The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายวิจิตร พลเศษ, 2020-09-08 06:34:58

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

รวมคะแนน กอ่ นเรยี น 10 รวมคะแนน หลงั เรียน 10

ช่อื -สกลุ ...........................................................ผสู้ อน/ผตู้ รวจ
(นายวิจติ ร พลเศษ)

19. แบบฝึกหดั

กฎหมายพาณชิ ย์

แบบประเมินผลการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 6

ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. สัญญายมื มีผลสมบรู ณ์ตามกฎหมายเม่ือใด

ตอบ.......................................................................................................................... ...........................
2. คาว่า “ผยู้ ืมตอ้ งสงวนทรัพย์สนิ ทีย่ ืมอยา่ งวิญญชู นจะพึงสงวนทรัพยส์ ินของตน” หมายความว่าอย่างไร

ตอบ.................................................................................................................................. ...................
3. หลกั ฐานการกู้ยมื เงิน กฎหมายกาหนดไว้อยา่ งไร

ตอบ.....................................................................................................................................................
4. ผูใ้ หก้ ยู้ มื สามารถคดิ ดอกเบ้ียกยู้ มื ได้เท่าไร จงอธบิ าย

ตอบ.....................................................................................................................................................
5. ศรีวรรณตกลงให้ศรีอรก้ยู ืมเงนิ จานวน 50,000 บาท ศรีวรรณต้องการคดิ ดอกเบ้ยี ทบตน้ จากศรีอรด้วยใหน้ กั เรยี นแนะนา
ศรวี รรณดว้ ยว่ามีหลักเกณฑ์การคิดดอกเบี้ยทบต้นอย่างไร

ตอบ.......................................................................................................................... ...........................
6. สมศรลี กู หนี้เงนิ ก้ยู มื ทมี่ ีหลักฐานการกู้เรียบร้อย ได้มาปรึกษานักเรยี นว่า การชาระหนี้เงินกู้คืนจะตอ้ งทาหลกั ฐานอย่างไร
เพียงใด ให้อธิบาย

ตอบ.......................................................................................................................... ...........................
7. สัญญาค้าประกัน คือ

ตอบ............................................................................................................................................ .....
8. หนท้ี ม่ี ีการค้าประกนั ถา้ หน้ปี ระธานเป็นโมฆะสัญญาคา้ ประกันจะใช้ได้หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

ตอบ.....................................................................................................................................................
9. สัญญาจานอง คือ

ตอบ......................................................................................... ............................................................
10. ทรพั ยส์ นิ ทจ่ี านองไดจ้ ะต้องเป็นทรัพย์สนิ ประเภทใด อยา่ งไร

ตอบ.......................................................................................................................... ...........................
11. วิธีการทาสัญญาจานอง กฎหมายกาหนดไว้อย่างไร

ตอบ.....................................................................................................................................................

12. เมอื่ ทาสัญญาจานองที่ดนิ แล้วผูจ้ านองได้กอ่ สร้างอาคารบนทดี่ ินแปลงน้นั การจานองจะครอบไปถงึ อาคารนั้นหรือไม่ เพียงใด
ตอบ.....................................................................................................................................................

13. การบังคบั จานองต้องทาอยา่ งไร
ตอบ................................................................................................................ .....................................

14. การเอาทรพั ยจ์ านองหลดุ เปน็ สทิ ธิแกผ่ รู้ บั จานองมีวธิ กี ารอย่างไรบ้าง
ตอบ...................................................... ............................................................................................ ...

15. สัญญาจานา คือ
ตอบ.......................................................................................................................... ...........................

16. การทาสัญญาจานากฎหมายกาหนดวิธีการไว้อยา่ งไร
ตอบ.......................................................................................................................... ...........................

17. ทรพั ยส์ ินทีท่ าจานาได้มีอะไรบ้าง จงอธบิ ายและยกตวั อย่าง
ตอบ.....................................................................................................................................................

18. สญั ญาจานาระงบั ลงในกรณีใดบ้าง
ตอบ.....................................................................................................................................................

19. ให้บอกขอ้ แตกต่างระหวา่ งจานองและจานามา 3 ประการ
ตอบ......................................................................................................... ............................................

20. พระราชบัญญัติโรงรบั จานาฯ ห้ามผู้รบั จานากระทาการอะไรบา้ ง (บอกมา 3 ประการ)
ตอบ.......................................................................................................................... ...........................

เฉลยแบบฝึกหัด

กฎหมายพาณชิ ย์

แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 6

ตอนที่ 1 จงตอบคาถามต่อไปนี้

1. สญั ญายมื มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายเม่ือใด

สัญญายมื มีผลสมบูรณต์ ามกฎหมายเม่ือสง่ มอบทรพั ยส์ นิ ที่ให้ยืมแก่ผยู้ มื

2. คาวา่ “ผู้ยมื ต้องสงวนทรัพยส์ ินทีย่ ืมอยา่ งวญิ ญูชนจะพึงสงวนทรพั ย์สนิ ของตน” หมายความว่าอย่างไร

หมายความวา่ ผยู้ ืมตอ้ งดูแล เก็บรักษา และใช้สอยทรัพย์ท่ียืมมา ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ เหมือนอยา่ งคนปกติทั่ว

ๆ ไปกระทากัน

3. หลักฐานการกยู้ ืมเงิน กฎหมายกาหนดไวอ้ ยา่ งไร

หลักฐานการก้ยู มื เงินกฎหมายกาหนดไว้ว่า “การกยู้ ืมเงินกว่าสองพันบาทขึน้ ไปน้ัน ถ้ามิไดม้ ีหลักฐานแหง่ การกู้ยืมเปน็

หนงั สืออยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ลงลายมือช่อื ผ้ยู มื เป็นสาคัญ จะฟ้องรอ้ งให้บังคบั คดหี าไดไ้ ม่”

4. ผู้ให้กู้ยมื สามารถคดิ ดอกเบี้ยกู้ยืมได้เทา่ ไร จงอธบิ าย

(1) ผ้ใู หก้ เู้ ป็นบุคคลทัว่ ไป คดิ ดอกเบีย้ ไดไ้ ม่เกนิ ร้อยละ 15 ตอ่ ปี

(2) ธนาคารพาณิชย์ คิดดอกเบี้ยได้ไมเ่ กินร้อยละ 19 ตอ่ ปี

(3) บริษัทเงนิ ทุน, หลกั ทรัพย์ คิดดอกเบย้ี ไดไ้ ม่เกนิ ร้อยละ 21 ต่อปี

(4) ถ้าไม่ไดก้ าหนดอัตราดอกเบีย้ ไว้ คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี

5. ศรวี รรณตกลงใหศ้ รีอรกู้ยืมเงินจานวน 50,000 บาท ศรีวรรณตอ้ งการคิดดอกเบ้ยี ทบต้นจากศรีอรด้วยใหน้ กั เรยี นแนะนา

ศรวี รรณด้วยว่ามหี ลักเกณฑ์การคดิ ดอกเบี้ยทบตน้ อย่างไร

หลักเกณฑก์ ารคิดดอกเบยี้ ทบตน้ กรณีนีจ้ ะต้องตกลงกันไว้เป็นหนงั สอื ว่า ใหค้ ิดดอกเบย้ี ทบตน้ ได้ในกรณีค้างชาระ

ดอกเบ้ียไม่น้อยกวา่ 1 ปี แล้ว

6. สมศรลี กู หน้เี งนิ ก้ยู มื ทมี่ หี ลักฐานการกเู้ รยี บร้อย ได้มาปรึกษานกั เรยี นว่า การชาระหนเี้ งินกคู้ นื จะต้องทาหลักฐานอย่างไร

เพยี งใด ให้อธิบาย

การชาระหนีเ้ งินก้คู นื จะตอ้ งทาหลกั ฐาน ดังต่อไปน้ี

(1) ทาหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอยา่ งหนึ่งลงลายมือชือ่ ผู้ให้ยืมไว้ หรือ

(2) เวนคืนเอกสารหลักฐานการกู้ยืมน้นั หรือ

(3) แทงเพิกถอนลงในเอกสารการกยู้ ืมนัน้

7. สญั ญาคา้ ประกัน คือ สญั ญาซงึ่ บคุ คลภายนอกคนหนึง่ เรยี กว่าผู้คา้ ประกนั ผกู พนั ตนต่อเจ้าหนค้ี นหนง่ึ เพ่ือชาระหน้ี ในเมอื่

ลูกหน้ไี มช่ าระหน้นี ้นั

8. หน้ีทีม่ กี ารคา้ ประกนั ถา้ หนปี้ ระธานเปน็ โมฆะสัญญาค้าประกันจะใชไ้ ดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด

ถ้าหนีป้ ระธานเปน็ โมฆะ สญั ญาค้าประกนั กจ็ ะใชไ้ มไ่ ด้ เพราะเหตุไมม่ ีมลู หนใี้ ห้ค้าประกัน

9. สัญญาจานอง คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้จานอง เอาทรพั ย์สินตราไว้แกบ่ ุคคลอกี คนหน่ึง เรียกวา่ ผู้รบั จานอง เป็น
ประกันการชาระหนีโ้ ดยไม่สง่ มอบทรัพย์นนั้ ใหแ้ ก่ผูร้ บั จานอง
10. ทรัพยส์ ินทีจ่ านองได้จะต้องเป็นทรัพยส์ นิ ประเภทใด อย่างไร

ทรัพย์สนิ ทจ่ี านองได้ มดี ังนี้
(1) อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดนิ ส่งิ ปลูกสรา้ งทตี่ ิดอยกู่ บั ที่ดิน เป็นต้น
(2) สังหาริมทรัพย์ต่อไปนี้ หากวา่ ไดจ้ ดทะเบียนไวแ้ ลว้ ตามกฎหมาย คือ
(2.1) เรือ มีระวางต้ังแตห่ า้ ตันขน้ึ ไป
(2.2) แพ (แพท่เี ปน็ ที่อาศัยหรือเรือนแพ)
(2.3) สัตว์พาหนะ (ทม่ี ตี ๋วั พมิ พ์รปู พรรณแลว้ ได้แก่ ชา้ ง ม้า โค กระบือ ลา ลอ่ )
(2.4) สังหารมิ ทรัพยอ์ ื่น ๆ ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติไวใ้ หจ้ ดทะเบยี น ไดเ้ ป็นการเฉพาะ เช่น เคร่ืองจักรที่ได้จดทะเบียนแลว้
ตามพระราชบัญญัติการจดทะเบยี นเคร่ืองจักร พ.ศ. 2514 ทีก่ าหนดให้เคร่ืองจักรดงั กล่าวเปน็ สังหาริมทรัพย์ท่ที าจานองได้
11. วิธกี ารทาสัญญาจานอง กฎหมายกาหนดไว้อย่างไร
วิธกี ารทาสญั ญาจานอง กฎหมาย กาหนดไว้วา่ ต้องทาเป็นหนงั สือและจดทะเบยี นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
12. เมอ่ื ทาสญั ญาจานองท่ดี ินแล้วผูจ้ านองได้ก่อสรา้ งอาคารบนทด่ี ินแปลงนั้นการจานองจะครอบไปถึงอาคารนั้นหรอื ไม่ เพียงใด
เมอ่ื ทาสญั ญาจานองท่ีดินแลว้ ผ้จู านองได้กอ่ สร้างอาคารบนท่ีดินแปลงนนั้ การจานองจะไม่ครอบไปถึงอาคารนั้น เวน้ แต่มี
ข้อสญั ญาใหค้ รอบไปถงึ
13. การบงั คบั จานองต้องทาอยา่ งไร
การบงั คบั จานองผรู้ ับจานองต้องมีหนงั สือบอกกลา่ วให้ลูกหน้ีชาระหนภี้ ายในกาหนดเวลาอนั สมควรไมน่ อ้ ยกว่า 60 วนั
หากลูกหนเ้ี พิกเฉย ผ้รู บั จานองต้องฟอ้ งศาลเพอ่ื บังคบั ชาระหน้ี (ดูรายละเอียด หนา้ 155-157)
14. การเอาทรพั ย์จานองหลุดเป็นสทิ ธิแกผ่ ู้รับจานองมวี ิธกี ารอยา่ งไรบ้าง
การเอาทรัพย์จานองหลดุ เป็นสทิ ธิแก่ผู้รับจานอง มวี ธิ ีการหรือขน้ั ตอนดังนี้
(1) ผรู้ บั จานองตอ้ งมีจดหมายบอกกลา่ ว ลูกหน้ีให้เวลาชาระหน้ไี ม่น้อยกวา่ 60 วัน นับแตร่ ับคาบอกกล่าว
(2) ผู้รบั จานองฟ้องคดีตอ่ ศาล (ลูกหนยี้ งั ไม่ชาระหน)้ี เพอ่ื ขอให้ศาลส่ังให้ทรัพยจ์ านองหลุดเปน็ สิทธิแก่ผูร้ ับจานองภายใต้
เงือ่ นไข ดงั น้ี
(2.1) ลูกหน้ไี ด้ขาดสง่ ดอกเบย้ี มาแลว้ เป็นเวลาถึงห้าปี
(2.2) ผู้รบั จานองแสดงให้เป็นท่พี อใจแก่ศาลวา่ ราคาทรัพย์สนิ นั้นนอ้ ยกว่าจานวนเงนิ อนั ค้างชาระและ
(2.3) ไม่มจี านองรายอื่นหรือบุริมสิทธอิ ่ืน ได้จดทะเบยี นไว้เหนือทรพั ยส์ ินอนั เดียวกันนน้ั
15. สญั ญาจานา คือ สญั ญาซ่ึงบคุ คลคนหนง่ึ เรียกวา่ ผจู้ านา ส่งมอบสังหารมิ ทรพั ย์ส่งิ หน่ึงใหแ้ ก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกวา่ ผรู้ ับ
จานาเพ่อื เป็นประกันการชาระหน้ี
16. การทาสัญญาจานากฎหมายกาหนดวิธีการไว้อยา่ งไร
การทาสญั ญาจานาทาไดโ้ ดยผจู้ านาส่งมอบสงั หาริมทรัพย์ใหแ้ ก่เจา้ หนีเ้ พื่อเปน็ ประกนั การชาระหน้ี (ดหู นา้ 161)

17. ทรพั ยส์ นิ ทที่ าจานาได้มอี ะไรบ้าง จงอธิบายและยกตวั อย่าง
ทรพั ย์สินท่จี านาได้ ได้แก่ สงั หาริมทรัพยโ์ ดยท่ัวไป แต่มีสังหารมิ ทรัพยบ์ างอย่างเชน่ อาวุธปนื (ดูหนา้ 161) หากจานา

ผู้รับจานาจะมีความผิดอาญาได้
18. สญั ญาจานาระงบั ลงในกรณใี ดบา้ ง

สญั ญาจานายอ่ มระงับสิน้ ไป ในกรณี
(1) เมื่อหน้ีซง่ึ จานาเปน็ ประกันอยู่นั้นระงบั ส้ินไปเพราะเหตุประการอืน่ มิใชเ่ พราะอายุความ หรือ
(2) เม่ือผูร้ บั จานายอมใหท้ รัพยส์ นิ จานากลับคืนไปสู่ครอบครองของผจู้ านา
19. ให้บอกข้อแตกตา่ งระหว่างจานองและจานามา 3 ประการ
ขอ้ แตกตา่ งระหว่างจานองและจานา 3 ประการ ได้แก่
(1) วิธีการทาสญั ญา
จานอง ตอ้ งทาเปน็ หนงั สอื และจดทะเบยี นต่อพนักงานเจา้ หนา้ ท่ี
จานา เพียงแตผ่ จู้ านาสง่ มอบทรพั ย์จานาแก่ผู้รับจานาเพือ่ ประกันหนี้
(2) ทรัพย์ทใ่ี ช้ทาสัญญา
จานอง อสงั หารมิ ทรัพย์ และสงั หาริมทรพั ย์บางอย่าง
จานา เฉพาะสงั หาริมทรัพยเ์ ทา่ นั้น
(3) การส่งมอบ
จานอง ผูจ้ านองไมต่ อ้ งส่งมอบทรัพย์จานองแก่ผรู้ บั จานอง
จานา ผจู้ านาส่งมอบทรัพยจ์ านาแก่ผรู้ ับจานา
20. พระราชบญั ญัติโรงรบั จานาฯ หา้ มผู้รับจานากระทาการอะไรบา้ ง (บอกมา 3 ประการ)
พ.ร.บ.โรงรับจานาฯ หา้ มผรู้ บั จานากระทาการดังน้ี (3 ประการ)
(1) รับจานาหรือใหไ้ ถท่ รพั ยจ์ านาในระหว่างเวลาตงั้ แต่ 18 นาฬิกา ถึง 8 นาฬิกา
(2) รบั จานาสิ่งของจากภิกษุ สามเณร หรือเด็กอายุต่ากวา่ สบิ หา้ ปี
(3) รับจานาสิ่งของทีเ่ ห็นไดว้ า่ เปน็ ของที่ใชใ้ นราชการ หรือส่ิงของทไี่ ดร้ ับแจ้งจากเจ้าพนักงานว่าเป็นของหาย

17. ใบงาน

หน่วยการสอนท่ี 6
ชอ่ื หน่วยการสอน ยืม คา้ ประกัน จานอง จานา

จุดประสงค์ เพอ่ื

1. สร้างความรู้ความจาใหก้ ับผู้เรยี น
2. เพม่ิ การฝึกปฏิบัติแก่ผ้เู รียน
3. สร้างความรบั ผดิ ชอบ ความอดทน ความสนใจใฝ่เรยี นรู้

ลาดับกิจกรรม/ลาดับการปฏบิ ตั ิ

1. ผู้เรยี นศกึ ษาเนือ้ หาจากใบความรู้
2. ผ้เู รียนศึกษาหาความรจู้ ากตาราเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ยืม คา้ ประกนั จานอง จานา

คณุ ภาพ 20001-1003 สานกั พิมพ์เอมพนั ธ์
3. หรือ ครูผสู้ อนบรรยายความรู้ เรอื่ ง ยมื คา้ ประกนั จานอง จานา
4. จดั ทาใบงานตามท่มี อบหมาย (กาหนดเวลาจดั ทา 50 นาท)ี
5. ส่งงานใบงานทม่ี อบหมายกอ่ นหมดเวลาเรียน (10 นาที หรือเป็นการบา้ น)

เกณฑก์ ารพจิ ารณา

1. ส่งงานตรงเวลานดั หมาย
2. จดั ทาครบทุกข้อท่กี าหนด
3. ทางานเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย

ใบงานท่ี 1.1

เรอ่ื ง การยมื ค้าประกัน จานอง จานา

ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี น อธบิ ายเกย่ี วกบั เรอ่ื งต่อไปน้ี

1. การยมื
2. การค้าประกนั
3. การจานอง
4. การจานา
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

เฉลยใบงานที่ 1

(ดลุ พินจิ ผู้สอน)

แบบสรปุ คะแนน

ชุดท่ี 1
รายวิชา ยมื ค้าประกัน จานอง จานา

คะแนน กิจกรรมท่ี ใบงานท่ี แบบทดสอบ แบบทดสอบ คะแนน
ก่อนเรียน หลังเรียน ระหว่าง
123 1 เรยี น

คะแนนเตม็ ✓ ✓ 5 10 10 15
คะแนนทีไ่ ด้
คิดเป็นรอ้ ยละ  = ไม่ผา่ นกิจกรรม

หมายเหตุ : ✓ = ผ่านกิจกรรม

(ลงชอ่ื ) ....................................... ผู้ประเมนิ
(นายวิจติ ร พลเศษ)

ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครชู านาญการ

เกณฑก์ ารประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลังเรยี น

ระดบั คณุ ภาพ หมายถึง ดี
ระดบั 4 9 - 10 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
ระดบั 3 7 - 8 คะแนน หมายถึง พอใช้
ระดบั 2 5 - 6 คะแนน

20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรแู้ บบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1

ดา้ นการเตรยี มการสอน

1. จดั หน่วยการเรียนรไู้ ด้สอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และด้านจิตพิสยั

3. เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนร้กู ่อนเขา้ สอน

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

4. มีวิธกี ารนาเขา้ สบู่ ทเรยี นที่น่าสนใจ

5. มกี ิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จัดกจิ กรรมท่สี ง่ เสริมให้ผเู้ รยี นคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จัดกิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่เี ช่ือมโยงกับชีวิตจรงิ โดยนาภมู ปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามามีส่วนร่วม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรยี นปฏิบัติ หรือตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รยี น อย่างทัว่ ถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกาหนด

ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

16. ใช้สือ่ ท่ีเหมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผูเ้ รยี น

17. ใชส้ ื่อ แหล่งการเรยี นร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เปน็ ต้น

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั

20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผู้ท่เี กย่ี วข้องมีสว่ นร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบัตดิ เี ยีย่ ม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = ปฏิบัติพอใช้ รวม
2 = ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ คา่ เฉลี่ย

20.2 ปัญหาทพี่ บ และแนวทางแก้ปัญหา แนวทางแกป้ ัญหา
ปญั หาท่ีพบ
.....................................................................................
ด้านการเตรยี มการสอน .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านการวัดและประเมินผล
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นอน่ื ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อๆ)
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ลงชอื่ ........................................................................ ครผู ้สู อน
(....................................................................)

ตาแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................

21. บันทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม

วัน-เดอื น-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตาแหนง่

บันทกึ หลังการสอน

ผลการใช้แผนการเรยี นรู้

ความเหมาะสมของเวลา
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………

ผลการเรียนของผูเ้ รยี น

ความต้ังใจของผเู้ รยี น  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ
อุปกรณ์การสอน
 มาก  ดี

การเรียนรู้ของผูเ้ รยี น
 มาก  ดี

…………………………………………………………………………………………………………………………………….………

การสอนของครู

 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

กิจกรรมการสอนที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการ

เรียนรู้  ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้  ไม่ตรงตามแผนการจัดการเรยี นรู้

บนั ทึกเพมิ่ เติม

.................................................................................................................................. ...........................

………………………………………………
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
ผบู้ นั ทกึ การสอน

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั วชิ า 20001-1005 วชิ า กฎหมายพาณชิ ย์
หนว่ ยท่ี 7 ช่ือหนว่ ย ตวั แทน นายหน้า

ช่ือเร่อื ง ตวั แทน นายหนา้ จานวน 4 ชว่ั โมง สอนครง้ั ท่ี 25-26-27-28

1. สาระสาคญั

ตัวแทนมอี านาจทาการใด ๆ ตามทตี่ ัวการมอบหมายได้ ซ่ึงโดยปกตแิ ล้วการต้องทาดว้ ยตนเอง แต่เพราะเหตผุ ล
ใดกต็ ามตัวการได้มอบหมายให้ตวั แทนทาแทน แต่กรณนี ายหน้านั้นแมต้ ัวการจะมอบหมายใหน้ ายหน้ามีบทบาทชี้ชอ่ ง หรือจัดการ
ใหน้ ตัวการกบั บุคคลภายนอกได้ทาสัญญากนั แตน่ ายหนา้ ก็มิได้กระทาแทนตัวการโดยลงชอ่ื ในสญั ญาท่ีทากบั บุคคลภายนอกนัน้
เหมือนอยา่ งตวั แทน เว้นแตจ่ ะเซ็นเป็นพยานหรือนายหน้าได้ทาหนา้ ทตี่ ัวแทนด้วย สญั ญานายหนา้ กฎหมายมิได้กาหนดรปู แบบ
วธิ ีการแตง่ ตง้ั ไว้เลย ตัวการจึงมอบหมายนายหน้าด้วยวาจากไ็ ด้ หรอื หากจะทาสัญญานายหนา้ เปน็ หนังสอื กันไว้กจ็ ะเป็นการ
รอบคอบดีกวา่

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรยี นรู้

1. สามารถตรวจสอบสญั ญาตัวแทน และสิง่ ท่เี ก่ยี วข้องกบั สัญญาตัวแทนได้
2. สามารถตรวจสอบสัญญานายหน้า และสิ่งที่เกย่ี วขอ้ งกับสัญญานายหน้าได้

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป

3.1.1 รแู้ ละเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาตัวแทน สญั ญานายหน้า และสิง่ ทเี่ กี่ยวข้องกบั สัญญาตวั แทน

3.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้

ด้านความรู้

1.ความหมายและลกั ษณะของสัญญาตวั แทน
2.วธิ กี ารตงั้ ตัวแทน
3.ประเภทของตวั แทน
4.หนา้ ทแี่ ละความรับผิดระหว่างตวั การกับตวั แทน
5.ความรับผิดชอบของตัวการและตวั แทนต่อบคุ คลภายนอก
6.ความระงับสิน้ ไปแหง่ สญั ญาตัวแทน
7.ความหมายและลักษณะของสัญญานายหนา้

8.สทิ ธิ หน้าท่ี และความรบั ผิดของนายหน้า

ด้านทักษะ

1.สามารถตรวจสอบสญั ญาตัวแทน และสงิ่ ทเี่ กีย่ วข้องกับสัญญาตัวแทนได้
2.สามารถตรวจสอบสัญญานายหน้า และสงิ่ ที่เกยี่ วขอ้ งกับสัญญานายหน้าได้

คณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์

1. รับรู้ ตอบสนอง เห็นคณุ คา่ จัดระบบคณุ คา่ และพัฒนาลักษณะมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งมน่ั ในการ
ทางานมีจิตสาธารณะ

4. เน้ือหาสาระการสอน/การเรยี นรู้

4.1 ดา้ นความรู้

1.ความหมายและลกั ษณะของสญั ญาตัวแทน
2.วิธกี ารตัง้ ตวั แทน
3.ประเภทของตัวแทน
4.หน้าท่ีและความรบั ผดิ ระหว่างตวั การกับตัวแทน
5.ความรับผิดชอบของตวั การและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
6.ความระงบั สน้ิ ไปแหง่ สัญญาตัวแทน
7.ความหมายและลกั ษณะของสัญญานายหน้า
8.สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของนายหน้า

4.2 ด้านทกั ษะหรือการประยุกต์ใช้

1.สามารถตรวจสอบสัญญาตัวแทน และสิ่งที่เกีย่ วขอ้ งกบั สัญญาตวั แทนได้
2.สามารถตรวจสอบสัญญานายหนา้ และสิ่งท่เี กย่ี วข้องกับสญั ญานายหน้าได้

4.3 ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม
1. มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มคี วามรบั ผิดชอบรับรู้ ตอบสนอง เห็นคณุ ค่า จัดระบบคุณคา่ พัฒนาลักษณะนิสยั

ดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. มุ่งมนั่ ในการทางาน มีจิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพยี ง

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู ขั้นตอนการเรยี นหรอื กจิ กรรมของผ้เู รียน

ข้นั เตรยี ม(จานวน 20 นาที) 5.1 ผเู้ รยี นเขา้ ห้องเรยี น
5.1 นักเรียนทาความเคารพครูผ้สู อน 5.2 ครผู ู้สอนตรวจสอบรายชอ่ื ผู้เรียน
5.2 ครผู สู้ อนทกั ทายผเู้ รียนและสารวจรายชื่อผูเ้ รียน 5.3 ผูเ้ รียนรับใบความรู้ เร่อื ง
5.3 ครผู สู้ อนแจกใบความรู้ หรือ เตรียมอุปกรณ์ ตัวแทน นายหนา้
5.4 รบั ใบงาน อธบิ ายการทา
ในการสอนให้พร้อม และใบงาน
5.4 ผ้เู รียนใบความรู้ เตรยี มตาราเรียนและสมุด
5.5 ผสู้ อนการจัดทาใบงานท่ีมอบหมาย (10 นาที)

ขนั้ การสอน(จานวน....80..........นาที)

5.6 ครูผ้สู อนแจกแบบทดสอบกอ่ นเรียน 5.5 ผ้เู รยี นทดสอบก่อนเรยี น ( 10 นาท)ี

5.7 อธบิ ายการทาแบบทดสอบก่อนเรียน มจี านวน

10 ขอ้ เวลาทีใ่ ช้ 10 นาที (พร้อมส่งครบเวลา)

5.8 ครผู ู้สอนให้ผู้เรยี นศึกษาใบความรู้ หนว่ ยเนือ้ หา 5.6 ผู้เรยี นศกึ ษาตาราเรยี นหน่วยเนือ้ หา ใบความรู้

ตาราเรยี น ตวั แทน นายหนา้

5.9 ครผู สู้ อน ตั้งคาถามเกย่ี วกบั การวางแผนฯและ 5.7 ผเู้ รียนรว่ มตอบคาถาม

(ผู้เรียนตอบคาถาม) 5.8 ผเู้ รยี นรับฟงั การบรรยาย เกย่ี วกบั เนื้อหา

5.10 ครูผู้สอน อธิบายเน้ือหา ใบความรู้ เนอ้ื หาใน ตวั แทน นายหนา้

หน่วยการเรียนรู้ (เวลา 30 นาที) 5.9 ผู้เรียนจัดทาใบงานทมี่ อบหมาย ( 40 นาที)

5.11 ครูผสู้ อนมอบหมายการทาใบงาน แบบฝึกหดั

(เวลา 40 นาท)ี

ขั้นสรุป (จานวน 20 นาที) 5.10 ผ้เู รยี นร่วมสรปุ เนือ้ หา ใบความรู้ เน้ือหาหนว่ ย
5.12 ครผู ูส้ อนและผู้เรยี นสรุปเนอื้ หา หวั ข้อ การเรียนรู้ ตาราเรียน
ตัวแทน นายหนา้
5.13 ครผู ูส้ อนแจกแบบทดสอบหลงั เรยี น หัวขอ้ 5.11 ผู้เรยี นจดั ทาแบบทดสอบหลงั เรียน 10 ขอ้
(เวลา 10 นาที)
ตวั แทน นายหนา้
10 ข้อ (10 นาที) 5.12 มอบหมายงาน การจัดทารายงาน รายบุคคล
รายกลุ่ม 3-5 คน รายงานหน้าชนั้ เรยี น
เวลา 60 นาที (ถ้ามใี นคร้ังที่ 2 ในการสอน)

6. สือ่ การสอน

สื่อสิ่งพิมพ์

1. ตาราเรียน หนงั สอื ประกอบการเรียนการสอนวชิ า กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลศิ เกียรตวิ ิทยา
สานกั พิมพ์เอมพนั ธ์ สานักพิมพ์ สอศ. อ.จิโรจ

2. เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้

ส่ือโสตทัศน์ (ถ้าม)ี

1. power point กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 เรื่อง ตัวแทน นายหนา้
2. VDO ส่ือการสอน ประจาวิชา กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลิศเกยี รตวิ ิทยา สานักพมิ พเ์ อม
พันธ์ สานกั พิมพ์ สอศ. อ.จโิ รจ

หนุ่ จาลองหรือของจริง (ถา้ มี)
1. ...................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)

1. แบบทดสอบก่อนเรียน
2. ใบความรู้
4. ใบงาน (ใบมอบหมายงาน ถา้ ม)ี
3. แบบทดสอบหลงั เรียน

แหลง่ เรียนรู้
เรียนรู้

1. ห้องสมดุ วทิ ยาลัยการอาชีพสว่างแดนดิน (ตาราเรยี น)
2. หอ้ งอนิ เทอร์เนต็ วทิ ยาลัยการอาชีพสวา่ งแดนดิน การสืบค้นขอ้ มลู
3. Google แหลง่ เรียนรู้ออนไลน์ จากโทรศัพท์มือถือ

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กับวิชาอน่ื

1. วชิ าภาษาไทย การอา่ นและทาความเขา้ ใจในเนื้อหาหนว่ ยการเรยี นรู้ ใบความรู้ ตีความ
2. วิชาสังคมศึกษา การอยู่ในสังคม การคบเพ่ือน
3. วชิ าภาษาองั กฤษ เร่ืองศัพท์เฉพาะในหนว่ ยการเรียนการสอน

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. จดั เตรียมห้องเรียนให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ รกั ษาความสะอาด (แบ่งเวร)
2. จัดเตรียมอุปกรณก์ ารเรียนใหพ้ รอ้ ม ก่อนการเรียนการสอน
3. จัดทาแบบทดสอบก่อนเรียน และส่งตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน

8.2 ขณะเรยี น
1. ศึกษาเนื้อหาการเรยี นร้ปู ระจาหนว่ ยการเรยี นรู้ ใบความรู้
2. ตั้งใจเรยี น ฟังครผู ู้สอนอธบิ าย และตอบคาถามขณะเรยี นในขอ้ สงสยั
3. จัดทาใบงานท่ีมอบหมายตามกาหนดเวลาส่งที่กาหนดไว้
4. จดั ทาแบบทดสอบหลังเรียน และส่งตามกาหนดเวลา 10 ข้อ 10 นาที 10 คะแนน
5. ปฏบิ ัติตนในการเรียนร้อู ย่างเหมาะสมในช้นั เรียน

8.3 หลังเรยี น
1. การศึกษาเน้ือหาก่อนล่วงหนา้
2. มอบหมายงานแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้ ใบงาน
3. สง่ งานท่ีมอบหมาย

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ที่เกิดจากการเรียนรู้ของผ้เู รยี น

1. ใบงานทม่ี อบหมาย
2. สมุดในการทาแบบฝึกหัด แบบฝึกปฏบิ ตั ทิ า้ ยหน่วย
3. สรปุ ผลการทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
4. สรปุ ผลการสง่ งานท่ีมอบหมาย

10. เอกสารอา้ งอิง

1. บนั ทกึ การสอนของครู
2. ใบเช็ครายช่ือ
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. ใบความรู้ เนือ้ งานในหนงั สือเรยี น
5. แบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน

11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ บั รายวิชาอื่น

1. รายวิชาภาษาไทย เพื่ออ่าน ฟงั พูด เขยี น และตคี วามหมาย แปลความหมาย
2. รายวิชาสังคมศกึ ษา สงั คมไทย เพ่ือการอย่รู ว่ มกนั ในสังคม ในห้องเรยี น
3. รายวิชาภาษาอังกฤษ ที่มีภาษาอังกฤษในหนว่ ยการเรียนการสอน

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรียน

12.1.1 การประเมนิ การตรวจสอบรายชอ่ื ผเู้ ข้าเรียนในช่วั โมง (ด้านจิตพิสยั )
12.1.2 การประเมินการเตรยี มความพร้อมในการเรยี นของผเู้ รยี น อุปกรณก์ ารเรยี น ตาราเรียน
สมุด ปากกา ไม้บรรทดั
12.1.3 การประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เวลา 10 นาที 10 ข้อ 10 คะแนน

12.2 ขณะเรยี น
12.2.1 การประเมนิ การมีส่วนรว่ มในการเรียนการสอน การตอบ-ถาม (แบบประเมิน
พฤติกรรม)
12.2.2 การประเมนิ การสนใจใฝเ่ รียนรู้ การปฏิบัตติ น ขณะเรยี น การทาแบบฝกึ หดั ใบงาน

(แบบประเมินพฤตกิ รรม)
12.2.3 การประเมนิ ดว้ ยการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เวลา 10 นาที 10 ขอ้ 10 คะแนน

12.3 หลังเรียน

12.3.1 การประเมินผลการเรียนรแู้ ละสรปุ ผลการเรยี นรู้ แบบประเมนิ ผล
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนร้อยละ 50 หลังเรยี นรอ้ ยละ 70

12.3.2 เมอื่ ไมผ่ า่ นเกณฑท์ ่ีกาหนดใหม้ กี ารปรบั ปรุงแก้ไขต่อไปและสอบซอ่ มเสริม
12.3.3 มกี ารมอบหมายงาน ศึกษาเนื้อหาในหน่วยการเรียนถัดไป และใบความรู้ (ถา้ มี)
12.3.4 มอบหมายงานศึกษาเน้ือหาเพิ่มเตมิ โดยการจดั ทารายงานกลมุ่ หรือรายบคุ คคล

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 1 ………………………………………………………………………………....................................………
1. วิธกี ารประเมิน :ีีีีี……………………………………………………...........................…………….
2. เครือ่ งการประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
4. เกณฑ์การผา่ น :ีีีีี…………………………………………………………………...............

จุดประสงค์ข้อที่ 2 ……………………………………………………………………………………….....................................
1. วธิ กี ารประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
2. เครอ่ื งการประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
3. เกณฑ์การประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................

16. ใบความรู้ หนว่ ยการสอนท่ี 7
ช่ือหน่วยการสอน ตวั แทน นายหนา้
ชอื่ หัวข้อเรอ่ื ง ความรเู้ กี่ยวกบั บคุ คล นติ ิกรรม สัญญา หนี้

แนวคิด
ตัวแทนมีอานาจทาการใด ๆ ตามที่ตัวการมอบหมายได้ ซ่ึงโดยปกติแล้วการต้องทาด้วยตนเอง แต่เพราะเหตุผล

ใดกต็ ามตัวการได้มอบหมายใหต้ ัวแทนทาแทน แตก่ รณนี ายหน้าน้ันแม้ตวั การจะมอบหมายใหน้ ายหนา้ มีบทบาทชี้ช่อง หรอื จัดการ
ให้นตัวการกับบุคคลภายนอกไดท้ าสัญญากนั แตน่ ายหน้าก็มิได้กระทาแทนตวั การโดยลงชอ่ื ในสญั ญาท่ีทากบั บุคคลภายนอกนัน้
เหมือนอยา่ งตัวแทน เวน้ แตจ่ ะเซ็นเปน็ พยานหรือนายหนา้ ไดท้ าหนา้ ทต่ี ัวแทนด้วย สญั ญานายหนา้ กฎหมายมิได้กาหนดรปู แบบ
วธิ ีการแตง่ ต้ังไวเ้ ลย ตัวการจงึ มอบหมายนายหน้าดว้ ยวาจากไ็ ด้ หรือหากจะทาสญั ญานายหน้าเปน็ หนังสือกันไว้ก็จะเป็นการ
รอบคอบดกี วา่

เนือ้ หาสาระการเรยี นรู้

หน่วยที่ 7 ตวั แทน นายหนา้ ประกอบไปดว้ ยหัวข้อหรอื เนื้อหาสาระการเรยี นรูใ้ นเรื่องต่อไปนี้
1. ความหมายและลักษณะของสัญญาตัวแทน
2. วธิ กี ารตั้งตวั แทน
3. ประเภทของตัวแทน
4. หนา้ ทแี่ ละความรับผดิ ระหว่างตวั การกบั ตวั แทน
5. ความรบั ผิดชอบของตวั การและตวั แทนต่อบคุ คลภายนอก
6. ความระงับสิ้นไปแห่งสญั ญาตวั แทน
7. ความหมายและลักษณะของสัญญานายหน้า
8. สทิ ธิ หนา้ ท่ี และความรบั ผิดของนายหน้า

19. แบบฝกึ หัด

กฎหมายพาณิชย์

แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ หน่วยที่ 7

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. สัญญาตวั แทนคอื อะไร

ตอบ......................................................................................................................................................... ..
2. ให้อธบิ ายวธิ กี ารต้ังตวั แทน

ตอบ...........................................................................................................................................................
3. ตวั การมีหนา้ ที่ต่อตัวแทนอยา่ งไรบ้าง

ตอบ....................................................................................................................... ....................................
4. ตัวแทนมีความรบั ผิดชอบต่อตัวการอย่างไรบ้าง

ตอบ.......................................................................................................................... .................................
5. ตัวแทนมสี ทิ ธอิ ะไรบา้ งต่อตวั การ

ตอบ................................................................................................................................... ........................
6. สญั ญาตัวแทนระงบั ดว้ ยเหตุใดบ้าง

ตอบ...........................................................................................................................................................
7. สญั ญานายหน้าคอื อะไร

ตอบ............................................................................................................. ..............................................
8. กฎหมายกาหนดบาเหน็จนายหนา้ ไว้อยา่ งไร

ตอบ.......................................................................................................................... .................................
9. สัญญาตวั แทนกับสญั ญานายหน้าแตกตา่ งกันอย่างไร

ตอบ...........................................................................................................................................................
10. หนง่ึ มอบหมายสองให้หาคนมาซื้อท่ดี นิ ของหน่ึง และหนึง่ ได้มอบอานาจใหส้ องทาการขายที่ดนิ ของหนึ่งดังกล่าวแทนดว้ ย ดังน้ี
สญั ญาระหว่างหน่ึงกับสองเป็นสัญญาอะไรเพราะเหตใุ ด

ตอบ.......................................................................................................................... .................................

เฉลยแบบฝึกหดั

กฎหมายพาณชิ ย์

แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 7

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. สัญญาตัวแทนคืออะไร สญั ญาซึง่ ใหบ้ คุ คลคนหนึง่ เรียกวา่ ตวั แทน มีอานาจทาการแทนบุคคลอีกคนหนงึ่ เรียกว่า ตัวการ และ
ตกลงจะทาการด่ังน้ัน
2. ให้อธิบายวธิ กี ารตั้งตัวแทน

แมว้ า่ การต้ังตัวแทนจะเปน็ สัญญาระหวา่ งตวั การกบั ตัวแทน แต่สัญญาตวั แทนไม่จาต้องทาเป็นลายลกั ษณ์อักษรเสมอไป
อาจตง้ั โดยปรยิ ายก็ได้ แตเ่ พื่อใหม้ ีหลักฐาน กฎหมายจึงไดว้ างหลกั เกณฑ์ไวใ้ นมาตรา 798 ดังน้ี

(1) การตั้งตัวแทนต้องทาเปน็ หนังสอื ในกรณีต้ังตวั แทนไปทาภารกจิ ทกี่ ฎหมายกาหนดให้ต้องทาเปน็ หนังสอื การตั้ง
ตัวแทนก็ต้องทาเป็นหนังสอื เชน่ แกว้ ตาต้งั ดวงใจเป็นตวั แทนไปขายบ้านพร้อมท่ดี ินของแก้วตา ซ่ึงการซือ้ ขายอสังหารมิ ทรพั ย์
กฎหมายกาหนดให้ต้องทาเป็นหนังสือและจดทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีตามมาตรา 456 ดงั นัน้ การตงั้ ตัวแทนดังกลา่ วจึงตอ้ ง
ทาเป็นหนงั สือด้วย

(2) การตั้งตัวแทนต้องมหี ลักฐานเปน็ หนังสือ ในกรณตี ง้ั ตวั แทนไปทาภารกิจท่ีกฎหมายกาหนดให้ต้องมีหลกั ฐานเป็น
หนงั สอื การตงั้ ตวั แทนก็ต้องมีหลกั ฐานเป็นหนงั สือด้วย เช่น การตงั้ ตัวแทนไปกยู้ ืมเงนิ เกินกวา่ 2,000 บาท เป็นต้น
3. ตัวการมหี น้าที่ต่อตวั แทนอยา่ งไรบา้ ง

ตวั การมีหน้าทต่ี ่อตัวแทน กลา่ วคือ ตัวการต้องจ่ายเงนิ ทดรองคา่ ใช้จ่ายท่ีจาเปน็ และจา่ ยบาเหนจ็ แกต่ ัวแทนตามข้อตกลง
4. ตัวแทนมคี วามรับผดิ ชอบต่อตัวการอย่างไรบ้าง

(1) ตัวแทนต้องทาตามคาสั่งของตวั การและทาด้วยตนเอง เวน้ แต่จะมีอานาจต้ังตัวแทนชว่ งได้
(2) หากตวั แทนทาให้ตวั การเสยี หายเน่อื งจากทาโดยประมาทเลินเลอ่ หรอื ปราศจากอานาจ ตัวแทนตอ้ งรับผดิ ชอบต่อ
ตัวการ
5. ตัวแทนมสี ิทธิอะไรบา้ งต่อตวั การ
กล่าวคือ มสี ิทธิเรยี กให้ตวั การจา่ ยเงินทดรองคา่ ใชจ้ ่ายทจ่ี าเป็น เพ่อื การทาหนา้ ทข่ี องตัวแทน และมสี ทิ ธิรบั เงนิ บาเหนจ็
จากตัวการตามข้อตกลง เม่ือทาการแทนเสรจ็ แล้ว
6. สญั ญาตัวแทนระงบั ดว้ ยเหตุใดบา้ ง
(1) เมื่อตวั การบอกถอนตวั แทน หรือตัวแทนบอกเลิกการเป็นตัวแทน (มาตรา 826 วรรคหนึง่ ) หรือท้ังตัวการและตัวแทน
ตกลงเลิกสญั ญากัน
(2) เม่ือตวั การหรือตัวแทนตาย ตกเป็นคนไร้ความสามารถ หรือล้มละลาย (มาตรา 826 วรรคสอง)
(3) เมื่อตวั แทนทากจิ การเสร็จตามวัตถปุ ระสงคข์ องตวั การแล้ว

7. สัญญานายหนา้ คอื อะไร
คอื สญั ญาท่ีบคุ คลหนง่ึ ไดต้ กลงกบั ตวั การ เพื่อที่จะชช้ี อ่ งใหต้ ัวการไดท้ าสัญญากับบุคคลภายนอก หรอื จดั การใหต้ วั การ

บุคคลภายนอกได้ทาสญั ญากันสาเรจ็ ลลุ ่วงไป และเม่ือทาสัญญาสาเร็จตามท่นี ายหนา้ ช้ชี อ่ ง หรอื จดั การน้นั แลว้ นายหน้าก็จะได้
บาเหนจ็ จากตัวการ
8. กฎหมายกาหนดบาเหนจ็ นายหนา้ ไวอ้ ย่างไร

(1) นายหน้ามสี ทิ ธิไดร้ บั คา่ บาเหนจ็ เม่ือตวั การกับบคุ คลภายนอกได้ทาสัญญากนั สาเรจ็ เนือ่ งจากผลทีน่ ายหน้าไดช้ ้ชี อ่ ง
หรอื จดั การไป

(2) คา่ บาเหน็จนายหนา้ แม้มไิ ด้มขี อ้ ตกลงจะให้กนั ถา้ ตามพฤติการณ์เปน็ ท่คี าดหมายได้ว่านายหน้าทาเพ่ือคา่ บาเหน็จ ก็
ถือวา่ ตกลงกนั โดยปริยายวา่ มีบาเหน็จ

(3) ค่าบาเหน็จนายหนา้ แม้มไิ ด้กาหนดจานวนกันไว้ ก็ถือวา่ ตกลงกนั เป็นจานวนตามธรรมเนียม
อยา่ งไรก็ตาม แม้ต่อมาตัวการกับบคุ คลภายนอกได้เลิกสัญญากัน นายหนา้ ก็ยังมีสทิ ธิได้รบั คา่ บาเหนจ็
9. สัญญาตวั แทนกับสญั ญานายหน้าแตกตา่ งกันอย่างไร
(1) วิธกี ารทาสัญญา
สญั ญาตวั แทน กฎหมายวางหลักไวว้ ่าการแตง่ ตัง้ ตวั แทนให้มหี ลักฐานเปน็ หนงั สอื
สัญญานายหนา้ กฎหมายมิได้กาหนด หลักฐานการแต่งตงั้ นายหนา้ ไว้
(2) คา่ ใช้จา่ ยในการทางาน
สัญญาตัวแทน ตวั แทนมีสิทธเิ รยี กค่าใช้จ่ายจากตัวการได้
สญั ญานายหนา้ นายหนา้ ไม่มีสทิ ธเิ รยี กคา่ ใชจ้ า่ ยจากตัวการได้
(3) ความรบั ผิดชอบในการทางาน
สัญญาตวั แทน ตัวแทนอาจต้องรบั ผิดชอบต่อตัวการหากมีความเสียหาย
สัญญานายหน้า นายหน้าไม่ต้องรบั ผิดชอบต่อตัวการเลย
(4) สิทธริ บั คา่ บาเหนจ็
สัญญาตัวแทน ตัวแทนเม่ือทาการเสรจ็ ส้นิ จะไดร้ ับบาเหน็จเมอ่ื มีข้อตกลงไว้
สญั ญานายหนา้ นายหนา้ เม่ือทาการเสร็จส้ินจะได้รับบาเหน็จเสมอ
10. หนึง่ มอบหมายสองให้หาคนมาซื้อที่ดินของหนึ่ง และหนึ่งได้มอบอานาจให้สองทาการขายท่ีดนิ ของหนง่ึ ดังกล่าวแทนดว้ ย ดังน้ี
สัญญาระหวา่ งหนึง่ กับสองเป็นสัญญาอะไรเพราะเหตุใด
สัญญาระหว่างหน่งึ กับสอง เป็นสญั ญานายหน้าและสญั ญาตัวแทน เพราะสองมหี น้าท่ชี ีช้ อ่ งให้หนงึ่ กับบุคคลภายนอกได้ทาสญั ญา
กัน และสองยงั มีอานาจทาการขายทีด่ ินแทนหน่ึงอีกดว้ ย

17. ใบงาน

หน่วยการสอนที่ 7
ชอื่ หนว่ ยการสอน ตวั แทน นายหนา้

จดุ ประสงค์ เพอ่ื

1. สร้างความรู้ความจาใหก้ บั ผูเ้ รียน
2. เพิม่ การฝึกปฏิบัติแก่ผู้เรียน
3. สร้างความรับผิดชอบ ความอดทน ความสนใจใฝ่เรยี นรู้

ลาดับกิจกรรม/ลาดับการปฏบิ ัติ

1. ผู้เรยี นศึกษาเน้อื หาจากใบความรู้
2. ผเู้ รียนศกึ ษาหาความรู้จากตาราเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 7 ตวั แทน นายหนา้

20001-1003 สานักพิมพเ์ อมพนั ธ์
3. หรอื ครูผสู้ อนบรรยายความรู้ เรอ่ื ง ตวั แทน นายหน้า
4. จดั ทาใบงานตามทม่ี อบหมาย (กาหนดเวลาจดั ทา 50 นาท)ี
5. ส่งงานใบงานท่มี อบหมายก่อนหมดเวลาเรยี น (10 นาที หรือเป็นการบา้ น)

เกณฑก์ ารพิจารณา

1. ส่งงานตรงเวลานดั หมาย
2. จดั ทาครบทุกข้อที่กาหนด
3. ทางานเปน็ ระเบียบเรยี บร้อย

ใบงานท่ี 1.1

เร่อื ง ตวั แทน นายหนา้

ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี นยกตวั อย่างตวั แทน นายหน้าอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ เพอ่ื อภปิ รายหน้าชนั้ เรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

เฉลยใบงานท่ี 1

(ดุลพนิ ิจผู้สอน)

แบบสรปุ คะแนน

ชดุ ท่ี 1
รายวิชา ตัวแทน นายหน้า

คะแนน กิจกรรมท่ี ใบงานที่ แบบทดสอบ แบบทดสอบ คะแนน
ก่อนเรียน หลงั เรยี น ระหว่าง
123 1 เรียน

คะแนนเตม็ ✓ ✓ 5 10 10 15
คะแนนท่ีได้
คิดเป็นร้อยละ  = ไมผ่ า่ นกิจกรรม

หมายเหตุ : ✓ = ผ่านกิจกรรม

(ลงช่อื ) ....................................... ผปู้ ระเมิน
(นายวจิ ิตร พลเศษ)

ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการ

เกณฑก์ ารประเมินแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน

ระดับคุณภาพ หมายถึง ดี
ระดบั 4 9 - 10 คะแนน หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 3 7 - 8 คะแนน หมายถงึ พอใช้
ระดับ 2 5 - 6 คะแนน

20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรแู้ บบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชพี และบูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1

ดา้ นการเตรยี มการสอน

1. จดั หน่วยการเรียนรไู้ ด้สอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และด้านจติ พสิ ยั

3. เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรยี นรูก้ ่อนเขา้ สอน

ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

4. มีวิธกี ารนาเขา้ สบู่ ทเรยี นที่น่าสนใจ

5. มกี ิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จัดกจิ กรรมท่สี ง่ เสริมให้ผเู้ รยี นคน้ ควา้ เพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จัดกิจกรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่เี ช่ือมโยงกับชีวิตจรงิ โดยนาภมู ปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามามสี ว่ นร่วม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรยี นปฏิบัติ หรือตอบถูกตอ้ ง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รยี น อย่างทัว่ ถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกาหนด

ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

16. ใช้สือ่ ท่ีเหมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผูเ้ รยี น

17. ใชส้ ื่อ แหล่งการเรยี นร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เปน็ ต้น

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ว่ นรว่ มในการกาหนดเกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั

20. ครู ผเู้ รียน ผูป้ กครอง หรือ ผู้ท่เี กย่ี วข้องมีสว่ นร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดบั การปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบัตดิ เี ยีย่ ม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = ปฏิบัติพอใช้ รวม
2 = ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ คา่ เฉลี่ย

20.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแกป้ ัญหา แนวทางแก้ปญั หา
ปัญหาที่พบ
.....................................................................................
ด้านการเตรียมการสอน .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านส่ือ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านการวดั และประเมนิ ผล
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านอนื่ ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อๆ)
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ลงช่อื ........................................................................ ครผู ้สู อน
(....................................................................)

ตาแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................

21. บันทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม

วัน-เดอื น-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตาแหนง่

บันทกึ หลังการสอน

ผลการใช้แผนการเรยี นรู้

ความเหมาะสมของเวลา
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………

ผลการเรียนของผ้เู รยี น

ความต้ังใจของผู้เรยี น  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ
อุปกรณ์การสอน
 มาก  ดี

การเรียนรขู้ องผเู้ รยี น
 มาก  ดี

…………………………………………………………………………………………………………………………………….………

การสอนของครู

 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

กิจกรรมการสอนที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการ

เรียนรู้  ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้  ไม่ตรงตามแผนการจัดการเรยี นรู้

บันทึกเพมิ่ เติม

............................................................................................................................. ................................

………………………………………………
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
ผู้บนั ทกึ การสอน

แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหสั วิชา 20001-1005 วชิ า กฎหมายพาณชิ ย์
หน่วยท่ี 8 ชือ่ หน่วย สัญญาประกันภยั

ชอื่ เรื่อง สัญญาประกันภยั จานวน 4 ชวั่ โมง สอนครั้งที่ 29-30-31-32

1. สาระสาคัญ

สัญญาประกนั ภัยเป็นสญั ญาที่เกย่ี วกบั ความเส่ยี งภยั ด้วยการโอนความเส่ียงภยั ไปยังผรู้ ับประกนั ภยั โดยผเู้ อา
ประกันภยั ต้องมสี ่วนร่วมในวัตถทุ ีเ่ อาประกันภัยและยอมเสียหายบางสว่ นแต่แรกเป็นเบ้ียประกันภัย ซง่ึ หากมไิ ด้เกิดภัยตามสญั ญา
ขึ้นค่าเบี้ยประกันภยั กต็ ้องเสยี ไปเปล่า แตถ่ ้าเกิดภยั ดงั กลา่ วขนึ้ กจ็ ะได้รบั ชดใชจ้ ากผรู้ ับประกันภยั โดยผ้รู ับประกนั ภัยต้องเสยี หาย
เพราะการจา่ ยคา่ สนิ ใหมทดแทนใหแ้ ก่ผเู้ อาประกันภยั รายใดยอ่ มจะต้องมากกว่าค่าเบยี้ ปประกนั ที่ไดร้ บั อยู่แล้ว ส่วนการประกนั
ชีวิตในปัจจุบันมักทาในรูปของการออมเงนิ อย่างหนง่ึ ซึ่งถ้าผู้เอาประกันชวี ติ ยังมีชีวิตอยูบ่ ริษทั ผู้รับประกันก็จะจา่ ยน้อยกว่ากรณีผู้
เอาประกนั ชีวติ เสียชีวติ ระหวา่ งอายุสัญญา เปน็ ต้น นอกจากนย้ี ังมีประกนั ภัยคา้ จนุ และประกั้นภยั ภาคบงั คับ ซ่ึงเปน็ การทา
ประกันเพ่ือคุ้มครองบุคคลอน่ื ดว้ ย นับว่าเปน็ ธรุ กิจทเ่ี ปน็ ประโยชน์ต่อสังคมและเปน็ ความจาเปน็ ในชีวิตปประจาวันดว้ ย

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1.สามารถตรวจสอบสัญญาประกันภัย และสงิ่ ทีเ่ ก่ียวข้องกับสญั ญาประกันภยั ได้

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป

3.1.1 รูแ้ ละเขา้ ใจเกีย่ วกับลักษณะสัญญาประกนั ชวี ิตรูปแบบตา่ ง ๆ

3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ด้านความรู้

1.ความหมายและลกั ษณะของสัญญาประกนั ภยั
2.ส่วนได้เสียในเหตปุ ระกันภัย
3.การเปิดเผยข้อความจรงิ ของผ้เู อาประกัน
4.หลกั ฐานเปน็ หนงั สือและกรมธรรมป์ ระกันภยั
5.ลกั ษณะของประกันวินาศภัย
6.สทิ ธิและหนา้ ท่ขี องคู่สญั ญา

7.อายคุ วามประกันวนิ าศภัย
8.ประกันภยั ค้าจนุ
9.ลักษณะของประกันชวี ติ
10.ความแตกต่างระหวา่ งประกันภัยชวี ิตและประกนั วนิ าศภัย
11.ประกนั ภัยภาคบังคับ

ดา้ นทักษะ

1.สามารถตรวจสอบสัญญาประกนั ภัย และส่งิ ทเี่ กี่ยวข้องกับสัญญาประกันภยั ได้

คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์

1. รบั รู้ ตอบสนอง เห็นคุณค่า จดั ระบบคณุ ค่า และพฒั นาลกั ษณะมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งมั่นใน
การทางานมจี ติ สาธารณะ

4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้

1. ความหมายและลักษณะของสญั ญาประกนั ภยั
2. ส่วนได้เสียในเหตุประกนั ภัย
3. การเปดิ เผยขอ้ ความจริงของผู้เอาประกนั
4. หลักฐานเป็นหนังสอื และกรมธรรมป์ ระกนั ภยั
5. ลักษณะของประกนั วนิ าศภัย
6. สทิ ธแิ ละหนา้ ทขี่ องค่สู ญั ญา
7. อายคุ วามประกนั วนิ าศภัย
8. ประกันภยั คา้ จนุ
9. ลักษณะของประกันชีวิต
10. ความแตกต่างระหวา่ งประกันภัยชวี ิตและประกันวนิ าศภยั
11. ประกนั ภยั ภาคบังคับ

4.2 ด้านทักษะหรือการประยุกตใ์ ช้

1.สามารถตรวจสอบสัญญาประกันภัย และสง่ิ ท่เี กย่ี วข้องกับสัญญาประกันภัยได้

4.3 ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงคแ์ ละบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม
1. มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มคี วามรบั ผิดชอบรบั รู้ ตอบสนอง เหน็ คณุ คา่ จดั ระบบคุณค่า พัฒนาลักษณะนสิ ัย

ดา้ นคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. มงุ่ ม่นั ในการทางาน มจี ติ สาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง

5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้

ขัน้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขั้นตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผู้เรียน

ขน้ั เตรียม(จานวน 20 นาที) 5.1 ผู้เรียนเข้าห้องเรยี น
5.1 นักเรียนทาความเคารพครผู สู้ อน 5.2 ครผู ูส้ อนตรวจสอบรายชอื่ ผ้เู รยี น
5.2 ครูผู้สอนทกั ทายผู้เรยี นและสารวจรายช่อื ผู้เรียน 5.3 ผู้เรยี นรบั ใบความรู้ เร่ือง
5.3 ครผู ู้สอนแจกใบความรู้ หรือ เตรยี มอุปกรณ์ สญั ญาประกันภยั
5.4 รบั ใบงาน อธิบายการทา
ในการสอนใหพ้ รอ้ ม และใบงาน
5.4 ผเู้ รยี นใบความรู้ เตรียมตาราเรียนและสมุด
5.5 ผสู้ อนการจดั ทาใบงานที่มอบหมาย (10 นาที)

ขนั้ การสอน(จานวน....80..........นาท)ี

5.6 ครูผู้สอนแจกแบบทดสอบกอ่ นเรียน 5.5 ผ้เู รยี นทดสอบก่อนเรียน ( 10 นาท)ี

5.7 อธิบายการทาแบบทดสอบก่อนเรียน มจี านวน

10 ขอ้ เวลาทใี่ ช้ 10 นาที (พร้อมส่งครบเวลา)

5.8 ครผู ู้สอนใหผ้ ้เู รยี นศึกษาใบความรู้ หนว่ ยเน้ือหา 5.6 ผู้เรียนศึกษาตาราเรยี นหนว่ ยเนอื้ หา ใบความรู้

ตาราเรียน สัญญาประกันภยั

5.9 ครผู ู้สอน ตง้ั คาถามเกีย่ วกบั การวางแผนฯและ 5.7 ผเู้ รียนร่วมตอบคาถาม

(ผูเ้ รียนตอบคาถาม) 5.8 ผูเ้ รียนรับฟังการบรรยาย เก่ียวกบั เนอ้ื หา

5.10 ครูผสู้ อน อธิบายเนื้อหา ใบความรู้ เนอ้ื หาใน สญั ญาประกันภยั

หนว่ ยการเรยี นรู้ (เวลา 30 นาที) 5.9 ผู้เรยี นจดั ทาใบงานที่มอบหมาย ( 40 นาท)ี

5.11 ครผู ู้สอนมอบหมายการทาใบงาน แบบฝึกหัด

(เวลา 40 นาท)ี

ขั้นสรปุ (จานวน 20 นาที) 5.10 ผเู้ รียนรว่ มสรุปเน้ือหา ใบความรู้ เนอ้ื หาหนว่ ย
5.12 ครผู สู้ อนและผู้เรียนสรุปเนือ้ หา หวั ขอ้ การเรียนรู้ ตาราเรยี น
สัญญาประกนั ภยั
5.13 ครผู สู้ อนแจกแบบทดสอบหลงั เรยี น หวั ข้อ 5.11 ผู้เรียนจดั ทาแบบทดสอบหลังเรยี น 10 ขอ้
(เวลา 10 นาท)ี
สญั ญาประกันภยั
10 ขอ้ (10 นาที) 5.12 มอบหมายงาน การจดั ทารายงาน รายบคุ คล
รายกลุม่ 3-5 คน รายงานหนา้ ช้ันเรยี น
เวลา 60 นาที (ถ้ามีในคร้ังที่ 2 ในการสอน)

6. ส่อื การสอน

สื่อสิ่งพิมพ์

1. ตาราเรยี น หนงั สือประกอบการเรยี นการสอนวชิ า กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลศิ เกียรตวิ ิทยา
สานกั พิมพ์เอมพันธ์ สานักพิมพ์ สอศ. อ.จโิ รจ

2. เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้

ส่ือโสตทศั น์ (ถา้ ม)ี

1. power point กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 เรื่อง สัญญาประกนั ภยั
2. VDO ส่ือการสอน ประจาวิชา กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลศิ เกียรตวิ ทิ ยา สานักพมิ พเ์ อม
พันธ์ สานกั พมิ พ์ สอศ. อ.จิโรจ

หนุ่ จาลองหรือของจรงิ (ถ้ามี)
1. ...................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)

1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ใบความรู้
4. ใบงาน (ใบมอบหมายงาน ถ้าม)ี
3. แบบทดสอบหลงั เรียน

แหลง่ เรียนรู้
เรียนรู้

1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ (ตาราเรยี น)
2. หอ้ งอินเทอร์เนต็ วทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน การสบื คน้ ขอ้ มลู
3. Google แหลง่ เรียนรู้ออนไลน์ จากโทรศัพท์มือถือ

การบูรณาการ/ความสมั พันธ์กับวิชาอน่ื

1. วชิ าภาษาไทย การอา่ นและทาความเข้าใจในเน้ือหาหนว่ ยการเรียนรู้ ใบความรู้ ตคี วาม
2. วชิ าสังคมศึกษา การอยใู่ นสังคม การคบเพื่อน
3. วชิ าภาษาองั กฤษ เรื่องศัพทเ์ ฉพาะในหนว่ ยการเรยี นการสอน

8. งานท่มี อบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. จัดเตรยี มหอ้ งเรียนใหเ้ รยี บร้อยเป็นระเบียบ รกั ษาความสะอาด (แบ่งเวร)
2. จัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้พร้อม ก่อนการเรยี นการสอน
3. จัดทาแบบทดสอบก่อนเรยี น และส่งตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน

8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเน้ือหาการเรียนรู้ประจาหนว่ ยการเรียนรู้ ใบความรู้
2. ตั้งใจเรียน ฟงั ครผู ู้สอนอธบิ าย และตอบคาถามขณะเรยี นในขอ้ สงสยั
3. จดั ทาใบงานทมี่ อบหมายตามกาหนดเวลาส่งที่กาหนดไว้
4. จัดทาแบบทดสอบหลงั เรียน และส่งตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน
5. ปฏิบัตติ นในการเรยี นรูอ้ ย่างเหมาะสมในช้ันเรียน

8.3 หลังเรยี น
1. การศึกษาเน้ือหากอ่ นลว่ งหน้า
2. มอบหมายงานแบบฝึกหดั ท้ายหน่วยการเรียนรู้ ใบงาน
3. สง่ งานที่มอบหมาย

9. ผลงาน/ชนิ้ งาน ท่เี กิดจากการเรียนรู้ของผเู้ รียน

1. ใบงานท่มี อบหมาย
2. สมุดในการทาแบบฝึกหดั แบบฝึกปฏบิ ตั ิทา้ ยหน่วย
3. สรุปผลการทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
4. สรุปผลการสง่ งานท่มี อบหมาย

10. เอกสารอา้ งอิง

1. บนั ทึกการสอนของครู
2. ใบเชค็ รายชือ่
3. แผนการจัดการเรยี นรู้
4. ใบความรู้ เนื้องานในหนังสือเรียน
5. แบบทดสอบก่อนเรียน หลงั เรียน

11. การบรู ณาการ/ความสมั พันธก์ บั รายวชิ าอนื่

1. รายวิชาภาษาไทย เพื่ออ่าน ฟัง พดู เขียน และตคี วามหมาย แปลความหมาย
2. รายวิชาสงั คมศึกษา สงั คมไทย เพ่ือการอยู่ร่วมกนั ในสังคม ในห้องเรยี น
3. รายวิชาภาษาอังกฤษ ท่ีมีภาษาอังกฤษในหน่วยการเรียนการสอน

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรยี น

12.1.1 การประเมินการตรวจสอบรายชอ่ื ผเู้ ขา้ เรยี นในชวั่ โมง (ด้านจติ พสิ ัย)
12.1.2 การประเมินการเตรยี มความพร้อมในการเรยี นของผเู้ รียน อุปกรณก์ ารเรยี น ตาราเรียน
สมุด ปากกา ไม้บรรทัด
12.1.3 การประเมินการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เวลา 10 นาที 10 ข้อ 10 คะแนน

12.2 ขณะเรยี น
12.2.1 การประเมนิ การมสี ว่ นรว่ มในการเรียนการสอน การตอบ-ถาม (แบบประเมิน
พฤติกรรม)
12.2.2 การประเมินการสนใจใฝเ่ รียนรู้ การปฏบิ ัตติ น ขณะเรยี น การทาแบบฝึกหดั ใบงาน

(แบบประเมินพฤตกิ รรม)
12.2.3 การประเมนิ ดว้ ยการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เวลา 10 นาที 10 ขอ้ 10 คะแนน

12.3 หลังเรยี น

12.3.1 การประเมนิ ผลการเรียนรูแ้ ละสรปุ ผลการเรียนรู้ แบบประเมินผล
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี นรอ้ ยละ 50 หลงั เรยี นรอ้ ยละ 70

12.3.2 เมอื่ ไม่ผ่านเกณฑ์ท่ีกาหนดใหม้ กี ารปรับปรุงแก้ไขต่อไปและสอบซอ่ มเสรมิ
12.3.3 มกี ารมอบหมายงาน ศึกษาเนื้อหาในหน่วยการเรียนถัดไป และใบความรู้ (ถ้ามี)
12.3.4 มอบหมายงานศึกษาเน้ือหาเพิ่มเตมิ โดยการจดั ทารายงานกลมุ่ หรือรายบคุ คคล

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 ………………………………………………………………………………....................................………
1. วธิ กี ารประเมิน :ีีีีี……………………………………………………...........................…………….
2. เครื่องการประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
4. เกณฑ์การผา่ น :ีีีีี…………………………………………………………………...............

จุดประสงค์ข้อที่ 2 ……………………………………………………………………………………….....................................
1. วิธกี ารประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
2. เครื่องการประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................

14. แบบทดสอบก่อนเรยี น 15 แบบทดสอบหลงั เรียน

หนว่ ยการสอนที่ 8 ชื่อหน่วยการสอน สญั ญาประกันภัย
วตั ถุประสงค์ เพ่ือ ทดสอบความรู้เบอ้ื งต้นของผูเ้ รียน ก่อนการเรียนการสอน
ขอ้ คาถาม

แบบทดสอบก่อน/หลังเรยี น

จงเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องที่สดุ เพียงข้อเดียว
1. สัญญาประกนั ภัย แบง่ ออกเป็นก่ปี ระเภท

ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4
จ. 5
2. รถยนต์คันหนง่ึ มีบริษัท A เปน็ เจ้าของ B เป็นผเู้ ชา่ ซ้ือ C เปน็ ผ้เู ช่ารถ บุคคลตามขอ้ ใดที่ทาสัญญาประกันภยั รถยนต์คันน้ีได้
ก. A
ข. B
ค. C
ง. ได้ทุกคนทั้ง A, B หรือ C
จ. ไมม่ สี ทิ ธิทาสัญญาประกันภยั ไดเ้ ลย
3. ในการทาสัญญาประกนั ภยั ถ้าผเู้ อาประกนั ภยั ปกปิดข้อความจรงิ อันสาคัญท่อี าจทาให้ผูร้ บั ประกนั ภัยเรยี กเบย้ี ประกันสูงขึ้น
หรอื บอกปัดไมท่ าสัญญา จะมีผลให้สัญญาประกันภัยเปน็ ตามข้อใด
ก. สมบูรณท์ กุ ประการ
ข. สมบูรณเ์ ฉพาะส่วนท่เี ปิดเผย
ค. โมฆะ
ง. โมฆยี ะ
จ. ไม่สมบรู ณ์
4. ในการฟ้องเรยี กคา่ สนิ ไหมทดแทนตามสัญญาประกนั วนิ าศภัย มอี ายุความนบั แตว่ ันเกิดวินาศภัยตามข้อใด
ก. 6 เดือน
ข. 1 ปี
ค. 2 ปี
ง. 5 ปี
จ. 10 ปี

5. สญั ญาประกันภัยโดยสมคั รใจที่มีการตกลงให้ผู้รบั ประกันภยั ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแกบุคคลภายนอกในนามของผู้เอา
ประกันภยั เมื่อเกดิ วนิ าศภัยขึ้น เรียกวา่ สัญญาอะไร

ก. ประกันภัยคา้ จุน
ข. ประกันภัยค้าประกัน
ค. ประกนั ภยั ภาคบังคับ
ง. ประกันภยั จาเป็น
จ. ประกันภยั ทว่ั ไป
6. จากขอ้ 5. บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผเู้ สยี หายจะฟ้องเรียกให้ผู้รับประกันภัยใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนต้องฟอ้ งภายในกาหนดอายุความ
ตามข้อใด นบั แตว่ ันเกิดวินาศภัย
ก. 6 เดือน
ข. 1 ปี
ค. 2 ปี
ง. 5 ปี
จ. 10 ปี
7. เม่อื ผูร้ บั ประกันชีวิตได้ใชเ้ งินจานวนหน่งึ ตามสญั ญาประกนั ชวี ติ แลว้ ใหใ้ ชส้ ิทธิเรียกรอ้ งจากบุคคลผู้ก่อเหตุแห่งความมรณะได้
หรอื ไม่ เพียงใด
ก. มีสทิ ธิเรียกรอ้ งได้เตม็ จานวน
ข. มสี ทิ ธเิ รยี กร้องไดก้ ึ่งหนงึ่
ค. มสี ิทธเิ รียกร้องได้สองในสาม
ง. ไมม่ ีสิทธิเรยี กร้อง เวน้ แตไ่ ดส้ งวนสทิ ธไิ ว้
จ. ไม่มีสทิ ธเิ รียกร้องจากผู้ก่อเหตไุ ด้
8. การฟ้องเรยี กเงินตามสญั ญาประกันชีวติ มีอายุความกปี่ ีนบั แต่วนั ที่อาจบังคับตามสิทธิเรยี กร้องได้
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 5
จ. 10

9. หากมกี ารใช้รถท่ฝี ่าฝนื มิได้ทาประกนั ภยั ภาคบงั คบั จะมีอตั ราโทษตามข้อใด
ก. ปรับไมเ่ กนิ 5,000 บาท
ข. ปรับไมเ่ กนิ 10,000 บาท
ค. จาคุกไม่เกิน 6 เดือน
ง. ปรับไม่เกิน 15,000 บาท

จ. ขอ้ ค. และ ง. เป็นคาตอบท่ีถกู ต้อง
10. กรณผี ู้ประสบภัยจากรถเสยี ชวี ิตและมไิ ด้เป็นฝา่ ยผดิ จะได้รับชดใชจ้ ากผู้รบั ประกนั ภัยภาคบงั คับจานวนเทา่ ใด

ก. 300,000 บาท
ข. 200,000 บาท
ค. 100,000 บาท
ง. 80,000 บาท
จ. 50,000 บาท

กระดาษคาตอบ ก่อนเรยี น – หลังเรยี น

กิจกรรมการเรยี นรู้
หน่วยที่ 8 เรื่อง สัญญาประกันภัย

กอ่ นเรียน จ หลงั เรียน
ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง จ
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10

รวมคะแนน กอ่ นเรียน รวมคะแนน หลังเรียน

ชอ่ื -สกลุ ...........................................................แผนก/ห้อง............เลขที่..............
วิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน

เฉลยแบบทดสอบ

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น – หลงั เรียน
กจิ กรรมการเรยี นรู้

หน่วยท่ี 8 เรอ่ื ง สัญญาประกนั ภัย

กอ่ นเรียน จ หลงั เรียน
ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง จ
1x x 1
2x x 2
3x 3
4x 4
5x 5
6x 6
7 7
8 8
9x 9
10 x 10

รวมคะแนน ก่อนเรยี น 10 รวมคะแนน หลังเรยี น 10

ชื่อ-สกุล...........................................................ผู้สอน/ผู้ตรวจ
(นายวิจิตร พลเศษ)

หนว่ ยการสอนที่ 8
ช่ือหน่วยการสอน สญั ญาประกนั ภัย

16. ใบความรู้

แนวคิด

สญั ญาประกนั ภยั เปน็ สัญญาท่ีเกีย่ วกบั ความเส่ยี งภยั ดว้ ยการโอนความเสย่ี งภยั ไปยังผูร้ ับประกนั ภัย โดยผ้เู อา
ประกันภยั ตอ้ งมสี ่วนรว่ มในวตั ถทุ เ่ี อาประกันภยั และยอมเสยี หายบางส่วนแต่แรกเป็นเบี้ยประกนั ภัย ซึง่ หากมไิ ด้เกดิ ภัยตามสัญญา
ขึ้นค่าเบยี้ ประกันภัยกต็ ้องเสยี ไปเปล่า แตถ่ า้ เกิดภยั ดังกล่าวขึ้นก็จะได้รับชดใชจ้ ากผรู้ ับประกันภยั โดยผ้รู บั ประกนั ภยั ต้องเสียหาย
เพราะการจ่ายค่าสินใหมทดแทนให้แกผ่ ู้เอาประกนั ภัยรายใดยอ่ มจะตอ้ งมากกวา่ ค่าเบย้ี ปประกนั ท่ีได้รับอยู่แลว้ สว่ นการประกนั
ชีวิตในปัจจบุ ันมกั ทาในรูปของการออมเงินอย่างหนึง่ ซงึ่ ถ้าผ้เู อาประกนั ชีวิตยังมีชีวิตอยบู่ ริษทั ผู้รบั ประกันก็จะจา่ ยน้อยกว่ากรณีผู้
เอาประกันชวี ิตเสียชีวิตระหว่างอายุสัญญา เป็นต้น นอกจากนยี้ ังมปี ระกันภัยค้าจุนและประกน้ั ภัยภาคบังคับ ซง่ึ เปน็ การทา
ประกันเพอ่ื คมุ้ ครองบุคคลอนื่ ด้วย นบั ว่าเป็นธรุ กจิ ที่เป็นประโยชนต์ ่อสังคมและเปน็ ความจาเปน็ ในชีวิตปประจาวนั ดว้ ย

เน้อื หาสาระการเรยี นรู้

หน่วยท่ี 8 สัญญาประกันภัย ประกอบไปดว้ ยหัวข้อหรอื เน้ือหาสาระการเรียนร้ใู นเร่ืองต่อไปนี้
1 ความหมายและลักษณะของสัญญาประกันภยั
2 ส่วนไดเ้ สยี ในเหตุประกันภยั
3 การเปิดเผยข้อความจรงิ ของผ้เู อาประกัน
4 หลกั ฐานเป็นหนังสอื และกรมธรรม์ประกนั ภัย
5 ลักษณะของประกันวินาศภัย
6 สิทธิและหน้าทีข่ องคู่สัญญา
7 อายคุ วามประกันวินาศภยั
8 ประกันภยั ค้าจุน
9 ลกั ษณะของประกนั ชวี ิต
10 ความแตกต่างระหวา่ งประกนั ภยั ชวี ิตและประกนั วินาศภัย
11 ประกันภัยภาคบังคับ

19. แบบฝึกหัด

กฎหมายพาณิชย์

แบบประเมินผลการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 8

ตอนที่ 1 จงตอบคาถามต่อไปนี้
1. สัญญาประกนั ภยั คือ

ตอบ............................................................................................................................ ...............................
2. สญั ญาประกันภัยแบง่ ออกเป็นก่ปี ระเภท อะไรบ้าง

ตอบ...........................................................................................................................................................
3. ผ้เู อาประกันจาเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในเหตปุ ระกนั ภัยหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

ตอบ...........................................................................................................................................................
4. การทาสญั ญาประกันภยั น้ัน บุคคลใดมหี นา้ ท่ีเปิดเผยข้อความจรงิ บา้ ง
ตอบ...........................................................................................................................................................
5. กรมธรรมป์ ระกนั ภยั คืออะไร เกีย่ วขอ้ งกับสัญญาประกันภัยอยา่ งไร

ตอบ............................................................................................................................ ...............................
6. ตามสญั ญาประกนั วินาศภัย คาว่า วินาศภยั หมายความวา่ อย่างไร

ตอบ...........................................................................................................................................................
7. ใหบ้ อกสิทธิของผ้รู ับประกันวนิ าศภัยมา 4 ประการ

ตอบ...........................................................................................................................................................
8. ใหบ้ อกสทิ ธขิ องผูเ้ อาประกันภยั มา 4 ประการ

ตอบ............................................................................................................................ ...............................
9. สัญญาประกนั ภยั คา้ จุน คือ

ตอบ...........................................................................................................................................................
10. สัญญาประกนั ชวี ติ คือ

ตอบ............................................................................................................................ ...............................
11. ประกนั ภยั ภาคบังคับเปน็ ไปตามกฎหมายฉบับใด

ตอบ...........................................................................................................................................................
12. ให้บอกเหตผุ ลในการประกาศใชก้ ฎหมายตามข้อ 11.

ตอบ............................................................................................................................ ...............................

เฉลยแบบฝกึ หดั

กฎหมายพาณชิ ย์

แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 8

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1. สญั ญาประกันภยั คือ สัญญาซึง่ บคุ คลคนหนึ่งตกลงจะใช้คา่ สนิ ไหมทดแทน หรือใช้เงินจานวนหนึง่ ใหใ้ นกรณีวินาศภยั หากมขี นึ้
หรือในเหตอุ ย่างอื่นในอนาคตดงั ได้ระบุไวใ้ นสัญญา และในการน้ีบคุ คลอกี คนหนง่ึ ตกลงจะส่งเงินซ่งึ เรียกวา่ เบี้ยประกันภยั
2. สญั ญาประกันภยั แบง่ ออกเป็นก่ีประเภท อะไรบ้าง

สัญญาประกันภยั แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
(1) สญั ญาประกันวนิ าศภยั ผู้รับประกันภยั ตกลงจะใช้คา่ สินไหมทดแทนใหใ้ นกรณวี ินาศภยั เกิดขน้ึ
(2) สัญญาประกันชีวิต ผ้รู ับประกนั ภัยตกลงจะใชเ้ งินจานวนแน่นอนใหใ้ นกรณีที่มีเหตุอย่างอ่ืนในอนาคตดงั ได้ระบุไวใ้ น
สัญญา
3. ผ้เู อาประกันจาเปน็ ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียในเหตุประกันภัยหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
เนอ่ื งจากสญั ญาประกนั ภัยอาศัยเหตุการณ์ในอนาคตและไม่แนน่ อนมาเปน็ มูลเหตใุ นการจ่ายคา่ สนิ ไหมทดแทน หรือ
จ่ายเงินจานวนหน่งึ ให้ตามทีร่ ะบุไวใ้ นสญั ญา ดังนัน้ หากยอมให้มกี ารทาสัญญาประกนั ภัยได้โดยผ้เู อาประกนั ภัยไม่จาต้องมสี ว่ นได้
ส่วนเสียขณะทาสญั ญาในเหตุหรอื วัตถุท่เี อาประกันภัยไว้ ย่อมเปน็ การขัดต่อความสงบเรียบรอ้ ยและศีลธรรมอนั ดีของประชาชนได้
เพราะย่อมอาจเป็นเหตุให้มกี ารทาลายทรพั ย์สินท่ีเอาประกันภยั ไว้หรือทาร้ายผถู้ ูกเอาประกันชวี ติ ไดแ้ ละเปน็ การขดั กับหลกั การ
โอนความเส่ยี งภัยหรือกระจายความเสย่ี งภัย เพราะถ้าไม่มีสว่ นได้เสียยอ่ มไม่มีความเสี่ยงอันใดเลยตวั อยา่ งการมสี ว่ นได้เสีย เช่น
การเป็นเจ้าของ หรอื ผู้ครอบครองทรัพย์สนิ ทีเ่ อาประกนั ภัยไว้ หรือในกรณีประกันชวี ิตไดท้ าสัญญาประกนั ชวี ติ ตนเอง หรือเป็น
บดิ ามารดากับบุตร คหู่ มน่ั คู่สมรส เจ้าหน้ีเอาประกนั ชีวติ ลูกหนไี้ ด้ หรอื ในบางกรณีนายจ้างเอาประกันชวี ติ ลกู จ้างได้
4. การทาสัญญาประกนั ภัยน้ัน บคุ คลใดมีหนา้ ท่เี ปดิ เผยข้อความจรงิ บา้ ง
(1) ผู้เอาประกันภัย รวมทัง้ ผู้ถูกเอาประกนั ชีวิตด้วย แต่ไม่รวมผู้รบั ประโยชน์
(2) ผรู้ ับประกนั ย่อมตอ้ งเปดิ เผยข้อความจรงิ เชน่ กนั ตามหลกั ความสจุ ริตซึ่งเปน็ หลกั ทั่วไปในการทาสัญญา (มาตรา 5
และมาตรา 6 ป.พ.พ.) และตามพระราชบัญญัตปิ ระกนั วินาศภยั พ.ศ. 2535 พระราชบัญญตั ิประกนั ชวี ติ พ.ศ. 2535 โดยให้
ประกาศรายการงบดลุ และงบกาไรขาดทนุ ในหนังสือพมิ พ์รายวนั อยา่ งน้อยหน่ึงฉบับไม่น้อยกวา่ สามวัน และปิดประกาศดงั กลา่ ว
ณ สานักงานใหญ่ สานักงานสาขาไม่น้อยกว่าหนงึ่ เดอื นด้วย เพ่อื ใหป้ ระชาชนไดท้ ราบข้อมลู เกีย่ วกับฐานะทางการเงิน และผลการ
ดาเนินงานของบรษิ ัท

5. กรมธรรม์ประกันภยั คืออะไร เก่ียวขอ้ งกับสัญญาประกนั ภัยอยา่ งไร
กรมธรรม์ประกันภัย คอื เอกสารทผ่ี ู้รับประกนั ภัยออกให้แกผ่ ู้เอาประกนั ภัย โดยมีรายละเอยี ดเกี่ยวกบั วัตถุทีเ่ อา

ประกนั ภัย ภยั ทผ่ี ้รู ับประกนั ภัยรบั เสีย่ งราคาแห่งมูลประกนั ภยั จานวนเงินซ่ึงเอาประกนั ภัยจานวนเบี้ยประกนั ช่ือหรือยีห่ อ้ ของ
ผรู้ บั ประกันภัย ช่ือหรือย่ีห้อของผู้เอาประกนั ภยั ช่ือของผู้รับประโยชน์ (ถ้ามี) วันทาสัญญาประกันภัย

กรมธรรมป์ ระกนั ภัยเก่ียวข้องกบั สัญญาประกนั ภัย เนื่องจากกฎหมายกาหนดให้ผู้รบั ประกันภัยมีหนา้ ทตี่ ้องส่งมอบ
กรมธรรม์ประกนั ภยั ใหแ้ ก่ผ้เู อาประกันภัย เพื่อเปน็ การค้มุ ครองผู้เอาประกันภัยจะได้มเี อกสารหลกั ฐานสาคญั เก็บไว้
6. ตามสญั ญาประกนั วนิ าศภัย คาว่า วินาศภยั หมายความวา่ อยา่ งไร

คาวา่ “วนิ าศภยั ” หมายความว่า เป็นความเสยี หายอย่างใด ๆ ทจ่ี ะพึงประมาณเป็นเงนิ ได้
7. ให้บอกสทิ ธิของผรู้ ับประกันวินาศภยั มา 4 ประการ

(1) รับเบ้ยี ประกนั ภัยตามสัญญา
(2) ลดคา่ สินไหมทดแทนได้หากกาหนดราคาไว้สงู เกนิ จรงิ มาก โดยคนื เบยี้ ประกนั ภัยตามส่วนพร้อมดอกเบย้ี ร้อยละ 7.5
ตอ่ ปี
(3) เรยี กคา่ สินไหมทดแทนจากผู้เอาประกันภัยหรอื ผรู้ บั ประโยชน์ ในกรณีแจง้ เหตวุ ินาศภยั แกผ่ ้รู ับประกนั ภยั ชกั ช้าเป็น
สาเหตุให้ผู้รบั ประกนั ไดร้ บั ความเสียหาย เชน่ ทาใหต้ รวจพิสจู นห์ ลักฐานยาก หรือติดตามเอาทรัพยค์ นื ได้ยาก เป็นต้น
(4) บอกเลกิ สัญญาได้ตามเง่ือนไขทีร่ ะบไุ วในสญั ญา หรือกรณีผเู้ อาประกนั ภยั ลม้ ละลาย โดยบอกเลิกเม่ือพน้ เวลาคุ้มครอง
ตามทจ่ี ่ายเบ้ยี ประกนั ภัยไว้แล้ว
8. ให้บอกสิทธิของผู้เอาประกันภยั มา 4 ประการ
(1) เรียกคา่ สนิ ไหมทดแทนเม่ือเกิดวนิ าศภัยตามทร่ี ะบุไว้ในสัญญาประกันวินาศภยั เวน้ แตว่ นิ าศภัยเกิดขึน้ เพราะความ
ทุจรติ หรอื ความประมาทเลนิ เล่ออย่างร้ายแรงของผเู้ อาประกนั ภัยหรือผูร้ บั ประโยชน์
(2) ขอลดจานวนเงินซง่ึ เอาประกันภัย (ก่อนเกิดเหตวุ ินาศภัย) กรณมี ลู ประกนั ภยั หรือสว่ นได้เสยี ลดลงไปอย่างมากใน
ระหว่างอายุสัญญาประกันภยั เช่น ลดลงถงึ ครงึ่ หนึง่ ของวงเงินทต่ี กลงกนั ไวแ้ ต่เดิมและขอลดเบ้ยี ประกันภยั ลงดว้ ย
(3) ขอลดเบ้ียประกนั ภัยกรณีผ้รู ับประกันภยั หยบิ ยกเอาภัยใดมาพจิ ารณากาหนดเบย้ี ประกนั ภัย ซึ่งในขณะน้ีภยั ดงั กล่าว
ไดห้ มดไปแล้ว เชน่ ประกันภัยอคั คีภยั อาคารทีอ่ ยตู่ ิดสถานีเตมิ ก๊าซรถยนตแ์ ต่ขณะน้ีเลกิ กจิ การเติมกา๊ ซแล้ว เป็นต้น
(4) บอกเลิกสญั ญากรณีผรู้ ับประกนั ภยั ลม้ ละลาย หรือบอกเลิกในขณะก่อนเรมิ่ เส่ียงภยั หรือตามเง่ือนไขท่ีกรมธรรม์ระบุ
ไว้
9. สัญญาประกนั ภัยคา้ จนุ คือ สญั ญาประกนั ภยั ซ่ึงผรู้ ับประกันภยั ตกลงวา่ จะใช้คา่ สินไหมทดแทนในนามผเู้ อาประกนั ภยั เพ่ือ
ความวินาศอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซงึ่ ผู้เอาประกนั ภัยจะต้องรบั ผดิ ชอบ
10. สัญญาประกนั ชีวิต คือ สญั ญาซงึ่ ผู้รับประกนั ชวี ติ ตกลงจะใช้เงนิ จานวนหนง่ึ ใหเ้ มื่อมเี หตุในอนาคตดังระบุไวใ้ นสัญญา คือ
ความมรณะของผูเ้ อาประกนั ชวี ติ หรอื ผ้ถู กู เอาประกนั ชวี ติ หรอื เมื่อผู้น้ันยังทรงชีพอยู่จนถึงเวลาตามท่ีไดต้ กลงกนั ไว้ โดยผเู้ อา
ประกันชวี ิตตกลงสง่ เบยี้ ประกันภยั ให้แก่ผู้รบั ประกันชวี ติ ตามสัญญา
11. ประกนั ภยั ภาคบงั คับเป็นไปตามกฎหมายฉบบั ใด
ประกนั ภยั ภาคบงั คับเป็นไปตามกฎหมาย ชอ่ื พระราชบญั ญัติคุ้มครองผ้ปู ระสบภยั จากรถ พ.ศ. 2535
12. ใหบ้ อกเหตผุ ลในการประกาศใชก้ ฎหมายตามขอ้ 11.
เหตุผลในการประกาศใช้ พระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองผปู้ ระสบภยั จากรถ พ.ศ. 2535
(1) เพ่ือให้การคมุ้ ครองแกผ่ ปู้ ระสบภยั จากรถอันเป็นเหตใุ ห้รบั อันตรายถึงแก่ชีวติ ร่างกายให้ได้รบั ชดใช้ค่าเสียหายใน
เบอ้ื งต้นกอ่ นอย่างแน่นอน และทนั ทว่ งที

(2) เพื่อเปน็ หลกั ประกันว่าสถานพยาบาลทุกแห่งจะได้รบั ค่ารักษาพยาบาลอย่างแนน่ อนและรวดเรว็ ในการให้การ
รักษาพยาบาลแกผ่ ้ปู ระสบภัยจากรถดงั กล่าว

(3) เพื่อเปน็ การส่งเสริมให้ธุรกจิ ประกนั ภัยไดม้ สี ว่ นร่วมในการแบง่ เบาความเสียหายของผปู้ ระสบภยั จากรถ อีกท้ังยังเปน็
การแบง่ เบาภาระของรฐั อีกทางหน่ึงด้วย

17. ใบงาน

หนว่ ยการสอนที่ 8
ชอื่ หน่วยการสอน สญั ญาประกันภัย

จดุ ประสงค์ เพอ่ื

1. สรา้ งความรู้ความจาใหก้ บั ผู้เรียน
2. เพ่ิมการฝึกปฏิบตั ิแกผ่ ู้เรียน
3. สร้างความรับผิดชอบ ความอดทน ความสนใจใฝ่เรียนรู้

ลาดับกิจกรรม/ลาดบั การปฏิบตั ิ

1. ผู้เรยี นศกึ ษาเนื้อหาจากใบความรู้
2. ผูเ้ รยี นศกึ ษาหาความรู้จากตาราเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 สญั ญาประกนั ภยั

20001-1003 สานักพิมพ์เอมพนั ธ์
3. หรือ ครูผสู้ อนบรรยายความรู้ เรอื่ ง สญั ญาประกนั ภัย
4. จัดทาใบงานตามที่มอบหมาย (กาหนดเวลาจดั ทา 50 นาท)ี
5. ส่งงานใบงานทมี่ อบหมายก่อนหมดเวลาเรียน (10 นาที หรอื เป็นการบา้ น)

เกณฑก์ ารพจิ ารณา

1. ส่งงานตรงเวลานัดหมาย
2. จดั ทาครบทุกข้อทก่ี าหนด
3. ทางานเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย

ใบงานที่ 1.1

เรื่อง สัญญาประกนั ภยั

ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี น การประกนั ภยั มรี ปู แบบอยา่ งไร ยกตวั อยา่ งการประกนั ภยั มา 2 ตวั อยา่ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

เฉลยใบงานที่ 1

(ดลุ พนิ จิ ผู้สอน)

แบบสรปุ คะแนน

ชดุ ท่ี 1
รายวชิ า สญั ญาประกันภยั

คะแนน กจิ กรรมที่ ใบงานท่ี แบบทดสอบ แบบทดสอบ คะแนน
กอ่ นเรียน หลงั เรยี น ระหว่าง
123 1 เรียน

คะแนนเต็ม ✓ ✓ 5 10 10 15
คะแนนทไี่ ด้
คดิ เปน็ รอ้ ยละ  = ไม่ผ่านกิจกรรม

หมายเหตุ : ✓ = ผ่านกิจกรรม

(ลงช่ือ) ....................................... ผปู้ ระเมิน
(นายวจิ ติ ร พลเศษ)

ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครชู านาญการ

เกณฑ์การประเมนิ แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน

ระดับคณุ ภาพ หมายถึง ดี
ระดบั 4 9 - 10 คะแนน หมายถงึ ปานกลาง
ระดับ 3 7 - 8 คะแนน หมายถงึ พอใช้
ระดบั 2 5 - 6 คะแนน


Click to View FlipBook Version