The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by บัวทิพย์ โคจรนา, 2023-01-11 22:57:43

JCI Hospital

JCI Hospital

ประเภทของข้อมูลที่แพทยใ์ ช้ Medication reconciliation รวมถึงแต่ไม่จากัดเพียงช่ือยา ขนาดยา ความถ่ี วิถีทาง และ วัตถุ
ประสงค์ องคก์ รควรระบขุ อ้ มูลที่จาเป็นตอ้ งรวบรวมเพ่อื ปรบั ใหเ้ ขา้ กันระหว่างยาปัจจุบันและยาท่สี ่งั ซือ้ ใหม่ และเพื่อใหเ้ กิดการ
ส่งั ยาอย่างปลอดภัยในอนาคต การจัดการยาท่ีดีรวมถึง การทบทวนยาใหม่ท่ีต้ังใจส่ังให้โดยเทียบกับ รายการยาที่ผูป้ ่ วย
กาลังใชอ้ ยู่ (ดู ACC.4.3 และ AOP.1.1) เป้าหมายของการทบทวนนีค้ ือ การพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยในการเพ่ิม
ยาใหม่ในแผนการรกั ษาของผปู้ ่วยและลดความเสี่ยงของอบุ ตั ิการณท์ ่ีไม่พึงประสงคจ์ ากยารายช่ือยาที่ใชอ้ ย่ใู นปัจจุบนั ท้ังหมด
จะถกู บันทึกไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วย และสามารถใชไ้ ดก้ บั เภสัช พยาบาล และแพทย์ โรงพยาบาลไดก้ าหนดกระบวนการ
เปรยี บเทียบรายการยาของผปู้ ่วยกอ่ นเขา้ รบั การรกั ษากบั คาส่งั ยาเร่ิมตน้

องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ MMU.4
❑1. โรงพยาบาลระบขุ อ้ มลู ท่จี าเป็นสาหรบั การเปรียบเทียบยาปัจจุบนั และยาที่ส่งั ใหม่

❑2. เวชระเบียนของผปู้ ่วยประกอบดว้ ยรายการของยาทใี่ ชอ้ ยใู่ นปัจจบุ นั กอ่ นเขา้ รบั การรกั ษาหรอื เมอ่ื ลงทะเบยี นเป็นผปู้ ่วย
นอกและขอ้ มลู นมี้ ีใหส้ าหรบั ผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดแู ลสุขภาพของผปู้ ่วยและหอ้ งยาตามความจาเป็น

❑3. ใบส่งั ยาเบอื้ งตน้ จะถกู เปรยี บเทียบกบั รายการยาท่ใี ชก้ ่อนเขา้ รบั การรกั ษาตามกระบวนการที่โรงพยาบาลกาหนด

มาตรฐาน MMU.4.1
โรงพยาบาลจะกาหนดบุคคลทมี่ คี ณุ สมบตั ิเหมาะสมท่ไี ดร้ บั อนญุ าตใหส้ ่งั จ่ายยาหรือส่งั ยา

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.4.1

การเลือกใชย้ าเพื่อรกั ษาผูป้ ่วยต้องใชค้ วามรูแ้ ละประสบการณ์เฉพาะดา้ น โรงพยาบาลแต่ละแห่งมีหนา้ ท่ีรบั ผิดชอบในการ
กาหนดบุคคลที่มีความรูแ้ ละประสบการณ์ท่ีจาเป็น และผทู้ ี่ไดร้ บั อนญุ าตโดย มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มีประกาศนียบตั ร
ไดร้ ับอนุญาตโดยกฎหมาย หรือระเบียบข้อบังคับในการส่ังจ่ายยาหรือส่ังยา (ดู COP.2.1; SQE.10; MOI.2 และ MOI.9)
โรงพยาบาล อาจจากดั การส่งั จ่ายยาบางประเภทของแตล่ ะบุคคล เช่น สารควบคมุ ยาเคมีบาบัด หรือยาสารเภสชั รงั สีและยาท่ี
ใชใ้ นการวิจยั (ดูเพิ่มเติมใน SQE.12) บุคคลท่ีไดร้ บั อนุญาตใหส้ ่ังจ่ายยาและส่งั ยาเป็นท่ีรูจ้ ักของผใู้ หบ้ ริการทางเภสัชกรรม
หรอื บคุ คลอน่ื ท่ีเป็นผจู้ ่ายยา ในสถานการณฉ์ กุ เฉิน โรงพยาบาลจะกาหนดบคุ คลทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตใหส้ ่งั จ่ายยาหรือส่งั ยาเพ่มิ เติม

องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ MMU.4.1

❑1. เฉพาะผทู้ ไี่ ดร้ บั อนญุ าตจากโรงพยาบาลและโดยมใี บอนญุ าตประกอบวิชาชีพ กฎหมาย และระเบยี บทเ่ี ก่ียวขอ้ งเทา่ นน้ั
ที่จะเป็นผสู้ ่งั ยา

❑2. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการเพื่อกาหนดขอ้ จากดั ในการส่งั จา่ ยยาของบคุ คลตามความเหมาะสม

❑3. บคุ คลท่ีไดร้ บั อนญุ าตใหส้ ่งั จา่ ยยาและส่งั ยาเป็นทร่ี ูจ้ กั ของผใู้ หบ้ รกิ ารทางเภสชั กรรมหรือบคุ คลอนื่ ท่ีเป็นผจู้ า่ ยยา 150

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)


มาตรฐาน MMU.4.2

โรงพยาบาลระบุการส่งั จ่ายยา การส่งั ซอื้ และการถ่ายทอดคาส่งั อยา่ งปลอดภยั และกาหนดองคป์ ระกอบที่สมบรู ณข์ องคาส่งั
หรือใบส่งั ยา P

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.4.2

สาเหตทุ ่วั ไปของอบุ ตั กิ ารณไ์ ม่พึงประสงคใ์ นสถานพยาบาลคือ ความคลาดเคลื่อนของยา ผลการศึกษาล่าสุดชนิ้ หนงึ่ รายงาน ว่า
“ความคลาดเคลื่อนของยาเกดิ ขึน้ บ่อยครง้ั ที่สดุ ในข้นั ตอนการส่งั ยาหรือการส่งั จ่ายยา ขอ้ ผดิ พลาดท่วั ไป ไดแ้ ก่ ผใู้ หบ้ รกิ าร ดา้ น
การดแู ลสขุ ภาพเขียนยาผิดวิถีการบรหิ ารหรือขนาดยาผิด หรือความถ่ีไม่ถกู ตอ้ ง ขอ้ ผิดพลาดในการส่งั ยาเหล่านีค้ ิดเป็น เกือบ
50% ของความคลาดเคลื่อนทางยา” ในบนั ทกึ ทเี่ ป็นกระดาษ ใบส่งั ยาหรอื คาส่งั ยาที่อ่านไม่ออกเป็นสาเหตหุ นึ่งของความคลาด
เคล่ือนทางยาท่ีเป็นอันตรายต่อความปลอดภยั ของผปู้ ่ วยและอาจส่งผลใหก้ ารรกั ษาล่าชา้ กลยทุ ธใ์ นการลด การอ่านคาส่งั ท่ี
เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรไม่ออก มคี วามสาคญั ในการลดความเสย่ี งของความคลาดเคลื่อนทางยา การส่งั จ่ายยา การส่งั ยา และการ
คดั ลอกคาส่งั อย่างปลอดภัยน้ัน เป็นไปตามนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติของโรงพยาบาล บุคลากรการแพทย์ พยาบาล เภสัช
และธุรการ ร่วมมือกนั พฒั นาและติดตามนโยบายและข้ันตอนการปฏิบัติงาน บุคลากรที่เกี่ยวขอ้ งไดร้ บั การ ฝึกอบรมในการส่งั
จ่ายยา การส่งั ยา และการถา่ ยทอดคาส่งั ท่ถี กู ตอ้ ง

เพื่อลดความแปรปรวมและปรบั ปรุงความปลอดภัยของผูป้ ่ วย โรงพยาบาลกาหนดองคป์ ระกอบท่ีจาเป็นของคาส่ัง ยาหรือ
ใบส่ังยาที่สมบูรณ์ (ดู MOI.9) คาส่งั และใบส่งั ยาท้ังหมดประกอบดว้ ยช่ือของยา ปริมาณ และความถ่ี และเสน้ ทางของการ
บริหารยา นอกจากนี้ องคป์ ระกอบเพ่มิ เติมต่อไปนจี้ ะรวมอย่ใู นใบส่งั ยาและคาส่งั เมอ่ื เหมาะสมกบั คาส่งั :

ก) ขอ้ มลู ท่จี าเป็นในการระบตุ วั ผปู้ ่วยอยา่ งแม่นยา (ดู IPSG.1)

b) เม่ือชื่อท่วั ไปหรือชือ่ ทางการคา้ เป็นทย่ี อมรบั หรอื จาเป็น (ดู MMU.2)

ค) แนวทางปฏิบตั เิ ฉพาะสาหรบั การใช้ PRN (pro re nata หรอื "ตามความจาเป็น") คาส่งั จะตอ้ งรวมถงึ ขอ้ บง่ ชี้ ในการใช้
ยาและคาแนะนาโดยละเอยี ดสาหรบั คาส่งั ที่ทบั ซอ้ นกนั เชน่ ยาแกป้ วดทม่ี ีมากกว่าหน่ึงชนิด

ง) ประเภทของคาส่ังท่ีอิงตามน้าหนัก (weight based )หรือคาส่ังที่ปรบั โดยส่ิงอ่ืน เช่น คาส่ังสาหรบั เด็ก ผู้สูงอายุท่ี
ออ่ นแอ และผปู้ ่วยมะเร็ง

จ) ประเภทของคาส่งั ที่ปรบั เพื่อวิถกี ารรกั ษา(therapeutic range); ตัวอย่างเช่น ขนาดของยาอาจจาเป็นตอ้ งปรบั ตาม
คา่ ของผลทางหอ้ งปฏิบตั ิการสาหรบั ยาบางชนิด เช่น การให้ heparin infusion หรอื phenytoin

ฉ) อตั ราการบรหิ ารเม่ือมกี ารส่งั การใหท้ างหลอดเลอื ดดา

g) คาส่งั พิเศษอื่นๆ เชน่ การไทเทรต การเทเปอร์ หรือคาส่งั ที่ระบุเป็นชว่ ง

151

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)


มขี นั้ ตอนในการจดั การ

• ใบส่งั ยาทไี่ มส่ มบูรณ์ อ่านไมอ่ อก หรอื ไม่ชดั เจน (ดู MOI.10 เพ่ิมเตมิ )

• ขอ้ ควรระวงั ในการส่งั ยาทม่ี ีชือ่ พอ้ ง มองคลา้ ย; (ดู IPSG.3.1 )

• คาส่งั ประเภทพิเศษ เช่น คาส่งั ฉกุ เฉนิ , Standing order, หรือการหยดุ อัตโนมัติ และองคป์ ระกอบใดๆ ที่มีลักษณะ
เฉพาะสาหรบั คาส่งั ดงั กลา่ ว (ดู COP.2.1) และ

• คาส่ังยาด้วยวาจา โทรศัพท์ และข้อความ และกระบวนการทวนสอบคาส่ังดังกล่าว (ให้คะแนนท่ี IPSG.2 และ
MOI.12)

ดงั นัน้ มาตรฐานนีจ้ ึงกาหนดความคาดหวังของทั้งโรงพยาบาล สาหรบั การส่งั ยา กระบวนการต่างๆ จะสะทอ้ นใหเ้ ห็นไดจ้ าก
คาส่งั ยาท่ีสมบูรณ์ ซ่ึงบันทึกไวใ้ นเวชระเบียน, หอ้ งยาหรือหนว่ ยจา่ ยยาไดร้ บั ขอ้ มลู ที่จาเป็นสาหรบั การจ่ายยา, และการบรหิ าร
ยาตามคาส่งั ยาที่สมบรู ณ์ (ดู MOI.8)

องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ MMU.4.2

❑1. โรงพยาบาลจัดตั้ง ดาเนินการ และฝึกอบรมบุคลากรเกี่ยวกับกระบวนการส่ังจ่ายยา ส่ัง และถ่ายทอดคาส่งั ยาอย่าง
ปลอดภยั ในโรงพยาบาล

❑2. คาส่งั ยาและใบส่งั ยาทง้ั หมดมีชอื่ ยา ขนาดยา ความถี่และวถิ ที างการใหย้ า ขอ้ บ่งชใี้ นการส่งั ยา และขนาดยาสงู สดุ

❑3. องคป์ ระกอบเพ่ิมเตมิ ของคาส่งั ยาท่ีสมบรู ณห์ รอื ใบส่งั ยารวมถึงอย่างนอ้ ย a) ถึง g) ท่ีระบุในเจตจานงของมาตรฐานตาม
ความเหมาะสมกบั คาส่งั

❑4. โรงพยาบาลจัดทาและดาเนินการตามขั้นตอนเพื่อจัดการใบส่ังยาท่ีไม่สมบูรณ์ อ่านไม่ออก หรือไม่ชัดเจน รวมทั้ง
มาตรการปอ้ งกนั อบุ ตั กิ ารณม์ ิใหเ้ กิดขนึ้ ตอ่ เนือ่ ง

❑5. โรงพยาบาลจัดทาและดาเนินการตามกระบวนการเพ่ือจัดการคาส่งั ประเภทพิเศษ เช่น คาส่งั ฉุกเฉิน, Standing order
หรอื การหยดุ อตั โนมตั ิ และองคป์ ระกอบใดๆ เฉพาะสาหรบั คาส่งั ดงั กล่าว

❑6. ยาท่ีส่งั หรือส่งั จ่ายจะถกู บนั ทึกไว้ในเวชระเบียนของผปู้ ่ วย หรือใส่เพ่ิมเขา้ ไปในเวชระเบียนของผปู้ ่ วยเมื่อจาหน่ายออก
จากโรงพยาบาลหรือโอนยา้ ย

152

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)


การเตรียมและการจ่ายยา

มาตรฐาน MMU.5

มีการจดั เตรยี มและจ่ายยาในสภาพแวดลอ้ มที่ปลอดภยั และสะอาด

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.5

หอ้ งยาหรือบริการดา้ นเภสชั กรรมและอนื่ ๆ ท่ีไดร้ บั การฝึกอบรมและมีประสบการณท์ ่ีเหมาะสม จดั เตรียมและจ่ายยาใน สภาพ
แวดลอ้ มที่สะอาดและปลอดภัยซ่ึงเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบขอ้ บงั คับ และมาตรฐานการปฏิบัติทางวิชาชีพ โรงพยาบาล
กาหนดมาตรฐานการปฏิบตั ิเพื่อความปลอดภยั และสภาพแวดลอ้ มในการเตรียมและการจ่ายยาท่ีปลอดภยั และ สะอาด (ดู
PCI.4) ตัวอย่างเช่น มาตรฐานการปฏิบตั ิอาจรวมถึงวธิ ีการทาความสะอาดพืน้ ท่ีเตรียมยาและเมื่อใดควร สวม หนา้ กาก หรือ
ควรใชต้ ู้ laminar air flow ในการเตรียมยา ยาและสารละลายบางชนดิ จาเป็นตอ้ งมีการเตรียมภายใตแ้ นวทาง ท่ีเฉพาะเจาะจง
อย่างยิ่ง บุคลากรท่ีผสมและเตรยี มยาเหล่านีไ้ ดร้ บั การฝึกอบรมในหลักการของการเตรียมยาและเทคนิคปลอดเชือ้ ในทานอง
เดยี วกันหอ้ งแรงดนั บวกและชอ่ งระบายอากาศแบบลามิเนตก็พรอ้ มใชแ้ ละนามาใชเ้ ม่ือมีการกาหนดโดยการปฏิบตั ิทางวิชาชีพ
ตวั อยา่ งเช่น ในการเตรียมสว่ นผสมปลอดเชอื้ อาหารทางหลอดเลือดดา (TPN) เคมีบาบดั ยาชา และยาอนั ตราย เช่น ยารกั ษา
มะเร็ง (Cytotoxic drug) เน่ืองจากความจาเป็นท่ีจะต้องใชแ้ รงดันบวกและ laminar airflow hoods เพื่อเตรียม ยาเหล่านี้ขอ
แนะนาใหเ้ ตรียมยาเหล่านี้เฉพาะท่ีหอ้ งยา เวน้ แต่หน่วยดูแลผปู้ ่วยมีความเฉพาะและพรอ้ มไปดว้ ย อุปกรณ์ความปลอดภัยที่
จาเป็น และบุคลากรทผ่ี ่านการฝึกอบรมมาแลว้ ( เชน่ หน่วยพเิ ศษเฉพาะทางมะเร็งวิทยา)

สถานการณท์ ่วั ไปในการเตรียมยาที่เส่ียงต่อการแพร่โรคติดต่อคือ การใชข้ วดยาแบบใชค้ รงั้ เดียว(single use) และ แบบหลาย
ครง้ั (multipledose) ในผปู้ ่วยมากกวา่ หนึง่ ราย การใชข้ วดเหล่านใี้ นทางทีผ่ ิดกอ่ ใหเ้ กิดอนั ตรายต่อผปู้ ่วย โดยการเกิดอบุ ตั ิการณ์
และการระบาดของ bloodborne pathogens และการติดเชอื้ ท่ีเกยี่ วขอ้ งทงั้ ในผปู้ ่วยในและผปู้ ่วยนอก—รวมถึงไวรสั ตับอักเสบ
บี และซี เยื่อหุม้ สมองอักเสบ และฝีเย่ือบุไขสนั หลงั เอกสารวรรณกรรมระบุมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติ ท่ีปลอดภยั สาหรบั
การใช้ single use และ multipledose ตวั อย่างเชน่ ตรวจสอบใหแ้ น่ใจวา่ เข็มและหลอดฉีดยาทงั้ หมดเป็นใชก้ บั ผปู้ ่วยคนเดยี ว
เทา่ นนั้ และหา้ มกลบั นากลบั เขา้ ไปในขวดดว้ ยเขม็ หรอื syringe ทใ่ี ช้

ยาที่ไม่ตอ้ งการมาตรการดา้ นความปลอดภยั เทียบเท่าเฉพาะทางดา้ นเภสชั กรรม เช่น หอ้ งผสมยาปลอดเชอื้ หรือ laminar flow
hoods และยาท่ีจดั เก็บและจ่ายออกจากพนื้ ทนี่ อกหอ้ งยา ( เช่น หน่วยดูแลผปู้ ่วย) เป็นไปตามมาตรการความสะอาดแบบเดยี ว
กบั ท่ีกาหนดในหอ้ งยา นอกจากนี้ พนื้ ทีจ่ า่ ยยาท่ตี ง้ั อยใู่ นหนว่ ยดแู ลผปู้ ่วยควรปราศจากความวนุ่ วายและทาใหเ้ สียสมาธิ

153

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)


องคป์ ระกอบท่ีวัดไดข้ อง MMU.5
❑1. การเตรียมและการจ่ายยาเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบขอ้ บงั คบั และมาตรฐานการประกอบวิชาชพี

❑2. ยาถกู จดั เตรียมและจ่ายในบริเวณท่ีสะอาด ไม่รกรุงรงั ปลอดภัย และเป็นพนื้ ท่ีแยกใชง้ าน ที่มีอปุ กรณ์ทางการแพทยแ์ ละ
เวชภณั ฑท์ ี่เหมาะสม

❑3. บุคลากรเตรยี ม/ผสมผลิตภัณฑป์ ลอดเชอื้ /ยา ไดร้ บั การฝึกอบรมและมีความสามารถตามหลกั การเตรียมยา และเทคนิค
ปลอดเชอื้ และไดร้ บั ทรพั ยากร ที่สนบั สนนุ กระบวนการเตรียมยา

❑4. แนวทางสาหรบั การใชข้ วดยาแบบ single dose และ multipledose จะถกู กาหนดและนาไปใชใ้ นกระบวนการยา

❑5. ยาที่จัดเก็บ จัดเตรียม และจ่ายจากพืน้ ท่ีนอกหอ้ งยา ( เช่น หอผปู้ ่วย) เป็นไปตามมาตรการความสะอาดแบบเดียวกับ
ทกี่ าหนดในหอ้ งยา

มาตรฐาน MMU.5.1
มกี ารทบทวนใบส่งั ยาหรอื คาส่งั ยา สาหรบั ความเหมาะสมในการส่งั P

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.5.1
การจดั การยาทดี่ ีประกอบดว้ ยการทบทวนแตใ่ บส่งั ยาหรอื แต่ละคาส่งั 2 ครงั้ :

• ความเหมาะสมของยาสาหรบั ผปู้ ่วยและความตอ้ งการทางคลินกิ ของผปู้ ่วย ณ เวลาที่เขยี นใบส่งั ยาหรือมีคาส่งั ยา

• การตรวจสอบในขณะทีใ่ หย้ าวา่ ตรงตามที่คาส่งั หรือใบส่งั ยา (ดู MMU.6.1 )

ยาที่ส่ังใหม่แต่ละรายการจะได้รบั การทบทวนความเหมาะสมในการส่ังใชย้ า รวม a) ถึง g) ด้านล่าง และควรทบทวนความ
เหมาะสมในการส่งั ยาอีกครงั้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขนาดของยา (dosages) หรือปัจจัยความเหมาะสมอ่ืน ๆ ทร่ี ะบุไวด้ า้ นล่าง
เปลยี่ นแปลง ตัวอย่างเชน่ เม่ือมีการส่งั ยาใหม่และ อาจเป็นปัญหาเรื่องการรกั ษาซา้ ซอ้ นหรือเม่ือปฏิกิริยาระหว่างยาอาจเกิด
ขึน้ ได้ โรงพยาบาลกาหนดว่าข้อมูลเฉพาะของผปู้ ่ วยใดบา้ งท่ีจาเป็นสาหรบั การตรวจสอบความเหมาะสม ของคาส่ังหรือ ใบ
ส่งั ยา ตัวอย่างเชน่ หากยาทสี่ ่งั ใหม่ อาจส่งผลตอ่ ไตหรือตบั หรือ เมื่อการทางานของอวยั วะเหลา่ นเี้ ปล่ียนแปลงไป การทบทวน
ความเหมาะสมในการใชย้ าจะรวมขอ้ มลู ทางคลนิ ิกเฉพาะเกี่ยวกบั การทางานของไตและตบั ของผปู้ ่วย

กระบวนการทบทวนความเหมาะสม (การทบทวนครง้ั แรก) สาหรบั คาส่งั หรือใบส่งั ยากอ่ นการจ่ายยา รวมถึง การประเมิน

a) ความเหมาะสมของยา ขนาดยา ความถ่ี และวถิ ีทางการใหย้ า

b) การรกั ษาซา้ ซอ้ น;

154

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)


c) การเกดิ อาการแพจ้ รงิ หรือที่มโี อกาสเกิดปฏิกริ ิยาขนึ้ ไดห้ รอื อาการแพง้ ่าย;

d) การเกิดปฏิกริ ยิ าจรงิ หรอื มโี อกาสเกิดการแพข้ ึน้ ได้ ระหว่างยากบั ยาหรอื ยากบั อาหาร

e) ความแตกตา่ งจากเกณฑก์ ารใชย้ า ของโรงพยาบาล

f) นา้ หนกั ของผปู้ ่วยและขอ้ มลู ทางสรรี วทิ ยาอ่ืน ๆ และ

g) ขอ้ หา้ มอน่ื ๆ

โรงพยาบาลจะกาหนดวิธีการทบทวนความเหมาะสม ตวั อยา่ งเช่น การทบทวนความเหมาะสมอาจดาเนินการโดยบุคคลที่มี
ความสามารถโดยคณุ สมบัติทางการศึกษาและการฝึกอบรม เช่น เภสชั กรท่ไี ดร้ บั ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ หรอื ไดก้ าหนดสทิ ธิ
เฉพาะท่ีสามารถดาเนินการทบทวนความเหมาะสมได,้ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี อสิ ระที่ไดร้ บั ใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี ซ่งึ มกี ารฝึก
อบรมและความสามารถ ในการทากระบวนการทบทวนความเหมาะสม; หรอื พยาบาลหรอื ผปู้ ระกอบวชิ าชพี อื่น ๆ ท่ีไดร้ บั การฝึก
อบรมและมีความ สามารถในกระบวนการทบทวน (ดู SQE.5; SQE.10; SQE.14 และ SQE.16)
โรงพยาบาลอาจเลอื กใชโ้ ปรแกรมสนบั สนนุ การตดั สนิ ใจทางคลินกิ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การจดั การยาเพ่ือปรบั ปรุงกระบวนการ (ดู
MOI.6) อีกทางเลอื กหนง่ึ คือ โรงพยาบาล อาจเลือกใชโ้ ปรแกรมสนบั สนนุ การตดั สินใจทางคลนิ ิก เพื่อดาเนนิ กระบวนการ
ทบทวน ความเหมาะสม (ดู QPS.3) ตัวอย่างเช่น ระบบส่งั ยาอเิ ลก็ ทรอนิกสจ์ านวนมากไดร้ บั การออกแบบมาเพื่อตรวจสอบ
ความสมบูรณใ์ นองคป์ ระกอบของความเหมาะสมของคาส่งั ยา รวมถงึ ขอ้ มูลทางคลนิ ิกเฉพาะผปู้ ่วย และแจง้ เตือนผสู้ ่ังยาถงึ
ขอ้ หา้ มในการส่งั จา่ ยยา ยา เมื่อบคุ คลที่ส่งั ไมส่ นใจและขา้ มการแจง้ เตอื นไป โรงพยาบาลดาเนินการสาหรบั การตรวจสอบคาส่งั
อย่างสมบรู ณ์ โดยผปู้ ฏบิ ตั ิ งานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพทไ่ี ดร้ บั การฝึกอบรมและแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความสามารถในการตรวจสอบ
ความเหมาะสมโดยสมบรู ณ์

ตอ้ งมีการทบทวนความเหมาะสมแมว้ ่าสถานการณ์จะไม่เหมาะก็ตาม ตัวอย่างเช่น หากหอ้ งยาส่วนกลางหรือหอ้ งยาของ
หน่วยไม่เปิด หรือยาจะถูกจ่ายออกจากสต็อกในวอรด์ หรอื คลินิก อาจทบทวนความเหมาะสมควบค่ไู ปกับการทวนสอบยืนยนั
เมื่อบคุ คลท่ีส่งั จะเป็นผบู้ ริหารยาและเป็นผตู้ ิดตามอาการผปู้ ่วย

เม่ือบุคคลท่ีเป็นผู้ส่ังยา ไม่สามารถเป็นผบู้ ริหารยาและติดตามอาการผูป้ ่ วยได้ องคป์ ระกอบที่สาคัญของการทบทวนความ
เหมาะสม อาจดาเนินการโดยบุคคลที่ไดร้ บั การฝึกอบรมและมีความสามารถอนื่ ๆ สาหรบั การบริหารยาครงั้ แรก การตรวจสอบ
ความเหมาะสมทงั้ หมดตอ้ งดาเนินการโดยเภสัชกรท่ีไดร้ บั อนญุ าต หรอื ผเู้ ชย่ี วชาญท่ีไดร้ บั ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพอน่ื ๆ เช่น
พยาบาลหรือ แพทย์ ท่ีมีความรูท้ ีจ่ าเป็นสาหรบั การตรวจสอบความเหมาะสมอย่างครบถ้วนภายใน 24 ช่วั โมง

องคป์ ระกอบ ที่สาคญั ของการทบทวนความเหมาะสม ไดแ้ ก่ อยา่ งนอ้ ยดงั ตอ่ ไปน:ี้

h) การแพย้ า

i ) ปฏกิ ริ ิยาระหว่างยากบั ยาทร่ี ุนแรง

155

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)


j) ขนาดยาตามนา้ หนกั

k) ความเป็นพิษตอ่ อวยั วะที่อาจเกิดขนึ้ ( เช่น การใหย้ าขบั ปัสสาวะชนิด potassium-sparing ในผปู้ ่วยไตวาย)

องคป์ ระกอบทส่ี าคญั ของการตรวจสอบความเหมาะสมอาจดาเนินการโดยบุคคลากรอน่ื ๆท่ไี ดร้ บั การฝึกอบรมไดร้ บั ใบ อนุญาต
ในชว่ งเวลาท่ีหอ้ งยาไมพ่ รอ้ มใหบ้ รกิ าร บุคคลเหล่านตี้ อ้ งการเอกสารการฝึกอบรมเกย่ี วกับองคป์ ระกอบสาคัญ ของการทวนสอบ
ความเหมาะสม และจะไดร้ บั การสนับสนนุ จากเอกสารอา้ งอิง, โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และแหล่งขอ้ มลู อ่ืนๆ ดงั นัน้ เม่ือ แพทย์
โทรเข้ามาเพ่ือส่ังยาใหม่สาหรับผู้ป่ วยในตอนกลางคืน บุคคลท่ีไดร้ บั การฝึกอบรมจะจดและอ่านคาส่ังน้ันกลับ จากนั้นจึง
ดาเนินการทบทวนความเหมาะสม สาหรบั องคป์ ระกอบท่ีสาคญั ที่ระบุ (ดู IPSG.2) การทบทวนครงั้ ที่สอง กาหนดใหป้ ฏิบตั ิภาย
ใน 24 ช่วั โมง โดยเภสัชกรวิชาชีพ หรือ ผปู้ ฏิบัติวิชาชีพอ่ืนๆ เช่น พยาบาลหรือแพทย์ที่มีความรูท้ ่ีจาเป็น สาหรบั การทบทวน
ความเหมาะสมแบบเตม็ รูปแบบ

อาจมีสถานการณ์ทกี่ ารทบทวนความเหมาะสมอยา่ งเตม็ รูปแบบไม่ตอ้ งปฏิบัติ เช่น ในกรณีฉกุ เฉิน หรือเม่ือมีแพทยผ์ สู้ ่งั อยู่ใน
ขณะที่ ส่งั ยา, บริหารยา และติดตามอาการผปู้ ่วย ( เชน่ ในหอ้ งผ่าตัดหรือ แผนกฉกุ เฉิน) หรือในการฉีดสารทึบรงั สีในช่องปาก,
ทวารหนกั ในการทาหตั ถการทางรงั สี หรอื ในการถ่ายภาพรงั สวี ินจิ ฉยั ซึง่ ยาเป็นส่วนหน่ึงของการทาหตั ถการ

เพื่ออานวยความสะดวกในการทบทวนความเหมาะสม ผู้ดาเนินการทบทวนจาเป็นต้องเข้าถึงบันทึกการใชย้ าของผูป้ ่ วย
ตลอดจนขอ้ มลู ทางคลินกิ ที่เกย่ี วขอ้ งกับกระบวนการทบทวน ตัวอย่างเช่น ขอ้ มลู ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการทางานของไตหรอื ตับของ
ผปู้ ่ วย เมื่อยาสามารถส่งผลหรือทาใหอ้ วัยวะเหล่าน้ันได้รบั ผลกระทบ ข้อมูลนีจ้ าเป็นต่อการตรวจสอบความเหมาะสม (ดู
ACC.3)

เม่ือใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรเ์ พื่อตรวจสอบปฏิกิริยาระหว่างยากบั ยาและการแพย้ า โปรแกรมต่างๆ จะตอ้ งเป็นปัจจุบนั และ
อปั เดต ตามคาแนะนาของผผู้ ลิตโปรแกรม นอกจากนี้ เมือ่ ใชเ้ อกสารอา้ งอิง เอกสารทใี่ ชน้ จี้ ะตอ้ งเป็นฉบบั ที่เป็นปัจจุบนั ท่สี ดุ

องคป์ ระกอบที่วัดได้ของ MMU.5.1

❑ 1. โรงพยาบาลกาหนดข้อมูลเฉพาะผู้ป่ วยที่จาเป็นสาหรับกระบวนการทบทวนที่มีประสิทธิภาพ และแหล่งท่ีมาหรือ
ความพรอ้ มของขอ้ มลู นี้ จะพรอ้ มใชง้ านตลอดเวลา เมือ่ หอ้ งยาเปิดหรือปิดบริการ

❑ 2. นอกเหนือจากขอ้ ยกเวน้ ที่ระบุไวใ้ นเจตจานงของมาตรฐาน ใบส่งั ยาหรือคาส่งั ยาแต่ละรายการจะไดร้ บั การทบทวนเพื่อ
ความเหมาะสมในลักษณะที่โรงพยาบาลกาหนด เพื่อใหแ้ น่ใจว่ามีการทบทวนความเหมาะสมอย่างสมบูรณ์ ก่อนการ
จ่ายยา และการบรหิ ารยา และรวมองคป์ ระกอบ a) ถึง g) ในเจตจานงของมาตรฐาน

❑ 3. บุคคลที่ไดร้ บั อนญุ าตใหด้ าเนินการทบทวนความเหมาะสม จะไดร้ บั การพจิ ารณาว่าสามารถปฏิบัติได,้ ไดร้ บั อนุญาตให้
ปฏิบตั โิ ดยการกาหนดสิทธิ และ ตามคาบรรยายลกั ษณะงาน และไดร้ บั การสนบั สนนุ ทรพั ยากรเพื่อกระบวนการทบทวน

156

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)


❑ 4. เมอ่ื ไม่มผี ผู้ ปู้ ระกอบวชิ าชีพทีม่ ีใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี ทีไ่ ดร้ บั มอบหมายใหท้ าการทบทวนความเหมาะสมอยา่ งเตม็
รูปแบบ บุคคลท่ี ไดร้ บั การฝึกอบรมจะเป็นผดู้ าเนนิ การและจดั ทาบนั ทกึ การทบทวนองคป์ ระกอบท่ีสาคญั ขอ้ h) ถงึ k)
ตามเจตจานงของมาตรฐาน ในการใหย้ าครง้ั แรก และการทบทวนความเหมาะสมโดยสมบรู ณจ์ ะดาเนนิ การภายใน 24
ช่วั โมง.

❑ 5. การทบทวนไดร้ บั การอานวยความสะดวกโดยมีขอ้ มลู ทางคลินิกท่ีเหมาะสมของผปู้ ่วยทกุ รายที่ไดร้ บั ยา และขอ้ มลู ทาง
คลนิ ิกนมี้ ใี หต้ ลอดเวลา เมอื่ หอ้ งยาเปิดหรอื ปิดบริการ

❑ 6. โปรแกรมสนบั สนนุ การตดั สินใจทางคลนิ ิกที่ใชส้ าหรบั การทบทวนความเหมาะสมแบบสมบรู ณ์ ตลอดจนโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ อน่ื ๆ และเอกสารอา้ งองิ ที่ใชเ้ พื่อตรวจสอบองคป์ ระกอบที่สาคญั ของการทบทวนความเหมาะสม
เป็นปัจจบุ นั และล่าสดุ

มาตรฐาน MMU.5.2

มีระบบท่ีใชใ้ นการจา่ ยยาที่ปลอดภยั ในขนาดที่ถกู ตอ้ ง ไปยงั ผปู้ ่วยทถ่ี กู คน ในเวลาถกู ตอ้ ง

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.5.2

การใชย้ ามีความซับซอ้ นมากขึน้ และความคลาดเคลื่อนของยาเป็นสาเหตุสาคัญของอันตรายของผปู้ ่ วยที่สามารถป้องกันได้
ระบบจา่ ยยาและกระจายยาที่เป็นรูปแบบเดยี วกนั สามารถช่วยลดความเส่ียงของความคลาดเคล่ือนของยาได้ โรงพยาบาลจะ
จ่ายยาในรูปแบบท่ีพรอ้ มใช้มากที่สดุ เท่าท่ีจะเป็นไปได้ เพื่อลดโอกาสในการเกิดขอ้ ผิดพลาดระหว่างการแจก จ่ายและการ
บริหารยา สิ่งทีส่ าคญั ของยาที่มีรูปแบบพรอ้ มใชม้ ากท่ีสดุ จะกลายเป็นเรอื่ งสาคญั ท่ีสดุ ในสถานการณฉ์ กุ เฉนิ ซึ่งการใหย้ าอย่าง
ทันท่วงทีเป็นการช่วยชีวิต ( เช่น การให้ยาระหว่างการช่วยฟื้นคืนชีพ) ห้องยาส่วนกลางและจุดกระจายยาอ่ืนๆ ท่ัวท้ัง
โรงพยาบาลใชร้ ะบบเดียวกนั ระบบรองรบั การจ่ายยาทถี่ กู ตอ้ งในเวลาทีเ่ หมาะสม

เมื่อผูเ้ ตรียมยาเป็นคนละคนกบั ผูบ้ ริหารยา ความเส่ียงท่ีจะเกิดความคลาดเคลื่อนของยาจะเพ่ิมขึน้ ดงั นั้น เมื่อนายาออกจาก
บรรจุภัณฑ์เดิมหรือเตรียมและจ่ายยาในรูปแบบ/ภาชนะอ่ืน—และไม่ไดใ้ หย้ าทนั ที—ยาจะตอ้ งติดฉลากชื่อยา, ขนาด/ความ
เขม้ ขน้ ของยา, วันท่ีเตรียมยา, วนั ที่หมดอายุ และตัวบ่งชีผ้ ปู้ ่ วยสองตัวบ่งชี้ เมื่อมีการเตรียมยาสาหรบั ใชใ้ นระหว่างขน้ั ตอน
การผ่าตดั ในหอ้ งผ่าตัดและยาส่วนท่ีไม่ได้ใช้จะถูกทิง้ ทันทีหลังข้ันตอนการผ่าตัด ในกรณีนี้อาจไม่จาเป็นต้องระบุชื่อผูป้ ่ วย
และวนั หมดอายขุ องยา (ดู IPSG.1)

องคป์ ระกอบทวี่ ดั ได้ของ MMU.5.2

❑ 1. มีการจ่ายยาในรูปแบบทีพ่ รอ้ มสาหรบั การบริหารมากทีส่ ดุ

❑ 2. ระบบสนบั สนนุ การจา่ ยยาที่ถกู ตอ้ งและทนั เวลาและมบี นั ทึกประกอบการจา่ ยยา

157

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


❑ 3. หลงั จากการเตรยี มยาท่ีไม่ไดบ้ ริหารในทนั ที ยาจะมกี ารตดิ ฉลากที่ระบชุ อ่ื ยา ขนาด/ความเขม้ ขน้ วนั ท่เี ตรยี ม
วนั หมดอายุ และสองตวั บง่ ชีผ้ ปู้ ่วย

การบริหารยา

มาตรฐาน MMU.6

บุคคลทม่ี ีคณุ สมบตั เิ หมาะสมซึง่ ไดร้ บั อนญุ าตใหบ้ รหิ ารยา จะไดร้ บั การระบุและบนั ทึกยาที่ไดบ้ ริหารไปแลว้ ในเวชระเบียนของ
ผปู้ ่วย

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.6

การบริหารยาเพ่ือรกั ษาผูป้ ่ วยตอ้ งใชค้ วามรูแ้ ละประสบการณ์เฉพาะ โรงพยาบาลแต่ละแห่งมีหน้าที่รบั ผิดชอบในการระบุ
บุคคลที่มีความรูแ้ ละประสบการณ์ที่จาเป็น และเป็นผทู้ ี่ไดร้ บั อนุญาตโดย มีใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพ, ใบรบั รอง, กฎหมาย
หรือขอ้ บงั คับใน การบริหารยา (ดู SQE.3 และ SQE.10 ) โรงพยาบาลอาจจากดั การบริหารยาของบคุ คล เช่น สารควบคมุ หรือ
สารเภสชั รงั สี และยาที่ใชใ้ นการวจิ ยั ในสถานการณฉ์ กุ เฉนิ โรงพยาบาลจะระบบุ ุคคลเพิ่มเตมิ ทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตใหจ้ า่ ยยาได้

เวชระเบียนของผปู้ ่วยแตล่ ะรายท่ีไดร้ บั ยาประกอบดว้ ยรายการยาที่กาหนดหรอื ส่งั สาหรบั ผปู้ ่วยและขนาดและเวลา ทใี่ หย้ า (ดู
COP.2.1) ยาท่ีรวมอย่ใู นนนั้ คือ "ยาที่ใหต้ ามความจาเป็น" หากขอ้ มลู นีถ้ ูกบันทึกในแบบฟอรม์ ยาที่แยกต่างหาก แบบฟอรม์
นจี้ ะถกู แทรกในเวชระเบียนของผปู้ ่วยเมอ่ื ออกจากโรงพยาบาลหรอื โอนยา้ ย

องคป์ ระกอบท่ีวัดไดข้ อง MMU.6

❑1. โรงพยาบาลระบุตวั บคุ คลทไี่ ดร้ บั อนญุ าตใหบ้ ริหารยา ดว้ ยคาบรรยายลกั ษณะงานหรือตามกระบวนการใหส้ ิทธิ

❑2. โรงพยาบาลจากดั การบริหารยาของแตล่ ะบุคคลตามความเหมาะสม

❑3. การใหย้ าจะถกู บนั ทึกในแตล่ ะครงั้

มาตรฐาน MMU.6.1 158
การบรหิ ารยารวมถงึ กระบวนการทวนสอบว่ายาถกู ตอ้ งตามใบส่งั ยาหรือคาส่งั
เจตจานงของมาตรฐาน MMU.6.1
การบริหารยาอย่างปลอดภยั รวมถึงการทวนสอบ

แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)


• ยา กบั ใบส่งั แพทยห์ รอื คาส่งั ; (ดู MMU.5.1 ดว้ ย)
• เวลาและความถใ่ี นการบรหิ าร กบั ใบส่งั แพทยห์ รือ คาส่งั ;
• ขนาดของยา กบั ใบส่งั ยาหรอื คาส่งั ;
• เสน้ ทางการบรหิ ารกบั ใบส่งั แพทยห์ รือคาส่งั ; และ
• ตวั ตนของผปู้ ่วย (ใหค้ ะแนนที่ IPSG.1)
โรงพยาบาลกาหนดกระบวนการทวนสอบเพื่อใชใ้ นการบริหารยา เมื่อเตรียมและจ่ายยาในหน่วยดูแลผู้ป่ วย กระบวนการ
ทบทวนความเหมาะสมทอ่ี ธิบายไวใ้ น MMU.5.1 จะตอ้ งดาเนินการโดยบคุ คลทม่ี คี ณุ สมบตั ิเหมาะสมดว้ ย
เพอื่ สนบั สนนุ การมีส่วนรว่ มของผปู้ ่วยในทกุ ดา้ นของการดแู ลและการรกั ษาทางการแพทยข์ องผปู้ ่วย ผปู้ ่วยจะไดร้ บั แจง้ เก่ยี วกับ
ยาท่ีกาลงั จะไดร้ บั และใหโ้ อกาสในการถามคาถามเก่ียวกับยา (ดู PCC.2) ยาจะถกู บริหารใหก้ บั ผปู้ ่วยทนั เวลาและบนั ทกึ ไวใ้ น
เวชระเบียนของผปู้ ่วย (ดู COP.2.1 )

องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ MMU.6.1
❑1. ยาไดร้ บั การตรวจสอบกบั ใบส่งั ยาหรอื คาส่งั
❑2. ปรมิ าณของยาจะถกู ตรวจสอบกบั ใบส่งั ยาหรอื คาส่งั
❑3. เสน้ ทางการบริหารไดร้ บั การตรวจสอบกบั ใบส่งั ยาหรอื คาส่งั
❑4. ผปู้ ่วยจะไดร้ บั แจง้ เกี่ยวกบั ยาท่ีจะไดร้ บั และมีโอกาสทจี่ ะถามคาถาม
❑5. ยาจะไดร้ บั การบรหิ ารตามทก่ี าหนดทนั เวลาและบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วย

มาตรฐาน MMU.6.2
นโยบายและขนั้ ตอนปฏบิ ตั ิ ครอบคลุมยาท่ีผปู้ ่วยหรอื ครอบครวั นามาโรงพยาบาลและ ยาทสี่ ่งั ใหผ้ ปู้ ่วยบรหิ ารดว้ ยตนเอง P

มาตรฐาน MMU.6.2.1

นโยบายและขั้นตอนปฏบิ ตั ิครอบคลมุ ยาทนี่ าเข้าโรงพยาบาลเป็ นยาตัวอย่าง P

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.6.2 และ MMU.6.2.1
การดแู ลการใชย้ าในโรงพยาบาลจาเป็นตอ้ งมีความเขา้ ใจในแหล่งท่ีมาและการใชย้ าที่ไม่ไดจ้ า่ ยจากหอ้ งยาของโรงพยาบาล เช่น
ยาที่ผปู้ ่วยหรือครอบครวั นาเขา้ มา หรอื ตวั อยา่ งยา ยาประเภทนตี้ อ้ งการกระบวนการพิเศษในการติดฉลาก จดั เก็บ และควบคุม

159

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


การใช้ โรงพยาบาลควบคุมความพรอ้ มใชแ้ ละมีกระบวนการในการกาหนดลกั ษณะเฉพาะ, ความปลอดภัย, และขอ้ หา้ มที่
เกี่ยวข้องอ่ืน ๆ ในการใชย้ าท่ีผู้ป่ วยเป็นผูจ้ ัดหาหรือยาตัวอย่าง โรงพยาบาลต้องตระหนักถึงแนวโนม้ ในภูมิภาค ในปัจจุบัน
ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ความชกุ ของยาปลอมและการเรียกคืนยาและสว่ นผสมทางเภสชั กรรมท่ีเก่ียวขอ้ ง (ดู MMU.3.2 และ GLD 7.1 )

เอกสารทีเ่ ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรของยาทผี่ ปู้ ่วย / ครอบครวั นาเขา้ มาและยาตวั อย่างตอ้ งระบุ

a) ใบเสร็จรบั เงิน (แสดงวา่ โรงพยาบาลไดร้ บั ยาจากผปู้ ่วยหรือแหล่งอน่ื ๆ อย่างไร );

b) บตั รประจาตวั ;

c) การตดิ ฉลาก;

d) การจดั เก็บ; และ

e) การควบคมุ และการกระจาย

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยงั ทาการประเมินความเส่ียงสาหรบั ยาที่ผปู้ ่วยนาเขา้ มา โดยระบุสถานที่ที่ผปู้ ่วยไดร้ บั ยา ไดร้ บั ยามา
เมื่อใด และวิธีจดั เก็บยาไวท้ ี่บา้ น ยาท่ีผปู้ ่วยหรือครอบครวั นาเขา้ มาในโรงพยาบาลหรอื ยาที่ถกู ส่งั จากภายในโรงพยาบาลเพื่อ
ใหผ้ ปู้ ่วยบริหารดว้ ยตนเองนนั้ แพทยท์ ่ดี แู ลผปู้ ่วยจะตอ้ งทราบและถกู บนั ทกึ ในเวชระเบยี นของผปู้ ่วย

องคป์ ระกอบท่ีวัดไดข้ อง MMU.6.2
❑1. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการทร่ี วมขอ้ a) ถงึ e) ในเจตจานงของมาตรฐาน สาหรบั ยาที่ ผปู้ ่วย/

ครอบครวั นาเขา้ มา

❑2. โรงพยาบาลทาการประเมินความเส่ียงสาหรบั ยาทผี่ ปู้ ่วย/ครอบครวั นาเขา้ มา โดยระบุวา่ ไดร้ บั ยาที่ใดและเมื่อใด และจดั
เก็บยาไวท้ ่บี า้ นอย่างไร

❑3. โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินกระบวนการควบคุมการบรหิ ารยาดว้ ยตนเองของผปู้ ่วย

❑4. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการเพื่อควบคุมการจดั การ การใช้ และการบนั ทกึ เก่ยี วกบั ยาท่ผี ปู้ ่วย/
ครอบครวั นาเขา้ มา

องคป์ ระกอบทวี่ ัดไดข้ อง MMU.6.2.1
❑1. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการที่รวมถึง a) ถึง e) เจตจานงของมาตรฐานสาหรบั ยาตวั อยา่ ง

❑2. โรงพยาบาลทาการประเมินความเสย่ี งสาหรบั ยาตวั อยา่ งทผ่ี ปู้ ่วยนาเขา้ มาหรอื จดั หาโดยแหลง่ อ่นื ทีร่ ะบวุ ่าไดร้ บั ยาจากที่
ใดและเมือ่ ใด และจดั เก็บยาอย่างไรกอ่ นเดนิ ทางมาถึง

160

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)


❑3. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการเพอ่ื ควบคุมความพรอ้ ม การจดั การ การใช้ และการบนั ทึกของยา
ตวั อยา่ ง

การติดตาม

มาตรฐาน MMU.7

มีการตดิ ตามผลของยาตอ่ ผปู้ ่วย P

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.7

ผปู้ ่วย แพทย์ พยาบาล และผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพอ่ืน ๆ ทางานรว่ มกันเพื่อติดตามผปู้ ่วยเก่ียวกับยา วัตถุประสงค์
ของการติดตาม เพ่ือประเมินผลของยาที่มีต่ออาการหรือความเจ็บป่ วยของผูป้ ่วย รวมทงั้ การนบั เม็ดเลือด การทางานของไต
การทางานของตบั และการเฝา้ ติดตามอื่นๆ กับยาท่ีเลือกใช้ และเพ่ือประเมนิ ผลทไี่ มพ่ ึงประสงคข์ องผปู้ ่วย (ดู AOP.2) ปริมาณ
หรอื ชนิดของยาสามารถปรบั เปล่ียนไดเ้ มื่อจาเป็นขึน้ อย่กู บั ผลของการติดตาม เป็นการเหมาะสมที่จะติดตาม การตอบ สนอง
ของผปู้ ่วยอย่างใกลช้ ิดต่อยาท่ีไดร้ บั ครง้ั แรกซึ่งใหม่ต่อผปู้ ่วย การติดตามดังกล่าวมีจุดม่งุ หมายเพ่ือบ่งบอกการตอบสนอง ต่อ
การรกั ษาที่คาดการณ์ไว้ล่วงหนา้ เช่นเดียวกับการตอบสนองต่อการแพ้ ปฏิกิรยิ าระหว่างยากบั ยาที่ไม่คาดคิ หรือการเปล่ียน
แปลงในสมดลุ ของผปู้ ่วยทีเ่ พมิ่ ความเสย่ี งตอ่ การหกลม้ เป็นตน้

การติดตามผลของยารวมถึงการสังเกตและการบันทึกผลขา้ งเคียงใดๆ โรงพยาบาลมีนโยบายที่กาหนดว่าผลขา้ งเคียงทั้งหมด
ทง้ั หมดท่ีจะตอ้ งบนั ทึกและถกู รายงาน โรงพยาบาลกาหนดกลไกการรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงคเ์ ม่ือจาเป็นและกาหนด
กรอบเวลาการรายงาน (ดู QPS.7.1)

องคป์ ระกอบที่วดั ได้ของ MMU.7

❑1. ผลของยาตอ่ ผปู้ ่วยจะไดร้ บั การตดิ ตามและบนั ทึกตามความเหมาะสม

❑2. มีการติดตามและบนั ทึกอาการไม่พึงประสงคจ์ ากยาในผปู้ ่วย

❑3. โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการที่เป็นมาตรฐานในการ บนั ทึกเวชระเบยี นของผปู้ ่วย, ผลกระทบทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การใชย้ า
และการรายงานผลกระทบใหแ้ ก่โรงพยาบาล

❑4. โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการท่เี ป็นมาตรฐานในการรายงานอาการไม่พึงประสงคจ์ ากการใชย้ า ซึง่ เป็นส่วนหนง่ึ ของ
โครงการคณุ ภาพของโรงพยาบาล

161

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)


❑5. ผลไม่พึงประสงคจ์ ะถกู รายงานตามกระบวนการท่กี าหนด ในกรอบเวลาทก่ี าหนด

มาตรฐาน MMU.7.1

โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการในการรายงานและดาเนนิ การเกย่ี วกบั ความคลาดเคลื่อนทางยาและ
เหตกุ ารณเ์ กือบพลาด (close calls) P

เจตจานงของมาตรฐาน MMU.7.1

โรงพยาบาลมีกระบวนการในการระบุและรายงานขอ้ ผิดพลาดของยาและเหตุการณ์เกือบพลาด (ดู QPS.7.1 และ QPS.8)
กระบวนการนรี้ วมถึงการกาหนดนิยามความคลาดเคลื่อนทางยาและเกือบพลาด โดยใชร้ ูปแบบมาตรฐานสาหรบั การรายงาน
และใหค้ วามรูแ้ ก่บุคลากรเก่ียวกบั กระบวนการรายงานและความสาคญั ของการรายงาน คาจากดั ความและกระบวนการตา่ งๆ
ได้รบั การจัดทาผ่านกระบวนการทางานร่วมกนั ซ่ึงรวมถึงผู้ท่ีเกี่ยวขอ้ งในขน้ั ตอนต่างๆ ในการจัดการยา กระบวนการรายงาน
เป็นส่วนหนึ่งของโครงการคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย รายงานจะถกู ส่งตรงไปยงั บุคคลท่รี บั ผิดชอบในการดาเนนิ การ
ตงั้ แต่หนึ่งรายขนึ้ ไป โปรแกรมม่งุ เนน้ ไปท่ีการปอ้ งกนั ความคลาดเคล่ือนทางยาผา่ นการทาความเขา้ ใจประเภทของขอ้ ผิดพลาด
ท่เี กิดขนึ้ ในโรงพยาบาลและในองคก์ รอื่น ๆ และเหตใุ ดเหตกุ ารณ์เกือบพลาดจึงเกิดขึน้ (ดู IPSG.3) การปรบั ปรุง กระบวนการ
ยาและการฝึกอบรมบุคลากรจะใชเ้ พอ่ื ปอ้ งกนั ขอ้ ผดิ พลาดในอนาคต เภสชั กรรมมสี ่วนรว่ มในการฝึกอบรมบคุ ลากรดงั กล่าว

องคป์ ระกอบท่ีวัดได้ของ MMU.7.1

❑1. โรงพยาบาลกาหนดคาจากดั ความของความคลาดเคลื่อนทางยาและเกอื บพลาด

❑2. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการในการรายงานและจดั การความคลาดเคลื่อนทางงยาและเหตกุ ารณ์
เกือบพลาด

❑3. ระบผุ ทู้ ่รี บั ผิดชอบในการตอบสนองตอ่ การรายงาน

❑4. โรงพยาบาลใชข้ อ้ มูลจากการรายงานความคลาดเคลอ่ื นทางยาและเหตกุ ารณเ์ กือบพลาด เพื่อปรบั ปรุงกระบวนการใชย้ า

162

แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)


ภาพรวม

จาเป็นอยา่ งย่ิงท่อี งคก์ รตอ้ งมกี รอบการทางานเพือ่ สนบั สนนุ การพฒั นาคณุ ภาพอย่างตอ่ เน่อื งและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย บท
นอี้ ธิบายแนวทางท่คี รอบคลมุ ในการพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยท่ีส่งผลกระทบในทกุ ดา้ นของการดาเนินงาน
ของสถานพยาบาล แนวทางนรี้ วมถงึ

• อนิ พตุ ระดบั แผนกและการมีสว่ นรว่ มในการพฒั นาคณุ ภาพและโปรแกรมความปลอดภยั ของผปู้ ่วย

• การใชข้ อ้ มลู เชิงวตั ถวุ ิสยั ขอ้ มลู ท่ีตรวจสอบแลว้ เพ่ือวดั วา่ กระบวนการทางานไดด้ เี พยี งใด

• ใชข้ อ้ มลู และเกณฑม์ าตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพเพอ่ื ม่งุ เนน้ ท่โี ปรแกรม และ

• ดาเนินการและคงไวซ้ ่งึ การเปลย่ี นแปลงที่สง่ ผลใหเ้ กดิ การปรบั ปรุง

ทง้ั การพฒั นาคณุ ภาพและโปรแกรมความปลอดภยั ของผปู้ ่วย

• ใชก้ ล่มุ คณะผนู้ าในการขบั เคล่อื น;

• พยายามท่จี ะเปลยี่ นวฒั นธรรมและสภาพแวดลอ้ มขององคก์ ร;

• การคน้ หาเชิงรุกและลดความแปรปรวน

• ใชข้ อ้ มลู และวิธีการตามหลกั ฐาน (evidence-based) เพ่อื เนน้ ประเดน็ สาคญั ; และ

• พยายามทจ่ี ะแสดงใหเ้ ห็นถึงการปรบั ปรุงอย่างย่งั ยืน

คณุ ภาพและความปลอดภยั มีรากฐานมาจากการทางานประจาวนั ของบุคลากรทกุ คนในองคก์ ร ในขณะที่บุคลากรทางคลินิก
ประเมนิ ความตอ้ งการของผปู้ ่วยและใหก้ ารดแู ล บทนจี้ ะช่วยใหพ้ วกเขาเขา้ ใจถึงวิธีการปรบั ปรุงท่ีแทจ้ ริงเพ่ือช่วยผปู้ ่วยและลด
ความเสย่ี ง ในทานองเดยี วกนั บุคลากรท่ีทไ่ี ม่ใช่คลินิกสามารถใชม้ าตรฐานกบั งานประจาวนั ของพวกเขาเพื่อทาความเขา้ ใจว่า
กระบวนการต่างๆ จะมีประสิทธิภาพมากขึน้ ทรพั ยากรสามารถนามาใชอ้ ย่างชาญฉลาดมากขนึ้ และสามารถลดความเส่ียง
ทางกายภาพได้

163

แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)


มาตรฐานการรบั รองระดบั สากลเหล่านกี้ ลา่ วถึงกจิ กรรมทง้ั หมดขององคก์ รดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ รวมถึงกรอบการทางานสาหรบั
การปรบั ปรุงกจิ กรรมเหลา่ นนั้ และลดความเสยี่ งทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ความผนั แปรในกระบวนการ
ดงั น้นั กรอบการทางานท่ีนาเสนอในมาตรฐานเหลา่ นีจ้ ึงเหมาะสาหรบั โปรแกรมทม่ี ีโครงสรา้ งหลากหลาย และใชแ้ นวทางท่ีเป็น
ทางการนอ้ ยกว่าในการพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภัยของผปู้ ่วย กรอบการทางานนีย้ งั สามารถรวมโปรแกรมการวดั ผล
แบบดง้ั เดิมไว้ดว้ ย เช่น เหตุการณ์ที่เกี่ยวขอ้ งกบั เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด (การจัดการความเส่ียง) และการใชท้ รพั ยากร (การ
จดั การการใชป้ ระโยชน์ Utilization management)
เมอ่ื เวลาผา่ นไป องคก์ รทป่ี ฏบิ ตั ิตามกรอบนจี้ ะ

• พฒั นาการสนบั สนนุ ความเป็นผนู้ ามากขนึ้ สาหรบั โปรแกรมท่วั ทงั้ องคก์ ร
• ฝึกอบรมและใหบ้ คุ ลากรมีส่วนรว่ มมากขนึ้
• กาหนดลาดบั ความสาคญั ทชี่ ดั เจนขนึ้ สาหรบั สิ่งทจี่ ะวดั
• การตดั สินใจบนพนื้ ฐานของขอ้ มลู การวดั และ
• ทาการปรบั ปรุงโดยเปรยี บเทียบกบั องคก์ รอืน่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
หมายเหต:ุ มาตรฐานบางอย่างกาหนดใหโ้ รงพยาบาลตอ้ งมนี โยบาย ขนั้ ตอน โปรแกรม หรอื เอกสารทเ่ี ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรอนื่ ๆ
สาหรบั กระบวนการเฉพาะ มาตรฐานเหล่านน้ั ระบุดว้ ยอกั ษร หลงั ขอ้ ความมาตรฐาน

มาตรฐาน, เจตจานงของมาตรฐานและองคป์ ระกอบที่วดั ได้

หมายเหต:ุ ในทกุ มาตรฐานของ QPS ผนู้ าคือปัจเจกบุคคล และกล่มุ คณะผนู้ าคือกล่มุ ส่วนรวม มกี ารอธิบายความรบั ผดิ ชอบใน
ระดบั บคุ คลหรือระดบั ส่วนรวม (โปรดดบู ท “การกากับดแู ล ความเป็นผนู้ า และทิศทาง” [GLD] สาหรบั ขอ้ กาหนดอื่นๆ ที่
เกีย่ วขอ้ ง)

การจัดการกจิ กรรมคณุ ภาพและความปลอดภัยของผู้ป่ วย

โปรแกรมโดยรวมสาหรบั คุณภาพและความปลอดภัยของผปู้ ่ วยในโรงพยาบาลได้รบั การอนุมัติโดย คณะบุคคลผกู้ ากับดูแล
กิจการ โดยมีผูน้ าของโรงพยาบาลเป็นผูก้ าหนดโครงสรา้ งและจัดสรรทรพั ยากรที่จาเป็นในการดาเนินการตามโปรแกรม (ดู
GLD.2 และ GLD.4) ความเป็นผนู้ ายังระบุลาดับความสาคัญโดยรวมของโรงพยาบาลสาหรบั การวดั และการปรบั ปรุง โดยท่ี

164

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


ผนู้ าของแผนก/บริการจะระบลุ าดบั ความสาคญั สาหรบั การวดั และการปรบั ปรุงภายในแผนก/บรกิ ารของตน (ดู GLD.5; GLD.11
และ GLD.11.1)

มาตรฐานในบท QPS นีก้ าหนดโครงสรา้ ง ความเป็นผนู้ า และกิจกรรมเพ่ือสนบั สนนุ การรวบรวมขอ้ มลู การวิเคราะหข์ อ้ มลู และ
การพัฒนาคณุ ภาพ เพ่ือกาหนดลาดับความสาคัญ-- ท่วั ทั้งโรงพยาบาล ตลอดจนระดบั แผนกและบริการเฉพาะ ซ่ึงรวมถึงการ
รวบรวมและวิเคราะห์ และการตอบสนองต่อเหตุการณ์พึงสงั วรณ์ อุบตั ิการณ์ไม่พึงประสงค์ และเหตกุ ารณ์เกือบพลาด (หรือ
close call) ท่วั ทง้ั โรงพยาบาล มาตรฐานดงั กล่าวยงั อธิบายถึงบทบาทสาคญั ของการประสานงานในการริเริ่มพฒั นาคุณภาพ
และดา้ นความปลอดภยั ของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ตลอดจนใหค้ าแนะนาและทิศทางสาหรบั การฝึกอบรมบุคลากร และการ
ส่ือสารขอ้ มูลคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่ วย มาตรฐานไม่ได้กาหนดโครงสรา้ งองคก์ ร เช่น ระดับแผนก เนื่องจากเป็น
หนา้ ทข่ี องโรงพยาบาลแตล่ ะแห่งที่จะกาหนด

มาตรฐาน QPS.1

บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะแนะนาการดาเนินการตามโปรแกรมของโรงพยาบาล เพื่อการพัฒนาคุณภาพและความ
ปลอดภยั ของผปู้ ่วย และจัดการกิจกรรมที่จาเป็นในการดาเนินโปรแกรมการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และความปลอดภัย
ของผปู้ ่วยท่ีมีประสิทธิภาพ ภายในโรงพยาบาล

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.1

การพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยอย่างตอ่ เนอื่ งในโรงพยาบาลจาเป็นตอ้ งมโี ปรแกรมทีน่ าไปปฏบิ ตั อิ ย่างดี (ดู
GLD.9) แมว้ ่าคณะบุคคลผกู้ ากบั ดแู ลกจิ การจะอนมุ ตั โิ ครงการและผนู้ าจะจดั หาทรพั ยากรเพ่ือนาโปรแกรมไปใช้ แตต่ อ้ งใชค้ า
แนะนา และการจดั การที่มีประสทิ ธิภาพในทกุ ๆวนั เพอ่ื ดาเนนิ โครงการและทาใหส้ ว่ นต่างๆ ของการพฒั นาอย่างตอ่ เนือ่ งเป็น
สว่ นหนึ่งของวิธีทีโ่ รงพยาบาลบรรลุพนั ธกจิ และลาดบั ความสาคญั เชิงกลยทุ ธ์ (ดู GLD.4)
บุคคลทีม่ ีคณุ สมบตั ิตง้ั แตห่ น่งึ คนขนึ้ ไปเห็นว่าโปรแกรมถกู นาเขา้ ไปใชใ้ นการทางาน สงิ่ นตี้ อ้ งใชค้ วามรูแ้ ละประสบการณใ์ น
หลายแงม่ มุ ของการรวบรวมขอ้ มูล การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู และการวิเคราะหข์ อ้ มลู และในการดาเนนิ การ พฒั นา
อยา่ งย่งั ยืน บุคคลที่กากบั ดแู ลโครงการคณุ ภาพยงั เลอื กบคุ ลากรโครงการ ทมี่ ีคณุ ภาพพรอ้ มความสามารถท่จี าเป็น สาหรบั
โปรแกรมอกี ดว้ ย (ดู SQE.1) ในบางครง้ั บคุ คลากรหลกั ดา้ นคณุ ภาพบางคนอาจอย่ภู ายในแผนก/บริการในโรงพยาบาล บุคคล
เหล่านจี้ าเป็นตอ้ งไดร้ บั การสนบั สนนุ ดว้ ยขอ้ มลู และความช่วยเหลือ บคุ ลากรโครงการคณุ ภาพยงั เขา้ ใจถึงวิธีการจดั ลาดบั
ความสาคญั ในระดบั ท่วั ทง้ั องคก์ ร และลาดบั ความสาคญั ระดบั แผนก/บรกิ าร และเปลี่ยนใหเ้ ป็นโปรแกรมภาพรวมท่ีมกี าร
ประสานงานกนั บคุ ลากรโปรแกรมคณุ ภาพประสานงานและจดั ระเบยี บการวดั ที่คลา้ ยกนั ท่วั ทง้ั องคก์ ร และใหก้ าร สนบั สนนุ
กจิ กรรมการวดั ผลที่เก่ียวขอ้ งท่ีโรงพยาบาลใหค้ วามสาคญั (ดู GLD.11 เพม่ิ เตมิ )

การฝึกอบรมและการส่ือสารก็มีความสาคัญเช่นกัน บุคลากรโครงการคุณภาพช่วยสนับสนุนการเก็บรวบรวม ข้อมูลท่ัวท้ัง
โรงพยาบาลโดยใหค้ วามช่วยเหลอื ในเร่ืองการเก็บรวบรวมขอ้ มลู เชน่ การสรา้ งแบบฟอรม์ เพื่อรวบรวมขอ้ มลู การช่วยกาหนดว่า

165

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นัน้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)


ขอ้ มูลใดที่ควรจะเกบ็ จะรวบรวม และวิธีการตรวจสอบความน่าเช่ือถือของขอ้ มลู บุคลากรท่วั ทง้ั โรงพยาบาล อาจตอ้ งการความ
ช่วยเหลือในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือและวิเคราะหข์ อ้ มูล ดาเนินการปรบั ปรุง และประเมินว่าการพัฒนายงั คงอยู่ หรือไม่
บคุ ลากรโครงการคณุ ภาพจึงมีสว่ นร่วมอยา่ งต่อเนื่องในการฝึกอบรม และสอ่ื สารประเด็นทางคณุ ภาพ และความปลอดภยั ของ
ผปู้ ่วยท่วั ทง้ั โรงพยาบาล (ดู GLD.4.1)

องค์ประกอบท่ีวัดได้ QPS.1
❑ 1. บุคคลท่ีมปี ระสบการณใ์ นวธิ ีการและกระบวนการพฒั นาไดร้ บั เลือกใหเ้ ป็นผนู้ าในการดาเนินการตาม โปรแกรมคณุ ภาพ

และความปลอดภยั ผปู้ ่วยของโรงพยาบาล

❑ 2. บคุ คลทกี่ ากบั ดแู ลโครงการคณุ ภาพจะคดั เลือกและสนบั สนนุ บคุ ลากรท่มี ีคณุ สมบตั ิเหมาะสมสาหรบั โปรแกรมและ
สนบั สนนุ บุคลากรที่มีความรบั ผิดชอบดา้ นคณุ ภาพและความปลอดภยั ผปู้ ่วยท่วั ทง้ั โรงพยาบาล

❑ 3. โปรแกรมคณุ ภาพใหก้ ารสนบั สนนุ และประสานงานกบั ผนู้ าของแผนก/บรกิ ารสาหรบั ตวั ชีว้ ดั ท่ีเหมอื นกันท่วั ทง้ั โรง
พยาบาล และการพฒั นาท่ีสาคญั ของโรงพยาบาล

❑ 4. โปรแกรมคณุ ภาพดาเนนิ การฝึกอบรมใหบ้ ุคลากรทกุ คน โดยสอดคลอ้ งตามบทบาทหนา้ ท่ีของบุคลากรทม่ี ตี ่อโปรแกรม
การพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั ผปู้ ่วย

❑ 5. โปรแกรมคณุ ภาพมีหนา้ ท่รี บั ผิดชอบในการสอ่ื สารประเดน็ คณุ ภาพกับบุคลากรทกุ คนอย่างสม่าเสมอ

มาตรฐาน QPS.2

บคุ ลากรโปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยสนบั สนนุ กระบวนการคดั เลือกตวั ชวี้ ดั ท่วั ทง้ั โรงพยาบาลและ ประสาน
งานและบูรณาการกิจกรรมการวัดผลท่วั ทงั้ โรงพยาบาล

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.2

การคดั เลอื กตัวชีว้ ัดเป็นความรบั ผิดชอบของผนู้ า GLD.5 อธิบายวธิ ีท่ีผนู้ าของโรงพยาบาลตัดสินใจเลือกพืน้ ท่ีท่ีมีความสาคญั
ในการวัดผลสาหรบั ทง้ั โรงพยาบาล และ GLD.11 และ GLD.11.1 อธิบายกระบวนการคัดเลือกตวั ชีว้ ดั สาหรบั แต่ละแผนก/
บรกิ าร ทกุ แผนกและบรกิ ารทง้ั หมดทงั้ ทางคลินิกและฝ่ายบริหารคัดเลือกตวั ชีว้ ดั ท่เี ก่ยี วขอ้ ง กบั ความสาคัญของพวกเขา คาดได้
วา่ ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีโอกาสเลือกตัวชีว้ ัดท่ีคลา้ ยกนั ในหน่วยงานมากกว่าหนึ่งแผนก ตวั อย่างเช่น เภสชั กรรม, การ
ปอ้ งกันและควบคมุ การติดเชอื้ และแผนก/บริการโรคติดเชือ้ แต่ละแห่งอาจกาหนดลาดบั ความสาคญั ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การ ลดการ
ใชย้ าปฏิชีวนะในโรงพยาบาล โปรแกรมคุณภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยท่ีอธิบายไวใ้ นมาตรฐาน QPS เหล่านี้ มีบทบาท
สาคญั ในการช่วยใหแ้ ผนก/บริการเหล่านีเ้ หน็ ดว้ ยกบั แนวทางการวดั ผลท่วั ไปและอานวยความสะดวกในการรวบรวมขอ้ มูลของ
ตวั ชวี้ ดั ท่คี ดั เลือกไว้ โปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยยงั อยใู่ นตาแหนง่ ท่ีจะบรู ณาการกิจกรรม การวดั ผลทงั้ หมด

166

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)


ของโรงพยาบาล รวมถึงการวัดผลวฒั นธรรมความปลอดภยั และระบบการรายงานอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ การบูรณาการ
ระบบการวดั ผลทง้ั หมดนจี้ ะใหโ้ อกาสในการแกไ้ ขปัญหาและการปรบั ปรุงแบบบูรณาการ (ดู GLD.4)

องคป์ ระกอบทว่ี ดั ไดข้ อง QPS.2

❑ 1. โปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยสนบั สนนุ การเลือกตวั ชวี้ ดั ท่วั ทงั้ โรงพยาบาลทงั้ ในระดบั โรงพยาบาล และ
ระดบั แผนกหรอื ระดบั บริการของโรงพยาบาล

❑ 2. โปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยมีการประสานและบูรณาการกจิ กรรมการวดั ผล ท่วั ทง้ั โรงพยาบาล

❑ 3. โปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยจดั ใหม้ กี ารบรู ณาการระบบการรายงานอบุ ตั กิ ารณ์ การวดั ผลวฒั นธรรม
ความปลอดภยั และอื่นๆ เพือ่ อานวยความสะดวกในการแกป้ ัญหาและการพฒั นาแบบบรู ณาการ

❑ 4. โปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยตดิ ตามความกา้ วหนา้ ในการรวบรวมขอ้ มลู การวดั ผลตามแผนสาหรบั
ตวั ชวี้ ดั สาคญั ท่เี ลอื กไว้

มาตรฐาน QPS.3

ผนู้ าของโรงพยาบาลสรา้ งวฒั นธรรมและสภาพแวดลอ้ มทสี่ นบั สนนุ การนาการดแู ลตามหลกั ฐาน(evidence-based) ไปใช้
ผ่านการใช้ ความรูท้ างวทิ ยาศาสตรใ์ นปัจจุบนั และขอ้ มลู เพ่ือสนบั สนนุ การดแู ลผปู้ ่วย การศกึ ษาทางวิชาชีพดา้ นสขุ ภาพ
การวจิ ยั ทางคลินิก และการจดั การ

เจตจานงของมาตรฐาน QPS. 3

วัฒนธรรมและสภาพแวดลอ้ มที่สนับสนนุ การปฏิบัติและการธารงไว้ซ่ึงการดูแลตาม evidence-based ถกู แสดงออกมาเพื่อ
ปรบั ปรุงผลลพั ธข์ องผปู้ ่วย ผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสุขภาพ นกั วจิ ัย นกั การศึกษา และผจู้ ัดการมกั ตอ้ งการขอ้ มลู เพ่ือช่วยใน
การปฏิบัติงานตามหนา้ ที่ความรับผิดชอบของตน ขอ้ มูลดังกล่าวอาจรวมถึงวรรณกรรมทางวิทยาศาสตรแ์ ละการจัดการ,
แนวทางการปฏิบัติทางคลินิก, ผลการวิจัย, ขอ้ มูลทางประวัติศาสตร,์ และกลวิธีการศึกษา ส่ือส่ิงพิมพท์ างอินเทอรเ์ น็ตใน
ห้องสมุด, แหล่งคน้ หาออนไลน์, เอกสารส่วนบุคคล และล่าสุด โปรแกรมสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกท่ีเก่ียวข้องกับ
เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ลว้ นเป็นแหล่งขอ้ มูลที่มีคณุ ค่าในปัจจุบัน (ดู MOI.6) การพัฒนาและการนาเคร่ืองมือ วฒั นธรรม
การศึกษา และทกั ษะการมีส่วนรว่ มของผปู้ ่วยไปใชอ้ ย่างเหมาะสมในกระบวนการดแู ลโดยรวม ช่วยใหผ้ ใู้ หบ้ รกิ ารดา้ นสุขภาพ
สามารถตัดสินใจไดด้ ีขึน้ การใชแ้ นวทางปฏิบัติตามหลักฐานในการดูแลผู้ป่ วย สามารถให้โอกาสท่ีดีกว่าในการปรับปรุง
การดแู ลผปู้ ่วยและปรบั ปรุงผลลพั ธท์ างคลนิ ิก (โปรดดู COP.3.1 และ MMU.5.1)

167

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ QPS.3

❑ 1. ผนู้ าของโรงพยาบาลสรา้ งวฒั นธรรมและสิง่ แวดลอ้ มทสี่ นบั สนนุ การดาเนินการตามหลกั การการดแู ลแบบ evidence-
based

❑ 2. ความรูแ้ ละขอ้ มลู ทางวทิ ยาศาสตรใ์ นปัจจบุ นั สนบั สนนุ การดแู ลผปู้ ่วย

❑ 3. ความรูแ้ ละขอ้ มูลทางวทิ ยาศาสตรใ์ นปัจจุบนั สนับสนนุ การศกึ ษาทางคลนิ กิ

❑ 4. ความรูแ้ ละขอ้ มูลทางวิทยาศาสตรใ์ นปัจจุบนั สนบั สนนุ การวจิ ยั

❑ 5. ความรูแ้ ละขอ้ มูลทางวิชาชพี ในปัจจบุ นั สนบั สนนุ การจดั การ

❑ 6. ขอ้ มลู มีใหใ้ นกรอบเวลาที่ตรงกบั ความคาดหวงั ของผใู้ ช้

มาตรฐาน QPS.4
โปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยประกอบดว้ ยการรวบรวมและวิเคราะหข์ อ้ มลู เพ่อื สนบั สนนุ การดแู ลผปู้ ่วย
การจดั การโรงพยาบาล และโปรแกรมการบริหารคณุ ภาพ และการมีส่วนรว่ มในฐานขอ้ มลู ภายนอก

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.4

ขอ้ มูลช่วยใหโ้ รงพยาบาลตดั สินใจไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง เมื่อขอ้ มูลสนับสนนุ การตัดสินใจ โรงพยาบาลมกั จะเคล่ือนไปในทิศทางท่ี
ชว่ ยใหพ้ วกเขาบรรลุเป้าหมาย โรงพยาบาลที่ประสบความสาเรจ็ จะวดั วิเคราะห์ และตรวจสอบขอ้ มลู วัดประสิทธิภาพ เมื่อขอ้
มลู ถกู วิเคราะหแ์ ละเปล่ยี นเป็นสารสนเทศ กระบวนการนจี้ ะช่วยใหโ้ รงพยาบาลเห็นรูปแบบและแนวโนม้ และเขา้ ใจ เหตผุ ลของ
ผลงานของตน ขอ้ มูลหลายประเภทใชเ้ พ่ือประเมินประสิทธิภาพดา้ นความปลอดภัยและความคิดริเร่ิมดา้ นคณุ ภาพ โปรแกรม
คุณภาพและความปลอดภัยของผปู้ ่วยกาหนด รวบรวม และวิเคราะหข์ อ้ มูล รวมเพื่อสนบั สนุนการดูแลผปู้ ่วยและการบริหาร
โรงพยาบาล ข้อมูลโดยรวมจะใหร้ ายละเอียดของโรงพยาบาลในช่วงเวลาหน่ึง และช่วยให้เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ
โรงพยาบาลกบั องคก์ รอ่ืนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวดั ผลระดับองคก์ รท่เี ลอื กโดยผนู้ า ดงั นั้น ขอ้ มลู โดยรวมจึงเป็นส่วนสาคัญ
ของกิจกรรมการปรบั ปรุงประสิทธิภาพของโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างย่ิงขอ้ มลู ท่ีรวบรวมจากการจัดการความเสี่ยง การจัด
การระบบสาธารณปู โภค การปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ และการทบทวนการใชท้ รพั ยากรสามารถช่วยให้ โรงพยาบาลเขา้ ใจ
ประสทิ ธิภาพในปัจจุบนั และคน้ หาโอกาสในการพฒั นา (ดู MOI.1)

โดยการเขา้ รว่ มฐานขอ้ มูลภายนอกทาใหโ้ รงพยาบาลสามารถเปรยี บเทียบตนเองกับโรงพยาบาลอื่น ที่คลา้ ยคลึงกนั ในระดับ
ทอ้ งถน่ิ ระดบั ประเทศ และระดับนานาชาติ การเปรียบเทียบเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการคน้ หาโอกาสพฒั นาและการ
บนั ทึกระดบั ประสทิ ธิภาพของโรงพยาบาล เครอื ข่ายการดูแลสขุ ภาพและผทู้ ี่ซอื้ หรือจ่ายค่ารกั ษาพยาบาล มกั ขอขอ้ มลู ดงั กล่าว
ฐานขอ้ มลู ภายนอกมีความแตกต่างกันอย่างมากต้งั แต่ฐานขอ้ มลู การประกันภยั ไปจนถึงฐานขอ้ มูลที่ดแู ลโดยสมาคมวชิ าชีพ

168

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)


(โปรดดู PCI.5 และ PCI.5.1) กฎหมายหรือระเบียบขอ้ บังคับอาจกาหนดใหโ้ รงพยาบาล ตอ้ งมีส่วนรว่ มในฐานขอ้ มูลภายนอก
บางส่วน ในทกุ กรณจี ะมกี ารรกั ษาความปลอดภยั และความลบั ของขอ้ มลู และสารสนเทศ (ดู MOI.2)

องคป์ ระกอบที่วดั ไดข้ อง QPS.4
❑ 1. โปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยมีกระบวนการในการรวบรวมขอ้ มลู
❑ 2. ขอ้ มลู และสารสนเทศทีร่ วบรวมสนบั สนนุ การดแู ลผปู้ ่วย การบริหารโรงพยาบาล การทบทวนการปฏบิ ตั ิทางวิชาชพี และ

ภาพรวมโปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย
❑ 3. ขอ้ มลู และสารสนเทศท่ีรวบรวมจะถกู ส่งไปยงั หน่วยงานภายนอกโรงพยาบาลเมื่อกฎหมายหรอื ขอ้ บงั คบั กาหนด
❑ 4. มีกระบวนการในการสนบั สนนุ และเรียนรูจ้ ากฐานขอ้ มลู ภายนอกเพื่อการเปรยี บเทียบ
❑ 5. การรกั ษาความปลอดภยั และการรกั ษาความลบั จะถกู รกั ษาไวเ้ มือ่ เขา้ ไปมีสว่ นรว่ มหรอื ใชฐ้ านขอ้ มลู ภายนอก

มาตรฐาน QPS.4.1
บคุ คลท่ีมีประสบการณ์ ความรู้ และทกั ษะที่เหมาะสมจะรวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.4.1

เพื่อให้บรรลุขอ้ สรุปและทาการตัดสินใจ, ขอ้ มูลจะตอ้ งถูกรวบรวม วิเคราะห์ และแปลงเป็นสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ การ
วิเคราะหข์ อ้ มูลจะมีบุคคลที่เขา้ ใจการจดั การขอ้ มลู มที ักษะในวิธีการรวบรวมขอ้ มลู และรูว้ ิธีใชเ้ ครื่องมือทางสถิติต่างๆ เขา้ มา
เกี่ยวขอ้ ง ผลลัพธ์ของการวิเคราะหข์ อ้ มูลจะตอ้ งรายงานไปยงั บุคคลที่รบั ผิดชอบสาหรบั กระบวนการหรือผลลพั ธท์ ี่ถกู วดั และผู้
ท่ีสามารถดาเนินการกับผลลพั ธไ์ ด้ บุคคลเหล่านีอ้ าจเป็นบุคลากรทางคลินิก ผบู้ ริหาร หรือผสมผสานกนั ดังนน้ั การ วิเคราะห์
ขอ้ มลู ระบบบริหารคุณภาพจะใหข้ อ้ เสนอแนะอย่างต่อเนือ่ ง เพื่อช่วยใหบ้ ุคคลเหล่าน้ันตัดสินใจและปรบั ปรุง กระบวนการทาง
คลนิ ิกและการจดั การไดอ้ ย่างตอ่ เนือ่ ง (ดู GLD.1.2 )

การทาความเขา้ ใจเทคนิคทางสถิติจะเป็นประโยชนใ์ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในการตีความความผนั แปร และ
ตดั สินใจว่าการปรบั ปรุงจาเป็นตอ้ งเกิดขนึ้ ที่ใด กราฟต่อเน่ือง แผนภมู คิ วบคมุ ฮิสโตแกรม และแผนภูมิพาเรโต เป็นตวั อย่าง
ของเคร่อื งมอื ทางสถติ ทิ ีม่ ีประโยชนใ์ นการทาความเขา้ ใจแนวโนม้ และการเปล่ยี นแปลงในการดูแลสขุ ภาพ
โปรแกรมคณุ ภาพมสี ว่ นร่วมในการกาหนดความถีใ่ นการรวมและวิเคราะหข์ อ้ มลู ความถีข่ องกระบวนการนีข้ ึน้ อย่กู บั กจิ กรรม
หรอื พนื้ ทท่ี กี่ าลงั วดั และความถี่ของการวดั (ดู QPS.8) ตวั อย่างเชน่ ขอ้ มลู การควบคมุ คณุ ภาพหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางคลนิ กิ อาจ
ถกู วิเคราะหท์ กุ สปั ดาห์ เพือ่ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บขอ้ บงั คบั ของทอ้ งถ่ิน และขอ้ มลู การลม้ ของผปู้ ่วยอาจจะถกู วเิ คราะหท์ กุ เดอื น
หากการหกลม้ ไม่ถนี่ กั ดงั นน้ั การรวมขอ้ มูล ณ จุดเวลาหนง่ึ ทาใหโ้ รงพยาบาลสามารถตดั สินไดถ้ งึ ความเสถยี รของกระบวนการ
เฉพาะ หรอื ความสามารถในการคาดการณผ์ ลลพั ธเ์ ฉพาะท่ีสมั พนั ธก์ บั ความคาดหวงั ทีต่ อ้ งการ

169

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)


เป้าหมายของการวเิ คราะหข์ อ้ มลู คือเพื่อใหโ้ รงพยาบาลสามารถเปรียบเทียบ ไดส้ วี่ ธิ ี:

1) เปรยี บเทียบกบั ตวั เองเมือ่ เวลาผ่านไป เชน่ เดอื นตอ่ เดอื น หรือหนงึ่ ปีถดั ไป

2) เปรยี บเทียบกบั หนว่ ยงานอน่ื ที่คลา้ ยคลงึ กนั เช่น เปรยี บเทียบผา่ นฐานขอ้ มลู อา้ งอิง

3) เปรยี บเทยี บดว้ ยมาตรฐาน เช่น ทกี่ าหนดโดยหนว่ ยงานรบั รองและสถาบนั วิชาชพี หรอื ที่กาหนดโดยกฎหมายหรือขอ้ บงั คบั

4) เปรียบเทียบดว้ ยแนวทางปฏบิ ตั ทิ ี่พงึ ประสงคซ์ ึ่งเป็นท่ยี อมรบั ซึ่งระบไุ วใ้ นวรรณกรรมวา่ เป็นแนวปฏบิ ัติ หรอื แนวปฏิบตั ิทด่ี ี
ที่สดุ หรือดีกวา่ การเปรยี บเทียบเหล่านชี้ ่วยใหโ้ รงพยาบาล เขา้ ใจทมี่ าและลกั ษณะของการเปลยี่ นแปลงทไ่ี ม่พึงประสงคแ์ ละ
ชว่ ยใหม้ ่งุ เนน้ ความพยายามในการปรบั ปรุง (ดู GLD.5 ดว้ ย)

องคป์ ระกอบท่ีวดั ไดข้ อง QPS.4.1
❑ 1. ขอ้ มลู จะถกู รวบรวม วเิ คราะห์ และแปลงเป็นขอ้ มลู ท่ีเป็นประโยชนเ์ พ่ือคน้ หาโอกาสในการพฒั นา

❑ 2. บุคคลทม่ี ีประสบการณ,์ ความรูแ้ ละทกั ษะ ทางคลินิกหรอื การจดั การทเี่ หมาะสม มีสว่ นร่วมในกระบวนการ

❑ 3. เครือ่ งมอื และเทคนคิ ทางสถิตถิ กู นามาใชใ้ นกระบวนการวเิ คราะหต์ ามความเหมาะสม

❑ 4. ความถข่ี องการวเิ คราะหข์ อ้ มลู มีความเหมาะสมกบั กระบวนการหรือผลลพั ธท์ ีก่ าลงั ศกึ ษา

❑ 5. ผลการวเิ คราะหจ์ ะถกู รายงานไปยงั ผทู้ ี่รบั ผิดชอบใน การดาเนนิ การ

❑ 6. การวิเคราะหข์ อ้ มลู สนบั สนนุ การเปรยี บเทยี บภายในในชว่ งเวลาหน่ึง รวมถึงการเปรียบเทยี บกบั ฐานขอ้ มลู ขององคก์ ร
ทคี่ ลา้ ยคลึงกนั , แนวทางปฏิบตั ิท่ดี ีท่ีสดุ , และกบั แหล่งขอ้ มลู วชิ าชพี ทางวิทยาศาสตรท์ เ่ี ป็นกลาง

มาตรฐาน QPS.5
กระบวนการวิเคราะหข์ อ้ มลู ประกอบดว้ ยการพิจารณา เกีย่ วกบั ผลกระทบของการพฒั นาที่สาคญั ระดบั โรงพยาบาล
(hospitalwide priority improvements) ในดา้ นตน้ ทนุ และประสทิ ธิภาพ อย่างนอ้ ยหนึ่งปีละหน่ึงครง้ั

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.5
โปรแกรมคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยรวมถึงการวิเคราะหผ์ ลกระทบของการพฒั นาท่ีสาคญั ตามท่ไี ดร้ บั การ สนบั สนนุ
จากผนู้ า (ดูเพ่ิมเติมใน GLD.5) ตวั อย่างเช่น มีหลักฐานสนบั สนนุ ว่าการใชแ้ นวทางปฏิบตั ิทางคลินิก เพื่อสรา้ ง มาตรฐานการ
ดแู ลมผี ลกระทบอย่างมีนัยสาคญั ต่อประสิทธิภาพของการดูแลและลดระยะเวลาในการเขา้ พกั ซึง่ ทา้ ยที่สดุ จะ ชว่ ยลดตน้ ทนุ ได้
บุคลากรโครงการคุณภาพและความปลอดภัยของผปู้ ่วย พัฒนาเคร่ืองมือเพื่อประเมินการใชท้ รพั ยากร สาหรบั กระบวนการที่มี
อยู่แลว้ ประเมินการใชท้ รพั ยากรสาหรบั กระบวนการที่ปรบั ปรุงใหม่อีกครงั้ ทรพั ยากรอาจเป็นมนุษย์ (ตัวอย่างเช่น เวลาที่

170

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)


อุทิศใหก้ ับแต่ละขั้นตอนในกระบวนการ) หรืออาจเก่ียวขอ้ งกบั การใช้เทคโนโลยีหรือทรพั ยากรอื่นๆ การวิเคราะห์จะใหข้ อ้ มูล
ที่เป็นประโยชนเ์ กยี่ วกบั การปรบั ปรุงทสี่ ่งผลตอ่ ประสทิ ธิภาพและตน้ ทนุ

องคป์ ระกอบท่วี ัดได้ของ QPS.5

❑ 1. ขอ้ มลู เกีย่ วกบั จานวนและประเภทของการใชท้ รพั ยากรจะถกู เก็บรวบรวมใน โครงการพฒั นาคณุ ภาพท่ีสาคญั ระดบั
โรงพยาบาล อย่างนอ้ ยหนึ่งโครงการตอ่ ปี ทงั้ กอ่ นและหลงั การพฒั นา

❑ 2. บคุ ลากรโครงการคณุ ภาพและความปลอดภยั ผปู้ ่วยทางานรว่ มกบั หน่วยงานอนื่ เชน่ ทรพั ยากรบคุ คล สารสนเทศ
เทคโนโลยี และการเงนิ ในการตดั สนิ ใจวา่ จะเกบ็ ขอ้ มลู ใด

❑ 3. ผลของการวเิ คราะหจ์ ะใชใ้ นการปรบั กระบวนการและถกู รายงานผ่าน กลไกการประสานดา้ นคณุ ภาพไปส่ผู นู้ า

มาตรฐาน QPS.6
โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการภายในเพ่อื ตรวจสอบขอ้ มลู P

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.6

โปรแกรมพฒั นาคณุ ภาพมีผลใชไ้ ดเ้ ฉพาะกับขอ้ มลู ท่ีรวบรวมเท่าน้ัน หากขอ้ มลู มีขอ้ บกพร่อง ความพยายามในการปรบั ปรุง
คณุ ภาพจะไม่ไดผ้ ล ความน่าเช่ือถือและความถกู ตอ้ งของการวัดผลจึงเป็นหัวใจสาคัญของการพฒั นาทั้งหมด เพ่ือใหแ้ น่ใจว่า
มีการรวบรวมขอ้ มูลท่ีดีและมีประโยชน์ จาเป็นตอ้ งมีกระบวนการตรวจสอบขอ้ มลู ภายในหรือภายนอก การตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ งของขอ้ มลู เป็นส่งิ สาคญั ทีส่ ดุ เมอื่

a) มีการนาตวั วดั ผลใหมม่ าใช้ (โดยเฉพาะอย่างย่ิง ตวั ชวี้ ดั ทางคลินิกท่ีมีจดุ มงุ่ หมายเพ่ือชว่ ยโรงพยาบาลในการประเมิน
และ ปรบั ปรุงกระบวนการหรือผลลพั ธท์ างคลินกิ ท่สี าคญั )

b) ขอ้ มลู จะถกู เผยแพรส่ ่สู าธารณะบนเวบ็ ไซตข์ องโรงพยาบาลหรือ ดว้ ยวิธี อ่ืน

c) มีการเปลี่ยนแปลงในการวัดท่ีมีอยู่ เช่น เคร่ืองมือการรวบรวมข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง หรือกระบวนการ แยก
ขอ้ มลู หรือ abstractor เปล่ยี นไป

d) ขอ้ มลู ทเี่ ป็นผลมาจากการวดั ท่มี อี ย่มู กี ารเปลี่ยนแปลงในลกั ษณะท่ไี มส่ ามารถอธิบายได้ ;

e) แหลง่ ขอ้ มลู มีการเปลย่ี นแปลง เชน่ เม่ือส่วนหนึ่งของเวชระเบียนของผปู้ ่วยถูกเปล่ียนเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และ
ดว้ ยเหตนุ แี้ หล่งขอ้ มลู จงึ เป็นทง้ั แบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ ละแบบกระดาษ หรอื

f) เร่อื งของการเก็บรวบรวมขอ้ มลู มีการเปล่ียนแปลง เช่น การเปล่ียนแปลงในอายุเฉลี่ยของผปู้ ่วย, โรคร่วม การเปล่ียน
แปลงระเบียบวิธีวิจยั แนวทางปฏบิ ตั ใิ หม่ทีน่ ามาใช้ หรอื มเี ทคโนโลยแี ละวธิ ีการรกั ษาใหม่

171

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)


การตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูลเป็นเคร่ืองมือสาคญั สาหรบั การทาความเขา้ ใจคณุ ภาพของขอ้ มลู และสาหรบั การกาหนด
ระดับของความเชอ่ื ม่นั ทีผ่ มู้ ีอานาจตดั สนิ ใจสามารถมไี ดใ้ นขอ้ มลู การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู กลายเป็น ขน้ั ตอนหน่ึง
ในกระบวนการกาหนดลาดบั ความสาคญั สาหรบั การวดั ผล การเลือกสง่ิ ทจ่ี ะวดั การแยก หรือรวบรวมขอ้ มลู การวิเคราะหข์ อ้ มูล
และการใชส้ ิ่งทคี่ น้ พบเพอ่ื การพฒั นา

เม่ือโรงพยาบาลเผยแพร่ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ผลลพั ธ์ทางคลินิก ความปลอดภัยของผูป้ ่วย หรือดา้ นอื่นๆ หรือเผยแพร่ขอ้ มูลใน รูป
แบบอื่น เช่น บนเว็บไซต์ของโรงพยาบาล โรงพยาบาลมีภาระหนา้ ท่ีทางจริยธรรมในการใหข้ ้อมูลที่ถูกตอ้ งแก่สาธารณะ
ผนู้ าโรงพยาบาลมีหนา้ ท่ีรบั ผิดชอบในการรบั รองว่าขอ้ มูลนนั้ ถกู ตอ้ ง (โปรดดู GLD.3.1) ความน่าเช่ือถือและความถกู ตอ้ งของ
การวัดผลและคณุ ภาพของขอ้ มลู สามารถกาหนดไดผ้ ่านกระบวนการตรวจสอบขอ้ มูลภายในของโรงพยาบาล หรืออาจตดั สิน
โดยบุคคลทีส่ ามทเ่ี ป็นอสิ ระ เช่น บรษิ ทั ภายนอกทีท่ าสญั ญากบั โรงพยาบาล (ดู GLD.6)

องคป์ ระกอบทีว่ ดั ได้ของ QPS.6

❑1. โปรแกรมคณุ ภาพใชก้ ารตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู เป็นส่วนประกอบของกระบวนการพฒั นาทีเ่ ลือกโดยผนู้ า

❑ 2. ขอ้ มลู จะไดร้ บั การตรวจสอบความถกู ตอ้ งเมื่อเป็นไปตามเง่อื นไขท่ีระบไุ วใ้ น a) ถงึ f) ในเจตจานงของมาตรฐาน

❑ 3. ใชว้ ธิ ีการตามหลกั ฐาน (evidence-based )สาหรบั การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู

❑ 4. ผนู้ าของโรงพยาบาลตอ้ งรบั ผิดชอบตอ่ ความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู คณุ ภาพและขอ้ มูลผลลพั ธท์ ี่เผยแพรส่ สู่ าธารณะ

มาตรฐาน QPS.7

โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการท่กี าหนดไวใ้ นการระบแุ ละจดั การเหตกุ ารณ์พึงสงั วรณ์ P

มาตรฐาน QPS.7.1

โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการท่กี าหนดไวเ้ พ่อื ระบุและจดั การอบุ ตั ิการณไ์ ม่พึงประสงค,์ เหตกุ ารณไ์ ม่มีอนั ตราย (no-harm),
และเหตกุ ารณ์ เกือบพลาด P

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.7 และ QPS.7.1

เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาของระบบท่อี าจนาไปสอู่ ันตรายตอ่ ผปู้ ่วย บุคลากร หรือผมู้ าเย่ียม โรงพยาบาลตอ้ งมีกระบวนการ ในการคน้ หา
และจดั การเหตุการณ์พึงสงั วรณ์, อุบตั ิการณ์ไม่พึงประสงค์, ไม่มีอันตราย และเหตุการณ์ที่เกือบพลาด ในการตอบสนอง ต่อ
เหตกุ ารณ์เหล่านี้ โรงพยาบาลไมไ่ ดม้ ่งุ เนน้ ที่ขอ้ ผิดพลาดของแตล่ ะคน แตเ่ นน้ ที่ปัจจยั ของระบบที่ส่งผลต่อเหตกุ ารณ์ เหตกุ ารณ์
พึงสังวรณ์ เป็นเหตกุ ารณ์ดา้ นความปลอดภัยของผปู้ ่วย (ไม่เก่ียวขอ้ งกับการเจ็บป่วยตามธรรมชาติของ ผปู้ ่วยหรือ สภาพพืน้
เดิมเป็นหลกั ) ทไ่ี ปถึงตวั ผปู้ ่วยและสง่ ผลใหเ้ กดิ สงิ่ ใดส่งิ หนงึ่ ต่อไปน:ี้

172

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)


a) เสยี ชีวิต

b) อนั ตรายถาวร

c) อนั ตรายช่วั คราวรุนแรง

อันตรายช่วั คราวรุนแรงหมายถึงอันตรายรา้ ยแรง อันตรายท่ีอาจถึงชีวิต คงอย่ใู นช่วงเวลาจากัด โดยไม่มีสิ่งตกคา้ งถาวร แต่
ตอ้ งถ่ายโอนการดแู ลไปยังระดบั ท่ีสูงขนึ้ มีการติดตามอาการเป็นระยะเวลานาน, โอนการดแู ลไปยงั ระดบั ท่ีสูงขนึ้ เพื่อการดแู ล
ภาวะท่ีเป็นอันตรายถึงชวี ิต, หรือมกี ารผ่าตดั ใหญ่, หตั ถการ, หรือการรกั ษาเพ่ิมเติมเพื่อแก้ไข อาการ เหตกุ ารณ์ที่พิจารณาว่า
เป็นเหตกุ ารณพ์ ึงสงั วรณด์ ว้ ย หากเป็นหนึง่ ในสิง่ ตอ่ ไปน:ี้

d) การฆ่าตัวตายของผู้ป่ วยท่ีได้รบั การดูแล การรกั ษา และบริการในสถานที่ดูแลตลอด 24 ช่ัวโมง หรือภายใน 72
ช่วั โมงหลงั ออกจากโรงพยาบาล รวมทงั้ จากแผนกฉกุ เฉินของโรงพยาบาล (ED)

e) ทารกครบกาหนดเสยี ชีวิตโดยไม่คาดคิด

f) การจาหนา่ ยทารกไปผดิ ครอบครวั

g) การลกั พาตวั ผปู้ ่วยทไ่ี ดร้ บั การดแู ล การรกั ษา และบรกิ าร

h) การหลบหนีใด ๆ (น่นั คือ การออกไปโดยไม่ไดร้ บั อนุญาต) ของผปู้ ่ วยจากสถานท่ีให้บริการดูแลตลอด 24 ช่วั โมง
(รวมถงึ ED) ทนี่ าไปส่กู ารเสียชวี ิต เป็นอนั ตรายถาวร หรืออนั ตรายรา้ ยแรงตอ่ ผปู้ ่วยช่วั คราว

i ) ปฏิกิรยิ าเม็ดเลือดแดงแตก ซ่ึงเก่ียวขอ้ งกบั การใหเ้ ลือดหรือผลิตภัณฑจ์ ากเลือด ที่มคี วามเขา้ กนั ไมไ่ ดข้ องกล่มุ เลือด
หลกั (ABO, Rh, กล่มุ เลือดอ่นื ๆ)

j) ข่มขืน ทารา้ ยร่างกาย (ถึงแก่ชีวิต ทารา้ ยอย่างถาวร หรือทารา้ ยช่วั คราวอย่างรา้ ยแรง) หรือการฆาตกรรมของผปู้ ่วย
ทไี่ ดร้ บั การดแู ล การรกั ษา และบริการขณะอยใู่ นโรงพยาบาล

k) การข่มขืน ทารา้ ยร่างกาย (ท่ีนาไปสู่การเสียชีวิต อันตรายถาวร หรืออันตรายช่ัวคราวอย่างรา้ ยแรง) หรือการ
ฆาตกรรมของบุคลากร, บคุ ลากรผปู้ ระกอบวิชาชพี อิสระ, ผมู้ าเยยี่ ม,หรือผขู้ าย ขณะอย่ทู ่ีโรงพยาบาล(ดู SQE.8.2 )

l) การทาหตั ถการรุกลา้ รวมทง้ั การผ่าตดั ในผปู้ ่วยผิดคน ผิดตาแหน่ง หรอื ว่าเป็นขนั้ ตอนท่ีผิด (ไม่ไดต้ งั้ ใจ)

m) มีวตั ถแุ ปลกปลอมตกคา้ งในผปู้ ่วยโดยไม่ไดต้ ง้ั ใจหลงั จากทาหตั ถการรุกลา้ รวมถงึ การผ่าตดั

n) ภาวะบิลริ ูบินในเลือดสงู ในทารกแรกเกดิ อยา่ งรุนแรง (บลิ ริ ูบิน > 30 มิลลิกรมั /เดซิลติ ร)

o) fluoroscopy เป็นเวลานานดว้ ยปริมาณสะสม > 1,500 rads ไปยังพืน้ ท่ีเดียวหรือการฉายรงั สีบาบดั ไปยังส่วนอื่น
ของรา่ งกายที่ไม่ถกู ตอ้ ง หรือ > 25% เหนอื ปรมิ าณรงั สบี าบดั ที่วางแผนไว้

173

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)


p) ไฟไหม้ เปลวไฟ หรือควนั ความรอ้ น หรือการเกิดประกายไฟทีไ่ มค่ าดคิด ซงึ่ เกิดขนึ้ ระหว่างการดแู ลผปู้ ่วย

q) มารดาทเี่ สยี ชวี ติ ระหว่างการคลอด (ท่เี กี่ยวขอ้ งกบั กระบวนการคลอด)

r) การเจบ็ ป่วยของมารดาอยา่ งรุนแรง (ไมเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การเจ็บป่วยตามธรรมชาติของผปู้ ่วยหรอื สภาวะเดิม)
เม่อื ไปถึงผปู้ ่วย และ ส่งผลใหเ้ กดิ อนั ตรายถาวรหรอื อนั ตรายรา้ ยแรงช่วั คราว

เหตุการณ์ Sentinel เป็นหนึ่งในเหตุการณด์ า้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วย เหตกุ ารณ์ดา้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วยคือเหตกุ ารณ์
อบุ ัติการณ์ หรือสภาวะที่อาจส่งผลหรือก่อใหเ้ กิดอันตรายต่อผปู้ ่ วย เหตุการณด์ า้ นความปลอดภัยของผปู้ ่วยอาจเป็นผลจาก
ระบบ หรือการออกแบบกระบวนการทบ่ี กพรอ่ ง, ความลม้ เหลวของระบบ, ความลม้ เหลวของอปุ กรณ์, หรือความผิดพลาดของ
มนษุ ย์ เหตกุ ารณด์ า้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วยยงั รวมถึงเหตกุ ารณไ์ มพ่ ึงประสงค์, เหตกุ ารณ์ท่ไี ม่กอ่ ใหเ้ กิดอันตราย, เหตกุ ารณ์
เกือบพลาด และสภาวะท่เี ป็นอนั ตราย ซ่งึ กาหนดไวด้ งั นี้

• เหตกุ ารณไ์ ม่พงึ ประสงคค์ ือ เหตกุ ารณด์ า้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วยที่ส่งผลใหเ้ กิดอนั ตรายต่อผปู้ ่วย

• เหตกุ ารณท์ ไี่ ม่เป็นอนั ตรายคือเหตกุ ารณด์ า้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วยทไ่ี ปถงึ ตวั ผปู้ ่วยแตไ่ ม่กอ่ ใหเ้ กิดอนั ตราย

• Near miss (หรอื close call) คอื เหตกุ ารณด์ า้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วยที่ไปไมถ่ ึงตวั ผปู้ ่วย

• สภาวะท่ีเป็นอนั ตราย (หรือ "ไม่ปลอดภยั ") คือเหตกุ ารณ์ (นอกเหนือจากกระบวนการหรือสภาวะของโรคของผปู้ ่วย
เอง) ทเ่ี พ่ิมโอกาสเกดิ อบุ ตั กิ ารณไ์ ม่พึงประสงค์

คาจากดั ความของโรงพยาบาลเก่ยี วกบั เหตกุ ารณพ์ ึงสงั วรณร์ วมขอ้ a) ถงึ r) ดา้ นบนและ อาจรวมถงึ เหตกุ ารณ์อื่น ๆ ตามที่
กฎหมายหรือขอ้ บงั คบั กาหนดหรือพจิ ารณาโดยโรงพยาบาลตามความเหมาะสม เพอื่ เพิ่มในรายการเหตกุ ารณพ์ งึ สงั วรณ์
เหตกุ ารณท์ ง้ั หมดท่ีตรงตามคาจากัดความของเหตกุ ารณ์พึงสงั วรณ์ ตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ โดยดาเนินการ วิเคราะหอ์ ยา่ งเป็น
ระบบ อย่างครอบคลมุ ตวั อย่างเช่น การวิเคราะหส์ าเหตทุ แ่ี ทจ้ ริงอย่างละเอยี ดและน่าเช่ือถอื (RCA) รายละเอยี ดที่ถกู ตอ้ งของ
เหตกุ ารณม์ คี วามสาคญั ตอ่ การทา RCA อย่างละเอียดและนา่ เชอื่ ถอื ดงั นนั้ หากเป็นไปได้ RCA จะตอ้ งดาเนินการโดยเรว็ ทส่ี ดุ
หลงั จากเหตกุ ารณ์ การวิเคราะหแ์ ละแผนปฏิบตั ิการจะแลว้ เสรจ็ ภายใน 45 วนั หลงั จากเกิดเหตกุ ารณห์ รอื รบั รูถ้ ึงเหตกุ ารณ์ เพ่อื
ให้ RCA ไดร้ บั การพิจารณาอยา่ งถถี่ ว้ น ทีมงานจะตอ้ งกาหนดปัจจยั เชงิ สาเหตใุ นระบบท่ีนาไปส่เู หตกุ ารณแ์ ละคน้ หาโอกาส
ทเ่ี ป็นไปไดใ้ นการปรบั ปรุง เพ่อื ให้ RCA ไดร้ บั การพิจารณาวา่ น่าเชอ่ื ถือ ทมี งานจะใหผ้ มู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสยี ที่สาคญั ใน ทกุ ขนั้ ตอน
ของกระบวนการเขา้ มามสี ว่ นร่วม การทางานรว่ มกับผปู้ ่วย/ครอบครวั / บคุ ลากร ทีเ่ กี่ยวขอ้ งในเหตกุ ารณเ์ พื่อทา ความเขา้ ใจ
สถานการณใ์ หด้ ีขนึ้ และขออนมุ ตั ิแผนขนั้ สดุ ทา้ ยจาก CEO หรอื ผบู้ รหิ าร ระดบั สงู อ่นื ๆ เป้าหมายของการทา RCA คอื ให้
โรงพยาบาลเขา้ ใจถึงทม่ี าของเหตกุ ารณม์ ากขนึ้ เมอ่ื RCA เปิดเผยใหเ้ ห็นว่าการปรบั ปรุงระบบหรือการดาเนินการอน่ื ๆ สามารถ
ปอ้ งกนั หรือลดความเส่ียงของเหตกุ ารณพ์ ึงสงั วรณ์ หรือ อบุ ตั ิการณไ์ ม่พึงประสงคด์ งั กล่าวซา้ ได้ โรงพยาบาลจะออกแบบ
กระบวนการใหมแ่ ละดาเนนิ การอื่นใดตามความเหมาะสม โปรดทราบว่าเง่ือนไขเหตกุ ารณพ์ งึ สงั วรณแ์ ละขอ้ ผิดพลาด ทางการ

174

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)


แพทยไ์ ม่ไดม้ คี วามหมายเดยี วกนั ขอ้ ผดิ พลาดบางอย่างไม่ไดส้ ่งผลใหเ้ กิดเหตกุ ารณ์พงึ สงั วรณ์ และเหตกุ ารณพ์ งึ สงั วรณก์ ไ็ ม่
เกดิ ขนึ้ จากขอ้ ผดิ พลาดเทา่ นนั้ การระบุเหตกุ ารณเ์ ป็นเหตกุ ารณพ์ ึงสงั วรณไ์ มไ่ ดเ้ ป็นตวั บง่ ชี้ ถึงความรบั ผดิ ทาง กฎหมาย

ไมใ่ ช่เหตกุ ารณด์ า้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วยทง้ั หมดจะเป็นไปตามคาจากดั ความของเหตกุ ารณ์พึงสงั วรณ์ แต่เหตกุ ารณท์ ี่ตรง
ตามคาจากดั ความของอบุ ตั ิการณไ์ มพ่ ึงประสงคจ์ าเป็นตอ้ งมกี ารวเิ คราะหเ์ พ่ือกาหนดการแกไ้ ข นอกจากนใี้ นความพยายาม
ทจ่ี ะเรยี นรูใ้ นเชิงรุกวา่ ระบบอาจมคี วามเส่ียง เหตกุ ารณท์ ีไ่ ม่เป็นอนั ตราย(no-harm), เกือบพลาด, และสภาวะที่เป็นอนั ตราย
(hazardous condition) จะถกู ติดตาม และใชเ้ ป็นโอกาสในการปอ้ งกนั อนั ตราย ตามกระบวนการของโรงพยาบาล ในการตอบ
สนองต่อเหตกุ ารณค์ วามปลอดภยั ของผปู้ ่วยที่ไม่ตรงตามนยิ ามเหตกุ ารณ์พึงสงั วรณ์ (ดู MMU.7.1) กระบวนการ ของ
โรงพยาบาล ในการจดั การเหตกุ ารณเ์ หลา่ นีร้ วมถงึ กลไกการรายงานท่ีปราศจากตาหนิ (ดู GLD.12.2 และ GLD.13.1) ขอ้ มลู
จากรายงานเหลา่ นีจ้ ะถกู รวบรวมและวิเคราะหเ์ พ่อื เรยี นรูว้ ่าการเปล่ยี นแปลงกระบวนการเชงิ รุกท่ใี ดท่ีจะลดหรือปอ้ งกนั การเกิด
อบุ ตั ิการณไ์ ด้

องคป์ ระกอบท่วี ดั ได้ของ QPS.7

❑ 1. ผนู้ าของโรงพยาบาลกาหนดคาจากัดความของเหตุการณ์พึงสังวรณ์ ซ่งึ รวมถึงอย่างนอ้ ย a) ถงึ r) ทีพ่ บในเจตจานงของ
มาตรฐาน

❑ 2. ผนู้ าโรงพยาบาลทาการวิเคราะหอ์ ย่างน่าเชื่อถอื เป็นระบบและครอบคลมุ อยา่ งละเอียดถถี่ ว้ น (เชน่ การวิเคราะห์ สาเหต)ุ
ของเหตุการณ์พึงสังวรณ์ทั้งหมดภายในระยะเวลาท่ีกาหนดโดยผูน้ าโรงพยาบาลไม่เกิน 45 วัน นับจากวันท่ีเกิด
เหตกุ ารณ์ หรือเมอื่ ไดร้ บั รูเ้ หตกุ ารณ.์

❑ 3. การวเิ คราะหส์ าเหตทุ แ่ี ทจ้ รงิ จะระบรุ ะบบและตน้ เหตขุ องกระบวนการทงั้ หมดที่อาจมีส่วนทาใหเ้ กิดเหตกุ ารณ์

❑ 4. ผนู้ าของโรงพยาบาลจะพิจารณาแต่ละปัจจยั ท่ีนาไปสปู่ ัญหาและดาเนินการแกไ้ ขปรบั ปรุงเพ่ือป้องกนั หรือลดความเสี่ยง
ของเหตกุ ารณไ์ มพ่ งึ ประสงคท์ ่จี ะเกดิ ขนึ้ ซา้

❑ 5. โรงพยาบาลติดตามมาตรการการแก้ไขความลม้ เหลวของกระบวนการที่อาจเกิดขึน้ (ผลที่ไม่คาดคิด)อย่างมีประสิทธิ
ภาพและความย่งั ยนื เมอ่ื เวลาผา่ นไป

องคป์ ระกอบทวี่ ดั ไดข้ อง QPS.7.1

❑ 1. ผนู้ าของโรงพยาบาลกาหนดคาจากดั ความของอบุ ตั ิการณไ์ ม่พงึ ประสงค์ เหตกุ ารณท์ ไี่ มเ่ กิดอนั ตราย และเหตกุ ารณเ์ กือบ
พลาดตามที่กาหนดไวใ้ นเจตจานงของมาตรฐาน

❑ 2. กล่มุ คณะผนู้ าของโรงพยาบาลมกี ลไกการรายงานเหตกุ ารณไ์ ม่พึงประสงค์ เหตกุ ารณท์ ่ไี ม่ก่อใหเ้ กดิ อนั ตราย และเหตุ-
การณเ์ กือบพลาดโดยปราศจากตาหนิ

175

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)


❑ 3. ผนู้ าของโรงพยาบาลกาหนดกระบวนการในการจดั การเหตกุ ารณไ์ ม่พงึ ประสงคซ์ ึง่ รวมถึงการวิเคราะหเ์ หตกุ ารณเ์ พอ่ื
ดาเนินการแกไ้ ข

❑ 4. ผนู้ าของโรงพยาบาลกาหนดกระบวนการในการจดั การเหตกุ ารณท์ ี่เกอื บพลาดและเหตกุ ารณท์ ไ่ี ม่เป็นอนั ตราย ซ่งึ รวม
ถงึ การวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณเ์ พอื่ ดาเนินการแกไ้ ข

❑ 5. ผนู้ าโรงพยาบาลดาเนนิ การแกไ้ ข ตามความเหมาะสม กบั ผลการวิเคราะห์

❑ 6. ผนู้ าโรงพยาบาลโรงพยาบาลตดิ ตามมาตรการการแกไ้ ขความลม้ เหลวของกระบวนการท่ีอาจเกดิ ขนึ้ (ผลทไี่ ม่คาดคดิ )
อยา่ งมีประสิทธิ ภาพและความย่งั ยืนเม่ือเวลาผา่ นไป

มาตรฐาน QPS.8
ขอ้ มลู จะไดร้ บั การวิเคราะหเ์ สมอ เมอื่ มแี นวโนม้ และความผนั แปรที่ไมต่ อ้ งการปรากฏชดั จากขอ้ มลู P

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.8

โรงพยาบาลรวบรวมขอ้ มลู เกีย่ วกบั บรกิ ารดแู ลผปู้ ่วยในดา้ นต่างๆ เป็นระยะๆ และรายงานผลตอ่ ผกู้ ากบั ดแู ลกิจการ ซงึ่ เป็น
ส่วนหนงึ่ ของโปรแกรมการพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วย (ดู GLD.4.1) ในการทาเชน่ นนั้ จะตอ้ งมกี ลไกท่ีเชอื่ ถอื
ไดข้ องการรายงานผลลัพธเ์ พอื่ ใหม้ ่นั ใจในบรกิ ารทมี่ ีคุณภาพ สิ่งทีก่ ่อใหเ้ กิดความเสีย่ งดา้ นความปลอดภยั ของผปู้ ่วยจะถกู ระบุ
และติดตาม การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ควรเพียงพอท่ีจะตรวจจบั แนวโนม้ และรูปแบบ และจะแตกตา่ งกนั ไปตามความถี่และความ
เส่ียงของผปู้ ่วยที่ใหบ้ ริการ (ดู MMU.7.1; QPS.4.1 และ QPS.10)
การรวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดาเนินการอยา่ งนอ้ ยดังต่อไปน:ี้

a) ปฏิกิรยิ าจากการใหเ้ ลอื ดที่ยืนยนั แลว้ ทงั้ หมด หากปรบั ใชไ้ ด(้ if applicable)กบั โรงพยาบาล (ดู COP.3.4 )

b) เหตกุ ารณไ์ ม่พงึ ประสงคท์ ่ีรา้ ยแรงทงั้ หมด หากปรบั ใชไ้ ดแ้ ละโรงพยาบาลกาหนด (ดู MMU.7)

c) ความคลาดเคลื่อนทางยาท่ีมีนยั สาคญั ทง้ั หมด หากปรบั ใชไ้ ดแ้ ละตามที่โรงพยาบาลกาหนด (ดู MMU.7.1 )

d) ความแตกต่างท่ีสาคญั ทั้งหมดระหว่างการวินิจฉัยก่อนผ่าตัดและหลงั ผ่าตัด ตัวอย่างเช่น การวินิจฉัยก่อนการ
ผ่าตดั เป็นลาไสอ้ ดุ ตนั และการวินิจฉยั หลงั การผ่าตดั เป็นโรคหลอดเลือดโป่งพองในชอ่ งทอ้ งแตก (AAA)

e) เหตุการณไ์ ม่พึงประสงคห์ รือรูปแบบของเหตุการณไ์ ม่พึงประสงคใ์ นระหว่างการทาใหส้ งบเพื่อทาหัตถการโดยไม่
คานงึ ถึงพนื้ ที่ทท่ี าการบริหารยา (ดู ASC.3.2 และ ASC.5)

f) เหตกุ ารณห์ รอื รูปแบบท่ไี ม่พึงประสงคใ์ นระหว่างการระงบั ความรูส้ กึ โดยไมค่ านึงถึงพืน้ ที่ทที่ าการบรหิ ารยา

g) เหตกุ ารณไ์ ม่พงึ ประสงคท์ ีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การระบตุ วั ผปู้ ่วย (ดู IPSG.1)

176

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านัน้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)


h) เหตกุ ารณไ์ ม่พึงประสงคอ์ ื่น ๆ ตัวอย่างเชน่ การติดเชอื้ ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั การดแู ลสขุ ภาพและการระบาดของโรคติดเชอื้ (ดู
PCI.6.1 และ PCI.8.1)

องคป์ ระกอบที่วดั ได้ของ QPS.8
❑ 1. กระบวนการรวบรวมขอ้ มลู ท่กี าหนดไวไ้ ดร้ บั การจดั ทาและดาเนินการเพื่อใหแ้ นใ่ จวา่ มกี ารรวบรวมขอ้ มูล การวิเคราะห์

และการรายงานที่ถกู ตอ้ ง

❑ 2. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู อยา่ งเขม้ ขน้ เกิดขนึ้ เม่อื ระดับ รูปแบบ หรือแนวโนม้ ที่ไม่พึงประสงคเ์ กิดขนึ้

❑ 3. การรวบรวมและวิเคราะหข์ อ้ มลู จะดาเนนิ การกบั ขอ้ a) ถงึ h) ในเจตจานงของมาตรฐาน

❑ 4. ผลการวิเคราะหจ์ ะใชใ้ นการดาเนนิ การเพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั ของบริการ การรกั ษา หรือการทางาน

❑ 5. ขอ้ มลู ผลลพั ธจ์ ะถกู รายงานไปยงั ผกู้ ากบั ดแู ลกิจการโดยเป็นส่วนหน่งึ ของโปรแกรมการพฒั นาคณุ ภาพและความ
ปลอดภยั ของผปู้ ่วย

มาตรฐาน QPS.9
การพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั ทาไดส้ าเร็จและย่งั ยนื

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.9

ขอ้ มลู จากการวเิ คราะหใ์ ชเ้ พ่อื ระบกุ ารปรบั ปรุงทอ่ี าจเกิดขนึ้ หรอื เพื่อลด (หรือป้องกนั ) เหตกุ ารณไ์ ม่พงึ ประสงค์ ส่วนขอ้ มลู การ
วดั ผลท่ีเก็บเป็นกิจวตั ร เชน่ เดยี วกับขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการประเมนิ อยา่ งเขม้ ขน้ มสี ่วนทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจวา่ ควรวางแผน
การปรบั ปรุงท่ีใด และควรใหค้ วามสาคญั กบั การปรบั ปรุงส่ิงใดกอ่ น โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ มีการวางแผนการพฒั นาในสว่ นของการ
เก็บขอ้ มลู สาคญั ที่กาหนดโดยผนู้ าของโรงพยาบาล

หลงั จากมกี ารวางแผนการปรบั ปรุงแลว้ ขอ้ มลู จะถกู รวบรวมระหว่างทีอ่ ย่ใู นช่วงการทดสอบ เพ่ือแสดงใหเ้ หน็ ว่าการเปลี่ยน
แปลงท่ีวางแผนไวน้ นั้ เป็นการปรบั ปรุงอยา่ งแทจ้ ริง และขอ้ มลู การวดั ผลจะถกู เกบ็ เพอื่ การวเิ คราะหอ์ ย่างต่อเน่ืองตอ่ ไป
เพอ่ื ใหแ้ น่ใจว่าการปรบั ปรุงจะคงอยู่ การเปลย่ี นแปลงท่ีมีประสิทธิภาพจะนาไปจดั ทาเป็นมาตรฐานขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน และ
ดาเนินการใหค้ วามรูแ้ ก่บุคลากรท่ีจาเป็น โรงพยาบาลบนั ทึกการปรบั ปรุงท่ีประสบความสาเรจ็ และยงั คงอยู่ ซงึ่ เป็นสว่ นหน่ึง
ของการบรหิ ารคณุ ภาพและโปรแกรมการพฒั นา (ดู GLD.11)

องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง QPS.9 177
❑ 1. การพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั ของผปู้ ่วยมีการวางแผน ทดสอบ และนาไปปฏบิ ตั ิ
❑ 2. มีขอ้ มลู เพ่ือแสดงใหเ้ หน็ ว่าการปรบั ปรุงมปี ระสทิ ธิผลและย่งั ยนื

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)


❑ 3. มกี ารเปลย่ี นแปลงนโยบายที่จาเป็นต่อการวางแผน การดาเนินการ และเพอ่ื คงไวซ้ ึ่งการพฒั นาไดเ้ กิดขึน้

❑ 4. บนั ทึกการพฒั นาทีป่ ระสบความสาเร็จ

มาตรฐาน QPS.10

โปรแกรมการจดั การความเส่ยี งอยา่ งตอ่ เนื่องใชเ้ พ่อื คน้ หา และเพือ่ ลดอบุ ตั กิ ารณไ์ มพ่ ึงประสงค์ ท่ีไม่คาดคิดและความเส่ยี ง
ดา้ นความปลอดภยั อนื่ ๆ แก่ผปู้ ่วยและบุคลากรในเชิงรุก P

เจตจานงของมาตรฐาน QPS.10

การจัดการความเสี่ยงเชิงรุกมีความสาคัญต่อคุณภาพและความปลอดภัยของการดูแลผปู้ ่ วย, การรักษา และบริการภายใน
องค์กร มีความเสี่ยงหลายประเภทในสถานพยาบาล ตัวอย่างเช่น ความเส่ียงอาจรวมถึงความเส่ียงที่เก่ียวขอ้ งกบั การดูแล
ทางคลินิกและความปลอดภัยของผู้ป่ วย เช่น ขอ้ ผิดพลาดในการตรวจวินิจฉัย, การผ่าตัด, หรือความคลาดเคล่ือนทางยา
ความเส่ียงที่เก่ียวขอ้ งกบั ส่ิงแวดลอ้ ม เช่น สภาพท่ีเป็นอันตราย, ความเส่ียงที่เกี่ยวขอ้ งกับการดาเนินงาน เช่น แผนการบรรลุ
เป้าหมายของโรงพยาบาล หรือความเส่ียงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามมาตรฐานการดูแล และการปฏิบตั ิตามกฎหมายและ
ระเบียบข้อบังคับ ความเส่ียงอ่ืนๆ อาจเกี่ยวขอ้ งกับการเงินและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ โรงพยาบาลจาเป็นต้องนาแนวทาง
เชงิ รุก มาใชใ้ นการจัดการความเสี่ยง ซ่ึงรวมถงึ การพฒั นากลยทุ ธก์ ารลดความเสีย่ ง, โดยมีเป้าหมายเพื่อลดหรอื ขจดั ผลกระทบ
ทีอ่ าจเป็นอนั ตรายจากความเสี่ยงที่ทราบหรือที่เป็นไปได้ วิธีหน่ึงคือแผนการบริหารความเส่ียงทเ่ี ป็นทางการ ซ่งึ มีองคป์ ระกอบ
ทส่ี าคญั ไดแ้ ก่

a) การระบุ ความเสี่ยง

b) การ จดั ลาดบั ความสาคญั ของ ความเส่ียง

c) การรายงาน ความเสี่ยง

d) ขอบเขต วตั ถปุ ระสงค์ และเกณฑใ์ นการประเมิน ความเส่ียง

e) การบรหิ ารความเสีย่ ง รวมถึงการวเิ คราะหค์ วามเส่ยี ง (ดู MMU.7.1; QPS.7; QPS.7.1 และ QPS.8) และ

f) การจดั การขอ้ เรียกรอ้ งที่เกยี่ วขอ้ ง

องคป์ ระกอบท่ีสาคัญของการจดั การความเสี่ยงคือการวิเคราะหค์ วามเสี่ยง เช่น กระบวนการประเมินการเกือบพลาด และ
กระบวนการท่ีมีความเสี่ยงสงู อื่นๆ ซึ่งความลม้ เหลวจะส่งผลใหเ้ กิดเหตกุ ารณ์พึงสังวรณ์ มีเครื่องมือหลายชนิดที่สามารถให้
การวิเคราะหเ์ ชิงรุกเกี่ยวกบั ผลท่ีตามมาของเหตุการณท์ ่ีอาจเกิดขึน้ ในกระบวนการท่ีสาคญั และมีความเสี่ยงสงู ตัวอย่างเช่น
การวิเคราะหค์ วามลม้ เหลวและผลกระทบ (FMEA) และการวเิ คราะหค์ วามเสี่ยงอนั ตราย (HVA) ทง้ั สองชนิดเป็นเครอื่ งมอื ท่วั ไป

178

แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)


เพื่อใชเ้ คร่ืองมือเหล่านีห้ รือเครื่องมอื ที่คลา้ ยกนั อย่างมีประสิทธิภาพ ผนู้ าจาเป็นตอ้ งระบุและจัดลาดบั ความสาคญั ของความ
เส่ียงที่อาจมีผลกระทบมากท่ีสดุ ต่อความปลอดภัยของผปู้ ่วยและบุคลากร ตลอดจนคุณภาพและความปลอดภัยของการดูแล
ผปู้ ่วย ขอ้ มลู นีค้ วรใชเ้ พ่ือจัดลาดบั ความสาคญั ของการจดั สรรทรพั ยากรเพ่ือวิเคราะหพ์ ืน้ ที่ที่มีความเสยี่ งสงู สดุ และดาเนินการ
ออกแบบกระบวนการใหม่หรือการดาเนินการที่คลา้ ยคลึงกนั เพื่อลดความเสี่ยงในกระบวนการ กระบวนการลดความเส่ียงนี้
ดาเนนิ การอยา่ งนอ้ ยปีละครง้ั และบนั ทึก

องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ QPS.10

❑ 1. กรอบการบริหารความเสี่ยงของโรงพยาบาลรวมถึง a) ถึง f) ในเจตจานงของมาตรฐาน

❑ 2. ผนู้ าของโรงพยาบาลจะคน้ หาและจดั ลาดบั ความสาคญั ของความเส่ียงทอ่ี าจส่งผลกระทบมากทีส่ ดุ ต่อความปลอดภยั
ของผปู้ ่วยและบคุ ลากร และต่อคณุ ภาพการดแู ลผปู้ ่วย

❑ 3. มกี ารฝึกหดั อย่างนอ้ ยปีละหนึง่ ครงั้ ในการลดความความเสย่ี งเชิงรุกกบั กระบวนการความเสย่ี งทม่ี ีลาดบั ความสาคญั
อย่างนอ้ ยหนง่ึ กระบวนการ

❑ 4. กระบวนการท่ีมีความเสี่ยงสงู ไดร้ บั การออกแบบใหมแ่ ละดาเนนิ การตามผลการวิเคราะหก์ ารฝึกลดความเส่ยี ง

❑ 5. ผนู้ าของโรงพยาบาลจะจดั ทาและนากลยทุ ธก์ ารสือ่ สารไปใชก้ บั บุคลากร, ผ่กู ากบั ดแู ล และผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียตาม
ความเหมาะสม

179

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


ภาพรวม เป้าหมายของโครงการป้องกนั และควบคุมการติดเชือ้ ขององคก์ รคือ เพอ่ื การคน้ หาและเพอื่ ลด หรือขจดั ความเส่ียง
ของการไดร้ บั และแพรเ่ ชอื้ ระหวา่ งผปู้ ่วย เจา้ หนา้ ท่ี ผปู้ ฏบิ ัติงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ บุคลากรสัญญาจา้ ง อาสาสมคั ร นักเรียน
ผูม้ าเยี่ยมเยือน และชุมชน นอกจากนี้ ในการริเร่ิมแบบท่ัวทง้ั โรงพยาบาลในส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ งกับแนวทางปฏิบัติด้านการดูแล
สุขภาพและ/ หรือข้อกังวลด้านการดูแลสุขภาพ เช่น โปรแกรมดูแลการใชย้ าต้านจุลชีพ (antibiotic stewardship program),
โปรแกรมสาหรบั การตอบสนองต่อโรคติดตอ่ ท่วั โลก ถือเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ของโปรแกรมการปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้
ความเส่ียงดา้ นการติดเชือ้ และกิจกรรมของโปรแกรม จะแตกตา่ งกนั ไปในแต่ละองคก์ ร ขึน้ อยกู่ ับกจิ กรรมและบริการทางคลินิก
ขององคก์ ร, ประชากรผปู้ ่ วย, ที่ต้ังทางภูมิศาสตร,์ ปริมาณผูป้ ่วย และจานวนบุคลากร ลาดบั ความสาคญั ของโปรแกรมควร
สะทอ้ นถงึ ความเสีย่ งท่รี ะบุในองคก์ ร, การพฒั นาระดบั โลกและชมุ ชน และความซบั ซอ้ นของบริการท่ีจดั ให้
โปรแกรมป้องกนั และควบคุมการติดเชือ้ ที่มีประสิทธิภาพโดยท่วั ไปจะมีผนู้ าท่ีถูกแต่งตั้ง, บุคลากรท่ีไดร้ บั การฝึกอบรมมาเป็น
อย่างดี, วิธีการคน้ หาและจดั การกบั ความเสี่ยงในการติดเชือ้ ในบุคคลและสิ่งแวดลอ้ มในเชิงรุก, นโยบายและข้นั ตอนปฏิบัติท่ี
เหมาะสม, การฝึกอบรมของบุคลากร และการประสานงานท่วั ทงั้ องคก์ ร
หมายเหตุ : บางมาตรฐานกาหนดใหโ้ รงพยาบาลจะตอ้ งมี นโยบาย, วิธีปฏิบัติ, โปรแกรม ท่ีเป็นลายลักษณ์อักษรอื่นๆ หรือ
เอกสารอ่นื ๆสาหรบั กระบวนการเฉพาะ มาตรฐานเหล่านน้ั ระบุดว้ ย อกั ษร หลงั ขอ้ ความมาตรฐาน

มาตรฐาน, เจตจานงของมาตรฐานและองคป์ ระกอบที่วดั ได้

ความรับผดิ ชอบ

มาตรฐาน PCI.1
บุคคลหน่ึงคนขนึ้ ไปดแู ลกิจกรรมการปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ ทง้ั หมด บคุ คลนมี้ คี ณุ สมบตั ิท่เี หมาะสมดา้ นการป้องกนั
และควบคมุ การติดเชือ้ ผ่านการศกึ ษา การฝึกอบรม ประสบการณ์ การรบั รอง และ/หรือหน่วยงานกากับทางคลนิ ิก

180

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)


เจตจานงของมาตรฐาน PCI.1

เป้าหมายของโครงการป้องกันและควบคมุ การติดเชือ้ ของโรงพยาบาลคือการกาหนดและลดความเสี่ยงของการไดร้ บั และ
แพรเ่ ชือ้ ในผปู้ ่วย บคุ ลากร ผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ บุคลากรสญั ญาจา้ ง อาสาสมคั ร นกั เรียน และผมู้ าเยี่ยมเยอื น

ความเส่ียงในการตดิ เชอื้ และกจิ กรรมโปรแกรมอาจแตกต่างกนั ไปในแต่ละ โรงพยาบาล ขนึ้ อย่กู ับกิจกรรมและบริการทางคลนิ ิก
ของโรงพยาบาล ประชากรผปู้ ่วย ท่ีตง้ั ทางภูมิศาสตร์ ปรมิ าณผปู้ ่วย และจานวนบุคลากร ดังนน้ั การกากบั ดแู ลโครงการป้องกนั
และควบคมุ การติดเชอื้ จึงสอดคลอ้ งกับขนาดของโรงพยาบาล ความซบั ซอ้ นของกิจกรรม และระดบั ความเส่ียง ตลอดจนขอบ
เขตของโครงการ บุคคลตง้ั แต่หนง่ึ คนขนึ้ ไปที่ทางานเตม็ เวลาหรือนอกเวลา จดั ใหม้ ีการกากบั ดแู ลนนั้ เป็นสว่ น หน่ึงของความรบั
ผิดชอบท่ีไดร้ บั มอบหมายหรอื คาบรรยายลกั ษณะงาน (ดู GLD.9 และ SQE.3) โครงการป้องกันและควบคุม การติดเชอื้ ไดร้ บั
การสนบั สนนุ จากทีมบุคคลตามความจาเป็น เพือ่ ใหแ้ น่ใจว่าโปรแกรมนาโดยบุคคลท่ีมีประสบการณ์ทาง คลินิกและความเป็น
ผนู้ าในการกากับ, นาไปปฏิบตั ิและวดั ผลการเปล่ยี นแปลง บุคคลที่เป็นผนู้ าโครงการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้ มปี ระสบ-
การณ์ ทงั้ ในการปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ และมปี ระสบการณใ์ นความเป็นผนู้ า

คณุ สมบตั ทิ ่ีจาเป็น สาหรบั บคุ คลนจี้ ะขนึ้ อยกู่ บั กิจกรรมท่ีจะดาเนินการและอาจมคี ณุ สมบัตติ รงตาม

• การศึกษา;

• การฝึกอบรม;

• ประสบการณ;์

• การรบั รองหรือใบอนญุ าต; และ/หรือ

• แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความสามารถในการเป็นผนู้ า

บุคคลนีม้ ีหนา้ ที่รบั ผิดชอบในการพฒั นาอย่างกา้ วหนา้ ขององคก์ ร ในกิจกรรมการป้องกนั และควบคุมการติดเชือ้ ซ่ึงรวมถึง
การจดั ลาดับความสาคญั และทาใหม้ ่นั ใจในความก้าวหนา้ ท่ีเพิ่มขึน้ ของความสาคญั เหล่านี้ บุคคลนีร้ ะบุพืน้ ที่ที่มีความเสี่ยง
สงู สาหรบั การป้องกนั และควบคมุ การติดเชือ้ ซง่ึ รวมถงึ หนว่ ยจ่ายกลางและหอ้ งผ่าตดั และใหก้ ารกากับดแู ลหรอื แต่งตง้ั ผรู้ บั
มอบอานาจ เพื่อกากับดแู ลพืน้ ที่เหล่านี้ การใชร้ ูปแบบการทางานแบบทีมสนบั สนุนการประสานงานกบั โปรแกรมการจัดการ
สถานที่ (facility management) และความปลอดภัยของโรงพยาบาลเพ่ือรวมเอาแนวทางปฏิบตั ิในการป้องกัน และควบคุม
การติดเชือ้ เข้าไป บุคคลนีม้ ีหนา้ ที่รบั ผิดชอบในการประสานงานกบั ผนู้ าของโรงพยาบาลเก่ียวกับการจดั ลาดบั ความสาคัญ
ทรพั ยากร และการพัฒนาคุณภาพท่ีเก่ียวข้องกับโปรแกรมการป้องกนั และควบคมุ การติดเชื้อ ส่วนผลลพั ธแ์ ละข้อมลู อื่น ๆ
จะถูกรายงานไปยัง หน่วยงานสาธารณสุขระดับท้องถ่ิน ระดับชาติ ระดับภูมิภาค และ/หรือระดับโลกตามความจาเป็น
โรงพยาบาลยงั ดาเนินการ ตามความเหมาะสมเพอื่ ตอบสนองต่อรายงานทอ่ี อกโดยหน่วยงานสาธารณสุข ตามความเหมาะสม
กบั โรงพยาบาลและ ประชากรผปู้ ่วย

181

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)


องคป์ ระกอบที่วัดได้ของ PCI.1

❑ 1. บุคคลตงั้ แต่หนึง่ คนขนึ้ ไปดแู ลโปรแกรมป้องกนั และควบคมุ การติดเชือ้ และดแู ลใหแ้ น่ใจวา่ โปรแกรมนนั้ สอดคลอ้ งกบั
กฎหมาย และระเบยี บขอ้ บงั คบั ของทอ้ งถิ่นและระดบั ประเทศ

❑ 2. บุคคลมคี ณุ สมบตั ิเหมาะสมตามขนาดของโรงพยาบาล ความซบั ซอ้ นของกิจกรรม และระดับความเสย่ี ง ตลอดจน
ขอบเขตของโปรแกรม

❑3. บคุ คลปฏบิ ตั ติ ามความรบั ผิดชอบในการกากบั ดูแลโปรแกรมตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมายหรืออธิบายไวใ้ นคาบรรยายลกั ษณะ
งาน

❑ 4. บุคคลนปี้ ระสานงานกับผนู้ าของโรงพยาบาลเกี่ยวกบั การจดั ลาดบั ความสาคญั ทรพั ยากร และโอกาสในการปรบั ปรุง
คณุ ภาพที่เก่ยี วขอ้ งกบั โปรแกรมการปอ้ งกนั และควบคุมการติดเชอื้

❑ 5. โรงพยาบาลรายงานผลโครงการปอ้ งกนั และควบคมุ การติดเชอื้ ตอ่ หนว่ ยงานสาธารณสขุ ตามท่ีกาหนด

❑ 6. โรงพยาบาลดาเนินการตามความเหมาะสมเก่ยี วกบั รายงานจากหน่วยงานสาธารณสขุ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง

มาตรฐาน PCI.2

มกี ลไกการประสานงานที่กาหนดไวส้ าหรบั กจิ กรรมการปอ้ งกนั และควบคมุ การติดเชอื้ ทง้ั หมดที่เก่ียวขอ้ งกบั แพทย์ พยาบาล
และอน่ื ๆ ตามขนาดและความซบั ซอ้ นของโรงพยาบาล

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.2

กิจกรรมการป้องกนั และควบคุมการติดเชือ้ เขา้ ถึงทุกส่วนของโรงพยาบาลและเก่ียวขอ้ งกบั บุคคลในหลายแผนกและ บริการ
(ตวั อย่างเช่น แผนกคลนิ ิก การบารุงรกั ษาสถานที่ บริการอาหาร [จดั เลยี้ ง] แม่บา้ นทาความสะอาด หอ้ งปฏิบตั ิการ หอ้ งยา และ
หน่วยจ่ายกลาง ). (ดู AOP.5.3; AOP.6.2 และ FMS.5) นอกจากนี้ โรงพยาบาลมีความเส่ียงสาหรบั การติดเชือ้ ที่สามารถ
เขา้ ไปในโรงพยาบาลผ่านทางผปู้ ่วย ครอบครวั บุคลากร อาสาสมคั ร ผู้มาเยี่ยมเยือน ผูข้ าย หน่วยงานอิสระ และบุคคลอ่ืน ๆ
ดงั นั้น พืน้ ท่ีทางกายภาพท้ังหมดของโรงพยาบาล รวมถึงพืน้ ท่ีเฉพาะเจา้ หนา้ ที่(staff-only areas) ซ่ึงมีบุคคลเหล่านีจ้ ะตอ้ ง
รวมอยใู่ นโปรแกรม การเฝา้ ระวงั การปอ้ งกนั และการควบคมุ การติดเชอื้

มีการกาหนดกลไกการประสานงานของโปรแกรมโดยรวม ตัวอย่างเช่น กลไกอาจเป็นกล่มุ งานขนาดเล็ก, คณะกรรมการ
ประสานงาน, คณะทางาน, หรอื กลไกอ่ืนๆ หนา้ ที่และการดาเนินการของกลไกนีจ้ ะตอ้ งไดร้ บั การบนั ทึก หรือจดั ทาเป็นเอกสาร
เพือ่ ทบทวนประสิทธิภาพของการประสานงานของโปรแกรม และเพ่ือติดตามการปรบั ปรุงในการปอ้ งกันและควบคุมการตดิ เชือ้
อ ย่ า ง ต่ อ เ นื่ อ ง ก ล ไ ก นี้ จ ะ ต้ อ ง มี ก า ร เ ป็ น ตั ว แ ท น ข อ ง ผู้ บ ริ ห า ร ด้ ว ย

182

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


ผนู้ าในโรงพยาบาลตอ้ งมบี ทบาทอย่างแข็งขนั ในการป้องกนั และควบคมุ การติดเชือ้ และตอ้ งรบั ผิดชอบต่อสถานะของ โปรแกรม
ความรบั ผิดชอบของกลไกการประสานงานท่ีกาหนดนีร้ วมถึง ตัวอย่างเช่น การต้งั เกณฑก์ าหนดนิยามของการติดเชือ้ ท่ีเกี่ยว
ขอ้ งกบั การดแู ลสขุ ภาพ, การจดั ทาวิธีการรวบรวมขอ้ มลู (การเฝ้าระวงั ), การออกแบบกลยทุ ธเ์ พ่ือจัดการกบั ความเสี่ยงในการ
ป้องกนั และควบคุมการตดิ เชือ้ , และกระบวนการรายงาน การประสานงานเกี่ยวขอ้ งกับการส่ือสารกับทุกส่วน ของโรงพยาบาล
เพื่อใหแ้ น่ใจว่าโปรแกรมมีความต่อเนื่องและเป็นเชิงรุก ไม่ว่ากลไกท่ีโรงพยาบาลเลือกเพื่อประสานงาน โปรแกรมป้องกนั และ
ควบคมุ การติดเชอื้ อย่างใดก็ตาม แพทยแ์ ละพยาบาลจะเป็นตวั แทนและมีส่วนรว่ มในกิจกรรมต่างๆ รว่ มกับผเู้ ชีย่ วชาญดา้ นการ
ป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ (ดู MMU.1.1 ด้วย) บุคคลอื่นๆ อาจรวมตามขนาดและความซับซ้อนของการบริการของ
โรงพยาบาล (เช่น นักระบาดวิทยา ผเู้ ช่ียวชาญด้านการเก็บรวบรวมขอ้ มูล นกั สถิติ ผูจ้ ัดการหน่วยจ่ายกลาง นกั จุลชีววิทยา
เภสชั กร บรกิ ารทาความสะอาด บริการดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มหรือสถานที่ หอ้ งผา่ ตดั ผตู้ รวจการณ)์

องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ PCI.2

❑ 1. กลไกที่กาหนดตามท่อี ธิบายไวใ้ นเจตจานงของมาตรฐานจะประสานงานโครงการปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ และ
ผเู้ ช่ยี วชาญดา้ นการป้องกนั และควบคุมการตดิ เชือ้ เขา้ มามีส่วนรว่ ม

❑2. กจิ กรรมการป้องกนั และควบคุมการติดเชอื้ เกย่ี วขอ้ งกบั แพทย์ พยาบาล และอ่ืนๆ ตามขนาดและความซบั ซอ้ น ของโรง
พยาบาล

❑ 3. ทกุ พนื้ ท่ีของโรงพยาบาลรวมอยใู่ นโปรแกรมปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้

ทรัพยากร

มาตรฐาน PCI.3
ผนู้ าจดั หาทรพั ยากรเพ่อื สนบั สนนุ โปรแกรมการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.3

โปรแกรมป้องกนั และควบคุมการติดเชือ้ ตอ้ งการบุคลากรท่ีเพียงพอเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและความตอ้ งการของโรงพยาบาล
และเพ่ือใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายหรือเกินกว่ากฎหมายและขอ้ บังคับทอ้ งถ่ินท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ

กาหนด จานวนบุคลากรถกู กาหนดโดยขนาดของโรงพยาบาล ความซับซอ้ นของกิจกรรม ระดับความเส่ียง ตลอดจนขอบเขต

ของโครงการ ระดับ อัตรากาลังของบุคลากรได้รับการอนุมัติและกาหนดโดยผู้นาของโรงพยาบาล (ดู SQ E.6)

ผนู้ าของโรงพยาบาลทาใหม้ ่นั ใจว่ามีบุคลากรพรอ้ มที่จะสนับสนนุ โครงการป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ (โปรดดู GLD.1.1)

ซึ่งรวมถงึ การแตง่ ต้ังบคุ คลที่มีคณุ สมบตั ิเหมาะสมเพื่อดแู ลโครงการและจดั ใหม้ ีการกากบั ดูแลพืน้ ท่ีที่มีความเส่ยี งสงู (เชน่ หน่วย

183

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)


จา่ ยกลางและหอ้ งผ่าตดั ) บุคลากรที่ใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกบั โปรแกรมป้องกนั และควบคมุ การติดเชือ้ และจานวนบุคลากร ทางคลนิ ิก
ท่ีจะทาใหม้ กี ารปฏิบตั ิไดอ้ ย่างปลอดภยั , รวมทง้ั แนวทางปฏิบตั ิในการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้

นอกจากนี้ โครงการป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ ยังตอ้ งการทรพั ยากรเพื่อใหค้ วามรูแ้ ก่บุคลากรทกุ คนและซอื้ เวชภณั ฑ์ เช่น
แอลกอฮอลล์ า้ งมือเพื่อสุขอนามัยของมือ ผนู้ าของโรงพยาบาลทาให้ม่ันใจได้ว่าโปรแกรมมีทรพั ยากร เพียงพอเพ่ือดาเนิน
โปรแกรมอย่างมปี ระสิทธิภาพ ผนู้ าโรงพยาบาลอนุมตั ิและจัดสรรทรพั ยากร จากนน้ั ตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่าไดจ้ ดั เตรียมไวส้ าหรบั
โปรแกรมป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้ ตามทีต่ งั้ ใจไวแ้ ละตอบสนองความ ตอ้ งการเฉพาะของโรงพยาบาล

ระบบการจัดการขอ้ มูลเป็นทรพั ยากรที่สาคญั ในการสนบั สนุนการติดตามความเสี่ยง อตั รา และแนวโนม้ ในการติดเชือ้ ที่เก่ียว
ขอ้ งกับการดูแลสขุ ภาพ ฟังก์ชนั การจดั การข้อมูลสนับสนุนการวิเคราะหแ์ ละตีความขอ้ มลู และการนาเสนอ ประเด็นท่ีพบ (ดู
MOI.1) นอกจากนี้ ขอ้ มลู และโปรแกรมการป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ ไดร้ บั การจัดการโดย ใช้โปรแกรมการจัดการและ
ปรบั ปรุง คณุ ภาพของโรงพยาบาล

องคป์ ระกอบทีว่ ดั ได้ของ PCI.3

❑ 1. โครงการปอ้ งกนั และควบคมุ การติดเชอื้ มีบุคลากรตามขนาดของโรงพยาบาล ความซบั ซอ้ นของกิจกรรม และระดับ
ความเสย่ี ง ตลอดจนขอบเขตของโครงการ

❑ 2. ผนู้ าโรงพยาบาลอนมุ ตั ิและมอบหมายเจา้ หนา้ ท่ีทจ่ี าเป็นสาหรบั โครงการปอ้ งกนั และควบคุมการติดเชอื้

❑ 3. ผนู้ าโรงพยาบาลอนมุ ัติและจดั สรรทรพั ยากรท่ีจาเป็นสาหรบั โครงการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้

❑ 4. ระบบการจดั การขอ้ มลู สนับสนนุ โปรแกรมปอ้ งกนั และควบคมุ การติดเชือ้

เป้าหมายของโครงการป้องกันและควบคมุ การตดิ เชือ้

มาตรฐาน PCI.4
โรงพยาบาลออกแบบและดาเนินโครงการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้ ที่ครอบคลมุ ซงึ่ กาหนดขนั้ ตอนและกระบวนการที่
เกี่ยวขอ้ งกบั ความเสย่ี งของการติดเชอื้ และใชก้ ลยทุ ธเ์ พือ่ ลดความเสย่ี งในการตดิ เชอื้ P

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.4
โรงพยาบาลประเมินและดแู ลผปู้ ่ วยโดยใชก้ ระบวนการที่ง่ายและซับซอ้ นหลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างเก่ียวขอ้ งกบั ระดับความ
เส่ียงในการติดเชือ้ ต่อผปู้ ่ วยและบุคลากร เป็นส่ิงสาคัญสาหรบั โรงพยาบาลที่จะต้องวดั ผลและทบทวนกระบวนการเหล่านั้น

184

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)


และดาเนิน การตามนโยบาย ขั้นตอน การฝึกอบรม และกิจกรรมตาม evidence-based ซ่ึงออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยง ของ
การติดเชอื้ (ดู ACC.6; COP.4 และ COP.4.1)

โปรแกรมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อจะตอ้ งครอบคลุมทง้ั การดูแลผปู้ ่ วยและ สุขภาพของบุคลากรอย่างท่ัวถึง โปรแกรม
กาหนดและระบุประเด็นการติดเชือ้ ที่มีความสาคญั ทางระบาดวิทยาต่อโรงพยาบาล และอาจส่งผลกระทบต่อผปู้ ่วย บุคลากร
ผมู้ าเยี่ยมเยือน และผขู้ าย นอกจากนี้ โปรแกรมยงั ต้องการกลยุทธ์ท่ีหลากหลายซ่ึงครอบคลมุ ทกุ ระดับ ของโรงพยาบาล โดย
พิจารณาจากขนาดของโรงพยาบาล ที่ต้ังทางภูมิศาสตร์ บริการ และผู้ป่ วย โปรแกรมนี้ครอบคลุมถึง สุขอนามัยของมือ,
การกากับดูแลเพ่ือพัฒนาการใชย้ าตา้ นจุลชีพอย่างปลอดภยั , และการเตรยี มยาอย่างปลอดภยั , ระบบการ คน้ หาการติดเชื้อ
และการตรวจสอบการระบาดของโรคติดเชอื้ , และการดาเนินการโปรแกรมวัคซีนสาหรบั บุคลากรและผปู้ ่วย (โปรดดู IPSG.5;
MMU.1.1; MMU.5; PCI.12; PCI.12.1; PCI.12.2; และ SQE.8.3) การประเมินความเสีย่ งเป็นระยะและ การกาหนดเปา้ หมาย
การลดความเสยี่ งเป็นตวั ชนี้ าแนวทางในการดาเนนิ โครงการ

องคป์ ระกอบทว่ี ัดไดข้ อง PCI.4

❑1. โครงการป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ ครอบคลมุ ทกุ ระดบั ของโรงพยาบาล เพื่อลดความเสย่ี งของการ ติดเชือ้ ที่
เก่ียวขอ้ งกบั การดแู ลสขุ ภาพในผปู้ ่วย

❑ 2. โปรแกรมปอ้ งกนั และควบคมุ การติดเชือ้ ครอบคลมุ ทกุ ระดบั ของโรงพยาบาลเพื่อลดความเสีย่ ง ของการตดิ เชอื้ ที่
เกย่ี วขอ้ งกบั การดแู ลสขุ ภาพในบุคลากรของโรงพยาบาล

❑ 3. โรงพยาบาลระบุกระบวนการทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั ความเสย่ี งในการตดิ เชอื้

❑ 4. โรงพยาบาลใชก้ ลยทุ ธ์ การฝึกอบรมและกจิ กรรมตาม evidence-based เพื่อลดความเส่ียงในการติดเชอื้ ใน
กระบวนการ เหล่านนั้

มาตรฐาน PCI.5

โรงพยาบาลใชแ้ นวทางทีข่ บั เคลื่อนดว้ ยขอ้ มลู ตามความเส่ยี ง เพอื่ สรา้ งจดุ เนน้ ของโปรแกรมการป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชือ้
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การดแู ลสขุ ภาพ ( HAI : health care-associated infection) P

มาตรฐาน PCI.5.1 โรงพยาบาลระบพุ นื้ ทที่ ี่มีความเส่ียงสงู สาหรบั การติดเชอื้ โดยดาเนินการประเมนิ ความเสยี่ ง, จดั ทา
มาตรการเพอื่ จดั การกบั ความเสย่ี งเหล่านี้ และตดิ ตามประสิทธิภาพ

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.5 และ PCI.5.1

โรงพยาบาลแต่ละแห่งตอ้ งกาหนดการตดิ เชอื้ ท่มี ีความสาคญั ทางระบาดวทิ ยา, ตาแหนง่ ของการตดิ เชือ้ และอปุ กรณท์ เ่ี กีย่ ว ขอ้ ง
, หัตถการ และการปฏบิ ัติ ซ่ึงจะเนน้ ท่ีความพยายามในการป้องกนั และลดความเสย่ี ง และอุบตั ิการณท์ ี่เก่ียวขอ้ งกบั การติดเชือ้

185

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)


HAI (health care-associated infection) แนวทางที่อิงตามความเสี่ยงช่วยใหโ้ รงพยาบาลกาหนดแนวทางปฏิบตั ิและ การติด
เชือ้ ซง่ึ ควรเนน้ ท่ีโปรแกรมของตน วิธีการอิงตามความเสยี่ งใชก้ ารเฝา้ ระวังเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ในการรวบรวม และ วเิ คราะห์
ขอ้ มลู ทีเ่ ป็นตวั ชนี้ าแนวทางในการประเมินความเสี่ยง

โรงพยาบาลรวบรวมและประเมนิ ขอ้ มลู เก่ียวกบั การติดเชอื้ และตาแหน่งท่ีเกี่ยวขอ้ งดงั ต่อไปน:ี้

a) ระบบทางเดินหายใจ—เช่นหตั ถการและอปุ กรณ์ทางการแพทยท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกับการใส่ท่อช่วยหายใจ, เคร่ืองช่วย
หายใจ, tracheostomy และอ่นื ๆ

b) ทางเดินปัสสาวะ—เช่น หัตถการรุกลา้ และอุปกรณ์ทางการแพทยท์ ี่เก่ียวขอ้ งกับสายสวนปัสสาวะท่ีอยู่ภายใน,
ระบบระบายนา้ ปัสสาวะ, การดแู ล, และอนื่ ๆ

c) อุปกรณ์ท่ีใส่เขา้ สู่หลอดเลือด—เช่น การใส่และดูแลสายสวนหลอดเลือดดาส่วนกลาง, เส้นโลหิตดาส่วนปลาย
และอื่นๆ

d) ตาแหนง่ ทีผ่ า่ ตดั —เชน่ การดแู ล, และชนิดของวสั ดปุ ิดแผล และกระบวนการปลอดเชอื้ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง

e) โรคและเชื้อโรคที่มีความสาคัญทางระบาดวิทยา—เชือ้ ดือ้ ยา, การติดเชือ้ ท่ีรา้ ยแรง (ดู PCI.12.2 และ SQE.8.3
ดว้ ย)

f) การติดเชอื้ อบุ ตั ิใหม่หรือการติดเชอื้ ซา้ ในชมุ ชน

นอกจากนี้ การใชค้ วามรูท้ างวิทยาศาสตรท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การควบคมุ การติดเชือ้ ผา่ นกลยทุ ธ์ต่างๆ เช่น การใชแ้ นวทางปฏิบตั ิทาง
คลินิก (ดู GLD.11.2) โปรแกรมการดแู ลการใชย้ าปฏิชีวนะ (ดู MMU.1.1 ) โปรแกรมเพื่อลดการติดเชือ้ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ชุมชน
และโรงพยาบาล และการริเรม่ิ เพื่อลดการใช้ invasive devices ทีไ่ ม่จาเป็น สามารถลดอตั ราการติดเชอื้ ไดอ้ ยา่ งมาก

กระบวนการป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชือ้ ของผปู้ ่วย บุคลากร และอ่ืนๆ เพ่ือให้
บรรลุเป้าหมายนี้ โรงพยาบาลต้องคน้ หา,และติดตามความเส่ียง, อัตรา, และแนวโนม้ HAI ในเชิงรุก โรงพยาบาลใช้ ขอ้ มูล
การวัดผลเพื่อปรบั ปรุงกิจกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ และเพื่อลดอัตรา HAI ให้อยู่ในระดับต่าสุดที่เป็นไปได้
โรงพยาบาลสามารถใชข้ อ้ มูลการวัดและสารสนเทศได้ดีที่สุดโดยการทาความเขา้ ใจอัตราและแนวโนม้ ในโรงพยาบาลอื่นๆ
ทคี่ ลา้ ยคลึงกนั และใหข้ อ้ มลู กบั ฐานขอ้ มลู ท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การติดเชอื้ (ดู QPS.4 และ GLD.5 ดว้ ย)

โปรแกรมป้องกัน และควบคุมการ ติดเชื้อ ระบุ พื้นท่ีที่มีความเส่ียงสูงอ่ืนๆ สาหรบั การติดเชื้อผ่านการประเมินความเส่ียง
เปา้ หมายสาหรบั โปรแกรมการป้องกนั และควบคมุ การติดเชือ้ ไดร้ บั การกาหนดขนึ้ จากการประเมนิ ความเสีย่ งท่วั ทง้ั โรงพยาบาล
การประเมินความเสยี่ งอาจเสรจ็ สิน้ สมบรู ณ์ เมอื่ มคี าถามเกี่ยวกบั ความเส่ียงที่เก่ียวขอ้ งกบั การปฏิบัติในปัจจบุ ัน ตัวอย่างเช่น
การใชก้ ล่องกระดาษแข็ง, เสน้ ทางการขนส่งสาหรบั ผา้ ปทู ี่นอนท่ีสะอาดและสกปรก, การติดต้งั ระบบแรงดันบวกหรือลบใหม่,
เป็นตน้ ผนู้ าของโปรแกรมใช้ evidence-based interventions เพื่อลดความเส่ยี งในการตดิ เชือ้ เหลา่ นี้ การติดตามอย่างต่อเน่ือง

186

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)


ในความเสี่ยงท่ีระบุและมาตรการการลดความเสี่ยงจะไดร้ บั การติดตามประสิทธิภาพของมาตรการเหลา่ นี้ รวมถงึ ความกา้ วหนา้
และการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง, และการเปล่ียนแปลงใดที่อาจจาเป็นต่อเป้าหมายของโครงการ โดยพิจารณาจาก ความสาเร็จ
และความทา้ ทายท่ปี รากฏในการตดิ ตามขอ้ มูล

องคป์ ระกอบที่วดั ได้ของ PCI.5
❑ 1. โรงพยาบาลกาหนดจุดเนน้ ของโปรแกรมผา่ นการรวบรวมและติดตามขอ้ มลู ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั a) ถงึ f) ในเจตจานงของ

มาตรฐาน

❑ 2. ขอ้ มลู ท่รี วบรวมใน a) ถงึ f) ไดร้ บั การวเิ คราะหเ์ พือ่ ระบลุ าดบั ความสาคญั ในการลดอตั ราการติดเชอื้

❑ 3. โรงพยาบาลใชก้ ลยทุ ธก์ ารป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้ เพอื่ ลดอตั ราการตดิ เชือ้ ตามลาดบั ความสาคญั ทร่ี ะบุ

❑ 4. กระบวนการไดร้ บั การออกแบบใหม่โดยพจิ ารณาจากขอ้ มลู ความเสีย่ ง อตั รา และแนวโนม้

องคป์ ระกอบที่วดั ไดข้ อง PCI.5.1
❑ 1. โรงพยาบาลจะจดั ทาและบนั ทึกการประเมินความเสี่ยง อย่างนอ้ ยทกุ ปี เพอ่ื กาหนดและจดั ลาดบั ความสาคญั ของพนื้ ท่ี

ท่ีมีความเส่ยี งสงู ตอ่ การตดิ เชือ้

❑ 2. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนนิ มาตรการเพ่อื จดั การกบั ความเสี่ยงในการตดิ เชอื้ ท่ีกาหนดผ่านการประเมนิ ความเส่ียง

❑ 3. โรงพยาบาลประเมนิ ประสิทธิผลของมาตรการและทาการปรบั เปล่ียนโปรแกรมป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้
อยา่ งเหมาะสมตามความจาเป็น

❑ 4. โรงพยาบาลดาเนนิ การตรวจสอบขอ้ มูลอยา่ งต่อเนือ่ งเพ่อื ใหแ้ น่ใจว่าความเสีย่ งจะลดลงหรอื ถกู ขจดั ออกไป

เคร่อื งมือทางการแพทย์ อุปกรณ์และเวชภัณฑ์

มาตรฐาน PCI.6
โรงพยาบาลลดความเส่ยี งของการตดิ เชือ้ ท่เี กีย่ วขอ้ งกบั เครื่องมอื อปุ กรณ์ และ เวชภณั ฑท์ างการแพทย/์ การผ่าตดั โดยทาให้
ม่นั ใจว่ามีการทาความสะอาด การทาลายเชือ้ การทาใหป้ ราศจากเชอื้ และการเก็บรกั ษาทีเ่ พยี งพอ P

187

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


เจตจานงของมาตรฐาน PCI.6

หัตถการท่ีมีการสัมผัสกับเคร่ืองมือ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์/การผ่าตัดเป็นแหล่งสาคัญในการนาเชือ้ โรคไปสู่
การติดเชื้อ ความลม้ เหลวในการทาความสะอาด ทาลายเชือ้ หรือทาให้ปราศจากเชือ้ อย่างเหมาะสม และการใชห้ รือจัดเก็บ
เครื่องมือ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์อย่างไม่เหมาะสม ไม่เพียงแต่จะก่อใหเ้ กิดความเส่ียงต่อผูป้ ่ วยเท่านั้น แต่ยังเส่ียงต่อการ
แพร่เชือ้ จากคนสคู่ นอีกดว้ ย เป็นส่ิงสาคญั อยา่ งย่งิ ทบ่ี คุ ลากรดแู ลสขุ ภาพปฏิบตั ิตามแนวทางมาตรฐาน ในการ ทาความสะอาด
ทาลายเชือ้ และทาให้ปราศจากเชือ้ ความเส่ียงในการติดเชือ้ ลดลงดว้ ยกระบวนการทาความสะอาด ทาลายเชื้อ และทาให้
ปราศจากเชอื้ อยา่ งเหมาะสม

ศนู ยค์ วบคมุ และป้องกันโรคแห่งสหรฐั อเมริกา (CDC) นิยามการทาความสะอาดว่า: “การกาจดั ส่ิงแปลกปลอม (เชน่ ดิน และ
สารอินทรีย)์ ออกจาก วัตถุ . . . ” CDC กล่าวต่อไปว่า “ ปกติแล้ว [การทาความสะอาด] ทาไดโ้ ดยใชน้ ้ากบั ผงซักฟอกหรือ
ผลิตภัณฑท์ ี่มีเอนไซม์ จาเป็นตอ้ งทาความสะอาดอยา่ งละเอียดก่อนการทาลายเชือ้ และทาลายเชือ้ ในระดบั สูง เน่ืองจากวสั ดุ
อนนิ ทรียแ์ ละอนิ ทรียท์ ่ียงั คงอย่บู นพนื้ ผวิ ของเครื่องมอื รบกวนประสิทธิภาพของกระบวนการเหล่าน”ี้

มกี ารปรกึ ษาร่วมกันในแนวทางการปฏิบัติของผผู้ ลิตและมาตรฐานการปฏิบัติทางวิชาชีพเพื่อกาหนดระดับการทาลายเชือ้ หรือ
การทาใหป้ ราศจากเชือ้ ทจี่ าเป็นสาหรบั เคร่ืองมือ (ดู GLD.7) ระดบั ของการทาลายเชือ้ หรอื การทาใหป้ ราศจากเชอื้ ยงั ขึน้ อย่กู บั
หมวดหม่ขู องเครอ่ื งมอื —Noncritical, Semi-critical และ Critical items.

ในปีค.ศ. 2008 แนวทางปฏิบัติ เพื่อการทาลายเชือ้ และการทาใหป้ ราศจากเชือ้ ในสถานพยาบาลของคณะกรรมการที่ปรึกษา
ดา้ นการควบคมุ การติดเชือ้ ในสถานพยาบาลของ CDC ไดย้ อมรบั แนวทางของ Earle H. Spaulding ในการทาลายเชือ้ และทา
ให้ปราศจากเชื้อเคร่ืองมือและอุปกรณ์สาหรบั การดูแลผูป้ ่ วย โดยใช้วิธีการแบ่งเป็นสามระดับ Spaulding Classification of
Surfaces รวมถงึ ต่อไปน:ี้

• ระดบั 1—วิกฤต (Critical): วัตถทุ ี่เขา้ สู่เนือ้ เย่ือซ่ึงปกติจะปลอดเชือ้ หรือระบบหลอดเลือดและตอ้ งการ การทาให้
ปราศจากเชือ้

• ระดับ 2—ก่ึงวิกฤต (Semi-critical): วัตถุท่ีสัมผัสกบั เย่ือเมือกหรือผิวหนังท่ีไม่เสียหาย และตอ้ งการการทาลายเชื้อ
ในระดบั สงู ซ่ึงฆ่าเชือ้ ไดท้ งั้ หมด ยกเวน้ สปอรข์ องแบคทเี รียในระดบั สงู

• ระดับ 3—ไม่สาคัญ: วัตถุท่ีสัมผัสกับผิวหนังท่ีมีรอยแผล(non-intact) แต่ไม่กระทบต่อเย่ือเมือก และตอ้ งการการ
ทาลายเชือ้ ในระดบั ต่า

การทาลายเชอื้ เครอื่ งมือและอปุ กรณท์ างการแพทยม์ ีทงั้ เทคนคิ ระดบั ต่าและระดบั สงู การทาลายเชอื้ ในระดบั ตา่ ใช้ สาหรบั non-
critical items เชน่ หฟู ังของแพทย์ เคร่ืองวดั ระดบั นา้ ตาลในเลอื ด และอปุ กรณท์ ี่ไม่รุกลา้ อน่ื ๆ การทาลายเชือ้ ในระดบั ต่า ยงั
เหมาะสาหรบั สิ่งของตา่ งๆ เชน่ แปน้ พมิ พค์ อมพิวเตอร์ โทรศพั ท์ และรีโมทโทรทศั น์ สารทาลายเชือ้ ที่ใชส้ าหรบั การทาลายเชอื้

188

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)


ในระดบั ต่า ไดแ้ ก่ phenols and quaternary ammonium compounds การทาลายเชือ้ ในระดบั สงู ใชก้ บั semi-critical items
ซึ่งเป็นส่งิ ของทส่ี มั ผสั กบั เยอ่ื เมือกหรือผวิ หนงั ท่ีปกติ (ตัวอย่างเชน่ Speculum ท่อี าจใชใ้ นแผนกหู คอ จมกู , แผนกสตู ิศาสตร/์
นรีเวชวทิ ยา หรอื แผนกจกั ษุวทิ ยา)
สารทาลายเชือ้ ท่ีอาจจะใชส้ าหรบั การทาลายเชอื้ ในระดบั สงู ไดแ้ ก่ ortho-phthalaldehyde and hydrogen peroxide การทาให้
ปราศจากเชอื้ เป็นส่งิ จาเป็นที่ตอ้ งทาในเครือ่ งมอื critical items ซงึ่ เป็นเครอื่ งมือที่สมั ผสั กบั ส่วนต่างๆ ของรา่ งกายทีป่ ลอดเชอื้
หรอื ระบบหลอดเลอื ดทป่ี ลอดเชอื้ เชน่ เครอ่ื งมือมากมายทางทนั ตกรรม, เคร่อื งมอื ผา่ ตดั และสายสวนหวั ใจ ในการทาใหป้ ราศ
จากเชือ้ เคร่ืองมือ critical ท่มี ลี กั ษณะเป็นบานพบั (hinged) อย่างถกู ตอ้ งจะตอ้ งอยใู่ นลกั ษณะที่เปิดถา่ งออก ในขณะทก่ี ารทา
ใหป้ ราศจากเชอื้ อาจจะไม่เหมาะสมกบั เคร่ืองมอื critical items บางประเภท เชน่ flexible endoscopes, ดงั นนั้ แนวทาง ของผู้
ผลติ อาจกาหนดใหใ้ ชก้ ารทาลายเชอื้ ในระดับสงู แทน

การทาใหป้ ราศจากเชอื้ เวชภณั ฑท์ างการแพทย/์ การผ่าตดั และอปุ กรณท์ ่ีทาหตั ถการรุกลา้ อืน่ ๆ รวมถึงวธิ ีการตา่ งๆ ทแ่ี ตกต่าง
กนั และแตล่ ะวธิ ีก็มีขอ้ ดีและขอ้ เสีย ประเภทของการทาใหป้ ราศจากเชอื้ ท่ใี ชข้ นึ้ อยกู่ บั สถานการณท์ ี่การทาใหป้ ราศจากเชอื้
เกดิ ขนึ้ และสงิ่ ที่กาลงั จะเขา้ สกู่ ารทาใหป้ ราศจากเชอื้ และแนวทางของผผู้ ลิต ตวั อยา่ งเช่น ความรอ้ นชนื้ ในรูปของไอนา้ อิม่ ตวั
ภายใตแ้ รงดนั มกั ใชก้ นั อย่างแพรห่ ลายและเช่อื ถือไดม้ ากที่สดุ อย่างไรก็ตาม การทาลายเชอื้ ดว้ ยไอนา้ สามารถใชไ้ ดก้ บั สิง่ ของ
ทที่ นความรอ้ นและความชนื้ เท่านนั้ การทาลายเชือ้ ท่อี ณุ หภูมิตา่ มกั ใชใ้ นการทาลายเชอื้ อปุ กรณท์ างการแพทยท์ ี่ไวตอ่ อณุ หภมู ิ
และความชนื้ Flash sterilization(หรือที่เรยี กวา่ การทาลายเชือ้ ดว้ ยไอนา้ แบบใชท้ นั ที (immediate-use steam sterilization)
จะใชใ้ นสถานการณท์ ไี่ มม่ ีเวลาเพียงพอในการทาลายเชอื้ ดว้ ยการใชว้ ิธีบรรจุใส่หอ่ แลว้ ใชไ้ อนา้ อม่ิ ตวั ภายใตแ้ รงดนั โรงพยาบาล
ปฏิบตั ติ ามแนวทางของผผู้ ลติ และแนวปฏิบตั ทิ างวชิ าชพี สาหรบั เทคนิคการทาใหป้ ราศจากเชอื้ ทเ่ี หมาะสมกบั ประเภทของ
สถานการณส์ าหรบั การทาปราศจากเชอื้ และเหมาะสมกบั อปุ กรณแ์ ละเวชภณั ฑท์ ีจ่ ะทาปราศจากเชอื้ ไดด้ ีท่ีสดุ จาเป็นตอ้ ง
มกี ารทาความสะอาดและทาลายเชอื้ เพิ่มเตมิ สาหรบั อุปกรณ์ เครอื่ งมอื เวชภณั ฑ์ ทางการแพทย/์ การผา่ ตดั ท่ีใชก้ บั ผปู้ ่วยท่ีถกู
แยก (isolated)เนอ่ื งจากใชม้ าตรการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอื้

การทาความสะอาด การทาลายเชอื้ และการทาใหป้ ราศจากเชือ้ สามารถทาไดใ้ นพนื้ ท่ีทาปราศจากเชอื้ แบบรวมศนู ย์ หรือดว้ ย
การกากบั ดแู ลท่ีเหมาะสม ในพนื้ ท่อี ื่น ๆ ของโรงพยาบาล เช่น หอ้ งปฏิบตั ิการระบบทางเดินอาหาร หรอื หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารสอ่ งกลอ้ ง
วธิ ีการทาความสะอาด การทาลายเชือ้ และการทาใหป้ ราศจากเชอื้ รกั ษามาตรฐานเดยี วกนั ทกุ ทีท่ ่ีดาเนินการใน โรงพยาบาล (ดู
ACC.6) เป็นส่งิ สาคญั ท่ีบุคลากรปฏิบตั ิตามมาตรฐานเพอ่ื ลดความเส่ยี งในการตดิ เชอื้ บุคลากรท่ปี ฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั อปุ กรณ์
เครื่องมือ เวชภณั ฑ์ ทางการแพทย/์ การผา่ ตดั นนั้ ถกู เนน้ และฝึกอบรมในการทาความสะอาด การทาลายเชือ้ และการทาใหป้ ราศ
จากเชอื้ , สามารถแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความสามารถในการปฏิบตั แิ ละไดร้ บั การกากบั ดแู ลอยา่ งเหมาะสม บคุ ลากรท่ปี ฏิบตั ิงาน
เก่ยี วกบั อปุ กรณ์ เครื่องมอื และเวชภณั ฑต์ อ้ งแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความสามารถซงึ่ เป็นสว่ นหน่ึงของการฝึกอบรมเบอื้ งตน้ และต่อเน่ือง

เพื่อป้องกันการปนเปื้อน เวชภัณฑ์ที่สะอาดและปลอดเชือ้ จะได้รบั การจัดเก็บอย่างเหมาะสม ในพืน้ ท่ีจัดเก็บท่ีกาหนดซ่ึง
สะอาดและแหง้ และป้องกนั ฝ่นุ ความชืน้ และอุณหภูมิสุดขว้ั ตามหลกั การแลว้ เวชภณั ฑป์ ลอดเชือ้ จะถูกจัดเก็บแยกต่างหาก

189

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)


จากเวชภณั ฑท์ ี่สะอาด และพืน้ ท่ีจัดเก็บปลอดเชือ้ มีการจากดั การเขา้ ถึง ผนู้ าโรงพยาบาลดาเนินการประเมินความเสี่ยง และ
ปรกึ ษามาตรฐานวิชาชีพเพ่ือระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจดั เก็บเฉพาะและเพ่ือ กาหนดมาตรการเพื่อลดความ
เสีย่ งเหลา่ นัน้ ตวั อยา่ งเช่น การใชก้ ระดาษแข็งหรือกล่องเก็บของพลาสตกิ ในพนื้ ที่จดั เก็บทีส่ ะอาด ส่ิงของที่ผา่ นการทาลายเชือ้
บางรายการตอ้ งมีหลกั การทาใหแ้ ห้งและเก็บรกั ษาเฉพาะ เพ่ือใหแ้ น่ใจว่าการทาลายเชือ้ น้ันสมบูรณ์และท่วั ถึง ตัวอย่างเช่น
หลงั จากการทาลายเชือ้ กลอ้ งเอนโดสโคปจะตอ้ งสามารถแขวนไดอ้ ย่างอิสระโดยไม่สมั ผัสกับ พืน้ เพ่ือป้องกนั ไม่ใหข้ องเหลว
สะสมทดี่ า้ นล่างของกลอ้ ง

องคป์ ระกอบท่ีวดั ไดข้ อง PCI.6

❑ 1. โรงพยาบาลปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติทางวิชาชีพและแนวทางของผูผ้ ลิตสาหรบั เทคนิคการทาให้ปราศจากเชื้อท่ี
เหมาะสมกบั ประเภทของสถานการณส์ าหรบั การทาลายเชอื้ และอปุ กรณแ์ ละเวชภณั ฑท์ จี่ ะทาใหป้ ราศจากเชือ้ ไดด้ ที ่สี ดุ

❑ 2. โรงพยาบาลปฏิบัติตามแนวปฏิบัติวิชาชีพและแนวทางของผู้ผลิตสาหรบั การทาลายเชื้อในระดับต่าและระดับสูงท่ี
เหมาะสมกบั ประเภทของอปุ กรณแ์ ละเคร่ืองมอื ท่ีจะทาลายเชอื้ ไดด้ ที ่สี ดุ

❑ 3. บุคลากรท่ีปฏิบัตงิ านเก่ียวกบั อปุ กรณ์ เครื่องมือ เวชภณั ฑ์ ทางการแพทย/์ การผ่าตัดถกู เนน้ และ ฝึกอบรม และแสดงให้
เหน็ ถงึ ความสามารถในการทาความสะอาด การทาลายเชอื้ และการทาใหป้ ราศจากเชือ้ และพวกเขาจะไดร้ บั การกากับ
ดแู ลทเี่ หมาะสม

❑ 4. วิธีการในการทาความสะอาดทางการแพทย/์ การผ่าตัด การทาลายเชือ้ และการทาใหป้ ราศจากเชือ้ ไดร้ บั การประสาน
และนาไปใชใ้ นรูปแบบเดียวกนั ท่วั ทงั้ โรงพยาบาล

❑ 5. วัสดุที่สะอาดและปลอดเชือ้ จะถูกจัดเก็บอย่างเหมาะสมในพืน้ ท่ีจดั เก็บท่ีกาหนด ซึ่งสะอาดและแห้ง และป้องกันฝุ่น
ความชนื้ และอณุ หภูมิสดุ ขวั้

มาตรฐาน PCI.6.1
โรงพยาบาลระบแุ ละดาเนินการตามกระบวนการในการจดั การการใชซ้ า้ ของอปุ กรณแ์ บบใชค้ รงั้ เดยี วท่สี อดคลอ้ งกบั กฎหมายแ
ละระเบยี บขอ้ บงั คบั ของภมู ภิ าคและทอ้ งถิ่น และดาเนินการตามกระบวนการสาหรบั การจดั การเวชภณั ฑท์ ่หี มดอายุ P

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.6.1

อปุ กรณแ์ บบใชค้ รง้ั เดียวบางอยา่ งอาจถกู นามาใชซ้ า้ ได้ ภายใตส้ ถานการณเ์ ฉพาะเม่ือไดร้ บั อนญุ าต โดยกฎหมายและขอ้
บงั คบั ในทอ้ งถ่ิน และระดบั ประเทศ มาตรฐานนรี้ ะบปุ ระเภทของอปุ กรณ์ [การแพทย]์ single-use critical and semi-critical
[medical] devices ซงึ่ ระบุไวใ้ นการจาแนก Spaulding Classification; ไมไ่ ดห้ มายรวมถึง non-critical devices มคี วามเสี่ยง
สองประการทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั การนาอปุ กรณแ์ บบใชค้ รง้ั เดียวทนี่ ากลบั มาใชใ้ หม่อีกครงั้ : มีความเสีย่ งที่จะติดเชอื้ เพมิ่ ขนึ้ และมี
ความเส่ยี งทีป่ ระสิทธิภาพของอปุ กรณอ์ าจไมเ่ พียงพอหรือ ไม่สามารถยอมรบั ได้ หลงั จาก มีการผ่านกระบวนซา้

190

แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)


(reprocessing) การใชอ้ ปุ กรณแ์ บบใชค้ รงั้ เดยี วซา้ ท่นี ากลบั มาใชใ้ หม่มคี วามเสย่ี งสงู เนื่องจากอปุ กรณ์ จานวนมากมีการ ออก
แบบท่ีซบั ซอ้ น จึงทาใหท้ าความสะอาด ทาลายเชือ้ หรอื ทาลายเชือ้ ไดย้ าก การ reprocessing ตอ้ ง เป็นไปตามเกณฑ์ เดยี วกนั
กบั ผผู้ ลิตดงั้ เดมิ เพอื่ ใหแ้ นใ่ จว่าอปุ กรณน์ นั้ ปลอดภยั สาหรบั การนากลบั มาใชใ้ หม่ ทงั้ ในดา้ นการ ทางานและความสะอาดหลงั
จาก reprocessing แมจ้ ะมขี อ้ กาหนดเหลา่ นี้ การทา reprocessing อาจส่งผลต่อ ประสทิ ธิภาพหรอื การทางานของอปุ กรณ์
ซง่ึ นาไปส่คู วามเสี่ยงทเี่ พ่มิ ขนึ้ ที่อปุ กรณจ์ ะพงั หรอื ลม้ เหลวระหว่างการใชง้ าน อปุ กรณแ์ บบใช้ ครงั้ เดยี วสว่ นใหญ่ไม่ไดอ้ อกแบบ
มาสาหรบั reprocessing ส่งผลใหม้ คี วามเส่ยี งทจ่ี ะเกิดการตดิ เชอื้ มากขนึ้ นอกจากนี้ สารเคมีที่ใชใ้ นการ reprocessing อาจ
กดั กรอ่ นอปุ กรณ์ และกระบวนการเองอาจทาใหอ้ ปุ กรณเ์ สยี หายได้

เคร่อื งมือแพทยท์ ี่ผลิตขนึ้ เพ่อื ใชเ้ ป็นอปุ กรณแ์ บบใชค้ รงั้ เดียวอาจมีเครื่องหมาย เช่น  หรอื คาต่างๆ เช่น "ใชค้ รงั้ เดียวเท่านนั้ "
"หา้ มใชซ้ า้ " หรอื "ใชแ้ ลว้ ทงิ้ " หากโรงพยาบาลอนญุ าตใหใ้ ชอ้ ปุ กรณแ์ บบใชค้ รง้ั เดียวทน่ี ากลบั มาใช้ซา้ ใหมไ่ ด้ โรงพยาบาลมี
นโยบายที่จะแนะนาการใชซ้ า้ ดงั กล่าว นโยบายสอดคลอ้ งกบั กฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของประเทศและมาตรฐานวชิ าชพี
และรวมถงึ การกาหนด

a) อปุ กรณแ์ ละวสั ดแุ บบใชค้ รง้ั เดยี วทอ่ี าจนากลบั มาใชใ้ หม่ ได้

b) กระบวนการเมือ่ อปุ กรณแ์ บบใชค้ รงั้ เดียวไมป่ ลอดภยั หรอื เหมาะสมสาหรบั การนากลบั มาใชใ้ หม่

c) กระบวนการทาความสะอาดสาหรบั อปุ กรณแ์ ตล่ ะชิน้ ท่ตี อ้ งทาทนั ทหี ลงั การใชง้ านและปฏบิ ตั ิตามระเบยี บปฏบิ ตั ิ
ทช่ี ดั เจน

d) การระบตุ วั ผปู้ ่วยท่ีใชอ้ ปุ กรณท์ างการแพทยแ์ บบใชซ้ า้ ได้ และ

e) การประเมินเชงิ รุกเกี่ยวกบั ความปลอดภยั ของสงิ่ ของท่ใี ชค้ รงั้ เดียวซา้ ได้

โรงพยาบาลรวบรวมและวิเคราะหข์ อ้ มลู เกีย่ วกบั อบุ ัตกิ ารณไ์ ม่พึงประสงคท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกบั อปุ กรณแ์ ละวสั ดทุ ี่ใชซ้ า้ เพ่ือระบุความ
เส่ียงและดาเนินการเพ่ือลดความเสี่ยงและปรบั ปรุงกระบวนการ (ดู QPS.8) มีการกากบั ดแู ลกระบวนการในการอนุญาต หรือ
เพิกถอนการอนุมตั ิสาหรบั การใชซ้ า้ ของอปุ กรณ์แบบใชค้ รงั้ เดียวที่นากลบั มาใชใ้ หม่ โดยพิจารณาจากขอ้ มูลเหล่านี้ ความตอ้ ง
การของโรงพยาบาล, และทางเลือกในการนากลบั มาใชใ้ หม่ รายการอปุ กรณแ์ บบใชค้ รงั้ เดียวที่ไดร้ บั อนุมตั ใิ หใ้ ชซ้ า้ จะไดร้ บั การ
ตรวจสอบเป็นประจาเพอื่ ใหแ้ น่ใจว่าถกู ตอ้ งและเป็นปัจจุบนั

วสั ดทุ างการแพทยส์ ่วนใหญ่ (สารละลายทางหลอดเลือดดา สายสวน ไหมเย็บ และวสั ดทุ างการแพทยอ์ ื่นๆ) จะถกู ประทบั ตรา
พรอ้ มวนั หมดอายุ เมือ่ พน้ วนั หมดอายขุ องวสั ดเุ หล่านี้ ผผู้ ลติ ไม่รบั ประกนั ความปลอดเชอื้ ความปลอดภยั หรือความเสถยี ร ของ
สนิ คา้ วสั ดบุ างอย่างมีขอ้ ความระบุว่าของส่ิงนน้ั ปลอดเชือ้ ตราบใด ที่บรรจุภณั ฑไ์ ม่เสียหาย นโยบายระบุกระบวนการเพ่ือ ให้
แนใ่ จวา่ มีการจดั การเวชภณั ฑท์ หี่ มดอายอุ ย่างเหมาะสม

191

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ PCI.6.1

❑ 1. โรงพยาบาลกาหนดอุปกรณ์และวัสดุแบบใชค้ รง้ั เดียวที่อาจนากลับมาใช้ใหม่ได้ ตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับ
ของทอ้ งถิ่นและระดบั ประเทศ

❑ 2. โรงพยาบาลใช้กระบวนการที่เป็นมาตรฐานในการกาหนดว่าอุปกรณ์แบบใชค้ รง้ั เดียวนั้นไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะ
สาหรบั การใชซ้ า้ อีกต่อไป

❑ 3. โรงพยาบาลมีระเบียบการปฏิบัติที่ชัดเจนสาหรบั การทาความสะอาด การทาลายเชื้อ และการทาให้ปราศจากเชื้อ
ตามความเหมาะสม สาหรบั อปุ กรณแ์ บบใชค้ รง้ั เดยี วทน่ี ากลบั มาใชซ้ า้ ได้ แตล่ ะรายการ

❑ 4. กระบวนการทาความสะอาดสาหรบั แตล่ ะอปุ กรณเ์ ป็นไปตามโปรโตคอล

❑ 5. โรงพยาบาลระบผุ ปู้ ่วยท่ีใชอ้ ปุ กรณท์ างการแพทยแ์ บบใชซ้ า้ ได้

❑ 6. เมื่อเกิดอุบัติการณ์ไม่พึงประสงคท์ ่ีเกิดจากการนาอุปกรณ์แบบใชค้ รง้ั เดียวมาใชซ้ า้ ผปู้ ่ วยท่ีใชอ้ ปุ กรณ์เหล่านีจ้ ะได้รบั
การติดตาม และทาการวิเคราะห์ พรอ้ มผลลพั ธท์ ่ีใชใ้ นการกาหนดการพฒั นาและดาเนนิ การพฒั นา

ความสะอาดของส่ิงแวดล้อม

มาตรฐาน PCI.7

โปรแกรมการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้ ระบุและดาเนินการตามมาตรฐาน จากโปรแกรมการ ป้องกนั และควบคมุ

การติดเชอื้ ที่เป็นทย่ี อมรบั เพ่อื กาหนดการทาความสะอาดและการทาลายเชือ้ ของสิ่งแวดลอ้ มและพนื้ ผวิ ส่งิ แวดลอ้ ม P

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.7

เชือ้ โรคบนพนื้ ผิวและท่วั ทงั้ สง่ิ แวดลอ้ มมสี ว่ นทาให้ผปู้ ่วย บุคลากร และผมู้ าเยี่ยมเยือน เกิดความเจ็บป่วยทเี่ กิดจากโรงพยาบาล
การทาความสะอาดและทาลายเชอื้ ในสงิ่ แวดลอ้ มท่ีมีประสิทธิภาพมีสว่ นช่วยในการป้องกนั การติดเชอื้ ใน โรงพยาบาล
การทาความสะอาดสงิ่ แวดลอ้ มเป็นประจารวมถึงการทาความสะอาดประจาวนั ท่ีหอ้ งผปู้ ่วยและพนื้ ท่ีที่ใชใ้ นการดแู ล, พนื้ ท่รี อ
คอยและพนื้ ท่สี าธารณะอนื่ ๆ, พนื้ ทท่ี างานของบคุ ลากร, หอ้ งครวั , และอน่ื ๆ โรงพยาบาลตอ้ งกาหนดแนวทา ปฏิบตั ิ ในการทา
ความสะอาดประจาตามตามปกติ ซึ่งรวมถงึ ความถี่ในการทาความสะอาด, อปุ กรณท์ าความสะอาดและสาร ทใ่ี ช,้ บคุ ลากรคน
ใดมหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบในการทาความสะอาด, และเมือ่ พืน้ ท่ตี อ้ งการการทาความสะอาดถ่ีขนึ้ การทาความสะอาดขนั้ ตอนสดุ ทา้ ย
จะเสร็จสนิ้ หลงั จากผปู้ ่วยจาหนา่ ย กระบวนการนอี้ าจไดร้ บั การยกระดบั เพิม่ เติม หากผปู้ ่วยมีการ ตดิ เชือ้ ทท่ี ราบหรอื สงสยั ว่า
เป็นโรคตดิ ตอ่ การทาความสะอาดขน้ั ตอนสดุ ทา้ ยตอ้ งการใหใ้ สใ่ จตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มเพ่ิมเติม และอาจ รวมถงึ การซกั ผา้ ม่านที่ใช้

192

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)


เพอื่ ความเป็นสว่ นตัว, การถอด และทาความสะอาดส่ิงของทถ่ี อดออกไดท้ งั้ หมดในหอ้ ง, และการทาลายเชอื้ ท่ีพนื้ ผวิ ดว้ ยสาร
ทาความสะอาดหลายชนิด ตามทรี่ ะบไุ วใ้ นมาตรฐานการปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้

บางพนื้ ท่ีของโรงพยาบาลตอ้ งการการดแู ลเป็นพิเศษในระหว่างการทาความสะอาดและทาลายเชอื้ ส่ิงแวดลอ้ ม เน่อื งจากเป็น
ลกั ษณะที่มีความเสีย่ งสงู ผนู้ าโรงพยาบาลดาเนินการประเมนิ ความเสยี่ ง เพอื่ กาหนดวา่ สว่ นใดของโรงพยาบาลตอ้ งมกี ารทา
ความสะอาด และทาลายเชอื้ เพ่ิมเติม พนื้ ท่ีต่างๆ เชน่ หอ้ งผ่าตดั , แผนก Central Sterile Supply Department, หอ้ งไอซียู
ทารกแรกเกิด , Burn units, และอ่นื ๆ มกั จะจดั ใหพ้ นื้ ท่ีเหล่านเี้ ป็นพนื้ ทที่ ี่มีความเสย่ี งสงู ผนู้ าโรงพยาบาลระบุแนวทางทาง
คลนิ กิ ท่เี หมาะสม และคาแนะนาการปฏบิ ตั สิ าหรบั เจา้ หนา้ ท่เี พ่ือใชใ้ นการทาความสะอาดและทาลายเชอื้ ในพืน้ ท่ีหรือสถาน
การณท์ มี่ คี วามเสี่ยงสงู

การทาความสะอาดและการทาลายเชือ้ สิ่งแวดลอ้ มไดร้ บั การตดิ ตามตรวจสอบผา่ นหลากหลายวิธี ตวั อยา่ งเช่น ผนู้ า
โรงพยาบาล อาจรวบรวมคาชมและคารอ้ งเรยี นของผปู้ ่วยและครอบครวั หรืออาจใช้ fluorescent markers เพ่อื ตรวจหาเชอื้ โรค
ท่ีตกคา้ ง ขอ้ มลู เหล่านีจ้ ะนาไปใชใ้ นการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องสาหรบั บุคลากรทาความสะอาดส่งิ แวดลอ้ ม และเพื่อประเมนิ
และนาไปใชป้ รบั เปลยี่ นกระบวนการทาความสะอาดและทาลายเชือ้ เมือ่ มีขอ้ บ่งชี้

องคป์ ระกอบทวี่ ดั ไดข้ อง PCI.7

❑ 1. โรงพยาบาลเลือกมาตรฐานและขนั้ ตอนการทาความสะอาดและทาลายเชอื้ จากโปรแกรมการปอ้ งกนั และควบคมุ การ
ติดเชอื้ ทเ่ี ป็นทย่ี อมรบั เพอื่ รกั ษาความสะอาดของส่ิงแวดลอ้ ม

❑ 2. ผนู้ าโรงพยาบาลกาหนดพนื้ ที่และสถานการณท์ ี่มีความเสย่ี งสงู ต่อการแพร่กระจายเชือ้ และดาเนินการเพิ่มเตมิ ในส่วนของ
การทาความสะอาด และ ทาลายเชือ้ ตามขอ้ บง่ ชี้

❑ 3. การทาความสะอาดหอ้ งท่ตี ิดเชือ้ ระหว่างทีผ่ ปู้ ่วยรบั การรกั ษาในโรงพยาบาลและหลงั การจาหน่ายจากโรงพยาบาล
ใหป้ ฏบิ ตั ิตามแนวทางการป้องกนั และควบคมุ การติดเชอื้

❑ 4. โรงพยาบาลเฝา้ ติดตามกระบวนการทาความสะอาดและทาลายเชือ้ ในสิ่งแวดลอ้ ม และขอ้ มลู จะถกู ใชเ้ พื่อทาการ
เปล่ยี นแปลงกระบวนการเม่ือทาได้

มาตรฐาน PCI.7.1

โปรแกรมป้องกนั และควบคุมการติดเชอื้ กาหนดมาตรฐานท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การทาความสะอาดและการทาลายเชอื้ เสอื้ ผา้ ผา้ ปทู ี่
นอน และชดุ เคร่อื งแบบท่โี รงพยาบาลจดั ให้ มาตรฐานนีม้ าจากหน่วยงานดา้ นสขุ ภาพในการควบคมุ การติดเชือ้ ท่เี ป็นที่ ยอมรบั

193

แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)


เจตจานงของมาตรฐาน PCI.7.1

การจดั การซักรีด ผา้ ปูท่ีนอน และชุดใส่ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลจดั ให้ (Hospital scrub attire ชุดสครบั ) รวมถึงการรวบรวม
การคดั แยก การซกั การอบแหง้ การพบั การแจกจ่าย และการจัดเก็บส่ิงเหล่านี้ วิธีการซักผา้ เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ
ขอ้ บังคบั ของทอ้ งถิ่นและระดับ ประเทศ และปฏิบัติตามแนวทางจากหน่วยงานควบคุมการติดเชือ้ ท่ีไดร้ บั การยอมรบั เพื่อให้
แนใ่ จวา่ มกี ารดาเนินการรายการ เหล่านอี้ ยา่ งปลอดภยั และท่วั ถงึ

บุคลากรท่ดี ูแลเสอื้ ผา้ ผา้ ปทู น่ี อน และชดุ ปฏิบตั ิงาน ปฏิบตั ติ ามขอ้ ควรระวงั มาตรฐาน และใชม้ าตรการป้องกนั การแพร่ กระจาย
เชือ้ ท่ีเหมาะสม เมื่อจัดการกบั เสือ้ ผา้ และผา้ ปทู ีน่ อนจากหอ้ งแยก ตัวอย่างเช่น บคุ ลากรท่ีนาผา้ ปทู ี่นอน จากหอ้ งแยกโรคติด
ต่อจากการสัมผัส (contact isolation room) จะใชถ้ งุ มือและเสือ้ คลุมเพื่อป้องกนั ตวั เองจากการสมั ผัสถูกผา้ เหล่าน้นั เสือ้ ผา้ ท่ี
ปนเปื้อน ผา้ ปทู ี่นอน และชุดสครบั ที่โรงพยาบาลจัดให(้ Hospital scrub attire) ท่ีชมุ่ เลอื ด หรือ ของเหลวจากรา่ งกายชนิดอื่นๆ
จะถกู แยกออกจากสง่ิ ท่เี ปื้อนอื่นๆ และติดฉลากว่าปนเปื้อนเพ่อื กระตนุ้ เตือนใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีท่ีเป็นผดู้ าเนนิ การกบั สง่ิ เหล่านใี้ หท้ ราบ
ความเส่ียงในการติดเชอื้ ทีเ่ พมิ่ ขนึ้ การซกั ฟอกประกอบดว้ ยการชะลา้ ง, ซกั , ฟอกสี, ลา้ งนา้ และ ทาให้ เป็นกรด, และ ปฏิบตั ิตาม
แนวทางจากหนว่ ยงานควบคมุ การติดเชอื้ ซง่ึ รวมถึงอณุ หภูมขิ องนา้ , ระยะเวลาของรอบ การซกั , และการใชส้ ารทาความสะอาด
เสอื้ ผา้ ผา้ ปทู ีน่ อน และชดุ สครบั ที่โรงพยาบาลจดั ให้ (Hospital scrub attire) จะได้ รบั การจดั การ, ขนสง่ และจดั เกบ็ ใน ลกั ษณะ
ทีป่ ้องกนั การปนเปือ้ นของส่ิงของที่สกปรกและสะอาด ตัวอย่างเช่น ส่ิงทสี่ กปรก และสะอาด อาจเขา้ และออกจากสถานทซี่ กั รีด
ผา่ นประตทู กี่ าหนดและผา้ สะอาดอาจจะเกบ็ ไวใ้ นรถเขน็ ผา้ ทป่ี ิดคลมุ ได้

โรงพยาบาลระบุพืน้ ท่ีที่บุคลากรจะตอ้ งสวมชุดสครบั ท่ีโรงพยาบาลจัดให(้ Hospital scrub attire) รวมถึงเสือ้ คลุมสีขาว หรือ
แจค็ เก็ต เน่ืองจากความเส่ียง ในการตดิ เชอื้ ที่เพ่ิมขนึ้ ตัวอย่างเช่น แผนกหนว่ ยจ่ายกลาง หอ้ งผ่าตัด และหอผปู้ ่วยวกิ ฤต ทารก
แรกเกิด โรงพยาบาลยงั ใชแ้ นวทางปฏิบัติท่ีลดความเส่ียงของการติดเชือ้ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั เสือ้ คลุมสีขาวและเสือ้ หอ้ ง ปฏิบัติการ
เน่ืองจากส่ิงของเหล่านีส้ ามารถกักเก็บและส่งต่อเชื้อโรคระหว่างผปู้ ่ วยได้ บุคลากรจะไดร้ บั ความรูว้ ่าเม่ือใดควร เปล่ียนเป็น
ชุดสครับและตอ้ งคลุมหรือเปล่ียนชุดสครับเม่ือใด บุคลากรท่ีไม่ไดร้ ับชุดสครับที่โรงพยาบาลจัดใหจ้ ะได้รบั ความรูเ้ กี่ยวกับ
แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการซกั ทบ่ี า้ นเพอ่ื ลดความเสย่ี งของการตดิ เชือ้ ระหวา่ งโรงพยาบาลและชมุ ชน

องคป์ ระกอบทวี่ ดั ไดข้ อง PCI.7.1

❑ 1. วิธีการซกั ฟอกผา้ เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของทอ้ งถิน่ และระดบั ประเทศ และปฏิบตั ติ ามแนวทาง
ปฏิบตั ิ จากหน่วยงานควบคมุ การตดิ เชอื้ ทไ่ี ดร้ บั การยอมรบั

❑ 2. ใช้ Standard precautions เมอื่ จดั การกบั เสอื้ ผา้ ผา้ ปทู นี่ อน และชดุ สครบั และใชม้ าตรการ transmission-based
precautions เมือ่ มขี อ้ บ่งชี้

❑ 3. เสอื้ ผา้ ผา้ ปทู ี่นอนและชดุ สครบั ถกู ขนยา้ ย, ทาการซกั ,และจดั เก็บในลกั ษณะทป่ี ้องกนั การปนเปื้อน ระหวา่ งสิ่งท่ีสกปรก
และสะอาด

194

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)


❑ 4. บคุ ลากรสวมชดุ สครบั ของโรงพยาบาลในสถานทท่ี ี่กาหนด

เนือ้ เย่ือมนุษย์และของเสียทตี่ ดิ เชือ้

มาตรฐาน PCI.8

โรงพยาบาลลดความเสย่ี งของการติดเชือ้ ดว้ ยการกาจัดของเสียอย่างเหมาะสม การจดั การเนอื้ เยอ่ื ของมนษุ ยอ์ ย่างเหมาะสม
และการใชแ้ ละการกาจดั ของมคี มและเข็มฉีดยาอยา่ งปลอดภยั P

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.8

โรงพยาบาลทาใหเ้ กิดของเสียจานวนมากในแตล่ ะวนั บ่อยครงั้ ท่ีของเสียนนั้ เป็นหรืออาจเป็นของเสยี ติดเชอื้ ได้ ดงั นั้น การกาจัด
ของเสียอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชอื้ ในโรงพยาบาล สง่ิ นเี้ ป็นจรงิ สาหรบั การกาจดั ของเหลวในรา่ งกาย, และ
วสั ดทุ ่ีปนเปือ้ นดว้ ยของเหลวในรา่ งกาย, การกาจดั เลอื ดและสว่ นประกอบของเลือด, และการกาจัดหรอื การทาลายของเสีย ทาง
พยาธิวิทยา เนอื้ เย่ือ อวยั วะ และส่วนตา่ งๆ ของร่างกายของมนษุ ยต์ อ้ งการการจดั การอย่างระมดั ระวัง(careful) และใหเ้ กียรติ
(respectful)เพอื่ ลดความเสี่ยงของการติดเชือ้ ในระหว่างการจบั สมั ผสั การขนส่ง และกระบวนการจดั การ

อนั ตรายอย่างหน่ึงของการบาดเจ็บจากเข็มท่ิมตาคือ การแพรก่ ระจายของโรคติดเชื้อทางเลือด (bloodborne disease) การ
หยิบจับและการกาจดั ของมีคมและเข็มท่ีไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของบุคลากร การปฏิบัติงานมี
อิทธิพลต่อความเส่ียงต่อการบาดเจ็บและการสัมผัสกับโรค การกาหนดและดาเนินการตาม evidence-based ตามแนวทาง
ปฏิบัติ เพื่อลดความเส่ียงของการบาดเจ็บจากของมีคม ทาใหม้ ่นั ใจไดว้ ่าการบาดเจ็บดงั กล่าวก็จะเกิดนอ้ ยท่ีสุด โรงพยาบาล
จาเป็นตอ้ งใหค้ วามรูแ้ ก่เจา้ หนา้ ทเี่ กยี่ วกบั การจบั สมั ผสั และการจดั การของมคี มและเข็มอย่างปลอดภยั (ดู SQE.8.2 )

การกาจัดเข็มและของมีคมอย่างเหมาะสมยงั ช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บและการสัมผสั เชือ้ การกาจดั อย่างเหมาะสม
รวมถึงการใชภ้ าชนะที่ปิดได้ ป้องกนั การท่ิมทะลุ และป้องกันการร่วั ท่ีดา้ นขา้ งและดา้ นล่าง บุคลากรควรเขา้ ถึงภาชนะเหล่านี้
ไดง้ ่ายและไม่ควรใส่จนลน้ นอกจากนี้ ภาชนะบรรจุตอ้ งติดฉลากในลักษณะท่ีเตือนถึงอันตรายท่ีอาจเกิดขึน้ จากการบาดเจ็บ
และตอ้ งจดั เก็บในลกั ษณะทปี่ ้องกนั ไมใ่ หข้ องมีคมหกกระจายออกจากภาชนะ (ดAู CC.6 .)

การกาจดั เข็ม มีดผ่าตดั และของมีคมอ่นื ๆ อย่างไม่เหมาะสม อาจก่อใหเ้ กิดความเสี่ยงตอ่ สขุ ภาพของประชาชนท่วั ไป และผทู้ ่ี
ทางานกับการจัดการขยะ ตัวอย่างเช่น การทิง้ ภาชนะบรรจุของมีคมในมหาสมุทรหรือ ทิง้ รวมกบั ขยะท่ัวไป อาจก่อใหเ้ กิด
ความเสี่ยงต่อสาธารณะหากภาชนะเปิดออก โรงพยาบาลตอ้ งทิง้ ของมีคมและเข็มอย่างปลอดภัยหรือทาสัญญากับองคก์ รท่ี
ม่นั ใจว่ามีการกาจดั ภาชนะบรรจุขยะทางการแพทยอ์ ย่างเหมาะสม และปฏิบตั ติ ามกฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับ (ดู FMS.7
ถึง FMS.7.2 )

195

แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)


โรงพยาบาลใชน้ โยบายที่กาหนดการจัดการทกุ ขน้ั ตอนในกระบวนการอยา่ งเพียงพอ รวมถงึ การระบุประเภทและการใชภ้ าชนะ
ที่เหมาะสม การกาจดั ภาชนะ และมีการเฝา้ ระวงั กระบวนการกาจดั ขยะ

มีส่ิงท่ีตอ้ งคานึงถึงเป็นพิเศษที่เก่ียวขอ้ งกับการจัดการร่างผเู้ สียชีวิตและส่วนต่างๆ ของรา่ งกายมนุษยด์ ว้ ยความเคารพและ
ปลอดภัย หอ้ งเกบ็ ศพถูกสรา้ งขึน้ ในลกั ษณะที่ม่นั ใจไดใ้ นความปลอดภยั ต่อรา่ งผเู้ สียชีวิตและสว่ นต่างๆของรา่ งกายและความ
ปลอดภยั ของเจา้ หนา้ ท่ีท่ีเป็นผดู้ าเนนิ การกบั ศพ ผนู้ าของโรงพยาบาลปรึกษากฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับของทอ้ งถิน่ และ
ระดบั ประเทศ และพิจารณาถงึ วฒั นธรรมและประเพณีทอ้ งถ่นิ เมื่อออกแบบหอ้ งเก็บศพของโรงพยาบาล ขอ้ พิจารณาเพิ่มเติม
รวมถึงห่วงโซ่วิธีการคุ้มครองพยานหลกั ฐาน สาหรับร่างกาย ส่วนต่างๆ ของร่างกาย และตวั อย่างใดๆ ท่ีนาออกไปเพ่ือการ
ทดสอบ วิธีที่บุคลากรไดร้ บั แจง้ เก่ียวกับการติดเชอื้ ท่ีทราบหรือตอ้ งสงสัยว่าติดเชือ้ , และวิธีการรกั ษาร่างกายเพื่อป้องกันการ
ปนเปื้อน (croos contamination) ที่อาจเกิดขึน้ ตัวอย่างเช่น ห่วงโซ่ของพยานหลกั ฐานที่แสดงว่า โรงพยาบาลมีวิธีป้องกัน
รา่ งกายหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย จนกวา่ จะไม่อยภู่ ายใต้ขอบเขตอานาจของโรงพยาบาลและบนั ทึกเอาไว้ หอ้ งเก็บศพ ไดร้ บั
การบารุงรกั ษา อณุ หภูมแิ ละความชนื้ เพือ่ ใหแ้ น่ใจวา่ มีการจดั เก็บอย่างเหมาะสม เจา้ หนา้ ท่ีสามารถเขา้ ถึง อุปกรณป์ อ้ งกนั ส่วน
บุคคล, จุดทาความสะอาดมือ, และสารทาความสะอาดท่ีจาเป็นท่วั ท้ังห้องเก็บศพ และเจา้ หนา้ ที่ไดร้ บั การฝึกอบรมเกี่ยวกับ
ขนั้ ตอนการดาเนินการกบั ศพอยา่ งปลอดภยั และใหเ้ กยี รติ

องคป์ ระกอบทว่ี ดั ไดข้ อง PCI.8

❑ 1. การจับสมั ผัสและการกาจดั ของเสียที่ติดเชือ้ เลือดและส่วนประกอบของเลือด ของเหลวในรา่ งกาย และเนื้อเยื่อของ
รา่ งกายไดร้ บั การจดั การเพ่ือลดความเสย่ี งตอ่ การแพรเ่ ชือ้

❑ 2. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนนิ การเพ่ือลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บและการตดิ เชือ้ จากการ จบั สมั ผสั และการจดั การ
ของมีคมและเขม็

❑ 3. รวบรวมของมีคมและเขม็ ไวใ้ นภาชนะเฉพาะท่ี ปิดได้ ,ปอ้ งกนั การเจาะทะล,ุ ป้องกนั การร่วั ซมึ และไม่นากลบั มาใชใ้ หม่.

❑ 4. โรงพยาบาลกาจัดของมีคมและเข็มอย่างปลอดภัยหรือทาสัญญากับแหล่งท่ีม่ันใจว่ามีการกาจัดภาชนะมีคมอย่าง
เหมาะสมในสถานท่ีทงิ้ ขยะอนั ตรายโดยเฉพาะ หรือตามทกี่ ฎหมายและขอ้ บงั คบั ของประเทศกาหนด

❑ 5. พนื้ ท่เี ก็บศพและชนั สตู รพลกิ ศพ ดาเนินการในลกั ษณะทเ่ี ป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบขอ้ บงั คบั และวฒั นธรรม/ ประเพณี
ทอ้ งถนิ่ และไดร้ บั การจดั การในลกั ษณะทลี่ ดความเสย่ี งในการแพรเ่ ชือ้

❑ 6. บุคลากรไดร้ บั การฝึกอบรมเกย่ี วกับการป้องกนั การปนเปื้อน การเก็บรกั ษาหว่ งโซ่วัตถุพยานเมื่อจาเป็น และขน้ั ตอนการ
จดั การอย่างปลอดภยั และใหเ้ กียรติ

196

แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)


มาตรฐาน PCI.8.1

โรงพยาบาลมกี ระบวนการปกปอ้ งผปู้ ่วยและเจา้ หนา้ ท่ีจากเชือ้ โรคในเลอื ด (bloodborne pathogens) ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การสมั ผัส

กบั เลอื ดและของเหลวในรา่ งกาย P

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.8.1

การสมั ผสั กบั เลอื ดและของเหลวในรา่ งกายเกิดขึน้ เมื่อแพทย์ เจา้ หนา้ ที่ ผปู้ ่วย หรือผู้ มาเย่ียม สมั ผสั กับเลือดหรอื ของเหลวใน
รา่ งกายของบุคคลอ่ืนผ่านทางผิวหนังที่มีรอยเปิด เย่ือเมือก ตา จมูก หรือปาก เชือ้ โรคต่างๆ รวมท้ังไวรสั ตบั อกั เสบบี ไวรสั ตบั
อกั เสบซี และเอชไอวี สามารถแพรเ่ ชอื้ ไดท้ างเลือดหรือการสัมผัสของเหลวในรา่ งกาย (ดู SQE.8.3) ของเหลวในรา่ งกาย ไดแ้ ก่
นา้ ใน ไขสนั หลงั ไขขอ้ เย่อื หมุ้ ปอด ช่องทอ้ ง เย่ือหมุ้ หัวใจ และนา้ ครา่ ของเหลวอื่นๆในรา่ งกายท่ไี ม่เสี่ยงต่อการแพรเ่ ชือ้ ก่อโรค
ในเลือด เวน้ แต่ว่ามีการปนเปื้อนดว้ ยเลือดอย่างเห็นไดช้ ดั ไดแ้ ก่ นา้ นมแม่ เสมหะ นา้ มูก นา้ ลาย เหง่อื นา้ ตา ปัสสาวะ อจุ จาระ
และอาเจยี น โดยท่วั ไปแลว้ ไม่จาเป็นตอ้ งรายงานหรือติดตามการสมั ผสั กับของเหลวเหล่านี้ เวน้ แตว่ า่ มกี ารปนเปื้อน เลอื ด อย่าง
เหน็ ไดช้ ดั หรือกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ในทอ้ งถน่ิ หรือระดบั ประเทศ หรือนโยบายของโรงพยาบาลกาหนดใหร้ ายงาน การ
ใชอ้ ปุ กรณป์ ้องกนั ภยั ส่วนบคุ คลอย่างเหมาะสมกบั งานสามารถลดโอกาสที่จะสมั ผสั เชือ้ ไดอ้ ย่างมาก

โรงพยาบาลไดก้ าหนดกระบวนการในการจดั การกับเจา้ หนา้ ที่ ผปู้ ่วย และผมู้ าเยี่ยม เม่ือสมั ผสั กับเลือดและของเหลวในรา่ งกาย
(โปรดดู PCI.4 และ SQE.8.2) กระบวนการรวมถึง ผทู้ ี่ควรรบั รายงานอบุ ตั ิการณ์ ขน้ั ตอนนีอ้ าจแตกต่างกันไป ขึน้ อยู่ กับช่วง
เวลาของวัน หรือวนั ในสปั ดาห์ อย่างไรกต็ ามบคุ ลากรตอ้ งสามารถรายงานเหตกุ ารณก์ ารสมั ผสั เชือ้ ไดต้ ลอดเวลา กระบวนการนี้
รวมถึงการรายงานเหตกุ ารณ์ไปยังหวั หนา้ งานโดยตรงและหน่วยดูแลสุขภาพของบุคลากรหรือแผนกฉุกเฉิน เพ่ือใหแ้ น่ใจว่ามี
การบันทึกและตอบสนองต่อเหตุการณไ์ ดท้ ันท่วงที กระบวนการนีย้ งั กาหนดสิ่งท่ีตอ้ งปฏิบตั ิภายหลงั การ สัมผสั เลือดหรือ ของ
เหลวในรา่ งกาย การดาเนินการเหล่านีเ้ ป็นไปตามกฎหมายทอ้ งถิ่นและระดบั ประเทศ ตลอดจนคาแนะนา และแนวทางปฏิบตั ิ
จากองคก์ รควบคุมการตดิ เชือ้ และรวมถึงวิธีการทาความสะอาดและ/หรือทาลายเชือ้ บริเวณที่ สัมผสั , การส่งตรวจวิเคราะหใ์ ด
เพื่อคน้ หาความเจ็บป่วยท่ีเกิดจากเลือด และ ตอ้ งมีการเร่ิมต้นการรกั ษา prophylaxis ภายหลัง การสัมผัสหรือไม่ (ดู PCC.2)
กระบวนการนยี้ งั รวมถึงขนั้ ตอนในการแจง้ ผปู้ ่วยทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การสมั ผสั

ขอ้ มูลจากเหตุการณ์การสัมผัสจะถกู ติดตามและตรวจสอบ และรายงานเหตุการณ์การสัมผัสจะไดร้ บั การตรวจสอบข้อมูล
จากรายงานเหตุการณ์ใช้เพ่ือประเมินกระบวนการที่มีส่วนหรือทาใหเ้ กิดเหตุการณ์การสัมผัสเลือดหรือของเหลวในร่างกาย
และมีการเปล่ียนแปลงเพ่ือลดโอกาสท่ีจะเกิดขึน้ ซา้ บุคลากรไดร้ บั การฝึกอบรมเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึน้ เหล่านี้ (ดู
QPS.8)

องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ PCI.8.1

❑ 1. โรงพยาบาลระบกุ ระบวนการทอ่ี าจส่งผลใหผ้ ปู้ ่วยหรือเจา้ หนา้ ที่สมั ผสั เลือดและของเหลวในรา่ งกาย และดาเนนิ การ
ปฏิบตั ิ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสมั ผสั

197

แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)


❑ 2. โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการในการรายงานการสมั ผสั กบั เลอื ดและของเหลวในรา่ งกาย ของผปู้ ่วยและเจา้ หนา้ ท่ี
❑ 3. โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการในการดาเนนิ การเมื่อผปู้ ่วยและเจา้ หนา้ ทไี่ ดส้ มั ผสั เลือดและของเหลวในรา่ งกาย
❑ 4. บุคลากรไดร้ บั การอบรมเกย่ี วกบั กระบวนการรายงานเหตกุ ารณเ์ ม่อื มีการสมั ผสั เลือดและของเหลวในรา่ งกาย
❑ 5. โรงพยาบาลตดิ ตามและตรวจสอบเหตกุ ารณท์ ี่ผปู้ ่วยและเจา้ หนา้ ที่สัมผสั เลือดและของเหลวในร่างกาย
❑ 6. มีการตรวจสอบรายงานเหตกุ ารณก์ ารสมั ผสั และดาเนนิ การเพือ่ ลดความเส่ยี งตอ่ การสมั ผสั กบั เลือดและของเหลวใน

รา่ งกายในอนาคต

บรกิ ารอาหาร

มาตรฐาน PCI.9
โรงพยาบาลลดความเสี่ยงของการติดเชอื้ ที่เกยี่ วขอ้ งกบั การดาเนนิ งานของบรกิ ารอาหาร

เจตจานงของมาตรฐาน PCI.9

การจัดเก็บและเตรียมอาหารอย่างไม่เหมาะสม อาจเป็นสาเหตุท่ีทาใหเ้ กิดการเจ็บป่ วยได้ เช่น อาหารเป็นพิษหรือการติดเชื้อ
ในอาหาร ความเจ็บป่วยจากอาหารอาจเป็นอนั ตรายและอาจถึงขั้นคุกคามชีวิตกบั ผปู้ ่ วยในโรงพยาบาลท่ีอ่อนแออย่แู ลว้ จาก
ความเจ็บป่วย โรค หรือการบาดเจ็บ โรงพยาบาลตอ้ งจัดหาผลิตภณั ฑอ์ าหารและโภชนาการ ท่ีปลอดภยั และ ถกู ตอ้ ง โดยตรวจ
สอบใหแ้ น่ใจว่าอาหารไดร้ บั การจดั เกบ็ จดั เตรียม และขนสง่ ในอณุ หภูมทิ ปี่ ้องกนั ความเส่ียงต่อการเตบิ โต ของ แบคทีเรยี

ผนู้ าโรงพยาบาลตอ้ งเขา้ ใจห่วงโซ่อุปทานอาหารตง้ั แต่ตน้ จนจบ เพ่ือใหแ้ น่ใจว่าการดาเนินงานบริการอาหารมีความปลอดภยั
ซงึ่ รวมถึงการเลือกแหล่งอาหารและซพั พลายเออรอ์ ย่างระมดั ระวัง ตอ้ งมีกระบวนการรบั รองความสมบูรณข์ องห่วงโซ่อุปทาน
อาหาร ซึ่งรวมถึงความเสถียรของอณุ หภูมิระหว่างการขนส่งไปยังโรงพยาบาล กลไกในการป้องกนั การไปขอ้ งแวะกับอาหาร
และมกี ารจดั เก็บภาชนะทเ่ี หมาะสมระหวา่ งการขนส่ง

โรงพยาบาลติดตามอณุ หภูมิของอาหารระหว่างการขนส่งอาหารปรุงสกุ จากครวั ไปยงั พืน้ ท่ีดูแลผปู้ ่วย สามารถทาไดห้ ลายวิธี
ตัวอย่างเช่น เจา้ หนา้ ท่ีในครวั อาจทาการส่มุ ตรวจสอบและตรวจสอบอณุ หภูมิของอาหารหลายมือ้ เมื่อออกจากครวั และก่อน
เสิรฟ์ ใหผ้ ปู้ ่วย นอกจากนีย้ งั มีกระบวนการเพ่ือใหแ้ น่ใจว่าอาหารท่ีเสิรฟ์ จะไม่ถกู ทิง้ ไวเ้ ป็นระยะเวลาหน่ึงซ่ึง จะทาใหไ้ ม่เหมาะ
สมสาหรบั การบริโภค การจดั เก็บอาหารท่ีปลอดภัยอาจรวมถึงการปฏิบัตติ ามหลักการเช่น เขา้ ก่อน ออกก่อน (FIFO), ซึ่งช่วย
ใหม้ ่นั ใจวา่ มีการใชอ้ าหารก่อนวนั หมดอายุ ระบบหมนุ เวยี นอาหารทีม่ ีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจาเป็น สาหรบั การจัดเก็บอาหารเพ่ือ
ปอ้ งกนั การเจ็บป่วยทีเ่ กิดจากอาหาร

198

แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)


การปนเปื้อน (cross contamination) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอาหารดิบไปท่ีอาหารปรุงสกุ เป็นอีกแหล่งหน่ึงของการเจ็บป่วย
ทีเ่ กดิ จากอาหาร ผนู้ า โรงพยาบาลใชแ้ นวปฏิบตั ิเพื่อลดความเสี่ยงนีแ้ ละทาใหม้ ่นั ใจวา่ ซพั พลายเออรแ์ ละ ผขู้ ายจะปฏิบตั ิแบบ
นน้ั เช่นกัน นอกจาก การผสมอาหารดิบและอาหารปรุงสุก, การปนเปื้อนอาจเป็นผลมาจากการปนเปื้อนท่ีมือ, บนเคานเ์ ตอร,์
เขียง, หรือผา้ ท่ีใชเ้ ชด็ เคานเ์ ตอรห์ รอื จานแหง้ นอกจากนพี้ ืน้ ผิวท่ีเตรียมอาหาร เครือ่ งใช้ หมอ้ กระทะ ทใ่ี ชป้ ระกอบอาหาร และ
ถาด จาน และชอ้ น ส้อมที่ใชส้ าหรบั เสิรฟ์ อาหารก็อาจเส่ียงต่อการติดเชื้อได้หากไม่ไดท้ าความสะอาดและทาลายเชื้ออย่าง
เหมาะสม โรงพยาบาล ดาเนินการประเมินความเส่ียงเมื่อจดั เก็บหรือเตรียมอาหารนอกพืน้ ที่ครวั ส่วนกลาง รวมถึงตเู้ ย็นของ
ผปู้ ่วย และใชโ้ ปรโตคอล เพื่อลดความเสีย่ งทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การปฏบิ ตั ินี้

ผลิตภัณฑท์ างโภชนาการบางอยา่ ง เช่น นมแม่ นมผงสาหรบั ทารก และผลิตภณั ฑ์อาหารทางสายยางอ่ืนๆ มีขอ้ กาหนดในการ
จัดเก็บและเตรียมอาหารเป็นพิเศษ เจา้ หนา้ ที่อ้างอิงถึงแนวทางปฏิบัติทางวิชาชีพเพ่ือกาหนดเกณฑ์การจดั การท่ีปลอดภัย
สาหรบั ผลิตภณั ฑเ์ หล่านี้ รวมถึงอณุ หภูมิในการจัดเกบ็ ระยะเวลาในการจัดเก็บ เทคนิคการจัดเตรียม การติดฉลากที่เหมาะสม
และแนวทางการจดั การ

องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ PCI.9

❑ 1. โรงพยาบาลจดั เก็บผลติ ภณั ฑอ์ าหารและโภชนาการในลกั ษณะทล่ี ดความเสีย่ งของการตดิ เชือ้ รวมถึงท่ีจดั เกบ็ ไวน้ อก
หอ้ งครวั และพนื้ ทเี่ ตรียมอาหาร

❑ 2. โรงพยาบาลนาและใชห้ ลกั สขุ าภบิ าลอาหารในครวั และแนวทางปฏิบตั ิสาหรบั พนื้ ท่เี ตรียมอาหาร เพื่อป้องกนั ความเสย่ี ง
ของการปนเปื้อนและการตดิ เชอื้

❑ 3. โรงพยาบาลเตรียมอาหารและโภชนาการโดยใชห้ ลกั สขุ าภบิ าลและอณุ หภูมทิ ี่เหมาะสม

❑ 4. โรงพยาบาลใชก้ ระบวนการเพือ่ ใหแ้ น่ใจว่ามกี ารรกั ษาอณุ หภูมอิ ยา่ งเหมาะสม ในระหว่างกระบวนการ เตรยี ม ขนส่ง และ
แจกจ่ายอาหาร

❑ 5. มกี ารนาแนวทางปฏิบตั ิทางวิชาชีพมาใชก้ บั ผลติ ภณั ฑเ์ สริมอาหารท่ีมีขอ้ กาหนดในการจดั เกบ็ และเตรยี มการเป็นพิเศษ
เช่น นมแม่ นมผงสาหรบั ทารก และผลิตภณั ฑอ์ าหารทางสายยางอ่ืนๆ

การควบคมุ ทางวศิ วกรรม 199

มาตรฐาน PCI.10
โรงพยาบาลลดความเส่ียงของการติดเชอื้ ในสถานพยาบาล โดยใชก้ ารควบคมุ ทางกลและทางวิศวกรรม

แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)


Click to View FlipBook Version