The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaimath2514, 2021-11-09 03:49:07

ภาษาอังกฤษ 6 ม 3

แผนการจัดการเรียนรู้ 2.2564 - ครูพีระ

248

6 ครูให้นักเรียนอ่าน Grammar reference ข้อ 19 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 60 และ
ฝกึ แต่งประโยคโดยใช้ gerund 5 ประโยคลงในสมุดเพ่มิ เตมิ เพอื่ ทบทวน

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)

หลกั ความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุ้มค่าในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลกั การทางสังคม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลักการทางสังคม

หลกั สรา้ งภูมิค้มุ กนั ในตวั ท่ดี ี การมีนำ้ ใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมคู่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นักเรียนมคี วามรู้เกี่ยวกับ Gerund

เงื่อนไขคุณธรรม มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซื่อสตั ย์ มุง่ มั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เง่ือนไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมิคมุ้ กันในตัวท่ีดี

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สงั คม สิง่ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม

10. สอ่ื / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

11. การวดั ประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์การวัด
ส่งิ ทีต่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบบนั ทกึ คะแนนใน
• การใช้ Gerund - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

249

บันทกึ หลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ช้ัน มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลท่ีเกดิ กับผเู้ รยี น

1.) การประเมินผลความร้หู ลงั การเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ้นั ต่ำที่กำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ้ันต่ำทีก่ ำหนดไว้คิดเป็นรอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมินคดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ไี ม่สนใจเรยี น

 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรับปรุง เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนกั เรียนท่ไี มผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันท่ี……..../................../................

ความคดิ เห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ทเ่ี น้นผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศักยภาพทีแ่ ตกตา่ งกันของผูเ้ รียน เหมาะสมกับศกั ยภาพทแี่ ตกต่างกันของผ้เู รยี น

 ที่ยงั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป  ทย่ี งั ไมเ่ น้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชื่อ....................................................... ลงชือ่ .......................................................
( นางอังคณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณฐั ิญา คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

250

1 ครทู บทวนเรื่อง gerund โดยครเู ขยี นประโยคบนกระดานและใหน้ ักเรยี นระบวุ า่ ประโยคมี gerund
1. June told me that math was boring.
2. I agree that studying math is interesting.
(Answer ประโยคท่ีมี gerund คือประโยคที่ 2 คำว่า studying ทำหน้าท่ีเป็นคำนาม ส่วน
interesting และ boring เปน็ adjective)

2 ครูทบทวนความแตกตา่ งของ present perfect และ past simple โดยใหน้ ักเรยี นอา่ นประโยคใน
จาก ห นั งสื อ เรีย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOKห น้ า 96 พ ร้ อ ม กั น เมื่ อ อ่ าน

เสร็จแล้วครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 5 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 48 เพ่ือวัดความ
เข้ าใจและท บ ท วน ส่ิ งที่ นั ก เรี ยน ได้ อ่ าน ไป นั ก เรี ยน จะ ต้ อ ง เลื อ ก ค ำ ต อ บ ใน ค ำ อ ธิ บ า ย ค ว า ม
แตกต่างระหว่าง present perfect และ past simpleให้เหมาะสม ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของ
ตนเอง ครคู อยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง

3 ครูให้ นั กเรี ยน ทำแ บ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 5 ใน หนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 97 โดยให้จับคู่ประโยค present perfect แต่ละประโยคกับหน้าที่ของประโยคน้ัน ครูให้นักเรียน
อาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของตนเอง ครคู อยแนะนำแกไ้ ขให้ถูกต้อง

4 ครูให้ นั กเรี ยน ทำแ บ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 6 ใน หนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 97 โดยให้เรียงคำท่ีกำหนดไว้ให้เป็นประโยค จากน้ันให้ทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 7 โดยครูเปิด
เสยี งจากซีดีประกอบบทเรยี น ใหน้ กั เรียนฟงั และตรวจสอบความถูกตอ้ ง

5 ครูให้ นั กเรี ยน ทำแ บ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 8 ใน หนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 97 โดยให้นักเรียนเติมกริยาที่ให้ไว้ท้ายประโยคให้ถูก tense จากนั้นครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมา
อ่านคำตอบของตนเอง ครูคอยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง และประเมินการเขียนเลา่ เหตกุ ารณ์ทีท่ ำในอดีตทไ่ี มเ่ นน้ เวลา
ได้จากคำตอบในแบบฝึกหดั Grammar ขอ้ 5-7 ไดถ้ กู ตอ้ ง โดยใชเ้ กณฑป์ ระเมนิ ผา่ นร้อยละ 70

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

251

6 ครูให้นักเรียนอ่าน Grammar reference20 ในหนังสอื SPRINT 3WORKBOOK หน้า 60 เพ่ิมเติม

เพอื่ ทบทวน

9. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เงือ่ นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคมุ้ คา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลักมเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแกป้ ัญหาโดยใชห้ ลักการทางสงั คม

หลักสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ในตัวที่ดี การมนี ำ้ ใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่อื นไขความรู้ นักเรียนมีความรู้เกยี่ วกับ Gerund

เงื่อนไขคุณธรรม มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ ซอ่ื สัตย์ มุง่ มนั่ ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภมู ิคมุ้ กนั ในตัวทดี่ ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สงั คม ส่งิ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม

10. ส่ือ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 96

11. การวดั ประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์การวัด
สง่ิ ทต่ี ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การใช้ Gerund - การตรวจแบบฝกึ หดั การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

252

บนั ทึกหลงั สอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลท่เี กดิ กบั ผู้เรยี น

1.) การประเมนิ ผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ รอ้ ยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำท่กี ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ั้นตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ รอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ด้านคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบวา่ นักเรยี นผ่านการประเมินคิดเปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มีนักเรยี นท่ไี มส่ นใจเรยี น

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เร่ือง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรยี นทไี่ มผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วนั ท…่ี …..../................../................

ความคิดเหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ความคดิ เห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศักยภาพทแี่ ตกต่างกันของผ้เู รียน เหมาะสมกบั ศักยภาพทแี่ ตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ที่ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป  ที่ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางอังคณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

253

1 ครูถามคำถามวา่ What will you do after school? โดยสุ่มถามตอบนักเรียนตามความเหมาะสม
Examples: I will go to see a movie.
I will go to Internet café.
I will do my homework.

2 นกั เรียนจบั คกู่ บั เพ่ือนและฝกึ ถามตอบโดยใชโ้ ครงสร้าง
What will you do if…?
Example: What will you do if you have a lot of money?
I will buy a luxury car.
ครูคอยสังเกตนกั เรียนฝึกพดู และขออาสาสมคั รพูด 3-4 คู่

3 ครูให้นักเรียนทบทวนการใช้ future tense จากการอ่านใน ในหนังสือเรียน SPRINT 3

STUDENT’S BOOK หน้า 97 จากน้ันครูใหท้ ำแบบฝกึ หัด Future Tense ข้อ 9 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK

หน้า 49 โดยเติมคำลงในกฎเกณฑ์การใช้ให้ถูกต้อง แล้วครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของตนเองให้

เพื่อนๆ ฟงั ครูคอยแนะนำแก้ไขใหถ้ ูกต้อง

4 ครูให้ นั กเรี ยน ทำแ บ บ ฝึ กหั ด Grammar ข้ อ 9 ใน หนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 97 โดยเรียงคำที่กำหนดไว้ใหเ้ ป็นประโยค เม่ือทำเสรจ็ แลว้ ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบ
ของตนบนกระดานคนละข้อ ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง

5 ค รู ให้ นั ก เรีย น เติ ม ค ำล ง ใน บ ท ส น ท น าที่ คุ ย กั น เรื่อ งก าร เรีย น แ บ บ ม อ น เต ส ซ อ รี่
เมื่ อตอนปฐมวัยในแบบฝึกหั ด Grammar ข้ อ 10 จากหนั งสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้ า 98
จากน้นั ครูให้อาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของตนให้เพ่ือนๆ ฟัง แลว้ นำสง่ ครูเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

6 ครูให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด Grammar ขอ้ 11 ในหนังสอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
98 โ ด ย เ ขี ย น ว ง ก ล ม ตั ว เลื อ ก ท่ี ถู ก ต้ อ ง แ ล้ ว เขี ย น จ ด ห ม า ย ข อ ง Ross ที่ เขี ย น ถึ ง Janet
ให้สมบูรณ์ แล้วแลกกันอ่านกับเพ่ือนเพ่ือตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำส่งครู ครูประเมินการเขียนจดหมายเล่าเรื่อง
โรงเรียน โดยใช้แบบประเมนิ การเขยี นอีเมล โดยใชเ้ กณฑ์การประเมินผา่ นระดบั “ด”ี

7 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดGrammarข้อ12ในหนังสือเรียน SPRINT3STUDENT’S BOOK หน้า
98 โดยให้แปลประโยคที่ให้ไว้เป็นภาษาองั กฤษ จากนั้นครูให้นักเรยี นอาสาสมคั รออกมาเขียนคำตอบบนกระดานคนละข้อ
ครคู อยให้คำแนะนำแก้ไข

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

254

8 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Grammar ข้อ 10-12 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 49 เป็น
การทบทวน

9 ครูให้นักเรียนอ่าน Grammar reference 21 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOKหน้า 60-61
เพ่ิมเติมเพอื่ ทบทวน

9. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงอ่ื นไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคมุ้ คา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลักการทางสังคม

การแก้ปัญหาโดยใช้หลกั การทางสงั คม

หลักสรา้ งภูมคิ มุ้ กนั ในตัวทดี่ ี การมีน้ำใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เง่ือนไขความรู้ นักเรยี นมคี วามรู้เก่ยี วกับ Future Tense

เงอื่ นไขคุณธรรม มวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซอ่ื สตั ย์ มุ่งมั่นในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่ือนไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภูมิคมุ้ กนั ในตวั ท่ดี ี

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. ส่ือ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 97

11. การวดั ประเมินผล เครื่องมอื เกณฑก์ ารวัด
สง่ิ ทต่ี ้องการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การใช้ Future Tense - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

255

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดบั ช้ัน มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กิดกบั ผเู้ รยี น

1.) การประเมินผลความรหู้ ลังการเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขน้ั ตำ่ ทกี่ ำหนดไวค้ ิดเปน็ ร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ั้นต่ำที่กำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมินคิดเป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ข้นั ตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ิดเป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มีนกั เรยี นทไี่ มส่ นใจเรยี น

 อน่ื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไี่ ม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชือ่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระฯ ความคิดเห็นของหวั หนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ทเี่ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแ่ี ตกตา่ งกันของผูเ้ รียน เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแี่ ตกต่างกันของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ได้จริง  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใช้ได้จริง  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางองั คณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

256

1 ครูบอกนักเรียนว่าวันน้ีจะเรียนเรื่องสระควบกล้ำ (diphthong) กัน ครูสอบถามนักเรียนเพื่อ
ทบทวนความรู้เรื่องสระควบกล้ำโดยให้นักเรียนช่วยกันคิดคำในภาษาอังกฤษว่ามีอะไรบ้าง เช่น fear / house
/toe / boat / third / ….

2 ครูให้ นักเรียน ดู ใน หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S

BOOKหน้า 98 ให้นักเรียนดูว่าสระผสมที่เราจะเรียนในวันน้ีคืออะไร ครูเขียนสัญลกั ษณ์ของสระตัวแรก // ว่า

เป็นสระผสมระหว่าง สระ // กับ // การออกเสียงทำได้โดยออกเสียงสระตัวแรก // ก่อนเลื่อนลิ้นไปที่เพดาน

แข็งแล้วออกเสยี งสระตัวท่สี อง // และส่ันเสน้ เสียง ส่วนสระผสม // เปน็ สระผสมระหว่างสระ // กับ //

การออกเสียงทำได้โดยออกเสียงสระตัวแรก // ก่อนเล่ือนลิ้นไปที่เพดานแข็งแล้วออกเสียงสระตัวท่ีสอง // และสั่น

เสน้ เสยี ง จากนัน้ ครูเรียกนักเรยี นฝึกออกเสียงสระผสมทงั้ สอง แลว้ สุม่ เรียกนกั เรยี นออกเสียงให้เพอ่ื นๆ ฟัง

3 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Pronunciation ข้อ 1 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

หน้า 98 โดยครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังและอ่านตามเสียงที่ได้ยินจนจบครูให้

นกั เรยี นอาสาสมัคร 3-4 คนออกมาอา่ นขอ้ ความท่ีไดย้ นิ ใหเ้ พอื่ นๆ ฟงั ทีห่ น้าชัน้ เรียน

4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Pronunciation ข้อ 2 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK

ห น้ า 98 โด ย ค รูเปิ ด เสี ย งจ าก ซี ดี ป ร ะ ก อ บ บ ท เรีย น ให้ นั ก เรีย น ฟั ง แ ล ะ อ่ าน ต าม จ น จ บ

แลว้ นำคำท่ีกำหนดให้มาเขยี นลงในช่องตารางให้ถกู กลุ่ม จากน้ันฟงั ซ้ำอกี ครง้ั เพื่อให้นักเรยี นตรวจสอบคำตอบ แล้วครู

ให้นักเรียนอาสาสมัคร 2-3 คน ออกมาอา่ นคำตอบใหเ้ พื่อนๆ ฟัง ครคู อยแนะนำแก้ไขใหถ้ กู ต้อง

5 นั ก เรี ยน ท ำแ บ บ ฝึ กหั ด Pronunciation ข้ อ 3 ใน ห นั งสื อ เรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S

BOOK หน้า 98 โดยครบู อกว่านักเรียนจะได้ฟังเสยี งอา่ น แล้วให้นำคำศัพท์ท่ีกำหนดให้มาเตมิ ลงในข้อความให้ถกู ต้อง

จากน้ันครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังและทำตามที่ตกลงไว้ และให้ฟังซ้ำอีกครั้งเพื่อให้

นักเรียนตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูให้นักเรียนอาสาสมัคร 2-3 คนออกมาอ่านคำตอบให้เพ่ือนๆ ฟัง ครูคอย

แนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง และประเมินการอ่านออกเสียงสระควบกล้ำ // และ // โดยใช้เกณฑ์การประเมิน

ผ่านร้อยละ 70

6 นักเรียนฝกึ ออกเสยี งประโยคต่อไปนี้
1. The rare bear stares at the real chair.
2. The rare real beer on the chair is near the bear’s ears.
และฝกึ ออกเสยี งออกเสียงทลี ะคนช้าๆชดั ๆ เน้นความถูกตอ้ งใหค้ รูฟัง

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

257

9. การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใช้เวลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคุม้ คา่ ในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลักมีเหตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลกั การทางสังคม

การแก้ปัญหาโดยใช้หลักการทางสงั คม

หลกั สร้างภูมิคุ้มกนั ในตัวทด่ี ี การมีน้ำใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเปน็ หมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นักเรยี นมคี วามรู้เก่ยี วกับการออกเสยี งสระควบกลำ้

เงอ่ื นไขคุณธรรม มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ ซ่ือสตั ย์ มุง่ มน่ั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงอ่ื นไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มีภูมิคุ้มกนั ในตัวทีด่ ี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 98

11. การวดั ประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งทีต่ ้องการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การออกเสียงสระควบกล้ำ - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

258

บันทึกหลงั สอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ เน่ืองจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบว่านักเรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมินคดิ เป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ ้ันตำ่ ท่กี ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมินคดิ เป็นรอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

 มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ นั ตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรียนที่ไมส่ นใจเรียน

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เรอื่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง  ท่เี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกต่างกนั ของผู้เรียน เหมาะสมกับศักยภาพทแ่ี ตกตา่ งกนั ของผเู้ รยี น

 ท่ียงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

259

1 ครูให้นักเรียนดู My written exam ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOKหน้า 99 และ

บอกนักเรียนวา่ นักเรียนจะต้องสอบเขียน โดยให้อ่านคำแนะนำใน พรอ้ มกัน และสรุปความหมาย

2 นักเรียนอ่าน พร้อมกันท้ังช้ัน ครูให้นักเรยี นร่วมกันอธิบายเป็นภาษาไทยเพ่ือสร้าง

ความเข้าใจทช่ี ัดเจน (ก่อนท่ีจะเติมบทสนทนานักเรียนตอ้ งอา่ นคำตอบอย่างรอบคอบ แล้วนักเรียนจะพบแนวทางใน

การสร้างคำถาม นักเรียนต้องเข้าใจว่าควรจะใช้ตัวตั้งคำถาม (who/whom/what/….) หรือกริยาช่วยในการขึ้นต้น

คำถาม และอย่าจบประโยคดว้ ย adverb

3 ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 99 โดยให้นักเรียนทำความเขา้ ใจ
คำตอบของแต่ละขอ้ ครูยกตัวอย่างข้อ 1

You 1. ______________
Teacher My name is Susan Doyle.
ครูถามนกั เรียนวา่ ประโยคนค้ี วรถามดว้ ย Yes/No question หรอื WH-question
( ตอบ WH-question)
T: Which wh-question word is suitable? (What)
T: How can we ask someone’s name? (What is your name?)

4 ครูให้ นั กเรี ยนทำแบบฝึ กหั ด Open dialogue ข้ อ 1 ในหนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 99 โดยให้นักเรียนเติมบทสนทนาให้สัมพันธ์กัน เมื่อนักเรียนเติมเสร็จแล้วครูให้นักเรียนเปรียบเทียบ
คำตอบกันกับเพื่อนข้างเคยี ง จากน้ันครูใหน้ ักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของตนใหเ้ พ่ือนๆ ฟัง ครูช่วยแนะนำ
แกไ้ ข

5 ครูให้นักเรียนจับคู่ฝึกถามตอบกับเพื่อนโดยใช้รูปแบบ Open Dialogue ฝึกถามตอบเรื่องราวของ
ตนเองสลับกับเพื่อน ครคู อยชว่ ยเหลือด้านภาษาเท่าทจี่ ำเป็น

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

260

6 นกั เรียนทบทวนหลักการเขียนทถ่ี ูกต้องอีกครั้งและนำบทสนทนาถามตอบของตนเองระหว่างเพื่อน

เขียนลงในสมดุ พรอ้ มกบั recheck โครงสรา้ งทางภาษาอีกครง้ั กอ่ นสง่ ครูตรวจ

9. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงอ่ื นไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุ้มคา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใชห้ ลักการทางสังคม

การแกป้ ัญหาโดยใช้หลักการทางสงั คม

หลกั สรา้ งภูมิค้มุ กันในตวั ทด่ี ี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นักเรยี นมคี วามรู้เก่ยี วกับ Wh- questions

เงื่อนไขคณุ ธรรม มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ ซ่อื สัตย์ มุง่ ม่ันในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ ้มุ กนั ในตัวทีด่ ี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม ส่งิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. สอื่ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 99

11. การวัดประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวัด
สิ่งทีต่ ้องการวัด - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การตัง้ คำถาม - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

261

บนั ทกึ หลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลที่เกิดกับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบว่านักเรยี นผา่ นการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านกั เรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ั้นตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ขั้นตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มีนกั เรียนท่ไี ม่สนใจเรยี น

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรือ่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันที…่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหวั หนา้ กลุม่ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้

ทเ่ี นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ที่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพที่แตกต่างกนั ของผู้เรยี น เหมาะสมกับศักยภาพท่ีแตกต่างกันของผ้เู รยี น

 ทย่ี งั ไมเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป  ทย่ี งั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้  นำไปใช้ได้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชือ่ ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางอังคณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

262

1 ครูทบทวนหลักการเขยี นและให้นักเรียนระบุตำแหน่งคำที่ไม่ถกู ต้องตามโครงสร้างไวยากรณ์พร้อม
แก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง

1. A: Where did you start learning English?
B: I started learning English when I was 4 years old.

Mistake: Where
Rewrite: When did you start learning English?
2. A: Why is Taylor your favorite singer?

B: My favorite singer is Taylor.
Mistake: Why
Rewrite: What is your favorite singer?

2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Dialogue writing ข้อ 2 ในหนังสือเรียน SPRINT3 STUDENT’S
BOOK หน้า 99โดยให้นักเรียนอ่านคำสั่งและเขียนบทสนทนาสัมภาษณ์ Robin เกี่ยวกับโรงเรียนการเรียน และงาน
อ ดิ เ ร ก ข อ ง เ ข า ค รู ค อ ย สั ง เ ก ต แ ล ะ แ น ะ น ำ เ มื่ อ นั ก เ รี ย น เ ขี ย น เ ส ร็ จ แ ล้ ว ค รู ใ ห้
นักเรียนแลกกับเพื่อนอ่านเพื่อช่วยกันตรวจทาน นักเรียนปรับปรุงแก้ไขและตรวจทานอีกครั้งก่อนนำส่งครู ครู
ตรวจสอบความถูกต้อง และประเมินการเขียนบทสนทนาการสัมภาษณ์ โดยใช้แบบประเมินการเขียน และใช้เกณฑ์ผ่าน
การประเมินระดับ “ด”ี

3 ครูให้ นั กเรียนทำแบบฝึ กหั ด Letter writing ข้ อ 3 ในหนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 99 โดยให้นกั เรียนอ่านคำสั่งและเขียนจดหมายถึง Sam ที่เป็นเพ่ือนชาวอังกฤษโดยให้เล่าเร่ืองเก่ียวกับ
โรงเรียนของนักเรียน และใช้คำถามท่ีให้ไว้เป็นแนวทางในการเขียน ครูทบทวนรูปแบบของจดหมายส่วนตัวที่เป็น
ภาษาองั กฤษว่ามีแบบใดบ้าง และเขียนอย่างไร เชน่ ส่วนหัวของจดหมายประกอบด้วยท่ีอยู่ของผเู้ ขยี น แล้วเป็นวันท่ี
ทเ่ี ขยี น คำขนึ้ ตน้ ตวั เนือ้ จดหมาย คำลงทา้ ย

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

263

Friendly/Personal Letter - จดหมายสว่ นตัว

(ทม่ี า: http://www.ltl.appstate.edu/reading_resources/letters.htm)
4 ครูประเมินการเขียนจดหมายส่วนตัวเล่าเร่ืองโรงเรียนของนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการเขียน
และใชเ้ กณฑ์ผา่ นการประเมินระดบั “ดี”
5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Dialogue Writing ข้อ 7 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 47โดย
เขียนบทสนทนาสัมภาษณ์ Susan Doyle ครูสอนดนตรี และสนทนาถามเกี่ยวกับการทำงาน ประวัติการเรียนดนตรี และ
แผนการในอนาคต เพือ่ เป็นการทบทวน
6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Letter Writing ข้อ 8 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 47 โดย
เขยี นจดหมายถงึ เพ่อื นชาวอังกฤษช่ือ Sally เลา่ เรื่องโรงเรียนของนกั เรียนเพื่อเป็นการทบทวน

แผนการจดั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

264

9. การบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 ห่วง 3 เงอื่ นไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศกึ ษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความค้มุ ค่าในอปุ กรณก์ ารเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลกั การทางสงั คม

หลกั สรา้ งภมู ิคุม้ กันในตัวที่ดี การมนี ้ำใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นกั เรยี นมคี วามรู้เกยี่ วกับหลักการเขยี น

เงอ่ื นไขคุณธรรม มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ซอ่ื สตั ย์ ม่งุ ม่ันในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ ้มุ กันในตวั ท่ดี ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มติ ิ

เศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วัฒนธรรม

10. สอื่ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 99

11. การวัดประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑก์ ารวัด
สิง่ ทตี่ ้องการวดั - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเขยี นจดหมาย - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

265

บันทึกหลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กิดกับผ้เู รยี น

1.) การประเมนิ ผลความรู้หลังการเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบวา่ นักเรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผา่ นเกณฑข์ น้ั ตำ่ ที่กำหนดไวค้ ดิ เปน็ รอ้ ยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบวา่ นักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ทก่ี ำหนดไวค้ ิดเปน็ รอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมินคดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ้นั ตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มนี กั เรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มนี ักเรยี นท่ไี ม่สนใจเรยี น

 อ่นื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เรอ่ื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทไี่ มผ่ ่านการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไม่มีข้อเสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วนั ที่……..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากล่มุ สาระฯ ความคิดเห็นของหวั หนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 1.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง  ท่ีเนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั ศักยภาพท่แี ตกต่างกันของผูเ้ รยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแ่ี ตกต่างกนั ของผเู้ รยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป  ที่ยงั ไม่เน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่ือ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางองั คณา แก้วเมือง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

266

1 ครูให้ นั ก เรีย น เปิ ด ห นั งสื อ เรีย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 124 และ ดู ภ าพ
ทป่ี รากฏในหนา้ ดงั กลา่ ว และถามนกั เรียนว่า

What country is it?
What is the capital of the US?
Have you ever been to the US?
What do you think when we talk about the US?
2 ครบู อกจดุ ประสงค์ว่าวนั นี้เราจะไปรจู้ กั กบั ประเทศอเมรกิ ากัน

1 3 ครูให้นักเรียนดูข้อมูลใน อ่านหัวข้อและให้นักเรียนบอกความหมายของข้อมูลก่อนฟัง

จากซดี ี

1 4 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดท่ี 1 โดยครูเปิดซีดี ให้นักเรียนฟังซีดี 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ฟังแล้วจด
ข้อมลู ท่ีได้ยินและฟังครง้ั ท่ี 2 เพ่ือตรวจความถูกต้อง ครูสุ่มนักเรียนบอกคำตอบ แล้วครูเขียนบนกระดาน ครูเปิดซีดี

ใหฟ้ ังอีกคร้งั เพ่อื ตรวจสอบคำตอบบนกระดาน และใหน้ ักเรียนตรวจคำตอบตามครู

1 5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Culture เร่ือง US institutions ในหนังสือ SPRINT 3 STUDENT’S

BOOK หน้า 124-125 ดังน้ี

Pre-activity

1 1) นกั เรยี นดูคำศัพท์:- laws, veto, peanut, carved และ wigs ท่ี

ครใู ห้นักเรยี นลองพดู คำศัพท์ ถา้ นกั เรยี นพดู ผิดหรือพดู ไม่ได้ ครพู ูดให้นักเรียนฟังคำละ 2-3 ครั้ง

และใหส้ งั เกตเสยี งเนน้ ในคำ นักเรยี นพดู ตามพร้อมกันทงั้ หอ้ ง ทลี ะกลุ่มและสมุ่ ทีละคน ครูให้

นกั เรยี นเดาความหมาย ถา้ ไม่ทราบให้คน้ หาจากพจนานุกรม จากนั้นให้นักเรยี นเติม

ความหมาย

2) ครูให้นักเรียนอ่านคำถามในแบบฝึกหัดข้อ 3 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า

125 เพอ่ื เป็นแนวทางในการหาคำตอบ

3) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม ตามหัวข้อดังนี้ Congress, The President, The Supreme

Court และ Local Government โดยให้นักเรยี นส่งตัวแทนออกมาจับสลาก

4) While-activity
4) นักเรียนอ่านบทความตามท่ีได้รับมอบหมาย ระดมความคิดและร่วมกันอภิปรายและช่วยกันหา
ความหมายภายในกลุ่ม
5) นักเรียนอ่านข้อความตามครู แล้วอา่ นเองพร้อมกันท้ังห้อง เป็นกลุม่ และสมุ่ ทีละคน

แผนการจดั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

267

Post-activity
2) 6) นักเรยี นช่วยกนั สรปุ ใจความเรอื่ งท่อี า่ นอีกครงั้

7) ทำแบบฝึกหัดขอ้ 2 ใหน้ ักเรยี นอ่านบทความอีกคร้ังและเลอื กคำศพั ทม์ าเตมิ ในช่องแผนผัง
ความคิดทงั้ 4 หวั ขอ้ โดยใหต้ วั แทนกลุ่มออกมาเขียนคำตอบบนกระดานตามหัวขอ้ ทตี่ นเอง
ไดร้ ับมอบหมาย ได้แก่ Congress, The President, The Supreme Court และ Local
government ครูใหน้ กั เรียนออกมาเขยี นคำตอบบนกระดาน ครแู ละนกั เรยี นเฉลยคำตอบ
ร่วมกนั

8) ครใู หน้ ักเรยี นกล่มุ เดิมตั้งคำถามจากเรื่องที่อ่าน 1-2 ขอ้ พร้อมหาคำตอบ และให้นักเรียนออกมา
นำเสนอหน้าช้ันเรียนเพื่อถามเพื่อนๆ ในห้อง โดยให้นักเรียนทุกคนจดคำถามและคำตอบที่
เพ่ือนนำเสนอลงในสมุด

6 ให้นักเรยี นอ่านข้อเท็จจริงเกย่ี วกับ The Mount Rushmore National Memorial เพ่มิ เติมที่ More
facts ตามครู แล้วให้นกั เรียนอา่ นเองและชว่ ยกันบอกความหมาย

7 ทำแบบฝึกหัดข้อ 3 นักเรียนอ่านบทความอีกครั้งและวงกลมคำตอบที่ถูกต้องนักเรยี นและครูรว่ มกัน
เฉลยแลว้ ให้นกั เรียนบอกความหมาย
1 8 ครูให้นักเรียนรบั ชมคลิปวิดโี อจาก Flipbook Culture Video: The White House เพ่ิมเตมิ

1 9 ทำแบบฝึกหัดข้อ 4 COMPARING CULTURES ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า
125 โด ย ให้ นั ก เรี ย น จั บ คู่ แ ล ะ ถ า ม ต อ บ ซ่ึ ง เป็ น ข้ อ มู ล เก่ี ย ว กั บ ก า ร เมื อ ง แ ล ะ ก า ร ป ก ค ร อ ง
โดยนักเรียนสามารถสืบคน้ ข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตได้

10 นักเรียนชว่ ยกนั บทความเกย่ี วกับประเทศสหรัฐอเมรกิ า
11 ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเพ่ิมเติมเกี่ยวกับสถานท่ีที่น่าสนใจของประเทศสหรัฐอเมริกาและนำมา
แลกเปลยี่ นเรียนรู้กนั ในชวั่ โมงถดั ไป โดยมีเวป็ ไซตค์ ือ www.touropia.com/tourist-attrations-in-the-usa/

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

268

9. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เง่อื นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุม้ คา่ ในอุปกรณ์การเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธบิ ายโดยการใช้หลักการทางสังคม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลกั การทางสงั คม

หลกั สรา้ งภมู คิ ุ้มกนั ในตัวทีด่ ี การมนี ำ้ ใจ มีความรับผดิ ชอบ การทำงานเปน็ หมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงื่อนไขความรู้ นักเรียนมีความรู้เกยี่ วกับ US Institutions

เงือ่ นไขคณุ ธรรม มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ ซอื่ สตั ย์ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 2 เงือ่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภมู ิคุม้ กนั ในตัวที่ดี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สงั คม ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรม

10. สอ่ื / แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 124

11. การวัดประเมนิ ผล เคร่อื งมอื เกณฑ์การวัด
สง่ิ ทตี่ ้องการวดั - การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การบอกขอ้ มูลเกยี่ วกับสหรัฐอเมรกิ า - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

269

บนั ทกึ หลงั สอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้ัน มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไม่ไดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ เน่อื งจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กดิ กับผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลงั การเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลงั เรยี น............พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้นั ต่ำท่กี ำหนดไว้คดิ เป็นรอ้ ยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผ่านเกณฑข์ นั้ ตำ่ ท่กี ำหนดไว้คิดเปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านกั เรยี นผ่านการประเมินคดิ เปน็ ร้อยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำท่ีกำหนดไวค้ ดิ เป็นร้อยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา

 มนี กั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นท่ไี ม่สนใจเรยี น

 อื่น ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เรือ่ ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ขี อ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื ผู้สอน

( นายพรี ะ เหมือดนอก )

วนั ที…่ …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหน้ากลมุ่ สาระฯ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ไู ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ท่เี นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทแ่ี ตกต่างกันของผูเ้ รยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพทีแ่ ตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป  ท่ยี งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป

3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ....................................................... ลงชอ่ื .......................................................
( นางองั คณา แกว้ เมือง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจัดการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู ู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

270

1 ครู ให้ นั ก เรี ยน ทำแ บ บ ฝึ กหั ด Warm up ข้ อ 1 ใน ห นั งสื อเรี ยน SPRINT 3 STUDENT’S
BOOK หน้า 100 โดยดภู าพในเรื่อง Granny ‘cloud schools’ แลว้ เลอื กคำตอบ ครเู ขยี นคำตอบบนกระดาน

1 2 ครใู ห้นักเรียนทำกิจกรรม Reading แบบฝึกหดั ขอ้ 2 เรอ่ื ง Granny ‘cloud schools’ ดงั นี้
Pre-activity

1) ครูใหน้ ักเรยี นแปลความหมายของคำศัพทใ์ น เป็นภาษาไทยและอ่านพร้อมกัน

2 ครง้ั คำศัพท์:- slum, retired และ praise

Key: ชมุ ชนแออดั / ลาออก / การสรรเสริญ

2) ครูให้นักเรียนอ่านคำถามจากแบบฝกึ หัดข้อ 3 เพอ่ื เปน็ เปา้ หมายในการอ่าน

While-activity

3) ครูให้นักเรียนอ่านเรื่อง Granny ‘cloud schools’ ในแบบฝึกหัดข้อ 2 จากหนังสือเรียน

SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 100 และขีดเส้นใต้คำศัพท์ที่นักเรียนไม่รู้ จากนั้นให้

นักเรียนเขียนคำศัพท์ท่ีไม่รู้บนกระดาน แล้วให้นักเรียนท่ีรู้บอกความหมายของคำศัพท์ให้

เพ่ือนๆ ฟงั หากไม่มใี ครร้คู วามหมายครูเป็นผบู้ อกความหมายของคำศัพท์นัน้ ใหน้ กั เรียนฟัง

4) ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกยี่ วกับศาสตราจารย์ Sugata Mitra ดังนี้

เป็นนักศึกษาศาสตร์ที่ต่อสู้กับปญั หาเรื่องครู เนื่องจากครูเก่งๆ และโรงเรียนดีๆ มักไม่อยู่ในท่ีท่ีต้องการ
ที่สุด เขามีความเช่ือม่ันเร่ืองการสร้างสภาพแวดล้อมเพ่ือการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Organized Learning
Environments-SOLE) เด็กๆไดม้ โี อกาสสำรวจ เรียนรู้ และสนกุ เพลดิ เพลิน

แผนการจัดการเรียนร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

271

(ที่มา: http://www.hole-in-the-wall.com/Beginnings.html
http://edition.cnn.com/video/#/video/world/2009/02/22/sidner.india.slumdog.inspiration.
cnn?iref=videosearch)
Post-activity
5) นักเรียนร่วมกนั สรุปความหมายของเร่ืองท่ีอ่าน
6) นักเรียนจับคู่กันต้ังคำถามและหาคำตอบ 1-2 ข้อ จากเร่ืองท่ีอ่านและออกมานำเสนอคำถาม
หน้าชั้นเรียนใหเ้ พอ่ื นๆช่วยกนั ตอบและเฉลยร่วมกนั ให้นักเรียนจดคำถามและคำตอบของเพ่ือน
ลงในสมุด ครูคอยให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบความถกู ตอ้ งในการตั้งคำถามและตรวจสอบ
คำตอบ

3 ครูให้นักเรียนอ่านเร่ืองในแบบฝึกหัด Reading ข้อ 2 อีกคร้ัง แล้วให้ทำแบบฝึกหัดข้อ 3 ใน
ห นั ง สื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK ห น้ า 100 โ ด ย เลื อ ก ต อ บ ค ำ ต อ บ ที่ ดี ท่ี สุ ด แ ล้ ว
ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบให้เพ่ือนๆ ฟัง ครูช่วยแนะนำแก้ไขให้ถูกต้อง และประเมินการอ่านและ
เขา้ ใจบทความเรื่องการศึกษาแบบ ‘cloud schools’ จากคำตอบ โดยใช้เกณฑก์ ารประเมินผ่านรอ้ ยละ 70

4 ครูให้นักเรียน ทำแบ บฝึกหัด Build your competences ข้อ 5 ใน หนังสือ SPRINT 3
WORKBOOK หน้า 50-51 โดยให้เขียนบทสัมภาษณ์ Joan โดยใช้แนวคำถามและคำตอบ ครูเดินไปรอบๆเพ่ือ
ช่วยเหลือด้านภาษาและตรวจความถูกต้อง โดยให้สามารถให้นักเรียนใช้พจนานุกรมได้ ครูประเมินการเขียนของ
นักเรียนดว้ ยแบบประเมนิ การเขียน และใช้เกณฑ์ผ่านการประเมนิ ระดับ “ดี”

5 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Build your competences ข้อ 1-3 ในหนังสือ SPRINT 3
WORKBOOK หนา้ 50-51 เป็นการทบทวน

6 นักเรียนจดคำศัพท์จาก Reading: Granny Cloud Schools:- slum, retired และ praise พร้อม
หาความหมายและเขยี นลงในสมุด

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครผู สู้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

272

9. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2 หว่ ง 3 เงื่อนไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความคุม้ คา่ ในอปุ กรณ์การเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใช้หลักการทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใชห้ ลกั การทางสงั คม

หลกั สรา้ งภูมิคมุ้ กนั ในตัวทด่ี ี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผิดชอบ การทำงานเป็นหม่คู ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอื่ นไขความรู้ นกั เรียนมคี วามรู้เกีย่ วกับการอ่านตอบคำถามได้

เงื่อนไขคณุ ธรรม มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสัตย์ มุง่ ม่นั ในการทำงาน

การบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เง่อื นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มีภมู ิคมุ้ กันในตัวทด่ี ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 4 มิติ

เศรษฐกจิ สังคม สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

10. ส่อื / แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 100

11. การวัดประเมนิ ผล เคร่อื งมอื เกณฑ์การวัด
สิ่งทต่ี ้องการวดั - การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การอา่ นเร่อื งตอบคำถาม - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจดั การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

273

บันทกึ หลังสอนแผนการสอนที่ ............

1. ผลการสอนระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้

 สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลที่เกิดกบั ผู้เรยี น

1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช…้ ……………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่านกั เรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขนั้ ตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบวา่ นกั เรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

รอ้ ยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ้นั ต่ำทก่ี ำหนดไวค้ ดิ เป็นรอ้ ยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ เรยี น โดยใช…้ ……..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบว่านกั เรยี นผา่ นการประเมนิ คดิ เป็นร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ข้ันตำ่ ทกี่ ำหนดไว้คดิ เป็นร้อยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอปุ สรรค

 กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

 มีนกั เรียนท่ไี ม่สนใจเรยี น

 อ่ืน ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรื่อง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นที่ไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมอื ดนอก )

วนั ท…่ี …..../................../................

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุม่ สาระฯ ความคิดเหน็ ของหวั หน้างานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจัดกิจกรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเน้นผูเ้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่าง  ทเ่ี น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพทแ่ี ตกต่างกันของผูเ้ รยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่ีแตกต่างกนั ของผ้เู รยี น

 ทย่ี งั ไมเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป  ทย่ี งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ  ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้

4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชือ่ ....................................................... ลงชือ่ .......................................................
( นางอังคณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณฐั ญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

274

1 ทบทวนคำศัพทจ์ ากชั่วโมงที่แล้ว และเฉลยการบ้านจาก แบบฝกึ หัด Build your competences
ข้อ 1-3 ในหนังสอื SPRINT 3 WORKBOOK หนา้ 50-51 นักเรยี นบอกคำตอบของตนเองและครเู ฉลย

2 ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนจะได้ฟังการสนทนาของ Kristy Edwards กับผู้เชยี่ วชาญทางการศึกษา
Amanda Brown เร่ืองการทดลอง The Hole in the Wall ในอินเดีย และตอบคำถามวา่ นกั เรยี นท่ีเล่นคอมพิวเตอร์
นี้ส่วนมากเป็นหญิงหรือชาย ครูเปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน โดยทำแบบฝึกหัด Listening ข้อ 4 ใน
หนังสอื เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 101 ใหน้ กั เรียนฟังและตอบคำถาม

3 ครใู ห้นกั เรยี นฟังซ้ำอกี คร้ังแลว้ ทำแบบฝกึ หัดข้อ 5 ในหนังสอื เรยี น SPRINT3 STUDENT’S BOOK
หน้า 101 โดยเลือกคำตอบที่ดีที่สุด จากนั้นครูให้นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกันเพื่อตรวจทานก่อนนำส่งครู ครู
ตรวจสอบความถูกต้อง และประเมินการฟังและเข้าใจบทสนทนาเรื่องการทดลอง The Hole in the Wall จาก
คำตอบ โดยใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ผ่านร้อยละ 70

4 ครูให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด Listening ขอ้ 4 ในหนังสือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 51 โดยครู

เปิดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ให้นักเรียนฟังและเลือกคำตอบที่ดีที่สุด (A B หรือ C) จากน้ันครูให้นักเรียน

อาสาสมัครออกมาบอกคำตอบของตนให้เพื่อนๆ ฟัง ครูตรวจสอบความถูกต้องและประเมินการฟังและเข้าใจบท

สนทนาเรือ่ งการทดลอง The Hole in the Wall และประเมนิ จากคำตอบ โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นร้อยละ 70

5 ครูให้ นั กเรียน ทำแบ บ ฝึ กหั ด Speaking ข้ อ 6 ใน หนั งสื อเรียน SPRINT 3 STUDENT’S

BOOK หน้า 101 โดยจบั คเู่ ขียนแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเรือ่ ง ‘cloud schools’ ว่ารายการท่ใี ห้ไว้ในแบบฝึกหัดนี้

เป็นข้อดี (A) หรือข้อด้อย (D) เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนอภิปรายกับเพ่ือนตามตัวอย่างท่ีให้ไว้ โดยใช้สำนวนตาม

ตวั อย่าง ครูให้นักเรียนอาสาสมคั ร 2-3 คู่ออกมาพูดรายงานผลการแสดงความคิดเห็นของคตู่ นเองให้เพ่ือนๆ ฟัง ครู

คอยแนะนำแก้ไขใหถ้ ูกต้อง และประเมินการพูดแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับการศึกษาแบบ ‘cloud schools’ โดยใช้

แบบประเมนิ การพดู และใชเ้ กณฑ์ผ่านการประเมินระดับ “ดี”

แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ู้สอน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

275

6 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด Writing ข้อ 7 ในหนังสือเรียน SPRINT3STUDENT’S BOOK หน้า 101
โดยให้นักเรียนอา่ นขอ้ ความในจดหมายเพื่อให้เขา้ ใจที่มาของเรื่อง จากนั้นครูชี้ทจ่ี ดหมายสว่ นบนและครบู อกนักเรียน
วา่

Sarah read this letter. And she wrote this letter. ครูช้ีท่ีจดหมายสว่ นล่าง
You must complete her letter by filling one word in each blank.
นกั เรียนเปรียบเทียบคำตอบกัน ครูให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาอ่านคำตอบของตนให้เพ่อื นๆ ฟัง
ครูชว่ ยแนะนำแกไ้ ข
7 ค รู ให้ นั ก เรี ย น ท ำ แ บ บ ฝึ ก หั ด ข้ อ 8 ใน ห นั งสื อ เรี ย น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK
หน้า 101 โดยให้เขียนข้อความเก่ียวกบั โรงเรียนของนักเรยี นและใช้คำถามที่ให้มากบั เน้ือหาในจดหมายในแบบฝึกหัด
ข้อแล้วเป็นแนวทางในการเขียน จากนั้นครูให้นักเรียนแลกกันอ่านเพื่อตรวจหาข้อบกพร่อง นักเรียนปรับปรุงแก้ไข
ก่อนนำส่งครู ครูตรวจสอบความถูกต้องและประเมินการเขียนขอ้ ความแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับโรงเรยี นของนักเรยี น
ด้วยแบบประเมินการเขียน และใชเ้ กณฑ์ผ่านการประเมินระดับ “ดี”

8 ครูทบทวนบทเรียนและคำศัพท์จากบทเรียนหน่วยท่ี 8 และตระหนักให้นักเรียนศกึ ษาหาความรู้จาก
สิง่ รอบตวั โดยใช้เทคโนโลยีอนั เปน็ การเรยี นรูใ้ นโลกกวา้ งที่พรอ้ มให้เราไดเ้ ปิดโลกทัศนแ์ ละเรยี นรู้อยา่ งไม่สนิ้ สุด

Self & Social Responsibility: Learning is around
ครูเน้นให้นักเรียนเห็นว่าการศึกษามีอยู่หลายรปู แบบในทุกสถานที่ การศึกษาท่ีดีท่ีสุดและยาวนานท่ีสุด
คื อ ก า ร เรี ย น รู้ ด้ ว ย ต น เอ ง ก า ร เรี ย น รู้ ด้ ว ย ต น เ อ ง ท ำ ไ ด้ เส ม อ ห า ก ใ ช้ ก า ร สั ง เ ก ต
สิ่งรอบตัว การฟงั และการคิด
เทคโนโลยีท่ีก้าวไกลก็ช่วยให้มนุษย์เรียนรู้ได้มากข้ึน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นกับดักทำให้มนุษย์หยุดการ
เรียนรู้ของตนลง นักค้นคว้ามักจะเกิดความคิดดีๆในขณะที่สัมผัสกับธรรมชาติการคิด ตรึกตรอง ทำให้เกิด
สตปิ ัญญา แตใ่ นปัจจบุ นั มนษุ ย์มกั จะก้มหนา้ ดูโทรศัพทใ์ นมอื จนทำให้พลาดโอกาสมองเห็นสงิ่ ทผี่ ่านมารอบข้าง
(ทีม่ า: www.ops.moe.go.th)

แผนการจัดการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผ้สู อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

276

9. การบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 หว่ ง 3 เงอื่ นไข)

หลกั ความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา คน้ คว้าหาความรู้

ทำงานเหมาะกับเวลาความค้มุ ค่าในอปุ กรณ์การเรียน

หลกั มีเหตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลกั การทางสงั คม

การแก้ปัญหาโดยใช้หลักการทางสงั คม

หลักสรา้ งภูมคิ ้มุ กนั ในตัวทดี่ ี การมนี ้ำใจ มีความรบั ผดิ ชอบ การทำงานเป็นหมูค่ ณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอ่ื นไขความรู้ นักเรยี นมคี วามรู้สามารถฟังจับใจความสำคญั ได้

เงอ่ื นไขคณุ ธรรม มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ซื่อสัตย์ มุ่งมนั่ ในการทำงาน

การบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 ห่วง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เงอื่ นไข

พอประมาณ ความรู้

มีเหตุผล คุณธรรม

มภี ูมิค้มุ กนั ในตวั ทีด่ ี

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4 มิติ

เศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม วัฒนธรรม

10. สอื่ / แหล่งเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 101

11. การวดั ประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวัด
สิ่งที่ตอ้ งการวัด - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การฟังจบั ใจความสำคัญ - การตรวจแบบฝกึ หัด การตรวจแบบฝกึ หัด
- แบบบันทกึ คะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม การตรวจแบบฝกึ หัด

แผนการจัดการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครผู ้สู อน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศึกษา

277

บันทึกหลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

 สอนไดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ..........................................................................

2. ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รยี น

1.) การประเมนิ ผลความร้หู ลังการเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลงั เรียน............พบว่านักเรียนผ่านการประเมนิ คิดเป็นร้อยละ

................……..…. ไมผ่ ่านเกณฑ์ขนั้ ตำ่ ท่ีกำหนดไว้คดิ เปน็ รอ้ ยละ.............................

ได้แก่ ....................................เลขท่ี …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้…………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไมผ่ า่ นเกณฑข์ ัน้ ตำ่ ท่กี ำหนดไว้คดิ เปน็ รอ้ ยละ................

ไดแ้ ก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินด้านคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ เรยี น โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม....................

พบวา่ นกั เรยี นผ่านการประเมินคดิ เปน็ รอ้ ยละ..…....……. ไมผ่ ่านเกณฑข์ ัน้ ต่ำท่ีกำหนดไวค้ ดิ เปน็ ร้อยละ..................

ไดแ้ ก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปญั หาและอปุ สรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

 มีนกั เรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

 มีนกั เรยี นท่ไี ม่สนใจเรียน

 อนื่ ๆ .............................................................................................................................................

4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

 ควรนำแผนไปปรับปรงุ เรอ่ื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทไ่ี ม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ีข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ ผสู้ อน

( นายพรี ะ เหมอื ดนอก )

วันท…ี่ …..../................../................

ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระฯ ความคิดเห็นของหัวหนา้ งานวชิ าการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกตา่ งกันของผู้เรียน เหมาะสมกับศักยภาพทแี่ ตกตา่ งกันของผเู้ รยี น

 ทยี่ งั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไม่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป

3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้

 นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จรงิ  ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ …………………………………………………………………………….

ลงช่อื ....................................................... ลงชอื่ .......................................................
( นางองั คณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณัฐิญา คาโส )

แผนการจัดการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23102 ครูผู้สอน นายพีระ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

278

1 แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม ผลัดกันอ่านคำศัพท์จาก Word list Unit 7 และ Unit 8
ในหนงั สือ SPRINT 3 WORKBOOK หน้า 64-65

2 ทบทวนการใช้ประโยคคำถามที่ข้ึนต้นด้วย modal verbs และ gerund ด้วยการให้นักเรียนกลุ่ม
เดิมแตง่ ประโยคท่ีประกอบด้วย modal verb และ ประโยคทม่ี ี gerund ให้ ถูกต้องภายใน 3 นาที ครูให้นักเรียน
ส่งตวั แทนกลุ่มออกมาเขยี นประโยคของกลมุ่ ตนเองบนกระดาน ครูและเพ่ือนๆชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง

4 ครูให้นักเรียนดู Testyourcompetencesในหนังสือเรียน SPRINT3STUDENT’S BOOK หน้า
102 และดู Exam practice ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หน้า 103 ครูอธิบายการทำ
แบบทดสอบ

5 ครูยกตัวอย่างข้อสอบเพ่ือให้นักเรียนทดลองทำ Test your competences และ Exam
practice 7-8 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOKหนา้ 102-103 อยา่ งละ 1 ข้อ

6 นักเรียนทำแบบทดสอบ Test your competences และทำ Exam practice 7-8 ในหนังสือ
เรยี น SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 102-103

7 นกั เรยี นทำแบบทดสอบประจำหน่วยท่ี 8

8 ครูเฉลย Test your competences ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOKหน้า 102
นั ก เรี ย น แลก กั น ต รวจ ห ลั งจาก ตรวจเรี ยบ ร้ อ ยแล้ ว ให้ นั ก เรี ยน ก รอ ก คะ แน น ลงใน ช่ อ งคะ แน น
6 หัวขอ้ และชอ่ งคะแนนรวม My final score is .

จากนั้นให้นักเรียนประเมินตนเองลงใน Self-evaluation ด้วยการเลือกใส่เครื่องหมาย ( ✓ ) ลงในด้าน
ทักษะคำศัพท์ (lexical competences) ทักษะการสื่อสาร (communicative competences) ทักษะด้านไวยากรณ์
( grammatical competences) แ ล ะ เ ขี ย น สิ่ ง ท่ี นั ก เ รี ย น ต้ อ ง ก า ร ท บ ท ว น ล ง ใ น ช่ อ ง
I need to review

9 ครูเฉลย Exam practice 7-8 ในหนังสือเรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOKหน้า 103 นักเรียนแลก
กนั ตรวจ

10 ครเู ฉลยแบบทดสอบประจำหนว่ ยที่ 8 แล้วใหน้ กั เรียนแลกกนั ตรวจ

แผนการจัดการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหัสวชิ า อ23102 ครูผู้สอน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา

279

9. การบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 ห่วง 3 เงื่อนไข)

หลักความพอประมาณ ใชเ้ วลาในการศึกษา ค้นควา้ หาความรู้

ทำงานเหมาะกบั เวลาความคมุ้ คา่ ในอุปกรณก์ ารเรียน

หลกั มเี หตุผล การอธิบายโดยการใชห้ ลักการทางสงั คม

การแก้ปญั หาโดยใชห้ ลักการทางสงั คม

หลกั สร้างภูมิคมุ้ กันในตวั ทดี่ ี การมนี ้ำใจ มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นหมู่คณะ

การวางแผนในการทำงาน

เงอื่ นไขความรู้ นักเรียนมีความรู้เก่ยี วกับ Modal verbs และ Gerund

เง่อื นไขคณุ ธรรม มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ซ่ือสัตย์ มุ่งม่ันในการทำงาน

การบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 หว่ ง ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เง่ือนไข

พอประมาณ ความรู้

มเี หตุผล คุณธรรม

มภี ูมคิ มุ้ กันในตวั ท่ีดี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 4 มติ ิ

เศรษฐกิจ สังคม ส่งิ แวดล้อม วฒั นธรรม

10. สื่อ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน SPRINT 3 STUDENT’S BOOK หนา้ 103

11. การวดั ประเมนิ ผล เครือ่ งมอื เกณฑ์การวัด
ส่ิงท่ีต้องการวดั - การตรวจแบบฝึกหดั
- แบบบนั ทึกคะแนนใน
• การใช้ Modal verbs และ Gerund - การตรวจแบบฝึกหัด การตรวจแบบฝึกหัด
- แบบบันทึกคะแนนใน
• การเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่ การตรวจแบบฝึกหัด

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 6 รหสั วชิ า อ23102 ครูผสู้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรียนพนมศกึ ษา

280

บนั ทึกหลังสอนแผนการสอนท่ี ............

1. ผลการสอนระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3

 สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้

 สอนไม่ได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เนื่องจาก ..........................................................................

2. ผลทีเ่ กดิ กับผ้เู รียน

1.) การประเมนิ ผลความรูห้ ลงั การเรยี น โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรยี น............พบว่านกั เรียนผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ

................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ขัน้ ต่ำท่ีกำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ.............................

ไดแ้ ก่ ....................................เลขที่ …………………………...........................................................................................

2.) การประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการเรยี น โดยใช…้ ………………………………………………………...............พบว่านักเรียนผา่ นการประเมนิ คิดเป็น

ร้อยละ...........……. ไม่ผา่ นเกณฑข์ นั้ ต่ำทกี่ ำหนดไว้คดิ เปน็ ร้อยละ................

ได้แก่ .......................................................................................................................................................................

3.) การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ เรียน โดยใช…้ ……..…แบบสงั เกตพฤตกิ รรม....................

พบว่านักเรยี นผ่านการประเมนิ คดิ เปน็ ร้อยละ..…....……. ไมผ่ า่ นเกณฑ์ข้นั ตำ่ ทีก่ ำหนดไวค้ ิดเป็นรอ้ ยละ..................

ได้แก่ ........................................................................................................................................................................

3. ปัญหาและอุปสรรค

 กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกบั เวลา

 มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา

 มนี กั เรยี นทีไ่ มส่ นใจเรยี น

 อ่นื ๆ .............................................................................................................................................

4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข

 ควรนำแผนไปปรบั ปรงุ เรอ่ื ง ......................................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ีไมผ่ า่ นการประเมิน ..................................................................................

 .......................................................................................................................................................

 ไมม่ ขี อ้ เสนอแนะ

ลงชอื่ ผสู้ อน

( นายพีระ เหมือดนอก )

วันที่……..../................../................

ความคิดเห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระฯ ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ

1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1.เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ 2.การจดั กจิ กรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้

ท่ีเนน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่าง  ทเี่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ ง

เหมาะสมกับศกั ยภาพท่แี ตกต่างกันของผเู้ รยี น เหมาะสมกบั ศกั ยภาพท่แี ตกต่างกนั ของผู้เรยี น

 ท่ียงั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป  ทยี่ งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป

3.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้

 นำไปใช้ไดจ้ รงิ  ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้  นำไปใชไ้ ด้จริง  ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4.ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ ……………………………………………………………… 4.ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ …………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ....................................................... ลงชื่อ.......................................................
( นางอังคณา แก้วเมอื ง ) ( นางสาวณัฐญิ า คาโส )

แผนการจดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครผู ูส้ อน นายพรี ะ เหมอื ดนอก โรงเรียนพนมศึกษา

281
แผนการจดั การเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ 6 รหสั วิชา อ23102 ครูผูส้ อน นายพรี ะ เหมือดนอก โรงเรยี นพนมศกึ ษา


Click to View FlipBook Version