The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Vol. 1 No. 1 (2022) :
วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2565)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pimlada Hw, 2022-09-30 01:39:07

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา

Vol. 1 No. 1 (2022) :
วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2565)

2. สงั เกตการเคลื่อนไหวและจังหวะของเดก็ ให8เด็กไดเ8 คลื่อนไหวขณะท่คี รูเลDนเครอื่ ง
ดนตรี เชนD เปยÇ โน เลDนเครื่องเลนD ดนตรี หรอื ตบมอื ตามจงั หวะ

3. ชDวยให8เด็กเปลี่ยนแปลงตามจังหวะการเคลื่อนไหวตามจังหวะของตนเอง เปVนการ
เคล่อื นไหวตามทค่ี รเู คาะ

4. ครูเคาะจังหวะลักษณะตDางกัน ใหเ8 ด็กเคลอ่ื นไหวตาม เชDน ชา8 - เร็ว ดงั - เบา ฯลฯ
5. เลDนเพลงตDาง ๆ แล8วให8เด็กโต8ตอบโดยให8จังหวะนั้นสม่ำเสมอและงDายตDอการรับฟ$ง
ควรให8เด็กได8มีโอกาสฟ$งดนตรีและจังหวะกDอนทุกครั้ง แล8วจึงให8เด็กเคลื่อนไหวหรือทำทDาทางประกอบ
โดยคิดวDาจะทำทDาทางประกอบอยDางไรด8วยตนเอง ทDาทางที่เด็กเคลื่อนไหวประกอบดนตรี ได8แกD การเดิน
ตามจังหวะ การวงิ่ การกระโดด การเขยDงกา8 วกระโดด การหมุนตัว การควบม8า ฯลฯ
6. อยDาคาดหวังวาD เดก็ ทุกคนจะตอบสนองหรือทำทาD ทางเหมอื นกัน โดยครูควรเข8าใจวาD

6.1 เด็กบางคนอาจแสดงทาD ตามลำพัง หรือในกลมDุ เดก็ ๆ
6.2 การเคลื่อนไหวบางชนิด เชDน การกระโดดต8องอาศัยการควบคุมกล8ามเนื้อมากกวDา
กิจกรรมอื่น ๆ เด็กอายุ 4-5 ขวบ เพียงบางคนเทDานั้นที่จะทำได8 ดังนั้นจึงควรให8อิสระแกDเด็กได8เลือก
แสดงทาD ทางตามทีเ่ ขาต8องการ

บทสรุป
เห็นได8วDาแนวทางในการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐานนั้นจะต8องคำนึงถึงตัวเด็ก

และเปzดโอกาสให8เด็กได8แสดงความสามารถของตนเอง การสร8างบรรยากาศในห8องเรียนจะชDวยให8เด็กรู8สึก
อบอุDนเพลิดเพลิน และสนุกสนาน ตลอดจนสDงเสริมทักษะทางสังคมและขั้นกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐาน
มีสDวนสำคัญในการเตรียมความพร8อมของรDางกาย โดยเด็กได8ใช8ทุกสDวนของรDางกายในการเคลื่อนไหว
และการปฏิบัติตามข8อตกลง นอกจากเด็กจะได8รับความสุขและความสนุกสนานแล8ว เด็กได8ทักษะทางสังคม
เพมิ่ ขึน้ อกี ดว8 ย

บรรณานกุ รม
กลุ ยา ตนั ตผิ ลาชวี ะ. 2547. การจดั กิจกรรมการเรียนร>สู ำหรับเด็กปฐมวยั . กรงุ เทพฯ: เอดสิ ันเพรส โปรดกั สM.
พวงทอง ไสยวรรณM. 2530. กิจกรรมศึกษาเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธM กศ.ม กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย

มหาวทิ ยาศรนี ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ
เยาวพา เดชะคปุ ต.M 2525. กิจกรรมสำหรับเด็กก^อนวัยเรียน. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ.
สุมนา พานิช. 2531. การเตรียมความพร>อมเด็กเล็ก. ราชบุรี: เอกสารโรเนียล. สำนักงานคณะกรรมการ

การปฐมศึกษาแหDงชาติ.

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 139 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

แนวทางการสนับสนุนการเรยี นการสอนดนตรีในสถานศกึ ษา
Guidelines for supporting music teaching in educational institutions.

พิมพลK ดา กลุ ชาชัยสวสั ด์ิ23
Pimlada Kullachachaisawat

หลักสตู รศึกษาศาสตรบณั ฑิต (4 ป5) คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑติ พฒั นศลิ ป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bundipatnasilpa Institute.

บทคดั ยอU

บทความวิชาการนี้มีจุดประสงคMในการนำเสนอถึงแนวทางการสนับสนุนการเรียนการสอนดนตรี
ในสถานศึกษามีดังนี้ (1) จุดมุDงหมายของครูและผู8เรียน คือครูและผู8เรียนต8องมีจุดมุDงหมายที่สอดคล8อง
เหมาะสม (2) การมีสDวนรDวมของผู8ปกครอง คือการที่ผู8ปกครองเข8ามามีสDวนรDวมในการเรียนการสอน
เปVนแรงผลักดันให8กับผู8เรียน (3) สื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมสร8างแรงจูงใจ คือการใช8สื่อการสอน
เพื่อพัฒนาผู8เรียนทั้งในด8านทฤษฎีและปฏิบัติ (4) การฝàกซ8อมอยDางมีคุณภาพ คือการสอนขั้นตอนการซ8อม
ดนตรีที่ได8ผลและมีประสิทธิภาพ (5) กิจกรรมสDงเสริมจากครูและผู8ปกครอง คือกิจกรรมที่สDงเสริมผู8เรียน
เพื่อพัฒนาทักษะ โดยทั้ง 5 หัวข8อนี้จะเปVนแนวทางให8กับครูและผู8ปกครองเพื่อพัฒนาทักษะทางด8านดนตรี
ของผเ8ู รียน และจะประสบผลสำเรจ็ ได8กต็ Dอเมื่อไดร8 บั ความรDวมมอื จากทกุ ฝาõ ย

คำสำคัญ : แนวทางการสนับสนนุ การเรยี นดนตรี, การเรียนดนตรใี นสถานศกึ ษา

Abstract

This academic paper aims to present guidelines for supporting music teaching and learning.
In educational institutions are as follows: (1 ) the aims of teachers and learners That is, teachers
and learners must have a consistent and appropriate aim. (2) Parental involvement. is that parents
are involved in teaching and learning It is the driving force for the learners. (3) Appropriate teaching
materials create motivation. is the use of teaching materials to develop learners in both theory
and practice (4) quality training is to teach effective and efficient music rehearsal procedures.
(5) Encouragement activities from teachers and parents. It is an activity that encourages learners
to develop their skills. These 5 topics will serve as guidelines for teachers and parents to develop
students' musical skills. And it will be successful only when cooperation from all parties.

Keywords : Guidelines for supporting music learning, learning music in academia

23 นักศึกษาสาขาดนตรศี กึ ษา, หลักสตู รศึกษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป): คณะศลิ ปศกึ ษา สถาบันบณั ฑิตพัฒนศลิ ปA
E – mail: [email protected]

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 140 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
การเรียนของระบบการศึกษาไทยจัดโอกาสให8เด็กทุกคนได8เรียนวิชาดนตรี เพราะดนตรีเปVนเครื่องมือ

ที่ชDวยพัฒนาให8ผู8เรียนมีพัฒนาการการทำงานของระบบประสาทสัมผัส กระตุ8นการทำงานของสมอง ชDวยสร8าง
กล8ามเนื้อ ฝàกสมาธิ ระเบียบวินัยและสามารถทำงานรDวมกับผู8อื่นได8 (สิชฌนMเศก ยDานเดิม, 2560) ซึ่งมีผลตDอคุณภาพ
ชีวิตมนุษยM การเรียนการสอนดนตรีในโรงเรียนจัดเปVนวิชาพื้นฐานตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหDงชาติวDาด8วย
การจดั การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 ไดน8 ำวชิ าดนตรีไปอยDใู นกลDุมสาระการเรียนรศ8ู ลิ ปะโดยจดั เปVนวชิ าพน้ื ฐาน

การจัดการเรียนการสอนดนตรีมีวัตถุประสงคM เพื่อพัฒนาผู8เรียนให8มีความรู8ความเข8าใจ
ในวิวัฒนาการของดนตรี องคMประกอบของดนตรี และมีทักษะพื้นฐานในการปฏิบัติดนตรี อันจะนำไปสูD
ความชื่นชมดนตรีซึ่งเปVนสDวนหนึ่งของการพัฒนามนุษยM นอกจากนี้ดนตรียังชDวยสDงเสริมพัฒนาการทางสมอง
การเรียนรู8 การใช8จินตนาการและความคิดสร8างสรรคMของเด็กโดยตรง กิจกรรมดนตรีและการเคลื่อนไหวจะชDวย
พัฒนาสมองซีกซ8ายและขวาให8ทำงานอยDางสมดุล ขณะฟ$งดนตรีเด็กจะรู8สึกผDอนคลายปลDอยความคิดจินตนาการ
ไปตามบทเพลง ซึ่งสDงผลดีตDอสมองซีกขวา สDวนตัวโน8ตหรือจังหวะเคาะดนตรีจะชDวยกระตุ8นการทำงานของสมอง
ซีกซ8าย ดังนั้นดนตรีจึงชDวยพัฒนาความฉลาดของเด็กได8อยDางแท8จริง (ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ, 2553)
ซึ่งครูผู8สอนศิลปะด8านดนตรีจะต8องตระหนักถึงความสำคัญ คุณคDาของเนื้อหาสาระของวิชาดนตรีอยDางชัดเจน
และเข8าใจในหลกั การของวชิ าดนตรอี ยาD งถูกต8อง การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนกจ็ ะสามารถพฒั นาผูเ8 รยี นได8

สาระสำคัญในบทความนี้มุDงนำเสนอแนวทางการสนับสนุนการเรียนการสอนดนตรี
ในสถานศึกษา เพื่อเปVนแนวทางสำหรับผู8สอน ผู8ที่มีความสนใจและผู8ที่มีสDวนเกี่ยวข8องกับการจัดการศึกษา
ทางดนตรี ได8นำไปพัฒนาและประยุกตใM ชก8 บั ผู8เรยี นใหเ8 กิดประโยชนM

แนวทางการสนับสนุนการเรียนการสอนดนตรีในสถานศึกษา

การเรียนการสอนดนตรีในป$จจุบัน เยาวชนไทยสDวนใหญDขาดโอกาสในการเรียนรู8หลักการ
ของดนตรีสากลอยDางแท8จริง โดยการสอนในสถานศึกษาจะเริ่มต8นด8วยการสอนให8นักเรียนอDานตัวโน8ต
จากบรรทัดห8าเส8น ซึ่งเปVนการเรียนรู8ที่ผิดธรรมชาติ เพราะตามธรรมชาติของการเรียนรู8ภาษาใด ๆ ก็ตาม
จะเริ่มต8นที่ความเข8าใจกDอนแล8วจึงจะเรียนรู8การอDานและการเขียนในภายหลังเสมอ เมื่อกระบวนการเรียน
การสอนดนตรีสากลเปVนไปอยDางผิดธรรมชาติ จึงสDงผลให8ผู8เรียนเกิดความไมDรู8 ไมDเข8าใจในเนื้อหา
สDงผลให8เยาวชนไทยสDวนใหญDหลีกเลี่ยงให8กับการเรียนรู8ในรายวิชาดนตรีสากล รวมไปถึงป$จจัยอื่น ๆ ที่มีผล
ตDอการเรียนดนตรีสากล เชDน ครูไมDใสDใจในการสอน ผู8ปกครองไมDสนับสนุนการเรียนดนตรี สื่อการเรียน
การสอนที่ไมDพร8อม เครื่องดนตรีที่ไมDเพียงพอ และไมDมีแรงผลักดันจากทุกฝõาย ดังนั้นการสนบั สนุนการเรียนดนตรี
เพอ่ื ให8เกิดประโยชนMสูงสุดแกผD 8เู รียนจงึ เปVนส่งิ สำคญั ทีค่ รูและผูป8 กครองควรให8ความสำคญั ผเ8ู ขียนจึงขอนำเสนอ ดังน้ี

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 141 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

1.จุดมUุงหมายของผKสู อนและผKเู รียน

ผู8สอนจะต8องมีจรรยาบรรณแหDงความเปVนครู วิธีการสอนคือกระบวนการปฏิสัมพันธMระหวDาง
ผู8สอนกับผู8เรียนจะต8องมีจุดมุDงหมายที่สอดคล8องเหมาะสม หากมีจุดมุDงหมายที่แตกตDางกันควรมีการทำ
ข8อตกลงการเรียนการสอนในแตDละครั้งวDามีเปÖาหมายอยDางไร เพื่อมุDงให8ผู8เรียนเกิดการเรียนรู8ได8ดี อยDางไรก็ตาม
หากผู8เรียนไมDสามารถบรรลุเปÖาหมาย ผู8สอนควรให8กำลังใจแกDผู8เรียน เมื่อนักเรียนบรรลุเปÖาหมายครูควรมี
การเสริมแรงด8วยการจูงใจ ดังนั้นเพื่อให8การสอนบรรลุตามเปÖาหมาย ผู8สอนต8องเตรียมการสอนมาอยDางดี
โดยการสอนจะต8องเหมาะสมกับศักยภาพของผเู8 รยี นจะทำใหผ8 8เู รียนยินดีทจ่ี ะปฏิบตั ใิ ห8บรรลเุ ปาÖ หมาย

2.การมสี วU นรวU มของผูKปกครอง

ผู8ปกครองมีสDวนอยDางมากในการชDวยเหลือผู8เรียนในการเรียนดนตรี หรือการเรียนวิชาอยDาง
อื่น ๆ ด8วยเชDนกัน การสนับสนุนของผู8ปกครองจะทำให8นักเรียนมีแรงจูงใจและทัศนคติที่ดี ซึ่งสDงผลให8
การเรียนนั้นประสบความสำเร็จ (สิชฌนMเศก ยDานเดิม, 2560) โดยครูผู8สอนควรชี้แจงเกี่ยวกับพัฒนาการ
การเรียนดนตรีของผู8เรียน เพื่อให8ผู8ปกครองเอาใจใสDในการเรียนของผู8เรียน การฝàกซ8อมดนตรี
รวมทั้งการจัดการและสนับสนุนสภาพแวดล8อม เนื่องจากสภาพการเรียนดนตรีในบ8านเรามีอยูDหลายลักษณะ
เชDน การเรียนสDวนตัวกับครูผู8สอน ไมDวDาจะเปVนที่บ8านครูผู8สอน หรือบ8านผู8เรียนก็ตามที การเรียนดนตรี
ที่โรงเรียนดนตรี สถาบันสอนดนตรีตDาง ๆ ลักษณะที่กลDาวมานี้ ผู8เรียนจะได8เรียนดนตรีประมาณ 1 ชั่วโมง
ตDอสัปดาหMกับครูผู8สอนหรือเดือนละ 4 ครั้งเทDานั้น เวลาทีเ่ หลือผูเ8 รยี นตอ8 งฝàกซ8อมเองทบี่ 8าน ซึ่งอาจจะเปVนไปได8
ยากถ8าหากให8ผู8เรียนซ8อมดนตรีตามลำพัง เพราะผู8เรียนที่มีความรับผิดชอบสูงเทDานั้นจึงจะฝàกซ8อมดนตรี
ทุกวัน สDวนผู8เรียนโดยทั่วไปมักจะชอบทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีความเพลิดเพลินมากกวDา ดังนั้น ผู8ปกครอง
จงึ จำตอ8 งมีบทบาทอยDางมากในการชDวยเหลอื ผเู8 รียนในการเรียนดนตรีและฝกà ซ8อมดนตรี

3.สื่อการเรียนการสอนท่เี หมาะสมสราK งแรงจูงใจ

การใช8สื่อการเรียนการสอนที่ดีและเหมาะสม เปVนการกระตุ8นแรงจูงใจให8ผู8เรียน
เกิดการเรียนรู8ค8นพบคุณคDาและความสามารถของตนเองในการทำกิจกรรมตDาง ๆ ซึ่งครูผู8สอนต8องออกแบบ
สื่อการเรียนการสอนให8สอดคล8องกับเนื้อหาและชDวงวัยของผู8เรียน เพื่อให8ผู8เรียนเกิดความเข8าใจ สนุกสนาน
และจูงใจให8ผู8เรียนอยากเรียนรู8 พัฒนาตนเอง และมีทัศนคติที่ดีตDอการเรียนดนตรี ชาญชัย ยมดิษฐM (2548)
อธิบายวDา สื่อการเรียนการสอนเปVนตัวกลางเชื่อมโยงความรู8 ความเข8าใจระหวDางสารที่ครูสDงไปยังนักเรียน
ทำให8นักเรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามวัตถุประสงคMที่ครูกำหนดไว8 โดยสื่อที่ครูใช8สอนเรียกวDา
สื่อการเรียนการสอน ก็แปลวDา นักเรียนก็เรียนรู8 ครูก็ใช8สอนด8วยนั่นเอง ซึ่งสื่อการเรียนการสอนมีหลาย
ประเภท ได8แกD PowerPoint ใช8สำหรับนำเสนอเนื้อหาการสอนตDาง ๆ ไมDวDาจะเปVนข8อความ ภาพน่ิง
ภาพเคลื่อนไหว และเสียงโทรศัพทMมือถือที่ใช8สำหรับบันทึกภาพ เสียงดนตรี เพื่อให8นักเรียนจดจำภาพและ

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 142 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ฟ$งเสียงเพลงตDาง ๆ หนังสืออิเล็กทรอนิกสM ที่มีเนื้อหาเชDนเดียวกับภายในหนังสือเรียนแตDมีรูปแบบที่นDาสนใจ
สามารถตอบสนองกบั ผเู8 รียนได8 วดี ทิ ัศนM ก็นับวDามีความสำคญั สำหรับผ8ูเรียนมากเชDนเดียวกนั

4. การฝDกซKอมอยาU งมีคณุ ภาพ

การฝàกซ8อมดนตรีเปVนสิ่งสำคัญในการปฏิบัติดนตรีเปVนอยDางมาก เพราะการฝàกซ8อมจะทำให8
ผู8เรียนเกิดความเข8าใจ สามารถควบคุมการบรรเลงของตนเองได8 และมีทักษะวิธีการที่หลากหลาย
ดังนั้นครูผู8สอนจึงต8องสอนวิธีการฝàกซ8อมดนตรีที่ถูกต8องและมีประสิทธิภาพให8กับผู8เรียน เพื่อพัฒนาการใน
การเรียน การปฏิบัติดนตรี มีความมั่นใจ และประสบความสำเร็จในการเรียนดนตรี ซึ่ง อภิชัย เลี่ยมทอง (2555)
ได8กลาD วถึงหลกั การซ8อมดนตรีทีด่ ีและได8ผลสูงสดุ สรปุ ได8 10 หวั ข8อ ดังนี้

1. วางแผนเปûาหมาย วางแผนเวลา ควรเริ่มจากการวางเปÖาหมายสำหรับการฝàกซ8อม
โดยการลำดับความสำคัญของวัตถุประสงคM จากนั้นวางแผนชDวงเวลาในแตDละวัน แตDละสัปดาหMให8เหมาะสม
กับตนเอง โดยเริ่มจากการสำรวจกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เมื่อวางแผนได8แล8วนักเรียนควรปฏิบัติตาม
อยDางเครDงครัด ฉะนั้นการวางเปÖาหมายสุดท8ายที่ต8องทำให8สำเร็จและการวางแผนให8เกิดขั้นตอนการฝàกซ8อม
ให8เหมาะสมกับสถานการณMของนกั เรยี น จงึ เปVนสงิ่ แรกทน่ี ักเรียนตอ8 งทำกDอนเร่ิมการซ8อม

2. ตKองรูKตัวเสมอวUากำลังจะฝDกซKอมอะไร เมื่อสามารถวางเปÖาหมาย วางแผนตาราง
การฝàกซ8อมแล8ว ขณะที่กำลังฝàกซ8อมควรรู8ตัวเสมอวDาฝàกซ8อมเพื่อจุดประสงคMใด เชDน เพิ่มทักษะ เพื่อจดจำเพลง
เพื่อทบทวนหรือเพื่อแก8ไขเทคนิคตDาง ๆ และควรตระหนักวDาเพราะเหตุใดจึงต8องมีการแก8ไขจุดนั้น เปVนต8น
นักเรียนควรรู8วิธีการแก8ไขป$ญหานั้น หากไมDทราบถึงป$ญหาของตนเองให8นักเรียนปรึกษาครูอาจารยMเพื่อให8
บอกถึงป$ญหาการเลDนดนตรีของตนแนะนำวิธีการที่ถูกต8อง นอกจากนี้นักเรียนควรใช8ความคิดระหวDางทำการ
ฝàกซ8อมวDาจะทำอะไรในการฝàกซ8อม ป$ญหาคืออะไร วิธีแก8ป$ญหาอยDางไร และได8แก8ไขป$ญหาที่มีอยูDแล8วหรือไมD
เพือ่ เปนV การตรวจสอบวตั ถปุ ระสงคใM ห8เกดิ ผลสำเร็จตามเปาÖ หมายทตี่ ้ังไวอ8 ยาD งสมบูรณM

3. นำเทคนิคหรือชUวงที่ยากของบทเพลงมาฝDกซKอมเฉพาะจุด เมื่อมีการวางแผนจัดการ
การฝàกซ8อมที่ดีแล8ว นักเรียนควรทำความเข8าใจกับแบบฝàกหัดหรือบทเพลงทางด8านเทคนิค ควรมองหาเทคนิค
ที่มีความยาก โดยศึกษาจากการฟ$งบทเพลงหรือแบบฝàกทักษะและแบDงออกเปVนสามลักษณะ คือ ชDวงที่มีโน8ต
และจังหวะที่ไมDซับซ8อน ชDวงที่มีความยากเล็กน8อย และชDวงที่มีความยากด8านเทคนิค นักเรียนควรนำชDวง
ที่มีความยากและต8องการเวลาในการซ8อมออกมาฝàกซ8อมกDอน โดยการฝàกซ8อมควรจะซ8อมย้ำเพื่อให8รDางกาย
เกิดความเคยชินกับการใช8สรีระรDางกาย ชDวงที่ยากนั้นจะกลายเปVนความคลDองตัวอยDางธรรมชาติ เมื่อมีความ
คลอD งตัวเพมิ่ ข้ึนจงึ สามารถฝàกซ8อมดว8 ยจงั หวะทเี่ รว็ มากข้ึนและประสบผลสำเร็จได8

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 143 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

4. แบUงปåญหาที่พบเปlนปåญหายUอย และแกKไขทีละปåญหา ในการฝàกซ8อมแบบฝàกหัดหรือ
บทเพลง นักเรียนอาจพบชDวงยากที่ต8องการฝàกซ8อมหลายที่ ในแตDละที่อาจมีป$ญหาที่คล8ายคลึงหรือแตกตDางกัน
ป$ญหาที่ต8องการฝàกซ8อมเพื่อแก8ไขนี้ อาจเปVนป$ญหาอยDางใดอยDางหนึ่ง การที่นักเรียนพยายามฝàกซ8อม
โดยความพยายามแก8ป$ญหาทุกอยDางไปพร8อมกัน อาจจะทำให8นักเรียนไมDสามารถแก8ไขป$ญหาทุกอยDาง
ได8ครบถ8วน นักเรียนควรแบDงป$ญหาที่พบให8ชัดเจนวDาชDวงที่นำออกมาฝàกซ8อมนี้จะมีป$ญหาการบรรเลง
ด8านใดบ8าง เมื่อนักเรียนสามารถจำแนกป$ญหาของการบรรเลงได8แล8ว ควรแก8ไขป$ญหาทีละชนิดโดยฝàกซ8อม
ด8วยจงั หวะช8าเพ่ือใหก8 ลา8 มเน้อื ของนกั เรยี นไดเ8 รียนรวู8 ธิ ีการเลนD อยDางถูกวิธี

5. ย้ำการฝDกซKอมที่ถูกตKองตั้งแตUแรกโดยไมUใหKเกิดความผิดพลาด ในการฝàกซ8อมชDวงต8น
อาจยังไมDให8ผลที่ถูกต8องทันทีทันใด นักเรียนควรหาป$ญหาด8านเทคนิคการบรรเลงให8พบและหาวิธีการแก8ป$ญหา
ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนให8เหมาะสมกับนักเรียนแตDละคน ถ8านักเรียนทำการซ8อมย้ำหลายครั้งจนสามารถ
บรรเลงชDวงที่ยากได8ถูกต8องเปVนครั้งแรกหลังจากเกิดความผิดพลาดหลายครั้ง รDางกายจะจดจำสิ่งที่ผิดพลาด
ดังนน้ั ควรควบคุมแก8ป$ญหาใหเ8 กิดการบรรเลงอยาD งถกู ตอ8 งให8มากกวาD เกดิ ความผิดพลาด

6. ฝDกซKอมดKวยจังหวะที่เร็วโดยไมUละเลยการฝDกซKอมดKวยจังหวะชKา เทคนิคหรือบทเพลง
ที่นักเรียนนำมาฝàกซ8อมนั้นมักเปVนชDวงที่มีความยากด8านการใช8รDางกายในการบรรเลง นักเรียนอาจต8องฝàกซ8อม
ให8เกิดความคลDองตัวในการบรรเลงโน8ตที่มีความรวดเร็ว มีการเปลี่ยนตำแหนDงของรDางกายที่ใช8บรรเลงเครื่องดนตรี
ซึ่งการฝàกซ8อมควรมีเปÖาหมายให8กล8ามเนื้อที่ใช8บรรเลงเหลDานี้เรียนรู8วิธีการเคลื่อนไหวได8อยDางแมDนยำ
การฝàกให8กล8ามเนื้อเรียนรู8การเคลื่อนไหวที่ถูกต8องและแมDนยำนั้น นักเรียนต8องเรียนรู8การฝàกซ8อมด8วยจังหวะ
ที่ช8ากวDาการบรรเลงจริง เพื่อให8นักเรียนได8มีความระมัดระวังในด8านจังหวะ ระดับเสียง และการเคลื่อนไหว
หรือนักเรียนอาจทดลองบรรเลงบทเพลงด8วยจังหวะจริงกDอนเพื่อให8รู8ลักษณะและทำนองของบทเพลงที่ควรจะเปVน
จากนั้นจึงเริ่มการฝàกซ8อมด8วยจังหวะช8า ๆ ที่สามารถควบคุมการบรรเลงให8ถูกต8อง นักเรียนควรมุDงสมาธิ
ไปยังความถูกต8องด8านจังหวะ ระดับเสียง และการเคลื่อนไหวของรDางกาย จนกระทั่งมั่นใจวDาสามารถควบคุม
ได8ทั้งหมด หลังจากนั้นจึงฝàกซ8อมด8วยจังหวะช8า ๆ ซ้ำ ๆ หลายครั้งจนกระทั่งรู8สึกวDาการบรรเลงเปVนธรรมชาติ
เมื่อการฝàกซ8อมด8วยจังหวะช8า ๆ มีความแมDนยำมากขึ้นแล8ว นักเรียนจึงสามารถฝàกซ8อมให8เร็วขึ้นเล็กน8อย
เปนV ขน้ั ตอน จนกระทัง่ สามารถบรรเลงได8อยDางแมนD ยำด8วยจงั หวะการบรรเลงจรงิ

7. ใหKความสำคัญกับคุณภาพเสียงระหวUางการฝDกซKอม เครื่องดนตรีหลายชนิดต8องใช8มือ
ทั้งสองในการบรรเลง แตDนักเรียนมักให8ความสำคัญกับมือที่ใช8บรรเลงมากกวDาเสมอ โดยไมDคำนึงถึงคุณภาพ
ของเสียงจึงทำให8การบรรเลงถูกต8องแตDไมDไพเราะ ฉะนั้นเมื่อนักเรียนบรรเลงได8อยDางถูกต8องแล8ว สิ่งที่ไมDควรลืม
คอื คณุ ภาพของเสียง ที่จะชDวยสงD เสริมใหก8 ารบรรเลงไพเราะ

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 144 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

8. ไมUละเลยการฝDกซKอมที่งUาย แบบฝàกหัดหรือบทเพลงที่นักเรียนกำลังฝàกซ8อมนั้นอาจมี
บางชDวงบางตอนที่มีความเรียบงDาย ไมDมีป$ญหาในการบรรเลงแม8วDาจะเปVนการบรรเลงเปVนครั้งแรก ซึ่งชDวง
ที่มีความงDายนี้อาจไมDมีความยุDงยากและซับซ8อนทางโครงสร8างจังหวะ โน8ต หรือเทคนิคการบรรเลงมากนัก
เมื่อนักเรียนซ8อมควรได8ฝàกซ8อมปฏิบัติไว8บ8าง โดยนักเรียนอาจไมDจำเปVนต8องฝàกซ8อมหลายครั้งเหมือน
กับการฝàกซ8อมชDวงที่มีความยาก แตDอาจศึกษาด8านความสัมพันธMของบทเพลงหรือแบบฝàกหัดวDาควรบรรเลง
ด8วยเนื้อเสียงแบบใด มีความสั้นยาว ดังเบาเชDนใด เปVนต8น ทำให8เกิดภาพรวมและเพื่อไมDให8ชDวงตอนที่มี
ความงDายกลายเปนV สิง่ ที่ไมDค8นุ เคย สร8างความลังเล ไมDแนDใจ และเปVนการทำลายสมาธิของนกั เรยี น

9. ฝกD ซKอมโดยไมUใชKเคร่ืองดนตรี เมอื่ นักเรียนฝàกปฏบิ ัติได8อยDางครบถว8 น นักเรียนควรหาโอกาส
ฝàกซ8อมโดยไมDต8องใช8เครื่องดนตรี เปVนการฝàกซ8อมด8วยจิต ซึ่งมีวัตถุประสงคMสามประการคือ 1. เพื่อศึกษา
การตีความบทเพลง อาจเริ่มจากดูโน8ตที่ตนฝàกแล8วจินตนาการให8ได8ยินเสียงตามโน8ตที่บันทึกไว8 และทิศทางประโยค
ของบทเพลงที่ควรจะเปVนซึ่งจะทำให8นักเรียนเข8าใจในสิ่งที่บรรเลงมากขึ้น 2. เพื่อฝàกการจดจำบทเพลงในกรณี
ที่จะแสดงดนตรีด8วยความจำ 3. เพื่อฝàกการจดจำการเคลื่อนไหวของรDางกายในการบรรเลง จินตนาการถึง
การเคลื่อนไหวของรDางกายเหมือนการบรรเลงเครื่องดนตรีจริง เปVนการฝàกซ8อมในใจ เพื่อให8สมองของนักเรียน
ไดค8 วบคมุ จดั การกบั บทเพลงและความเคล่อื นไหวของรDางกายทกุ อยDางทต่ี อ8 งใช8ในการบรรเลง

10. การฝDกซKอมกUอนการแสดงจริง หากนักเรียนมีการแสดง กDอนการแสดงจริงสักระยะหน่ึง
นักเรียนควรหาโอกาสฝàกทำการแสดงกDอนทำการแสดงดนตรีจริง การบรรเลงได8อยDางดีในดนตรีนั้นไมDใชDเปÖาหมาย
สุดท8ายของการฝàกซ8อมและไมDถือวDาได8เรียนรู8จากการฝàกซ8อมอยDางสมบูรณM ถ8านักเรียนยังไมDได8นำออกแสดง
การแสดงดนตรีตDอผู8ชมดนตรีในสถานที่ที่นักเรียนอาจคุ8นเคยหรือไมDคุ8นเคย สามารถสร8างความตื่นเวที
ซึ่งเปVนความรู8สึกที่ยากตDอการควบคุมที่จะเปVนป$ญหาทำให8คุณภาพของการแสดงดนตรีลดลงได8 การตื่นเวที
ของนักดนตรีมักเกิดจากความกลัวที่จะเกิดความผิดพลาดในการแสดง ดังนั้นควรหาโอกาสฝàกซ8อมการแสดง
กDอนการแสดงจริง หากเปVนไปได8ควรฝàกซ8อมในสถานที่ที่จะแสดงดนตรีโดยบรรเลงเพลงจนจบคล8ายการแสดง
จริง เพื่อให8ทราบวDายังมีป$ญหาในการบรรเลงใดบ8างที่ยังหลงเหลืออยูD นอกจากนี้ยังทราบถึงสภาพของเสียง
ห8องแสดง ภาพ ความสวDางของแสงบนเวที ซึ่งสามารถนำไปจัดการแก8ไขกDอนการแสดงจริงได8ทัน หรือถ8าไมDมี
โอกาสในการทดลองบรรเลงที่สถานที่แสดงจริง นักเรียนอาจสมมุติและสร8างสถานการณMจำลองให8คล8ายกับ
การแสดงดนตรีจริงและเมื่อพบป$ญหาการบรรเลงที่ยังเหลืออยูDสามารถนำกลับไปแก8ไขในการฝàกซ8อม
และสามารถสอบถามขอความคดิ เห็นจากครูอาจารยM และนำคำแนะนำมาพฒั นาการแสดงดนตรีใหส8 มบูรณMทสี่ ดุ ได8

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 145 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

5. กิจกรรมสUงเสริมจากครแู ละผปKู กครอง

กิจกรรมสDงเสริมนี้เปVนกิจกรรมภายนอกและภายในห8องเรียนที่ครูและผู8ปกครองจัดข้ึน
หรือมีการพานักเรียนเข8ารDวมกิจกรรม เพื่อเปVนการสร8างแรงกระตุ8นและแรงจูงใจในการเรียนรู8 ทำให8นักเรียน
มีแรงบนั ดาลใจในการเลนD ดนตรีและเกดิ ความตงั้ ใจในการฝกà ซ8อมเพ่มิ มากข้ึน

อยDางไรก็ตามครูและผู8ปกครองควรมีกิจกรรมที่ชDวยเสริมสร8างแรงจูงใจในการเลDนดนตรี
ซึง่ สอดคลอ8 งกับ สิชฌนMเศก ยDานเดิม (2560) สรปุ ไดด8 ังน้ี

1. การฟåงเพลงหรือการชมการแสดงดนตรี กิจกรรมเหลDานี้จะทำให8นักเรียนเกิด
ความประทับใจและกระต8นุ ให8นักเรียนอยากพัฒนาตนเอง เปนV การกระตนุ8 การฝàกซอ8 ม

2. การสอบเกรด เปVนการที่ครูและผู8ปกครองให8นักเรียนสอบวัดมาตรฐานจากสถาบันดนตรี
ตDาง ๆ เปVนการกระตุ8นให8นักเรียนตั้งใจฝàกซ8อมดนตรีมากขึ้น เพื่อสอบให8ผDานและได8คะแนนที่ดี
โดยในแตDละครง้ั ของการสอบครคู วรประเมินความสามารถและความพร8อมของนกั เรยี น ใหก8 ำลังใจนกั เรยี น

3. การแสดงดนตรี เปVนการรDวมมือของครูและผู8ปกครอง ให8นักเรียนแสดงความสามารถ
ตDอหน8าสาธารณชนเพื่อฝàกความมั่นใจ ความกล8าแสดงออก และเปVนการกระตุ8นให8นักเรียนเกิดการฝàกซ8อม
ดนตรีเพิ่มขึ้น เพื่อให8นักเรียนสามารถแสดงดนตรีออกมาได8ดีท่ีสุด โดยการแสดงดนตรีแตDละครั้งครูควรเลือก
บทเพลงที่เหมาะสมกับนักเรียนและทุกครั้งที่นักเรียนแสดงดนตรีครูรวมทั้งผู8ปกครองควรเข8าชมการแสดง
เพอื่ สรา8 งแรงจงู ใจให8นักเรียนอยากฝกà ซ8อมและแสดงดนตรีตDอไปให8ดยี ิง่ ขึน้

4. การประกวดแขUงขัน เปVนการที่ครูให8นักเรียนแสดงความสามารถของตนเองโดยยึด
กฎกติกาของการประกวดดนตรีนั้น ๆ เพื่อเปVนการกระตุ8นให8นักเรียนตั้งใจเรียนและฝàกซ8อมดนตรี ซึ่งครูควร
คำนึงถึงความพร8อม ความเข8มแข็งทางจิตใจของนักเรียน เพราะการประกวดแขDงขันนั้นสร8างความกดดัน
และความกลวั แตDเปนV สิ่งทีส่ ร8างแรงจงู ใจในการเรียนและการฝàกซอ8 มดนตรีทีด่ ี

5. การเขKาคUายดนตรี เปVนการสนับสนุนของครูและผู8ปกครอง ซึ่งจะทำให8นักเรียนสนุก
กับการเรียนดนตรีรDวมกับเพื่อน ๆ เปVนกิจกรรมที่สร8างแรงจูงใจในการเรียนและฝàกซ8อมดนตรีได8จากการทำ
กิจกรรมตDาง ๆ ในคDายรDวมกับเพื่อน ๆ ซึ่งสอดคล8องกับ สุกรี เจริญสุข (2548) กลDาววDา กิจกรรมคDายดนตรีทำ
ให8เด็กมีพัฒนาการในการเลDนดนตรี ได8เรียนรู8และพัฒนาทักษะทางดนตรีและเรียนรู8การทำงานรDวมกับผู8อื่น
เปVนประสบการณMที่ทำให8เกิดความรักในดนตรีมีแรงจูงใจในการฝàกซ8อมดนตรี เห็นความสัมพันธMและมีเปÖาหมาย
ในชีวติ ของตนเอง

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 146 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทสรปุ

แนวทางการสนับสนุนการเรียนการสอนดนตรีในสถานศึกษาเปVนสิ่งที่สำคัญสำหรับนักเรียน
ครู และผู8ปกครอง เพราะครูเปVนผู8ให8ความรู8 เทคนิคตDาง ๆ รวมไปถึงประสบการณMแกDนักเรียน ทั้งในด8านทฤษฎี
และการปฏิบัติ รวมไปถึงผู8ปกครองนั้นก็มีสDวนเกี่ยวข8องในด8านของการสนับสนุนที่เปVนแรงผลักดันเสริม
จากครูผู8สอน เปVนกำลังใจ และกำลังทรัพยMในการเรียนดนตรีทั้งในและนอกชั้นเรียน นอกจากนี้ตัวนักเรียนเอง
ก็เปVนผู8ที่มีความพยายามในการที่จะเรียนรู8เทคนิคการบรรเลงดนตรีตDาง ๆ ดังนั้นหากขาดฝõายใดฝõายหนึ่งไป
ก็อาจจะทำใหก8 ารเรยี นดนตรขี องนักเรียนไมDประสบผลสำเรจ็

บรรณานกุ รม
สชิ ฌนเM ศก ยาD นเดิม. 2560. แนวทางการสนบั สนุนการเรยี นดนตรี. สืบค8นจาก

https://so01.tci-thaijo.org/index.php/jfofa/article/view/92882/72714.
สุขสันตM ทองประสิทธิ์. (2553). ภาพรวมปúญหาและแนวทางการแก>ไขปúญหา "การเรียนการสอนดนตรีสากลใน

ประเทศไทย วิกฤตกิ ารณ<ทมี่ องไมเ^ หน็ . สบื คน8 จาก
https://presentmusicproblem.blogspot.com.
สุพาพร เทพยสุวรรณ. (2562). ดนตรใี นการศกึ ษา. สบื ค8นจาก
https://worldmusicthailand.wordpress.com/.
อภิชยั เลย่ี มทอง. (2555). หลกั สำคัญสำหรบั การฝ%กซอ> มดนตรีเพ่อื ประสิทธิภาพสูงสุด. สืบคน8 จาก
file:///C:/Users/Admin/Downloads/Principle+of+maximum+effective+practicing+i
n+music.pdf.
อมู ยั กอื ซง หะระต.ี (2558). ทักษะและเทคนิคการจดั การเรียนร.>ู สบื ค8นจาก
https://umiakesung.blogspot.com/p/blogpage_6355.html.

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 147 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การพฒั นาทักษะการอา, นโน.ตดนตรสี ากลโดยใช.ชุดการสอนทฤษฎดี นตรสี ากลเบือ้ งตน.
กรณศี ึกษา : เดก็ ชายหฤทชนนั เรอื งขนาบ

Developing skills in reading international music notation by using an
introductory international music theory teaching package.
Case study : Haritchanan Ruangkanab

ชนุดม เรอื งขนาบ1
Chanudom Rueangkhanap

หลกั สูตรศึกษาศาสตรบณั ฑิต (4 ป5) คณะศิลปศกึ ษา สถาบนั บัณฑิตพัฒนศิลป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคดั ยอ'

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค5เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ดFานความรูFในการอIานโนFตดนตรี
สากลเบื้องตFน โดยใชFชุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFน ของเด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ กIอนเรียนและหลัง
เรียน 2) เพื่อพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลเบื้องตFนโดยใชFชุดการสอนทฤษฎีนตรีสากลเบื้องตFน
ของเด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ โดยมีกลุIมตัวอยIางเปTนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWท่ี 3 คัดเลือกแบบเจาะจง
ตามคุณสมบัติโดยมีเครื่องมือที่ใชFในการวิจัยเปTนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อใชFทดสอบ
กIอนเรียนและหลังเรียนและชุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFน สรุปผลการวิเคราะห5ขFอมูลเพื่อเปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบวIา คะแนนหลังการใชFชุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFน เดก็ ชายหฤทชนัน เรอื งขนาบ
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวIากIอนการใชFชุดการเรียนการสอนอยูIที่รFอยละ 85.71 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF
จึงสรุปไดFวIา เด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรีสากล
มากขึ้นเกดิ ความแมนI ยำในการเรยี นรูF มีทกั ษะ มีความชำนาญ มีความคลอI งแคลวI ในการปฏิบัติ

คำสำคญั : ชดุ การสอนทฤษฎดี นตรสี ากลเบอื้ งตFน, ผลสัมฤทธ,ิ์ โนตF ดนตรสี ากล

1 นักศกึ ษาสาขาดนตรีศึกษา, หลักสตู รศกึ ษาศาสตรบัณฑติ (4 ป): คณะศิลปศกึ ษา สถาบนั บณั ฑิตพฒั นศิลปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 148 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Abstract
This research aims to 1) To compare the achievement of knowledge in reading basic
international music notation. By using the teaching set for teaching the basic international music
theory by Haritchanan Ruangkanab before and after class. 2) To develop skills in reading basic
international music notation by using Haritchanan Ruangkanab's teaching set of basic international
music theory, with a sample group of Mathayom Suksa 3 students selected according to specific
qualifications. The tools used in the research were an achievement test for pre- and post-study tests,
and an introduction to international music theory teaching kits. Summarizing the results of the data
analysis to compare the learning achievement, it was found that the scores after using the
Introduction to International Music Theory Teaching Kit, Haritchanan Ruangkanab, had a higher
learning achievement score than before using the teaching set at 100. Each 85.71 of the amount
that should be developed, it can be concluded that Haritchanan Ruangkanab had a better learning
achievement. Increased understanding of reading international musical notes, resulting in learning
accuracy, skill, proficiency, and fluency in practice

.Keywords : Introduction to International Music Theory Teaching Kit, Achievements,
International Music Notation

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 149 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFน (ธนโชติ เกื้อเสนาะ, 2557) เมื่อกลIาวถึงดนตรีหลายคนอาจนึกถึง

บทเพลงที่ตนเองฟåง ๆ อยูIในปåจจุบัน ไมIวIาจะเปTนเพลง ปéอบ แจèส ร็อค คันทรี่ นั้นคือดนตรี ดนตรีเปTนสิ่งที่ใหF
ความสุขความสบายใจเวลาไดFยิน แตIในทางกลับกันลองมองยFอนกลับไปดูไปฟåงดนตรีในยุคหลายรFอยปWกIอน
ในปåจจุบันถือวIาเปTนแมIแบบเลยทีเดียว จากอดีต - ปåจจุบัน ก็ไดFมีผูFคิดคFนสรFางทฤษฎีดนตรี ขึ้นมาและปรับปรุงแกFไข
เพื่อวIาใหFมันมีแบบแผนเดียวกัน จนทำใหFเกิดเปTนทฤษฎีดนตรีสากลขึ้นมา และ ไดFใชFมาจนถึงทุกวันน้ี
เสียงดนตรีไมIวIาจะเปTนเสียงนกรFอง เสียงรFองของคนเรา หรือ แมFแตIเสียงฟêาผIา นั้นก็ถึงวIาเปTนเสียงดนตรี
จะเห็นวIาเปTนสิ่งที่เกิดขึ้นและอยูIกับรอบตัวเราทุกเวลา ความเขFาใจเกี่ยวกับทฤษฎีดนตรีนั้นนับวIามีความสำคัญ
อยIางมากสำหรับผูFที่เลIนดนตรี อยIางนFอยที่สุดควรอIานโนFตไดF เพราะโนFตเปTนภาษาที่ใชFเขียนบันทึกเสียงดนตรี
ใหFอยูIในรูปของสัญลักษณ5ตIาง ๆ ทำใหFสามารถศึกษาดนตรีไดFเขFาใจงIายขึ้นและผูFที่อIานโนFตไดFยIอมสามารถ
พัฒนาทักษะทางดนตรีไดFดีขึ้นดFวยการอIานมีความสำคัญตIอชีวิตมนุษย5ตั้งแตIเกิดจนโต จนกระทั่งถึงวัยชรา
การอIานทำใหFรูFขIาวสารขFอมูลตIาง ๆ ทั่วโลก ซึ่งปåจจุบันเปTนโลกของขFอมูลขIาวสารตIาง ๆ ทั่วโลก ทำใหFผูFอIาน
มีความสุข มีความหวัง และมีความอยากรูFอยากเห็น อันเปTนความตFองการของมนุษย5ทุกคน การอIาน
มีประโยชน5ในการพัฒนาตนเอง คือ พัฒนาการศึกษา พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต ทำใหFเปTนคนทันสมัย
ทันตIอเหตุการณ5 และมีความอยากรูFอยากเห็น การที่จะพัฒนาประเทศใหFเจริญรุIงเรืองกFาวหนFาไดFตFองอาศัย
ประชาชนที่มคี วามรFูความสามารถ ซึ่งความรูFตIาง ๆ ก็ไดFมาจากการอาI นนน่ั เอง (ฉวีวรรณ คูหาภินนท5, 2542, หนFา 11)

จากการที่ไดFศึกษาหลักสูตรของกลุIมสาระการเรียนรูFศิลปะ พบวIา นักเรียนชIวง
ชั้นมัธยมศึกษาตอนตFน เปTนระดับชั้นที่ควรจะสIงเสริมการเรียนการสอนวิชาดนตรีอยIางจริงจังเพราะ เด็กในวัย
นี้เปTนวัยที่สามารถคิดสิ่งตIาง ๆ ไดFอยIางมีเหตุมีผล พื้นฐานทางความคิดจะติดตัวไปจนเปTนผูFใหญI ดังน้ัน
การใหFฝóกฝนโดยเริ่มจากการฝóกหัดอIานตัวโนFต จึงถือวIาเปTนสิ่งที่สำคัญเปTนอยIางยิ่ง ครูถือวIามีบทบาทสำคัญ
ตIอการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพราะผูFเรียนจำเปTนตFองไดFรับการวางพื้นฐานทางดFานดนตรีอยIางถูกตFอง
และถูกวิธี ไมIวIาจะเปTนเรื่องของโนFตสากลเบื้องตFนและทักษะการปฏิบัติเครื่องดนตรี ผูFสอนจำเปTนตFองมีความรูF
ทางดFานดนตรีมากพอที่จะนำไปถIายทอด ใหFผูFเรียนมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม ชัดเจน
หากผูFสอนไมIมีความรูFทางดFานดนตรีรวมถึงดFานการจัดกระบวนการเรียนการสอนก็จะทำใหFการเรียนการสอน
ขาดความรูFที่ถกู ตอF ง

จากสภาพปåญหาดังกลIาว ผูFวิจัยจึงอยากที่จะศึกษาเพื่อแกFไขปåญหาสำหรับนักเรียนระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปWที่ 3 ในการพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล โดยใชFชุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFน
เพื่อไดFทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและมีทักษะพัฒนาการในการอIานโนFตที่ดีขึ้นและพัฒนาไดFมากนFอยเพียงใด
ผูFวิจัยไดFเล็งเห็นความสำคัญและปåญหาของการเรียนการสอนและหาขFอบกพรIอง เพื่อปรับปรุงแกFไขในสรFาง
ชุดการสอนการอIานโนFตดนตรีสากล เพื่อใหFนักเรียนไดFเรียนรูFวิธีการอIานโนFตที่ถูกตFอง และสามารถพัฒนา
ทกั ษะการอาI นโนตF ดนตรีใหFกบั ตัวเองไดFมคี ณุ ภาพและประสทิ ธิภาพมากขน้ึ

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 150 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

วตั ถุประสงคCการวจิ ยั
1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ดFานความรูFในการอIานโนFตดนตรีสากลเบื้องตFน โดยใชFชุดการสอน

ทฤษฎดี นตรีสากลเบ้ืองตFนของเด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ กอI นเรียนและหลังเรยี น
2. เพื่อพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลเบื้องตFนโดยใชFชุดการสอนทฤษฎีนตรีสากลเบื้องตFน

ของเดก็ ชายหฤทชนัน เรอื งขนาบ

ประโยชนCทคี่ าดว'าจะไดรM ับ
1. ผูเF รียนมคี วามรูFอยIางแมนI ยำในเรอื่ งของตวั โนตF สากลเบอื้ งตนF
2. ผเFู รียนมีผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นเปนT ที่นาI พอใจ

วิธีดำเนินการวจิ ัย
การวิจัยครั้งนี้มีลักษณะเปTนงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีการใชFแบบทดสอบ

กIอนเรียนและหลังเรยี น สำหรับการเกบ็ ขFอมูลและใชวF เิ คราะหผ5 ลในการวจิ ัย
1. ขอบเขตประชากรและกลมุ' ตัวอยา' ง
1.1 ประชากร นกั เรียนระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปทW ่ี 3
1.2 กลุIมตัวอยIาง โดยคัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ คือ เด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ

นกั เรียนระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปทW ่ี 3 โรงเรียนโยธินบำรงุ
2. เครื่องมือท่ใี ชMในการวจิ ยั
2.1 ชดุ การสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบอ้ื งตFน มีจำนวน 4 ใบความรูF ดังน้ี
ใบความรทFู ี่ 1 เร่อื ง บรรทัด 5 เสFนและกญุ แจประจำหลกั
ใบความรูFที่ 2 เรอ่ื ง เสนF ก้ันหอF งและเครอื่ งหมายกำกบั จังหวะ
ใบความรทFู ี่ 3 เร่อื ง คIาของตัวโนตF และตัวหยุด
ใบความรูFท่ี 4 เร่อื ง บันไดเสยี ง C Major และเครอื่ งหมายแปลงเสยี ง
2.2 แบบทดสอบความรูFทางการเรียน เปTนแบบทดสอบแบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก

(Multiple choices) จำนวน 20 ขอF โดยใชFทดสอบกIอนและหลังเรยี นดวF ยชดุ การสอน
3. การเกบ็ รวบรวมขอM มลู
ผูFวจิ ยั ดำเนินการเก็บขอF มลู ตามขั้นตอน ดังนี้
1. กIอนทำการเก็บรวบรวมขFอมูล ผูFวิจัยไดFจัดเตรียมหFองทดลอง ตลอดจนเครื่องมือ

และอุปกรณต5 Iาง ๆ จนแนIใจ และพรFอมที่จะใชใF นการทดลองนี้ไดF

2. ดำเนนิ การทดลอง โดยการใหFนกั เรียนทำแบบทดสอบกอI นเรยี น
3. หลังจากใหFนักเรียนทำแบบทดสอบกIอนเรียนแลFว จากนั้นผูFวิจัยไดFทำการสอน
เรอ่ื งการอIานโนตF ดนตรีสากล โดยทำการสอนทงั้ หมด 8 คาบ เปTนเวลา 8 สปั ดาห5

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 151 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

4. หลังจากทำการสอนเสร็จสิ้นในสัปดาห5ที่ 8 ผูFวิจัยไดFทำการทดลองอีกครั้ง
โดยใหFนกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังจากทีไ่ ดเF รียนไปแลFว ซง่ึ เปTนแบบทดสอบชดุ เดียวกันกับแบบทดสอบกIอนเรียน

5. นำผลสมั ฤทธเ์ิ รือ่ งการอIานโนตF ดนตรีสากลเบอื้ งตFนทีไ่ ดFมาวิเคราะหข5 Fอมูลทางสถติ ิ
4. การวเิ คราะหขC Mอมลู

ผูFวิจัยไดF ดำเนินการพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลโดยใชFชุดการสอนทฤษฎี
ดนตรีสากลเบื้องตFน มีข้ันตอนวเิ คราะหข5 Fอมลู ดงั นี้

เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล
โดยใชFชดุ การสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตนF

5. สถติ ทิ ี่ใชใM นการวเิ คราะหCขอM มลู
การหาคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5จากสัดสIวนของผลตIางระหวIางคะแนนจากการวัดทั้ง 2 ครั้งกับผลตIาง

ระหวIางคะแนนเต็มกับคะแนนการวัดครั้งแรก สำหรับการคูณอัตราสIวนดFวย 100 เพื่อไมIใหFคIาที่ไดFเปTนทศนิยม
สมการคำนวณคะแนนเพม่ิ สัมพัทธ5 คือ

S = !""($%&)
(%&

เมอ่ื S แทน คะแนนเพ่ิมสัมพัทธ5
F แทน คะแนนเตม็ ของการทดสอบกIอนและหลังเรียน
X แทน คะแนนการทดสอบกอI นเรยี น
Y แทน คะแนนการทดสอบหลงั เรียน

ผลการวิจัย
จากการเก็บขFอมูลของเด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ ระดับชั้นประถมศึกษาปWที่ 3 โรงเรียนโยธินบำรุง

โดยใชแF บบทดสอบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรFูกIอนเรยี นและหลงั เรียน ดงั แสดงในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทยี บคะแนนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นกIอนเรยี นและหลังเรยี น

ช่อื - นามสกุล คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน
เดก็ ชายหฤทชนนั เรืองขนาบ เต็ม ก'อนเรยี น หลงั เรยี น ความ เพ่มิ
40 แตกต'าง สมั พทั ธC
12 36
24 85.71

จากตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กชายหฤทชนัน
เรืองขนาบ กIอนเรียนและหลังเรียนมีคะแนนแตกตIางอยูIที่ 24 สามารถพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลไดF
รFอยละ 85.71 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF จึงสรุปไดFวIา เด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ มีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรยี นท่ดี ขี ึ้น เขFาใจในการอIานโนตF ดนตรีสากลมากข้ึน

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 152 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

สรุปผลการวจิ ยั และขMอเสนอแนะ
การวิจัยครั้งนี้เปTนการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล โดยใชF

ชดุ การสอนทฤษฎนี ตรีสากลเบื้องตFน ซ่ึงมสี าระสำคัญพอสรปุ ไดF ดงั น้ี
1. สรปุ ผลการวิจัย
จากการวิจัยพบวIา การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ชุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFน

ของเด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ พบวIา คะแนนหลังการใชFชุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFน
เด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวIากIอนการใชFชุดการเรียนการสอนอยูIที่รFอยละ 85.71
ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดFจึงสรุปไดFวIา เด็กชายหฤทชนัน เรืองขนาบ มีผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรีสากลมากขึ้นเกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ
มคี วามชำนาญ มีความคลอI งแคลIวในการปฏบิ ัติ

2. ขอM เสนอแนะ
1. ควรมีการสรFางชุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFนที่หลากหลาย เพื่อใหFครอบคลุม

เนือ้ หาและชวI ยใหกF ารเรยี นการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขน้ึ
2. บทบาทหนFาที่ของครูผูFสอนก็มีความสำคัญในการจัดการเรียนการสอนจะมีหนFาที่

เปTนผูFชี้แนะใหFกับนักเรียน ทั้งนี้ ครูผูFสอนตFองเปTนผูFที่มีความรูFทางการอIานโนFตและทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องตFน
ไดFอยIางถูกตFอง เพื่อสรFางทัศนคติที่ดี ดึงดูดความสนใจใหFนักเรียน เพื่อเปTนตัวอยIางที่ดีใหFกับนักเรียน
นอกจากนีย้ ังสIงเสริมใหผF ูFเรยี นไดพF ัฒนาทกั ษะความสามารถของตนเองอยาI งเต็มศกั ยภาพ

3. ควรเพิ่มกิจกรรมสรFางเสริมบทเรียน เพื่อเปTนตัวชIวยในการสรFางเสริมความเขFาใจ

ในบทเรียนแกIผูFเรยี น

บรรณานกุ รม
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. 2546. สาระและมาตรฐานการเรียนรู0กลุ2มสาระศิลปะ.

พิมพ5ครงั้ ท่ี 1. กรุงเทพฯ : องคก5 ารรับสIงสินคาF และพสั ดุภัณฑ5 (ร.ส.พ.)
กระทรวงศึกษาธิการ. 2552. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ5

ชุมนมุ สหกรณ5การเกษตรแหงI ประเทศไทย
กศุ ยา แสงเดช. 2545. ชุดการสอนค2มู ือครูพฒั นาสือ่ การเรยี นการสอนที่เนน0 ผูเ0 รียนเปMนสำคัญระดับ

ประถมศึกษา. กรุงเทพฯ : แมค็ .
จติ วทิ ยาสำหรบั คร.ู 2536. สาขาจติ วทิ ยา คณะครศุ าสตร5 มหาวทิ ยาลัยราชภฏั บFานสมเด็จเจาF พระยา (ไมIไดFตีพิมพ5).
ชัยยงค5 พรหมวงศ5 และคณะ. 2523. เอกสารชุดวิชาเทคโนโลยีและการสื่อสารการศึกษาเล2มที่ 5 หน2วยที่ 11-

15. กรุงเทพฯ : สำนักเทคโนโลยกี ารศึกษา มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช.
ชมพูนุท จวบบุญ. 2555. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทัศนคติต2อการเรียนศิลปะของนักเรียนชั้น

ประถมศึกษาปXที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู0ด0วยการค0นพบ (Discovery Learning Process)

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 153 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ของบรูเนอรi. ปริญญานิพนธ5ในหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา. กรุงเทพฯ :
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.
ณัชชา โสคติยานุรักษ5. 2549. ทฤษฎีดนตรี. กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณ5มหาวิทยาลัย.
ณรุทธิ์ สทุ ธจติ ต5. 2538. พฤติกรรมการสอนดนตรี. กรงุ เทพมหานคร : สำนักพมิ พ5จฬุ าลงกรณม5 หาวิทยาลยั
ณรุทธ์ิ สุทธจิตต.5 2541. จติ วทิ ยาการสอนดนตรี. กรงุ เทพมหานคร : สำนกั พมิ พ5จุฬาลงกรณ5มหาวทิ ยาลยั
เดโช สวนานนท5. 2512. ปทานุกรมจิตวิทยา. กรุงเทพฯ: สำนกั พิมพโ5 อเดยี น.
ถวลั ย5 มาศจรัล. 2546. นวัตกรรมการศกึ ษาชดุ แบบฝกl หัด-แบบฝกl เสริมทกั ษะ. กรุงเทพมหานคร : ธารอักษร.
ทิศนา แขมมณี. 2545. ศาสตรiการสอนความรู0เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู0ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ :
สำนักพิมพจ5 ุฬาลงกรณ5มหาวิทยาลยั .
ธนโชติ เกอื้ เสนาะ. 2557. ทฤษฎเี บื้องตน0 เกย่ี วกบั ดนตรี. สืบคัน 1 เมษายน 2559. จาก
http://ton2556.blogspot.com
ธวัชชัย นาควงษ5. 2542. การสอนดนตรีสำหรับเด็กตามแนวของ คารiลออรiฟ . กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ5
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร5
ธวชั ชัย ศุภดษิ ฐ. 2556. การพัฒนาแนวปฏิบตั เิ พ่อื ให0เกดิ ผลสมั ฤทธใ์ิ นการประกันคุณภาพศึกษา
สถาบันบณั พฒั นบริหารศาสตรi. กรุงเทพฯ: สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร.5
นิลาภรณ5 ธรรมวิเศษณ5. 2546. การพัฒนาแบบฝlกทักษะการเขียนสะกดคำในมาตราแม2กดสำหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปXที่ 4. วิทยานพิ นธค5 รศุ าสตรมหาบัณฑิต สถาบันราชภฏั อุบลราชธานี
บุญชม ศรสี ะอาด. 2546. การวิจัยสำหรบั คร.ู กรงุ เทพมหานคร : สวุ ีรยิ าสาสน5 .
รัตนชัย ไวนุสทิ ธิ.์ 2549. ประวตั ิความเปMนมาของดนตรสี ากล. (ออนไลน)5 . เขFาถงึ ไดFจาก :
http://www.thaigoodview.com. สืบคนF เม่อื 26 สิงหาคม 2560.
วนิดา ดีแปtน. 2553. ปåจจัยที่ส2งผลต2อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปXที่ 3
ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาโดยการวิเคราะหiพระดับ. วิทยานิพนธ5
ปริญญาในหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัย และประเมินผลการศึกษา. เลย:
มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย.
สุกจิ ศรีพรหม. 2541 ชุดการสอนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. วารสารวชิ าการ 1, 9 : 68
สมพร เช้อื พนั ธ.5 2547. การเปรียบเทยี บผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนคณิตศาสตรiของนักเรียนชนั้
มธั ยมศึกษาปทX ่ี 3 โดยใช0วธิ กี ารจัดการเรยี นการสอนแบบสร0างองคiความรดู0 ว0 ยตนเองกบั การ
จัดการเรียนการสอนตามปกติ. วทิ ยานพิ นธ5 ค.ม. (หลักสูตรและการสอน).พระนครศรีอยธุ ยา : บณั ฑติ
วิทยาลัย สถาบนั ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
อัจฉรา สุขารมณ5 และอรพินทร5 ชูชม. (2530). การศึกษาเปรียบเทียบนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ต่ำกว2าระดับความสามารถกับนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปกติ. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัย
ทางพฤตกิ รรมศาสตร5 มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร.
Good. (1973). Dictionary of Education. (3"ed). New York: McGraw-Hill.

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 154 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Harnnum, W. 1 9 9 8 . Web based instruction lessons. [Online]. Available from:
http://www.soe.unc/edu/edci111/8-98/inexwbi2.html.

Jones, M.G., & Farquhar, J.D. (1 9 9 7 ) . User interface design for web-based instruction. In
Badrul, H. K. (Ed.), Web-based instruction. Englewood cliffs, NJ: Educational
Technologies Publications

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 155 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การสรา. งส่ือการสอนดนตรสี ากลเบื้องตน. สําหรบั นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปeที่ 1
โรงเรยี นกระทุ,มแบน วิเศษสมุทคณุ

The Development of Music Theory Foundation Teaching Media for Secondary
Grade 1 Students of Krathumbaen Sisetsamutthakhun School

ธนาวุฒิ พรหมเกต2ุ
Thanawut Phromket

หลกั สูตรศึกษาศาสตรบณั ฑิต (4 ป5) คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศลิ ป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคัดยอ'
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค5เพื่อ 1) สรFางสื่อการสอนดนตรีเบื้องตFน สําหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณ 2) หาประสิทธิภาพของการสรFางสื่อการสอนดนตรี
เบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนกIอนและหลังการใชFการสรFางสื่อการสอนดนตรีเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1
โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณ กลุIมตัวอยIางที่ใชFในการวิจัยครั้งนี้ ไดFแกI นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1
ภาคเรียนที่ 1 ปWการศึกษา 2564 โดยการสุIมตัวอยIางแบบงIาย (Simple Random Sampling) 1 หFองเรียน
จํานวน 30 คน เครื่องมือที่ใชFในการวิจัย ไดFแกI สื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนจํานวน 8 สื่อ แบบทดสอบ
กIอนเรียนหลังเรียน และแบบทดสอบระหวIางเรียนสถิติที่ใชFในการวิเคราะห5ขFอมูล ไดFแกI คIาเฉลี่ยสIวนเบี่ยงเบน
มาตรฐานและการทดสอบสมติฐานแบบการทดสอบที (t - test dependent)
ผลการวิจัย พบวIา สื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนมีประสิทธิภาพ 86.13/91.06
ซึ่งเปTนไปตามเกณฑ5ที่กําหนดไวF 80/80 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูFเรียนหลังเรียนผIานสื่อการสอนดนตรี
สากลเบื้องตFน คIาเฉลี่ยของคะแนนทดสอบหลังเรียน สูงกวIาคIาเฉลี่ยของคะแนนทดสอบกIอนเรียนอยIางมี
นัยสาํ คัญทางสถติ ิทีร่ ะดับ 0.5

คำสำคัญ : ส่ือการสอน, ดนตรีสากล, การเรียนการสอนดนตรใี นระดบั ชั้นมัธยมศึกษา

2 นกั ศกึ ษาสาขาดนตรศี กึ ษา, หลักสตู รศึกษาศาสตรบัณฑิต (4 ป:) คณะศิลปศึกษา สถาบันบณั ฑติ พัฒนศิลปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 156 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Abstract
The objectives of this research were to 1) develop the music theory foundationteaching
media for secondary grade one students of Krathumbaen WisetsamutthakhunSchool, 2) to determine
the efficiency of the music theory foundation teaching media for 1st year secondarystudents, 3) to
compare the results of pre-and post-applications of the music theoryfoundation teaching media for
1styearsecondary students. Simple random sampling was used inthis research. There were 30 students
studying in their 1styear of secondary school participating in this study.The instrumentsused in this
research consisted of 8 parts of the foundations of music theory material,and pre-and post-tests. The
statistics used for data analysis were arithmetic mean, standard deviation,and dependent t - test.
The results revealed that the foundations of music theory materials consisted of8 parts:
1.1) Music notes for fun, 1.2) How to clap the rhythmic pattern, 1.3)How to write the music notes in
Treble clef and Bass Clef, 1.4) Learn Love Sing Scale Cmajor, 1.5) Learn Love the basic of vocal
techniques and sign with emotion, 1.6) How to sing“Phran Phrai” song in C major scale, 1.7) How to
sign “ Floor Fueang Fa” song in C majorscale, and
1.8) How to vocal expression of emotion in singing through “Phran Phrai” song and“Floor Fueang
Fa” song. 2) The effectiveness of teaching media was 86.13/91.06, whichrelevantto the criteria of
80/80. 3) The students’ learning achievement through the learningof the music theory foundation
teaching media showed that the post test score was higherthan the pre-test score at .05 level of
statistical significance.

Keywords : Music Theory Foundation Teaching Media, Western Music, Secondary School’s
Music Teaching and Learning

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 157 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
การจัดการเรียนการสอนดนตรีในการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดFยึดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช 2551 เปTนหลักสูตรที่ใชFในสถานศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งรายวิชาดนตรีถูกจัดใหFอยูIในกลุIมสาระ
การเรียนรูF ที่ชIวยพัฒนาผูFเรียนทั้งดFานรIางกาย จิตใจ สติปåญญา อารมณ5 สังคม อันเปTนพื้นฐานในการศึกษาตIอ
หรือประกอบอาชีพไดF และเพื่อใหFสถานศึกษาและโรงเรียนตIาง ๆ ไดFนํามาใชFเปTนแนวทางในการจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอนใหFเขาF กบั บริบททFองถ่นิ ของตนเอง (กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2551, น.9)

ในรายวิชาดนตรีสากลสําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตFน มีมาตรฐานและตัวชี้วัดของกลุIม
สาระการเรียนรูFศิลปะ ที่มุIงเนFนใหFนักเรียนเขFาใจและแสดงออกทางดนตรี ซึ่งการที่จะทําใหFนักเรียนเกิดผล
สัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิภาพ ควรจะตFองมีสื่อการสอนเขFามาชIวยใหFนักเรียนเกิดการพัฒนาความรFู
โดยในปåจจุบันสื่อการสอนในรูปแบบโปรแกรม PowerPoint เปTนที่นิยมและมีความสําคัญในการนํามาใชF
ในการเรียนการสอนของสถานศึกษาทั่วไป เพราะมีความเหมาะสมกับการพัฒนาของนักเรียน
(กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2551, น.27)

โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณ เปTนโรงเรียนที่เป³ดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา
ตอนตFนและมัธยมศึกษาตอนปลาย ไดFมีการจัดการเรียนการสอนวิชาดนตรีตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ผูFวิจัยพบวIาในกลุIมสาระการเรียนรูFศิลปะ รายวิชาดนตรี ยังไมIมีการทําสื่อการสอนดนตรีสากล
เบื้องตFนในรูปโปรแกรม PowerPoint มาใชFในการเรียนการสอนสําหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปWท่ี 1 ซึ่งการสรFาง
สื่อสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWท่ี 1 ในโรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณในครั้ง
นจ้ี ะชIวยพฒั นาใหนF ักเรียนมกี ารเรยี นรูFทด่ี ีขึ้นในรายวชิ าดนตรี

จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวขFองพบวIางานวิจัยของจิรวัฒน5 เดชเลFง (2561) ไดFศึกษา
เรื่องการพัฒนาคอมพิวเตอร5ชIวยสอนวิชาดนตรี สอดคลFองกับ นันทินี นักดนตรี (2562) ไดFศึกษาเรื่อง
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร5มัลติมีเดีย แตIในงานวิจัยทั้งสองเรื่องนี้ ไมIไดFนํา โปรแกรม PowerPoint
มาพัฒนาและใชใF นการสรFางสือ่ การสอนดนตรี

ดFวยเหตุนี้ ผูFวิจัยจึงไดFสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนในรูปโปรแกรม PowerPoint
เพื่อนํามาใชFในการเรียนการสอนดนตรีสําหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปWที่ 1 ซึ่งในการออกแบบไดFนําหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานและตัวชี้วัด มาพัฒนาใหFเหมาะสมกับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนตFน
รวมทัง้ ยังไดFสรFางแบบทดสอบที่วดั ความรูแF ละทักษะทางดนตรี

เพื่อสIงเสริมใหFนักเรียนเกิดความรูFความเขFาใจเรื่องดนตรีสากล อีกทั้งยังเปTนแนวทางสําหรับการ
พัฒนาการเรียนการสอนดFานดนตรีสากลตIอไปในอนาคต

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 158 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

วัตถุประสงคขC องการวจิ ยั
1. เพื่อสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1

โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมทุ คณุ
2. เพื่อหาประสิทธิภาพสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1

โรงเรียนกระทุมI แบน วเิ ศษสมุทคุณโดยต้งั คาI เปêาหมาย E1/E2= 80/80
3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนและหลังการใชFสื่อสอนดนตรีสากลเบื้องตFน

สาํ หรบั นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปทW ี่ 1 โรงเรียนกระทุมI แบน วเิ ศษสมุทคณุ

ขอบเขตของการวจิ ัย
1. ประชากรและกลม'ุ ตวั อยา' ง
1.1 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWท่ี 1 โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณภาคเรียนที่ 1

ปWการศกึ ษา 2564 จาํ นวน 10 หอF งเรียน จาํ นวนนักเรียน 30 คน
1.2 กลุIมตัวอยIางในครั้งนี้เปTนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 จํานวน 1 หFองเรียน จํานวน 30 คน

ทไี่ ดมF าจากการสุIมกลมุI ตวั อยาI งแบบการสIมุ แบบงIายโดยวิธกี ารจับสลาก
2. ตวั แปรท่ใี ชMในการวจิ ยั
ตัวแปรตFน ไดFแกI ส่อื การสอนดนตรสี ากลเบื้องตFน สําหรบั นักเรยี นมธั ยมศึกษาปWท่ี 1
ตัวแปรตาม ไดFแกI ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใชFสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน

สําหรบั นกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปทW ี่ 1 โรงเรยี นกระทุIมแบน วิเศษสมุทคณุ
3. สมมติฐานของการวิจยั
3.1 การใชFสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1

โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณ ที่ผูFวิจัยสรFางขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ5ประสิทธิภาพ E1/E2
โดยต้ังคาI เปาê หมาย E1/E2 = 80/80

3.2 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากการใชFสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน
สาํ หรับนกั เรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปทW ่ี 1 โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมทุ คุณสงู กวIากอI นเรยี น

วธิ ดี าํ เนินการวจิ ัย
การวิจัยครั้งนี้เปTนการวิจัยเชิงทดลองในรูปแบบศึกษากลุIมเดียววัดสองครั้ง (The One - Group

Pretest - Posttest Design) ซ่งึ มีรายละเอยี ดของการดาํ เนนิ การวิจัย ดงั นี้
1. เคร่ืองมือการวจิ ยั
1.1 สื่อการสอนดนตรีสากลเบ้อื งตนF มีเน้อื หาแยกเปTน 8 เรอ่ื ง โดยแบIงเปนT
1) ตวั โนตF หรรษา
2) วิธีการตบจังหวะ
3) การบนั ทึกโนตF ในกุญแจซอลและฟา
4) รูF รกั รFอง Scale C major

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 159 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

5) รูF รัก วิธีการขับรอF งสากลเบือ้ งตFนและอารมณข5 องเพลง
6) การรอF งเพลงพรานไพรในบันไดเสยี งC major
7) การรอF งเพลงฟลอรเ5 ฟอ¶µ งฟาê ในบันไดเสยี ง C major
8) การแสดงอารมณ5ในบทเพลงพรานไพรและบทเพลงฟลอรเ5 ฟอ¶µ งฟาê
1.2 แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน ผูFวิจัยไดFกําหนด
แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นออกเปTน 2 แบบ ดงั น้ี
1.2.1 ขFอสอบปรนัยเลือกตอบ สื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน ทั้งหมดจํานวน 3 ชุด
จํานวนชุดละ 10 ขFอ ใหFคIาคะแนนขFอละ 0.5 คะแนน โดยใหFสอดคลFองกับจุดมุIงหมายวัตถุประสงค5การเรียนรูF
และเน้ือหาการเรียนการสอน รวมจาํ นวน 15 คะแนน
1.2.2 แบบทดสอบแบบลงมือปฏิบัติการขับรFองผIานทักษะการปฏิบัติทางดนตรีกIอนเรียน
และหลังเรยี น จาํ นวน 85 คะแนน
2. การรวบรวมขอM มูล
การวิจัยในครงั้ นไี้ ดดF ําเนนิ การวจิ ยั และรวบรวมขอF มลู ตามรายละเอียด ดังน้ี

1. การสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนและการออกแบบเครื่องมือ
การวิจัยผูFวิจัยไดFดําเนินการออกแบบสรFางสื่อสอนดนตรีสากลเบื้องตFน จํานวน 8 สื่อและสรFางแบบทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์กIอนเรียนระหวIางเรียนและหลงั เรยี นสําหรบั นักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาที่ 1 โรงเรียนกระทIุมแบนวเิ ศษสมุทคุณ
ซึ่งในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใชFระยะเวลาจํานวน 6 สัปดาห5 โดยแบIงเปTนสัปดาห5ละ 1 วัน วันละ 2 ชั่วโมง
รวมทั้งหมด 12 ชั่วโมงจากนั้นผูFวิจัยไดFนําสื่อการสอนและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ไปใหFผูFเชี่ยวชาญทําการ
ตรวจสอบคุณภาพ IOC (Index of Item Objective Congruence) ที่มีคIา IOC ตั้งแตI 0.5-1.00 ซึ่งในการหา
คIาความสอดคลFองหรือดัชนีของความสอดคลFองกันระหวIางขFอคําถามแตIละขFอกับจุดประสงค5ในครั้งนี้
มีคIา IOC เทIากับ 0.967 แสดงวIามีความสอดคลFองกันระหวIางขFอคําถามแตIละขFอตามวัตถุประสงค5จากน้ัน
นําเสนอโครงรIางงานวิจัยและเครื่องมืองานวิจัยตIอคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน (IRB)
มหาวิทยาลัยมหิดลเพ่อื ทาํ การตรวจสอบ

2. การทดสอบประสิทธิภาพสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน ในการวิจัยครั้งน้ี
แบIงออกเปTนการทดลอง 3 ครั้งการทดลองครั้งท่ี 1 ผูFวิจัยนําสื่อสอนดนตรีสากลเบื้องตFนไปทดลองกับนักเรียน
จํานวน 3 คน (แบบเดี่ยว) ที่มีระดับผลการเรียนเกIง 1 คน ปานกลาง 1 คน และอIอน 1 ในการทดลองครั้งที่ 2
ผูFวิจัยนําสื่อสอนดนตรีสากลเบื้องตFน ไปทดลองกับนักเรียน จํานวน 9 คน (แบบกลุIม) ที่มีระดับผลการเรียนเกIง
3 คน ปานกลาง 3 คน และอIอน 3 คนในการทดลองขั้นสุดทFาย นําไปทดลองกับนักเรียนจํานวน 30 คน
ที่ไมซI ้ำกับ 2 กลมIุ แรก จากน้นั นาํ ไปสูกI ารทดสอบเพือ่ เปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์

3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอน และหลังการใชFสื่อสอนดนตรีสากล
เบื้องตFน ไดFดําเนินการทดสอบกลับกลุIมตัวอยIางจริงกับนักเรียนจํานวน 30 คน ซึ่งเปTนกลุIมสุดทFายในการ
ทดสอบประสิทธิภาพ ซึ่งในครั้งนี้ไดFมีการทดสอบโดยแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 160 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

จากนั้นจึงดําเนินการเก็บคะแนนที่ไดFจากการทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียน
และหลังเรยี นมาวเิ คราะหข5 Fอมูลและสรปุ ผลการวิจัย

3. การวเิ คราะหCขMอมลู
3.1 วิเคราะห5ประสิทธิภาพของสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนกับกลุIมทดลองนักเรียนช้ัน

มัธยมศึกษาปWที่ 1 ใชสF ตู ร E1/E2
3.2 วิเคราะห5เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบทดสอบกIอนและหลังเรียนกับกลIุม

ตัวอยIางจริงจํานวน 30 คนโดยใชFคIาเฉลี่ย สIวนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบคIาทีอิสระ (T - test
Dependent) ดวF ยโปรแกรมคอมพิวเตอร5

ผลการวิจัย
1. ผลการออกแบบและสรMางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตMน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

ท่ี 1 โรงเรยี นกระทม'ุ แบน วิเศษสมุทคุณ
ขั้นที่ 1 การศึกษาเอกสาร (Document Analysis) โดยมีรายละเอียดแนวคิด ทฤษฎี

เพอื่ นาํ มาสกIู ารสรFางส่อื การสอนดนตรีสากลเบ้ืองตFน ดงั น้ี
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน และทกั ษะทางดนตรี
การสรFางสื่อการสอนดนตรีสากล ไดFนําหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในมาตรฐาน

ศ 2.1 มาทําการวิเคราะห5ตัวชี้วัด พบวIามีความสัมพันธ5สอดคลFองกับทักษะทางดนตรีจํานวน 4 ดFาน
ไดFแกI ทักษะการฟåง ทักษะการขับรFอง ทักษะการเคลื่อนไหวและทักษะการอIาน ดังนั้น นําไปสูIการ
ออกแบบสรFางแผนการจัดการเรยี นรFดู นตรีสากลเบอ้ื งตFนสาํ หรบั นักเรียนมธั ยมศึกษาปทW ่ี 1

วิธีการสอนดนตรแี ละทักษะการขับรMอง
จากการสรFางสื่อการสอนดนตรีสากล พบวIา วิธีการสอนดนตรีเขFามามีสIวนเกี่ยวขFองกับสื่อ
การสอน เพราะนักเรียนในวัยนี้มีพัฒนาการถึงจุดที่สมบูรณ5 สามารถที่จะถIายทอดอารมณ5ไดFโดยเฉพาะในดFาน
ทักษะการขับรFองจะสามารถเลียนแบบเสียงตIางๆ รFองไดFตรงเสียง ผูFวิจัยไดFนําหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐานตามตัวช้ีวัดที่กําหนดใหFนักเรียนสามารถรFองบันไดเสียง C major มาประยุกต5ใชFกับวิธีการสอน
ของดาลโครซ (Dalcroze, 1865; อFางถึงใน ณรุทธ5 สุทธจิตต5 2561, น.239) เพื่อใหFนักเรียนสามารถรFองไดFอยIางมี
ประสิทธิภาพ อีกทั้งยังนําตัวชี้วัดที่กําหนดใหFนักเรียนสามารถรFองบทเพลงที่อยูIในรูปแบบลักษณะ ABA
และบทเพลงในลักษณะเตFนรําไดF โดยการนําบทเพลงสุนทราภรณ5มาใชFในการปฏิบัติทักษะการรFองทั้ง 2 บทเพลง
ไดFแกI บทเพลงพรานไพร และบทเพลงฟลอร5เฟµ¶องฟêา เนื่องจากเปTนบทเพลงที่มีความเหมาะสมสําหรับนักเรียนที่มี
การฝóกขบั รอF งในระดบั
ทฤษฎกี ารพฒั นาการทางสตปิ ญy ญา และทฤษฎกี ารเรียนรMู
จากการศึกษาทฤษฎีการพัฒนาการทางสติปåญญาของบรูเนอร5ผูFวิจัยไดFนํามาออกแบบ
แผนการจัดการเรียนรูFในดFานของวิธีการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้ง 8 แผนการจัดการเรียนรFู

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 161 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

มาประยุกต5ใชFในดFานเนื้อหา ทั้ง 8 สื่อการสอน นอกจากนี้ผูFวิจัยไดFศึกษาเกี่ยวกับการวัดและการประเมินผล
ทางดนตรี ทั้งในสวI นเนือ้ หาดนตรแี ละการประเมินผลทกั ษะดนตรเี พื่อใหกF ารเรียนรขูF องนักเรยี นมปี ระสิทธภิ าพ

ดังนั้น การสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1
โรงเรียนกระทุIมแบนวิเศษสมุทคุณ ผูFวิจัยไดFนําหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การสรFางแผน
การจัดการเรียนรูF ทฤษฎีการพัฒนาของบรูนเนอร5 ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรูFของบลูมรวมไปถึงการสรFางสื่อการ
สอนดนตรีสากลเบื้องตFน เพื่อใหFสื่อการสอนสามารถเปTนแนวทางสําหรับผูFสอนไปใชFในการออกแบบสรFางสื่อ
การสอนดนตรีสากลเบอื้ งตFน

ขน้ั ท่ี 2 การวเิ คราะหคC วามตMองการ (Need Analysis) โดยมรี ายละเอียด ดงั น้ี
การสราM งแผนการจดั การเรียนรูM
จากการศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีตัวชี้วัดทั้ง 8 ตัวชี้วัด ที่มีความ
สอดคลFองกับทักษะทางดนตรี ทฤษฎีการพัฒนาการทางสติปåญญา และทฤษฎีการเรียนรูF จึงนํามาสูIการสรFาง
แผนการจัดการเรียนรูFที่มีองค5ประกอบทั้ง 7 องค5ประกอบ ซึ่งในแผนการจัดการเรียนรูFจะมีความสอดคลFองกับ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และตัวชี้วัดทั้ง 8 ตัวชี้วัด ผูFวิจัยจึงนําไปสรFางแผนจัดการเรียนรFู
ทั้ง 8 แผน และนาํ ไปสรFางส่อื การสอนดนตรีสากลเบ้ืองตFนทงั้ 8 สื่อการสอน
การสราM งส่ือการสอนดนตรสี ากลเบื้องตMน
การสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียน
กระทุIมแบนวิเศษสมุทคุณ ผูFวิจัยสรFางขึ้นโดยใชFโปรมแกรม PowerPoint เนื่องจากเปTนสื่อที่มีความเหมาะกับ
พัฒนาการนักเรียนในมัธยมศึกษาตอนตFน ทําใหFนักเรียนเกิดความสนใจเกิดการเรียนรูFไดFเปTนอยIางดี จากนั้น
ผูFวิจัยจึงทําการวิเคราะห5หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและตัวชี้วัดทั้ง 8 ตัวชี้วัด ที่ถูกเชื่อมโยง
และสอดคลFองไปกับทักษะทางดนตรีทั้ง 4 ดFานนําไปประยุกต5เขFากับวิธีการสอนดนตรีทักษะการขับรFอง
แนวคิดทฤษฎีการพัฒนาของบรูนเนอร5รIวมกับทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรูFของบลูม เพื่อที่จะสรFางแผนการจัดการเรียนรFู
แลFวนําไปออกแบบสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนจํานวน 8 สื่อการสอนโดยสื่อการสอนที่สรFางข้ึน
มีเน้อื หาทคี่ รบถFวนทั้งในเรือ่ งเนือ้ หาทฤษฎดี นตรีสากลเบอื้ งตFนและเรอื่ งวิธกี ารขับรอF งเบ้อื งตFน
2. ผลการวิเคราะหCประสิทธิภาพของสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตMน สําหรับนักเรียนชั้น
มธั ยมศกึ ษาที่ 1 โรงเรยี นกระท'มุ แบนวิเศษสมุทคุณ
การวิเคราะห5ประสิทธิภาพของสื่อโดยการนําสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนที่ไดFสรFางขึ้นไป
ทดลองใชFกับนักเรียนมัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียนกระทุIมแบนวิเศษสมุทคุณ ภาคเรียนที่ 1 ปWการศึกษา 2564
โดยทําการทดลอง 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 การทดสอบแบบเดี่ยวจํานวนนักเรียน 3 คน ครั้งที่ 2 การทดสอบ
แบบกลุIมจํานวนนักเรียน 9 คน ครั้งที่ 3 เปTนการทดสอบกับกลุIมตัวอยIางจริงจํานวน 30 คน เพื่อหา
ประสิทธภิ าพของชดุ ฝกó ทกั ษะตามเกณฑ5 80/80

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 162 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

3. ผลการวิเคราะหCเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก'อนและหลังการใชMสื่อสอน
ดนตรสี ากลเบอื้ งตMน

การวิเคราะห5เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากคะแนนทดสอบกIอนเรียน
(Pre - test) และหลังเรียน (Post - test) โดยการนําชุดสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน ที่ไดFรับการแกFไข
ปรับปรุงแลFวไปทดลองใชFกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตFนปWที่ 1โรงเรียนกระทุIมแบนวิเศษสมุทคุณ
ภาคเรียนที่ 1 ปWการศึกษา 2564 จํานวน 30 คน โดยเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ดFวยคIาที (t - test)
ซึง่ ไดผF ลการทดลอง ดังน้ี

ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนและหลังการใชFสื่อการสอนดนตรี
สากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียนกระทุIมแบนวิเศษสมุทคุณพบวIา มีคIา t-test
เทIากับ 15.23 คะแนนหลังเรียน (M= 91.06, SD=1.43) สูงกวIาคIาเฉลี่ยของคะแนนกIอนเรียน (M= 84.43,
SD=1.79 ) อยIางมีนัยสําคัญทางสถติ ิที่ 0.5 ซึง่ เปนT ไปตามสมมติฐานทต่ี ง้ั ไวF

สรปุ ผลการวจิ ัยและอภิปรายผล
ในหัวขFอการสรFางสื่อการสอนการสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียน

มธั ยมศกึ ษาปทW ่ี 1 โรงเรียนกระทุมI แบนวเิ ศษสมุทคุณไดอF ภิปรายผลตามสมมติฐานการวจิ ยั ดงั นี้
1. การสรMางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตMน สําหรับนักเรียนมัธยมศึกษาป}ที่ 1

โรงเรยี นกระทุม' แบนวิเศษสมทุ คณุ
1) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐานและทักษะทางดนตรี
จากผลของการศึกษาพบวIา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระดับ

ชั้นมัธยมศึกษา ไดFจัดใหFนักเรียนมีการพัฒนาทักษะทางดFานดนตรีทีละทักษะเพื่อใหFเหมาะสมกับพัฒนาการ
ของเด็กในแตIละชIวงอายุ และสามารถตIอยอดไปสูIทักษะทางดนตรีดFานอื่น ๆ โดยในขั้นแรกจะพัฒนาทักษะ
ทางดFานดนตรีทั้งหมด 4 ดFาน ไดFแกI ทักษะการฟåง ทักษะการขับรFอง ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะการอIาน
และในขั้นตIอมาจะเพิ่มเติมพัฒนาทักษะการเลIนและทักษะความคิดสรFางสรรค5จนครบทุกทักษะ เพ่ือใหF
นักเรียนมีทักษะทางดนตรีที่ครบและเหมาะสมกับพัฒนาการเรียนรูFของนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษา สอดคลFอง
ไปกับ ณรุทธ5 สุทธจิตต5 (2561: 19) ไดFกลIาววIา ทักษะดนตรีแตIละประเภทมีความสําคัญเทIาเทียมกัน ควรมี
การสอนทักษะทางดนตรีใหFครบเพราะเปTนสIวนที่ชIวยใหFเกิดความเขFาใจในสาระดนตรี จัดเปTนหัวใจ
ของการศึกษาดนตรี ดังนั้นในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสําหรับดนตรี จะตFองครบถFวนสมบูรณ5ทุกดFาน
ของทักษะ สิ่งเหลIานี้จะชIวยพัฒนาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนดนตรีใหFมีประสิทธิภาพที่ยิ่งข้ึน
และสอดคลFองไปกับงานวิจัยนันทินี นักดนตรี (2562) ไดFศึกษาเรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร5มัลติมีเดีย
เรอ่ื งเคร่อื งดําเนินทํานองในวงเครื่องสาย สาํ หรับนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปWท่ี 2

ดังนั้นผูFวิจัยจึงไดFสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน โดยการนําตัวชี้วัดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาเช่ือมโยงและประยุกต5กับทักษะทางดนตรีทั้ง 4 ดFาน ไดFแกI ทักษะการฟåง
ทักษะการขับรFอง ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะการอIานและนําไปสูIการออกแบบสื่อการสอนดนตรีสากล

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 163 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

เบื้องตFนตามทักษะทางดนตรี โดยการนําสื่อทางดนตรีทั้ง 8 สื่อมาสรFาง ไดFแกI (1) ตัวโนFตหรรษา (2) วิธีการตบ
จังหวะ (3) การบันทึกโนFตในกุญแจซอลและฟา (4) รูF รัก รFอง Scale C major (5) รูF รัก วิธีการขับรFองสากล
เบื้องตFนและอารมณ5ของเพลง (6) การรFองเพลงพรานไพรในบันไดเสียง C major (7) การรFองเพลงฟลอร5
เฟµ¶องฟêาในบันไดเสียง C major (8) การแสดงอารมณ5ในบทเพลงพรานไพรและบทเพลงฟลอร5เฟµ¶องฟêาเพื่อใหF
เหมาะสมกับการพฒั นาการของนกั เรียนระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษา

2) การสอนทักษะการขับรMองเพลงสนุ ทราภรณC ในระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตนM
จากผลการศึกษา การสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน ผูFวิจัยไดFนําหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและมาตรฐานตัวชี้วัดที่กําหนดใหFนักเรียนสามารถขับรFองเพลงรูปแบบบทเพลง
ABA และรูปแบบประกอบการเตFนรํารวมทั้งสามารถถIายทอดอารมณ5ของบทเพลงไดFมาทําการสรFาง
และออกแบบสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนจากมาตรฐานและตัวชี้วัดดังกลIาว ผูFวิจัยจึงไดFศึกษาวิเคราะห5
พัฒนาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตFนตามแนวคิดของ ณรุทธ5 สุทธจิตต5 (2561: 12) พบวIา พัฒนาการ
ของเด็กในวัยนี้สามารถขับรFองเพลงไดFหลากหลายรูปแบบมีความลึกซึ้งในดFานแนวคิดและทักษะทางดนตรี
ทําใหFสามารถแสดงความรูFสึกและถIายทอดอารมณ5ตามบทเพลงไดFเปTนอยIางดีที่จะสามารถนําไปสูIการเห็น
คุณคIาของบทเพลง จากการศึกษาบทเพลง รูปแบบบทเพลง ABA และรูปแบบประกอบการเตFนรํา ผูFวิจัยจึงไดF
เล็งเห็นถึงความสําคัญของบทเพลงสุนทราภรณ5 ซึ่งเปTนบทเพลงไทยสากลที่มีการใชFโวหารหลักในภาษาไทย
และมีการใชFการประกอบคําอยIางเหมาะสมกับตัวโนFตในทํานอง สIงผลใหFเนื้อหาของบทเพลงมีความชัดเจน
เพื่อชIวยพัฒนาทักษะการขับรFอง และการแสดงออกทางอารมณ5ใหFกับนักเรียนไดF สอดคลFองไปกับงานวิจัย
ของพิชญ5สินี บํารุงเนตร (2543: 156) ไดFศึกษาเรื่อง ลักษณะความเปTนอมตะของเพลงสุนทราภรณ5 ไดFกลIาววIา
บทเพลงสุนทราภรณ5 เปTนบทเพลงไทยสากลที่มีสัญลักษณ5ของความเปTนไทยอยูIอยIางเต็มเปW¶ยม
มีความไพเราะสอดคลFองกลมกลืนไปกับเนื้อหาและทํานอง มีความหลากหลายครบครันของจังหวะ
มีการเรียบเรียงเสียงประสานที่สื่อทํานองอารมณ5ความรูFสึกไดFเปTนอยIางดี และบทเพลงของสุนทราภรณ5ยังเปTน
บทเพลงท่ีมีความอมตะอีกดFวยดังนั้น ในการวิจัย เรื่อง การสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน
สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณ ผูFวิจัยไดFนําบทเพลงของสุนทราภรณ5
มาใชFในดFานการเรียนการสอน เพราะมีความตรงกับที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐาน
ตัวชี้วัดกําหนด อีกทั้งบทเพลงยังมีความเหมาะสมกับพัฒนาการของนักเรียน ไดFแกI บทเพลงพรานไพร
ที่อยูIในรูปแบบบทเพลง ABA และ บทเพลงฟลอร5เฟµ¶องฟêา ที่อยูIในรูปแบบประกอบการเตFนรํา และบทเพลง
สุนทราภรณ5ยังชIวยสIงเสริมใหFนักเรียนรูF เขFาใจในคุณคIาของบทเพลงไทยสากลเปTนการอนุรักษ5บทเพลง
สนุ ทราภรณใ5 หอF ยคIู สูI งั คมไทยตลอดไป

3) สือ่ การสอนเพ่อื สนบั สนุนการเรียนรูM
จากผลการศึกษาในเรื่องสื่อการสอน พบวIา สื่อเปTนปåจจัยสําคัญที่ชIวยสIงเสริมใหFนักเรียนมี

การเรียนรูFไดFเปTนอยIางดี อีกทั้งยังเขFาใจงIายกระตุFนนักเรียนอยูIเสมอโดยในปåจจุบันสื่อการสอนในรูปแบบ
โปรแกรม PowerPoint เปTนที่นิยมและมีความสําคัญในการนํามาใชFในการเรียนการสอนของสถานศึกษาทั่วไป
เพราะเปTนสื่อมีความเหมาะสมกับการพัฒนาของนักเรียน มีความนIาสนใจ มีคุณสมบัติในการนําเสนอหลาย

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 164 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

แบบ ไมIวIาจะเปTนการมองเห็น การไดFยินเสียงรวมไปถึงความสามารถในการโตFตอบกับสื่อที่สามารถสรFาง
แรงจูงใจและกระตุFนใหFเกิดการเรียนรูF สื่อสามารถโตFตอบปฏิสัมพันธ5กับนักเรียนไดFรวดเร็วทําใหFนักเรียน
รับทราบผลการเรียนไดFทันที นอกจากนี้ยังสามารถผสมผสานกันระหวIางขFอความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
วิดีโอ และเสียงไวFดFวยกัน อีกทั้งยังเสริมสรFางความรูFความเขFาใจ สามารถดึงดูดความสนใจ กระตุFนใหFนักเรียน
เกิดการเรียนรูF สIงผลใหFผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีประสิทธิภาพที่สูง สอดคลFองไปกับ กระทรวงศึกษาธิการ
(2551: 9) ที่กลIาววIาเทคโนโลยีไดFเขFามามีสIวนชIวยในการจัดกิจกรรมการเรียนรูF ชIวยพัฒนาตัวนักเรียน
และผูFสอนไดFอยIางดี สื่อที่จะนํามาใชFควรมีความหลากหลาย เขFาใจงIาย กระตุFนนักเรียน และมีคุณภาพเขFาถึง
งIาย ทันยุคสมัย มีประสิทธิภาพเรียนรูF สอดคลFองไปกับงานวิจัยของ จิรวัฒน5 เดชเลFง (2561) ไดFศึกษา
เรื่องการพัฒนาคอมพิวเตอร5ชIวยสอนวิชาดนตรี เรื่อง เครื่องหมายและสัญลักษณ5ทางดนตรีสากลของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 มีวัตถุประสงค5การวิจัยเพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร5ชIวยสอนดนตรีเรื่องเครื่องหมาย
และสัญลักษณ5ทางดนตรีสากล ชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 ใหFมีประสิทธิภาพตามเกณฑ5มาตรฐาน 80/80
และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดังนั้นการสรFางสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 เปTนการออกแบบสรFางสื่อการสอนดนตรีโดยใชFโปรแกรมรูปแบบ PowerPoint มาใชFใน
การเรียนการสอน เพราะโปรแกรมมีสIวนสําคัญที่ชIวยสIงเสริมใหFนักเรียนมีการเรียนรูFไดFเปTนอยIางดี
มีความเหมาะสมกับการพัฒนาของนักเรียน มีคุณสมบัติในการนําเสนอหลายแบบ ทั้งขFอความหรือตัวอักษร
ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงและวิดีโอ และมีคุณภาพเขFาถึงงIาย ทันยุคสมัย กIอใหFเกิดการเรียนรูFที่มี
ประสิทธิภาพสูงสดุ

4) อุปสรรคของการใชMส่ือการสอน
จากผลการศึกษาในเรื่องสื่อการสอนประเภท PowerPoint พบวIา เปTนสื่อที่สามารถนําไป

ประยุกต5ใชFในการเรียนการสอนไดFจริง แตIสื่อการสอนโปรแกรม PowerPoint ยังมีขFอจํากัดในการแสดงผล
ขFอมูล จึงสIงผลใหFการการเรียนการสอนไมIสามารถดําเนินการไดFอยIางตIอเนื่อง สอดคลFองไปกับงานวิจัย
ของ อภิรัชต5 การิโก (2557: 112) ไดFศึกษาเรื่อง การพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใชFโปรแกรมนําเสนอ
งาน วิชาคอมพิวเตอร5เบื้องตFน (ง16201) กลุIมสาระการเรียนรูF การงานอาชีพและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษา
ปWที่ 6 กลIาววIา สื่อประเภท PowerPoint อาจมีขFอจํากัดและอุปสรรคการลIาชFาในการอIานขFอมูลและแสดงผล
ขFอมูล อาจเปTนเหตุเกิดใหFนักเรียนเกิดความเบื่อหนIายและเบี่ยงเบนความสนใจ ผูFวิจัยจึงตFองมีการเตรียม
ความพรFอมในดFานของสารสนเทศทางอินเทอร5เน็ต คอมพิวเตอร5 ดังนั้น สื่อการสอนประเภท PowerPoint
เปTนสื่อที่สามารถนําไปประยุกต5ใชFในการเรียนการสอนไดFจริง สIงผลใหFการเรียนรูFของนักเรียนมีประสิทธิภาพ
ที่สูงขึ้น แตIสื่อการสอนโปรแกรม PowerPoint ยังมีขFอจํากัดในการแสดงผลขFอมูล สIงผลใหFการเรียนการสอน
จึงจะตFองปรับไฟล5ขFอมูลใหFมีความขนาดเล็กลง เพื่อใหFโปรแกรมสามารถรองรับการแสดงผลขFอมูล
สามารถเกดิ ประโยชน5ในดFานการเรยี นการสอนแกIนักเรียนไดอF ยาI งมีประสทิ ธิภาพ

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 165 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

2. ประสิทธิภาพของสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตMน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป}ที่ 1
โรงเรียนกระท'มุ แบน วเิ ศษสมทุ คุณ

จากผลการศึกษาประสิทธิภาพของสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียนกระทุIมแบนวิเศษสมุทคุณ ตามเกณฑ5มาตรฐาน 80/80 คือการทดลองในขั้นตFน
(Try Out) การทดลองในครั้งที่ 1 แบบเดี่ยว 3 คน พบวIา สื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน มีประสิทธิภาพ
E1/E2 เทIากับ 81.33 /84.67 การทดลองในครั้งที่ 2 แบบกลุIม 9 คน พบวIาสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน
มีประสิทธิภาพ E1/E2 เทIากับ 82.671/87.33 และในการทดลองขั้นสอนจริง (Trial Run) กับกลุIมตัวอยIาง
พบวIา สื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน มีประสิทธิภาพ E1/E2 เทIากับ 86.13/91.06 สรุปไดFวIาประสิทธิภาพ
ของสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน ผูFวิจัยสรFางขึ้นมีประสิทธิภาพที่ระดับ 86.13/91.06 เปTนไปตามเกณฑ5
ที่กําหนด คือ 80/80 ซึ่งสอดคลFองกับ ชัยยงค5 พรหมวงศ5 (2556: 18) ไดFกลIาววIาการหาประสิทธิภาพ
ของชุดการสอนคือการนําชุดการสอนไปทดลองใชFและนําผลที่ไดFมาปรับปรุงแกFไขเพื่อใหFไดFประสิทธิภาพ
ตามที่กําหนด โดย E1/E2 หมายถึงประสิทธิภาพของกระบวนการ/ประสิทธิภาพของผลลัพธ5 โดยปกติผูFสอน
จะกําหนดตามความเหมาะสม 80/80, 85 กับงานวิจัยของจิรวัฒน5เดชเลFง (2561:295) ไดFศึกษาเรื่อง
การพัฒนาคอมพิวเตอร5ชIวยสอนวิชาดนตรี มีวัตถุประสงค5การวิจัยเพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร5ชIวยสอน
ดนตรีเรื่องเครื่องหมายและสัญลักษณ5ทางดนตรีสากลชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 ใหFมีประสิทธิภาพตามเกณฑ5
มาตรฐาน 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผลการวิจัยพบวIา บทเรียนคอมพิวเตอร5
ชIวยสอนวิชาดนตรีเรื่องเครื่องหมายและสัญลักษณ5ทางดนตรีสากล มีประสิทธิภาพ 87/71/87/89 ซึ่งสูงกวIา
เกณฑ5ที่กําหนด 80/80 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบวIาบทเรียนคอมพิวเตอร5ชIวยสอนวิชาดนตรีเรื่อง
เครื่องหมายและสัญลักษณ5ทางดนตรีสากล หลังเรียนสูงกวIากIอนเรียนอยIางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ดังนั้น สื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียนกระทุIมแบนวิเศษสมุทคุณ
ที่สรFางขึ้นและผIานการทดลองหาประสิทธิภาพตามสมมติฐานที่กําหนดไวF จึงมีสIวนสําคัญตIอการเรียนดนตรี
ทําใหผF ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นหลังการใชFสื่อการสอนเพ่มิ สงู ข้นึ

3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก'อนและหลังการใชMสื่อการสอนดนตรีสากล
เบ้ืองตMน สาํ หรับนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปท} ี่ 1 โรงเรยี นกระทมุ' แบนวเิ ศษสมทุ คณุ

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนและหลังการใชFสื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน สําหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 1 โรงเรียนกระทุIมแบน วิเศษสมุทคุณ พบวIานักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน
สูงกวIากIอนเรียนอยIางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งตรงกับสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไวFซึ่งแนวคิดน้ี
สอดคลFองกับงานวิจัยของปรเมศร5 ชะโลธร (2561) ผลการศึกษาพบวIา คIาเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
หลังจากการเรียนจากแผนการจัดการเรียนรูFเพื่อพัฒนาทักษะการอIานโนFตสากลสูงกวIาผลสัมฤทธิ์กIอนเรียน
อยIางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เชIนเดียวกับงานวิจัยของนันทินี นักดนตรี (2562) ไดFศึกษาเรื่อง
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร5มัลติมีเดียสําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปWที่ 2 มีวัตถุประสงค5การวิจัย
เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร5มัลติมีเดียและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่
จากผลการศึกษาพบวIา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนดFวยบทเรียนคอมพิวเตอร5มัลติมีเดีย

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 166 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ที่พัฒนาขึ้นหลังเรียนสูงกวIากIอนเรียนอยIางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05แสดงใหFเห็นวIาการใชFชุดการสอน
มีรูปแบบนIาสนใจ สื่อการสอนดนตรีสากลที่ดีจะสIงเสริมใหFนักเรียนมีความรูFความเขFาใจที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น
สื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFน จึงเปTนสIวนหนึ่งที่ชIวยในการพัฒนาทักษะทางดนตรี อีกทั้งยังสIงผลใหF
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนหลังจากการใชสF ่ือการสอนของนกั เรยี นสูงขน้ึ ตามลาํ ดับ

ขอM เสนอแนะการวจิ ัย
ขอM เสนอแนะในการนําผลการวจิ ัยไปใชM
1. ครูผูFสอนควรศึกษาเทคนิคการสอนกิจกรรมการเรียนการสอนดนตรีเพื่อใหFกิจกรรม

การเรียนรFู มคี วามนIาสนใจและเพมิ่ การเรยี นรFูของนักเรยี นมากขึ้น
ขอM เสนอแนะสาํ หรบั การวิจยั คร้งั ตอ' ไป
1. สื่อการสอนดนตรีสากลเบื้องตFนที่ผูFวิจัยสรFางขึ้นเปTนสื่อที่ใชFโปรแกรม PowerPoint

แตIสื่อการสอนสามารถพัฒนาไปสูIรูปแบบของสื่อมัลติมีเดียชนิดภาพเคลื่อนไหว (Animation) เพื่อเพ่ิม
ประสทิ ธภิ าพในการเรยี นรFู

บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู0แกนกลางกลุ2มสาระการเรียนรู0ศิลปะ ตามหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ5การเกษตรแหIงประเทศไทย
จาํ กดั .
จิรวัฒน5 เดชเลFง. 2561. การพัฒนาคอมพิวเตอรiช2วยสอนวิชาดนตรี เรื่อง เครื่องหมายและสัญลักษณiทางดนตรี
สากลของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปทX ี่ 1 (สารนิพนธป5 รญิ ญามหาบณั ฑิต) มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ,I สงขลา.
ชัยยงค5 พรหมวงศ5. 2556. การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรอื ชุดการสอน. วารสารศลิ ปากร ศกึ ษาศาสตร,5 5(3), 18-20.
ณรุทธ5 สุทธจิตต5. 2561. หลักการและสาระสําคัญ. (พิมพ5ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ5จุฬาลงกรณ5
มหาวิทยาลัย.
นันทินี นักดนตรี. 2562. การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอรiมัลติมีเดียเรื่อง เครื่องดําเนินทํานองในวงเครื่องสาย
สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปXที่ 2. (รายงานวิจัยกลุIมสาระการเรียนรูFศิลปะ). กรุงเทพฯ:โรงเรียน
มธั ยมสาธติ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสนุ ันทา.
ปรเมศร5 ชะโลธร. 2561. แผนการจัดการเรียนรู0เพื่อพัฒนาทักษะการอ2านโน0ตสากลโดยการประยุกตiใช0
ตามแนวคิดของโคดายสําหรับนักเรียนเครื่องลมทองเหลืองกลุ2มเสียงต2ําในวงโยธวาทิตของโรงเรียน
เซนตคi าเบรียล. (สารนิพนธป5 ริญญามหาบณั ฑติ ). มหาวิทยาลัยมหิดล, นครปฐม.
พิชญ5สินี บํารุงเนตร. 2543. ลักษณะความเปMนอมตะของเพลงสุนทราภรณi. (วิทยานิพนธ5ปริญญามหาบัณฑิต).
จฬุ าลงกรณม5 หาวิทยาลัย, กรงุ เทพฯ.
อภิรัชต5 การิโก. 2557. การพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่องการใช0โปรแกรมนําเสนองาน วิชาคอมพิวเตอรi
เบื้องต0น (ง16201) กลุ2มสาระการเรียนรู0 การงานอาชีพและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปXที่ 6.

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 167 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 1(2), 22-23.

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 168 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การพัฒนาชดุ ฝกs ทักษะการอ,านโน.ตดนตรีสากล
The development of international music notation reading skills practice kit

กาญจนKกิตติ กลMอมเกล้ยี ง3
Kankitti Klomkleang

หลักสตู รศกึ ษาศาสตรบัณฑิต (4 ป5) คณะศลิ ปศกึ ษา สถาบนั บัณฑติ พัฒนศลิ ป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคัดยอ'
การทำวิจัย การพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล มีวัตถุประสงค5เพื่อพัฒนาชุดฝóก
ทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดFวยการใชFชุดฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรี
สากล โดยมีกลุIมตัวอยIางเปTนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 5 คัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ
โดยมีเครื่องมือที่ใชFในการวิจัยเปTนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อใชFทดสอบกIอนเรียน
และหลังเรียน และชุดฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล สรุปผลการวิเคราะห5ขFอมูลเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน โดยเด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญ มีคะแนน
เพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 80. ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF สรุปไดFวIา เด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ ผูFเรียน
มีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะจึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFต
ดนตรสี ากลมากข้ึน เกดิ ความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ มีความชำนาญ มีความคลIองแคลวI ในการปฏิบตั ิ

คำสำคัญ : ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น, ตัวโนตF สากล

3 นักศกึ ษาสาขาดนตรีศึกษา, หลกั สตู รศกึ ษาศาสตรบัณฑติ (4 ป:) คณะศลิ ปศกึ ษา สถาบนั บณั ฑิตพฒั นศลิ ปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 169 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Abstract
Conducting research, developing a set of practice sets for reading skills of international
music notation The objective is to develop a set to practice reading skills of international music
notation. To study the learning achievement by using the International Music Notation Reading Skills
Set The sample group was grade 5 students selected by specific qualification. The research tool was
an achievement test to test before and after school. and a set to practice reading skills of
international music notation Summarizing the results of data analysis to compare academic
achievement, it was found that the scores after school were higher than the scores before school.
by Yasutma girl Siripreedacharoen There was a relative increase in score of 80 percent of the amount
that should be developed. Siripreeda Charoenlarp Learners are motivated and encouraged to
develop skills, thus resulting in better academic achievement. Better understanding of reading
international music notation Accuracy in learning, skilled, proficient, and fluency in practice.

Keywords: Achievement, International Notes

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 170 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
ในการพัฒนาทางดFานวิชาดนตรี พื้นฐานที่สำคัญที่สIงผลในดFานการปฏิบัติเครื่องดนตรี คือ

การพัฒนาในดFานทักษะการอIานโนFต การอIานโนFตดนตรีนับวIามีความสำคัญอยIางยิ่งในการเรียนดนตรี ซึ่งพบ
ปåญหาเกี่ยวกับการอIานโนFตของผูFเรียนดนตรีในประเทศไทยยังไมIคลIองและยังขาดบทฝóกการอIานโนFตดนตรี
ท่ีสามารถพัฒนาศักยภาพของผFเู รยี นในประเทศไทย

โนFตดนตรีมีความสำคัญตIอดนตรีอยIางมาก ตัวโนFตเปรียบเสมือนภาษาที่ใชFสื่อสารระหวIาง
ผูFประพันธ5และนักดนตรี โนFตดนตรียังเปTนสื่อในการเรียนการสอนดนตรีที่สำคัญ ดังนั้นการอIานโนFตจึงถือเปTน
สIวนสำคัญในการเรียนดนตรี การอIานโนFตเปTนการอIานโนFตที่ผูFเรียนไมIเคยเห็นมากIอนในทันทีและการอIานโนFต
แบบฉับพลันเปTนหนึ่งในองค5ประกอบของการเรียนดนตรี ความสามารถทางการอIานโนFตแบบฉับพลัน
มีความสำคัญอยIางมาก เพราะจะสIงผลโดยตรงตIอการเรียนปฏิบัติเครื่องดนตรี รวมไปถึงความสามารถทางการ
อIานโนFตที่ดี จะชIวยใหFปฎิบัติดนตรีไดFอยIางถูกตFอง (Udtaisuk, 2005) โดยองค5ประกอบที่จำเปTนสำหรับ
การอIานโนFตแบบฉับพลันที่เสนอ คือ ความเขFาใจในรูปแบบของจังหวะ (Note pattern) (Parcutt and
McPherson, 2002) คือ การที่ผูFเรียนเขFาใจในจังหวะที่ชัดเจนเปTนรูปธรรมที่เกิดขึ้นในบทเพลง เพราะโดยมาก
จังหวะที่เกิดขึ้นในบทเพลงมักมีรูปแบบของจังหวะที่ชัดเจนแนIนอน รวมไปถึงเกิดการซ้ำทวนอยูIเสมอ มากกวIา
รูปแบบของจังหวะที่ไมIแนIนอนตายตัว เมื่อผFูเรียนสามารถเขFาใจในรูปแบบของจังหวะที่เกิดขึ้น ก็จะเขFาใจ
ในองค5ประกอบของจังหวะซึง่ เปTนองค5ประกอบท่สี ำคัญของการอIานโนตF และรอF งโนตF

ดFานทักษะการอIานโนFต เมื่อมีการฝóกการอIานโนFตจะทำใหFผูFเรียนมีศักยภาพในลำดับตIอไปไดFมาก
ยิ่งขึ้น ที่จะสรFางความสุนทรียรสทางดนตรีใหFเกิดกับผูFเรียน อันจะมีผลตIอสุนทรียภาพในดFานตIาง ๆ วิชาดนตรี
เปTนวิชาที่สำคัญวิชาหนึ่ง ซึ่งชIวยกลIอมเกลาจิตใจใหFอIอนโยนมีความซาบซึ้งและมีอารมณ5สุนทรียเมื่อไดFยิน
เสียงดนตรี เปTนการฝóกใหFผูFเรียนมีสมาธิในการทำกิจกรรมใด ๆ นับเปTนการสมควรอยIางยิ่งที่จะสนับสนุน
ดาF นการอIานโนตF

ชุดฝóกทักษะการอIานโนFต เปTนนวัตกรรมประเภทหนึ่งที่ผูFสอนจัด ทำเพื่อชIวยใหFผูFเรียนเขFาใจ
บทเรียนไดFดียิ่งขึ้น ถือไดFวIาเปTนสIวนประกอบที่มีความสำคัญใหFผูFเรียนไดFทบทวนเนื้อหาที่เรียนมาสรFางความรูF
ความเขFาใจ เพิ่มทักษะความรูF ชำนาญ ฝóกทักษะการคิดเนื่องจากชุดฝóกการอIานโนFตจะตFองผIานกระบวนการ
วิเคราะห5จากขFอมูลเฉพาะดFาน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทักษะการเรียนรูFดFานใดดFานหนึ่งอยIางชัดเจน นอกนั้นยังเปTน
ประโยชนต5 อI ผูทF ี่ศึกษาคFนควาF ไมวI IาจะเปนT ผFเู รยี นหรือผFทู มี่ ีความสนใจ

จากขFอมูลที่กลIาวมาขFางตFนจึงทำใหFผูFวิจัยเห็นความสำคัญของการพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIาน
โนFตสำหรับผูFเรียนดนตรี ดังนั้นผูFวิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตสำหรับผูFเรียนดนตรี จะเนFน
ในดFานที่เกี่ยวขFองกับดนตรีตะวันตกเปTนสำคัญเพื่อชIวยพัฒนาทักษะการอIานโนFตของกลุIมผูFเรียนดนตรีที่มี
ปåญหาการอIานโนFตใหFคลIองและถูกตFองยิ่งขึ้น โดยมีสื่อการเรียนการสอนที่เปTนชุดฝóกทักษะการอIานโนFต
ชุดใหมIและเพื่อใหFผูFเรียนดนตรีไดFบรรลุวัตถุประสงค5การเรียนรูF รวมทั้งยังเปTนแนวทางในการสรFางชุดฝóกทักษะ
ทางดนตรีในสาระการเรยี นรFูอ่ืน ๆ

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 171 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

วัตถปุ ระสงคCการวิจยั
1. เพ่ือพัฒนาชดุ ฝóกทกั ษะการอIานโนตF ดนตรสี ากล
2. เพอ่ื ศกึ ษาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนดFวยการใชFชุดฝóกทักษะการอาI นโนตF ดนตรีสากล

ประโยชนCที่คาดวา' จะไดMรบั
1. ผูFเรยี นมคี วามรใFู นเรื่องของตวั โนFตสากลเบือ้ งตนF
2. ผูFเรียนมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นเปนT ที่นIาพอใจ

วธิ ีดำเนนิ การวจิ ยั
1. ขอบเขตประชากรและกลม'ุ ตวั อย'าง
1.1 ประชากร นกั เรยี นระดบั ช้นั ประถมศึกษา
1.2 กลุIมตัวอยIาง โดยคัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติคือ เด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ

นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปWท่ี 5 โรงเรยี นบางขุนเทียนศึกษา
2. เคร่อื งมอื ท่ใี ชMในการวิจัย
2.1 การใชคF ำพูดเสรมิ แรง ใหคF วามเปนT กนั เอง และใหFคำชมเชย
2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเพ่ือใชทF ดสอบกอI นเรยี นและหลังเรียน
2.3 ชุดฝóกทกั ษะการอาI นโนFตดนตรสี ากล
3. การเกบ็ รวบรวมขอM มลู
ผวFู จิ ยั ดำเนินการเกบ็ ขFอมลู ตามขน้ั ตอน ดังน้ี
1. ทดสอบกIอนเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอIานโนFต

ดนตรีสากล
2. ใชFชุดฝóกทักษะการอIานโนFต เปTนเวลา 4 สัปดาห5 สัปดาห5ละ 2 คาบ รวมทั้งหมด 8 คาบ

(คาบละ 60 นาที)
3. ทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอIานโนFต

ดนตรีสากล
4. การวเิ คราะหCขMอมูล
ผูFวิจัยไดFดำเนินการพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ตอนปลาย โดยมีข้ันตอนวเิ คราะห5ขอF มลู ดงั น้ี
1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล

ดวF ยชดุ ฝกó ทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล
5. สถติ ิท่ีใชMในการวเิ คราะหCขMอมลู
การหาคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5จากสัดสIวนของผลตIางระหวIางคะแนนจากการวัดทั้ง 2 ครั้งกับผลตIาง

ระหวIางคะแนนเต็มกับคะแนนการวัดครั้งแรก สำหรับการคูณอัตราสIวนดFวย 100 เพื่อไมIใหFคIาที่ไดFเปTนทศนิยม
สมการคำนวณคะแนนเพมิ่ สมั พัทธ5 คอื

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 172 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

S = !""($%&)
(%&

เมอ่ื S แทน คะแนนเพ่ิมสัมพัทธ5
F แทน คะแนนเต็มของการทดสอบกIอนและหลังเรียน
X แทน คะแนนการทดสอบกอI นเรียน
Y แทน คะแนนการทดสอบหลังเรยี น

ผลการวิจัย
จากการเก็บขFอมูลของเด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ ระดับชั้นประถมศึกษาปWที่ 5 โรงเรียน

บางขนุ เทยี นศกึ ษา โดยใชFแบบทดสอบผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนรูFกอI นเรยี นและหลังเรียน ดงั แสดงในตารางท่ี 1

ตารางท่ี 1 ผลการเปรยี บเทยี บคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรยี น

ช่อื - นามสกลุ คะแนนก'อนเรยี น คะแนนหลังเรยี น คะแนนเพมิ่ สัมพัทธC

เด็กหญงิ ยสุตมา สริ ิปรีดาเจริญลาภ 10 18 80

จากตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ
กIอนเรียนและหลังเรียน สามารถพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลไดFรFอยละ 80 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF
จึงสรุปไดFเด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรี
สากลมากขึน้

สรปุ ผลการวิจยั และอภปิ รายผล
การวจิ ัยครง้ั น้ีเปนT การพัฒนาชดุ ฝóกทกั ษะการอIานโนตF ดนตรีสากล โดยมีสาระสำคัญพอสรุปไดF ดังน้ี
1. สรุปผลการวิจยั
จากการศึกษาและวิเคราะห5แบบทดสอบกIอนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ปWที่ 5 โรงเรียนบางขุนเทียนศึกษา แสดงใหFเห็นวIาผูFเรียนมีปåญหาเกี่ยวกับการอIานโนFตดนตรีสากลเบื้องตFนยังไมIไดF
ผFูวจิ ัยจึงพฒั นาชดุ ฝกó ทกั ษะการอIานโนตF ดนตรีสากล โดยเร่ิมจากทดสอบกIอนเรยี นและหลังเรียน

การใชFชุดฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลนั้นจะชIวยสIงเสริมและกระตุFนผูFเรียนมีความเขFาใน
ในโนFตดนตรีสากลมากขนึ้ มีทกั ษะทกั การอIานโนFตทดี่ ีข้ึน พฒั นาการทางดาF นสตปิ åญญา

จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล ดFวย
ชุดฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล ของเด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ ระดับชั้นประถมศึกษาปWท่ี 5
โรงเรียนบางขุนเทียนศึกษา พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน โดยเด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ
มีคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 80 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF สรุปไดFวIา เด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ ผูFเรียน
มีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะจึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรีสากล
มากขึ้น

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 173 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

2. อภปิ รายผล
จากการสรFางชุดแบบฝóกทักษะการอIานโนFต ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 5

โรงเรียนบางขุนเทียนศึกษาพบวIา ผูFเรียนมีปåญหาดFานการอIานโนFตดนตรีสากล ผูFวิจัยจึงพัฒนาชุดฝóกทักษะ
การอIานโนFตดนตรีสากลขึ้นมา ใหFผูFเรียนไดFมีความเขFาใจและแมIนยำยิ่งขึ้นผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจ
ในการพัฒนาทักษะและผลงานทางดFานดนตรีสากล ซึ่งสอดคลFองกับ ณรุทธ5 สุทธจิตต5 (2541) ที่ไดFกลIาววIา
ดนตรีเปTนเนื้อหาวิชาแขนงหนึ่งที่มีอยูIในหลักสูตร โดยในระดับนี้จะมุIงพัฒนาใหFเด็กมีความสนใจ รูFจักและรักดนตรี
พัฒนาการทางดนตรีจึงนับวIาเปTนปåจจัยหน่ึงสำหรับการเรียนในระดับประถมศึกษา โดยผูFวิจัยเริ่มจากชุดฝóก
ทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล เพื่อใหFผูFเรียนมีความอยากที่จะคFนควFาหาความรูFและพัฒนาการที่ดีในดFาน
การอIานโนFตดนตรีสากลซึ่งสอดคลFองกับ สุคนธ5 สินธพานนท5 (2553, น. 96) ไดFใหFความหมายของชุดฝóก
ทักษะวIา สื่อที่สรFางขึ้นเพื่อใหFนักเรียนไดFทำกิจกรรมที่เปTนการทบทวนหรือเสริมเพิ่มเติมความรูFใหFแกIนักเรียน
หรือใหFนักเรียนไดFฝóกทักษะการเรียนรูFหลาย ๆ รูปแบบเพื่อสรFางเสริมประสบการณ5การเรียนรูFใหFแกIผูเFรียนไดFมี
คุณลักษณะตามทีต่ อF งการ

จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล
ดFวยชุดฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล ของเด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ ระดับชั้นประถมศึกษาปWที่ 5
โรงเรียนบางขุนเทียน พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIากIอนเรียน สรุปไดFวIา เด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจริญลาภ
ผูFเรียนมีความเขFาใจในโนFตดนตรีสากลมากขึ้นกวIากIอนเรียนมาก ผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนา
ทักษะจึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรีสากลมาก มีทักษะ มีความชำนาญ
มีความคลIองแคลIวในการปฏิบัติ ซึ่งสอดคลFองกับ ณรุทธ5 สุทธจิตต5 (2536, น. 130-131) ที่ไดFกลIาววIา
ทักษะดFานการอIานโนFตเมื่อแรกเห็นไดFทันที (Sight Reading) ซึ่งนับวIาเปTนทักษะที่สำคัญที่จะชIวยใหFผูFเรียน
สามารถเรียนรูFดนตรีไดFเขFาใจและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น การอIานโนFตแบบนี้ตFองฝóกฝนเพื่อใหFเกิดความชำนาญ
ในการอIาน จึงควรคำนึงเกี่ยวกับสัญลักษณ5ที่ใชFแทนเสียงควรมีการจัดการอยIางเปTนระบบ เพื่อชIวยใหF
การเรียนรูFเปTนไปอยIางเปTนขั้นตอน ดังนั้นการนำสัญลักษณ5อื่น ๆ มาดัดแปลงเพื่อชIวยในการอIานสามารถ
ชIวยทำใหFผูFเรียนเขFาใจและจดจำไดFงIายยิ่งขึ้น จากนั้นคIอยกลับไปสูIสัญลักษณ5สากลทางดนตรี จะชIวยทำใหF
การเรยี นสัญลักษณ5ทางดนตรงี าI ยตอI การเขFาใจมากยิ่งข้ึน

3. ขอM เสนอแนะ
จากผลการวิจยั ผูวF จิ ัยมีขอF เสนอแนะ ดงั น้ี
3.1 จะชIวยใหFผูFวิจัยทราบวIาในการทำวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตสากล

เพ่ือสIงผลตIอ ผเFู รียนเปTนสำคญั มปี ญå หาในการวจิ ัยวIาเปนT อยIางไรบFาง
3.2 ครูผูFสอนควรจะเรียบเรียงเนื้อหาในการสอนใหFดี เพื่อใหFงIายตIอการเขFาใจของนักเรียน

และอธิบายใหนF กั เรยี นฟåงโดยไมIพูดเรว็ จนเกนิ ไป เพราะอาจทำใหนF กั เรียนที่ฟงå ไมIเขาF ใจในเน้ือหาท่ีครูสอน

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 174 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. 2551. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :

โรงพมิ พช5 ุมนมุ สหกรณ5การเกษตรแหงI ประเทศไทย
ณรุทธ5 สทุ ธจิตต5. 2536. พฤติกรรมการสอนดนตร.ี กรุงเทพฯ: สำนักพมิ พ5แหงI จฬุ าลงกรณ5มหาวิทยาลัย.
ณรทุ ธ5 สุทธจิตต5. 2541. จติ วิทยาการสอนดนตร.ี กรุงเทพฯ: กรงุ เทพฯ: สำนกั พิมพแ5 หงI จฬุ าลงกรณ5มหาวิทยาลัย.
สุคนธ5 สินธพานนท5. 2553. นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน.กรุงเทพฯ: 9119

เทคนิคพรนิ้ ตง้ิ
นพพงษ5 วงษ5จำปา. 2548. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากบทเรียนผ2านเว็บวิชาดนตรีเรื่องการอ2าน

โน0ตสากลกับการสอนปกติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปXที่ 6. วิทยานิพนธ5ปริญญามหาบัณฑิต
ภาควชิ า เทคโนโลยีการศกึ ษาบัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร
ปุณณภา จงอนุกูลธนากร. 2553. การพัฒนาชุดฝlกทักษะการคิดวิเคราะหiจากเรื่องโคลงโลกนิติ สําหรับนักเรียน
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปXที่ 1 โรงเรยี นกรงุ เทพคริสเตียนวทิ ยาลยั . สารนิพนธ5 ปรญิ ญาการศกึ ษามหาบณั ฑิต
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ ประสานมติ ร.
ศันสนีย5 สื่อสกุล. 2554. การพัฒนาชุดฝlกทักษะการเขียนเชิงคิดวิเคราะหi วิชาภาษาไทยสําหรับ นักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปX ที่ 1 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภiสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี.
ปริญานิพนธ5 กศ.ม. (การมัธยมศึกา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ประสานมิตร. ออนไลน5
สุจิตตรา คงปลื้ม. 2548. การพัฒนาทักษะในด้ำนกำรอ่ำนโน0ตสำกลระดับชั้นประถมศึกษาปXที่ 4. สืบคFนเมื่อ 16
มนี าคม 2562. จาก http://www.sl.ac.th › html_edu › temp_news.
Parncutt, R.and McPherson,G.E. 2002. The Science and Psychology of Music Performance. Oxford
University Press.
Udtaisuk, D. B. 2005. A Theoretical Model of Piano SightplayingComponents. The Faculty of the
Graduate School Missouri University of Missouri - Columbia. Doctor of Philosophy.

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 175 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การพัฒนาทกั ษะการอา, นสดั ส,วนของตัวโนต. เบ้ืองตน. และการสร.างสรรควt ิธกี ารฝกs
The Developing skills in reading basic note proportions and creating practice

methods

สหสกุ ฤษฏ์ิ ชนะสงคราม4
Sahasukit chanasongkram

หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑติ (4 ป5) คณะศลิ ปศึกษา สถาบนั บณั ฑิตพฒั นศิลป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคดั ย'อ
การทำวิจัย การพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานสัดสIวนโนFตดนตรีสากล มีวัตถุประสงค5เพื่อพัฒนา
ชุดฝóกทักษะการอIานสัดสIวนโนFตดนตรีสากลเบื้องตFน เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดFวยการใชFชุดฝóกทักษะ
การสัดสIวนอIานโนFตดนตรีสากล โดยมีกลุIมตัวอยIางเปTนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4 คัดเลือกแบบเจาะจงตาม
คุณสมบัติ โดยมีเครื่องมือที่ใชFในการวิจัยเปTนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อใชFทดสอบกIอนเรียน
และหลังเรียนและชุดฝóกทักษะการอIานสัดสIวนโนFตดนตรีสากล สรุปผลการวิเคราะห5ขFอมูลเพื่อเปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน โดยเด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงคราม
มีคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 90.90 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF สรุปไดFวIา เด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงคราม
ผูFเรียนมีแรงจูงใจและเจตคติที่ตIอการเรียนรายวิชาดนตรีที่ดีขึ้น และมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะจึงทำใหF
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานสัดสIวนโนFตดนตรีสากลมากขึ้น เกิดความแมIนยำในการเรียนรFู
มที กั ษะ มคี วามชำนาญ มีความคลอI งแคลIวในการปฏิบตั ิ

คำสำคญั : ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น, ตัวโนตF สากล

4 นกั ศกึ ษาสาขาดนตรศี กึ ษา, หลกั สูตรศึกษาศาสตรบณั ฑติ (4 ป): คณะศิลปศึกษา สถาบนั บัณฑติ พฒั นศิลปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 176 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Abstract
Conducting research, developing a set to practice reading skills of international
music notation ratios. The objective is to develop a set to practice reading skills in reading
basic international musical notation ratios. To study the learning achievement by using the
practice set for the skill of reading proportions, reading international music notation. The
sample group was grade 4 students selected by specific qualifications. The research tool was
an achievement test to test before and after school. and a set to practice reading skills of
international musical notation Summarizing the results of the data analysis to compare
academic achievement, it was found that the scores after school were higher than the scores
before school. The girl Pitchayaphak Chanasongkram had a relative increase of 90.90 percent
of the amount that should be developed. It was concluded that Pitchayaphak
ChanaSongkhram girls had better motivation and attitude towards learning music courses. and
have encouragement to develop skills, thus resulting in better academic achievement Better
understanding of reading universal musical notation ratios Accuracy in learning, skilled,
proficient, and fluency in practice.

Keywords: Achievement, International Notes

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 177 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
การเรียนดนตรีมีสIวนเสริมสรFางใหFผูFเรียนมีการพัฒนาดFานความคิด สามารถถIายทอดความรูFสึก

ที่ตนรับในเชิงสรFางสรรค5ที่สังคมยอมรับ ซึ่งการพัฒนาเชิงสรFางสรรค5นี้เปTนสิ่งจำเปTนและสำคัญมาก
เพราะจะทำใหFสมองซีกขวามีพัฒนาการที่เดIนชัด และเนื่องจากกิจกรรมดนตรีมักเกี่ยวขFองกับการเคลื่อนไหว
การเรียนดนตรี จึงมีสIวนชIวยใหFผูFเรียนมีพัฒนาความสามารถทางกายของตนไดFเปTนอยIางดี และชIวยใหFผูFเรียน
เปTนคนละเอียดอIอนละไวตIอการรับรูFมีเหตุผล (ณรุทธ5 สุทธจิตต5, 2536 : 16) การพัฒนาทางดนตรี
สามารถทำไดFโดยใชFกิจกรรมทางดนตรี เชIน กิจกกรมการฟåง การรFอง การเลIน การเคลื่อนไหว การสรFางสรรค5
และกิจกรรมการอIานภาษาดนตรี หากไดFนำวิธีการเหลIานี้ไปปนะยุกต5ใชFในการเรียนการสอนวิชาดนตรี
ใหFเหมาะสมก็จะชIวยสIงเสริม และพัฒนาทักษะทางดนตรีใหFกับนักเรียนไดFเปTนอยIางดี สำหรับผFูตFองการศึกษา
ดFานดนตรีนั้น ควรมีความรูFความเขFาใจขั้นพื้นฐาน เพราะจะสIงผมตIอพัฒนาการทางดFานการรFอง หรือเลIน
เครื่องดนตรีตIาง ๆ นั้นใหFมีพัฒนาการที่ดีและรวมเร็วยิ่งขึ้น หนึ่งในพื้นฐานที่สำคัญที่ผูFที่จะศึกษาดนตรีควรมี
คือ ทักษะในการอIานโนFตดนตรี ดนตรีเปรียบเสมือนภาษาซึ่งมีศัพท5เฉพาะในตัว ใชFในการสื่อสารอธิบาย
ใหนF ักดนตรีหรือผทFู ่ไี มIใชนF กั ดนตรีสามารถเขาF ใจไดFรวดเร็วและถกู ตFอง (ณัชชา โสคติยานรุ ักษ5ม, 2549)

วิธีการสอน นับวIาเปTนปåจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ชIวยสIงเสริมและกระตุFนใหFผูFเรียน
เกิดความพรFอมในการเรียนรูF หากผูFสอนใชFวิธีการสอนกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีความนIาสนใจ
มีความหลากหลาย และแปลกใหมI สามารถชIวยกระตุFนใหFผูFเรียนเกิดความสนใจและเปTนการสรFาง แรงจูงใจ
ในการเรียนรูF ดังที่ สุไปรมา ลีลามณี (2553, น. 72) พบวIาแรงจูงใจเปTนสิ่งสำคัญสำหรับ การวางแผน
ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน ผูFเรียนจะตFองมีแรงจูงใจที่จะชIวย สIงเสริมใหFผูFเรียน
เกิดความพรFอมในการเรียนรูF เพื่อนำไปสูIพฤติกรรมการเรียนรูF สIงผลใหFมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี
ดังนั้นผูFเรียนจะมีความกระตือรือรFน ในการเรียนรูFและมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่ดี นอกจากนี้ผูFสอน
จะมีวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพแลFว การนำเทคนิคการสอนที่ดี มาใชFรIวมกันจะยิ่งทำใหFการจัดกิจกรรมการ
เรียนการสอนมีความนIาสนใจ ผูFเรียนสามารถเรียนรูF ตามจุดประสงค5ที่ตั้งไวFไดFเปTนอยIางดี มีความแมIนยำตาม
เนื้อหาและสนุกกับการเรียนรูFตามที่ ทิศนา แขมมณี (2556, น. 386-387) ไดFใหFความหมายไวFวIา
เทคนิคการสอน คือ วิธีตIาง ๆ ที่ใชFในกระบวนการเรียนการเรียนการสอน ขั้นตอนการสอน วิธีการสอน
หรอื การดำเนินการทางการสอน เพือ่ ชวI ยใหFการสอนมีคุณภาพและมปี ระสทิ ธิภาพมากย่งิ ขึ้น

สัญลักษณ5ของจังหวะ นอกจากโคดายจะใชFสัญญาณมือแทนระดับเสียงแลFว โคดาย ยังมีการใชF
ระบบสัญลักษณ5ตIาง ๆ แทนจังหวะเพื่อทําใหFการเรียนรูFเรื่องจังหวะเปTนรูปธรรม โดยในระยะแรกการใชF
สัญลักษณ5แทนจังหวะเปTนลักษณะของรูปภาพ ในระยะตIอมาเปลี่ยนเปTนสัญลักษณ5คลFายตัวโนFตในท่ีสุดตัว
โนFตแทนจังหวะจึงนํามาใชF อยIางไรก็ตาม สัญลักษณ5คลFายตัวโนFตก็ยังสามารถใชFไดFอยูIเมื่อผูFสอนตFองการเนFน
เฉพาะจังหวะ นอกจากกําหนดสัญลักษณ5แทนจังหวะแลFวโคดายยังไดFกําหนดเสียงใชFในการเรียกสัญลักษณ5
ตาI ง ๆ ไวFเพ่ือใหผF Fูเรยี นใชFพดู แทนการตบมอื ไดดF วF ยสญั ลักษณ5สําหรบั สัญลกั ษณต5 าI ง ๆ ท่ใี ชF (ภิรญา นยิ มเดชา. 2557)

จากประสบการณ5สอนวิชาดนตรีสากลของผูFวิจัย เรื่อง การอIานสัดสIวนตัวโนFต ในระดับชั้น
ที่ตIางกันออก เชIน ประถมศึกษาปWที่ 2 ประถมศึกษาปWที่ 3 และประถมปWที่ 4 นักเรียนจะมีความเบื่อหนIาย

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 178 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ในการเรียน และไมIคIอยใหFความสนใจหรือเหมือนเปTนการเรียนคาบตIอคาบ คาบถัดไปมาเริ่มจาก 1
ใหมI รูปแบบตัวโนFตปกติหรือวิธีการสอนไมIสามารถดึงดูดความสนใจของนักเรียนไดF ผูFวิจัยเห็นวIา ในเรื่องของ
สัดสIวนตัวโนFต สามารถนำมาสรFางสรรค5 เพื่อสรFางแรงจูงใหFนักเรียนสนใจไดF โดยใชFวิธีการใชFวิธีการนำเรื่อง
ของสัญลักษณ5เขFามาเกี่ยวของ และเลือกสัญลักษณ5ที่ใกลFตัว เชIน ผลไมF สัตว5 ชื่อตัวละการ5ตูน โดยทอดแทรก
ใหตF รงกบั สัดสIวนตัวโนFต ๆ เพ่อื สรFางแรงจงู ใจในการเรยี นและเพมิ่ ความนาI ดูดใหกF บั นักเรียนมากย่ิงข้ึน

วัตถุประสงคCการวจิ ัย
1. เพื่อพฒั นาทักษะการอาI นสัดสวI นโนFตดนตรีสากลเบ้อื งตนF
2. เพ่ือสรFางแรงจงู ใจและเจตคติที่ดใี นการฝกó การอาI นสัดสIวนโนFตเบอื้ งตนF

ประโยชนทC ค่ี าดวา' จะไดรM ับ
1. ผูเF รียนมีความรูFอยาI งแมนI ยำในเรื่องของสัดสวI นตัวโนตF สากลเบือ้ งตFน
2. ผเFู รยี นมีความเขาF ใจและสามารถนำไปสรFางสรรคก5 ารฝóกฝนไดFดวF ยตนเอง

วิธีดำเนนิ การวิจยั
1. ขอบเขตประชากรและกลุม' ตวั อย'าง
1.1 ประชากร นกั เรยี นระดับชน้ั ประถมศกึ ษา เขตภาคใตF
1.2 กลุIมตัวอยIาง โดยคัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ คือ เด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงคราม

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปทW ี่ 4 โรงเรียนบFานรับแพรก
2. เครอ่ื งมอื ที่ใชใM นการวจิ ัย
2.1 ความแปลกใหมIและความนาI ดึงดดู ของตวั เกม Rhythm in my zoo
2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพ่อื ใชFทดสอบกอI นเรยี นและหลังเรียน
2.3 ชดุ ฝกó ทกั ษะการอาI นสดั สIวนโนFตดนตรสี ากล
3. การเกบ็ รวบรวมขอM มลู
ผวFู จิ ัยดำเนินการเกบ็ ขFอมูลตามขั้นตอน ดังนี้
1. ทดสอบกIอนเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอIานสัดสIวนโนFต

ดนตรีสากล
2. ใชFชุดฝóกทักษะการอIานโนFต เปTนเวลา 2 สัปดาห5 สัปดาห5ละ 2 คาบ รวมทั้งหมด

4 คาบ (คาบละ 60 นาที)
3. ทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอIานสัดสIวนโนFต

ดนตรสี ากล
4. การวเิ คราะหขC อM มลู
ผูFวิจัยไดFดำเนินการพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตดนตรีสากล ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ตอนปลาย โดยมีขน้ั ตอนวิเคราะหข5 Fอมลู ดงั นี้

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 179 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การอIานสัดสIวนโนFต
ดนตรีสากล เกม Rhythm in my zoo

5. สถิตทิ ใี่ ชใM นการวเิ คราะหขC Mอมลู
การหาคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5จากสัดสIวนของผลตIางระหวIางคะแนนจากการวัดทั้ง 2 ครั้งกับผลตIาง

ระหวIางคะแนนเต็มกับคะแนนการวัดครั้งแรก สำหรับการคูณอัตราสIวนดFวย 100 เพื่อไมIใหFคIาที่ไดFเปTนทศนิยม
สมการคำนวณคะแนนเพม่ิ สมั พัทธ5 คือ

S = !""($%&)
(%&

เมือ่ S แทน คะแนนเพิ่มสัมพัทธ5
F แทน คะแนนเต็มของการทดสอบกIอนและหลังเรียน
X แทน คะแนนการทดสอบกอI นเรียน
Y แทน คะแนนการทดสอบหลังเรียน

ผลการวิจยั
จากการเก็บขFอมูลของเด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงครามนักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4

โรงเรียนบFานรับแพรก ศึกษา โดยใชFแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูFกIอนเรียนและหลังเรียน ดังแสดง
ในตารางท่ี 1

ตารางที่ 1 ผลการเปรยี บเทยี บคะแนนผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนกอI นเรียนและหลงั เรียน

ชื่อ - นามสกุล คะแนนกอ' นเรยี น คะแนนหลังเรียน คะแนนเพิม่
สมั พัทธC
เด็กหญิงยสุตมา สิริปรีดาเจรญิ ลาภ 9 19 90.90

จากตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงคราม
กIอนเรียนและหลังเรียนมีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 10 สามารถพัฒนาทักษะการอIานโนFตดนตรีสากลไดFรFอยละ
90.90 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF จึงสรุปไดFวIา เด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงคราม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ท่ีดีขนึ้ เขFาใจในการอIานสัดสวI นโนFตดนตรีสากลมากข้นึ

สรปุ ผลการวจิ ัยและอภปิ รายผล
การวิจัยครั้งนี้เปTนการการพัฒนาทักษะการอIานสัดสIวนของตัวโนFตเบื้องตFนและการสรFางสรรค5

วธิ กี ารฝกó โดยมีสาระสำคญั พอสรปุ ไดF ดงั นี้
1. สรปุ ผลกและอภิปลายผลการวจิ ยั
จากประสบการณ5การสอนวิชาดนตรีสากลของผูFวิจัย พบวIานักเรียนชั้นประถมศึกษาปWที่ 4

มีปåญหาเกี่ยวกับการอIานสัดสIวนโนFตดนตรีสากลเบื้องตFน ซึ่งผูFเรียนคิดวIาการอIานสัดสIวนโนFตสากลเปTน

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 180 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

เรื่องที่ยากและนักเรียนรูFสึกความเบื่อหนIายในการเรียน ไมIใหFความสนใจหรือเหมือนเปTนการเรียนคาบตIอคาบ
ผูFวิจัยจึงพัฒนาการเรียนรูFของผูFเรียนโดยเริ่มใหFผูFเรียนไดFเรียนรูFจากสิ่งที่งIาย ๆ ไปหาสิ่งที่ยาก ทำใหFผูFเรียน
มีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะและผลงานทางดFานดนตรีสากล โดยเริ่มจากการทดสอบกIอนเรียน
ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอIานสัดสIวนโนFตดนตรีสากล จากนั้นดำเนินกิจกรรมการ
สอนเรื่อง การอIานโนFตดนตรีสากล ดFวยเกม Rhythm in my zoo เปTนเวลา 2 สัปดาห5 สัปดาห5ละ 2 คาบ
รวมทั้งหมด 4 คาบ จากนั้นทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง
การอาI นสัดสIวนโนFตดนตรีสากล ซึ่งเปTนชดุ เดิมที่ใชFทดสอบกอI นเรียน

การใชเF กมในการสอนนน้ั จะชวI ยสงI เสรมิ และกระตนFุ ผเFู รยี นใหเF กดิ ความพรอF มในการเรยี นรอFู ยาI ง
สนุกสนาน ทำใหFผูFเรียนมีเจตคติที่ดีในการเรียนดนตรีดFวย โดยเฉพาะพัฒนาการทางดFานสติปåญญา กลIาวคือ
ฝóกทักษะการสังเกต และยังชIวยพัฒนาการดFานสังคมเปTนการฝóกการทำกิจกรรมรIวมกับผูFอื่น เรียนรูFการปรับตัว
เพอ่ื เขFากับผูอF ืน่

จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนเรื่อง การอIานโนFตดนตรี
สากล ดFวยกิจกรรมเกม Rhythm in my zoo ของเด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงคราม ระดับชั้นประถมศึกษาปWที่ 4
โรงเรียนบFานรับแพรก พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน โดยเด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงคราม
มีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 10 และคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 90.90 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF สรุปไดFวIา
เด็กหญิงพิชญาภัค ชนะสงคราม ผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีเจตคิตที่ดีในการพัฒนาทักษะจึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตดนตรีสากลมากขึ้น เกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ
มีความชำนาญ มคี วามคลอI งแคลIวในการปฏบิ ตั ิ

2.ขอM เสนอแนะ
1. ตัวเกมสามารถพัฒนาเพอื่ ใหเF หมาะสมและชวI ยสรFางแรงกระตุFนผFเู รยี นไดFมากวIาน้ี

บรรณานกุ รม
ณรุทธ5 สทุ ธจิตต.5 2536. พฤตกิ รรมการสอนดนตรี. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณ5มหาวิทยาลยั
ณัชชา โสคตยิ านุรักษ.5 2549. ทฤษฎดี นตร.ี กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พแ5 หIงจฬุ าลงกรณม5 หาวทิ ยาลัย
สุไปรมา ลีลามณี. 2553. ศึกษาความสามารถในการอ2านคำ และแรงจูงใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปXที่ 3

ที่มีปíญหาการเรียนรู0ด0านการอ2าน จากการสอนโดยผสมผสานวิธีโฟนิกซi (Phonics)
กับวิธีพหุสัมผัส (Multi-Sensory Approach). ปริญญานิพนธ5ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต.
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ.
ทศิ นา แขมมณี 2556, รูปแบบการเรยี นการสอน. กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พ5แหIงจุฬาลงกรณม5 หาวิทยาลัย
ภิรญา นิยมเดชา. 2557 .การเรียนรจู0 ากการปฏิบตั ิ (Action Learning). (Online).
www.phatthalung2.go.th/myoffice/2557/data/tkk3/25571204_170621_9384. สืบคFน
วันที่ 19 พ.ค. 2561
ณรทุ ธ5 สุทธจิตต.5 2541. จิตวิทยาการสอนดนตร.ี กรุงเทพฯ: สำนกั พิมพแ5 หIงจุฬาลงกรณ5มหาวิทยาลัย.

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 181 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

สุคนธ5 สินธพานนท5. 2553. นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน. กรุงเทพฯ: หFางหFุน
สวI นจำกดั 9119 เทคนิคพร้ินต้ิง.

ศันสนีย5 สื่อสกุล. 2554. การพัฒนาชุดฝóกทักษะการเขียนเชิงคดิวิเคราะห5วิชาภาษาไทยสำหรับ นักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปW ที่ 1 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ5สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราช
ชนนี. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชามัธยมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ประสานมติ ร.

สุกญัญา มณีโชติ. 2555. การพัฒนาชุดฝlกทักษะการเขียนเชิงสร0างสรรคiตามทฤษฎีโครงสร0างทางสติปíญญา
ของกิลฟอรiด สำหรบั นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปX ท่ี 3. นครปฐม : มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครปฐม.

สริตา บัวเขียว. 2559. Scaffolding... ช2วยเสริมสร0างการพฒันาการเรียนรู0อย2างไร.วารสารมนุษย5.
สงั คมปริทัศน,5 18 (1), 5

สุกรี เจริญสขุ . 2539. สนุ ทรียศาสตรiทางดนตรี. นครปฐม : มหาวทิ ยาลยั มหิด
สุจิตตรา คงปลื้ม. 2548. การพัฒนาทักษะในด0านการอ2านโน0ตสำกลระดับชั้นประถมศึกษาปXที่ 4.

สบื คFนเมือ่ 16 มนี าคม 2562. จาก http://www.sl.ac.th › html_edu › temp_news.
นิลบุ ล สุนันตะè . 2554. การใช0สอ่ื การสอน On The Floor เพอ่ื พัฒนาทกั ษะการอ2านโนต0 สากลสำหรบั

การปฏิบัติเปXยโนเบ้ืองต0นของนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปทX ี่ 5 โรงเรียนปรินสรi อยแยลสiวิทยาลัย.
สบื คFนเมือ่ 16 มนี าคม 2562. จาก
https://academic.prc.ac.th/TeacherResearch/ResearchDetail.php?ID=696.
ธวัชชัย นาควงษ5. 2547. การทดลองใช0หลักสูตรการสอนดนตรีสากลตามแบบของโคดายและออรiฟ
ในระดับประถมศึกษา(ช2วงชั้นที่ 1-2) ที่โรงเรียนวัดหลักสี่.กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ5
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร5

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 182 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

การพฒั นาชดุ ฝกs ทกั ษะการอา, นโนต. กลองชดุ ข้นั พืน้ ฐาน สำหรบั นกั ศึกษาช้นั ปริญญาตรี
Developing a set of basic drum notation reading skills
for undergraduate students.

ทกั ษดK นัย ไชยรตั นK5
Thakdanai Chairat

หลกั สูตรศึกษาศาสตรบณั ฑิต (4 ป5) คณะศลิ ปศึกษา สถาบนั บัณฑติ พฒั นศิลป=
Bachelor of Education Program (4 years), Faculty of Art Education, Bunditpatanasilpa Institute.

บทคัดยอ'
การทำวิจัย การพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน สำหรับนักศึกษา
ชั้นปริญญาตรี มีวัตถุประสงค5เพื่อสรFางชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดสำหรับผูFเรียนกลองชุดขั้นพื้นฐาน
และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการใชFชุดฝóกทักษะการอIานโนFต โดยมีกลุIมตัวอยIาง
เปTนนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปº คัดเลือกแบบ
เจาะจงตามคุณสมบัติ โดยมีเครื่องมือที่ใชFในการวิจัยเปTนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อใชFทดสอบ
กIอนเรียนและหลังเรียนและชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน สรุปผลการวิเคราะห5ขFอมูล
เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIาคะแนนกIอนเรียน
โดยนายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง มีคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5รFอยละ 90.90 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF สรุปไดFวIา
นายนายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง ผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะจึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตกลองชุดมากขึ้น เกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะ
มีความชำนาญ มคี วามคลอI งแคลIวในการปฏิบตั ิ

คำสำคญั : ชุดฝóกทกั ษะ, การอIานโนFตกลองชุดขนั้ พืน้ ฐาน, การเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิ์

5 นกั ศึกษาสาขาดนตรีศกึ ษา, หลกั สูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต (4 ป:) คณะศลิ ปศึกษา สถาบันบณั ฑติ พัฒนศิลปA
E – mail : [email protected]

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 183 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

Abstract
Conducting research, developing a set to practice basic drum notation reading skills. for
undergraduate students The objective is to create a drum kit for beginner drum kit learners. and to
compare the learning achievement of using the note reading skill set. The sample group were
undergraduate students. Department of Music Education, Faculty of Art Education,
Bunditpatanasilpa Institute Selected by specific qualifications The research tool was an
achievement test to test before and after school. and a set of basic drum notation reading
skills Summarizing the results of the data analysis to compare academic achievement, it was
found that the scores after school were higher than the scores before school. Mr. Kankitti
Klomklieng had a relative increase of 90.90 percent of the amount that should be developed
It can be concluded that Mr. Kankitti Klomkliang, learners are motivated and encouraged to
develop skills, thus resulting in better academic achievement. A better understanding of how
to read drum kit notes Accuracy in learning, skilled, proficient, and fluency in practice.

Keywords : skill set, Reading basic drum kit notes, Comparison of achievement

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 184 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

บทนำ
การศึกษาวิชาดนตรีในประเทศไทยปåจจุบันไดFรับการยอมรับในสังคมไทยมากขึ้นเปTนอยIางมาก

อาจจะเห็นผลงานและความสำเร็จนักดนตรีไทยในประเทศและในระดับสากลใหFเห็นกันมากขึ้น ปåจจุบัน
การศึกษาของไทยไดFเพิ่มหลักสูตรวิชาดนตรีเขFาไปในหลักสูตรการศึกษาในระบบโรงเรียนทุกระดับการศึกษา
ทั้งในภาครัฐและเอกชนมุIงเนFนความรูFความเขFาใจองค5ประกอบดนตรี แสดงออกทางดนตรีอยIางสรFางสรรค5
(กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2560)

การเรียนรูFเรื่องโนFตจึงเปTนเรื่องสำคัญและความสามารถในการเลIนดนตรีตามโนFตไดFนั้นจึงตFอง
อาศัยเวลาความมานะพยายามและตFองศึกษากันอยIางตIอเนื่องตามขั้นตอนจึงจะเกิดความเขFาใจ ตFองมีตำราที่ดี
และมีผูFแนะนำบFางในชIวงเริ่มตFนเพื่อวางพื้นฐานกIอนแลFวจึงไปศึกษาหาความรูFและประสบการณ5ตIาง ๆ
ดFวยตนเองไดF (สมนึกอนIุ แกFว, 2544)

ชุดฝóกทักษะจึงเปTนสื่อการเรียนที่ชIวยใหFผูFเรียนเกิดการเรียนรูFและทักษะ ทั้งยังชIวยแบIงเบาภาระ
ครูผูFสอน ซึ่งประโยชน5ของชุดฝóกทักษะทำใหFนักเรียนเขFาใจบทเรียนไดFมากขึ้นมีความเชื่อมั่นฝóกทำงาน
ดFวยตนเอง ทำใหFมีความรับผิดชอบและทำใหFครูทราบปåญหาและขFอบกพรIองของนักเรียนในเรื่องที่เรียนทำใหF
สามารถแกFปåญหาไดFทันทีนอกจากนี้แบบฝóกยังเป³ดโอกาสใหFเด็กฝóกทักษะอยIางเต็มที่ทั้งยังชIวยใหFคงอยูIไดFนาน
และเปTนเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจบบทเรียนแตIละครั้ง (ปาริชาติ สุพรรณกลาง, 2550 น. 23)
ประโยชน5ของแบบฝóกทักษะชIวยในการฝóกหรือเสริมทักษะทางภาษาการใชFภาษาของนักเรียนสามารถนำมาฝóกซ้ำ
ทบทวนบทเรียนและผูFเรียนสามารถนำไปทบทวนดFวยตนเองจดจำเนื้อหาไดFคงทนมีเจตคติที่ดีตIอการเรียน
ภาษาไทยแบบฝóกถือเปTนอุปกรณ5การสอนอยIางหนึ่งซึ่งสามารถทดสอบความรูFวัดผลการเรียนหรือประเมินผล
การเรียนกIอนและหลังเรียนไดFเปTนอยIางดีทำ ใหFครูทราบปåญหาขFอบกพรIองของผูFเรียนเฉพาะจุดไดF
นักเรียนทราบความกFาวหนาF ของตนเอง (วรรณภา ไชยวรรณ, 2549 น. 41)

จากการสำรวจของผูFวิจัยพบวIานักศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิชาดนตรีศึกษามีปåญหาเกี่ยวกับ
การอIานโนFตกลองชุดเบื้องตFน ซึ่งผูFเรียนคิดวIาการอIานโนFตกลองชุดเปTนเรื่องที่ยาก ผูFวิจัยคิดวIา การพัฒนาการ
เรียนรูFของผูFเรียนโดยเริ่มใหFผูFเรียนไดFเรียนรูFจากสิ่งที่งIาย ๆ ไปหาสิ่งที่ยาก จะทำใหFผูFเรียนมีแรงจูงใจ
และมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะการอIานโนFตกลองชุดไดFและนอกจากนี้หากผูFเรียนไดFทำแบบทดสอบ
และแบบฝóกปฏิบัติกิจกรรมดนตรี โดยการปฏิบัติซ้ำ ๆ กัน โดยเริ่มจากสิ่งที่งIาย ๆ ไปหาสิ่งที่ยากจะชIวยใหF
ผูFเรียนเกิดความแมIนยำในการเรียนรูF มีทักษะมีความชำนาญ มีความคลIองแคลIวในการปฏิบัติและเกิดทักษะ
การอาI นโนตF กลองชุดไดF

วตั ถปุ ระสงคCการวจิ ัย
1. เพือ่ สราF งชดุ ฝกó ทกั ษะการอIานโนFตกลองชดุ สำหรบั ผFเู รยี นกลองชดุ ขั้นพืน้ ฐาน
2. เพื่อเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของการใชFชุดฝóกทกั ษะการอIานโนFตกลองชดุ ขัน้ พ้ืนฐาน

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 185 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ประโยชนทC คี่ าดว'าจะไดรM บั
1. ไดFชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดสำหรับผูFเรียนกลองชุดขั้นเบื้องตFนเพื่อสIงเสริมทักษะ

การอIานโนFตกลองชุดข้ันพ้ืนฐานและการรบั รูFสญั ลักษณข5 องตัวโนFตกลองชุด
2. เปนT แนวทางใหFกับครู นักเรียนและบคุ คลทส่ี นใจจะเรียนรูกF ารอาI นโนตF กลองชุดขัน้ พืน้ ฐาน

วธิ ดี ำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้มีลักษณะเปTนงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีการใชFแบบทดสอบ

กIอนเรยี นและหลงั เรยี น สำหรับการเกบ็ ขอF มูลและใชFวิเคราะห5ผลในการวิจัย
1. ขอบเขตประชากรและกลม'ุ ตวั อยา' ง
1.1 ประชากร นักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา

สถาบันบัณฑติ พฒั นศิลปº
1.2 กลุIมตัวอยIาง โดยคัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติ คือ นายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง

นักศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี สาขาวชิ าดนตรีศึกษา คณะศลิ ปศกึ ษา สถาบนั บัณฑิตพฒั นศลิ ปº
2. เครื่องมือทใี่ ชใM นการวิจัย
2.1 การใชคF ำพูดเสรมิ แรง ใหFความเปนT กนั เอง และใหFคำชมเชย
2.2 แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นเพอื่ ใชทF ดสอบกIอนเรียนและหลังเรียน
2.3 ชดุ ฝกó ทกั ษะการอาI นโนตF กลองชุด
3. การเกบ็ รวบรวมขMอมูล
ผูวF ิจัยดำเนินการเกบ็ ขFอมลู ตามขัน้ ตอน ดังน้ี
1. ทดสอบกIอนเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง

การอาI นโนFตกลองชดุ ขน้ั พน้ื ฐาน
2. ดำเนินกิจกรรมการสอนเรื่อง การอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน ดFวยชุดฝóกทักษะการอIาน

โนตF กลองชุด เปนT เวลา 4 สัปดาห5 สัปดาหล5 ะ 1 คาบ รวมทัง้ หมด 4 คาบ (คาบละ 60 นาที)
3. ทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอIานโนFตกลองชุด

ขน้ั พื้นฐาน
4. การวิเคราะหCขอM มลู
ผูFวิจัยไดFดำเนินการพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน สำหรับนักศึกษาช้ัน

ปรญิ ญาตรี โดยมีขั้นตอนวเิ คราะหข5 อF มลู ดังน้ี
1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การอIานโนFตกลองชุด

ดFวยชดุ ฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชดุ

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 186 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

5. สถติ ทิ ใ่ี ชใM นการวิเคราะหขC Mอมูล
การหาคะแนนเพิ่มสัมพัทธ5จากสัดสIวนของผลตIางระหวIางคะแนนจากการวัดทั้ง 2 คร้ัง

กับผลตIางระหวIางคะแนนเต็มกับคะแนนการวัดครั้งแรก สำหรับการคูณอัตราสIวนดFวย 100 เพื่อไมIใหFคIาที่ไดFเปTน
ทศนิยม สมการคำนวณคะแนนเพ่ิมสัมพทั ธ5 คอื

S = !""($%&)
(%&

เม่ือ S แทน คะแนนเพิ่มสัมพัทธ5
F แทน คะแนนเต็มของการทดสอบกIอนและหลังเรียน
X แทน คะแนนการทดสอบกอI นเรยี น
Y แทน คะแนนการทดสอบหลังเรยี น

ผลการวจิ ัย
จากการเก็บขFอมูลของนายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง นักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา

คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปº โดยใชFแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูFกIอนเรียนและหลังเรียน
ดงั แสดงในตารางที่ 1

ตารางท่ี 1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนกอI นเรยี นและหลังเรียน

ชอ่ื - นามสกุล คะแนนกอ' น คะแนนหลัง คะแนนความ คะแนนเพมิ่
นายกาญจนก5 ติ ติ กลอI มเกลีย้ ง เรยี น เรียน แตกต'าง สมั พทั ธC
9 19 10 90.90

จากตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง
กIอนเรียนและหลังเรียนมีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 10 สามารถพัฒนาทักษะการอIานโนFตกลองชุดไดFรFอยละ
90.90 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF จึงสรุปไดFวIา นายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีข้ึน
เขาF ใจในการอIานโนตF กลองชุดมากข้ึน

สรปุ ผลการวจิ ยั และอภิปรายผล
การวิจัยครั้งนี้เปTนการพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน สำหรับนักศึกษาชั้น

ปรญิ ญาตรี โดยมสี าระสำคญั พอสรปุ ไดF ดงั น้ี
1. สรปุ ผลการวจิ ยั
จากการสำรวจของผูFวิจัยพบวIานักศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิชาดนตรีศึกษามีปåญหาเกี่ยวกับ

การอIานโนFตกลองชุดเบื้องตFน ซึ่งผูFเรียนคิดวIาการอIานโนFตกลองชุดเปTนเรื่องที่ยาก ผูFวิจัยคิดวIา การพัฒนาการ
เรียนรูFของผูFเรียนโดยเริ่มใหFผูFเรียนไดFเรียนรูFจากสิ่งที่งIาย ๆ ไปหาสิ่งที่ยาก จะทำใหFผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจ
ในการพัฒนาทักษะการอIานโนFตกลองชุดไดF โดยเริ่มจากการทำแบบทดสอบกIอนเรียน ดFวยแบบทดสอบวัด

วารสารดนตรศี ึกษา คณะศิลปศึกษา - 187 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน จากนั้นดำเนินการสอนดFวยแบบฝóกปฏิบัติกิจกรรม
ดนตรี และทดสอบหลังเรียน ดFวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน
ซ่ึงเปนT ชดุ เดิมท่ีใชFทดสอบกอI นเรียน

การใชFชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐานในการสอนนั้น จะชIวยสIงเสริมและกระตุFน
ผูFเรียนใหFเกิดความพรFอมในการเรียนรูFอยIางสนุกสนาน โดยเฉพาะพัฒนาการทางดFานสติปåญญา กลIาวคือ
ฝกó ทกั ษะการสงั เกต การจำแนก และจดั หมวดหมูI

จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนเรื่อง การอIานโนFต
กลองชุดขั้นพื้นฐาน ดFวยชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐานของนายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง
ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปº พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้น
กวIาคะแนนกIอนเรียน โดยนายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง มีคะแนนความแตกตIางอยูIที่ 10 และคะแนนเพิ่ม
สัมพัทธ5รFอยละ 90.90 ของปริมาณที่ควรพัฒนาไดF สรุปไดFวIา นายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง ผูFเรียนมีแรงจูงใจ
และมีกำลังใจในการพัฒนาทักษะจึงทำใหFมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น เขFาใจในการอIานโนFตกลองชุดมาก
ข้ึน เกิดความแมIนยำในการเรยี นรูF มีทักษะ มีความชำนาญ มคี วามคลIองแคลวI ในการปฏิบัติ

2. อภปิ รายผล
จากผลการวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน

สำหรบั นักศกึ ษาชัน้ ปรญิ ญาตรี ผูวF จิ ยั สามารถอภิปรายผลตามวัตถปุ ระสงคไ5 ดF ดงั น้ี
จากการพัฒนาชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน สำหรับนักศึกษาชั้นปริญญาตรี

พบวIานักศึกษาชั้นปริญญาตรี มีปåญหาเกี่ยวกับการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน ผูFวิจัยจึงพัฒนาชุดฝóกทักษะ
การอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐานขึ้นมา ใหFผูFเรียนไดFมีความชำนาญ แมIนยำยิ่งขึ้นผูFเรียนมีแรงจูงใจและมีกำลังใจ
ในการพัฒนาทักษะและผลงานทางดFานดนตรีสากล ซึ่งสอดคลFองกับ ศันสนีย5 สื่อสกุล (2554, น. 24) กลIาววIา
งานหรือกิจกรรมที่ครูผูFสอนมอบหมายใหFนักเรียนทำเพื่อฝóกทักษะและทบทวนความรูFที่ไดFเรียนไปแลFวใหFเกิด
ความชำนาญ ถูกตFอง คลIองแคลIว จนสามารถนำความรูFไปแกFปåญหาไดFโดยอัตโนมัติ จากความหมาย
ของชุดฝóกทักษะขFางตFน สรุปไดFวIา ชุดฝóกทักษะเปTนสื่อที่สรFางขึ้นเพื่อใหFนักเรียนไดFฝóกฝนความรูFที่ไดFเรียนไป
หรือเปTนการเสริมความรูFใหFกับนักเรียนเพื่อใหFเกิดความถูกตFอง ชำนาญ โดยผูFวิจัยเริ่มจากชุดฝóกทักษะ
การอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐาน เพื่อใหFผูFเรียนมีความอยากที่จะคFนควFาหาความรูF และพัฒนาการที่ดีในดFานการ
อIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐานซึ่งสอดคลFองกับ สุคนธ5 สินธพานนท5 (2553, น. 96) ไดFใหFความหมาย
ของชุดฝóกทักษะวIา ส่ือที่สรFางขึ้นเพื่อใหFนักเรียนไดFทำกิจกรรมที่เปTนการทบทวนหรือเสริมเพิ่มเติมความรูFใหFแกI
นักเรียนหรือใหFนักเรียนไดFฝóกทักษะการเรียนรูFหลาย ๆ รูปแบบเพื่อสรFางเสริมประสบการณ5การเรียนรูFใหFแกI
ผเFู รยี นไดมF ีคุณลกั ษณะตามทต่ี Fองการ

จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกIอนเรียนและหลังเรียนเรื่อง การอIานโนFตกลองชุด
ขั้นพื้นฐาน ดFวยชุดฝóกทักษะการอIานโนFตกลองชุดขั้นพื้นฐานของนายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง นักศึกษาระดับ
ปริญญาตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปº พบวIา คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกวIา
คะแนนกIอนเรียน สรุปไดFวIา นายกาญจน5กิตติ กลIอมเกลี้ยง ผูFเรียนมีความเขFาใจในโนFตกลองชุดมากขึ้นกวIากIอน

วารสารดนตรีศึกษา คณะศิลปศึกษา - 188 - Vol. 1 No. 1 (2022)
Journal of Fed Music Ed.


Click to View FlipBook Version