The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายวิจิตร พลเศษ, 2020-09-08 06:34:58

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

แผนการสอน วิชากฎหมายพาณิชย์

20. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจดั การเรียนรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1

ดา้ นการเตรยี มการสอน

1. จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมินครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ และดา้ นจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สอ่ื นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้ สอน

ด้านการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

4. มวี ิธกี ารนาเข้าสู่บทเรยี นที่น่าสนใจ

5. มกี ิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพื่อช่วยให้ผเู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กิจกรรมทส่ี ง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นค้นคว้าเพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นกั เรียนมีสว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จัดกจิ กรรมทเี่ นน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ให้ผู้เรยี นแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรทู้ ่ีเชื่อมโยงกบั ชวี ติ จริงโดยนาภมู ปิ ญั ญา/บูรณาการเข้ามามีส่วนร่วม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มกี ารเสรมิ แรงเม่ือนักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรือตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อย่างทั่วถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาทก่ี าหนด

ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

16. ใชส้ อ่ื ท่เี หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น

17. ใช้สอ่ื แหลง่ การเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานที่ ของจริง เอกสาร

สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เปน็ ตน้

ดา้ นการวดั และประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ่วนรว่ มในการกาหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบท้ังดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจิตพสิ ัย

20. ครู ผู้เรยี น ผปู้ กครอง หรือ ผู้ทเ่ี ก่ยี วข้องมสี ่วนร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏิบัตดิ เี ยีย่ ม 4 = ปฏบิ ัตดิ ี 3 = ปฏิบัติพอใช้ รวม
2 = ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏิบัติ คา่ เฉลี่ย

20.2 ปญั หาท่พี บ และแนวทางแก้ปัญหา

ปัญหาที่พบ แนวทางแกป้ ญั หา

ด้านการเตรยี มการสอน

..................................................................................... .....................................................................................

..................................................................................... .....................................................................................

..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านส่ือ นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านการวัดและประเมนิ ผล
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นข้อๆ)
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ลงช่ือ ........................................................................ ครูผ้สู อน
(....................................................................)

ตาแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................

21. บันทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม

วัน-เดอื น-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตาแหนง่

บันทกึ หลังการสอน

ผลการใช้แผนการเรยี นรู้

ความเหมาะสมของเวลา
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………

ผลการเรียนของผูเ้ รยี น

ความต้ังใจของผูเ้ รยี น  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ
อุปกรณ์การสอน
 มาก  ดี

การเรียนรู้ของผูเ้ รยี น
 มาก  ดี

…………………………………………………………………………………………………………………………………….………

การสอนของครู

 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

กิจกรรมการสอนที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการ

เรียนรู้  ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้  ไมต่ รงตามแผนการจัดการเรียนรู้

บนั ทึกเพมิ่ เตมิ

.............................................................................................................................................................

………………………………………………
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
ผู้บันทึกการสอน

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหสั วชิ า 20001-1005 วชิ า กฎหมายพาณิชย์

หน่วยท่ี 9 ชอ่ื หนว่ ย การจัดทาเอกสารทเ่ี กี่ยวข้องกับกฎหมายพาณิชย์
ชือ่ เร่อื ง การจัดทาเอกสารทเี่ กี่ยวขอ้ งกับกฎหมายพาณชิ ย์ จานวน 4 ชว่ั โมง สอนคร้ังท่ี 33-34-35-36

1. สาระสาคญั

เอกสารท่ีเกยี่ วข้องกับกฎหมายพาณิชย์ทสี่ าคัญยงิ่ คือ เอกสารท่ีเปน็ สัญญาทง้ั หลายท่ีคู่กรณี หรอื บคุ คลที่
เก่ยี วขอ้ งได้เจรจาและจดั ทา สว่ นเอกสารอ่ืน ๆ ส่วนใหญก่ ็จะเปน็ เอกสารประกอบสัญญาอันได้แก่ เอกสารสว่ นบุคคล เช่น สาเนา
บตั รประจาตัวประชาชน สาเนาทะเบียนบา้ น สาเนาใบเปล่ียนช่ือ นามสกุล เป็นต้น และเอกสารท่เี กย่ี วกบั เรื่องทีต่ กลงกนั โดยตรง
เชน่ ใบเสร็จรับเงนิ ใบสง่ ของ หนงั สอื สัญญาหรือข้อตกลงเดิม รวมท้ังเอกสารท่ีเกยี่ วข้องทั้งหลายอ้นเปน็ ข้อมูลหรือบุคคลท่ี
เกย่ี วข้องควรได้ถือเอกสารทีจ่ ัดขน้ึ นั้นไว้คนละฉบบั เพื่อป้องกันฝา่ ยใดฝ่ายหนึ่งไปแก้ไข เพิ่มเตมิ ขอ้ ความในเอกสารน้นั ได้

2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้

1.สามารถเขียนเอกสารสัญญาท่ีเกยี่ วข้องกบั กฎหมายพาณิชย์ได้

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป

3.1.1 รู้และเขา้ ใจเก่ียวกบั เอกสารสญั ญาทีเ่ กี่ยวข้องกบั กฎหมายพาณิชย์

3.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ด้านความรู้

1. ความหมายของสญั ญา
2. สาระสาคญั ของสญั ญา
3. ตัวอยา่ งเอกสารสัญญา

ดา้ นทักษะ

1. สามารถเขียนเอกสารสัญญาที่เกีย่ วข้องกบั กฎหมายพาณิชยไ์ ด้

คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์

1. รบั รู้ ตอบสนอง เหน็ คณุ คา่ จัดระบบคุณค่า และพฒั นาลักษณะมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการ
ทางานมีจติ สาธารณะ

4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้

1.ความหมายของสญั ญา
2.สาระสาคัญของสัญญา
3.ตวั อย่างเอกสารสญั ญา

4.2 ด้านทกั ษะหรือการประยุกตใ์ ช้

1.สามารถเขยี นเอกสารสญั ญาท่เี ก่ยี วข้องกับกฎหมายพาณิชยไ์ ด้

4.3 ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม

1. มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มคี วามรบั ผิดชอบรับรู้ ตอบสนอง เหน็ คณุ ค่า จดั ระบบคุณค่า พัฒนาลกั ษณะนสิ ัย
ดา้ นคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

1. มุ่งม่นั ในการทางาน มจี ติ สาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง

5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้

ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขัน้ ตอนการเรียนหรอื กิจกรรมของผเู้ รียน

ขั้นเตรยี ม(จานวน 20 นาที) 5.1 ผูเ้ รยี นเขา้ หอ้ งเรยี น
5.1 นกั เรยี นทาความเคารพครผู ู้สอน 5.2 ครผู สู้ อนตรวจสอบรายช่อื ผู้เรียน
5.2 ครูผู้สอนทกั ทายผเู้ รียนและสารวจรายชือ่ ผเู้ รียน 5.3 ผู้เรยี นรบั ใบความรู้ เร่ือง
5.3 ครูผู้สอนแจกใบความรู้ หรือ เตรียมอุปกรณ์
การจดั ทาเอกสารที่เกี่ยวขอ้ งกบั กฎหมายพาณชิ ย์
ในการสอนใหพ้ รอ้ ม และใบงาน
5.4 รับใบงาน อธิบายการทา
5.4 ผูเ้ รยี นใบความรู้ เตรยี มตาราเรยี นและสมดุ
5.5 ผสู้ อนการจดั ทาใบงานที่มอบหมาย (10 นาที)

ข้นั การสอน(จานวน....80..........นาท)ี

5.6 ครูผสู้ อนแจกแบบทดสอบกอ่ นเรียน 5.5 ผเู้ รียนทดสอบก่อนเรยี น ( 10 นาท)ี

5.7 อธบิ ายการทาแบบทดสอบก่อนเรยี น มจี านวน

10 ขอ้ เวลาทใ่ี ช้ 10 นาที (พร้อมส่งครบเวลา)

5.8 ครผู ู้สอนให้ผเู้ รียนศึกษาใบความรู้ หนว่ ยเนือ้ หา 5.6 ผเู้ รียนศกึ ษาตาราเรียนหนว่ ยเน้ือหา ใบความรู้

ตาราเรียน การจดั ทาเอกสารทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั กฎหมายพาณิชย์

5.9 ครผู ู้สอน ต้ังคาถามเกี่ยวกับ การวางแผนฯและ 5.7 ผ้เู รียนรว่ มตอบคาถาม

(ผูเ้ รียนตอบคาถาม) 5.8 ผเู้ รียนรบั ฟงั การบรรยาย เก่ยี วกบั เน้ือหา

5.10 ครูผ้สู อน อธบิ ายเนื้อหา ใบความรู้ เนือ้ หาใน การจดั ทาเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งกับกฎหมายพาณิชย์

หนว่ ยการเรียนรู้ (เวลา 30 นาที) 5.9 ผเู้ รียนจดั ทาใบงานท่มี อบหมาย ( 40 นาที)

5.11 ครผู ู้สอนมอบหมายการทาใบงาน แบบฝึกหดั

(เวลา 40 นาท)ี

ข้ันสรปุ (จานวน 20 นาที) 5.10 ผเู้ รยี นร่วมสรปุ เนอ้ื หา ใบความรู้ เนอื้ หาหน่วย
5.12 ครผู สู้ อนและผเู้ รยี นสรุปเนอื้ หา หวั ข้อ การเรียนรู้ ตาราเรยี น

การจดั ทาเอกสารท่เี กย่ี วขอ้ งกบั กฎหมายพาณิชย์ 5.11 ผูเ้ รียนจัดทาแบบทดสอบหลังเรยี น 10 ข้อ
(เวลา 10 นาที)
5.13 ครผู ูส้ อนแจกแบบทดสอบหลงั เรยี น หวั ขอ้
5.12 มอบหมายงาน การจดั ทารายงาน รายบุคคล
การจัดทาเอกสารทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั กฎหมายพาณิชย์ รายกลุม่ 3-5 คน รายงานหนา้ ช้ันเรยี น
เวลา 60 นาที (ถา้ มีในครง้ั ท่ี 2 ในการสอน)
10 ขอ้ (10 นาท)ี

6. สอ่ื การสอน

สื่อสิ่งพิมพ์

1. ตาราเรยี น หนงั สอื ประกอบการเรียนการสอนวิชา กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 อ.เพญ็ ศรี เลิศเกยี รติวทิ ยา
สานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ สานกั พิมพ์ สอศ. อ.จิโรจ

2. เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้
ส่ือโสตทศั น์ (ถา้ ม)ี

1. power point กฎหมายพาณิชย์ 20001-1005 เร่ือง การจัดทาเอกสารทเ่ี กย่ี วข้องกับกฎหมายพาณชิ ย์

2. VDO สื่อการสอน ประจาวชิ า กฎหมายพาณชิ ย์ 20001-1005 อ.เพ็ญศรี เลิศเกียรติวิทยา สานักพิมพ์เอม
พันธ์ สานกั พมิ พ์ สอศ. อ.จิโรจ
หนุ่ จาลองหรือของจริง (ถา้ มี)

1. ...................................................................................................................................

เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)

1. แบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ใบความรู้
4. ใบงาน (ใบมอบหมายงาน ถา้ ม)ี
3. แบบทดสอบหลังเรียน

แหลง่ เรียนรู้
เรียนรู้

1. หอ้ งสมดุ วิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดนิ (ตาราเรยี น)
2. หอ้ งอินเทอร์เนต็ วทิ ยาลัยการอาชีพสวา่ งแดนดนิ การสืบค้นข้อมลู
3. Google แหล่งเรยี นรูอ้ อนไลน์ จากโทรศพั ทม์ ือถือ

การบูรณาการ/ความสมั พันธ์กบั วิชาอน่ื

1. วชิ าภาษาไทย การอ่านและทาความเขา้ ใจในเน้อื หาหน่วยการเรยี นรู้ ใบความรู้ ตีความ
2. วชิ าสงั คมศกึ ษา การอยใู่ นสงั คม การคบเพื่อน
3. วิชาภาษาอังกฤษ เรื่องศัพทเ์ ฉพาะในหนว่ ยการเรยี นการสอน

8. งานทมี่ อบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. จดั เตรยี มหอ้ งเรียนใหเ้ รยี บร้อยเป็นระเบียบ รักษาความสะอาด (แบง่ เวร)
2. จดั เตรียมอปุ กรณ์การเรยี นให้พร้อม กอ่ นการเรียนการสอน
3. จดั ทาแบบทดสอบก่อนเรียน และส่งตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน

8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเน้ือหาการเรยี นรู้ประจาหน่วยการเรียนรู้ ใบความรู้
2. ต้ังใจเรยี น ฟังครผู ู้สอนอธิบาย และตอบคาถามขณะเรียนในขอ้ สงสัย
3. จดั ทาใบงานทม่ี อบหมายตามกาหนดเวลาสง่ ท่ีกาหนดไว้
4. จัดทาแบบทดสอบหลังเรียน และสง่ ตามกาหนดเวลา 10 ขอ้ 10 นาที 10 คะแนน
5. ปฏิบตั ติ นในการเรียนรู้อย่างเหมาะสมในชน้ั เรยี น

8.3 หลังเรียน
1. การศึกษาเนื้อหากอ่ นลว่ งหน้า
2. มอบหมายงานแบบฝึกหดั ท้ายหนว่ ยการเรยี นรู้ ใบงาน
3. ส่งงานทมี่ อบหมาย

9. ผลงาน/ช้ินงาน ที่เกิดจากการเรยี นรูข้ องผเู้ รยี น

1. ใบงานทีม่ อบหมาย
2. สมุดในการทาแบบฝึกหัด แบบฝึกปฏบิ ตั ทิ ้ายหน่วย
3. สรุปผลการทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
4. สรปุ ผลการสง่ งานท่มี อบหมาย

10. เอกสารอา้ งอิง

1. บันทึกการสอนของครู
2. ใบเช็ครายชอ่ื
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. ใบความรู้ เน้อื งานในหนังสือเรียน
5. แบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรยี น

11. การบรู ณาการ/ความสมั พันธ์กบั รายวิชาอืน่

1. รายวชิ าภาษาไทย เพือ่ อ่าน ฟัง พูด เขียน และตคี วามหมาย แปลความหมาย
2. รายวชิ าสังคมศึกษา สงั คมไทย เพ่ือการอยู่รว่ มกันในสังคม ในห้องเรยี น
3. รายวิชาภาษาอังกฤษ ท่ีมีภาษาองั กฤษในหน่วยการเรยี นการสอน

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรียน

12.1.1 การประเมินการตรวจสอบรายชื่อผเู้ ขา้ เรยี นในชวั่ โมง (ด้านจติ พสิ ัย)
12.1.2 การประเมินการเตรยี มความพร้อมในการเรยี นของผเู้ รียน อุปกรณก์ ารเรยี น ตาราเรียน
สมุด ปากกา ไม้บรรทัด
12.1.3 การประเมินการทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เวลา 10 นาที 10 ข้อ 10 คะแนน

12.2 ขณะเรยี น
12.2.1 การประเมนิ การมสี ว่ นรว่ มในการเรียนการสอน การตอบ-ถาม (แบบประเมิน
พฤติกรรม)
12.2.2 การประเมินการสนใจใฝเ่ รียนรู้ การปฏบิ ัตติ น ขณะเรยี น การทาแบบฝึกหดั ใบงาน

(แบบประเมินพฤตกิ รรม)
12.2.3 การประเมนิ ดว้ ยการทาแบบทดสอบหลังเรยี น เวลา 10 นาที 10 ขอ้ 10 คะแนน

12.3 หลังเรียน

12.3.1 การประเมนิ ผลการเรียนรูแ้ ละสรปุ ผลการเรียนรู้ แบบประเมินผล
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี นรอ้ ยละ 50 หลงั เรยี นรอ้ ยละ 70

12.3.2 เมอื่ ไม่ผ่านเกณฑ์ท่ีกาหนดใหม้ ีการปรับปรุงแก้ไขต่อไปและสอบซอ่ มเสรมิ
12.3.3 มกี ารมอบหมายงาน ศึกษาเนื้อหาในหน่วยการเรียนถัดไป และใบความรู้ (ถ้ามี)
12.3.4 มอบหมายงานศึกษาเน้ือหาเพิ่มเตมิ โดยการจดั ทารายงานกลมุ่ หรือรายบคุ คคล

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 ………………………………………………………………………………....................................………
1. วิธกี ารประเมิน :ีีีีี……………………………………………………...........................…………….
2. เคร่อื งการประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………............................
4. เกณฑ์การผา่ น :ีีีีี…………………………………………………………………...............

จุดประสงค์ข้อที่ 2 ……………………………………………………………………………………….....................................
1. วธิ กี ารประเมนิ :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
2. เครื่องการประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
3. เกณฑ์การประเมิน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................
4. เกณฑ์การผ่าน :ีีีีี…………………………………………………………………...........................

14. แบบทดสอบก่อนเรยี น 15. แบบทดสอบหลงั เรยี น
หนว่ ยการสอนที่ 9 ชื่อหน่วยการสอน การจัดทาเอกสารที่เกีย่ วขอ้ งกับกฎหมายพาณิชย์

วตั ถุประสงค์ เพื่อ ทดสอบความรเู้ บื้องต้นของผเู้ รียน ก่อนการเรียนการสอน
ขอ้ คาถาม

แบบทดสอบกอ่ น/หลังเรียน

จงเลอื กคาตอบที่ถกู ต้องที่สดุ เพียงข้อเดียว
1. บุคคลธรรมดาและนติ บิ ุคคลมีข้อแตกต่างกันหลายประการ ยกเว้นขอ้ ใด

ก. สทิ ธิและหน้าท่ี
ข. การเรมิ่ สภาพบุคคล
ค. การสิ้นสภาพบคุ คล
ง. การสาบสูญ
จ. การปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายทวั่ ไป
2. ผเู้ ยาว์มีสิทธิทาพินัยกรรมได้เมื่อมีอายุกปี่ ีบริบูรณ์
ก. 14 ปี
ข. 15 ปี
ค. 16 ปี
ง. 17 ปี
จ. 20 ปี
3. ผ้เู ยาว์มสี ทิ ธทิ าการสมรสไดเ้ มื่อมีอายุกีป่ บี ริบรู ณ์
ก. 14 ปี
ข. 16 ปี
ค. 17 ปี
ง. 18 ปี
จ. 20 ปี
4. ดวงใจเกดิ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2520 แต่ไมร่ ้วู นั ทเ่ี กดิ ดงั นี้ตามกฎหมายถือวา่ ดวงใจเกิดวนั ที่เทา่ ใด
ก. 1 สิงหาคม
ข. 6 สิงหาคม
ค. 15 สิงหาคม
ง. 21 สิงหาคม
จ. 31 สงิ หาคม

5. ผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะโดยอายุ จะต้องมีอายุกป่ี ี
ก. ย่างเขา้ 18 ปี
ข. ครบ 18 ปบี รบิ รู ณ์
ค. ย่างเข้า 20 ปี
ง. ครบ 20 ปบี รบิ ูรณ์
จ. 25 ปบี ริบรู ณ์

6. บุคคลธรรมดาจะส้ินสภาพบุคคลเม่ือเข้ากรณีใด
ก. ตาย
ข. สาบสูญ
ค. ลม้ ละลาย
ง. ทงั้ ก.และ ข. ถกู ต้อง
จ. ไมม่ ีข้อใดถูกต้อง

7. โฉมฉาย หายไปจากภมู ิลาเนาต้ังแต่วันท่ี 5 มนี าคม 2557 ดงั นี้ผู้มีส่วนไดเ้ สียจะร้องขอต่อศาลใหโ้ ฉมฉายเปน็ คนสาบสญู ได้เร็ว
สุดเม่อื ใด

ก. 5 มนี าคม 2558
ข. 5 มีนาคม 2559
ค. 5 มนี าคม 2560
ง. 5 มนี าคม 2561
จ. 5 มนี าคม 2562
8. เชิดชาย ไปเท่ียวชายทะเลแห่งหนึง่ เม่ือวันท่ี 26 ธันวาคม 2556 แลว้ เกดิ คลนื่ ยักษ์สึนามทิ ่ีชายหาดนน้ั หลังเกตุการณ์สงบเชดิ
ชายหายตวั ไป ดงั น้ีผ้มู สี ว่ นไดเ้ สยี จะรอ้ งขอต่อศาลใหเ้ ชดิ ชายเป็นคนสาบสูญได้เร็วสุดเมื่อใด
ก. 26 ธนั วาคม 2557
ข. 26 ธนั วาคม 2558
ค. 26 ธนั วาคม 2559
ง. 26 ธันวาคม 2560
จ. 26 ธนั วาคม 2561
9. ข้อใด ไม่ใช่ นิติบุคคล
ก. หา้ งหุ้นส่วนสามญั
ข. ห้างหนุ้ ส่วนสามัญจดทะเบียน
ค. หา้ งหุ้นส่วนจากัด
ง. บริษัทจากดั
จ. บรษิ ัทมหาชนจากัด

10. สมชายจดทะเบยี นขายที่ดินแก่สมศักดิ์ ดังน้ีเป็นนติ ิกรรมที่เกิดอะไรกบั สิทธิ
ก. กอ่ สทิ ธิ
ข. เปลี่ยนแปลงสิทธิ
ค. โอนสทิ ธิ
ง. สงวนสทิ ธิ
จ. ระงบั สทิ ธิ

11. สญั ญาต่างตอบแทนได้แก่สัญญาในข้อใด
ก. สญั ญาซอ้ื ขาย
ข. สัญญายมื
ค. สัญญาให้
ง. สัญญาฝากทรพั ย์ไม่มีบาเหนจ็
จ. สัญญาพนิ ัยกรรม

12. แดงเสนอขายบา้ นทางโทรศัพท์แก่ดา ดังน้ีตามกฎหมายถือเปน็ คาเสนอในขอ้ ใด
ก. คาเสนอของผู้อย่หู ่างโดยระยะทาง
ข. คาเสนอทางไกล
ค. คาเสนอแก่บุคคลผู้อยเู่ ฉพาะหน้า
ง. คาเสนอโดนเคร่อื งมือสื่อสาร
จ. คาเสนอแบบสมัยใหม่

13. หน้ีทม่ี ิได้กาหนดระยะเวลาชาระหนีไ้ วแ้ ละจะอนุมานจากพฤติการณ์ก็ไม่ไดเ้ จา้ หนี้มสี ิทธจิ ะเรียกให้ชาระหน้ไี ดเ้ ม่อื ใด
ก. 3 ปผี ่านไป
ข. 1 ปีผ่านไป
ค. 6 เดือนผ่านไป
ง. 3 เดือนผ่านไป
จ. เรยี กชาระหน้ีไดโ้ ดยพลนั

14. บ่อเกดิ แห่งหนี้ในข้อใดทีเ่ ป็นบอ่ เกิดแหง่ หนี้ทสี่ าคัญที่สุด
ก. ละเมดิ
ข. จดั การงานนอกสัง่
ค. ลาภมิควรได้
ง. นติ ิกรรมสญั ญา
จ. บทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย

15. โทเป็นหนเ้ี งนิ กู้เอก ซงึ่ เป็นบิดา ต่อมาเอกถงึ แกค่ วามตายกอ่ นไดร้ บั ชาระหนจ้ี ากโท ดงั น้ถี ือวา่ หนี้ระหวา่ งโทกบั เอกเปน็ อัน
ระงบั ลงตามข้อใด

ก. การชาระหนี้
ข. ปลดหนี้
ค. หกั กลบลบหนี้
ง. แปลงหน้ีใหม่
จ. หนเี้ กลอ่ื นกลนื กนั

กระดาษคาตอบ ก่อนเรยี น – หลงั เรียน

กจิ กรรมการเรียนรู้
หน่วยที่ 9 เรื่อง การจดั ทาเอกสารทเ่ี กยี่ วข้องกับกฎหมายพาณชิ ย์

ก่อนเรียน จ หลังเรียน
ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง จ
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
11 11
12 12
13 13
14 14
15 15

รวมคะแนน กอ่ นเรียน รวมคะแนน หลังเรยี น

ชอ่ื -สกุล...........................................................แผนก/ห้อง............เลขที่..............
วทิ ยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดิน

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้

หน่วยท่ี 9 เรอ่ื ง การจดั ทาเอกสารทีเ่ กี่ยวข้องกับกฎหมายพาณชิ ย์
กอ่ นเรียน หลงั เรียน

ข้อ ก ข ค ง จ ขอ้ ก ข ค ง จ

1 x1

2x 2

3x 3

4x 4

5x 5

6x 6

7 x7

8x 8

9x 9

10 x 10

11 x 11

12 x 12

13 x 13

14 x 14

15 x 15

รวมคะแนน ก่อนเรียน 10 รวมคะแนน หลังเรยี น 10

ชอื่ -สกลุ ...........................................................ผู้สอน/ผ้ตู รวจ
(นายวิจิตร พลเศษ)

หน่วยการสอนท่ี 9
ชอ่ื หน่วยการสอน การจดั ทาเอกสารทีเ่ กยี่ วข้องกับกฎหมายพาณิชย์

16. ใบความรู้

แนวคิด
เอกสารท่ีเก่ยี วข้องกับกฎหมายพาณชิ ยท์ ่ีสาคญั ยิ่งคือ เอกสารที่เปน็ สญั ญาทัง้ หลายทค่ี ู่กรณี หรอื บุคคลท่ี

เก่ียวข้องไดเ้ จรจาและจัดทา ส่วนเอกสารอนื่ ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเอกสารประกอบสัญญาอนั ได้แก่ เอกสารส่วนบุคคล เชน่ สาเนา
บตั รประจาตวั ประชาชน สาเนาทะเบียนบ้าน สาเนาใบเปลี่ยนช่อื นามสกุล เปน็ ต้น และเอกสารทีเ่ ก่ียวกับเร่ืองทต่ี กลงกันโดยตรง
เชน่ ใบเสรจ็ รบั เงิน ใบส่งของ หนังสือสญั ญาหรอื ข้อตกลงเดิม รวมทงั้ เอกสารที่เกีย่ วขอ้ งท้ังหลายอ้นเปน็ ข้อมลู หรือบคุ คลที่
เก่ียวขอ้ งควรไดถ้ ือเอกสารท่จี ัดขึ้นน้ันไว้คนละฉบบั เพื่อป้องกนั ฝา่ ยใดฝ่ายหนง่ึ ไปแก้ไข เพ่ิมเตมิ ข้อความในเอกสารนน้ั ได้

เนือ้ หาสาระการเรียนรู้

หน่วยที่ 9 การจัดทาเอกสารท่เี กีย่ วข้องกับกฎหมายพาณชิ ย์ ประกอบไปดว้ ยหวั ข้อหรือเนอ้ื หาสาระการเรยี นรใู้ นเร่ืองตอ่ ไปน้ี
4.1 ความหมายของสญั ญา
4.2 สาระสาคญั ของสัญญา
4.3 ตวั อยา่ งเอกสารสญั ญา



19. แบบฝกึ หดั

กฎหมายพาณชิ ย์

แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 9

ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

1. ผู้จัดทาเอกสารท่ีเก่ยี วข้องกับกฎหมาย จะตอ้ งมคี วามร้แู ละเข้าใจตัวบทกฎหมายในเรอื่ งนน้ั ๆ ด้วยเหตผุ ลใด
ตอบ.....................................................................................................................................................
2. ข้อตกลงหรือสัญญาท่ีทาต้องมีความเป็นธรรมต่อคู่สัญญา หากมีข้อความได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหน่ึงเกินสมควร ผลจะเป็น

อย่างไร
ตอบ.....................................................................................................................................................
3. สาระสาคญั ท่ีนับว่าเป็นหวั ใจหรือความสมบรู ณ์แหง่ นิติกรรมและสญั ญาได้แก่อะไรบ้าง และจะมผี ลเป็นอย่างไร
ตอบ.....................................................................................................................................................
ตอนที่ 2 จงใสเ่ ครื่องหมาย ✓ หน้าข้อที่เหน็ ว่าถกู และใส่เครื่องหมาย  หน้าข้อท่เี หน็ วา่ ผิด

1. วิธีการจัดทาเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งกับกฎหมาย หมายถึงว่า มีหลักและวิธีการจัดทานิตกิ รรมหรือเขียนสัญญาในเรื่องนั้นๆ อย่างไรจึงจะ
ถูกตอ้ งสมบูรณ์

2. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเอกเทศสัญญา แต่ละลักษณะ แต่ละหมวด จะมีข้อกาหนด หรือองค์ประกอบไว้โดยเฉพาะว่า ต้อง
ปฏิบัตอิ ย่างไร เอกสารหรอื สญั ญานน้ั จงึ จะสมบรู ณ์

3. การจัดทาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ต้องเป็นข้อความไม่คลุมเครือ ใช้ภาษากฎหมายตามแบบท่ีปรากฏในตัวบท และข้อตกลง
หรอื สัญญา ทจ่ี ัดทานัน้ ต้องมีความเป็นธรรมระหวา่ งคสู่ ัญญา

4. สัญญาสาเร็จรูปโดยฝ่ายประกอบธุรกิจทาขึ้นไว้ล่วงหน้าก่อนเร่ิมทาสญั ญา ให้ถือว่าเป็นสัญญาท่ีถูกต้องสมบูรณ์ คู่สัญญาต้องปฏิบัติ
ตาม

5. รายละเอยี ดวัตถุประสงค์ของเอกสารท่ีเป็นสญั ญา ไม่จาเป็นตอ้ งระบุไว้เสมอไป เพราะเอกสารสัญญามีช่ือระบุว่าเปน็ สัญญาเกี่ยวกับ
อะไรไว้แลว้

6. ลายมอื ชือ่ พยานในเอกสารสญั ญา จะต้องมแี ละระบุไว้ต่อทา้ ยลายมอื ชอื่ คสู่ ญั ญาเสมอ เพราะเปน็ แบบทีบ่ ังคบั ไว้
7. นิติกรรมหรือสัญญาใดที่ทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์อันเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความ

สงบเรยี บร้อยหรือศีลธรรมอนั ดขี องประชาชน ยอ่ มตกเปน็ โมฆะ
8. นิตกิ รรมหรือสัญญาใดทีท่ าขน้ึ ไม่เปน็ ไปตามแบบทกี่ ฎหมายบังคบั ไว้ ย่อมตกเปน็ โมฆะ
9. นิติกรรมหรือสัญญาใดที่กฎหมายในเรื่องน้ันๆ มิได้บัญญัตหิ รอื กาหนดเกี่ยวกับแบบแห่งนิตกิ รรมนั้นไว้ หากคู่สัญญากาหนดกันขึ้นมา

ใชเ้ อง หรือตกลงกนั ด้วยวาจา จะทาให้นติ กิ รรมหรือสัญญานนั้ ตกเป็นโมฆะ
10. ผู้เยาว์ทานิติกรรมหรอื สัญญาไดต้ ้องไดร้ ับความยินยอมจากผแู้ ทนโดยชอบธรรม เช่น บิดามารดา เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัตไิ ว้เป็น

อยา่ งอ่ืน

เฉลยแบบฝกึ หดั

กฎหมายพาณชิ ย์

แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 9

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้

1. ผู้จัดทาเอกสารทเี่ ก่ียวข้องกับกฎหมาย จะตอ้ งมคี วามรแู้ ละเขา้ ใจตวั บทกฎหมายในเรื่องน้นั ๆ ด้วยเหตผุ ลใด
ตอบ ในตัวบทกฎหมายแต่ละลักษณะ แต่ละหมวด แต่ละมาตรา จะมีข้อกาหนด หรือองค์ประกอบ รวมทั้งแบบแห่งนิติกรรมหรือ

สัญญาไวใ้ นเรื่องน้นั ๆ หากปฏบิ ตั ไิ มค่ รบถว้ น ผลของสัญญาน้ันอาจมีผลตกเปน็ โมฆะหรือไมส่ มบูรณ์

2. ข้อตกลงหรือสัญญาท่ีทาต้องมีความเป็นธรรมตอ่ คู่สัญญา หากมขี อ้ ความได้เปรียบค่สู ัญญาอีกฝา่ ยหนึง่ เกนิ สมควร ผลจะเป็นอย่างไร
ตอบ ข้อความในสญั ญาทถ่ี ือวา่ ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึง่ เกนิ สมควร กฎหมายให้ถอื วา่ เป็นข้อสญั ญาทีไ่ ม่เป็นธรรม และกฎหมาย

บญั ญตั ใิ หส้ ัญญานัน้ มผี ลบงั คับไดเ้ พยี งเท่าทเี่ ปน็ ธรรม และพอสมควรแกก่ รณเี ทา่ น้นั

3. สาระสาคัญท่ีนับวา่ เปน็ หวั ใจหรือความสมบรู ณแ์ หง่ นิตกิ รรมและสัญญาได้แก่อะไรบา้ ง และจะมีผลเปน็ อย่างไร
ตอบ สาระสาคัญของนติ ิกรรมและสัญญาทีน่ ับว่าเป็นหัวใจมดี ัวยกัน 3 ประการ คือ

1. วัตถุประสงค์ของนิติกรรมหรือสัญญา ต้องไม่เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งโดยกฎหมาย ไม่เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อ
ความสงบเรยี บร้อยหรอื ศีลธรรมอันดขี องประชาชน หากปรากฏ จะมีผลใหต้ กเปน็ โมฆะ

2. แบบแห่งนติ กิ รรมหรอื สญั ญาต้องทาตามแบบทีก่ ฎหมายบงั คับไว้ หากไม่ทา จะมีผลใหต้ กเปน็ โมฆะ
3. ความสามารถของบุคคลในการทาสัญญา ต้องมีความสามารถตามท่ีกฎหมายกาหนดไว้ หากหย่อนหรือไม่มีความสามารถ

สญั ญานั้นจะตกเป็นโมฆียะ

ตอนที่ 2 จงใสเ่ ครอ่ื งหมาย ✓ หนา้ ข้อท่ีเห็นวา่ ถกู และใสเ่ ครื่องหมาย  หน้าข้อท่เี ห็นว่าผดิ

 1. วิธีการจัดทาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย หมายถึงว่า มีหลักและวิธีการจัดทานิตกิ รรมหรอื เขียนสัญญาในเรื่องน้ันๆ อย่างไรจึงจะ
ถกู ต้องสมบรู ณ์

 2. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเอกเทศสัญญา แต่ละลักษณะ แต่ละหมวด จะมีข้อกาหนด หรือองค์ประกอบไว้โดยเฉพาะว่า ต้อง
ปฏบิ ตั ิอย่างไร เอกสารหรอื สญั ญาน้ันจงึ จะสมบรู ณ์

 3. การจัดทาเอกสารที่เก่ียวข้องกับกฎหมาย ต้องเป็นข้อความไม่คลุมเครือ ใช้ภาษากฎหมายตามแบบที่ปรากฏในตัวบท และข้อตกลง
หรอื สญั ญา ท่ีจดั ทาน้ันต้องมคี วามเปน็ ธรรมระหวา่ งคู่สญั ญา

 4. สัญญาสาเร็จรูปโดยฝ่ายประกอบธุรกิจทาขึ้นไว้ล่วงหน้าก่อนเริ่มทาสญั ญา ให้ถือว่าเป็นสัญญาที่ถูกต้องสมบูรณ์ คู่สัญญาต้องปฏิบตั ิ
ตาม

 5. รายละเอยี ดวัตถุประสงค์ของเอกสารที่เป็นสญั ญา ไม่จาเป็นต้องระบุไว้เสมอไป เพราะเอกสารสญั ญามชี ื่อระบุว่าเปน็ สญั ญาเกี่ยวกับ
อะไรไว้แลว้

 6. ลายมอื ช่อื พยานในเอกสารสญั ญา จะตอ้ งมแี ละระบไุ วต้ ่อทา้ ยลายมอื ชอื่ คสู่ ัญญาเสมอ เพราะเปน็ แบบทบ่ี งั คับไว้
 7. นิติกรรมหรือสัญญาใดที่ทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์อันเป็นการตอ้ งห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความ

สงบเรยี บรอ้ ยหรอื ศีลธรรมอนั ดขี องประชาชน ยอ่ มตกเปน็ โมฆะ

 8. นติ ิกรรมหรือสญั ญาใดทีท่ าขน้ึ ไม่เป็นไปตามแบบทกี่ ฎหมายบงั คับไว้ ยอ่ มตกเปน็ โมฆะ
 9. นิติกรรมหรือสัญญาใดท่ีกฎหมายในเร่ืองนั้นๆ มิได้บัญญตั หิ รอื กาหนดเกี่ยวกับแบบแหง่ นิติกรรมนั้นไว้ หากคู่สัญญากาหนดกันขนึ้ มา

ใช้เอง หรือตกลงกันด้วยวาจา จะทาใหน้ ิตกิ รรมหรอื สัญญานั้นตกเป็นโมฆะ
 10. ผู้เยาว์ทานิติกรรมหรอื สัญญาได้ตอ้ งได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม เช่น บิดามารดา เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญตั ิไว้เป็น

อยา่ งอ่ืน

17. ใบงาน

หนว่ ยการสอนที่ 9
ชื่อหนว่ ยการสอน การจดั ทาเอกสารทเี่ กย่ี วข้องกับกฎหมายพาณชิ ย์

จดุ ประสงค์ เพอื่

1. สรา้ งความรู้ความจาใหก้ ับผเู้ รยี น
2. เพมิ่ การฝกึ ปฏิบัติแก่ผู้เรียน
3. สร้างความรับผดิ ชอบ ความอดทน ความสนใจใฝ่เรยี นรู้

ลาดบั กิจกรรม/ลาดับการปฏบิ ัติ

1. ผู้เรยี นศึกษาเนอ้ื หาจากใบความรู้
2. ผู้เรียนศกึ ษาหาความรู้จากตาราเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 9 การจัดทาเอกสารทเ่ี กย่ี วข้องกบั กฎหมายพาณิชย์
20001-1003 สานักพมิ พเ์ อมพันธ์
3. หรอื ครผู ู้สอนบรรยายความรู้ เรือ่ ง การจัดทาเอกสารที่เกย่ี วข้องกับกฎหมายพาณิชย์
4. จัดทาใบงานตามทม่ี อบหมาย (กาหนดเวลาจัดทา 50 นาที)
5. ส่งงานใบงานทมี่ อบหมายก่อนหมดเวลาเรียน (10 นาที หรือเป็นการบา้ น)

เกณฑก์ ารพิจารณา

1. ส่งงานตรงเวลานัดหมาย
2. จัดทาครบทุกข้อทกี่ าหนด
3. ทางานเป็นระเบียบเรียบร้อย

ใบงานที่ 1.1

เร่ือง การจัดทาเอกสารที่เกีย่ วข้องกบั กฎหมายพาณิชย์

ช่ือ-สกลุ ............................................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..........................
คาชี้แจง ใหเ้ ขยี น ยกตวั อยา่ งเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กฎหมายพาณิชย์

เฉลยใบงานท่ี 1

(ดุลพนิ จิ ผู้สอน)

แบบสรุปคะแนน
ชดุ ท่ี 1

รายวิชา การจดั ทาเอกสารท่เี กย่ี วข้องกับกฎหมายพาณชิ ย์

คะแนน กิจกรรมที่ ใบงานท่ี แบบทดสอบ แบบทดสอบ คะแนน
กอ่ นเรยี น หลังเรยี น ระหวา่ ง
123 1 เรยี น

คะแนนเตม็ ✓ ✓ 5 10 10 15
คะแนนท่ไี ด้
คดิ เป็นรอ้ ยละ  = ไม่ผ่านกิจกรรม

หมายเหตุ : ✓ = ผา่ นกิจกรรม

(ลงชอื่ ) ....................................... ผปู้ ระเมิน
(นายวิจิตร พลเศษ)

ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครูชานาญการ

เกณฑ์การประเมินแบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลังเรียน

ระดับคุณภาพ หมายถงึ ดี
ระดบั 4 9 - 10 คะแนน หมายถึง ปานกลาง
ระดับ 3 7 - 8 คะแนน หมายถึง พอใช้
ระดบั 2 5 - 6 คะแนน

20. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจดั การเรียนรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
5432 1

ดา้ นการเตรยี มการสอน

1. จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคล้องกับวัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมินครอบคลุมท้งั ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ และดา้ นจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สอ่ื นวัตกรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้ สอน

ด้านการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

4. มวี ิธกี ารนาเข้าสู่บทเรยี นที่น่าสนใจ

5. มกี ิจกรรมทีห่ ลากหลาย เพื่อช่วยให้ผเู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ

6. จดั กิจกรรมท่สี ง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นค้นคว้าเพ่ือหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นกั เรียนมีสว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จัดกจิ กรรมทีเ่ นน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ )

9. กระตนุ้ ให้ผู้เรยี นแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรทู้ ่ีเชื่อมโยงกบั ชวี ติ จริงโดยนาภมู ปิ ญั ญา/บูรณาการเข้ามามีส่วนร่วม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มกี ารเสรมิ แรงเม่ือนักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรือตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รียน อย่างทั่วถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาทก่ี าหนด

ด้านส่อื นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

16. ใช้สอ่ื ท่เี หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น

17. ใชส้ อ่ื แหลง่ การเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานที่ ของจริง เอกสาร

สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอร์เนต็ เปน็ ตน้

ดา้ นการวดั และประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ่วนรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทกั ษะ และจิตพสิ ัย

20. ครู ผู้เรยี น ผปู้ กครอง หรือ ผู้ทเ่ี ก่ยี วข้องมสี ่วนรว่ ม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏิบัตดิ เี ยีย่ ม 4 = ปฏบิ ัตดิ ี 3 = ปฏิบัติพอใช้ รวม
2 = ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏิบัติ คา่ เฉลี่ย

20.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา

ปญั หาที่พบ แนวทางแก้ปญั หา

ด้านการเตรียมการสอน

..................................................................................... .....................................................................................

..................................................................................... .....................................................................................

..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านส่อื นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ด้านอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นข้อๆ)
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................
..................................................................................... .....................................................................................

ลงช่ือ ........................................................................ ครผู ้สู อน
(....................................................................)

ตาแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................

21. บันทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม

วัน-เดอื น-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตาแหนง่

บันทกึ หลังการสอน

ผลการใช้แผนการเรยี นรู้

ความเหมาะสมของเวลา
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

……………………………………………………………………………………………………………………….……………………………

ผลการเรียนของผูเ้ รยี น

ความต้ังใจของผเู้ รยี น  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรุง
 ปานกลาง  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ
อุปกรณ์การสอน
 มาก  ดี

การเรียนรู้ของผูเ้ รยี น
 มาก  ดี

…………………………………………………………………………………………………………………………………….………

การสอนของครู

 มาก  ดี  ปานกลาง  พอใช้  ควรปรับปรุง

กิจกรรมการสอนที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการ

เรียนรู้  ตรงตามแผนการจัดการเรียนรู้  ไม่ตรงตามแผนการจัดการเรยี นรู้

บนั ทึกเพมิ่ เติม

............................................................................................................................. ................................

………………………………………………
(นายวจิ ิตร พลเศษ)
ผู้บนั ทกึ การสอน


Click to View FlipBook Version