The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายวิจิตร พลเศษ, 2020-09-08 06:34:58

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

17. ใบงาน

หนว่ ยการสอนท่ี 5
ชอ่ื หน่วยการสอน รบั ขน ฝากทรัพย์ เกบ็ ของในคลงั สินค้า

จุดประสงค์ เพอ่ื

1. สรา้ งความรูค้ วามจาใหก้ ับผูเ้ รยี น
2. เพิม่ การฝกึ ปฏบิ ตั ิแกผ่ ูเ้ รยี น
3. สรา้ งความรับผดิ ชอบ ความอดทน ความสนใจใฝเ่ รยี นรู้

ลาดับกิจกรรม/ลาดับการปฏบิ ตั ิ

1. ผูเ้ รยี นศึกษาเนอ้ื หาจากใบความรู้
2. ผเู้ รียนศกึ ษาหาความรู้จากตาราเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 รับขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลังสนิ คา้

คณุ ภาพ 20001-1003 สานกั พิมพ์เอมพนั ธ์
3. หรือ ครผู ู้สอนบรรยายความรู้ เรอ่ื ง รับขน ฝากทรัพย์ เก็บของในคลงั สนิ ค้า
4. จัดทาใบงานตามทีม่ อบหมาย (กาหนดเวลาจัดทา 50 นาที)
5. ส่งงานใบงานที่มอบหมายก่อนหมดเวลาเรยี น (10 นาที หรือเปน็ การบา้ น)

เกณฑก์ ารพจิ ารณา

1. สง่ งานตรงเวลานดั หมาย
2. จัดทาครบทุกข้อท่ีกาหนด
3. ทางานเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย

ใบงานที่ 1.1
เร่อื ง การขนส่งโดยสาร
ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี น ลกั ษณะการขนสง่ โดยสาร มกี ป่ี ระเภทอะไรบา้ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ใบงานท่ี 1.2
เรอ่ื ง การขนส่งสินค้า
ช่ือ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี นยกตวั อย่างการขนส่งสนิ คา้ มกี ารรบั ขนสนิ คา้ แบบใดบา้ งอธบิ าย

เฉลยใบงานท่ี 1-2

(ดุลพินิจผสู้ อน)

แบบสรปุ คะแนน

ชุดท่ี 1
รายวชิ า รับขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลงั สินค้า

คะแนน กจิ กรรมที่ ใบงานท่ี แบบทดสอบ แบบทดสอบ คะแนน
กอ่ นเรยี น หลังเรยี น ระหวา่ ง
123 1 เรยี น

คะแนนเตม็ ✓ ✓ 5 10 10 15
คะแนนทีไ่ ด้
คดิ เป็นร้อยละ  = ไมผ่ า่ นกิจกรรม

หมายเหตุ : ✓ = ผา่ นกจิ กรรม

(ลงชอ่ื ) ....................................... ผ้ปู ระเมิน
(นายวจิ ติ ร พลเศษ)

ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการ

เกณฑก์ ารประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน

ระดับคณุ ภาพ หมายถงึ ดี
ระดบั 4 9 - 10 คะแนน หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 3 7 - 8 คะแนน หมายถึง พอใช้
ระดบั 2 5 - 6 คะแนน

19. แบบฝึกหดั

กฎหมายพาณชิ ย์

แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 5

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. ผู้ขนส่ง คอื

ตอบ.............................................................................................................................................................
2. ใหบ้ อกสทิ ธขิ องผู้ขนสง่ มา 2 ประการ

ตอบ.............................................................................................................................................................
3. ให้บอกหนา้ ท่ีของผ้ขู นสง่ มา 4 ประการ

ตอบ............................................................................................................. ................................................
4. ให้บอกสิทธขิ องผูส้ ่งมา 2 ประการ

ตอบ.......................................................................................................................... ...................................
5. ใหบ้ อกหน้าที่ของผู้สง่ มา 2 ประการ

ตอบ.............................................................................................................................................................
6. ให้บอกสิทธิและความรับผิดชอบของผู้ขนสง่ คนโดยสารมา 3 ประการ

ตอบ.............................................................................................................................................................
7. สัญญาฝากทรัพย์ คือ

ตอบ.............................................................................................................................................................
8. ให้บอกหนา้ ที่ของผรู้ บั ฝากมา 3 ประการ

ตอบ.......................................................................................................................... ...................................
9. ให้บอกหนา้ ที่ของผูฝ้ ากมา 3 ประการ

ตอบ................................................................................................................................. ............................
10. ใบรับของคลงั สนิ คา้ และใบประทวนสินคา้ แตกต่างกันอยา่ งไร

ตอบ.............................................................................................................................................................
11. การรบั สินค้าจากคลงั สินค้าตอ้ งปฏิบตั ิอยา่ งไร

ตอบ....................................................................................... ......................................................................

เฉลยแบบฝกึ หดั

กฎหมายพาณิชย์

แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 5

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. ผูข้ นสง่ คือ บุคคลผู้รบั ขนสง่ ของหรือคนโดยสาร เพื่อบาเหน็จเปน็ ทางค้าปกติของตน
2. ให้บอกสิทธขิ องผ้ขู นสง่ มา 2 ประการ

1. ได้รบั คา่ ระวางพาหนะ และอาจยดึ หนว่ งเอาของไว้เปน็ ประกันการชดใชค้ า่ ระหว่างพาหนะได้
2. นาของท่ีรบั ขนสง่ ไปฝาก ณ สานกั งานฝากทรพั ย์ หรือขายทอดตลาดของท่สี ่งมอบแกผ่ ู้รับไม่ได้
3. ให้บอกหนา้ ท่ีของผู้ขนสง่ มา 4 ประการ
(1) ทาใบตราสง่ ให้แก่ผ้สู ่งหรอื ผตู้ ราส่ง และสง่ ของไปยังสถานทีต่ ามข้อตกลงในสญั ญา อน่งึ ถา้ ใบตราส่งหรือเอกสารอื่น
ๆ มขี อ้ ความยกเวน้ หรือจากัดความรับผดิ ชอบของผขู้ นส่งไว้ ข้อความน้นั เป็นโมฆะ เว้นแต่ผสู้ ง่ จะตกลงด้วยอย่างชัดแจง้ ใน
ข้อความน้นั
(2) รับผิดกรณีของทีข่ นสง่ เสียหาย บุบสลาย หรือสง่ มอบลา่ ช้ารวมท้งั รบั ผดิ อนั เกิดจากผ้ขู นส่งคนอื่นท่ีตนไดร้ ับมอบหมาย
ใหข้ นของน้ันไปอีกทอดหนึง่ เวน้ แต่เสยี หายเกดิ จากเหตุสดุ วสิ ยั เชน่ อุทกภัย แผน่ ดินไหว เปน็ ตน้ หรือเกิดจากสภาพแหง่ ของที่
ขนสง่ น้นั เอง เชน่ ของเน่าเสยี แมจ้ ะไมล่ า่ ช้ากต็ าม หรอื เกดิ จากความผิดของผูส้ ่งหรือผตู้ ราส่ง เชน่ บรรจหุ ีบห่อไมด่ ี หรือไม่แจง้ ว่า
เปน็ ของแตกง่าย
นอกจากนนั้ ผูข้ นส่งไม่ต้องรับผิดในเงนิ ทองตรา ธนบตั ร ธนาคารบัตร ต๋วั เงิน พนั ธบตั ร ใบห้นุ ใบหุน้ กู้ ประทวนสินคา้ อญั
มณี และของมีค่าอย่างอน่ื ๆ หากผูส้ ง่ มไิ ด้บอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะส่งมอบแก่ผู้ขนส่ง แต่ถ้าของนนั้ ผสู้ ่งไดบ้ อกราคา
ความรับผดิ ของผูข้ นสง่ ย่อมจากดั เพียงไม่เกนิ ราคาทผ่ี ูส้ ง่ บอก
(3) หากเปน็ การขนส่งหลายทอด ผขู้ นสง่ ทุกคนต้องรับผิดร่วมกนั ในกรณีส่ิงของท่ีขนส่งสูญหาย บุบสลาย หรอื สง่ ชกั ชา้
(4) ตอ้ งบอกกล่าวแกผ่ รู้ ับตราส่งวา่ ของได้มาถึงเมื่อใด เพอื่ ให้มารับของไป
4. ใหบ้ อกสิทธิของผ้สู ง่ มา 2 ประการ
(1) แจง้ ให้ผขู้ นส่งงดส่งของน้ัน หรือใหส้ ่งกลบั คนื มา หรอื ให้จดั การแก่ของนั้นเปน็ ประการใดก็ได้ ตราบเทา่ ทีข่ องยงั อยู่
กบั ผ้ขู นส่ง
(2) กรณีของสูญหายไปเพราะเหตุสุดวสิ ัย ผสู้ ่งไมจ่ าตอ้ งจา่ ยคา่ ระวางพาหนะในส่วนท่ียังไมไ่ ด้จ่ายเพราะถือว่าเป็นบาป
เคราะห์กบั ฝา่ ยท่ีเกี่ยวข้อง
5. ให้บอกหน้าท่ีของผู้สง่ มา 2 ประการ
(1) ทาใบกากบั ของและชาระคา่ ระวางพาหนะ
(2) ตอ้ งแสดงสภาพแหง่ ของที่อาจก่อใหเ้ กิดอันตราย หรืออาจกอ่ ใหเ้ กิดความเสยี หายได้
6. ให้บอกสทิ ธแิ ละความรบั ผิดชอบของผู้ขนส่งคนโดยสารมา 3 ประการ
(1) มีสิทธเิ รียกเก็บคา่ โดยสารในทางการคา้ ปกติของตน
(2) ตอ้ งรับผดิ ในความเสยี หาย ความล่าชา้ ในการขนสง่ เว้นเหตสุ ุดวสิ ัย หรอื เพราะความผิดของคนโดยสารน้ันเอง

(3) ต้องส่งมอบเคร่ืองเดินทางคืนแก่คนโดยสารเมอื่ ถงึ ปลายทางแลว้
7. สัญญาฝากทรพั ย์ คอื สญั ญาซงึ่ บคุ คลคนหนึ่งเรียกวา่ ผู้ฝาก ส่งมอบทรัพย์สินในแก่บุคคลอีกคนหน่ึง เรียกวา่ ผู้ฝาก และผูร้ ับฝาก
ตกลงจะเก็บรกั ษาทรัพย์สนิ ไว้ในอารกั ขาแห่งตนแล้วจะคนื ให้
8. ให้บอกหนา้ ที่ของผูร้ บั ฝากมา 3 ประการ

(1) เก็บรักษาทรัพย์สินท่ีรบั ฝากดว้ ยตนเอง และใช้ความระมัดระวงั ในการดูแลทรัพยส์ นิ ท่ีรบั ฝากดงั น้ี
(1.1) กรณีไม่มีบาเหนจ็ คา่ ฝาก ผูร้ ับฝากตอ้ งใชค้ วามระมัดระวงั เหมือนเช่นเคยประพฤติในกจิ การของตนเอง เช่น ดูแล
และเก็บรักษารถยนตข์ องตนอย่างไรเม่อื รบั ฝากรถยนต์ของบุคคลอื่นไว้ ก็ต้องดูแลและรักษาไวเ้ หมอื นเชน่ ของตนเอง
(1.2) กรณีมีบาเหนจ็ คา่ ฝาก ผรู้ ับฝากตอ้ งใชค้ วามระมัดระวงั เหมอื นเช่นวิญญชู นจะพึงกระทากลา่ วคือ เป็นการ
เปรยี บเทยี บกบั บุคคลทัว่ ไปว่าควรใช้ความระมัดระวงั ระดับใด แสดงให้เหน็ วา่ ผ้รู บั ฝากตอ้ งมีความรบั ผดิ ชอบสงู กว่ากรณไี ม่มี
บาเหน็จค่าฝาก
(1.3) กรณีผู้รบั ฝากเปน็ ผู้มวี ิชาชีพเฉพาะ ผ้รู บั ฝากจะต้องใชค้ วามระมัดระวังดูแลทรัพย์ทร่ี บั ฝากไวใ้ นอารักขาของตน
อยา่ งรอบคอบเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้มอี าชพี รับฝากทรัพย์โดยตรง
(2) ต้องรีบบอกกลา่ วแก่ผู้ฝากโดยพลัน ถา้ มบี ุคคลภายนอกมาอา้ งวา่ มีสทิ ธเิ หนือทรัพย์สินซงึ่ ฝากและย่ืนฟ้องผรู้ ับฝาก
หรือมายดึ ทรัพยท์ ่ีรบั ฝาก ผรู้ บั ฝากต้องรีบบอกกลา่ วแก่ผฝู้ ากโดยพลนั
(3) คืนทรัพยส์ นิ ทร่ี ับฝาก เม่อื ถงึ กาหนดคืน หรอื คนื กอ่ นถงึ กาหนดถา้ มเี หตจุ าเป็นอย่างยิ่ง เชน่ ผู้รบั ฝากป่วยหนัก หรือ
จะเดนิ ทางไปต่างจังหวดั เปน็ ต้น
9. ใหบ้ อกหนา้ ท่ีของผ้ฝู ากมา 3 ประการ
(1) เสียค่าใชจ้ ่ายในการคนื ทรัพยส์ ินท่ีฝากไว้ เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอ่ืน
(2) เสยี ค่าใชจ้ ่ายอนั ควรแกก่ ารบารุงรักษาทรัพย์สินซึง่ ฝาก เว้นแตต่ กลงเป็นอยา่ งอื่น
(3) เสียบาเหนจ็ คา่ ฝาก ตามท่ีตกลงกนั
หากผฝู้ ากยังคา้ งชาระเงินตามหนา้ ทข่ี องผฝู้ ากน้ี ผรู้ บั ฝากมีสิทธยิ ึดหน่วงทรพั ย์สนิ ทร่ี ับฝากไว้ได้

10. ใบรับของคลังสินคา้ และใบประทวนสินคา้ แตกตา่ งกนั อย่างไร
ใบรับของคลังสนิ คา้ ย่อมให้สิทธิแกผ่ ู้ฝากท่ีจะสลักหลังโอนกรรมสทิ ธ์ิในสินคา้ ไปเป็นของผู้อืน่ ไดแ้ ละส่งมอบใบรบั ของ

คลงั สนิ ค้าแกผ่ ูร้ บั โอนซงึ่ จะต้องส่งมอบใบประทวนสินคา้ ใหไ้ ปพร้อมกันดว้ ย เวน้ แต่จะมีการจานาสนิ ค้านัน้ ไวก้ ่อนแลว้
สว่ นใบประทวนสนิ ค้า ยอ่ มให้สิทธิแกผ่ ูร้ ับฝากจะสลักหลงั จานาสนิ คา้ ได้ โดยไมต่ ้องสง่ มอบสินค้าน้นั แก่ผสู้ ลักหลงั และ

ตอ้ งสง่ มอบใบประทวนสินค้าแก่ผู้สลกั หลงั ท้ังนีต้ ้องจดแจ้งการที่ได้สลักหลงั ใบประทวนสนิ คา้ ลงไวใ้ นใบรบั ของคลังสินคา้ ดว้ ย มิ
เช่นนั้นจะใช้ยืนยันกบั ผู้ซือ้ สินค้าไม่ได้
11. การรบั สนิ คา้ จากคลังสินคา้ ต้องปฏบิ ตั ิอยา่ งไร

(1) กรณสี ินค้าไม่ได้จานา ผ้ฝู ากต้องเวนคืนใบรับของคลังสนิ คา้ แกน่ ายคลังสินค้าเพื่อรบั สนิ คา้ คืนไป
(2) กรณสี นิ ค้ามีการจานาไว้ จะรบั เอาสินคา้ ได้ตอ่ เมือ่ เวนคืนทงั้ ใบรับของสินคา้ และใบประทวนสินคา้ แก่นายคลังสินค้า
ซ่งึ จะต้องมีการชาระหนแ้ี กผ่ ู้รับจานาแล้วน่นั เอง

อนึง่ หากนายคลังสนิ ค้าเบียดบงั ยักยอกสนิ ค้าไปเป็นของตนเอง ผู้ฝากที่เป็นเจ้าของสามารถใชส้ ิทธทิ างศาลติดตามเอา
สนิ ค้าของตนคืนได้ โดยไม่มีกาหนดอายคุ วามตามนัย ป.พ.พ. มาตรา 1336

20. บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรูแ้ บบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1

ดา้ นการเตรยี มการสอน

1. จดั หน่วยการเรียนรู้ไดส้ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมินครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ และด้านจิตพสิ ยั

3. เตรียมวสั ดุ-อุปกรณ์ สอ่ื นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนร้กู ่อนเขา้ สอน

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

4. มีวิธกี ารนาเข้าส่บู ทเรยี นท่ีน่าสนใจ

5. มกี ิจกรรมท่ีหลากหลาย เพื่อช่วยให้ผ้เู รยี นเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จัดกจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นคน้ คว้าเพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

8. จัดกิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุน้ ใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนร้ทู ่ีเชื่อมโยงกบั ชีวติ จริงโดยนาภมู ิปญั ญา/บรู ณาการเข้ามามีส่วนร่วม

11. จดั กิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มีการเสริมแรงเม่ือนักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น

14. เอาใจใสด่ ูแลผเู้ รียน อย่างทั่วถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาท่กี าหนด

ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

16. ใช้สือ่ ทเี่ หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผูเ้ รยี น

17. ใชส้ ่ือ แหลง่ การเรยี นร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นต้น

ดา้ นการวดั และประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ่วนร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั

20. ครู ผ้เู รียน ผปู้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกย่ี วข้องมสี ว่ นร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏบิ ัตดิ เี ยย่ี ม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = ปฏิบัติพอใช้ รวม
2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ คา่ เฉลี่ย

20.2 ปัญหาที่พบ และแนวทางแกป้ ัญหา

ปญั หาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา

ด้านการเตรยี มการสอน

..................................................................................... .....................................................................................

..................................................................................... .....................................................................................

..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรียนรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นการวัดและประเมินผล
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อๆ) .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .................................................................................... .
.....................................................................................

ลงช่อื ........................................................................ ครูผ้สู อน
(....................................................................)

ตาแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................

21. บันทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม

วัน-เดอื น-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตาแหนง่

บันทกึ หลังการสอน

ผลการใช้แผนการเรยี นรู้

ความเหมาะสมของเวลา
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ

ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………

ผลการเรียนของผูเ้ รียน

ความต้ังใจของผเู้ รยี น  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรงุ
อุปกรณ์การสอน
 มาก  ดี

การเรียนรู้ของผูเ้ รยี น
 มาก  ดี

…………………………………………………………………………………………………………………………………….………

การสอนของครู

 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

กิจกรรมการสอนที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการ

เรียนรู้  ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้  ไม่ตรงตามแผนการจัดการเรยี นรู้

บนั ทึกเพมิ่ เติม

............................................................................................................................. ................................

………………………………………………
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
ผู้บนั ทกึ การสอน

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหสั วิชา 20001-1005 วชิ า กฎหมายพาณชิ ย์
หน่วยท่ี 5 ชอ่ื หนว่ ย รบั ขน ฝากทรัพย์เก็บของในคลังสินค้า
ชื่อเร่อื ง รับขน ฝากทรพั ย์เก็บของในคลังสินค้า จานวน 4 ช่วั โมง สอนคร้ังท่ี 15-16-17-18-19-20

1. สาระสาคัญ

สญั ญารบั ขน สญั ญาฝากทรัพย์ และสัญญาเกบ็ ของในคลังสินคา้ ลว้ นเป็นสญั ญาท่เี กย่ี วข้องกับการพาณิชย์
โดยเฉพาะสญั ญารบั ขนคนโดยสารจะเกย่ี วชอ้ งกับคนจานวนมากถึงวนั ละหลายล้านคน สาหรับสัญญาฝากทรัพย์ผู้รบั ฝากอาจ
ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการรับฝากทรัพยห์ รือหากทรพั ย์ที่ฝากเป็นสินค้ากจ็ ะกลายเปน็ สัญญาเก็บของในคลังสนิ คา้ ซ่ึงนบั วา่ เป็น
สัญญาทีม่ คี วามสาคญั และเป็นประโยชนแ์ กก่ ารศกึ ษาเรียนรูเ้ พ่อื ใชใ้ นชีวิตประจาวนั และเพอ่ื การประกอบธุรกจิ ทเี่ กี่ยวข้องต่อไป
ในอนาคต

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1. สามารถตรวจสอบสญั ญารับขน และส่ิงทเ่ี กีย่ วข้องกับสัญญารับขนได้
2. สามารถตรวจสอบสัญญาฝากทรัพย์ และส่ิงท่เี กย่ี วข้องกับสญั ญาฝากทรัพย์ได้

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

3.1 จดุ ประสงคท์ ั่วไป

3.1.1 ร้แู ละเขา้ ใจเกยี่ วกับสัญญารบั ขน และสงิ่ ทเ่ี ก่ียวข้องกับสัญญารับขน
3.1.2 รแู้ ละเขา้ ใจเกย่ี วกับสัญญาฝากทรัพย์ และสิง่ ที่เกย่ี วข้องกับสัญญาฝากทรัพย์

3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ดา้ นความรู้

1. ความหมายและลักษณะของสัญญารับขน
2. สญั ญารับขนของ
3.สิทธิและหนา้ ที่ของผขู้ นสง่
4. สทิ ธิและหนา้ ท่ีของผู้สง่
5. อายคุ วามฟ้องคดี
6. สัญญารับขนคนโดยสาร
7. สทิ ธิและความรับผิดชอบของผขุ้ นส่งคนโดยสาร
8. ความหมายและลักษณะของสญั ญาฝากทรพั ย์

9. หน้าท่ขี องผูร้ ับฝาก
10. หน้าที่ของผ้ฝู าก
11. อายคุ วามฟอ้ งคดี
12. วธิ เี ฉพาะการฝากเงิน
13. วิธีเฉพาะสาหรับเจา้ สานักโรงแรม
14. ความหมายและลักษณะของสญั ญาเกบ็ ของในคลงั สินค้า
15. ใบรบั ของคลังสินค้า และใบประทวนสนิ ค้า
16. การรับสินคา้ คืนจากคลังสนิ ค้า

ด้านทักษะ

1. สามารถตรวจสอบสญั ญารับขน และสง่ิ ที่เกยี่ วข้องกับสัญญารับขนได้
2. สามารถตรวจสอบสัญญาฝากทรพั ย์ และสงิ่ ทเี่ กย่ี วข้องกับสญั ญาฝากทรัพย์ได้

คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์

1. รบั รู้ ตอบสนอง เห็นคุณค่า จดั ระบบคณุ คา่ และพฒั นาลกั ษณะมีวินัย ใฝเ่ รยี นรอู้ ยู่อย่างพอเพียง ม่งุ ม่นั ใน
การทางานมีจิตสาธารณะ

4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1.ความหมายและลกั ษณะของสญั ญารบั ขน
2.สญั ญารับขนของ
3.สทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องผขู้ นสง่
4.สิทธแิ ละหน้าทข่ี องผู้ส่ง
5.อายคุ วามฟ้องคดี
6.สญั ญารบั ขนคนโดยสาร
7.สทิ ธแิ ละความรับผิดชอบของผ้ขุ นส่งคนโดยสาร
8.ความหมายและลักษณะของสญั ญาฝากทรัพย์
9.หนา้ ท่ีของผู้รบั ฝาก
10.หนา้ ทข่ี องผู้ฝาก
11.อายคุ วามฟ้องคดี
12.วธิ เี ฉพาะการฝากเงนิ
13.วธิ เี ฉพาะสาหรับเจ้าสานักโรงแรม
14.ความหมายและลกั ษณะของสัญญาเก็บของในคลังสินค้า
15.ใบรบั ของคลังสินคา้ และใบประทวนสนิ ค้า
16.การรับสนิ คา้ คืนจากคลงั สินค้า

4.2 ด้านทักษะหรือการประยุกตใ์ ช้
1.สามารถตรวจสอบสัญญารับขน และสง่ิ ทีเ่ กย่ี วข้องกับสัญญารบั ขนได้
2.สามารถตรวจสอบสัญญาฝากทรัพย์ และสิ่งทเ่ี กี่ยวข้องกับสัญญาฝากทรัพย์ได้

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม

1. มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มีความรับผิดชอบรบั รู้ ตอบสนอง เห็นคุณคา่ จดั ระบบคุณค่า พัฒนาลักษณะนสิ ยั

ดา้ นคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. ม่งุ มนั่ ในการทางาน มีจติ สาธารณะ อยู่อยา่ งพอเพยี ง

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้ ข้ันตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผู้เรยี น
ขนั้ ตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู
5.1 ผูเ้ รียนเขา้ ห้องเรียน
ข้ันเตรียม(จานวน 20 นาที) 5.2 ครผู ู้สอนตรวจสอบรายช่อื ผ้เู รียน
5.1 นกั เรียนทาความเคารพครผู ูส้ อน 5.3 ผเู้ รียนรบั ใบความรู้ เร่อื ง
5.2 ครผู ู้สอนทักทายผู้เรยี นและสารวจรายชือ่ ผ้เู รยี น รับขน ฝากทรัพย์ เกบ็ ของในคลงั สินคา้
5.3 ครูผู้สอนแจกใบความรู้ หรอื เตรยี มอปุ กรณ์ 5.4 รบั ใบงาน อธิบายการทา

ในการสอนใหพ้ ร้อม และใบงาน
5.4 ผู้เรยี นใบความรู้ เตรียมตาราเรียนและสมดุ
5.5 ผู้สอนการจดั ทาใบงานท่ีมอบหมาย (10 นาที)

ขน้ั การสอน(จานวน....80..........นาที)

5.6 ครผู ูส้ อนแจกแบบทดสอบก่อนเรียน 5.5 ผู้เรียนทดสอบก่อนเรยี น ( 10 นาท)ี

5.7 อธบิ ายการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น มีจานวน

10 ขอ้ เวลาทใี่ ช้ 10 นาที (พร้อมสง่ ครบเวลา)

5.8 ครูผสู้ อนใหผ้ ้เู รยี นศึกษาใบความรู้ หน่วยเน้ือหา 5.6 ผเู้ รียนศกึ ษาตาราเรียนหนว่ ยเนอื้ หา ใบความรู้

ตาราเรยี น รับขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลังสินคา้

5.9 ครผู สู้ อน ตง้ั คาถามเก่ยี วกับ การวางแผนฯและ 5.7 ผเู้ รียนร่วมตอบคาถาม

(ผู้เรยี นตอบคาถาม) 5.8 ผู้เรยี นรับฟังการบรรยาย เกี่ยวกับเนอ้ื หา

5.10 ครผู สู้ อน อธบิ ายเน้ือหา ใบความรู้ เนอ้ื หาใน รบั ขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลังสนิ คา้

หนว่ ยการเรียนรู้ (เวลา 30 นาท)ี 5.9 ผเู้ รียนจัดทาใบงานทมี่ อบหมาย ( 40 นาท)ี

5.11 ครูผสู้ อนมอบหมายการทาใบงาน แบบฝึกหดั

(เวลา 40 นาที)

ขน้ั สรุป (จานวน 20 นาที) 5.10 ผู้เรียนร่วมสรปุ เนอ้ื หา ใบความรู้ เนอื้ หาหน่วย
5.12 ครูผู้สอนและผูเ้ รยี นสรุปเนือ้ หา หัวข้อ การเรยี นรู้ ตาราเรยี น
รับขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลงั สินคา้
5.13 ครูผ้สู อนแจกแบบทดสอบหลังเรียน หวั ข้อ 5.11 ผู้เรียนจดั ทาแบบทดสอบหลงั เรียน 10 ขอ้
(เวลา 10 นาที)
รบั ขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลงั สินคา้
10 ขอ้ (10 นาท)ี 5.12 มอบหมายงาน การจัดทารายงาน รายบคุ คล
รายกล่มุ 3-5 คน รายงานหน้าชน้ั เรียน
เวลา 60 นาที (ถ้ามใี นครง้ั ท่ี 2 ในการสอน)

6. สือ่ การสอน

สื่อสิ่งพิมพ์

1. ตาราเรียน หนงั สอื ประกอบการเรยี นการสอนวชิ า กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพญ็ ศรี เลศิ เกียรตวิ ิทยา
สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ สานกั พิมพ์ สอศ. อ.จิโรจ

2. เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้

ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)

1. power point กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 เรอื่ ง รบั ขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลงั สินค้า
2. VDO ส่ือการสอน ประจาวิชา กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลิศเกียรติวิทยา สานักพมิ พเ์ อม
พันธ์ สานกั พมิ พ์ สอศ. อ.จิโรจ
3. ...................................................................................................

หนุ่ จาลองหรอื ของจริง (ถ้ามี)

1. ...................................................................................................................................
เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)

1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ใบความรู้
4. ใบงาน (ใบมอบหมายงาน ถา้ ม)ี
3. แบบทดสอบหลงั เรยี น

แหลง่ เรียนรู้
เรียนรู้

1. หอ้ งสมดุ วิทยาลัยการอาชีพสวา่ งแดนดนิ (ตาราเรียน)
2. หอ้ งอนิ เทอร์เนต็ วิทยาลัยการอาชีพสวา่ งแดนดนิ การสืบค้นข้อมูล
3. Google แหลง่ เรียนรอู้ อนไลน์ จากโทรศัพท์มือถือ

การบูรณาการ/ความสมั พนั ธ์กับวิชาอื่น

1. วิชาภาษาไทย การอา่ นและทาความเข้าใจในเนอ้ื หาหนว่ ยการเรียนรู้ ใบความรู้ ตีความ
2. วชิ าสงั คมศึกษา การอยใู่ นสังคม การคบเพื่อน
3. วิชาภาษาองั กฤษ เรื่องศัพทเ์ ฉพาะในหนว่ ยการเรยี นการสอน

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. จัดเตรยี มหอ้ งเรยี นใหเ้ รียบรอ้ ยเปน็ ระเบียบ รักษาความสะอาด (แบ่งเวร)
2. จดั เตรียมอุปกรณ์การเรยี นให้พรอ้ ม ก่อนการเรยี นการสอน
3. จัดทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน และสง่ ตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน

8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเน้ือหาการเรียนรูป้ ระจาหน่วยการเรยี นรู้ ใบความรู้
2. ตง้ั ใจเรียน ฟงั ครูผู้สอนอธิบาย และตอบคาถามขณะเรยี นในขอ้ สงสยั
3. จัดทาใบงานทม่ี อบหมายตามกาหนดเวลาส่งที่กาหนดไว้
4. จัดทาแบบทดสอบหลังเรียน และสง่ ตามกาหนดเวลา 10 ข้อ 10 นาที 10 คะแนน
5. ปฏบิ ตั ิตนในการเรยี นร้อู ย่างเหมาะสมในช้นั เรียน

8.3 หลังเรียน
1. การศึกษาเนื้อหากอ่ นล่วงหนา้
2. มอบหมายงานแบบฝกึ หดั ท้ายหน่วยการเรยี นรู้ ใบงาน
3. สง่ งานทม่ี อบหมาย

9. ผลงาน/ช้นิ งาน ทเ่ี กิดจากการเรียนรู้ของผเู้ รียน

1. ใบงานทมี่ อบหมาย
2. สมุดในการทาแบบฝึกหดั แบบฝึกปฏบิ ัติทา้ ยหน่วย
3. สรปุ ผลการทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน
4. สรปุ ผลการสง่ งานที่มอบหมาย

10. เอกสารอ้างองิ

1. บันทกึ การสอนของครู
2. ใบเชค็ รายชือ่
3. แผนการจดั การเรยี นรู้
4. ใบความรู้ เนือ้ งานในหนงั สือเรยี น
5. แบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน

11. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั รายวิชาอนื่

1. รายวิชาภาษาไทย เพอื่ อ่าน ฟงั พดู เขียน และตคี วามหมาย แปลความหมาย
2. รายวชิ าสังคมศึกษา สงั คมไทย เพ่ือการอยู่ร่วมกนั ในสังคม ในห้องเรยี น
3. รายวชิ าภาษาองั กฤษ ท่ีมีภาษาองั กฤษในหน่วยการเรียนการสอน

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรยี น

12.1 ก่อนเรียน

12.1.1 การประเมินการตรวจสอบรายชอ่ื ผเู้ ข้าเรียนในช่วั โมง (ดา้ นจิตพสิ ัย)
12.1.2 การประเมินการเตรยี มความพร้อมในการเรยี นของผูเ้ รียน อุปกรณก์ ารเรยี น ตาราเรียน
สมุด ปากกา ไมบ้ รรทดั
12.1.3 การประเมนิ การทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เวลา 10 นาที 10 ข้อ 10 คะแนน

12.2 ขณะเรยี น
12.2.1 การประเมินการมีสว่ นรว่ มในการเรียนการสอน การตอบ-ถาม (แบบประเมิน
พฤติกรรม)
12.2.2 การประเมินการสนใจใฝเ่ รียนรู้ การปฏบิ ตั ติ น ขณะเรียน การทาแบบฝึกหดั ใบงาน

(แบบประเมินพฤตกิ รรม)
12.2.3 การประเมินด้วยการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เวลา 10 นาที 10 ขอ้ 10 คะแนน

12.3 หลังเรียน

12.3.1 การประเมินผลการเรียนรแู้ ละสรปุ ผลการเรยี นรู้ แบบประเมินผล
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนร้อยละ 50 หลงั เรยี นรอ้ ยละ 70

12.3.2 เมอื่ ไมผ่ า่ นเกณฑ์ท่ีกาหนดใหม้ กี ารปรบั ปรุงแก้ไขต่อไปและสอบซ่อมเสรมิ
12.3.3 มีการมอบหมายงาน ศึกษาเนื้อหาในหนว่ ยการเรียนถดั ไป และใบความรู้ (ถา้ มี)
12.3.4 มอบหมายงานศึกษาเน้ือหาเพิ่มเตมิ โดยการจดั ทารายงานกลมุ่ หรอื รายบคุ คคล

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียน

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 1 ………………………………………………………………………………....................................………
1. วิธกี ารประเมิน :ีีีีี……………………………………………………...........................…………….
2. เครือ่ งการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………............................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...............

จุดประสงค์ข้อที่ 2……………………………………………………………………………………….....................................
1. วธิ กี ารประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
2. เครอ่ื งการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
4. เกณฑ์การผา่ น :ีีีีี…………………………………………………………………...........................

14. แบบทดสอบก่อนเรียน 15 แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการสอนท่ี 5 ชื่อหน่วยการสอน รับขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลังสินคา้
วัตถุประสงค์ เพื่อ ทดสอบความรู้เบือ้ งตน้ ของผู้เรยี น ก่อนการเรียนการสอน
ข้อคาถาม

แบบทดสอบก่อน/หลังเรียน

จงเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องที่สดุ เพียงข้อเดียว
1. การขนส่งวธิ ีใดที่ใช้กับคนและสงิ่ ของโดยท่วั ไปไม่ได้

ก. ทางบก
ข. ทางน้า
ค. ทางอากาศ
ง. ทางทอ่
จ. ทางอุโมงค์
2. ผขู้ นสง่ มีหนา้ ทอ่ี อกเอกสารอะไรให้แก่ผสู้ ่งตามสัญญารับขน
ก. ใบตราส่ง
ข. ใบฝากส่ง
ค. ใบส่งของ
ง. ใบประทวน
จ. ใบรับของ
3. ผ้สู ่งมีหน้าที่ออกเอกสารอะไรให้แกผ่ ู้ขนสง่ ตามสญั ญารับขน
ก. ใบตราส่ง
ข. ใบฝากส่ง
ค. ใบกากบั ของ
ง. ใบประทวน
จ. ใบรบั ของ
4. อายคุ วามฟ้องคดใี หผ้ ู้ขนส่งรับผิดกรณขี องสูญหาย บบุ สลาย สง่ ลา่ ชา้ มกี าหนดตามข้อใด
ก. 1 ปี นับแตว่ นั สง่ มอบของแก่ผู้ขนส่ง
ข. 1 ปี นับแต่วนั สง่ มอบของหรอื นับแต่วนั ทค่ี วรได้สง่ มอบของแกผ่ รู้ บั ตราสง่
ค. 2 ปี นบั แตว่ นั สง่ มอบของแกผ่ ู้ขนส่ง
ง. 2 ปี นบั แตว่ นั ส่งมอบของหรอื นับแต่วันที่ควรได้ส่งมอบของแก่ผูร้ บั ตราส่ง
จ. 6 เดอื น นับแต่วันพบเห็นความบบุ สลาย

5. ปจั จุบันสญั ญารับขนคนโดยสารใช้วิธีการขนสง่ ในขอ้ ใดมากทสี่ ดุ
ก. เรอื โดยสาร
ข. เครื่องบิน
ค. รถไฟฟ้า
ง. รถไฟ
จ. รถยนต์

6. ผ้ฝู ากทรัพยม์ ีสทิ ธเิ รียกร้องค่าสนิ ไหมทดแทนจากผรู้ ับฝากกรณีทรัพยท์ ฝ่ี ากมีความชารุดหรือบุบสลายไดภ้ ายในกาหนดอายุ
ความตามขอ้ ใด

ก. 1 ปี นบั แตว่ นั ส่งมอบของทฝี่ าก
ข. 1 ปี นับแตว่ นั สนิ้ สญั ญา
ค. 6 เดือน นับแตว่ นั สง่ มอบของท่ีฝาก
ง. 6 เดือน นับแต่วนั สน้ิ สัญญา
จ. 3 เดอื น นับแต่วนั ส้ินสญั ญา
7. บคุ คลผทู้ าการเก็บรักษาสินค้าเพ่ือบาเหนจ็ เป็นทางค้าปกตขิ องตน เรียกวา่
ก. เจ้าหนา้ ทค่ี ลังสนิ คา้
ข. นายคลงั สนิ ค้า
ค. นายประทวนสินคา้
ง. เจ้าหน้าทป่ี ระทวนสินคา้
จ. พนักงานเจ้าหน้าที่คลังสนิ ค้า
8. เอกสารตามสัญญาเก็บของในคลงั สินคา้ ข้อใด ใช้สลกั หลังโอนกรรมสทิ ธสิ์ นิ ค้าได้
ก. ใบฝากของในคลังสนิ ค้า
ข. ใบประทวนสนิ คา้
ค. ใบรบั ของคลังสนิ ค้า
ง. ใบกากับสนิ ค้า
จ. ใบตว๋ั พิมพ์รปู พรรณสินคา้
9. เอกสารตามสญั ญาเก็บของในคลงั สนิ คา้ ข้อใด ใชส้ ลกั หลังจานาสนิ ค้าได้
ก. ใบฝากของในคลังสนิ ค้า
ข. ใบประทวนสินคา้
ค. ใบรับของคลงั สนิ ค้า
ง. ใบกากบั สนิ ค้า จ. ใบตว๋ั พมิ พร์ ูปพรรณสินคา้

10. หากนายคลังสินคา้ กระทาการโดยทุจริตเบียดบงั ยักยอกสนิ คา้ ไปเปน็ ของตน ผ้ฝู ากจะสามารถใช้สทิ ธิทางศาลเพื่อติดตามเอา
สินคา้ ของตนคนื ได้ ภายในกาหนดอายคุ วามตามข้อใด

ก. 6 เดือน นับแต่วนั ทราบการกระทาผดิ
ข. 1 ปี นบั แต่วันทราบการกระทาผิด
ค. 5 ปี นบั แตว่ ันทราบการกระทาผดิ
ง. 10 ปี นับแตว่ นั ทรายการกระทาผิด
จ. ไมม่ ีกาหนดอายคุ วาม

กระดาษคาตอบ กอ่ นเรยี น – หลงั เรียน

กิจกรรมการเรียนรู้

หน่วยท่ี 5 เร่ือง รบั ขน ฝากทรัพย์ เกบ็ ของในคลงั สินคา้

กอ่ นเรียน จ หลงั เรยี น
ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง จ
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10

รวมคะแนน กอ่ นเรียน รวมคะแนน หลังเรียน

ชื่อ-สกุล...........................................................แผนก/หอ้ ง............เลขที่..............
วทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน
กิจกรรมการเรียนรู้

หนว่ ยที่ 5 เร่ือง รับขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลงั สินคา้

ก่อนเรยี น หลังเรียน
ข้อ ก ข ค ง จ ข้อ ก ข ค ง จ
1x 1
2x 2
3x 3
4x 4
5x 5
6x 6
7x 7
8x 8
9x 9
10 x 10

รวมคะแนน กอ่ นเรยี น 10 รวมคะแนน หลงั เรียน 10

ชือ่ -สกุล...........................................................ผสู้ อน/ผ้ตู รวจ
(นายวจิ ติ ร พลเศษ)

วิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดิน

หนว่ ยการสอนท่ี 5
ชื่อหน่วยการสอน รบั ขน ฝากทรัพยเ์ กบ็ ของในคลงั สนิ คา้

16. ใบความรู้

แนวคิด

สัญญารับขน สญั ญาฝากทรพั ย์ และสัญญาเก็บของในคลงั สินคา้ ลว้ นเป็นสัญญาท่ีเก่ียวข้องกบั การพาณชิ ย์
โดยเฉพาะสญั ญารับขนคนโดยสารจะเกยี่ วช้องกบั คนจานวนมากถึงวนั ละหลายล้านคน สาหรับสัญญาฝากทรัพยผ์ ู้รบั ฝากอาจ
ประกอบอาชีพเก่ยี วกับการรับฝากทรัพย์หรือหากทรัพย์ที่ฝากเปน็ สินค้าก็จะกลายเป็นสัญญาเกบ็ ของในคลงั สนิ ค้า ซึ่งนบั ว่าเปน็
สัญญาทม่ี ีความสาคัญและเป็นประโยชนแ์ กก่ ารศึกษาเรียนรู้เพื่อใช้ในชวี ติ ประจาวัน และเพอ่ื การประกอบธุรกจิ ท่ีเกย่ี วขอ้ งต่อไป
ในอนาคต

เน้ือหาสาระการเรียนรู้

หน่วยท่ี 5 รบั ขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลังสินค้า ประกอบไปดว้ ยหวั ขอ้ หรือเน้ือหาสาระการเรียนรใู้ นเร่ืองต่อไปนี้
1 ความหมายและลกั ษณะของสญั ญารับขน
2 สญั ญารับขนของ
3 สิทธแิ ละหน้าที่ของผขู้ นส่ง
4 สทิ ธิและหนา้ ท่ขี องผสู้ ่ง
5 อายคุ วามฟ้องคดี
6 สญั ญารบั ขนคนโดยสาร
7 สทิ ธแิ ละความรับผดิ ชอบของผุ้ขนส่งคนโดยสาร
8 ความหมายและลักษณะของสัญญาฝากทรัพย์
9 หนา้ ที่ของผู้รับฝาก
10 หนา้ ทขี่ องผู้ฝาก
11 อายคุ วามฟ้องคดี
12 วิธีเฉพาะการฝากเงนิ
13 วธิ ีเฉพาะสาหรบั เจ้าสานักโรงแรม
14 ความหมายและลักษณะของสัญญาเก็บของในคลังสนิ ค้า
15 ใบรบั ของคลังสนิ ค้า และใบประทวนสนิ ค้า
16 การรับสินคา้ คนื จากคลังสินค้า

17. ใบงาน

หนว่ ยการสอนท่ี 5
ชอ่ื หน่วยการสอน รบั ขน ฝากทรัพย์ เกบ็ ของในคลงั สินค้า

จุดประสงค์ เพอ่ื

1. สรา้ งความรูค้ วามจาใหก้ ับผูเ้ รยี น
2. เพิม่ การฝกึ ปฏบิ ตั ิแกผ่ ูเ้ รยี น
3. สรา้ งความรับผดิ ชอบ ความอดทน ความสนใจใฝเ่ รยี นรู้

ลาดับกิจกรรม/ลาดับการปฏบิ ตั ิ

1. ผูเ้ รยี นศึกษาเน้ือหาจากใบความรู้
2. ผเู้ รียนศกึ ษาหาความรู้จากตาราเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 รับขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลังสนิ คา้

คณุ ภาพ 20001-1003 สานกั พิมพ์เอมพนั ธ์
3. หรือ ครผู ู้สอนบรรยายความรู้ เรอ่ื ง รับขน ฝากทรัพย์ เก็บของในคลงั สนิ ค้า
4. จัดทาใบงานตามทีม่ อบหมาย (กาหนดเวลาจัดทา 50 นาที)
5. ส่งงานใบงานที่มอบหมายก่อนหมดเวลาเรยี น (10 นาที หรือเปน็ การบา้ น)

เกณฑก์ ารพจิ ารณา

1. สง่ งานตรงเวลานดั หมาย
2. จัดทาครบทุกข้อท่ีกาหนด
3. ทางานเป็นระเบยี บเรยี บร้อย

ใบงานที่ 1.1
เร่อื ง การขนส่งโดยสาร
ช่ือ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี น ลกั ษณะการขนส่งโดยสาร มกี ป่ี ระเภทอะไรบา้ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ใบงานท่ี 1.2
เรอ่ื ง การขนส่งสินค้า
ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี นยกตวั อยา่ งการขนส่งสนิ คา้ มกี ารรบั ขนสนิ คา้ แบบใดบา้ งอธบิ าย

เฉลยใบงานท่ี 1-2

(ดุลพินิจผสู้ อน)

แบบสรปุ คะแนน

ชุดท่ี 1
รายวชิ า รับขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลงั สินค้า

คะแนน กจิ กรรมที่ ใบงานท่ี แบบทดสอบ แบบทดสอบ คะแนน
กอ่ นเรยี น หลังเรยี น ระหวา่ ง
123 1 เรยี น

คะแนนเตม็ ✓ ✓ 5 10 10 15
คะแนนทีไ่ ด้
คดิ เป็นร้อยละ  = ไมผ่ า่ นกิจกรรม

หมายเหตุ : ✓ = ผา่ นกจิ กรรม

(ลงชอ่ื ) ....................................... ผ้ปู ระเมิน
(นายวจิ ติ ร พลเศษ)

ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการ

เกณฑก์ ารประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน

ระดับคณุ ภาพ หมายถงึ ดี
ระดบั 4 9 - 10 คะแนน หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 3 7 - 8 คะแนน หมายถึง พอใช้
ระดบั 2 5 - 6 คะแนน

19. แบบฝึกหดั

กฎหมายพาณชิ ย์

แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 5

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. ผขู้ นส่ง คือ

ตอบ.............................................................................................................................................................
2. ใหบ้ อกสิทธขิ องผู้ขนสง่ มา 2 ประการ

ตอบ.............................................................................................................................................................
3. ให้บอกหน้าที่ของผขู้ นสง่ มา 4 ประการ

ตอบ............................................................................................................. ................................................
4. ให้บอกสิทธิของผสู้ ง่ มา 2 ประการ

ตอบ.......................................................................................................................... ...................................
5. ใหบ้ อกหนา้ ท่ีของผสู้ ง่ มา 2 ประการ

ตอบ.............................................................................................................................................................6. ใหบ้ อกสทิ ธิ
และความรับผดิ ชอบของผู้ขนสง่ คนโดยสารมา 3 ประการ

ตอบ.............................................................................................................................................................7. สัญญาฝาก
ทรพั ย์ คือ

ตอบ.............................................................................................................................................................
8. ให้บอกหน้าท่ีของผ้รู บั ฝากมา 3 ประการ

ตอบ.......................................................................................................................... ...................................
9. ใหบ้ อกหนา้ ที่ของผฝู้ ากมา 3 ประการ

ตอบ........................................................................................................................................ .....................
10. ใบรบั ของคลงั สินคา้ และใบประทวนสนิ ค้าแตกต่างกนั อยา่ งไร

ตอบ.............................................................................................................................................................
11. การรับสินค้าจากคลังสินค้าต้องปฏบิ ัติอยา่ งไร

ตอบ.............................................................................................. ...............................................................

เฉลยแบบฝึกหัด

กฎหมายพาณิชย์

แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 5

ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. ผูข้ นส่ง คือ บคุ คลผรู้ ับขนสง่ ของหรือคนโดยสาร เพื่อบาเหนจ็ เปน็ ทางคา้ ปกติของตน
2. ใหบ้ อกสทิ ธิของผู้ขนสง่ มา 2 ประการ

1. ได้รับคา่ ระวางพาหนะ และอาจยึดหนว่ งเอาของไว้เปน็ ประกนั การชดใช้ค่าระหว่างพาหนะได้
2. นาของทรี่ บั ขนสง่ ไปฝาก ณ สานักงานฝากทรพั ย์ หรือขายทอดตลาดของทีส่ ง่ มอบแกผ่ ู้รับไม่ได้
3. ให้บอกหน้าท่ีของผขู้ นส่งมา 4 ประการ
(1) ทาใบตราส่งใหแ้ ก่ผู้ส่งหรือผู้ตราสง่ และส่งของไปยงั สถานทตี่ ามข้อตกลงในสัญญา อนงึ่ ถา้ ใบตราส่งหรือเอกสารอื่น
ๆ มีข้อความยกเว้นหรือจากดั ความรับผิดชอบของผูข้ นส่งไว้ ขอ้ ความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่ผสู้ ง่ จะตกลงด้วยอย่างชัดแจง้ ใน
ขอ้ ความนน้ั
(2) รบั ผดิ กรณีของทข่ี นส่งเสยี หาย บบุ สลาย หรอื สง่ มอบล่าช้ารวมทัง้ รบั ผดิ อนั เกิดจากผูข้ นสง่ คนอื่นที่ตนได้รบั มอบหมาย
ให้ขนของน้นั ไปอีกทอดหน่ึง เวน้ แตเ่ สียหายเกิดจากเหตุสุดวิสยั เช่น อุทกภัย แผ่นดนิ ไหว เปน็ ต้น หรือเกิดจากสภาพแหง่ ของที่
ขนสง่ นั้นเอง เช่นของเน่าเสยี แมจ้ ะไมล่ า่ ช้ากต็ าม หรือเกดิ จากความผดิ ของผู้ส่งหรือผตู้ ราสง่ เช่น บรรจุหบี หอ่ ไมด่ ี หรือไม่แจ้งวา่
เป็นของแตกง่าย
นอกจากนั้นผู้ขนสง่ ไม่ต้องรับผิดในเงินทองตรา ธนบัตร ธนาคารบตั ร ต๋ัวเงนิ พันธบตั ร ใบห้นุ ใบหุ้นกู้ ประทวนสนิ คา้ อญั
มณี และของมีค่าอย่างอืน่ ๆ หากผสู้ ง่ มิได้บอกราคาหรือสภาพแหง่ ของไวใ้ นขณะส่งมอบแก่ผูข้ นส่ง แต่ถ้าของนั้นผู้ส่งได้บอกราคา
ความรับผดิ ของผขู้ นส่งย่อมจากดั เพยี งไม่เกนิ ราคาท่ีผสู้ ่งบอก
(3) หากเปน็ การขนส่งหลายทอด ผูข้ นส่งทุกคนต้องรับผดิ ร่วมกนั ในกรณสี ิง่ ของท่ีขนส่งสญู หาย บบุ สลาย หรือสง่ ชักชา้
(4) ต้องบอกกล่าวแกผ่ ้รู ับตราสง่ วา่ ของได้มาถงึ เม่ือใด เพ่ือใหม้ ารบั ของไป
4. ให้บอกสิทธิของผู้ส่งมา 2 ประการ
(1) แจง้ ใหผ้ ูข้ นส่งงดสง่ ของนั้น หรอื ให้สง่ กลบั คนื มา หรอื ให้จัดการแก่ของน้ันเปน็ ประการใดก็ได้ ตราบเทา่ ทขี่ องยงั อยู่
กับผู้ขนส่ง
(2) กรณขี องสญู หายไปเพราะเหตุสดุ วิสัย ผู้ส่งไมจ่ าต้องจ่ายคา่ ระวางพาหนะในสว่ นทีย่ งั ไม่ไดจ้ า่ ยเพราะถือว่าเปน็ บาป
เคราะห์กบั ฝ่ายทเ่ี ก่ียวข้อง
5. ให้บอกหน้าที่ของผูส้ ง่ มา 2 ประการ
(1) ทาใบกากบั ของและชาระคา่ ระวางพาหนะ
(2) ตอ้ งแสดงสภาพแห่งของท่ีอาจก่อใหเ้ กิดอนั ตราย หรืออาจก่อใหเ้ กดิ ความเสียหายได้

6. ให้บอกสทิ ธแิ ละความรับผิดชอบของผูข้ นส่งคนโดยสารมา 3 ประการ
(1) มสี ิทธเิ รียกเก็บคา่ โดยสารในทางการค้าปกตขิ องตน
(2) ตอ้ งรับผดิ ในความเสียหาย ความลา่ ช้าในการขนสง่ เว้นเหตสุ ุดวิสยั หรอื เพราะความผดิ ของคนโดยสารนั้นเอง
(3) ต้องสง่ มอบเคร่ืองเดนิ ทางคนื แก่คนโดยสารเม่ือถึงปลายทางแล้ว

7. สญั ญาฝากทรัพย์ คอื สัญญาซ่ึงบุคคลคนหน่งึ เรียกว่าผู้ฝาก สง่ มอบทรัพย์สินในแก่บุคคลอีกคนหนึง่ เรยี กวา่ ผฝู้ าก และผูร้ ับฝาก
ตกลงจะเกบ็ รกั ษาทรัพย์สนิ ไว้ในอารกั ขาแหง่ ตนแล้วจะคืนให้
8. ใหบ้ อกหน้าท่ีของผรู้ ับฝากมา 3 ประการ

(1) เก็บรักษาทรัพยส์ ินที่รบั ฝากด้วยตนเอง และใชค้ วามระมัดระวังในการดแู ลทรัพยส์ ินท่รี บั ฝากดงั น้ี
(1.1) กรณีไม่มีบาเหน็จคา่ ฝาก ผรู้ ับฝากตอ้ งใช้ความระมดั ระวงั เหมือนเชน่ เคยประพฤติในกิจการของตนเอง เชน่ ดูแล
และเก็บรักษารถยนตข์ องตนอยา่ งไรเม่อื รับฝากรถยนต์ของบุคคลอน่ื ไว้ ก็ต้องดูแลและรักษาไวเ้ หมือนเชน่ ของตนเอง
(1.2) กรณีมบี าเหน็จคา่ ฝาก ผู้รบั ฝากตอ้ งใชค้ วามระมัดระวังเหมือนเช่นวญิ ญชู นจะพงึ กระทากล่าวคือ เป็นการ
เปรยี บเทยี บกับบุคคลทั่วไปว่าควรใช้ความระมัดระวงั ระดับใด แสดงให้เหน็ วา่ ผ้รู ับฝากต้องมีความรบั ผิดชอบสูงกว่ากรณีไม่มี
บาเหน็จคา่ ฝาก
(1.3) กรณีผ้รู ับฝากเปน็ ผมู้ ีวิชาชีพเฉพาะ ผรู้ บั ฝากจะต้องใช้ความระมดั ระวงั ดแู ลทรัพย์ที่รบั ฝากไว้ในอารักขาของตน
อยา่ งรอบคอบเปน็ พิเศษ ไดแ้ ก่ ผมู้ อี าชีพรับฝากทรัพยโ์ ดยตรง
(2) ต้องรบี บอกกลา่ วแก่ผู้ฝากโดยพลัน ถา้ มีบคุ คลภายนอกมาอ้างวา่ มีสทิ ธเิ หนือทรัพยส์ ินซึง่ ฝากและย่ืนฟ้องผู้รบั ฝาก
หรือมายึดทรัพย์ท่รี ับฝาก ผูร้ บั ฝากตอ้ งรบี บอกกลา่ วแก่ผฝู้ ากโดยพลัน
(3) คนื ทรัพยส์ นิ ที่รบั ฝาก เม่อื ถึงกาหนดคนื หรอื คนื กอ่ นถึงกาหนดถ้ามเี หตุจาเป็นอยา่ งยิ่ง เชน่ ผู้รับฝากป่วยหนกั หรือ
จะเดนิ ทางไปตา่ งจังหวดั เปน็ ตน้
9. ให้บอกหน้าท่ีของผู้ฝากมา 3 ประการ
(1) เสยี ค่าใชจ้ ่ายในการคืนทรัพย์สินที่ฝากไว้ เวน้ แต่ตกลงเป็นอยา่ งอน่ื
(2) เสียค่าใช้จ่ายอนั ควรแก่การบารงุ รักษาทรพั ยส์ ินซงึ่ ฝาก เวน้ แตต่ กลงเปน็ อยา่ งอ่นื
(3) เสียบาเหน็จคา่ ฝาก ตามที่ตกลงกนั
หากผฝู้ ากยังคา้ งชาระเงนิ ตามหน้าทข่ี องผ้ฝู ากนี้ ผู้รับฝากมีสทิ ธยิ ึดหนว่ งทรพั ยส์ นิ ทรี่ ับฝากไวไ้ ด้
10. ใบรบั ของคลงั สินค้าและใบประทวนสนิ ค้าแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
ใบรบั ของคลงั สนิ ค้า ย่อมให้สิทธิแกผ่ ู้ฝากทจี่ ะสลักหลงั โอนกรรมสทิ ธิใ์ นสนิ คา้ ไปเปน็ ของผอู้ ื่นได้และสง่ มอบใบรับของ
คลังสินคา้ แกผ่ ูร้ บั โอนซึ่งจะต้องส่งมอบใบประทวนสนิ ค้าให้ไปพร้อมกันด้วย เว้นแตจ่ ะมีการจานาสินค้าน้ันไวก้ อ่ นแลว้
ส่วนใบประทวนสินค้า ย่อมให้สิทธแิ ก่ผรู้ ับฝากจะสลักหลงั จานาสนิ ค้าได้ โดยไม่ตอ้ งสง่ มอบสนิ ค้านั้นแกผ่ ู้สลกั หลงั และ
ตอ้ งส่งมอบใบประทวนสินคา้ แก่ผ้สู ลักหลัง ทงั้ นี้ต้องจดแจ้งการท่ไี ด้สลักหลงั ใบประทวนสนิ คา้ ลงไว้ในใบรบั ของคลังสินค้าดว้ ย มิ
เช่นน้ันจะใชย้ ืนยนั กับผ้ซู ือ้ สินคา้ ไม่ได้

11. การรับสนิ ค้าจากคลังสินค้าตอ้ งปฏบิ ตั อิ ย่างไร
(1) กรณสี นิ คา้ ไม่ไดจ้ านา ผู้ฝากต้องเวนคืนใบรับของคลังสนิ คา้ แกน่ ายคลงั สินคา้ เพื่อรับสินค้าคืนไป
(2) กรณีสินคา้ มีการจานาไว้ จะรับเอาสินค้าได้ต่อเมอ่ื เวนคืนทั้งใบรบั ของสินคา้ และใบประทวนสนิ ค้าแก่นายคลงั สนิ ค้า

ซึ่งจะต้องมีการชาระหนี้แกผ่ ูร้ ับจานาแลว้ น่ันเอง
อนง่ึ หากนายคลังสนิ ค้าเบียดบงั ยักยอกสนิ ค้าไปเป็นของตนเอง ผู้ฝากที่เป็นเจ้าของสามารถใช้สิทธิทางศาลติดตามเอา

สินค้าของตนคนื ได้ โดยไม่มกี าหนดอายคุ วามตามนัย ป.พ.พ. มาตรา 1336

20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรูแ้ บบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1

ดา้ นการเตรยี มการสอน

1. จดั หน่วยการเรียนรไู้ ดส้ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ และด้านจิตพสิ ยั

3. เตรียมวสั ดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนร้กู ่อนเขา้ สอน

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

4. มีวิธกี ารนาเขา้ สบู่ ทเรยี นท่ีน่าสนใจ

5. มกี ิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพื่อช่วยให้ผ้เู รยี นเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จัดกจิ กรรมท่สี ง่ เสริมให้ผเู้ รยี นคน้ คว้าเพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

8. จัดกิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่เี ช่ือมโยงกบั ชีวติ จริงโดยนาภมู ิปญั ญา/บรู ณาการเข้ามามีส่วนร่วม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รยี น อย่างทั่วถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด

ด้านส่อื นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้

16. ใช้สือ่ ที่เหมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผูเ้ รยี น

17. ใชส้ ื่อ แหล่งการเรยี นร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นต้น

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั

20. ครู ผเู้ รยี น ผูป้ กครอง หรือ ผทู้ ี่เกย่ี วข้องมีสว่ นร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏบิ ัตดิ เี ยย่ี ม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = ปฏิบัติพอใช้ รวม
2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ คา่ เฉลี่ย

20.2 ปญั หาทพี่ บ และแนวทางแก้ปัญหา

ปญั หาที่พบ แนวทางแกป้ ญั หา

ด้านการเตรยี มการสอน

..................................................................................... .....................................................................................

..................................................................................... .....................................................................................

..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านการวดั และประเมินผล
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นอื่นๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อๆ)
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ลงช่ือ ........................................................................ ครูผ้สู อน
(....................................................................)

ตาแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................

21. บันทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม

วัน-เดอื น-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตาแหนง่

บันทกึ หลังการสอน

ผลการใช้แผนการเรยี นรู้

ความเหมาะสมของเวลา
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ

……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………

ผลการเรียนของผูเ้ รยี น

ความต้ังใจของผูเ้ รยี น  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง
 ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
อุปกรณ์การสอน
 มาก  ดี

การเรียนรู้ของผูเ้ รยี น
 มาก  ดี

…………………………………………………………………………………………………………………………………….………

การสอนของครู

 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

กิจกรรมการสอนที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการ

เรียนรู้  ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้  ไม่ตรงตามแผนการจดั การเรยี นรู้

บนั ทึกเพมิ่ เติม

............................................................................................................................. ................................

………………………………………………
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
ผู้บนั ทกึ การสอน

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหสั วชิ า 20001-1005 วชิ า กฎหมายพาณชิ ย์
หน่วยที่ 6 ชอ่ื หนว่ ย ยืม คา้ ประกนั จานอง จานา
ช่ือเรอ่ื ง ยืม ค้าประกนั จานอง จานาจานวน 4 ชัว่ โมง สอนครั้งที่ 21-22-23-24

1. สาระสาคญั

บคุ คลท่ีมิใช้เจ้าของทรัพย์สนิ จะใช้สอยทรัพยส์ ินน้ันไดเ้ มื่อเจา้ ของยนิ ยอมอนญุ าตดว้ ย การเชา่ หรือการยมื การ
ยมื ท่อี าจจาเปน็ สาหรับทาธรุ กิจหรอื การดารงชวี ิต คือ การยืมเงิน ท้ังการยืมเงนิ และมูลเหตอุ ื่น ๆ ท่ีก่อใหเ้ กดิ หน้ีเป็นผลให้เจ้าหนม้ี ี
สิทธิบงั คบั ใหล้ ูกหนชี้ าระหน้ีไดน้ น้ั เพอ่ื ความแน่นอนในการได้รบั ชาระหน้ี กฎหมายจึงกาหนดใหม้ ีการทาสัญญาค้าประกนั จานอง
จานา เปน็ การประกันชาระหนไ้ี ด้ ซ่งึ นับว่าเกีย่ วข้องกบั ธุรกิจพาณชิ ยอ์ ยา่ งยิ่ง นอกจากน้ียงั มีการจานาตามพระราชบัญญตั ิโรงรับ
จานา พ.ศ. 2505 ซึ่งมีรายละเอยี ดเก่ยี วกับผ้จู านา ผ้รู บั จานา และการประกอบกจิ การโรงรบั จานาแตกต่างไปจากการจานาตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1. สามารถตรวจสอบเอกสารการยมื และสง่ิ ท่ีเกยี่ วข้องการยืมได้
2. สามารถตรวจสอบสญั ญาค้าประกนั และสิ่งที่เกยี่ วข้องกับสัญญาค้าประกนั ได้
3. สามารถตรวจสอบสัญญาจานอง และส่งิ ทเี่ ก่ียวข้องกับสัญญาจานองได้
4. สามารถตรวจสอบสัญญาจานา และสง่ิ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับสญั ญาจานาได้

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

3.1 จดุ ประสงคท์ ั่วไป

3.1.1 ร้แู ละเข้าใจเกีย่ วกบั เรื่องยมื ค้าประกัน จานอง จานา

3.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้

ด้านความรู้

1. สญั ญายมื
2. สัญญายืมใช้คงรูป
3. สญั ญายมื ใชส้ ้นิ เปลือง
4. สญั ญากยู้ มื เงนิ
5. การคดิ ดอกเบีย้ ในสญั ญากู้ยมื เงนิ
6. การชาระหนี้
7. อายุความฟ้องคดใี ห้ชาระหนี้

8. ความหมายและสญั ญาของสญั ญาค้าประกนั
9. หลักเกณฑ์การทาสญั ญาคา้ ประกัน และข้อความทหี่ ้ามตกลงในสญั ญาคา้ ประกัน
10. หน้ที ่ีมกี ารค้าประกนั หลายคน
11. ผรู้ บั เรอื น
12. ผู้ค้าประกันหลายคน
13. ความรับผดิ ชอบของผคู้ ้าประกัน
14. ผลกอ่ นชาระหน้ี
15. ผลภายหนงั ชาระหน้ี
16. ความระงบั แห่งสญั ญาค้าประกนั
17. ความหมายของสัญญาจานอง
18. ทรพั ยส์ นิ ทีจ่ านองได้
19. แบบของสญั ญาจานอง
20. สิทธจิ านวองครอบเพียงใด
21. สิทธิและหนา้ ทขี่ องผรู้ ับจานองและผจู้ านอง
22. การบังคบั จานอง
23. วิธีการบงั คบั จานอง
24. ผลของการบังคับจานอง
25. กรณมี ีการโอนทรัพยส์ ินซ่ึงจานอง
26. ความระงับแห่งสญั ญาจานอง
27. ความหมายของสัญญาจานา
28. แบบของสญั ญาจานา
29. สิทธแิ ละหน้าท่ขี องผู้จานาและผรู้ บั จานา
30. การบังคบั จานา
31. ความระงบั แหง่ สญั ญาจานา
32. การจานาตามพระราชบญั ญัติโรงรบั จานา พ.ศ. 2505

ดา้ นทกั ษะ

1. สามารถตรวจสอบเอกสารการยมื และสิ่งท่เี ก่ียวข้องการยมื ได้
2. สามารถตรวจสอบสญั ญาค้าประกนั และสิง่ ทเ่ี กี่ยวข้องกับสัญญาคา้ ประกนั ได้
3. สามารถตรวจสอบสัญญาจานอง และสิ่งทเ่ี กย่ี วข้องกับสัญญาจานองได้
4. สามารถตรวจสอบสญั ญาจานา และสง่ิ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับสัญญาจานาได้

คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์

1. รับรู้ ตอบสนอง เห็นคุณค่า จดั ระบบคณุ คา่ และพฒั นาลักษณะมีวินยั ใฝเ่ รียนรูอ้ ยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งมัน่ ในการ
ทางานมีจิตสาธารณะ

4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
1. สัญญายมื
2. สญั ญายมื ใช้คงรูป
3. สญั ญายืมใชส้ นิ้ เปลือง
4. สัญญากู้ยืมเงิน
5. การคิดดอกเบย้ี ในสัญญากู้ยืมเงิน
6. การชาระหน้ี
7. อายคุ วามฟ้องคดีให้ชาระหน้ี
8. ความหมายและสัญญาของสญั ญาคา้ ประกัน
9. หลักเกณฑก์ ารทาสญั ญาคา้ ประกัน และขอ้ ความท่หี า้ มตกลงในสญั ญาค้าประกัน
10. หนี้ที่มกี ารค้าประกันหลายคน
11. ผู้รบั เรือน
12. ผู้ค้าประกนั หลายคน
13. ความรับผิดชอบของผคู้ า้ ประกนั
14. ผลก่อนชาระหนี้
15. ผลภายหนังชาระหนี้
16. ความระงบั แห่งสัญญาค้าประกัน
17. ความหมายของสญั ญาจานอง
18. ทรัพยส์ ินทีจ่ านองได้
19. แบบของสญั ญาจานอง
20. สิทธจิ านวองครอบเพียงใด
21. สทิ ธแิ ละหน้าที่ของผรู้ บั จานองและผู้จานอง
22. การบังคับจานอง
23. วธิ ีการบงั คับจานอง
24. ผลของการบังคับจานอง
25. กรณมี ีการโอนทรัพยส์ นิ ซึ่งจานอง
26. ความระงบั แห่งสัญญาจานอง
27. ความหมายของสัญญาจานา
28. แบบของสัญญาจานา
29. สทิ ธิและหน้าท่ขี องผู้จานาและผ้รู ับจานา
30. การบงั คบั จานา

31. ความระงบั แหง่ สัญญาจานา
32. การจานาตามพระราชบญั ญัติโรงรับจานา พ.ศ. 2505

4.2 ด้านทกั ษะหรือการประยุกต์ใช้

1. สามารถตรวจสอบเอกสารการยืม และสง่ิ ทเ่ี กี่ยวข้องการยมื ได้
2. สามารถตรวจสอบสญั ญาค้าประกนั และสิง่ ท่เี กีย่ วข้องกับสัญญาคา้ ประกนั ได้
3. สามารถตรวจสอบสัญญาจานอง และสงิ่ ทเี่ กยี่ วข้องกับสัญญาจานองได้
4. สามารถตรวจสอบสญั ญาจานา และสงิ่ ที่เกีย่ วขอ้ งกบั สัญญาจานาได้

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม

1. มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มคี วามรบั ผดิ ชอบรับรู้ ตอบสนอง เหน็ คณุ คา่ จัดระบบคุณค่า พัฒนาลักษณะนิสยั

ดา้ นคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. มุง่ มัน่ ในการทางาน มจี ติ สาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ข้ันตอนการเรยี นหรอื กิจกรรมของผเู้ รยี น

ข้ันเตรียม(จานวน 20 นาที) 5.1 ผเู้ รยี นเข้าหอ้ งเรียน
5.1 นกั เรียนทาความเคารพครผู สู้ อน 5.2 ครูผ้สู อนตรวจสอบรายช่ือผเู้ รียน
5.2 ครผู สู้ อนทกั ทายผู้เรียนและสารวจรายชอื่ ผ้เู รยี น 5.3 ผ้เู รยี นรบั ใบความรู้ เร่ือง
5.3 ครูผูส้ อนแจกใบความรู้ หรือ เตรียมอปุ กรณ์ ยืม คา้ ประกนั จานอง จานา
5.4 รบั ใบงาน อธบิ ายการทา
ในการสอนให้พร้อม และใบงาน
5.4 ผู้เรียนใบความรู้ เตรียมตาราเรียนและสมุด
5.5 ผู้สอนการจดั ทาใบงานที่มอบหมาย (10 นาที)

ข้นั การสอน(จานวน....80..........นาที)

5.6 ครูผ้สู อนแจกแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 5.5 ผู้เรียนทดสอบก่อนเรียน ( 10 นาที)

5.7 อธิบายการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น มจี านวน

10 ขอ้ เวลาทใ่ี ช้ 10 นาที (พร้อมสง่ ครบเวลา)

5.8 ครูผ้สู อนให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ หน่วยเนือ้ หา 5.6 ผูเ้ รยี นศกึ ษาตาราเรียนหนว่ ยเน้อื หา ใบความรู้

ตาราเรียน ยืม ค้าประกนั จานอง จานา

5.9 ครผู สู้ อน ต้ังคาถามเกยี่ วกับ การวางแผนฯและ 5.7 ผเู้ รยี นร่วมตอบคาถาม

(ผู้เรยี นตอบคาถาม) 5.8 ผเู้ รียนรับฟังการบรรยาย เก่ยี วกบั เนื้อหา

5.10 ครผู สู้ อน อธบิ ายเน้ือหา ใบความรู้ เน้ือหาใน ยมื ค้าประกัน จานอง จานา

หนว่ ยการเรียนรู้ (เวลา 30 นาท)ี 5.9 ผเู้ รยี นจดั ทาใบงานที่มอบหมาย ( 40 นาที)

5.11 ครผู ูส้ อนมอบหมายการทาใบงาน แบบฝึกหดั

(เวลา 40 นาท)ี

ขัน้ สรุป (จานวน 20 นาที) 5.10 ผู้เรยี นรว่ มสรุปเน้อื หา ใบความรู้ เนือ้ หาหน่วย
5.12 ครูผู้สอนและผู้เรยี นสรุปเนื้อหา หวั ขอ้ การเรียนรู้ ตาราเรียน
ยมื ค้าประกัน จานอง จานา
5.13 ครูผู้สอนแจกแบบทดสอบหลงั เรียน หัวขอ้ 5.11 ผ้เู รียนจดั ทาแบบทดสอบหลังเรียน 10 ข้อ
(เวลา 10 นาที)
ยืม ค้าประกนั จานอง จานา
10 ข้อ (10 นาท)ี 5.12 มอบหมายงาน การจัดทารายงาน รายบุคคล
รายกลุ่ม 3-5 คน รายงานหน้าชน้ั เรียน
เวลา 60 นาที (ถ้ามีในคร้ังท่ี 2 ในการสอน)

6. สือ่ การสอน

สื่อสิ่งพิมพ์

1. ตาราเรียน หนงั สอื ประกอบการเรียนการสอนวิชา กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพญ็ ศรี เลิศเกียรติวิทยา
สานกั พิมพ์เอมพนั ธ์ สานกั พมิ พ์ สอศ. อ.จิโรจ

2. เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้

ส่ือโสตทัศน์ (ถ้าม)ี

1. power point กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 เร่อื ง ยมื ค้าประกนั จานอง จานา
2. VDO สอื่ การสอน ประจาวิชา กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลิศเกียรติวทิ ยา สานักพิมพเ์ อม
พันธ์ สานกั พมิ พ์ สอศ. อ.จโิ รจ
หนุ่ จาลองหรอื ของจรงิ (ถา้ มี)
1. ............................................................................................................................. ......

เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)

1. แบบทดสอบก่อนเรียน
2. ใบความรู้
4. ใบงาน (ใบมอบหมายงาน ถา้ มี)
3. แบบทดสอบหลังเรียน

แหลง่ เรียนรู้
เรียนรู้

1. ห้องสมุดวทิ ยาลัยการอาชพี สวา่ งแดนดิน (ตาราเรียน)
2. หอ้ งอนิ เทอร์เนต็ วิทยาลัยการอาชีพสวา่ งแดนดิน การสบื ค้นขอ้ มูล
3. Google แหล่งเรยี นรอู้ อนไลน์ จากโทรศพั ท์มือถือ

การบูรณาการ/ความสมั พันธ์กบั วิชาอน่ื

1. วิชาภาษาไทย การอา่ นและทาความเข้าใจในเนอ้ื หาหน่วยการเรยี นรู้ ใบความรู้ ตีความ
2. วชิ าสังคมศกึ ษา การอยู่ในสงั คม การคบเพ่ือน
3. วชิ าภาษาองั กฤษ เรื่องศัพท์เฉพาะในหนว่ ยการเรียนการสอน

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. จัดเตรยี มหอ้ งเรยี นใหเ้ รยี บร้อยเปน็ ระเบียบ รกั ษาความสะอาด (แบ่งเวร)
2. จดั เตรียมอปุ กรณก์ ารเรยี นใหพ้ ร้อม ก่อนการเรยี นการสอน
3. จดั ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น และสง่ ตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน

8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเนื้อหาการเรียนรปู้ ระจาหนว่ ยการเรยี นรู้ ใบความรู้
2. ตัง้ ใจเรยี น ฟงั ครูผ้สู อนอธบิ าย และตอบคาถามขณะเรยี นในขอ้ สงสยั
3. จดั ทาใบงานท่ีมอบหมายตามกาหนดเวลาส่งที่กาหนดไว้
4. จัดทาแบบทดสอบหลงั เรียน และส่งตามกาหนดเวลา 10 ข้อ 10 นาที 10 คะแนน
5. ปฏบิ ตั ิตนในการเรียนรู้อย่างเหมาะสมในช้นั เรียน

8.3 หลังเรยี น
1. การศกึ ษาเนื้อหาก่อนลว่ งหนา้
2. มอบหมายงานแบบฝึกหดั ท้ายหนว่ ยการเรยี นรู้ ใบงาน
3. สง่ งานทม่ี อบหมาย

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ที่เกิดจากการเรยี นรู้ของผเู้ รียน

1. ใบงานท่ีมอบหมาย
2. สมุดในการทาแบบฝึกหดั แบบฝกึ ปฏบิ ัติทา้ ยหน่วย
3. สรปุ ผลการทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
4. สรปุ ผลการสง่ งานท่ีมอบหมาย

10. เอกสารอา้ งองิ

1. บนั ทกึ การสอนของครู
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนการจัดการเรียนรู้
4. ใบความรู้ เน้อื งานในหนังสือเรียน
5. แบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน

11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ บั รายวิชาอ่ืน

1. รายวิชาภาษาไทย เพือ่ อ่าน ฟัง พดู เขยี น และตคี วามหมาย แปลความหมาย
2. รายวิชาสงั คมศึกษา สังคมไทย เพ่ือการอยรู่ ่วมกนั ในสังคม ในห้องเรยี น
3. รายวิชาภาษาอังกฤษ ท่ีมีภาษาอังกฤษในหน่วยการเรียนการสอน

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรียน

12.1.1 การประเมินการตรวจสอบรายชื่อผู้เขา้ เรยี นในชัว่ โมง (ดา้ นจติ พิสยั )
12.1.2 การประเมินการเตรยี มความพร้อมในการเรยี นของผเู้ รยี น อปุ กรณก์ ารเรียน ตาราเรียน
สมุด ปากกา ไม้บรรทดั
12.1.3 การประเมนิ การทาแบบทดสอบก่อนเรียน เวลา 10 นาที 10 ข้อ 10 คะแนน

12.2 ขณะเรยี น
12.2.1 การประเมินการมีส่วนรว่ มในการเรยี นการสอน การตอบ-ถาม (แบบประเมนิ
พฤติกรรม)
12.2.2 การประเมินการสนใจใฝเ่ รียนรู้ การปฏบิ ัตติ น ขณะเรยี น การทาแบบฝึกหดั ใบงาน

(แบบประเมินพฤตกิ รรม)
12.2.3 การประเมินดว้ ยการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เวลา 10 นาที 10 ขอ้ 10 คะแนน

12.3 หลังเรียน

12.3.1 การประเมินผลการเรียนรแู้ ละสรปุ ผลการเรยี นรู้ แบบประเมินผล
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียนร้อยละ 50 หลงั เรยี นร้อยละ 70

12.3.2 เมอื่ ไมผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนดใหม้ ีการปรบั ปรุงแก้ไขต่อไปและสอบซ่อมเสริม
12.3.3 มกี ารมอบหมายงาน ศึกษาเน้ือหาในหนว่ ยการเรียนถัดไป และใบความรู้ (ถ้ามี)
12.3.4 มอบหมายงานศึกษาเน้ือหาเพ่ิมเติมโดยการจัดทารายงานกลมุ่ หรอื รายบุคคคล

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 1 ………………………………………………………………………………....................................………
1. วิธกี ารประเมิน :ีีีีี……………………………………………………...........................…………….
2. เครือ่ งการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………............................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...............

จุดประสงค์ข้อที่ 2 ……………………………………………………………………………………….....................................
1. วธิ กี ารประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
2. เครอ่ื งการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
3. เกณฑ์การประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
4. เกณฑ์การผา่ น :ีีีีี…………………………………………………………………...........................

14. แบบทดสอบกอ่ นเรียน 15 แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการสอนที่ 6 ช่ือหน่วยการสอน ยืม คา้ ประกนั จานอง จานา
วตั ถุประสงค์ เพ่ือ ทดสอบความรเู้ บอื้ งตน้ ของผู้เรยี น ก่อนการเรียนการสอน
ข้อคาถาม

แบบทดสอบกอ่ น/หลงั เรยี น

จงเลือกคาตอบท่ถี กู ต้องท่ีสดุ เพยี งข้อเดียว
1. ข้อใด มใิ ช่ ลกั ษณะของสญั ญายมื ใช้คงรูป

ก. เป็นสญั ญาที่มีการโอนกรรมสิทธ์ิ
ข. เป็นสัญญาไม่ต่างตอบแทน
ค. กฎหมายไม่ได้กาหนดแบบไว้
ง. สมบูรณ์เม่ือส่งมอบของแก่ผ้ยู มื
จ. ฝา่ ยหนึง่ เรยี กว่า ผใู้ หย้ ืม อีกฝ่ายหนึ่งเรยี กว่า ผยู้ มื
2. ถา้ ผยู้ ืมทาให้ทรัพย์สนิ ที่ยมื เสยี หายแล้วไมร่ บั ผิดชอบ ผู้ใหย้ ืมจะต้องฟ้องผู้ยืมภายในอายคุ วามนานเพียงใด นบั จากวนั สิ้นสญั ญา
ก. 1 เดือน
ข. 3 เดอื น
ค. 6 เดอื น
ง. 1 ปี
จ. 5 ปี
3. การกูย้ มื เงินเกินกวา่ จานวนเทา่ ไรมีกฎหมายกาหนดให้มีหลกั ฐานเปน็ หนังสือด้วย
ก. 500 บาท
ข. 1,500 บาท
ค. 2,000 บาท
ง. 10,000 บาท
จ. 50,000 บาท
4. เจ้าหนเ้ี งนิ กจู้ ะสามารถคดิ ดอกเบี้ยเงนิ กู้ได้สงู สุดร้อยละเท่าใดต่อปี
ก. 5
ข. 7.5
ค. 12
ง. 15
จ. 24

5. จากข้อ 4. ถา้ เจา้ หนเี้ ป็นธนาคารพาณิชย์ จะสามารถคดิ ดอกเบี้ยไดส้ งู สดุ ร้อยละเทา่ ใดตอ่ ปี
ก. 5
ข. 7.5
ค. 15
ง. 19
จ. 21

6. เจ้าหนี้กับลูกหนีไ้ ดต้ กลงกันเป็นหนังสอื ให้คิดดอกเบี้ยทบตน้ ได้ ลูกหน้จี ะตอ้ งคา้ งชาระดอกเบี้ยเป็นเวลานานเพียงใดเป็นอยา่ ง
น้อย

ก. 1 เดือน
ข. 6 เดือน
ค. 1 ปี
ง. 2 ปี
จ. 5 ปี
7. สญั ญากู้ยมื เงนิ ท่ีมีการคดิ ดอกเบ้ยี แตม่ ิไดก้ าหนดอัตราดอกเบยี้ ไว้ กฎหมายใหค้ ิดดอกเบย้ี ในอัตราร้อยละเทา่ ใดต่อปี
ก. 5
ข. 7.5
ค. 15
ง. 19
จ. 21
8. ขจรศิลป์เจา้ หน้ีเงินก้จู ะสามารถในเยน็ ในการบงั คับชาระหนี้จากสมัยลูกหนีภ้ ายในอายคุ วามกี่ปี
ก. 1 ปี
ข. 3 ปี
ค. 5 ปี
ง. 6 ปี
จ. 10 ปี
9. วิธีการทาสญั ญาค้าประกนั กฎหมายกาหนดไวอ้ ยา่ งไร
ก. ตกลงเพียงดว้ ยวาจากบ็ ังคับกันไดแ้ ลว้
ข. จะตอ้ งทาหลักฐานการคา้ ประกันเป็นหนงั สือลงลายมือช่อื ผคู้ า้ ประกัน
ค. จะตอ้ งทาเปน็ หนงั สือและตอ้ งลงชื่อผคู้ ้าประกนั และเจ้าหน้ี
ง. จะต้องทาเปน็ หนังสือและต้องลงชือ่ ผคู้ ้าประกัน เจ้าหน้ี และลกู หนี้
จ. จะตอ้ งทาเปน็ หนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจา้ หน้าที่
10. ก กูเ้ งนิ ข มี ค เป็นผู้ค้าประกนั เงนิ ต้น 20,000 บาท ดอกเบ้ีย 3,000 บาท เมื่อ ก ผิดนัดชาระหนี้ ค จะต้องรับผดิ ชอบโดยไป
หาเงนิ มาชาระหน้ีแทนเสยี ดอกเบ้ยี 2,000 บาท ดังนี้ ค จะไลเ่ บี้ยจาก ก ได้จานวนเท่าใด

ก. 20,000 บาท
ข. 23,000 บาท
ค. 25,000 บาท
ง. 30,000 บาท
จ. 35,000 บาท
11. ลกู หน้ีเงินก้รู ายหนงึ่ มีผู้ค้าประกนั ครบกาหนดชาระหนวี้ นั ที่ 1 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2556 แตเ่ จา้ น้ีไมเ่ ร่งรดั ลูกหนีป้ ล่อยเวลาผ่าน
มาถึง 3 เดือน ดังน้ีจะมีผลตามกฎหมายอย่างไร
ก. ลูกหน้ีหลดุ พ้นความรบั ผดิ
ข. ผ้คู ้าประกนั หลุดพ้นความรับผิด
ค. ลกู หนี้ไม่หลุดพ้นความรับผิด
ง. ผคู้ า้ ประกันไม่หลุดพน้ ความรับผิด
จ. ท้ังลูกหน้แี ละผ้คู า้ ประกันยังไม่หลดุ พ้นความรบั ผดิ
12. ขอ้ ใด ไมท่ า ใหผ้ ูค้ ้าประกันหลุดพน้ จากความรบั ผดิ
ก. หน้ขี าดอายุความ
ข. หนที้ ี่คา้ ประกันเปน็ โมฆะ
ค. หนป้ี ระธานระงับ
ง. ลูกหนผ้ี ิดนดั ชาระหน้ี
จ. เจ้าหนีย้ อมให้ถอนการค้าประกัน
13. การทาสญั ญาจานองจะต้องทาอยา่ งไร
ก. สง่ มอบทรัพยส์ นิ ซง่ึ จานอง
ข. ทาหลักฐานเป็นหนงั สือ
ค. ทาเปน็ หนงั สอื
ง. จดทะเบยี นตอ่ พนักงานเจ้าหนา้ ที่
จ. ทาเปน็ หนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจา้ หนา้ ท่ี

14. ศิรพิ งษ์กู้เงนิ ศริ ิพันธ์ โดยมีศริ พิ ักตร์นาโฉนดที่ดินมาให้ศิริพนั ธ์ยดึ ถือไว้เปน็ การจานอง ในวนั เดยี วกนั ท่บี ้านของศิริพนั ธ์ ดงั น้ี
สัญญาจานองมีผลอยา่ งไร

ก. โมฆะ
ข. โมฆียะ
ค. สมบรู ณ์
ง. ไมบ่ ริบรู ณ์
จ. ฟอ้ งรอ้ งบงั คบั คดไี ด้

15. การบงั คบั เอาทรัพยส์ ินจานองหลดุ เป็นสทิ ธแิ ก่ผูร้ ับจานอง ลูกหน้ีต้องขาดส่งดอกเบย้ี มาแลว้ เปน็ เวลานานเทา่ ใด
ก. 1 ปี
ข. 3 ปี
ค. 5 ปี
ง. 7 ปี
จ. 10 ปี

16. การบงั คบั จานองแกผ่ ูร้ ับโอนทรัพย์สนิ ซ่ึงจานอง ผรู้ บั จานองต้องมีจดหมายบอกกล่าวผู้รบั โอนล่วงหนา้ นานเทา่ ใดจึงจะบงั คับ
จานองได้

ก. 15 วนั
ข. 60 วัน
ค. 3 เดอื น
ง. 6 เดอื น
จ. กฎหมายไม่ได้กาหนดเวลาแน่นอน
17. ทรัพย์สินในข้อใดทาจานาได้
ก. ก้อนเมฆ
ข. ดวงดาว
ค. รถราชการ
ง. บา้ นพรอ้ มท่ีดิน
จ. แจกนั โบราณ
18. เม่ือมีหนี้ประธานเกิดขนึ้ แล้วจะทาสัญญาจานาประกันหน้ี สญั ญาจานาจะสมบรู ณ์เม่ือทาตามข้อใด
ก. ทาเป็นหนังสือ
ข. ทาเป็นหนงั สือและจดทะเบยี นตอ่ พนักงานเจ้าหน้าที่
ค. ทาหลักฐานเป็นหนังสือ
ง. ส่งมอบทรัพยจ์ านาแกผ่ รู้ บั จานา
จ. มเี พียงคาเสนอและคาสนองวา่ ตอ้ งการทาจานา
19. ถา้ ผ้จู านาและผรู้ บั จานาตกลงกนั ตง้ั แตแ่ รกกด็ ี ตกลงกนั ในภายหลังกด็ ี แตก่ ่อนเวลาหนถ้ี ึงกาหนดชาระให้ผู้รับจานาเป็น
เจ้าของทรัพยส์ ินจานา หรือใหจ้ ดั การแก่ทรัพย์สินจานาเป็นประการอน่ื นอกเหนือจากบทบัญญตั ิการบงั คับจานา ผลจะเปน็ อย่างไร
ก. ข้อตกลงใชไ้ ด้ สญั ญาจานาใชไ้ ด้
ข. ขอ้ ตกลงใช้ไม่ได้ สญั ญาจานาใช้ได้
ค. ข้อตกลงใชไ้ ม่ได้ สญั ญาจานาใช้ไม่ได้
ง. ขอ้ ตกลงใช้ได้ สัญญาจานาใชไ้ ม่ได้
จ. ทั้งขอ้ ตกลงและสญั ญาจานาเป็นโมฆะ

20. ในการบังคับจานาผู้รบั จานาตอ้ งบอกกล่าวเป็นหนังสอื ไปยงั ลูกหน้ีเพ่ือใหช้ าระหนี้ โดยตอ้ งให้เวลาแก่ลกู หน้นี านเพียงใด
ก. 7 วนั
ข. 15 วนั
ค. 1 เดอื น
ง. 3 เดอื น
จ. กฎหมายมิได้กาหนดไว้

กระดาษคาตอบ ก่อนเรียน – หลงั เรยี น

กิจกรรมการเรียนรู้

หนว่ ยที่ 6 เรอื่ ง ยืม ค้าประกนั จานอง จานา

กอ่ นเรยี น จ หลังเรียน
ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง จ
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
11 11
12 12
13 13
14 14
15 15

รวมคะแนน ก่อนเรียน รวมคะแนน หลงั เรียน

ช่อื -สกลุ ...........................................................แผนก/ห้อง............เลขท่ี..............
วทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน
กจิ กรรมการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 6 เรอื่ ง ยมื คา้ ประกนั จานอง จานา

กอ่ นเรียน จ หลงั เรยี น
ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง จ
1x x 1
2x x 2
3x x 3
4x x 4
5x x 5
6x 6
7x 7
8 8
9x 9
10 x 10
11 11
12 x 12
13 13
14 x 14
15 x 15
16 x 16
17 17
18 x 18
19 x 19
20 20


Click to View FlipBook Version