The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Vol. 1 No. 1 (2022) :
วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pimlada Hw, 2022-09-30 01:39:07

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา

Vol. 1 No. 1 (2022) :
วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2565)

สมเดช สแี สง และสนุ ันทา สนุ ทรประเสรฐิ . 2543. ปฏิรูปการเรยี นรู0สก2ู ารพฒั นาวิชาชพี ครูตาม
พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแห2งชาติ สายครผู 0ูสอน. นครสวรรค5 : หจก.รมิ ปóง การพิมพ-5 .

สดุ ารตั น5- ชาญเลขา. 2535. การเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ าขับรอ0 งเพลงไทยของ นักศึกษา
วทิ ยาลัยครทู ่ีเรยี นโดยการใช0ชุดการสอนจุลบทกบั การสอนแบบปกต.ิ วทิ ยานพิ นธ5-
ปริญญามหาบณั ฑิต ภาควชิ าอุดมศึกษา บัณฑติ วทิ ยาลัย จุฬาลงกรณ5-มหาวิทยาลัย.

- 289 -

การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนด.วยการใช.หนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ สt (E - Book)
เรื่องการจาํ แนกประเภทของเครือ่ งดนตรี

Develop academic achievement through the use of electronic books
(E - Books). Classification of musical instruments

นง หงสพK งศ2K 0
Nong Hongpong
หลักสตู รศกึ ษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป5) คณะศิลปศึกษา สถาบนั บณั ฑิตพฒั นศิลป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคดั ย'อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค5เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดFวยการใชFหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่องการจําแนกประเภทของเครื่องดนตรีโดยใชFกลุIมตัวอยIางเปTนนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 คัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ ด าเนินการทดลองระยะเวลา 1 สัปดาห5โดยแบIง
เนื้อหาเปTนประเภทของ เครื่องดนตรีไทยและดนตรีสากล มีเครื่องมือที่ใชFในการวิจัยเปTนแบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อใชFทดสอบ กIอนเรียนและหลังเรียน จากการวิจัยครั้งนี้พบวIา นักเรียนมีคะแนน
เฉลี่ยหลังเรียนสูงกวIากIอนเรียน โดยผลการ ทดลองกIอนเรียนประเภทของเครื่องดนตรีไทย มีคะแนน
คIาเฉลี่ย ( ) เทIากับ 3.46 คิดเปTนรFอยละ 34.66 และ หลังเรียนมีคะแนนคIาเฉลี่ย ( ) เทIากับ 8.1
คิดเปTนรFอยละ 81.66 จัดอยูIในเกณฑ5ดีเยี่ยมและผลการทดลอง กIอนเรียนประเภทของเครื่องดนตรีสากล
มีคะแนนคIาเฉลี่ย ( ) เทIากับ 2.93 คิดเปTนรFอยละ 29.3 และหลัง เรียนมีคะแนนคIาเฉลี่ย ( ) เทIากับ 8.2
คดิ เปนT รอF ยละ 82
คาํ สําคัญ : จาํ แนกประเภทเครอื่ งดนตรี

20 นักศึกษาสาขาดนตรศี ึกษา, หลักสูตรศึกษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป): คณะศิลปศกึ ษา สถาบนั บัณฑติ พฒั นศลิ ปA
E – mail : [email protected]

- 290 -

Abstract
This research article The objective of this study was to study learning achievements
by using electronic books (E-Books) to classify musical instruments using a sample of grade 4
students selected according to specific qualifications. Run a one-week trial with content divided
into categories. Thai and international musical instruments There are tools used in the research
as an achievement test. before and after school From this research, it was found that The
students had higher grade point average than before, the average score ( ) was 3.46 or 34.66%,
and the average score after studying was ( ) was 8.1 or 81.66 percent, which was in excellent
condition and the results of the pre-study trial in the category International Musical Instruments
average score ( ) was 2.93 equals 29.3%, and after school the mean score ( )of 8.2 equals 82%
Keywords : Classification of musical instruments

- 291 -

บทนาํ
การเรียนรใูF นศตวรรษที่ 21 มุIงเนFนใหนF ําสอ่ื เทคโนโลยีมาประยกุ ตใ5 ชFในการเรียนการสอนทผ่ี เูF รียน

สามารถเรียนรูFไดFดFวยตนเองโดยผูFสอนเปTนผูFออกแบบการเรียนรูF เพื่อใหFเรียนเขFาใจบทเรียนไดFอยIางรวดเร็ว
และ กระตุFนความสนใจตIอการเรียนรูFไดFดFวยตนเองปåจจุบันมีการนําหนังสืออิเล็กทรอนิกส5มาใชFเปTนส่ือ
เสริมการเรียนรูFเนื่องจากสามารถแทรก รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว บททดสอบ จุดเชื่อมโยงไปยังสIวนตIาง ๆ
ของบทเรียนเพราะการใชF สื่อมัลติมีเดียประกอบการสอนจะสIงผลใหFผูFเรียนเขFาใจเนื้อหาไดFรวดเร็วและแมIนยำ
พรFอมทั้งยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น (สิริภัทร เมืองแกFว และ กุลสิรินทร5 อภิรัตน5วรเดช, 2561, น.18)
จากนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารูFของกระทรวงการศึกษาธิการสIงผลใหFเวลาเรียนในกลุIมสาระวิชาศิลปะ
ถูกลดลงตามนโยบาย ครูผูFสอนจึงตFองลดบทบาทจากเดิมที่คอยสอนเนื้อหาสาระมาเปTนผูFที่คอยอำนวย
ความสะดวก กระตุFน ใหFนักเรียนเกิดการเรียนรูFดFวยตนเอง เพิ่มเวลารูFจากสื่อเทคโนโลยีและแหลIงเรียนรFู
สรFางบรรยากาศ และ จัดสถานการณ5ใหFนักเรียนเกิดการเรียนรูFใชFวิธีการประเมินผลที่หลากหลาย
(รวีวรรณ พาชัย, 2559, น. 2)

การใชFสื่อการสอนเปTนตัวกลางที่สําคัญในการถIายทอดความรูFจากผูFสอนไปสูFผูFเรียนทําใหFผูFสอน
กับผูFเรียนสื่อสารระหวIางกันไดFงIาย สะดวก มีประสิทธิภาพ สIงผลใหFการเรียนรูFสามารถประสบความสําเร็จ
บรรลุจุดประสงค5ของการเรียนที่กําหนดไวF ผูFสอนจึงตFองออกแบบสื่อการสอนใหFมีความเหมาะสมกับวัย
และการเรียนรูFของผูFเรียน (วิมล กมลลาศน5, 2551, น. 43, วิลาวัลย5 โพธิ์ทอง, 2561, น. 15) สื่อการสอนในปåจจุบัน
มหี ลายประเภท เชIน สอ่ื การสอนรปู แบบออนไลน5 เกมกระดาน หรอื สอ่ื การสอนชนดิ การด5 เกมส5 เปนT ตนF

รายวิชาดนตรีในกลุIมสาระการเรียนรูFศิลปะเปTนรายวิชาที่ผูFเรียนจะตFองศึกษาดนตรีทั้งในดFาน
ทฤษฎีและปฏิบัติ ในการสอนเนื้อหาดFานทฤษฎีผูFศึกษาพบวIาเรื่องประเภทเครื่องดนตรี เปTนสIวนสําคัญพื้นฐาน
ในการเรียนดนตรี แตIเนื่องจากเนื้อหาดนตรีบางสIวนมีความซับซFอน หลากหลายหรือคลFายคลึงกัน เชIน
เรื่องของคIาตัวโนFตและการจําแนกเครื่องดนตรีในวงดนตรีตIาง ๆ ซึ่งผูFเรียนจะตFองจดจําเพื่อนําไปตIอยอด
สําหรับการเรียนรูFในเนื้อหาดนตรีดFานอื่น ๆ ในการศึกษาบทเรียนที่มีเนื้อหาซับซFอนอาจทําใหFผูFเรียนเกิด
ความสับสนและยIอทFอในการเรียน ผูFศึกษาจึงจําเปTนตFองอาศัยการใชFแรงจูงใจในดFานตIาง ๆ เชIน การใชFสื่อ
การเรียนการสอนเขFามาเสริมเพ่ือใหนF ักเรยี นเกิดการเรยี นรทูF ีด่ ยี ง่ิ ขนึ้

หลังทําการสอนรายวิชาดนตรีระดับชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 หนIวยการเรียนรูFที่ 1 เรื่องเครื่องดนตรี
ที่ใชF ในเพลง ผูFศึกษาพบวIาผูFเรียนนั้นไมIเขFาใจเนื้อหาในบทเรียนมีการสับสนระหวIางประเภทของเครื่องดนตรีไทย
และเครื่องดนตรีสากล ผูFสอนจึงตFองการนำหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่องประเภทของเครื่องดนตรีมาใชF
ประกอบการสอนเพื่อใหFผูFเรียนเกิดการจดจําและเขFาใจเนื้อหาของบทเรียนระหวIางการใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5
และนําไปสกูI ารพัฒนาทกั ษะในการเรยี นรูFเนอ้ื หาดนตรดี Fานอืน่ ๆ ตอI ไปในอนาคต

- 292 -

วัตถปุ ระสงคกC ารวิจยั
1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดFวยการใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book)
เร่อื งการจําแนกประเภทของเครอื่ งดนตรเี คล่ือนไหวประกอบจังหวะเพอ่ื พัฒนากลาF มเนือ้ มัดใหญขI องเด็กช้ันปฐมวัย

ประโยชนทC ค่ี าดวา' จะไดMรับ
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้นหลังจากใชF หนังสืออิเล็กทรอนิกส5
(E - Book) เร่ือง การจําแนกประเภทของเครื่องดนตรี

วิธีดําเนินการวจิ ยั
การวิจัยครั้งนี้มีลักษณะเปTนงานวิจัยเชิงปริมาณ (QuantitativeResearch) มีการใชFแบบทดสอบ
กอI นเรยี นและหลงั เรียน สาํ หรบั การเก็บขอF มลู และใชFวเิ คราะห5ผลในการวิจยั

1.ขอบเขตประชากรและกลมุ' ตวั อยา' ง
1.1 ประชากร การดําเนินการวิจัยครั้งนี้มีกลุIมประชากร ไดFแกI นักเรียนชั้นประถมศึกษา

เขตภาคกลาง
1.2 กลุIมตัวอยIาง การวิจัยครั้งนี้มีกลุIมตัวอยIางโดยคัดเลือกแบบเจาะตามคุณสมบัติ

คอื นักเรยี นช้ัน ประถมศกึ ษาปWท่ี 4 โรงเรียนชมุ ขนวัดบางไผI จำนวน 8 คน
2. เครื่องมอื ท่ใี ชMในการวิจยั
เครอ่ื งมือในการดำเนนิ การวจิ ัย
2.1 แบบทดสอบกIอนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ประเภทของเครื่องดนตรีไทย

และประเภทของเครอ่ื งดนตรสี ากล
2.2 หนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่องการจำแนกประเภทของเครื่องดนตรี

ชน้ั ประถมศกึ ษาปทW ่ี 4
2.3แผนการจัดการเรียนการสอนเรื่องประเภทของเครื่องดนตรีไทยและประเภทของ

เคร่ืองดนตรี สากลชัน้ ประถมศึกษาปWท่ี 4
3. การเกบ็ รวบรวมขอM มูล
ผFูวจิ ัยดาํ เนินการเก็บขอF มลู ตามข้ันตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ทดสอบกIอนเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการ

จาํ แนกประเภท ของเคร่ืองดนตรี
ขั้นตอนที่ 2 ดำเนินกิจกรรมการสอนเรื่องการจําแนกประเภทของเครื่องดนตรีดFวยหนังสือ

อเิ ล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรือ่ งการจาํ แนกประเภทของเครือ่ งดนตรี จาํ นวน 1 อาทติ ย5 4 คาบ (คาบละ 50 นาท)ี
ขั้นตอนที่ 3 ทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

เร่อื ง การจาํ แนกประเภทของเคร่ืองดนตรี

- 293 -

4. สถติ ิท่ีใชใM นการวเิ คราะหCขMอมูล
สถิติที่ใชFในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนจะ

ใชสF ถิติ พื้นฐาน คือ คาI เฉลย่ี และรอF ยละ
สูตรการหาค'ารMอยละ

สตู รการหาค'าเฉล่ยี เม่อื P แทน รอF ยละ
F แทน ความถี่ทตี่ อF งการแปลคาI ใหFเปTนรอF ยละ
N แทน จำนวนความถีท่ ง้ั หมด

เมือ่ แทน คIาเฉลีย่

แทน ผลรวมท้ังหมดของความถ่ีคูณคะแนน
แทน ผลรวมทั้งหมดของความถี่ซึ่งมีคIาเทIากับจำนวนขFอมูลทั้งหมดจากการ
เก็บ ผลสัมฤทธิ์เปรียบเทียบคะแนนกIอนเรียน (Pre - Test) กับคะแนนหลังเรียน (Post - Test) ของนักเรียน

กIอนใชFสื่อและหลังใชFสื่อ โดยทำการเก็บขFอมูลจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 จำนวน 8 คน ของโรงเรียน
ชุมชนวัดบางไผI โดยนําหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E-Book) เรื่อง การจําแนกประเภทของเครื่องดนตรีใหFนักเรียน
ไดFเรียนในชั่วโมงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารูF โดยอยูIในการควบคุมของนักศึกษาฝóกสอน ผลการทดสอบปรากฏ

ดงั น้ี ตารางที่ 1 ตารางเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWท่ี 4 /3

เรอื่ งการจําแนกประเภทของเครื่องดนตรไี ทยและดนตรีสากล ทั้งกIอนเรยี นและหลงั เรียน

ค$าคะแนน ผลรวม แบบทดสอบกIอน แบบทดสอบหลงั แบบทดสอบกIอน แบบทดสอบหลัง
เรียนดนตรไี ทย เรยี นดนตรีไทย เรียนดนตรีไทย เรียนดนตรไี ทย

ผลรวม 104 245 88 248

คIาเฉลยี่ 3.46 8.1 2.93 8.2

รอF ยละ 34.66 81.66 29.33 82

เกณฑก5 าร ปรบั ปรุง ดีเย่ียม ปรบั ปรงุ ดีเยี่ยม
ประเมนิ

จากตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน
ของ นักเรียนระดับบชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 จำนวน 8 คน ที่ใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book)
เรื่อง การจําแนกประเภทของเครื่องดนตรี มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวIาคะแนนเฉลี่ยกIอนเรียน จึงสรุปไดFวIา

- 294 -

นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นเมื่อไดFใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่อง การจำแนกประเภท
ของเครือ่ งดนตรี โดยจดั อยIใู นเกณฑ5ดีเยย่ี มทงั้ เคร่อื งดนตรไี ทยและเครื่องดนตรสี ากล

สรปุ ผลการวิจัยและอภปิ รายผล
การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4
โรงเรียนชุมชนวัดบางไผIดFวยการใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่องการจําแนกประเภท
ของเครื่องดนตรีมีวัตถุประสงค5 เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ของวิธีการแกFไขปåญหาโดยใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5
(E - Book) โดยมสี าระสําคญั สรปุ ไดF ดงั นี้
1. สรุปผลการวจิ ยั

ผลการศึกษา เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนขอนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4
โรงเรียนชุมชนวัดบางไผIดFวยการใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E-Book) เรื่อง การจําแนกประเภทของเครื่องดนตรี
สามารถสรุปผลไดFดงั น้ี

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดFวยหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่อง การจําแนกประเภท
ของเครื่องดนตรีของนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 ท้ังกIอนเรียนและหลังเรียนในการทดลองกลุIมตัวอยIาง
ทั้งหมด 8คน โดยผลการทดลองกIอนเรียนประเภทของเครื่องดนตรีไทย มีคะแนนคIาเฉลี่ย ( ) เทIากับ 3.46 คิดเปTน
รFอยละ 34.66 และหลังเรียนมีคะแนนคIาเฉลี่ย ( ) เทIากับ 8.1 คิดเปTนรFอยละ 81.66 และผลการทดลองกIอนเรียน
ประเภทของเครื่องดนตรีสากล มีคะแนนคIาเฉลี่ย ( ) เทIากับ 2.93 คิดเปTนรFอยละ 29.3 และหลังเรียนมีคะแนน
คIาเฉลี่ย ( ) เทIากับ 8.2 คิดเปTนรFอยละ 82 จึงสรุปไดFวIาคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวIาคะแนนเฉลี่ยกIอนเรียน
นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นเมื่อไดFใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่อง การจําแนกประเภท
ของเครื่องดนตรี โดยจัดอยใIู นเกณฑด5 ีเยี่ยม

2. อภิปรายผล
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูFเรียนที่เรียนดFวยหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book)

เรื่อง การจำแนกประเภทของเครื่องดนตรีสําหรับนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปWท่ี 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ที่สูงขึ้น โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวIาคะแนนเฉลี่ยกIอนเรียน คิดเปTนรFอยละจัดอยูIในเกณฑ5การประเมิน
ที่ดีเยี่ยม ที่เปTนเชIนนี้เพราะโครงสรFางของหนังสืออิเล็กทรอนิกส5เปTนแบบหนังสือสื่อหลากหลาย
(Polymedia Books) ที่รวมทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ขFอความ ตัวอักษร และความเชื่อมโยงระหวIาง
ขFอมูลภายในเลIม ผูFเรียนสามารถเรียนรูFไดFดFวยตนเอง สามารถทบทวนเนื้อหาไดFตามความตFองการ
และ มีการเสริมแรงพฤติกรรมที่เปTนคะแนนหรือเสียงที่ชIวยเสริมจูงใจที่ชIวยใหFเกิดการเรียนรูF ซึ่งสอดคลFองกับ
งานวิจัยของพัดชา อินทรรัศมี (2555, น. 67) ซึ่งไดFสรFางและพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book)
เรื่อง การใชFหFองสมุดสําหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 ที่มีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น ผูFเรียนมีความรูF ความเขFาใจ
หลังจากที่เรียนดFวยหนังสือ อิเล็กทรอนิกส5 ซึ่งผลการใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E-Book) เรื่อง การใชFหFองสมุด
สําหรับนักเรียนอยูIในระดับดี จํานวน 8 คน คิดเปTนรFอยละ 83.72 ซึ่งไดFใชFหลักจิตวิทยาและทฤษฎีการ
เรียนรูFรูปแบบเดียวกันที่ทําใหFผูFเรียนไดFเกิดความสนใจและการรับรูFอยIางถูกตFอง หนังสืออิเล็กทรอนิกส5ถือเปTน
ทางเลือกที่จะชIวยพัฒนาการเรียนการสอนของผูFเรียนในรูปแบบใหมIใหFดีขึ้นไดFเพราะวIาการเรียนจากหนังสือ

- 295 -

อิเล็กทรอนิกส5จะชIวยใหFผูFเรียนเกิดความรูFและความเขFาใจ การคFนหาคําตอบความกระตือรือรFนสนใจในเนื้อหา
บทเรียน ซึ่งสอดคลFองกับการวิจัยของ สุธารัตน5 ชํานาญเหนาะ (2555, น. 75 - 76) ซึ่งกลIาววIาหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) มุIงเนFนใหFผูFเรียนเกิดการเรียนรูF โดยยึดผูFเรียนเปTนสําคัญการมีอิสระในการเรียนรFู
จะยงิ่ สงI ผลใหผF ูFเรยี นมีความสขุ และสนกุ กบั การเรยี นรมFู ากขนึ้

3. ขMอเสนอแนะ
3.1 ขMอเสนอแนะในการวจิ ัยคร้งั ตอ' ไป
1) ควรเพิ่มเนื้อหาหรือประเภทเครื่องดนตรีใหFมากขึ้นกวIาเดิม ควรมีการนำเสนอชิ้นสIวน

และวสั ดขุ องเครอื่ งนน้ั ๆ และควรมีวิธีการดูแลรักษาเครอื่ งดนตรสี อดแทรกเขาF ไปดวF ย
2) ควรศึกษาความพึงพอใจหลังจากที่ไดFใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book)

เรื่อง การจําแนกประเภท ของเครื่องดนตรีสำหรับนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 และควรศึกษาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนระหวาI ง ผFูเรียนที่ใชหF นงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกสก5 ับผFูเรยี นที่เรียนแบบปกติ

3.2 ขอM เสนอแนะในการนําผลการวจิ ยั ไปใชM
1) กIอนที่จะนําหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่อง การจำแนกประเภทของเครื่อง

ดนตรีสําหรับ นักเรียนในชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 ไปใชFทางโรงเรียนควรมีความพรFอมในดFานอุปกรณ5
คอมพิวเตอรแ5 ละสัญญาณ อินเตอร5เน็ตในการดาวน5โหลดโปรแกรม

2) ครูผูFสอนควรติดตามผูFเรียนขณะใชFหนังสืออิเล็กทรอนิกส5เพื่อทราบถึงปåญหา
และอธิบายเนอ้ื หาเสริมเพ่มิ เติมในสวI นท่ีผFเู รยี นยงั ไมIเขาF ใจหรอื นอกเหนือจากหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส5

บรรณานุกรม
จิรศักดิ์ ธณีสรรณ5, และธวัชชัย พิชัยยันต5. (2561). การสร0างสื่อการสอนดนตรีในรูปแบบของเกมโดมิโน2

ระดับช้นั ประถมศึกษาตอนปลาย. กรงุ เทพฯ: สถาบันบณั ฑิตพฒั นศิลป.º
ทัศนกร สมใจหวัง. (2558). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกสiบนแท็บเล็ตเรื่องความรู0สู2อาเซียนสาระการเรียนร0ู

สังคมศึกษาและวัฒนธรรมส หรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปXท่ี 2 (ปริญญาศึกษาศาสตร
มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลยั ศิลปากร, คณะศกึ ษาศาสตร.5
ธนายุทธ มุสิกสวัสดิ์. (2552). สภาพปíญหาและแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาดนตรี ช2วงชั้นที่ 3-4
ในจังหวดั อบุ ลราชธานี (ศลิ ปศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, ภาควิชาดรุ ิยางคศลิ ปº
ธราพงษ5 ทองกระจIาง. (2560). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอรiมัลติมีเดีย เรื่อง เครื่องดนตรีสากล
ประเภทกระทบ และลิ่มนิ้วสําหรับนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสนุ ันทา.
ธิดาทิตย5 จันคนา. (2544). การสร0างบทเรียนคอมพิวเตอรiช2วยสอน เรื่อง สัตวiน2ารัก ในกลุ2มสร0างเสริม
ประสบการณชi ีวติ ชั้นประถมศกึ ษาปXท่ี 1. เชียงใหมI: มหาวิทยาลัยเชยี งใหม.I
ธรี พงษ5 ดวงทองคา. (2556). การสรา0 งและหาประสทิ ธิภาพหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกสi เร่อื ง วิศวกรรมการออกแบบ
แมพ2 มิ พiฉดี . กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร.

- 296 -

พัดชา อินทรัศมี. (2555). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E-book) เรื่อง การใช0ห0องสมุดสําหรับนักเรียนช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปXท่ี 1. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ.

ยุทธนา ทรัพย5เจริญ. (2560). การจัดการเรียนรู0แบบผสมผสานวิชาดนตรีสากล เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติ
ทางดนตรีและความคิดสร0างสรรคi ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปXที่ 5
(ศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ ). มหาวิทยาลยั ธุรกิจบณั ฑิตย.5 วทิยาลยั ครุศาสตร.5

ศิริพร ศิริอังคณากุล, และธิดารัตน5 แสนพรม. (2557). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช0หนังสือ
อิเล็กทรอนิกสiในรายวิชาสุขาภิบาลและการควบคุมคุณภาพอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูล
สงคราม พิษณุโลก, คณะวิทยาศาสตรแ5 ละเทคโนโลยี.

สุธารัตน5 ชํานาญเหนาะ. (2555). การสร0างหนังสืออิเล็กทรอนิกสi (e-book) ประกอบการสอนหลักสูตรท0องถิ่น
เพื่อพัฒนาทักษะการอ2าน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปXที่ 3 (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต).
มหาวิทยาลัยทกั ษิณ, คณะศึกษาศาสตร.5

สุมาลี จันทรรักษ5. (2560). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส5 (E - Book) เรื่อง การสร0างเสริมสุขภาพ
สมรรถภาพ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปXที่ 5. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยราชภัฏ.
อัครเดช ศรีมณีพันธ5. (2547). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกสi เรื่องการใช0โปรแกรม Swish
Max (วิทยานพิ นธiครศุ าสตรมหาบัณฑติ ). มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร5

- 297 -

การพฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นและทักษะการอ,านโน.ตดนตรสี ากล
ดว. ยเกม WORLD OF MUSIC

Developing academic achievement and reading skills of international
music notation. with the game WORLD OF MUSIC

ธารารัตนK ตาตะบตุ ร21
Thararat Tatabuth
หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑติ (4 ป5) คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑติ พัฒนศิลป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคัดย'อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค5 เพื่อเพิ่มพูนความรูFดFานทฤษฎีของตัวโนFตสากลใหFกับผูFเรียน
พ ั ฒ น า ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร ส ร F า ง ส ร ร ค 5 ผ ล ง า น ด น ต ร ี แ ล ะ เ พ ื ่ อ น ำ ค ว า ม ร ู F ท ี ่ ไ ด F ไ ป ป ร ะ ย ุ ก ต 5 ใ ชF
ในชีวิตประจำวัน โดยมีกลุIมตัวอยIางเปTนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 6 คัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ
โดยมีเครื่องมือที่ใชFในการวิจัยเปTนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อใชFทดสอบกIอนเรียนและหลังเรียน
และสื่อเกม WORLD OF MUSIC สรุปผลการวิเคราะห5ขFอมูลเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบวIา
คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน โดยเด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตร มีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 10
และคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 90.90 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF และเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร มีคะแนน
ความแตกตIางอยูIที่ 11 และคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 84.61 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF สรุปไดFวIา
เด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตรและเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร ผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะ
จึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรีสากลมากขึ้น เกิดความแมIนยำในการ
เรียนรFู มีทกั ษะ มคี วามชำนาญ มคี วามคลIองแคลวI ในการปฏบิ ตั ิ
คำสำคัญ : ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น, ทฤษฎี, ตวั โนFตสากล

21 นักศกึ ษาสาขาดนตรศี กึ ษา, หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑติ (4 ป:) คณะศลิ ปศึกษา สถาบันบัณฑิตพฒั นศิลปA
E – mail : [email protected]

- 298 -

Abstract
This research article aims to increase students' knowledge of the theory of international
notation. develop the ability to create musical works and to apply the knowledge gained in daily
life The sample group was grade 6 students selected by specific qualification. The tools used in the
research were an achievement test for pre - study and post - study tests, and WORLD OF MUSIC
game media. Summarize the results of the data analysis to compare the learning achievement. It
was found that the score after school was higher than the score before school. Chotika Tatabuth
had a score difference of 11 and a relative increase of percentage 90.90 of the quantity that should
be developed and Phumraphi Tatabuth had a score difference of 11 and a relative increase of
percentage 84.61 of the quantity that should be developed. In conclusion, Chotika Tatabuth and
Phumraphi Tatabuth learners are motivated and encouraged to develop their skills, thus resulting
in better academic achievement. Better understanding of reading international music notation
Accuracy in learning, skilled, proficient, and fluency in practice.
Keywords : Achievement, Theory, International Notes

- 299 -

บทนำ
ดนตรีมิไดFมีไวFเพียงเพื่อเปTนความสวยงาม ความไพเราะในแงIของเสียงเทIานั้น แตIดนตรียังมี

ความสำคัญในชีวิตประจำวันเชIนเดียวกับเสื้อผFา อาหารและปåจจัยอื่น ๆ ที่จำเปTนตIอการดำรงชีวิต
นักการศึกษาที่ศึกษาศาสตร5เกี่ยวกับดนตรีที่มีความเชื่อที่วIา เด็กที่จะเกิดวุฒิภาวะทางดนตรีที่ครูตFองการนั้น
จะตFองมีความรูFความเขFาใจในองค5ประกอบและโครงสรFางทางดนตรีเสียกIอน ซึ่งหลักการทั่วไปในการจัด
กระบวนการเรียนการสอนรายวิชาดนตรีนั้น นักเรียนควรมีสIวนรIวมในการจัดกิจกรรมดนตรีและการจัด
กิจกรรมดนตรีนั้นตFองมีความเหมาะสมกับนักเรียนอีกทั้งควรจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลาย
(Abeles, Hoffer and Klotman, 1984, P. 11)

การสรFางสรรค5ผลงานทางดFานดนตรี นับวIามีความสำคัญเปTนอยIางยิ่งในการเรียนรFู
เพราะสามารถที่จะฝóกจิตใจใหFผูFเรียนเกิดสมาธิแนIวแนI มีจิตใจงดงาม สุขภาพกายและสุขภาพจิต
มีความสมดุล ซึ่งเปTนรากฐานของการพัฒนาความเปTนมนุษย5ที่สมบูรณ5 พรFอมสIงผลถึงการเรียนรูF
ในกลIมุ สาระการเรยี นรFูตาI ง ๆ ของผเูF รียน และสามารถดำรงชีวิตไดอF ยาI งมคี วามสขุ ในสงั คมไทย

พระราชบัญญัติการศึกษาแหIงชาติ พ.ศ. 2542 และที่แกFไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
กลIาวถึงความหมายของการศึกษาวIาเปTนกระบวนการเรียนรูFเพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม
โดยการถIายทอดความรูFการฝóก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรมการสรFางสรรค5จรรโลง ความกFาวหนFาทาง
วิชาการ การสรFางองค5ความรูFอันเกิดจากการจัดสภาพแวดลFอม สังคมการเรียนรูFและปåจจยั เกื้อหนุนใหFบุคคล
เรียนรูFอยIางตIอเนื่องตลอดชีวิต (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแหIงชาติ 2545 : 1) กลุIมสาระ
การเรียนรูFศิลปะเปTนกลุIมสาระที่ชIวยพัฒนาใหFผูFเรียนมีความคิดริเริ่มสรFางสรรค5 มีจินตนาการทางศิลปะ
ชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณคIา ซึ่งมีผลตIอคุณภาพชีวิตมนุษย5 กิจกรรมทางศิลปะชIวยพัฒนา
ผูFเรียนทั้งดFานรIางกาย จิตใจ สติปåญญา อารมณ5สังคม ตลอดจนการนำไปสูIการพัฒนาสิ่งแวดลFอม สIงเสริมใหF
ผูFเรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง อันเปTนพื้นฐานในการศึกษาตIอหรือประกอบอาชีพไดF กลIาวคือการสIงเสริม
มนุษย5ในทุก ๆ ดFานไมIใชIเพียงแคIดFานวิชาการเพียงอยIางเดียว เราจำเปTนจะตFองใหFมนุษย5มีพัฒนาการดFานตIาง ๆ
อยIางสมดุล ไมIวIาจะเปTนรIางกาย จิตใจ และอารมณ5 ใหFไดFเรียนรูFสุนทรียศาสตร5 ชื่นชมในความงดงาม ตลอดจน
สามารถถIายทอดผลงานทางดFานศลิ ปะ

จากประสบการณ5การสอนวิชาดนตรีสากลของผูFวิจัย พบวIานักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 6
มีปåญหาเกี่ยวกับการอIานโนFตดนตรีสากลเบื้องตFนยังไมIไดF ซึ่งผูFเรียนคิดวIาการอIานโนFตสากลเปTนเรื่องที่ยาก
ผูFวิจัยคิดวIา การพัฒนาการเรียนรูFของผูFเรียนโดยเริ่มใหFผูFเรียนไดFเรียนรูFจากสิ่งที่งIาย ๆ ไปหาสิ่งที่ยาก จะทำใหF
ผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะและผลงานทางดFานดนตรีสากลไดF และนอกจากน้ี
หากผูFเรียนไดFทำแบบทดสอบและแบบฝóกปฏิบัติกิจกรรมดนตรี โดยการปฏิบัติซ้ำ ๆ กัน โดยเริ่มจากสิ่งที่งIาย ๆ
ไปหาสิ่งที่ยากจะชIวยใหFผูFเรียนเกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ มีความชำนาญ มีความคลIองแคลIวใน
การปฏิบตั แิ ละเกดิ ทักษะการอIานโนFตดนตรสี ากลไดF

- 300 -

วัตถปุ ระสงคกC ารวิจัย
1. เพ่ือเพ่มิ พนู ความรูดF Fานทฤษฎขี องตัวโนตF สากลใหFกับผเูF รียน
2. เพ่ือเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นเร่อื ง การอIานโนตF ดนตรสี ากล

ประโยชนCที่คาดวา' จะไดรM บั
1. ผเFู รียนมคี วามรFอู ยIางแมIนยำในเรื่องของตวั โนFตสากลเบ้ืองตนF
2. ผFูเรยี นมผี ลสัมฤทธิท์ างการเรียนเปนT ทนี่ Iาพอใจ

วธิ ีดำเนินการวิจยั
การวิจัยครั้งนี้มีลักษณะเปTนงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีการใชFแบบทดสอบ

กอI นเรียนและหลงั เรียน สำหรบั การเก็บขFอมูลและใชFวเิ คราะห5ผลในการวจิ ัย
1. ขอบเขตประชากรและกล'ุมตวั อย'าง
1.1 ประชากร นักเรยี นระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษา เขตภาคกลาง
1.2 กลุIมตัวอยIาง โดยคัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ คือ เด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตร

และเด็กชายภูมิรพี ตาตะบตุ ร นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปWท่ี 6 โรงเรียนชุมทางตลิ่งชนั
2. เคร่ืองมือทใ่ี ชMในการวจิ ยั
2.1 การใชFคำพูดเสริมแรง ใหFความเปนT กนั เอง และใหคF ำชมเชย
2.2 แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนเพ่อื ใชทF ดสอบกอI นเรยี นและหลงั เรียน
2.3 สื่อเกม WORLD OF MUSIC
3. การเกบ็ รวบรวมขอM มลู
ผูFวจิ ัยดำเนนิ การเกบ็ ขอF มลู ตามขั้นตอน ดังนี้
1. ทดสอบกIอนเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอIานโนFต

ดนตรีสากล
2. ดำเนินกิจกรรมการสอนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล ดFวยเกม WORLD OF MUSIC

เปTนเวลา 4 สปั ดาห5 สัปดาหล5 ะ 2 คาบ รวมทัง้ หมด 8 คาบ (คาบละ 60 นาท)ี
3. ทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอIานโนFต

ดนตรสี ากล
4. การวิเคราะหCขอM มลู
ผูFวิจัยไดFดำเนินการพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล ดFวยเกม WORLD OF MUSIC

ของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาตอนปลาย โดยมีขัน้ ตอนวเิ คราะหข5 Fอมลู ดังน้ี
1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล

ดวF ยกิจกรรมเกม WORLD OF MUSIC

- 301 -

5. สถิติท่ใี ชMในการวิเคราะหขC อM มูล
การหาคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5จากสัดสIวนของผลตIางระหวIางคะแนนจากการวัดทั้ง 2 ครั้งกับผลตIาง

ระหวIางคะแนนเต็มกับคะแนนการวัดครั้งแรก สำหรับการคูณอัตราสIวนดFวย 100 เพื่อไมIใหFคIาที่ไดFเปTนทศนิยม
สมการคำนวณคะแนนเพิม่ สมั พัทธ5 คือ

S = !""($%&)
(%&

เมอื่ S แทน คะแนนเพ่ิมสัมพัทธ5
F แทน คะแนนเต็มของการทดสอบกIอนและหลังเรียน
X แทน คะแนนการทดสอบกอI นเรียน
Y แทน คะแนนการทดสอบหลังเรยี น

ผลการวจิ ัย
จากการเก็บขFอมูลของเด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตร และเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร ระดับช้ัน

ประถมศึกษาปWที่ 6 โรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน โดยใชFแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูFกIอนเรียนและหลังเรียน
ดงั แสดงในตารางที่ 1

ตารางท่ี 1 ผลการเปรยี บเทยี บคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นกIอนเรียนและหลงั เรียน

ช่อื - นามสกุล คะแนนกอ' นเรียน คะแนนหลงั เรียน คะแนนความ คะแนนเพิ่ม
แตกตา' ง สมั พทั ธC
เด็กหญงิ โชตกิ า ตาตะบุตร 9 19
เดก็ ชายภมู ิรพี ตาตะบตุ ร 7 18 10 90.90
11 84.61

จากตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตร
กIอนเรียนและหลังเรียนมีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 10 สามารถพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลไดF
รFอยละ 90.90 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF และเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร กIอนเรียนและหลังเรียน
มีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 11 สามารถพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลไดFรFอยละ 84.61 ของปริมาณ
ที่ควรพัฒนาไดF จึงสรุปไดFวIา เด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตรและเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนทดี่ ีขึน้ เขาF ใจในการอIานโนตF ดนตรสี ากลมากขึ้น

- 302 -

สรปุ ผลการวจิ ัยและอภปิ รายผล
การวิจัยครั้งนี้เปTนการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล ดFวยเกม

WORLD OF MUSIC โดยมีสาระสำคญั พอสรปุ ไดF ดังน้ี
1. สรปุ ผลการวจิ ัย
จากประสบการณ5การสอนวิชาดนตรีสากลของผูFวิจัย พบวIานักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 6

มีปåญหาเกี่ยวกับการอIานโนFตดนตรีสากลเบื้องตFนยังไมIไดF ซึ่งผูFเรียนคิดวIาการอIานโนFตสากลเปTนเรื่องที่ยาก
ผูFวิจัยจึงพัฒนาการเรียนรูFของผูFเรียนโดยเริ่มใหFผูFเรียนไดFเรียนรูFจากสิ่งที่งIาย ๆ ไปหาสิ่งที่ยาก ทำใหFผูFเรียน
มีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะและผลงานทางดFานดนตรีสากล โดยเริ่มจากการทดสอบกIอนเรียน
ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล จากนั้นดำเนินกิจกรรมการสอน
เรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล ดFวยเกม WORLD OF MUSIC เปTนเวลา 4 สัปดาห5 สัปดาห5ละ 2 คาบ
รวมทง้ั หมด 8 คาบ

จากนั้นทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล
ซึ่งเปTนชุดเดิมที่ใชFทดสอบกIอนเรียนการใชFเกมในการสอนนั้น จะชIวยสIงเสริมและกระตุFนผูFเรียนใหFเกิด
ความพรFอมในการเรียนรูFอยIางสนุกสนาน โดยเฉพาะพัฒนาการทางดFานสติปåญญา กลIาวคือ ฝóกทักษะการสังเกต
การจำแนกและจัดหมวดหมูI และยังชIวยพัฒนาการดFานสังคมเปTนการฝóกการทำกิจกรรมรIวมกับผูFอื่น เรียนรFู
การปรบั ตวั เพอื่ เขFากับผFูอ่นื

จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล
ดFวยกิจกรรมเกม WORLD OF MUSIC ของเด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตรและเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร ระดับช้ัน
ประถมศึกษาปWที่ 6 โรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน
โดยเด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตร มีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 10 และคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 90.90
ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF และเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร มีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 11 และคะแนน
เพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 84.61 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF สรุปไดFวIา เด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตร และ
เด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร ผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะจึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรีสากลมากขึ้น เกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ
มีความชำนาญ มีความคลอI งแคลวI ในการปฏิบัติ

2. อภปิ รายผล
จากผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล

ผูวF ิจยั สามารถอภิปรายผลตามวตั ถปุ ระสงคไ5 ดF ดงั น้ี
จากประสบการณ5การสอนวิชาดนตรีสากลของผูFวิจัย พบวIานักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 6

มีปåญหาเกี่ยวกับการอIานโนFตดนตรีสากลเบื้องตFนยังไมIไดF ซึ่งผูFเรียนคิดวIาการอIานโนFตสากลเปTนเรื่องที่ยาก
ผูFวิจัยจึงพัฒนาการเรียนรูFของผูFเรียนโดยเริ่มใหFผูFเรียนไดFเรียนรูFจากสิ่งที่งIาย ๆ ไปหาสิ่งที่ยาก ทำใหFผูFเรียน
มีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะและผลงานทางดFานดนตรีสากล ซึ่งสอดคลFองกับ
ณรุทธ5 สุทธจิตต5 (2541) ที่ไดFกลIาววIา ดนตรีเปTนเนื้อหาวิชาแขนงหนึ่งที่มีอยูIในหลักสูตร โดยในระดับนี้จะมุIงพัฒนา

- 303 -

ใหFเด็กมีความสนใจ รูFจักและรักดนตรี พัฒนาการทางดนตรีจึงนับวIาเปTนปåจจัยหนึ่งสำหรับการเรียนในระดับ
ประถมศึกษา โดยผูFวิจัยเริ่มจากการทดสอบกIอนเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง
การอIานโนFตดนตรีสากล จากนั้นดำเนินกิจกรรมการสอนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล ดFวยเกม WORLD OF MUSIC
เปTนเวลา 4 สัปดาห5 สัปดาห5ละ 2 คาบ รวมทั้งหมด 8 คาบ จากนั้นทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล ซึ่งเปTนชุดเดิมที่ใชFทดสอบกIอนเรียน ซึ่งการใชFเกมในการสอนน้ัน
จะชIวยสIงเสริมและกระตุFนผูFเรียนใหFเกิดความพรFอมในการเรียนรูFอยIางสนุกสนาน โดยเฉพาะพัฒนาการทางดFาน
สติปåญญา กลIาวคือ ฝóกทักษะการสังเกต การจำแนกและจัดหมวดหมูI และยังชIวยพัฒนาการดFานสังคมเปTนการฝóกการ
ทำกิจกรรมรIวมกับผูFอื่น เรียนรFูการปรับตัวเพื่อเขFากับผูFอื่น ซึ่งสอดคลFองกับ สุคนธ5 สินธพานนท5 (2545, น. 162) ที่ไดF
กลIาววIา การใชFเกมการศึกษาในกิจกรรมการเรียนการสอนจะชIวยสรFางความสนใจใหFแกIผูFเรียนมากยิ่งขึ้น เพราะเกม
ชIวยทำใหFรูFสึกสนุกสนานชIวยใหFผูFเรียนมีทัศนคติที่ดีตIอวิชาที่รูFสึกวIายาก และชIวยสรFางปฏิสัมพันธ5ที่ดีภายในหFองเรียน
นอกจากน้ยี ังชวI ยฝóกทกั ษะดFานการคดิ วเิ คราะหใ5 นการตดั สินใจและแกFปญå หาดวF ย

จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล
ดFวยกิจกรรมเกม WORLD OF MUSIC ของเด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตรและเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร ระดับช้ัน
ประถมศึกษาปWที่ 6 โรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน สรุปไดFวIา
เด็กหญิงโชติกา ตาตะบุตรและเด็กชายภูมิรพี ตาตะบุตร ผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะ
จึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรีสากลมากขึ้น เกิดความแมIนยำ
ในการเรียนรูF มีทักษะ มีความชำนาญ มีความคลIองแคลIวในการปฏิบัติ ซึ่งสอดคลFองกับ ณรุทธ5 สุทธจิตต5
(2536, น. 130-131) ที่ไดFกลIาววIา ทักษะดFานการอIานโนFตเมื่อแรกเห็นไดFทันที (Sight Reading) ซึ่งนับวIา
เปTนทักษะที่สำคัญที่จะชIวยใหFผูFเรียนสามารถเรียนรูFดนตรีไดFเขFาใจและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น การอIานโนFตแบบนี้ตFอง
ฝóกฝนเพื่อใหFเกิดความชำนาญในการอIาน จึงควรคำนึงเกี่ยวกับสัญลักษณ5ที่ใชFแทนเสียงควรมีการจัดการ
อยIางเปTนระบบ เพื่อชIวยใหFการเรียนรูFเปTนไปอยIางเปTนขั้นตอน ดังนั้นการนำสัญลักษณ5อื่น ๆ มาดัดแปลงเพื่อชIวย
ในการอIานสามารถชIวยทำใหFผูFเรียนเขFาใจและจดจำไดFงIายยิ่งขึ้น จากนั้นคIอยกลับไปสูIสัญลักษณ5สากลทางดนตรี
จะชวI ยทำใหกF ารเรยี นสัญลักษณท5 างดนตรีงาI ยตIอการเขFาใจมากยิ่งขึน้

3. ขอM เสนอแนะ
จากผลการวจิ ัย ผวูF ิจัยมีขFอเสนอแนะ ดงั น้ี
3.1 ควรเพม่ิ จำนวนผเFู รียนเพอ่ื ใหFมกี ารเรยี นรFทู ี่ดีมากย่ิงขึน้
3.2 ควรมีการเพิ่มเติมเนื้อหาในเกมที่เกี่ยวกับการอIานโนFตดนตรีสากล และคIาจังหวะของตัวโนFตใหF

มากขึ้น
3.3 ควรศึกษาการใชFสื่อที่หลากหลายเพื่อชIวยสรFางแรงกระตุFนใหFผูFเรียนอยากเรียน

อยากท่ีจะปฏิบตั ิและควรคำนงึ ถึงสภาพผูFเรยี นทีม่ คี วามตาI งกันทั้งรIางกาย สตปิ ญå ญา อารมณ5 และประสบการณ5

- 304 -

บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :

โรงพมิ พช5 ุมนมุ สหกรณก5 ารเกษตรแหงI ประเทศไทย
ณัฐณิชา ศิริรัตน5ตระกูล. 2562. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการอ2านโน0ตดนตรีสากลด0วย

เกม MUSIC LAND ของนักเรียนที่เรียนคียiบอรiด โรงเรียนราชินี. (ปริญญานิพนธ5).
มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ
ณรทุ ธ5 สทุ ธจิตต5. 2536. พฤตกิ รรมการสอนดนตรี. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพแ5 หIงจุฬาลงกรณ5มหาวทิ ยาลยั .
ณรุทธ5 สทุ ธจิตต.5 2541. จิตวทิ ยาการสอนดนตรี. กรงุ เทพฯ: สำนักพิมพแ5 หงI จุฬาลงกรณ5มหาวทิ ยาลยั .
ณชั ชา พันธุ5เจริญ. 2559. ทฤษฏีดนตรี. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ5เกศกะรัต.
รัฐวิชญ5 ทักขนนท5. 2560. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการอ2านโน0ตดนตรีสากล
โดยใช0การเรียนรู0แบบกลุ2มร2วมมือเทคนิค TAI ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปXที่ 5.
(ครุศาสตรมหาบณั ฑิต). มหาวิทยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม

- 305 -

การฝกs ทักษะการอ,านโนต. ดนตรีสากลเบอื้ งตน. โดยใช.แบบฝกs ทกั ษะ
Basic universal music notation reading skills using skill training exercises.

บณั ฑติ า สมบญุ ลาภ22
Banthita Somboonlap
หลักสูตรศกึ ษาศาสตรXบัณฑิต (4 ป)5 คณะศลิ ปศึกษา สถาบันบณั ฑติ พฒั นศิลป=

Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bundipatnasilpa Institute
บทคดั ย'อ

บทความวิชาการนี้มีจุดประสงค5เพื่อพัฒนาทักษะในดFานการอIานโนFตสากลดีขึ้นกวIาเดิม
ดFวยวิธีการใหFแรงเสริมโดยการชมเชยและใหFระยะเวลาในการฝóกทักษะการอIานโนFตสากลมากพอสมควร
ดังนั้นกIอนที่จะเกิดทักษะการอIานใหFนักเรียนไดFฝóกการเขียนโนFตสากลกIอน โดยจะนำมาซึ่งการพัฒนาทักษะ
ในดFานการอIาน โนFตสากลไดFอยIางคลIองแคลIวและถูกตFองรวมทั้งสIงผลมาถึงการปฏิบัติเครื่องดนตรี
ดFวยความเขFาใจและถูกตFองมากยิ่งขึ้น ผลการวิเคราะห5ขFอมูลเปรียบเที่ยบทางการเรียนพบวIาคะแนน
ของเด็กชาย สริพงษ5 สมบุญลาภ และเด็กชายอิทธิเดช ฉิมเพชร หลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน
และผูFเรียนเกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ มีความชำนาญในการอIานโนFตดนตรีสากลและมีเจตคติที่ดี
ตIอวชิ าดนตรสี ากล
คำสำคัญ : การฝóกทกั ษะการอาI นโนFตดนตรสี ากลเบอื้ งตFนโดยใชแF บบฝóกทกั ษะ

Abstract
This scholarly article aims to improve the skills of reading international notes. Also,
it's a way of providing reinforcement by complimenting and giving you a fair amount of time
to practice universal note-reading skills. Therefore, before the reading skills are developed,
students can practice writing universal notes, which will lead to the development of reading
skills. Universal notes are fluent and accurate, as well as resulting in more understanding and
accurate instrumental practice. An analysis of the data showed that the boys' scores were
staggering. Sriphong Sombonlap After school, it is higher than the pre-school score and the
learner achieves learning accuracy. Skilled Be proficient in reading international musical notes
and have a positive attitude towards international music subjects.
Keywords : Basic universal music notation reading skills using skill training exercises.

22 นกั ศึกษาสาขาดนตรีศึกษา, หลกั สูตรศกึ ษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป): คณะศลิ ปศกึ ษา สถาบนั บัณฑิตพฒั นศลิ ปA
E – mail : [email protected]

- 306 -

บทนำ
การอIานเปTนการทำงานของประสาทรับรูFทางสายตา และขบวนการการจัดการขFอมูล

(Information Processing System) ในสมองโดยเริ่มสัญญานภาพผIานไปที่ตาแลFวเกิดการบันทึกการ เรียนรูF
(Sensory Store) จากนั้นก็ไปนำเก็บอยูIในความจำระยะสั้น (Short Term Memory) และความจำระยะยาว
(Long Term Memory) การอIานในลักษณะของการสะกดคำ (Phonic) จะเปTนการทำงานของสมองซีกซFาย
ซึ่งจะเปTนการทำงานในลักษณะของการวิเคราะห5แบบอนุกรม (Serial) สIวนการอIานแบบอIานรูปคำ
(Whole Word) จะเปTนการทำงานของสมองซีกขวาซึ่งจะมีการทำงานแบบขนาน (Parallel) คือ มีลักษณะ
แบบโดยรวม (Holistic) จะเห็นไดFวIาการอIาน ถือเปTนสิ่งสำคัญ อันดับแรกของการสอนภาษาถFาผูFเรียน
มีความพรFอมหรือวุฒิภาวะถึงขั้นหรือถึงระดับที่สมควรแลFวการ เรียนการอIานก็จะประสบความสำเร็จไดF
ไมIยากนักและถFามีการพัฒนาองค5ประกอบความพรFอมในการอIานใหFสูงขึ้นเด็กสามารถเรียนที่จะอIานไดF
ไมIวIาจะใชFวิธีการสอนหรือกิจกรรมอะไรก็ตามมาชIวยสอน ดังนั้นการเตรียมความพรFอมของเด็กทำใหFเกิด
ความมั่นใจในตนเองและ เกิดความสนใจในการเรียนการเพิ่มประสบการณ5ในการอIานใหFเด็กจึงเปTน
เรื่องที่นIาสนใจที่จะศึกษาเพราะ ในปåจจุบัน เด็กบางสIวนยังขาดประสบการณ5ในการอIาน ตีความ
และแปลความหมายของประโยค การผIานประสบการณ5ที่ไดFฝóกฝนการอIานและการรับรูFตIาง ๆ อยIางทันทIวงที
จะทำใหFเด็กสามารถเรยี นรูกF ารอาI นไดโF ดยไมตI อF งรอ
วตั ถุประสงคขC องการวิจัย

1. เพือ่ ใหนF กั เรยี นมีทกั ษะการอIานโนตF ดนตรีสากลมากขน้ึ
2. เพอ่ื ใหนF กั เรียนมีเจตคติทด่ี ตี Iอวิชาดนตรี

ประโยชนCทีค่ าดว'าจะไดรM ับ
1. นกั เรียนมคี วามรูอF ยาI งแมนI ยำในเร่ืองของตัวโนตF สากลเบอ้ื งตนF
2. นกั เรียนมีเจตคตทิ ดี่ ตี Iอวิชาดนตรกี ลFาทจ่ี ะแสดงออกทางดนตรมี ากยิง่ ขน้ึ

วธิ ีการดำเนนิ วจิ ยั
การดำเนินการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค5เพื่อใหFนักเรียนมีทักษะการอIานโนFตไดFมากขึ้น และเขFาใจ

ไดFงIายขึน้
1. ประชากรและกลมุ' ตัวอยา' ง
1.1 กลมIุ ประชากร นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปทW ่ี 3 เขตภาคกลาง
1.2 กลุIมนักเรียนตัวอยIาง คัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ คือ เด็กชายศิริพงษ5 สมบุญลาภ

และ เด็กชายอิทธิเดช ฉมิ เพชร ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปทW ี่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดละหาร
2. เคร่ืองมือทใ่ี ชใM นการวิจยั
2.1 แบบฝกó หัดการอาI นโนตF เบอื้ งตFนและแบบฝóกหัดการเขยี นโนFตเบอ้ื งตFน

- 307 -

3. วธิ ีการเก็บรวบรวมขMอมูล
3.1 ดำเนินการศึกษาสาเหตุของนักศึกษาที่ไมIสามารถอIานโนFตดนตรีสากลไดF จำนวน 1 คน

โดยใชFแบบทดสอบ
3.2 ติดตามและบันทึกผลการดำเนินการแกFไขปåญหาของนักศึกษาที่ไมIสามารถอIานโนFตดนตรี
สากลไดF โดยใชFวธิ ีการบันทึกการอIานโนตF กIอน-หลังเรยี นของนกั ศกึ ษา โดยการทำแบบทดสอบทไ่ี ดFจดั ทำขึน้

4. การวเิ คราะหCขอM มลู
ผูวF จิ ยั ดำเนนิ การวิเคราะหข5 อF มูล ดงั น้ี
1. ชดุ แบบฝกó ทักษะการอIานโนตF ดนตรีสากลฉบั พลันโดยใชกF ารหาคIาความตรง (IOC)

2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์กIอนและหลังการเรียนโดยใชFชุดแบบฝóกทักษะ
การอIานโนตF ดนตรีสากลฉบั พลัน ในการหาคIา
5. สถติ ิทใี่ ชใM นการวเิ คราะหขC Mอมลู

1. คาI ความเทีย่ งตรง (IOC) ของชุดแบบฝóกทกั ษะ
2. เปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์กIอนและหลงั ใชแF บบฝóกทกั ษะ
ผลการวิจัย

ตารางที่ 1 แบบทดสอบกอI นและหลังใชFชุดแบบฝกó ทักษะการอIานโนตF ดนตรีสากลฉับพลัน

คะแนนการทดสอบก'อนและหลงั ใชชM ดุ แบบฝกç
คนที่ ก'อนใชMชดุ แบบฝçก
หลงั ใชMชุดแบบฝçก
(20 คะแนน) (20 คะแนน)

18 18

29 17

รวม 17 35

ค'าเฉล่ยี 8.5 17.5

รอM ยละ 42.5 87.5

จากตารางที่ 1 พบวIา กIอนใชFชุดแบบฝóกนักเรียนไดFคะแนนเฉลี่ย 8.5 คิดเปTนรFอยละ 42.5 หลังใชFชุดแบบฝóก
นักเรียนไดFคะแนนเฉลี่ย 17.5 คิดเปTนรFอยละ 87.5 ซึ่งมีระดับคะแนนสูงกวIากIอนเรียน สรุปไดFวIาชุดแบบฝóก
ทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลฉับพลัน ที่ผูFวิจัยสรFางขึ้นสIงผลทำใหFนักเรียนอIานโนFตดนตรีสากลไดFอยIางมี
ประสิทธิภาพมากขน้ึ

- 308 -

สรุปผลการวิจยั
จากการวิจัยเรื่องการฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลเบื้องตFนโดยใชFแบบฝกó ทักษะพบวIาผูFเรียน

มีปåญหาดFานการอIานโนFตสากล ผูFวิจัยจึงไดFทดสอบกIอนเรียนและหลังเรียนและทำแบบทดสอบสรุปไดFวIา
ชุดแบบฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลฉับพลัน ที่ผูFวิจัยสรFางขึ้นสIงผลทำใหFนักเรียนอIานโนFตดนตรีสากล
ไดFอยIางมีประสิทธิภาพมากขึ้นกIอนใชFชุดแบบฝóกนักเรียนไดFคะแนนเฉลี่ย 8.5 คิดเปTนรFอยละ 42.5
หลังใชFชุดแบบฝกó นักเรยี นไดคF ะแนนเฉลยี่ 17.5 คิดเปนT รFอยละ 87.5 ซง่ึ มีระดบั คะแนนสูงกวIากIอนเรยี น

ขMอเสนอแนะ
ขอF เสนอแนะเพอ่ื การนำไปใชF ดังนี้
1. ครูควรศึกษาเรื่องเครื่องหมายกำหนดจังหวะมาอยIางรอบคอบ เพื่อการถIายทอดความรFู
อยIางมปี ระสิทธิภาพ
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. พิมพ5ครั้งที่ 3.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช5 ุมนมุ สหกรณ5การเกษตรแหIงประเทศไทย จำกดั
พวงรัตน5 ทวีรัตน5. (2530). การสรFางและพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพฯ: สํานักทดสอบ
ทางการศึกษาและจิตวิทยา. มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
สรวิศ จันพุมI . 2554. วจิ ยั การอาI นโนตF สบื คนF จาก :https://www.gotoknow.org/user/musicwit

- 309 -

การพัฒนาทักษะการอา, นเขยี นโน.ตดนตรสี ากล
Developing skills in reading and writing international music notation

พิมพลK ดา กลุ ชาชัยสวสั ด์ิ23
Pimlada Kullchachaisawat
หลักสูตรศกึ ษาศาสตรบัณฑิต (4 ป)5 คณะศลิ ปศกึ ษา สถาบันบัณฑิตพฒั นศลิ ป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคดั ย'อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค5 เพื่อพัฒนาทักษะดFานการอIานการเขียนโนFตดนตรีสากลเบื้องตFน
พัฒนาความสามารถทางดFานดนตรีสากล เพื่อนำความรูFที่ไดFไปประยุกต5ใชFในชีวิตประจำวัน โดยมีกลุIมตัวอยIาง
เปTนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 คัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ โดยมีเครื่องมือที่ใชFในการวิจัย
เปTนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบฝóกหัดการเขียนตัวโนFต และแบบฝóกปฏิบัติการอIานโนFตสากล
ผลการวิเคราะห5ขFอมูลเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน
โดยเด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ในดFานการอIานและการเขียนโนFตดนตรีสากลโดยคิดเปTน
รFอยละ 95.00 แสดงวIานักเรียนมีการพัฒนาทักษะในดFานการอIานและการเขียนโนFตดนตรีสากลอยูIในเกณฑ5ที่ดีมาก
สรุปไดFวIา เด็กหญิงเด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร ผูFเรียนเกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ
มีความชำนาญ มีความคลIองแคลIวในการปฏิบัติการอIานเขียนโนFตดนตรีสากล มีคุณภาพ และมีเจตนคติที่ดี
ตIอการเรียนวชิ าดนตรี
คำสำคญั : ตวั โนFตสากล

23 นกั ศึกษาสาขาดนตรีศกึ ษา, หลกั สูตรศกึ ษาศาสตรบณั ฑิต (4 ป): คณะศิลปศึกษา สถาบนั บณั ฑติ พฒั นศลิ ปA
E – mail : [email protected]

- 310 -

Abstract
This research paper aims to develop basic reading and writing skills of international
music notation. develop international musical talent to apply the knowledge gained in daily life
The sample group was grade 4 students selected by specific qualifications. The tool used
in the research was an achievement test. Note writing exercises and international note reading
practice. Summarizing the results of data analysis to compare academic achievement, it was found
that the scores after school were higher than the scores before school Napassorn Tatabutr,
the students achieved 95.00 percent achievement in reading and writing of international music
notation, indicating that the students had a very good improvement in reading and writing skills
of international music notation. It can be concluded that Naphassorn Tatabutra, learners develop
accuracy in learning, are skilled, proficient, and have fluency in reading and writing international
music notation, have quality and have good attitudes towards learning music.
Keywords : International Notes

- 311 -

บทนำ
การพัฒนาทางดFานการเรียนวิชาดนตรี มีสIวนสรFางใหFผูFเรียนมีการพัฒนาความคิด ฝóกจิตใจ

ใหFผูFเรียนเกิดสมาธิแนIวแนI สามารถถIายทอดความรูFสึกในเชิงสรFางสรรค5ที่สังคมยอมรับ ซึ่งพื้นฐานที่สำคัญ
ของการเรียนดนตรีคือการอIานการเขียนโนFตดนตรีสากล ดังนั้นผูFเรียนควรไดFรับความรูF เพื่อเปTนแนวทาง
ในการพัฒนาทางดFานดนตรีในระดบั ที่สงู ข้ึน

จากประสบการณ5การสอนวิชาดนตรีของผูFวิจัยพบวIา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 มีปåญหา
เกี่ยวกับการอIาน การเขียนโนFตดนตรีสากลเบื้องตFนผูFเรียนไมIมีความรูFความเขFาใจ ทำใหFผูFเรียนไมIสามารถอIาน
และเขียนโนFตดนตรีสากลไดFอยIางถูกตFอง ผูFวิจัยคิดวIาการพัฒนาการเรียนรูFของผูFเรียนโดยเริ่มใหFผูFเรียนไดF
เรียนรูFจากส่ิงที่งIายไปหาสิ่งที่ยากจะทำใหFผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะและผลงาน
ทางดFานดนตรีสากลไดF และนอกจากนี้หากผูFเรียนไดFทำแบบทดสอบและแบบฝóกหัดกิจกรรมดนตรี
โดยการปฏิบัติแบบซ้ำ ๆ จะชIวยใหFผูFเรียนเกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ มีความชำนาญ
และมีความคลIองแคลIวในการปฏิบัติการอIานเขียนโนFตดนตรีสากลไดF ผูFวิจัยจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาทักษะ
การอIานเขียนโนFตดนตรีสากลของเด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร ชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 เพื่อเปTนแนวทาง
ที่ทำใหFนักเรียนไดFเรียนรูFและฝóกปฏิบัติการอIานเขียนโนFตดนตรีสากลไดFอยIางมีคุณภาพและมีเจตนคติที่ดี
ตIอการเรียนวิชาดนตรี
วตั ถุประสงคกC ารวจิ ัย

1. เพอ่ื พฒั นาทกั ษะดFานการอIานการเขยี นโนตF ดนตรีสากลเบอ้ื งตนF
2. เพอื่ นำความรทFู ี่ไดFไปประยกุ ตใ5 ชFในชีวติ ประจำวนั
ประโยชนCที่คาดว'าจะไดรM บั
1. ผูเF รยี นมีความรFใู นเรื่องของตัวโนตF ดนตรสี ากลเบื้องตนF
2. ผเูF รียนสามารถนำความรูFทีไ่ ดFไปประยุกตใ5 ชใF นการเรียนรแFู ละในชีวติ ประจำวนั
วิธีดำเนินการวิจยั
การวิจัยครั้งนี้มีลักษณะเปTนงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีการใชFแบบทดสอบ
กอI นเรียนและหลงั เรยี น สำหรบั การเกบ็ ขอF มลู และใชวF ิเคราะหผ5 ลในการวจิ ัย
1. ประชากรและกลมุ' ตวั อย'าง

1.1 ประชากร นกั เรยี นระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปWท่ี 4 เขตภาคกลาง
1.2 กลุIมตัวอยIาง โดยคัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ คือ เด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร
ชัน้ ประถมศกึ ษาปWที่ 4 โรงเรียนบางขนุ เทยี นศกึ ษา

- 312 -

2. เครือ่ งมอื ทใ่ี ชใM นการวจิ ยั
2.1 การใชคF ำพูด เสรมิ แรง ใหFความเปนT กันเอง และใหคF ำชมเชย
2.2 แบบทดสอบความรูFเบื้องตFนกIอนและหลังเรียนเกี่ยวกับตัวโนFตสากล แบบฝóกหัด

การเขียนตวั โนFต
2.3 แบบฝกó ปฏบิ ัติการอาI นโนFตสากล จํานวน 3 ชุด

3. การเกบ็ รวบรวมขMอมลู
ผวFู ิจัยดำเนินการเกบ็ ขอF มูลตามข้นั ตอน ดังน้ี
3.1 ทดสอบกIอนเรียนดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง

การอIานการเขียนโนตF ดนตรสี ากล
3.2 ดำเนนิ กิจกรรมการสอนเรอ่ื ง การอาI นการเขยี นโนตF ดนตรสี ากล
3.3 ทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง

การอาI นการเขียนโนตF ดนตรสี ากล
4. การวิเคราะหCขอM มูล
ผูFวิจัยไดFดำเนินการพัฒนาทักษะการอIานการเขียนโนFตดนตรีสากล ดFวยแบบทดสอบ

และแบบฝóกปฏิบตั กิ ารอIานโนตF ดนตรีสากลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปทW ี่ 4 โดยมขี ัน้ ตอนวเิ คราะห5ขFอมลู ดงั น้ี
1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การอIานการเขียนโนFต

ดนตรีสากลดFวยแบบทดสอบความรูFเบื้องตFนเกี่ยวกับตัวโนFตดนตรีสากล แบบฝóกปฏิบัติการอIานโนFตดนตรีสากล
แบบเติมคำตอบ และแบบฝกó หัดการเขยี นตัวโนFตดนตรสี ากล

5. สถิติทใ่ี ชใM นการวเิ คราะหCขอM มลู
สถิติที่ใชFในการหาคุณภาพคือ คIารFอยละ (Percentage/Percent) (บุญชม ศรีสะอาด,

2545, น. 101)
สูตรการหาค'ารMอยละ

! = 1×344
5

เม่อื P แทน รFอยละ
F แทน ความถีท่ ี่ตFองการแปลคIาใหFเปนT รFอยละ
N แทน จำนวนความถ่ีทง้ั หมด

- 313 -

ผลการวจิ ยั
จากการเก็บขFอมูลของเด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร ระดับชั้นประถมศึกษาปWที่ 4

โรงเรียนบางขุนเทียนศึกษา โดยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบฝóกหัดการเขียนตัวโนFต
และแบบฝกó ปฏบิ ตั ิการอIานโนตF สากล ดังแสดงในตารางท่ี 1

ตารางที่ 1 ผลการเปรยี บเทยี บคะแนนผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นกIอนเรียนและหลงั เรยี น

คะแนน (10)

แบบบันทกึ การอIาน การเขยี นโนFต กIอนเรยี น หลงั เรียน
ดนตรีสากล
4 10
1. โนตF ตัวกลม ตำแหนงI เสียง โด 5 10
2. โนFตตวั กลม ตำแหนIงเสียง เร 6 10
3. โนFตตัวกลม ตำแหนงI เสยี ง มี 5 10
6 10
4. โนFตตวั กลม ตำแหนงI เสียง ฟา 6 10
5. โนFตตัวกลม ตำแหนIงเสยี ง ซอล 7 10
4 9
6. โนตF ตวั กลม ตำแหนงI เสียง ลา
7. โนตF ตัวกลม ตำแหนIงเสียง ที 48
8.แบบฝóกปฏิบัติการอIานโนFตดนตรี
สากล ชุดท่ี 1 58
9.แบบฝóกปฏิบัติการอIานโนFตดนตรี
สากล ชดุ ที่ 2 52.00 95.00
10.แบบฝóกปฏิบัติการอIานโนFต
ดนตรสี ากล ชดุ ที่ 3

รวมคIาเฉล่ยี

จากตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร
ผลการวิเคราะห5คะแนนจากตารางปรากฏวIากIอนเรียนเด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร สามารถเขียน อIานโนFตสากล
อยูIในเกณฑ5รFอยละ 52.00 คือตFองมีการแกFไข และคะแนนหลังเรียนนักเรียนสามารถอIาน เขียนโนFตสากล
และการอยูIในเกณฑ5รFอยละ 95.00 คือ ดีมาก จึงสรุปไดFวIา เด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร มีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นที่ดขี น้ึ เขาF ใจในการอIานโนตF ดนตรสี ากลมากขน้ึ

- 314 -

สรุปผลการวิจัย
การวิจยั คร้งั นีเ้ ปนT การพฒั นาทักษะการอIานเขยี นโนตF ดนตรีสากล โดยมสี าระสำคัญพอสรปุ ไดF ดังน้ี
1. สรุปผลการวิจยั
จากประสบการณ5การสอนวิชาดนตรีของผูFวิจัย พบวIานักเรียนชั้นประถมศึกษาปWท่ี 4

มีปåญหาเกี่ยวกับการอIาน การเขียนโนFตดนตรีสากลเบื้องตFน ผูFเรียนไมIมีความรูFความเขFาใจทำใหFผูFเรียน
ไมIสามารถอIานและเขียนโนFตดนตรีสากลไดFอยIางถูกตFอง ผูFวิจัยคิดวIาการพัฒนาการเรียนรูFของผูFเรียนโดยเริ่มใหF
ผูFเรียนไดFเรียนรูFจากสิ่งที่งIายไปหาสิ่งที่ยากจะทำใหFผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะ
และผลงานทางดFานดนตรีสากลไดF ผูFวิจัยจึงไดFจัดทำแบบทดสอบกIอนเรียนและหลังเรียน แบบฝóกปฏิบัติ
การอIานโนFตดนตรีสากล แบบฝóกหัดโนFตดนตรีสากล เพื่อวัดผมสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอIานการเขียน
โนFตดนตรีสากล แบบฝóกหัดกิจกรรมดนตรี จะชIวยใหFผูFเรียนเกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ
มีความชำนาญ และมีความคลIองแคลIวในการปฏิบัติการอIานเขียนโนFตดนตรีสากล มีเจตนคติที่ดีตIอการเรียน
วชิ าดนตรี

จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนเรื่อง การอIานการเขียน
โนFตดนตรีสากล พบวIา มีปåญหาในดFานทักษะการอIานสะกดคำ ผูFวิจัยจึงไดFทดสอบโดยใชF แบบทดสอบ
กIอนเรียนและหลังเรียน แบบฝóกปฏิบัติการอIานโนFตดนตรีสากล แบบฝóกหัดโนFตดนตรีสากล โดยใหFนักเรียน
ไดFฝóกเขียน อIานโนFตสากล ในขั้นแรกคือกIอนเรียน นักเรียนสามารถเขียน อIานโนFตสากลที่กำหนดใหFไดF
อยูIในเกณฑ5รFอยละ 52.00 จากเกณฑ5รFอยละ 80 ผลคือยังตFองมีการแกFไข ดังนั้นครูจึงใชFแนวการสอน
และเทคนิคตIาง ๆ ในการที่จะใหFนักเรียนมีความเขFาใจในทักษะในดFานการเขียน อIานโนFตสากล
ครูผูFสอนไดFแนะนำหลักและวิธีการจำตำแหนIงของเสียงตIาง ๆ บนบรรทัด 5 เสFน หลังจากนั้นครูไดFใชF
ชุดแบบทดสอบชุดเดิม ใหFนักเรียนไดFทำและอIานอีกครั้งหนึ่ง ผลปรากฏวIานักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ในดFานการอIาน
และการเขียนโนFตดนตรีสากลโดยคิดเปTนรFอยละ 95.00 แสดงวIานักเรียนมีการพัฒนาทักษะในดFานการอIาน
และการเขียนโนFตดนตรีสากลอยูIในเกณฑ5ที่ดีมาก สรุปไดFวIา เด็กหญิงนภัสสรณ5 ตาตะบุตร ผูFเรียนมีเจตคติที่ดี
มีแรงจูงใจตIอการเรียนเรื่อง การอIานการเขียนโนFตดนตรีสากลจึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีข้ึน
เขFาใจในการอIานการเขียนโนFตดนตรีสากล มีทักษะ มีความชำนาญ และมีความคลIองแคลIวในการปฏิบัติ
การอIานการเขียนโนตF ดนตรสี ากล

2. ขMอเสนอแนะ
จากผลการวจิ ยั ผูวF ิจยั มขี Fอเสนอแนะ ดงั นี้
2.1 ควรมีการศึกษาเอกสารงานวิจัยที่อยูIในระดับชั้นที่ทำการทดลองใหFมากที่สุด

และศึกษาวธิ ีการสอนในรปู แบบใหมI ๆ ซึ่งไดFผลดกี ับนกั เรียนในศตวรรษท่ี 21
2.2 ควรจัดทำแผนการจัดการเรียนรูFและจัดทำแบบฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรี ที่มีสีสันดึงดูด

ความสนใจของนกั เรยี น

- 315 -

บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :

โรงพิมพ5ชุมนุมสหกรณ5การเกษตรแหIงประเทศไทย.
ณชั ชา พันธ5ุเจริญ. 2559. ทฤษฏดี นตรี. กรุงเทพฯ: สำนกั พิมพ5เกศกะรตั .
นัทพงษ5 เทเวลา. 2560. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู0แบบร2วมมือเทคนิค TAI เรื่องการอ2านโน0ตดนตรีสากล

สำหรบั นักเรียนชมรมดนตรี ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต0น.
พวงรตั น5 ทวีรตั น5. 2530. การสรา0 งและพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ.์ิ กรงุ เทพฯ: สาํ นกั ทดสอบทางการศึกษา

และจติ วทิ ยา. มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร.
ภทั รา นคิ มานนท5. 2544. การประเมนิ ผลและการสรา0 งแบบทดสอบ. กรงุ เทพฯ : อักษรบณั ฑิต.
รัฐวิชญ5 ทักขนนท5. 2560. การพัฒนาทักษะในด0านการอ2าน การเขียนโน0ตสากล ที่ผลส2งต2อการปฏิบัติ

เครื่องดนตรีขลุ2ยรีคอรiเดอรi สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปXที่ 1/4 โรงเรียนปทุมพิทยาคม
อำเภอเมอื ง จงั หวัดอบุ ลราชธานี. (ครุศาสตรมหาบณั ฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

- 316 -

คำแนะนำในการจดั เตรียมตน2 ฉบบั

นโยบายการตพี ิมพ-และการสง2 บทความ
วารสารดนตรศี กึ ษา คณะศิลปศกึ ษาเป5นวารสารท่มี กี ารประเมินบทความก:อนตพี ิมพ= (Refereed

Journal) ซึ่งบทความแต:ละบทจะถูกพิจารณาคุณภาพโดยผูVทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จำนวน 2 ท:าน
สำหรับบทความที่ส:งเขVาพิจารณาเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 ที่มีองค=ความรูVและความเชี่ยวชาญตรงหรือ
เกี่ยวเนื่องกับสาขาของบทความ ผูVประเมินจะไม:ทราบว:ากำลังพิจารณาบทความของผูVเขียนคนใด พรVอมกันน้ัน
ผูVเขียนบทความจะไม:สามารถทราบว:าใครเป5นผูVพิจารณา (Double Blind Review) โดยบทความและผลงาน
การศกึ ษาวจิ ยั ท่ีประสงคส= ง: พมิ พ= ในวารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษาตVองอยูใ: นรูปแบบ ดังต:อไปนี้

1. ผูVเขียนตVองระบุประเภทของบทความว:าเป5นบทความประเภทใด เช:น บทความวิจัย บทความ
วิชาการ ผลงานสรVางสรรค= บทวิเคราะห=หรือบทความอื่นๆ โดยส:งถึงกองบรรณาธิการ ประกอบดVวยตVนฉบับ
ของบทความในรูปแบบ MS Word และ PDF (ตอV งส:งทงั้ 2 แบบ)

2. บทความภาษาไทยและภาษาองั กฤษ (ภาษาใดภาษาหน่ึง) ความยาวของบทความรวมตวั อย:าง
ภาพประกอบ โนVตเพลง บรรณานุกรม และอื่นๆ ไม:ควรเกิน 15 หนVากระดาษพิมพ= A4 โดยใหVตั้งค:า
หนVากระดาษ ดVานบน 3.75 ชม. ดVานล:าง 2.54 ชม. ดVานซVาย 3.75 ชม. และดVานขวา 2.54 ชม. ใชVแบบอักษร
มาตรฐาน TH Sarabun PSK ตลอดทง้ั บทความ และมสี ว: นประกอบของบทความทีส่ ำคัญตามลำดับ ดังนี้

2.1 ชื่อเรื่อง (Title) ใชVอักษรตัวหนา ขนาด 18 pt ตัวพิมพ=ใหญ: จัดกึ่งกลางหนVากระดาษท้ัง
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยแต:ละภาษาจำนวนไม:ควรเกิน 1 บรรทัด และหลีกเลี่ยงการใชVอักษรย:อ
เปน5 สว: นหนง่ึ ของชือ่ เร่ือง

2.2 ชื่อผูVเขียน (Author) ใชVอักษรขนาด 14 pt จัดต:อจากชื่อเรื่องชิดขวา ระบุขVอมูลเฉพาะช่ือ
- นามสกุลจริงของผูVเขียนเท:านั้น (ไม:ตVองใส:ตำแหน:งทางวิชาการ) หากมีผูVเขียนร:วมจะตVองระบุใหVครบถVวนถัด
จากชื่อผเVู ขียนหลกั ทกุ รายการ

2.3 บทคัดย:อ (Abstract) ทุกบทความตVองมีบทดย:อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษใชVอักษร
ปกติขนาด 16 pt จัดแนวพิมพ=แบบกระจายบรรทัด (Thai Distributed) ซึ่งควรประกอบดVวยรายละเอียด
เกี่ยวกับปÖญหา หรือความสำคัญของปÖญหา หรือความสำคัญของการศึกษาผลการศึกษา และขVอสรุป
รายละเอยี ดขาV งตVนตอV งเขียนกะทัดรดั (โดยแตล: ะภาษาจำกดั ประมาณ 150 - 250 คำ)

2.4 คำสำคญั (Keywords) ทงั้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (ภาษาละไมเ: กนิ 3 คำ) ใตVบทคดั ย:อ
ของภาษานั้น ๆ

2.5 ที่อยู:และสังกัดของผูVเขียน (Affeliation) ใชVอักษรขนาด 14 pt ในรูปของเชิงอรรถใตV
บทคดั ยอ: โดยระบกุ ารศึกษาขัน้ สงู สดุ หรอื ตำแหน:งทางวชิ าการ (ถVามี) และสังกดั ของผูVเขียน

2.6 เนื้อหา (Content) ใชVอักษรปกติ ขนาด 16 pt จัดแนวพิมพ=แบบกระจายบรรทัดหากเป5น
บทความวิจัยหรือวิทยานิพนธ= ควรมีเนื้อหาที่ครอบคลุมในหัวขVอต:างๆ ไดVแก: บทนำวัตถุประสงค=ประโยชน=ท่ี

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 317 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

คาดว:าจะไดVรับ ขอบเขตการศึกษาและ/หรือขVอตกลงเบื้องตVน (ถVามี) วิธีการศึกษาหรือวิธีการดำเนินงานวิจัย
ผลการศกึ ษา สรปุ และอภิปรายผล

2.7 รายการอVางอิง (Reference) ใชVอักษรขนาด 16 pt จัดแนวพิมพ=แบบชิดซVายโดยบรรทัด
ต:อมาของรายการเดียวกันจะตVองย:อหนVาเขVา 1.25 cm (1 Tab) รายการอVางอิงภายในเนื้อหาตรงกับรายการ
อVางอิงทVายบทความครบถVวนทุกรายการโดยเรียงตามลำดับตัวอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (อ:าน
รายละเอียดหลกั เกณฑก= ารเขยี นเชิงอรรถและบรรณานกุ รมเพิม่ เตมิ )

2.8 การเขียนเชิงอรรถและรายการอVางอิงตามระบบ APA รายการอVางอิงไม:นVอยกว:า 5แหล:ง
และรวมทัง้ หมดไมเ: กนิ 1 หนVากระดาษ A4

3. กรณีที่มีไฟล=เอกสารแนบประกอบกับบทความ เช:น ภาพประกอบ หรือรูปกราฟฟçกจะตVอง
ระบุชื่อไฟล=ใหVชัดเจน และเรียงลำดับหมายเลขชื่อไฟล=ตรงกับรูปในบทความ โดยใชVรูปที่มีขนาดเหมาะสม มี
คุณภาพสีและความละเอียดสำหรับการพิมพ= (ไฟล=รูปชนิด TIFF หรือ JPEG ความละเอียดไม:นVอยกว:า 300
ขนาดไฟล=ไม:นVอยกว:า 500 KB) ถVามีเสVนและ/หรือตารางควรมีความหนาไม:ต่ำกว:า 0.75 pt สำหรับชื่อตาราง
รปู ภาพ หรอื ตัวอยา: ง ใหรV ะบุเลขท่ีเป5นตัวเลขอารบคิ เช:นตารางที่ 1 หรอื ตวั อยา: งท่ี 1 เปน5 ตนV

4. กรณีโนVตเพลง ไม:ควรใชVการถ:ายเอกสารแบบตัดปะ ใชVพิมพ=ใหม:โดยใชVโปรแกรมสำหรับพิมพ=
โนVต เชน: โปรแกรม Sibelius หรอื โปรแกรม Finale เปน5 ตนV

5. กรณีที่เป5นบทความวิจัยซึ่งเป5นส:วนหนึ่งของการศึกษา (วิทยานิพนธ= หรือดุษฎีนิพนธ=) ตVอง
ไดVรับการรับรองจากอาจารย=ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ=หลักเป5นลายลักษณ=อักษรในการนำผลงานเสนอตีพิมพ=อีกทั้ง
มีชอ่ื ลำดับถัดจากผเVู ขยี น

6. กรณีที่เป5นบทความที่มีผูVเขียนมากกว:า 1 คน จะตVองมใี บรับรองจากผูVเขียนร:วมทุกคนเป5นลาย
ลักษณ=อักษร โดยใหVระบุชื่อ - นามสกุลจริงในลำดับถัดจากผูVเขียนหลักทุกรายการ (ที่อยู:และสังกัดของผูVเขียน
ร:วมใหVอยูใ: นรูปของเชิงอรรถใตบV ทคัดย:อเชน: เดียวกับผเVู ขยี นหลกั )

7. กรณีเปน5 บทความภาษาตา: งประเทศ ไม:ตอV งมีบทคดั ยอ: ภาษาไทย
8. กองบรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตอบรับการตีพิมพ= ความรับผิดชอบใด ๆ
เกย่ี วกับเนอ้ื หาและความคดิ เห็นในบทความเปน5 ของผVูเขยี นเท:าน้ัน กองบรรณาธกิ ารไมต: อV งรับผิดชอบ
9. บทความที่นำลงตีพิมพ=ตVองไดVรับความเห็นชอบจากผูVทรงคุณวุฒิเป5นผูVพิจารณา โดยผลการ
พจิ ารณาดงั กล:าวถอื เป5นทีส่ ดุ
10. วารสารดนตรีและการแสดงมีสิทธิ์ในการตีพิมพ=และพิมพ=ซ้ำ แต:ลิขสิทธิ์ของบทความยังคง
เป5นของผูVเขียน

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 318 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

เกณฑ7การพจิ ารณากลั่นกรองบทความ (Peer Review)

1. กองบรรณาธิการจะเป5นผูVพิจารณาคุณภาพวารสารขั้นตVนจากแบบตรวจสอบรายการเอกสาร
ประกอบการเสนอส:งบทความตVนฉบับ ทีผ่ เูV ขยี นไดแV นบมาพรอV มหลกั ฐานตา: ง ๆ

2. บทความตVนฉบับที่ผ:านการตรวจสอบปรับแกVใหVตรงตามรูปแบบวารสาร (การอVางอิง และอื่น ๆ)
อีกทั้งเป5นงานเขียนเชิงวิชาการและเชิงวิจัย มีความสมบูรณ=และความเหมาะสมของเนื้อหาจะไดVรับการอ:าน
พิจารณากลั่นกรองโดยผูVทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ที่มีองค=ความรูV ความเชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ=การตรง
ตามสาขาที่เกี่ยวขVอง ซึ่งไม:มีส:วนไดVส:วนเสียกับผูVเขียน จำนวน 2 ท:าน สำหรับบทความที่ส:งเขVาพิจารณาเดือน
กนั ยายน พ.ศ. 2565 เปน5 ตVนไป

3. บทความที่ไดVผ:านการพิจารณาจากผูVทรงคุณวุฒิ โดยมีความเห็นสมควรใหVตีพิมพ=จะไดVรับการ
บันทึกสถานะและเก็บรวบรวบตVนฉบับที่สมบูรณ=เพื่อตีพิมพ=เผยแพร: กองบรรณาธิการจะแจVงผูVเขียนรับทราบ
เป5นหนงั สอื ตอบรับการตพี ิมพ= ซึง่ จะระบุปïทแ่ี ละฉบับที่ตีพิมพ=

4. กรณีที่ผูVเขียนมีความประสงค=ตVองการยกเลิกการตีพิมพ= ตVองแจVงความประสงค=เป5นลายลักษณ=
อกั ษรเรยี นถึง "บรรณาธกิ ารวารสารดนตรศี กึ ษา คณะศลิ ปศึกษา สถาบณั บันฑติ พฒั นศิลปó" เทา: นน้ั

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 319 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

หลักเกณฑก7 ารเขียนรายการอา2 งองิ และเชิงอรรถ

รปู แบบการเขยี นรายการอา= งองิ
การเขียนรายการอVางองิ มีแบบและหลกั เกณฑ=แตกต:างกันตามประเภทของเอกสาร เชน:

หนังสอื บทความในหนังสอื วารสาร หนงั สือพมิ พ= สารานุกรม วทิ ยานิพนธ= จลุ สาร การสมั ภาษณ= ฯลฯ ผูVใชV
สามารถเลอื กใชไV ดตV ามความเหมาะสม

*หมายเหตุ :
- เคร่ืองหมาย / แทนการ เคาะ (Spacebar) 1 ครัง้
- ชื่อหนงั สอื ใหVพิมพด= Vวยอักษรตัวเอยี ง สำหรบั ภาษาอังกฤษใหVข้ันตVนคำทุกคำดวV ย

อักษรตัวพมิ พใ= หญ: ยกเวนV คำบพุ บท สันธาน
- ครงั้ ท่พี มิ พ= หากเป5นพมิ พ=ครงั้ แรกไมต: อV งลงรายการครง้ั ทพ่ี มิ พ=

การเขียนรายการอา= งองิ จากหนังสือ
1) รปู แบบการลงรายการอาV งอิงผVแู ต:งชาวไทย

ชอ่ื -ชอ่ื สกลุ ผแูV ตง: ,/ปïทพี่ ิมพ=)./ชอื่ หนงั สือ/(ครง้ั ท่พี มิ พ)= /เมืองที่พมิ พ=/สำนักพิมพ=

2) รูปแบบการลงรายการอาV งองิ ผVแู ต:งชาวตา: งประเทศ

ชอ่ื สกลุ /ชอื่ ตนV /ชือ่ กลางผVแู ต:ง/(ปทï พ่ี มิ พ)= ./ชอื่ หนงั สือ/(ครัง้ ที่พมิ พ=)/เมอื งที่พิมพ=/สำนักพมิ พ=.

การเขียนรายการอา= งองิ จากหนังสือชดุ
1) หนังสอื ชุด (Series) ใหVลงรายการชอื่ ชดุ ของหนงั สือเลม: นนั้ ไวใV นวงเล็บทาV ยรายการ

ช่ือผแVู ต:ง /(ปทï พี่ ิมพ)= /ช่อื หนังสอื (ครง้ั ทพี่ มิ พ)= ./เมอื งที่พิมพ=:/สำนักพมิ พ=./(ชื่อชุด).

การเขยี นรายการอา= งอิงจากหนงั สือแปล
ชื่อผแูV ตง: /(ปทï ีพ่ มิ พ)= /ช่ือหนงั สือ/(ครั้งท่ีพิมพ=)/แปลจาก..โดย.. /เมืองท่พี ิมพ=:/สำนักพมิ พ.=

การเขยี นรายการอา= งอิงจากหนังสือทจี่ ดั พิมพใ- นโอกาสพิเศษ
ซื่อผูแV ตง: /ปทï พ่ี มิ พ)= /ช่อื หนงั สอื ./เมืองทพี่ มิ พ=:/สถานทพี่ มิ พ= /(รายละเอียดการจัดพมิ พ=).

การเขยี นรายการอา= งองิ จากวทิ ยานพิ นธ-
ช่อื ผเVู ขียนวทิ ยานิพนธ= /(ปïท่พี ิมพ)= ./เชอื่ วิทยานิพนธ= / /ระดบั วิทยานพิ นธ= ช่อื สาขาวชิ าหรอื

ภาควชิ าช่อื คณะ ช่อื มหาวทิ ยาลัย.

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 320 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การเขยี นรายการอ=างองิ จากบทความ
1) บทความในหนังสือ

ชอื่ ผเVู ขยี นบทความ./(ปทï ี่พมิ พ=)/ช่ือบทความ /ใน ชือ่ บรรณาธิการ(ถาV มี)/ช่ือหนงั สือ/เลขหนาV . //
เมอื งที่พมิ พ=:/สำนกั พิมพ.=
2) บทความในสารานุกรม (Encyclopaedia)

ช่อื ผVเู ขยี นบทความ./(ปïทพ่ี มิ พ)= .//ช่ือบทความ /ช่อื สารานกุ รม/เลม: ท/่ี เลขหนVา.

3) บทความในวารสาร
ชอื่ ผูเV ขียนบทความ/(ปï วนั เดือน).//ช่อื บทความ /ชื่อวารสาร/ปïที่/เล:มท)่ี /เลขหนาV .

4) บทความในหนงั สือพิมพ=
ชอ่ื ผูVเขยี นบทความ./(ปวï ัน เดือน)./ช่ือบทความ /ช่อื หนังสือพิมพ/= เลขหนVา.

การเขียนรายการอา= งองิ จากการสัมภาษณ-
ชือ่ ผVใู หสV ัมภาษณ.= /(วัน เดอื น ปï ท่สี ัมภาษณ)= /ตำแหน:ง(ถVาม)ี /สัมภาษณ=.

การเขยี นรายการอา= งองิ จากอนิ เทอร-เน็ต และสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกสอ- ่ืน ๆ
ช่ือผแVู ต:ง/(ปïทเ่ี ผยแพร:)/ช่อื เร่อื ง/(ประเภทของสื่อ] /สถานท่ีผลติ /ช่ือผVูผลติ หรอื ผVเู ผยแพร:.//

วนั เดอื น ปï ทีเ่ ขาV ถงึ ขVอมลู /จาก/ชือ่ แหล:งขVอมลู หรอื ทอี่ ย:ูท่ีใชสV บื คนV ในอนิ เทอร=เน็ต.

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 321 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

รูปแบบการเขยี นเชิงอรรถ
ใหVเขียนหมายเลขกำกับขVอความที่ตVองการขยายเป5นเลขเดียวกับหมายเลขของเชิงอรรถ

ซ่งึ เชงิ อรรถจะอยู:ท่สี :วนทVายของหนVานั้น จบขVอความเชงิ อรรถดVวยเครื่องหมายมหพั ภาค (.)

ประเภทแหลง: รปู แบบการเขียนเชงิ อรรถแบบระบสุ ถานภาพดVานลขิ สิทธ์ิ

วารสาร นิตยสาร From [or The data in columm 1 are from] "Title of Article," by A.N. and
สื่อต:อเน่ืองอน่ื ๆ C.O. Author, year, Title of Journal, Volume, p.xx. Copyright [year] by
the Name of Copyright Holder. Reprinted [or adapted] with permission.

1จาก [หรือ ขVอมูลในคอลัมน= 1 มาจาก) "ชื่อบทความ," โดย ชื่อ - สกุลผูVแต:ง 1 และ
ซื่อผูVแต:ง 2, ปïพิมพ=, ชื่อวารสาร, ปïที่, น. หรือ p. หรือ pp. เลขหนVา. ลิขสิทธิ์ [ปï
ลิขสิทธ์]ิ โดย ชื่อผถูV อื ลขิ สทิ ธ์.ิ พิมพ=ซำ้ [หรอื ปรับปรุง] โดยไดVรบั อนญุ าต.

ตัวอย2าง

2จาก "สมเด็จพระเทพรัตน=กับการอนุรักษ=มรดกไทยดVานภาษาไทย," โดย สุพัตรา
ศริ ิวัฒน=, 2553, วชริ าวธุ านุสรณส= าร, 29(2), น. 25 -40. มลู นธิ พิ ระบรมราชานุสรณ=
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลVาเจาV อย:หู ัว เจาV ของลขิ สทิ ธิ์.

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 322 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.


Click to View FlipBook Version