เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น – หลังเรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
หนว่ ยที่ 2 เรอื่ ง สญั ญาเชา่ ทรัพย์ และสญั ญาเชา่ ซื้อ
ก่อนเรยี น หลงั เรียน
ขอ้ ก ข ค ง จ ข้อ ก ข ค ง จ
1x 1
2x 2
3x 3
4x 4
5x 5
6x 6
7x 7
8x 8
9x 9
10 x 10
11 x 11
12 x 12
13 x 13
14 x 14
15 x 15
รวมคะแนน ก่อนเรยี น 10 รวมคะแนน หลังเรียน 10
ช่อื -สกลุ ...........................................................ผ้สู อน/ผ้ตู รวจ
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
หน่วยการสอนที่ 3
ช่ือหน่วยการสอน สัญญาเชา่ ทรพั ย์ และสญั ญาเช่าซ้ือ
16. ใบความรู้
แนวคดิ
สญั ญาเชา่ ทรพั ย์ เปน็ สญั ญาท่ีเก่ยี วข้องกบั ธุรกิจการพาณชิ น์เปน็ อยา่ งมากอีกสัญญาหน่ึง เนือ่ งจากการนา
ทรพั ย์สินออกให้เชา่ เพื่อหารายได้มกี ารกระทากนั อย่างกว้างขวางและในการประกอบธุรกิจใด ๆ ผ้ปู ระกอบการจานวนหนง่ึ ก็ได้
เช่าอาคารสถานท่ตี ลอดจนทรัพย์สนิ อ่ืน ๆ มาใชใ้ นกิจการโดยท่ัวไปเช่นกนั ดงั น้นั หลกั เกณฑก์ ารทาสัญญาเช่าทรัพยก์ ็ดสี ิทธิหนา้ ท่ี
ของคู่สัญญาก็ดี ตลอดจนความระงบั ของสัญญาเช่าทรพั ยจ์ ึงเปน็ เร่าองทีผ่ เู้ รียนควรทาความเขา้ ใจ เพือ่ ใหส้ ามารถนาไปใชใ้ น
ชวี ิตประจาวันได้ตอ่ ไป สาหรบั สัญญาเช่าซอ้ื เปน็ สญั ญาเชา่ ทรัพยผ์ นวกกบั คาม่ันวา่ จะขายจึงมีการนาไปใชก้ ับการขายสนิ ค้าเงนิ
ผ่อน เพราะผขู้ ายมีความมั่นใจมากกว่าสญั ญาขายเงนิ ผ่อนเนือ่ งจากตราบใดทผี่ เู้ ช่าซื้อยังผ่อนชาระราคาไม่ครบกรรมสิทธิใ์ น
ทรัพย์สนิ กย็ ังไมโ่ อนไปยง้ั ผเู้ ช่าซือ้ นอกจากน้ียังมีกฎเกณฑ์ที่ผู้ให้เชา่ ซื้อจะบอกเลิกสัญญาไดใ้ นกรณีใดอยา่ งชัดเจน การทาสัญญา
เชา่ ซือ้ ไม่วา่ จะเป็นทรัพย์สนิ อะไรจะต้องทาเป็นหนังสอื และเม่ือเชา่ ซ้ือชาระเงินครบถว้ นกรรมสิทธจิ์ ะโอนไปยังผเู้ ช่าซ้ือทันที แต่ถ้า
เป็นทรัพยส์ ินทีเ่ ม่ือทาการซ้ือขายจะต้องทาเปน็ หนังสอื และจดทะเบยี นตอ่ พนักงานเจา้ หนา้ ที่ เมื่อชาระเงินครบแล้วก็จะต้องไปทา
เป็นหนงั สอื และจดทะเบยี นต่อพนักงานเจ้าหนา้ ทีเ่ ชน่ กนั ไดแ้ ก่ อสงั หาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ทด่ี นิ และสังหารมิ ทรัพย์ชนิดพิเศษ
เชน่ เรือมรี ะวาง 5 ตันขน้ึ ไป เรอื นแพ เปน็ ตน้
เน้อื หาสาระการเรียนรู้
หน่วยท่ี 3 สญั ญาเชา่ ทรัพย์ และสัญญาเชา่ ซื้อ ประกอบไปด้วยหวั ข้อหรือเนื้อหาสาระการเรียนรใู้ นเรือ่ งต่อไปน้ี
1 ความหมายและลักษณะของสญั ญาเช่าทรพั ย์
2 บุคคลผมู้ อี านาจใหเ้ ช่าทรัพย์สนิ
3 วัตถุแหง่ สญั ญาในการเช่าทรัพย์และหลักเกณฑ์การทาสัญญาเช่าทรัพย์
4 ค่าฤชาธรรมเนยี มในการทาสญั ญาเช่า
5 สัญญาตา่ งตอบแทนพิเศษย่ิงกว่าสัญญาเช่าธรรมดา
6 คามั่นจะให้เช่า
7 บคุ คลหลายคนเรยี กเอาทรัพย์สินเดียวกันโดยอาศยั มูลสัญญาเช่าตา่ งราย
8 การใหเ้ ชา่ ชว่ งและการโอนสทิ ธิการเชา่
9 หนา้ ทแ่ี ละความรับผดิ ขอบของผูใ้ หเ้ ช่า
10 หนา้ ทีแ่ ละความรับผดิ ชอบของผ้เู ชา่
11 อายคุ วามสญั ญาเช่าทรัพย์
4.12 ความระงับแหง่ สัญญาเช่าทรัพย์
4.13 ความหมายและลักษณะของสัญญาเชา่ ซ้ือ
4.14 สิทธแิ ละหน้าท่ีของผ้ใู ห้เช่าซื้อและผู้เช่าซ้ือ
4.15 ความระงับแหง่ สญั ญาเชา่ ซอื้
4.16 อายคุ วามสัญญาเชา่ ซ้ือ
4.17 เปรียบเทยี บสญั ญาเช่าซื้อกบั สัญญาเชา่ ทรัพย์
4.18 เปรียบเทียบสัญญาเชา่ ซื้อกบั สญั ญาซ้ือขายเงินผ่อน
17. ใบงาน
หน่วยการสอนท่ี 3
ช่ือหน่วยการสอน สัญญาเช่าทรพั ย์ และสญั ญาเชา่ ซือ้
จดุ ประสงค์ เพ่ือ
1. สร้างความรูค้ วามจาใหก้ บั ผู้เรยี น
2. เพ่มิ การฝึกปฏบิ ตั ิแก่ผูเ้ รยี น
3. สร้างความรบั ผิดชอบ ความอดทน ความสนใจใฝเ่ รียนรู้
ลาดับกจิ กรรม/ลาดับการปฏิบัติ
1. ผเู้ รียนศกึ ษาเน้อื หาจากใบความรู้
2. ผูเ้ รยี นศึกษาหาความรู้จากตาราเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 สัญญาเชา่ ทรัพย์ และสญั ญาเชา่ ซอ้ื
20001-1003 สานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์
3. หรอื ครูผสู้ อนบรรยายความรู้ เร่อื ง สญั ญาเชา่ ทรัพย์ และสญั ญาเชา่ ซือ้
4. จัดทาใบงานตามทีม่ อบหมาย (กาหนดเวลาจัดทา 50 นาที)
5. ส่งงานใบงานทม่ี อบหมายกอ่ นหมดเวลาเรยี น (10 นาที หรอื เป็นการบ้าน)
เกณฑ์การพจิ ารณา
1. ส่งงานตรงเวลานดั หมาย
2. จัดทาครบทุกข้อทีก่ าหนด
3. ทางานเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย
ใบงานที่ 1.1
เร่ือง สญั ญาเช่าทรพั ยส์ ิน
ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี น เกย่ี วกบั การทาสญั ญาเชา่ ทรพั ยส์ นิ 1 อยา่ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ใบงานที่ 1.2
เรอื่ ง สัญญาเช่าซอ้ื
ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี นเกย่ี วกบั สญั ญาเชา่ ซอ้ื สนิ ทรพั ยม์ าหน่งึ อยา่ ง 1 เช่น เช่าซอ้ื รถยนต์ จกั รยานยนต์
.......................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
เฉลยใบงานท่ี 1 - 2
(ดลุ พนิ ิจผูส้ อน)
แบบสรุปคะแนน
ชุดท่ี 1
รายวชิ า สญั ญาเชา่ ทรัพย์ และสัญญาเช่าซือ้
คะแนน กจิ กรรมท่ี ใบงานท่ี แบบทดสอบ แบบทดสอบ คะแนน
ก่อนเรยี น หลงั เรียน ระหว่าง
123 1 เรยี น
คะแนนเต็ม ✓ ✓ 5 10 10 15
คะแนนทีไ่ ด้
คิดเปน็ ร้อยละ = ไมผ่ ่านกิจกรรม
หมายเหตุ : ✓ = ผา่ นกจิ กรรม
(ลงชื่อ) ....................................... ผ้ปู ระเมิน
(นายวิจิตร พลเศษ)
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครชู านาญการ
เกณฑ์การประเมินแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลังเรยี น
ระดบั คณุ ภาพ หมายถงึ ดี
ระดับ 4 9 - 10 คะแนน หมายถงึ ปานกลาง
ระดบั 3 7 - 8 คะแนน หมายถึง พอใช้
ระดบั 2 5 - 6 คะแนน
19. แบบฝกึ หดั
กฎหมายพาณิชย์
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หน่วยที่ 3
ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. สัญญาเช่าทรัพย์ คือ
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
2. ใหอ้ ธบิ ายหลักเกณฑก์ ารทาสญั ญาเชา่ ทรพั ย์ โดยตอบแยกตามประเภทของทรัพย์
ตอบ.................................................................................................................................................... .......
3. ผู้เชา่ ทรัพย์จะนาทรัพยส์ นิ ทเ่ี ชา่ ไปจาหนา่ ย ให้หรือแลกเปลี่ยนกบั ทรพั ย์ผู้อ่ืนไดห้ รือไม่เพราะเหตุใด
ตอบ............................................................................................................................................... ............
4. การเชา่ ชว่ งคอื อะไร ปกติแล้วผเู้ ช่าจะทาสญั ญาให้เช่าชว่ งไดห้ รอื ไม่
ตอบ...........................................................................................................................................................
5. กรณีผใู้ ห้เช่าตาย สญั ญาเช่าทรพั ย์จะระงบั หรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ............................................................................... ............................................................................
6. โสภติ เช่าบา้ นจากโสภา มีกาหนดเวลาเช่า 5 ปี โดยตกลงเพยี งด้วยวาจา ดงั นส้ี ัญญาเช่าจะมีผลบังคับไดห้ รือไม่ เพียงใด
ตอบ...........................................................................................................................................................
7. ดาเช่าบ้านแดงเพื่ออยอู่ าศัย ต่อมาดาถงึ แก่กรรม เขียวภรรยาของดาก็พรอ้ มจะชาระค่าเชา่ ตอ่ ไป และเดมิ ดาก็ไมเ่ คยคา้ งคา่ เชา่
ถามวา่ แดงจะปฏิเสธไม่ให้เชา่ ไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
8. ก ตกลงเชา่ ตกึ แถวของ ข เป็นเวลา 9 ปี โดยทาหนังสอื สัญญาเช่ากนั เองเปน็ 3 ฉบับ ๆ ละ 3 ปี ดังนี้ สญั ญาเช่าจะมีผลบังคับ
กนั ได้กปี่ ี จงอธิบาย
ตอบ................................................................................................................... ........................................
9. ใหอ้ ธิบายอายุความที่ผใู้ หเ้ ช่าจะฟ้องผเู้ ชา่ มา 2 กรณี
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
10. สญั ญาเชา่ ซ้อื คือ
ตอบ...........................................................................................................................................................
11. ให้อธบิ ายแบบของสญั ญาเชา่ ซอ้ื ว่าทาอยา่ งไร
ตอบ...........................................................................................................................................................
12. ใหบ้ อกสทิ ธขิ องผู้ให้เชา่ ซื้อมา 3 ประการ
ตอบ...........................................................................................................................................................
13. ใหบ้ อกสทิ ธิของผูเ้ ช่าซื้อมา 2 ประการ
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
14. นายพรศักดไิ์ ด้ทาสญั ญาเชา่ ซ้อื บา้ นพร้อมท่ดี นิ จากนายสุวรรณ เมื่อผ่อนส่งครบถว้ นตามสัญญาแล้วกรรมสิทธใ์ิ นบ้านพร้อม
ทด่ี นิ จะตกเปน็ ของนายพรศักด์เิ ม่อื ใด
ตอบ...........................................................................................................................................................
15. นางสมยั ทาสญั ญาเช่าซ้ือรถยนตจ์ ากบรษิ ัท ค้ารถ จากัด ถามว่ากฎหมายได้กาหนดหลกั เกณฑ์ที่ผู้ใหเ้ ช่าซื้อจะบอกเลิกสญั ญา
เพราะเหตุผเู้ ชา่ ซ้ือผดิ นัดไม่ชาระค่างวดไวอ้ ย่างไร
ตอบ............................................................................................................ ...............................................
เฉลยแบบฝึกหดั
กฎหมายพาณิชย์
แบบประเมินผลการเรียนรู้ หน่วยท่ี 3
ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามต่อไปนี้
1. สัญญาเชา่ ทรัพย์ คือ สญั ญาซง่ึ บคุ คลคนหนงึ่ เรยี กว่าผใู้ ห้เชา่ ตกลงให้บุคคลอกี คนหนงึ่ เรยี กว่าผูเ้ ช่า ไดใ้ ชห้ รอื ได้รบั ประโยชนใ์ น
ทรพั ย์สนิ อยา่ งใดอย่างหนง่ึ ชวั่ ระยะเวลาอนั มจี ากดั และผ้เู ชา่ ตกลงจะใหค้ ่าเชา่ เพอื่ การนน้ั
2. ให้อธิบายหลักเกณฑ์การทาสัญญาเชา่ ทรพั ย์ โดยตอบแยกตามประเภทของทรัพย์
(1) เช่าสงั หาริมทรัพย์ เพยี งตกลงด้วยวาจาสัญญาเช่ากส็ มบรู ณ์สามารถฟอ้ งร้องคดบี งั คับกนั ได้ แต่ถ้าทาหลักฐานการเช่า
เป็นหนงั สอื ลงลายมือชือ่ คูส่ ญั ญา และเกบ็ สัญญาไว้ฝ่ายละฉบับก็ย่อมดกี ว่าตกลงด้วยวาจาเพียงอยา่ งเดียว
(2) เชา่ อสังหาริมทรพั ย์ กฎหมายกาหนดให้ทาหลักฐานการเช่าไวด้ ้วย ดังน้ี
2.1 เชา่ ไมเ่ กิน 3 ปี จะต้องมีหลักฐานเป็นหนงั สอื อย่างใดอยา่ งหนึ่งลงลายมอื ชื่อฝา่ ยทตี่ ้องรับผดิ เปน็ สาคัญ มเิ ชน่ น้ันจะ
ฟอ้ งร้องบังคับคดีไม่ได้
2.2 เชา่ เกนิ 3 ปี หรอื ตลอดอายุของผู้เช่าหรอื ผู้ให้เช่า กฎหมายกาหนดใหต้ ้องทาเป็นหนังสอื และจดทะเบยี นต่อพนกั งาน
เจ้าหน้าที่ หากทาหลักฐานการเช่ากนั เองจะบังคับตามสัญญาเชา่ ไดเ้ พียง 3 ปีเทา่ นนั้ ยกเวน้ เป็นการเชา่ ทน่ี าจะมีกาหนดคราวละ
6 ปี เสมอแมเ้ ป็นการเชา่ ด้วยวาจาก็ตาม ทงั้ น้ตี ามพระราชบัญญตั ิการเชา่ ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2524
3. ผู้เชา่ ทรัพยจ์ ะนาทรัพยส์ นิ ทเ่ี ช่าไปจาหน่าย ใหห้ รอื แลกเปลยี่ นกับทรัพย์ผู้อนื่ ได้หรือไม่เพราะเหตุใด
ไม่ได้ เพราะผ้เู ช่าไม่ใช่เจา้ ของทรัพย์ การจาหนา่ ยใหห้ รอื แลกเปลีย่ นเป็นสิทธเิ จ้าของทรัพยเ์ ท่านนั้
4. การเชา่ ชว่ งคอื อะไร ปกติแล้วผเู้ ช่าจะทาสัญญาใหเ้ ช่าช่วงไดห้ รือไม่
การเชา่ ช่วงคอื การทผ่ี ้เู ช่านาทรัพยท์ ตี่ นเชา่ น้นั ไปใหบ้ ุคคลอืน่ เช่าตอ่ อีกช่วงหนงึ่
ปกตแิ ลว้ ผู้เช่าจะทาสัญญาใหเ้ ช่าชว่ งไม่ได้เว้นแตผ่ ใู้ ห้เชา่ จะยนิ ยอม
5. กรณีผ้ใู ห้เช่าตาย สัญญาเช่าทรัพยจ์ ะระงบั หรือไม่ เพราะเหตุใด
กรณผี ใู้ ห้เช่าตาย สัญญาเชา่ ทรพั ยจ์ ะไม่ระงบั เพราะการใหเ้ ช่าทรัพยเ์ ปน็ สทิ ธแิ ละหนา้ ท่ีจะตกทอดไปยงั ทายาท ทายาทจะ
รับมรดกเปน็ ผใู้ ห้เชา่ ต่อไปจนครบตามสญั ญา
6. โสภติ เชา่ บ้านจากโสภา มีกาหนดเวลาเช่า 5 ปี โดยตกลงเพียงดว้ ยวาจา ดงั นส้ี ญั ญาเช่าจะมผี ลบังคับไดห้ รือไม่ เพยี งใด
สัญญาเชา่ จะใชบ้ ังคับกนั ไม่ได้เพราะเป็นการเชา่ อสงั หารมิ ทรัพยแ์ ตม่ ิไดท้ าหลักฐานการเช่ากนั ไว้
7. ดาเชา่ บา้ นแดงเพื่ออยอู่ าศัย ต่อมาดาถงึ แกก่ รรม เขยี วภรรยาของดาก็พรอ้ มจะชาระค่าเชา่ ตอ่ ไป และเดิมดาก็ไมเ่ คยค้างค่าเชา่
ถามว่าแดงจะปฏเิ สธไมใ่ ห้เช่าได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
แดงปฏิเสธไมใ่ ห้เช่าได้ เพราะสทิ ธิการเชา่ เปน็ สทิ ธเิ ฉพาะตัวของผเู้ ชา่ ไม่อาจตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทได้ เมื่อผ้เู ช่าตาย
สญั ญาเช่าจงึ ระงับ
8. ก ตกลงเช่าตกึ แถวของ ข เปน็ เวลา 9 ปี โดยทาหนงั สอื สัญญาเชา่ กนั เองเป็น 3 ฉบบั ๆ ละ 3 ปี ดังน้ี สญั ญาเช่าจะมีผลบงั คับ
กันได้กี่ปี จงอธิบาย
สญั ญาเช่าจะมผี ลบงั คบั กนั ได้เพียง 3 ปเี ท่านน้ั เพราะเม่ือตกลงแตแ่ รกวา่ เชา่ 9 ปีก็จะต้องจดทะเบียนการเชา่ ต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ มเิ ช่นน้ันจะบงั คับตามสญั ญาเชา่ ได้เพยี ง 3 ปี ตามสัญญาฉบับแรกเท่านัน้
9. ให้อธบิ ายอายุความท่ผี ้ใู ห้เช่าจะฟ้องผูเ้ ชา่ มา 2 กรณี
อายคุ วามกรณผี ู้ใหเ้ ชา่ ฟอ้ งผเู้ ช่า
9.1 ฟอ้ งบังคบั ตามสญั ญาเช่าฟ้องภายใน 6 เดอื น นบั แต่วันสง่ คืนทรัพยส์ ินที่เชา่
9.2 ฟอ้ งเรียกคา่ เช่า มีกาหนดอายุความ 5 ปี แตถ่ ้าผ้ใู หเ้ ช่าเป็นผู้ประกอบธรุ กิจให้เช่าสังหารมิ ทรัพย์การฟอ้ งเรียกคา่ เช่ามี
กาหนดอายุความ 2 ปี
10. สัญญาเช่าซื้อ คือ สญั ญาซ่ึงเจ้าของเอาทรัพย์สนิ ออกให้เชา่ และให้คามั่นวา่ จะขายทรัพยส์ ินนน้ั หรอื วา่ จะให้ทรัพย์สนิ นัน้ ตก
เปน็ สิทธแิ ก่ผ้เู ช่า โดยเง่ือนไขที่ผู้เชา่ ได้ใช้เงนิ เปน็ จานวนเท่านน้ั เทา่ นี้คราว
11. ให้อธิบายแบบของสญั ญาเช่าซอื้ วา่ ทาอยา่ งไร
แบบของสญั ญาเช่าซื้อ คอื การทาเปน็ หนังสอื สัญญาเช่าซอื้ และลงลายมือชอื่ คู่สญั ญาทั้งสองฝ่าย
12. ให้บอกสิทธขิ องผูใ้ ห้เชา่ ซื้อมา 3 ประการ
(1) มีสทิ ธบิ อกเลกิ สัญญาได้ในกรณีผู้เชา่ ซอ้ื ผิดนัดไม่ใชเ่ งินคา่ เชา่ ซือ้ 2 หรือ 3 งวดติด ๆ กัน หรือผเู้ ช่าซ้ือกระทาผดิ
สัญญาในข้อทีเ่ ป็นส่วนสาคัญ
(2) มสี ิทธิริบเงนิ คา่ เชา่ ซอ้ื ทผ่ี ูเ้ ช่าซ้ือได้ใชม้ าแล้วท้ังหมด เม่ือมีการบอกเลิกสญั ญา
(3) มสี ิทธกิ ลบั เข้าครอบครองทรัพย์สนิ ท่ีให้เชา่ ซ้ือ เม่ือมีการบอกเลิกสญั ญา
13. ใหบ้ อกสิทธิของผู้เชา่ ซื้อมา 2 ประการ
(1) มสี ทิ ธิครอบครองและใชป้ ระโยชน์ในทรัพย์สนิ ท่ีเช่าซื้อ
(2) มสี ิทธิบอกเลิกสัญญาเมื่อใดกไ็ ดด้ ้วยการสง่ มอบทรัพยส์ ินกลับคนื ใหแ้ ก่ผู้ใหเ้ ชา่ ซือ้ โดยเสยี คา่ ใช้จา่ ยของตนเอง (มาตรา
573)
14. นายพรศกั ด์ไิ ด้ทาสญั ญาเชา่ ซอ้ื บา้ นพร้อมที่ดนิ จากนายสวุ รรณ เม่อื ผ่อนสง่ ครบถ้วนตามสญั ญาแลว้ กรรมสิทธใ์ิ นบ้านพร้อม
ทดี่ ินจะตกเป็นของนายพรศักด์ิเม่ือใด
บ้านพรอ้ มทด่ี ินจะตกเป็นของนายพรศักด์ผิ ู้เช่าซื้อ เมื่อไดโ้ อนกรรมสทิ ธ์โิ ดยทาเปน็ หนงั สือและจดทะเบยี นตอ่ พนกั งาน
เจ้าหนา้ ท่แี ล้ว
15. นางสมยั ทาสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบรษิ ัท ค้ารถ จากัด ถามวา่ กฎหมายไดก้ าหนดหลักเกณฑท์ ี่ผู้ใหเ้ ชา่ ซ้ือจะบอกเลิกสญั ญา
เพราะเหตุผู้เชา่ ซื้อผิดนัดไมช่ าระค่างวดไว้อยา่ งไร
ผ้ใู หเ้ ชา่ ซอ้ื จะบอกเลิกสญั ญาเพราะเหตผุ ู้ใหเ้ ช่าซ้ือผดิ นัดไม่ชาระคา่ งวด 3 งวดตดิ ต่อกนั ผ้ใู ห้เชา่ ซือ้ จงึ บอกเลิกสญั ญาได้
20. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
20.1 สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้
รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1
ด้านการเตรยี มการสอน
1. จดั หนว่ ยการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้
2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้ังดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจิตพิสยั
3. เตรียมวัสดุ-อปุ กรณ์ สือ่ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรยี นรู้ก่อนเขา้ สอน
ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
4. มีวิธีการนาเขา้ สบู่ ทเรยี นท่ีนา่ สนใจ
5. มกี จิ กรรมท่หี ลากหลาย เพื่อช่วยให้ผ้เู รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จดั กจิ กรรมทส่ี ่งเสริมใหผ้ ูเ้ รยี นค้นควา้ เพื่อหาคาตอบดว้ ยตนเอง
7. นกั เรียนมีสว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
8. จัดกิจกรรมท่เี น้นกระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ )
9. กระตนุ้ ให้ผูเ้ รียนแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรทู้ ่ีเช่ือมโยงกับชีวิตจรงิ โดยนาภมู ิปญั ญา/บูรณาการเข้ามามสี ว่ นร่วม
11. จัดกจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
12. มกี ารเสรมิ แรงเมอ่ื นักเรยี นปฏิบตั ิ หรือตอบถูกตอ้ ง
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น
14. เอาใจใส่ดแู ลผู้เรียน อย่างท่ัวถึง
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทกี่ าหนด
ด้านสอื่ นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใชส้ อ่ื ทีเ่ หมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น
17. ใชส้ ือ่ แหลง่ การเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
สือ่ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นตน้
ด้านการวัดและประเมนิ ผล
18. ผเู้ รยี นมสี ่วนร่วมในการกาหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจิตพสิ ัย
20. ครู ผู้เรยี น ผู้ปกครอง หรือ ผู้ทีเ่ กี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ยย่ี ม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = ปฏบิ ัติพอใช้ รวม
2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ัติ คา่ เฉลี่ย
20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแกป้ ัญหา แนวทางแก้ปญั หา
ปญั หาที่พบ
.................................................................................. ...
ด้านการเตรยี มการสอน .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ด้านการวัดและประเมนิ ผล
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ด้านอ่นื ๆ (โปรดระบเุ ป็นข้อๆ)
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ลงชอื่ ........................................................................ ครผู ู้สอน
(....................................................................)
ตาแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................
บันทกึ หลังการสอน
ผลการใช้แผนการเรยี นรู้
ความเหมาะสมของเวลา
มาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรับปรุง
ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
มาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรบั ปรุง
……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………
ผลการเรียนของผูเ้ รยี น
ความต้ังใจของผเู้ รยี น ปานกลาง พอใช้ ควรปรบั ปรุง
มาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรบั ปรุง
ปานกลาง พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
อุปกรณ์การสอน
มาก ดี
การเรียนรู้ของผูเ้ รียน
มาก ดี
…………………………………………………………………………………………………………………………………….………
การสอนของครู
มาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรับปรุง
กิจกรรมการสอนที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการ
เรียนรู้ ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่ตรงตามแผนการจัดการเรยี นรู้
บนั ทึกเพมิ่ เติม
............................................................................................................................. ................................
………………………………………………
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
ผู้บนั ทกึ การสอน
แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วชิ า 20001-1005 วชิ า กฎหมายพาณชิ ย์
หนว่ ยที่ 4 ช่อื หน่วย สัญญาจ้างแรงงานและสญั ญาจา้ งทาของ
ช่ือเรื่อง สญั ญาจ้างแรงงานและสญั ญาจ้างทาของ จานวน 4 ชั่วโมง สอนครง้ั ท่ี 11-12-13-14
1. สาระสาคญั
สญั ญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาท่เี สรมิ สรา้ งความเจริญเติบโตของธุรกิจการพาณชิ ย์เปน็ อย่างมาก ถ้าปราศจากการ
จ้างแรงงานแลว้ การขยายตัวทางเศรษฐกจิ คงเปน็ ไปได้ยากมาก เพราะจะอาศัยเพียงแรงกายและสตปิ ัญญาของผทู้ เ่ี ป็นเจา้ ของ
กจิ การก็คงจะทาอะไรได้ไม่มาก การทาสญั ญาจา้ งแรงงานก็สะดวกมากเพยี งทาดว้ ยวาจาสญั ญากเ็ กิดขน้ึ แลว้ ดังนน้ั ผเู้ รียนจงึ ควรที่
จะศึกษาเกีย่ กบั สทิ ธหิ นา้ ท่ี และความรบั ผดิ ชอบของนายจ้างและลูกจ้าง และเหตุความระงบั ของสัญญาจ้างแรงงานเพ่ือนาไปใชใ้ น
ชีวติ ประจาวนั สญั ญาจา้ งทาองก็เช่นเดยี วกนั กับสัญญาจา้ งแรงงาน คือเป็นสญั ญาท่ใี ช้ในธุรกจิ การพาณิชย์เปน็ อย่างมาก ผเู้ รยี นจงึ
ควรศกึ ษาลักษณะของสญั ญา สิทธหิ น้าทแ่ี ละความรบั ผิดชอบของผู้วา่ จ้างและผู้รับจ้าง และเหตแุ ห่งความระงบั ของสัญญาจา้ งทา
ของ ทั้งน้คี วรศึกษาในเชิงเปรียบเทยี บกบั สญั ญาจ้างแรงงานดว้ ยเพอ่ื ความเข้าใจท่ีดีย่ิงข้ึน
2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรยี นรู้
1.สามารถตรวจสอบสัญญาการแจ้งงาน และสงิ่ ทเี่ ก่ียวข้องกบั สญั ญาจา้ งงานได้
2.สามารถตรวจสอบสัญญาการจา้ งทาของ และสง่ิ ทเ่ี ก่ียวข้องกับสญั ญาจ้างทาของได้
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป
3.1.1 รแู้ ละเขา้ ใจเกยี่ วกับสัญญาการแจ้งงาน และสิ่งทเี่ ก่ียวขอ้ งกับสญั ญาจา้ งงาน
3.1.2 รู้และเขา้ ใจเก่ยี วกับสัญญาการจา้ งทาของ และสง่ิ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั สัญญาจา้ งทาของ
3.2 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้
1.ความหมายของสญั ญาจ้างแรงงาน
2.หลกั เกณฑ์การทาสัญญาจา้ งแรงงาน
3.สิทธแิ ละหน้าท่ีของนายจ้าง
4.สิทธแิ ละหน้าที่ของลูกจา้ ง
5.ความระงบั แห่งสญั ญาจ้างแรงงาน
6.อายุความเรียกรอ้ งสนิ จ้าง
7.ความหมายของสญั ญาจ้างทาของ
8.หลักเกณฑ์การทาสญั ญาจ้างทาของ
9.สิทธิและหนา้ ทขี่ องผูว้ า่ จ้าง
10.สทิ ธแิ ละหน้าท่ีของผูร้ บั จา้ ง
11.ความระงับแหง่ สญั ญาจ้างทาของ
12.อายุความสัญญาจ้างทาของ
13.ข้อแตกตา่ งระหว่างสญั ญาจา้ งทาของกบั สัญญาจา้ งแรง
ด้านทกั ษะ
1.สามารถตรวจสอบสญั ญาการแจง้ งาน และส่ิงทีเ่ กยี่ วข้องกบั สญั ญาจ้างงานได้
2.สามารถตรวจสอบสญั ญาการจ้างทาของ และสิ่งท่ีเกี่ยวข้องกบั สัญญาจ้างทาของได้
คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์
1. รบั รู้ ตอบสนอง เห็นคณุ ค่า จัดระบบคณุ ค่า และพฒั นาลักษณะมีวินยั ใฝ่เรยี นร้อู ยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการ
ทางานมีจติ สาธารณะ
4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
4.1 ด้านความรู้
1. ความหมายของสญั ญาจา้ งแรงงาน
2. หลกั เกณฑ์การทาสัญญาจ้างแรงงาน
3. สิทธแิ ละหน้าทข่ี องนายจา้ ง
4. สทิ ธิและหนา้ ทขี่ องลกู จ้าง
5. ความระงับแห่งสญั ญาจ้างแรงงาน
6. อายคุ วามเรียกร้องสินจ้าง
7. ความหมายของสัญญาจ้างทาของ
8. หลกั เกณฑ์การทาสัญญาจ้างทาของ
9. สิทธแิ ละหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง
10. สทิ ธิและหน้าทีข่ องผ้รู บั จ้าง
11. ความระงบั แห่งสญั ญาจ้างทาของ
12. อายุความสัญญาจ้างทาของ
13. ขอ้ แตกต่างระหว่างสญั ญาจา้ งทาของกบั สญั ญาจ้างแรง
4.2 ดา้ นทักษะหรือการประยุกต์ใช้
1. สามารถตรวจสอบสัญญาการแจ้งงาน และสง่ิ ที่เกี่ยวข้องกบั สญั ญาจา้ งงานได้
2. สามารถตรวจสอบสัญญาการจา้ งทาของ และสงิ่ ทเ่ี กย่ี วข้องกับสัญญาจา้ งทาของได้
4.3 ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม
1. มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มีความรับผดิ ชอบรับรู้ ตอบสนอง เห็นคุณค่า จัดระบบคุณค่า พฒั นาลกั ษณะนสิ ัย
ดา้ นคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. มงุ่ มัน่ ในการทางาน มจี ิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรยี นรู้ ขนั้ ตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของผู้เรียน
ข้นั ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู
5.1 ผเู้ รยี นเข้าหอ้ งเรยี น
ขั้นเตรยี ม(จานวน 20 นาที) 5.2 ครูผสู้ อนตรวจสอบรายช่ือผเู้ รยี น
5.1 นักเรยี นทาความเคารพครผู ้สู อน 5.3 ผ้เู รยี นรบั ใบความรู้ เรื่อง
5.2 ครผู สู้ อนทกั ทายผู้เรียนและสารวจรายชอ่ื ผู้เรียน
5.3 ครผู ู้สอนแจกใบความรู้ หรอื เตรยี มอปุ กรณ์ สัญญาจา้ งแรงงาน และสัญญาจา้ งทาของ
5.4 รับใบงาน อธิบายการทา
ในการสอนให้พร้อม และใบงาน
5.4 ผู้เรียนใบความรู้ เตรยี มตาราเรยี นและสมดุ
5.5 ผสู้ อนการจัดทาใบงานท่ีมอบหมาย (10 นาที)
ขัน้ การสอน(จานวน....80..........นาที)
5.6 ครูผู้สอนแจกแบบทดสอบกอ่ นเรียน 5.5 ผู้เรียนทดสอบก่อนเรยี น ( 10 นาท)ี
5.7 อธิบายการทาแบบทดสอบก่อนเรียน มีจานวน
10 ข้อ เวลาที่ใช้ 10 นาที (พร้อมส่งครบเวลา)
5.8 ครผู ู้สอนใหผ้ ู้เรยี นศกึ ษาใบความรู้ หน่วยเนอื้ หา 5.6 ผู้เรียนศกึ ษาตาราเรยี นหนว่ ยเนื้อหา ใบความรู้
ตาราเรียน สัญญาจา้ งแรงงาน และสญั ญาจา้ งทาของ
5.9 ครผู สู้ อน ตงั้ คาถามเกี่ยวกับ การวางแผนฯและ 5.7 ผเู้ รยี นร่วมตอบคาถาม
(ผ้เู รียนตอบคาถาม) 5.8 ผเู้ รยี นรบั ฟังการบรรยาย เกย่ี วกบั เนือ้ หา
5.10 ครผู ูส้ อน อธิบายเน้ือหา ใบความรู้ เนื้อหาใน สัญญาจ้างแรงงาน และสญั ญาจา้ งทาของ
หน่วยการเรยี นรู้ (เวลา 30 นาท)ี 5.9 ผ้เู รยี นจดั ทาใบงานที่มอบหมาย ( 40 นาท)ี
5.11 ครผู ู้สอนมอบหมายการทาใบงาน แบบฝึกหัด
(เวลา 40 นาที)
ขน้ั สรุป (จานวน 20 นาที) 5.10 ผเู้ รยี นรว่ มสรปุ เน้ือหา ใบความรู้ เนื้อหาหน่วย
5.12 ครูผ้สู อนและผ้เู รยี นสรุปเน้ือหา หวั ขอ้ การเรียนรู้ ตาราเรยี น
สญั ญาจา้ งแรงงาน และสญั ญาจ้างทาของ
5.13 ครูผสู้ อนแจกแบบทดสอบหลงั เรยี น หัวข้อ 5.11 ผ้เู รยี นจัดทาแบบทดสอบหลงั เรยี น 10 ข้อ
(เวลา 10 นาที)
การวางแผนเป้าหมายชีวติ ด้วยวงจรคุณภาพ
10 ข้อ (10 นาท)ี 5.12 มอบหมายงาน การจัดทารายงาน รายบคุ คล
รายกลุ่ม 3-5 คน รายงานหน้าชนั้ เรยี น
เวลา 60 นาที (ถ้ามีในคร้งั ที่ 2 ในการสอน)
6. สอ่ื การสอน
สื่อสิ่งพิมพ์
1. ตาราเรียน หนงั สอื ประกอบการเรียนการสอนวชิ า กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลิศเกยี รติวทิ ยา
สานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์ สานกั พมิ พ์ สอศ. อ.จิโรจ
2. เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้
ส่ือโสตทัศน์ (ถา้ มี)
1. power point กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 เรอ่ื ง สญั ญาจา้ งแรงงาน และสญั ญาจา้ งทาของ
2. VDO สือ่ การสอน ประจาวชิ า กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลศิ เกียรตวิ ทิ ยา สานักพิมพ์เอมพนั ธ์
สานักพิมพ์ สอศ. อ.จโิ รจ
3. ...................................................................................................
หนุ่ จาลองหรอื ของจรงิ (ถ้ามี)
1. ............................................................................................................................. ......
เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
1. แบบทดสอบก่อนเรียน
2. ใบความรู้
4. ใบงาน (ใบมอบหมายงาน ถ้ามี)
3. แบบทดสอบหลังเรยี น
แหลง่ เรียนรู้
เรียนรู้
1. หอ้ งสมุดวทิ ยาลยั การอาชพี สวา่ งแดนดนิ (ตาราเรียน)
2. ห้องอินเทอร์เน็ตวทิ ยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดิน การสืบคน้ ข้อมลู
3. Google แหล่งเรียนรอู้ อนไลน์ จากโทรศัพทม์ ือถือ
การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กับวิชาอ่ืน
1. วิชาภาษาไทย การอา่ นและทาความเข้าใจในเนื้อหาหน่วยการเรยี นรู้ ใบความรู้ ตคี วาม
2. วชิ าสังคมศึกษา การอยู่ในสงั คม การคบเพ่ือน
3. วิชาภาษาองั กฤษ เร่ืองศัพท์เฉพาะในหน่วยการเรยี นการสอน
8. งานท่ีมอบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
1. จัดเตรยี มหอ้ งเรยี นใหเ้ รียบรอ้ ยเปน็ ระเบียบ รักษาความสะอาด (แบ่งเวร)
2. จัดเตรยี มอุปกรณ์การเรยี นให้พรอ้ ม ก่อนการเรยี นการสอน
3. จดั ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น และสง่ ตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน
8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเน้ือหาการเรียนรู้ประจาหน่วยการเรียนรู้ ใบความรู้
2. ตง้ั ใจเรียน ฟงั ครูผู้สอนอธบิ าย และตอบคาถามขณะเรยี นในขอ้ สงสยั
3. จัดทาใบงานทม่ี อบหมายตามกาหนดเวลาสง่ ที่กาหนดไว้
4. จัดทาแบบทดสอบหลงั เรียน และสง่ ตามกาหนดเวลา 10 ข้อ 10 นาที 10 คะแนน
5. ปฏบิ ตั ติ นในการเรียนรอู้ ย่างเหมาะสมในชน้ั เรียน
8.3 หลังเรียน
1. การศึกษาเนื้อหาก่อนลว่ งหนา้
2. มอบหมายงานแบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรยี นรู้ ใบงาน
3. ส่งงานท่ีมอบหมาย
9. ผลงาน/ช้นิ งาน ทเี่ กดิ จากการเรียนรู้ของผเู้ รียน
1. ใบงานทม่ี อบหมาย
2. สมุดในการทาแบบฝึกหดั แบบฝกึ ปฏบิ ัติทา้ ยหน่วย
3. สรปุ ผลการทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
4. สรปุ ผลการส่งงานที่มอบหมาย
10. เอกสารอ้างองิ
1. บันทกึ การสอนของครู
2. ใบเชค็ รายช่ือ
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. ใบความรู้ เนอ้ื งานในหนงั สือเรยี น
5. แบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน
11. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั รายวชิ าอนื่
1. รายวิชาภาษาไทย เพอื่ อ่าน ฟัง พูด เขียน และตคี วามหมาย แปลความหมาย
2. รายวชิ าสังคมศึกษา สงั คมไทย เพ่ือการอยู่ร่วมกนั ในสังคม ในห้องเรยี น
3. รายวชิ าภาษาองั กฤษ ท่ีมีภาษาอังกฤษในหน่วยการเรียนการสอน
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน
12.1 ก่อนเรียน
12.1.1 การประเมินการตรวจสอบรายช่อื ผูเ้ ขา้ เรียนในชวั่ โมง (ด้านจติ พสิ ยั )
12.1.2 การประเมินการเตรยี มความพร้อมในการเรียนของผเู้ รยี น อปุ กรณก์ ารเรยี น ตาราเรยี น
สมุด ปากกา ไมบ้ รรทดั
12.1.3 การประเมนิ การทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เวลา 10 นาที 10 ข้อ 10 คะแนน
12.2 ขณะเรยี น
12.2.1 การประเมินการมีส่วนรว่ มในการเรยี นการสอน การตอบ-ถาม (แบบประเมิน
พฤติกรรม)
12.2.2 การประเมินการสนใจใฝเ่ รียนรู้ การปฏิบัตติ น ขณะเรยี น การทาแบบฝึกหดั ใบงาน
(แบบประเมินพฤตกิ รรม)
12.2.3 การประเมินดว้ ยการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เวลา 10 นาที 10 ขอ้ 10 คะแนน
12.3 หลังเรียน
12.3.1 การประเมินผลการเรียนรูแ้ ละสรปุ ผลการเรียนรู้ แบบประเมนิ ผล
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี นร้อยละ 50 หลังเรยี นร้อยละ 70
12.3.2 เมอื่ ไมผ่ ่านเกณฑท์ ่ีกาหนดใหม้ ีการปรบั ปรุงแก้ไขต่อไปและสอบซ่อมเสริม
12.3.3 มกี ารมอบหมายงาน ศึกษาเนื้อหาในหนว่ ยการเรียนถดั ไป และใบความรู้ (ถา้ มี)
12.3.4 มอบหมายงานศึกษาเน้ือหาเพ่ิมเตมิ โดยการจดั ทารายงานกลมุ่ หรอื รายบุคคคล
13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 ………………………………………………………………………………....................................………
1. วิธกี ารประเมิน :ีีีีี……………………………………………………...........................…………….
2. เคร่อื งการประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...............
จุดประสงค์ข้อที่ 2 ……………………………………………………………………………………….....................................
1. วธิ กี ารประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
2. เครื่องการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
4. เกณฑ์การผา่ น :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 15 แบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการสอนท่ี 4 ชื่อหน่วยการสอน สัญญาจา้ งแรงงาน และสญั ญาจ้างทาของ
วัตถปุ ระสงค์ เพื่อ ทดสอบความรู้เบือ้ งต้นของผเู้ รยี น ก่อนการเรียนการสอน
ขอ้ คาถาม
แบบทดสอบก่อน/หลังเรยี น
จงเลือกคาตอบที่ถกู ต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ตามกฎหมายแรงงานบคุ คลทจี่ ะเปน็ ลูกจ้างไดจ้ ะต้องมอี ายุเทา่ ไรเป็นอยา่ งน้อย
ก. 13 ปี
ข. 14 ปี
ค. 15 ปี
ง. 16 ปี
จ. 17 ปี
2. ตามกฎหมายแรงงานบคุ คลท่เี ป็นลกู จา้ งท่ีมใิ ชเ่ ปน็ แรงงานเดก็ จะต้องมีอายุอย่างน้อยเทา่ ไร (นับปบี รบิ ูรณ)์
ก. 16 ปี
ข. 17 ปี
ค. 18 ปี
ง. 19 ปี
จ. 20 ปี
3. ขอ้ ใดมิใชล่ ักษณะของสญั ญาจา้ งแรงงาน
ก. ไม่มุ่งผลสาเร็จของงานเปน็ สาคญั
ข. คานงึ ถงึ คุณสมบัติของคู่กรณีเป็นสาคัญ
ค. เปน็ สญั ญาต่างตอบแทน
ง. มีหลกั ฐานการจ้างเปน็ หนงั สอื หรือไม่ก็ได้
จ. ตอ้ งทาสัญญาจ้างเป็นหนงั สอื และจดทะเบยี นต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี
4. นายจา้ งจะตอ้ งร่วมผิดกบั ลูกจา่ งต่อบคุ คลภายนอกในเร่ืองใดซง่ึ ลกู จา้ งได้กระทาไปในทางการทจี่ ้าง
ก. นิตกิ รรม
ข. สัญญา
ค. จดั การงานนอกสง่ั
ง. ละเมิด
จ. ลาภมิควรได้
5. สญั ญาจา้ งในข้อใดเป็นสัญญาจา้ งแรงงาน
ก. จ้างนายหนา้ ใหข้ ายที่ดนิ โดยใหค้ า่ นายหนา้
ข. จ้างช่างตดั เส้อื ให้ตดั เสื้อ 1 ตัว
ค. จา้ งชา่ งซอ่ มนาฬิกาตกลงค่าจ้าง 300 บาท
ง. จ้างนักแต่งเพลงใหค้ า่ แตง่ เพลงละ 3,000 บาท
จ. จา้ งชา่ งสร้างบา้ นตกลงคา่ จา้ งวนั ละ 500 บาท
6. หากลกู จ้างจาเป็นจะต้องใช้สทิ ธิทางศาลเรียกร้องเอาคา่ จ้างจากนายจ้าง จะตอ้ งฟ้องศาลภายในกาหนดอายุความเท่าไร
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 3 ปี
ง. 5 ปี
จ. 10 ปี
7. สัญญาจ้างทาของสมบูรณ์แลว้ เม่อื ใด
ก. ผวู้ า่ จ้างและผู้รับจา้ งตกลงกนั แล้ว
ข. ไดท้ าหลักฐานเปน็ หนังสือแล้ว
ค. ได้ทาเป็นหนังสือแล้ว
ง. ไดม้ กี ารวางมัดจาแลว้
จ. ไดจ้ ดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าท่แี ล้ว
8. ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะของสญั ญาจา้ งทาของ
ก. เปน็ สัญญาไม่ต่างตอบแทน
ข. เปน็ สัญญาทม่ี งุ่ ผลสาเรจ็ ของงาน
ค. ผูว้ า่ จ้างตายสัญญาจ้างระงับ
ง. คณุ สมบตั ขิ องคู่กรณีไมส่ าคัญเลย
จ. ผู้วา่ จ้างตอ้ งรับผิดในการทาละเมดิ ของผรู้ บั จ้างเสมอ
9. นายประสทิ ธ์จิ ้างนายประสงค์กอ่ สรา้ งอาคาร 1 หลงั สรา้ งเสร็จส่งมอบเม่ือวันท่ี 14 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2554 ตอ่ มานายประสทิ ธ์ิ
ได้พบรอยรา้ วท่คี านหลายแห่ง เม่อื วันท่ี 20 ตลุ าคม พ.ศ. 2554 แต่นายประสงค์ไมร่ ับผิดชอบ ดงั นั้นนายประสิทธติ์ อ้ งฟอ้ งนาย
ประสงค์ภายในกาหนดในข้อใด
ก. 14 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2555
ข. 14 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2556
ค. 20 ตลุ าคม พ.ศ. 2555
ง. 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556
จ. 1 มกราคม พ.ศ. 2557
10. ขอ้ ใดเปน็ สิทธิของผู้ว่าจ้าง
ก. สงั่ ใหผ้ ูร้ บั จ้างทางานตามท่ีตนตอ้ งการแม้ไม่ถูกหลกั การ
ข. กาหนดขนั้ ตอนการทางานใหผ้ ูร้ ับจ้างปฏิบตั ิ
ค. รบั ผิดในความชารุดบกพร่องของงาน
ง. ยึดหนว่ งสินจ้างเมื่อผ้รู บั จา้ งสง่ มอบงานช้ากว่าทต่ี กลงกนั
จ. ทาร้ายรา่ งการผู้รับจา้ งได้ถ้าทางานไมด่ ี
กระดาษคาตอบ ก่อนเรียน – หลงั เรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
หนว่ ยท่ี 4 เรอื่ ง สญั ญาจา้ งแรงงาน และสญั ญาจ้างทาของ
กอ่ นเรียน จ หลงั เรยี น
ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง จ
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
รวมคะแนน กอ่ นเรยี น รวมคะแนน หลงั เรียน
ช่อื -สกลุ ...........................................................แผนก/ห้อง............เลขท่ี..............
วิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
หน่วยท่ี 4 เร่ือง สัญญาจ้างแรงงาน และสญั ญาจ้างทาของ
กอ่ นเรยี น หลังเรียน
ขอ้ ก ข ค ง จ ขอ้ ก ข ค ง จ
1x 1
2x 2
3x 3
4x 4
5x 5
6x 6
7x 7
8x 8
9x 9
10 x 10
รวมคะแนน ก่อนเรียน 10 รวมคะแนน หลงั เรยี น 10
ช่อื -สกุล...........................................................ผู้สอน/ผ้ตู รวจ
(นายวจิ ติ ร พลเศษ)
16. ใบความรู้ หนว่ ยการสอนที่ 4
ชอ่ื หน่วยการสอน สญั ญาจา้ งแรงงานและสญั ญาจ้างทาของ
ชือ่ หัวข้อเร่ือง ความรเู้ ก่ยี วกบั บุคคล นิตกิ รรม สัญญา หนี้
แนวคิด
สัญญาจา้ งแรงงานเป็นสัญญาทเ่ี สรมิ สรา้ งความเจรญิ เติบโตของธรุ กิจการพาณชิ ย์เปน็ อย่างมาก ถ้าปราศจากการ
จา้ งแรงงานแลว้ การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ คงเป็นไปได้ยากมาก เพราะจะอาศัยเพยี งแรงกายและสติปัญญาของผูท้ ่ีเป็นเจา้ ของ
กิจการก็คงจะทาอะไรได้ไม่มาก การทาสญั ญาจ้างแรงงานก็สะดวกมากเพียงทาด้วยวาจาสญั ญากเ็ กิดขนึ้ แล้ว ดังนั้นผู้เรียนจงึ ควรที่
จะศกึ ษาเกี่ยกับสทิ ธิหน้าที่ และความรับผดิ ชอบของนายจ้างและลูกจา้ ง และเหตุความระงบั ของสัญญาจ้างแรงงานเพื่อนาไปใช้ใน
ชีวติ ประจาวัน สญั ญาจ้างทาองก็เช่นเดียวกันกบั สญั ญาจ้างแรงงาน คือเป็นสัญญาที่ใช้ในธรุ กจิ การพาณิชย์เป็นอยา่ งมาก ผู้เรียนจงึ
ควรศกึ ษาลักษณะของสญั ญา สิทธหิ น้าทแี่ ละความรับผิดชอบของผวู้ ่าจ้างและผ้รู บั จา้ ง และเหตุแห่งความระงับของสัญญาจ้างทา
ของ ท้ังนีค้ วรศึกษาในเชิงเปรียบเทยี บกับสญั ญาจ้างแรงงานด้วยเพ่อื ความเข้าใจทีด่ ียงิ่ ข้ึน
เนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี 4 สัญญาจ้างแรงงาน และสัญญาจา้ งทาของ ประกอบไปด้วยหวั ขอ้ หรือเนื้อหาสาระการเรยี นรใู้ นเรื่องต่อไปนี้
1 ความหมายของสญั ญาจา้ งแรงงาน
2 หลกั เกณฑ์การทาสญั ญาจา้ งแรงงาน
3 สิทธิและหน้าท่ีของนายจา้ ง
4 สทิ ธิและหน้าทีข่ องลูกจ้าง
5 ความระงบั แหง่ สัญญาจ้างแรงงาน
6 อายุความเรียกร้องสนิ จ้าง
7 ความหมายของสัญญาจ้างทาของ
8 หลักเกณฑ์การทาสัญญาจา้ งทาของ
9 สิทธแิ ละหนา้ ท่ีของผูว้ า่ จ้าง
10 สิทธแิ ละหน้าที่ของผู้รับจ้าง
11 ความระงบั แหง่ สัญญาจ้างทาของ
12 อายุความสัญญาจา้ งทาของ
13 ข้อแตกต่างระหวา่ งสัญญาจ้างทาของกบั สัญญาจ้างแรง
17. ใบงาน
หน่วยการสอนท่ี 4
ชอื่ หน่วยการสอน สัญญาจ้างแรงงาน และสัญญาจา้ งทาของ
จุดประสงค์ เพ่ือ
1. สร้างความร้คู วามจาใหก้ ับผู้เรียน
2. เพม่ิ การฝกึ ปฏบิ ัติแก่ผู้เรียน
3. สร้างความรบั ผดิ ชอบ ความอดทน ความสนใจใฝ่เรียนรู้
ลาดับกิจกรรม/ลาดบั การปฏบิ ัติ
1. ผู้เรียนศกึ ษาเนอื้ หาจากใบความรู้
2. ผเู้ รียนศกึ ษาหาความรู้จากตาราเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 สัญญาจ้างแรงงาน และสัญญาจา้ งทาของ
20001-1003 สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
3. หรือ ครูผู้สอนบรรยายความรู้ เรอ่ื ง สญั ญาจา้ งแรงงาน และสัญญาจา้ งทาของ
4. จัดทาใบงานตามท่ีมอบหมาย (กาหนดเวลาจัดทา 50 นาท)ี
5. ส่งงานใบงานท่มี อบหมายก่อนหมดเวลาเรยี น (10 นาที หรอื เปน็ การบ้าน)
เกณฑก์ ารพจิ ารณา
1. สง่ งานตรงเวลานดั หมาย
2. จัดทาครบทุกข้อท่ีกาหนด
3. ทางานเปน็ ระเบียบเรียบร้อย
ใบงานท่ี 1.1
เร่อื ง สญั ญาจา้ งแรงงาน และสญั ญาจ้างทาของ
ช่ือ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี นรปู แบบของสญั ญาจา้ งแรงงานมา 1 ฉบบั พรอ้ มอธบิ าย
..........................................................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
เฉลยใบงานที่ 1
(ดลุ พนิ ิจผ้สู อน)
แบบสรปุ คะแนน
ชุดท่ี 1
รายวชิ า สญั ญาจ้างแรงงาน และสญั ญาจ้างทาของ
คะแนน กจิ กรรมที่ ใบงานที่ แบบทดสอบ แบบทดสอบ คะแนน
ก่อนเรยี น หลังเรียน ระหว่าง
123 1 เรียน
คะแนนเตม็ ✓ ✓ 5 10 10 15
คะแนนทไี่ ด้
คดิ เปน็ ร้อยละ = ไม่ผา่ นกิจกรรม
หมายเหตุ : ✓ = ผา่ นกิจกรรม
(ลงชอ่ื ) ....................................... ผู้ประเมิน
(นายวิจติ ร พลเศษ)
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครชู านาญการ
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรยี น
ระดบั คุณภาพ หมายถงึ ดี
ระดบั 4 9 - 10 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
ระดบั 3 7 - 8 คะแนน หมายถึง พอใช้
ระดับ 2 5 - 6 คะแนน
19. แบบฝึกหดั
กฎหมายพาณชิ ย์
แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 4
ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. สัญญาจ้างแรงงาน คือ
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
2. ใหอ้ ธบิ ายหลักเกณฑก์ ารทาสัญญาจา้ งแรงงาน
ตอบ...........................................................................................................................................................
3. ใหบ้ อกสิทธิของนายจา้ งมา 3 ประการ
ตอบ............................................................................................................... ............................................
4. ใหบ้ อกสทิ ธิของลูกจ้างมา 5 ประการ
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
5. ใหบ้ อกเหตผุ ลแหง่ ความระงบั ของสัญญาจ้างแรงงานมา 3 กรณี
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
6. นายเอกชยั เป็นลูกจา้ งบริษัทแห่งหนึง่ ถูกนายจ้างคา้ งจา่ ยคา่ จา้ งมาต้ังแตเ่ ดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 เป็นเวลา 1 ปี หลังจากน้นั
ได้จ่ายคา่ จา้ งปัจจุบัน แต่ค่าจ้างเก่ากย็ ังไมไ่ ดจ้ า่ ย นายเอกชัยมาปรกึ ษานักเรียนว่าอยากฟ้องบริษัทนายจ้างเรยี กคา่ จ้างระหวา่ ง
เดอื นกรกฎาคม พ.ศ. 2560-มถิ ุนายน พ.ศ.2 561 นักเรยี นจะใหค้ าปรึกษาวา่ อย่างไร (อ้างหลกั กฎหมายดว้ ย)
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
7. สญั ญาจา้ งทาของ คือ
ตอบ...........................................................................................................................................................
8. ให้อธิบายหลกั เกณฑ์การทาสญั ญาจ้างทาของ
ตอบ................................................................................................... ........................................................
9. ใหอ้ ธิบายสทิ ธขิ องผวู้ ่าจ้างตามสัญญาจา้ งทาของมา 2 ประการ
ตอบ.......................................................................................................................... .................................
10. สมเจตน์ไดว้ ่าจ้างสมหมายสรา้ งบ้าน 1 หลัง ตกลงคา่ ก่อสรา้ งจนบา้ นเสรจ็ เรยี บรอ้ ยเป็นเงนิ 500,000 บาท ต่อมาสมเจตนไ์ ด้
ถึงแก่กรรมก่อนสมหมายจะสรา้ งบ้านเสร็จ ดงั น้สี ญั ญาจา้ งทาของจะระงับลงหรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย
ตอบ........................................................................................................................................... ................
เฉลยแบบฝึกหัด
กฎหมายพาณิชย์
แบบประเมินผลการเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 4
ตอนที่ 1 จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. สญั ญาจา้ งแรงงาน คือ สัญญาซง่ึ บคุ คลคนหน่งึ เรียกว่าลูกจา้ ง ตกลงจะทางานใหแ้ ก่บุคคลอีกคนหนงึ่ เรียกวา่ นายจ้าง และ
นายจ้างตกลงจะใหส้ นิ จ้างตลอดเวลาทท่ี างานให้
2. ให้อธบิ ายหลักเกณฑก์ ารทาสัญญาจา้ งแรงงาน
กฎหมายไม่ได้กาหนดแบบของการทาสญั ญาจ้างแรงงาน หรือหลักฐานในการฟ้องร้องเอาไว้ จึงใช้หลักท่ัวไปกล่าวคือ เมอ่ื
คาเสนอและคาสนองของนายจ้างและลกู จ้างถกู ตอ้ งตรงกนั ก็เกดิ เป็นสญั ญาจ้างแรงงานข้ึนแล้ว
3. ใหบ้ อกสิทธิของนายจา้ งมา 3 ประการ
(1) มสี ิทธเิ รยี กใหล้ ูกจา้ งทางานตามที่ได้ตกลงกนั ไว้ และมสี ิทธอิ อกคาส่ังเก่ียวกบั งานท่จี า้ งให้ทาดว้ ย
(2) มีสทิ ธิโอนสทิ ธ์ิความเป็นนายจา้ งให้แกบ่ ุคคลอื่นไดเ้ มือ่ ลูกจา้ งตกลงยนิ ยอมดว้ ย
(3) มสี ทิ ธิบอกเลกิ สญั ญาจา้ งแรงงานได้ในกรณี
(3.1) ลูกจา้ งไม่ทางานทต่ี กลง หรอื ตามทล่ี กู จ้างไดร้ บั รองวา่ เปน็ ผมู้ ีฝีมือ
(3.2) ลูกจา้ งใหบ้ ุคคลภายนอกทางานแทนตนโดยนายจา้ งมไิ ดต้ กลงยนิ ยอมดว้ ย
(3.3) กรณีสญั ญาจ้างที่ไม่มกี าหนดเวลา โดยนายจา้ งบอกกลา่ วเม่อื ถึงหรือก่อนถงึ กาหนดจา่ ยสินจ้าง เพอ่ื ให้เป็นผลเลกิ
สญั ญาเมือ่ ถึงกาหนดจ่ายสินจา้ งคราวถดั ไป แต่ไม่จาต้องบอกกล่าวล่วงหนา้ กวา่ สามเดือน (เปน็ กรณจี า่ ยสนิ จา้ งครงั้ ละสามเดอื น
หรอื นานกวา่ สามเดือนซึ่งในทางปฏิบตั ิคงไมม่ ีกรณีเช่นนี)้ แตน่ ายจา้ งจะจ่ายสนิ จ้างใหค้ รบจานวนแทนการบอกกลา่ วล่วงหน้าแล้ว
ใหล้ กู จ้างออกจากงานทนั ทีได้
4. ให้บอกสทิ ธิของลกู จ้างมา 5 ประการ
(1) มสี ิทธไิ ด้รบั สินจ้างตลอดเวลาท่ที างานใหน้ ายจา้ ง
(2) มีสิทธใิ ห้บุคคลภายนอกทางานแทนตนได้ถา้ นายจา้ งยนิ ยอม
(3) มสี ิทธิได้รบั ใบสาคัญแสดงผา่ นงานเม่ือสัญญาจ้างสน้ิ สดุ วา่ ไดท้ างานมานานเทา่ ไรและงานที่ทานนั้ เปน็ งานอยา่ งไร
(4) มีสทิ ธิขาดงานได้ชั่วระยะเวลาพอสมควรและมีเหตุอันควร เชน่ อุบัตเิ หตุ เจบ็ ปว่ ยกะทนั หัน เปน็ ตน้
(5) มีสทิ ธิได้รบั ค่าเดินทางกลับถิน่ เดมิ เม่ือสัญญาจ้างสิ้นสุดลง
5. ให้บอกเหตุผลแห่งความระงับของสัญญาจา้ งแรงงานมา 3 กรณี
(1) เมื่อครบกาหนดเวลาตามทไี่ ด้ตกลงกันไว้ในสญั ญา หรืองานท่ีจ้างสาเร็จลง
(2) เม่ือลกู จ้างตายหรอื วกิ ลจรติ เพราะสัญญาจ้างแรงงานเปน็ สัญญาเฉพาะตวั ของบุคคลซึ่งเปน็ ลกู จ้าง
(3) เม่ือนายจ้างตายถ้าสัญญานน้ั มีสาระสาคญั อยู่ท่ตี วั นายจ้างด้วย เช่น จา้ งลูกจ้างใหค้ มุ้ กนั นายจ้างหากนายจา้ งตาย
สญั ญาจา้ งย่อมสนิ้ สดุ ลง
6. นายเอกชยั เปน็ ลูกจ้างบริษัทแหง่ หน่งึ ถูกนายจ้างคา้ งจ่ายค่าจา้ งมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 เปน็ เวลา 1 ปี หลงั จากน้ัน
ไดจ้ ่ายคา่ จา้ งปจั จบุ ัน แต่ค่าจ้างเก่ากย็ ังไมไ่ ดจ้ ่าย นายเอกชัยมาปรกึ ษานักเรียนวา่ อยากฟ้องบริษัทนายจา้ งเรียกค่าจ้างระหวา่ ง
เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560-มิถุนายน พ.ศ.2 561 นกั เรยี นจะให้คาปรึกษาว่าอย่างไร (อา้ งหลกั กฎหมายด้วย)
การใชส้ ทิ ธเิ รียกร้องเขาเอาคา่ จา้ งจากนายจา้ งหากจาเปน็ ต้องใชส้ ิทธิทางศาลตอ้ งฟ้องร้องภายในกาหนดอายุความ 2 ปี
ตามมาตรา 193/34 (8) และ (9) แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ดงั นน้ั จึงแนะนาเอกชยั วา่ ต้องฟอ้ งนายจา้ งภายในกาหนดอายุความ 2 ปี นบั แตเ่ ดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2560 กล่าวคือต้อง
ใชส้ ทิ ธฟิ ้องศาลภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562
7. สัญญาจา้ งทาของ คือ สัญญาซง่ึ บุคคลหนึง่ เรยี กวา่ ผรู้ บั จา้ ง ตกลงรับจะทาการงานสิ่งใดสง่ิ หนงึ่ จนสาเรจ็ ให้แกบ่ ุคคลอกี คนหนง่ึ
เรียกว่า ผวู้ ่าจ้าง และผ้วู า่ จ้างตกลงจะให้สนิ จ้างเพ่ือผลสาเร็จแห่งการทางานนัน้
8. ให้อธิบายหลักเกณฑก์ ารทาสญั ญาจ้างทาของ
กฎหมายไม่ได้กาหนดแบบของทาสัญญาจา้ งทาของหรือหลักฐานในการฟอ้ งเอาไวท้ านองเดยี วกับสญั ญาจา้ งแรงงาน ซึ่ง
ใช้หลกั ท่วั ไปกล่าวคือ เม่ือมีคาเสนอและคาสนองของผ้วู ่าจ้างและผรู้ บั จ้างถกู ต้องตรงกันกเ็ กดิ เป็นสญั ญาจา้ งทาของข้ึนแลว้
อยา่ งไรก็ตามแม้กฎหมายจะไมไ่ ด้กาหนดแบบวธิ กี ารไว้แตใ่ นการทาสัญญาจ้างทาของทีม่ ีวงเงนิ สินจา้ งค่อนข้างมาก เช่น
สญั ญาจา้ งก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน ดัดแปลงต่อเติมรถยนต์ เปน็ ต้น คู่สัญญาสว่ นใหญก่ ็จะทาสัญญาจา้ งกันเป็นลายลักษณ์อักษร
ลงลายมือช่อื กนั ไวท้ ้ังสองฝา่ ยและอาจมพี ยานลงลายมอื ช่ือด้วย ทงั้ นเี้ พอ่ื ความรอบคอบ สบายใจ และปอ้ งกันข้อพิพาทกันได้
ระดับหน่ึง
9. ใหอ้ ธิบายสิทธขิ องผวู้ ่าจา้ งตามสัญญาจา้ งทาของมา 2 ประการ
(1) มสี ทิ ธเิ ข้าตรวจตราการงานท่วี า่ จ้างได้ตลอดเวลาที่ทาอยู่น้ัน แต่ไมม่ สี ิทธอิ อกคาสงั่ หากผวู้ ่าจา้ งสงั่ การอย่างไรแลว้ ผู้
รบั จา้ งปฏิบัตติ ามจนเกดิ ความเสยี หายแก่บคุ คลภายนอกผู้วา่ จา้ งจะต้องร่วมรบั ผิดชอบด้วย
ในการออกคาสง่ั ของผวู้ ่าจ้างนน้ั หากเป็นการสั่งเพ่ือใหแ้ ก้ไขขอ้ บกพร่องของงานผู้ว่าจา้ งมีสิทธสิ งั่ ให้ผู้รับจา้ งแก้ไขได้
(2) มีสทิ ธลิ ดสนิ จ้าง ยึดหน่วงสินจ้าง และไม่จ่ายสินจา้ ง ดงั น้ี
(2.1) มสี ิทธลิ ดสินจา้ ง กลา่ วคือ ถา้ ผู้รบั จ้างสง่ มอบการทาการท่ที าไม่ทันเวลาท่ีกาหนดไว้ในสัญญาหรือถ้าไมไ่ ด้
กาหนดเวลาไวใ้ นสญั ญาเม่ือล่วงพน้ เวลาอนั ควรแกเ่ หตุผวู้ ่าจ้างกช็ อบท่จี ะได้ลดสินจา้ งลง หรือถ้าสาระสาคญั แหง่ สัญญาอยทู่ เี่ วลาก็
ชอบที่จะเลิกสญั ญาได้ เชน่ จา้ งซ่อมรถยนตห์ ากผูร้ ับจา้ งดาเนนิ การลา่ ชา้ มีสทิ ธิลดสนิ จ้างลงได้ แต่ถา้ เป็นการวา่ จา้ งตัดชดุ แต่งงาน
และผ้รู บั จ้างทาเสรจ็ ไมท่ ันวันแตง่ งานผู้ว่าจ้างมีสทิ ธิบอกเลิกสัญญาได้
(2.2) มีสทิ ธยิ ดึ หน่วงสนิ จา้ ง กลา่ วคือ ถา้ ผรู้ บั จา้ งส่งมอบการทท่ี าเน่ินช้าไปหรือส่งมอบการที่ทาชารดุ บกพรอ่ ง ผ้วู ่าจ้าง
ชอบทจ่ี ะยึดหน่วงสินจ้างไวไ้ ด้ เวน้ แต่ผูร้ ับจ้างจะให้ประกนั ตามสมควร ท้ังนี้เพอ่ื เป็นหลกั ประกันให้ผูร้ บั จ้างเร่งดาเนินงานหรือ
แก้ไขผลงานให้ถูกตอ้ งเรียบร้อย
(2.3) มสี ิทธไิ มจ่ า่ ยสินจ้าง กล่าวคือ ถ้าผรู้ ับจา้ งเป็นผู้จัดหาสมั ภาระและการทจ่ี า้ งทานั้นพังทลายหรือบบุ สลายลงก่อนได้
สง่ มอบกันถกู ต้อง และความวินาศนัน้ มิไดเ้ ปน็ เพราะการกระทาของผูว้ า่ จา้ ง ถ้าผู้วา่ จ้างเป็นผู้จดั หาสมั ภาระแต่การทจ่ี ้างทานัน้
พังทลายหรือบุบสลายลงก่อนไดส้ ่งมอบกันถกู ต้อง ความวินาศย่อมตกเปน็ พบั แกผ่ วู้ ่าจา้ งถ้ามไิ ดเ้ กิดเพราะการกระทาของผรู้ ับจ้าง
10. สมเจตนไ์ ดว้ า่ จา้ งสมหมายสร้างบ้าน 1 หลงั ตกลงคา่ ก่อสรา้ งจนบา้ นเสร็จเรยี บร้อยเปน็ เงนิ 500,000 บาท ต่อมาสมเจตนไ์ ด้
ถงึ แก่กรรมก่อนสมหมายจะสร้างบ้านเสร็จ ดังนสี้ ัญญาจ้างทาของจะระงบั ลงหรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธบิ าย
สัญญาจา้ งทาของไมร่ ะงับ เพราะความเป็นผูว้ ่าจ้างเปน็ สิทธิและหนา้ ทตี่ ามสัญญาจะตกทอดเป็นมรดกไปยงั ทายาทของ
สมเจตน์ ผูว้ า่ จา้ งตอ่ ไป
20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
20.1 สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้
รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1
ดา้ นการเตรยี มการสอน
1. จดั หน่วยการเรียนรไู้ ด้สอดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
2. กาหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้งั ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ และด้านจิตพสิ ยั
3. เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนร้กู ่อนเขา้ สอน
ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
4. มีวิธกี ารนาเขา้ สบู่ ทเรยี นที่น่าสนใจ
5. มกี ิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพ่ือช่วยให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกจิ กรรมท่สี ง่ เสริมให้ผเู้ รียนค้นคว้าเพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง
7. นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
8. จัดกิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )
9. กระตนุ้ ใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่เี ช่ือมโยงกบั ชวี ติ จริงโดยนาภมู ิปญั ญา/บรู ณาการเข้ามามีส่วนร่วม
11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม
12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรือตอบถูกตอ้ ง
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น
14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รยี น อย่างทวั่ ถงึ
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทก่ี าหนด
ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใช้สือ่ ท่ีเหมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผูเ้ รยี น
17. ใชส้ ื่อ แหล่งการเรยี นร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เปน็ ต้น
ดา้ นการวัดและประเมินผล
18. ผเู้ รียนมสี ่วนรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั
20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผู้ทเ่ี ก่ยี วข้องมสี ่วนร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบัตดิ เี ยีย่ ม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = ปฏิบัติพอใช้ รวม
2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ คา่ เฉลี่ย
20.2 ปัญหาที่พบ และแนวทางแกป้ ัญหา
ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ัญหา
ด้านการเตรยี มการสอน
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ดา้ นส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรยี นรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ดา้ นการวดั และประเมินผล
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ด้านอื่นๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อๆ)
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
ลงช่อื ........................................................................ ครผู ้สู อน
(....................................................................)
ตาแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................
21. บันทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม
วัน-เดอื น-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตาแหนง่
บันทกึ หลังการสอน
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
ความเหมาะสมของเวลา
มาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรับปรุง
ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
มาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรบั ปรุง
……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………
ผลการเรียนของผูเ้ รยี น
ความต้ังใจของผเู้ รยี น ปานกลาง พอใช้ ควรปรบั ปรุง
มาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรบั ปรุง
ปานกลาง พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
อุปกรณ์การสอน
มาก ดี
การเรียนรู้ของผูเ้ รียน
มาก ดี
…………………………………………………………………………………………………………………………………….………
การสอนของครู
มาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรับปรุง
กิจกรรมการสอนที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการ
เรียนรู้ ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่ตรงตามแผนการจัดการเรยี นรู้
บนั ทึกเพมิ่ เติม
............................................................................................................................. ................................
………………………………………………
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
ผู้บนั ทกึ การสอน
แผนการจดั การเรียนรู้ แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วิชา 20001-1005 วิชา กฎหมายพาณิชย์
หนว่ ยท่ี 5 ชอ่ื หน่วย รบั ขน ฝากทรพั ย์เก็บของในคลงั สินคา้
ชอื่ เรื่อง รับขน ฝากทรพั ยเ์ ก็บของในคลงั สนิ คา้ จานวน 4 ชวั่ โมง สอนคร้ังที่ 15-16-17-18-19-20
1. สาระสาคัญ
สัญญารับขน สัญญาฝากทรพั ย์ และสัญญาเก็บของในคลังสินคา้ ล้วนเปน็ สญั ญาทเ่ี กยี่ วข้องกบั การพาณิชย์
โดยเฉพาะสัญญารบั ขนคนโดยสารจะเกีย่ วช้องกับคนจานวนมากถึงวันละหลายล้านคน สาหรบั สญั ญาฝากทรัพยผ์ รู้ บั ฝากอาจ
ประกอบอาชีพเกยี่ วกับการรับฝากทรัพยห์ รือหากทรัพย์ท่ีฝากเป็นสนิ ค้ากจ็ ะกลายเปน็ สัญญาเก็บของในคลังสินค้า ซ่ึงนบั ว่าเป็น
สัญญาท่ีมีความสาคญั และเป็นประโยชน์แกก่ ารศึกษาเรียนรู้เพอ่ื ใช้ในชวี ติ ประจาวนั และเพือ่ การประกอบธุรกิจทีเ่ กย่ี วข้องต่อไป
ในอนาคต
2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้
1. สามารถตรวจสอบสญั ญารับขน และสงิ่ ที่เก่ียวข้องกบั สัญญารับขนได้
2. สามารถตรวจสอบสัญญาฝากทรพั ย์ และส่งิ ที่เกยี่ วข้องกับสัญญาฝากทรัพย์ได้
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
3.1.1 รูแ้ ละเข้าใจเก่ียวกบั สัญญารับขน และสิง่ ทีเ่ ก่ียวข้องกับสญั ญารับขน
3.1.2 รู้และเขา้ ใจเกี่ยวกับสัญญาฝากทรัพย์ และสิง่ ท่เี ก่ยี วข้องกบั สัญญาฝากทรัพย์
3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้
1. ความหมายและลักษณะของสัญญารบั ขน
2. สัญญารับขนของ
3.สิทธแิ ละหน้าทข่ี องผขู้ นส่ง
4. สทิ ธแิ ละหน้าที่ของผู้ส่ง
5. อายคุ วามฟอ้ งคดี
6. สญั ญารบั ขนคนโดยสาร
7. สิทธิและความรับผดิ ชอบของผุ้ขนส่งคนโดยสาร
8. ความหมายและลักษณะของสญั ญาฝากทรัพย์
9. หน้าทขี่ องผรู้ บั ฝาก
10. หน้าท่ีของผูฝ้ าก
11. อายคุ วามฟ้องคดี
12. วิธีเฉพาะการฝากเงนิ
13. วิธีเฉพาะสาหรบั เจ้าสานักโรงแรม
14. ความหมายและลกั ษณะของสัญญาเกบ็ ของในคลงั สินค้า
15. ใบรับของคลงั สนิ คา้ และใบประทวนสนิ คา้
16. การรับสนิ ค้าคนื จากคลงั สินค้า
ด้านทกั ษะ
1. สามารถตรวจสอบสัญญารับขน และสิง่ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญารบั ขนได้
2. สามารถตรวจสอบสัญญาฝากทรัพย์ และสง่ิ ทีเ่ กย่ี วข้องกับสัญญาฝากทรัพย์ได้
คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์
1. รบั รู้ ตอบสนอง เหน็ คุณค่า จดั ระบบคณุ ค่า และพฒั นาลักษณะมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งม่นั ใน
การทางานมีจิตสาธารณะ
4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
1.ความหมายและลกั ษณะของสญั ญารบั ขน
2.สญั ญารับขนของ
3.สทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องผขู้ นสง่
4.สิทธแิ ละหน้าทข่ี องผู้ส่ง
5.อายคุ วามฟ้องคดี
6.สญั ญารบั ขนคนโดยสาร
7.สทิ ธแิ ละความรับผิดชอบของผ้ขุ นส่งคนโดยสาร
8.ความหมายและลักษณะของสญั ญาฝากทรัพย์
9.หนา้ ท่ีของผู้รบั ฝาก
10.หนา้ ทข่ี องผู้ฝาก
11.อายคุ วามฟ้องคดี
12.วธิ เี ฉพาะการฝากเงนิ
13.วธิ เี ฉพาะสาหรับเจ้าสานักโรงแรม
14.ความหมายและลกั ษณะของสัญญาเก็บของในคลังสินค้า
15.ใบรบั ของคลังสินคา้ และใบประทวนสินคา้
16.การรับสนิ คา้ คืนจากคลังสินค้า
4.2 ด้านทักษะหรือการประยุกตใ์ ช้
1.สามารถตรวจสอบสัญญารับขน และสง่ิ ทเ่ี กี่ยวข้องกบั สัญญารบั ขนได้
2.สามารถตรวจสอบสัญญาฝากทรัพย์ และสิง่ ท่เี กีย่ วข้องกับสญั ญาฝากทรัพย์ได้
4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม
1. มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มีความรับผิดชอบรบั รู้ ตอบสนอง เห็นคุณค่า จดั ระบบคุณคา่ พัฒนาลกั ษณะนิสัย
ดา้ นคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. ม่งุ มนั่ ในการทางาน มีจติ สาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้ ข้ันตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผู้เรยี น
ขนั้ ตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู
5.1 ผูเ้ รียนเขา้ ห้องเรียน
ข้ันเตรียม(จานวน 20 นาที) 5.2 ครผู ้สู อนตรวจสอบรายช่อื ผ้เู รียน
5.1 นักเรียนทาความเคารพครผู ูส้ อน 5.3 ผเู้ รียนรบั ใบความรู้ เร่อื ง
5.2 ครผู ู้สอนทักทายผู้เรยี นและสารวจรายชือ่ ผู้เรยี น รับขน ฝากทรัพย์ เกบ็ ของในคลงั สินคา้
5.3 ครผู ูส้ อนแจกใบความรู้ หรอื เตรยี มอปุ กรณ์ 5.4 รบั ใบงาน อธบิ ายการทา
ในการสอนให้พร้อม และใบงาน
5.4 ผู้เรยี นใบความรู้ เตรียมตาราเรียนและสมดุ
5.5 ผู้สอนการจดั ทาใบงานท่ีมอบหมาย (10 นาที)
ขน้ั การสอน(จานวน....80..........นาที)
5.6 ครผู ูส้ อนแจกแบบทดสอบก่อนเรียน 5.5 ผู้เรียนทดสอบก่อนเรยี น ( 10 นาท)ี
5.7 อธบิ ายการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น มีจานวน
10 ข้อ เวลาทใ่ี ช้ 10 นาที (พร้อมสง่ ครบเวลา)
5.8 ครูผสู้ อนให้ผูเ้ รยี นศึกษาใบความรู้ หน่วยเน้ือหา 5.6 ผเู้ รียนศึกษาตาราเรียนหนว่ ยเนอื้ หา ใบความรู้
ตาราเรยี น รับขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลังสินคา้
5.9 ครผู ูส้ อน ต้ังคาถามเก่ยี วกับ การวางแผนฯและ 5.7 ผเู้ รียนร่วมตอบคาถาม
(ผู้เรียนตอบคาถาม) 5.8 ผู้เรยี นรบั ฟังการบรรยาย เกี่ยวกับเนอ้ื หา
5.10 ครูผสู้ อน อธิบายเน้ือหา ใบความรู้ เนอ้ื หาใน รบั ขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลังสนิ คา้
หนว่ ยการเรยี นรู้ (เวลา 30 นาท)ี 5.9 ผเู้ รยี นจัดทาใบงานทมี่ อบหมาย ( 40 นาท)ี
5.11 ครูผสู้ อนมอบหมายการทาใบงาน แบบฝึกหดั
(เวลา 40 นาที)
ขน้ั สรุป (จานวน 20 นาที) 5.10 ผู้เรียนร่วมสรปุ เนอ้ื หา ใบความรู้ เนอื้ หาหน่วย
5.12 ครูผู้สอนและผูเ้ รยี นสรุปเนือ้ หา หัวข้อ การเรยี นรู้ ตาราเรยี น
รบั ขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลงั สินคา้
5.13 ครผู สู้ อนแจกแบบทดสอบหลังเรียน หวั ขอ้ 5.11 ผู้เรยี นจดั ทาแบบทดสอบหลงั เรียน 10 ขอ้
(เวลา 10 นาที)
รบั ขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลงั สินคา้
10 ขอ้ (10 นาท)ี 5.12 มอบหมายงาน การจัดทารายงาน รายบคุ คล
รายกล่มุ 3-5 คน รายงานหน้าชน้ั เรียน
เวลา 60 นาที (ถ้ามใี นครง้ั ท่ี 2 ในการสอน)
6. สื่อการสอน
สื่อสิ่งพิมพ์
1. ตาราเรียน หนงั สอื ประกอบการเรียนการสอนวิชา กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลศิ เกียรตวิ ิทยา
สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ สานกั พิมพ์ สอศ. อ.จิโรจ
2. เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้
ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี)
1. power point กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 เรอ่ื ง รับขน ฝากทรัพย์ เกบ็ ของในคลงั สนิ คา้
2. VDO ส่ือการสอน ประจาวิชา กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลิศเกยี รติวทิ ยา สานักพิมพ์เอม
พันธ์ สานกั พมิ พ์ สอศ. อ.จิโรจ
3. ...................................................................................................
หนุ่ จาลองหรอื ของจริง (ถ้ามี)
1. ...................................................................................................................................
เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ใบความรู้
4. ใบงาน (ใบมอบหมายงาน ถ้ามี)
3. แบบทดสอบหลงั เรยี น
แหลง่ เรียนรู้
เรียนรู้
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลัยการอาชพี สวา่ งแดนดิน (ตาราเรียน)
2. หอ้ งอนิ เทอร์เนต็ วทิ ยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดนิ การสบื คน้ ข้อมลู
3. Google แหลง่ เรียนรอู้ อนไลน์ จากโทรศพั ท์มือถือ
การบูรณาการ/ความสมั พนั ธ์กับวิชาอืน่
1. วิชาภาษาไทย การอา่ นและทาความเข้าใจในเนอื้ หาหน่วยการเรียนรู้ ใบความรู้ ตีความ
2. วชิ าสงั คมศึกษา การอยูใ่ นสังคม การคบเพ่ือน
3. วิชาภาษาองั กฤษ เรื่องศัพทเ์ ฉพาะในหนว่ ยการเรียนการสอน
8. งานทม่ี อบหมาย
8.1 ก่อนเรยี น
1. จดั เตรียมหอ้ งเรยี นให้เรียบรอ้ ยเป็นระเบียบ รักษาความสะอาด (แบง่ เวร)
2. จัดเตรียมอปุ กรณก์ ารเรียนให้พรอ้ ม กอ่ นการเรยี นการสอน
3. จดั ทาแบบทดสอบก่อนเรียน และสง่ ตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน
8.2 ขณะเรยี น
1. ศึกษาเนื้อหาการเรยี นรปู้ ระจาหนว่ ยการเรียนรู้ ใบความรู้
2. ตั้งใจเรียน ฟังครผู ูส้ อนอธบิ าย และตอบคาถามขณะเรียนในขอ้ สงสัย
3. จัดทาใบงานทม่ี อบหมายตามกาหนดเวลาสง่ ท่ีกาหนดไว้
4. จดั ทาแบบทดสอบหลงั เรียน และส่งตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน
5. ปฏิบตั ติ นในการเรยี นรู้อย่างเหมาะสมในชน้ั เรยี น
8.3 หลังเรยี น
1. การศึกษาเนื้อหาก่อนลว่ งหนา้
2. มอบหมายงานแบบฝกึ หัดท้ายหน่วยการเรยี นรู้ ใบงาน
3. สง่ งานทีม่ อบหมาย
9. ผลงาน/ชนิ้ งาน ที่เกิดจากการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น
1. ใบงานทม่ี อบหมาย
2. สมุดในการทาแบบฝึกหัด แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิทา้ ยหนว่ ย
3. สรปุ ผลการทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
4. สรุปผลการสง่ งานที่มอบหมาย
10. เอกสารอ้างองิ
1. บันทกึ การสอนของครู
2. ใบเชค็ รายชอ่ื
3. แผนการจัดการเรยี นรู้
4. ใบความรู้ เน้อื งานในหนังสือเรยี น
5. แบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน
11. การบรู ณาการ/ความสมั พันธ์กบั รายวชิ าอืน่
1. รายวิชาภาษาไทย เพือ่ อ่าน ฟัง พูด เขยี น และตคี วามหมาย แปลความหมาย
2. รายวชิ าสังคมศึกษา สงั คมไทย เพ่ือการอยู่ร่วมกันในสังคม ในห้องเรยี น
3. รายวชิ าภาษาองั กฤษ ที่มีภาษาองั กฤษในหน่วยการเรยี นการสอน
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรียน
12.1.1 การประเมินการตรวจสอบรายชอ่ื ผเู้ ขา้ เรียนในช่วั โมง (ดา้ นจิตพสิ ัย)
12.1.2 การประเมินการเตรยี มความพร้อมในการเรยี นของผู้เรยี น อุปกรณก์ ารเรยี น ตาราเรียน
สมุด ปากกา ไมบ้ รรทัด
12.1.3 การประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เวลา 10 นาที 10 ข้อ 10 คะแนน
12.2 ขณะเรยี น
12.2.1 การประเมินการมีสว่ นรว่ มในการเรียนการสอน การตอบ-ถาม (แบบประเมิน
พฤติกรรม)
12.2.2 การประเมินการสนใจใฝเ่ รียนรู้ การปฏิบตั ติ น ขณะเรียน การทาแบบฝกึ หดั ใบงาน
(แบบประเมินพฤตกิ รรม)
12.2.3 การประเมนิ ดว้ ยการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เวลา 10 นาที 10 ขอ้ 10 คะแนน
12.3 หลังเรียน
12.3.1 การประเมนิ ผลการเรียนรแู้ ละสรปุ ผลการเรยี นรู้ แบบประเมินผล
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียนร้อยละ 50 หลงั เรยี นรอ้ ยละ 70
12.3.2 เมอื่ ไม่ผา่ นเกณฑ์ท่ีกาหนดใหม้ กี ารปรบั ปรุงแก้ไขต่อไปและสอบซ่อมเสริม
12.3.3 มีการมอบหมายงาน ศึกษาเนื้อหาในหน่วยการเรียนถดั ไป และใบความรู้ (ถา้ มี)
12.3.4 มอบหมายงานศึกษาเน้ือหาเพิ่มเตมิ โดยการจัดทารายงานกลมุ่ หรอื รายบุคคคล
13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 1 ………………………………………………………………………………....................................………
1. วิธกี ารประเมิน :ีีีีี……………………………………………………...........................…………….
2. เครือ่ งการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………............................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...............
จุดประสงค์ข้อที่ 2……………………………………………………………………………………….....................................
1. วธิ กี ารประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
2. เครอื่ งการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
14. แบบทดสอบก่อนเรียน 15 แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการสอนท่ี 5 ชื่อหน่วยการสอน รับขน ฝากทรพั ย์ เกบ็ ของในคลังสินคา้
วัตถุประสงค์ เพื่อ ทดสอบความรู้เบอื้ งตน้ ของผู้เรยี น ก่อนการเรียนการสอน
ข้อคาถาม
แบบทดสอบกอ่ น/หลังเรียน
จงเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องที่สดุ เพียงข้อเดยี ว
1. การขนส่งวธิ ีใดที่ใช้กับคนและสงิ่ ของโดยท่วั ไปไม่ได้
ก. ทางบก
ข. ทางน้า
ค. ทางอากาศ
ง. ทางทอ่
จ. ทางอุโมงค์
2. ผู้ขนสง่ มีหนา้ ทอ่ี อกเอกสารอะไรให้แกผ่ สู้ ่งตามสัญญารับขน
ก. ใบตราส่ง
ข. ใบฝากส่ง
ค. ใบส่งของ
ง. ใบประทวน
จ. ใบรับของ
3. ผสู้ ่งมีหน้าที่ออกเอกสารอะไรให้แก่ผขู้ นสง่ ตามสญั ญารับขน
ก. ใบตราส่ง
ข. ใบฝากส่ง
ค. ใบกากบั ของ
ง. ใบประทวน
จ. ใบรบั ของ
4. อายุความฟ้องคดใี หผ้ ู้ขนส่งรับผดิ กรณขี องสูญหาย บบุ สลาย สง่ ลา่ ชา้ มกี าหนดตามข้อใด
ก. 1 ปี นับแตว่ นั สง่ มอบของแกผ่ ู้ขนสง่
ข. 1 ปี นับแต่วนั สง่ มอบของหรอื นับแตว่ ันทค่ี วรได้สง่ มอบของแกผ่ รู้ บั ตราสง่
ค. 2 ปี นบั แตว่ นั สง่ มอบของแกผ่ ู้ขนสง่
ง. 2 ปี นบั แตว่ นั ส่งมอบของหรือนบั แต่วันที่ควรได้ส่งมอบของแก่ผูร้ บั ตราส่ง
จ. 6 เดอื น นับแต่วันพบเห็นความบบุ สลาย
5. ปจั จุบันสญั ญารับขนคนโดยสารใช้วิธีการขนสง่ ในขอ้ ใดมากทสี่ ดุ
ก. เรอื โดยสาร
ข. เครื่องบิน
ค. รถไฟฟ้า
ง. รถไฟ
จ. รถยนต์
6. ผฝู้ ากทรัพย์มสี ทิ ธเิ รียกร้องค่าสนิ ไหมทดแทนจากผรู้ ับฝากกรณีทรัพยท์ ฝ่ี ากมีความชารุดหรือบุบสลายไดภ้ ายในกาหนดอายุ
ความตามขอ้ ใด
ก. 1 ปี นบั แต่วนั ส่งมอบของทฝี่ าก
ข. 1 ปี นับแตว่ ันสนิ้ สญั ญา
ค. 6 เดือน นับแตว่ นั สง่ มอบของท่ีฝาก
ง. 6 เดือน นบั แต่วนั ส้นิ สัญญา
จ. 3 เดอื น นบั แต่วนั สิ้นสญั ญา
7. บุคคลผทู้ าการเก็บรกั ษาสินค้าเพ่ือบาเหนจ็ เป็นทางค้าปกตขิ องตน เรียกวา่
ก. เจ้าหนา้ ที่คลังสนิ คา้
ข. นายคลงั สนิ ค้า
ค. นายประทวนสินคา้
ง. เจ้าหน้าทป่ี ระทวนสินคา้
จ. พนักงานเจา้ หน้าที่คลังสนิ ค้า
8. เอกสารตามสัญญาเก็บของในคลงั สินคา้ ข้อใด ใช้สลกั หลังโอนกรรมสทิ ธสิ์ นิ ค้าได้
ก. ใบฝากของในคลังสนิ ค้า
ข. ใบประทวนสินคา้
ค. ใบรบั ของคลังสนิ ค้า
ง. ใบกากับสนิ คา้
จ. ใบตว๋ั พิมพ์รูปพรรณสินคา้
9. เอกสารตามสัญญาเก็บของในคลงั สนิ คา้ ข้อใด ใชส้ ลกั หลังจานาสนิ ค้าได้
ก. ใบฝากของในคลังสินค้า
ข. ใบประทวนสินค้า
ค. ใบรับของคลังสนิ ค้า
ง. ใบกากบั สนิ ค้า จ. ใบตว๋ั พมิ พร์ ูปพรรณสินคา้
10. หากนายคลังสินคา้ กระทาการโดยทุจริตเบียดบงั ยักยอกสนิ คา้ ไปเปน็ ของตน ผ้ฝู ากจะสามารถใช้สทิ ธิทางศาลเพื่อติดตามเอา
สินคา้ ของตนคนื ได้ ภายในกาหนดอายคุ วามตามข้อใด
ก. 6 เดือน นับแต่วนั ทราบการกระทาผดิ
ข. 1 ปี นบั แต่วันทราบการกระทาผิด
ค. 5 ปี นบั แตว่ ันทราบการกระทาผดิ
ง. 10 ปี นับแตว่ นั ทรายการกระทาผิด
จ. ไมม่ ีกาหนดอายคุ วาม
กระดาษคาตอบ กอ่ นเรยี น – หลงั เรียน
กิจกรรมการเรียนรู้
หน่วยท่ี 5 เร่ือง รบั ขน ฝากทรัพย์ เก็บของในคลงั สินคา้
กอ่ นเรียน จ หลงั เรยี น
ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง จ
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
รวมคะแนน กอ่ นเรียน รวมคะแนน หลังเรียน
ชื่อ-สกุล...........................................................แผนก/หอ้ ง............เลขท่.ี .............
วทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น – หลังเรยี น
กจิ กรรมการเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี 5 เรอ่ื ง รบั ขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลงั สนิ คา้
ก่อนเรียน หลังเรยี น
ข้อ ก ข ค ง จ ขอ้ ก ข ค ง จ
1x 1
2x 2
3x 3
4x 4
5x 5
6x 6
7x 7
8x 8
9x 9
10 x 10
รวมคะแนน ก่อนเรยี น 10 รวมคะแนน หลังเรยี น 10
ชอื่ -สกุล...........................................................ผสู้ อน/ผ้ตู รวจ
(นายวจิ ติ ร พลเศษ)
หนว่ ยการสอนท่ี 5
ชื่อหน่วยการสอน รบั ขน ฝากทรัพยเ์ กบ็ ของในคลงั สนิ คา้
16. ใบความรู้
แนวคิด
สัญญารับขน สญั ญาฝากทรพั ย์ และสัญญาเก็บของในคลงั สินคา้ ลว้ นเป็นสัญญาท่ีเก่ียวข้องกบั การพาณชิ ย์
โดยเฉพาะสญั ญารับขนคนโดยสารจะเกยี่ วช้องกบั คนจานวนมากถึงวนั ละหลายล้านคน สาหรับสัญญาฝากทรัพยผ์ ู้รบั ฝากอาจ
ประกอบอาชีพเก่ยี วกับการรับฝากทรัพย์หรือหากทรัพย์ที่ฝากเปน็ สินค้าก็จะกลายเป็นสัญญาเกบ็ ของในคลงั สนิ ค้า ซึ่งนบั ว่าเปน็
สัญญาทม่ี ีความสาคัญและเป็นประโยชนแ์ กก่ ารศึกษาเรียนรู้เพื่อใช้ในชวี ติ ประจาวัน และเพอ่ื การประกอบธุรกจิ ท่ีเกย่ี วขอ้ งต่อไป
ในอนาคต
เน้ือหาสาระการเรียนรู้
หนว่ ยท่ี 5 รบั ขน ฝากทรพั ย์ เก็บของในคลังสินค้า ประกอบไปดว้ ยหวั ขอ้ หรือเน้ือหาสาระการเรียนรใู้ นเร่ืองต่อไปนี้
1 ความหมายและลกั ษณะของสญั ญารับขน
2 สญั ญารับขนของ
3 สิทธแิ ละหน้าที่ของผขู้ นส่ง
4 สทิ ธิและหนา้ ท่ขี องผสู้ ่ง
5 อายคุ วามฟ้องคดี
6 สญั ญารับขนคนโดยสาร
7 สทิ ธแิ ละความรับผดิ ชอบของผุ้ขนส่งคนโดยสาร
8 ความหมายและลักษณะของสัญญาฝากทรัพย์
9 หนา้ ที่ของผู้รับฝาก
10 หนา้ ทขี่ องผู้ฝาก
11 อายคุ วามฟ้องคดี
12 วิธีเฉพาะการฝากเงนิ
13 วธิ ีเฉพาะสาหรบั เจ้าสานักโรงแรม
14 ความหมายและลักษณะของสัญญาเก็บของในคลังสนิ ค้า
15 ใบรบั ของคลังสนิ ค้า และใบประทวนสนิ ค้า
16 การรับสินคา้ คนื จากคลังสินค้า