๔๖
คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร
รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรียน ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)
___________________________________________________________________________
ศึกษาความรูเกี่ยวกับเรื่อง การสรางทางเรขาคณิต การนำความรูเกี่ยวกับเรขาคณิตไปใชใน
ชีวิตประจำวัน สมบัติเกี่ยวกับเสนขนานและรูปสามเหลี่ยม การแปลงทางเรขาคณิต การเลื่อนขนาน การ
สะทอน การหมุน และการนำความรูเกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิตไปใชในการแกปญหา ความเทากันทุก
ประการของรูปสามเหลี่ยม การนำความรูเกี่ยวกับความเทากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยมไปใชในการ
แกปญหา ทฤษฎีบทปทาโกรัส และบทกลับ การนำความรูเกี่ยวกับทฤษฎีบทปทาโกรัส และบทกลับไปใชใน
การแกปญหาในชีวิตจริง การนำเสนอขอมูล และการวิเคราะหขอมูล แผนภาพจุด แผนภาพตน-ใบ ฮิสโทแก
รม คา กลางของขอมูล การแปลความหมายผลลัพธ การนำสถติ ไิ ปใชในชวี ติ จริง
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใ หผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรปุ
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ แกปญหา การใหเหตุผล และนำความรู ความคิด
ทักษะกระบวนการที่ไดไ ปใชใ นชีวติ ประจำวนั อยางสรา งสรรค
เพ่อื ใหเห็นคุณคา และมเี จตคติท่ีดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปน ระบบ มีระเบียบ มคี วาม
รบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ ริเริ่มสรา งสรรคและมคี วามเชือ่ ม่ันในตนเอง
รหัสตัวชี้วัด
ค ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
ค ๓.๑ ม.๒/๑
รวมทั้งหมด ๖ ตัวชี้วดั
๔๗
คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร
รายวชิ าพื้นฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)
___________________________________________________________________________
ศึกษาความรูเกี่ยวกับเรื่อง การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกวาสอง ฟงกชันกำลัง
สอง กราฟของฟง ชนั กำลังสอง การนำความรเู ก่ียวกับฟงกช นั กำลงั สองไปใชใ นการแกปญ หา อสมการเชิง
เสนตัวแปรเดยี ว การแกอสมการเชงิ เสนตัวแปรเดียวไปใชในการแกปญหา สมการกำลังสองตัวแปรเดียว
การแกสมการกำลังสองตัวแปรเดียว การนำความรูเกี่ยวกับการแกสมการกำลังสองตัวแปรเดียวไปใชใน
การแกปญหา ระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปร การแกระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปร การนำความรู
เกี่ยวกับการแกระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปรไปใชในการแกปญหา การหาพื้นที่ผิว ของพีระมิด กรวย
และทรงกลม การนำความรูเก่ียวกับการหาพน้ื ทีผ่ วิ ของพรี ะมิด กรวย และทรงกลมไปใชในการแกปญหา
การหาปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม การนำความรูเกี่ยวกับการหาปริมาตรของพีระมิด กรวย
และทรงกลมไปใชในการแกปญ หา
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ แกปญหา การใหเหตุผล และนำความรู ความคิด
ทักษะกระบวนการทีไ่ ดไปใชใ นชวี ติ ประจำวันอยา งสรา งสรรค
เพื่อใหเ หน็ คณุ คา และมเี จตคติท่ีดตี อคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอ ยา งเปนระบบ มีระเบยี บ มีความ
รบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ ริเรม่ิ สรางสรรคแ ละมีความเช่ือมัน่ ในตนเอง
รหัสตวั ชี้วัด
ค ๑.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ค ๑.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
ค ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒,
รวมท้ังหมด ๗ ตัวช้ีวัด
๔๘
คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร
รายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ )
___________________________________________________________________________
ศึกษาความรเู กี่ยวกับเรื่อง ความคลาย รูปสามเหล่ยี มทีค่ ลา ยกัน การนำความรูเกี่ยวกับรูป
สามเหลยี่ มท่คี ลา ยกนั ไปใชใ นการแกป ญหา อัตราสว นตรโี กณมติ ิ การนำคา อัตราสวนตรโี กณมติ ิ ของมุม ๓๐
องศา ๔๕ องศา และ ๖๐ องศา ไปใชในการแกปญหา วงกลม คอรด และเสนสัมผัส ทฤษฏีเกี่ยวกับวงกลม
สถิติ ขอมูลและการวิเคราะหขอมลู การแปรความหมายผลลัพธ การนำสถิติไปใชในชีวติ จริง ความนาจะเปน
เหตุการณจากการทดลองสมุ การนำความรูเก่ียวกบั ความนา จะเปน ไปใชใ นการแกป ญหาในชีวิตจริง
โดยจดั ประสบการณห รือสรา งสถานการณใหผ ูเรยี นไดศึกษาคน ควาโดยการปฏบิ ตั ิจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ แกปญหา การใหเ หตผุ ล และนำความรู ความคดิ
ทักษะกระบวนการท่ีไดไปใชใ นชวี ติ ประจำวนั อยางสรา งสรรค
เพ่ือใหเห็นคณุ คาและมเี จตคติทด่ี ีตอ คณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปนระบบ มรี ะเบยี บ มคี วาม
รบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคิดริเร่มิ สรางสรรคแ ละมีความเชื่อม่ันในตนเอง
รหสั ตัวชี้วดั
ค ๒.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
ค ๓.๑ ม.๓/๑,
ค ๓.๒ ม.๓/๑,
รวมทั้งหมด ๕ ตัวชี้วัด
๔๙
คำอธบิ ายรายวิชา
ค ๒๑๒๐๑ คณิตศาสตร
รายวิชาเพิม่ เติม กลมุ สาระการเรียนรูค ณิตศาสตร
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง / ภาคเรียน (จำนวน ๐.๕ หนวยกิต)
___________________________________________________________________________
ศกึ ษา ฝก ทักษะ / กระบวนการในสาระตอไปนี้
การประยกุ ต ๑ รูปเรขาคณติ จำนวนนับ รอ ยละในชีวติ ประจำวัน ปญหาชวนคิด
จำนวนและตวั เลข ระบบเลขโรมนั ระบบตัวเลขฐานตา ง ๆ
การประยุกตเกย่ี วกับจำนวนเต็มและเลขยกกำลงั การคดิ คำนวณ โจทยป ญหา
การสราง การสรางรปู สามเหล่ียมและรูปสีเ่ หลย่ี มดานขนาน สรา งมมุ ตา ง ๆ
โดยจดั ประสบการณห รือสรา งสถานการณในชวี ติ ประจำวันทใี่ กลต วั ผเู รยี นไดศกึ ษา คน ควา โดย
การปฏบิ ตั จิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การ
ใหเหตผุ ล การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตรและนำประสบการณด านความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการที่
ไดไปใชใ นการเรยี นรูส ่ิงตาง ๆ และใชใ นชีวิตประจำวันอยา งสรา งสรรค รวมท้ังเหน็ คณุ คา และเจตคติท่ีดีตอ
คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและมี
ความเชือ่ ม่นั ในตนเอง
การวดั และการประเมนิ ผล ใชว ิธกี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเปน จริงใหส อดคลอ งกับเนือ้ หาและ
ทกั ษะท่ตี องการวัด
ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวงั
1. ใชค วามรแู ละทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแกป ญหาตาง ๆ ได
2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบได
3. อานและเขียนตัวเลขโรมนั ได
4. บอกคา ของเลขโดดในตวั เลขฐานตาง ๆ ได
5. เขยี นตัวเลขฐานท่กี ำหนดใหเ ปนตวั เลขฐานตาง ๆ ได
6. ใชความรเู กี่ยวกบั จำนวนเตม็ และเลขยกกำลังในการแกปญ หาได และตระหนักถงึ ความ
สมเหตสุ มผลของคำตอบที่ได
7. ใชก ารสรางพ้ืนฐานสรา งมุมตาง ๆ ได
8. ใชก ารสรา งพนื้ ฐานสรา งรูปที่ซบั ซอ นข้นึ ได และใชค วามรแู ละทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร
แกปญหาตาง ๆ ได
๕๐
คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๑๒๐๒ คณิตศาสตร
รายวชิ าเพิม่ เติม กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง / ภาคเรียน (จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ )
___________________________________________________________________________
ศกึ ษา ฝกทักษะ / กระบวนการในสาระตอไปนี้
การเตรียมความพรอมในการใหเหตลุ ผล การใหเหตุผลในชวี ิตประจำวนั การใหเหตุผลทาง
คณติ ศาสตรอยางงา ย
พหนุ าม เอกนาม การบวก การลบ การคูณ และการหารเอกนามหนุนาม การบวก การลบพหนุ าม
การคูณและการหารพหนุ ามอยางงาย
การประยุกต ๒ การประยกุ ตของจำนวนและพชี คณติ การประยุกตทางเรขาคณติ และการวดั ปญหา
ทา ใหค ดิ
โดยจดั ประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวติ ประจำวันทีใ่ กลต ัวผูเรียนไดศึกษา คน ควาโดยการ
ปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพือ่ พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกปญหา การให
เหตผุ ล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตรแ ละนำประสบการณด านความรู ความคิดทักษะกระบวนการท่ีได
ไปใชใ นการเรียนรสู ิ่งตาง ๆ และใชในชวี ิตประจำวนั อยางสรางสรรค รวมทง้ั เห็นคุณคาและเจตคตทิ ี่ดตี อ
คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณและมี
ความเชอ่ื มั่นในตนเอง
การวัดและการประเมินผล ใชวิธีการทหี่ ลากหลายตามสภาพความเปน จรงิ ใหสอดคลองกับเนือ้ หาและ
ทักษะที่ตองการวัด
ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวงั
1. สังเกต ใหขอความคาดการณและใหเหตุผลทางคณติ ศาสตรอยา งงา ยได
2. หาผลบวกและผลลบของเอกนาม และพหนุ ามได
3. หาผลคณู แลผลหารของพหนุ ามอยางงายได
4. ใชค วามรแู ละทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ กปญหาตา ง ๆ ได
5. ตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบทีไ่ ด
๕๑
รายวิชาพืน้ ฐานกลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ระดบั ประถมศึกษา
รายวิชาพื้นฐาน
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ชั่วโมง
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ชั่วโมง
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ชั่วโมง
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร จำนวน ๑๒๐
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร จำนวน ๑๒๐
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร จำนวน ๑๒๐
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน
รายวชิ าพนื้ ฐาน
ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกติ
๐.๕ หนวยกติ
ว ๒๑๑๐๒ เทคโนโลยีและการออกแบบ ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกติ
๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๑๑๐๔ วิทยาศาสตร ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนวยกติ
๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๑๑๐๓ วิทยาการคำนวณ ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกติ
๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร ๓ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนวยกติ
๐.๕ หนวยกติ
ว ๒๒๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการออกแบบ ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว ยกติ
๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๒๑๐๓ วิทยาศาสตร ๔ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ว ๒๒๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร ๕ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ว ๒๓๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการออกแบบ ๓ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ว ๒๓๑๐๓ วิทยาศาสตร ๖ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ว ๒๓๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
รายวิชาเพม่ิ เติม จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๐๒๐๑ โครงงานพืน้ ฐาน ๑ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนว ยกิต
ว ๒๐๒๐๒ โครงงานพ้นื ฐาน ๒ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๐๒๐๓ โครงงานพ้ืนฐาน ๓
๕๒
รายวชิ า วิทยาศาสตร ๑ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๑
รหัสวิชา ว ๑๑๑๐๑ กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
สังเกต สำรวจ รวบรวมขอมูล ระบุชื่อพืชและสัตวที่อาศัยอยูบริเวณตาง ๆ บอกสภาพแวดลอมที่
เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ระบุบรรยายลักษณะและบอกหนาที่ของสวนตาง ๆ ของรางกายมนุษย สัตว พืช
และการทำหนาที่รวมกัน โดยการศึกษาขอมูลและรวบรวมขอมูลถึงความสำคัญของสวนตาง ๆ ของรางกาย
และการดูแลรางกายอยางเหมาะสม สังเกตและอธิบายลักษณะของวัสดุ ระบุชนิด จัดกลุม มีการใชหลักฐาน
เชิงประจักษ กับวัสดุและสมบัติของวัสดุจากการสังเกตได บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนที่ของ
เสียงในลักษณะเชิงประจักษ ศึกษารวบรวมขอมูล อธิบายสาเหตุ ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ ระบุดาวที่
ปรากฏบนทองฟาในเวลากลางวันและกลางคืน สาเหตุที่มองไมเห็นดาวสวนใหญในเวลากลางวัน สังเกต
ตรวจสอบ จากลกั ษณะเฉพาะตวั และอธิบายลกั ษณะภายนอกของหินได ศกึ ษาและฝกทักษะในการแกปญหา
โดยใชขั้นตอนการแกปญหาอยางงาย การแสดงขั้นตอนการแกปญหาโดยการเขียน บอกเลาวาดภาพ หรือใช
สญั ลักษณ การเขียนโปรแกรมอยางงายโดยใชซอฟตแวรหรือส่ือ การใชง านอุปกรณเทคโนโลยเี บื้องตน การใช
งานซอฟตแวรเบื้องตน การสรางจัดเก็บ และเรียกใชไฟลตามวัตถุประสงค การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยาง
ปลอดภยั ขอปฏิบตั ใิ นการใชงานและการดแู ลรกั ษาอุปกรณ การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา งเหมาะสม
การจัดการเรียนการสอนมีการเรียนรูในรปู แบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตรการ
สืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การจัดกลุม การแกปญหา การ
เปรียบเทียบ การเขียนโปรแกรม มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีการสืบคนขอมูลอภิปรายขอมูลเพื่อให
เกดิ ความรู ความคิดความเขา ใจ สามารถสือ่ สารสิ่งทีเ่ รยี นรูมคี วามสามารถในการตดั สินใจ
เห็นคณุ คาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนใ นชีวติ ประจำวัน มจี ิตวิทยาศาสตร คุณธรรม
จริยธรรม ปฏิบัตติ ามขอตกลง ตรงตามวัตถปุ ระสงค มคี า นิยมที่ดตี อวิทยาศาสตร และการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย
ตัวชี้วัด
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวม ๑๕ ตวั ชว้ี ัด
๕๓
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร ๒ รหสั วิชา ว ๑๒๑๐๑ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๒ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษและระบุไดวา พืชตองการแสงและน้ำเพื่อการเจริญเติบโต ตระหนักถึง
ความจำเปนทีพ่ ืชตอ งไดร บั น้ำและแสงเพื่อการเจริญเติบโต สามารถสรางแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรของพชื
ดอก ศึกษาขอมูลและรวบรวมขอมูล เปรียบเทียบลักษณะของสิ่งมีชีวิตและไมมีชีวิต ศึกษาหลักฐานเชิง
ประจักษ เปรียบเทียบ อธิบายและตระหนักถึง สมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุ การนำสมบัติของการดูดซับน้ำ
ของวัสดุไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ บรรยาย อธิบาย ลักษณะแนวการ
เคลื่อนที่ของแสงจากแหลงกำเนิดแสง ตระหนักในคุณคาของความรู มีการเสนอแนะแนวทางการปองกัน
อันตรายจากแสง สำรวจ ตรวจสอบ และสามารถระบุสวนประกอบของดิน จำแนกชนิดของดิน โดยใชลักษณะ
เน้ือดิน และการจับตัว บอกประโยชนจ ากการใชดินจากขอมลู ท่ีรวบรวมได แสดงลำดบั ข้นั ตอนการทำงานหรือ
การแกป ญหาโดยใชภาพหรือสัญลักษณห รือขอความเขยี นโปรแกรมอยางงา ยโดยใชซ อฟตแวรสอ่ื ใชเ ทคโนโลยี
ในการจัดหมวดหมูค นหาจดั เกบ็ เรยี กใชขอ มลู ตามวตั ถปุ ระสงคและใชเ ทคโนโลยอี ยางปลอดภัย
การจัดการเรียนการสอนมีการเรียนรูในรูปแบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตรการ
สืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การเรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา การ
เรียนดวยกิจกรรม Model based Learning มีการสืบคนขอมูลอภิปรายขอมูลเพื่อใหเกิดความรู ความคิด
ความเขา ใจ สามารถส่ือสารสง่ิ ทเ่ี รยี นรูมีความสามารถในการตดั สนิ ใจ
เห็นคุณคา และตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนใ นชวี ติ ประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร คุณธรรม
จริยธรรม ปฏิบัติตามขอตกลง ตรงตามวัตถุประสงค มคี า นยิ มที่ดีตอวิทยาศาสตร และการใชง านเทคโนโลยีที่
เหมาะสมและปลอดภยั
ตวั ชวี้ ดั
ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวม ๑๖ ตวั ช้วี ัด
๕๔
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
รายวิชา วิทยาศาสตร ๓ รหัสวชิ า ว ๑๓๑๐๑ กลุม สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง
ศึกษาขอมูล รวบรวมขอมูล บรรยายสิ่งที่จำเปนตอการดำรงชวี ิตและการเจริญเติบโตของมนุษยและ
สัตว ตระหนักถึงประโยชนของอาหารน้ำและอากาศโดยดูแลตนเองอยางเหมาะสม ศึกษาสรางแบบจำลอง
บรรยายเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตวต ระหนักถึงคุณคาชีวิตของสัตว ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ ทดลอง
สรปุ อธบิ ายวตั ถุประกอบขึ้นจากช้นิ สวนยอยๆ ซึ่งสามารถแยกออกจากกันได ประกอบเปนวตั ถชุ ้ินใหมได การ
เปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือเย็นลง ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ ระบุผลของแรงที่มีตอการ
เปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนที่ของวัตถุเปรียบเทียบและยกตัวอยางแรงสัมผัสแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการ
เคลื่อนที่ของวัตถุ จัดจำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑ ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลท่ี
เกิดขึ้นระหวางขั้วแมเหล็กเมื่อนำเขามาใกลกัน ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษสามารถยกตัวอยางการ
เปลี่ยนแปลงไปพลังงานหนึ่งไปเปนอีกพลังงานหนึ่ง บรรยาย ระบุการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟา
แหลงกำเนิดพลังงานในการผลิตไฟฟาจากขอมูลที่รวบรวม ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ อธิบายสราง
แบบจำลอง ตระหนักถึงความสำคัญ บอกประโยชน รูปแบบเสนทางการข้ึนและตกของดวงอาทิตย สาเหตุการ
เกิดปรากฏการณข้ึนและตกของดวงอาทติ ย การเกดิ กลางวนั กลางคนื การกำหนดทิศและความสำคัญของดวง
อาทิตย ประโยชนของดวงอาทิตยที่มีตอสิ่งมีชีวิต ศึกษาขอมูลเชิงประจักษ ศึกษาขอมูล รวบรวมขอมูล
บรรยาย สวนประกอบของอากาศ ความสำคัญของอากาศผลกระทบของมลพิษทางอากาศ เสนอแนวทางการ
ปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษ การเกิดลม ประโยชนและโทษของลม แสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือ
การแกปญหาโดยใชภาพสัญลักษณหรอื ขอความ เขียนโปรแกรมอยางงายโดยใชซอฟตแวร ใชอินเตอรเน็ตหา
ความรูรวบรวมขอมูลประเมินผลและนำเสนอขอมูลโดยใชซอฟตแวร ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย
ปฏิบัตติ ามขอ ตกลงในการใชอ นิ เตอรเ นต็
โดยมกี ารจดั การเรียนการสอนมีการเรียนรูใ นรปู แบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตร
การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การเรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา
การเรียนดว ยกิจกรรม Model based Learning มกี ารสบื คนขอ มลู อภิปรายขอมลู เพื่อใหเกดิ ความรู ความคิด
ความเขา ใจ สามารถสือ่ สารสง่ิ ท่ีเรียนรูมคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ
เหน็ คุณคา และตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชวี ิตประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร คุณธรรม
จรยิ ธรรม ปฏิบตั ิตามขอตกลง ตรงตามวัตถุประสงค มีคานิยมท่ดี ตี อวิทยาศาสตร และการใชง านเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย
ตวั ชว้ี ัด
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ รวม ๒๕ ตัวชวี้ ัด
๕๕
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
รายวิชา วทิ ยาศาสตร ๔ รหัสวิชา ว ๑๔๑๐๑ กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง
ศึกษาและเรยี นรูเกี่ยวกับการจัดกลุม สิ่งมีชีวิต การจำแนกพืชเปน พชื ดอกและพืชไมมีดอก การจำแนก
สัตวมกี ระดกู สันหลังและสัตวไ มมกี ระดูกสนั หลงั ลกั ษณะเฉพาะที่สงั เกตไดของสัตวมกี ระดูกสันหลัง หนา ท่ีของ
สวนตางๆ ของพชื ผลของแรงโนมถวงของโลก การใชเคร่ืองชั่งสปรงิ วดั นำ้ หนักของวัตถุ มวลของวัตถุท่ีมีผลตอ
การเปลย่ี นแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ การจำแนกวัตถุเปนตัวกลางโปรงใส ตวั กลางโปรงแสง และวัตถุทึบแสง
สมบตั ทิ างกายภาพดานความแข็ง สภาพยืดหยุน การนำความรอน และการนำไฟฟา ของวัสดุ การนำสมบตั ทิ าง
กายภาพของวัสดุไปใชในชีวิตประจำวัน สมบัติของสารทั้ง ๓ สถานะจากขอมูลที่ไดจากการสังเกต มวล
ตองการที่อยูรูปรางและปริมาตรของสสาร รวมทั้งการใชเครื่องมือวัดมวลและปริมาตรของสารทั้ง ๓ สถานะ
สรางแบบจำลองแสดงองคประกอบของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาวเคราะหตางๆ จากแบบจำลอง
แบบรูปเสนทางการข้ึนและตกของดวงจนั ทร สรางแบบจำลองท่ีอธิบายรูปการเปลีย่ นแปลงรูปรางปรากฏของ
ดวงจันทร และพยากรณรูปรางปรากฏของดวงจันทร ศึกษาการใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหามาใช
พิจารณาในการแกปญหาการอธิบายการทำงานหรือการคาดการณผลลัพธศึกษาการออกแบบโปรแกรมอยาง
งายโดยใช Storyboard หรือการออกแบบอัลกอริทึมการเขียนโปรแกรมอยางงายโดยใชซอฟตแวร Scratch
หรือ Logo ศึกษาการใชอินเตอรเน็ตคนหาความรูการใชคำคนที่ตรงประเด็นกระชับประเมินความนาเชื่อถือ
ของขอมูลศึกษาการรวบรวมขอมูลการประมวลผลอยางงายวิเคราะหผลและสรางเลือก ที่เปนไปไดตลอดจน
ประเมินทางเลือกพรอมทั้งการนำเสนอขอมูลในรูปแบบตามความเหมาะสมศึกษาการใชซอฟตแวรเพื่อ
แกปญหาในชีวิตประจำวันการใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัยเขาใจสิทธิและหนาที่ของตนเคารพใน
สทิ ธิของผูอ่ืน
การจัดการเรียนการสอนมีการเรียนรูในรูปแบบโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-based Learning)
และการจัดการเรียนแบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรู การสำรวจ
ตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การเรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา การเรียนดวยกิจกรรม Model
based Learning มกี ารสืบคนขอมลู อภปิ รายขอมลู เพือ่ ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถสือ่ สารสิ่งท่ี
เรียนรูมคี วามสามารถในการตดั สินใจ
เหน็ คุณคา และตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนใ นชีวิตประจำวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร คุณธรรม
จริยธรรม ปฏิบัตติ ามขอ ตกลง ตรงตามวัตถุประสงค มีคา นยิ มทด่ี ตี อวิทยาศาสตร และการใชง านเทคโนโลยีที่
เหมาะสมและปลอดภยั
ตัวชว้ี ัด
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ รวม ๒๑ ตัวชวี้ ัด
๕๖
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รายวิชา วิทยาศาสตร ๕ รหสั วชิ า ว ๑๕๑๐๑ กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๕ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง
ศึกษา สำรวจ ทดลอง ตรวจสอบหลักฐานเชิงประจักษ วิเคราะห สรุปผล อธิบาย บรรยาย นำเสนอ
ขอมูล โครงสรางและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับการดำรงชีวิตซึ่งเปน ผลมาจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวติ
ในแหลงที่อยูตางๆ ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต ระหวางสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไมมีชีวิต เขียนแผนผัง
แสดงหวงโซอ าหาร และระบุบทบาทหนาที่ของสิ่งมีชีวติ ทีเ่ ปนผูผลิต ผูบริโภค ในโซอาหาร ตระหนักถึงคุณคา
ของสิ่งแวดลอมที่มีตอการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถายทอดจากพอแมสูลูกของ
พืช สัตว และมนุษย การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร เมื่อทำใหสสารรอนขึน้ หรือเย็นลง การละลายของสาร
ในน้ำการเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไดและการ
เปลี่ยนแปลงที่ผนั กลบั ไมได วธิ กี ารหาแรงลพั ธของแรงหลายแรงในแนวเดยี วกันทก่ี ระทำกับวตั ถุ ในกรณีท่ีวัตถุ
หยุดนิ่ง แสดงแรงที่กระทำตอวัตถุที่อยูในแนวเดียวกัน และแรงลัพธที่กระทำตอวัตถุ ใชเครื่องชั่งสปริงในการ
วัดแรงที่กระทำตอวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานที่มตี อ การเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนทีข่ องวัตถุ แสดงแรงเสยี ด
ทานและแรงที่อยูในแนวเดียวกันทีก่ ระทำตอวัตถุ ออกแบบการทดลองระบุตัวแปรการทดลอง นำเสนอขอมูล
เกี่ยวกับการไดยินเสียงผานตัวกลาง การเกิดเสียงสูงเสียงต่ำการเกิดเสียงดังเสียงคอย การวัดระดับโดยใช
เครื่องมือวัดระดับเสยี ง เสนอแนะแนวทางในการหลีกเล่ียงและลดมลพิษทางเสียง เปรียบเทียบความแตกตาง
ของดาวเคราะหและดาวฤกษจากแบบจำลองใชแผนที่ดาวระบุตำแหนงและเสนทางการขึ้นตกของกลุมดาว
ฤกษบนทองฟาอธิบายรูปแบบเสนทางการขึ้นและตกของกลุมดาวฤกษบนทองฟาในรอบป เปรียบเทียบ
ปริมาณน้ำในแตละแหลงและระบุปริมาณน้ำที่มนุษยสามารถนำมาใชประโยชนถึงคุณคาของน้ำโดยนำเสนอ
แนวทางการใชน้ำอยางประหยัด สรางแบบจำลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำเปรียบเทียบ
กระบวนการเกดิ เมฆ หมอก น้ำคาง น้ำคางแขง็ โดยใชแ บบจำลอง เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดฝน หมิ ะ และ
ลูกเห็บ จากขอมูลที่รวบรวมได ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหาอธิบายการทำงานการคาดการณผลลัพธ
จากปญหาอยางงายออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใชเหตุผลเชิงตรรกะอยางงายตรวจหาขอผิดพลาดได
ใชอ ินเตอรเ นต็ คน หาขอ มลู ตดิ ตอส่ือสารและทำงานรวมกันอยางมีประสิทธิภาพรวบรวมประเมนิ นำเสนอขอมูล
และสารสนเทศตามวัตถุประสงคโดยใชซอฟตแวรหรือบริการอินเตอรเน็ตที่หลากหลายใชเทคโนโลยี
สารสนเทศอยางปลอดภัยมีมารยาทเขาใจสิทธิและหนาที่ของตนเคารพในสิทธิของผูอื่น แจงขอมูลเมื่อพบ
บุคคลท่จี ะทำการการไมเหมาะสม
การจัดการเรียนการสอนมีการเรียนรูในรูปแบบโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-based Learning)
และการจัดการเรียนแบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรู การสำรวจ
ตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การเรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา การเรียนดวยกิจกรรม Model
based Learning มีการสบื คนขอ มลู อภปิ รายขอมูลเพอื่ ใหเ กิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถสอ่ื สารสงิ่ ที่
เรยี นรูมคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ
เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวติ ประจำวัน มีจติ วิทยาศาสตร คุณธรรม
จริยธรรม ปฏบิ ตั ิตามขอตกลง ตรงตามวตั ถุประสงค มีคา นิยมทดี่ ตี อวิทยาศาสตร และการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย
๕๗
ตวั ชวี้ ดั
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
รวม ๓๒ ตวั ชี้วดั
๕๘
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร ๖ รหัสวิชา ว ๑๖๑๐๑ กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง
ศึกษาขอมูล สำรวจตรวจสอบ สารอาหารและบอกประโยชนของสารอาหารแตละประเภท แนวทาง
ในการเลือกรับประทานอาหารในสัดสวนที่เหมาะสม ความสำคัญของสารอาหาร อธิบายเปรียบเทียบ จาก
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ การแยกสารผสมโดยการหยบิ ออก การรอน การใชแ มเหลก็ ดึงดูด การรนิ ออก การกรอง
การตกตะกอน รวมทั้งระบุวิธีแกปญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร อธิบายการเกิดและผลของแรง
ไฟฟา ซ่งึ เกิดจากวัตถุท่ผี านการขดั ถู ระบุสวนประกอบหนาท่ีของวงจรไฟฟา เขยี นแผนภาพตอวงจรไฟฟาแบบ
อนุกรม ออกแบบการทดลองและทดลองการตอเซลลไฟฟาแบบอนุกรม การตอหลอดไฟฟาแบบอนุกรมและ
แบบขนาน ประโยชนของการตอเซลลไฟฟาแบบอนุกรม การตอหลอดไฟฟาแบบอนุกรมและแบบขนาน
อธบิ ายการเกิดเงามืดและเงามวั เขยี นแผนภาพรงั สขี องแสงแดดการเกดิ เงามดื เงามัว สรา งแบบจำลองการเกิด
และการเปรียบเทียบปรากฏการณสุริยุปราคาและจันทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศและการนำ
เทคโนโลยีอวกาศมาใชประโยชนในชีวิตประจำวัน ใชแบบจำลองอธิบายกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน
และหนิ แปร การใชป ระโยชนของหินและแรในชีวิตประจาํ วัน สรางแบบจำลอง อธบิ ายการเกดิ ซากดึกดำบรรพ
เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล ลมมรสุมโดยใชแบบจำลอง ผลของมรสุมตอการเกิดฤดูของประเทศไทย
ลักษณะและผลกระทบของน้ำทวม การกัดเซาะชายฝง ดินถลม แผนดินไหว สึนามิ เสนอแนวทางในการเฝา
ระวัง สรางแบบจำลองการเกิดปรากฏการณเรือนกระจกและผลตอสิ่งมีชีวิต เสนอแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อ
ลดกิจกรรมที่กอใหเกดิ แกสเรอื นกระจก ใชเหตผุ ลเชิงตรรกะในการแกปญหาอธิบายการทำงานการคาดการณ
ผลลัพธจากปญหาอยางงายออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใชเหตุผลเชิงตรรกะอยางงายตรวจหาขอผิดพลาดไดใช
อินเตอรเ น็ตคน หาขอ มลู ตดิ ตอ สื่อสารและทำงานรว มกันอยา งมีประสิทธภิ าพรวบรวมประเมินนำเสนอขอมูลและสารสนเทศตาม
วัตถุประสงคโดยใชซอฟตแวรหรือบริการอินเตอรเน็ตที่หลากหลายใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัยมีมารยาทเขา ใจสทิ ธิ
และหนาท่ีของตนเคารพในสทิ ธิของผอู ่ืนแจงขอ มูลเมือ่ พบบคุ คลที่จะทำการการไมเหมาะสม
การจดั การเรยี นการสอนมีการเรยี นรใู นรูปแบบโดยใชปญหาเปนฐาน(Problem-basedLearning)และการจดั การเรียน
แบบActiveLearningกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรก ารสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบการใชห ลักฐานเชิงประจักษ การ
เรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา การเรียนดวยกิจกรรม ModelbasedLearningมีการสืบคนขอมูลอภิปรายขอมูลเพื่อใหเกิด
ความรู ความคดิ ความเขา ใจสามารถสื่อสารสง่ิ ท่เี รยี นรมู คี วามสามารถในการตัดสินใจ
เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรมจริยธรรม
ปฏิบัตติ ามขอ ตกลงตรงตามวตั ถปุ ระสงค มคี า นิยมท่ดี ีตอวิทยาศาสตร และการใชง านเทคโนโลยที ี่เหมาะสมและปลอดภยั
ตัวชีว้ ัด
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวม ๓๐ ตวั ชวี้ ัด
๕๙
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร ๑ กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัวประกอบไปดวยธาตุและสารประกอบ สารแตละชนิดมีสมบัติทางกายภาพ
และสมบัตทิ างเคมที ่ีเหมือนและแตกตา งกัน ความรอ นเปนปจจยั หนึ่งท่ีทำใหส ถานะของสาร ซ่ึงเปนสมบัติทาง
กายภาพเปลี่ยนแปลงไป สารบริสุทธิ์ คือ สารที่มีองคประกอบเพียงชนิดเดียว ประกอบไปดวยธาตุและ
สารประกอบ โดยธาตุแบงออกเปนธาตุโลหะ ธาตุกึ่งโลหะ และธาตุอโลหะซึ่งธาตุบางชนิดสามารถแผรังสีได
เรียกวาธาตุกัมมันตรังสี สมบัติของสาร การจำแนกสารดวยสถานะ เนื้อสาร และขนาดอนุภาคของสาร การ
เปล่ยี นแปลงของสาร สารบรสิ ทุ ธิแ์ ละสารผสม การใชความรทู างเคมใี หเ ปน ประโยชนตอ การเลือกใชสารเคมีใน
ชีวิตประจำวันไดอยางเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร ศึกษา
ประเภทโครงสรางและหนาที่ของสวนประกอบภายในเซลลสิ่งมีชีวิตดวยกลองจุลทรรศน ศึกษาสิ่งมีชีวิตทุก
ชนิด มีเซลลเ ปน หนว ยทเี่ ลก็ ท่สี ุดเปนองคป ระกอบ ซึ่งสิ่งมีชีวิตบางชนดิ สามารถดำรงชวี ติ อยูไดเพียงเซลลเดียว
บางชนิดจำเปนตองมีหลายเซลลมารวมกันเปนเนื้อเยื่อ ซึ่งมีรูปรางและหนาที่แตกตางกันซึ่งองคประกอบ
พื้นฐานของเซลล ไดแก นิวเคลียส ไซโตพลาสซึม และเยื่อหุมเซลล กระบวนการแพรและออสโมซีสเปน
กระบวนการที่สิง่ มชี วี ิตใชล ำเลียงสารเขา และออกจากเซลล กระบวนการลำเลียงสารเขา และออกจากเซลลดวย
วธิ ีการแพรแ ละการออสโมซิส ศึกษาการดำรงชวี ิตของพืชอยูไดดวยสวนประกอบตางๆ ใบไมม ีคลอโรพลาสตที่
มีสารคลอโรฟล ลซ ง่ึ เก่ยี วของกับกระบวนการสงั เคราะหด วยแสง โดยมีแกสคารบ อนออกไซดแ ละน้ำเปนสารต้ัง
ตนและน้ำตาลกลูโคส และแกสออกซิเจนเปนผลิตภัณฑ ซึ่งจำเปนตอการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ราก และลำ
ตน ประกอบไปดวยเนื้อเย่ือ ลำเลียงไซเล็ม ทำหนาที่ดดู น้ำและแรธาตุ โดยอาศัยกระบวนการแพรและออสโม
ซีส เนอ้ื เยอื่ ลำเลียงโฟเอม็ ทำหนา ท่ีลำเลยี งอาหารโดยอาศัยกระบวนการทรานสโลเคชัน่
โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คนขอ มลู การสงั เกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธิบาย
และสรุปเพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำ
ความรไู ปประยุกตใ ชในชวี ิตประจำวนั
เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย
ตัวชว้ี ัด
ว ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐
ว ๑.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐, ม.๑/๑๑,
ม.๑/๑๒, ม.๑/๑๓, ม.๑/๑๔, ม.๑/๑๕, ม.๑/๑๖, ม.๑/๑๗, ม.๑/๑๘
รวมทั้งหมด ๒๘ ตวั ช้วี ัด
๖๐
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว ๒๑๑๐๒ เทคโนโลยีและการออกแบบ ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต
ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยี การทำงานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยใชกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนหาขอมูล การวิเคราะหการอธิบาย การอภิปราย
และสรุป
เพ่อื ประยุกตใชความรู ทกั ษะ และทรพั ยากร โดยวิเคราะหเ ปรียบเทียบและเลือกขอมลู ที่จำเปน เพ่ือ
ออกแบบวธิ ีการแกปญหาในชวี ติ ประจำวันในดานการเกษตร อาหาร และสรางชน้ิ งานหรือพัฒนาวธิ ีการโดยใช
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือในการแกปญหาไดอยางถูกตอง
เหมาะสมและปลอดภัย
ตัวชี้วัด
ว ๔.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕
รวมทง้ั หมด ๕ ตวั ชว้ี ัด
๖๑
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว ๒๑๑๐๓ วทิ ยาศาสตร ๒ กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน จำนวน ๑.๕ หนวยกติ
เปรยี บเทยี บ จำแนก อธบิ าย การจดั เรียงอนภุ าคและการเคลื่อนท่ีของสารในสถานะตาง ๆ โครงสราง
อะตอม ความสัมพันธระหวางพลังงานความรอนกับการเปลี่ยนสถานะโดยใชหลักฐานเชิงประจักษและ
แบบจำลอง สมบัติทางกายภาพของธาตุ โลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ที่ไดจากการสังเกต ทดสอบ และใช
สารสนเทศที่ไดจากแหลงขอมูลตาง ๆ การจัดกลุมธาตุ วิเคราะหผลจากการใชกลุมธาตุตาง ๆ ที่สงผลตอ
สิ่งมีชีวิต สิ่งแวดลอม เศรษฐกิจและสังคมจากขอมูลที่รวบรวมได รวมทั้งเสนอแนวทางการใชธาตุกลุมตา ง ๆ
ไดอยางปลอดภัยคุมคา เปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเลว ความหนาแนน ของสารบริสุทธและสารผสม โดย
การวัดอุณหภูมิ เขียนกราฟ แปลความหมายขอมูลได อธิบายความสัมพันธของระหวางอะตอม สารประกอบ
โดยใชแบบจำลองและสารสนเทศ ใชเครื่องมือวัดมวลและปริมาตรของสาร สรางแบบจำลองที่อธิบาย
ความสัมพันธระหวางความดันอากาศกับความสูงจากพื้นโลก วิเคราะหแปลความหมายขอมูล คำนวณ
ปริมาณความรอนที่ทำใหสสารเปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะ ใชเทอรโมมิเตอรวัดอุณหภูมิ สรางแบบจำลองท่ี
ขยายและหดตัวของสสารตระหนักถึงประโยชนความรูการหดและขยายตัวของสสารอันเนื่องจากความรอน
วิเคราะหสถานการณการถายโอนความรอน และคำนวณปริมาณความรอนที่ถายโอนระหวางสสารจนเกิด
สมดุลโดยใชสมการ ออกแบบ สรางอุปกรณการถายโอนความรอนเพื่อแกปญหาในชีวิตประจำวัน ศึกษา
เกี่ยวกับอุณหภูมิและการวัด ผลของความรอนที่มีตอการเปลี่ยนแปลงของสารการถายโอนความรอน การ
ดูดกลืนและคายความรอน สมดุลความรอน องคประกอบของบรรยากาศ การแบงชั้นบรรยากาศ ผลของรังสี
จากดวงอาทิตยตอบรรยากาศ องคประกอบของบรรยากาศ ไดแก อุณหภูมิอากาศความดันอากาศ ความชื้น
อากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟาคะนอง พายุหมุนเขตรอน มรสุม การพยากรณอากาศ และการเปลี่ยนแปลง
ภมู ิอากาศของโลก
โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คน ขอ มูล การสงั เกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธบิ าย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยุกตใชในชีวิตประจำวัน เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมี
จิตวิทยาศาสตรคุณธรรมจริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและ
การใชง านเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมและปลอดภยั
ตัวช้ีวดั
ว ๒.๓ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗
ว ๒.๒ ม.๑/๑
ว ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗
รวมทง้ั หมด ๑๕ ตัวชี้วัด
๖๒
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว ๒๑๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๑ กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
ศกึ ษาแนวคดิ เชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะทจ่ี ำเปน ตอการแกป ญหา ขนั้ การแกปญหา การ
เขียนรหัสลำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงายที่มีการใชงานตัวแปร เงื่อนไข
และการวนซ้ำ เพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิ การประมวลผล
ขอมูล การสรางทางเลอื กและประเมนิ ผลเพื่อตัดสนิ ใจซอฟตแวรและบริการบนอินเทอรเน็ตที่ใชในการจัดการ
ขอมูล โดยใชแนวทางการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภัย การจัดการอัตลักษณการพิจารณาความ
เหมาะสมของเนือ้ หา ขอ ตกลงและขอ กำหนด การใชสอื่ และแหลง ขอ มูล
เพื่อนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญหา ไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการ
แกปญ หาในชวี ติ จรงิ รวบรวมขอ มลู และสรา งทางเลอื ก ในการตัดสนิ ใจไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพ และตระหนักถึง
การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย เกิดประโยชนตอการเรียนรู และไมสรางความเสียหายใหแก
ผูอืน่
ตวั ช้วี ดั
ว ๔.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔
รวมท้ังหมด ๔ ตัวช้ีวัด
๖๓
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร ๓ กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต
ศึกษา วิเคราะห สำรวจ สังเกต สืบคนขอ มูล อธิบาย โครงสรางและหนา ที่การทำงานของโดยใช
แบบจำลอง ตระหนักถึงความสำคัญและบอกแนวทางการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจ ระบบขับถาย
ระบบสืบพันธุของมนุษยและสัตว รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย อธิบายผลของฮอรโมนเพศรวมท้ัง
ตระหนกั ถงึ การเปลี่ยนแปลง ดูแล รักษารางกายและจติ ใจเมื่อเขา สูวัยรนุ ไดเหมาะสม อธบิ ายการตกไข การมี
ประจำเดือนการปฏิสนธิ การพัฒนาของไซโกตจนคลอดเปนทารก เลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม ตระหนักถึง
ผลกระทบของการต้ังครรภก อนวยั อันควร โดยการประพฤติตนใหเหมาะสม อธิบายการแยกสารผสมโดยการ
ระเหยแหง การตกผลึก การกลั่นอยางงาย โครมาโทกราฟแบบกระดาษ การสกัดดวยตัวทำละลายโดยใช
หลักฐานเชิงประจักษนำวิธีการแยกสารไปใชแกปญหาในชีวิตประจำวันโดยบูรณาการวิทยาศาสตร
คณิตศาสตรเทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร พยากรณการเคลื่อนที่ของวัตถุ ที่เปนผลของแรงลัพธที่เกิดจาก
แรงหลายแรงท่ีกระทำตอวัตถุในแนวเดียวกัน จากหลกั ฐานเชิงประจักษ เขยี นแผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธ
ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำตอวัตถุในแนวเดยี วกัน ออกแบบการทดลองและทดลองดวยวิธที ี่เหมาะสมใน
การอธิบายปจจัยที่มีผลตอความดันของของเหลว ออกแบบ ทดลอง อธิบาย เลือกวิธีการแยกสารผสมวธิ ตี าง
ๆ ไดเหมาะสมโดยใชหลักฐานเชิงประจักษ และนำวิธีการแยกสารไปแกปญหาในชีวิตประจำวัน อธิบายชนิด
ของตัวละลาย ตัวทำละลาย อณุ หภมู ทิ ี่มีผลตอสภาพการละลายได ผลของความดันท่มี ีตอ สภาพละลายไดของ
สารโดยใชสารสนเทศ สามารถเตรียมสารในหนว ยความเขมขนตาง ๆ ได ตระหนักถงึ ความสำคัญการนำความ
เขม ขนไปใชในชีวติ ประจำวนั อยางถกู ตอ งเหมาะสม
โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสบื เสาะหาความรู การสบื คน ขอ มูล การสังเกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธิบาย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยกุ ตใชในชีวิตประจำวัน
เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย
ตัวชีว้ ดั
ว ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐,
ม.๒/๑๑, ม.๒/๑๒, ม.๒/๑๓, ม.๒/๑๔, ม.๒/๑๕, ม.๒/๑๖, ม.๒/๑๗
ว ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖
ว ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐,
ม.๒/๑๑, ม.๒/๑๒, ม.๒/๑๓, ม.๒/๑๔, ม.๒/๑๕
รวมท้ังหมด ๓๘ ตวั ชวี้ ัด
๖๔
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว ๒๒๑๐๒ เทคโนโลยีและการออกแบบ ๒ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
ศึกษาสาเหตหุ รอื ปจ จัยตาง ๆ ท่ีทำใหเ ทคโนโลยมี กี ารเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ประเภทของเทคโนโลยี
ผลกระทบตอชีวิตสังคมและสิง่ แวดลอ ม การเปรียบเทียบขอดี ขอเสีย และตัดสินใจ ปญหาหรือความตองการ
ในชุมชนหรือทองถิ่น การระบุปญหา การเลือกใชขอมูล การออกแบบแนวทางการแกปญหา การกำหนด
ขนั้ ตอนระยะเวลาในการทำงาน คุณสมบัติของวัสดแุ ตละประเภท การสรางชน้ิ งาน
โดยใชกระบวนทางเทคโนโลยี การคนหาสาเหตุของปจจัยตางๆ ที่ทำใหเทคโนโลยมี ีการเปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลาวเิ คราะหเ ปรียบเทยี บขอดี ขอ เสยี และตดั สนิ ใจเลือกใชเทคโนโลยแี ตละประเภทใหเหมาะสม ระบุ
ปญหาหรือความตองการในชุมชนหรือทองถิ่น สรุปกรอบของปญหา รวบรวม วิเคราะหขอมูลและแนวคิดท่ี
เกี่ยวของกับปญหา ตัดสินใจเลือกขอมูลที่จำเปน โดยคำนึงถึงเง่ือนไขและทรัพยากร แนวทางการแกปญหาที่
เหมาะสม ออกแบบแนวทางการแกปญหา การกำหนดขั้นตอนระยะเวลาในการทำงานกอนดำเนินการ
แกป ญหา ทดสอบและประเมินผลเปนการตรวจสอบชน้ิ งาน นำเสนอผลงาน การสรางชนิ้ งาน การออกแบบ
อลั กอรทิ มึ
เพื่อใหสามารถแกปญหาหรือพัฒนางานอยางมีความคิดสรางสรรคดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลอื กใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบตอชวี ิต สงั คม และส่ิงแวดลอ ม
ตวั ช้ีวัด
ว ๔.๑ ม.๒/๑,ม.๒/๒,ม.๒/๓,ม.๒/๔,ม.๒/๕
รวมท้ังหมด ๕ ตวั ชวี้ ดั
๖๕
คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ว ๒๒๑๐๓ วิทยาศาสตร ๔ กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
ศึกษา วิเคราะห ออกแบบ เขียนแผนภาพ อธิบาย ผลของแรงทีกระทำตอวัตถุ แรงลัพธที่เกิดจาก
แรงหลายแรงกระทำตอวัตถุในแนวเดียวกัน ความดันของของเหลว แรงพยุงและการจมลอยของวัตถุใน
ของเหลว แรงที่กระทำตอวัตถใุ นของเหลว แรงเสียดทานสถิต แรงเสียดทานจลนจากหลักฐานเชิงประจักษ
ตระหนักถึงประโยชนของความรูเร่ืองแรงเสยี ดทาน โดยวิเคราะหสถานการณปญหา และขอเสนอแนะวิธีลด
เพิ่มแรงเสียดทานท่ีเปนประโยชนตอการทำกิจกรรมในชีวติ ประจำวัน อธิบายโมเมนตของแรงเมื่อวัตถุอยใู น
สภาพสมดุลตอการหมุน เปรียบเทียบแหลงของสนามแมเหล็ก สนามไฟฟา และสนามโนมถวง และทิศทาง
ของแรงท่ีกระทำตอวัตถุ อธิบายและคำนวณอัตราเร็ว และความเร็วของการเคล่ือนที่ของวัตถุ เขียนแผนภาพ
การกระจดั และความเรว็ วิเคราะห ออกแบบ แปลความหมายขอมูล งานและกำลงั ท่ีเกิดจากแรงกระทำตอ
วัตถุ หลักการทำงานของเครื่องกล ประโยชนและการประยุกตใชในชีวิตประจำวัน พลังงานจลน พลังงาน
ศักยโนมถวง การถายโอนพลังงานโดยใชกฎอนุรักษพลังงานเปรียบเทียบ สรางแบบจำลอง อธิบาย
กระบวนการเกิด สมบัติ ประโยชน ผลกระทบการใชเชื้อเพลิง ตระหนักถึงผลการใช เสนอแนวทางการใช
เชือ้ เพลิงซากดกึ ดำบรรพ ขอ ดีขอจำกัดของพลงั งานทดแทนแตละประเภทจากการรวบรวม นำเสนอพลังงาน
ทดแทนทีเ่ หมาะสมในทองถ่นิ โครงสรา งโลก องคป ระกอบทางเคมี อธิบายกระบวนการผุพัง การกรอน การ
สะสมตัวของตะกอน อธิบายลักษณะชั้นดิน กระบวนการเกิดดิน ตรวจวัดสมบัติบางประการของดิน สราง
แบบจำลองอธิบายการใชน้ำ การนำเสนอแนวทางการใชน้ำอยางยั่งยืน ผลกระทบของน้ำทวม การกัดเซาะ
ชายฝง ดนิ ถลม หลมุ ยบุ แผนดนิ ทรุด
โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสบื เสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การวเิ คราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธิบาย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยกุ ตใชในชวี ติ ประจำวนั
เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีที่
เหมาะสมและปลอดภัย
ตวั ชี้วัด
ว ๒.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖
ว ๓.๒ ม. ๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐
รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวช้วี ดั
๖๖
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว ๒๒๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๒ กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
ศกึ ษาแนวคดิ เชงิ นามธรรม การคัดเลอื กคณุ ลักษณะท่ีจำเปนตอการแกปญหา ขัน้ การแกปญหา การ
เขียนรหัสลำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงายที่มีการใชงานตัวแปร เงื่อนไข
และการวนซ้ำ เพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิ การประมวลผล
ขอมูล การสรางทางเลือกและประเมนิ ผลเพือ่ ตัดสินใจซอฟตแวรและบริการบนอินเทอรเนต็ ทีใ่ ชในการจดั การ
ขอมูล โดยใชแนวทางการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภัย การจัดการอัตลักษณการพิจารณาความ
เหมาะสมของเนื้อหา ขอตกลงและขอกำหนด การใชสื่อและแหลงขอมูล คาดการแนวโนมเทคโนโลยีที่จะ
เกดิ ขึน้ โดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปจ จัยทส่ี งผลตอการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี และวิเคราะหเ ปรียบเทียบ
ตัดสินใจเลือกใชเทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอชีวิต สังคมและสิ่งแวดลอม ระบุปญหา หรือ
ความตองการในชุมชน หรือทองถิ่นสรุปกรอบของปญหารวบรวมวิเคราะหขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของกับ
ปญ หาออกแบบวธิ ีการแกป ญหาโดยวเิ คราะหเปรียบเทียบและตดั สินใจเลือกขอมูลทจ่ี ำเปนภายใตเงื่อนไขของ
ทรัพยากรที่มีอยูนำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจวางแผนขั้นตอนการทำงานและการดำเนินการ
แกป ญหาอยางเปนข้ันตอนทดสอบประเมนิ ผล และอธิบายปญหาหรือขอ บกพรองท่เี กดิ ขนึ้ ภายใตกรอบเงื่อนไข
พรอมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแกไขและนำเสนอผลการแกปญหาใชความรูและทักษะเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ
เครื่องมือกลไกไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานไดอยางถูกตองเหมาะสมและปลอดภัย
ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาหรือการทำงานที่พบในชีวิตจริง การ
ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใชตรรกะ และฟงกชันในการแกปญหา อภิปรายองคประกอบและหลักการ
ทำงานของระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อประยุกตใชงานหรือแกปญหาเบื้องตน ใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภัย มคี วามรับผิดชอบ สรางและแสดงสิทธใิ นการเผยแพรผลงาน
เพื่อนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญหา ไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการ
แกปญ หาในชวี ิตจริง รวบรวมขอมลู และสรางทางเลอื ก ในการตัดสนิ ใจไดอยางมปี ระสิทธภิ าพ และตระหนกั ถึง
การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย เกิดประโยชนตอการเรียนรู และไมสรางความเสียหายใหแก
ผอู น่ื
ตัวชี้วดั
ว ๔.๒ ม.๒/๑,ม.๒/๒,ม.๒/๓,ม.๒/๔
รวมท้ังหมด ๔ ตัวชี้วดั
๖๗
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร ๕ กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนวยกติ
ศึกษาอธิบาย ความสัมพันธขององคประกอบภายในระบบนิเวศ สรางแบบจำลองการถายทอด
พลงั งานในสายใยอาหาร การสะสมสารพษิ ของสง่ิ มีชวี ิตในหวงโซอาหาร ตระหนกั ถงึ ความสัมพนั ธของสิ่งมีชีวิต
และสิ่งแวดลอมในระบบนิเวศ โดยไมทำลายความสมดุลของระบบนิเวศ อธิบายความสัมพันธ ระหวางยีน ดี
เอ็นเอ และโครโมโซมดวยแบบจำลอง กระบวนการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม อธิบายการถายทอด
ลักษณะทางพันธุกรรม จากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดียวท่ีแอลลีลเดนขมแอลลีลดอยไดอยางสมบูรณ
อธิบายการเกิดจีโนไทปและฟโนไทปของลูกและคำนวณอัตราสวนการเกิดจีโนไทปและฟโนไทปของรุนลูก
อธิบายความแตกตางของการแบงเซลลแบบไมโทซิสและไมโอซิส บอกไดวาการเปลี่ยนแปลงของยีนหรือ
โครโมโซมอาจทำใหเกิดโรคทางพันธุกรรมพรอมทั้งยกตัวอยางโรคทางพันธุกรรม ตระหนักถึงโรคทาง
พันธุกรรมเพื่อรูจักซึ่งการวางแผนกอนแตงงานและมีบุตร ศึกษาความหลากหลายของพืชและสัตวในทองถ่ิน
ส่งิ แวดลอ มทางชีวภาพในทองถ่นิ ทำใหส่ิงมชี ีวิตดำรงชวี ิตอยูไ ดอยางสมดลุ ประโยชนของเทคโนโลยีชีวภาพที่มี
ตอการดำรงชีวิตของมนุษยและสิ่งแวดลอม ความสัมพันธขององคประกอบภายในระบบนิเวศ
ทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อธิบายสมบัติของสารทางกายภาพ การใช
ประโยชน ตระหนักถึงคุณคาเสนอแนะแนวทางการใชวัสดุประเภทพอลิเมอร เซรามิกส และวัสดุผสม อยาง
ประหยัดและรูคุณคา อธิบายการเกิดปฏิกิริยาเคมี การจัดเรียงตัวของอะตอมใหม อธิบายกฎทรงมวลโดยใช
หลักฐานเชิงประจักษ วิเคราะหปฏิกิริยาการดูดคายพลังงาน ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก ปฏิกิริยากรดกับ
โลหะ ปฏิกริ ยิ ากรดกับเบส การเผาไหม การสงั เคราะหแสง การเกดิ ฝนกรด โดยใชห ลกั ฐานเชิงประจักษ และ
สารสนเทศ ออกแบบการแกปญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี โดยบูรณาการวิทยาศาสตร
คณิตศาสตร เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตร
โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คน ขอ มูล การสังเกต การวิเคราะห การทดลอง การอภิปรายการอธิบาย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพ่ือเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยกุ ตใ ชในชวี ิตประจำวัน
เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภยั
ตวั ชว้ี ดั
ว ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ว ๑.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐,
ม.๓/๑๑
ว ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘
รวมทง้ั หมด ๒๕ ตวั ชีว้ ดั
๖๘
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว ๒๓๑๐๓ เทคโนโลยแี ละการออกแบบ ๓ กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนวยกิต
ศกึ ษาสาเหตหุ รอื ปจ จัยตา ง ๆ ทท่ี ำใหเ ทคโนโลยมี กี ารเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ประเภทของเทคโนโลยี
ผลกระทบตอชีวิตสังคมและสิ่งแวดลอม การเปรียบเทียบขอดี ขอเสีย และตัดสินใจ ปญหาหรือความตองการ
ในชุมชนหรือทองถิ่น การระบุปญหา การเลือกใชขอมูล การออกแบบแนวทางการแกปญหา การกำหนด
ข้ันตอนระยะเวลาในการทำงาน คุณสมบตั ิของวสั ดุแตล ะประเภท การสรางชิ้นงาน
โดยใชกระบวนทางเทคโนโลยี การคนหาสาเหตุของปจจัยตางๆ ที่ทำใหเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลาวเิ คราะหเปรียบเทียบขอดี ขอ เสีย และตดั สนิ ใจเลอื กใชเทคโนโลยีแตละประเภทใหเหมาะสม ระบุ
ปญหาหรือความตองการในชุมชนหรือทองถิ่น สรุปกรอบของปญหา รวบรวม วิเคราะหขอมูลและแนวคิดท่ี
เกี่ยวของกับปญหา ตัดสินใจเลือกขอมูลที่จำเปน โดยคำนึงถึงเงื่อนไขและทรัพยากร แนวทางการแกปญหาท่ี
เหมาะสม ออกแบบแนวทางการแกปญหา การกำหนดขั้นตอนระยะเวลาในการทำงานกอนดำเนินการ
แกป ญ หา ทดสอบและประเมินผลเปนการตรวจสอบช้นิ งาน นำเสนอผลงาน การสรา งช้นิ งาน การออกแบบ
อลั กอริทมึ
เพื่อใหสามารถแกปญหาหรือพัฒนางานอยางมีความคิดสรางสรรคดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลอื กใชเทคโนโลยีอยา งเหมาะสมโดยคำนงึ ถึงผลกระทบตอชวี ติ สังคม และสง่ิ แวดลอ ม
ตวั ชี้วัด
ว ๔.๑ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕
รวมท้ังหมด ๕ ตัวช้ีวัด
๖๙
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว ๒๓๑๐๓ วทิ ยาศาสตร ๖ กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนวยกติ
ศึกษา วิเคราะห เขียนกราฟความสัมพันธระหวา งความตางศักย กระแสไฟฟา ความตา นทานไฟฟา
โดยใชสมการจากหลักฐานเชิงประจกั ษ ใชโวลตม ิเตอร แอมมิเตอรวัดปริมาณทางไฟฟาได เขียงวงจรการตอ
วงจรแบบอนุกรม และแบบขนาน บรรยายการทำงานชิ้นสวนอิเล็กทรอนิกสอยางงายในวงจร คำนวณคา
พลังงานไฟฟาของเครื่องใชไฟฟา ในบาน ตระหนกั ในคุณคาการเลือกใช การเสนอวธิ ีการใชเคร่ืองใชไฟฟาอยาง
ประหยดั และปลอดภยั สรา งแบบจำลอง อธิบายการเกดิ คลื่น สว นประกอบคล่ืน คล่ืนแมเหล็กไฟฟาสเปกตรัม
คลื่นแมเหล็กไฟฟาจากขอมูลที่รวบรวม ตระหนักถึงอันตราย นำเสนอการใชประโยชนจากคลื่นแมเหล็กใน
ชีวิตประจำวัน ออกแบบทดลอง อธิบายกฎสะทอนของแสง เขียนแผนภาพการหักเหของแสงผานตัวกลาง
ตาง ๆ เขียนแผนภาพการเคลื่อนที่ของแสงแสดงการเกิดภาพจากเลนสบาง เขียนแผนภาพ การเคลื่อนที่ของ
แสงแสดงการเกิดภาพของทัศนอปุ กรณและเลนสต า อธิบายผลของความสวางที่มตี อดวงตาจากขอมูลที่สืบคน
วัดความสวางโดยอุปกรณวัดความสวางแสง ตระหนักในคุณคาของความรูเรื่องแสงที่มีผลตอดวงตา โดย
วิเคราะหสถานการณปญหาและเสนอแนะการจัดความสวางใหเหมาะสมในการทำกิจกรรมตา ง ๆ อธิบายการ
โคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทิตยดวยแรงโนมถวง สรางแบบจำลองที่อธิบายการเกิดฤดูและการเคลื่อนท่ี
ปรากฏของดวงอาทิตย สรางแบบจำลองทีอ่ ธบิ ายการเกิดขา งขึน้ ขางแรม การเปลี่ยนเวลาการขึ้นและตกของ
ดวงจันทร และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง การใชประโยชนของเทคโนโลยีอวกาศและความกาวหนาที่รวบรวมได
วิเคราะหสาเหตหุ รอื ปจจยั ทีส่ งผลตอการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี
โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอ มูล การสงั เกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธบิ าย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยุกตใ ชใ นชีวิตประจำวนั
เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชวี ิตประจำวันมีจิตวทิ ยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย
ตัวชว้ี ัด
ว ๒.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐,
ม.๓/๑๑, ม.๓/๑๒, ม.๓/๑๓, ม.๓/๑๔, ม.๓/๑๕, ม.๓/๑๖, ม.๓/๑๗, ม.๓/๑๘, ม.๓/๑๙,
ม.๓/๒o, ม.๓/๒๑
ว ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวมท้งั หมด ๒๕ ตัวชว้ี ัด
๗๐
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว ๒๓๑๐๔ วิทยาการคำนวณ ๓ กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนวยกติ
ศกึ ษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคดั เลอื กคณุ ลักษณะทจ่ี ำเปนตอการแกปญหา ขนั้ การแกปญหา การ
เขียนรหัสลำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงายที่มีการใชงานตัวแปร เงื่อนไข
และการวนซ้ำ เพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิ การประมวลผล
ขอมูล การสรางทางเลอื กและประเมนิ ผลเพือ่ ตัดสนิ ใจซอฟตแวรและบริการบนอินเทอรเนต็ ที่ใชในการจดั การ
ขอมูล โดยใชแนวทางการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภัย การจัดการอัตลักษณการพิจารณาความ
เหมาะสมของเนื้อหา ขอตกลงและขอกำหนด การใชสื่อและแหลงขอมูล คาดการแนวโนมเทคโนโลยีที่จะ
เกดิ ขน้ึ โดยพจิ ารณาจากสาเหตุหรือปจ จยั ที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวเิ คราะหเ ปรียบเทียบ
ตัดสินใจเลือกใชเทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอชีวิต สังคมและสิ่งแวดลอม ระบุปญหา หรือ
ความตองการในชุมชน หรือทองถิ่นสรุปกรอบของปญหารวบรวมวิเคราะหขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของกับ
ปญหาออกแบบวิธีการแกปญหาโดยวิเคราะหเ ปรียบเทียบและตดั สนิ ใจเลือกขอมูลท่จี ำเปนภายใตเง่ือนไขของ
ทรัพยากรที่มีอยูนำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจวางแผนขั้นตอนการทำงานและการดำเนินการ
แกปญ หาอยา งเปนข้นั ตอนทดสอบประเมินผล และอธบิ ายปญหาหรอื ขอ บกพรองท่เี กิดขึน้ ภายใตกรอบเงื่อนไข
พรอมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแกไขและนำเสนอผลการแกปญหาใชความรูและทักษะเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ
เครื่องมือกลไกไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานไดอยางถูกตองเหมาะสมและปลอดภัย
ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาหรือการทำงานที่พบในชีวิตจริง การ
ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใชตรรกะ และฟงกชันในการแกปญหา อภิปรายองคประกอบและหลักการ
ทำงานของระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อประยุกตใชงานหรือแกปญหาเบื้องตน ใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา งปลอดภัย มคี วามรบั ผิดชอบ สรางและแสดงสทิ ธใิ นการเผยแพรผลงาน
เพื่อนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญหา ไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการ
แกป ญ หาในชวี ติ จริง รวบรวมขอ มลู และสรางทางเลอื ก ในการตัดสินใจไดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ และตระหนกั ถึง
การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย เกิดประโยชนตอการเรียนรู และไมสรางความเสียหายใหแก
ผูอนื่
ตัวช้ีวดั
ว ๔.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔
รวมท้ังหมด ๔ ตัวช้ีวดั
๗๑
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว ๒๐๒๐๑ โครงงานพ้ืนฐาน ๑ กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๑-๓ ภาคเรียนที่ - เวลา ๒๐ ชั่วโมง ภาคเรียน จำนวน/๐.๕ หนวยกิต
ศกึ ษาวิเคราะห ความหมายและคุณคาของการทำโครงงาน ประเภทของโครงงาน วธิ ดี ำเนินการทำ
โครงงาน ศึกษาวิเคราะหและอภิปรายตัวอยางโครงงานเกี่ยวกับ ชื่อเรื่อง บทคัดยอ การออกแบบการทดลอง
การอภิปรายและสรุปผล การเขียนเอกสารอางอิง แนวคิดในการดัดแปลง ขยาย เพิ่มเติม จากโครงงานที่ได
ศึกษา ศึกษาปญ หาจากสถานการณภายในชุมชน สงั คมท่นี ักเรียนอยูอาศยั รวมกันวิเคราะหส ภาพปญหา ที่มา
และวธิ ีการแกไขปญ หา นำมาสกู ารคดั เลือกปญ หาเพื่อทำโครงงาน
กำหนดปญหา สืบคนขอมูล และเสนอแนวทางแกปญหาในเรื่องที่สนใจเปนพิเศษ ตั้งคำถาม
สมมตฐิ าน และตวั แปร นำเสนอเคา โครงของโครงงานท่ีผา นการพจิ ารณาภายในกลุม
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะในการจัดทำโครงงาน มีความคิดระดับสูง สามารถเสนอเคา
โครงโครงงาน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึงประสงคเ ห็นคุณคาและตระหนักในการ
นำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอการทำ
โครงงาน มีจรรยาบรรณในการทำวิจยั และการใชงานเทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมและปลอดภยั
ผลการเรียนรู
๑. อธบิ ายความหมาย คณุ คา และประเภทของโครงงาน
๒. ศกึ ษาสถานการณร อบตัวนำไปสูก ารระบุปญ หา
๓. วเิ คราะหสภาพปญ หา ทม่ี า และวธิ กี ารแกไขปญ หา
๔. คัดเลอื กหัวขอโครงงาน กำหนดปญ หา ตัง้ คำถาม สมมติฐาน และตัวแปรไดอยางถูกตอง
๕. สืบคนขอมูล วิเคราะห และจดั กระทำขอมลู ใหอยูในรปู สารสนเทศ
๖. จดั ทำและนำเสนอเคา โครงของโครงงาน
๗. มจี ิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มทีพ่ งึ ประสงค ในการทำโครงงาน
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรยี นรู
๗๓
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว ๒๐๒๐๒ โครงงานพ้ืนฐาน ๒ กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ ๑-๓ ภาคเรยี นท่ี - เวลา ๒๐ ชวั่ โมง ภาคเรยี จำนวน/๐๐.๕ หนว ยกติ
ศึกษาคนควาเอกสาร จากแหลงขอมูลตำรา ออนไลน หรือรูปแบบอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับโครงงาน
ของตนเอง และประเมนิ ความนาเชื่อถือของขอมลู ที่ได คัดเลือกขอมูลที่สำคัญตามลำดับ นำขอมูลมาอางอิงใน
การทำโครงงาน โดยมีการอางอิงในเนื้อความและบรรณานุกรมตามวิธีการตางๆ ตามหลักของการอางอิงและ
การเขยี นบรรณานุกรม เขยี นบทนำโครงงานตามหัวขอ ทกี่ ำหนด โดยยึดเคาโครงยอ โครงงานทผ่ี านการนำเสนอ
ขอมูล รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวของกับการทำโครงงาน เขียนวิธีการดำเนินงานโครงงาน ออกแบบขั้นตอนการ
ทำงาน ระบุวัสดุอุปกรณ และเครื่องมือที่ใชในการทำโครงงาน จัดทำเครื่องมือหรือเอกสารที่ใชในการเก็บ
รวบรวมขอมูล
มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ อันไดแก ๓R ๘C โดยR คือ Reading-อานออก, (W)Riting-เขียนได,
(A)Rithmatic-มีทักษะในการคำนวณ ๘C คือ Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคดิ
วิเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณ และแกไขปญหาได Creativity and Innovation : คิดอยางสรางสรรค
คิดเชงิ นวัตกรรม Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว มมือ การทำงานเปนทมี และภาวะ
ผูนำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการรูเทาทันส่ือ
Cross-cultural Understanding : ความเขาใจความแตกตางทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดขามวัฒนธรรม
Computing and ICT Literacy : ทักษะการใชคอมพิวเตอร และการรูเทาทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุค
ปจจุบันมีความสามารถดานคอมพิวเตอรแ ละเทคโนโลยีอยางมากหรือเปน Native Digital สวนคนรุนเกาหรือ
ผสู งู อายเุ ปรยี บเสมือนเปน Immigrant Digital แตเ ราตองไมอายท่ีจะเรยี นรูแมว าจะสงู อายุแลว ก็ตาม Career
and Learning Skills : ทกั ษะทางอาชีพ และการเรียนรู Compassion : มคี ุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บ
วินัย ซึ่งเปนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นตนทั้งหมด และเปนคุณลักษณะที่เด็กไทยจำเปนตองมี
และทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ความสามารถ และความชำนาญในการคดิ เพ่อื คนหาความรู และการ
แกไขปญหา โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร อาทิ การสังเกต การวัด การคำนวณ การจำแนก การหา
ความสัมพันธระหวา งสเปสกบั เวลา การจัดกระทำ และสอ่ื ความหมายขอ มลู การลงความคดิ เห็น การพยากรณ
การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยาม การกำหนดตัวแปร การทดลอง การวิเคราะห และแปรผลขอมูล การ
สรุปผลขอ มลู ไดอยางรวดเรว็ ถูกตอ ง และแมนยำ
เพื่อใหเกิดความรูค วามเขาใจ ทักษะในการจัดทำโครงงาน มีความคิดระดับสูง สามารถเสนอโครง
โครงงาน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึงประสงคเห็นคุณคาและตระหนักในการนำ
ความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอการทำ
โครงงาน มจี รรยาบรรณในการทำวจิ ัย และการใชงานเทคโนโลยที ่เี หมาะสมและปลอดภัย
๗๔
ผลการเรียนรู
๑. ศึกษาเอกสารและขอ มลู ที่เกี่ยวของเพื่อนำมาอา งอิงโครงงาน
๒. การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลจากการคน ควา
๓. การเขยี นอางองิ ในเน้ือความและบรรณานกุ รม
๔. การเขียนบทนำ และเอกสารทีเ่ กีย่ วของ
๕ .การเขียนวธิ ีการดำเนินงานโครงงานและวัสดุ อุปกรณ ท่ีใชใ นการทำโครงงาน
๖ .จัดทำเคร่อื งมือ เอกสารหรือตารางบันทึกผล ทใ่ี ชในการเก็บรวบรวมขอ มลู
รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรียนรู
๗๕
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว ๒๐๒๐๓ โครงงานพืน้ ฐาน ๓ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑-๓ ภาคเรยี นท่ี - เวลา ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ
ลงมือปฏิบัติการทำโครงงานตามขั้นตอนที่ไดวางแผนไว บันทึกผลการทำงาน และเก็บรวบรวมขอมูล
สามารถนำขอมูลที่ไดมาวิเคราะหและจัดกระทำอยูในรูปแบบขอมูลสารสนเทศ และนำขอมูลสารสนเทศมา
สรปุ ผล และอภิปรายผลไดอยา งถกู ตอ งเหมาะสม นำไปสูการเขยี นรายงานผล และสรปุ ผลการทำโครงงานและ
มีการนำเสนอผลงานโครงงานในรูปแบบของการอธิบายหรือรายงานดวยคำพูดหรือนิทรรศการดวยแผง
โครงงาน ผานการตอบขอซักถามเกี่ยวกับผลงานโครงงานของตนเองใหผูอื่นเขาใจได สะทอนผลการทำ
โครงงานและนำไปตอ ยอดสูโครงงานอ่นื ได
มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ อันไดแก ๓R ๘C โดยR คือ Reading-อานออก, (W)Riting-เขียนได,
(A)Rithmatic-มีทักษะในการคำนวณ ๘C คือ Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคดิ
วิเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณ และแกไขปญหาได Creativity and Innovation : คิดอยางสรางสรรค
คดิ เชิงนวตั กรรม Collaboration Teamwork and Leadership : ความรวมมอื การทำงานเปนทีม และภาวะ
ผูนำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการรูเทาทันสื่อ
Cross-cultural Understanding : ความเขาใจความแตกตางทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดขามวัฒนธรรม
Computing and ICT Literacy : ทักษะการใชคอมพิวเตอร และการรูเทาทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุค
ปจจุบันมีความสามารถดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยอี ยางมากหรือเปน Native Digital สวนคนรุนเกาหรอื
ผูสงู อายุเปรยี บเสมือนเปน Immigrant Digital แตเราตองไมอายทจี่ ะเรียนรูแ มว า จะสูงอายแุ ลว ก็ตาม Career
and Learning Skills : ทักษะทางอาชพี และการเรียนรู Compassion : มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบยี บ
วินัย ซึ่งเปนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นตนทั้งหมด และเปนคุณลักษณะที่เด็กไทยจำเปนตองมี
และทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ความสามารถ และความชำนาญในการคิด เพื่อคนหาความรู และการ
แกไขปญหา โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร อาทิ การสังเกต การวัด การคำนวณ การจำแนก การหา
ความสัมพนั ธร ะหวา งสเปสกับเวลา การจัดกระทำ และสือ่ ความหมายขอ มูล การลงความคดิ เหน็ การพยากรณ
การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยาม การกำหนดตัวแปร การทดลอง การวิเคราะห และแปรผลขอมูล การ
สรปุ ผลขอมูลไดอยางรวดเร็ว ถูกตอง และแมน ยำเพื่อใหเ กดิ ความรูความเขา ใจ ทักษะในการจัดทำโครงงาน มี
ความคิดระดับสูง สามารถเสนอเคาโครงโครงงาน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึง
ประสงคเ หน็ คณุ คา และตระหนักในการนำความรูไปใชป ระโยชนในชวี ิตประจำวันมีปฏบิ ัติตามขอตกลงตรงตาม
วัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอการทำโครงงาน มีจรรยาบรรณในการทำวิจัย และการใชงานเทคโนโลยีที่
เหมาะสมและปลอดภัย
ผลการเรยี นรู
๗๖
๑. ปฏิบตั กิ ารทำโครงงานตามขนั้ ตอนที่ไดว างแผนไว
๒. บันทกึ ผลการทำงาน และเก็บรวบรวมขอมลู
๓. นำขอ มูลท่ไี ดม าวิเคราะหและจดั กระทำอยูในรูปแบบขอมูลสารสนเทศ
๔. นำขอมลู สารสนเทศมาสรปุ ผล และอภปิ รายผลไดอ ยางถูกตองเหมาะสม
๕. เขียนรายงานผล และสรุปผลการทำโครงงาน
๖. นำเสนอผลงานโครงงานในรปู แบบของการอธบิ ายหรือรายงานดว ยคำพูดหรอื นทิ รรศการ
ดวยแผงโครงงาน
๗. ตอบขอซักถามเกีย่ วกบั ผลงานโครงงานของตนเองใหผ ูอ่ืนเขา ใจได
๘. สะทอ นผลการทำโครงงานและนำไปตอ ยอดสโู ครงงานอ่ืนได
รวมทัง้ หมด ๘ ผลการเรยี นรู
๗๗
รายวิชาพ้ืนฐานกลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ระดบั ประถมศึกษา
รายวิชาพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวชิ าเพ่มิ เติม จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๑๒๓๑ หนา ท่ีพลเมือง จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๒๒๓๒ หนาทพ่ี ลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๓๒๓๓ หนา ทพ่ี ลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๔๒๓๔ หนา ท่ีพลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๕๒๓๕ หนา ที่พลเมือง ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน
ส๑๖๒๓๖ หนา ที่พลเมือง
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
รายวิชาพนื้ ฐาน จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนวยกิต
ส๒๑๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนวยกิต
ส๒๑๑๐๓ สงั คมศึกษา จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ส๒๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ส๒๒๑๐๓ สังคมศกึ ษา จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ส๒๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว ยกิต
ส๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๑๑๐๒ ประวัติศาสตร จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๒๑๐๔ ประวัตศิ าสตร จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร
ส๒๓๑๐๔ ประวตั ิศาสตร
๗๘
รายวชิ าเพ่มิ เติม จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวยกิต
ส๒๑๒๓๑ หนา ทพ่ี ลเมือง จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนวยกติ
ส๒๑๒๓๒ หนาทพ่ี ลเมือง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวยกิต
ส๒๒๒๓๓ หนาทพ่ี ลเมือง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวยกิต
ส๒๒๒๓๔ หนาทพ่ี ลเมอื ง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๓๒๓๕ หนา ท่ีพลเมือง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวยกิต
ส๒๓๒๓๖ หนา ที่พลเมือง
๗๙
คำอธิบายรายวชิ า
ส ๑๑๑๐๑ กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
…………………………………………………………………………………………………
สังเกต ศึกษาคนควา รวบรวมขอมูล อภิปราย ความหมาย ความสำคัญ องคประกอบเบื้องตนของ
ศาสนา ประโยชน ประวัติ ศาสดาของศาสนา สรุปใจความสำคัญของคัมภีร ความคิดหลักของศาสนา สรุป
หลักจริยธรรม การบำเพ็ญประโยชน วิธีปฏิบัติ การใชภาษาเกี่ยวกับศาสนพิธี พิธีกรรมในวันสำคัญ ฝก
ปฏิบัตกิ ารบริหารจิต การเจริญปญญาเบ้อื งตน เปรยี บเทยี บ การทำความดี ปฏบิ ัติตนตามคำแนะนำ รวบรวม
ขั้นตอน ของศาสนพิธี คุณลักษณะของการเปนพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตยมีความรับผิดชอบ ความ
ซอื่ สัตย ความกลา หาญ ความเสียสละ การเคารพสทิ ธิและหนา ท่ี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถน่ิ การแกป ญหา
ความขัดแยงในครอบครวั กฎ กตกิ า ความหมาย ความสำคญั ของรัฐธรรมนญู ประโยชนของรายรับ-รายจาย
ตนทุนผลประโยชนที่ไดรับทรัพยากรในทองถิ่น ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของครอบครัวและชุมชน การ
ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินคาและบริการ ในชีวิตประจำวัน ลักษณะทางกายภาพของบาน โรงเรียน และชุมชน
องคประกอบของ แผนผัง การเขียนแผนที่เบื้องตนอยางงาย ทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและ
กัน ผลเสียการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอมทางสังคม การสรางสรรค สิ่งแวดลอม การอนุรักษ
สิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ และทางสังคม โดยใชกระบวนการทางสังคม กระบวนการสืบคน กระบวนการกลุม
และกระบวนการแกปญหา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยาง
ถกู ตองเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ส ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔
ส ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ ป.๑/๔
ส ๕.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๓ ตัวช้วี ดั
๘๐
คำอธบิ ายรายวชิ า
ส ๑๒๑๐๑ กลุม สาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชั้นประถมศึกษาปที่ ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………
สังเกต ศกึ ษาคนควา การรวบรวมขอ มูล อภปิ ราย ความหมาย ความสำคญั องคประกอบเบื้องตนของ
ศาสนา ประวัติศาสนา ศาสดาของศาสนา คัมภีร และการใชภาษาของศาสนา รวบรวมหลักจริยธรรม การ
บำเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน และชุมชน หลักปฏิบัติการอยูรวมกันอยางเปนสุข ศาสนพิธี และ
พิธีกรรมในวันสำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญาเบื้องตน การทำความดีของบุคคลใน
ครอบครัว และโรงเรียน การปฏิบัติตนตามคำแนะนำเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรม คานิยมที่ดีงาม การเปน
พลเมืองดี ในสังคมประชาธิปไตย การยอมรับ การเคารพสิทธิ และหนาที่ของตนเอง เปนสมาชิกที่ดีของ
ครอบครัว สิทธิของบุคคลที่พึงไดรับการคุมครอง การขัดเกลาของสังคม คานิยม ความเชื่อ ประเพณี
วัฒนธรรม และภูมิปญญาของทองถิ่น ความสัมพันธของสมาชิกในครอบครัว บทบาทหนาที่ของตนเอง การ
แกปญหาความขัดแยง ขอตกลง กฎ กติกา ระเบียบในโรงเรียน ความหมาย และความสำคัญของรัฐธรรมนูญ
ประโยชนของรายรับ–รายจายของครอบครัว ตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของ
ชุมชน การซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินคาและบริการ ประโยชนของธนาคาร ภาษีที่เกี่ยวของในชีวิตประจำวัน
ลักษณะทางกายภาพ องคประกอบของแผนผังแผนท่ี ตำแหนง ระยะทิศทาง ทรัพยากรธรรมชาติรูคุณคา ของ
ธรรมชาติ การสรางสรรคสิ่งแวดลอมทางสังคม การเปรียบเทียบประชากรกับสิ่งแวดลอม การฝกสังเกตส่ิง
ตา งๆรอบตัว โดยใชก ระบวนการสงั คม กระบวนการสืบคน กระบวนการกลมุ กระบวนการแกปญหา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยาง
ถกู ตอ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ส ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตัวชีว้ ดั
๘๑
คำอธบิ ายรายวิชา
ส ๑๓๑๐๑ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
…………………………………………………………………………………………………
สังเกต ศึกษาคนควา รวบรวมขอมูล อภิปราย แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสำคัญความหมาย
ความสำคัญ องคป ระกอบของศาสนา ประโยชน ประวตั ิศาสดาของศาสนา ภาษา ที่ใช
ในคัมภีรของศาสนาที่ตนนับถือ หลักจริยธรรมในการพัฒนาตน การบำเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน
วิธปี ฏบิ ัตเิ ก่ียวกบั ศาสนพธิ ี พธิ กี รรมในวนั สำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญ ญา สติ สัมปชัญญะ
ความรำลึกได ความรูตัว ชื่นชมการทำความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรียน ศีลธรรม จริยธรรม
คานิยมที่ดีงาม การเปนพลเมืองดีในสังคม ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิและหนาท่ีของ ตนเอง บทบาทสิทธิ
เสรภี าพ หนา ที่ สถานภาพ สทิ ธิของบคุ คลที่พึงไดรับการคุม ครอง
การขดั เกลาของสงั คม คา นยิ ม ความเช่อื ประเพณี การอนุรกั ษวัฒนธรรม และภมู ิปญ ญา ของทองถิ่น
การสรางความดี การแกป ญหาความขดั แยง กฎ กตกิ า ระเบยี บในชุมชน ความสำคญั ของกฎหมายรฐั ธรรมนูญ
รายรบั –รายจา ย ผลประโยชนท ี่ผบู ริโภคไดรบั การตัดสนิ ใจเลอื กอยางเหมาะสม ระบบเศรษฐกจิ พอเพียง อาชีพ
ในชุมชนการแลกเปลี่ยน สินคาและบริการความสำคัญของธนาคาร ภาษี ที่เกี่ยวของในชีวิตประจำวัน
องคประกอบทางกายภาพ ลักษณะ ความเกี่ยวของแผนผัง แผนที่ ตำแหนง ระยะทิศทาง เครื่องมือทาง
ภูมิศาสตร ทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยกัน สิ่งแวดลอมทางสังคม การอนุรักษ การใชพลังงาน การ
ดูแลรักษาสิ่งแวดลอม การรูจักสังเกตสิ่งตางๆรอบตัว โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณแ ละแกปญหา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลกั ษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่อื สตั ย มวี นิ ยั ใฝเ รยี นรู รักความเปน ไทย
มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนนิ ชวี ิตอยางสนั ติสขุ ในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรไู ปใช
ใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใช
กับชวี ติ ประจำวันไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ส ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ ,
ส ๕.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ ป.๓/๖
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ชวี้ ดั
๘๒
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส ๑๔๑๐๑ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๔ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
…………………………………………………………………………………………………
สงั เกต ศกึ ษาคน ควา อภปิ ราย ซกั ถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมลู สบื คน ขอมลู สรปุ ใจความ
สำคัญเก่ยี วกับความสำคญั ทางศาสนา และศาสดาของศาสนาพทุ ธ คมั ภีรท างศาสนาทต่ี นนับถอื หลักธรรมของ
ศาสนา การบริหารจิตและเจริญปญญา ชื่นชมการทำความดีของบุคลากรในสังคม แปลความหมายในคัมภีร
ศาสนาที่ตนนับถือ เสนอแนวทางการกระทำของตนเองและผูอื่นในฐานะพลเมืองดีของสังคม สิทธิเด็ก เพื่อ
ปองกันตัวเองและสังคม เปรียบเทียบความแตกตางของวัฒนธรรมในทอ งถิ่นการยอมรับคุณคาของกันและกัน
การรวมกลุมทั้งภาครัฐและเอกชน ชื่นชมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข
การรวมกลุมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาทองถิ่น อำนาจอธิปไตย ปฏิบัติตามกฎหมายในชีวิตประจำวัน
วิเคราะห ผูผลิต ผูบริโภค วิธีการของเศรษฐกิจ การหารายได การออม การลงทุน ผลผลิตทางดานเศรษฐกิจ
การตลาด การธนาคาร สถาบันการเงินอ่ืน ๆ ภาษีที่เกี่ยวขอ งในชีวิตประจำวัน การพึ่งพา การแขงขันทางดา น
เศรษฐกิจ ปรากฏการณต า ง ๆ
ใชแผนท่ีและภาพถา ยระบุลกั ษณะสำคญั ทางกายภาพ แหลงทรัพยากรและสิง่ ตา งๆในจังหวัด
ของตนเอง ความสัมพันธของสิ่งตางๆที่อยูในจังหวัด สภาพแวดลอมทางกายภาพที่สงผลตอการดำเนินชีวิต
การเปล่ียนแปลงสภาพแวดลอ มและผลทีเ่ กิดจากการเปลย่ี นแปลงน้นั และมีสวนรว มในการอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอม
ในจังหวัด โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญ
สถานการณและแกปญ หา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคใ นดานรักชาติ ศาสน กษตั รยิ ซื่อสัตย มีวินยั ใฝเ รียนรู รกั ความเปนไทย
มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลกสามารถนำความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชห ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใช
กับชีวติ ประจำวันไดอยา งถกู ตองเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ส ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๐ ตัวช้ีวัด
๘๓
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
ส ๑๕๑๐๑ กลุม สาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปรายสนทนาซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล สืบคน
ขอมลู สรปุ ใจความสำคัญเกยี่ วกับเร่อื งราวพ้ืนฐานเกย่ี วกับประวตั ศิ าสตรความสำคญั
ของศาสนา ศาสดา และคมั ภรี ทางศาสนาที่ตนนับถือ หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือเพ่ือเขาใจในการพัฒนา
ตนและสังคม ความหมาย การบริหารจิต และเจริญปญญา ชื่นชมการทำความดีของตนเองและบุคคลใน
สังคม และแนวปฏิบัติในการชื่นชม การทำความดีของบุคคลสำคัญกลุมเพื่อนประโยชน ของการบริหารจิต
และเจริญปญญาของศาสนาทีต่ นนับถือกระบวนการประชาธปิ ไตยในการทำงานรวมกันในครอบครัว โรงเรียน
ชุมชน การปฏิบัติตน ตามสิทธิ หนาที่ เสรีภาพในฐานะพลเมืองดีของประเทศ การดำเนินชีวิต ความแตกตาง
ของวัฒนธรรมในกลุมคนในภูมิภาคการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข
โครงสรางการปกครองประเทศซึ่งมีทั้งสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่น เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ
ระหวางคนกับการปกครองประเทศ ความสำคัญ ในกฎหมายในชีวิตประจำวัน หนาที่ของผูผลิต และผูบริโภค
ความหมายของระบบสินเชื่อ ผลดีผลเสียตอภาวะ การเงินการเลือกของผูบริโภค ผลกระทบตอทรัพยากรที่มี
อยู ระบบสหกรณก ารบริหารทางดานเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงนิ ในทองถน่ิ การบริการตางๆ ของธนาคารและ
สถาบันการเงินในตางประเทศ ผูบริโภคผูยืมและนักธุรกิจการจัดหาแหลงรายไดของรัฐ ความ
เชย่ี วชาญ ชำนาญดานจำนวนปริมาณสนิ คา รวมทงั้ ท่ีผลิตการซ้ือมาทางเศรษฐกิจการใชแผนท่ีในทองถ่ินตางๆ
ลักษณะความแตกตาง ผลกระทบของสิง่ แวดลอ มทางสงั คม วฒั นธรรม วถิ ีชีวิตในภมู ิภาคตา ง ๆ ของไทย
กับสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ ผลกระทบจากการกระทำของมนุษยที่มีตอสิ่งแวดลอม การอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสมดุลในระบบนิเวศนโดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกปญหา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยา งสันตสิ ขุ ในสังคมไทย และสงั คมโลกสามารถนำความรูไ ปใชใหเกดิ ประโยชน
โดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปประยุกตใช กับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ส ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓, ป. ๕/๔
ส ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส.๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๕.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตัวชี้วัด
๘๔
ส ๑๖๑๐๑ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖
กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปรายสนทนาซักถาม แสดงความคิดเห็นรวบรวมขอมูลสืบคน
ขอมูลความสำคัญหลักธรรมพระรัตนตรัย ไตรสิกขา หลักธรรมโอวาท ๓ การทำความดีของบุคคลในประเทศ
การสวดมนต แผเมตตาของศาสนาที่ตนนับถือสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับพุทธประวัติตั้งแตปลงอายุสังขาร
จนถึงสังเวชนียสถาน ประวัติศาสดา ขอคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเลา ศาสนิกชนตัวอยาง ศาสนพิธี
สถานที่ในศาสนสถาน ศาสนิกชนท่ีดี ประโยชนของการเขา รว มในศาสนพธิ ี พิธกี รรม กจิ กรรมในวันสำคัญทาง
ศาสนา การบริหารจิตและเจริญปญญา วันสำคัญทางศาสนา การกระทำที่แสดงถึงคุณลักษณะของการเปน
พลเมอื งดีในสังคมประชาธิปไตย สิทธิเด็กท่ี พึงไดร บั การคุมครองตามสิทธมิ นุษยชนบทบาทหนาที่ความ
รับผิดชอบของตนเอง บรรทัดฐานทางสงั คมและวัฒนธรรม สัญลกั ษณเอกลกั ษณ คา นยิ ม ประเพณี วฒั นธรรม
ในทองถิ่นอำนาจอธิปไตยและการมีสวนรวมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กฎหมายใน
ชวี ิตประจำวัน การเลือกใชทรพั ยากรทีม่ ีผลกระทบตอสงิ่ แวดลอม การเพม่ิ รายไดเงินออมจากการลงทนุ สทิ ธิ
และการคุมครองผูบริโภค เศรษฐกิจพอเพียงระบบสหกรณ การบริหาร ดานการผลิต และการพึ่งพาทาง
เศรษฐกิจบทบาทการใชเงินและการบริการดานการเงินตางประเทศ การจัดเก็บภาษีการกูยืมเงินจาก
ตางประเทศ แผนที่ชนิดตางๆการกระทำที่สงผลดีและผลเสียตอสิ่งแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรมรวมท้ัง
ผลกระทบ จากการที่มนุษยเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในดานบวกและดานลบ การกระทำที่มีสวนชวย
แกป ญ หา และเสรมิ สภาพแวดลอ มในทองถิน่ โดยใชก ระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคดิ วิเคราะห กระบวนการ
กลุม กระบวนการเผชญิ สถานการณแ ละแกป ญ หา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยา งสันตสิ ขุ ในสังคมไทย และสังคมโลกสามารถนำความรูไปใชใหเ กดิ ประโยชน
โดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ส ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔
ส ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ชีว้ ดั
๘๕
คำอธิบายรายวิชา
กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รายวชิ าสังคมศึกษา รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๑
จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต ภาคเรียนที่ ๑
ศึกษาคนความูลเหตุ การเกิดศาสนา ความจำเปนที่ตองนับถือศาสนาและประโยชนของศาสนา
ศึกษาวิเคราะหประวัติความเปนมาเกี่ยวกับพุทธประวัติ หลักธรรมของพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ที่สำคัญ
ในประเทศไทย พิธีกรรมทางศาสนา ชีวิตและผลงานของพุทธสาวก บุคคลท่ีเปนแบบอยางทางศีลธรรม
ความหมายและประโยชนของสมาธพิ รอมแนวปฏิบัติ ศึกษาวิเคราะหสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพและ
หนาที่ของสมาชิกในครอบครัวและชุมชนในสังคมประชาธิปไตย ระบบการเมือง การปกครองตางๆ ใน
ปจ จุบัน และระบบการบรหิ ารราชการแผนดนิ ไทย ความเปน มาของรฐั ธรรมนูญฉบบั ปจจุบัน
โดยใชกระบวนการสรางความคิดรวบยอด กระบวนการทำงาน กระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการสืบคน สถานภาพ บทบาท สทิ ธิเสรภี าพและหนาท่ีในฐานะพลเมืองดีของสงั คมและประเทศ
รหสั ตวั ชีว้ ดั
ส. ๑.๑ ม.๑/๑ , ส. ๑.๑ ม.๑/๒ , ส. ๑.๑ ม.๑/๓ , ส. ๑.๑ ม.๑/๔ , ส. ๑.๑ ม.๑/๕ , ส. ๑.๑
ม.๑/๖
ส. ๑.๑ ม.๑/๗ , ส. ๑.๑ ม.๑/๘ , ส. ๑.๑ ม.๑/๙ , ส. ๑.๑ ม.๑/๑๐ , ส. ๑.๑ ม.๑/๑๑
ส. ๑.๒ ม.๑/๑ , ส. ๑.๒ ม.๑/๒ , ส. ๑.๒ ม.๑/๓ , ส. ๑.๒ ม.๑/๔ , ส. ๑.๒ ม.๑/๕
ส. ๒.๑ ม.๑/๑ , ส. ๒.๑ ม.๑/๒ , ส. ๒.๑ ม.๑/๓ , ส. ๒.๑ ม.๑/๔
ส. ๒.๒ ม.๑/๑ , ส. ๒.๒ ม.๑/๒ , ส. ๒.๒ ม.๑/๓
รวม ๒๓ ตัวชี้วัด
๘๖
คำอธบิ ายรายวิชา
กลุม สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รายวิชาสังคมศึกษา รหัสวชิ า ส ๒๒๑๐๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒
ภาคเรยี นที่ ๑
จำนวน ๖๐ ช่วั โมง/ภาคเรียน จำนวน ๑.๕ หนวยกิต
ศึกษาคนควาการเผยแผพระพุทธศาสนาเขาสูประเทศเพื่อบาน ความสำคัญของพระพุทธศาสนา
วิเคราะหความเปนมาเกี่ยวกับพุทธประวัติ ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกาและชาดก โครงสรางและ
สาระสังเขปของพระไตรปฎ ก วนั สำคญั ตา งๆ ทางพระพทุ ธศาสนา หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา และพุทธ
ศาสนสุภาษิต พธิ ีกรรมทางศาสนา การบรหิ ารจิตและการเจริญปญญาดวยอานาปานสติ หนาที่และมารยาท
ชาวพุทธ ศึกษาวิเคราะหส ถานภาพ บทบาท สทิ ธเิ สรีภาพและหนา ที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถปี ระชาธิปไตย
ศึกษาบทบาทความสำคัญและความสัมพนั ธของสถาบนั ทางสงั คม กระบวนการในการตรากฎหมาย ขาวสาร
ทางการเมอื งการปกครองท่มี ีผลกระทบตอสังคมไทยในปจจุบนั
โดยใชกระบวนการฝกปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสืบคน
กระบวนการเปรียบเทียบ กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิต กระบวนการขัดเกลาทางสังคม กระบวนการ
ประชาธปิ ไตย กระบวนการคดิ อยา งมีวิจารณญาณ
เพื่อใหเห็นคุณคาและความสำคัญของศาสนา เกิดศรัทธา สำนึกในความเปนไทย เห็นคุณคาของ
การบริหารจิต ตระหนักถึงคุณคาในการเปนพลเมืองดี ทำประโยชนแกสังคมและประเทศชาติ สถานภาพ
บทบาท สิทธิเสรภี าพและหนาทใ่ี นฐานะพลเมอื งดขี องสงั คมและประเทศ
รหสั ตวั ชี้วดั
ส. ๑.๑ ม.๒/๑ , ส. ๑.๑ ม.๒/๒ , ส. ๑.๑ ม.๒/๓ , ส. ๑.๑ ม.๒/๔ , ส. ๑.๑ ม.๒/๕ , ส. ๑.๑ ม.
๒/๖
ส. ๑.๑ ม.๒/๗ , ส. ๑.๑ ม.๒/๘ , ส. ๑.๑ ม.๒/๙ , ส. ๑.๑ ม.๒/๑๐ , ส. ๑.๑ ม.๒/๑๑
ส. ๑.๒ ม.๒/๑ , ส. ๑.๒ ม.๒/๒ , ส. ๑.๒ ม.๒/๓ , ส. ๑.๒ ม.๒/๔ , ส. ๑.๒ ม.๒/๕
ส. ๒.๑ ม.๒/๑ , ส. ๒.๑ ม.๒/๒ , ส. ๒.๑ ม.๒/๓ , ส. ๒.๑ ม.๒/๔
ส. ๒.๒ ม.๒/๑ , ส. ๒.๒ ม.๒/๒
รวม ๒๒ ตัวช้ีวดั
๘๗
คำอธบิ ายรายวิชา
กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รายวชิ าสงั คมศึกษา รหัสวชิ า ส ๒๓๑๐๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ ๓
ภาคเรียนท่ี ๑
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนวยกติ
อธิบาย วิเคราะห ความสำคัญของพระพุทธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สังฆคุณและขอ
ธรรมในกรอบอริยสัจ ๔ การเผยแพรพระพุทธศาสนาสูประเทศตาง ๆ ทั่วโลก ประวัติวันสำคัญทางพุทธ
ศาสนา พุทธประวตั จิ ากพระพุทธรูปปางตาง ๆ ศาสนาทีต่ นนับถอื ทส่ี รา งสรรค อารยธรรมและความสงบสุข
แกโลก ชีวติ ชาวโลก
อภิปรายคุณคา ความสำคัญ ปฏิบัติตน เขารวมพิธีกรรมไดอ ยางถูกตอง เรียนรูการเผยแพรและ
ความสำคัญตอชาวโลก พุทธรูปปางตาง ๆ ประวัติพุทธสาวก-สาวิกา สังฆคุณพระรัตนตรัย อริสัจ ๔ พุทธ
สุภาษิต การบริหารจิต การปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม วันสำคัญและการแสดงตนเปนพุทธมามกะ
ของศาสนกิ ชนที่ดี วิธีการดำเนนิ ชวี ิตของศาสนิกชนในศาสนาอืน่ หลกั ธรรมทม่ี ีอทิ ธพิ ลตอ การดำเนนิ ชีวิตของ
ชาวโลก
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดาและปฏิบัติตนตามหลักธรรมและเปนศา
สนิกชนทด่ี ี ศรัทธายดึ มนั่ ธำรงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาอ่นื ใหอยรู วมกันอยางสนั ติสขุ
รหสั ตัวช้ีวดั
ส ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ส ๑.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗
ส ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕
ส ๒.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวมท้ังหมด ๒๖ ตวั ช้ีวดั
๘๘
รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร คำอธบิ ายรายวิชา
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๑
รหัสวชิ า ส๑๑๑๐๒ กลุม สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภาคเรียนที่ ๑-๒
เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ป
ศกึ ษา ชอ่ื วนั เดอื น ป และการนับชว งเวลาตามปฏิทินท่ีใชในชีวิตประจำวัน เรยี งลำดับเหตุการณ
ในชีวิตประจำวันตามวันเวลาที่เกิดขึ้น ประวัติความเปนมาของตนเองและครอบครัวโดยสอบถามผูเกี่ยวของ
ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอม สิ่งของ เครื่องใช หรือการดำเนินชีวิตของตนเองกับสมัยของพอแม
ปูยา ตายาย เหตุการณที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีผลกระทบตอตนเองในปจจุบัน ความหมายและความสำคัญของ
สัญลักษณสำคัญของชาติไทย สถานที่สำคัญซึ่งเปนแหลงวัฒนธรรมในชุมชน สิ่งที่ตนรักและภาคภูมิใจใน
ทองถน่ิ
โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชิญสถานการณแ ละแกปญหา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม
มีคุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู รักความ
เปน ไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถดำเนินชวี ิตอยา งสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก
ตวั ชีว้ ดั ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ส ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๔.๓
รวม ๘ ตัวชี้วัด
๘๙
รายวิชา ประวัตศิ าสตร คำอธิบายรายวิชา
ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๒
รหสั วิชา ส๑๒๑๐๒ กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ภาคเรยี นที่ ๑-๒
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ป
ศึกษา วิเคราะห อธิบาย การใชคำระบเุ วลาทีแ่ สดงเหตกุ ารณในอดตี ปจจุบัน และอนาคต การลำดับ
เหตุการณ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือในชวงชีวิตของตนเอง โดยใชหลักฐานที่เกี่ยวของ การเปลี่ยนแปลงวิถี
ชีวิตประจำวันของคนในชุมชนของตนจากอดีตถึงปจจุบัน และผลกระทบที่เกิดข้ึนตอวิถีชีวิตของคนในชุมชน
บุคคลทที่ ำประโยชนตอ ทองถ่นิ หรือประเทศชาติ วฒั นธรรม ประเพณี และภูมปิ ญญาไทยท่ีภาคภูมิใจ และควร
อนรุ กั ษไว
โดยใชกระบวนการสืบคนขอมูล วิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการกลุม
กระบวนการทางสงั คม
เพอื่ ใหเ กดิ ความรู ความเขา ใจ สามารถใชว ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยาง
เปนระบบ ตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณตางๆ มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเปนไทย
สามารถดำเนนิ ชีวิตอยางสันตสิ ขุ ในสังคมไทยและสังคมโลก
ตวั ชวี้ ัด ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๔.๓
รวม ๖ ตัวช้วี ดั
๙๐
รายวชิ า ประวตั ิศาสตร คำอธิบายรายวชิ า
ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓
รหสั วิชา ส๑๓๑๐๒ กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภาคเรยี นท่ี ๑-๒
เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ป
ศึกษา วิเคราะห อธิบาย ลำดับเหตุการณสำคัญของโรงเรียนและชุมชน โดยระบุหลักฐานและ
แหลงขอมูลที่เกี่ยวของ การเทียบศักราชที่สำคัญตามปฏิทินที่ใชในชีวิตประจำวัน ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการตั้ง
ถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน ลักษณะที่สำคัญของขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน
ความเหมือนและความตางทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชุมชนอื่นๆ ระบุพระนามและอธิบายพระราช
กรณียกิจโดยสังเขปของพระมหากษัตรยิ ไทยท่ีเปนผูสถาปนาอาณาจักรไทย พระมหากษัตริยในรัชกาลปจจุบัน
และวีรกรรมของบรรพบรุ ษุ ไทยที่ปกปอ งประเทศชาติ
โดยใชกระบวนการสืบคนขอมูล วิธีการทางประวตั ิศาสตร กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการกลุม
กระบวนการทางสงั คม
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเ หตุการณตางๆ อยาง
เปนระบบ ตระหนักถึงความสำคัญของเหตกุ ารณต างๆ มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเปนไทย สามารถ
ดำเนนิ ชวี ิตอยางสนั ตสิ ุขในสงั คมไทยและสังคมโลก
ตวั ช้วี ัด ป.๓/๑, ป.๓/๒
ส ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๔.๓
รวม ๘ ตัวชวี้ ัด
๙๑
รายวิชา ประวัตศิ าสตร คำอธบิ ายรายวิชา
ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๔
รหัสวชิ า ส๑๔๑๐๒ กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภาคเรียนท่ี ๑-๒
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ป
ศึกษา วิเคราะห การนับชวงเวลาเปนทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ ยุคสมัยในการศึกษาประวัติ
ของมนุษยชาติโดยสังเขป ประเภทหลักฐานที่ใชในการศึกษาความเปนมาของทองถิ่น การตั้งหลักแหลงและ
พัฒนาการของมนุษยยุคกอนประวัติศาสตรและยุคประวัติศาสตรโดยสังเขป ยกตัวอยางหลักฐานที่พบใน
ทองถิ่นที่แสดงพัฒนาการของมนุษยชาติในดินแดนไทย พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัย ดานการเมืองการ
ปกครอง และเศรษฐกจิ โดยสังเขป ประวัตแิ ละผลงานของบุคคลสำคญั สมยั สโุ ขทยั ภูมิปญญาไทยที่สำคัญสมัย
สุโขทยั ที่นาภาคภูมใิ จและควรคา แกการอนุรักษ
โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณแ ละแกป ญหา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรยี นรู รักความเปน ไทย
มจี ติ สาธารณะ
ตัวช้ีวัด ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๔.๒
ส ๔.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
รวม ๘ ตัวชวี้ ัด
๙๒
รายวิชา ประวตั ศิ าสตร คำอธิบายรายวชิ า
ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕
รหัสวิชา ส๑๕๑๐๒ กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภาคเรียนที่ ๑-๒
เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ป
ศึกษา วิเคราะห อธิบาย ความเปนมาของทองถิ่นโดยใชหลักฐานและขอมูลจากแหลงตางๆ เพื่อใช
ตอบคำถามทางประวัติศาสตร ความแตกตางระหวางความจริงกับขอเท็จจริงเกี่ยวกับเร่ืองราวในทองถ่ิน อิทธิพล
ของอารยธรรมอินเดียและจีนที่มีตอไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต อิทธิพลของวัฒนธรรมตางชาติที่มีตอ
สงั คมไทยปจจบุ นั พฒั นาการของอาณาจักรอยธุ ยา และธนบรุ ี ปจ จยั ทส่ี งเสรมิ ความเจรญิ รงุ เรืองทางเศรษฐกิจ
และการปกครองของอาณาจักรอยุธยา ประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญสมัยอยุธยาและธนบุรีที่นา
ภาคภมู ใิ จ ภมู ปิ ญ ญาไทยท่สี ำคญั ในสมยั อยธุ ยาและธนบรุ ี ทนี่ าภาคภูมิใจ และควรคาแกการอนรุ ักษ
โดยใชกระบวนการสืบคนขอมูล วิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการกลุม
กระบวนการ ทางสังคม
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยาง
เปนระบบตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณตางๆ มีความรัก ความภาคภูมิใจ และธำรงความเปนไทย
สามารถดำเนินชีวติ อยา งสันติสขุ ในสงั คมไทยและสังคมโลก
ตัวชี้วดั
ส ๔.๑ป.๕/๑ป.๕/๒ป.๕/๓
ส ๔.๒ป.๕/๑ป.๕/๒
ส ๔.๓ป.๕/๑ป.๕/๒ป.๕/๓ป.๕/๔
รวม ๙ ตัวชว้ี ัด
๙๓
คำอธบิ ายราชวิชา
รายวชิ าประวัติศาสตร กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑-๒
รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๒
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ป
ศึกษา วิเคราะห อธิบาย นำเสนอ ความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตรในการศึกษาเรื่องราวทาง
ประวัติศาสตรอยางงายๆ ขอมูลจากหลักฐานที่หลากหลายในการทำความเขาใจเรื่องราวสำคัญในอดีต สภาพ
สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครองของประเทศเพื่อนบานในปจจุบัน ความสัมพันธของกลุมอาเซียน
พัฒนาการของไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร ปจ จัยทสี่ ง เสรมิ ความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครองของไทย
สมัยรัตนโกสินทร ผลงานของบุคคลสำคัญดานตางๆ สมัยรัตนโกสินทร ภูมิปญญาไทยที่สำคัญสมัย
รตั นโกสินทรท ีน่ าภาคภูมิใจและควรคาแกก ารอนรุ ักษ
โดยใชกระบวนการสืบคนขอมูล วิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการกลุม
กระบวนการทางสังคม
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยาง
เปน ระบบ ตระหนักถึงความสำคัญของเหตกุ ารณต างๆ มคี วามรกั ความภูมิใจ และธำรงความเปนไทย สามารถ
ดำเนนิ ชวี ิตอยา งสันติสขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก
ตัวชี้วดั ป.๖/๑ ป.๖/๒
ส ๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ส ๔.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
ส ๔.๓
รวม ๘ ตัวชี้วัด
๙๔
คำอธิบายราชวชิ า
รายวิชาประวัติศาสตร กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑-๒
รหัสวิชา ส๒๑๑๐๒, ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ป
ศึกษา วิเคราะห พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในดานการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และ
ความสัมพันธระหวางประเทศ วัฒนธรรม ภูมิปญญาไทยสมัยสุโขทัย ความเสื่อมของอาณาจักรสุโขทัย ที่ตั้ง
และสภาพภูมิศาสตรที่มีผลตอพัฒนาการทางประวัติศาสตร สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศตางๆ
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ความรวมมือผานการรวมกลุมเปนอาเซียนที่ถือวาเปนพัฒนาการของ
ภูมิภาคที่ตั้งและความสำคัญของแหลงอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต อิทธิพลของอารยธรรม
โบราณในดินแดนไทยทม่ี พี ัฒนาการของสังคมไทยสมัยปจ จุบนั
โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม
กระบวน การเรียนรแู บบบรู ณาการ กระบวนการแกปญ หา และวธิ ีการทางประวัติศาสตร
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจถึงความสำคัญของเหตุการณทางประวัติศาสตร สามารถใชวิธีการทาง
ประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยางเปนระบบ เขาใจความเปนมาของชาติไทย พัฒนาการดาน
ตางๆ วัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงคดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มี
วนิ ัยใฝเรยี นรู มงุ มัน่ ในการทำงาน รกั ความเปนไทย และมีจติ สาธารณะ
ตัวช้วี ดั
ส ๔.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
ส ๔.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒
ส ๔.๓ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
รวม ๘ ตวั ช้วี ัด
๙๕
คำอธิบายราชวิชา
รายวชิ าประวัติศาสตร กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑-๒
รหสั วชิ า ส๒๒๑๐๒, ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ป
ศึกษาวิเคราะหการประเมินความนาเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร และความสำคัญของการ
ตีความหลักฐานทางประวัติศาสตรที่นาเชื่อถือ ตลอดจนวิเคราะหความแตกตางระหวางความจริงกับ
ขอเท็จจริงของเหตุการณทางประวัติศาสตร การพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาค
เอเชีย ความสำคัญของแหลงอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชีย พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา และ
อาณาจักรธนบรุ ใี นดา นตางๆ ปจจัยที่สง ผลตอความม่นั คงและความเจริญรุงเรืองของอาณาจักรอยธุ ยา อทิ ธิพล
ของภูมปิ ญญาและวฒั นธรรมไทยสมยั อยธุ ยาและธนบรุ ที มี่ ตี อการพฒั นาชาติไทยในยุคตอ มา
โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณ
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณ และกระบวนการแกป ญ หา
เพอื่ ใหเ กิดความรูความเขา ใจเกี่ยวกับพฒั นาการของมนุษยชาตใิ นภมู ิภาคตา งๆ ในทวปี เอเชียจากอดีต
จนถึงปจจุบัน ใหตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบที่เกิดขึ้น มีคุณลักษณะที่พึงประสงคในดานรักชาติ
ศาสน กษัตริย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย ซื่อสัตยสุจริต มีความรัก ความภูมิใจและธำรงความเปนไทย
ตัวชีว้ ัด
ส ๔.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
ส ๔.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒
ส ๔.๓ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ รวม ๘ ตัวชว้ี ดั
๙๖
คำอธบิ ายราชวิชา
รายวชิ าประวตั ศิ าสตร กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑-๒
รหสั วิชา ส๒๓๑๐๒, ๔ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ป
ศึกษา วิเคราะห เรื่องราวเหตุการณสำคัญทางประวัติศาสตรไดอยางมีเหตุผลตามวิธีการทาง
ประวัติศาสตรใชวิธีการทางประวัติศาสตรในการศึกษาเรื่องราวตางๆ ที่ตนสนใจ พัฒนาการของไทยสมัย
รัตนโกสินทรในดานตางๆ ปจจัยที่สงผลตอความมั่นคงและความเจริญรุงเรืองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร
บทบาทของพระมหากษัตริยในราชวงศจักรีในการสรางสรรคความเจริญและความมั่นคงของชาติ พัฒนาการ
ของไทยในสมัยรัตนโกสนิ ทรท างดา นการเมืองการปกครอง สงั คม เศรษฐกิจ และความสมั พนั ธร ะหวา งประเทศ
ตามชวงสมัยตางๆ เหตุการณสำคัญสมัยรตั นโกสนิ ทรท่ีมีผลตอการพัฒนาชาตไิ ทย โดยวิเคราะหส าเหตุ ปจจยั
และผลของเหตุการณ ภูมปิ ญญาและวฒั นธรรมไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร และอทิ ธิพลตอการพัฒนาชาติไทย และ
บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคตางๆ ในโลก
โดยสังเขป ผลของการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสูความรวมมือ และความขัดแยงในคริสตศตวรรษที่ ๒๐ ตลอดจน
ความพยายาม ในการขจดั ปญ หาความขัดแยง
โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการทางสังคม
กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณและแกปญหา กระบวนการกลุม เพื่อใหเกิดความรูความ
เขาใจในการนำวิธีการทางประวัติศาสตรมาใชศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครัว ทองถิ่นของ
ตนเอง และประวัติศาสตรสมัยรัตนโกสินทร ตลอดจนพัฒนาการในภูมิภาคตางๆ ของโลก เกิดความรักความ
ภาคภูมิใจในความเปนไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคตางๆ ของโลกและ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกลาว มีคุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย
ซ่ือสัตยส จุ ริต มวี นิ ัย ใฝเ รียนรู อยอู ยา งพอเพยี ง มุง มนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน ไทย มีจิตสาธารณะ สามารถ
ดำเนนิ ชวี ติ อยรู วมกันไดอยางสันติสขุ
ตวั ช้ีวดั ม.๓/๑ ม.๓/๒
ส ๔.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒
ส ๔.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔
ส ๔.๓
รวม ๘ ตวั ชี้วัด