาหนดไวห้ รอื ตามสภาวะของแหล่งนา้ โดยโรงพยาบาลจะตอ้ งบนั ทึกผลการทดสอบ
❑ 5. โรงพยาบาลทาการทดสอบแหล่งไฟฟ้าทางเลือกอย่างนอ้ ยทกุ ไตรมาสหรือถี่กว่านนั้ หากจาเป็นโดยกฎหมาย และข้อ
บงั คบั ทอ้ งถน่ิ , คาแนะนาของผผู้ ลติ , หรอื ตามสภาวะของแหล่งไฟฟ้า โดยโรงพยาบาลจะตอ้ งบนั ทึกผลการทดสอบ
❑ 6. เม่ือระบบไฟฟ้าฉกุ เฉนิ ตอ้ งการเชอื้ เพลิง โรงพยาบาลจะกาหนดและเตรียมเชือ้ เพลิงไวใ้ นสถานทีใ่ หเ้ พียงพอ
มาตรฐาน FMS.10.3
บคุ คลหรอื หน่วยงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายตรวจสอบคณุ ภาพนา้ อยา่ งสมา่ เสมอ
276
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
มาตรฐาน FMS.10.3.1
คณุ ภาพนา้ ทใ่ี ชใ้ นการฟอกไตไดร้ บั การทดสอบหาสารเคมี แบคทเี รยี และสารปนเปื้อนสารพิษ และกระบวนการสาหรบั บริการ
ฟอกไตเป็นไปตามมาตรฐานวชิ าชีพสาหรบั การปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ P
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.10.3 และ FMS.10.3.1
คณุ ภาพนา้ มีแนวโน้มท่ีจะเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน รวมถึงการเปล่ียนแปลงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของโรงพยาบาล
โรงพยาบาลจาเป็นต้องรกั ษาคุณภาพนา้ เน่ืองจากเป็นปัจจัยสาคัญในกระบวนการดูแลรกั ษาทางคลินิก ซ่ึงรวมถึงการทา
หตั ถการทางทันตกรรมและการฟอกไต ดงั น้นั โรงพยาบาลจึงไดก้ าหนดกระบวนการติดตามและรกั ษาคุณภาพนา้ และดาเนิน
การเมื่อพบว่าคณุ ภาพนา้ ไมป่ ลอดภยั
คุณภาพของนา้ ดื่ม ไดร้ บั การทดสอบอย่างนอ้ ย ทุกไตรมาส และการทดสอบนา้ ท่ีบริโภคไม่ไดจ้ ะดาเนินการอย่างนอ้ ยทกุ ๆ 6
เดือน การทดสอบนา้ ด่ืมและ/หรือนา้ ใช้ จะดาเนินการถี่ขึน้ หากกฎหมายและข้อบังคับทอ้ งถ่ินกาหนด หรือหากมีขอ้ บ่งชีจ้ าก
สภาวะของแหล่งนา้ และ/หรือหากเคยประสบปัญหาคณุ ภาพนา้ มากอ่ น การทดสอบสามารถทาไดโ้ ดยบุคคลที่ไดร้ บั มอบหมาย
จากโรงพยาบาล เช่น เจา้ หนา้ ทีจ่ ากหอ้ งปฏิบัติการทางคลนิ ิก หรอื โดยหน่วยงานสาธารณสขุ หรือหนว่ ยงานควบคมุ นา้ ภายนอก
โรงพยาบาล หรือบุคคลอื่นท่ีพิจารณาแลว้ ว่ามีความสามารถที่จะทาการทดสอบดงั กล่าว ไมว่ ่าจะดาเนินการโดยเจา้ หนา้ ทีข่ อง
โรงพยาบาลที่มีคณุ สมบตั ิเหมาะสมหรอื โดยหน่วยงานภายนอกโรงพยาบาล หรือบุคคลที่มคี ณุ สมบตั ิอื่นๆ โรงพยาบาลมีหนา้ ที่
ตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่าการทดสอบเสร็จสมบรู ณแ์ ละจดั ทาเป็นบนั ทกึ
นอกจากการทดสอบคุณภาพน้าแล้ว เพ่ือป้องกันและลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนและการเติบโตของแบคทีเรีย เช่น
Escherichia coli, Legionella และอ่ืนๆ อีกมากมาย อาจขอคาแนะนาจากโปรแกรมการป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ ของ
โรงพยาบาล ตลอดจนขอ้ มลู อุบัตกิ ารณ์ไม่พึงประสงคข์ องผปู้ ่วยอันเนอื่ งมาจากคณุ ภาพนา้ แหล่งขอ้ มูลเหล่านีช้ ่วยทาใหท้ ราบ
วา่ ควรดาเนินการอย่างไร เช่น มาตรการปอ้ งกนั เพื่อลดความเสีย่ งของการปนเปื้อนและการเตบิ โตของแบคทีเรีย
นา้ เป็นส่วนสาคญั ของการดแู ลทางทันตกรรม โรงพยาบาลที่ใหบ้ ริการทนั ตกรรมใชม้ าตรการเพ่ือใหแ้ น่ใจว่านา้ ที่ ใชใ้ นการรกั ษา
และหัตถการทางทนั ตกรรมมีความปลอดภัย ซ่งึ รวมถึงแนวทางปฏิบัตขิ องผผู้ ลิตต่อไปนสี้ าหรบั การบาบดั และทดสอบระบบนา้
ของหน่วยทันตกรรม โรงพยาบาลทาใหแ้ น่ใจว่าเจา้ หนา้ ที่ทนั ตกรรมไดร้ บั การฝึกอบรมและเขา้ ใจขอ้ กาหนด และข้นั ตอนการ
บาบดั และทดสอบนา้ ของหน่วยทนั ตกรรม
คณุ ภาพนา้ เป็นสงิ่ จาเป็นสาหรบั การฟอกไตอย่างปลอดภยั และมปี ระสทิ ธิภาพ เนอ่ื งจากผปู้ ่วยอาจเสีย่ งต่อการติดเชือ้ และ ผลท่ี
ไมพ่ ึงประสงคม์ ากขนึ้ เป็นความจาเป็นท่กี ระบวนการและขนั้ ตอนทใี่ ชใ้ นการฟอกไตตอ้ งเป็นไปตาม มาตรฐานอตุ สาหกรรม และ
แนวทางปฏิบตั ิทางวชิ าชีพของคณุ ภาพนา้ และมาตรการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้ ซึ่งรวมถึงการทดสอบนา้ ทีใ่ ชใ้ นการฟอก
ไตทกุ เดือน เพอ่ื หาการเจริญเติบโตของแบคทีเรยี และเอนโดทอกซนิ และการทดสอบสารเคมีปนเปือ้ นทกุ ปี
277
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
การดาเนินการอื่นๆ เพื่อใหม้ ่นั ใจในคณุ ภาพนา้ ที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงในการติดเชอื้ ในบริการฟอกไต รวมถึงการฆ่าเชือ้
ตามปกติของระบบการจ่ายนา้ และการตรวจสอบนา้ ในเคร่ืองฟอกไต ความถ่ีในการฆ่าเชือ้ ระบบจ่ายนา้ ขึน้ อย่กู บั ปัจจัยต่างๆ
เช่น การออกแบบระบบและระดบั การป้องกนั ทจี่ าเป็นในการควบคมุ แบคทเี รยี ไบโอฟิลม์ ไม่ใหก้ อ่ ตวั ภายในทอ่ นา้
เม่ือทาการทดสอบน้าของเคร่ืองไตเทียม การส่งตรวจรายเดือนโดยกลุ่มตวั อย่างจะมาจาก10% จากเคร่ืองของ โรงพยาบาล
ซ่ึงจะส่งผลใหท้ กุ เครือ่ งไดร้ บั การทดสอบอยา่ งนอ้ ยหนง่ึ ครง้ั ในช่วงระยะเวลา 12 เดอื น รวมทง้ั เครื่องท่ี ไม่ไดใ้ ชง้ าน มีการบนั ทึก
ผลการดแู ลคณุ ภาพระบบนา้ และผลการตรวจนา้
เมื่อนาไปใชก้ บั บรกิ ารของโรงพยาบาล โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนนิ การตามขน้ั ตอนสาหรบั การนาตวั กรองการฟอกเลอื ดมาใช้
ซา้ เช่น กระบวนการสาหรบั การทาความสะอาด การทดสอบ และการจดั เกบ็ ตวั กรอง และความถสี่ าหรบั การใชซ้ า้ /การเปลี่ยน
เมือ่ พบปัญหาคุณภาพนา้ ในโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจะดาเนินการแกไ้ ขปัญหา ในขณะท่ีมีการธารงรกั ษาความปลอดภยั
ของผปู้ ่วยในองคก์ ร ตัวอยา่ งเช่น ปัญหาคณุ ภาพนา้ อาจทาใหโ้ รงพยาบาลตอ้ งจากดั การบรกิ ารบางอย่างหรือใชแ้ หล่งนา้ ทาง
เลือกจนกว่าปัญหาจะไดร้ บั การแก้ไข หลงั จากที่ปัญหาไดร้ บั การแกไ้ ขและการตรวจสอบคุณภาพนา้ แสดงใหเ้ ห็นว่านา้ มีความ
ปลอดภยั โรงพยาบาลจะกลบั ไปใหบ้ ริการดแู ลผปู้ ่วยตามปกติ
องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง FMS.10.3
❑ 1. คณุ ภาพของนา้ ด่ืมไดร้ บั การทดสอบอย่างนอ้ ยทุกไตรมาสหรือถี่กว่านนั้ ตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คับของทอ้ ง ถ่ิน
หรือตามสภาพของแหล่งนา้ และประสบการณเ์ ก่ยี วกบั ปัญหาคณุ ภาพนา้ กอ่ นหนา้ นี้ ผลการทดสอบไดร้ บั การ บนั ทึก ไว้
❑ 2. คุณภาพของน้าใช้ได้รบั การทดสอบอย่างนอ้ ยทุก ๆ 6 เดือน หรือถี่กว่าน้ันตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับของ
ทอ้ งถ่นิ สภาพของแหล่งนา้ และประสบการณก์ อ่ นหนา้ นีเ้ ก่ยี วกบั ปัญหาคณุ ภาพนา้ ผลการทดสอบไดร้ บั การบนั ทึกไว้
❑ 3. มกี ารใชม้ าตรการและกลยทุ ธใ์ นการปอ้ งกนั เพอื่ ลดความเสยี่ งของการปนเปือ้ นและการเจริญเตบิ โตของแบคทีเรียในนา้
❑ 4. มกี ารดาเนินการและบนั ทึกเมอื่ พบวา่ คณุ ภาพนา้ ไม่ปลอดภยั
❑ 5. waterline ของหน่วยทันตกรรมได้รับการบาบัดและทดสอบตามแนวทางของผู้ผลิต และมีการบันทึกการ บาบัดน้า
และการทดสอบไว้
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ไดข้ อง FMS.10.3.1
❑ 1. บริการฟอกไตในโรงพยาบาลเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรมและแนวทางวิชาชีพในการรักษา คุณภาพนา้ และ
ดาเนนิ การตามมาตรการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้
❑ 2. นา้ ท่ีใชใ้ นการฟอกไตไดร้ บั การตรวจสอบการเจรญิ เติบโตของแบคทีเรยี และเอนโดทอกซิน ทกุ เดือน และสาหรบั สารเคมี
ปนเปื้อน ทดสอบทกุ ปี ผลการทดสอบไดร้ บั การบนั ทึกไว้
278
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
❑ 3. โรงพยาบาลทาการฆา่ เชอื้ ระบบจ่ายนา้ สาหรบั การฟอกไตเป็นกิจวตั ร
❑ 4. โรงพยาบาลดาเนินการทดสอบนา้ จากเครื่องไตเทียมทกุ ปี รวมทงั้ เครือ่ งที่ไม่ไดใ้ ชง้ าน และมีการบนั ทกึ ผลการทดสอบ
❑ 5. โรงพยาบาลกาหนดและใช้ข้ันตอนการปฏิบัติสาหรบั การนาตัวกรองที่ใชใ้ นการฟอกเลือดมาใชซ้ า้ ซึ่งรวมถึงความถ่ี
สาหรบั การใชซ้ า้ /การเปล่ียนตวั กรอง และกระบวนการสาหรบั การทาความสะอาดและทดสอบเครอื่ งฟอก
การจัดการเหตฉุ ุกเฉินและภยั พิบัติ
มาตรฐาน FMS.11
โรงพยาบาลจดั ทา, ธารงไว,้ และทดสอบโปรแกรมการจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ เพือ่ ตอบสนองตอ่ เหตฉุ กุ เฉินและภยั พิบตั ิ ทงั้ ภายใน
และภายนอก ที่อาจเกดิ ขนึ้ ภายในโรงพยาบาลและชุมชน Pity
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.11
เหตฉุ กุ เฉินและภัยพิบัติในชุมชนอาจเกี่ยวขอ้ งกับโรงพยาบาลโดยตรง เช่น ความเสียหายต่อพืน้ ท่ีดแู ลผปู้ ่ วย อันเป็นผลจาก
แผ่นดินไหว, สึนามิ, หรือการโจมตีของผกู้ ่อการรา้ ยที่ทาให้เจา้ หนา้ ที่ไม่มาทางาน เพ่ือวางแผนเตรียมการ และตอบสนองต่อ
เหตุฉุกเฉินและภัยพิบตั ิอย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลจึงจดั ทาและดาเนินการตามโปรแกรมการจดั การเหตฉุ ุกเฉินและภัย
พิบัติ การจดั ทาโปรแกรมเริ่มตน้ ดว้ ยการระบุประเภทของเหตุฉกุ เฉินและภยั พิบัติท่ีน่าจะเกิดขึน้ ในภูมิภาคของโรงพยาบาล
(ตวั อยา่ งเชน่ แผ่นดินไหว ไตฝ้ ่นุ นา้ ทว่ ม ดินถล่ม การระเบิด หรอื อนื่ ๆ) และผลกระทบที่เหตุฉกุ เฉินและภยั พิบตั ิเหล่านีจ้ ะมตี ่อ
โรงพยาบาล. ตัวอยา่ งเช่น พายเุ ฮอรเิ คนหรอื สนึ ามิมี แนวโนม้ ท่ีจะเกิดขึน้ ในพนื้ ที่ใกลม้ หาสมุทร อย่างไรก็ตาม ความเสียหาย
ของสถานที่หรือการบาดเจ็บล้มตายจานวนมาก อันเป็นผลมาจาก สงครามหรือการโจมตีของผู้ก่อการรา้ ยอาจเกิดขึน้ ใน
โรงพยาบาลใดก็ได้
โรงพยาบาลมีบทบาทสาคัญในชุมชนในกรณีฉกุ เฉินและภยั พิบัติ เพื่อให้ โรงพยาบาลสามารถรกั ษาการดาเนนิ งานในระหว่าง
และหลังเหตุฉุกเฉินและภัยพิบตั ิ การประเมินและระบุขอ้ จากัดดา้ นโครงสรา้ ง และที่ไม่ใช่โครงสรา้ งของอาคารโรงพยาบาล
เป็นสิ่งสาคญั การพิจารณาว่าอาคารจะตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินและภัยพิบตั ิท่ีมีแนวโนม้ จะเกิดขึน้ ในภูมิภาคอย่างไร เป็นสิ่ง
สาคญั ในการจดั ทาแผนอพยพและระบุพนื้ ทท่ี ม่ี ีความสาคญั สาหรบั การปรบั ปรุงอาคาร
การประเมินองคป์ ระกอบโครงสรา้ งรวมถงึ ประเภทของการออกแบบอาคารและวสั ดุ ตลอดจนสว่ นประกอบของระบบรบั นา้ หนกั
ของอาคาร ไดแ้ ก่ ฐานราก เสา คาน ผนงั แผ่นพืน้ และอ่ืนๆ ตาแหนง่ ของอาคารยงั ถอื ว่าเป็นส่วนหน่งึ ขององคป์ ระกอบของ
โครงสรา้ งดว้ ย (ตัวอยา่ งเชน่ ความเสยี่ งทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ความใกลช้ ิดกบั อาคารอ่ืนๆ ตาแหน่งในเขตอนั ตราย เช่น ท่ีราบนา้ ทว่ ม
ขงั และปัญหาอ่ืนๆ) การประเมนิ องคป์ ระกอบท่ีไมม่ ีโครงสรา้ งรวมถงึ องคป์ ระกอบทางสถาปัตยกรรมที่ไม่รบั นา้ หนกั (เช่น
279
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
หลงั คา เพดาน หนา้ ตา่ ง และประต)ู เสน้ ทางการเขา้ ถงึ และทางออกฉกุ เฉินทงั้ ไปและกลบั จากโรงพยาบาล, ระบบสาคญั (เช่น
ไฟฟ้า ประปา การจดั การของเสีย การป้องกนั อคั คีภยั ) อปุ กรณท์ างการแพทยแ์ ละหอ้ งปฏิบตั ิการ และองคป์ ระกอบทีไ่ ม่ใช่
โครงสรา้ งอน่ื ๆ ที่มคี วามสาคญั ตอ่ การดาเนนิ งานท่ปี ลอดภยั ของโรงพยาบาล การประเมนิ องคป์ ระกอบโครงสรา้ ง และทไ่ี ม่ใช่
โครงสรา้ งช่วยใหโ้ รงพยาบาลสามารถระบุจุดออ่ นและจดั ทาแผนเพ่ือจดั การกบั จดุ อ่อนเหล่านแี้ ละพฒั นาความปลอดภยั และ
การเตรยี มความพรอ้ มของโรงพยาบาล
การระบผุ ลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ จากเหตฉุ กุ เฉินหรือภยั พิบตั ิมีความสาคญั พอๆ กบั การระบปุ ระเภทของเหตุฉกุ เฉนิ และภยั พิบตั ทิ ่ี
อาจจะเกิดขนึ้ (ดู PCI.12.2 และ MOI.13 ) ซ่ึงจะช่วยในการวางแผนกลยทุ ธท์ ีจ่ าเป็น ในกรณีที่โรงพยาบาลประสบเหตุ ฉกุ เฉนิ
หรอื ภยั พิบตั ิ ตวั อยา่ งเชน่ โอกาสทภ่ี ยั ธรรมชาติ เช่น แผน่ ดินไหว จะสง่ ผลกระทบตอ่ นา้ และไฟฟ้าเป็นอยา่ งไร? แผน่ ดนิ ไหว
สามารถปอ้ งกนั เจา้ หนา้ ทีจ่ ากการตอบสนองตอ่ ภยั พบิ ตั ิ เนอ่ื งจากถนนถกู ปิดกนั้ หรือเพราะพวกเขา หรอื สมาชกิ ในครอบครวั
ตกเป็นเหยอื่ ของเหตกุ ารณด์ ว้ ยหรือไม?่ ในสถานการณ์เชน่ นี้ ความรบั ผิดชอบของบคุ ลากรตอ่ ครอบครวั และ/หรอื ความ
ปลอดภยั ส่วนบุคคล อาจทาใหย้ ากหรอื เป็นไปไมไ่ ดท้ จี่ ะอยทู่ โี่ รงพยาบาลเพอ่ื ตอบสนองต่อเหตฉุ กุ เฉนิ หรือภยั พิบตั ิ โรงพยาบาล
จาเป็นตอ้ งระบุและวางแผนสาหรบั แหล่งทรพั ยากรบคุ คลอ่นื ๆ เมอ่ื เจา้ หนา้ ทอี่ าจจะไม่สามารถมาโรงพยาบาลเพื่อใหบ้ ริการ
และสนบั สนนุ การดแู ลผปู้ ่วยในกรณีฉกุ เฉนิ หรอื ภยั พิบตั ิได้
นอกจากนี้ โรงพยาบาลจาเป็นตอ้ งระบบุ ทบาทของตนเองทมี่ ตี ่อภายในชุมชน ตัวอยา่ งเช่น โรงพยาบาลจะตอ้ งจดั หาทรพั ยากร
อะไรบา้ งใหก้ บั ชมุ ชน ในกรณที ่ีเกิดเหตฉุ กุ เฉินหรอื ภยั พิบตั ิขนึ้ และจะใชว้ ิธีการส่อื สารแบบใดในชุมชน
โปรแกรมการจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ และภยั พบิ ตั ิของโรงพยาบาล มี กระบวนการสาหรบั
a) การกาหนดประเภท ความนา่ จะเป็น และผลทต่ี ามมาของอนั ตราย ภยั คกุ คาม และ เหตกุ ารณ์
b) การระบุจุดอ่อนของโครงสรา้ งและสง่ิ ท่ีไม่ใชโ่ ครงสรา้ งของสภาพแวดลอ้ มการดูแลผปู้ ่วยของโรงพยาบาล และวิธีท่ี
โรงพยาบาลจะดาเนินการในกรณีฉกุ เฉินหรอื ภยั พิบตั ิ
c) การวางแผนเพ่ือหาทางเลอื กของแหลง่ ไฟฟ้าและนา้ ในกรณฉี กุ เฉนิ และภยั พบิ ตั ิ (ดู FMS.10.2)
d) กาหนดบทบาทของโรงพยาบาลในเหตกุ ารณด์ งั กล่าว
e) กาหนดกลยทุ ธก์ ารส่ือสารระหวา่ งเหตกุ ารณ;์
f) การจดั การทรพั ยากรระหวา่ งเหตกุ ารณ์ รวมทง้ั แหล่งทางเลือกอน่ื ๆ
g) การจดั การกจิ กรรมทางคลนิ ิกระหว่างเหตกุ ารณ์ รวมถงึ สถานทีด่ แู ลทเ่ี ป็นทางเลือก
h) การระบุและมอบหมายบทบาทและความรบั ผิดชอบของบุคลากรในระหวา่ งงานกจิ กรรม (รวมถึงบุคลากรสัญญา
จา้ ง, รา้ นคา้ , และอื่นๆ ทรี่ ะบุโดยโรงพยาบาล) (ดู FMS.13) และ
280
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
i ) การจดั การเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติเม่ือความรบั ผิดชอบส่วนบุคคลของบุคลากรขัดแยง้ กับความรบั ผิดชอบของ
โรงพยาบาลในการดแู ลผปู้ ่วย (โปรดดู MOI.13 )
โปรแกรมการจดั การเหตฉุ กุ เฉินและภยั พบิ ตั ิ ได้ รบั การทดสอบโดย
• ทดสอบประจาปีของโปรแกรมเตม็ รูปแบบทีจ่ ดั ภายในหรือเป็นสว่ นหน่ึงของการทดสอบรว่ มกบั ทงั้ ชุมชน หรอื
• ทดสอบตามองคป์ ระกอบทีส่ าคญั c) ถงึ i ) ของโปรแกรมในระหว่างปี
หมายเหตุ: อกั ษร c) เป็นส่วนหนึ่งของขอ้ กาหนดสาหรบั การทดสอบแหลง่ ทางเลอื กอืน่ ของระบบสาธารณปู โภคใน FMS.10.2
หากโรงพยาบาลประสบเหตุฉกุ เฉินหรือภัยพิบัติจริง เริ่มปฏิบตั ิตามโปรแกรม และหลังจากนัน้ ให้ทาการสรุปโดยการซักถาม
(debrief) อยา่ งเหมาะสม สถานการณน์ จี้ ะเทียบเท่ากบั การทดสอบประจาปี
องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ FMS.11
❑ 1. โรงพยาบาลจดั ทา ประเมิน และคงไวซ้ ่ึง โปรแกรมการจัดการเหตุฉุกเฉินและภยั พิบตั ิท่ีเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ท่ีระบุการ
ตอบสนองต่อเหตฉุ กุ เฉนิ และภยั พิบตั ทิ อี่ าจเกิดขนึ้ รวมถึงรายการ a) ถึง i ) ในเจตจานงของมาตรฐาน
❑ 2. โรงพยาบาลไดร้ ะบุเหตฉุ กุ เฉินภายในและภายนอกท่ีสาคัญและ/หรือภยั พิบตั ิ เช่น เหตฉุ กุ เฉินในชมุ ชน และภยั พิบตั ิทาง
ธรรมชาติหรืออืน่ ๆ ทมี่ ีความเสี่ยงท่ีจะเกดิ ขนึ้ อย่างมีนยั สาคญั โดยคานงึ ถงึ ที่ตงั้ ทางภูมศิ าสตรข์ องโรงพยาบาล
❑ 3. โรงพยาบาลระบุผลกระทบท่ีน่าจะเป็นไปไดท้ ภี่ ยั พิบตั แิ ตล่ ะประเภทจะมีตอ่ การดแู ลและบรกิ ารทกุ ดา้ น
❑ 4. โปรแกรมทง้ั หมดหรือองคป์ ระกอบทสี่ าคญั อยา่ งนอ้ ย c) ถงึ i ) ของโปรแกรมไดร้ บั การทดสอบทกุ ปี
❑ 5. เม่อื สนิ้ สดุ การทดสอบทกุ ครง้ั จะมกี ารสรุปโดยขอ้ ซกั ถามจากการทดสอบ
❑ 6. การติดตามผลท่ีไดจ้ ากการทดสอบและการซกั ถามไดร้ บั การจดั ทาและดาเนินการ
การก่อสร้างและปรับปรุง
มาตรฐาน FMS.12
เม่อื วางแผนสาหรบั การกอ่ สรา้ ง ปรบั ปรุง และโครงการรอื้ ถอน หรอื กจิ กรรมการบารุงรกั ษาที่สง่ ผลต่อการดแู ลผปู้ ่วย องคก์ รจะ
ดาเนนิ การประเมินความเส่ียงกอ่ นการกอ่ สรา้ ง P
281
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.12
กิจกรรมการก่อสรา้ ง ปรบั ปรุง รือ้ ถอน และบารุงรกั ษาในโรงพยาบาลสามารถส่งผลกระทบต่อทกุ คนในองคก์ ร อย่างไรก็ตาม
ผปู้ ่วยอาจไดร้ บั ผลกระทบมากที่สดุ ตัวอย่างเช่น เสียงและการส่นั สะเทือนท่ีเกี่ยวขอ้ งกับกิจกรรมเหล่านี้ อาจส่งผลต่อระดับ
ความสขุ สบายของผปู้ ่วย และฝ่นุ และกล่ินสามารถเปลย่ี นคุณภาพอากาศ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการหายใจของผปู้ ่วย ความ
เส่ียงต่อผปู้ ่วย บุคลากร ผมู้ าเยี่ยม หน่วยงานธุรกิจอิสระ และอ่ืนๆ ในโรงพยาบาลจะแตกต่างกันไปตามขอบเขต ของการก่อ
สรา้ ง การปรบั ปรุง การรือ้ ถอน หรือกิจกรรมการบารุงรกั ษา และผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่ วย โครงสรา้ งพืน้ ฐาน และระบบ
สาธารณูปโภค ตัวอย่างเช่น กิจกรรมการบารุงรกั ษาที่เก่ียวขอ้ งกับก๊าซทางการแพทยอ์ าจส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่ วย
อย่างไรกต็ ามการทาสที จี่ อดรถของบุคลากรใหม่ อาจไม่มผี ลกระทบต่อการดแู ลผปู้ ่วย
เพ่ือประเมินความเส่ียงที่เกี่ยวขอ้ งกับโครงการก่อสรา้ ง ปรบั ปรุง หรือรือ้ ถอน หรือกิจกรรมการบารุงรกั ษาท่ีส่งผลต่อการดูแล
ผปู้ ่วย โรงพยาบาลไดน้ าแผนกทเ่ี กี่ยวขอ้ งมารวมกนั ตามจาเป็น รวมถึงตัวแทนจากการออกแบบโครงการ, การจดั การโครงการ,
วิศวกรรมอาคาร, การรักษาสวัสดิภาพ/ความปลอดภยั ของอาคาร, การป้องกนั และควบคุมการติดเชือ้ , ความปลอดภยั จาก
อคั คภี ยั , การดแู ลทาความสะอาด, บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ, และแผนกและบรกิ ารทางคลินกิ
ความเส่ียงไดร้ บั การประเมินโดย ทาการประเมินความเส่ียงก่อนการก่อสรา้ ง หรือท่ีเรยี กว่า PCRA การประเมินความเส่ียงทา
เพ่ือประเมินความเส่ียงอย่างครอบคลมุ เพ่ือจัดทาแผนและดาเนินมาตรการป้องกันที่จะช่วยลดผลกระทบที่โครงการจะมีต่อ
คณุ ภาพ และความปลอดภยั ของการดแู ลผปู้ ่วย ตัวอย่างเช่น มีมาตรการเพื่อลดความเส่ียงจากอคั คีภยั และใหแ้ น่ใจวา่ มีการ
ด า เ นิ น ก า ร เ ร่ื อ ง ท า ง อ อ ก ที่ ป ล อ ด ภั ย ห ลั ง จ า ก มี ก า ร ค้ น ห า ค ว า ม เ ส่ี ย ง ไ ด้ แ ล้ ว
พนื้ ทที่ ี่จาเป็นสาหรบั การประเมนิ ความเส่ยี งก่อนการก่อสรา้ งรวมถงึ
a) คณุ ภาพ อากาศ
b) การปอ้ งกนั และควบคมุ การติดเชอื้ (ดู PCI.11)
c) สาธารณูปโภค
d) เสียงรบกวน;
e) การส่นั สะเทือน;
f) วสั ดอุ นั ตรายและ ของเสยี
g) ความปลอดภยั จากอคั คีภยั
h) สวสั ดิภาพ;
i ) ขน้ั ตอนฉกุ เฉิน รวมถงึ เสน้ ทาง/ทางออกสารอง และการเขา้ ถงึ บริการฉกุ เฉนิ และ
282
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
j) อนั ตรายอน่ื ๆ ท่สี ่งผลตอ่ การดแู ล การรกั ษา และการบริการ
นอกจากนี้ โรงพยาบาลตอ้ งทาใหแ้ นใ่ จวา่ การปฏิบตั ิของผรู้ บั เหมาไดร้ บั การติดตาม, บังคบั ใช,้ และบนั ทกึ ในฐานะทเ่ี ป็นส่วน
หน่ึงในการประเมินความเสี่ยง ความเส่ยี งของผปู้ ่วยในการติดเชือ้ จากการก่อสรา้ งจะไดร้ บั การประเมินผา่ น การประเมินความ
เส่ยี งในการควบคมุ การติดเชอื้ หรือทีเ่ รียกวา่ ICRA
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ FMS.12
❑ 1. เม่ือวางแผนสาหรบั การกอ่ สรา้ ง ปรบั ปรุง หรือโครงการรอื้ ถอน หรอื กิจกรรมการบารุงรกั ษาท่ีส่งผลตอ่ การดแู ลผปู้ ่วย
โรงพยาบาลดาเนินการประเมินความเสย่ี งก่อนการกอ่ สรา้ ง (PCRA) อย่างนอ้ ยขอ้ a) ถงึ j) ตามเจตจานงของมาตรฐาน
❑ 2. โรงพยาบาลดาเนนิ การตามท่ีประเมินความเส่ียงได้ เพือ่ ลดความเสี่ยงในระหว่างโครงการกอ่ สรา้ ง ปรบั ปรุง และรอื้ ถอน
และกิจกรรมบารุงรกั ษาที่สง่ ผลต่อการดแู ลผปู้ ่วย
❑ 3. โรงพยาบาลดแู ลใหแ้ น่ใจวา่ ผรู้ บั เหมาไดร้ บั การติดตามการปฏบิ ตั ,ิ บงั คบั ใช,้ และบนั ทกึ
การให้ความรู้
มาตรฐาน FMS.13
เจา้ หนา้ ท่ีและผู้อ่ืน ไดร้ บั การฝึกอบรมและมีความรูเ้ กี่ยวกบั โปรแกรมการจัดการอาคารสถานท่ีและความปลอดภัย ของโรง
พยาบาล และบทบาทของพวกเขาในการทาใหส้ ถานท่ีปลอดภยั และมปี ระสทิ ธิภาพ
เจตจานงของมาตรฐาน FMS.13
เจา้ หนา้ ท่ีเป็นแหล่งหลักของการติดต่อระหว่างโรงพยาบาลกบั ผปู้ ่วย ครอบครวั และผู้มาเยี่ยม ดังนนั้ จึงตอ้ งไดร้ บั การศึกษา
และฝึกอบรมเพ่อื ทาหนา้ ทีใ่ นการคน้ หาและลดความเสี่ยง ปกป้องผอู้ ่นื และตนเอง และสรา้ งสถานที่ท่ีปลอดภัยและมีสวสั ดิภาพ
(โปรดดู FMS.8.4 และ FMS.11)
โรงพยาบาลแต่ละแห่งจะตอ้ งกาหนดประเภทและระดบั ของการฝึกอบรมใหก้ บั เจา้ หนา้ ที่ จากนัน้ ดาเนินการและบนั ทึกการฝึก
อบรม โปรแกรมการฝึกอบรมอาจรวมถึงการสอนแบบกลุ่ม, โมดูลการศึกษาออนไลน์ ส่ือส่ิงพิมพ์ทางการศึกษา, เป็นส่วน
ประกอบของการปฐมนิเทศบุคลากรใหม่และ/หรือกลไกอื่นๆ ที่ตรงกบั ความตอ้ งการของโรงพยาบาล มีการจัดฝึกอบรมใหก้ ับ
บุคลากรทุกคนในทุกเวรเป็นประจาทุกปี และกล่าวถึงโปรแกรมการจดั การอาคารสถานที่และความปลอดภัยทัง้ หมด การฝึก
283
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
อบรมรวมถงึ คาแนะนาเกี่ยวกับกระบวนการในการรายงานความเส่ียงที่อาจเกดิ ขึ้นและการรายงานเหตกุ ารณแ์ ละการบาดเจ็บ
โปรแกรมการฝึกอบรมเก่ียวขอ้ งกบั การทดสอบความรูข้ องบุคลากร บุคลากรได้รบั การฝึกอบรมและทดสอบข้ันตอนฉุกเฉิน
รวมถึงข้ันตอนความปลอดภัยจากอัคคีภัย และขึน้ อยู่กับบทบาทและความรบั ผิดชอบของบุคลากรท่ี การฝึกอบรมและการ
ทดสอบ การจัดการกบั วัสดุอนั ตรายและการตอบสนองต่ออันตราย เช่น สารเคมีอันตรายหกหล่น และการใชอ้ ุปกรณท์ างการ
แพทย์ ที่อาจกอ่ ใหเ้ กิดความเสี่ยงต่อผปู้ ่วยและเจา้ หนา้ ท่ี สามารถทดสอบความรูไ้ ดห้ ลายวิธี เช่น การสาธิตแบบรายบุคคล หรือ
เป็นกล่มุ , การแสดงเหตุการณจ์ าลอง เช่น โรคระบาดในชุมชน การใชก้ ารทดสอบขอ้ เขียนหรือคอมพิวเตอร์ หรือวิธีการอื่นๆ ท่ี
เหมาะสมกบั ความรูท้ ่กี าลงั ทดสอบ โรงพยาบาลบนั ทกึ ผทู้ ่ีเขา้ รบั การทดสอบและผลการทดสอบ
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ไดข้ อง FMS.13
❑ 1. บุคลากรทุกคนได้รบั การฝึกอบรมและการทดสอบประจาปีเกี่ยวกับโปรแกรมการจัดการอาคารสถานท่ีและความ
ปลอดภยั แต่ละรายการ เพ่ือใหแ้ นใ่ จว่าพวกเขาสามารถดาเนนิ การตามความรบั ผิดชอบไดอ้ ย่างปลอดภยั และมี ประสทิ ธิ
ภาพและผลการทดสอบจะไดร้ บั การบนั ทกึ ไว้
❑ 2. การฝึกอบรมเกี่ยวกับโปรแกรมการจดั การอาคารสถานท่ีและความปลอดภยั รวมถึงผขู้ าย บุคลากรสัญญาจา้ ง, อาสา
สมคั ร,นกั เรียน, ผเู้ ขา้ รบั การฝึกอบรม และอ่ืนๆ ตามบทบาทและความรบั ผดิ ชอบของแต่ละบคุ คลและตามท่โี รงพยาบาล
กาหนด
❑ 3. บคุ ลากรสามารถอธิบายและ/หรอื แสดงบทบาทของตนในการตอบสนองต่อเหตไุ ฟไหม้
❑ 4. บุคลากรสามารถอธิบายและ/หรือสาธิตการปฏิบัติเพื่อกาจัด, ลด, หรือรายงานด้านความปลอดภัย, สวัสดิภาพและ
ความเสย่ี งอ่นื ๆ
❑ 5. บุคลากรสามารถอธิบายและ/หรือสาธิตขอ้ ควรระวังและขนั้ ตอนในการใชง้ านและจดั การก๊าซทางการแพทย์, วตั ถแุ ละ
ของเสียอนั ตรายตามบทบาทและความรบั ผดิ ชอบของบคุ ลากร
❑ 6. บุคลากรสามารถอธิบายและ/หรือสาธิตขน้ั ตอนและบทบาทของพวกเขาในภาวะฉกุ เฉินและภัยพิบตั ิภายในองคก์ รและ
ในชุมชน
284
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
ภาคผนวก
มาตรการช่ัวคราว (Interim Measures)
มาตรการช่วั คราวคือการดาเนินการเพ่ือใหแ้ นใ่ จวา่ ผใู้ ชอ้ าคารปลอดภัยในช่วงเวลาทีค่ ุณลกั ษณะและระบบความปลอดภยั จาก
อคั คีภยั มีขอ้ บกพรอ่ ง ถูกบุกรุก หรือไม่สามารถใชง้ านไดเ้ น่ืองจากการก่อสรา้ ง การบารุงรกั ษา หรือการชารุดหรือการซ่อมแซม
เม่ือความเสี่ยงดา้ นความปลอดภัยจากอัคคีภัยไม่สามารถแกไ้ ขไดใ้ นทนั ที โรงพยาบาลจะระบุและวางแผนการปรบั ปรุง เพ่ือ
จดั การกบั ความเส่ียง อาจจาเป็นตอ้ งใชม้ าตรการช่วั คราวเพ่ือความปลอดภยั ของผู้อย่ใู นอาคาร จนกวา่ การปรบั ปรุง หรอื ซ่อม
แซมจะแลว้ เสร็จ โรงพยาบาลจะกาหนดว่าจะใชม้ าตรการช่วั คราวเม่ือใดและมากนอ้ ยเพียงใด
ดขู อ้ กาหนด FMS.8 และ FMS.8.3 ที่เก่ียวขอ้ งกบั มาตรการช่วั คราว
ต่อไปนคี้ ือตวั อยา่ งของมาตรการช่วั คราว:
1. โรงพยาบาลริเร่ิมการเฝ้าระวงั อัคคีภัย ซ่ึงให้บุคคลที่ได้รบั การฝึกอบรมในการลาดตระเวณพืน้ ที่ในอาคารที่ไดร้ ับ
ผลกระทบ จากความบกพรอ่ ง/ความเสี่ยงดา้ นความปลอดภยั จากอคั คีภัยเขา้ รว่ ม เพื่อคน้ หาเหตกุ ารณเ์ กยี่ วกบั ควัน
, ไฟ, หรือสภาวะผิด ปกติอ่ืนๆ ตัวอย่างเช่น การเฝา้ ระวงั อัคคีภัยจะเร่ิมขนึ้ เม่ือระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัยหยุด
ใหบ้ รกิ ารนานกว่า 4 ใน 24 ช่วั โมง, หรอื ระบบ สปรงิ เกอรห์ ยดุ ใหบ้ ริการมากกวา่ 10 ช่วั โมงในระยะเวลา 24 ช่วั โมง
2. ปา้ ยโรงพยาบาลติดป้ายระบุตาแหน่งทางออกท่ีเป็นทางเลือกสาหรบั ทกุ คนในพืน้ ที่ไดร้ บั ผลกระทบของโรงพยาบาล
(เชน่ เมื่อทาง เขา้ -ออกปกติและ/หรือประตทู างออกปกตไิ ม่สามารถเขา้ ถึงไดห้ รือไมส่ ามารถใชง้ านไดเ้ นอื่ งจากการ
กอ่ สรา้ ง, กิจกรรม การบารุงรกั ษา เป็นตน้ ).
3. โรงพยาบาลออกตรวจทางออกในพนื้ ท่ไี ดร้ บั ผลกระทบทกุ วนั
4. โรงพยาบาลจดั ใหม้ ีระบบทดแทนช่วั คราวท่ีเทียบเท่าสญั ญาณเตือนและตรวจจับอัคคีภยั เพ่ือใชง้ านเม่ือระบบดับ
เพลิง บกพรอ่ ง
5. โรงพยาบาลจดั หาอปุ กรณด์ บั เพลิงเพม่ิ เตมิ
6. โรงพยาบาลใชฉ้ ากกัน้ ก่อสรา้ งช่วั คราวทก่ี ันควนั หรอื ทาจากวสั ดุท่ีไม่ตดิ ไฟหรือติดไฟไดจ้ ากัด ซง่ึ จะไม่ก่อใหเ้ กิดการ
ลกุ ลามหรือการแพรก่ ระจายของไฟ
7. โรงพยาบาลเพิ่มการเฝา้ ระวงั อาคารสถานที่และอปุ กรณโ์ ดยใหค้ วามสนใจเป็นพิเศษกบั พืน้ ท่ีก่อสรา้ งและพืน้ ท่ีจัด
เก็บ
285
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
8. โรงพยาบาลบงั คบั ใชก้ ารจดั เกบ็ , การดแู ลทาความสะอาด, และการกาจดั เศษซาก ทีช่ ว่ ยลดปริมาณสง่ิ ท่ีไวไฟและติด
ไฟไดใ้ นอาคารใหอ้ ย่ใู นระดบั ต่าสดุ ที่เป็นไปได้
9. โรงพยาบาลจดั ใหม้ ีการฝึกอบรมเพมิ่ เติมแกเ่ จา้ หนา้ ท่เี ก่ียวกบั การใชอ้ ปุ กรณด์ บั เพลิง
10. โรงพยาบาลดาเนนิ การซอ้ มความปลอดภยั จากอคั คภี ยั เพิ่มเตมิ กบั เจา้ หนา้ ที่
11. โรงพยาบาลตรวจสอบและทดสอบระบบดบั เพลิงช่วั คราวทกุ เดอื น
12. โรงพยาบาลจัดการใหค้ วามรูเ้ พ่ือสง่ เสริมความตระหนกั ในดา้ นความปลอดภัยจากอคั คีภยั ในประเด็นที่เก่ียวขอ้ ง
กับกรณีอาคารมีความบกพร่อง เสียหาย อนั ตรายจากการก่อสรา้ ง และมาตรการช่ัวคราวที่ดาเนินการเพื่อความ
ปลอดภยั จากอคั คีภยั
13. โรงพยาบาลจัดใหม้ ีการฝึกอบรมเพม่ิ เตมิ แกเ่ จา้ หนา้ ท่ีเพอ่ื ทดแทนกับความเสี่ยงท่ีเพิ่มขึน้ อนั เนื่องมาจาก คณุ สมบตั ิ
ดา้ นความปลอดภยั จากอคั คีภยั ของโครงสรา้ งหรอื พนื้ ท่ีกนั้ ทบ่ี กพรอ่ ง
14. มาตรการช่วั คราวอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลกาหนดและเหมาะสมกบั ความเส่ียงดา้ นความปลอดภยั จากอคั คีภยั
286
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
ภาพรวม
องคก์ รดา้ นการดแู ลสขุ ภาพตอ้ งการบคุ ลากรท่มี ที กั ษะและคณุ สมบัตทิ เ่ี หมาะสมเพือ่ ตอบสนองภารกิจและตอบสนองความตอ้ ง
การของผปู้ ่วย ผนู้ าขององคก์ รทางานรว่ มกนั เพื่อระบุจานวนและประเภทของบุคลากรทตี่ อ้ งการ ตามคาแนะนาจากหวั หนา้
แผนกและหวั หนา้ ฝ่ายบริการ
การสรรหา การประเมิน และการแต่งตงั้ บคุ ลากรทาไดด้ ที ่สี ดุ ผา่ นกระบวนการท่มี ีการประสาน มีประสิทธิภาพ และสม่าเสมอ
นอกจากนยี้ งั จาเป็นตอ้ งทาการบนั ทึกทกั ษะ ความรู้ การศึกษา และประสบการณก์ ารทางานกอ่ นหนา้ นขี้ องผสู้ มคั ร และเป็นส่ิง
สาคญั อยา่ งยิง่ ทจี่ ะตอ้ งทบทวนขอ้ มลู ประจาตัวของเจา้ หนา้ ทที่ างการแพทยแ์ ละพยาบาลอย่างรอบคอบ เนื่องจากพวกเขาเกี่ยว
ขอ้ งกบั กระบวนการดูแลทางคลินกิ และทางานโดยตรงกบั ผปู้ ่วย นี่จงึ เป็นโอกาสแรกและสาคญั ทสี่ ดุ สาหรบั โรงพยาบาล ในการ
ปกป้องผปู้ ่วย
การปฐมนเิ ทศเมื่อเขา้ ส่อู งคก์ รและการเขา้ ส่โู ปรแกรม ตลอดจนการปฐมนเิ ทศหนา้ ที่ท่ีเฉพาะสาหรบั ตาแหนง่ นัน้ เป็นกระบวนการ
ทีส่ าคญั องคก์ รดา้ นการดแู ลสขุ ภาพควรเปิดโอกาสให้บคุ ลากรไดเ้ รยี นรูแ้ ละพฒั นาตนเองและในวิชาชพี ดงั นัน้ ควรมีการจดั การ
ฝึกอบรมภายในและใหโ้ อกาสในการเรียนรูอ้ ื่น ๆ ใหก้ บั บุคลากร
เพ่อื ใหแ้ น่ใจว่าบุคลากรมีสขุ ภาพรา่ งกายและจิตใจ, ผลิตภาพ, ความพึงพอใจของบคุ ลากร และสภาพการทางานที่ปลอดภยั
ดงั นนั้ องคก์ รจงึ จดั ทาโปรแกรมดา้ นสขุ ภาพและความปลอดภยั ของบคุ ลากรท่ีโรงพยาบาลเป็นผจู้ ดั หาใหห้ รอื สามารถเสนอให้
บริการผา่ นสญั ญาจา้ งได้ โปรแกรมนเี้ ป็นแบบพลวัต, เชงิ รุก, และรวมถงึ เร่ืองทม่ี ผี ลกระทบต่อสขุ ภาพและความเป็นอย่ขู อง
บุคลากร เช่น การตรวจสขุ ภาพก่อนการจา้ งงานครง้ั แรก, การควบคมุ ความเส่ียงจากการทางาน ,การฉีดวคั ซนี ปอ้ งกนั และ
การตรวจสขุ ภาพเชิงปอ้ งกนั , การเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ่วยอย่างปลอดภยั , บคุ ลากรในฐานะเหยอื่ รายที่สอง (second victims), และ
เง่อื นไขท่วั ไปเกย่ี วกับการทางาน .
หมายเหต:ุ มาตรฐานบางอยา่ งกาหนดใหโ้ รงพยาบาลตอ้ งมนี โยบาย ขนั้ ตอน โปรแกรม หรือเอกสารที่เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร
อนื่ ๆ สาหรบั กระบวนการเฉพาะมาตรฐานเหล่านนั้ ระบุดว้ ย อกั ษร หลงั ขอ้ ความมาตรฐาน
287
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
การวางแผน
มาตรฐาน SQE.1
หวั หนา้ แผนกและบริการของโรงพยาบาลเป็นผกู้ าหนดการศกึ ษา ทกั ษะ ความรู้ และขอ้ กาหนดอ่นื ๆ ท่ีจาเป็นของเจา้ หนา้ ท่ี
ทกุ คน
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.1
หวั หนา้ แผนก/บรกิ ารระบุขอ้ กาหนดดา้ นบุคลากรเพื่อตอบสนองต่อความตอ้ งการของผปู้ ่วยได้ (ดู QPS.1) โดยกาหนดการศึกษา
ทักษะ ความรู้ และขอ้ กาหนดอื่น ๆ ท่ีตอ้ งการสาหรบั แต่ละตาแหน่งหรือสาหรบั แต่ละระดับของตาแหน่งท่ีคลา้ ยคลึงกัน เช่น
พยาบาลผปู้ ่วยหนกั ดงั นน้ั เพือ่ จดั ทาแผนดา้ นความตอ้ งการบคุ ลากร หวั หนา้ แผนก/บรกิ ารใชป้ ัจจยั ตา่ งๆ ดงั ตอ่ ไปน:ี้
• พนั ธกิจของโรงพยาบาล
• การผสมผสานของผปู้ ่วยที่โรงพยาบาลใหบ้ ริการและความซับซอ้ นและความรุนแรงของความตอ้ งการของผปู้ ่ วย
เหล่านนั้
• บริการตรวจวินจิ ฉยั และทางคลนิ กิ ของโรงพยาบาล
• ปริมาณผปู้ ่วยในและผปู้ ่วยนอก
• อปุ กรณท์ างการแพทยท์ ใ่ี ชใ้ นการดแู ลผปู้ ่วย
โรงพยาบาลปฏบิ ตั ิตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ที่ระบุระดบั การศึกษาท่ีจาเป็น ทกั ษะ หรอื ขอ้ กาหนดอ่นื ๆ ของเจา้ หนา้ ท่ี
แตล่ ะคน หรอื กาหนดจานวนอตั รากาลงั หรอื จานวนเจา้ หนา้ ท่ีท่ีผสมผสานกนั (staff mix)สาหรบั โรงพยาบาล
องคป์ ระกอบทว่ี ัดไดข้ อง SQE.1
❑ 1. พนั ธกจิ ของโรงพยาบาล จานวน และการผสมผสานของผปู้ ่วย บริการ และอปุ กรณท์ างการแพทย์ ถกู ใชใ้ นการวางแผน
❑ 2. มีการกาหนดการศึกษา ทกั ษะ และความรูท้ ี่ตอ้ งการสาหรบั บคุ ลากร
❑ 3. กฎหมายและขอ้ บงั คบั ที่บงั คบั ใชจ้ ะรวมอย่ใู นการวางแผน
มาตรฐาน SQE.1.1
ความรบั ผดิ ชอบของบคุ ลากรแต่ละคนถกู กาหนดไวใ้ นคาบรรยายลกั ษณะงานปัจจบุ นั P
288
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.1.1
บุคลากรแต่ละคนที่ไม่ไดร้ บั ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพใหป้ ฏิบัติงานอย่างอิสระมีความรบั ผิดชอบท่ีกาหนดไวใ้ นคาบรรยาย
ลักษณะงานท่ีเป็นปัจจุบัน คาบรรยายลักษณะงานเป็นพืน้ ฐานสาหรบั การมอบหมายงาน การปฐมนิเทศในการทางาน
และการประเมนิ ว่าพวกเขา ปฏบิ ตั ติ ามความรบั ผิดชอบในงานไดด้ ีเพียงใด (ดู SQE.5 และ SQE.14 )
คาบรรยายลกั ษณะงานเป็นสิง่ จาเป็นสาหรบั ผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพเมือ่
a) บุคคลน้นั ทาหน้าที่ในบทบาทการจัดการเป็นหลัก เช่น ผู้จัดการแผนก หรือ ท้งั ในบทบาททางคลินิกและบทบาท
การบริหารทงั้ คู่ โดยมหี นา้ ท่ีรบั ผดิ ชอบในการจดั การที่ระบไุ วใ้ นคาบรรยายลกั ษณะงาน (ดู SQE.10 )
b) บุคคลมีหน้าท่ีรบั ผิดชอบทางคลินิกบางอย่างโดยท่ีไม่ไดร้ บั มอบอานาจให้ปฏิบตั ิได้อย่างอิสระ เช่น ผูป้ ระกอบ
วชิ าชีพอสิ ระท่เี รียนรูบ้ ทบาทใหม่หรือ ทกั ษะใหม่
c) บุคคลนัน้ อย่ใู นโปรแกรมการศึกษาและอย่ภู ายใตก้ ารกากบั ดแู ล, และโปรแกรมจากสถาบนั การศึกษา (academic
program) ซ่ึงระบุแต่ละข้นั ตอนหรือระดับของการฝึกอบรม, สิ่งที่สามารถปฏิบตั ิไดโ้ ดยอิสระและส่ิงท่ีตอ้ งปฏิบัติ
ภายใตก้ ารกากับดแู ล (ดู MPE.7) รายละเอยี ดโปรแกรมสามารถใชเ้ ป็นคาบรรยงานลกั ษณะงานไดใ้ นกรณีดงั กล่าว;
และ
d) บุคคลนน้ั ไดร้ บั อนญุ าตใหใ้ หบ้ รกิ ารใน โรงพยาบาลช่วั คราว เชน่ พยาบาลจากหนว่ ยงานท่ีจดั หาบคุ ลากรช่วั คราว
เม่ือโรงพยาบาลใช้คาบรรยายลักษณะงานระดับประเทศหรือแบบท่ัวไป (ตัวอย่างเช่น คาบรรยายลักษณะงานสาหรับ
"พยาบาล") จาเป็นตอ้ งเพิ่มลักษณะงานประเภทนี้ (เช่น ภาคผนวกหรือ รายการสมรรถนะ(competencies)) โดยมีหน้าท่ีรบั
ผิดชอบเฉพาะตาม ประเภทของงานพยาบาล (ตัวอย่างเชน่ พยาบาลผปู้ ่วยหนกั พยาบาลเดก็ หรอื พยาบาลหอ้ งผ่าตดั เป็นตน้ )
สาหรบั ผทู้ ่ีไดร้ บั อนญุ าตตามกฎหมายและโรงพยาบาลใหป้ ฏิบตั ิโดยอิสระ มกี ระบวนการในการกาหนดและอนญุ าตใหบ้ ุคคลนนั้
ฝึกตามการศกึ ษา การฝึกอบรม และประสบการณ์ (ดู SQE.9) ขอ้ กาหนดของมาตรฐานนใี้ ชก้ บั "บคุ ลากร" ทกุ ประเภทที่ตอ้ งการ
คาบรรยายลกั ษณะงาน (ตวั อย่างเช่น บุคลากรเต็มเวลา, บุคลากรpart-time, ลกู จา้ ง, อาสาสมคั ร หรอื บุคลากรช่วั คราว)
องคป์ ระกอบท่วี ดั ไดข้ อง SQE.1.1
❑ 1. บคุ ลากรแต่ละบคุ คลที่ไม่ไดร้ บั อนญุ าตใหป้ ฏบิ ตั ิไดอ้ ย่างอิสระมีคาบรรยายลกั ษณะงาน
❑ 2. บุคคลท่ีระบุใน a) ถึง d) ในเจตจานงของมาตรฐาน เม่ือปฏิบัติงานอย่ใู นโรงพยาบาลตอ้ งมีคาบรรยายลักษณะงานท่ี
เหมาะสมกบั กจิ กรรม และความรบั ผิดชอบของตน หรอื ไดร้ บั สิทธิการรกั ษา(privileged)หากระบุไวเ้ ป็นทางเลือก
❑ 3. คาบรรยายลกั ษณะงานเป็นปัจจบุ นั ตามนโยบายของโรงพยาบาล
289
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
มาตรฐาน SQE.2
หวั หนา้ แผนกและบริการของโรงพยาบาลจดั ทาและดาเนนิ การตามกระบวนการสรรหา ประเมิน และแต่งตง้ั เจา้ หนา้ ท่ี ตลอดจน
กระบวนการท่เี ก่ยี วขอ้ งอืน่ ๆ ตามท่ีระบโุ ดยโรงพยาบาล
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.2
โรงพยาบาลจดั ใหม้ กี ระบวนการทม่ี ีประสิทธิภาพ ประสานงาน หรือรวมศนู ยส์ าหรบั
• การสรรหาบคุ คลสาหรบั ตาแหน่งงานว่าง; (ดู GLD.3.3 ดว้ ย)
• การประเมนิ การฝึกอบรม ทกั ษะ และความรูข้ องผสู้ มคั ร (ดู SQE.10; SQE.14 และ SQE.16) และ
• การแตง่ ตงั้ บุคคลเขา้ เป็นเจา้ หนา้ ทข่ี องโรงพยาบาล (ดู SQE.9.2)
หากกระบวนการภายในไม่ได้รวมศูนย์ ดังนั้นเกณฑ์, กระบวนการ, และเอกสารในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันจะส่งผลให้เกิด
กระบวนการที่เหมือนกนั ท่วั ทงั้ โรงพยาบาลสาหรบั บุคลากรประเภทเดียวกัน ตัวอย่างเช่น สาหรบั พยาบาลหรือนักกายภาพ
บาบดั ผทู้ เี่ ป็นหัวหนา้ แผนก/บริการมสี ว่ นรว่ มโดยแนะนาจานวนและคณุ สมบตั ขิ องเจา้ หนา้ ที่ทจี่ าเป็นในการใหบ้ รกิ ารทางคลินิก
แก่ผปู้ ่วย และแนะนางานสนบั สนุนท่ีไม่ใช่ทางคลินิกเช่นกนั และเพื่อเติมเต็มการสอน การวิจัย หรอื ความรบั ผิดชอบอื่นๆ ของ
แผนก หวั หนา้ แผนกและฝ่ายบรกิ ารยังช่วยตัดสินใจเกย่ี วกับบุคคลที่จะแต่งตงั้ ให้เป็นเจา้ หนา้ ที่ ดงั นัน้ มาตรฐานในบทนีจ้ ะช่วย
เสริมมาตรฐานการกากบั ดแู ล ความเป็นผนู้ า และทิศทาง (GLD) ท่ีอธิบายความรบั ผดิ ชอบของหวั หนา้ แผนก/บรกิ าร
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ไดข้ อง SQE.2
❑ 1. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนนิ การตามกระบวนการในการสรรหาบคุ ลากร
❑ 2. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการเพื่อประเมินคณุ สมบตั ิของบคุ ลากรใหม่
❑ 3. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการแตง่ ตง้ั บคุ คลเป็นเจา้ หนา้ ที่
❑ 4. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการที่เป็นรูปแบบเดียวกันท่วั ทั้งโรงพยาบาลสาหรบั บุคลากรประเภท
เดยี วกนั
มาตรฐาน SQE.3
โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการทกี่ าหนดไวเ้ พอ่ื ใหแ้ น่ใจว่าความรูแ้ ละทกั ษะของเจา้ หนา้ ทค่ี ลนิ ิกสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของ
ผปู้ ่วย
290
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.3
โรงพยาบาลจะวา่ จา้ งบุคลากรท่ีมคี ุณสมบตั ิเหมาะสม ผ่านกระบวนการทมี่ ีการตรวจสอบว่าขอ้ กาหนดของตาแหน่งงานเหมาะ
สม กบั คณุ สมบตั ิของผทู้ ค่ี าดหวังว่าจะไดเ้ ป็นบุคลากรตอ่ ไป กระบวนการนีย้ งั ชว่ ยใหแ้ นใ่ จว่าทกั ษะของสมาชกิ ในทีมเม่ือเรม่ิ ตน้
และเมอ่ื เวลาผ่านไปจะสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผปู้ ่วย (โปรดดู ACC.6; COP.3.2; COP.3.5; COP.4; COP.4.1; COP.7;
COP.8; COP.8.2; ASC.3.1; MMU.6; PCI.1; SQE.14 ; และ SQE.15)
สาหรบั ผปู้ ฏบิ ัติงานดา้ นการดแู ลสุขภาพของโรงพยาบาลที่เป็นผปู้ ฏิบตั ิงานอิสระ (กล่าวคือ พวกเขาไม่ไดป้ ฏิบัติงานภายใต้คา
บรรยายลกั ษณะงาน) กระบวนการจะระบไุ วใ้ น SQE.9 ถึง SQE.12
สาหรบั เจา้ หนา้ ที่ทางคลนิ ิกทีป่ ฏิบตั งิ านตามคาบรรยายลกั ษณะงาน มีกระบวนการดงั น:ี้
• การประเมินเบื้องต้นเพ่ือให้แน่ใจว่าบุคคลเหล่านั้นจะสามารถรับผิดชอบตามคาบรรยายลักษณะงานได้จริง
การประเมินนี้ ดาเนนิ การก่อนหรอื ในขณะท่ีเริม่ ทางานตามความรบั ผิดชอบ โรงพยาบาลอาจมี "การทดลองงาน" หรือ
ในช่วงเวลาอื่น ในระหว่างที่เจ้าหนา้ ท่ีทางคลินิกไดร้ บั การกากับดูแลและประเมินผลอย่างใกลช้ ิด หรืออาจจะเป็น
กระบวนการท่ีไม่เป็นทางการมากนกั ไม่ว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร โรงพยาบาลจะตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่าเจา้ หนา้ ท่ี
ทีใ่ หบ้ ริการทมี่ ีความ เสี่ยงสงู หรอื ใหก้ ารดแู ลผปู้ ่วยท่ีมีความเส่ียงสูง ไดร้ บั การประเมนิ ในเวลาท่ีพวกเขาเร่มิ ใหก้ ารดแู ล
กอ่ นที่ช่วงทดลอง งานหรือ ช่วงปฐมนิเทศจะเสร็จสิน้ การประเมินทักษะที่จาเป็น ความรู้ และพฤติกรรมการทางานท่ี
ตอ้ งการนี้ ดาเนิน การ โดยแผนกหรอื บริการท่ีบคุ ลากรไดร้ บั มอบหมายใหป้ ฏิบตั ิงาน (ดู SQE.9.2)
• การประเมินทักษะท่ีจาเป็น ความรู้ และพฤติกรรมการทางานท่ีต้องการ รวมถึงการประเมินความสามารถของ
เจา้ หนา้ ที่ ในการใชอ้ ปุ กรณท์ างการแพทยแ์ ละการเตอื นทางคลินิก(clinical alarm) และดูแลการจดั การยาเฉพาะ ใน
พนื้ ทีเ่ ฉพาะ (เช่น บุคลากรท่ที างานในหอผปู้ ่วยหนักควรสามารถจดั การเครอ่ื งช่วยหายใจ, Infusion pumps, และการ
ติดตามการเตน้ ของหวั ใจอย่างต่อเน่ือง, และเจา้ หนา้ ท่ีท่ีทางานหอ้ งคลอดควรสามารถจัดการอปุ กรณ์ติดตามอาการ
ทารกในครรภไ์ ดอ้ ย่างมีประสิทธิผล)
• โรงพยาบาลจะกาหนดกระบวนการและความถี่ในการประเมินความสามารถของเจา้ หนา้ ที่อย่างต่อเน่ือง (ดู SQE.5
และ SQE.11 )
การประเมินอยา่ งต่อเน่ืองช่วยใหม้ ่นั ใจไดว้ ่าการฝึกอบรมจะเกิดขนึ้ เมื่อจาเป็น และเพ่อื ใหบ้ คุ ลากรสามารถรบั ผิดชอบหนา้ ทใี่ หม่
หรือหนา้ ท่ีท่ีเปล่ียนแปลงได้ อย่างไรก็ตามการประเมนิ ดังกล่าวจะดาเนินการไดด้ ีท่สี ดุ เมื่อทาอย่างตอ่ เนอื่ ง แต่ตอ้ งมีบนั ทึกการ
ประเมนิ ผลอยา่ งนอ้ ยหน่ึงครงั้ ในแต่ละปี สาหรบั เจา้ หนา้ ท่คี ลินิกแตล่ ะคนท่ีทางานภายใตค้ าบรรยายลกั ษณะงาน
องคป์ ระกอบท่วี ดั ไดข้ อง SQE.3
❑ 1. โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการทีก่ าหนดไวใ้ นการตรวจทำนว่ำความรู้ ทกั ษะ และความสามารถของบุคลากรทางคลนิ กิ
เหมาะสมกบั ความตอ้ งการของผปู้ ่วย
291
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
❑ 2. เจา้ หนา้ ที่ทางคลินกิ คนใหมจ่ ะไดร้ บั การประเมินกอ่ นหรือในเวลาที่พวกเขาเรม่ิ ปฏิบตั งิ านตามความรบั ผดิ ชอบ
❑ 3. แผนกหรือบรกิ ารท่ีเจา้ หนา้ ทเี่ ขา้ ปฏิบตั ิงานตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย เป็นผปู้ ระเมนิ ผล
❑ 4. โรงพยาบาลกาหนดความถขี่ องการประเมินบคุ ลากรทางคลนิ กิ อย่างตอ่ เนือ่ ง
❑ 5. มีเอกสารการประเมินผลเจา้ หนา้ ทที่ างคลินิกแตล่ ะคนที่ปฏบิ ตั งิ านภายใตค้ าบรรยายลกั ษณะงาน อยา่ งนอ้ ยหนงึ่ ครงั้ ใน
แต่ละปีหรือถกี่ ว่านน้ั ตามทีโ่ รงพยาบาลกาหนด
มาตรฐาน SQE.4
โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการท่ีกาหนดไวเ้ พื่อใหแ้ น่ใจว่าความรูแ้ ละทกั ษะของเจา้ หนา้ ท่ี nonclinic สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ
ของโรงพยาบาล และขอ้ กาหนดของตาแหน่ง
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.4
โรงพยาบาลตอ้ งการบคุ ลากรที่สามารถตอบสนองความตอ้ งการของตาแหน่ง nonclinical ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ หัวหนา้ งาน
ของเจา้ หน้าที่ nonclinic จะจัดให้มีการปฐมนิเทศตาแหน่งดังกล่าว และดูแลให้แน่ใจว่าผปู้ ฏิบัติงานสามารถ ปฏิบัติตาม
หน้าที่ ความรบั ผิดชอบตำมคาบรรยายลักษณะงานได้ บุคลากรไดร้ ับระดบั การกากับดูแลท่ีจาเป็นและมีการประเมินเป็น
ระยะ เพ่อื ใหแ้ นใ่ จว่ามีความสามารถอยา่ งตอ่ เนื่องในตาแหน่ง (ดู AOP.5.2; AOP.6.1; SQE.3 และ SQE.4)
องคป์ ระกอบทีว่ ัดได้ของ SQE.4
❑ 1. โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการที่กาหนดไวใ้ นการตรวจทำนว่ำความรูแ้ ละทกั ษะของเจา้ หนา้ ท่ี nonclinic เหมาะสมกบั ความ
ตอ้ งการของตาแหน่ง
❑ 2. บคุ ลากร nonclinic ซึ่งเป็นเจา้ หนา้ ที่ใหม่ จะไดร้ บั การประเมนิ กอ่ นหรอื ในเวลาที่พวกเขาเรม่ิ ทางานตามความรบั ผิดชอบ
❑ 3. แผนกหรือบริการที่เจา้ หนา้ ที่เขา้ ปฏิบตั งิ านตามที่ไดร้ บั มอบหมาย เป็นผปู้ ระเมนิ ผล
❑ 4. โรงพยาบาลกาหนดความถขี่ องการประเมนิ บคุ ลากร nonclinic อย่างต่อเนอื่ ง
❑ 5. มีเอกสารการประเมินผลเจา้ หนา้ ที่ nonclinic แตล่ ะคนที่ปฏิบตั งิ านภายใตค้ าบรรยายลกั ษณะงาน อยา่ งนอ้ ยหนึ่งครง้ั ใน
แตล่ ะปีหรอื ถกี่ วา่ นน้ั ตามทีโ่ รงพยาบาลกาหนด
มาตรฐาน SQE.5
มีบนั ทึกขอ้ มลู ของบคุ ลากรแตล่ ะคน P
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.5
แฟ้มบุคลากรท่ีถูกตอ้ งจะจดั ทาใหม้ ีการบันทึก ความรู้ ทกั ษะ ความสามารถ และการฝึกอบรมของบุคลากรที่จาเป็น ต่อการ
ปฏิบตั ิงานตามหนา้ ท่ี (ดู SQE.9; SQE.13 และ SQE.15) นอกจากนี้ บนั ทึกยงั แสดงถึงหลกั ฐาน การปฏิบัตงิ านของ บุคลากร
และเป็นหลกั ฐานว่าการปฏบิ ัติงานเป็นไปตามความคาดหวงั ของงานหรือไม่ แฟ้มบุคลากรอาจมีขอ้ มลู ที่ละเอยี ดอ่อน และตอ้ ง
เกบ็ เป็นความลบั (ดู MOI.2)
บุคลากรแตล่ ะคนในโรงพยาบาล รวมทง้ั ผทู้ ไี่ ดร้ บั อนญุ าตตามกฎหมายและโรงพยาบาลใหท้ างานโดยอิสระ มีบนั ทึกพรอ้ ม
ขอ้ มลู เก่ยี วกบั คณุ สมบตั ิ, ขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพทจ่ี าเป็น เช่น การฉีดวคั ซีนและ หลกั ฐานของการไดร้ บั ภูมิคมุ้ กนั , หลกั ฐานการมี
292
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
ส่วนรว่ มในการปฐมนเิ ทศตลอดจนการฝึกอบรมอยา่ งต่อเนือ่ งทง้ั การฝึกอบรมภายในขณะปฏิบตั ิงาน และการศกึ ษาตอ่ เนื่อง
ผลการประเมนิ รวมถงึ การปฏิบตั ิงานตามหนา้ ท่คี วามรบั ผิดชอบและสมรรถนะของแต่ละคน และประวัตกิ ารทางาน บนั ทกึ
เป็นมาตรฐานเดียวกนั และเป็นปัจจุบนั ตามนโยบายของโรงพยาบาล (ดู SQE.4; SQE.7; SQE.8; SQE.8.1; SQE.8.1.1;
SQE.8.2 และ SQE.9.2)
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ไดข้ อง SQE.5
❑ 1. แฟม้ บคุ ลากรสาหรบั บคุ ลากรแตล่ ะคนเป็นมาตรฐานและเป็นปัจจบุ นั และเกบ็ รกั ษาไวเ้ ป็นความลับตามนโยบาย ของ
โรงพยาบาล
❑ 2. แฟม้ บคุ ลากรมีคณุ สมบตั แิ ละประวตั ิการทางานของบคุ ลากร
❑ 3. แฟม้ บุคลากรมีคาบรรยายลกั ษณะงานของบคุ ลากร
❑ 4. แฟม้ บุคลากรมีบนั ทกึ การปฐมนเิ ทศของโรงพยาบาลและปฐมนเิ ทศในบทบาทเฉพาะและการศึกษาฝึกอบรมใน ขณะ
ปฏบิ ตั ิงานท่บี คุ ลากรเขา้ รว่ ม
❑ 5. แฟ้มบคุ ลากรประกอบดว้ ยผลการประเมนิ การปฏิบตั งิ าน
❑ 6. แฟม้ บคุ ลากรมีขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพที่จาเป็น
มาตรฐาน SQE.6
แผนกลยทุ ธด์ า้ นอตั รากาลงั โรงพยาบาล จดั ทาโดย หวั หนา้ แผนกและบริการของโรงพยาบาล โดยระบจุ านวน ประเภท และ
คณุ สมบตั ทิ ต่ี อ้ งการของบุคลากร P
มาตรฐาน SQE.6.1
แผนอตั รากาลงั จะไดร้ บั ทบทวนอยา่ งต่อเนอ่ื งและทาใหเ้ ป็นปัจจุบนั ตามความจาเป็น
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.6 และ SQE.6.1
อตั รากาลังท่ีเหมาะสมและเพียงพอมีความสาคญั ต่อการดูแลผปู้ ่ วย และสาคัญต่อกิจกรรมการสอนและการวิจัยทง้ั หมดท่ี
โรงพยาบาลอาจมีส่วนรว่ ม การวางแผนอตั รากาลงั ดาเนินการโดยหวั หนา้ แผนก/บรกิ าร กระบวนการวางแผนใชว้ ิธีการทีเ่ ป็นท่ี
ยอมรบั ในการกาหนดระดับของบุคลากร ตัวอย่างเช่น ระบบท่ีใชร้ ะดบั ความรุนแรงของผปู้ ่วยเพ่ือกาหนดจานวนพยาบาลที่
ไดร้ บั ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพซง่ึ มปี ระสบการณก์ ารดแู ลผปู้ ่วยเดก็ วิกฤต ใหแ้ ก่หอผปู้ ่วยเดก็ วกิ ฤตขนาด 10 เตียง
แผนนีเ้ ขียนขึน้ และระบุจานวนและประเภทของบุคลากรท่ีตอ้ งการ รวมถึงทักษะ ความรู้ และขอ้ กาหนดอ่ืนๆ ท่ีจาเป็นในแต่ละ
แผนกและบริการ (ดู SQE.14 ) แผนกล่าวถึง
293
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
• การปรบั การมอบหมายงานจากหนึ่งแผนก/บริการ ไปยงั อีกแผนก/บริการหนึ่ง เพ่ือตอบสนองความต้องการของ
ผปู้ ่วย ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปหรอื ต่อภาวะการขาดแคลนบคุ ลากร
• การพิจารณาคารอ้ งขอปรบั เปลี่ยนงาน ตามคา่ นยิ มทางวฒั นธรรมหรือความเช่อื ทางศาสนา และ
• การปฏบิ ตั ิตามกฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ของทอ้ งถน่ิ
มีการตดิ ตามแผนอตั รากาลงั และอตั รากาลงั ตามจรงิ อยา่ งต่อเนือ่ ง และแผนนีจ้ ะไดร้ บั การปรบั ปรุงตามความจาเป็น นอกจากนี้
ยงั มกี ระบวนการสาหรบั หวั หนา้ แผนก/บริการในการปรบั ปรุงแผนอตั รากาลงั โดยรวม (ดู GLD.7 และ GLD.9)
องคป์ ระกอบที่วดั ได้ของ SQE.6
❑ 1. หวั หนา้ แผนก/บรกิ ารของโรงพยาบาลจดั ทาแผนกลยทุ ธด์ า้ นอตั รากาลงั เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรเพอื่ จดั บคุ ลากรของ
โรงพยาบาล ในลกั ษณะทสี่ อดคลอ้ งกบั กฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ของทอ้ งถน่ิ
❑ 2. จานวน ประเภท และคณุ สมบตั ทิ ่ีตอ้ งการของบุคลากรระบุไวใ้ นแผนโดยใชว้ ิธีการจดั บคุ ลากรท่ีเป็นทยี่ อมรบั
❑ 3. แผนกลา่ วถึงการมอบหมายงานและการปรบั เปล่ยี นงานท่ีมอบหมายของบคุ ลากร
องคป์ ระกอบทวี่ ดั ไดข้ อง SQE.6.1
❑ 1. ประสิทธิผลของแผนอตั รากาลงั ของบคุ ลากรไดร้ บั การติดตามอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
❑ 2. แผนอตั รากาลงั ไดร้ บั การแกไ้ ขและปรบั ปรุงเมอ่ื จาเป็น
❑ 3. แผนอตั รากาลงั ไดร้ บั การประสานงานผา่ นกระบวนการทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั หวั หนา้ แผนก/บรกิ าร
มาตรฐาน SQE.7
บุคลากรทางคลินิกและ nonclinic ทกุ คนจะไดร้ บั การปฐมนิเทศของโรงพยาบาล และปฐมนเิ ทศระดับแผนกหรือหน่วยงานท่ีได้
รบั มอบหมาย และตามหนา้ ที่ความรบั ผิดชอบเฉพาะเมื่อไดร้ บั การแตง่ ตงั้
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.7
การตัดสินใจแต่งตง้ั บุคคลใหเ้ ป็นบุคลากรของโรงพยาบาลทาใหเ้ กิดกระบวนการมากมาย เพ่ือใหบ้ ุคลากรใหม่ปฏิบัติงานได้
ดีไม่ว่าสถานะการจา้ งงานจะเป็นอย่างไร บุคลากรใหม่เหล่านีจ้ าเป็นตอ้ งเขา้ ใจทง้ั โรงพยาบาลและเขา้ ใจถึงความรบั ผิดชอบ
เฉพาะของพวกเขาทั้งทางคลินิก หรือไม่ใช่ทางคลินิกว่ามีส่วนต่อพันธกิจของโรงพยาบาลอย่างไร สิ่งนีส้ าเร็จไดผ้ ่านการปฐม
นิเทศท่ัวไปของโรงพยาบาลและบทบาทของตนเองท่ีมีต่อโรงพยาบาล และการปฐมนิเทศตามหน้าที่ความรบั ผิดชอบเฉพาะ
ของตาแหน่ง (โปรดดู AOP.5.3; AOP.6.2 และ PCI.15) การปฐมนิเทศนี้ถกู บันทึกไวใ้ นแฟ้มขอ้ มูลของบุคลากร (ดู SQE.5)
294
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
การปฐมนิเทศประกอบดว้ ยการรายงานขอ้ ผิดพลาดทางการแพทย์, แนวทางปฏิบัติในการป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ ,
นโยบายของโรงพยาบาลเก่ียวกบั การส่งั ยาทางโทรศพั ท์ และอื่นๆ เจา้ หนา้ ท่ีตามสญั ญาจา้ ง, อาสาสมัคร, นกั เรียนและผเู้ ขา้ รบั
การฝึกอบรม ก็ตอ้ งไดร้ บั การปฐมนเิ ทศของโรงพยาบาลและตามหนา้ ท่ีความรบั ผิดชอบเฉพาะของตน เช่น ความปลอดภยั ของ
ผปู้ ่วยและการปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ (โปรดดู GLD.6; GLD.9; และ GLD.14)
องคป์ ระกอบทวี่ ดั ไดข้ อง SQE.7
❑ 1. บุคลากรใหม่ทางคลินิกและ nonclinic จะไดร้ บั การปฐมนิเทศเมื่อเขา้ ส่กู ารปฏิบัตงิ านท่โี รงพยาบาล และเมื่อเขา้ สู่แผนก
หรือหน่วยงานที่พวกเขาไดร้ บั มอบหมาย และตามความรบั ผิดชอบและตามการมอบหมายงานเฉพาะใดๆ
❑ 2. เจา้ หนา้ ท่ีตามสญั ญาจา้ งจะไดร้ บั การปฐมนิเทศเม่ือเขา้ ส่กู ารปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล และเม่ือเขา้ สู่แผนก หรือหน่วย
งานท่ี พวกเขาไดร้ บั มอบหมาย และตามความรบั ผดิ ชอบและตามการมอบหมายงานเฉพาะใดๆ
❑ 3. เจา้ หนา้ ท่ีทตี่ ิดตามผปู้ ฏิบตั งิ านอสิ ระและใหก้ ารดแู ลและบริการ จะไดร้ บั การปฐมนเิ ทศเม่ือเขา้ ส่โู รงพยาบาล
❑ 4. นกั เรยี น ผเู้ ขา้ รบั การฝึกอบรม และอาสาสมคั ร ไดร้ บั การปฐมนิเทศเมอื่ เขา้ ส่โู รงพยาบาลและเม่ือเขา้ รบั ผิดชอบตามหนา้ ที่
ความรบั ผดิ ชอบที่ไดร้ บั มอบหมาย
มาตรฐาน SQE.8
บคุ ลากรแตล่ ะคนไดร้ บั การฝึกอบรมในขณะปฏบิ ตั งิ านและไดร้ บั การศึกษาและการฝึกอบรมอน่ื ๆ อย่างตอ่ เนอ่ื ง เพอ่ื รกั ษาหรือ
พฒั นาทกั ษะและความรูข้ องตน
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.8
โรงพยาบาลรวบรวมขอ้ มูลจากแหล่งต่างๆ เพ่ือทาความเขา้ ใจความตอ้ งการดา้ นการศึกษาอย่างต่อเน่ืองของบุคลากร ผลลพั ธ์
ของกิจกรรมการวัด ผลด้านคุณ ภาพและความปลอดภัย ก็เป็ นแหล่งข้อมูลหน่ึงในการระบุความต้องการด้านการศึกษ าของ
บุคลากร นอกจากนี้การติดตามขอ้ มลู จากโปรแกรมการจดั การอาคารสถานท่ี, การนาอปุ กรณ์ทางการแพทยใ์ หม่มาใช้งาน,
ทกั ษะและความรูท้ ่ีตอ้ งพัฒนาอาจจะคน้ หาไดผ้ ่านการทบทวนผลการปฏิบตั ิงาน, ข้นั ตอนทางคลินกิ ใหม่และแผนการใหบ้ ริการ
ใหมท่ ี่จะเกิดขนึ้ ในอนาคต สิ่งท่กี ลา่ วมาเป็นตวั อย่างของแหลง่ ขอ้ มูลท้งั สนิ้ โรงพยาบาลมีกระบวนการรวบรวม และ บูรณาการ
ขอ้ มูลจากแหล่งต่างๆ เพ่ือวางแผนสาหรบั โครงการใหค้ วามรูแ้ ก่บุคลากร (ดูเพิ่มเติมใน SQE.5) นอกจากนี้ โรงพยาบาลยัง
กาหนดว่าบุคลากรคนใด เช่น ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ จาเป็นตอ้ งไดร้ บั การศึกษาต่อเน่ืองเพื่อธารงคณุ สมบัติของตน
และวิธีการติดตามและจดั ทาบนั ทกึ การศกึ ษาของบุคลากรเหลา่ นี้ (ดู GLD.3.3)
เพอ่ื ธารงผลการปฏิบตั งิ านของบุคลากรในระดบั ที่ยอมรบั ได,้ เพอ่ื สอนทกั ษะใหม่ ๆ, และเพอ่ื ใหก้ ารฝึกอบรมเกย่ี วกบั เครือ่ งมือ
และหตั ถการทางการแพทยใ์ หม่ ๆ โรงพยาบาลไดจ้ ดั ใหม้ หี รือจดั เตรียมดา้ นสถานที่, วทิ ยากร และเวลาสาหรบั โปรแกรม
295
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
การศึกษา/ฝึกอบรมขณะปฏบิ ตั ิงาน และการศกึ ษาอ่ืน ๆ อย่างตอ่ เน่ือง (ดู AOP.5.3; AOP.6.3; PCI.15 และ SQE.5 )
การศึกษานี้ เกีย่ วขอ้ งกบั เจา้ หนา้ ท่แี ต่ละคนตลอดจนความกา้ วหนา้ อย่างตอ่ เน่ืองของโรงพยาบาล เพื่อตอบสนองความตอ้ งการ
ของผปู้ ่วย ตวั อย่างเชน่ เจา้ หนา้ ท่ีทางการแพทยอ์ าจไดร้ บั การศึกษาเกยี่ วกบั การป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้ ความกา้ วหนา้
ในการปฏบิ ตั ิทางการแพทย,์ วฒั นธรรมความปลอดภยั , หรอื เครือ่ งมือแพทยใ์ หม่ๆ ผลของการศึกษาฝึกอบรมของเจา้ หนา้ ท่ี
แตล่ ะคน ไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นแฟ้มบุคลากร
ผนู้ าของโรงพยาบาลสนบั สนนุ ความมงุ่ ม่นั ในการศกึ ษาตอ่ เน่ืองของบุคลากรโดยการจดั หาพนื้ ท่ี อปุ กรณ์ และเวลาสาหรบั
โปรแกรมการศกึ ษาและการฝึกอบรม และมีความพรอ้ มของขอ้ มลู ทางวิทยาศาสตรใ์ นปัจจบุ นั เพ่ือสนบั สนนุ การศึกษาและ
การฝึกอบรม การศกึ ษาและการฝึกอบรมสามารถเกิดขึน้ ไดใ้ นสถานที่เป็นศนู ยก์ ลางการฝึกอบรมหรือในสถานที่สาหรบั การ
เรยี นรู้ และการพฒั นาทกั ษะท่ีมีขนาดเลก็ กว่าในหลายๆแห่งท่วั ทงั้ โรงพยาบาล และสามารถใหก้ ารศึกษาแกท่ กุ คนพรอ้ มกนั ใน
ครง้ั เดียวหรอื สอนซา้ สาหรบั บคุ ลากรทป่ี ฏบิ ตั งิ านในแต่ละเวร เพ่อื ลดผลกระทบตอ่ กจิ กรรมการดแู ลผปู้ ่วย
องคป์ ระกอบท่ีวัดได้ของ SQE.8
❑ 1. โรงพยาบาลใชแ้ หลง่ ขอ้ มลู และสารสนเทศจากหลากหลายแหล่ง รวมถงึ ผลลัพธข์ องกจิ กรรมการวดั ผลดา้ นคณุ ภาพและ
ความปลอดภยั เพ่ือระบุความตอ้ งการดา้ นการศกึ ษาของบุคลากร
❑ 2. โปรแกรมการศกึ ษาไดร้ บั การวางแผนตามขอ้ มลู และสารสนเทศเหล่านี้
❑ 3. เจา้ หนา้ ทข่ี องโรงพยาบาลไดร้ บั การศึกษาและฝึกอบรมในการใหบ้ รกิ ารอยา่ งต่อเน่ือง
❑ 4. การศกึ ษาเกย่ี วขอ้ งกบั ความสามารถของบุคลากรแต่ละคนในการตอบสนองความตอ้ งการของผปู้ ่วยและ/หรือ ขอ้ กาหนด
ดา้ นการศกึ ษาต่อเนอ่ื ง
❑ 5. โรงพยาบาลจดั ใหม้ ีเวลาและสงิ่ อานวยความสะดวกท่เี พยี งพอสาหรบั บคุ ลากรทกุ คนในการเขา้ รว่ มใน การศกึ ษาและ
ฝึกอบรมทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
มาตรฐาน SQE.8.1
บุคลากรที่ใหก้ ารดแู ลผปู้ ่วยไดร้ บั การฝึกอบรมและแสดงใหเ้ ห็นถึงความสามารถ ในการเทคนคิ การชว่ ยชวี ติ เฉพาะตามระดบั
ของการฝึกอบรมที่กาหนด
มาตรฐาน SQE.8.1.1
บคุ ลากรอน่ื ๆท่ีกาหนดโดยโรงพยาบาลจะไดร้ บั การฝึกอบรมและสามารถแสดงทกั ษะในเทคนิคการช่วยชีวิตอยา่ งเหมาะสม
296
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นัน้ (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.8.1 และ SQE.8.1.1
บคุ ลากรทกุ คนท่ใี หก้ ารดแู ลผปู้ ่วย รวมทง้ั แพทย์ และเจา้ หนา้ ทอี่ น่ื ๆ ท่ีโรงพยาบาลกาหนด จะไดร้ บั การฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคนิค
การช่วยชีวิตขน้ั พนื้ ฐาน โรงพยาบาลระบุระดบั ของการฝึกอบรมของเจา้ หนา้ ท่ีทกุ คนทใี่ หก้ ารดแู ลผปู้ ่วย (การชว่ ยชีวิตขน้ั พนื้ ฐาน
หรือขนั้ สงู ) และเหมาะสมตามบทบาทของตนเองในโรงพยาบาล (โปรดดู COP.3.3) ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลอาจกาหนดว่า
บุคลากรทุกคนที่ใหก้ ารดูแลในหน่วยงานเฉพาะ เช่น แผนกฉุกเฉินหรือหน่วยดแู ลผปู้ ่วยวิกฤต หรือบุคลากรทุกคนท่ีดแู ลหรือ
ตดิ ตามกระบวนการระงบั ความรูส้ กึ จะตอ้ งไดร้ บั การฝึกอบรม การช่วยชีวิตขน้ั สงู (โปรดดู ASC.3) โรงพยาบาลอาจกาหนดรว่ ม
ดว้ ยว่าบุคลากรอื่นๆ ท่ีไม่ไดใ้ หก้ ารดแู ลผปู้ ่วย เชน่ เจา้ หนา้ ที่เคลอ่ื นยา้ ยหรือเจา้ หนา้ ท่ีลงทะเบียน อาจตอ้ งไดร้ บั การฝึกอบรมใน
การช่วยชีวติ ขนั้ พนื้ ฐาน
ระดับการฝึกอบรมที่เหมาะสมสาหรบั บุคลากรที่กาหนดไวจ้ ะมีการอบรมซา้ ตามขอ้ กาหนดและ/หรือกรอบเวลาท่ีกาหนดโดย
โปรแกรมการฝึกอบรมท่ีเป็นท่ียอมรับ หรือทุกๆ สองปี หากไม่มีการใช้โปรแกรมการฝึกอบรมที่เป็นที่ยอมรับ บุคลากร
แต่ละคนทเ่ี ขา้ รว่ มการฝึกอบรมมีหลกั ฐานทแ่ี สดงวา่ บรรลตุ ามระดบั ความสามารถที่ตอ้ งการ จรงิ หรอื ไม่ (ดู SQE.5 )
องคป์ ระกอบท่ีวัดไดข้ อง SQE.8.1
❑ 1. เจา้ หนา้ ท่ีทีใ่ หก้ ารดแู ลผปู้ ่วย รวมทงั้ แพทย์ ไดร้ บั การฝึกอบรมการชว่ ยชีวิตขน้ั พนื้ ฐาน (BLS) เป็นอย่างนอ้ ย
❑ 2. โรงพยาบาลระบุระดับการฝึกอบรม(การช่วยชีวิตขน้ั พืน้ ฐานหรือขัน้ สงู ) ท่ีเหมาะสมกบั บทบาทของบุคลากรทุกคนที่ให้
การดแู ลผปู้ ่วย
❑ 3. มหี ลกั ฐานแสดงวา่ บุคลากรผ่านการฝึกอบรมหรือไม่
❑ 4. ระดับการฝึกอบรมที่ต้องการสาหรบั แต่ละบุคคล จะดาเนินการซา้ ตามขอ้ กาหนดและ/หรือกรอบเวลาท่ีกาหนดโดย
โปรแกรมการฝึกอบรมท่ีเป็นท่ียอมรบั หรือทกุ ๆ สองปีหากไมม่ กี ารใชโ้ ปรแกรมการฝึกอบรมท่ีเป็นทีย่ อมรบั
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ไดข้ อง SQE.8.1.1
❑ 1. โรงพยาบาลจะระบุถงึ บุคลากรอื่นๆท่ีไมไ่ ดเ้ ป็นผูใ้ หก้ ารดูแลผปู้ ่วย ใหไ้ ดร้ บั การฝึกอบรมเกี่ยวกบั การช่วยชีวติ ข้ันพนื้ ฐาน
(BLS) หากเหมาะสม
❑ 2. เมื่อบุคลากรอื่นๆท่ีไม่ไดเ้ ป็นผูใ้ หก้ ารดแู ลผูป้ ่วยไดร้ บั การฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพืน้ ฐานแลว้ จะมีหลักฐานท่ีแสดงว่า
บุคลากรผ่านการฝึกอบรมหรอื ไม่
❑ 3. เมื่อบุคลากรอื่นๆไดร้ บั การฝึกอบรม จะมีการฝึกอบรมซา้ ในแต่ละคนตามขอ้ กาหนดและ/หรือ กรอบเวลาที่กาหนดโดย
โปรแกรมการฝึกอบรมท่ีเป็นทีย่ อมรบั หรอื ทกุ ๆ สองปีหากไมไ่ ดใ้ ชโ้ ปรแกรมการฝึกอบรม ที่เป็นท่ียอมรบั
297
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
สุขภาพและความปลอดภยั ของบคุ ลากร
มาตรฐาน SQE.8.2
โรงพยาบาลจดั ใหม้ ีโปรแกรมสขุ ภาพและความปลอดภยั ของบุคลากรทีก่ ล่าวถงึ สขุ ภาพรา่ งกายและจติ ใจของบุคลากรและ
สภาพการทางานทีป่ ลอดภยั P
เจตจานงของมาตรฐาน SQE.8.2
โปรแกรมสขุ ภาพและความปลอดภยั ของเจา้ หนา้ ทข่ี องโรงพยาบาลมีความสาคญั ตอ่ การรกั ษาสขุ ภาพกายและใจของบุคลากร
ความพึงพอใจ ความสามารถในการทางาน และสภาพความปลอดภยั ในการทางาน (ดู SQE.5)
วิธีทโ่ี รงพยาบาลมงุ่ เนน้ และฝึกอบรมเจา้ หนา้ ท่ี, จดั หาสถานท่ีทางานที่ปลอดภยั , บารุงรกั ษาอปุ กรณแ์ ละอปุ กรณท์ างการแพทย์
ป้องกันหรือควบคุมการติดเชือ้ ที่เก่ียวขอ้ งกบั การดูแลสุขภาพ, และปัจจัยอ่ืน ๆ อีกมากมายที่กาหนดภาวะสขุ ภาพและความ
ผาสุกของบุคลากร โปรแกรมดา้ นสุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากรสามารถอยู่ภายในโรงพยาบาลหรือรวมเข้ากับ
โปรแกรมภายนอกได้ โปรแกรมมีดงั ต่อไปน:ี้
a) การตรวจสขุ ภาพเบอื้ งตน้ ก่อนการจา้ งงาน
b) มาตรการควบคุมการทางานที่เผชิญสง่ิ อนั ตราย เชน่ การสมั ผัสกบั ยาทีเ่ ป็นพิษและระดับเสยี งท่เี ป็นอนั ตราย (ดู
AOP.5.3; COP.4 และ COP.4.1)
c) การศกึ ษา การฝึกอบรม และการจดั การเคลือ่ นยา้ ยผปู้ ่วยอยา่ งปลอดภยั
d) การศกึ ษา การฝึกอบรม และการดาเนินการเพ่อื จดั การความรุนแรงในสถานทท่ี างาน (ดู QPS.7 และ QPS.7.1)
e) การศึกษา การฝึกอบรม และดาเนินการสาหรบั เจา้ หนา้ ที่ท่ีอาจตกเป็นเหย่ือรายทีส่ องของเหตกุ ารณไ์ ม่พึงประสงค์
หรอื เหตกุ ารณพ์ ึงสงั วรณ์
f) การจดั การกบั สภาพท่วั ไปทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั งาน เช่น อาการบาดเจบ็ ทหี่ ลงั หรือการบาดเจบ็ ฉกุ เฉินอ่นื ๆ
ไม่ว่าการจดั บุคลากรและโครงสรา้ งของโปรแกรมจะเป็นอย่างไร บุคลากรเขา้ ใจวิธีการรายงาน, การเขา้ รบั การรกั ษา, และรบั คา
ปรกึ ษาและติดตามผลการบาดเจ็บจากการทางานท่วั ไป เช่น บาดแผลท่ีอาจเกิดจากการเข็มท่ิมตา, การสมั ผสั กับโรคติดเชือ้ ,
การเผชญิ กบั ความรุนแรงในสถานที่ทางาน, การเคล่ือนยา้ ยผปู้ ่วย, สภาพอนั ตรายในอาคารสถานที่, และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวขอ้ ง
กับสุขภาพและความปลอดภัย การออกแบบโปรแกรมรวมถึงการใชข้ อ้ มูลจากบุคลากรและนามาใชก้ ับทรพั ยากรทางคลินิก
ของ โรงพยาบาลรวมถึงในชมุ ชน
298
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
บคุ ลากรสายการพยาบาลและเจา้ หนา้ ที่อื่น ๆ ท่ีช่วยเหลือผปู้ ่วยในการเคลื่อนไหวมีความเสี่ยงเพ่ิมขึน้ ที่จะไดร้ บั บาดเจ็บที่หลงั
และการบาดเจ็บของกลา้ มเนอื้ และกระดูกอ่ืน ๆ เนื่องจากความตอ้ งการทางกายภาพของการจดั การผปู้ ่วย เทคนิคการจัดการผู้
ป่วยที่ไม่เหมาะสมอาจสง่ ผลเสียต่อความปลอดภยั ของผปู้ ่วยและคุณภาพการดแู ล มีการดาเนินการเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่วยและ การ
จดั การในสถานพยาบาลหลายประเภท ดงั นั้นจงึ ไม่มีวิธีแกป้ ัญหาเฉพาะแบบใดแบบหน่งึ ท่ีเหมาะสาหรบั ทกุ พนื้ ท่ี ทม่ี ีการเคล่ือน
ไหวและการจัดการของผปู้ ่วย ตัวอย่างของจดั การอย่างปลอดภัยอาจรวมถึงการใชเ้ ข็มขัดนิรภยั สาหรบั การเดิน อปุ กรณ์ช่วย
เคล่ือนยา้ ย การฝึกอบรมเก่ยี วกบั กลไกของรา่ งกาย ดาเนนิ การดว้ ยทีมเคลื่อนยา้ ย และอน่ื ๆ ในทานองเดียวกนั
ความรุนแรงในที่ทางานไดก้ ลายเป็นปัญหาท่ีพบประจามากขึน้ ในองคก์ รดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ, การขาดแคลนบุคลากร, ระดับ
ความรุนแรงในความเจ็บป่วยท่ีเพิ่มขึน้ ,และความเขา้ ใจผิดว่าความรุนแรงไม่ได้เกิดขึน้ ในองคก์ รดา้ นการดแู ล สขุ ภาพ —หรือ
หากความรุนแรงเกิดขึน้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน—น่ีเป็นเพียงอุปสรรคบางประการในการยอมรบั ว่า มีความรุนแรงในสถานท่ี
ทางาน และเพอ่ื จดั ทาโปรแกรมปอ้ งกนั ความรุนแรง (ดู QPS.7)
สภาพแวดลอ้ มในการดูแลมักจะนาเสนอความทา้ ทายทางอารมณท์ ี่อาจสรา้ งความเครียดทางจิตใจและรา่ งกาย ผปู้ ฏิบัติงาน
ดา้ นการดแู ลสขุ ภาพใหค้ วามเห็นอกเห็นใจและดแู ลดา้ นอารมณ์แก่ผปู้ ่วยและครอบครวั และผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ
มกั เกย่ี วขอ้ งกบั การตัดสินใจดา้ นจริยธรรม, มกั เผชิญกบั ความตายและการเสียชวี ิต, และใหก้ ารดแู ลรกั ษา และบริการในสภาพ
แวดลอ้ มที่มีความเครยี ดและความตอ้ งการทางรา่ งกายสงู , การเผชิญกับความทา้ ทายทางอารมณ์และรา่ งกายเหล่านีซ้ า้ ๆ อาจ
ทาใหเ้ กดิ ความเหน่ือยลา้ จากความเห็นอกเหน็ ใจ และอาจนาไปส่ผู ลลพั ธ์ดา้ นสขุ ภาพและคุณภาพชีวติ ที่ไมพ่ ึงประสงค์ มากมาย
สาหรบั ผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นสขุ ภาพ การส่งเสรมิ และรกั ษาความยืดหย่นุ ของบุคลากรเพอ่ื ลดความเครียดมีความสาคญั ต่อการสรา้ ง
วฒั นธรรมเชงิ บวกเพือ่ ประโยชนข์ องผปู้ ่วยและเจา้ หนา้ ที่ นอกจากนี้ ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสุขภาพมกั เป็นเหย่อื รายท่ีสองของ
ขอ้ ผิดพลาดและเหตุการณ์พึงสงั วรณ์ เมื่อผปู้ ่วยและสมาชิกในครอบครวั ไดร้ บั ผลจากขอ้ ผิดพลาดทางคลินิก ความสานึกผิด
และ ความวิตกกงั วลที่ผดู้ ูแลรูส้ ึกและความรูส้ ึกของความทุกขท์ างศีลธรรมมักไม่ไดร้ บั การยอมรบั หรือกล่าวถึง โรงพยาบาล
จาเป็นตอ้ งรบั ทราบว่าสขุ ภาพทางอารมณแ์ ละประสทิ ธิภาพของผปู้ ฏิบัตงิ านดา้ นการดูแลสขุ ภาพท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั เหตุการณไ์ มพ่ ึง
ประสงค์และเหตุการณ์พึงสงั วรณ์ อาจมีผลกระทบต่อคณุ ภาพและความปลอดภัยของการดูแลผปู้ ่วย การวิจัยแนวปฏิบตั ิที่ดี
ท่ีสุด เกี่ยวกบั ความเหนื่อยล้าจากความเห็นอกเห็นใจและความเหนื่อยหน่ายของบุคลากรแนะนาว่าโรงพยาบาลควรจัดทา
โปรแกรม เพื่อสนบั สนนุ เจา้ หนา้ ทท่ี ีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั เหตกุ ารณพ์ ึงสงั วรณแ์ ละเหตกุ ารณไ์ ม่พึงประสงคแ์ ละเพือ่ พฒั นาทกั ษะในเชิงรุก
เพ่อื ส่งเสรมิ ความยดื หยนุ่ ของบคุ ลากรและสง่ เสริมสขุ ภาพและความผาสกุ ของบคุ ลากร
องคป์ ระกอบท่วี ัดไดข้ อง SQE.8.2
❑ 1. โรงพยาบาลจดั โปรแกรมดา้ นสขุ ภาพและความปลอดภยั ของบคุ ลากรทตี่ อบสนองต่อความตอ้ งการของ เจา้ หนา้ ท่ีทง้ั ทเี่ รง่
ดว่ นและไมเ่ รง่ ด่วนผ่านการรกั ษาและการส่งตอ่ โดยตรง
❑ 2. โปรแกรมดา้ นสขุ ภาพและความปลอดภยั ของบุคลากร มี เจตนาอย่างนอ้ ยขอ้ a) ถึง f) ในเจตจานงของมาตรฐาน
299
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)