The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย พุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู ซิกข์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-07-17 11:12:11

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย พุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู ซิกข์

Keywords: ศาสนิกในประเทศไทย

พระพุทธศาสนา

พระธรรมวนิ ยั น้ี พระมหากสั สปะไดเ้ ปน็ ประธานคณะสงฆซ์ ง่ึ ประกอบดว้ ย
พระอรหันต์ 500 รูป จัดสังคายนารวบรวมไว้เป็นพระไตรปิฎกซึ่งคณะสงฆ์
เถรวาทได้ทรงจำและรกั ษาไวไ้ ด้อยา่ งบรสิ ทุ ธ์ิบริบรู ณ์มาจนถึงปัจจบุ นั น้ี
พระสงฆ์ คือ หมูส่ าวกของพระพุทธเจา้
พระองค์ทรงเน้นที่ อริยสงฆ์ ซึ่งหมายถึง
พุทธบรษิ ัท 4 ท่ีปฏบิ ัติธรรมจนบรรลมุ รรคผล
เป็นพระอรยิ บุคคล ซง่ึ มี 4 ขัน้ จากต้นไปสูง
ดังนี้ พระโสดาบนั พระสกทาคามี พระอนาคามี
และพระอรหนั ต์ ส่วนพระสงฆท์ อ่ี ปุ สมบทแลว้
ยังไม่บรรลมุ รรคผลนัน้ เรยี กวา่ สมมติสงฆ์

ไตรสรณคมน์

เมื่อชาวพุทธมีพระรัตนตรัยเป็นสิ่งมีค่าและเคารพบูชาสูงสุด ชาวพุทธ
จึงมีการยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก ซึ่งเรียกว่า สรณคมน์ หรือ
ไตรสรณคมน์ และปจั จบุ นั นม้ี คี ำเรยี กคฤหสั ถช์ ายหญงิ ทง้ั เดก็ ทง้ั ผใู้ หญ่ ผปู้ ระกาศตน
ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ (ที่พึ่งที่ระลึก) ว่าพุทธมามกะ (สำหรับผู้ชาย)
และพุทธมามิกา (สำหรับผู้หญิง) ซึ่งแปลว่า “ผู้นับถือพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
ของตน”
คำเปล่งวาจาประกาศตนถงึ ไตรสรณคมน์ ว่าดังน ี้
“พทุ ธัง สะระณงั คัจฉามิ” (ข้าพเจ้าถึงพระพทุ ธเจา้ เปน็ สรณะ)
“ธมั มัง สะระณงั คัจฉามิ” (ขา้ พเจา้ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ)
“สงั ฆงั สะระณงั คจั ฉาม”ิ (ข้าพเจา้ ถงึ พระสงฆเ์ ปน็ สรณะ)
กล่าวคำท้ัง 3 ซำ้ เปน็ คร้งั ที่ 2 โดยเตมิ “ทตุ ยิ มั ป”ิ ไว้ข้างหน้า
กลา่ วคำทั้ง 3 ซ้ำอีกครง้ั เป็นครงั้ ที่ 3 โดยเติม “ตะตยิ มั ปิ” ไว้ข้างหนา้

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
23

พระพุทธศาสนา

การถึงหรือการยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก มีความหมายและ
ความสำคัญสูงสุดต่อชาวพุทธในการดำเนินชีวิตเพื่อพัฒนาตนให้เป็นไปตาม
วิธีการของอรยิ มรรคมีองค์ 8 และแกไ้ ขทกุ ข์ตามหลกั อริยสัจ 4 ได้ ดงั น้ี

พระพุทธเจา้ เป็นท่ีระลกึ ให้ม่นั ใจวา่
มนุษย์คือเราทุกคนนี้ มีสติปัญญา
ความสามารถที่อาจฝึกปรือหรือพัฒนา
ใหบ้ รบิ ูรณ์ได้ สามารถหยงั่ รูส้ ัจธรรม บรรลุ
ความหลุดพน้ เป็นอสิ ระไร้ทกุ ข์ ลอยเหนือ
โลกธรรม และมีความดีสูงเลิศที่แม้แต่
เทพเจ้าและพรหมก็เคารพบูชา ดังมี
พระบรมศาสดาเป็นองคน์ ำ ทำใหช้ าวพทุ ธ
ม่ันใจและเห็นความสำคัญสูงสุดของความ
เ ชื่ อ ใ น ปั ญ ญ า ต รั ส รู้ ข อ ง พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า
(ตถาคตโพธศิ รทั ธา)
พระธรรม เปน็ ทีร่ ะลกึ ใหม้ ่ันใจวา่ ความจริงหรือสจั ธรรมเปน็ ภาวะท่ี
ดำรงอยู่โดยธรรมดา สิ่งทั้งปวงเป็นไปตามเหตุปัจจัย ถ้ารู้จักมองดูรู้เข้าใจสิ่ง
ทง้ั หลายตามสภาวะทม่ี นั เปน็ จรงิ ปฏบิ ตั ติ อ่ สง่ิ ทง้ั หลายดว้ ยความรเู้ ทา่ ทนั สภาวะ
และกระทำการที่ตัวเหตุปัจจัยก็จะแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด เข้าถึงธรรมและมีชีวิต
ท่ีดที ี่สุด
พระสงฆ์ เป็นที่ระลึกให้มั่นใจว่า สังคมดีงามมีธรรมเป็นรากฐาน
ประกอบดว้ ยสมาชกิ ผมู้ ีจิตใจไรห้ รอื ห่างทกุ ข์ เป็นอิสระเสรี แมม้ ีพัฒนาการแห่ง
จติ ปัญญาในระดบั แตกต่างกัน แตก่ ็อย่รู ่วมกนั ดว้ ยดี มคี วามเสมอกันโดยธรรม
มนษุ ย์ทกุ คนมีส่วนรว่ มสรา้ งสังคมเช่นนไี้ ด้ ด้วยการรธู้ รรมและปฏิบตั ิตามธรรม

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
24

พระพุทธศาสนา
ถา้ ไมม่ คี วามมนั่ ใจในพระรัตนตรัย กต็ ้องพึ่งปจั จยั ภายนอก แต่ถ้ามั่นใจ
ในพระรัตนตรัยก็จะเรียนรู้การแก้ไขทุกข์ตามหลักอริยสัจในพระพุทธศาสนาอัน
เปน็ การทำกรรมดีด้วยตนเอง มีตนเป็นทพ่ี ึ่งได้อย่างม่ันใจ

หนา้ ที่ของชาวพทุ ธในการปฏิบัตติ ามพระพทุ ธปณธิ าน
ตอ่ พทุ ธบริษัท 4

พระพุทธปณิธาน (ความตั้งพระทัยมั่นของพระพุทธเจ้า) ซึ่งได้ทรง
แสดงไว้ในมหาปรินิพพานสูตร ทีฆนิกาย มหาวรรค (ที.ม. 10/95) มีใจความ
สำคัญดงั น้ี พระพทุ ธปณธิ าน 4 ต่อพุทธบริษัททงั้ 4 คือ พระพทุ ธเจ้าทรงต้ัง
พระพุทธปณิธานว่าจะปรินิพพานต่อเมื่อพุทธบริษัททั้ง 4 ทุกๆ บริษัทมี
ความสามารถกระทำหน้าทค่ี รบ 4 ข้อแล้ว คือ

1. ไดร้ ับแนะนำจนเปน็ ผรู้ ู้ธรรม
2. ปฏบิ ตั ธิ รรมสมควรแก่ธรรม
3. เปดิ เผยจำแนกธรรม (เผยแผ่ธรรม)
4. ขม่ ขป่ี รปั วาท (คำกลา่ วของลทั ธอิ น่ื ทก่ี ลา่ วโทษ คดั คา้ น บดิ เบอื น
พระพทุ ธศาสนา) ใหเ้ รยี บรอ้ ยโดยสหธรรม (ความสามัคคี) ได้
หน้าที่ 2 ประการแรกเป็นหนา้ ท่ีต่อตนเอง คอื 1) ศกึ ษาธรรม 2)
ปฏบิ ตั ธิ รรม สว่ นหนา้ ท่ีขอ้ ท่ี 3 เป็นหน้าท่ตี ่อเพอ่ื นชาวพทุ ธและชาวโลก โดย
เรามีความรู้ความสามารถและมีน้ำใจที่จะชี้แจง แนะนำ หรือสั่งสอนอบรม
ความรทู้ ง้ั ปริยัตแิ ละปฏิบัตแิ กเ่ พ่อื นชาวพทุ ธและชาวโลกได้สำหรับหน้าทขี่ อ้ ท่ี 4
เปน็ หน้าทต่ี ่อพระพุทธศาสนาโดยสว่ นรวมท้งั หมด ในการช่วยกนั ธำรงรกั ษา
พระธรรมวนิ ยั ไว้ให้คงอยูอ่ ย่างบรสิ ุทธิ์บรบิ ูรณ์

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
25

พระพุทธศาสนา

สัทธรรม 3

สทั ธรรม คือ ธรรมทด่ี ี ธรรมทีแ่ ท้ ธรรมของคนดี ธรรมของสัตบุรุษ
โดยหมายความถึง หลกั หรอื แก่นศาสนา พระพุทธศาสนามีหลกั หรอื แก่นศาสนา
อยู่ 3 ประการ คือ
1) ปริยตั ตสิ ัทธรรม ไดแ้ ก่ สัทธรรมคือคำส่งั สอนอนั จะตอ้ งเล่าเรยี น
ได้แก่ พระพุทธพจน์ หรือพระธรรมวินัย โดยเฉพาะหมายเอาพระบาลี คือ
พระไตรปฎิ ก
2) ปฏิปัตตสิ ทั ธรรม ไดแ้ ก่ สทั ธรรมคอื ปฏิปทาอันจะตอ้ งปฏิบัติ ได้แก่
อัฏฐังคิกมรรค (มรรคมอี งค์ 8) หรือ ไตรสิกขา คอื ศลี สมาธิ ปัญญา
3) ปฏเิ วธสทั ธรรม ได้แก่ สัทธรรมคอื ผลอนั จะพึงเขา้ ถงึ หรือบรรลดุ ว้ ย
การปฏิบตั ิ ได้แก่ มรรค ผล และนพิ พาน
พระสทั ธรรม 3 น้ี โดยมากเรียกกนั ยอ่ ๆ ว่า ปรยิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ และปฏเิ วธ
ซ่ึงทั้งสามหลกั น้สี ัมพันธก์ ันต่อเน่ืองกันอยา่ งแนบแนน่ ไม่อาจแยกออกจากกนั ได้
กลา่ วคอื ปรยิ ัติก็คือหลกั ธรรมหรือทฤษฎที พี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงบัญญัติต้ังข้ึนจาก
ผลการบำเพ็ญบารมีอันเป็นการปฏบิ ตั ิธรรมของพระพทุ ธเจ้า น่นั เอง
สำหรบั ชาวพทุ ธผเู้ ปน็ สาวก สาวกิ า ซึง่ จะปฏิบัตธิ รรม กต็ ้องอาศยั การ
ฟังหรือศึกษาปริยัติธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้นั้น จึงจะปฏิบัติถูกต้องไป
ตามลำดับจนบรรลผุ ลคือปฏเิ วธ ได้แก่ มรรค ผล นพิ พาน เปน็ อรยิ บุคคลได้

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
26

พระพุทธศาสนา

อรยิ สัจ 4

หลักธรรมสำคัญที่ครอบคลุมคำสอนทั้งหมดในพระพุทธศาสนา
อริยสจั (หรือ อรยิ สจั จ์) แปลวา่
สจั จะหรอื ความจริงอย่างประเสริฐ หรือ
ความจรงิ ของพระอรยิ ะ หรือ ความจรงิ
ทท่ี ำคนให้เป็นพระอรยิ ะ มี 4 อยา่ งคอื
ทุกข์ (หรอื ทุกขสัจจะ) สมุทยั (หรือ
สมุทยั สัจจะ) นโิ รธ (หรือนิโรธสัจจะ)
และมรรค (หรอื มัคคสัจจะ) ซ่งึ แต่ละขอ้
มีความหมายโดยย่อดงั น้ี

1. ทกุ ข์ แปลวา่ ความทุกข์
หรอื สภาพทท่ี นไดย้ าก ไดแ้ กป่ ญั หาตา่ ง ๆ
ของมนุษย์ กล่าวให้ลึกลงไปอีกหมายถึง
สภาวะของสงิ่ ทงั้ หลาย ท้งั วัตถุ (รปู ) และจติ ใจ (นาม) ล้วนมีลักษณะสามญั รว่ มกนั
คอื ตกอยใู่ นกฎธรรมดาแหง่ ความไมเ่ ทย่ี ง (อนจิ จงั ) เปน็ ทกุ ข์ (ทกุ ขงั ) เปน็ อนตั ตา
(มใิ ช่ตัวตน ไม่มีตัวตนทเี่ ท่ียงแท)้ กฎ 3 ประการนรี้ วมเรียกวา่ ไตรลกั ษณ์ หรอื
สามญั ลกั ษณะ สภาวะท้งั รปู และนามเหล่าน้ีพรอ้ มท่ีจะกอ่ ปญั หา แกผ่ ู้ที่ยึดตดิ
ถือมนั่ ไวด้ ้วยอปุ าทาน
2. สมุทยั แปลวา่ เหตเุ กิดแหง่ ทกุ ข์ หรือสาเหตใุ ห้ทุกข์เกดิ ขน้ึ ได้แก่
ความอยากทยี่ ึดถอื เอาตัวตนเปน็ ทต่ี ั้ง โดยอาการทม่ี เี ราซึ่งจะเสพเสวย ทจี่ ะได้
จะเป็น จะไม่เป็นอยา่ งนน้ั อย่างน้ี ทำให้ชวี ิตถูกบบี ค้ันดว้ ยความเร่ารอ้ น
3. นิโรธ แปลวา่ ความดับทุกข์ ได้แก่ภาวะทเ่ี ขา้ ถงึ เม่ือกำจดั อวชิ ชา
(ความไมร่ )ู้ สำรอกตณั หา (ความอยาก) สน้ิ แลว้ ไมถ่ กู ตณั หายอ้ มใจหรอื ฉดุ ลากไป
หลุดพ้นเปน็ อสิ ระ ประสบความสขุ ทบี่ รสิ ทุ ธ์ิ สงบ ปลอดโปร่งโลง่ เบา ผ่องใส
เบิกบาน เรียกส้นั ๆ วา่ นพิ พาน

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
27

พระพุทธศาสนา
4. มรรค แปลว่า ขอ้ ปฏิบัตทิ ี่
นำไปสู่ความดบั ทกุ ข์ หรอื ข้อปฏิบตั ใิ ห้
ถงึ ความดับทกุ ข์ ไดแ้ ก่ อรยิ มรรคมีองค์
8 คือทางประเสรฐิ มีองค์ประกอบ 8 คอื
สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ) สัมมาสังกัปปะ
(ดำริชอบ) สัมมาวาจา (พูดชอบ)
สมั มากมั มนั ตะ (กระทำชอบ) สมั มาอาชวี ะ
(เลย้ี งชพี ชอบ) สมั มาวายามะ (พยายามชอบ)
สมั มาสติ (ระลึกชอบ) และ สัมมาสมาธิ
(ต้ังจติ มนั่ ชอบ)

มรรค เรยี กอกี อยา่ งหนง่ึ วา่ มชั ฌมิ าปฏปิ ทา (ทางสายกลาง) ซง่ึ ดำเนนิ
ไปพอดีที่จะให้ถึงนิโรธ โดยไม่ติดข้องหรือเอียงไปหาที่สุดสองอย่าง คือ
กามสขุ ลั ลกิ านโุ ยค (ความหมกมนุ่ ในกามสขุ ) และอตั ตกลิ มถานโุ ยค (การประกอบ
ความลำบากแก่ตน คือบบี ค้นั ทรมานตนเองให้เดอื ดร้อน)
การรู้อริยสัจ 4 ต้องรู้ให้ครบ 3 รอบ ซึ่งเรียกว่าญาณ 3 หรือ การ
หยงั่ รู้หยั่งเห็นครบ 3 รอบ คอื
1. สจั ญาณ หยั่งรู้สัจจะ คือความหย่ังรอู้ รยิ สัจ 4 แต่ละอย่างตามที่
เปน็ จรงิ วา่ ทกุ ขค์ อื อยา่ งน้ี ๆ เหตแุ หง่ ทกุ ขค์ อื อยา่ งน้ี ๆ ภาวะดบั ทกุ ขค์ อื อยา่ งน้ี ๆ
ทางแกไ้ ขดับทุกข์คืออย่างนี้ ๆ
2. กิจญาณหยั่งรู้กิจคือความหยั่งรู้หน้าที่ที่จะต้องทำต่ออริยสัจ4
แต่ละอย่างๆ (ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากปฏิบัติผิดต่ออริยสัจข้อใด ก็จะ

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
28

พระพุทธศาสนา

เป็นการทำผิดหนา้ ท่ี และจะพลาดจากผลดีทค่ี วรได้) หน้าท ่ี 4 อยา่ งมดี งั น้ี
1. ปรญิ ญา การกำหนดรู้ เปน็ กิจในทุกข์ หมายถงึ การศกึ ษาให้รู้ให้

เขา้ ใจสภาวะทเ่ี ป็นทกุ ข์ตามท่เี ป็นจริง พดู ง่าย ๆ ว่า การเข้าใจปัญหาและกำหนด
ขอบเขตของปญั หาใหช้ ดั เจน
2. ปหานะ การละ เปน็ กิจในสมทุ ัย หมายถงึ การกำจดั เหตุแหง่ ทกุ ข์
พูดง่าย ๆ วา่ การแกไ้ ขกำจดั ตน้ ตอของปัญหา
3. สัจฉิกิริยา การทำให้แจ้ง เป็นกิจในนิโรธ หมายถึงการประจักษ์
แจ้งหรือบรรลุถึงภาวะดับทุกข์ พูดง่าย ๆ ว่า การเข้าถึงภาวะที่แก้ไขปัญหาได้
เสร็จสนิ้ บรรลจุ ดุ หมายท่ตี อ้ งการ
4. ภาวนา การเจริญ เป็นกจิ ในมรรค ภาวนา แปลตามตัววา่ การทำ
ใหม้ ีให้เป็น คอื ทำใหเ้ กิดขึน้ และเจริญเพม่ิ พนู หมายถงึ การลงมือปฏบิ ตั ติ ามมรรค
ทีจ่ ะกำจัดเหตแุ ห่งทกุ ข์ พดู ง่ายๆ ว่า กระทำตามวธิ กี ารที่จะนำไปสู่จุดหมาย
หากทำหน้าท่ีผิดต่ออริยสัจแต่ละข้อจะเกิดผลเสียและทุกข์ได้มาก
เช่น หากคิดว่าทุกขสัจ หรือความทุกข์ ต้องกำจัด แทนที่จะกำหนดรู้ ก็จะ
เปน็ เหตใุ หเ้ บยี ดเบยี นทำรา้ ยตนเองและคนอน่ื ซง่ึ ผลรา้ ยอาจรนุ แรงถงึ ขน้ั ฆา่ ตวั
ตายหรือฆ่าคนอ่ืนตาย แต่หากทำหน้าทีถ่ กู ต้องตอ่ ทกุ ขสัจ เวลาเกดิ ทุกข์ ไมว่ ่า
ตนจะก่อเอง หรือคนอื่นก่อให้ ก็กำหนดรู้ทุกข์นั้น แล้วรู้ต่อตามสมุทัยสัจว่า
เหตเุ กดิ ทกุ ขค์ อื อะไร แลว้ ทำหนา้ ทล่ี ะสมทุ ยั สจั นน้ั ใหถ้ กู ตอ้ ง เชน่ ทกุ ขเ์ กดิ เพราะ
ความโลภของตวั เอง กล็ ดละเลกิ ความโลภ เมอ่ื ทำหนา้ ทถ่ี กู ตอ้ ง กเ็ ปน็ สขุ ทง้ั ตนเอง
และคนอื่นผเู้ กีย่ วขอ้ ง
3. กตญาณ หย่งั รกู้ ารอนั ทำแล้ว คือความหยัง่ รู้วา่ กจิ อันจะตอ้ งทำ
ในอริยสัจ 4 แต่ละอย่างนั้นได้ทำเสร็จแล้ว คือรู้ว่า ทุกข์ควรกำหนดรู้ ก็ได้
กำหนดรแู้ ลว้ สมทุ ยั ควรละ กไ็ ดล้ ะแลว้ นโิ รธควรทำใหแ้ จง้ กไ็ ดป้ ระจกั ษแ์ จง้ แลว้
มรรคควรปฏิบัติ ก็ได้ปฏิบัติแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้กตญาณนี้แล้ว ก็เป็นพระอริยบุคคล
ระดับต่างๆ สงู ไปตามลำดบั

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
29

พระพุทธศาสนา

กล่าวโดยสรุปอย่างย่อที่สุด ก็คือ พระพุทธเจ้าทรงสอนอริยสัจเพื่อให้
เหน็ ทกุ ข์ เข้าใจทุกข์ และละเหตุแห่งทุกข์ แลว้ เจรญิ เหตแุ หง่ ความดับทกุ ข์ เพอื่
จะได้เขา้ ถงึ การอยู่อยา่ งเป็นอสิ ระพน้ จากทุกข์ หรอื กล่าวสรุปประโยคเดียวได้วา่
“ทุกข์สำหรับเห็น สุขสำหรบั เปน็ ” หรือ “เห็นทกุ ข์ เพ่อื อยูเ่ ป็นสุข”

ไตรสิกขา

ไตรสิกขา หรอื สกิ ขาสาม ไดแ้ ก่ ขอ้ ปฏิบัติทีเ่ ปน็ หลักสำหรับศึกษา
คอื ฝกึ หดั อบรม กาย วาจา จิตใจ และปัญญา ให้ยิ่งขึ้นไปจนบรรลุจดุ หมาย
สูงสดุ คอื พระนิพพาน ข้อปฏิบตั ิ 3 ข้อนี้ ไดแ้ ก่ ศีล สมาธิ ปญั ญา
ไตรสิกขามีความมุ่งหมาย คอื
1. ศลี คือ การฝึกอบรมความประพฤติ
2. สมาธิ คือ การฝึกอบรมจิต
3. ปญั ญา คอื การฝกึ อบรมปญั ญาชนดิ ท่ที ำให้แกป้ ัญหาของมนษุ ย์ได้
เป็นไปเพอื่ ความดับทุกข์ นำไปสูค่ วามสขุ และเปน็ อิสระอยา่ งแท้จริง

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
30

พระพุทธศาสนา
ไตรสิกขานั้นถือกันว่าเป็นระบบการปฏิบัติที่ครบถ้วนสมบูรณ์
มีขอบเขตครอบคลุมมรรคท้งั หมด และเปน็ การนำเอาเนือ้ หาของมรรคไปใช้
อยา่ งบรบิ ูรณ์ จงึ เป็นหมวดธรรมมาตรฐานสำหรบั แสดงหลกั การปฏิบัติธรรม
อริยมรรคมอี งค์ 8 สามารถจดั หมวดหม่เู ปน็ ไตรสกิ ขา ดังนี้ คือ

1. ศลี ประกอบดว้ ย สมั มาวาจา (พดู ชอบ) สมั มากมั มนั ตะ (กระทำชอบ)
และสมั มาอาชวี ะ (เลี้ยงชพี ชอบ)

2. สมาธิ ประกอบดว้ ย สมั มาวายามะ (พยายามชอบ) สัมมาสติ
(ระลกึ ชอบ) และสัมมาสมาธิ (ตัง้ จติ มนั่ ชอบ)
3. ปัญญา ประกอบด้วย สัมมาทฏิ ฐิ (เห็นชอบ) และสัมมาสังกปั ปะ
(ดำริชอบ)
เมื่อทราบถึงลักษณะและคำสอนพ้ืนฐานของพระพุทธศาสนาแล้ว
ตอ่ ไปนีจ้ ะกลา่ วถงึ วิถีชวี ติ ของศาสนกิ ชนดา้ นต่าง ๆ ทั้ง 4 คือ ข้อปฏิบตั ิในชวี ติ
ประจำวัน ข้อปฏบิ ัติในชว่ งเปล่ียนผา่ นของชีวติ วันสำคัญทางศาสนา และ
ความสมั พันธ์ระหว่างมนษุ ย์ ไปตามลำดับ

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
31

พระพุทธศาสนา

ขอ้ ปฏิบตั ิในชวี ิตประจำวนั

การบูชาพระประจำวนั

ธรรมดาชาวพุทธย่อมมีชีวิต
จิตใจเนื่องด้วยพระรัตนตรัย มีพระ
รัตนตรัยเป็นที่พึ่งท่ีระลึกในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน เพื่อให้ตนมีความ
ประพฤตดิ ีประพฤติชอบ มีความเจรญิ
รุ่งเรืองก้าวหน้าปราศจากภัยอันตราย
ตา่ ง ๆ และอยเู่ ยน็ เปน็ สขุ จงึ นยิ มเคารพ
สกั การบูชาพระรตั นตรยั เปน็ ประจำ วันละ 2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย คอื
1) ตอนเช้า ก่อนออกจากบ้านไปประกอบภารกิจการงาน
2) ตอนกลางคนื ก่อนนอนพักผอ่ น
นอกจากนน้ั ยงั นยิ มสกั การบชู าพระรตั นตรยั เปน็ กรณพี เิ ศษอกี 2 คราว คอื
ก) คราวเกดิ ความไมส่ บายใจ
ข) คราวจะตดั สินใจเร่ืองสำคญั

การบชู าพระกอ่ นออกจากบา้ น

ทุกวัน เวลาเช้า กอ่ นออกจาก
บ้าน เม่ือแตง่ กายเรียบรอ้ ยแลว้ ชาว
พุทธท้งั หลายผ้เู คร่งต่อศาสนาย่อมนิยม
เขา้ หอ้ งพระ หรอื ไปทบี่ ูชาพระ แล้วนงั่
คกุ เข่าจดุ เครื่องสักการบูชาพระ คือ 1)
จุดเทียนเล่มขวาของพระพุทธรูปก่อน
แลว้ จุดเทียนเล่มซา้ ย

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
32

พระพุทธศาสนา
2) จดุ ธปู 3 ดอก แลว้ ปกั ทก่ี ระถางธปู แลว้ กราบพระรตั นตรยั แบบเบญจางคประดษิ ฐ์
(คอื ทง้ั หนา้ ผาก ฝา่ มอื ทง้ั สอง และหวั เขา่ ทง้ั สองลงจดพน้ื ) 3 ครง้ั แลว้ ประนมมอื
กล่าวคำบชู าพระรตั นตรยั ตอ่ ไป

การสวดมนตก์ ่อนนอน

ชาวพุทธก่อนจะนอนนิยมสวดมนต์เป็นภารกิจสุดท้ายประจำวัน โดย
จดุ เครอ่ื งสกั การบชู าพระรตั นตรยั แลว้ กราบแบบเบญจางคประดษิ ฐ์ ประนมมอื
กล่าวคำบชู าพระรัตนตรัย แล้วน่ังพับเพยี บประนมมอื ต้งั ใจสวดบทไตรสรณคมน์
บทสรรเสริญพระพทุ ธคุณพระธรรมคุณและพระสงั ฆคุณแลว้ แผ่เมตตากอ่ นนอน
เพื่อตง้ั ความปรารถนาดใี ห้สิ่งมชี ีวิตทุกชนดิ มีความสขุ ปราศจากทกุ ข์ ไม่มเี วร
ไมค่ ับแค้นใจ รกั ษาตนใหพ้ ้นจากทกุ ข์ภัยทัง้ ปวง

การทำบุญใสบ่ าตร และการกรวดนำ้ อทุ ศิ ส่วนกศุ ล

การทำบุญใส่บาตร

ในแตล่ ะวันพุทธศาสนิกชนมีหน้าทที่ ำบญุ ใสบ่ าตร เพอื่ ทำนุบำรุงรักษา
พระพทุ ธศาสนาไว้ เนือ่ งจากพระสงฆ์เป็นพุทธบุตร เป็นผ้คู วรสกั การะ และเป็น
เนื้อนาบุญของโลกที่ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า จะดำรงชีพอยู่ได้ก็ต้องอาศัยความ
อุปถัมภจ์ ากญาตโิ ยมโดยการถวายอาหารและปัจจยั อ่นื

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
33

พระพุทธศาสนา
การใส่บาตรเป็นการถวายภัตตาหารเช้าแก่พระสงฆ์ซึ่งอยู่ในพระธรรมวินัยท่ีห้าม
พระฉนั อาหารหลงั เที่ยงวนั เพราะฉะน้ัน การใส่บาตรมักจะเร่มิ ตง้ั แตร่ ุ่งอรุณถึง
เวลาประมาณ 8 นาฬกิ าของแต่ละวันใหแ้ กพ่ ระภิกษุสามเณรทอ่ี อกบิณฑบาต
ภัตตาหารท่ถี วายเปน็ อาหารคาวหวานท่ีมีความบริสทุ ธ์ิ คอื ไดม้ าโดย
สจุ รติ ถวายดว้ ยเจตนาอันเป็นกุศล
ผู้ถวายอาหารมกี ารสำรวมกริ ิยาทกุ ประการ เช่น การแตง่ กายเรียบรอ้ ย
กรยิ าออ่ นนอ้ มดว้ ยความเคารพ ไมช่ วนพระสงฆผ์ รู้ บั บณิ ฑบาตพดู คยุ หรอื สนทนา
เมื่อใส่บาตรแล้ว ผ้ถู วายพงึ ประนมมือแสดงความเคารพ พรอ้ มอธิษฐานขอพร
ตามความตงั้ ใจปรารถนา
พระสงฆ์ก็จะรับบณิ ฑบาตดว้ ยกิรยิ าสำรวมแลว้ จากไป หรืออาจใหพ้ ร
เปน็ ภาษาบาลีแก่ผู้ใสบ่ าตรกอ่ นจากไป
หากพระสงฆใ์ ห้พร ผ้ใู ส่บาตรพึงประนมมือรับพรจนจบการใหพ้ ร

การกรวดนำ้ อุทศิ ส่วนกุศล

การกรวดนำ้ อทุ ศิ สว่ นกศุ ล เปน็ พธิ ที างศาสนาอยา่ งหนง่ึ ทป่ี ฏบิ ตั ริ ว่ มกบั
พธิ ีบญุ ตา่ ง ๆ เชน่ ทำหลงั จากการทำบุญใสบ่ าตร หลังจากเสรจ็ พธิ งี านมงคล (เช่น
งานมงคลสมรส งานทำบญุ ขึน้ บ้านใหม่ งานวันเกดิ ) และภายหลงั พิธงี านอวมงคล
(เชน่ พธิ ศี พ งานทำบุญหลงั พิธเี ผาศพแล้ว 7 วนั 100 วันให้แก่ผู้วายชนม)์

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
34

พระพุทธศาสนา
พธิ กี รวดนำ้ ทำโดยผกู้ รวดนำ้ รนิ นำ้ จากภาชนะใสน่ ำ้ ทเ่ี หมาะสม หรอื จาก
ทก่ี รวดนำ้ ทจ่ี ดั ไวโ้ ดยเฉพาะลงทร่ี องนำ้ ขณะทพ่ี ระสงฆก์ ลา่ วใหพ้ รเปน็ ภาษาบาลี
ด้วยบท “ยถา วาริวหา...” ด้วยการนึกถึง และอธิษฐานส่วนบุญกุศลให้แก่
บคุ คลผ้ลู ว่ งลับไปแล้ว หรือเจ้ากรรมนายเวร นำ้ ต้องรินให้หมดเมื่อพระสงฆ์
สวดบท “สพั พตี โิ ย...” แลว้ ผกู้ รวดนำ้ พงึ ประนมมอื รบั พรจนสน้ิ สดุ การสวดใหพ้ ร
เปน็ อนั เสร็จพธิ ี

การรกั ษาศีล และ การปฏบิ ัตสิ มถะและวิปัสสนา
ในชวี ิตประจำวนั

การสมาทานศลี

การสมาทานศลี หมายถึงการรับเอาศลี มาปฏบิ ตั ิ หรือการถือศีล ซงึ่ มีทงั้
การสมาทานศีล 5 และการสมาทานศีล 8 (อุโบสถศีล)
ศลี หา้ เปน็ ศลี ประจำตวั ของอบุ าสกอบุ าสกิ า เปน็ ศลี ทพ่ี งึ รกั ษาเปน็ ประจำ
จึงเรียกอีกชื่อว่า “นิจศีล” โดยมุ่งควบคุมกาย และวาจาให้ละเว้นสิ่งไม่ดี
5 ประการ คือ
(1) ละเวน้ จากการฆา่ สัตว ์
(2) ละเวน้ จากการลกั ทรัพย์
(3) ละเว้นจากการประพฤตผิ ดิ ในกาม
(4) ละเว้นจากการพดู เทจ็
(5) ละเว้นจากการดม่ื น้ำเมา

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
35

พระพุทธศาสนา
ศลี 5 นับเปน็ การจดั ระเบียบสงั คมขน้ั พืน้ ฐานซ่งึ จะเปน็ หลกั ประกนั วา่
แต่ละคนจะได้ใช้ชวี ติ หรอื ทำความดอี ่ืนใหก้ ้าวหนา้ ยิง่ ข้ึนได้อยา่ งสะดวก
ศีล 8 (อโุ บสถศลี ) ประกอบดว้ ยขอ้ ปฏิบัติ 8 ประการ ไดแ้ ก่
(1) ละเว้นจากการฆ่าสตั ว์
(2) ละเวน้ จากการลกั ทรพั ย ์
(3) ละเวน้ จากการประพฤตผิ ดิ พรหมจรรย์ คอื ละเวน้ จากการรว่ มประเวณี
(4) ละเวน้ จากการพูดเทจ็
(5) ละเวน้ จากการดืม่ นำ้ เมา
(6) ละเว้นจากการรบั ประทานอาหารยามวิกาล (นบั แตเ่ วลาเทยี่ งแล้ว
เปน็ ต้นไป)
(7) ละเว้นจากการฟอ้ นรำ ขบั รอ้ ง บรรเลงดนตรี ดูการละเลน่ อนั เป็น
ข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การทัดทรงดอกไม้ ของหอมและเครื่องลูบไล้ซึ่งใช้เป็น
เคร่อื งประดบั ตกแตง่
(8) ละเว้นจากการนอนบนที่นอนอันสูงใหญ่ (หรือที่ปูด้วยที่นอนอัน
หนานุ่ม)

การปฏิบัตสิ มถะและวิปสั สนา

สมถะและวปิ สั สนาเป็น 2 วธิ ีของภาวนา ภาวนา แปลว่า “การทำใหม้ ีขนึ้
เปน็ ขึ้น หรอื การเจริญ” เมอื่ ใช้ในความหมายของธรรมะ คอื การฝึกอบรมจติ ใจ
แบง่ ออกเป็น 2 อยา่ ง คอื

1) สมถภาวนา คอื การฝกึ อบรมจติ ใหเ้ กดิ ความสงบ หรอื การฝกึ สมาธิ
2) วปิ สั สนาภาวนา คอื การฝกึ อบรมเจรญิ ปญั ญาใหเ้ กดิ ความรแู้ จง้ ชดั
สิ่งทง้ั หลายตามความเป็นจริง หรือเรยี กสัน้ ๆ ว่า การเจรญิ ปัญญา

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
36

พระพุทธศาสนา
ในคัมภีร์สมัยหลัง บางทีเรียกภาวนาว่า “กรรมฐาน” ซึ่งแปลว่าที่ตั้ง
แห่งงานทำความเพียรฝกึ อบรมจิต จงึ เกิดคำเรยี กว่า “สมถกรรมฐาน” และ
“วิปสั สนากรรมฐาน”
การปฏิบัตสิ มถะหรือสมาธใิ นชวี ิตประจำวนั มักนยิ มทำตอนเชา้ หรือ
ก่อนนอนหลังจากการบูชาพระและการสวดมนต์ประจำวัน เพราะสมถะต้องการ
บรรยากาศทีส่ งบและต่อเนอ่ื ง โดยอาจจะฝกึ ปฏิบตั ินอ้ ยไปหามาก เชน่ เร่มิ จาก
3 นาที 5 นาที จนเมื่อชำนาญก็จะปฏิบัติวันละครึ่งชั่วโมง หรือหนึ่งชั่วโมง
การปฏิบัติทำโดยหลังจากสวดมนต์เสร็จ ก็นั่งขัดสมาธิ หรือผู้ที่ไม่ถนัด หรือมี
ปัญหาทางสุขภาพจะนั่งเก้าอี้ก็ได้ แล้วกำหนดอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งให้จิตนิ่ง
มีความเป็นหนงึ่ ในการพิจารณาอารมณน์ ้ัน ท่ีใชก้ นั มาก คือ พุทธานุสติ การตาม
ระลึกถงึ คุณของพระพทุ ธเจา้ โดยกำหนดเวลาหายใจเขา้ ว่า “พุท” เวลาหายใจ
ออกวา่ “โธ” อีกวธิ หี นึง่ ที่ใช้กันมาก คือ อานาปานสติ การตามระลึกกำหนด
ลมหายใจเข้าออก โดยกำหนดจุดตรงหน้าท้อง หายใจเข้าว่า “พองหนอ”
หายใจออกวา่ “ยบุ หนอ”
เมอ่ื ฝกึ สมถะเปน็ ประจำสมำ่ เสมอ ตอ่ ไปในชวี ติ ประจำวนั เวลาทำการงาน
ผู้น้ันจะร้วู า่ ใจมีสมาธิ มคี วามมนั่ คงมากขึ้น ไมว่ อกแวกฟุ้งซา่ นมากเหมอื นกับคน
ทไ่ี มไ่ ด้ฝึกสมถะ

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
37

พระพุทธศาสนา

สว่ นการปฏิบตั ิวปิ สั สนาในชวี ิตประจำวนั น้ัน จะปฏิบตั ิทไี่ หนเมอ่ื ไร
ก็ได้ ขอใหฝ้ ึกพิจารณาให้เกดิ ปัญญารู้เท่าทันส่ิงทงั้ หลายทั้งปวงไม่วา่ วัตถสุ ิง่ ของ
(รปู ) และความคิดนึก การรู้อารมณ์ใดๆ (นาม) ในทางทวาร (ประตู) ทัง้ 6 ของ
รา่ งกายเรา คือ ตา หู จมกู ล้ิน กาย และใจ ไม่วา่ จะเปน็ การเห็น ไดย้ ิน ไดก้ ลนิ่
ล้มิ รส ถกู ต้องสมั ผัส และจติ ใจทีค่ ิดนกึ ทงั้ รปู และนามทุกทวารล้วนแต่มคี วาม
เกิดขน้ึ ตง้ั อยชู่ ั่วคราว แล้วก็ดับไป ตกอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ หรอื สามญั ลกั ษณะ
3 อย่าง คือ อนจิ จงั ทุกขัง อนตั ตา ดงั กลา่ วในตอนต้นแลว้ น้นั
เมื่อมีสติพิจารณาเช่นนี้ได้เนืองๆ ก็จะเป็นผู้รู้เท่าทันความจริงของสิ่ง
ทงั้ หลายทัง้ ปวง ซ่ึงความรูน้ ้ี เรยี กว่าปญั ญา อนั ทำใหร้ ูจ้ ักปลอ่ ยวาง ไม่ยดึ มนั่
มากนกั ใจกเ็ ป็นอิสระและปลอดพ้นจากความทุกขไ์ ด้มากขน้ึ เป็นลำดับ
สรุปได้ว่าการรักษาศีล การปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา คือ การปฏิบัติ
ไตรสกิ ขา ศลี สมาธิ และปญั ญา หรือเจรญิ มรรคมอี งค์ 8 ในชวี ติ ประจำวันของ
แต่ละคน ทำใหล้ ดทกุ ข์ และอยู่เปน็ สุขไดม้ ากข้ึนตามสัดส่วนท่เี ราเอาใจใส่ปฏบิ ัติ
ไดม้ ากน้อยแค่ไหน

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
38

พระพุทธศาสนา

ขอ้ ปฏบิ ตั ิในชว่ งเปลี่ยนผา่ นของชวี ิต

ข้อปฏิบัติของพระพุทธศาสนาในช่วงเปล่ียนผ่านของชีวิตทุกชนิด
ทกุ ประเภท มีลักษณะรว่ มประการหนึ่งทส่ี ำคัญ คอื ในทกุ สถานการณท์ กุ ชว่ ง
เวลาของชีวิต ไม่ว่าจะมเี หตุการณ์นา่ ดใี จ น่าเสยี ใจ กจ็ ะถือเป็นโอกาสใหไ้ ด้ทำ
กศุ ลประเภทตา่ งๆ เช่น ตามระบบไตรสิกขา หรือตามระบบบญุ สิกขา คือการ
ฝึกฝนปฏิบัตใิ นบุญ สาระสำคัญก็เหมือนไตรสกิ ขา แตบ่ ุญสิกขานั้น พระพุทธเจา้
ทรงแสดงมุ่งเน้นแก่ฆราวาสผู้ครองเรือนจึงทรงแสดงเป็น ทาน ศีล ภาวนา
เพราะชีวิตฆราวาสต้องฝึกทาน หรือการให้อันเป็นการเสียสละเบื้องต้นที่เป็น
รปู ธรรม แล้วจงึ ตอ่ ดว้ ยศลี และภาวนา (ซ่งึ รวมสมาธิและปญั ญาเขา้ ไวใ้ นหัวข้อ
เดียวกนั ) อันเป็นเรอ่ื งทลี่ กึ ซง้ึ ยิ่งขนึ้

การเกิด

พิธีเนื่องในการเกิดส่วนมากเป็นพิธีพราหมณ์ ส่วนพิธีพุทธ ผู้ใหญ่ก็จะ
แทรกการทำบญุ ในวนั เหล่านน้ั ตามความเหมาะสม เพื่อเปน็ การเพมิ่ พนู บุญกุศล
ให้ลกู เช่น ทำบุญตักบาตร บูชาพระ หรือนิมนต์พระสงฆม์ าทำบุญทบ่ี า้ น

การบรรพชา–อุปสมบท

การบวชถือเปน็ สิง่ ทีช่ ว่ ยอบรม
สง่ั สอนใหเ้ ปน็ คนดี และเปน็ การทดแทน
คุณพ่อแม่ท่ีให้กำเนิดเพื่อให้พ่อแม่
เป็นสุข ตัวผู้บวชเองจะได้มีโอกาส
ศึกษาพระธรรมวินยั และปฏิบัตธิ รรม
การบวชมี 2 แบบ คอื

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
39

พระพุทธศาสนา

1. การบรรพชา (บวชเณร) เดก็ ชายทจ่ี ะบวชเปน็ สามเณรไดต้ ้องมอี ายุ
7 ปีขึ้นไป การบวชเณรเป็นการฝากลูกให้พระดูแลอบรมสั่งสอน หรือบางครั้ง
เป็นการบวชเพื่อแกบ้ น บวชหน้าศพ
2. การอปุ สมบท (บวชพระ) ชายทจ่ี ะบวชไดต้ อ้ งมอี ายคุ รบ 20 ปบี รบิ รู ณ์
การอุปสมบทมีความสำคัญมาก ทั้งนี้เพราะการมีอายุครบ 20 ปี เป็นการเริ่ม
เขา้ สวู่ ยั ผใู้ หญ่ ซึง่ บุคคลจะต้องมคี วามรบั ผดิ ชอบในชีวติ ของตน จึงจำเปน็ ต้องมี
ความรู้ และเขา้ ใจภาวะผนั แปรตา่ งๆ ทม่ี อี ยใู่ นชวี ติ พระพทุ ธศาสนาสอนใหม้ นษุ ย์
รสู้ าเหตขุ องความทกุ ขแ์ ละความสขุ รคู้ วามทกุ ขเ์ พอ่ื อยอู่ ยา่ งเปน็ สขุ มสี ตสิ มั ปชญั ญะ
ทจ่ี ะนำชีวติ ไปสู่ทางที่ดีทช่ี อบ

การแตง่ งาน

การแตง่ งานมกั เกดิ ขึน้ เมือ่ ผู้ชายได้บวชเรยี นแลว้ เพราะไดเ้ รยี นรธู้ รรมะ
มีวนิ ยั และความอดทนซง่ึ ทำใหส้ ามารถปกครองตนเองและผู้อ่ืนไดด้ ีแลว้ จึงถงึ
เวลาตง้ั ตนและสบื วงศต์ ระกลู ตอ่ ไป ฝา่ ยชายมกั ใหผ้ ใู้ หญช่ ว่ ยจดั การสขู่ อตอ่ ผใู้ หญ่
ของฝา่ ยหญงิ เพอื่ ให้ญาติมติ รและสงั คมเป็นพยานรับทราบท่ัวกนั แลว้ จงึ กำหนด
เวลาแตง่ งานตอ่ ไป
การแต่งงานในทัศนะของชาวพุทธ เสมือนกำเนิดชีวิตใหม่ที่ต้องการ
ความเจรญิ มน่ั คง เพราะฉะน้นั เพือ่ ใหเ้ กดิ ศริ ิมงคลแกช่ ีวิตสมรสตามเจตนารมณ์
ดังกล่าว จึงมีการนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีทางศาสนา โดยมารับถวาย

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
40

พระพุทธศาสนา

อาหารบิณฑบาตจากคู่บ่าวสาวในตอนเช้าวันพิธี ในการนี้พระสงฆ์จะเจริญ
พระพุทธมนต์ แล้วคู่บ่าวสาวถวายภตั ตาหารแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์ให้โอวาทเป็น
ภาษาไทย และให้พรเป็นภาษาบาลี พร้อมประพรมน้ำมนตแ์ กค่ ู่บ่าวสาว
นอกเหนือจากพิธีสงฆ์ดังกล่าวแล้ว ชาวพุทธนิยมจัดพิธีมงคลและ
กิจกรรมอนื่ ๆ เช่น การสวมมงคล การรดนำ้ สังขแ์ กค่ บู่ ่าวสาว โดยพ่อแม่ และ
ญาตผิ ้ใู หญผ่ ูเ้ ป็นท่เี คารพจากทงั้ ฝา่ ยเจา้ บา่ ว และเจา้ สาว รวมทงั้ การเลยี้ งฉลอง

การทำบุญขึ้นบ้านใหม่

การทำบุญขึ้นบ้านใหม่เป็นพิธีท่ีชาวพุทธยึดถือปฏิบัติมาต้ังแต่พุทธกาล
เนอ่ื งจากถอื วา่ พระสงฆซ์ งึ่ เปน็ ปชู นยี บคุ คลและเนอ้ื นาบญุ หากไปอยใู่ นการสงิ่ ใด
การน้นั ก็จะเกิดศริ มิ งคล มีความเจริญรุ่งเรือง พธิ ีการทำบุญขนึ้ บ้านใหมท่ ำเพอ่ื
ความสขุ สวัสดม์ิ งคลของผอู้ ยอู่ าศัย ปราศจากโรคท้ังปวง
ตามพิธีการแบบด้ังเดิมนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ในตอนเย็น
เสรจ็ พิธีแลว้ เจา้ ภาพกจ็ ะอาราธนาพระสงฆม์ าอกี คร้งั ในร่งุ ข้นึ เพอ่ื ฉันเช้าหรือเพล
ประเพณีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ในปัจจุบัน นิยมการนิมนต์พระสงฆ์เจริญ
พระพุทธมนต์และฉนั เพลในวนั เดยี วกัน

การเจ็บปว่ ย

การเจ็บปว่ ยย่อมเปน็ เร่ืองธรรมดาของมนุษย์ ตามหลกั ไตรลักษณ์ เวลา
ปว่ ยเป็นเวลาที่คนอ่อนแอทง้ั ร่างกายและจติ ใจ พระพุทธศาสนาจงึ สอนใหท้ ำใจ
รเู้ ทา่ ทนั ความจรงิ ของรา่ งกาย แลว้ รกั ษาจติ ใจใหป้ กติ อยา่ วติ กกงั วล คอื ใหป้ ว่ ย
แต่ร่างกาย ใจอย่าปว่ ยตามไปด้วย ใจทเ่ี ข้มแข็งจะช่วยให้รา่ ยกายทเ่ี จบ็ ป่วยฟืน้
ได้เรว็
ในส่วนของผู้ดูแลผู้เจ็บป่วย ไม่ว่าลูกหลาน ญาติมิตร ควรเอาใจใส่
ไม่ทอดทิ้งผู้ป่วย คอยให้กำลังใจ และช่วยเหลือทำกิจที่ผู้ป่วยทำเองไม่ได้

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
41

พระพุทธศาสนา
พรอ้ มกนั นั้น กค็ วรขวนขวายทำบุญกุศลเป็นกรณีพเิ ศษ เชน่ ตกั บาตร ไหว้พระ
สวดมนต์ เจริญกรรมฐาน นิมนต์พระมาเยี่ยมและพูดธรรมะให้กำลังใจผู้ป่วย
หาหนังสือ หรือสื่อธรรมะอื่นให้ผู้ป่วยอ่าน ดู และฟัง ก็จะเป็นการเพิ่มบุญกุศล
ใหแ้ ก่ผูป้ ่วย พร้อมทัง้ ทำใหผ้ ปู้ ว่ ยและญาติผู้ปว่ ยไมร่ ู้สึกว้าเหว่โดดเดยี่ วเพราะมี
พระรัตนตรัยคอยเป็นหลักนำทางให้ชีวิต และให้ความอบอุ่นมั่นใจในทุก
สถานการณ์ของชีวิต

การเสียชวี ิต

พระพุทธศาสนาสอนว่าความตายเป็นธรรมดาของทุกชีวิต ที่ตกอยู่ใต้
กฎไตรลกั ษณ์ สว่ นตายแลว้ จะไปไหน กแ็ ลว้ แตก่ รรมของผตู้ าย ตามกฎแหง่ กรรม
ในพระพุทธศาสนา ผู้ที่ยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ตายแล้วต้องเกิดใหม่ทั้งนั้น
แต่การเกิดใหม่ไม่ใช่วิญญาณดวงเก่าที่เที่ยงแท้ไปเวียนว่ายตายเกิด แต่เป็นการ
เกดิ ใหมจ่ รงิ ๆ คอื รา่ งกาย (รปู ) กบั จติ ใจ (นาม) ของสรรพสตั ว์ มกี ารเกดิ ขน้ึ -ตง้ั อย-ู่
ดับไปตลอดเวลาทั้งขณะทมี่ ชี วี ติ อยูห่ รอื ตายไป โดยรปู และนามทีเ่ กดิ ใหม่เปน็ ผล
มาจากกรรมต่างๆ ที่ได้กระทำมาแล้วทั้งกรรมดีและกรรมชั่วจะเป็นตัวกำหนด
รูปและนามใหม่ให้ดีหรือชั่วตามควรแก่เหตุที่ทำไว้ ตราบใดที่ยังมีตัณหาซึ่งเป็น
เหมือนเชื้อหรือสาเหตุ เมื่อจิตดับจากภพหนึ่งที่เรียกว่าจุติ (เคลื่อนจากภพหนึ่ง
ส่ภู พอ่ืน) กต็ อ้ งปฏสิ นธิหรือเกิดใหมใ่ นภพอนื่ ทนั ที

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
42

พระพุทธศาสนา

ถ้าเปน็ พระอริยบุคคล 3 ขน้ั ตน้ กจ็ ะไปเกดิ แตใ่ นสคุ ติ คอื ภพทีด่ ี เช่น
มนษุ ย์ เทวดา หรือพรหม โดยพระโสดาบันซงึ่ เปน็ พระอริยบคุ คลข้ันแรกจะเกดิ
อีกไม่เกิน 7 ชาติก็จะต้องบรรลุเป็นพระอรหันต์ สำหรับพระอรหันต์ผู้หมด
ตัณหาแล้ว เมื่อตายกป็ รนิ พิ พานคอื ดับรอบทั้งกายและใจไมเ่ กิดในภพใดอีก
สว่ นปถุ ุชนไมม่ ีหลักประกนั แน่นอน ไปเกดิ ได้ทง้ั ในสคุ ติ และทคุ ตคิ ือ
ภพไมด่ ี ได้แก่ นรก เปรต อสรุ กาย ดริ ัจฉาน แลว้ แตก่ รรมที่ทำไวก้ รรมใดจะ
นำเกิด ถ้ากรรมดีก็นำเกิดในสุคติ ถา้ กรรมชวั่ กน็ ำเกดิ ในทคุ ติ และตอ้ งเกิดใหม่
ทงั้ ในสคุ ตแิ ละทคุ ติอีกนับจำนวนชาติไมไ่ ด้ ตราบใดที่ยงั ไมไ่ ดเ้ ป็นพระอริยบคุ คล
ชาวพทุ ธจงึ จดั งานบำเพญ็ กศุ ลศพ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั 2 ประการคอื
1) เพ่อื เป็นมรณสติ แก่ญาติและมิตรผูม้ ารว่ มงาน ใหร้ ะลึกวา่ ทุกคน
ตอ้ งถึงความตายเป็นธรรมดา เพ่อื ให้ไม่ประมาทและเร่งทำความดี
2) เพอื่ อุทิศสว่ นกุศลใหผ้ ูต้ าย โดยต้งั ใจว่าหากผตู้ ายทราบว่าญาตมิ ติ ร
ทำกศุ ลและอุทศิ ส่วนกุศลไปให้ เมื่อผู้ตายทราบก็จะอนโุ มทนาซึ่งจะเกดิ เป็นบญุ
แกผ่ ูต้ ายเอง หากเกดิ ในทุคติและกรรมชว่ั ไม่หนักมากกจ็ ะเกดิ ในสุคตไิ ด้ ผทู้ ี่เกิด
ในสคุ ตแิ ล้วกจ็ ะได้เพ่มิ บญุ กุศลขน้ึ
เพราะฉะนั้น ชาวพุทธจึงนิยมสวดพระอภิธรรมทุกคืนนับตั้งแต่ตาย
โดยอาจสวด 3 วัน 7 วัน แล้วเผา ส่วนผู้มีฐานะมีญาติมิตรมากอาจจะสวด
ต่อกัน 15 วัน หรือ 1 เดือน แล้วเก็บศพ ไว้บำเพ็ญกุศลครบ 50 วัน 100 วัน
1 ปี แล้วจึงเผา ตามที่เห็นเหมาะสม

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
43

พระพุทธศาสนา

วันสำคญั ทางศาสนา

วันอุโบสถ หรือวนั พระ

วนั อโุ บสถ หมายถงึ วันประชมุ ของพทุ ธศาสนกิ ชนเพือ่ ปฏิบัตกิ ิจกรรม
ทางพระพทุ ธศาสนาประจำสปั ดาห์ หรอื ทเ่ี รยี กกนั ทว่ั ไปอกี คำหนง่ึ วา่ “วนั ธรรมสวนะ”
หรอื “วันพระ” ไดแ้ ก่วนั ถือศีลฟงั ธรรม (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม)
โดยกำหนดตามปฏทิ ินจันทรคติ โดยมเี ดอื นละ 4 วัน ได้แก่ วนั ขึ้น 8 ค่ำ วนั ข้ึน
15 ค่ำ (วนั เพญ็ ) วันแรม 8 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ (หากเดือนใดเปน็ เดอื นขาด
ถอื เอาวนั แรม 14 คำ่ ) พทุ ธศาสนกิ ชนจงึ ถอื วา่ วนั พระเปน็ วนั สำคญั ทจ่ี ะถอื โอกาส
ไปวัดเพอื่ ทำบุญถวายภตั ตาหารแดพ่ ระสงฆ์ ฟังพระธรรมเทศนา สวดมนต์ และ
เจรญิ กรรมฐาน
สำหรับผู้ที่เคร่งครัดอาจถือศีลแปดหรือศีลอุโบสถในวันพระด้วย
นอกจากนชี้ าวพทุ ธยังถือว่าวันพระไมค่ วรทำบาปใด ๆ โดยเชอ่ื กนั ว่าการทำบาป
ในวนั พระถอื วา่ เป็นบาปมากกวา่ ในวนั อ่ืน

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
44

พระพุทธศาสนา

วันวสิ าขบชู า

วสิ าขบชู า แปลวา่ การบชู าในวนั เพญ็ ขน้ึ 15 คำ่ เดอื น 6 เปน็ ชอ่ื ของ
พิธีบชู าและการทำบุญในพระพุทธศาสนา ทป่ี รารภ วันประสูติ วนั ตรัสรู้ และ
วันปรินพิ พาน ของพระพทุ ธเจ้า เหตุการณ์ท้งั สามร่วมกนั ในวันนี้เปน็ มหัศจรรย์
แมแ้ ต่ละเหตุการณ์จะห่างกนั หลายสิบปี ในบรรดาวันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
ประเภทรำลึกถึงเหตุการณ์และบุคคลสำคัญในอดีต วันวิสาขบูชา นับว่าเป็น
วันสำคัญทส่ี ดุ ท้งั ในแง่ที่เปน็ วนั เก่าแก่ มีมาแตโ่ บราณกาล และในแง่ทีเ่ ป็นสากล
คอื เปน็ ที่ยอมรับอยา่ งกวา้ งขวาง มีการจัดงานฉลองกนั ท่ัวไปในประเทศทง้ั หลาย
ที่นับถือพระพุทธศาสนา และต่อมาในปี พ.ศ. 2542 ที่ประชุมใหญ่สมัชชา
สหประชาชาตไิ ดก้ ำหนดให้วนั วิสาขบูชาเป็นวนั สำคญั สากลของโลก เหตุการณ์
ทง้ั 3 ในวันวสิ าขบูชา มีความหมายและคติท่เี ราจะปฏิบัตติ ามได้ ดงั นี้

สถานทปี่ ระสูติ สถานท่ีตรัสรู้

สถานทีป่ รนิ พิ พาน
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
45

พระพุทธศาสนา
การประสตู ิ มคี วามหมายเตอื นใหเ้ ราระลกึ วา่ พระพทุ ธเจ้าอาศยั ความ
เพียรและสติปัญญาฝึกฝนตนให้บรรลุความเป็นมนุษย์ผู้เยี่ยมยอดได้ กลายเป็น
ศาสดาทเ่ี คารพบชู าของปวงเทพและหมมู่ นษุ ย ์ นำประโยชนส์ ขุ มาใหไ้ มเ่ ฉพาะแต่
ตนเองผู้เดียว แต่เกื้อกูลแก่ชาวโลกทั้งหมดด้วย ทุกคนจึงควรมีกำลังใจเพียร
พยายามใชส้ ตปิ ญั ญาพจิ ารณา บำเพญ็ ความดงี าม ฝกึ ฝนปรบั ปรงุ ตนใหเ้ ปน็ มนษุ ย์
ที่ประเสริฐย่งิ ขึ้นอยู่เสมอ
การตรสั ร ู้ เตอื นใหร้ ะลกึ วา่ การเขา้ ถงึ ความดงี ามทท่ี ำใหเ้ จา้ ชายสทิ ธตั ถะ
ผู้เป็นมนุษย์ กลายเปน็ พระพทุ ธเจ้า ความดงี ามท่ีวา่ น้ ี คือสง่ิ ท่ีเรียกว่า “ธรรม”
หรือ “พระธรรม” นอกจากน้ี การตรสั รยู้ งั สอนเราดว้ ยวา่ การบรรลผุ ลสำเรจ็ ที่
ดีงามนั้น มิใช่จะกระทำได้ง่าย พระพุทธเจ้า กว่าจะตรัสรู้ได้ ต้องทรงบำเพ็ญ
เพียรพยายาม และใช้สติปัญญาอย่างยวดยิ่ง จนบางครั้งแทบจะสิ้นพระชนม์
อกี ทงั้ เม่อื ไปสั่งสอนผูอ้ นื่ กต็ อ้ งทรงเสียสละลำบากพระกายเสดจ็ เทยี่ วไปทุกถ่นิ
ดังนั้น บุคคลที่จะทำความดีงาม บำเพ็ญประโยชน์สุขแก่หมู่ชน ก็ควรดำเนิน
ตามพุทธปฏิปทา โดยการเพยี รพยายามดว้ ยความเสยี สละ อดทนไมย่ อมทอ้ ถอย
การปรนิ พิ พาน มีความหมายให้ระลกึ ว่า พระชนมชีพของพระพทุ ธเจา้
ในฐานะท่เี ปน็ ชวี ิตมนุษย์ เมือ่ ถงึ คราวสิน้ สดุ กด็ บั ไปเป็นธรรมดา แต่พระธรรม
ที่ได้ทรงค้นพบเปิดเผยให้ปรากฏในโลกแล้วเป็นสิ่งไม่ตาย ยังคงส่องทางแห่ง
ปัญญาเพื่อประโยชน์สุขแก่หมู่มนุษย์สืบต่อไป และทั้งพระพุทธเจ้าได้ทรงตั้ง
คณะสงฆ์ไว้ทำหนา้ ทีร่ ักษาสบื ทอดส่งตอ่ ประทีปแหง่ ธรรมแทนพระองค์ตอ่ ๆ มา
อีกด้วย ฉะนั้น การดำเนินให้เข้าถึงอมตธรรมและบรรลุอมตประโยชน์ คือ
พระนิพพานจึงเป็นหน้าที่ของเราทั้งหลาย ทั้งที่ต่างคนต่างทำและร่วมกันช่วย
กนั ทำต่อไป

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
46

พระพุทธศาสนา

วนั อาสาฬหบชู า

อาสาฬหบชู า หมายถงึ การบูชาในวนั เพ็ญเดือนอาสาฬหะ คือ วันข้นึ
15 ค่ำ เดือน 8 เพราะเป็นวันสำคัญในพระพทุ ธศาสนา ตรงกับวนั ท่ีพระสมั มา
สมั พทุ ธเจา้ ทรงแสดงปฐมเทศนา (พระธรรมเทศนากณั ฑแ์ รก) คอื ธมั มจกั กปั ปวตั ตนสตู ร
แก่พระปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ในวันขึ้น
15 คำ่ เดือน 8 หลังจากวันตรสั รูส้ องเดือน ซ่งึ มใี จความสำคญั ให้ละเวน้ ทางสุด
โต่งทง้ั สอง แลว้ ปฏิบตั ติ ามทางสายกลาง (มัชฌมิ าปฏิปทา) หรืออริยมรรคมอี งค์
8 และพราหมณโ์ กณฑญั ญะไดด้ วงตาเหน็ ธรรมสำเรจ็ พระโสดาบนั แลว้ ทลู ขอบวช
เป็นวนั แรกท่ีพระสงฆส์ าวกเกดิ ข้ึนในโลก คอื พระโกณฑญั ญะ ได้บวชเป็นภิกษุ
ดว้ ยวธิ เี อหภิ กิ ขอุ ปุ สมั ปทา คอื รบั อปุ สมบทจากพระพทุ ธเจา้ โดยตรง จงึ เปน็ วนั แรก
ทมี่ พี ระรัตนตรยั ครบบรบิ ูรณ์

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
47

พระพุทธศาสนา

วันมาฆบชู า

มาฆบูชา แปลวา่ การบชู าในวนั เพญ็ ขน้ึ 15 คำ่ เดอื น 3 เป็นวันสำคญั
ในพระพุทธศาสนา คือเป็นวันที่พระพุทธองค์ประทานโอวาทปาติโมกข์ในท่ี
ประชมุ ใหญ่ของพระสาวก ซงึ่ ประกอบดว้ ยองค์สี่ ท่เี รยี กวา่ จาตรุ งคสันนบิ าต
คือ พระสาวกทง้ั หลายทม่ี าประชมุ มีลักษณะ 4 ประการ ได้แก่

1) ลว้ นเป็นเอหิภิกข ุ
2) ล้วนเป็นพระอรหนั ต ์
3) มีจำนวนถึง 1,250 องค์
โดยมิไดน้ ดั หมาย
4) วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือน
มาฆะ
การประชุมดังกล่าวมีขึ้น ณ
พระเวฬวุ นั มหาวหิ าร ใกลก้ รงุ ราชคฤห์
เมืองหลวงของแคว้นมคธ ในปีแรกที่
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คือหลังจากวัน
ตรัสรูไ้ ป 9 เดือน

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
48

พระพุทธศาสนา

โอวาทปาติโมกข์ แปลว่าโอวาทที่เป็นประธาน หรือคำสอนที่เป็น
หลกั ใหญ่ หมายถึงธรรมที่เปน็ หลกั สำคญั ของพระพุทธศาสนา นยิ มเรยี กว่าเป็น
หวั ใจของพระพทุ ธศาสนา
ความในโอวาทปาติโมกข์ แบง่ ออกเปน็ 3 ตอน
ตอนแรกวา่ “ขนั ติ คอื ความอดทน เปน็ ตบะอยา่ งยง่ิ พระพทุ ธะทง้ั หลาย
กลา่ วพระนพิ พานวา่ ยอดเยย่ี ม ผทู้ ำรา้ ยผอู้ น่ื เปน็ บรรพชติ ไมไ่ ดท้ เี ดยี ว ผเู้ บยี ดเบยี น
ผู้อื่น เป็นสมณะไม่ได”้ พระพุทธเจา้ ตรัสเพื่อแสดงหลักการทเี่ ป็นลักษณะเฉพาะ
ของพระพทุ ธศาสนาว่า ตบะ ความเพยี รเคร่ืองเผากเิ ลสท่ีถูก คือ ขันติ
มิใชก่ ารทรมานตน ส่วนทก่ี ล่าว พระนิพพานว่ายอดเย่ยี ม คือ ตรสั ช้ีชดั ลงไปวา่
พระนพิ พานเป็นจุดหมายสูงสดุ ของพระพุทธศาสนา
ตอนสองวา่ “การไมท่ ำบาปทง้ั ปวง 1 การยงั กศุ ลใหถ้ งึ พรอ้ ม 1 การทำจติ
ของตนใหผ้ อ่ งใส 1 นค่ี อื คำสง่ั สอนของทา่ นผตู้ รสั รแู้ ลว้ ทง้ั หลาย” จำงา่ ยๆ สน้ั ๆ วา่
เว้นชั่ว ทำดี ทำใจให้บริสุทธิ์ ที่เรียกกันทั่วไปว่า หัวใจพระพุทธศาสนา
หลักปฏบิ ัตทิ ี่ตรสั ตอนนี้ เปน็ ท้งั แนวทางและขอบเขตในการทพ่ี ระสาวกทั้งหลาย
จะไปอบรมสั่งสอนประชาชน ใหต้ รงตามหลักการของพระพทุ ธศาสนา และสอน
ไดเ้ ปน็ แนวเดยี วกนั มเี อกภาพในการเผยแผ่
ตอนสามว่า “การไม่กล่าวร้าย 1 การไม่ทำร้าย 1 ความสำรวมใน
พระปาติโมกข์ 1 ความเปน็ ผู้รูจ้ ักประมาณในอาหาร 1 ทน่ี อนท่นี ่ังอันสงดั 1
การประกอบความเพยี รในอธจิ ติ 1 นค่ี อื คำสง่ั สอนของทา่ นผตู้ รสั รแู้ ลว้ ทง้ั หลาย”

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
49

พระพุทธศาสนา
เพื่อเป็นหลักความประพฤติและการปฏิบัติตน หรือหลักปฏิบัติในการทำงาน
สำหรับผูท้ จ่ี ะไปประกาศพระศาสนาว่าผสู้ อนต้องเปน็ ผูไ้ ม่กล่าวร้าย ฯลฯ จนถงึ
ตอ้ งมีใจแน่วแน่เขม้ แข็งฝกึ อบรมจิตใจอย่เู สมอ สรุปว่า ไปทำงานกใ็ หไ้ ปทำงาน
จริง ๆ ทำงานเพ่อื งาน ม่งุ ประโยชนส์ ขุ ของประชาชนเปน็ สำคัญ ไมใ่ ชไ่ ปหาความ
สุขสนกุ สบาย

การบำเพ็ญกุศลที่พุทธศาสนิกชนนิยมประพฤติปฏิบัติเนื่องใน
วนั วิสาขบชู า วันอาสาฬหบชู า และวันมาฆบชู า คือ
1. การใหท้ าน คอื การถวายภตั ตาหารแกพ่ ระภกิ ษสุ ามเณร การบรจิ าค
ทรพั ย์ชว่ ยผูย้ ากไร้ ฯลฯ
2. การรกั ษาศลี คอื การสำรวมระวงั กายและวาจา ดว้ ยการรกั ษาศลี 5
หรือศีล 8
3. การฟงั พระธรรมเทศนาและการบรรยายธรรม
4. การเจริญภาวนา คือ การบำเพญ็ ภาวนาดว้ ยการไหวพ้ ระ สวดมนต์
ปฏิบัตสิ มาธแิ ละวปิ สั สนา
5. การเวยี นเทยี น พทุ ธศาสนกิ ชนจะแตง่ กายใหส้ ภุ าพเพอ่ื เปน็ การบชู า
พระรัตนตรยั และประนมมอื ถอื ดอกไมธ้ ูปเทียน โดยเดนิ เวียนรอบพระอโุ บสถ
หรอื รอบพระบรมสารรี ิกธาตไุ ปทางขวามอื ของตนจนครบ 3 รอบ ในแตล่ ะรอบ
ให้ระลกึ ถงึ พระพุทธคณุ พระธรรมคณุ และพระสังฆคุณ ตามลำดับ

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
50

พระพุทธศาสนา

วันเข้าพรรษา-วนั ออกพรรษา

วนั เขา้ พรรษา หมายถึง วนั ทพี่ ระสงฆอ์ ธษิ ฐานว่าจะพกั ประจำอยู่ ณ
แหง่ ใดแหง่ หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดฝู นมีกำหนด 3 เดือน ตามพระวินยั บัญญตั ิ
และไมไ่ ปค้างแรมทอ่ี ืน่ ช่วงเวลานี้โดยทัว่ ไป เรยี กกันวา่ จำพรรษา เริ่มตัง้ แต่
วนั แรม 1 คำ่ เดอื น 8 จนถึงวนั ขึ้น 15 ค่ำ เดอื น 11 มีการถวายเทยี นพรรษา
การถวายผ้าอาบน้ำฝน การอธิษฐานตนว่าจะประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในศีลห้า
ศีลแปด ฟังเทศนฟ์ งั ธรรม การเจริญกรรมฐานตามกำลังศรทั ธา ชว่ ง 3 เดอื น
ของการเข้าพรรษาจึงเป็นโอกาสทพี่ ทุ ธศาสนิกชนไดบ้ ำเพญ็ กุศลให้มากกวา่ ปกติ
วนั ออกพรรษา คือ วนั ออกจากการจำพรรษาตลอด 3 เดอื น ตรงกับ
วนั แรม 1 ค่ำ เดอื น 11 ชาวบ้านจะบำเพญ็ กศุ ล เช่น จดั ดอกไมธ้ ปู เทียนไปบชู า
พระทว่ี ดั ฟงั พระธรรมเทศนา และ “ตกั บาตรเทโว” ซึ่งยอ่ จาก”เทโวโรหน”
แปลวา่ การเสดจ็ จากเทวโลก เพอ่ื ระลกึ วนั ทพ่ี ระพทุ ธองคเ์ สดจ็ กลบั จากการโปรด
พระพุทธมารดาในเทวโลก

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
51

พระพุทธศาสนา

การทอดกฐิน

การทอดกฐนิ คอื การทำบญุ ถวายผา้ กฐนิ ทเ่ี รยี กวา่ กฐนิ ทาน มกี ารปฏบิ ตั ิ

ตง้ั แตค่ รง้ั ทพ่ี ระพทุ ธองคท์ รงอนญุ าตใหพ้ ระภกิ ษผุ อู้ ยจู่ ำพรรษาครบสามเดอื นแลว้
รับผ้าทป่ี ระชาชนถวายหลงั จากออกพรรษาซึง่ เปน็ ฤดูจวี รกาล คือชว่ งระยะเวลา
การทำจวี รของพระภกิ ษุ เพอ่ื เปลย่ี นผา้ นงุ่ หม่ ใหม่ แทนผา้ ทเ่ี กา่ มากหรอื ขาดชำรดุ
โดยเริม่ ทำในระหว่างตง้ั แต่วนั ออกพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถงึ วันข้นึ
15 คำ่ กลางเดอื น 12 (วนั ลอยกระทง) วัดหนง่ึ ๆ รบั กฐนิ ได้เพยี งปีละหนงึ่ คร้ัง
เทา่ นั้น การทอดกฐนิ ในประเทศไทยแยกได้ 2 ประเภท คือ กฐนิ หลวง และกฐนิ
ราษฎร์ เมอ่ื เจ้าภาพตงั้ เคร่อื งกฐนิ ข้นึ ก็นิยมเรยี กวา่ ตัง้ องคก์ ฐนิ บา้ ง กองบุญ
กฐนิ บา้ ง ถา้ มีการสมโภชก็เรียกว่า สมโภชองคก์ ฐิน ถ้าเปน็ พระกฐนิ พระราชทาน
เรยี กวา่ สมโภชองค์พระกฐนิ พระราชทาน

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
52

พระพุทธศาสนา

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมนุษย์

พน้ื ฐานความสัมพันธร์ ะหว่างมนษุ ย์ - อรรถะ 3

มนษุ ยด์ ำรงอยรู่ ว่ มกนั เปน็ สำคญั หลกั ธรรมทเ่ี รยี กวา่ อรรถ 3 ใหแ้ นวคดิ วา่
สังคมที่ดีกับชีวิตส่วนบุคคลที่ดีเป็นสิ่งที่เอื้อประโยชน์ให้เกิดแก่แต่ละส่วน
เก่ยี วขอ้ งกนั เสรมิ สร้างซ่ึงกนั และกนั และมคี ณุ ค่าหลายระดับ
อรรถะ หรอื อตั ถะ คอื ประโยชน์ หรอื จดุ หมาย ซง่ึ แบง่ ไดเ้ ปน็ 2 หมวด
หมวดแรก จุดหมาย 3 ขั้น
1) ทฏิ ฐธมั มิกตั ถะ ประโยชนป์ จั จุบัน หรอื ภพน้ี เชน่ มสี ขุ ภาพดี มีเงนิ
มสี ถานภาพดี มีครอบครวั ผาสกุ ซง่ึ บรรลุได้ดว้ ยธรรม 4 เรยี กอยา่ งย่อๆ วา่
“อุ อา กะ สะ” หรอื หัวใจเศรษฐี คอื
1. อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมน่ั
2. อารกั ขสมั ปทา ถึงพรอ้ มดว้ ยการรกั ษา
3. กัลยาณมติ ตตา ความมีเพอ่ื นเปน็ คนดี
4. สมชวี ิตา การเล้ียงชีพตามสมควร
2) สัมปรายิกัตถะ ประโยชน์เบื้องหน้า หรือภพหน้า ซึ่งได้ด้วยการ
ปฏบิ ตั ิ ศรทั ธา ศีล จาคะ ปญั ญา
3) ปรมัตถะ ประโยชน์อยา่ งยง่ิ หรอื สูงสุด คือนิพพาน ซ่ึงไดด้ ว้ ยการ
เจริญวปิ ัสสนา
หมวดท่ีสอง จดุ หมาย 3 ด้าน ประกอบด้วย
1. อตั ตัตถะ ประโยชนต์ น
2. ปรัตถะ ประโยชนผ์ ู้อนื่
3. อภุ ยัตถะ ประโยชน์ทงั้ สองฝา่ ย คอื ประโยชน์สุขของชุมชน
หรือสงั คม

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
53

พระพุทธศาสนา

แตล่ ะคนต้องพยายามใหไ้ ดจ้ ุดหมาย 3 ขน้ั ในหมวดแรก ซึ่งเป็นแนวดงิ่
สูงขึ้นไปตามลำดับ พร้อมทั้งขยายประโยชน์ 3 ขั้น ไปตามจุดหมาย 3 ด้าน
อนั เป็นแนวราบ เผ่อื แผ่ให้ผู้อืน่ และสังคมได้ประโยชนท์ งั้ 3 ขัน้

การปฏิบตั ริ ะหว่างบุคคลใน 6 ฐานะ - ทศิ 6

พระพทุ ธเจา้ ได้ทรงแสดงธรรมไว้ในสิงคาลกสตู รวา่ การไหว้ทศิ ที่ถกู ตอ้ ง
ไมใ่ ช่การทำพธิ กี รรมเคารพบชู าเทวดาตามทศิ ตา่ ง ๆ 6 ทศิ แตเ่ ป็นการปฏบิ ตั ิ
หน้าทต่ี ่อกันใหถ้ ูกต้องตามฐานะของบคุ คลใน 6 ฐานะ ดงั นี้
ทศิ ที่ 1 บดิ ามารดา ผ้เู ปรียบเสมือนทศิ เบอ้ื งหนา้
หนา้ ที่บตุ รต่อบิดามารดา
1) ท่านเลี้ยงเรามาแล้ว เลี้ยง
ทา่ นตอบ
2) ช่วยทำกจิ ธรุ ะการงานของ
ท่าน
3) ดำรงวงศส์ กุล
4) ประพฤติตนให้เหมาะสมกบั ความเปน็ ทายาท
5) เมื่อท่านลว่ งลับไปแลว้ ทำบุญอทุ ศิ ให้ทา่ น
หนา้ ทีบ่ ดิ ามารดาตอ่ บุตร
1) ห้ามปรามป้องกันจากความชัว่
2) ดูแลฝกึ อบรมให้ตง้ั อยู่ในความดี
3) ให้ศกึ ษาศิลปวทิ ยา
4) เปน็ ธุระเม่ือถงึ คราวจะมีคคู่ รองท่ีสมควร
5) มอบทรพั ย์สมบตั ิให้เม่ือถึงโอกาส

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
54

พระพุทธศาสนา
ทิศท่ี 2 ครอู าจารย์ ผู้เปรียบเสมอื นทศิ เบ้อื งขวา
หนา้ ที่ศิษย์ตอ่ ครอู าจารย์
1) ลกุ ต้อนรับ แสดงความเคารพ
2) เขา้ ไปหา เพอ่ื บำรงุ รบั ใช้ ปรกึ ษา ซกั ถาม รบั คำแนะนำ เปน็ ตน้
3) ฟังด้วยดี ฟงั เป็น รจู้ ักฟังให้เกิดปัญญา
4) ปรนนิบัติ ช่วยบรกิ าร
5) เรียนศิลปวทิ ยาโดยเคารพ เอาจริงเอาจงั ถอื เปน็ กจิ สำคญั
หน้าท่คี รอู าจารยต์ อ่ ศษิ ย์
1) แนะนำฝึกอบรมใหเ้ ปน็ คนดี
2) สอนให้เข้าใจแจม่ แจ้ง
3) สอนศลิ ปวิทยาให้ส้ินเชิง
4) สง่ เสริมยกย่องความดงี าม
ความสามารถใหป้ รากฏ
5) สรา้ งเครื่องคมุ้ ภยั ในสารทิศ คือ สอนฝกึ ศษิ ยใ์ ห้ใช้วชิ าเลี้ยงชีพ
ไดจ้ ริง และรู้จกั ดำรงตนดว้ ยดี ท่จี ะเปน็ ประกันใหด้ ำเนนิ ชีวติ ดงี ามโดยสวัสดี
มคี วามสุขความเจริญ

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
55

พระพุทธศาสนา

ทิศท่ี 3 ภรรยา ผเู้ ปรียบเสมือนทศิ เบอื้ งหลงั
หน้าที่สามีตอ่ ภรรยา
1) ยกยอ่ งให้เกียรตสิ มฐานะทเ่ี ปน็ ภรรยา
2) ไม่ดูหมิน่
3) ไม่นอกใจ
4) มอบความเป็นใหญใ่ นงานบา้ น
5) หาเครอ่ื งแตง่ ตัวมาให้เปน็ ของขวญั ตามโอกาส
หน้าทภ่ี รรยาตอ่ สามี
1) จดั งานบ้านใหเ้ รียบร้อย
2) สงเคราะห์ญาติมติ รท้ังสองฝา่ ยดว้ ยดี
3) ไม่นอกใจ
4) รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ทิ ี่หามาได้
5) ขยนั ชา่ งจัดช่างทำ เอางานทกุ อย่าง
ทศิ ที่ 4 มติ รสหาย ผู้เปรยี บเสมือนทศิ เบ้อื งซา้ ย
หน้าทมี่ ิตรสหายตอ่ มิตรสหาย
1) เผือ่ แผ่แบง่ ปัน
2) พูดจามีน้ำใจ
3) ช่วยเหลอื เกือ้ กลู กัน
4) มตี นเสมอ รว่ มสุขรว่ มทกุ ขด์ ้วย
5) ซื่อสตั ยจ์ ริงใจ
หน้าท่มี ติ รสหายกระทำตอบ
1) เมือ่ เพื่อนประมาท ช่วยรกั ษาป้องกัน
2) เมอื่ เพอ่ื นประมาท ชว่ ยรักษาทรพั ยส์ มบัตขิ องเพอ่ื น
3) ในคราวมีภัย เปน็ ท่ีพึ่งได้
4) ไมล่ ะทงิ้ ในยามทกุ ข์ยาก
5) นับถือตลอดถงึ วงศ์ญาติของมติ ร

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
56

พระพุทธศาสนา
ทิศท่ี 5 คนรบั ใช้ และคนงาน ผเู้ ปรยี บเสมอื นทศิ เบอื้ งล่าง
หนา้ ทน่ี ายจ้างตอ่ คนรับใช้และคนงาน
1) จดั งานใหท้ ำตามความเหมาะสมกบั กำลงั เพศ วยั ความสามารถ
2) ใหค้ ่าจา้ งรางวลั สมควรแก่งานและความเป็นอยู่
3) จดั สวัสดิการดี มชี ว่ ยรกั ษาพยาบาลในยามเจบ็ ไข้ เปน็ ตน้
4) มอี ะไรไดพ้ ิเศษมา ก็แบ่งปันให้
5) ใหม้ ีวนั หยดุ และพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ ตามโอกาสอนั ควร
หนา้ ที่คนรับใช้และคนงาน ตอ่ นายจ้าง
1) เริม่ ทำงานก่อน
2) เลิกงานทีหลงั
3) เอาแตข่ องทน่ี ายให้
4) ทำการงานให้เรียบรอ้ ยและดยี ิ่งข้นึ
5) นำความดีของนายจา้ งและกิจการไปเผยแพร่
ทิศที่ 6 พระสงฆ์ ผู้เปรียบเสมอื นทิศเบื้องบน
หนา้ ทพ่ี ทุ ธศาสนกิ หรือคฤหสั ถต์ ่อพระสงฆ์
1) จะทำสิง่ ใด กท็ ำดว้ ยเมตตา
2) จะพูดส่งิ ใดก็พดู ด้วยเมตตา
3) จะคดิ ส่งิ ใดกค็ ิดดว้ ยเมตตา
4) ต้อนรับดว้ ยความเตม็ ใจ
5) อปุ ถมั ภด์ ้วยปัจจยั 4

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
57

พระพุทธศาสนา
หน้าท่พี ระสงฆต์ ่อคฤหสั ถ์
1) หา้ มปรามสอนให้เวน้ จากความชว่ั
2) แนะนำสั่งสอนให้ตั้งอยใู่ นความดี
3) อนเุ คราะหด์ ้วยความปรารถนาดี
4) ให้ได้ฟังได้รสู้ ่งิ ท่ยี งั ไม่เคยรู้ไม่เคยฟงั
5) ชแี้ จงอธิบายทำส่ิงที่เคยฟังแล้วให้เขา้ ใจแจม่ แจง้
6) บอกทางสวรรค์ สอนวธิ ีดำเนินชวี ติ ให้มคี วามสขุ ความเจริญ

ธรรมะสำหรับผปู้ กครอง

ผปู้ กครองเปน็ ผนู้ ำของคนหมมู่ าก อาจอยใู่ นชอ่ื ตา่ ง ๆ เชน่ กษตั รยิ ์ ประธาน
ผ้บู ริหาร หัวหนา้ และอาจเป็นคนคนเดยี ว หรอื คณะบุคคล
ทศพิธราชธรรม คอื ธรรมะสำหรับพระเจา้ แผ่นดนิ หรือ คณุ สมบตั ิของ
นกั ปกครองทด่ี ี 10 ประการ คอื
1) ทาน
2) ศลี
3) ปรจิ จาคะ ความเสียสละ
4) อาชชวะ ความซ่ือตรง
5) มทั ทวะ ความออ่ นโยน
6) ตบะ การเผากิเลสตัณหา ไมห่ มกมนุ่ ในความสุข
7) อักโกธะ ความไมก่ รวิ้ โกรธ
8) อวหิ งิ สา ความไมข่ ม่ เหงเบยี ดเบยี น
9) ขันติ ความอดทน
10) อวิโรธนะ ความไม่คลาดจากธรรม

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
58

พระพุทธศาสนา
จักรวรรดิวัตร คือ ธรรมเนียมหรือหน้าที่ประจำของจักรพรรดิ ซึ่งมี
หมวด 5 และ 12 ดังนี้
จกั รวรรดิวัตร 5
1) ธรรมาธิปไตย ถือธรรมเปน็ ใหญ่
2) ธรรมิการักขา ให้ความคุ้มครองโดยธรรม
3) มา อธรรมการ หา้ มกน้ั การอาธรรม์
4) ธนานุประทาน ปนั ทรพั ยแ์ กช่ นผูย้ ากไร้
5) ปรปิ จุ ฉา ไมข่ าดการสอบถามปรกึ ษา

จักรวรรดวิ ตั ร 12
1) สงเคราะหช์ นภายใน และกองทหาร
2) สงเคราะหก์ ษัตรยิ ์เมืองขน้ึ ท้ังหลาย
3) สงเคราะห์เหล่าเชือ้ พระวงศ์ผ้เู ป็นราชบรพิ าร
4) คุ้มครองพราหมณแ์ ละคฤหบดีท้ังหลาย
5) คุ้มครองชาวราษฎรพ้นื เมืองท้ังหลาย
6) คมุ้ ครองเหลา่ สมณพราหมณ์
7) คมุ้ ครองเน้ือ นก ทเ่ี อาไว้สืบพันธ์ุ
8) หา้ มปรามมิให้มกี ารประพฤติการอนั ผดิ ธรรม
9) ทำนบุ ำรงุ ผขู้ ดั สนไร้ทรัพย์
10) เขา้ ไปหาและสอบถามปัญหากบั สมณพราหมณ์
11) เว้นความกำหนัดในกามโดยอาการไม่เปน็ ธรรม
12) เวน้ โลภกลา้ ไม่เลอื กควรไม่ควร

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
59

พระพุทธศาสนา
ราชสังคหวตั ถุ
คอื หลักการสงเคราะห์ประชาชนของพระราชา มี 4 ประการ คอื
1) สัสสเมธะ ฉลาดบำรงุ ธัญญาหาร
2) ปุรสิ เมธะ ฉลาดบำรงุ ข้าราชการ
3) สัมมาปาสะ ผกู ประสานปวงประชา
4) วาชไปยะ มวี าทะดดู ดม่ื ใจ
ผูน้ ำทดี่ ตี อ้ งเวน้ อคติ คือ ไมม่ ีความคิดทง้ั 4 ประการนี้
1) ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะชอบ
2) โทสาคติ ลำเอียงเพราะชัง
3) โมหาคติ ลำเอยี งเพราะหลงหรอื เขลา
4) ภยาคติ ลำเอียงเพราะขลาดกลัว

ธรรมะสำหรบั สมาชิกสงั คม และสังคมโดยรวม

พระพุทธศาสนาไดใ้ ห้หลกั ธรรมที่เนน้ การพัฒนาตนเอง และเสริมสร้าง
ความสงบสุขของส่วนรวมเป็นอันมาก ในที่นี้จะกล่าวถึงหลักธรรมที่เรียกว่า
นาถกรณธรรม และสาราณียธรรม 6 พรหมวิหาร 4 สังคมวัตถุ 4 และ
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
60

พระพุทธศาสนา
นาถกรณธรรม (ธรรมทำท่พี ่ึง) 10 ข้อ คอื
1) ศีล
2) พาหสุ จั จะ ศึกษามาก
3) กัลยาณมิตตถา รูจ้ ักคบคนดี
4) โสวจัสสตา เป็นคนทพ่ี ดู กันง่าย
5) กิงกรณีเยสุ ทกั ขตา ขวนขวายกจิ ของหมู่
6) ธรรมกามตา เปน็ ผู้ใคร่ธรรม
7) วิริยารมั ภะ มีความเพยี ร
8) สนั ตฏุ ฐี สันโดษรู้พอดี
9) สติ
10) ปญั ญา
สาราณียธรรม
ธรรมเป็นเหตุระลกึ ถงึ กนั สามคั คีกนั ไดแ้ ก่
1) เมตตากายกรรม ทำตอ่ กันด้วยเมตตา
2) เมตตาวจีกรรม พดู ตอ่ กนั ดว้ ยเมตตา
3) เมตตามโนกรรม คดิ ต่อกนั ด้วยเมตตา
4) สาธารณโภคี แบง่ กันกินใช้
5) สลี สามัญญตา ประพฤตดิ ีเหมือนเขา
6) ทฏิ ฐสิ ามญั ญตา ปรบั ความเห็นเข้ากันได้

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
61

พระพุทธศาสนา
พรหมวิหาร 4
คือ ธรรมประจำใจอันประเสรฐิ หรอื ธรรมประจำใจของทา่ นผ้มู คี ณุ
ความดยี ่ิงใหญ่ ได้แก่
1) เมตตา ความปรารถนาใหเ้ ขามคี วามสขุ ใชเ้ มอ่ื ผอู้ น่ื อยอู่ ยา่ งปกตสิ ขุ
2) กรณุ า ความสงสารคดิ จะช่วยใหพ้ น้ ทุกข์ ใช้เมอื่ ผูอ้ น่ื ทกุ ขย์ าก
ลำบาก
3) มุทิตา ความพลอยยินดเี ม่ือผูอ้ ่นื ไดด้ ี ใชเ้ มือ่ บุคคลอนื่ ประสบ
ความสำเร็จเจรญิ ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป
4) อเุ บกขา ความวางใจเปน็ กลาง ใชเ้ มอ่ื บคุ คลอน่ื ดำรงอยตู่ ามควร
ของเขา หรอื หากเขาตอ้ งรบั การแนะนำใหถ้ กู ทางโดยเขาทำผดิ หลกั ธรรม กแ็ นะนำ
ในจงั หวะอนั ควร หรอื คราวท่คี วรจะให้เขารบั ผลของกรรมตามควรเพ่ือเขาจะได้
ปรับตวั ให้ดีขน้ึ ก็วางใจเปน็ กศุ ลไดไ้ มห่ วน่ั ไหว
สังคหวตั ถุ ๔ หลกั การสงเคราะห์ช่วยเหลอื กัน ได้แก่
1) ทาน การแบ่งปนั เออ้ื เฟือ้ เผื่อแผ่
2) ปยิ วาจา พดู จานา่ รกั นา่ นยิ มนับถอื
3) อัตถจริยา ทำตนใหเ้ ปน็ ประโยชนใ์ นทุกสถานการณ์
4) สมานัตตตา ความมตี นเสมอ รว่ มสขุ รว่ มทกุ ข์

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
62

พระพุทธศาสนา

ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ในกระแสเศรษฐกจิ และสงั คมทเ่ี ปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ และระสำ่ ระสาย
ด้วยปัญหามากมาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสนอทางออกเรียกว่า
“หลักเศรษฐกิจพอเพียง” ที่พระองค์พระราชทานไว้ มีใจความตอนต้นว่า
“เศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ ปรชั ญาชถ้ี งึ แนวการดำรงอยแู่ ละปฏบิ ตั ติ นของประชาชน
ในทกุ ระดบั ต้ังแต่ระดับครอบครัว ระดับชมุ ชน จนถงึ ระดบั รฐั ท้งั ในการพฒั นา
และบริหารประเทศใหด้ ำเนินไปในทางสายกลาง ...” จากนั้นจงึ ตรัสถึงความ
พอประมาณ ความมีเหตุผล และมีระบบภมู คิ ุ้มกนั ในตวั ท่ีดี และเง่อื นไขความรู้
และคณุ ธรรม
ทางสายกลาง ทเ่ี นน้ นบั วา่ ตรงกบั อรยิ มรรคมอี งค์ 8 ซง่ึ เปน็ มชั ฌมิ าปฏปิ ทา
หรือทางสายกลาง นน่ั เอง
ดงั นั้น การท่เี ราปฏบิ ตั ิให้ถูกต้องตามหลกั ของอริยสจั 4 ทว่ี ่าทกุ ขห์ รือ
ปญั หา ใหก้ ำหนดรู้ สมทุ ยั หรอื เหตุแหง่ ทุกขห์ รอื ปญั หา จะต้องละ นโิ รธหรอื
ความดบั ทกุ ข์หรือดบั ปัญหา ต้องทำใหเ้ ข้าถึง และ มรรคหรอื ข้อปฏบิ ัติใหถ้ ึง
ความดบั ทกุ ขห์ รอื แกป้ ญั หา ตอ้ งทำใหเ้ กดิ ขน้ึ ดงั ไดก้ ลา่ วมาแลว้ ในตอนตน้ จงึ เปน็

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
63

พระพุทธศาสนา
การพฒั นาแบบยง่ั ยนื ทส่ี รา้ งความสมั พนั ธท์ ด่ี รี ะหวา่ งมนษุ ย์ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม
ให้ทุกฝ่ายอยู่กันอย่างสมดุล ป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วยดีอย่างถึง
ข้ันรากฐานอย่างแท้จรงิ
ความสำคัญของพระพุทธศาสนานั้น มิได้ขึ้นอยู่กับหลักธรรมที่มี
ความทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์ในทุกยุคทุกสมัยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่
พุทธศาสนกิ ชนท้ังหลายไดร้ ูแ้ จ้ง และนำไปประพฤตปิ ฏบิ ัติใหเ้ กิดประโยชน์ต่อ
ตนเอง อนั จะยังผลให้เกิดความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว และสร้างสังคมที่
สงบสุขไดอ้ ย่างย่งั ยนื ซึง่ จะทำใหเ้ ป็นจริงไดด้ ้วยการทพ่ี ุทธศาสนิกชนมสี ติ หมนั่
ปฏิบัติตามพระปัจฉิมโอวาทท่ีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ก่อนเสด็จ
ปรินิพพาน ที่ทรงเตือนให้ทุกคนทำหน้าที่ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งของตนและผู้อื่น
ให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาท.

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
64



ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอสิ ลาม

ความนำ

คำวา่ “อิสลาม” โดยความเข้าใจสามญั เป็นช่ือศาสนาท่ีเรยี กผู้นับถือวา่
“มสุ ลมิ ” เปน็ คำภาษาอาหรบั ซง่ึ มคี วามหมายเบอ้ื งตน้ วา่ “ผทู้ จ่ี ำนนตอ่ อลั ลอฮ”์
และ “ผู้ที่มีหรือให้สันติ” คำว่าศาสนาตรงกับคำภาษาอาหรับว่า “ดีน” คำว่า
“ศาสนาอิสลาม” เรยี กในภาษาอาหรบั วา่ “ดีนลุ อิสลาม” ผู้ประกาศศาสนาคือ
ศาสดามฮุ มั มดั คมั ภรี ข์ องศาสนาทท่ี า่ นประกาศคอื คมั ภรี อ์ ลั กรุ อาน คำสอนสำคญั
สงู สุดคอื ศรทั ธาในอัลลอฮ์ ผู้ทรงเปน็ พระเปน็ เจา้ พระองคเ์ ดียว
ในโลกปจั จบุ นั ซง่ึ มปี ระชากรกวา่ 6,000 ลา้ นคน มผี นู้ บั ถอื ศาสนาอสิ ลาม
อยูป่ ระมาณ 1,500 ล้านคน หรอื ประมาณ 1/4 ของพลโลก นบั เป็นจำนวนมาก
เปน็ ท่ี 2 รองจากศาสนาครสิ ต์ ประชากรมุสลมิ อาศัยอยู่ท่วั โลกในฐานะประเทศ
มุสลมิ เกอื บ 60 ประเทศ นอกจากน้นั อยู่ในฐานะชนกลุม่ น้อยบ้าง ผู้อพยพลี้ภยั
บ้าง กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก
ศาสดามฮุ มั มดั ถอื กำเนดิ และไดร้ บั คมั ภรี อ์ ลั กรุ อานมาประกาศ 2 ชว่ งเวลา
ชว่ งแรกทน่ี ครมกั กะฮ์ คาบสมทุ รอาหรบั ในปคี รสิ ตศ์ กั ราช 610 หลงั จากประกาศ

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
66

ศาสนาอิสลาม
ศาสนาในนครมกั กะฮเ์ ป็นเวลา 12 ปี ทา่ นศาสดาอพยพไปสูน่ ครมดีนะฮ์ ซ่ึงอยู่
ทางตอนเหนอื ของนครมกั กะฮใ์ นครสิ ตศ์ กั ราช 622 การอพยพเรยี กวา่ “ฮจิ ญเ์ ราะฮ”์
ภายหลงั การอพยพ ทา่ นศาสดาไดร้ บั คมั ภรี อ์ ลั กรุ อานมาประกาศตอ่ ไปอกี เปน็ เวลา
10 ปกี ส็ ิ้นอายใุ นปคี รสิ ตศ์ ักราช 632 เม่อื คมั ภีร์ อลั กรุ อานประทานมาครบถ้วน
สมบรู ณ์ และอสิ ลามกไ็ ดแ้ ผข่ ยายครอบคลุมคาบสมุทรอาหรับ และเรมิ่ แผ่ขยาย
สดู่ ินแดนสว่ นอ่ืนแลว้
การอพยพดังกล่าวเป็นท่ีมาของศักราชอิสลามซึ่งนับต้ังต้นจากปีท่ี
ศาสดามุฮัมมัดอพยพจากนครมักกะฮ์ไปสู่นครมดีนะฮ์ เรียกว่า ฮิจญ์เราะฮ์
ศักราช มไิ ดเ้ ริ่มตน้ จากปที ่ีทา่ นศาสดาสมภพ ท่ที ่านเรม่ิ ประกาศอิสลาม หรอื ท่ี
ทา่ นเสยี ชวี ติ
แมโ้ ดยความเขา้ ใจสามญั อสิ ลามกำเนดิ จากศาสดาในชนชาตแิ ละดนิ แดน
อาหรบั เมอื่ 1,400 กว่าปที ี่ผ่านมา อสิ ลามโดยคำสอนมีความหมายเป็นสากล
เกนิ ขอบเขตบุคคล กลุ่มชน พ้นื ท่ี และกาลเวลาดังทีเ่ ราเขา้ ใจกนั โดยสามัญ ทั้งนี้
เนื่องจากแกนกลางคำสอนของอิสลามนีค้ อื การดำรงอยแู่ ละความผูกพนั ระหว่าง
สง่ิ สูงสุดคอื อลั ลอฮ์ หรอื พระเปน็ เจ้ากับสง่ิ อนื่ ทง้ั มวลซ่งึ มาจากพระองค์
อัลลอฮ์ทรงเป็นผูส้ รา้ งสงิ่ ท้งั ปวง พระองค์ทรงเทดิ มนษุ ย์ให้อยใู่ นฐานะ
“เคาะลฟี ะฮ์” คอื ผปู้ กครองดแู ลสากลจกั รวาลพร้อมกับฐานะดงั กล่าว พระองค์
ประทานความรู้และวิธีประพฤติตนให้แก่มนุษย์ เพื่อมนุษย์จะได้ประพฤติตน
อย่างถูกต้อง บรรลุความดีงามสูงสุด มนุษย์ทุกคนจะต้องรับผิดชอบในการทำ
หนา้ ท่ีนีต้ อ่ พระองค์ หากประพฤติชอบตามส่งิ ทีพ่ ระองคป์ ระทานก็จะไดร้ บั ผลดี
หากละเมดิ หรอื ฝา่ ฝืนกจ็ ะไดร้ บั ผลเสยี ตามขนั้ ตอนของชีวติ ในจกั รวาล ทีอ่ ัลลอฮ์
ทรงวางไว้
ความรู้และวธิ ีประพฤติตนดงั กล่าวจากอัลลอฮอ์ าจจะเรียกวา่ “ศาสนา”
“กฎความดงี าม” “ศลี ธรรม” “กฎแหง่ บาปบญุ คณุ โทษ” “แบบแผนความประพฤต”ิ
“จรยิ ธรรม” “วิถีชวี ิต” ฯลฯ เป็นสงิ่ ท่มี นษุ ยไ์ ดร้ ับมาโดยวิธีท่เี รยี กวา่ “วะฮย์ ”ุ

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
67

ศาสนาอิสลาม

(การตรสั การดลใจ Revelation) คอื การท่อี ลั ลอฮ์ประทานคำสอนทางศาสนา
ผ่านบุคคลท่ีพระองค์ทรงต้ังให้เป็นสื่อศาสนาของพระองค์ซ่ึงมีมาในทุกชนชาติ
ทุกยุคทุกสมัยนับแตม่ มี นษุ ย์คูแ่ รกในโลก
เพราะฉะนน้ั สาระสำคัญของคำภาษาอาหรับวา่ “อัลลอฮ์”“อัลกุรอาน”
“มุฮมั มดั ” “อสิ ลาม” “มุสลิม” เปน็ ตน้ นน้ั จงึ ไมใ่ ชเ่ ร่ืองเฉพาะของบคุ คล กลุ่มชน
หรอื ชนชาติหนง่ึ ชนชาตใิ ด การอุบตั ขิ ึน้ ของศาสนาอิสลามโดยการประกาศของ
ทา่ นศาสดามฮุ มั มดั เมอ่ื 1400 กวา่ ปที ผ่ี า่ นมานน้ั อยใู่ นฐานะเปน็ ประมวลอสิ ลาม
อย่างสมบูรณ์ซึ่งโดยเน้ือแท้เคยเป็นและจะเป็นเรื่องเดียวกันของมนุษย์ทุกคน
ทุกกลมุ่ ชน ในทกุ ท่แี ละทุกเมอ่ื ภายใตภ้ าษาวัฒนธรรมอนั หลากหลาย
ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น งานเขียนนี้จะขอเสนอ
ความรเู้ บอ้ื งตน้ บางประการเกย่ี วกบั อสิ ลามดงั ต่อไปนี้
ความร้เู บือ้ งตน้ เกยี่ วกับคำสอน และหลักการท่ีควรทราบเปน็ พ้นื ฐาน
สำหรบั การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอิสลาม
1. เอกภาพของอลั ลอฮ์ หลกั การสำคญั สงู สดุ ของอสิ ลาม คอื เอกภาพ
หรือความเป็นหน่งึ เดยี วของอัลลอฮ์ หลักขอ้ นี้มีความสำคญั สูงสุด อยใู่ นคำว่า
“ลาอิลาฮะ อลิ ลลั ลอฮ”์ แปลว่า “ไมม่ ีพระเจ้าใดๆ นอกจากอลั ลอฮ์” กล่าวคอื
ไมม่ ีส่ิงใดเป็นพระเป็นเจา้ นอกจากอลั ลอฮ์ และมนษุ ย์ต้องยดึ อลั ลอฮ์เทา่ น้นั เป็น
พระเป็นเจา้ ไมย่ ดึ สง่ิ อ่นื ใดเป็นพระเปน็ เจา้ ซ่งึ หมายความว่า โลก จกั รวาล หรือ
ส่ิงที่ดำรงอยทู่ ง้ั หลายท้ังปวง ทงั้ ทีเ่ รารับรู้ได้และรบั รไู้ มไ่ ดต้ ามปกติมไิ ด้เกิดข้นึ
และดำรงอยู่เอง หากเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงให้มีขึ้น และกำหนดให้เป็นไปด้วย
อำนาจ ปัญญา และความดงี ามสงู สดุ ของพระองคต์ ามทีพ่ ระองคท์ รงประสงค์
ไมม่ สี ง่ิ อน่ื ใดสรา้ งอลั ลอฮ์ หรอื มสี ว่ นสรา้ งและกำหนดสง่ิ ใดๆ รว่ มกบั พระองคเ์ ลย
พระองคท์ รงดำรงอยู่ แมไ้ มม่ สี ง่ิ อน่ื ใด แตส่ ง่ิ อน่ื ทง้ั ปวงเกดิ ขน้ึ และดำรงอยไู่ ดเ้ พราะ
พระองค์ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีสิ่งอื่นใดเป็นพระเจ้า อัลลอฮ์เท่านั้นที่ทรงเป็น

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
68

ศาสนาอิสลาม
พระเป็นเจ้า เป็นพระเป็นเจ้าองค์เดียวเท่านั้น วิถีชีวิตที่ถูกต้องคือการยึดถือ
อัลลอฮ์ เป็นพระเป็นเจ้า ไม่ยึดถอื ส่ิงอนื่ ใดเป็นพระเปน็ เจ้าอีกเลย
คัมภีร์อัลกุรอานระบุไว้ชัดว่าพระองค์ผู้ทรงสูงสุดนี้มิได้มีเพียงแต่
ชอ่ื เรียกวา่ อัลลอฮเ์ ทา่ น้ัน แต่มีชอื่ เรยี กอยา่ งอ่ืนมากมาย ในคัมภรี อ์ ัลกุรอานเอง
มีคำเรยี ก อัลลอฮ์เปน็ อยา่ งอื่นตามคณุ ลักษณะของพระองค์ ท่ีกล่าวถงึ กันมถี ึง
99 พระนาม เช่น อลั คอลิก (พระผู้ทรงสร้าง) อัลฮกั (พระผูท้ รงเปน็ สัจธรรม)
อัลเอาวัล (พระผูท้ รงเปน็ ส่งิ แรก) อัลอาคริ (พระผทู้ รงเปน็ สงิ่ สดุ ทา้ ย) อัลกอ็ ยยมู
(พระผทู้ รงดำรงอยดู่ ว้ ยพระองคเ์ อง) อลั อะลมี (พระผ้ทู รงรอบร้)ู อัลอะซซี
(พระผทู้ รงอำนาจ) อรั เราะห์มาน (พระผทู้ รงกรุณาปรานี) อรั เราะห์ฮีม
(พระผู้ทรงเมตตา) อลั อดั ล์ (พระผทู้ รงยตุ ิธรรม)
ในความเปน็ จรงิ มนษุ ยม์ ภี าษาและวฒั นธรรมอยา่ งหลากหลาย และเรยี ก
สง่ิ เดยี วกนั ดว้ ยภาษาทแ่ี ตกตา่ งกนั ความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งมนษุ ย์
แต่ละคนและระหว่างชนชาติเป็นลักษณะธรรมชาติของมนุษย์ที่อัลลอฮ์ทรง
กำหนดไว้ เพราะฉะนน้ั เพื่อใหศ้ าสดาสามารถสอ่ื ถงึ ชนชาติทัง้ หลายได้ ศาสดา
ที่อัลลอฮ์ประทานมาแกช่ นชาตติ า่ งๆ จงึ เรียกพระองค์ในนามท่ีแตกต่างกนั
โดยมรรยาทเมื่อเอ่ยพระนามอัลลอฮ์ มุสลิมจะกล่าวตามด้วยคำว่า
“ซุบฮานะฮู วะตะอาลา” แปลว่า “ความบริสุทธ์ิยิง่ แดพ่ ระองคผ์ ู้ทรงสงู สดุ ”
2. มนษุ ย์และจกั รวาล มนุษย์มฐี านะเหนือกว่าจักรวาล หรอื ส่งิ สร้าง
อืน่ ใด มนษุ ย์และจกั รวาลมใิ ช่สง่ิ เลื่อนลอย แต่มเี ก่ียวโยงกนั เปน็ ระบบ และมี
เปา้ หมายทแ่ี น่นอนมั่นคงตามการกำหนดของอัลลอฮ์
โลก จกั รวาล ทดี่ ำรงอยู่นับแตอ่ ดตี ตราบจนปัจจบุ นั และอนาคตมวี าระ
สิ้นสุด และเมื่อดับสลายไปแล้วจะเกิดโลกใหม่มาแทนที่ คัมภีร์อัลกุรอานได้
กล่าวย้ำไว้ว่า วันอวสานของโลกนก้ี ำลังใกลเ้ ขา้ มา

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
69

ศาสนาอิสลาม
ชวี ิตมนุษย์แตล่ ะคนน้นั เริม่ ต้นจากสภาพไร้ชวี ติ ก็กำเนดิ ขน้ึ เป็นชีวิตใน
ครรภ์ จากนน้ั กถ็ อื กำเนดิ ขน้ึ มาในโลกน้ี เมอ่ื ตายไปกจ็ ะไปอยใู่ นโลกแหง่ วญิ ญาณ
ท่เี รยี กวา่ โลกสสุ าน หรอื โลกบัรซัค คอื โลกทีค่ ั่นกลางหรือโลกภายหลังการตาย
จากโลกนีไ้ ปตราบจนถงึ วันส้นิ โลก
เม่ือโลกนแ้ี ตกสลายลงในวนั สนิ้ โลก ทกุ ชีวิตจะฟืน้ ข้ึนในโลกใหมเ่ พื่อรบั
การพิพากษาและผลตอบแทนความดีความชั่วหรือบุญบาปที่ตนได้กระทำไว้
ในโลกนใี้ นรปู นรกหรอื สวรรคจ์ ากอลั ลอฮ์
กลา่ วอกี นัยหนึง่ ชีวติ มนุษยไ์ มม่ กี ารดับสูญ การเกิดและการตายเป็น
เพียงการเปลี่ยนสภาพชีวิตไปตามวาระของโลกและจักรวาลในลำดับต่างๆ
ตามกำหนดของอลั ลอฮ์ โดยไมม่ กี ารย้อนกลับ หลังจากการตาย ในโลกนม้ี นุษย์
จะไม่มกี ารหวนกลับมาเกดิ ใหมใ่ นโลกนอ้ี ีก ในโลกน้มี นุษย์ได้รบั อำนาจในระดบั
หน่งึ จากอลั ลอฮ์ใหส้ ามารถเลือกกำหนดชีวิตตนและรับผลตอบแทนทั้งในโลกน้ี
และในโลกหนา้ หลงั จากตายไปแลว้ จนถงึ วนั สน้ิ โลก และตราบชว่ั นริ นั ดร์ มนษุ ย์
ไม่สามารถกระทำความดีความชั่วได้อีก โดยนัยนี้อิสลามจึงมีคำสอนให้มนุษย์
“ใช้ชวี ิตในโลกนีเ้ สมอื นคนแปลกหน้า หรอื คนเดนิ ทาง” “โลกน้เี ปน็ ท่เี พาะปลกู
โลกหน้าเปน็ ที่เก็บเก่ยี ว” “ใชช้ ีวติ เพอ่ื โลกน้ีเสมอื นหนงึ่ ตนจะอย่คู ้ำฟ้า ใชช้ ีวิต
เพือ่ โลกหนา้ เสมอื นตนจะตายพรงุ่ น”ี้
การรับรู้ถึงธรรมชาติที่มาท่ีไปถึงที่สุดอย่างเก่ียวข้องกันเป็นแบบเป็น
แผนท่ีแน่นอนระหว่างชีวิตและจักรวาลภายใต้การกำกับของพระเป็นเจ้าดังท่ี
กล่าวมานนั้ ช่วยใหม้ นุษย์ตระหนักวา่ ชีวิตมีความหมาย มคี ณุ ค่า มีเปา้ หมาย
และมีความหวัง

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
70

ศาสนาอิสลาม

3. ศาสนาอิสลาม คำว่าอิสลามที่เรารู้จักในฐานะศาสนาหนึ่งนั้น
มคี วามหมายตามศัพท์ 2 นยั คอื (1) การจำนน การมอบตน การนอบนอ้ ม
การยอมตาม หรือการเช่อื ฟงั ต่ออัลลอฮ์ (2) สนั ติ ความปลอดภยั ความมน่ั คง
แขง็ แรง ซ่งึ กลา่ วได้ว่าเป็นภาวะปลอดความทกุ ข์ ความหวาดกลัว กล่าวโดยรวม
มนษุ ยแ์ ละสง่ิ ทง้ั ปวงมสี ภาวะอสิ ลามอยโู่ ดยธรรมชาติ เนอ่ื งจากสรรพสง่ิ อยภู่ ายใต้
การสร้างและการกำหนดของอัลลอฮ์ให้อยู่ภายใต้แบบกำหนดบางอย่างตาม
เจตจำนงของพระองค์ เปน็ การจำนนอยา่ งส้นิ เชงิ ไม่สามารถขดั ขนื ได้ ซง่ึ เรามัก
เรียกวา่ กฎธรรมชาติ อยา่ งไรกต็ ามนอกจากมนษุ ย์ตอ้ งเปน็ ไปตามกฎธรรมชาติ
ทอ่ี ัลลอฮท์ รงวางไวแ้ ลว้ มนุษยย์ งั ได้รับกฎเกณฑ์ความประพฤตทิ ี่ดงี ามหรอื กฎ
ศลี ธรรมจากพระองคค์ วบคกู่ นั ไปดว้ ย กฎศลี ธรรมนม้ี ชี อ่ื เรยี กหลายชอ่ื เชน่ ศาสนา
บญั ญตั ศิ าสนา กฎของบาปบญุ คณุ โทษ กฎของการทำดไี ดด้ ี ทำชว่ั ไดช้ ว่ั การปฏบิ ตั ิ
ตามทอ่ี ลั ลอฮ์ทรงกำหนดให้ปฏิบตั ิ และการละเว้นจากสิง่ ทีอ่ ลั ลอฮท์ รงห้าม
กฎธรรมชาติต่างจากกฎศีลธรรมในแง่ที่ว่ามนุษย์ทั้งมวลต้องจำนนต่อ
กฎธรรมชาติอย่างไม่มีทางเลือก ส่วนกฎศีลธรรมนั้นมนุษย์อาจเลือกรับมา
ปฏิบัติตามหรือเลือกปฏิเสธ และจะเลือกอย่างใดก็ต้องรับผิดชอบต่อการเลือก
ของตน หากเลอื กในทางยอมตามหรือเชอื่ ฟงั ก็จะบรรลอุ สิ ลามในความหมายที่ 2
คอื สนั ติ มฉิ ะนน้ั กจ็ ะรบั ผลตรงกนั ขา้ ม กฎธรรมชาตแิ ละกฎศลี ธรรมเปน็ สง่ิ คกู่ นั
มนุษย์ประพฤติปฏิบัติตนตามกฎศีลธรรมที่อัลลอฮ์ประทานให้ ภายใต้ระบบ
ธรรมชาติที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น ทั้งธรรมชาติของตัวมนุษย์เองและของ
ส่งิ แวดลอ้ ม ท้งั น้ี คัมภรี อ์ ลั กรุ อานเรียกศาสนาอิสลามวา่ เป็น “ดีนลุ ฟฏิ ร์” หรอื
ศาสนาแห่งธรรมชาติ ซึ่งอาจพิจารณาได้ว่าบัญญัติทางศีลธรรมของอิสลาม
สอดคล้องกับธรรมชาติของมนษุ ย์และของสงิ่ อืน่ ๆ ในสากลจักรวาล อกี นยั หนึ่ง
สภาวะดงั กล่าวเปน็ สภาวะดั้งเดมิ หรือพืน้ ฐานของมนษุ ย์และจักรวาล อนั มแี กน่
สาระสำคัญอยู่ที่การจำนนของสิ่งท้ังปวงที่ถูกสร้างต่อพระผู้ทรงสร้างอันเป็นนัย
สำคัญของอิสลามนั่นเอง

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
71

ศาสนาอิสลาม

ตามความหมายดงั กลา่ ว ศาสนาอสิ ลามกำเนิดมานบั แตก่ ารสร้างมนษุ ย์
ในจักรวาล มนุษย์มีความสามารถสูงส่งเหนือกว่าสิ่งสร้างอื่นทั้งปวง มนุษย์มี
สตปิ ัญญาและเหตผุ ล แตย่ ังมขี ้อจำกัด มนษุ ยไ์ ม่สามารถรอบรคู้ วามจริงท้ังหมด
อลั ลอฮจ์ งึ ประทานความรเู้ กย่ี วกบั โลก จกั รวาล และกฎศลี ธรรม เพอ่ื ชว่ ยใหม้ นษุ ย์
เอาชนะขีดจำกัดและบรรลุ ภาวะดีงามสงู สดุ ได้ อลั ลอฮพ์ ระองคป์ ระทานอสิ ลาม
ศาสนาให้แก่มนุษย์ทุกกลุ่มชนในทุกยุคสมัย และในชื่อเรียกขานต่างๆ นานา
ศาสนาอิสลามเป็นของอัลลอฮ์ พระองค์ประทานอิสลามแก่มนุษย์ทั้งมวล
ไมจ่ ำเพาะแตท่ า่ นศาสดามฮุ มั มดั และชนชาตอิ าหรบั เทา่ นน้ั เพราะฉะนน้ั มสุ ลมิ และ
นกั วชิ าการอสิ ลามทว่ั ไปในปจั จบุ นั จะไมเ่ รยี กศาสนาอสิ ลามวา่ Mohammedanism
หรอื ลทั ธิมฮุ มั มัด เช่นที่เคยปรากฏในอดตี
ศาสนาอสิ ลาม เปน็ ศาสนาทท่ี รงธรรม ซง่ึ พระองคอ์ ลั ลอฮฺ ทรงรบั ประกนั
สิทธิของผู้ยึดมั่น และสัญญาจะช่วยเหลือแก่ผู้ใดก็ตามที่ยึดถือและปฏิบัติตาม
พระองค์จะทรงยกย่องเขาเหนอื กว่า และดีเด่นกว่าผู้ปฏิเสธศรทั ธา ดังพระองค์
ทรงตรัสวา่
“อลั ลอฮทฺ รงสญั ญาแกบ่ รรดาผศู้ รทั ธาในหมพู่ วกเจา้ และบรรดาผกู้ ระทำ
ความดีทั้งหลายว่า แน่นอน พระองค์จะทรงให้พวกเขาเป็นตัวแทนสืบช่วงใน
แผ่นดิน เสมือนดงั ทีพ่ ระองค์ ทรงให้แก่บรรดาชนก่อนหน้าพวกเขา เปน็ ตวั แทน
สืบช่วงมาก่อนแล้ว และพระองค์จะทรงทำให้ศาสนาของพวกเขาซงึ่ พระองค์ทรง
โปรดปราน เป็นที่มั่นคงเป็นเกียรติแก่พวกเขา และแน่นอนพระองค์จะทรง
เปลี่ยนแปลงให้พวกเขา ได้รบั ความปลอดภยั หลังจากความกลวั ของพวกเขา
โดยท่พี วกเขาจะต้องเคารพภักดขี า้ ไมต่ ัง้ ภาคอี ืน่ ใดตอ่ ข้าและผูใ้ ดปฏเิ สธศรัทธา
หลังจากนน้ั ชนเหล่านัน้ พวกเขาคือ ผู้ฝ่าฝนื (อัน นูร 55)
ศาสนาอสิ ลาม ประกอบดว้ ยหลักการศรทั ธา (อะกดี ะฮ)ฺ หลักกฎหมาย
(ซะรีอะฮ)ฺ ท่สี มบรู ณ์ ดงั นี้
1) บทบญั ญตั ิในเรอ่ื งหลักเอกภาพ (เตาฮดี ) หลกั การตง้ั ภาคคี (ซิริก)ฺ
2) บทบญั ญัตใิ นเรอื่ งความสัจจะ หา้ มการพูดเท็จ พดู โกหก
3) บทบัญญัตใิ นเรอื่ งความยตุ ธิ รรม ห้ามการคิดโกง ฉอ้ ฉล

วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
72


Click to View FlipBook Version