The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaimath2514, 2021-11-09 03:49:07

ภาษาอังกฤษ 6 ม 3

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

198

1 ครูให้นักเรียนฟังเพลง Ain’t it fun? ของ Paramore จาก Youtube http://www.youtube.com/
watch?v=Izx9ADLjgbM

2 ครูอธิบายนักเรยี นวา่ กรยิ าบางตวั จะมกี ารย่อคำในการพดู เช่น
wanna เป็นตวั ย่อของ want to
gonna เป็นตัวย่อของ going to
และ ain’t เป็นตัวย่อของ am not, is not, are not, do not, does not, did not,

has not, have not...ในภาษาพูด ซ่ึงใช้กันแพร่หลายในภาษาเพลง เพ่ือให้เกิดความชำนาญ
นักเรยี นจงึ ควรฝกึ ฟังและพดู คำเหลา่ นี้ให้ถกู ตอ้ ง

3 ครใู ห้นักเรยี นอา่ นข้อความใน แบบฝึกหัดขอ้ 1 ในหนังสือเรยี น

SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 88 โดยครูเปดิ เสยี งจากซดี ีประกอบบทเรียน

ให้นกั เรยี นฟงั และให้อ่านออกเสียงตามหลายๆ ครั้งจนนกั เรียนออกเสยี งไดถ้ ูกตอ้ ง

4 ครูให้นักเรียนอ่านข้อความใน แบบฝึกหัดข้อ 2 ในหนังสือ

เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 88 ในแบบภาษาพูด จากนน้ั ครเู ปดิ เสยี งจากซดี ีประกอบบทเรียน

ให้นักเรยี นฟังและตรวจสอบความถูกต้อง

5 ครูประเมินการฟังและความเข้าใจการออกเสียง informal contractions จากการออกเสียงใน

แบบฝึกหัด ข้อ 1-2

6 ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงวิธีการสอบปฏิบัติพูดจากกลยุทธ์การสอบพูดในหนังสือเรียน SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หนา้ 89 และนักเรียนชว่ ยกนั แปลความหมาย โดยครชู ่วยแนะนำและอธิบายเพิ่มเตมิ หากมขี ้อ

สงสัย

7 ครูทบทวนการพูดออกเสียงที่เรียนมา โดยบอกนักเรียนว่านักเรียนจะต้องออกเสียงพยัญชนะให้
ชัดเจน เช่น /j / /p/ /b/ /t/ /d/ /f/ /v/ การออกเสียงประโยคคำถามที่ลงท้ายดว้ ยกริยาช่วยใหข้ ึ้นเสยี ง
สูงทา้ ยประโยค ประโยคคำถามท่ีถามหาข้อมูลจะลงเสียงตำ่ ประโยคคำถามแบบ tag จะจบทา้ ยด้วยเสยี งสูง

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

199

8 ครูให้นักเรียนค้นหาเพลงท่ีมีกริยาคำย่อดังตัวอย่างในบทเรียน และคัดเฉพาะท่อนเพลงท่ีมีกริยาคำ
ยอ่ และเขยี นลงในสมุด ครขู ออาสาสมคั รนักเรียนออกมาร้องเพลงท่อนนนั้ ๆใหเ้ พอื่ นฟัง

9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงอ่ื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ ค่าในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลักมีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแก้ปญั หาโดยใชห้ ลักการทางสงั คม

หลกั สรา้ งภมู ิคุ้มกันในตวั ท่ีดี การมีน้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้เก่ยี วกบั การยอ่ คำในภาษาองั กฤษ

เงือ่ นไขคณุ ธรรม มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ ซือ่ สัตย์ มุ่งม่ันในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภมู ิคุ้มกนั ในตวั ทดี่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สังคม สิ่งแวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. ส่ือ / แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 88

11. การวัดประเมนิ ผล เครอื่ งมอื เกณฑ์การวัด
ส่ิงทตี่ อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การบอกคำยอ่ ของคำต่าง ๆ - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

200

บันทึกหลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กดิ กับผูเ้ รยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้ันตำ่ ทก่ี ำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ั้นต่ำท่ีกำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบว่านักเรยี นผ่านการประเมินคดิ เป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ต่ำทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มนี กั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรียนท่ีไมส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไม่ผ่านการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชือ่ ผู้สอน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วนั ท่ี……..../................../................

ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กลุม่ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ

1.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ท่ีเน้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่ีแตกตา่ งกันของผูเ้ รยี น เหมาะสมกับศกั ยภาพทแี่ ตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ทีย่ งั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ที่ยงั ไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางอังคณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

201

1 ค รูบ อ ก นั ก เรี ย น ว่ านั ก เรี ย น จ ะ ต้ อ ง ส อ บ พู ด ส น ท น ากั น เกี่ ย ว กั บ ร้ าน ข าย อ าห า ร
ปลอดสารพษิ (organic food)

2 ครูให้นักเรียนศึกษาคำศัพท์ที่จะต้องใช้ในแบบฝึกหัด My oral exam ข้อ 1 จากหนังสือเรียน
SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 89 โดยใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงคำศพั ท์ท่กี ำหนดให้ในกรอบ แลว้ แบง่ นักเรียน
ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน สลับกันออกเสียงคำศัพทใ์ หเ้ พอ่ื นๆ ฟัง ครูคอยเดินสังเกตแนะนำการออกเสยี งคำศัพทแ์ ต่
ละคำ

3 ครูให้นักเรียนนำคำท่ีอยู่ในกรอบมาเขียนใส่ให้ตรงภาพ เปรียบเทียบคำตอบกันภายในกลุ่มของ
ตนเอง และเปรียบเทยี บกับเพอื่ นกลุ่มอ่นื และครูเฉลย

4 ครูนักเรียนจับคู่สนทนาถาม-ตอบโดยใช้คำถามในแบบฝึกหัดข้อ 2 เป็นแนวทางในการสนทนา
จากน้ันนักเรียนช่วยกันระดมกำลังสมอง (brainstorming) คิดคำพูดสนทนาถาม-ตอบร่วมกัน โดยนักเรียนคนท่ี 1
สนทนากับคนท่ี 2 นักเรียนคนท่ี 3 และ 4 เป็นผู้ฟังและจดข้อผิดพลาด จากนั้นสลับกันทำหน้าที่ ครูคอยช่วยเหลือ
ดา้ นภาษาเทา่ ท่ีจำเปน็ และคอยสังเกตการณส์ นทนาและแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง

5 นั ก เรียน ท ำแ บ บ ฝึ กหั ด My oral exam ข้ อ 3 ใน ห นั งสื อ เรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 89 โดยจับคู่กันสมมติเป็น A และ B สนทนาถาม-ตอบข้อมูลเก่ียวกับร้านขายอาหารปลอดสารพิษ
(organic food) โดยใช้ขอ้ มูลทใี่ ห้ไว้ในการสนทนาทีละคู่จนครบทกุ คน ครปู ระเมินการพูดสนทนาเก่ียวกับร้านขายอาหาร
ป ล อ ด ส า ร พิ ษ ( organic food) ไ ด้ ด้ ว ย แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ก า ร ส น ท น า โ ด ย ใ ช้
เกณฑ์ผ่านการประเมินระดับ “ดี”

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

202

9. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เง่อื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุม้ คา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแก้ปญั หาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลกั สร้างภูมคิ ้มุ กันในตัวท่ีดี การมีน้ำใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เก่ียวกับอาหารปลอดสารพษิ

เง่ือนไขคุณธรรม มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ ซือ่ สัตย์ ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี ูมิคุม้ กนั ในตัวท่ดี ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม วัฒนธรรม

10. ส่อื / แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 89

11. การวดั ประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์การวัด
สงิ่ ทต่ี ้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การสนทนาเก่ยี วกบั อาหารปลอดสารพิษ - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

203

บันทึกหลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้ัน มัธยมศึกษาปที ่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนือ่ งจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกิดกับผ้เู รยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เป็นรอ้ ยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑ์ขั้นตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นกั เรียนผา่ นการประเมินคดิ เป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ั้นต่ำท่กี ำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มนี ักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรียนที่ไม่สนใจเรยี น

 อน่ื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี อ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันที…่ …..../................../................

ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระฯ ความคิดเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผูเ้ รยี น เหมาะสมกบั ศักยภาพทแี่ ตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ทีย่ งั ไมเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ที่ยงั ไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

204

1 ครูใหน้ ักเรียนบอกชอื่ ตลาดที่มชี ่ือเสยี งทน่ี กั เรยี นรู้จกั และบอกลกั ษณะของตลาดนัน้ ๆโดยครเู ขยี นบน
กระดาน

- Please tell me a popular market you have known and what type of market?
(Possible answer: Train Night Market. Street food is cheap and handmade goods

are also available here. The shopping is great if you know how to bargain.)
2 ครูแจ้งนักเรียนเกี่ยวกับบทเรียนในชั่วโมงนี้เป็นเร่ืองของตลาด ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมโดยดูภาพ

เกีย่ วกบั ตลาดการเกษตรในยอรค์ ดังน้ี

Farmers’ market in York เป็นตลาดการเกษตรในยอรค์ ประเทศอังกฤษ

(ที่มา: http://www.blogto.com/eat_drink/2013/07/the_east_york_farmers_market/)
3 นักเรียนแบ่งกลุ่มๆละ 4 คนเพ่ือสืบค้นข้อมูลตลาดการเกษตรในยอรค์ ประเทศองั กฤษโดยค้นหาจาก

เ ว็ บ ไ ซ ต์ แ น ะ น ำ http: / / www. blogto. com/ eat_drink/ 2013/ 07/ the_east_york_farmers_
market/ และออกแบบบทสนทนาแสดงบทบาทสมมุติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

205

4 ครูสร้างสถานการณ์ให้นกั เรียนแสดงบทบาทสมมติระหว่างแม่คา้ และลูกค้าในตลาดการเกษตรเมือง
ยอร์ค กลุ่มละไม่เกิน 5 นาที ประเมินการสนทนาถาม-ตอบในการกระทำด้วยแบบประเมินการสนทนา โดยใช้เกณฑ์
ประเมินผา่ นระดบั “ดี”

5 นั กเรียนฝึ กเติมบทสนทนาโดยใช้ แบบฝึ กหั ด Open dialogue ข้ อ 7 ในหนั งสือ SPRINT 3
WORKBOOK หน้า 41 แล้วนักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกัน และจับคู่สนทนาโดยใช้ข้อมูลท่ีนักเรียนเติม สลับกันเป็น A
และ B ครคู อยสังเกต และแนะนำแกไ้ ขข้อบกพร่อง

6 นั ก เรี ย น ท ำแ บ บ ฝึ ก หั ด Dialogue writing ข้ อ 8 ใน ห นั งสื อ SPRINT 3 WORKBOOK
หน้า 41 โดยฝึกเขียนบทสนทนาเกี่ยวกับตลาดการเกษตรในยอร์ค โดยส่งให้ครูช่วยตรวจสอบความถูกต้องและให้
นกั เรียนเขียนใหม่อกี คร้ัง

3 7 นกั เรียนเขียนบทสนทนาใหมท่ ไ่ี ดร้ ับการตรวจแก้ไขจากครลู งในสมดุ
3 8 นกั เรยี นเขยี นคำศัพท์ใหม่พร้อมหาความหมายลงในสมุดเปน็ การบ้าน

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

206

9. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เง่ือนไข)

หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุม้ ค่าในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแกป้ ญั หาโดยใชห้ ลกั การทางสังคม

หลักสรา้ งภมู ิค้มุ กันในตวั ท่ีดี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นักเรียนมคี วามรู้เก่ยี วกับเรอ่ื งตลาด

เงอื่ นไขคุณธรรม มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ซื่อสตั ย์ มงุ่ ม่ันในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภูมิค้มุ กันในตัวที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สังคม สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สอ่ื / แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

11. การวดั ประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์การวัด
ส่ิงทต่ี อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขยี นเก่ียวกับตลาด - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

207

บนั ทึกหลงั สอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลท่เี กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรูห้ ลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑข์ นั้ ตำ่ ทก่ี ำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ทีก่ ำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ น้ั ต่ำท่กี ำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มีนักเรยี นท่ีไมส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรยี นที่ไม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีข้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันท่ี……..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระฯ ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ

1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ทีเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกต่างกนั ของผเู้ รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพที่แตกตา่ งกันของผเู้ รยี น

 ท่ียงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

208

1 ครูให้นักเรียนดูภาพและอ่านคำในแบบฝึกหัด Warm up ข้อ 1 จากหนังสือเรียน SPRINT 3
STUDENT’S BOOK หน้า 90 จากนั้นครูอธิบายคำศัพท์ที่นักเรียนอาจจะไม่รู้ เช่น light bulbs / toxic / double
glazing / lighting / solar panel แลว้ ให้นักเรยี นจับคูค่ ำกบั ภาพท่กี ำหนดไว้ใหถ้ ูกต้อง แล้วครูให้นกั เรยี นอาสามัครอ
อกมาอา่ นคำตอบใหเ้ พือ่ นๆ ฟงั

2 ครูบอกนักเรียนว่าจะไดอ้ า่ นเรื่องเกยี่ วกบั โรงเรียนสีเขียว (A green school)
Pre-activity
1) ครูถามนักเรยี นว่า

What is a green school? ( A school with healthy environment)

2) ครูให้นักเรียนหาความหมายของคำศัพท์ใน โดยให้นักเรียนช่วยกันแปลเป็น
ภาษาไทย

Key : ตระหนกั / เสียงอกึ ทึก / ทำให้สำเร็จ / สิงที่คน้ พบ / กันเสียงได้

3) ครูอธิบายคำศัพท์ยาก เชน่

Ventilation การจัดระบบอากาศภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร

4) ครู ให้ นั กเรียนอ่ านคำถามในแบบฝึ กหั ดข้ อ 3 ในหนั งสื อเรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 90 เพ่ือเปน็ เป้าหมายในการอ่าน

5) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมาจับสลากเพื่ออ่าน
บทความตามหมายเลขทไี่ ด้รบั มอบหมาย
หมายเลข 1 ยอ่ หน้า Become Green
หมายเลข 2 ย่อหนา้ What do you have to do?

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

209

หมายเลข 3 ย่อหน้า Method
หมายเลข 4 ย่อหนา้ A case study by Emma Bonfields, aged 13
หมายเลข 5 ยอ่ หน้า Findings
หมายเลข 6 ย่อหนา้ Recommendations
While-activity
6) ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มอา่ นบทความในแบบฝกึ หดั Reading ข้อ 2 และขดี เสน้ ใต้คำหรอื สำนวน
ที่อยู่ในแบบฝึกหัด Warm up ข้อ 1 จากหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 90 และร่วมกันสรุปความหมายและใจความสำคัญ และส่งตัวแทนออกมาสรุปหน้าชั้น
เรยี นใหเ้ พ่อื นไดฟ้ ัง
7) นกั เรยี นทกุ คนอ่านออกเสียงบทความพร้อมกนั ทง้ั ชัน้ เรียน เปน็ กลุม่ และส่มุ ทีละคน
Post-activity
8) ครูให้นกั เรียนอ่านบทความอกี ครั้งแล้วตอบคำถาม ครใู หน้ ักเรยี นอาสาสมัครออกมาตอบคำถาม
แต่ละข้อในแบบฝึกหดั ขอ้ 3 ครูประเมนิ การอ่านและความเข้าใจเกี่ยวกบั โรงเรยี นทเ่ี ป็นมิตรกับ
ส่ิงแวดล้อมจากคำตอบท่ีถูกตอ้ ง โดยใช้เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ ผา่ นรอ้ ยละ 70

3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด listening ข้อ 4 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
91 โดยให้นกั เรียนระดมความคดิ ถงึ หอ้ งเรียนของตนเองแลว้ เลอื กเขียนวงกลมคำตอบท่คี ดิ ว่าเหมาะสม

4 ครูใหน้ กั เรยี นอ่านข้อมูลในแบบฝกึ หดั listening ข้อ 5 ในหนังสอื เรยี น SPRINT3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 91 ทเ่ี กี่ยวกับครูและนกั เรียนได้ทำการเปลย่ี นแปลงห้องไปเช่นไร แลว้ ครูเปิดเสยี งจากซีดี
ประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังและเติมข้อมูลลงในช่องว่างให้ถูกต้อง สมบูรณ์ ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่าน
คำตอบของตน ครูประเมินการฟังและเข้าใจเกี่ยวกับการปรับปรุงโรงเรียนให้เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมจากคำตอบท่ี
ถูกตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑผ์ ่านการประเมนิ ผ่านรอ้ ยละ 70

5 ครูให้ นั กเรียน ท ำแ บ บ ฝึ กหั ด Speaking ข้ อ 6 ใน ห นั งสื อ เรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 91 โดยให้นักเรยี นเตรียมตัวในการพูดบอกวธิ ีที่จะทำใหโ้ รงเรียนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากนั้น
ให้นักเรียนนำคำคุณศัพท์ (adjective) ทใี่ หไ้ ว้ในกรอบมาเติมลงในข้อมูลตามความเหมาะสม แล้วจดคำแนะนำวา่ ควร
ทำอย่างไร และพูดใหเ้ พือ่ นๆ ฟังครูประเมินการพดู แนะนำในการปรับปรงุ โรงเรียนให้เปน็ มติ รกับส่ิงแวดล้อมด้วยแบบ
ประเมนิ การพดู โดยใช้เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ ผา่ นระดบั “ดี”

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Writing ข้อ 7 ในหนังสือเรียน SPRINT3STUDENT’S BOOK หน้า 91
โดยให้เขยี นจดหมายถึงหัวหน้าสถานศึกษารายงานปญั หา และแนวทางแกไ้ ข จากนนั้ ครูให้นกั เรยี นเลือกรูปแบบทจี่ ะ
เขยี นจดหมาย และทบทวนรูปแบบของจดหมาย แล้วให้นกั เรยี นนำขอ้ มลู จากแบบฝึกหัด Speaking ข้อ 6 มาใช้ใน

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

210

การเขียน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนแลกกันอ่านเพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำส่งครู ครูประเมินการเขียน
จดหมายรายงานปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขในการปรับปรุงโรงเรียนให้เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมด้วยแบบประเมิน
การเขยี นจดหมาย โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นการประเมนิ ผา่ นระดบั “ดี”

7 ครูให้นักเรียนเขียนลักษณะของโรงเรียนสีเขียวของโรงเรียนตนเองพร้อมแสดงความคิดเห็นและ
เหตุผลประกอบ โดยใช้แนวทางจากบทความ Green Schools ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 90 โดยครใู ห้ความช่วยเหลือดา้ นภาษาเท่าที่จำเป็น นกั เรียนสามารถค้นหาคำศัพทจ์ ากพจนานุกรมหรอื จากทาง
อนิ เตอรเ์ น็ตได้

8 ครูขออาสาใหน้ กั เรียนออกมาพูดเกยี่ วกับสง่ิ ท่ีนักเรียนเขียนเร่ือง โรงเรียนสเี ขียวของฉนั

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

211

9. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงอ่ื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคมุ้ ค่าในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลกั การทางสังคม

หลักสรา้ งภูมคิ ุ้มกันในตวั ทดี่ ี การมีนำ้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นกั เรียนมคี วามรู้เกย่ี วกบั โรงเรียนสีเขยี ว

เงื่อนไขคุณธรรม มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ซือ่ สตั ย์ มุ่งมั่นในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่ือนไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี มู คิ ุม้ กันในตัวท่ดี ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 90

11. การวัดประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวัด
สิง่ ที่ตอ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเขียนลกั ษณะโรงเรียนสีเขยี ว - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

212

บันทกึ หลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กดิ กบั ผเู้ รยี น

1.) การประเมินผลความรหู้ ลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ้ันตำ่ ที่กำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำท่ีกำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรยี นทไ่ี ม่สนใจเรยี น

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรือ่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรียนทไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชือ่ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันที่……..../................../................

ความคิดเห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่แี ตกต่างกนั ของผู้เรยี น เหมาะสมกบั ศักยภาพท่ีแตกตา่ งกนั ของผเู้ รียน

 ท่ียงั ไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

213

1 ครูแจ้งนักเรียนว่าวันนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้เร่ืองราวเก่ียวกับสหราชอาณาจักร โดยให้นักเรียนระดม
ความคิดนึกถึง keyword ท่ีทำให้นึกถึงสหราชอาณาจักร (ตัวอย่าง Buckingham Palace, Oxford University, Big
Ben Tower, Liverpool, London, Tea break, British, Stonehenge, BBC…,eg)

2 ครูให้ นั ก เรียน ดู ภาพ หั วข้อ Culture เร่ือ ง UK institutions ใน ห นั งสื อ เรียน SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หน้า 122-123 แล้วซักถามด้วยประโยค

- Look at the pictures. What do you see in these pictures?
- What is the title of the story?
- Can you guess?
- Have you ever been there?
- What have you known about the topic?

3 ให้ นั ก เรีย น ท ำกิ จ ก ร ร ม Culture เรื่อ ง UK Institutions ใน ห นั ง สื อ เรีย น SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หนา้ 122 ดังน้ี
Pre-activity
1) นั ก เรี ย น ดู ค ำศั พ ท์ :- made up, constituency, seat, bill, raised, benches แ ล ะ

appointed ที่ ครูให้นกั เรียนลองพูดคำศพั ท์ ถ้านกั เรียนพูดผิดหรือพูดไม่ได้ ครูพูด

ให้นักเรียนฟังคำละ 2-3 คร้ัง และให้สังเกตเสียงเน้นในคำ นักเรยี นพูดตามพรอ้ มกันทั้งห้อง ที

ละกลุ่มและสุ่มทีละคน ครูให้นักเรียนเดาความหมาย ถ้าไม่ทราบให้ค้นหาจากพจนานุกรม

จากนั้นให้นักเรยี นเติมความหมาย

Key: ประกอบด้วย , ผมู้ ีสิทธเิ์ ลอื กต้ัง, ท่นี ั่ง, ร่างกฎหมาย, ยกข้นึ มา, ที่น่ังยาว, ได้รับแตง่ ตงั้
2) ครูแบง่ นกั เรียนออกเป็น 4 กล่มุ แตล่ ะกลุม่ ส่งตัวแทนมาจบั ฉลากขอ้ ความ A, B, C, D และ E
1) While-activity
3) นักเรียน 4 กลุ่ม อ่านข้อความ A, B, C, และ D ที่จับฉลากได้ แต่ละกลุ่มเดาความหมายจาก

ขอ้ ความที่อา่ น เล่าเรอ่ื งภายในกลุม่ ตวั แทนกลุ่มบอกความหมายของขอ้ ความท่ีอ่านและบอก
ขอ้ ความ A, B, C, หรอื D
4) นกั เรียนและครูรว่ มกันเฉลย
5) นกั เรียนอา่ นขอ้ ความตามครู แล้วอ่านเองพรอ้ มกันทั้งห้อง เปน็ กลมุ่ และสุ่มทลี ะคน

Post-activity

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

214

1) 6) นกั เรียนช่วยกนั สรปุ ใจความของเรือ่ งท่อี า่ นอกี ครั้ง
7) ให้นั กเรียนอ่านข้อความอี กครั้งและทำแบบฝึกหัดข้อ 1 ในหนั งสือเรียน SPRINT 3
STUDENT’S BOOK หน้า 122 แล้วเตมิ แผนผังความคดิ ในหวั ข้อดังต่อไปนใี้ ห้ถูกต้อง
หัวขอ้ : Elections, Government, House of Commons และ The House of Lords

2)
3)

4 ให้นักเรียนอ่านข้อเท็จจริงเก่ียวกับ King and Queen เพิ่มเติมที่ More facts ตามครู แล้วให้
นักเรยี นอ่านเองและชว่ ยกนั บอกความหมาย

5 ทำแบบฝกึ หดั ข้อ 2 อ่านเน้อื เร่ืองอกี คร้งั และเติมประโยคให้สมบรู ณ์

6 ท ำแ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 4 COMPARING CULTURES ใน ห นั งสื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 122 นักเรียนอ่านคำถามเพ่ือเปน็ แนวทางในการตอบโดยอภปิ รายกับเพ่ือนเพ่ือเปรียบเทียบเกี่ยวกับหัวข้อ
ทางการเมืองการปกครองระหวา่ งประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศไทยลงในสมุด

7 นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ เรือ่ งราวทางการเมอื งการปกครองของสหราชอาณาจกั รและของไทย
8 ให้นกั เรียนจดคำศัพท์ใหม่และความหมายลงในสมุดจดศพั ท์ส่งครู

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

215

9. การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เง่ือนไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุม้ ค่าในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลกั การทางสังคม

หลกั สรา้ งภมู คิ มุ้ กันในตวั ท่ีดี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเป็นหมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้เกี่ยวกับ Culture

เง่ือนไขคณุ ธรรม มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ ซื่อสัตย์ มุ่งม่ันในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงอื่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี มู ิคมุ้ กนั ในตวั ที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. ส่ือ / แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 122

11. การวัดประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑ์การวัด
ส่งิ ท่ตี อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การบอกเร่ืองราวเก่ียวกบั ราชอาณาจักร - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

216

บนั ทกึ หลงั สอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เน่ืองจาก ..........................................................................

2. ผลที่เกดิ กบั ผู้เรียน

1.) การประเมินผลความร้หู ลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ นั้ ตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ นั้ ตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมินคิดเปน็ ร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้ันต่ำท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรยี นที่ไม่สนใจเรยี น

 อ่นื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรอ่ื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ขี อ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันที่……..../................../................

ความคดิ เห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระฯ ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจัดกิจกรรมการเรียนร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ทเ่ี นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพทแี่ ตกตา่ งกันของผู้เรยี น เหมาะสมกับศักยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผ้เู รยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป  ท่ยี งั ไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชือ่ .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

217

3 1 ครูให้นักเรียนดูรูปภาพในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 44-45 ข้อ 1 และให้นักเรียน
อา่ นตวั เลือกพร้อมบอกความหมายเปน็ ภาษาไทย และระบวุ ่าหวั ข้อใดในตวั เลอื กเป็นการอธบิ ายภาพเหล่านี้ได้ถกู ต้อง

1

2 ครูสอนคำศพั ท:์ - seeds, tastes, seasonally-produced, awareness, biodiversity, bright,

carry out, crowded, double, glazing, kind, lighting, noise, paint, replace, smelly, sound proofing,

substance โดยครชู บู ตั รคำ/เขียนคำศัพทบ์ นกระดาน/ฉายคำ ทลี ะคำ ครูใหน้ กั เรยี นสะกดคำ แลว้ ลองพูดคำศัพท์ ถ้า

นักเรียนพูดผดิ หรอื พูดไมไ่ ด้ ครูพูดให้ฟังคำละ 2-3 ครั้งและให้สงั เกตเสียงเน้นในคำ (word stress) นักเรยี นพูดตาม

พรอ้ มกันทง้ั ห้อง ทลี ะกลุม่ และสุ่มทลี ะคน ครูอา่ นบริบทจากชอ่ งคำแปลภาษาองั กฤษที่อยใู่ นคู่มอื ครูบทเรยี นยอ่ ยที่ 6

ใหน้ ักเรียนช่วยกนั เดาและบอกความหมายด้วยประโยค ดังน้ี

Teacher: What does “seeds” mean?

Students: It means .

ครดู ำเนินการสอนคำอื่น ๆ ในทำนองเดยี วกนั

3 ทำกิจกรรม Reading ในแบบฝึกหัดข้อ 2 Reading เรื่อง Let’s go organic ในหนังสือ SPRINT 3
WORKBOOK หน้า 44 ดังน้ี

Pre-activity

1) นักเรยี นดทู ี่ อา่ นคำศพั ท์และเตมิ ความหมายของคำศัพท:์ seeds, tastes และ

seasonally-produced

2) ครูให้นักเรียนอ่านคำถามหัวข้อ 3 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 45 เพ่ือเป็นแนวทาง

ในการอ่าน
While-activity

3) นักเรียนอา่ นเนอ้ื เร่อื งโดยคาดเดาความหมายจากบรบิ ทและอภิปรายร่วมกันในชัน้ เรยี น

4) นักเรยี นอา่ นเรอ่ื งตามครพู ร้อมกนั ทง้ั ห้อง แลว้ ใหน้ กั เรียนอา่ นเองพรอ้ มกันทัง้ หอ้ ง

เปน็ กลุ่มและสมุ่ ทีละคน ๆ ละ 1 ประโยคตอ่ กนั
Post-activity
5) นกั เรียนชว่ ยกนั สรปุ ใจความสำคัญของเรือ่ ง The Big Bang

3 4 ครูให้นักเรียนอ่านและตอบคำถามคำถามในแบบฝึกหัดข้อ 3 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK
หน้า 45 โดยครูให้นักเรียนตรวจคำตอบพร้อมกัน ครูตรวจสอบความถูกต้อง ประเมินผลการทำแบบฝึกหัดในหนังสือ
แบบฝึกหดั จากจำนวนคำตอบท่ีถูกต้อง โดยใชเ้ กณฑ์ผ่านร้อยละ 70

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

218

5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Listening ข้อ 4 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 45 โดยครู

เปิ ด เสี ย ง จ า ก ซี ดี ป ร ะ ก อ บ บ ท เรี ย น ที่ เกี่ ย ว กั บ เรื่ อ ง ข อ ง Kristy ฉ ล อ ง วั น ค ริ ส ต์ ม า ส

อยา่ งไม่ทำลายส่ิงแวดลอ้ ม ใหน้ ักเรยี นฟงั และเลอื กคำตอบ ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกมาอ่านคำตอบของตน ครูคอย

แนะนำแกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง

6 นั ก เรี ย น ท ำแ บ บ ฝึ ก หั ด Writing ข้ อ 5 ใน หนั งสื อ SPRINT 3 WORKBOOK หน้ า 45
โดยเขียนจดหมายถึงเพื่อนโดยใช้แนวคำถามในการเขียนจดหมาย โดยเขียนคำตอบลงในสมุดแบบฝึกหัด แล้วส่งครู
ครูคอยแนะนำแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง

7 นักเรียนรว่ มกันสรุปบทเรยี นเรอ่ื ง Organic food
8 นกั เรียนจดคำศพั ทใ์ หมล่ งในสมุดพร้อมหาความหมาย

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

219

9. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เงือ่ นไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มคา่ ในอุปกรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลกั สร้างภูมิค้มุ กันในตวั ทด่ี ี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่อื นไขความรู้ นกั เรียนมคี วามรู้เกย่ี วกับคำศัพทต์ า่ ง ๆ

เง่อื นไขคณุ ธรรม มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ซ่อื สตั ย์ มุง่ มัน่ ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ มุ้ กนั ในตัวทีด่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรม

10. สือ่ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

11. การวัดประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ์การวัด
สงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การสะกดคำศัพทต์ า่ ง ๆ - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

220

บันทึกหลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกดิ กบั ผ้เู รียน

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบวา่ นักเรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำท่กี ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คิดเปน็ รอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ขน้ั ตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มีนกั เรยี นทไ่ี มส่ นใจเรียน

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีข้อเสนอแนะ

ลงชื่อ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันท…่ี …..../................../................

ความคิดเห็นของหวั หนา้ กล่มุ สาระฯ ความคิดเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ท่ีเน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพที่แตกตา่ งกันของผู้เรยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแ่ี ตกต่างกันของผู้เรยี น

 ที่ยงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป  ที่ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….

ลงชือ่ ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

221

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 4

รายวิชา อ 23102 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 8 เรอ่ื ง Education
ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก เวลา 16 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

สาระท่ี 1: ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/2, ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/4,
ต 1.3 ม. 3/1, ต 1.3 ม. 3/3
สาระที่ 2: ภาษาและวฒั นธรรม
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/2
สาระท่ี 3: ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืน
มฐ. ต 3.1 ม. 3/1
สาระที่ 4: ภาษากับความสมั พนั ธ์กับชุมชนและโลก
มฐ. ต 4.1 ม. 3/1, ต 4.2 ม.3/1

2. เป้าหมายการเรยี นรู้
1. บอกความหมายและใช้คำศพั ท์เกี่ยวกบั การศกึ ษาในโรงเรยี นได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/2
2. อา่ นและเขา้ ใจบทความเรอ่ื งการเรยี นแบบมอนเตสซอรี่ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4
3. ฟงั และเข้าใจการเรยี นรแู้ บบ homeschool ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4
4. เขียนบรรยายระบบการศกึ ษาของตนได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.3 ม. 3/3, ต 2.2 ม. 3/2, ต 3.1 ม. 3/1
5. เขยี นเตมิ แผนผังการเรียนของตนเองได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.2 ม. 3/1
6. เขียนเล่าเหตกุ ารณท์ ีท่ ำในอดตี ทไ่ี มเ่ นน้ เวลาได้
มฐ. ต 1.3 ม. 3/1, ต 1.3 ม. 3/3, ต 2.2 ม. 3/1
7. อ่านออกเสียงสระควบกล้ำ /-/ และ /-/ ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/2
8. เขียนจดหมายส่วนตัวเลา่ เร่ืองโรงเรยี นของตนเองได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.3 ม. 3/3, ต 2.2 ม. 3/1

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

222

9. ค้นหาความหมายของคำจากสอื่ หรอื แหลง่ เรยี นร้ไู ด้
มฐ. ต 3.1 ม.3/1, ต 4.1 ม.3/1, ต 4.2 ม.3/1

10. สรุปใจความสำคญั และตอบคำถามจากการอา่ นขอ้ เท็จจริงเกย่ี วกับประเทศสหรฐั อเมริกาได้
มฐ. ต 1.1 ม.3/4, ต 1.2 ม.3/4, ต 1.3 ม.3/2, ต 2.1 ม.3/2, ต 4.1 ม.3/1

11. สรุปใจความสำคญั และตอบคำถามจากการฟังขอ้ มูลของประเทศสหรฐั อเมรกิ าได้
มฐ. ต 1.1 ม.3/1, ต 1.1 ม.3/4, ต 1.2 ม.3/4, ต 1.3 ม.3/2, ต 4.1 ม.3/1

12. บอก/เขยี นข้อมลู ดา้ นการเมืองการปกครองของทอ้ งถิน่ ในประเทศไทยได้
มฐ. ต 1.2 ม.3/5, ต 1.3 ม.3/1, ต 1.3 ม.3/2, ต 2.2 ม.3/2, ต 3.1 ม.3/1, ต 4.1 ม.3/1

13. อ่านและเขา้ ใจบทความเรื่องการศกึ ษาแบบ ‘cloud schools’ ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4, ต 2.2 ม. 3/1

14. ฟงั และเข้าใจบทสนทนาเรอื่ งการทดลอง The Hole in the Wall ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4, ต 2.2 ม. 3/1

15. พูดแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั การศกึ ษาแบบ ‘cloud schools’ ได้
มฐ. ต 1.3 ม. 3/3, ต 2.1 ม. 3/1, ต 3.1 ม. 3/1, ต 4.2 ม. 3/1, ต 4.1 ม. 3/1

16. เขียนข้อความแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับโรงเรียนของตนเองได้
มฐ. ต 1.3 ม. 3/1, ต 2.1 ม. 3/1, ต 3.1 ม. 3/1

3. ทกั ษะ/กระบวนการ
การอ่าน : การอา่ นหาข้อมลู การอา่ นจบั ใจความสำคญั การอ่านออกเสยี ง
อ่านบทความวิชาการ
การฟัง : การฟังหาข้อมลู การฟังจับใจความสำคญั การหาข้อมูลเฉพาะ ฟังบทสนทนา
การพูด : การพูดใหข้ อ้ มูล พดู รายงานข้อมูล การหาข้อมูลเฉพาะ การพูดบรรยาย พดู
แสดงความคิดเห็น
การเขยี น : การเขยี นแสดงความคิดเห็น เขยี นเสนอแนะ การเขียนจดหมาย การเขยี นจดหมายอีเมล
การเขียนข้อความบรรยาย การเขยี นบทสนทนา เขยี นเล่าเหตุการณ์ในอดตี

4. ความสัมพันธก์ ับกลุม่ สาระการเรียนรู้อ่นื
1. สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. การส่ือสาร
2. การใช้ทักษะชวี ิต

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

223

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

7. การประเมนิ ผลและหลักฐานการเรยี นรู้ วิธวี ดั ผล/เครอ่ื งมอื ประเมิน หลกั ฐานการเรยี นรู้

เป้าหมายการเรียนรู้ - การตรวจแบบฝึกหดั - แบบบนั ทึกคะแนนใน
- การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝกึ หดั
หน่วยการเรยี นร้ยู ่อยท่ี 1 - การตรวจแบบฝึกหัด - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
สิ่งท่ผี ู้เรยี นควรรู้ การตรวจแบบฝกึ หดั
• รูปแบบ Gerund - แบบบนั ทกึ การตรวจ
สิง่ ทผ่ี ูเ้ รยี นตอ้ งรู้และปฏบิ ัติได้ แบบฝึกหดั
• เรียนรู้โครงสรา้ ง Gerund
ความเข้าใจที่คงทน
• ใช้ Gerund ถกู ต้อง

หน่วยการเรยี นรู้ย่อยที่ 2 - การตรวจแบบฝึกหดั - แบบบนั ทึกคะแนนใน
สง่ิ ทผ่ี เู้ รยี นควรรู้
• รปู แบบการพดู เกีย่ วกบั ประสบการณ์ การตรวจแบบฝึกหดั
สิ่งท่ีผูเ้ รียนต้องปฏบิ ัติได้
• เรียนรู้การใชว้ ลี/สำนวนตา่ ง ๆ - การตรวจแบบฝึกหดั - แบบบนั ทึกคะแนนใน
ความเข้าใจทค่ี งทน
• พูดและบอกเก่ยี วประสบการณ์ตนเอง การตรวจแบบฝกึ หัด

เป้าหมายการเรียนรู้ - การตรวจแบบฝึกหัด - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
หน่วยการเรยี นรู้ย่อยท่ี 3
สง่ิ ทีผ่ ู้เรียนควรรู้ การพดู
• รูปแบบการแสดงความคดิ เหน็
สงิ่ ที่ผู้เรยี นต้องปฏิบัตไิ ด้ วิธีวดั ผล/เคร่อื งมอื ประเมนิ หลกั ฐานการเรียนรู้
• เรยี นรู้การใชค้ ำกริยาไดต้ ามโครงสรา้ ง
ความเข้าใจที่คงทน - สังเกตการตอบคำถาม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
• พูดและเขียนคำกรยิ าตามโครงสรา้ ง - การตรวจแบบฝึกหดั การตอบคำถาม
- การตรวจแบบฝึกหัด - แบบบนั ทกึ คะแนนการ
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยที่ 4 ตรวจแบบฝึกหัด
สงิ่ ท่ีผเู้ รียนควรรู้ - แบบบนั ทกึ การตรวจ
• การสอบการเขยี น แบบฝกึ หดั

- สงั เกตการพดู อธบิ าย - แบบสงั เกตการพูด

แผนการจัดการเรียนรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

ส่ิงทผ่ี เู้ รียนต้องรู้และปฏิบัติได้ - การตรวจแบบฝกึ หัด 224
• การใช้ Interrogative pronouns - สังเกตการพูดอธบิ าย
ความเข้าใจทค่ี งทน - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การใช้ Interrogative pronouns ไดถ้ กู ต้อง - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
-สงั เกตการพดู - แบบสังเกตการพูด
หน่วยการเรยี นรยู้ อ่ ยท่ี 5
ส่งิ ทผี่ เู้ รียนควรรู้ -แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• รู้จักการใช้ภาษาเพ่ือแสดงความคดิ เหน็ /การ การตรวจแบบฝึกหัด
พูดเก่ยี วกับการศกึ ษา - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
สิ่งทผี่ ู้เรียนต้องรแู้ ละปฏิบัติได้ การอ่าน
• สามารถใชภ้ าษแสดงความคิดเห็น/ความรู้สึก
ความเข้าใจทคี่ งทน
• พดู และเขียนเพื่อแสดงความคิดเหน็ และ
ความรสู้ กึ

8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

225

1 ครถู ามความหมายของชอื่ เร่ือง Education หมายถงึ อะไร
What does the word “Education” mean? (Study / training)

2 ครใู ห้นกั เรียนดูภาพ A-D และทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 1 ในหนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 92 โดยให้เลือกภาพท่ีตนเองอยากให้โรงเรยี นเปน็ แบบนั้น พร้อมบอกเหตุผล

3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 2 โดยให้ดูรายการแบบฝึกหัดที่กำหนดไว้แล้วให้
นักเรียนบอกว่าแบบฝึกหัดใดท่ีนักเรียนมักจะทำในโรงเรียน และแบบฝึกหัดใดมักจะทำท่ีบ้าน โดยให้นักเรียนใส่ s หรือ h
ลงในชอ่ งว่างหลงั รายการของแบบฝึกหัดตามจริง (คำตอบมไี ด้หลากหลายตามความจริงของนักเรยี น)

4 ครูให้นักเรียนเติมรายละเอียดเก่ียวกับวิชาที่เรียนของแผนผังในแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 3
โดยเตมิ ชื่อวิชาทีเ่ รยี น กีฬาทเี่ ล่น และกจิ กรรมยามบ่ายลงในตาราง

5 ครูประเมินการบอกความหมายและใช้คำศัพท์เกี่ยวกับการศึกษาในโรงเรียนจากคำตอบ โดยใช้เกณฑ์
ประเมนิ ผ่านร้อยละ 70

6 ครูให้นักเรียนเขียนรายการกิจกรรมที่ทำที่โรงเรียน (List of activities at school) และกิจกรรมที่
ท ำ ที่ บ้ า น ( List of activities at home) น อ ก เ ห นื อ จ า ก ใ น ห นั ง สื อ พ ร้ อ ม แ ต่ ง ป ร ะ โ ย ค
ครูช่วยเหลือภาษาเท่าที่จำเป็นและอาจให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตได้ ครูขออาสาให้นักเรียน
ออกมาเขยี นตัวอย่างประโยคบนกระดาน 4-5 คน

7 ครูให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 1-2 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 46 เป็น
การทบทวน

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

226

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความค้มุ คา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแก้ปญั หาโดยใช้หลักการทางสงั คม

หลกั สร้างภมู คิ ุ้มกนั ในตัวทด่ี ี การมีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอื่ นไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้เก่ียวกับกจิ กรรมท่ีทำในโรงเรยี น

เงื่อนไขคุณธรรม มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ ซอื่ สัตย์ มุง่ มนั่ ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงอื่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี มู ิคุ้มกนั ในตัวทีด่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สอ่ื / แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOk หนา้ 92

11. การวดั ประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวัด
สงิ่ ทต่ี อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขยี นบอกกิจกรรมต่าง ๆ - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

227

บันทึกหลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความร้หู ลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑ์ขัน้ ต่ำทก่ี ำหนดไวค้ ิดเปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรียนผา่ นการประเมินคดิ เป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมินคิดเป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขน้ั ต่ำที่กำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรียนที่ไมส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เร่อื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนที่ไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วนั ที่……..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรียนร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่ีแตกตา่ งกนั ของผู้เรียน เหมาะสมกับศักยภาพทแี่ ตกต่างกันของผเู้ รยี น

 ท่ียงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป  ที่ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

228

1 ครถู ามนักเรียนเกีย่ วกบั Montessori ว่า

Have you ever heard about Montessori’? (No)
We are studying about Montessori.

2 ค รู ส อ น ค ำ ศั พ ท์ ให ม่ (other words):- child-sized, invent, emphasis, independence,
psychological, physical, divide, และ co-founder ครูชูบัตรคำ/เขยี นคำศัพท์บนกระดาน/ฉายคำ ทีละคำ ครูให้
นักเรยี นสะกดคำ แล้วลองพูดคำศพั ท์ โดยครพู ูดประโยค Spell it. Read it. ถา้ นักเรียนพูดผิดหรือพูดไม่ได้ ครูพูดให้
นักเรยี นฟังคำละ 2-3 ครั้ง ให้สงั เกตเสยี งเนน้ ในคำ นกั เรียนพดู ตามพร้อมกันทั้งห้อง ทลี ะกลุ่มและสุ่มทีละคน ครูให้
นักเรียนช่วยกนั เดาและบอกความหมาย ถ้านักเรียนไมท่ ราบ ครใู หน้ กั เรียนค้นหาความหมายจากพจนานกุ รม

3 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Presentation 1 เรื่อง Montessori: learning not teaching ใน
หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOKหนา้ 93 ดังนี้

1 Pre-activity
2 1) ใหน้ ักเรยี นทายเนื้อหาจากภาพที่เหน็ โดยครูถามด้วยประโยค ดังน้ี

3 - What are they doing? (They are studying parts of body because we can see that
they are pointing and touching their nose, mouth and teeth.)

4 - Where are they? (At school)
5 - What do think how they feel while learning? (They look happy and smile.)

2) ครูให้นักเรียนอ่านและแปลคำศัพท์ใน คำศัพท์:- development, child-

sized, discovery และ look forward to

Key: การพฒั นา / ขนาดเด็ก / การค้นพบ / รอคอย

แลว้ ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นและแปลพร้อมกนั 2 ครั้ง

3) ครูใหน้ ักเรยี นอ่านข้อความท่ีมีสีเข้ม Montessori : learning not teaching ในหนังสือเรียน SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หน้า 93 แล้วครูถามความแตกต่างระหว่าง learning กับ studying ว่า

ต่างกันอย่างไร (learning แปลว่าการเรียนรู้ท่ีเกิดจากการศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งต่างๆ

และเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง ส่วน studying เปน็ การเรียนร้แู บบมคี รมู าสอน ส่วน teaching คือ การสอน

ทมี่ ีผู้รู้มาถา่ ยทอดความรู้ใหก้ ับผูเ้ รยี น) ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมว่า learning / studying และ teaching

เปน็ gerund ไดจ้ ากการนำ verb + ing ทำหนา้ ที่ไดเ้ ปน็ คำนาม

While-activity

4 4) ครบู อกว่านักเรียนจะไดฟ้ ังเรื่องเก่ยี วกับ Montessori ซ่ึงเป็นวิธีการเรียนรูแ้ บบหนง่ึ ให้นักเรยี นฟัง

และอา่ นคลอตามเบาๆ พรอ้ มขีดเสน้ ใต้คำศพั ทท์ ่ีนกั เรียนไมร่ ู้ ครเู ปดิ เสียงจากซดี ีประกอบบทเรียน

ใหน้ กั เรียนฟงั และปฏบิ ัตติ ามท่ตี กลงไว้

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

229

5) ครูให้นกั เรียนอ่านออกเสียงบทความพรอ้ มกนั ท้งั ห้อง เป็นกลุ่มและสุ่มทีละคนอ่านต่อๆ กันจนจบ
เนื้อเร่อื ง

Post-activity
6) นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ บทความจากการอา่ นรว่ มกัน
7) นกั เรยี นจับค่กู ันตัง้ คำถามและคำตอบจากเรื่องที่อา่ น 1-2 ข้อ ครใู หน้ กั เรยี นออกมาถาม
คำถามเพื่อนและชว่ ยกนั หาคำตอบ เพ่ือสร้างความเขา้ ใจในการอ่านมากขนึ้
8) ใหน้ ักเรยี นสรุปโครงสร้างไวยากรณ์เร่อื ง gerund จากเรอื่ งทีอ่ า่ น โดยใหน้ ักเรียนหา
โครงสร้างจากเรอ่ื งทอี่ ่านและขีดเส้นใต้ ครูคอยให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบความ
ถูกต้อง

4 ครูให้นักเรียนอ่านเรื่อง Montessori : Learning not teaching ในหนังสืออีกครั้ง แล้วทำ
แบบฝึกหัดข้อ 5 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOKหน้า 93 โดยบอกว่าข้อมูลที่กำหนดให้ได้ถูก
กล่าวถึงในเรื่องว่าเป็นจริงหรือไม่ ถ้าจริงตอบ T แต่ถ้าไม่จริงตอบ F แต่ถ้าไม่ได้กล่าวถึงไว้ในเร่ืองเลยใช้ DS เมื่อ
นักเรยี นทำเสร็จแลว้ ครูใหน้ ักเรยี นเปรยี บเทยี บคำตอบกนั จากน้นั ใหน้ กั เรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของตนให้
เพื่อนๆ ฟัง ครูคอยแนะนำแก้ไขให้ถกู ตอ้ งและประเมนิ การอ่านและเข้าใจบทความเร่ืองการเรยี นแบบมอนเตสซอรี่ได้
จากคำตอบทถ่ี ูกต้อง โดยใช้เกณฑป์ ระเมนิ ผ่านรอ้ ยละ 70

5 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ท ำ แ บ บ ฝึ ก หั ด Dictation ข้ อ 5ใน ห นั ง สื อ SPRINT 3 WORKBOOK

หน้า 47 โดยครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้ นั ก เรี ยน ฟั งและ เขี ยน ข้ อ คว ามที่ เก่ี ยวกั บ วิ ธี

การสอนแบบมอนเตสซอรี่ที่ได้ฟังจนจบ และให้ฟังซ้ำอีกคร้ังเพ่ือทบทวนแก้ไข เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนอาสาสมัคร

ออกมาเขียนคำตอบคนละประโยค แล้วตรวจแกไ้ ขพรอ้ มกนั บนกระดาน นักเรียนตรวจตามขอ้ ความบนกระดาน

6 นั ก เรีย น ส รุป บ ท เรีย น จาก ก าร อ่ าน แ ล ะ ฟั งวิ ธี ก าร ส อ น แ บ บ ม อ น เต ส ซ อ รี่ร่ ว ม กั น
ในชั้นเรยี น และเขยี นลงในสมดุ

7 นักเรียนเขียนคำศัพท์ใหม่จากการอ่านเรื่อง Montessori: learning not teaching พร้อม หา
ความหมายและเขียนลงในสมุด

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

230

9. การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เง่อื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคมุ้ คา่ ในอุปกรณก์ ารเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลกั การทางสังคม

การแก้ปญั หาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลักสรา้ งภูมคิ ุ้มกันในตวั ท่ีดี การมีนำ้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเป็นหมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงือ่ นไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้เกีย่ วกับความแตกตา่ ง ของ learning,

studying

เงื่อนไขคุณธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสตั ย์ มงุ่ มั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ มุ้ กนั ในตวั ท่ดี ี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม

10. ส่ือ / แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 93

11. การวัดประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารวัด
สิง่ ท่ีต้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การทายเนือ้ หาต่าง ๆ - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

231

บนั ทกึ หลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับช้ัน มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กดิ กับผ้เู รยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำทกี่ ำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นักเรยี นผ่านการประเมินคิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ที่กำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ไี มส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นท่ีไมผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี ้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วนั ที…่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความคดิ เหน็ ของหัวหนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ท่ีเน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพท่ีแตกต่างกนั ของผูเ้ รียน เหมาะสมกับศักยภาพทีแ่ ตกต่างกนั ของผ้เู รยี น

 ท่ยี งั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป  ท่ยี งั ไม่เน้นผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

232

1 ครเู ขียนประโยคตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน
Learning is considered a process of discovery.
Exploring is the basis of a Montessori

2 ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า learning และ exploring เป็น gerund ซ่ึงทำหน้าท่ีเป็นคำนามท่ีเป็น
ประธานของประโยค การพูดถึงการกระทำใดนักเรียนอาจจะนำกริยาน้ันมาสร้างเป็นคำนามโดยการทำเป็น gerund ได้ โดย
ครูตรวจสอบความเข้าใจโดยให้นักเรียนไฮไลต์ประโยคที่มี gerund จาก Presentation 1: Reading ในหนังสือเรียน
SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 93

ตวั อยา่ ง Exploring is the basis of a Montessori education.

3 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ท ำ แ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 6 ใน ห นั งสื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 93 โดยให้อ่านกิจกรรมต่างๆ ในกรอบ แล้วช่วยกันคิดว่ากิจกรรมใดควรอยู่ในหลักสูตรของโรงเรยี น เพราะอะไร
ครูให้นักเรยี นใช้วิธพี ดู แสดงความคิดเห็นตามตัวอย่างท่ีให้ไว้ (คำตอบหลากหลายตามความคิดของนักเรยี น)

4 ครูให้ นักเรียนจับคู่กันแล้วท ำแบบ ฝึ กหั ด Open dialogue ข้อ 6 ในหนังสือ SPRINT 3
WORKBOOK หน้า 47 โดยให้ทั้งคู่ช่วยกันอ่านบทสนทนาแล้วเติมบทสนทนาที่หายไปให้สมบูรณ์ จากนั้นให้ทั้งคู่
สนทนากันตามบทสนทนาท่ีช่วยกันคิด และผลัดกันเป็น A และ B ครูสังเกตการณ์ทำกิจกรรมและคอยแนะนำ
ชว่ ยเหลือ จากนัน้ ครใู หค้ ู่นกั เรียนอาสาสมัครออกมาสนทนาใหเ้ พ่ือนๆ ฟงั จำนวน 1 คู่ หรอื ตามความเหมาะสม

5 นักเรียนสรุปบทเรียนเรื่อง Gerund และครูขออาสาสมัครออกมาแต่งประโยคที่มี Gerund โดย
เขียนบนกระดาน 4-5 คนหรือตามความเหมาะสม และอธิบายเพ่ิมเติมจากตัวอย่างท่ีเพื่อนเขียนบนกระดานเพ่ือ
ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น

แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

233

9. การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุ้มคา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลักมีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลกั การทางสังคม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลกั สร้างภูมคิ ุ้มกันในตวั ทด่ี ี การมนี ำ้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอื่ นไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้เกย่ี วกับ Gerund

เง่อื นไขคณุ ธรรม มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสัตย์ ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงื่อนไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภมู คิ มุ้ กนั ในตวั ท่ีดี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม

10. ส่ือ / แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 93

11. การวัดประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารวัด
สง่ิ ท่ตี อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขียนประโยคดว้ ย Gerund - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

234

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กิดกบั ผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบว่านกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำที่กำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ั้นต่ำทีก่ ำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมินคิดเป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้นั ตำ่ ทีก่ ำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มีนกั เรยี นท่ไี ม่สนใจเรียน

 อน่ื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ไี ม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงช่อื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ ความคดิ เหน็ ของหัวหน้างานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ท่ีเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกตา่ งกนั ของผเู้ รียน เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกนั ของผเู้ รยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป  ทยี่ งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

235

1 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ดู ภ า พ ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 94 โด ย
ปดิ ตวั อักษรไวแ้ ล้วถามว่า

1 What can you see in the picture?
(A girl and a woman)
What are they doing?
(The girl is writing or drawing something and the woman is looking.)
Are they in the school? (Yes / No / Maybe / Maybe not)

ครูเปิดช่อื เร่ืองให้นักเรียนเห็น แลว้ ใหน้ ักเรียนตอบคำถามอีกคร้ัง

Are they in the school?
(No, they are at home.)
What do you think about homeschool? Who will be the teacher?
(Mother.)

2 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า homeschool คือการเรียนการสอนท่ีจัดขึ้นท่ีบ้าน นักเรียนไม่ต้องไปท่ี

โรงเรยี น ผู้สอนอาจจะเป็นพ่อแม่ หรอื ผ้ชู ำนาญอน่ื กไ็ ด้
3 ครูให้ นักเรียนทำกิจกรรม Presentation 2 เร่ือง At the food market ในหนังสือเรียน

SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 50 ดังน้ี
6 Pre-activity
1) ให้นกั เรยี นทายเน้อื หาของการสนทนาตามภาพท่ีเห็น โดยครูถามดว้ ยประโยค ดังน้ี

- Who are they doing in the photo? (Dave and Lucy)

- Where are they? (At home)

- What is the title of the story? (Homeschooling)

2) ครูให้นักเรียนแปลความหมายของคำศัพท์ใน คำศัพท์:-school syllabus,

pace และ miss

Key : ประมวลเนอื้ หา / กา้ วเดนิ / พลาด

3) ครูให้นักเรียนอ่านและแปลคำถามในแบบฝึกหัด Presentation 2 ข้อ 2 ในหนังสือเรียน SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หน้า 94 เพื่อเปน็ เป้าหมายในการอ่าน

While-activity

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

236

4) ครบู อกนักเรียนวา่ นักเรียนจะได้ฟังเรือ่ งเกี่ยวกบั homeschool ให้นกั เรียนฟงั และอ่านตามใน
ใจ พร้อมให้นักเรียนขีดเส้นใต้คำศัพท์ที่ไม่รู้เอาไว้ ครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน
ใหน้ ักเรียนฟังและทำตามท่ีตกลงไว้

5) อา่ นเสรจ็ แล้วครูให้นกั เรยี นถามคำศพั ท์ท่ไี มร่ ู้ ครูใหเ้ พื่อนที่รูช้ ว่ ยบอกความหมายของคำศัพท์น้ัน
หากไม่มีใครรู้ ใหน้ กั เรียนค้นหาความหมายจากพจนานกุ รม

6) ครแู บ่งนกั เรยี นออกเปน็ 2 กล่มุ อ่านออกเสยี งเลยี นแบบ Dave และ Lucy และจับคกู่ ันสลบั กัน
อา่ นเปน็ คู่

Post-activity
7) นักเรยี นชว่ ยกันสรุปบทความจากการบทสนทนารว่ มกนั
8) นักเรียนจับคูก่ ันต้งั คำถามและคำตอบจากเรอ่ื งที่อ่าน 1-2 ข้อ ครูให้นักเรียนออกมาถามคำถามเพื่อน

หน้าชนั้ เรียนและเพ่ือนๆช่วยกนั หาคำตอบ เพื่อสรา้ งความเขา้ ใจในบทความมากขนึ้

4 แล้วครูให้นักเรียนอ่านเร่ืองในแบบฝึกหัด Presentation 2 ข้อ 1 อีกคร้ัง แล้วตอบคำถามที่
กำหนดไว้ในแบบฝึกหัดข้อ 2 จากน้ันครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาตอบคำถามทีละข้อจนครบ ครูตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ งและประเมินการฟังและเขา้ ใจการเรยี นรู้แบบ homeschool จากคำตอบ โดยใชเ้ กณฑ์ผ่านรอ้ ยละ 70

5 นักเรียนจับคู่อภิปรายข้อดี (advantages) และข้อเสีย (disadvantages) ของHomeschooling
จากการอา่ นและฟงั บทสนทนาระหว่าง Lucy and her mum โดยนักเรียนสามารถเสริมขอ้ มูลได้จากการคน้ หาขอ้ มูล
จากอินเตอรเ์ นต็ เพ่อื ประกอบการอธิบายได้ โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 3-4 ค่อู อกมาพดู หนา้ ชั้นเรยี น

6 นกั เรยี นสรุปบทเรยี นเรือ่ ง Homeschooling รว่ มกนั ในชน้ั เรยี น
7 นักเรียนจดคำศัพท์จากการอ่านเรื่อง Homeschooling:- school syllabus, pace และ miss ลง
ในสมุดพร้อมความหมาย

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

237

9. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 ห่วง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุม้ ค่าในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลกั สร้างภูมิคุ้มกันในตัวท่ดี ี การมนี ้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอื่ นไขความรู้ นักเรียนมีความรู้เก่ียวกับ Homeschool

เงอ่ื นไขคณุ ธรรม มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ซ่ือสตั ย์ มงุ่ ม่ันในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภูมคิ มุ้ กนั ในตัวทีด่ ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สือ่ / แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 94

11. การวดั ประเมินผล เครื่องมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งทีต่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การสรุปความรเู้ กี่ยวกับ Homeschool - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

238

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับช้ัน มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รียน

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ้นั ตำ่ ที่กำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบว่านักเรยี นผ่านการประเมินคิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ทีก่ ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มนี กั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรยี นทไี่ ม่สนใจเรียน

 อ่นื ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เรือ่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ไี ม่ผ่านการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคดิ เห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ ความคดิ เห็นของหัวหนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพทแ่ี ตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแ่ี ตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป  ท่ียงั ไม่เน้นผ้เู รียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ไดจ้ ริง  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ....................................................... ลงช่อื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

239

1 ครูทบทวนการใช้ present perfect และ past simpleโดยเขียนบนกระดานว่า present
perfect และ past simple มโี ครงสรา้ งดงั ต่อไปนี้

Affirmative Present Perfect
Negative Subject + has/have + past participle.
Interrogative Subject + has/have + not + past participle.
Has/Have + subject + past participle?

Affirmative Past Simple
Negative Subject + verb (past)
Interrogative Subject + did + not + verb (base)
Did + subject + verb (base)?

2 ครูสอบถามนักเรียนถึงความแตกต่างของ present perfect vs past simple โดยให้นักเรียน
ยกตัวอย่างและอธบิ ายให้เพอ่ื นๆในชัน้ เรียนไดฟ้ งั ครูสามารถให้นักเรยี นสืบคน้ ขอ้ มลู จากอินเตอรเ์ นต็ ได้ โดยครอู ธบิ าย
เสรมิ เพ่ิมเติมวา่ present perfect vs past simple ใชก้ ับเหตกุ ารณ์ในอดีตทไ่ี ม่ไดก้ ำหนดเวลาชัดเจนว่าเกิดข้ึนเมอื่ ไร
เน้นผลของเหตุการณ์ท่ีส่งมาถึงปัจจุบันมากกว่า ส่วน past simple ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตท่ีมีการบอก/ระบุไว้
ชัดเจน เชน่

I have opened the windows for you.
I opened the windows for you this morning.
3 ครูถามนักเรียนว่า What will you do if you have no money? โดยสุ่มถามนักเรียนว่าเป็น
เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนหรือยัง และเหตุการณ์ดังกล่าวที่ครูยกตัวอย่าง ควรใช้รูปแบบโครงสร้างประโยค tense ใด และให้
นกั เรียนบอกโครงสร้างประโยคทถี่ ูกตอ้ ง
(Possible answer: I will borrow friends some money.)
ครูเฉลยว่าเป็นเหตุการณ์ท่ียังไม่เกิดขึ้นและควรใช้ future tense ครูอธิบายและทบทวนการใช้
future Simple ว่าใชก้ บั การกระทำในอนาคต โดยมโี ครงสร้าง 3 แบบ คือ
แบบที่ 1 : Subject + will/shall + verb (base)
แบบที่ 2 : Subject + verb to be + going to + verb (base)
แบบท่ี 3 : Subject + verb to be + V-ing

แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

240

Future with intention/Future with possibility
Affirmative Subject + will/shall + verb (base)
Negative Subject + will/shall + not + verb (base)
Interrogative Will/Shall + subject + verb (base)?

Affirmative Planned future
Negative Subject + verb to be + going to + verb (base)
Interrogative Subject + verb to be + not + going to + verb (base)
Verb to be + subject + + going to + verb (base)?

Affirmative Very near future
Negative Subject + verb to be + V-ing
Interrogative Subject + verb to be + not + V-ing
Verb to be + subject + V-ing

4 ครูให้ นั กเรียน ทำแบ บ ฝึ กหั ด Vocabulary ข้ อ 3 ในหนั งสื อเรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 95 โดยใหแ้ ปลคำศัพท์เป็นภาษาไทย ครใู หน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกมาตอบคนละข้อครคู อยแนะนำแก้ไข
ให้ถกู ตอ้ ง

5 ครูให้นักเรียนนำกริยาในแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 3 จากหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 95 มาเติมในประโยคในแบบฝึกหัดขอ้ 4 ให้เหมาะสมและถูกตอ้ งตาม tense โดยครูอธิบายเพิ่มเติมเร่อื ง
การใช้ tense โดยให้นักเรียนสังเกตเวลาที่เหตุการณ์น้ันเกิดข้ึน แล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกัน ครูให้นักเรียน
อาสาสมัครออกมาบอกคำตอบทน่ี กั เรียนทำไว้ใหเ้ พ่อื นๆ ฟงั ครคู อยแนะนำแกไ้ ขให้ถกู ตอ้ ง

6 ครูให้ นั กเรียนทำแบบฝึ กหั ด Vocabulary ข้ อ 5 ในหนั งสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 95 โดยให้ฟังเรื่องเก่ียวกับระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ และเติมขอ้ ความท่ีขาดหายไปให้ครบถ้วน
จากนั้นครูให้นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกนั แลว้ ให้นักเรยี นอาสาสมัครออกมาบอกคำตอบท่ีนักเรยี นทำไว้ให้เพ่อื นๆ ฟัง
ครูคอยแนะนำแกไ้ ขให้ถูกต้อง

7 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 6 โดยจับคู่กันคิดเกี่ยวกับคำบรรยายการศึกษาของ
ประเทศท่ตี นเองอยูแ่ ละเตมิ ขอ้ มลู ให้ครบ ครูสงั เกตการณ์ทำแบบฝกึ หัดและคอยแนะนำให้ถกู ตอ้ ง

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

241

8 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 3 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 46 โดย
ให้เรียงลำดับการศึกษาต่างๆ ตามช่วงอายุ เมื่อทำเสร็จแล้วให้นักเรียนเติมอายลุ งในช่องว่างท้ายคำศพั ท์เพื่อเป็นการ
ทบทวน

9 ครูให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้ไวยากรณ์ที่เรียน present perfect vs past simple และ future
simple หนา้ ชน้ั เรยี นโดยอธบิ ายพรอ้ มยกตัวอยา่ ง เพ่อื สรา้ งความเขา้ ใจใหก้ บั ตนเองและเพื่อนๆในชั้นเรียน

9. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงอ่ื นไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ คา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลักมเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลักการทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลกั สร้างภูมิคมุ้ กันในตัวท่ดี ี การมนี ้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่อื นไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้เกย่ี วกับ Present Perfect, Past Simple

เง่ือนไขคณุ ธรรม มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ ซอ่ื สตั ย์ ม่งุ มั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงอื่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมิคุม้ กันในตัวที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สือ่ / แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 95

11. การวดั ประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑ์การวัด
ส่ิงที่ตอ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การใชก้ าล (Tense) - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

242

บันทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้ัน มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกิดกบั ผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความร้หู ลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ นั้ ต่ำท่ีกำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คดิ เป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ัน้ ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นทีไ่ ม่สนใจเรยี น

 อน่ื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรยี นท่ีไม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มขี ้อเสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วันท…่ี …..../................../................

ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กล่มุ สาระฯ ความคดิ เหน็ ของหวั หน้างานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ท่ีเน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผเู้ รยี น เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ทีย่ งั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป  ท่ียงั ไมเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

243

1 ครูทบทวนกริยาสามช่องในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 66 โดยให้นักเรียนฝึกอ่าน
พร้อมครู สมุ่ อ่านทลี ะกล่มุ และสมุ่ ทีละคน

2 ครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเร่ือง ระดับการศึกษาของไทยโดยใช้ข้อมูลด้านลา่ งประกอบและเว็บไซด์
แนะนำ http://www.bic.moe.go.th

การศกึ ษาในระบบท่เี ปน็ การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐานแบง่ เป็น 3 ระดบั
1. การศึกษาระดับกอ่ นประถมศึกษาหรือระดับปฐมวยั เป็นการจดั การศึกษาใหแ้ กเ่ ด็ก

ที่มอี ายุ 3-6 ปี
2. การศกึ ษาระดับประถมศกึ ษา โดยปกติใชเ้ วลาเรยี น 6 ปี
3. การศึกษาระดับมธั ยมศึกษา แบ่งเปน็ 2 ระดบั ดังนี้

3.1การศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น โดยปกติใช้เวลาเรยี น 3 ปี
3.2 การศกึ ษาระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย โดยปกตใิ ช้เวลาเรยี น 3 ปี แบ่งเปน็ 2 ประเภท ดังน้ี

- ประเภทสามัญ ศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพ่ือเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อ
ในระดับอุดมศึกษา
- ประเภทอาชีวศึกษา เป็น การจัดการศึกษาเพ่ือพัฒ นาความรู้และทักษะใน
การประกอบอาชีพ หรือศึกษาตอ่ ในระดับอาชีพช้ันสูงต่อไป
4. การศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับต่ำกว่าปริญญาและระดับปริญญา การใช้คำว่า
“อุดมศึกษา” แทนคำว่า “การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย” ก็เพื่อจะให้ครอบคลุมการศึกษาในระดับ
ประกาศนียบตั รหรอื อนปุ รญิ ญาที่เรยี นภายหลังทจี่ บการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานแล้ว
(ทมี่ า: http://www.bic.moe.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=
661&catid=61)
7 3 ครแู บ่งนกั เรยี นออกเป็น 4 กลุ่มตามหวั ข้อของระดับการศกึ ษาของไทย คอื
1. การศกึ ษาระดบั กอ่ นประถมศกึ ษาหรอื ระดับปฐมวัย
2. การศึกษาระดบั ประถมศึกษา
3. การศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษา
4. การศกึ ษาระดับอุดมศกึ ษา
โดยส่งตัวแทนกลุ่มจับสลากและค้นหาข้อมูลในหัวข้อท่ีตนได้รับมอบหมายจากทางอินเตอร์เน็ตและ
เวบ็ ไซตแ์ นะนำ www.bic.moe.go.th

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

244

4 นักเรียนเขียนสรุปและส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ครูประเมินการพูดบรรยายระบบ
การศึกษาในประเทศของตนเองดว้ ยแบบประเมินการพูด โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ ผา่ นระดับ “ดี”

5 นักเรียนจับคู่สนทนาอภิปรายปัญหาในแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 7 และตอบคำถาม แล้วครูให้
นักเรียนอาสาสมัครออกมาบอกคำตอบที่นักเรียนทำไว้ให้เพ่ือนๆ ฟังครูคอยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง ครูประเมินการพูด
บรรยายระบบการศกึ ษาในประเทศของตนเองดว้ ยแบบประเมินการพูด โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นระดับ “ดี”

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Dialogue work ข้อ 4 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 46 โดย
เรี ย ง ล ำ ดั บ ก า ร ส น ท น า ก่ อ น ห ลั ง ต า ม เน้ื อ เร่ื อ ง แ ล้ ว ค รู เปิ ด เสี ย ง จ า ก ซี ดี ป ระ ก อ บ บ ท เรี ย น

ให้นักเรียนฟังและตรวจสอบความถูกตอ้ งของคำตอบ ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของตน
ใหเ้ พ่อื นๆ ฟัง ครูชว่ ยแนะนำแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง

7 นกั เรยี นสรปุ บทเรยี นเร่ืองระดับการศึกษาของไทยในทุกระดับตามช่วงอายุลงในสมุด

แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

245

9. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เง่อื นไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคมุ้ ค่าในอุปกรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลักการทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลกั การทางสังคม

หลักสรา้ งภูมคิ ้มุ กันในตวั ทด่ี ี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงือ่ นไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้เกีย่ วกับการศึกษาของไทย

เงื่อนไขคุณธรรม มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสัตย์ มุ่งมัน่ ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงอื่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมคิ ุ้มกันในตัวที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สังคม ส่งิ แวดล้อม วัฒนธรรม

10. สอื่ / แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 66

11. การวดั ประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารวัด
สิง่ ท่ีต้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอธบิ ายการศกึ ษาของไทย - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

246

บนั ทึกหลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รยี น

1.) การประเมนิ ผลความรหู้ ลังการเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ้ันตำ่ ทีก่ ำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ัน้ ต่ำท่กี ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมนิ คิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นทไี่ ม่สนใจเรยี น

 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรียนทไ่ี มผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วนั ที…่ …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หน้างานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรียนร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ทเ่ี นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกนั ของผูเ้ รียน เหมาะสมกับศักยภาพท่แี ตกต่างกันของผเู้ รยี น

 ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่อื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

247

1 ครทู บทวนนักเรยี นเกีย่ วกบั การใช้ gerund โดยใหน้ กั เรียนอา่ นประโยคใน
จากหนั งสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้ า 96 และบอกครูว่า memorizing / doing และ watching
เป็นคำชนิดใด มีความหมายวา่ อย่างไร และทำหน้าท่ีอะไรในประโยค (เป็น gerund มีความหมายว่า การจำ การทำ
และ การดู memorizing และ doing ทำหน้าที่ประธานของประโยค ส่วน watching ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ
ประโยค (complement)

2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดในกล่องธงชาตจิ ากหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 96
โดยให้หาขอ้ ผิดพลาดแล้วแกไ้ ขใหมใ่ หถ้ กู ต้อง

Key: 1. Riding a bicycle…
2. Playing too many video games is bad.

3 ครูให้นักเรียนอ่านคำส่ังในแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 1 ในหนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 96 แล้วปฏบิ ตั ติ ามคำสั่ง เมอื่ ทำเสรจ็ แล้วให้นกั เรียนเปรียบเทยี บคำตอบกัน จากน้ันครูให้นักเรียนสังเกต
การเติม ing ของ make และ smoke วา่ ต้องเตมิ อย่างไร (ตดั e ทงิ้ ก่อน แล้วจึงเติม ing) แล้วใหน้ กั เรยี นอาสาสมัคร
ออกมาอ่านคำตอบของตนเอง ครคู อยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง

4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝกึ หัด Grammar ข้อ 2 โดยจับคู่กันอ่านข้อความจากแบบฝึกหัด Grammar
ข้อ 1 แลว้ มาสนทนาแสดงความคดิ เหน็ กันทีละขอ้ ว่านักเรียนเหน็ ด้วยกับขอ้ ความน้ันหรือไมพ่ รอ้ มให้เหตผุ ลประกอบ

5 ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 3 โดยนำกริยาในกรอบมาทำเป็น Gerund แล้วเติมใน
ช่ อ ง ว่ า ง ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง ค รู ถ า ม เ พ่ื อ ท บ ท ว น ว่ า เ ห ตุ ใ ด ก ริ ย า เ ห ล่ า น้ี จึ ง ใ ช้ Gerund โ ด ย
ถามว่า

Why do they use gerund in Sentence1?
Key : เป็นประธานของประโยค (ทุกข้อ)

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา


Click to View FlipBook Version