The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaimath2514, 2021-11-09 03:49:07

ภาษาอังกฤษ 6 ม 3

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

98

10 ครูให้นักเรียนเขียนตามคำบอกใน แบบ ฝึกหัด Dictation ข้อ 6 จากหนังสือ SPRINT 3

WORKBOOK ห น้ า 3 5 โด ย ค รูเปิ ด เสี ย งจ าก ซี ดี ป ร ะ ก อ บ บ ท เรีย น ให้ นั ก เรีย น เขี ย น ต าม

ข้อความเก่ียวกับ มาลาลา (Malala) ท่ีได้ฟั งจน จบ และให้ นัก เรียน ฟั งซ้ำอีก ครั้งเพื่ อท บทวน แก้ ไข

เมอ่ื เสร็จแล้วใหน้ กั เรียนอาสาสมัครออกมาเขยี นคำตอบคนละประโยค แลว้ ตรวจแก้พร้อมกนั บนกระดาน นักเรียนตรวจ

ตามข้อความบนกระดาน 7

11 ให้ นั กเรียนช่วยกั นสรุปการใช้ relative pronouns: who, which, that โดยครูขออาสามั คร

ออกมาเขยี นตัวอย่างบนกระดานและสรุปจดลงในสมุด

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

99

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มคา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลักมีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลกั การทางสังคม

หลักสรา้ งภมู ิคมุ้ กันในตวั ทด่ี ี การมีนำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงือ่ นไขความรู้ นักเรียนมคี วามรู้เกี่ยวกับชือ่ ยอ่ องคก์ รต่าง ๆ

เงือ่ นไขคุณธรรม มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ซอื่ สตั ย์ มุง่ มนั่ ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่ือนไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภมู ิคมุ้ กนั ในตัวทดี่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม สิง่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สือ่ / แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 70

11. การวดั ประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ์การวัด
สง่ิ ทีต่ อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอา่ นออกเสียงคำศัพทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝึกหัด
เก่ยี วกับสถานท่ีต่าง ๆ - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

100

บนั ทึกหลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกิดกับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ข้นั ต่ำที่กำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขนั้ ต่ำที่กำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ไี ม่สนใจเรยี น

 อน่ื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นท่ีไม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันท่ี……..../................../................

ความคิดเห็นของหวั หน้ากล่มุ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ทีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพทีแ่ ตกต่างกนั ของผเู้ รยี น เหมาะสมกบั ศักยภาพทแี่ ตกต่างกันของผูเ้ รยี น

 ทีย่ งั ไม่เน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ท่ียงั ไม่เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

101

1 ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 128 โดยให้นักเรียนดู
รปู ภาพทป่ี รากฎในหน้าดงั กลา่ ว โดยถามนกั เรยี นวา่

What is the title of the story?
(Festivals: May Day)
Can you tell me about May?
(-It is the fifth month of a year.
-It is also one of the hottest month in a year.
-The labour day is on the first day of May.)
2 ครูแจง้ จดุ ประสงคใ์ ห้นกั เรียนทราบว่า ช่ัวโมงนีน้ ักเรยี นจะไดอ้ า่ นความเป็นมาของ May Day และจะ
ได้ฝกึ เขียนบทความเกี่ยวกบั วันแรงงานซ่ึงเปน็ วันทใี่ ห้สำคัญกับผใู้ ชแ้ รงงานทุกคน
3 ครูให้นักเรียนอ่านคำถามจากแบบฝึกหัดข้อ 1 โดยให้นักเรียนระดมความคิดกับเพ่ือน
และช่วยกันหาคำตอบโดยที่ยังไม่ได้อ่านเน้ือเรื่อง ครูให้นักเรียนอ่านคำถามและอธิบายความหมายและสุ่มนักเรียน
บอกคำตอบ โดยจะเฉลยหลังการอ่านเน้ือเรอื่ งแล้ว

4 ครูสอนคำศัพท์ใหม่ (other words):- evolve, pagan, ritual, fertility, bonfire, discourage,

maintain, streamer, strike, demonstration และ commemorate โดยครูชูบัตรคำ/เขียนคำศัพท์บนกระดาน/

ฉายคำ ทีละคำ ครูให้นกั เรียนสะกดคำ แล้วลองอ่านคำ ถ้านักเรียนพูดผดิ หรอื พดู ไมไ่ ด้ ครูพูดให้นักเรียนฟังคำละ 2-3

คร้ัง และให้สังเกตเสียงเน้นในคำ (word stress) นักเรียนพูดตามพร้อมกันทั้งห้อง ทีละกลุ่มและสุ่มทีละคน ครูให้

นักเรียนบอกความหมายของคำศัพท์ ถ้านักเรียนไม่ทราบ ครูอ่านบริบทจากช่องคำแปลภาษาอังกฤษท่ีอยู่ในคู่มือครู

บทเรียนย่อยที่ 1 (other words)

ใหน้ ักเรียนชว่ ยกันเดาและบอกความหมายด้วยประโยค

Teacher: What does “evolve” mean?

Students: It means .

5 ทำแบบฝึกหัด Festivals: MayDay แบบฝึกหัดข้อ 2 ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S

BOOK หน้า 128 อ่านเน้ือเรื่อง ดังน้ี
Pre-activity

1) ให้นักเรียนดูที่ เติมความหมายของคำศัพ ท์ : bonfires, keep evil away,

strike, demand และ unions ถ้าไม่ทราบให้ เดาความหมายหรือค้นหาจากพ จนานุกรม
ภาษาอังกฤษ

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

102

1 2) ให้นักเรียนอ่านประโยคในแบบฝึกหัดข้อ 3 โดยครูอธิบายเพ่ิมเตมิ วา่ การอ่านคำถามก่อนจะช่วย
เป็นแนวทางในการหาคำตอบแล้วช่วยกนั บอกความหมาย

While-activity
4) ครูใหน้ ักเรียนอ่านอยา่ งรวดเรว็ เพื่อหาคำตอบในแบบฝกึ หัดข้อ 1 ให้เดาความหมาย

หรอื ค้นหาจากพจนานกุ รม จากนน้ั นักเรยี นและครรู ว่ มกนั เฉลย
5) ครูใหน้ ักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกันท้งั ห้อง เป็นกลุ่มและสุ่มอา่ นทีละประโยคต่อกนั
จนจนเรื่อง
Post-activity
6) นกั เรยี นช่วยกันสรปุ ใจความสำคญั ของเรอ่ื ง Festivals: May Day
7) นกั เรียนจดคำศัพทใ์ หมล่ งในสมุดพรอ้ มความหมาย

6 นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ข้อ 3 จากการอ่านข้อความในเรอ่ื ง Festivals: May Day แล้วอา่ นประโยค
ท่ี ให้ ม า แ ล ะ ใส่ เค รื่ อ ง ห ม า ย ✓ ใน ช่ อ ง จ ริ ง (T) ห รื อ ไ ม่ จ ริ ง (F) โ ด ย นั ก เรี ย น ส า ม า ร ถ อ่ า น
เน้ือเรื่องอีกครั้ง เพ่ือค้นหาคำตอบในข้อที่ยังไม่ได้คำตอบและให้นักเรียนตรวจสอบคำตอบของตนเองอีกครั้ง ครูให้
นักเรียนอา่ นคำถามและเปรียบเทียบคำตอบของตนเองและเพ่ือน แลว้ ครเู ฉลยคำตอบ

7 ครูให้นักเรียนอ่านคำสั่งในแบบฝึกหัดข้อ 4 หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
128 โดยอา่ นและระบคุ วามหมายองคำสง่ั

8 นักเรียนอ่านคำถามในแบบฝึกหัดข้อ 4 พรอ้ มบอกความหมาย หลังจากท่ีนักเรียนทราบความหมาย
ของคำถามแลว้ ให้นักเรียนเขียนคำตอบโดยใช้คำถามเปน็ แนวทางในการเขียนคำตอบ โดยให้นกั เรียนตรวจสอบความ
ถูกต้องของการเขียน โดยตรวจสอบการสะกดคำและเคร่ืองหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง และนำส่งครู ครูประเมิน
ความสามารถในการเขียนบทความเพ่อื เล่าเร่อื งราววันแรงงาน โดยใชเ้ กณฑ์ประเมนิ ผ่านรอ้ ยละ 70

9 ครูให้ นั ก เรียน ศึ ก ษ าเพ่ิ ม เติ ม เกี่ ย วกั บ May Day จาก เว็ บ ไซ ต์ แน ะ น ำ https://www.
history.com/topics/holidays//history-of-may-day แล้วให้นักเรียนนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนใน
การเรยี นคร้ังต่อไป

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

103

9. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เง่อื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มคา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลักการทางสังคม

การแกป้ ญั หาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลักสร้างภูมคิ ุม้ กนั ในตวั ท่ดี ี การมนี ้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่อื นไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เกย่ี วกบั วันแรงงาน

เงื่อนไขคุณธรรม มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ซื่อสตั ย์ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงื่อนไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมิคุม้ กันในตัวท่ดี ี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 128

11. การวดั ประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การวัด
สิ่งทีต่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอา่ นออกเสียงคำศพั ทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝึกหัด
เกี่ยวกบั สถานทตี่ ่าง ๆ - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

104

บันทึกหลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กิดกบั ผู้เรยี น

1.) การประเมนิ ผลความรูห้ ลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมินคดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำทีก่ ำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ้ันตำ่ ท่ีกำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ที่กำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ีไมส่ นใจเรยี น

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เรือ่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วันที…่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความคดิ เห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ทีเ่ น้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทีแ่ ตกตา่ งกันของผ้เู รยี น เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกต่างกันของผเู้ รยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป  ทีย่ งั ไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

105

1 ครูใหน้ ักเรยี นดภู าพในหนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 72 แลว้ ครถู ามวา่
Do you know these monuments? What are their names?
ภาพที่ 1 The Parthenon In Athens
ภาพที่ 2 The Great Wall of China

ภาพที่ 3 Stonehenge in England
They are World heritage sites. Do you know any World heritage sites in Thailand?

World heritage sites in Thailand มรดกโลกในประเทศไทย

ประเภทวัฒนธรรม ประเภทธรรมชาติ

1. แหลง่ โบราณคดีบ้านเชียง (Ban Chiang 1. ผืนปา่ ดงพญาเยน็ – เขาใหญ่ (Dong

Archeological Site -1992) Phayayen – Khao Yai Forest Complex -
2005)

http://www.7wondersthailand.com/wizCo
ntent.asp?wizConID=91&txtmMenu_ID=7

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

106

2. นครประวัติศาสตรพ์ ระนครศรีอยธุ ยา 2. เขตรักษาพันธส์ุ ตั วป์ ่าทงุ่ ใหญ่–หว้ ยขาแขง้
(Historical City of Ayutthaya -1991) (Thungyai – Huai Kha Khaeng Wildlife
Sanctuaries-1991)Historic Towns -1991)

3. เมืองประวตั ศิ าสตร์สุโขทยั และเมอื งบริวาร
(Historic Town of Sukhothai and
Associated )

(ทม่ี า: https://thestandard.co/world-heritage-sites-in-thailand)
2 ค รู ให้ นั ก เรี ย น สั ง เก ต สั ญ ลั ก ษ ณ์ ข อ ง อ ง ค์ ก ร UNESCOใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT3
STUDENT’S BOOK หน้า 70 และสัญลักษณ์ขององค์กร UNESCO ในหน้านี้ครูอธิบายว่า สญั ลักษณ์น้ีเป็นสญั ลักษณ์ของ
คณะกรรมการมรดกโลก (World Heritage Committee)

3 ค รู ส อ น ค ำ ศั พ ท์ ให ม่ (other words):- essential, heritage, site, whole, special แ ล ะ
dangerous โดยครูชูบัตรคำ/เขียนคำศัพท์บนกระดาน/ฉายคำ ทีละคำ ครูให้นักเรียนสะกดคำ แล้วลองอ่านคำ ถ้า
นกั เรียนพูดผิดหรือพูดไม่ได้ ครูพูดใหน้ ักเรียนฟังคำละ 2-3 คร้งั และให้สังเกตเสียงเน้นในคำ (wordstress) นักเรียน
พดู ตามพร้อมกันท้ังห้องทีละกลุ่มและสุ่มทีละคน ครูให้นักเรียนบอกความหมายของคำศัพท์ ถ้านกั เรยี นไมท่ ราบ ครู
อ่านบริบทจากช่องคำแปลภาษาอังกฤษที่อยู่ในคู่มือครูบทเรียนย่อยท่ี 2 (other words) ให้นักเรียนช่วยกันเดาและ
บอกความหมายดว้ ยประโยค

Teacher: What does “essential” mean?
Students: It means .
4 ทำกิจกรรม Presentation 2 แบบฝึกหัดข้อ 2 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
72 อา่ นเนอ้ื เร่อื ง ดังน้ี

แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

107

Pre-activity แล้วอ่านพร้อมกัน 2 คร้ัง

1) ครูให้นักเรียนช่วยกันเติมความหมายของคำศัพท์ใน
คำศพั ท์:- hertitage และ awesome

Key : มรดก / ดีเลิศ
While-activity
2) ค รู บ อ ก นั ก เรี ย น ว่ าจ ะ ได้ ฟั งก าร สั ม ภ าษ ณ์ ตั ว แ ท น ข อ งอ งค์ ก ร UNESCO แ ล ะ
อา่ นตามในใจ พร้อมท้งั ขดี เสน้ ใต้คำศัพทท์ ี่นกั เรยี นไมร่ ู้ ครเู ปิดเสยี งจากซีดีประกอบบทเรยี น
ให้นักเรียนฟงั และอา่ นตามในใจและปฏบิ ัตติ ามท่ีตกลงไว้ ครูใหน้ ักเรียนทไ่ี ม่รู้ความหมายคำศัพท์มาเขียนคำศัพท์ทไ่ี ม่รู้
บนกระดาน ครูให้นักเรียนที่รู้ตอบความหมายให้เพื่อน หากไม่มีใครรู้ครูเป็นผู้บอกความหมายน้ัน เช่น essential /
heritage sites / whole / value /…..
3) ครูแบ่ งนั ก เรียน อ อก เป็ น 2 ก ลุ่ ม ก ลุ่ม ที่ 1 อ่ าน อ อ ก เสียงเลีย น แบ บ Jane แล ะ
กลมุ่ ท่ี 2 อา่ นออกเสยี งเลียนแบบ Emily และจบั ค่กู ันอา่ นออกเสียงอกี คร้งั
Post-activity
4) นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ใจความสำคัญของบทสนทนาทีไ่ ดฟ้ ังและอา่ น
5) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตามกลุ่มเดิมแข่งขันกันตั้งคำถามและหาคำตอบจากบทสนทนาโดย

สลับกันถามตอบเพ่ือเป็นการสร้างความเข้าใจจากการฟังและอ่านโดยครูกำหนดเวลา 5 นาที
โดยกลมุ่ ใดถามและตอบได้ถูกต้องมากทีส่ ดุ กล่มุ นน้ั เปน็ ผชู้ นะ เช่น
Group 1: Which countries have the most World Heritage Sites?
Group 2: Italy
Group 2: Where is Stonehenge?
Group 1: In Northern Ireland

4 ครูให้นักเรียนอ่านบทสัมภาษณ์อีกครั้งแล้วทำกิจกรรมในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 72 โดยบอกวา่ ตามบทสัมภาษณ์ข้อความใดถกู ต้อง (T) ข้อความใดผดิ (F) และข้อความใดไม่ได้กลา่ วถึง
ไว้ (DS) แล้วครูให้นักเรียนเฉลยร่วมกัน ครูช่วยอธิบายข้อที่นักเรียนสงสัย ครูประเมินการฟังและเข้าใจบทสัมภาษณ์
ผู้แทน UNSECO ได้จากคำตอบที่ถูกต้อง โดยใช้เกณฑ์ผ่านร้อยละ 70 ครูสอบถามนักเรียน ถึงภาระหน้าท่ีของ
UNESCO วา่ มอี ะไรบ้าง

From the interview, what does UNESCO do?
(UNESCO protect the world heritages and takes care about education.)

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

108

5 ครูเพ่ิมเติมความรู้ในเร่ืองมรดกโลกที่กล่าวไว้ในบทเรียนให้แก่นักเรียน โดยให้นักเรียนพูดนำเสนอ
สถานทท่ี อ่ งเที่ยวทางมรดกโลก ครูดำเนินการดงั นี้

- แบง่ นักเรยี นออกเป็น 8 กลุ่ม ตามรปู ทกี่ ำหนดให้ไดแ้ ก่ The Parthenon in Athen, The Coliseum
in Rome, Mount Etna in Italy, The Great Wall of China, Stonehenge in England, The
Giant Causeway in Ireland, Westminter Abbey in England แ ล ะ The City of Bath in
England แตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมาจับสลากเลอื กสถานท่ีดังกลา่ ว

- สืบค้นขอ้ มลู ทางอินเตอร์เน็ต เว็บไซดแ์ นะนำ https://wikitravel.org
- นักเรียนเขียนสรุปใจความสำคัญและออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

เก่ียวกับสถานที่ทางมรดกโลก

World Heritage

The Parthenon in Athen The Coliseum in Rome
เป็นอารามหลวง (Royal Peculiar) เป็นสนามกฬี าของโรมท่ใี หญท่ ่สี ุด

และแพงท่ีสุด

Mount Etna in Italy The Great Wall in China
เป็นภูเขาไฟทย่ี งั กรุ่นอยู่แตอ่ ดุ มสมบูรณ์ เป็นกำแพงทย่ี าวท่ีสดุ ในประเทศจนี

ใช้กัน้ พรมแดน

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

109

World Heritage

Mount Etna in Italy The Great Wall in China
เปน็ ภเู ขาไฟที่ยงั กรนุ่ อยแู่ ตอ่ ุดมสมบรู ณ์ เป็นกำแพงทย่ี าวท่สี ุดในประเทศจนี

ใชก้ ้ันพรมแดน

Stonehenge in England The Giant Causeway in Ireland
เปน็ กลมุ่ แทง่ หนิ ขนาดใหญ่ ตั้งอยูก่ ลางทงุ่ ราบ ชายฝ่ังทเี่ กิดจากการเย็นตัวของหนิ ภูเขาไฟ
ก่อให้เกิดหนิ รปู หกเหลี่ยมและหนิ แท่งสเี่ หลยี่ มกว่า

Westminster Abbey in England The City of Bath in Italy
เปน็ อารามหลวงแห่งอังกฤษ ใชใ้ นพิธีสำคัญ เชน่ เป็นบรเิ วณทม่ี นี ้ำพรุ ้อนธรรมชาติ

งานอภิเษกสมรสของเจา้ ชายวิลเลยี ม ใชเ้ ปน็ ที่อาบนำ้ ของโรมนั

(ทีม่ า: https://th.wikipedia.org/wiki/มรดกโลก)

6 นกั เรียนเขียนสรปุ สถานที่ทางมรดกโลกท่ีเพอื่ นนำเสนอลงในสมุด
7 นักเรียนจดคำศัพท์:- heritage และ awesome และคำศัพท์ใหม่ลงในสมุดจากเร่ือง World
heritage ในหนังสอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 72

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

110

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เงอ่ื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ คา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแก้ปญั หาโดยใชห้ ลักการทางสงั คม

หลกั สรา้ งภมู คิ ุ้มกนั ในตัวทด่ี ี การมนี ้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นักเรียนมีความรู้เกยี่ วกบั มรดกโลก

เงือ่ นไขคณุ ธรรม มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ ซื่อสัตย์ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมิคุ้มกนั ในตวั ที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม ส่งิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สอ่ื / แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 72

11. การวดั ประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารวัด
ส่ิงท่ีต้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอา่ นออกเสยี งคำศัพทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
เก่ียวกับสถานทต่ี ่าง ๆ - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

111

บันทึกหลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

3. ผลท่เี กดิ กบั ผู้เรยี น

1.) การประเมนิ ผลความรหู้ ลังการเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขน้ั ตำ่ ท่กี ำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมินดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ ที่กำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านักเรียนผา่ นการประเมินคิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มีนกั เรียนทไี่ ม่สนใจเรยี น

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ขี อ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุม่ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหวั หน้างานวิชาการ

1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ทเ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่ีแตกต่างกนั ของผ้เู รยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ที่ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

112

1 ให้นักเรียนท้ังช้ันช่วยกันบอกคำศัพท์ที่เป็นคำคุณศัพท์และครูเขียนคำศัพท์ที่นักเรียนบอกไว้บน
กระดาน (ตัวอย่าง: happy, sad, good, fine, pleased, enjoyful, pretty, fat, tall, beautiful, smart, perfect,
great, intelligent, cheap, expensive)

2 ครูอธิบายว่าคำคุณศัพท์ที่ใช้ในการบรรยายแบ่งเป็น คุณศัพท์ที่ใช้บรรยายความรู้สึกของคน
คำคุณศพั ทท์ ี่บรรยายสง่ิ ของ และคำคณุ ศพั ท์ทีใ่ ชบ้ รรยายได้ทงั้ สองอยา่ ง เช่น

hungry / worried / happy / thirsty / helpful ใช้บรรยายความร้สู กึ ของคน
necessary / useful / humid / modern /electric ใช้บรรยายส่ิงของ
good / tall / thin / interesting / amusing ใชบ้ รรยายได้ทง้ั คนและส่งิ ของ

และคำคุณศัพท์ที่ได้จากกริยาทเ่ี กี่ยวกับความรู้สกึ ( verb of feeling) โดยนำเอากริยานั้นมาเตมิ –
ed และเตมิ –ing แล้วไดเ้ ปน็ คำคณุ ศพั ท์แต่ความหมายตา่ งกัน เชน่

interested =รูส้ ึกสนใจ / interesting = น่าสนใจ frightened = รสู้ กึ ตกใจ / frightening = นา่ ตกใจ

3 ครูให้นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในแบบฝึกหัดข้อ 4 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
73 แ ล้ ว เลื อ ก ว่ า นั ก เรี ย น จ ะ ใช้ adjectives ค ำ ใด บ ร ร ย า ย ค น ค ำ ใด ใช้ บ ร ร ย า ย สิ่ ง ข อ ง ห รื อ
คำใดบรรยายได้ทั้งสองอย่าง เมื่อนักเรียนเติมเสร็จแล้วครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาตอบว่าคำใดบรรยายอะไร
โดยครูถามว่า Which column do you use “angry” to describe? จากน้ันครูให้นักเรียนตรวจคำตอบพร้อมกัน
ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง

4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 5 โดยนำคำคุณศัพท์ในแบบฝึกหัดข้อ 4 มาเติมลงในข้อความให้
เหมาะสม เมอื่ เสร็จแล้วครูใหน้ ักเรียนอาสาสมคั รออกมาตอบคำถามครูแนะนำแกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาด

5 ครูให้นกั เรยี นอา่ นประโยคใน Subordinate clauses
We believe (that) comperation is essential for peace.
We think (that) historic monuments are very important.
We all know (that) some children don’t go to school.
We hope (that) we can get that job.

ครูอธิบายว่า สำนวนท่ีใช้ในการแสดงความคิดเห็นน้ันแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็น Main clause
(ส่วนทแี่ สดงกริยาแสดงความคดิ เหน็ ) และส่วนทเ่ี ปน็ Subordinate (ขอ้ ความทเี่ ป็นความเหน็ ) เชน่

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

113

Main clauses Subordinate clauses
I know
I believe WWF helps protect the world’s
I think
I am sure environment.
I hope
There is no doubt everyone is equal.

(that) we should not insult other people.
there will be enough water for everyone in

2027.

you give peace a chance.

UNICEF support the rights of the children .

6 ครูอ ธิบ ายค ว าม ห ม าย ขอ ง WWF เป็ น อ งค์ ก ร ท่ี ไม่ แ สว งห าก ำไร ที่ ด ำเนิ น งาน ด้าน
การอนุรักษ์ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องดูแลรักษาธรรมชาติและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม (World Wildlife Fund for
Nature) ครใู ห้นักเรยี นจับค่สู นทนาถาม-ตอบคำถามโดยใช้สำนวนทใี่ ห้ไว้ในกรอบของแบบฝึกหัดข้อ6ในหนงั สอื เรยี น
SPRINT3STUDENT’SBOOKหน้า 73 และคำคุณศัพท์จาก แบบฝึกหัดข้อ 4 ในการถาม-ตอบคำถาม ครูสังเกต
การสนทนาและชว่ ยแนะนำแก้ไขข้อผดิ พลาด

7 นักเรียนพูดรายงานความคิดของคู่สนทนาให้เพื่อนๆ ในช้ันฟัง โดยใช้สำนวนดังตัวอย่างใน
แ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 7 ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 73 ค รู ป ร ะ เ มิ น
การพูดถาม-ตอบความคิดหรือความร้สู ึก และบรรยายส่ิงของได้จากการจับคู่สนทนาถาม-ตอบคำถามโดยใช้สำนวนท่ี
ให้ไว้ และการพูดถาม-ตอบความคิดของคู่สนทนาด้วยแบบประเมินการสนทนา โดยใช้เกณฑ์การประเมินผ่านระดับ
“ดี”

8 นั ก เรี ย น ท ำ แ บ บ ฝึ ก หั ด Vocabulary ข้ อ 3-4 ใน ห นั ง สื อ SPRINT 3 WORKBOOK
หน้า 34-35 เป็นการทบทวน

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

114

9. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุม้ คา่ ในอุปกรณก์ ารเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสังคม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลกั สรา้ งภูมิคมุ้ กันในตัวทดี่ ี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้เก่ียวกับมรดกโลก

เงอ่ื นไขคุณธรรม มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ซอ่ื สตั ย์ ม่งุ มั่นในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภมู ิคุ้มกนั ในตวั ทีด่ ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม ส่งิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สอ่ื / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 73

11. การวัดประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ์การวัด
สงิ่ ทตี่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศัพทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝึกหัด
เก่ยี วกบั สถานทตี่ ่าง ๆ - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

115

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกดิ กับผ้เู รยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำทกี่ ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้ันตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรียนท่ไี มส่ นใจเรียน

 อ่นื ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนที่ไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีข้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความคดิ เห็นของหัวหนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ท่เี นน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกต่างกนั ของผูเ้ รียน เหมาะสมกับศกั ยภาพทแ่ี ตกต่างกันของผเู้ รยี น

 ที่ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ที่ยงั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใช้ได้จริง  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชือ่ .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

116

1 ครใู หน้ กั เรียนดรู ูปภาพเดก็ ชายสามคนและครพู ูดเล่าว่า

I have a nephew. His name is Korn. This is his photo.
(Who is Korn?)
Korn is the boy who stands in the middle.

2 ครทู บทวนการใช้ relative pronoun : who / which/ that เปน็ สรรพนามที่ใช้ในการขยายคำนาม
relative pronoun ใช้รวมประโยค 2 ประโยคเข้าด้วยกัน โดยที่ประโยคทั้งสองน้ันจะมีคำนามที่หมายถึงคน หรือ
สงิ่ ของเดียวกันอยู่ในประโยค หากคำท่ี relative pronoun แทนน้ันหมายถึงคน จะใช้ who แทน และหากเป็นสัตว์
หรือส่ิงของจะใช้ which หรือ that โดยการใช้ relative pronoun น้ี นักเรียนไมต่ ้องสนใจว่านามท่ีถูกนำไปแทนท่ีนั้น
จะเป็นเพศชายหรือเป็นเพศหญิง และจะมีจำนวนเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ได้ท้ังน้ัน หาก relative pronoun มีหน้าท่ี
เปน็ ประธานของประโยค นักเรยี นห้ามละ relative pronoun นั้น แต่ถ้าคำ relative pronoun มหี นา้ ที่เป็นกรรมของ
ประโยคนกั เรยี นสามารถละ relative pronoun ได้ เช่น

Siree is a teacher. She taught us History.
Siree และ she หมายถึงคนเดียวกัน ใช้ who (=ผู้ซึ่ง) แทน she แล้วนำข้อความที่เป็น relative
clause (คือข้อความท่ีขึ้นต้นด้วย relative pronoun) มาขยายท้ายคำนามที่มีความหมายหมายถึงคนหรือส่ิงของ
เดียวกัน

Siree is a teacher. She taught us History.
Siree is a teacher. + who taught us History. (ใช้ who แทน she คอื Siree)
Siree who taught us History is a teacher.
(นำ relative clause ไปขยาย Siree)

หากข้อความท้งั สองมีคำทห่ี มายถงึ ของสิง่ เดยี วกัน ให้ใช้ which (= ส่ิงที่ซงึ่ )แทน เช่น

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

117

I like the cake. The cake is topped with strawberies.
I like the cake. + which / that is topped with strawberies.
I like the cake which / that is topped with strawberies.
ครใู หน้ กั เรียนสงั เกตว่าเม่ือครูสลบั ประโยคในการทำ relative clause แลว้ which จะไปแทน the
cake ทเ่ี ปน็ กรรมของประโยคน้นั ในกรณีน้ี เราจะละ which ทง้ิ ได้

The cake is topped with strawberies. I like the cake.

The cake is topped with strawberies. + (which / that) I like.

The cake (which / that) I like is topped with strawberies.

ครูยำ้ นกั เรียนว่า relative pronoun เป็นสรรพนามที่ใช้เช่ือมคำทีห่ มายถึงคนหรือสิง่ ของเดียวกนั ใน

2 ประโยค หากคำท่ี relative pronoun แทนน้ันเป็นประธานของประโยคนกั เรยี นห้ามละ relative pronoun น้นั

ทิง้ แตถ่ ้าคำท่ี relative pronoun แทนเปน็ กรรมของประโยคนักเรียนสามารถละ relative pronounได้ ครูใหน้ ักเรียน

อา่ นคำอธิบายเรอื่ ง who/which / that ในกิจกรรม จากหนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

หนา้ 74 และอา่ นเรอ่ื งการใช้ Relative pronoun : who / which หรอื that เพมิ่ เติมจาก Grammar reference

14 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 57 เพอ่ื ทบทวนและเพ่มิ ความเขา้ ใจใหช้ ัดเจนข้ึน

3 ครูให้นกั เรียนทำกิจกรรมในกลอ่ งธงชาติ จากหนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOKหน้า 74
โดยอ่านข้อความท่ีให้ไว้และหาท่ีผิดพร้อมทั้งแก้ไขให้ถูกตอ้ ง ครูให้นักเรยี นอาสาสมัครออกมาตอบคำถาม โดยครูเป็น
ผชู้ ่วยแนะนำแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง โดยครูบอกนักเรยี นวา่

Read these two passages. Then find the mistakes and correct them.
Key : 1. John F. Kennedy who was
2. Microsoft which was founded

4 จากน้ันนักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 1 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
74 ให้นกั เรียนขดี เส้นใต้คำ relative pronoun ในประโยคและบอกว่าคำนั้นทำหน้าที่เปน็ ประธาน (S) หรอื กรรม (O)
ของประโยคตามตวั อยา่ ง เมอ่ื เสร็จแล้วครูให้นกั เรียนอาสาสมคั รออกมาตอบใหเ้ พื่อนๆ ฟัง ครชู ่วยแนะนำแกไ้ ข

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

118

5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 2 โดยเขยี นวงกลมตัวเลือกที่ถูกต้อง เมื่อเสรจ็ แลว้ ครู
สุม่ นักเรียนตอบคนละข้อ โดยครชู ว่ ยแนะนำแกไ้ ข จากนน้ั ครเู ขียนประโยคบนกระดานใหน้ ักเรียนได้ชว่ ยกนั สงั เกตและ
สรปุ การใช้ who / which

Emily is the woman who works for UNESCO. (S)
San Marco is the church which we saw in Venice. (O)

ครูเน้นให้นักเรียนสังเกตว่า relative pronoun ท่ีเป็นประธานจะมีกริยาตามหลัง และท่ีเป็นกรรม
จะมีรปู ประโยค (ประธานและกริยา) ตามหลงั ส่วน that ใชแ้ ทน relative pronoun ได้ทงั้ ทเ่ี ป็นประธานและกรรม

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 3 โดยเติม who/which หรือ that ที่เหมาะสมลงใน
ช่องว่าง และแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 4 โดยเขียนประโยค relative sentence โดยใช้ who / which หรือ that
เชอื่ มสองประโยคเข้าด้วยกัน พรอ้ มทั้งบอกว่า relative pronoun ใดสามารถละได้ แล้วครูให้นักเรยี นอาสาสมัครออกมา
บอกคำตอบให้เพอื่ นๆ ฟงั ครชู ว่ ยแนะนำ และตรวจสอบความถูกต้อง

7 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 1 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 36 โดย

เลือกคำที่เหมาะสมเพื่อเติมกฎเกณฑ์ในการใช้ Relative pronoun : who / which หรือ that ให้ถูกต้อง ครูให้นักเรียน

อาสาสมคั รอา่ นคำตอบของตนเอง ครูช่วยแนะนำแกไ้ ขให้เข้าใจถูกตอ้ ง

8 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 2 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 36 โดย

เชื่อมโยงประโยคสองประโยคด้วย who หรือ which จากนั้นครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้

นักเรยี นฟังและตรวจคำตอบของตนท่ีทำไวก้ ่อนนำสง่ ครู ครูตรวจสอบความถกู ต้อง นักเรยี นเปรยี บเทยี บคำตอบกัน

9 นั ก เรี ย น ศึ ก ษ า Grammar reference 14-15 ใ น ห นั ง สื อ SPRINT 3 WORKBOOK

หน้า 57-58 เพื่อทบทวนให้เข้าใจแมน่ ยำย่งิ ข้ึน

10 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 4-5 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 36-37

เปน็ การทบทวน ดังน้ี

แบบฝึกหัด Grammar ข้อ 4 หน้า 36 ครูให้นักเรียนค้นคว้าความรู้ทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับ

ประเทศอติ าลจี ากอนิ เทอร์เน็ต แลว้ เตมิ ขอ้ ความทก่ี ำหนดไวใ้ นกรอบมาเตมิ ในขอ้ มูลใหเ้ หมาะสม

แบบฝึกหัด Grammar ขอ้ 5 หน้า 36 ให้เขยี นประโยคตามความจรงิ ของนักเรียนโดยใช้ relative

pronoun

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

119

9. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 หว่ ง 3 เงอื่ นไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุม้ คา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแก้ปัญหาโดยใช้หลกั การทางสังคม

หลกั สร้างภูมคิ ุม้ กันในตัวทดี่ ี การมีน้ำใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้เกย่ี วกับการใช้ Relative pronouns

เงอื่ นไขคุณธรรม มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ซื่อสตั ย์ มงุ่ มั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงื่อนไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมิค้มุ กันในตวั ทีด่ ี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สงั คม สิ่งแวดลอ้ ม วัฒนธรรม

10. ส่ือ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 74

11. การวัดประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารวัด
ส่ิงท่ตี ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การใช้ Relative Pronouns - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม - แบบบันทกึ คะแนนใน
การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

120

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กิดกับผ้เู รยี น

1.) การประเมนิ ผลความรหู้ ลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ั้นตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ัน้ ต่ำท่ีกำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรยี นท่ไี ม่สนใจเรยี น

 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่อื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ขี ้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ ความคดิ เหน็ ของหัวหน้างานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ท่ีเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพทีแ่ ตกต่างกนั ของผเู้ รียน เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ที่ยงั ไม่เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่อื ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

121

7 1 ทบทวน relative pronoun และหาข้อผิดพลาดจากประโยคดังต่อไปนี้ นักเรียนท้ังชั้นช่วยกันหา
คำตอบ

- John stayed in a hotel who is quite expensive but luxury.
(Mistake: who = which)

- The big black cat who is sitting in front of the door is Jane’s.
(Mistake: who = that/which)

- Someone which arrests a thief is called a policeman.
(Mistake: which = who)

- Laura made a sandwich who is really delicious.
(Mistake: who = that)

- Steve bought jeans who are trendy with reasonable price.
(Mistake: who = that)

- Tourists usually go to Italy to see the Leaning Tower who is a well-known
building.
(Mistake: who = which)

2 ครูให้นักเรียนอ่านทบทวนการใช้ know / think / believe / hope ใน Grammar และ ใน
จ า ก ห นั ง สื อ เ รี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 75 ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น ช่ ว ย กั น
สรุปการใช้ และครูเขียนข้อความสรุปต่อไปนี้บนกระดาน

4 (that) a lot of children do not go to school.
I know (that) we willl be able to end poverty.

We hope what to do.
why she did it.
I don’t know how to swim
how to cook?
I know

You know
Do you know

7 3 ครูช่วยย้ำว่า การใช้กริยา know / think /believe / hope เหล่านี้ ใช้ตามด้วยอนุประโยค
(clause) ที่มี that ขึ้นต้นอนุประโยคนั้น ครูให้นักเรียนสังเกตว่า that อาจจะใส่ไว้หรอื ไม่ก็ได้ และถา้ ข้อความหลัง

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

122

that เป็นอนาคต ก็จะใช้ will และอธิบายว่าการใช้ know จะตามด้วย question word เช่น how, why, what,
etc.

4 นั ก เรี ย น ท ำ แ บ บ ฝึ ก หั ด Grammar ข้ อ 5 ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT3STUDENT’S
BOOK หน้า 75 โดยใช้สำนวนท่ีกำหนดให้มาเขียนประโยคท่ีเช่ือมด้วย relative pronoun ให้ถูกต้องสมบูรณ์ลงใน
สมุดแบบฝึกหัดแล้วนำส่งครู ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบของตนบนกระดานให้เพ่ือนๆ ดู ครูแนะนำแก้ไข
ขอ้ ผิดพลาด ครูตรวจสอบความถูกต้อง

5 ครู ให้ นั ก เรี ยน ทำแ บ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 6 ใน หนั งสื อ เรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 75 โดยเขียนประโยคด้วยการใช้ข้อความท่ีกำหนดให้เป็นแนวทางในการเขียนประโยคโดยใช้ Relative
clause ครใู หน้ กั เรียนอาสาสมัครออกมาเขยี นคำตอบของตนบนกระดาน ครูแนะนำแก้ไขขอ้ ผิดพลาด ครูตรวจสอบ
ความถูกต้องและประเมินการเขียนบรรยายคน สัตว์ ส่ิงของ โดยใช้ relative pronoun ได้จากคำตอบท่ีถูกต้องใน
แบบฝึกหดั Grammar ข้อ 1-6 โดยใช้เกณฑ์ประเมินผา่ นรอ้ ยละ 70

6 ครูให้นักเรียนอ่านทบทวนการใช้ know / think /believe / hope ใน Grammar และ ใน

ในหนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 75 จากนั้นครูให้นกั เรยี นช่วยกันสรปุ การใช้

7 ครเู ขยี นขอ้ ความสรปุ ต่อไปนบ้ี นกระดาน

I know (that) a lot of children do not go to school.
We hope (that) we willl be able to end poverty.
I don’t know
I know what to do.
You know why she did it.
Do you know how to swim
how to cook?

ครูช่วยย้ำวา่ การใช้กรยิ า know / think / believe / hope ใช้ตามดว้ ยอนุประโยค (clause) ท่ีมี
that ข้ึนต้นอนุประโยคนั้น ครูให้นักเรียนสังเกตว่า that อาจจะใส่ไว้หรือไม่ก็ได้ และถ้าข้อความหลัง that เป็น
อนาคต กจ็ ะใช้ will และอธบิ ายวา่ การใช้ know จะตามด้วย question word เช่น how, why, what, etc.

8 นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammarข้อ7ในหนังสือเรียน SPRINT3STUDENT’S BOOK หน้า 75 ครู
ให้นักเรียนอ่านเรื่องการใช้ know / think/ believe / hope ในการแสดงความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก Grammar
reference 15 ในหนังสอื SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 58 เพื่อทบทวนและเพ่มิ ความเขา้ ใจให้ชัดเจนขนึ้

9 ครูให้นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้ข้อความท่ีกำหนดไว้ในแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 7 จากหนังสือ
เ รี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 75 ป ร ะ ก อ บ ใ น ป ร ะ โ ย ค ใ ห้ ไ ด้ ม า ก ที่ สุ ด

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

123

ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบของตนบนกระดาน ครูแนะนำแก้ไขข้อผิดพลาด (คำตอบหลากหลายตาม
ความคิดของนักเรียน)

10 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 6-8 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 36-37
เปน็ การทบทวน ดงั น้ี

แบบฝึกหัด Grammar ข้อ 6 หน้า 36 ให้เติมคำ หรือข้อความในกฎเกณฑ์การใช้ประโยคแสดง
ความคิดเห็นท่ใี ช้ know / think / believe / hope ใหถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์

แบบฝกึ หัด Grammar ขอ้ 7 หน้า 36 ใหเ้ ตมิ ตารางเพื่อสร้างประโยคแสดงความคิดเห็นใหส้ มบรู ณ์
แบบฝึกหัด Grammar ขอ้ 8 หน้า 37 ใหเ้ ชื่อมโยงสว่ นของประโยคที่ใชใ้ นการแสดงความคดิ เหน็
ให้สัมพันธก์ ันอย่างถกู ตอ้ ง

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

124

9. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 หว่ ง 3 เงอื่ นไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุม้ คา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแก้ปัญหาโดยใช้หลกั การทางสังคม

หลกั สร้างภูมคิ ุ้มกันในตัวทดี่ ี การมีน้ำใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้เกย่ี วกับการใช้ Relative pronouns

เงอื่ นไขคุณธรรม มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ซื่อสตั ย์ มงุ่ มั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงื่อนไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมิคุ้มกันในตวั ทีด่ ี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สงั คม สิ่งแวดลอ้ ม วัฒนธรรม

10. ส่ือ / แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 75

11. การวัดประเมินผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารวัด
ส่ิงท่ตี อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การใช้ Relative Pronouns - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม - แบบบันทกึ คะแนนใน
การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

125

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รยี น

1.) การประเมนิ ผลความรหู้ ลงั การเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบว่านกั เรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรยี นท่ไี ม่สนใจเรยี น

 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่อื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี ้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วันท…่ี …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หน้างานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ทีเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพทีแ่ ตกต่างกนั ของผเู้ รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพทแี่ ตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น

 ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ที่ยงั ไม่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่อื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

126

1 นั ก เรี ย น ศึ ก ษ า Grammar reference 14-15 ใ น ห นั ง สื อ SPRINT 3 WORKBOOK
หน้า 57-58 เพอื่ ทบทวนให้เขา้ ใจแมน่ ยำยิ่งข้นึ

2 ครูขอ อ าสานั ก เรียน อ อก ม าแ ต่ งป ระ โยค โดย ใช้ relative pronoun: who which that
บนกระดาน นกั เรียนและครชู ่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

3 ครูทบทวนเพ่ิมเติมการเชื่อมประโยค โดยใช้ what / how / why โดยบอกว่า what ใช้ในการ
ถามว่าอะไร ถามถึงการกระทำ how ใช้ถามว่าอย่างไร ถามถงึ วิธีทำ ส่วน why ถามว่าทำไม เป็นการถามถึงเหตุผล
แล้วให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammarข้อ 8 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 76 ครูสุ่ม
เรยี กนกั เรียนตอบคำถาม เพ่ือนๆ ชว่ ยกันแก้ไขใหถ้ กู ต้อง โดยครูเป็นผ้ตู รวจสอบความถูกต้อง

4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 9 โดยเลือกคำตอบที่เหมาะสมท่ีสุด ครูให้นักเรียน
อาสาสมัครออกมาบอกคำตอบของตนใหเ้ พอื่ นๆ ฟัง แล้วตรวจคำตอบพร้อมกัน ครตู รวจสอบความถกู ต้อง

5 นักเรียนทำแบ บ ฝึกหัด Grammar ข้อ 10 โดยให้เลือกวงกลมคำตอบท่ีเหมาะสมกั บ
บทสัมภาษณ์ ครใู หน้ ักเรยี นอาสาสมคั รออกมาบอกคำตอบของตนให้เพือ่ นๆ ฟงั แลว้ ตรวจคำตอบพรอ้ มกนั ให้นักเรยี น
จับคู่พูดสัมภาษณ์กันตามบท ครูให้นักเรียนคู่อาสาสมัครออกมาสนทนาสัมภาษณ์กันที่หน้าช้ันเรียน ครูช่วยแนะนำแก้ไข
ตรวจสอบความถูกต้อง และประเมินการเขียนแสดงความคิดเห็นได้จากคำตอบที่ถูกต้องในแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 9-
10 โดยใชเ้ กณฑป์ ระเมินผ่านรอ้ ยละ 70

6 ครูให้ นั กเรียนทำแบบฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 11 จากหนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 76 โดยอา่ นและทำความเขา้ ใจข้อความในยอ่ หน้าน้ี แลว้ ตอบคำถาม โดยครูบอกวา่

Please read the paragraph below and tell me what it is about.
Key : Saint Teresa.

7 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 9-11 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 37 เป็น
การทบทวน ดังน้ี

แบบฝึกหดั Grammar ข้อ 9 หน้า 37 ให้เติมคำศัพท์ลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
แบบฝึกหัด Grammar ข้อ 10 หน้า 37 ใหเ้ ลอื กคำตอบท่ีถกู ต้อง

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

127

แบบฝกึ หัด Grammar ขอ้ ท่ี 11 หนา้ 37 แปลข้อความทีก่ ำหนดใหเ้ ปน็ ภาษาไทย และอ่านเรื่อง
แลว้ ตอบคำถามใหถ้ ูกต้อง

9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงอ่ื นไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุ้มคา่ ในอุปกรณก์ ารเรียน

หลักมเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลักการทางสงั คม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลักสร้างภูมคิ ุ้มกันในตวั ทีด่ ี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นักเรยี นมคี วามรู้เก่ียวกับการใช้ Relative pronouns

เงอื่ นไขคุณธรรม มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ ซื่อสัตย์ มุง่ ม่ันในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงื่อนไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี มู ิคมุ้ กนั ในตวั ที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 76

11. การวัดประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ์การวัด
ส่ิงท่ตี ้องการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การใช้ Relative Pronouns - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ - แบบบนั ทึกคะแนนใน
การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

128

บันทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เน่ืองจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กิดกบั ผู้เรยี น

1.) การประเมนิ ผลความรหู้ ลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบวา่ นกั เรียนผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้นั ตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำทีก่ ำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้ันตำ่ ทีก่ ำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ีไมส่ นใจเรยี น

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชือ่ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วันที่……..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความคดิ เห็นของหัวหน้างานวิชาการ

1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ทีเ่ นน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทีแ่ ตกตา่ งกนั ของผ้เู รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพทีแ่ ตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ท่ียงั ไมเ่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงช่อื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

129

1 ครูให้นักเรียนดูภาพและบอกว่าคิดถึงอะไร Look at these pictures and tell me one word
about each picture.

2 ครเู ขยี นคำตอบ pen และ baby บนกระดาน ให้นักเรยี นอา่ นออกเสียง ครแู กไ้ ขหากนกั เรียนออก

เสียงผิดพลาด
3 ครูออกเสียง /p/ ให้นักเรียนออกเสียงตามครแู ละในขณะออกเสียงครูให้นักเรียนใช้มือแตะทบ่ี ริเวณ

เส้นเสียง และออกเสียง /b/ ให้นักเรียนออกเสียงตามโดยให้นักเรียนใช้มือแตะที่บริเวณเส้นเสียงเช่นเดียวกัน นักเรียน
สังเกตความแตกตา่ ง

4 ครูอธิบายการออกเสียง /p/ ว่านักเรียนกักลมโดยการปิดริมฝีปากท้ังบนล่างแล้วปล่อยลมออกมา
อย่างรวดเรว็ โดยไมม่ กี ารสน่ั สะเทือนเสน้ เสยี ง

5 ครูอธิบายการออกเสียง /b/ ว่านักเรียนกักลมโดยการปิดริมฝีปากทั้งบนล่างแล้วปล่อยลมออกมา
อย่างรวดเร็ว โดยสั่นสะเทอื นเสน้ เสยี งดว้ ย

6 ครูเขียน people pepper pupil Bobby blue bird ให้นักเรียนอ่านออกเสียง ครูช่วยแก้ไขหาก
ผิดพลาด

7 ครูเขยี น climb debt ใหน้ ักเรียนอา่ นตามครู ครูให้นกั เรียนสังเกตว่า b ในคำเหล่านไี้ มอ่ อกเสยี ง

8 ครูให้นั กเรียนเปิดหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้ า 76 ดู แบบฝึ กหั ดข้ อ

Pronunciation ข้อ 1ครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังเสียงแล้วอ่านออกเสียงตาม A

piece of apple pie with blackberries.

9 นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 2 โดยครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังเสียง

อ่านแล้วเลือกตัวเลือกท่ีถูกต้อง แล้วร่วมกันเฉลยคำตอบ ครูตรวจสอบความถูกต้อง และให้นักเรียนอ่านออกเสียง

ขอ้ ความที่ถกู ตอ้ งท้งั หมดอีกคร้ัง

10 ครูให้นกั เรียนอา่ นขอ้ ความในแบบฝึกหัดข้อ 3 แล้วครูเปดิ เสยี งจากซีดปี ระกอบบทเรยี น

ใหน้ ักเรยี นอา่ นออกเสยี งประโยคท่ใี ห้ไว้อย่างรวดเรว็ ตามเสยี งอา่ นจากซดี ี ครูสุ่มเรียกนักเรยี นอา่ นทีละคน

แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

130

11 ครูประเมินการฟังและเข้าใจการออกเสียง /p/ และ /b/ได้จากการทำแบบฝึกหัดข้อ 2-3 ได้ถูกต้อง ด้วย
แบบประเมนิ การอ่านออกเสียง โดยมีเกณฑ์การประเมินผ่านระดบั “ดี”

12 ให้นักเรียนสรุปการออกเสียง /p/ และ /b/ และหาคำศัพท์เพิ่มเติมท่ีออกเสียง /p/ และ /b/ และ
ฝึกออกเสียงทบ่ี ้าน

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

131

9. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 ห่วง 3 เง่ือนไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศกึ ษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความค้มุ คา่ ในอุปกรณก์ ารเรียน

หลักมีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสงั คม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลกั สรา้ งภมู คิ มุ้ กันในตวั ทดี่ ี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นกั เรียนมคี วามรู้เกยี่ วกับการออกเสยี ง /p/ และ /b/

เงื่อนไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ซื่อสตั ย์ มุ่งมน่ั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี มู คิ มุ้ กนั ในตัวทด่ี ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. ส่อื / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 76

11. การวัดประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งทีต่ ้องการวดั - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การออกเสยี ง /p/ และ /b/ - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

132

บันทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความร้หู ลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขน้ั ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ิดเปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ั้นต่ำทก่ี ำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ข้ันต่ำที่กำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรียนท่ีไม่สนใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอ่ื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ มผ่ ่านการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงช่อื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วนั ท่ี……..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรียนร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น เหมาะสมกับศักยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป  ทยี่ งั ไม่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชือ่ .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

133

1 ครูทบทวนสำนวนต่อไปน้ี
- Do you know…..? ครูอธิบายว่าเป็นสำนวนท่ีใช้ถามไว้หน้าคำถามทั่วไป ใส่เสริมขึ้นมาหน้าคำถาม
ให้คำถามสละสลวยขึ้น โดยตอ้ งเปล่ียนแปลงคำถามท่ีตามหลงั ใหอ้ ยใู่ นรูป indirerct question

Where is this place? → Do you know where this place is?
Where would you like to go? → Do you know where you would like to go?
How can I go to Vatican? → Do you know how I can go to Vatican?
- สำนวนท่บี อกเกย่ี วกับความประสงค์ เช่น I’d love to / I want to / I like to
I don’t want to / I would like to / I love to ใชก้ ับ V (infinitive) เช่น
I love to visit Vatican City.
She’d love to see Sistine Chapel.
2 ครทู บทวนการขยายนามด้วย relative pronoun : which ว่าขยายหลังนามที่เป็นสัตว์หรือส่ิงของ
ซง่ึ นามนั้นจะเป็นส่วนทเ่ี ป็นประธานหรือกรรมของประโยคกไ็ ด้ เช่น
He likes the blue shirt which has short sleeves and white colar.
He likes the shirt which you bought.

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

134

3 ครูบอกนักเรียนว่าจะได้ชม เกี่ยวกับความฝันของ Amy ครูเปิด ในแผ่น CD

Video_functions_FLIP BOOK > Functions 6 ให้นักเรียนชม จากน้ันครูให้นักเรียนดูภาพสถานท่ีสำคัญ
ตา่ งๆ ทกี่ ล่าวถึงในเรอื่ งและให้ขอ้ มลู เก่ียวกบั สถานที่นัน้ เพอ่ื ให้เกดิ ความเข้าใจมากขึ้น

Culture

The Vatican City is the smallest nation in
the world. It is surrounded by Rome. It includes St.
Peter’s Basilica, the largest church in the world at
over six acres, and the Vatican Museums, with over
4.5 miles of corridors.
(ทีม่ า:

http://vatican.com/tour/sistine_chapel_3D)

The Sistine Chapel is one of the greatest art
treasures of the world. It's in the Vatican Museum. Millions of
tourists from around the world come here every year to
admire it. You will be amazed by the priceless amazing art
from the pavement to the frescoed ceiling by Michelangelo

(ทมี่ า: http://www.italyguides.it/us/roma/rome/roman_
catholic_church/church_in_rome/vatican/st_peters the-
sistine-chapel.htm)

The Roman Forum ( Forum Romanum)
began as a market place, but became the
economic, political, and religious hub, town
square, and center of all Rome.
(ทมี่ า:
https://www.history.com/topics/ancient-
rome/roman-forum)

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

135

(ท่ีมา:Mhtetpx:i/c/wohcis.unaesfceod.oerrga/lenr/elipsut/b27li4c in Machu Picchu is the site of an ancient Inca
city, high in the Andes of Peru. Located at 2,430
metres (8,000 ft), this UNESCO World Heritage site
is often referred to as "The Lost City of the Incas",
is one of the most familiar symbols of the Incan
Empire, and is one of the most famous and
spectacular sets of ruins in the world — a visit to
Peru would not be complete without it.
https:/ / www.nationalgeographic.com/ travel/ top-
10/peru/machu-picchu/secrets/)

North

America. It is bordered on the north by the

United States; on the south and west by the

Pacific Ocean; on the southeast by Guatemala,

Belize, and the Caribbean Sea; and on the

east by the Gulf of Mexico. [ 13] Covering

almost two million square kilometres ( over

760,000 sq mi),[12] Mexico is the fifth largest

country in the Americas by total area and the 13th largest independent nation in the world.

(ทม่ี า: https://www.healthline.com/health-news/mexico-healthcare-system#1)

4 ครูบอกนักเรียนว่าจะได้ชม อีกครั้ง แล้วนักเรยี นจะต้องกรอกข้อมูลว่าAmy และ Elis

ต้องการชมสถานท่ีใดบ้าง โดยให้นักเรียนเลือกตอบไว้ในแบบฝึกหัดข้อ 2 ในหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

หน้า 77 ครูให้นักเรียนอาสาสมคั รบอกคำตอบของตนให้เพือ่ นๆ ฟัง ครูตรวจสอบความถูกต้อง ครูประเมินการฟงั และ

เขา้ ใจการสนทนาถาม-ตอบความคิดเหน็ ได้ด้วยแบบประเมินการฟัง โดยมีเกณฑ์การประเมนิ ผา่ นระดับ “ดี”

5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 3 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 77 โดย

เติมขอ้ ความทีใ่ หไ้ วใ้ นกรอบลงในประโยคใหเ้ หมาะสม นกั เรียนบอกคำตอบของตนเองและครเู ฉลย

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Dialogue work ข้อ 5 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 35 โดย

ค รูเปิ ด เสี ย ง จ าก ซี ดี ป ร ะ ก อ บ บ ท เรีย น ให้ นั ก เรีย น ฟั งแ ล ะ เรีย ง ล ำดั บ บ ท ส น ท น าโด ย

เติมเลขลำดับในกรอบ ครูให้นักเรยี นอาสาสมคั รบอกคำตอบครตู รวจสอบความถกู ต้อง

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

136

7 ครูให้นักเรียนจับคู่กันบอกสถานที่ท่ีนักเรียนอยากไปเท่ียว 3 แห่ง โดยเลือกจากสถานที่
ทีก่ ำหนดไวใ้ นกรอบ โดยใชส้ ำนวนดังน้ี

Spain : great beaches I would like to go to Spain. I think it has great beaches.
ครูให้นักเรยี นคู่อาสาสมคั รออกมาสนทนาเกีย่ วกบั สถานที่ท่ีนักเรียนอยากไปเที่ยว 3 แห่ง ให้เพ่ือนๆ ฟัง
ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง ครูประเมินการพูดบทสนทนาถาม-ตอบความคิดเหน็ ได้ด้วยแบบประเมินการสนทนา โดยมี
เกณฑก์ ารประเมินผา่ นระดบั “ด”ี
8 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Function ข้อ 7-8 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 35 เป็น
การทบทวน

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

137

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เงอ่ื นไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ ค่าในอุปกรณ์การเรียน

หลักมีเหตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลกั การทางสงั คม

หลกั สร้างภมู ิคมุ้ กนั ในตัวทีด่ ี การมีน้ำใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นกั เรียนมคี วามรู้เกยี่ วกับสถานที่ท่องเท่ยี วสำคัญในโลก

เงอ่ื นไขคณุ ธรรม มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ซือ่ สตั ย์ มงุ่ มั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมิค้มุ กันในตวั ที่ดี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม สิง่ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สือ่ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 77

11. การวัดประเมนิ ผล เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารวัด
สง่ิ ทต่ี ้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การบอกสถานท่ีทอ่ งเท่ียวสำคัญ - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

138

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รยี น

1.) การประเมนิ ผลความร้หู ลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขนั้ ตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ท่กี ำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมินคดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้นั ตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรยี นท่ไี ม่สนใจเรียน

 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี ้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วนั ท…ี่ …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ ความคิดเหน็ ของหัวหน้างานวิชาการ

1.เป็นแผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ทเ่ี น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผู้เรียน เหมาะสมกับศกั ยภาพทีแ่ ตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่อื ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

139

1 ครูใหน้ กั เรียนบอกช่ือสถานที่มีชื่อเสียงของโลกหรอื สถานท่ีท่นี กั ทอ่ งเทยี่ วนิยมเดินทางไปเท่ยี วชม
2 ครูแจ้งนักเรียนว่า ในชั่วโมงน้ี นักเรียนจะได้เรียนรู้สถานที่ที่มีชื่อเสียงของโลกและคงความเป็น
สถาปตั ยกรรมอนั ทรงคา่ ใหช้ าวโลกได้ศกึ ษาเรยี นรู้

3 ครใู ห้นักเรียนศกึ ษาความรจู้ าก Culture: World famous sites จากข้อมลู ด้านล่าง โดยครอู าจฉาย
สไลดห์ รอื แจกใหน้ กั เรยี นโดยตรง

4 ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่มตามชื่อสถานท่ี แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนจับสลาก นักเรียนแต่ละ
กลุ่มอ่านบทความที่นักเรียนได้รับมอบหมาย หาความหมายของคำศัพท์ด้วยการคาดเดาจากบริบทหรือค้นหาจาก
พจนานกุ รม

5 นกั เรยี นอ่านเนือ้ เรอื่ งทีละกลุ่ม สุ่มทีละคน และอ่านพรอ้ มกันทัง้ ห้อง
6 นักเรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาสรปุ เร่อื งท่อี ่านให้เพอ่ื นได้ฟัง

7 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Function ขอ้ 7 ในหนังสอื SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 35 โดยให้
นกั เรียนทำแบบสำรวจจากคำถามและเลือกตัวเลือกที่ตรงกับนักเรยี น (สำหรับข้อ 1-3 ให้เลือกจากตวั เลือก และ ข้อ
4-5 ให้เขยี นคำตอบลงในชอ่ งว่าง)

8 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Function ข้อ 8 ในหนังสือSPRINT 3 WORKBOOK หน้า 35 โดยให้
นักเรยี นพดู อภปิ รายอย่างยอ่ เก่ยี วกับการท่องเท่ยี วโดยใช้แนวคำถามท่ีกำหนดให้

9 นักเรยี นจดคำศัพท์ใหมล่ งในสมดุ พร้อมหาความหมาย
10 ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเร่ือง World famous sites ที่นอกเหนือจากท่ีเรียนใน
ชั่วโมงน้ี คนละ 1 สถานที่และเขียนสรปุ ลงในสมุด

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

140

9. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความค้มุ ค่าในอปุ กรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลักการทางสังคม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลักการทางสงั คม

หลักสร้างภูมิค้มุ กันในตัวทด่ี ี การมีนำ้ ใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้เกย่ี วกับสถานท่ีท่องเทยี่ ว

เงือ่ นไขคณุ ธรรม มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ซอ่ื สัตย์ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ ุม้ กนั ในตวั ทด่ี ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สงั คม ส่งิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 76

11. การวดั ประเมินผล เครือ่ งมอื เกณฑ์การวัด
ส่ิงทต่ี อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การบอกสถานที่ท่องเท่ยี ว - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

141

บันทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกดิ กับผ้เู รยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำที่กำหนดไวค้ ิดเปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำทกี่ ำหนดไว้คิดเปน็ รอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมินคิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ขนั้ ตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ไี มส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรยี นท่ีไมผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี อ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วันที่……..../................../................

ความคดิ เห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระฯ ความคดิ เหน็ ของหวั หน้างานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ที่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพท่ีแตกต่างกนั ของผูเ้ รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพท่ีแตกตา่ งกันของผ้เู รยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป  ที่ยงั ไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางอังคณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

142

1 ครูให้นักเรียนบอกความหมายของคำว่า NGOs ตามท่ีนักเรียนรู้ ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า NGOs คือ
องคก์ รทไ่ี ม่ใช่ภาคราชการ และไม่ใช่ภาคธุรกิจท่ีแสวงหากำไร ก่อตั้งขึ้นและดำเนนิ การโดยกลุ่มบุคคลทีม่ ีความมุ่งมั่น
ในการท่ีจะเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะปญั หาด้านคุณภาพชีวติ ของกลุ่มคนผู้ด้อยโอกาสและ
ประชาชนผ้ทู ุกข์ยาก อันเกดิ จากผลกระทบของการพฒั นา

2 ครูให้นักเรียนจับคู่ภารกจิ ขององค์กร NGO ในแบบฝกึ หัดขอ้ 1 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 78

3 ค รู บ อ ก นั ก เรี ย น ว่ าภ า พ ห มี แ พ น ด้ าใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 78 เป็นสัญลักษณ์ขององค์กรหนึ่งในรายช่ือที่ปรากฏในกิจกรรมน้ี ให้นักเรียนเดาว่าเป็นองค์กรใด
(WWF) และครูใหน้ ักเรยี นดูภาพอน่ื ว่าเกี่ยวกบั องค์กรใดบ้าง โดยถามว่า

What other NGOs can you see on the page? (Oxfam / Greenpeace / Save the
children) ครใู หข้ ้อมูลเกี่ยวกบั NGOs อ่ืนดังน้ี
Logos The Organisations and mission

WWF- World Wildlife Fund
 Save wild animals and their habitats

Save the children
 Help children

Oxfam
 Help the poor

AI – Amnesty International
 Defends prisoners

Women’s Organisation
 Fight for women’s rights
Doctors without Borders
 Cure the sick

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

143

Greenpeace
 focus ondeforestation, global warming, overfishing,

commercial whaling and prevention of nuclear proliferation.

4 ค รู ส อ น ค ำศั พ ท์ :- non-government, non-profit, charities, imprisoned, right, volunteer,
fairer, oversea, gap year, disabled, volunteered, mechanic, anaesthetic ครูชูบัตรคำ/เขียนคำศัพท์บน
กระดาน/ฉายคำทลี ะคำ ครูให้นักเรียนสะกดคำและลอง พูดคำศพั ท์ ถ้าพูดไม่ไดห้ รือพูดผิด ครูพูดให้นักเรียนฟังคำละ
2-3คร้ัง นักเรียนพูดตามพร้อมกันทั้งห้อง ทีละกลุ่ม และสุ่มทีละคน ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม แข่งกันบอก
ความหมายของคำโดยค้นหาความหมายจากพจนานุกรม ถา้ ไม่ทราบครูอา่ นบริบทจากช่องคำแปลภาษาองั กฤษที่อยู่
ในคูม่ อื ครูบทเรียนย่อยท่ี 5 นกั เรียนเดาความหมายและบอกความหมาย

T: What does non-government mean?

S: It means ______

9 ครสู อนคำศพั ทอ์ ่นื ในทำนองเดยี วกันจนครบทกุ คำ จากนั้นครใู ห้นักเรียน 2 กล่มุ เดมิ
แขง่ กันพูดคำศพั ทจ์ นคลอ่ งโดยครชู ูบัตรคำ/เขียนคำศัพท์บนกระดาน/ฉายคำสลบั ไปมา

5 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Readingแบบฝึกหัดข้อ 2ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 78 ดังนี้

1 Pre-activity

1) ครูใหน้ ักเรียนเตมิ ความหมายของคำศพั ท์ใน แล้วอ่านพร้อมกัน 2 คร้ัง

Key : ข้ามน้ำข้ามทะเล / มีเสน่ห์กว่า / สุขภาพ / ช่วงเวลาหลังจบมัธยมศึกษา

และยังรอเวลาทจ่ี ะเข้าไปเรียนต่อมหาวทิ ยาลัย
2) ให้นักเรยี นอ่านประโยคคำถามและตัวเลือกคำตอบแล้วช่วยกนั บอกความหมาย
While-activity

3) ครใู หน้ ักเรียนอ่านเร่ือง NGOs เพื่อตรวจคำตอบที่ได้ทำไว้แล้วในแบบฝกึ หัดข้อ 1 ในหนังสือเรียน

SPRINT3STUDENT’SBOOKหน้า78 พร้อมขีดเสน้ ใตค้ ำท่ีนักเรยี นไม่รคู้ วามหมาย เมื่อพบคำยาก

ใหเ้ ดาความหมายหรอื คน้ หาจากพจนานกุ รม

4) ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงพรอ้ มกันท้ังห้อง เป็นกลุ่ม และอ่านทีละคนทีละประโยคต่อกันจนจบ
เนือ้ เรื่อง

Post-activity
5) นกั เรยี นช่วยกันสรปุ ใจความสำคัญของเรอื่ ง NGOs และสรปุ โครงสรา้ งไวยากรณ์ที่ประกอบด้วย

relative pronoun จากเรอ่ื งทีอ่ า่ นและใหน้ ักเรยี นยกตัวอยา่ งโดยขดี เสน้ ใต้ พรอ้ มระบโุ ครงสรา้ ง
(eg. Non-government organizations (NGOs) are organizations that are independent of
governments.: Relative pronounsvis that. That defines organization (object). )
6) ใหน้ กั เรยี นจับคกู่ ันตงั้ คำถามและคำตอบจากเร่อื งที่อ่าน คูล่ ะ 1-2 คำถาม ครูสุม่ นักเรียน 4-5 คู่
ออกมาถามคำถามเพอื่ นหนา้ ชั้นเรียน
7) นกั เรียนจดคำศัพท์ใหม่ลงในสมุดพรอ้ มความหมาย

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

144

6 ครูให้นักเรียนอ่านภารกิจในตัวเลือกของแบบฝึกหัดข้อ 1 และบอกนักเรียนว่า NGOs ต่างๆ มี
ภ า ร กิ จ แ ต ก ต่ า ง กั น ไป เช่ น ให้ ค ว า ม คุ้ ม ค ร อ ง นั ก โท ษ ช่ ว ย เห ลื อ ค น เฉ พ า ะ ก ลุ่ ม เช่ น เด็ ก
สตรี คนยากจน คมุ้ ครองสตั ว์ ช่วยรักษาโรคภัย ชว่ ยด้านการศกึ ษา

There are several NGOs . Each one has its purpose for doing its missions. You
can see the missions of some NGOs in Activity 1 on page 78. Please tell me
some examples of their missions. (Help children/ cure the sick/ protect
animals/…….)
Yes, a lot of missions such as to improve people heath, to help and protect
some special groups of people, to help with education, to fight for human
right, to save the ecological environment and so on.

7 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ท ำ แ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 3 ใน ห นั งสื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 79 โดยให้เลือกคำตอบท่ีถูกต้อง ครูให้นักเรียนตรวจคำตอบพร้อมกัน ครูตรวจสอบความถูกต้องและประเมินการ
อา่ นและการเขา้ ใจบทความเก่ยี วกับองคก์ รพัฒนาเอกชนได้จากคำตอบท่ีถกู ต้อง โดยใชเ้ กณฑป์ ระเมนิ ผ่านรอ้ ยละ 70

8 ครวู าดตารางดงั รปู ขา้ งลา่ งนี้บนกระดาน ให้นกั เรียนลอกลงสมุดแบบฝกึ หัด

The organisations Mission

9 ครใู ห้นกั เรยี นจับคู่กันอ่านเรื่องอีกครั้งแล้วเติมข้อมูลเกี่ยวกับองคก์ รทปี่ รากฏในเร่ืองที่อา่ นอย่างนอ้ ย
5 อ ง ค์ ก ร ล ง ใน ต า ร า ง เพื่ อ ให้ นั ก เรี ย น เห็ น อ ง ค์ ก ร แ ล ะ ภ า ร กิ จ ข อ ง อ ง ค์ ก ร ต่ า ง ๆ ได้ ชั ด เจ น
แล้วนกั เรยี นเปรยี บเทยี บคำตอบกับเพือ่ นคู่อ่ืน

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

145

Key: Mission
The organisations - improve people health in Africa
- support the poor and victim of the war
1. Doctors with Africa - help children
2. Doctors without Borders - save the ecological environment
3. Save the children - save the ecological environment
4. Greenpeace - save the ecological environment
5. Friends for the Earth - help people who are imprisoned
6. World Wildlife Fund-WWF - help women
7. Amnesty International
8. Woma’s Environment and - help with education (share skill)

Development Organisation-WEDO
9. Voluntary Service Oversea- VSO

10 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Reading ข้อ 1-2 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 38-39
เป็นการทบทวน

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

146

9. การบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เง่ือนไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุม้ ค่าในอุปกรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสงั คม

การแก้ปญั หาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลกั สรา้ งภมู คิ มุ้ กันในตวั ท่ดี ี การมีนำ้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอื่ นไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้เกีย่ วกับ NGOs

เงื่อนไขคณุ ธรรม มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ซือ่ สัตย์ มุ่งมน่ั ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภมู คิ ุม้ กันในตัวทดี่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. ส่ือ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 78

11. การวดั ประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารวัด
สง่ิ ทตี่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การบอก NGOs - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

147

บันทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กิดกบั ผู้เรยี น

1.) การประเมนิ ผลความรหู้ ลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านักเรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำท่กี ำหนดไว้คิดเปน็ รอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ้ันต่ำทีก่ ำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ที่กำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ีไมส่ นใจเรยี น

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทีไ่ มผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันที…่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หน้างานวิชาการ

1.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทีแ่ ตกตา่ งกนั ของผ้เู รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ทย่ี งั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา


Click to View FlipBook Version