แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวิชาภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
นายพรี ะ เหมอื ดนอก
ตำแหน่ง ครู
โรงเรยี นพนมศกึ ษา
อำเภอพนม จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี
สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร
แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา
สว่ นราชการ โรงเรียนพนมศึกษา บนั ทึกข้อความ
ท่ี พิเศษ/2564
วนั ที่ 29 ตุลาคม 2564
เร่อื ง ขออนมุ ัตใิ ช้แผนการจัดการเรยี นรู้
เรยี น ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นพนมศึกษา
ส่งิ ท่ีแนบมาดว้ ย แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23102) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
เนื่องด้วยข้าพเจ้า นายพีระ เหมือดนอก ตำแหน่ง ครู โรงเรียนพนมศึกษา ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าท่ี
การสอนตามคำส่ังที่ 228/2564 เร่ืองมอบหมายงานสอน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ซ่ึงทางกลุ่มบริหารงาน
วิชาการได้มอบหมายให้ครูทุกคน จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้อย่างน้อยคนละ 1 รายวิชาน้ัน ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติงาน
สายการสอนประจำกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ได้จดั ทำแผนการจดั การเรียนรู้ ในรายวิชาภาษาอังกฤษ 6
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3
บัดนี้ ข้าพเจ้าได้ดำเนินการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว จึงขออนุมัติใช้แผนการ
จัดการเรยี นรู้ดังกล่าว เพื่อใชใ้ นการจัดการเรียนการสอนในช้นั เรียน ใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพสูงสุดตอ่ ไป
จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดพจิ ารณาอนุมตั ิ
ลงช่ือ
( นายพีระ เหมอื ดนอก )
ครู
ลงชอื่ ลงช่อื
( นางอังคณา แก้วเมอื ง ) ( นางณฐั ิญา คาโส )
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หวั หน้ากลุม่ บรหิ ารงานวชิ าการ
ความคิดเห็นผู้อำนวยการ
อนมุ ตั ิ
ไม่อนุมตั ิ .................................................................................................................................
ลงชอ่ื
( นางผกา สามารถ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นพนมศกึ ษา
........../......../...........
แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
สารบัญ
เร่ือง หน้า
1
กำหนดการใชแ้ ผน 2
คำนำ 3
3
วเิ คราะหห์ ลกั สตู ร
4
• คำอธบิ ายรายวชิ า
6
• ตารางวเิ คราะห์รายวชิ า
7
• โครงสรา้ งรายวิชา 7
วิเคราะห์ผเู้ รยี น 8
• ตารางวเิ คราะห์ผูเ้ รยี นด้านผลสัมฤทธิ์ 16
17
• แบบวิเคราะห์ผู้เรยี นเปน็ รายบคุ คล/ความถนดั /ความสนใจ 86
การวดั ผลประเมินผล 156
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 221
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 3
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 4
แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
1
รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 แผนการจดั การเรียนรู้
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 รหสั วชิ า อ23102
จำนวน 1.5 หน่วยการเรยี น
จำนวน 60 ชวั่ โมง/ภาคเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
การกำหนดการใช้แผนจัดการเรยี นรู้
รายการตรวจสอบและกลน่ั กรองการใช้แผนจัดการเรียนรู้
ความคดิ เหน็ ความคดิ เหน็
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ลงชอื่ ................................................. ลงชอ่ื .................................................
( นางองั คณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )
หวั หน้ากลุ่มงานวชิ าการ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
ลงชอื่ .................................................
( นางผกา สามารถ )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นพนมศึกษา
แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
2
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างย่ิงต่อการพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนการสอน เพราะเป็น
เอกสารหลักสูตร ท่ีใช้ในการบริหารงานของครูผู้สอนให้ตรงตามนโยบายในการปฏิรูปการศึกษา กำหนดไว้ในแผน
หลกั คุณภาพการศกึ ษา สนองจดุ ประสงค์และคำอธบิ ายรายวิชาของหลกั สูตร ในการบริหารงานวิชาการถือว่า “แผน
จดั การเรยี นร้”ู เปน็ เอกสารทางวชิ าการท่สี ำคญั ทส่ี ดุ ของครู เพราะในแผนจัดการเรียนรปู้ ระกอบด้วย
๑. การกำหนดเวลาเรียน กำหนดการสอน กำหนดการสอบ
๒. สาระสำคัญของเนื้อหาวิชาทเ่ี รียน
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๔. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
๕. สอ่ื และอุปกรณ์
๖. การวดั ผลประเมินผล
การจดั ทำแผนการจดั การเรียนรู้ ถือว่าเปน็ การสรา้ งผลงานทางวชิ าการ เป็นผลงานที่แสดงถึงความชำนาญ
ในการสอนของครู เพราะครูใช้ศาสตร์ทุกสาขาอาชีพของครู เช่นการออกแบบ การสอน การจัดการ และการ
ประเมินผล ในการจัดทำแผนจัดการเรียนร้นู ้ันจะทำใหเ้ กิดความมั่นใจในการสอนได้ตรงจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เพ่ิม
ประสิทธิภาพการเรียนการสอนในรายวิชาที่รับผิดชอบสูงข้ึน ท้ังยังเป็นข้อมูลในการนิเทศติดตามตรวจสอบและ
ปรับปรุงการเรยี นการสอนได้อย่างมีระบบและครบวงจร ยงั ผลใหค้ ณุ ภาพการศึกษาโดยรวมพฒั นาไปอย่างมที ิศทาง
บรรลเุ ป้าหมายของหลกั สตู ร
นายพีระ เหมอื ดนอก
ครูผสู้ อน
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
3
คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
ฝกึ ให้ผเู้ รียนมีทักษะพ้ืนฐานในการใชภ้ าษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสารในชีวิต ประจำวัน ในสถานการณ์จริงและ
สถานการณ์จำลองท่ีเกดิ ขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชนและสังคม อ่าน ออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา บทร้อย
กรองสั้นๆ ปฏิบตั ิตามคำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำช้ีแจงและคำอธิบายตามสถานการณ์ ถ่ายโอนขอ้ มูลท่ไี ด้จากการฟัง
และอา่ นจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ ทงั้ ที่เป็นความเรียงและไมใ่ ชค่ วามเรียงเป็นถอ้ ยคำของตนเอง หรือในรูปแบบอืน่ ๆ พูด
และเขียนแสดงความรูส้ ึกและความคิดเห็น อธิบายเปรียบเทียบเกี่ยวกบั ประสบการณ์ของตนเอง ข่าวหรือเหตุการณ์
สำคญั ต่าง ๆ ในชวี ติ ประจำวนั พร้อมทง้ั ให้เหตผุ ลและยกตัวอย่างประกอบอย่างเหมาะสม สรปุ ใจความสำคัญท่ีได้จาก
การวิเคราะหเ์ รื่อง ข่าว เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่อยูใ่ นความสนใจของสงั คม มีความรู้สามารถอธิบาย เข้ารว่ มและ
จดั กิจกรรมเก่ียวกับ วันสำคัญ เทศกาล ชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณีและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เห็นคุณค่าของ
ภาษาอังกฤษสามารถนำไปใช้เป็นเคร่ืองมือแสวงหาความรู้และสรุปข้อมูลที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่น
รวมทัง้ สบื คน้ ขอ้ มูลจากแหลง่ เรยี นรู้ต่างๆ
เพ่ือให้มีทักษะพื้นฐานในการใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารในชีวิต ประจำวัน ในสถานการณ์จริงและ
สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชนและสังคมมีความสามารถในเรื่อง การอ่าน ออกเสียง
ข้อความ ข่าว โฆษณา บทร้อยกรองสั้นๆ การปฏิบัติตามคำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจงและคำอธิบายตาม
สถานการณ์ ถา่ ยโอนขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการฟังและอ่านจากสื่อประเภทตา่ ง ๆ ทง้ั ท่ีเปน็ ความเรยี งและไม่ใช่ความเรียงเป็น
ถ้อยคำของตนเอง หรือในรูปแบบอ่ืน ๆ พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น อธิบายเปรียบเทียบเก่ียวกับ
ประสบการณ์ของตนเองขา่ วหรือเหตกุ ารณ์สำคัญตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจำวนั พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ
อย่างเหมาะสม การสรุปใจความสำคัญที่ได้จากการวเิ คราะห์เรื่อง ข่าว เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจ
ของสังคม มีความรู้ความเข้าใจสามารถอธิบายและเข้าร่วมและจัดกิจกรรมเกี่ยวกับ วันสำคัญ เทศกาล ชีวิตความ
เปน็ อยู่ ประเพณีและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ตระหนักเหน็ คณุ ค่าของภาษาองั กฤษสามารถนำไปใช้เป็นเครือ่ งมอื แสวงหาความร้แู ละสรปุ ข้อมูลทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
กับกลุม่ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน รวมท้ังสืบคน้ ข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ
รหัสตัวชี้วดั
อ 1.1 ม.3/1 อ 1.1 ม.3/2 อ 1.1 ม.3/3 อ 1.1 ม.3/4 อ 1.2 ม.3/5
อ 1.2 ม.3/1 อ 1.2 ม.3/2 อ 1.2 ม.3/3 อ 1.2 ม.3/4 อ 2.2 ม3/2
อ 1.3 ม.3/1 อ 1.3 ม.3/2 อ 1.3 ม.3/3
อ 2.1 ม.3/1 อ 2.1 ม.3/2 อ 2.1 ม.3/3 อ 2.2 ม.3/1
อ 3.1 ม3./1 อ 4.1 ม.3/1 อ 4.2 ม3/1 อ 4.2 ม.3/1
รวมท้งั หมด 21 ตวั ชว้ี ดั
แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
4
ตารางวเิ คราะห์รายวชิ า
[วเิ คราะหค์ วามรู้ (K) กระบวนการ (P) คณุ ลกั ษณะ (A) สมรรถนะ (C)]
วชิ าภาษาองั กฤษ 6 (อ23102)
ผลการเรียนรู้ ความรู้ กระบวนการ คณุ ลักษณะ สมรรถนะ
(K) (P) (A) (C)
1. มีความรู้
ความเข้าใจ - ความรู้ - กระบวนการ - มมี ารยาทและมี -มีความสามารถใน
เก่ยี วกับเนอื้ หา ความเขา้ ใจ เขยี น นิสัยรักการเขียน การสือ่ สาร
เรื่อง A เก่ียวกับเนอื้ หา - กระบวนการพดู - มีมารยาทในการ -มคี วามสามารถใน
multicultural เรื่อง A การฟงั และดู พูด การฟังและดู การใช้ทกั ษะชวี ติ
society multicultural - กระบวนการคดิ
society
ผลการเรยี นรู้ กระบวนการ คณุ ลักษณะ สมรรถนะ
ความรู้ (P) (A) (C)
2. มีความรู้ (K)
ความเข้าใจ (8 คะแนน) (2 คะแนน) (ระดับ 0-3)
เกี่ยวกับเนอ้ื หา (10 คะแนน)
เรื่อง Give - ความรู้ - กระบวนการ - มมี ารยาทและมี -มคี วามสามารถใน
peace a ความเขา้ ใจ เขยี น นิสยั รกั การเขยี น การสื่อสาร
chance เกีย่ วกบั เนอ้ื หา - กระบวนการพดู - มมี ารยาทในการ -มคี วามสามารถใน
เรือ่ ง Give การฟังและดู พูด การฟังและดู การใช้ทักษะชีวติ
peace a - กระบวนการคิด
chance
แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
5
ผลการเรยี นรู้ ความรู้ กระบวนการ คุณลักษณะ สมรรถนะ
(K) (P) (A) (C)
(10 คะแนน)
( 8 คะแนน) (2 คะแนน) (ระดับ 0-3)
3. มีความรู้ - ความรู้ - กระบวนการ - มีมารยาทและมนี ิสยั -มคี วามสามารถใน
ความเข้าใจ ความเข้าใจเน้ือหา เขยี น รักการเขยี น การสื่อสาร
เก่ยี วกับเน้ือหา เรื่องSustainable - กระบวนการพูด - มีมารยาทในการพูด -มีความสามารถใน
เร่อื งSustainable living การฟงั และดู การฟังและดู การใชท้ ักษะชีวิต
living - กระบวนการคดิ
ผลการเรียนรู้ ความรู้ กระบวนการ คุณลกั ษณะ สมรรถนะ
(K) (P) (A) (C)
4. มคี วามรู้ (10 คะแนน)
ความเข้าใจ (8 คะแนน) (2 คะแนน) (ระดับ 0-3)
เกี่ยวกับ - ความรู้
เรือ่ ง Education ความเขา้ ใจ - กระบวนการ - มมี ารยาทและมีนสิ ัย -มคี วามสามารถใน
เกีย่ วกับ เขียน
เร่ือง Education - กระบวนการพูด รักการเขียน การสื่อสาร
การฟังและดู
- กระบวนการคดิ - มมี ารยาทในการพูด -มีความสามารถใน
การฟังและดู การใชท้ กั ษะชีวิต
แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
6
โครงสร้างรายวชิ า
โครงสร้างรายวิชาภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ 23102 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 เวลารวม 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 2
ลำดับ ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด เวลา น้ำหนกั
(คะแนน)
ท่ี
(ชวั่ โมง) 10
10
1. A multicultural มฐ ต 1.1 ม.3/1,ต 1.1 ม.3/3, ต 1.1 ม.3/4 15
20
society มฐ ต 1.2 ม.3/1, ต 1.2 ม.3/3, ต 1.2 ม.3/5 15
มฐ ต 1.3 ม.3/1, มฐ ต 4.1 ม.3/1 15
2. Give peace a มฐ ต 1.1 ม.3/1, ต 1.1 ม.3/3, ต 1.1 ม.3/4 14 30
100
chance มฐ ต 1.2 ม.3/1, ต 1.2 ม.3/3, ต 1.2 ม.3/4
มฐ ต 4.1 ม.3/1
Mid-Term Examination
3. Sustainable มฐ ต 1.1 ม.3/1, ต 1.1 ม.3/3, ต 1.1 ม.3/4 15
living มฐ ต 1.2 ม.3/1, ต 1.2 ม.3/4
มฐ ต 1.3 ม.3/1, ต 1.3 ม.3/3
มฐ ต 2.2 ม.3/2, มฐ ต 3.1 ม.3/1
มฐ ต 4.1 ม.3/1, มฐ ต 4.2 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/2
4. Education มฐ ต 1.1 ม.3/1, ต 1.1 ม.3/3, ต 1.1 ม.3/4 16
มฐ ต 1.2 ม.3/1, ต 1.2 ม.3/4
มฐ ต 1.3 ม.3/1, มฐ ต 2.2 ม.3/2
มฐ ต 3.1 ม.3/1, มฐ ต 4.1 ม.3/1
Final Examination
Total in year-round 60
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
7
โรงเรยี นพนมศึกษา
ตารางวเิ คราะห์ผเู้ รียนด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
วัตถุประสงค์ 1. เพือ่ นำไปออกแบบการเรียนรู้ ใหส้ อดคล้องกับความสามารถของนักเรียน
2. เพือ่ เป็นแนวทางในการแก้ไขปญั หาและพัฒนาผูเ้ รยี นด้านผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ 23102 ภาคเรียนท่ี 2/2564
ชื่อผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก
สรปุ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนพ้ืนฐานทใี่ ชใ้ นการเรียนวชิ านี้
ระดบั คุณภาพของ GPA ของกลุม่ จำนวนคน ร้อยละ
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ต่ำกว่า 2.00 20 13.99
ปรับปรุง 2.00 – 2.50 51 35.66
พอใช้ สงู กว่า 2.50 72 50.35
143 100
ดี
รวม
แนวทางการจดั กิจกรรม
ผลสัมฤทธิ์ รอ้ ยละ กิจกรรมแกไ้ ขหรือพฒั นา จำนวน เครื่องมือ/วธิ กี าร
ในแผนการเรียนรู้ ประเมนิ
ทางการเรยี น เดมิ เป้าหมาย
ดี - - - --
ปรบั ปรงุ 13.99 50 แบบฝกึ หดั /ใบงาน/สอนเสริม
- แบบฝกึ /ใบงาน
10 - แบบสังเกต
แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
8
แบบวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบคุ คล
เกย่ี วกบั ความถนัด / ความสนใจ / รายวชิ า ภาษาองั กฤษ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 หอ้ ง 1
เลขที่ ช่อื – สกุล ระดบั ความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ
3210
1 เดก็ ชาย กฤตณัฐ แกว้ เจรญิ /
2 นาย กฤตเิ ดช ดวงเกิด /
3 นาย จักรภทั ร ฤทธกิ ลุ /
4 นาย ฑิตยพล ชูเพอ่ื น /
5 นาย ณฐั พงศ์ สงเคราะห์ /
6 นาย ณฐั วฒุ ิ กล้าหาญ /
7 นาย เดชอนนั ต์ ชแู ฉลม้ /
8 นาย ธนาธิป กายะพนั ธ์ /
9 เด็กชาย พงศกร สายรน่ื /
10 เด็กชาย พงษภัทร ศรีพงค์ /
11 เดก็ ชาย พลากร กฎไทยสงค์ /
12 นาย ภัทรพงศ์ สม้ เมือง /
13 นาย ภาคภูมิ ดวงแกว้ วิเศษ /
14 เด็กชาย รฐั ภูมิ คงใหญ่ /
15 นาย สุทธิภัทร ทองดอนยอด /
16 เดก็ ชาย อนศุ กั ด์ิ สังข์ทอง /
17 เด็กชาย อัษฎาวธุ ปล้องนิราศ /
18 นางสาว กมลวัลย์ สขุ นิตย์ /
19 เด็กหญงิ กรวิการ์ เขียมวัชระ /
20 เด็กหญิง ขนิษฐา แก่นสาร /
21 เด็กหญงิ จนั ทิมาพร เจรญิ พร /
22 เด็กหญงิ ชญาณี บวั บาน /
23 เด็กหญิง ชนสิ รา เทพบรุ ี /
24 เด็กหญิง ณัฐกานต์ ศรรี กั ษา /
25 เด็กหญิง ธนญั ญา ศรีรกั ษา /
26 เด็กหญิง นิชาภทั ร ชนู ุ้ย /
27 นางสาว พัชราวดี รกั บรรจง /
28 เดก็ หญงิ พิมพ์พิสชา จัตตามาศ /
แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา
9
29 นางสาว สุชานาถ ดษิ ฐอาย /
30 เด็กหญิง สภุ าวดี ทองสัมฤทธิ์ /
31 เดก็ หญงิ แสงดาว วิโรจน์
32 เด็กหญงิ หรญั ญา บญุ ลึก /
33 นางสาว อารยา จินตพฒั น์ /
/
แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
10
แบบวเิ คราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล
เกย่ี วกบั ความถนดั / ความสนใจ / รายวิชา ภาษาอังกฤษ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ห้อง 2
เลขท่ี ชอื่ – สกลุ ระดับความถนดั / ความสนใจ หมายเหตุ
3210
1 เดก็ ชาย กัณฑอ์ เนก สารพิ ฒั น์ /
2 นาย ขจรยศ วรภูมิ /
3 เด็กชาย ขจรยศ เหล่ารอด /
4 นาย จริ วัฒน์ อกั ษรทิพย์ /
5 นาย เจตพล สุขอุ่น /
6 นาย ฐติ ิวฒั น์ น้ำพุ /
7 เด็กชาย ณรงคศ์ กั ดิ์ รกั สุข /
8 เด็กชาย ธนวัฒน์ บญุ ปลอ้ ง /
9 เดก็ ชาย นิพนธ์ ประหารภาพ /
10 เด็กชาย ปณวัฒน์ ทศราช /
11 นาย พงศกร ทองดอนยอด /
12 เดก็ ชาย พัชรพล เสนาะกรรณ์ /
13 นาย ยทุ ธพงค์ ช่างพูด /
14 นาย รชั ตพงษ์ มากมลู /
15 นาย วรากรณ์ ฉมิ บ้านดอน /
16 นาย วริทธิ์ ขลิบตรีแกว้ /
17 นาย ศกั ดช์ิ ัย สุขอ่นุ /
18 เด็กชาย ศวิ กร แก้วคง /
19 นาย ศภุ ณฐั ทิพยเ์ ดช /
20 นาย สริ ภัทร สวุ รรณรังษี /
21 นาย อภชิ าต มีเพ็ญ /
22 เด็กชาย อาทติ ย์ ปานปริเยศ /
23 นางสาว กัญญาณัฐ บญุ ช่วย /
24 เดก็ หญิง กุลปริยา ทัดดอกไม้ /
25 เด็กหญงิ เกวลนิ ยวนกะเปา /
26 นางสาว จตพุ ร กลับศรี /
27 เดก็ หญิง ฐติ ิมา นกขมุ้ /
28 เดก็ หญงิ ธนัชพร คงสะอาด /
แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา
11
29 เด็กหญิง นนั ทกิ านต์ ศรีวารินทร์ /
30 เด็กหญิง บวรรตั น์ สมเพ็ชร /
31 นางสาว ภทั รนนั ท์ ศรชนะ /
32 นางสาว สุตาภทั ร พลขนั
33 เดก็ หญงิ สุภสั สร แซ่ตัน /
34 นางสาว สุภาวดี นาภรณ์ /
35 นางสาว อรปรียา อุดมศรี /
/
แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
12
แบบวเิ คราะห์นกั เรยี นเปน็ รายบุคคล
เกีย่ วกับความถนดั / ความสนใจ / รายวชิ า ภาษาองั กฤษ
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ห้อง 3
เลขท่ี ชอ่ื – สกุล ระดับความถนัด / ความสนใจ หมายเหตุ
3210
1 เดก็ ชาย กฤษฎา หนูด้วง /
2 นาย กิตติภพ เวชรนิ ทร์ /
3 เดก็ ชาย เจษฎาภรณ์ สมคลองศก /
4 เด็กชาย ชัยณรงค์ กุมลา /
5 เด็กชาย ชยั วัฒน์ มดี ้วง /
6 เดก็ ชาย ณฐั ศกั ด์ิ จันทร์ลเี ล็ด /
7 นาย ตรงั ค เรอื งศรี /
8 นาย ทศพร จนิ ดาวงค์ /
9 เดก็ ชาย ธนภัทร ชาญบำรุง /
10 เดก็ ชาย ธีรศกั ดิ์ วังฉาย /
11 เดก็ ชาย บณั ฑิต บัวแก้ว /
12 นาย ปวริศร์ ชูชาติ /
13 เดก็ ชาย ภาณุภกั ดิ์ พ่ึงผล /
14 เด็กชาย ภวู ศิ สงิ หศ์ รีดา /
15 นาย รกั ษก์ วี จันทรเ์ มือง /
16 เด็กชาย ศตายุ ชคู งคา /
17 นาย สทิ ธเิ ดช ทบั แก้ว /
18 นาย สทุ ธินันท์ ศรีสวัสด์ิ /
19 เด็กชาย อนนั ศักด์ิ ภมู ิพทิ ักษ์ /
20 นาย อนุพงศ์ พฒั นะ /
21 นางสาว กัลยา วงศส์ ุบรรณ /
22 เด็กหญงิ ชญานศิ ทิมเทศ /
23 เด็กหญงิ ฐานิตา ชว่ ยศรี /
24 นางสาว ฐติ มิ า กลุ ทอง /
25 นางสาว ณัฐณิชา รกั กะเปา /
26 นางสาว ณัฐนัน แถนสมบตั ิ /
27 นางสาว ธนดิ า วิจติ ร /
28 นางสาว ปิยาพัทร หนมู ี /
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
13
29 เดก็ หญงิ พิชญาภา มากแกว้ /
30 เดก็ หญิง ศิรภัสสร คงเพชร /
31 นางสาว ศริ ิรัตน์ รกั ษ์บรรจง /
32 เดก็ หญงิ ศริ ิวรรณ ร่มเมอื ง
33 นางสาว โสรญา สดุ เส้ง /
34 นางสาวอมรรัตน์ มากดำ /
/
แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
14
แบบวิเคราะหน์ ักเรียนเป็นรายบคุ คล
เกีย่ วกบั ความถนดั / ความสนใจ / รายวชิ า ภาษาองั กฤษ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 หอ้ ง 4
เลขที่ ชอื่ – สกุล ระดบั ความถนัด / ความสนใจ หมายเหตุ
3210
1 เด็กชาย จตุพร มมี าก /
2 เด็กชาย ชลมั พล สงสขุ /
3 เดก็ ชาย ณัฐพล พันพิจิตร์ /
4 เดก็ ชาย ธนภูมิ รักเหลก็ /
5 นาย พฒุ เิ มธ แก้วผง /
6 เดก็ ชาย ภัคพล หมานเหตุ /
7 นาย ภรู ณิ ัฐ อ้นเขาวงศ์ /
8 นาย อภิวัฒน์ รัตนชัย /
9 เด็กหญิง กัลยารัตน์ ศรนี ุ้ย /
10 เดก็ หญงิ กาญจนาวรรณ ทมิ รัตน์ /
11 นางสาว จารุกัญญ์ วิเชียร /
12 นางสาว ชนิกานต์ เบญ็ จรัตน์ /
13 เด็กหญิง ชลดิ า สาคร /
14 นางสาว โชติมา แสงทองย้อย /
15 เดก็ หญิง ญารนิ ทรด์ า เชยี่ วหมอน /
16 เดก็ หญิง ณฏั ฐณิชา จันทร์สงั ข์ /
17 เด็กหญงิ ดาราณี บูรพา /
18 เดก็ หญิง ธัญรดี โสภาคย์ /
19 เดก็ หญิง นภาพร นยุ้ ย่อง /
20 เด็กหญิง นลนิ ทพิ ย์ วัชนะ /
21 เด็กหญงิ ปณติ ตรา สุดเสง้ /
22 นางสาว พรนภสั แสตมป์ /
23 นางสาว พรพชร พันธ์ุสิน /
24 นางสาว พัทธ์ธรี าทวี /
25 เด็กหญงิ พิมพอ์ กั ษพิ ร วนะกรรม /
26 เด็กหญงิ พิมพิศา เพชรา /
27 นางสาว ฟ้าใส นุชทรพั ย์ /
28 เด็กหญงิ รุ่งนภา เหลก็ เนตร /
แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
15
29 เด็กหญงิ วชริ ญา นวลขาว /
30 นางสาว วรรณพร ธาระมนต์ /
31 นางสาว วราภรณ์ พนู จันทร์ /
32 เด็กหญงิ สนธยิ า สปุ นั ดี /
33 เด็กหญงิ สิรยากร สมคดิ /
34 นางสาว สริ กิ ัลยาชาตรีทบั /
35 นางสาว สริ ชิ นก ช่วยผล /
36 เดก็ หญิง สริ มิ า นวลละออง /
37 นางสาว โสภิตนภา วรรณเต็ม /
38 เดก็ หญงิ อภิญญา อนิ ธดิ า //
39 นางสาว อลิสา ศิริ /
40 เดก็ หญงิ อัญชิสา ปรีชา /
41 เดก็ หญงิ อาลิษา ทองวเิ ศษ /
แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา
16
การวัดผลประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ / รายวิชา ในแต่ละตัวชี้วัดชั้นปี ซึ่งสถานศึกษา
วิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชีว้ ัด การประเมนิ สาระการเรียนรู้รายวชิ า ใหต้ ดั สนิ ผลการประเมนิ เป็นระดับ
ผลการเรียน 8 ระดับ ดงั น้ี
คะแนน 80 – 100 ระดับผลการเรยี น “4” หมายถงึ ผลการเรียนดเี ยย่ี ม
คะแนน 75 – 79 ระดบั ผลการเรยี น “3.5” หมายถึง ผลการเรียนดีมาก
คะแนน 70 – 74 ระดับผลการเรียน “3” หมายถึง ผลการเรยี นดี
คะแนน 65 – 69 ระดับผลการเรียน “2.5” หมายถงึ ผลการเรียนคอ่ นขา้ งดี
คะแนน 60 – 64 ระดับผลการเรียน “2” หมายถงึ ผลการเรียนปานกลาง
คะแนน 55 – 59 ระดับผลการเรียน “1.5” หมายถึง ผลการเรียนพอใช้
คะแนน 50 – 54 ระดบั ผลการเรียน “1” หมายถงึ ผลการเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมินขั้นตำ่
คะแนน 0 - 49 ระดับผลการเรยี น “0” หมายถงึ ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑก์ าร
ประเมนิ
ในกรณที ไ่ี มส่ ามารถให้ระดบั ผลการเรียนเปน็ 8 ระดับได้ใหใ้ ช้ตัวอกั ษร ระบุเงอื่ นไขของผลการเรยี น ดังนี้
“มส” หมายถงึ ผู้เรยี นไม่มสี ทิ ธ์เิ ขา้ รับการวดั ผลปลายภาคเรียน เนือ่ งจากผเู้ รียนมีเวลาไมถ่ งึ รอ้ ย
ละ ๘๐ ของเวลาเรยี นในแตล่ ะรายวชิ า และไม่ได้รับการผ่อนผนั ใหเ้ ข้ารับการ
วัดผลปลายภาคเรียน
“ร” หมายถึง รอการตดั สนิ และยังตัดสินผลการเรียนไม่ได้ เน่ืองจากผูเ้ รียนไมม่ ีขอ้ มลู การเรียน
รายวิชานนั้ ครบถว้ น ไดแ้ ก่ ไม่ได้วดั ผลกลางภาคเรยี น/ปลายภาคเรียน ไมไ่ ดส้ ง่
งานทม่ี อบหมายให้ทำ ซง่ึ งานน้ันเปน็ สว่ นหนง่ึ ของการตัดสินผลการเรยี น หรอื มี
เหตสุ ดุ วิสยั ท่ีทำให้ประเมนิ ผลการเรียนไมไ่ ด้
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นน้ั ให้ระดบั ผลการประเมนิ เปน็
ดเี ยย่ี ม ดี และผ่าน
ดีเย่ยี ม หมายถงึ มผี ลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์และ เขยี นท่ีมีคุณภาพ
ดเี ลิศอยู่เสมอ
ดี หมายถึง มีผลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขียนที่มีคุณภาพ
เปน็ ทย่ี อมรับ
ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี นทมี่ ีคุณภาพ
เปน็ ท่ยี อมรบั แต่ยงั มีข้อบกพรอ่ งบาง ประการ
ไมผ่ ่าน หมายถึง ไม่มีผลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น หรือถา้ มี
ผลงาน ผลงานนัน้ ยังมีขอ้ บกพรอ่ งท่ีต้องได้รับการปรบั ปรงุ แก้ไขหลายประการ
แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา
17
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1
รายวิชา อ 23102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 เรือ่ ง A multicultural society
ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก เวลา 14 ช่วั โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ัด
สาระที่ 1: ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/5,
ต 1.3 ม. 3/1, ต 1.3 ม. 3/2, ต 1.3 ม. 3/3
สาระท่ี 2: ภาษาและวัฒนธรรม
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, ต 2.1 ม. 3/2, ต 2.2 ม. 3/1
สาระท่ี 3: ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั กล่มุ สาระการเรียนรูอ้ ื่น
มฐ. ต 3.1 ม. 3/1
สาระท่ี 4: ภาษากับความสมั พนั ธก์ ับชมุ ชนและโลก
มฐ. ต 4.1 ม. 3/1
2. เป้าหมายการเรยี นรู้
1. อ่านและเขา้ ใจบทสมั ภาษณ์
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.3 ม. 3/1, ต 1.3 ม. 3/2,
ต 2.1 ม. 3/2, ต 3.1 ม.3/1
2. ฟังและเข้าใจการสมั ภาษณ์ครูชาว Zambia ทไ่ี ปอยูใ่ นประเทศองั กฤษได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/5, ต 1.3 ม. 3/3, ต 2.1 ม. 3/1, ต 2.1 ม. 3/2,
ต 2.2 ม. 3/1
3. พูดถามเพอื่ ตรวจสอบข้อมูลได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/1, ต 4.1 ม. 3/1
4. เขียนรายงานคำพูดของผอู้ น่ื ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.3 ม. 3/1
5. เขยี นถามเพือ่ ตรวจสอบขอ้ มลู ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.1 ม. 3/3, ต 2.1 ม. 3/1
6. ฟังและเข้าใจการออกเสียงประโยคคำถามแบบ Question tag ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/4, ต 2.1 ม. 3/1
7. ฟังและเขา้ ใจการสนทนาเกย่ี วกบั ผู้กำกับท่ี Amy ชน่ื ชอบได้
แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
18
มฐ. ต 1.1 ม. 3/4
8. พูดรายงานคำพดู ของผอู้ น่ื ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4
9. อา่ นและเข้าใจบทความเก่ียวกับงานเขียนของผอู้ พยพได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4
10. ฟังและเข้าใจรายการวิทยทุ เี่ ก่ียวกับนักเขยี นได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4
11. พดู ใหส้ มั ภาษณ์เกีย่ วกับนกั เขียนท่ีมีชื่อเสียงได้
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, ต 4.1 ม. 3/1
12. เขยี นรายงานบทสนทนาสน้ั ๆ เกย่ี วกับนักเขียนใหก้ ับนติ ยสารได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/1
13. อ่านเรอ่ื งข้อความแลว้ จบั ใจความและหาข้อมูลเฉพาะได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3,ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4, ต 2.2 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/2
3. ทกั ษะ/กระบวนการ
การอา่ น : การอา่ นหาข้อมลู การอา่ นจับใจความสำคญั อ่านบทความการเรียกรอ้ งสทิ ธิ์
การอ่านบทความเก่ียวกับองค์กร
การฟงั : การฟงั หาข้อมลู การฟังจับใจความสำคญั การฟงั บทสมั ภาษณ์ การฟงั ข้อมูล
เพอื่ บอกรายละเอยี ด การฟงั บทสนทนาถาม-ตอบความคิดเห็น
การพดู : การพูดรายงานขอ้ มูล พดู ตรวจสอบข้อมลู พดู สัมภาษณ์
การพดู บรรยาย พดู แสดงความคิดเห็น การพูดบอกรายละเอียด พูดถ่ายทอด
ความคดิ เห็น การพดู บรรยายสงิ่ ของ การพดู สนทนาถามตอบความคดิ เหน็
การเขียน : การเขียนแสดงความคิดเห็น เขียนเสนอแนะ เขียนบทสนทนา การเขียนบรรยาย คน สัตว์
สง่ิ ของ การเขียนเลา่ เรือ่ งบคุ คล การเขียนแสดงความคดิ เหน็ การเขียนเล่าประสบการณ์
4. ความสัมพันธ์กบั กล่มุ สาระการเรียนรู้อื่น
1. สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ทักษะชีวิต
2. ทกั ษะการส่อื สาร
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มุง่ มั่นในการทำงาน
แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
19
2. ใฝ่เรียนรู้
3. รกั ความเปน็ ไทย
7. การประเมนิ ผลและหลกั ฐานการเรยี นรู้ วธิ วี ดั ผล/เครอ่ื งมือ ประเมิน หลักฐานการเรียนรู้
เปา้ หมายการเรยี นรู้ - การตรวจแบบฝึกหัด - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
- การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝึกหัด
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 1 - การตรวจแบบฝึกหัด - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
สิ่งทผี่ เู้ รียนควรรู้ การตรวจแบบฝึกหัด
• รปู แบบ Wh-question forms - แบบบนั ทึกการตรวจ
สิ่งทผ่ี ู้เรียนตอ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ แบบฝึกหัด
• เรยี นรู้โครงสรา้ ง Wh-question forms
ความเข้าใจทค่ี งทน
• พดู และตั้งคำคำถามเก่ยี วกบั ชีวิตได้
หน่วยการเรยี นรูย้ ่อยท่ี 2 - การตรวจแบบฝึกหัด - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
สิ่งทีผ่ ู้เรียนควรรู้
• การใชค้ ำกรยิ าได้ถูกต้อง การตรวจแบบฝึกหัด
สิ่งท่ผี ูเ้ รยี นตอ้ งรู้และปฏบิ ัตไิ ด้
• เรียนรู้โครงสรา้ ง Question tags - การตรวจแบบฝกึ หัด - แบบบนั ทึกคะแนนใน
ความเข้าใจทคี่ งทน
• พูดและตอบแสดงความคิดเหน็ ได้ การตรวจแบบฝึกหัด
เป้าหมายการเรยี นรู้ - การตรวจแบบฝึกหัด - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
หน่วยการเรียนรู้ยอ่ ยท่ี 3
สิ่งท่ผี เู้ รยี นควรรู้ การพดู
• ร้จู ักการใช้ Direct/Indirect Speech
สง่ิ ทผ่ี เู้ รียนต้องรู้และปฏิบตั ิได้ วิธีวดั ผล/เครอ่ื งมอื ประเมนิ หลักฐานการเรยี นรู้
• เรียนรู้การใช้ Direct/Indirect Speech
ความเข้าใจทีค่ งทน - สงั เกตการตอบคำถาม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
• ถามตอบเพื่อยืนยันขอ้ มูลได้ - การตรวจแบบฝึกหดั การตอบคำถาม
- การตรวจแบบฝกึ หดั - แบบบนั ทึกคะแนนการ
หน่วยการเรยี นรยู้ อ่ ยท่ี 4 ตรวจแบบฝึกหัด
ส่ิงทผ่ี ู้เรียนควรรู้ - แบบบนั ทึกการตรวจ
• รจู้ กั คำ Direct/Indirect Speech t แบบฝกึ หดั
ส่ิงท่ีผ้เู รียนต้องร้แู ละปฏิบัติได้
- สงั เกตการพูดอธบิ าย - แบบสังเกตการพูด
แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
20
• สามารถเขียนประโยคโดยใช้คำ - การตรวจแบบฝึกหัด - แบบบันทึกคะแนนใน
การตรวจแบบฝกึ หัด
Direct/Indirect Speech - แบบสังเกตการพูด
ความเข้าใจทีค่ งทน - สงั เกตการพูดอธิบาย
• พูดและเขยี นแสดงความคิดเห็นได้
หนว่ ยการเรยี นรยู้ ่อยที่ 5
สิ่งทีผ่ ้เู รียนควรรู้
• รจู้ ักการใช้ Wh-question forms
สิ่งท่ีผู้เรียนตอ้ งรู้และปฏิบัตไิ ด้
• สามารถต้ังคำถาม แสดงความคดิ เหน็ และ - การตรวจแบบฝึกหดั -แบบบันทกึ คะแนนในการ
ตรวจแบบฝกึ หัด
การขอยนื ยันขอ้ มูล - แบบสังเกตพฤติกรรม
การอ่าน
ความเข้าใจทีค่ งทน -สังเกตการพดู
• เข้าใจ และตั้งคำถาม แสดงความคิดเห็น และ
การขอยืนยนั ขอ้ มลู ได้
8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
21
1 ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 60 โดยให้ดูภาพแต่ปิดหัวเรื่อง
ไว้ แลว้ ครถู ามนกั เรยี นว่า
1
What can you see in this picture? (I can see three children.)
Are they brothers and sisters? (No.) Why? (They don’t look like one
another and their skins colors are different colors.)
2 ครูให้นักเรียนจับคู่กันทำแบบฝึกหัดVocabularyข้อ 1ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 60 โดยครูให้ดภู าพแลว้ บอกว่านักเรียนคิดถึงคำศพั ท์อะไรบา้ ง โดยครูพูดวา่
2
Work with your friend, read the title, then look at the pictures, and
write the words which come to your mind? (culture / living
together / different countries/black and white / friends…….)
จากน้ันครูให้นักเรียนอาสาสมคั รออกมาเขียนศัพท์ท่ีคิดได้ไวบ้ นกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านพรอ้ ม
กนั และใหน้ กั เรียนที่ไม่รู้คำศพั ท์ได้สอบถามความหมาย ครใู ห้เพ่อื นท่รี เู้ ปน็ ผู้ตอบโดยครคู อยเสริมใหเ้ ขา้ ใจชัดเจนข้นึ
3 ครูให้ นั กเรียน ทำแบ บ ฝึ กหั ด Vocabulary ข้ อ 2 ในหนั งสื อเรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 60 โดยให้นักเรียนดูคำท่ีให้ไว้ในกรอบ แล้วช่วยกันบอกความหมาย คำใดท่ีไม่รู้ความหมายครูช่วยอธิบายให้
เข้าใจ แล้วให้นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันอ่านคำพูดของคนเหล่าน้ี แล้วนำคำท่ีให้ไว้ในกรอบเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
จากน้นั ครใู หน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกมาบอกคำตอบของตนเอง โดยครชู ว่ ยแนะนำแกไ้ ขให้ถกู ตอ้ ง
4 ครูอธิบายให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการอยูร่ ่วมกันของคนหลายเช้ือชาติ แม้ต่างชาติต่างภาษา
แต่ก็เปน็ คนไทยด้วยกัน ครูเนน้ ย้ำให้นกั เรียนคำนงึ ถึงความรักชาติ รักความเปน็ ไทย และรักษาวฒั นธรรมไทยให้คงอยู่
ตอ่ ไป โดยใช้ข้อมูลต่อไปนี้
5 ครูให้ นั ก เรียน ช่วยกั น สังเก ต ว่ าสังคมใน โรงเรียน และ บ ริเวณ ท่ี นั ก เรียน อ าศัย มี ค น
เช้อื ชาติอื่นอาศยั อยดู่ ว้ ยหรือไม่
6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 3 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
60 โดยสำรวจเพอ่ื นรว่ มหอ้ งว่ามเี ทา่ ไรแล้วแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม มีการแบ่งจำนวนนักเรียนในแตล่ ะกลมุ่ ดังนี้ กลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
22
ท่ี 1 ต้องเท่ากับกลุ่มท่ี 2 จำนวนนักเรยี นในกลุ่มท่ี 3 ต้องเท่ากับกลุ่มที่ 4 และจำนวนนักเรยี นในกลุ่มท่ี 5 ต้องเท่ากับ
กลมุ่ ที่ 6 แลว้ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ศึกษารายการในตาราง แลว้ ให้นกั เรยี นเปลยี่ นรายการบรรทัดท่ี 2 ดังน้ี
Students were born in Thailand but their parents come from other countries.
7 ครูถามนักเรียนว่าหากต้องการทราบข้อมูลตามรายการในตารางนักเรียนควรถามเพื่อนว่าอย่างไร
เมอื่ ได้คำถามแล้วใหน้ ักเรียนจับคกู่ บั เพ่ือนต่างกลุ่มตามนี้ คือ นักเรียนในกล่มุ ที่ 1 ต้องจับคกู่ ับกลุม่ ที่ 2 นักเรยี นกลุ่ม
ที่ 3 ต้องต้องจับคู่กับกลุ่มที่ 4 และนักเรียนกลุ่มที่ 5 ต้องจับคู่กับกลุ่มที่ 6 แล้วสนทนาสลับกันสัมภาษณ์ถามตอบ
แล้วบันทึกข้อมูลไว้ เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียนทุกคนกลับมาที่กลุ่มเดิมของนักเรียน เขียนสรุปผลการสมั ภาษณร์ ่วมกัน
ในกลมุ่ เพอ่ื นำเสนอหน้าช้ันเรียนและนำส่งครู โดยใชส้ ำนวนในการรายงานดังน้ี
In group__1__ , there are ____students from other countries. Other ____
students were born in Thailand but their parents come from ______
8 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการสำรวจทีละกลุ่ม ครูบันทึกผลบนกระดานจนครบทุกกลุ่ม
และใหน้ กั เรียนทั้งห้องพูดสรุปผลสดุ ทา้ ยร่วมกนั โดยพดู ว่า In my classroom,…
9 ครูเนน้ ใหน้ ักเรียนเห็นวา่ นกั เรยี นในหอ้ งเดียวกัน หรือในโรงเรียนเดียวกนั อาจจะมเี ชื้อชาตติ ่างกนั ซ่ึง
วฒั นธรรมก็อาจจะแตกต่างกันด้วย เพื่อความเข้าใจอันดีต่อกนั และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข นักเรยี นจำเป็นต้อง
เรยี นรูว้ ัฒนธรรม ความรู้สึก ความนกึ คดิ ของกนั และกัน
10 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 1-2 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 28
เปน็ การทบทวนคำศัพท์
แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
23
9. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)
หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้
ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มค่าในอุปกรณ์การเรียน
หลักมเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลกั การทางสังคม
การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลักการทางสังคม
หลักสร้างภูมคิ ุ้มกนั ในตัวทด่ี ี การมนี ำ้ ใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หม่คู ณะ
การวางแผนในการทำงาน
เง่ือนไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้คำศัพทเ์ ก่ยี วกับวัฒนธรรม
เงอื่ นไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ ซอ่ื สัตย์ มุ่งมน่ั ในการทำงาน
การบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่ือนไข
พอประมาณ ความรู้
มเี หตุผล คุณธรรม
มีภูมิคุม้ กันในตัวที่ดี
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ
เศรษฐกิจ สงั คม ส่งิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม
10. สอื่ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 60
11. การวดั ประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การวัด
สิ่งท่ีตอ้ งการวดั - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศัพทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝึกหัด
เกย่ี วกับการแต่งกาย - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด
แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
24
บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............
1. ผลการสอนระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................
2. ผลที่เกดิ กบั ผเู้ รยี น
1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านกั เรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ
................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้ันต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ิดเปน็ ร้อยละ.............................
ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................
2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรยี นผา่ นการประเมินคิดเปน็
รอ้ ยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ้นั ตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คิดเปน็ รอ้ ยละ................
ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................
3.) การประเมนิ ด้านคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................
พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมินคดิ เป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้ันต่ำทกี่ ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................
ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................
3. ปัญหาและอุปสรรค
กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา
มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา
มนี ักเรยี นท่ไี มส่ นใจเรยี น
อื่น ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่ือง ......................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมนิ ..................................................................................
.......................................................................................................................................................
ไม่มีขอ้ เสนอแนะ
ลงชือ่ ผสู้ อน
( นายพรี ะ เหมือดนอก )
วันที…่ …..../................../................
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุม่ สาระฯ ความคดิ เหน็ ของหัวหนา้ งานวิชาการ
1.เปน็ แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ทเ่ี น้นผู้เรียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง ที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง
เหมาะสมกับศักยภาพท่ีแตกต่างกนั ของผู้เรียน เหมาะสมกับศกั ยภาพทแ่ี ตกตา่ งกันของผู้เรยี น
ท่ียงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป ทีย่ งั ไมเ่ น้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ นำไปใชไ้ ดจ้ ริง ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )
แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
25
1 นกั เรียนปิดหนังสือและช่วยกันบอกคำศัพท์ที่เก่ียวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและครูเขียน
คำศัพท์ท่ีนักเรียนบอกไว้บนกระดาน (ตัวอย่าง: culture, international, refugee, residence permit, visa,
integration, education, mother tongue, society, country, passport, tradition, international food,
community, communication, immigrant)
2 ครูสอนศัพท์อื่น (Other Vocabulary):- ethnic, minorities, refugee, integration, residence,
tough, equality, generation และ cuisine โดยครูชูบัตรคำ/เขียนคำศัพท์บนกระดาน/ฉายคำ ทีละคำ ครูให้
นักเรียนสะกดคำ แล้วลองพูดคำศัพท์ ถ้านักเรียนพูดผิดหรือพูดไม่ได้ ครูพูดให้นักเรียนฟังคำละ 2-3 คร้ัง และให้
สังเกตเสียงเน้นในคำ (word stress) นักเรียนพูดตามพรอ้ มกันท้ังห้องทีละกลุ่มและสุ่มทีละคน ครูอา่ น บริบทจากช่อง
คำแปลภาษาองั กฤษท่ีอยูใ่ นคูม่ อื ครูบทเรียนย่อยที่ 1 ให้นักเรยี นช่วยกันเดาและบอกความหมายดว้ ยประโยค
Teacher: What does “ethnic” mean?
Students: It means .
ครดู ำเนนิ การสอนคำอืน่ ๆ ในทำนองเดยี วกัน
4 ทำกิจกรรม Presentation 1 แบบฝึกหัดข้อ 5 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 61 ดังน้ี
Pre-activity
1) ใหน้ ักเรยี นดทู ่ี อ่านคำศพั ทแ์ ละเติมความหมายของคำศัพท์:
abroad, tough และ earrings
key: ตา่ งประเทศ, ยาก ลำบาก, ต่างหู
While-activity
2) ครแู นะนำนักเรียนและอธิบายว่า การอ่านคำถามจะช่วยในการหาข้อมูลเกี่ยวกับเร่ืองที่อ่านและ
ช่วยใหน้ ักเรยี นเข้าใจเรอื่ งทีอ่ ่านไดง้ ่ายขึ้น
3) ครใู ห้นักเรยี นอา่ นคำถามจากแบบฝกึ หดั ข้อ 6 จำนวน 5 ขอ้ และใหน้ กั เรยี นบอก
ความหมายของคำถามก่อน
4) นักเรียนอ่านและฟังบทความจาก Anwar talking about his life in a multicultural British
society โดยคร้ังแรกนักเรียนอ่านในใจกอ่ น จากน้นั ครูเปดิ เสยี งจากซดี ี
ประกอบบทเรยี น ให้นกั เรียนฟงั พร้อมกับอ่านในใจ 1 ครั้ง แล้วชว่ ยกนั บอกความหมาย
5) ครเู ปดิ เสียงจากซดี ปี ระกอบบทเรียนอีกคร้ัง ใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงตามพร้อมกัน
แล้วใหอ้ ่านเองท้งั หอ้ ง เป็นกลมุ่ และสุ่มทลี ะคน ๆ ละ 1 ประโยคตอ่ กนั
Post-activity
แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
26
6) นักเรียนช่วยกันสรุปใจความสำคัญของทความ
7) นักเรยี นจดคำศพั ท์ใหมล่ งในสมุดพร้อมความหมาย
5 ครูใหน้ ักเรยี นฟังและอ่านเรอื่ งของ Anwar อีกครัง้ และทำกิจกรรม Presentation แบบฝึกหดั ข้อ 6
ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 61 โดยเลือกตอบ A B C หรือ D แล้วเฉลยร่วมกัน ครูตรวจสอบ
ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ก า ร อ่ า น แ ล ะ เข้ า ใ จ บ ท สั ม ภ า ษ ณ์ จ า ก ค ำ ต อ บ
ที่ถูกต้องในการทำกิจกรรม โดยใชเ้ กณฑผ์ ่านร้อยละ 70
6 ครูให้นักเรียนเขียนตามคำบอกในกิจกรรม Dictation แบบฝึกหัดข้อ 5 ในหนังสือ SPRINT 3
WORKBOOK หน้า 29 โดยครูเปิดเสียงจากซีดี ประกอบบทเรียนให้นักเรียนฟังและเขียนเกี่ยวกับความ
แตกต่างทางวัฒนธรรม (cultural diversity) ตามท่ีได้ฟังจนจบ และให้นักเรียนฟังซ้ำอีกคร้ังเพื่อทบทวนแก้ไข เม่ือ
เสร็จแล้วให้นักเรยี นอาสาสมัครออกมาเขียนคนละประโยค แล้วตรวจแก้พร้อมกัน นักเรียนตรวจตามข้อความบน
กระดาน
7 นักเรียนศึกษาค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ตเพ่ิมเติมเกี่ยวกับความเท่าเทียมกันทางเพศ โดยให้นักเรียน
ยกตัวอย่างงานหรืออาชีพที่มิได้จำกัดแค่ชาย แต่หญิงก็สามารถทำได้ พร้อมยกตัวอย่าง โดยครูใช้ข้อมูลจากด้านล่าง
ชว่ ยอธิบายเสรมิ
8 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 6-7 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 29 เป็นการ
ทบทวน
แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา
27
9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เงอื่ นไข)
หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศกึ ษา คน้ คว้าหาความรู้
ทำงานเหมาะกับเวลาความค้มุ ค่าในอปุ กรณ์การเรียน
หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสงั คม
การแกป้ ญั หาโดยใช้หลักการทางสังคม
หลักสรา้ งภมู ิคมุ้ กันในตัวที่ดี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ
การวางแผนในการทำงาน
เงือ่ นไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้คำศพั ท์เกย่ี วกบั พหุวัฒนธรรม
เงอ่ื นไขคุณธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสตั ย์ มุง่ มั่นในการทำงาน
การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงือ่ นไข
พอประมาณ ความรู้
มเี หตุผล คุณธรรม
มภี ูมิค้มุ กันในตัวทดี่ ี
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ
เศรษฐกจิ สังคม ส่งิ แวดล้อม วฒั นธรรม
10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 61
11. การวัดประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งทีต่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศพั ทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
เกี่ยวกับพหุวัฒนธรรม - แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
28
บันทึกหลงั สอนแผนการสอนท่ี ............
1. ผลการสอนระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้
สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................
2. ผลทเี่ กิดกับผู้เรยี น
1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ
................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ข้นั ตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ รอ้ ยละ.............................
ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................
2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรยี นผา่ นการประเมินคิดเปน็
ร้อยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ................
ได้แก่ .......................................................................................................................................................................
3.) การประเมนิ ด้านคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................
พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมินคดิ เป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขนั้ ต่ำทกี่ ำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ..................
ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................
3. ปญั หาและอุปสรรค
กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา
มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา
มีนักเรยี นทไ่ี มส่ นใจเรียน
อน่ื ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรือ่ ง ......................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมนิ ..................................................................................
.......................................................................................................................................................
ไมม่ ขี อ้ เสนอแนะ
ลงชอ่ื ผสู้ อน
( นายพีระ เหมือดนอก )
วันท่…ี …..../................../................
ความคดิ เห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระฯ ความคดิ เหน็ ของหัวหน้างานวิชาการ
1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2.การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ทเ่ี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง ท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง
เหมาะสมกับศักยภาพทีแ่ ตกตา่ งกันของผเู้ รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น
ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป ท่ียงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้
นำไปใชไ้ ด้จริง ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้ นำไปใชไ้ ด้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ …………………………………………………………………………….
ลงช่ือ....................................................... ลงช่อื .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )
แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา
29
1 ครูให้นักเรยี นลองสมมติวา่ ถา้ ตนเองต้องไปอยู่ในต่างแดน เช่นไปเรียนต่างประเทศแลว้ พบปัญหาใน
การอย่รู ่วมกนั กบั ชนชาตอิ ื่น นักเรียนจะมคี วามรสู้ กึ เช่นไร และควรปฏิบัติตอ่ ชนชาตอิ ่ืนด้วยความเอื้ออารีหรือไม่ โดย
ครใู ห้นักเรยี นแสดงความคิดเหน็ พรอ้ มให้เหตผุ ล ครพู ยายามให้นักเรียนใชภ้ าษาอังกฤษในการส่ือสารให้ได้มากท่ีสดุ
2 ครเู ขยี นประโยคต่อไปน้บี นกระดาน
I say I don’t know a thing about Somalia.
My dad said I couldn’t wear earrings.
3 ครูอธิบายว่าประโยคเหล่าน้ีใช้เรียกว่า indirect speech ใช้ในการรายงานคำพูดของคนหนึ่งให้อีก
คนหนึ่งทราบ ครูให้นักเรียนสังเกตประโยคท่ี 2 ว่าหากการพูดเป็นอดีตข้อความที่พูดก็จะกลายไปเป็นอดีตด้วยเพราะ
เป็นสิง่ ท่ถี ูกพดู ไปแล้วเมือ่ อดตี น่ันเอง ครูเขียนประโยคบนกระดานเพมิ่ เติมว่า
He tells me to go back to my own country.
ครูให้นักเรียนสังเกตว่าข้อความท่ีถูกพูดไม่อยู่ในรูปประโยค แต่เป็นรูป infinitive with to ครู
อธบิ ายวา่ การใช้ infinitive with to เปน็ การบอกจุดมุ่งหมาย (purpose) ของผพู้ ดู วา่ ต้องการใหผ้ ้ฟู งั ทำอะไร
4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 7 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 61 โดย
สนทนาส่ิงท่ีพ่อแม่ได้สอนนักเรียนไว้เกี่ยวกับเรื่อง ผม เส้ือผ้า อาหาร การออกไปเท่ียวนอกบ้าน การเข้านอน การไป
โรงเรยี น เป็นต้น โดยใช้โครงสรา้ ง indirect speech ในการสนทนา เช่น
My dad always tells me to tidy my room.
My parents say (that) I must wear smart clothes when I go to school.
จากน้นั ครูใหน้ ักเรียนอาสาสมัครออกมาเป็นผเู้ ลา่ ส่งิ ที่พ่อแม่สอนนกั เรียนไว้ให้เพ่ือนในหอ้ งเรยี นฟงั คน
ละประโยค โดยครคู อยแนะนำแก้ไขให้ถกู ต้อง
แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา
30
5 ครูให้นักเรียนจับคู่กันทำแบบฝึกหัดข้อ 8 ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S BOOK หน้า 61
โด ย ม า ส น ท น า ถึ ง ส่ิ ง ท่ี ค รู เค ย แ น ะ น ำ เค ย ส่ั ง ส อ น แ ล ะ เค ย ห้ า ม ไว้ กั บ เพ่ื อ น โด ย ใช้ ค ำ ใน
กรอบส่ีเหล่ียมเป็นแนวทางในการสนทนา ครูคอยเดินสังเกตการสนทนาคู่ให้เป็นไปด้วยค วามถูกต้อง
ครูสมุ่ เรียกนกั เรยี นมาพูดรายงานหนา้ ชัน้ เรียน
6 นักเรียนทบทวนคำศัพทแ์ ละจดคำศัพท์ใหมล่ งในสมดุ เปน็ การบ้าน
7 นกั เรยี นสืบคน้ ขอ้ มูลเพิม่ เตมิ เรือ่ ง ความหลากหลายทางวฒั นธรรม (multi-culture)
แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
31
9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 ห่วง 3 เง่ือนไข)
หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้
ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ คา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน
หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสังคม
การแกป้ ัญหาโดยใชห้ ลักการทางสงั คม
หลักสรา้ งภมู ิคมุ้ กันในตัวทีด่ ี การมีนำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ
การวางแผนในการทำงาน
เงือ่ นไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้คำศพั ท์เก่ยี วกับพหุวฒั นธรรม
เงอ่ื นไขคุณธรรม มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ซอื่ สัตย์ มงุ่ ม่ันในการทำงาน
การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงื่อนไข
พอประมาณ ความรู้
มเี หตุผล คุณธรรม
มภี ูมิคมุ้ กันในตวั ท่ีดี
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ
เศรษฐกจิ สังคม สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม
10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 61
11. การวัดประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์การวัด
สิ่งทีต่ อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การอ่านออกเสยี งคำศพั ทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝึกหัด
เกี่ยวกับพหุวฒั นธรรม - แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝกึ หัด
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
32
บันทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............
1. ผลการสอนระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
สอนได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนือ่ งจาก ..........................................................................
2. ผลท่เี กิดกับผู้เรยี น
1.) การประเมินผลความรหู้ ลงั การเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านักเรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ
................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำที่กำหนดไว้คดิ เปน็ รอ้ ยละ.............................
ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................
2.) การประเมินดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมินคิดเปน็
รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ทก่ี ำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ................
ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................
3.) การประเมินดา้ นคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................
พบว่านักเรยี นผ่านการประเมินคดิ เป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้นั ต่ำท่ีกำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ..................
ได้แก่ ........................................................................................................................................................................
3. ปญั หาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา
มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มีนักเรยี นทไี่ มส่ นใจเรยี น
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนำแผนไปปรับปรุง เรื่อง ......................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไม่ผ่านการประเมนิ ..................................................................................
.......................................................................................................................................................
ไม่มขี อ้ เสนอแนะ
ลงช่อื ผสู้ อน
( นายพีระ เหมือดนอก )
วันที่……..../................../................
ความคดิ เห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หนา้ งานวชิ าการ
1.เป็นแผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ที่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง ที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง
เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผู้เรยี น
ท่ียงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป ทยี่ งั ไมเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้
นำไปใช้ได้จรงิ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
33
1 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ดู ภ าพ ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 62 แ ล้ ว
ตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
What do you see in the picture? (A church. / A castle.)
This is a Roman fort at Cardiff Castle.
What do you know about this lady? (She may be a sister in the church.)
And what do you think about the title “Open communities”? (This may
be about many people joining together.)
2 ครูใหค้ วามรู้เร่ือง “Open communities” แกน่ ักเรยี น
3 ครูให้นักเรียนอ่านคำส่ังในกิจกรรม Presentation 2 แบบฝึกหัดข้อ 1จากหนังสือเรียน SPRINT 3
STUDENT’S BOOK หนา้ 62 เพอ่ื ใหร้ เู้ รื่องของสตรีในภาพและเตรยี มทำกจิ กรรม
Now I think that you know something about this lady. You are going to listen
to the interview. You should listen and read silently. You can underline the
vocabulary while listening. Before doing this activity, I would like you to tell
the meanings of the vocabulary in Glossary. What do they mean?
4 ค รู ส อ น ค ำ ศั พ ท์ :- citizenship, fluently, leave, move to, settle down, แ ล ะ leave
โดยครชู ูบัตรคำ/เขียนคำศัพทบ์ นกระดาน/ฉายคำ ทลี ะคำ ครูให้นักเรียนสะกดคำ แล้วลองพดู คำศัพท์ถ้านักเรียน
พดู ผิดหรอื พูดไมไ่ ด้ ครูพูดให้นักเรียนฟังคำละ 2-3 คร้ัง และให้สังเกตเสียงเน้นในคำ (word stress) นักเรียนพูดตาม
พร้อมกันทงั้ ห้อง ทีละกลมุ่ และสุ่มทีละคน ครอู ่านบริบทจากช่องคำแปลภาษาอังกฤษที่อยู่ในคมู่ ือครบู ทเรยี นย่อยที่ 2
ใหน้ ักเรยี นช่วยกันเดาและบอกความหมายด้วยประโยค What does it mean? ครสู อนทำนองเดยี วกนั จนครบทุกคำ
ครแู บ่งนกั เรียนออกเปน็ 2 กลุม่ แข่งกนั อ่านคำศพั ท์และแข่งกันบอกความหมาย โดยครใู ชว้ ิธสี ลับบตั รคำ/เขียนคำบน
กระดาน/ไวท์บอร์ดหรือฉายคำไปมาจนนักเรียนสามารถอา่ นและบอกความหมายได้คล่อง
6 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ดู ภ า พ ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 62 เพื่ อ
กระตุน้ ความสนใจและพยายามทายเนื้อหาของการสนทนา แลว้ ถามนักเรียนดว้ ยประโยค ตอ่ ไปน้ี
Look at the picture. What do you see?
Can you tell me the name of the lady in the picture?
แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
34
Who is an interviewer?
Who is an interviewee
What is the title of the story?
7 นักเรียนทำกิจกรรม Presentation 2 แบบฝึกหัดข้อ 1 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 62 ดังนี้
Pre-activity
1) นกั เรยี นดูท่ี อ่านและเติมความหมายของคำศพั ท์: citizenship,
shadows และ settle down
Key: Key : ความเป็นพลเมือง / เงามดื / ตงั้ ถนิ่ ฐาน
2) แบ่งนกั เรียนออกเปน็ 2 กลุ่ม เพื่อเตรยี มทำกจิ กรรมในบทเรยี นตอ่ ไป
While-activity
3) ครูให้นักเรียนอ่านคำถามในกิจกรรม Presentation แบบฝึกหัดข้อ 2 ในหนังสือเรียน SPRINT 3
STUDENT’S BOOK หน้า 62 และแปลความหมายของคำถามแต่ละข้อเพ่ือทราบเป้าหมายก่อนการ
อา่ นเรื่องเป็นครั้งที่ 2 เมื่อนักเรียนอ่านและตอบคำถามเรียบร้อยแล้ว ครสู ุ่มเรียกนักเรียนออกมาตอบ
คำตอบคนละข้อ ให้เพ่ือนในช้ันเรียนตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ โดยครูตรวจสอบความ
ถกู ต้องและประเมินการฟังและเข้าใจบทสัมภาษณ์จากคำตอบที่ถูกต้อง โดยใช้เกณฑ์ผ่านร้อยละ
70
4) ทำแบบฝกึ หัดขอ้ 1 ฟงั บทสนทนาเร่ือง Open communities โดยครูให้นกั เรยี นปิด
หนังสือ ครูเปิดเสียงซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟัง 1-2 ครั้ง จากนั้น
ให้นักเรียนเปิดหนังสือดูบทสนทนา ครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียนอีกครั้งพร้อมกับให้
นกั เรยี นอ่านบทสนทนาในใจ แลว้ ชว่ ยกนั บอกความหมาย
5) ฟังบทสนทนาจากเสียงซีดปี ระกอบบทเรยี นอีกครงั้ แลว้ พูดเลียนแบบพรอ้ มกันท้ัง
หอ้ งและเปน็ กลมุ่ โดยให้นกั เรยี นกลมุ่ 1 พูดบทสนทนาของ Nick กลมุ่ 2 พดู บท
สนทนาของ Gloria
6) ครตู รวจสอบความเขา้ ใจเรื่องดว้ ยการถามให้นกั เรยี นตอบด้วยประโยค
Where is Gloria form? (Zambia)
How long has Gloria lived in Cardiff? (For six years)
Why did Gloria come to Wales? (She got a job as a teacher at St Peter’s School.
What did the pupils do for their project?
(took a photo of a city to show the variety of different cultures.)
Post-activity
7) ครูให้นักเรียนชว่ ยกนั สรปุ ใจความสำคญั ของบทสนทนาที่ฟังและอ่าน
8) ครูขอตวั แทนนกั เรียนกล่มุ ละ 1 คน ออกมาแสดงบทบาทสมมติหน้าชั้นเรยี นตาม
บทสนทนาในแบบฝกึ หดั ขอ้ 1
แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
35
8 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary แบบฝึกหดั ข้อ 3 ในหนงั สือ SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 63 โดยจับคู่รปู ภาพกบั สำนวนเกีย่ วกบั ประสบการณใ์ นกรอบที่ให้ไว้ จากนนั้ ครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบ
บทเรียนใหน้ ักเรียนฟังและตรวจสอบความถูกต้อง
ครูตรวจสอบความเข้าใจความหมายโดยใหน้ กั เรียนแปลสำนวนเปน็ ภาษาไทยทีละสำนวนโดยครใู ช้คำถามว่า
What does this expression mean in Thai?
9 ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรมสนทนา โดยให้นักเรียนแต่ละคเู่ ขียนประโยคคำถาม 5 ประโยคเพ่ือถาม Gloria
และเขียนเรียบเรียงเปน็ บทสนทนาลงในสมดุ ครูคอยให้ความชว่ ยเหลือและตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
10 ครูขออาสาสมัครนักเรียนจำนวน 3-4 คู่ให้ออกมารับบทเป็น Gloria และตอบคำถามที่เพ่ือนถาม
หน้าช้นั เรยี น
11 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 3 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 28 เป็น
การทบทวนสำนวนที่เรียนไป
แผนการจัดการเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
36
9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เงอื่ นไข)
หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้
ทำงานเหมาะกบั เวลาความคมุ้ ค่าในอปุ กรณ์การเรียน
หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสงั คม
การแกป้ ัญหาโดยใชห้ ลักการทางสังคม
หลักสรา้ งภมู ิคมุ้ กันในตัวที่ดี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ
การวางแผนในการทำงาน
เงือ่ นไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้คำศพั ท์เก่ยี วกบั พหุวัฒนธรรม
เงอ่ื นไขคุณธรรม มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ซอื่ สตั ย์ มงุ่ มั่นในการทำงาน
การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงือ่ นไข
พอประมาณ ความรู้
มเี หตุผล คุณธรรม
มภี ูมิค้มุ กันในตัวทดี่ ี
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ
เศรษฐกจิ สังคม สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม
10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 62
11. การวัดประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งทีต่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศพั ทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
เกี่ยวกับพหุวัฒนธรรม - แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
37
บนั ทกึ หลงั สอนแผนการสอนท่ี ............
1. ผลการสอนระดบั ชั้น มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................
2. ผลทเ่ี กิดกบั ผู้เรยี น
1.) การประเมนิ ผลความรู้หลังการเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบว่านักเรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ
................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑ์ข้ันตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ รอ้ ยละ.............................
ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................
2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นักเรยี นผา่ นการประเมินคิดเปน็
รอ้ ยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ั้นตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ................
ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................
3.) การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................
พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ..................
ได้แก่ ........................................................................................................................................................................
3. ปญั หาและอปุ สรรค
กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา
มนี ักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มีนกั เรียนท่ไี มส่ นใจเรยี น
อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนำแผนไปปรับปรุง เรื่อง ......................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไขนกั เรยี นท่ีไมผ่ ่านการประเมนิ ..................................................................................
.......................................................................................................................................................
ไม่มีข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ ผสู้ อน
( นายพีระ เหมือดนอก )
วันท…ี่ …..../................../................
ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุม่ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหวั หน้างานวชิ าการ
1.เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรียนร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง ทีเ่ นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง
เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกตา่ งกนั ของผ้เู รยี น เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกต่างกันของผู้เรยี น
ท่ียงั ไม่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป ทยี่ งั ไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้
นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้ นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )
แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
38
1 ครูใช้คำถามเพ่ือทบทวนคำศัพท์และความเข้าใจเร่ือง Open Communities ในหนังสือเรียน
SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 62 โดยใหน้ ักเรยี นช่วยกันตอบคำถาม ดงั น้ี
- What does citizen means in Thai? (It means พลเมอื ง)
- Where did Gloria teach? (At St Peter’s School in Cardiff)
- How long has she been in Cardiff? (For six years)
- Why did she come to Cardiff? ( She was offered a job to teach at St Peter’ s
School)
- Is she a history teacher? (Yes, she is.)
2 ครเู ขียนประโยคต่อไปนบี้ นกระดาน
You are from Zambia, aren’t you, Gloria?
You speak two languages fluently, don’t you?
It’s called Open communities, isn’t it?
แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
39
3 ครูอ ธิบ าย ว่ารูป ป ร ะ โย ค นี้ ใช้ใน ก าร ต รว จส อ บ ข้ อ มู ล โด ย ก ารบ อ ก ข้อ มู ล ที่ ท ราบ
แลว้ จบด้วยคำถามท่ีใชก้ ริยาช่วย กบั สรรพนามประธานซง่ึ จะมีความหมายวา่ “ใช่ไหม”โดยข้อมูลกบั สว่ นคำถามจะอยูใ่ น
รปู บอกเล่าหรอื ปฏิเสธสลบั กนั
ข้อมูลในรปู ประโยคบอกเล่า , กริยาช่วยปฏเิ สธรปู ยอ่ + ประธานสรรพนาม?
ขอ้ มลู ในรูปประโยคปฏิเสธ , กริยาช่วยบอกเลา่ + ประธานสรรพนาม?
4 ครูให้นักเรียนนำสำนวนมาเติมในข้อความในกิจกรรม Vocabulary แบบฝึกหัดข้อ 4 จากหนังสือ
SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 63 แล้วใหน้ ักเรยี นเปรียบเทยี บ คำตอบกนั ครูช่วยแนะนำหากนักเรียนมขี ้อสงสัย
5 ครูให้นักเรียนจับคู่สนทนาสอบถามข้อมูลกับเพ่ือนโดยใช้คำทใ่ี ห้มาเป็นแนวทางในการสร้างคำถามใน
กิจกรรม Vocabulary แบบฝึกหัดข้อ 5 ในหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 63 ครูเดินสังเกตการทำ
กิจกรรมของนักเรียนและคอยแนะนำให้ถูกต้อง ครูสุ่มเรียกคู่นักเรียนออกมาสนทนาท่ีหน้าชั้นเรียนทีละคู่ และ
ประเมินการพูดถามเพอ่ื ตรวจสอบขอ้ มลู ด้วยแบบประเมนิ การพดู โดยใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั “ดี”
6 ครใู ห้นักเรียนทำกิจกรรมVocabularyแบบฝึกหัดขอ้ 6ในหนังสอื SPRINT3 STUDENT’S BOOK
หนา้ 63 โดยให้พดู รายงานข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในรูปแบบประโยค Reported speech จากน้ันครูสมุ่ เรียกนักเรยี นออกมา
นำเสนอที่หน้าช้ันเรียนทลี ะคน ครคู อยแนะนำแกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง
7 ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั ข้อ 4 ในหนงั สือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 29 โดยเลอื กข้อความท่ี
ก ำ ห น ด ไ ว้ ใ น ก ร อ บ เ ติ ม ล ง ใ น บ ท ส น ท น า ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง เ ห ม า ะ ส ม จ า ก น้ั น ค รู เปิ ด เสี ย ง
จากซีดปี ระกอบบทเรียน ใหน้ ักเรยี นฟงั และตรวจคำตอบ
แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
40
9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 หว่ ง 3 เง่ือนไข)
หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศกึ ษา คน้ คว้าหาความรู้
ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ คา่ ในอปุ กรณ์การเรียน
หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสงั คม
การแกป้ ญั หาโดยใช้หลักการทางสังคม
หลักสรา้ งภมู ิคมุ้ กันในตัวที่ดี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ
การวางแผนในการทำงาน
เงือ่ นไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้คำศัพท์เก่ยี วกบั พหุวัฒนธรรม
เงอ่ื นไขคุณธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสตั ย์ มุ่งมั่นในการทำงาน
การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงือ่ นไข
พอประมาณ ความรู้
มเี หตุผล คุณธรรม
มภี ูมิค้มุ กันในตัวทดี่ ี
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มติ ิ
เศรษฐกจิ สังคม สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม
10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 63
11. การวัดประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งทีต่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศพั ทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝกึ หัด
เกี่ยวกับพหุวัฒนธรรม - แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด
แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
41
บนั ทึกหลงั สอนแผนการสอนท่ี ............
1. ผลการสอนระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................
2. ผลทีเ่ กิดกับผเู้ รียน
1.) การประเมนิ ผลความร้หู ลังการเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบว่านกั เรียนผ่านการประเมินคดิ เปน็ ร้อยละ
................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้นั ต่ำทก่ี ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ.............................
ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................
2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมินคดิ เปน็
ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ้ันตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ................
ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................
3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................
พบวา่ นกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ได้แก่ ........................................................................................................................................................................
3. ปญั หาและอุปสรรค
กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มีนกั เรยี นท่ีไม่สนใจเรียน
อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่อื ง ......................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นทีไ่ มผ่ ่านการประเมนิ ..................................................................................
.......................................................................................................................................................
ไม่มขี อ้ เสนอแนะ
ลงชื่อ ผสู้ อน
( นายพีระ เหมอื ดนอก )
วนั ที…่ …..../................../................
ความคิดเห็นของหัวหน้ากลมุ่ สาระฯ ความคดิ เห็นของหัวหน้างานวชิ าการ
1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2.การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่ีเน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง ทีเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง
เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกต่างกันของผ้เู รียน เหมาะสมกับศกั ยภาพทแ่ี ตกต่างกันของผเู้ รียน
ท่ยี งั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป ท่ยี งั ไมเ่ น้นผูเ้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้
นำไปใช้ไดจ้ ริง ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้ นำไปใชไ้ ด้จรงิ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….
ลงชื่อ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )
แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
42
1 ครใู ห้นกั เรียนดภู าพผหู้ ญงิ สองคนคุยกนั และครูถามนักเรยี นวา่
What does Pam say? She says_____
(She says my name is Pam.)
ครพู ูดกบั นกั เรียนซำ้ อกี ครงั้ ว่า
She says her name is Pam, isn’t it? Whose name is Pam?
(Her name.)
Yes, she says her name is Pam.
And what does another lady say?
(Glad to meet you.)
Who is glad? (She is.)
She says she is glad to meet you, isn’t it? เมือ่ ครพู ดู you ครูตอ้ งชีไ้ ปท่นี ักเรยี น
(No, she says she is glad to meet Pam.)
Good!
ค รู เ ขี ย น She says her name is Pam. แ ล ะ She says she is glad to meet Pam.
บนกระดาน
2 ครูอธิบายว่าประโยคนี้เรียกว่า Reported speech ครูอธิบายความแตกต่างระหว่างประโยค
direct speech กบั indirect speech
Direct speech คือประโยคท่ีมีส่วนท่ีเป็นคำพูดของผู้พูดท่ียังไม่ไดม้ ีการเปลี่ยนแปลงข้อความท่ีพูด
โดยมเี ครอื่ งหมายคำพูดครอบไว้
3 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าประโยค direct speech มี 2 ส่วน คือ Reporting speech ซึ่งเป็นส่วนที่
บอกว่าใครพูดและพูดกับใคร กับ reported speech คือส่วนที่เป็นคำพูดซึ่งอยู่ในเคร่ืองหมายคำพูด เป็นส่วนท่ีเราจะ
นำมารายงานวา่ เขาพูดว่าอยา่ งไร สองส่วนนี้เชอ่ื มกันดว้ ย comma (,)
Reporting speech Reported speech
Pam says, “My name is Pam.”
Anwar says, “I am from Britain.”
แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
43
Gloria says to Nick, “I can speak English fluently.”
Dad said to Anwar, “You can’t wear earrings.”
ครูอธิบายว่าในการทำ indirect speech ซ่ึงเป็นประโยคที่เรานำคำพูดของผู้อื่นมาเล่าให้นักเรียน
สังเกตว่า ถ้าส่วนหน้า reporting speech มีแต่ผู้พูดจะใช้ say เหมือนเดิม แต่ถ้าระบุผู้พูดและผู้ฟังจะใช้ tell และการ
เ ช่ื อ ม ป ร ะ โ ย ค ส่ ว น ห น้ า reporting speech กั บ ส่ ว น ห ลั ง reported speech จ ะ
เช่ือมด้วย that ซึ่งจะใส่ thatไว้หรือไม่ก็ได้ และครูบอกนักเรียนว่าเม่ือจะถอดเคร่ืองหมายคำพูดออก
ต้องเปลี่ยนคำนามหรือสรรพนามที่ หมายถึงผู้พู ด หรือผู้ฟังให้เป็น สรรพ นามท่ีคล้อยตามคน พูดหรือ
คนฟงั ในสว่ น reporting speech ด้วย
Pam says , “My name is Pam”
Pam says that her name is Pam
Gloria says to Nick, “I can speak English fluently.”
Gloria tells Nick (that) she can speak English fluently.
Dad said to Anwar, “You can’t wear earrings.”
Dad told Anwar (that) he couldn’t wear earrings.
4 ครูให้นักเรียนสังเกตว่าถ้าการพูดเกิดข้ึนในปัจจบุ ันข้อความท่ีถูกพูดก็ยังคงเป็นปัจจุบันอยู่ แตถ่ ้าการพูด
เป็นอดีตข้อความที่ถกู พูดกจ็ ะเป็นอดีตมากกว่าเมอื่ ตอนทพี่ ดู เน่ืองจากเวลาท่ีพดู ไว้ได้ผา่ นไปแลว้ ดังตวั อยา่ งสดุ ท้าย
5 ครูเขียนประโยคต่อไปนบี้ นกระดาน
He said to me, “Do you like your job?”
She said, “Where is my phone?”
จากนัน้ ครอู ธบิ ายวา่ หากต้องการรายงานการถามคำถามเราต้องเปล่ียนคำว่า say หรอื tell เป็น ask
และใช้ตัวต้ังคำถาม (wh-word) เป็นตัวเช่ือม หากไม่มีตัวตั้งคำถามให้ใช้ if หรือ whether เป็นตัวเชื่อมแทน แล้ว
ทำส่วนของประโยคคำถามท่ีเหลือให้เป็นประโยคบอกเล่า ตรวจสอบว่ากริยา “พูด” อยู่ในรูปอดีตหรือไม่ ถ้าเป็น
อดตี ขอ้ ความทเี่ หลือจะตอ้ งทำการ more past คือทำใหเ้ ปน็ อดตี กว่าเดมิ 1 ข้ัน ดังตัวอย่างตอ่ ไปนี้
แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา
44
She said, “Where is my phone?”
She asked where her phone was
He said to me, “Do you like your job?”
He asked me if I like my job.
6 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Grammar แบบฝึกหัดข้อ 1 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 64 โดยเขียนประโยคใหม่ในรูปแบบ reported speech เมื่อเสร็จแล้วครูให้นกั เรียนอาสาสมัครออกมา
อ่านคำตอบของตนเองใหเ้ พอ่ื นฟัง ครูช่วยแนะนำแก้ไขให้ถกู ต้อง
7 ครูใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรม Grammar แบบฝึกหัดข้อ 5 ในหนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 65 โดยให้เขียนประโยค reported question และใช้ข้อความที่ให้มาเป็นแนวทางในการเขียน ครูให้นักเรียน
อาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบของตนเองบนกระดาน ครูช่วยแนะนำแก้ไข และตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
8 ครูประเมินการเขียนรายงานคำพูดจากคำตอบท่ีถูกต้องในการทำกิจกรรม โดยใช้เกณฑ์ผ่านรอ้ ยละ
70
9 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 1-4 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 30 เพ่ือ
เป็นการทบทวน
แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา
45
9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)
หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้
ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ ค่าในอปุ กรณ์การเรียน
หลักมีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลักการทางสังคม
การแกป้ ัญหาโดยใชห้ ลักการทางสังคม
หลกั สรา้ งภมู คิ ุ้มกนั ในตวั ทด่ี ี การมีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ
การวางแผนในการทำงาน
เง่ือนไขความรู้ นักเรียนมคี วามรู้คำศัพท์เกีย่ วกบั พหุวฒั นธรรม
เงื่อนไขคุณธรรม มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซ่ือสตั ย์ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
การบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงือ่ นไข
พอประมาณ ความรู้
มเี หตุผล คุณธรรม
มภี ูมคิ มุ้ กนั ในตวั ท่ดี ี
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ
เศรษฐกิจ สังคม สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม
10. สือ่ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 64
11. การวดั ประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวัด
สงิ่ ทีต่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศัพทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝกึ หัด
เกย่ี วกบั พหุวัฒนธรรม - แบบบันทึกคะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด
แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
46
บันทึกหลงั สอนแผนการสอนท่ี ............
1. ผลการสอนระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................
2. ผลทีเ่ กิดกับผเู้ รียน
1.) การประเมินผลความร้หู ลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นกั เรยี นผา่ นการประเมินคดิ เปน็ ร้อยละ
................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้นั ต่ำทีก่ ำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ.............................
ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................
2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรยี นผา่ นการประเมินคดิ เปน็
ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ้ันตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ................
ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................
3.) การประเมนิ ด้านคณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................
พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ นั้ ต่ำท่ีกำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ..................
ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา
มีนกั เรยี นท่ีไม่สนใจเรียน
อนื่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่อื ง ......................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นท่ีไมผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................
.......................................................................................................................................................
ไม่มขี อ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ ผสู้ อน
( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )
วนั ที…่ …..../................../................
ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลมุ่ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ งานวิชาการ
1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ที่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง ที่เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง
เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกต่างกันของผ้เู รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพทแ่ี ตกต่างกนั ของผ้เู รียน
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้
นำไปใช้ไดจ้ ริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ นำไปใช้ไดจ้ ริง ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….
ลงชื่อ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )
แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา
47
1 ครูเขียนประโยค Thailand is my home. บนกระดาน และให้นักเรียนเปลี่ยนเป็น indirect
speech (She said Thiland is her home.)
2 ครูทบทวนโครงสร้าง indirect speech พร้อมให้นักเรียนอภิปรายเพ่ือเปรียบเทียบความแตกต่าง
ระหวา่ งประโยค direct speech กบั indirect speech
3 ครูเขียนประโยคคำถามเหล่านีบ้ นกระดาน
Our new Chinese teacher can speak English, can’t she?
You are the leader of the class, aren’t you?
จากนั้นครอู ธบิ ายวา่ ประโยคเหล่าน้ีใช้ในการถามเพ่ือตรวจสอบข้อมูล ผูถ้ ามจะบอกข้อมูลท่ีต้องการ
ตรวจสอบมากอ่ นแล้วถามต่อทา้ ยเพ่ือตรวจสอบ จงึ มสี ว่ นของคำถามสั้นๆ คือ can’t she? / aren’t you? ซึ่งคำถาม
ส้ันๆ นี้มีแค่กริยาช่วยและประธานที่เป็นสรรพนามของประโยคข้อมูล โดยคำถามจะถามในรูปประโยคบอกเล่าหรือ
ปฏิเสธตรงขา้ มกบั ข้อมลู ดงั น้ี
ข้อมูลบอกเล่า สว่ นคำถามปฏิเสธ
ข้อมลู ปฏิเสธ สว่ นคำถามบอกเลา่
Information Question tag
Our new Chinese teacher can’t speak can she?
English,
You are the leader of the class, aren’t you?
He went out last night , didn’t he?
You won’t do that again , will you?
She looks nice , doesn’t she?
I am not late , am I?
I am late , aren’t I?
4 ค รูให้ นั ก เรีย น ท ำ กิ จ ก รรม Grammarแ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 2-4ใน ห นั งสื อ เรีย น SPRINT3
STUDENT’S BOOK หน้า 64 โดยให้ทำแบบฝึกหัดข้อ 2 ด้วยการเติม say หรือ tell ให้เป็นรูป Tense ท่ีสอดคล้องกับ
แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา