ศาสนาอิสลาม
4) บทบญั ญตั ิในเรื่องความซ่ือสัตย์ ห้ามการบิดพลิ้ว
5) บทบญั ญัตใิ นเรื่องความซอื่ สตั ยต์ อ่ สญั ญา หา้ มการทจุ รติ คดโกง
6) บทบญั ญัตใิ นเรื่องการทำความดีตอ่ บิดา มารดา ห้ามเนรคณุ
7) บทบัญญัติในเรื่องความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ห้ามการตัดญาติ
ขาดมิตร
8) บทบัญญตั ใิ นเรื่องอธั ยาศยั ไมตรีทดี่ งี าม หา้ มกระทำความเลวทราม
สรปุ โดยทั่วไปวา่ อสิ ลาม บัญญัติใชใ้ นเรอ่ื งคุณธรรมจรรยามารยาทท่ี
ดีงาม และห้ามการกระทำสง่ิ ทต่ี ่ำชา้ เลวทรามทั้งหลาย อสิ ลามใช้ให้กระทำและ
สง่ เสริมให้ปฏบิ ตั คิ วามดงี ามทกุ ประการ
4. คมั ภีรศ์ าสนาอสิ ลาม คมั ภีรส์ ูงสดุ ของศาสนาอสิ ลาม คือ คมั ภรี ์
อัลกรุ อาน ซึง่ มาจากรากศัพทท์ ่ีมีความหมายเบื้องตน้ ว่า “รวบรวม” และ “อา่ น”
หรือ “ทอ่ ง” ความหมายทั้งสองบง่ ชวี้ า่ คมั ภรี ์นีเ้ ปน็ ที่รวบรวมสัจธรรมท่ีอัลลอฮ์
ไดป้ ระทานแก่ชนชาตติ ่างๆ
และศาสตรท์ ง้ั มวล ทง้ั ยงั เปน็
คั ม ภี ร์ ท่ี ไ ด้ รั บ ก า ร อ่ า น
การท่องอย่างกว้างขวาง
อัลกุรอาน เป็นพระดำรัส
ของอัลลอฮ์ที่ประทานผ่าน
ทางมลาอิกะฮ์ (angel)
นามว่า ญิบรีล ให้แก่ท่าน
ศาสดามุฮมั มดั เพือ่ ถา่ ยทอด
มายงั มนุษย์ การประทานคัมภรี ์อลั กรุ อานเกิดขึ้นในชว่ งเวลาประมาณ 22 ปแี ห่ง
การประกาศอิสลามของทา่ นศาสดามฮุ ัมมดั ระหว่างปีคริสตศ์ กั ราช 610 - 632
คมั ภรี ์อัลกรุ อานเป็นภาษาอาหรับ รวบรวมเป็นเล่มภายหลังสมยั ศาสดา
คัมภีร์อัลกุรอานเป็นพระดำรัสของอัลลอฮ์อย่างบริสุทธิ์ ไม่ใช่ถ้อยคำ
ธรรมดาของมนษุ ย์ ไมม่ กี ารปรบั ปรงุ แกไ้ ข หรอื สงั คายนา เปน็ บรรทดั ฐานอา้ งองิ
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
73
ศาสนาอิสลาม
ของซุนนะฮ์ หรือหะดีษ และแหล่งคำสอนอื่นๆ ของอิสลาม คัมภีร์อัลกุรอาน
เป็นประมวลแก่นสารและบรรทัดฐานวินิจฉัยศาสนาท่ีอัลลอฮ์ประทานให้แก่
มนษุ ยชาตใิ นทกุ ยคุ ทกุ สมยั ผา่ นศาสนาทตู ทา่ นตา่ งๆ ซง่ึ เรยี กวา่ เราะซลู หรอื นบี
เช่น ประทานคมั ภีรซ์ ะบรู ใหแ้ กน่ บดี าวดู (ดาวิด) คมั ภรี ์เตารอตใหแ้ ก่ นบีมซู า
(โมเสส) คัมภีรอ์ ินญลี ให้แกน่ บอี ซี า (เยซู) เพราะฉะน้นั คมั ภีร์อลั กรุ อานจึงเปน็
คัมภีร์สุดท้าย เป็นศูนย์รวมแห่งศาสตร์ต่างๆ และวิถีชีวิตสำหรับมนุษย์อย่าง
สมบูรณ์ นำมวลมนุษยไ์ ปสู่เปา้ หมายสงู สดุ เดียวกันในจกั รวาล
คมั ภีรอ์ ลั กุรอานประกอบดว้ ยบทตา่ งๆ เรียกวา่ ซูเราะฮ์ จำนวนท้ังสนิ้
114 บท แตล่ ะบทมชี ่ือเรยี กและประกอบด้วยโองการซง่ึ เรยี กวา่ อายะฮ์ จำนวน
มากน้อยไม่เท่ากัน รวมทั้งเล่มมี 6666 กว่าโองการ คัมภีร์อัลกุรอานทั้งเล่ม
ยงั แบง่ เปน็ 30 ภาคสว่ น หรอื ญซุ อ์ ความยาวเทา่ ๆ กนั ในการอา้ งองิ คมั ภรี อ์ ลั กรุ อาน
นิยมบอกลำดบั บทและโองการ เช่น อลั กุรอาน 1:3 หมายถึง อลั กรุ อานบทที่
1 โองการที่ 3 หรือ ซูเราะฮท์ ี่ 1 อายะฮ์ท่ี 3 ซูเราะฮ์ นี้มชี ่อื ว่า “อลั ฟาติฮะฮ”์
หมายถึงบทเปดิ หรือบทเริม่ ตน้
บันทึกคำสอนที่สำคัญรองลงมาจากคัมภีร์อัลกุรอาน คือ อัลหะดีษ
ซึ่งเป็นประมวลสิ่งที่เรียกว่า ซุนนะฮ์ หรือแบบอย่างความประพฤติของท่าน
ศาสดามุฮัมมัดอันประกอบด้วยถ้อยคำ การปฏิบัติตน และท่าทีต่อเรื่องต่างๆ
ของท่าน ซุนนะฮ์เป็นแหล่งความรู้ที่ขยายความคัมภีร์อัลกุรอาน โดยเฉพาะ
อย่างย่งิ ในเร่อื งการประพฤตปิ ฏิบตั ิตนทีถ่ ูกตอ้ งดีงามโดยละเอียด
5. ผ้ปู ระกาศศาสนาอิสลาม ผรู้ บั ศาสนาอิสลามจากพระเป็นเจ้ามา
ประกาศทเี่ รยี กวา่ ศาสดาหรือศาสนทูตน้นั คัมภีร์อลั กุรอานเรียกวา่ เราะซูล
(Messenger) หรอื นบี (Prophet) ซ่ึงมคี วามหมายกว้างๆ ว่า ผสู้ ือ่ สาส์นของ
อัลลอฮ์ หมายถึง ผนู้ ำศาสนาจากอลั ลอฮม์ าสู่มนษุ ย์ หรอื ผู้ประกาศศาสนา
ของอลั ลอฮ์ อลั ลอฮ์ประทานผูป้ ระกาศศาสนาของพระองค์ใหแ้ กท่ ุกชนชาติใน
ทุกยุคสมัยตามภาษาของชนชาตินั้นๆ แก่นสาระสำคัญของศาสนาที่พระองค์
ประทานมา คอื หลกั ความเปน็ หนง่ึ ของพระเปน็ เจา้ ดงั ทก่ี ลา่ วไวข้ า้ งตน้ สายศาสดา
ทม่ี สี บื มาในโลกอยา่ งตอ่ เนอ่ื งนน้ั สน้ิ สดุ ทศ่ี าสดามฮุ มั มดั ซง่ึ เปน็ เราะซลู ทา่ นสดุ ทา้ ย
ตราบจนวนั สน้ิ โลก ทา่ นไดช้ อ่ื วา่ เปน็ ตราประทบั แหง่ ปวงศาสดา (เคาะตะมนุ นบยี นี )
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
74
ศาสนาอิสลาม
โดยมรรยาท เมื่อกล่าวนามศาสดามุฮัมมัด มุสลิมจะกล่าวคำว่า
“ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม” ซึ่งแปลว่า “ขออัลลอฮ์ทรงโปรดประทาน
เมตตาและสนั ติแก่ทา่ น” มกี ารใชอ้ กั ษรย่อสำหรับคำกล่าวนวี้ ่า ซ.ล. หรอื ศอ็ ลฯ
เชน่ นบีมุฮัมมัด(ซ.ล.) หรือ นบมี ฮุ มั มัด ศ็อลฯ สำหรับศาสดาทา่ นอ่ืนเมื่อเอ่ย
นามใหก้ ล่าวตามด้วยคำว่า “อะลัยฮิสสลาม” ซงึ่ แปลว่า “ขอสนั ตจิ งมีแดท่ า่ น”
มกี ารใชอ้ กั ษรย่อว่า อ.ล.
6. ผนู้ บั ถอื ศาสนาอสิ ลาม คมั ภรี อ์ ลั กรุ อานเรยี กผนู้ บั ถอื ศาสนาอสิ ลาม
เรยี กว่า “มสุ ลิม” หรือ “มุอ์มนิ ” คำว่ามุสลมิ ผนั มาจากรากศพั ท์เดียวกบั คำวา่
อิสลาม เพราะฉะนนั้ มสุ ลมิ จึงหมายถงึ “ผ้จู ำนน มอบตน นอบนอ้ ม หรือเช่อื ฟงั
ตอ่ อลั ลอฮ์” และหมายถึง “ผูม้ ีหรอื ผใู้ หส้ ันติ ความปลอดภัย หรือ ความม่นั คง
แข็งแรง” คำวา่ มุสลมิ เป็นเอกพจนเ์ พศชาย ถ้าเป็นหญงิ เรยี กว่า มุสลิมะฮ์
ส่วนคำว่า มอุ ม์ นิ แปลวา่ ผ้ศู รัทธา หรอื ศรัทธาชน หมายถงึ ผูม้ คี วามเช่อื มน่ั ตาม
คำสอนของอิสลาม กล่าวโดยรวม มสุ ลิมหรอื มอุ ์มินโดยสมบรู ณห์ มายถึงผ้ทู ีม่ ที ัง้
ความเชื่อม่ัน กล่าวยนื ยนั ในสิ่งทต่ี นเช่อื ม่ัน และ ปฏิบตั ิตามความเช่ือน้ัน
7. องคป์ ระกอบหลกั 3 ประการของอสิ ลาม อสิ ลามมอี งคป์ ระกอบ
หลกั 3 ประการ ไดแ้ ก่ หลกั ศรทั ธา (อรั กานลุ อมี าน) 6 ประการ ประกอบดว้ ย
ศรัทธาในอัลลอฮ์ ศรัทธาในบรรดามลาอิกะฮ์ ศรัทธาในบรรดารอซูล ศรัทธา
ในคัมภีร์ของพระองค์ ศรัทธาในโลกหน้า และในการกำหนดของอัลลอฮ์
หลักปฏิบัติหรือหลักอิสลาม (อัรกานุลอิสลาม) 5 ประการ ประกอบด้วย
การปฏิญาณตน การละหมาด การถือศีลอด การบริจาคทาน จนถึงการ
บำเพ็ญฮัจญ์ และหลักคุณธรรม (อัลอิหซ์ าน) เป็นการใชช้ ีวิตอยา่ งดีงามด้วยการ
รำลกึ ถงึ อัลลอฮอ์ ยู่ทุกขณะ นน่ั คอื “การเคารพภกั ดตี อ่ อัลลอฮเ์ สมือนเราเหน็
พระองค์ และ พระองค์ทรงเหน็ เราอยู่”
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
75
ศาสนาอิสลาม
องคป์ ระกอบทั้ง 3 ของอิสลามเป็นหลกั พน้ื ฐานของชีวิตมุสลมิ เป็นท่ีต้ัง
ของความประพฤตอิ ยา่ งอน่ื ๆ ทกุ ดา้ นไมว่ า่ จะเปน็ ดา้ นการศกึ ษา เศรษฐกจิ สงั คม
การเมอื ง ฯลฯ องคป์ ระกอบหลกั ทง้ั 3 และวถิ ชี วี ติ ทกุ ดา้ นครอบคลมุ การประพฤติ
ปฏบิ ตั ขิ องมนษุ ยต์ อ่ พระเปน็ เจา้ ตอ่ ตนเอง ตอ่ ผอู้ น่ื และตอ่ สง่ิ สรา้ งอน่ื ๆ ทง้ั หมด
ของพระเปน็ เจา้ ทง้ั ทอ่ี ยใู่ นและอยนู่ อกเหนอื ธรรมชาตทิ ม่ี นษุ ยร์ บั รใู้ นประสบการณ์
ธรรมดา
คำสอนด้านตา่ งๆ ทั้งจากคมั ภีร์อัลกรุ อาน และ อลั หะดษี หรอื ซนุ นะฮ์
ไมว่ า่ จะเปน็ ในดา้ นหลกั การและรายละเอยี ด อนั วา่ ดว้ ยความรแู้ ละวธิ ปี ระพฤตติ น
รวมทง้ั เกณฑท์ บ่ี ง่ ชค้ี วามผดิ ชอบชว่ั ดใี นความประพฤตทิ กุ ดา้ น ยงั ผลใหใ้ นอสิ ลาม
ไม่มกี ารแยกศาสนาจากเรอื่ งทางโลก ทกุ อยา่ งเป็นศาสนา ศาสนาเป็นทกุ อย่าง
ซ่ึงเปน็ มาตรฐานเดยี วกนั สำหรับมุสลมิ ไมว่ ่าหญิงหรอื ชายโดยเสมอกนั
เพราะฉะนน้ั ขอ้ ปฏบิ ตั ติ า่ งๆ ทง้ั 4 ทจ่ี ะกลา่ วถงึ ตอ่ ไปในสว่ นของอสิ ลาม
ถือว่าเป็นวิถีชีวิตของมุสลิมทุกคน ข้อแตกต่างมีอยู่บ้างก็เป็นส่วนปลีกย่อยตาม
ควรแก่เพศและวัยเทา่ น้ัน
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
76
ศาสนาอิสลาม
ข้อปฏิบัติในชวี ิตประจำวนั
การปฏบิ ัติตนของมสุ ลิมหรือผู้ทน่ี บั ถอื ศาสนาอิสลาม มีรากฐานมาจาก
หลักศรทั ธา 6 ประการ ไดแ้ กศ่ รัทธาใน (1) พระเปน็ เจ้าองคเ์ ดียวคืออัลลอฮ์
(2) มลาอกิ ะฮ ์ (ตรงกบั ภาษาองั กฤษวา่ angel มผี แู้ ปลวา่ ทตู สวรรคบ์ า้ งเทวทตู บา้ ง
ซ่ึงอาจส่ือความหมายอยา่ งคลาดเคลอ่ื น) (3) คัมภีร ์ (4) ศาสดาหรือศาสนทูต
(นบี หรอื เราะซูล) (5) โลกหนา้ และ (6) การกำหนดของอลั ลอฮ์ ข้อปฏิบตั ิตน
ทางศาสนาอสิ ลามครอบคลุมชีวิตทุกด้าน ทงั้ ดา้ นศาสนพธิ ี การศึกษา เศรษฐกิจ
สังคม การเมอื งการปกครอง ฯลฯ ทง้ั น้ี การปฏิบตั ิตนพ้นื ฐานคู่กบั หลกั ศรัทธา
ดงั กลา่ ว ไดแ้ ก ่ หลกั ปฏบิ ตั ิ 5 ประการ ซง่ึ ประกอบดว้ ย (1) การกลา่ วปฏญิ าณตน
(กะลมี ะฮ์ ชะฮาดะฮ)์ ทว่ี า่ “อชั ฮะดุ อนั ลาอลิ าฮะ อลิ ลัลลอฮ์ วะอัชฮะดุ อันนะ
มุฮัมมะดัร เราะซูลุลลอฮ์” (ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจาก
อัลลอฮ์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า มุฮัมมัด เป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์)
(2) การละหมาด (3) การถอื ศลี อด (4) การบรจิ าคซะกาต หรอื การจา่ ยทรพั ย์
ตามกำหนดใน 8 ทาง ได้แก่ คนยากจน คนอนาถา เจ้าหน้าที่จัดการซะกาต
(อัลอามิล) ผู้มีแนวโน้มเข้ารับ หรือเพิ่งเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม การไถ่ทาส
และเชลย การปลดเปลื้องหนี้ให้แก่ผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ผู้ที่ดำรงไว้ในทางของ
อลั ลอฮ์ และผู้เดินทางท่ปี ระสบปัญหา (5) การประกอบพิธีฮจั ญ์ ณ นครมักกะฮ์
ประเทศซาอุดิอาระเบีย ในเดือนที่ 12 เดือนซุลฮิจยะห์ของปฏิทินจันทรคติ
อสิ ลาม
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
77
ศาสนาอิสลาม
ขอ้ ปฏิบตั ติ นของมุสลิมในชวี ติ ประจำวนั ทเี่ ลือกยกมากล่าวมดี ังตอ่ ไปนี้
1. การละหมาด (หรือนมาซ) เป็นการแสดงความเคารพสักการะ
อัลลอฮ์ ภาษาอาหรับเรียกว่า “เศาะลาฮ์” การละหมาดมีทั้งประเภทบังคับ
ประเภทสมคั รใจ ประเภททก่ี ระทำรว่ มกนั และทก่ี ระทำเปน็ เอกเทศ มวี ตั ถปุ ระสงค์
และรูปแบบต่างๆ โดยทั่วไปหลักการและวิธีปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกันสำหรับ
มุสลมิ ทงั้ ชายและหญิง กลา่ วคือ ประกอบด้วยการชำระร่างกายท่เี รียกว่าวฎุ อู ์
การประกาศเชญิ ชวนใหล้ ะหมาด หรือ อะซาน การประกอบอิริยาบถยืน โคง้
กราบ พร้อมอ่านขอ้ ความคมั ภรี อ์ ลั กุรอาน และดุอาอ์ (การขอพร คำขอพร) โดย
ผลู้ ะหมาดหนั ไปทางทศิ กบิ ละฮ์ หรอื กบิ ลตั คอื หนั ไปทางทต่ี ง้ั ของวหิ ารกะอบ์ ะฮ์
ในนครมักกะฮ์ การละหมาดส่งเสริมให้กระทำร่วมกันเป็นกลุ่ม (ญะมาอะฮ์)
ในการละหมาดรว่ มกนั มีบคุ คลหนง่ึ ทำหน้าที่ ผนู้ ำละหมาด เรียกวา่ อิมาม หรอื
อิหมา่ ม
ละหมาดทม่ี สุ ลมิ มหี นา้ ทป่ี ฏบิ ตั ปิ ระจำวนั คอื ละหมาด 5 เวลา ซง่ึ ไดแ้ ก่
เวลา (1) ย่ำรงุ่ (ศุบห)์ (2) บ่าย (ซฮุ ร)์ (3) เยน็ (อศั ร)์ (4) พลบคำ่ (มัฆริบ)
และ (5) กลางคนื (อชิ าอ์) หากไมส่ ะดวกเน่ืองจากความเจ็บป่วย การเดนิ ทาง
ข้อจำกัดดา้ นสถานที่ ผอ่ นผันให้ปฏบิ ตั โิ ดยย่อ ลดอิริยาบถ ควบรวม หรอื ชดเชย
ภายหลงั ตามเง่ือนไข
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
78
ศาสนาอิสลาม
2. ดุอาอ์ (การขอพร หรือคำขอพร) พระเป็นเจ้าได้ทรงบัญญัตไิ ว้วา่
“สเู จ้าจงขอแลว้ พระองค์จะประทานให้” ดุอาอถ์ ือเปน็ ความจำเป็น เพื่อเแสดง
ออกถงึ การรำลกึ ถงึ อลั ลอฮ์ และเฉพาะพระองคเ์ ทา่ นน้ั ทท่ี รงสทิ ธต์ิ อบสนองหรอื
ไม่ตอบสนองคำขอ อิสลามสอนใหอ้ า่ นดุอาอ์เวลากอ่ นเขา้ นอนและเมื่อต่นื นอน
ก่อนและหลังดื่มน้ำ ก่อนและหลัง
รบั ประทานอาหาร หลงั การหาว ไอ และ
จาม เม่อื เข้าและออกจากมัสยดิ กอ่ น
ออกจากบา้ น ขณะขับข่ยี านพาหนะ
เมอ่ื ฝนั รา้ ย ประสบเหตอุ นั นา่ สะพงึ กลวั
ตื่นตาตื่นใจ คับขัน ต้องการความ
ช่วยเหลือ และในวาระต่างๆ อีก
มากมาย เช่น การขอพรให้แก่บิดา
มารดาวา่ “อ้ลั ลอฮุมมัคฟริ ลี วา่ ลวิ าลิ
ดัยยะวัรฮัมฮุมา ก่ามารอบบ่ายานี
ซอ่ ฆีรอ” (โอ้อัลลอฮ์ ขอไดท้ รงโปรด
อภัยโทษให้แก่ฉันและแก่บิดามารดา
ของฉนั และทรงโปรดเมตตาทา่ นทง้ั สอง
ดงั ท่ที ่านทั้งสองไดเ้ ลี้ยงดูฉันในวัยเยาว์)
3. การรักษาความสะอาด อิสลามเน้นการรักษาความสะอาดทั้ง
กายใจ สังคม และสง่ิ แวดล้อม ดงั เช่น การมใี จจดจ่อรำลึกถงึ อลั ลอฮ์ (ซกิ รุลลอฮ)์
เปน็ การชำระและป้องกนั จิตใจจากความรสู้ กึ นกึ คิดที่เสอ่ื มเสยี การละหมาดเป็น
มาตรการสำคญั อยา่ งหนึ่งในการกำกบั ตนให้จดจอ่ ผูกพันกบั อลั ลอฮ์ รักษาความ
สะอาดของร่างกาย และสถานที่ พร้อมชำระและป้องกันสังคมจากความ
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
79
ศาสนาอิสลาม
ผิดศีลธรรม ตามบัญญัติสิ่งขับถ่ายบางอย่าง เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ โลหิต
ประจำเดอื น นำ้ ลายสนุ ขั จดั เปน็ สง่ิ เปอ้ื น หรอื นะญสิ ทจ่ี ะตอ้ งเอาใจใสร่ ะมดั ระวงั
และชำระเป็นพิเศษ โดยการใชน้ ำ้ สะอาดเปน็ หลกั จะใชส้ ิ่งอ่ืนแทน เม่ือจำเป็น
เท่าน้นั นอกจากนัน้ ยงั มขี อ้ บญั ญัติให้ระมัดระวงั รักษาความสะอาดของเส้อื ผ้า
อาหาร อวยั วะรา่ งกาย และสง่ิ แวดลอ้ มท่วั ไป เช่น แม่นำ้ ลำคลอง ท่อี ยู่อาศยั
และการสัมพนั ธ์กนั ในสังคม
4. การแต่งกาย อสิ ลามต้องการให้บคุ คลและสังคมเปน็ ปกตสิ ขุ ด้วย
ความสำรวมตน ความละอาย การแสดงฐานะเป็นผู้ยึดมั่นในศาสนา และการ
ปิดกั้นทางสู่การล่วงละเมิดทางเพศจึงมีบัญญัติให้ เพศชายต้องปกปิดร่างกาย
อย่างน้อยตั้งแตส่ ะดอื จนถงึ หัวเขา่ ห้ามใสผ่ า้ ไหม หา้ มใสท่ องคำ เพศหญงิ ต้อง
ปกปิดร่างกายทงั้ หมดและคลมุ ศีรษะ เปดิ เผยไดเ้ ฉพาะใบหนา้ และมือทง้ั สองขา้ ง
ส่วนของเรือนร่างทต่ี อ้ งปกปดิ เรยี กว่า เอาเราะฮ์ การปกปดิ รวมถงึ การไม่สวมใส่
เสอ้ื ผ้าท่สี ายตามองผ่านได้ หรือท่ีรดั รูป
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
80
ศาสนาอิสลาม
5. อาหารการกิน อสิ ลามคำนงึ ถงึ เร่ืองสขุ ภาพ การรกั ษาความชดั เจน
ของสงั คมวฒั นธรรม และการดำรงรกั ษาทรัพยากร จงึ วางข้อจำกัดการบรโิ ภค
ด้วยการวางบัญญตั เิ ชงิ กฎหมาย จรยิ ธรรม และกิริยามารยาทไว้ เชน่ จำแนก
ระหว่างสิ่งต้องห้าม (หะรอม) กบั สิง่ อนุมตั ิ (หะลาล) ก่อนรับประทานอาหารให้
กลา่ ววา่ “บสิ มล้ิ ลาฮริ เราะหม์ านริ รอ่ ฮมี ” (ดว้ ยพระนามของอลั ลอฮ์ ผทู้ รงกรณุ า
ผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ) และสิน้ สดุ การรบั ประทานอาหารดว้ ยการขอบคณุ
อัลลอฮว์ ่า “อลั้ ฮัมดุลิ้ลลาฮ”์ (มวลการสรรเสรญิ เป็นของอัลลอฮ์) รบั ประทาน
อาหารรว่ มกนั รบั ประทานแตพ่ ออม่ิ ไมเ่ หลอื ท้ิงขวา้ งอาหาร ไม่รบั ประทาน
อาหารขณะเดนิ ยืน นอน ไม่รบั ประทานอาหารด้วยมอื ซา้ ย สิง่ ตอ้ งห้ามบริโภค
ไดแ้ ก่ สกุ ร สุนขั สตั ว์ท่ีตายเอง สรุ า เครือ่ งด่ืมท่มี แี อลกอฮอล์ ส่ิงเสพติดทุกชนิด
อาหารทไี่ ดม้ าโดยไมส่ ุจรติ เปน็ ตน้ ส่วนอาหารทีอ่ นุมตั ิ (หะลาล) ไดแ้ กอ่ าหาร
ทะเล หรือสตั วน์ ้ำ และสตั ว์เลอื ดอุ่นทีไ่ ม่ตอ้ งหา้ ม เช่น เป็ด ไก่ ววั ควาย แพะ
แกะ นก ทั้งนี้ สัตว์เลือดอ่นุ จะเป็นอาหารท่หี ะลาลได้ต้องผ่านการเชือดด้วย
การเอย่ พระนามพระเป็นเจา้ โดยมุสลมิ หรอื ชาวคมั ภีร์ (ชาวยวิ และชาวคริสต์)
มฉิ ะนั้นจะเปน็ อาหารต้องห้าม (หะรอม) นอกจากการเลือกบริโภค แต่อาหาร
ท่ีอนมุ ัติ (ฮะลาล) คัมภรี ์อลั กรุ อานยังแนะนำใหเ้ ลอื กบรโิ ภคส่งิ ท่ีดมี ีประโยชน์
(ฏ็อยยบิ ) อาหารต้องห้ามเปน็ ที่อนมุ ัตเิ ฉพาะ เม่อื มสุ ลมิ ตกอยู่ในสภาวะจำเปน็
เพอ่ื ความอยรู่ อดปลอดภยั
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
81
ศาสนาอิสลาม
6. การทักทาย การทักทายเปน็ การแสดงมนษุ ยสมั พันธ์ และมรรยาท
ทด่ี ตี อ่ กนั อยา่ งหนง่ึ ทอ่ี สิ ลามใหค้ วามสำคญั เมอ่ื พบกนั ใหก้ ลา่ วสลาม (ความสนั ต)ิ
โดยกล่าววา่ “อสั สลามุอะลมั กมุ (ขอความสันติจงประสบแด่ท่าน) และผู้ตอบ
ต้องกลา่ วว่า “วะอะลยั กมุ ุสสลาม วะเราะหม์ ะตลุ ลอฮ”์ (ขอความสันต ิ
และความเมตตาของอลั ลอฮ์ จงประสบแด่ทา่ น) ซง่ึ มุสลมิ มกั กล่าวสนั้ ๆ เพียงวา่
“วะอะลัยกมุ ุสสลาม” (ขอความสนั ติจงประสบแต่ท่านเช่นกัน) พรอ้ มกล่าวทัก
ให้สัมผัสมือแสดงออกถึงความจริงใจต่อกัน โดยเฉพาะเพศชายสัมผัสมือกับ
เพศชาย สว่ นเพศหญงิ สัมผัสมือกบั เพศหญิง
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
82
ศาสนาอิสลาม
ข้อปฏบิ ัติในช่วงเปลีย่ นผา่ นของชวี ติ
ในเวลาของชีวิตนับแต่เกิดจนตาย มนุษย์ผ่านวัยและเหตุการณ์ต่างๆ
อิสลามได้วางข้อปฏิบัติให้แก่มุสลิมทั้งที่เป็นลักษณะครอบคลุมตลอดชีวิต
และที่เป็นลักษณะเฉพาะวัย และเฉพาะเหตุการณ์ที่มุสลิมประสบ ในที่นี้จะ
กล่าวถึงเฉพาะข้อปฏิบัติอย่างหลัง ว่าด้วย การเกิด คิตาน (การขลิบปลาย
อวัยวะเพศ) การศกึ ษา การแตง่ งาน การครองเรือน การเจ็บปว่ ย และการตาย
โดยสงั เขปดังตอ่ ไปน้ี
การเกิด
เมื่อทารกถือกำเนิดจากครรภ์แม่ส่ิงท่ีส่งเสริมให้ปฏิบัติก่อนอ่ืนคือ
การให้ผู้ปกครองเด็ก หรือผู้ที่เป็นที่
เคารพ เปล่งคำอะซาน ทห่ี ูขวา และ
อิกอมะฮ์ ท่ีหูซ้ายของทารก อะซาน
เป็นคำป่าวประกาศเชิญชวนละหมาด
อิกอมะฮ์ เป็นคำกล่าวเรียกลุกยืนขึน้
ละหมาด สาระสำคญั ที่กลา่ วเนน้ ยำ้ ใน
คำกลา่ วทง้ั 2 คอื การยนื ยนั ความยง่ิ ใหญ่
และการเป็นพระเป็นเจ้าพระองค์เดียว
ของอลั ลอฮ์ ไมม่ ีสง่ิ อื่นใดเป็นพระเจา้
นอกจากพระองค์เท่าน้นั และมุฮัมมัด
เป็นศาสนทตู (เราะซูล) ของพระองค์
ในวันที่ 7 นับตั้งแต่วันที่ทารกเกิด
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
83
ศาสนาอิสลาม
หากผู้ปกครองมีความสามารถก็ให้ทำอะกีเกาะฮ์ คือ การเชือดแพะหรือแกะ
ทำเปน็ อาหารเลย้ี งฉลอง 2 ตวั ในกรณที ารกเพศชาย และ 1 ตวั ในกรณที ารก
เพศหญงิ ประกอบกบั การตง้ั ชอ่ื การโกนผมไฟ และการปอ้ นอนิ ทผลมั ใหแ้ กท่ ารก
คติ าน (การขลบิ หนงั หุม้ ปลายอวยั วะเพศ)
คติ าน เป็นคำภาษาอาหรับ มักเรยี กกันโดยทวั่ ไปในประเทศไทยเปน็
อย่างอ่นื เชน่ “เขา้ สหุ นัต” “ตัดสหุ นัต” “เปน็ แขก” ตามหลักการอิสลาม เมอื่
เดก็ ชายเกดิ มาใหข้ ลบิ หนงั หมุ้ ปลายอวยั วะเพศเพอ่ื เปน็ ไปตาม ซนุ นะฮ์ (จรยิ าวตั ร)
ของท่านนบมี ุฮมั มดั ดังทท่ี า่ นกลา่ วว่า “แท้จรงิ ซนุ นะฮข์ องฉนั และของบรรดา
นบกี อ่ นแต่งงาน คอื คติ าน แปรงฟัน และใสน่ ้ำหอม” ผปู้ กครองจะพิจารณาว่า
เมื่อใดสมควรทำคิตานให้แกเ่ ด็กจากความพร้อมด้านรา่ งกาย จิตใจของเดก็ และ
ความพร้อมของหมอผูผ้ า่ ตัด เปน็ ต้น คติ านนอกจากมคี วามสำคัญตอ่ วัฒนธรรม
ทางศาสนา ยังมปี ระโยชน์ตอ่ ชีวิตครอบครวั การกั ษาความสะอาด การป้องกัน
โรคภยั ไขเ้ จบ็ ตา่ งๆ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ มะเรง็ ในระบบสบื พนั ธขุ์ องทง้ั ผชู้ ายและผหู้ ญงิ
การศึกษา
การศึกษา และการจัดการศึกษา นับเป็นสงิ่ จำเป็นพ้นื ฐานสำหรบั มสุ ลิม
ทั้งชายและหญิง คัมภีร์อัลกุรอานโองการแรกที่พระเจ้าประทานลงมาเป็น
เรื่องการแสวงหา และการให้ความรู้
ความเข้าใจ ความรู้เป็นพื้นฐานของ
ความดแี ละคา่ ของมนษุ ย์ ทา่ นนบมี ฮุ มั มดั
แนะนำให้มกี ารศกึ ษา ต้ังแตเ่ ปลจนถงึ
หลุมศพการศึกษาครอบคลุมทั้งในเร่อื ง
ท่เี รยี กว่า “ทางศาสนา” และวิชาการ
ทว่ั ไปพระเปน็ เจา้ ทรงตำหนิ ผมู้ คี วามรทู้ ่ี
ไมป่ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นดงี ามตามความรทู้ ม่ี ี
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
84
ศาสนาอิสลาม
การแต่งงาน
การแต่งงานเป็นการผูกพันสัมพันธ์เพ่ือสร้างและดำเนินชีวิตครอบครัว
ระหว่างชายหญิง เรียกว่า นิกาห์ ของชายหญิงที่ร่วมศรัทธาเดียวกัน คือ
ชายมุสลิมกับหญิงมุสลิม หรือชายมุสลิมกับหญิงชาวคัมภีร์ (อะฮ์ลุลกิตาบ)
ซึ่งหมายถงึ ชาวยิว และชาวคริสต์ ท้งั น้ีการแต่งงานประกอบด้วยความสมคั รใจ
ของทัง้ 2 ฝ่าย การยินยอมของผู้ปกครองหญิง มะฮรั (ของมีค่าท่ีชายใหแ้ ก่หญงิ )
การประกาศต่อพยาน การใหโ้ อวาทแกค่ ูบ่ ่าวสาว (คฏุ บะฮ์นกิ าห์) และการเล้ยี ง
ฉลอง (วะลีมะฮ์) อิสลามหา้ มเพศสมั พันธ์นอกสมรส เน้นการสำรวมทางเพศ
แต่ส่งเสริมการแต่งงาน ซึ่งถือว่าเป็นการยึดตามอย่างชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัด
การแต่งงานช่วยยับยั้งการละเมิดทางเพศ และทำให้ศาสนธรรมพัฒนาจิตขั้น
มนษุ ยอ์ ยา่ งสมบรู ณ์ ผทู้ ค่ี วรเลอื กเปน็ คคู่ รอง คอื ผทู้ ม่ี ศี าสนา คณุ ธรรมเปน็ สำคญั
การครองเรอื น
การครองเรอื น คอื การใชช้ วี ติ ครอบครวั ของชายหญงิ คสู่ มรสซง่ึ รวมไปถงึ
ทายาท และเครอื ญาติ ซง่ึ อสิ ลามไดบ้ ญั ญตั สิ ทิ ธิ หนา้ ท่ี ความรบั ผดิ ชอบระหวา่ งกนั
โดยทั่วไปสามี ภรรยา มีสถานภาพเท่ากันในฐานะศรัทธาชนที่สามารถบรรลุ
เปา้ หมายสงู สดุ ของชวี ติ แต่มีบทบาท หน้าทบ่ี างอย่างต่างกัน ผูช้ ายมีหน้าที่
รบั ผิดชอบหาปัจจัยที่อลั ลอฮป์ ระทานใหม้ าเลีย้ งครอบครวั ผหู้ ญงิ มีหนา้ ทด่ี แู ล
บริหารจัดการภายในครอบครัวด้วยปัจจัยท่ีอัลลอฮ์ประทานมาให้แก่ตนผ่านทาง
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
85
ศาสนาอิสลาม
สามผี มู้ หี น้าที่หาปจั จยั น้นั มาให้เพราะฉะนั้นปกตผิ ูช้ ายมกั จึงทำภารกิจนอกบ้าน
หญิงทำภารกิจในบ้าน ผู้ชายมิได้เป็นใหญ่กว่าผู้หญิงเพราะการหาเลี้ยงชีพตน
และผหู้ ญงิ และผหู้ ญิงมิไดด้ ้อยกว่าชายเพราะได้รับการเลย้ี งดจู ากผชู้ าย ปัจจยั
ยังชีพทงั้ หมดไมไ่ ดเ้ ปน็ ของใครนอกจากอัลลอฮ์ วธิ ีหา จัดสรร และใช้ปจั จยั
ก็ข้ึนอยู่กับการกำหนดของพระเป็นเจ้าผู้ทรงเป็นเจ้าของชีวิตและปัจจัยที่แท้จริง
อิสลามไม่ไดห้ ้ามหญิงออกนอกบา้ น เพยี งแตม่ ขี อ้ ปฏบิ ตั บิ างอย่างเพ่อื คมุ้ ครอง
ผหู้ ญิงเอง และสงั คม เวลาที่ผ้หู ญิงออกนอกบา้ น เชน่ การแตง่ กายอยา่ งมิดชดิ
การมีสามหี รอื ญาติพี่นอ้ งปกปอ้ งดูแล
การเจ็บปว่ ย
โรคภัยไข้เจ็บเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงให้มีขึ้น มีคำสอน
มากมายเกย่ี วกบั การเจบ็ ปว่ ยโดยตรงดงั นเ้ี ปน็ ตน้ โรคทกุ โรคมวี ธิ รี กั ษา หากรกั ษา
ถกู ทางโรคก็จะหายโดยอนุมัติของอัลลอฮ์ ร่างกายมสี ทิ ธเิ หนอื บุคคล กล่าวคือ
เมือ่ ร่างกายเจ็บปว่ ยบคุ คลผเู้ ปน็ เจา้ ของรา่ งกายมีหน้าท่รี กั ษา และขอดุอาอ์ตอ่
อัลลอฮ์ให้หายจากโรค จะปล่อยปละละเลยมิได้ นอกจากนั้นยังเน้นย้ำให้มี
การชว่ ยเหลือดแู ล เยี่ยมเยียนกัน ขอดุอาอ์ และใหก้ ำลงั ใจกนั ในยามเจ็บป่วย
ท่านนบมี ุฮัมมดั ได้กำชบั ไว้ว่า “จงเลยี้ งผหู้ ิวโหย เยี่ยมคนไข้ และปล่อยเชลย”
(บคุ อร)ี นอกจากนน้ั ความทกุ ขย์ ากเนอ่ื งจากความเจบ็ ปว่ ยเปน็ เหตใุ หอ้ ลั ลอฮท์ รง
อภัยบาปให้แก่ผู้ป่วย ผู้ปว่ ยแมจ้ ะทกุ ข์ยากเพยี งใดตอ้ งไม่คิดสัน้ ไม่ทำลายตัวเอง
แตใ่ หก้ ลา่ ววา่ “แทจ้ รงิ เราเปน็ ของอลั ลอฮ์ และแทจ้ รงิ เราเปน็ ผกู้ ลบั ไปยงั พระองค”์
(อลั กรุ อาน 2: 155-156)
กรณีวาระสุดท้ายของชีวิต มีหลักฐานคำสอนให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน
บางบทให้แก่ผู้ป่วย และให้ผู้ป่วยกล่าวคำว่า “ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์” (ไม่มี
พระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮ์) ท่านศาสดามุฮัมมัด กล่าวว่า “ใครก็ตามที่
คำสุดทา้ ยคอื “ลาอิลาฮะ อวิ ลลั ลอฮ”์ เขาจะไดเ้ ขา้ สวรรค”์ (อบดู าวดู )
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
86
ศาสนาอิสลาม
การตาย
ผ้ทู ่เี สยี ชีวิต หรอื ศพ เรยี กว่า มยั ยติ หรือ ญะนาซะฮ์ มสุ ลิมตอ้ งให้
ความเคารพต่อศพ ไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นมุสลิมก็ตาม ห้ามทำร้ายศพ
ห้ามประจานศพ สำหรับผูต้ ายทเ่ี ป็นมุสลิม มีบัญญตั ิใหท้ ำพิธศี พโดยเร็ว ซึง่ ปกติ
หากไม่มีเหตุจำเป็นจะกระทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาไมเ่ กิน 1 วัน (24 ชว่ั โมง)
หลงั จากการเสียชีวิต ข้อปฏบิ ัติสำคญั ของงานศพ คอื การประกอบพิธลี ะหมาด
ญะนาซะฮ์ คอื การละหมาดขอพร (ดุอาอ์) ใหแ้ กผ่ ตู้ ายซง่ึ มกั กระทำที่มสั ยดิ
และการนำศพไปฝังในหลมุ ที่กบุ ูร (กุโบร์ หรอื สุสาน) กอ่ นการปฏิบตั ิดงั กล่าว
กม็ ีการชำระ หรืออาบนำ้ ศพ และการหอ่ ศพทีป่ ระกอบด้วยหลกั เกณฑม์ รรยาท
และจริยธรรมตา่ งๆ การจัดการศพถือเปน็ ฟัสฎกุ ฟิ ายะฮ์ คือ หน้าทีข่ องชมุ ชน
หากไม่มีใครทำภารกิจนี้เลย สมาชกิ ชุมชนทั้งหมดบาป หากมคี นบางสว่ นทำ
สมาชกิ ชมุ ชนทั้งหมดพน้ บาป การจดั การเรอื่ งศพอย่างเรยี บงา่ ย สอดคล้องกับ
การใชเ้ วลาอันสั้น และหลกั คำสอนท่ีท่านนบีมุฮัมมัดให้ไว้วา่ เมอ่ื คนตายลง สงิ่ ที่
ตดิ ตามผตู้ ายมี 3 ประการ คือ สมาชิกครอบครัว ทรพั ย์สมบตั ิ และการกระทำ
ของผตู้ ายใน 2 สงิ่ คอื สมาชิกครอบครวั และทรพั ยส์ มบตั ิจะถูกละทง้ิ ไว้ในโลกน้ี
ส่ิงทีต่ ิดตวั ผู้ตายไปมอี ย่างเดียวคอื การกระทำของผู้ตาย (บุคอรี และมสุ ลิม)
ท่านแนะนำให้จัดการศพโดยไว เพราะถ้าผู้ตายเป็นคนดี ผู้ตายก็จะได้ไปรับ
การตอบแทนความดขี องเขา หากผูต้ ายเป็นคนเลวก็ไมค่ วรรง้ั ไว้เป็นภาระแกค่ น
ข้างหลัง
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
87
ศาสนาอิสลาม
วันสำคญั ทางศาสนา
ในอิสลามมีวันสำคัญที่มีรากฐานจากหลักบัญญัติของศาสนาให้มุสลิม
จะตอ้ งปฏบิ ตั ิศาสนกจิ ตา่ งๆ ในวนั ดงั กลา่ ว ดงั น้ี
วันศกุ ร์
วันศุกรเ์ รยี กในภาษาอาหรบั วา่ เยามุลญุมุอะฮ์ ประเทศมุสลมิ ยกให้วันน้ี
เปน็ วนั หยดุ เปน็ วนั ทม่ี สุ ลมิ ละจากการงานตามปกตไิ ปประกอบศาสนากจิ รว่ มกนั
ทมี่ ัสยดิ ซ่ึงมีการละหมาดทเ่ี รียกวา่ ละหมาดญุมอะฮ์ และฟงั คุตบะฮ ์ (หรอื การ
บรรยายธรรม) ในชว่ งเวลาบ่าย ศาสนกิจดงั กลา่ วเป็นหนา้ ทส่ี ำหรบั มสุ ลมิ ชาย
แต่มไิ ดห้ า้ มมสุ ลมิ ะฮ์ (หรอื มสุ ลิมหญงิ ) เข้าร่วมเพราะฉะนน้ั ในหลายประเทศ
เชน่ ประเทศไทย มัสยดิ โดยทว่ั ไป มมี ุสลิมะฮเ์ ขา้ รว่ มประกอบศาสนกจิ นโี้ ดยอยู่
ในทซี่ ง่ึ แยกสดั ส่วนระหวา่ งชาย หญิง การประกอบศาสนกจิ วันศุกรน์ บั แต่เร่ิม
การบรรยายธรรมจนจบดว้ ยการละหมาด และดอุ าอ์ (การขอพร) ใชเ้ วลาประมาณ
30 นาทตี ัง้ แต่ 12.30-13.00 นาฬิกา หรือต้ังแตเ่ ริม่ เข้าสเู่ วลาละหมาดบา่ ย (ซุฮร)์
ในแตล่ ะวัน
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
88
ศาสนาอิสลาม
วนั ศกุ รน์ บั เปน็ ศนู ยร์ วมความสมั พนั ธข์ องสงั คมชมุ ชนมสุ ลมิ เปน็ สถาบนั
การศึกษาศาสนา และศีลธรรมของชุมชน ในขณะเดียวกันวันศุกร์ไม่ลดความ
สำคญั ของการประกอบอาชพี ทา่ นศาสดามฮุ มั มดั ไดช้ โ้ี ทษของการละเลยศาสนกจิ
ขอ้ นี้ และเน้นความสำคญั ของการรกั ษาหนา้ ทีน่ ้อี ยา่ งเคร่งครดั ดว้ ยการสอนให้
มสุ ลิมรักษาเวลา ความสะอาดของรา่ งกาย เสอ้ื ผา้ อา่ นคมั ภีร์อลั กรุ อาน ขอพร
ฟงั คตุ บะฮด์ ว้ ยความสำรวม และนำคำอบรมสัง่ สอนไปถ่ายทอดสู่ครอบครัว
คัมภีร์อัลกุรอานมีคำสอนที่บ่งถึงความสมดุลระหว่างเร่ืองเชิงศาสนา
และเร่ืองทางโลกในกรณวี นั ศุกร์ไว้วา่ “โอ้ บรรดาผู้ศรัทธา เม่อื มีการประกาศ
เพอ่ื การละหมาดในวันศุกร์ ดังนน้ั พวกเจ้าจงรีบเรง่ ไปสกู่ ารรำลกึ ถึงอลั ลอฮแ์ ละ
จงท้งิ การคา้ ขายทง้ั หลายเสีย นัน่ เป็นการดกี ว่าสำหรบั พวกเจ้า ถา้ หากพวกเจ้ารู้
และเม่อื การละหมาดเสร็จส้นิ แลว้ พวกเจ้าก็จงแยกยา้ ยกนั ไปบนหนา้ แผ่นดนิ
เพ่อื แสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮ์ และจงรำลกึ ถงึ อัลลอฮ์อย่างสม่ำเสมอ
เพื่อทีพ่ วกเจา้ จะไดป้ ระสบผลสำเร็จ” (อัลกรุ อาน 62:9-10)
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
89
ศาสนาอิสลาม
เดือนรอมฎอน
รอมฎอนเป็นเดือนแห่งการถือศลี อดของมสุ ลิม จดั เป็นเดอื นที่ 9 ทาง
จนั ทรคตอิ ิสลาม มคี วามจำเรญิ เป็นพิเศษ เน่อื งจากคัมภรี อ์ ลั กรุ อานประทานมา
เป็นคร้ังแรกในเดอื นน้ี อลั ลอฮพ์ ระเป็นเจ้าทรงยกให้เปน็ เดือนทปี่ ระเสริฐ และมี
เหตุการณ์สำคัญหลายอย่างเกิดข้ึนในเดือนน้ีมุสลิมทุกคนท้ังชายหญิงท่ีบรรลุ
ศาสนภาวะตามบัญญัติศาสนาต้องถือศีลอด ด้วยการงดกิน การดื่ม และ
เพศสัมพันธ์ นบั แต่เวลายำ่ รุ่ง เมื่อแสงตะวันเริ่มปรากฏจนถงึ เวลาย่ำค่ำเมอื่ เวลา
อาทิตย์ลับขอบฟ้า ก่อนถึงเวลาเริ่มถือศีลอดจะมีการรับประทานอาหารเพื่อ
เตรยี มตวั เรยี กวา่ อาหารสะฮรู หรือทเ่ี รียกกนั ว่า “สะโฮ” เมอ่ื สิน้ เวลาถอื ศีลอด
ของวัน มุสลิมสามารถดื่ม กิน ใช้ชีวิตตามปกติได้ตราบเท่าที่ยังไม่เข้าสู่เวลา
ถือศลี อดในวันตอ่ ไป การถือศลี อดมเี ง่อื นไขข้อปฏิบัติหลายประการผ่อนผนั ให้
บุคคลบางประเภท เช่น ผู้ป่วย หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้เดินทาง
ผู้ป่วยเรื้อรัง ละเว้นการถือศีลอด โดยถือชดใช้ภายหลัง หรือชดใช้เป็นอาหาร
ให้แก่คนยากจน เป็นต้น นอกจาก
งดเว้นการปฏิบัตบิ างอย่าง ผถู้ ือศีลอด
อยใู่ นหลกั การสำรวมตน และกระทำ
สิ่งดีงามเป็นพเิ ศษ เช่น การอ่านคัมภีร์
อัลกุรอาน การนมาซยามค่ำคืน
การพำนักให้มัสยิด (เอี๊ยะติกาฟ)
การบรจิ าคทาน
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
90
ศาสนาอิสลาม
ทั้งนบี้ ัญญตั ิการถอื ศีลอดมคี ุณคา่ ในการปกป้องผปู้ ฏบิ ัติ และสงั คมให้
ปลอดภัยจากความเสยี หายท้ังทางด้านจิตใจ รา่ งกาย สงั คม เศรษฐกิจ เปน็ การ
สรา้ งสรรคช์ ีวิต และสงั คมทมี่ คี ณุ ภาพ
วนั อีด
หมายถงึ วันเฉลิมฉลอง วนั ร่ืนเรงิ คำวา่ “อดี ” แปลวา่ “ท่เี วียนกลบั มา”
นน่ั คือ วันทเี่ วียนมาสกู่ ารเฉลิมฉลองเพือ่ ความรืน่ เริง ในแต่ละปจี ะมวี นั อีด 2 วัน
คือ วันอีดิล้ ฟิตร์ และวันอีดล้ิ อฎั ฮา
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
91
ศาสนาอิสลาม
วันอีด้ิลฟิตร์
ตรงกบั วนั ที่ 1 เดือนเชาวาล (เดอื นท่ี 10 ทางจนั ทรคตอิ ิสลามถดั จาก
เดอื นรอมฎอน) เปน็ วนั เฉลมิ ฉลองหลงั จากเสรจ็ สน้ิ การถอื ศลี อดในเดอื นรอมฎอน
มสุ ลมิ ในภาคกลางของประเทศไทย และภาคใตต้ อนบนมกั เรยี กกนั วา่ วนั ออกบวช
หรอื วนั อดี เลก็ สว่ นในจงั หวดั ชายแดนภาคใตจ้ ะเรยี กวา่ วนั รายา หรอื วนั ฮารรี ายอ
(ภาษามลายปู ัตตาน)ี
การปฏิบัติตนในวันอีดิ้ลฟิตร์ตามแบบอย่างของท่านศาสดามุฮัมมัด
มีหลายประการ เชน่ การจา่ ยซะกาตฟิตเราะห์ คอื ทรัพย์ เป็นข้าวสาร หรือ
ธญั พืช อาหารพืน้ เมือง หรอื จ่ายเปน็ เงนิ ที่มมี ูลค่าเทา่ กนั แทนให้แก่คนยากจน
เพอ่ื ใหส้ มาชกิ สว่ นนข้ี องสงั คม สามารถรน่ื เรงิ เหมอื นคนอน่ื และชำระขอ้ บกพรอ่ ง
ของผู้จ่ายที่อาจมีในการถือศีลอดที่ผ่านมาของตน การกล่าวสรรเสริญความ
เกรียงไกรของอัลลอฮ์ การละหมาดอีดร่วมกันในลานกลางแจ้ง และฟังการ
บรรยายธรรม (คุตบะฮ์) การขออภยั ตอ่ อลั ลอฮใ์ ห้แกก่ ันและกนั การเยย่ี มเยียน
ญาตพิ น่ี อ้ งและผูม้ พี ระคณุ การกิน ดมื่ และรนื่ เริงในกรอบของศาสนา การเลยี้ ง
อาหารทีบ่ า้ น และแจกจ่ายไปยงั เพ่ือนบ้าน
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
92
ศาสนาอิสลาม
วนั อีดล้ิ อฏั ฮา
ตรงกบั วนั ท่ี 10 ของเดือนซุลฮิจยะฮ์ (เดอื นท่ี 12 แห่งปฏิทนิ จันทรคติ
อสิ ลาม) เปน็ วนั ทบ่ี รรดาผปู้ ระกอบพธิ ี ฮจั ย์ เดนิ ทางกลบั จากการวกุ ฟู๊ (พกั ) ทท่ี งุ่
อะรอฟะฮ์ เพอื่ เขา้ มาทำการตอวาฟ (เดนิ วน) รอบกะอบ์ ะฮ์ มุสลิมในภาคกลาง
ของประเทศไทยมกั เรียกวนั นว้ี า่ วนั ออกฮะยี หรอื วันอีดใหญ่
การปฏิบัติตนในวันอีด้ิลอัฏฮาตามแบบอย่างของท่านศาสดามุฮัมมัด
เป็นเช่นเดียวกับการปฏิบัติตนในวันอีดิ้ลฟิตร์ แต่ไม่มีการจ่ายซะกาต โดยใน
วนั อดี ล้ิ อัฏฮา จะมีการทำกรุ บาน (เชือดสตั ว์ เช่น ววั แพะ แกะ) และนำเนอื้ สตั ว์
ที่เชือดไปแจกจ่ายให้แก่ญาติพี่น้อง และคนยากจน นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้
ถือศลี อดในวนั อารอฟะห์ คือวันท่ี 9 ของเดอื นซลุ ฮิจยะฮ์
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
93
ศาสนาอิสลาม
การประกอบพิธฮี จั ญ์
ฮัจญ์เป็นศาสนกิจพื้นฐาน 1 ใน 5 ประการของหลักปฏิบัติอิสลาม
เปน็ ขอ้ บงั คบั สำหรบั มสุ ลมิ ทม่ี คี วามสามารถเดนิ ทางไปปฏบิ ตั ไิ ด้ 1 ครง้ั ในชวี ติ ณ
นครมักกะฮ์ ผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์แล้ว หากเป็นผู้ชายเรียกว่า ฮาจญ์ หรือ
อัลฮาจญ์ ถ้าเป็นผ้หู ญงิ เรียกว่า ฮาจญะฮ์ ในภาษาไทย โดยทว่ั ไปคำท้ัง 2 นำมา
ใชน้ ำหนา้ ชื่อผู้ทปี่ ระกอบพิธีฮัจญแ์ ล้ว โดยผ้ชู ายเรียกวา่ “ฮัจยี” หรือ “หะยี”
ส่วนผหู้ ญิงเรียกว่า “ฮัจยะฮ”์
คำว่า “ฮัจญ”์ ตามศพั ท์แปลว่า “การมุง่ ไปส่”ู ในทางบัญญตั ิศาสนา
หมายถงึ การมุ่งไปสูก่ ะอ์บะฮ์ หรืออลั กะอ์บะฮ์ คือ มสั ยิดอลั หะรอม หรอื
บัยตลุ ลอฮ์ ณ นครมกั กะฮ์ ประเทศซาอุดอิ าระเบยี เพ่อื ปฏิบตั ศิ าสนกจิ ในเดือน
ซลุ ฮลิ จญะฮ์ คือเดอื นท่ี 12 ตามปฏิทินอิสลาม
กะอบ์ ะฮเ์ ปน็ อาคารทรงลูกบาศก์มีหินดำ (หะญะรุลอัสวดั ) อยทู่ ม่ี ุมหนึ่ง
ของอาคารเปน็ โบราณสถานซง่ึ นบอี บิ รอฮมี (อบั ราฮมั ) และอสิ มาอลี (อชิ มาเอล)
ไดก้ อ่ สร้างขึน้ เพือ่ เปน็ มัสยิด หรือศาสนสถานสำหรับนมสั การอลั ลอฮ์ และได้
ดุอาอต์ ่อพระองค์ ขอทรงใหม้ ศี าสดาอุบตั ขิ นึ้ จากผ้สู บื เช้ือสายของทา่ นประกาศ
ศาสนาท่ีแท้จริงของอัลลอฮ์ที่ท่านเคยประกาศไว้ซ่ึงได้รับการตอบสนองอันเป็น
ที่มาของศาสดามุฮัมมัด และศาสนาอิสลามยืนยันศาสนาที่ยึดอัลลอฮ์เป็น
พระเป็นเจ้าพระองค์เดยี วอย่างเครง่ ครดั ตามแบบอย่างศาสดาท้งั 2
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
94
ศาสนาอิสลาม
หินดำท่ีมุมผนังกะอ์บะฮ์ใช้เป็นจุดเร่ิมต้นการเดินวนรอบกะอ์บะฮ์
ในการประกอบพธิ ีฮัจญ์มกั มคี วามเขา้ ใจผดิ วา่ หินดำเป็นหนิ ศกั ดส์ิ ิทธิ์ อนั เปน็ ท่ี
เคารพบูชาของมุสลิมและอาคารกะอ์บะฮ์ ในปัจจุบันที่ทางการประเทศ
ซาอดุ ิอาระเบีย ใช้ผ้าสดี ำลวดลายดิน้ ทองคลุมไว้ทั้งหลงั เข้าใจผดิ ว่าตวั อาคารเอง
เปน็ หนิ ดำดงั กลา่ ว นอกจากมสุ ลมิ อยใู่ นบญั ญตั ิ หา้ มยดึ ถอื สง่ิ อน่ื ใดเปน็ สง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ
หรอื เป็นทีเ่ คารพนอกจากอัลลอฮ์น้ีแล้ว ในทางประวตั ศิ าสตร์แมแ้ ตใ่ นชนชาติ
อาหรบั กอ่ นรบั อสิ ลามซง่ึ เปน็ เชอ้ื สายของนบอี บิ รอฮมี แตต่ อ่ มาไดห้ นั ไปเคารพบชู า
รปู ต่างๆ อย่างมากมายท่ไี ม่ปรากฏมีผู้เคารพบูชาหนิ ดำที่กะอ์บะฮ์
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
95
ศาสนาอิสลาม
ขอ้ ปฏบิ ตั ิในการประกอบพธิ ีฮจั ญ์
พิธีฮัจญ์มีบัญญัติเพื่อการปฏิบัติตนตามสถานที่และเวลาที่กำหนด
ทั้งทมี่ สั ยิดอัลหะรอมและที่อ่ืน ในปริมณฑลนครมกั กะฮ์ ขอ้ บัญญตั ิหลกั มีดงั นี้
ขอ้ ปฏิบตั ิ
1. การแต่งชดุ อหิ ์รอมและละหมาด 2 รอกอะฮ์ ณ มีกอต (อาณาเขต
ทก่ี ำหนด) ชุดอิห์รอมสำหรบั ผู้ชายเปน็ ผา้ 2 ผนื ไม่เย็บเปน็ ถงุ โดยท่ัวไปใชผ้ า้
สีขาวผืนหนึง่ ใช้น่งุ อีกผนื หน่ึงใช้หม่ พาดเฉียงไหล่ซ้ายเปดิ ไหลข่ วา สำหรบั ผหู้ ญงิ
แตง่ กายเสมือนการแตง่ มดิ ชิด เปดิ เผยเฉพาะมือและใบหน้า
2. ตัลบยี ะฮ์ คือ การกล่าวคำแสดงความเกรยี งไกร สดดุ ีและขอพร
ตอ่ อัลลอฮ์
3. วุกูฟ คอื การพักแรม ณ ทงุ่ อเราะฟะฮ์
4. การไป ณ มซุ ดะลฟิ ะฮ์ และเกบ็ กอ้ นหนิ เตรยี มไวส้ ำหรบั ขวา้ งเสาหนิ
5. การเดนิ ทางไปขว้างเสาหิน 3 ต้นทีต่ ำบลมนี า
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
96
ศาสนาอิสลาม
6. เฏาวาฟ (หรือเฏาะวาบ ตามภาษาพูดของชาวไทย) คอื การวนรอบ
กะอ์บะฮ์ 7 รอบ โดยให้กะอ์บะฮอ์ ยู่ดา้ ยซ้ายของผูเ้ ดนิ วน เร่ิมจากมุมทีม่ ีหนิ ดำ
7. สะอ์ยนุ (หรอื สะแอ ตามภาษาพูดของชาวไทย) คือ การเดินอย่าง
รบี เรง่ ระหวา่ งเนนิ เขาเศาะฟาและเนนิ เขามรั วะฮ์ ซง่ึ อยใู่ กลท้ ต่ี ง้ั กะอบ์ ะฮ์ 7 เทย่ี ว
8. ตะฮลั ลลุ คอื การโกนผม ตัดผม หรอื ขริบบางส่วนของผม (ตะฮัลลลุ )
และการเปลีย่ นจากชุดอหิ ร์ อมมาใชช้ ดุ ธรรมดา
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
97
ศาสนาอิสลาม
9. กุรบาน คือ การเชือด
สัตวเ์ พอื่ แจกจา่ ยแก่คนยากจน
ข้อหา้ ม
ขอ้ ห้ามสำหรบั ผูท้ ี่กำลงั ประกอบพิธฮี ัจญ์ ได้แก่
1. ห้ามผู้ชายปดิ ศรี ษะและหา้ มผหู้ ญิงปดิ หน้า
2. หา้ มตัดผม ถอนผม ตัดเล็บ ใส่เคร่อื งหอม ฆา่ สัตว์ ตดั ตน้ ไม้
การมีเพศสัมพนั ธ์
3. ห้ามทะเลาะวิวาทและใชว้ าจาหยาบโลน
4. หา้ มสวมเสอ้ื ผา้ ทต่ี ดั เยบ็ เปน็ ตวั เชน่ เสอ้ื กางเกง และหา้ มสวมรองเทา้
หมุ้ สน้
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
98
ศาสนาอิสลาม
ความสมั พนั ธ์ระหว่างมนษุ ย์
มนษุ ย์อยู่รว่ มกันเปน็ สงั คม คัมภีร์อลั กรุ อานระบวุ า่ อัลลอฮท์ รงสร้างให้
มนษุ ยด์ ำรงอยเู่ ปน็ สงั คม เชน่ เดยี วกบั สง่ิ มชี วี ติ อน่ื ชวี ติ สงั คมของมนษุ ยม์ ลี กั ษณะ
จำเพาะ อันเนื่องจากธรรมชาตมิ นุษย์ทม่ี ีลักษณะเดน่ เฉพาะตา่ งจากสัตว์ และ
ส่ิงมีชีวิตอื่น มนุษย์มีร่างกาย จิตวิญญาณ สติปัญญา ความรู้สึกนึกคิด มีความ
ต้องการ ความอยาก ความโกรธ ความเกลียด ความหึงหวง ความรัก
ความเมตตากรุณา ความละอาย ความรู้สึกผิดบาป ความใฝ่ฝัน ความเชื่อ
ความศรัทธา ความซาบซึ้งในความดี ความงาม ฯลฯ มนุษย์ในแต่ละสังคม
มีสิง่ เหล่านี้ แตอ่ าจให้ความหมายต่างกัน บางคนชอบในส่งิ ทค่ี นอน่ื ชงั ดีใจใน
สง่ิ ทค่ี นอน่ื เสยี ใจ ภมู ใิ จในสง่ิ ทค่ี นอน่ื เหน็ วา่ นา่ ละอาย ยกยอ่ งในสง่ิ ทค่ี นอน่ื ตำหนิ
ในอิสลาม ลักษณะมนุษย์ที่อัลลอฮ์ทรงสร้างขึ้นไม่ว่าจะเป็นในด้านใด
ล้วนเป็นส่ิงท่ีให้คุณและให้โทษแก่มนุษย์และสังคมได้ท้ังสิ้นโดยขึ้นอยู่กับ
เง่อื นไขที่วา่ แสดงลักษณะไปในลทู่ างใด แม้แตค่ วามอยาก ความชัง ความหงึ หวง
หากอยากในสง่ิ ทอ่ี ลั ลอฮอ์ นมุ ตั ิ ชงั ในสง่ิ ทอ่ี ลั ลอฮท์ รงตำหนิ หงึ หวงในสง่ิ เปน็ สทิ ธิ
ของตนเองกน็ บั เปน็ ส่งิ สรา้ งสรรค์
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
99
ศาสนาอิสลาม
คำสอนอิสลามต้องการให้มนุษย์มีชีวิตส่วนตน และชีวิตสังคมที่ดีโดย
การใหม้ นษุ ยม์ คี วามสมั พนั ธก์ บั อลั ลอฮเ์ ปน็ รากฐานความประพฤตเิ พอ่ื ใหล้ กั ษณะ
ธรรมชาติดังกล่าวทีอ่ ัลลอฮ์ทรงสร้างขน้ึ เปน็ ไปในทางทเี่ ป็นคณุ เปน็ พลงั ผลกั ดัน
พื้นฐานไปในล่ทู างทีถ่ กู ต้องคอื ความเช่ือ ความรกั และความยำเกรงต่ออัลลอฮ์
มิใช่เหตุผล หรือความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ในการอยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์
อาจเลอื กปฏบิ ตั ติ อ่ คนอน่ื ไปตามความชอบความชงั ของตนเอง แตท่ า่ นนบมี ฮุ มั มดั
สอนว่า “พวกทา่ นคนใดยงั ไมศ่ รทั ธาจนกว่าอารมณข์ องตนจะคลอ้ ยตามสิ่งทีฉ่ นั
นำมา (อลั ฮจุ ญะฮ์ อา้ งจาก 40 หะดษี โดยอมิ ามนะวะว)ี สง่ิ ทฉ่ี นั นำมาคอื ศาสนา
หรอื สัจธรรม อาจกลา่ วได้วา่ คุณลกั ษณะของศรัทธา คือ การเลอื กสิ่งทีถ่ ูกต้อง
มากกว่าสิ่งที่ถูกใจ ประวัติศาสตร์อิสลามประกอบด้วย เรื่องราวของวีรชน
จำนวนมากมายทลี่ ้วนต้องส้แู ละเอาชนะอารมณข์ องตนเอง แล้วเปน็ ผู้เสยี สละ
เพื่อความถูกต้องตามพระประสงค์ของอัลลอฮ์ และเรื่องหลักที่ท่านกระทำคือ
การปฏิบตั ิต่อมนษุ ยด์ ้วยกัน
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
100
ศาสนาอิสลาม
การปฏบิ ัตติ ามฐานะตา่ งๆ ในสังคม
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์มีความกว้างขวางและซับซ้อนเน่ืองจาก
มนษุ ย์อยรู่ ว่ มกันเปน็ สังคม และสงั คมประกอบด้วยผ้คู นหลากหลายฐานะ แต่ละ
ฐานมีสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวข้องระหว่างบุคคลแต่ละคน ซึ่งแสดงออกใน
สถานที่ เวลา และสถานการณต์ ่างๆ ในทน่ี ี้จะกล่าวถึง การปฏิบัติตามฐานะ
ซ่ึงประกอบด้วย
ฐานะบุตรต่อบิดามารดา
ฐานะสามี-ภรรยา
ฐานะบดิ ามารดาต่อบุตร
ฐานะสมาชิกเครือญาติ
ฐานะศษิ ย์ตอ่ ครูบาอาจารย์
ฐานะนายจา้ งต่อลูกจา้ ง
ฐานะผปู้ กครองและผู้อยู่ใตป้ กครอง
ฐานะเพ่ือนบ้าน
ฐานะผรู้ ว่ มศาสนา
และฐานะมนษุ ย์ต่อเพือ่ นมนษุ ย์
1. การปฏบิ ัติในฐานะบตุ รตอ่ บิดามารดา
บดิ ามารดา หรือพ่อแมส่ ำหรบั มนุษยอ์ ย่ใู นฐานะอนั สูงส่ง กล่าวโดยรวม
หากไมน่ บั มนษุ ยท์ ม่ี ฐี านะเปน็ ศาสดาของอลั ลอฮแ์ ลว้ ผทู้ ด่ี ำรงฐานะสงู สดุ สำหรบั
มนษุ ย์แต่ละคนรองจากพระเป็นเจา้ คอื บดิ ามารดาของตน คัมภรี ์อลั กรุ อานหลาย
โองการกล่าวย้ำ หวั ใจของศาสนาอสิ ลามคอื การยดึ มั่นในอัลลอฮ์ ปฏิเสธการ
ยึดมั่นส่ิงอ่ืนใดเป็นพระเจ้าควบคู่กับการย้ำถึงความเคารพเช่ือฟังและปฏิบัติดีต่อ
บิดามารดา (17: 23-24) ฐานะอันสงู ส่งน้ีดำรงอยู่กบั บดิ ามารดา แมบ้ ิดามารดา
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
101
ศาสนาอิสลาม
เป็นบุคคลต่างศาสนาก็ตาม เมื่อศาสดามุฮัมมัดประกาศอิสลามในระยะแรกที่
นครมกั กะฮ์นน้ั มีเยาวชนจากบางครอบครวั เขา้ รบั อิสลาม ขณะทพี่ อ่ แมข่ องตน
ไม่ไดร้ บั แต่อัลลอฮ์ทรงกำชับใหเ้ ยาวชนอยู่กับท่านเช่อื ฟัง และปฏิบตั ดิ ีตอ่ ท่าน
จะไม่เชื่อฟังได้ในกรณีที่พ่อแม่บังคับให้เคารพบูชาส่ิงอ่ืนนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น
(29: 8, 31:15)
ท่านนบีมุฮัมมัดกล่าวเชิงอุปมาถึงความสำคัญของมารดาไว้ว่า
“สวรรคอ์ ยใู่ ตฝ้ า่ เทา้ ของมารดา” (อะหม์ ดั , นะซาอยี ,์ บยั ฮะกยี )์ ในทางนติ บิ ญั ญตั ิ
บิดาอยู่ในฐานะผู้ปกครอง (วะลยี )์ ทลี่ กู จะต้องขอความยนิ ยอมในการแตง่ งาน
การกระทำความดีต่อบิดามารดานั้น มีขอบเขตกว้างขวางครอบคลุม
ชีวิตของท่านทั้งเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อท่านจากโลกนี้ไปแล้ว ทั้งยัง
รวมถงึ ปฏิบัตดิ ีต่อเครอื ญาติ และมิตรสหายของท่านดว้ ย เชน่ ทที่ า่ นนบมี ุฮัมมดั
ได้สอนไว้ว่า บุคคลพึงแสดงความเคารพ และอาทรต่อพ่อแม่ของตนด้วย
การกระทำ 4 อยา่ งนี้ คอื “ดอุ าอ์ และขออภัยบาปให้แก่ทา่ น ปฏบิ ัติสญั ญา
ที่ทา่ นทำไว้ใหค้ รบถว้ น รกั ษาความสัมพนั ธก์ ับญาตเิ พราะญาตเิ กดิ ขน้ึ เน่อื งจาก
พอ่ แม่ และใหค้ วามเคารพตอ่ มติ รสหายของทา่ น” (หะดษี อบดู าวดู , อบิ นมุ าญะฮ)์
คำสอนในคัมภีร์อัลกุรอานเป็นจำนวนมากกำชับให้ลูกปฏิบัติต่อพ่อแม่
ด้วยคุณธรรม และกิริยามรรยาทที่ดีงามโดยคำนึงถึงความยากลำบาก และ
ความทกุ ขย์ ากของทา่ นในการตง้ั ครรภ์ การคลอด จนถึงการเลี้ยงดู (46: 15) ให้
บุตรมีสัมมาคารวะและดุอาอ์ให้แก่ท่านด้วยความเมตตาและความอ่อนโยน
เชน่ ท่ีท่านได้เมตตาเอน็ ดตู นเม่อื ตนยังเยาว์ ไมแ่ สดงกิรยิ า และวาจาทหี่ ยาบคาย
หรือแสดงกิริยาข่นุ เคอื งตอ่ ทา่ น (4: 36, 6:152, 17: 23)
ในหลักการกระทำความดีของอิสลาม การกระทำความดี ความชั่วเป็น
เรือ่ งการกระทำและความรบั ผิดชอบของคนแต่ละคน จะแบกรบั แทนกนั มไิ ด้
(6:165) ถงึ แมค้ นจะเป็นพอ่ แมล่ ูกกนั ก็ตาม และการกระทำความดคี วามชวั่ ของ
มนุษย์ยตุ ิลง เมอื่ มนุษย์จากโลกนไ้ี ป ถึงกระนัน้ อัลลอฮจ์ ะทรงตอบรับดุอาอห์ รอื
การขอพรของลูกทีด่ ีให้แกพ่ อ่ แมผ่ ู้ล่วงลบั ไปแล้ว (หะดีษมสุ ลิม)
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
102
ศาสนาอิสลาม
2. การปฏบิ ัติในฐานะสามี-ภรรยา
สามี-ภรรยาเป็นคู่ความสัมพันธ์ที่อิสลามให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
เปน็ คคู่ รองทีใ่ ห้กำเนิดชวี ติ ครอบครัว เครอื ญาติ และมนุษยชาตทิ ัง้ ในแง่จำนวน
และแง่คุณภาพ เพราะฉะนั้นอิสลามจึงมีบัญญัติเชิงกฎหมายไว้สำหรับเรื่อง
ครอบครวั มากกว่าเรอ่ื งอน่ื พรอ้ มมคี ำสอนในเรอื่ งความประพฤติทด่ี งี ามระหวา่ ง
ชายหญงิ ทเ่ี ปน็ สามีภรรยากนั ไว้มากมายทงั้ โดยตรง และโดยอ้อมเพอ่ื ใหค้ สู่ มรส
สามารถตอบสนองความตอ้ งการตามธรรมชาติ ทำหนา้ ที่ได้อย่างสมบรู ณ์ และ
ยกระดบั คุณธรรม อสิ ลามสอนวา่ การแตง่ งานทำให้ศาสนาของมนษุ ย์สมบรู ณ์
มาตรการเพ่ือความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างสามีภรรยามีหลักการ
สำคัญคือ ให้ฐานะสามีภรรยา เป็นความผูกพันด้วยการสมรส ป้องกัน ตำหนิ
และกำหนดโทษอยา่ งรนุ แรงตอ่ ซนิ า (การผดิ ประเวณ)ี การละเมดิ ทางเพศ รวมทง้ั
การอยกู่ นิ กนั โดยลบั และการลามกอนาจารทกุ รปู แบบ (4: 19, 25, 6:152, 24:30)
ให้ความต้องการ ความรัก ความเมตตาเอ็นดู ความเอื้ออารีที่ชายหญิงมี
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
103
ศาสนาอิสลาม
ระหว่างกันตามธรรมชาติที่อัลลอฮ์ทรงสร้างได้รับการตอบสนอง และพัฒนา
ไปในทางสร้างสรรค์ (30: 21) มาตรการที่สำคัญสำหรับชีวิตคู่ ประกอบด้วย
บญั ญตั ใิ หช้ ายและหญงิ มกี ารสำรวมทางเพศทง้ั ทางกาย วาจา ใจ การแตง่ กาย
และการเกย่ี วขอ้ งกนั ในสงั คม (24: 30-31) การใหเ้ ลอื กคคู่ รองจากผทู้ ร่ี ว่ มศรทั ธา
หรือมีกฎกติกาการดำเนินชีวิตที่ 2 ฝ่าย ยึดถือร่วมกันเพื่อเป็นหลักประกัน
ความมั่นคงของชีวิตครอบครัวร่วมกัน การถือเอาคุณธรรมเป็นคุณสมบัติหลัก
ของบคุ คลทห่ี มายปองเปน็ ค่ชู วี ิตเหนือกวา่ เร่อื งความสวยงาม ความร่ำรวย หรอื
ศกั ดต์ิ ระกลู การแตง่ งานอยา่ งเปน็ ทางการโดยใหส้ งั คมรบั รู้ และการอบรมสง่ั สอน
ค่บู ่าวสาว นอกจากนั้น มีการวางมาตรการป้องกัน การหยา่ หรือการขาดสะบ้นั
ของสายสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงคู่สมรส การหย่าร้างถือเป็นเรื่องร้ายแรง
เสมอื นส่งิ ทที่ ำให้บลั ลังกข์ องอัลลอฮ์สัน่ สะเทือน และเป็นข้ออนมุ ตั ิที่อัลลอฮ์มพิ ึง
พระทยั
เพื่อให้ชีวิตครอบครัวมีความราบรื่นอย่างมั่นคง อิสลามได้กำหนด
แนวทางการครองชีวิตคู่ให้ชายมีหน้าท่ีความรับผิดชอบหาเล้ียงครอบครัว
ผหู้ ญงิ ปกครองดแู ลครอบครวั สามภี รรยาเปรยี บสมอื น “อาภรณข์ องกนั และกนั ”
(2: 184) อาภรณเ์ ปน็ สง่ิ ปกปอ้ งอนั ตรายตอ่ รา่ งกาย ใหค้ วามมน่ั ใจ ใหค้ วามสขุ สบาย
ปกปิดสิ่งสงวน เป็นที่เชิดหน้าชูตา และบ่งบอกสถานะผู้สวมใส่ นอกจากนั้น
ยังมีขอ้ กำชบั ในอลั กุรอานใหส้ ามภี รรยาครองค่กู นั ดว้ ยความปรองดอง มองกัน
ในแง่ดี มองข้ามข้อเสีย (4: 19) ให้ภรรยารักษาความลับ สิ่งที่ดีและความดี
ทง้ั หลายของสามี (4: 34) และไมใ่ หส้ ามกี ลน่ั แกลง้ ใสร่ า้ ยภรรยา (4: 34) ทา่ นศาสดา
มุฮมั มดั กล่าวว่า “ผู้ที่มศี รทั ธาอย่างสมบูรณค์ ือ ผูท้ ีค่ วามประพฤติดี และคนที่ดี
ทส่ี ุดคือ “คนทป่ี ระพฤตดิ ีท่ีสดุ ต่อภรรยาของตน” (หะดษี บคุ อรี)
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
104
ศาสนาอิสลาม
3. ฐานะบดิ ามารดาตอ่ บตุ ร
การปฏิบัติของพ่อแม่ต่อลูกมีผลสำคัญมาจากทัศนคติของพ่อแม่ต่อลูก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกที่มีเพศแตกต่างกัน ในสมัยญาฮิลียะฮ์ (อนารยสมัย)
หรือช่วงเวลาก่อนอิสลามของดินแดนอาหรับ ชาวอาหรับรังเกียจลูกผู้หญิง
ข่าวการคลอดบุตรเป็นหญิงถือว่าเป็นอัปมงคล และมีการนำทารกหญิงไปฝัง
ทัง้ เป็น (16: 58-59) อสิ ลามไดป้ ระณามและห้ามพฤตกิ รรมดังกล่าว (17: 31)
และยกฐานะหญิงขึ้นสู่สถานะมนุษย์ท่ีไม่มีความเหลื่อมล้ำระหว่างชายและหญิง
และให้พ่อแม่ปฏิบัติโดยท่ัวไปต่อลูกทุกคนในฐานะลูกโดยไม่เลือกปฏิบัติ
อย่างไรก็ตามมีหลักฐานจำนวนมากที่กำชับ และยกย่องการเลี้ยงดูลูกที่
เป็นหญิงเป็นพิเศษ นอกจากนั้นอัลลอฮ์ทรงเตือนพ่อแม่ให้ระมัดระวังเรื่องลูก
เช่นเดียวกับลาภ ยศ เป็นสิ่งทดสอบที่พ่อแม่อาจหลงใหลจนประพฤติปฏิบัติ
ในทางที่มิชอบ (18: 46,64:14)
คุณธรรมและหลักปฏิบัติสำคัญของพ่อแม่ที่มีต่อบุตรมักปรากฏในเรื่อง
ความเป็นมนุษย์และผู้ศรัทธาที่ดี มากกว่าในเรื่องความมั่งคั่งร่ำรวย และเรื่อง
อื่นใด มีคำสอนตัวอย่างเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อลูกในแนวทางดังกล่าวดังที่ว่า
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
105
ศาสนาอิสลาม
“โอ้บรรดาผูศ้ รทั ธาทง้ั หลาย จงปกป้องรักษาตวั ของพวกเจ้า และครอบครวั ของ
พวกเจา้ ใหพ้ น้ จากไฟนรก” (66:6) ทา่ นศาสดามฮุ มั มดั ไดใ้ หโ้ อวาทเนน้ ความสำคญั
ของการอบรมสง่ั สอนใหล้ กู มศี าสนากริ ยิ ามารยาททด่ี ไี วว้ า่ “จงสอนลกู ๆ ของทา่ น
ให้ละหมาด เมอื่ ลกู มีอายเุ จด็ ขวบ ถ้าพวกเขายงั ไม่ละหมาดเมอื่ อายุสิบขวบแล้ว
ก็จงทำโทษพวกเขา” (หะดีษ อะหมัด, อบูดาวูด) “ความชอบธรรมมาจากอัลลอฮ์
และกิรยิ ามารยาททด่ี มี าจากพอ่ แม”่ (หะดษี บุคอร)ี
อนึ่งคติจากท่านนบีมุฮัมมัดที่ว่า “สวรรค์อยู่แทบเท้าของมารดา”
นอกจากมีการให้ความหมายที่บ่งถึงความสำคัญของมารดาที่มีต่อบุตร ยังอาจ
กล่าวได้ว่าคตินี้มีนัยแห่งความรับผิดชอบของพ่อแม่ที่มีต่อบุตร เพราะความ
ประพฤติของบุตรที่จะนำบุตรสู่สวรรค์น้ันได้จากการอบรมเล้ียงดูของพ่อแม่
เปน็ สำคัญ ส่วนการทอ่ี ลั ลอฮ์ทรงตอบรบั การดุอาอ์ขอสิ่งที่ดีจากบตุ รใหแ้ ก่พ่อแม่
ที่ล่วงลับไปแล้ว ก็อาจพิจารณาได้ว่า การกระทำของบุตรเป็นผลมาจากการ
กระทำของพ่อแม่เองด้วยเช่นกัน เนื่องจากการเป็นคนดีของลูกเป็นผลมาจาก
การปฏบิ ตั ิของพอ่ แมท่ ี่มีต่อลกู เป็นอยา่ งดีเม่อื คร้งั ทพี่ อ่ แม่ยังมีชีวติ อยู่
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
106
ศาสนาอิสลาม
4. ฐานะสมาชิกเครอื ญาติ
การเป็นญาติเกิดได้ทั้งจากการแต่งงาน และการสืบสายเลือด อิสลาม
ใหค้ วามสำคญั เรอ่ื งสายสมั พนั ธท์ างเครอื ญาตเิ ปน็ อยา่ งยง่ิ ทา่ นนบมี ฮุ มั มดั กลา่ ววา่
“พนั ธะแหง่ ความเป็นญาตินัน้ แขวนมาจากบลั ลงั ก์ของอลั ลอฮ์” และจงกลา่ ววา่
“ผใู้ ดคำ้ จุนฉนั อลั ลอฮ์จะทรงค้ำจนุ พวกเขา และผ้ใู ดตดั ฉันออกไป (คอื ตัดญาต)ิ
อัลลอฮ์จะทรงตดั เขาออกไปเชน่ กัน” (หะดีษ บคุ อรี และมุสลิม)
การเป็นญาติสร้างแรงยึดเหนี่ยวให้สังคมเป็นปึกแผ่นและมีความมั่นคง
ตามธรรมชาติ อิสลามได้สนบั สนนุ พลังธรรมชาตทิ อ่ี ัลลอฮ์สร้างขึ้นน้ีโดยกำหนด
มาตรการต่าง ๆ ไว้รองรับ เช่นได้แบ่งสิทธิหน้าที่ระหว่างญาติในระดับต่าง ๆ
ด้วยการกำหนดสัดส่วนมรดกตามเพศ และความใกล้ชิดในสายสัมพันธ์ทาง
เครือญาติ การห้ามแต่งงานกนั ในญาติโดยสายโลหติ ทใ่ี กล้ชิด แมก้ ระทัง่ ระหวา่ ง
คนทด่ี ม่ื นมจากแมเ่ ดยี วกนั ซง่ึ จะชว่ ยใหค้ วามเปน็ วงญาตไิ มค่ บั แคบ แตแ่ ผอ่ อกไป
อยา่ งกว้างขวางในสังคม การอนุญาตให้ชายมภี รรยาได้มากกว่า 1 คน ซึ่งชว่ ย
ให้หญิงมีทางเลือกหลักประกันให้ชีวิตมากข้ึนพร้อมกับการขยายวงญาติ
ทา่ นนบมี ฮุ มั มดั ไดแ้ ตง่ งานกบั หญงิ บตุ รหวั หนา้ เผา่ ชนทต่ี ง้ั ตวั เปน็ ศตั รู แปรเปลย่ี น
ความเป็นศัตรูมาเป็นเครือญาติ แต่งงานกับหญิงที่เจ้าผู้ครองนครต่างแดน
พระราชทานใหเ้ พอ่ื ผกู สมั พนั ธไมตรที างการเมอื งการปกครองเสรมิ สรา้ งสนั ตภิ าพ
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
107
ศาสนาอิสลาม
นอกจากนั้นยังมีคำสอนในคัมภีร์อัลกุรอานและอัลหะดีษเป็นจำนวน
มากทีส่ ่งเสรมิ การสร้าง รกั ษา และขยายความผกู พันเปน็ เครือญาติให้เขม้ แข็ง
เช่นใหร้ ะวังรกั ษาความสมั พันธ์ทางเครือญาติ (4: 1) ใหส้ ทิ ธิแก่ญาติ (17: 26)
การสง่ เสรมิ สายสมั พนั ธท์ างเครอื ญาตชิ ว่ ยใหป้ จั จยั ยงั ชพี เพม่ิ พนู และชวี ติ ยดื ยาว
(หะดีษบุคอรี และมุสลิม) การประพฤติปฏิบัติในทางทำลายสายสัมพันธ์ทาง
เครอื ญาติจะนำมาซงึ่ บาป การลงโทษ และการสญู เสยี ความเมตตาของอลั ลอฮ์
ไปจากชุมชน และการสน้ิ โอกาสเข้าสวรรค์ การรกั ษาความผกู พันฉันญาติ นัน้ ให้
กระทำแม้ด้วยการกลา่ วคำให้สลามทักทายกนั (หะดีษ บุคอรี, มุสลิม, อะหมัด,
อบดู าวดู , และตริ มิซยี )์
5. การปฏบิ ตั ิในฐานะศิษยต์ อ่ ครบู าอาจารย์
อสิ ลามให้ความสำคญั แกศ่ าสนา และศาสนาใหค้ วามสำคญั แกค่ วามรู้
และการศึกษาหาความรู้ คำแรกในโองการคัมภีร์อัลกุรอานของท่านศาสดา
มุฮัมมัดเป็นครั้งแรก กำชับใหม้ นุษยเ์ รียนรดู้ ้วยคำว่า “จงอ่าน” ตามมาดว้ ยเรอ่ื ง
ธรรมชาติ การกำเนิดของชวี ติ มนุษย์ ควบคู่กับการแสวงหาและการถ่ายทอด
ความรู้ (96: 1 - 5) “การแสวงหาความรูเ้ ป็นหนา้ ทขี่ องมุสลิมชายและหญิง”
(หะดีษอิบนุ มาญะฮ)์ ความรเู้ ปน็ เครอ่ื งจำแนกค่าของคน ผไู้ ด้รับความรู้ นบั ว่า
เปน็ ผไู้ ดร้ ับความดอี นั ใหญ่หลวง (35: 28, 39:9) เพราะฉะน้ันศาสดาและครบู า
อาจารย์ผู้ประสิทธ์ิประสาทความรู้ทางศาสนาและวิชาความรู้โดยท่ัวไปจึงเป็น
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
108
ศาสนาอิสลาม
บุคคลท่มี ฐี านะสงู สง่ และไดร้ บั ความสำคัญเป็นอยา่ งยง่ิ ถงึ กับทา่ นนบีมุฮัมมัด
กล่าวว่า “ผู้ทรงความรู้คือผู้สืบมรดกของปวงศาสดา และปวงศาสดามิได้ทิ้ง
เหรียญเงินเหรียญทองไว้เป็นมรดก แต่ท่านทิ้งการเรียนรู้ไว้เป็นมรดก ดังนั้น
ผไู้ ดร้ บั มรดกนย้ี อ่ มไดร้ บั โชคลาภอยา่ งเพยี งพอ” (หะดษี อะหมดั , ตรี มซิ ยี ,์ อบดู าวดู )
“ผู้ทไี่ มใ่ ห้เกยี รติแก่ผู้อาวโุ ส เมตตา กรุณาตอ่ ผู้เยาวใ์ ห้ความเคารพผทู้ รงความรู้
ของพวกเราอยา่ งเหมาะสม ไมใ่ ชพ่ วกของเรา” (หะดษี อะหม์ ดั และอฏั เฏาะบะรอนยี )์
เพ่อื จรรโลงรกั ษาคุณค่าทสี่ ำคญั ดงั กลา่ วไว้ อิสลามได้ใหห้ ลกั การและ
แนวทางปฏบิ ตั แิ กบ่ คุ คลตอ่ ครบู าอาจารย์ ซง่ึ รวมทง้ั ผใู้ หว้ ชิ าความรแู้ กต่ นไวห้ ลาย
ประการดงั น้ีเปน็ ต้น
1. เชอื่ ฟังครบู าอาจารย์ตราบที่ท่านไม่สอนไปในทางที่ฝ่าฝืนตอ่ บัญญัติ
ของศาสนา ทั้งนเ้ี ปน็ ไปตามหลกั การทท่ี ่านนบไี ด้ใหไ้ วว้ ่า “ไมม่ ีการเช่อื ฟงั สง่ิ ท่ี
ถูกสร้างผู้ให้ฝ่าฝนื ผู้สรา้ ง” (หะดีษอะห์มดั )
2. เคารพในสทิ ธแิ ละให้เกียรตแิ กค่ รบู าอาจารย์ท้งั ต่อหนา้ และลบั หลัง
3. นอบน้อมถ่อมตนต่อผ้ทู ใี่ หว้ ชิ าความรู้
4. ตง้ั ใจฟงั คำสอนของครบู าอาจารย์ มหี ะดษี ทเ่ี ลา่ ถงึ กริ ยิ าทส่ี งบนง่ิ ฟงั
ศาสดาของบรรดาเศาะฮาบะฮ์ (สาวก) ที่สงบน่ิงฟงั ศาสดา จนถึงกบั นกมาเกาะ
บนศีรษะของพวกท่านเพราะสำคัญว่าเป็นตอไม้ (หะดีษอบูดาวูด, ติรมิซีย์,
อิบนฮบิ บาอัลบยั ฮะกยี ์ ฯลฯ)
6. การปฏบิ ัติในฐานะนายจ้างตอ่ ลูกจ้าง
การปฏิบัติต่อลูกจ้างมาจากคำสอนให้ผู้ศรัทธาปฏิบัติต่อคนที่อยู่ใน
ปกครองและทำงานให้ตนหลายประเภท ทัง้ ท่เี ป็นลูกจา้ งธรรมดา เป็นเชลยศึก
และเป็นทาส นับได้ว่าเป็นการปฏิวัติความคิด และวิธีปฏิบัติที่สังคมต่าง ๆ
สมัยศาสดาเมื่อ 1400 ปี อิสลามขจัดความเหลื่อมล้ำระหว่างมนุษย์ ซึ่งเป็น
สงิ่ ที่สงั คมโลก ปัจจบุ นั ให้ความสำคญั เปน็ อยา่ งย่ิง
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
109
ศาสนาอิสลาม
หลักความคิดและข้อปฏิบัติดังกล่าวอาจนับได้ว่ามีความก้าวหน้ากว่า
เรอ่ื งหลกั การในสงั คมปัจจบุ นั อยูเ่ ปน็ อนั มากเสยี ดว้ ยซำ้ เนอ่ื งจากในสมัยก่อน
ทาสและเชลยอยู่ในอำนาจของเจ้าของผู้เป็นนายอย่างสิ้นเชิง อาจถูกกระทำ
เหมือนวัตถุสิ่งของในครอบครัว และสมัยนี้การปฏิบัติต่างๆ ของมนุษย์เสมือน
ทาสยังมีอยู่ แต่อิสลามได้ปฏิวัติวัฒนธรรมทาสโดยการสอนว่า มนุษย์มีความ
เสมอภาคกัน และสอนให้ผู้ที่เหนือกว่าปฏิบัติต่อผู้ที่ด้อยกว่าเพื่อยกฐานะผู้ที่
ด้อยกว่า ขจัดช่องว่างระหว่างมนุษย์ ท่านนบีเคยรับเด็กที่มีผู้ไถ่จากทาสมา
เลี้ยงดูอย่างดีเป็นบุตรบุญธรรมจนผู้คนมากันคิด และเรียกว่า เด็กคนนั้นเป็น
บตุ รแทข้ องท่าน
ความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านต่าง ๆ เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่
อัลลอฮ์ทรงให้มีขึ้น และเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ ความแตกต่างทางด้านความรู้
ความสามารถช่วยให้เกิดความร่วมมือในรูปแบบการแบ่งหน้าที่ความ
รบั ผิดชอบทจี่ ำเป็นตอ่ การดำรงชีวิตของมนษุ ย์ สว่ นความแตกตา่ งในด้านฐานะ
ความเป็นอยู่ชว่ ยใหค้ ณุ ธรรม และความเอื้อเฟ้ือเผ่อื แผ่ปรากฏออกมา คนท่มี ี
ฐานะสูงกว่ายกฐานะคนที่ด้อยกว่าขึ้นมา คนที่ด้อยกว่าก็พยายามพัฒนายก
ระดับฐานะตนขนึ้ มา
นายจ้างและลูกจ้างที่ประกอบกันเป็นการงานเสมือนเหรียญท่ี
ประกอบดว้ ยดา้ น 2 ด้าน ต้องพงึ่ พาอาศยั ซ่ึงกันและกนั จะขาดดา้ นใดด้านหน่งึ
มไิ ด้ มคี ำสอนในศาสนาใหน้ ายจ้างปฏิบัตติ ่อลกู จ้างในฐานะผ้ทู ำงาน และฐานะ
มนุษย์ที่พึงได้รับความเคารพสิทธิความเป็นมนุษย์หลายประการ ดังตัวอย่าง
ข้างล่างนี้
1. ใหค้ วามเคารพในศกั ดศิ์ รีความเปน็ มนษุ ย์ของลูกจ้าง ทา่ นศาสดา
เคยนั่งพื้นร่วมรับประทานอาหารกับคนใช้ของท่าน ท่านกล่าวว่า “ลูกจ้างของ
ท่านคือพี่น้องของท่านที่อัลลอฮ์ทรงให้อยู่ในการดูแลของท่าน ดังนั้นเขาควร
ไดร้ ับประทานอาหารเสมอื นทีท่ ่านรับประทาน สวมเสอื้ ผ้าเสมอื นท่ที า่ นสวมใส”่
(หะดษี บคุ อรี และมสุ ลิม) “จงให้เกียรติพวกเขา ดงั ที่ท่านใหเ้ กียรตลิ ูกของท่าน”
(หะดีษอิบนุมาญะฮ)์
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
110
ศาสนาอิสลาม
2. การมอบงานที่ไมเ่ กินความสามารถของลกู จ้าง ทา่ นศาสดากล่าวว่า
นายจ้าง “ไม่ควรวางภาระหนักแก่พวกเขาเกินกำลังความสามารถของพวกเขา
แม้มีภาระงานทห่ี นกั เกินไป ท่านตอ้ งช่วยเขาทำงานนนั้ ด้วย” (หะดษี บคุ อรี และ
มุสลิม)
3. การให้คา่ ตอบแทนการทำงานของเขาอยา่ งรวดเรว็ และเป็นธรรม
ท่านศาสดากล่าวว่า ให้จ่ายค่าตอบแทนแก่ลูกจ้างก่อนที่เหงื่อจะแห้ง “ในวัน
พิพากษาท่านจะต่อต้านคนที่ไม่รักษาคำพูด ขายคนไปเป็นทาส และผู้ที่จ้างคน
ทำงานได้ประโยชน์จากแรงงานของเขาแล้วไมจ่ ่ายคา่ จ้าง” (หะดีษบุคอรี)
4. การดแู ลลกู จา้ งใหม้ สี วัสดิการทด่ี ี เช่นได้รับสทิ ธพิ กั ผอ่ น การมชี วี ิต
ทไ่ี มแ่ รน้ แคน้ ทา่ นเคาะลฟี ะฮอ์ มุ รั อบิ นุ อลั คอ็ ฏฎอบ เคยลงโทษนายจา้ งทป่ี ลอ่ ย
ให้เด็กลูกจ้างไปขโมยอูฐโดยการปรับเป็นมูลค่า 2 เท่าของราคาอูฐที่เด็กขโมย
แทนทจ่ี ะลงโทษตดั มอื เดก็ ทข่ี โมย เนอ่ื งจากทราบความจรงิ วา่ เดก็ คนนน้ั อดอยาก
เพราะนายจ้างไมด่ ูแลเอาใจใส่ และจา่ ยคา่ จา้ ง (Mahammad Qutb,1964)
5. การปฏิบัตดิ ้วยความปราณแี ละความออ่ นโยน มีรายงานจากสาวก
ท่ดี ูแลรบั ใชท้ ่านนบีเปน็ เวลา10ปวี า่ ท่านไม่เคยได้ยนิ ทา่ นนบีออกปากว่า“เฮ้ย!”
หรือ ดวุ า่ ทำไมทำส่ิงนีไ้ ม่ทำส่งิ น้นั ” (หะดษี บุคอรแี ละมสุ ลมิ ) ทา่ นนบีกล่าววา่
“จงให้อภยั พวกเขาวนั ละ 70 หน” (หะดีษอบูดาวดู และติรมีซยี )์
การปฏบิ ตั ติ อ่ บุคคลในปกครองในทางท่ดี ี หรอื ไม่ดีจะเปน็ คุณหรอื โทษ
ตอ่ ผปู้ ฏบิ ตั ิ ทา่ นนบกี ลา่ ววา่ “การปฏบิ ตั อิ ยา่ งดตี อ่ บคุ คลใตป้ กครองนำมาซง่ึ โชค
การปฏบิ ัติอยา่ งเลวนำมาซ่ึงเคราะห์” (หะดีษอบดู าวดู )
6. การคำนึงถึงความผูกพันทางครอบครัวของลูกจ้าง หะดีษเป็น
จำนวนมากกล่าวถึงการท่ีท่านนบีไม่ยอมรับและตำหนิการนำคนมาเป็นทาสที่
ก่อให้เกิดการพลดั พรากระหว่างพอ่ แมล่ ูก และพนี่ ้อง (หะดีษอบดู าวดู , ตริ มซิ ีย,์
อิบนุมาญะฮ์)
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
111
ศาสนาอิสลาม
7. การปฏบิ ัตริ ะหว่างผปู้ กครองกับผู้ใตป้ กครอง
อิสลามมีแง่มุมการเมืองการปกครอง ท่านนบีมุฮัมมัดเป็นศาสนทูต
ที่แสดงแบบอย่างมนุษย์ที่ดีในสถานะต่างๆ ตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า
ท่านเคยเป็นลูกจ้าง เป็นผู้จัดการการค้า เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นนายของ
คนใช้ เป็นครู เป็นแม่ทัพ จนถึงเป็นผู้ปกครองนครรัฐอิสลาม เพราะฉะนั้น
การปฏิบัติต่อกันระหว่างผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครองจึงมีในหลายระดับสังคม
สามารถเกดิ ขน้ึ ไดต้ ง้ั แตร่ ะดบั สงั คมครอบครวั จนถงึ ระดบั บา้ นเมอื ง และระหวา่ ง
รฐั ในทีน่ ้กี ารปฏบิ ัตติ ่อกันจะกล่าวในระดบั รฐั เป็นสำคญั อยู่
หลักการสำคัญพ้ืนฐานของการปฏิบัติระหว่างผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้
ปกครองคือ บุคคลทั้งสองฐานะจะต้องทำหน้าที่ต่อกันและมีความรับผิดชอบ
ตามบัญญตั ิของพระเปน็ เจ้าทเี่ รยี กวา่ ชะรอี ะฮ์ มใิ ชต่ ามความรู้สึกนึกคิด หรอื
อำนาจอทิ ธิพลของตนเองหรอื บคุ คลฝ่ายใดฝา่ ยหนง่ึ ท่านนบมี ฮุ มั มดั ได้กล่าวถงึ
เรอ่ื งนไี้ ว้วา่ “พวกท่านทกุ คนเปน็ ผพู้ ิทักษ์ และรับผิดชอบตอ่ ผู้อยใู่ นความพิทกั ษ์
ของท่าน และตอ่ สงิ่ ตา่ งๆ ท่ีอยูใ่ นความดแู ลของทา่ น ผู้นำเป็นผพู้ ิทักษป์ ระชาชน
และต้องรับผิดชอบต่อพวกเขา ทุกคนล้วนเป็นผู้พิทักษ์ และจะถูกสอบสวน
เก่ียวกับความรับผดิ ชอบของพวกทา่ น” (หะดษี บุคอร)ี
เน่อื งจากหนา้ ทค่ี วามรับผิดชอบเป็นบญั ญตั จิ ากพระเปน็ เจ้า และได้รบั
การตอบแทนจากพระองค์ผู้อยู่ใต้ปกครองจึงต้องทำหน้าท่ีต่อประชาชนใน
ปกครองและประพฤติตนตามบัญญัติ ด้วยคุณธรรมตามกรอบของพระเป็นเจ้า
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
112
ศาสนาอิสลาม
เปน็ แบบอย่างท่ดี ีของผู้ใตป้ กครองไม่ประพฤตเิ สือ่ มเสียในทางใดๆ ท่านศาสดา
มุฮัมมัดได้กล่าวถึง ผู้ปกครองที่จัดอยู่ในคน 3 ประเภทที่จะถูกลงโทษอย่าง
รา้ ยแรงในปรโลก ไดแ้ ก่ “คนแกท่ ท่ี ำชู้ พระราชาทม่ี ดเทจ็ และคนจนทจ่ี องหอง”
(หะดีษมุสลิม) การเชื่อฟังของผู้ปกครองต่อพระเป็นเจ้า ทำให้ผู้ปกครองมี
ความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งผู้ปกครอง และผู้อยู่ใต้ปกครองมีหน้าที่
เชอื่ ฟงั ผปู้ กครอง มฉิ ะน้ันผปู้ กครองขาดความชอบธรรม และไมส่ ามารถบังคับ
ใหผ้ อู้ ยใู่ ตป้ กครองเชอ่ื ฟงั ทง้ั นค้ี มั ภรี อ์ ลั กรุ อานไดบ้ ญั ญตั ใิ หม้ สุ ลมิ เชอ่ื ฟงั เจา้ หนา้ ท่ี
บา้ นเมือง และศาสนทูตซง่ึ ทำหนา้ ทตี่ ามคำสง่ั ของอัลลอฮ์ (4:59) ผู้ปกครองรัฐ
สืบต่อจากท่านศาสดามุฮัมมัด ขึ้นครองอำนาจโดยประกาศพันธสัญญาที่จะ
ปกครองบา้ นเมอื งตามคมั ภรี อ์ ลั กรุ อาน และซนุ นะฮห์ รอื แบบอยา่ งความประพฤติ
ของศาสดา พร้อมยอมรับการพ้นจากตำแหน่งหากละเมิดต่อหลักการดังกล่าว
หลักการน้ีชว่ ยใหป้ ระชาชนใหส้ ัตยาบนั ยอมรบั การครองตำแหน่ง และปฏบิ ตั ิ
ตามผปู้ กครอง
การปฏิบัติต่อกันระหว่างผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้ปกครองที่เกิดขึ้นใน
ประวัติศาสตร์อิสลามและเป็นอุดมคติ เป็นเรื่องความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตาม
หลักศาสนาด้วยความศรัทธา ความรัก ความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ การทำหน้าที่
ของฝา่ ยหนง่ึ ยอ่ มทำใหอ้ กี ฝา่ ยไดร้ บั สทิ ธิ หากผปู้ กครองทำหนา้ ทด่ี ผี อู้ ยใู่ ตป้ กครอง
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
113
ศาสนาอิสลาม
ก็มีความเปน็ อยทู่ ่ีดี หากผู้อยู่ใตป้ กครองทำหนา้ ที่ดี ผปู้ กครองก็สามารถปกครอง
ไดอ้ ยา่ งราบรน่ื หากฝา่ ยหนง่ึ ฝา่ ยใดปฏบิ ตั อิ อกนอกลนู่ อกทางอกี ฝา่ ยกต็ อ้ งตกั เตอื น
อิบนุ อัลก็อยยิม ปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงของอิสลามท่านหนึ่งได้กล่าวถึง
ชะรีอะฮอ์ นั เปน็ บัญญัติของพระเป็นเจา้ ทผ่ี ้ปู กครองจกั ต้องยึดถือไว้วา่
“พื้นฐานของชะรีอะฮ์ก็คือปัญญา และสวัสดิการของประชาชนทั้งใน
โลกนี้และในโลกหน้าสวัสดิการอยู่ที่ความยุติธรรมอย่างสมบูรณ์ เมตตาธรรม
ความเป็นอยู่ที่ดี และปัญญา สิ่งที่หันเหจากความยุติธรรมไปสู่การกดขี่จาก
เมตตาธรรมไปสคู่ วามโหดร้าย จากสวสั ดิการไปสคู่ วามยากเขญ็ และจากปญั ญา
ไปสู่ความโงเ่ ขลา ไม่เขา้ ขา่ ยชะรอี ะฮ”์ (M. Umar Chapra, 1992)
ประวัติศาสตร์อิสลามได้กล่าวถึง ผู้ปกครองที่เอาใจใส่ดูแลประชาชน
ไวม้ ากมาย เช่น กรณีที่ท่านอุมรั อิบนุ อลั -คอ็ ฏฎอบ เคาะลฟี ะฮท์ า่ นท่ี 2 แห่ง
รฐั อสิ ลาม (ฮ.ศ.13-23/ค.ศ.634-644) ปลอมตวั เปน็ คนธรรมดาออกสอดส่อง
ดูแลสุขทุกข์ของประชาชนตามชานเมืองมดีนะฮ์ พบครอบครัวหญิงชาวบ้านที่
ไมม่ ีอาหารประทงั ความหวิ นางตม้ นำ้ หลอกใหล้ ูกเขา้ ใจว่ากำลงั ทำอาหารเพ่ือจะ
ได้หลับไป โดยไม่ร้องกวน เมื่อเคาะลีฟะฮ์ถามและแนะนำนางให้ไปร้องขอ
ความชว่ ยเหลือจากเคาะลฟี ะฮ์ นางตอบโตว้ า่ การดูแลประชาชนเปน็ หน้าท่ีของ
เคาะลฟี ะฮ์ ในทีส่ ุดทา่ นเคาะลีฟะฮไ์ ดก้ ลบั สสู่ ำนักเคาะลีฟะฮ์ จัดแป้งและส่งิ ของ
อื่นใส่ถุงยกขึ้นแบกเพื่อจะนำไปให้แม่ลูกที่ลำบากด้วยตัวท่านเอง ไม่ยอมให้
องครกั ษ์ทำแทนตามคำรอ้ งขอ โดยท่านอ้างว่าการดแู ลสวสั ดกิ ารประชาชนเป็น
กจิ ของทา่ น หากทา่ นไมท่ ำหนา้ ท่ี ในปรโลกองครกั ษม์ อิ าจแบกรบั บาปแทนทา่ นได้
นอกจากน้ียังมีคำสอนที่ส่งเสริมสนับสนุนและกำกับดูแลให้ผู้ปกครอง
ประพฤติปฏบิ ัตอิ ยา่ งเที่ยงธรรม เช่นทที่ ่านศาสดากล่าวว่า
“ผู้นำท่ีเที่ยงธรรมจัดอยู่ในบุคคลอันดับแรกในบรรดาบุคคลที่อัลลอฮ์
ทรงใหอ้ ยใู่ นรม่ เงาของพระองค”์ (หะดษี บุคอรี และมุสลิม)
“ญิฮาด (การต่อสู้) ที่ดีเลิศคือการกล่าวสิ่งที่เป็นธรรมต่อผู้ปกครองที่
อธรรม” (หะดีษ อบดู าวูด และติรมซิ ยี ์)
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
114
ศาสนาอิสลาม
“พวกท่านทั้งหลายจะต้องกำชับในการดี ห้ามปราบการชั่ว และต้อง
ยับยั้งผู้ปกครองที่อธรรม จงขอให้เขาหันสู่สัจธรรม และเหนี่ยวรั้งเขาให้อยู่ใน
สัจธรรม” (หะดษี อบูดาวูด)
“แท้จริงเม่ือประชาชนเห็นผู้ปกครองที่อธรรมแล้วพวกเขาไม่ยับย้ัง
ในไมช่ า้ อลั ลอฮ์จะทรงลงโทษพวกเขาทั้งหมด” (หะดษี อบูดาวดู )
ความเสียหายจากความอธรรมของผู้ปกครองน้ันมีมากกว่าความอธรรม
ที่กระทำต่อกันระหว่างคนธรรมดาผู้อยู่ใต้ปกครอง เนื่องจากความอธรรมของ
ผปู้ กครองเปน็ การละเมดิ สทิ ธขิ องประชาชนผอู้ ยใู่ ตป้ กครองทง้ั หมด ความเสยี หาย
ย่อมมีผลกว้างขวางกว่า เจ้าทุกข์มีน้อยกว่า ในสาส์นของท่านศาสดาที่ส่งไป
เชิญชวนเจ้าผู้ครองอาณาจักรต่าง ๆ ให้เข้ารับอิสลาม มีข้อความลงท้ายด้วย
คำเตือนที่ว่า หากเจ้าผู้ครองไม่รับอิสลาม เจ้าผู้ครองจะต้องแบกบาปผู้คนทั้ง
แผ่นดิน เรื่องนี้อาจเป็นนัยว่า เจ้าผู้ครองที่มีสาสน์ไปถึง ในขณะนั้นปกครอง
บ้านเมืองอย่างไม่เป็นธรรม อันก่อความเสียหายให้แก่คนทั้งแผ่นดิน สมควร
แบกรับบาปของประชาชนใต้ปกครองทั้งหมด การเข้ารับอิสลามจะช่วยให้เจ้า
ผู้ครองปกครองบา้ นเมืองอยา่ งเป็นธรรม
8. การปฏิบัติตอ่ เพอ่ื นบ้าน
เพื่อนบ้านคือ ผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ชิดกัน หรือในละแวกเดียวกัน
อัลกุรอาน มีคำสอนให้บคุ คลกระทำความดีตอ่ เพอ่ื นบ้านใกล้ชิดและเพ่อื นบ้าน
หา่ งไกล พรอ้ มกบั ทใ่ี หท้ ำดตี อ่ พอ่ แม่ ญาตพิ น่ี อ้ ง เดก็ กำพรา้ คนขดั สน และผรู้ ว่ ม
เดนิ ทาง (4: 36) ตามหะดษี และนติ ศิ าสตรถ์ อื วา่ มสุ ลมิ ตอ้ งเอาใจใสด่ แู ลชว่ ยเหลอื
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดในเชิงระยะทาง ก่อนผู้ที่อยู่ห่างไกล
ออกไปตามลำดับไม่ว่าเพื่อนบ้านนั้นจะเป็นญาติ มิตร หรือผู้ร่วมศรัทธาหรือ
ไม่ก็ตาม
คำสอนที่สนับสนุนหลักการดังกล่าวจากคัมภีร์อัลกุรอานปรากฏอยู่
มากมายจากวจนะของท่านศาสดามุฮัมมัดจากบันทึกหะดีษต่างๆ ดังตัวอย่าง
สาระดังตอ่ ไปน้ี
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
115
ศาสนาอิสลาม
“เพื่อนบ้านท่ดี ีทส่ี ุดในสายพระเนตรของอัลลอฮ์ คอื ผู้ทีด่ ที สี่ ดุ กับเพือ่ น
บ้านของตน” (หะดีษติรมซิ ยี )์
“ญบิ รีล (Gabriel) เฝา้ แตก่ ำชบั การทำดกี ับเพ่อื นบ้าน จนฉันคดิ วา่ ท่าน
จะนับรวมเอาเพือ่ นบา้ นเป็นทายาท” (หะดีษบคุ อรแี ละมุสลมิ )
“ดว้ ยพระผู้ซ่ึงวิญญาณของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ไมม่ บี ่าวคน
ใดมีศรัทธาที่แท้จนกว่าเขาอยากให้เพ่ือนบ้านของตนได้สิ่งท่ีตนเองอยากได้”
(หะดษี มสุ ลมิ )
“ผู้ท่ีเพ่ือนบ้านไม่รู้สึกปลอดภัยจากความช่ัวร้ายของตนไม่ใช่ผู้ศรัทธา
และไม่ได้สวรรค”์ (หะดษี บคุ อรีและมสุ ลมิ )
“ผู้ใดศรัทธาในอัลลอฮ์และวันอวสาน ให้ผู้นั้นปฏิบัติดีกับเพื่อนบ้าน
ใหเ้ กียรตแิ ขก พดู ดี มิฉะนนั้ ก็นงิ่ เสีย” (หะดีษบุคอรีและมสุ ลิม)
“ผูท้ ีก่ นิ อม่ิ ขณะเพื่อนบ้านหวิ โหย ไมใ่ ชผ่ ู้ศรทั ธา”
“ผทู้ ศ่ี รทั ธาในอลั ลอฮแ์ ละวนั อวสานตอ้ งไมท่ ำรา้ ยหรอื รบกวนเพอ่ื นบา้ น”
(หะดีษบุคอรี)
“เมื่อท่านทำแกงก็ใหเ้ พมิ่ นำ้ แกง คดิ ถงึ ครอบครวั เพอ่ื นบา้ น แล้วแบ่งให้
พวกเขา” (หะดษี มุสลิม)
โอ้ สตรผี ศู้ รัทธา อย่าคิดว่าของขวญั ใดมคี า่ นอ้ ยเกนิ ไปท่ีจะมอบให้
เพื่อนบ้าน แม้แต่ตนี แพะเพียงตนี เดียว” (หะดษี บุคอรแี ละมุสลมิ )
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
116
ศาสนาอิสลาม
“ไม่ให้เข้าไปหรือมองเข้าไปในบ้านคนอื่นโดยไม่ขออนุญาต และได้
รับอนญุ าต” (24 : 28, หะดษี บุคอรแี ละมุสลิม)
“เพ่ือนบ้านทเ่ี ลวคอื ผู้ทีเ่ หน็ อะไรท่ีดีๆ ของเพ่ือนบา้ นเขาปกปดิ ไว้ และ
ถ้าเห็นอะไรเลวของเพื่อนบ้านก็โฆษณามัน” (หะดษี อฏั เฏาะบะรอนยี ์)
“หนา้ ทข่ี องเพื่อนบ้านคอื อะไร? ช่วยเหลือเขาเมอ่ื เขาขอความชว่ ยเหลอื
เปน็ ทพ่ี ง่ึ ของเขาหากเขาขอพง่ึ ใหเ้ ขาหยบิ ยมื หากเขาขอยมื บรรเทาความเดอื ดรอ้ น
ของเขาเม่อื เขาเดอื ดรอ้ น รักษาพยาบาลเขา หากเขาเจบ็ ปว่ ย ตามสง่ ศพเขาเม่อื
เขาตาย แสดงความยนิ ดกี บั เขาหากเขาไดด้ ี เหน็ ใจเขาในยามทเ่ี ขาตกทกุ ขไ์ ดย้ าก
อย่ายกอาคารของท่านสูงจนบังลมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขา อย่าทำให้เขา
อับอายหากท่านซื้อผลไม้ก็จงแบ่งปันให้เขา มิฉะนั้นก็อย่าให้เขาเห็น และ
อย่าให้ลูกๆ ของท่านนำมันออกมายั่วลูกๆ ของเขา” (อิบนุ อดี อ้างจาก
มิชกาตุลมะซอบหิ )์
9. การปฏบิ ตั ติ อ่ เพ่ือนรว่ มศาสนา
พันธะประการหนงึ่ ในอิสลาม คอื พันธะตอ่ พ่ีนอ้ งรว่ มศรทั ธา เป็นพันธะ
ท่ไี มค่ ำนงึ ถึงความแตกต่างทางเช้อื ชาติ สีผวิ ภาษา ฐานะทางสังคม วงศต์ ระกลู
อลั กรุ อานกลา่ วไวอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ “ศรทั ธาชน คอื พน่ี อ้ งกนั ” (49: 10) ความเปน็
พี่น้องกันในศาสนานั้น เป็นพันธะที่แข็งแกร่งที่สุดและด้วยความรักในผู้ร่วม
ศรัทธานี้ ทำให้ศาสดาสามารถสร้างชุมชนศรัทธาขึ้นมาได้ และส่งผลให้ขยาย
ชุมชนศรัทธาชนใหก้ วา้ งขวางออกไป ท่านศาสดากล่าววา่
“ความสัมพนั ธร์ ะหว่างศรทั ธาชนเปรียบเสมอื นอาคาร ตา่ งส่วนตา่ งกนั
คำ้ จนุ กันและกนั ” (หะดษี บคุ อรีและมสุ ลมิ )
ความผกู พันของศรทั ธาชนนั้น เป็นการสรา้ งความรสู้ ึกรว่ มกัน หรือรับรู้
ร่วมกันในความทุกข์ ความสุข ศรัทธาชนที่ดีจะต้องสร้างความรู้สึกเหล่านี้ให้
เกดิ ขึ้น ดงั ท่ที ่านศาสดากลา่ วว่า
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
117
ศาสนาอิสลาม
“มุสลิมทงั้ หลายเปรยี บเสมอื นเรือนรา่ งเดียวกัน ถา้ รา่ งกายบางส่วนเจ็บ
รา่ งกายส่วนอนื่ ทั้งหมดก็ร้สู ึกเจ็บดว้ ย” (หะดีษบคุ อรีและมสุ ลิม)
นอกจากน้ันอิสลามได้วางแนวทางไว้เก่ียวกับการปฏิบัติเพื่อปกป้องให้
ชุมชนศรัทธาชนมีความรักสามัคคีดูแลกันและกันให้อยู่ในครรลองคลองธรรม
และปลอดภัย ดังทที่ ่านศาสดากลา่ ววา่
“ไม่อนุญาตให้มุสลิมบาดหมางจากพี่น้องของเขาเกินสามวัน โดยที่ทั้ง
สองคนเบือนหนีจากกนั และกนั เม่ือพบกนั คนที่ดกี ว่าคือคนท่ที ักทายอีกคนหนึ่ง
กอ่ น” (หะดีษบคุ อรแี ละมสุ ลิม)
“ผ้ใู ดกต็ ามห่างเหินจากพ่ีนอ้ งของเขาหนึง่ ปี กเ็ ท่ากับเขาไดท้ ำให้พีน่ ้อง
ของเขาหลั่งเลอื ด” (หะดีษบคุ อรี)
“ผู้ศรัทธาเป็นกระจกเงาให้พี่น้องของเขา หากเขาเห็นฝุ่นก็ช่วยขจัด
ออกไป” “ผู้ศรัทธาเป็นกระจกเงาให้แก่ผู้ศรัทธา และผู้ศรัทธาเป็นพี่น้องของ
ผู้ศรัทธา เขาขจัดภยันตรายจากพี่น้องของเขา และปกป้องเขาลับหลัง”
(หะดีษ อบูดาวดู , ตริ มิซยี ์)
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
118
ศาสนาอิสลาม
10. การปฏบิ ตั ติ ่อเพื่อนมนุษย์
การปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นการปฏิบัติต่อผู้อื่นในวงกว้างในฐานะ
เพื่อนร่วมโลก นอกเหนือไปจากผู้อื่นในฐานะต่าง ๆ ในขอบเขตจำกัดดังที่
กล่าวมา และเนื่องจากมนุษย์มีวิถีชีวิตแตกต่างกัน การปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์
จึงเน้นความสัมพนั ธต์ อ่ มนษุ ยท์ ีม่ ีความแตกต่างกันในด้านวถิ ีชีวติ
โดยนัยดังกล่าว อิสลามได้สอนหลักการ วิธีปฏิบัติ และบทเรียนจาก
ประวัติศาสตร์ประชาคมผู้ศรัทธาภายใต้การนำของศาสดามุฮัมหมัด ซึ่งอาจ
พจิ ารณาได้ 4 ประการ คือ
1. ความเปน็ อนั หนึ่งอนั เดยี วกันของมวลมนษุ ย์
2. การเน้นความสำคัญสงู สดุ ของศาสนธรรม
3. การเคารพเสรีภาพในความเชอ่ื
4. การมีมนุษยธรรมไรข้ อบเขต
1) ความเป็นอนั หนง่ี อนั เดียวกันของมนุษย์
อิสลามเกิดท่ามกลางสังคมที่มีความแตกต่างกันในด้านความเชื่อ
เผ่าพันธุ์ ภาษา ชนชน้ั ฯลฯ และขัดแย้งเขน่ ฆ่ากัน เน่อื งดว้ ยความแตกตา่ งเหล่าน้ ี
โดยประกาศว่าความแตกต่างเปน็ ธรรมชาติของมนุษยแ์ ละโลก เปน็ สิ่งสร้างสรรค์
(30:22,49:13) และไม่ควรถอื เป็นเหตุของการทำลาย ทำร้ายซ่ึงกนั และกนั
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
119
ศาสนาอิสลาม
เหนอื ความแตกตา่ งกนั มนษุ ยม์ คี วามเปน็ อนั หนง่ึ อนั เดยี วกนั ในเรอ่ื งใหญ่
ได้แก่
(1) มนษุ ยร์ ว่ มตน้ กำเนดิ และปลายทางสงู สดุ เดยี วกนั ทเ่ี รยี กวา่ “อลั ลอฮ”ฺ
พระผู้เปน็ เจ้า ฯลฯ ส่งิ สงู สดุ นี้เป็นสากลมิไดเ้ ปน็ ของชนชาติใด สิ่งใด ที่ใด เวลาใด
(21:92)
ภาพน้ ี เราจะเห็นภาพของตวั อ่อน
ซึ่งเป็นสิ่งแขวนลอยในช่วงระยะที่
เปน็ alaqah อยใู่ นมดลกู (ครรภ์)
ของมารดา
แผนภมู ิระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดหวั ใจพอสังเขปในตวั ออ่ นในชว่ ง
ระยะ alaqah ซ่ึงลกั ษณะภายนอกของตัวออ่ นและส่วนทเ่ี ป็นถงุ ของตวั ออ่ นจะดคู ลา้ ยกับ
ล่ิมเลือด เนอื่ งจากมเี ลือดอยู่คอ่ นขา้ งมากในตวั อ่อน
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
120
ศาสนาอิสลาม
(2) มนุษย์กำเนิดในจักรวาลท่ีถูกสร้างและมีน้ำเป็นมูลฐานชีวิตเช่นกับ
ส่งิ มชี ีวติ อื่น (21:30,24:45)
(3) มนุษย์ถอื กำเนิดจากเชือ้ ชีวิตเดยี วกัน (4:1)
(4) ชวี ติ มนษุ ยพ์ ฒั นาตามขน้ั ตอนเดยี วกนั เรม่ิ จากเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ์ เพศชาย
และหญงิ (40:67)
ภาพถ่ายของตวั ออ่ นในชว่ งระยะ mudghah
(อายุ 28 วนั ) ตัวออ่ นในระยะนี้จะมีลกั ษณะ
เหมือนสสารที่ถูกขบเคี้ยว เนื่องจาก
ไขสันหลังท่อี ย่ดู ้านหลังของตัวอ่อนมีลักษณะ
ค่อนข้างคล้ายกับร่องรอยของฟันบนสสาร
ท่ถี ูกขบเคย้ี ว ขนาดท่แี ทจ้ ริงของตัวออ่ นจะมี
ขนาด 4 มลิ ลิเมตร
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
121
ศาสนาอิสลาม
เมื่อเปรียบเทียบลักษณะ
ของตัวอ่อนในช่วงระยะ
mudghah กับหมากฝรั่ง
ที่เคี้ยวแล้ว เราจะพบกับ
ความคล้ายคลึงระหว่าง
ทั้งสองสิง่ น้ี (A) รูปวาดของ
ตั ว อ่ อ น ใ น ช่ ว ง ร ะ ย ะ
mudghah เราจะเห็น
ไข สั น ห ลั ง ที่ ด้ า น ห ลั ง
ของตัวอ่อน ซึ่งดูเหมือน
ลักษณะร่องรอยของฟัน
ทกี่ ัดหมากฝรง่ั (B)
(5) มนุษย์มีบรรพบุรุษร่วมกันโดยได้ช่ือว่าเป็นลูกหลานของอาดัม
(7:26)
(6) มนุษย์เป็นชาติกำเนิดท่ีดำรงชีวิตร่วมกันเป็นกลุ่มหรือลำดับ
เช่นเดยี วกบั สิ่งมีชีวติ อน่ื (6:38)
(7) มนุษย์ท้ังมวลมีฐานะเป็นส่ิงสร้างมาเพื่อรับฐานะเป็นเคาะลีฟะฮ์
หรือผปู้ กครองสากลจกั รวาล (2:30,61:66,35:39)
วิถีชีวิต 5 ศาสนิกในประเทศไทย
122