แผนการสอน/การจัดการเรียนร้แู บบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั วิชา 20001-1005 วชิ า กฎหมายพาณิชย์
หลักสูตร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ (ปวช.) ปี พ.ศ. 2562
ประเภทวิชา พาณิชยกรรม
จัดทาโดย
ครวู จิ ติ ร พลเศษ
ตาแหน่ง ครูชานาญการ
แผนกวิชา การบัญชี
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563
ฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยการอาชีพสว่างแดนดนิ
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
แบบคาขออนุมัตใิ ช้แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ
แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ
และบูรณาการปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง/คณุ ลกั ษณะ 3 D
รายวชิ า 20001 - 1005 วชิ า กฎหมายพาณิชย์
ลงชือ่ ..................................
(นายวิจติ ร พลเศษ)
ครชู านาญการ
ผู้จดั ทา
ความเหน็ หวั หนา้ แผนกวชิ าการบญั ชี ความเหน็ หัวหน้างานพัฒนาหลักสตู รฯ
……………………………….. ………………………………………….
(นางประไพศรี วงศ์ปรดี ี) ( นายคมุ ดวง พรมอนิ ทร์)
หวั หนา้ แผนกวิชาการบญั ชี หวั หนา้ งานพฒั นาหลกั สตู รฯ
ความเหน็ รองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ
……………………………………
(นายทินกร พรหมอินทร์)
รองผ้อู านวยการฝ่ายวชิ าการ
ความเหน็ ผ้อู านวยการวิทยาลยั การอาชพี สว่างแดนดิน
O อนุมตั ิ O ไม่อนุมัติ
......................................
(นางวรรณภา พ่วงกลุ )
ผู้อานวยการวิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
ก
คานา
แผนการการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะวิชากฎหมายพาณิชย์ รหัสวิชา 20001-1005 จัดทาข้ึนตรง
ตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคาอธิบายรายวิชาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช
2563 ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เน้ือหาของแผนการสอน แบ่งออกเป็น 9 หน่วย เรียนรู้
ประกอบไปด้วยหน่วยการเรียนรู้หน่วยที่ 1 ความรู้เก่ียวกับบุคคล นิติกรรม สัญญา หน้ี หน่วยที่ 2 สัญญาซ้ือขาย
หนว่ ยที่ 3 สัญญาเชา่ ทรพั ย์ และสญั ญาเชา่ ซื้อ หนว่ ยท่ี 4 สญั ญาจา้ งแรงงาน และสัญญาจ้างทาของ หน่วยท่ี 5 รับ
ขน ฝากทรัพย์ เก็บของในคลังสินค้า หน่วยท่ี 6 ยืม ค้าประกัน จานอง จานา หน่วยท่ี 7 ตัวแทน นายหน้า หน่วย
ที่ 8 สัญญาประกันภัย และ หน่วยที่ 9 การจัดทาเอกสารท่ีเกี่ยวข้องกับกฎหมายพาณิชย์ จากแผนการจัดการ
เรียนรู้ท้ัง 9 หน่วยน้ี ได้ครอบคลุมการจัดการเรียนการสอนในระยะเวลา 18 สัปดาห์ และมีการทดสอบวัดผล
ประเมินผลตามสภาพจรงิ แบบฝึกปฏิบตั ิ กจิ กรรมเสนอแนะกิจกรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
แผนการการจัดเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์และผู้ใช้
หากมีข้อเสนอแนะประการใด ผู้จดั ทายนิ ดรี ับไว้ดว้ ยความขอบคุณย่ิง
ลงช่ือ...........................................
(นายวิจิตร พลเศษ)
ผู้จัดทา
สารบัญ ข
คานา หน้า
สารบญั
ลักษณะรายวิชา ก
ตารางวเิ คราะห์สมรรถนะการเรียนรู้ ข
ตารางวิเคราะห์หลกั สูตร ค
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะรายวิชาโดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ง
โครงการสอนหรอื โครงการจดั การเรยี นรู้ ฐ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 ความร้เู ก่ียวกับบุคคล นติ ิกรรม สญั ญา หน้ี ฑ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 สัญญาซื้อขาย ฒ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 สญั ญาเช่าทรพั ย์ และสญั ญาเช่าซ้อื 1
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 สัญญาจ้างแรงงาน และสัญญาจา้ งทาของ 30
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 รับขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลังสินคา้ 58
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 ยืม ค้าประกนั จานอง จานา 83
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 ตัวแทน นายหนา้ 106
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 8 สญั ญาประกันภัย 129
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9 การจดั ทาเอกสารทเี่ กี่ยวข้องกบั กฎหมายพาณชิ ย์ 158
182
202
ค
ลกั ษณะรายวชิ า
รหสั วชิ า 20001-1005 ชอื่ วิชา กฎหมายพาณิชย์
จานวนหน่วยกติ ...2.....หนว่ ยกติ จานวนชัว่ โมงตอ่ สัปดาห์.....2....ชว่ั โมง รวม ....36.....ชว่ั โมงตอ่ ภาคเรยี น
จุดประสงค์รายวชิ า เพื่อให้
1. มีความเข้าใจหลักการท่ีเก่ยี วข้องกบั บุคคลนติ ิกรรมสญั ญาและหน้ี
2. มีความเข้าใจหลักการกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
3. มเี จตคตทิ ี่ดีต่ออาชีพ เข้าจหลักการ วธิ ีการ
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับหลกั การของกฎหมายพาณิชย์
2. จดั ทาเอกสารประกอบที่เก่ียวขอ้ งกบั กฎหมายพาณิชย์
คาอธิบายรายวิชา
ศกึ ษาเก่ยี วกบั ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยว์ ่าด้วยบุคคล นิติกรรม สัญญา หน้ี และเอกเทศ
สญั ญาเฉพาะสัญญาท่ีเกย่ี วกับซ้อื ขาย เชา่ ซื้อ จ้างทาของ รบั ขน การยืม การคา้ ประกนั การจานอง จานา การ
ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลงั สินค้า ตัวแทนนายหน้า และประกันภัย และวิธกี ารจดทาเอกสารท่เี ก่ียวข้องกบั
กฎหมาย
หนว่ ยการสอน ตารางวิเคราะห์สม
หนว่ ยการสอนท่ี 1 รหัสวชิ า 20001 1005 วิชา กฎหมายพาณชิ
ชื่อหน่วยการสอน ความรู้เกีย่ วกบั จานวนชว่ั โมงตอ่ สปั ดาห์ 2 ชั่วโม
บคุ คล นติ ิกรรม สัญญา หน้ี
ความรู้
1. ความหมายของบคุ คล
2. ความหมายและการเรม่ิ สภาพบคุ คลธรรมดา
สว่ นประกอบและการสิน้ สภาพของบคุ คลธรรมดา
3. ความหมายของนติ บิ คุ คล การจัดตั้ง สิทธิ และหน้า
ของนิตบิ ุคคล ภูมลิ าเนาและการสนิ้ สภาพของนิติบุคค
4. ความหมายของนิติกรรม องคป์ ระกอบและประเภท
ของนติ ิกรรม ความไมส่ มบรู ณ์ของนติ ิกรรม และผลขอ
นิตกิ รรมทีเ่ ป็นโมฆะและโมฆียะ
5. ความหมายของสญั ญา องคป์ ระกอบของสัญญา
ประเภทของสญั ญา และการบอกเลกิ สญั ญา
6. ความหมายของสญั ญา องคป์ ระกอบของสญั ญา
ประเภทของสัญญา และการบอกเลิกสญั ญา
ง
มรรถนะการเรียนรู้
ชย์ จานวนหนว่ ยกติ 2 หน่วยกติ
มง รวม 36 ชั่วโมงต่อภาคเรยี น
สมรรถนะการเรียนรู้
ทักษะ คณุ ลักษณะท่ีพึง่ ประสงค์
1.สามารถตรวจสอบการเรมิ่ สภาพบุคคลธรรมดา และ รับรู้ ตอบสนอง เห็น
การสิน้ สภาพของบคุ คลธรรมดาได้ คณุ คา่ จดั ระบบ
2.สามารถตรวจสอบการจดั ตั้ง สิทธิ และหนา้ ทขี่ องนิติ คณุ ค่า พฒั นา
าท่ี บคุ คล ภูมลิ าเนาและการสิน้ สภาพของนิติบุคคลได้ ลกั ษณะนสิ ัย
คล 3.สามารถตรวจสอบนิติกรรม องคป์ ระกอบและประเภท
ท ของนติ กิ รรม ความไมส่ มบรู ณ์ของนิติกรรม และผลของ
อง นิตกิ รรมทเ่ี ป็นโมฆะและโมฆยี ะได้
4.สามารถตรวจสอบ สัญญา องคป์ ระกอบของสญั ญา
ประเภทของสญั ญา และการบอกเลิกสญั ญาได้
5.สามารถตรวจสอบสญั ญา องค์ประกอบของสัญญา
ประเภทของสัญญา และการบอกเลิกสญั ญาได้
หน่วยการสอน ความรู้
หน่วยการสอนท่ี 2 1.ความหมายและลักษณะของสญั ญาซื้อขาย
ชื่อหน่วยการสอน สัญญาซอ้ื ขาย 2.บุคคลทีม่ สี ิทธิทาสัญญาซ้อื ขาย
3.ทรัพย์สินท่ีซอ้ื ขายไมไ่ ด้
4.ประเภทของซ้ือขาย
5.วิธกี ารซอ้ื ขาย
6.การโอนกรรมสิทธ์ิ
7.สิทธิ หนา้ ท่ี และความรับผดิ ชอบของผูข้ าย
8.สทิ ธิ หน้าท่ี และความรับผดิ ชอบของผูซ้ ือ้
9.การซอื้ ขายเฉพาะบางอย่าง
10.ธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง
สมรรถนะการเรยี นรู้ จ
ทักษะ
คุณลกั ษณะท่พี ง่ึ ประสงค์
1.สามารถตรวจสอบ สัญญาซอ้ื ขาย และสงิ่ ท่เี ก่ยี วขอ้ งกับ รับรู้ ตอบสนอง เหน็
สญั ญาชอื้ ขายได้ คุณคา่ จดั ระบบ
2.สามารถตรวจสอบการซ้อื ขายเฉพาะอย่าง ธรุ กิจขาย คุณค่า พฒั นา
ตรงและตลาดแบบตรงได้ ลกั ษณะนสิ ยั
มวี ินัย
ใฝเ่ รยี นรู้
อยอู่ ย่างพอเพียง
มงุ่ มนั่ ในการทางาน
มีจติ สาธารณะ
หน่วยการสอน ความรู้ 1.ส
1.ความหมายและลกั ษณะของสัญญาเชา่ ทรพั ย์ กับ
หน่วยการสอนท่ี 3 2.บคุ คลผมู้ ีอานาจให้เชา่ ทรพั ยส์ ิน 2.ส
ช่ือหนว่ ยการสอน สญั ญาเช่า 3.วัตถแุ ห่งสญั ญาในการเช่าทรพั ยแ์ ละหลกั เกณฑก์ าร เช
ทรพั ย์ และสญั ญาเช่าซ้อื ทาสญั ญาเชา่ ทรัพย์
4.ค่าฤชาธรรมเนยี มในการทาสัญญาเช่า
5.สัญญาต่างตอบแทนพเิ ศษย่งิ กวา่ สญั ญาเช่าธรรมดา
6.คาม่ันจะให้เช่า
7.บุคคลหลายคนเรยี กเอาทรพั ยส์ นิ เดยี วกนั โดยอาศัย
มูลสญั ญาเช่าตา่ งราย
8.การใหเ้ ชา่ ช่วงและการโอนสิทธกิ ารเช่า
9.หน้าทแี่ ละความรบั ผดิ ขอบของผใู้ ห้เช่า
10.หน้าทีแ่ ละความรบั ผดิ ชอบของผ้เู ช่า
11.อายคุ วามสญั ญาเช่าทรพั ย์
12.ความระงับแห่งสญั ญาเช่าทรพั ย์
13.ความหมายและลกั ษณะของสญั ญาเชา่ ซ้ือ
14.สิทธแิ ละหน้าท่ีของผใู้ ห้เช่าซื้อและผเู้ ชา่ ซอ้ื
15.ความระงับแหง่ สญั ญาเชา่ ซ้อื
16.อายคุ วามสญั ญาเชา่ ซอื้
17.เปรยี บเทียบสัญญาเช่าซอื้ กบั สญั ญาเช่าทรพั ย์
18.เปรยี บเทียบสญั ญาเช่าซ้อื กบั สญั ญาซื้อขายเงิน
ผอ่ น
สมรรถนะการเรียนรู้ ฉ
ทักษะ
คุณลกั ษณะทีพ่ งึ่ ประสงค์
สามารถตรวจสอบสญั ญาเชา่ ทรพั ย์ และสิ่งทเ่ี กย่ี วข้อง รับรู้ ตอบสนอง เหน็ คณุ คา่
บสัญญาเช่าทรัพยไ์ ด้ จดั ระบบคณุ คา่ พฒั นา
สามารถตรวจสอบการเชา่ ซ้อื และสิง่ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการ ลักษณะนสิ ยั
ช่าซือ้ ได้ธุรกจิ ได้ มวี ินยั
ใฝ่เรียนรู้
อยู่อยา่ งพอเพยี ง
มงุ่ ม่นั ในการทางาน
มีจิตสาธารณะ
หนว่ ยการสอน ความรู้
หน่วยการสอนที่ 4 1.ความหมายของสญั ญาจา้ งแรงงาน 1.ส
ชอื่ หนว่ ยการสอน
สัญญาจา้ งแรงงานและสัญญา 2.หลักเกณฑก์ ารทาสญั ญาจ้างแรงงาน กบั
จา้ งทาของ
3.สทิ ธิและหนา้ ทข่ี องนายจา้ ง 2.ส
4.สทิ ธแิ ละหน้าที่ของลูกจา้ ง เก
5.ความระงบั แหง่ สญั ญาจ้างแรงงาน
6.อายคุ วามเรยี กร้องสนิ จา้ ง
7.ความหมายของสญั ญาจา้ งทาของ
8.หลักเกณฑก์ ารทาสญั ญาจา้ งทาของ
9.สทิ ธิและหน้าทข่ี องผ้วู ่าจา้ ง
10.สทิ ธิและหนา้ ท่ขี องผู้รับจ้าง
11.ความระงับแหง่ สญั ญาจา้ งทาของ
12.อายคุ วามสญั ญาจา้ งทาของ
13.ข้อแตกต่างระหวา่ งสญั ญาจา้ งทาของกับสญั ญาจ้าง
แรง
สมรรถนะการเรยี นรู้ ช
ทักษะ
คณุ ลักษณะทพ่ี ึ่งประสงค์
สามารถตรวจสอบสญั ญาการแจง้ งาน และสิ่งทเี่ กยี่ วข้อง รบั รู้ ตอบสนอง เห็นคณุ ค่า
บสัญญาจา้ งงานได้ จดั ระบบคุณคา่ พฒั นา
สามารถตรวจสอบสญั ญาการจ้างทาของ และสง่ิ ท่ี ลักษณะนสิ ยั
กี่ยวข้องกับสัญญาจ้างทาของได้ มีวนิ ัย
ใฝเ่ รียนรู้
อยูอ่ ย่างพอเพียง
มงุ่ มนั่ ในการทางาน
มจี ิตสาธารณะ
หน่วยการสอน ความรู้
1.ความหมายและลกั ษณะของสัญญารับขน
หน่วยการสอนที่ 5 2.สัญญารบั ขนของ
ช่ือหน่วยการสอน 3.สิทธิและหน้าทีข่ องผู้ขนส่ง
รบั ขน ฝากทรพั ยเ์ กบ็ ของใน 4.สทิ ธแิ ละหนา้ ทีข่ องผสู้ ง่
คลงั สินค้า 5.อายคุ วามฟอ้ งคดี
6.สญั ญารับขนคนโดยสาร
7.สทิ ธแิ ละความรบั ผิดชอบของผ้ขุ นส่งคนโดยสาร
8.ความหมายและลักษณะของสญั ญาฝากทรพั ย์
9.หนา้ ท่ีของผูร้ บั ฝาก
10.หน้าท่ีของผู้ฝาก
11.อายุความฟอ้ งคดี
12.วิธเี ฉพาะการฝากเงิน
13.วิธีเฉพาะสาหรับเจา้ สานักโรงแรม
14.ความหมายและลักษณะของสญั ญาเก็บของใน
คลังสนิ ค้า
15.ใบรับของคลงั สนิ ค้า และใบประทวนสนิ ค้า
16.การรับสินค้าคืนจากคลังสินค้า
สมรรถนะการเรยี นรู้ คุณลักษณะท่ีพึง่ ประสงค์
ทักษะ รับรู้ ตอบสนอง เหน็ คุณคา่
จดั ระบบคุณคา่ พฒั นาลกั ษณะ
1.สามารถตรวจสอบสญั ญารบั ขน และสงิ่ ท่ี นสิ ัยมวี ินัย
เกีย่ วข้องกับสญั ญารบั ขนได้ ใฝ่เรยี นรู้
2.สามารถตรวจสอบสญั ญาฝากทรัพย์ และสิ่งที่ อยู่อยา่ งพอเพยี ง
เก่ยี วขอ้ งกับสญั ญาฝากทรพั ยไ์ ด้ มุง่ ม่ันในการทางาน
มีจติ สาธารณะ
หน่วยการสอน ความรู้
1.สญั ญายมื
หนว่ ยการสอนที่ 6 2.สญั ญายมื ใชค้ งรปู
ชือ่ หนว่ ยการสอน 3.สญั ญายืมใชส้ นิ้ เปลือง
ยืม คา้ ประกัน จานอง จานา 4.สัญญากยู้ ืมเงนิ
5.การคิดดอกเบย้ี ในสญั ญาก้ยู มื เงนิ
6.การชาระหนี้
7.อายุความฟ้องคดใี หช้ าระหนี้
8.ความหมายและสญั ญาของสญั ญาคา้ ประกนั
9.หลักเกณฑก์ ารทาสัญญาคา้ ประกนั และขอ้ ความทห่ี า้ มตก
ลงในสัญญาคา้ ประกนั
10.หนี้ท่มี กี ารคา้ ประกันหลายคน
11.ผรู้ บั เรือน
12.ผคู้ ้าประกันหลายคน
13.ความรบั ผดิ ชอบของผู้ค้าประกนั
14.ผลก่อนชาระหน้ี
15.ผลภายหนังชาระหน้ี
16.ความระงบั แหง่ สญั ญาคา้ ประกนั
17.ความหมายของสญั ญาจานอง
18.ทรัพย์สินที่จานองได้
19.แบบของสญั ญาจานอง
20.สทิ ธจิ านวองครอบเพียงใด
21.สทิ ธแิ ละหน้าท่ีของผรู้ ับจานองและผจู้ านอง
ฌ
สมรรถนะการเรยี นรู้ คุณลกั ษณะที่พงึ่ ประสงค์
ทักษะ รับรู้ ตอบสนอง เหน็ คุณค่า
จัดระบบคณุ คา่ พัฒนา
1.สามารถตรวจสอบเอกสารการยมื และสิง่ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง ลักษณะนสิ ยั
การยืมได้ มีวินยั
2.สามารถตรวจสอบสญั ญาคา้ ประกัน และสง่ิ ท่เี กย่ี วข้อง ใฝ่เรียนรู้
กบั สญั ญาคา้ ประกนั ได้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง
3.สามารถตรวจสอบสญั ญาจานอง และสิ่งท่เี ก่ียวข้องกับ มุ่งมั่นในการทางาน
สัญญาจานองได้ มีจติ สาธารณะ
4.สามารถตรวจสอบสญั ญาจานา และสิ่งทเ่ี กยี่ วข้องกับ
สัญญาจานาได้
22.การบงั คับจานอง
23.วิธกี ารบังคับจานอง
24.ผลของการบงั คบั จานอง
25.กรณีมีการโอนทรพั ยส์ ินซงึ่ จานอง
26.ความระงบั แหง่ สญั ญาจานอง
27.ความหมายของสัญญาจานา
28.แบบของสัญญาจานา
29.สทิ ธแิ ละหน้าที่ของผ้จู านาและผรู้ บั จานา
30.การบงั คบั จานา
31.ความระงับแหง่ สญั ญาจานา
32.การจานาตามพระราชบญั ญตั โิ รงรบั จานา พ.ศ. 2505
หนว่ ยการสอน ความรู้ 1
1.ความหมายและลกั ษณะของสัญญาตวั แทน ส
หนว่ ยการสอนท่ี 7 2.วธิ ีการตง้ั ตัวแทน 2
ชื่อหนว่ ยการสอน ตัวแทน นายหนา้ 3.ประเภทของตัวแทน ก
4.หน้าท่แี ละความรบั ผดิ ระหวา่ งตวั การกบั ตวั แทน
5.ความรบั ผดิ ชอบของตวั การและตวั แทนตอ่
บคุ คลภายนอก
6.ความระงบั สนิ้ ไปแห่งสัญญาตัวแทน
7.ความหมายและลักษณะของสัญญานายหน้า
8.สิทธิ หนา้ ท่ี และความรับผดิ ของนายหนา้
ญ
สมรรถนะการเรียนรู้ คุณลกั ษณะที่พง่ึ ประสงค์
ทกั ษะ รบั รู้ ตอบสนอง เหน็ คณุ ค่า
จดั ระบบคณุ คา่ พัฒนาลักษณะนสิ ัย
1.สามารถตรวจสอบสญั ญาตวั แทน และสิง่ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับ มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้
สัญญาตัวแทนได้ อยอู่ ย่างพอเพียง
2.สามารถตรวจสอบสญั ญานายหนา้ และสง่ิ ทีเ่ กยี่ วข้อง มุ่งมัน่ ในการทางาน
กบั สญั ญานายหนา้ ได้ มีจิตสาธารณะ
หนว่ ยการสอน ความรู้ 1
1.ความหมายและลกั ษณะของสัญญาประกันภัย ก
หน่วยการสอนท่ี 8 2.ส่วนไดเ้ สียในเหตุประกนั ภัย
ชอื่ หน่วยการสอน 3.การเปิดเผยข้อความจรงิ ของผเู้ อาประกนั
สัญญาประกนั ภยั 4.หลักฐานเปน็ หนงั สือและกรมธรรมป์ ระกนั ภัย
5.ลกั ษณะของประกนั วินาศภัย
6.สิทธแิ ละหนา้ ที่ของคู่สญั ญา
7.อายคุ วามประกนั วินาศภยั
8.ประกันภยั คา้ จุน
9.ลกั ษณะของประกันชวี ิต
10.ความแตกตา่ งระหวา่ งประกันภัยชีวิตและประกัน
วินาศภัย
11.ประกันภยั ภาคบงั คับ
สมรรถนะการเรียนรู้ ฎ
ทักษะ
คุณลักษณะท่ีพง่ึ ประสงค์
1.สามารถตรวจสอบสญั ญาประกนั ภัย และส่งิ ที่เกี่ยวขอ้ ง รบั รู้ ตอบสนอง เหน็ คุณค่า
กับสญั ญาประกันภัยได้ จัดระบบคณุ คา่
พัฒนาลักษณะนสิ ยั
มวี ินยั
ใฝเ่ รยี นรู้
อยู่อย่างพอเพียง
มุง่ ม่ันในการทางาน
มจี ติ สาธารณะ
หนว่ ยการสอน ความรู้ 1.สาม
พาณชิ
หน่วยการสอนที่ 9 1.ความหมายของสญั ญา
ชื่อหนว่ ยการสอน 2.สาระสาคญั ของสัญญา
การจดั ทาเอกสารทเ่ี กยี่ วข้องกบั 3.ตัวอยา่ งเอกสารสัญญา
กฎหมายพาณชิ ย์
สมรรถนะการเรียนรู้ ฏ
ทักษะ
คุณลกั ษณะทพี่ ง่ึ ประสงค์
มารถเขียนเอกสารสัญญาที่เกย่ี วข้องกับกฎหมาย รับรู้ ตอบสนอง เห็นคุณค่า จดั ระบบ
ชยไ์ ด้ คุณคา่
พฒั นาลกั ษณะนสิ ัย
มีวินัย
ใฝเ่ รียนรู้
อย่อู ย่างพอเพียง
มงุ่ ม่นั ในการทางาน
มจี ติ สาธารณะ
ฐ
ตารางวิเคราะห์หลักสตู ร
รหสั วชิ า 20001 1005 วิชา กฎหมายพาณิชย์ จานวน 2 หน่วยกติ
ชัน้ ระดับประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) สาขาวิชา/กล่มุ วิชา/การบัญชี หอ้ ง 2
ดา้ นพทุ ธิพิสัย
พฤตกิ รรม ความรู้ (5)
ความ ้ขาใจ(5)
การเรยี นรู้ นาไปใ ้ช(5)
ิวเคราะ ์ห(5)
ช่ือหน่วยการสอน/การเรียนรู้ สังเคราะห์(5)
ความรู้เกี่ยวกบั บุคคล นติ กิ รรม สัญญา หน้ี ประเ ิมนค่า(5)
สัญญาซอ้ื ขาย ้ดานทักษะ ิพ ัสย(5)
สญั ญาเช่าทรพั ย์ และสญั ญาเช่าซือ้ ด้าน ิจตพิ ัสย(5)
สัญญาจา้ งแรงงาน และสัญญาจา้ งทาของ รวม(40)
รับขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลงั สนิ คา้ ลาดับความสาคัญ
ยมื คา้ ประกนั จานอง จานา จานวน ่ัชวโมง
ตัวแทน นายหน้า
สัญญาประกนั ภัย 5 53 2 3 5 23 6 4
การจดั ทาเอกสารท่ีเกย่ี วข้องกับกฎหมาย
พาณิชย์ 5 5 3 2 1 1 3 5 25 5 4
5 5 2 4 3 3 3 5 30 2 9
5 52 3 2 5 22 6
5 5 4 2 1 1 3 5 26 4 6
5 52 1 2 5 20 8 6
5 5 5 5 5 4 5 5 39 1 12
5 52 2 1 3 5 23 7 6
5 5 4 2 2 2 4 5 29 3 6
รวมคะแนน 45 45 27 23 12 11 28 45
ลาดบั ความสาคัญ 1256 7843
คาอธบิ าย 5 หมายถงึ ระดบั ความสาคญั ของแต่ละรายการมี 5 ระดบั คอื 1, 2, 3, 4, 5
ฑ
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะรายวชิ า
โดยบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั 20001 1005 วิชา กฎหมายพาณิชย์ หน่วยกติ 2 ( 1 – 2 – 2 )
ระดบั ชั้น ระดับประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) สาขาวชิ า การบัญชี
ทางสายกลาง
3 ห่วง 2 เง่ือนไข
ความรู้ คุณธรรม
ชอ่ื หนว่ ยการสอน/ พอประมาณ(5)
ีมเหตุผล(5)
สมรรถนะรายวิชา ีมภู ิมคุ้ม ักน(5)
รอบรู้(5)
รอบคอบ(5)
ระ ัมดระ ัวง(5)
่ืซอ ัสตย์ ุสจริต(5)
ข ัยนอดทน(5)
ีมส ิตปัญญา(5)
แบ่งปัน(5)
รวม(50)
ลา ัดบความสาคัญ
หน่วยการสอน
ชื่อหน่วยการสอน
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
ความรู้เกีย่ วกับบุคคล นติ กิ รรม สัญญา 4 4 4 5 5 5 5 3 3 2 40 7
หน้ี
สัญญาซ้อื ขาย 5 5 5 5 5 5 5 5 5 3 48 1
สัญญาเชา่ ทรัพย์ และสัญญาเชา่ ซอื้ 5 5 5 5 5 5 5 4 5 44 5
สญั ญาจา้ งแรงงาน และสญั ญาจา้ งทา 5 5 5 5 5 5 5 5 5 2 47 2
ของ
รบั ขน ฝากทรัพย์ เก็บของในคลงั สินคา้ 4 4 4 5 4 4 5 4 4 38 8
ยืม คา้ ประกัน จานอง จานา 5 5 5 5 3 3 5 5 5 4 45 4
ตวั แทน นายหนา้ 5 5 5 5 5 5 5 5 5 2 47 2
สญั ญาประกนั ภยั 5 5 5 5 5 5 5 5 5 1 46 3
การจดั ทาเอกสารท่ีเกี่ยวข้องกบั 5555545 5 4 43 6
กฎหมายพาณิชย์
รวม 43 43 43 45 42 41 45 41 41 14 398
ลาดับความสาคัญ 2221231 4 4 5
ฒ
โครงการสอนหรือโครงการจดั การเรยี นร้แู บบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหัส 20001-1005 วิชา กฎหมายพาณชิ ย์ หนว่ ยกติ 2
ระดับช้นั ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวชิ า การบัญชี
หน่วยที่ สัปดาห์ที่ ชือ่ หน่วยการสอน/รายการสอน จานวนชวั่ โมง
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ
1 1-2 ความรูเ้ กี่ยวกบั บคุ คล นติ กิ รรม สญั ญา หน้ี
21
2 2-3 สญั ญาซอ้ื ขาย 21
22
3 4-5 สญั ญาเช่าทรัพย์ และสญั ญาเช่าซอื้ 22
4 6-7 สญั ญาจา้ งแรงงาน และสญั ญาจ้างทาของ 33
5 8-10 รับขน ฝากทรัพย์ เกบ็ ของในคลงั สนิ คา้ 22
6 11-12 ยืม ค้าประกัน จานอง จานา 22
7 13-14 ตัวแทน นายหนา้ 22
8 15-16 สญั ญาประกันภัย 22
9 17-18 การจดั ทาเอกสารที่เกีย่ วขอ้ งกับกฎหมายพาณชิ ย์
รวม 19 17
รวมทั้งส้ิน 36
แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั วิชา 20001-1005 วชิ า กฎหมายพาณิชย์
หน่วยท่ี 1 ชอ่ื หน่วย ความรู้เกี่ยวกับบคุ คล นติ ิกรรม สญั ญา หนี้
ชือ่ เรื่อง ความรู้เก่ียวกับบคุ คล นติ ิกรรม สัญญา หน้ี จานวน 3 ช่วั โมง สอนครง้ั ท่ี 1 - 2
1. สาระสาคัญ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไดบ้ ญั ญตั ิเกี่ยวกบั สทิ ธิและหน้าท่ี ซ่ึงผู้ทเ่ี ก่ียวข้องกบั สิทธแิ ละหน้าท่ีกค็ ือ
บคุ คล โดยในชวี ติ ประจาวนั ของแต่ละบุคคลจะมีการทานิติกรรม สัญญา และมีการชาระหนี้ท่เี กิดขนึ้ จากการทานติ ิกรรมและ
สัญญานั้น ท้ังน้ีในการใชส้ ิทธิและการปฏบิ ตั ติ ามหน้าท่ีของบคุ คลตอ้ งอยู่ภายใตห้ ลักความสุจรติ ดว้ ยกฎหมายจึงจะคุ้มครองให้ แต่
อยา่ งไรกต็ ามไม่ปรากฎข้อเท็จจริงทีส่ ่อไปในทางไม่สุจรติ กฎหมายใหส้ ันนษิ ฐานไว้ก่อนว่าบคุ คลนั้นกระทาโดยสจุ ริต สาระสาคัญ
ในหนว่ ยนี้จะศกึ ษาเกี่ยวสาระของบุคคล นิตกิ รรม สญั ญา และหน้ี เพอ่ื เปน็ พืน้ ฐานในการศึกษากฎหมายพาณชิ ยต์ ่อไป
2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรยี นรู้
1. มีความรู้ ทกั ษะปฏบิ ัติ ในการทางานสาหรบั จัดการเรอ่ื งของความรู้เก่ียวกับบุคคล นติ ิกรรม สัญญา หน้ี
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป
3.1.1 รแู้ ละเข้าใจเก่ียวกับเร่ืองของความรู้เกีย่ วกบั บุคคล นติ กิ รรม สญั ญา หนี้
3.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้
3.2.1 ความหมายของบคุ คล
3.2.2 ความหมายและการเรมิ่ สภาพบุคคลธรรมดา ส่วนประกอบและการส้ินสภาพของบุคคลธรรมดา
3.2.3 ความหมายของนติ บิ ุคคล การจัดตั้ง สิทธิ และหนา้ ที่ของนติ ิบุคคล ภูมลิ าเนาและการสนิ้ สภาพของนติ ิ
บุคคล
3.2.4 ความหมายของนติ ิกรรม องคป์ ระกอบและประเภทของนติ กิ รรม ความไม่สมบูรณ์ของนิติกรรม และผล
ของนติ ิกรรมทเ่ี ป็นโมฆะและโมฆยี ะ
3.2.5 ความหมายของสัญญา องคป์ ระกอบของสัญญา ประเภทของสญั ญา และการบอกเลิกสัญญา
3.2.6 ความหมายของสญั ญา องคป์ ระกอบของสญั ญา ประเภทของสญั ญา และการบอกเลิกสญั ญา
ดา้ นทกั ษะ
3.2.7 สามารถตรวจสอบการเริม่ สภาพบุคคลธรรมดา และการส้ินสภาพของบคุ คลธรรมดาได้
3.2.8 สามารถตรวจสอบการจัดตั้ง สทิ ธิ และหน้าที่ของนติ ิบคุ คล ภมู ลิ าเนาและการสนิ้ สภาพของนติ บิ คุ คลได้
3.2.9 สามารถตรวจสอบนติ ิกรรม องค์ประกอบและประเภทของนติ กิ รรม ความไมส่ มบรู ณ์ของนติ ิกรรม และผล
ของนติ ิกรรมที่เป็นโมฆะและโมฆียะได้
3.2.10 สามารถตรวจสอบ สัญญา องคป์ ระกอบของสญั ญา ประเภทของสัญญา และการบอกเลกิ สญั ญาได้
3.2.11 สามารถตรวจสอบสญั ญา องคป์ ระกอบของสญั ญา ประเภทของสญั ญา และการบอกเลิกสัญญาได้
คุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์
3.2.12 รบั รู้ ตอบสนอง เห็นคณุ คา่ จดั ระบบคุณค่า และพัฒนาลักษณะนสิ ัย ในเร่ือง ความรเู้ ก่ียวกบั บุคคล นิติ
กรรม สญั ญา หน้ี
4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้
1. ความหมายของบคุ คล
2. ความหมายและการเร่มิ สภาพบคุ คลธรรมดา ส่วนประกอบและการสิ้นสภาพของ
บคุ คลธรรมดา
3. ความหมายของนิติบคุ คล การจดั ตง้ั สิทธิ และหนา้ ท่ีของนติ บิ ุคคล ภูมลิ าเนาและการสน้ิ
สภาพของนติ ิบุคคล
4. ความหมายของนติ กิ รรม องคป์ ระกอบและประเภทของนิตกิ รรม ความไม่สมบูรณ์ของ
นิตกิ รรม และผลของนิตกิ รรมที่เปน็ โมฆะและโมฆียะ
5. ความหมายของสญั ญา องคป์ ระกอบของสัญญา ประเภทของสญั ญา และการบอกเลิกสญั ญา
6. ความหมายของสญั ญา องคป์ ระกอบของสัญญา ประเภทของสัญญา และการบอกเลิกสัญญา
4.2 ดา้ นทกั ษะหรือการประยุกตใ์ ช้
1.สามารถตรวจสอบการเริ่มสภาพบคุ คลธรรมดา และการส้ินสภาพของบุคคลธรรมดาได้
2.สามารถตรวจสอบการจัดตั้ง สิทธิ และหน้าทข่ี องนติ บิ ุคคล ภมู ิลาเนาและการสน้ิ สภาพของ
นิติบคุ คลได้
3.สามารถตรวจสอบนิติกรรม องคป์ ระกอบและประเภทของนติ กิ รรม ความไมส่ มบูรณ์ของ
นิตกิ รรม และผลของนติ ิกรรมท่เี ปน็ โมฆะและโมฆียะได้
4.สามารถตรวจสอบ สัญญา องค์ประกอบของสัญญา ประเภทของสญั ญา และการบอก
เลิกสญั ญาได้
5.สามารถตรวจสอบสญั ญา องคป์ ระกอบของสญั ญา ประเภทของสญั ญา และการบอกเลกิ
สัญญาได้
4.3 ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม
1. มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มคี วามรบั ผดิ ชอบรบั รู้ ตอบสนอง เหน็ คุณค่า จดั ระบบคุณค่า พัฒนาลกั ษณะนสิ ัย
ดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. มงุ่ ม่นั ในการทางาน มีจิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง
5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรยี นรู้
ขัน้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ขั้นตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของผเู้ รยี น
ขัน้ เตรียม(จานวน 10 นาที) 5.1 ผเู้ รยี นเข้าหอ้ งเรียน
5.1 นกั เรยี นทาความเคารพครผู ู้สอน 5.2 ครูผสู้ อนตรวจสอบรายช่อื ผู้เรียน
5.2 ครูผู้สอนทักทายผ้เู รยี นและสารวจรายช่อื ผูเ้ รยี น 5.3 ผเู้ รียนรับใบความรู้ เรอ่ื งความร้เู ก่ียวกบั บคุ คล
5.3 ครผู ู้สอนแจกใบความรู้ หรอื เตรียมอุปกรณ์
นติ กิ รรม สัญญา หน้ี
ในการสอนใหพ้ ร้อม และใบงาน 5.4 รับใบงาน อธิบายการทา
5.4 ผู้เรยี นใบความรู้ เตรยี มตาราเรียนและสมดุ
5.5 ผู้สอนการจัดทาใบงานที่มอบหมาย
ขัน้ การสอน(จานวน....150..........นาที)
5.6 ครผู ู้สอนแจกแบบทดสอบก่อนเรยี น 5.5 ผเู้ รยี นทดสอบก่อนเรยี น ( 10 นาท)ี
5.7 อธบิ ายการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น มีจานวน
10 ข้อ เวลาทีใ่ ช้ 10 นาที (พร้อมสง่ ครบเวลา)
5.8 ครูผู้สอนให้ผเู้ รียนศกึ ษาใบความรู้ หนว่ ยเน้ือหา 5.6 ผู้เรยี นศกึ ษาตาราเรยี นหน่วยเนอ้ื หา ใบความรู้
ตาราเรยี น ความรเู้ กีย่ วกับบคุ คล นิติกรรม สัญญา หน้ี
5.9 ครูผสู้ อน ตั้งคาถามเก่ียวกบั การวางแผนฯและ 5.7 ผู้เรยี นร่วมตอบคาถาม
(ผเู้ รียนตอบคาถาม) 5.8 ผเู้ รยี นรบั ฟงั การบรรยาย เกี่ยวกับเน้อื หา
5.10 ครผู ู้สอน อธิบายเน้ือหา ใบความรู้ เน้ือหาใน การวางแผนเป้าหมายชวี ิตดว้ ยวงจรคณุ ภาพ
หนว่ ยการเรยี นรู้ (เวลา 100 นาท)ี 5.9 ผู้เรียนจัดทาใบงานที่มอบหมาย ( 50 นาที)
5.11 ครูผ้สู อนมอบหมายการทาใบงาน แบบฝึกหัด
(เวลา 50 นาที)
ขัน้ สรปุ (จานวน 20 นาที) 5.10 ผู้เรียนรว่ มสรุปเนอื้ หา ใบความรู้ เนอื้ หาหน่วย
5.12 ครูผู้สอนและผเู้ รยี นสรุปเนื้อหา หวั ขอ้ บุคคล การเรยี นรู้ ตาราเรียน
ธรรมดา และนติ ิบคุ คล เปน็ ขอ้ 5.11 ผูเ้ รียนจัดทาแบบทดสอบหลังเรียน 10 ขอ้
5.13 ครูผู้สอนแจกแบบทดสอบหลงั เรียน หัวขอ้ (เวลา 10 นาที)
การวางแผนเป้าหมายชีวติ ดว้ ยวงจรคุณภาพ 5.12 มอบหมายงาน การจดั ทารายงาน รายบคุ คล
10 ข้อ (10 นาที) รายกลุม่ 3-5 คน รายงานหนา้ ชัน้ เรยี น
เวลา 60 นาที (ถา้ มใี นครัง้ ท่ี 2 ในการสอน)
6. ส่ือการสอน
สื่อสิ่งพิมพ์
1. ตาราเรียน หนงั สอื ประกอบการเรียนการสอนวชิ า กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพญ็ ศรี เลิศเกยี รติวทิ ยา
สานกั พิมพ์เอมพันธ์ สานักพิมพ์ สอศ. อ.จโิ รจ
2. เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้
ส่ือโสตทศั น์ (ถา้ มี)
1. power point กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 เรื่อง ความรูเ้ กีย่ วกับบุคคล นิตกิ รรม สัญญา หนี้
2. VDO สอ่ื การสอน ประจาวชิ า กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลิศเกยี รติวทิ ยา สานักพิมพ์เอม
พันธ์ สานักพมิ พ์ สอศ. อ.จโิ รจ
หนุ่ จาลองหรอื ของจริง (ถ้ามี)
1. ...................................................................................................................................
เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
1. แบบทดสอบก่อนเรียน
2. ใบความรู้
4. ใบงาน (ใบมอบหมายงาน ถ้ามี)
3. แบบทดสอบหลงั เรียน
แหลง่ เรียนรู้
เรียนรู้
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลัยการอาชพี สว่างแดนดนิ (ตาราเรยี น)
2. ห้องอินเทอรเ์ น็ตวทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน การสบื ค้นขอ้ มลู
3. Google แหลง่ เรียนรูอ้ อนไลน์ จากโทรศพั ท์มือถือ
การบูรณาการ/ความสมั พันธ์กับวิชาอนื่
1. วชิ าภาษาไทย การอา่ นและทาความเขา้ ใจในเนอื้ หาหนว่ ยการเรียนรู้ ใบความรู้ ตีความ
2. วิชาสังคมศึกษา การอยู่ในสังคม การคบเพ่ือน
3. วชิ าภาษาองั กฤษ เร่ืองศัพท์เฉพาะในหน่วยการเรยี นการสอน
8. งานท่ีมอบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
1. จัดเตรยี มหอ้ งเรยี นใหเ้ รียบรอ้ ยเปน็ ระเบียบ รักษาความสะอาด (แบ่งเวร)
2. จดั เตรียมอุปกรณ์การเรยี นให้พรอ้ ม ก่อนการเรยี นการสอน
3. จัดทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน และสง่ ตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน
8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเน้ือหาการเรียนรูป้ ระจาหน่วยการเรยี นรู้ ใบความรู้
2. ตง้ั ใจเรียน ฟงั ครูผู้สอนอธิบาย และตอบคาถามขณะเรยี นในขอ้ สงสยั
3. จัดทาใบงานทม่ี อบหมายตามกาหนดเวลาส่งที่กาหนดไว้
4. จัดทาแบบทดสอบหลังเรียน และส่งตามกาหนดเวลา 10 ข้อ 10 นาที 10 คะแนน
5. ปฏบิ ตั ิตนในการเรยี นร้อู ย่างเหมาะสมในช้นั เรียน
8.3 หลังเรียน
1. การศึกษาเนื้อหากอ่ นล่วงหนา้
2. มอบหมายงานแบบฝกึ หดั ท้ายหน่วยการเรยี นรู้ ใบงาน
3. สง่ งานที่มอบหมาย
9. ผลงาน/ช้นิ งาน ทเ่ี กดิ จากการเรียนรู้ของผเู้ รียน
1. ใบงานทมี่ อบหมาย
2. สมุดในการทาแบบฝึกหดั แบบฝึกปฏบิ ัติทา้ ยหนว่ ย
3. สรปุ ผลการทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน
4. สรปุ ผลการสง่ งานที่มอบหมาย
10. เอกสารอ้างองิ
1. บันทกึ การสอนของครู
2. ใบเชค็ รายชือ่
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. ใบความรู้ เนือ้ งานในหนงั สือเรยี น
5. แบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน
11. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั รายวิชาอนื่
1. รายวิชาภาษาไทย เพอื่ อ่าน ฟงั พดู เขียน และตคี วามหมาย แปลความหมาย
2. รายวชิ าสังคมศึกษา สงั คมไทย เพ่ือการอยู่ร่วมกนั ในสังคม ในห้องเรยี น
3. รายวชิ าภาษาองั กฤษ ท่ีมีภาษาองั กฤษในหน่วยการเรียนการสอน
12. หลกั การประเมินผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรยี น
12.1.1 การประเมนิ การตรวจสอบรายชือ่ ผู้เขา้ เรียนในช่วั โมง (ด้านจิตพสิ ัย)
12.1.2 การประเมินการเตรยี มความพร้อมในการเรยี นของผู้เรียน อปุ กรณ์การเรยี น ตาราเรยี น
สมุด ปากกา ไมบ้ รรทดั
12.1.3 การประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เวลา 10 นาที 10 ข้อ 10 คะแนน
12.2 ขณะเรยี น
12.2.1 การประเมนิ การมีสว่ นร่วมในการเรยี นการสอน การตอบ-ถาม (แบบประเมนิ
พฤติกรรม)
12.2.2 การประเมนิ การสนใจใฝเ่ รียนรู้ การปฏิบัตติ น ขณะเรยี น การทาแบบฝกึ หดั ใบงาน
(แบบประเมินพฤติกรรม)
12.2.3 การประเมนิ ดว้ ยการทาแบบทดสอบหลังเรียน เวลา 10 นาที 10 ขอ้ 10 คะแนน
12.3 หลงั เรยี น
12.3.1 การประเมินผลการเรียนรู้และสรุปผลการเรียนรู้ แบบประเมนิ ผล
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนร้อยละ 50 หลงั เรยี นรอ้ ยละ 70
12.3.2 เมอ่ื ไมผ่ ่านเกณฑท์ ่ีกาหนดให้มกี ารปรับปรุงแก้ไขต่อไปและสอบซอ่ มเสรมิ
12.3.3 มีการมอบหมายงาน ศกึ ษาเนื้อหาในหน่วยการเรียนถัดไป และใบความรู้ (ถ้ามี)
12.3.4 มอบหมายงานศึกษาเนื้อหาเพ่ิมเติมโดยการจดั ทารายงานกลุ่ม หรอื รายบุคคคล
13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรียน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 ………………………………………………………………………………....................................………
1. วธิ กี ารประเมนิ :ีีีีี……………………………………………………...........................…………….
2. เคร่อื งการประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...............
จุดประสงค์ข้อที่ ……………………………………………………………………………………….....................................
1. วิธีการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
2. เครอื่ งการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
3. เกณฑ์การประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
14. แบบทดสอบก่อนเรียน 15 แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยการสอนท่ี 1 ช่ือหน่วยการสอน ความรเู้ กี่ยวกับบคุ คล นติ ิกรรม สัญญา หน้ี
วัตถุประสงค์ เพ่ือ ทดสอบความรูเ้ บ้ืองต้นของผู้เรียน ก่อนการเรยี นการสอน
ข้อคาถาม
แบบทดสอบกอ่ น/หลงั เรยี น
จงเลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องที่สุดเพยี งข้อเดยี ว
1. บุคคลธรรมดาและนติ ิบุคคลมีข้อแตกต่างกันหลายประการ ยกเว้นข้อใด
ก. สทิ ธิและหนา้ ที่
ข. การเริ่มสภาพบุคคล
ค. การสิน้ สภาพบุคคล
ง. การสาบสูญ
จ. การปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายทั่วไป
2. ผเู้ ยาว์มีสทิ ธิทาพินัยกรรมได้เม่อื มีอายุกปี่ บี ริบรู ณ์
ก. 14 ปี
ข. 15 ปี
ค. 16 ปี
ง. 17 ปี
จ. 20 ปี
3. ผู้เยาวม์ ีสทิ ธทิ าการสมรสได้เมื่อมีอายุก่ีปีบรบิ ูรณ์
ก. 14 ปี
ข. 16 ปี
ค. 17 ปี
ง. 18 ปี
จ. 20 ปี
4. ดวงใจเกดิ เดอื นสิงหาคม พ.ศ. 2520 แตไ่ ม่ร้วู นั ที่เกดิ ดังนี้ตามกฎหมายถือว่าดวงใจเกิดวันทเี่ ทา่ ใด
ก. 1 สงิ หาคม
ข. 6 สงิ หาคม
ค. 15 สิงหาคม
ง. 21 สิงหาคม
จ. 31 สิงหาคม
5. ผู้เยาว์จะบรรลนุ ิติภาวะโดยอายุ จะต้องมีอายุกี่ปี
ก. ย่างเขา้ 18 ปี
ข. ครบ 18 ปีบริบูรณ์
ค. ย่างเข้า 20 ปี
ง. ครบ 20 ปีบริบรู ณ์
จ. 25 ปีบรบิ รู ณ์
6. บุคคลธรรมดาจะส้นิ สภาพบคุ คลเมื่อเข้ากรณใี ด
ก. ตาย
ข. สาบสญู
ค. ล้มละลาย
ง. ทง้ั ก.และ ข. ถกู ต้อง
จ. ไม่มขี ้อใดถูกต้อง
7. โฉมฉาย หายไปจากภูมิลาเนาตง้ั แต่วนั ท่ี 5 มนี าคม 2557 ดังนี้ผู้มีสว่ นได้เสยี จะร้องขอตอ่ ศาลใหโ้ ฉมฉายเปน็ คนสาบสูญได้เร็ว
สุดเม่อื ใด
ก. 5 มีนาคม 2558
ข. 5 มนี าคม 2559
ค. 5 มนี าคม 2560
ง. 5 มีนาคม 2561
จ. 5 มนี าคม 2562
8. เชิดชาย ไปเที่ยวชายทะเลแหง่ หนง่ึ เม่ือวันที่ 26 ธันวาคม 2556 แล้วเกดิ คลื่นยกั ษ์สนึ ามิท่ีชายหาดนั้น หลงั เกตุการณส์ งบเชิด
ชายหายตัวไป ดงั นผ้ี ู้มีส่วนไดเ้ สียจะรอ้ งขอต่อศาลให้เชดิ ชายเปน็ คนสาบสูญได้เร็วสดุ เม่ือใด
ก. 26 ธนั วาคม 2557
ข. 26 ธนั วาคม 2558
ค. 26 ธนั วาคม 2559
ง. 26 ธนั วาคม 2560
จ. 26 ธนั วาคม 2561
9. ข้อใด ไมใ่ ช่ นิติบคุ คล
ก. ห้างหนุ้ สว่ นสามัญ
ข. หา้ งหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
ค. หา้ งหุ้นสว่ นจากัด
ง. บริษทั จากัด
จ. บรษิ ัทมหาชนจากดั
10. สมชายจดทะเบียนขายที่ดินแก่สมศักดิ์ ดังนเ้ี ป็นนติ ิกรรมทเี่ กดิ อะไรกบั สิทธิ
ก. กอ่ สิทธิ
ข. เปลย่ี นแปลงสิทธิ
ค. โอนสิทธิ
ง. สงวนสทิ ธิ
จ. ระงบั สทิ ธิ
11. สญั ญาตา่ งตอบแทนได้แก่สัญญาในข้อใด
ก. สัญญาซื้อขาย
ข. สัญญายมื
ค. สญั ญาให้
ง. สัญญาฝากทรพั ย์ไม่มีบาเหนจ็
จ. สญั ญาพนิ ัยกรรม
12. แดงเสนอขายบา้ นทางโทรศัพท์แก่ดา ดังนี้ตามกฎหมายถือเปน็ คาเสนอในขอ้ ใด
ก. คาเสนอของผู้อย่หู ่างโดยระยะทาง
ข. คาเสนอทางไกล
ค. คาเสนอแก่บุคคลผู้อยเู่ ฉพาะหนา้
ง. คาเสนอโดนเคร่อื งมือส่ือสาร
จ. คาเสนอแบบสมัยใหม่
13. หน้ีทม่ี ิได้กาหนดระยะเวลาชาระหนไ้ี ว้และจะอนุมานจากพฤตกิ ารณ์ก็ไม่ไดเ้ จา้ หนี้มสี ิทธจิ ะเรียกให้ชาระหน้ไี ดเ้ ม่อื ใด
ก. 3 ปีผ่านไป
ข. 1 ปีผา่ นไป
ค. 6 เดือนผา่ นไป
ง. 3 เดอื นผ่านไป
จ. เรยี กชาระหน้ีไดโ้ ดยพลนั
14. บ่อเกดิ แหง่ หนีใ้ นข้อใดทีเ่ ป็นบ่อเกิดแห่งหนที้ ีส่ าคัญทส่ี ุด
ก. ละเมดิ
ข. จดั การงานนอกสัง่
ค. ลาภมคิ วรได้
ง. นติ กิ รรมสัญญา
จ. บทบัญญตั แิ ห่งกฎหมาย
15. โทเป็นหนเ้ี งนิ กู้เอก ซงึ่ เป็นบิดา ต่อมาเอกถงึ แกค่ วามตายกอ่ นไดร้ บั ชาระหนจ้ี ากโท ดงั น้ถี ือวา่ หนี้ระหวา่ งโทกบั เอกเปน็ อัน
ระงบั ลงตามข้อใด
ก. การชาระหนี้
ข. ปลดหนี้
ค. หกั กลบลบหนี้
ง. แปลงหน้ีใหม่
จ. หนเี้ กลอ่ื นกลนื กนั
กระดาษคาตอบ ก่อนเรยี น – หลงั เรียน
กิจกรรมการเรยี นรู้
หน่วยท่ี 1 เรอื่ ง ความร้เู กี่ยวกับบุคคล นติ ิกรรม สญั ญา หน้ี
กอ่ นเรยี น จ หลงั เรยี น
ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง จ
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
11 11
12 12
13 13
14 14
15 15
รวมคะแนน ก่อนเรยี น รวมคะแนน หลงั เรยี น
ช่ือ-สกุล...........................................................แผนก/หอ้ ง............เลขท่ี..............
วิทยาลัยการอาชีพสวา่ งแดนดิน
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น – หลงั เรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
หน่วยท่ี 1 เรื่อง ความรเู้ กีย่ วกบั บุคคล นิติกรรม สัญญา หนี้
กอ่ นเรียน จ หลังเรยี น
ขอ้ ก ข ค ง x ขอ้ ก ข ค ง จ
1 1
2x x 2
3x 3
4x x 4
5x x 5
6x 6
7 7
8x 8
9x 9
10 x 10
11 x 11
12 x 12
13 13
14 x 14
15 15
รวมคะแนน กอ่ นเรียน 10 รวมคะแนน หลงั เรียน 10
ชื่อ-สกุล...........................................................ผสู้ อน/ผู้ตรวจ
(นายวิจติ ร พลเศษ)
วทิ ยาลัยการอาชีพสว่างแดนดิน
หน่วยการสอนท่ี 1
ชอื่ หน่วยการสอน ความรู้เกี่ยวกับบุคคล นติ กิ รรม สัญญา หน้ี
16. ใบความรู้
แนวคิด
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ได้บัญญตั ิเกี่ยวกับสทิ ธแิ ละหน้าท่ี ซ่ึงผ้ทู ีเ่ กี่ยวขอ้ งกับสิทธแิ ละหน้าท่ีก็คือ
บุคคล โดยในชวี ิตประจาวันของแต่ละบคุ คลจะมีการทานิติกรรม สญั ญา และมีการชาระหน้ที ีเ่ กดิ ข้ึนจากการทานิติกรรมและ
สัญญานน้ั ทง้ั นี้ในการใช้สทิ ธิและการปฏิบัตติ ามหนา้ ที่ของบุคคลตอ้ งอยภู่ ายใตห้ ลักความสจุ รติ ด้วยกฎหมายจึงจะคุ้มครองให้ แต่
อย่างไรก็ตามไมป่ รากฎข้อเท็จจริงที่ส่อไปในทางไม่สุจรติ กฎหมายใหส้ นั นษิ ฐานไว้ก่อนวา่ บุคคลนั้นกระทาโดยสจุ รติ สาระสาคัญ
ในหน่วยน้จี ะศึกษาเกยี่ วสาระของบุคคล นติ ิกรรม สญั ญา และหน้ี เพ่อื เป็นพน้ื ฐานในการศึกษากฎหมายพาณชิ ยต์ ่อไป
เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้
หนว่ ยที่ 1 ความรู้เกีย่ วกบั บุคคล นิตกิ รรม สัญญา หนี้
ประกอบไปดว้ ยหวั ข้อหรอื เนื้อหาสาระการเรียนรใู้ นเร่ืองต่อไปนี้
4.1 ความหมายของบุคคล
4.2 ความหมายและการเรม่ิ สภาพบุคคลธรรมดา สว่ นประกอบและการส้นิ สภาพของบคุ คลธรรมดา
4.3 ความหมายของนติ ิบุคคล การจัดต้งั สทิ ธิ และหน้าท่ีของนิติบุคคล ภมู ลิ าเนาและการสิ้นสภาพของนติ บิ ุคคล
4.4 ความหมายของนิติกรรม องคป์ ระกอบและประเภทของนิตกิ รรม ความไมส่ มบูรณข์ องนิติกรรม และผลของ
นติ ิกรรมทเ่ี ปน็ โมฆะและโมฆียะ
4.5 ความหมายของสญั ญา องคป์ ระกอบของสญั ญา ประเภทของสญั ญา และการบอกเลกิ สัญญา
4.6 ความหมายของสัญญา องคป์ ระกอบของสญั ญา ประเภทของสัญญา และการบอกเลิกสญั ญา
1
่นร ง ล
รร
ห ยแล ร
เร ล รเร ล รร
รร รล ู ล เน
่ น ร แล ร ร
น งล
รร
ร น ล รร ห ย งน ห ย งน ล
ลร ง น ล น ้2 ร ี
รย แล หน้ ี ง
ร ู น ล ู ล เน
แล ร น
งน ล
ู ล เน
19. แบบฝกึ หัด
กฎหมายพาณิชย์
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 1
ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. บุคคล หมายถงึ
ตอบ.......................................................................................................................................................
2. บุคคลธรรมดา หมายถงึ
ตอบ................................................................................................................................................. ......
3. บคุ คลธรรมดาทห่ี ยอ่ นความสามารถในการใช้สทิ ธมิ ใี ครบ้าง และหยอ่ นความสามารถอยา่ งไรบ้าง
ตอบ.......................................................................................................................................................
4. กฎหมายได้วางหลกั เกณฑ์การสาบสูญของบคุ คลไว้อยา่ งไรบา้ ง
ตอบ............................................................................................. ..........................................................
5. นิตบิ คุ คลคอื อะไร จัดตง้ั ได้ก่ีกรณี อยา่ งไรบา้ ง
ตอบ.......................................................................................................................... .............................
6. นิติกรรม คืออะไร มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ.......................................................................................................................................................
7. โมฆะกรรม คืออะไร มสี าเหตุจากกรณีใดบ้าง
ตอบ................................................................................................................... ....................................
8. โมฆียะกรรม คืออะไร มีสาเหตจุ ากกรณีใดบ้าง
ตอบ.......................................................................................................................... .............................
9. นิตกิ รรมท่เี ปน็ โมฆะมผี ลอย่างไรบ้าง
ตอบ.......................................................................................................................... .............................
10. นติ ิกรรมทเ่ี ปน็ โมฆียะมผี ลอย่างไรบา้ ง
ตอบ.......................................................................................................................................................
11. สญั ญาหมายถงึ อะไร มีองคป์ ระกอบอะไรบ้าง
ตอบ.............................................................................................. .........................................................
12. คู่สัญญาฝ่ายใดฝา่ ยหนึ่งจะบอกเลิกสัญญาได้ในกรณใี ดบ้าง
ตอบ.......................................................................................................................... .............................
13. หนห้ี มายความว่าอย่างไร และหน้ีมีบ่อเกดิ จากอะไรบ้าง
ตอบ.......................................................................................................................... .............................
14. การผดิ นดั ชาระหนีข้ องลูกหน้ีคอื อะไร และมีหลกั เกณฑ์อยา่ งไรบ้าง
ตอบ.......................................................................................................................... .............................
15. หนี้จะระงบั ลงไดใ้ นกรณใี ดบ้าง
ตอบ.......................................................................................................................................................
เฉลยแบบฝกึ หัด
กฎหมายพาณิชย์
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 1
ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามต่อไปนี้
1. บคุ คล หมายถึง สง่ิ ที่มสี ทิ ธแิ ละหนา้ ที่ไดต้ ามกฎหมาย
2. บุคคลธรรมดา หมายถึง บุคคลโดยท่วั ไป หรือบุคคลที่มีสภาพเปน็ มนุษย์
3. บุคคลธรรมดาท่ีหยอ่ นความสามารถในการใช้สิทธิมีใครบ้าง และหยอ่ นความสามารถอยา่ งไรบ้าง
บคุ คลธรรมดาทหี่ ย่อนความสามารถ ได้แก่ ผูเ้ ยาว์ คนไร้ความสามารถและคนเสมอื นไรค้ วามสามารถ
โดยหย่อนความสามารถ ดังนี้
(1) ผเู้ ยาว์ จะทานติ ิกรรมใด ๆ จะต้องไดร้ ับความยนิ ยอมของผ้แู ทนโดยชอบธรรมก่อน หรือจะใหผ้ ู้แทนโดยชอบธรรมทา
แทนก็ได้ มิเชน่ น้ันนติ กิ รรมท่ีผูเ้ ยาว์ทาขึ้นจะตกเป็นโมฆียะ เวน้ แต่เป็นนติ กิ รรมทผี่ ู้เยาว์สามารถทาได้เอง (ดูตอนท้ายหนา้ 4-5)
(2) คนไร้ความสามารถ การทานิตกิ รรมใด ๆ จะตอ้ งใหผ้ ูอ้ นุบาลทาแทนเสมอ มเิ ชน่ นนั้ จะเปน็ โมฆยี ะ
(3) คนเสมือนไร้ความสามารถ ปกตจิ ะทานิติกรรมใด ๆ ได้ และมคี วามสมบรู ณ์ ยกเว้นนิตกิ รรมบางอยา่ ง จะต้องไดร้ บั
ความยนิ ยอมของผพู้ ิทักษ์ก่อน
4. กฎหมายได้วางหลักเกณฑ์การสาบสูญของบุคคลไวอ้ ยา่ งไรบ้าง
หลกั เกณฑก์ ารสาบสูญ มดี ังนี้
(1) บุคคลใดไปจากภมู ลิ าเนาหรอื ถน่ิ ท่ีอยู่ และไม่มใี ครร้แู น่วา่ บคุ คลนน้ั ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ตลอดระยะเวลา 5 ปี
(2) ระยะเวลาทีห่ ายไปจากภูมิลาเนาหรอื ถนิ่ ที่อยู่ใหล้ ดลงเหลือสองปี ถา้ เป็นกรณี
- บคุ คลนนั้ อยูใ่ นการรบหรือสงคราม นบั แต่วนั ที่การรบหรือสงครามสิ้นสุด
- บคุ คลน้ันอย่ใู นยานพาหนะทกี่ าลงั เดนิ ทาง นับแตว่ ันท่ียานพาหนะนน้ั อบั ปางถกู ทาลาย หรือสูญหายไป
- บคุ คลนั้นอยใู่ นเหตุอนั ตรายแกช่ วี ติ อ่ืน ๆ นบั แต่วนั เหตุอันตรายน้ันไดผ้ า่ นพน้ ไป เช่น เหตกุ ารณแ์ ผน่ ดนิ ไหว เหตกุ ารณ์
คล่นื ยกั ษ์สึนามิ เปน็ ต้น
เมื่อมีกรณีดังกล่าวขา้ งตน้ และผู้มสี ่วนไดเ้ สยี ไดแ้ ก่ คู่สมรส บพุ การี หรือผูส้ ืบสันดาน เป็นตน้ หรือพนกั งานอยั การร้องขอ
ต่อศาล ศาลจะส่ังให้บคุ คลนั้นเป็นคนสาบสูญก็ได้ ทง้ั นีบ้ ุคคลซง่ึ ศาลไดม้ ีคาสั่งใหเ้ ปน็ คนสาบสูญ ใหถ้ อื ว่าถึงแก่ความตายเม่ือครบ
กาหนดระยะเวลาห้าปหี รือสองปีแลว้ แต่กรณีดังท่รี ะบุในมาตรา 61 (มาตรา 62)
5. นติ ิบุคคลคอื อะไร จดั ตง้ั ได้กีก่ รณี อยา่ งไรบา้ ง
นิติบุคคล หมายถึง บคุ คลที่กฎหมายกาหนดข้ึนโดยใหม้ สี ิทธแิ ละหน้าทไี่ ดภ้ ายใต้ขอบวตั ถปุ ระสงค์ของนิติบุคคลน้ัน
นติ บิ คุ คลจัดตั้งข้ึนได้ 2 กรณี ดงั นี้
1. โดยการจดทะเบยี น ไดแ้ ก่ ห้างหนุ้ ส่วนสามัญนติ ิบุคคล หา้ งหุ้นสว่ นจากดั บรษิ ัท จากัด บริษัทมหาชนจากดั สมาคม
และมลู นธิ ทิ ่ีไดจ้ ดทะเบยี นแล้ว สหกรณ์ พรรคการเมอื ง เป็นตน้
2. โดยผลของกฎหมาย ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด เทศบาล องค์การบริหารสว่ น
ตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา รัฐวิสาหกิจ องคก์ ารมหาชน วัดวาอาราม เปน็ ต้น
6. นิติกรรม คอื อะไร มีก่ปี ระเภท อะไรบ้าง
นติ กิ รรม หมายความว่าการใด ๆ อันทาลงโดยชอบดว้ ยกฎหมายและดว้ ยใจสมัครมงุ่ โดยตรงตอ่ การผกู นติ ิสมั พันธ์ระหว่าง
บุคคล เพื่อจะก่อเปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรอื ระงบั ซ่ึงสทิ ธิ (มาตรา 149)
นติ กิ รรมแบง่ เป็น 2 ประเภท คอื
1. นติ กิ รรมฝา่ ยเดียว เช่น คาเสนอ คาสนอง การต้งั มลู นธิ ิ การทาพินยั กรรม การปลดหนี้ การบอกเลิกสัญญา คามัน่ เป็น
ตน้ นิติกรรมฝ่ายเดยี วน้ีมีผลตามกฎหมายแล้วแม้ยังไม่มผี ู้รับการแสดงเจตนาก็ตาม
2. นิตกิ รรมหลายฝา่ ย เชน่ สญั ญาซ้อื ขาย สญั ญาเชา่ ทรัพย์ สญั ญาเช่าซอ้ื เปน็ ต้น
7. โมฆะกรรม คืออะไร มีสาเหตจุ ากกรณีใดบา้ ง
คือ นิติกรรมที่ทาขึ้นแล้วไม่มีผลตามกฎหมายใชบ้ ังคับไม่ได้ เสมือนหน่งึ มิไดท้ านิติกรรมนั้นขึ้นเลย
สาเหตุของโมฆะกรรมดงั นี้
(1) มีวัตถปุ ระสงคเ์ ป็นการต้องหา้ มชดั แจ้ง โดยกฎหมายหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรอื ศลี ธรรมอนั ดขี อง
ประชาชน
(2) มิไดท้ าให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายบังคบั ไว้ (ดหู นา้ ที่ 10)
(3) มีการแสดงเจตนาบกพร่องอย่างมาก (ดูหน้าท่ี 10, 11)
8. โมฆียะกรรม คืออะไร มสี าเหตจุ ากกรณีใดบ้าง
คือ นิตกิ รรมที่ทาขึน้ แล้วมีผลตามกฎหมายและใช้บงั คับ แตเ่ นื่องจากมคี วามบกพร่องบางประการจึงทาให้อาจถูกบอกลา้ ง
ได้
สาเหตุของโมฆียะกรรม มีดงั น้ี (ดูหน้า 11, 12)
(1) นติ กิ รรมที่มีความบกพร่องในเรือ่ งความสามารถ
(2) นิติกรรมที่มีความบกพรอ่ งในเรื่องการแสดงเจตนา
9. นิติกรรมท่เี ป็นโมฆะมผี ลอย่างไรบ้าง
โมฆะกรรม มีผลดังนี้
(1) จะเรียกร้องหรือฟ้องร้องบังคับตามนิติกรรมนัน้ ไม่ได้
(2) จะมีการให้สตั ยาบนั เพื่อให้นิติกรรมนน้ั ใช้ได้กท็ าไม่ได้
10. นติ กิ รรมที่เป็นโมฆียะมีผลอย่างไรบา้ ง
มีผลดังน้ี (ดหู น้า 12, 13)
(1) โมฆียะกรรมอาจถูกบอกล้างได้
(2) โมฆียะกรรมอาจมีการให้สตั ยาบนั ได้
11. สัญญาหมายถึงอะไร มีองคป์ ระกอบอะไรบา้ ง
หมายความว่า นิติกรรมทม่ี ีบุคคลตัง้ แต่สองฝ่ายขึ้นไปแสดงออกเป็นคาเสนอและคาสนองถูกต้องตรงกัน และมีผลผูกพัน
กันตามกฎหมายมีองค์ประกอบ ดังน้ี (ดูหน้า 14-15)
(1) ต้องมีบคุ คลตัง้ แต่สองฝา่ ยข้นึ ไป
(2) ต้องมีการแสดงเจตนาถูกตอ้ งตรงกัน
(3) ตอ้ งมวี ตั ถปุ ระสงค์
12. คสู่ ญั ญาฝา่ ยใดฝ่ายหน่งึ จะบอกเลกิ สัญญาได้ในกรณใี ดบา้ ง
บอกเลกิ ได้ในกรณี (ดหู นา้ 16)
(1) บอกเลกิ สัญญาโดยสมัครใจ
(2) บอกเลิกสัญญาโดยสิทธิ
- ตามขอ้ ตกลงในสัญญา
- ตามบทบญั ญัติของกฎหมาย
13. หนีห้ มายความว่าอยา่ งไร และหน้มี ีบ่อเกิดจากอะไรบ้าง
หนี้ หมายความว่า ความเก่ยี วพนั ระหวา่ งบุคคลสองฝา่ ย ฝา่ ยหนี้ เรยี กวา่ เจา้ หนี้ อีกฝ่ายเรียกว่า ลูกหนี้ และด้วยอานาจ
แห่งมูลหน้เี จา้ หนีม้ ีสิทธเิ รยี กร้องให้ลูกหน้ีชาระหน้ีได้
บอ่ เกดิ แห่งน้ี มดี งั นี้ (ดูหนา้ 17)
(1) นติ ิกรรมและสัญญา
(2) ละเมดิ
(3) จัดการงานนอกสัง่
(4) ลาภมคิ วรได้
(5) บทบัญญตั ิตามกฎหมายอื่นใด
14. การผดิ นดั ชาระหนขี้ องลูกหนค้ี ืออะไร และมหี ลักเกณฑอ์ ยา่ งไรบา้ ง
การผดิ นดั ชาระหน้ขี องลกู หน้ีคอื การท่ีลูกหน้ีไม่ชาระหนตี้ ามกาหนดเวลาหรอื ชาระหน้ีลา่ ช้า ทาใหเ้ จา้ หน้ีไดร้ บั ความ
เสยี หาย แยกพิจารณาได้ดังนี้
(1) กรณีหน้ีถึงกาหนดชาระแล้ว เจ้าหนี้ก็ใหค้ าเตือนแลว้ และลกู หน้ยี งั ไมช่ าระหนถ้ี ือไดว้ ่าลกู หนี้ผิดนัดแล้ว (มาตรา 204
วรรคหน่ึง)
(2) กรณีกาหนดชาระหนี้ตามวันแหง่ ปฏิทนิ ลกู หนี้ไม่ชาระหนตี้ ามกาหนด ลกู หน้ีย่อมเป็นผูผ้ ดิ นัดโดยเจ้าหนไ้ี มต่ อ้ งเตือน
(มาตรา 204 วรรคสอง)
(3) กรณีหน้เี กิดจากมลู ละเมดิ ลกู หนี้ได้ชอ่ื วา่ ผิดนดั มาต้ังแต่เวลาทาละเมดิ แล้ว (มาตรา 206)
เม่อื ลกู หนผ้ี ดิ นัดชาระหน้ี หรอื ชาระหนลี้ ่าช้า ถือวา่ ลูกหน้ไี ม่ชาระหนี้ใหต้ ้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้
เจา้ หนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายอนั เกดิ จากการน้นั ได้ (มาตรา 215)
15. หน้จี ะระงับลงได้ในกรณใี ดบ้าง
หนย้ี อ่ มระงบั ได้ด้วยเหตุดงั ต่อไปน้ี
(1) การชาระหนี้ คอื การทล่ี ูกหนชี้ าระหน้ใี หก้ ับเจา้ หนี้
(2) การปลดหน้ี คือ การที่เจา้ หนี้ยกหนีใ้ หแ้ กล่ ูกหน้ี
(3) การหักลบกลบหน้ี คือ การทเ่ี จา้ หนี้ลูกหนห้ี ักหนีซ้ ง่ึ กันและกนั
(4) การแปลงหนใี้ หม่ คือ การทีเ่ จา้ หน้ลี กู หนตี้ กลงเปลีย่ นสาระสาคญั ของหนี้
(5) หน้ีเกลื่อนกลนื กนั คอื การทเ่ี จ้าหนลี้ ูกหนี้กลายเปน็ บุคคลเดยี วกัน