The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

01-หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบางใบไม้65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by treetree799, 2022-09-14 02:46:11

01-หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบางใบไม้65

01-หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบางใบไม้65

หลักสูตรสถานศกึ ษา

ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2565

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)

โรงเรยี นวัดบางใบไม

สาํ นักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 1
สํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน

ประกาศโรงเรยี นวดั บางใบไม
เร่อื ง ใหใ ชหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดบางใบไม (พุทธศกั ราช ๒๕๖๕)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช (๒๕๖๐)

---------------------------------------------------------

โรงเรียนวัดบางใบไม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต ๑ ได
ดำเนินการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไมฉบับปรับปรุง พุทธศักราช (๒๕๖๕) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช (๒๕๖๐)และเอกสารประกอบ
หลักสูตรขน้ึ เพอื่ กำหนดใชเปนกรอบและทศิ ทางในการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรียนวัดบางใบไม

โดยโรงเรียนไดจ ดั ทำและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคดิ หลกั สูตรอิงมาตรฐาน คือ กำหนดมาตรฐานการ
เรยี นรเู ปนเปาหมายในการพัฒนาผเู รียน เพ่ือใหผ ูเ รยี นมคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรูท่กี ำหนดในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุงพัฒนาผูเรียนทุกคนใหมีความสมดุลทั้งดานรางกาย ความรู คุณธรรม มี
จิตสำนึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข มีความรูและทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเปนตอการศึกษาตอ การ
ประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุงเนนผูเรียนเปนสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อวา ทุกคนสามารถ
เรียนรแู ละพัฒนาตนเองไดเต็มตามศักยภาพ

ทั้งนี้ หลักสูตรโรงเรียนวัดบางใบไม ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
เมอื่ วนั ท่ี ๓๐ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ จงึ ประกาศใหใ ชห ลักสูตรโรงเรียนต้ังแตบ ดั นี้เปนตนไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ลงชือ่ )......................................................
(นางดวงพร ดษุ ฎี)
ลงช่อื )....................................................
(นายเชาวลิต ชเู สนห ) ตำแหนง ผอู ำนวยการโรงเรียนวัดบางใบไม

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
โรงเรยี นวัดบางใบไม

คำนำ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปนหลักสูตรที่ไดพัฒนาใหสอดคลองพระราชบัญญัติการศึกษา
แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ รวมทั้งใหสอดคลองกับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และความ
เจริญกาวหนา ทางเทคโนโลยี ตลอดจนสอดคลอ งกบั แนวนโยบายและความตองการการจัดการศึกษาของชาติ

โรงเรียนวดั บางใบไม ไดด ำเนนิ การเพ่ือใหเปนไปตามตามคำสัง่ กระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/
๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ เรื่อง ใหใชมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดกลุมสาระการเรียนรู
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตร ในกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงไดจัดทำ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) และมีการปรับปรงุ สาระการเรียนรู มาตรฐานตัวชี้วัด
ใหสอดคลองกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยปรับโครงสรางเวลาเรียนหลักสตู รตามความพรอมและ
จุดเนนของสถานศึกษาและจดั กจิ กรรมเพ่ิมเวลารู บรู ณาการในระดับช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๑ – ช้ันมัธยมศึกษา
ปท ี่ ๓

ในการดำเนินการจัดทำหลักสตู ร คณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตร ไดศ ึกษาเอกสาร ตำราทเ่ี กี่ยวของกับ
การจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และไดสำรวจความตองการของ
นักเรียน ผูปกครอง ชุมชน และสอดคลองกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ มาเปนแนวทางในการจัดทำ
ดังนั้นคณะผูจัดทำหวังเปนอยางยิ่งวา หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) นี้จะเกิด
ประโยชนต อ บุคคลท่ตี อ งการนำหลกั สูตรไปสกู ารปฏบิ ตั ิการสอนไดอยางมีประสิทธิภาพและเกดิ ประสทิ ธผิ ล

โรงเรียนวดั บางใบไม

สารบญั

คำนำ หนา
สารบัญ

ความนำ ๑
วสิ ัยทัศน ๑
พนั ธกจิ ๑
เปา ประสงค ๒
สมรรถนะสำคัญของผเู รียน ๒
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ๓
คา นยิ ม ๑๒ ประการ ๓
หลักสูตรตานทุจริต ๔
มาตรฐานการเรยี นรู ๔
ตัวชีว้ ัด ๕
สาระการเรียนรู ๕
สาระและมาตรฐานการเรียนรู ๑๐
โครงสรางเวลาเรยี น ๑๒
โครงสรางหลักสตู รรายชนั้ ป ๒๑
โครงสรา งกลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ๒๒
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย ๓๔
โครงสรา งกลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร ๓๕
คำอธบิ ายรายวิชาคณิตศาสตร ๕๑
โครงสรางกลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ๕๒
คำอธบิ ายรายวิชาวทิ ยาศาสตร ๗๗
โครงสรางกลมุ สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๗๙
คำอธบิ ายรายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑๑๒
โครงสรางกลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา ๑๑๓
คำอธิบายรายวชิ าสขุ ศึกษาและพลศึกษา ๑๒๗
โครงสรา งกลมุ สาระการเรียนรูศ ลิ ปะ ๑๒๘
คำอธบิ ายรายวชิ าศลิ ปะ ๑๔๑
โครงสรา งกลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ๑๔๓
คำอธิบายรายวชิ าการงานอาชีพและเทคโนโลยี ๑๘๑
โครงสรา งกลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ ๑๘๒
คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาตา งประเทศ ๑๙๗
กิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น ๒๐๓
เกณฑการจบการศกึ ษา

ภาคผนวก



สว นที่ ๑
ความนำ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)เปนแผนหรือแนวทาง หรือขอกำหนดของการจัดการศึกษาของ

โรงเรียนวัดบางใบไมที่จะใชใ นการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามมาตรฐานทีก่ ำหนด

มุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีปญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพที่สุจริต

ตลอดจนการรจู ักอนุรักษวัฒนธรรม ประเพณที องถ่ิน โดยมงุ หวงั ใหมีความสมบรู ณทั้งดานรางกาย จิตใจ และ

สติปญญา อีกทั้งมีความรูและทักษะที่จำเปนสำหรับการดำรงชีวิต และมีคุณภาพไดมาตรฐานสากลเพ่ือ

การแขงขันในยุคปจจุบัน ดังนั้นหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร

แกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)จึงประกอบดวยสาระสำคัญของหลักสูตร

แกนกลาง สาระความรูที่เกี่ยวของกับชุมชนทองถิ่น และสาระสำคัญที่โรงเรียนพัฒนาเพิ่มเติม โดยจัดเปนสาระ

การเรียนรูรายวชิ าพื้นฐานตามมาตรฐานการเรียนรูและตวั ชี้วัด และสาระการเรยี นรูเพิ่มเติม จัดกิจกรรมพัฒนา

ผูเรียนเปนรายปในระดับประถมศกึ ษาและรายภาคเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนตน และกำหนดคุณลักษณะ

อันพึงประสงคของโรงเรียนวัดบางใบไม ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตาม

หลกั สตู รแกนกลางข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

วสิ ยั ทัศนโรงเรียน

“โรงเรยี นวัดบางใบไม เปน องคกรแหง การเรยี นรู มุงมั่นพัฒนาผูเรียนใหม คี ุณภาพและทักษะ

ในศตวรรษท่ี ๒๑ สนับสนนุ ใหมที กั ษะชีวิต หางไกลยาเสพติด มจี ิตสาธารณะ โดยยดึ หลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียง”

พนั ธกจิ

๑. พัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การศึกษาใหโ รงเรยี นเปนองคกรเปนแหง การเรยี นรู
๒. พัฒนาคุณภาพผเู รยี นใหม ีความรูตามหลกั สูตร สง เสรมิ ทกั ษะวิชาชพี และทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
๓. ปลูกฝง คณุ ธรรม จรยิ ธรรมตามหลกั ศาสนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
๔. ปรบั ปรุงและพัฒนาทรพั ยากรเพ่ือการเรยี นการสอนใหเ พยี งพอและมปี ระสิทธภิ าพ
๕. สง เสริมการพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ใหสามารถจัดการเรียนรูไดอ ยา งมปี ระสิทธิภาพ
และมีสมรรถนะตรงตามมาตรฐานวชิ าชพี
๖.สงเสริมใหทุกภาคสวนมีสวนรว มในการจดั การศกึ ษา

เปา ประสงค (Goal)

๑. ผเู รียนมีคณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาชาติ ทักษะวชิ าชพี และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
๒. ผเู รียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๓. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษามสี มรรถนะตรงตามมาตรฐานวชิ าชีพ



๔. ทุกภาคสวนมีสวนรว มในการสงเสรมิ สนับสนนุ การจัดการศึกษา
๕. สถานศึกษามีแหลงเรียนรูและสภาพแวดลอมเอ้อื ตอการจดั การเรยี นรูอยา งมีคุณภา

สมรรถนะสำคัญของผูเ รียน

หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางใบไม พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน
การเรียนรู ซึ่งการพัฒนาผูเรียนใหบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรูที่กำหนดนั้นจะชวยใหผูเรียนเกิดสมรรถนะ
สำคัญ ๕ ประการ ดังน้ี

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใชภาษา
ถายทอดความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร และ
ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อขจัดและลด
ปญ หาความขัดแยงตา ง ๆ การเลอื กรับหรือไมร ับขอมูลขาวสารดว ยหลักเหตผุ ล และความถูกตอง ตลอดจน
การเลอื กใชวธิ กี ารสื่อสารทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่ีมีตอตนเองและสังคม

๒. ความสามารถในการคดิ เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคดิ สังเคราะห การคิดอยาง
สรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนำไปสูการสรางองคความรูหรือ
สารสนเทศเพ่ือการตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั ตนเองและสังคมไดอยา งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอปุ สรรคตาง ๆ ท่เี ผชิญ
ไดอ ยางถูกตองเหมาะสมบนพน้ื ฐานของหลักเหตผุ ล คณุ ธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขา ใจความสัมพันธและ
การเปล่ยี นแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู ประยกุ ตความรูมาใชในการปองกันและแกไข
ปญหา และมกี ารตัดสนิ ใจทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่เกดิ ขนึ้ ตอ ตนเอง สงั คมและส่ิงแวดลอม

๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนำกระบวนการตาง ๆ ไปใชในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเนื่อง การทำงาน และการอยูรวมกันในสังคมดวยการสรางเสริม
ความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหาและความขัดแยงตาง ๆ อยางเหมาะสม การปรับตัวใหทันกับการ
เปล่ยี นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอมและการรูจ ักหลกี เลี่ยงพฤตกิ รรมไมพ ึงประสงคท่สี ง ผลกระทบตอ ตนเองและผอู น่ื

๕. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปน ความสามารถในการเลือกและใชเทคโนโลยีดา น ตา ง ๆ
และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในดานการเรียนรู การสื่อสาร การ
ทำงาน การแกป ญหาอยางสรา งสรรค ถกู ตอ งเหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐)มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงค เพื่อใหสามารถอยูรวมกับ
ผอู น่ื ในสังคมไดอ ยา งมีความสขุ ในฐานะเปน พลเมืองไทยและพลโลกดังน้ี

๑. รักชาติ ศาสน กษัตรยิ 
๒. ซอ่ื สตั ยสจุ ริต
๓. มีวินยั
๔. ใฝเรียนรู
๕. อยูอยางพอเพยี ง
๖. มงุ มนั่ ในการทำงาน
๗. รักความเปน ไทย



๘. มีจิตสาธารณะ
คา นยิ มหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.

๑. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ 
๒. ซ่อื สัตย เสยี สละ อดทน มีอุดมการณใ นสงิ่ ท่ีดงี ามเพ่ือสวนรวม
๓. กตัญตู อพอแม ผปู กครอง ครบู าอาจารย
๔. ใฝหาความรู หมนั่ ศกึ ษาเลาเรยี นทงั้ ทางตรง และทางออม
๕. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม
๖. มีศีลธรรม รักษาความสตั ย หวงั ดตี อ ผูอ่นื เผื่อแผและแบงปน
๗. เขาใจเรียนรูการเปน ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ ท่ีถูกตอง
๘. มีระเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผนู อ ยรจู ักการเคารพผใู หญ
๙. มสี ติรตู ัว รูคิด รทู ำ รูปฏิบตั ติ ามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู วั
๑๐. รูจักดำรงตนอยโู ดยใชหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จ
พระเจาอยหู วั รจู ักอดออมไวใ ชเ ม่ือยามจำเปน มีไวพอกินพอใช ถาเหลอื ก็แจกจายจำหนาย และพรอมทีจ่ ะ
ขยายกจิ การเมอ่ื มีความพรอม เม่ือมภี มู ิคมุ กันทดี่ ี
๑๑. มีความเขม แข็งทงั้ รางกาย และจติ ใจ ไมยอมแพตอ อำนาจฝา ยต่ำ หรือกิเลส มีความละอาย
เกรงกลัวตอบาปตามหลกั ของศาสนา
๑๒. คำนึงถงึ ผลประโยชนข องสวนรวม และของชาติมากกวา ผลประโยชนของตนเอง

หลักสูตรตา นทุจรติ ศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ป.ป.ช.) รวมกับสำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไดจัดทำหลักสูตรตานทุจรติ ศึกษาสำหรับใชในทุกระดบั การศึกษา
ในสวนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดจัดทำหลักสูตรตานทุจริตศึกษา รายวิชาเพิ่มเติม
“การปองกันการทุจริต” ขึ้น และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักสูตรตานทุจริตศึกษา เมื่อวันท่ี ๒๒
พฤษภาคม ๒๕๖๑ และใหหนวยงานที่เกี่ยวของนำหลักสูตรตานทุจริตศึกษาไปปรับใชในการจัดการเรียนการ
สอนในสถานศึกษาโดยมุงเนนการสรางความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของการ
กระทำทุจริตในลกั ษณะตาง ๆ ท้ังทางตรงและทางออม ความเสยี หายที่เกดิ จากการทจุ รติ ความสำคญั ของการ
ตอตานการทุจริต รวมทั้งจัดใหมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการจัดหลักสูตรในแตละชวงวัยของผูเรียนดวย
หลักสูตรตานทุจริตศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพิ่มเติม “การปองกันการทุจริต”
ประกอบดวย ๔ หนวยการเรียนรู ไดแก ๑) การคิดแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชน
สวนรวม ๒) ความละอายและความไมทนตอการทุจริต ๓) STRONG : จิตพอเพียงตานทุจริต ๔) พลเมืองกับ
ความรับผิดชอบตอสังคม ที่สถานศึกษาจัดใหก ับผูเ รยี นเพื่อปลูกฝงและปองกันการทุจริตไมใหเกิดขึ้น โดยเร่มิ
ปลูกฝงผูเรียนตั้งแตชั้นปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ ใหมีความรูความเขาใจ มีทักษะกระบวนการ มี
สมรรถนะที่สำคัญ และมีคุณลักษณะที่พึงประสงคโดยทางโรงเรียนวัดบางใบไมไดทำในรูปแบบการบูรณาการ
กบั กลุม สาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม



มาตรฐานการเรยี นรู

การพัฒนาผูเรียนใหเกิดความสมดุล ตองคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปญญา หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน จึงกำหนดใหผูเรียนเรียนรู ๘ กลมุ สาระการเรียนรู ดังน้ี

๑. ภาษาไทย
๒. คณติ ศาสตร
๓. วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สขุ ศึกษาและพลศึกษา
๖. ศิลปะ
๗. การงานอาชีพ
๘. ภาษาตางประเทศ
ในแตละกลุมสาระการเรียนรูไดกำหนดมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายสำคัญของการพัฒนา
คุณภาพผูเรียน มาตรฐานการเรียนรูระบุสิ่งที่ผูเรียนพึงรู ปฏิบัติได มีคุณธรรมจริยธรรม และคานิยม ที่พึง
ประสงคเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากน้ันมาตรฐานการเรียนรูยังเปนกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อน
พฒั นาการศึกษาทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรยี นรูจะสะทอนใหท ราบวาตองการอะไร จะสอนอยางไร และ
ประเมินอยางไร รวมทั้งเปนเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชระบบการ
ประเมินคณุ ภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ซง่ึ รวมถึงการทดสอบระดบั เขตพ้ืนที่การศึกษา และ
การทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกนั คุณภาพดังกลา วเปนส่ิงสำคัญทช่ี วยสะทอนภาพการจัด
การศกึ ษาวา สามารถพฒั นาผเู รยี นใหมีคุณภาพตามท่ีมาตรฐานการเรียนรกู ำหนดเพยี งใด

ตัวชวี้ ดั

ตัวช้วี ดั ระบุส่ิงท่นี กั เรียนพึงรูและปฏบิ ัติได รวมท้งั คุณลักษณะของผูเรยี นในแตล ะระดับชั้น ซึ่งสะทอน
ถึงมาตรฐานการเรียนรู มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเปนรูปธรรม นำไปใชในการกำหนดเนื้อหา จัดทำ
หนวยการเรยี นรู จัดการเรยี นการสอน และเปนเกณฑสำคัญสำหรับการวัดประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพ
ผเู รียน

ตัวชี้วัดช้ันป เปน เปา หมายในการพัฒนาผเู รียนแตละช้ันปในระดับการศึกษาภาคบงั คับ
(ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑ – ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๓)

หลักสูตรไดมีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด เพื่อความเขาใจและใหสื่อสาร
ตรงกัน ดังนี้

ว ๑.๑ ป.๑/๒
ป.๑/๒ ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๑ ขอ ท่ี ๒
๑.๑ สาระท่ี ๑ มาตรฐานการเรยี นรูข อที่ ๑
ว กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ต ๒.๒ ม.๑/๓
ม.๑/๓ ตวั ช้วี ัดชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑ ขอ ที่ ๓
๒.๒ สาระที่ ๒ มาตรฐานการเรยี นรูขอ ท่ี
ต กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเท



สาระการเรียนรู

สาระการเรียนรู ประกอบดวยองคความรู ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค ซึ่งกำหนดใหผูเรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำเปนตอ งเรียนรู โดยแบงเปน ๘ กลุมสาระ
การเรยี นรู ดังน้ี

ภาษาไทย : ความรู ทักษะและวัฒนธรรมการใชภาษาเพือ่ การสื่อสาร ความชื่นชม การเห็นคุณคา ภูมิ
ปญ ญา ไทย และภมู ใิ จในภาษาประจำชาติ

คณิตศาสตร : การนำความรทู กั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรไ ปใชในการแกปญหา การดำเนนิ
ชวี ิต และศึกษาตอ การมีเหตมุ ีผล มเี จตคติทด่ี ตี อ คณิตศาสตร พัฒนาการคดิ อยางเปนระบบและสรางสรรค

วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี : การนำความรูและกระบวนการทางวิทยาศาสตร ไปใชในการศึกษา
คนควาหาความรู และแกปญหาอยางเปนระบบ การคิดอยางเปนเหตุเปนผล คิดวิเคราะห คิดสรางสรรค
และจติ วิทยาศาสตร

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม : การอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยางสันติสุข การ
เปนพลเมืองดี ศรัทธาในหลักธรรมของศาสนา การเห็นคุณคาของทรัพยากรและสิ่งแวดลอม ความรักชาติ
และภมู ใิ จในความเปน ไทย

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา : ความรู ทกั ษะและเจตคติในการสรางเสรมิ สุขภาพพลานามยั ของตนเองและ
ผูอน่ื การปอ งกนั และปฏบิ ตั ติ อ สิ่งตาง ๆ ทม่ี ผี ลตอสขุ ภาพอยา งถูกวธิ ีและทักษะในการดำเนินชีวิต

ศิลปะ : ความรูและทักษะในการคิดริเริ่ม จินตนาการ สรางสรรคง านศิลปะ สุนทรียภาพและการเห็น
คณุ คาทางศลิ ปะ

การงานอาขีพ : ความรู ทักษะ และเจตคติในการทำงาน การจัดการ การดำรงชีวิต การประกอบ
อาชีพ และการใชเทคโนโลยี

ภาษาตางประเทศ : ความรู ทักษะ เจตคติ และวัฒนธรรม การใชภาษาตางประเทศในการสื่อสาร
การแสวงหาความรู และการประกอบอาชพี

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดมาตรฐานการเรียนรูใน ๘ กลุมสาระการเรียนรู
จำนวน ๕๕ มาตรฐาน ดงั นี้
ภาษาไทย
สาระที่ ๑ การอาน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิด เพื่อนำไปใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดำเนินชีวิตและมนี ิสยั รักการอา น
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวใน
รปู แบบตา งๆ เขียนรายงานขอ มูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาคน ควา อยางมีประสทิ ธภิ าพ
สาระท่ี ๓ การฟง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู ความคิดความรูสึกใน
โอกาสตางๆ อยา งมีวจิ ารณญาณและสรางสรรค



สาระที่ ๔ หลกั การใชภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของ
ภาษา ภมู ปิ ญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ิของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทย อยางเห็นคุณคาและ
นำมาประยกุ ตใชในชีวติ จรงิ

คณติ ศาสตร
สาระท่ี ๑ จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน
ผลที่เกิดขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การและนำไปใช
มาตรฐาน ค ๑.๒ เขาใจและวิเคราะหแบบรูป ความสมั พนั ธ ฟงกช นั ลำดับและอนุกรมและนำไปใช
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชนพิ จน สมการ และอสมการ และอธบิ ายความสัมพนั ธ หรือชวยแกป ญ หา ที่กำหนดให
สาระที่ ๒ การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงที่ตองการวัดและ
นำไปใช
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา ใจและวิเคราะหร ปู เรขาคณติ สมบตั ขิ องรูปเรขาคณติ ความสมั พนั ธร ะหวา งรูป
เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช
สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความนา จะเปน
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค วามรูท างสถิตใิ นการแกป ญหา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เขา ใจหลกั การนบั เบ้ืองตน ความนา จะเปน และนำไปใช
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เขาใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธระหวา งสงิ่ ไมม ชี วี ิตกบั ส่ิงมีชีวิต และ
ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตตางๆ ในระบบนิเวศ การถายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบ
นิเวศ ความหมายของประชากร ปญหาของผลกระทบที่มีตอทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมแนวทางใน
การอนุรกั ษท รัพยากรธรรมชาติและการแกไขปญ หาส่ิงแวดลอ มรวมท้ังนำความรูไปใชป ระโยชน
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขาใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หนวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเขาและออกจาก
เซลล ความสัมพันธของโครงสราง และหนาที่ของระบบตางๆ ของสัตวและมนุษยที่ทำงานสัมพันธกัน
ความสัมพันธของโครงสราง และหนาที่ของอวัยวะตางๆของพืชที่ทำงานสัมพันธกัน รวมทั้งนำความรูไปใช
ประโยชน
มาตรฐาน ว ๑.๓ เขาใจกระบวนการและความสำคัญของการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสารพนั ธุกรรม
การเปล่ียนแปลงทางพนั ธกุ รรมท่มี ผี ลตอสิง่ มชี ีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ฒั นการของสง่ิ มีชวี ติ
รวมท้งั นำความรูไปใชประโยชน
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตรกายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของสสาร กับ
โครงสรางและแรงยดึ เหนยี่ วระหวา งอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี



มาตรฐาน ว ๒.๒ เขาใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำตอวัตถุ ลักษณะการ
เคลือ่ นท่แี บบตางๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรูไปใชป ระโยชน
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขาใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ
ระหวา งสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาตขิ องคล่นื ปรากฎการณทเ่ี ก่ียวของกับเสียง แสง
และคลนื่ แมเหล็กไฟฟา รวมทง้ั นำความรไู ปใชประโยชน
สาระที่ ๓ วิทยาศาสตรโ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เขา ใจองคประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพกาแลกซี่ ดาว
ฤกษ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธภายในระบบสุรยิ ะ ที่มีผลตอสิ่งมีชีวิต และการประยุกตใชเทคโนโลยี
อวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขาใจองคประกอบและความสัมพันธของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัตภิ ัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟา อากาศ และภูมอิ ากาศโลก รวมท้ังผลตอสิ่งมชี วี ิต
และสิ่งแวดลอ ม
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เขาใจแนวคิดของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสงั คมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเรว็
ใชความรูและทักษะดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และศาสตรอื่น ๆ เพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานอยางมี
ความคิดสรางสรรค ดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสม โดยคำนึงถึง
ผลกระทบตอชีวติ สงั คม และสง่ิ แวดลอ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เขาใจและใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจริงอยางเปนขั้นตอนและ
ระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทำงาน และการแกปญหาไดอยางมี
ประสิทธภิ าพ รเู ทา ทัน และมจี รยิ ธรรม

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รูและเขาใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตน
นับถือ และศาสนาอน่ื มศี รทั ธาท่ีถกู ตอง ยึดม่นั และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพือ่ การอยรู วมกนั อยางสันติสุข
มาตรฐาน ส ๑.๒ เขาใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเปนศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาทตี่ นนับถอื
สาระที่ ๒ หนาท่ีพลเมอื ง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา
ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดำรงชีวิตอยรู วมกนั ในสังคมไทย และสังคมโลกอยา งสันติสขุ
มาตรฐาน ส ๒.๒ เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไวซึ่ง
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ เ ปน ประมขุ
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร
มาตรฐาน ส ๓.๑ เขาใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใชทรัพยากรที่
มอี ยูอ ยางมปี ระสิทธิภาพและคุมคา รวมทง้ั เขา ใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพื่อการดำรงชวี ติ อยา งมดี ุลย
ภาพ
มาตรฐาน ส ๓.๒ เขา ใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ตางๆความสมั พนั ธท างเศรษฐกิจ และความจำเปน
ของการรว มมือกันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก



สาระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขาใจความหมาย ความสำคญั ของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร สามารถใชว ิธีการ
ทางประวัติศาสตรมาวเิ คราะหเ หตกุ ารณตางๆอยางเปนระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เขาใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปจจุบัน ในดานความสัมพันธและการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณอยา งตอ เนอ่ื ง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถวเิ คราะหผ ลกระทบท่เี กดิ ข้นึ
มาตรฐาน ส ๔.๓ เขาใจความเปนมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ
ธำรงความเปน ไทย
สาระท่ี ๕ ภมู ศิ าสตร
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา ใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธข องสรรพส่ิงซง่ึ มผี ลตอกนั ใช แผน
ท่แี ละเครือ่ งมือทางภูมิศาสตรในการคนหา วิเคราะห และสรุปขอมลู ตาม กระบวนการทางภูมิศาสตร
ตลอดจนใชภูมิสารสนเทศอยา งมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เขาใจปฏิสมั พันธระหวา งมนุษยกบั ส่ิงแวดลอ มทางกายภาพทกี่ อใหเกิดการสรางสรรควิถี
การดำเนนิ ชวี ิต มจี ติ สำนึกและมีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรและสง่ิ แวดลอมเพอ่ื การพฒั นาท่ียัง่ ยนื

สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
สาระที่ ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย
มาตรฐาน พ ๑.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย
สาระที่ ๒ ชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขาใจและเหน็ คณุ คาของตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดำเนินชวี ติ
สาระท่ี ๓ การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลนเกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา ใจ มีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลนเกม และกีฬา
มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกำลังกาย การเลนเกม และการเลน กีฬา ปฏิบตั ิเปน ประจำอยา งสม่ำเสมอ มี
วนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มนี ำ้ ใจนกั กฬี า มจี ติ วญิ ญาณในการแขง ขัน และชนื่ ชมในสนุ ทรยี ภาพของการกีฬา
สาระท่ี ๔ การเสรมิ สรางสุขภาพ สมรรถภาพและการปองกนั โรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณคาและมีทักษะในการสรางเสริม การดำรงสุขภาพ การปองกันโรคและการสราง
เสริมสมรรถภาพเพอื่ สขุ ภาพ
สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชีวติ
มาตรฐาน พ ๕.๑ ปองกันและหลีกเลี่ยงปจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ อุบัติเหตุ การใชยาสารเสพ
ตดิ และความรุนแรง

ศลิ ปะ
สาระที่ ๑ทัศนศิลป
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการ และความคิดสรางสรรค วิเคราะหวิพากษ
วิจารณคุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความรูสึก ความคิดตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชม และประยุกตใชใน
ชีวติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางาน
ทัศนศลิ ปท่เี ปน มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญญาทอ งถนิ่ ภูมิปญ ญาไทยและสากล



สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขาใจและแสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรค วิเคราะห วิพากษวิจารณคุณคาดนตรี
ถายทอดความรูสกึ ความคิดตอดนตรอี ยา งอิสระ ชน่ื ชม และประยุกตใชในชวี ิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เขาใจความสัมพนั ธร ะหวางดนตรี ประวตั ิศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคณุ คาของดนตรีท่ี
เปนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญ ญาทอ งถิ่น ภมู ปิ ญญาไทยและสากล
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขาใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอยา งสรางสรรค วเิ คราะห วิพากษ วจิ ารณคุณคาทาง
นาฏศลิ ปถายทอดความรูส ึก ความคิดอยางอสิ ระ ช่นื ชม และประยุกตใ ชใ นชีวิตประจำวนั
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขาใจความสัมพันธระหวางนาฏศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็นคุณคาของ
นาฏศลิ ปทีเ่ ปน มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทองถน่ิ ภูมปิ ญญาไทยและสากล

การงานอาชีพ
สาระท่ี ๑ การดำรงชวี ติ และครอบครัว
มาตรฐาน ง ๑.๑ เขาใจการทำงาน มีความคิดสรางสรรค มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจัดการ
ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกัน และทักษะการ แสวงหาความรู มีคุณธรรมและ
ลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดลอม เพื่อการดำรงชีวิตและ
ครอบครัว
สาระที่ ๒ การอาชพี
มาตรฐาน ง ๒.๑ เขา ใจ มีทกั ษะทจ่ี ำเปน มีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใชเทคโนโลยีเพ่ือพัฒนา
อาชีพ มีคณุ ธรรม และมเี จตคติท่ดี ีตออาชพี
ภาษาตา งประเทศ
สาระท่ี ๑ ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขาใจและตีความเรื่องทีฟ่ งและอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยางมี
เหตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอมลู ขาวสาร แสดงความรสู ึกและความ
คิดเหน็ อยางมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐานต๑.๓ นำเสนอขอมูลขาวสารความคิดรวบยอดและความคดิ เหน็ ในเรอื่ งตางๆโดยการพดู และการเขยี น
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐานต๒.๑ เขา ใจความสมั พันธระหวา งภาษากับวัฒนธรรมของเจา ของภาษาและนำไปใชอ ยา งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐานต๒.๒ เขาใจความเหมือนและความแตกตา งระหวางภาษาและวัฒนธรรมของเจา ของภาษากับภาษาและวฒั นธรรม
ไทย และนำมาใชอ ยา งถูกตอ งและเหมาะสม
สาระที่ ๓ ภาษากบั ความสมั พันธก ับกลุมสาระการเรียนรอู ่นื
มาตรฐานต ๓.๑ ใชภาษาตางประเทศในการเชือ่ มโยงความรูกบั กลุมสาระการเรียนรูอืน่ และเปนพื้นฐานในการพัฒนาแสวงหา
ความรู และเปด โลกทศั นของตน
สาระท่ี ๔ ภาษากบั ความสมั พนั ธก บั ชุมชนและโลก
มาตรฐานต๔.๑ ใชภาษาตา งประเทศในสถานการณต างๆทงั้ ในสถานศกึ ษา ชมุ ชนและสงั คม
มาตรฐานต๔.๒ ใชภาษาตางประเทศเปนเครื่องมือพน้ื ฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพและการแลกเปลี่ยนเรียนรูกับ
สงั คมโลก

๑๐

โครงสรางหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนวดั บางใบไม พทุ ธศักราช ๒๕๖๕

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

โครงสรางเวลาเรยี นระดบั ประถมศกึ ษา

กลมุ สาระการเรียนรู / กจิ กรรม เวลาเรยี น
ระดับประถมศึกษา
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖

 กลมุ สาระการเรยี นรู ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
ภาษาไทย

คณติ ศาสตร ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ประวตั ิศาสตร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
หนา ท่พี ลเมือง วฒั นธรรม
ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
และการดำเนินชวี ิตในสังคม
เศรษฐศาสตร
ภมู ศิ าสตร

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา งประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

รวมเวลาเรยี น (พนื้ ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐

 รายวิชาเพิ่มเติม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ภาษาองั กฤษ ๔๐ ๔๐ ๔๐ - - -
- หนาท่ีพลเมือง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

 กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น

กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

กจิ กรรมนักเรยี น

- ลกู เสือ เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

- ชมุ นุม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐

กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

รวมเวลา กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมเพ่ิมเวลารู ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐

รวมเวลาเรียน ๑,๒๐๐ ชว่ั โมง / ป

(หนงั สอื ท่ี ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๗๙๙ ลงวนั ท่ี ๒๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๗ และหนังสอื ทศี่ ธ ๐๔๐๑๐/ว ๑๒๓๙ ลงวนั ที่ ๑
กนั ยายน ๒๕๕๗, ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ ลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เร่อื ง การบรหิ ารจดั การเวลา
เรยี นของสถานศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน)

๑๑

โครงสรางเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนตน

ลุมสาระการเรียนรู / กจิ กรรม เวลาเรยี น
ระดับมธั ยมศกึ ษา
กลมุ สาระการเรียนรู (พื้นฐาน) ม.๑ ม.๒ ม.๓
ภาษาไทย
คณิตศาสตร ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วิทยาการคำนวณ ๒๐ ๒๐ ๒๐
เทคโนโลยีและการออกแบบ ๒๐ ๒๐ ๒๐
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
ประวัติศาสตร ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
หนา ทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐
และการดำเนินชีวติ ในสังคม ๘๐ ๘๐ ๘๐
เศรษฐศาสตร ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภูมิศาสตร ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.)
ศิลปะ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
การงานอาชพี ๑๒๐
ภาษาตางประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐

รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) ๔๐ ๔๐ ๔๐
รายวชิ าเพ่มิ เติม ๓๐ ๓๐ ๓๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน ๑๐ ๑๐ ๑๐

กิจกรรมแนะแนว ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมนักเรยี น
- ลูกเสือ เนตรนารี บูรณาการ บรู ณาการ บรู ณาการ
- ชุมนมุ ๑,๒๐๐ ชัว่ โมง / ป
กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน

รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
กจิ กรรมเพิม่ เวลารู
รวมเวลาเรียน

(หนงั สือที่ ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๗๙๙ ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ และหนังสอื ท่ีศธ ๐๔๐๑๐/ว ๑๒๓๙ ลงวนั ที่ ๑ กันยายน
๒๕๕๗, ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร ลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เร่อื ง การบรหิ ารจดั การเวลาเรยี นของสถานศกึ ษาขั้น
พื้นฐาน)

โครงสรางหลักสูตรชน้ั ป ๑๒

ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลาเรยี น
(ชม./ป)
รายวิชา/กิจกรรม ๘๔๐
๒๐๐
รายวชิ าพืน้ ฐาน ๒๐๐
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย
ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร ๘๐
ว๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๔๐
ส๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐
ส๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๔๐
พ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑๖๐
อ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน ๘๐
๔๐
รายวชิ าเพ่ิมเติม ๔๐
อ๑๑๒๐๓ ภาษาอังกฤษ ๑๒๐
ส๑๑๒๓๑ หนาท่ีพลเมือง ๔๐

กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน ๔๐
 กิจกรรมแนะแนว ๓๐
 กจิ กรรมนักเรียน ๑๐
- ลกู เสือ ๑๖๐
- ชมุ นมุ ๑,๒๐๐ ชม/ป
 กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน

กิจกรรมเพม่ิ เวลารู
รวมเวลาเรยี น

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๒ ๑๓

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชม./ป)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๘๔๐
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร ๒๐๐
ว๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ส๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐
ส๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร ๔๐
พ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน ๔๐
๑๖๐
รายวชิ าเพิม่ เติม ๘๐
อ๑๒๒๐๓ ภาษาอังกฤษ ๔๐
ส๑๒๒๓๑ หนา ท่ีพลเมือง ๔๐
๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน ๔๐
 กิจกรรมแนะแนว
 กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
- ลูกเสอื ๓๐
- ชมุ นุม ๑๐
 กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน ๑๖๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิ่มเวลารู
รวมเวลาเรียน

ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๑๔

รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชม./ป)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๘๔๐
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๒๐๐
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ส๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐
ส๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร ๔๐
พ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน ๔๐
๑๖๐
รายวชิ าเพิม่ เติม ๘๐
อ๑๓๒๐๓ ภาษาอังกฤษ ๔๐
ส๑๓๒๓๑ หนา ท่ีพลเมือง ๔๐
๑๒๐
กิจกรรมพัฒนาผูเรียน ๔๐
 กิจกรรมแนะแนว
 กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
- ลูกเสอื ๓๐
- ชมุ นุม ๑๐
 กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน ๑๖๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิ่มเวลารู
รวมเวลาเรียน

ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ ๑๕

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑๖๐
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ส๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๘๐
พ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษพื้นฐาน ๔๐
๘๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
ส๑๔๒๓๔ หนา ทพี่ ลเมือง ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ๔๐
 กิจกรรมแนะแนว
 กิจกรรมนักเรียน ๔๐
- ลกู เสือ ๓๐
- ชุมนุม ๑๐
 กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน ๒๐๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิม่ เวลารู
รวมเวลาเรยี น

ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๕ ๑๖

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑๖๐
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ส๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๘๐
พ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษพื้นฐาน ๔๐
๘๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
ส๑๕๒๓๕ หนา ทพี่ ลเมือง ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ๔๐
 กิจกรรมแนะแนว
 กิจกรรมนักเรียน ๔๐
- ลกู เสือ ๓๐
- ชุมนุม ๑๐
 กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน ๒๐๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิม่ เวลารู
รวมเวลาเรยี น

ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ ๑๗

รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชม./ป)
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑๖๐
ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ๑๒๐
ส๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ส๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๘๐
พ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ศ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๘๐
อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษพื้นฐาน ๔๐
๘๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
ส๑๖๒๓๖ หนา ทพี่ ลเมือง ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ๔๐
 กิจกรรมแนะแนว
 กิจกรรมนักเรียน ๔๐
- ลกู เสือ ๓๐
- ชุมนุม ๑๐
 กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน ๒๐๐
๑,๒๐๐ ชม/ป
กิจกรรมเพิม่ เวลารู
รวมเวลาเรยี น

๑๘

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๑

ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรียน
(นก./ชม.) (นก./ชม.)
รายวชิ าพนื้ ฐาน รายวชิ าพืน้ ฐาน
๑๑ ๑๑
ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย (๔๔๐) ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย (๔๔๐)
๑.๕ (๖๐) ค๒๑๑๐๒ ๑.๕ (๖๐)
ค๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร ๑.๕ (๖๐) คณติ ศาสตร ๑.๕ (๖๐)
ว๒๑๑๐๓
ว๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและ ๑.๕ (๖๐) วิทยาศาสตรและ ๑.๕ (๖๐)
เทคโนโลยี เทคโนโลยี
๐.๕ (๒๐) ๐.๕ (๒๐)
ว๒๑๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการ ว๒๑๑๐๔ วิทยาการคำนวณ๑
ออกแบบ๑ ๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)

ส๒๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา ๐.๕ (๒๐) ส๒๑๑๐๓ สงั คมศกึ ษา ศาสนา ๐.๕ (๒๐)
และวัฒนธรรม และวัฒนธรรม
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
ส๒๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร ส๒๑๑๐๔ ประวตั ิศาสตร
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
พ๒๑๑๐๑ สุขศึกษาและ ๐.๕ (๒๐) พ๒๑๑๐๒ สุขศึกษาและ ๐.๕ (๒๐)
พลศึกษา ๑.๕ (๖๐) พลศึกษา ๑.๕ (๖๐)

ศ๒๑๑๐๑ ทศั นศลิ ป ๑๐๐ ศ๒๑๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป ๑๐๐
(๒.๕๐) (๒.๕๐)
ง๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๐.๕ (๒๐) ง๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ ๐.๕ (๒๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
อ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ อ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ
๐.๕ (๒๐) ๐.๕ (๒๐)
รายวชิ าเพิ่มเติม ๐.๕ (๒๐) รายวิชาเพิม่ เตมิ ๐.๕ (๒๐)

ส๒๑๒๓๑ หนาท่พี ลเมือง ส๒๑๒๓๒ หนาที่พลเมอื ง
ง๒๐๒๖๑ ง๒๐๒๖๒
ประดษิ ฐข องใชจาก ประดิษฐข องใชจาก
ว๒๐๒๐๑ เศษวัสด๑ุ ว๒๐๒๐๒ เศษวัสด๒ุ
ค๒๐๒๐๑ ค๒๐๒๐๒
โครงงานพืน้ ฐาน ๑ โครงงานพนื้ ฐาน ๒

คณติ ศาสตรเพิ่มเติม คณติ ศาสตรเพิ่มเตมิ
๑ ๒

กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น ๖๐ กจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น ๖๐
 กิจกรรมแนะแนว ๒๐  กจิ กรรมแนะแนว ๒๐
 กิจกรรมนักเรียน  กจิ กรรมนกั เรยี น
- ลูกเสอื / เนตรนารี ๒๐ - ลูกเสอื / เนตรนารี ๒๐
- ชุมนมุ ๑๕ - ชุมนมุ ๑๕
 กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและ ๕  กจิ กรรมเพื่อสังคมและ ๕

สาธารณประโยชน บูรณาการ สาธารณประโยชน บรู ณาการ
กิจกรรมเพิ่มเวลา ๖๐๐ กิจกรรมเพิม่ เวลา ๖๐๐
รวมเวลาเรยี น รวมเวลาเรยี น

๑๙

ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี ๒

ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรยี น ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรียน
(นก./ชม.) (นก./ชม.)
รายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ าพน้ื ฐาน
๑๑ ๑๑
ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย (๔๔๐) ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย (๔๔๐)
๑.๕ (๖๐) ค๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร ๑.๕ (๖๐)
ค๒๒๑๐๑ คณติ ศาสตร ๑.๕ (๖๐) ว๒๒๑๐๓ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑.๕ (๖๐)
๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)
ว๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
๐.๕ (๒๐) ๐.๕ (๒๐)
ว๒๒๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการออกแบบ ว๒๒๑๐๔ วิทยาการคำนวณ๒
๒ ๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)

ส๒๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และ ๐.๕ (๒๐) ส๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ศาสนา และ ๐.๕ (๒๐)
วัฒนธรรม ๑.๐ (๔๐) วฒั นธรรม ๑.๐ (๔๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
ส๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๐.๕ (๒๐) ส๒๒๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร ๐.๕ (๒๐)
๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)
พ๒๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๒.๕๐ (๑๐๐) พ๒๒๑๐๒ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๒.๕๐ (๑๐๐)
๐.๕ (๒๐) ๐.๕ (๒๐)
ศ๒๒๑๐๑ ทัศนศิลป ๑.๐ (๔๐) ศ๒๒๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป ๑.๐ (๔๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๐ (๔๐)
ง๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ ง๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ

อ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ อ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ

รายวชิ าเพิม่ เตมิ รายวชิ าเพิ่มเตมิ

ส๒๒๒๓๓ หนาทพ่ี ลเมือง ส๒๒๒๓๔ หนาที่พลเมือง

………………. ………………………………………….. ………………. …………………………………………..

………………. ………………………………………….. ………………. …………………………………………..

กิจกรรมพัฒนาผูเ รียน ๖๐ กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น ๖๐
 กจิ กรรมแนะแนว ๒๐  กจิ กรรมแนะแนว ๒๐
 กิจกรรมนักเรยี น  กิจกรรมนักเรียน
๒๐ ๒๐
- ลูกเสอื / เนตรนารี ๑๕ - ลูกเสือ / เนตรนารี ๑๕
- ชมุ นุม ๕ - ชมุ นุม ๕

 กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและ บูรณาการ  กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและ บูรณาการ
สาธารณประโยชน ๖๐๐ สาธารณประโยชน ๖๐๐
กิจกรรมเพมิ่ เวลารู กิจกรรมเพ่ิมเวลารู
รวมเวลาเรียน รวมเวลาเรียน

๒๐

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๓

ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น
(นก./ชม.) (นก./ชม.)
รายวิชาพ้นื ฐาน รายวชิ าพน้ื ฐาน
๑๑ ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๑๑
ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย (๔๔๐) ค๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร (๔๔๐)
๑.๕ (๖๐)
ค๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร ๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)

๑.๕ (๖๐) ๑.๕ (๖๐)

ว๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตรและ ๐.๕ (๒๐) ว๒๓๑๐๓ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ๑.๕ (๖๐)
เทคโนโลยี
๑.๕ (๖๐)
ว๒๓๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการ ว๒๓๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ๓ ๐.๕ (๒๐)
ออกแบบ๓ ๐.๕ (๒๐)
๑.๐ (๔๐) ๑.๕ (๖๐)
ส๒๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา ๑.๐ (๔๐) ส๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา ศาสนา และ
และวฒั นธรรม ๐.๕ (๒๐) วัฒนธรรม ๐.๕ (๒๐)
๑.๕ (๖๐) ๑.๐ (๔๐)
ส๒๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ส๒๓๑๐๔ ประวัตศิ าสตร ๑.๐ (๔๐)
๒.๕ ๐.๕ (๒๐)
พ๒๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและ พลศกึ ษา (๑๐๐) พ๒๓๑๐๒ สขุ ศึกษาและ พลศกึ ษา ๑.๕ (๖๐)
๐.๕ (๒๐)
ศ๒๓๑๐๑ ทัศนศลิ ป ๑.๐ (๔๐) ศ๒๓๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป ๒.๕
๑.๐ (๔๐) (๑๐๐)
ง๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๖๐ ง๒๓๑๐๒ การงานอาชพี ๐.๕ (๒๐)
๒๐ ๑.๐ (๔๐)
อ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ อ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๑.๐ (๔๐)
๒๐ ๖๐
รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๕ รายวิชาเพิ่มเติม ๒๐

ส๒๓๒๓๕ หนา ท่ีพลเมอื ง ส๒๓๒๓๖ หนาท่ีพลเมอื ง ๒๐
บูรณาการ ๑๕
………………. …………………………………… ๖๐๐ ………………. ………………………………………….. ๕

………………. …………………………………… ………………. ………………………………………….. บูรณาการ
๖๐๐
กิจกรรมพฒั นาผูเรียน กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
 กจิ กรรมแนะแนว  กิจกรรมแนะแนว
 กจิ กรรมนักเรยี น  กจิ กรรมนักเรียน
- ลกู เสือ / เนตรนารี - ลกู เสอื / เนตรนารี
- ชมุ นมุ - ชมุ นุม
 กิจกรรมเพอื่ สังคมและ  กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและ

สาธารณประโยชน สาธารณประโยชน
กจิ กรรมเพิม่ เวลารู กิจกรรมเพ่มิ เวลารู
รวมเวลาทง้ั สิ้น รวมเวลาทัง้ สนิ้

๒๑

รายวิชาพนื้ ฐานกลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย

ระดบั ประถมศกึ ษา

รายวิชาพ้นื ฐาน

ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง

ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชัว่ โมง

ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง

ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน

รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ
ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ
ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ
ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ
ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย

รายวิชาเพิม่ เติม -

๒๒

คำอธิบายรายวิชา

ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย

ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง

___________________________________________________________________________

อานออกเสียงคำ คำคลองจอง และขอความสั้นๆ บอกความหมายของคำและขอความที่อาน ตอบ

คำถาม เลาเร่ือง คาดคะเนเหตุการณจากเรือ่ งทีอ่ าน อานหนังสือตามความสนใจ นำเสนอเรื่องที่อาน บอก

ความหมายของเคร่อื งหมาย สญั ลกั ษณทพี่ บเหน็ ในชวี ติ ประจำวนั และมมี ารยาทในการอา น

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนสื่อสารดวยคำและประโยค

งา ยๆและมีมารยาทในการเขียน

ฟงคำแนะนำ คำสั่งงายๆและปฏิบัติตาม ตอบคำถาม เลาเรื่อง จับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น

ความรูสึก จากเรอื่ งทฟ่ี งและดู พูดสอื่ สารไดต ามวัตถุประสงค มมี ารยาทในการฟง การดูและการพูด

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ

เรียบเรียงคำเปน ประโยคงา ยๆ ตอคำคลองจอง

บอกขอคิดที่ไดจากการอานหรือการฟง วรรณกรรมหรือบทรอยกรองสำหรับเด็ก และทองจำบท

อาขยานหรอื บทรอ ยกรองท่สี นใจ

มีความสามารถในการสอื่ สาร การคดิ การแกป ญ หา การใชท กั ษะชวี ติ และใชเ ทคโนโลยี มีความ รกั

ชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซอื่ สตั ยสุจริต มีวินัย ใฝเ รยี นรูอยอู ยางพอเพียง มงุ ม่นั ในการทำงาน รักความเปนไทย มี

จิตสาธารณะ

รหสั ตัวชี้วัด
ท๑.๑ ป๑/๑, ป๑/๒ , ป๑/๓, ป๑/๔, ป๑/๕, ป๑/๖, ป๑/๗,ป๑/๘
ท๒.๑ ป๑/๑, ป๑/๒ , ป๑/๓
ท๓.๑ ป๑/๑, ป๑/๒ , ป๑/๓, ป๑/๔, ป๑/๕
ท๔.๑ ป๑/๑, ป๑/๒ , ป๑/๓, ป๑/๔
ท๕.๑ ป๑/๑, ป๑/๒
รวมท้ังหมด ๒๒ ตัวชีว้ ัด

๒๓

คำอธบิ ายรายวิชา

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย

ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

อานออกเสียงคำ คำคลองจอง ขอความและบทรอยกรองงายๆไดถูกตอง เขาใจความหมายของคำ

และขอความที่อาน ตั้งคำถาม ตอบคำถาม สรุปใจความสำคัญ แสดงความคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณจาก

เรื่องที่อาน อานหนังสือตามความสนใจอยางสม่ำเสมอ นำเสนอเรื่องที่อาน อานขอความเชิงอธิบาย ปฏิบัติ

ตามคำสัง่ และมีมารยาทในการอาน

มีทักษะในการคัดลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องส้ันเกีย่ วกับประสบการณ จินตนาการและ

มีมารยาทในการเขยี น

ฟงคำแนะนำ คำสั่งงายๆและปฏิบัติตาม ตั้งคำถาม ตอบคำถาม เลาเรื่องทั้งที่เปนความรูและความ

บันเทิง บอกสาระสำคัญ พูดแสดงความคิดเห็นและความรูสึกจากเรื่องทีฟ่ งและดู และตรงตามวัตถุประสงค

มมี ารยาทในการฟง การดูและการพูด

บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย สะกดคำและเขาใจความหมายของคำ

เรียบเรียงคำเปนประโยค บอกลักษณะคำคลองจองและเลือกใชภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดเหมาะสม

กบั กาลเทศะ

เขาใจและสามารถสรปุ ขอคิดทีไ่ ดจ ากการอาน การฟง วรรณกรรมสำหรับเดก็ เ พ ื ่ อ น ำ ไ ป ใ ช  ใ น

ชีวิตประจำวัน รองบทรองเลนสำหรับเด็กในทองถิ่น ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มี

คุณคาตามความสนใจ

รหสั ตัวชี้วัด
ท๑.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓, ป๒/๔, ป๒/๕, ป๒/๖, ป๒/๗,ป๒/๘
ท๒.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓, ป๒/๔
ท๓.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓, ป๒/๔, ป๒/๕, ป๒/๖, ป๒/๗
ท๔.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓, ป๒/๔, ป๒/๕
ท๕.๑ ป๒/๑, ป๒/๒ , ป๒/๓
รวมทั้งหมด ๒๗ ตัวชีว้ ดั

๒๔

คำอธิบายรายวชิ า

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย

รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย

ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

อา นออกเสียงคำ ขอความ เร่ืองส้ันๆและบทรอยกรองงายๆไดถกู ตอง คลองแคลว อธิบายความหมาย

ของคำและขอความที่อาน ตั้งคำถาม ตอบคำถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องที่อาน ลำดับเหตุการณ คาดคะเน

เหตุการณโดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อนำไปใชในชีวิตประจำวัน อาน

หนังสือตามความสนใจอยางสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อาน อานขอเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคำสั่ง

หรือขอ แนะนำ อธิบายความหมายขอ มลู จากแผนภาพ แผนที่และแผนภูมิ มมี ารยาทในการอาน

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยายเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไดอยางชัดเจน เขียนบันทึก

ประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน

เลารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและดู ทั้งที่เปนความรูและความบันเทิง บอกสาระสำคัญจากการ

ฟงและการดู ตงั้ คำถามและตอบคำถามเกย่ี วกบั เรื่องท่ีฟงและดู พูดแสดงความคิดเหน็ และความรูสึกจากเร่ือง

ทฟ่ี งและดู

เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ระบชุ นิดและหนา ทข่ี องคำในประโยค ใชพจนานกุ รมคนหา

ความหมายของคำ แตงประโยคงายๆ แตงคำคลองจองและคำขวัญ เลือกใชภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น

ไดเ หมาะสมกบั กาลเทศะ

ระบุขอคิดเหน็ ที่ไดจ ากการอา นวรรณกรรม เพื่อนำไปใชในชีวิตประจำวัน รูจักเพลงกลอมเด็ก เพื่อ

ปลูกฝงความชืน่ ชมวัฒนธรรมทองถิ่น แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั วรรณคดที อี่ า น

รหัสตวั ช้ีวัด
ท๑.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔, ป๓/๕, ป๓/๖, ป๓/๗,ป๓/๘,ป๓/๙
ท๒.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔, ป๓/๕, ป๓/๖
ท๓.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔, ป๓/๕, ป๓/๖
ท๔.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔, ป๓/๕, ป๓/๖
ท๕.๑ ป๓/๑, ป๓/๒ , ป๓/๓, ป๓/๔
รวมท้ังหมด ๓๑ ตัวชี้วัด

๒๕

คำอธบิ ายรายวิชา

ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย

ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตองตามหลักการอาน อธิบายความหมาย ของคำ

ประโยค สำนวน จากเรอื่ งที่อาน อา นเรอ่ื งสั้นตามเวลาที่กำหนดและตอบคำถาม จับใจความสำคัญ คัดลายมือ

ตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนอักษรไทย เขียนสื่อสารโดยใชคำใหถูกตองชัดเจน

และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคดิ เพอ่ื ใชพ ฒั นางานเขยี น เขยี นยอความจากเรื่อง

ส้ัน ๆ เขยี นจดหมายถงึ เพื่อนและบิดามารดา เขยี นบนั ทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาคนควา เรือ่ งราว

จากจินตนาการ มีนิสัยรักการเขียน และมีมารยาทการเขียน สะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบท

ตาง ๆ ระบุชนิดและหนาที่ของคำในประโยค ใชพจนานุกรมคนหาความหมายของคำ แตงประโยคไดถูกตอง

ตามหลักภาษา แตงบทรอยกรอง และ คำขวัญ บอกความหมายของสำนวนที่เปนคำพังเพยและสุภาษิต

เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถนิ่

แยกขอเท็จจริง และขอคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณ โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรูและขอคิด

จากเรื่องที่อานเพือ่ นำไปใชในชีวติ ประจำวัน อานหนังสือที่มีคณุ คาตามความสนใจอยางสม่ำเสมอและแสดง

ความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั เรอื่ งท่ีอาน มีนิสัยรกั การอา นและมีมารยาทในการอาน จำแนกขอเท็จจรงิ และขอคิดเห็น

จากเรื่องที่ไดฟงหรือดูในชีวิตประจำวัน พูดสรุปความ พูดแสดงความรู ความคิดเห็นและความรูสึกจากเรื่องท่ี

ฟงและดู โดยตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล จากเรื่องที่ฟงและดู รายงานเรื่องหรือประเดน็ ที่ศกึ ษา

จากการฟงและดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟง และการพูด ระบุขอคิดจากนิทานพื้นบานหรือนิทาน

คติธรรม อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนำไปใชใน ชีวิตจริง รองเพลงพื้นบาน ทองจำบทอาขยานตามท่ี

กำหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคาตาม ความสนใจ โดยใชกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุป วิเคราะห

ขอมลู จากเรือ่ งและส่อื ตา ง ๆ ท่อี า นฟงและดู

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ

นำไปใช ซ่ือสัตยมีวนิ ัย ใฝเ รียนรู อยอู ยา งพอเพียงมงุ มนั่ ในการทำงาน

รหสั ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖,ป.๔/๗,ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖,ป.๔/๗,ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔,ป.๔/๕,ป.๔/๖,ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวมท้ังหมด ๓๓ ตัวชี้วดั

๒๖

คำอธิบายรายวิชา

ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย

รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

___________________________________________________________________________

อานออกเสยี งบทรอ ยแกว และบทรอยกรองไดถูกตอ ง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและขอความ

ที่เปนการบรรยาย และการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัยจากเรื่องที่อานอยางหลากหลายแยก

ขอเท็จจริง และขอคิดเห็น จากเรื่องที่อานวิเคราะหและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีอานเพื่อนำไปใช

ในการดำเนินชวี ติ คดั ลายมอื ตวั บรรจงครึ่งบรรทัด เขียนสอื่ สารโดยใชถอยคำถูกตอง ชดั เจน เหมาะสม และ

สละสลวย เขียนบรรยาย ประสบการณโ ดยระบสุ าระสำคัญ และรายละเอียดสนบั สนุนเขยี นเรียงความเขียนยอ

ความจากเร่ืองท่ีอาน เขยี นแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อท่ีไดรับ เขยี นจดหมายสวนตัวและจดหมาย

กิจธรุ ะ เขยี นรายงานการศึกษาคนควา และโครงงาน มนี สิ ัยรกั การเขยี น และมีมารยาทในการเขียน บอก

และเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกตแ ละเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ เขียนเรียงความ

เปนประโยคงาย ๆ ตอคำคลองจองงาย ๆ พูดแสดงความรู ความคิดเห็น และความรูสึกจากเรือ่ งทีฟ่ งและดู

ต้ังคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟงและดู วิเคราะหความนาเชือ่ ถือจากเรื่องที่ฟงและดูอยางมี

เหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนามีมารยาทในการฟง

การดู และการพูด

อานงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ขอแนะนำ และปฏิบัติตามอานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจ อยาง

สม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับเร่ืองที่อาน มนี สิ ยั รักการอานและมีมารยาทในการอา นสรุปเรื่องจาก

วรรณคดหี รอื วรรณกรรมท่ีอาน ระบุความรูแ ละขอคิดจากการอา นวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีส่ ามารถนำไปใช

ชีวิตจริง อธิบายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรม ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มี

คณุ คาตามความสนใจ โดยใชกระบวนการคิด ทกั ษะการสอื่ สาร สรุปวเิ คราะหข อมูลจากเรื่องและส่ือตาง ๆ ที่

อา นฟง และดู

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ

นำไปใชในชีวิตประจำวันไดอยางภาคภูมิใจ รักความเปนไทย ชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู

อยอู ยางพอเพียง มงุ มนั่ ทำงานและมจี ิตสาธารณะ

รหัสตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวมท้ังหมด ๓๓ ตัวช้ีวัด

๒๗

คำอธิบายรายวชิ า

ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

อานออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและขอความ

ที่เปนโวหาร อานเรื่องสั้น ๆ อยางหลากหลายโดยจับเวลา แลวถามเกี่ยวกับเรื่องที่อานแยกขอเท็จจริงและ

ขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน อธิบายการนำความรูและความคิดจากเรื่องที่อานไปตัดสินใจแกปญหาในการ

ดำเนินชีวิต อานงานเขียนเชิงอธบิ าย คำสั่ง ขอแนะนำ และปฏิบัติตามอธิบายความหมายของขอมูลจากการ

อา นแผนผงั แผนท่ี แผนภูมิ และกราฟ อา นหนังสือตามความสนใจ และอธบิ ายคุณคาท่ีไดรับ มีมารยาทใน

การอาน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารเขียนแผนภาพโครงเรื่อง เขียน

เรียงความ เขียนยอความ เขียนจดหมายสวนตัว กรอกแบบรายการตาง ๆ เขียนตามจินตนาการ และ มี

มารยาทในการเขยี น

พูดแสดงความรู ความเขาใจ ตง้ั คำถาม ถามตอบเชงิ เหตุผล วเิ คราะหความนา เช่ือถือจากการฟงและ

ดูสื่อโฆษณาอยางมีเหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา

พูดโนมนาวอยางมีเหตุผลและนาเชื่อถือ มีมารยาทในการฟง การดูและการพูด วิเคราะหชนิดและหนาท่ีของคำ

ไดเ หมาะสมกบั กาลเทศะ รวบรวม บอกความหมายของคำ ภาษาตางประเทศ ท่ใี ชใ นภาษาไทย ระบลุ ักษณะ

ของประโยค แตงบทรอยกรอง วิเคราะหเปรียบเทียบสำนวน สุภาษิต คำพังเพย แสดงความคิดเห็นจาก

วรรณคดี วรรณกรรม เลานิทานพื้นบานมาประยุกตใชในชีวิตจริง ทองจำบทอาขยานและบทรอยกรองได

อยางมีคณุ คา

ใชกระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร สรุปวิเคราะหขอมูลจากเรื่องและสื่อตาง ๆ ที่อาน ฟงและดู

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสารถในการแยกแยะ ตัดสินใจนำไปใชใน

ชวี ติ ประจำวันไดอยางภาคภูมิใจ รักความเปน ไทย ชาติ ศาสน กษัตรยิ  ซ่อื สัตยม ีวนิ ยั ใฝเรียนใฝรู อยูอยาง

พอเพยี ง มุงมน่ั ทำงานและมีจติ สาธารณะ

รหัสตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖,ป.๖/๗,ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖,ป.๖/๗,ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔

รวมท้ังหมด ๓๔ ตัวช้ีวัด

๒๘

คำอธิบายรายวชิ า

ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลาเรียน ๖๐ ชัว่ โมง/ ภาคเรียน(จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)

___________________________________________________________________________

อา นออกเสยี งบทรอยแกว ท่เี ปน บทบรรยายและบทรอยกรอง ไดถ ูกตองเหมาะสม กบั เรอ่ื งท่อี าน จับ

ใจความสำคัญจากเรื่องที่อาน ระบุเหตุและผล และขอเท็จจริง กับขอคิดเห็นจากเรื่องที่อานตีความคำยากใน

เอกสารวิชาการโดยพิจารณาจากบริบท ระบุขอสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโนม

นาวใจปฏิบัติตามคูมือแนะนำวิธีการใชงาน ของเครื่องมือหรือเครื่องใชในระดับทีย่ ากขึ้นวิเคราะหคุณคาที่ไดรับ

จากการอานงานเขียนอยางหลากหลาย เพื่อนำไปใชแกปญหาในชีวติ มีนิสัยรักการอานและมีมารยาทในการ

อาน คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใชถอยคำ ถูกตอง ชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย

มีนิสัยรกั การเขียน และมมี ารยาทการเขยี น

พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟงและดู เลาเรื่องยอจากเรื่องที่ฟงและดู พูดแสดงความคิดเห็น

อยา งสรางสรรคเ ก่ยี วกบั เร่ือง ที่ฟงและดูประเมนิ ความนาเชอ่ื ถือของสื่อที่มีเนื้อหาโนมนา วใจพดู รายงานเร่ือง

หรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด

อธิบายลักษณะ ของเสียง ในภาษาไทยสรางคำ ในภาษาไทย วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำในประโยค

วิเคราะหความแตกตางของภาษาพดู และภาษาเขียนแตงบทรอยกรองจำแนก และใชสำนวนท่ีเปนคำพังเพย

และสุภาษิต สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานวิเคราะหวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานพรอมยก

เหตุผลประกอบอธิบายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานสรุปความรูและขอคิดจากการอาน เพื่อ

ประยุกตใชในชีวิตจริงทองจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจโดยใช

กระบวนการคดิ ทักษะการส่ือสาร สรุป วิเคราะหขอมูลจากเรื่องและสื่อตา ง ๆ ท่อี า นฟง และดู

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ

ซื่อสตั ยมีวินยั ใฝเ รียนรู มงุ มนั่ ในการทำงาน

รหัสตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ท ๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๙
ท ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๕
ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒,ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕

รวมท้งั หมด ๒๔ ตวั ชี้วัด

๒๙

คำอธบิ ายรายวิชา

ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย

รายวชิ าพื้นฐาน กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย

ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรียน ๖๐ ชัว่ โมง/ ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนวยกติ )

___________________________________________________________________________

อานออกเสียงบทรอยแกวที่เปนบทบรรยายและบทรอยกรอง ไดถูกตองเหมาะสม กับเรื่องที่อาน จับ

ใจความสำคัญจากเรื่องที่อาน ระบุเหตุและผล และขอเท็จจริง กับขอคิดเห็นจากเรื่องที่อานตีความคำยากใน

เอกสาร วิชาการโดยพิจารณาจากบริบท ระบุขอสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโนม

นาวใจวิเคราะหคุณคาที่ไดรับจากการอานงานเขียนอยางหลากหลาย เพื่อนำไปใชแกปญหาในชีวิตมีนิสัยรัก

การอานและมีมารยาทในการอาน เขียนสื่อสารโดยใชถอยคำ ถูกตอง ชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย

เขียนบรรยาย ประสบการณโ ดยระบสุ าระสำคัญ และรายละเอยี ดสนับสนุน เขียนยอ ความจากเรื่องที่อา นเขียน

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ไดรับ เขียนจดหมายสวนตัวและจดหมายลากิจ เขียนรายงาน

การศกึ ษาคนควา และโครงงาน มีนิสยั รกั การเขียนและมีมารยาทในการเขียน

พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟงและดู เลาเรื่องยอจากเรื่องที่ฟงและดู พูดแสดงความคิดเห็น

อยางสรางสรรคเกีย่ วกบั เร่ือง ทีฟ่ ง และดปู ระเมนิ ความนาเช่ือถือของสอ่ื ทีม่ ีเนอื้ หาโนม นาวใจพูดรายงานเร่ือง

หรือประเด็นท่ีศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด สราง

คำ ในภาษาไทย วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำในประโยคแตงบทรอยกรองจำแนก และใชสำนวนที่เปน

คำพังเพย และสุภาษิต สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานวิเคราะหวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน

พรอมยกเหตุผลประกอบอธิบายคุณคาของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานสรุปความรูและขอคิดจากการอาน

เพื่อประยุกตใชในชีวิตจริงทองจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจโดยใช

กระบวนการคดิ ทักษะการสื่อสาร สรปุ วเิ คราะหขอมูลจากเร่อื งและสือ่ ตาง ๆ ทอ่ี านฟง และดู

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการแยกแยะ ตัดสินใจ

นำไปใช ใฝเรยี นรู อยอู ยา งพอเพียงมงุ มนั่ ในการทำงาน

รหัสตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒
ท ๒.๑ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙
ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙
ท ๔.๑ ม.๑/๔, ม.๑/๖,
ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕
รวมทั้งหมด ๒๓ ตัวช้ีวัด

๓๐

คำอธบิ ายรายวิชา

ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย

ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

อานออกสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอง เหมาะสมกับเรื่องที่อาน จับใจความสำคัญ

สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อาน อภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอโตแยงเกี่ยวกับเรื่องท่ี

อาน วิเคราะหและจำแนกขอเท็จจริงขอมูลสนับสนุน และขอคิดเห็นจากบทความที่อาน ระบุขอสังเกตการ

ชวนเชื่อ การโนมนาว หรือความสมเหตุสมผลของการเขียน อานหนังสือ บทความ หรือคำประพันธอยาง

หลากหลาย และประเมินคุณคา หรือแนวคิดทไี่ ดจากการอาน เพอ่ื นำไปใชแกปญหาในชีวิต มมี ารยาทในการ

อาน คัดลายมือตัวบรรจงคร่ึงบรรทัด เขียนบรรยายและพรรณนา และการเขยี นเรียงความ

สรางคำในภาษาไทย วิเคราะหโครงสรางประโยคสามัญ ประโยครวม และประโยคซอนได แตง

บทรอยกรอง สรุปเนอื้ หาในวรรณคดี และวรรณกรรมที่อา นในระดับทย่ี ากข้นึ วเิ คราะหและวิจารณวรรณคดี

วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถ่นิ ท่อี า นพรอมท้งั ยกเหตุผลประกอบ

อธิบายความมีคุณคาของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อาน สรุปความรูและขอคิดจากการอานไป

ประยุกตใชในชวี ติ จริง ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มคี ุณคาตามความสนใจไดถูกตอง

และถูกวิธี

รหัสตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ ม.๒/๖ ม.๒/๗ ม.๒/๘
ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ม.๒/๓
ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
รวมท้ังหมด ๑๙ ตวั ชีว้ ดั

๓๑

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย

รายวิชาพื้นฐาน กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนวยกติ )

___________________________________________________________________________

เขียนยอความ เขียนรายงานการศกึ ษาคนควา เขียนวิเคราะห วิจารณ และแสดงความรู ความ

คดิ เห็น หรอื โตแยง ในเรื่องทอ่ี า นอยางมเี หตุผล มีมารยาทในการเขียน

พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟงและดูใหถูกตอง วิเคราะหขอเท็จจริง ขอคิดเห็นและความ

นาเชื่อถอื ของขาวสารจากส่ือตา ง ๆ พูดในโอกาสตาง ๆ ไดต รงตามวัตถุประสงค พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็น

ที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด ใชคำราชา

ศัพท รวบรวม และอธิบายความหมายของคำภาษาตางประเทศที่ใชภาษาไทย ทองจำบทอาขยานตามท่ี

กำหนด และบทรอ ยกรองทมี่ คี ุณคา ตามความสนใจ

วเิ คราะหและวิจารณเรื่องท่ีฟง และดูอยางมีเหตผุ ล เพ่ือนำขอคิดมาประยุกตใชใ นการดำเนินชีวิตได

สรุปเนื้อหาในวรรณคดี และวรรณกรรมที่อานในระดับที่ยากขึ้น วิเคราะหและวิจารณวรรณคดี วรรณกรรม

และวรรณกรรมทองถิน่ ที่อา นพรอ มทง้ั ยกเหตุผลประกอบ

อธิบายความมีคุณคาของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อาน สรุปความรูและขอคิดจากการอานไป

ประยุกตใชในชวี ติ จริง ทองจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มคี ุณคาตามความสนใจไดถูกตอ ง

และถกู วธิ ี

รหัสตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ท ๒.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ม.๒/๗, ม.๒/๘
ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ ม.๒/๖
ท ๔.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕
ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕

รวมท้ังหมด ๒๐ ตัวช้ีวัด

๓๒

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอง ระบุความแตกตางของคำที่มีความหมาย

โดยตรงและความหมายโดยนัย ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของขอมูลที่สนับสนุนจากเรื่อง ที่อาน

แลว เขยี นกรอบแนวคดิ ผังความคดิ บันทกึ มารยาทในการอา น คดั ลายมือตัวบรรจงครง่ึ บรรทัด เขียนขอความ

โดยใชถอยคำตามระดับภาษาไดถ ูกตอ ง

แสดงความคิดเห็นและประเมินเรื่องจากการฟงและดู วิเคราะหวิจารณเรื่องที่ฟงและดูเพื่อนำขอคิด

มาประยุกตใชในการดำเนินชีวิต พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคนควาจากการฟง การดูและการ

สนทนา และพดู ในโอกาสตางๆไดตรงตามวัตถุประสงค จำแนกและใชภ าษาตางประเทศท่ใี ชในภาษาไทย ใช

คำทบั ศพั ทแ ละศพั ทบ ัญญัติ อธบิ ายความหมายคำศพั ทท างวิชาการและวิชาชีพ แตง บทรอยกรองได

สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้นวิเคราะหวิถีไทยและ

คุณคาจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานสรุปความรูและขอคิดเห็นจากการอานเพื่อนำไปประยุกตใชในชีวิต

จริงและทองจำพรอมบอกคุณคาบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจและ

นำไปใชอ า งองิ ได

รหสั ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒,ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕, ม.๓/๖,ม.๓/๗, ม.๓/๘,ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๔
ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๔ ม.๓/๕, ม.๓/๖
ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒,ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕

รวมทั้งหมด รวม ๒๒ ตัวชี้วัด

๓๓

คำอธิบายรายวชิ า

ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย

รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย

ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)

___________________________________________________________________________

เขียนยอความ เขียนจดหมายกิจธุระ เขียนวิเคราะห วิจารณและแสดงความรูความคิดเห็น หรือ

โตแยงในเรื่องตางๆได กรอกแบบสมัครงาน พรอมเขียนบรรยายเกี่ยวกับความรูและทักษะของตนเองที่

เหมาะสมกับงาน เขียนชีวประวัตอิ ตั ชีวประวัตโิ ดยเลาเหตุการณขอคิดเห็นและโตแยงอยางมีเหตุผลและเขียน

รายงานการศกึ ษาคน ควาและจดั ทำโครงงานได และมมี ารยาทในการเขียน

วิเคราะห วิจารณ และประเมินเรื่องที่อานโดยใชก ลวิธีการเปรียบเทียบเพือ่ ใหผูอานเขา ใจ ไดดีข้ึน

ประเมินความถูกตองของขอมูลที่ใชในการสนับสนุนในเรื่องทีอ่ าน วิจารณความสมเหตุสมผลการลำดบั ความ

และความเปนไปไดของเร่ือง พูดโนม นาวโดยนำเสนอหลกั ฐานตามลำดับเนอ้ื หาอยา งมีเหตุผลและนา เช่ือถอื มี

มารยาทในการฟง การดู และการพูด วิเคราะหโครงสรา งประโยคซบั ซอนและวเิ คราะหระดับภาษาได

สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทองถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้นวิเคราะหวิถีไทยและ

คุณคาจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อานสรุปความรูและขอคิดเห็นจากการอานเพื่อนำไปประยุกตใชในชีวิต

จริงและทองจำพรอมบอกคุณคาบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคาตามความสนใจและ

นำไปใชอา งองิ ได

รหัสตวั ชี้วัด
ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒,ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕, ม.๓/๖,ม.๓/๗, ม.๓/๘,ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕
ท ๔.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๓,
ม.๕/๑ ม.๓/๒,ม.๓/๓, ม.๓/๔ ม.๓/๕

รวมทั้งหมด ๒๑ ตวั ชีว้ ัด

๓๔

รายวิชาพื้นฐานกลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร

ระดบั ประถมศึกษา

รายวิชาพนื้ ฐาน

ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง

ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง

ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง

ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง

ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน

รายวชิ าพ้ืนฐาน

ค๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต

ค๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต

ค๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว ยกิต

ค๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต

ค๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต

ค๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต

รายวิชาเพม่ิ เติม

ค๒๐๒๐๑ คณติ ศาสตรเพ่ิมเติม ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ

ค๒๐๒๐๒ คณิตศาสตรเ พ่ิมเติม ๒ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว ยกติ

๓๕

คำอธิบายรายวชิ า

ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูค ณิตศาสตร

ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

___________________________________________________________________________

ฝกเขียนและอานตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย แสดงปริมาณของสิ่งของหรือจำนวนนับ การนับ

เพ่มิ ทลี ะ ๑ ทีละ ๒ การนบั ลดทลี ะ ๑ เขียนตวั เลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย

เปรยี บเทยี บและเรยี งลำดับจำนวนนบั บอกหลักและคาของเลขโดดในแตล ะหลัก การใชเ ครื่องหมาย

เทากับไมเทากับมากกวา นอยกวา บวก ลบ และบวกลบระคน บอกความหมายของการบวก การลบ

การใชเครื่องหมายบวก เครื่องหมายลบ การบวกที่ไมมีการทด การลบที่ไมมีการกระจาย การบวกลบ

ระคน วิเคราะหและหาคำตอบของโจทยปญหา การบวก การลบ การบวกลบระคนของจำนวนนับไมเกิน

หน่งึ รอยและศูนย การสรางโจทยปญ หาการบวก การลบ

บอกความยาว น้ำหนกั ปริมาตร ความจุ โดยใชห นวยท่ไี มใชหนวยมาตรฐานการเปรยี บเทียบ

ความยาว (สูงกวา เตี้ยกวา ยาว สั้นกวา ยาวเทากัน สูงเทากัน) เปรียบเทียบน้ำหนัก (หนักกวา เบา

กวา หนกั เทา กัน) ปรมิ าตรและความจุ (มากกวา นอ ยกวา เทา กัน จุดมากกวา จุดนอยกวา จเุ ทา กัน)

วัดความยาว ชั่ง ตวงโดยใชหนวยที่ไมใชหนวยมาตรฐาน บอกชวงเวลาในแตละวัน (กลางวัน

กลางคนื เชา สายเท่ียง บา ย เย็น) จำนวนวันและชือ่ วนั ในสัปดาห

จำแนกรูปสามเหล่ียม รูปสเี่ หลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี รปู สามเหลยี่ ม รูปส่ีเหล่ียม รปู วงกลม รูป

วงรี

บอกจำนวนความสัมพันธในแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ ๑ ทีละ ๒ และลดลงทีละ ๑ และ

ความสัมพนั ธใ นแบบรูปของรูปท่มี ีรปู รา ง ขนาดหรอื สที ี่สัมพันธกนั อยางใดอยางหนึง่

ใชวิธีการที่หลากหลาย ใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาใน

สถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใช

ภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนำเสนอไดอยางถูกตอง

เชื่อมโยงความรูตาง ๆ ในคณิตศาสตรแ ละเช่ือมโยงคณติ ศาสตรก ับศาสตรอ่นื ๆ มีความคดิ ริเร่ิมสรางสรรค

เพื่อใหมีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีจิต

สาธารณะ เพอ่ื ใหเหน็ คุณคา และมเี จตคติทด่ี ีตอคณิตศาสตร

รหสั ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒,ป.๑/๓,ป.๑/๔,ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑

รวมท้ังหมด ๑๐ ตัวช้ีวัด

๓๖

คำอธบิ ายรายวชิ า

ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร

รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูค ณิตศาสตร

ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

___________________________________________________________________________

เขียนและอานตัวเลขฮนิ ดูอารบกิ ตัวเลขไทย แสดงปริมาณของสิ่งของหรือจำนวนนับ,การนับเพิ่มที

ละ ๕ ทีละ ๑๐ และทลี ะ ๑๐๐ การนับลดทลี ะ๒ ทลี ะ ๑๐ ทลี ะ ๑๐๐ จำนวนคู จำนวนคี่ หลักและ

คาของเลขโดดในแตละหลกั การใช ๐ เพอ่ื ยึดตำแหนง ของหลัก ตัวเลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย

เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับ, หลักและคาของเลขโดดในแตละหลัก การใชเครื่องหมาย

เทากบั ไมเ ทา กับมากกวา นอยกวาเรียงลำดับจำนวนไมเ กินหาจำนวน

บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คณู หารระคน ความหมายของการคูณ การใช เครอื่ งหมาย

คูณ การคูณจำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนไมเกินสองหลัก การหาร การใชเครื่องหมาย หาร การหารที่

ตัวหารและผลหารมีหนึ่งหลัก, วิเคราะหและหาคำตอบของโจทยปญหาและโจทยปญหาระคน, การสราง

โจทยปญ หาบวก ลบ คณู หาร จำนวนนับไมเกินหนึง่ พันและศูนย

บอกความยาวเปนเมตร และเซนติเมตร, น้ำหนักเปนกิโลกรัมและขดี , ปริมาตรและความจุเปนลิตร, จำนวนเงินจาก

เงินเหรียญและธนบัตรชนิดตางๆ และคาของเงินเหรียญและธนบัตร,เวลาบนหนาปดนาิกา(ชวง ๕ นาที) เวลาเปน นาิกา

กับนาที (ชวง ๕ นาที) วัน เดือน ป จากปฏิทิน การอานปฏิทิน เดือนและอันดับที่ของเดือน, วัดความยาว (เมตร

เซนติเมตร), ชั่งน้ำหนัก(กิโลกรัม ขีด) เปรียบเทียบความยาว, น้ำหนักในหนวยเดียวกัน, ปริมาณความจุ (ลิตร) ,คาของเงิน

เหรียญและธนบัตร แกปญหาเกี่ยวกับการวัดความยาว การชั่ง การตวง และเงิน แกโจทยปญหาเกี่ยวกับการวัดความยาว

(บวก ลบ) ช่ัง (บวก ลบ) ตวง (บวก ลบ คูณ หาร)เงิน (บวก ลบ หนว ยเปนบาท)

บอกชนิดของรปู เรขาคณติ สองมติ วิ าเปนรปู สามเหลีย่ ม รปู สเ่ี หลย่ี ม รปู วงกลม รปู วงรี ชนิดของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ

วา เปน ทรงสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกลม หรือทรงกระบอก

จำแนกรูปสีเ่ หลี่ยมมุมฉากกับทรงสีเ่ หลี่ยมมมุ ฉาก, รูปวงกลมกับทรงกลม, รูปเรขาคณิตสองมิติกบั รูปเรขาคณติ สาม

มิต,ิ เขียนรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชแบบของรูปเรขาคณติ สามเหลย่ี มรปู ส่ีเหลี่ยม รปู วงกลม และรูปวงรี

บอกจำนวนและความสัมพันธใ นแบบรูปของจำนวนท่เี พมิ่ ขึน้ ทลี ะ ๕ ทีละ ๑๐ ทลี ะ ๑๐๐ และลดลงทีละ ๒ ทีละ

๑๐ ทลี ะ ๑๐๐ รปู และความสมั พันธในแบบรูป ของรปู ท่มี รี ปู ราง ขนาดหรือสที สี่ ัมพนั ธก ันอยางใดอยา งหนงึ่

ใชวิธีการที่หลากหลาย ใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาในสถานการณตางๆ ได

อยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลกั ษณทางคณิตศาสตรในการ

สอ่ื สาร การสือ่ ความหมายและการนำเสนอไดอ ยางถูกตอ ง เชือ่ มโยงความรตู าง ๆ ในคณติ ศาสตรแ ละเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับ

ศาสตรอ ืน่ ๆ มคี วามคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรค

เพ่ือใหม คี วามซ่อื สตั ยส จุ รติ มีระเบียบวินัยมคี วามรอบคอบ ใฝเ รียนรู มุงม่นั ในการทำงาน มจี ติ สาธารณะ และมี

เจตคติทีด่ ตี อ คณิตศาสตร

รหสั ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔, ป.๒/๕,ป.๒/๖,ป.๒/๗,ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔, ป.๒/๕,ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑ รวมทัง้ หมด ๑๖ ตัวชี้วัด

๓๗

คำอธิบายรายวิชา

ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร

รายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูค ณติ ศาสตร

ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

___________________________________________________________________________

เขยี นและอา นตวั เลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทย และตวั หนังสือ แสดงปรมิ าณของส่ิงของหรือจำนวนนับ,

ตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย, การนบั เพ่ิมทลี ะ ๓ ทีละ ๔ ทีละ ๒๕ และทีละ ๕๐ การนบั ลดทลี ะ ๓ ที

ละ ๔ ทลี ะ ๕ ทีละ ๒๕ และทีละ ๕๐

เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับ ไมเกินหนึ่งแสนและศูนย โดยใชเครื่องหมาย เทากับไม

เทากับมากกวานอยกวาหลักและคาของเลขโดดในแตละหลัก การใช ๐ เพื่อยึดตำแหนงของหลัก, การ

เรียงลำดบั จำนวน ไมเ กนิ หาจำนวน

บวก ลบ คูณ หาร และบวก ลบ คูณ หารระคน ของจำนวนนับไมเกินหนึ่งแสนและศูนย,การคูณ

จำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนไมเกินสี่หลัก, การคูณจำนวนสองหลักกับสองหลัก, การหารที่ตัวตั้งไมเกินสี่หลัก

และตัวหารมหี น่งึ หลกั

วิเคราะหและแสดงวิธีหาคำตอบ ของโจทยปญหา บวก ลบ คูณ หาร,โจทยปญหาระคนของการบวก

ลบ คณู หารระคนของจำนวนนับไมเ กินหนึ่งแสนและศูนย, การสรางโจทยปญหา บวก ลบ คณู หาร

วดั ความยาวเปน เมตร และเซนตเิ มตร มลิ ลิเมตร, น้ำหนักเปนกโิ ลกรัมและขดี , ปรมิ าตรและความ

จเุ ปนลิตร มิลลิลติ ร , บอก เวลาบนหนา ปดนากิ า (ชวง ๕ นาที) โดยใชจ ุด

เลือกเครื่องมือวัดความยาว (ไมเมตร ไมบรรทัด สายวัดตัว สายวัดชนิดตลับ , เครื่องชั่ง (เครื่อง

ชั่งสปริง เครื่องชั่งน้ำหนักตัว เครื่องชั่งสองแขน เครื่องชั่งแบบตุมถวง) , เครื่องตวง (ถัง ลิตร ชอนตวง

กระบอกตวง ถวยตวง เครื่องตวงน้ำมันเชอื้ เพลงิ และหยอดเครอ่ื ง

เปรียบเทียบความยาว (เมตร เซนติเมตร), การชั่งน้ำหนัก (กิโลกรัม ขีด) ปริมาณความจุ ของภาชนะ

ในหนวยเดยี วกนั

คาดคะเนความยาว (เมตร เซนติเมตร) , คาดคะเนน้ำหนัก (กิโลกรัม) คาดคะเนปริมาตรของ

ส่ิงของและความจุภาชนะ (ลติ ร)

วัดความยาว (เมตร เซนตเิ มตร มลิ ลิเมตร) การตวง (ลิตร มิลลิลิตร)

บอกความสัมพันธของหนวยการวัดความยาว (มิลลิเมตร กับเซนติเมตร กับเมตร,หนวยการชั่ง

(กโิ ลกรมั กบั ขีด กโิ ลกรมั กับกรมั ), ความสัมพันธข องหนวยเวลา (นาทกี ับช่วั โมง ช่วั โมงกบั วัน วนั กับสัปดาห

วันกบั เดอื น เดือนกับป วันกับป)

อา นและเขียน เวลา(ชวง ๕ นาที ) โดยใชจ ดุ ,จำนวนเงิน,โดยใชจ ดุ , บนั ทึกรายรับรายจาย, บนั ทึก

กิจกรรมหรือเหตุการณที่ระบุเวลา

แกปญ หาและแกโ จทยปญ หา เกี่ยวกบั การวดั ความยาว การช่ัง การตวง เงนิ และเวลา (บวก ลบ)

บอกชนิดของรูปเรขาคณิตสองมิติทีเ่ ปนสว นประกอบของสิ่งของที่มลี ักษณะเปนรูปเรขาคณิตสามมิติ

รูปวงกลม รูปวงรี รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปหาเหลี่ยม รูปหกเหลี่ยม รูปแปดเหลี่ยม, รูปเรขาคณิต

ตา ง ๆ ท่ีอยูในสิ่งแวดลอมรอบตัว

ระบุ รปู เรขาคณิตสองมิติท่ีมแี กนสมมาตรจากรปู ท่กี ำหนดให เขยี น ช่ือจดุ เสน ตรง รงั สี สวนของ

เสนตรง มุม และสัญลักษณ, รูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชแบบของรูปเรขาคณิต,รูปเรขาคณิตสองมิติที่

กำหนดใหใ นแบบตาง ๆ

๓๘

บอกจำนวนและความสัมพันธ ของแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ ๓ ทีละ ๔ ทีละ ๒๕ ทีละ ๕๐
และแบบรูปซ้ำ, แบบรปู ของรปู ที่มีรปู ราง ขนาด หรือสีทสี่ ัมพันธกนั สองลกั ษณะ

รวบรวมและจำแนกขอมูล เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดลอมใกลตัวที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน, อาน
ขอมลู จากแผนภมู ิรูปภาพและแผนภูมแิ ทง อยางงาย

ใชวิธีการที่หลากหลาย ใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรในการแกปญหาใน
สถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใช
ภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนำเสนอไดอยาง ถูกตอง
เช่อื มโยงความรตู า ง ๆ ในคณติ ศาสตรและเชื่อมโยงคณติ ศาสตรก ับศาสตรอ่นื ๆ มีความคดิ ริเริม่ สรางสรรค

เพื่อใหมีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน
มจี ิตสาธารณะ และมีเจตคตทิ ่ดี ตี อคณิตศาสตร

รหสั ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป.๓/๑๑,

ป.๓/๑๒,ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒

รวมท้ังหมด ๒๘ ตัวชี้วัด

๓๙

คำอธบิ ายรายวิชา

ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร

รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร

ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

___________________________________________________________________________

อานและเขยี นตัวเลขฮนิ ดอู ารบิกตัวเลขไทยและตัวหนังสือ แสดงจำนวนหลักและคา ประจำหลักและ

คาของเลขโดดในแตละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำดับ

จำนวน คาประมาณของจำนวนนบั และการใชเ คร่อื งหมาย ≈

อานและเขียนเปรียบเทียบเศษสวน จำนวนคละแสดงปริมาณสิ่งตาง ๆ ตามเศษสวนจำนวนคละที่

กำหนด อานเขียนเปรียบเทียบและลำดับทศนิยมไมเกิน ๓ ตำแหนง ประมาณผลหาคาผลลัพธของการบวก

การลบ การคูณ การหารและประโยคสัญลักษณ ที่แสดงการบวกและการลบของจำนวนนับที่มากกวา

๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แกโจทยป ญ หาการคณู จำนวน ๒ จำนวน ท่ีมผี ลคณู ไมเกิน ๖ หลัก พรอมทัง้ แสดงประโยค

สัญลักษณ การหารที่ตัวตั้งไมเกิน ๖ หลัก ตัวหารไมเกิน ๒ หลัก บวก ลบเศษสวน โจทยปญหาเศษสวน

เศษสวนและจำนวนคละ ที่ตัวสวนตัวหนึ่งเปนพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง บวก ลบ แกโจทยปญหา การบวก

ทศนิยมไมเกิน ๒ ขั้นตอน บอกเปรียบเทียบแกโจทยปญหาเกี่ยวกับเวลา วัดและสราง มุมตามที่กำหนด วัด

ความยาวรอบรูปและหาพ้นื ทีข่ องรปู สี่เหลีย่ มมมุ ฉาก จำแนกชนดิ และชอื่ มุมประกอบของมุม สรา งสเ่ี หลยี่ มมุม

ฉากตามท่กี ำหนด อานแผนภูมิแทงและการอานตารางสองทาง

จัดประสบการณห รอื สรา งสถานการณใกลตวั ใหผูเ รยี นไดศึกษาคนควา โดยปฏบิ ตั ิจริง สรปุ รายงาน

เพื่อพัฒนาผูเรียนใหใชวิธีการที่หลากหลายแกปญหา ใชความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและ

เทคโนโลยใี นการแกป ญหาในสถานการณต างๆไดอยางเหมาะสมใหเหตุผลประกอบการตดั สนิ ใจและสรุปผลได

อยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสารการสื่อความหมายและการนำเสนอได
อยางถูกตองและเหมาะสม เชื่อมโยงความรูตางๆในคณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกบั ศาสตรอื่นๆและ

มีความคดิ ริเริม่ สรางสรรค

เพื่อใหมีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีจิต
สาธารณะ และมีเจตคตทิ ดี่ ีตอคณติ ศาสตร

รหสั ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙,

ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓,
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑

รวมทั้งหมด ๒๒ ตวั ช้วี ดั

๔๐

คำอธบิ ายรายวิชา

ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร

รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร

ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

___________________________________________________________________________

บอกหลัก คาประจำหลัก และคาของเลขโดดในแตละหลักของจำนวนนับและทศนิยม ไมเกินสอง

ตำแหนง

เขียนและอานเศษสวนจำนวนคละและทศนิยมไมเกินสองตำแหนงเศษสวนแทเศษเกินเศษสวนที่

เทากับจำนวนนับ เขียนจำนวนนับในรูปเศษสวน เขียนเศษเกินในรูปจำนวนคละและเขียนจำนวนคละในรปู

เศษเกนิ เขียนเศษสว นท่เี ทา กันเศษสว นอยา งต่าํ เขียนทศนิยมในรปู กระจาย เขยี นเศษสว นในรปู ทศนิยมและ

รอยละเขียนรอยละในรูปเศษสวนและทศนิยมเขียนทศนิยมในรูปเศษสวนและรอยละ เขียนเศษสวนที่ตัวสว น

เปน ตวั ประกอบของ ๑๐ และ๑๐๐ในรูปทศนิยมและรอ ยละ

บวกลบคูณหารและบวกลบคูณหารระคนของเศษสวนคูณเศษสวนกับเศษสวน หารเศษสวนดวย

จำนวนนับหารจำนวนนับดวยเศษสวน และหารเศษสวนดว ยเศษสว น

บวกลบคณู หารและบวกลบคณู หารระคนของทศนิยมทคี่ ำตอบเปน ทศนยิ มไมเ กนิ สองตำแหนง บวก

และลบทศนิยมไมเกิน ๓ ตำแหนงคูณทศนิยมไมเกิน ๓ ตำแหนงกับจำนวนนับและคูณทศนิยมไมเกิน ๓

ตำแหนง ไมเกิน ๒ ข้ันตอน

วิเคราะหและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาและโจทยปญหาระคนของจำนวนนับเศษสวน

ทศนิยมและรอยละ การบวก การลบ การคูณ การหารและการบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับโจทย

ปญหาที่ใชบัญญัติไตรยางคโจทยปญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม โจทยปญหารอยละใน

สถานการณต า งๆรวมถงึ โจทยปญหารอ ยละ

หาคา ประมาณใกลเคียงจำนวนเต็มสบิ เต็มรอ ยและเตม็ พนั ของจำนวนนับและนำไปใชได

เขยี นแสดงวธิ หี าคำตอบโดยใชสมบตั กิ ารสลบั ท่กี ารเปลย่ี นหมู และสมบัตกิ ารแจกแจงในการคิดคำนวณ

บอกความสัมพันธของหนวยการวัดปริมาตรหรือความจุ หาความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมรูป

สามเหลี่ยมหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและรูปสามเหลี่ยม วัดขนาดของมุม หาปริมาตรหรือความจุของ

ทรงสเี่ หลี่ยมมมุ ฉาก แกป ญหาเกีย่ วกับพื้นที่ความยาวรอบรปู ของรูปส่เี หลี่ยมมุมฉากและรปู สามเหลยี่ ม

บอกลักษณะและจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตางๆ เชนทรงกลม ทรงกระบอก กรวยปริซึม

พีระมิด บอกความสัมพันธและจำแนกรูปสี่เหลี่ยมชนิดตางๆรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปสี่เหลี่ยมผืนผารูปสี่เหลี่ยม

ขนมเปยกปูน รูปสี่เหลี่ยมดานขนาน รูปสี่เหลี่ยมคางหมู รูปสี่เหลี่ยม รูปวาว บอกสวนประกอบและ

ความสัมพันธของรูปสามเหลี่ยมและจำแนกรปู สามเหลีย่ มชนิดตางๆ เชน รูปสามเหลี่ยมแบงตามลักษณะของ

ดานรูปสามเหลย่ี มแบงตามลกั ษณะของมุมสว นประกอบของรูปสามเหลย่ี มมุมภายในของรปู สามเหลี่ยม

สรางมมุ โดยใชโ พรแทรกเตอรส รางรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก รูปสามเหลย่ี มและรูปวงกลม สรางเสนขนาน

โดยใชไ มฉาก

บอกจำนวนและความสมั พันธในแบบรูปของจำนวนนับ เศษสวนและทศนยิ มทีก่ าํ หนดให

เขียนแผนภมู แิ ทง ทม่ี ีการยนระยะของเสนแสดงจำนวนการเก็บรวบรวมขอมูลและ การจำแนกขอมูล

อานขอ มูลจากแผนภูมิแทง เปรียบเทียบ

จัดประสบการณห รือสรา งสถานการณใ กลต วั ใหผ ูเ รยี นไดศ กึ ษาคนควา โดยปฏบิ ตั ิจริง สรปุ รายงาน

เพื่อพัฒนาผูเรียนใหใชวิธีการที่หลากหลายแกปญหา ใชความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและ

๔๑

เทคโนโลยีในการแกป ญหาในสถานการณต างๆไดอยา งเหมาะสมใหเ หตุผลประกอบการตัดสนิ ใจและสรุปผลได
อยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนำเสนอได
อยางถกู ตองและเหมาะสม เช่ือมโยงความรตู างๆในคณติ ศาสตรและเช่ือมโยงคณิตศาสตรกบั ศาสตรอ่ืนๆและ
มีความคดิ ริเริ่มสรางสรรค

เพื่อใหมีความซื่อสัตยสุจริต มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีจิต
สาธารณะ และมเี จตคตทิ ีด่ ตี อคณติ ศาสตร

รหสั ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

รวมทั้งหมด ๑๙ ตวั ช้วี ัด

๔๒

คำอธบิ ายรายวิชา

ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร

รายวชิ าพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร

ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

___________________________________________________________________________

เปรียบเทียบเรียงลำดับเศษสวนและจำนวนคละ เขียนอัตราสวนแสดงการเปรียบเทียบปริมาณ ๒

ปริมาณ จากขอความหรือสถานการณ โดยแตละปริมาณเปนจำนวนนับ หาอัตราสวนที่เทากับอัตราสวนที่

กำหนดให หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจำนวนนับไมเกิน ๓ จำนวน และแสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย

ปญหา โดยใช ห.ร.ม. และ ค.ร.น. บวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว นและจำนวนคละ แสดงวิธหี าคำตอบของ

โจทยปญหาการบวก ลบ คูณ หาร ทศนิยม อัตราสวนรอยละ ๒-๓ ขั้นตอน แสดงวิธีคิดและหาคำตอบของ

โจทยปญหาและรูปแบบ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาเกี่ยวกับปริมาตราของรูปเรขาคณิตสามมิติที่

ประกอบดวยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมและพื้นที่ของวงกลม

จำแนกและสรางรูปสามเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัตขิ องรูป บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตาง

ๆ จากรูปคล่ี และระบรุ ปู คล่ีของรปู เรขาคณิต สามมิติใชข อมลู แผนภูมริ ปู วงกลมหาคำตอบโจทยปญ หา

จดั ประสบการณหรอื สรา งสถานการณใ กลต ัวใหผเู รียนไดศ ึกษาคนควา โดยปฏิบัตจิ ริง สรุป รายงาน
เพื่อพัฒนาผูเรียนใหใชวิธีการที่หลากหลายแกปญหา ใชความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรและ
เทคโนโลยใี นการแกปญหาในสถานการณตางๆไดอยางเหมาะสมใหเ หตุผลประกอบการตดั สนิ ใจและสรุปผลได
อยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสารการสื่อความหมายและการนำเสนอได
อยางถกู ตองและเหมาะสม เชื่อมโยงความรตู างๆในคณิตศาสตรและเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอ่ืนๆและ
มคี วามคิดริเรม่ิ สรา งสรรค

เพ่อื ใหมีความซื่อสัตยส ุจริต มีระเบียบวนิ ยั มีความรอบคอบ ใฝเ รยี นรู มงุ มั่นในการทำงาน มจี ิต
สาธารณะ และมเี จตคติท่ดี ีตอคณิตศาสตร

รหสั ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑, ป.๖/
๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวมท้ังหมด ๒๑ ตัวชี้วดั

๔๓

คำอธบิ ายรายวชิ า
ค ๒๑๑๐๑ คณติ ศาสตร

รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร

ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๖๐ ช่ัวโมง / ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนวยกติ )

___________________________________________________________________________

ศึกษาการเปรียบเทียบจำนวนเต็ม จำนวนตรงขามและคาสัมบูรณ การบวก การลบ การคูณ และการ
หารจำนวนเต็ม สมบัติของจำนวนเต็ม การเรียนรูเกี่ยวกับจำนวนเต็มในชีวิตจริง เศษสวน การเปรียบเทียบ
เศษสวน การบวก การลบ การคณู การหารเศษสว น และการนำความรเู กย่ี วกบั เศษสว นไปใชในชีวิตจรงิ ทศนิยม
คาประจำหลักของทศนิยม การเปรยี บเทยี บทศนิยม การบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม (ไมรวมผลลพั ธที่
เปนทศนิยมซ้ำ) ความสัมพันธของเศษสวนกับทศนิยม การนำความรูเกี่ยวกับทศนิยมไปใชในชีวิตจริง และจำนวน
ตรรกยะและสมบัติของจำนวนตรรกยะ การเขียนเลขยกกำลังที่มีเลขช้ีกำลังเปนจำนวนเต็มบวก การคูณและการหาร
เลขยกกำลัง เมอ่ื เลขชี้กำลังเปนจำนวนเต็มบวก การเขียนจำนวนในรูปสัญกรณวิทยาศาสตรแ ละการนำความรู
เกี่ยวกับเลขยกกำลังไปใชในชีวิตจริง หนาตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ การอธิบายภาพสองมิติที่ไดจากการ
มองดานหนา ดานขาง และดานบนของรูปเรขาสามมิติ และรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก
แบบรูปและความสัมพนั ธ คำตอบของสมการเชิงเสนตัวแปรเดียว สมบัติของการเทากัน การแกสมการเชิงเสน
ตัวแปรเดยี ว และการนำความรูเกยี่ วกบั สมการเชิงเสนตวั แปรเดียวไปใชในชีวิตจริง

โดยจัดประสบการณหรือสรา งสถานการณใหผเู รยี นไดศึกษาคน ควา โดยการปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป
รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ แกปญหา การใหเ หตุผล และนำความรู ความคดิ
ทักษะกระบวนการท่ีไดไปใชใ นชวี ิตประจำวันอยางสรา งสรรค

เพ่อื ใหเ ห็นคุณคาและมีเจตคติท่ีดีตอ คณติ ศาสตร สามารถทำงานไดอยา งเปนระบบ มีระเบียบ มีความ
รับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคิดรเิ ริ่มสรางสรรคแ ละมีความเชือ่ มั่นในตนเอง

รหสั ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒
ค ๑.๓ ม.๑/๑
ค ๒.๒ ม.๑/๒

รวมทั้งหมด ๔ ตัวช้ีวัด

๔๔

คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร

รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๖๐ ช่ัวโมง / ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

ศึกษาอัตราสวน อัตราสวนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน สัดสวน การนำความรูเกี่ยวกับอัตราสวน
สัดสวน และรอยละไปใชในชีวิตจริง การสรางพื้นฐานทางเรขาคณิต การสรางเกี่ยวกับสวนของเสนตรง การ
สรางเกี่ยวกับมุม การสรางเกี่ยวกับเสนตั้งฉาก การสรางรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชการสรางพื้นฐานทาง
เรขาคณิต การสรางมุมที่มีขนาดตาง ๆ และการสรางเสนขนาน คูอันดับและกราฟของคูอันดับ กราฟของ
ความสัมพันธเชิงเสน สมการเชิงเสนสองตัวแปร และการนำความรูเกี่ยวกับกราฟของความสัมพันธเชิงเสนไป
ใชในชีวิตจริง การตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมขอมูล การนำเสนอและการแปรความหมายขอมูลและ
การนำความรเู ก่ยี วกับสถติ ิไปใชใ นชวี ติ จริง

โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ แกปญหา การใหเหตุผล และนำความรู ความคิด
ทักษะกระบวนการทีไ่ ดไ ปใชในชวี ติ ประจำวนั อยางสรา งสรรค

เพอื่ ใหเ ห็นคุณคา และมเี จตคติท่ีดีตอคณติ ศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปน ระบบ มีระเบียบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคดิ ริเริ่มสรา งสรรคแ ละมคี วามเช่อื ม่นั ในตนเอง

รหัสตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ม.๑/๓
ค ๑.๓ ม.๑/๒ ม.๑/๓
ค ๒.๒ ม.๑/๑
ค ๓.๑ ม.๑/๑

รวมท้ังหมด ๕ ตัวช้ีวดั

๔๕

คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร

รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรยี น ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)

___________________________________________________________________________

ศกึ ษาความรูเกย่ี วกบั เร่ือง เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลงั เปนจำนวนเต็ม การนำความรูเก่ียวกับ
เลขยกกำลงั ไปใชในการแกปญหา จำนวนจริง จำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ รากทส่ี องและรากที่สาม
ของจำนวนตรรกยะ การนำความรูเกี่ยวกับจำนวนจริงไปใช พหุนาม การบวก การลบ และการคูณของ
พหุนาม การหารพหุนามดวยเอกนามกเปนพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง โดยใช
สมบัติการแจกแจง กำลังสองสมบูรณ ผลตางกำลังสอง การหาพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก การ
นำความรูเกี่ยวกับพื้นที่ผิวของปริซึม และทรงกระบอกไปใชในการแกปญหา การหาปริมาตรของปริซึม
และทรงกระบอก การนำความรูเกย่ี วกับปรมิ าตรของปริซึมและทรงกระบอกไปใชในการแกปญหา

โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ แกปญหา การใหเหตุผล และนำความรู ความคิด
ทกั ษะกระบวนการทไ่ี ดไ ปใชในชวี ติ ประจำวันอยา งสรางสรรค

เพ่อื ใหเ หน็ คณุ คา และมีเจตคตทิ ่ีดีตอคณติ ศาสตร สามารถทำงานไดอ ยางเปน ระบบ มรี ะเบยี บ มคี วาม
รบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคดิ ริเรม่ิ สรางสรรคแ ละมีความเช่ือม่นั ในตนเอง

รหสั ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ค ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ค ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒

รวมทั้งหมด ๖ ตัวช้ีวัด


Click to View FlipBook Version