แปลงอาการของผปู้ ่วยต้ังแต่เน่ินๆ มีความสาคัญต่อการป้องกนั การทรุดลงมากขึน้ โรงพยาบาลที่พัฒนาแนวทางอย่าง เป็น
ระบบเพอ่ื การรบั รูแ้ ละการจดั การผปู้ ่วยท่อี าการแยล่ งอาจชว่ ยลดภาวะหัวใจหยดุ เตน้ และการเสยี ชวี ิตของผปู้ ่วยได้ (ดู SQE.3)
องคป์ ระกอบที่วัดได้ของ COP.3.2
❑1. โรงพยาบาลพัฒนาและดาเนินการตามกระบวนการท่ีเป็นระบบสาหรบั การรบั รูแ้ ละตอบสนองของบุคลากรเมื่อผู้ป่วย
อาการทรุดลง
❑2. โรงพยาบาลจัดทาและดาเนินการ บันทึกเกณฑเ์ ฉพาะตามกลุ่มอายุ ท่ีอธิบายสัญญาณเตือนอาการท่ีเปลี่ยนแปลง
ลว่ งหนา้ หรืออาการท่ที รุดลงของผปู้ ่วย
❑3. โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนนิ การตามกระบวนการที่กาหนดว่าจะตอ้ งขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมเม่ือใดและอย่างไร
❑4. บุคลากรขอความช่วยเหลือเพ่ิมเติม เมื่อมีความกงั วลเกี่ยวกับสภาพอาการของผปู้ ่วย ซ่ึงเป็นไปตามเกณฑก์ ารเตือนท่ี
กาหนดโดยโรงพยาบาล
❑5. โรงพยาบาลจะแจง้ ใหผ้ ปู้ ่วยและครอบครวั ทราบวิธีการขอความชว่ ยเหลอื เมือ่ มคี วามกงั วลเก่ยี วกบั สภาพของผปู้ ่วย
บรกิ ารช่วยฟื้นคืนชพี
มาตรฐาน COP.3.3
มบี ริการช่วยฟื้นคนื ชีพท่วั โรงพยาบาล
เจตจานงของมาตรฐาน COP.3.3
บริการช่วยฟื้นคืนชีพ สามารถกาหนดไดว้ ่าเป็นการจัดการทางคลินิกสาหรบั การดูแลผปู้ ่ วยที่อย่ใู นภาวะฉุกเฉิน ที่เขา้ ส่ภู าวะ
วกิ ฤต คุกคามชีวิต เชน่ ภาวะหัวใจหยุดเตน้ หรือหยดุ หายใจ เมื่อเกิดภาวะหัวใจหยดุ เตน้ หรือหยดุ หายใจ การกดหนา้ อกหรือ
การช่วยหายใจในทนั ทีอาจหมายถึง ความแตกต่างระหว่างชีวิตและความตาย หรืออย่างน้อยที่สุดอาจช่วยหลีกเล่ียง ความ
เสียหายตอ่ สมองที่จะเกดิ ขนึ้ ได้
การช่วยชีวติ ผปู้ ่วยภาวะหัวใจหยดุ เตน้ ทีป่ ระสบความสาเรจ็ นนั้ ขึน้ อย่กู บั การแทรกแซงที่สาคญั เชน่ การช็อกไฟฟ้าตงั้ แตเ่ นิ่นๆ
และการชว่ ยชีวิตขน้ั สูงอย่างแม่นยา บรกิ ารเหล่านีต้ อ้ งใหบ้ ริการแก่ผปู้ ่วยทกุ รายตลอด 24 ช่วั โมงทกุ วนั สิ่งสาคัญในการจดั การ
คอื การเตรียมความพรอ้ มอย่างรวดเร็วของอปุ กรณ์ทางการแพทยท์ ไ่ี ดม้ าตรฐาน ยาสาหรบั การช่วยชีวิต และบุคลากรท่ีไดร้ บั
การฝึกอบรมในการชว่ ยชีวิตอย่างเหมาะสม การช่วยชวี ิตขน้ั พนื้ ฐานตอ้ งดาเนินการทนั ที เมื่อตรวจพบภาวะหัวใจหยดุ เตน้ หรือ
หยุดหายใจ และตอ้ งมีกระบวนการในการช่วยชีวิตข้ันสูงภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที บริการช่วยฟื้นคืนชีพท่ีมีในโรงพยาบาล
100
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
จะตอ้ งมีความพรอ้ ม รวมถึงอปุ กรณท์ างการแพทยแ์ ละบุคลากรที่ไดร้ บั การฝึกอบรมมาอย่างเหมาะสม จะตอ้ งสอดคลอ้ งตาม
หลกั ฐานทางคลินิกและกล่มุ ประชากรผปู้ ่ วยท่ีใหบ้ ริการ ( เช่น หากโรงพยาบาลมีประชากรเด็ก ตอ้ งมีอุปกรณ์ทางการแพทย์
สาหรบั การช่วยชีวิตเด็ก) (ดู ASC.3; MMU.3.1; SQE.8.1; SQE.8.1.1; GLD.9 และ FMS.9) เพ่ือใหแ้ น่ใจว่าการช่วยชีวิตจะ
ดาเนนิ การในเวลาท่ีเหมาะสม โรงพยาบาลจะทบทวนขอ้ มูลภายในจากสถานการณฉ์ ุกเฉินท่ีเกิดขึน้ ในครงั้ ก่อนๆ เพื่อกาหนด
เวลาตอบสนองและความพรอ้ มใชง้ านของอปุ กรณท์ เี่ หมาะสม และกาหนดพนื้ ท่ที ่ตี อ้ งทาการปรบั ปรุงกระบวนการ
หมายเหตุ : พืน้ ท่ีทง้ั หมดของโรงพยาบาลรวมถึงพนื้ ทใี่ ด ๆ ท่ีมีการรกั ษาและบรกิ าร รวมถึงพนื้ ท่ีการรกั ษาหรือวนิ จิ ฉัยใน อาคาร
ที่แยกจากกนั ในพนื้ ที่ของโรงพยาบาล
องคป์ ระกอบที่วัดได้ของ COP.3.3
❑1. มีบริการกชู้ ีพผปู้ ่วยทกุ รายตลอด 24 ชม. ทกุ วนั ท่วั ทกุ พนื้ ทข่ี องโรงพยาบาล
❑2. อุปกรณ์ทางการแพทยส์ าหรบั การช่วยชีวิตและยาสาหรบั การช่วยชีวิตขน้ั พืน้ ฐานและขั้นสูง เป็นมาตรฐานและ พรอ้ มใช้
งานตามความจาเป็นของกล่มุ ประชากรทใ่ี หบ้ ริการ
❑3. การช่วยชีวิตขนั้ พืน้ ฐานจะดาเนินการทันทีในทุกพืน้ ท่ีของโรงพยาบาลเม่ือตรวจพบภาวะหัวใจหยดุ เตน้ หรือหยดุ หายใจ
และการชว่ ยชีวิตขน้ั สงู จะเรม่ิ ตน้ โดยใชเ้ วลานอ้ ยกวา่ 5 นาที
❑4. โรงพยาบาลทบทวนขอ้ มลู ภายในองคก์ รจากสถานการณฉ์ กุ เฉนิ ครง้ั กอ่ นๆ และระบุจดุ ทีต่ อ้ งปรบั ปรุง
การบริหารเลือดและผลิตภัณฑเ์ ลอื ด
มาตรฐาน COP.3.4
มกี ารกาหนดแนวทางและขน้ั ตอนทางคลินกิ สาหรบั การจดั การ การใช้ และการบริหารเลอื ดและผลติ ภณั ฑจ์ ากเลอื ด P
เจตจานงของมาตรฐาน COP.3.4
การบริหารเลือดจะต้องทาตามมาตรฐานการปฏิบัติและทาอย่างสม่าเสมอเพื่อความปลอดภัยของผู้รบั เลือด ดังน้ันแนวทาง
และขน้ั ตอนทางคลนิ กิ จึงอธิบายถงึ กระบวนการ
a) ขอความยนิ ยอมผปู้ ่วยเพอ่ื บริหารเลือด; (ดู PCC.4.2 และ GLD.11.2)
b) การจดั หาเลือดจากธนาคารเลอื ดหรอื พนื้ ที่เกบ็ เลือด
c) การระบุตวั ผปู้ ่วย
101
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
d) การบริหารเลอื ด
e) การตรวจสอบผปู้ ่วย และ
f) การตอบสนองต่อส่ิงบง่ ชที้ ่ีแสดงใหเ้ หน็ ว่าอาจเกดิ ปฏกิ ิรยิ าจากการใหเ้ ลือด
บุคคลที่มีการศึกษา ความรู้ และความเชี่ยวชาญในการดูแลการบริหารเลือดและผลิตภัณฑ์ของเลือด ทาให้ม่ันใจได้ว่า
กระบวนการ ขนั้ ตอน และแนวทางทางคลนิ ิกสาหรบั การใหเ้ ลอื ดถกู กาหนดและนาไปใช้ (ดู AOP.5.11 และ QPS.8)
องคป์ ระกอบท่ีวัดได้ COP.3.4
❑1. บุคคลท่มี ีการศึกษา ความรู้ และความเช่ียวชาญดแู ลการบรหิ ารเลอื ดและผลิตภณั ฑข์ องเลือด
❑2. มกี ารกาหนดแนวทางและขนั้ ตอนทางคลินิกสาหรบั การจดั การ การใช้ และการบริหารเลือดและผลติ ภณั ฑจ์ ากเลือด
❑3. แนวทางและขนั้ ตอนทางคลนิ ิกกลา่ วถึงกระบวนการสาหรบั a) ถึง f) ในเจตจานงของมาตรฐาน
การจัดการผู้ป่ วยทีเ่ สี่ยงต่อการฆ่าตัวตายหรือทาร้ายตนเอง
มาตรฐาน COP.3.5
โรงพยาบาลมกี ระบวนการระบุผปู้ ่วยท่ีมีความเสย่ี งต่อการฆ่าตวั ตายและการทารา้ ยตนเอง P
เจตจานงของมาตรฐาน COP.3.5
การฆา่ ตวั ตายถือเป็นเหตกุ ารณ์พงึ สังวรณ์ (ดู QPS.7) โรงพยาบาลนาเสนอปัจจยั เสย่ี งต่างๆ เช่น การเจบ็ ป่วยเฉียบพลัน หรือ
อาการท่ีแสดงออกมา, ปัจจยั เสีย่ งดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม และประสบการณ์หลากหลายระดบั ของบุคลากรท่มี ีต่อ การฆ่าตัวตายและ
การทารา้ ยตนเอง ดงั นน้ั โรงพยาบาลจึงตอ้ งดาเนินการคดั กรองและประเมิน เพ่ือระบผุ ปู้ ่วยท่ีมีความเสี่ยงตอ่ การฆ่าตวั ตาย และ
ทารา้ ยตนเองเพ่อื ลดโอกาสในการฆ่าตวั ตาย
ผปู้ ่วยจะไดร้ บั การตรวจคดั กรองหากตรงตามเกณฑท์ ่ีโรงพยาบาลกาหนด โรงพยาบาลระบุประชากรผปู้ ่ วยและ/หรือ เกณฑ์ที่
ผปู้ ่วยตอ้ งตรวจคัดกรองการฆ่าตัวตายและการทารา้ ยตนเอง ตวั อย่างเช่น โรงพยาบาลอาจเลือกคดั กรองผปู้ ่วยทุกรายท่เี ขา้ สู่
หน่วยจิตเวชและพฤติกรรม หน่วยดูแลหลังคลอด หน่วยผปู้ ่ วยในเฉียบพลัน และแผนกฉุกเฉิน ไม่ว่าสถานท่ีรกั ษาจะอย่ทู ่ีใด
บุคลากรตอ้ งตระหนักว่าผู้ป่วยท่ีมารบั การรกั ษาทางการแพทย์เบือ้ งตน้ มักจะมีภาวะสุขภาพทางพฤติกรรมร่วม, การเปล่ียน
แปลงอาการทางคลนิ ิกท่ีมีการพยากรณโ์ รคท่ีไม่ดี หรือปัญหาทางจิตสังคม ผปู้ ่วยเหล่านีอ้ าจเส่ียงต่อการฆ่าตวั ตาย และเป็นสิ่ง
102
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
สาคญั สาหรบั บุคลากรท่ีจะตอ้ งคดั กรองบุคคลเหล่านีอ้ ย่างเหมาะสมและคน้ หากลุ่มผปู้ ่ วยอ่ืน ๆ ที่มีความคิดฆ่าตัวตายและ
ทารา้ ยตนเอง ซงึ่ เป็นส่วนหน่งึ ของการประเมินเมื่อมีขอ้ บง่ ชหี้ รือมีความพยายามทารา้ ยตนเอง
บคุ ลากรไดร้ บั การฝึกอบรมเก่ียวกับวิธีการคน้ หาผปู้ ่วยท่ีเขา้ เกณฑ์ท่ีตอ้ งคดั กรองการฆ่าตวั ตายและทารา้ ยตนเอง ผปู้ ่วยที่เขา้
เกณฑจ์ ะไดร้ บั การคัดกรองหาความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายและทารา้ ยตนเองโดยใชเ้ คร่ืองมือท่ีเหมาะสมกับ ประชากรผปู้ ่วย
(ตัวอย่างเช่น เหมาะสมกบั วัย) (ดู SQE.3) การประเมินเพ่ิมเติมเพ่ือหาความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายและ ทารา้ ยตนเอง จะ
ดาเนินการกับผปู้ ่ วยที่ระบุว่า "มีความเส่ียง" ต่อการฆ่าตวั ตายและการทารา้ ยตวั เองหรือมีความคิดฆ่าตัวตาย ท่ีผ่านการใช้
เครื่องมือคัดกรองมาแลว้ การประเมินนีเ้ สร็จสมบูรณ์โดยใชเ้ ครอ่ื งมือท่ีมี evidence-based และม่งุ เนน้ ไปท่ีความคิด, เจตนา
และแผนการฆา่ ตวั ตาย, ปัจจยั เส่ยี งและปัจจยั ปอ้ งกนั , และพฤตกิ รรมการฆา่ ตวั ตายหรอื ทารา้ ยตนเอง ในอดีต
โรงพยาบาลใชโ้ ปรโตคอลเพ่ือลดความเส่ียงต่อการฆ่าตัวตายและการทารา้ ยตัวเองในผปู้ ่วยที่ประเมินแลว้ พบว่ามีความเส่ียง
ต่อการฆ่าตวั ตายและ/หรอื การทารา้ ยตัวเอง โปรโตคอลเหลา่ นอี้ าจแตกตา่ งกันไปตามประเภทของหนว่ ยงานหรอื วอรด์ รวมถึง
แผนกฉกุ เฉินและกล่มุ ผปู้ ่วย ตวั อยา่ งเช่น หอผปู้ ่วยท่วั ไป อาจใชม้ าตรการติดตามอาการผปู้ ่วยที่มีความเสย่ี งตอ่ การฆา่ ตวั ตาย
แบบตวั ต่อตัว ในขณะที่หน่วยจิตเวชอาจเลือกใชก้ ารตรวจเยี่ยมแบบรายช่วั โมง มาตรการท่ีแตกแตกต่างเหล่านีม้ าจากความ
แตกต่างในสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของพืน้ ท่ีท่ีดูแล อัตราส่วนของบุคลากร การฝึกอบรม และอื่นๆ ท่ีสุดแลว้ จุดเนน้ ของ
โปรโตคอลเหล่านีค้ ือการรกั ษาผปู้ ่ วยใหป้ ลอดภัย ไม่ว่าพวกเขาจะไดร้ บั การดูแลในส่วนใดของโรงพยาบาล หัวหน้า แผนก/
บริการ ประเมินความเสย่ี งและรว่ มมือกบั บุคลากรคลินิก เพ่ือคน้ หาผปู้ ่วยและใชโ้ ปรโตคอลที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละพนื้ ที่การ
รกั ษา
โรงพยาบาลที่ดแู ลผปู้ ่วยท่ีเสี่ยงตอ่ การฆ่าตวั ตายและการทารา้ ยตวั เอง เชน่ โรงพยาบาลทีม่ หี นว่ ยจติ เวชเฉพาะและ โรงพยาบาล
จิตเวช จาเป็นตอ้ งประเมนิ ความเส่ยี งของสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ เพื่อคน้ หาพืน้ ที่และลกั ษณะทส่ี ามารถใชฆ้ า่ ตวั ตายได้ (ดู
FMS.3; FMS.5 และ FMS.6) หอ้ งผปู้ ่วย หอ้ งนา้ ผปู้ ่วย ทางเดิน และพืน้ ท่ีอืน่ ๆ ควรรวมไวใ้ นการประเมนิ ความเสย่ี ง อนั ตรายที่
พบถ่ีทสี่ ุดสาหรบั ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายคือจดุ ท่ียึดใชส้ าหรบั แขวน อย่างไรก็ตาม ยงั มีอนั ตราย ประเภทอื่นๆ อีกมากมาย
และเป็นสงิ่ สาคญั ท่ตี อ้ งทาการประเมนิ สภาพแวดลอ้ มอย่างละเอยี ดถถ่ี ว้ น ตัวอย่างเช่น การ ประเมนิ ความเส่ยี งรวม ถงึ การเขา้
ถงึ ของมีคม ยารกั ษาโรค สารเคมีทาความสะอาด และอ่ืนๆ หนว่ ยที่ไมเ่ กยี่ วกบั จิตเวชในโรงพยาบาลควรประเมนิ พืน้ ทีท่ างคลนิ ิก
เพื่อคน้ หาวัตถทุ ี่สามารถใชเ้ พื่อทารา้ ยตัวเองได้ และกรณีจาเป็นอาจจะตอ้ งเคล่ือนยา้ ยวตั ถเุ หลา่ นอี้ อกจากพนื้ ท่ีรอบ ๆผปู้ ่วยท่ี
ถกู ระบุวา่ มคี วามเสี่ยงสงู ต่อการฆ่าตวั ตาย ตัวอยา่ งเชน่ การถอดจุดยดึ บานพบั ประตู และตะขอสาหรบั แขวน ซ่ึงอาจจะใชใ้ น
การแขวนคอได้
องคป์ ระกอบท่วี ัดได้ COP.3.5
❑1. โรงพยาบาลกาหนดเกณฑท์ ่ผี ปู้ ่วยจะไดร้ บั การคดั กรองการฆา่ ตวั ตายและการทารา้ ยตวั เอง เมือ่ มีขอ้ บง่ ชีท้ างคลนิ ิก
103
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
❑2. โรงพยาบาลใช้เคร่ืองมือตามหลักฐานทางวิชาการ เพ่ือประเมินผูป้ ่ วยท่ีมีความคิดฆ่าตัวตายตามเกณฑท์ ่ีกาหนดไว้
ผปู้ ่วยท่ีคดั กรองแลว้ ผลเป็นบวก จะถูกระบุว่า "มีความเส่ียง" ต่อการฆา่ ตวั ตายและ/หรือ การทารา้ ยตวั เองตามเกณฑท์ ่ี
กาหนดไว้
❑3. โรงพยาบาลดาเนินการประเมินความเสี่ยงดา้ นส่ิงแวดล้อมท่ีระบุลักษณะสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพที่สามารถนามา
ใชใ้ นการฆ่าตวั ตายหรือพยายามทารา้ ยตนเอง โรงพยาบาลดาเนนิ การตามความจาเป็นเพื่อลดความเสย่ี ง
❑4. โรงพยาบาลใชโ้ ปรโตคอลและขน้ั ตอนตา่ งๆ เพื่อลดความเสี่ยงของการฆา่ ตวั ตายและ/หรือการทารา้ ยตัวเองของผปู้ ่วย
❑5. โรงพยาบาลติดตามการดาเนินการและประสิทธิผลของโปรโตคอลและขั้นตอนในการป้องกันการฆ่าตัวตายของผปู้ ่วย
และ/หรอื การทารา้ ยตวั เองโดยการวเิ คราะหข์ อ้ มลู เก่ียวกบั การทารา้ ยตัวเอง อบุ ตั กิ ารณ์ หรอื การเสยี ชวี ติ
❑6. บุคลากรไดร้ บั การฝึกอบรมเกี่ยวกับเกณฑก์ ารคัดกรอง เคร่ืองมือคัดกรอง โปรโตคอลและข้นั ตอนในการลดความเสี่ยง
ในการฆา่ ตวั ตายและการทารา้ ยตนเอง
การจัดการเลเซอร์
มาตรฐาน COP.4
โรงพยาบาลไดจ้ ัดทาและดาเนินโครงการเพื่อการใชเ้ ลเซอรอ์ ย่างปลอดภัยและอุปกรณ์ optical radiation อื่นๆ ท่ีใชใ้ นการทา
หตั ถการและการรกั ษา P
มาตรฐาน COP.4.1
มกี ารรายงานเหตกุ ารณ์ที่ไมพ่ ึงประสงคท์ ี่เกิดจากการใชเ้ ลเซอรแ์ ละอุปกรณ์ optical radiation อ่ืน ๆ และมกี ารดาเนินการและ
ตดิ ตามแผนปฏิบตั กิ ารเพอื่ ป้องกนั การเกิดซา้
เจตจานงของมาตรฐาน COP.4 และ COP.4.1
เลเซอรเ์ ป็นแหล่งของรงั สีออปติคัล ซึ่งรวมถึงรงั สีอัลตราไวโอเลต แสงความเข้มสูงที่มองเห็นได้ (high-intensity visible light)
และรงั สีอินฟราเรด ลาแสงแคบความเขม้ สูงจากเลเซอร์ สามารถเล็งและกาหนดจุดเป้าหมายสาหรบั การผ่าตัดที่แม่นยา
การทาศัลยกรรมดว้ ยเลเซอรโ์ ดยท่วั ไปเป็นการผ่าตดั ท่ีแผลเลก็ มีการสญู เสยี เลอื ดนอ้ ยกว่าการผ่าตดั แบบเดิม และผปู้ ่วยมักใช้
เวลาพักฟื้นท่ีสนั้ กว่า การใชเ้ ลเซอรก์ ลายเป็นเร่ืองธรรมดามากขนึ้ ในการดแู ลสุขภาพ เนื่องจากเทคโนโลยี เลเซอรม์ วี ิวฒั นาการ
และการใชง้ านทางคลินิกก็กวา้ งขึน้ เลเซอรถ์ ูกนามาใชใ้ นขนั้ ตอนการผ่าตดั และการรกั ษาหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น เลเซอร์
104
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
ใชใ้ นการทาเลสิคและการผ่าตัดตอ้ กระจก ใช้เพ่ือขจดั โรคผิวหนงั และรกั ษาเสน้ เลือดขอด และในทางทนั ตกรรม ใช้เพื่อ ขจัด
ฟันผแุ ละ ปรบั โครงสรา้ งเนอื้ เยื่ออ่อน
เลเซอรใ์ ชส้ าหรบั การรกั ษาแบบไม่รุกลา้ เช่นกัน และอปุ กรณ์ทางการแพทย์อ่ืนๆ ท่ีใช้รงั สีแสง(optical radiation) กาลังเป็นท่ี
นิยมมากขึน้ สาหรบั การรกั ษาผปู้ ่ วย ตัวอย่าง ได้แก่ การบาบัดด้วยแสงแบบพัลซิ่งแบบเข้มขน้ เพื่อรกั ษาสภาพผิว เช่น สิว
การฉายรงั สี อลั ตราไวโอเลตเพื่อรกั ษาโรคสะเก็ดเงนิ เลเซอรเ์ พื่อทาใหฟ้ ันขาวขนึ้ แสงความเขม้ สงู ท่ีมองเหน็ ได(้ high-intensity
visible light)สาหรบั การ curing composite และและสารท่ีใช้ติดยึดในระหว่างข้ันตอนทางทันตกรรม การบาบัดดว้ ยแสง
สาหรบั การรกั ษา อาการปวดและการอกั เสบ และอินฟราเรด รงั สรี กั ษากลา้ มเนอื้ และเนอื้ เย่ือทีต่ ึง
เลเซอรแ์ ละอุปกรณ์รงั สีแสง เกือบทั้งหมดท่ีใช้ในสถานพยาบาลจะก่อใหเ้ กิดอันตรายต่อผู้ป่ วยและบุคลากร หากไม่มี การ
กาหนดและปฏิบตั ิตามข้ันตอนและแนวทางดา้ นความปลอดภัย เลเซอรแ์ ละอปุ กรณ์การแผ่รงั สีดว้ ยแสง(optical radiation)
สามารถทาใหเ้ กิดความรอ้ น แสง และแสงสะทอ้ นที่เขม้ ขน้ ขึน้ ได้ เมื่อผิวหนังและดวงตาสัมผสั กบั ความรอ้ นและแสง โดยไม่มี
การป้องกนั ท่ีเพียงพอ อาจส่งผลใหเ้ กิดการไหมท้ ่ีผิวหนังและการบาดเจ็บที่ตา เช่น แผลไหมท้ ี่จอตา ตอ้ กระจก และจอประสาท
ตาเสอื่ ม การบาดเจบ็ อาจมาจากการสมั ผสั โดยตรงกบั แสงหรือแสงสะทอ้ นจากเลเซอร์
ควนั จากเลเซอรเ์ ป็นอีกหน่ึงอันตรายที่อาจเกิดขึน้ ส่ิงเหล่านีค้ ือไอระเหย ควัน และอนภุ าคที่เกิดขึน้ ระหว่างข้ันตอนการผ่าตัด
บางอย่าง ควนั จากเลเซอรท์ ่ีพวยพ่งุ ออกมาอาจทาใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อระบบทางเดินหายใจสาหรบั ผปู้ ่วยและบุคลากร เน่ืองจาก
อาจมีสารระคายเคือง สารพษิ เนอื้ เยอ่ื แบคทเี รีย ไวรสั เศษเลือด และอนภุ าคอน่ื ๆ ขนึ้ อย่กู บั ประเภทของหตั ถการ
เพ่ือป้องกันอันตรายเหล่านีแ้ ละจัดการกับความเสย่ี งดา้ นความปลอดภยั ต่อผปู้ ่วยและบุคลากร โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนิน
โปรแกรมสาหรบั การใชเ้ ลเซอรแ์ ละอปุ กรณ์รงั สีแสง(optical radiation) อย่างปลอดภยั โดยใชม้ าตรฐานอตุ สาหกรรมและ แนว
ปฏบิ ตั ิ ทางวิชาชพี โปรแกรมสอดคลอ้ งกบั กฎหมายและขอ้ บงั คบั และรวมถึงสิง่ ต่อไปน:ี้
• บุคคลท่ีมีคุณสมบัติและผ่านการฝึกอบรมซึ่งมีหนา้ ท่ีกากับดูแลและดูแลโครงการความปลอดภยั ดา้ นเลเซอรแ์ ละ
รงั สีแสง (optical radiation)
• การฝึกอบรมในการปฏิบตั ิและขน้ั ตอนดา้ นความปลอดภยั สาหรบั บคุ ลากรทกุ คนที่เกี่ยวขอ้ งกบั การใชเ้ ลเซอร์ และ
อปุ กรณ์รงั สีแสง(optical radiation) นอกจากนีย้ ังมีการศึกษาและฝึกอบรมอย่างต่อเน่ืองเมื่อมีข้ันตอน วิธีปฏิบัติ
และอปุ กรณ์ ใหม่ มีการบนั ทึกการฝึกอบรมและการศึกษาตอ่ เนือ่ ง (ดู SQE.3 และ SQE.8)
• การควบคุมทางการบริหารและทางวิศวกรรมเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บ; ตัวอย่าง
บางสว่ นไดแ้ ก่
o เกณฑแ์ ละกระบวนการที่พฒั นาขนึ้ สาหรบั บุคลากรที่เขา้ และ/หรือทางานในพืน้ ท่ี (เขตอนั ตราย) ท่ีใชเ้ ลเซอร์
และการแผ่รงั สีอนื่ ๆ นอกเหนือจากผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพท่ีเป็นผทู้ าหตั ถการเลเซอร์ บุคลากรท่ี
105
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
เดินเคร่ืองเลเซอร์ และบุคลากรอ่ืนๆ ท่ีเป็นส่วนหน่ึงของทีมดแู ลดา้ นศลั ยกรรม/ทีมทางคลินิก โรงพยาบาล
จะระบุบคุ ลากรทีอ่ าจตอ้ งการการเขา้ ถึงดว้ ย
o สัญญาณเตือนนอกหอ้ งทาหัตถการ เพ่ือเตือนบุคลากร ผปู้ ่ วย ครอบครวั และผมู้ าเย่ียม เม่ือมีการทาการ
รกั ษาหรือหตั ถการ
o การระบายอากาศท่ีเหมาะสมเพ่อื ชว่ ยจดั การกล่มุ ควนั
o การใชอ้ ปุ กรณท์ ไี่ มส่ ะทอ้ นแสงเพอื่ ป้องกนั แสงสะทอ้ น และ
o การใชผ้ า้ ม่านและสงิ่ กีดขวางอ่ืนๆ เพื่อป้องกันไม่ใหบ้ ุคลากร ผปู้ ่วย ครอบครวั และผมู้ าเยย่ี มเยือนถกู แสง
โดยตรงหรือแสงสะทอ้ นโดยไม่ไดต้ ง้ั ใจ
• มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลสาหรบั บุคลากรและผปู้ ่ วยที่เหมาะสมกับประเภทของเลเซอรแ์ ละอุปกรณ์รงั สีแสง
(optical radiation) ที่ใชแ้ ละประเภทของหัตถการท่ีทาในโรงพยาบาล (เช่น แว่นตา แผ่นบังกระจกตา หนา้ กาก
ถงุ มือ และ เสอื้ คลมุ ตามความเหมาะสม (ดู SQE.8.2)
• โปรแกรมการบารุงรกั ษาสาหรบั เลเซอรแ์ ละอุปกรณ์รงั สีแสง(optical radiation) และการตรวจสอบ ประสิทธิภาพ
การทางานตามปกติ เชน่ การสอบเทยี บและการจดั ตาแหน่ง(alignment) (ดู FMS.9 และ FMS.9.1 )
• การประสานงานกับโปรแกรมการจัดการส่ิงอานวยความสะดวกและการป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ มีการ
รายงานอบุ ตั ิการณด์ า้ นความปลอดภยั ในสถานที่และการควบคุมการติดเชอื้ (ดู PCI.4 และ FMS.5 )
• การตรวจจบั และการรายงานผลกระทบดา้ นสขุ ภาพท่ีไม่พึงประสงค์ และการระบุและดาเนินการปรบั ปรุง เพ่ือป้อง
กนั ไมใ่ หเ้ กิดซา้ (ดู QPS.7.1)
องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ COP.4
❑ 1. โครงการของโรงพยาบาลเพื่อการใชเ้ ลเซอรแ์ ละอปุ กรณ์รงั สีแสง optical radiation อยา่ งปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐาน
อตุ สาหกรรม และ แนวทางวิชาชีพ และสอดคลอ้ งกบั กฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ที่บงั คบั ใช้
❑ 2. บุคคลที่มีคุณสมบัติพรอ้ มการฝึกอบรมและประสบการณ์ที่เหมาะสมมีการกากับดูแลและควบคุมโปรแกรมความ
ปลอดภยั ดว้ ยเลเซอรแ์ ละ รงั สแี สง optical radiation
❑ 3. บุคลากรทุกคนที่เกี่ยวขอ้ งกบั การใชเ้ ลเซอรแ์ ละอุปกรณ์รงั สีแสงไดร้ บั การฝึกอบรมดา้ นความปลอดภัยและการศึกษา
ตอ่ เนอ่ื ง มกี ารบนั ทึกการฝึกอบรมและการศกึ ษาตอ่ เนื่อง
❑ 4. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนนิ การควบคมุ การบรหิ ารและวิศวกรรมสาหรบั โปรแกรมความปลอดภัยเลเซอรแ์ ละรงั สแี สง
เพ่อื สง่ เสริมความปลอดภยั และปอ้ งกนั การบาดเจบ็ ของผปู้ ่วยและบคุ ลากร
106
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
❑ 5. มีอปุ กรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับประเภทของเลเซอรแ์ ละอปุ กรณ์ฉายแสงและประเภทของขนั้ ตอนสาหรบั
บุคลากรและผปู้ ่วย โดยบคุ ลากรใชอ้ ปุ กรณอ์ ยา่ งถกู ตอ้ งและดแู ลใหผ้ ปู้ ่วยไดร้ บั การปกป้องในระหว่างหตั ถการ
❑ 6. โรงพยาบาลมีกระบวนการตรวจสอบ ทดสอบ และบารุงรกั ษาเลเซอรแ์ ละอปุ กรณ์รงั สีแสง รวมถึงการสอบเทียบเป็น
ประจาและการตรวจสอบการจัดตาแหน่งของเลเซอร์ และกิจกรรมเหล่านีด้ าเนินการ โดยบุคคลท่ีมีคุณสมบัติ และผ่าน
การฝึกอบรม
องคป์ ระกอบท่วี ดั ได้ของ COP.4.1
❑ 1. โครงการความปลอดภัยดว้ ยเลเซอรแ์ ละรังสีแสง เป็นส่วนหนึ่งของโครงสรา้ งการจัดการสิ่งอานวยความสะดวก และ
ความปลอดภัยของโรงพยาบาล และจัดทารายงานไปยงั โครงสรา้ งการจดั การอาคารสถานท่ีและความปลอดภัย อย่าง
นอ้ ยปีละครงั้ และเมอ่ื มีอบุ ตั กิ ารณด์ า้ นความปลอดภยั เกดิ ขนึ้
❑ 2. โปรแกรมความปลอดภัยด้วยเลเซอรแ์ ละการฉายแสงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการป้องกันและควบคุมการติดเชือ้ ของ
โรงพยาบาล และจดั ทารายงานเก่ียวกบั โปรแกรมป้องกนั และควบคมุ การติดเชือ้ อย่างนอ้ ยปีละครง้ั และเม่อื มีอุบตั กิ ารณ์
การตดิ เชอื้ เกดิ ขนึ้
❑ 3. เมอ่ื อบุ ตั ิการณ์ไม่พึงประสงคเ์ ป็นผลมาจากการใชเ้ ลเซอรแ์ ละ/หรืออปุ กรณ์รงั สีแสง (optical radiation) จะมีการรายงาน
อบุ ตั กิ ารณไ์ มพ่ งึ ประสงค์ และระบุแผนปฏบิ ตั กิ ารและดาเนินการเพ่ือป้องกนั ไม่ใหเ้ กิดซา้
อาหารและโภชนบาบดั
มาตรฐาน COP.5
มอี าหารใหเ้ ลือกหลากหลาย เหมาะสมกบั ภาวะโภชนาการของผปู้ ่วยและสอดคลอ้ งกบั การดูแลทางคลนิ กิ ของผปู้ ่วย
เจตนาจานงของมาตรฐาน COP.5
อาหารและโภชนาการทีเ่ หมาะสมมีความสาคญั ต่อความผาสุกและการฟื้นตัวของผปู้ ่วย การเลอื กอาหารจะพิจารณาจาก อายุ
ของผู้ป่ วย ความชอบด้านวัฒนธรรมและอาหาร และการดูแลตามแผน ซ่ึงอาจรวมถึงความต้องการอาหารพิเศษ เช่น
คอเลสเตอรอลต่า อาหารสาหรบั ผปู้ ่วยเบาหวาน และของเหลวใส ท้ังนขี้ ึน้ อย่กู ับการวินิจฉัยของผปู้ ่วย ขึน้ อย่กู บั ความตอ้ งการ
ทีป่ ระเมินของผปู้ ่วยและแผนการดแู ล แพทยข์ องผปู้ ่วยหรือผดู้ แู ลทีม่ ีคุณสมบตั ิเหมาะสมอ่ืนๆ จะส่งั อาหารหรือสารอาหารอ่ืนๆ
สาหรบั ผปู้ ่วย (ดู AOP.1.4)
107
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
ผปู้ ่ วยมีส่วนร่วมในการวางแผนและเลือกอาหาร เมื่อเป็นไปได้ ผปู้ ่วยจะไดร้ บั ทางเลือกอาหารท่ีหลากหลาย ซ่ึงสอดคลอ้ ง กับ
สถานะทางโภชนาการของพวกเขา ครอบครวั ของผปู้ ่วย อาจมีส่วนรว่ มในการจดั หาอาหารตามความเหมาะสมโดย สอดคลอ้ ง
กับวฒั นธรรม ศาสนา และประเพณีและการปฏิบัติอ่ืนๆ และเขา้ กันไดก้ บั การวินิจฉัยของผปู้ ่วย เมื่อครอบครวั ของ ผปู้ ่วยหรือ
คนอ่ืน ๆ จดั หาอาหารใหก้ ับผปู้ ่วย พวกเขาจะไดร้ บั ความรูเ้ กี่ยวกับอาหารที่มีขอ้ หา้ มตามความตอ้ งการและ แผนการ ดูแลของ
ผปู้ ่ วย รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ ยาท่ีอาจมีฏิกิริยากับอาหาร อาหารท่ีครอบครวั หรือผอู้ ื่นจดั หาใหจ้ ะถูกเก็บไวภ้ ายใต้ สภาวะท่ี
เหมาะสมเพือ่ ป้องกนั การปนเปือ้ น
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ได้ของ COP.5
❑1. มีอาหารหรือโภชนาการใหเ้ ลือกหลากหลายเหมาะสมกบั สภาพ การดแู ล และความตอ้ งการของผปู้ ่วยอย่างสมา่ เสมอ
❑2. ก่อนใหอ้ าหารผปู้ ่วยใน จะมีการส่งั อาหารในเวชระเบียนของผปู้ ่วยโดยพิจารณาจากภาวะโภชนาการ และความตอ้ งการ
ของผปู้ ่วย
❑3. การแจกจา่ ยอาหารเป็นไปอยา่ งทนั ทว่ งทีและเป็นไปตามคาขอพเิ ศษ
❑4. เมอ่ื ครอบครวั จดั หาอาหาร พวกเขาจะไดร้ บั ความรูเ้ กี่ยวกบั ขอ้ จากดั ดา้ นอาหารของผปู้ ่วย
❑5. อาหารท่คี รอบครวั หรอื ผอู้ นื่ จดั หาใหถ้ กู เกบ็ ไวภ้ ายใตส้ ภาวะทเ่ี หมาะสมเพอื่ ปอ้ งกนั การปนเปือ้ น
มาตรฐาน COP.5.1
ผปู้ ่วยท่มี คี วามเสี่ยงดา้ นโภชนาการจะไดร้ บั การบาบดั ดว้ ยโภชนาการ
เจตจานงของมาตรฐาน COP.5.1
ในการประเมินเบือ้ งตน้ ผปู้ ่วยจะไดร้ บั การคัดกรอง เพ่ือคน้ หาผทู้ ี่อาจมีความเส่ียงดา้ นโภชนาการ (ดู AOP.1.4) ผปู้ ่วยเหล่านี้
จะถูกส่งต่อไปยงั โภชนากรเพื่อทาการประเมินต่อไป เมื่อพจิ ารณาแลว้ ว่าผปู้ ่วยมีความเส่ียงดา้ นโภชนาการ แผนการบาบดั ดว้ ย
โภชนาการจึงถูกจัดทาและดาเนินการ ความคืบหนา้ ของผู้ป่ วยจะได้รบั การตรวจสอบ และบันทึกไวใ้ นเวชระเบียน ของเขา
หรือเธอ แพทย์ พยาบาล นักกาหนดอาหารและครอบครวั ของผู้ป่ วย จะร่วมกันวางแผน และจัดการโภชนบาบัดตามความ
เหมาะสม
องคป์ ระกอบที่วัดได้ของ COP.5.1 108
❑1. ผปู้ ่วยท่ีประเมินว่ามีความเสีย่ งดา้ นโภชนาการจะไดร้ บั โภชนบาบดั
❑2. กระบวนการทางานรว่ มกนั ใชเ้ พ่อื วางแผน สง่ มอบ และติดตามการบาบดั ทางโภชนาการ
❑3. การตอบสนองของผปู้ ่วยตอ่ โภชนบาบดั ไดร้ บั การตรวจสอบและบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบียน
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
การจัดการความเจบ็ ปวด
มาตรฐาน COP.6
ผปู้ ่วยไดร้ บั การสนบั สนนุ ในการจดั การความเจ็บปวดอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ P
เจตจานงของมาตรฐาน COP.6
ความเจ็บปวดเป็นส่วนหน่ึงของประสบการณ์ท่วั ไปของผปู้ ่ วยและอาจเกี่ยวขอ้ งกบั สภาวะหรือการเจ็บป่ วยท่ีกาลังไดร้ บั การ
รกั ษา ความเจบ็ ปวดอาจเป็นส่วนหนึง่ ของการรกั ษา หตั ถการ หรือการตรวจบางอย่าง ในฐานะที่เป็นส่วนหน่ึงของการวางแผน
การดแู ล ผปู้ ่วยจะไดร้ บั แจง้ เก่ียวกบั แนวโนม้ ของอาการปวดที่คาดว่าจะไดร้ บั จากการรกั ษา หัตถการ หรือการตรวจ และมีตัว
เลือกใดบา้ งสาหรบั การจัดการความเจบ็ ปวด ไม่ว่าความเจบ็ ปวดจะมาจากแหล่งกาเนิดใด ความเจบ็ ปวดท่ีไม่บรรเทาลง มีผล
เสียต่อรา่ งกายและจิตใจ ดังนัน้ ผปู้ ่วยท่ีมีอาการปวดจึงมีสิทธิไดร้ บั การประเมินและจัดการความเจ็บปวดอย่างเหมาะสม (ดู
PCC.2.2 และ AOP.1.5)
ตามขอบเขตของบรกิ ารท่จี ดั ให้ โรงพยาบาลมีกระบวนการในการประเมนิ และจดั การความเจบ็ ปวดอยา่ งเหมาะสม รวมถึง
• การระบุผปู้ ่วยทมี่ อี าการปวดระหว่างการประเมนิ เบอื้ งตน้ และการประเมินซา้ ;
• การใหข้ อ้ มลู แก่ผปู้ ่วยเก่ียวกบั ความเจ็บปวดที่คาดวา่ จะเกดิ ขนึ้ จากการรกั ษา หตั ถการ หรอื การตรวจ;
• จดั ใหม้ กี ารจดั การความเจบ็ ปวดโดยไมค่ านึงถึงทม่ี าของความเจ็บปวดตามแนวทางหรอื โปรโตคอล รว่ มกบั เป้าหมาย
ของผปู้ ่วยในการจดั การความเจบ็ ปวด (ดู COP.7)
• การส่ือสารและให้ความรูผ้ ูป้ ่ วยและครอบครวั เกี่ยวกับการจัดการกับอาการและความเจ็บปวด ตามความเช่ือส่วน
บุคคล วฒั นธรรม และศาสนา; และ
• ใหค้ วามรูแ้ กผ่ ปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพเกี่ยวกบั การประเมินและการจดั การความเจ็บปวด
องคป์ ระกอบทีว่ ัดไดข้ อง COP.6
❑ 1. โรงพยาบาลมกี ระบวนการระบผุ ปู้ ่วยท่ีมอี าการปวด ตามขอบเขตการใหบ้ ริการ
❑ 2. เมอื่ ความเจบ็ ปวดเป็นผลที่คาดว่าจะเกิดจากการรกั ษา หตั ถการ หรอื การตรวจที่วางแผนไว้ ผปู้ ่วยจะไดร้ บั แจง้ เกี่ยวกบั
ความนา่ จะเป็นของความเจบ็ ปวดและทางเลอื กในการจดั การความเจบ็ ปวด
109
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
❑ 3. ผปู้ ่วยท่ีปวดจะไดร้ บั การดูแลตามแนวทางการจดั การความเจ็บปวดและตามเป้าหมายของผปู้ ่วยในการจัดการ ความ
เจบ็ ปวด
❑ 4. โรงพยาบาลมีกระบวนการในการสื่อสารและใหค้ วามรูผ้ ปู้ ่วยและครอบครวั เกี่ยวกับความเจ็บปวด ตามขอบเขตการให้
บรกิ าร
❑ 5. โรงพยาบาลมีกระบวนการใหค้ วามรูแ้ ก่บุคลากรเกย่ี วกบั อาการปวดตามขอบเขตการใหบ้ รกิ าร
การดแู ลระยะสุดท้าย
ผปู้ ่วยท่ีใกลถ้ ึงจุดสนิ้ สดุ ของชีวิตตอ้ งการการดูแลท่ีเนน้ ความตอ้ งการเฉพาะของตนเอง ผปู้ ่วยที่กาลังจะเสยี ชีวติ อาจพบอาการ
ท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การดาเนินของโรคหรือกระบวนการรกั ษา หรอื อาจตอ้ งการความช่วยเหลือในการจดั การกบั ปัญหาทางจิตสงั คม
จิตวิญญาณ และวฒั นธรรมท่ีเก่ียวขอ้ งกับความตายและการเข้าส่ภู าวะการตาย ครอบครวั และผู้ดแู ลอาจตอ้ งการ การผ่อน
ปรน จากการดแู ลสมาชิกในครอบครวั ที่ป่วยหนกั หรอื ตอ้ งการความช่วยเหลอื ในการจดั การกบั ความเศรา้ โศกและความสญู เสยี
เป้าหมายของโรงพยาบาลในการใหก้ ารดูแลระยะสดุ ทา้ ยของชีวิต พิจารณาจากการดแู ลหรือบริการที่ให้ (เช่น บา้ นพกั ผปู้ ่ วย
ระยะสดุ ทา้ ยหรือหน่วยดแู ลแบบประคบั ประคอง) ประเภทของบริการที่จดั ให้ และกล่มุ ประชากรผปู้ ่วยท่ใี หบ้ รกิ าร โรงพยาบาล
จดั ทากระบวนการจดั การดแู ลผปู้ ่วยระยะสดุ ทา้ ย กระบวนการเหลา่ นี้
• ทาใหแ้ น่ใจวา่ อาการตา่ งๆ จะไดร้ บั การประเมนิ และจดั การอยา่ งเหมาะสม
• ทาใหแ้ น่ใจว่าผปู้ ่วยระยะสดุ ทา้ ยจะไดร้ บั การปฏบิ ตั อิ ยา่ งมศี กั ด์ิศรแี ละดว้ ยความเคารพ;
• ประเมนิ ผปู้ ่วยใหบ้ ่อยเทา่ ทีจ่ าเป็นเพอ่ื คน้ หาอาการ;
• วางแผนปอ้ งกนั และรกั ษา เพือ่ จดั การกบั อาการทเี่ กิดขนึ้ และ
• ใหค้ วามรูแ้ ก่ผปู้ ่วยและบุคลากรเกยี่ วกบั การจดั การกบั อาการทเี่ กิดขนึ้
มาตรฐาน COP.7
โรงพยาบาลใหก้ ารดแู ลผปู้ ่วยระยะสุดทา้ ยสาหรบั ผปู้ ่วยท่ีกาลงั จะเสยี ชีวิต ที่ตอบสนองความตอ้ งการของผปู้ ่วยและครอบครวั
และทาใหผ้ ปู้ ่วยมคี วามสขุ สบายและสมศกั ด์ิศรอี ย่างเหมาะสม
110
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน COP.7
ผปู้ ่ วยท่ีกาลังจะเสียชีวิต มีความตอ้ งการเฉพาะในการดแู ลด้วยความเคารพ เอาใจใส่และเห็นอกเห็นใจ ตามท่ีประเมินได้
การประเมินผปู้ ่วยอาจระบุอาการท่ีตอ้ งจัดการ เชน่ คล่ืนไส้ หายใจลาบาก และอาการปวด ปัจจัยที่ช่วยบรรเทาหรือส่งเสริมให้
อาการทางกายรุนแรงขึน้ และการตอบสนองของผปู้ ่วยต่อการจัดการกับอาการเหล่านนั้ การระบุความตอ้ งการทางกายภาพ
ของผปู้ ่วยเป็นเพียงแง่มมุ หนงึ่ ในการดูแลผปู้ ่วยระยะสดุ ทา้ ย ผปู้ ่วยและครอบครวั อาจตอ้ งการบริการดา้ นจิตวิญญาณ จิตสงั คม
และบริการสนบั สนนุ ตามความเหมาะสมกบั ความตอ้ งการสว่ นบคุ คลของผปู้ ่วยและความชอบทางวฒั นธรรม
การใหค้ วามสาคญั ในความสะดวกสบายและศักดิ์ศรีของผู้ป่ วย ควรเป็นแนวทางในการดแู ลทุกดา้ นในช่วงสุดทา้ ยของชีวิต
การดแู ลผปู้ ่วยระยะสดุ ทา้ ยทโ่ี รงพยาบาลจดั ใหน้ น้ั รวมถงึ
• การใหก้ ารรกั ษาเพอ่ื จดั การกบั ความเจ็บปวด (ดู COP.6)
• ใหก้ ารรกั ษาท่เี หมาะสม ตอ่ อาการใด ๆ ตามความตอ้ งการของผปู้ ่วยและครอบครวั ;
• กล่าวถงึ ประเด็นต่างๆ ท่ลี ะเอียดอ่อน เช่น การชนั สตู รพลิกศพและการบรจิ าคอวยั วะ
• เคารพคา่ นยิ ม ศาสนา และวฒั นธรรมของผปู้ ่วย
• ใหผ้ ปู้ ่วยและครอบครวั มีส่วนรว่ มในทกุ ดา้ นของการดแู ล; และ
• ตอบสนองตอ่ ความกงั วลดา้ นจิตใจ อารมณ์ จติ วญิ ญาณ และวฒั นธรรมของผปู้ ่วยและครอบครวั
เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ป้าหมายเหลา่ นี้ บุคลากรทกุ คนจะไดร้ บั การศึกษาเก่ียวกับความตอ้ งการเฉพาะของผปู้ ่วย และครอบครวั เม่ือเขา้ สู่
ระยะสดุ ทา้ ยของชวี ิต (ดู PCC.1.2 และ SQE.3)
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ COP.7
❑ 1. บุคลากรไดร้ บั การศึกษาเกยี่ วกบั ความตอ้ งการเฉพาะของผปู้ ่วยและครอบครวั เมอื่ ระยะสดุ ทา้ ยของ
❑ 2. ความต้องการดา้ นการดูแลสุขภาพของผู้ป่ วยและความตอ้ งการบริการสนับสนุนของผูป้ ่ วยและครอบครวั ได้รบั การ
กาหนดไวต้ ามความเหมาะสมกบั ความชอบทางศาสนาและวฒั นธรรมของพวกเขา
❑ 3. การดแู ลระยะสดุ ทา้ ยจะกล่าวถงึ อาการ ภาวะ และความตอ้ งการดา้ นการดูแลสขุ ภาพของผปู้ ่วยที่กาลงั จะเสียชีวิต ตามท่ี
ระบไุ วใ้ นการประเมินของผปู้ ่วย
❑ 4. การดแู ลระยะสดุ ทา้ ยจะกลา่ วถงึ การจดั การกบั ความเจบ็ ปวดของผปู้ ่วยทกี่ าลงั จะเสียชีวิต
❑ 5. การดูแลระยะสุดท้ายครอบคลุมความต้องการทางจิตสังคม อารมณ์ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของผู้ป่ วยและ
ครอบครวั ในเรือ่ งเกี่ยวกบั ความตายและความเศรา้ โศก ตามความเหมาะสม
111
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
❑ 6. ผปู้ ่วยและครอบครวั มีส่วนรว่ มในการตดั สนิ ใจดูแล
โรงพยาบาลทใี่ ห้บรกิ ารปลกู ถ่ายอวัยวะและ/หรือเนือ้ เยื่อ
หมายเหตุ : มาตรฐานต่อไปนีก้ ล่าวถึงความรบั ผิดชอบของโรงพยาบาลในการปลกู ถ่ายอวยั วะและเนือ้ เย่ือ, การบริจาค และ
การจดั หา
การปลูกถา่ ยอวยั วะมักเป็นหตั ถการทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การชว่ ยชีวิต และบางครงั้ การปลกู ถ่ายอวยั วะและเนอื้ เยอื่ เป็นทางเลือกเดยี ว
สาหรบั การรกั ษาโรคต่างๆ ความกา้ วหนา้ ลา่ สดุ ในการปลูกถ่าย ทาใหอ้ ตั ราความสาเร็จของอวยั วะและเนือ้ เย่ือที่ปลกู ถ่ายเพ่ิม
ขนึ้ อยา่ งไรกต็ าม การปลูกถ่ายไม่ไดป้ ราศจากความเส่ียง การแพรเ่ ชือ้ จากผบู้ ริจาคไปยงั ผรู้ บั อวยั วะถือเป็นสิ่งสาคญั ดา้ นความ
ปลอดภัยที่มีการยืนยันเป็นเอกสาร โรคท่มี ีเอกสารการแพรเ่ ชือ้ จากผบู้ ริจาคทต่ี ิดเชอื้ ภายหลงั การปลกู ถ่าย ไดแ้ ก่ เอชไอวี ไวรสั
ตบั อักเสบบีและซี และโรคครอยซเ์ ฟลดต์-ยาคอบ (CJD) ผรู้ บั อาจติดเชือ้ แบคทีเรียหรือเชือ้ ราผ่านการปนเปื้อน ระหว่างการ
ขนส่ง การเก็บรกั ษา หรือการสมั ผสั
ความม่งุ ม่นั ของผนู้ าในการสรา้ งวฒั นธรรมทน่ี าไปส่กู ารบริจาคอวยั วะและเนอื้ เยอื่ อาจมีผลกระทบอยา่ งมีนัยสาคญั ต่อภาพรวม
ความสาเร็จของโรงพยาบาลที่มีต่อความพยายามในการจัดหาอวยั วะและเนือ้ เย่ือ มาตรฐานนีร้ ะบุถึงความรบั ผิดชอบของ
โรงพยาบาลในการบริจาคและจัดหาอวยั วะและเนือ้ เย่ือ ซึ่งรวมถึงบุคคลใดๆ ที่ไดร้ ับการพิจารณาทางการแพทยโ์ ดยองคก์ รผู้
จดั หาอวยั วะว่ามีความเหมาะสมสาหรบั การบริจาค หากโรงพยาบาลมีทรพั ยากรที่จาเป็นในการส่งเสริมสนับสนุนการฟื้นคืน
สภาพของอวยั วะและเนอื้ เยอ่ื หลงั การเสยี ชีวติ ดงั นนั้ ผบู้ ริจาคที่หวั ใจหยดุ เตน้ แลว้ จะรวมอยใู่ นขนั้ ตอนการจดั หาอวยั วะนดี้ ว้ ย
มาตรฐาน COP.8
ผนู้ าของโรงพยาบาลจดั หาทรพั ยากรเพ่ือสนบั สนนุ โครงการปลกู ถ่ายอวยั วะและเนอื้ เยอื่
เจตจานงของมาตรฐาน COP.8
โครงการปลกู ถ่ายอวยั วะ/เนือ้ เยื่อตอ้ งการบุคลากรที่มีความรูแ้ ละฝึกอบรมเฉพาะทาง และทรพั ยากรอื่นๆ เพื่อจะใหก้ ารดแู ลท่ี
ปลอดภยั และมีคณุ ภาพสงู (ดู SQE.3) การใหค้ วามรูแ้ ละการฝึกอบรมบคุ ลากรตอ้ งมีความเฉพาะเจาะจงกับหนา้ ท่ีความรบั ผิด
ชอบ และขอ้ กาหนดของการปลกู ถ่ายอวยั วะ/เนอื้ เยอื่ ทรพั ยากรที่จาเป็นอนื่ ๆ ไดแ้ ก่ เวชภัณฑ,์ หอ้ งผปู้ ่วยที่มีการระบายอากาศ
ทีจ่ าเป็นสาหรบั ประเภทของการปลกู ถ่ายอวยั วะ (เช่น ระบบระบายอากาศแรงดนั บวก) ยาท่จี าเป็นตามชนิดของการปลกู ถ่าย
อวยั วะ การทดสอบในหอ้ งปฏิบตั ิการเพ่ือใหแ้ น่ใจว่าเนือ้ เย่ือ/อวยั วะไม่มีการปนเปื้อน และทรพั ยากรอื่นๆ ตามท่ีผนู้ าโปรแกรม
ปลกู ถ่ายอวัยวะแนะนา นอกจากนี้ ทรพั ยากรท่ีเกี่ยวขอ้ งกับระบบการจัดการขอ้ มูลสารสนเทศมีความจาเป็น เพ่ือช่วยในการ
112
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
รวบรวมขอ้ มูลที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ผลลัพธ์ และขอ้ มูลอื่น ๆ ท่ีสนับสนุนคุณภาพของโครงการปลูกถ่าย (ดู GLD.1.1;
GLD.7; และ GLD.9)
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ไดข้ อง COP.8
❑ 1. บุคลากรท่ผี า่ นการฝึกอบรมพรอ้ มท่จี ะใหก้ ารดแู ลทีป่ ลอดภยั และมีคณุ ภาพสงู แกโ่ ครงการปลกู ถ่ายอวยั วะ/เนอื้ เยื่อ
❑ 2. ผนู้ าของโรงพยาบาลจดั สรรทรพั ยากรสาหรบั โครงการปลกู ถา่ ยอวยั วะ/เนอื้ เยอื่
❑ 3. ระบบการจดั การขอ้ มลู ใชเ้ พือ่ ส่งเสรมิ คณุ ภาพของโครงการปลกู ถ่ายอวยั วะ/เนอื้ เยือ่
มาตรฐาน COP.8.1
ผนู้ าโครงการปลกู ถา่ ยที่มีคณุ สมบตั เิ หมาะสมมีหนา้ ทีร่ บั ผิดชอบโครงการ
เจตจานงของมาตรฐาน COP.8.1
ความรบั ผิดชอบของโรงพยาบาลทใ่ี หบ้ รกิ ารปลกู ถ่ายอวัยวะและเนือ้ เย่ือคอื ใหก้ ารดแู ลทปี่ ลอดภยั และมคี ุณภาพสงู แกผ่ บู้ ริจาค
และผรู้ บั การปลกู ถา่ ย แกนหลกั ของความรบั ผิดชอบนีค้ อื โครงสรา้ งพืน้ ฐานที่สามารถรองรบั กิจกรรมโปรแกรมปลูกถา่ ยทงั้ หมด
ได้ องคป์ ระกอบสาคญั ของโครงสรา้ งพนื้ ฐานคอื บุคคลที่รบั ผิดชอบในการกากบั ดแู ล โครงการปลกู ถา่ ย อวยั วะ/ เนอื้ เยือ่ (ดเู พ่ิม
เตมิ ท่ี GLD.9) บคุ คลนจี้ ดั ใหม้ กี ารกากบั ดแู ลซ่ึงเป็นสว่ นหนึ่งของความรบั ผิดชอบท่ีไดร้ บั มอบหมายหรือตามคาบรรยายลกั ษณะ
งานของตนโดยปฏิบัติหนา้ ที่แบบเต็มเวลาหรือบางเวลา บุคคลนีม้ คี ณุ สมบตั ใิ นการจดั การการปลูกถ่ายผ่านการศกึ ษา การฝึก
อบรมประสบการณ์ ใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี และ/หรอื ใบประกาศนยี บตั ิ คณุ สมบตั ทิ ีจ่ าเป็นขนึ้ อยกู่ บั กิจกรรมท่ี ดาเนินการ
องคป์ ระกอบท่ีวัดได้ COP.8.1
❑1. โครงการปลกู ถ่ายมโี ครงสรา้ งพนื้ ฐานทส่ี ามารถรองรบั กิจกรรมโปรแกรมการปลกู ถ่ายไดท้ กุ ดา้ น
❑2. บคุ คลตง้ั แตห่ น่งึ คนขนึ้ ไปมคี ณุ สมบตั ใิ นการดแู ลตามขอบเขตและความซบั ซอ้ นของโปรแกรมปลกู ถ่ายอวยั วะ/เนอื้ เย่อื
❑3. บุคคลปฏบิ ตั ิตามความรบั ผิดชอบในการกากบั ดแู ลโปรแกรม ตามทไี่ ดก้ าหนดไวโ้ ดยโปรแกรมการปลกู ถ่าย
มาตรฐาน COP.8.2
โปรแกรมการปลกู ถ่ายประกอบดว้ ยทมี สหสาขาวิชาชีพท่ีประกอบดว้ ยผทู้ มี่ ีความเช่ยี วชาญในการปลกู ถ่ายเฉพาะอวยั วะ
เจตจานงของมาตรฐาน COP.8.2
ความสาเรจ็ ของโครงการปลูกถ่ายและผลลัพธ์เชิงบวก สาหรบั ผรู้ บั การปลูกถ่ายและผบู้ ริจาคท่ีมีชีวติ ขึน้ อย่กู บั ทีมผปู้ ฏิบตั งิ าน
ดา้ นการดแู ลสขุ ภาพท่ีมีความรูท้ างคลินิกและความเชี่ยวชาญในการปลูกถ่ายเฉพาะอวยั วะ ความตอ้ งการดา้ นการพยาบาล
113
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
จติ วิทยา เภสชั วิทยา และโภชนาการของผไู้ ดร้ บั อวยั วะและผบู้ รจิ าคอวยั วะที่มีชีวิตน้ันมีลกั ษณะเฉพาะ ตามประเภทของการ
ปลกู ถ่าย ทีมสหสาขาวิชาชพี ประกอบดว้ ยบคุ คลจาก
• แพทย;์
• พยาบาล;
• โภชนาการ;
• เภสชั วิทยา;
• การป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้
• บริการสงั คม
• บรกิ ารดา้ นจิตใจ; และ
• บรกิ ารดา้ นการฟื้นฟูสมรรถภาพ
ทีมนีค้ วรมีคุณสมบัติ การฝึกอบรม และประสบการณ์ในการดูแลและบริการ แก่ผูร้ บั การปลูกถ่ายและผู้บริจาคที่มีชีวิต (ดู
SQE.3)
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ COP.8.2
❑1. โปรแกรมการปลกู ถา่ ยบนั ทึกองคป์ ระกอบของทีมปลกู ถา่ ยเนอื้ เย่ือ/อวยั วะเฉพาะ
❑2. โครงการปลกู ถ่ายบนั ทึกความรบั ผิดชอบของสมาชิกในทมี
❑3. จากบริการของทีมงานปลกู ถ่าย ทีมงานประกอบด้วยบุคคลท่ีมีประสบการณ์ดา้ นการแพทย์ การพยาบาล โภชนาการ
เภสชั วิทยา การป้องกนั และควบคมุ การติดเชือ้ บริการทางสงั คม บริการดา้ นจิตใจ บรกิ ารฟื้นฟู และการประสานงานการ
ปลกู ถา่ ย
❑4. โปรแกรมการปลกู ถ่ายจะประเมนิ คณุ สมบตั ิ การฝึกอบรม และประสบการณ์ ของสมาชกิ ในทมี ณ. เวลาท่ีแต่ละคนไดร้ บั
การพจิ ารณาเป็นทีมปลกู ถ่าย
มาตรฐาน COP.8.3
มีกลไกการประสานงานที่กาหนดไวส้ าหรบั กิจกรรมการปลกู ถ่ายทงั้ หมดท่ีเกี่ยวขอ้ งกับแพทย์ พยาบาล และผปู้ ฏิบัติงานดา้ น
การดแู ลสขุ ภาพอ่นื ๆ
เจตนาจานงของมาตรฐาน COP.8.3 114
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นัน้ (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
บริการปลูกถ่ายมีความเส่ียงเฉพาะตัวและสาคัญต่อผูร้ บั อวยั วะ/เนื้อเยื่อ และในกรณีของผู้บริจาคท่ียังมีชีวิต ก็มีความเส่ียง
ดว้ ยเช่นกัน องค์ประกอบที่สาคัญในการทาให้เกิดความม่ันใจในการดูแลท่ีปลอดภัยและมีคุณภาพสูงในทุกข้ันตอนของ
กระบวนการผบู้ ริจาค/ผรู้ บั บริจาค คือ การกาหนดบุคคลที่มีหนา้ ท่ีรบั ผิดชอบโดยรวมในการประสานงาน และความต่อเนื่อง
ของการดูแลผบู้ ริจาคที่มีชีวิต และผรู้ บั บรจิ าค ซึ่งบุคคลนีอ้ าจเป็นแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ หรอื ผปู้ ระกอบวิชาชีพดา้ นการดูแล
สขุ ภาพ ทมี่ ีคณุ สมบตั ิเหมาะสมอืน่ ๆ
องคป์ ระกอบที่วดั ไดข้ อง COP.8.3
❑1. บุคคลท่ีรบั ผิดชอบในการประสานงานการดูแลผู้บริจาคท่ีมีชีวิตและผรู้ ับการปลูกถ่ายจะได้รบั การ กาหนด และพรอ้ ม
ปฏบิ ตั งิ านในทกุ ขน้ั ตอนของการดแู ลการปลกู ถา่ ย
❑2. ผปู้ ระสานงานการปลกู ถ่ายทางคลินิก อานวยความสะดวกในการดแู ลผปู้ ่วยที่ปลูกถ่าย (ผสู้ มคั รและผรู้ บั ) อย่างต่อเนื่อง
ผ่านขนั้ ตอนกอ่ นการปลกู ถ่าย การปลกู ถา่ ย และระยะจาหน่าย ของการปลกู ถา่ ย
❑3. ผูป้ ระสานงานการปลูกถ่ายทางคลินิกช่วยอานวยความสะดวกในการดูแลผูบ้ ริจาคที่มีชีวิตอย่างต่อเน่ือง ในระหว่าง
ขน้ั ตอน การประเมนิ การบริจาค และระยะจาหนา่ ยจากการบริจาค
❑4. มีการประสานงานของกจิ กรรมการปลกู ถ่ายอวยั วะ/เนอื้ เยอื่ ใหก้ บั บุคลากรทกุ คนทีเ่ กี่ยวขอ้ งในกิจกรรมโครงการ ปลกู ถ่าย
มาตรฐาน COP.8.4
โปรแกรมการปลูกถ่ายใชเ้ กณฑค์ ุณสมบัติทางคลินิกของการปลกู ถ่ายเฉพาะอวยั วะ และเกณฑค์ วามเหมาะสมทางดา้ นจิตใจ
และทางสงั คมสาหรบั ผเู้ ขา้ รบั การปลกู ถ่าย
เจตจานงของมาตรฐาน COP.8.4
มีหลายประเด็นที่ตอ้ งพิจารณาเม่ือตอ้ งตดั สินใจเกี่ยวกับการจัดสรรอวยั วะใหก้ ับผรู้ บั อาจมีการพิจารณาถึงความจาเป็น ของ
ผปู้ ่วยในการปลกู ถ่าย ประโยชนท์ ่ีผปู้ ่วยไดร้ บั จากการปลกู ถ่าย ความพรอ้ มของการรกั ษาทางเลือก ความคาดหวงั ในการพัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ ของผปู้ ่วย และปริมาณทรพั ยากรที่จาเป็นสาหรบั การรกั ษาท่ีประสบความสาเรจ็ .
เน่ืองจากอวยั วะและเนือ้ เยื่อของมนษุ ยท์ ี่พรอ้ มสาหรบั การปลูกถา่ ยมีจากัด เกณฑก์ ารคดั เลือกผรู้ บั จึงไดร้ บั การพัฒนา เกณฑ์
การคดั เลือกผรู้ บั การปลูกถ่าย ช่วยกาหนดผปู้ ่วยท่เี หมาะสมท่ีสุดและจากดั โอกาสในการมอี คติ ดงั นั้น เกณฑส์ าหรบั การเขา้ ถึง
อวยั วะและเนอื้ เยอ่ื จงึ กาหนดไวอ้ ยา่ งโปรง่ ใส โดยพจิ ารณาจากการประเมนิ ความตอ้ งการทางการแพทยอ์ ย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนยี้ ังมเี กณฑเ์ ฉพาะอวยั วะท่ีตอ้ งนามาพจิ ารณาในการตดั สินใจจดั สรรอวยั วะ ตัวอยา่ งเช่น ความสามารถในการคงอยู่
ไดข้ องอวยั วะเม่ือยู่ภายนอกร่างกาย อาจแตกต่างกันไปในแต่ละอวัยวะ ดังนั้นจึงตอ้ งพิจารณาถึงระยะเวลาที่อวยั วะจะไปถึง
ผรู้ บั
115
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
องคป์ ระกอบทว่ี ัดได้ของ COP.8.4
❑1. โปรแกรมการปลกู ถา่ ย บนั ทึกเกณฑข์ องคณุ สมบตั ิทางคลนิ กิ เฉพาะของอวยั วะ สาหรบั ผไู้ ดร้ บั การปลกู ถ่าย
❑2. โปรแกรมการปลกู ถา่ ยบนั ทกึ เกณฑค์ วามเหมาะสมทางดา้ นจิตใจและสงั คมสาหรบั ผสู้ มัครรบั การปลกู ถ่าย
❑3. ผลการประเมินทางการแพทยร์ วมอยใู่ นการพจิ ารณาความเหมาะสมสาหรบั การปลกู ถา่ ย
❑4. โปรแกรมการปลกู ถา่ ย มบี นั ทึกยนื ยนั ความเขา้ กนั ไดข้ องอวยั วะในเวชระเบียนของผสู้ มคั รท่ปี ลกู ถ่าย
มาตรฐาน COP.8.5
โปรแกรมการปลกู ถา่ ยไดร้ บั ความยนิ ยอมแบบเฉพาะสาหรบั การปลกู ถา่ ยอวยั วะ จากผสู้ มคั รรบั การปลกู ถ่าย P
เจตจานงของมาตรฐาน COP.8.5
ในการยินยอม ผปู้ ่วยตอ้ งไดร้ บั แจง้ ปัจจยั ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การดแู ลตามแผน ซึง่ เป็นขอ้ มลู ท่ีจาเป็นสาหรบั การตัดสนิ ใจ (ดู PCC.2)
ผปู้ ่ วยจะได้รบั แจ้งเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความสาเร็จของการปลูกถ่ายอวยั วะ หรือสุขภาพของผูส้ มัครในฐานะผูร้ บั
ปัจจยั ต่างๆ รวมถงึ แต่ไมจ่ ากดั เพยี ง
a) ประวตั ิของผบู้ ริจาค ตามความเหมาะสมของกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของประเทศ/ภมู ภิ าค
b) สภาพของอวยั วะทีใ่ ช้
c) อายขุ องอวยั วะ และ
d) ความเส่ยี งทอี่ าจเกิดขนึ้ จากการตดิ เชอื้ หากไมส่ ามารถตรวจพบโรคในผบู้ ริจาคทต่ี ดิ เชอื้
นอกจากนี้ อาจมีปัจจยั ทางดา้ น จิตใจ จริยธรรม การเงิน และปัจจยั อื่นๆ ท่มี ีลกั ษณะเฉพาะสาหรบั ผปู้ ่วยท่ปี ลูกถ่าย มากกว่า
ผปู้ ่วยรายอื่น เช่น ความจาเป็นในการใชย้ ากดภูมิคมุ้ กันและอตั ราการรอดชีวิตท่ีคาดการณ์ไว้ (ดู AOP.1.1) ผปู้ ่วยจาเป็นตอ้ ง
ไดร้ บั การแจง้ ขอ้ พิจารณาพิเศษทัง้ หมดซึง่ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยินยอม โปรแกรมการปลกู ถ่ายยังเป็นไปตามนโยบาย
ของโรงพยาบาล สาหรบั การรบั ทราบและยินยอม ตลอดจนกฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับของทอ้ งถ่ินและระดับภูมิภาค (ดู
PCC.4.2 ดว้ ย)
องคป์ ระกอบท่ีวัดไดข้ อง COP.8.5
❑1. โครงการปลกู ถ่ายเป็นไปตามนโยบายของโรงพยาบาลเมอ่ื ไดร้ บั ความยนิ ยอมจากผเู้ ขา้ รบั การปลกู ถ่าย
❑2. นอกเหนือจากขอ้ มลู ท่ีใหก้ ับผปู้ ่ วยที่ผ่าตัดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยินยอมแลว้ โปรแกรมการปลูกถ่ายจะแจง้
ผเู้ ขา้ รบั การปลกู ถา่ ยถงึ ความเสี่ยงดา้ นจติ สงั คมท่ีมโี อกาสเกดิ ขนึ้ ได้
116
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
❑3. นอกเหนือจากขอ้ มลู ท่ีใหก้ ับผปู้ ่ วยท่ีผ่าตัดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยินยอมแลว้ โปรแกรมการปลูกถ่ายจะแจง้
ผทู้ ี่จะเขา้ รบั การปลกู ถ่ายอวัยวะเก่ียวกับ ปัจจยั เสี่ยงของผูบ้ ริจาคอวยั วะท่ีอาจส่งผลต่อความสาเร็จ หรือสุขภาพของ
ผสู้ มคั ร ในฐานะผรู้ บั รวมถงึ แต่ไม่จากดั เฉพาะ a) ถงึ d) ในเจตจานงของมาตรฐาน
❑4. นอกเหนือจากขอ้ มูลท่ีให้กับผปู้ ่ วยท่ีผ่าตัดซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการยินยอมแลว้ โปรแกรมการปลูกถ่ายจะแจ้ง
ผเู้ ขา้ รบั การผ่าตดั ปลูกถ่ายวา่ ศนู ยป์ ลกู ถ่ายจะเฝา้ ติดตามและคาดการณ์ อตั ราการรอดชีวิตในหนึ่งปี หรอื เม่ือ โปรแกรม
การปลกู ถ่ายมกี ารดาเนนิ การนอ้ ยกวา่ 18 เดือนกบ็ นั ทึกอตั ราการรอดชวี ิตในหน่งึ ปีเชน่ เดยี วกบั ท่บี นั ทึกไวใ้ นวรรณกรรม
❑5. นอกเหนอื จากขอ้ มลู ที่ใหก้ ับผปู้ ่วยท่ีผ่าตดั ซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยนิ ยอม โปรแกรมการปลกู ถ่ายยงั แจง้ ผเู้ ขา้ รบั
การผ่าตดั ปลกู ถา่ ยเกยี่ วกบั อตั ราการปฏเิ สธอวยั วะท่ีอาจเกดิ ขนึ้ ยากดภูมิคมุ้ กนั และคา่ ใชจ้ ่ายท่ีเก่ียวขอ้ ง
❑6. นอกเหนือจากขอ้ มูลท่ีใหก้ บั ผปู้ ่วยผ่าตดั ซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยินยอม โปรแกรมการปลูกถ่ายจะแจง้ ผเู้ ขา้ รบั
การปลกู ถา่ ยถึงการรกั ษาทางเลอื ก
มาตรฐาน COP.8.6
โปรแกรมการปลกู ถ่ายมีเอกสารโปรโตคอล แนวทางปฏิบตั ิทางคลินิก หรือขัน้ ตอนสาหรบั organ recovery และการรบั อวยั วะ
เพื่อใหแ้ น่ใจวา่ เขา้ กนั ได้ ปลอดภยั ประสิทธิภาพ และคณุ ภาพของเซลล์ เนอื้ เยอ่ื และอวยั วะของมนษุ ยส์ าหรบั การปลกู ถ่าย P
เจตจานงของมาตรฐาน COP.8.6
เพื่อลดความเส่ียงของการปฏิเสธของอวยั วะ ศัลยแพทยป์ ลูกถ่ายตอ้ งตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่าอวัยวะของผูบ้ ริจาคสามารถเขา้
กันได้กับผู้รบั การทดสอบความเขา้ กันไดท้ ่ีใช้บ่อยท่ีสุด ได้แก่ blood typing, crossmatching และ tissue typing ศัลยแพทย์
ผปู้ ลกู ถา่ ยช่วยใหม้ ่นั ใจวา่ การทดสอบความเขา้ กนั ไดจ้ ะเกดิ ขนึ้ กอ่ น ขนั้ ตอน organ recovery และขน้ั ตอนการปลกู ถ่ายอวยั วะ
การแพร่กระจายของโรคติดเชือ้ และมะเรง็ เป็นความเสีย่ งท่ีอาจเกดิ ขึน้ กบั ผรู้ บั เนือ้ เยื่อและอวยั วะของผบู้ ริจาค ดงั นน้ั จึงตอ้ ง จึง
ตอ้ งทาใหม้ ่ันใจในระดับของความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพของเซลล์ เนือ้ เยื่อ และอวยั วะของมนุษยใ์ นการปลูก
ถ่าย การประเมินผู้บริจาคอวัยวะและเนือ้ เย่ืออาจทาใหพ้ บผบู้ ริจาคที่มีความเส่ียงสงู ในการติดเชือ้ จากเชือ้ ก่อโรคท่ีอาจเป็น
อนั ตราย การตรวจคดั กรองประวตั ิผบู้ ริจาค และการส่งตรวจหาโรคตดิ ต่อของผบู้ ริจาค สามารถลดอบุ ัติการณก์ าร แพรก่ ระจาย
ของโรคไดอ้ ย่างมาก การตรวจคดั กรองผบู้ ริจาคควรรวมถึงการประเมินประวัติทางการแพทย์ ปัจจยั เสี่ยงดา้ น พฤติกรรม และ
การตรวจรา่ งกาย การสง่ ตรวจวิเคราะหผ์ บู้ ริจาคควรรวมถึงการทดสอบเอชไอวี ไวรสั ตบั อกั เสบบี ตับอกั เสบซี และการทดสอบ
อน่ื ๆ ตามคาแนะนา
สาหรบั การปลกู ถ่ายวสั ดุของมนุษย์ (human materials) ควรตรวจสอบยอ้ นกลบั ไดต้ ลอดช่วงอายุของผบู้ ริจาคและผรู้ บั ท่ีคาด
ไว้ วิธีการเขา้ รหสั ที่ตกลงกนั ในระดบั สากล เพื่อระบุเนือ้ เยื่อและเซลลท์ ่ีใชใ้ นการปลกู ถ่ายเป็นส่ิงจาเป็น สาหรบั การตรวจสอบ
ยอ้ นกลบั อย่างสมบรู ณ์ (ดู GLD.11.2)
117
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
องคป์ ระกอบที่วัดไดข้ อง COP.8.6
❑1. ทีมปลูกถ่ายปฏิบตั ิตามโปรโตคอล organ recovery ท่ีเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร แนวทางปฏิบตั ทิ างคลนิ ิก หรือขน้ั ตอนต่างๆ
ซึง่ รวมถึงการตรวจสอบขอ้ มลู ผบู้ รจิ าคและขอ้ มลู ผรู้ บั ทีจ่ าเป็น เพ่ือใหแ้ นใ่ จวา่ เขา้ กนั ไดก้ ่อนท่ีจะมี organ recovery
❑2. ศลั ยแพทยป์ ลูกถ่ายมีหนา้ ที่ยืนยันเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรถึงความเหมาะสมทางการแพทยข์ องอวยั วะผบู้ ริจาค เพ่ือการ
ปลกู ถา่ ยไปยงั ผรู้ บั
❑3. เม่ืออวัยวะมาถึงศูนยป์ ลูกถ่าย ศัลยแพทย์ผู้ปลูกถ่ายและผูป้ ระกอบวิชาชีพดา้ นการดูแลสุขภาพที่ได้รบั ใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพ อย่างนอ้ ยหนึ่งรายท่ีศนู ยก์ ารปลกู ถ่ายจะตรวจสอบและจัดทาเอกสารว่ากรุ๊ปเลือด ของผูบ้ ริจาคและ
ขอ้ มลู สาคญั อ่นื ๆ เขา้ กนั ไดก้ บั ผรู้ บั กอ่ นการปลกู ถา่ ย
❑4. ศัลยแพทยป์ ลกู ถ่ายมีหนา้ ท่ยี ืนยนั วา่ การประเมินผบู้ ริจาคและการทดสอบผบู้ ริจาคสาหรบั โรคติดเชือ้ และมะเร็ง ไดเ้ สร็จ
สนิ้ แลว้ และไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบียน ก่อน organ recovery และการปลกู ถา่ ยอวยั วะจะเกดิ ขนึ้
❑5. เมื่ออวัยวะมาถึงศูนยป์ ลูกถ่าย ศัลยแพทยผ์ ู้ปลูกถ่ายและผูป้ ระกอบวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพที่ได้รบั ใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพ อย่างนอ้ ยหน่งึ ราย ทศี่ ูนยก์ ารปลกู ถ่ายจะตรวจสอบและจดั ทาเอกสารวา่ การประเมินและการทดสอบ
อวยั วะของผู้ บริจาค ไม่มหี ลกั ฐานว่าเป็นโรคและสภาพของอวยั วะเหมาะสาหรบั การปลกู ถ่าย
มาตรฐาน COP.8.7
แผนการดแู ลผปู้ ่วยเฉพาะรายบคุ คล ใชเ้ ป็นแนวทางในการดแู ลผปู้ ่วยทีป่ ลกู ถา่ ย
เจตจานงของมาตรฐาน COP.8.7
การดูแลผปู้ ่วยที่ไดร้ บั การปลกู ถ่ายอวยั วะหรือเนือ้ เยอื่ จะแตกตา่ งกนั ไปตามประเภทของอวยั วะหรือเนือ้ เย่ือท่ีปลกู ถ่าย ประวัติ
สขุ ภาพของผปู้ ่วยมผี ลกระทบตอ่ การฟื้นตัว นอกจากนี้ สถานะทางจติ ใจของผปู้ ่วยอาจส่งผลต่อความ สาเรจ็ ของ การปลกู ถ่าย
การประเมินทางจิตวิทยาจะดาเนินการโดยจิตแพทย์ นกั จิตวิทยา หรอื นกั สังคมสงเคราะหท์ ่ีมี ประสบการณใ์ นการ ปลูกถ่าย
เพื่อกาหนดความสามารถในการตัดสินใจของผู้ป่ วย และคัดกรองความเจ็บป่ วยทางจิตเวช ท่ีมีอยู่ก่อน (ดู AOP.1.1)
แผนการดแู ลเฉพาะบคุ คลไดร้ บั การพฒั นาเพ่อื เป็นแนวทางในการดแู ลผปู้ ่วยปลกู ถ่าย (ดู AOP.1.2 และ COP.2.2)
องคป์ ระกอบท่ีวดั ไดข้ อง COP.8.7
❑1. โครงการปลูกถ่ายไดจ้ ดั ทาเอกสารแนวทางการปฏิบัติทางคลินิกเฉพาะอวัยวะสาหรบั ระยะก่อนการปลกู ถ่าย การปลูก
ถา่ ย และระยะจาหนา่ ยของการปลกู ถา่ ย
❑2. ผปู้ ่วยที่ปลกู ถ่ายแต่ละรายอย่ภู ายใตก้ ารดแู ลของทีมดูแลผปู้ ่วยสหสาขาวิชาชีพท่ีประสานงานโดยแพทยผ์ ปู้ ลกู ถ่าย หลัก
ของผปู้ ่วยตลอดระยะกอ่ นการปลกู ถา่ ย การปลกู ถา่ ย และระยะจาหน่ายของการปลกู ถ่าย
118
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
❑3. ผเู้ ขา้ รบั การปลกู ถ่ายจะไดร้ บั การประเมินความเหมาะสมของการรกั ษาทางการแพทยแ์ ละศัลยกรรมดา้ นอ่ืนๆ ที่อาจให้
อตั ราการรอดชีวติ ในระยะสนั้ และระยะยาวเทียบไดก้ บั การปลกู ถ่าย
❑4. ผเู้ ขา้ รบั การปลกู ถ่ายจะไดร้ บั การประเมินทางจิตวิทยาโดยจิตแพทย์ นกั จติ วิทยาหรือนกั สงั คมสงเคราะหท์ มี่ ี ประสบการณ์
ในการปลกู ถ่าย เพื่อกาหนดความสามารถในการตดั สนิ ใจของผปู้ ่วย และคดั กรองความเจ็บป่วยทางจิตเวช ทมี่ ีอย่กู อ่ น
❑5. โปรแกรมการปลกู ถ่ายจะปรบั ปรุงขอ้ มลู ทางคลินิกในเวชระเบียนของผปู้ ่วยท่ปี ลกู ถา่ ยอยา่ งต่อเนอื่ ง
โครงการปลูกถ่ายโดยใช้อวยั วะผู้บรจิ าคทีม่ ชี ีวิต
มาตรฐาน COP.9
โปรแกรมการปลกู ถา่ ยท่ีดาเนินการจากผบู้ รจิ าคที่มชี ีวิตเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของทอ้ งถิ่นและระดบั ภูมิภาค
และปกปอ้ งสิทธิข์ องผบู้ ริจาคทมี่ ชี วี ิตในอนาคตหรอื ผบู้ ริจาคในปัจจบุ นั
เจตจานงของมาตรฐาน COP.9
ความตอ้ งการท่ีเพิ่มขึน้ และอุปทานอวัยวะท่ีจากดั จากผู้บริจาคที่เสียชีวิตส่งผลใหม้ ีความพยายามเพิ่มขึน้ ในการส่งเสริมการ
บริจาคอวัยวะท่ีมีชีวิต มาตรฐานผูบ้ ริจาคที่มีชีวิตสาหรบั การเลือกผสู้ มคั รบริจาคที่เหมาะสม, การแจง้ ความยินยอม และการ
ดูแลภายหลังการบริจาคนั้นไม่มีอย่ทู ่วั ไป ผบู้ ริจาคที่มีชีวิตตอ้ งเผชิญกับการตดั สินใจที่ยากลาบาก และมีความเสี่ยงท่ีจะเกิด
โรคแทรกซอ้ นตลอดชีวติ และไมค่ วรรูส้ กึ ว่าถกู บงั คบั หรอื กดดนั ใหบ้ ริจาคอวยั วะ
เพ่ือช่วยในการตดั สินใจและเพ่ือให้แน่ใจว่าสิทธิของผู้บริจาคที่มีชีวิตไดร้ บั การคุ้มครอง บุคคลท่ีมีความรูเ้ กี่ยวกับการบริจาค
อวัยวะที่มีชีวิต การปลกู ถ่าย จริยธรรมทางการแพทย์ และการขอความยินยอมจะไดร้ บั การกาหนดและแต่งตั้ง เพ่ือปกป้อง
สิทธิของผปู้ ่วย บุคคลนี้เป็นอิสระไม่ขึน้ กับทีมผปู้ ลูกถ่าย และหากโรงพยาบาลเป็นผวู้ า่ จา้ งมาก็ จะไม่รายงานใหส้ มาชิกในทีม
ปลกู ถ่ายทราบ เป้าหมายของบุคคลนี้คือเพ่ือให้แน่ใจว่าผบู้ ริจาคที่มีชีวิตเขา้ ใจทุกแง่มมุ ของกระบวนการบริจาค และมีความ
สามารถในการตดั สนิ ใจของตนเองได้ (ดู PCC.1 และ PCC.6)
องคป์ ระกอบท่วี ดั ได้ของ COP.9
❑1. โครงการปลูกถ่ายที่ดาเนินการปลกู ถ่ายจากผบู้ ริจาคท่ีมีชีวิตเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คับของทอ้ งถิ่นและ
ระดบั ภูมภิ าค
❑2. ผบู้ ริจาคอวยั วะท่มี ีชีวติ มีสิทธิตดั สินใจเกยี่ วกบั การบรจิ าคโดยปราศจากการบบี บงั คบั และกดดนั
119
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นัน้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
❑3. บุคคลที่มคี วามรูเ้ ก่ียวกับการบรจิ าคอวยั วะที่มีชวี ิต การปลูกถ่าย จริยธรรมทางการแพทย์ และการขอความยินยอม จะได้
รบั การกาหนดและแตง่ ตง้ั ใหเ้ ป็นตวั แทน(advocacy)ใหผ้ บู้ ริจาคทม่ี ชี ีวติ
❑4. บคุ คลท่ไี ดร้ บั การแต่งตง้ั ใหเ้ ป็นตวั แทนผบู้ ริจาคที่มีชีวติ ไม่เกย่ี วขอ้ งกบั กิจกรรมการปลกู ถ่ายที่ดาเนินการเป็นประจา
❑5. บคุ คลท่ีไดร้ บั การแตง่ ต้ังใหเ้ ป็นตวั แทนผบู้ ริจาคท่ีมีชีวติ แจง้ สนบั สนนุ และเคารพผบู้ ริจาคที่มีชีวิตในลกั ษณะท่เี หมาะสม
ทางวฒั นธรรมในระหว่างการตดั สินใจ
มาตรฐาน COP.9.1
โปรแกรมปลกู ถ่ายจากผบู้ ริจาคที่มีชีวิตจะขอความยินยอมแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อการบริจาคอวยั วะ จากผทู้ ่ีคาดว่าจะไดเ้ ป็น
ผบู้ ริจาคที่มชี วี ติ P
เจตจานงของมาตรฐาน COP.9.1
ผบู้ ริจาคที่คาดหวังไวจ้ าเป็นต้องเขา้ ใจทุกแง่มุมของกระบวนการบริจาคอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อทาความเขา้ ใจ
ความเสี่ยงและผลประโยชนท์ ี่เก่ียวข้องกับการเป็นผูบ้ ริจาคที่มีชีวิต ผู้บริจาคที่มีชีวิตจานวนมากมอบอวัยวะใหส้ มาชิกใน
ครอบครวั หรือคนรูจ้ ัก อย่างไรก็ตาม ผบู้ ริจาคที่มีชีวิตบางคนไม่ได้มีอิทธิพลต่อการจัดการอวัยวะท่ีรบั บริจาค ส่ิงสาคัญมาก
ในการขอความยนิ ยอมคือเพื่อใหแ้ น่ใจว่าผทู้ ี่จะบรจิ าคเต็มใจที่จะบริจาคและไม่ถกู บงั คบั หรอื สัญญาวา่ จะใหค้ า่ ชดเชย และเขา้
ใจว่าอาจปฏเิ สธทีจ่ ะบริจาคเมือ่ ใดก็ได้ (ดู PCC.4.2 ดว้ ย)
องคป์ ระกอบท่ีวัดไดข้ อง COP.9.1
❑1. การขอความยินยอมในการบริจาคท่ีมีชีวติ จะถูกปฏิบตั ิโดยบุคลากรท่ีไดร้ บั การฝึกอบรมและในภาษาที่ผูท้ ี่กาลังจะเป็น
ผบู้ ริจาคสามารถเขา้ ใจได้
❑2. นอกเหนือจากขอ้ มลู ท่ใี หก้ บั ผปู้ ่วยท่ผี ่าตดั ซ่งึ เป็นส่วนหนง่ึ ของกระบวนการยินยอม โปรแกรมการปลกู ถ่ายจะแจง้ ผบู้ ริจาค
ทยี่ งั มีชีวิตถึงความเส่ียงทางจิตที่อาจเกิดขนึ้ จากการบรจิ าค
❑3. นอกเหนือจากขอ้ มลู ท่ีใหก้ บั ผปู้ ่วยทผี่ ่าตดั ซึง่ เป็นสว่ นหน่งึ ของกระบวนการยินยอม โปรแกรมการปลกู ถ่ายยงั แจง้ ผบู้ รจิ าค
ถงึ ภาวะแทรกซอ้ น ท่ีอาจเกดิ ขนึ้ และความเสยี่ งที่เก่ียวขอ้ งกบั การบริจาคอวยั วะทมี่ ชี วี ติ
❑4. นอกเหนือจากขอ้ มลู ที่ใหก้ บั ผปู้ ่ วยที่ผ่าตัดซึ่งเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการยินยอม โปรแกรมการปลูกถ่ายจะแจ้งให้ผู้
บรจิ าคทราบถงึ ปัญหาสขุ ภาพท่ีอาจเกิดขนึ้ ในอนาคต
❑5. โปรแกรมปลกู ถ่ายจะแจง้ ผบู้ ริจาคทย่ี งั มีชวี ติ เกย่ี วกบั ทางเลอื กในการรกั ษาสาหรบั ผเู้ ขา้ รบั การปลกู ถา่ ย
120
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
❑6. โปรแกรมปลูกถ่ายอวัยวะจะแจง้ ใหผ้ บู้ ริจาคที่มีชีวิตทราบถึงสิทธิของผูบ้ ริจาค ในการเลือกที่จะไม่บริจาคเม่ือใดก็ไดใ้ น
ระหวา่ งกระบวนการบริจาค
มาตรฐาน COP.9.2
โปรแกรมการปลกู ถา่ ยจากผบู้ รจิ าคทีม่ ีชีวติ ใชเ้ กณฑก์ ารคัดเลือกทางคลินกิ และทางจิตวิทยา เพื่อกาหนดผทู้ ม่ี ีความเหมาะสม
ในการท่ีจะเป็นผบู้ ริจาคทีม่ ชี ีวิต P
เจตจานงของมาตรฐาน COP.9.2
ผบู้ ริจาคอวยั วะตอ้ งไดร้ บั การประเมินความเหมาะสมทัง้ ทางร่างกายและจิตใจในฐานะผบู้ ริจาคอวัยวะ การประเมินทาง การ
แพทยก์ าหนดความสามารถทางกายภาพในการบริจาค และระบุความเสี่ยงดา้ นสขุ ภาพในปัจจุบนั และความเส่ียงต่อ สุขภาพ
ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การประเมินทางจิตวิทยาจะดาเนินการโดยจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ท่ีมี
ประสบการณ์ในการปลูกถ่าย เพ่ือกาหนดความสามารถในการตัดสินใจ, คัดกรองความเจ็บป่วยทางจิตเวชท่ีมีอย่กู ่อน และ
ประเมินถึงการถกู บีบบังคบั ท่ีอาจเกิดขึน้ (ดู AOP.1.1 เพิ่มเติม) ผูบ้ ริจาคตอ้ งไดร้ บั การประเมินความสามารถของตน ในการ
ทาความเขา้ ใจกระบวนการบริจาคและผลลพั ธท์ ่ีเป็นไปได้ รวมถงึ ผลลพั ธท์ ่ีไมพ่ ึงประสงค์
องคป์ ระกอบทวี่ ดั ได้ของ COP.9.2
❑1. โปรแกรมปลกู ถ่ายบนั ทึกเกณฑก์ ารคดั เลือกผบู้ ริจาคอวยั วะทีม่ ีชวี ิต
❑2. เกณฑก์ ารคัดเลือกผบู้ รจิ าคท่ีมีชีวิตในโปรแกรมการปลกู ถ่ายนน้ั สอดคลอ้ งกบั กฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับ และหลกั
จรรยาบรรณทางการแพทย์
❑3. ผลการประเมินทางการแพทยท์ ่ีเกี่ยวขอ้ งกับสขุ ภาพร่างกายของผบู้ ริจาคท่ีมีชีวิต รวมอย่ใู นการพิจารณาความเหมาะสม
สาหรบั การบรจิ าค
❑4. ผลการทดสอบทางการแพทยร์ ะบุโรคตดิ เชอื้ หรอื มะเรง็ รวมอย่ใู นการพิจารณาความเหมาะสมสาหรบั การบริจาค
❑5. ผลการประเมินทางจติ วิทยาท่ีดาเนนิ การโดยจิตแพทย์ นกั จิตวิทยา หรอื นักสังคมสงเคราะหท์ ่ีมีประสบการณใ์ นการ ปลกู
ถา่ ยจะรวมอยใู่ นการพิจารณาความเหมาะสมในการบรจิ าค
❑6. โปรแกรมการปลกู ถา่ ยบนั ทึกยนื ยนั ความเขา้ กนั ไดข้ องอวยั วะในเวชระเบียนของผบู้ รจิ าคที่มชี ีวติ
มาตรฐาน COP.9.3
แผนการดแู ลผปู้ ่วยเฉพาะรายบคุ คลใชเ้ ป็นแนวทางในการดแู ลผบู้ รจิ าคที่มีชวี ิต
เจตจานงของมาตรฐาน COP.9.3 121
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเท่าน้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
นอกจากความต้องการดา้ นการดูแลสุขภาพโดยท่วั ไปของผปู้ ่ วยที่เขา้ รบั การผ่าตัดแลว้ ผู้บริจาคที่มีชีวิตยังมีความต้องการ
การรกั ษาและการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมือนใครซึ่งตอ้ งไดร้ บั การพิจารณาเป็นพิเศษ แผนการดูแลเป็นรายบุคคลไดร้ บั การจัดทา
และดาเนนิ การสาหรบั ผบู้ ริจาคท่ีมชี วี ติ ทกุ คน (ดู ACC.3 และ COP.2.2)
องคป์ ระกอบทวี่ ัดไดข้ อง COP.9.3
❑1. โปรแกรมการปลูกถ่ายจากผู้บริจาคท่ีมีชีวิต ปฏิบัติตามแนวทางของผู้บริจาคที่มีชีวิต (living donor guideline) ท่ี
ครอบคลมุ ขน้ั ตอนการประเมิน การบริจาค และระยะจาหนา่ ยออกจากการบริจาค
❑2. โปรแกรมการปลกู ถ่ายจากผบู้ ริจาคที่มีชีวิตใหก้ ารดแู ลแบบสหสาขาวิชาชีพ ท่ีประสานงานโดยแพทย์ท่านหนึ่ง ไปยังผู้
บรจิ าคแต่ละรายตลอดขนั้ ตอนการประเมินผบู้ รจิ าค การบรจิ าค และจาหน่ายออกจากการบรจิ าค
❑3. ผสู้ มคั รเป็นผบู้ ริจาคทีม่ ชี ีวติ จะไดร้ บั การสนบั สนนุ ดา้ นจิตใจอยา่ งต่อเน่อื งหลงั จากการบริจาค
122
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
ภาพรวม
การใชย้ าสลบ Procedural sedationและการผา่ ตดั เป็นกระบวนการท่วั ไปและซบั ซอ้ นในองคก์ รดา้ นการดูแลสขุ ภาพ
โรงพยาบาลตอ้ งการการประเมินผปู้ ่วยทส่ี มบูรณแ์ ละครอบคลมุ การวางแผนการดแู ลแบบบูรณาการ, การติดตามอาการผปู้ ่วย
อย่างต่อเนอ่ื ง, และ เกณฑใ์ นการสง่ ตอ่ ผปู้ ่วยเพือ่ การดูแลตอ่ เน่ือง, ฟื้นฟสู ภาพ, และตลอดจนการส่งตอ่ และจาหน่ายในที่สดุ
การระงบั ความรูส้ กึ (Anesthesia)และProcedural sedation(Procedural sedation) มกั ถกู มองว่าเป็นภาวะที่ต่อเนอ่ื ง จากการ
ระงบั ความรูส้ กึ ระดบั นอ้ ย(minimal sedation) เรอ่ื ยไปจนถึงการระงบั ความรูส้ ึกเต็มรูปแบบ (full anesthesia) ซ่งึ ผปู้ ่วยจะ
ค่อยๆ สญู เสียปฏิกิริยาตอบสนองเพอื่ ปกป้องทางเดินหายใจ เช่น การไอและการสาลกั เนื่องจากการตอบสนอง ของผปู้ ่วย แต่
ละรายอาจดาเนนิ ไปตามความตอ่ เนอื่ งนนั้ การระงบั ความรูส้ กึ และProcedural sedation ควรไดร้ บั การจดั การแบบบูรณาการ
ดงั นน้ั บทนจี้ งึ กล่าวถึงการระงบั ความรูส้ กึ และProcedural sedation ทป่ี ฏกิ ิริยาตอบสนองทีป่ อ้ งกนั ต่อทาง เดินหายใจและการ
หายใจของผปู้ ่วยมคี วามเสี่ยง บทนไี้ มไ่ ดก้ ล่าวถงึ การใชย้ ากล่อมประสาท เพื่อวตั ถปุ ระสงค์ ในการเกิด anxiolysis หรือ
sedation ใน ICU ทจ่ี าเป็นสาหรบั ผปู้ ่วยทต่ี า้ นเครื่องช่วยหายใจ
เน่อื งจากการผ่าตดั มีความเสีย่ งสงู จงึ ตอ้ งวางแผนและดาเนนิ การอย่างรอบคอบ ขอ้ มลู เกยี่ วกับขน้ั ตอนการผ่าตดั และ การดูแล
หลงั การผ่าตัดถกู นาไปวางแผน โดยยดึ ตามการประเมินของผปู้ ่วยและบนั ทึก มกี ารพิจารณาเป็นพิเศษสาหรบั การผ่าตดั ฝัง
เคร่ืองมือแพทย์ ซึง่ รวมถงึ การรายงานอปุ กรณท์ ีท่ างานผิดปกติ ตลอดจนกระบวนการติดตามผลกบั ผปู้ ่วย ในกรณที มี่ ีการเรยี ก
คนื
หมายเหตุ : มาตรฐานกำรระงบั ควำมรูส้ กึ และการผ่าตัดใชไ้ ดก้ บั สถานทีท่ มี่ กี ารระงบั ควำมรูส้ ึกและ/หรอื ทำใหส้ งบเพ่อื ทำ
หตั ถกำรใด ๆ และในกรณที มี่ ีการผ่าตดั และกำรทำหตั ถกำรรุกลำ้ อ่ืน ๆ ทตี่ อ้ งไดร้ บั ความยินยอม (ดู PCC.4.2 เพม่ิ เตมิ ) สถานที่
ดงั กล่าวรวมถึงหอ้ งผ่าตดั ของโรงพยาบาล, Day surgery หรือโรงพยาบาลทเี่ ปิดใหบ้ รกิ ารแบบกลางวนั , การส่องกลอ้ ง, รงั สี
วิทยาเพอื่ การรกั ษา, คลนิ กิ ทนั ตกรรมและคลนิ ิกผปู้ ่วยนอกอน่ื ๆ, บรกิ ารฉกุ เฉนิ , หอผปู้ ่วยวกิ ฤต หรือที่อ่นื ๆ
หมายเหตุ : มาตรฐานบางอยา่ งกาหนดใหโ้ รงพยาบาลตอ้ งมีนโยบาย ขนั้ ตอนปฏบิ ตั ิ โปรแกรม หรือเอกสารที่เป็นลายลกั ษณ์
อกั ษรอ่นื ๆ สาหรบั กระบวนการเฉพาะ มาตรฐานเหล่านนั้ ระบดุ ว้ ย อกั ษร หลงั ขอ้ ความมาตรฐาน
123
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
มาตรฐาน, เจตจานง, และองคป์ ระกอบที่วดั ได้
องคก์ รและการจดั การ
มาตรฐาน ASC.1
บริการทาให้สงบและบริการระงับความรูส้ ึกและยาสลบมีความพรอ้ มเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่ วย และบริการ
ดงั กลา่ วทง้ั หมดเป็นไปตามมาตรฐานวชิ าชีพและมาตรฐาน กฎหมาย และระเบยี บขอ้ บงั คบั ในระดบั ทอ้ งถน่ิ และระดบั ประเทศ
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.1
การทาใหส้ งบและและกำรระงับควำมรูส้ ึกมักถูกมองว่าเป็นความต่อเน่ืองต้ังแต่การให้ยาระงับความรูส้ ึกแบบนอ้ ยท่ีสุด
(minimal sedation) ไปจนถึงการระงับความรูส้ ึกเต็มรูปแบบ (full anesthesia)การตอบสนองของผูป้ ่วยอาจเปล่ียนไปตาม
ความต่อเนื่องนนั้ ซึ่งทาใหป้ ฏิกิริยาตอบสนองเพื่อปกป้องทางเดินหายใจของผปู้ ่วยมีความเสี่ยง การทาใหส้ งบและกำรระงบั
ควำมรูส้ กึ เป็นกระบวนการท่ีซบั ซอ้ นซึ่งตอ้ งบูรณาการเขา้ กบั การวางแผนการดแู ลผปู้ ่วย การทาใหส้ งบและกำรระงับควำมรูส้ ึก
จาเป็นตอ้ งมีการประเมินผปู้ ่วยท่ีสมบรู ณแ์ ละครอบคลมุ , การเฝา้ ติดตามผปู้ ่วยอย่างต่อเน่อื งและเกณฑก์ ารฟื้นตวั ท่ีเป็นรูปธรรม
โรงพยาบาลมบี ริการทาใหส้ งบและระงบั ความรูส้ กึ ที่เป็นความตอ้ งการของประชากรผปู้ ่วย, บริการทางคลินกิ ทจ่ี ดั ให,้ และความ
ตอ้ งการของผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดูแลสขุ ภาพ บริการทาใหส้ งบและกำรระงบั ควำมรูส้ ึกถกู จัดใหต้ ามมาตรฐาน การปฏิบตั ิทาง
วชิ าชพี การดแู ลและเป็นไปตามกฎหมายและขอ้ บังคบั ในทอ้ งถน่ิ และระดบั ประเทศท่ีบงั คบั ใชท้ งั้ หมด บริการทำใหส้ งบและระงับ
ควำมรูส้ กึ มีพรอ้ มบรกิ ำรหลงั เวลาทาการปกติในกรณฉี กุ เฉนิ
โรงพยาบาลอาจใหบ้ ริกำรทำใหส้ งบและระงับควำมรูส้ ึก (รวมถงึ บริการทีจ่ าเป็นสาหรบั เหตุฉกุ เฉิน) โดยเป็นขอ้ ตกลงกับแหล่ง
ภายนอก ( เช่น วิสญั ญีแพทยห์ รือกลุ่มการปฏิบัติทางวิสัญญี) หรอื ทงั้ สองอย่าง การใช้วริการระงับความรูส้ ึกจากแหล่งภาย
นอกใดๆ ขึน้ อยู่กับคาแนะนาของผนู้ าดา้ นบริการทาใหส้ งบและบริการระงบั ความรูส้ ึก แหล่งบริการจากภายนอกเป็นไปตาม
กฎหมายและระเบียบขอ้ บังคบั ท่ีบังคบั ใช้ และมีคณุ ภาพท่ียอมรบั ไดแ้ ละบันทึกความปลอดภัยของผปู้ ่วย ตามท่ีกาหนดไวใ้ น
สญั ญาบริการ (ดู GLD.6 และ GLD.6.1)
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ของ ASC.1
❑1. บรกิ ารทาใหส้ งบและระงบั ความรูส้ ึกเป็นไปตามมาตรฐานการปฏบิ ตั ิทางวชิ าชพี และกฎหมายและขอ้ บงั คบั ระดบั ทอ้ งถิน่
และระดบั ประเทศทบ่ี งั คบั ใช้
❑2. มบี รกิ ารทาใหส้ งบและระงบั ความรูส้ ึกเพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการของผปู้ ่วย
❑3. มีบรกิ ารทาใหส้ งบและระงบั ความรูส้ ึกสาหรบั กรณีฉกุ เฉนิ หลงั เวลาทาการปกติ
124
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
❑4. บริการทาใหส้ งบและระงับความรูส้ ึกจากแหล่งบริการภายนอก ถูกคดั เลือกตามคาแนะนาของหัวหนา้ บริการทาใหส้ งบ
และระงบั ความรูส้ กึ มีบนั ทึกผลการปฏิบตั งิ านท่ยี อมรบั ได้ และการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและขอ้ บงั คบั ท่เี กี่ยวขอ้ ง
❑5. มเี อกสารสญั ญาจา้ งเมือ่ ใชบ้ รกิ ารการทาใหส้ งบและระงบั ความรูส้ กึ จากแหลง่ ภายนอก
มาตรฐาน ASC.2
บคุ คลท่ีมคี ณุ สมบตั ิเหมาะสมมหี นา้ ที่รบั ผิดชอบในการจดั การบริกำรทำใหส้ งบและระงบั ควำมรูส้ กึ
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.2
บริกำรทำใหส้ งบและระงบั ควำมรูส้ ึกอย่ภู ายใตก้ ารกากบั ดูแลของบุคคลหน่ึงหรือมากกว่า ท่ีมีหลกั ฐานเอกสารว่าผ่านการฝึก
อบรม, ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ซึ่งสอดคลอ้ งกับกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คับท่ีบงั คับใช้ บุคคลนีต้ อ้ งรบั ผิดชอบ
อย่างมอื อาชีพสาหรบั บริกำรระงบั ควำมรูส้ กึ ทีม่ ใี ห้ (ดู GLD.6 และ GLD.9) ความรบั ผิดชอบรวมถงึ
• จดั ทา ดาเนินการ และคงไวซ้ งึ่ นโยบายและ ขน้ั ตอนปฏบิ ตั ;ิ
• จดั ใหม้ กี ารกากบั ดแู ลการบรหิ าร;
• รกั ษา โปรแกรม ควบคมุ คณุ ภาพทจ่ี าเป็น
• แนะนาแหล่งบรกิ ารทาใหส้ งบและระงบั ความรูส้ กึ จากภายนอก; และ
• ตดิ ตามและตรวจสอบบริกำรทำใหส้ งบและระงบั ควำมรูส้ กึ ทงั้ หมด
องคป์ ระกอบทีว่ ัดได้ของ ASC.2
❑1. บริการทาใหส้ งบและระงบั ความรูส้ ึกมีรูปแบบเดียวกนั ท่วั ทงั้ โรงพยาบาล
❑2. บรกิ ำรทำใหส้ งบและระงบั ควำมรูส้ ึกอย่ภู ายใตก้ ารดแู ลของบคุ คลที่มคี ณุ สมบตั ิเหมาะสม ตงั้ แตห่ นึง่ คนขนึ้ ไป
❑3. ความรบั ผดิ ชอบในการแนะนาแหลง่ ภายนอกของบรกิ ารทาใหส้ งบและระงบั ความรูส้ ึกถกู กาหนดและดาเนินการ
❑4. ความรบั ผิดชอบในการตดิ ตามและตรวจสอบบริกำรทำใหส้ งบและระงบั ควำมรูส้ ึกทงั้ หมดถกู กาหนดและดาเนนิ การ
การทาให้สงบ
มาตรฐาน ASC.3
การใหก้ ารทาใหส้ งบเป็นมาตรฐานเดียวกนั ท่วั ทงั้ โรงพยาบาล P
125
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นัน้ (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.3
Procedural sedationถูกกาหนดเป็น “. . . เทคนิคการบริหารยาที่ทาใหส้ งบ หรือยาที่ทาใหค้ ลายตัว ท่ีมีหรือไม่มี ยาแกป้ วด
เพ่ือทาใหเ้ กิดสภาวะการรบั รูท้ ีเ่ ปล่ียนแปลงไป ซ่ึงทาใหผ้ ปู้ ่วยทนต่อกระบวนการท่ีเจ็บปวด หรอื ไม่พึงประสงค์ ได้ ในขณะเดียว
กนั ก็รกั ษาการทางานของหัวใจและการหายใจไวไ้ ด”้ เม่ือมีการใชย้ าเพื่อวตั ถปุ ระสงคใ์ นการเปล่ียนแปลงสภาวะการรบั รูข้ อง
ผู้ป่ วย เพ่ือทาให้การทาหัตถการเป็นไปได้อย่างราบร่ืนโดยไม่คานึงถึงยา ขนาดยา หรือเส้นทางการให้ยาจะถือว่าน่ันคือ
Procedural sedation(Procedural sedation) Procedural sedationมักจะทาในหลายพืน้ ท่ีนอกหอ้ งผ่าตัดของโรงพยาบาล
เนื่องจากProcedural sedationเช่น การระงบั ความรูส้ ึก ก่อใหเ้ กิดความเส่ียงอย่างมีนัยสาคัญ ต่อผูป้ ่วย การให้Procedural
sedationจึงต้องมีรูปแบบเดียวกันท่วั ทัง้ โรงพยาบาล คุณสมบัติของ บุคลากรที่เขา้ รว่ มในหัตถการ, อุปกรณ์ทางการแพทย์,
เวชภณั ฑ์ และการเฝา้ ติดตามอาการจะตอ้ งเหมือนกันทกุ ท่ีท่ี โรงพยาบาล จัดกำรทำใหส้ งบ ดังนน้ั โรงพยาบาลจึงตอ้ งจัดทา
แนวทางเฉพาะสาหรบั วธิ ีการและสถานท่ที อี่ าจใชก้ ำรทำใหส้ งบ
Procedural sedation ถูกปฏิบตั ิใหเ้ ป็นมำตรฐำนเดียวกันโดยไดร้ บั การสนับสนุนดว้ ย นโยบายและขน้ั ตอนการปฏิบัติงานท่ีผู้
ปฏบิ ตั ิงานทกุ คนทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตใหป้ ฏิบตั ิProcedural sedationเขา้ ใจ และกลา่ วถึง
a) พนื้ ทใี่ นโรงพยาบาลท่ีอาจมี Procedural sedation
b) คณุ สมบตั หิ รอื ทกั ษะพเิ ศษของบุคลากรท่เี กย่ี วขอ้ งกบั กระบวนการ Procedural sedation (ดู SQE.3)
c) ความแตกต่างระหว่างประชากรเดก็ ผใู้ หญ่ และผสู้ งู อายุ หรอื ขอ้ พิจารณาพเิ ศษอนื่ ๆ (ดู AOP.1.6 )
d) มีเคร่ืองมือทางการแพทยแ์ บบพิเศษมีใหใ้ ชอ้ ย่างทันท่วงที, เหมาะสมกับอายุ และ ประวัติของผปู้ ่วย (ดู COP.3.3)
และ
e) กระบวนการขอความยินยอมเพอื่ ทาหตั ถการและการใชย้ าทที่ ำใหส้ งบ (ดู PCC.4.2)
ในระหว่าง Procedural sedation บุคคลท่ีไดร้ บั การฝึกอบรมดา้ นการช่วยชีวิตขั้นสูงและอปุ กรณ์ทางการแพทยฉ์ ุกเฉิน และ
เวชภัณฑ์ที่เหมาะสมกับอายุและประวัติของผู้ป่ วยและประเภทของหัตถการที่ทา จะพรอ้ มใช้งานทันที (ดู SQE.8.1 และ
SQE.8.1.1)
องคป์ ระกอบทว่ี ดั ได้ ASC.3
❑1. Procedural sedationเป็นมาตรฐานเดียวกนั ท่วั ทง้ั โรงพยาบาล
❑2. การกาหนดมาตรฐานของ Procedural sedationรวมถงึ การกาหนดและกล่าวถึงอย่างนอ้ ยขอ้ a) ถงึ e) ในเจตจานงของ
มาตรฐาน
126
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
❑3. เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทยฉ์ ุกเฉินจะพรอ้ มใชง้ านทันทีและปรับให้เขา้ กับประเภทของกำรทำ sedation และ
อายแุ ละสภาวะทางการแพทยข์ องผปู้ ่วย
❑4. บุคคลท่ีมีการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขนั้ สูงท่ีเหมาะสมกับอายุและประวัติของผูป้ ่วย จะพรอ้ มใหบ้ ริการทนั ทีเม่ือมีการทา
Procedural sedation
มาตรฐาน ASC.3.1
ผปู้ ฏิบตั ิงานที่รบั ผดิ ชอบในการทา Procedural sedation และบุคคลทรี่ บั ผิดชอบในการตดิ ตามอาการผปู้ ่วยท่ีไดร้ บั Procedural
sedation มคี ณุ สมบตั ิที่เหมาะสม P
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.3.1
คณุ สมบตั ิของแพทย์ ทนั ตแพทย์ หรือบุคคลอื่นที่รบั ผิดชอบผปู้ ่วยท่ีไดร้ บั Procedural sedation มีความสาคัญ การทาความ
เขา้ ใจกบั วธิ ีการทา Procedural sedation ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ผปู้ ่วยและประเภทของหตั ถการท่ดี าเนินการ จะชว่ ยเพ่ิมความ สามารถ
ในการทนต่อการทาหัตถการท่ีไม่สขุ สบายหรือมีความเจบ็ ปวด และลดความเส่ียงตอ่ การเกิดภาวะแทรกซอ้ น ภาวะแทรกซอ้ นที่
เกยี่ วขอ้ งกับการทา Procedural sedation ในเบือ้ งตน้ ไดแ้ ก่ ภาวะการกดหวั ใจหรือการหายใจ ดังนนั้ จึงจาเป็นตอ้ งมีหลกั ฐาน
การรบั รองในการช่วยชีวิตข้นั พืน้ ฐานเป็นอย่างนอ้ ย นอกจากนี้ ความรูเ้ กีย่ วกบั เภสชั วิทยาของการยาท่ที าใหส้ งบท่ีใช้ เชน่ เดียว
กบั reversal agents จะช่วยลดความเส่ียงของผลลพั ธท์ ไี่ ม่พึงประสงค์ ดังนน้ั บุคคลที่รบั ผดิ ชอบในการดาเนินการ Procedural
sedation จะตอ้ งมคี วามสามารถใน
a) เทคนิคและวิธีต่างๆในการทา sedation;
b) เภสชั วิทยาของยา sedate และการใช้ reversal agents;
c) ขอ้ กาหนดในการติดตามอาการ และ
d) การตอบสนองต่อภาวะแทรกซอ้ น (ดู SQE.10)
ผปู้ ระกอบวิชาชพี ดา้ นการดแู ลสขุ ภาพผทู้ ี่ทาหตั ถการ ไม่ควรเป็นผูร้ บั ผดิ ชอบในการตดิ ตามอาการผปู้ ่วยอย่างตอ่ เน่อื งอีก ควร
มีอีกบุคคลหนึ่งที่แยกจากกันและมีคุณสมบัติที่เหมาะสม เช่น วิสัญญีแพทยห์ รือพยาบาลท่ีไดร้ บั การฝึกอบรม และมีความ
สามารถ เป็นผูร้ บั ผิดชอบในการตดิ ตามพารามเิ ตอรท์ างสรีรวิทยาของผปู้ ่วยอยา่ งต่อเน่อื ง และใหค้ วามชว่ ยเหลือ ในมาตรการ
สนบั สนนุ หรอื ช่วยชีวิต (ดู SQE.3) บุคคลท่ีรบั ผดิ ชอบในการเฝา้ ติดตามตอ้ งมีความสามารถดงั นี้
e) ขอ้ กาหนดในการเฝา้ ติดตาม;
f) การตอบสนองต่อ ภาวะแทรกซอ้ น
g) การใช้ reversal agents; และ
h) เกณฑก์ ารพกั ฟื้น
127
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่าน้นั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
องคป์ ระกอบท่วี ัดได้ ASC.3.1
❑1. ผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลสุขภาพท่ีรบั ผิดชอบในการให้กำรทำ Procedural sedation แสดงหลักฐานความสามารถ
อยา่ งนอ้ ย a) ถงึ d) ตามเจตจานงของมาตรฐาน
❑2. บุคคลท่ีรบั ผดิ ชอบในการเฝ้าติดตามผปู้ ่วยในระหว่าง Procedural sedation มีความสามารถอย่างนอ้ ยองคป์ ระกอบ e)
ถงึ h) ในเจตจานงของมาตรฐาน
❑3. ความสามารถในการทา Procedural sedation ของบคุ ลากรทกุ คนท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การทา sedation ไดร้ บั การบันทึกไวใ้ น
แฟม้ บุคลากร
มาตรฐาน ASC.3.2
Procedural sedation (Procedural sedation)มกี ารบรหิ ารและติดตามตามแนวทางการปฏิบตั ิวิชาชพี P
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.3.2
ระดับของ Sedation เกิดขนึ้ อย่างต่อเน่ืองจากอาการสงบเล็กนอ้ ยไปจนถึงระดับลกึ และผปู้ ่วยอาจมีอาการต่อเน่ืองจากระดบั
หน่ึงไปอีกระดบั หนึ่ง มีหลายปัจจัยท่ีมีอทิ ธิพลต่อการตอบสนองของผปู้ ่วยต่อการ sedation และอาจสง่ ผลต่อระดับท่ีผปู้ ่วยจะ
รูส้ ึกสงบ ปัจจยั ต่างๆ ไดแ้ ก่ ยาท่ีใช้ วถิ ีทางที่ใหย้ าและขนาดยา อายขุ องผปู้ ่วย (เด็ก ผใู้ หญ่ หรอื ผสู้ งู อาย)ุ และประวตั ิทางการ
แพทยข์ องผปู้ ่วย ตัวอย่างเช่น ประวตั ิความผิดปกติของอวยั วะสาคญั , ยาปัจจุบนั ท่อี าจมีปฏิกิริยากบั ยา sedate, การแพ้ ยา,
ประวตั ิการเกิดปฏิกิรยิ าไม่พึงประสงคท์ ี่ตอบสนองต่อยาระงบั ความรูส้ ึกหรือยาท่ีทาใหส้ งบท่ีเกิดขึน้ ก่อนหนา้ นี้ และการใชส้ าร
เสพติด แต่ละรายการอาจส่งผลต่อการตอบสนองของผปู้ ่วยต่อการทา Procedural sedation หากสถานะทาง กายภาพของ
ผปู้ ่วยมีความเส่ียงสงู จะตอ้ งพิจารณาเพม่ิ เติมถึงความจาเป็นทางคลนิ ิกของผปู้ ่วยและความเหมาะสมของการทา Procedural
sedation
การประเมิน presedation ช่วยระบปุ ัจจยั ที่อาจส่งผลต่อการตอบสนองของผปู้ ่วยต่อการทา Procedural sedation และยงั ช่วย
ในการระบุส่ิงท่ีค้นพบจากการเฝ้าติดตามในระหว่างและหลังหัตถการท่ีอาจมีนัยสาคัญ (ดู AOP.1.1) ผปู้ ระกอบวิชาชีพที่
รบั ผิดชอบและมคี ณุ สมบตั ิเหมาะสมเป็นผปู้ ระเมนิ presedation ผปู้ ่วยเพือ่
a) คน้ หาปัญหาทางเดนิ หายใจที่อาจสง่ ผลตอ่ ประเภทของกำรทำใหส้ งบ ท่ีใช้
b) ประเมินผปู้ ่วยท่มี คี วามเสีย่ ง เพอื่ ใหท้ า sedation ไดอ้ ย่างความเหมาะสม
c) วางแผนถึงประเภทและระดบั ของกำรทำใหส้ งบท่ีผปู้ ่วยตอ้ งการ โดยขนึ้ อยกู่ บั หตั ถการทด่ี าเนนิ การ
d) ใชก้ ำรทำใหส้ งบอย่างปลอดภยั และ
128
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านนั้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
e) แปลผลสงิ่ ท่ีพบจากการเฝา้ สงั เกตอาการผปู้ ่วยระหว่างการทา Procedural sedation และชว่ งพกั ฟื้น
ขอบเขตและเนอื้ หาของการประเมินนเี้ ป็นไปตามแนวทางปฏิบตั ทิ างวชิ าชพี และถกู กาหนดไวใ้ นนโยบายของโรงพยาบาล
ผปู้ ่วยที่ไดร้ บั Procedural sedation ตอ้ งการการตดิ ตาม ระดบั ความรูส้ กึ ตวั , สถานะของเคร่ืองช่วยหายใจและสภาวะออกซิเจน
และติดตามระบบไหลเวียนโลหิตทีค่ วามถี่หนึ่ง ซึ่งขึน้ อย่อู ย่กู บั ชนิดและยาท่ีบริหารไป, ระยะเวลาท่ีใชใ้ นการทาหตั ถการ, และ
ชนิดและสภาวะของผปู้ ่วย ขอ้ ควรพิจารณาท่ีสาคญั ในระหว่าง Procedural sedation ไดแ้ ก่ ความสามารถ ของผปู้ ่วยในการ
รกั ษาปฏิกิริยาตอบสนอง; หายใจไดเ้ องและทางเดินหายใจโล่งตลอดเวลา, ความสามารถในการตอบสนอง ต่อการ กระตนุ้ ทาง
รา่ งกายหรือคาส่งั ทางวาจา บุคคลที่มีคณุ สมบตั ิเหมาะสมมีหนา้ ท่ีรบั ผิดชอบ ในการตรวจ สอบพารามิเตอร์ ทางสรีร วิทยาของ
ผปู้ ่วยอย่างต่อเนื่องและใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในการสนบั สนนุ หรอื ช่วยชวี ิตจนกวา่ ผูป้ ่วยจะฟื้นตวั อยา่ งปลอดภยั
เมื่อหตั ถการเสรจ็ สนิ้ ผปู้ ่วยอาจจะยงั คงมคี วามเส่ียงต่อภาวะแทรกซอ้ นเน่อื งจาก ความลา่ ชา้ ในการดดู ซมึ ยาทที่ าใหส้ งบ, ภาวะ
กดการหายใจ, และ/หรือการขาดการกระตนุ้ จากการทาหตั ถการ, ผปู้ ่วยยงั คงตอ้ งการการติดตามอาการจนกว่าระดบั ความรูส้ ึก
ตวั และค่าพารามิเตอรข์ องการไหลเวียนโลหติ จะอย่ใู กลเ้ คียงระดับเดมิ เกณฑเ์ ชิงวตั ถวุ ิสยั จะเป็นสงิ่ ท่ชี ่วยบอกว่าผปู้ ่วยฟื้นตวั
และ/หรือพรอ้ มสาหรบั การจาหน่าย (ดู QPS.8)
องคป์ ระกอบทีว่ ัดได้ ASC.3.2
❑1. การประเมิน presedation ถูกดาเนินการและบนั ทกึ ซ่ึงรวมถึงอย่างนอ้ ยขอ้ a) ถึง e) เพื่อประเมินความเสี่ยงและความ
เหมาะสมของ Procedural sedation ของผปู้ ่วย
❑2. บคุ คลท่มี คี ณุ สมบตั เิ หมาะสมจะติดตามอาการผปู้ ่วยในช่วงเวลาที่ทา sedation และ บนั ทกึ การติดตามอาการ
❑3. เกณฑท์ กี่ าหนดถกู นามาใชแ้ ละบนั ทกึ ในชว่ งการพกั ฟื้นและจาหนา่ ยจาก Procedural sedation
มาตรฐาน ASC.3.3
ความเส่ียง ประโยชน์ และทางเลือกอ่ืนที่เกี่ยวขอ้ งกับ Procedural sedation จะมีการหารือกับผู้ป่ วย, ครอบครวั ของผูป้ ่ วย
หรือผทู้ ีต่ ดั สินใจแทนผปู้ ่วย
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.3.3
กระบวนการวางแผน Procedural sedation รวมถึงการใหค้ วามรูแ้ ก่ผปู้ ่วย ครอบครวั หรือผมู้ ีอานาจตดั สนิ ใจ เกย่ี วกบั ความ
เส่ยี ง ประโยชน์ และทางเลือกอ่นื ๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั Procedural sedation การอภิปรายนี้ เป็นสว่ นหนงึ่ ของกระบวนการเพอ่ื ขอ
ความยนิ ยอมสาหรบั กระบวนการ Procedural sedation ตามทีก่ าหนดใน PCC.4.2 และ PCC.4.3 บุคคลทม่ี ีคณุ สมบตั เิ หมาะ
สมเป็นผูใ้ หข้ อ้ มลู นี้
129
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ ASC.3.3
❑1. ผปู้ ่วย ครอบครวั และ/หรือผมู้ อี านาจตัดสนิ ใจไดร้ บั ขอ้ มลู เก่ยี วกับความเสี่ยง ประโยชน์ และทางเลอื กอนื่ ของกำรทำให้
สงบ
❑2. ผปู้ ่วย ครอบครวั และ/หรือผมู้ อี านาจตดั สนิ ใจไดร้ บั ขอ้ มลู เกี่ยวกบั การ ระงบั ปวด หลงั การผ่าตดั
❑3. บคุ คลท่มี ีคณุ สมบตั เิ หมาะสมเป็นผใู้ หข้ อ้ มลู และบนั ทึก
การดูแลทางวิสัญญี
มาตรฐาน ASC.4
บุคคลทมี่ ีคณุ สมบตั ิเหมาะสมดาเนินการ ประเมนิ กอ่ นวสิ ญั ญี ประเมินก่อนการนาสลบ (preanesthesia and preinduction
assessment)
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.4
เน่ืองจากกำรระงบั ควำมรูส้ ึกมีความเส่ยี งสงู การบรหิ ารยาจึงมีการวางแผนอยา่ งรอบคอบ การประเมนิ ก่อนการระงับ ความรูส้ ึก
ใหผ้ ปู้ ่วย เป็นพืน้ ฐานสาหรบั แผนดังกลา่ ว เพ่ือระบุสิ่งทค่ี น้ พบจากการเฝา้ สังเกตระหว่างกำรระงบั ควำมรูส้ ึกและระหว่างการพกั
ฟื้นทอ่ี าจมนี ยั สาคญั และเพอ่ื การใชย้ าแกป้ วดหลงั ผา่ ตดั การประเมนิ กอ่ นการใหย้ าระงบั ความรูส้ กึ จะให้ ขอ้ มลู ท่ีจาเป็นต่อการ
• ระบปุ ัญหาทางเดินหายใจ;
• เลอื กวธิ ีกำรระงบั ควำมรูส้ ึกและวางแผน การดแู ลทางวิสญั ญี
• ใหย้ าระงบั ความรูส้ กึ อยา่ งปลอดภยั โดยพิจารณาจากการประเมินผปู้ ่วย ความเสย่ี งที่พบ และชนิดของหตั ถการ
• แปรผลการตรวจตดิ ตามอาการระหว่างกำรระงบั ควำมรูส้ กึ และช่วงการพกั ฟื้น; และ
• ใหข้ อ้ มลู สาหรบั การใชย้ าระงบั ปวดหลงั การผา่ ตดั
วสิ ญั ญีแพทยห์ รอื บุคคลที่มคี ุณสมบตั ิอ่ืนๆ ดาเนินการ ประเมินกอ่ นการใหย้ าระงบั ความรูส้ กึ การประเมินก่อนการระงับความ
รูส้ ึก อาจตอ้ งดาเนินการก่อนเขา้ รบั การรกั ษาหรือก่อนขน้ั ตอนการผ่าตดั หรือทากอ่ นการผ่าตดั หัตถการไม่นานนัก เช่นในกรณี
ฉกุ เฉินและผปู้ ่วยทางสตู ิกรรม (ดู AOP.1.1 และ AOP.1.3 ดว้ ย) การประเมนิ ก่อนการนาสลบน้ันแยกจากการ ประเมนิ ก่อนการ
ระงบั ความรูส้ กึ เนื่องจากจะเนน้ ท่ีความเสถียรทางสรรี วทิ ยาและความพรอ้ มของผปู้ ่วยในกำรระงับควำมรูส้ ึก และเกิดขึน้ ทันที
130
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้นั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
ก่อนกำรนำสลบ เมื่อตอ้ งมีกำรระงบั ควำมรูส้ กึ ในทนั ที การประเมนิ ก่อนการระงบั ความรูส้ กึ และก่อนการนาสลบ อาจดาเนินการ
ทนั ทไี ลเ่ ล่ียกนั หรอื หรือพรอ้ มกนั แต่บนั ทกึ แยกจากกนั
องคป์ ระกอบที่วดั ได้ ASC.4
❑1. การประเมินกอ่ นการระงบั ความรูส้ กึ จะดาเนินการในผปู้ ่วยแต่ละราย
❑2. การประเมนิ กอ่ นการนาสลบ ถกู ประเมินแยกตา่ งหาก เพอ่ื เป็นการประเมินผปู้ ่วยอีกครงั้ ในทนั ทกี อ่ นเรม่ิ นาสลบเพอื่ ระงบั
ควำมรูส้ กึ
❑3. การประเมินทง้ั สองดาเนินการโดยบคุ คลท่มี คี ณุ สมบตั ิเหมาะสมและบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วย
มาตรฐาน ASC.5
การดแู ลทางวสิ ญั ญีของผปู้ ่วยแต่ละรายจะมีการวางแผนการจดั การความปวดหลงั การผ่าตดั เม่ือเขา้ ข่าย และจะมกี ารหารอื
กบั ผปู้ ่วยและ/หรอื ผทู้ ่ตี ดั สนิ ใจ ถึงแผน ตลอดจนความเสย่ี ง ประโยชน์ และทางเลือกอน่ื และถกู บนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบียน
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.5
การดูแลทางวิสญั ญีถูกวางแผนอย่างรอบคอบ แผนรวมถึงขอ้ มูลจากการประเมินอ่ืนๆของผู้ป่วยและ กาหนดยาระงบั ความ
รูส้ ึกที่จะใช,้ วิธีการบริหารยา, ยาและสารนา้ อ่ืน ๆ, กระบวนการติดตามอาการ, และการดูแลภายหลงั การระงับความรูส้ ึกท่ี
คาดการณ์ไว้ กระบวนการวางแผนกำรระงับควำมรูส้ ึกรวมถึงการใหค้ วามรูแ้ ก่ผปู้ ่ วยและครอบครวั หรือผมู้ ีอานาจตัดสินใจ
เก่ียวกับความเส่ียง ประโยชน์ และทางเลือกอื่นท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั กำรระงบั ควำมรูส้ ึกที่วางแผนไว้ (ดู PCC.4.3 ) การพูดคุยกันนี้
เป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเพื่อขอความยินยอมสาหรบั กำรระงบั ควำมรูส้ ึกตามที่กาหนดใน PCC.4.2 วิสญั ญีแพทย์ หรือ
บุคคลทมี่ ีคณุ สมบตั เิ หมาะสมเป็นผใู้ หข้ อ้ มูลนี้ (ดู PCC.5.2)
เม่ือมีการจัดการความเจ็บปวดหลงั ผ่าตัดถูกดาเนินการโดยบริการระงับความรูส้ ึก แผนการจดั การความปวดหลังการผ่าตัด
จะไดร้ บั การทบทวนและหารือกบั ผปู้ ่วยโดยวิสญั ญีแพทยห์ รือบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอ่ืนๆ และบันทึกไวใ้ นเวชระเบียน
ของผปู้ ่วย
ยาระงับความรูส้ ึก ขนาดยา (ถ้ามี) เทคนิคการระงับควำมรูส้ ึก และบุคคลที่มีคุณสมบัติในการให้ยำได้รบั การบันทึกไวใ้ น
เอกสารบนั ทกึ กำรระงบั ควำมรูส้ ึกของผปู้ ่วย (ดู COP.2.1; QPS.8 และ MOI.8.1)
องคป์ ระกอบท่ีวัดได้ ASC.5
❑1. การดแู ลผปู้ ่วยแตล่ ะรายไดร้ บั การวางแผนและบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบยี นของผปู้ ่วย
131
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
❑2. ผปู้ ่วย ครอบครวั และ/หรอื ผมู้ ีอานาจตดั สินใจไดร้ บั ขอ้ มลู เกีย่ วกบั ความเสี่ยง ประโยชน์ และทางเลือกอืน่ ๆ ของกำรระงบั
ควำมรูส้ กึ
❑3. เมอ่ื ปฏิบตั ไิ ด,้ ผปู้ ่วย ครอบครวั และ/หรือผมู้ อี านาจตดั สนิ ใจจะไดร้ บั ความรูเ้ กยี่ วกบั ทางเลือกในการจดั การความเจบ็ ปวด
หลงั ผ่าตดั ตง้ั แต่กอ่ นทาหตั ถการ
❑4. ยาระงบั ความรูส้ กึ ขนาดยา (ถา้ ทาได)้ และเทคนคิ การระงบั ความรูส้ ึก ถกู บนั ทกึ ไวใ้ นบนั ทึกกำรระงบั ควำมรูส้ กึ ของผปู้ ่วย
❑5. วสิ ญั ญีแพทย์ และ/หรือ วสิ ญั ญีพยาบาล และผชู้ ่วยวิสญั ญีแพทย์ ถกู ระบุไวใ้ นบนั ทกึ กำรระงบั ควำมรูส้ ึกของผปู้ ่วย
มาตรฐาน ASC.6
สภาวะทางสรีรวิทยาของผปู้ ่วยแต่ละรายในระหวา่ งการระงบั ความรูส้ ึกและการผ่าตดั จะไดร้ บั การตดิ ตาม ตามแนวทางปฏิบตั ิ
วิชาชีพ และบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วย P
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.6
การตรวจติดตามทางสรีรวิทยาใหข้ อ้ มูลที่เชื่อถือไดเ้ กี่ยวกบั สภาวะของผปู้ ่วยในระหว่างการระงับความรูส้ ึก (แบบท่วั รา่ งกาย
ทางไขสันหลัง เฉพาะส่วน และยาชาเฉพาะที่) และระหว่างระยะเวลาพักฟื้น ผลลัพธ์ของการติดตามอาการจะกระตนุ้ การ
ตดั สินใจที่สาคญั ระหวา่ งการผ่าตดั รวมถึงการตดั สนิ ใจหลงั การผา่ ตัด เช่น การกลบั ไปผ่าตดั ใหม่, การยา้ ยไประดบั การดแู ลอ่นื ,
หรือการจาหน่าย ขอ้ มูลจากการตดิ ตามอาการใชเ้ ป็นตวั นาการดูแลทางการแพทยแ์ ละการพยาบาล และกาหนดความจาเป็น
ในการตรวจวนิ ิจฉัยและบรกิ ารอ่นื ๆ ผลท่ไี ดจ้ ากการตดิ ตามอาการจะถกู บนั ทกึ ในเวชระเบยี นของผปู้ ่วย
วธิ ีการติดตามสังเกตอาการขึน้ อย่กู ับสถานะก่อนการระงับความรูส้ ึกของผปู้ ่วย, ทางเลือกในการระงบั ความรูส้ ึก, และความ
ซบั ซอ้ นของการผ่าตดั หรือหตั ถการอื่นๆ ที่ดาเนนิ การระหว่างการระงบั ความรูส้ กึ อย่างไรกต็ าม ในทุกกรณี การเฝา้ ติดตาม โดย
รวมระหว่างการระงับความรูส้ ึกและการผ่าตัดนั้นสอดคล้องกับการปฏิบัติทางวิชาชีพ และกาหนดไว้ในนโยบายของ
โรงพยาบาล (ดู GLD.7) ผลลพั ธข์ องการตดิ ตามไดร้ บั การบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วย (ดู COP.2.1 และ MOI.8.1)
องคป์ ระกอบท่ีวัดได้ ASC.6
❑1. ความถ่ีและประเภทของการติดตามระหว่างการระงับความรูส้ กึ และการผ่าตัด ขึน้ อยกู่ ับสภาวะของผปู้ ่วยก่อนการระงับ
ความรูส้ กึ ยาระงบั ความรูส้ กึ ทใี่ ช้ และหตั ถการการผ่าตดั ที่ทา
❑2. การตดิ ตามอาการทางสรีรวทิ ยาของผปู้ ่วยสอดคลอ้ งกบั แนวทางปฏิบตั ทิ างวชิ าชีพ
❑3. ผลลพั ธข์ องการตดิ ตามอาการไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วย
132
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
มาตรฐาน ASC.6
สภาวะของผปู้ ่วยหลงั ระงบั ความรูส้ ึกแต่ละราย จะถกู ติดตามและบนั ทกึ และผปู้ ่วยจะถกู จาหนา่ ยออกจากพืน้ ทพ่ี กั ฟื้นโดย
บคุ คลท่ีมีคณุ สมบตั เิ หมาะสมหรือใชเ้ กณฑท์ ก่ี าหนดไว้ P
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.6
การติดตามอาการในช่วงใหย้ าระงบั ความรูส้ ึกเป็นพืน้ ฐานสาหรบั การติดตามอาการช่วงพักฟื้นหลงั การให้ยาระงับความรูส้ ึก
การรวบรวมและวิเคราะหข์ อ้ มลู เกี่ยวกบั สภาวะอาการของผปู้ ่วยอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบในช่วงพกั ฟื้น จะช่วยสนบั สนนุ การ
ตดั สนิ ใจยา้ ยผปู้ ่วยส่วนบริการอื่นๆ และบรกิ ารที่เขม้ ขน้ นอ้ ยกว่า ขอ้ มลู ในชว่ งติดตามอาการเป็นบนั ทึกท่สี นบั สนุน การตดั สิน
ใจยตุ ิการติดตามอาการช่วงพกั ฟื้น หรือ ตัดสินใจจาหน่าย กรณีท่ีผปู้ ่วยถกู ส่งจากหอ้ งผ่าตดั โดยตรงไปยงั หน่วยรบั ดแู ลผปู้ ่วย
การตดิ ตามอาการและการบนั ทึกจะตอ้ งปฏบิ ตั เิ ชน่ เดียวกบั ในหอ้ งพกั ฟื้น
การจาหน่ายออกจากพนื้ ท่ีพกั ฟื้นหลังการใหย้ าระงบั ความรูส้ ึก หรือการหยดุ ติดตามอาการชว่ งพักฟื้น มที างเลือกใหป้ ฏบิ ตั ิโดย
ขอ้ ใดขอ้ หนึ่งตอ่ ไปน:ี้
a) ผปู้ ่วยออกจากโรงพยาบาล (หรือหยดุ การติดตามอาการช่วงพกั ฟื้น) โดยวิสัญญีแพทยท์ ่มี ีคณุ สมบตั คิ รบถว้ น หรือ
บุคคลอนื่ ทีไ่ ดร้ บั อนญุ าตจากบุคคลทร่ี บั ผดิ ชอบในการจดั บริการระงบั ความรูส้ กึ
c) ผปู้ ่ วยออกจากโรงพยาบาล (หรือหยุดการติดตามอาการช่วงพกั ฟื้น) โดยพยาบาลหรือบุคคลที่มีคุณสมบัติใกล้
เคียงกันตามเกณฑห์ ลงั การใหย้ าระงับความรูส้ ึก ท่ีจัดทาขึน้ โดยผนู้ าของโรงพยาบาล และเวชระเบียนของ ผปู้ ่วย
มหี ลกั ฐานว่าตรงตามเกณฑ์
d) ผปู้ ่วยที่เลือกไว้ ถูกจาหน่ายไปยงั หน่วยที่สามารถใหบ้ ริการดูแลหลงั ระงบั ความรูส้ ึก หรือ หลังการทาใหส้ งบ เช่น
หอผปู้ ่วยวกิ ฤตโรคหวั ใจและหลอดเลือด หรือหอผปู้ ่วยวิกฤตทางระบบประสาท เป็นตน้
เวลาท่ีมาถึงและออกจากพืน้ ที่พกั ฟื้น (หรอื เวลาท่ีเริ่มเขา้ ติดตามอาการหอ้ งพักฟื้นและเวลาทหี่ ยดุ การติดตามการฟื้นตวั ) ไดร้ บั
การบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบยี นของผปู้ ่วย
องคป์ ระกอบทีว่ ดั ได้ ASC.6
❑1. ผปู้ ่วยจะไดร้ บั การตดิ ตามอาการในชว่ งพกั ฟื้นหลงั การใหย้ าระงบั ความรูส้ กึ
❑2. ผลการตดิ ตามอาการไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบยี นของผปู้ ่วย
❑3. ผปู้ ่วยออกจาก หน่วย postanesthesia (หรอื ยตุ กิ ารติดตามการฟื้นตวั ) ตามทางเลอื กทอ่ี ธิบายไวใ้ น a) ถึง c) ในเจตจานง
มาตรฐาน
133
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ น้ัน (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
❑4. เวลาทีเ่ ริ่มตน้ การพกั ฟื้นและเวลาท่ีสนิ้ สดุ การพกั ฟื้น จะถกู บนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบยี นของผปู้ ่วย
การดูแลทางศลั ยกรรม
Standard ASC.7
กำรดแู ลทำงศลั ยกรรมของผปู้ ่วยแตล่ ะรายมกี ารวางแผนและบนั ทึกตามผลการประเมนิ
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.7
เนือ่ งจากการผ่าตดั มคี วามเสีย่ งสงู จึงมีการวางแผนอย่างรอบคอบ การประเมนิ ผปู้ ่วยเป็นพืน้ ฐานในการเลือกขนั้ ตอนการ ผ่าตัด
ท่ีเหมาะสมและเป็นพืน้ ฐานในการบ่งชี้ว่าสิ่งที่พบระหว่างการติดตามอาการอาจมีนัยสาคัญ (ดู AOP.1.1 และ AOP.1.2)
การประเมินใหข้ อ้ มลู ท่จี าเป็นตอ่
• เลอื กหตั ถการท่เี หมาะสมและ เวลาทีเ่ หมาะสม;
• ทาหตั ถการอยา่ งปลอดภยั ; และ
• แปลผลสิ่งทพี่ บในการตดิ ตามอาการผปู้ ่วย
การเลือกวิธีการทาหัตถการขึน้ อย่กู ับประวัติของผูป้ ่วย สถานะทางรา่ งกาย และขอ้ มลู การวินิจฉัย ตลอดจนความเสี่ยง และ
ประโยชนข์ องการทาหตั ถการแก่ผปู้ ่วย การเลือกหตั ถการพจิ ารณาจากขอ้ มูลจากการประเมินแรกรบั ผลการตรวจวินจิ ฉัย และ
แหลง่ ขอ้ มลู อ่ืนๆ ทีม่ อี ยู่ ขน้ั ตอนการประเมินจะดาเนนิ การในกรอบเวลาท่ีสนั้ ลงเมอ่ื เป็นผปู้ ่วยฉกุ เฉินทจ่ี าเป็นตอ้ งไดร้ บั การผ่าตัด
(ดู AOP.1.2.1)
แผนการดแู ลทางศลั ยกรรมสาหรบั ผปู้ ่วย จะไดร้ บั การบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบียน รวมทงั้ การวินิจฉยั ก่อนการผา่ ตดั ชือ่ ของหตั ถการ
การผ่าตดั เพียงอยา่ งเดียวไม่ถอื เป็นการวนิ จิ ฉยั (ดู AOP.1.3.1)
องคป์ ระกอบท่วี ดั ได้ ASC.7
❑1. แพทยท์ ร่ี บั ผดิ ชอบบนั ทึกขอ้ มลู การประเมนิ ทใ่ี ชใ้ นการวางแผนการทาหตั ถการที่กาหนดไว้ ในเวชระเบยี นของผปู้ ่วยก่อน
ทาหตั ถการ
❑2. การดแู ลทางศลั ยกรรมของผปู้ ่วยแตล่ ะรายมกี ารวางแผนตามขอ้ มลู การประเมิน
❑3. การวินิจฉยั ก่อนการผา่ ตดั และแผนการทาหตั ถการจะถกู บนั ทึกไวใ้ นเวชระเบยี นของผปู้ ่วยกอ่ นทาหตั ถการ
134
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
มาตรฐาน ASC.7.1
มีการพูดคยุ ถึงความเส่ียง, ประโยชน์ และ ทางเลือก กับผูป้ ่วยและครอบครงั้ หรือผูท้ ่ีทาหน้าท่ีตัดสินใจแทนผูป้ ่ วย
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.7.1
ผปู้ ่ วยและครอบครวั หรือผมู้ ีอานาจตดั สินใจแทนไดร้ บั ขอ้ มูลท่ีเพียงพอ เพ่ือเขา้ รว่ มในการตัดสินใจด้านการดูแลและเพื่อให้
ความยินยอมตามทีร่ ะบไุ วใ้ น PCC.4.2 ขอ้ มลู ประกอบดว้ ย
• ความเส่ียงของหตั ถการทีว่ างแผนไว้
• ประโยชนข์ องการทาหตั ถการทวี่ างแผนไว้
• ภาวะแทรกซอ้ นทีอ่ าจเกิดขนึ้ และ
• ตวั เลอื กในการผ่าตดั และไมผ่ ่าตดั (ทางเลอื ก) ทม่ี อี ยู่ เพือ่ รกั ษาผปู้ ่วย
นอกจากนี้ เม่ือจาเป็นตอ้ งใชเ้ ลือดหรือผลิตภณั ฑ์จากเลือด จะมีการกล่าวถึงขอ้ มูลเก่ียวกบั ความเสี่ยงและทางเลือกอื่นๆ (ดู
PCC.4.1) ศลั ยแพทยข์ องผปู้ ่วยหรอื บุคคลที่มีคณุ สมบตั ิเหมาะสมอ่นื ๆ เป็นผใู้ หข้ อ้ มลู นี้ (ดู PCC.5.2)
องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ ASC.7.1
❑1. ผปู้ ่วย ครอบครวั และผมู้ อี านาจตดั สินใจไดร้ บั ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ความเส่ยี ง ผลประโยชน์ ภาวะแทรกซอ้ นท่ีอาจเกิดขนึ้ และ
ทางเลือกอ่ืนท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ขน้ั ตอนการผา่ ตดั ที่วางแผนไว้
❑2. การใหข้ อ้ มลู รวมถงึ ความจาเป็น ความเสี่ยง ประโยชนข์ องการใหเ้ ลือด และทางเลือกอน่ื แทนการใชเ้ ลอื ด และผลิตภณั ฑ์
จากเลอื ด
❑3. ศลั ยแพทยข์ องผปู้ ่วยหรือบุคคลที่มีคณุ สมบตั อิ ่ืนๆ ใหข้ อ้ มลู และบนั ทึกการใหข้ อ้ มูล
มาตรฐาน ASC.7.2
ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ขนั้ ตอนการผ่าตดั มกี ารบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบยี นของผปู้ ่วยเพ่ืออานวยความสะดวกในการดแู ลอย่างต่อเนือ่ ง
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.7.2
การดแู ลหลังการผ่าตัดของผปู้ ่วยขึน้ อยกู่ บั เหตกุ ารณ์และส่ิงท่ีพบในระหวา่ งการทาขน้ั ตอนการผ่าตัด ประเด็นท่ีสาคญั ท่ีสุดคือ
การดาเนนิ การและผลลพั ธท์ ั้งหมดท่ีจาเป็นต่อสภาพของผปู้ ่วยจะถกู บนั ทกึ ลงในเวชระเบียนของผปู้ ่วย ขอ้ มลู นีส้ ามารถนาเสนอ
ในรูปแบบของแม่แบบ (template)ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรอื อิเล็กทรอนิกสห์ รือรายงานการผ่าตดั เช่น บนั ทกึ ความกา้ วหนา้ ของ
การผ่าตดั เป็นลายลักษณอ์ กั ษร เพ่ือเป็นการสนับสนุนการดแู ลแบบประคบั ประคอง หลงั การผ่าตดั อย่างตอ่ เนอื่ ง ขอ้ มูลเก่ียวกับ
การผ่าตดั จะถกู บนั ทึกไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วยทนั ทีหลงั การผ่าตัด กอ่ นท่ีผปู้ ่วยจะถกู ยา้ ยออกจากพนื้ ท่ีพกั ฟื้นหลงั การผ่าตดั
หรือหลงั การระงบั ความรูส้ ึก (ดู MOI.8.1 ดว้ ย) เอกสารขอ้ มลู การผา่ ตดั ประกอบดว้ ยอย่างนอ้ ย
135
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รับอนุญาต)
a) ขอ้ วินจิ ฉัยหลงั ผา่ ตดั
b) ชอ่ื ศลั ยแพทยแ์ ละ ผชู้ ว่ ยผา่ ตัด
c) หตั ถการที่ดาเนินการและคาอธิบายของสิ่งทีพ่ บในแตล่ ะหตั ถการ
d) ภาวะแทรกซอ้ น ระหวา่ งการผ่าตดั
e) ชนิ้ เนอื้ ท่ีส่งไปตรวจ
f) ปรมิ าณการสญู เสยี เลอื ดและปริมาณเลอื ดท่ีให;้ และ
g) วนั ที่ เวลา และลายเซ็นของแพทยผ์ รู้ บั ผดิ ชอบ
ขอ้ มูลบางอย่างอาจมีอย่ใู นบันทึกส่วนอ่ืนในเวชระเบียน (ดู ACC.3) ตัวอย่างเช่น ปริมาณของเลือดท่ีสูญเสียและเลือดท่ีให้
อาจถกู บันทึกไวใ้ นบันทึกการระงบั ความรูส้ ึก หรือขอ้ มลู เกย่ี วกบั การฝังอปุ กรณ์อาจแสดงโดยใชส้ ติกเกอรท์ ี่พมิ พไ์ วล้ ว่ งหนา้ ของ
ผผู้ ลิต (ดู ASC.7.4 )
เวลาหลังการผ่าตดั ทนั ทีถกู กาหนดเป็น “เมอื่ การผา่ ตดั เสร็จสิน้ , ก่อนทผี่ ปู้ ่วยจะถกู สง่ ไปยงั การดแู ลระดับถดั ไป” คาจากดั ความ
นีช้ ่วยใหแ้ น่ใจว่าผดู้ ูแลคนต่อไปมีขอ้ มลู ท่ีเก่ียวขอ้ ง ถ้าศัลยแพทยม์ าพรอ้ มกบั ผปู้ ่วยจากหอ้ งผ่าตัด ไปยงั หน่วยหรือพืน้ ท่ีดแู ล
ถดั ไป บนั ทกึ หตั ถการ แมแ่ บบ หรือบนั ทึกความกา้ วหนา้ สามารถเขียนในหนว่ ยงานหรอื พนื้ ทีด่ ูแลนน้ั ได้
หมายเหตุ : เอกสารขอ้ มูลเกี่ยวกับหตั ถการและการรกั ษาท่ีไม่ผ่าตัด เช่น ข้นั ตอนการวินิจฉัยแบบลุกรา้ การทาหัตถการเพื่อ
รกั ษา และการวินจิ ฉยั และการรกั ษาอ่ืนๆ ระบุไวใ้ น COP.2.1
องคป์ ระกอบที่วัดได้ ASC.7.2
❑1. รายงานการผ่าตดั แม่แบบ หรือบนั ทึกความคบื หนา้ ของการผา่ ตดั รวมอย่างนอ้ ย a) ถงึ g) จากเจตจานงของมาตรฐาน
❑2. โรงพยาบาลระบุขอ้ มลู ที่อาจบนั ทกึ เป็นประจาในพนื้ ท่ีเฉพาะ ในส่วนอนื่ ๆของเวชระเบียน
❑3. รายงานการผา่ ตดั แม่แบบ หรือบนั ทึกความคืบหนา้ ของการผ่าตดั พรอ้ มใชง้ านทนั ทหี ลงั การผ่าตดั กอ่ นทีผ่ ปู้ ่วยจะถกู ส่ง
ไปยงั การดแู ลระดบั ถดั ไป
มาตรฐาน ASC.7.3
มกี ารวางแผนและบนั ทกึ การดแู ลผปู้ ่วยหลงั การผา่ ตดั
136
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.7.3
ความตอ้ งการการดแู ลทางการแพทยแ์ ละการพยาบาลหลงั การผา่ ตดั ของผปู้ ่วยแต่ละรายแตกต่างกนั ไปขึน้ อย่กู บั การผา่ ตดั ที่ดาเ
นินการและประวตั ิทางการแพทยข์ องผปู้ ่วย นอกจากนี้ ผปู้ ่วยบางรายอาจตอ้ งการการดแู ลจากบรกิ ารอ่ืนๆ เช่น การทากายภาพ
บาบดั หรือการฟื้นฟสู มรรถภาพ ดังน้ันจึงจาเป็นตอ้ งวางแผนสาหรบั การดแู ลนนั้ รวมทงั้ ระดบั ของการดแู ล สถานที่ใหก้ ารดแู ล
การตดิ ตามอาการหรอื ติดตามการรกั ษา และความจาเป็นในการใชย้ าหรอื การรกั ษาและบรกิ ารอ่ืน ๆ
การวางแผนการดแู ลหลงั การผ่าตัดสามารถเร่ิมก่อนการผ่าตัดไดต้ ามความต้องการและสภาพของผปู้ ่ วยที่ไดร้ บั การประเมิน
และ ประเภทของการผ่าตดั ที่จะดาเนินการ แผนการดูแลหลงั การผ่าตัดยังรวมถึงความตอ้ งการหลังการผ่าตัดของผปู้ ่วยทันที
การดูแลตามแผนจะไดร้ บั การบันทึกไวใ้ นเวชระเบียนของผู้ป่วยภายใน 24 ช่วั โมง และตรวจสอบโดยผใู้ หบ้ ริการท่ีรบั ผิดชอบ
เพื่อใหแ้ นใ่ จวา่ บรกิ ารจะมคี วามตอ่ เนอ่ื งในช่วงพกั ฟื้นหรือฟื้นฟู
ความตอ้ งการหลงั การผ่าตดั อาจเปลี่ยนแปลงไปอันเป็นผลมาจากการอาการทางคลินิกท่ีดีขนึ้ หรอื มีขอ้ มลู ใหม่จากการประเมิน
ซา้ ตามปกติ หรอื อาจเห็นไดช้ ดั จากการเปลี่ยนแปลงอยา่ งกะทนั หนั ของสภาพผปู้ ่วย แผนการดแู ลหลังการผ่าตัดไดร้ บั การแกไ้ ข
ตามการเปลีย่ นแปลงเหลา่ นีแ้ ละบนั ทกึ ไวใ้ นเวชระเบียนเป็นบันทึกของแผนเริ่มตน้ หรือเป็นแผนการดแู ลท่ีแกไ้ ขหรอื เป็นแผนใหม่
(ดู COP.2.2)
องคป์ ระกอบท่วี ัดได้ ASC.7.3
❑1. การดแู ลหลงั การผา่ ตดั โดยการแพทย์ การพยาบาล และอ่ืนๆ ตรงตามความตอ้ งการหลงั การผา่ ตดั ของผปู้ ่วยทนั ที
❑2. แผนการดูแลต่อเน่ืองหลังการผ่าตัด จะไดร้ บั การบนั ทึกไวใ้ นเวชระเบียนของผปู้ ่วยภายใน 24 ช่วั โมง โดยศัลยแพทย์ท่ี
รบั ผิดชอบ หรือไดร้ บั การตรวจสอบโดยลงลายเซ็นรว่ มกันจากศลั ยแพทยท์ ่ีรบั ผิดชอบ ในแผนท่ีถูกบนั ทึกโดยผแู้ ทนของ
ศลั ยแพทย์
❑3. แผนการดแู ลตอ่ เนือ่ งหลงั การผา่ ตดั รวมถึงการแพทย์ การพยาบาล และอน่ื ๆ ตามความจาเป็นของผปู้ ่วย
❑4. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผูป้ ่ วย แผนการดูแลหลังการผ่าตัดจะไดร้ บั การปรบั ปรุงหรือแก้ไข ตามการ
ประเมนิ ผปู้ ่วยซา้ โดยผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพ
มาตรฐาน ASC.7.4
การดแู ลทางศลั ยกรรมทร่ี วมถงึ การฝังเครื่องมือแพทย์ ไดร้ บั การวางแผนโดยพจิ ารณาเป็นพเิ ศษว่ากระบวนการและขน้ั ตอนท่ี
เป็นมาตรฐานจะถกู ดดั แปลงอยา่ งไร P
137
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เท่านน้ั (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รบั อนุญาต)
เจตจานงของมาตรฐาน ASC.7.4
หตั ถการการผ่าตดั หลายอยา่ งเกี่ยวขอ้ งกับการฝังเครือ่ งมือแพทยอ์ ย่างถาวร อุปกรณท์ างการแพทย์ ท่ี ปลูกถ่าย ได้ กาหนดว่า
เป็นอปุ กรณ์ท่วี างอย่างถาวรเขา้ ไปในโพรงทที่ าขึน้ โดยการผา่ ตดั หรอื ตามธรรมชาติของรา่ งกายเพ่ือช่วย, ฟื้นฟู หรอื ทดแทนการ
ทางานหรอื โครงสรา้ งของรา่ งกายอย่างตอ่ เนอ่ื งตลอดอายกุ ารใชง้ านของอปุ กรณ์
อปุ กรณท์ างการแพทยท์ ่ีฝังถาวรอาจเป็นอวยั วะเทียม (เช่น สะโพก), การใส่ขดลวด, a cardioverter defibrillator, เครื่องกระตนุ้
หวั ใจ, เลนสต์ า และ infusion pump, เป็นตน้
ขน้ั ตอนการผ่าตดั ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการฝังอุปกรณท์ างการแพทยอ์ ย่างถาวร จาเป็นตอ้ งมีการปรบั เปล่ียนจากกำรดแู ลทำงศัลย-
กรรมตามปกติ เพือ่ พิจารณาปัจจยั พิเศษ เชน่
a) การเลอื กอปุ กรณต์ ามขอ้ มลู ทางวิทยาศาสตรแ์ ละ การวิจยั ในปัจจบุ นั
b) ตรวจสอบใหแ้ นใ่ จวา่ มรี ากฟันเทยี มอย่ใู นหอ้ งผา่ ตดั (ดู IPSG.4)
c) คุณสมบัติและการฝึกอบรมของบุคลากรดา้ นเทคนิคจากภายนอก ท่ีจาเป็นในระหว่างข้ันตอนการปลูกถ่าย ( เช่น
ตวั แทนของผผู้ ลติ ที่อาจจาเป็นตอ้ งปรบั เทยี บอปุ กรณ์ )
d) กระบวนการรายงานเหตกุ ารณไ์ ม่พึงประสงคท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั อปุ กรณท์ ่ฝี ัง ;
e) การรายงานความผิดปกติของอปุ กรณป์ ลกู ฝังใหแ้ ก่คณะบุคคลผกู้ ากบั ดูแลกิจการ;
f) ขอ้ พจิ ารณาในการปอ้ งกนั และควบคมุ การตดิ เชอื้ เฉพาะ และ
g) คาแนะนาพเิ ศษสาหรบั ผปู้ ่วย
ขอ้ ควรพิจารณาพเิ ศษเหล่านีอ้ าจรวมอย่ใู นแนวทาง โปรโตคอล นโยบายการปฏิบตั ิงาน หรอื เอกสารอ่ืน ๆ เพ่ือเป็นแนวทางให้
กบั ทมี ศลั ยแพทยแ์ ละชว่ ยเออื้ ใหเ้ กิดความสม่าเสมอในกระบวนการและผลลพั ธ์ (ดู SQE.10 ดว้ ย)
ความสามารถในการติดตามอปุ กรณ์ทางการแพทยช์ นิดฝังไดน้ น้ั จาเป็นสาหรบั การตดิ ตามการติดเชอื้ ที่แผลผา่ ตดั และ การระบุ
ตวั ผปู้ ่วยท่อี าจไดร้ บั การฝังอปุ กรณ์ที่ไม่ปราศจากเชอื้ นอกจากนีก้ ระบวนการติดตาม ช่วยใหโ้ รงพยาบาลประเมิน ความน่าเช่ือ
ถือ ของกระบวนการทาใหป้ ราศจากเชือ้ ดังน้ันทางโรงพยาบาลจึงมีกระบวนการติดตามเครื่องมือแพทย์ชนิดฝัง (ดู ASC.7.2
และ GLD.7.1)
ในกรณที ่มี ีการเรียกคืนเครอื่ งมอื แพทยช์ นดิ ฝัง โรงพยาบาลจะแจง้ และตดิ ตามผปู้ ่วยท่ีไดร้ บั อปุ กรณด์ งั กล่าว (ดู FMS.9.2)
โรงพยาบาลไดจ้ ดั ทาและดาเนินการตามกระบวนการติดตอ่ และตดิ ตามผปู้ ่วย รวมทงั้ ผูป้ ่วยทอี่ าจจะอย่นู อกประเทศ
138
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
โรงพยาบาล กาหนดกรอบเวลาสาหรบั การตดิ ตอ่ ผปู้ ่วย ( เชน่ ภายใน 24 ช่วั โมง หลงั จากแจง้ การเรียกคนื อปุ กรณช์ ่วยชีวติ
อยา่ งเป็นทางการ) กรอบเวลาอาจนานกว่านีส้ าหรบั อปุ กรณท์ ไ่ี ม่ใชอ่ ปุ กรณช์ ่วยชวี ติ
องคป์ ระกอบท่ีวัดได้ ASC.7.4
❑1. บรกิ ารศลั ยกรรมของโรงพยาบาลระบปุ ระเภทของเครื่องมือแพทยช์ นดิ ฝัง ท่รี วมอย่ใู นขอบเขตการใหบ้ ริการ
❑2. นโยบายและแนวปฏิบตั ิรวมถึง a) ถึง g) ในเจตจานงของมาตรฐาน
❑3. โรงพยาบาลมกี ระบวนการตรวจติดตามเครอ่ื งมอื แพทยช์ นดิ ฝัง
❑4. โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินการตามกระบวนการตดิ ต่อและติดตามผปู้ ่วยในกรอบเวลาท่กี าหนด หลงั จากไดร้ บั แจง้
การเรยี กคืนเคร่ืองมือแพทยช์ นิดฝัง
139
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
ภาพรวม
ยาเป็นส่วนประกอบท่สี าคญั ของการดแู ลผปู้ ่วย และใชส้ าหรบั การรกั ษาเพ่ือการวินจิ ฉัยอาการ การป้องกนั การรกั ษา และการ
จดั การโรคและอาการ ระบบยาที่รองรบั การจัดการยาท่ีเหมาะสมตอ้ งมีกระบวนการท่ีสนบั สนุนการใชย้ าอย่างปลอดภยั และมี
ประสิทธิภาพ การใชย้ า อย่างปลอดภยั และมีประสิทธิภาพเก่ียวขอ้ งกบั ความรว่ มมือจากสหสาขาวิชาชีพ และความรว่ มมือของ
ผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการ ดแู ลสุขภาพ ท่ีใช้หลักการของการออกแบบกระบวนการ การนาไปใช้ และการปรบั ปรุงในทุกดา้ นของ
กระบวนการจดั การยา ซึ่งรวมถึงการเลอื ก การจดั หา การจดั เกบ็ การส่งั ซือ้ /การส่งั จ่าย การถอดความ แจกจ่าย จัดเตรยี ม จา่ ย
จดั การ บนั ทึกและตดิ ตามการรกั ษาดว้ ยยา แมว้ า่ บทบาทของผปู้ ฏบิ ัติงานดา้ นการดแู ลสุขภาพในการจดั การยา จะแตกตา่ งกัน
ไปในแต่ละ ประเทศ แต่กระบวนการจดั การยาที่ถกู ตอ้ งเพ่ือความปลอดภยั ของผปู้ ่วยนนั้ เป็นสากล และตอ้ งไดร้ บั การสนบั สนุน
จาก หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และคาแนะนาสาหรบั ผสู้ ่งั จ่ายยา เช่น ในการพฒั นาโปรแกรมการใชย้ าปฏิชีวนะและ การใช้
แนวทางการปฏบิ ตั ิดา้ นยาท่ีเป็นที่ยอมรบั
หมายเหตุ : ยาหมายถึงยาที่ตอ้ งส่ังโดยแพทย์ ตัวอย่างยา สมุนไพร; วิตามิน; อาหารเสริม; ยาที่ไม่ตอ้ งส่ังโดยแพทย์ วคั ซีน;
สารวินิจฉัยและความคมชัดท่ีใช้กับหรือบริหารให้กับบุคคลเพ่ือวินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคหรือสภาวะผิดปก ติอื่น ๆ
ยากมั มนั ตภาพรงั สี การบาบดั รกั ษาระบบทางเดินหายใจ โภชนาการทางหลอดเลือด; อนพุ นั ธเ์ ลอื ด และสารละลายทางหลอด
เลอื ดดา (แบบธรรมดา รว่ มกบั อิเล็กโทรไลตแ์ ละ/หรือยา) ตลอดจนยาทใ่ี ช/้ ใชก้ บั ผปู้ ่วยโดยทีมศลั ยแพทย์ ในระหว่างขนั้ ตอนการ
ผ่าตดั / การทาหตั ถการรุกลา้
หมายเหตุ : มาตรฐานบางอย่างกาหนดใหโ้ รงพยาบาลตอ้ งมีนโยบาย ข้นั ตอน โปรแกรม หรือเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร
อน่ื ๆ สาหรบั กระบวนการเฉพาะ มาตรฐานเหล่านน้ั ระบุดว้ ย อกั ษร หลงั ขอ้ ความมาตรฐาน
140
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
มาตรฐาน ความตัง้ ใจ และองคป์ ระกอบทีว่ ัดได้
องค์กรและการจดั การ
มาตรฐาน MMU.1
การใชย้ าในโรงพยาบาลจดั ขนึ้ เพื่อตอบสนองความตอ้ งการของผปู้ ่วย สอดคลอ้ งกับกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คับที่บงั คบั ใช้
และอยู่ภายใต้การกากับดูแลและการดูแลของเภสัชกรที่ได้รับ ใบอนุญ าตประกอบวิชาชีพ หรือผู้เชี่ยวชาญ ท่ีมี
คณุ สมบตั เิ หมาะสมอื่นๆ P
เจตจานงของมาตรฐาน MMU.1
ยาซ่ึงเป็นทรพั ยากรท่ีสาคัญในการดูแลผปู้ ่ วยตอ้ งไดร้ บั การจดั การอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ระบบการจดั การยา
ทป่ี ลอดภยั ระบถุ ึง กระบวนการยาขององคก์ ร ซ่งึ ในหลายองคก์ รมีดงั ต่อไปนี้ (ตามความเหมาะสม):
a) การวางแผน
b) การคดั เลอื กและการจดั หา
c) การจดั เก็บ
d) การส่งั ซอื้
e) การเตรยี มและการจา่ ย
f) การบรหิ าร
g) การตรวจสอบ
h) ความคลาดเคลอ่ื นจากยาและการรายงานเหตกุ ารณไ์ ม่พึงประสงค์
i ) การประเมนิ ผล
การจดั การยาไม่ไดเ้ ป็นเพยี งความรบั ผดิ ชอบของบรกิ ารดา้ นเภสชั กรรมเท่านนั้ แต่ยงั รวมถึงผจู้ ดั การและผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการ
ดแู ลสุขภาพดว้ ย การแบ่งปันความรบั ผิดชอบนขี้ นึ้ อยกู่ บั โครงสรา้ งและบุคลากรของโรงพยาบาล ในกรณีทไ่ี ม่มีแผนกเภสชั กรรม
ยาอาจไดร้ บั การจดั การในแต่ละหน่วยคลนิ ิกตามนโยบายของโรงพยาบาล ในกรณอี ืน่ ๆ ทมี่ ีแผนกเภสชั กรรมส่วนกลาง
141
แปลโดย พว. สนุ นั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
ขนาดใหญ่ แผนกเภสชั กรรมอาจจดั และควบคมุ ยาท่วั ท้งั โรงพยาบาล การจดั การยาที่มปี ระสิทธิภาพรวมถงึ ทกุ สว่ นของ
โรงพยาบาล ผปู้ ่วยใน ผปู้ ่วยนอก และหน่วยเฉพาะทาง
อย่างไรก็ตาม มีการจดั การระบบยาภายในโรงพยาบาล บุคคลที่มคี ณุ สมบตั ิเหมาะสมจะกากบั ดูแลกจิ กรรมของแผนกเภสชั
กรรมหรือบริการดา้ นเภสชั กรรมโดยตรง (ดู GLD.9) บคุ คลนน้ั ไดร้ บั การฝึกอบรมและหากจาเป็นตอ้ งมี ใบอนุญาตประกอบ
วชิ าชพี และ/หรอื ไดร้ บั การรบั รองอย่างเหมาะสม กฎหมายและขอ้ บงั คบั ที่บงั คบั ใชจ้ ะรวมอย่ใู นโครงสรา้ ง องคก์ ร และการดาเนิน
งานของระบบการจดั การยาทีใ่ ชใ้ นโรงพยาบาล
เพื่อใหก้ ารจดั การและการใชย้ ามีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล โรงพยาบาลจะดาเนินการตรวจสอบระบบอย่าง นอ้ ยปีละครง้ั
การทบทวนประจาปีจะระบวุ ่าระบบทางานไดด้ เี พยี งใดโดย รวบรวมขอ้ มลู และประสบการณ์ ทง้ั หมด ที่เกีย่ วขอ้ งกบั การจดั การ
ยาตามที่ระบไุ วใ้ น a) ถึง i ) ขา้ งตน้ การตรวจสอบชว่ ยใหโ้ รงพยาบาลเขา้ ใจถึงความตอ้ งการ และลาดบั ความสาคญั ของการ
ปรบั ปรุงระบบอย่างต่อเนือ่ งในดา้ นคณุ ภาพและความปลอดภยั ของการใชย้ า
องคป์ ระกอบท่วี ัดได้ของ MMU.1
❑1. เอกสารท่เี ป็นลายลกั ษณ์อกั ษรเกย่ี วกบั รายการ a) ถึง i ) ของเจตจานงของมาตรฐาน (ตามความเหมาะสม) ระบุว่ามีการ
จดั การ และดแู ลการใชย้ าอยา่ งไรท่วั ทงั้ โรงพยาบาล
❑2. การตง้ั คา่ บรกิ าร และบคุ คลทีจ่ ดั การกระบวนการยาทง้ั หมดจะรวมอยใู่ นโครงสรา้ งองคก์ ร
❑3. เภสชั กรท่ีไดร้ บั ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพหรือบคุ คลท่มี คี ณุ สมบตั เิ หมาะสมอืน่ ๆ กากบั ดแู ลกจิ กรรมของแผนกเภสชั กรรม
หรือบริการ ดา้ นเภสชั กรรมโดยตรง และทาใหม้ ่นั ใจวา่ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ที่บงั คบั ใช้
❑4. โรงพยาบาลจดั ทาเอกสารทบทวนระบบการจดั การยาอย่างนอ้ ยหนงึ่ ครง้ั ตอ่ ปี โดยระบุรายการ a) ถึง i ) ตามเจตจานงของ
มาตรฐาน ตามความเหมาะสม
❑5. มีระบบการจ่าย และกระจายยาท่ีเป็นรูปแบบเดียวกนั และเป็นไปตามกฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ที่บงั คบั ใช้
❑6. แหล่งขอ้ มลู ยาท่ีเหมาะสม สามารถเขา้ ถงึ ไดโ้ ดยงา่ ยสาหรบั ผเู้ กยี่ วขอ้ งในการใชย้ า
มาตรฐาน MMU.1.1
โรงพยาบาลพฒั นาและดาเนนิ โปรแกรมสาหรบั การใชย้ าปฏิชวี นะอยา่ งรอบคอบโดยยึดหลกั การดูแลยาปฏชิ วี นะ P
เจตจานงของมาตรฐาน MMU.1.1
การใชย้ าปฏิชีวนะมากเกินไปและในทางท่ีผิด ส่งผลใหเ้ กิดการเติบโตของ superbugs ท่ีดือ้ ต่อยาปฏิชีวนะท่ีมีอยู่มากขึน้
ตามรายงานของศูนยค์ วบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรฐั อเมริกา (CDC) แบคทีเรียที่ดือ้ ยาทาใหม้ ีผเู้ สียชีวิต 23,000 รายและ
142
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
เจ็บป่วย 2 ลา้ นรายในแต่ละปี สถาบันเพื่อการปรบั ปรุงการดแู ลสขุ ภาพรายงานว่ามผี เู้ สียชีวิต 25,000 คน ในยโุ รป ในแต่ละปี
จากการดือ้ ยาตา้ นจุลชีพ และการดือ้ ยาของจุลินทรียก์ ็เพมิ่ ขนึ้ ในตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชยี บางคนประมาณการว่ามี
ผเู้ สยี ชีวติ มากกว่า 700,000 รายท่วั โลกตอ่ ปีเนื่องจากการดอื้ ยาปฏิชวี นะ
นอกจากการดือ้ ยาและการเติบโตของ superbugs แลว้ การรกั ษาดว้ ยยาปฏิชีวนะมักมีผลขา้ งเคียงและ/หรือภาวะแทรกซอ้ น
รวมถึงการได้รบั Clostridioides difficile (C. diff ) ความเสียหายของไตหรือตับ การสูญเสียการได้ยิน โรคโลหิตจางจาก
เม็ดเลือดแดงแตก และภาวะแทรกซ้อนอ่ืนๆ การใชย้ าปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมเป็นส่ิงสาคญั ในการป้องกันภาวะแทรกซอ้ น
ที่ไม่จาเป็น เนือ่ งจากการใชย้ าปฏิชวี นะอย่างไมเ่ หมาะสม
ผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดแู ลสขุ ภาพมีส่วนทาใหเ้ กดิ การดือ้ ยาตา้ นจลุ ชีพในหลาย ๆดา้ น ตวั อย่างเช่น ใหย้ าปฏิชวี นะต่อเนื่องเมื่อ
ไม่จาเป็นแลว้ , ใชย้ าปฏิชีวนะ broad spectrum เม่ือไม่จาเป็น, หรือให้ยาปฏิชีวนะ broad spectrum โดยไม่จาเป็นหลงั จาก
ได้รบั ผล sensitivity, ใชย้ าปฏิชีวนะผิด, หรือส่งั ยาผิดขนาด, หรือให้ prophylaxis antibiotic ต่อเนื่องทง้ั ที่ไม่แนะนาใหใ้ ชอ้ ีก
ตอ่ ไป
เพ่ือลดการเกิดและการแพรก่ ระจายของแบคทีเรียที่ดือ้ ยาและใหผ้ ลการรกั ษาท่ีดีขึน้ โรงพยาบาลตอ้ งดาเนินมาตรการเพ่ือให้
แน่ใจว่ามีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมท่ีสุด (ดู PCI.5; PCI.5.1; และ GLD.11.2) การนาโปรแกรม Antibiotic
Stewardship ไปใช้ จะช่วยให้โรงพยาบาลบรรลุเป้าหมายในการ ในการใหผ้ ู้ป่วยที่ต้องการการรกั ษาดว้ ยยาปฏิชีวนะ ไดร้ บั
ยาปฏชิ ีวนะทเี่ หมาะสม ในเวลาท่เี หมาะสม ปริมาณทีเ่ หมาะสม และ ในระยะเวลาทเ่ี หมาะสม
Antibiotic Stewardship อาจรวมถึงองคป์ ระกอบต่อไปนี:้ การติดตามรูปแบบการส่งั จ่ายยาปฏิชีวนะและการดือ้ ยา การให้
ขอ้ มลู แก่บุคลากรเก่ียวกบั การใชย้ าปฏิชีวนะและการดอื้ ยาเป็นประจา และการใหค้ วามรูแ้ ก่บุคลากรเก่ียวกบั การใชย้ าปฏชิ ีวนะ
อยา่ งเหมาะสมทส่ี ุด โปรแกรมจาเป็นท่ีจะตอ้ งไดร้ บั การสนบั สนนุ จากผนู้ าในโรงพยาบาล ซึ่งรวมถงึ ความม่งุ ม่นั ของ ผนู้ าในการ
ใหก้ ารสนับสนุนซ่ึงรวมถึง อตั รากาลังของบุคลากร ทรพั ยากรทางการเงิน ทรพั ยากรตามหลกั ฐานทางวิชาการ และเทคโนโลยี
สารสนเทศ เพื่อใหแ้ น่ใจว่าโปรแกรมมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากผเู้ ช่ียวชาญด้านการป้องกันและควบคุม การติดเชือ้ แล้ว
โปรแกรม Antibiotic Stewardship ยงั เกี่ยวขอ้ งกับแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ผเู้ ขา้ รบั การฝึกงาน ผปู้ ่วย ครอบครวั และอื่นๆ (ดู
PCI.2)
การติดตามประสิทธิภาพของโปรแกรมเป็นองค์ประกอบสาคัญของความสาเร็จของโปรแกรม ตัวอย่าง ของการระบุถึง
ประสิทธิภาพ อาจรวมถึงหลกั ฐานของการลดลงของการใชย้ าปฏิชีวนะท่ีไม่เหมาะสม และการลดลงของเชือ้ ดือ้ ยา (Multidrug
resistant organisms) บันทึกที่ผู้ส่ังจ่ายปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติท่ีเป็นท่ียอมรบั และการใชย้ าปฏิชีวนะป้องกันโรคอย่าง
เหมาะสม การติดตามประสิทธิภาพของโปรแกรมที่ประสบความสาเร็จนนั้ จาเป็นตอ้ งมีกลไกในการกากับดแู ล การกากบั ดแู ล
อาจรวมถึงบุคคล คณะทางานขนาดเลก็ คณะกรรมการประสานงาน คณะทางาน หรือกลไกอน่ื ๆ
143
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดชี ยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ ับอนุญาต)
องคป์ ระกอบท่ีวดั ได้ของ MMU.1.1
❑1. โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินโปรแกรม Antibiotic Stewardship ท่ใี ห้ ผเู้ ชีย่ วชาญดา้ นการปอ้ งกนั และควบคมุ การ ติดเชอื้
แพทย์ พยาบาล เภสชั กร ผเู้ ขา้ รบั การฝึกอบรม ผปู้ ่วย ครอบครวั และอื่นๆ เขา้ มามีสว่ นเกี่ยวขอ้ ง
❑2. โปรแกรมนอี้ ิงตามหลกั ฐานทางวทิ ยาศาสตร์ แนวปฏิบตั ิทเี่ ป็นทยี่ อมรบั และกฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ในทอ้ งถนิ่
❑3. โปรแกรมประกอบดว้ ยแนวทางการใชย้ าปฏชิ วี นะในการรกั ษาโรคติดเชือ้ อย่างเหมาะสม รวมทง้ั การใชย้ าปฏิชวี นะ
ป้องกนั โรคอย่างเหมาะสม
❑4. มีกลไกในการดูแลโปรแกรม Antibiotic Stewardship
❑5. มีการตดิ ตามตรวจสอบประสิทธิภาพของโปรแกรม Antibiotic Stewardship
การคัดเลอื กและการจัดหา
มาตรฐาน MMU.2
มวี ิธีดูแลรายการยาของโรงพยาบาล รวมถึงวิธีการใชย้ าตามรายการ วิธีการตรวจสอบใหแ้ นใ่ จว่ามีการจดั เก็บยา สาหรบั การ ส่งั
และกระบวนการสาหรบั ยาท่ีไม่มีในสตอ็ กหรอื ปกตไิ ม่มีไวใ้ นโรงพยาบาลหรอื กระบวนการเมือเวลาที่แผนกเภสชั กรรมปิด P
เจตจานงของมาตรฐาน MMU.2
โรงพยาบาลทกุ แห่งตอ้ งตัดสินใจว่าจะจัดหายาใดสาหรบั การส่ังจ่ายยา โดยผปู้ ฏิบัติงานดา้ นการดแู ลสุขภาพ การตดั สินใจนี้
ขึน้ อยู่กับพันธกิจของโรงพยาบาล ความต้องการของผู้ป่ วย และประเภทของบริการท่ีมีให้ โรงพยาบาลจัดทารายการ
(มักเรียกว่าสตู ร) ของยาทง้ั หมดท่ีมีอยู่หรือที่หาไดง้ ่ายจากแหล่งภายนอก ในบางกรณีกฎหมายและขอ้ บงั คับอาจกาหนดยา
ที่อย่ใู นรายการหรือแหล่งที่มาของยาเหล่าน้ัน การเลือกใชย้ าเป็นกระบวนการความรว่ มมือท่ีรวมถึงความตอ้ งการ และความ
ปลอดภัย ของผู้ป่ วย ตลอดจนความประหยัด (ดูเพ่ิมเติมท่ี GLD.7.1) ยาอาจหมดในบางครงั้ เนื่องจากการจัดส่ง ล่าช้า
การขาดแคลนในประเทศ หรือเหตุผลอื่นๆ ท่ีไม่คาดคิดจากการควบคมุ สินคา้ คงคลังตามปกติ มีกระบวนการแจง้ ผู้ส่งั จ่ายยา
ทีข่ าดแคลนและเสนอยาทดแทน
โรงพยาบาลมีวิธีการต่างๆ ตัวอย่างเช่น การแต่งต้ังคณะกรรมการ เพื่อรกั ษาและติดตามรายการยาและติดตามการใช้ยา
ในโรงพยาบาล เชน่ การเฝา้ ระวังการใชย้ าปฏิชีวนะ ผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ งในการกากบั ดแู ลรายการยารวมถึงผปู้ ฏิบตั ิงานดา้ นการดูแล
สุขภาพ ที่เก่ียวขอ้ ง กับกระบวนการส่งั ซือ้ การจ่าย การบริหาร และการติดตามกระบวนการของยา การตดั สินใจเพิ่มหรือนา
ยาออก จากรายการเป็นไปตามเกณฑ์ ทรี่ วมถงึ ขอ้ บง่ ชใี้ นการใชย้ า ประสิทธิภาพ ความเส่ยี ง และค่าใชจ้ ่าย
144
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ น้ัน (หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต)
มีกระบวนการหรือกลไกในการตดิ ตามการตอบสนองของผปู้ ่วยต่อยาท่ีเพิ่มเขา้ มาใหม่ ตัวอย่างเช่น เมื่อมีการตัดสินใจเพ่ิมยา
ชนิดใหม่หรือยาลกั ษณะใหม่เขา้ ไปในรายการ จะมีกระบวนการเก็บ รวบรวม และติดตามขอ้ มูลท่ีเกีย่ วขอ้ งกับความเหมาะสม
ในการใช้ยาตามข้อบ่งชี้, วิธีการส่ังยา (ตัวอย่างเช่น ขนาดยาหรือ วิถีในการให้ยา ) และอุบัติการณ์หรือสภาวะท่ีไม่พึง
ประสงค์ใดๆ ท่ีเกิดขึน้ แบบไม่คาดคิด ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ยาใหม่ในช่วงแนะนายา รายการยาไดร้ บั การตรวจสอบอย่างน้อยทกุ ปี
ตามขอ้ มลู ดา้ นความปลอดภยั และประสทิ ธิภาพท่เี กดิ ขนึ้ ใหมแ่ ละขอ้ มลู เก่ียวกบั การใชง้ านและอบุ ตั กิ ารณไ์ ม่พงึ ประสงค์
ในบางครง้ั ยาที่ไม่มีในสต็อกหรอื ไม่มีในโรงพยาบาลกม็ คี วามจาเป็น ตัวอย่างเช่น ผปู้ ่วยท่ีไดร้ บั การหยดยาเขา้ เสน้ เลือดท่ีบา้ น
ซง่ึ กลายเป็นผปู้ ่วยใน อาจมยี าไม่เพียงพอท่จี ะใหย้ าตอ่ ไปในขณะทีอ่ ยใู่ นโรงพยาบาล ยาพเิ ศษดงั กลา่ วอาจรวมถึง ยาช่วยชวี ิตท่ี
หยดเขา้ รา่ งกายสาหรบั รกั ษาโรคความดนั โลหิตสูงในปอดและยาท่ีใช้ใน insulin pump มีกระบวนการอนุมตั ิและ จัดหายา
ดงั กล่าว นอกจากนีบ้ างครงั้ ท่ีมีความจาเป็นตอ้ งใชย้ าในตอนกลางคืนหรอื เมือ่ หอ้ งยาปิด โรงพยาบาลแตล่ ะแห่ง จาเป็นตอ้ งวาง
แผนสาหรบั เหตกุ ารณเ์ หล่านแี้ ละใหค้ วามรูแ้ ก่บุคลากรเกี่ยวกบั ขนั้ ตอนการปฏิบตั ิในกรณที ี่เกดิ ขนึ้
องคป์ ระกอบทวี่ ดั ไดข้ อง MMU.2
❑1. มรี ายการยาตามช่อื ทางการคา้ และชือ่ สามญั ที่จดั เกบ็ ในโรงพยาบาลหรอื จดั หาจากแหลง่ ภายนอก และมกี ารทบทวน
รายการยานที้ กุ ปี
❑2. กระบวนการท่ีใชใ้ นการจดั ทาและติดตามรายการยา (เวน้ แตจ่ ะกาหนดโดยกฎระเบียบหรอื หนว่ ยงานภายนอก
โรงพยาบาล) จะเป็นการรวมตวั แทนจากผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการดแู ลสขุ ภาพทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั กระบวนการส่งั ซอื้ การจา่ ย
การบริหาร และกระบวนการตดิ ตามอาการผปู้ ่วยในโรงพยาบาล
❑3. มขี นั้ ตอนเพอื่ ใหไ้ ดย้ ามาในตอนกลางคนื หรือเม่อื หอ้ งยาปิด และยาทไ่ี ม่มีในสต็อกหรอื ปกตไิ ม่มีในโรงพยาบาล
พนื้ ทจี่ ดั เก็บ
มาตรฐาน MMU.3
ยาไดร้ บั การจดั เก็บอยา่ งเหมาะสมและปลอดภยั P
เจตจานงของมาตรฐาน MMU.3
ยาอาจถกู จดั เก็บไวภ้ ายในพืน้ ท่ีจดั เก็บในหอ้ งยาหรือแผนกบริการดา้ นเภสัชกรรม หรือในหอ้ งยาของหน่วยดูแลผปู้ ่วยในหรือ
เคานเ์ ตอรพ์ ยาบาลในหน่วยคลินิก มาตรฐาน MMU.1 ให้กลไกการกากับดูแลสาหรบั ทุกสถานท่ีที่เก็บยา มียาบางประเภทท่ี
145
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกุล BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชัยเทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
ตอ้ งการการดแู ลเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น สารเภสชั รงั สีและยาอนั ตรายมีความเสี่ยงดา้ นความปลอดภัย และยาที่ใชใ้ นการวิจัย
อาจตอ้ ง มกี ารจดั เกบ็ และ/หรอื ความยนิ ยอมเป็นพเิ ศษ ในทกุ สถานทีท่ ่ีมกี ารจดั เก็บยาจะตอ้ งชดั เจนในสิ่งต่อไปนี:้
• ยาทีจ่ ดั เกบ็ ในหอ้ งยาจะถกู จดั เกบ็ ภายใตส้ ภาวะทเี่ หมาะสมสาหรบั ความคงตวั ของผลิตภณั ฑต์ ามที่ผผู้ ลิตระบุ
• เมื่อจดั เก็บยาในหน่วยดูแลผปู้ ่ วย รถพยาบาล หรือพืน้ ท่ีอื่นๆ นอกห้องยา องคก์ รจะทาการประเมินความเส่ียง
เพ่ือ ระบุ สภาวะที่เหมาะสมในกา รรักษาความคงตัวขอ งผลิตภัณ ฑ์ตามระยะเวลาท่ีจัดเก็บยาไว้นอ ก ห้อ งยา
ตามความเหมาะสม (ดู ACC.6)
• สารควบคมุ ไดร้ บั การพจิ ารณาอย่างถกู ตอ้ งตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ที่บงั คบั ใช้
• ยาหรือผลิตภัณฑท์ ี่ตอ้ งการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น สารเภสัชรงั สี ยาท่ีใชใ้ นการวิจัย และยาหรือผลิตภัณฑอ์ ื่นๆ ที่
คลา้ ยคลงึ กนั ไดร้ บั การติดฉลากอย่างถกู ตอ้ งและจดั เก็บ บรหิ าร และตดิ ตาม อยา่ งปลอดภยั
• ยาและสารเคมที ใี่ ชใ้ นการเตรียมยาจะมฉี ลากระบุเนอื้ หา วนั หมดอายุ และคาเตือนอย่างถกู ตอ้ ง (ดู FMS.7)
• อิเล็กโทรไลต์เข้มข้นจะไม่เก็บไว้ในหน่วยดูแล ยกเว้น ข้อยกเว้นท่ีระบุไว้ในเจตนาของ IPSG.3.2 (คะแนนที่
IPSG.3.2)
• ยาไดร้ บั การปกป้องจากการสญู หายหรอื ถกู โจรกรรม ท่วั ทงั้ โรงพยาบาล
องคป์ ระกอบทว่ี ัดไดข้ อง MMU.3
❑1. ยาจะถูกเก็บไวภ้ ายใตส้ ภาวะท่ีเหมาะสมสาหรบั ความคงตัวของผลิตภัณฑ์ รวมถึงยาท่ีเก็บไวใ้ นหน่วยดแู ลผปู้ ่วยแต่ละ
หน่วยและรถพยาบาล ตามความเหมาะสม
❑2. สารควบคมุ ไดร้ บั การพิจารณาอยา่ งถกู ตอ้ งตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คับทบี่ งั คบั ใช้
❑3. มีกระบวนการในการจดั การยาหรอื ผลิตภัณฑท์ ี่ตอ้ งการการดแู ลเป็นพิเศษ เช่น ยาอนั ตราย สารเภสัชรงั สี และยาที่ใชใ้ น
การวจิ ยั
❑4. ยาและสารเคมที ี่ใชใ้ นการเตรียมยาจะมีฉลากระบเุ นอื้ หา วนั หมดอายุ และคาเตอื นอยา่ งถกู ตอ้ ง
❑5. พืน้ ท่ีจดั เก็บยาท้ังหมด รวมถึงพืน้ ท่ีจดั เก็บยาในหน่วยดูแลผปู้ ่วยและรถพยาบาล (ตามความเหมาะสม) ไดร้ บั การตรวจ
สอบเป็นระยะเพอื่ ใหแ้ นใ่ จวา่ มกี ารจดั เก็บยาอยา่ งเหมาะสม
❑6. ยาไดร้ บั ความคมุ้ ครองจากการสญู หายหรอื ถกู โจรกรรมท่วั ทงั้ โรงพยาบาล
146
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรบั โรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นน้ั (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ด้รบั อนุญาต)
มาตรฐาน MMU.3.1
ยาฉกุ เฉนิ มีพรอ้ มใช,้ ถกู จดั เกบ็ ในรูปแบบเดียวกนั , มีการติดตามตรวจสอบ, และมคี วามปลอดภยั เมือ่ จดั เก็บนอกหอ้ งยา P
เจตจานงของมาตรฐาน MMU.3.1
เมื่อเกดิ เหตฉุ กุ เฉินของผปู้ ่วย การเขา้ ถึงยาฉกุ เฉนิ ท่เี หมาะสมอยา่ งรวดเรว็ เป็นสิง่ สาคญั โรงพยาบาลแตล่ ะแหง่ วางแผนกาหนด
ท่ีตั้งของยาฉุกเฉินและยาที่จะจดั ส่งเขา้ ไปในสถานที่เหล่านี้ ตัวอย่างเช่น สารแกฤ้ ทธิ์ยาระงบั ความรูส้ ึกในห้องผ่าตัด ดังนั้น
เพ่ือจุดประสงคน์ ีโ้ รงพยาบาลสามารถใชต้ ู,้ รถเข็น, กระเป๋ า, หรือกล่อง ฉุกเฉินได้ ยาฉุกเฉินจะถูกจดั เก็บในรูปแบบเดียวกัน
เพ่ือใหเ้ ขา้ ถึงยาที่ถูกตอ้ งไดอ้ ย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ในรถเข็นฉุกเฉินแตล่ ะคนั ในโรงพยาบาล ยาฉุกเฉินจะอย่ใู นลิน้ ชกั เดียว
กัน และยาจะถูกจัดวางในลักษณะเดียวกันภายในลิน้ ชักของรถเข็นแต่ละคัน นี่เป็นส่ิงสาคญั อย่างยิ่งสาหรบั บุคลากร ที่อาจ
จาเป็นตอ้ งเข้าถึงยาฉกุ เฉินจากรถเข็นท่ีพวกเขาไม่ไดใ้ ช้ การจัดเก็บยาในรถเข็นฉกุ เฉินสาหรบั เด็กน้ัน แตกต่างจากรถฉุกเฉิน
สาหรบั ผใู้ หญ่ อย่างไรก็ตาม ยาจะถกู จดั เก็บเป็นรูปแบบเดียวกนั ภายในรถเข็นแต่ละประเภท
เพ่ือให้แน่ใจว่าสามารถเขา้ ถึงยาฉุกเฉินไดเ้ ม่ือเกิดเหตุจาเป็น โรงพยาบาลไดก้ าหนดข้ันตอนหรือกระบวนการ เพื่อป้องกัน
การใชใ้ นทางทผี่ ิด การโจรกรรม หรอื การสญู หายของยา กระบวนการนชี้ ่วยใหแ้ น่ใจวา่ ยาจะถกู ทดแทนเมื่อมกี ารใชไ้ ป, เสียหาย,
หรอื หมดอายุ ตัวอยา่ งเช่น การรวมการตรวจสอบรถเขน็ ฉกุ เฉินเขา้ ไวก้ บั งานประจาวันของบุคลากรในหน่วยงาน สามารถชว่ ย
ใหม้ ่นั ใจในความสมบูรณแ์ ละความครบถว้ นของรถฉุกเฉิน โรงพยาบาลเขา้ ใจความสมดลุ ระหวา่ งความพรอ้ มในการเขา้ ถึงและ
การรกั ษาความปลอดภยั สาหรบั สถานทีจ่ ดั เก็บยาฉกุ เฉิน ตัวอย่างเช่น หากการเขา้ ถึงยาฉกุ เฉินจาเป็นตอ้ ง มีบุคคลเฉพาะของ
หน่วยงาน เพื่อทาการปลดล็อกรถเข็นฉุกเฉิน และบุคคลน้ันไม่พรอ้ มปฏิบัติงาน ยาจะไม่สามารถเข้าถึง ได้ทันทีแมว้ ่าจะ
ปลอดภยั กต็ าม (ดู FMS.6)
การช่วยชวี ติ ฉกุ เฉนิ เป็นสถานการณท์ ี่ตงึ เครยี ดอย่างยิ่ง ซึง่ เวลาเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ดงั นั้นจึงสง่ ผลใหค้ วามเสี่ยงของความ
คลาดเคลื่อนทางยาที่เกิดขึน้ ระหว่างการช่วยชีวิตฉกุ เฉินอาจสงู ขนึ้ Institute for Safe Medication Practices (ISMP) ระบุว่า
ปัจจยั ท่ีเอือ้ อานวยใหเ้ กิดความเสี่ยงต่อขอ้ ผิดพลาดท่ีรายงานโดยท่วั ไป ไดแ้ ก่ บรรจุภัณฑข์ องผลิตภณั ฑท์ ี่มีลกั ษณะ คลา้ ยกัน
หรอื ชือ่ ยาคลา้ ยกนั , รถเขน็ ฉกุ เฉนิ ทีไ่ ม่เป็นระเบยี บและไม่เป็นมาตรฐาน, การจดั เก็บของในรถเข็นฉกุ เฉินมากเกินไป, สิ่งรบกวน
ทเี่ กดิ จากสภาพแวดลอ้ มท่ีว่นุ วาย, การสื่อสารคาส่งั ทางวาจาท่ีไมด่ ,ี บุคลากรทไี่ ม่มปี ระสบการณ,์ ยาทางเลอื กใน รถเขน็ ฉกุ เฉิน
, ขอ้ มลู ที่สบั สนหรือขาดหายไปเกี่ยวกับยา, และความเขม้ ขน้ ของยาหลายตวั ในลิน้ ชักรถเข็นฉกุ เฉิน ดังน้นั เม่ือเกิดเหตฉุ กุ เฉิน
ของผปู้ ่วย การเขา้ ถึงยาฉกุ เฉินท่ีเหมาะสมอย่างรวดเรว็ จึงเป็นสิ่งสาคญั (ดู COP.3.3 )
ความสม่าเสมอและเป็นรูปเดียวกันในการช่วยชีวิตฉกุ เฉิน อาจช่วยลดความเส่ียงและปรบั ปรุงผลลัพธข์ องผปู้ ่วยไดอ้ ย่างมีนัย
สาคัญ ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลสามารถใชแ้ นวทางท่ีอิงตามความเสี่ยงเพ่ือเพ่ิมความปลอดภัยและ ปรบั ปรุงผลลัพธ์ของ
ผปู้ ่วย โดยดขู อ้ มูลภายในจากสถานการณ์ฉุกเฉินครงั้ ก่อนเพื่อตรวจสอบความพรอ้ มของยาฉุกเฉินหรือทบทวนวรรณกรรมท่ี
เก่ยี วขอ้ งกบั เรื่องนน้ั ตวั อย่างของกลยทุ ธท์ ่ีระบุในวรรณกรรมมีดงั ตอ่ ไปน:ี้
147
แปลโดย พว. สุนันทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เท่านนั้ (หา้ มเผยแพร่โดยไม่ไดร้ บั อนุญาต)
• ใชก้ ลยทุ ธเ์ พ่ือแยกความแตกตา่ งระหวา่ งยาสาหรบั ผใู้ หญ่และยาเดก็ ตวั อย่างเช่น การใชร้ ถเข็นฉกุ เฉินสาหรบั ผใู้ หญ่
และรถเข็นฉกุ เฉินสาหรบั เด็กแยกกนั หรือเม่ือใชร้ ถเข็นแบบอเนกประสงค์ ใหจ้ ดั เกบ็ ยาและอุปกรณ์ ในลนิ้ ชกั สาหรบั
ผใู้ หญ่และเดก็ แยกจากกนั
• เก็บกล่องยาสาหรบั ทารกแรกเกิดไวใ้ นบริเวณท่ีดแู ลทารกแรกเกดิ
• กาหนดรูปแบบรถเข็นและรูปแบบการจดั เกบ็ ในลนิ้ ชกั ไดม้ าตรฐานเดยี วกนั ท่วั ทงั้ โรงพยาบาล
องคป์ ระกอบที่วดั ได้ของ MMU.3.1
❑1. ยาฉกุ เฉินมใี หท้ นั ทีในหนว่ ยทีจ่ าเป็นหรือสามารถเขา้ ถึงไดภ้ ายในโรงพยาบาลเพื่อตอบสนองความตอ้ งการฉกุ เฉนิ
❑2. โรงพยาบาลจดั ทาและดาเนินการตามขน้ั ตอนการจดั เก็บ รกั ษา ยาฉกุ เฉนิ ในรูปแบบเดยี วกนั ; มกี ารทดแทนเมื่อใชไ้ ป,
เสียหาย, หรอื ลา้ สมยั และไดร้ บั การปกปอ้ งจากการสูญหายหรือถกู โจรกรรม
❑3. การเขา้ ถงึ ยาฉกุ เฉินไม่จาเป็นตอ้ งใชบ้ ุคคลหรอื กุญแจเพื่อปลดล็อกรถเขน็ ฉกุ เฉนิ
❑4. ยาฉกุ เฉินไดร้ บั การตดิ ตามตรวจสอบและทดแทนในเวลาทเ่ี หมาะสม หลงั การใชห้ รอื เมอ่ื หมดอายหุ รอื เสยี หาย
❑5. โรงพยาบาลใชว้ ิธีการตามความเสีย่ ง ตามท่ีอธิบายไวใ้ นเจตจานงของมาตรฐานเพือ่ ระบแุ ละใชก้ ลยทุ ธเ์ พอ่ื ปรบั ปรุง
ประสิทธิภาพและความถกู ตอ้ งของการบรหิ ารยาในระหว่างการชว่ ยชวี ติ ฉกุ เฉนิ
มาตรฐาน MMU.3.2
โรงพยาบาลมรี ะบบเรียกคนื ยา P
เจตจานงของมาตรฐาน MMU.3.2
การเรียกคืนยาเกดิ ขนึ้ เม่อื ยาถกู นาออกจากตลาด เน่อื งจากพบว่ามขี อ้ บกพรอ่ งหรอื อาจเป็นอันตรายได้ ขอ้ บกพรอ่ งของยาอาจ
เกย่ี วขอ้ งกบั บรรจุภณั ฑท์ ี่ไม่ถกู ตอ้ ง การปนเปื้อนท่ีเกิดขนึ้ หรือการผลิตทไี่ ม่ไดม้ าตรฐาน ส่งผลใหเ้ กิดส่ิงเจอื ปนหรอื ขอ้ ผิดพลาด
ในดา้ นความเขม้ ขน้ /ความแรง บางครงั้ ผผู้ ลิตยาจะระบุปัญหาของยาและเรียกคืนโดยสมคั รใจ ในบางครง้ั หน่วยงานของรฐั
จะขอใหเ้ รียกคืนยาหลงั จากไดร้ บั รายงานปัญหาจากสาธารณะ การสื่อสารเก่ยี วกบั การเรียกคนื ยาอาจมา จากผผู้ ลิตโดยตรง
หรือจากหน่วยงานท่ีกากบั ดแู ล โรงพยาบาลตอ้ งตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่า พวกเขามีกระบวนการในการรบั การแจง้ เตือนการเรียก
คืนยาและ เพ่ือการระบุ การเรียกค้นและการส่งคืน หรือการทาลายอย่างปลอดภัยและเหมาะสม ตามที่ท่ีผูผ้ ลิตหรือผู้จัด
จาหนา่ ยแจง้ กระบวนการเรยี กคนื หมายความรวมถึง ยาทป่ี ระกอบขนึ้ ภายในโรงพยาบาลซ่ึงมีการใชผ้ ลติ ภณั ฑท์ ่ีถกู เรยี กคืน
มีนโยบายหรือข้นั ตอนการปฏิบัติท่ีกล่าวถึงการใช้ หรือ การทาลายยาท่ีทราบว่าหมดอายหุ รือลา้ สมยั ยาท่ีหมดอายุคือ ยาท่ี
เลยวันหมดอายุท่ีระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์เดิมจากผู้ผลิต ยาท่ีล้าสมัยคือยาที่เปิดออก ซ่ึงโดยท่ัวไปแล้วจะปลอดภัยและมี
148
แปลโดย พว. สุนนั ทา ภักดชี ยะกุล BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชัยเท่านัน้ (ห้ามเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
ประสิทธิภาพในการใชย้ าในช่วงเวลาสนั้ ๆ หลังจากเปิดใช้ (อายุการเก็บรกั ษา) ยาที่ลา้ สมยั เหล่านคี้ วรทาเครื่องหมาย ดว้ ยวนั ที่
หมดอายโุ ดยพจิ ารณาจากเวลาที่เปิดออก เพอื่ ใหบ้ ุคลากรทราบวนั ที่สนิ้ สดุ การใช้
องคป์ ระกอบที่วดั ไดข้ อง MMU.3.2
❑1. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนนิ การตามกระบวนการรบั การแจง้ เตอื นและดาเนินการเมอื่ มีการเรยี กคนื ยา
❑2. กระบวนการนรี้ วมถงึ การระบุ เรยี กคน้ และสง่ คนื หรอื ทาลายยาท่ีผผู้ ลติ ซพั พลายเออร์ หรือหนว่ ยงานกากบั ดแู ล
เรียกคนื อยา่ งปลอดภยั และเหมาะสม
❑3. กระบวนการเรียกคืนรวมถงึ ยาทปี่ ระกอบขนึ้ ภายในโรงพยาบาลซง่ึ มีการใชผ้ ลิตภณั ฑท์ ีเ่ รียกคนื แลว้
❑4. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนนิ การตามขนั้ ตอนการใชย้ าหมดอายทุ ีย่ งั ไม่เปิดใช้ และยาที่ลา้ สมยั
❑5. โรงพยาบาลกาหนดและดาเนินการตามกระบวนการสาหรบั การทาลายยาท่ที ราบวา่ หมดอายหุ รือลา้ สมัย
การส่ังใช้และการถ่ายทอดคาส่ัง
มาตรฐาน MMU.4
โรงพยาบาลจะระบุและจดั ทารายการยาปัจจุบนั ที่ผปู้ ่วยใชท้ ีบ่ า้ น และทบทวนรายการกบั ยาใหม่ทง้ั หมดที่ส่งั หรือจา่ ยไป P
เจตจานงของมาตรฐาน MMU.4
Medication reconciliation เป็นกระบวนการที่สาคญั ของการจดั การยาที่ปลอดภยั สาหรบั ผู้ป่วย และเพ่ือลดความเส่ียงสาหรบั
เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ผปู้ ่ วยที่เข้ารบั การรกั ษาในโรงพยาบาลมักใช้ยาหลายตวั ที่บา้ น และอาจมีความเส่ียงต่อเหตุการณ์
ไม่พึงประสงค์ หากไม่มีการบันทึกรายการยาที่ถูกตอ้ งในบนั ทึกของผปู้ ่วย ความคลาดเคล่ือนของยาอาจส่งผลต่อผลลพั ธ์ ของ
ผปู้ ่วย การขอรายการยาอย่างสมบูรณ์กับผปู้ ่วยทุกรายตั้งแต่เขา้ มาพบกนั อาจเป็นเรอ่ื งยาก และความถกู ตอ้ งของรายการยา
กข็ ึน้ อย่กู ับความสามารถและความเต็มใจของผปู้ ่วยท่ีจะใหข้ อ้ มลู นี้ ความพยายามที่น่าเชื่อถือในการรวบรวมขอ้ มูลนี้จะไดร้ บั
การยอมรบั ว่าเป็นไปตามเจตจานงของขอ้ กาหนด ตัวอย่างของความพยายามท่ีน่าเชื่อถือ อาจหมายความรวมถึงการ ติดต่อ
รา้ นขายยา ของผปู้ ่วยและ/หรอื สมาชิกในครอบครวั หรอื การปรกึ ษากบั แพทยห์ ลกั ทด่ี แู ลผปู้ ่วย
149
แปลโดย พว. สนุ ันทา ภักดีชยะกลุ BNS. MBA สาหรับโรงพยาบาลมหาชยั เทา่ นั้น (ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต)