หลักสูตรสถานศกึ ษา
ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
โรงเรยี นวัดบางใบไม
สาํ นักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 1
สํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน
ประกาศโรงเรยี นวดั บางใบไม
เร่อื ง ใหใ ชหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางใบไม (พุทธศกั ราช ๒๕๖๕)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช (๒๕๖๐)
---------------------------------------------------------
โรงเรียนวัดบางใบไม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต ๑ ได
ดำเนินการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไมฉบับปรับปรุง พุทธศักราช (๒๕๖๕) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช (๒๕๖๐)และเอกสารประกอบ
หลักสูตรขน้ึ เพอื่ กำหนดใชเปนกรอบและทศิ ทางในการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนวัดบางใบไม
โดยโรงเรียนไดจ ดั ทำและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคดิ หลกั สูตรอิงมาตรฐาน คือ กำหนดมาตรฐานการ
เรยี นรเู ปนเปาหมายในการพัฒนาผเู รียน เพ่ือใหผ ูเ รยี นมคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูท่กี ำหนดในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุงพัฒนาผูเรียนทุกคนใหมีความสมดุลทั้งดานรางกาย ความรู คุณธรรม มี
จิตสำนึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข มีความรูและทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเปนตอการศึกษาตอ การ
ประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุงเนนผูเรียนเปนสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อวา ทุกคนสามารถ
เรียนรแู ละพัฒนาตนเองไดเต็มตามศักยภาพ
ทั้งนี้ หลักสูตรโรงเรียนวัดบางใบไม ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
เมอื่ วนั ท่ี ๓๐ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ จงึ ประกาศใหใ ชห ลักสูตรโรงเรียนต้ังแตบ ดั นี้เปนตนไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ลงชือ่ )......................................................
(นางดวงพร ดษุ ฎี)
ลงช่อื )....................................................
(นายเชาวลิต ชเู สนห ) ตำแหนง ผอู ำนวยการโรงเรียนวัดบางใบไม
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
โรงเรยี นวัดบางใบไม
คำนำ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปนหลักสูตรที่ไดพัฒนาใหสอดคลองพระราชบัญญัติการศึกษา
แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ รวมทั้งใหสอดคลองกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และความ
เจริญกาวหนา ทางเทคโนโลยี ตลอดจนสอดคลอ งกบั แนวนโยบายและความตองการการจัดการศึกษาของชาติ
โรงเรียนวดั บางใบไม ไดด ำเนนิ การเพ่ือใหเปนไปตามตามคำสัง่ กระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/
๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ใหใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดกลุมสาระการเรียนรู
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตร ในกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงไดจัดทำ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) และมีการปรับปรงุ สาระการเรียนรู มาตรฐานตัวชี้วัด
ใหสอดคลองกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยปรับโครงสรางเวลาเรียนหลักสตู รตามความพรอมและ
จุดเนนของสถานศึกษาและจดั กจิ กรรมเพ่ิมเวลารู บรู ณาการในระดับช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๑ – ช้ันมัธยมศึกษา
ปท ี่ ๓
ในการดำเนินการจัดทำหลักสตู ร คณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตร ไดศ ึกษาเอกสาร ตำราทเ่ี กี่ยวของกับ
การจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และไดสำรวจความตองการของ
นักเรียน ผูปกครอง ชุมชน และสอดคลองกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ มาเปนแนวทางในการจัดทำ
ดังนั้นคณะผูจัดทำหวังเปนอยางยิ่งวา หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) นี้จะเกิด
ประโยชนต อ บุคคลท่ตี อ งการนำหลกั สูตรไปสกู ารปฏบิ ตั ิการสอนไดอยางมีประสิทธิภาพและเกดิ ประสทิ ธผิ ล
โรงเรียนวดั บางใบไม
สารบญั
คำนำ หนา
สารบัญ
๑
ความนำ ๑
วสิ ัยทัศน ๑
พนั ธกจิ ๑
เปา ประสงค ๒
สมรรถนะสำคัญของผเู รียน ๒
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ๓
คา นยิ ม ๑๒ ประการ ๓
หลักสูตรตานทุจริต ๔
มาตรฐานการเรยี นรู ๔
ตัวชีว้ ัด ๕
สาระการเรียนรู ๕
สาระและมาตรฐานการเรียนรู ๑๐
โครงสรางเวลาเรยี น ๑๒
โครงสรางหลักสตู รรายชนั้ ป ๒๑
โครงสรา งกลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ๒๒
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย ๓๔
โครงสรา งกลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร ๓๕
คำอธบิ ายรายวิชาคณิตศาสตร ๕๑
โครงสรางกลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ๕๒
คำอธบิ ายรายวิชาวทิ ยาศาสตร ๗๗
โครงสรางกลมุ สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๗๙
คำอธบิ ายรายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑๑๒
โครงสรางกลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา ๑๑๓
คำอธิบายรายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา ๑๒๗
โครงสรา งกลมุ สาระการเรียนรูศ ลิ ปะ ๑๒๘
คำอธบิ ายรายวชิ าศลิ ปะ ๑๔๑
โครงสรา งกลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ๑๔๓
คำอธิบายรายวชิ าการงานอาชีพและเทคโนโลยี ๑๘๑
โครงสรา งกลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ ๑๘๒
คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาตา งประเทศ ๑๙๗
กิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น ๒๐๓
เกณฑการจบการศกึ ษา
ภาคผนวก
๑
สว นที่ ๑
ความนำ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)เปนแผนหรือแนวทาง หรือขอกำหนดของการจัดการศึกษาของ
โรงเรียนวัดบางใบไมที่จะใชใ นการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามมาตรฐานทีก่ ำหนด
มุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีปญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพที่สุจริต
ตลอดจนการรจู ักอนุรักษวัฒนธรรม ประเพณที องถ่ิน โดยมงุ หวงั ใหมีความสมบรู ณทั้งดานรางกาย จิตใจ และ
สติปญญา อีกทั้งมีความรูและทักษะที่จำเปนสำหรับการดำรงชีวิต และมีคุณภาพไดมาตรฐานสากลเพ่ือ
การแขงขันในยุคปจจุบัน ดังนั้นหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร
แกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)จึงประกอบดวยสาระสำคัญของหลักสูตร
แกนกลาง สาระความรูที่เกี่ยวของกับชุมชนทองถิ่น และสาระสำคัญที่โรงเรียนพัฒนาเพิ่มเติม โดยจัดเปนสาระ
การเรียนรูรายวชิ าพื้นฐานตามมาตรฐานการเรียนรูและตวั ชี้วัด และสาระการเรยี นรูเพิ่มเติม จัดกิจกรรมพัฒนา
ผูเรียนเปนรายปในระดับประถมศกึ ษาและรายภาคเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนตน และกำหนดคุณลักษณะ
อันพึงประสงคของโรงเรียนวัดบางใบไม ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตาม
หลกั สตู รแกนกลางข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
วสิ ยั ทัศนโรงเรียน
“โรงเรยี นวัดบางใบไม เปน องคกรแหง การเรยี นรู มุงมั่นพัฒนาผูเรียนใหม คี ุณภาพและทักษะ
ในศตวรรษท่ี ๒๑ สนับสนนุ ใหมที กั ษะชีวิต หางไกลยาเสพติด มจี ิตสาธารณะ โดยยดึ หลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง”
พนั ธกจิ
๑. พัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การศึกษาใหโ รงเรยี นเปนองคกรเปนแหง การเรยี นรู
๒. พัฒนาคุณภาพผเู รยี นใหม ีความรูตามหลกั สูตร สง เสรมิ ทกั ษะวิชาชพี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
๓. ปลูกฝง คณุ ธรรม จรยิ ธรรมตามหลกั ศาสนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
๔. ปรบั ปรุงและพัฒนาทรพั ยากรเพ่ือการเรยี นการสอนใหเ พยี งพอและมปี ระสิทธภิ าพ
๕. สง เสริมการพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ใหสามารถจัดการเรียนรูไดอ ยา งมปี ระสิทธิภาพ
และมีสมรรถนะตรงตามมาตรฐานวชิ าชพี
๖.สงเสริมใหทุกภาคสวนมีสวนรว มในการจดั การศกึ ษา
เปา ประสงค (Goal)
๑. ผเู รียนมีคณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาชาติ ทักษะวชิ าชพี และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
๒. ผเู รียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๓. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษามสี มรรถนะตรงตามมาตรฐานวชิ าชีพ
๒
๔. ทุกภาคสวนมีสวนรว มในการสงเสรมิ สนับสนนุ การจัดการศึกษา
๕. สถานศึกษามีแหลงเรียนรูและสภาพแวดลอมเอ้อื ตอการจดั การเรยี นรูอยา งมีคุณภา
สมรรถนะสำคัญของผูเ รียน
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางใบไม พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน
การเรียนรู ซึ่งการพัฒนาผูเรียนใหบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรูที่กำหนดนั้นจะชวยใหผูเรียนเกิดสมรรถนะ
สำคัญ ๕ ประการ ดังน้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา
ถายทอดความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร และ
ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อขจัดและลด
ปญ หาความขัดแยงตา ง ๆ การเลอื กรับหรือไมร ับขอมูลขาวสารดว ยหลักเหตผุ ล และความถูกตอง ตลอดจน
การเลอื กใชวธิ กี ารสื่อสารทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่ีมีตอตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคดิ เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคดิ สังเคราะห การคิดอยาง
สรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนำไปสูการสรางองคความรูหรือ
สารสนเทศเพ่ือการตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั ตนเองและสังคมไดอยา งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอปุ สรรคตาง ๆ ท่เี ผชิญ
ไดอ ยางถูกตองเหมาะสมบนพน้ื ฐานของหลักเหตผุ ล คณุ ธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขา ใจความสัมพันธและ
การเปล่ยี นแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู ประยกุ ตความรูมาใชในการปองกันและแกไข
ปญหา และมกี ารตัดสนิ ใจทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่เกดิ ขนึ้ ตอ ตนเอง สงั คมและส่ิงแวดลอม
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนำกระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเนื่อง การทำงาน และการอยูรวมกันในสังคมดวยการสรางเสริม
ความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหาและความขัดแยงตาง ๆ อยางเหมาะสม การปรับตัวใหทันกับการ
เปล่ยี นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอมและการรูจ ักหลกี เลี่ยงพฤตกิ รรมไมพ ึงประสงคท่สี ง ผลกระทบตอ ตนเองและผอู น่ื
๕. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปน ความสามารถในการเลือกและใชเทคโนโลยีดา น ตา ง ๆ
และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในดานการเรียนรู การสื่อสาร การ
ทำงาน การแกป ญหาอยางสรา งสรรค ถกู ตอ งเหมาะสม และมีคณุ ธรรม
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐)มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงค เพื่อใหสามารถอยูรวมกับ
ผอู น่ื ในสังคมไดอ ยา งมีความสขุ ในฐานะเปน พลเมืองไทยและพลโลกดังน้ี
๑. รักชาติ ศาสน กษัตรยิ
๒. ซอ่ื สตั ยสจุ ริต
๓. มีวินยั
๔. ใฝเรียนรู
๕. อยูอยางพอเพยี ง
๖. มงุ มนั่ ในการทำงาน
๗. รักความเปน ไทย
๓
๘. มีจิตสาธารณะ
คา นยิ มหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.
๑. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ
๒. ซ่อื สัตย เสยี สละ อดทน มีอุดมการณใ นสงิ่ ท่ีดงี ามเพ่ือสวนรวม
๓. กตัญตู อพอแม ผปู กครอง ครบู าอาจารย
๔. ใฝหาความรู หมนั่ ศกึ ษาเลาเรยี นทงั้ ทางตรง และทางออม
๕. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม
๖. มีศีลธรรม รักษาความสตั ย หวงั ดตี อ ผูอ่นื เผื่อแผและแบงปน
๗. เขาใจเรียนรูการเปน ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ ท่ีถูกตอง
๘. มีระเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผนู อ ยรจู ักการเคารพผใู หญ
๙. มสี ติรตู ัว รูคิด รทู ำ รูปฏิบตั ติ ามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู วั
๑๐. รูจักดำรงตนอยโู ดยใชหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จ
พระเจาอยหู วั รจู ักอดออมไวใ ชเ ม่ือยามจำเปน มีไวพอกินพอใช ถาเหลอื ก็แจกจายจำหนาย และพรอมทีจ่ ะ
ขยายกจิ การเมอ่ื มีความพรอม เม่ือมภี มู ิคมุ กันทดี่ ี
๑๑. มีความเขม แข็งทงั้ รางกาย และจติ ใจ ไมยอมแพตอ อำนาจฝา ยต่ำ หรือกิเลส มีความละอาย
เกรงกลัวตอบาปตามหลกั ของศาสนา
๑๒. คำนึงถงึ ผลประโยชนข องสวนรวม และของชาติมากกวา ผลประโยชนของตนเอง
หลักสูตรตา นทุจรติ ศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ป.ป.ช.) รวมกับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไดจัดทำหลักสูตรตานทุจรติ ศึกษาสำหรับใชในทุกระดบั การศึกษา
ในสวนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดจัดทำหลักสูตรตานทุจริตศึกษา รายวิชาเพิ่มเติม
“การปองกันการทุจริต” ขึ้น และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักสูตรตานทุจริตศึกษา เมื่อวันท่ี ๒๒
พฤษภาคม ๒๕๖๑ และใหหนวยงานที่เกี่ยวของนำหลักสูตรตานทุจริตศึกษาไปปรับใชในการจัดการเรียนการ
สอนในสถานศึกษาโดยมุงเนนการสรางความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของการ
กระทำทุจริตในลกั ษณะตาง ๆ ท้ังทางตรงและทางออม ความเสยี หายที่เกดิ จากการทจุ รติ ความสำคญั ของการ
ตอตานการทุจริต รวมทั้งจัดใหมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการจัดหลักสูตรในแตละชวงวัยของผูเรียนดวย
หลักสูตรตานทุจริตศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพิ่มเติม “การปองกันการทุจริต”
ประกอบดวย ๔ หนวยการเรียนรู ไดแก ๑) การคิดแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชน
สวนรวม ๒) ความละอายและความไมทนตอการทุจริต ๓) STRONG : จิตพอเพียงตานทุจริต ๔) พลเมืองกับ
ความรับผิดชอบตอสังคม ที่สถานศึกษาจัดใหก ับผูเ รยี นเพื่อปลูกฝงและปองกันการทุจริตไมใหเกิดขึ้น โดยเร่มิ
ปลูกฝงผูเรียนตั้งแตชั้นปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ ใหมีความรูความเขาใจ มีทักษะกระบวนการ มี
สมรรถนะที่สำคัญ และมีคุณลักษณะที่พึงประสงคโดยทางโรงเรียนวัดบางใบไมไดทำในรูปแบบการบูรณาการ
กบั กลุม สาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๔
มาตรฐานการเรยี นรู
การพัฒนาผูเรียนใหเกิดความสมดุล ตองคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปญญา หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน จึงกำหนดใหผูเรียนเรียนรู ๘ กลมุ สาระการเรียนรู ดังน้ี
๑. ภาษาไทย
๒. คณติ ศาสตร
๓. วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สขุ ศึกษาและพลศึกษา
๖. ศิลปะ
๗. การงานอาชีพ
๘. ภาษาตางประเทศ
ในแตละกลุมสาระการเรียนรูไดกำหนดมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายสำคัญของการพัฒนา
คุณภาพผูเรียน มาตรฐานการเรียนรูระบุสิ่งที่ผูเรียนพึงรู ปฏิบัติได มีคุณธรรมจริยธรรม และคานิยม ที่พึง
ประสงคเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากน้ันมาตรฐานการเรียนรูยังเปนกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อน
พฒั นาการศึกษาทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรยี นรูจะสะทอนใหท ราบวาตองการอะไร จะสอนอยางไร และ
ประเมินอยางไร รวมทั้งเปนเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชระบบการ
ประเมินคณุ ภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ซง่ึ รวมถึงการทดสอบระดบั เขตพ้ืนที่การศึกษา และ
การทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกนั คุณภาพดังกลา วเปนส่ิงสำคัญทช่ี วยสะทอนภาพการจัด
การศกึ ษาวา สามารถพฒั นาผเู รยี นใหมีคุณภาพตามท่ีมาตรฐานการเรียนรกู ำหนดเพยี งใด
ตัวชวี้ ดั
ตัวช้วี ดั ระบุส่ิงท่นี กั เรียนพึงรูและปฏบิ ัติได รวมท้งั คุณลักษณะของผูเรยี นในแตล ะระดับชั้น ซึ่งสะทอน
ถึงมาตรฐานการเรียนรู มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเปนรูปธรรม นำไปใชในการกำหนดเนื้อหา จัดทำ
หนวยการเรยี นรู จัดการเรยี นการสอน และเปนเกณฑสำคัญสำหรับการวัดประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพ
ผเู รียน
ตัวชี้วัดช้ันป เปน เปา หมายในการพัฒนาผเู รียนแตละช้ันปในระดับการศึกษาภาคบงั คับ
(ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑ – ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๓)
หลักสูตรไดมีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด เพื่อความเขาใจและใหสื่อสาร
ตรงกัน ดังนี้
ว ๑.๑ ป.๑/๒
ป.๑/๒ ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๑ ขอ ท่ี ๒
๑.๑ สาระท่ี ๑ มาตรฐานการเรยี นรูข อที่ ๑
ว กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ต ๒.๒ ม.๑/๓
ม.๑/๓ ตวั ช้วี ัดชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑ ขอ ที่ ๓
๒.๒ สาระที่ ๒ มาตรฐานการเรยี นรูขอ ท่ี
ต กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเท
๕
สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรู ประกอบดวยองคความรู ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค ซึ่งกำหนดใหผูเรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำเปนตอ งเรียนรู โดยแบงเปน ๘ กลุมสาระ
การเรยี นรู ดังน้ี
ภาษาไทย : ความรู ทักษะและวัฒนธรรมการใชภาษาเพือ่ การสื่อสาร ความชื่นชม การเห็นคุณคา ภูมิ
ปญ ญา ไทย และภมู ใิ จในภาษาประจำชาติ
คณิตศาสตร : การนำความรทู กั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรไ ปใชในการแกปญหา การดำเนนิ
ชวี ิต และศึกษาตอ การมีเหตมุ ีผล มเี จตคติทด่ี ตี อ คณิตศาสตร พัฒนาการคดิ อยางเปนระบบและสรางสรรค
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี : การนำความรูและกระบวนการทางวิทยาศาสตร ไปใชในการศึกษา
คนควาหาความรู และแกปญหาอยางเปนระบบ การคิดอยางเปนเหตุเปนผล คิดวิเคราะห คิดสรางสรรค
และจติ วิทยาศาสตร
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม : การอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยางสันติสุข การ
เปนพลเมืองดี ศรัทธาในหลักธรรมของศาสนา การเห็นคุณคาของทรัพยากรและสิ่งแวดลอม ความรักชาติ
และภมู ใิ จในความเปน ไทย
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา : ความรู ทกั ษะและเจตคติในการสรางเสรมิ สุขภาพพลานามยั ของตนเองและ
ผูอน่ื การปอ งกนั และปฏบิ ตั ติ อ สิ่งตาง ๆ ทม่ี ผี ลตอสขุ ภาพอยา งถูกวธิ ีและทักษะในการดำเนินชีวิต
ศิลปะ : ความรูและทักษะในการคิดริเริ่ม จินตนาการ สรางสรรคง านศิลปะ สุนทรียภาพและการเห็น
คณุ คาทางศลิ ปะ
การงานอาขีพ : ความรู ทักษะ และเจตคติในการทำงาน การจัดการ การดำรงชีวิต การประกอบ
อาชีพ และการใชเทคโนโลยี
ภาษาตางประเทศ : ความรู ทักษะ เจตคติ และวัฒนธรรม การใชภาษาตางประเทศในการสื่อสาร
การแสวงหาความรู และการประกอบอาชพี
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดมาตรฐานการเรียนรูใน ๘ กลุมสาระการเรียนรู
จำนวน ๕๕ มาตรฐาน ดงั นี้
ภาษาไทย
สาระที่ ๑ การอาน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิด เพื่อนำไปใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดำเนินชีวิตและมนี ิสยั รักการอา น
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวใน
รปู แบบตา งๆ เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาคน ควา อยางมีประสทิ ธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู ความคิดความรูสึกใน
โอกาสตางๆ อยา งมีวจิ ารณญาณและสรางสรรค
๖
สาระที่ ๔ หลกั การใชภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภมู ปิ ญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ิของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทย อยางเห็นคุณคาและ
นำมาประยกุ ตใชในชีวติ จรงิ
คณติ ศาสตร
สาระท่ี ๑ จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน
ผลที่เกิดขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช
มาตรฐาน ค ๑.๒ เขาใจและวิเคราะหแบบรูป ความสมั พนั ธ ฟงกช นั ลำดับและอนุกรมและนำไปใช
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชนพิ จน สมการ และอสมการ และอธบิ ายความสัมพนั ธ หรือชวยแกป ญ หา ที่กำหนดให
สาระที่ ๒ การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงที่ตองการวัดและ
นำไปใช
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา ใจและวิเคราะหร ปู เรขาคณติ สมบตั ขิ องรูปเรขาคณติ ความสมั พนั ธร ะหวา งรูป
เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช
สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความนา จะเปน
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค วามรูท างสถิตใิ นการแกป ญหา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เขา ใจหลกั การนบั เบ้ืองตน ความนา จะเปน และนำไปใช
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เขาใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธระหวา งสงิ่ ไมม ชี วี ิตกบั ส่ิงมีชีวิต และ
ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตตางๆ ในระบบนิเวศ การถายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบ
นิเวศ ความหมายของประชากร ปญหาของผลกระทบที่มีตอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมแนวทางใน
การอนุรกั ษท รัพยากรธรรมชาติและการแกไขปญ หาส่ิงแวดลอ มรวมท้ังนำความรูไปใชป ระโยชน
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขาใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หนวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเขาและออกจาก
เซลล ความสัมพันธของโครงสราง และหนาที่ของระบบตางๆ ของสัตวและมนุษยที่ทำงานสัมพันธกัน
ความสัมพันธของโครงสราง และหนาที่ของอวัยวะตางๆของพืชที่ทำงานสัมพันธกัน รวมทั้งนำความรูไปใช
ประโยชน
มาตรฐาน ว ๑.๓ เขาใจกระบวนการและความสำคัญของการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพนั ธุกรรม
การเปล่ียนแปลงทางพนั ธกุ รรมท่มี ผี ลตอสิง่ มชี ีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ฒั นการของสง่ิ มีชวี ติ
รวมท้งั นำความรูไปใชประโยชน
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตรกายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของสสาร กับ
โครงสรางและแรงยดึ เหนยี่ วระหวา งอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
๗
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขาใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำตอวัตถุ ลักษณะการ
เคลือ่ นท่แี บบตางๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรูไปใชป ระโยชน
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขาใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ
ระหวา งสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฎการณทเ่ี ก่ียวของกับเสียง แสง
และคลนื่ แมเหล็กไฟฟา รวมทง้ั นำความรไู ปใชประโยชน
สาระที่ ๓ วิทยาศาสตรโ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เขา ใจองคประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพกาแลกซี่ ดาว
ฤกษ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธภายในระบบสุรยิ ะ ที่มีผลตอสิ่งมีชีวิต และการประยุกตใชเทคโนโลยี
อวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขาใจองคประกอบและความสัมพันธของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัตภิ ัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟา อากาศ และภูมอิ ากาศโลก รวมท้ังผลตอสิ่งมชี วี ิต
และสิ่งแวดลอ ม
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เขาใจแนวคิดของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสงั คมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเรว็
ใชความรูและทักษะดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และศาสตรอื่น ๆ เพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานอยางมี
ความคิดสรางสรรค ดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสม โดยคำนึงถึง
ผลกระทบตอชีวติ สงั คม และสง่ิ แวดลอ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เขาใจและใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจริงอยางเปนขั้นตอนและ
ระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทำงาน และการแกปญหาไดอยางมี
ประสิทธภิ าพ รเู ทา ทัน และมจี รยิ ธรรม
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รูและเขาใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน
นับถือ และศาสนาอน่ื มศี รทั ธาท่ีถกู ตอง ยึดม่นั และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพือ่ การอยรู วมกนั อยางสันติสุข
มาตรฐาน ส ๑.๒ เขาใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเปนศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาทตี่ นนับถอื
สาระที่ ๒ หนาท่ีพลเมอื ง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา
ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดำรงชีวิตอยรู วมกนั ในสังคมไทย และสังคมโลกอยา งสันติสขุ
มาตรฐาน ส ๒.๒ เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไวซึ่ง
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ เ ปน ประมขุ
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร
มาตรฐาน ส ๓.๑ เขาใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใชทรัพยากรที่
มอี ยูอ ยางมปี ระสิทธิภาพและคุมคา รวมทง้ั เขา ใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพื่อการดำรงชวี ติ อยา งมดี ุลย
ภาพ
มาตรฐาน ส ๓.๒ เขา ใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ตางๆความสมั พนั ธท างเศรษฐกิจ และความจำเปน
ของการรว มมือกันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
๘
สาระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขาใจความหมาย ความสำคญั ของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร สามารถใชว ิธีการ
ทางประวัติศาสตรมาวเิ คราะหเ หตกุ ารณตางๆอยางเปนระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขาใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปจจุบัน ในดานความสัมพันธและการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณอยา งตอ เนอ่ื ง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถวเิ คราะหผ ลกระทบท่เี กดิ ข้นึ
มาตรฐาน ส ๔.๓ เขาใจความเปนมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ
ธำรงความเปน ไทย
สาระท่ี ๕ ภมู ศิ าสตร
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา ใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธข องสรรพส่ิงซง่ึ มผี ลตอกนั ใช แผน
ท่แี ละเครือ่ งมือทางภูมิศาสตรในการคนหา วิเคราะห และสรุปขอมลู ตาม กระบวนการทางภูมิศาสตร
ตลอดจนใชภูมิสารสนเทศอยา งมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เขาใจปฏิสมั พันธระหวา งมนุษยกบั ส่ิงแวดลอ มทางกายภาพทกี่ อใหเกิดการสรางสรรควิถี
การดำเนนิ ชวี ิต มจี ติ สำนึกและมีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรและสง่ิ แวดลอมเพอ่ื การพฒั นาท่ียัง่ ยนื
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
สาระที่ ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย
สาระที่ ๒ ชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขาใจและเหน็ คณุ คาของตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนินชวี ติ
สาระท่ี ๓ การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลนเกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา ใจ มีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลนเกม และกีฬา
มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกำลังกาย การเลนเกม และการเลน กีฬา ปฏิบตั ิเปน ประจำอยา งสม่ำเสมอ มี
วนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มนี ำ้ ใจนกั กฬี า มจี ติ วญิ ญาณในการแขง ขัน และชนื่ ชมในสนุ ทรยี ภาพของการกีฬา
สาระท่ี ๔ การเสรมิ สรางสุขภาพ สมรรถภาพและการปองกนั โรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณคาและมีทักษะในการสรางเสริม การดำรงสุขภาพ การปองกันโรคและการสราง
เสริมสมรรถภาพเพอื่ สขุ ภาพ
สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชีวติ
มาตรฐาน พ ๕.๑ ปองกันและหลีกเลี่ยงปจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ อุบัติเหตุ การใชยาสารเสพ
ตดิ และความรุนแรง
ศลิ ปะ
สาระที่ ๑ทัศนศิลป
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการ และความคิดสรางสรรค วิเคราะหวิพากษ
วิจารณคุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชม และประยุกตใชใน
ชีวติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางาน
ทัศนศลิ ปท่เี ปน มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญญาทอ งถนิ่ ภูมิปญ ญาไทยและสากล
๙
สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขาใจและแสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษวิจารณคุณคาดนตรี
ถายทอดความรูสกึ ความคิดตอดนตรอี ยา งอิสระ ชน่ื ชม และประยุกตใชในชวี ิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เขาใจความสัมพนั ธร ะหวางดนตรี ประวตั ิศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคณุ คาของดนตรีท่ี
เปนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญ ญาทอ งถิ่น ภมู ปิ ญญาไทยและสากล
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขาใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอยา งสรางสรรค วเิ คราะห วิพากษ วจิ ารณคุณคาทาง
นาฏศลิ ปถายทอดความรูส ึก ความคิดอยางอสิ ระ ช่นื ชม และประยุกตใ ชใ นชีวิตประจำวนั
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขาใจความสัมพันธระหวางนาฏศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็นคุณคาของ
นาฏศลิ ปทีเ่ ปน มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทองถน่ิ ภูมปิ ญญาไทยและสากล
การงานอาชีพ
สาระท่ี ๑ การดำรงชวี ติ และครอบครัว
มาตรฐาน ง ๑.๑ เขาใจการทำงาน มีความคิดสรางสรรค มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจัดการ
ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกัน และทักษะการ แสวงหาความรู มีคุณธรรมและ
ลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดลอม เพื่อการดำรงชีวิตและ
ครอบครัว
สาระที่ ๒ การอาชพี
มาตรฐาน ง ๒.๑ เขา ใจ มีทกั ษะทจ่ี ำเปน มีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใชเทคโนโลยีเพ่ือพัฒนา
อาชีพ มีคณุ ธรรม และมเี จตคติท่ดี ีตออาชพี
ภาษาตา งประเทศ
สาระท่ี ๑ ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขาใจและตีความเรื่องทีฟ่ งและอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยางมี
เหตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอมลู ขาวสาร แสดงความรสู ึกและความ
คิดเหน็ อยางมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐานต๑.๓ นำเสนอขอมูลขาวสารความคิดรวบยอดและความคดิ เหน็ ในเรอื่ งตางๆโดยการพดู และการเขยี น
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐานต๒.๑ เขา ใจความสมั พันธระหวา งภาษากับวัฒนธรรมของเจา ของภาษาและนำไปใชอ ยา งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐานต๒.๒ เขาใจความเหมือนและความแตกตา งระหวางภาษาและวัฒนธรรมของเจา ของภาษากับภาษาและวฒั นธรรม
ไทย และนำมาใชอ ยา งถูกตอ งและเหมาะสม
สาระที่ ๓ ภาษากบั ความสมั พันธก ับกลุมสาระการเรียนรอู ่นื
มาตรฐานต ๓.๑ ใชภาษาตางประเทศในการเชือ่ มโยงความรูกบั กลุมสาระการเรียนรูอืน่ และเปนพื้นฐานในการพัฒนาแสวงหา
ความรู และเปด โลกทศั นของตน
สาระท่ี ๔ ภาษากบั ความสมั พนั ธก บั ชุมชนและโลก
มาตรฐานต๔.๑ ใชภาษาตา งประเทศในสถานการณต างๆทงั้ ในสถานศกึ ษา ชมุ ชนและสงั คม
มาตรฐานต๔.๒ ใชภาษาตางประเทศเปนเครื่องมือพน้ื ฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพและการแลกเปลี่ยนเรียนรูกับ
สงั คมโลก
๑๐
โครงสรางหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนวดั บางใบไม พทุ ธศักราช ๒๕๖๕
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
โครงสรางเวลาเรยี นระดบั ประถมศกึ ษา
กลมุ สาระการเรียนรู / กจิ กรรม เวลาเรยี น
ระดับประถมศึกษา
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
กลมุ สาระการเรยี นรู ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
ภาษาไทย
คณติ ศาสตร ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ประวตั ิศาสตร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
หนา ท่พี ลเมือง วฒั นธรรม
ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
และการดำเนินชวี ิตในสังคม
เศรษฐศาสตร
ภมู ศิ าสตร
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา งประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมเวลาเรยี น (พนื้ ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ภาษาองั กฤษ ๔๐ ๔๐ ๔๐ - - -
- หนาท่ีพลเมือง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมนักเรยี น
- ลกู เสือ เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ชมุ นุม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลา กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมเพ่ิมเวลารู ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
รวมเวลาเรียน ๑,๒๐๐ ชว่ั โมง / ป
(หนงั สอื ท่ี ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๗๙๙ ลงวนั ท่ี ๒๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ และหนังสอื ทศี่ ธ ๐๔๐๑๐/ว ๑๒๓๙ ลงวนั ที่ ๑
กนั ยายน ๒๕๕๗, ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ ลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เร่อื ง การบรหิ ารจดั การเวลา
เรยี นของสถานศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน)
๑๑
โครงสรางเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนตน
ลุมสาระการเรียนรู / กจิ กรรม เวลาเรยี น
ระดับมธั ยมศกึ ษา
กลมุ สาระการเรียนรู (พื้นฐาน) ม.๑ ม.๒ ม.๓
ภาษาไทย
คณิตศาสตร ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วิทยาการคำนวณ ๒๐ ๒๐ ๒๐
เทคโนโลยีและการออกแบบ ๒๐ ๒๐ ๒๐
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
ประวัติศาสตร ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
หนา ทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐
และการดำเนินชีวติ ในสังคม ๘๐ ๘๐ ๘๐
เศรษฐศาสตร ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภูมิศาสตร ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.)
ศิลปะ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
การงานอาชพี ๑๒๐
ภาษาตางประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) ๔๐ ๔๐ ๔๐
รายวชิ าเพ่มิ เติม ๓๐ ๓๐ ๓๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน ๑๐ ๑๐ ๑๐
กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมนักเรยี น
- ลูกเสือ เนตรนารี บูรณาการ บรู ณาการ บรู ณาการ
- ชุมนมุ ๑,๒๐๐ ชัว่ โมง / ป
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน
รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กจิ กรรมเพิม่ เวลารู
รวมเวลาเรียน
(หนงั สือที่ ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๗๙๙ ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ และหนังสอื ท่ีศธ ๐๔๐๑๐/ว ๑๒๓๙ ลงวนั ที่ ๑ กันยายน
๒๕๕๗, ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร ลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เร่อื ง การบรหิ ารจดั การเวลาเรยี นของสถานศกึ ษาขั้น
พื้นฐาน)
โครงสรางหลักสูตรชน้ั ป ๑๒
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลาเรยี น
(ชม./ป)
รายวิชา/กิจกรรม ๘๔๐
๒๐๐
รายวชิ าพืน้ ฐาน ๒๐๐
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย
ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๘๐
ว๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๔๐
ส๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐
ส๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๔๐
พ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑๖๐
อ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน ๘๐
๔๐
รายวชิ าเพ่ิมเติม ๔๐
อ๑๑๒๐๓ ภาษาอังกฤษ ๑๒๐
ส๑๑๒๓๑ หนาท่ีพลเมือง ๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรียน ๑๐
- ลกู เสือ ๑๖๐
- ชมุ นมุ ๑,๒๐๐ ชม/ป
กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน
กิจกรรมเพม่ิ เวลารู
รวมเวลาเรยี น
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๒ ๑๓
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชม./ป)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๘๔๐
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๒๐๐
ว๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ส๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐
ส๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร ๔๐
พ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน ๔๐
๑๖๐
รายวชิ าเพิม่ เติม ๘๐
อ๑๒๒๐๓ ภาษาอังกฤษ ๔๐
ส๑๒๒๓๑ หนา ท่ีพลเมือง ๔๐
๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
- ลูกเสอื ๓๐
- ชมุ นุม ๑๐
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน ๑๖๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิ่มเวลารู
รวมเวลาเรียน
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๑๔
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชม./ป)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๘๔๐
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๒๐๐
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ส๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐
ส๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร ๔๐
พ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน ๔๐
๑๖๐
รายวชิ าเพิม่ เติม ๘๐
อ๑๓๒๐๓ ภาษาอังกฤษ ๔๐
ส๑๓๒๓๑ หนา ท่ีพลเมือง ๔๐
๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน ๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
- ลูกเสอื ๓๐
- ชมุ นุม ๑๐
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน ๑๖๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิ่มเวลารู
รวมเวลาเรียน
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ ๑๕
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑๖๐
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ส๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๘๐
พ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษพื้นฐาน ๔๐
๘๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
ส๑๔๒๓๔ หนา ทพี่ ลเมือง ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรียน ๔๐
- ลกู เสือ ๓๐
- ชุมนุม ๑๐
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน ๒๐๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิม่ เวลารู
รวมเวลาเรยี น
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๕ ๑๖
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑๖๐
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ส๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๘๐
พ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษพื้นฐาน ๔๐
๘๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
ส๑๕๒๓๕ หนา ทพี่ ลเมือง ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรียน ๔๐
- ลกู เสือ ๓๐
- ชุมนุม ๑๐
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน ๒๐๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิม่ เวลารู
รวมเวลาเรยี น
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ ๑๗
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑๖๐
ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ส๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๘๐
พ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษพื้นฐาน ๔๐
๘๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
ส๑๖๒๓๖ หนา ทพี่ ลเมือง ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรียน ๔๐
- ลกู เสือ ๓๐
- ชุมนุม ๑๐
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน ๒๐๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิม่ เวลารู
รวมเวลาเรยี น
๑๘
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๑
ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรียน
(นก./ชม.) (นก./ชม.)
รายวชิ าพนื้ ฐาน รายวชิ าพืน้ ฐาน
๑๑ ๑๑
ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย (๔๔๐) ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย (๔๔๐)
๑.๕ (๖๐) ค๒๑๑๐๒ ๑.๕ (๖๐)
ค๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑.๕ (๖๐) คณติ ศาสตร ๑.๕ (๖๐)
ว๒๑๑๐๓
ว๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและ ๑.๕ (๖๐) วิทยาศาสตรและ ๑.๕ (๖๐)
เทคโนโลยี เทคโนโลยี
๐.๕ (๒๐) ๐.๕ (๒๐)
ว๒๑๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการ ว๒๑๑๐๔ วิทยาการคำนวณ๑
ออกแบบ๑ ๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)
ส๒๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา ๐.๕ (๒๐) ส๒๑๑๐๓ สงั คมศกึ ษา ศาสนา ๐.๕ (๒๐)
และวัฒนธรรม และวัฒนธรรม
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
ส๒๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร ส๒๑๑๐๔ ประวตั ิศาสตร
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
พ๒๑๑๐๑ สุขศึกษาและ ๐.๕ (๒๐) พ๒๑๑๐๒ สุขศึกษาและ ๐.๕ (๒๐)
พลศึกษา ๑.๕ (๖๐) พลศึกษา ๑.๕ (๖๐)
ศ๒๑๑๐๑ ทศั นศลิ ป ๑๐๐ ศ๒๑๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป ๑๐๐
(๒.๕๐) (๒.๕๐)
ง๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๐.๕ (๒๐) ง๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ ๐.๕ (๒๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
อ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ อ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ
๐.๕ (๒๐) ๐.๕ (๒๐)
รายวชิ าเพิ่มเติม ๐.๕ (๒๐) รายวิชาเพิม่ เตมิ ๐.๕ (๒๐)
ส๒๑๒๓๑ หนาท่พี ลเมือง ส๒๑๒๓๒ หนาที่พลเมอื ง
ง๒๐๒๖๑ ง๒๐๒๖๒
ประดษิ ฐข องใชจาก ประดิษฐข องใชจาก
ว๒๐๒๐๑ เศษวัสด๑ุ ว๒๐๒๐๒ เศษวัสด๒ุ
ค๒๐๒๐๑ ค๒๐๒๐๒
โครงงานพืน้ ฐาน ๑ โครงงานพนื้ ฐาน ๒
คณติ ศาสตรเพิ่มเติม คณติ ศาสตรเพิ่มเตมิ
๑ ๒
กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น ๖๐ กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น ๖๐
กิจกรรมแนะแนว ๒๐ กจิ กรรมแนะแนว ๒๐
กิจกรรมนักเรียน กจิ กรรมนกั เรยี น
- ลูกเสอื / เนตรนารี ๒๐ - ลูกเสอื / เนตรนารี ๒๐
- ชุมนมุ ๑๕ - ชุมนมุ ๑๕
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและ ๕ กจิ กรรมเพื่อสังคมและ ๕
สาธารณประโยชน บูรณาการ สาธารณประโยชน บรู ณาการ
กิจกรรมเพิ่มเวลา ๖๐๐ กิจกรรมเพิม่ เวลา ๖๐๐
รวมเวลาเรยี น รวมเวลาเรยี น
๑๙
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี ๒
ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรยี น ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรียน
(นก./ชม.) (นก./ชม.)
รายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ าพน้ื ฐาน
๑๑ ๑๑
ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย (๔๔๐) ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย (๔๔๐)
๑.๕ (๖๐) ค๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร ๑.๕ (๖๐)
ค๒๒๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑.๕ (๖๐) ว๒๒๑๐๓ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)
ว๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
๐.๕ (๒๐) ๐.๕ (๒๐)
ว๒๒๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการออกแบบ ว๒๒๑๐๔ วิทยาการคำนวณ๒
๒ ๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)
ส๒๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และ ๐.๕ (๒๐) ส๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ศาสนา และ ๐.๕ (๒๐)
วัฒนธรรม ๑.๐ (๔๐) วฒั นธรรม ๑.๐ (๔๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
ส๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๐.๕ (๒๐) ส๒๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร ๐.๕ (๒๐)
๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)
พ๒๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๒.๕๐ (๑๐๐) พ๒๒๑๐๒ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๒.๕๐ (๑๐๐)
๐.๕ (๒๐) ๐.๕ (๒๐)
ศ๒๒๑๐๑ ทัศนศิลป ๑.๐ (๔๐) ศ๒๒๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป ๑.๐ (๔๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
ง๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ ง๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ
อ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ อ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ
รายวชิ าเพิม่ เตมิ รายวชิ าเพิ่มเตมิ
ส๒๒๒๓๓ หนาทพ่ี ลเมือง ส๒๒๒๓๔ หนาที่พลเมือง
………………. ………………………………………….. ………………. …………………………………………..
………………. ………………………………………….. ………………. …………………………………………..
กิจกรรมพัฒนาผูเ รียน ๖๐ กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ๖๐
กจิ กรรมแนะแนว ๒๐ กจิ กรรมแนะแนว ๒๐
กิจกรรมนักเรยี น กิจกรรมนักเรียน
๒๐ ๒๐
- ลูกเสอื / เนตรนารี ๑๕ - ลูกเสือ / เนตรนารี ๑๕
- ชมุ นุม ๕ - ชมุ นุม ๕
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและ บูรณาการ กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและ บูรณาการ
สาธารณประโยชน ๖๐๐ สาธารณประโยชน ๖๐๐
กิจกรรมเพมิ่ เวลารู กิจกรรมเพ่ิมเวลารู
รวมเวลาเรียน รวมเวลาเรียน
๒๐
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๓
ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น
(นก./ชม.) (นก./ชม.)
รายวิชาพ้นื ฐาน รายวชิ าพน้ื ฐาน
๑๑ ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๑๑
ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย (๔๔๐) ค๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร (๔๔๐)
๑.๕ (๖๐)
ค๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)
ว๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตรและ ๐.๕ (๒๐) ว๒๓๑๐๓ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑.๕ (๖๐)
เทคโนโลยี
๑.๕ (๖๐)
ว๒๓๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการ ว๒๓๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ๓ ๐.๕ (๒๐)
ออกแบบ๓ ๐.๕ (๒๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๕ (๖๐)
ส๒๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา ๑.๐ (๔๐) ส๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา ศาสนา และ
และวฒั นธรรม ๐.๕ (๒๐) วัฒนธรรม ๐.๕ (๒๐)
๑.๕ (๖๐) ๑.๐ (๔๐)
ส๒๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ส๒๓๑๐๔ ประวัตศิ าสตร ๑.๐ (๔๐)
๒.๕ ๐.๕ (๒๐)
พ๒๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและ พลศกึ ษา (๑๐๐) พ๒๓๑๐๒ สขุ ศึกษาและ พลศกึ ษา ๑.๕ (๖๐)
๐.๕ (๒๐)
ศ๒๓๑๐๑ ทัศนศลิ ป ๑.๐ (๔๐) ศ๒๓๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป ๒.๕
๑.๐ (๔๐) (๑๐๐)
ง๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๖๐ ง๒๓๑๐๒ การงานอาชพี ๐.๕ (๒๐)
๒๐ ๑.๐ (๔๐)
อ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ อ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๑.๐ (๔๐)
๒๐ ๖๐
รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๕ รายวิชาเพิ่มเติม ๒๐
๕
ส๒๓๒๓๕ หนา ท่ีพลเมอื ง ส๒๓๒๓๖ หนาท่ีพลเมอื ง ๒๐
บูรณาการ ๑๕
………………. …………………………………… ๖๐๐ ………………. ………………………………………….. ๕
………………. …………………………………… ………………. ………………………………………….. บูรณาการ
๖๐๐
กิจกรรมพฒั นาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น กจิ กรรมนักเรียน
- ลกู เสือ / เนตรนารี - ลกู เสอื / เนตรนารี
- ชมุ นมุ - ชมุ นุม
กิจกรรมเพอื่ สังคมและ กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและ
สาธารณประโยชน สาธารณประโยชน
กจิ กรรมเพิม่ เวลารู กิจกรรมเพ่มิ เวลารู
รวมเวลาทง้ั สิ้น รวมเวลาทัง้ สนิ้
๒๑
รายวิชาพนื้ ฐานกลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย
ระดบั ประถมศกึ ษา
รายวิชาพ้นื ฐาน
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ
ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ
ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ
ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ
ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย
รายวิชาเพิม่ เติม -
๒๒
คำอธิบายรายวิชา
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย
รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
___________________________________________________________________________
อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ บอกความหมายของคำและขอความที่อาน ตอบ
คำถาม เลาเร่ือง คาดคะเนเหตุการณจากเรือ่ งทีอ่ าน อานหนังสือตามความสนใจ นำเสนอเรื่องที่อาน บอก
ความหมายของเคร่อื งหมาย สญั ลกั ษณทพี่ บเหน็ ในชวี ติ ประจำวนั และมมี ารยาทในการอา น
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนสื่อสารดวยคำและประโยค
งา ยๆและมีมารยาทในการเขียน
ฟงคำแนะนำ คำสั่งงายๆและปฏิบัติตาม ตอบคำถาม เลาเรื่อง จับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น
ความรูสึก จากเรอื่ งทฟ่ี งและดู พูดสอื่ สารไดต ามวัตถุประสงค มมี ารยาทในการฟง การดูและการพูด
บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
เรียบเรียงคำเปน ประโยคงา ยๆ ตอคำคลองจอง
บอกขอคิดที่ไดจากการอานหรือการฟง วรรณกรรมหรือบทรอยกรองสำหรับเด็ก และทองจำบท
อาขยานหรอื บทรอ ยกรองท่สี นใจ
มีความสามารถในการสอื่ สาร การคดิ การแกป ญ หา การใชท กั ษะชวี ติ และใชเ ทคโนโลยี มีความ รกั
ชาติ ศาสน กษตั รยิ ซอื่ สตั ยสุจริต มีวินัย ใฝเ รยี นรูอยอู ยางพอเพียง มงุ ม่นั ในการทำงาน รักความเปนไทย มี
จิตสาธารณะ
รหสั ตัวชี้วัด
ท๑.๑ ป๑/๑, ป๑/๒ , ป๑/๓, ป๑/๔, ป๑/๕, ป๑/๖, ป๑/๗,ป๑/๘
ท๒.๑ ป๑/๑, ป๑/๒ , ป๑/๓
ท๓.๑ ป๑/๑, ป๑/๒ , ป๑/๓, ป๑/๔, ป๑/๕
ท๔.๑ ป๑/๑, ป๑/๒ , ป๑/๓, ป๑/๔
ท๕.๑ ป๑/๑, ป๑/๒
รวมท้ังหมด ๒๒ ตัวชีว้ ัด
๒๓
คำอธบิ ายรายวิชา
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย
รายวิชาพ้นื ฐาน กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
อานออกเสียงคำ คำคลองจอง ขอความและบทรอยกรองงายๆไดถูกตอง เขาใจความหมายของคำ
และขอความที่อาน ตั้งคำถาม ตอบคำถาม สรุปใจความสำคัญ แสดงความคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณจาก
เรื่องที่อาน อานหนังสือตามความสนใจอยางสม่ำเสมอ นำเสนอเรื่องที่อาน อานขอความเชิงอธิบาย ปฏิบัติ
ตามคำสัง่ และมีมารยาทในการอาน
มีทักษะในการคัดลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องส้ันเกีย่ วกับประสบการณ จินตนาการและ
มีมารยาทในการเขยี น
ฟงคำแนะนำ คำสั่งงายๆและปฏิบัติตาม ตั้งคำถาม ตอบคำถาม เลาเรื่องทั้งที่เปนความรูและความ
บันเทิง บอกสาระสำคัญ พูดแสดงความคิดเห็นและความรูสึกจากเรื่องทีฟ่ งและดู และตรงตามวัตถุประสงค
มมี ารยาทในการฟง การดูและการพูด
บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย สะกดคำและเขาใจความหมายของคำ
เรียบเรียงคำเปนประโยค บอกลักษณะคำคลองจองและเลือกใชภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดเหมาะสม
กบั กาลเทศะ
เขาใจและสามารถสรปุ ขอคิดทีไ่ ดจ ากการอาน การฟง วรรณกรรมสำหรับเดก็ เ พ ื ่ อ น ำ ไ ป ใ ช ใ น
ชีวิตประจำวัน รองบทรองเลนสำหรับเด็กในทองถิ่น ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มี
คุณคาตามความสนใจ
รหสั ตัวชี้วัด
ท๑.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓, ป๒/๔, ป๒/๕, ป๒/๖, ป๒/๗,ป๒/๘
ท๒.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓, ป๒/๔
ท๓.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓, ป๒/๔, ป๒/๕, ป๒/๖, ป๒/๗
ท๔.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓, ป๒/๔, ป๒/๕
ท๕.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓
รวมทั้งหมด ๒๗ ตัวชีว้ ดั
๒๔
คำอธิบายรายวชิ า
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย
รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
อา นออกเสียงคำ ขอความ เร่ืองส้ันๆและบทรอยกรองงายๆไดถกู ตอง คลองแคลว อธิบายความหมาย
ของคำและขอความที่อาน ตั้งคำถาม ตอบคำถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องที่อาน ลำดับเหตุการณ คาดคะเน
เหตุการณโดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อนำไปใชในชีวิตประจำวัน อาน
หนังสือตามความสนใจอยางสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อาน อานขอเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคำสั่ง
หรือขอ แนะนำ อธิบายความหมายขอ มลู จากแผนภาพ แผนที่และแผนภูมิ มมี ารยาทในการอาน
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยายเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไดอยางชัดเจน เขียนบันทึก
ประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน
เลารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและดู ทั้งที่เปนความรูและความบันเทิง บอกสาระสำคัญจากการ
ฟงและการดู ตงั้ คำถามและตอบคำถามเกย่ี วกบั เรื่องท่ีฟงและดู พูดแสดงความคิดเหน็ และความรูสึกจากเร่ือง
ทฟ่ี งและดู
เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ระบชุ นิดและหนา ทข่ี องคำในประโยค ใชพจนานกุ รมคนหา
ความหมายของคำ แตงประโยคงายๆ แตงคำคลองจองและคำขวัญ เลือกใชภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น
ไดเ หมาะสมกบั กาลเทศะ
ระบุขอคิดเหน็ ที่ไดจ ากการอา นวรรณกรรม เพื่อนำไปใชในชีวิตประจำวัน รูจักเพลงกลอมเด็ก เพื่อ
ปลูกฝงความชืน่ ชมวัฒนธรรมทองถิ่น แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั วรรณคดที อี่ า น
รหัสตวั ช้ีวัด
ท๑.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔, ป๓/๕, ป๓/๖, ป๓/๗,ป๓/๘,ป๓/๙
ท๒.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔, ป๓/๕, ป๓/๖
ท๓.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔, ป๓/๕, ป๓/๖
ท๔.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔, ป๓/๕, ป๓/๖
ท๕.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔
รวมท้ังหมด ๓๑ ตัวชี้วัด
๒๕
คำอธบิ ายรายวิชา
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย
รายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตองตามหลักการอาน อธิบายความหมาย ของคำ
ประโยค สำนวน จากเรอื่ งที่อาน อา นเรอ่ื งสั้นตามเวลาที่กำหนดและตอบคำถาม จับใจความสำคัญ คัดลายมือ
ตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย เขียนสื่อสารโดยใชคำใหถูกตองชัดเจน
และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เพอ่ื ใชพ ฒั นางานเขยี น เขยี นยอความจากเรื่อง
ส้ัน ๆ เขยี นจดหมายถงึ เพื่อนและบิดามารดา เขยี นบนั ทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาคนควา เรือ่ งราว
จากจินตนาการ มีนิสัยรักการเขียน และมีมารยาทการเขียน สะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบท
ตาง ๆ ระบุชนิดและหนาที่ของคำในประโยค ใชพจนานุกรมคนหาความหมายของคำ แตงประโยคไดถูกตอง
ตามหลักภาษา แตงบทรอยกรอง และ คำขวัญ บอกความหมายของสำนวนที่เปนคำพังเพยและสุภาษิต
เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถนิ่
แยกขอเท็จจริง และขอคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณ โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรูและขอคิด
จากเรื่องที่อานเพือ่ นำไปใชในชีวติ ประจำวัน อานหนังสือที่มีคณุ คาตามความสนใจอยางสม่ำเสมอและแสดง
ความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั เรอื่ งท่ีอาน มีนิสัยรกั การอา นและมีมารยาทในการอาน จำแนกขอเท็จจรงิ และขอคิดเห็น
จากเรื่องที่ไดฟงหรือดูในชีวิตประจำวัน พูดสรุปความ พูดแสดงความรู ความคิดเห็นและความรูสึกจากเรื่องท่ี
ฟงและดู โดยตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล จากเรื่องที่ฟงและดู รายงานเรื่องหรือประเดน็ ที่ศกึ ษา
จากการฟงและดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟง และการพูด ระบุขอคิดจากนิทานพื้นบานหรือนิทาน
คติธรรม อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนำไปใชใน ชีวิตจริง รองเพลงพื้นบาน ทองจำบทอาขยานตามท่ี
กำหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคาตาม ความสนใจ โดยใชกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะห
ขอมลู จากเรือ่ งและส่อื ตา ง ๆ ท่อี า นฟงและดู
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ
นำไปใช ซ่ือสัตยมีวนิ ัย ใฝเ รียนรู อยอู ยา งพอเพียงมงุ มนั่ ในการทำงาน
รหสั ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖,ป.๔/๗,ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖,ป.๔/๗,ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖,ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวมท้ังหมด ๓๓ ตัวชี้วดั
๒๖
คำอธิบายรายวิชา
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย
รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
___________________________________________________________________________
อานออกเสยี งบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถูกตอ ง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและขอความ
ที่เปนการบรรยาย และการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัยจากเรื่องที่อานอยางหลากหลายแยก
ขอเท็จจริง และขอคิดเห็น จากเรื่องที่อานวิเคราะหและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีอานเพื่อนำไปใช
ในการดำเนินชวี ติ คดั ลายมอื ตวั บรรจงครึ่งบรรทัด เขียนสอื่ สารโดยใชถอยคำถูกตอง ชดั เจน เหมาะสม และ
สละสลวย เขียนบรรยาย ประสบการณโ ดยระบสุ าระสำคัญ และรายละเอียดสนบั สนุนเขยี นเรียงความเขียนยอ
ความจากเร่ืองท่ีอาน เขยี นแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อท่ีไดรับ เขยี นจดหมายสวนตัวและจดหมาย
กิจธรุ ะ เขยี นรายงานการศึกษาคนควา และโครงงาน มนี สิ ัยรกั การเขยี น และมีมารยาทในการเขียน บอก
และเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกตแ ละเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ เขียนเรียงความ
เปนประโยคงาย ๆ ตอคำคลองจองงาย ๆ พูดแสดงความรู ความคิดเห็น และความรูสึกจากเรือ่ งทีฟ่ งและดู
ต้ังคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟงและดู วิเคราะหความนาเชือ่ ถือจากเรื่องที่ฟงและดูอยางมี
เหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนามีมารยาทในการฟง
การดู และการพูด
อานงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ขอแนะนำ และปฏิบัติตามอานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจ อยาง
สม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับเร่ืองที่อาน มนี สิ ยั รักการอานและมีมารยาทในการอา นสรุปเรื่องจาก
วรรณคดหี รอื วรรณกรรมท่ีอาน ระบุความรูแ ละขอคิดจากการอา นวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีส่ ามารถนำไปใช
ชีวิตจริง อธิบายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรม ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มี
คณุ คาตามความสนใจ โดยใชกระบวนการคิด ทกั ษะการสอื่ สาร สรุปวเิ คราะหข อมูลจากเรื่องและส่ือตาง ๆ ที่
อา นฟง และดู
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ
นำไปใชในชีวิตประจำวันไดอยางภาคภูมิใจ รักความเปนไทย ชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู
อยอู ยางพอเพียง มงุ มนั่ ทำงานและมจี ิตสาธารณะ
รหัสตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวมท้ังหมด ๓๓ ตัวช้ีวัด
๒๗
คำอธิบายรายวชิ า
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย
รายวชิ าพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
อานออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและขอความ
ที่เปนโวหาร อานเรื่องสั้น ๆ อยางหลากหลายโดยจับเวลา แลวถามเกี่ยวกับเรื่องที่อานแยกขอเท็จจริงและ
ขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน อธิบายการนำความรูและความคิดจากเรื่องที่อานไปตัดสินใจแกปญหาในการ
ดำเนินชีวิต อานงานเขียนเชิงอธบิ าย คำสั่ง ขอแนะนำ และปฏิบัติตามอธิบายความหมายของขอมูลจากการ
อา นแผนผงั แผนท่ี แผนภูมิ และกราฟ อา นหนังสือตามความสนใจ และอธบิ ายคุณคาท่ีไดรับ มีมารยาทใน
การอาน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารเขียนแผนภาพโครงเรื่อง เขียน
เรียงความ เขียนยอความ เขียนจดหมายสวนตัว กรอกแบบรายการตาง ๆ เขียนตามจินตนาการ และ มี
มารยาทในการเขยี น
พูดแสดงความรู ความเขาใจ ตง้ั คำถาม ถามตอบเชงิ เหตุผล วเิ คราะหความนา เช่ือถือจากการฟงและ
ดูสื่อโฆษณาอยางมีเหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา
พูดโนมนาวอยางมีเหตุผลและนาเชื่อถือ มีมารยาทในการฟง การดูและการพูด วิเคราะหชนิดและหนาท่ีของคำ
ไดเ หมาะสมกบั กาลเทศะ รวบรวม บอกความหมายของคำ ภาษาตางประเทศ ท่ใี ชใ นภาษาไทย ระบลุ ักษณะ
ของประโยค แตงบทรอยกรอง วิเคราะหเปรียบเทียบสำนวน สุภาษิต คำพังเพย แสดงความคิดเห็นจาก
วรรณคดี วรรณกรรม เลานิทานพื้นบานมาประยุกตใชในชีวิตจริง ทองจำบทอาขยานและบทรอยกรองได
อยางมีคณุ คา
ใชกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุปวิเคราะหขอมูลจากเรื่องและสื่อตาง ๆ ที่อาน ฟงและดู
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสารถในการแยกแยะ ตัดสินใจนำไปใชใน
ชวี ติ ประจำวันไดอยางภาคภูมิใจ รักความเปน ไทย ชาติ ศาสน กษัตรยิ ซ่อื สัตยม ีวนิ ยั ใฝเรียนใฝรู อยูอยาง
พอเพยี ง มุงมน่ั ทำงานและมีจติ สาธารณะ
รหัสตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖,ป.๖/๗,ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖,ป.๖/๗,ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔
รวมท้ังหมด ๓๔ ตัวช้ีวัด
๒๘
คำอธิบายรายวชิ า
ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลาเรียน ๖๐ ชัว่ โมง/ ภาคเรียน(จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)
___________________________________________________________________________
อา นออกเสยี งบทรอยแกว ท่เี ปน บทบรรยายและบทรอยกรอง ไดถ ูกตองเหมาะสม กบั เรอ่ื งท่อี าน จับ
ใจความสำคัญจากเรื่องที่อาน ระบุเหตุและผล และขอเท็จจริง กับขอคิดเห็นจากเรื่องที่อานตีความคำยากใน
เอกสารวิชาการโดยพิจารณาจากบริบท ระบุขอสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโนม
นาวใจปฏิบัติตามคูมือแนะนำวิธีการใชงาน ของเครื่องมือหรือเครื่องใชในระดับทีย่ ากขึ้นวิเคราะหคุณคาที่ไดรับ
จากการอานงานเขียนอยางหลากหลาย เพื่อนำไปใชแกปญหาในชีวติ มีนิสัยรักการอานและมีมารยาทในการ
อาน คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใชถอยคำ ถูกตอง ชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย
มีนิสัยรกั การเขียน และมมี ารยาทการเขยี น
พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟงและดู เลาเรื่องยอจากเรื่องที่ฟงและดู พูดแสดงความคิดเห็น
อยา งสรางสรรคเ ก่ยี วกบั เร่ือง ที่ฟงและดูประเมนิ ความนาเชอ่ื ถือของสื่อที่มีเนื้อหาโนมนา วใจพดู รายงานเร่ือง
หรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด
อธิบายลักษณะ ของเสียง ในภาษาไทยสรางคำ ในภาษาไทย วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำในประโยค
วิเคราะหความแตกตางของภาษาพดู และภาษาเขียนแตงบทรอยกรองจำแนก และใชสำนวนท่ีเปนคำพังเพย
และสุภาษิต สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานวิเคราะหวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานพรอมยก
เหตุผลประกอบอธิบายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานสรุปความรูและขอคิดจากการอาน เพื่อ
ประยุกตใชในชีวิตจริงทองจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจโดยใช
กระบวนการคดิ ทักษะการส่ือสาร สรุป วิเคราะหขอมูลจากเรื่องและสื่อตา ง ๆ ท่อี า นฟง และดู
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ
ซื่อสตั ยมีวินยั ใฝเ รียนรู มงุ มนั่ ในการทำงาน
รหัสตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ท ๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๙
ท ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๕
ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒,ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕
รวมท้งั หมด ๒๔ ตวั ชี้วัด
๒๙
คำอธบิ ายรายวิชา
ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย
รายวชิ าพื้นฐาน กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรียน ๖๐ ชัว่ โมง/ ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนวยกติ )
___________________________________________________________________________
อานออกเสียงบทรอยแกวที่เปนบทบรรยายและบทรอยกรอง ไดถูกตองเหมาะสม กับเรื่องที่อาน จับ
ใจความสำคัญจากเรื่องที่อาน ระบุเหตุและผล และขอเท็จจริง กับขอคิดเห็นจากเรื่องที่อานตีความคำยากใน
เอกสาร วิชาการโดยพิจารณาจากบริบท ระบุขอสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโนม
นาวใจวิเคราะหคุณคาที่ไดรับจากการอานงานเขียนอยางหลากหลาย เพื่อนำไปใชแกปญหาในชีวิตมีนิสัยรัก
การอานและมีมารยาทในการอาน เขียนสื่อสารโดยใชถอยคำ ถูกตอง ชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย
เขียนบรรยาย ประสบการณโ ดยระบสุ าระสำคัญ และรายละเอยี ดสนับสนุน เขียนยอ ความจากเรื่องที่อา นเขียน
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ไดรับ เขียนจดหมายสวนตัวและจดหมายลากิจ เขียนรายงาน
การศกึ ษาคนควา และโครงงาน มีนิสยั รกั การเขียนและมีมารยาทในการเขียน
พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟงและดู เลาเรื่องยอจากเรื่องที่ฟงและดู พูดแสดงความคิดเห็น
อยางสรางสรรคเกีย่ วกบั เร่ือง ทีฟ่ ง และดปู ระเมนิ ความนาเช่ือถือของสอ่ื ทีม่ ีเนอื้ หาโนม นาวใจพูดรายงานเร่ือง
หรือประเด็นท่ีศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด สราง
คำ ในภาษาไทย วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำในประโยคแตงบทรอยกรองจำแนก และใชสำนวนที่เปน
คำพังเพย และสุภาษิต สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานวิเคราะหวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน
พรอมยกเหตุผลประกอบอธิบายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานสรุปความรูและขอคิดจากการอาน
เพื่อประยุกตใชในชีวิตจริงทองจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจโดยใช
กระบวนการคดิ ทักษะการสื่อสาร สรปุ วเิ คราะหขอมูลจากเร่อื งและสือ่ ตาง ๆ ทอ่ี านฟง และดู
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ
นำไปใช ใฝเรยี นรู อยอู ยา งพอเพียงมงุ มนั่ ในการทำงาน
รหัสตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒
ท ๒.๑ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙
ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙
ท ๔.๑ ม.๑/๔, ม.๑/๖,
ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕
รวมทั้งหมด ๒๓ ตัวช้ีวัด
๓๐
คำอธบิ ายรายวิชา
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย
รายวชิ าพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนวยกิต)
___________________________________________________________________________
อานออกสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอง เหมาะสมกับเรื่องที่อาน จับใจความสำคัญ
สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อาน อภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอโตแยงเกี่ยวกับเรื่องท่ี
อาน วิเคราะหและจำแนกขอเท็จจริงขอมูลสนับสนุน และขอคิดเห็นจากบทความที่อาน ระบุขอสังเกตการ
ชวนเชื่อ การโนมนาว หรือความสมเหตุสมผลของการเขียน อานหนังสือ บทความ หรือคำประพันธอยาง
หลากหลาย และประเมินคุณคา หรือแนวคิดทไี่ ดจากการอาน เพอ่ื นำไปใชแกปญหาในชีวิต มมี ารยาทในการ
อาน คัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัด เขียนบรรยายและพรรณนา และการเขยี นเรียงความ
สรางคำในภาษาไทย วิเคราะหโครงสรางประโยคสามัญ ประโยครวม และประโยคซอนได แตง
บทรอยกรอง สรุปเนอื้ หาในวรรณคดี และวรรณกรรมที่อา นในระดับทย่ี ากข้นึ วเิ คราะหและวิจารณวรรณคดี
วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถ่นิ ท่อี า นพรอมท้งั ยกเหตุผลประกอบ
อธิบายความมีคุณคาของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อาน สรุปความรูและขอคิดจากการอานไป
ประยุกตใชในชวี ติ จริง ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มคี ุณคาตามความสนใจไดถูกตอง
และถูกวิธี
รหัสตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ ม.๒/๖ ม.๒/๗ ม.๒/๘
ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ม.๒/๓
ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
รวมท้ังหมด ๑๙ ตวั ชีว้ ดั
๓๑
คำอธบิ ายรายวชิ า
ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย
รายวิชาพื้นฐาน กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนวยกติ )
___________________________________________________________________________
เขียนยอความ เขียนรายงานการศกึ ษาคนควา เขียนวิเคราะห วิจารณ และแสดงความรู ความ
คดิ เห็น หรอื โตแยง ในเรื่องทอ่ี า นอยางมเี หตุผล มีมารยาทในการเขียน
พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟงและดูใหถูกตอง วิเคราะหขอเท็จจริง ขอคิดเห็นและความ
นาเชื่อถอื ของขาวสารจากส่ือตา ง ๆ พูดในโอกาสตาง ๆ ไดต รงตามวัตถุประสงค พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็น
ที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด ใชคำราชา
ศัพท รวบรวม และอธิบายความหมายของคำภาษาตางประเทศที่ใชภาษาไทย ทองจำบทอาขยานตามท่ี
กำหนด และบทรอ ยกรองทมี่ คี ุณคา ตามความสนใจ
วเิ คราะหและวิจารณเรื่องท่ีฟง และดูอยางมีเหตผุ ล เพ่ือนำขอคิดมาประยุกตใชใ นการดำเนินชีวิตได
สรุปเนื้อหาในวรรณคดี และวรรณกรรมที่อานในระดับที่ยากขึ้น วิเคราะหและวิจารณวรรณคดี วรรณกรรม
และวรรณกรรมทองถิน่ ที่อา นพรอ มทง้ั ยกเหตุผลประกอบ
อธิบายความมีคุณคาของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อาน สรุปความรูและขอคิดจากการอานไป
ประยุกตใชในชวี ติ จริง ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มคี ุณคาตามความสนใจไดถูกตอ ง
และถกู วธิ ี
รหัสตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ท ๒.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ม.๒/๗, ม.๒/๘
ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ ม.๒/๖
ท ๔.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕
ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
รวมท้ังหมด ๒๐ ตัวช้ีวัด
๓๒
คำอธบิ ายรายวชิ า
ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย
รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนวยกิต)
___________________________________________________________________________
อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอง ระบุความแตกตางของคำที่มีความหมาย
โดยตรงและความหมายโดยนัย ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของขอมูลที่สนับสนุนจากเรื่อง ที่อาน
แลว เขยี นกรอบแนวคดิ ผังความคดิ บันทกึ มารยาทในการอา น คดั ลายมือตัวบรรจงครง่ึ บรรทัด เขียนขอความ
โดยใชถอยคำตามระดับภาษาไดถ ูกตอ ง
แสดงความคิดเห็นและประเมินเรื่องจากการฟงและดู วิเคราะหวิจารณเรื่องที่ฟงและดูเพื่อนำขอคิด
มาประยุกตใชในการดำเนินชีวิต พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดูและการ
สนทนา และพดู ในโอกาสตางๆไดตรงตามวัตถุประสงค จำแนกและใชภ าษาตางประเทศท่ใี ชในภาษาไทย ใช
คำทบั ศพั ทแ ละศพั ทบ ัญญัติ อธบิ ายความหมายคำศพั ทท างวิชาการและวิชาชีพ แตง บทรอยกรองได
สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้นวิเคราะหวิถีไทยและ
คุณคาจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานสรุปความรูและขอคิดเห็นจากการอานเพื่อนำไปประยุกตใชในชีวิต
จริงและทองจำพรอมบอกคุณคาบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจและ
นำไปใชอ า งองิ ได
รหสั ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒,ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕, ม.๓/๖,ม.๓/๗, ม.๓/๘,ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๔
ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๔ ม.๓/๕, ม.๓/๖
ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒,ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕
รวมทั้งหมด รวม ๒๒ ตัวชี้วัด
๓๓
คำอธิบายรายวชิ า
ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)
___________________________________________________________________________
เขียนยอความ เขียนจดหมายกิจธุระ เขียนวิเคราะห วิจารณและแสดงความรูความคิดเห็น หรือ
โตแยงในเรื่องตางๆได กรอกแบบสมัครงาน พรอมเขียนบรรยายเกี่ยวกับความรูและทักษะของตนเองที่
เหมาะสมกับงาน เขียนชีวประวัตอิ ตั ชีวประวัตโิ ดยเลาเหตุการณขอคิดเห็นและโตแยงอยางมีเหตุผลและเขียน
รายงานการศกึ ษาคน ควาและจดั ทำโครงงานได และมมี ารยาทในการเขียน
วิเคราะห วิจารณ และประเมินเรื่องที่อานโดยใชก ลวิธีการเปรียบเทียบเพือ่ ใหผูอานเขา ใจ ไดดีข้ึน
ประเมินความถูกตองของขอมูลที่ใชในการสนับสนุนในเรื่องทีอ่ าน วิจารณความสมเหตุสมผลการลำดบั ความ
และความเปนไปไดของเร่ือง พูดโนม นาวโดยนำเสนอหลกั ฐานตามลำดับเนอ้ื หาอยา งมีเหตุผลและนา เช่ือถอื มี
มารยาทในการฟง การดู และการพูด วิเคราะหโครงสรา งประโยคซบั ซอนและวเิ คราะหระดับภาษาได
สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้นวิเคราะหวิถีไทยและ
คุณคาจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานสรุปความรูและขอคิดเห็นจากการอานเพื่อนำไปประยุกตใชในชีวิต
จริงและทองจำพรอมบอกคุณคาบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจและ
นำไปใชอา งองิ ได
รหัสตวั ชี้วัด
ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒,ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕, ม.๓/๖,ม.๓/๗, ม.๓/๘,ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕
ท ๔.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๓,
ม.๕/๑ ม.๓/๒,ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕
รวมทั้งหมด ๒๑ ตวั ชีว้ ัด
๓๔
รายวิชาพื้นฐานกลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ระดบั ประถมศึกษา
รายวิชาพนื้ ฐาน
ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
รายวชิ าพ้ืนฐาน
ค๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ค๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ค๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ค๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ค๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ค๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
รายวิชาเพม่ิ เติม
ค๒๐๒๐๑ คณติ ศาสตรเพ่ิมเติม ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ค๒๐๒๐๒ คณิตศาสตรเ พ่ิมเติม ๒ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว ยกติ
๓๕
คำอธิบายรายวชิ า
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร
รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูค ณิตศาสตร
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง
___________________________________________________________________________
ฝกเขียนและอานตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย แสดงปริมาณของสิ่งของหรือจำนวนนับ การนับ
เพ่มิ ทลี ะ ๑ ทีละ ๒ การนบั ลดทลี ะ ๑ เขียนตวั เลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย
เปรยี บเทยี บและเรยี งลำดับจำนวนนบั บอกหลักและคาของเลขโดดในแตล ะหลัก การใชเ ครื่องหมาย
เทากับไมเทากับมากกวา นอยกวา บวก ลบ และบวกลบระคน บอกความหมายของการบวก การลบ
การใชเครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ การบวกที่ไมมีการทด การลบที่ไมมีการกระจาย การบวกลบ
ระคน วิเคราะหและหาคำตอบของโจทยปญหา การบวก การลบ การบวกลบระคนของจำนวนนับไมเกิน
หน่งึ รอยและศูนย การสรางโจทยปญ หาการบวก การลบ
บอกความยาว น้ำหนกั ปริมาตร ความจุ โดยใชห นวยท่ไี มใชหนวยมาตรฐานการเปรยี บเทียบ
ความยาว (สูงกวา เตี้ยกวา ยาว สั้นกวา ยาวเทากัน สูงเทากัน) เปรียบเทียบน้ำหนัก (หนักกวา เบา
กวา หนกั เทา กัน) ปรมิ าตรและความจุ (มากกวา นอ ยกวา เทา กัน จุดมากกวา จุดนอยกวา จเุ ทา กัน)
วัดความยาว ชั่ง ตวงโดยใชหนวยที่ไมใชหนวยมาตรฐาน บอกชวงเวลาในแตละวัน (กลางวัน
กลางคนื เชา สายเท่ียง บา ย เย็น) จำนวนวันและชือ่ วนั ในสัปดาห
จำแนกรูปสามเหล่ียม รูปสเี่ หลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี รปู สามเหลยี่ ม รูปส่ีเหล่ียม รปู วงกลม รูป
วงรี
บอกจำนวนความสัมพันธในแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ ๑ ทีละ ๒ และลดลงทีละ ๑ และ
ความสัมพนั ธใ นแบบรูปของรูปท่มี ีรปู รา ง ขนาดหรอื สที ี่สัมพันธกนั อยางใดอยางหนึง่
ใชวิธีการที่หลากหลาย ใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาใน
สถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใช
ภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตอง
เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรแ ละเช่ือมโยงคณติ ศาสตรก ับศาสตรอ่นื ๆ มีความคดิ ริเร่ิมสรางสรรค
เพื่อใหมีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีจิต
สาธารณะ เพอ่ื ใหเหน็ คุณคา และมเี จตคติทด่ี ีตอคณิตศาสตร
รหสั ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒,ป.๑/๓,ป.๑/๔,ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวมท้ังหมด ๑๐ ตัวช้ีวัด
๓๖
คำอธบิ ายรายวชิ า
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร
รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูค ณิตศาสตร
ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
___________________________________________________________________________
เขียนและอานตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตัวเลขไทย แสดงปริมาณของสิ่งของหรือจำนวนนับ,การนับเพิ่มที
ละ ๕ ทีละ ๑๐ และทลี ะ ๑๐๐ การนับลดทลี ะ๒ ทลี ะ ๑๐ ทลี ะ ๑๐๐ จำนวนคู จำนวนคี่ หลักและ
คาของเลขโดดในแตละหลกั การใช ๐ เพอ่ื ยึดตำแหนง ของหลัก ตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย
เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับ, หลักและคาของเลขโดดในแตละหลัก การใชเครื่องหมาย
เทากบั ไมเ ทา กับมากกวา นอยกวาเรียงลำดับจำนวนไมเ กินหาจำนวน
บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คณู หารระคน ความหมายของการคูณ การใช เครอื่ งหมาย
คูณ การคูณจำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนไมเกินสองหลัก การหาร การใชเครื่องหมาย หาร การหารที่
ตัวหารและผลหารมีหนึ่งหลัก, วิเคราะหและหาคำตอบของโจทยปญหาและโจทยปญหาระคน, การสราง
โจทยปญ หาบวก ลบ คณู หาร จำนวนนับไมเกินหนึง่ พันและศูนย
บอกความยาวเปนเมตร และเซนติเมตร, น้ำหนักเปนกิโลกรัมและขดี , ปริมาตรและความจุเปนลิตร, จำนวนเงินจาก
เงินเหรียญและธนบัตรชนิดตางๆ และคาของเงินเหรียญและธนบัตร,เวลาบนหนาปดนาิกา(ชวง ๕ นาที) เวลาเปน นาิกา
กับนาที (ชวง ๕ นาที) วัน เดือน ป จากปฏิทิน การอานปฏิทิน เดือนและอันดับที่ของเดือน, วัดความยาว (เมตร
เซนติเมตร), ชั่งน้ำหนัก(กิโลกรัม ขีด) เปรียบเทียบความยาว, น้ำหนักในหนวยเดียวกัน, ปริมาณความจุ (ลิตร) ,คาของเงิน
เหรียญและธนบัตร แกปญหาเกี่ยวกับการวัดความยาว การชั่ง การตวง และเงิน แกโจทยปญหาเกี่ยวกับการวัดความยาว
(บวก ลบ) ช่ัง (บวก ลบ) ตวง (บวก ลบ คูณ หาร)เงิน (บวก ลบ หนว ยเปนบาท)
บอกชนิดของรปู เรขาคณติ สองมติ วิ าเปนรปู สามเหลีย่ ม รปู สเ่ี หลย่ี ม รปู วงกลม รปู วงรี ชนิดของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
วา เปน ทรงสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกลม หรือทรงกระบอก
จำแนกรูปสีเ่ หลี่ยมมุมฉากกับทรงสีเ่ หลี่ยมมมุ ฉาก, รูปวงกลมกับทรงกลม, รูปเรขาคณิตสองมิติกบั รูปเรขาคณติ สาม
มิต,ิ เขียนรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชแบบของรูปเรขาคณติ สามเหลย่ี มรปู ส่ีเหลี่ยม รปู วงกลม และรูปวงรี
บอกจำนวนและความสัมพันธใ นแบบรูปของจำนวนท่เี พมิ่ ขึน้ ทลี ะ ๕ ทีละ ๑๐ ทลี ะ ๑๐๐ และลดลงทีละ ๒ ทีละ
๑๐ ทลี ะ ๑๐๐ รปู และความสมั พันธในแบบรูป ของรปู ท่มี รี ปู ราง ขนาดหรือสที สี่ ัมพนั ธก ันอยางใดอยา งหนงึ่
ใชวิธีการที่หลากหลาย ใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาในสถานการณตางๆ ได
อยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลกั ษณทางคณิตศาสตรในการ
สอ่ื สาร การสือ่ ความหมายและการนำเสนอไดอ ยางถูกตอ ง เชือ่ มโยงความรตู าง ๆ ในคณติ ศาสตรแ ละเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับ
ศาสตรอ ืน่ ๆ มคี วามคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรค
เพ่ือใหม คี วามซ่อื สตั ยส จุ รติ มีระเบียบวินัยมคี วามรอบคอบ ใฝเ รียนรู มุงม่นั ในการทำงาน มจี ติ สาธารณะ และมี
เจตคติทีด่ ตี อ คณิตศาสตร
รหสั ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔, ป.๒/๕,ป.๒/๖,ป.๒/๗,ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔, ป.๒/๕,ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑ รวมทัง้ หมด ๑๖ ตัวชี้วัด
๓๗
คำอธิบายรายวิชา
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร
รายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร
ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
___________________________________________________________________________
เขยี นและอา นตวั เลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทย และตวั หนังสือ แสดงปรมิ าณของส่ิงของหรือจำนวนนับ,
ตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย, การนบั เพ่ิมทลี ะ ๓ ทีละ ๔ ทีละ ๒๕ และทีละ ๕๐ การนบั ลดทลี ะ ๓ ที
ละ ๔ ทลี ะ ๕ ทีละ ๒๕ และทีละ ๕๐
เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับ ไมเกินหนึ่งแสนและศูนย โดยใชเครื่องหมาย เทากับไม
เทากับมากกวานอยกวาหลักและคาของเลขโดดในแตละหลัก การใช ๐ เพื่อยึดตำแหนงของหลัก, การ
เรียงลำดบั จำนวน ไมเ กนิ หาจำนวน
บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคน ของจำนวนนับไมเกินหนึ่งแสนและศูนย,การคูณ
จำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนไมเกินสี่หลัก, การคูณจำนวนสองหลักกับสองหลัก, การหารที่ตัวตั้งไมเกินสี่หลัก
และตัวหารมหี น่งึ หลกั
วิเคราะหและแสดงวิธีหาคำตอบ ของโจทยปญหา บวก ลบ คูณ หาร,โจทยปญหาระคนของการบวก
ลบ คณู หารระคนของจำนวนนับไมเ กินหนึ่งแสนและศูนย, การสรางโจทยปญหา บวก ลบ คณู หาร
วดั ความยาวเปน เมตร และเซนตเิ มตร มลิ ลิเมตร, น้ำหนักเปนกโิ ลกรัมและขดี , ปรมิ าตรและความ
จเุ ปนลิตร มิลลิลติ ร , บอก เวลาบนหนา ปดนากิ า (ชวง ๕ นาที) โดยใชจ ุด
เลือกเครื่องมือวัดความยาว (ไมเมตร ไมบรรทัด สายวัดตัว สายวัดชนิดตลับ , เครื่องชั่ง (เครื่อง
ชั่งสปริง เครื่องชั่งน้ำหนักตัว เครื่องชั่งสองแขน เครื่องชั่งแบบตุมถวง) , เครื่องตวง (ถัง ลิตร ชอนตวง
กระบอกตวง ถวยตวง เครื่องตวงน้ำมันเชอื้ เพลงิ และหยอดเครอ่ื ง
เปรียบเทียบความยาว (เมตร เซนติเมตร), การชั่งน้ำหนัก (กิโลกรัม ขีด) ปริมาณความจุ ของภาชนะ
ในหนวยเดยี วกนั
คาดคะเนความยาว (เมตร เซนติเมตร) , คาดคะเนน้ำหนัก (กิโลกรัม) คาดคะเนปริมาตรของ
ส่ิงของและความจุภาชนะ (ลติ ร)
วัดความยาว (เมตร เซนตเิ มตร มลิ ลิเมตร) การตวง (ลิตร มิลลิลิตร)
บอกความสัมพันธของหนวยการวัดความยาว (มิลลิเมตร กับเซนติเมตร กับเมตร,หนวยการชั่ง
(กโิ ลกรมั กบั ขีด กโิ ลกรมั กับกรมั ), ความสัมพันธข องหนวยเวลา (นาทกี ับช่วั โมง ช่วั โมงกบั วัน วนั กับสัปดาห
วันกบั เดอื น เดือนกับป วันกับป)
อา นและเขียน เวลา(ชวง ๕ นาที ) โดยใชจ ดุ ,จำนวนเงิน,โดยใชจ ดุ , บนั ทึกรายรับรายจาย, บนั ทึก
กิจกรรมหรือเหตุการณที่ระบุเวลา
แกปญ หาและแกโ จทยปญ หา เกี่ยวกบั การวดั ความยาว การช่ัง การตวง เงนิ และเวลา (บวก ลบ)
บอกชนิดของรูปเรขาคณิตสองมิติทีเ่ ปนสว นประกอบของสิ่งของที่มลี ักษณะเปนรูปเรขาคณิตสามมิติ
รูปวงกลม รูปวงรี รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปหาเหลี่ยม รูปหกเหลี่ยม รูปแปดเหลี่ยม, รูปเรขาคณิต
ตา ง ๆ ท่ีอยูในสิ่งแวดลอมรอบตัว
ระบุ รปู เรขาคณิตสองมิติท่ีมแี กนสมมาตรจากรปู ท่กี ำหนดให เขยี น ช่ือจดุ เสน ตรง รงั สี สวนของ
เสนตรง มุม และสัญลักษณ, รูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชแบบของรูปเรขาคณิต,รูปเรขาคณิตสองมิติที่
กำหนดใหใ นแบบตาง ๆ
๓๘
บอกจำนวนและความสัมพันธ ของแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ ๓ ทีละ ๔ ทีละ ๒๕ ทีละ ๕๐
และแบบรูปซ้ำ, แบบรปู ของรปู ที่มีรปู ราง ขนาด หรือสีทสี่ ัมพันธกนั สองลกั ษณะ
รวบรวมและจำแนกขอมูล เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดลอมใกลตัวที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน, อาน
ขอมลู จากแผนภมู ิรูปภาพและแผนภูมแิ ทง อยางงาย
ใชวิธีการที่หลากหลาย ใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาใน
สถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใช
ภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนำเสนอไดอยาง ถูกตอง
เช่อื มโยงความรตู า ง ๆ ในคณติ ศาสตรและเชื่อมโยงคณติ ศาสตรก ับศาสตรอ่นื ๆ มีความคดิ ริเริม่ สรางสรรค
เพื่อใหมีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน
มจี ิตสาธารณะ และมีเจตคตทิ ่ดี ตี อคณิตศาสตร
รหสั ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป.๓/๑๑,
ป.๓/๑๒,ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒
รวมท้ังหมด ๒๘ ตัวชี้วัด
๓๙
คำอธบิ ายรายวิชา
ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร
รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
อานและเขยี นตัวเลขฮนิ ดอู ารบิกตัวเลขไทยและตัวหนังสือ แสดงจำนวนหลักและคา ประจำหลักและ
คาของเลขโดดในแตละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำดับ
จำนวน คาประมาณของจำนวนนบั และการใชเ คร่อื งหมาย ≈
อานและเขียนเปรียบเทียบเศษสวน จำนวนคละแสดงปริมาณสิ่งตาง ๆ ตามเศษสวนจำนวนคละที่
กำหนด อานเขียนเปรียบเทียบและลำดับทศนิยมไมเกิน ๓ ตำแหนง ประมาณผลหาคาผลลัพธของการบวก
การลบ การคูณ การหารและประโยคสัญลักษณ ที่แสดงการบวกและการลบของจำนวนนับที่มากกวา
๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แกโจทยป ญ หาการคณู จำนวน ๒ จำนวน ท่ีมผี ลคณู ไมเกิน ๖ หลัก พรอมทัง้ แสดงประโยค
สัญลักษณ การหารที่ตัวตั้งไมเกิน ๖ หลัก ตัวหารไมเกิน ๒ หลัก บวก ลบเศษสวน โจทยปญหาเศษสวน
เศษสวนและจำนวนคละ ที่ตัวสวนตัวหนึ่งเปนพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง บวก ลบ แกโจทยปญหา การบวก
ทศนิยมไมเกิน ๒ ขั้นตอน บอกเปรียบเทียบแกโจทยปญหาเกี่ยวกับเวลา วัดและสราง มุมตามที่กำหนด วัด
ความยาวรอบรูปและหาพ้นื ทีข่ องรปู สี่เหลีย่ มมมุ ฉาก จำแนกชนดิ และชอื่ มุมประกอบของมุม สรา งสเ่ี หลยี่ มมุม
ฉากตามท่กี ำหนด อานแผนภูมิแทงและการอานตารางสองทาง
จัดประสบการณห รอื สรา งสถานการณใกลตวั ใหผูเ รยี นไดศึกษาคนควา โดยปฏบิ ตั ิจริง สรปุ รายงาน
เพื่อพัฒนาผูเรียนใหใชวิธีการที่หลากหลายแกปญหา ใชความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและ
เทคโนโลยใี นการแกป ญหาในสถานการณต างๆไดอยางเหมาะสมใหเหตุผลประกอบการตดั สนิ ใจและสรุปผลได
อยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสารการสื่อความหมายและการนำเสนอได
อยางถูกตองและเหมาะสม เชื่อมโยงความรูตางๆในคณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกบั ศาสตรอื่นๆและ
มีความคดิ ริเริม่ สรางสรรค
เพื่อใหมีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีจิต
สาธารณะ และมีเจตคตทิ ดี่ ีตอคณติ ศาสตร
รหสั ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙,
ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓,
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวมทั้งหมด ๒๒ ตวั ช้วี ดั
๔๐
คำอธบิ ายรายวิชา
ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร
รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
___________________________________________________________________________
บอกหลัก คาประจำหลัก และคาของเลขโดดในแตละหลักของจำนวนนับและทศนิยม ไมเกินสอง
ตำแหนง
เขียนและอานเศษสวนจำนวนคละและทศนิยมไมเกินสองตำแหนงเศษสวนแทเศษเกินเศษสวนที่
เทากับจำนวนนับ เขียนจำนวนนับในรูปเศษสวน เขียนเศษเกินในรูปจำนวนคละและเขียนจำนวนคละในรปู
เศษเกนิ เขียนเศษสว นท่เี ทา กันเศษสว นอยา งต่าํ เขียนทศนิยมในรปู กระจาย เขยี นเศษสว นในรปู ทศนิยมและ
รอยละเขียนรอยละในรูปเศษสวนและทศนิยมเขียนทศนิยมในรูปเศษสวนและรอยละ เขียนเศษสวนที่ตัวสว น
เปน ตวั ประกอบของ ๑๐ และ๑๐๐ในรูปทศนิยมและรอ ยละ
บวกลบคูณหารและบวกลบคูณหารระคนของเศษสวนคูณเศษสวนกับเศษสวน หารเศษสวนดวย
จำนวนนับหารจำนวนนับดวยเศษสวน และหารเศษสวนดว ยเศษสว น
บวกลบคณู หารและบวกลบคณู หารระคนของทศนิยมทคี่ ำตอบเปน ทศนยิ มไมเ กนิ สองตำแหนง บวก
และลบทศนิยมไมเกิน ๓ ตำแหนงคูณทศนิยมไมเกิน ๓ ตำแหนงกับจำนวนนับและคูณทศนิยมไมเกิน ๓
ตำแหนง ไมเกิน ๒ ข้ันตอน
วิเคราะหและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาและโจทยปญหาระคนของจำนวนนับเศษสวน
ทศนิยมและรอยละ การบวก การลบ การคูณ การหารและการบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับโจทย
ปญหาที่ใชบัญญัติไตรยางคโจทยปญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม โจทยปญหารอยละใน
สถานการณต า งๆรวมถงึ โจทยปญหารอ ยละ
หาคา ประมาณใกลเคียงจำนวนเต็มสบิ เต็มรอ ยและเตม็ พนั ของจำนวนนับและนำไปใชได
เขยี นแสดงวธิ หี าคำตอบโดยใชสมบตั กิ ารสลบั ท่กี ารเปลย่ี นหมู และสมบัตกิ ารแจกแจงในการคิดคำนวณ
บอกความสัมพันธของหนวยการวัดปริมาตรหรือความจุ หาความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมรูป
สามเหลี่ยมหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและรูปสามเหลี่ยม วัดขนาดของมุม หาปริมาตรหรือความจุของ
ทรงสเี่ หลี่ยมมมุ ฉาก แกป ญหาเกีย่ วกับพื้นที่ความยาวรอบรปู ของรูปส่เี หลี่ยมมุมฉากและรปู สามเหลยี่ ม
บอกลักษณะและจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตางๆ เชนทรงกลม ทรงกระบอก กรวยปริซึม
พีระมิด บอกความสัมพันธและจำแนกรูปสี่เหลี่ยมชนิดตางๆรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปสี่เหลี่ยมผืนผารูปสี่เหลี่ยม
ขนมเปยกปูน รูปสี่เหลี่ยมดานขนาน รูปสี่เหลี่ยมคางหมู รูปสี่เหลี่ยม รูปวาว บอกสวนประกอบและ
ความสัมพันธของรูปสามเหลี่ยมและจำแนกรปู สามเหลีย่ มชนิดตางๆ เชน รูปสามเหลี่ยมแบงตามลักษณะของ
ดานรูปสามเหลย่ี มแบงตามลกั ษณะของมุมสว นประกอบของรูปสามเหลย่ี มมุมภายในของรปู สามเหลี่ยม
สรางมมุ โดยใชโ พรแทรกเตอรส รางรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก รูปสามเหลย่ี มและรูปวงกลม สรางเสนขนาน
โดยใชไ มฉาก
บอกจำนวนและความสมั พันธในแบบรูปของจำนวนนับ เศษสวนและทศนยิ มทีก่ าํ หนดให
เขียนแผนภมู แิ ทง ทม่ี ีการยนระยะของเสนแสดงจำนวนการเก็บรวบรวมขอมูลและ การจำแนกขอมูล
อานขอ มูลจากแผนภูมิแทง เปรียบเทียบ
จัดประสบการณห รือสรา งสถานการณใ กลต วั ใหผ ูเ รยี นไดศ กึ ษาคนควา โดยปฏบิ ตั ิจริง สรปุ รายงาน
เพื่อพัฒนาผูเรียนใหใชวิธีการที่หลากหลายแกปญหา ใชความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและ
๔๑
เทคโนโลยีในการแกป ญหาในสถานการณต างๆไดอยา งเหมาะสมใหเ หตุผลประกอบการตัดสนิ ใจและสรุปผลได
อยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนำเสนอได
อยางถกู ตองและเหมาะสม เช่ือมโยงความรตู างๆในคณติ ศาสตรและเช่ือมโยงคณิตศาสตรกบั ศาสตรอ่ืนๆและ
มีความคดิ ริเริ่มสรางสรรค
เพื่อใหมีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีจิต
สาธารณะ และมเี จตคตทิ ีด่ ตี อคณติ ศาสตร
รหสั ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวมทั้งหมด ๑๙ ตวั ช้วี ัด
๔๒
คำอธบิ ายรายวิชา
ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร
รายวชิ าพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
___________________________________________________________________________
เปรียบเทียบเรียงลำดับเศษสวนและจำนวนคละ เขียนอัตราสวนแสดงการเปรียบเทียบปริมาณ ๒
ปริมาณ จากขอความหรือสถานการณ โดยแตละปริมาณเปนจำนวนนับ หาอัตราสวนที่เทากับอัตราสวนที่
กำหนดให หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจำนวนนับไมเกิน ๓ จำนวน และแสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย
ปญหา โดยใช ห.ร.ม. และ ค.ร.น. บวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว นและจำนวนคละ แสดงวิธหี าคำตอบของ
โจทยปญหาการบวก ลบ คูณ หาร ทศนิยม อัตราสวนรอยละ ๒-๓ ขั้นตอน แสดงวิธีคิดและหาคำตอบของ
โจทยปญหาและรูปแบบ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาเกี่ยวกับปริมาตราของรูปเรขาคณิตสามมิติที่
ประกอบดวยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมและพื้นที่ของวงกลม
จำแนกและสรางรูปสามเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัตขิ องรูป บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตาง
ๆ จากรูปคล่ี และระบรุ ปู คล่ีของรปู เรขาคณิต สามมิติใชข อมลู แผนภูมริ ปู วงกลมหาคำตอบโจทยปญ หา
จดั ประสบการณหรอื สรา งสถานการณใ กลต ัวใหผเู รียนไดศ ึกษาคนควา โดยปฏิบัตจิ ริง สรุป รายงาน
เพื่อพัฒนาผูเรียนใหใชวิธีการที่หลากหลายแกปญหา ใชความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและ
เทคโนโลยใี นการแกปญหาในสถานการณตางๆไดอยางเหมาะสมใหเ หตุผลประกอบการตดั สนิ ใจและสรุปผลได
อยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสารการสื่อความหมายและการนำเสนอได
อยางถกู ตองและเหมาะสม เชื่อมโยงความรตู างๆในคณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอ่ืนๆและ
มคี วามคิดริเรม่ิ สรา งสรรค
เพ่อื ใหมีความซื่อสัตยส ุจริต มีระเบียบวนิ ยั มีความรอบคอบ ใฝเ รยี นรู มงุ มั่นในการทำงาน มจี ิต
สาธารณะ และมเี จตคติท่ดี ีตอคณิตศาสตร
รหสั ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑, ป.๖/
๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวมท้ังหมด ๒๑ ตัวชี้วดั
๔๓
คำอธบิ ายรายวชิ า
ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๖๐ ช่ัวโมง / ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนวยกติ )
___________________________________________________________________________
ศึกษาการเปรียบเทียบจำนวนเต็ม จำนวนตรงขามและคาสัมบูรณ การบวก การลบ การคูณ และการ
หารจำนวนเต็ม สมบัติของจำนวนเต็ม การเรียนรูเกี่ยวกับจำนวนเต็มในชีวิตจริง เศษสวน การเปรียบเทียบ
เศษสวน การบวก การลบ การคณู การหารเศษสว น และการนำความรเู กย่ี วกบั เศษสว นไปใชในชีวิตจรงิ ทศนิยม
คาประจำหลักของทศนิยม การเปรยี บเทยี บทศนิยม การบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม (ไมรวมผลลพั ธที่
เปนทศนิยมซ้ำ) ความสัมพันธของเศษสวนกับทศนิยม การนำความรูเกี่ยวกับทศนิยมไปใชในชีวิตจริง และจำนวน
ตรรกยะและสมบัติของจำนวนตรรกยะ การเขียนเลขยกกำลังที่มีเลขช้ีกำลังเปนจำนวนเต็มบวก การคูณและการหาร
เลขยกกำลัง เมอ่ื เลขชี้กำลังเปนจำนวนเต็มบวก การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณวิทยาศาสตรแ ละการนำความรู
เกี่ยวกับเลขยกกำลังไปใชในชีวิตจริง หนาตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ การอธิบายภาพสองมิติที่ไดจากการ
มองดานหนา ดานขาง และดานบนของรูปเรขาสามมิติ และรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก
แบบรูปและความสัมพนั ธ คำตอบของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว สมบัติของการเทากัน การแกสมการเชิงเสน
ตัวแปรเดยี ว และการนำความรูเกยี่ วกบั สมการเชิงเสนตวั แปรเดียวไปใชในชีวิตจริง
โดยจัดประสบการณหรือสรา งสถานการณใหผเู รยี นไดศึกษาคน ควา โดยการปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป
รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ แกปญหา การใหเ หตุผล และนำความรู ความคดิ
ทักษะกระบวนการท่ีไดไปใชใ นชวี ิตประจำวันอยางสรา งสรรค
เพ่อื ใหเ ห็นคุณคาและมีเจตคติท่ีดีตอ คณติ ศาสตร สามารถทำงานไดอยา งเปนระบบ มีระเบียบ มีความ
รับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคิดรเิ ริ่มสรางสรรคแ ละมีความเชือ่ มั่นในตนเอง
รหสั ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒
ค ๑.๓ ม.๑/๑
ค ๒.๒ ม.๑/๒
รวมทั้งหมด ๔ ตัวช้ีวัด
๔๔
คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร
รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๖๐ ช่ัวโมง / ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนวยกิต)
___________________________________________________________________________
ศึกษาอัตราสวน อัตราสวนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน สัดสวน การนำความรูเกี่ยวกับอัตราสวน
สัดสวน และรอยละไปใชในชีวิตจริง การสรางพื้นฐานทางเรขาคณิต การสรางเกี่ยวกับสวนของเสนตรง การ
สรางเกี่ยวกับมุม การสรางเกี่ยวกับเสนตั้งฉาก การสรางรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชการสรางพื้นฐานทาง
เรขาคณิต การสรางมุมที่มีขนาดตาง ๆ และการสรางเสนขนาน คูอันดับและกราฟของคูอันดับ กราฟของ
ความสัมพันธเชิงเสน สมการเชิงเสนสองตัวแปร และการนำความรูเกี่ยวกับกราฟของความสัมพันธเชิงเสนไป
ใชในชีวิตจริง การตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมขอมูล การนำเสนอและการแปรความหมายขอมูลและ
การนำความรเู ก่ยี วกับสถติ ิไปใชใ นชวี ติ จริง
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ แกปญหา การใหเหตุผล และนำความรู ความคิด
ทักษะกระบวนการทีไ่ ดไ ปใชในชวี ติ ประจำวนั อยางสรา งสรรค
เพอื่ ใหเ ห็นคุณคา และมเี จตคติท่ีดีตอคณติ ศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปน ระบบ มีระเบียบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคดิ ริเริ่มสรา งสรรคแ ละมคี วามเช่อื ม่นั ในตนเอง
รหัสตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ม.๑/๓
ค ๑.๓ ม.๑/๒ ม.๑/๓
ค ๒.๒ ม.๑/๑
ค ๓.๑ ม.๑/๑
รวมท้ังหมด ๕ ตัวช้ีวดั
๔๕
คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรยี น ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)
___________________________________________________________________________
ศกึ ษาความรูเกย่ี วกบั เร่ือง เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลงั เปนจำนวนเต็ม การนำความรูเก่ียวกับ
เลขยกกำลงั ไปใชในการแกปญหา จำนวนจริง จำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ รากทส่ี องและรากที่สาม
ของจำนวนตรรกยะ การนำความรูเกี่ยวกับจำนวนจริงไปใช พหุนาม การบวก การลบ และการคูณของ
พหุนาม การหารพหุนามดวยเอกนามกเปนพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง โดยใช
สมบัติการแจกแจง กำลังสองสมบูรณ ผลตางกำลังสอง การหาพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก การ
นำความรูเกี่ยวกับพื้นที่ผิวของปริซึม และทรงกระบอกไปใชในการแกปญหา การหาปริมาตรของปริซึม
และทรงกระบอก การนำความรูเกย่ี วกับปรมิ าตรของปริซึมและทรงกระบอกไปใชในการแกปญหา
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ แกปญหา การใหเหตุผล และนำความรู ความคิด
ทกั ษะกระบวนการทไ่ี ดไ ปใชในชวี ติ ประจำวันอยา งสรางสรรค
เพ่อื ใหเ หน็ คณุ คา และมีเจตคตทิ ่ีดีตอคณติ ศาสตร สามารถทำงานไดอ ยางเปน ระบบ มรี ะเบยี บ มคี วาม
รบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคดิ ริเรม่ิ สรางสรรคแ ละมีความเช่ือม่นั ในตนเอง
รหสั ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ค ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ค ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒
รวมทั้งหมด ๖ ตัวช้ีวัด