๙๗
คำอธิบายรายวิชา
ส๑๑๒๓๑ หนา ท่ีพลเมือง
รายวชิ าเพ่ิมเติม กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ปฏิบัติตนเปนผูมมี ารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การรับประทานอาหาร การทักทายดวย
วาจาและยิ้ม แสดงออกถึงความกตัญูกตเวทีตอพอแมและญาติผูใหญ เห็นความสำคญั ของภาษาไทย ปฏิบัติ
ตนเปน ผมู ีวนิ ยั ในตนเองในเรื่องความซอ่ื สัตยส ุจรติ ขยันหม่นั เพียร อดทน ใฝหาความรู ตง้ั ใจปฏิบัตหิ นา ที่ และ
ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ปฏิบัติตนตามขอตกลง กติกา และหนาที่ที่ตองปฏิบัติในหองเรียน
ในเรื่องการรักษาความสะอาด การรักษาของใชรวมกัน และการสงงาน ปฏิบัติตนตามบทบาทหนาที่ในฐานะ
สมาชิกที่ดีของครอบครัวและหองเรียนในเรื่องการเชื่อฟงคำสั่งสอนของพอแม ญาติผูใหญและครู ปฏิบัติตน
เปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหาความรู ตั้งใจปฏิบัติหนาที่ และ
ยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทำของตนเอง
เขารวมกจิ กรรมเกยี่ วกับชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษตั ริย ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทใน
เรอ่ื งการออมและการประหยดั หลกั การทรงงาน ในเร่ืองการประหยดั ความเรียบงา ย ไดประโยชนสูงสุด ความ
ซื่อสัตยสุจริตและจริงใจตอกัน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเปนผูมีวนิ ัยในตนเองในเรื่อง
ความซ่อื สัตยส จุ ริต ขยนั หม่ันเพยี ร อดทน ใฝหาความรู ตัง้ ใจปฏิบตั หิ นาท่ี และยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทำ
ของตนเอง ยอมรับความเหมือนและความแตกตางของตนเองและผูอื่นในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ
ความพกิ าร ความสามารถ ถนิ่ กำเนดิ ฯลฯ ยกตัวอยางความขัดแยงในหองเรียนในกรณีความคิดเห็นไมตรงกัน
การละเมิดสิทธิของผูอื่น และเสนอวิธีการแกปญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความ
ซื่อสัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใชก ระบวนการคดิ กระบวนการกลมุ
กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ และกระบวนการแกปญ หา
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไวซึ่งความเปนไทย แสดงออกถึงความรัก
ชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูรวมกับผูอื่นอยาง
สนั ติ สามารถจัดการความขดั แยง ดวยสนั ตวิ ิธี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู
๑. ปฏบิ ัตติ นเปน ผมู มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ูกตเวทีตอ บคุ คลในครอบครวั
๓. เหน็ ความสำคญั ของภาษาไทย
๔. เขารวมกิจกรรมเกยี่ วกบั ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตรยิ
๕. ปฏบิ ตั ติ นตามพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏบิ ตั ิตนตามขอตกลง กตกิ า และหนาทท่ี ี่ตอ งปฏิบตั ิในหอ งเรียน
๗. ปฏิบัตติ นตามบทบาทหนาทใี่ นฐานะสมาชิกท่ดี ีของครอบครวั และหอ งเรยี น
๘. ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตา งของตนเองและผอู ่ืน
๙. ยกตวั อยางความขดั แยง ในหอ งเรียนและเสนอวธิ กี ารแกปญหาโดยสันติวิธี
๑๐. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผูมีวินยั ในตนเอง
๙๘
รายวชิ าเพม่ิ เติม คำอธิบายรายวชิ า
ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๒ ส๑๒๒๓๒ หนาท่พี ลเมอื ง
กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชั่วโมง
ปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทย ในเรื่องการพูดดวยถอยคำไพเราะและการมีกิริยาสุภาพออนนอม
แสดงออกถงึ ความกตัญูกตเวทตี อบุคคลในโรงเรยี น เห็นประโยชนของการแตงกายดว ยผาไทย ปฏิบตั ติ นเปน
ผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหาความรู ตั้งใจปฏิบัติหนาที่ และ
ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ปฏิบัติตนตามกฎ ระเบียบ และหนาที่ที่ตองปฏิบัติในโรงเรียน ใน
เรื่องการแตงกาย การเขา แถว การดแู ลพ้นื ทท่ี ี่ไดร ับมอบหมาย ปฏิบัติตนตามบทบาทหนาท่ใี นฐานะสมาชิกที่ดี
ของหองเรียนและโรงเรียน ในเรื่องการเปนผูนำและการเปนสมาชิกท่ีดี หนาที่และความรับผิดชอบ ปฏิบัติตน
เปนผูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝหาความรู ตั้งใจปฏิบัติหนาที่ และ
ยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
เขารวมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท
ในเรื่องความขยันและความอดทน หลักการทรงงาน ในเรื่องการพึ่งตนเองและรู รัก สามัคคี และหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏิบตั ิตนเปนผมู ีวินยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซอื่ สัตยสุจริต ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝหา
ความรู ตั้งใจปฏิบัติหนาที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ยอมรับความเหมือนและความ
แตกตางของตนเองและผูอื่น ในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ สุขภาพ
ความพิการ ความสามารถ ถิ่นกำเนิด ฯลฯ ยกตัวอยางความขัดแยงในโรงเรียน ในกรณีหนาที่และความ
รับผิดชอบ และการใชของสวนรวม และเสนอวิธีการแกปญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง ใน
เรื่องความซื่อสัตยสุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใชกระบวนการคิด
กระบวนการกลมุ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ และกระบวนการแกปญ หา
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไวซึ่งความเปนไทย แสดงออกถึงความรัก
ชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยูรวมกับผูอื่นอยาง
สันติ สามารถจดั การความขดั แยงดวยสนั ตวิ ิธี และมีวนิ ัยในตนเอง
ผลการเรยี นรู
๑. ปฏิบตั ิตนเปนผูม ีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความกตญั ูกตเวทีตอ บคุ คลในโรงเรียน
๓. เหน็ ประโยชนข องการแตงกายดว ยผา ไทย
๔. เขารวมกจิ กรรมเกี่ยวกบั ชาติ ศาสนา และสถาบนั พระมหากษตั ริย
๕. ปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นตามกฎ ระเบยี บ และหนาท่ีทตี่ อ งปฏิบัติในโรงเรยี น
๗. ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหนาท่ีในฐานะสมาชกิ ท่ดี ขี องหอ งเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตา งของตนเองและผูอ ่ืน
๙. ยกตวั อยางความขดั แยง ในโรงเรยี นและเสนอวธิ ีการแกปญ หาโดยสันติวธิ ี
๑๐. ปฏิบตั ติ นเปนผูมีวินัยในตนเอง
๙๙
คำอธิบายรายวชิ า
ส๑๓๒๓๓ หนา ทพี่ ลเมอื ง
รายวิชาเพ่มิ เติม กลุม สาระการเรยี นรูส ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทยในเรื่องการตอนรับผูมาเยือนและการปฏิบัติตนตามกาลเทศะแสดงออก
ถึงความกตัญูกตเวทีตอบุคคลในชุมชนเห็นคุณคาของภูมปิ ญญาทองถิ่นในเรื่องตางๆปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยใน
ตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนและยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ปฏิบัติ
ตนตามขอตกลงกติกากฎระเบียบและหนาที่ที่ตองปฏิบัติในหองเรียนและโรงเรียนในเรื่องการใชและการดูแล
รักษาสิ่งของเครื่องใชและสถานที่ของสวนรวมปฏิบัติตนตามบทบาทหนาที่ในฐานะสมาชิกที่ดีของหองเรียน
และโรงเรียนในเรื่องการใชสิทธิและหนาที่และการใชเสรีภาพอยางรับผิดชอบมีสวนรวมในกิจกรรมตางๆของ
หองเรียนและโรงเรียนปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหา
ความรตู ง้ั ใจปฏิบัติหนา ท่แี ละยอมรับผลทีเ่ กิดจากการกระทำของตนเอง
เขารวมกิจกรรมเกี่ยวกับชาติศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริยปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทใน
เรื่องความซื่อสัตยและความเสียสละหลักการทรงงานในเรื่องการมีสวนรวมและความเพียรและหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหา
ความรูตั้งใจปฏิบัติหนาที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ยอมรับความเหมือนและความ
แตกตางระหวางบุคคลในเรือ่ งเชือ้ ชาติภาษาเพศสุขภาพความพิการความสามารถถิ่นกำเนิดสถานะของบุคคล
ฯลฯอยูรว มกับผอู ืน่ อยา งสันติและพ่งึ พาซงึ่ กันและกนั ดวยการไมรังแกไมทำรายไมลอเลยี นชวยเหลือซ่ึงกันและ
กันและแบงปนยกตัวอยางความขัดแยงในชุมชนในกรณีการใชสาธารณสมบัติและการรักษาสิ่งแวดลอมและ
เสนอวธิ ีการปญหาโดยสันติวิธีปฏิบัตติ นเปน ผูมวี นิ ยั ในตนเองในเร่ืองความซือ่ สัตยส ุจริตอดทนและยอมรับผลท่ี
เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใชกระบวนการคิดกระบวนการกลุมกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญ
สถานการณแ ละกระบวนการแกปญหา
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจและรักษาไวซึ่งความเปนไทยแสดงออกถึงความรัก
ชาติยึดมั่นในศาสนาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธปิ ไตยอยูรวมกับผูอื่นอยา งสันติ
สามารถจดั การความขดั แยงดว ยสนั ติวิธีและมีวนิ ยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู
๑. ปฏบิ ัติตนเปนผูมีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตญั ูกตเวทีตอ บุคคลในชุมชน
๓. เห็นคณุ คาของภูมิปญญาทองถน่ิ
๔. เขารวมกจิ กรรมเกย่ี วกบั ชาตศิ าสนาและสถาบันพระมหากษัตรยิ
๕. ปฏบิ ัติตนตามพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏิบัตติ นตามขอ ตกลงกติกากฎระเบียบและหนาท่ีทีต่ องปฏบิ ตั ิในหอ งเรียนและโรงเรียน
๗. ปฏิบตั ติ นตามบทบาทหนาที่และมีสวนรว มในกจิ กรรมตางๆของหองเรียนและโรงเรยี น
๘. ยอมรับและอยูรว มกบั ผูอื่นอยา งสันติ
๙. ยกตัวอยางความขัดแยงในชุมชนและเสนอวธิ ีการแกปญหาโดยสันตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏิบตั ิตนเปนผูม วี ินัยในตนเอง
๑๐๐
คำอธิบายรายวชิ า
ส๑๔๒๓๔ หนา ทพี่ ลเมือง
รายวชิ าเพม่ิ เติม กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
เห็นคุณคาและปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทยในพิธีการตางๆในเรื่องการกลาวคำตอนรับการแนะนำ
ตัวเองและแนะนำสถานที่แสดงออกถึงความกตัญูกตเวทีตอผูทำประโยชนในสังคมมีสวนรวมใน
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในทองถ่ินปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตอดทนและ
ยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทำของตนเอง เหน็ ความสำคัญและแสดงออกถึงความรักชาติยึดม่นั ในศาสนาและ
เทดิ ทูนสถาบันพระมหากษัตริยใ นเรื่องการใชสนิ คาไทยดูแลรักษาโบราณสถานโบราณวัตถุและสาธารณสมบัติ
ปฏบิ ัตติ นเปนศาสนกิ ชนท่ีดปี ฏบิ ัติตนตามพระราชจริยวตั รและพระจรยิ วตั รปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทใน
เรื่องการมวี ินยั และการขมใจหลักการทรงงานในเรือ่ งประโยชนส วนรวมและพออยูพอกนิ และหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเร่ืองความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหาความรู
ตง้ั ใจปฏบิ ตั หิ นา ทีแ่ ละยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
มีสวนรวมในการสรางและปฏิบัติตามขอตกลงกติกาของหองเรียนในเรื่องการรักษาความสะอาดการ
รักษาของใชรวมกันและการสงงานโดยใชกระบวนการมีสวนรวมในการสรางขอตกลงกติกาดวยหลักเหตุผล
และยึดถือประโยชนสวนรวมปฏิบัติตนตามบทบาทหนาที่ของการเปนสมาชิกที่ดีของครอบครัวและหองเรียน
ในเรื่องการเปนผูนำและการเปนสมาชิกที่ดีการมีเหตุผลยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่นและการปฏิบัติตาม
เสียงขางมากและยอมรับเสียงขางนอยมีสว นรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของครอบครัวและ
หองเรียนปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหาความรูตั้งใจ
ปฏิบัติหนาที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ยอมรับความเหมือนและความแตกตางระหวาง
บุคคลในเรื่องเชื้อชาติภาษาเพศสุขภาพความพิการความสามารถถิ่นกำเนิดสถานะของบุคคลฯลฯอยูรวมกับ
ผูอื่นอยางสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกันในเรื่องการไมรังแกไมทำรายไมลอเลียนชวยเหลือซึ่งกันและกันและ
แบงปนวิเคราะหปญหาความขัดแยงในทองถิ่นในกรณีการใชสาธารณสมบัติและการรักษาสิ่งแวดลอมและ
เสนอแนวทางการแกปญหาโดยสันติวิธีปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตอดทนและ
ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใชกระบวนการคิดกระบวนการกลุมกระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเผชิญสถานการณและกระบวนการแกปญ หา
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจและรักษาไวซึ่งความเปนไทยแสดงออกถึงความรัก
ชาติยึดมั่นในศาสนาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยดำเนินชีวิตตามวถิ ีประชาธิปไตยอยูรวมกับผูอื่นอยา งสันติ
สามารถจดั การความขดั แยง ดวยสนั ติวธิ ีและมีวินัยในตนเอง
ผลการเรยี นรู
๑. เห็นคุณคาและปฏบิ ัติตนเปน ผูม มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตัญูกตเวทีตอผูทำประโยชนใ นสงั คม
๓. มสี ว นรว มในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
๔. เหน็ ความสำคัญและแสดงออกถึงความรกั ชาตยิ ดึ ม่นั ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ
๕. ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. มีสว นรวมในการสรางและปฏบิ ัตติ ามขอตกลงกติกาของหอ งเรียน
๗. ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา ที่มสี วนรว มและรับผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกิจกรรมของครอบครวั และ
หองเรยี น
๑๐๑
๘. ยอมรบั และอยูร ว มกับผอู ่ืนอยา งสันตแิ ละพึง่ พาซ่ึงกันและกนั
๙. วิเคราะหปญ หาความขดั แยงในทอ งถิน่ และเสนอแนวทางการแกปญหาโดยสันตวิ ธิ ี
๑๐. ปฏบิ ตั ติ นเปนผมู วี ินยั ในตนเอง
๑๐๒
คำอธบิ ายรายวิชา
ส๑๕๒๓๕ หนาที่พลเมอื ง
รายวชิ าเพม่ิ เติม กลมุ สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
เห็นคุณคาและปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทยในการสนทนาการปฏิบัติตนตามกาลเทศะและการ
ตอ นรบั ผมู าเยือนรูคุณคา ใชอยางประหยดั คุมคา และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมมีสวนรวม
ในศิลปวัฒนธรรมไทยปฏบิ ัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตตั้งใจปฏิบัติหนาที่และยอมรับ
ผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง เห็นคุณคาและแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูน
สถาบันพระมหากษัตริยดวยการใชสินคา ไทยดูแลรักษาโบราณสถานโบราณวัตถุและสาธารณสมบัติปฏิบัติตน
เปนศาสนิกชนที่ดีปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตรปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทในเรื่อง
ความเอื้อเฟอ เผือ่ แผและความสามัคคีหลกั การทรงงานในเรื่องการทำตามลำดับข้ันและทำงานอยางมีความสขุ
และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงปฏบิ ตั ติ นเปนผมู ีวินยั ในตนเองในเรื่องความซ่ือสัตยส จุ ริตขยันหมน่ั เพียร
อดทนใฝห าความรตู ั้งใจปฏบิ ัตหิ นาที่และยอมรบั ผลท่เี กิดจากการกระทำของตนเอง
มีสวนรวมในการสรางและปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของโรงเรียนในการรักษาความสะอาดการรักษา
ของใชรวมกันและการดูแลพื้นที่ที่ไดรับมอบหมายโดยใชกระบวนการมีสวนรวมในการสรางกฎระเบียบดวย
หลกั เหตผุ ลและยึดถือประโยชนสว นรวมปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหนาที่ของการเปนสมาชิกท่ีดีของหองเรียนและ
โรงเรียนในเรื่องการยึดถือหลักความจริงความดีงามความถูกตองและหลักเหตุผลการยึดถือประโยชนของ
สวนรวมเปนสำคัญการยึดหลักความเสมอภาคและความยุติธรรมมีสวนรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจใน
กิจกรรมของหองเรียนและโรงเรียนปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียร
อดทนใฝหาความรูตั้งใจปฏิบัติหนาทีแ่ ละยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ยอมรับความหลากหลาย
ทางสังคมวัฒนธรรมในทองถิ่นในเรื่องวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาและสิ่งแวดลอมอยูรวมกับผูอื่นอยางสันติและ
พึ่งพากันดวยการเคารพซึ่งกันและกันไมแสดงกิริยาวาจาดูหมิ่นผูอื่นชวยเหลือซึ่งกันและกันและแบงปน
วิเคราะหปญหาความขัดแยงในภูมิภาคของตนเองในเรื่องการจัดการทรัพยากรและการขัดแยงทางความคิด
และเสนอแนวทางการแกปญหาโดยสันติวิธีปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตความ
อดทนและยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใชกระบวนการคิดกระบวนการกลุมกระบวนการ
ปฏบิ ตั กิ ระบวนการเผชญิ สถานการณแ ละกระบวนการแกป ญ หา
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจและรักษาไวซึ่งความเปนไทยแสดงออกถึงความรัก
ชาติยึดมั่นในศาสนาเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตริยด ำเนินชีวิตตามวิถปี ระชาธปิ ไตยอยูรว มกับผูอื่นอยา งสันติ
สามารถจัดการความขัดแยง ดว ยสนั ติวธิ แี ละมวี นิ ัยในตนเอง
ผลการเรียนรู
๑. เหน็ คณุ คา และปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทไทย
๒. รคู ณุ คา และบำรุงรกั ษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม
๓. มีสวนรว มในศิลปวัฒนธรรมไทย
๔. เห็นคณุ คาและแสดงออกถึงความรกั ชาติยึดมนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ
๕. ปฏบิ ตั ิตนตามพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. มสี ว นรวมในการสรา งและปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี น
๗. ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหนา ที่มีสว นรวมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สินใจในกิจกรรมของหองเรยี นและ
โรงเรยี น
๑๐๓
๘. ยอมรับความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในทองถน่ิ และอยูรว มกับผูอ ่นื อยางสันติและพึ่งพาซ่ึง
กันและกนั
๙. วิเคราะหป ญหาความขดั แยง ในภูมภิ าคของตนเองและเสนอแนวทางการแกปญหาโดยสนั ตวิ ิธี
๑๐. ปฏิบตั ิตนเปน ผูมีวินัยในตนเอง
๑๐๔
คำอธิบายรายวิชา
ส๑๖๒๓๖ หนา ทพ่ี ลเมอื ง
รายวชิ าเพิม่ เติม กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ปฏิบัติตนและชักชวนผูอื่นใหมีมารยาทไทยในเรื่องการแสดงความเคารพการสนทนาการปฏิบัติตน
ตามกาลเทศะและการตอนรับผูมาเยือนมีสวนรวมและชักชวนผูอื่นใหอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอมมีสวนรวมในขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยใน
ตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตตั้งใจปฏิบัติหนาทีแ่ ละยอมรับผลทีเ่ กิดจากการกระทำของตนเอง เห็นคุณคา
และแนะนำผูอื่นใหแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยดวยการใช
สนิ คาไทยดแู ลรักษาโบราณสถานโบราณวัตถุและสาธารณสมบตั ิปฏิบตั ติ นเปน ศาสนกิ ชนที่ดีปฏิบตั ิตนตามพระ
ราชจริยวัตรและพระจรยิ วัตรปฏบิ ตั ิตนตามพระบรมราโชวาทในเรื่องความใฝรคู วามกตญั หู ลักการทรงงานใน
เรือ่ งองครวมและทำใหงายและหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัตติ นเปนผูมวี ินัยในตนเองในเรื่องความ
ซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหาความรูตั้งใจปฏิบัติหนาที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของ
ตนเอง
ปฏิบตั ติ นและแนะนำผูอื่นใหป ฏิบัตติ ามขอตกลงกติกากฎระเบยี บของหองเรยี นและโรงเรียนในการใช
และดูแลรักษาสิ่งของเครื่องใชว สั ดอุ ปุ กรณแ ละสถานท่ีของสวนรวมเห็นคณุ คาและปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนาท่ี
ของการเปนสมาชิกที่ดีของหองเรียนและโรงเรียนดวยการเปนผูนำและการเปนสมาชิกท่ีดกี ารยึดถอื ประโยชน
ของสวนรวมเปนสำคัญการใชสิทธิและหนาที่การใชเสรีภาพอยางรับผิดชอบมีสวนรวมและรับผิดชอบในการ
ตัดสินใจในกิจกรรมของหองเรียนและโรงเรียนปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต
ขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหาความรูตั้งใจปฏิบัติหนาที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ยอมรับ
ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในประเทศไทยในเรื่องวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาและสิ่งแวดลอมอยู
รวมกับผูอน่ื อยางสนั ติและพ่ึงพากันในเรื่องการเคารพซ่ึงกันและกันไมแสดงกริ ิยาวาจาดูหมิ่นผูอื่นชวยเหลือซึ่ง
กันและกันและแบงปนวิเคราะหปญหาความขัดแยงในประเทศไทยในเรื่องการการละเมิดสิทธิการรักษา
สิ่งแวดลอมและเสนอแนวทางการแกปญหาโดยสันติวิธีปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตย
สุจริตอดทนและยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใชกระบวนการคิดกระบวนการกลุม
กระบวนการปฏบิ ัตกิ ระบวนการเผชญิ สถานการณแ ละกระบวนการแกปญหา
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจและรักษาไวซึ่งความเปนไทยแสดงออกถึงความรัก
ชาติยึดมัน่ ในศาสนาเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตริยด ำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตยอยูรว มกับผูอืน่ อยางสันติ
สามารถจัดการความขดั แยงดว ยสนั ติวิธีและมวี นิ ัยในตนเอง
ผลการเรียนรู
๑. ปฏิบัตติ นและชกั ชวนผูอนื่ ใหม ีมารยาทไทย
๒. มีสว นรวมและชักชวนผอู น่ื ใหอนรุ ักษท รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม
๓. มสี ว นรวมในขนบธรรมเนยี มประเพณศี ลิ ปวัฒนธรรมและภมู ปิ ญ ญาไทย
๔. เห็นคณุ คา และแนะนำผูอื่นใหแ สดงออกถงึ ความรักชาติยดึ ม่นั ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบัน
พระมหากษัตริย
๕. ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นและแนะนำผูอ นื่ ใหปฏบิ ัตติ ามขอตกลงกตกิ ากฎระเบยี บของหอ งเรียนและโรงเรียน
๑๐๕
๗. เห็นคณุ คาและปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา ท่ีมสี ว นรว มและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจในกิจกรรม
ของหองเรียนและโรงเรียน
๘. ยอมรบั ความหลากหลายทางสังคมวฒั นธรรมในประเทศไทยและอยรู ว มกบั ผูอื่นอยา งสนั ตแิ ละ
พงึ่ พาซ่ึงกนั และกนั
๙. วเิ คราะหป ญ หาความขดั แยง ในประเทศไทยและเสนอแนวทางการแกป ญ หาโดยสันติวิธี
๑๐. ปฏบิ ัตติ นเปน ผูม วี ินัยในตนเอง
๑๐๖
คำอธิบายรายวชิ า
ส๒๑๒๓๑ หนาทพี่ ลเมือง
รายวชิ าเพิ่มเติม กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง / ภาคเรียน (จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต)
มีสวนรวมอนุรักษมารยาทไทยในการแสดงความเคารพการสนทนาการแตงกายการมีสัมมาคารวะ
แสดงออกถึงความเอื้อเฟอเผื่อแผและเสียสละตอสังคมเห็นคุณคาและอนุรักษขนบธรรมเนียมประเพณี
ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียร
อดทนใฝหาความรูต ัง้ ใจปฏิบัตหิ นาทีแ่ ละยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทำของตนเอง ยอมรับความหลากหลาย
ทางสังคมวัฒนธรรมในภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตในเรื่องวิถีชีวติ วัฒนธรรมศาสนาสิ่งแวดลอ มอยูรวมกนั
อยางสันติและพึ่งพาซึ่งกนั และกันในสังคมพหุวัฒนธรรมดวยการเคารพซ่ึงกนั และกันไมแสดงกิรยิ าและวาจาดู
หมน่ิ ผูอื่นชว ยเหลอื ซงึ่ กนั และกันแบง ปนมีสว นรวมในการแกป ญหาความขดั แยงโดยสันติวิธใี นเร่ืองการทะเลาะ
วิวาทความคิดเห็นไมตรงกันดวยการเจรจาไกลเกลี่ยการเจรจาตอรองการระงับความขัดแยงปฏิบัติตนเปนผูมี
วินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตอดทนใฝหาความรูตั้งใจปฏิบัติหนาที่ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำ
ของตนเอง
โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรูกระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสราง
คานยิ มและกระบวนการสรา งเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเปนไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นใน
ศาสนาและเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ เปนพลเมืองดีในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน
ประมุขมสี วนรวมทางการเมอื งการปกครองอยูรวมกับผูอ่นื อยางสนั ติจัดการความขดั แยง ดว ยสันติวิธีและมีวินัย
ในตนเอง
ผลการเรยี นรู
๑. มีสวนรว มในการอนรุ ักษมารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความเอื้อเฟอเผื่อแผและเสียสละตอสังคม
๓. เหน็ คุณคาและอนรุ กั ษข นบธรรมเนยี มประเพณีศลิ ปวัฒนธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย
๔. ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตและอยูรวมกันอยาง
สนั ติและพึง่ พาซง่ึ กนั และกนั
๕. มสี ว นรวมในการแกปญหาความขดั แยง โดยสนั ติวิธี
๖. ปฏบิ ัติตนเปน ผูมีวินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรยี นรู
๑๐๗
คำอธบิ ายรายวชิ า
ส๒๑๒๓๒ หนาท่พี ลเมอื ง
รายวิชาเพมิ่ เติม กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง / ภาคเรยี น (จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ )
ปฏบิ ตั ติ นเปน แบบอยา งของความรักชาตยิ ดึ มั่นในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตริยประยุกต
และเผยแพรพระบรมราโชวาทในเรื่องมเี หตผุ ลรอบคอบหลักการทรงงานในเรื่องการใชธรรมชาตชิ ว ยธรรมชาติ
การปลกู ปา ในใจคนและหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเปน ผูมวี นิ ยั ในตนเองในเร่ืองความซื่อสัตย
สจุ รติ ขยนั หม่นั เพยี รอดทนใฝห าความรูและตั้งใจปฏิบัตหิ นาท่ี ปฏิบตั ติ นเปน พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยใน
การมสี วนรวมในกิจกรรมตา งๆของสังคมการตดั สินใจโดยใชเ หตุผลมีสวนรว มและรับผิดชอบในการตัดสินใจใน
กิจกรรมของหอ งเรยี นและโรงเรียนตรวจสอบขอมลู เพ่อื ใชป ระกอบการตัดสินใจในกจิ กรรมตางๆปฏิบัติตนเปน
ผมู ีวินยั ในตนเองในเร่ืองความซ่ือสัตยสจุ ริตอดทนขยันหมนั่ เพียรใฝหาความรตู ั้งใจปฏิบัติหนาท่ีและยอมรับผล
ทีเ่ กิดจากการกระทำของตนเอง
โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรูกระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสราง
คานยิ มและกระบวนการสรางเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมีแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยเปน
พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขมีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง
และมีวนิ ยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู
๑. เปนแบบอยางของความรักชาติยดึ มัน่ ในศาสนาและเทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ
๒. ประยกุ ตแ ละเผยแพรพระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๓. ปฏบิ ตั ติ นเปนพลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธิปไตย
๔. มสี วนรวมและรับผิดชอบในการตดั สินใจตรวจสอบขอมูลเพื่อใชป ระกอบการตัดสินใจในกิจกรรมตา งๆ
๕. ปฏิบัติตนเปนผูม ีวินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรียนรู
๑๐๘
คำอธิบายรายวชิ า
ส๒๒๒๓๓ หนาท่ีพลเมือง
รายวชิ าเพ่ิมเติม กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ชว่ั โมง / ภาคเรยี น (จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต)
มีสวนรวมและแนะนำผูอื่นใหอนุรักษมารยาทไทยในการแสดงความเคารพการสนทนาการแตงกาย
การมีสัมมาคารวะแสดงออกและแนะนำผูอ่ืนใหมีความเอื้อเฟอเผื่อแผและเสียสละตอสังคมเหน็ คุณคาอนุรักษ
และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินยั ในตนเองในเรื่อง
ความซอื่ สัตยส จุ รติ ขยนั หมนั่ เพยี รอดทนตัง้ ใจปฏบิ ัติหนา ทแี่ ละยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทำของตนเอง
เห็นคุณคาของการอยูรวมกันในภูมิภาคเอเชียอยางสันติและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันโดยคำนึงถึง
ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียในเรื่องวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาสิ่งแวดลอมการอยู
รวมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและการพึ่งพาซึ่งกันและกันในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกันไมแสดงกิริยาและ
วาจาดหู มิน่ ผูอน่ื ชวยเหลอื ซงึ่ กนั และกนั แบง ปน มีสว นรวมและเสนอแนวทางการแกปญ หาความขดั แยง โดยสันติ
วิธีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิการใชของสวนรวมดวยการเจรจาไกลเกลี่ยการเจรจาตอรองการระงับความขัดแยง
ปฏิบัตติ นเปนผูมวี ินัยในตนเองในเร่ืองความซื่อสตั ยสุจริตอดทนใฝหาความรูตั้งใจปฏิบัติหนาท่ียอมรับผลท่ีเกิด
จากการกระทำของตนเอง โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญ
สถานการณกระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรูกระบวนการสรางความตระหนัก
กระบวนการสรางคา นยิ มและกระบวนการสรา งเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเปนไทยอยูรวมกับผูอื่นอยางสันติจัดการ
ความขัดแยงดว ยสนั ตวิ ธิ แี ละมีวนิ ัยในตนเอง
ผลการเรียนรู
๑. มีสวนรวมและแนะนำผูอ่นื ใหอ นรุ กั ษมารยาทไทย
๒. แสดงออกและแนะนำผอู นื่ ใหม ีความเออื้ เฟอเผ่อื แผและเสยี สละตอสงั คม
๓. เห็นคณุ คาอนุรักษและสบื สานขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภมู ปิ ญญาไทย
๔. เห็นคณุ คาของการอยรู วมกันในภูมิภาคเอเชยี อยางสันตแิ ละพ่งึ พาซ่งึ กนั และกนั
๕. มสี วนรวมและเสนอแนวทางการแกป ญ หาความขดั แยงโดยสันติวธิ ี
๖. ปฏิบัตติ นเปนผูมวี ินยั ในตนเอง
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู
๑๐๙
คำอธบิ ายรายวิชา
ส๒๒๒๓๔ หนาทพ่ี ลเมอื ง
รายวชิ าเพ่ิมเติม กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ช่ัวโมง / ภาคเรยี น (จำนวน ๐.๕ หนวยกิต)
ปฏบิ ตั ติ นเปน แบบอยา งและแนะนำผอู น่ื ใหมีการปฏบิ ตั ิตนที่แสดงออกถึงความรักชาตยิ ึดมัน่ ในศาสนา
และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยประยุกตและเผยแพรพระบรมราโชวาทในเรื่องการมีสติความขยันอดทน
หลักการทรงงานในเรือ่ งภูมิสังคมขาดทุนคือกำไรและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งปฏิบัติตนเปนผูมีวินยั
ในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหาความรูและตั้งใจปฏิบัติหนาท่ี ปฏิบัติตนเปน
พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในเรื่องการติดตามขาวสารบานเมืองความกลาหาญทางจรยิ ธรรมการเปนผูนำ
และการเปนสมาชิกที่ดีมีสวนรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจตอกิจกรรมของหองเรียนและโรงเรียน
ตรวจสอบขอมูลเพือ่ ใชประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมตางๆและรูทันขา วสารปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเอง
ในเรอื่ งความซือ่ สตั ยสุจริตอดทนตง้ั ใจปฏิบตั หิ นา ท่ใี ฝห าความรูและยอมรับผลทเ่ี กดิ จากการกระทำของตนเอง
โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรูกระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสราง
คานิยมและกระบวนการสรา งเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมีแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยเปน
พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขมีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง
และมวี นิ ัยในตนเอง
ผลการเรียนรู
๑. เปนแบบอยา งและแนะนำผอู น่ื ใหม คี วามรักชาติยดึ มั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ
๒. ประยุกตแ ละเผยแพรพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๓. ปฏิบัติตนเปน พลเมอื งดีตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย
๔. มสี วนรวมและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจตรวจสอบขอมูลเพื่อใชประกอบการตัดสนิ ใจในกจิ กรรมตางๆ
และรทู ันขาวสาร
๕. ปฏบิ ตั ติ นเปน ผมู วี ินัยในตนเอง
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู
๑๑๐
คำอธิบายรายวชิ า
ส๒๓๒๓๕ หนา ที่พลเมอื ง
รายวิชาเพ่มิ เติม กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง / ภาคเรยี น (จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต)
มสี วนรวมแนะนำผูอ่ืนใหอนุรักษและยกยองผูมีมารยาทไทยในเรื่องการแสดงความเคารพการสนทนา
การแตงกายการมีสัมมาคารวะแสดงออกแนะนำผูอื่นและมีสวนรวมในกิจกรรมเกี่ยวกับความเอื้อเฟอเผื่อแผ
และเสียสละตอสังคมเห็นคุณคาอนุรักษสืบสานและประยุกตขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิ
ปญญาไทยปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหาความรูตั้งใจ
ปฏิบัตหิ นาท่ีและยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
เห็นคุณคาของการอยูรวมกันในภูมิภาคเอเชียอยางสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกันทามกลางความ
หลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคตางๆของโลกในเรื่องวิถีชีวิตวัฒนธรรมศาสนาสิ่งแวดลอมการอยู
รวมกันในสงั คมพหวุ ัฒนธรรมและพ่ึงพาซึ่งกันและกันในเร่ืองการเคารพซึ่งกันและกันไมแสดงกิริยาและวาจาดู
หมิ่นผูอื่นชวยเหลือซึ่งกันและกันแบงปนมีสวนรวมและเสนอแนวทางการปองกันปญหาความขัดแยงในเรื่อง
ทัศนคติความคิดความเชื่อชูสาวปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริตอดทนใฝหาความรู
ตั้งใจปฏิบัติหนาที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิด
กระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณกระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู
กระบวนการสรางความตระหนกั กระบวนการสรางคานิยมและกระบวนการสรา งเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเปนไทยอยูรวมกับผูอื่นอยางสันติจัดการ
ความขดั แยง ดวยสันติวิธแี ละมีวนิ ยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู
๑. มีสว นรว มแนะนำผอู ื่นใหอนรุ ักษและยกยองผมู ีมารยาทไทย
๒. แสดงออกแนะนำผูอืน่ และมีสว นรวมในกจิ กรรมเกย่ี วกบั ความเอื้อเฟอเผื่อแผแ ละเสียสละ
๓. เหน็ คุณคาอนุรักษสืบสานและประยุกตข นบธรรมเนยี มประเพณศี ลิ ปวัฒนธรรมและภูมิปญ ญาไทย
๔. เหน็ คุณคาของการอยรู วมกนั ในภมู ภิ าคตา งๆของโลกอยา งสันติและพึ่งพาซง่ึ กันและกนั
๕. มีสว นรว มและเสนอแนวทางการปอ งกันปญหาความขดั แยง
๖. ปฏิบัติตนเปนผมู ีวนิ ัยในตนเอง
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู
๑๑๑
คำอธบิ ายรายวชิ า
ส๒๓๒๓๖ หนา ทีพ่ ลเมอื ง
รายวชิ าเพ่มิ เติม กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ชั่วโมง / ภาคเรียน (จำนวน ๐.๕ หนวยกติ )
ปฏิบัติตนเปนแบบอยางและมีสว นรวมในการจัดกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนา
และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยประยุกตและเผยแพรพระบรมราโชวาทในเรื่องการเสียสละความซื่อสัตย
หลักการทรงงานในเรื่องศึกษาขอมูลอยางเปนระบบแกปญหาที่จุดเล็กปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่อง
ความซื่อสัตยสุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝหาความรูและตั้งใจปฏิบัติหนาท่ี ปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีตามวิถี
ประชาธิปไตยในเรื่องการใชสิทธิและหนาที่การใชเสรีภาพอยางรับผิดชอบการมีสวนรวมในกิจกรรมการ
เลือกตั้งมีสวนรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจตอกิจกรรมของหองเรียนและโรงเรียนตรวจสอบขอมูล
ตรวจสอบการทำหนาที่ของบุคคลเพื่อใชประกอบการตัดสินใจปฏิบัติตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความ
ซอ่ื สัตยส จุ รติ ขยันหมนั่ เพยี รใฝห าความรตู งั้ ใจปฏิบัติหนา ทีแ่ ละยอมรับผลที่เกดิ จากการกระทำของตนเอง
โดยใชกระบวนการกลุมกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบัติกระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรูกระบวนการสรางความตระหนักกระบวนการสราง
คานยิ มและกระบวนการสรา งเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยเปน
พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขมีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง
และมวี นิ ยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู
๑. เปนแบบอยางและมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นในศาสนาและ
เทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั ริย
๒. ประยุกตและเผยแพรพ ระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๓. ปฏิบตั ิตนเปนพลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธิปไตย
๔. มีสวนรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจตรวจสอบขอมูลตรวจสอบการทำหนาที่ของบุคคลเพื่อใช
ประกอบการตดั สินใจ
๕. ปฏิบัติตนเปนผมู วี ินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๕ ผลการเรียนรู
๑๑๒
รายวชิ าพ้ืนฐานกลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ระดับประถมศกึ ษา
รายวชิ าพื้นฐาน
พ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
พ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
พ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
พ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
พ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
รายวชิ าพน้ื ฐาน
พ๒๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกิต
พ๒๑๑๐๒ สขุ ศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกิต
พ๒๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกติ
พ๒๒๑๐๒ สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนวยกติ
พ๒๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกิต
พ๒๓๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนวยกติ
รายวิชาเพ่ิมเติม
พ๒๓๒๐๑ กิจกรรมเขา จงั หวะ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกติ
พ๒๓๒๐๒ กิจกรรมเขาจังหวะ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนว ยกิต
๑๑๓
คำอธบิ ายรายวชิ า
พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
.........................................................................................................................................................................
ศกึ ษา วิเคราะห ลกั ษณะและหนาที่ของอวยั วะภายนอก การรักษาอวัยวะภายนอกตลอดจนสมาชิก
ในครอบครัวและความรักความผูกพนั ของสมาชิกที่มีตอกนั สิง่ ทชี่ น่ื ชอบและความภาคภมู ิใจในตนเอง ลักษณะ
ความแตกตางระหวางเพศชายและเพศหญิง หลักสุขบัญญัติแหงชาติ การเจ็บปวยที่เกิดขึ้นกับตนเองและ
การปฏิบัติตนเมื่อมีอาการเจ็บปวย สิ่งที่ทำใหเกิดอันตรายที่บาน โรงเรียน และการปองกัน สาเหตุและการ
ปอ งกันอนั ตรายที่เกิดจากการเลนการขอความชว ยเหลอื จากผูอืน่ เมื่อเกิดเหตรุ า ยทีบ่ านและทโ่ี รงเรียน
โดยใชกระบวนการวิเคราะห อภิปราย อธิบาย การศึกษาคนควา ฝกทักษะปฏิบัติ การทดสอบ
การปรับตวั การตัดสนิ ใจ เพอื่ ใหเ กิดความรคู วามเขาใจ มีสขุ นิสยั ที่ดี รูจักปองกนั ตนเอง มีทกั ษะปฏบิ ตั ิ การ
ทดสอบ การปรับตัวและการตัดสินใจศึกษาการเคลื่อนไหวรางกายขณะอยูกับที่ เคลื่อนที่ และใชอุปกรณ
ประกอบ กิจกรรมทางกายทใี่ ชก ารเคลือ่ นไหวตามธรรมชาติ ตามคำแนะนำ อยา งสนกุ สนาน ปลอดภยั
โดยปฏิบัติกิจกรรมการเคลื่อนไหวรางกาย ขณะอยูกับที่ เคลื่อนที่ และใชอุปกรณประกอบการเลน
เกมท่ใี ชการเคลือ่ นไหวตามธรรมชาติ เนนกระบวนการทางพลศกึ ษา
เพอื่ ใหปฏิบัติตามกฎ กตกิ า คำแนะนำ มรี ะเบยี บวินัย มนี ำ้ ใจนกั กฬี า
รหัสตัวช้ีวดั
พ.๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
พ.๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
พ.๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
พ.๓.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
พ.๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
พ.๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
รวมทั้งหมด ๑๕ ตัวชวี้ ัด
๑๑๔
คำอธิบายรายวิชา
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา กลุมสาระการเรียนรูส ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษา วิเคราะห ลักษณะและหนาที่ของอวัยวะภายใน และวิธีการดูแลรักษาอวัยวะภายใน
ธรรมชาติของชีวิตมนุษย ตลอดจนบทบาทหนาที่ของตนเองและสมาชิกในครอบครัวความสำคัญของเพื่อน
พฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกับเพศ ความภาคภมู ิใจในความเปนเพศหญิงหรือเพศชาย ลกั ษณะของการมีสุขภาพท่ีดี
และการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน ของใชและของเลนที่มีผลเสียตอสุขภาพ อาการและวิธีปองกัน
การเจ็บปวยการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นและการปฏิบัติตนเมื่อมีอาการเจ็บปวยและบาดเจ็บ การปฏิบัติตนใน
การปองกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นทางน้ำและทางบก ยาสามัญประจำบานและการใชยาตามคำแนะนำ
โทษของสารเสพติด สารอันตรายใกลตัวและวิธีการปองกัน การปฏิบัติตนตามสัญลักษณและปายเตือนของ
สง่ิ ของหรอื สถานท่ที เ่ี ปนอนั ตราย สาเหตุ อนั ตราย วิธปี องกันอคั คีภยั และแสดงการหนไี ฟ
โดยใชกระบวนการวิเคราะห อภิปราย อธิบาย การศึกษาคนควา ฝกทักษะปฏิบัติการทดสอบ
การปรับตวั การตดั สินใจ
เพอื่ ใหเ กิดความรูค วามเขาใจ มสี ขุ นิสยั ที่ดี รูจักปองกนั ตนเอง มที ักษะปฏบิ ัติ การทดสอบ การ
ปรับตวั และการตัดสนิ ใจ
ศกึ ษาการควบคุมการเคล่ือนไหวรางกายขณะอยูก บั ที่ เคลื่อนท่ี และใชอปุ กรณป ระกอบ
เลนเกมเบ็ดเตล็ดที่อาศัยการเคลื่อนไหวเบื้องตน ทั้งแบบอยูกับที่ เคลื่อนที่ และใชอุปกรณประกอบดวย
ตนเองอยา งสนุกสนาน บอกประโยชนการออกกำลังกายและการเลน เกม
โดยปฏบิ ัตกิ ารควบคุมการเคลอื่ นไหวรางกาย ขณะอยกู ับท่ี เคลอื่ นที่ และใชอุปกรณป ระกอบ เลนเกม
เบ็ดเตล็ดทีอ่ าศัยการเคลื่อนไหวเบือ้ งตน แบบอยูกับท่ี เคลื่อนที่และใชอุปกรณประกอบ เนนกระบวนการทาง
พลศึกษา
เพ่ือใหปฏบิ ตั ิตามกฎ กติกา ขอ ตกลงในการเลน เปนกลุม มีระเบียบวนิ ัย มีน้ำใจนักกีฬา
รหสั ตัวชี้วดั
พ.๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
พ.๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
พ.๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒
พ.๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
พ.๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
พ.๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
รวมท้ังหมด ๒๑ ตัวช้ีวัด
๑๑๕
คำอธิบายรายวชิ า
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
.........................................................................................................................................................................
ศึกษาธรรมชาติและลักษณะการเจริญเติบโตของรางกายมนุษยปจจัยที่มีผลตอการเจริญเติบโต
ความสำคัญและความแตกตางของครอบครัว การสรางสัมพันธภาพในครอบครัวและกลุมเพื่อน หลีกเลี่ยง
พฤติกรรมที่นำไปสูการถูกลวงละเมิดทางเพศ วิธีการปองกันการแพรกระจายของโรค การเลือกรับประทาน
อาหารใหครบ ๕ หมู ในสัดสวนที่เหมาะสม แปรงฟนใหสะอาดอยางถูกวิธี และการสรางเสริมสมรรถภาพ
เพื่อสุขภาพ การปองกันอุบัติเหตุในบาน ในโรงเรียนและในการเดินทาง ตลอดจนกาขอความชวยเหลือ
การปฐมพยาบาลเม่อื เกดิ เหตรุ ายหรอื ไดร ับอบุ ัตเิ หตุ
โดยใชทักษะกระบวนการคิด กระบวนการกลุมกระบวนการวิเคราะห อภิปราย อธิบาย การศึกษา
คนควา ฝกทกั ษะปฏบิ ัติการทดสอบ การปรับตัว การตดั สนิ ใจ
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู นำความรูไปใชประโยชนในชีวิต ประจำวนั
มีคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค และคานิยมทเี่ หมาะสม
ศึกษาการควบคุมการเคลื่อนไหวรางกายขณะอยูกับที่ เคลื่อนที่ และใชอุปกรณประกอบอยางมี
ทิศทาง การเคลื่อนไหวแบบบังคับทิศทางในการเลนเกมเบ็ดเตล็ด เลือกการอออกกำลังกาย การละเลน
พน้ื เมอื ง การเลนเกมไดด วยตนเองและเหมาะสมกับตนเอง
โดยปฏบิ ตั กิ ารควบคุมการเคล่ือนไหวรางกาย ขณะอยูก ับท่ี เคล่อื นที่ และใชอ ุปกรณประกอบอยางมี
ทิศทาง การเคลอื่ นไหวแบบบงั คบั ทิศทางในการเลนเกมเบด็ เตล็ด เนนกระบวนการทางพลศึกษา
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา ขอตกลง ในการเลนเกมและการละเลนพื้นเมือง มีระเบียบวินัย
มนี ้ำใจนกั กีฬา
รหสั ตวั ช้ีวดั
พ.๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ.๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
พ.๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ.๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
พ.๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
พ.๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวมท้ังหมด ๑๘ ตัวชวี้ ดั
๑๑๖
คำอธบิ ายรายวชิ า
พ ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา กลมุ สาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๔ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษา วิเคราะห เกย่ี วกบั การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของรา งกายและจิตใจ ตามวัย (ในชวง
อายุ ๙ – ๑๒ ป) ความสำคัญของกลามเน้ือ กระดกู และขอ ทม่ี ผี ลตอ สุขภาพ การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการ
วิธีดูแลรักษากลามเนื้อ กระดูกและขอใหทำงานอยางมีประสิทธิภาพ คุณลักษณะของความเปนเพื่อนและ
สมาชกิ ที่ดขี องครอบครวั พฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกบั เพศของตนตามวัฒนธรรมไทย วธิ กี ารปฏเิ สธการกระทำที่
เปนอันตรายและไมเ หมาะสมในเรื่องเพศ ความสัมพันธร ะหวา งสิ่งแวดลอมกับสุขภาพ การจัดส่ิงแวดลอ มท่ี
ถูกสขุ ลกั ษณะและเอื้อตอสุขภาพ สภาวะอารมณแ ละความรสู กึ เชน โกรธ หงุดหงิด เครยี ด เกลียด เสยี ใจ
เศราใจ วติ กกงั วล กลวั กา วราว อจิ ฉา รษิ ยา เบอ่ื หนาย ทอ แท ดีใจ ชอบใจ รกั ช่ืนชม สนุก สขุ สบาย
ผลที่มีตอสุขภาพ ทางบวก : สดชื่น ยิ้มแยม แจมใส ราเริง ฯลฯ ทางลบ : ปวดศีรษะ ปวดทอง เบื่อ
อาหาร ออนเพลีย ฯลฯ วิเคราะหขอมูลบนฉลากอาหารและผลิตภัณฑสุขภาพ ความสำคัญของการใชยา
หลักการใชยา วิธีปฐมพยาบาล การใชยาผิด สารเคมี แมลงสัตวกัดตอย การบาดเจ็บจากการเลนกีฬา
ผลเสียของการสบู บุหร่ี การดม่ื สรุ า และการปอ งกนั
โดยใชกระบวนการวิเคราะห อภิปราย อธิบาย การศึกษาคนควา ฝกทักษะปฏิบัติ เพื่อใหเกิด
ความรคู วามเขา ใจ มสี ขุ นิสยั ที่ดี รจู ักปอ งกนั ตนเอง มีทกั ษะปฏบิ ัติ การทดสอบ การปรับตวั และการตดั สินใจ
ศึกษาการควบคุมตนเอง เมื่อใชทักษะการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน กายบริหารทามอื เปลาประกอบ
จงั หวะ การเลน เกมเลยี นแบบ กิจกรรมแบบผลัด การเลน กฬี าแฮนดบอล การพฒั นาตนเอง
โดยปฏิบัติการควบคุมการเคลื่อนไหวรางกาย แบบผสมผสาน ทั้งแบบอยูกับที่ เคลื่อนที่ และใช
อุปกรณประกอบ กายบริหารทามือเปลาประกอบจังหวะ การเลนเกม การเลนกิจกรรมแบบผลัด การเลน
กีฬาแฮนดบ อล การพัฒนาตนเองโดยใชกระบวนการเรียนตามหลักการของพลศึกษา
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา ขอตกลง เห็นคุณคาของการออกกำลังกาย มีระเบียบวินัย มีน้ำใจ
นักกฬี า
รหัสตวั ช้ีวัด ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ.๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ.๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
พ.๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒
พ.๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
พ ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
พ ๕.๑
รวมทั้งหมด ๑๙ ตัวชี้วัด
๑๑๗
คำอธบิ ายรายวิชา
พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา กลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษา วเิ คราะห เกยี่ วกบั ความสำคัญของระบบยอยอาหาร และระบบขบั ถายท่ีมีผลตอสุขภาพ
การเจริญเติบโตและพัฒนาการ ดูแลระบบยอยอาหารและระบบขับถายใหทำงานตามปกติ การเปลี่ยนแปลง
ทางเพศและปฏิบตั ิตนไดเหมาะสม ความสำคัญของการมีครอบครัวที่อบอนุ ตามวัฒนธรรมไทย ระบุพฤติกรรม
ที่พึงประสงค และไมพึงประสงคในการแกไ ขปญหาความขัดแยงในครอบครัวและกลุม เพื่อน ความสำคัญของ
การปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแหงชาติ หาขอมูลขาวสารเพื่อใชสรางเสริมสุขภาพ การตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร
และผลิตภัณฑส ุขภาพ (อาหาร เครื่องสำอาง ผลิตภณั ฑดูแลสุขภาพในชองปาก ฯลฯ) ปจจัยที่มีอิทธิพลตอ
การใชสารเสพติด (สุรา บุหรี่ ยาบา สารระเหย ฯลฯ) ครอบครัว สังคม เพื่อน คานิยม ความเชื่อ ปญหา
สุขภาพ สื่อ ฯลฯ ผลกระทบของการใชยา และสารเสพติดที่มีตอรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และ
สติปญญา การใชยา อิทธพิ ลของสื่อท่ีมตี อ พฤติกรรม สขุ ภาพ (อนิ เทอรเ นต็ เกม ฯลฯ)
ปฏิบัติตนในการปองกันโรคที่พบบอยในชีวิตประจำวัน ทดสอบสมรรถภาพทางกาย การหลีกเลี่ยง
สารเสพติด การปฏิบัติเพือ่ ปองกนั อนั ตรายจากการเลนกีฬา โดยใชกระบวนการวิเคราะห อภิปราย อธิบาย
การศกึ ษาคนควา ฝกทกั ษะปฏิบตั ิ การทดสอบ การปรับตัว การตัดสนิ ใจ
เพ่อื ใหเ กิดความรูความเขาใจ มสี ุขนิสยั ทีด่ ี รูจกั ปองกนั ตนเอง มีทักษะปฏบิ ัติ การทดสอบ การปรับตวั
และการตัดสนิ ใจ
ศึกษาการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน เม่ือใชทกั ษะการเคล่ือนไหวตามแบบทกี่ ำหนด เกมนำไปสูกีฬา
กจิ กรรมแบบผลัด การใชแรง การรบั แรง ความสมดลุ ทกั ษะกลไกที่สง ผลตอการเลน กีฬาและกิจกรรมทางกาย
กรีฑา กีฬา และกจิ กรรมนนั ทนาการ
โดยปฏิบัติการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน เมื่อใชทักษะการเคลื่อนไหวตามแบบที่กำหนด การเลน
เกมนำไปสกู ฬี า การเลน กจิ กรรมแบบผลัด การรับแรง การใชแ รง ความสมดลุ ทกั ษะกลไก
ทส่ี งผลตอการเลนกฬี าและกิจกรรมทางกาย กรีฑา กีฬา กิจกรรมนันทนาการ โดยใชกระบวนการเรยี นตาม
หลักการของพลศกึ ษา
เพื่อใหปฏิบัตติ ามกฎ กตกิ า ขอตกลง เห็นคณุ คาของการออกกำลงั กาย มีระเบียบวินัย มนี ้ำใจ
นักกีฬา เคารพสิทธิของผูอน่ื ยอมรบั ความแตกตา งระหวางบคุ คล
รหสั ตวั ช้ีวัด ป.๕/๑, ป.๕/๒
พ.๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓
พ.๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖
พ.๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
พ.๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
พ.๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ รวมทง้ั หมด ๒๕ ตัวช้ีวัด
พ.๕.๑
๑๑๘
คำอธิบายรายวชิ า
พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กลุมสาระการเรยี นรูส ุขศึกษาและพลศึกษา
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษา วิเคราะห ลักษณะและหนาที่ของอวัยวะภายใน ระบบสืบพันธ ระบบไหลเวียนโลหิต
และระบบหายใจ การดูแลรกั ษาระบบสืบพนั ธ ระบบไหลเวยี นโลหิต และระบบหายใจ ตลอดจนสมาชิกใน
ครอบครัวและความรักความผกู พันของสมาชิกที่มีตอกัน วิเคราะหพฤติกรรมเสี่ยงท่ีนำไปสูการมเี พศสัมพันธ
การติดเชื้อเอดส และการตั้งครรภกอนวัยอันควร การปองกันและแกไขปญหาสิ่งแวดลอมที่มผี ลตอสุขภาพ
ผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรคและเสนอแนวทางการปองกันโรคติดตอสำคัญที่พบในประเทศไทย
พฤติกรรมที่บงบอกถึงความรับผิดชอบตอสุขภาพของสวนรวม สรางเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย
เพื่อสุขภาพอยางตอเนอื่ งผลกระทบจากความรุนแรงของ
ภยั ธรรมชาตทิ ีม่ ตี อรา งกาย จติ ใจ และสงั คม สาเหตุของการติดสารเสพติด และชกั ชวนใหผูอนื่ หลีกเลี่ยงสารเสพติด
ปฏิบัติตน เพื่อความปลอดภัยจากธรรมชาติ โดยใชกระบวนการวิเคราะห อภิปราย อธิบายการ
ศึกษาคนควา ฝก ทกั ษะปฏิบตั ิ การทดสอบ การปรบั ตัว การตัดสนิ ใจ
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มีสุขนิสัยที่ดี รูจักปองกันตนเอง มีทักษะปฏิบัติ การทดสอบ
การปรบั ตวั และการตดั สนิ ใจ ความรับผดิ ชอบตอ สุขภาพของตนและสว นรวม
ศึกษาการเคลื่อนไหวรวมกับผูอื่นในลักษณะแบบผลัด แบบผสมผสาน การเคลื่อนไหวประกอบ
เพลง การรับแรง การใชแรง ความสมดุล กีฬาไทย กีฬาสากล การเพิ่มพูนความสามารถของตนเองและ
ผอู น่ื กจิ กรรมนนั ทนาการ วธิ กี ารรกุ การปองกนั ประโยชนแ ละหลักการออกกกำลังกาย
โดยปฏิบัติการเคลื่อนไหวรวมกับผูอื่นในลักษณะแบบผลัด แบบผสมผสาน การเคลื่อนไหว
ประกอบเพลง การรับแรง การใชแรง ความสมดุล กีฬาไทย กีฬาสากล เพิ่มพูนความสามารถของตนเอง
ปฏิบตั ติ ามกฎ กตกิ า นนั ทนาการ เนน กระบวนการทางพลศกึ ษา
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา ขอตกลง ในการเลนเกม กิจกรรมและกีฬา เห็นคุณคาของการออก
กำลังกาย มีระเบียบวินัย มีน้ำใจนักกีฬา มีความสามัคคี เคารพสิทธิของผูอื่น ยอมรับความแตกตาง
ระหวางบคุ คล
รหัสตวั ชี้วัด ป.๖/๑, ป.๖/๒
พ.๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
พ.๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
พ.๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
พ.๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
พ.๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
พ.๕.๑
รวมท้ังหมด ๒๒ ตัวช้ีวัด
๑๑๙
คำอธิบายรายวิชา
พ ๒๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา กลุมสาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑ หนว ยกิต
.........................................................................................................................................................................
ศึกษาความสำคัญของระบบประสาท และระบบตอมไรทอที่มีผลตอสุขภาพ การเจริญเติบโตและ
พัฒนาการของวัยรุน ดูแลรักษาระบบประสาท และระบบตอมไรทอใหทำงานตามปกติ ภาวการณเจริญ
เติบโตทางรางกายของตนเองกับเกณฑมาตรฐาน การพัฒนาตนเองใหเจริญเติบโตสมวัย วิธีการปรับตัวตอ
การเปลี่ยนแปลงทางรางกายจิตใจ อารมณ และพัฒนาการทางเพศอยางเหมาะสม การปองกันตนเองจาก
การถกู ลว งละเมิดทางเพศ
โดยใชกระบวนการวเิ คราะห อภิปราย อธบิ าย การศกึ ษาคน ควา การทดสอบ การปรับตัวการตดั สนิ ใจ
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ พัฒนาการของมนุษย การปรับตัวการเปลี่ยนแปลงรางกาย อารมณ
และพฒั นาการทางเพศ สามารถปฏบิ ตั ิตนใหปลอดภยั จากโรคตา งๆใหกบั ตนเอง ครอบครวั
ศกึ ษาเพิม่ พนู ความสามารถของตนตามหลักการเคล่ือนไหวทใ่ี ชท ักษะกลไกและทักษะพน้ื ฐานทน่ี ำไปสู
การพัฒนาทักษะการเลนกีฬา กฬี าไทย กฬี าสากล กิจกรรมนนั ทนาการ กิจกรรมสมรรถภาพ
โดยปฏิบัตกิ ารเพม่ิ พนุ ความสามารถของตนตามหลักการเคล่ือนไหวท่ใี ชทักษะกลไกและทักษะพื้นฐาน
เพื่อพัฒนาทักษะการเลนกีฬาไทย กีฬาสากล โดยมีรูปแบบวิธีการรุกและปองกันในการเลนกีฬา กิจกรรม
นันทนาการ กิจกรรมสมรรุภาพ นำความรูและหลักการที่ไดรับไปใชในชีวิตประจำวัน เนนกระบวนการทาง
พลศึกษา ๕ ข้ันตอน
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา การเลนเกมและการแขงขันกีฬา การทำงานเปนทีม การยอมรับ
ความสามารถและความแตกตางระหวางบุคคล เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและการเลนกีฬา
มรี ะเบียบวนิ ยั มีน้ำใจนกั กฬี า
รหัสตัวช้ีวดั
พ.๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
พ.๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒
พ.๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
พ.๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
รวมท้ังหมด ๑๕ ตัวชวี้ ัด
๑๒๐
คำอธบิ ายรายวิชา
พ ๒๑๑๐๒ สขุ ศึกษาและพลศึกษา กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน ๑ หนว ยกติ
..........................................................................................................................................................................
ศึกษาอาหารที่เหมาะสมกับวัย โภชนาการที่มีผลกระทบตอสุขภาพ น้ำหนักเกณฑมาตรฐานสมรรถภาพ
ทางกาย ปฐมพยาบาลและเคล่ือนยายผูปวยอยางปลอดภยั อาการของผูติดสารเสพตดิ และการปอ งกันการติด
สารเสพติด การใชสารเสพติดกบั การเกิดโรคและอบุ ัตเิ หตุ การลด ละ เลิกสารเสพตดิ โดยใชทกั ษะตางๆ
โดยใชก ระบวนการวเิ คราะห อภปิ ราย อธบิ าย การศกึ ษาคนควา การทดสอบ การปรบั ตวั การตดั สินใจ
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ พัฒนาการของมนุษย การปรับตัวการเปลี่ยนแปลงรางกาย อารมณ
และพฒั นาการทางเพศ สามารถปฏบิ ัตติ นใหปลอดภยั จากโรคตา งๆ ใหกบั ตนเอง ครอบครัว
ศึกษาเพิ่มพูนความสามารถของตนตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใชทักษะกลไก และทักษะพื้นฐานท่ี
นำไปสกู ารพัฒนาทกั ษะการเลนกฬี า กีฬาไทย กฬี าสากล กจิ กรรมนันทนาการ กิจกรรมสมรรถภาพ
โดยปฏิบัติการเพิ่มพุนความสามารถของตนตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใชทักษะกลไกลและทักษะ
พื้นฐาน เพื่อพัฒนาทักษะการเลนกีฬาไทย กีฬาสากล โดยมีรูปแบบวิธีการรุกและปองกันในการเลนกีฬา
กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสมรรถภาพทางกาย นำความรูและหลักการที่ไดรับจากการเรียนไปใชใน
ชีวิตประจำวนั เนน กระบวนการทางพลศึกษา ๕ ขั้นตอน
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา การเลนเกมและการแขงขันกีฬา การทำงานเปนทีม การยอมรับ
ความสามารถและความแตกตางระหวางบุคคล เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและการเลนกีฬา มี
ระเบยี บวินยั มีนำ้ ใจนกั กฬี า
รหัสตัวชี้วดั ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
พ.๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
พ.๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
พ.๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
พ.๕.๑
รวมทั้งหมด ๑๗ ตวั ชีว้ ดั
๑๒๑
คำอธบิ ายรายวิชา
พ ๒๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา กลุมสาระการเรยี นรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑ หนวยกติ
.........................................................................................................................................................................
ศึกษาการเปลี่ยนแปลงดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และ สติปญญาในวัยรุน ผลกระทบตอ
การเจรญิ เติบโต และพัฒนาการดานรางกาย จติ ใจ อารมณ สงั คม และสติปญ ญา ในวยั รนุ ปจจัยที่มีอิทธิพล
ตอ เจตคติในเรื่องเพศปญหาและผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธในวัยเรียน การปองกันตนเองและ
หลีกเลี่ยงจากโรคติดตอทางเพศสัมพันธ เอดส และการตั้งครรภโดยไมพึงประสงค ความสำคัญของ
ความเสมอภาคทางเพศ และวางตัวไดอ ยางเหมาะสม
โดยใชกระบวนการวิเคราะห อภิปราย อธิบาย การศึกษาคนควา การทดสอบ การปรับตัวการ
ตดั สนิ ใจ
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ พัฒนาการของมนุษย การปรับตัวการเปลี่ยนแปลงรางกาย อารมณ
และพฒั นาการทางเพศ สามารถปฏบิ ตั ิตนใหป ลอดภยั จากโรคตา งๆใหกบั ตนเอง ครอบครวั
ศกึ ษานำผลการปฏิบตั ิตนเกย่ี วกับทักษะกลไก มาสรุปเปนวธิ ีท่ีเหมาะสมในบริบทของตนเอง การเลน
กีฬาไทย กีฬาสากล โดยมีรปู แบบ วธิ ีการรุกและการปองกันในการเลนกีฬา เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ
การเคลื่อนไหว ที่สงผลตอการเลนกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน รวมกิจกรรมนันทนาการ กิจกรรม
สมรรถภาพ นำความรแู ละหลกั การท่ไี ดรบั ไปใชใ นชีวติ ประจำวนั
โดยปฏบิ ัตทิ ักษะกลไกท่ีเหมาะสมในบริบทของตนเอง เลนกฬี าไทย กีฬาสากล โดยมรี ูปแบบวิธีการ
รุก การปองกัน การเคลื่อนไหวมีผลตอการเลนกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน กิจกรรมนันทนาการ
กิจกรรมสมรรถภาพ เนน กระบวนการของพลศึกษา ๕ ขัน้ ตอน
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา การเลนเกมและการแขงขันกีฬา การทำงานเปนทีม การยอมรับ
ความสามารถ และความแตกตา งระหวางบคุ คล เหน็ ความสำคญั ของการออกกำลังกายและการเลน กีฬา
มีระเบยี บวนิ ัย มนี ำ้ ใจนักกีฬา
รหัสตัวช้ีวดั ม.๒/๑, ม.๒/๒
พ.๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
พ.๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
พ.๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
พ.๓.๒
รวมทั้งหมด ๑๕ ตัวชี้วัด
๑๒๒
คำอธิบายรายวชิ า
พ ๒๒๑๐๒ สุขศึกษาและพลศกึ ษา กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑ หนว ยกิต
……………………..………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษาบริการทางสุขภาพ การใชเทคโนโลยีที่มีตอสุขภาพ ความเจริญกาวหนาทางการแพทย
ความสัมพันธของภาวะสมดุลระหวางสุขภาพกายและสุขภาพจิต อาการเบื้องตนของผูมีปญหาสุขภาพจิต
วิธีปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณและความเครียด สมรรถภาพทางกาย แหลงที่ชวยเหลือ ฟนฟูผูติดสาร
เสพติด พฤติกรรมเสย่ี งและสถานการณเ ส่ียง การปองกันตนเองและหลีกเล่ียงสถานการณคบั ขัน
โดยใชก ระบวนการวิเคราะห อภปิ ราย อธบิ าย การศกึ ษาคน ควา การทดสอบ การปรับตัว
การตดั สนิ ใจ
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ พัฒนาการของมนุษย การปรับตัวการเปลี่ยนแปลงรางกาย อารมณ
และพัฒนาการทางเพศ สามารถปฏบิ ตั ิตนใหป ลอดภัยจากโรคตา งๆใหกับตนเอง ครอบครัว
ศึกษานำผลการปฏิบัติตนเก่ียวกับทักษะกลไก มาสรุปเปนวิธีที่เหมาะสมในบริบทตามความสามารถ
ของตนเองในการเลนกีฬาไทย กีฬาสากล โดยมีรูปแบบ วิธีการรุกและการปองกันในการเลนกีฬา
เปรียบเทียบประสิทธิภาพของการเคลื่อนไหว ที่สงผลตอการเลนกีฬาและกิจกรรมในชวี ติ ประจำวัน เขารวม
กจิ กรรมนนั ทนาการ กิจกรรมสมรรถภาพ นำความรูและหลักการท่ไี ดรับไปใชใ นชีวติ ประจำวนั
โดยปฏบิ ัตทิ กั ษะกลไกทีเ่ หมาะสมในบริบทของตนเอง เลนกีฬาไทย กฬี าสากล โดยมรี ปู แบบวิธกี ารรุก
การปองกัน การเคล่อื นไหวมผี ลตอการเลน กีฬาและกจิ กรรมในชีวติ ประจำวัน กิจกรรมนนั ทนาการ กิจกรรม
สมรรถภาพ เนนกระบวนการของพลศึกษา ๕ ข้นั ตอน
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา การเลนเกมและการแขงขันกีฬา การทำงานเปนทีม การยอมรับ
ความสามารถ และความแตกตางระหวางบุคคลเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและการเลนกีฬา
มรี ะเบยี บวนิ ัย มีน้ำใจนกั กีฬา
รหสั ตัวชี้วัด ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
พ.๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
พ.๓.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗
พ.๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
พ.๕.๑
รวมท้ังหมด ๑๙ ตัวชี้วัด
๑๒๓
คำอธบิ ายรายวชิ า
พ ๒๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จำนวน ๑ หนว ยกิต
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา แตละชวงของชีวิต
อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมตอการเปลี่ยนแปลงของวัยรุน สื่อโฆษณาที่มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโต
และพัฒนาการของวัยรุน อนามยั แมและเด็ก การวางแผนครอบครวั และการปฏิบัติตนที่เหมาะสม ผลกระทบ
ตอ การต้งั ครรภ แนวทางปอ งกัน แกไ ขความขัดแยงในครอบครวั
โดยใชกระบวนการวิเคราะห อภปิ ราย อธบิ าย การศึกษาคน ควา การทดสอบ การปรับตัว
การตดั สินใจ
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ พัฒนาการของมนุษย การปรับตัวการเปลี่ยนแปลงรางกาย อารมณ
และพัฒนาการทางเพศ สามารถปฏบิ ตั ติ นใหป ลอดภยั จากโรคตา งๆใหกับตนเอง ครอบครัว
ศกึ ษาการเลนกีฬาไทย กฬี าสากล อยา งละ ๑ ชนดิ โดยใหเทคนคิ ท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง นำหลักการ
ความรู ทักษะการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย ไปใชสรางเสริมสุขภาพอยางตอเนื่อง นำความรูดาน
นันทนาการไปขยายผลกับผูอ ่ืน
โดยปฏบิ ตั ทิ ักษะการเลนกีฬาไทย กีฬาสากล นำทกั ษะการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลนกีฬา
ไปใชสรา งเสรมิ สขุ ภาพตนเอง ปฏบิ ัติการรว มกจิ กรรมดา นนนั ทนาการ เนน กระบวนการทางพลศึกษา ๕ ขนั้ ตอน
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา และขอตกลง มีมารยาทในการเลนและดูกีฬา ปฏิบัติกลวิธีการรุก
การปองกนั ในการเลน กฬี า มรี ะเบียบวินัย มนี ้ำใจนักกีฬา
รหสั ตัวช้ีวัด ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
พ.๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
พ.๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
พ.๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕
พ.๓.๒
รวมท้ังหมด ๑๔ ตัวช้ีวดั
๑๒๔
คำอธบิ ายรายวชิ า
พ ๒๓๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา กลุมสาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนว ยกิต
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษาอาหารที่เหมาะสมกับวัยตาง ๆ โดยคำนึงถึงความประหยัดและคุณคาทางโภชนาการ แนวทาง
ปอ งกันโรคท่เี ปน สาเหตสุ ำคัญของการเจ็บปว ยและการตายของคนไทย แนวทาง แกไ ขปญหาสุขภาพในชุมชน
การออกกำลังกาย การพักผอนและการสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางกายและพัฒนาไดตาม
ความแตกตา งระหวางบุคคล ปจ จัยเสยี่ ง และพฤติกรรมเสยี่ งที่มผี ลตอ สขุ ภาพและแนวทางปองกัน การหลกี เล่ียง
การใชความรนุ แรงในการแกปญหา อิทธิพลของสื่อตอพฤติกรรมสขุ ภาพและความรนุ แรง ความสัมพันธข อง
การดื่มเคร่ืองด่ืมท่ีมแี อลกอฮอลตอสุขภาพและการเกิดอุบตั เิ หตุ การชวยฟน คนื ชพี อยางถูกวิธี
โดยใชกระบวนการวิเคราะห อภิปราย อธิบาย การศกึ ษาคน ควา การทดสอบ การปรับตวั
การตดั สนิ ใจ
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจพัฒนาการของมนุษย การปรับตัวการเปลี่ยนแปลงรางกาย อารมณ
และพฒั นาการทางเพศ สามารถปฏบิ ัตติ นใหปลอดภัยจากโรคตางๆใหกับตนเอง ครอบครัว
ศกึ ษาการเลนกีฬาไทย กีฬาสากล อยา งละ ๑ ชนิด โดยใหเ ทคนคิ ที่เหมาะสมกบั ตนเอง นำหลักการ
ความรู ทักษะการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย ไปใชสรางเสริมสุขภาพอยางตอเนื่อง นำความรูดาน
นนั ทนาการไปขยายผลกบั ผูอ่นื
โดยปฏิบัติทักษะการเลนกีฬาไทย กีฬาสากล นำทักษะการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน
กีฬาไปใชสรางเสริมสุขภาพตนเอง ปฏิบัติการรวมกิจกรรมนันทนาการ เนนกระบวนการทางพลศึกษา
๕ ขนั้ ตอน
เพื่อใหปฏิบัติตามกฎ กติกา และขอตกลง มีมารยาทในการเลนและดูกีฬา ปฏิบัติกลวิธีการรุก
การปองกนั ในการเลนกีฬา มรี ะเบยี บวนิ ัย มนี ้ำใจนกั กฬี า
รหสั ตัวชว้ี ัด ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
พ.๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕
พ.๓.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕
พ.๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕
พ.๕.๑
รวมทั้งหมด ๑๘ ตัวชี้วดั
๑๒๕
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รหัสรายวชิ า พ๒๓๒๐๑ กจิ กรรมเขาจงั หวะ ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนวยกิต
ศกึ ษาเพ่อื ใหเกดิ ความรูความเขาใจ กจิ กรรมเขาจังหวะ การเคลือ่ นไหวองคป ระกอบ ความสำคัญของ
กิจกรรมเขาจังหวะ การเคลื่อนไหวอยูกับที่ ออกแบบทาทาง แปรขบวน การเตนในจังหวะลีลาศ การจับคู จับ
มือ กาวเทา ทิศทางแนวทางของลีลาศ ทาทางที่สงางาม สรางสัมพันธภาพที่ดี กับการรวมกิจกรรม รอบรู
ประโยชน การเตรียมตัวของการเลนกิจกรรมเขาจังหวะและลีลาศ
โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู ทางสุขศึกษาและพลศึกษา จากการสืบคนขอมูล อภิปราย มี
เจตคตทิ ่ีดีตอ การดแู ลรักษาสุขภาพรางกายของตนเอง ท่ีสงผลตอการเจริญเติบโต
เพื่อใหเกิดความเขา ใจหลักการแนวคดิ ไปปรับปรุงพัฒนาคุณภาพชีวติ ของตน สขุ ภาพรางกายแข็งแรง
มีคุณธรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสนกษัตริย ซื่อสัตย สุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการ
ทำงาน มจี ิตสาธารณะดำรงอยใู นความพอเพียงและความเปนไทย
ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวัง
๑. รูแ ละเขา ใจรปู แบบวิธกี ารรว มเลน กิจกรรมเขาจงั หวะไดตามหลกั สากล
๒. แสดงทักษะการเคลื่อนไหวอยูก บั ที่ และการเคลอ่ื นไหวท่ีไดถ ูกวธิ ี
๓. แสดงทักษะการเคลื่อนไหวรา งกายทาทางแปรขบวนไดอยา งเหมาะสม
๔. รแู ละเขา ใจจงั หวะทิศทางการเดินการเคลอ่ื นไหวลลี าศเบอื้ งตน ไดถูกหลักวิธี
๕. แสดงทกั ษะการเตนลลี าศการจบั คู การหมนุ การเดนิ ไดตามหลกั วธิ ี
๖. รูและเขาใจประวัตกิ ฎกติกาการเลน การแสดงการเตรยี มตัวออกลีลาศ ไดตามหลักสากล
รวมท้งั หมด ๖ ผลการเรียนรู
๑๒๖
คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
รหสั รายวชิ า พ๒๓๒๐๒ กิจกรรมเขาจงั หวะ๒ กลมุ สาระการเรยี นรสู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน ๔๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑ หนวยกิต
ศกึ ษาเพ่ือใหเ กดิ ความรูความเขาใจ กิจกรรมเขา จงั หวะ การเคลื่อนไหวองคป ระกอบ ความสำคัญของ
กิจกรรมเขาจังหวะ การเคลื่อนไหว ออกแบบทาทาง แปรขบวน การเตนในจังหวะลลี าศ การจับคู จับมือ กาว
เทา ทิศทางแนวทางของลีลาศ ทาทางที่สงางาม สรางสัมพันธภาพที่ดี กับการรวมกิจกรรม รอบรูประโยชน
การเตรียมตวั ของการเลน กิจกรรมเขา จังหวะและลีลาศ
โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู ทางสุขศึกษาและพลศึกษา จากการสืบคนขอมูล อภิปราย มี
เจตคตทิ ด่ี ีตอการดูแลรกั ษาสุขภาพรางกายของตนเอง ทีส่ ง ผลตอการเจริญเติบโต
เพอ่ื ใหเ กดิ ความเขาใจหลักการแนวคดิ ไปปรับปรงุ พัฒนาคุณภาพชวี ิตของตน สขุ ภาพรา งกายแข็งแรง
มีคุณธรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค รักชาติ ศาสนกษัตริย ซื่อสัตย สุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการ
ทำงาน มีจติ สาธารณะดำรงอยูในความพอเพยี งและความเปน ไทย
ผลการเรียนรูท ่คี าดหวงั
๑. แสดงทักษะการเคล่ือนไหวเคลื่อนไหวท่ีไดถ ูกวธิ ี
๒. แสดงทักษะการเคล่ือนไหวรา งกายทาทางแปรขบวนในรูปแบบตา งๆไดด ว ยตนเองอยางเหมาะสม
๓. รูและเขา ใจจังหวะทิศทางการเดนิ การเคล่อื นไหวลีลาศ ไดถูกหลกั วิธี
๔. แสดงทกั ษะการเตนลีลาศการจบั คู การหมุน การเดินไดตามหลักวิธี
๕. รูและเขา ใจประวัตกิ ฎกติกาการเลน การแสดงการเตรยี มตัวออกลลี าศ ไดตามหลักสากล
๖. คดิ ทาเตน ประกอบเพลงโดยใชทักษะการเตนลีลาศไดอยา งสวยงาม
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู
๑๒๗
รายวชิ าพ้นื ฐาน รายวชิ าพืน้ ฐานกลุม สาระการเรยี นรูศิลปะ
ศ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ
ศ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ระดบั ประถมศึกษา
ศ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ
ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ศ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
ระดบั มธั ยมศกึ ษา
รายวชิ าพื้นฐาน
ศ๒๑๑๐๑ ทศั นศลิ ป จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกติ
ศ๒๑๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนว ยกติ
ศ๒๒๑๐๑ ทศั นศลิ ป จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกติ
ศ๒๒๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกิต
ศ๒๓๑๐๑ ทัศนศิลป จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกิต
ศ๒๓๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกิต
๑๒๘
คำอธิบายรายวิชา
ศ๑๑๑๐๑ ศิลปะ
รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูศ ลิ ปะ
ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
___________________________________________________________________________
บอกรูปรางลักษณะขนาดของสิ่งตางๆรอบตัวในธรรมชาติและสิ่งที่มนุษยสรางขึ้นความรูสึกที่มีตอ
ธรรมชาติและสิ่งแวดลอมรอบตัว บอกการกําเนิดของเสียงบอกลักษณะของเสียงดังเบาและความชาเร็วของ
จังหวะทองบทกลอนรองเพลงงายๆเขารวมกิจกรรมดนตรีการรองเพลงการเคาะจังหวะการเคลื่อนไหว
ประกอบเพลงเพลงที่ใชในชีวิตประจำวันบทเพลงกลอมเด็กบทเพลงประกอบการละเลนเลาระบุที่มาของบท
เพลงในทองถิ่นความนาสนใจของบทเพลงในทองถิ่น บอกการเคลื่อนไหวลักษณะตาง ๆของธรรมชาติคนสัตว
ส่งิ ของแสดงทาทางงา ยๆโดยใชภาษาทา แสดงประกอบเพลงทเ่ี ก่ียวกับธรรมชาตสิ ตั วก ารเปน ผูชมทด่ี ี
ฝกทักษะการใชวัสดุอุปกรณดินเหนียวดินนำมันดินสอสีพูกันกระดาษสีเทียนสีนํ้ามันสรางงาน
ทัศนศิลปทดลองการใชสนี ํ้าโปสเตอรสีเทยี นสีจากธรรมชาติที่มีในทองถิ่นวาดภาพระบายสีตามความรูสึกของ
ตนเองระบุงานทัศนศิลปในชีวิตประจำวัน เลนการละเลนของเด็กไทยการแสดงนาฏศิลปเห็นคุณคางาน
ทัศนศิลปดนตรนี าฏศลิ ปท ีเ่ ปน มรดกทางวัฒนธรรมภูมิปญญาทองถ่ินภูมปิ ญ ญาไทยช่ืนชมและนำไปประยุกตใช
ในชีวิตประจำวนั
เพื่อใหเห็นคุณคาของความสวยงามตามธรรมชาติเกิดความรูสึกช่ืนชมธรรมชาติสามารถคิดและแสดง
ความรูสึกจากการรับรูความงามความเพลิดเพลินเกิดความมั่นใจใจตนเองในการสรางงานทัศนศิลปและรักษ
ธรรมชาติและสิ่งแวดลอมนำดนตรีไปใชในชีวิตประจำวันหรือโอกาสตางๆไดอยางเหมาะสมเพ่ือเห็นคุณคาของ
นาฏศิลปไทยเกิดความชื่นชมนาฏศิลปไทยสามารถนำกิจกรรมของนาฏศิลปไปใชแสดงในโอกาสตางๆเพ่ือ
ความเพลดิ เพลนิ แกตนเองและผูอ่นื
ตวั ช้วี ดั
ศ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ ๑.๒ ป.๑/๑
ศ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ศ ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ศ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ศ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวมท้ังหมด ๑๘ ตวั ชว้ี ัด
๑๒๙
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ
รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ
ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
บอกรูปรางรูปทรงที่พบในธรรมชาติและส่ิงแวดลอมทัศนธาตแุ ละงานทัศนศิลปเรื่องเสนสีรปู รางและ
รูปทรงเรื่องราวเลือกสรางงานทัศนศิลปตางๆโดยใชเสนเชนงานวาดงานปนและงานพิมพภาพรูปแบบงาน
โครงสรางเคลื่อนไหว บอกความสำคัญของงานทัศนศิลปที่พบเห็นในชีวิตประจำวันอภิปรายเกี่ยวกับงาน
ทัศนศลิ ปป ระเภทตางๆในทองถิ่นโดยเนน ถึงวิธกี ารสรา งงานและวัสดุอุปกรณที่ใช บอกแหลง กําเนิดของเสียงที่
ไดยินคุณสมบัติของเสียงสูงตํ่า , ดังเบายาวสั้นของดนตรีสิ่งตางๆที่กอกําเนิดเสียงที่แตกตางกันลักษณะของ
เสียงดังเบาและความชาเร็วของจังหวะ บอกความเกี่ยวของของเพลงที่ใชในชีวิตประจำวันเคาะจังหวะหรือ
เคลื่อนไหวรางกายใหสอดคลองกับเนื้อหาขอเพลงรองเพลงงายๆ ที่เหมาะสมกับวัย บอกความหมายและ
ความสำคัญของเพลงปลุกใจเพลงสอนใจความสมั พันธของเสียงรองเสียงเครื่องดนตรใี นเพลงทองถิ่นโดยใชคำ
งายๆระบุมารยาทในการชมการแสดงเลน การละเลน เคลื่อนไหวขณะอยูกบั ที่และเคลื่อนที่อยางมีรูปแบบการ
เคล่อื นไหวทสี่ ะทอนอารมณของตนเองอยางอิสระทา ทางเพื่อสื่อความหมายแทนคำพดู ทาทางประกอบจังหวะ
อยา งสรา งสรรค
ฝกทักษะการใชวัสดุอุปกรณสรางงานทัศนศิลป๓มิติสรางภาพปะติดโดยการตัดหรือฉีกกระดาษวาด
ภาพเพื่อถายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของตนเองและเพื่อนบาน ใชภาษาทาและนาฏยศัพทประกอบ
จังหวะแสดงและเขารวมกิจกรรมทางดนตรีของทองถิ่นในโอกาสพิเศษการละเลน พื้นบานเชื่อมโยงการละเลน
พื้นบา นกับการดำรงชวี ติ ของคนไทยระบุสงิ่ ท่ชี ่นื ชอบและภาคภมู ใิ จในการละเลนพน้ื บา น
เพื่อใหเขาใจเห็นคุณคาของความงามของธรรมชาติศิลปะของไทยศิลปะทองถิ่นศิลปะสากล เกิด
ความรูสึกชื่นชมในความงามของธรรมชาติและภาคภูมิใจในความงามความประณีตศิลปะของไทย ศิลปะ
ทอ งถิน่ มองเห็นความแตกตา งของศลิ ปะไทยศิลปะสากลชืน่ ชมภูมิใจรักษาศิลปะไทยไวและยอมรับคำติชมและ
แกไขขอบกพรองใหเห็นความสำคัญและคุณคาของเพลงไทยเพลงสากลเขาใจในอารมณเพลงสามารถแสดง
ความรูสึกจากการรับรูความไพเราะของเพลงกิจกรรมการฟงเพลงไปใชในชีวิตประจำวันไดดวยความ
เพลิดเพลินเห็นคุณคาของนาฏศิลปไทยเกิดความชื่นชมนาฏศิลปไทย สามารถนำกิจกรรมของนาฏศิลปไปใช
แสดงในโอกาสตา งๆเพอ่ื ความเพลดิ เพลนิ แกตนเองและผูอ่ืน
รหัสตัวชี้วัด
ศ ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ศ ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ค ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวมทั้งหมด ๒๕ ตัวชีว้ ัด
๑๓๐
คำอธิบายรายวชิ า
ศ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ
รายวชิ าพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ิลปะ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
บอกรูปรางรูปทรงในธรรมชาติสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลประบุวัสดุอุปกรณที่ใชสรางผลงานเม่ือชม
งานทัศนศิลปบรรยายเหตุผลและวิธีการในการสรางงานทัศนศิลปโดยเนนถึงเทคนิคและวัสดุอุปกรณจำแนก
ทัศนธาตุของสิ่งตางๆ ในธรรมชาติสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลปโดยเนนเรื่องเสนสีรูปรางรูปทรงและพื้นผิว
ระบุรูปรางลักษณะของเครื่องดนตรีที่เห็นและไดยินในชีวิตประจำวันลักษณะเดนและเอกลักษณของดนตรีใน
ทองถิ่นความสำคัญและประโยชนของดนตรตี อการดำเนนิ ชีวิตของคนในทองถิน่ ใชรูปภาพหรอื สัญลักษณแทน
เสียงและจังหวะเคาะ บอกบทบาทหนาที่ของเพลงที่ไดยินขับรองและบรรเลงดนตรีงายๆเคลื่อนไหวทาทาง
สอดคลองกับอารมณของเพลงที่ฟงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเสียงดนตรีเสียงขับรองของตนเองและผูอื่นนำ
ดนตรไี ปใชใ นชวี ิตประจำวนั หรือโอกาสตางๆไดอยางเหมาะสม
มีทักษะพื้นฐานในการใชวัสดุอุปกรณสรางสรรคงานปนวาดภาพระบายสีสิ่งของรอบตัวถายทอด
ความคิดความรูสึกจากเหตุการณชีวิตจริงโดยใชเสนรูปรางรูปทรงสีและพื้นผิว ระบุสิ่งที่ชื่นชมและสิ่งที่ควร
ปรับปรุงในงานทัศนศลิ ปของตนเองระบแุ ละจัดกลุมของภาพตามทัศนธาตุท่ีเนนในงานทัศนศิลปน้ันๆบรรยาย
ลักษณะรูปรางรูปทรงในงานการออกแบบสิ่งตางๆที่มีในบานและโรงเรียนเลาถึงที่มาของงานทัศนศิลปใน
ทองถิ่นอธิบายเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณและวิธีการสรางงานทัศนศิลปในทองถิ่น สรางสรรคการเคลื่อนไหวใน
รูปแบบตางๆรำวงมาตรฐานเพลงพระราชนิพนธสถานการณสั้นๆสถานการณที่กําหนดแสดงทาทางประกอบ
เพลงตามรูปแบบนาฏศิลปเปรียบเทียบบทบาทหนาที่ของผูแสดงและผูชมมีสวนรวมในกิจกรรมการแสดงที่
เหมาะสมกับวัยบอกประโยชนของการแสดงนาฏศิลปในชีวิตประจำวันเลาการแสดงนาฏศิลปที่เคยเห็นใน
ทองถิ่นระบุสิ่งที่เปนลักษณะเดนและเอกลักษณของการแสดงนาฏศิลปอธิบายความสำคัญของการแสดง
นาฏศิลป
เพื่อใหเ ห็นคณุ คา ของความสวยงามตามธรรมชาติเกิดความรูสึกชนื่ ชมธรรมชาติสามารถคิดและแสดง
ความรสู ึกจากการรับรคู วามงามความเพลิดเพลินเกดิ ความม่นั ใจใจตนเองในการสรา งงานทศั นศลิ ปแ ละรกั ษ
ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ มนำดนตรไี ปใชใ นชีวติ ประจำวนั หรือโอกาสตา งๆไดอ ยา งเหมาะสมเพ่ือเหน็ คณุ คา ของ
นาฏศิลปไทยเกิดความช่นื ชมนาฏศลิ ปไทยสามารถนำกจิ กรรมของนาฏศลิ ปไปใชแสดงในโอกาสตางๆเพ่ือ
ความเพลิดเพลินแกตนเองและผูอนื่
รหสั ตวั ชี้วดั
ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ รวมทัง้ หมด ๒๙ ตัวช้ีวัด
๑๓๑
คำอธบิ ายรายวิชา
ศ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ
รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
___________________________________________________________________________
ศึกษา วิเคราะห เปรียบเทียบ อภิปราย จำแนก บรรยาย รูปลักษณะของรูปราง รูปทรงในธรรมชาติ
สง่ิ แวดลอมและงานทัศนศิลป ทศั นธาตขุ องสิ่งตางๆ ในธรรมชาติ สง่ิ แวดลอม และงานทัศนศิลป โดยเนนเรื่อง
เสน สี รูปราง รูปทรง พื้นผิว และพื้นที่วาง อิทธิพลของสีวรรณะอุน และสีวรรณะเย็นที่มีตออารมณมนุษย
การวาดภาพระบายสีโดยใชสีวรรณะอุน และสีวรรณะเย็น ถายทอดความรูสึกและจินตนาการ การใชวัสดุ
อุปกรณสรางสรรคงานพิมพภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะภาพที่เนนการจัดระยะ ความลึก น้ำหนัก
และแสงเงา การถา ยทอดความคดิ ความรูสกึ ผานงานทศั นศลิ ปของตนเองและผูอ่ืน งานทศั นศลิ ปใ นเหตุการณ
และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรมทองถิ่น งานทัศนศิลปที่มาจากวัฒนธรรมตางๆ อธิบายโครงสรางของบท
เพลง ความหมายของเนื้อหาในบทเพลง การเคลื่อนที่ขึ้น-ลงของทำนอง รูปแบบจังหวะ และความเร็วของ
จังหวะ เครื่องหมายและสัญลักษณทางดนตรี ประเภทของเครื่องดนตรี เสียงของเครื่องดนตรีแตละประเภท
การใชและดูแลรักษาเครื่องดนตรี ความสัมพันธของวิถีชีวิตกับผลงานดนตรี การอนุรักษวัฒนธรรมทางดนตรี
อธิบาย วิพากษวิจารณความเปนมาของนาฏศิลป หลักและวิธีการปฏิบัตินาฏศิลป การใชภาษาทาและ
นาฏยศัพทประกอบเพลงปลุกใจและเพลงพระราชนิพนธ การใชศัพททางการละครในการถายทอดเรื่องราว
การประดิษฐท า ทางหรือทารำประกอบจังหวะพืน้ เมือง การแสดงนาฏศลิ ปประเภทคูและหมู การเลาเรื่อง การ
ชมการแสดง
โดยใชทักษะกระบวนการทางทัศนศิลป ในการสรางและนำเสนอผลงานทัศนศิลป การเลือกใชวัสดุ
อุปกรณที่เหมาะสม และการแสดงออกทางดนตรีและนาฏศิลปอยางสรางสรรค การวิเคราะห การ
วิพากษวจิ ารณค ุณคา งานทศั นศลิ ป ดนตรีและนาฏศลิ ป
เพื่อใหเห็นคุณคางานทัศนศิลป ดนตรี และนาฏศิลป ที่เปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถ่ิน
ภูมิปญญาไทยและสากล เขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ดนตรีและนาฏศิลป ประวัติศาสตร และ
วัฒนธรรมนำความรูไปประยกุ ตใ ชในชีวิตประจำวัน มจี รยิ ธรรม คุณธรรม และคา นิยมที่เหมาะสม
รหัสตวั ช้ีวดั
ศ ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ศ ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ รวมทั้งหมด ๒๙ ตัวชีว้ ัด
๑๓๒
คำอธบิ ายรายวิชา
ศ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ
รายวิชาพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
___________________________________________________________________________
ศึกษา วิเคราะห เกย่ี วกับจงั หวะ ตำแหนง ของสิ่งตางๆ ที่ปรากฏในส่งิ แวดลอมและงานทัศนศลิ ป เปรียบเทียบ
ความแตกตา งระหวา งงานทัศนศิลปที่สรา งสรรคด วยวสั ดุ อุปกรณ และวธิ ีการท่แี ตกตางกนั และบอกประโยชน
และคุณคาของงานทัศนศิลปที่มีผลตอชีวิตของคนในสังคม ปญหาในการจัดองคประกอบศิลป และการสื่อ
ความหมายในงานทัศนศิลปของตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานใหดีขึ้นวาดภาพโดยใชเทคนิคตางๆ
สรางสรรคงานปนโดยเนนการถายทอดจินตนาการ สรางสรรคงานพิมพภาพ โดยเนนการจัดวางตำแหนงของ
สิ่งตางๆ บรรยาย อภิปราย เกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลปในแหลงเรียนรูหรือนิทรรศการศิลปะ
และงานทัศนศิลปที่สะทอนวัฒนธรรมและภูมิปญญาในทองถิ่นศึกษา ระบุองคประกอบดนตรีในเพลงที่ใชใน
การสื่ออารมณ จำแนกลักษณะของเสียงขับรองและ เครื่องดนตรีที่อยูในวงดนตรีประเภทตางๆ อาน เขียน
โนตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสียง สามารถใชเครื่องดนตรีบรรเลงจังหวะและทำนอง รองเพลงไทยหรือ
เพลงสากลที่เหมาะสมกับวัย นำดนตรีมารวมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ สามารถอธิบาย
ความสัมพันธระหวางดนตรีกับประเพณีในวัฒนธรรมตางๆ บอกคุณคาของดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมที่ตางกัน
แสดงออกทางนาฏศิลปอยางสรางสรรค โดยเนนการใชภาษาทาและนาฏยศัพทในการส่ือความหมายและการ
แสดงออก บรรยายองคป ระกอบของนาฏศลิ ป พรอมแสดงทา ทางประกอบเพลงหรือเรื่องราวตามความคิดของ
ตน สามารถเขียนเคา โครงเรอ่ื งบทละครส้นั ๆ และบอกประโยชนท่ีไดร ับจากการชมการแสดง เปรยี บเทียบการ
แสดงประเภทตา งๆ ของไทยในแตละทอ งถิน่
โดยใชทักษะกระบวนการทางทัศนศิลป ดนตรีและนาฏศิลป ในการสรางและนำเสนอผลงานทัศนศิลป ดนตรี
และนาฏศิลป การเลือกใชวัสดุ อุปกรณที่เหมาะสม และแสดงออกอยางสรางสรรค การวิเคราะห การ
วิพากษวิจารณค ณุ คา งานทัศนศลิ ปดนตรแี ละนาฏศลิ ป
เพอ่ื ใหเ หน็ คุณคา งานทศั นศิลปดนตรีและนาฏศลิ ป ทเี่ ปนมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญญาทองถิน่
ภูมิปญญาไทยและสากล เขาใจความสัมพนั ธระหวา งทัศนศิลป ดนตรี-นาฏศลิ ป ประวตั ิศาสตร และวัฒนธรรม
และการนำความรูไปประยุกตใชใ นชวี ติ ประจำวัน
รหัสตวั ช้ีวัด
ศ ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖ ศ ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ รวมทั้งหมด ๒๖ ตัวชี้วัด
๑๓๓
คำอธบิ ายรายวิชา
ศ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
__________________________________________________________________________
ระบุสคี ูตรงขา มอธิบายหลักการจัดขนาดสัดสว นความสมดลุ ในการสรางงานทัศนศิลปบ รรยายบทบาท
ของงานทัศนศิลปที่สะทอนชีวิตและสังคมระบุและบรรยายอิทธิพลทางวฒั นธรรมในทองถ่ินที่มีอิทธิพลตอการ
สรางงานทัศนศิลปของบุคคลสรางงานทัศนศิลปจากรูปแบบ๒มิติเปน๓มิติโดยใชหลักการของแสงเงาและ
น้ำหนักงานปนโดยใชหลักการเพิ่มและลดงานทัศนศิลปโดยใชหลักการของรูปและพื้นที่วางใชสีคูตรงขาม
หลักการจัดขนาดสัดสวนและความสมดุลสรางงานทัศนศิลปเปนแผนภาพแผนผังและภาพประกอบเพื่อ
ถายทอดความคิดหรือเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณตางๆ อภิปรายเกี่ยวกับการใชสีคูตรงขามในการถายทอด
ความคิดและอารมณอิทธิพลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาที่มีผลตองานทัศนศิลปในทองถิ่น บรรยาย
เพลงที่ฟงโดยอาศัยองคประกอบดนตรีและศัพทสังคีตความรูสึกที่มีตอดนตรีจำแนกประเภทและบทบาทหนาที่
เครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรที ี่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆดนตรีที่มาจากยุคสมัยที่ตางกันอานเขียนโนตไทยและ
โนตสากลทำนองงายๆใชเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดนสดที่มีจังหวะและทำนองงายๆแสดงความ
คดิ เห็นเกยี่ วกับทำนองจังหวะการประสานเสยี งและคุณภาพเสียงของเพลงท่ฟี ง อธบิ ายเร่อื งราวของดนตรีไทยใน
ประวตั ิศาสตรอ ภิปรายอทิ ธิพลของวัฒนธรรมตอดนตรใี นทองถิน่
สรา งสรรคการเคล่ือนไหวและการแสดงโดยเนนการถา ยทอดลลี าหรืออารมณออกแบบเคร่ืองแตงกาย
หรืออุปกรณประกอบการแสดงอยางงายๆแสดงนาฏศิลปและละครงายๆบรรยายความรูสึกของตนเองที่มีตอ
งานนาฏศิลปและการละครอยางสรางสรรคแสดงความคิดเห็นในการชมการแสดง อธิบายความสัมพันธ
ระหวางนาฏศิลปและการละครกับสิง่ ที่ประสบในชีวิตประจำวัน สิ่งที่มีความสำคัญตอการแสดงนาฏศิลปและ
ละครระบปุ ระโยชนท ีไ่ ดรับจากการแสดงหรอื การชมการแสดงนาฏศิลปแ ละละคร
เพื่อใหเขาใจเห็นคุณคาของความงามของธรรมชาติศิลปะของไทยศิลปะทองถิ่นศิลปะสากล เกิด
ความรูสึกชื่นชมในความงามของธรรมชาติและภาคภูมิใจในความงามความประณีตศิลปะของไทย ศิลปะ
ทองถิน่ มองเหน็ ความแตกตางของศิลปะไทยศลิ ปะสากลช่ืนชมภูมิใจรักษาศิลปะไทยไวและยอมรับคำติชมและ
แกไขขอบกพรองเห็นความสำคัญและคุณคาของเพลงไทยเพลงสากลเกิดความชื่นชมในการรองเพลงฟงเพลง
นำกิจกรรมการฟงเพลงและการรองเพลงไปใชในชีวิตประจำวันดวยความเพลิดเพลินเห็นคุณคาของนาฏศิลป
ไทยเกิดความชื่นชมนาฏศิลปไทยสามารถประยุกตนาฏศิลปและละครของไทยใหเหมาะสมกับสภาพปจจุบัน
และดำรงรักษาไวซ ง่ึ เอกลักษณไ ทย
รหัสตวั ชี้วดั
ศ ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
๑๓๔
ศ ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒ รวมทัง้ หมด ๒๗ ตวั ชวี้ ดั
๑๓๕
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศ๒๑๑๐๑ ทัศนศิลป
รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูศ ลิ ปะ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลาเรียน ๔๐ช่ัวโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๐ หนวยกิต)
___________________________________________________________________________
ศึกษา วิเคราะห ความหมายและความสำคัญขององคประกอบศิลป ทัศนธาตุ สรางและนำเสนอผลงานทาง
ทัศนศิลปจากจินตนาการ โดยสามารถใชอุปกรณที่เหมาะสม รวมทั้งสามารถใชเทคนิค วิธีการของศิลปนใน
การสรางงานไดอยางมีประสิทธิภาพ วิเคราะห วิพากษ วิจารณคุณคางานทัศนศิลป เขาใจความสัมพันธ
ระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตร และวัฒนธรรม เห็นคุณคางานศิลปะที่เปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญา
ทองถน่ิ ภูมปิ ญ ญาไทยและสากล ชื่นชม ประยกุ ตใ ชในชวี ิตประจำวนั
โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการพิจารณาคุณคา
เพื่อใหเกดิ ความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏบิ ตั แิ ละประยุกตใ ชในชวี ติ ประจำวันไดอยางเหมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวัด
ศ ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ , ม.๑/๔, ม.๑/๕ , ม.๑/๖
ศ ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
รวมท้ังหมด ๙ ตัวชี้วัด
๑๓๖
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศ๒๑๑๐๒ ดนตรี-นาฏศลิ ป
รายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรียน ๔๐ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ )
___________________________________________________________________________
ศึกษา อา น เขียน โนต เพลงไทยอตั รา ๒ ชัน้ โนตสากลกุญแจซอล และ ฟา ในบนั ไดเสียง C Major
เปรียบเทียบเสียงรองและเสียงของเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆ องคประกอบของดนตรีแตละ
วัฒนธรรม ประเภทวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆ เปรยี บเทยี บอารมณ ความรูสึกในการ
ฟง ดนตรีแตล ะประเภทและศึกษา นาฏยศัพท หรือศพั ทท างการละครในการแสดง ประเภทของละครไทยในแต
ละยุคสมัย อิทธิพลของนักแสดงชื่อดงั ทีม่ ีผลตอการโนมนาวอารมณหรอื ความคิดของผูชมบอกปจจัยที่มตี อการ
แสดงนาฏศลิ ป
โดยใชกระบวนการปฏิบัติ นำเสนอเพลงที่ตนเองชื่นชอบและใชเครื่องดนตรีประกอบการรองเพลงดวย
บทเพลงหลากหลายรูปแบบ ใชเกณฑสำหรับประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟง ใชและบำรุงรักษา
เครื่องดนตรีอยางระมัดระวังและรับผิดชอบ อธิบายบทบาทความสัมพันธและอิทธิพลของดนตรีที่มีตอ
สังคมไทยดวยความรูสึก ชื่นชม มีสุนทรียภาพในดนตรีและ ใชทักษะกระบวนการกลุมมาสรางสรรคงาน
นาฏศิลป และละครในรูปแบบงาย ๆ กำหนดเกณฑในการพิจารณาการแสดงโดยเนนเรื่องการใชเสียง การ
แสดงทา และการเคล่ือนไหวมีสุนทรียภาพ เหน็ คณุ คางานาฏศลิ ปมคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๘ ประการ
รหัสตัวช้ีวัด
ศ ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖,ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ศ ๒.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒ ม.๑/๓
ศ ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕
ศ ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒
รวมท้ังหมด ๑๙ ตัวชีว้ ัด
๑๓๗
คำอธบิ ายรายวิชา
ศ๒๒๑๐๑ ทศั นศลิ ป
รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน ๔๐ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๐ หนวยกติ )
___________________________________________________________________________
ศึกษา อภปิ ราย เก่ยี วกบั รปู แบบและแนวคิดของผลงานทัศนศลิ ป ฝก ปฏิบัติวาดภาพดวยเทคนิคท่ีหลากหลาย
เพ่อื แสดงบุคลิกลักษณะของตัวละครในการสื่อความหมายและเร่ืองราวตา งๆ ไดอยางมีประสิทธภิ าพ บรรยาย
ความแตกตางของการใชวัสดุ อุปกรณของศิลปน วิธีการใชงานทัศนศิลปในการโฆษณา การเปลี่ยนแปลง
แนวคิดและเนื้อหาของงานทัศนศิลปของไทยในแตละยุคสมัย เห็นคุณคา เปรียบเทียบแนวคิดในการออกแบบ
งานทัศนศลิ ปท่ีมาจากวฒั นธรรมไทยและสากลเพือ่ นำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน
โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการ
พจิ ารณา เพ่อื ใหเกิดความรูความเขา ใจ สามารถนำไปปฏบิ ตั ิและประยุกตใ ชในชีวิตประจำวนั ไดอยางเหมาะสม
รหัสตัวช้ีวัด
ศ ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒ /๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗
ศ ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
รวมท้ังหมด ๑๐ ตัวชวี้ ดั
๑๓๘
คำอธบิ ายรายวิชา
ศ๒๒๑๐๒ดนตรี-นาฏศิลป
รายวชิ าพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรยี น ๔๐ช่ัวโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๐ หนวยกิต)
___________________________________________________________________________
ศึกษาอาน เขียน รองโนตไทย โนตสากลที่มีเครื่องหมายแปลงเสียง ปจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลตอการ
สรางสรรคงานดนตรี เปรียบเทียบการใชองคประกอบดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมที่ตางกัน ระบุอาชีพตาง ๆ
ที่เกี่ยวของกับดนตรีและบทบาทของดนตรีในธุรกิจบันเทิง อิทธิพลของวัฒนธรรมและเหตุการณใน
ประวัติศาสตรท่ีมีตอรูปแบบของดนตรีในประเทศไทย และอทิ ธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศตาง ๆ
และศึกษาการละครสมัยตาง ๆ รปู แบบนาฏศลิ ปพนื้ เมือง และละครพ้นื บาน การบรู ณาการศิลปะแขนงอ่ืน
ๆกับการแสดง วิเคราะหการแสดงของตนเอง และผูอื่นโดยใชนาฏยศัพทหรือศัพททางการละครที่เหมาะสม
เปรียบเทียบลกั ษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลปจากวฒั นธรรมตาง ๆ อิทธิพลของวัฒนธรรมที่มีตอเนื้อหา
ละคร
โดยใชกระบวนการปฏิบัติ รองเพลงและเลนดนตรีเดี่ยวและรวมวง บรรยายอารมณของเพลงและ
ความรูสึกที่มีตอบทเพลงที่ฟง มีสุนทรียภาพในดนตรี ประเมินและพัฒนาทักษะทางดนตรีและใชทักษะ
กระบวนการ กระบวนการกลุมมาสรา งสรรคก ารแสดงโดยใชองคประกอบของนาฏศลิ ปแ ละการละคร เชือ่ มโยง
การเรียนรูระหวางนาฏศิลปและการละครกับสาระการเรียนรูอื่น ๆ มีสุนทรียภาพ เห็นคุณคา รักและชื่นชม
อนุรักษม รดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญ ญาทองถ่นิ มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค ๘ ประการ
รหัสตัวช้ีวดั
ศ ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗
ศ ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒
ศ ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
ศ ๓.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓
รวมทั้งหมด ๑๗ ตวั ชวี้ ดั
๑๓๙
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศ๒๓๑๐๑ ทศั นศิลป
รายวิชาพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน ๔๐ชั่วโมง/ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๐ หนวยกติ )
___________________________________________________________________________
ศึกษา วิเคราะห บรรยายสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลปที่เลือกมา โดยใชความรูเรื่อง ทัศนธาตุและหลักการ
ออกแบบ เทคนิค วิธีการ ของศลิ ปน ในการสรางงานทัศนศิลป วธิ ีการใชท ศั นธาตุ และหลกั การออกแบบในการ
สรางงานทัศนศิลปของตนเองใหมีคุณภาพ มีทกั ษะในการสรางงานทัศนศิลปอยางนอย ๓ ประเภท มีทักษะใน
การผสมผสานวัสดตุ างๆ ในการสรางงานทศั นศิลปโดยใชห ลักการออกแบบ สรางงานทศั นศิลป ทั้ง ๒ มติ ิ และ
๓ มิติ เพื่อถายทอดประสบการณและจินตนาการ สรางสรรคงานทัศนศิลปสื่อความหมายเปนเรื่องราว โดย
ประยุกตใชทัศนธาตุและหลักการออกแบบ รูปแบบเนื้อหา และคุณคาในงานทัศนศิลปของตนเองและผูอ่ืน
หรือของศิลปน สรางสรรคง านทัศนศิลปเ พื่อบรรยายเหตกุ ารณตางๆ โดยใชเทคนคิ ที่หลากหลาย ระบุอาชีพท่ี
เกี่ยวของกับงานทัศนศิลปและทักษะที่จำเปนในการประกอบอาชีพนั้นๆเลือกงานทัศนศิลปโดยใชเกณฑท่ี
กำหนดขึ้นอยางเหมาะสมและนำไปจัดนิทรรศการ ศึกษาและเปรียบเทียบเกี่ยวกับงานทัศนศิลปที่สะทอน
คณุ คา ของวฒั นธรรม ความแตกตา งของงานทัศนศิลปในแตละยุคสมยั ของวฒั นธรรมไทยและสากล
โดยใชทักษะกระบวนการทางทัศนศิลปในการสรางและนำเสนอผลงานทัศนศิลป การเลือกใชวัสดุ
อปุ กรณท ี่เหมาะสม การวิเคราะห การวิพากษวจิ ารณค ุณคา งานทัศนศิลป
เพ่ือใหเ ห็นคณุ คางานทัศนศลิ ป เขาใจความสมั พนั ธร ะหวางทศั นศลิ ป ประวตั ิศาสตร และวฒั นธรรม นำ
ความรไู ปประยกุ ตใชใ นชวี ิตประจำวนั มจี รยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทเี่ หมาะสม
รหัสตวั ช้ีวดั
ศ ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐, ม.๓/๑๑
ศ ๑.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒
รวมทั้งหมด ๑๓ ตัวชว้ี ัด
๑๔๐
คำอธิบายรายวิชา
ศ๒๓๑๐๒ดนตรี-นาฏศิลป
รายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรยี น ๔๐ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๐ หนว ยกติ )
___________________________________________________________________________
ศึกษา เปรียบเทียบองคประกอบที่ใชในงานดนตรีและงานศิลปะอื่น วิวัฒนาการของดนตรีแตละ
ยคุ สมัยและ โครงสรา งของละครโดยใชศ พั ททางการละคร บรรยายเปรียบเทยี บการแสดงอากัปกิริยาของผูคน
ในชวี ิตประจำวันและการแสดง วจิ ารณเ ปรียบเทยี บงานนาฏศิลปโ ดยใชองคป ระกอบนาฏศลิ ป
โดยใชก ระบวนการปฏิบัติ รองเพลงและเลน ดนตรีเด่ียวและรวมวงโดยเนน เทคนิคการรอง การเลน การ
แสดงออกและคุณภาพเสียง แตงเพลงสั้น ๆ จังหวะงาย ๆ เลือกใชองคประกอบดนตรีในการสรางสรรคงาน
ดนตรีของตนเอง เปรียบเทียบความแตกตางระหวางงานดนตรีของตนเองและผูอื่น เห็นคุณคา ชื่นชม งาน
ดนตรีที่ไดรับการยอมรับ มีสุนทรียภาพแสดงออกทางดนตรีอยางสรางสรรคโดยบูรณาการกับกลุมสาระการ
เรียนรูอื่นในกลุมศิลปะและใชทักษะกระบวนการ กระบวนการกลุมมาสรางงานนาฏศิลป และละคร
ใชนาฏยศัพทหรือศัพททางการละครที่เหมาะสม มีทักษะในการใชความคิดพัฒนารูปแบบการแสดง การแปล
ความ และการสื่อสารผานการแสดง สรางสรรคงานแสดงในบทบาทหนาที่ตาง ๆ ออกแบบและสรางสรรค
อปุ กรณ และเคร่อื งแตง กายเพ่ือแสดงนาฏศลิ ปแ ละละคร มคี วามรัก ชน่ื ชม เห็นคุณคา ของนาฏศิลปและการ
ละครในชีวิตประจำวัน อนุรักษมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาไทย สากล มีคุณลักษณะอันพึงประสงค ๘
ประการ
รหสั ตวั ชี้วดั
ศ ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ศ ๒.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗
ศ ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗
ศ ๓.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒,ม.๓/๓
รวมท้ังหมด ๑๙ ตวั ช้ีวัด
๑๔๑
รายวชิ าพืน้ ฐานกลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี
ระดับประถมศึกษา
รายวชิ าพื้นฐาน
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ระดับมัธยมศกึ ษา
รายวชิ าพ้ืนฐาน
ง๒๑๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกติ
๑ หนวยกิต
ง๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกติ
๑ หนว ยกติ
ง๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกติ
๑ หนวยกติ
ง๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง๒๓๑๐๒ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
รายวิชาเพ่ิมเติม (บังคับเลือก)
ง ๒๐๒๖๑ ประดษิ ฐของใชจ ากเศษวสั ดุ ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนวยกิต
๑ หนวยกิต
ง ๒๐๒๖๒ ประดษิ ฐข องใชจ ากเศษวสั ดุ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกิต
๑ หนว ยกิต
ง ๒๐๒๖๓ อาหารพื้นบาน จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๑ หนว ยกิต
๑ หนวยกิต
ง ๒๐๒๖๔ ขนมไทย จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกติ
๑ หนว ยกิต
ง ๒๐๒๖๕ นวดเทาเพอ่ื สขุ ภาพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกติ
๑ หนวยกติ
ง ๒๐๒๖๖ นวดตวั เพ่อื สุขภาพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกติ
๑ หนวยกิต
ง ๒๐๒๔๓ การซอมบำรุงคอมพวิ เตอร จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
๑ หนว ยกิต
ง ๒๐๒๔๔ โปรแกรมสำนักงาน จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนว ยกิต
๑ หนวยกิต
ง ๒๐๒๔๕ การตกแตงภาพดวยคอมพวิ เตอร จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑ หนว ยกิต
๑ หนว ยกิต
ง ๒๐๒๔๖ การสรา งสอื่ มลั ตมิ ีเดยี จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนว ยกิต
ง ๒๐๒๔๗ การสรางภาพแอนนิเมชนั่ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง ๒๐๒๔๘ การสรางเว็บเพจ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวิชาเพ่มิ เติม (เลือกเรียน ๑ วิชา/ภาคเรยี น)
ง ๒๐๒๖๗ อิเลก็ ทรอนิกส ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง ๒๐๒๖๘ อิเล็กทรอนกิ ส ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๒๐๒๒๑ งานเขยี นแบบ ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ง ๒๐๒๒๒ งานเขียนแบบ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๒๐๒๖๙ งานจักรยานยนต ๑ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๒๐๒๗๐ งานจักรยานยนต ๒ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
๑๔๒
ง ๒๐๒๗๑ ขนมอบเพื่ออาชีพ ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนว ยกติ
ง ๒๐๒๗๒ ขนมอบเพื่ออาชีพ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกติ
ง ๒๐๒๔๑ คอมพวิ เตอร ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนวยกิต
ง ๒๐๒๔๒ คอมพิวเตอร ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกิต
ง ๒๐๒๗๔ รอยรัดมดั เปย ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนวยกิต
ง ๒๐๒๗๕ รอยรัดมัดเปย ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนว ยกิต
ง ๒๐๒๗๖ ศลิ ปะประดษิ ฐ ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑ หนว ยกิต
ง ๒๐๒๗๗ ศลิ ปะประดษิ ฐ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑ หนวยกติ
คำอธบิ ายรายวชิ า ๑๔๓
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ กลุมสาระการเรยี นรูก ารงานอาชพี
ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
บอกวธิ กี ารทำงานเพ่ือตนเอง เชน การแตงกาย การเกบ็ ของใช การหยบิ จบั และใชของใชส วยตัว การ
จัดโตะ ตู ชัน้ ใชว ัสดุอุปกรณและเคร่ืองมืองายๆ ในการทำงานอยางปลอดภยั เชน การทำความคุนเคยกับการ
ใชเครือ่ งมือ การรดนำ้ ตน ไม การถอนและเก็บวชั พืช การพับกระดาษเปน ของเลน
เพ่อื ใหมคี วามรู ความเขาใจในการทำงาน ทักษะการจดั การ ทักษะกระบวนการแกป ญหา ทักษะการ
ทำงานรวมกัน และทักษะการแสวงหาความรู มคี ณุ ธรรม มีลักษณะนสิ ัยในการทำงาน กระตอื รือรน ตรงเวลา
ประหยัด สะอาดและปลอดภัย
รหสั ตวั ช้วี ัด (รายป)
ง ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒, ป.๑/๓
รวมทั้งสนิ้ ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ชี้วัด
๑๔๔
คำอธบิ ายรายวชิ า
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ กลุม สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
บอกวิธกี ารและประโยชนการทำงานเพื่อตนเองและครอบครวั เชนบทบาทและหนา ที่สมาชกิ ในบา น
การจัดวาง เก็บเสื้อผา รองเทา การชว ยเหลือครอบครวั เตรยี มประกอบอาหาร การกวาดบาน การลางจาน ใช
วัสดุอปุ กรณและเครื่องมือใหเหมาะสมกับงาน ชวยใหป ระหยดั และปลอดภยั เชน การเพาะเมล็ด การดูแปลง
เพาะกลา การทำของเลน การประดิษฐข องใชสวนตวั
เพอ่ื ใหม ีความรู ความเขา ใจในการทำงาน มีความคดิ สรา งสรรค ทักษะการจัดการ ทักษะ
กระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกัน และทักษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม มลี กั ษณะนสิ ยั ใน
การทำงาน กระตือรือรน ตรงเวลา ประหยัด สะอาดและปลอดภัย
รหสั ตวั ชี้วัด (รายป)
ง ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวมทงั้ สนิ้ ๑ มาตรฐาน ๓ ตัวชว้ี ัด
คำอธิบายรายวชิ า ๑๔๕
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ กลุมสาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
อธิบายวธิ ีการและประโยชนก ารทำงานเพ่ือตนเอง ครอบครัว และสวนรวม เชน การเลือกใชเส้อื ผา
การจัดเตรยี มอปุ กรณการเรียน การทำความสะอาดรองเทา กระเปา นักเรยี น การกวาด ถู ปดกวาด เชด็ ถู
บานเรอื น การทำความสะอาดหองเรยี น ใชว ัสดุ อปุ กรณและเคร่อื งมืออยา งเหมาะสม ประหยดั และปลอดภยั
เชน การปลูกผักสวนครัว การบำรุงรกั ษาของเลน การซอนแซมของใชส วนตวั การประดิษฐข องใชใ นโอกาส
ตางๆ โดยใชวัสดใุ นทอ งถิ่น
เพ่ือใหมคี วามรู ความเขา ใจในการทำงาน มคี วามคดิ สรา งสรรค ทักษะการจดั การ ทักษะ
กระบวนการแกปญ หา ทกั ษะการทำงานรวมกัน และทักษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม มีลักษณะนสิ ยั ใน
การทำงาน มีจิตสำนึกในการใชพ ลังงานและอนรุ ักษส ง่ิ แวดลอม
รหสั ตัวชว้ี ัด (รายป)
ง ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวมท้ังส้นิ ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ช้วี ดั
คำอธิบายรายวิชา ๑๔๖
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ กลุม สาระการเรียนรูก ารงานอาชีพ
ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
อธิบายเหตุผลในการทำงาน ใหบรรลุเปาหมายในการทำงานตามลำดับอยางเปนขั้นตอนตาม
กระบวนการทำงาน เชน การดูแลรักษาของใชสวนตัว การจัดตูเสื้อผา โตะเขียนหนังสือและกระเปานักเรียน
การปลูกไมดอก หรือไมประดับ การซอมแซมอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ของตกแตงจากใบตอง และ
กระดาษ ฝกปฏิบัติมารยาทในการปฏิบัติตน เชน การตอนรับบิดามารดา หรือผูปกครอง ในโอกาสตาง ๆ
การรับประทานอาหาร การใชหองเรียน หองน้ำและหองสวม อธิบายความหมายและความสำคัญของอาชพี
ใชพ ลังงานและทรพั ยากรในการทำงานอยางประหยดั และคมุ คา
เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ ความคิดสรางสรรค มีทักษะกระบวนการในการทำงาน ทักษะการ
จัดการ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกัน และทักษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม มี
ลกั ษณะนสิ ยั ในการทำงาน เชน ความขยนั อดทน ความรับผิดชอบ ความซอ่ื สตั ย มีจติ สำนกึ ในการใชพลังงาน
และทรพั ยากรในการทำงานอยางประหยัดและคุมคา เนน คุณธรรมในการทำงาน มีเจตคติทดี่ ีตออาชีพ
รหัสตวั ชว้ี ัด (รายป)
ง ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง ๒.๑ ป.๔/๑
รวมทั้งสิ้น ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชว้ี ดั