The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaimath2514, 2021-11-09 03:49:07

ภาษาอังกฤษ 6 ม 3

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

148

11 1 ครูให้นักเรียนเล่นเกม Matching Mission โดยให้นักเรียนจับกลุ่มๆละ 4 คน โดยแต่ละกลุ่มจะได้
แถบชื่อองค์กร และ ภารกิจขององค์กร ซึง่ นกั เรยี นจะต้องช่วยกนั จบั คภู่ ารกิจนีใ้ หส้ ำเรจ็ ภายใน 5 นาที

Organisation
WWT
Friends for the earth
VSO
Greenpeace
Oxfam
AI

Mission
help with education
save the ecological environment
save the ecological environment
fight for the rights of women
save the ecological environment
Defends prisoners

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

149

Key Missions
save the ecological environment
Organisations save the ecological environment
WWT help with education
Friends for the earth save the ecological environment
VSO fight for the rights of women
Greenpeace Defends prisoners
Oxfam
AI

2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 4 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 79 โดยจับคู่ชื่อ
ประเทศกับช่ือเมืองหลวง แล้วครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังเพื่อตรวจคำตอบ ครูให้
นักเรยี นฟังเรือ่ งอีกคร้ังและเตมิ คำในชอ่ งว่างช่องละ 1 คำ ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาบอกคำตอบใหเ้ พ่ือนๆ ฟัง
ครูตรวจสอบความถูกต้อง ครูประเมนิ การฟังและเข้าใจข้อมูลต่างๆได้จากคำตอบท่ีถูกตอ้ งจากการทำแบบฝกึ หดั ข้อ
4 โดยใช้เกณฑ์การผา่ นร้อยละ 70

3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝกึ หดั ขอ้ 7 โดยให้ดภู าพหมออาสาทชี่ ่วยรักษาคนยากจนในประเทศแถบอาฟ
รกิ าและพูดตอบคำถามทเี่ ก่ยี วกับภาพ ครใู หน้ ักเรียนอาสาสมัครออกมาบอกคำตอบใหเ้ พื่อนๆ ฟัง ครูตรวจสอบความ
ถูกต้อง ครูประเมินการพูดให้ข้อมูลเก่ียวกับภาพได้จากคำตอบท่ีถกู ต้องจากการทำแบบฝกึ หดั ข้อ 7โดยใชเ้ กณฑ์การ
ผา่ นร้อยละ 70

4 ครูให้นั กเรียน ท ำแบ บ ฝึกหัดข้อ 8 โดยให้อ่ าน รายงาน เก่ี ยวกับ อาสาสมัครท่ีทำงาน
ในเวียดนาม แลว้ เขียนรายงานที่คล้ายกันเกี่ยวกับประเทศในบทเรียนนี้เพ่ือตระหนักถึงความมีจิตอาสาโดยใช้บันทึก
ขอ้ ความขา้ งล่าง ครูให้นักเรียนสลบั กนั อ่านเพ่ือตรวจสอบความถกู ต้องก่อนนำส่งครู ครูประเมินการเขียนเล่าเรื่องบคุ คล
จากข้อมูลที่ใหไ้ วไ้ ด้จากการทำแบบฝึกหดั ขอ้ 8 ดว้ ยแบบประเมนิ การเขยี น โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ ผา่ นระดับ “ดี”

5 ครูบอกนักเรียนว่าจะได้ฟังเร่ืองของ Sandra นักเรียนจะต้องฟังและเลือกคำตอบท่ีถูกต้อง ครเู ปิด
เสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังและปฏิบัติตามท่ีตกลงกันไว้ ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมา
บอกคำตอบทน่ี กั เรยี นเลอื กให้เพอื่ นๆ ฟงั ครูช่วยอธบิ ายแก้ไขให้เข้าใจถกู ตอ้ ง

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

150

6 ครูให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ข้อ 4 โดยเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรยี น ให้นักเรียนฟงั และ
เตมิ ข้อความลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ ครูสุ่มเรยี กนักเรียนตอบคนละคำตอบ โดยครูเป็นผู้ช่วยอธิบายข้อสงสัยใหเ้ ข้าใจ
ชัดเจน

7 ครูให้ นั กเรียนทำแบ บฝึ กหั ด Reading ข้ อ 1-2 และ writing ข้ อ 5 ในหนั งสือ SPRINT 3
WORKBOOK หน้า 38-39 เป็นการทบทวน
ชั่

แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

151

9. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 ห่วง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุ้มคา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลกั การทางสงั คม

หลักสร้างภูมคิ ุ้มกนั ในตัวทีด่ ี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่อื นไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เกี่ยวกบั NGOs

เงือ่ นไขคุณธรรม มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสตั ย์ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมคิ ้มุ กันในตัวที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 79

11. การวัดประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ์การวัด
ส่ิงทตี่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การบอกช่อื องคก์ ร และภารกจิ - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

152

บนั ทกึ หลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรหู้ ลงั การเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑ์ขน้ั ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมินคิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ั้นต่ำทก่ี ำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมินคิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ ที่กำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรียนท่ไี ม่สนใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ท่ีเน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่ีแตกต่างกันของผเู้ รยี น เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป  ที่ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

153

1 ครูให้นักเรียนปิดหนังสือเพ่ือทบทวนช่ือองคก์ รท่ีกล่าวถึงในหน่วยการเรียนรนู้ ี้ โดยให้นักเรียนจับคู่
กับเพื่อนแล้วครูให้เวลา 2 นาทีในการเขียนชื่อองค์กรและพันธกิจขององค์กร โดยครูพยายามให้นักเรียนใช้
ภาษาองั กฤษใหม้ ากที่สดุ จากน้ันให้นักเรยี นเปิดหนงั สือย้อนดชู อ่ื องค์กรท่ีนกั เรยี นไมไ่ ด้เขียน

2 ครูให้นักเรียนดู Test your competences ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
ห น้ า 80 แ ล ะ ดู Exam practice ใ น ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 81
ครอู ธิบายการทำแบบทดสอบ

3 ครูยกตัวอย่างข้อสอบเพ่ือให้นักเรียนทดลองทำ Test your competences 5-6 และ Exam
practice 5-6 ในหนงั สือเรยี น SPRINT 1 STUDENT’S BOOK หน้า 80-81 อยา่ งละ 1 ข้อ

4 นั ก เรี ย น ท ำแ บ บ ท ด ส อ บ Test your competences 5-6 แ ล ะ ท ำ Exam practice 5-6
ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 80-81 โดยเน้นย้ำให้นักเรียนตั้งใจทำแบบทดสอบเพื่อเป็นการวัด
ความร้แู ละพฒั นาตนเอง

5 นักเรียนทำแบบทดสอบประจำหนว่ ยที่ 6

6 ค รู เฉ ล ย Test your competences ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 80 นักเรียนแลกกันตรวจ หลังจากตรวจเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนกรอกคะแนนลงในช่องคะแนน 5 หัวข้อ และ
ชอ่ งคะแนนรวม My final score is . จากน้ันให้นักเรียนประเมินตนเองลงใน Self-evaluation ด้วยการเลือกใส่
เครื่องหมาย ( ✓) ลงในด้านทักษะคำศัพท์ (lexical competences) ทักษะการสื่อสาร (communicative
competences) ทักษะด้านไวยากรณ์ (grammatical competences) และเขียนสิ่งท่ีนกั เรียนต้องการทบทวนลงใน
ช่อง I need to review

7 ครูเฉลย Exam practice 5-6 ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S BOOK หน้า 81 นักเรียนแลกกัน
ตรวจ

8 ครูเฉลยแบบทดสอบประจำหน่วยที่ 6 แล้วให้นักเรียนแลกกันตรวจ ทั้งนี้ครูเน้น ให้นักเรียนมีความ
ซือ่ สัตย์เสมอ

9 ครูแจ้งผลการสอบทงั้ 3 แบบ ใหน้ ักเรียนทราบ และกล่าวคำชนื่ ชมและติดรายชื่อนักเรียน
ทไ่ี ด้คะแนนดีเดน่ 3 ระดับไวท้ ่ีปา้ ยนิเทศเพ่อื ให้นกั เรยี นเกิดความภาคภูมใิ จ

แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

154

9. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 ห่วง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุ้มคา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมเี หตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลกั การทางสงั คม

หลักสร้างภูมคิ ุ้มกนั ในตัวทีด่ ี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่อื นไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เกี่ยวกบั NGOs

เงือ่ นไขคุณธรรม มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสัตย์ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมคิ ้มุ กันในตัวที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดล้อม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 80

11. การวัดประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ์การวัด
ส่ิงทตี่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การบอกช่อื องคก์ ร และภารกจิ - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

155

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรูห้ ลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ ทก่ี ำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ั้นตำ่ ทีก่ ำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้ันต่ำทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรยี นท่ไี มส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีข้อเสนอแนะ

ลงช่อื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วนั ที่……..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ

1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ท่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกตา่ งกนั ของผเู้ รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพทแี่ ตกตา่ งกันของผเู้ รยี น

 ท่ียงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป  ทีย่ งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

156

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3

รายวชิ า อ 23102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 เร่อื ง Sustainable living
ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก เวลา 15 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด
สาระที่ 1: ภาษาเพ่อื การสอื่ สาร

มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/2, ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/2,
ต 1.2 ม. 3/3, ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/5 , ต 1.3 ม. 3/2
สาระที่ 2: ภาษาและวฒั นธรรม
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/2
สาระที่ 3: ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุม่ สาระการเรียนรู้อื่น
มฐ. ต 3.1 ม. 3/1
สาระที่ 4: ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กับชุมชนและโลก
มฐ. ต 4.1 ม. 3/1

2. เปา้ หมายการเรียนรู้
1. อา่ นและเขา้ ใจบทความเก่ียวกบั ความเป็นอยแู่ บบ Green living ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.2 ม.3/5, ต 2.2 ม. 3/2, ต 4.1 ม. 3/1
2. พดู แนะนำวถิ ีทไี่ มท่ ำลายธรรมชาติโดยใช้ Modal verb ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/2, ต 1.3 ม. 3/2, ต 2.1 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/1
3. ฟงั และเข้าใจบทสนทนาเรอ่ื ง I don’t want to cycle ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4, ต 2.2 ม. 3/2
4. บอกความหมายของคำศพั ท์และนำไปใช้ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/2, ต 1.1 ม. 3/3
5. สนทนาถาม-ตอบความต้องการในการกระทำได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/4, ต 2.2 ม. 3/1
6. เขียนประโยคตามสถานการณต์ ่างๆโดยใช้ Modal verb ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/3, ต 2.2 ม. 3/1
7. เขียนประโยคทใ่ี ช้ verb pattern ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/3, ต 2.2 ม. 3/1
8. เขยี นประโยคทีใ่ ช้โครงสรา้ ง adjective + preposition ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/5, ต 2.1 ม. 3/1,

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

157

9. ฟงั และเข้าใจการออกเสียง informal contractions ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/2

10. พดู สนทนาเกย่ี วกับร้านขายอาหารปลอดสารพิษ (organic food) ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.3 ม. 3/2, ต 2.1 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/1

11. อ่านและเขา้ ใจเกีย่ วกับโรงเรียนท่ีเปน็ มติ รกับสง่ิ แวดลอ้ มได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/2, ต 1.2 ม. 3/4

12. ฟงั และเขา้ ใจเกย่ี วกบั การปรบั ปรุงโรงเรยี นให้เปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ มได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/4

13 พูดแนะนำการปรบั ปรงุ โรงเรยี นให้เป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อมได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.3 ม. 3/2, ต 2.2 ม. 3/1, ต 3.1 ม. 3/1

14 เขียนจดหมายรายงานปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขในการปรบั ปรงุ โรงเรยี นให้เปน็ มติ ร
กับสิง่ แวดลอ้ มได้
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, ต 4.1 ม. 3/1

15. บอกขอ้ มูล/เปรียบเทียบวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยได้
มฐ. ต 1.2 ม.3/5, ต 1.3 ม.3/2, ต 1.3 ม.3/3, ต 2.2 ม.3/2, ต 3.1 ม.3/1, ต 4.1 ม.3/1

16. สรปุ ใจความสำคัญและตอบคำถามจากการอา่ นข้อเทจ็ จรงิ เก่ยี วกับสหราชอาณาจักรได้
มฐ. ต 1.1 ม.3/4, ต 1.2 ม.3/4, ต 1.3 ม.3/2, ต 2.1 ม.3/2, ต 4.1 ม.3/1

3. ทักษะ/กระบวนการ
การอ่าน : การอา่ นหาขอ้ มลู การอา่ นจบั ใจความสำคญั อ่านบทความเก่ียวกบั การเป็นอยู่
แบบเป็นมติ รกับสงิ่ แวดลอ้ ม
การฟัง : การฟังหาข้อมูล การฟังจบั ใจความสำคัญ การฟังบทสนทนา
การพูด : การพูด-ใหข้ ้อมูล พดู รายงานข้อมูล พูดแนะนำ การพูดให้เหตผุ ล
การพูดบรรยาย พดู แสดงความคิดเหน็
การเขียน : การเขยี นแสดงความคิดเห็น เขยี นจดหมายบอกปัญหาและเสนอแนะ

4. ความสัมพันธก์ ับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื
1. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. การใช้ทกั ษะชีวิต
2. การคิด
3. การแกป้ ญั หา
4. การส่อื สาร

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

158

6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. อยู่อย่างพอเพียง
2. มจี ิตสาธารณะ

7. การประเมินผลและหลักฐานการเรยี นรู้ วธิ ีวัดผล/เครื่องมือ ประเมนิ หลกั ฐานการเรียนรู้

เปา้ หมายการเรียนรู้ - การตรวจแบบฝกึ หัด - แบบบนั ทึกคะแนนใน
- การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หดั
หน่วยการเรียนรู้ย่อยท่ี 1 - การตรวจแบบฝกึ หดั - แบบบนั ทึกคะแนนใน
สิง่ ทผี่ ูเ้ รียนควรรู้ การตรวจแบบฝึกหดั
• รูปแบบ Modal Verbs-Review - แบบบนั ทึกการตรวจ
สงิ่ ท่ผี เู้ รยี นตอ้ งร้แู ละปฏิบัติได้ แบบฝกึ หดั
• เรยี นรู้โครงสร้าง Must, Can, Should
ความเข้าใจที่คงทน
• ใช้ Modal Verbs ถกู ต้อง

หนว่ ยการเรียนรยู้ ่อยที่ 2 - การตรวจแบบฝึกหัด - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
สง่ิ ท่ีผ้เู รยี นควรรู้
• รปู แบบ Verb Patterns การตรวจแบบฝกึ หดั
สิง่ ทผ่ี เู้ รียนต้องปฏบิ ัติได้
• เรียนรู้การใช้คำกริยาไดต้ ามโครงสร้าง - การตรวจแบบฝึกหดั - แบบบนั ทึกคะแนนใน
ความเข้าใจทีค่ งทน
• พดู และเขียนคำกรยิ าตามโครงสร้าง การตรวจแบบฝกึ หัด

เป้าหมายการเรยี นรู้ - การตรวจแบบฝกึ หัด - แบบสงั เกตพฤติกรรม
หน่วยการเรยี นรยู้ อ่ ยท่ี 3
สิง่ ท่ผี เู้ รียนควรรู้ การพูด
• รปู แบบ Verb Patterns
ส่ิงที่ผ้เู รียนต้องปฏิบัตไิ ด้ วิธีวัดผล/เครื่องมอื ประเมิน หลักฐานการเรียนรู้
• เรียนรู้การใช้คำกรยิ าไดต้ ามโครงสร้าง
ความเข้าใจทค่ี งทน - สงั เกตการตอบคำถาม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
• พดู และเขยี นคำกริยาตามโครงสร้าง - การตรวจแบบฝึกหดั การตอบคำถาม
- การตรวจแบบฝกึ หัด - แบบบนั ทึกคะแนนการ
หนว่ ยการเรียนรู้ยอ่ ยที่ 4 ตรวจแบบฝกึ หดั
สิ่งทีผ่ ู้เรยี นควรรู้ - แบบบนั ทกึ การตรวจ
• การสอบปากเปลา่ แบบฝกึ หัด

- สงั เกตการพูดอธบิ าย - แบบสังเกตการพูด

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

ส่งิ ทผ่ี ้เู รียนต้องรแู้ ละปฏิบตั ิได้ - การตรวจแบบฝึกหัด 159
• การออกเสียง/การพูด - สงั เกตการพูดอธบิ าย
ความเข้าใจทีค่ งทน - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การออกเสียง/การพูดได้ - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝกึ หดั
-สังเกตการพูด - แบบสงั เกตการพดู
หน่วยการเรียนร้ยู ่อยท่ี 5
สิง่ ที่ผเู้ รยี นควรรู้ -แบบบนั ทึกคะแนนใน
• รู้จกั การใช้ภาษาเพือ่ แสดงความคิดเหน็ / การตรวจแบบฝกึ หดั
ความรู้สกึ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
สง่ิ ท่ีผู้เรยี นต้องรแู้ ละปฏิบตั ิได้ การอ่าน
• สามารถใชภ้ าษแสดงความคิดเหน็ /ความรสู้ ึก
ความเข้าใจทคี่ งทน
• พดู และเขียนเพ่อื แสดงความคิดเหน็ และ
ความรสู้ ึก

8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

160

1 ครูให้ นั ก เรีย น อ่ าน ช่ื อ เร่ื อ งท่ี จะ เรีย น ใน ห นั งสื อ เรีย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 82 และครูบอกว่า We are going to study about sustainable living. Do you know what sustainable
means? ครูให้นกั เรียนเดาความหมายของ Sustainable living และเขยี นไว้บนกระดาน

Key : causing little or no damage to the environment and therefore able to
continue for a long time.

2 ให้ นั กเรียน ทำแบ บฝึ กหั ดข้ อ 1 ในหนั งสื อเรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้ า 82
โดยดูภาพประกอบและถามนกั เรียนถงึ สงิ่ ที่เหน็ ดงั นี้

What can you see in the pictures?
(coffee / drinking water/ fruits/ a girl and her mother)
There are eight pictures or four pairs for you to choose. Now do the
pairwork in activity 1. Decide which pictures are about sustainable living.

จากน้ันครูให้นักเรียนจับคู่ภาพท่ีมีอยู่ 4 คู่ ภาพ A-H โดยให้นักเรียนดูภาพใดควรจะเลือกกระทำ
เพ่อื สำรวจวา่ นักเรยี นมีความสนใจต่อส่งิ แวดล้อมแค่ไหน โดยครถู ามนักเรียนว่า

Between A and D, which do you choose to do? And why?
(A. After drinking water, I won’t leave any garbage.)

ครถู ามนักเรียนเชน่ นจี้ นครบทุกภาพ
3 ครอู ธบิ ายคำศัพท์ให้นักเรียนฟัง โดยยกตัวอยา่ งใหน้ กั เรยี นเดาความหมาย เชน่

homemade : My sister made these cup cakes by herself and she sold her
homemade cup cakes at the flea market. What does ‘homemade’
mean in Thai?

pre-packed : There are many pre-packed food sold at 7eleven. Most of
them are produced by CP. What does ‘pre-packed’ mean
in Thai?

afford : That old man is very poor, he can’t afford to buy new shoes.
What does ‘afford’ mean in Thai?

แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

161

reusable : This gift box is reusable. I will keep it and use it again. What
does ‘reusable’ mean in Thai?

turn..off : Before going out of the room, be sure to turn the light and the
electric fan off. What does ‘turn..off’ mean in Thai?

mostly : People in the world mostly use English as an official language.
What does ‘mostly’ mean in Thai?

4 ครูให้ นั กเรียน อ่ านคำถามใน แบ บ ฝึ กหั ดข้ อ 4 ใน หนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 83 เพื่อเป็นเป้าหมายในการอ่านเรื่อง Greenmark’s Blog นักเรียนช่วยกันแปลคำถามทีละ
ข้อจนครบ แล้วครูใหน้ ักเรยี นอา่ นเรอ่ื งอีกครั้ง แล้วตอบคำถาม จากน้ันครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบ
ของตนให้เพ่ือนฟงั ครูช่วยแนะนำแกไ้ ขให้ถกู ต้อง ครปู ระเมนิ การอ่านและเข้าใจบทความเก่ียวกับ Green living ได้
จากคำตอบท่ีถูกตอ้ ง โดยผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ 70

5 ครู ให้ นั ก เรี ยน ท ำแ บ บ ฝึ กหั ด Vocabulary ข้ อ 1-2 ใน ห นั งสื อ SPRINT 3 WORKBOOK
หน้า 40 ดงั นี้

แบบฝึกหัดข้อ 1 ให้นักเรียนจับคู่คำศัพท์ที่มีความหมายสัมพันธ์กัน จากนั้นครูให้นักเรียน
อาสาสมคั รออกมาบอกคำตอบของตนและแปลความหมาย ครชู ว่ ยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง

แบบฝึกหัดข้อ 2 ให้นักเรียนนำสำนวนคำศัพท์ที่ได้จากแบบฝึกหัดข้อ 1 มาจำแนกว่าเป็น Green
living หรือเป็น Bad impact on the environment จากน้ันครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาบอกคำตอบของตน
ครูชว่ ยแนะนำแกไ้ ขให้ถกู ต้อง

6 นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการใช้ชีวิตแบบไม่ทำลายส่ิงแวดล้อม โดยยกตัวอย่าง
คนละ 1 วธิ ี และรว่ มกนั โหวตวิธีทยี่ อดนิยมทีส่ ุด 3 ลำดับ

7 นกั เรียนจดคำศัพทใ์ หมพ่ รอ้ มความหมายลงในสมุด

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

162

9. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เงือ่ นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุม้ คา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสังคม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลักการทางสงั คม

หลักสร้างภูมิคมุ้ กนั ในตัวที่ดี การมีนำ้ ใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นกั เรียนมคี วามรู้เก่ยี วกับการใชช้ วี ติ พอเพียง

เงอ่ื นไขคุณธรรม มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ ซ่อื สตั ย์ มุ่งม่ันในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี มู คิ ุม้ กนั ในตวั ทด่ี ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สงั คม ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรม

10. ส่อื / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 82

11. การวัดประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวัด
ส่งิ ทต่ี อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การใชช้ วี ิตไม่ทำลายส่งิ แวดลอ้ ม - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

163

บันทึกหลงั สอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเี่ กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรหู้ ลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขน้ั ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ั้นต่ำทก่ี ำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นักเรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรียนท่ไี มส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนท่ไี ม่ผ่านการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีข้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ ความคดิ เห็นของหัวหน้างานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเ่ี น้นผ้เู รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ท่ีเนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผเู้ รยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแี่ ตกต่างกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไมเ่ น้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป  ที่ยงั ไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

164

1 ครูให้นักเรียนดูหนังสือเรียน SPRINT3STUDENT’SBOOKหน้า83แล้วอ่านGreenmark’s blog
จากนน้ั ครถู ามนักเรยี นว่า

Where is this article presented?

(It is on a blog.)
You can see the title of the blogs and the titles of each page.
This blog is about green living.
What is the meaning of “green”?
(Not harm or destroy the environment./Save the environment.)

2 ครูสอน คำศัพ ท์ :- sustainable, homemade, pre-packed, reusable, bottled, turn...off,

mostly, development และ compromising โดยครูชูบัตรคำ/เขียนคำศัพท์บนกระดาน/ฉายคำ ทีละคำ ครูให้

นักเรียนสะกดคำ แล้วลองอ่านคำ ถ้านักเรียนพูดผิดหรือพูดไม่ได้ ครูพูดให้นักเรียนฟังคำละ 2-3 คร้ัง และให้สังเกตเสียง

เน้นในคำ (word stress) นกั เรียนพูดตามพร้อมกันทั้งห้อง ทลี ะกล่มุ และสุ่มทีละคน ครูให้นักเรียนบอกความหมายของ

คำศัพท์ ถ้านกั เรียนไม่ทราบ ครูอ่านบริบทจากช่องคำแปลภาษาองั กฤษที่อยู่ในคู่มือครูบทเรียนยอ่ ยท่ี 1
ให้นกั เรยี นชว่ ยกนั เดาและบอกความหมายด้วยประโยค
Teacher: What does “sustainable” mean?
Students: It means .

3 ทำกิ จกรรม Presentation 1 แบ บ ฝึ กหั ดข้ อ 3 ใน หนั งสื อ เรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 83 อ่านบทความ ดงั น้ี

Pre-activity
1) ครูให้นักเรียนดูอ่านหัวข้อท่ีปรากฏในหน้า 83 และอ่านออกเสียงพร้อมกัน GREENMARK’S

BLOG

2) นั ก เรี ย น อ่ า น แ ล ะ ดู ค ำ ศั พ ท์ ใ น ใ น ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หน้า 83 และช่วยกันบอกความหมาย คำศัพท์:-feed, exploiting, organic, on tap, income,

fights และ wages

Key : ใหอ้ าหาร / การเอาเปรียบ / สารอนิ ทรยี ์ /บรรจภุ าชนะท่เี ตรยี มมาเอง/

รายได้ / การต่อสู้ / ค่าจา้ ง

ครูใหน้ กั เรยี นอาสาสมคั รออกมาอ่านคำศัพทแ์ ละคำแปล ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง แลว้ ให้นกั เรียน

อ่านพร้อมกัน 2 คร้ัง ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับวัฒนธรรมการซ้ือสินค้าแบบ on tap ซึ่งเป็นการประยุกต์นำหลัก

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

165

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรบั ใช้ในการดำเนนิ ชวี ติ ของนักเรียนทำใหน้ ักเรียนตระหนักถงึ คุณค่าทรพั ยกรและใชจ้ า่ ย
อยา่ งรคู้ ณุ ค่า ให้นกั เรยี นฟงั พร้อมแสดงรปู ภาพ

Self & Social Responsibility : On tap

การซ้ือสินค้าแบบ on tap เป็นการซ้ือท่ีเรานำภาชนะมาใส่สินค้าน้ันเอง มักจะมีมากในประเทศตะวันตก
เช่น การซอ้ื น้ำดม่ื สบู่ น้ำมนั ซงึ่ เป็นการลดการใชว้ ัตถุดบิ และช่วยรักษาสง่ิ แวดลอ้ ม
(ที่มา: http://www.unilever.com/sustainable-

living-2014/)
http://www.energylivenews.com/2014/06/27/commuters-get-free-drinking-water-to-cut-
carbon/

While-activity

3) ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนจะได้ ฟังเสียงอ่าน

บทความเร่ือง GREENMARK’S BLOG และขณะฟังให้ นักเรียนอ่าน

คลอตามเบาๆ พรอ้ มท้ังขีดเสน้ ใต้คำศพั ท์ที่นกั เรยี นไม่รู้ ค รู อ ธิ บ า ย

ค ำ ศั พ ท์ ย า ก บ าง ค ำ เพ่ื อ ช่ ว ย ใน ก า ร ฟั ง เช่ น

compromise / exploiting / local / organic / income ค รู

เปิ ด เสีย ง จ าก ซี ดี ป ร ะ ก อ บ บ ท เรีย น ฟังและ ปฏิบัติตามท่ี

บอกไว้

4) ครูอธบิ ายความหมายของ Green living เพิม่ เติมโดยบอกว่า

Green living is a state of mind. If you are living green you are probably

concerned about the environment, eating healthy, fair trade labor practices,

buying local, and activism.

Post-activity
5) นักเรียนช่วยกนั สรุปใจความสำคญั ของบทความ
6) ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั สรุปโครงสรา้ งของ modal verbs ท่ีปรากฏในบทอ่าน
7) นกั เรยี นจับคกู่ นั ตง้ั คำถามและหาคำตอบจากเร่อื งท่อี า่ น 1-2 ขอ้ ครสู ่มุ นักเรยี นออกมาถาม

เพือ่ นในห้องเรียนเพอ่ื เสรมิ สร้างความเข้าใจในบทความมากขึ้น
8) นกั เรยี นจดคำศพั ทใ์ หมล่ งในสมดุ พรอ้ มความหมาย

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

166

4 ครูให้ นั กเรียน อ่ านคำถามใน แบ บ ฝึ กหั ดข้ อ 4 ใน หนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 83 เพ่ือเป็นเป้าหมายในการอ่านเรื่อง GREENMARK’S BLOG นักเรียนช่วยกันแปลคำถามทีละข้อจน
ครบ แลว้ ครใู ห้นักเรียนอา่ นเรอื่ งอีกคร้งั แลว้ ตอบคำถาม จากน้ันครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของตน
ให้เพ่ือนฟัง ครูช่วยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง ครูประเมินการอ่านและเข้าใจบทความเก่ียวกับ Green living ได้จาก
คำตอบทีถ่ ูกตอ้ ง โดยผ่านเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 70

5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 1-2 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 40
ดังน้ี

แบบฝึกหัดข้อ 1 ให้นักเรีย7นจับคู่คำศัพท์ท่ีมีความหมายสัมพันธ์กัน จากนั้นครูให้นักเรียน
อาสาสมคั รออกมาบอกคำตอบของตนและแปลความหมาย ครชู ่วยแนะนำแก้ไขให้ถูกตอ้ ง
แบบฝึกหัดข้อ 2 ให้นักเรียนนำสำนวนคำศัพท์ที่ได้จากแบบฝึกหัดข้อ 1 มาจำแนกว่าเป็น Green
living หรือเป็น Bad impact on the environment จากนน้ั ครูให้นักเรียนอาสาสมคั รออกมาบอก
คำตอบของตน ครูช่วยแนะนำแกไ้ ขใหถ้ ูกต้อง

6 ครใู ห้นักเรียนเขยี นตามคำบอกในแบบฝกึ หัด Dictation ข้อ 6 ในหนังสอื SPRINT 3 WORKBOOK
หน้า 41 โดยครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังและเขียนข้อความเก่ียวกับการอนุรักษ์
สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ( Green living) ท่ี นั ก เ รี ย น ไ ด้ ฟั ง ล ง ใ น ส มุ ด แ บ บ ฝึ ก หั ด แ ล ะ
ให้นักเรียนฟังซำ้ อีกครง้ั เพื่อทบทวนแกไ้ ข เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบคนละประโยค แล้ว
ตรวจแก้พรอ้ มกนั บนกระดาน นักเรียนตรวจตามขอ้ ความบนกระดาน

7 นักเรียนจดคำศัพท์จากการอ่านเร่ือง GREENMARK’S BLOG:- feed, exploit, organic, on tap,
income, fights และ wages ลงในสมุดพรอ้ มความหมาย

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

167

9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เง่อื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุ้มคา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแกป้ ญั หาโดยใชห้ ลกั การทางสงั คม

หลักสร้างภมู ิคมุ้ กันในตัวทดี่ ี การมีน้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เกย่ี วกับ Green living

เงอื่ นไขคณุ ธรรม มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ซอื่ สัตย์ ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงอื่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี มู คิ ุ้มกนั ในตัวท่ดี ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. ส่อื / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 83

11. การวัดประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารวัด
สงิ่ ทต่ี อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

168

บันทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กิดกบั ผู้เรยี น

1.) การประเมนิ ผลความรูห้ ลงั การเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบว่านักเรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำท่ีกำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ั้นต่ำทก่ี ำหนดไว้คิดเปน็ รอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมินคดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ข้นั ตำ่ ที่กำหนดไว้คิดเปน็ รอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นทีไ่ มส่ นใจเรียน

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เร่อื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนที่ไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วนั ที่……..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความคดิ เหน็ ของหัวหน้างานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ทเี่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทีแ่ ตกตา่ งกนั ของผเู้ รียน เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทีแ่ ตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป  ทย่ี งั ไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

169

1 ครเู ขียนประโยคต่อไปน้ีบนกระดาน

We must start living sustainably.
We can do something to help.
We should buy local food.

2 ครูอธิบายโครงสรา้ งประโยคดังนี้

Subject + modal verb + verb (base)

โดยครูอธิบายว่า modal verb คือ กริยาท่ีใช้ประกอบกับกริยาหลักที่ไม่ผันรูป โดยmodal verb
จะทำหน้าท่ีคล้ายกรยิ าช่วยในการสร้างประโยคคำถามหรือประโยคปฏิเสธ และการนำมาใช้ตอ้ งคำนึงถึงสถานการณ์ เพราะ
คำกรยิ าเหล่าน้จี ะมีความหมายแตกต่างกันตามสถานการณท์ ่ีใช้ เชน่

can = สามารถ ในการพดู ถึงความสามารถในการทำ (ability)
= ได้ ในการอนุญาต (permission)

should = จะ ในการพูดถงึ เหตุการณอ์ นาคต ซง่ึ อาจแทนดว้ ย will
= ควรจะ ใช้ในการเสนอแนะ แนะนำ

must = ตอ้ ง
จากนนั้ ครเู ขียนประโยคต่อไปนีบ้ นกระดานเป็นตวั อย่างแกน่ ักเรยี น

Susan can speak French but I can’t.
Can you speak French?
You can go out if you finish your work.
Can I go to the restroom?
You cannot leave you bike here.

Modal verb จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้ประธานจะเปลี่ยนไป และใช้กับ infinitive หรือ verb
(base)

แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

170

3 ค รูให้ นั ก เรียน อ่ าน ค ำใน แ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 5 ใน ห นั งสือ เรีย น SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 83 และบอกความหมาย คำใดไมร่ ู้ครูช่วยบอกความหมายนั้น

(start = เร่ิมต้น / need to = จำเป็น ต้องการ / try to = พยายาม / can= สามารถ อนุญาต /
should = ควรจะ / shouldn’t = ไม่ควรจะ / must = ต้อง )
4 ครใู ห้นักเรยี นจับคู่ช่วยกันสนทนาแนะนำการกระทำท่ีไม่ทำลายธรรมชาติ(sustainable living) โดย
ใชค้ ำ modal verb ท่ีใหไ้ ว้ในแบบฝึกหัดข้อ 5 มาใชใ้ นการแตง่ ประโยคให้ได้มากท่ีสุด ครสู ังเกตการทำกิจกรรม และ
คอยให้คำแนะนำ ให้นักเรียนอาสาสมัคร 2-3 คู่มาสนทนาถามตอบหน้าชั้นเรียนให้เพ่ือนๆ ฟัง ครูคอยแนะนำแก้ไข
จากน้ันครูให้นกั เรียนรายงานผลของการทำกจิ กรรมให้เพ่อื นๆ ฟงั ทลี ะคนจนครบ โดยใชส้ ำนวนว่า

To become more sustainable, I think we …… ตามแนวตัวอย่างใน
แบบฝกึ หัดขอ้ 6 ในหนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 83
5 ครูประเมินการพดู แนะนำวธิ ที ไี่ ม่ทำลายธรรมชาติโดยใช้ Modal verb ได้ ดว้ ยแบบประเมินการพูด
โดยใชเ้ กณฑป์ ระเมินผ่านระดับ “ดี”

6 ครูเตรียมแถบประโยค (sentencestrip) เขียนข้อความโจทย์ในแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 3 ใน
หนังสอื SPRINT 3 WORKBOOK หนา้ 40 ประโยคละหนึง่ แถบ เช่น

No. 1
Rubbish is collected seperately and modified.

No. 2
This is not our consumer lifestyle at the moment.

ครเู ตรียมแถบประโยคไวค้ รบทุกประโยค คอื
1. Rubbish is collected seperately and modified.
2. This is not our consumer lifestyle at the moment.
3. If you do this with different materials, you will save money.
4. Cars, airplanes and industrial plants do this to the atmosphere.
5. We need to do this with electric cars’ batteries.
6. We should do this with the environment.
7. We need to do this in order to have energy and water for future gerations.
8. Don’t do this to forests or there won’t be enough oxygen in the future.
9. “Buy less, use less, waste less” can be summed up in a word.

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

171

และครูเตรยี มคำปรศิ นาของแต่ละข้อดงั น้ี back
No 1
front
R_ _ _ _ _ _

Word 1 R _ _ _ _ _ _
Word 2 S _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
Word 3 R _ _ _ _
Word 4 P _ _ _ _ _ _
Word 5 R _ _ _ _ _ _ _
Word 6 P _ _ _ _ _ _
Word 7 S _ _ _
Word 8 C _ _ D _ _ _
Word 9 R _ _ _ _ _
7 ครตู ิดคำปรศิ นาควำ่ หน้าไมใ่ ห้เห็นอักษรไว้บนกระดานเรียงตามหมายเลข 1-9
8 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมากลุ่มละ 1 คน นักเรียน
ตัวแทนคนที่ 1 เลือกบัตร Sentence band จากซองมา 1 แผ่น บอกหมายเลขที่ได้ให้นักเรียนตัวแทนคนที่ 2 ทราบ
และอ่านประโยคท่ีเขียนไว้ให้เพ่ือนๆ ฟัง นักเรียนตัวแทนคนที่ 2 จะเปิดคำปริศนาตามหมายเลขท่ีบอก เพ่ือนในแต่ละ
กล่มุ ต้องรบี ออกมาเขียนคำตอบบนกระดาน 1 คนว่าคำตอบคอื อะไร กลมุ่ ใดเขยี นเสรจ็ ก่อนและถูกต้อง จะเปน็ ฝ่ายได้
คะแนน
คำตอบ Word 1 R E C Y C L E

Word 2 S U S T A I N A B L E
Word 3 R E U S E
Word 4 P O L L U T E
Word 5 R E C H A R G E
Word 6 P R O T E C T
Word 7 S A V E
Word 8 C U T D O W N
Word 9 R E D U C E

9 ครใู ห้นักเรียนทำแบบฝกึ หัด Vocabulary ข้อ 3-4 ในหนงั สือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 40 โดย
เตมิ คำศัพท์ทีเ่ ป็นคำตอบลงในชอ่ งวา่ งชอ่ งละ 1 ตัวอักษร แล้วทบทวนอกี คร้ัง

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

172

9. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 ห่วง 3 เง่อื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคมุ้ คา่ ในอุปกรณก์ ารเรียน

หลักมีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแก้ปญั หาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลกั สร้างภมู ิคมุ้ กนั ในตวั ทดี่ ี การมีนำ้ ใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้เกยี่ วกบั กริยาช่วย (Modal Verbs)

เง่อื นไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซอื่ สตั ย์ มงุ่ มั่นในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงื่อนไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี มู คิ ุ้มกนั ในตัวทด่ี ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอ้ ม วัฒนธรรม

10. ส่ือ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 83

11. การวัดประเมนิ ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์การวัด
สง่ิ ทีต่ ้องการวดั - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การใช้ Can, Could, Must - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

173

บันทึกหลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้ัน มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลที่เกดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรหู้ ลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ต่ำทก่ี ำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ น้ั ต่ำท่ีกำหนดไวค้ ิดเปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมินคดิ เป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ต่ำที่กำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

 มนี ักเรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรียนทไ่ี มส่ นใจเรยี น

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทไี่ มผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ขี อ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วนั ท่…ี …..../................../................

ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ที่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่แี ตกต่างกนั ของผู้เรียน เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป  ท่ยี งั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ ริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจัดการเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

174

1 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ท ำกิ จ ก ร ร ม ใน ห นั งสื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 84
โดยดภู าพเด็กหญิงกับเด็กชายและอ่านคำบรรยายในตอนตน้ บทสนทนาแลว้ ตอบคำถาม

1

You see two children in the picture. What are their names? (Mark and Clara.)
Are they sister and brother? (No, they are cousins.)
Where does Clara come from? (She comes from Australia)

5 2 ครูส อ น ค ำศั พ ท์ :- afford, battery, cut down, endangered, pollute, protect, recharge,
unnecessary และ useless ครูให้นักเรียนลองพูดคำศัพท์ ถ้าพูดไม่ได้หรือพูดผิด ครูพูดให้นักเรียนฟัง
ทลี ะคำ ๆ ละ 2-3 ครงั้ นกั เรยี นสังเกตครูออกเสียง แลว้ พูดตามพร้อมกันท้ังห้อง เป็นกลมุ่ และสุ่มทลี ะคน
5 3 ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั Presentation 2 ขอ้ 1 โดยจัดกจิ กรรมดงั น้ี

1) ครูใหน้ กั เรียนดูรูปภาพในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 84 และคาดเดาว่า
เดก็ สองคนน่าจะกำลังสนทนาเรอื่ งอะไร ครูถามดว้ ยคำถามต่อไปนี้

Who are the people in the photo? (Mark and Clara)
What are they doing? (Clara is talking about her visiting from Australia to Mark)
Where are they? (at home)
What is the title of the story? (I don’t want to cycle.)

3 2) ครูให้นักเรียนเขียนความหมายของคำศัพท์ใน จากหนังสือเรียน SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หน้า 84 คำศัพท์:- afford ดว้ ยภาษาไทย แล้วอ่านพรอ้ มกนั 2 ครั้ง

Key : สามารถซื้อได้

While-activity

3) ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนจะได้ฟังบทสนทนาของเด็ก 2 คนนี้ หากมีคำศัพท์คำใดท่ีไม่รู้ให้

นักเรียนขีดเสน้ ใต้คำศัพท์น้ันไว้ ครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นกั เรียนฟังและปฏิบตั ิตามท่ีตกลง

ไว้

4) ให้นักเรียนถามคำศัพท์ท่ีไม่รู้ โดยให้นักเรียนเขียนคำน้ันไว้บนกระดาน ครูให้เพื่อนที่รู้

ความหมายช่วยกันบอก หากไมม่ ีใครร้คู วามหมายครเู ป็นผู้บอกความหมายนัน้ แก่นกั เรียน

Post-activity

5) ครูถามถึงสถานท่ีท่ีเดก็ 2 คน นี้พูดถึง คือ The Eden Project in Cornwall และถามนกั เรียน

วา่ Where is Cornwall? (นกั เรยี นอาจจะเดาไปต่างๆ) ครูให้นักเรียนดแู ผนทีแ่ ละถามอีกครั้ง (In England)

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

175

6) ครใู หข้ อ้ มลู เกีย่ วกับ The Eden Project in Cornwall โดยใหน้ ักเรียนดูภาพ

เป็ น โ ค ร ง ก า ร เป็ น แ น ว คิ ด ข อ ง ทิ ม ส มิ ท แ ล ะ อ อ ก แ บ บ โ ด ย นิ โ ค ลั ส ก ริ ม ช า ว ,

แอนโทนี ฮันท์ และมโี ร ออกแบบและสร้างระบบนเิ วศ เซอร์โรเบิรต์ แมคแอลไพน์ และอลั เฟรด แมคแอลไพน์ ดำเนินการด้าน

การก่อสร้าง โครงการนี้ใช้เวลากว่า 2½ ปีในการ ก่ อ ส ร้ า ง

โดยความร่วมมือของ ดาวิส แลงดอน ซึ่งทำให้การ บ ริ ห า ร

โครงการนี้สำเร็จลุล่วงและเปิดให้สาธารณชนเข้าชม เม่ือวันท่ี 17

มีนาคม พ.ศ. 2544 ต้ังอยู่ในคอร์นวอล สหราช อ าณ าจั ก ร

โดยสรา้ งเป็นกลุ่มอาคารทรงโคง้ เกบ็ รวบรวมพืชจาก ทั่วโลก และ

พยายามทำใหเ้ หมือนกบั ระบบนเิ วศของโลก

(ทม่ี า: http: / / www. cornwall-
online.co.uk/attractions/eden/edenproject.htm

http://www.edenproject.com/visit-us/attraction-cornwall)

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

176

7) ครูอธิบายคำวา่ SUV วา่ เปน็ รถประเภทหน่ึง ครูอธบิ ายให้นักเรียนฟังพรอ้ มแสดงภาพประกอบ

SUV- (Spoort Utility Vehicle) เป็นรถอเนกประสงค์ เอาไว้ ขั บ
ลุ ย แต่ ดู ห รู เช่ น Porsche Cayenne, BMW X5 , X3 , Captiva,
Landcruiser, Pajero, CRV, Jeep Cherokee,
Fortuner

MPV ( Multi- Purpose

Vehicle) เอาไว้ขนของปริมาณไม่มาก เช่น Mazda MPV, Space

Wagon, Wish, Stream, Citroen C8, PG 807

PPV (Pickup-Passenger Vehicles) ใช้
ขนของได้มาก รถยนต์น่ังก่ึงบรรทุก หรือรถกระบะดัดแปลงอาทิ โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์
Isuzu MU-7 Mitsubishi Strada G Wagon Ford Everest Mitsubishi Strada G
Wagon TR Adventure Master TR Xciter

(ทมี่ า: http://www.vlovepeugeot.com/forum/index.php?topic=10013.0)

4 ครูให้นักเรียนอ่านบทสนทนาในแบบฝึกหัด Presentation 2 ข้อ 1 แล้วทำแบบฝึกหัดข้อ 2 ในหนังสือ
เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 84 โด ย อ่ า น ข้ อ ค ว า ม ท่ี ก ำ ห น ด ให้ ถ้ า จ ริ ง ต ร ง ต า ม
เรื่องตอบ T แต่ถ้าไม่จริงตอบ F แต่ถ้าไม่ได้กล่าวถึงไว้ในเร่ืองตอบ DS จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน
ใหบ้ อกคำตอบของตนเอง ครูประเมนิ การฟังละเขา้ ใจบทสนทนาเร่ือง I don’t want to cycle ได้จากคำตอบที่ถกู ต้อง
โดยใช้เกณฑป์ ระเมนิ ผ่านร้อยละ 70

5 ครูให้นักเรียนจับคู่สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับ The Eden Project in Cornwall โดยให้นักเรียนสืบค้นจาก
เวบ็ ไซต์แนะนำ https:www.edenproject.com/visit โดยจดั ทำเป็นแผ่นพบั ให้ความรู้และนำเสนอผลงานและข้อมูล
ทส่ี บื ค้นไดใ้ นชัว่ โมงถดั ไป

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Dialogue work ข้อ 5 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 41 โดย
เตมิ คำศัพทท์ ี่เป็นคำตอบลงในบทสนทนา จากนน้ั ครเู ปิดเสียงจากซดี ีประกอบบทเรยี น
ให้นกั เรียนฟงั และตรวจคำตอบเปน็ การทบทวน

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

177

9. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เง่อื นไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มค่าในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลักมีเหตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลกั การทางสงั คม

หลกั สรา้ งภูมคิ มุ้ กนั ในตวั ทดี่ ี การมีน้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่อื นไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้เกีย่ วกบั เร่อื งทอ่ี ่านได้

เงือ่ นไขคณุ ธรรม มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ ซ่อื สัตย์ มุ่งมั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภมู ิค้มุ กนั ในตวั ทด่ี ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สังคม ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรม

10. สือ่ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 84

11. การวดั ประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์การวัด
สิง่ ทต่ี ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การอา่ นเน้ือเรอ่ื งสรปุ ใจความ - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

178

บันทกึ หลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ช้ัน มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กดิ กบั ผูเ้ รียน

1.) การประเมินผลความรูห้ ลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ข้ันตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้ันต่ำทก่ี ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมินคิดเปน็ ร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำท่กี ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

 มีนักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรียนท่ีไม่สนใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทไี่ ม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี อ้ เสนอแนะ

ลงชือ่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วนั ท่…ี …..../................../................

ความคิดเห็นของหวั หนา้ กลุม่ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ

1.เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทีเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ท่ีเนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่ีแตกต่างกนั ของผ้เู รียน เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทีแ่ ตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ทยี่ งั ไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป  ที่ยงั ไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชือ่ .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

179

9 1 ครูให้นักเรียนออกมานำเสนอแผ่นพับหัวข้อ The Eden Project in Cornwall ที่ได้รับมอบหมาย
จากชว่ั โมงทแ่ี ล้ว และใหเ้ พ่ือนๆสรปุ จดความรลู้ งในสมุด
9 2 ครใู หน้ ักเรียนระดมความคิดเพ่ือระบุปญั หาส่ิงแวดล้อมพรอ้ มเสนอแนวคิดและเหตุผลประกอบ โดย
นกั เรียนสามารถสบื คน้ ขอ้ มลู ได้ทางอินเตอร์เนต็ ครขู ออาสาสมัครเพ่ือพูดคนละ 1 นาที (ตวั อย่าง : Global warming
is one of the biggest environmental problems that people should hand in hand to solve this
problem. In my opnion, people should reduce cutting trees but planting trees instead.

3 ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำศัพท์ใน แบบฝึกหั ด Vocabulary ข้อ 3 ในหนังสือเรียน
SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 85 พร้อมกัน จากนั้นครูให้นักเรียนท่ีรู้ความหมายช่วยบอกความหมายให้
เพ่ือนๆ ฟัง ครูแนะนำแก้ไขให้ถูกตอ้ ง ครูสุ่มเรียกนักเรียนให้ออกมาอ่านออกเสียงคำศัพท์ท่ีให้ไว้ หากนักเรียนอ่านผิด
ครูแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง จากนนั้ ใหน้ กั เรียนเตมิ คำศัพท์ให้สัมพันธก์ ับภาพ แลว้ ตรวจคำตอบพร้อมกนั ครคู อยแนะนำแก้ไข

4 ครูให้นักเรยี นนำคำศัพท์จากแบบฝกึ หัดขอ้ 3ในหนังสือเรยี น SPRINT3STUDENT’S BOOK หน้า 85
ลงในข้อความของแบบฝึกหัดข้อ 4 ท่ีสัมพันธ์กันให้ถูกต้อง แล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกัน ครูตรวจสอบความ
ถูกต้อง และครูประเมินการบอกความหมายของคำศัพท์และนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมจากคำตอบท่ีถูกต้องใน
แบบฝึกหดั ขอ้ 3 และ 4 โดยใช้เกณฑ์ประเมนิ ผ่านร้อยละ 70

5 ครใู หน้ ักเรยี นทำ Poster กิจกรรม Sustainable Living for Better World โดยใหอ้ อกแบบเนือ้ หา
เชิงความเป็นอยู่ในการใชช้ ิวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม พร้อมเขียนคำขวัญ ครูคอยให้ความช่วยเหลือด้านภาษาและ
ชว่ ยเหลอื ดา้ นคำศัพทเ์ ท่าที่จำเปน็

6 นักเรียนแตล่ ะคนออกมานำเสนอโปสเตอร์ของตนเองและติดโปสเตอร์บริเวณรอบๆห้องเพื่อเป็นการ
แลกเปลีย่ นเรยี นรแู้ ละประชาสมั พันธ์ให้ทกุ คนตระหนักถึงปัญหาของสง่ิ แวดลอ้ ม

7 นักเรียนสรุปบทเรียนเรื่อง sustainable living โดยร่วมกันอภิปรายปัญหาและสรุปวิธีการแก้ไข
ปัญหาทเี่ ปน็ ไปไดแ้ ละเกิดความยงั่ ยนื กับธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

180

9. การบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 ห่วง 3 เงอื่ นไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศกึ ษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มคา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลกั การทางสงั คม

หลกั สรา้ งภมู ิคุ้มกันในตวั ท่ีดี การมีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงือ่ นไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เกย่ี วกบั เร่ืองที่นำเสนอได้

เง่อื นไขคุณธรรม มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ ซ่ือสตั ย์ มุ่งม่นั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภูมคิ มุ้ กันในตวั ท่ีดี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วัฒนธรรม

10. สอื่ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 85

11. การวดั ประเมินผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารวัด
ส่ิงทีต่ ้องการวดั - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การทำแผ่นพับและนำเสนอเนือ้ หา - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

181

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กดิ กับผู้เรียน

1.) การประเมนิ ผลความรหู้ ลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขนั้ ต่ำท่ีกำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ั้นตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้ันต่ำที่กำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นทไี่ ม่สนใจเรยี น

 อ่นื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรอื่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ มผ่ ่านการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี อ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วนั ท…่ี …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลมุ่ สาระฯ ความคดิ เหน็ ของหัวหนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ที่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกนั ของผเู้ รียน เหมาะสมกับศักยภาพท่ีแตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป  ท่ียงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใช้ได้จริง  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

182

1 ครูทบทวนคำศพั ท์จากชว่ั โมงที่แลว้ โดยการพดู keyword และให้นักเรียนตอบคำศพั ท์ใหถ้ ูกต้อง
(ตัวอยา่ ง -materials: reuse materials
-forests: cut down forest
-pollute: pollute the air
-paper: recycle paper
-water: save water
-waste: reduce waste
-recharge: recharge batteries
-protect: protect endangered species)
ถามตอบเพอ่ื ทบทวนนกั เรียนจนนักเรียนสามารถจดจำคำศัพท์ได้

2 ครูอธิบายว่ามีกริยาบางคำท่ีมีวิธีการใช้คล้ายกับ modal verb แต่ไม่ใช่ modal verb เป็นกริยา
พร้อมใช้ (verb pattern) ครเู ขียนประโยคตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน

Do you need to do that now?
I’d like to live in a better world.
We have to change our living.
3 ครูอธิบายว่า verb pattern เป็นการนำกรยิ าตงั้ แต่ 2 ตวั มาเรียงตอ่ กนั โดยตัวท่ี 1 (main verb)
จะทำหนา้ ทีผ่ ันไปตาม tense แต่กรยิ าตวั ท่ีตามมาจะเปน็ รูป to V / V + ing ตามรปู แบบ

4 ครูให้นั กเรียนจับคู่กันสนทนาถาม-ตอบโดยใช้คำถามในแบบฝึกหั ดข้อ 5 ในหนังสือเรียน
SPRINT3 STUDENT’S BOOK หน้า 85 ครูคอยสังเกตการสนทนาและคอยแนะนำแก้ไขให้ถกู ต้อง ครูให้นักเรียน
อาสาสมัคร 2-3 คู่มาสนทนาถามตอบท่ีหนา้ ช้นั เรียนให้เพ่ือนๆ ฟงั ครูคอยแนะนำแก้ไข และใหน้ ักเรียนคทู่ ีเ่ หลอื สนทนา
ให้ครูฟังในคาบต่อไปหรือในเวลาว่าง ครูประเมินการสนทนาถาม-ตอบในการกระทำได้ ด้วยแบบประเมินการสนทนา โดยใช้
เกณฑป์ ระเมินผ่านระดบั “ดี”

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

183

5 ครใู หน้ ักเรียนพูดรายงานคำตอบของเพ่ือน ทเ่ี ป็นคู่สนทนาให้เพ่ือนๆ ฟัง และสลับกันพดู ทีละคนจน
ครบ ครคู อยแนะนำแกไ้ ขใหถ้ ูกต้อง

6 นกั เรียนสรปุ บทเรียนเรอ่ื งการใช้ verb patteren: need to, would like to และ have to โดยให้
นักเรยี นแตง่ ประโยคโดยใช้คำเหล่านี้และเขยี นลงในสมุด

7 ครูทบทวนคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ Sustainable living โดยให้นักเรียนจับคู่และพูดคำศัพท์และ
ความหมายของคำศัพท์สลบั กัน ครูคอยสังเกตการณอ์ อกเสียงและความถกู ต้องของคำศพั ท์

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

184

9. การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เง่ือนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ คา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลักมีเหตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสังคม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลกั การทางสังคม

หลกั สร้างภูมิคุ้มกนั ในตวั ทด่ี ี การมีนำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เก่ียวกับกรยิ าชว่ ย (Modal verbs)

เงอ่ื นไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซือ่ สัตย์ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมิคมุ้ กันในตวั ท่ดี ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม

10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 85

11. การวัดประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์การวัด
สิ่งทีต่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การใชก้ ริยาช่วย - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

185

บันทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดบั ชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กดิ กบั ผเู้ รยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้นั ต่ำท่กี ำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ น้ั ตำ่ ทกี่ ำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้ันตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรียนท่ไี มส่ นใจเรยี น

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทไ่ี มผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี อ้ เสนอแนะ

ลงช่อื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วันท่…ี …..../................../................

ความคดิ เห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ทีเ่ น้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกตา่ งกันของผู้เรียน เหมาะสมกับศักยภาพทแ่ี ตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น

 ทย่ี งั ไมเ่ น้นผูเ้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป  ท่ยี งั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

186

1 ครูให้นั ก เรียน ท บท วน ก ารใช้ modalverb โดยก ารอ่ าน ใน หนั งสือเรียน

SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 86 ครูทบทวน ว่า modal verb มีความหมายแตกต่างกัน ไปตาม

สถานการณ์ และให้นักเรียนแปลความหมายของประโยคที่อ่านไปทีละประโยคจนครบทุกประโยค ครูคอยแนะนำ

แกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง

2 ครูให้นกั เรียนอ่านคำส่ังในแบบฝึกหัดGrammarข้อ1ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S BOOK
หน้า 86 แล้วให้นักเรียนเติม modal verb ท่ีกำหนดไว้ให้ตรงกับหน้าท่ี เม่ือเสร็จแล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกัน
ครใู หน้ ักเรียนอาสาสมัครออกมาตอบคนละขอ้ โดยครูคอยแนะนำแก้ไขให้ถกู ต้อง

3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 2 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
86 โดยอ่านประโยคที่กำหนดให้แล้วบอกว่า modal verb ในประโยคน้ันใช้ทำหน้าที่อะไร เช่น บอกความน่าจะเป็น
ขอรอ้ ง สงั่ เสนอแนะ สญั ญา หรือแนะนำ ครสู มุ่ เรียกนักเรียนให้ตอบคนละข้อ ครตู รวจสอบความถูกต้อง

4 ครูสรปุ modal verb ในภาษาองั กฤษใหน้ กั เรียนเขา้ ใจดังน้ี

Modal verb Function Example
can Ability
Possibility Sonya can sing very well.
สามารถ อาจจะ อนญุ าต Permission It can be a rat in that box.
Request
could Can I go to the party?
Permission Can you pass me that book?
อนญุ าต น่าจะ Request
สามารถ Polite suggestion Could I read your paper?
Could you say it again?
may Ability (past) You could buy souvenirs in dollars

อาจจะ Possibility She couldn’t speak last month.
might อาจจะ Permission
You may go there by bus or by car.
Possibility You may drive my car there.

You might win the prize.

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

187

Modal verb Function Example

must ต้อง Necessity (present) We must wait here.

shall future We shall visit the Eden Project.
Offer
จะ Shall I help you with that box?
Advice
should Suggestion You should fry the egg in hot oil.
Recommendation You should go see the doctor.
ควรจะ I think we should buy tickets.
Prediction
will Promise It will rain tonight.
I will come back in ten minutes.
จะ Promise
Invitation Would you mind moving to the next seat? Would you
would Request like to join us?
Advice
จะ Would you say it again?

ought to You ought to wear a thick coat.

ควรจะ

5 ครูให้นักเรียนอ่านเรื่อง Modal verbs เพ่ิมเติมจาก Grammar reference ข้อ 16 ในหนังสือ
SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 58 และให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 1-6 ในหนังสือ SPRINT 3
WORKBOOK หน้า 42

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 3-4 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
86 โดยเลือกคำตอบที่ถูกต้อง เม่ือทำเสร็จแล้วครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาตอบคนละข้อ พร้อมบอกเหตุผลใน
การเลอื กคำตอบน้ัน ครูคอยแนะนำแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง ครูประเมนิ การเขยี นประโยคตามสถานการณต์ า่ งๆ โดยใช้ modal
verb ไดจ้ ากคำตอบท่ีถกู ต้องจากการทำแบบฝกึ หดั ข้อ 1-4 โดยใช้เกณฑ์ประเมินผา่ นร้อยละ 70

7 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 1-6 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 42 เป็น
การทบทวน

8 นกั เรียนรว่ มกันสรปุ บทเรยี นเร่ือง Modal Verbs ร่วมกันในชัน้ เรยี น
9 ครูขออาสาสมัครออกมาเขียนตัวอย่างประโยคท่ีมี modal verbs บนกระดาน นักเรียนและครู
ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

188

9. การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เง่ือนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคมุ้ คา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลักมเี หตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสังคม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลกั สร้างภูมิคุ้มกนั ในตวั ทด่ี ี การมีนำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เก่ียวกับกรยิ าชว่ ย (Modal verbs)

เงอ่ื นไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซือ่ สัตย์ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมิคมุ้ กันในตวั ท่ดี ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม

10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 86

11. การวัดประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารวัด
สงิ่ ทีต่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การใชก้ ริยาช่วย - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

189

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กิดกบั ผู้เรยี น

1.) การประเมนิ ผลความรูห้ ลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขน้ั ต่ำที่กำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมินคดิ เปน็ ร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้นั ตำ่ ที่กำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรียนทไี่ ม่สนใจเรียน

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนท่ไี มผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วันที่……..../................../................

ความคิดเห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระฯ ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ท่เี นน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพที่แตกตา่ งกนั ของผูเ้ รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพท่ีแตกตา่ งกนั ของผูเ้ รยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป  ทย่ี งั ไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ไดจ้ ริง  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

190

1 ครูเขียนประโยคบนกระดานและให้นักเรียนตรวจสอบว่า มีจุดใดในประโยคที่ผิดและเขียนใหม่ให้
ถูกต้องควรเขียนอย่างไร

- Do you need doing that right now? (Mistake: doing)
Rewrite: Do you need to do that right now?

- Jane has to finishing her homework within 6 pm. (Mistake: fisnishing)
Rewrite: Jane has to finish her homework within 6 pm.

2 ค รูให้ นั ก เรีย น อ่ า น ใน ห นั ง สื อ เรีย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

หน้า 87 และแปลความหมายทลี ะประโยค ครูทบทวนให้นักเรียนฟังว่า verb pattern เป็นการนำกริยาตั้งแต่ 2 ตัวมา

เรียงต่อกันโดยตัวที่ 1 (main verb) จะทำหน้าที่ผันไปตาม tense แต่กริยาตัวท่ีตามมา (non-finite verb) ไม่

สามารถผันไปตาม tense ได้ ซงึ่ จะเป็นรปู V + ing / to V เปน็ รปู แบบทนี่ ักเรียนตอ้ งใช้ใหถ้ ูกตอ้ ง

Verb pattern Meaning Example

Verb+ to verb

would like อยากจะ ตอ้ งการ Would you like to taste this?

want ต้องการ She wanted to be a doctor.

need ตอ้ งการ จำเปน็ He needs to buy a new car.

love รัก Thudsana loves to grow flowers.

like ชอบ Do you like to see my photos?

hate เกลยี ด I hate to wait.

have ต้อง Does she have to go back?

Verb + v. ing

enjoy สนุกสนาน We enjoy swimming across the river.

love รัก I love listening to the songs.

like ชอบ Do you like reading?

hate เกลียด People hate telling lies.

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

191

3 ครูอธิบ ายเพ่ิ มเติม ว่าก ริยาท่ีเกี่ ยวกั บ ความรัก ชอ บ ไม่ชอ บ เก ลียด จะ ใช้ตาม ด้วย
to verb หรอื v. ing ก็ได้

I like singing but my sister likes dancing. Do you like dancing?
I like to sing but my sister likes to dance. Do you like to dance?
I have to do it but she doesn’t. Do you have to do it?
I had to do it but she didn’t have. Did you have to do it?

ครูอธิบ ายว่า have to ให้ ความหมายว่าต้อ งเหมือ น must ใช้เป็ น อ ดีตขอ ง must ได้
แต่ไม่ใช่ modal verb เพราะ have to เป็นกริยาผัน tense ได้ เปล่ียนไปตามพจน์ (เอกพจน์หรือพหูพจน์) ของ
ประธานได้

4 ครูให้ นั กเรี ยน ทำแ บ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 5 ใน หนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 87 โดยใชค้ ำท่ีกำหนดให้เติมลงในประโยคในรูปแบบที่ถูกต้อง แล้วให้นักเรียนเปรียบเทยี บคำตอบกัน ครใู ห้
นักเรยี นอาสาสมัครออกมาอา่ นคำตอบให้เพอ่ื นๆ ฟงั ครูคอยแนะนำแกไ้ ขให้ถกู ต้อง

5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 7-9 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 42-43
เมื่อทำเสร็จแล้วให้นักเรียนเปรยี บเทียบคำตอบกัน จากนั้นครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบให้เพื่อนๆ ฟัง ครู
คอยแนะนำแก้ไขใหถ้ ูกต้อง

6 ครูประเมินการเขียนประโยคโดยใช้ verb pattern จากคำตอบท่ีถูกต้องในแบบฝึกหัดท่ีทำมาแล้ว
โดยใชเ้ กณฑ์ประเมนิ ผ่านรอ้ ยละ 70

7 นั กเรี ยน ทำแบ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 6 ใน หนั งสื อเรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 87 โดยให้แปลข้อความท่ีกำหนดให้ดว้ ยภาษาไทย เม่ือทำเสร็จแล้วครใู ห้นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกัน ครูให้
นกั เรียนอาสามัครออกมาอ่านคำตอบให้เพ่อื นๆ ฟงั ครูคอยช่วยแนะนำแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง

8 ครูให้ นั กเรียน ทำแบ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 7-8 ในหนั งสื อเรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้ า 87 โด ยเลือ ก ค ำต อบ ที่ ถู ก ต้ อ ง จ าก นั้ น ค รูให้ นั ก เรีย น อ าสาสมั ครอ อ กมาอ่ าน คำตอ บ
ให้เพ่อื นๆ ฟัง ครคู อยช่วยแนะนำแกไ้ ขใหถ้ กู ต้อง

9 ครู ให้ นั กเรี ยนทำแบ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 7-9 ในหนั งสื อเรี ยน SPRINT 3 WORKBOOK
หน้า 42-43 เป็นการทบทวน

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

192

9. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เง่ือนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มคา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมเี หตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลักการทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใช้หลักการทางสงั คม

หลกั สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ในตัวทดี่ ี การมนี ำ้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้เก่ยี วกับโครงสร้างคำกรยิ า

เงื่อนไขคณุ ธรรม มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ซ่ือสัตย์ มุง่ ม่ันในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมิคมุ้ กนั ในตัวทดี่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. ส่ือ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 87

11. การวดั ประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์การวัด
สง่ิ ที่ต้องการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การใชก้ ริยาตามโครงสรา้ ง - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

193

บันทกึ หลงั สอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กิดกับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความร้หู ลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ขั้นตำ่ ท่ีกำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ั้นตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ไี ม่สนใจเรียน

 อน่ื ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันที…่ …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากล่มุ สาระฯ ความคิดเห็นของหวั หน้างานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ที่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ท่เี น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกต่างกันของผ้เู รยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น

 ทีย่ งั ไมเ่ น้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ทย่ี งั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

194

1 ครทู บทวนเรื่อง adjective และขออาสาสมัครนักเรียน 4-5 คนออกมาเขียนประโยคที่มี adjective
พร้อมขดี เส้นใต้ adjective ในประโยคท่ีเขียนบนกระดาน ครูและนักเรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง

2 ครูให้นักเรียนดูวา่ การใช้สำนวนที่ประกอบด้วย adjective กับ preposition นักเรียนอ่านประโยค
ใน ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 87 แ ล ะ ค รู อ ธิ บ า ย
ใหน้ ักเรยี นรวู้ ่าคำท่ีตามหลงั preposition จะเปน็ กรรม ซงึ่ ทำได้จากคำนาม หรอื กริยาเติม ing ทที่ ำหน้าท่ีเหมือนนาม
(gerund) โดยครเู ขยี นรปู แบบบนกระดานเพอ่ื งา่ ยต่อการจำ ดังน้ี

………….adjective + preposition + noun
………….adjective + preposition + Ving (Gerund)

3 ครูให้นักเรียนอ่านคำอธิบายเกี่ยวกับ adjective + preposition ใน Grammar reference 16
ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 58 เพื่อเสริมความเข้าใจ ครูอธิบายว่าสำนวนเหล่าน้ี นักเรียนจะต้องจำ
preposition ท่ใี ชใ้ นสำนวนใหด้ ี และควรจำใหไ้ ด้ทั้งหมด

4 ครูให้นักเรียนอ่านเร่ือง Verb pattern และ Adjective + preposition เพิ่มเติมใน Grammar
reference 17-18 ในหนังสอื SPRINT 3 WORKBOOK หนา้ 59 เพ่อื ทบทวน

5 ครูเขียน preposition 4 คำ คือ in at with of ไว้บนกระดาน จากนั้นให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม เป็น 2
กลุ่ม แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมากลุ่มละ 1 คน ครูให้พูดประโยคท่ีมีสำนวน Adjective + preposition แต่เว้น
preposition ไว้ แล้วให้นักเรียนกลุ่มอื่นออกมาชี้ว่าใช้ preposition ตัวใด นักเรียนกลุ่มใดชี้ได้ก่อนและถูกต้องกลุ่มนั้น
จะไดค้ ะแนน จากนัน้ ครูอา่ นประโยคต่อไปน้แี ล้วใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดลงในสมดุ แบบฝึกหัด

1. Danny is interested ______football. (in)
2. He is good _________playing guitar. (at)
3. Don’t be afraid _________ that dog. (of)
4. We are happy _________ this game. (with)
5. She is very careful _________her report. (with)
6. I am bad _________ singing. (at)
7. Are you interested _________ cooking. (in)
8. You are good _________ English. (at)
9. Are you afraid _________ staying alone at night. (of)
10. Be careful _________the car. (with)

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

195

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 9 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 88
โดยให้เติมคำลงในบทสนทนาให้ถูกต้อง ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบให้เพื่อนๆ ฟัง ครูคอยช่วย
แนะนำแกไ้ ขใหถ้ กู ต้อง

7 ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 10 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 88
โดยเติมข้อความตามความเป็นจริงของตนเอง แล้วเปรียบเทียบคำตอบกัน จากน้ันครูให้ทำแบบฝึกหัด Grammar
ข้อ 11 โดยจับคู่กันสนทนาถามตอบและใช้คำตอบจากแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 10 เป็นแนวทางในการสนทนา ครู
คอยสงั เกตการทำแบบฝกึ หัด

8 ครูป ระเมิน การใช้ป ระโยคสำน วน ท่ีมี adjective + preposition จาก คำตอบที่ ถูกต้อ ง
ในแบบฝกึ หัดท่ที ำมาแลว้ โดยใชเ้ กณฑ์ประเมินผา่ นรอ้ ยละ 70

9 นกั เรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ขอ้ 12 ในหนังสอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 88 โดย
เติมบทสนทนาให้สมบูรณ์ด้วยคำกริยาที่กำหนดให้ไว้ในกรอบ จากน้ันครูเปิดเสียงจากซดี ีประกอบบทเรียน ให้
นกั เรยี นฟังและตรวจคำตอบ

10 ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัด Grammar ข้อ 13 ในหนงั สอื เรียน SPRINT3 STUDENT’S BOOK หนา้ 88
โดยแปลข้อความแต่ละประโยคให้เปน็ ภาษาไทย แล้วตรวจคำตอบพร้อมกนั

11 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 10-13 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 42-43
เปน็ การทบทวน

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

196

9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ คา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแกป้ ัญหาโดยใชห้ ลกั การทางสงั คม

หลกั สร้างภมู ิค้มุ กนั ในตัวท่ีดี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงือ่ นไขความรู้ นักเรียนมีความรู้เกยี่ วกับสำนวนทป่ี ระกอบด้วย Adj./Prep.

เงอื่ นไขคณุ ธรรม มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ซอื่ สัตย์ มุ่งม่นั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมิค้มุ กนั ในตวั ท่ดี ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สังคม สิง่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 87

11. การวัดประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารวัด
ส่งิ ท่ตี ้องการวดั - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การใชสำนวนท่ีตามดว้ ยคำคุณศัพท/์ บพุ บท การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

197

บันทึกหลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกดิ กับผเู้ รยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำทีก่ ำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ทก่ี ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ด้านคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรียนผ่านการประเมินคิดเปน็ ร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้ันตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มนี ักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรียนทไี่ ม่สนใจเรยี น

 อืน่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่อื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรยี นที่ไมผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี ้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วนั ที…่ …..../................../................

ความคดิ เห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1.เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจัดกจิ กรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ท่ีเน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพทีแ่ ตกตา่ งกนั ของผเู้ รียน เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแ่ี ตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป  ที่ยงั ไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา


Click to View FlipBook Version