The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaimath2514, 2021-11-09 03:49:07

ภาษาอังกฤษ 6 ม 3

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

48

ประโยคที่ให้ไว้ เม่ือเสร็จแล้วครูสุ่มเรยี กนักเรยี นพูดตอบคนละขอ้ และตรวจคำตอบร่วมกัน ครูทบทวนซำ้ ว่าหากการ
พดู นนั้ ไม่กลา่ วถงึ ผู้ฟังใหใ้ ช้กริยา say แตถ่ ้ากำหนดผ้ฟู ังไวด้ ้วยใหใ้ ช้ tell

5 ครูแนะให้นักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมเร่ือง Indirect speech จาก Grammar reference 11-12 ใน
หนงั สอื SPRINT 3 WORKBOOK หนา้ 56-57 เพอ่ื ความเขา้ ใจชัดเจนย่งิ ข้ึน

6 ทำแบบฝึกหัดข้อ 3 โดยเรียงคำทใี่ ห้ไว้ให้เป็นประโยค reported speech แลว้ ครูสมุ่ เรียกนักเรียนให้
ออกมาอ่านประโยคคำตอบของตนเองให้เพ่ือนๆ ฟังเพื่อเปรียบเทียบก่อนนำส่งครู ครูตรวจสอบความถูกต้อง และทำ
แบบฝึกหัดข้อ 4 โดยให้นักเรียนเขียนประโยค Reported question เมื่อเสร็จแล้วครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมา
เขยี นคำตอบของตนเองบนกระดาน โดยครชู ่วยแนะนำแกไ้ ข และตรวจสอบความถูกตอ้ ง

7 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม และบอกกติกาว่านักเรียนจะแข่งขันกันทำกิจกรรม Grammar
แบบฝึกหัดข้อ 10 โดยครูบอกวา่ ครูจะบอกหมายเลขข้อให้นักเรียนจะต้องส่งตัวแทนออกมาเขียนคำตอบ 1 คน ทีมใด
ตอบถูกและเสรจ็ ก่อนทีมนนั้ เป็นผชู้ นะ

8 กิ จ ก รรม Grammarแ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 11ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT3STUDENT’SBOOK
หน้า 66 โดยให้นกั เรียนในทีมช่วยกันเติมคำด้วยคำหน่ึงคำหรือสองคำในข้อความจากการสัมภาษณ์ ลงในประโยคให้
สมบูรณ์ นักเรยี นทมี ใดเสร็จก่อนใหอ้ อกมาอ่านคำตอบหนา้ ชั้นเรียนครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง

9 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 5-8 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 30-31
เพอื่ เป็นการทบทวน

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

49

9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เง่อื นไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ ค่าในอปุ กรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลักสรา้ งภมู ิคมุ้ กันในตัวที่ดี การมนี ำ้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงือ่ นไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้คำศพั ท์เกี่ยวกบั พหุวัฒนธรรม

เงอ่ื นไขคุณธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซือ่ สตั ย์ มงุ่ มั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี ูมิค้มุ กันในตัวทดี่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สังคม สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม

10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 64

11. การวัดประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งทีต่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศพั ทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
เกี่ยวกับพหุวัฒนธรรม - แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

50

บนั ทึกหลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลท่เี กิดกับผู้เรียน

1.) การประเมนิ ผลความรหู้ ลงั การเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ขน้ั ต่ำท่กี ำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรยี นผา่ นการประเมินคิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ัน้ ต่ำทก่ี ำหนดไวค้ ิดเปน็ ร้อยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมินคิดเปน็ ร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ขั้นตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรียนท่ีไมส่ นใจเรียน

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรยี นที่ไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วนั ที…่ …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากล่มุ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ

1.เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจัดกิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ทีเ่ น้นผ้เู รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่ีแตกต่างกันของผเู้ รียน เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกต่างกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป  ทยี่ งั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ ริง  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่อื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมอื ง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

51

1 ครทู บทวนโครงสร้าง direct speech and indirect speech โดยใหน้ ักเรยี นแต่ละคนเขยี นประโยค
ท้ัง direct speech และ indirect speech ลงในกระดาษ ภายใน 5 นาที

2 นักเรียนตรวจสอบโครงสร้างหากถูกต้องแลว้ ให้แลกเปล่ียนประโยคกับเพอ่ื นเพื่อสลับกันตรวจ หาก
พบข้อผิดพลาดให้แก้ไขด้วยปากกาสีแดง แต่หากถูกต้องให้ทำเคร่ืองหมาย √ และนำไปส่งครูเพ่ือตรวจสอบความ
เข้าใจในการเขยี น หากครตู รวจแลว้ ว่าถูกตอ้ งใหค้ ณุ ครูช่นื ชมและนำประโยคน้ันเขียนลงในสมดุ

3 ครูอธิบายทบทวนการทำ question tag จากประโยคตวั อย่างทีละประโยค และใหน้ ักเรียนสงั เกตข้อมูลท่ี
เป็น I am ส่วนของคำถามจะเป็น aren’t I? เพราะไม่มีการใช้ amn’t ในภาษาอังกฤษ จากนั้นครูให้นักเรียนทำ
กิจกรรม Grammar แบบฝึกหัดข้อ 6 ในหนังสือเรียนเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 65 โดยเลือกเติม
question tag ทีใ่ หไ้ วใ้ นกรอบลงในประโยคใหเ้ หมาะสม นักเรยี นเปรยี บเทยี บคำตอบกัน ครูตรวจสอบความถกู ต้อง

4 ครูให้นักเรียนศึกษาเร่ือง question tag เพิ่มเติมใน Grammar reference ข้อ 13 ในหนังสือ
SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 57 เพื่อความเข้าใจชัดเจนย่ิงขึ้น ก่อนทำกิจกรรม Grammar แบบฝึกหัดข้อ 7-10
ในหนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 65-66 ดังนี้

แบบฝึกหัดข้อ 7 ให้นักเรียนเขียนเติม question tag แบบปฏิเสธในประโยคให้เหมาะสม นักเรียน
เปรยี บเทยี บคำตอบกัน ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง

แบบฝึกหัดข้อ 8 ให้นักเรียนเขียนเติม question tag แบบบอกเล่าในประโยคให้เหมาะสม นักเรียน
เปรียบเทียบคำตอบกัน ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง

แบบฝึกหัดข้อ 9 ให้นักเรียนเขียนเติม question tag แบบบอกเล่าหรือแบบปฏิเสธในประโยคให้
เหมาะสม นักเรยี นเปรยี บเทียบคำตอบกัน ครตู รวจสอบความถกู ต้อง

5 ครูประเมินการเขียนถามเพ่ือตรวจสอบข้อมูลได้จากคำตอบ ที่ถูกต้องจากการทำกิจกรรม
Grammar แบบฝกึ หัดขอ้ 6-9 โดยใชเ้ กณฑ์ผา่ นร้อยละ 70

6 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Grammarแบบฝึกหัดข้อ 12ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S
BOOK หน้า 66 โดยใหอ้ า่ นขอ้ ความนี้แลว้ ตอบคำถาม

Why is Paola happy?
Key: She has a new boyfriend.

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

52

7 ครูเน้นย้ำให้นกั เรยี นมีความใฝเ่ รยี นรูด้ ้วยการศึกษาเพ่ิมเติมเร่ือง Indirect speech และ Question
tags จาก Grammar reference 11-13 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หนา้ 56-57 เพอ่ื ทบทวน

8 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 9-14 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 30-31
เพ่ือเปน็ การทบทวน

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

53

9. การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงอ่ื นไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มค่าในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลกั การทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลกั สร้างภูมิคมุ้ กันในตัวทดี่ ี การมีนำ้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นักเรยี นมีความรู้คำศัพทเ์ กย่ี วกับพหุวัฒนธรรม

เงอ่ื นไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ซ่ือสัตย์ มงุ่ มั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ ุ้มกนั ในตัวท่ดี ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วัฒนธรรม

10. สื่อ / แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 65

11. การวัดประเมนิ ผล เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งท่ีต้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอา่ นออกเสียงคำศพั ทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
เกีย่ วกับพหุวัฒนธรรม - แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝกึ หัด

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

54

1. ผลการสอนระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกดิ กบั ผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรยี นผา่ นการประเมินคิดเปน็

ร้อยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ น้ั ตำ่ ท่ีกำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ั้นตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรียนท่ไี มส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรอ่ื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วันท…่ี …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ความคิดเห็นของหวั หนา้ งานวชิ าการ

1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ที่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ท่เี นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกต่างกนั ของผู้เรยี น เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกต่างกันของผ้เู รยี น

 ท่ยี งั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป  ทยี่ งั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

55

1 ครูเขียนประโยคคำถามนบ้ี นกระดาน

2

It isn’t far, is it? (ไมไ่ กลใช่ไหม)
It is easy, isn’t it? (ง่ายใชไ่ หมละ่ )

ครถู ามวา่ ประโยคแบบนม้ี ีชอ่ื วา่ อะไร

What do you call this kind of questions? (Question tag.)
Good. Now listen to the CD carefully to find out how to pronounce these
questions. Now kids, Listen and repeat, please.

2 ครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังและออกเสียงตามพร้อมกิจกรรม

Pronunciation แบบฝึกหัดข้อ 1 ในหนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 66

3 จากนั้นครถู ามว่าการออกเสยี งของประโยคที่ 1 และ 2 เป็นอยา่ งไร แตกต่างกนั อย่างไร (การออกเสียง

ประโยคคำถามแรกลงท้ายด้วยเสยี งสงู ประโยคที่ 2 ลงทา้ ยด้วยเสยี งตำ่ )

4 ครูใหน้ ักเรยี นแปลความหมายของประโยคคำถามทั้งสองคำถาม ครเู น้นให้ความหมายถกู ตอ้ ง และช้ี

ให้นักเรียนเห็นว่าประโยคที่ 1 เป็นประโยคคำถามที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลท่ีมีผู้พูดอยู่ ส่วนประโยคที่สอง

หมายความวา่ ผู้พูดแน่ใจในส่งิ ทพี่ ูดการตอบ

5 ครูให้ นั กเรียน ทำกิ จกรรม Pronunciation แบ บ ฝึ กหั ด ข้ อ 2 ในหนั งสื อเรี ยน SPRINT 3
STUDENT’S BOOK หน้า 66 โดยครูบอกนักเรียนว่านักเรียนจะได้ฟังเสียงอ่านประโยคเหล่านี้จากซีดี นักเรียน
จะต้องขีดเส้นใตค้ ำทมี่ ีการเน้นเสียง จากนั้นครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ใหน้ ักเรียนฟงั แลว้ ปฏิบัติตามทตี่ กลง
กันไว้ แล้วครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียนให้นักเรียนฟังเสียงจากซีดีประกอบบทเรียนอีกครง้ั เพอ่ื ตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ ง

6 ครูให้ นักเรียน ทำกิ จกรรม Pronunciation แบ บ ฝึกหัดข้อ 3 ในหนังสือเรียน SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หน้า 66 โดยให้ฟังเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน และตัดสินใจว่าประโยค Question

tag นั้นเป็นคำถามจริงๆ หรือไม่ แล้วเขียนคำตอบลงในช่องวา่ งของประโยคแล้วฟังเสียงอีกคร้ังพร้อมทั้งอา่ นตามให้

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

56

ถูกต้อง ครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาอ่านคนละประโยค ครูคอยฟังและตรวจสอบความถูกต้องในการออกเสียงครู
ประเมินการอา่ นออกเสยี งประโยคคำถามแบบ question tag ได้ถูกต้องด้วยแบบประเมินการอ่าน โดยใช้เกณฑผ์ ่าน
ระดับ “ดี”

7 ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปว่าการออกเสียง question tag ท่ีเป็นประโยคคำถามท่ีใช้เพ่ือการ

ตรวจสอบข้อมูลจะลงทา้ ยด้วยเสียงสูง สว่ นประโยค question tag ที่ไมใ่ ชค่ ำถามจะลงทา้ ยด้วยเสียงต่ำ

9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เงือ่ นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มคา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแกป้ ัญหาโดยใชห้ ลักการทางสงั คม

หลกั สร้างภมู ิคุม้ กันในตัวที่ดี การมีนำ้ ใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นักเรียนมีความรู้คำศัพทเ์ กี่ยวกับพหุวฒั นธรรม

เงอ่ื นไขคุณธรรม มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ ซ่อื สัตย์ มุ่งมัน่ ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี มู ิคุ้มกนั ในตวั ทดี่ ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอ้ ม วัฒนธรรม

10. ส่ือ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 66

11. การวดั ประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวัด
สง่ิ ทตี่ ้องการวดั - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การอ่านออกเสยี งคำศพั ท์และประโยค - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝึกหัด
เกยี่ วกบั พหุวฒั นธรรม - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

57

บนั ทกึ หลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนือ่ งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมนิ ผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ที่กำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมินคิดเปน็

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ั้นตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมินคดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ขั้นตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรยี นที่ไมส่ นใจเรยี น

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เร่อื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีข้อเสนอแนะ

ลงชื่อ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วันที่……..../................../................

ความคดิ เห็นของหวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ ความคิดเห็นของหวั หน้างานวิชาการ

1.เป็นแผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้

ที่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพทแี่ ตกตา่ งกันของผ้เู รียน เหมาะสมกับศักยภาพทแี่ ตกต่างกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ท่ยี งั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชือ่ .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

58

1 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ดู ภ าพ ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 67 แ ล้ ว
ตอบคำถาม

What are Elis and the ladies doing? (They are dancing.)
In what country are they now? (In India.)

2 ครูให้นักเรียนอ่านข้อความใน ในหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า

67 เพ่ื อ ท บ ท ว น ส ำ น ว น ท่ี เรี ย น ม า แ ล ะ ใ ช้ เป็ น พ้ื น ฐ า น ใน ก า ร ดู จ า ก น้ั น ค รู

ให้นักเรียนอ่านคำถามบนรูป What does Elis think of musicals? แล้วให้นักเรียนชม ในแผ่น CD
Video_functions_FLIP BOOK > Functions 5 แลว้ ตอบคำถาม

3 ครูให้นักเรียนศึกษาแบบจดบันทึก Questionaire เก่ียวกับผู้กำกับท่ี Amy ชื่นชอบในแบบฝึกหัด
ข้อ 2 ในหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 67 เพ่ือให้เข้าใจแบบจดบันทึกท่ีจะต้องเติมข้อมูล ครูให้
นักเรียนสอบถามคำศัพท์หรือสำนวนท่ีไมร่ ู้ และครูให้เพื่อนที่รู้ชว่ ยอธิบาย หากไม่มีใครรู้ความหมายครูเป็นผู้อธิบาย
ความหมายนั้นเอง ครสู อนคำศัพทท์ ่นี ักเรียนควรรู้ เชน่ kinds of films

4 ครูให้นักเรียนได้ดู ในแผ่น CD Video_functions_FLIP BOOK > Functions 5

อีกครั้ง และให้เติมข้อมูลลงใน Questionaire เม่ือเสรจ็ แล้วครูให้นักเรียนเปรยี บเทียบคำตอบกัน ก่อนนำส่งครู ครู

ตรวจสอบความถูกตอ้ งและประเมินการฟังและเขา้ ใจ เกี่ยวกับผกู้ ำกบั ท่ี Amy ชืน่ ชอบได้จากข้อมลู ท่ีเติม

ลงใน Questionaire ได้ถูกตอ้ ง โดยใช้เกณฑ์ผา่ นรอ้ ยละ 70

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

59

5 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Function แบบฝึกหัดข้อ 3 ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S
BOOK หน้า 67 นำสำนวนท่ีกำหนดไว้ในกรอบมาเตมิ ลงในบทสนทนาให้ถูกตอ้ งเหมาะสม ครูให้นักเรียนอาสาสมัคร
ออกมาอ่านคำตอบของตนให้เพ่ือนๆ ฟัง ครูตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันครูแบ่งนักเรียนในห้องออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุม่ หนึ่งเปน็ Elis อีกกล่มุ เป็น Amy แลว้ สนทนาถามตอบกนั โดยใช้บทสนทนาในแบบฝกึ หัดข้อ 3

6 นักเรียนจับคู่ทำกิจกรรม Function แบบฝึกหัดข้อ 4ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S
BOOK หน้า 67 โดยให้สวมบทบาทเป็น Elis พูดรายงานสิ่งที่ Amy พูด ให้สลับกันพูดเล่าและแก้ไขจากนั้นครูให้
นกั เรียนคอู่ าสาสมัครออกมาพูดเล่าให้เพ่อื นฟัง โดยครชู ว่ ยแนะนำแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง

7 ครูให้นักเรียนจับคู่สนทนาถามตอบตามความคิดของนักเรียนเอง โดยใช้ข้อความที่ให้ไว้ในกิจกรรม
Function แบบฝึกหัดข้อ 5 จากหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 67 เป็นแนวทางในการสนทนา แล้ว
รายงานส่ิงท่ีนักเรียนไดส้ อบถามเพ่ือนให้เพ่อื นๆ ฟังทห่ี นา้ ช้ันเรียน

8 นักเรียนศึกษา Grammar reference ข้อ 13 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 57
และสรปุ เปน็ องค์ความรรู้ ว่ มกันในชั้นเรียน

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

60

9. การบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)

หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ ค่าในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแกป้ ัญหาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลกั สรา้ งภมู คิ ุ้มกันในตวั ที่ดี การมีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นักเรียนมคี วามรู้คำศัพท์เกีย่ วกบั พหุวฒั นธรรม

เงื่อนไขคุณธรรม มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ซ่อื สตั ย์ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ มุ้ กนั ในตวั ท่ดี ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สังคม สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สือ่ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 66

11. การวดั ประเมนิ ผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวัด
สงิ่ ทีต่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศัพท์และประโยค - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝกึ หัด
เกย่ี วกบั พหุวัฒนธรรม - แบบบันทึกคะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

61

1 ครูสอบถามนักเรียน What types of film do you like and why? (Possible answer: My
favorite type of film is a romantic comedy. I enjoy sitting down and watching a boy and a girl find
each other and decide how they are going to fall in love.) และสุ่มถามนักเรียนจำนวน 4-5 คน โดยครู
พยายามให้นักเรยี นใช้ภาษาองั กฤษในการสอื่ สารใหม้ ากทสี่ ุด

2 ครูอธิบายเพ่ิมเติมเรื่องประเภทของภาพยนตร์ โดยใช้ข้อมูลจากเกร็ดความรู้ชว่ ยในเรือ่ งความหมาย
โดยให้นักเรียนฝึกออกเสียงและสะกดคำพร้อมคาดเดาความหมาย ให้นักเรียนบอกความหมายและครูเฉลย
ความหมายที่ถกู ต้องและจดคำศพั ท์ใหม่ลงในสมุด

action film (ภาพยนตรต์ อ่ ส)ู้ animated film (ภาพยนตร์การต์ นู เคลื่อนไหว)

biography(biopic) (ภาพยนตรช์ วี ประวัต)ิ cartoons (ภาพยนตร์การต์ นู )

documentary film (ภาพยนตร์สารคดี) drama (ภาพยนตร์ละคร)

horror film (ภาพยนตร์สยดสยอง) romance / love story (ภาพยนตร์โรแมนติก)

musical (ภาพยนตรเ์ พลง) comedy (ภาพยนตรต์ ลก)

science fiction (ภาพยนตรว์ ิทยาศาสตร)์ war film (ภาพยนตร์สงคราม)

(ท่ีมา: movieboss.blogspot.com/p/blog-page_2.html)

19 3 ครูสอนคำศัพท์จากบทเรียนหน่วยย่อย 4:- Bollywood, director, predictable, rather และ
troubleโด ย ชู บั ต ร ค ำ ห รื อ ฉ า ย ส ไ ล ด์ ค ำ ศั พ ท์ ค รู ให้ นั ก เรี ย น ส ะ ก ด ค ำ แ ล ะ ล อ ง พู ด ค ำ ศั พ ท์
ถ้านักเรยี นพูดผดิ หรือพูดไมไ่ ด้ ครูพูดให้นกั เรียนฟังคำละ 2-3 ครั้ง นักเรยี นสงั เกตเสยี งเนน้ ในคำ แล้วพดู ตามพรอ้ มกัน
ท้ังห้อง ทีละกลุ่มและสุ่มทีละคน ครูอ่านบริบทจากช่องคำแปลภาษาอังกฤษในคู่มือครูบทเรียนย่อยท่ี 4 ให้นักเรียน
ช่วยกนั เดาและบอกความหมาย

4 ครูอธบิ ายการเขียนพูดรายงานคำพูดของผ้อู ื่นโดยให้นกั เรียนเปิดหนังสอื SPRINT 3 WORKBOOK
หน้า 29 แบบฝึกหัดข้อ 6 โดยยกตัวอย่างการเขียนรายงานท่ี Jason พูด ดังตัวอย่างที่ให้มาโดยครูให้นักเรียนอ่าน
ประโยคและบอกความหมายของประโยค

5 ครูเขยี นประโยคที่ 1 บนกระดาน
I’m from the USA.

แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

62

ครูถามว่าประโยคดังกล่าวเป็น direct Speech หรือ indirect Speech และให้นักเรียนบอกคำตอบ
และครูเฉลยบนกระดาน

Answer: Jason said he was from the USA. Indirect Speech

15 6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 6 ลงในสมุด ครูคอยให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบความถูกต้อง และ
ทำแบบฝึกหัดขอ้ 7 โดยใชแ้ นวคำถาม ดังตวั อย่างในหนังสอื SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 29

7 ครูจัดทำหน้ากากดารา หรือคนที่นกั เรยี นชืน่ ชอบ (ครูอาจจะใหน้ ักเรียนช่วยครจู ัดทำมาล่วงหนา้ 20
ช้ิ น ) โ ด ย ใ ช้ รู ป ค น ท่ี นั ก เรี ย น ชื่ น ช อ บ ม า ติ ด บ น ก ร ะ ด า ษ แ ข็ ง แ ล ะ ใ ช้ ต ะ เกี ย บ แ ล ะ
เทปกาวปดิ ใหเ้ ปน็ ดา้ มจบั ตามตัวอยา่ งข้างล่าง และจดั วางไว้เปน็ อุปกรณ์กลางให้นกั เรยี นเลอื กใช้

ดา้ นหนา้ ดา้ นหลงั

8 ครูแบง่ นกั เรียนเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 8 คน (สลบั สับเปลี่ยนกนั เปน็ คนพูด และเป็นคนตอบ)

สมาชิกคนท่ี 1 และ 2 เดินไปเลือกรปู หนา้ กากจากโตะ๊ กลาง ถอื หน้ากาก
บังหนา้ ตนเองขณะพูดคุย หรือถาม-ตอบกันคนละ
1 ประโยค

สมาชิกในกลมุ่ อีก 6 คน ใหร้ ีบยกมอื ขอพูดรายงานคำพดู นั้น สมาชกิ คนใด
ยกมือกอ่ นจะได้สิทธพ์ิ ดู รายงานก่อน นกั เรยี นคนใด
พูดรายงานได้ถูกและเสรจ็ กอ่ น โดยผู้ทต่ี อบถกู จะ
ได้ 2 คะแนน แต่หากมี ผดิ พลาดเลก็ นอ้ ย จะได้
1 คะแนน

นักเรียนในกลุ่มอาจพดู ทำกจิ กรรมในแนวน้ี
Student 1: (Nadech) My name is Nadech Fukimiya.
Student 2: (Yaya) Glad to meet you, Nadech.

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

63

Student 3 (raise her hand) : Nadech tells Yaya that his name is Nadech.
Teacher : Good ! Student 3, you get 2 points
Student 4 (raise her hand): Yaya says glad to meet you, Nadech.
Teacher : Student 4 : Your report is not correct, but you can get 1 point

for trying to report the information.
Student 6 (raise her hand): Yaya tells Nadech that she is glad to meet him.
Teacher : Very good. You get 2 points.
Student 3: (Aum Patcharapa) What are you going to do?
Student 4 : (Areeya)I am going to dance.
Student 2: Aum asks Areeya what she is going to do.
………………..etc……………

9 ครูประเมินการพูดรายงานคำพูดของผู้อ่ืนจากการทำกิจกรรม Function แบบฝึกหัดข้อ 4-5 จาก
คำตอบท่ีถูกต้องโดยใช้เกณฑ์ผ่านร้อยละ 70 และกิจกรรมรายงานการพูดของคนที่ตนชื่นชอบด้วยแบบประเมินการพูด
โดยใช้เกณฑผ์ ่านระดับ “ดี”

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

64

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 ห่วง 3 เงือ่ นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มค่าในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลักมีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใช้หลักการทางสังคม

หลกั สรา้ งภมู คิ ุ้มกนั ในตวั ทด่ี ี การมีนำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นักเรียนมคี วามรู้คำศพั ทเ์ กยี่ วกับภาพยนตร์

เงื่อนไขคณุ ธรรม มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซื่อสัตย์ มุง่ ม่นั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี มู คิ ้มุ กนั ในตัวท่ดี ี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม

10. ส่ือ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

11. การวัดประเมินผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารวัด
สงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสยี งคำศพั ท์และประโยค - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
เก่ียวกบั พหุวัฒนธรรม - แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

65

บันทึกหลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทเี่ กดิ กบั ผ้เู รยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขน้ั ตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรยี นผา่ นการประเมินคิดเปน็

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ที่กำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ขั้นตำ่ ที่กำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มนี กั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรียนท่ไี มส่ นใจเรียน

 อ่นื ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรือ่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนที่ไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีข้อเสนอแนะ

ลงช่อื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วนั ที…่ …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวชิ าการ

1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ทเี่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่ีแตกต่างกนั ของผู้เรยี น เหมาะสมกับศักยภาพทีแ่ ตกตา่ งกนั ของผเู้ รยี น

 ทย่ี งั ไมเ่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ท่ยี งั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางอังคณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

66

1 ครใู หน้ ักเรียนอา่ นช่ือเรื่องและดูภาพประกอบ ในหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 68
เพ่ือคาดเดาว่าเร่ืองท่ีจะอา่ นจะเปน็ เรื่องเกี่ยวกับอะไร หากนักเรียนไมร่ ู้ครูบอกความหมายของ Migration literature ให้
นกั เรยี นเข้าใจ

2 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Warm up แบบฝึกหัดข้อ 1ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 68 ตอบคำถามลงในสมุดแบบฝึกหัด จากน้ันให้นักเรียนสมมติวา่ ตนกำลังสัมภาษณ์นักเขียนชาวอังกฤษ
ผิวดำกลุ่มนี้ แล้วให้นักเรียนอ่านคำถามท่ีจะใช้สัมภาษณ์และเติมคำถามที่จะถามให้สมบูรณ์เพ่ือให้ครอบคลุมเร่ืองที่
นักเรียนต้องการรู้

3 ครูใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรม Reading ในหนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 68 ดงั นี้
Pre-activity

1) ครูให้นักเรียนบอกความหมายของคำศัพท์ใน คำศัพท์: roots, missing, fond of

และ moved back และอ่านพรอ้ มกนั 2 คร้ัง

Key : รากเหงา้ /ทีข่ าดหายไป / ชื่นชอบ / ย้ายกลบั ไป

2) ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นบทความในกิจกรรม Reading แบบฝกึ หดั ขอ้ 2 จากหนงั สือเรยี น SPRINT3

STUDENT’SBOOK หนา้ 68 โดยใชว้ ธิ ี (scanning) แลว้ ตอบว่า

คำถามขอ้ ใดสมั พนั ธก์ ับเรื่อง

1. Where were you born?
2. Where are your parents from?
3. When did you move to England?
4. What do you write about?

3) ครูใหน้ ักเรยี นอาสาสมคั รออกมาตอบวา่ คำถามใดสมั พนั ธ์กับเร่อื งบา้ ง
4) ครูให้นักเรียนอ่านแบบกวาดสายตา (scanning) อีกคร้ังเพ่ือหาคำศัพ ท์และสำนวน

ทน่ี กั เรียนไม่รแู้ ละขีดเส้นใตไ้ ว้ ครใู หน้ ักเรยี นถามคำศัพทแ์ ละสำนวนที่นักเรียนไมร่ ู้ แล้วใหเ้ พ่ือน
ทร่ี ู้ความหมายช่วยตอบ หากไมม่ ีใครรูค้ วามหมายครูเป็นผอู้ ธบิ ายความหมายนัน้ เอง
5) นักเรียนอ่านและทำความเขา้ ใจคำถามในแบบฝึกหัดข้อ 3 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หนา้ 68 เพอื่ ทราบวัตถุประสงค์ในการอา่ น
While-activity 8

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

67

6) ครูให้ นักเรียน อ่าน บทความ ใน กิจกรรม Reading แ บ บ ฝึกหั ด ข้อ 2 อีก ครั้งแบ บ
จับใจความสำคัญ (skimming) เพ่ือหาคำตอบ และเขียนตอบไว้ในสมุดแบบฝึกหัด ครูสุ่มเรียก
นกั เรยี นตอบทลี ะข้อ

Post-activity
7) นักเรยี นช่วยกนั สรุปใจความสำคัญของเร่ืองทอ่ี า่ น
8) นักเรียนทำแบบฝึกหัดหลังการอ่านในแบบฝึกหัดที่ 3 ครูประเมินการอ่านและเข้าใจบทความ

เก่ียวกับนักเขียนผู้อพยพได้จากคำตอบที่ถูกต้องในแบบฝึกหัดข้อ 3 ในหนังสือเรียน SPRINT 3
STUDENT’S BOOK หนา้ 68 โดยใชเ้ กณฑ์ประเมนิ ร้อยละ 70

4 ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่าวรรณกรรมเป็นกระจกสะท้อนวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของคนในชาติ ผู้เขียน
วรรณกรรมเป็นผู้สะท้อนสิ่งเหล่านี้ออกมา การเรียนรู้เรื่องราวเก่ียวกับผู้เขียนช่วยให้เราเข้าใจวรรณกรรมได้มากข้ึน
ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบชีวิตของนักเขียน 3 คนน้ีพร้อมทั้งผลงานวรรณกรรมของพวกเขาโดยเติมข้อมูลลงในตาราง
ต่อไปนี้

Writer’s name Bernadine Zadie Smith Ben Okiri
Questions Evarista
1. Where was
he/she born?
2. Where is his/her

parents from?
3. When did he/she

move to England?
4. What did he/she

write about?
5. What is his
work/her work bout?

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

68

Key :

Writer’s name Bernadine Evarista Zadie Smith Ben Okiri
Questions

1. Where was In London. In London. In Nigeria.

he/she

born?

2. Where are Mother from Mother from Father and mother

his/her England. Jamica. are from Nigeria.

parents from? Father from Nigeria. Father from Britain

3. When did 2 years old

he/she -- --
move to

England?

4. What did Lara White Teeth Flowers and

he/she Shadows

write about?

5. What is his A mixed-race girl It is about It is about the life

work/her work who moves to live friendship, love and of a boy in a poor

about? in her father war, through the African village.

country, Negiria, eyes of people

where she feels she from three different

belongs to. cultures

ค รู อ ธิ บ าย เพิ่ ม เติ ม ว่ านั ก เขี ย น ท้ั ง 3ค น น้ี เป็ น ค น ท่ี ย้ าย ถิ่ น ฐ าน ไป อ ยู่ ใน ป ร ะ เท ศ อ่ื น

ตวั ละคร (Characters) ที่เขาเขียนถงึ จงึ มีลกั ษณะเป็นชาวองั กฤษเลือดผสม หรือชนชาติอื่นท่ีย้ายไปอยู่อังกฤษวถิ ีชีวิต

ก็จะแตกต่างไปจากชาวอังกฤษแท้ๆ

5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Listening ข้อ 4 ในหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า

69 โดยครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังและตอบคำถามว่าผู้พูดในรายการวิทยุชื่นชอบ

นักเขียนคนใดใน 3 คนที่กลา่ วถึงโดยเขียนคำตอบลงในสมุดแบบฝึกหัด จากน้ันครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่าน

คำตอบของตนให้เพือ่ นๆ ฟงั

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝกึ หัดข้อ 5 ในหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 69 โดยให้ฟังเร่ือง

อกี ครั้งและเตมิ ข้อมลู ลงในบันทึกเร่ืองย่อใหถ้ ูกตอ้ ง

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

69

7 ครปู ระเมนิ การฟังและเข้าใจรายการวิทยุท่เี ก่ียวกับนกั เขยี นได้จากคำตอบท่ีถูกตอ้ งในแบบฝึกหัดข้อ
4-5 ในหนงั สือ SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 69 โดยใช้เกณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 70

8 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Listening ข้อ 4 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 33 ครู
เปิดเสียงจากซดี ีประกอบบทเรียน ให้นักเรยี นฟังและเลือกตอบคำถามให้ถกู ตอ้ งตามเรื่องราว จากนัน้ ครใู หน้ กั เรยี น
อาสาสมคั รออกมาตอบคำถาม และครูตรวจสอบความถูกต้อง

9 ครูให้นกั เรียนจับคู่กันทำกิจกรรม Speaking แบบฝกึ หัดข้อ 6 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 69 โดยสมมติตนเองว่ากำลังสัมภาษณ์นักเขียนท่ีมีชื่อเสียง และเขียนบทสนทนาโดยใช้แนวทางในการ
ถามจากโครงสรา้ งบทสนทนา และตัวอยา่ งทใ่ี หไ้ ว้

10 ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม Speaking แบบฝึกหัดข้อ 7 โดยจับคู่สนทนาตามบทสนทนาที่แต่งขึ้น
จากนั้นครูให้คู่อาสาสมัครนักเรียน 3-4 คอู่ อกมาสนทนาท่ีหน้าชั้นเรยี น ครูช่วยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง ส่วนคู่ที่เหลือ
ให้ไปสนทนาให้ครฟู ังในคาบถัดไปหรอื ในเวลาวา่ ง

11 ครูประเมินการพดู ใหส้ ัมภาษณ์เกย่ี วกบั นักเขียนท่ีมีชื่อเสียงได้จากการสนทนาแบบฝึกหัดข้อ 6 และ
7 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 69 ด้วยแบบประเมินการสนทนา โดยใช้เกณฑ์ผ่านระดับ
“ด”ี

12 นั กเรียนทำกิ จ ก ร รม Writing แบ บฝึ กหั ดข้ อ 8 ในหนั งสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 69 โดยให้เขียนสรุปรายงานสั้นๆ เก่ียวกับนักเขียนเพ่ือลงในนิตยสาร ครูเตือนนักเรียนว่า
จะต้องเติมข้อมูลตามท่ีกำหนดไว้ตามตัวอย่างในกิจกรรม ครูประเมินการเขียนรายงานบทสนทนาส้ันๆ เก่ียวกับนักเขียน
ให้กับนิตยสารได้จากงานเขียนบทสนทนา และเขียนสรุปรายงานสั้นๆในแบบฝึกหัดข้อ 6 และ 8 ในหนังสือเรียน
SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 69 ด้ ว ย แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ก า ร เ ขี ย น โ ด ย ใ ช้
เกณฑ์ผ่านระดับ “ด”ี

13 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Reading ข้อ 1-3 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 32 เพ่ือ
เป็นการทบทวน แล้วดูรูปบุคคลต่างๆ และจับคู่รูปภาพกับข้อความบรรยายเร่ืองราวของศิลปินเหล่าน้ัน ครูให้
นักเรยี นอ่านเรื่องราวของ Courtney Pine / Steve McQueen / Gurinder Chadha เพื่อตรวจสอบคำตอบ

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

70

9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เง่อื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความค้มุ ค่าในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลักมีเหตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแกป้ ัญหาโดยใชห้ ลักการทางสงั คม

หลกั สร้างภมู คิ ุม้ กันในตวั ที่ดี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้คำศพั ทเ์ กีย่ วกบั ภาพยนตร์

เงือ่ นไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซอ่ื สัตย์ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี ูมิค้มุ กันในตวั ที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สงั คม สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรม

10. ส่อื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 68

11. การวัดประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์การวัด
ส่ิงที่ต้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การอ่านออกเสียงคำศพั ทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
เก่ียวกบั พหวุ ัฒนธรรม - แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

71

บนั ทึกหลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนอื่ งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กิดกับผเู้ รยี น

1.) การประเมินผลความรูห้ ลงั การเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านักเรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ข้ันตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมินคิดเปน็

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ท่กี ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้นั ต่ำท่กี ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มีนกั เรียนที่ไมส่ นใจเรยี น

 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรอ่ื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ขี อ้ เสนอแนะ

ลงช่ือ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วนั ที่……..../................../................

ความคดิ เห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ งานวชิ าการ

1.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้

ที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ท่เี นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศักยภาพท่แี ตกต่างกนั ของผู้เรยี น เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกต่างกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่อื .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

72

1 ครูให้นกั เรยี นดูภาพตอ่ ไปน้ี และบอกวา่ ครูกำลังจะพูดถงึ ประเทศอะไร (India)

(ทมี่ า: www.thairath.co.th)
ครูถามสถานที่ในภาพคืออะไร (The Ganges River แม่น้ำคงคา) และช่ือสัตว์ในรูป(Indian
peafowl)
ครถู ามตอ่ วา่
What is the capital of India?
Have you ever been to India?
What will you think if we talk about India?
1 2 ครบู อกจุดประสงค์ว่าวันน้เี ราจะไปเรียนรู้ประวัตศิ าสตร์ความเปน็ มาของอินเดีย

3 ครูให้ความรู้เรื่องที่ต้ังของประเทศอินเดีย โดยดูจากแผนท่ีภาพภาพประกอบใน หนังสือเรียน
SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 118 (ต้ังอยู่ในภูมิภาคเอเชียใต้ ทิศเหนือกับจีน เนปาล และภูฏาน ทิศ
ตะวันตกเฉียงเหนือตดิ กบั ปากีสถาน ทิศตะวันตกเฉียงใต้ตดิ กบั มหาสมทุ รอินเดีย ทศิ ตะวันออกเฉยี งเหนือตดิ กับพม่า
ทิศตะวันออกติดกับบังกลาเทศ) ให้นักเรียนดูแผนที่ประเทศอินเดียและภาพประกอบในหนังสือเรียน SPRINT 3
STUDENT’S BOOK หนา้ 118

4 ครูให้นักเรยี นอ่านชื่อเมืองตา่ ง ๆ ทีใ่ หไ้ ว้ในกรอบในแบบฝกึ หัดท่ี 1 ครูถามความรู้เดิมวา่ นกั เรียนรู้
ไหมว่ารฐั เหล่านอ้ี ยูที่ใดในแผนที่ หากนกั เรียนไม่ทราบ นักเรียนสามารถสืบค้นจากอินเตอรเ์ น็ตได้ โดยครูให้นักเรียน
บอกตำแหน่งเมืองต่าง ๆ หรือทำเสร็จแล้วครูเปิดซีดี ให้นักเรียนฟังซีดี 2 คร้ัง ครั้งที่1 ฟังแล้วดูในแผนท่ีตาม
นกั เรียนสามารถจดเครอื่ งหมายเช่นใสห่ มายเลขข้อไว้ท่ีชือ่ รัฐได้ แตค่ วรให้ความสนใจในการฟังเพ่อื จบั ใจความ และ
ฟงั ครัง้ ที่ 2 เพอ่ื ตรวจความถูกตอ้ ง ครใู หน้ ักเรยี นบอกคำตอบและครูเขียนเฉลยบนกระดาน ครูเปิดซีดีใหฟ้ งั อีกคร้ังเพื่อ
ตรวจสอบคำตอบบนกระดาน และให้นักเรยี นตรวจตาม

5 ครใู ห้นกั เรยี นดูขอ้ มูลทใ่ี ห้ไว้ในกรอบแบบฝึกหัดท่ี 2 ใหน้ กั เรยี นนำขอ้ มลู ในกรอบเติมใน
และให้นกั เรียนอาสาสมคั รหลาย ๆ คนบอกคำตอบ นักเรียนสามารถดูความหมายของหัวข้อท่ีถามและเดาคำตอบจาก

แผนการจัดการเรียนรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

73

บริบท เช่น Language และ Nationality ใชค้ ำเติมท้าย (suffix) อย่างเดียวกัน คือ -ish, ian, an, ese,… คำตอบของ

area และ population เป็นตัวเลขเหมือนกัน แต่ area เป็นพ้ืนท่ี km2 บอกตารางกิโลเมตร เป็นหน่วยของพ้ืนที่

และอกี จำนวนจะเป็น population ส่วน currency (อัตราเงนิ ) หน่วยเงิน คือ dollar แล้วให้นักเรยี นอ่าน Factfile

อีกครง้ั เพอื่ ทำความเขา้ ใจข้อมูลเบ้อื งต้นของ India

6 ทำกิจกรรม Culture: India แบบฝึกหัดข้อ 3 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 118

ดงั นี้
Pre-activity

1) ค รู ส อ น ศั พ ท์ อ่ื น (Other Vocabulary):- plateau, plain, delta, The Ganges River,

sacred,Hindus และ peacock โดยครูชูบัตรคำ/เขียนคำศัพท์บนกระดาน/ฉายคำ ทีละคำ ครูให้

นักเรียนสะกดคำ แล้วลองพูดคำศัพท์ ถ้านักเรียนพูดผิดหรือพูดไม่ได้ ครูพูดให้นักเรียนฟังคำละ 2-3

ครั้ง และให้สงั เกตเสียงเน้นในคำ (Word Stress) นกั เรยี นพูดตามพร้อมกนั ทั้งห้อง ทลี ะกลุ่มและสุ่มที

ละคน ครอู ่านบริบทจากช่องคำแปลภาษาอังกฤษที่อยู่ในคู่มอื ครูบทเรียนย่อยท่ี 1 ใหน้ กั เรียนชว่ ยกัน

เดาและบอกความหมายดว้ ยประโยค

Teacher: What does “plateau” mean?

Students: It means .

ครูดำเนินการสอนคำอ่นื ๆ ในทำนองเดียวกัน

2) ใหน้ ักเรียนอ่านคำถามจากเน้ือเรอ่ื งจำนวน 5 ขอ้ เพื่อเป็นแนวทางในการหาคำตอบ

จากเรอื่ งทีอ่ ่าน

While-activity
3) นักเรียนอ่านเน้ือเร่ืองอย่างรวดเรว็ เพอื่ ค้นหาคำตอบโดยอาจขีดเส้นใต้คำตอบไว้ จากนัน้ ใหน้ กั เรียนอ่าน
ออกเสียงตามพรอ้ มกนั แล้วให้อ่านเองทัง้ หอ้ ง เปน็ กลุ่ม และสมุ่ ทลี ะคน ๆ ละ 1 ประโยคตอ่ กนั
Post-activity
4) นักเรยี นชว่ ยกันสรุปใจความสำคัญของบทความท่อี า่ นแล้วตอบคำถาม ครใู ห้
นกั เรยี นบอกคำตอบของตนเองและครูเฉลย

1 7 ครูให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิดหวั ข้อ India โดยสืบค้นข้อมูลเพ่ิมเติมในหัวข้อดังต่อไปน้ีเพิ่มเติม
นอกเหนือจาก Factfile: (Capital, Official language, Nationality Area, Population, Currency และ Drive on
the) เชน่

-Largest city
-Religion
-Politics and government

แผนการจดั การเรียนร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

74

-Tourist attraction
-Culture and Customs โดยนักเรยี นอาจตกแตง่ และระบายสีเพม่ิ เติม

8 ครูให้นกั เรียนออกมาพดู บรรยายจากการสรปุ เขียนแผนผังความคดิ ของตนเองหนา้ ชน้ั เรียนหลังจาก
น้นั ให้นำแผนผังความคดิ ตดิ รอบๆห้องเรียนเพอื่ แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ซ่ึงกันและกนั ในช้นั เรียน

9 ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปข้อมูลท่ีจำเป็นเก่ียวกับประเทศอินเดีย โดยอาจสุ่มให้นักเรียน 4-5 คนได้
พดู หรือแสดงความคิดเห็นใหเ้ พอ่ื นฟัง แล้วครใู ห้นกั เรียนทำแบบทดสอบประจำหนว่ ยท่ี 2

10 ครูแน ะน ำให้นักเรียน ศึกษาข้อมูลเบื้อ งต้น เกี่ยวกับสถานท่ีที่มีช่ือเสียงต่อไปนี้ เช่น
Taj Mahal, Ajanta and Ellora Caves, Jaisalmer, Golden Temple, Pangong Lake, The Great Rann of
Kutch จากเว็บไซด์แน ะน ำwww.holidify.com/collections/tourist-attrations-in-india และน ำข้อ มูลมา
แลกเปลยี่ นเรยี นรใู้ นการเรยี นคร้ังตอ่ ไป

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

75

9. การบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เง่ือนไข)

หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มคา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลักสร้างภูมิค้มุ กนั ในตวั ทดี่ ี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นกั เรยี นมีความรู้คำศพั ทเ์ ก่ียวกบั สถานทตี่ ่าง ๆ

เงือ่ นไขคณุ ธรรม มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ซ่อื สัตย์ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เง่ือนไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ มุ้ กนั ในตวั ท่ีดี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สงั คม สิง่ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 118

11. การวัดประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวัด
สิ่งท่ตี ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอ่านออกเสยี งคำศัพทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝึกหดั การตรวจแบบฝึกหัด
เกยี่ วกับสถานทตี่ ่าง ๆ - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

76

บนั ทึกหลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเี่ กิดกับผู้เรียน

1.) การประเมนิ ผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑข์ น้ั ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นักเรยี นผา่ นการประเมินคิดเปน็

ร้อยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้ันตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ิดเปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ัน้ ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มนี ักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรยี นทไ่ี มส่ นใจเรียน

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอื่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรยี นท่ีไม่ผ่านการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ขี อ้ เสนอแนะ

ลงชือ่ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันท…่ี …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลมุ่ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเ่ี น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผ้เู รยี น เหมาะสมกับศักยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผู้เรียน

 ทีย่ งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ที่ยงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................... ลงช่อื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

77

4 1 ครใู ห้นกั เรยี นนำขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากการสืบค้นในชวั่ โมงทีผ่ า่ นมาเก่ียวกับ India ตนเองไดค้ น้ ควา้

4 2 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ดู ภ าพ ใน ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 119 แ ล้ ว
ถามด้วยประโยค

Look at the pictures.
What do you see in this pictures?
Have you even been to Mumbai?
What is the title of the story?

4 3 ครูให้นักเรียนอ่านคำชี้แจงในแบบฝึกหัดข้อ 1ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
119 และอ่านคำศพั ทซ์ งึ่ เปน็ ชอ่ื สถานท่ี และจับคภู่ าพกับคำศพั ท์
4 4 กอ่ นอ่านเนื้อเร่ือง ครูให้นักเรียนอ่านคำถามในแบบฝกึ หัดท่ี 2 และใหน้ ักเรียนบอกความหมายของ
คำถาม

Pre – activity
1) ครถู ามนกั เรยี นวา่ What is the capital of India? (New Delhi) และถามต่อวา่ What is the
biggest city in India? (Mumbai) ครูให้ขอ้ มลู เพิม่ เตมิ ว่า Mumbai เป็นเมืองทม่ี ีขนาดใหญ่ท่ีสดุ ของอนิ เดียและมี
ประชากรหนาแน่นกวา่ 21 ลา้ นคน
1 Background information

เมอื งมมุ ไบ (Mumbai)

ข้อมลู ทั่วไป เมืองมุมไบคือเมอื งหลวงของรฐั มหาราษฏระ ตัง้ อยู่บนชายฝัง่ ทะเลด้าน
ประวตั ิ ตะวนั ตกของอินเดยี บนพน้ื ที่ 603.4 ตร.กม. เมืองมุมไบเป็นศนู ย์กลาง
ทางดา้ นเศรษฐกิจและการเงนิ เป็นท่ีตั้งของตลาดหลักทรพั ย์ (Bombay
Stock Exchange - BSE) และธนาคารกลาง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของ
อตุ สาหกรรมบนั เทงิ ของอินเดีย (Bollywood)
เมืองมุมไบประกอบดว้ ยเกาะท้ังหมด 7 เกาะ ในสมยั อาณานิคม คน
องั กฤษเรียกเมอื งมุมไบวา่ “บอมเบย”์ มาจาก "Bom Bahia" ในภาษา
โปรตุเกส ท่ีแปลว่า Good Bay ในชว่ งปลายศตวรรษท่ี 20 ได้กลบั มา
ใชช้ ือ่ เมืองมมุ ไบ ซ่ึงมีท่ีมาจาก "Mumbadevi" ทีเ่ ป็นชอื่ เทพเจ้าที่ชาว
ทอ้ งถิน่ ทปี่ ระกอบอาชพี ประมง (ชาว Koli) นับถอื ในปี พ.ศ. 2388

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

78

เศรษฐกิจ ไดม้ ีการถมทะเลเพอื่ เช่ือมเกาะทง้ั 7 แหง่ ซึง่ ประกอบด้วย โคลาบา
(Colaba) มาฮมี (Mahim) มาสกาโอน (Mazgaon) พาเรล (Parel) วอ
ประชากร ลี (Worli) เกิรโกน (Girgaun) และดงรี (Dongri) ให้เป็นแผ่นดิน
เดียวกัน
การปกครอง
Bollywood เมอื งมมุ ไบเป็นเมอื งเศรษฐกิจท่สี ำคญั ทีส่ ุดของอินเดีย โดยในปี
พ.ศ. 2557 เมืองมุมไบมี GDP เท่ากับ 278 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ
ขณะเดยี วกันเมืองมมุ ไบติดอันดับ 10 เมอื งธรุ กจิ ทใี่ หญท่ สี่ ุดในโลก การ
ผลิตภาคอตุ สาหกรรมในเมอื งมุมไบคดิ เป็น 25% ของท้ังประเทศ
นอกจากนั้น รายไดต้ อ่ หวั ของประชากรในเมอื งมมุ ไบสงู เกือบ 3 เท่า
ของคา่ เฉลยี่ ของทัง้ ประเทศ มีผู้จ่ายรายได้สว่ นบคุ คลเทา่ กับ 33% ของ
อินเดีย และจ่ายภาษธี รุ กจิ เทา่ กับ 37% นอกจากนัน้ ยงั เปน็ ทีต่ ัง้ ของ
ธนาคารชน้ั นำระดบั โลกและระดบั ประเทศ ตลอดจนเป็นศนู ย์กลางของ
บรษิ ทั ชั้นนำ อาทิ Tata Group, Godrej, Reliance
19 ลา้ นคน ประกอบด้วยชาวฮนิ ดู 60% มสุ ลิม 30% พทุ ธ 5% และอืน่
ๆ ไดแ้ กย่ ิวและชาวปาร์ซ*ี
* ชาวปาร์ซี (Parsis) สืบเชือ้ สายมากจากชมุ ชนโซโลแอสเทรียนเปอรเ์ ซยี น ซง่ึ
อพยพมาจากตะวันออกกลางหรืออิหร่านในปจั จบุ ัน แตเ่ ดิมชาวปาร์ซีตง้ั ถนิ่
ฐานอย่ทู ี่รัฐคุชราต ชาวปาร์ซีมีบทบาทสำคญั ในการพฒั นาอุตสาหกรรม
ของอินเดีย อาทิ ตระกลู ทาทา ตระกลู วาเดยี ตระกูลโกเดร็จ
รวมทง้ั เป็นกลุ่มทม่ี อี ิทธพิ ลทางด้านสงั คม ศิลปะและวฒั นธรรมตลอดจน
การชว่ ยเหลอื สังคมผ่านมูลนธิ ติ า่ ง ๆ
พรรครว่ ม BJP และ พรรค Shiv Sena (ชนะการเลอื กตั้งเมือ่ ปี พ.ศ.
2555) นาง SnehalAmbekar เป็นนายกเทศมนตรี

Bollywood ผลติ ภาพยนตร์ประมาณ 800 เรอ่ื งต่อปี โดยภาพยนตรท์ ่ี
ทำรายไดม้ ากท่ีสุดไดแ้ ก่ "Dhoom 3" ทำรายได้เท่ากับ 3.1 พนั ลา้ น
บาท ตามดว้ ย "Chennai Express" ทำรายได้เทา่ กับ 2.4 พนั ลา้ นบาท
ในแต่ละวนั มีคนอินเดยี เขา้ ชมภาพยนตร์ Bollywood ประมาณวันละ
14 ล้านคน ดาราที่มชี ่อื เสยี งที่สุดคือ Salman Khan รับรายได้
ประมาณ 26 ล้านบาทต่อเรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

79

Gateway of India Kanheri Caves หรอื Bandra เป็นย่านที่ Haji Ali Mosque
สรา้ งขึน้ ในปี พ.ศ.
2454 เพ่อื เฉลิมฉลอง ถำ้ กฤษณะคีรี (ภาษา ได้รับอทิ ธิพลจาก สร้างขน้ึ ในปี พ.ศ.
การเยือนอนิ เดยี ของ
กษตั ริยจ์ อรจ์ ท่ี 5 สันกฤติ) อยใู่ นอทุ ธยาน โปรตเุ กส และเปน็ ยา่ น 1974 เป็นสสุ านของ
และพระราชนิ แี มร่ี
และเมอ่ื อนิ เดยี ไดร้ บั แห่งชาตสิ ญั ชยั คานธีร์ ทีอ่ ยู่อาศยั ของดารา นักบุญชาวมสุ ลิมชื่อ
เอกราชในปี พ.ศ.
2491 ทหารชดุ ทางตะวันออกของเมอื ง Bollywood มีแหล่งช้ Pir Hazrat Haji Ali
สุดท้ายของอังกฤษ
เดนิ ผ่านประตนู เ้ี พือ่ มุมไบ ในถ้ำมีการ อปปิ้งอาทิ Linking Shah Bukhari
เดนิ ทางกลับประเทศ
Taj Mahal Palace แกะสลักหินเป็นพทุ ธ road และ Hill road Siddhivinayak
Hotel สรา้ งเม่อื ปี
พ.ศ. 2466 โดย สถาน มีอายุระหวา่ ง Colaba Causeway Temple วดั พระ
ทายาทตระกลู ทาทา
สถาปัตยกรรม พ.ศ. 443 – พ.ศ. 1543 เป็นแหลง่ ชอป พิฆเนศ มีเอกลักษณ์
ผสมผสานระหว่าง
ฮนิ ดูกับมุสลิม ในปี ถ้ำตา่ ง ๆ ตงั้ อยตู่ ามไหล่ ป้ิงและร้านอาหาร และ พเิ ศษคือ มีองค์พระ
พ.ศ. 2551
เขา โดยมีท้งั หมด 109 เป็นทน่ี ยิ มของ พฆิ เนศท่ีงวงหันไป

ถ้ำ นกั ท่องเทย่ี ว มีแหลง่ ทางด้านซา้ ย เป็นท่นี บั

พิพธิ ภัณฑ์ ชุมชนชาวปารซ์ ีอาศัย ถอื ของ ทง้ั คนอินเดยี

Chhatrapati Shivaji อย่ชู อ่ื Currow Baug และนักทอ่ งเที่ยว

Maharaj Vastu Sasson Docks ต่างชาติ
Sangrahalaya ชื่อ
เดมิ คอื Prince of Market ตลาดสด Mahalaxmi
Wales สรา้ งใน
อาหารทะเล สรา้ งข้ึนใน Temple วัดพระแม่

ปี พ.ศ. 2418 โดย ลกั ษมี สรา้ งในปี พ.ศ.

ศตวรรษท่ี 20 จัดแสดง บริษทั เอกชนชื่อ 2374 โดยพ่อคา้
อนิ เดยี นับถือศาสนา
ศลิ ปะและ David Sassoon & ฮินดู ชอ่ื นาย Dhakji
Dadaji พระแม่ลกั ษมี
ประวตั ิศาสตร์ของ Co. ถอื ว่าเป็นเทพเจ้าแห่ง
ความมั่งคั่ง
อนิ เดีย Chor Baazar เป็นที่

รจู้ กั ในช่อื ตลาดโจร

เป็นตลาดขายของเกา่

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

80

รร. ไดร้ ับความ พพิ ธิ ภณั ฑ์ Dr. Bhau Crawford Market Mumbaidevi

เสียหายจาก Daji Lad Mumbai ตลาดจำหนา่ ยสนิ คา้ temple สร้างขน้ึ ใน

เหตุการณก์ อ่ การรา้ ย City ก่อต้ังในปี พ.ศ. ทว่ั ไปขนาดใหญ่ และ ศตวรรษที่ 18

เปน็ รร. เก่าแก่ระดับ 2475 เปน็ พพิ ธิ ภณั ฑท์ ่ี เป็นตลาดสดจำหน่าย ชาวประมงท้องถ่ิน

ห้าดาวทีเ่ ป็นทน่ี ยิ ม เก่าทสี่ ุดของเมืองมุมไบ ผกั ผลไมแ้ ละอาหาร สร้างวดั น้ีเพื่ออุทศิ

Chhatrapati และเกา่ เปน็ อนั ดับท่ี ทะเล ใหแ้ ก่พระแม่มมุ บา ซงึ่
Chowpatty Beach เชือ่ วา่ เปน็ เทพเจา้ แหง่
Shivaji Terminus สามของประเทศ ชายหาดเทียม ซ่ึง พลังอำนาจ (Goddess
(ช่ือกษตั รยิ ์ชาวมารา จดั แสดงโบราณวตั ถุ สรา้ งขยายไปในทะเล of power ) ทช่ี ว่ ยปก
รูปภาพ และแผนที่ อาหรบั ปกั รกั ษาบา้ นเมือง
ตี) ช่อื เดิมคือ
Victoria Terminus โบราณ

(VT) เป็นสถานีรถไฟ Mani Bhavan เป็น Oval Maidan สนาม จัดทำโดย
หลกั ของเมืองมุมไบ สถานที่ที่มหาตมะ หญา้ ขนาดใหญ่ที่คน สถานกงสุลใหญ่ ณ
ไดร้ ับการจดทะเบียน คานธใี ชเ้ ป็นศูนย์ในการ มุมไบนยิ มมาเล่นและ
เป็นมรดกโลกเม่ือปี ตอ่ ส้เู พอื่ เอกราชของ ชมคริกเกต็ เมืองมุมไบ
พ.ศ. 2547 อนิ เดยี
Dhobi Ghat ย่านที่ เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 2559
Bombay Stock Film City เป็นเมือง
Exchange ก่อตงั้ ใน จำลองทสี่ ร้างขึ้น ให้บริการซักผ้าต้งั อยูใ่ จ
ปี พ.ศ. 2418 เป็น สำหรบั ถา่ ยทำละคร
ตลาดหลักทรัพยแ์ ห่ง และภาพยนตร์ กลางเมืองมุมไบ
แรกและเก่าแก่ท่สี ุด
ในเอเชีย มบี ริษัทจด Mahalaxmi Dharavi slum แหลง่
ทะเบยี นในตลาด Racecourse ชุมชนแออดั บนพนื้ ท่ี
หลกั ทรัพย์มากกวา่ สนามแข่งม้า สรา้ งข้ึน
5,500 บรษิ ทั ในปี พ.ศ. 2426 1,200 ไร่ แบง่ เป็นยา่ น
ท่ีอยู่อาศัยและย่าน
Kala Ghoda ย่าน
ธรุ กจิ มีผอู้ าศัยอยู่
ประมาณ 700,000 –
1,000,000 คน สลมั ดา

ศิลปะและวฒั นธรรม ราวมี ชี อ่ื เสยี งจาก

มีพิพิธภณั ฑ์ ไดแ้ ก่ ภาพยนตรเ์ รอ่ื ง

Prince of Wales “Slumdog

Museum, Jehangir millionaire”

Art Gallery,

Elphinstone College

Elephanta Cave

ตั้งอย่บู นเกาะ ห่าง

จากทา่ เรอื Gateway

of India 11 กม. บน

เกาะ มีท้ังหมด 7 ถ้ำ

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

81

พุทธสถาน 2 ถ้ำ
และเทวสถาน
ในศาสนาฮินดู 5 ถ้ำ
การแกะสลักหิน
ภายในถ้ำเปน็
สถาปัตยกรรม
ในศตวรรษที่ 5-8

(ทม่ี า: http://www.thaiembassy.org/mumbai/)
2) ฉายสไลด์ใหน้ กั เรียนศกึ ษาข้อมูลพ้ืนฐานของเมอื งมุมไบ จากเว็บไซตแ์ นะนำ
http://www.thaiembassy.org/mumbai/
While – activity
3) ครูให้นักเรียนอ่านบทอ่าน Mumbai เพื่อตรวจสอบคำตอบในแบบฝึกหัดข้อ 1 ครูให้นักเรียน
อ่านบทอา่ นอีกครัง้ แลว้ ตอบคำถามในแบบฝึกหัดขอ้ 2 แลว้ ครใู หน้ กั เรียนบอกคำตอบ และครูเฉลย
Post – activity
4) ครูให้นักเรียน ค้น คว้าเร่ือง Do and Don’t ใน ประเทศอิน เดียจากเว็บไซต์แน ะน ำ
https://culturalatlas.sbs.com.au/indian-culture/indian-culture-do-s-and-don-ts และขออาสานักเรียน
ออกมารายงานผลการอภิปรายหน้าช้ันเรียน โดยอาจแสดงบทบาทสมมติและให้เพ่ือนในชั้นเรียนช่วยกันคาดเดาว่า
เปน็ Do or Don’t และเปน็ การกระทำใดโดยใหเ้ พือ่ นๆร่วมกันแสดงความคิดเหน็

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

82

Do and Don’t in India
Do’s
• Good conversation starters include the region your counterpart is from, their

profession, the well-being of their family and the meaning of their given name.
• Treat Indian elders with visible respect. For example, address them first and

defer to their opinion. Always sit lower than them, and avoid speaking directly
or harshly.
• Be patient when making decisions or negotiating with your Indian
counterpart. Indians tend to take their time when deliberating decisions,
regardless of the urgency or importance of the decision.
• Try to dress conservatively and speak respectfully out of respect for your
Indian counterpart.
• Enjoy a playful and light-hearted sense of humour. Indians tend to enjoy
friendly banter and light teasing.
• Over 93% of Indians in Australia are fluent in English, and it is common for
them to have an extensive and impressive vocabulary. If you communicate in a
way that doesn't acknowledge this, your Indian counterpart will likely interpret
this as patronising.
• Try to be conscious of how gender and relationships may impact
interactions. For example, some conservative Indians may find it inappropriate to
include a married woman in a conversation if her husband is present.

Don'ts
• Avoid crude humour or swearing. Indians may take offence to this manner

of speech quite easily.
• Do not directly criticise India as a country. This form of criticism from a

foreigner is usually unwelcome and may be interpreted as an insult.
• Avoid negative comments or criticisms about a person’s ability, appearance

or attributes. Such comments are often taken to heart and will give your Indian
counterpart the impression that you are insensitive.
• Do not assume that the work ethic of Indians is more laid-back than that of
Australians. On the contrary, many Indians are very hard-working and a significant
portion of the country is highly educated.
• Do not directly ask someone what caste they belong to. It is more

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

83

appropriate to ask about their occupation. For more information, see ‘Social
Structure and Stratification’ in Core Concepts.
• Do not criticise or patronise someone for their profession or vocation.
Someone’s occupation is usually an important part of one’s personal identity.
• Try not to be intimidated by the process of haggling (persistent bargaining
over the cost of something). For many people in India, haggling is part of daily
life and often an enjoyable process.
• Avoid making judgements in absolute terms of right or wrong until you have
a clear understanding of the circumstance. For many Indians, the context and
situation are important in understanding whether something is moral and just.
• Drawing parallels between India and other countries on the Indian
subcontinent such as Pakistan or Bangladesh may offend your Indian
counterpart.
• Avoiding discussing tensions between Pakistan and India. This is a sensitive
or heated topic for some Indians and can evoke a strong emotional response.

(ท่มี า : https://culturalatlas.sbs.com.au/indian-culture/indian-culture-do-s-and-don-
ts)

5 ครูแนะนำให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเบ้ืองต้นเกี่ยวกับสถานที่ที่มีชื่อเสียงในเมือง Mumbai และเขียน
รายละเอยี ดลงในสมุดของตนเอง

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

84

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เง่ือนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มค่าในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแกป้ ญั หาโดยใช้หลักการทางสงั คม

หลกั สรา้ งภูมคิ ุม้ กันในตวั ทดี่ ี การมีน้ำใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่อื นไขความรู้ นกั เรียนมีความรู้เก่ียวกับประเทศอินเดยี

เงือ่ นไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ซื่อสัตย์ มุ่งมัน่ ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภมู ิคุ้มกนั ในตัวทีด่ ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สอื่ / แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 119

11. การวัดประเมนิ ผล เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารวัด
ส่ิงท่ีต้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอา่ นออกเสยี งคำศัพทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
เก่ยี วกับสถานท่ีต่าง ๆ - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

85

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเี่ กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ข้นั ต่ำที่กำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรยี นผา่ นการประเมินคิดเปน็

ร้อยละ...........……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ น้ั ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นักเรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขั้นต่ำท่ีกำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ีไมส่ นใจเรียน

 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรอ่ื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีข้อเสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันที่……..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ

1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทีเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ทเ่ี น้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพที่แตกต่างกนั ของผู้เรียน เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแ่ี ตกตา่ งกนั ของผู้เรยี น

 ที่ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป  ท่ยี งั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้

 นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางอังคณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

86

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 2

รายวชิ า อ 23102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 6 เร่อื ง Give peace a chance
ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก เวลา 14 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชีว้ ัด

สาระที่ 1: ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/2, ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/4,
ต 1.2 ม. 3/5, ต 1.3 ม. 3/2, ต 1.3 ม. 3/3
สาระที่ 2: ภาษาและวฒั นธรรม
มฐ. ต 2.1 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/2
สาระที่ 3: ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ ับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน
มฐ. ต 3.1 ม. 3/1
สาระที่ 4: ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั ชมุ ชนและโลก
มฐ. ต 4.1 ม. 3/1, ต 4.2 ม. 3/1

2. เป้าหมายการเรยี นรู้
1. อ่านและเขา้ ใจบทความการเรยี กร้องสิทธิ์ในการศึกษาสตรีคนหนงึ่ ในอฟั กานสิ ถานได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.2 ม 3/1, ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.3 ม. 3/2
2. พดู บอกรายละเอยี ดเกย่ี วกับองค์กรหรือบุคคลโดยใช้ relative pronoun ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/4
3. อ่านและเขียนบทความเพ่ือเล่าเรือ่ งราววนั แรงงานตามข้อมลู ทีใ่ หไ้ ว้ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, มฐ. ต 1.2 ม.3/4, ต 2.2 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/2, ต 4.1 ม. 3/1

4. ฟังและเขา้ ใจบทสัมภาษณผ์ ู้แทน UNSECO ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.3 ม. 3/2, ต 2.1 ม. 3/1, ต 3.1 ม. 3/1

5. พดู ถาม-ตอบความคิดหรือความร้สู กึ และบรรยายสิง่ ของได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.2 ม. 3/5, ต 1.3 ม. 3/3, ต 3.1 ม. 3/1

6. เขียนบรรยายคน สัตว์ สิ่งของ โดยใช้ relative pronoun ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/5, ต 2.2 ม. 3/1

7. เขยี นแสดงความคดิ เห็นได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/4, ต 1.3 ม. 3/3, ต 2.2 ม. 3/1, ต 4.1 ม. 3/1

8. ฟังและเขา้ ใจการออกเสียง /p/ และ /b/ได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/1, ต 1.1 ม. 3/2

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

87

9. ฟังและเข้าใจบทสนทนาถาม-ตอบความคดิ เห็นได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/5, ต 1.3 ม. 3/2, ต 1.3 ม. 3/3, ต 3.1 ม. 3/1

10. พดู บทสนทนาถาม-ตอบความคิดเหน็ ได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/1, ต 1.2 ม. 3/4, ต 4.1 ม. 3/1

11. อ่านและเข้าใจบทความเกีย่ วกับองค์กรพัฒนาเอกชนได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/2, ต 1.1 ม. 3/4, ต 1.3 ม. 3/2

12. ฟงั และเขา้ ใจข้อมลู ตา่ งๆได้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 1.1 ม. 3/4,

13. พูดให้ข้อมลู เกย่ี วกับภาพหมออาสาทชี่ ว่ ยรกั ษาคนยากจนในประเทศแถบอาฟริกาได้
มฐ. ต 1.2 ม. 3/4, ต 2.1 ม. 3/1,ต 3.1 ม. 3/1, ต 4.2 ม. 3/1

14. เขยี นเลา่ เรือ่ งของบคุ คลตามข้อมลู ที่ใหไ้ วไ้ ด้
มฐ. ต 1.1 ม. 3/3, ต 2.2 ม. 3/1, ต 2.2 ม. 3/2, ต 4.1 ม. 3/1

3. ทักษะ/กระบวนการ
การอ่าน : การอา่ นหาข้อมูล การอ่านจับใจความสำคญั การอา่ นบทความการเรยี กรอ้ ง
สทิ ธด์ิ า้ นการศกึ ษา การอา่ นบทความองคก์ รพฒั นาเอกชน
การฟัง : การฟังหาข้อมลู การฟงั จับใจความสำคญั ฟังบทสมั ภาษณก์ ารสนทนาถาม
ตอบความคิดเหน็
การพดู : การพูดขอ-ใหข้ ้อมูล พดู รายงานขอ้ มูล พดู แนะนำ การพดู ให้เหตผุ ล
การพดู บรรยาย การพูดให้รายละเอียด การพูดถา่ ยทอดความคิดและความรู้สกึ การพดู
สนทนา ถามตอบความคิดเห็น
การเขยี น : การเขยี นแสดงความคิดเห็น เขียนบรรยายบคุ คล สถานที่ สัตว์ สง่ิ ของ

4. ความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
1. สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
2. ความสามารถในการคิด

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีจิตสาธารณะ
2. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
3. รักชาติ

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

88

4. ความซ่อื สัตย์

7. การประเมินผลและหลักฐานการเรยี นรู้ วธิ ีวดั ผล/เครือ่ งมือ ประเมิน หลกั ฐานการเรียนรู้

เปา้ หมายการเรียนรู้ - การตรวจแบบฝึกหดั - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
- การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
หน่วยการเรียนรยู้ อ่ ยท่ี 1 - การตรวจแบบฝกึ หัด - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
สิ่งทผี่ ู้เรยี นควรรู้ การตรวจแบบฝกึ หดั
• รปู แบบ Relative pronouns - แบบบนั ทกึ การตรวจ
สิ่งทผ่ี ูเ้ รียนตอ้ งรแู้ ละปฏิบตั ไิ ด้ แบบฝกึ หัด
• เรียนรู้โครงสรา้ ง Who, which, that
ความเข้าใจทคี่ งทน
• พูดและเขยี นประโยค Relative pronoun

หน่วยการเรยี นรยู้ ่อยที่ 2 - การตรวจแบบฝกึ หัด - แบบบนั ทึกคะแนนใน
ส่ิงทผ่ี ูเ้ รียนควรรู้
• การใช้คำคุณศพั ทบ์ รรยายไดถ้ ูกต้อง การตรวจแบบฝึกหัด
สง่ิ ท่ผี ู้เรียนต้องปฏิบัตไิ ด้
• เรียนรู้การใช้คำคณุ ศพั ท์ - การตรวจแบบฝกึ หัด - แบบบนั ทึกคะแนนใน
ความเข้าใจทค่ี งทน
• พดู และเขยี นอธบิ ายความร้สู ึก การตรวจแบบฝกึ หดั

เปา้ หมายการเรียนรู้ - การตรวจแบบฝึกหดั - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
หน่วยการเรียนรยู้ อ่ ยที่ 3
สิ่งทผ่ี ูเ้ รยี นควรรู้ การพูด
• ร้จู ักการใช้ Relative pronouns
สิ่งทผี่ ้เู รยี นตอ้ งรู้และปฏบิ ตั ิได้ วธิ ีวัดผล/เครือ่ งมอื ประเมิน หลกั ฐานการเรยี นรู้
• เรียนรู้การใช้ Who, which, that
ความเข้าใจที่คงทน - สังเกตการตอบคำถาม - แบบสังเกตพฤติกรรม
• แสดงความคิดเหน็ - การตรวจแบบฝึกหดั การตอบคำถาม
- การตรวจแบบฝึกหัด - แบบบนั ทึกคะแนนการ
หนว่ ยการเรียนรู้ย่อยท่ี 4 ตรวจแบบฝกึ หัด
สง่ิ ที่ผูเ้ รียนควรรู้ - แบบบนั ทกึ การตรวจ
• รู้จักคำการตง้ั คำถามแสดงความคิดเหน็ แบบฝึกหดั
สิ่งที่ผู้เรยี นต้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
• สามารถตง้ั คำถามแสดงความคิดเห็น - สงั เกตการพดู อธบิ าย - แบบสงั เกตการพูด
- การตรวจแบบฝึกหดั - แบบบนั ทึกคะแนนใน

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

89

ความเข้าใจทค่ี งทน - สังเกตการพดู อธบิ าย การตรวจแบบฝึกหดั
• พดู และเขยี นแสดงความคิดเห็นได้ - แบบสังเกตการพูด
หน่วยการเรียนรยู้ ่อยท่ี 5
สงิ่ ท่ผี เู้ รยี นควรรู้ - การตรวจแบบฝกึ หัด -แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• รจู้ ักการใช้ภาษารายงานขอ้ มูล -สังเกตการพูด การตรวจแบบฝกึ หัด
สง่ิ ทผี่ ้เู รยี นต้องรู้และปฏิบตั ไิ ด้ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
• สามารถเขียนอธบิ ายบุคคลได้ การอ่าน
ความเข้าใจท่คี งทน
• พูดและเขียนอธบิ ายบคุ คลได้

8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

90

1 ครเู ขียน Give peace a chance บนกระดาน ให้นักเรียนช่วยกันแปลความหมาย และเดาเรื่องที่
จะอ่าน ครูเลา่ ใหน้ ักเรยี นฟงั ว่า Give peace a chance

เป็นวลีท่ี John Lennon นักร้องดังในวง The Beetles ให้สมั ภาษณ์ในช่วงฮันนีมูนของเขากับโยโกะ โอโน่
ต่อมาได้เขยี นข้นึ มาเป็นเพลงและทำการบันทกึ เสียงท่โี รงแรม Queen Elizabeth ต่อจากนน้ั เพลงน้ีกถ็ ูกนำมาใช้
เป็นเพลงสัญลักษณ์ของกล่มุ ต่อต้านสงครามของประเทศอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1969
(ที่มา: http://mblog.manager.co.th/sazzie/cxGive-Peace-A-Chance/)

2 ครูให้นักเรยี นดหู นงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 70 นกั เรยี นดูแบบฝกึ หดั ขอ้ 1
แล้วให้จับคู่ชื่อเต็มกับชื่อย่อขององค์กรสากลต่างๆ โดยครูให้นักเรียนสังเกตวา่ ตัวอักษรย่อจะได้มาจากพยัญชนะต้น
ของคำแต่ละคำในชือ่ เตม็ แต่ไมร่ วมคำบุพบทและ คำเตมิ หนา้ นาม (articles) เชน่ WWF ย่อมาจาก World Wildlife
Fund เป็นต้น แล้วให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาบอกคำตอบให้เพื่อนๆ ฟัง ครูตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันครูถาม
ความร้เู ก่ยี วกบั องค์กรเหล่านว้ี า่ นักเรียนร้จู ักองค์กรใดบ้าง โดยใชค้ ำถามว่า

Have you ever heard about these organisations?
Can you tell me about them? What do they do?

3 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ดู ภ า พ A-F ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 70
และสอบถามนกั เรียนว่านกั เรียนเคยเหน็ ภาพสัญลักษณ์ของสถาบันนนั้ หรอื ไม่โดยใช้คำถามว่า

Do you know what the logo of each institution is? Please, match the
logos with the right names of these institutions.

4 นักเรียนจับคู่สถาบันกับภาพสัญลักษณ์ เม่ือเสร็จแล้วครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาบอกคำตอบ
โดยครูช่วยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง ครูถามประสบการณ์ของนักเรียนว่านักเรียนเคยได้ยินเรื่องราวเก่ียวกับองค์กร
เหลา่ น้หี รอื ไม่ และมีองคก์ รใดที่มบี ทบาทในประเทศไทยบ้างไหม

5 ครูให้ความรเู้ กย่ี วกบั องคก์ รเหล่าน้ใี นไทย

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

91

อ ง ค์ ก ร UNICEF แ ห่ ง ป ร ะ เท ศ ไ ท ย ก่ อ ต้ั ง ข้ึ น ใน พ .ศ . 2491 มี อ ดี ต น า ย ก รั ฐ ม น ต รี
อานันท์ ปันยารชุนเป็นทูตยูนิเซฟในไทย (Thailand Goodwill Ambassador) ต้ังแต่พ.ศ. 2539 และยังมี
คั ท ลี ย า แ ม ค อิ น ท อ ช (พ .ศ . 254 2 -25 4 8 ) แ อ น ท อ งป ระ ส ม แ ล ะ เค น ธี รเด ช ว งศ์ พั วพั น ธ์
(พ.ศ. 2551-2554) และพอลล่า เทย์เลอร์ และนิชคุณ หรเวชกุล “Friends of UNICEF” สองคนแรกของประเทศ
ไทย

ภารกิจ
ปกป้องคุ้มครองเด็กจากการถูกทำร้าย พัฒนาคุณภาพการศึกษาทำให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษา

ปอ้ งกนั เด็กและให้ความช่วยเหลือจากการตดิ เช้อื เอชไอวี รณรงคใ์ ห้เกิดกฎหมายและนโยบายที่ปกป้องคุ้มครอง
สทิ ธเิ ดก็ ให้ความชว่ ยเหลือเมอ่ื เกดิ เหตกุ ารณฉ์ ุกเฉิน
UNESCO เป็นองค์กรเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม สำหรับสำนกั งานยูเนสโก กรุงเทพฯ ก่อตั้ง
เมื่อปี พ.ศ. 2504 และได้เปลี่ยนช่ือเป็น สำนักงานเพ่ือการศึกษาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (UNESCO Asia
and Pacific Regional Bureau for Education) ใน พ.ศ. 2544 สำนักงานยูเนสโก กรงุ เทพฯ เป็นสำนักงาน
ของโครงการระดับภูมิภาคด้านการศกึ ษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สังคมศาสตร์ ส่ือสารมวลชน และ
สารสนเทศ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เป็นสำนักงานผู้แทนโดยตรงของประเทศไทย เมียนมาร์ ลาว และ
สงิ คโปร์
ภารกิจ

ส่งเสริมการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมและการอนุรักษ์มรดกโลก พัฒนาและดำเนินการแผนงานวิจัย
เฝ้าสังเกตการณ์มหาสมุทรและการบรกิ ารในพ้นื ท่ีนั้นๆ สง่ เสรมิ การเรยี นรู้มาตรฐานและความร่วมมือทางปัญญา
เน้นคุณค่าของความยตุ ิธรรม อิสรภาพ และศักด์ิศรคี วามเป็นมนษุ ย์ พฒั นาการศึกษาด้านเอชไอวี อนามัยเจริญ
พนั ธใ์ุ นเยาวชน และสุขศกึ ษาในโรงเรียน
(ท่ีมา: https://www.unicef.org/thailand/th)

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 2 อ่านคำนิยามของสถาบันต่างๆ และจับคู่หน้าท่ีของสถาบันน้ันๆ
กับช่อื ที่กำหนดไว้ในกรอบ ครใู หน้ ักเรียนอาสาสมคั รออกมาบอกคำตอบคนละข้อ นักเรียนช่วยกันพจิ ารณาคำตอบ ครูช่วย
แนะนำแก้ไขให้ถกู ต้อง

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

92

7 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่มตามจำนวนช่ือองค์กรในแบบฝึกหัดท่ี 1 Vocabulary ในหนังสือ
เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 70 โดยจดั ทำเป็นแผนภาพความคิดโดยกล่าวถึงความสำคัญและพนั ธกิจของ
องคก์ ร และสง่ ตัวแทนพดู นำเสนอหน้าชน้ั เรียน

8 นักเรียนทำแบบฝึกหัด Vocabulary ข้อ 1-2 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 34
เป็นการทบทวน

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

93

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุ้มคา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลักมีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลกั การทางสังคม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลกั การทางสังคม

หลักสรา้ งภมู ิคมุ้ กันในตวั ทด่ี ี การมีนำ้ ใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงือ่ นไขความรู้ นักเรียนมคี วามรู้เกย่ี วกบั ชือ่ ยอ่ องคก์ รต่าง ๆ

เงือ่ นไขคุณธรรม มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ซ่ือสตั ย์ มุง่ มนั่ ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่ือนไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภมู ิคมุ้ กันในตัวทดี่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม สิง่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สือ่ / แหล่งเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 70

11. การวดั ประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ์การวัด
สิง่ ทีต่ อ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การอา่ นออกเสียงคำศัพทแ์ ละประโยค - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝึกหัด
เก่ยี วกับสถานท่ีต่าง ๆ - แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

94

บันทึกหลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเี่ กิดกับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบวา่ นักเรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑข์ ้ันต่ำที่กำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรยี นผา่ นการประเมินคิดเปน็

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ทก่ี ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมินคดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำทีก่ ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรียนที่ไม่สนใจเรียน

 อืน่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วนั ท…่ี …..../................../................

ความคดิ เห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเ่ี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ทเ่ี นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง

เหมาะสมกับศักยภาพท่ีแตกตา่ งกันของผู้เรียน เหมาะสมกบั ศักยภาพที่แตกตา่ งกันของผู้เรยี น

 ทีย่ งั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป  ท่ยี งั ไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงช่ือ.......................................................
( นางองั คณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

95

1 ครูทบทวนช่ือและตัวย่อขององค์กร โดยให้ keyword หรือ ถามคำถามและให้นักเรียนช่วยกันหา
คำตอบว่าเป็นองค์กรใด และใหน้ กั เรียนบอกช่อื องคก์ รเป็นภาษาไทย

- Which organization promotes cultural coorperation and protects valuable sites
around the world?
(UNESCO องคก์ ารศกึ ษาวิทยาศาสตร์และวฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาติ)

- Which organizations fights for the freedom of people in prison?
(Amnesty International องค์การนริ โทษกรรมสากล)

- Which organization unites all the countries in the world to find a solution for
peace? (UN องค์การสหประชาชาติ)

- Which organization fights poverty for the world?
(OXFAM องค์กรเอกชนระหว่างประเทศทม่ี ีวัตถุประสงค์หลักในการต่อสู้ความยากจนและความ
ไม่เป็นธรรม)

- What does AI stand for?
(Amnesty international)

2 ครูสอนคำศัพท์ใหม่ (other words):- afraid, award, dream, gun, politician, right, shoot,

terrified และ translate โดยครชู ูบัตรคำ/เขียนคำศัพท์บนกระดาน/ฉายคำ ทีละคำครูให้นักเรียนสะกดคำ แล้วลอง

อา่ นคำ ถ้านกั เรียนพูดผิดหรอื พดู ไม่ได้ ครพู ูดให้นักเรียนฟงั คำละ 2-3 ครง้ั และใหส้ ังเกตเสียงเนน้ ในคำ (word stress)

นักเรียนพูดตามพร้อมกันทั้งห้อง ทีละกลมุ่ และสุ่มทีละคน ครูให้นักเรียนบอกความหมายของคำศัพท์ ถา้ นักเรียนไม่

ทราบ ครูอ่านบริบทจากช่องคำแปลภาษาองั กฤษที่อยใู่ นคู่มือครบู ทเรยี นยอ่ ยที่ 1

ให้นักเรียนช่วยกนั เดาและบอกความหมายดว้ ยประโยค

Teacher: What does “afraid” mean?

Students: It means .

ครถู ามเช่นน้จี นครบทกุ คำ

1 3 ทำกิ จกรรม Presentation 1 แบ บ ฝึ กหั ดข้ อ 3 ใน หนั งสื อ เรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S

BOOK หน้า 71 อา่ นและฟงั เรื่องราวของ Malala ดงั นี้

Pre-activity

1) ครูบอกนักเรียนว่าก่อนนักเรียนจะอ่านเรื่องราวของ Malala นักเรียนควรจะอ่านคำถามใน

แบบฝึกหัดข้อ 4 เพื่อเห็นเป้าหมายในการอ่านเรื่อง ครูให้นักเรียนอ่านคำถามพร้อมกัน และ

ช่วยกันแปลความหมายของคำถามแตล่ ะข้อ ครูชว่ ยแนะนำแก้ไขให้ถูกตอ้ ง

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

96

2) ครูบอกนกั เรยี นว่าเพื่อใหน้ กั เรียนเข้าใจความสำคัญขององค์กร UNICEF มากขน้ึ นักเรียนจะได้ฟัง
แ ล ะ อ่ า น เ ร่ื อ ง ใ น แ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 3 ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น SPRINT 3
STUDENT’S BOOK หน้า 71 ครใู ห้นกั เรียนศกึ ษาภาพทง้ั สองภาพ และอ่านข้อความแนะนำ
Malala โดยครถู ามนกั เรียนว่า

What are the pictures on the top of the page about? (Malala and school.)
What do you know about the school? (It was built by UNICEF.)
How can you know that? (It was donated by UNICEF.)
In your opinion, are they in a rich or in a poor country?
(In a poor country.)
Is Malala a teacher or a student? (A teacher.)
What religion is she? (She is a Muslim.)
Malala has a dream. What does “dream” mean in Thai? (ความฝนั )
It means the thing she wants to get or what she wants to be.

3) จากนั้นครูให้นักเรียนแปลคำศัพทใ์ น แลว้ อ่านพร้อมกัน 2 ครงั้ คำศัพท์:-over,

guns และ shot

Key : เสร็จสิ้น / ปนื / ยิง

While-activity

4) แลว้ ให้นกั เรยี นฟงั เรือ่ งราวของ Malala และอ่านคลอเบาๆ พรอ้ มทง้ั ขีดเส้นใตค้ ำศพั ท์ทน่ี กั เรยี นไม่

ท ร า บ ค ว า ม ห ม า ย ค รู เ ปิ ด เ สี ย ง จ า ก ซี ดี ป ร ะ ก อ บ บ ท เ รี ย น

ใหน้ ักเรยี นฟังและอ่านคลอเบาๆ และทำตามที่ตกลงไว้

5) ครูให้นกั เรียนเขียนคำศัพท์ท่ีไม่รู้ความหมายไว้บนกระดาน และให้นักเรียนท่ีรู้ความหมายบอก

ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ค ำ ศั พ ท์ น้ั น ห า ก ไ ม่ มี ผู้ รู้ ค ว า ม ห ม า ย ค รู เ ป็ น

ผู้บอกความหมายของศัพท์นั้นเอง เช่น peacefully / cooperation / freedom / prison /

value / belief / supports /right /dream / translate / gun / terrified / shoot / run

away /afraid / award / fellow / brave / politician จากน้ันครูให้นักเรียนกวาดสายตา

อา่ นเร่ืองอีกคร้ังเพ่อื ตอบคำถามในแบบฝึกหัดข้อ 4 ครูให้นักเรียนอาสาสมคั รออกมาตอบคำถาม

คนละขอ้ โดยครูคอยแนะนำและแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง

Post-activity
6) นักเรียนช่วยกันสรุปใจความสำคัญของการสัมภาษณ์

7) ครปู ระเมินการอา่ นและเข้าใจบทความเก่ียวกบั การเรยี กร้องสิทธิ์ในการศกึ ษาของสตรีคนหนึง่ ใน

อัฟกานิสถานได้จากคำตอบที่ถูกต้องในแบบฝึกหัดขอ้ 4 โดยใช้เกณฑ์ผ่านการประเมินร้อยละ

70

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

97

8) นกั เรียนจดคำศัพท์ใหม่ลงในสมุดพร้อมความหมาย

4 ครูเขยี นประโยคต่อไปน้ีบนกระดาน
There are some people who (or that) believe girls should not go to school.

ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าประโยคนี้มีประโยคย่อยอยู่ 2 ประโยคคอื อะไร โดยครถู ามว่าใครเป็น
คนทำกริยาเชอ่ื (believe)

- There are some people.
- So=mwehopeople believe girls should not go to school.
=There are some people who believe girls should not go to school.
5 ครูใหน้ กั เรียนดวู ่าทัง้ สองประโยคนมี้ ีคำอะไรที่หมายถงึ คนเดียวกนั หรือสิ่งเดยี วกนั ให้นักเรยี นขีดเส้น
ใต้ไว้เพือ่ ให้เห็นชดั เจน
6 ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษา Grammar reference ขอ้ 14 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 57

7 ครูอธิบายการเพ่ิมเติมหลักการใช้ who (=ผู้ซ่ึง) หรือ that (=ซึ่ง) ซึ่งเป็น relative pronoun มา
แทนคำนามทีม่ ีความหมายถงึ “คน” ทีเ่ หมอื นกนั หรอื ซ้ำกนั

- UNICEF is the United Nations organisation.
- UNICEF=suUpN=pICowErhtFsicithshteherigUhtnsitoefdcNhailtdiorenns.organisation which (or that) supports the

rights of children.
UNICEF หมายถึงองค์กร ไม่ใช่คน ใช้ which หรือ that เปน็ คำเช่ือมประโยคโดย ใช้ which (=สิ่งท่ี
ซง่ึ ) หรอื that (=ซึ่ง) มาแทนคำนามที่มคี วามหมายถึง “สตั ว”์ หรอื “สิ่งของ” ทเี่ หมือนกันหรือซ้ำกัน

8 ครูให้นักเรียนจับคู่กันทำแบบฝึกหัดข้อ 5 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
71 โดยให้ถามและตอบคำถามเก่ียวกับองค์กรท่ีกำหนดไว้ในกรอบ โดยใช้ Relative pronouns “who” “ that”
หรอื “which”

9 นักเรียนคู่เดิมเลือกองค์กรจากแบบฝึกหัดข้อ 2 หรือคนท่ีมีชื่อเสียงและพูดรายงานโดยไม่บอกช่ือ
องค์กร หรือคนท่มี ชี ื่อเสยี งนั้น แล้วใหค้ ูเ่ ดาวา่ เปน็ องคก์ รหรอื บคุ คลนน้ั ชื่ออะไรตามตวั อย่างทใ่ี หไ้ ว้ ครูประเมินการพูด
บอกรายละเอียดเก่ียวกับองค์กรหรือบุคคลโดยใช้ relative pronoun ได้จากคำตอบท่ีถูกต้องในแบบฝึกหัดข้อ 2 ด้วย
แบบประเมนิ การสนทนา โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินผ่านระดับ “ดี”

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา


Click to View FlipBook Version