The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Vol. 1 No. 1 (2022) :
วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pimlada Hw, 2022-09-30 01:39:07

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา

Vol. 1 No. 1 (2022) :
วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2565)

บรรณานกุ รม

เครอื หยก แยม8 ศรี. 2560. ประสิทธผิ ลของการใช>แอปพลิเคชั่น Zoom cloud meeting ชว^ ยสอนในรายวชิ า
ปฏิบัตกิ ารผดุงครรภ.< วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. มหาสารคาม :

จันทมิ า เอกวงษM. 2552. การศกึ ษาสภาพปúญหาและความตอ> งการใชอ> เี ลิรน< นิงเพอ่ื การเรียนการสอน
ของอาจารย<และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. รายงานวิจัย.
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลกรงุ เทพ. กรุงเทพมหานคร :

ชโรชนี ียM ชัยมินทร.M 2562. MOOC: เพอื่ การเรียนรู>ตลอดชวี ติ ในศตวรรษที่ 21. วารสารมนุษยศาสตรแM ละ
สงั คมศาสตรมM หาวิทยาลยั ราชภัฏเชยี งใหมD. เชยี งใหมD :

ณัฐสินี ภาณุศานตM. 2553. การศกึ ษาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นและความพงึ พอใจจากการเรียนการสอนออนไลน<ใน
เวลาเดียวกัน วิชาพื้นฐานศิลปะ เรื่องทักษะการบรรเลงดนตรี ประเภทขลุ^ยรีคอร<เดอร<.
(วทิ ยานิพนธMปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุร.ี ปทมุ ธานี :

ธัญญธร เมธาลกั ษณ,M มธวุ ัลยM ศรคี ง และสพุ ัตรา สวDางกุล. 2562. การศกึ ษาผลสัมฤทธท์ิ างการศกึ ษาของสือ่ การ
สอนโปรแกรม Moodle เรื่องการใช> directophthalmoscope ในรายวิชาจักษุวิทยา หลักสูตร
แพทยศาสตรบณั ฑิต. คณะแพทยศาสตรศM ิรริ าชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร :

อภิรดี เจริญนกุ ลู , วิทยา วาโย, ฉตั รสุดา กานกายนั ตM และจรรยา คนใหญD. 2563. แนวคดิ และการประยุกต<ใช>
จัดการเรยี นการสอน. วารสารศูนยอM นามยั ท่ี 9. นครราชสีมา : เลิศศิลป¹.

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 89 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การสรeางเวบ็ แอปพลิเคชนั ประกอบการสอนการเปèาแซกโซโฟน
เรือ่ ง บันไดเสียงไดอาโทนกิ

Creating a web application for teaching saxophone playing
About the diatonic scale.

นายประชาชน ฐติ สิ ุรยิ ารกั ษ1K 6
Prachachon Thitisuriyarux
หลักสูตรศึกษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป)5 คณะศลิ ปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศลิ ป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bundipatnasilpa Institute.

บทคัดยอU

บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงคMเพื่อนำเสนอการสร8างเว็บแอปพลิเคชันประกอบการสอน
การเปõาแซกโซโฟน เรื่องบันไดเสียงไดอาโทนิก โดยผู8ศึกษาได8ศึกษาค8นคว8าแนวคิดทฤษฎี ได8แกD แนวคิด
และทฤษฎีการฝàกซ8อม แนวคิดในการผลิตสื่อการเรียนการสอน หนังสือแบบฝàกหัดตDาง ๆ โดยนำขั้นตอน
การออกแบบบทเรยี นอิเล็กทรอนกิ สขM อง แอนนา พายุพดั มาประยุกตใM ชใ8 นการสร8างเว็บแอปพลิเคชันไดท8 ั้งหมด
5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การเตรียม ในการเตรียมสร8างเว็บแอปพลิเคชัน ผู8ศึกษาทำการศึกษา
เรื่องบันไดเสียงจากแบบเรียนและหนังสือตDาง ๆ โดยนำเนื้อหาที่ศึกษามาวิเคราะหMความเหมาะสม โดยศึกษา
เรอื่ งบันไดเสียง ทงั้ หมด 3 บันไดเสยี ง 2 ชDวงคูD 8 ขาข้นึ และขาลง ประกอบด8วย บนั ไดเสยี งเมเจอรM บนั ไดเสยี ง
ไมเนอรMแบบธรรมดา บันไดเสียงฮารMโมนิกไมเนอรM ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบบทเรียน ในขั้นตอนนี้สามารถ
แยกได8เปVน 2 ขั้นตอน คือ 1) ผู8ศึกษานำข8อมูลเนื้อหาจากหนังสือแบบฝàกหัดมาเลือกแบบฝàกหัดให8เหมาะสม
กับตัวเว็บแอปพลิเคชัน 2) สร8างแผนภูมิเว็บแอปพลิเคชันในแตDละเนื้อหา ขั้นตอนที่ 3 การเขียนผังงาน
โดยผู8ศึกษาได8ออกแบบโครงสร8างของหน8าตาเว็บแอปพลิเคชัน โดยกำหนดหัวข8อและจัดเรียงแบบฝàกหัด
ตามลำดับความสำคัญจากงDายไปยาก ขั้นตอนที่ 4 การสร8าง/เขียนโปรแกรม ผู8ศึกษาใช8โปรแกรม
Visual Studio Code, band in a box 2018 และ Sibelius 7.5 ในการสร8าเว็บแอปพลิเคชัน ขั้นตอนที่ 5
การประเมินและแก8ไข ในการตรวจสอบความถูกต8องของการสร8างเว็บแอปพลิเคชัน ผู8ศึกษาได8นำ
เว็บแอปพลิเคชันไปปรึกษาอาจารยMที่ปรึกษาและนำเสนอผู8เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบคุณภาพของเว็บแอปพลิเคชัน
ในเบอื้ งต8น หลงั จากน้นั จงึ นำเวบ็ แอปพลิเคชนั ไปปรับปรุงแก8ไขตามคำแนะนำ

คำสำคญั : เว็บแอปพลเิ คชนั , บนั ไดเสยี งไดอาโทนิก

16 นักศึกษาสาขาดนตรศี ึกษา, หลกั สตู รศึกษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป): คณะศิลปศกึ ษา สถาบันบณั ฑิตพฒั นศิลปA
E-mail: [email protected]

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 90 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Abstract

The main purpose of this Academic paper is to presenting the creation of a web
application for teaching saxophone playing. About the diatonic scale. the students studied
and researched theoretical concepts such as concepts and training theory. concept of teaching
media production various exercise books including concepts and training theory concept
of teaching media production Various exercise books by applying Anna Payuphat electronic
lesson design process to create a web application in 5 steps thus : Step 1 Preparation
In preparing to create a web application. The students studied the sound scale from various
textbooks and books by using the studied content to analyze the appropriateness. By studying
all 3 scales, 2 octave,up, consisting of major scale, normal minor scale, harmonic minor scale.
Step 2. Lesson Design At this stage, it can be divided into 2. 1) the student takes the content
information from the exercise book to select the exercises that are suitable for the web
application 2) Create a web application chart for each content. Step 3 Writing the flowchart
The students have designed the structure of the web application interface. by specifying
the topic and arrange the exercises in order from easy to difficult. Step 4 Creating/Programming
Students use Visual Studio Code, band in a box 2018 and Sibelius 7.5 to create
web applications. Step 5 Assessment and Correction To validate the creation
of a web application The students used the web application to consult with advisors
and present experts. to initially check the quality of the web application. After that,
the web application will be modified according to the instructions.

Keywords: web applications, diatonic scale

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 91 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
ดนตรีมีความสำคัญในการเรียนการสอนในการศึกษา สามารถสDงเสริมพัฒนาการทางอารมณM

เสริมสร8างความคิด จินตนาการ ชDวยกระตุ8นให8มีการแสดงออกในทางสร8างสรรคM สDงเสริมให8มีความสัมพันธM
ระหวDางประสาทหู กล8ามเนื้อมือให8สอดคล8องกับการใช8ความคิด ดนตรีสามารถเรียนได8ด8วยตนเองตาม
ความถนัดหรือความสนใจหรือเรียนได8จากจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน บางคนเริ่มต8นตั้งแตDอายุสองขวบ
ครึ่ง ด8วยวัยขนาดนี้เด็กจะได8รับการเรียนรู8ได8ดีที่สุดในการพัฒนาการรับรู8ทั้ง 4 ทักษะ ได8แกD การฟ$ง พูด อDาน
เขยี น (พรวิไล จลุ เสวก, 2550, น. 3)

อภิชัย เลี่ยมทอง กลDาววDา “การฝàกซ8อมดนตรีให8เกิดความก8าวหน8าและมีความชำนาญน้ัน
เปVนการฝàกฝนกล8ามเนื้อ เพื่อใช8ควบคุมเทคนิคการบรรเลงเครื่องดนตรีให8เกิดความเชี่ยวชาญที่ต8องการ
ความสม่ำเสมอในการฝàกซ8อม” (อภิชัย เลี่ยมทอง, 2555, น. 31) ซึ่งการฝàกซ8อมบันไดเสียงในแซกโซโฟน
มีความจำเปVนอยDางมาก ตั้งแตDระดับพื้นฐานจนถึงระดับที่สูงขึ้นต8องมีการซ8อม อารMเปจิโจ (Arpeggio) ควบคูD
ไปพร8อมกันและป$ญหาที่นักเรียน นักศึกษาหรือผู8ที่ฝàกซ8อมบันไดเสียงในแซกโซโฟน แบDงออกเปVน 3 ระดับ
ระดับแรกคือซ8อมยังไมDมากพอทำให8กล8ามเนื้อหรือระบบการจดจำของกล8ามเนื้อยังไมDสามารถจดจำการเลDน
บันไดเสียงได8 ระดับที่ 2 สDวนใหญDจะเกิดกับบันไดเสียงที่ยากเกิด ระดับที่ 3 เกิดจากระยะเวลาในการซ8อม
ที่ไมDเพียงพอและสDวนใหญDผู8ที่ฝàกซ8อมบันไดเสียงไมDได8คิดถึงเสียงตามไปด8วยทำให8ไมDรู8วDาเสียงที่ได8ยินนั้นถูกต8อง
หรือไมD (ณฐั พล เฟµÃองอกั ษร, 2564 : สมั ภาษณM)

สื่อการเรียนการสอนเปVนตัวกลางซึ่งมีความสำคัญในกระบวนการเรียนการสอน มีหน8าท่ี
เปVนตัวนำความต8องการของครูไปสูDตัวนักเรียนอยDางถูกต8องและรวดเร็ว เปVนผลให8นักเรียนเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมไปตามจุดมุDงหมายการเรียนการสอนได8อยDางถูกต8องเหมาะสม สื่อการสอนได8นำไปใช8ในการเรียน
การสอนตลอด และยังได8รับการพัฒนาไปตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งก8าวหน8าไปไมDหยุดยั้ง
นักการศึกษาเรียกชื่อการสอนด8วยสื่อตDาง ๆ เชDน อุปกรณMการสอนโสตทัศนูปกรณM เทคโนโลยีการศึกษา
สื่อการเรียนการสอน สื่อการศึกษา เปVนต8น (กมล เวียสุวรรณ และ นิตยา เวียสุวรรณ, 2540, น. 11)
ในทางการศึกษามีคำที่มีความหมายแนวเดียวกันกับสื่อการเรียนการสอน เชDน สื่อการสอน (Instructional
Media or Teaching Media) สื่อการศึกษา (Educational Media) อุปกรณMชDวยสอน (Teaching Aids)
เปVนต8น ในป$จจุบัน ณ การศึกษามักจะเรียกการนำสื่อการเรียนการสอนชนิดตDาง ๆ มารวมกันวDา เทคโนโลยี
ทางการศึกษา (Educational) ซึ่งหมายถึงการนำเอาวัสดุ อุปกรณM และวิธีการใช8รDวมกันอยDางมีระบบ
ในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน โดยสื่อการเรียนการสอนในครั้งนี้ผู8ศึกษาได8เลือก
มาใช8นั้นคือ เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) ซึ่งเปVนสื่อ ที่ถูกเขียนขึ้นมาให8สามารถเปzดใช8ใน
เว็บบราวเซอรM มีลักษณะเปVนการเรียนโดยตรง และเปVนการเรียนแบบมีปฏิสัมพันธM (Interactive)
สามารถโต8ตอบระหวDางผใู8 ชก8 บั เว็บแอปพลเิ คชันได8 จงึ สะดวกตอD การเขา8 ใชง8 านของผ8ูใช8งาน

จากที่กลDาวมาข8างต8นจึงเปVนสาเหตุที่ผู8ศึกษาสนใจที่จะเลือกทำเว็บแอปพลิเคชัน
(Web Application) เพราะผู8ศึกษาต8องการยกระดับการฝàกทักษะเรื่องบันไดเสียงให8มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 92 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

และในยุคป$จจุบันทั้งผู8สอนและผู8เรียนมีโทรศัพทMที่มีอินเทอรMเน็ต ทุกคนสามารถเข8าถึงเว็บแอปพลิเคชันนี้ได8งDาย
เว็บแอปพลิเคชันยังสามารถดึงดูดความสนใจของผู8เรียนที่กำลังฝàกทักษะเรื่องบันไดเสียงให8จดจDอ
กับการฝàกซ8อมมากขึ้น สำหรับเหตุที่เลือกแบบฝàกหัดเฉพาะเทนเนอรMแซกโซโฟน เนื่องจากผู8ศึกษามีความร8ู
ความเข8าใจเครื่องดนตรีเทนเนอรแM ซกโซโฟนจึงทำใหส8 ะดวกตDอการศึกษาเนอื้ หาทีใ่ ช8ในเว็บแอปพลิเคชัน

แนวคดิ ทฤษฎีที่เกย่ี วขอK ง

1. แนวคดิ และทฤษฎกี ารฝกD ซKอม
1.1 แนวคิดและทฤษฎีการฝàกซ8อมของนายอภิชัย เลี่ยมทอง ได8แบDงหลักการฝàกซ8อมไว8หลัก ๆ

10 ขอ8 ดังน้ี (อภิชยั เล่ยี มทอง, 2555, น. 31)
1) วางเปาÖ หมาย วางแผนเวลา
2) ตอ8 งรต8ู วั เสมอวDากำลังจะฝàกซอ8 มอะไร เพ่อื แก8ไขสิง่ ใดและร8ูวDาทำไมต8องแก8ไข
3) นำชวD งทีย่ ากของบทเพลงออกมาซ8อมเฉพาะจุด
4) แบDงป$ญหาทีพ่ บออกเปนV ป$ญหายอD ยและแกไ8 ขทลี ะปญ$ หา
5) ยำ้ การฝàกซ8อมที่ถกู ต8องตัง้ แตแD รกโดยไมDให8เกิดความผิดพลาด
6) ฝàกซ8อมด8วยจังหวะท่ีเรว็ โดยไมDละเลยการฝกà ซอ8 มดว8 ยจงั หวะชา8
7) ให8ความสำคัญกับคุณภาพเสยี งระหวDางการฝàกซอ8 ม
8) ไมลD ะเลยการฝàกซอ8 ม ชวD งงาD ยของบทเพลง
9) ฝกà ซอ8 มโดยไมDใชเ8 ครอื่ งดนตรี
10) ฝกà ซ8อมการแสดงดนตรีกDอนการแสดงจริง
จากหลักแนวคิดสำหรับการฝàกซ8อมให8ได8ผลสูงสุดทั้ง 10 ข8อ จะเห็นวDาได8 แบDงระยะ

พัฒนาการ ของการฝàกซอ8 มเปVน 4 ขั้นตอนคอื
1. เปVนการวางแผนการฝàกซ8อมการจัดการด8านเปÖาหมาย สถานที่ฝàกซ8อม ชDวงเวลา

และระยะเวลาฝกà ซ8อม
2. เปVนการฝàกซ8อมกับเครื่องดนตรีจากการเริ่มฝàกหัดจากบทเพลงใหมDที่ผู8ฝàกซ8อม

ไมDคุ8นเคย หรือนำบทเพลงเกDากลับมาฝàกหัดใหมD อีกครั้ง เปVนการฝàกซ8อมด8านระดับเสียงจังหวะแก8ไขป$ญหา
เรื่องเทคนิคการบรรเลงอันเปนV เรอ่ื งพื้นฐานท่วี ไปของดนตรี และทกั ษะเครอ่ื งดนตรี

3. เปVนการตีความบทเพลง โดยไมDจำเปVนต8องใช8เครื่องดนตรี เปVนการศึกษาถึงมิติ
ของเสียงด8านความดังเบา ความสั้นยาวของโน8ต การสั่นเสียง (Vibrato) เปVนต8น เพื่อเพิ่มสีสันให8กับบทเพลง
สรา8 งความเปนV ดนตรที ีม่ มี ติ มิ ากขึน้ ตามทีผ่ 8ปู ระพันธเM พลงวางไว8

4. หลังจากศึกษาทั้งสามขั้นตอนข8างต8นแล8วผู8ฝàกซ8อมควรได8มีโอกาสทดลองฝàกการแสดง
กDอนการแสดงจริงโดยสร8างสถานการณMจำลองคล8ายการแสดงจริง เมื่อพบป$ญหาการบรรเลงจะได8นำไปแก8ไข
ได8ทนั เพ่ือใหก8 ารแสดงดนตรี มีความสมบูรณสM งู สดุ

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 93 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

1.2 แนวคดิ และทฤษฎกี ารฝกà ซอ8 มแซกโซโฟนของณัฐพล เฟµอÃ งอกั ษร
จากการสัมภาษณMนายณัฐพล เฟõองอักษร เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564
นายณัฐพล เฟõองอักษร ได8กลDาวถึงการฝàกซ8อมบันไดเสียงในแซกโซโฟนไว8วDา การซ8อมบันไดเสียงในแซกโซโฟน
มีความจำเปVนอยDางมาก ตั้งแตDพื้นฐานจนถึงระดับที่สูงขึ้นต8องมีการซ8อม อารMเปจิโจ (Arpeggio) ควบคูDไปด8วย
และป$ญหาที่นักเรียน นักศึกษาหรือผู8ที่ฝàกซ8อมบันไดเสียง อาจารยMได8แบDงออกเปVน 3 ระดับ ระดับแรกคือ
ซ8อมยังไมDมากพอทำให8กล8ามเนื้อหรือระบบการจดจำของกล8ามเนื้อยังไมDสามารถจำการเลDนบันไดเสียงได8
ระดับที่ 2 สDวนใหญDจะเกิดกับบันไดเสียงที่ยากอาจจะเกิดยากระยะเวลาในการซ8อมมีไมDมากพอ ระดับที่ 3
สDวนใหญDนักเรียนนักศึกษาไมDได8คิดถึงเสียงตามไปด8วยทำให8ไมDรู8วDาเสียงที่ได8ยินนั้นถูกต8องหรือไมD
(ณัฐพล เฟอµÃ งอกั ษร, 2564 : สมั ภาษณM)
1.3 แนวคิดและทฤษฎีการฝàกซอ8 มของธรี เดช หนุ สนอง
จากการสัมภาษณMนายธีรเดช หุนสนอง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564
นายธีรเดช หุนสนอง ได8กลDาวถึงการฝàกซ8อมบันไดเสียงไว8วDา ดนตรีเปรียบเสมือนภาษา บันไดเสียง
ก็เปรียบเสมือนพยันชนะไทย บันไดเสียงจึงจำเปVนอยDางมาก บันไดเสียงเปVนวัตถุดิบที่นำไปใช8ทำคอรMด ทำนอง
ตDาง ๆ หลDอหลอมออกมาเปVนเพลง บันไดเสียงจึงเปVนสิ่งสำคัญที่สุดในการเลDนดนตรี และป$ญหาที่ใหญDที่สุด
ในการฝàกซ8อมบันไดเสียง คือ ขาดแรงจูงใจ ไมDรู8วDาจะซ8อมไปเพื่ออะไร ถึงทั้งยังใช8เวลาในการฝàกซ8อมที่ยาวนาน
กวาD จะชำนาญ ทำใหเ8 กดิ ความเบื่อหนายในการฝàกซอ8 มบนั ไดเสียง (ธีรเดช หุนสนอง, 2564 : สมั ภาษณ)M
ผู8ศึกษาสรุปแนวคิดวDาฝàกซ8อมได8วDา การฝàกซ8อมควรมีการวางแผน การวางแผนขึ้นอยูDกับเวลา
และสถานที่ของแตDละบุคคล สามารถฝàกซ8อมได8มากน8อยแคDไหน ระบุป$ญหาที่ต8องการแก8ไขและกำหนด
เปÖาหมายหรือสิ่งที่สำคัญที่สุดของการฝàกซ8อมของแตDละบุลคล เชDน ผู8เริ่มต8นควรให8ความสำคัญกับการฝàกซ8อม
พื้นฐานการออกเสียง รูปปากหรือแม8กระทั่งรูปนิ้วของแตDละเครื่องดนตรี ผู8ศึกษาจึงนำแนวคิดการฝàกซ8อมนี้มา
ประใช8กับการสร8างเว็บแอปพลเิ คชนั สำหรบั การฝกà ทกั ษะดนตรสี ากลเรื่องบันไดเสยี งไดอาโทนกิ

2. แนวคดิ ในการผลิตสื่อการเรยี นการสอน
วิภาพร อำไพพิทักษMวงศM (2552, น. 13 - 14) กลDาวไว8วDาแนวคิดในการผลิตสื่อการสอนของ

นักการศึกษาและนักจิตวิทยา เชDน เฟรดริค วิสเฮม เฟรอเบล (Freedrich Wilhelm Froebel) จอหMน ดิวอ้ี
(John Dewwy) มาเรยี มอนเตสซอรี (Maria Montessori) เอด็ เวิรดM ลี ธอรนM ไดคM (Edward Lee Thorndike)
เจอโรม เอส บรูเนอรM (Jerome S. Brunner) โรเบริ Mต เอม็ . กาเยD (Robert M. Gagne) มีดงั น้ี

2.1 แนวคิดของเฟรดรคิ วสิ เฮม เฟรอเบล
1) ส่อื ควรเปนV สอ่ื ทเ่ี ปดz โอกาสใหผ8 ู8เรียนไดแ8 สดงออกไดด8 ว8 ยตวั เอง เชDน การเลDนเกมการแขงD ขัน
2) สื่อควรเปVนสิ่งที่สามารถจับต8องได8เปVนขั้นเปVนตอน เชDน เกมตDอคำการกDอสร8าง

การตDอรปู ภาพ
3) เมือ่ ผ8เู รียนได8ทำกจิ กรรมน้ันสำเรจ็ ควรไดร8 ับรางวลั ตอบแทนดว8 ยเสมอ

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 94 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

2.2 แนวคดิ ในการผลติ สอื่ การสอนของ จอหนM ดวิ อี้
1) สอื่ นัน้ ตอ8 งทา8 ทายมีปญ$ หาให8คดิ
2) สอ่ื นนั้ ตอ8 งมขี ้ันตอนเปVนไดช8 ดั เจน
3) ผ8ูเรยี นต8องสามารถใช8ส่ือนั้นดว8 ยตนเองได8
4) ความรท8ู ผ่ี ูเ8 รยี นได8รับจากส่ือน้ันต8องได8โดยการสรุปของผู8เรียนเอง

2.3 แนวคดิ ในการผลติ ส่อื การสอนของ มาเรยี มอนเตสซอรี
1) สื่อน้นั จะตอ8 งตอบสนองความสามารถของแตลD ะบคุ คลได8
2) สื่อจะตอ8 งใหโ8 อกาสผูเ8 รยี นได8แสดงออกอยDางมากทส่ี ุด
3) กจิ กรรมในการใช8ส่ือการสอนนัน้ ตอ8 งสรา8 งความสมั พันธทM ด่ี ีระหวาD งผ8สู อนกบั ผ8เู รียน

2.4 แนวคิดในการผลติ สอื่ การสอนของ เอ็ดเวริ Mด ลี ธอรMนไดคM
1) คำนงึ ถึงผเู8 รียนในด8านความแตกตDางระหวDางบุคคล
2) การจัดประสบการณใM นการเรียนรู8โดยการใช8ส่ือ
3) ลักษณะของสือ่ ทผี่ ลติ จะตอ8 งได8ทราบผลยอ8 นกลับทนั ที
4) ลกั ษณะของสอ่ื ที่ผลิต ในหนวD ยของเนือ้ หาน้ัน ๆ

ผู8ศึกษาสรุปแนวความคิดในการผลิตสื่อการเรียนการสอนวDาการผลิตสื่อต8องควรมีความ
หลากหลายให8เหมาะสมกับแตDละบุคคล สื่อการสอนต8องรูปธรรมที่ชัดเจน สามารถเข8าถึงงDาย สามารถกระต8ุน
ให8ผู8เรียนเกิดความสนใจ มีวิธีการให8ผู8เรียนสามารถใช8สื่อได8ด8วยตัวเอง สามารถเรียนรู8เนื้อหาได8ด8วยตัวเอง
จากสือ่ และผเ8ู รียนจะต8องสรปุ เนอ้ื หาทีเ่ รยี นได8ทง้ั หมด

เอกสารทีเ่ กี่ยวขอK ง

1. หนงั สือแบบฝDกหดั
แบบฝàกหัดที่ใช8ในงานวิจัยนี้ มาจากหนังสือแบบฝàกหัด Essential elements 2000 Bb tenor
saxophone book 1-3 (HAL LEONARD CORPORATION, 2000) เปVนแบบฝàกหัดเทนเนอรMแซกโซโฟน
สำหรบั ผ8เู รมิ่ ตน8 ฝàกเลนD เทนเนอรแM ซกโซโฟนแบงD ได8 ดงั นี้

1.1 แบบฝàกหัดสำหรับการเริ่มต8นใช8แบบฝàกหัดสำหรับการเริ่มต8นนำแบบฝàกหัดบางสDวนจาก
Essential elements 2000 Bb tenor saxophone book 1

1.2 แบบฝàกหัดระดับปานกลางใช8แบบฝàกหัดระดับปานกลางนำแบบฝàกหัดบางสDวนจาก
Essential elements 2000 Bb tenor saxophone book 2

1.3 แบบฝàกหัดระดับยากใช8แบบฝàกหัดระดับยากนำแบบฝàกหัดบางสDวนจาก
Essential elements 2000 Bb tenor saxophone book 3

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 95 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

2. เวบ็ แอปพลเิ คชนั

เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) คือ โปรแกรมประยุกตMที่จะเข8าถึงด8วยโปรแกรม
Internet Browser ซึ่งทำให8เหมาะสำหรับงานที่ต8องการข8อมูลแบบ Real Time จะพบข8อดีของเว็บแอปพลิเคชัน
คือข8อมูลตDาง ๆ ที่อยูDในระบบที่มีการไหลเวียนในแบบ Online จึงสามารถโต8ตอบกับผู8ใช8บริการแบบ
Real Time ทำให8เกิดความประทับใจรวมทั้งสามารถใช8งานได8งDายโดยไมDจำเปVนต8องติดตั้ง Client Program
จะทำให8ไมDต8อง Upgrade Client Program และสามารถใช8ผDาน Internet Connection ที่มีความเร็วต่ำกวDา
สDงผลให8ผู8ใช8บริการสามารถใช8โปรแกรมได8จากทุกแหDงในโลกตัวอยDางระบบออนไลนMที่เหมาะกับเว็บแอปพลิเคชัน
เชDน ระบบการจองสินค8าหรือบริการตDาง ๆ ระบบงานบุคลากรระบบงานแผนการตลาด ระบบการสั่งซื้อ
แบบพเิ ศษ และระบบงานในโรงเรยี น เปนV ตน8 (เอกชยั แนนD อดุ ร และวชิ า ศิรธิ รรมจักร, 2551)

ในการสร8างเวบ็ แอปพลเิ คชนั พบวDา ภาษาท่ใี ชม8 ีด8วยกัน หลายภาษา เชนD HTML, ASP/ASP.Net,
PHP และ Java Script เปVนต8น รวมทั้งมีโปรแกรมมากมายที่สามารถจะนำไปใช8เปVนเครื่องมือในการพัฒนา
เว็บแอปพลิเคชัน เชDน Dreamweaver CC, และ Visual Studio Code ดังนั้นผู8วิจัยจึงเลือกใช8 โปรแกรม
Visual Studio Code เปVนเครืองมือสร8างเว็บแอปพลิเคชันสำหรับการฝàกทักษะดนตรีสากลเรื่องบันไดเสียง
ไดอาโทนกิ

3. การสรKางเวบ็ แอปพลิเคชัน
ผู8ศึกษาใช8โปรแกรม Visual Studio Code เพื่อสร8างเว็บแอปพลิเคชัน โดยนำขั้นตอนการ
ออกแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกสMของ แอนนา พายุพัดมาประยุกตMใช8ในการสร8างเว็บแอปพลิเคชัน
(อ8างถงึ ในวิภาพร แกว8 เนียม, 2555, น. 28 – 30) ดงั น้ี

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนการเตรียม (Preparation)
ข้นั ตอนที่ 2 ขนั้ ตอนการออกแบบบทเรยี น (Design Instruction)
ขั้นตอนท่ี 3 ขัน้ ตอนการเขยี นผังงาน (Flowchart Lesson)
ขั้นตอนท่ี 4 ขน้ั ตอนการสรา8 งสตอรีบ่ อรMด (Create Storyboard)
ขนั้ ตอนท่ี 5 ขน้ั ตอนการสร8าง / เขียนโปรแกรม (Program Lesson)

บทสรปุ
การสร8างเว็บแอปพลิเคชันประกอบการสอนการเปõาแซกโซโฟน เรื่องบันไดเสียงไดอาโทนิก

ผศ8ู ึกษาได8ศกึ ษาข8อมูลจากเอกสารท่เี ก่ียวขอ8 ง แนวคดิ ทฤษฎตี าD ง ๆ และวจิ ัยที่เกี่ยวขอ8 ง
ผู8ศึกษาใช8โปรแกรม visual studio code, band in a box 2018 และ Sibelius 7.5 เพื่อสร8าง

เว็บแอปพลิเคชัน โดยนำขั้นตอนการออกแบบบทเรียนอิเล็กทรอนิกสMของ แอนนา พายุพัด มาประยุกตMใช8
ดงั ตDอไปน้ี

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 96 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

1. การเตรียม (Preparation)
ในการสร8างเว็บแอปพลิเคชันประกอบการสอนการเปõาแซกโซโฟน เรื่องบันไดเสียงไดอาโทนิก

จะต8องทำการศึกษาเรื่องบันไดเสียงจากแบบเรียนดุริยางคMศาสตรMสากล (ฉบับทูลเกล8าทูลกระหมDอมถวาย)
เรยี บเรยี งโดย พระเจนดุริยางคM และเอกสารประกอบการสอนรายวชิ า ทฤษฎีดนตรสี ากล 2 คณะมนุษยศาสตรM
และสังคมศาสตรM มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี 2556 โดย พิสุทธิ์ การบุญ โดยนำเนื้อหาที่ศึกษามา
วิเคราะหMความเหมาะสม โดยศึกษาเรื่องบันไดเสียง ทั้งหมด 3 บันไดเสียง 2 ชDวงคูD 8 ขาขึ้นและขาลง
ประกอบดว8 ย

1) บนั ไดเสยี งเมเจอรM (Major scale)
2) บนั ไดเสียงไมเนอรแM บบธรรมดา (Natural minor scale)
3) บันไดเสียงฮารโM มนิกไมเนอรM (Harmonic minor scale)

2. การออกแบบบทเรยี น (Design Instruction)
ในขนั้ ตอนนส้ี ามารถแยกได8เปนV 2 ขัน้ ตอน คอื
1) ผู8ศึกษานำข8อมูลเนื้อหาจากหนังสือแบบฝàกหัด Essential elements 2000 Bb tenor

saxophone book 1-3 มาเลือกแบบฝàกหัดให8เหมาะสมกับตัวเว็บแอปพลิเคชัน และนำข8อมูลที่เลือกนี้
ให8อาจารยMที่ปรึกษาวิเคราะหMถึงความถูกต8องทางด8านเนื้อหาและมีความเหมาะสมในการใช8งาน โดยแบบฝàกหัด
จากหนังสือ Essential elements 2000 Bb tenor saxophone book 1-3 ที่เลือกมาจะอยูDในขอบเขตด8าน
เน้อื หาทีก่ ำหนดไว8 คือ บันไดเสยี ง ท้ังหมด 3 บนั ไดเสียง ใน 2 ชวD งคDู 8 ขาขน้ึ และขาลง ประกอบด8วย

(1) บันไดเสยี งเมเจอรM (Major scales) จำนวน 56 แบบฝàกหัด
(2) บันไดเสียงไมเนอรMแบบธรรมดา (Natural minor scales) และบันได-เสียงฮารMโมนิก
ไมเนอรM จำนวน 24 แบบฝกà หัด
2) สร8างแผนภูมิเว็บแอปพลิเคชันในแตDละเนื้อหา โดยผู8ศึกษาได8แสดงให8เห็นขั้นตอนในหัวข8อ
ตDาง ๆ `เพื่อสะดวก ในการประมาณการเรื่องเวลา ซึ่งผู8ศึกษาได8แบDงเนื้อหาและแบบฝàกหัดออกเปVน 3 ชุด
โดยผ8ูใช8งานจะได8ศกึ ษาหรือทบทวนเน้ือหาในเรอ่ื งบนั ไดเสยี งได8จากแบบฝàกหดั และสื่อมลั ติมีเดยี

แผนภูมิท่ี 1 แผนภมู ิการออกแบบบทเรยี น

บนั ไดเสยี งเมเจอร์

เนือ* หา บนั ไดเสยี งเนเจอร์รัล
ไมเนอร์

ฮาร์โมนิค ไมเนอร์

ประฝึกหดั พืน* ฐาน EF

เร$ิมต้น แบบฝึกหดั เมเจอร์ EG

แบบฝึกหดั แบบฝึกหดั

แบบฝึกหดั ระดบั กลาง ไมเนอร์ F แบบฝึกหดั

สมุ่ บนั ไดเสียง เมเจอร์ IG
แบบฝึกหดั
แบบฝึกหดั ระดบั สงู
ไมเนอร์ EJ
แบบฝึกหดั

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 97 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

3. การเขียนผังงาน (Flowchart Lesson)
ผู8ศึกษาออกแบบโครงสร8างของหน8าตาเว็บแอปพลิเคชัน โดยกำหนดหัวข8อ และจัดเรียง

แบบฝàกหัดตามลำดับความสำคญั จากงาD ยไปยาก ดงั รูปตDอไปนี้
แผนภมู ิท่ี 2 แผนภมู ิการเขยี นผงั งาน

ห ้นาหลัก หน้าแรก แบบฝึกหดั พืน/ ฐาน
แบบฝึกหดั ระดบั กลาง
บนั ไดเสยี ง แบบฝึกหดั ระดบั สงู
เมเจอร์
ไมเนอร์ เมเจอร์
สมุ่ บนั ไดเสยี ง เนเจอร์รัล ไมเนอร์
ตดิ ตอ่ เรา ฮาร์โมนิค ไมเนอร์
เนเจอร์รัล ไมเนอร์
ฮาร์โมนิค ไมเนอร์

4. การสร8าง/เขยี นโปรแกรม (Program Lesson)

1) โปรแกรมที่ผู8ศึกษาได8เลือกใช8สำหรับสร8างเว็บแอปพลิเคชันประกอบการสอนการเปõาแซกโซโฟน
เรื่องบันไดเสียงไดอาโทนิกในครั้งนี้ คือ โปรแกรม Visual Studio Code ซึ่งเปVนโปรแกรมที่นิยมสำหรับ
สรา8 งเวบ็ แอปพลเิ คชนั

2) จัดเตรียมข8อความ รูปภาพ เสียงที่ใช8นำเสนอ โดยข8อความทั้งหมดนำมาจากการศึกษา
ค8นคว8าจากหนังสือและตำราที่เกี่ยวข8อง ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข8องใน 3 หัวข8อ ประกอบด8วย 1) บันไดเสียงเมเจอรM
2) บันไดเสียงเนเจอรMรัล ไมเนอรM 3) บันไดเสียงฮารMโมนิค ไมเนอรM ในแตDละหัวข8อจะมีแบบฝàกหัดเพื่อทบทวน
และมสี อ่ื มลั ตมิ เี ดียที่เกีย่ วข8องกบั เน้ือหาประกอบ

3) จัดทำเว็บแอปพลิเคชัน ผู8ศึกษาได8ใช8โปรแกรม Visual Studio Code จัดทำเว็บแอปพลิเคชัน
ประกอบการสอนการเปõาแซกโซโฟน เรื่องบันไดเสียงไดอาโทนิก โดยผู8ศึกษาได8นำข8อมูลจากขั้นตอนการเตรียม
ขอ8 มลู ขั้นตอนการออกแบบบทเรียน ขั้นตอนการเขียนผงั งาน มาสร8างเปVนเว็บแอปพลเิ คชัน

5. การประเมนิ และแกไ8 ข (Evaluate and Revise)

ในการตรวจสอบความถูกต8องของการสร8างเว็บแอปพลิเคชันประกอบการสอนการเปõาแซกโซโฟน

เรื่องบันไดเสียงไดอาโทนิก ผู8ศึกษาได8นำเว็บแอปพลิเคชันไปปรึกษาอาจารยMที่ปรึกษาและนำเสนอผู8เชี่ยวชาญ

จำนวน 3 ทDาน เพื่อตรวจสอบคุณภาพของเว็บแอปพลิเคชันในเบื้องต8น หลังจากนั้นจึงนำเว็บแอปพลิเคชัน

ไปปรบั ปรุงแกไ8 ขตามคำแนะนำ

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 98 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บรรณานกุ รม
หนงั สอื และบทความ
ฤทธชิ ัย อDอนมง่ิ . 2547. การออกแบบและพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอรม< ัลติมเี ดยี . กรงุ เทพฯ: ภาควิชา

เทคโนโลยที างการศกึ ษาคณะศึกษาศาสตรมM หาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.
วรินธร สีเสยี ดงาม. 2563. ทักษะพน้ื ฐานและเทคนคิ ทสี่ ำคญั ในการปฏิบัตแิ ซกโซโฟน. กรุงเทพฯ: ภาควิชา

ดนตรตี ะวันตก วทิ ยาลยั การดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบา8 นสมเดจ็ เจ8าพระยา.
อภชิ ยั เล่ยี มทอง. 2555. หลักสำคำญสำหรบั การฝก% ซอ> มดนตรีเพอ่ื ประสทิ ธิภาพสูงสุด. ฉบบั ท่ี 1

ปทุมธาน:ี วารสารดนตรรี งั สิต มหาวทิ ยาลยั รังสติ .
Tim lautzenheiser, John higgins, Charles menghini, Paul lavender, Tom C. Rhodes, Don

bierschenk 2000 Essential elements 2000 Bb tenor saxophone book 1-3. HAL
LEONARD CORPORATION 2000:

วทิ ยานพิ นธI

กฤติพงษM เรืองสง, ไกรวิทยM สุขวิน, ติณณภพ ฉางตา, นายนัทธพงศM สังขMวงษM, นางสาวนิรมล เศียรยงคM
และนายวรพันธM ศิริพันธM. (2564). การสร>างเกมมัลติมีเดีย (Game Multimedia) เพื่อทบทวน
บทเรียน เรื่อง ประวัติดนตรีตะวันตก สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปSที่ 3 (ศิลปนิพธM).
สาขาวิชาดนตรีคีตศิลป¹สากลศึกษา ภาควิชาดุริยางคศิลป¹ศึกษา คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิต
พฒั นศลิ ป¹. กรุงเทพฯ:

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 99 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

กิจกรรมดนตรเี พือ่ การพฒั นาทักษะการคิดเชิงบรหิ ารของเด็กปฐมวัย
Music Activities for Developing Executive Function Skills for Early Childhood

ฐติ ติพนั ธKุ สีหะธรางกูร17
Thitiphan Sihatharangkoon
หลกั สตู รศึกษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป5) คณะศิลปศกึ ษา สถาบนั บณั ฑิตพัฒนศลิ ป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bundipatnasilpa Institute.

บทคดั ยUอ

ชDวงปฐมวัยถือเปVนชDวงวัยที่มีความสำคัญอยDางยิ่งตDอการสร8างรากฐานที่แข็งแรงสำหรับ
การพัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเปVนตDอการเรียนรู8การตDอยอดพัฒนาการและทักษะด8านตDาง ๆ ที่จำเปVนตDอการ
ดำรงชีวิตในอนาคตตDอไป ทักษะการคิดเชิงบริหารเปVนการทำงานของสมองสDวนหน8าที่จำเปVนตDอ การควบคุม
ความคิด อารมณMการกระทำ และการกำหนดพฤติกรรมมุDงสูDเปÖาหมาย เพื่อความสำเร็จของงานที่ได8วางแผนไว8
ซึ่งกิจกรรมดนตรีถือเปVนสDวนประกอบหนึ่งที่ถูกนำมาใช8เพื่อการพัฒนาทักษะการคิดเชิงบริหารสำหรับเด็ก
ปฐมวัยด8วยเชDนกัน บทความวิชาการชิ้นนี้มีวัตถุประสงคMเพ่ือนำเสนอความรู8เกี่ยวกับความหมาย
และองคMประกอบของทักษะการคิดเชิงบริหาร กิจกรรมดนตรีกับการพัฒนาทักษะ การคิดเชิงบริหาร รวมไปถึง
ตัวอยDางกิจกรรมพัฒนาการคิดเชิงบริหารสำหรับเด็กทารกอายุ 6 เดือนจนถึงอายุ 5 ขวบ ที่ครูปฐมวัยหรือครู
ดนตรีสามารถนำไปใชเ8 ปนV แนวทางในการประยกุ ตMการจดั กจิ กรรมเพือ่ สงD เสริมทกั ษะการคดิ เชงิ บรหิ ารนีไ้ ด8ตอD ไป

คำสำคญั : ทกั ษะการคิดเชิงบรหิ าร, เดก็ ปฐมวัย, กจิ กรรมดนตรี

Abstract

Early childhood is a golden period for preparing and developing basic skills. The skills
those are crucial for children learning and developing other life skills. The frontal lobe of the
brain controls executive function skills. Theses skills are essential for the cognitive process,
emotional control, actions, and behavior for success. Music is one of important components
that are used for developing early childhood skills and executive functions. This article aims
to present knowledge of executive functions, its definition and basic elements. Moreover, it
includes activity ideas, which suitable, for kids at the age of 6 months to 5 years, that pre-
school teachers and music teachers can use as a guideline to create the executive function
activities

17 นกั ศึกษาสาขาดนตรีศกึ ษา, หลักสตู รศึกษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป:) คณะศิลปศึกษา สถาบนั บัณฑติ พัฒนศลิ ปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 100 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 กลDาว วDาการศึกษาปฐมวัย

เปVนการพัฒนาเด็กตั้งแตDแรกเกิดถึง 6 ปÇบริบูรณMอยDางเปVนองคMรวมบนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการสDงเสริม
กระบวนการเรียนรู8ที่สนองตDอธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแตDละคน ให8เต็มตามศักยภาพภายใต8
บริบท สังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยูDด8วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข8าใจของทุกคน เพื่อสร8าง
รากฐานคุณภาพชีวิตให8เด็กพัฒนาไปสูDความเปVนมนุษยMที่สมบูรณM เกิดคุณคDาตDอตนเอง ครอบครัว สังคม
และประเทศชาติ โดยหลักสูตร ปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3-6 ปÇ ได8กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงคM
ไว8 จำนวน 12 มาตรฐาน ซึ่งดนตรีถูกจัดอยDูในหัวข8อการพัฒนาทางด8าน อารมณM จิตใจ ในมาตรฐานที่ 4 คือ
ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) ทักษะการคิดเชิง
บริหาร หรือ Executive Functions เปนV ทกั ษะชีวติ ท่ีมี ความจำเปนV ท่ีจะชDวยใหเ8 ดก็ สามารถเรยี นร8ูและประสบ
ความสำเร็จในการทำงานตามแผนทไี่ ด8ต้งั ไว8 (Diamonds, 2013) ทกั ษะน้ไี มไD ดม8 มี าแตDกำเนดิ แตเD ด็กทุกคนเกิด
มา พร8อมความสามารถในการพัฒนา ซึ่งชDวงปฐมวัยถือเปVนชDวงวัยที่มีความสำคัญอยDางยิ่งตDอการพัฒนาทักษะ
นี้และจะสามารถพัฒนาไปได8อยDางตDอเนื่องตลอดชDวงวัยรุDน จนถึงชDวงวัยผู8ใหญDตอนต8น ดังนั้นสิ่งที่ผู8ใหญDจะต8อง
คำนึงถึงคือ การสร8างคุณภาพของ การมีปฏิสัมพันธMระหวDางบุคคลหรือกิจกรรม รวมถึงการสร8างประสบการณM
ที่มีคุณคDา และมีความเหมาะสมให8กับเด็ก เพื่อที่จะสามารถมั่นใจได8วDาเด็กจะได8รับการพัฒนาทักษะนี้ได8อยDาง
เต็มศักยภาพ (Preda Uliță, 2016) การที่ผู8ใหญD ครู หรือบุคคลแวดล8อมตัวเด็กมีความรู8 ความเข8าใจเกี่ยวกับ
ทักษะการคิดเชิง บริหาร (EF) ไปพร8อมกับความรู8วDากิจกรรมหรือเกมสMประเภทใดที่จะชDวยสDงเสริมทักษะ
เหลDานี้ พร8อมกับการตระหนักถึงบทบาทหน8าที่ของตัวเอง ในการมีสDวนรDวมสนับสนุนให8ความชDวยเหลือ
และกระตุ8นให8เด็กเกิดการเรียนร8ู ได8อยDางเหมาะสมแล8ว สิ่งเหลDานี้จะสDงผลดีอยDางยิ่งตDอการจัดหาประสบการณM
ท่เี หมาะสมตามพฒั นาการเปVนไปอยDางมวี ัตถปุ ระสงคMและเปVนการสDงเสรมิ การพัฒนาทกั ษะการคิดเชงิ บริหารได8
เปนV อยาD งดี

การคิดเชิงบริหาร (Executive Functions: EF) ความหมายและองคปI ระกอบ
การคิดเชิงบริหาร คือ ทักษะการคิดขั้นสูงของสมองมนุษยMควบคุมโดยการทำงานของสมองสDวน

หน8ารDวมกับสมองสDวนอื่น ๆ เปVนกระบวนการทางการคิด วิเคราะหM ตัดสินใจ วางแผน จัดการ เริ่มลงมือทำ
ตรวจสอบตนเอง และแก8ไขป$ญหา ไปพร8อมกับการควบคุมอารมณM พฤติกรรม ความอยาก และแรงกระตุ8นเพ่ือ
การดำเนินชีวิตได8อยDางปลอดภัยและประสบความสำเร็จในการทำงานตามแผน การที่ได8วางไว8
(ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพM, 2561, สุภาวดี หาญเมธี, 2559; Diamonds, 2013; Preda Uliță, 2016)
ชDวงปฐมวัยถือเปVนชDวงเวลาที่สำคัญอยDางยิ่งตDอการวางรากฐานการเรียนรู8ของชีวิตเปVนชDวงวัยแหDงการพัฒนา
ทุกด8านของมนุษยMทั้งด8านรDางกาย จิตใจ อารมณM สังคม และสติป$ญญา เปVนชDวงเวลาที่ทักษะการคิดเชิงบริหาร
มีการพัฒนาสูงสุด การสDงเสริมและพัฒนาทักษะนี้ตั้งแตDในวัยเด็กจะสDงผลตDอการประสบความสำเร็จทั้ง
ในด8านการเรียน การทำงาน สุขภาพ และการใช8ชีวิตรDวมกับผู8อื่น (ดวงฤทัย เสมตคุ8ม หอม, อาภาวรรณ หนูคง,
สมสิริ รุDงอมรรัตนM และนวลจันทรM จุฑาภักดีกุล, 2562) ทักษะการคิดเชิงบริหารเปVนกระบวนการทำงาน

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 101 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ของสมองสDวนหน8า ในระดับสูงของมนุษยMทุกคน ที่ชDวยให8มนุษยMสามารถควบคุมอารมณM ความคิด
และการกระทำของตนเอง จนเกิดพฤติกรรมที่มุDงสูDเปÖาหมายที่ตั้งไว8ได8 ซึ่งเปVนทักษะ ที่สำคัญยิ่งตDอความสำเร็จ
ในการเรยี น การทำงาน การอยูDรวD มกันกบั เพอ่ื นมนุษยM

กจิ กรรมดนตรกี บั การพฒั นาทักษะการคดิ เชิงบรหิ าร
การเรียนดนตรีถือเปVนกิจกรรมหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญตDอการพัฒนาทักษะการคิดเชิงบริหาร

เนื่องจากการเลDนดนตรีเกี่ยวข8องกับการประสานการทำงานของ รDางกายในหลาย ๆ สDวนเข8ากับประสาทสัมผัส
และการรับรู8 (Bowmer, Mason, Knight, & Welch, 2018) Bowmer et al. (2018) ได8พบวDา มีงานวิจัย
ที่หลากหลายที่แสดงให8เห็นถึง ผลของการทำกิจกรรมดนตรีตDอการทักษะการคิดเชิงบริหารทั้งการเลDนเครื่อง
ดนตรี การทำกิจกรรมดนตรีแบบกลุDม การเรียนคียMบอรMดแบบเดี่ยว การเลDนรวมวง เครื่องสาย การเลDนเครื่อง
ดนตรีคลาสสิก และเครื่องดนตรี อิเล็คทรอนิค เปVนต8น โดยเขายังได8เน8นวDาลักษณะกิจกรรมดนตรีที่แตกตDางกัน
จะสDงผลตDอการพัฒนาทักษะ การคิดเชิงบริหารในรูปแบบที่แตกตDางกัน กิจกรรมดนตรีกระตุ8นความจำ
ความสนใจ ทักษะด8านภาษา ทักษะ การเคลื่อนไหวของกล8ามเนื้อมัดใหญDและกล8ามเนื้อมัดเล็ก
ทักษะทางสังคม และการสื่อสารรวมไปถึงพัฒนาความสามารถในการคิดคำนวน การอDาน และการเขียน
(Henriksson-Macaulay, 2014) ดนตรีและกิจกรรมการเคลื่อนไหว สามารถพัฒนา ความจำ
(working memory) ความยืดหยุDนทางความคิด (inhibitorycontrol/shift) และความคิดสร8างสรรคMได8
เปVนอยDางดี การเรียนดนตรีจะทำให8เด็กได8เรียนรู8 การเชื่อมโยงรDางกายเข8ากับโสตประสาท เด็กในวัย 3 ขวบ
สามารถร8องเพลงสั้น ๆ บางเพลงรDวมกับเพื่อน เลDนเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะจังหวะอยDางงDาย
สามารถ สรา8 งเสียงดนตรีตามจนิ ตนาการของตัวเอง สามารถเคลือ่ นไหวราD งกายและทำทDาทางตามจังหวะได8

กิจกรรมพฒั นาการคิดเชิงบรหิ ารสำหรับเด็กทารกอายุ 6-18 เดือน
เด็กในชDวงวัยนี้ เปVนชDวงวัยของการพัฒนาแกนหลักของการคิดเชิงบริหาร โดยยังต8องพึ่งพา

การสนับสนุนของผู8ใหญDอยDางมากในการทำกิจกรรมสDงเสริม การคิดเชิงบริหารผู8ใหญDควรตระหนักถึง
ความสนใจของเด็กและคัดเลือกกิจกรรม ที่เหมาะสม สนุก เปVนที่สนใจ และมีการเปzดโอกาสให8เด็กได8ตัดสินใจ
ตัวตนเองวDาจะ เลDนยาวนานเพียงใด การทำกิจกรรมหรือการเลDนเกมสMที่แตกตDางกันจะสDงผลตDอการฝàกฝน
ทักษะที่แตกตDางกัน อยDางไรก็ตามทุกกิจกรรมหรือเกมสMจะมีหลักการพื้นฐานเดียวกันและการทำอยDาง
สม่ำเสมอจะชDวยให8เด็กจดจำและคDอย ๆ เรียนร8ู การสร8างพฤติกรรมให8เหมาะสมกับกิจกรรมหรือเกมนั้นได8ดี
ยิ่งขึ้น กิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กทารกตอนต8นอายุ 6-18 เดือน โดยสDวนมากจะเปVนกิจกรรมกระต8ุน
และพัฒนาองคMประกอบพื้นฐานของทักษะการคิดเชิงบริหาร เชDน การจดจDอใสDใจ (focus attention) ความจำ
ขณะใช8งาน (working memory) และฝกà ฝนทกั ษะพื้นฐานในการควบคุมตนเอง (self control) โดยกจิ กรรมที่
เกิดขึ้น นั้นมีวัตถุประสงคMมุDงเน8นไปที่การนำเสนอกิจกรรมให8เด็กได8รู8จักเรียนรู8ตาม ความสามารถ
และพฒั นาการของเด็กโดยไมDได8มงุD เนน8 ไปท่ีความสำเรจ็ อยDางสมบูรณM แบบของกจิ กรรมนั้น ๆ

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 102 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทสรุป
เด็กปฐมวัยเปVนชDวงวัยสำคัญแหDงการพัฒนาและสร8างรากฐานของชีวิต เปVนชDวงวัยที่สมองสDวน

หน8ามีการพัฒนาอยDางมาก การให8ความสำคัญ ตรวจสอบ พัฒนาการและสนับสนุนทักษะการคิดเชิงบริหาร
ด8วยเกมสMหรือกิจกรรมตDาง ๆ อยDาง สม่ำเสมอ ตDอเนื่อง เหมาะสมกับวัย และพัฒนาการของเด็ก จึงจำเปVน
อยDางมากตDอ การสDงเสริมให8เด็กมีพัฒนาการด8านการคิดเชิงบริหารที่ดียิ่งขึ้นได8 กิจกรรมข8างต8นบาง กิจกรรม
อาจไมDได8ระบุชัดเจนวDาเปVนกิจกรรมดนตรีโดยตรง แตDจากปรัชญาการศึกษา ปฐมวัย ที่มุDงเน8นการพัฒนาเด็ก
โดยองคMรวมให8สมบูรณMพร8อมทั้งรDางกาย จิตใจ อารมณM สังคม และสติป$ญญา ผDานทางการจัดประสบการณMการ
เรียนรู8ทักษะชีวิต ประกอบกับความรู8ในเรื่องทักษะการคิดเชิงบริหาร ข8อมูลเหลDานี้จะสามารถนำไปใช8
เปVนแนวทางให8ผู8ปกครอง ครูปฐมวัย หรือครูดนตรีสามารถนำไปประยุกตMใช8ใน การจัดการเรียนรู8ตDาง ๆ
ทเี่ กิดข้ึนได8

บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2560). หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560. กรุงเทพฯ: สำนักวชิ าการและ

มาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
ดวงฤทยั เสมตค8ุมหอม, อาภาวรรณ หนคู ง, สมสิริ รงุD อมรรตั นแM ละนวลจนั ทรM จุฑาภักดีกุล. (2562). ปúจจยั ท่ีมี

ความสมั พนั ธก< ับการคิดเชิงบรหิ าร ของเด็กกอ^ นวัยเรยี น. วารสารสภาการพยาบาล. รกั ลกู .
(2563). ฟúงดนตรีพฒั นาทกั ษะสมอง EF. [ออนไลนM]. ไดจ8 าก:
https://www.rakluke.com/brain/31/48/2791/ฟง$ ดนตรี-พฒั นาทกั ษะสมอง. [สืบคน8 เม่อื
10 กุมภาพันธM 2563].
ประเสรฐิ ผลิตผลการพิมพ.M (2561). เลี้ยงลกู อยา^ งไรให>ได.> พิมพMครัง้ ที่ 4. กรงุ เทพฯ: แพรวเพ่อื นเดก็
สุภาวดีหาญเมธ.ี (2559). EF ทักษะสมองเพื่อชวี ติ ที่สำเรจ็ Executive Function. กรงุ เทพฯ: สถาบันอารแM อล
จี(รักลูก เลิรนM นิ่ง กรปุØ ). อารMแอลจ-ี อเี อฟ แอดมนิ . (2563). ใชด> นตรพี ฒั นาความคิดยืดหยุ^น
สร>างสรรค<. [ออนไลนM]. ได8จาก: https://www.rlg-ef.com/ใชด8 นตรีพฒั นา ความคดิ ยืดหยนุD
สรา8 งสรรค/M [สบื ค8นเม่ือ 10 กมุ ภาพันธM 2563].
Awopetu, A. V. (2016). Musical activities as a stimulating tool for effective early years
education of the whole child. International Journal of Education and Research.
Bowmer A, Mason K, Knight J and Welch G. (2018) Investigating the Impact of a Musical
Intervention on Preschool Children’s Executive Function. Front. Psychol.
Center on the Developing Child at Harvard University. (2011). Enhancing and practicing
executive function skills with children from Infancy to adolescence. [Online].
Available from: https://46y5eh11fhgw3ve3ytpwxt9r-wpengine.netdnassl.com/wp-
content/uploads/2015/05/Enhancing-andPracticing-Executive-Function-Skills-
with-Children-from-Infancyto-Adolescence-1.pdf. [20 February 2020].

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 103 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Diamonds, A. (2013). Executive functions. [Online]. Available
from:http://www.devcogneuro.com/Publications/ExecutiveFunctions 2013.pdf.
[14 April 2018].

Henriksson-Macaulay, L. (2014). The music miracle: The scientific secret to unlocking young
child’s full potential. London: Earnest House.

Preda Uliță, A. (2016). Improving children’s executive functions by learning to play a musical
instrument. Bulletin of the Transilvania University of Brasov Series VIII.

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 104 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การใชดe นตรีบำบดั สำหรบั ผeูปวè ยโรคซมึ เศราe
The use of music therapy for depression patients.

อดศิ ร ปpนq ศิร1ิ 8
Adisorn Pansiri
หลักสตู รศกึ ษาศาสตรบณั ฑิต (4 ป)5 คณะศิลปศึกษา สถาบนั บัณฑิตพัฒนศิลป=
Bachelor Of Education Program (4 year), Faculty Of Art Education, Bunditpatnasilpa Institute.

บทคดั ยอU

ผู8ปõวยโรคซึมเศร8านั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นอยDางตDอเนื่องและเกิดขึ้นได8กับบุคคลที่มีอายุเพียง 15 ปÇขึ้น
ไป ซึ่งแนวทางการรักษาโดยทั่วไปได8แกD การใช8ยาต8านเศร8า จิตบำบัด และวิธีการบำบัดทางเลือก ดนตรีบำบัด
เปVนวิธีการบำบัดโรคซึมเศร8าทางเลือกอยDางหนึ่งที่ไมDใชDยา ดนตรีมีผลตDอรDางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
ของบุคคล ดนตรีจะกระตุ8นศูนยMควบคุมการให8รางวัลในสมอง (Brain reward center) ของระบบลิมบิค
ดนตรีบำบัดเปรียบเสมือนประสบการณMการได8รับรางวัลอยDางทันทีทำให8ผู8รับการบำบัดเกิดความรู8สึกพึงพอใจ
กระตุ8นการหลั่งสารเอนโดรฟzน (Endorphins) ชDวยลดการกระตุ8นประสาทอัตโนมัติชิมพาเทติก
(Sympathetic) ทำให8การหลั่งสารเอพิเนฟริน (Epinephrine) และสารนอรMเอพิเนฟริน (Norepinephrine)
ลดลง ดนตรีบำบดั จึงชDวยลดความวิตกกงั วลและลดภาวะซมึ เศร8าได8

คำสำคัญ : ดนตรีบำบดั , ผ8ูปõวยโรคซมึ เศร8า

Abstract

The number of people with depression is increasing steadily and occurs in people
1 5 years of age or older. Antidepressants, psychotherapy, and alternative therapies. Music
therapy is an alternative non-drug therapy for depression. Music affects a person's body, mind,
and spirit. Music stimulates the brain reward center of the limbic system. Music therapy is like
a rewarding experience that instantly gives the recipient a feeling of satisfaction. Stimulates
the secretion of endorphins reduces the stimulation of the chimpatic autonomic nervous
system. causing the secretion of epinephrine and norepinephrine is reduced. Music therapy
can help reduce anxiety and depression.

Keywords : music therapy, depression patients

18 นกั ศึกษาสาขาดนตรีศกึ ษา, หลกั สูตรศกึ ษาศาสตรบm ัณฑติ (4 ป): คณะศิลปศกึ ษา สถาบันบัณฑติ พฒั นศลิ ปA
E-mail : [email protected]

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 105 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
ในป$จจุบันผู8ปõวยโรคซึมเศร8าในประเทศไทยนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอยDางตDอเนื่อง

ด8วยสถานการณMของสภาวะสังคมสิ่งรุมเร8าที่เกิดขึ้นในสังคมทำให8เกิดความเครียด ความรีบเรDง การเงิน
การทำงาน การเรียน หรือการแพรDระบาดของโควิด 19 ศูนยMโรคซึมเศร8าไทย รายงานวDา ในปÇพ.ศ. 2564
พบคนไทยอายุ 15 ปÇขึ้นไปปõวยเปVนโรคซึมเศร8าถึง 1.5 ล8านคน และมีผู8ปõวยโรคซึมเศร8าพยายามฆDาตัวตายถึง
6 คนตDอชั่วโมง หรือ ทั้งปÇมากกวDา 5,300 คน และเสียชีวิตจากการฆDาตัวตายราว 4,000 คน
(“โรคซมึ เศร8า” วิกฤตคราD ชีวิตคนไทย, 2565)

โดยแนวทางในการรักษาโรคซึมเศร8าโดยทั่วไป คือ การให8ผู8ปõวยรับประทานยากลุDมต8านเศร8า
(Anti-Depressed) ไปรับประทานเองที่บ8านสำหรับผู8ปõวยที่มีอาการไมDรุนเเรงจนถึงปานกลาง แตDอยDางไรก็ตาม
ประเทศที่ก8าวหน8าทางการรักษา อยDางสหรัฐอเมริกาใช8แนวทางการรักษาแบบองคMรวม หรือ Holistic
Treatment ที่ใช8ลักษณะการผนวกรวมระหวDาง 3 องคMประกอบ ได8แกD รDางกาย (Bio), จิตใจ (Psycho)
และสังคม (Social) เปVนแนวทางการรักษาแบบผสมผสานทั้งการให8ยา การดูแลสภาวะจิตใจผู8ปõวย
และการดแู ลทางดา8 นสงั คม ซง่ึ จะชDวยรักษาใหผ8 ู8ปõวยฟ-¬นตวั ไดอ8 ยาD งมีประสิทธิภาพมากกวDาการใหย8 าเพยี งอยาD งเดยี ว

โดย “ดนตรี” ก็เปVนอีกหนึ่งในเครื่องมือของการบำบัดทางจิตใจให8กับผู8ปõวยโรคซึมเศร8า
ซึ่งข8อพิสูจนMจากการวิจัยของ Sonja Aalbers Et. al, (2017) พบวDาการนำดนตรีเข8ามาใช8เปVนเครื่องมือ
การบำบัดชDวยให8ผลของการรักษาในผู8ปõวยโรคซึมเศร8ามีประสิทธิภาพมากกวDาการรักษาด8วยยาต8านเศร8า
เพียงอยDางเดียว ขณะเดียวกันดนตรียังชDวยให8รDางกายมีการหลั่งสารสื่อประสารในสมอง (Neurotransmitter)
ของผู8ปõวยให8กลับมาเปVนสมดุลได8ดีกวDาการรักษาด8วยยาต8านเศร8าเพียงอยDางเดียว
(ประสทิ ธ์ิศภุ การ พงึ่ บญุ ณ อยธุ ยา, 2565)

ดนตรีได8เข8ามามีบทบาทสำคัญในการศึกษาพิเศษ อยูDด8วยกัน 2 บทบาท คือ 1) บทบาท
ของดนตรีศึกษาพิเศษ(Music Education) โดยเปÖาหมายเพื่อให8นักเรียนที่มีความต8องการพิเศษมีความร8ู
ในเนื้อหาทางดนตรีทักษะทางดนตรีและเกิดความซาบซึ้งทางดนตรีและ 2) บทบาทของดนตรีบำบัด
(Music Therapy) มีเปÖาหมายเพื่อใช8กิจกรรมทางดนตรีในการสDงเสริมพัฒนาการ พฤติกรรมทางดนตรี
ในการสDงเสริมพัฒนาการ พฤติกรรม และความสามารถอื่น ๆ ที่เกี่ยวข8องกับความสามารถทางดนตรี
ให8แกDนักเรียนที่มีความต8องการพิเศษเพื่อสDงเสริมให8พวกเขาประสบความสำเร็จในการศึกษาพิเศษ
(นทั ธี เชียงชะนาม, 2561)

สาระสำคัญในบทความนี้นำเสนอข8อมูลการใช8ดนตรีบำบัดสำหรับผู8ปõวยโรคซึมเศร8า
เพื่อเปVนแนวทางสำหรับผู8ปõวยโรคซึมเศร8าที่สนใจในการใช8ดนตรีบำบัด ผู8ที่มีความสนใจและเกี่ยวข8องกับ
การจดั การใชด8 นตรบี ำบดั สำหรบั ผู8ปõวยโรคซึมเศรา8 ไดน8 ำไปพฒั นาและประยกุ ตใM ช8ให8เกิดประโยชนM

ความหมายดนตรบี ำบัด
ดนตรีบำบัด เปVนกระบวนการรักษาโรคด8วยดนตรี คือ การใช8กิจกรรมทางดนตรี เชDน

การร8องเพลง การเลDนเครื่องดนตรี การแตDงเพลง หรือการฟ$งเพลงที่ออกแบบมาให8เหมาะสมกับผู8เข8ารับบริการ

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 106 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ดนตรีบำบัดแตDละคน โดยที่ไมDได8มีเปÖาหมายเพื่อให8ผู8เข8ารับบริการเลDนดนตรีเกDง แตDเพื่อจุดประสงคM
ในการบำบัด ได8แกD การชDวยซDอมแซม บำรุงรักษา พัฒนาให8สุขภาพจิต สุขภาพกาย และทักษะทางด8านอื่น ๆ
ดีขึ้น เชDน ทางด8านรDางกาย สังคม อารมณM และสติป$ญญา ซึ่งเปVนการประยุกตMใช8ดนตรีอยDางมีระบบ
ของนักดนตรีบำบัด ในสภาพแวดล8อมที่จัดไว8เพื่อการบำบัด มุDงหวังให8มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม
ของผู8ถกู บำบัดใหอ8 ยูDในสภาวะปกติ (วฒั นวุฒิ ช8างชนะ, 2563)

ความสำคญั ของดนตรีบำบัด
ดนตรีบำบัดสามารถนำมาใช8ประโยชนMได8หลากหลายรูปแบบทั้งในเด็ก วัยรุDน วัยผู8ใหญD

และผู8สูงอายุตามเปÖาหมาย เพื่อตอบสนองความจำเปVนที่แตกตDางกันไป ทั้งทางด8านรDางกายและจิตใจ
เชDน ป$ญหาบกพรDองของพัฒนาการ สติป$ญญาและการเรียนรู8 โรคซึมเศร8า โรคอัลไซเมอรM ป$ญหาการบาดเจ็บ
ทางสมอง ความพิการทางรDางกาย อาการเจ็บปวด และภาวะอื่น ๆ สำหรับบุคคลทั่วไป ก็สามารถใช8ประโยชนM
จากดนตรบี ำบัดได8 เชนD ชวD ยในการผDอนคลายความตงึ เครยี ดและในการออกกำลังกายเสรมิ สร8างสขุ ภาพ

ประโยชนขI องดนตรีบำบดั มดี ังน้ี
1. ปรบั สภาพจิตใจให8อยDูในสภาวะสมดุล มีมุมมองเชิงบวก
2. ผอD นคลายความตงึ เครียด ลดความวิตกกังวล
3. กระต8นุ เสรมิ สรา8 ง พฒั นาทกั ษะการเรยี นรู8 และความจำ
4. กระต8ุนประสาทสัมผัสการรบั รู8
5. เสรมิ สร8างสมาธิ
6. พัฒนาทกั ษะสังคม
7. พัฒนาทกั ษะการส่ือสารและใชภ8 าษา
8. พฒั นาทักษะการเขยี นไหว
9. ลดความตึงเครยี ด
10. ลดอาการเจ็บปวดจากสาเหตตุ าD ง ๆ
11. สร8างสัมพันธภาพที่ดีในการบำบัดรักษาตาD ง ๆ
12. ชDวยเสริมในกระบวนการบำบัดทางจิตเวช ทั้งในด8านการประเมินความรู8สึก สร8างเสริม

อารมณMเชิงบวก การควบคุมตนเอง การแก8ปมขัดแย8งตDางๆ และเสริมสร8างความเข8มแข็งของครอบครัว
(ชตุ วิ รรณ แกว8 ไสย และ เบญจวรรณ รยั แสวะ, 2554, น.9)

กลไกลของดนตรบี ำบดั
ดนตรี คือเสียงที่จัดเรียงอยDางเปVนระเบียบและมีแบบแผนโครงสร8าง เมื่อได8ยินเสียง รDางกาย

คนเราจะมีการตอบสนองตDอดนตรีสองลักษณะ ได8แกD การรับเสียงด8วยรDางกาย คือเมื่อคลื่นเสียงผDานเข8ามาในหู
อวัยวะตDาง ๆ ในรDางกายจะปรับคลื่นความถี่ให8ใกล8เคียงกับเสียงที่ได8ยิน ทำให8เกิดความเปลี่ยนเเปลงตั้งแตD
ระดับอวัยวะ อะตอมและโมเลกุลที่ประเทศญี่ปุõนมีการค8นคว8าวิจัยเกี่ยวกับหนDวยเล็กที่สุดของพลังงาน

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 107 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

โดย ดร.มาซารุ เอะโมโตะ นักวิจัยผู8เขียนหนังสือเรื่อง Message From Water ได8ทดลองเกี่ยวกับน้ำ
และเสียงดนตรี โดยเปzดดนตรีในจังหวะตDาง ๆ ให8น้ำฟ$งแล8วนำไปแชDจนถึงจุดเยือกแข็ง ผลปรากฏวDา
ผลึกน้ำแข็งที่ได8จากน้ำที่ผDานเพลงบรรเลงคลาสสิค ภาพผลึกออกมาจะมีพลังและมีระเบียบสวยงาม สDวนน้ำ
ที่เปzดเพลงเฮฟวี่เมทัล จะมีลักษณะผิดรูปรDาง สะท8อนปฏิกิริยาในทางลบ แสดงวDาคุณภาพของเสียงดนตรี
สามารถสงD ผDานไปถึงน้ำได8 ซง่ึ ก็ยอD มสะทอ8 นไปถึงน้ำทอี่ ยใDู นรDางกายคนเราได8

การตอบสนองตDอดนตรีในลักษณะที่สองคือ การรับเสียงด8วยประสาทหูและสมอง เมื่อเสียง
ผDานเข8ามาในหู เซลลMรับเสียงจะเปลี่ยนคลื่นเสียงเปVนกระแสประสาทสDงไปยังสมองเพื่อแปลความหมาย
ซึ่งหูขวา จะรับเสียงพูดปกติและสDงไปยังสมองซีกซ8าย แตDหูซ8ายจะรับเสียงดนตรีและเสียงที่ไมDใชDเสียงพูดได8
ดีกวDาและสDงไปแปลความยังสมองซีกขวา สมองซีกว8ายจะทำหน8าที่เดDนเรื่องการพูดและภาษา รวมทั้ง
การทำงานของรDางกาย สDวนสมองซีกขวาจะเดDนเรื่องคิดสร8างสรรคM และนักวิจัยให8ข8อสรุปวDาสมองซีกขวาสDวน
Temperal lobe ของบุคคลมีความเฉพาะตDอการเกิดจินตนาการจากการได8ฟ$งเพลงและเชื่อวDาดนตรีบรรเลง
ชDวยให8ผู8ฟ$งเกิดการผDอนคลายได8มากกวDาการใช8เพลงที่มีเนื้อร8องเมื่อผ8ูปõวยฟ$งดนตรีเสียงดนตรีจะถูกสDง
เปVนสัญญาณประสาทเกี่ยวกับการได8ยินไปยังธาลามัส (Thalamas) แล8วสDงไปยังศูนยMควบคุมการได8ยิน
(Audiory cortex) ซึ่งเชื่อมโยงกับสมองอื่น ๆ จึงเปVนเส8นทางเดินของดนตรีและทำให8เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทั้งรDางกายและพฤติกรรมได8 ดนตรีชDวยลดความวิตกกังวลและสDงเสริมการผDอนคลายโดยอาศัยการทำงาน
เชื่อมโยงสัมพัธMของ 3 ระบบหลักในรDางกาย ได8แกD ระบบจติ ประสาทและตอD มไรท8 อD (Psychoneuroendocrine
system) ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic nervous system) และระบบกระดูกและกล8ามเน้ือ
(Musculoskelatal system) จากศูนยMควบคุมการได8ยิน ดนตรีจะถูกสDงไปยังลิมบิคซึ่งเปVนศูนยMกลาง
การควบคุมอารมณMความรู8สึกพฤติกรรมและการรับรส การกระตุ8นของดนตรีผDานศูนยMควบคุมการให8รางวัล
ในสมอง (Brain reward center) ในระบบลิมบิคเปรียบเสมือนประสบการณMการได8รับรางวัลอยDางทันที
ทำให8ผู8รับการบำบัดเกิดความรู8สึกพึงพอใจ กระตุ8นการหลั่งสารเอนโดรฟzน (Endorphins) ซึ่งเปVนสารสื่อ
สัญญาณประสาทที่มีผลตDอการเปลี่ยนแปลงอารมณM จึงอาจมีผลชDวยลดความวิตกกังวลได8 นอกจากน้ี
ระบบลิมบิคยังเชื่อมตDอการทำงานกับไฮโปธาลามัสซึ่งทำหน8าที่เปVนศูนยMกลองการควบคุมระบบประสาท
อัตโนมัติและการหลั่งฮอรMโมนตDาง ๆ การทำงานของระบบประสาทและฮอรMโมนจึงชDวยควบคุมภาวะสมดุล
(Homeostasis) ดนตรีชDวยลดการกระตุ8นประสาทอัตโนมัติทำให8การหลั่ง Epinephrine
และ Norepinephrine ลดลงมีผลทำให8อัตราการเต8นของหัวใจความดันโลหิตและอัตราการหายใจลดลง
จึงสงD เสรมิ ใหร8 าD งกายผDอนคลายและลดภาวะซึมเศร8าได8

รปู แบบดนตรบี ำบดั
ศาสตรMแหDงดนตรีเปVนความรู8คูDกับมนุษยMทุกเผDาพันธุM การใช8ดนตรีเพื่อบำบัดยDอมมีเหตุผล

ที่แตกตDางกันตาสภาพแวดล8อม วัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอง โดยสDวนใหญDจะมีวัตถุประสงคMเพื่อการฟ-¬นฟูรักษา
และเสริมสร8างสุขภาพในด8านรDางกาย อารมณMสังคมและจิตใจ ดนตรีบำบัดเปVนเครื่องมืออยDางหนึ่งในการสร8าง

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 108 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

สัมพันธMที่ดีระหวDางผู8บำบัด ในการทำดนตรีบำบัดนั้นสามารถแยกกิจกรรมหลักได8เปVนสองประเภทคือการฟ$ง
(Receptive) และการเลนD (Active) ซงึ่ เปVนรปู แบบทใ่ี ชก8 ันทว่ั ไปในยุโรป

กิจกรรมดนตรีบำบัดประเภทการฟ$ง (Receptive music therapy) เปVนรูปแบบดนตรีบำบัด
ที่ถือได8วDาเกDาแกDที่สุด ได8แกD การฟ$งเพลง เสียงนก เสียงไม8 เสียงน้ำไหล หรือดนตรีเพื่อการผDอนคลาย
(Relaxing music) การเลDนดนตรีให8ฟ$งการใช8เทคนิคที่เรียกวDาทำ Sound journey เทคนิคหลักของกิจกรรม
การฟ$งนี้คือ Bonna method of guided imagery music therapy การฟ$งในดนตรีบำบัดนั้นจัดวDา
เปVนการฟ$งแบบมีจุดประสงคMเปVนการเตรียมความพร8อมของคนไข8กDอนที่จะพบกับกระบวนการบำบัดแบบอื่น
ในขั้นตDอไป นอกจากนี้ยังมีการให8ฟ$งเพลงรDวมกับการวิเคราะหMเนื้อเพลงและความหมาย (Song analysis)
กิจกรรมการฟ$งเพลงใช8มากในการดูแลผู8ปõวยระยะสุดท8าย (Hospice) และการดูแลแบบประคับประคอง
(palliative care)

กิจกรรมดนตรีอีกประเภท คือ การเลDนดนตรี (Active music therapy) คือ การให8คนไข8เลDน
เครื่องดนตรีโดยที่ไมDจำเปVนต8องใช8ความรู8ทางดนตรีหรือเลDนเปVนมากDอน (Improvisation) จุดประสงคM
ของการเลDนดนตรีในทางบำบัด คือ การใช8ดนตรีแทนภาษาเพื่อบอกเลDาเรื่องราวความเปVนไปของคน ๆ
นั้นการใช8เครื่องดนตรีและองคMประกอบพื้นฐานของดนตรีอันได8แกD จังหวะ เสียง ทำนอง ระดับเสียง
และรูปแบบ เปVนเสมือนสัญลักษณMที่เราใช8แทนภาษาพูด เพื่อให8คนไข8ได8เปzดมุมมองในอีกด8านเกี่ยวกับป$ญหา
ปมขัดแย8งของตัวเอง เพื่อให8เกิดการปรับเปลี่ยน ความคิด และพฤติกรรม สามารถกลับมาใช8ชีวิตประจำวันได8
อยDางปกติ การทำดนตรีบำบัดไมDมีกระบวนการและรูปแบบที่ตายตัวแตDมีการออกแบบการบำบัดรักษา
ให8เหมาะสมกับแตDละบุคคลโดยมี 4 ขั้นตอนหลักได8แกD การประเมินผู8รับการบำบัดรักษา การวางแผน
บำบัดรกั ษา การดำเนินการบำบัดรกั ษา และการประเมิน ซึ่งมีรายละเอียดดังตอD ไปนี้

1. การประเมินผู8รับการบำบัดรักษา ผู8บำบัดจะต8องศึกษาข8อมูลประวัติสDวนตัวและประวัติ
ทางการแพทยM ประเมินสภาพป$ญหาและเปÖาหมายที่ต8องการบำบัด ประเมินสุขภาวะทางรDางกายจิตใจ อารมณM
สังคมและทักษะการคดิ

2. การวางแผนบำบัดรักษา ด8วยการออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมสำหรับรายบุคคล
และรายกลุDมโดยยึดเปÖาหมายเปVนสำคัญ จัดรูปแบบผสมผสานกระบวนการตDาง ๆ ทางดนตรี เชDน ร8องเพลง
แตDงเพลง รอ8 งประสานเสยี ง จนิ ตนาการตามเสียงเพลง เลนD ดนตรีรDวมหรอื ลลี าประกอบเพลงเปVนต8น

3. การดำเนินการบำบัดรักษา การเสริมสร8างสัมพันธภาพระหวDางผู8บำบัดกับผู8รับการบำบัด
โดยใช8ดนตรเี ปVนสอื่ กลางดำเนินการทำดนตรีบำบัดควบคูไD ปกับการบำบัดรักษารูปแบบอน่ื ๆ แบบบรู ณาการ

4. การประเมินผลการบำบัดรักษา โดยการประเมินผลการบำบัดรักษาอยDางตDอเนื่อง
และปรับเปลี่ยนแผนการบำบดั รกั ษาให8เหมาะสม

ดนตรีบำบดั สำหรับผูKปวú ยซมึ เศราK
ดนตรีบำบัดที่ใช8สำหรับลดภาวะซึมเศร8าควรเปVนเพลงบรรเลงไมDควรมีเนื้อร8อง ควรเปVนเพลง

บรรเลงที่มีเสียงธรรมชาติตDาง ๆ เชDน เสียงนกร8อง เสียงน้ำไหล เสียงทะเล เสียงลม มีจังหวะที่ช8า

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 109 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

มั่นคงสม่ำเสมอ เสียงควรอยูDในระดับต่ำและสูงปานกลาง เสียงธรรมชาติเหลDานี้จะให8พลังคลื่นเสียงใกล8เคียงกับ
คลื่นแอลฟา (Alpha) ของสมองมนุษยMจึงเหมาะสม มีประสิทธิภาพในการชDวยผDอนคลาย ลดความเครียด
กิจกรรมหลักมีสองประเภทคือการฟ$ง (Receptive) และการเลDน (Active) จากการศึกษาดนตรีบำบัด
ที่ใช8สำหรับผู8ปõวยโรคซึมเศร8า จะมีกลุDมเปÖาหมายหลัก 3 กลุDม คือ กลุDมเด็กวัยรุDน กลุDมเด็ก กลุDมผู8ใหญDวัย
หรอื ทำงาน และกลุDมผูส8 ูงอายุ ซ่ึงแตDละกลุDมมีผลการศกึ ษาดังน้ี

กลุDมเด็กและวัยรุDน มีผู8สนใจศึกษาผลของดนตรีบำบัดตDอภาวะซึมเศร8า ได8พัฒนาโปรแกรม
ดนตรีบำบัด “ฟÖาใสโปรแกรม”เพื่อลดอาการซึมเศร8าของผู8ปõวยสำหรับนิสิตใช8ระยะเวลา 10 ครั้งบทเพลง
ท่ีใช8ในการบำบัดประกอบด8วย 10 บทเพลงและมี 5 วัตถุประสงคM คือ 1) ชีวิตนี้มีคุณคDา 2) จงกล8าก8าวบนขวากหนาม
3) เพื่อนที่ดีมีทุกยาม 4) สิ่งงดงามจงเรียนรู8 5) เพื่อก8าวสูDความฝ$นวันศรัทธา แตDละเพลงมี 3 ชDวง คือจังหวะช8า
ปานกลางและกระชับ ภายหลังเข8ารDวมโปรแกรม นิสิตมีคะแนนภาวะซึมเศร8าลดลง ศึกษาผลของการบูรณาการ
ดนตรีบำบัดรDวมกับศิลปะบำบัดในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีภาวะซึมเศร8าในระดับน8อยและปานกลาง
กลุDมควบคุมไมDได8รับการบำบัดใด ๆ กลุDมทดลองเข8ารับการบำบัด 7 ครั้ง ๆ ละ 2 ชั่วโมงโดยให8ทำงานศิลปะ
อยDางอิสระและฟ$งเพลงควบคูDไปด8วย รูปแบบของเนื้อเพลงจะประกอบด8วย 3 ธีม ได8แกD 1) ธีมรDาเริงมีชีวิตชีวา
จังหวะของเพลงของคDอนข8างเร็ว จะโน8มนำผู8บำบัดไปสูDบรรยากาศแหDงความสุข ลำดับตDอมาเปVนธีมเศร8า
ความโศกสลดของเพลงจะนำผู8รับการบำบัดให8เกิดความรู8สึกเห็นอกเห็นใจ เข8าใจความรู8สึกของบุคคลอื่น
เพิ่มมากขึ้น และพร8อมที่จะปลดปลDอยอารมณMเศร8าสะเทือนใจออกมา ลำดับสุดท8ายเปVนธีมเสริมกำลังใจ
สร8างความเข8มแข็งของจิตใจจังหวะจะคDอนข8างหนักแนDน ขณะเดียวกันก็ให8ความรู8สึกการมองโลกในแงDดี
ยินดีและชื่นชมตนเองและผู8อื่น ผลการวิจัยพบวDาการบูรณาการดนตรีบำบัดรDวมกับศิลปะบำบัดสามารถชDวยลด
ภาวะซึมเศร8าในวัยรุDนได8 และยังมีข8อค8นพบวDาการฟ$งดนตรีร็อคชDวยลดภาวะซึมเศร8าในกลุDมนักศึกษาหญิง
ได8ด8วยดนตรีร็อคจะชDวยปลดปลDอย ระบายความกดดันที่มีอยูDในใจออกมา จะเห็นวDาการใช8ดนตรีบำบัดชDวยลด
ภาวะซมึ เศรา8 เพิ่มความมีคุณคDาในตวั เองในเด็กและวยั รุDนได8

ดนตรีบำบัดในกลุDมวัยผู8ใหญDหรือวัยทำงานซึ่งเปVนกลุDมที่มีประชากรจำนวนมาก มีการศึกษา
เปรียบเทียบผลของจิตบำบัดและดนตรีบำบัดในกลุDมวัยทำงานที่มีภาวะซึมเศร8าในระดับน8อยและปานกลาง
กลุDมควบคุมได8รับการรักษาภาวะซึมเศร8าด8วยการทำจิตบำบัด 8 ครั้ง สDวนกลุDมทดลองให8ฟ$งดนตรีคลาสสิค
8 ครั้งๆ ละ 50 นาที พบวDา การใช8ดนตรีบำบัดลดภาวะซึมเศร8าได8มากกวDาทำจิตบำบัด โดยไมDมีการใช8ยาต8าน
เศร8า (Antidepressant) สำหรับผู8ปõวยโรคซึมเศร8าซึ่งการรักษาหลัก ได8แกD ยาและจิตบำบัด ยังคง
มีความจำเปVน เมื่อใช8ดนตรีบำบัดรDวมกับการรักษาหลักพบวDา ภาวะซึมเศร8าของผู8ปõวยจะลดลงมากกวDากลDุม
ควบคมุ ทีไ่ ดร8 ับการรักษาหลักอยDางเดยี ว

สำหรับกลุDมสุดท8าย คือ ผู8สูงอายุพบวDา ผู8สูงอายุในบ8านพักคนชราที่มีภาวะซึมเศร8าในระดับ
น8อยและปานกลาง แตDไมDมีโรคทางกายหลังใช8ดนตรีบำบัด โดยการฟ$งดนตรีผDานหูฟ$งวันละ 30 นาที เปVนเวลา
21 วันพบวDาภาวะซึมเศร8าลดลง สDวนอีกงานวิจัยศึกษาผลของดนตรีบำบัดในกลุDมผู8สูงอายุบ8านพักคนชรา
เชDนเดียวกัน กลุDมทดลองฟ$งดนตรีผDานหูฟ$งวันละ 30 นาทีเปVนเวลา 15 วันพบวDา ภาวะซึมเศร8าลดลง
การศึกษาการบำบัดทางเลือกโดยใช8เปรียบเทียบหลายวิธี ได8แกD การออกกำลังกายแบบไทชิ ศิลปะบำบัด

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 110 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การฝàกสมาธิ และดนตรีบำบัดรDวมกับการบำบัดแบบระลึกความหลังในผู8สูงอายุ เขตชุมชนเมือง กลุDมตัวอยDาง
101 คน การวิจัยแบDงเปVน 2 ระยะ ระยะแรกบำบัดวันละ 30 นาที เปVนเวลา 10 สัปดาหM เลือกวิธีการบำบัด
ตามความสมัครใจ แบDงออกกำลังกายแบบไทชิ จำนวน 21 คน ศิลปะบำบัด จำนวน 27 คน การฝàกสมาธิ
จำนวน 24 คน และดนตรีบำบัดรDวมกับการบำบัดรDวมกบการบำบัดแบบระลึกความหลัง จำนวน 29 คน
ผลการวิจัยพบวDาดนตรีบำบัดรDวมกับการบำบัดแบบระลึกความหลังและศิลปะบำบัดชDวยลดภาวะซึมเศร8า
และความวิตกกังวลได8 การบำบัดระยะที่ 2 ศึกษาตDอเนื่องอีก 42 สัปดาหMโดยให8กลุDมตัวอยDางทุกคนได8รับ
การบำบัดแบบบูรณาการครบทั้ง 4 วิธี รวมวันละ 2 ชั่วโมง พบวDาการบำบัดแบบบูรณาการจะชDวยลดภาวะ
ซึมเศร8าและความวิตกได8เชDนกัน การศึกษาเปรียบเทียบผลของดนตรีบำบัดและศิลปะบำบัดในกลุDมผู8สูงอายุ
ในชุมชนเมือง กลุDมตัวอยDางจำนวน 94 คน ใช8ดนตรีบำบัดจำนวน 29 คน และใช8ศิลปะบำบัดจำนวน 65 คน
ในระยะเวลา 12 สัปดาหM ๆ ละ 1 ชั่วโมง พบวDาทั้งดนตรีบำบัดและศิลปะบำบัดชDวยลดภาวะซึมเศร8าได8
การศึกษาเปรียบเทียบผลของการใช8ยาและใช8ดนตรีบำบัดรDวมกับการออกกำลังกายในกลุDมผู8สูงอายุที่มีภาวะ
ซึมเศร8าในระดับน8อยและปานกลาง พบวDาการใช8ดนตรีบำบัดรDวมกับการออกกำลังกายสามารถลดภาวะ
ซมึ เศรา8 ได8เชDนเดียวกบั การใชย8 า

ขอK ควรคำนงึ ถึงในการใชKดนตรบี ำบดั
ดนตรีบำบัด (Music Therapy) มีเปÖาหมายสำคัญคือการบำบัดรักษาอาการผิดปกติทางรDางกาย

และจิตใจ ภายใต8การควบคุมของนักดนตรีบำบัดที่ได8รับการฝàกฝนมาโดยเฉพาะ สDวนการใช8ดนตรี
เพื่อการเยียวยา (Music Intervention) มีวัตถุประสงคMในการใช8ดนตรีเพื่อให8บุคคลผDอนคลาย ลดความกังวล
ลดความกลัว ความเครียด และลดภาวะซึมเศร8า ผู8ให8การบำบัดจะไมDใชDนักดนตรีบำบัด แตDจะเปVนบุคลากร
ทางวิชาชีพที่ได8รับการฝàกอบรมมาและสามารถตอบสนองหรือแก8ไขป$ญหาที่อาจเกิดขึ้นในระหวDางกระบวนการ
ได8อยDางถูกต8อง สำหรับบุคคลที่เข8ารับการบำบัด ควรมีอาการซึมเศร8าเล็กน8อยถึงปานกลาง อยDางไรก็ตาม
ไมDควรใช8ดนตรีกับผู8ที่มีประวัติชัก เคยได8รับอุบัติเหตุที่ศีรษะ หรือผิดปกติอื่น ๆ เชDน มีป$ญหาหูอื้อ ป$ญหา
การมองและการทรงตัว การเลือกรูปแบบการบำบัด ทำได8ทั้งแบบรายบุคคลและรายกลุDม กิจกรรมดนตรีบำบัด
สามารถเลือกได8ทั้งแบบการฟ$ง (Receptive) และ การเลDน (Active) สิ่งแวดล8อมในการทำดนตรีบำบัด
ต8องเงียบสงบ ผู8รับการบำบัดควรอยูDในทDาที่สุขสบาย ห8องมีความเปVนสDวนตัวพอสมควร ไมDมีเสียงรบกวน
มีแสงสวDางเพียงพอ และอปุ กรณMพรอ8 มเพียง

บทสรุป
ดนตรีบำบัด เปVนการนำดนตรีมาประยุกตMใช8ในคลินิก เพื่อการบำบัดรักษาและผDอนคลายอาการ

ความผิดปกติตDาง ๆ ทางด8านรDางกายและจิตใจ คงไว8ซึ่งสุขภาวะที่ดีของรDางกาย จิตใจ อารมณM สังคม
และจิตวิญญาณ เรียนรู8ผDานการฟ$งและการเลDนดนตรีที่มีความสุนทรียภาพทางการร8อง เลDน ฟ$ง ทำให8เข8าสูD
กระบวนการฟ$งอยDางลึกซึ้ง ดนตรีมีผลทางด8านจิตใจ สามารถเชื่อมโยงระหวDางกายกับจิตวิญญาณของมนุษยM
ให8มีความสมดุลสDงผลให8บุคคลที่มีภาวะซึมเศร8าได8รู8จักและเข8าใจตนเอง สร8างความรู8สึกมีคุณคDาในตัวเอง

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 111 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

มีสติรู8เทDาทันความคิด อารมณM ความรู8สึก และพฤติกรรม เข8าใจโลกและชีวิตมากขึ้นและยังเปVนแรงบันดาลใจ
ดงั น้นั ดนตรีบำบัดจงึ ถกู นำมาใชใ8 นรักษาผ8ูปõวยโรคซมึ เศรา8

บรรณานกุ รม
ชุติวรรณ แก8วไสยและเบญจวรรณ รัยแสวะ. 2554. คู^มือดนตรีบำบัดในเด็กบกพร^องทางพัฒนาการและสติปúญญา

สำหรบั บคุ ลากร. พมิ พMคร้งั ท่ี 1. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั บียอนดM พบั ลิสซิง่ จำกดั .
นัทธี เชียงชะนามและสมชัย ตระการรุDง. 2561. วิธีการดนตรีบำบัด : การวิเคราะห<เนื้อหาจากงานวิจัย สืบค8นจาก

: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jph/article/view/43715/36142?fbclid=IwAR1oO
6-WiPQV8tBDS05LQVTsgLeqh5TFS2tfAu5lpyI3zxbAUI1cgVbKpnw
ประสทิ ธิ์ศุภการ พ่งึ บุญ ณ อยธุ ยา. 2565. รูปแบบการส^งเสรมิ การรกั ษา
แบบผสมผสานดว> ยดนตรบี ำบัด เพอ่ื ผ>ปู วX ยโรคซมึ เศรา>
สบื ค8นจาก : https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jar/article/view/255972/174780
โรคซึมเศร>า วิกฤตคร^าชีวิตคนไทยเข>าไม^ถึงการรักษา ฆ^าตัวตายสำเร็จสูง. (2565) สืบค8นจาก :
https://mgronline.com/daily/detail/9650000019098?fbclid=IwAR3UdrYe13EhBlykgJxC
al1tkHLO3U3TlB6f0QWQFS3nW8OqlTWN8OGbJvc
วัฒนวุฒิ ช8างชนะ. 2563. ดนตรีบำบัด : ความสุขสงบอันเปrนสมาธิสู^จินตนาการที่เปáดกว>าง สืบค8นจาก :
http://ejs.bsru.ac.th/musicjournal/uploads/files/journals/journal2_1/02_Article9.pdf
สราวลี สุนทรจิตร. 2560. ดนตรีบำบัด : การบำบัดทางเลือกสำหรับบุคคลที่มีภาวะซึมเศร>า สืบค8นจาก :
https://so05.tci-
thaijo.org/index.php/JSSRA/article/view/91608/95686?fbclid=IwAR13BzXQeQYcvhWb
mChPokQECsmvtgA_ySephaSdKyHqPs0WvZp4p_NoQiY

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 112 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การพัฒนาทางเชาวน=ป?ญญาทางดนตรีของเดก็
Children's musical intelligence development.

กติ ติธัช กระจMายโภชน1K 9
Kittitat Krajayphot

หลักสูตรศกึ ษาศาสตรบณั ฑิต (4 ป5) คณะศลิ ปศกึ ษา สถาบันบัณฑติ พฒั นศิลป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคัดยUอ

การพัฒนาทางเชาวนMป$ญญาของมนุษยMนั้นเปVนกระบวนการรับรู8ที่เกิดขึ้นตามกลไกทางธรรมชาติ
และเปVนวิวัฒนาการทางการเติบโตของมนุษยMตามวัยที่เปลี่ยนแปลงไป แตDการพัฒนาตามลำดับขั้นทั้ง 4 ลำดับ
ของนักจิตวิทยาผู8มีชื่อเสียงระดับโลกอยDาง ฌอง เพียเจตM (Jean Piaget) เจ8าของทฤษฎี Cognitive Development
Theory จะเห็นได8วDาตั้งแตDเปVนทารกแรกเกิดจนก8าวเข8าสูDชDวงของการเปVนวัยรุDน เปVนกระบวนการพัฒนาที่ถูกกระต8ุน
และสร8างเสริมจากสภาพแวดล8อมรอบตัว เพื่อชDวยสDงเสริมการรับรู8 เรียนรู8 การคิด และการตอบสนองเชิงบวก
ตลอดจนการพัฒนาทางเชาวนMป$ญญาของเด็กแตDละคน ซึ่งในบทความนี้จะกลDาวถึงเสียงของเครื่องดนตรีตDาง ๆ
ที่สอดแทรกไว8ในกิจกรรมเรียนรู8ทางดนตรี เพื่อเปVนแนวทางในการสDงเสริมพัฒนาการ ให8เด็กเติบโตขึ้นเปVนทรัพยากร
มนุษยทM ม่ี ีคณุ คาD ของสงั คมและประเทศชาตติ อD ไป

คำสำคัญ : กระบวนการพัฒนา, เครื่องดนตรี, การพัฒนาทางเชาวนMปญ$ ญา

Abstract

The development of human intelligence is a complex and delicate process.
It is a cognitive process that occurs through natural mechanisms and is the evolution of human
growth with age. But the four hierarchical developments of the world-renowned psychologist Jean
Piaget, the author of the Cognitive Development Theory. It can be seen that from being a newborn
until entering the stage of adolescence. It is a process of development that is stimulated
and enriched by the surrounding environment. To help promote awareness, learning, thinking,
and positive responses. as well as the intellectual development of each child In this article,
we will talk about the sounds of various instruments that are inserted into the music learning
activities. as a guideline to promote development Let the children grow up to be valuable human
resources of society and the nation.
Keywords : Development Process, Musical Instrument, Intellectual Development

19 นักศกึ ษาสาขาดนตรศี ึกษา, หลกั สตู รศกึ ษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป): คณะศิลปศกึ ษา สถาบนั บัณฑิตพัฒนศิลปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 113 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
ในสังคมยุคป$จจุบันดนตรีมีบทบาทกับมนุษยMในทุกเพศทุกวัย โดยมากความสัมพันธMของดนตรี

กับมนุษยMจะถูกตีความเปVนเพียงสิ่งให8ความบันเทิงในกิจกรรมเชิงสันทนาการตDาง ๆ หรือเปVนสิ่งที่ชDวยบรรเทาทุกขM
ทางจิตใจ ทำให8รู8สึกผDอนคลาย ปลดปลDอยความเครียดทางอารมณMเพียงเทDานั้น แตDแท8จริงแล8วดนตรีสามารถเข8ามา
มีบทบาทและกDอให8เกิดคุณประโยชนMตDอมนุษยMได8มากกวDานั้นโดยเฉพาะการนำดนตรีมาเปVนสDวนหนึ่งในการสDงเสริม
พัฒนาการตDาง ๆ ทั้งด8านรDางกายและจิตใจตั้งแตDวัยแรกเกิด เพื่อให8พร8อมที่จะก8าวเข8าสูDการเจริญเติบโตทั้งทาง
รDางกายและจิตใจอยDางสมบรู ณM

ดนตรีสามารถนำมาประยุกตMใช8กับเด็กเล็ก ๆ ได8 โดยที่เด็กเพียงแตDใช8ประสาทสัมผัสทางการได8ยิน
ในการรDวมกิจกรรมทางดนตรี นั่นเพราะปฏิสัมพันธMแรกที่มนุษยMรับรู8ได8นับแตDการกDอกำเนิดเปVนชีวิต คือ
“การได8ยินเสียง” ซึ่งเปVนการรับรู8เสียงที่ได8ยินผDานโสตประสาทสัมผัส (Auditory Apparatus) เสียงเปVนพลังงาน
รูปแบบหนึ่งซึ่งประสาทสัมผัสของมนุษยMสามารถรับรู8ได8กDอนสิ่งอื่นใด และจะมีปฏิกิริยาตอบสนองตDอเสียงที่ได8ยิน
แตกตDางกันไป ระบบประสาทการได8ยินหรือการฟ$งของมนุษยMจะเริ่มทำงานตั้งแตDอายุครรภMประมาณ 5 เดือน
(วิทยา ถิฐาพันธM, 2553) โดยทารกในครรภMจะได8ยินทั้งเสียงที่มาจากภายนอก เชDน เสียงพูดคุยของคุณพDอคุณแมD
เสียงเพลงที่ร8องขับกลDอมเสียงดนตรีที่เปzดให8ฟ$งผDานลำโพง หูฟ$งและอื่น ๆ และเสียงที่เกิดจากภายใน เชDน
เสียงจังหวะการเต8นของหัวใจ เสียงการไหลเวียนของระบบเลือดในรDางกาย เสียงการบีบตัวของกระเพาะอาหาร
และการทำงานของกรดในกระเพาะและลำไส8 เปนV ต8น

เสียงตDาง ๆ ที่มนุษยMได8ยินและมีการตอบสนองในเชิงการเคลื่อนไหวนั้น เปVนจุดเริ่มต8น
ของพัฒนาการการรับรู8และการเรียนรู8 จะสDงผลตDอการพัฒนาทางเชาวนMป$ญญาของมนุษยMเมื่อเติบโตขึ้นตามวัย
แบบเปVนขั้นเปVนตอน นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงหลายทDานได8ทำการวิจัยและประมวลผลออกมาเปVนทฤษฎีที่เกี่ยวกับ
พัฒนาการทางเชาวนMป$ญญาที่สัมพันธMกับกระบวนการรับรู8และเรียนรู8ของมนุษยMในวัยที่แตกตDางกัน ซึ่งทฤษฎีทาง
พัฒนาการของเด็กสDวนมากมีรากฐานมาจากทฤษฎีพัฒนาการทางเชาวนMป$ญญาของ ฌอง เพียเจตM (Jean Piaget)
และหากวิเคราะหMรDวมไปกับทฤษฎีการเรียนรู8ทางด8านดนตรีแล8ว จะเห็นได8วDามีความเชื่อมโยงและสัมพันธMกัน
ซง่ึ สามารถนำมาบรู ณาการและประยุกตMใช8เพ่ือสDงเสรมิ การพัฒนาซงึ่ กนั และกนั ได8เปVนอยาD งดี

เนอื้ หา
เพียเจตMได8เสนอแนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการทางสติป$ญญาของมนุษยMไว8วDา ในขณะที่มนุษยM

เจริญเติบโต ความคิดของมนุษยMจะพัฒนาไปตามลำดับขั้นตอนอยDางตDอเนื่องและคDอยเปVนคDอยไป โดยมีผล
ของการเจริญเติบโตทางสรีระเข8ามาเกี่ยวข8องด8วยในระยะแรก ๆ โดยมนุษยMทุกคนจะมีลำดับขั้นในการพัฒนา
เชDนเดียวกัน เร็วบ8างช8าบ8างตามความแตกตDางระหวDางบุคคล แตDโดยทั่วไปขั้นของการพัฒนาจะเกี่ยวโยงกับอายุ
เปนV สDวนใหญD ขั้นพัฒนาการทางสตปิ ญ$ ญาของเพยี เจตMแบDงออกเปVน 4 ขั้น ดังน้ี (สรุ างคM โคว8 ตระกูล, 2553)

ขั้นที่ 1 ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (sensorimotor stage) อายุตั้งแตDแรกเกิดถึง
2 ปÇเปVนวัยที่เด็กจะเริ่มเรียนรู8ได8โดยอาศัยประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานของรDางกายเพ่ือ

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 114 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ตอบสนองสิ่งแวดล8อม เชDน การจับ การดูด การมอง และการฟ$ง เด็กจะพยายามพัฒนาความสามารถใน
การแก8ป$ญหาโดยไมDต8องใช8ภาษาเปVนสื่อ เนื่องจากเด็กยังใช8ภาษาพูดไมDได8 ดังนั้นจึงเปVนระยะของการพัฒนา
สติป$ญญาโดยใช8ประสาทสัมผัสที่สำคัญ ระยะนี้เปVนชDวงเริ่มต8นที่จะเรียนรู8ในการปรับตัวให8เข8ากับสิ่งแวดล8อม
ดังนั้นถ8าเด็กสามารถใช8ประสาทสัมผัสกับสิ่งแวดล8อมได8มากเทDาใดก็จะชDวยพัฒนาสติป$ญญาของเด็กได8มากข้ึน
ไปด8วย โดยทั่วไปเด็กวัยนี้จะรับรู8สิ่งที่เปVนรูปธรรมได8เทDานั้น สำหรับขั้นนี้เพียเจตMได8แบDงเปVนระยะยDอยได8อีก
6 ขน้ั คือ

1. ขั้นปฏิกิริยาสะทKอน (reflexive) ตั้งแตDแรกเกิดถึง 1 เดือน เปVนวัยที่เด็กทารก
ใช8พฤติกรรมปฏิกิริยาสะท8อนโดยประสาทอัตโนมัติที่ติดตัวมาตั้งแตDเกิด เชDน การดูด ร8อง ไขวDคว8าโดยไมDมี
จุดมุDงหมาย เปVนต8น และพยายามที่จะปรับให8เข8ากับสิ่งแวดล8อม เชDน ดูดนมจากนมของแมD ดูดนมขวด เปVนต8น
พฤตกิ รรมเหลาD นเ้ี กดิ ขนึ้ โดยอัตโนมตั ิเพ่ือตอบสนองตอD สง่ิ เร8าไมDได8เกดิ จากการเรียนรู8

2. ขั้นการทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ (primary circular reaction) อายุ 1 - 4 เดือน เด็กวัยน้ี
จะทำพฤติกรรมงDาย ๆ และทำซ้ำ ๆ กัน เชDน การกำมือเข8าและเปzดออกซ้ำ ๆ กัน จับ ดึง เปVนต8น เด็กสนใจอยูD
กบั การเคล่อื นไหว และทำพฤติกรรมโดยไมDมจี ดุ มุงD หมาย

3. ขั้นการทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ โดยมีจุดมุUงหมาย (secondary circular reaction) อายุ 4 -
8 เดือน เปVนขั้นที่เด็กแสดงพฤติกรรมโดยมีความตั้งใจหรือมีจุดมุDงหมายจะมีการทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ และสนใจ
ผลของพฤติกรรมนั้น เชDน เด็กจะเตะหรือกระตุกเท8าเพื่อจะให8ตุØกตาที่แขวนในเปลสั่นหรือ เคลื่อนไหว
หรือเขยDาเครื่องเลDนเพราะสนใจในเสียงที่เกิดจากการสั่น แสดงวDาเด็กในขั้นนี้สนใจการ เปลี่ยนแปลง
ของสิ่งแวดล8อมรอบ ๆ ตัวเขาเอง ซึ่งกิจกรรมเรียนรู8ทางด8านดนตรีที่สามารถจัดให8กับเด็กในวัยนี้เพื่อชDวยสDงเสริม
ศักยภาพและพัฒนาการของเด็กทั้งทางด8านรDางกายและการสื่อสาร คือการจัดของเลDนหรือเครื่องดนตรีสำหรับเด็ก
เล็ก โดยเฉพาะเครื่องดนตรีที่มีเสียงกรุØงกริ๊ง เพิ่มเข8าไปในกิจกรรมเรียนรู8ทางดนตรีเพื่อชDวยสDงเสริมการพัฒนาทาง
เชาวนMป$ญญา ตัวอยDางประเภทของเครื่องดนตรีที่เหมาะสมกับวัยนี้ ได8แกD เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีกระทบ
(Percussion) เชDน ลูกแซก (Maracas) กระดิ่ง (Bell) กลองใบเล็ก (Drum) เปVนต8น โดยจัดวางของเลDนหรือเครื่อง
ดนตรีและอุปกรณMตDาง ๆ ไว8ใกล8ตัว คุณพDอคุณแมDอาจจะชDวยประคองหรือจับมือ เพื่อให8เด็กเริ่มที่จะได8รับ
ประสบการณMและเรียนรู8ด8วยตัวเองหรือการกดคียMบอรMดสำหรับเด็กเลDนไปพร8อมกับการออกเสียงร8องเพื่อเลียนเสียง
ของตัวโน8ต โด เร มี ฟา ซอล (Do-Re-Me-Fa-Sol) แล8วใช8การแตะสัมผัสอวัยวะบนรDางกายของเด็ก เชDน เมื่อร8อง
“โด” ก็แตะที่เท8า ร8อง “เร” ก็แตะที่หัวเขDา ร8อง “มี” ก็แตะที่หน8าท8อง ร8อง “ฟา” ก็แตะที่หัวไหลD และ ร8อง “ซอล”
ก็แตะที่ศีรษะ ซึ่งจะเปVนกระบวนการพัฒนาการรับรู8 และเรยี นรูท8 ่ีเด็กจะเชือ่ มโยงเสียงทไ่ี ดย8 นิ กบั ความร8ูสกึ ท่ีรบั ร8ูผาD น
การสัมผัสได8 เปVนการเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมให8เปVนลักษณะของการแตะสัมผัสไปที่ตำแหนDงของอวัยวะสDวนตDาง ๆ
บนรDางกายของเด็ก ควบคูDไปกับการร8องและการเลDนเครื่องดนตรีเนื่องจากเด็กวัยนี้เปVนวัยที่กำลังเรียนรู8ในเรื่องการ
เขา8 จังหวะกับเสยี งเพลง (กรมสขุ ภาพจติ , ม.ป.ท)

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 115 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

4. ขัน้ การรคูK วามสัมพนั ธขI อง 2 สงิ่ (coordination of secondary reaction) อายุ 8 - 12
เดือน เด็กวัยนี้สามารถแก8ป$ญหาอยDางงDาย ๆ ได8โดยอาศัยประสบการณMในอดีตชDวย เชDน การหาของที่ซDอนไว8ได8
ซึ่งวัยกDอนหน8านี้เขาไมDสามารถทำได8แสดงวDาเด็กมีพัฒนาการสร8างเข8าใจเกี่ยวกับความมีตัวตนของวัตถุ
(object permanence) หมายความวDา เด็กสามารถเข8าใจวDาวัตถุนั้น ๆ ไมDได8หายไปไหนแม8วDาจะไมDสามารถ
มองเห็นหรือรับรู8ได8ก็ตาม เพียเจตMได8ทำการทดลองกับเด็กโดยการซDอนของเลDนไว8ใต8ผDาหDมและทำการสังเกต
พบวDา เด็กบางคนรู8สึกสับสนหรืออารมณMเสียจากการสูญเสียของเลDน และเด็กบางคนจะมองหาของเลDนนั้น
เพียเจตM สรุปวDาเด็กที่อารมณMเสียเพราะของเลDนหายไปแสดงวDาเด็กยังไมDเข8าใจเรื่องความมีตัวตนของวัตถุ
สDวนเด็กที่มองหาของเลDนแสดงวDาเด็กเกิดพัฒนาการแล8ว เปVนต8น นอกจากนี้เด็กสามารถแยกสิ่งที่ตนต8องการ
และไมDต8องการได8 รวมทั้งสามารถเลียนแบบหรือเลียนการเคลื่อนไหวจากผู8อื่น ซึ่งกิจกรรมดนตรีที่สอดคล8องกับ
พัฒนาการตามชDวงอายุของเด็กวัยนี้คือ การสDงเสริมให8เด็กมีโอกาสที่จะเรียนรู8เสียงของเครื่องดนตรีที่เปVนของเลDน
ดว8 ยตัวเอง ไมวD าD จะเปVนเครอ่ื งดนตรีประเภทตกี ระทบ คยี บM อรดM ระนาดอØอฟ และของเลนD อ่ืน ๆ ทีม่ ีเสียง เพื่อให8ได8
ลองสัมผัส ลองเลDน ลองกด ลองดีด ลองเคาะ ลองตี และลองเปõา เด็กจะได8สนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับเสียงตDาง
ๆ โดยมีคุณพDอคุณแมDคอยเฝÖาสังเกตดูอยูDหDาง ๆ หรืออาจจะทำกิจกรรมเรียนรู8ทางดนตรีดังกลDาวรDวมกับเด็ก
โดยทำให8ดูเปVนตัวอยDางและให8เด็กเลียนแบบ ทั้งในด8านของความดังและความเบาของเสียง ความเร็วและความช8า
ของจังหวะ การเปzดโอกาสให8เด็กได8ลองทำด8วยตัวเองนั้น เปVนการพัฒนาทางกายภาพและกล8ามเนื้อ ตลอดจน
พัฒนาการเรียนรู8ให8กับเด็กได8อยDางมีประสิทธิภาพ เด็กจะคDอย ๆ เรียนรู8วDา จะต8องทำอยDางไรเพื่อให8เกิดเสียงตDาง ๆ
และจะรู8สึกวาD เปVนการทา8 ทายที่จะพยายามทำให8เกิดเสียงขน้ึ มา

5. ขั้นการทำพฤติกรรมลองผิดลองถูก (tertiary circular reaction) อายุ 12 - 18 เดือน
เด็กวัยนี้เริ่มทดลองพฤติกรรมในลักษณะลองผิดลองถูก (trial and error) และสนใจผลของพฤติกรรมใหมD ๆ
ที่เกิดขึ้น การกระทำพฤติกรรมโดยมีจุดมุDงหมาย มีความคิดริเริ่มในการแสดงพฤติกรรม ซึ่งความคิดริเริ่มถือ
เปนV คุณสมบตั ิทสี่ ำคัญของการพัฒนาสติปญ$ ญา

6. ขั้นการเริ่มตKนใชKความคิด (primary circular reaction) อายุ 18 - 24 เดือน เด็กวัยนี้
สามารถใช8ความคิดในการแก8ป$ญหา เพราะเด็กเข8าใจความสัมพันธMระหวDางสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง เด็กใช8วิธีการ
แก8ป$ญหาทั้งแบบลองผิดลองถูกและแบบใช8ความคิดในลักษณะอนุมานถึงเหตุและผลได8 นอกจากนี้ยังสามารถ
มีจินตนาการกDอนที่จะแสดงพฤติกรรม ซึ่งเด็กจะมีความจำและสามารถเลียนแบบพฤติกรรมจากผู8ใหญDโดยอาศัย
ความจำ รวมทั้งเรียนรู8ความสัมพันธMของสิ่งแวดล8อมรอบตัวได8เปVนอยDางดี อีกด8วย สรุปได8วDาขั้นประสาทสัมผัส
และการเคลื่อนไหว เปVนขั้นของพัฒนาการทางสติป$ญญาระยะกDอนที่เด็กจะพูดและใช8ภาษาได8 สติป$ญญาความคดิ
ของเด็กในวัยนี้แสดงออกโดยการกระทำกับสิ่งแวดล8อม เด็กสามารถแก8ป$ญหาได8ระดับหนึ่งแตDอธิบายออกมาเปVน
ภาษาพดู ไมไD ด8

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 116 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

กิจกรรมเรียนรู8ทางดนตรีที่จะชDวยสDงเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กในวัยนี้ คือ การร8องเพลงหรือเปzด
เพลง พร8อมกับการเขยDา เคาะ หรือตี การใช8เครื่องดนตรีที่มีคุณลักษณะใกล8เคียงกับเครื่องดนตรีของจริง แตDอาจจะยDอ
สัดสDวน ไมDวDาจะเปVนเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีกระทบ เชDน กลองรำมะนาที่มีลูกพรวนผูกไว8 (Tambourine)
และกลอง (Drums) หรือการเขยDาลูกแซก (Maracas) ให8เกิดเสียงไปตามจังหวะของเพลง ซึ่งกิจกรรมดนตรีลักษณะน้ี
จะชDวยให8เด็กสามารถที่จะทำตามเปVนการชDวยให8เด็กฝàกฝนการนับจังหวะตามเสียงดนตรีที่ได8ยินไปในตัว กิจกรรม
ดังกลDาวสามารถจะเสริมการเรียนรู8คำศัพทMพื้น ๆ ให8กับเด็กได8ด8วย เชDน คำศัพทMเกี่ยวกับอวัยวะสDวนตDาง ๆ ในรDางกาย
เชDน ตา หู คอ จมูก ปาก เปVนต8น โดยใช8เสียงที่เกิดจากเครื่องดนตรีประกอบการสอน คDอย ๆ ทำกิจกรรมทางดนตรี
ประกอบการเรียนรู8เกี่ยวกับคำศัพทMอยDางช8า ๆ เพื่อให8เด็กได8คิดตามและเริ่มที่จะทำความเข8าใจวDาอวัยวะแตDละสDวน
ของรDางกายนั้นอยูDสDวนไหน ตำแหนDงไหนและเรียกวDาอะไรบ8าง เด็กในชDวงวัยนี้เริ่มจดจำทDวงทำนองของเพลง ดังน้ัน
การใช8ทำนองเพลงที่ซ้ำ ๆ กันร8องวนไปวนมา แตDเปลี่ยนคำไปเรื่อย ๆ ก็จะชDวยให8เด็กสามารถเรียนรู8และจดจำได8งDาย
และรวดเร็วขึ้น การเลDานิทานหรือเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งรอบ ๆ ตัวเด็กด8วยเสียงเพลงหรือแม8แตDการเขยDา เคาะหรือตี
เปVนจังหวะประกอบการเลDาก็จะสามารถดึงความสนใจและชDวยให8เด็กมีสมาธิในการฟ$ง และคิดตาม ซึ่งจะชDวยให8
กระบวนการรบั รู8 เรียนรแ8ู ละการทำความเข8าใจมีประสิทธภิ าพดยี ่ิงขนึ้

ขั้นที่ 2 ขั้นกUอนการคิดแบบมีเหตุผล (preoperational stage) อยูDในชDวงอายุ 2 - 7 ปÇ
พัฒนาการทางสติป$ญญาของเด็กในวัยนี้ขึ้นอยูDกับการเรียนรู8เปVนสDวนใหญD เด็กจะเริ่มเรียนรู8 และ เข8าใจ
สัญลักษณMตDาง ๆ ได8ดีขึ้น รวมทั้งใช8สัญลักษณMแทนวัตถุที่อยูDรอบ ๆ ตัวได8 พัฒนาการที่สำคัญในวัยน้ี
คือ พัฒนาการทางภาษา สามารถพูดเปVนประโยค ใช8คำพูดอธิบายวัตถุที่เห็น รู8จักคำศัพทMเพิ่มมากขึ้น คิดสิ่ง
ตDาง ๆ ในใจได8 ลักษณะพัฒนาการทางสติป$ญญาในข้ันนอ้ี าจสรุปได8 ดังน้ี

1. เด็กจะเริ่มเข8าใจภาษาได8ดีขึ้นและเรียนรู8วDาสิ่งตDาง ๆ รอบตัวจะมีชื่อเรียกเฉพาะ
มีความสามารถในการใช8ภาษาเพื่อแก8ปญ$ หาให8กบั ตนเองได8

2. เด็กจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบผู8ใหญD (deferred imitation) ในเวลาเลDน เชDน เลDนขาย
ของ เลDนกับตุØกตา ซึ่งมักจะเปVนการแสดงเลียนแบบผู8ใหญDที่เกิดจากความจำ โดยที่ตัวแบบไมDจำเปVนต8องอยูD
ตรงหน8าขณะนั้น นอกจากนี้ยังเลDนสมมติหรือแสร8งทำ เชDน เด็กจะเลDนทำเปVนนอนหลับ หรือใช8สิ่งของตDาง ๆ
เลDนเปVนแบบจรงิ ได8 เชDน ใช8กลอD งกระดาษทำเปVนรถยนตM

3. เด็กวัยนี้จะมีความตั้งใจทีละอยDาง (centration) ดังนั้นจึงทำให8เด็กมีความคิดท่ี บิดเบือน
(distort) จากความเปVนจริงได8 เชDน เพียเจตM ให8เด็กอายุ 5 ปÇ ดูลูกป$ดไม8 1 กลDอง ซึ่ง ประกอบด8วยลูกป$ดไม8สี
ขาว 20 ลูก สีน้ำตาล 7 ลูก แล8วถามเด็กวDาลูกป$ดไม8ในกลDองมีสีอะไรมากที่สุด เด็กตอบถูกวDาสีขาว แตDเมื่อถาม
ตDอไปวDา ระหวDางลูกป$ดไม8สีขาวกับลูกป$ดไม8ทั้งหมด อะไรมีจำนวน มากกวDากัน เด็กกับตอบวDาสีขาวมากกวDา
แทนที่จะตอบวDาเปVนลูกป$ดไม8ทั้งหมด ทั้งนี้เนื่องจากเด็กยังไมDเข8าใจวDาลูกป$ดไม8สีขาวเปVนสDวนหนึ่งของลูกป$ดไม8
ทั้งหมด เปVนตน8

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 117 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

4. เด็กวัยนี้จะยึดตนเองเปVนศูนยMกลาง (egocentrism) ดังนั้นเด็กจะไมDเข8าใจถึง ความคิด
หรือความรู8สึกของผู8อื่น จะยึดแตDความคิด ความรู8สึก และความต8องการของตนเทDานั้น เชDน ถ8าเราเห็นเด็กสองคน
คุยกันอยูD เราอาจเข8าใจวDาเขากำลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยูD แตDแท8ที่จริงแล8วเขากำลังตDางคนตDางคุยเรื่อง
ของตัวเองเทDานั้น หรือเมื่อให8เด็กยืนเผชิญหน8ากับบุคคลอื่นและชี้ไปที่แขนข8างซ8ายของบุคคลอื่น จากนั้นถาม
คำถามเด็กวDาเปVนแขนข8างใด เด็กจะตอบคำถามวDาเปVนแขนข8างขวาเด็กจะไมDสามารถคิดในมุมมองของคนอื่นได8
วDาคิดแตกตDางไปจากตน ลักษณะการยึดตนเองเปVน ศูนยMกลางของเด็กในวัยนี้ ทำให8เด็กไมDสามารถคิดแก8ป$ญหา
ในบางเรอื่ งได8

5. เด็กในวัยนี้ยังไมDสามารถแก8ป$ญหาการเรียงลำดับได8 (seriation) เชDน ไมDสามารถ
เรียงลำดับตัวเลขจากน8อยไปหามากหรือจากมากไปหาน8อย ไมDสามารถเปรียบเทียบความสั้นยาวของ วัตถุได8
นอกจากนี้เด็กยังไมDเข8าใจการคิดย8อนกลับไปมา (reversibility) ได8 เชDน ถ8า 1 + 1 = 2 แล8ว 2 – 1 = 1
ไดเ8 ชนD กนั

6. เด็กวัยนี้ยังไมDเข8าใจเรื่องเกี่ยวกับความคงสภาพปริมาณของสสาร (conservation)
เนื่องจากเด็กในวัยนี้จะให8เหตุผลจากรูปรDางที่เห็น (status) เทDานั้น ไมDใชDการเปลี่ยนแปลงเปVนรูปอ่ืน
(transformation)

ดังนั้นการใช8เสียงดนตรีหรือเสียงเพลงประกอบจะยิ่งชDวยทำให8กระบวนการเรียนรู8ได8ผลสัมฤทธ์ิ
เพิ่มมากขึ้น พยายามใช8ดนตรีประกอบในทุกกิจกรรมการเรียนรู8ของเด็กในวัยนี้ เพื่อกระตุ8นในเกิดการสนใจ และมี
สมาธิกับกิจกรรรมการเรียนรู8ที่กำลังทำอยูD ซึ่งอยDาลืมวDาบรรยากาศของการเรียนรู8ที่ดีจะชDวยสDงเสริมทัศนคติเชิง
บวกตDอกระบวนการเรียนรู8โดยองคMรวม และเปVนการเตรียมความพร8อมของเด็กสำหรับการเรียนรู8ที่จะมีความ
สลบั ซบั ซ8อนมากขนึ้ เมื่อเดก็ เจรญิ เติบโตข้ึนตามวยั

สำหรับเด็กที่เข8าสูDระบบการเรียนการสอนที่เปVนแบบแผนและยDางเข8าสูDชDวงอายุ 4 – 7 ปÇ
เด็กในชDวงวัยนี้จะมีพฤติกรรมที่เริ่มฉายแววให8เห็นพัฒนาการทางด8านการรับรู8 เรียนรู8 และการคิดอยDางเห็นได8
ชัดเจน กลDาวคือ จะมีความเปVนตัวของตัวเองมากขึ้น ชอบที่จะทำอะไรด8วยตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้น และเร่ิม
ฉายแววความคิดเชิงสร8างสรรคMและความโดดเดDนเฉพาะด8าน โดยทั่วไปเด็กวัยนี้มักจะใช8เวลากับของเลDนหรือสิ่งที่
ตัวเองชอบนานขึ้น รวมทั้งมีการใช8จินตนาการและความคิด สร8างสรรคMในกิจกรรมหรือการเลDนนั้น ๆ โดยเด็กจะมี
การแสดงออกทางอารมณMมากขึ้นไมDวDาจะดีใจ เสียใจ ตื่นเต8น ตกใจกลัว หรือวิตกกังวล การตอบโต8ทางด8านภาษา
พูดจะมีการพัฒนาขึ้นอยDางเปVน รูปธรรม เพราะเด็กจะเรียนรู8คำศัพทMและความหมายของคำศัพทMมากขึ้น สามารถ
เข8าใจประโยค คำถามงDาย ๆ และสามารถตอบคำถามได8อยDางมีเหตุมีผล มีพัฒนาการทางด8านอารมณMและเริ่มมี
ความรู8สึกที่ละเอียดอDอน มีความเข8าใจความต8องการของตัวเองมากขึ้น สามารถแยกแยะได8วDาสิ่งใดที่ ชอบและสิ่งใด
ที่ไมDชอบและจะเริ่มแสดงความรู8สึกและทัศนคติตDอประสบการณMทางดนตรีอยDางตรงไปตรงมาไมDปzดบัง ไมDวDาดนตรี
หรือเพลงนั้นจะสื่ออารมณMเศร8า หรืออารมณMสดใส สนุกสนาน รื่นเริง โดยจะยืนสงบนิ่งเมื่อฟ$งเพลงที่มีทDวงทำนอง

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 118 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ที่ช8าและเสียงดนตรีที่ฟ$งแล8วไมDสนุกครื้นเครง แตDจะกระโดดโลดเต8นเมื่อได8ฟ$งเสียงดนตรีหรือบทเพลงที่มี
ทDวงทำนองที่รDาเริงหรือเพลงที่มีจังหวะเร็ว เด็กในวัยนี้จะสามารถร8องพึมพำตามเพลงที่มีทDวงทำนองงDาย ๆ
หรือแม8กระทั่งสามารถจดจำเนื้อร8องของเพลงได8 ความสนใจเกี่ยวกับเครื่องดนตรีและอยากที่จะลองเลDน
ก็มักจะเกิดขึ้นในชDวงวัยนี้ การที่จะสDงเสริมให8เด็กได8มีโอกาสลองเพื่อให8เกิดประสบการณMด8านการเรียนดนตรี
ก็สามารถทำได8โดย เริ่มต8นจากการให8เด็กได8ทดลองเรียนรู8เกี่ยวกับเครื่องดนตรีที่ตนเองสนใจโดยการเข8าเรียน
กับครูเปVน ชDวงเวลาสั้น ๆ ไมDเกิน 30 นาที โดยอาจจะแบDงออกเปVนชDวงเวลาเรียน 15 นาที พัก 15 นาที
หรืออาจ เปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นเพื่อสDงเสริมพัฒนาการทางดนตรีในชDวงพัก เชDน ระบายสีตัวโน8ตหรือรูปภาพ
ที่อยูDในหนังสือเพลงและเรียนตDออีก 15 นาทีแล8วแตDสมาธิของเด็ก และคDอย ๆ เพิ่มระยะเวลาเรียนเมื่อ เด็กมี
ความพร8อมมากขึ้น ซึ่งกิจกรรมดนตรีที่เหมาะสมกับเด็กวัยนี้คือ การฝàกการออกเสียงร8องเพลงงDาย ๆ การเต8น
หรือเคลื่อนไหวตามจังหวะของเพลง การเรียนเครื่องสายไวโอลิน (Suzuki Method) การเรียนเปÇยโนเบื้องต8น
(Piano for Kids) เปVนต8น

ขั้นที่ 3 ขั้นการคิดแบบมีเหตุผลเชิงรูปธรรม (concrete operational stage) อยูDในชDวงอายุ
7 - 11 ปÇ สำหรับเด็กในวัยนี้จะมีพัฒนาการทางสติป$ญญาสูงขึ้นกวDาขั้นที่ 2 มาก เพราะสามารถใช8เหตุผล
ในการตัดสินใจในป$ญหาตDาง ๆ ได8ดีขึ้น เพียเจตM ได8สรุปลักษณะพัฒนาการทางสติ ป$ญญาของเด็กในขั้นนี้ที่ไมDพบ
ในข้ันกอD นการคดิ แบบมเี หตผุ ล ไว8ดงั น้ี (สรุ างคM โค8วตระกลู , 2553)

1. เด็กวัยนี้สามารถสร8างภาพในใจ (mental representations) ขึ้นมาได8 เชDน ถ8าให8เด็ก
เขียนภาพครอบครัวของฉัน เด็กจะสามารถอธิบายหรือวาดภาพได8ใกล8เคียงกับความเปVนจริง หรือ การคิดเลข
ในใจ การจดจำเสน8 ทางตาD ง ๆ เปVนตน8

2. เด็กวัยนี้เริ่มเข8าใจเกี่ยวกับการคงสภาพปริมาณของสสาร (conservation) กลDาวคือ
เด็กจะสามารถเข8าใจได8วDาของแข็งหรือของเหลวจำนวนหนึ่งจะมีปริมาณคงที่เสมอ ไมDวDาจะเปลี่ยนแปลง
ภาชนะที่รองรับเปVนทรงใด ๆ ก็ตาม โดยเพียเจตMได8ทำการทดลองนำในแก8วกับทDอนไม8อีกครั้งกับเด็กวัยนี้
ปรากฏวาD เด็กสามารถตอบได8ถกู ตอ8 ง

3. เด็กวัยนี้เริ่มมีความสามารถในการคิดแบบเปรียบเทียบ (relational terms) กลDาวคือ เด็กเริ่ม
เข8าใจความแตกตDางเกี่ยวกับขนาดรูปรDางวDาใหญDหรือเล็กกวDากันมากน8อยแคDไหนนั่น แสดงให8เห็นวDาเด็กเริ่มรู8จัก
การเปรียบเทียบระหวDางสิ่งหนึ่งกับสิ่งหนึ่ง เชDน มืดกวDา ยาวกวDา ร8อนกวDา เปVนต8น และสามารถเข8าใจได8วDาทุกส่ิง
ทุกอยDางจะไมDมีความสมบูรณMในตัวของมันเอง (absolute) แตDจะขึ้นอยูDกับความสัมพันธMเปรียบเทียบกับส่ิง
ทอ่ี ยDูรอบขา8 ง

4. เด็กวัยนี้สามารถสร8างกฎเกณฑMเพื่อจะแบDงหรือจัดสิ่งรอบตัวให8เปVนหมวดหมูDได8
(class inclusion) เชDน เมื่อนำตุØกตาสัตวMจำนวนหนึ่งไปให8เด็กเลDน เด็กจะสามารถแยกสัตวM 4 ขา สัตวM 2 ขา
สัตวMบก และสัตวMน้ำวDาเปVนคนละพวกได8 นอกจากนี้เด็กจะสามารถเข8าใจความหมายของสDวนยDอย และสDวนรวม

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 119 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ได8อีกด8วย โดยเพียเจตMได8นำลูกป$ดไม8ซึ่งเคยทดลองกับเด็กในขั้นที่ 2 มาทดลองกับเด็กใน ขั้นที่ 3 ปรากฏวDาเด็ก
ในขั้นนี้สามารถตอบได8อยDางถูกต8องวDาเปVนลูกป$ดไม8ทั้งหมดมีมากกวDาลูกป$ดไม8สี ขาว เพราะลูกป$ดไม8สีขาว
เปVนสวD นยอD ยของลูกปด$ ไม8ท้ังหมด

5. เด็กวัยนี้จะมีความสามารถในการเรียงลำดับ (serialization and hierarchical
arrangements) สิ่งของใด ๆ ที่มีคุณสมบัติที่แตกตDางกันในด8านความยาว น้ำหนัก สัดสDวน และความสูง
เด็กจะสามารถเรียงลำดับจากน8อยไปหามากหรือมากไปหาน8อยได8เชDน ทดลองเอาแทDงไม8ที่มีความสูง แตกตDาง
กนั จำนวนหนึง่ มากองรวมกัน เดก็ จะสามารถเรยี งจากต่ำไปหาสงู ได8อยาD งถกู ต8อง ซง่ึ เดก็ ใน ขั้นท่ี 2 จะทำไมDได8

6. เด็กวัยนี้จะสามารถคิดย8อนกลับไปมาได8 (reversibility) รวมทั้งสามารถทำความเข8าใจ
เกี่ยวกับความสัมพันธMของตัวเลขได8มากขึ้นกวDาเดิม เชDน ถ8าเด็กคิดได8วDา 8+7=15 จะคิด ย8อนกลับได8วDา
15-8 =7 หรือ 15–7 = 8 เปนV ต8น

ตามคำแนะนำหรือการอบรมชี้แนะจากผู8รู8หรือผู8สอน ความเข8าใจในการสื่อสารทางการฟ$ง
การพูด การอDาน และการเขียน มีประสิทธิมากขึ้น ทำให8กระบวนการเรียนรู8เปVนไปอยDางรวดเร็วและก8าว
กระโดด สำหรับเด็กที่ได8รับการสDงเสริมพัฒนาทักษะทางดนตรีอยDางตDอเนื่อง ก็จะสามารถเลDนแสดงเดี่ยวดนตรี
บนเวทีตDอหน8าสาธารณชนได8 สามารถเลDนดนตรีรDวมวงกับผู8อื่นได8ด8วยความมั่นใจและมีความเปVนตัวของตัวเอง
อยDางนDาทึ่ง กิจกรรมทางดนตรีตDาง ๆ เหลDานี้จะคDอย ๆ สั่งสมเพิ่มพูนความมั่นใจและสDงเสริมให8เด็กมีความ
มุDงม่ัน ตั้งใจและมีสมาธิกับสิ่งที่ทำตลอดจนมีความภาคภูมิใจใน ศักยภาพของตัวเอง ตลอดจนสร8างเสริม
บคุ ลิกภาพทดี่ ีและมีศรัทธาตอD กระบวนการพฒั นาทางเชาวนปM ญ$ ญาโดยใชก8 จิ กรรมทางดนตรีเปนV ตวั ชวD ย

ขั้นที่ 4 ขั้นการคิดแบบมีเหตุผลเชิงนามธรรม (formal operational stage) อายุตั้งแตD 11 ปÇ
จนถึงวัยผู8ใหญD ในระยะนี้จะเปVนขั้นที่พัฒนาการทางสติป$ญญาจะถึงจุดสูงสุด กลDาวคือ เด็กจะเริ่มคิดได8แบบ
ผู8ใหญD สามารถเข8าใจสิ่งที่เปVนนามธรรมได8 คิดตั้งสมมติฐานและสร8างทฤษฎีแบบ นักวิทยาศาสตรMได8เปVนตัวของตัวเอง
ต8องการความเปVนอิสระ ไมDยึดตนเองเปVนศูนยMกลาง รู8จักการใช8 เหตุผลของตนในการทำความเข8าใจและตัดสิน
สงิ่ ตาD ง ๆ และคดิ ย8อนกลบั ไปมาได8อยาD งมีประสิทธิภาพ (สนุ สิ า วงศMอารยี M, 2559)

สำหรับกิจกรรมเรียนรู8ทางดนตรีที่สอดคล8องกับการพัฒนาดังกลDาวคือ การสนับสนุนให8เด็กกล8า
ที่จะตั้งเปÖาหมายเพื่อเปVนการท8าทายให8เกิดความพยายามที่จะทำให8สำเร็จ สDงเสริมให8เด็กได8มีโอกาสสัมผัส
กับประสบการณMแปลกใหมD เข8ารDวมกิจกรรมการแขDงขันเชิงความสามารถตDาง ๆ เข8ารDวมการฝàกอบรมพัฒนา
ศักยภาพในการแสดงเครื่องดนตรีที่ตัวเองถนัดกับผู8เชี่ยวชาญเฉพาะเครื่องเฉพาะด8าน การนำเสนอผลงาน
การแสดงที่ตัวเองมีสDวนรDวมในการคิดเชิงสร8างสรรคM ซึ่งเด็กในวัยนี้เปVนวัยที่มีพลังและศักยภาพ เพียงแตDต8องการ
แรงบันดาลใจ การกระตุ8น การสDงเสริมจากครอบครัว บุคคลใกล8ชิด ครู อาจารยM เพื่อน และคนในสังคม ที่รDวมกัน
ให8โอกาสและเปVนกำลังใจ พร8อมทั้งชDวยสนับสนุนกระบวนการพัฒนาทางเชาวนMป$ญญาของเด็กในชDวงวัยอันสำคัญ
ย่งิ นีต้ ามบทบาทหนา8 ท่ีและกำลังความสามารถของแตลD ะฝõายอยDางเตม็ ทแี่ ละสรา8 งสรรคM

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 120 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทสรปุ
การพัฒนาตามลำดับขั้นทั้ง 4 ลำดับของนักจิตวิทยาผู8มีชื่อเสียงระดับโลกอยDาง ฌอง เพียเจตM

(Jean Piaget) เจ8าของทฤษฎี Cognitive Development Theory ตDางจำต8องออกแบบกิจกรรมทางดนตรี
ที่สอดคล8อง เพื่อชDวยสDงเสริมการรับรู8 เรียนรู8 การคิด และการตอบสนองเชิงบวก ตลอดจนการพัฒนาทาง
เชาวนปM ญ$ ญาของเด็กแตลD ะคน

เกิดขึ้นในชDวงระหวDางอายุตั้งแตD 0 – 15 ปÇ หรืออาจจะพูดได8วDาตั้งแตDเปVนทารกแรกเกิดจน
ก8าวเข8าสูDชDวงของการเปVนวัยรุDน เปVนกระบวนการพัฒนาที่ถูกกระตุ8นและสร8างเสริมจากสภาพแวดล8อมรอบตัว
ซึ่งสDงผลตDอการรับรู8 เรียนรู8 และการคิดของมนุษยM โดยเฉพาะอยDางยิ่งกับสิ่งที่มีความคุ8นเคยและสัมผัสรับรู8ได8
ตั้งแตDกDอกำเนิดเปVนชีวิต นั้นก็คือ “เสียง” กระบวนการรับรู8 เรียนรู8 ตDอเสียงของมนุษยMนั้นเริ่มต8นจากเสียงท่ี
เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไปจนถึงเสียงที่ถูกทำให8เกิดขึ้นเพื่อจุดมุDงหมายใดจุดมุDงหมายหนึ่ง ซึ่งในบทความน้ี
จะกลDาวถึงเสียงของเครื่องดนตรีตDาง ๆ ที่สอดแทรกไว8ในกิจกรรมเรียนรู8ทางดนตรี เพื่อเปVนแนวทางใน
การสDงเสริมพัฒนาการรับรู8 เรียนรู8 การคิด การตอบสนอง และพัฒนาการทางเชาวนMป$ญญา ที่สDงผลตDอ
พัฒนาการของวุฒิภาวะทางอารมณM ทางความคิด และพัฒนาการทางสังคมของมนุษยM ทำให8เกิดการพัฒนา
ที่ครอบคลุม ตามองคMประกอบสำคัญของการพัฒนาให8เด็กเติบโตเปVนผู8ใหญDที่มีคุณภาพ คือ ทั้งทางกายภาพ
ทางจิตใจ ทางสติป$ญญา ทางวุฒิภาวะ ทางอารมณM และทางความคิด เพื่อเปVนทรัพยากรมนุษยMที่มีคุณคDา
ของสังคมและเปVนความหวงั ความภาคภูมิใจของครอบครัวและประเทศชาติตอD ไป

บรรณานุกรม

กรมสุขภาพจติ . ม.ป.ท. ค^ูมอื ส^งเสริมพัฒนาการเดก็ แรกเกดิ - 5 ปSสำหรบั ผู>ปกครอง. สืบคน8 จาก
http://www.thaichilddevelopment.com/images/doc/Ebook1.pdf.

กฤษติศักดิ์ พูลสวัสด์ิ และกีรติ คุวสานนทM. 2561. ดนตรีกับพัฒนาการทางเชาวน<ปúญญาของเด็กทารกแรกเกิด
จนถึงวัยประถมศึกษาตอนปลาย. ปทมุ ธานี : มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณM ในพระบรมราชปู ถมั ภM

จริ าภา เตง็ ไตรรตั น.M 2554. จติ วทิ ยาทวั่ ไป. พิมพMครงั้ ท่ี 7. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.M
พรรณี ชูชยั เจนจิต. 2545. จติ วิทยาการเรยี นการสอน. พมิ พคM รงั้ ที่ 5. กรุงเทพฯ: เมธีทปิ สM.
ณรทุ ธM สทุ ธจิตต.M 2541. จิตวิทยาการสอนดนตรี. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณMมหาวิทยาลยั .
สุรางคM โค8วตระกลู . 2559. จิตวทิ ยาการศึกษา. พมิ พคM ร้ังท่ี 12. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณมM หาวทิ ยาลยั .
วิทยา ถฐิ าพันธM. 2553. อยากกระตุ>นให>ลกู ฉลาดต้งั แตอ^ ยใู^ นทอ> ง. สบื คน8 จาก

http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=425

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 121 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การออกแบบเสียงในการแสดงเพลงลูกทง(ุ
The sound design of Look Toong’s performance

นง หงสXพงศX20
Nong Hongpong
หลกั สูตรศกึ ษาศาสตรบัณฑติ (4 ป5) คณะศิลปศึกษา สถาบันบณั ฑติ พัฒนศลิ ป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bundipatnasilpa Institute.

บทคดั ยUอ
การออกแบบเสียงในการแสดงเพลงลูกทุDงมีวัตถุประสงคMในการออกแบบเสียง 1. เสียงที่ถูกขยาย
และจัดกระทําออกมาต8องมีคุณลักษณะของเสียงของเครื่องดนตรีที่ถูกต8อง 2. มีความเหมาะสมตDอรูปแบบการ
แสดง การจัดวางรูปแบบวง ขนาดของเวทีการแสดงและขนาดและลักษณะของหอแสดง 3. เสียงที่ผู8ชม
และผู8ฟ$งได8รับ ฟ$งมีความไพเราะและเกิดความสุนทรียMเมื่อได8รับชมและรับฟ$ง ขอบเขตในการออกแบบเสียง
สําหรับวงดนตรี เพลงลูกทุDงที่มีรูปแบบวงประเภทบิ๊กแบนดM ผลจากการออกแบบเสียงในการแสดงเพลงลูกทDุง
พบวDาเสียงที่ถูกขยายมีความถูกต8องตามคุณลักษณะของเครื่องดนตรีและเสียงร8อง มีความเหมาะสมตDอรูปแบบ
การแสดงเพลงลูกทุDงไทยที่ให8ความสนุกสนานและ ความไพเราะของบทเพลงได8เปVนอยDางดี เสียงถูกออกแบบ
ให8มีความชัดเจนทั้งบนเวทีและในบริเวณของผู8ชม ความไพเราะที่เกิดขึ้นจากการบรรเลงและขับร8องไมDเกิด
ลักษณะของเสียงที่ผิดเพี้ยนหรือเกิดความผิดปกติของ เสียงให8เสียอรรถรสในการรับฟ$งทําให8ผู8ชมและผู8ฟ$ง
มอี ารมณMทร่ี ู8สกึ ถงึ ความสุนทรยี ภาพทางเสยี งไดเ8 ปVนอยาD งดี

คําสําคัญ : การออกแบบเสียง , การแสดง , เพลงลูกทDุง

20 นกั ศึกษาสาขาดนตรศี กึ ษา, หลักสตู รศกึ ษาศาสตรบัณฑิต (4 ป:) คณะศลิ ปศึกษา สถาบนั บัณฑิตพฒั นศิลปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 122 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Abstract
Therefore, the aims of the sound design and management of HRH Princess Maha
Chakri Sirindhorn Look Toong’s vocal competition among Thai higher education institutes are: (1)
The expanded sound has the accurate instrumental characteristic. (2) The expected sound is
suitable for performance style, instruments settings, stage’s size and concert hall dimensions. (3)
The audiences can perceive melodious voice and appreciate aesthetics. Results are instruments
and sound system design plan, which keep both performers and audiences in mind. Since, each
musicians and vocalists could hear every instrumental and vocal voices clearly, their performance
is more effective. Moreover, while the audience could hear every single instrumental sounds
correctly, the harmonious melody arises from the rhythm instrumental sound group management,
followed by the wind instrumental sound group and the vocal sound management.

Keyword : sound design , show , luk thung song

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 123 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนํา
ธรรมชาติของเสียง หากเปรียบเทียบก็คล8าย ๆ กับน้ำเมื่อเราขว8างสิ่งของลงบนพื้นน้ำ พบเห็นได8

วDาน้ำจะ กระจายออกมาเปVนระลอก ๆ ก็เปรียบได8เชDนเดียวกับการเคลื่อนที่ของเสียง สิ่งของที่ขว8างไปเหลDานั้น
เปรียบเสมือน ต8นกําเนิดเสียง จุดที่สิ่งของกระทบพื้นนํ้าเรียกวDา จุดกําเนินเสียง การกระจายตัวของคลื่นในน้ํา
ก็เปรียบเสมือนคลื่นเสียงแตDละลูกคลื่นที่กระจายออกมาเรียกวDาไซเคิล (Cycle) สําหรับความเร็ว
ของการ เคลื่อนที่ของวงคลื่นนับตั้งแตDจุดที่ข8างสิ่งของจนแตกกระจายเปVนวงกว8างเรียกวDาความถี่ ความแรง
ของสิ่งของ ที่ขว8างลงบนผืนนํ้าไมDวDาสิ่งของนั้นมีนํ้าหนักมากหรือน8อยก็สDงผลตDอความสูงตํ่าของคลื่นนํ้าดังนั้นคDา
ความ สูงตํ่าของคลื่นนํ้า เปรียบเสมือนคDาความดังของเสียง เรียกวDา Sound pressure level เรียกยDอ ๆ
วDา SPL โดยมีหนDวยเปVนเดซิเบล (Decibel) สําหรับความสูงตํ่าของรูปคลื่นในทางเสียงเรียกวDา แอมปลิจูด
(Amplitude) (โยธิน ฤทธิพงศชM สู ิทธิ์, 2544, หน8า 15 - 16)

เ ค ร ื ่ อ ง ด น ต ร ี ใ น ป $ จ จ ุ บ ั น ม ี ม า ก ม า ย ห ล า ย ช น ิ ด แ ล ะ เ ป V น ท ี ่ แ น D ชั ด ว D า ย D อ ม ม ี ล ั ก ษ ณ ะ
ของเสียงที่แตกตDางกันออก ผู8ที่จัดกระทํากับเสียงทุกคนควรมีความสามารถในการจดจําจําแนกลักษณะ
คุณภาพเสียงธรรมชาติ ของเครื่องดนตรีให8ได8ทุกชนิดวDามีลักษณะความถี่เปVนอยDางไรเรียกวDา คุณภาพของเสียง
(timbre) สืบเนื่อง โดยตรงตDอการใช8เครื่องมือที่เรียกวDา อีควอไลเซอรM (Equalizer) เพื่อแก8ไขความคุณภาพ
ของเสียงในเครื่อง ดนตรีให8มีความชัดเจนยิ่งขึ้นและใกล8เคียงกับความเปVนจริงมากที่สุด รวมถึงการเลือก
อปุ กรณMไมโครโฟนท่ีมี ความแตกตาD งในเร่อื งของรูปแบบการรบั เสียง เพอ่ื ชวD ยให8เสยี งนน้ั ออกมามีความถูกตอ8 ง
แมนD ยํา และให8 ประสทิ ธิภาพมากทส่ี ดุ

การสะท8อนของเสียงมีผลตDอการจัดกระทําเสียงเพราะการเคลื่อนไหวของเสียงที่เกิดจาก
แหลDงกําเนิด เสียงที่ทําให8เสียงกระจายตัวออก เมื่อเสียงวิ่งชนกับสิ่งกีดขวางตDาง ๆ เสียงเหลDานั้นบางสDวน
สะท8อนกลับมามีผลทําให8สามารถได8ยินเสียงนั้น ๆ ได8หลังจากที่เสียงได8วิ่งผDานอากาศไปกระทบกับวัตถุตDาง ๆ
และสะท8อน ย8อนกลับเข8าหูอีกครั้ง ด8วยเสียงสามารถเดินทางด8วยความเร็วที่ 356 เมตรตDอวินาทีที่อุณหภูมิ 25
ทําให8เกิด ระยะทางในการได8ยินหลังจากจุดกําเนิดเสียงอีกทั้งความแรงของแหลDงกําเนิดเสียงก็มีผลตDอการได8
ยินเสียงของหูอีกด8วย จิตวิทยาการได8ยินเกิดขึ้นจากการได8ยินของมนุษยM ใบหูของมนุษยMทําหน8าที่ดักเสียงที่มา
กระทบเข8าสูDชDองรูหู เพื่อสDงตDอไปยังแก8วหู ที่ทําหน8าเหมือนไดอะแฟรมของไมโครโฟน เมื่อแก8วหู
เกิดการสั่นสะเทือน จะทําให8กระดูกหูสั่นสะเทือนไปด8วย แรงสั่นสะเทือนถูกสDงตDอไปยังคล็อกเคลียซึ่งจะสDงตDอ
แรงส่นั สะเทอื นผาD นเสน8 ประสาทเสียงไปยังสมอง หลังจากนนั้ สมองแปลความหมายของเสียงที่มากระทบวDาคืออะไร

ทักษะในการแยกแยะลักษณะของเสียงตDาง ๆ สามารถเพิ่มได8จากประสบการณMการฟ$งอยDาง
พินิจพิเคราะหMการฟ$งอยDางละเอียดนั่นชDวยเพิ่มการวิเคราะหMเสียงได8ถูกต8องและแมDนยํา ดังเห็นได8จากผู8ท่ี
ทํางาน ด8านเสียงที่มีประสบการณMในการทํางานมาเปVนเวลานาน สามารถแยกแยะและบอกความแตกตDาง
ของลักษณะ เสียงตDาง ๆ ได8 เชDน เสียงแตกพรDา เสียงฮัม เสียงเฟส (Phase) ผิดปกติหมายถึงการเกิดคลื่นเสียง
2 คลื่นที่มี ระยะหDางจากจุดกําเนิดและทิศทางที่แตกตDางกันเชDน มีลักษณะทิศทางเดียวกัน มีลักษณะตรงกัน
ข8ามกันและ มีลักษณะที่เกิดจากจุดกําเนิดหDางกันเพียงเล็กน8อยมีผลตDอเสียงที่ได8ยิน โดยคลื่นเสียงที่มีทิศทาง
เดียวกัน กDอให8เกิดเสียงที่ดังขึ้น ลักษณะคลื่นเสียงที่ตรงข8ามกันทําให8เกิดการหักล8างคDาความดังของเสียง

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 124 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

และลักษณะที่มี จุดกําเนิดไมDเทDากันทําให8เกิดลักษณะของเสียงที่ดังเบา สลับกันไปมา การรับรู8เสียงของมนุษยM
สามารถรับรู8 ความถี่ได8ตั้งแตD 20 Hz-20,000 Hz แตDมีความแตกตDางกันออกไป ตามอายุเมื่อผู8ฟ$งที่มีอายุที่มาก
ขึ้นตั้งแตDวัย กลางคนถึงผู8สูงอายุ ความสามารถในการได8ยินนั้นในชDวงความถี่สูงลดลงอาจอยูDสูงสุด 14,000 Hz
คุณภาพของ เสียง (timbre) เปVนสิ่งสําคัญที่ทําให8สามารถแยกแยะได8วDาเสียงตDาง ๆ เหลDานั้นคือเสียงอะไร
เพราะความหลากหลายของความเสียงที่เกิดขึ้นมาแตDละแบบนั้นเปรียบได8กับลายนิ้วมือของมนุษยM โดยแตDละ
คนมี เอกลักษณMเฉพาะตัวที่บDงบอกถึงคุณลักษณะของเสียงนั้น ๆ เชDน เสียงกลอง เสียงเปÇยโน เสียงนักร8อง
เปVนต8น รูปแบบวงดนตรีในป$จจุบันมีความหลากหลายทั้งวงออรMเครสตรา วงซิมโฟนีออรMเครสตรา วงซิมโฟนิก
วงดนตรี ไทย วงบิ๊กแบนดM วงแชมเบอรM ดังที่ศาสตราจารยM ดร.ณัชชา พันธุMเจริญได8กลDาวไว8วDา ดนตรีแชมเบอรM
นั้น คําวDา “แชมเบอรM” แปลวDา “ห8อง” หมายถึงดนตรีสําหรับแสดงในห8องเปVนดนตรีที่บรรเลงโดยนักดนตรี
3 - 4 คน หรอื มากกวDาน้ันเลก็ นอ8 ย

รูปแบบวงดนตรีลูกทุDงนั้นมีพื้นฐานจากวงบิ๊กแบนดMที่ประกอบด8วยกลุDมเครื่องดนตรีริทท่ึม
กลุDมเครื่อง ดนตรีประเภทเครื่องเปõาโดยแบDงออกเปVนกลุDมเครื่องลมไม8และกลุDมเครื่องทองเหลือง
กลุDมเครื่องดนตรีไทย จากเหตุผลเบื้องต8นนั้นผู8ออกแบบต8องจัดกระทําเสียงของกลุDมเครื่องดนตรีตDาง ๆ
ใหม8 คี วามสมดุลและเกดิ ความเหมาะสมกบั บทเพลงและการแสดงของผบ8ู รรเลงและผ8ูขับร8อง

การออกแบบเสยี ง
4.1 เสียงมีคุณลักษณะของเสียงของเครื่องดนตรีที่ถูกต8อง วงดนตรีที่ใช8ในการแสดงประกอบด8วย
เครื่องดนตรีทใี่ ชก8 ารบรรเลงมดี ังตอD ไปน้ี

4.1.1 กลองชุด องคMประกอบกลองชุด ไฮแฮท กลองสแนรM กลองใหญD กลองทอมเสียงสูง
กลองทอมเสยี งกลาง กลอง ทอมเสยี งตา่ํ ชุดฉาบทองเหลอื ง

4.1.2 กีต8ารMไฟฟÖา องคMประกอบ กีต8ารMไฟฟÖาจําานวน 2 ตัว ตู8แอมปÄกีต8ารMมารMแชล ตู8แอมปÄ
กตี 8ารMเฟนเดอรM

4.1.3 กีต8ารเM บส องคปM ระกอบ กีต8ารเM บสไฟฟาÖ ตู8แอมปเÄ บสไฟฟÖาเฟนเดอรM
4.1.4 คียMบอรMด องคMประกอบ คยี บM อรดM ต8ูแอมปÄคียบM อรMดเฟนเดอรM กลองคองก8า
4.1.5 กลุDมเครื่องเปõาทองเหลือง ทรัมเปVต 3 ตัว ทรอมโบน 3 ตัว 4.1.6 กลุDมเครื่องเปõาลมไม8
อลั โตแซกโซโฟน 2 ตัว
4.1.7 เทนเนอรแM ซกโซโฟน 2 ตัว
4.1.8 กลมDุ เครอื่ งดนตรไี ทย ระนาดเอก ขลDยุ ฉิ่ง ฉาบการจัดรูปแบบวงเปVนไปอยาD งครบสวD นในของ
4.1.9 กลุDมเครื่องดนตรี ประเภทริทึ่ม กลุDมเครื่องเปõาโดยแบDงเปVน เครื่องเปõาทองเหลือง
เครอื่ งเปõาลมไม8 เครอ่ื งประกอบจงั หวะ
4.1.10 กลมDุ เครื่องดนตรีไทย เพ่อื ใหเ8 กดิ เสียงสาํ เนียงไทย
การจัดอุปกรณIไมโครโฟน
เลือกใช8ไมโครโฟนอยDางเหมาะสมกับคุณลักษณะของเครื่องดนตรีโดยเลือกใช8ไมโครโฟน
รุDนสําหรับกลองชุดของยี่ห8อ Shure มาใช8ในการจับเสียงกลองประเภทหนัง ได8แกD กลองสแนรM กลองทอม

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 125 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

สําหรับ กลองใหญDได8เลือกใช8ไมโครโฟนรุDน Beta 91 เปVนไมโครโฟนที่ออกแบบมาเพื่อใช8งานกับกลองใหญD
โดยเฉพาะ เพราะสามารถตอบสนองคDาความถี่ต่ำได8เปVนอยDางดีทําให8คุณลักษณะของเสียงกลองนั้นถูกต8อง
ตามประเภท ของเครื่องดนตรีสําหรับไมโครโฟน Nuemann 184 ได8นํามาใช8ในการจับเสียงของเครื่องตี
ประเภททองเหลือง ไดแ8 กD ไฮแฮท และฉาบ เพอื่ ให8ได8เสียงที่มคี วามสดใสของเครอ่ื งทองเหลอื ง

การจัดอุปกรณMไมโครโฟนสําหรับเสียงกีต8ารMไฟฟÖาเลือกใช8ไมโครโฟนประเภทไดนามิกเพื่อให8ได8
ความถี่ที่ถูกต8อง เนื่องจากเสียงที่ได8จากกีต8ารMไฟฟÖานั้น ได8จากการผDานมาจากตู8แอมปÄไฟฟÖาของกีต8ารM
หากนาํ ไมโครโฟนทไี่ มDเหมาะสมอาจทําให8เกิดเสยี งผิดปกติได8

การจัดอุปกรณMสําหรับเครื่องเปõาได8ออกแบบให8ใช8ไมโครโฟน 1 ตัวสําหรับเครื่องเปõา 1 กลุDม
เพื่อให8เกิดลักษณะของเสียงประเภทเรโซแนนซM หมายถึงมีความกําทอนของเสียงเมื่อบรรเลงพร8อมกัน
ทําให8เกิดความ ไพเราะเพิ่มมากขึ้นและการใช8ไมโครโฟนสําหรับเครื่องบรรเลงดนตรีไทยให8เกิดความชัดเจน
ของเสียงดนตรีไทยเวลาบรรเลงรวD มกบั เครือ่ งดนตรอี ืน่ ๆ

ความเหมาะสมตDอรูปแบบการแสดง รูปแบบวง ขนาดของเวทีการแสดงและลักษณะของ
การแสดง การจัดการแสดงในครั้งนี้ได8จัดขึ้นโดยใช8สถานที่ของโรงมหรศพหลวงศาลาเฉลิมกรุงศาลาเฉลิมกรุง
โรงมหรสพพระราชทานอันพระบาทสมเด็จพระปกเกล8าเจ8าอยูDหัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานให8แกDปวงชน
ชาวไทยในโอกาสฉลองพระนครครบรอบ 150 ปÇ ประกอบกิจการด8านการแสดง ละคร ภาพยนตรM และดนตรี
จนประสบความสําเร็จโดยได8รับการตอบรับอันดีเยี่ยม จากประชาชนทั้งในอดีตจนถึงป$จจุบัน โดยได8รับ
ความรDวมมือจากบุคคลในวงการแสดงทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมมหรสพครบทุกรูปแบบทั้งการแสดง
หน8ามDาน ละคร ภาพยนตรM โขน และดนตรี มีจํานวน 619 ที่นั่ง (ชั้นบน 143 ที่น่ัง ชั้นลDาง 476 ที่นั่ง)
พร8อมสDวน แยกบนชั้นลอยเปVนที่ประทับ ขนาดของเวทีกว8าง 16.50 เมตร ลึก 11.70 เมตร พื้นที่รวม
193.05 ตารางเมตร 91

ด8วยระดับเสียงของเครื่องดนตรีที่มีโดยตัวเองอยูDแล8ว นักผสมเสียงจึงต8องคํานวณความสมดุล
จากเสียงที่เกิดขึ้นจริงบนเวทีและเสียงที่ถูกขยายออกมาจากลําโพงที่ผDานมาทางไมโครโฟน เพื่อให8เสียงที่ผู8ชม
และผู8ฟ$งได8รับฟ$งเสียงที่มีความสมบูรณMที่สุดเทDาที่สามารถทำได8การผสมเสียงต8องเข8าใจคุณลักษณะอยDางลึกซ้ึง
ของนักดนตรีทุกประเภท ผู8ออกแบบมีแนวคิด มุมมอง และใช8จินตนาการบวกกับประสบการณMด8านดนตรี
โดยดึงความโดดเดDนของเครื่องมือตDาง ๆ ออกมาให8ได8มากที่สุดจากการผสมเสียง สามารถจัดกลุDมการทํางาน
ของเสียงได8เปVนอยDางดีโดยเริ่มจากการจัดการเสียงของกลุDมเครื่องริทึ่มให8ได8ความสมบูรณMและความถูกต8องของ
เสียงเปVนอันดับแรกกDอน เมื่อทําการจัดการของเสียงในกลุDมริทึ่มแล8ว ได8เพิ่มเติมในสDวนของกลุDมเครื่องดนตรี
ที่สร8างสีสันของเสียงคือกลุDมเครื่องดนตรีเครื่องเปõาเพื่อให8สีสันของเสียงในบทเพลงมีความนDาสนใจมากข้ึน
เสียงที่มีความโดดเดDนอีกเสียงคือเสียงร8อง การจัดการของเสียงร8องนั้นได8จัดการกับเสียงร8องให8มีความเปVน
ธรรมชาตใิ หม8 ากทีส่ ุดเพราะเสยี งรอ8 งถอื เปVนหวั ใจและเปVนการส่ือสารท่ีสาํ คัญของบทเพลงน่นั เอง

การออกแบบเสียงได8คํานึงถึงคุณภาพของเสียงที่ดีในรูปแบบการแสดงสดที่ต8องมี
การจัดการเสียงของเครื่องดนตรีเปVนจํานวนมากในเวลาเดียวกัน เพื่อไมDให8เกิดความผิดพลาดที่ไมDต8องการขึ้น
ต8องมีการวางแผน เปVนอยDางดีและเลือกใช8อุปกรณMที่เหมะสมกับการจัดการแสดงนั้น ๆ โดยยึดหลักของ

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 126 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ลักษณะเฉพาะของเสียง ในรูปแบบตDาง ๆ เพื่อให8เสียงที่ได8เปVนเสียงที่กลมกลืนตามความต8องการและ
มีความสมบูรณMที่สุด ทําให8บท เพลงที่บรรเลงออกมาเปVนบทเพลงที่สําเร็จออกมาอยDางลงตัว สามารถสื่อสาร
ความรู8สึก อารมณM และมิติของ เสียงในแตDละเครื่องดนตรีให8เข8ากับบทเพลงได8เปVนอยDางดี ดังเชDน
คุณประทีป เจตนากูล ได8กลDาวไว8วDาการจัดการ กับเสียงนั้นเปVนเรื่องรสนิยมที่มีประสบการณMเปVนสDวนชDวยทําให8
การออกแบบเสียงนั้นมีความสมบูรณMแบบตามที่ สมควรเปVนตDอผู8ชมและผู8ฟ$งเหมือนกับคุณโยธิน ฤทธิพงศMชูสิทธM
ได8อธิบายถึงการเข8าใจในลักษณะของเครื่อง ดนตรี ความถี่เสียงลักษณะของเสียงตามธรรมชาติที่ถูกต8อง
ทําใหเ8 กิดความสมบูรณใM นการรับชม และรบั ฟง$ ของผช8ู มได8

บรรณานุกรม
เจน สงสมพนั ธ.M 2542. ระบบเสียงและการมกิ ซ<เสยี ง. กรงุ เทพฯ: สถาบนั อิเลก็ ทรอนิกสM รังสิต.
ประทปี เจตนากลู . 2560. จุด “Sweet Spot” ทนี่ ่งั ทดี่ ที ่สี ุดในการชมคอนเสริ <ต อยท^ู ่ตี รงไหน ?
โยธิน ฤทธิพงศMชูสิทธิ์. 2544. เทคนิคการบันทึกเสียงด8วยตนเอง. ลิขสิทธิ์โดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จํากัด มหาชน

กรุงเทพฯ:
ณชั ชา พนั ธเMุ จริญ พิมพคM รัง้ ที่ 3. 2552. พจนานกุ รม ศัพทMดรุ ิยางคศิลปÄ. กรงุ เทพฯ: สํานกั พิมพเM กศกะรตั .

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 127 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

สรeางความสขุ และพัฒนาเดก็ พิเศษดวe ยดนตรีบำบดั
Create happiness and develop special children with music therapy.

ธารารตั นK ตาตะบุตร21
Thararat Tatabuth

หลกั สูตรศึกษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป)5 คณะศลิ ปศึกษา สถาบันบัณฑิตพฒั นศลิ ป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคดั ยUอ

ในป$จจุบันการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษมีวิธีการที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ การใช8กิจกรรม
ดนตรีบำบัด บทความวิชาการนี้จึงมีจุดประสงคMในการนำเสนอสาระสำคัญเกี่ยวกับสร8างความสุขและพัฒนาเด็ก
พิเศษด8วยดนตรีบำบัดเพื่อศึกษาวิธีสร8างกิจกรรมทางดนตรีที่จะชDวยสDงเสริมพัฒนาการ พฤติกรรม
และความสามารถอื่น ๆ ที่สDงผลตDอการรับรู8และการตอบสนองตามองคMประกอบดนตรีที่เกี่ยวข8องกับการพัฒนา
และสงD เสริมการเรียนรขู8 องนกั เรยี นที่มคี วามต8องการพเิ ศษ

คำสำคญั : ดนตรบี ำบัด, เดก็ พเิ ศษ, กิจกรรมทางดนตรี

Abstract

At present, the development of special children's potential has a variety
of methods. one of them is the use of music therapy activities This academic article therefore
aims to present the essence of creating happiness and developing children with special needs
through music therapy to study how to create music activities that will promote development,
behavior and other abilities that affect perception and Responses based on musical elements
are relevant to the development and promotion of learning for students with special needs.

Keywords : Music Therapy, Special Children, Music Activities

21 นักศึกษาสาขาดนตรศี ึกษา, หลกั สตู รศกึ ษาศาสตรบัณฑติ (4 ป): คณะศิลปศึกษา สถาบันบณั ฑติ พฒั นศลิ ปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 128 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
"เด็กพิเศษ" ในความหมายของวันนี้ คือเด็กที่ต8องการความชDวยเหลือดูแลเปVนพิเศษ ซึ่งวิธีการดูแล

เด็กแตDละกลุDมก็มีความแตกตDางกันไป และจะได8ผลมากน8อยนั้นขึ้นกับวDาเดก็ แตDละคนได8รับการค8นพบเร็วหรือช8า
ด8วย ยิ่งเริ่มต8นดูแล เอาใจใสD แก8ไขข8อบกพรDองตามวิถีทางที่ถูกต8อง เด็กก็จะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมาก
ขึ้น แม8วDาเราจะมีวิธีการชDวยเด็กหลายวิธี แตDหนึ่งในนั้น การใช8เสียงดนตรีเปVนสิ่งที่ชDวยแก8ไขและพัฒนาเด็กพิเศษ
กลุมD อาการตาD ง ๆ ได8ในระดับทีน่ าD พอใจ (สนทนี ศขุ ประเสรฐิ , 2552)

ดนตรี เปVนสื่อภาษาสากลที่ไมDวDาคนชาติไหน ๆ ก็เข8าใจเนื้อดนตรีเดียวกัน เปVนไปในทิศทางเดียวกัน
ดนตรีจึงสามารถใช8สื่อสารได8กับคนทั้งโลก รวมทั้งการนำมารักษาโรคได8กับทุกๆ คน ไมDวDาจะเปVนเด็ก ผู8ใหญD
หรือคนที่ผิดปกติทางอารมณM ตั้งแตDอดีตมาแล8วที่เรารู8จักดนตรีและยังพบวDามีพลังมหาศาลรักษาโรค อยDางคนธิเบต
ก็ใช8วิธีการเคาะระฆัง เคาะชาม และใช8เสียงสวดมนตMในพิธีกรรม เชื่อด8วยวDาจะชDวยปรับสมดุลใจของเรา
คนไทยเราเองก็ใช8การสวดมนตM ที่นอกเหนือจากเรื่องศาสนาแล8ว ก็ยังเปVนคลื่นเสียงที่ชDวยสงบจิตใจเราให8นิ่งข้ึน
นี่คือเหตุผล หากเราได8ฟ$งดนตรีจังหวะผDอนคลาย การทำงานของสมองเราจะตอบสนองตามและรDางกายของเรา
จะเปลี่ยนไป เชDน หายใจเรียบขึ้น หัวใจเต8นช8าลง ความดันเลือกปกติ มDานตาหดลง กล8ามเนื้อก็ไมDตึงเกร็ง
ผลดีเหลDานี้ทำให8เราศึกษาการใช8ดนตรีมาบำบัดความเครียดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังรักษารDางกายที่เจ็บปõวยได8
อกี ด8วย (อญั ญาณี ชยั ชา8 ง, 2565)

ดนตรีได8เข8ามามีบทบาทสำคัญในการศึกษาพิเศษ อยูDด8วยกัน 2 บทบาท คือ 1) บทบาท
ของดนตรีศึกษา (Music Education) โดยมีเปÖาหมายเพื่อให8นักเรียนที่มีความต8องการพิเศษมีความรู8ในเนื้อหา
ทางดนตรีทักษะทางดนตรีและเกิดความซาบซึ้งทางดนตรีและ 2) บทบาทของดนตรีบำบัด (Music Therapy)
มีเปÖาหมายเพื่อใช8กิจกรรมทางดนตรีในการสDงเสริมพัฒนาการ พฤติกรรม และความสามารถอื่น ๆ ที่ไมD
เกี่ยวข8องกับความสามารถทางดนตรีให8แกDนักเรียนที่มีความต8องการพิเศษเพื่อสDงเสริมให8พวกเขา
ประสบความสำเร็จในการศึกษาพิเศษ (นัทธี เชียงชะนาม, 2561)

ด8วยความสำคัญของดนตรีบำบัดในการศึกษาพิเศษ บทความฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงคMเพื่อนำเสนอ
สาระสำคัญเกี่ยวกับสร8างความสุขและพัฒนาเด็กพิเศษด8วยดนตรีบำบัดเพื่อศึกษาวิธีสร8างกิจกรรมทางดนตรีที่จะชDวย
สDงเสริมพัฒนาการ พฤติกรรม และความสามารถอื่น ๆ ที่สDงผลตDอการรับรู8และการตอบสนองตามองคMประกอบ
ดนตรีที่เกย่ี วขอ8 งกบั การพฒั นาและสDงเสริมการเรยี นรู8ของนกั เรยี นท่ีมีความต8องการพิเศษ

ความหมายและ เปาû หมายของดนตรีบำบดั
ดนตรีบำบัด คืออะไร
ดนตรีบำบัด (music therapy) คือ ศาสตรMที่วDาด8วยการนำดนตรี หรือองคMประกอบตDาง ๆ

ทางดนตรี มาประยุกตMใช8เพื่อปรับเปลี่ยน พัฒนา และคงรักษาไว8ซึ่งสุขภาวะของรDางกาย จิตใจ สังคม และภูมิป$ญญา
โดยมีนักดนตรีบำบัดเปVนผู8ดำเนินการเพื่อไปสูDเปÖาหมายที่ตั้งไว8 ซึ่งไมDใชDเปÖาหมายในทางดนตรีศึกษา ผDานกิจกรรม
ทางดนตรีตDาง ๆ อยDางมีรูปแบบโครงสรา8 งท่ชี ดั เจน มีหลกั เกณฑM และระเบียบวธิ ที างวทิ ยาศาสตรM

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 129 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

เปาÖ หมายของดนตรีบำบดั ไมไD ด8เน8นทีท่ ักษะทางดนตรี แตDเน8นในดา8 นพฒั นาการทางรDางกาย จติ ใจ
สงั คม และ ภมู ิปญ$ ญา ข้นึ อยูDกับความจำเปนV ของแตDละคนท่ีมารับการบำบัด สามารถนำไปประยุกตใM ชไ8 ดใ8 นหลายบริบท
ท้งั ท่บี 8าน สถานศึกษา สถานพยาบาล และศนู ยMสขุ ภาพตDาง ๆ (ทวีศกั ดิ์ สริ ิรตั นMเรขา, 2564)

ลักษณะเดนU ของดนตรบี ำบดั
ดนตรีบำบัดมีคุณลักษณะเดDนเฉพาะตัวหลายด8าน ทำให8สามารถประยุกตMใช8ได8ในทุกระดับ

อายุ ทุกความหลากหลายของป$ญหา สามารถกระตุ8นและสDงเสริมพัฒนาการได8ในทุกด8าน ลักษณะเดDน
ของดนตรีบำบดั ไดแ8 กD

1) กระต8ุนการทำงานของสมองได8หลายสDวนและชDวยใหม8 สี มาธิจดจอD ได8ดียง่ิ ขึน้
2) ประยุกตMเข8ากับระดับความสามารถของบุคคลได8งDายและสะท8อนให8เห็นถึงระดับ
ความสามารถดว8 ยเชนD กัน
3) เปVนเสมือนแบบฝกà หดั ทเ่ี ขา8 ใจงDาย แม8จะไมDร8ูภาษากต็ าม
4) เสรมิ สรา8 งการรบั ร8ทู ่มี ีความหมายและมีความสนกุ สนานไปพร8อมกนั
5) เสริมสร8างบริบททางสังคม ให8ความรู8สึกมั่นคงปลอดภัย ให8โครงสร8างหลักเบื้องต8น
ในการส่อื สาร
6) เปVนเคร่ืองมอื ชวD ยจำทม่ี ีประสทิ ธภิ าพ
7) สนับสนุนและเสริมสร8างทกั ษะการเคลอ่ื นไหว
8) สามารถแทรกซึมเขา8 ไปในความทรงจำและอารมณไM ด8
9) เสริมสร8างการตอบสนองตDอข8อมูลปÖอนกลับแบบทันทีและไมDมีกำแพงด8านภาษา
(nonverbal, immediate feedback)
10) มีแนวโน8มที่จะประสบความสำเร็จในการบำบัดได8งDาย เนื่องจากประยุกตMใช8ได8
ทกุ เพศ ทกุ วัย ทุกระดับความสามารถ

รูปแบบของดนตรีบำบัด
ในการทำดนตรีบำบัด ไมDมีกระบวนการและรูปแบบที่ตายตัวแตDจะต8องออกแบบการบำบัดรักษา

ให8เหมาะสมกับแตลD ะบคุ คล มีการวางแผนการบำบัดรายบคุ คล โดยมีขน้ั ตอนหลัก ๆ ดงั นี้
1. การประเมินผูร8 บั การบำบัดรกั ษา
- ศกึ ษาข8อมูลประวตั ิสวD นตัวและประวตั ทิ างการแพทยM
- ประเมนิ ป$ญหาและเปาÖ หมายที่ต8องการบำบดั
- ประเมนิ สขุ ภาวะ ทางรDางกาย จิตใจ อารมณM สังคมและทกั ษะการคิด
- ประเมินความชอบ รสนยิ มของผู8รบั การบำบดั วDาชอบหรอื ไมDชอบดนตรชี นดิ ใด
2. วางแผนการบำบดั รกั ษา
- ออกแบบโปรแกรมทเ่ี หมาะสมเปVนรายบุคคลและรายกลุDม โดยยดึ เปาÖ หมายเปVนสำคญั

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 130 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

- รปู แบบผสมผสาน กระบวนการตาD ง ๆ ทางดนตรี เชนD รอ8 งเพลง แตDงเพลง ประสานเสียง
จนิ ตนาการตามหรอื ลีลาประกอบ เปVนต8น

3. ดำเนนิ การบำบดั รกั ษา
- สรา8 งความสัมพนั ธMระหวDางผูบ8 ำบัดกบั ผู8รบั การบำบดั โดยใช8ดนตรีเปนV ส่ือ
- ทำดนตรบี ำบัดรวD มกบั การบำบดั รักษารูปแบบอื่น ๆ แบบบูรณาการ

4. ประเมนิ ผลการบำบัดรกั ษา
- ประเมนิ ผลอยDางตอD เนือ่ งและปรบั แผนการบำบดั ใหเ8 หมาะสม

แนวปฏบิ ตั ิในการจัดกิจกรรมกลUมุ ดนตรีบำบัดสำกรบั เดก็ พเิ ศษ
1. กลDุมกจิ กรรมดนตรีบำบดั ควรมขี นาด 3 - 10 คน ผู8บำบดั ควรมีอยาD งนอ8 ย 2 คน
2. เด็กที่เข8ากลุDมดนตรีบำบัดต8องมีความชอบในเสียงดนตรี กDอนเข8ากิจกรรมดนตรีบำบัด

ต8องประเมนิ ป$ญหาและวางเปาÖ หมายในการบำบดั ทุกครั้ง
3. ลักษณะของกลุDมเด็กจะแบDงตามป$ญหาที่ประเมินไว8 เด็กในกลุDมควรมีลักษณะป$ญหาและระดับ

ความสามารถท่ใี กล8เคียงกนั
4. ควรสงั เกตพฤติกรรมการรับรแ8ู ละตอบสนององคMประกอบของดนตรขี องเด็กแตลD ะคนวDา มีลกั ษณะ

ตDอต8านหรือยอมรับ เนื่องจากเด็กมีประสบการณMเดิมทางด8านการได8ยิน การฟ$งเสียงทั่วไป เสียงดนตรี และบทเพลง
แล8วตอบสนองที่เปVนไปในทางลบหรือบวกแตกตDางกัน เมื่อสังเกตพบแล8วต8องพยายามจัดกิจกรรม
ทเี่ ปนV การเสรมิ แรงในทางบวกอยDางคDอยเปนV คอD ยไป

5. สถานที่ในการจัดกิจกรรมดนตรีบำบัด ควรมีบรรยากาศที่เด็กรู8สึกปลอดภัยและมีอิสระ
ในการแสดงออกปราศจากความเข8มงวดในเรือ่ งระเบยี บวินยั ตDาง ๆ

6. เครื่องดนตรีควรมีคุณสมบัติที่สามารถเน8นจังหวะได8อยDางชัดเจน ได8แกD เครื่องตีกระทบตDาง ๆ
เชDน ฉาบ กรับ แทมบูรีน กลองบองโก ระฆัง ไชมMบารM ระนาด เครื่องเปõา ควรใช8ปǵหรือแตรที่ไมDต8องใช8น้ิว
ในการเปลี่ยนระดับเสียง เปVนต8น เครื่องดนตรีควรมีความหลากหลาย มีคุณภาพ และปลอดภัย โดยเปzดโอกาส
ใหเ8 ดก็ ได8เลอื กเครื่องดนตรีตามความพอใจในการบำบัด

7. ดนตรีบำบัดไมDได8เน8นที่ทักษะทางดนตรีแตDเน8นในด8านพัฒนาการทางรDางกาย จิตใจ อารมณM สังคม
ขึ้นอยูDกับความจำเปVนของแตDละบุคคลที่มารับการบำบัด โดยผู8บำบัดจะต8องกำหนดป$ญหาและเปÖาหมายในการบำบัดไว8
อยDางชัดเจน

8. บทเพลงที่ใช8ประกอบกิจกรรมดนตรีบำบัด ควรมีความหลากหลายด8านองคMประกอบของดนตรี
ที่ตอบสนองอารมณMตDาง ๆ ได8เปVนอยDางดี บทเพลงแตDละเพลงที่นำมาใช8ควรทบทวนซ้ำหลาย ๆ ครั้ง เพื่อให8เด็กจำได8
ลดปญ$ หาความยงุD ยากในเรือ่ งความหมายของคำรอ8 งและการรบั รทู8 ำนองเพลงลงไป

9. ผู8ปกครองสามารถมีสDวนรDวมในการทำกิจกรรมดนตรีบำบัดได8 เพราะนอกจากผู8ปกครองจะมีสDวน
ชDวยในการกระตน8ุ ใหเ8 ดก็ ทำกจิ กรรมแล8วยังชวD ยสรา8 งสมั พนั ธภาพระหวาD งเด็กกับผ8ูปกครองใหด8 ขี นึ้ ด8วย

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 131 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

10.ระยะเวลาในการทำกลุDมแตDละครั้งประมาณ 30 - 45 นาที สDวนความถี่ในการทำกลุDมขึ้นอยูDกับป$ญหา
และความพร8อมของเด็ก

วธิ กี ารทางดนตรบี ำบัด
1. Improvisational Music Therapy (IMP) คือ รูปแบบของดนตรีเชิงปฏิภาณ (ด8นสด)

ซึ่งมักจะรวมเอาวิธีการของ Nordoff - Robbins, Clinical Orff Schulwerk หรือรูปแบบการด8นสดด8วย
วิธีการอื่น ๆ ปรัชญาพื้นฐานของวิธีการนี้ คือ เทคนิคการค8นหาความคิดที่อยูDภายในจิตใจของผู8รบั การบำบัด
จากการตอบสนองทางดนตรี การบำบัดเกิดจากการยอมรับและความรDวมมือของผู8รับการบำบัด นักดนตรี
บำบัดจะมีบทบาทในการสนับสนุน และสร8างสรรคMดนตรีให8เปVนสภาพแวดล8อมทางอารมณM ซึ่งสอดคล8อง
และสDงเสริมการตอบสนองทางอารมณMของ ผู8รับการบำบัด วิธีการนี้จะจัดเตรียมประสบการณMทางด8านสังคม
การสื่อความหมาย และการแสดงออกทางความรู8สึกและอารมณMภายในกลุDมของผู8ที่เกี่ยวข8อง เครื่องดนตรีที่ใช8
สำหรับผู8รับการบำบัดจะเปVนประเภทเครื่องทำจังหวะและเครื่องดนตรีของ Orff นอกจากนี้ยังสามารถบูรณา
การการเคลื่อนไหวรDางกาย การพูดและนาฏการมาใชก8 ับวธิ กี ารนีด้ 8วย

2. Singing and Discussions คือ รูปแบบดนตรีบำบัดที่สามารถนำไปใช8กับผู8ปõวยทางจิตกลุDม
วัยรุDนรวมทั้งผู8ใหญD ดนตรีจะใช8กระตุ8นการสนองตอบตDอสDวนที่เปVนคำร8องของบทเพลงของผู8รับการบำบัด
หรือบางครั้งใช8สDงเสริมการแสดงออกทางความคิดและความร8ูสึกที่มีตDอบทเพลง ลักษณะการบำบัดโดยปกติ
นักดนตรีบำบัดจะร8องเพลงที่คุ8นเคยให8กลุDมผู8รับการบำบัดฟ$งหลาย ๆ เพลงแล8วนำการอภิปรายในเรื่องที่
สัมพันธMกับทำนองเพลง เมื่อผู8รับการบำบัดแตDละคนแสดงออกและรDวมอภิปรายตามความคิด ความรู8สึก
และความคิดเห็น นักดนตรีบำบัดจะประพันธMเพลงแบบด8นสดโดยใช8ข8อความที่ผู8รับการบำบัดมาเปVนคำร8อง
ของบทเพลงและเปVนการนำเสนอในทางบวกตDอกลุDมผู8รับการบำบัด ซึ่งเขาเหลDานั้นแตDละคนอาจจะมีสDวนรDวม
ในการแสดงออกถงึ ความรู8สึกและ อารมณตM ามความต8องการของตน

3. Guided Imagery and Music (GIM) เปVนเทคนิควิธีการแสดงออกตDอการรับรู8ทางการฟ$ง
เพลงประเภทคลาสสิก เพื่อการผDอนคลายทั้งทางรDางกายและจิตใจและสDงเสริมการจินตนาการด8วย
การแสดงออกสDวนตัวโดยความชDวยเหลือของนักดนตรีบำบัด วิธีการนี้ไมDได8เน8นในการบำบัดผู8ปõวยที่มีอาการ
ของโรค แตDมุDงให8ผู8รับการบำบัดสำรวจความรู8สึก ตระหนักภายในจิตใจของตนจากความเชื่อที่วDาทุกคนสามารถ
เข8าใจป$ญหาของตนเอง และสามารถที่จะแก8ป$ญหาของตนเองได8 ซึ่งวิธีนี้เปVนพื้นฐานของการบำบัดตนเอง
ของมนุษยM

4. Clinical Orff Schulwerk วิธีการนี้นำมาจากหลักสูตรดนตรีศึกษาของเยอรมันซ่ึงออกแบบ
โดย Carl Orff และได8นำไปใช8บำบัดอาการผิดปกติทางจิตและโรคออทิซึมของเด็กในประเทศสหรัฐอเมริกา
อยDางแพรDหลาย เปVนวิธีการที่ชDวยเหลือเด็กเหลDานี้ได8อยDางมีประสิทธิภาพเด็กจะมีความรู8เบื้องต8นเกี่ยวกับ
จังหวะระเบียบวิธีและ การปฏิบัติดนตรีที่มีลักษณะซ้ำ ๆ กันกระบวนการโดยรวมจะใช8การเคลื่อนไหวรDางกาย
ลีลาจังหวะ เสียงดนตรี ภาษา และการแสดงอารมณMทางดนตรีเปVนประสบการณMของกลุDมผู8รับการบำบัด
เพลงที่ใช8จะเปVนเพลงที่นำมาจากบทสวดงDาย ๆ เพลงรอนโด (Rondo) บทกวี ข8อความที่ไมDเน8นความหมาย

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 132 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

และการบรรเลงทำนองซ้ำ ๆ (Ostinati) เพลงทุกเพลงจะอยูDในบันไดเสียงเพนตาโทนิก (Pentatonic Scale)
เพลงในรูปแบบรอนโด (Rondo Form) จะถูกนำมาใช8มากเปVนพิเศษเพราะเปzดโอกาสผู8รับการบำบัดได8ทำซ้ำ
ๆ ผสมกลมกลืนไปกับแนวทำนอง รวมทั้งสามารถที่จะตอบสนองตDอบทเพลงโดยการสร8างสรรคMด8วยตนเอง
เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีกระทบจะถูกออกแบบเปVนพิเศษสำหรับเด็กผิดปกติทุกลักษณะ กิจกรรมดนตรี
ทุกอยDางจะถูกสอนในลักษณะที่เปVนรูปธรรมและมีวิธีการที่เปVน ไปตามลำดับ การเรียนรู8ของเด็ก
จะมีประสิทธิภาพโดยการมีต8นแบบ (Modeling) เพื่อให8เด็กทำตามอยDาง (Imitation) ในการปฏิบัติกิจกรรม
ดนตรี รวมทั้งแบบอยDางทางพฤติกรรมที่เหมาะสมอื่น ๆ และเสริมแรงด8วย เทคนิคการปรับพฤติกรรมในกลุDม
ของนักเรียนออทิสติกจะมุDงความสำคัญไปที่พัฒนาการ ด8านภาษาโดยใช8สัญลักษณMตDาง ๆ (Sign Language)
สDงเสริมการพูด การใช8ภาษา วิธีการของ Orff จะครอบคลุมในเรื่องของการแสดงออกทางกาย
จากการจินตนาการของตน ความตระหนักในคุณคDาของรDางกาย (Body Awareness) กลไกการทำงาน
ของอวัยวะตDาง ๆ การรับรู8ทางภาษา การสร8างสัมพันธภาพที่เหมาะสม การรู8บทบาทหน8าที่ของตนและ การอยูD
รDวมกบั บคุ คลอนื่

กิจกรรมดนตรบี ำบดั
ในดนตรีบำบัดเราสามารถนำกิจกรรมดนตรีหลาย ๆ ประเภทมาใช8ประกอบกัน ไมDวDาจะเปVน

กิจกรรมการร8องเพลง เลDนเครื่องดนตรี การเคลื่อนไหว การฟ$งเพลง หรือแม8แตDการแตDงเพลง ทั้งนี้การเลือกใช8
ขึ้นอยูDกับวัตถุประสงคM สถานการณMที่เกิดขึ้นในแตDละชDวงเวลา นักดนตรีบำบัดจะเลือกใช8กิจกรรมและลักษณะ
ของดนตรีให8เหมาะสมสอดคล8องกับกิจกรรม อารมณM ความรู8สึก และให8เปVนไปในเชิงตอบสนอง สนับสนุน
หรอื เพอ่ื การสอ่ื สาร

กิจกรรมการรKองเพลง เปVนกิจกรรมที่ใช8เสียงซึ่งเปVนเครื่องดนตรีที่มีอยูDในตัวของแตDละคน
จะชวD ยกระตุ8นใหเ8 กดิ อารมณM การเคลือ่ นไหว ชDวยสงD เสรมิ พฒั นาการทางการสอื่ สารและการใชภ8 าษา

กิจกรรมการเลUนเครื่องดนตรี เปVนกิจกรรมที่บุคคลทุกวัย ทุกระดับความสามารถ
สามารถกระทำได8เด็กออทิสติกสามารถมีสDวนรDวมในกิจกรรมนี้ได8 โดยการเลDนเครื่องประกอบจังหวะที่พวกเขา
สามารถจับหรือถือได8การเลDนเครื่องดนตรีจะชDวยให8เกิดความรู8สึกของการมีสDวนรDวมในกิจกรรมดนตรี และยัง
เปVนการให8โอกาสแกDผู8ที่เลDนได8สื่อสารกันในรูปแบบของดนตรี การแสดงออกด8านตDาง ๆ ไมDวDาจะเปVนทางด8าน
อารมณM ความรู8สึกและความคิดสร8างสรรคM นอกจากนี้ยังชDวยให8เกิดความสนุกสนาน ผDอนคลาย และยังชDวย
สงD เสรมิ พัฒนาการทางสังคมและเกิดความม่ันใจในตนเอง

กิจกรรมดนตรีกับการเคลื่อนไหว นอกจากจะหมายถึงการเคลื่อนไหวหรือการแสดงทDาทาง
ประกอบเพลงยังรวมไปถึงการเคลื่อนไหวในขณะเลDนเครื่องดนตรีด8วย ดนตรีและการเคลื่อนไหวสามารถใช8แสดง
ความรู8สึกและกระตุ8นการรับรู8ทางการเคลื่อนไหวของรDางกาย ชDวยให8เกิดการตระหนักในสDวนตDาง ๆ ของรDางกาย
รู8ถึงขอบเขตและจินตภาพทางการเคลื่อนไหวของรDางกาย ชDวยเรื่องการทรงตัวและการประสานการทำงาน
ของกล8ามเนื้อกับอวัยวะสDวนตDาง ๆ นอกจากนี้ยังชDวยสDงเสริมทักษะทางการฟ$ง ความเข8าใจภาษา ความคิด
สรา8 งสรรคMและจินตนาการ

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 133 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทสรปุ
กิจกรรมทางดนตรีที่จะชDวยสDงเสริมพัฒนาการ พฤติกรรม และความสามารถอื่น ๆ ที่สDงผลตDอ

การรับรู8และการตอบสนองตามองคMประกอบดนตรีท่ีเกี่ยวข8องกับการพัฒนาและสDงเสริมการเรียนรู8ของนักเรียนที่
มีความต8องการพิเศษนั้น มีหลากหลายวิธีขึ้นอยูDกับเปÖาหมายที่ต8องการในการบำบัดและเด็กกลุDมเปÖาหมายท่ี
นำมาบำบัดเด็กบางคนยังพูดไมDได8 แตDสามารถฮัมเพลง หรือร8องเพลงได8ตามที่เคยได8ยินมา จึงมีการนำดนตรี
บำบัดมาชDวยเสริมในการกระตุ8นการพูดและการสื่อสารได8 การใช8กิจกรรมดนตรีบำบัดนั้นยังชDวยสร8าง
สภาพแวดล8อมที่สDงเสริมพัฒนาการทางการสื่อความหมายและปฏิสัมพันธMทางสังคม เปVนการพัฒนาศักยภาพ
ของเดก็ ใหส8 ามารถดำเนนิ ชีวิตรDวมกับผูอ8 ื่นในสงั คมไดอ8 ยDางมคี ณุ ภาพและมคี วามสขุ

บรรณานุกรม
ชตุ วิ รรณ แก8วไสยและเบญจวรรณ รัญเสวะ. 2554. คม^ู อื ดนตรบี ำบดั ในเดก็ บกพร^องทางพัฒนาการและ

สติปúญญาสำหรบั บคุ ลากร. พมิ พMครง้ั ที่ 1. กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั บยี อนดM พบั ลสิ ช่งิ จำกดั .
เทพิกา รอดสการ. 2558. ดนตรีไทย สู^กระบวนการบำบัดเด็กที่มีความบกพร^องทางสติปúญญา. สืบค8นจาก

https://opacj.bsru.ac.th/cgi-bin/koha/opac-detail.pl?biblionumber=6148
ทวีศกั ดิ์ สริ ิรตั นMเรขา. 2564. ดนตรบี ำบดั . สบื คน8 จาก

https://happyhomeclinic.com/a06-musictherapy.htm
นัทธี เชยี งชะนา. 2561. บทบาทของดนตรบี ำบดั ในการศกึ ษาพิเศษ. สืบคน8 จาก

file:///C:/Users/bom64/Downloads/cujournaledupongo,+%23%23default.groups.
name.manager%23%23,+12_Natee.pdf
โรงพยาบาลรามคำแหง. 2565. กิจกรรมบำบัด กบั การพฒั นาการเดก็ พเิ ศษ. สืบค8นจาก
https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2027
วญิ ู ทรัพยะประภา. 2552. ดนตรีบำบดั สำหรบั นักเรยี นออทสิ ตกิ . สบื คน8 จาก
http://158.108.70.5/special/t_t2_7.html
สนทนี ศุขประเสรฐิ . 3 สิงหาคม 2565. ดนตรีและศิลปะ สร>างความสุขและพฒั นา "เด็กพเิ ศษ" ได>. สบื ค8นจาก
https://www.doctor.or.th/article/detail/
อญั ญาณี ชัยช8าง. 2565. การจัดการกิจกรรมดนตรีบำบดั สำหรับเด็ก เดก็ ออทสิ ตกิ และเดก็ ทีม่ ีความตอ> งการ
จำเปนr พิเศษ. สบื คน8 จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jcr/article/

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 134 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

หลกั การการจดั กจิ กรรมการเคล่ือนไหวสำหรบั เด็กปฐมวยั
Principles of organizing movement activities for early childhood

บณั ฑติ า สมบุญลาภ22
Banthita Somboonlap
หลักสูตรศึกษาศาสตรXบัณฑิต (4 ป)5 คณะศิลปศึกษา สถาบนั บัณฑติ พัฒนศิลป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bundipatnasilpa Institute

บทคดั ยUอ

บทความวิชาการนี้มีจุดประสงคMเพื่อศึกษาหลักการจัดการการเคลื่อไหวสำหรับเด็กปฐมวัย
เพื่อเสริมพัฒนาการให8ถูกต8องตามชDวงวัยรวมถึงการเตรียมความพร8อมทักษะทางรDางกาย อารมณM สังคม
สติป$ญญา จัดประสบการณMการสอนดนตรีและกิจกรรมเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัยได8เรียนรู8อยDางเหมาะสม
กับระดับพัฒนาการของเด็กด8วย ในการเลDนเกมประกอบเพลง ดนตรี การเคลื่อนไหวตามจังหวะ ช8า-เร็ว
การให8เด็กคิดทDาทางด8วยตนเองจะชDวยให8เด็กก8าวไปสูDการพัฒนาการด8านสติป$ญญา ความคิดสร8างสรรคM
และการแสดงออกอยDางมั่นใจได8ลงมือทำ ดังนั้นการเคลื่อนไหว ประกอบทDาทางกับเสียงดนตรี จึงเปVนกิจกรรม
ทเ่ี ดก็ ไดป8 ฏิบตั ิและเปนV รปู แบบของการเคลอื่ นไหวแบบงาD ย ๆ ซงึ่ จะทำให8เด็กสนกุ สนานและเกดิ การเรยี นร8ู

คำสำคญั : หลักการการจดั กจิ กรรม, การเคลือ่ นไหวสำหรบั เด็กปฐมวัย

Abstract

This academic paper aims to study the principles of sway management for early
childhood to enhance developmental maturity as well as to prepare physical skills.
Emotionally, socially intellectually, to provide music teaching experiences and movement
activities for early childhood children to learn appropriately to the child's developmental
level. Playing music music, rhythmic movements, slow-fast, having the child think
for themselves can help them move towards intellectual development. Therefore,
movement, coupled with gestures and music, is an activity that children practice and is a form
of simple movement that will make them fun and learn.

Keywords : Principles of organizing, movement activities for early childhood

22 นักศกึ ษาสาขาดนตรีศึกษา, หลกั สูตรศึกษาศาสตรบณั ฑิต (4 ป:) คณะศลิ ปศึกษา สถาบนั บัณฑติ พัฒนศลิ ปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 135 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ

การพัฒนาทุกด8านอยDางสมดุลนั้น ต8องเริ่มพัฒนาตั้งแตDแรกเกิดถึง 5 ปÇ เพราะเปVนวัยที่รDางกาย
และสมองของเด็กกำลังเจริญเติบโต เด็กต8องการความรักความเอาใจใสDดูแลอยDางใกล8ชิด เด็กวัยนี้มีโอกาส
เรียนรู8บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการสDงเสริมกระบวนการเรียนรู8ที่สนองตDอธรรมชาติและพัฒนาการตาม
ศักยภาพใต8บริบทสังคม-วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยูD เพื่อสร8างรากฐานคุณภาพชีวิตให8เด็กพัฒนาไปสูDความเปVน
มนุษยMที่สมบูรณMเกิดคุณคDาตDอตนเองและสังคม (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2547: 5)
เด็กวัย 3 - 6 ปÇ เปVนวัยที่ เรียนรู8เกี่ยวกับการอยูDรDวมกับผู8อื่นและจากสิ่งรอบตัว เด็กวัยนี้จึงชอบเลDนเปVนกลุDม
มากกวDาเลDนคนเดียว ต8องการตัวแบบด8านสังคมและจริยธรรมเพื่อเปVนสมาชิกที่ดีของสังคม ดังนั้นจึงควร
สDงเสริมให8เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม เพื่อชDวยให8เด็กมีพัฒนาการสามารถปรับตัว
เข8ากบั สงั คมและอยูรD วD มกบั ผู8อ่นื ได8อยDางมคี วามสุขในอนาคต

การพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อให8เกิดทักษะการเรียนรู8ในรูปแบบของกิจกรรมตDาง ๆ ที่เด็กสามารถ
ทำรDวมกันเปVนกลุDม เพื่อให8เด็กเกิดทักษะทางสังคม เชDน การเลDน เกม กิจกรรมศิลปะ กิจกรรมการประกอบ
อาหาร กิจกรรมการเคลื่อนไหว เปVนต8น เด็กจะเรียนรู8สิ่งตDาง ๆ โดยการการเลDน การทดลองปฏิบัติจริง
นอกจากจะทำให8เด็กได8รับความสนุกสนานแล8ว ยังทำให8เด็กได8เรียนรู8เกี่ยวกับตนเองและผู8อื่น ตลอดจน
สิ่งแวดล8อมที่อยูDรอบตัวเด็ก รวมทั้งเปVนการสDงเสริม พัฒนาการของเด็กทั้งทางด8านรDางกาย อารมณM สังคม
และสติป$ญญา

การจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวให8กับเด็กปฐมวัยนั้นสDวนมากครูผู8สอนจะเน8นให8เด็กได8เคลื่อนไหว
รDางกายอยDางอิสระ โดยใช8เครื่องเคาะจังหวะในการปฏิบัติตามคำสั่ง การปฏิบัติตามข8อตกลงการเปVนผู8นำ
ผู8ตาม และการนำเนื้อหาเข8ามาสัมพันธMโดยใช8บทเพลงหรือคำคล8องจองและจังหวะทำนองให8เด็กได8บริหาร
รDางกายเทDานั้น แตDการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐานแบบกลุDมยังเปVนอีกหนึ่งกิจกรรม ที่สามารถเอื้อตDอ
การพัฒนาทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยได8อยDางสอดคล8องและเหมาะสมกับวัย ดังนั้นการจัดกิจกรรม
การเคลื่อนไหวพื้นฐานแบบกลุDมให8กับเด็กปฐมวัย จึงเปVนอีกแนวทางหนึ่งที่ครูผู8สอน สามารถสDงเสริม
และพัฒนาทักษะทางสังคมเข8าไปในกิจกรรม ในขณะที่เด็กปฐมวัยทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐานแบบกลDุม
เพอื่ ให8เด็กปฐมวยั เกดิ พฤติกรรม การชวD ยเหลือ การใหค8 วามรDวมมอื การเปVนผูน8 ำ ผตู8 ามท่ีดี และการกล8าแสดงออก

หลกั การจดั กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหวพืน้ ฐาน
พวงทอง ไสยวรรณM (2530: 65) ได8เสนอเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหววDาควรได8

กระจายอยูDภายในห8องและการเคลอ่ื นไหวเปVนไปตามธรรมชาติของเด็ก
1. ควรเริ่มการเคลื่อนไหวที่เปVนอิสระไมDควรมีระเบียบวิธีการที่ยุDงยากนัก เชDน ให8เด็กได8

กระจายอยูDภายในห8องและการเคลอื่ นไหวเปVนไปตามธรรมชาติของเดก็
2. ครูควรให8เด็กได8แสดงออกอยDางอิสระและเปVนไปด8วยความนึกคิดของเด็กเองซึ่งจะ

เปนV การสDงเสรมิ ใหเ8 ด็กมีความคิดรเิ รมิ่ สร8างสรรคM

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 136 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

3. พยายามใช8สิ่งของที่อยูDใกล8ตัวเด็กเศษวัสดุตDางๆ เชDน หนังสือพิมพM เศษผ8า เศษเชือก
ทDอนไมเ8 มล็ดพืชมาเปVนอปุ กรณใM นการเคลอ่ื นไหว

4. ครูกำหนดสัญญาณนัดหมายในการเคลื่อนไหวตDาง ๆ หรือเมื่อเปลี่ยนทDาหรือหยุดให8เด็กได8
ทราบเมือ่ ทำกิจกรรมทุกครัง้

5. ควรสร8างบรรยากาศอยDางอิสระในห8องที่จัดกิจกรรม จะชDวยให8ผู8เรียนรู8สึกอบอุDน
เพลิดเพลิน

6. ครูไมDควรบังคับเด็กในการเข8ารDวมกิจกรรม เด็กที่ไมDเข8ารDวมกิจกรรมจะคDอย ๆ เข8ามารDวม
กิจกรรมเอง

7. หลังจากที่เด็กได8ทำกิจกรรมออกกำลังกายเคลื่อนไหวรDางกายแล8ว สิ่งสำคัญที่เด็กได8
เรียนรู8อีกอยDางหนึ่งคือ การพักผDอนหลังจากออกกำลังกายครูอาจให8เด็กนอนเลDนภายในห8องโดยไมDต8อง
เคลอื่ นไหวช่ัวครูD หรือ ให8เด็กเลDนสมมตเิ ปนV ตุØกตา ครอู าจเปVนจังหวะชา8 ๆ ทสี่ รา8 งความร8ูสกึ ให8เดก็ อยDางพักผอD น

8. ครูต8องเตรียมจัดบทเรียนทุกครั้งให8เปVนที่นDาสนใจ เกิดความสนุกสนานและทำกิจกรรมน้ี
ทุกวัน วันละ 15-20 นาที

กุลยา ตันติผลาชีวะ (2547: 114-115) ได8ให8ข8อเสนอแนะหลักการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหว
สำหรับเด็กปฐมวัยไว8ดังนี้

1. กิจกรรมที่ครูให8เด็กกระทำต8องมีลักษณะสร8างสรรคMมากที่สุดแม8แตDจะเปVนกิจกรรมการ
เคลอื่ นไหวอยกDู ับที่

2. กิจกรรมควรเริ่มต8นจากการเคลื่อนไหวรDางกาย โดยสDวนรวมกDอนแล8วจึงไปสDวนแขน
ขา ในขณะเดยี วกันครูต8องสังเกตและสรา8 งความเชอื่ มนั่ ใหก8 ับเดก็ เรียนร8ูราD งกายและการเคลือ่ นไหว ของตนเอง

3. ทDาทางของการเคลื่อนไหวต8องไมDยุDงยากให8กับเด็กเพื่อสร8างความมั่นใจให8กับเด็กแตDต8อง
มีความหมายสำหรบั เดก็ ในการเรยี นร8ู โดยเฉพาะการพัฒนาและการสร8างสรรคM

4. มีบริเวณและพื้นที่สำหรับเด็ก เพื่อให8เด็กมีความคลDองตัวในการเคลื่อนไหวรDางกายทั้งอยูD
กับที่และเคลื่อนท่ี เพื่อเด็กจะได8เรียนรู8พื้นที่รอบ ๆ ตัว รู8จักบริเวณรอบตัวบริเวณรอบข8าง การเคลื่อนไหวสอน
ให8เด็กเรียนรู8พื้นที่ (Space) สิ่งที่ครูควรสอนไมDใชDสั่งให8เด็กยืน ณ ตำแหนDงที่ครูกำหนด แตDการเรียนรู8พื้นท่ี
คือสิ่งที่ครูบอกเด็กวDาให8หาพื้นที่ที่เด็ก ๆ กางแขน แกวDง แล8วไมDชนเพื่อน การบอกเด็กเชDนนี้เปVนการสร8างให8
เด็กเรยี นร8ูตนกับพ้ืนท่ี ทส่ี มั พนั ธMกับเพือ่ นน่ันคอื รู8จักคำวDา Space

5. ให8อิสระเด็กในการเคลื่อนไหวตามลักษณะของกิจกรรมการเคลื่อนไหวซึ่งอิสระน้ี
หมายถึง การให8เด็กทำตามเสียงดนตรีมากกวDาการทำทDาตามเนื้อเพลงหรือทำตามคำสั่ง แตDให8เด็กรู8จัก
การสงั เกตวDา เมอ่ื ไรควรเคลือ่ นไหวและเมอ่ื ไรควรหยุดดว8 ยตัวของตัวเอง

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 137 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ขKอควรคำนึงในการจัดกจิ กรรม

สุมนา พานิช (2531 : 59) การนำกิจกรรมเคลื่อนไหวมาสอนเด็กนั้นจำเปVนอยDางยิ่งที่จะต8องมี
ความเข8าใจลักษณะพเิ ศษเฉพาะของเด็กในวัยนี้เกี่ยวกบั การเคลอื่ นไหวคอื

1. เด็กวัยนี้กล8ามเนื้อสDวนใหญDเจริญเติบโต โดยเฉพาะสDวนแขน ขา ลำตัว การสอนกิจกรรม
ควรหนักไปในการใช8กลา8 มเน้ือสDวนใหญD เชDน สวD นแขนและขา

2. ความสนใจของเด็กวัยนี้มีตDอสิ่งใดในระยะเวลาอันสั้น เกณฑMเฉลี่ยระยะเวลาความตั้งใจ
สนใจของเด็กเปVน ดังนี้

เดก็ วยั 3 ขวบ มีระยะความตัง้ ใจ สนใจอยปDู ระมาณ 9 นาที
เด็กวัย 4 ขวบ มีระยะความตัง้ ใจ สนใจอยปDู ระมาณ 11 นาที
เดก็ วยั 5 ขวบ มรี ะยะความตง้ั ใจ สนใจอยDูประมาณ 15 นาที
3. เด็กวัยนี้ชอบทำตามใจตนเอง การเลDนรวมกลุDมมักไมDเกิน 7 คน กิจกรรมที่สอน จึงควรให8
มที ้ังเลนD ตามลำพัง หรือแบงD กลุDมเล็ก ๆ 4-7 คน
สรุปจะเห็นได8วDาแนวทางในการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐานนั้นจะต8องคำนึงถึงตัวเด็ก
และเปzดโอกาสให8เด็กได8แสดงความสามารถของตนเอง การสร8างบรรยากาศในห8องเรียนจะชDวย ให8เด็กรู8สึก
อบอุDนเพลิดเพลนิ และสนุกสนาน ตลอดจนสงD เสรมิ ทกั ษะทางสงั คมให8เดก็ ไดอ8 ีกด8วย

ลำดับข้นั ในการจดั กจิ กรรมการเคล่อื นไหวพ้นื ฐานสำหรบั เด็กปฐมวยั
พวงทอง ไสยวรรณM (2530, 145 - 150) กลDาววDา การจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวสำหรับเด็ก

ปฐมวัยประสบผลสำเร็จ มีคุณคDาและเด็กได8รับความสนุกสนานมาก ถ8าครูมีการวางแผนการจัดกิจกรรมที่ดี
ขน้ั ตอนในการจัดกจิ กรรมเคลือ่ นไหวแตDละครัง้ ควรมี ดังนี้

ขั้นที่ 1 ขั้นอบอุDนรDางกาย (วอรMม) อาจทำได8โดยครูให8เด็กเคลื่อนไหวรDางกาย เชDน เอียงคอ
โยกหน8า โยกหลัง หมุนหัวไหลD ให8เข8ากับจังหวะเพลงในขั้นตอนนี้ครูอาจให8เด็กยืนอิสระไมDต8องอยูDในแถว
หรอื อาจให8เดก็ เคล่อื นไหวไปไหนมาไหนได8ใหเ8 ขา8 กับจงั หวะเพลง

ขั้นที่ 2 ขั้นปฏิบัติตามคำสั่ง ขั้นนี้เปVนการสอนตามที่ครูตั้งจุดมุDงหมายไว8 ซึ่งอาจจะเปVนเนื้อหา
เกี่ยวกับการฟ$งสัญญาณ การใช8จินตนาการ การเรียนรู8จังหวะ การทรงตัว การบริหารรDางกาย ฯลฯ ขั้นน้ี
ครูจะเปVนบุคคลสำคัญที่สุดในการที่จะพูดหรือหาวิธีที่ให8เด็กได8เคลื่อนไหวรDางกายเพื่อพัฒนา กล8ามเนื้อตDางๆ
ของเด็ก ขั้นการสอนขั้นนี้อาจจะใช8สื่อตDาง ๆ มาเปVนเครื่องเร8าที่จะให8เด็กเคลื่อนไหวได8 เชDน อาจใช8กระดาษ
หนงั สือพิมพM หวD ง ไมไ8 ผD แทงD ไม8 เชือก หรืออาจจะไมDใช8สื่อประกอบการเคลื่อนไหวเลยกไ็ ด8

ขั้นที่ 3 เกมการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวทุกครั้งควรจบลงด8วยกิจกรรมที่สนุกสนาน
ประทับใจเด็ก กิจกรรมนั้นอาจมีการแขDงขันกันบ8าง กิจกรรมที่เหมาะสมควรเปVนเกมหรือการเลDนสั้น ๆ
ทีม่ ีเกณฑMหรอื กตกิ า ที่เหมาะสมกับวัยของเดก็

นอกจากน้ี เยาวพา เดชะคปุ ตM (2525, 155) ได8ใหข8 8อเสนอแนะนำสำหรับครวู Dา
1. ให8โอกาสและเนอื้ ทีเ่ ด็กได8เคลือ่ นไหว

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 138 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.


Click to View FlipBook Version