๑๙๗
กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น
กิจกรรมพฒั นาผูเรยี นเปนกิจกรรมท่ีมงุ ใหผูเ รยี นพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พฒั นาอยางรอบดานเพื่อ
ความเปนมนุษยที่สมบูรณ ทั้งดานรางกาย สติปญญา อารมณและสังคม เสริมสรางใหเปนผูมีศีลธรรม
จริยธรรมสรางเยาวชนของชาติใหเปนผูมีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝงและสรางจิตสำนึกของ
การทำประโยชนเ พอ่ื สังคม สามารถจัดการตนเองไดและอยรู ว มกบั ผอู นื่ อยางมคี วามสุข
โรงเรยี นวดั บางใบไม ไดจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น โดยแบงออกเปน ๓ลักษณะ ดังนี้
๑. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหรูจักตนเอง รูรักษสิ่งแวดลอม
สามารถคิดตัดสนิ ใจ คิดแกปญหา กำหนดเปาหมาย วางแผนชีวิตทั้งดา นการเรียนและอาชีพ สามารถปรบั
ตนไดอยางเหมาะสม นอกจากนี้ยังชวยใหครูรูจักและเขาใจผูเรียน ทั้งยังเปนกิจกรรมที่ชวยเหลือและให
คำปรึกษาแกผ ูป กครองในการมสี วนรว มพฒั นาผเู รียน
ระดับประถมศึกษานักเรียนทกุ คนตอ งเขารว มกจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงตอปก ารศึกษา
ระดับมัธยมศกึ ษานกั เรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมแนะแนว ๒๐ ชัว่ โมงตอ ภาคเรียน
แนวการจัดกจิ กรรมแนะแนว โรงเรียนวัดบางใบไม ไดจ ัดกิจกรรมแนะแนวเพ่ือสงเสริมและพัฒนา
นักเรียน ดังนี้
๑.๑ สำรวจสภาพปญหา ความตองการ ความสนใจ และธรรมชาติของผูเรียน เพื่อใชเปน
ขอมลู ในการกำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว
๑.๒ ศึกษาวิสัยทัศนของสถานศึกษา และวิเคราะหขอมูลของผูเรียนที่ไดจากฐานขอมูล
ผูเรียนรายบุคคล จากการสังเกต การสัมภาษณ การใชแบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผูปกครอง
การเยี่ยมบานนักเรียน หรือการสำรวจเพื่อทราบปญหา ความตองการ และความสนใจ เพื่อนำไปกำหนด
สาระและรายละเอยี ดของกจิ กรรมแนะแนว
๑.๓ กำหนดสัดสวนของกิจกรรมดานการศึกษา การงานและอาชีพ รวมทั้งชีวิตและสังคม
ใหไ ดสัดสวนที่เหมาะสม โดยยึดสภาพปญ หา ความตอ งการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผูเรียนเปน
หลกั โดยครแู ละนักเรยี นมสี ว นรวมในการปฏิบตั ิกิจกรรม
๑.๔ กำหนดแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว โดยระดับประถมศึกษาจัดเปนรายป/ระดับ
มธั ยมศึกษาจัดเปนรายภาคเรยี น แลว กำหนดรายละเอียดแตละกิจกรรม
๑.๕ ปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว รวมทั้งการจัดบริการใหคำปรึกษาแก
ผูเรียนเปนรายบุคคลและรายกลุม ในการศึกษา อาชีพและสวนตัว โดยมีผูใหคำปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมี
ความเชี่ยวชาญในเรื่องการใหคำปรึกษา โดยใชกระบวนการทางจิตวิทยา ตลอดจนมีหองใหคำปรึกษาที่
เหมาะสมชวยเหลอื ผเู รียนที่ประสบปญหาดา นการเงนิ โดยการใหทนุ การศกึ ษาแกผ เู รยี น
๑.๖ วัดและประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว ติดตามเก็บขอมูลของนักเรียนที่สำเรจ็
การศึกษาและสรุปรายงาน
๒. กิจกรรมนกั เรียน เปนกจิ กรรมท่ีสงเสรมิ และพฒั นาผูเรยี นในเร่อื งความมีระเบยี บวนิ ยั ความเปน
ผนู ำและผตู ามท่ีดี ความรบั ผดิ ชอบการทำงานรว มกัน การรูจ กั แกป ญหา การตดั สินใจท่ีเหมาะสม ความมี
เหตผุ ล การชว ยเหลอื แบงปนกนั เอ้ืออาทรและสมานฉันท โดยจัดใหสอดคลอ งกบั ความสามารถ ความถนัด
และความสนใจของผูเ รียน ใหผเู รยี นไดปฏิบัติดว ยตนเองในทกุ ขน้ั ตอน ไดแก การศึกษาวเิ คราะหว างแผน
ปฏบิ ัติตามแผน ประเมนิ และปรับปรุงการทำงาน เนน การทำงานรวมกันเปนกลมุ ตามความเหมาะสมและ
สอดคลองกบั วฒุ ิภาวะของผูเ รยี น บริบทของสถานศึกษาและทอ งถิ่น กิจกรรมนกั เรียนประกอบดวย
๑๙๘
๒.๑ กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี นกั เรยี นทกุ คนตอ งเขารว มกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี
ระดบั ประถมศึกษา ๔๐ ชวั่ โมงตอปการศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษา ๒๐ ช่ัวโมงในภาคเรียนที่ ๑ และ ๒๐
ช่วั โมงในภาคเรยี นท่ี ๒
๒.๑.๑ แนวการจดั กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี โรงเรยี นวดั บางใบไม ไดจดั
กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี เพ่อื สง เสรมิ และพัฒนานักเรยี นโดยจดั กจิ กรรมตามวิธกี ารลกู เสือ (Scout
Method) ซ่งึ มอี งคประกอบ ๗ประการ คือ
๑) คำปฏญิ าณและกฎ ถอื เปนหลักเกณฑทลี่ ูกเสือทุกคนใหค ำมนั่ สญั ญา
วาจะปฏบิ ตั ิตามกฎของลูกเสอื กฎของลกู เสอื มีไวใหลกู เสือเปน หลักในการปฏบิ ตั ิ ไมได “หาม” ทำหรือ
“บังคับให” ทำ แตถา “ทำ” จะเกดิ ผลดแี กตวั เอง เปน คนดี ไดร บั การยกยอ งวา เปน ผูมเี กยี รติเชื่อถือได
๒) เรยี นรจู ากการกระทำ เปนการพฒั นาสวนบุคคล ความสำเร็จหรอื ไม
สำเรจ็ ของผลงานอยทู ่กี ารกระทำของตนเอง ทำใหมีความรูท ่ีชัดเจน และสามารถแกปญหาตางๆ ดว ยตนเอง
ได และทาทายความสามารถของตนเอง
๓) ระบบหมู เปน รากฐานอันแทจ รงิ ของการลูกเสอื เปนพ้ืนฐานในการอยู
รว มกัน การยอมรับซึ่งกันและกนั การแบง หนาความรบั ผิดชอบ การชว ยเหลือซง่ึ กนั และกันซงึ่ เปน การ
เรยี นรปู ระชาธิปไตยเบื้องตน
๔) การใชส ัญลักษณรวมกัน ฝก ใหม คี วามเปน หนง่ึ เดยี วในการเปน
สมาชิกลกู เสือ เนตรนารี ดวยการใชส ัญลักษณรวมกนั ไดแก เครอื่ งแบบ เคร่ืองหมาย การทำความเคารพ
รหัส คำปฏญิ าณ กฎ คติพจน คำขวัญ ธง เปน ตน วิธกี ารนี้จะชวยใหผ เู รียนตระหนักและภาคภูมิใจใน
การเปนสมาชกิ ขององคก ารลูกเสือโลก ซึง่ มสี มาชิกอยูท่วั โลกและเปน องคกรทมี่ ีจำนวนสมาชกิ มากทีส่ ดุ ใน
โลก
๕) การศึกษาธรรมชาติ คอื สง่ิ สำคัญอันดับหนึ่งในกจิ กรรมลูกเสือ
ธรรมชาติอันโปรง ใสตามชนบท ปา เขา ปา ละเมาะ และพุมไม เปน ท่ีปรารถนาอยางย่ิงในการไปทำกิจกรรม
กับธรรมชาติ การปนเขา ตัง้ คา ยพักแรม หรือตามวาระการอยูคายพกั แรมตามกฎระเบียบ เปน ทีเ่ สนหาแก
เด็กทกุ คน ถา ขาดสิ่งนแี้ ลว ก็ไมเรยี กวา การใชช ีวติ ลูกเสือ
๖) ความกาวหนาในการเขารว มกจิ กรรม กจิ กรรมตา งๆ ท่จี ัดใหเ ดก็ ทำ
ตองใหมีความกาวหนา และแรงดึงดดู ใจ สรา งใหเ กิดความกระตือรือรน อยากทจี่ ะทำและวตั ถุประสงคใ นการ
จัดแตละอยางใหสัมพันธกับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง เกมการเรยี นท่สี นุกสนาน การแขงขนั กันท่ี
เปนสง่ิ ดึงดูดใจและเปนการจงู ใจทีด่ ี
๗) การสนบั สนนุ โดยผใู หญ ผใู หญเปนผทู ช่ี ้แี นะหนทางที่ถูกตองใหแ ก
เดก็ เพ่ือใหเ ขาเกดิ ความมน่ั ใจในการทจี่ ะตดั สินใจกระทำสงิ่ ใดลงไปท้ังคูม ีความตองการใหผูใหญชวยชน้ี ำ
ผใู หญเ องก็ตองการนำพาไปสูหนทางที่ดีทส่ี ดุ จงึ เปนการรวมมือดวยกันทัง้ สองฝาย
เง่อื นไขในการจัดกิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี มแี นวในการจัดกิจกรรมดังน้ี
๑) จัดเวลาในการเขารวมกิจกรรม จดั กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ตามหลกั สตู ร ใน
แตล ะระดับชั้นสวนการจดั กจิ กรรมเพื่อรับเครื่องหมายวชิ าพิเศษของลูกเสือ เนตรนารี แตละประเภทอาจใชใน
เวลาเรียนปกตหิ รือนอกเวลาเรยี นกไ็ ด
๒) การจัดกจิ กรรม
๒.๑) จัดใหมีการเปดประชุมกองลูกเสือ เนตรนารี ทุกครั้ง เพื่อเปนการ
ฝก ความมีระเบียบวนิ ัยในตนเองโดยปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอน ดังนี้
๑๙๙
๒.๑.๑) พธิ เี ปด (ชกั ธงข้นึ สวดมนต สงบน่ิง ตรวจ แยก)
๒.๑.๒) เกมหรือเพลง
๒.๑.๓) เรียนตามหลักสตู ร
๒.๑.๔) การเลา เร่ืองสั้นที่เปน ประโยชน
๒.๑.๕) พิธีปด (นัดหมาย ตรวจ ชักธงลง เลกิ )
๒.๒) กิจกรรมการอยูคายพักแรม การเดินทางไกลและการอยูคายพัก
แรม มีวัตถุประสงคเพื่อฝกใหลูกเสือมีความอดทน อยูในระเบียบวินัย รูจักชวยตนเอง รูจักอยูและทำงาน
รว มกบั ผอู ่ืน ตลอดจนเรียนวชิ าลูกเสอื เพ่มิ เติม ผูบงั คบั บญั ชาลูกเสือจงึ มกี ารวางแผนนำลูกเสือไปเดินทางไกล
และอยูคายพักแรม โดยนำลูกเสือไปฝกเดินทางไกล และอยูคายพักแรมปหน่ึงไมนอยกวา ๑ครั้ง ครั้งหน่งึ ให
อยูค ายพักแรมอยางนอ ย ๑ คืน
๒.๓) กิจกรรมพธิ ีการ จดั ใหม ีกิจกรรมพิธีการลกู เสือ เชน พิธีเขาประจำ
กอง พิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนาม พิธีถวายราชสดุดี พิธีประดับเครื่องหมายตางๆ เปนตน เพื่อให
ลูกเสอื มคี วามภาคภมู ิใจและเหน็ คุณคา ในการเปนลูกเสือ
๒.๔) กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน สงเสริมการจัดกิจกรรมใหลูกเสือได
บำเพ็ญประโยชนต ามอดุ มการณข องลูกเสอื
๓) ผบู งั คบั บัญชาลูกเสือควรผา นการฝกอบรมวชิ าผูกำกับลูกเสือข้ันความรูเบื้องตน
ในแตล ะประเภท
๔) จัดใหม ีการต้งั กลุมหรอื กองลูกเสือตามขอบงั คับคณะลกู เสือแหงชาติ
๒.๒ กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนตองเขารวมกิจกรรมชุมนุม ระดับประถมศึกษา ๔๐
ชั่วโมงตอปการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ๒๐ ชั่วโมงตอภาคเรียนโรงเรียนวัดบางใบไม ไดจัดกิจกรรมชุมนุม
ดังตอ ไปน้ี
๑) ชมุ นมุ จิตรกรนอย
๒) ชมุ นุมแบดมินตนั
๓) ชมุ นมุ ชวนคิดคณิตศาสตร
๔) ชมุ นุมนกั วิทยาศาสตรนอ ย
๕) ชมุ นมุ เปตอง
๖) ชุมนุมคอมพิวเตอร
๗) ชุมนุมนาฏศิลป
๘) ชมุ นุมรองเลน เตนรำ เพื่อสขุ ภาพตา นยาเสพเสพตดิ
๙) ชมุ นมุ แดนซเพือ่ สุขภาพ (แอโรบกิ )
๑๐) ชมุ นุมแบดมินตนั
๑๑) ชมุ นมุ ปง ปอง
๑๒) ชุมนุมดหู นงั ฟงขา ว
แนวการจัดกิจกรรมชุมนุม โรงเรียนวัดบางใบไม ไดจัดกิจกรรมชุมนุม เพื่อสงเสริมและพัฒนา
นกั เรียนในแตละระดับช้นั ดังนี้
๑) จดั กจิ กรรมชุมนุมในแตล ะระดับชัน้ ตามโครงสรา งของหลกั สูตรแกนกลางพทุ ธศักราช
๒๕๕๑
๒๐๐
๒) จดั กิจกรรมชมุ นุมใหผ เู รียนดำเนนิ กจิ กรรมอยา งหลากหลายท้งั รูปแบบภายในหรือภายนอก
หองเรียนและระยะเวลาการจัดกิจกรรมทั้งเปนกิจกรรมระยะเวลา๑ภาคเรียนและกิจกรรมระยะเวลา๑ป
การศกึ ษา
๓) สำรวจความสนใจของผูเรียนในการเลือกเขารวมชุมนุม ชมรมและใหผูเรียนรวมกันจัดตั้งชุมนุม
ชมรม และเชิญครูมาเปนที่ปรึกษา โดยรวมกันดำเนินกิจกรรมชุมนุม ชมรม ตามระเบียบปฏิบัติที่โรงเรียน
กำหนด
๔) จดั กจิ กรรมโดยใหมกี ารใชป ระสบการณแลกเปล่ียนเรียนรูและเผยแพรกจิ กรรม สมาชกิ ของชุมนุม
เขา รว มกิจกรรม รว มปฏบิ ัตกิ ิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามทโ่ี รงเรียนกำหนด
๕) ครูที่ปรึกษาชมรมมีการประเมิน มีระบบการกำกับติดตาม และประเมินผลตามหลักเกณฑการ
ประเมินผลการดำเนนิ งานของชุมนุม ชมรม อยา งตอเนือ่ ง
๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมที่สงเสริมใหผูเรียนบำเพ็ญตนใหเปน
ประโยชนตอสังคม ชุมชนและทองถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดีงาม ความเสียสละตอสังคม มีจิตสาธารณะ เชน กิจกรรมอาสาพัฒนาตาง ๆ กิจกรรมสรางสรรค
สังคม
นกั เรียนทุกคนในโรงเรียนวดั บางใบไม ตองเขารวมกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน ระดบั
ประถมศึกษาจำนวน ๑๐ ชั่วโมงตอปก ารศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาจำนวน ๕ ชั่วโมงในภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน
๑๐ ชว่ั โมงในภาคเรยี นที่ ๒
แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน โรงเรียนวัดบางใบไม ไดจัดกิจกรรมเพ่ือ
สังคมและสาธารณะประโยชน เพ่อื สง เสรมิ และพฒั นานกั เรียนในแตละระดบั ชัน้ ดังนี้
๓.๑ จัดเวลาในการเขารวมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอยางตอเนื่องทุกภาค
เรยี น/ปก ารศกึ ษา
๓.๒ เนนใหผูเรียนเปนผูจัดกิจกรรมดวยตนเองทุกขั้นตอนและตอเนื่อง โดยมีครูเปนที่
ปรึกษา
๓.๓ จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน ๘กลุมสาระการเรียนรู โดยผูเรียนสามารถจัด
กิจกรรมตามองคความรูที่ไดจากการเรียนรูและประสบการณโดยจัดกิจกรรมทั้งภายในโรงเรียนและภายนอก
โรงเรียน
๓.๔ จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม โดยผูเรียนนำเสนอการจัด
กิจกรรมตอโรงเรียนเพื่อขอความเห็นชอบ โดยกิจกรรมนั้นจัดทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาและมี
ระยะเวลาเรม่ิ ตน และสิ้นสดุ อยางชดั เจน
๓.๕ จัดกิจกรรมรว มกับองคกรอื่น โดยผูเรียนอาสาสมัครเขารวมกิจกรรมกับหนวยงานหรือ
องคกรอน่ื ๆ ท่ีจัดกิจกรรมในลกั ษณะเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชนซ่งึ ผูเรียนสามารถเลือกเขารวมกิจกรรม
โดยหนวยงานอืน่ เขา มาจดั กจิ กรรมในโรงเรียนหรอื รว มกบั หนวยงานอน่ื จัดกจิ กรรมนอกโรงเรียน
แนวการการประเมินผลกิจกรรมพฒั นาผเู รยี น
1. การประเมินผลการจัดกจิ กรรมแนะแนว
ในการประเมินผลการจัดกิจกรรมแนะแนวครูผูรับผิดชอบการจัดกิจกรรมแนะแนวผูเรียน
และผูป กครองมภี ารกจิ ท่รี ับผิดชอบดังน้ี
๑.๑ ครูผจู ดั กจิ กรรมแนะแนว
๒๐๑
๑.๑.๑ จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผูเรียนใหเกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงคสอดคลองกับ
วสิ ัยทัศนท ีส่ ถานศกึ ษากำหนดและตามสภาพความตองการและปญ หาของผเู รยี น
๑.๑.๒ รายงานเวลาและการเขา รวมกิจกรรม
๑.๑.๓ ศกึ ษาติดตามและพัฒนาผเู รียนในกรณีทผ่ี เู รียนไมเ ขา รวมกิจกรรม
๑.๑.๔ ประเมินผลผูเรียนโดยดูจากการพัฒนาการของผูเรียนตามวัตถุประสงคที่กำหนดเปน
สำคัญในกรณีที่ผลการประเมินยังไมผานใหครูผูจัดกิจกรรมดำเนินการซอมเสริมโดยผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมซ้ำ
หรือปฏิบัติกิจกรรมเพิ่มเติมจนกระทั่งผูเรียนบรรลุคุณลักษณะตามวัตถุประสงคของกิจกรรมหรือผานการ
ประเมนิ ตามเกณฑท โ่ี รงเรยี นกำหนด
๑.๑.๕ บนั ทึกผลการตดิ ตามและประเมินผลผูเรยี นไวเ ปนหลักฐาน
1.2 ผเู รียน
๑.๒.๑ มีเวลาเขารวมกิจกรรมแนะแนวตามเกณฑที่โรงเรียนกำหนดโดยมีหลักฐานการแสดง
เวลาการเขารว มกิจกรรม
๑.๒.๒ ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามครูผูรบั ผดิ ชอบมอบหมายถาไมผ านใหปฏิบัติกิจกรรมซ้ำหรือปฏิบัติ
เพม่ิ เติมและมชี ้นิ งาน/ผลงาน/คุณลักษณะตามทค่ี รผู จู ดั กิจกรรมมอบหมายใหปฏบิ ัติ
๑.๓ ผูป กครอง
๑.๓.๑ ผูปกครองควรมีสวนรวมในการประเมินผลพัฒนาการของผูเรียนและมีการบันทึกสรุป
พัฒนาการและการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมของผูเรียน
2. การประเมินผลการจัดกจิ กรรมลูกเสือเนตรนารี
การประเมินผลกิจกรรมลูกเสือเนตรนารีเปนกระบวนการทดสอบความสามารถและพัฒนาการดาน
ตางๆของผูเรียนลูกเสือเนตรนารีซึ่งนอกจากพิจารณาความรูตามทฤษฎีแลวตองพิจารณาดานความประพฤติ
พฤติกรรมการเขารวมกิจกรรมที่เนนทักษะและการปฏิบัติตางๆดวยวิธีการประเมินที่หลากหลายและการ
ประเมินตามสภาพจริงแบงการประเมนิ ผลออกเปน๒สว นคือ
๒.๑ กิจกรรมบังคับเปนการประเมินผลกิจกรรมตามหลักสูตรเพื่อใหผูเรียนผานเกณฑการตัดสิน
เลื่อนชั้นหรือจบหลักสูตรโดยการเขารวมกิจกรรมและผานการประเมินตามเกณฑที่โรงเรียนกำหนดมีการ
ประเมินผลตลอดภาคเรียน/ปโดยวิธีการสังเกตการณเขารวมกิจกรรมการซักถามการทดสอบภาคทฤษฎีและ
ปฏิบัตโิ ดยกำหนดเกณฑการแประเมินเปน “ผา น” และ “ไมผ าน”
ผา น หมายถึงผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมครบตามเกณฑปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน/
ชนิ้ งาน/คณุ ลกั ษณะตามเกณฑที่โรงเรยี นกำหนด
ไมผา น หมายถึงผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมไมครบตามเกณฑไมผานการปฏิบัติกิจกรรม
หรอื มีผลงาน/ชน้ิ งาน/คุณลกั ษณะไมเ ปน ไปตามเกณฑท ่โี รงเรียนกำหนด
๒.๒ วิชาพเิ ศษประเมินผลวชิ าพิเศษในแตละวิชาใชวิธีการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตาม
หลกั เกณฑใ นขอบังคบั คณะลกู เสือแหง ชาติ
3. การประเมนิ ผลการจัดกิจกรรมชมุ นุม
การประเมินผลการจดั กจิ กรรมชุมนุมเปน กระบวนการทดสอบความสามารถและพัฒนาการดานตางๆ
ซึ่งนอกจากพิจารณาความรูตามทฤษฎีแลวตองพิจารณาดานความประพฤติพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรมท่ี
เนนทักษะและการปฏิบัติตางๆดวยวิธีการประเมินที่หลากหลายและการประเมินตามสภาพจริงโดยกำหนด
เกณฑก ารประเมนิ เปน “ผาน” และ“ไมผาน”
๒๐๒
ผาน หมายถึงผูเรยี นมีเวลาเขารวมกจิ กรรมครบตามเกณฑปฏิบตั กิ ิจกรรมและมผี ลงาน /
ช้ินงาน / คุณลกั ษณะตามเกณฑท โ่ี รงเรยี นกำหนด
ไมผา น หมายถึงผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมไมครบตามเกณฑไมผานการปฏิบัติกิจกรรม
หรอื มีผลงาน / ชิ้นงาน / คณุ ลกั ษณะไมเปน ไปตามเกณฑท โี่ รงเรียนกำหนด
4. การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน
การประเมินผลการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนผูเรียนตองเขารวมกิจกรรมใหครบ
ตามกรอบเวลาในโครงสรางของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช๒๕๕๑ดังน้ี
1. ระดบั ประถมศึกษา (ป.๑ – ป.๖) มีเวลาเขา รวมกจิ กรรม๖๐ช่วั โมง
2. ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน (ม.๑ – ม.๓) มีเวลาเขา รว มกจิ กรรม๔๕ช่วั โมง
ผา นหมายถึงผเู รยี นเขารว มกิจกรรมครบตามเวลาปฏิบตั ิกิจกรรมและมี
ผลงาน/ชนิ้ งาน/คณุ ลกั ษณะตามเกณฑท สี่ ถานศึกษากำหนด
ไมผ านหมายถึงผเู รียนเขารวมกจิ กรรมไมครบตามเวลาปฏิบัตกิ จิ กรรมหรอื มี
ผลงาน/ช้ินงาน/คุณลกั ษณะไมเปน ไปตามเกณฑท ่สี ถานศึกษากำหนด
ในกรณีที่ผูเรียนไมผานครูที่ปรึกษาตองใหผูเรียนซอมเสริมการจัดกิจกรรมใหครบตามกรอบ
เวลาท่กี ำหนดในโครงสรางของหลักสตู ร
๒๐๓
เกณฑก ารจบการศึกษา
เกณฑก ารจบระดับประถมศกึ ษา
๑. ผเู รยี นเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน จำนวน ๘๔๐ ชั่วโมง และรายวิชาเพมิ่ เติม ๘๐ ชั่วโมง และมผี ลการ
ประเมนิ รายวชิ าพ้นื ฐานผา นทุกรายวชิ า
๒. ผูเรียนตอ งมีผลการประเมนิ การอาน คดิ วิเคราะห และเขยี น ระดับ “ผา น” ข้ึนไป
๓. ผเู รียนตองมีผลการประเมิน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค ระดบั “ผา น” ขึ้นไป
๔. ผูเรยี นตองเขา รว มกิจกรรมพฒั นาผเู รียน และไดรบั การตดั สินผลการเรียน “ผา น” ทกุ กิจกรรม
เกณฑก ารจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
๑. ผูเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน ๘๑ หนวยกิต โดยเปนรายวิชา
พนื้ ฐานจำนวน ๖๖ หนวยกติ และรายวชิ าเพ่ิมเตมิ จำนวน ๑๕ หนว ยกิต
๒. ผเู รยี นตอ งไดห นว ยกติ ตลอดหลกั สตู ร ไมน อยกวา ๗๗ หนว ยกิต โดยเปน รายวิชาพ้นื ฐานจำนวน
๖๖ หนว ยกิต และรายวิชาเพมิ่ เตมิ ไมนอ ยกวา ๑๑ หนวยกติ
๓. ผูเรียนตองมผี ลการประเมนิ การอา น คดิ วิเคราะห และเขียน ระดบั “ผาน” ข้นึ ไป
๔. ผเู รียนตองมีผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ระดบั “ผา น” ข้ึนไป
๕. ผูเรียนตอ งเขา รว มกิจกรรมพฒั นาผเู รียน และไดร ับการตดั สินผลการเรยี น “ผา น” ทกุ กจิ กรรม
๒๐๔
ภาคผนวก
๒๐๕
คำสัง่ โรงเรียนวดั บางใบไม
ท่ี ๑๔/256๕
เรอ่ื ง แตงตัง้ คณะกรรมการปรบั ปรุงและพัฒนาหลกั สูตรโรงเรียนวดั บางใบไม
พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖0)
–...............................................................................
เพื่อใหการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเปนไปอยางมี
ประสิทธิภาพ สอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดลอม ความรูทาง
วิทยาศาสตร และเทคโนโลยีท่ีเจริญกาวหนาอยางรวดเร็ว ในปการศึกษา ๒๕๖๓ โรงเรียนวัดบางใบไม ตอง
ดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีความจำเปนตองดำเนินการปรับปรุง
หลักสูตรสถานศึกษาใหสอดคลองกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓๗ แหง
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และมาตรา ๒๗ (๑) แหง
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และแกไขเพิ่มเติม พ.ศ.
๒๕๕๑ และพ.ศ. ๒๕๕๓ จึงแตงตั้งครู และบุคลากรทางการศึกษาทำหนาที่ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรโรงเรียน
วัดบางใบไม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ
ปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) ดงั ตอไปน้ี
1. นางดวงพร ดุษฎี ผอู ำนวยการโรงเรียนวดั บางใบไม ประธานกรรมการ
๒. นายเชาวลิต ชูเสนห ประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ทปี่ รกึ ษา
3. นางสาวนีรมล ดาบเงนิ หวั หนา กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย กรรมการ
4. นางสาวนริ ตั ตกิ าล หวันสู ผูชว ยกลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย กรรมการ
๕. นายพษิ ณศุ ักด์ิ เอียดแกว หวั หนา กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร กรรมการ
๖. นางสาวรงั สิมา อินทชาติ ผชู ว ยกลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร กรรมการ
๗. นายเกรกิ ฤทธ์ิ นลิ อุบล หวั หนา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี กรรมการ
๘. นางสาวเพ็ญนภา ทรัพยมาก ผชู ว ยกลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี กรรมการ
๙. วา ที่ ร.ต. จตุพร สุดสอาด ผูช ว ยกลมุ สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี กรรมการ
1๐. นางสาวลดั ดาวลั ย ศรอี อน หวั หนา กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษาฯ กรรมการ
๑๑. นางสาวเนตรนภา เอกเพชร ผชู วยหัวหนากลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษาฯ กรรมการ
๑๒. นายพสิ ิฐ สวยล้ำ หัวหนากลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา กรรมการ
๑๓. นางสาวนันทาภรณ เสวกวงั หวั หนากลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ กรรมการ
๑๔. วาที่ร.ต. จตุพร สดุ สอาด หวั หนา กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ กรรมการ
๒๐๖
๑๕. นางสาวชญากลุ ปลองออ น หัวหนากลุม สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ กรรมการ
๑๖. นางนภาพร ศรีทองกลุ หวั หนางานระดับปฐมวยั กรรมการ
2๗. นางสาวกานตธ ดิ า วฒั นประดษิ ฐ ผูช วยระดับปฐมวัย กรรมการ
๑๘. นางสาวนนั ทาภรณ เสวกวงั หัวหนา กลุม งานบริหารวิชาการ ผูชว ยเลขานุการ
๑๙. วา ทีร่ .ต.หญงิ ชนิดาภา ฐากลู รัฐ หัวหนากลมุ งานบรหิ ารวิชาการ ผูชวยเลขานกุ าร
มหี นาที่
๑. วางแผนการดำเนินงานวิชาการ กำหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดบั สถานศึกษาและแนว
ทางการจัดสัดสวนสาระการเรียนรู และกิจกรรมพัฒนาผูเรียนของสถานศึกษาใหสอดคลองกับหลักสูตร
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน สภาพเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ภมู ปิ ญ ญาของทอ งถน่ิ
๒. จดั ทำคมู ือการบริหารหลักสูตรและงานวชิ าการของสถานศึกษา นิเทศ กำกบั ตดิ ตาม
๓. ใหคำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู การวัดและประเมินผลและ
การแนะแนวใหส อดคลองและเปนไปตามมาตรฐานหลกั สตู รการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน
๔. สงเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู
การวัดและประเมินผลและการแนะแนวใหเปนไปตามจดุ หมายและแนวทางการดำเนนิ การของหลักสูตร
๕. ประสานความรวมมือจากบคุ คล หนวยงาน องคก รตาง ๆ และชมุ ชน เพอื่ ใหการใชหลักสูตรเปน
ไปอยางมปี ระสิทธิภาพและมคี ณุ ภาพ
๖. ประชาสัมพันธห ลักสตู รและการใชหลักสูตรแกนักเรยี น ผูป กครอง ชุมชน และผูทเ่ี ก่ยี วของและนำ
ขอมูลปอนกลบั จากฝา ยตา ง ๆ มาพจิ ารณาเพอ่ื การปรบั ปรุงและพฒั นาหลักสตู รของสถานศกึ ษา
๗. สงเสรมิ และสนับสนนุ การวิจัยเก่ียวกบั การพฒั นาหลกั สูตรและกระบวนการเรยี นรู
๘. ติดตามผลการเรียนของนักเรยี นรายบคุ คล ระดบั ชัน้ ระดับชวงชน้ั และระดับกลุม สาระการเรียนรู
ในแตละปก ารศึกษา เพอื่ ปรบั ปรุงและพัฒนาการดำเนินงานดานตา ง ๆ ของสถานศกึ ษา
๙. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูและการบริหารหลักสูตรระดับ
สถานศึกษาในรอบปที่ผานมา แลวใชผลการประเมินเพือ่ วางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการบริหาร
หลกั สูตรปก ารศกึ ษาตอ ไป
๑๐. รายงานผลการปฏิบตั ิงานและผลการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา โดยเนนผลการพัฒนาคุณภาพ
นักเรียนตอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนือสถานศึกษา
สาธารณชนและผูเกีย่ วขอ ง
๒๐๗
ทั้งนี้ ใหผูไดรับการแตงตั้งปฏิบัติหนาที่ที่ไดรับมอบหมายอยางมีประสิทธิภาพ และบรรลุตาม
วตั ถุประสงคท ีต่ ้ังไว ต้ังแตบ ดั น้เี ปน ตนไป
สง่ั ณ วันที่ 1๗ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. 256๕
(ลงชือ่ )
(นางดวงพร ดุษฎ)ี
ตำแหนง ผอู ำนวยการโรงเรยี นวดั บางใบไม
หลกั สตู รสถานศกึ ษา
ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช 2565
ต า ม ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั น พื น ฐ า น พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2 5 5 1