101
การประเมินการทำกจิ กรรม เร่อื ง ส่วนประกอบของคลน่ื
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ที่ ช่อื - นามสกลุ ด้าน ด้าน ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
102
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ที่ ช่ือ - นามสกลุ ดา้ น ดา้ น ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คุณลักษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ระดบั คณุ ภาพ 9 หมายถึง ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 หมายถึง ระดับดี
คะแนน 5-6 หมายถึง ระดับปานกลาง
คะแนน 3-4 หมายถึง ระดบั ปรับปรุง
คะแนน
103
บันทึกหลงั การสอน
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 9 เรือ่ ง คลืน่ อ
แผนการสอนท่ี 10 เรอ่ื ง สว่ นประกอบของคลนื่ .
วันที่.................................................เดอื น.......................................................................พ.ศ......................................
ผลการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………… ………….…………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………..
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………...
ปญั หา / อปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………
….…………………...
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ปญั หา
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
บนั ทึกสำหรบั ครูพเ่ี ลยี้ ง
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
ลงชือ่ ....................................................... ลงช่ือ..............................................................
( นายทวิพงศ์ ศรสี วุ รรณ ) ( นางสาวอุทัยทพิ ย์ เมืองรืน่ )
ครพู เ่ี ลย้ี ง
นักศกึ ษาปฏิบตั กิ ารสอน
104
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11
รายวชิ า ว32203 ฟิสิกสเ์ พมิ่ เติม เล่ม 3 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1
เร่อื ง อตั ราเรว็ ของคลื่น จำนวน 2 คาบ
ครูผสู้ อน ปส.อทุ ัยทิพย์ เมอื งรื่น ครูพเ่ี ลยี้ ง อ.ทวพิ งศ์ ศรสี วุ รรณ
1. สาระฟิสกิ ส์
2. เขา้ ใจการเคลือ่ นทแ่ี บบฮารม์ อนิกอย่างงา่ ย ธรรมชาตขิ องคลื่น เสียงและการได้ยนิ ปรากฏการณท์ ี่
เก่ียวขอ้ งกบั เสียง แสงและการเหน็ ปรากฏการณ์ทเี่ กยี่ วขอ้ งกับแสงรวมทงั้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
3. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลื่น การแผ่ของหน้าคลื่นด้วยหลักการของ
ฮอยเกนส์ และการรวมกนั ของคลื่นตามหลักการซ้อนทับ พร้อมทั้งคำนวณอตั ราเรว็ ความถี่ และความยาวคล่ืน
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างอัตราเร็ว ความถ่ี และความยาวคล่นื
3.2 ด้านกระบวนการ (P)
1) สามารถคำนวณหาปรมิ ารต่างๆ ทเี่ ก่ียวข้องได้
3.3 ด้านเจตคติ (A)
1) มีความรบั ผดิ ชอบ
4. สาระสำคญั
คลื่นเป็นปรากฏการณ์การถ่ายโอนพลังงานจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง คลื่นที่ถ่ายโอนพลังงานโดยต้องอาศัย
ตัวกลาง เรียกว่า คลื่นกล ส่วนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถ่ายโอนพลังงานโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง นอกจากนี้ยังจำแนก
ชนิดของคลื่นออกเป็นสองชนิด ได้แก่ คลื่นตามขวาง และคลื่นตามขวาง คลื่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดคลื่นที่ส่งคล่ืน
อย่างต่อเนื่องและมีรูปแบบที่ซ้ำกันบรรยายได้ด้วย การกระจัด สันคลื่น ท้องคลื่น เฟส ความยาวคลื่น ความถี่ คาบ
แอมพลจิ ูด และอตั ราเร็ว โดยอัตราเรว็ ความถ่ี และความยาวคลนื่ มคี วามสมั พันธ์ตาม สมการ v = fλ
5. สาระการเรียนรู้
5.1 ความรู้
1) เมอื่ มกี ารรบกวนตัวกลางจากแหลง่ กำเนิดคล่นื ทำใหเ้ กิดคล่นื แผผ่ ่านตัวกลางออกไปรอบๆ
แหลง่ กำเนิดคลน่ื
2) ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งอตั ราเร็ว ความถี่ และความยาวคลื่น
- สำหรับคลื่นต่อเนือ่ งทแี่ ผผ่ า่ นตัวกลาง อัตราเรว็ ของคล่นื คำนวณได้ตามสมการดงั นี้
=
105
- สำหรบั อนุภาคหน่ึงทเี่ วลาผ่านไป 1 คาบ อนภุ าคสน่ั ครบ 1 รอบ กล่าวไดว้ า่ เกดิ คลน่ื ผา่ นอนุภาค
นน้ั 1 ลูก คล่ืนเคลอื่ นท่ีไปได้ระยะทางท่เี รยี กว่า ความยาวคลน่ื (λ) ความสัมพันธร์ ะหวา่ งอตั ราเร็ว คาบ และความ
ยาวคลน่ื ไดต้ ามสมการ ดงั นี้
=
- ความสมั พันธ์ระหว่างคาบกับความถี่ ไดส้ มการ ดังน้ี
1
T =
- ความสมั พันธ์ระหวา่ งอตั ราเร็ว ความถ่ี และความยาวคล่นื ไดส้ มการ ดงั น้ี
=
5.2 กระบวนการ
1) ความสามารถในการสอื่ สาร (อ่าน ฟงั พูด เขยี น)
2) ความสามารถในการคดิ (สังเกต วิเคราะห์ จดั กลมุ่ สรปุ )
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา (แก้สมการ)
4) ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต (ทำงานกล่มุ และความรับผิดชอบ)
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ (ใช้การสืบคน้ ผา่ นคอมพิวเตอร)์
5.3 คุณลักษณะและค่านิยม
มีความรบั ผดิ ชอบ
6. บรู ณาการ
6.1 บูรณาการข้ามกลมุ่ สาระ เรื่อง การแก้สมการทางคณติ ศาสตร์
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ ตอนการเรียนรู้
ข้นั ท่ี 1 ข้นั สร้างความสนใจ
7.1.1 ครูให้นักเรียนเข้าชั้นเรียนออนไลน์ผ่าน google meet โดยครูส่งลิงค์ในการเข้าชั้นเรียนผ่านกลุ่ม
classroom รายวิชาฟสิ กิ สเ์ พมิ่ เติมครูทบทวนความร้เู ดิม เรือ่ ง องค์ประกอบของคล่นื
7.1.2 ครูตั้งคำถามเพ่ือนำเขา้ สกู่ ารทำกจิ กรรม
1) เมื่อทำใหเ้ กดิ คล่ืนเคลือ่ นทีไ่ ปในตัวกลาง อตั ราเร็วคลื่นข้นึ อยู่กับตัวกลางหรือไม่
2) สามารถหาอตั ราเรว็ ของคล่ืนได้อยา่ งไร
3) อตั ราเร็วคลืน่ เกย่ี วข้องกบั ส่วนประกอบใดของคล่ืน
(เปิดโอกาสให้นกั เรียนแสดงความคดิ เห็นอย่างอสิ ระ ไม่คาดหวังคำตอบที่ถกู ตอ้ ง)
106
ขน้ั ท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา
7.2.1 นกั เรียนให้นกั เรียนศกึ ษาความสัมพันธร์ ะหวา่ งอตั ราเรว็ ความถ่ี และความยาวคล่นื ในหนงั สอื เรียน
หรอื เอกสารประกอบการเรยี นเรื่อง คล่ืน
ขนั้ ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป
3.1 ครูใหน้ ักเรยี นอาสาออกมานำเสนอสรุปท่ไี ดจ้ ากการศึกษาในช้ันเรยี นออนไลนผ์ า่ น google meet
3.2 ครูนำนักเรยี นอภปิ รายโดยใช้คำถามต่อไปนี้
1) สมการหาอตั ราเรว็ ของคลนื่ สำหรับคลน่ื ต่อเนอ่ื งที่แผผ่ ่านตัวกลาง คอื (แนวการตอบ = )
2) สำหรับอนุภาคหน่ึงที่เวลาผ่านไป 1 คาบ อนภุ าคส่ันครบกรี่ อบ (แนวการตอบ 1 รอบ)
3) คล่นื เคลอื่ นท่ีไปไดร้ ะยะทาง 1 รอบ เรยี กวา่ ปริมาณนั้นว่าอะไร (แนวการตอบ ความยาวคล่ืน (λ))
4) ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งอัตราเร็ว คาบ และความยาวคลนื่ ไดต้ ามสมการ อยา่ งไร (แนวการตอบ
= )
5) สมการความสมั พนั ธร์ ะหว่างคาบกับความถ่ี คือ (แนวการตอบ T = 1)
6) สมการความสัมพนั ธ์ระหวา่ งอัตราเร็ว ความถ่ี และความยาวคลื่น คอื (แนวการตอบ = )
7) อตั ราเรว็ ของคล่นื ในตวั กลางหนึ่งเปลีย่ นแปลง เมือ่ ความถ่หี รือความยาวคล่นื เปล่ียนแปลงใช่หรือไม่
เพราะเหตุใด (แนวการตอบ ไม่ใช่ เพราะอัตราเร็วในตวั กลางหนึ่งมคี ่าคงตวั ไม่เปลยี่ นแปลงตามการเปล่ยี นแปลงของ
ความถ่ีหรือความยาวคล่ืน โดยหากความถ่เี ปล่ยี น ความยาวคลืน่ จะเปล่ียนตาม แตผ่ ลคูณของความถ่กี บั ความยาว
คลืน่ คงเดมิ )
ข้ันท่ี 4 ขั้นขยายความรู้
4.1 ครูอธิบายตัวอย่างโจทย์ปัญหาในเอกสารประกอบการเรยี นเร่ืองคล่นื
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมนิ ผล
5.1 นกั เรยี นตอบคำถามในชน้ั เรียน
5.2 นกั เรยี นทำโจทยป์ ญั หาในเอกสารประกอบการเรยี นเร่ือง คล่ืน
8. สื่อการเรยี นรู/้ แหล่งเรียนรู้
8.1 หนังสอื เรยี นรายวิชาเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์ (ฟิสกิ ส์) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 เล่ม 3 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.
2560)
8.2 เอกสารประกอบการเรยี นเรื่องคล่นื
107
9. การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัด เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) การตอบคำถามในชน้ั 1) คำถามในชั้นเรียน 1) นกั เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1) อธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่าง เรียน ออนไลนผ์ ่าน ตอบคำถามได้ระดบั
อตั ราเร็ว ความถี่ และความยาวคลื่น
google meet ดีผ่านเกณฑ์
ด้านกระบวนการ (P)
1) สามารถคำนวณหาปริมารต่างๆ 1) ตรวจโจทยป์ ัญหา 1) โจทย์ปญั หา 1) นกั เรยี นสามารถ
ทเ่ี ก่ยี วข้องได้ บันทกึ กิจกรรมได้
ระดับดผี า่ นเกณฑ์
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
1) มคี วามรบั ผดิ ชอบ 1) ตรวจการสง่ สมดุ 1) เอกสารเรือ่ ง คลืน่ 1) นกั เรยี นไดร้ ะดับดี
ผ่านเกณฑ์
10. เกณฑก์ ารประเมินผลงานนักเรียน
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกจิ กรรม เรือ่ ง อัตราเร็วของคลื่น
ประเดน็ การ คา่ แนวทางการใหค้ ะแนน
ประเมนิ น้ำหนกั
คะแนน ตอบคำถามได้ถูกต้องครบถ้วนทุกข้อ
ด้านความรู้ ตอบคำถามได้ถกู ตอ้ ง เพียง 4-6 ข้อ
(K) 3 ตอบคำถามได้ถูกตอ้ ง เพยี ง 1-3 ข้อ
2 ทำโจทยป์ ญั หาไดถ้ ูกต้องครบถว้ นทุกข้อ
ดา้ น 1 ทำโจทย์ปญั หาได้ถูกต้องครบถว้ น 2 ข้อ
กระบวนการ 3 ทำโจทยป์ ัญหาได้ถูกตอ้ งครบถ้วน 1 ข้อ
2 ทำภาระงานท่ีได้รบั มอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนด และเรยี บร้อยถูกตอ้ งครบถ้วน
(P) 1 ทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายเสร็จภายในเวลาท่กี ำหนด แตง่ านยังผดิ พลาดบางส่วน
ดา้ น 3 ทำภาระงานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสร็จ แตล่ า่ ชา้ และเกิดขอ้ ผดิ พลาดบางส่วน
คุณลกั ษณะ 2
(A) 1
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ระดบั ดีมาก
คะแนน 2 หมายถึง ระดับดี
คะแนน 1 หมายถงึ ระดับพอใช้
คะแนน
108
การประเมนิ การทำกจิ กรรม เร่อื ง อตั ราเร็วของคล่ืน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ที่ ชื่อ - นามสกลุ ด้าน ด้าน ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คะแนน คุณภาพ
(P) (A)
3 3 39
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
109
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ที่ ช่ือ - นามสกลุ ดา้ น ดา้ น ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คุณลักษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ระดบั คณุ ภาพ 9 หมายถึง ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 หมายถึง ระดับดี
คะแนน 5-6 หมายถึง ระดับปานกลาง
คะแนน 3-4 หมายถึง ระดบั ปรับปรุง
คะแนน
110
บนั ทกึ หลงั การสอน
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 9 เรือ่ ง คลืน่ อ
แผนการสอนท่ี 11 เรือ่ ง อตั ราเร็วของคล่ืน .
วันที่.................................................เดือน.......................................................................พ.ศ......................................
ผลการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………… ………….…………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………..
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………...
ปัญหา / อปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………
….…………………...
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกป้ ญั หา
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
บนั ทึกสำหรบั ครพู เี่ ลยี้ ง
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่อื ..............................................................
( นายทวิพงศ์ ศรีสวุ รรณ ) ( นางสาวอุทยั ทิพย์ เมืองรืน่ )
ครพู ีเ่ ลี้ยง นกั ศกึ ษาปฏิบัตกิ ารสอน
111
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 12
รายวชิ า ว32203 ฟิสิกสเ์ พม่ิ เติม เลม่ 3 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1
เร่ือง อัตราเรว็ ของคลนื่ ในตัวกลาง จำนวน 1 คาบ
ครูผสู้ อน ปส.อุทยั ทพิ ย์ เมอื งรน่ื ครูพเี่ ลยี้ ง อ.ทวพิ งศ์ ศรสี วุ รรณ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ว 6.2 เข้าใจการเคล่ือนที่แบบฮาร์มอนกิ อย่างง่าย ธรรมชาตขิ องคลืน่ เสยี งและการได้ยิน ปรากฏการณท์ ี่
เกย่ี วขอ้ งกับเสยี ง แสงและการเห็น ปรากฏการณ์ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับแสงรวมทั้งนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรยี นรู้
3. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลื่น การแผ่ของหน้าคลื่นด้วยหลักการของ
ฮอยเกนส์ และการรวมกนั ของคลน่ื ตามหลกั การซ้อนทับ พร้อมท้งั คำนวณอตั ราเร็ว ความถี่ และความยาวคล่นื
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) ระบปุ จั จัยท่มี ผี ลตอ่ อตั ราเรว็ ของคลนื่ ในตัวกลาง
3.2 ด้านกระบวนการ (P)
-
3.3 ด้านเจตคติ (A)
1) มีความรบั ผดิ ชอบ
4. สาระสำคัญ
คลื่นเป็นปรากฏการณ์การถ่ายโอนพลังงานจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง คลื่นที่ถ่ายโอนพลังงานโดยต้องอาศัย
ตัวกลาง เรียกว่า คลื่นกล ส่วนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถ่ายโอนพลังงานโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง นอกจากนี้ยังจำแนก
ชนิดของคลื่นออกเป็นสองชนิด ได้แก่ คลื่นตามขวาง และคลื่นตามขวาง คลื่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดคลื่นที่ส่งคล่ืน
อย่างต่อเนื่องและมีรูปแบบที่ซ้ำกันบรรยายได้ด้วย การกระจัด สันคลื่น ท้องคลื่น เฟส ความยาวคลื่น ความถี่ คาบ
แอมพลิจูด และอัตราเรว็ โดยอัตราเรว็ ความถ่ี และความยาวคลน่ื มีความสมั พนั ธต์ าม สมการ v = fλ
5. สาระการเรียนรู้
5.1 ความรู้
อตั ราเรว็ ของคล่นื มคี า่ ขึน้ อยกู่ ับสมบัติของตวั กลางท่ีคลืน่ เคล่อื นทีผ่ ่าน เชน่ กรณขี องคลืน่ ในเสน้ เชือกท่ี
มแี อมพลจิ ดู ไมใ่ หญเ่ กนิ ไป คล่ืนมีอตั ราเรว็ ขึน้ อยู่กบั ขนาดของแรงดึงในเสน้ เชือกและค่าความหนาแน่นเชงิ เส้น (มวล
ตอ่ หน่วยความยาว) ของเส้นเชือก กลา่ วคอื เชอื กยงิ่ ตึงคลื่นเคล่ือนท่ผี า่ นไปไดเ้ ร็ว และสำหรับเชอื กทม่ี แี รงดึงเท่ากนั
คลืน่ จะเคล่อื นที่ผ่านเชอื กท่มี ีความหนาแน่นเชงิ เส้นสงู ไดช้ ้ากว่า เคลอื่ นท่ผี ่านเชอื กเสน้ ทมี่ คี า่ หนาแน่นเชิงเส้นน้อย
กวา่
112
5.2 กระบวนการ
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร (อ่าน ฟงั พดู เขยี น)
2) ความสามารถในการคดิ (สงั เกต วเิ คราะห์ จดั กลมุ่ สรปุ )
3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา (-)
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต (ทำงานกลมุ่ และความรบั ผิดชอบ)
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ (ใชก้ ารสบื ค้นผา่ นคอมพวิ เตอร์)
5.3 คุณลกั ษณะและคา่ นยิ ม
มีความรบั ผิดชอบ
6. บูรณาการ
-
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นตอนการเรียนรู้
ข้ันท่ี 1 ขั้นสรา้ งความสนใจ
7.1.1 ครูให้นักเรียนเข้าชั้นเรียนออนไลน์ผ่าน google meet โดยครูส่งลิงค์ในการเข้าชั้นเรียนผ่านกลุ่ม
classroom รายวิชาฟสิ ิกสเ์ พม่ิ เตมิ ครทู บทวนความรู้เดมิ เรือ่ ง อตั ราเรว็ ของคล่ืน และสูตรที่เก่ียวข้อง
7.1.2 ครูตงั้ คำถามถามนักเรียน
1) การที่ผลคูณความถี่กับความยาวคลื่นในตัวกลางหนึ่งมีค่าเท่าเดิมเสมอแสดงว่าอัตราเร็วคลื่นใน
ตัวกลางขน้ึ กับสงิ่ ใด
7.1.3 ครยู กสถานการณ์คล่นื เคลือ่ นผา่ นเชอื กเสน้ เดยี วกันทม่ี คี วามตงึ ตา่ งกัน แลว้ ต้ังคำถาม ดงั นี้
1) อัตราเรว็ คล่ืนในเชือกเป็นอยา่ งไร
2) เชือกท่ีมีแรงดึงเทา่ กันแต่มีค่าความหนาแนน่ เชิงเสน้ (มวลตอ่ หนว่ ยความยาว) ของเชือกตา่ งกัน
อัตราเร็วคล่นื ในเชือกจะเป็นอยา่ งไร
ข้นั ท่ี 2 ขนั้ สำรวจและค้นหา
7.2.1 นกั เรียนใหน้ ักเรยี นศึกษาอัตราเรว็ ของคล่ืนในตวั กลาง ในหนังสือเรยี น หรอื เอกสารประกอบการ
สอนที่ครูแจกให้
ขั้นท่ี 3 ขนั้ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป
7.3.1 ครใู ห้นกั เรยี นอาสาออกมานำเสนอสรปุ ทีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาในชั้นเรยี นออนไลน์ผา่ น google meet
7.3.2 ครนู ำนกั เรียนอภปิ รายโดยใช้คำถามต่อไปน้ี
1) การที่ผลคณู ความถีก่ ับความยาวคลื่นในตัวกลางหนึ่งมีค่าเท่าเดิมเสมอแสดงว่าอัตราเร็วคลื่นใน
ตัวกลางขน้ึ กบั สง่ิ ใด (แนวการตอบ อัตราเรว็ ของคลน่ื มีค่าเทา่ เดิมขึน้ อย่กู ับสมบัตขิ องตัวกลางคลืน่ ทเี่ คลื่อนที่ผา่ น)
2) คลื่นเคลื่อนผ่านเชือกเส้นเดียวกันที่มีความตึงต่างกัน อัตราเร็วคลื่นในเชือกเป็นอย่างไร (แนว
การตอบ อตั ราเรว็ คล่ืนในเสน้ เชือกข้นึ อย่กู บั ความตึงของเชอื ก โดยเชอื กย่งิ ตงึ คลนื่ เคล่ือนที่ผ่านไปไดเ้ รว็ )
113
3) เชือกที่มแี รงดึงเทา่ กันแต่มีค่าความหนาแน่นเชิงเสน้ (มวลต่อหน่วยความยาว) ของเชอื กต่างกัน
อัตราเร็วคลื่นในเชือกจะเป็นอย่างไร (แนวการตอบ เชือกที่มีแรงดึงเท่ากันคลื่นเคลื่อนที่ผ่านเส้นเชือกที่มีความ
หนาแน่นเชิงเส้นสงู ได้ชา้ กว่า)
ข้ันที่ 4 ข้นั ขยายความรู้
7.4.1 ครูอธิบายตัวอย่างในเอกสารประกอบการเรียนการสอนที่ครูแจกให้และให้ความรู้เพิ่มเติมตาม
หนงั สือเรียน
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมนิ ผล
7.5.1 นกั เรยี นตอบคำถามในช้ันเรียนออนไลนผ์ า่ น google meet
8. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
8.1 หนังสอื เรยี นรายวิชาเพ่มิ เติมวิทยาศาสตร์ (ฟสิ ิกส)์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 เลม่ 3 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.
2560)
8.2 อินเทอรเ์ นต็
8.3 เอกสารประกอบการเรยี นการสอน
9. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้ (K)
1) ระบุปัจจัยที่มผี ลตอ่ อัตราเรว็ ของคลน่ื 1) การตอบคำถามในชั้น 1) คำถามในชนั้ เรยี น 1) นกั เรยี นสามารถ
ในตวั กลาง เรยี น ออนไลน์ผ่าน ตอบคำถามได้ระดบั
google meet ดผี า่ นเกณฑ์
ดา้ นกระบวนการ (P)
-
ด้านคณุ ลักษณะ (A) 1) ตรวจการสง่ สมุด 1) เอกสาร 1) นกั เรียนไดร้ ะดบั ดี
1) มีความรับผดิ ชอบ ประกอบการเรียน ผา่ นเกณฑ์
การสอน
114
10. เกณฑ์การประเมนิ ผลงานนักเรียน
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เรือ่ ง อัตราเรว็ ของคลนื่ ในตวั กลาง
ประเดน็ การ คา่ แนวทางการให้คะแนน
ประเมนิ น้ำหนกั
คะแนน ตอบคำถามได้ถกู ต้องครบถ้วนทกุ ขอ้
ดา้ นความรู้ ตอบคำถามได้ถูกต้อง เพยี ง 2 ข้อ
(K) 3 ตอบคำถามได้ถูกตอ้ ง เพียง 1ข้อ
2
ดา้ น 1 ทำภาระงานที่ไดร้ ับมอบหมายเสร็จภายในเวลาทีก่ ำหนด และเรียบร้อยถูกตอ้ งครบถว้ น
กระบวนการ ทำภาระงานที่ไดร้ บั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทีก่ ำหนด แตง่ านยงั ผดิ พลาดบางสว่ น
3 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสรจ็ แตล่ า่ ช้า และเกดิ ข้อผดิ พลาดบางส่วน
(P) 2
ดา้ น 1
คุณลกั ษณะ
(A)
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ระดับดีมาก
คะแนน 2 หมายถึง ระดบั ดี
คะแนน 1 หมายถงึ ระดับพอใช้
คะแนน
115
การประเมินการทำกิจกรรม เรือ่ ง อตั ราเร็วของคลืน่ ในตวั กลาง
จุดประสงค์การเรียนรู้
ที่ ช่ือ - นามสกลุ ด้าน ด้าน ด้าน รวม ระดบั
ความรู้ (K) กระบวนการ คุณลักษณะ คะแนน คุณภาพ
(P) (A)
3 - 36
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
116
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ที่ ช่อื - นามสกลุ ด้าน ดา้ น ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คุณลักษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 - 36
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ระดบั คณุ ภาพ 6 หมายถึง ระดับดีมาก
คะแนน 5 หมายถึง ระดับดี
คะแนน 4 หมายถงึ ระดบั ปานกลาง
คะแนน 3 หมายถึง ระดบั ปรบั ปรงุ
คะแนน
117
บนั ทึกหลงั การสอน
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 9 เรื่อง คล่นื อ
แผนการสอนท่ี 12 เรือ่ ง อตั ราเรว็ ของคลนื่ ในตัวกลาง .
วันที่.................................................เดอื น.......................................................................พ.ศ......................................
ผลการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………… ………….…………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………..
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………...
ปัญหา / อปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………
….…………………...
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกป้ ญั หา
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
บนั ทกึ สำหรบั ครูพเ่ี ลยี้ ง
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
ลงชือ่ ....................................................... ลงช่ือ..............................................................
( นายทวิพงศ์ ศรสี วุ รรณ ) ( นางสาวอทุ ยั ทพิ ย์ เมืองรืน่ )
ครพู ่ีเลีย้ ง
นกั ศกึ ษาปฏิบตั ิการสอน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 13 118
รายวชิ า ว32203 ฟิสิกส์เพม่ิ เติม เลม่ 3
เรอื่ ง การซอ้ นทับของคลน่ื ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1
ครูผสู้ อน ปส.อทุ ัยทิพย์ เมอื งร่ืน จำนวน 1 คาบ
ครูพเ่ี ลย้ี ง อ.ทวิพงศ์ ศรีสวุ รรณ
1. สาระฟิสกิ ส์
2. เข้าใจการเคล่ือนท่แี บบฮารม์ อนกิ อยา่ งง่าย ธรรมชาตขิ องคลน่ื เสยี งและการได้ยนิ ปรากฏการณ์ท่ี
เกีย่ วข้องกบั เสยี ง แสงและการเห็น ปรากฏการณ์ทเี่ กี่ยวข้องกบั แสงรวมทัง้ นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
3. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลื่น การแผ่ของหน้าคลื่นด้วยหลักการของ
ฮอยเกนส์ และการรวมกันของคล่ืนตามหลักการซอ้ นทับ พร้อมทัง้ คำนวณอัตราเร็ว ความถ่ี และความยาวคล่นื
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) อธบิ ายการรวมกันของคลนื่ โดยอาศยั หลกั การซอ้ นทับได้
3.2 ด้านกระบวนการ (P)
1) สามารถเขยี นแผนภาพการแทรกสอดแบบเสริมกัน และการแทรกสอดแบบหกั ลา้ งกันได้
3.3 ดา้ นเจตคติ (A)
1) มคี วามรับผดิ ชอบ
4. สาระสำคญั
คลื่นเป็นปรากฏการณ์การถ่ายโอนพลังงานจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง คลื่นที่ถ่ายโอนพลังงานโดยต้องอาศัย
ตัวกลาง เรียกว่า คลื่นกล ส่วนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถ่ายโอนพลังงานโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง นอกจากนี้ยังจำแนก
ชนิดของคลื่นออกเป็นสองชนิด ได้แก่ คลื่นตามขวาง และคลื่นตามขวาง คลื่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดคลื่นที่ส่งคล่ืน
อย่างต่อเนื่องและมีรูปแบบที่ซ้ำกันบรรยายได้ด้วย การกระจัด สันคลื่น ท้องคลื่น เฟส ความยาวคลื่น ความถี่ คาบ
แอมพลิจูด และอตั ราเรว็ โดยอัตราเรว็ ความถ่ี และความยาวคลื่น มีความสัมพันธ์ตาม สมการ v = fλ
5. สาระการเรียนรู้
5.1 ความรู้
เมื่อคลื่น 2 คลื่น เคลื่อนที่มาซ้อนทับกันในตัวกลางหนึ่งๆ คลื่นรวมจะมีค่าตามหลักการซ้อนทับ
(principle of superposittion) กล่าวคือ คลื่นรวมจะมีการกระจัดของตัวกลางที่แต่ละตำแหน่ง ณ เวลาหนึ่งๆ
เท่ากบั ผลบวกของการกระจัดของตัวกลางทเ่ี กิดจากแตล่ ะคลน่ื ทตี่ ำแหนง่ และเวลาน้ันๆ
ถ้าคลื่น 2 คล่ืน เคลื่อนที่ในทศิ ทางตรงข้ามกัน เมื่อซอ้ นทบั แล้ว คล่ืนแต่ละขบวนก็จะเคล่ือนท่ีผ่าน
กันไปโดยยงั คงรูปร่างและทศิ ทางการเคลือ่ นทข่ี องแตล่ ะคลน่ื ไว้
ในกรณีของคลื่นดล ถ้าคลื่น 2 คลื่น มีการกระจัดของตัวกลาง ณ ตำแหน่งที่รวมกันอยู่ในทิศทาง
เดียวกัน เรียกผลของการซ้อนทับกันนี้ว่า การแทรกสอดแบบเสริม (constructive interference) แต่ถ้า ณ
119
ตำแหน่งที่มารวมกัน มีการกระจัดของตัวกลาง ณ ตำแหน่งที่มารวมกันอยู่ในทิศทางที่ตรงข้ามกัน เรียกการแทรก
สอดนว้ี ่า การแทรกสอดแบบหักล้าง (destructive interference)
การรวมกันของคลื่นดล 2 คลื่นที่มีแอมพลิจูดต่างกันและการเคลื่อนที่สวนทางกัน ใน 2 ลักษณะ
คือ กรณีเปน็ การแทรกสอดแบบเสรมิ ดงั รูป ก. และการแทรกสอดแบบหกั ล้าง ดังรูป ข.
รปู ก.
รูป ข.
การรวมกันของคลื่นดล 2 คลื่นที่มีแอมพลิจูดเท่ากัน พบว่ามีตำแหน่งหนึ่งในตัวกลางที่จะไม่มีการ
เคล่อื นท่ีหรือขยับเลย ดงั รูป ค.
รปู ค.
5.2 กระบวนการ
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร (อ่าน ฟงั พูด เขียน)
2) ความสามารถในการคดิ (สังเกต วเิ คราะห์ จดั กล่มุ สรปุ )
3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา (วิเคราะห์โจทย์ปญั หา)
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต (ทำงานกลุ่ม และความรับผดิ ชอบ)
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ (ใชก้ ารสบื คน้ ผา่ นคอมพวิ เตอร์)
5.3 คุณลักษณะและค่านยิ ม
มีความรบั ผิดชอบ
6. บรู ณาการ
-
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นตอนการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 ขนั้ สรา้ งความสนใจ
7.1.1 ครูให้นักเรียนเข้าชั้นเรียนออนไลน์ผ่าน google meet โดยครูส่งลิงค์ในการเข้าชั้นเรียนผ่านกลุ่ม
classroom รายวชิ าฟิสิกส์เพิม่ เตมิ ครทู บทวนความรู้เดมิ เรื่อง ส่วนประกอบของคลนื่ และการเกิดคลน่ื ผวิ น้ำ
7.1.2 ครูยกสถานการณ์คลนื่ สองคลน่ื เคลือ่ นทีพ่ บกัน แล้วตงั้ คำถาม ดงั น้ี
1) เมื่อคลน่ื 2 คลน่ื มแี อมพลจิ ูดไม่เทา่ กนั เมอ่ื พบกันลูกคลนื่ ซ้อนกันจะเกดิ ผลอย่างไร
120
2) เม่อื คลื่น 2 คล่ืน มีแอมพลจิ ดู เท่ากนั เม่ือพบกนั ลูกคลนื่ ซอ้ นกนั จะเกดิ ผลอย่างไร
ข้นั ท่ี 2 ขัน้ สำรวจและค้นหา
7.2.1 นกั เรยี นให้นักเรยี นศึกษาหลกั การซ้อนทับ ในหนงั สอื เรียน หรอื เอกสารประกอบการเรียนการสอนที่
ครใู ห้
ขนั้ ที่ 3 ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป
7.3.1 ครูให้นกั เรยี นอาสาออกมานำเสนอสรปุ ทีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาในชั้นเรียนออนไลนผ์ า่ น google meet
7.3.2 ครูนำนักเรยี นอภปิ รายจนไดข้ ้อสรปุ ดังน้ี
1) เมื่อคลืน่ 2 คลื่น เคลื่อนที่มาซ้อนทับกันในตวั กลางหนึ่งๆ คลื่นรวมจะมีค่าตามหลกั การซ้อนทบั
(principle of superposittion) กล่าวคือ คลื่นรวมจะมีการกระจัดของตัวกลางที่แต่ละตำแหน่ง ณ เวลาหนึ่งๆ
เท่ากับผลบวกของการกระจัดของตัวกลางที่เกดิ จากแต่ละคลนื่ ทีต่ ำแหน่งและเวลานน้ั ๆ
2) ถ้าคลื่น 2 คลื่น เคลื่อนที่ในทิศทางตรงข้ามกัน เมื่อซ้อนทับแล้ว คลื่นแต่ละขบวนก็จะเคลื่อนที่
ผา่ นกนั ไปโดยยงั คงรูปรา่ งและทศิ ทางการเคลอื่ นทีข่ องแตล่ ะคลน่ื ไว้
3) ในกรณีของคลื่นดล ถ้าคลื่น 2 คลื่น มีการกระจัดของตัวกลาง ณ ตำแหน่งท่ีรวมกันอยู่ใน
ทิศทางเดียวกัน เรียกผลของการซ้อนทับกันนี้ว่า การแทรกสอดแบบเสริม (constructive interference) แต่ถ้า
ณ ตำแหนง่ ท่ีมารวมกนั มีการกระจดั ของตวั กลาง ณ ตำแหน่งท่มี ารวมกนั อย่ใู นทิศทางท่ตี รงขา้ มกัน เรยี กการแทรก
สอดนีว้ า่ การแทรกสอดแบบหักล้าง (destructive interference)
4) การรวมกันของคลนื่ ดล 2 คล่ืนที่มแี อมพลิจดู ต่างกนั และการเคลอ่ื นที่สวนทางกัน ใน 2 ลกั ษณะ
คอื กรณีเปน็ การแทรกสอดแบบเสรมิ ดงั รูป ก. และการแทรกสอดแบบหักล้าง ดังรปู ข.
รูป ก.
รูป ข.
5) การรวมกันของคลื่นดล 2 คลื่นที่มีแอมพลิจูดเท่ากัน พบว่ามีตำแหน่งหนึ่งในตัวกลางที่จะไม่มี
การเคลื่นอท่ีหรือขยับเลย ดังรูป ค.
รูป ค.
121
ข้ันท่ี 4 ขั้นขยายความรู้
7.4.1 ครอู ธิบายตัวอยา่ งโจทยป์ ญั หาในเอกสารประกอบการเรยี นการสอนท่ีครูให้
ขน้ั ที่ 5 ขนั้ ประเมนิ ผล
7.5.1 นกั เรยี นทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจ โดยการทำแบบฝกึ หดั เพ่มิ เตมิ ในเอกสารประกอบการเรยี น
การสอนท่ีครูให้
8. สอื่ การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
8.1 หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติมวทิ ยาศาสตร์ (ฟิสกิ ส)์ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 เล่ม 3 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
8.2 อินเทอรเ์ น็ต
8.3 ใบกจิ กรรม เรอ่ื ง คลน่ื ผิวน้ำ
8.4 คลปิ ชุดกิจกรรม เรอ่ื ง คลนื่ ผิวน้ำ
8.5 Power Point
9. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) การตอบคำถาม 1) คำถามตรวจสอบ 1) นกั เรยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ (K) ตรวจสอบความเข้าใจ 9.3 ความเขา้ ใจ 9.3 ข้อ ตอบคำถามได้ระดับ
1) อธิบายการรวมกันของคล่ืนโดยอาศัย ขอ้ 1 1 ดผี า่ นเกณฑ์
หลักการซ้อนทบั ได้
1) ตรวจคำถามตรวจสอบ 1) คำถามตรวจสอบ 1) นกั เรยี นสามารถ
ดา้ นกระบวนการ (P) ความเขา้ ใจ 9.3 ขอ้ 2-3 ความเขา้ ใจ 9.3 ข้อ ตอบคำถามได้ระดบั
1) สามารถเขียนแผนภาพการแทรก 2-3 ดี ผา่ นเกณฑ์
สอดแบบเสรมิ กนั และการแทรกสอด 1) ตรวจการสง่ สมดุ
แบบหกั ล้างกันได้ คำถามตรวจสอบความ 1) สมุด 1) นักเรยี นไดร้ ะดบั ดี
ดา้ นคุณลักษณะ (A) เข้าใจ 9.3 ข้อ 1-3 ผา่ นเกณฑ์
1) มีความรบั ผดิ ชอบ
122
10. เกณฑก์ ารประเมินผลงานนกั เรยี น
เกณฑ์การประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เรอ่ื ง การซ้อนทบั ของคล่ืน
ประเดน็ การ คา่ นำ้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
ประเมนิ คะแนน
ด้านความรู้ 3 ตอบคำถามได้ถกู ต้องครบถว้ น
(K) 2 ตอบคำถามคอ่ นขา้ งถกู ตอ้ ง
1 ตอบคำถามไม่ถูกต้อง
ด้าน 3 สามารถทำแบบฝกึ หัดไดถ้ ูกตอ้ งทกุ ขอ้
กระบวนการ 2 สามารถทำแบบฝึกหดั ได้ถกู ต้อง 1 ข้อ
(P) 1 สามารถทำแบบฝกึ หัดได้ แต่ไม่ถกู ต้อง
ดา้ น 3 ทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาที่กำหนด และเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วน
คุณลกั ษณะ 2 ทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายเสร็จภายในเวลาท่ีกำหนด แตง่ านยังผดิ พลาดบางส่วน
(A) 1 ทำภาระงานที่ไดร้ บั มอบหมายเสร็จ แตล่ า่ ชา้ และเกดิ ข้อผดิ พลาดบางส่วน
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ระดบั ดีมาก
คะแนน 2 หมายถงึ ระดบั ดี
คะแนน 1 หมายถึง ระดับพอใช้
คะแนน
123
การประเมนิ การทำกจิ กรรม เรือ่ ง การซ้อนทบั ของคล่นื
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ที่ ชื่อ - นามสกลุ ด้านความรู้ ดา้ น ด้าน รวม ระดับ
(K) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
124
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ที่ ชอ่ื - นามสกลุ ดา้ นความรู้ ดา้ น ดา้ น รวม ระดับ
(K) กระบวนการ คณุ ลักษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ระดบั คณุ ภาพ 9 หมายถึง ระดับดมี าก
คะแนน 7-8 หมายถงึ ระดบั ดี
คะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั ปานกลาง
คะแนน 3-4 หมายถึง ระดับปรบั ปรงุ
คะแนน
125
บันทกึ หลงั การสอน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 9 เรอ่ื ง คลนื่ อ
แผนการสอนที่ 13 เร่อื ง การซ้อนทบั ของคล่นื .
วนั ท่ี.................................................เดอื น.......................................................................พ.ศ......................................
ผลการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………… ………….…………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………..
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………...
ปญั หา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………
….…………………...
ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกป้ ญั หา
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
บนั ทกึ สำหรบั ครพู เ่ี ลย้ี ง
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
ลงชอ่ื ....................................................... ลงช่อื ..............................................................
( นายทวิพงศ์ ศรสี วุ รรณ ) ( นางสาวอทุ ัยทพิ ย์ เมอื งรนื่ )
ครูพ่เี ล้ียง นักศกึ ษาปฏบิ ัตกิ ารสอน
126
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 14 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1
รายวชิ า ว32203 ฟสิ ิกสเ์ พม่ิ เติม เลม่ 3 จำนวน 2 คาบ
เรอ่ื ง พฤตกิ รรมของคลื่น (การสะทอ้ น)
ครูผสู้ อน ปส.อทุ ัยทิพย์ เมอื งรืน่ ครพู เ่ี ลยี้ ง อ.ทวิพงศ์ ศรสี ุวรรณ
1. สาระฟิสกิ ส์
2. เข้าใจการเคล่อื นท่แี บบฮาร์มอนิกอย่างงา่ ย ธรรมชาตขิ องคลน่ื เสยี งและการไดย้ ิน ปรากฏการณท์ ่ี
เกีย่ วข้องกับเสียง แสงและการเหน็ ปรากฏการณท์ ีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั แสงรวมท้งั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรยี นรู้
4. สังเกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลื่นผิวน้ำ รวมทั้ง
คำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) อธิบายการสะทอ้ นของคลืน่ ผวิ นำ้ ได้
3.2 ดา้ นกระบวนการ (P)
1) ทดลองและสงั เกตการสะท้อนของคลน่ื ผวิ นำ้ ได้
3.3 ด้านเจตคติ (A)
1) ใฝเ่ รียนรู้ และมีความรับผดิ ชอบ
4. สาระสำคญั
พฤตกิ รรมของคล่นื คลน่ื แสดงพฤตกิ รรมการสะท้อนเมอ่ื กระทบสงิ่ กดี ขวางหรือรอยต่อของตวั กลางท่ี
ตา่ งกนั
การสะทอ้ นของคลนื่ เปน็ ไปตามกฎการสะท้อน คอื มมุ สะท้อนเทา่ กับมุมตกกระทบ คลน่ื สะทอ้ นในเชือกจะกลับเฟส
เมอ่ื ปลายเชือกตรงึ แน่น และคลน่ื สะทอ้ นในเชอื กมเี ฟสคงเดิม เมื่อปลายเชือกอสิ ระ
คลื่นเกิดการหักเหเม่อื เคลอ่ื นที่ผ่านรอยตอ่ ของตวั กลางท่ีต่างกนั โดยคลน่ื มคี วามถีค่ งที่ แตอ่ ตั ราเร็วคลื่น
เปลี่ยนไปเป็นไปตามกฎการหกั เห แทนด้วยสมการ sin 1 = 1
sin 2 2
เมอื่ คล่ืนสองขบวนเคล่อื นที่มาพบกันเกิดการแทรกสอดกัน ถ้าคลื่นจากแหล่งกำเนิด S1 และ S2 มคี วามถี่
เท่ากนั เฟสตรงกนั แอมพลจิ ดู เท่ากนั เม่อื แทรกสอดกันเกดิ ตำแหน่งทีร่ วมแบบเสริม เรยี กวา่ ปฏิบพั และแบบ
หกั ล้าง เรยี กวา่ บัพ โดยตำแหนง่ ที่เกิดปฏิบพั เปน็ ไปตามสมการ | 1 − 1 | = เมื่อ n = 0, 1, 2, 3,
…
และตำแหน่งที่เกดิ บัพเปน็ ไปตามสมการ | 1 − 1 | = ( = 1) เมื่อ n = 1, 2, 3, …
2
คลืน่ อาพนั ธส์ องขบวนเคลอื่ นท่สี วนทางกันจะเกดิ การแทรกสอดเกิดเป็นปฏิบัพและบพั ทีอ่ ยู่นิง่ โดยมีระยะ
ระหวา่ งบัพทีถ่ ัดกนั และปฏบิ พั ทถี่ ัดกันเทา่ กบั ครึง่ หนงึ่ ของความยาวคลื่น เรยี กวา่ คลนื่ น่ิง
127
คลน่ื เกิดการเลยี้ วเบนเมือ่ เคลอื่ นท่ีพบขอบของสง่ิ กดี ขวางหรือช่องแคบ แล้วมีคลื่นแผ่ออกจากของของสิง่
กดี ขวางไปทางด้วนหลังได้
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 ความรู้
เมื่อคลื่นเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดคลื่นไปถึงปลายสุดของตัวกลางหนึ่ง คลื่นส่วนหนึ่งจะเคลื่อนท่ี
กลับมาในตัวกลางเดิม การที่คลื่นเคลื่อนที่กลับมาในตัวกลางเดิม เรียกว่า การสะท้อนของคลื่น และเรียกคลื่นที่
สะท้อนกลับมาในตัวกลางเดิมว่า คลื่นสะท้อน ส่วนคลื่นที่เคลื่อนที่ไปตกกระทบปลายสุดของตัวกลางก่อนการ
สะท้อนเรยี กว่า คลน่ื ตกกระทบ
การสะท้อนของคลื่นในเส้นเชือก กรณีที่ปลายเชือกยึดตรึงแน่นกับกำแพง เมื่อคลื่นเคลื่อนที่มาถึง
จุดที่ตรึงกับกำแพง กำแพงจะดึงเชือกลง (เพราะเชือกดึงกำแพงขึ้น กำแพงจึงออกแรงดึงเชือกกลับ ตามกฎการ
เคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน) ทำให้เกดิ คลื่นสะท้อนกลับที่มรี ูปร่างกลับด้าน กล่าวคือ มีการกระจดั ของตัวกลางเทยี บ
กับแนวสมดลุ ตรงขา้ มกับคลนื่ ตกกระทบหรอื กล่าวไดว้ า่ คลนื่ สะทอ้ นมเี ฟสตรงข้ามกับคลื่นตกกระทบ
แต่ถ้าปลายเชือกสามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงได้อย่างอิสระ คลื่นท่ีสะท้อนออกมาจะมีการกระจัด
ตัวกลางทีม่ ที ิศทางเดยี วกับคล่ืนตกกระทบ หรือกลา่ วไดว้ ่า คลืน่ สะท้อนมเี ฟสตรงกนั กับคล่นื ตกกระทบ
5.2 กระบวนการ
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร (อ่าน ฟงั พูด เขียน)
2) ความสามารถในการคดิ (สังเกต วเิ คราะห์ จัดกลุ่ม สรปุ )
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา (-)
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต (ทำงานกลมุ่ และความรับผิดชอบ)
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ (ใชก้ ารสบื ค้นผ่านคอมพวิ เตอร์)
5.3 คุณลักษณะและคา่ นยิ ม
ใฝ่เรยี นรู้ และมีความรับผิดชอบ
6. บูรณาการ
6.1 บูรณาการ PLC นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มแลกเปลีย่ นเรยี นรู้เลา่ สูก่ นั ฟงั ถงึ ความรทู้ ีไ่ ดจ้ ากการทำกจิ กรรม และปญั หาท่ี
เกดิ ขึน้ ระหวา่ งการทำกิจกรรม
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ ตอนการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ 1 ขั้นสรา้ งความสนใจ
7.1.1 ครูให้นักเรียนเข้าชั้นเรียนออนไลน์ผ่าน google meet โดยครูส่งลิงค์ในการเข้าชั้นเรียนผ่านกลุ่ม
classroom รายวิชาฟิสิกสเ์ พมิ่ เตมิ
7.1.2 ครูตง้ั คำถามเพื่อนำเข้าสู่การทำกิจกรรม ดังนี้
128
- คลนื่ มสี มบตั ิอะไรบ้าง (แนวคำตอบ คล่ืนมีสมบัตริ ่วมกนั 4 ประการ คือ สะทอ้ น หักเห เลยี้ วเบน
และแทรกสอด)
ข้ันที่ 2 ขนั้ สำรวจและค้นหา
7.2.1 นกั เรยี นใหน้ ักเรียนศกึ ษาเรอื่ งพฤตกิ รรมของคลน่ื (การสะท้อน) ในเอกสารประกอบการเรียนการ
สอน
7.2.2 ครตู ัง้ คำถามจากการดูวดี โี อการทดลองเพ่ือใหน้ กั เรียนไปคน้ คว้าหาความรโู้ ดยใชค้ ำถาม ดงั น้ี
- ในแต่ละกรณี มุมท่หี นา้ คล่นื ตกกระทบกระทำตอ่ แผ่นกนั้ และมมุ ทหี่ นา้ คลื่นสะทอ้ นทำกบั แผน่ กน้ั
มคี วามสมั พันธก์ ันหรือไม่ อยา่ งไร (แนวการตอบ มมุ ที่หน้าคลน่ื ตกกระทบกระทำกับแผ่นกั้น และมุมทห่ี นา้ คลน่ื
สะทอ้ นกระทำกับแผ่นก้นั มีคา่ เทา่ กันทุกกรณี)
ข้นั ที่ 3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป
7.3.1 ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปเน้ือหาท่นี ักเรียนไดศ้ ึกษาจากเอกสารประกอบการเรียนการสอน จนสรุป
ได้ว่า การสะท้อนของคลื่นเกิดขึ้นเมื่อคลื่นเคลื่อนที่ไปกระทบขอบเขตของตัวกลาง ทำให้คลื่นส่วนหนึ่งกลับมาใน
ตัวกลางเดิม
7.3.2 อธิบายเพิ่มเติมเรื่องกฎการสะท้อน คือเส้นรังสีตกกระทบ รังสีสะท้อน รอยต่อขอบเขตของตัวกลาง
และเสน้ แนวฉากอยใู่ นระนาบเดยี วกนั และมมุ ตกกระทบเท่ากบั มมุ สะทอ้ น
ข้ันที่ 4 ขน้ั ขยายความรู้
7.4.1 ครูอธิบายใหค้ วามรเู้ พิ่มเติม ดังน้ี
1) เมื่อคลื่นเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดคลื่นไปถึงปลายสุดของตัวกลางหนึ่ง คลื่นส่วนหนึ่งจะ
เคลื่อนที่กลับมาในตัวกลางเดิม การที่คลื่นเคลื่อนที่กลับมาในตัวกลางเดิม เรียกว่า การสะท้อนของคลื่น และเรียก
คลื่นที่สะท้อนกลับมาในตัวกลางเดิมว่า คลื่นสะท้อน ส่วนคลื่นที่เคลื่อนที่ไปตกกระทบปลายสุดของตัวกลางก่อน
การสะท้อนเรยี กว่า คลื่นตกกระทบ
2) การสะท้อนของคลื่นในเส้นเชือก กรณีที่ปลายเชือกยึดตรึงแน่นกับกำแพง เมื่อคลื่นเคลื่อนที่
มาถึงจุดที่ตรึงกับกำแพง กำแพงจะดึงเชือกลง (เพราะเชือกดึงกำแพงขึ้น กำแพงจึงออกแรงดึงเชือกกลับ ตามกฎ
การเคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตัน) ทำให้เกิดคลื่นสะท้อนกลับที่มีรูปร่างกลับด้าน กล่าวคือ มีการกระจัดของตัวกลาง
เทยี บกับแนวสมดลุ ตรงข้ามกบั คลน่ื ตกกระทบหรือกลา่ วไดว้ า่ คลนื่ สะทอ้ นมีเฟสตรงข้ามกับคลน่ื ตกกระทบ
129
3) แต่ถ้าปลายเชือกสามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงได้อย่างอิสระ คลื่นที่สะท้อนออกมาจะมีการกระจัด
ตัวกลางทม่ี ีทศิ ทางเดยี วกับคลน่ื ตกกระทบ หรือกลา่ วไดว้ า่ คลื่นสะทอ้ นมีเฟสตรงกันกบั คลื่นตกกระทบ
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล
7.5.1 นกั เรยี นสง่ เอกสารประกอบการเรยี นการสอนเร่อื ง การสะทอ้ นของคลนื่ ผวิ นำ้
8. สอ่ื การเรียนรู/้ แหล่งเรียนรู้
8.1 หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ (ฟสิ กิ ส์) ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5 เลม่ 3 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.
2560)
8.2 อนิ เทอรเ์ นต็
8.3 เอกสารประกอบการเรยี นการสอนเร่อื ง การสะทอ้ นของคลืน่ ผิวน้ำ
9. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ตรวจใบกิจกรรม เรือ่ ง 1) ใบกจิ กรรม เร่อื ง 1) นกั เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K) การสะทอ้ นของคลื่นผิวนำ้ การสะท้อนของคลื่น สรุปผลการทดลองได้
1) อธิบายการสะท้อนของคล่นื ผวิ น้ำได้ ระดบั ดผี ่านเกณฑ์
ผิวน้ำ
ด้านกระบวนการ (P) 1) นกั เรยี นสามารถ
1) ทดลองและสังเกตการสะทอ้ นของ 1) ตรวจใบกจิ กรรม เร่อื ง 1) ใบกิจกรรม เร่ือง ทำใบกจิ กรรมได้
คลนื่ ผิวน้ำได้ การสะท้อนของคลืน่ ผวิ น้ำ การสะท้อนของคล่ืน ระดบั ดี ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นคุณลักษณะ (A) ผวิ นำ้ 1) นักเรียนไดร้ ะดบั ดี
1) ใฝเ่ รยี นรู้ และมคี วามรับผดิ ชอบ ผา่ นเกณฑ์
1) ตรวจการสง่ ใบกจิ กรรม 1) ใบกิจกรรม เร่ือง
การสะทอ้ นของคลน่ื
ผวิ นำ้
130
10. เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
เกณฑ์การประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เรอื่ ง การสะทอ้ นของคล่ืนผวิ นำ้
ประเดน็ การ คา่ แนวทางการให้คะแนน
ประเมนิ นำ้ หนกั
คะแนน สรปุ ผลการทดลองได้ถูกต้องครบถ้วน
ดา้ นความรู้ สรุปผลการทดลองคอ่ นขา้ งถกู ต้องครบถ้วน
(K) 3 สรปุ ผลการทดลองไดค้ อ่ นข้างถูกตอ้ ง
2 บนั ทึกผลกิจกรรมได้ถกู ต้องครบถว้ น
ดา้ น 1 บนั ทกึ ผลกจิ กรรมค่อนข้างถกู ตอ้ ง
กระบวนการ 3 บนั ทึกผลกจิ กรรมได้ค่อนขา้ งถูกต้อง
2 ทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทีก่ ำหนด และเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วน
(P) 1 ทำภาระงานที่ไดร้ บั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด แตง่ านยงั ผิดพลาดบางส่วน
ดา้ น 3 ทำภาระงานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสร็จ แตล่ ่าชา้ และเกิดข้อผดิ พลาดบางส่วน
คุณลักษณะ 2
(A) 1
ระดบั คะแนน 3 หมายถึง ระดบั ดมี าก
คะแนน 2 หมายถึง ระดบั ดี
คะแนน 1 หมายถึง ระดบั พอใช้
คะแนน
131
การประเมนิ การทำกิจกรรม เร่ือง การสะท้อนของคลนื่ ผวิ นำ้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ที่ ชือ่ - นามสกลุ ด้าน ดา้ น ด้าน รวม ระดบั
ความรู้ (K) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คะแนน คุณภาพ
(P) (A)
3 3 39
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
132
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ที่ ชอื่ - นามสกลุ ดา้ น ดา้ น ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คุณลักษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ระดบั คณุ ภาพ 9 หมายถึง ระดบั ดมี าก
คะแนน 7-8 หมายถึง ระดบั ดี
คะแนน 5-6 หมายถงึ ระดบั ปานกลาง
คะแนน 3-4 หมายถึง ระดับปรบั ปรงุ
คะแนน
133
บนั ทกึ หลงั การสอน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 เร่อื ง คลน่ื อ
แผนการสอนท่ี 14 เร่อื ง การสะท้อนของคลนื่ ผิวน้ำ .
วนั ที่.................................................เดอื น.......................................................................พ.ศ......................................
ผลการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………… ………….…………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………..
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………...
ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………
….…………………...
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกป้ ญั หา
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
บนั ทกึ สำหรบั ครูพเี่ ลยี้ ง
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
ลงชอ่ื ....................................................... ลงชื่อ..............................................................
( นายทวพิ งศ์ ศรสี วุ รรณ ) ( นางสาวอทุ ัยทิพย์ เมอื งรนื่ )
ครพู ีเ่ ลยี้ ง นกั ศกึ ษาปฏบิ ตั กิ ารสอน
134
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 15 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1
รายวิชา ว32203 ฟิสิกสเ์ พมิ่ เติม เล่ม 3 จำนวน 2 คาบ
เร่ือง การหักเหของคล่ืนผิวนำ้
ครผู สู้ อน ปส.อทุ ยั ทพิ ย์ เมอื งรน่ื ครูพเ่ี ลย้ี ง อ.ทวิพงศ์ ศรสี ุวรรณ
1. สาระฟสิ ิกส์
2. เข้าใจการเคลือ่ นท่แี บบฮาร์มอนกิ อยา่ งงา่ ย ธรรมชาติของคลนื่ เสียงและการไดย้ ิน ปรากฏการณท์ ่ี
เก่ียวข้องกบั เสียง แสงและการเห็น ปรากฏการณท์ ีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั แสงรวมทง้ั นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรยี นรู้
4. สังเกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลื่นผิวน้ำ รวมทั้ง
คำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เก่ยี วขอ้ ง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) อธิบายการหักเหของคลนื่ ผิวน้ำได้
3.2 ด้านกระบวนการ (P)
1) ทดลองและสังเกตการหกั เหของคล่นื ผิวนำ้ ได้
3.3 ดา้ นเจตคติ (A)
1) ใฝเ่ รียนรู้ และมคี วามรบั ผดิ ชอบ
4. สาระสำคญั
พฤติกรรมของคล่ืน คล่ืนแสดงพฤตกิ รรมการสะท้อนเมือ่ กระทบสง่ิ กีดขวางหรอื รอยต่อของตัวกลางท่ี
ตา่ งกนั
การสะทอ้ นของคลนื่ เป็นไปตามกฎการสะทอ้ น คือ มุมสะท้อนเท่ากบั มมุ ตกกระทบ คลืน่ สะท้อนในเชอื กจะ
กลับเฟสเมอ่ื ปลายเชอื กตรึงแน่น และคลน่ื สะทอ้ นในเชอื กมีเฟสคงเดิม เมื่อปลายเชอื กอิสระ
คลนื่ เกดิ การหักเหเม่อื เคลอ่ื นท่ีผ่านรอยตอ่ ของตัวกลางทต่ี ่างกัน โดยคล่ืนมคี วามถ่ีคงที่ แตอ่ ัตราเรว็ คลนื่
เปลย่ี นไปเปน็ ไปตามกฎการหักเห แทนดว้ ยสมการ sin 1 = 1
sin 2 2
เมอื่ คลนื่ สองขบวนเคล่ือนท่มี าพบกนั เกดิ การแทรกสอดกัน ถ้าคลืน่ จากแหล่งกำเนดิ S1 และ S2 มีความถี่
เท่ากนั เฟสตรงกัน แอมพลจิ ดู เท่ากนั เมื่อแทรกสอดกนั เกดิ ตำแหน่งท่ีรวมแบบเสรมิ เรยี กวา่ ปฏบิ พั และแบบ
หักล้าง เรียกวา่ บัพ โดยตำแหน่งที่เกิดปฏิบพั เป็นไปตามสมการ | 1 − 1 | = เมอ่ื n = 0, 1, 2, 3,
…
และตำแหน่งท่ีเกดิ บัพเปน็ ไปตามสมการ | 1 − 1 | = ( = 1) เมือ่ n = 1, 2, 3, …
2
คลื่นอาพนั ธส์ องขบวนเคลอ่ื นท่สี วนทางกันจะเกิดการแทรกสอดเกิดเป็นปฏบิ พั และบัพทีอ่ ยนู่ ่ิง โดยมีระยะ
ระหวา่ งบัพทถ่ี ดั กนั และปฏบิ พั ที่ถดั กนั เท่ากับคร่ึงหนงึ่ ของความยาวคลน่ื เรียกวา่ คลน่ื น่ิง
135
คล่นื เกิดการเลยี้ วเบนเมอ่ื เคลอ่ื นที่พบขอบของสง่ิ กดี ขวางหรือช่องแคบ แลว้ มคี ลนื่ แผ่ออกจากของของสิ่ง
กดี ขวางไปทางดว้ นหลงั ได้
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 ความรู้
เมื่อคลื่นกระทบรอยต่อของตัวกลาง คลื่นส่วนหนึ่งสะท้อนกลับไปในตัวกลางเดิม อีกส่วนหน่ึง
เคลื่อนที่ผ่านไปในอีกตัวกลางหนึ่ง เรียกว่า คลื่นหักเห (refracted waves) หรือบางครั้งเรียกว่า คลื่นที่ผ่านไป
(transmitted waves)
ในกรณีที่เคลื่อนที่ผ่านจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง ในที่นี้จะศึกษาจากคลื่นในเส้นเชือก
ที่เกิดจากการนำเชือก 2 เส้นมาต่อกัน โดยแรงดึงเชือกเท่ากัน แต่มีค่าความหนาแน่นเชิงเส้นไม่เท่ากัน สิ่งที่เกิดข้ึน
คือ เมือ่ คลื่นเคล่ือนทม่ี าถงึ รอยตอ่ จะเกดิ ท้ังการสะท้อนกลบั และการหกั เห ดังรูป
จากรูปพบว่า
- ท้งั คล่ืนสะท้อนแลคลื่นหกั เหนนั้ มีแอมพลจิ ูดเลก็ กว่าคลืน่ ตกกระทบ โดยผลรวมของพลงั งานคลน่ื
สะท้อนกับคลืน่ หกั เห จะเท่ากับพลงั งานของคล่ืนตกกระทบ
- คลื่นหักเหจะมีอัตราเร็วที่ต่างไปจากคลื่นตกกระทบ เพราะเคลื่อนที่ในตัวกลางที่มีสมบัติต่างกัน
แตม่ กี ารกระจดั ของตวั กลางในทศิ เดียวกับคล่นื ตกกระทบ
- คลื่นสะท้อนจะมีการกระจัดของตัวกลางในทิศทางตรงข้ามกับคลื่นตกกระทบ (หรือ มีเฟสตรง
ข้ามกนั ) ถ้าคล่นื เคล่อื นที่จากเชือกทค่ี วามหนาแน่นเชงิ เสน้ ต่ำไปตกกระทบเชอื กทม่ี ีความหนาแน่นเชิงเสน้ สูงกว่า
- ถ้าคลื่นเคลื่อนที่จากเชือกที่มีความหนาแน่นเชิงเส้นสูงไปตกกระทบเชือกที่มีความหนาแน่นเชิง
เส้นต่ำกวา่ คลื่นสะทอ้ นจะมีการกระจดั ของตัวกลางช้ใี นทศิ ทางเดียวกับคลื่นตกกระทบ (หรอื เฟสตรงกัน)
5.2 กระบวนการ
1) ความสามารถในการสอื่ สาร (อ่าน ฟงั พูด เขยี น)
2) ความสามารถในการคดิ (สังเกต วเิ คราะห์ จัดกลมุ่ สรปุ )
3) ความสามารถในการแก้ปญั หา (-)
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต (ทำงานกลุม่ และความรับผิดชอบ)
5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ใช้การสบื คน้ ผ่านคอมพิวเตอร)์
5.3 คณุ ลกั ษณะและคา่ นยิ ม
ใฝ่เรยี นรู้ และมคี วามรับผดิ ชอบ
6. บรู ณาการ
-
136
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันตอนการเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 ข้นั สรา้ งความสนใจ
7.1.1 ครูให้นักเรียนเข้าชั้นเรียนออนไลน์ผ่าน google meet โดยครูส่งลิงค์ในการเข้าชั้นเรียนผ่านกลุ่ม
classroom รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติมครูยกสถานการณ์คลื่นผ่านจากตัวกลางหนึ่งเข้าสู่อีกตัวกลางหนึ่ง แล้วครูต้ัง
คำถาม ดงั นี้
1) นกั เรยี นคิดวา่ เมอ่ื คลน่ื ผา่ นตวั กลางหนง่ึ เข้าสตู่ วั กลางหนึง่ เกดิ การสะทอ้ นหรอื ไม่
2) นกั เรยี นคิดวา่ คลน่ื ท่ีผา่ นเขา้ สูอ่ กี ตวั กลางหนง่ึ จะเกดิ การเปลย่ี นแปลงหรอื ไม่ อยา่ งไร
(เปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นแสดงความคิดเห็นอยา่ งอสิ ระไมค่ าดหวงั คำตอบทถ่ี ูกตอ้ ง)
7.1.2 จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายจนสรุปได้ว่า เมื่อคลื่นกระทบรอยต่อของตัวกลาง คลื่นส่วนหนึ่ง
สะท้อนกลบั สูต่ วั กลางเดมิ อีกสว่ นหน่งึ ผา่ นเขา้ ไปในอกี ตวั กลางหนึ่ง เรยี กว่า คลน่ื หักเห
ขั้นท่ี 2 ขั้นสำรวจและคน้ หา
7.2.1 ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนศกึ ษาเร่ืองการหักเหจากเอกสารประกอบการเรยี นและหนังสอื เรยี นการสอน
เรอ่ื ง การหักเหของคลน่ื ผิวนำ้
7.2.2 ครใู หน้ ักเรียนดวู ีดโี อการทดลองเรอ่ื งการหกั เหของคลนื่ นำ้
(อ้างอิง : https://www.youtube.com/watch?v=TIjGMDFCG4M&t=1s)
2.3 ครูตั้งคำถามจากการดวู ีดีโอการทดลองเพอ่ื ให้นกั เรียนไปค้นคว้าหาความรโู้ ดยใช้คำถาม ดังนี้
- เม่อื คลืน่ ผิวนำ้ เคลือ่ นที่ผ่านบรเิ วณรอยตอ่ ระหว่างเขตน้ำลกึ และเขตนำ้ ตนื้ ถา้ หนา้ คล่ืนตก
กระทบขนานกบั รอยตอ่ ทิศทางการเคลอ่ื นทขี่ องคลน่ื และความยาวคล่ืนเปลยี่ นแปลงอยา่ งไร (แนวการตอบ เม่อื
หน้าคลน่ื ผ่านบริเวณรอยตอ่ ระหวา่ งเขตน้ำลกึ เข้าสยู่ ้ำตื้น ถ้าหนา้ คลน่ื ขนานกบั รอยต่อ ทศิ ทางของคลื่นไม่มีการ
เปล่ียนแปลง แต่ความยาวคลื่นเปลี่ยนแปลงไป โดยความยาวคลื่นน้อยลง)
- เมอ่ื คล่นื ผวิ นำ้ เคลื่อนทผ่ี ่านบริเวณรอยต่อระหวา่ งเขตน้ำลกึ และเขตน้ำต้นื ถา้ หนา้ คลนื่ ตก
กระทบทำมุมกับรอยต่อ ทศิ ทางการเคลอ่ื นท่ขี องคลื่นและความยาวคลืน่ เปลี่ยนแปลงอยา่ งไร (แนวการตอบ เมอ่ื
คล่ืนผวิ น้ำเคลอื่ นท่ีผ่านบรเิ วณรอยตอ่ ระหวา่ งเขตน้ำลึกและเขตน้ำต้ืน ถ้าหน้าคลนื่ ตกกระทบทำมุมกับรอยต่อ ทศิ
ทางการเคลื่อนทขี่ องคลื่นเปลีย่ นไป โดยมุมระหว่างหนา้ คล่ืนหกั เหกับรอยตอ่ มขี นาดเล็กกว่ามุมระหว่างหน้าคลน่ื ตก
กระทบรอยตอ่ )
137
- จากการสงั เกตคล่นื ผิวน้ำในถาดคลนื่ เม่อื คลื่นเคล่ือนท่มี าถึงรอยต่อระหว่างเขตน้ำลึกกับเขตน้ำตื้น คลื่นมี
การสะทอ้ นหรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวการตอบ เมอ่ื คลืน่ ผิวนำ้ เคลื่อนที่มาถึงรอยตอ่ ระหวา่ งเขตน้ำลึกกบั เขตน้ำตื้น
พบว่ามกี ารสะทอ้ นของคลน่ื ซึ่งน้อยกว่าคลืน่ หกั เห)
7.2.4 ครใู ห้นักเรียนแต่ละคนศกึ ษาตัวอย่าง ในเอกสารประกอบการเรยี น
ข้ันท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป
7.3.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปจาการศึกษาในเอกสารประกอบการเรียนการสอน
และวีดีโอตวั อยา่ ง จนสรปุ ได้ ดังนี้
คลื่นหักเหมีความเร็วต่างไปจากคลื่นตกกระทบ แต่ความถี่ของคลื่นในตัวกลางทั้งสองเท่ากัน
เนื่องจากมาจากแหล่งกำ เนิดเดียวกัน ทำ ให้ความยาวคลื่นตกกระทบกับความยาวคลื่นหักเหต่างกัน และใน
ตัวกลางคู่เดิมค่ามุมตกกระทบและมุมหักเหของคลื่นมีความสัมพันธ์กับอัตราเร็วในตัวกลางทั้งสองตามสมการ
sin 1 = 1 ซึ่งเป็นกฎการหักเหของคลื่นในการสรุปนั้นครูควรเน้นว่า ในกรณีที่คลื่นจากตัวกลางหนึ่งผ่าน
sin 2 2
รอยต่อเข้าไปสู่อีกตัวกลางหนึ่งจะเกิดการสะท้อนและการหักเหของคลื่นพร้อมกันเสมอ คลื่นหักเหไม่จำ เป็นต้อง
เปลี่ยนทิศเสมอไปกรณที ห่ี นา้ คลื่นตกกระทบขนานผิวรอยต่อ คลน่ื หกั เหจะไมเ่ ปล่ยี นทศิ ทางไปจากเดิม
ข้นั ที่ 4 ขน้ั ขยายความรู้
7.4.1 ครอู ธิบายใหค้ วามร้เู พิ่มเติม ดงั น้ี
เมื่อคลื่นกระทบรอยต่อของตัวกลาง คลื่นส่วนหน่ึงสะท้อนกลับไปในตัวกลางเดิม อีกส่วนหนึ่งเคลื่อนท่ผี ่าน
ไปในอกี ตวั กลางหนึง่ เรียกวา่ คล่ืนหักเห (refracted waves) หรอื บางครั้งเรยี กว่า คลน่ื ทผี่ ่านไป (transmitted
waves)
ในกรณีที่เคลื่อนที่ผ่านจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง ในที่นี้จะศึกษาจากคลื่นในเส้นเชือก
ที่เกิดจากการนำเชือก 2 เส้นมาต่อกัน โดยแรงดึงเชือกเท่ากัน แต่มีค่าความหนาแน่นเชิงเส้นไม่เท่ากัน สิ่งที่เกิดขึ้น
คอื เมอื่ คลื่นเคลื่อนทม่ี าถึงรอยตอ่ จะเกิดท้ังการสะทอ้ นกลบั และการหกั เห ดงั รูป
จากรปู พบว่า
- ทั้งคลื่นสะท้อนแลคลื่นหกั เหนั้นมีแอมพลิจูดเล็กกว่าคลืน่ ตกกระทบ โดยผลรวมของพลังงานคล่ืนสะทอ้ น
กบั คลนื่ หักเห จะเทา่ กบั พลงั งานของคล่ืนตกกระทบ
- คลื่นหักเหจะมีอัตราเร็วที่ต่างไปจากคลื่นตกกระทบ เพราะเคลื่อนทีใ่ นตัวกลางที่มีสมบัติตา่ งกัน แต่มีการ
กระจดั ของตวั กลางในทิศเดยี วกบั คล่นื ตกกระทบ
- คล่นื สะท้อนจะมีการกระจัดของตวั กลางในทศิ ทางตรงข้ามกับคลน่ื ตกกระทบ (หรือ มเี ฟสตรงขา้ มกัน) ถา้
คลืน่ เคลือ่ นทีจ่ ากเชือกท่คี วามหนาแน่นเชงิ เสน้ ตำ่ ไปตกกระทบเชอื กที่มคี วามหนาแน่นเชงิ เส้นสงู กว่า
138
- ถ้าคลืน่ เคล่อื นทีจ่ ากเชือกท่มี ีความหนาแนน่ เชิงเสน้ สงู ไปตกกระทบเชือกทม่ี ีความหนาแน่นเชิงเส้นต่ำกว่า
คล่นื สะท้อนจะมกี ารกระจัดของตวั กลางชใ้ี นทศิ ทางเดียวกบั คลน่ื ตกกระทบ (หรอื เฟสตรงกนั )
7.4.2 ครูนำแบบฝึกหดั ท้ายบทข้อที่ 11. มาใหน้ ักเรียนวเิ คราะหแ์ ละหาคำตอบรว่ มกนั
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมินผล
7 5.1 ครตู รวจแบบฝกึ หดั เรอื่ ง การหกั เห
7.5.2 นักเรียนตอบคำถามเรอื่ ง การหกั เหของคล่ืนได้
8. สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
8.1 หนังสือเรยี นรายวิชาเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์ (ฟสิ กิ ส)์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 เลม่ 3 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560)
8.2 เอกสารประกาอบการเรียนการสอน เรอ่ื งการหักเหของคลน่ื ผิวน้ำ
9. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1) ตรวจแบบฝึกเร่ือง การ
หกั เหของคลื่นผิวนำ้ 1) แบบฝกึ เร่อื ง การหัก 1) นกั เรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1) อธิบายการหักเหของคลน่ื ผวิ 1) ตรวจแบบฝกึ เร่ือง การ เหของคล่นื ผวิ น้ำ สรปุ ผลการทดลองได้
น้ำได้ หักเหของคล่นื ผวิ นำ้
ระดับดีผา่ นเกณฑ์
ดา้ นกระบวนการ (P) 1) ตรวจการสง่ แบบฝกึ
1) สงั เกตการหักเหของคล่ืนผวิ 1) แบบฝึกเรอ่ื ง การหัก 1) นกั เรยี นสามารถทำ
น้ำได้
เหของคลื่นผิวนำ้ ใบกิจกรรมได้ระดบั ดี
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
1) ใฝ่เรียนรู้ และมคี วาม ผ่านเกณฑ์
รบั ผิดชอบ
1) แบบฝึก เรอ่ื ง การหกั 1) นักเรียนไดร้ ะดบั ดี
เหของคลนื่ ผวิ นำ้ ผา่ นเกณฑ์
139
10. เกณฑก์ ารประเมินผลงานนักเรยี น
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกจิ กรรม เรอื่ ง การหักเหของคล่ืนผิวน้ำ
ประเดน็ การ คา่ แนวทางการให้คะแนน
ประเมนิ น้ำหนกั
คะแนน สรปุ ผลการทดลองได้ถูกตอ้ งครบถว้ น
ด้านความรู้ สรปุ ผลการทดลองคอ่ นข้างถูกต้องครบถ้วน
(K) 3 สรปุ ผลการทดลองได้คอ่ นข้างถกู ตอ้ ง
2 บันทึกผลกจิ กรรมไดถ้ กู ต้องครบถว้ น
ด้าน 1 บันทึกผลกจิ กรรมคอ่ นขา้ งถกู ต้อง
กระบวนการ 3 บันทึกผลกจิ กรรมได้คอ่ นข้างถกู ต้อง
2 ทำภาระงานท่ีไดร้ บั มอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด และเรยี บร้อยถูกต้องครบถ้วน
(P) 1 ทำภาระงานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาที่กำหนด แต่งานยงั ผดิ พลาดบางส่วน
ดา้ น 3 ทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายเสรจ็ แตล่ า่ ชา้ และเกดิ ข้อผดิ พลาดบางส่วน
คณุ ลักษณะ 2
(A) 1
ระดบั คะแนน 3 หมายถงึ ระดับดีมาก
คะแนน 2 หมายถึง ระดับดี
คะแนน 1 หมายถงึ ระดับพอใช้
คะแนน
140
การประเมนิ การทำกิจกรรม เร่อื ง การหักเหของคล่ืนผวิ นำ้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ที่ ชื่อ - นามสกลุ ด้าน ด้าน ด้าน รวม ระดบั
ความรู้ (K) กระบวนการ คุณลกั ษณะ คะแนน คุณภาพ
(P) (A)
3 3 39
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
141
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ที่ ช่ือ - นามสกลุ ดา้ น ดา้ น ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คุณลักษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ระดบั คณุ ภาพ 9 หมายถึง ระดับดมี าก
คะแนน 7-8 หมายถึง ระดับดี
คะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั ปานกลาง
คะแนน 3-4 หมายถึง ระดบั ปรับปรงุ
คะแนน
142
บนั ทึกหลังการสอน
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 9 เรื่อง คลืน่ อ
แผนการสอนท่ี 15 เรื่อง การหกั เหของคลื่นผวิ น้ำ .
วันท่ี.................................................เดอื น.......................................................................พ.ศ......................................
ผลการจัดการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………… ………….…………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………..
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………….…………………...
ปญั หา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ……………...
……………………………………………………………………………………………………………………………………
….…………………...
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกป้ ญั หา
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
บนั ทึกสำหรบั ครูพเี่ ลย้ี ง
…………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………….…………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………… ….…………………...
ลงชื่อ....................................................... ลงช่ือ..............................................................
( นายทวพิ งศ์ ศรสี ุวรรณ ) ( นางสาวอุทยั ทพิ ย์ เมอื งรนื่ )
ครพู เ่ี ลี้ยง นักศึกษาปฏิบตั กิ ารสอน
143
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16
รายวิชา ว32203 ฟสิ กิ สเ์ พม่ิ เตมิ เล่ม 3 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1
เรื่อง คลื่นน่ิง จำนวน 1 คาบ
ครผู สู้ อน ปส.อทุ ัยทพิ ย์ เมืองร่นื ครพู เ่ี ลยี้ ง อ.ทวพิ งศ์ ศรสี ุวรรณ
1. สาระฟสิ ิกส์
2. เขา้ ใจการเคล่ือนทีแ่ บบฮาร์มอนิกอย่างง่าย ธรรมชาตขิ องคลื่น เสียงและการได้ยิน ปรากฏการณ์ที่
เก่ยี วข้องกบั เสียง แสงและการเห็น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวขอ้ งกับแสงรวมท้งั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
3. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลื่น การแผ่ของหน้าคลื่นด้วยหลักการของ
ฮอยเกนส์ และการรวมกันของคลืน่ ตามหลักการซอ้ นทับ พร้อมทง้ั คำนวณอัตราเร็ว ความถ่ี และความยาวคล่ืน
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) อธบิ ายการเกดิ คลน่ื น่งิ ได้
3.2 ดา้ นกระบวนการ (P)
1) สังเกตและเขยี นภาพการเกดิ คลื่นนง่ิ ได้
3.3 ด้านเจตคติ (A)
1) ใฝเ่ รยี นรู้ และมีความรบั ผดิ ชอบ
4. สาระสำคญั
พฤติกรรมของคลื่น คลน่ื แสดงพฤตกิ รรมการสะทอ้ นเมอื่ กระทบสิง่ กดี ขวางหรือรอยตอ่ ของตัวกลางท่ี
ตา่ งกนั
การสะท้อนของคล่นื เป็นไปตามกฎการสะทอ้ น คอื มมุ สะทอ้ นเท่ากับมมุ ตกกระทบ คลน่ื สะท้อนในเชอื กจะ
กลบั เฟสเม่ือปลายเชือกตรงึ แนน่ และคลืน่ สะท้อนในเชือกมีเฟสคงเดมิ เมื่อปลายเชือกอสิ ระ
คลืน่ เกดิ การหักเหเมอื่ เคลื่อนที่ผ่านรอยต่อของตัวกลางท่ตี ่างกนั โดยคลื่นมคี วามถีค่ งท่ี แต่อตั ราเรว็ คลนื่
เปล่ยี นไปเป็นไปตามกฎการหักเห แทนดว้ ยสมการ sin 1 = 1
sin 2 2
เม่ือคลนื่ สองขบวนเคล่ือนทม่ี าพบกนั เกิดการแทรกสอดกัน ถา้ คลื่นจากแหลง่ กำเนดิ S1 และ S2 มีความถี่
เทา่ กัน เฟสตรงกนั แอมพลิจดู เท่ากัน เมือ่ แทรกสอดกันเกดิ ตำแหนง่ ทีร่ วมแบบเสริม เรยี กว่า ปฏิบัพ และแบบ
หกั ลา้ ง เรียกว่า บัพ โดยตำแหนง่ ที่เกิดปฏิบัพเปน็ ไปตามสมการ | 1 − 1 | = เม่อื n = 0, 1, 2, 3,
…
และตำแหนง่ ทเ่ี กิดบัพเปน็ ไปตามสมการ | 1 − 1 | = ( = 1) เม่ือ n = 1, 2, 3, …
2
คลน่ื อาพนั ธ์สองขบวนเคลอ่ื นทส่ี วนทางกันจะเกิดการแทรกสอดเกดิ เปน็ ปฏบิ พั และบพั ทีอ่ ยู่นง่ิ โดยมีระยะ
ระหวา่ งบพั ท่ถี ัดกนั และปฏบิ พั ท่ีถดั กันเทา่ กบั ครงึ่ หนึง่ ของความยาวคลื่น เรยี กว่า คลนื่ น่ิง
144
คลืน่ เกดิ การเลย้ี วเบนเมอื่ เคลือ่ นท่ีพบขอบของส่ิงกดี ขวางหรือช่องแคบ แล้วมคี ลน่ื แผ่ออกจากของของสง่ิ
กีดขวางไปทางดว้ นหลงั ได้
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 ความรู้
เมื่อคลื่นที่เคลื่อนที่มาพบกัน จะเกิดการรวมกันตามหลักการซ้อนทับของคลื่นโดยเราพิจารณา
กรณีที่คลื่นทั้งสองขบวนมีความยาวคลื่น ความถี่ และแอมพลิจูดเท่ากัน แต่เคลื่อนที่สวนทางกันมาซ้อนทับกัน
แสดงผลการรวมคลืน่ ดังรปู
การรวมกันของคลื่น ตามรูป 9.21 แสดงคลื่นฮาร์มอนิก 2 ขบวนดังกล่าวด้วยกราฟเส้นสีแดงกับสี
เขียว โดยแสดงค่าการกระจัดของตัวกลาง y ที่ตำแหน่ง x ต่างๆ ณ เวลาที่ต่างกัน 5 เวลา กราฟของคลื่นรวมตาม
หลักการของการซ้อนทับแสดงด้วยเส้นกราฟสีฟ้า ตำแหน่งบนแกน x ตรงแนวเส้นทึบ เส้นตรงทึบเป็นตัวอย่างของ
ตำแหน่งทอ่ี นภุ าคตวั กลางในคลนื่ รวมมแี อมพลจิ ูดสงู สดุ เท่ากับ 2 เทา่ ของแอมพลิจูดของคลืน่ แตล่ ะขบวน เรียกจุดนี้
วา่ จดุ ปฏบิ พั (antinode) และตำแหน่งบนแกน x ตรงแนวเส้นประ เป็นตัวอยา่ งของตำแหน่งที่อนุภาคตัวกลางใน
คลื่นรวมอยู่นิ่ง เรียกจุดนี้ว่า จุดบัพ (node) การที่มีจุดบัพนี้ทำให้ดูเหมือนว่าคลื่นรวมไม่มีการเคลื่อนที่ไปทางซ้าย
หรือทางขวา เรียกคลื่นรวมนี้วา่ คลนื่ นิง่ (standing wave)
ตามรูป 9.22 แสดงคลื่นนิ่งซึ่งมีความยาวคลื่นและความถี่เท่ากับความยาวคลื่นและความถี่ของ
คลื่นแต่ละขบวนที่มาซ้อนทับกัน แต่ละแอมพลิจูดเป็น 2 เท่า และระยะระหว่างจุดบัพที่อยู่ถัดกันเท่ากับระยะ
ระหวา่ งจุดปฏบิ ัพทอี่ ยู่ถดั กันและเทา่ กบั คร่ึงหน่ึงของความยาวคลื่น
5.2 กระบวนการ
1) ความสามารถในการสอื่ สาร (อ่าน ฟงั พูด เขยี น)
2) ความสามารถในการคดิ (สังเกต วิเคราะห์ จดั กลุ่ม สรุป)
145
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา (-)
4) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ (ทำงานกลุ่ม และความรับผิดชอบ)
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ (ใชก้ ารสบื ค้นผ่านคอมพวิ เตอร์)
5.3 คุณลกั ษณะและค่านยิ ม
ใฝ่เรียนรู้ และมีความรบั ผดิ ชอบ
6. บูรณาการ
-
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ ตอนการเรยี นรู้
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ สร้างความสนใจ
7.1.1 ครูให้นักเรียนเข้าชั้นเรียนออนไลน์ผ่าน google meet โดยครูส่งลิงค์ในการเข้าชั้นเรียนผ่านกลุ่ม
classroom รายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติมครูทบทวนความรู้เดิมว่าคลื่นทั้งสองรวมกันหาคลื่นรวมได้จากหลักการซ้อนทับ
ของคลนื่
1) ประเดน็ ที่คล่นื สองคล่ืนมคี วามถี่เท่ากนั ผา่ นตัวกลางเดียวกนั มแี อมพลิจูดเทา่ กัน และเฟสตรงกัน
- ในกรณีของคลื่นดล ถ้าคลื่น 2 คลื่น มีการกระจัดของตัวกลาง ณ ตำแหน่งที่รวมกันอยู่ในทิศทางเดียวกนั
เรียกผลของการซอ้ นทบั กันนวี้ า่ การแทรกสอดแบบเสรมิ (constructive interference) แตถ่ า้ ณ ตำแหน่งทีม่ า
รวมกัน มีการกระจัดของตัวกลาง ณ ตำแหน่งที่มารวมกันอยู่ในทิศทางที่ตรงข้ามกัน เรียกการแทรกสอดนี้ว่า การ
แทรกสอดแบบหักล้าง (destructive interference)
- การรวมกันของคลนื่ ดล 2 คลน่ื ทมี่ ีแอมพลจิ ูดต่างกนั และการเคลือ่ นท่สี วนทางกนั ใน 2 ลกั ษณะ คือ กรณี
เป็นการแทรกสอดแบบเสรมิ ดงั รูป ก. และการแทรกสอดแบบหักลา้ ง ดงั รูป ข.
รปู ก.
รปู ข.
- การรวมกันของคลื่นดล 2 คลื่นที่มีแอมพลิจูดเท่ากัน พบว่ามีตำแหน่งหนึ่งในตัวกลางที่จะไม่มีการ
เคลอื่ นที่หรอื ขยบั เลย ดังรปู ค.
รปู ค.
146
7.1.2 ครูทบทวนการสะทอ้ นของคลน่ื ในเชอื กที่ปลายตรงึ โดยต้งั คำถามดังนี้
1) คลนื่ ทสี่ ะทอ้ นกลับเปน็ อยา่ งไร
2) ถา้ เป็นคลนื่ ฮารม์ อนกิ ตอ่ เน่อื งคล่นื สะทอ้ นกลบั รวมกบั คลน่ื ตกกระทบผลเปน็ อย่างไร
ขนั้ ที่ 2 ข้ันสำรวจและคน้ หา
7.2.1 นกั เรยี นแตล่ ะคนศึกษาเน้อื หาในหนังสอื เรียน และในเอกสารประกอบการเรียนการสอน
ขั้นที่ 3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรปุ
7.3.1 ครูใหน้ ักเรียน อาสาออกมานำเสนอสรปุ ที่ได้จากการศึกษาในชน้ั เรียนออนไลน์ผ่าน google meet
7.3.2 ครูนำนักเรยี นอภปิ รายเพอ่ื นำไปสูก่ ารสรุปโดยใชค้ ำถามต่อไปนี้
1) เมื่อคลื่นที่เคลื่อนที่มาพบกัน จะเกิดการรวมกันตามหลักการได้ (แนวการตอบ
ตามหลกั การซอ้ นทับของคล่นื )
2) กราฟของคล่ืนรวมตามหลกั การของการซ้อนทับแสดงด้วยเส้นกราฟสีฟา้ ตำแหน่งบนแกน x
ตรงแนวเสน้ ทึบ เส้นตรงทึบเปน็ ตวั อยา่ งของตำแหน่งทอ่ี นุภาคตัวกลางในคลืน่ รวมมแี อมพลิจดู สูงสดุ เทา่ กบั 2 เท่า
ของแอมพลจิ ูดของคลื่นแต่ละขบวน เรยี กจุดนีว้ า่ จุดอะไร (แนวการตอบ จดุ ปฏบิ พั (antinode))
3) ตำแหน่งบนแกน x ตรงแนวเสน้ ประ เปน็ ตัวอย่างของตำแหน่งทีอ่ นภุ าคตวั กลางในคลน่ื รวมอยู่
น่งิ เรียกจดุ นวี้ ่าจุดอะไร (แนวการตอบ จุดบพั (node))
4) การที่มีจุดบัพนี้ทำให้ดูเหมือนว่าคลื่นรวมไม่มีการเคลื่อนที่ไปทางซ้ายหรือทางขวา เรียกคล่ืน
รวมนวี้ ่า (แนวการตอบ คล่นื นิ่ง (standing wave))
7.3.3 นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั อภปิ รายจนสรปุ ได้ ดงั น้ี
คลื่นนิ่งซึ่งมีความยาวคลื่นและความถี่เท่ากับความยาวคลื่นและความถี่ของคลื่นแต่ละขบวนที่มาซ้อนทับกัน แต่ละ
แอมพลิจูดเป็น 2 เท่า และระยะระหว่างจุดบัพที่อยู่ถัดกันเท่ากับระยะระหว่างจุดปฏิบัพที่อยู่ถัดกันและเท่ากับ
ครึง่ หนึ่งของความยาวคลืน่
ขน้ั ที่ 4 ขั้นขยายความรู้
7.4.1 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาที่ได้ศึกษาผ่านมาแล้วว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจแล้วให้
ความรู้เพิม่ เตมิ ในส่วนนั้น
ข้นั ที่ 5 ขัน้ ประเมินผล
7.5.1 ครตู รวจโจทย์ตัวอย่างเรอ่ื ง คลืน่ นิง่
7.5.2 สงั เกตจากการรว่ มกจิ กรรมในห้องเรยี น
8. สือ่ การเรียนร้/ู แหล่งเรยี นรู้
8.1 หนังสอื เรยี นรายวิชาเพมิ่ เติมวทิ ยาศาสตร์ (ฟสิ กิ ส์) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 เลม่ 3 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.
2560)
8.2 อินเทอรเ์ นต็
8.3 เอกสารประกอบการเรยี นการสอน เรือ่ ง คลนื่ นง่ิ
147
9. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) การตอบคำถามในช้ัน 1) คำถามในชนั้ เรียน 1) นกั เรยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ (K) เรยี น ออนไลนผ์ ่าน google ตอบคำถามได้ระดับดี
1) อธบิ ายการเกดิ คล่ืนนิ่งได้ meet ผ่านเกณฑ์
ด้านกระบวนการ (P) 1) ตรวจโจทยต์ วั อย่าง 1) โจทยต์ วั อยา่ ง เร่อื ง 1) นกั เรยี นสามารถทำ
1) สงั เกตและเขยี นภาพการเกิด คลื่นนิ่ง โจทยต์ ัวอยา่ งไดร้ ะดบั
คลน่ื นิ่งได้ ดี ผ่านเกณฑ์
1) แบบประเมิน
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A) 1) สงั เกต คณุ ลักษณะอนั คุณลักษณะอนั พงึ 1) นกั เรยี นไดร้ ะดับดี
1) ใฝ่เรยี นรู้ และมีความ พงึ ประสงคข์ องนกั เรียน ประสงค์ ผ่านเกณฑ์
รบั ผดิ ชอบ
148
10. เกณฑ์การประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เรอ่ื ง คลื่นนงิ่
ประเดน็ การ ค่า แนวทางการใหค้ ะแนน
ประเมนิ นำ้ หนัก
คะแนน สรุปองคค์ วามรู้ไดถ้ กู ต้องครบถว้ น
ด้านความรู้ สรุปองค์ความร้คู อ่ นขา้ งถกู ตอ้ งครบถว้ น
(K) 3 สรปุ องค์ความรไู้ ด้ค่อนข้างถูกต้อง แตย่ งั ไม่ครบถว้ น
2 เขียนแผนภาพการเกิดคลน่ื น่ิงไดถ้ กู ต้องครบถว้ น
ดา้ น 1 เขียนแผนภาพการเกิดคล่นื นง่ิ ค่อนขา้ งถูกต้อง
กระบวนการ 3 เขียนแผนภาพการเกิดคลน่ื น่งิ ได้คอ่ นขา้ งถูกตอ้ ง แต่ยังไมค่ รบถว้ น
2 ทำภาระงานท่ีได้รบั มอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทีก่ ำหนด และเรยี บรอ้ ยถกู ตอ้ งครบถ้วน
(P) 1 ทำภาระงานท่ีได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาท่กี ำหนด แตง่ านยังผิดพลาดบางสว่ น
ด้าน 3 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ แตล่ า่ ช้า และเกดิ ข้อผดิ พลาดบางส่วน
คุณลักษณะ 2
(A) 1
ระดบั คะแนน 3 หมายถงึ ระดบั ดีมาก
คะแนน 2 หมายถงึ ระดับดี
คะแนน 1 หมายถงึ ระดับพอใช้
คะแนน
149
การประเมินการทำกิจกรรม เรอื่ ง คลืน่ นง่ิ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ที่ ชื่อ - นามสกลุ ด้าน ด้าน ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
150
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ที่ ช่ือ - นามสกลุ ดา้ น ดา้ น ดา้ น รวม ระดับ
ความรู้ (K) กระบวนการ คุณลักษณะ คะแนน คณุ ภาพ
(P) (A)
3 3 39
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ระดบั คณุ ภาพ 9 หมายถึง ระดับดมี าก
คะแนน 7-8 หมายถึง ระดับดี
คะแนน 5-6 หมายถึง ระดบั ปานกลาง
คะแนน 3-4 หมายถึง ระดบั ปรับปรงุ
คะแนน