194 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน ในการสอนครั้งนี้จะเป็นการสอน เรื่อง Coordinating conjunctions Coordinating Conjunction คือ คำสันธานที่ใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคที่เป็นประเภทเดียวกัน หรือมีความสำคัญเท่าเทียมกัน โครงสร้างการใช้ Coordinating Conjunction เชื่อมระหว่างประโยคกับประโยค S + V, CC S + V Ex. I’m taking an English class, for I want to improve my English skills. อย่าลืม: การใช้ Coordinating Conjunction เชื่อมระหว่างประโยคกับประโยคต้องมีเครื่องหมาย comma (,) คั่น โดยวางไว้หลังประโยคแรกและอยู่หน้า Coordinating Conjunction (CC) Coordinating Conjunction ได้แก่คำต่อไปนี้ For (เพราะ) ใช้เชื่อมประโยที่เป็นเหตุเป็นผลกัน โดยแสดงเหตุ Ex. I’m taking an English class, for I want to improve my English skills. (ฉันลงเรียนภาษาอังกฤษเพราะฉันต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของฉัน) ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนส่วนใหญ่จะชอบพูดคุยในระหว่างการรอเพื่อนออกมาตอบคำถาม จะมีการพูดคุยกันตลอด ข้อเสนอแนะ ในการอสนเราควรควบคุมชั้นเรียนและมีการตั้งกฎการออกเข้าห้องเรียนว่าต้องมีการขออนุญาตทุก ครั้งเพื่อเป็นการตั้งกฎไม่ให้นักเรียนเกิดความวุ่นวายเวลาสอน ไม่ควรไปขออนุญาตตอนอาจารย์กำลังสอนอยู่ ควรรอให้ถึงตอนที่ปล่อยให้ ลงชื่อ................................................ผู้สอน (นางสาวฐิสณา สิงห์ลอ)
195 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 17 Funny Conjunction แผนการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง Subordinating conjunctions จำนวน 1 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ป.5/4 บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ป.5/3 พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้และเข้าใจคำสันธาน (Conjunction) หน้าที่ของคำสันธาน คำสันธานที่ใช้เชื่อมเพื่อแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างคำ คำสันธานที่ใช้เชื่อมประโยคใจความรองเข้ากับประโยคใจความหลัก คำคำสันธานที่ ต้องใช้คู่กันอยู่เสมอในประโยคเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเราจะรู้ได้ว่าประโยคหนึ่งประโยคจะประกอบไป อะไรในประโยคบ้างการเรียนเรื่องนี้จะนำไปใช้ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Subordinating conjunctions ได้ถูกต้อง 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Subordinating conjunctions ได้ถูกต้อง 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน
196 สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 1. Subordinating conjunctions 2. โครงสร้างการใช้ Subordinating conjunction • แบบที่ 1: S + V + SC + S + V • แบบที่ 2: SC + S + V, S + V 4. Subordinating conjunction ได้แก่กลุ่มคำต่อไปนี้ • กลุ่มคำบอกเวลา (Time) • กลุ่มคำบอกความยินยอม (Concession) • กลุ่มคำบอกเหตุผล (Reason) • กลุ่มคำที่บอกเงื่อนไข (Condition) • กลุ่มคำทั่ว ๆ ไป (Manner) สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการอ่าน 2. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ทำลงสมุดเรื่อง Preposition กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำ (Warm up) 1) ครูกล่าวทักทายนักเรียนสอบถามว่าครั้งที่แล้วเรียนอะไรไปโดยถามว่า ลองตอบคำถาม ทบทวนเรื่อง Coordinating conjunctions
197 2) รอให้นักเรียนตอบคำถามที่ถามไปจึงจะเข้าสู่บทเรียน 2. ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1) ครูขึ้น ppt Subordinating conjunction
198
199 3. ขั้นฝึก (Practice) 1) ครูให้นักเรียนทำลงสมุดเรื่อง Find Subordinating conjunction
200 4. ขั้นนำไปใช้ (Production) 1) ให้นักเรียนออกมาอ่านประโยคที่ขึ้นและตอบว่าคำไหนเป็นคำเชื่อมที่ครูขึ้นให้บน ppt
201 5. ขั้นสรุป (Wrap up) 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปว่าได้เรียนรู้อะไรไปในคาบนี้ สื่อ/อุปกรณ์ 1. PowerPoint 2. computer 3. กระดานดำ 4. ทำลงสมุดเรื่อง Find Subordinating conjunction การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การวัด 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Subordinating conjunction ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในอธิบาย เกี่ยวกับ Subordinating conjunction ได้ แบบสังเกตการณ์ ทักษะการอธิบาย นักเรียนที่มีทักษะการอธิบายได้ดี ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป คะแนน ตั้งแต่10-14 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Subordinating conjunction ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในการตอบ คำถามที่เกี่ยวกับ Subordinating conjunction ได้ สังเกตการพูดตอบ คำถาม นักเรียนที่มีทักษะการพูดตอบ คำถามได้ถูกต้องผ่านเกณฑ์ระดับ ดีขึ้นไป คะแนนตั้งแต่ 10-14 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน สังเกตความมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมิน พฤติกรรมการ เรียน นักเรียนที่ตั้งใจเรียนและให้ความ ร่วมมือในการตอบคำถาม ระดับ คะแนนตั้งแต่1-5
202 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน ในการสอนครั้งนี้จะเป็นการสอน เรื่อง Subordinating conjunction (SC) คือ คำสันธานที่ใช้เชื่อม ประโยคหลัก (Main Clause) กับประโยคย่อย (Subordinate Clause) ที่มีความสำคัญไม่เท่ากัน โครงสร้างการใช้ Subordinating conjunction แบบที่ 1: S + V + SC + S + V Ex. I hadn’t known who sang it even though I’d heard the song before. (ฉันไม่รู้ว่าใครร้องมันแม้ว่าฉันเคยได้ยินเพลงมาก่อนแล้ว) Subordinating conjunction ได้แก่กลุ่มคำต่อไปนี้ กลุ่มคำบอกเวลา (Time) while (ในขณะที่) when (เมื่อ) after (ก่อนหน้า) before (หลังจาก) as soon as (ทันทีที่) ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนส่วนใหญ่จะชอบพูดคุยในระหว่างการรอเพื่อนออกมาตอบคำถาม จะมีการพูดคุยกันตลอด ข้อเสนอแนะ ในการสอนเราควรควบคุมชั้นเรียนและมีการตั้งกฎการออกเข้าห้องเรียนว่าต้องมีการขออนุญาตทุก ครั้งเพื่อเป็นการตั้งกฎไม่ให้นักเรียนเกิดความวุ่นวายเวลาสอน ไม่ควรไปขออนุญาตตอนอาจารย์กำลังสอนอยู่ ควรรอให้ถึงตอนที่ปล่อยให้ ลงชื่อ................................................ผู้สอน (นางสาวฐิสณา สิงห์ลอ)
203 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 17 Funny Conjunction แผนการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Correlative conjunction จำนวน 1 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ป.5/4 บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ป.5/3 พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้และเข้าใจคำสันธาน (Conjunction) หน้าที่ของคำสันธาน คำสันธานที่ใช้เชื่อมเพื่อแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างคำ คำสันธานที่ใช้เชื่อมประโยคใจความรองเข้ากับประโยคใจความหลัก คำคำสันธานที่ ต้องใช้คู่กันอยู่เสมอในประโยคเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเราจะรู้ได้ว่าประโยคหนึ่งประโยคจะประกอบไป อะไรในประโยคบ้างการเรียนเรื่องนี้จะนำไปใช้ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Correlative conjunction ได้ถูกต้อง 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Correlative conjunction ได้ถูกต้อง 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน
204 สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 1. Correlative conjunction • not only … but also … = ไม่เพียงแต่... แต่อีกด้วย • either … or … = ไม่ ... ก็ (ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) • neither … nor … = ไม่...และ (ไม่ทั้งสองอย่าง) • as ... as … = เท่ากัน • both … and … = ทั้ง...และ สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการอ่าน 2. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน 2. ทำลงสมุดเรื่อง Where is the word Correlative conjunction in a sentence? กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำ (Warm up) 1) ครูกล่าวทักทายนักเรียนสอบถามว่าครั้งที่แล้วเรียนอะไรไปโดยถามว่า ลองตอบคำถาม ทบทวนเรื่อง Subordinating conjunction
205 2) รอให้นักเรียนตอบคำถามที่ถามไปจึงจะเข้าสู่บทเรียน 2. ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1) ครูขึ้น ppt Correlative conjunction
206
207 3. ขั้นฝึก (Practice) 1) ครูให้นักเรียนทำลงสมุดเรื่อง Find Subordinating conjunction
208 4. ขั้นนำไปใช้ (Production) 1) ให้นักเรียนออกมาอ่านประโยคที่ขึ้นและตอบว่าคำไหนเป็นคำเชื่อมที่ครูขึ้นให้บน ppt 5. ขั้นสรุป (Wrap up) 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปว่าได้เรียนรู้อะไรไปในคาบนี้
209 สื่อ/อุปกรณ์ 5. PowerPoint 6. computer 7. กระดานดำ 8. ทำลงสมุดเรื่อง Where is the word Correlative conjunction in a sentence? การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การวัด 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Correlative conjunction ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในอธิบาย เกี่ยวกับ Correlative conjunction ได้ แบบสังเกตการณ์ ทักษะการอธิบาย นักเรียนที่มีทักษะการอธิบายได้ดี ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป คะแนน ตั้งแต่10-14 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Correlative conjunction ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในการตอบ คำถามที่เกี่ยวกับ Correlative conjunction ได้ สังเกตการพูดตอบ คำถาม นักเรียนที่มีทักษะการพูดตอบ คำถามได้ถูกต้องผ่านเกณฑ์ระดับ ดีขึ้นไป คะแนนตั้งแต่ 10-14 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน สังเกตความมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมิน พฤติกรรมการ เรียน นักเรียนที่ตั้งใจเรียนและให้ความ ร่วมมือในการตอบคำถาม ระดับ คะแนนตั้งแต่1-5
210 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน ในการสอนครั้งนี้จะเป็นการสอน เรื่อง Correlative conjunction (คำสันธานที่ต้องใช้คู่กันเสมอ) Correlative conjunction (คำสันธานที่ต้องใช้คู่กันเสมอ) ใช้เชื่อมประโยค Independent clause ที่มีความหมายสอดคล้องและเท่าเทียมกัน not only … but also … = ไม่เพียงแต่... แต่อีกด้วย either … or … = ไม่ ... ก็ (ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) neither … nor … = ไม่...และ (ไม่ทั้งสองอย่าง) as ... as … = เท่ากัน both … and … = ทั้ง...และ ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนส่วนใหญ่จะชอบพูดคุยในระหว่างการรอเพื่อนออกมาตอบคำถาม จะมีการพูดคุยกันตลอด ข้อเสนอแนะ ในการอสนเราควรควบคุมชั้นเรียนและมีการตั้งกฎการออกเข้าห้องเรียนว่าต้องมีการขออนุญาตทุก ครั้งเพื่อเป็นการตั้งกฎไม่ให้นักเรียนเกิดความวุ่นวายเวลาสอน ไม่ควรไปขออนุญาตตอนอาจารย์กำลังสอนอยู่ ควรรอให้ถึงตอนที่ปล่อยให้ ลงชื่อ................................................ผู้สอน (นางสาวฐิสณา สิงห์ลอ)
211 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่18 Funny Interjection แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง What is Interjection? จำนวน 1 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ป.5/4 บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ป.5/3 พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้และเข้าใจคำอุทาน Interjection หน้าที่ของคำอุทาน คำอุทานที่ใช้เพื่อแสดงอากับกริยา อาการต่างๆ ทั้งตกใจ ยินดี เป็นคำอุทานติดปาก เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเราจะรู้ได้ว่าประโยคหนึ่งประโยค จะประกอบไปอะไรในประโยคบ้างการเรียนเรื่องนี้จะนำไปใช้ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Interjection ได้ถูกต้อง 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Interjection ได้ถูกต้อง 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้/เนื้อหา
212 1. Interjection 2. การอุทาน (Interjection = อินเตอร์เจคชั่น) คือคำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ต่างๆ เพื่อแสดงออกถึง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะนั้น เช่น ดีใจ เสียใจ หรือ โกรธ • ประหลาดใจ - Oh! (โอ) = โอ! ออ! โอ้โฮ! - Indeed (อินดีด) = จริงๆ! แท้จริง! - Wow (เวา) = โอ้โฮ! • เศร้าใจ - Alas! (อะแล็ส) = โอย! ตายจริง! - Ah! (อา) (= อา! โอย! - Alack! (อะแล็ค) = อนิจจา! • ดีใจ - Hurrah (ฮูรา) = ไชโย! - Ha! (ฮา) = ฮา! - Bravo! (บราโว) = ไชโย! • รังเกียจ - Ugh! (อุฮ) = ทุด! ถุย! • ติเตียน - Fie! (ไฟ) = เชอะ! ถุย! สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการอ่าน 2. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ทำลงสมุดเรื่อง Where is the word Interjection in a sentence?
213 กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำ (Warm up) 1) ครูกล่าวทักทายนักเรียนสอบถามว่าครั้งที่แล้วเรียนอะไรไปโดยถามว่า ลองตอบคำถาม ทบทวนเรื่อง Correlative conjunction 2) รอให้นักเรียนตอบคำถามที่ถามไปจึงจะเข้าสู่บทเรียน 2. ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1) ครูขึ้น ppt What is Interjection?
214 3. ขั้นฝึก (Practice) 1) ครูให้นักเรียนทำลงสมุดเรื่อง Where is the word Interjection in a sentence?
215 4. ขั้นนำไปใช้ (Production) 1) ให้นักเรียนออกมาอ่านประโยคที่ขึ้นและตอบว่าคำไหนเป็นคำอุทานที่ครูขึ้นให้บน ppt 5. ขั้นสรุป (Wrap up) 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปว่าได้เรียนรู้อะไรไปในคาบนี้
216 สื่อ/อุปกรณ์ 1. PowerPoint 2. computer 3. กระดานดำ 4. ทำลงสมุดเรื่อง Where is the word Interjection in a sentence? การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การวัด 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Interjection ได้ ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในอธิบาย เกี่ยวกับ Interjection ได้ แบบสังเกตการณ์ ทักษะการอธิบาย นักเรียนที่มีทักษะการอธิบายได้ดี ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป คะแนน ตั้งแต่10-14 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Interjection ได้ ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในการตอบ คำถามที่เกี่ยวกับ Interjection ได้ สังเกตการพูดตอบ คำถาม นักเรียนที่มีทักษะการพูดตอบ คำถามได้ถูกต้องผ่านเกณฑ์ระดับ ดีขึ้นไป คะแนนตั้งแต่ 10-14 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน สังเกตความมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมิน พฤติกรรมการ เรียน นักเรียนที่ตั้งใจเรียนและให้ความ ร่วมมือในการตอบคำถาม ระดับ คะแนนตั้งแต่1-5
217 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน ในการสอนครั้งนี้จะเป็นการสอน เรื่อง Interjection การอุทาน (Interjection = อินเตอร์เจคชั่น) คือ คำพูดที่พูดออกไปด้วยอารมณ์ต่างๆ เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะนั้น เช่น ดีใจ เสียใจ หรือ โกรธ ประหลาดใจ - Oh! (โอ) = โอ! ออ! โอ้โฮ! - Indeed (อินดีด) = จริงๆ! แท้จริง! เศร้าใจ - Alas! (อะแล็ส) = โอย! ตายจริง! - Ah! (อา) (= อา! โอย! ดีใจ - Hurrah (ฮูรา) = ไชโย! - Ha! (ฮา) = ฮา! ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนส่วนใหญ่จะชอบพูดคุยในระหว่างการรอเพื่อนออกมาตอบคำถาม จะมีการพูดคุยกันตลอด ข้อเสนอแนะ ในการอสนเราควรควบคุมชั้นเรียนและมีการตั้งกฎการออกเข้าห้องเรียนว่าต้องมีการขออนุญาตทุก ครั้งเพื่อเป็นการตั้งกฎไม่ให้นักเรียนเกิดความวุ่นวายเวลาสอน ไม่ควรไปขออนุญาตตอนอาจารย์กำลังสอนอยู่ ควรรอให้ถึงตอนที่ปล่อยให้ ลงชื่อ................................................ผู้สอน (นางสาวฐิสณา สิงห์ลอ)
218 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่19 Funny Sentence structure แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง What is Sentence structure? จำนวน 1 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ป.5/4 บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ป.5/3 พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้และเข้าใจประโยค Sentence structure หน้าที่ของประโยค มีความสำคัญมากเราต้อง เรียนรู้ประโยคว่าในประโยค มีทั้งประธาน กริยา กรรมและรวมไปถึง ประโยค Compound Sentence หรือ ประโยคความรวมที่ใช้เชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้คำสันธาน ประความซ้อน complex sentence เป็นประโยค ความซ้อนซึ่งประกอบด้วยประโยคย่อย 2 ประโยคขึ้นไป คือประโยคใจความหลัก (main clause) 1 ประโยค ที่เป็นประโยคย่อยอิสระ (independent clause) เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเราจะรู้ได้ว่าประโยคหนึ่ง ประโยคจะประกอบไปอะไรในประโยคบ้างการเรียนเรื่องนี้จะนำไปใช้ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Sentence structure ได้ถูกต้อง
219 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Sentence structure ได้ถูกต้อง 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 1. Sentence structure 2. Sentence Structure หรือ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเริ่มต้นศึกษา และใช้งานภาษาอังกฤษ เพราะจะทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารสามารถทำ ความเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อสารได้ง่ายมากขึ้น โดยพื้นฐานแล้ว โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1. ประธานในประโยค 2. คำกริยา และ/หรือ 3. กรรม สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการอ่าน 2. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ทำลงสมุดเรื่อง Find the object in the sentence. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำ (Warm up) 1) ครูกล่าวทักทายนักเรียนสอบถามว่าครั้งที่แล้วเรียนอะไรไปโดยถามว่า ลองตอบคำถาม ทบทวนเรื่อง Interjection
220 2) รอให้นักเรียนตอบคำถามที่ถามไปจึงจะเข้าสู่บทเรียน 2. ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1) ครูขึ้น ppt Sentence structure
221
222 3. ขั้นฝึก (Practice) 1) ครูให้นักเรียนทำลงสมุดเรื่อง Find the object in the sentence. 4. ขั้นนำไปใช้ (Production) 1) ให้นักเรียนออกมาอ่านประโยคที่ขึ้นและตอบว่าคำไหนเป็นประธานที่ครูขึ้นให้บน ppt
223 5. ขั้นสรุป (Wrap up) 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปว่าได้เรียนรู้อะไรไปในคาบนี้ สื่อ/อุปกรณ์ 1. PowerPoint 2. computer 3. กระดานดำ 4. ทำลงสมุดเรื่อง Find the object in the sentence.
224 การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การวัด 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Sentence structure ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในอธิบาย เกี่ยวกับ Sentence structure ได้ แบบสังเกตการณ์ ทักษะการอธิบาย นักเรียนที่มีทักษะการอธิบายได้ดี ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป คะแนน ตั้งแต่10-14 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Sentence structure ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในการตอบ คำถามที่เกี่ยวกับ Sentence structureได้ สังเกตการพูดตอบ คำถาม นักเรียนที่มีทักษะการพูดตอบ คำถามได้ถูกต้องผ่านเกณฑ์ระดับ ดีขึ้นไป คะแนนตั้งแต่ 10-14 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน สังเกตความมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมิน พฤติกรรมการ เรียน นักเรียนที่ตั้งใจเรียนและให้ความ ร่วมมือในการตอบคำถาม ระดับ คะแนนตั้งแต่1-5
225 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน ในการสอนครั้งนี้จะเป็นการสอน เรื่อง Sentence structure หรือ โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเริ่มต้นศึกษาและใช้งานภาษาอังกฤษ เพราะจะทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านที่ใช้ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสารสามารถทำความเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อสารได้ง่ายมากขึ้น โดยพื้นฐานแล้ว โครงสร้างประโยค ภาษาอังกฤษประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1. ประธานในประโยค 2. คำกริยา และ/หรือ 3. กรรม ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนส่วนใหญ่จะชอบพูดคุยในระหว่างการรอเพื่อนออกมาตอบคำถาม จะมีการพูดคุยกันตลอด ข้อเสนอแนะ ในการอสนเราควรควบคุมชั้นเรียนและมีการตั้งกฎการออกเข้าห้องเรียนว่าต้องมีการขออนุญาตทุก ครั้งเพื่อเป็นการตั้งกฎไม่ให้นักเรียนเกิดความวุ่นวายเวลาสอน ไม่ควรไปขออนุญาตตอนอาจารย์กำลังสอนอยู่ ควรรอให้ถึงตอนที่ปล่อยให้ ลงชื่อ................................................ผู้สอน (นางสาวฐิสณา สิงห์ลอ)
226 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่19 Funny Sentence structure แผนการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง Compound Sentence จำนวน 1 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ป.5/4 บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ป.5/3 พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้และเข้าใจประโยค Sentence structure หน้าที่ของประโยค มีความสำคัญมากเราต้อง เรียนรู้ประโยคว่าในประโยค มีทั้งประธาน กริยา กรรมและรวมไปถึง ประโยค Compound Sentence หรือ ประโยคความรวมที่ใช้เชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้คำสันธาน ประความซ้อน complex sentence เป็นประโยค ความซ้อนซึ่งประกอบด้วยประโยคย่อย 2 ประโยคขึ้นไป คือประโยคใจความหลัก (main clause) 1 ประโยค ที่เป็นประโยคย่อยอิสระ (independent clause) เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเราจะรู้ได้ว่าประโยคหนึ่ง ประโยคจะประกอบไปอะไรในประโยคบ้างการเรียนเรื่องนี้จะนำไปใช้ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Compound Sentence ได้ถูกต้อง 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Compound Sentence ได้ถูกต้อง
227 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 3. Compound Sentence 4. Compound Sentence คือ ประโยคความรวม การนำประโยคความเดียวมากกว่า 2 ประโยคขึ้นไป มาเชื่อมเข้าด้วยกัน โดยใช้คำสันธาน หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าคำเชื่อมประโยค 5. คำเชื่อมในประโยคความรวม โดยปกติแล้ว เราจะใช้คำเชื่อมเพื่อสร้างประโยคความรวม คำที่เราสามารถใช้ได้มี 7 คำดังต่อไปนี้ for, and, nor, but, or, yet, so หรือที่เรียกสั้นๆว่า FANBOYS การเลือกใช้คำเชื่อมประโยคนั้น ขึ้นอยู่กับความหมายของประโยคที่ผู้เขียนประโยคต้องการ ดังนั้นพวกเราจึงต้องเลือกคำเชื่อมให้ เหมาะสม สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการอ่าน 2. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน 2. ทำลงสมุดเรื่อง Find the compound sentence. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำ (Warm up) 1) ครูกล่าวทักทายนักเรียนสอบถามว่าครั้งที่แล้วเรียนอะไรไปโดยถามว่า ลองตอบคำถาม ทบทวนเรื่อง Sentence structure
228 2) รอให้นักเรียนตอบคำถามที่ถามไปจึงจะเข้าสู่บทเรียน 2. ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1) ครูขึ้น ppt Compound Sentence
229 3. ขั้นฝึก (Practice) 1) ครูให้นักเรียนทำลงสมุดเรื่อง Find the compound sentence.
230 4. ขั้นนำไปใช้ (Production) 1) ให้นักเรียนออกมาอ่านประโยคที่ขึ้นและตอบว่าคำไหนเป็นคำเชื่อมที่ครูขึ้นให้บน ppt 5. ขั้นสรุป (Wrap up) 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปว่าได้เรียนรู้อะไรไปในคาบนี้
231 สื่อ/อุปกรณ์ 5. PowerPoint 6. computer 7. กระดานดำ 8. ทำลงสมุดเรื่อง Find the compound sentence. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การวัด 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Compound Sentence ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในอธิบาย เกี่ยวกับ Compound Sentence ได้ แบบสังเกตการณ์ ทักษะการอธิบาย นักเรียนที่มีทักษะการอธิบายได้ดี ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป คะแนน ตั้งแต่10-14 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Compound Sentence ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในการตอบ คำถามที่เกี่ยวกับ Compound Sentence ได้ สังเกตการพูดตอบ คำถาม นักเรียนที่มีทักษะการพูดตอบ คำถามได้ถูกต้องผ่านเกณฑ์ระดับ ดีขึ้นไป คะแนนตั้งแต่ 10-14 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน สังเกตความมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมิน พฤติกรรมการ เรียน นักเรียนที่ตั้งใจเรียนและให้ความ ร่วมมือในการตอบคำถาม ระดับ คะแนนตั้งแต่1-5
232 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน ในการสอนครั้งนี้จะเป็นการสอน เรื่อง Compound Sentence คือ ประโยคความรวม การนำ ประโยคความเดียวมากกว่า 2 ประโยคขึ้นไปมาเชื่อมเข้าด้วยกัน โดยใช้คำสันธาน หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า คำเชื่อมประโยค โดยปกติแล้ว เราจะใช้คำเชื่อมเพื่อสร้างประโยคความรวม คำที่เราสามารถใช้ได้มี 7 คำ ดังต่อไปนี้ for, and, nor, but, or, yet, so หรือที่เรียกสั้นๆว่า FANBOYS การเลือกใช้คำเชื่อมประโยคนั้น ขึ้นอยู่กับความหมายของประโยคที่ผู้เขียนประโยคต้องการ ดังนั้นพวกเราจึงต้องเลือกคำเชื่อมให้เหมาะสม For เพราะ คำเชื่อมว่า for ในกรณีของการใช้เพื่อสร้างประโยคความรวมจะมีความหมายเหมือนคำว่า because ที่แปลว่าเพราะว่าไม่ใช่แปลว่าสำหรับ เราจะใช้เมื่อประโยคที่ 2 เป็นสาเหตุของประโยคที่ 1 And และ คำเชื่อม and เป็นคำเชื่อมที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายและสามารถใช้ได้ในหลายกรณี ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนส่วนใหญ่จะชอบพูดคุยในระหว่างการรอเพื่อนออกมาตอบคำถาม จะมีการพูดคุยกันตลอด ข้อเสนอแนะ ในการอสนเราควรควบคุมชั้นเรียนและมีการตั้งกฎการออกเข้าห้องเรียนว่าต้องมีการขออนุญาตทุก ครั้งเพื่อเป็นการตั้งกฎไม่ให้นักเรียนเกิดความวุ่นวายเวลาสอน ไม่ควรไปขออนุญาตตอนอาจารย์กำลังสอนอยู่ ควรรอให้ถึงตอนที่ปล่อยให้ ลงชื่อ................................................ผู้สอน (นางสาวฐิสณา สิงห์ลอ)
233 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่19 Funny Sentence structure แผนการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Complex Sentence จำนวน 1 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ป.5/4 บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ป.5/3 พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้และเข้าใจประโยค Sentence structure หน้าที่ของประโยค มีความสำคัญมากเราต้อง เรียนรู้ประโยคว่าในประโยค มีทั้งประธาน กริยา กรรมและรวมไปถึง ประโยค Compound Sentence หรือ ประโยคความรวมที่ใช้เชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้คำสันธาน ประความซ้อน complex sentence เป็นประโยค ความซ้อนซึ่งประกอบด้วยประโยคย่อย 2 ประโยคขึ้นไป คือประโยคใจความหลัก (main clause) 1 ประโยค ที่เป็นประโยคย่อยอิสระ (independent clause) เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเราจะรู้ได้ว่าประโยคหนึ่ง ประโยคจะประกอบไปอะไรในประโยคบ้างการเรียนเรื่องนี้จะนำไปใช้ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Complex Sentence ได้ถูกต้อง
234 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Complex Sentence ได้ถูกต้อง 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 1. Complex Sentence 2. คือ ประโยคที่มีส่วนของประโยคที่สมบูรณ์ และส่วนขยายมากกว่า 1 หรือ 2 ส่วนขึ้นไป ซึ่งส่วนขยาย นี้เราจะเรียกว่า dependent clause 3. Independent clause ประโยคที่สมบูรณ์ หรือ independent clause คือ ประโยคที่มีประธานและคำกริยา และสามารถ อยู่ได้ด้วยตัวมันเองโดยที่เราสามารถเข้าใจข้อความนั้นได้อย่างสมบูรณ์แล้ว 4. Dependent clause ส่วนขยายหรือที่เราเรียกว่า dependent clause คือ วลีที่ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง เพราะมัน ไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ค่ะ เนื่องจากมีความหมายไม่ครบ เช่น ขาดประธาน หรือขาดกริยา 5. Subordinating Conjunction เนื่องจากเราต้องรวมส่วนต่างๆของประโยคเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประโยคความซ้อน ซึ่งเราจะต้องใช้ คำเชื่อมต่างๆ ในการสร้างประโยคความซ้อน คำเชื่อม คือ Subordinating Conjunction โดยมี ตัวอย่าง เช่น because, before, even though, although, if, until, since, และ when ค่ะ สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการอ่าน 2. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ทำลงสมุดเรื่อง Find the Subordinating Conjunction. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำ (Warm up)
235 1) ครูกล่าวทักทายนักเรียนสอบถามว่าครั้งที่แล้วเรียนอะไรไปโดยถามว่า ลองตอบคำถาม ทบทวนเรื่อง Compound Sentence 2) รอให้นักเรียนตอบคำถามที่ถามไปจึงจะเข้าสู่บทเรียน 2. ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1) ครูขึ้น ppt Complex Sentence
236 3. ขั้นฝึก (Practice) 1) ครูให้นักเรียนทำลงสมุดเรื่อง Find the Subordinating Conjunction.
237 4. ขั้นนำไปใช้ (Production) 1) ให้นักเรียนออกมาอ่านประโยคที่ขึ้นและตอบว่าคำไหนเป็นคำเชื่อมที่ครูขึ้นให้บน ppt 5. ขั้นสรุป (Wrap up) 1) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปว่าได้เรียนรู้อะไรไปในคาบนี้
238 สื่อ/อุปกรณ์ 1. PowerPoint 2. computer 3. กระดานดำ 4. ทำลงสมุดเรื่อง Find the Subordinating Conjunction. การวัดและการประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การวัด 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Complex Sentence ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในอธิบาย เกี่ยวกับ Complex Sentence ได้ แบบสังเกตการณ์ ทักษะการอธิบาย นักเรียนที่มีทักษะการอธิบายได้ดี ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป คะแนน ตั้งแต่10-14 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Complex Sentence ได้ถูกต้อง สังเกตความถูกต้องในการตอบ คำถามที่เกี่ยวกับ Complex Sentence ได้ สังเกตการพูดตอบ คำถาม นักเรียนที่มีทักษะการพูดตอบ คำถามได้ถูกต้องผ่านเกณฑ์ระดับ ดีขึ้นไป คะแนนตั้งแต่ 10-14 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน สังเกตความมีระเบียบวินัยและ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมิน พฤติกรรมการ เรียน นักเรียนที่ตั้งใจเรียนและให้ความ ร่วมมือในการตอบคำถาม ระดับ คะแนนตั้งแต่1-5
239 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน ในการสอนครั้งนี้จะเป็นการสอน เรื่อง Complex Sentence คือ ประโยคความซ้อน เป็นประโยคขั้น สูงในภาษาอังกฤษ ประกอบด้วยประโยคหลักและส่วนขยาย ซึ่งจะมีความซับซ้อนเหมือนชื่อของประโยคเลย ค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เราจะมาดูรายละเอียดองค์ประกอบของประโยคความซ้อนกันในบทเรียนนี้ Independent clause ประโยคที่สมบูรณ์ หรือ independent clause คือ ประโยคที่มีประธานและ คำกริยา และสามารถอยู่ได้ด้วยตัวมันเองโดยที่เราสามารถเข้าใจข้อความนั้นได้อย่างสมบูรณ์แล้ว Dependent clause ส่วนขยายหรือที่เราเรียกว่า dependent clause คือ วลีที่ไม่สามารถอยู่ได้ ด้วยตัวมันเอง เพราะมันไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ค่ะ เนื่องจากมีความหมายไม่ครบ เช่น ขาดประธาน หรือขาด กริยา Subordinating Conjunction เนื่องจากเราต้องรวมส่วนต่างๆของประโยคเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง ประโยคความซ้อน ซึ่งเราจะต้องใช้คำเชื่อมต่างๆ ในการสร้างประโยคความซ้อน คำเชื่อม คือ Subordinating Conjunction โดยมีตัวอย่าง เช่น because, before, even though, although, if, until, since, และ when ปัญหาและอุปสรรค นักเรียนส่วนใหญ่จะชอบพูดคุยในระหว่างการรอเพื่อนออกมาตอบคำถาม จะมีการพูดคุยกันตลอด ข้อเสนอแนะ ในการอสนเราควรควบคุมชั้นเรียนและมีการตั้งกฎการออกเข้าห้องเรียนว่าต้องมีการขออนุญาตทุก ครั้งเพื่อเป็นการตั้งกฎไม่ให้นักเรียนเกิดความวุ่นวายเวลาสอน ไม่ควรไปขออนุญาตตอนอาจารย์กำลังสอนอยู่ ควรรอให้ถึงตอนที่ปล่อยให้ ลงชื่อ................................................ผู้สอน (นางสาวฐิสณา สิงห์ลอ)
240 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่20 Funny question แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Wh question จำนวน 1 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ป.5/4 บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ เรื่องสั้นๆ ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด ป.5/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ป.5/3 พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้และเข้าใจเรื่องคำถามว่าการถามในแต่ละอย่างเราจะใช้ Wh question ไม่เหมือนกัน เรา ต้องทราบ 8 การสอบถามเพื่อให้เด็กนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึง สัญลักษณ์ เครื่องหมายวรรคตอนต่างๆ ในเรื่อง Punctuations เพราะเราจะรู้ได้ว่าประโยคหนึ่งประโยคจะมีเครื่องหมายอะไรบ้าง และนำไปใช้ อย่างไรการเรียนเรื่องนี้จะนำไปใช้ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเข้าใจ อธิบาย เกี่ยวกับเรื่อง Wh question ได้ถูกต้อง 2. นักเรียนเข้าใจหลักการใช้ เกี่ยวกับเรื่อง Wh question ได้ถูกต้อง 3. นักเรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน
241 สาระการเรียนรู้/เนื้อหา 1. Wh Question คืออะไร 2. Wh questions ก็คือ คำถามที่ขึ้นต้นด้วย Wh แต่เวลาเขาเรียนกันจริงๆ จะมี How พวงมาด้วยอีก ตัว 3. Wh Question มีอะไรบ้าง Wh questions ได้แก่ Who What Where When Why Whose Whom และ how อย่างที่บอกไว้แล้วว่า How ไม่ใช่ wh ขึ้นต้นแต่ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้ • Who ฮู ใคร ถามว่า ใคร คำตอบต้องตอบเป็นบุคคล • What ว็อท อะไร ถามว่า อะไร คำตอบต้องเป็น สัตว์ หรือสิ่งของ • Where แว ที่ไหน ถามว่า ที่ไหน คำตอบต้องเป็นสถานที่ • When เว็น เมื่อไหร่ ถามว่า เมื่อไหร่ คำตอบต้องเป็นเวลา • Why วาย ทำไม ถามว่า ทำไม คำตอบต้องเป็นเหตุผล • Whom ฮูม ใคร ถามว่า ใคร คำตอบต้องเป็นบุคคล แต่ Whom ใช้เป็นกรรม ส่วน Who ใช้ เป็นประธาน • Whose ฮูส ของใคร ถามว่า ของใคร คำตอบเป็นอะไรก็ได้ • How ฮาว อย่างไร ถามว่า อย่างไร คำตอบเป็นวิธีการ สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการอ่าน 2. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. ทำลงสมุดเรื่อง Fill it in correctly. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำ (Warm up)
242 1) ครูกล่าวทักทายนักเรียนสอบถามว่าครั้งที่แล้วเรียนอะไรไปโดยถามว่า ลองตอบคำถาม ทบทวนเรื่อง Complex Sentence 2) รอให้นักเรียนตอบคำถามที่ถามไปจึงจะเข้าสู่บทเรียน 2. ขั้นนำเสนอ (Presentation) 1) ครูขึ้น ppt Wh question
243