The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

01-หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบางใบไม้65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by treetree799, 2022-09-14 02:46:11

01-หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบางใบไม้65

01-หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบางใบไม้65

๔๖

คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร

รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรียน ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น (จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)

___________________________________________________________________________

ศึกษาความรูเกี่ยวกับเรื่อง การสรางทางเรขาคณิต การนำความรูเกี่ยวกับเรขาคณิตไปใชใน
ชีวิตประจำวัน สมบัติเกี่ยวกับเสนขนานและรูปสามเหลี่ยม การแปลงทางเรขาคณิต การเลื่อนขนาน การ
สะทอน การหมุน และการนำความรูเกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิตไปใชในการแกปญหา ความเทากันทุก
ประการของรูปสามเหลี่ยม การนำความรูเกี่ยวกับความเทากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยมไปใชในการ
แกปญหา ทฤษฎีบทปทาโกรัส และบทกลับ การนำความรูเกี่ยวกับทฤษฎีบทปทาโกรัส และบทกลับไปใชใน
การแกปญหาในชีวิตจริง การนำเสนอขอมูล และการวิเคราะหขอมูล แผนภาพจุด แผนภาพตน-ใบ ฮิสโทแก
รม คา กลางของขอมูล การแปลความหมายผลลัพธ การนำสถติ ไิ ปใชในชวี ติ จริง

โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใ หผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรปุ
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ แกปญหา การใหเหตุผล และนำความรู ความคิด
ทักษะกระบวนการที่ไดไ ปใชใ นชีวติ ประจำวนั อยางสรา งสรรค

เพ่อื ใหเห็นคุณคา และมเี จตคติท่ีดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปน ระบบ มีระเบียบ มคี วาม
รบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ ริเริ่มสรา งสรรคและมคี วามเชือ่ ม่ันในตนเอง

รหัสตัวชี้วัด
ค ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕
ค ๓.๑ ม.๒/๑

รวมทั้งหมด ๖ ตัวชี้วดั

๔๗

คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร

รายวชิ าพื้นฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต)

___________________________________________________________________________

ศึกษาความรูเกี่ยวกับเรื่อง การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูงกวาสอง ฟงกชันกำลัง
สอง กราฟของฟง ชนั กำลังสอง การนำความรเู ก่ียวกับฟงกช นั กำลงั สองไปใชใ นการแกปญ หา อสมการเชิง
เสนตัวแปรเดยี ว การแกอสมการเชงิ เสนตัวแปรเดียวไปใชในการแกปญหา สมการกำลังสองตัวแปรเดียว
การแกสมการกำลังสองตัวแปรเดียว การนำความรูเกี่ยวกับการแกสมการกำลังสองตัวแปรเดียวไปใชใน
การแกปญหา ระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปร การแกระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปร การนำความรู
เกี่ยวกับการแกระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปรไปใชในการแกปญหา การหาพื้นที่ผิว ของพีระมิด กรวย
และทรงกลม การนำความรูเก่ียวกับการหาพน้ื ทีผ่ วิ ของพรี ะมิด กรวย และทรงกลมไปใชในการแกปญหา
การหาปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม การนำความรูเกี่ยวกับการหาปริมาตรของพีระมิด กรวย
และทรงกลมไปใชในการแกปญ หา

โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ แกปญหา การใหเหตุผล และนำความรู ความคิด
ทักษะกระบวนการทีไ่ ดไปใชใ นชวี ติ ประจำวันอยา งสรา งสรรค

เพื่อใหเ หน็ คณุ คา และมเี จตคติท่ีดตี อคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอ ยา งเปนระบบ มีระเบยี บ มีความ
รบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ ริเรม่ิ สรางสรรคแ ละมีความเช่ือมัน่ ในตนเอง

รหัสตวั ชี้วัด
ค ๑.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒
ค ๑.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
ค ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒,

รวมท้ังหมด ๗ ตัวช้ีวัด

๔๘

คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร

รายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรียน ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน (จำนวน ๑.๕ หนว ยกติ )

___________________________________________________________________________

ศึกษาความรเู กี่ยวกับเรื่อง ความคลาย รูปสามเหล่ยี มทีค่ ลา ยกัน การนำความรูเกี่ยวกับรูป
สามเหลยี่ มท่คี ลา ยกนั ไปใชใ นการแกป ญหา อัตราสว นตรโี กณมติ ิ การนำคา อัตราสวนตรโี กณมติ ิ ของมุม ๓๐
องศา ๔๕ องศา และ ๖๐ องศา ไปใชในการแกปญหา วงกลม คอรด และเสนสัมผัส ทฤษฏีเกี่ยวกับวงกลม
สถิติ ขอมูลและการวิเคราะหขอมลู การแปรความหมายผลลัพธ การนำสถิติไปใชในชีวติ จริง ความนาจะเปน
เหตุการณจากการทดลองสมุ การนำความรูเก่ียวกบั ความนา จะเปน ไปใชใ นการแกป ญหาในชีวิตจริง

โดยจดั ประสบการณห รือสรา งสถานการณใหผ ูเรยี นไดศึกษาคน ควาโดยการปฏบิ ตั ิจริง ทดลอง สรุป
รายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ แกปญหา การใหเ หตผุ ล และนำความรู ความคดิ
ทักษะกระบวนการท่ีไดไปใชใ นชวี ติ ประจำวนั อยางสรา งสรรค

เพ่ือใหเห็นคณุ คาและมเี จตคติทด่ี ีตอ คณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางเปนระบบ มรี ะเบยี บ มคี วาม
รบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคิดริเร่มิ สรางสรรคแ ละมีความเชื่อม่ันในตนเอง

รหสั ตัวชี้วดั
ค ๒.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓
ค ๓.๑ ม.๓/๑,
ค ๓.๒ ม.๓/๑,

รวมทั้งหมด ๕ ตัวชี้วัด

๔๙

คำอธบิ ายรายวิชา
ค ๒๑๒๐๑ คณิตศาสตร

รายวิชาเพิม่ เติม กลมุ สาระการเรียนรูค ณิตศาสตร

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง / ภาคเรียน (จำนวน ๐.๕ หนวยกิต)

___________________________________________________________________________

ศกึ ษา ฝก ทักษะ / กระบวนการในสาระตอไปนี้
การประยกุ ต ๑ รูปเรขาคณติ จำนวนนับ รอ ยละในชีวติ ประจำวัน ปญหาชวนคิด
จำนวนและตวั เลข ระบบเลขโรมนั ระบบตัวเลขฐานตา ง ๆ
การประยุกตเกย่ี วกับจำนวนเต็มและเลขยกกำลงั การคดิ คำนวณ โจทยป ญหา
การสราง การสรางรปู สามเหล่ียมและรูปสีเ่ หลย่ี มดานขนาน สรา งมมุ ตา ง ๆ
โดยจดั ประสบการณห รือสรา งสถานการณในชวี ติ ประจำวันทใี่ กลต วั ผเู รยี นไดศกึ ษา คน ควา โดย
การปฏบิ ตั จิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การ
ใหเหตผุ ล การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตรและนำประสบการณด านความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการที่
ไดไปใชใ นการเรยี นรูส ่ิงตาง ๆ และใชใ นชีวิตประจำวันอยา งสรา งสรรค รวมท้ังเหน็ คณุ คา และเจตคติท่ีดีตอ
คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและมี
ความเชือ่ ม่นั ในตนเอง
การวดั และการประเมนิ ผล ใชว ิธกี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเปน จริงใหส อดคลอ งกับเนือ้ หาและ
ทกั ษะท่ตี องการวัด

ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวงั
1. ใชค วามรแู ละทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแกป ญหาตาง ๆ ได
2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบได
3. อานและเขียนตัวเลขโรมนั ได
4. บอกคา ของเลขโดดในตวั เลขฐานตาง ๆ ได
5. เขยี นตัวเลขฐานท่กี ำหนดใหเ ปนตวั เลขฐานตาง ๆ ได
6. ใชความรเู กี่ยวกบั จำนวนเตม็ และเลขยกกำลังในการแกปญ หาได และตระหนักถงึ ความ
สมเหตสุ มผลของคำตอบที่ได
7. ใชก ารสรางพ้ืนฐานสรา งมุมตาง ๆ ได
8. ใชก ารสรา งพนื้ ฐานสรา งรูปที่ซบั ซอ นข้นึ ได และใชค วามรแู ละทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร
แกปญหาตาง ๆ ได

๕๐

คำอธิบายรายวชิ า
ค ๒๑๒๐๒ คณิตศาสตร

รายวชิ าเพิม่ เติม กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร

ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง / ภาคเรียน (จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ )

___________________________________________________________________________

ศกึ ษา ฝกทักษะ / กระบวนการในสาระตอไปนี้
การเตรียมความพรอมในการใหเหตลุ ผล การใหเหตุผลในชวี ิตประจำวนั การใหเหตุผลทาง
คณติ ศาสตรอยางงา ย
พหนุ าม เอกนาม การบวก การลบ การคูณ และการหารเอกนามหนุนาม การบวก การลบพหนุ าม
การคูณและการหารพหนุ ามอยางงาย
การประยุกต ๒ การประยกุ ตของจำนวนและพชี คณติ การประยุกตทางเรขาคณติ และการวดั ปญหา
ทา ใหค ดิ
โดยจดั ประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวติ ประจำวันทีใ่ กลต ัวผูเรียนไดศึกษา คน ควาโดยการ
ปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพือ่ พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกปญหา การให
เหตผุ ล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตรแ ละนำประสบการณด านความรู ความคิดทักษะกระบวนการท่ีได
ไปใชใ นการเรียนรสู ิ่งตาง ๆ และใชในชวี ิตประจำวนั อยางสรางสรรค รวมทง้ั เห็นคุณคาและเจตคตทิ ี่ดตี อ
คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณและมี
ความเชอ่ื มั่นในตนเอง
การวัดและการประเมินผล ใชวิธีการทหี่ ลากหลายตามสภาพความเปน จรงิ ใหสอดคลองกับเนือ้ หาและ
ทักษะที่ตองการวัด

ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวงั
1. สังเกต ใหขอความคาดการณและใหเหตุผลทางคณติ ศาสตรอยา งงา ยได
2. หาผลบวกและผลลบของเอกนาม และพหนุ ามได
3. หาผลคณู แลผลหารของพหนุ ามอยางงายได
4. ใชค วามรแู ละทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรแ กปญหาตา ง ๆ ได
5. ตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบทีไ่ ด

๕๑

รายวิชาพืน้ ฐานกลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ระดบั ประถมศึกษา

รายวิชาพื้นฐาน

ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ชั่วโมง
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ชั่วโมง
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ชั่วโมง
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร จำนวน ๑๒๐

ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร จำนวน ๑๒๐

ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร จำนวน ๑๒๐

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน

รายวชิ าพนื้ ฐาน

ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกติ
๐.๕ หนวยกติ
ว ๒๑๑๐๒ เทคโนโลยีและการออกแบบ ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกติ
๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๑๑๐๔ วิทยาศาสตร ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนวยกติ
๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๑๑๐๓ วิทยาการคำนวณ ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกติ
๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร ๓ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนวยกติ
๐.๕ หนวยกติ
ว ๒๒๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการออกแบบ ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว ยกติ
๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๒๑๐๓ วิทยาศาสตร ๔ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง

ว ๒๒๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง

ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร ๕ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง

ว ๒๓๑๐๒ เทคโนโลยแี ละการออกแบบ ๓ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง

ว ๒๓๑๐๓ วิทยาศาสตร ๖ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง

ว ๒๓๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง

รายวิชาเพม่ิ เติม จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๐๒๐๑ โครงงานพืน้ ฐาน ๑ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนว ยกิต
ว ๒๐๒๐๒ โครงงานพ้นื ฐาน ๒ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ว ๒๐๒๐๓ โครงงานพ้ืนฐาน ๓

๕๒

รายวชิ า วิทยาศาสตร ๑ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๑
รหัสวิชา ว ๑๑๑๐๑ กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

สังเกต สำรวจ รวบรวมขอมูล ระบุชื่อพืชและสัตวที่อาศัยอยูบริเวณตาง ๆ บอกสภาพแวดลอมที่
เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ระบุบรรยายลักษณะและบอกหนาที่ของสวนตาง ๆ ของรางกายมนุษย สัตว พืช
และการทำหนาที่รวมกัน โดยการศึกษาขอมูลและรวบรวมขอมูลถึงความสำคัญของสวนตาง ๆ ของรางกาย
และการดูแลรางกายอยางเหมาะสม สังเกตและอธิบายลักษณะของวัสดุ ระบุชนิด จัดกลุม มีการใชหลักฐาน
เชิงประจักษ กับวัสดุและสมบัติของวัสดุจากการสังเกตได บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนที่ของ
เสียงในลักษณะเชิงประจักษ ศึกษารวบรวมขอมูล อธิบายสาเหตุ ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ ระบุดาวที่
ปรากฏบนทองฟาในเวลากลางวันและกลางคืน สาเหตุที่มองไมเห็นดาวสวนใหญในเวลากลางวัน สังเกต
ตรวจสอบ จากลกั ษณะเฉพาะตวั และอธิบายลกั ษณะภายนอกของหินได ศกึ ษาและฝกทักษะในการแกปญหา
โดยใชขั้นตอนการแกปญหาอยางงาย การแสดงขั้นตอนการแกปญหาโดยการเขียน บอกเลาวาดภาพ หรือใช
สญั ลักษณ การเขียนโปรแกรมอยางงายโดยใชซอฟตแวรหรือส่ือ การใชง านอุปกรณเทคโนโลยเี บื้องตน การใช
งานซอฟตแวรเบื้องตน การสรางจัดเก็บ และเรียกใชไฟลตามวัตถุประสงค การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยาง
ปลอดภยั ขอปฏิบตั ใิ นการใชงานและการดแู ลรกั ษาอุปกรณ การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา งเหมาะสม

การจัดการเรียนการสอนมีการเรียนรูในรปู แบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตรการ
สืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การจัดกลุม การแกปญหา การ
เปรียบเทียบ การเขียนโปรแกรม มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีการสืบคนขอมูลอภิปรายขอมูลเพื่อให
เกดิ ความรู ความคิดความเขา ใจ สามารถสือ่ สารสิ่งทีเ่ รยี นรูมคี วามสามารถในการตดั สินใจ

เห็นคณุ คาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนใ นชีวติ ประจำวัน มจี ิตวิทยาศาสตร คุณธรรม
จริยธรรม ปฏิบัตติ ามขอตกลง ตรงตามวัตถปุ ระสงค มคี า นิยมที่ดตี อวิทยาศาสตร และการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย

ตัวชี้วัด
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕

รวม ๑๕ ตวั ชว้ี ัด

๕๓

คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร ๒ รหสั วิชา ว ๑๒๑๐๑ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๒ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษและระบุไดวา พืชตองการแสงและน้ำเพื่อการเจริญเติบโต ตระหนักถึง
ความจำเปนทีพ่ ืชตอ งไดร บั น้ำและแสงเพื่อการเจริญเติบโต สามารถสรางแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรของพชื
ดอก ศึกษาขอมูลและรวบรวมขอมูล เปรียบเทียบลักษณะของสิ่งมีชีวิตและไมมีชีวิต ศึกษาหลักฐานเชิง
ประจักษ เปรียบเทียบ อธิบายและตระหนักถึง สมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุ การนำสมบัติของการดูดซับน้ำ
ของวัสดุไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ บรรยาย อธิบาย ลักษณะแนวการ
เคลื่อนที่ของแสงจากแหลงกำเนิดแสง ตระหนักในคุณคาของความรู มีการเสนอแนะแนวทางการปองกัน
อันตรายจากแสง สำรวจ ตรวจสอบ และสามารถระบุสวนประกอบของดิน จำแนกชนิดของดิน โดยใชลักษณะ
เน้ือดิน และการจับตัว บอกประโยชนจ ากการใชดินจากขอมลู ท่ีรวบรวมได แสดงลำดบั ข้นั ตอนการทำงานหรือ
การแกป ญหาโดยใชภาพหรือสัญลักษณห รือขอความเขยี นโปรแกรมอยางงา ยโดยใชซ อฟตแวรสอ่ื ใชเ ทคโนโลยี
ในการจัดหมวดหมูค นหาจดั เกบ็ เรยี กใชขอ มลู ตามวตั ถปุ ระสงคและใชเ ทคโนโลยอี ยางปลอดภัย

การจัดการเรียนการสอนมีการเรียนรูในรูปแบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตรการ
สืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การเรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา การ
เรียนดวยกิจกรรม Model based Learning มีการสืบคนขอมูลอภิปรายขอมูลเพื่อใหเกิดความรู ความคิด
ความเขา ใจ สามารถส่ือสารสง่ิ ทเ่ี รยี นรูมีความสามารถในการตดั สนิ ใจ

เห็นคุณคา และตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนใ นชวี ติ ประจำวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร คุณธรรม
จริยธรรม ปฏิบัติตามขอตกลง ตรงตามวัตถุประสงค มคี า นยิ มที่ดีตอวิทยาศาสตร และการใชง านเทคโนโลยีที่
เหมาะสมและปลอดภยั

ตวั ชวี้ ดั
ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

รวม ๑๖ ตวั ช้วี ัด

๕๔

คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

รายวิชา วิทยาศาสตร ๓ รหัสวชิ า ว ๑๓๑๐๑ กลุม สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

ศึกษาขอมูล รวบรวมขอมูล บรรยายสิ่งที่จำเปนตอการดำรงชวี ิตและการเจริญเติบโตของมนุษยและ
สัตว ตระหนักถึงประโยชนของอาหารน้ำและอากาศโดยดูแลตนเองอยางเหมาะสม ศึกษาสรางแบบจำลอง
บรรยายเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตวต ระหนักถึงคุณคาชีวิตของสัตว ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ ทดลอง
สรปุ อธบิ ายวตั ถุประกอบขึ้นจากช้นิ สวนยอยๆ ซึ่งสามารถแยกออกจากกันได ประกอบเปนวตั ถชุ ้ินใหมได การ
เปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือเย็นลง ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ ระบุผลของแรงที่มีตอการ
เปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนที่ของวัตถุเปรียบเทียบและยกตัวอยางแรงสัมผัสแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการ
เคลื่อนที่ของวัตถุ จัดจำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑ ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลท่ี
เกิดขึ้นระหวางขั้วแมเหล็กเมื่อนำเขามาใกลกัน ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษสามารถยกตัวอยางการ
เปลี่ยนแปลงไปพลังงานหนึ่งไปเปนอีกพลังงานหนึ่ง บรรยาย ระบุการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟา
แหลงกำเนิดพลังงานในการผลิตไฟฟาจากขอมูลที่รวบรวม ศึกษาหลักฐานเชิงประจักษ อธิบายสราง
แบบจำลอง ตระหนักถึงความสำคัญ บอกประโยชน รูปแบบเสนทางการข้ึนและตกของดวงอาทิตย สาเหตุการ
เกิดปรากฏการณข้ึนและตกของดวงอาทติ ย การเกดิ กลางวนั กลางคนื การกำหนดทิศและความสำคัญของดวง
อาทิตย ประโยชนของดวงอาทิตยที่มีตอสิ่งมีชีวิต ศึกษาขอมูลเชิงประจักษ ศึกษาขอมูล รวบรวมขอมูล
บรรยาย สวนประกอบของอากาศ ความสำคัญของอากาศผลกระทบของมลพิษทางอากาศ เสนอแนวทางการ
ปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษ การเกิดลม ประโยชนและโทษของลม แสดงอัลกอริทึมในการทำงานหรือ
การแกปญหาโดยใชภาพสัญลักษณหรอื ขอความ เขียนโปรแกรมอยางงายโดยใชซอฟตแวร ใชอินเตอรเน็ตหา
ความรูรวบรวมขอมูลประเมินผลและนำเสนอขอมูลโดยใชซอฟตแวร ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย
ปฏิบัตติ ามขอ ตกลงในการใชอ นิ เตอรเ นต็

โดยมกี ารจดั การเรียนการสอนมีการเรียนรูใ นรปู แบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตร
การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การเรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา
การเรียนดว ยกิจกรรม Model based Learning มกี ารสบื คนขอ มลู อภิปรายขอมลู เพื่อใหเกดิ ความรู ความคิด
ความเขา ใจ สามารถสือ่ สารสง่ิ ท่ีเรียนรูมคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ

เหน็ คุณคา และตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชวี ิตประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร คุณธรรม
จรยิ ธรรม ปฏิบตั ิตามขอตกลง ตรงตามวัตถุประสงค มีคานิยมท่ดี ตี อวิทยาศาสตร และการใชง านเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย
ตวั ชว้ี ัด

ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ รวม ๒๕ ตัวชวี้ ัด

๕๕

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

รายวิชา วทิ ยาศาสตร ๔ รหัสวิชา ว ๑๔๑๐๑ กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง

ศึกษาและเรยี นรูเกี่ยวกับการจัดกลุม สิ่งมีชีวิต การจำแนกพืชเปน พชื ดอกและพืชไมมีดอก การจำแนก
สัตวมกี ระดกู สันหลังและสัตวไ มมกี ระดูกสนั หลงั ลกั ษณะเฉพาะที่สงั เกตไดของสัตวมกี ระดูกสันหลัง หนา ท่ีของ
สวนตางๆ ของพชื ผลของแรงโนมถวงของโลก การใชเคร่ืองชั่งสปรงิ วดั นำ้ หนักของวัตถุ มวลของวัตถุท่ีมีผลตอ
การเปลย่ี นแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ การจำแนกวัตถุเปนตัวกลางโปรงใส ตวั กลางโปรงแสง และวัตถุทึบแสง
สมบตั ทิ างกายภาพดานความแข็ง สภาพยืดหยุน การนำความรอน และการนำไฟฟา ของวัสดุ การนำสมบตั ทิ าง
กายภาพของวัสดุไปใชในชีวิตประจำวัน สมบัติของสารทั้ง ๓ สถานะจากขอมูลที่ไดจากการสังเกต มวล
ตองการที่อยูรูปรางและปริมาตรของสสาร รวมทั้งการใชเครื่องมือวัดมวลและปริมาตรของสารทั้ง ๓ สถานะ
สรางแบบจำลองแสดงองคประกอบของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาวเคราะหตางๆ จากแบบจำลอง
แบบรูปเสนทางการข้ึนและตกของดวงจนั ทร สรางแบบจำลองท่ีอธิบายรูปการเปลีย่ นแปลงรูปรางปรากฏของ
ดวงจันทร และพยากรณรูปรางปรากฏของดวงจันทร ศึกษาการใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหามาใช
พิจารณาในการแกปญหาการอธิบายการทำงานหรือการคาดการณผลลัพธศึกษาการออกแบบโปรแกรมอยาง
งายโดยใช Storyboard หรือการออกแบบอัลกอริทึมการเขียนโปรแกรมอยางงายโดยใชซอฟตแวร Scratch
หรือ Logo ศึกษาการใชอินเตอรเน็ตคนหาความรูการใชคำคนที่ตรงประเด็นกระชับประเมินความนาเชื่อถือ
ของขอมูลศึกษาการรวบรวมขอมูลการประมวลผลอยางงายวิเคราะหผลและสรางเลือก ที่เปนไปไดตลอดจน
ประเมินทางเลือกพรอมทั้งการนำเสนอขอมูลในรูปแบบตามความเหมาะสมศึกษาการใชซอฟตแวรเพื่อ
แกปญหาในชีวิตประจำวันการใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัยเขาใจสิทธิและหนาที่ของตนเคารพใน
สทิ ธิของผูอ่ืน

การจัดการเรียนการสอนมีการเรียนรูในรูปแบบโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-based Learning)
และการจัดการเรียนแบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรู การสำรวจ
ตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การเรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา การเรียนดวยกิจกรรม Model
based Learning มกี ารสืบคนขอมลู อภปิ รายขอมลู เพือ่ ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถสือ่ สารสิ่งท่ี
เรียนรูมคี วามสามารถในการตดั สินใจ

เหน็ คุณคา และตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนใ นชีวิตประจำวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร คุณธรรม
จริยธรรม ปฏิบัตติ ามขอ ตกลง ตรงตามวัตถุประสงค มีคา นยิ มทด่ี ตี อวิทยาศาสตร และการใชง านเทคโนโลยีที่
เหมาะสมและปลอดภยั
ตัวชว้ี ัด

ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ รวม ๒๑ ตัวชวี้ ัด

๕๖

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รายวิชา วิทยาศาสตร ๕ รหสั วชิ า ว ๑๕๑๐๑ กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๕ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง

ศึกษา สำรวจ ทดลอง ตรวจสอบหลักฐานเชิงประจักษ วิเคราะห สรุปผล อธิบาย บรรยาย นำเสนอ
ขอมูล โครงสรางและลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับการดำรงชีวิตซึ่งเปน ผลมาจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวติ
ในแหลงที่อยูตางๆ ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต ระหวางสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไมมีชีวิต เขียนแผนผัง
แสดงหวงโซอ าหาร และระบุบทบาทหนาที่ของสิ่งมีชีวติ ทีเ่ ปนผูผลิต ผูบริโภค ในโซอาหาร ตระหนักถึงคุณคา
ของสิ่งแวดลอมที่มีตอการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถายทอดจากพอแมสูลูกของ
พืช สัตว และมนุษย การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร เมื่อทำใหสสารรอนขึน้ หรือเย็นลง การละลายของสาร
ในน้ำการเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไดและการ
เปลี่ยนแปลงที่ผนั กลบั ไมได วธิ กี ารหาแรงลพั ธของแรงหลายแรงในแนวเดยี วกันทก่ี ระทำกับวตั ถุ ในกรณีท่ีวัตถุ
หยุดนิ่ง แสดงแรงที่กระทำตอวัตถุที่อยูในแนวเดียวกัน และแรงลัพธที่กระทำตอวัตถุ ใชเครื่องชั่งสปริงในการ
วัดแรงที่กระทำตอวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานที่มตี อ การเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนทีข่ องวัตถุ แสดงแรงเสยี ด
ทานและแรงที่อยูในแนวเดียวกันทีก่ ระทำตอวัตถุ ออกแบบการทดลองระบุตัวแปรการทดลอง นำเสนอขอมูล
เกี่ยวกับการไดยินเสียงผานตัวกลาง การเกิดเสียงสูงเสียงต่ำการเกิดเสียงดังเสียงคอย การวัดระดับโดยใช
เครื่องมือวัดระดับเสยี ง เสนอแนะแนวทางในการหลีกเล่ียงและลดมลพิษทางเสียง เปรียบเทียบความแตกตาง
ของดาวเคราะหและดาวฤกษจากแบบจำลองใชแผนที่ดาวระบุตำแหนงและเสนทางการขึ้นตกของกลุมดาว
ฤกษบนทองฟาอธิบายรูปแบบเสนทางการขึ้นและตกของกลุมดาวฤกษบนทองฟาในรอบป เปรียบเทียบ
ปริมาณน้ำในแตละแหลงและระบุปริมาณน้ำที่มนุษยสามารถนำมาใชประโยชนถึงคุณคาของน้ำโดยนำเสนอ
แนวทางการใชน้ำอยางประหยัด สรางแบบจำลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำเปรียบเทียบ
กระบวนการเกดิ เมฆ หมอก น้ำคาง น้ำคางแขง็ โดยใชแ บบจำลอง เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดฝน หมิ ะ และ
ลูกเห็บ จากขอมูลที่รวบรวมได ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหาอธิบายการทำงานการคาดการณผลลัพธ
จากปญหาอยางงายออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใชเหตุผลเชิงตรรกะอยางงายตรวจหาขอผิดพลาดได
ใชอ ินเตอรเ นต็ คน หาขอ มลู ตดิ ตอส่ือสารและทำงานรวมกันอยางมีประสิทธิภาพรวบรวมประเมนิ นำเสนอขอมูล
และสารสนเทศตามวัตถุประสงคโดยใชซอฟตแวรหรือบริการอินเตอรเน็ตที่หลากหลายใชเทคโนโลยี
สารสนเทศอยางปลอดภัยมีมารยาทเขาใจสิทธิและหนาที่ของตนเคารพในสิทธิของผูอื่น แจงขอมูลเมื่อพบ
บุคคลท่จี ะทำการการไมเหมาะสม

การจัดการเรียนการสอนมีการเรียนรูในรูปแบบโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-based Learning)
และการจัดการเรียนแบบ Active Learning กระบวนการทางวิทยาศาสตรการสืบเสาะหาความรู การสำรวจ
ตรวจสอบ การใชหลักฐานเชิงประจักษ การเรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา การเรียนดวยกิจกรรม Model
based Learning มีการสบื คนขอ มลู อภปิ รายขอมูลเพอื่ ใหเ กิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถสอ่ื สารสงิ่ ที่
เรยี นรูมคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ

เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวติ ประจำวัน มีจติ วิทยาศาสตร คุณธรรม
จริยธรรม ปฏบิ ตั ิตามขอตกลง ตรงตามวตั ถุประสงค มีคา นิยมทดี่ ตี อวิทยาศาสตร และการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย

๕๗

ตวั ชวี้ ดั
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

รวม ๓๒ ตวั ชี้วดั

๕๘

คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร ๖ รหัสวิชา ว ๑๖๑๐๑ กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๖ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง

ศึกษาขอมูล สำรวจตรวจสอบ สารอาหารและบอกประโยชนของสารอาหารแตละประเภท แนวทาง
ในการเลือกรับประทานอาหารในสัดสวนที่เหมาะสม ความสำคัญของสารอาหาร อธิบายเปรียบเทียบ จาก
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ การแยกสารผสมโดยการหยบิ ออก การรอน การใชแ มเหลก็ ดึงดูด การรนิ ออก การกรอง
การตกตะกอน รวมทั้งระบุวิธีแกปญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร อธิบายการเกิดและผลของแรง
ไฟฟา ซ่งึ เกิดจากวัตถุท่ผี านการขดั ถู ระบุสวนประกอบหนาท่ีของวงจรไฟฟา เขยี นแผนภาพตอวงจรไฟฟาแบบ
อนุกรม ออกแบบการทดลองและทดลองการตอเซลลไฟฟาแบบอนุกรม การตอหลอดไฟฟาแบบอนุกรมและ
แบบขนาน ประโยชนของการตอเซลลไฟฟาแบบอนุกรม การตอหลอดไฟฟาแบบอนุกรมและแบบขนาน
อธบิ ายการเกิดเงามืดและเงามวั เขยี นแผนภาพรงั สขี องแสงแดดการเกดิ เงามดื เงามัว สรา งแบบจำลองการเกิด
และการเปรียบเทียบปรากฏการณสุริยุปราคาและจันทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศและการนำ
เทคโนโลยีอวกาศมาใชประโยชนในชีวิตประจำวัน ใชแบบจำลองอธิบายกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน
และหนิ แปร การใชป ระโยชนของหินและแรในชีวิตประจาํ วัน สรางแบบจำลอง อธบิ ายการเกดิ ซากดึกดำบรรพ
เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล ลมมรสุมโดยใชแบบจำลอง ผลของมรสุมตอการเกิดฤดูของประเทศไทย
ลักษณะและผลกระทบของน้ำทวม การกัดเซาะชายฝง ดินถลม แผนดินไหว สึนามิ เสนอแนวทางในการเฝา
ระวัง สรางแบบจำลองการเกิดปรากฏการณเรือนกระจกและผลตอสิ่งมีชีวิต เสนอแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อ
ลดกิจกรรมที่กอใหเกดิ แกสเรอื นกระจก ใชเหตผุ ลเชิงตรรกะในการแกปญหาอธิบายการทำงานการคาดการณ
ผลลัพธจากปญหาอยางงายออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใชเหตุผลเชิงตรรกะอยางงายตรวจหาขอผิดพลาดไดใช
อินเตอรเ น็ตคน หาขอ มลู ตดิ ตอ สื่อสารและทำงานรว มกันอยา งมีประสิทธภิ าพรวบรวมประเมินนำเสนอขอมูลและสารสนเทศตาม
วัตถุประสงคโดยใชซอฟตแวรหรือบริการอินเตอรเน็ตที่หลากหลายใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัยมีมารยาทเขา ใจสทิ ธิ
และหนาท่ีของตนเคารพในสทิ ธิของผอู ่ืนแจงขอ มูลเมือ่ พบบคุ คลที่จะทำการการไมเหมาะสม

การจดั การเรยี นการสอนมีการเรยี นรใู นรูปแบบโดยใชปญหาเปนฐาน(Problem-basedLearning)และการจดั การเรียน
แบบActiveLearningกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรก ารสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบการใชห ลักฐานเชิงประจักษ การ
เรียนดวยกิจกรรมสะเต็มศึกษา การเรียนดวยกิจกรรม ModelbasedLearningมีการสืบคนขอมูลอภิปรายขอมูลเพื่อใหเกิด
ความรู ความคดิ ความเขา ใจสามารถสื่อสารสง่ิ ท่เี รยี นรมู คี วามสามารถในการตัดสินใจ

เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรมจริยธรรม
ปฏิบัตติ ามขอ ตกลงตรงตามวตั ถปุ ระสงค มคี า นิยมท่ดี ีตอวิทยาศาสตร และการใชง านเทคโนโลยที ี่เหมาะสมและปลอดภยั
ตัวชีว้ ัด

ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวม ๓๐ ตวั ชวี้ ัด

๕๙

คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร ๑ กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๑.๕ หนวยกิต

ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัวประกอบไปดวยธาตุและสารประกอบ สารแตละชนิดมีสมบัติทางกายภาพ
และสมบัตทิ างเคมที ่ีเหมือนและแตกตา งกัน ความรอ นเปนปจจยั หนึ่งท่ีทำใหส ถานะของสาร ซ่ึงเปนสมบัติทาง
กายภาพเปลี่ยนแปลงไป สารบริสุทธิ์ คือ สารที่มีองคประกอบเพียงชนิดเดียว ประกอบไปดวยธาตุและ
สารประกอบ โดยธาตุแบงออกเปนธาตุโลหะ ธาตุกึ่งโลหะ และธาตุอโลหะซึ่งธาตุบางชนิดสามารถแผรังสีได
เรียกวาธาตุกัมมันตรังสี สมบัติของสาร การจำแนกสารดวยสถานะ เนื้อสาร และขนาดอนุภาคของสาร การ
เปล่ยี นแปลงของสาร สารบรสิ ทุ ธิแ์ ละสารผสม การใชความรทู างเคมใี หเ ปน ประโยชนตอ การเลือกใชสารเคมีใน
ชีวิตประจำวันไดอยางเหมาะสมและปลอดภัย การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร ศึกษา
ประเภทโครงสรางและหนาที่ของสวนประกอบภายในเซลลสิ่งมีชีวิตดวยกลองจุลทรรศน ศึกษาสิ่งมีชีวิตทุก
ชนิด มีเซลลเ ปน หนว ยทเี่ ลก็ ท่สี ุดเปนองคป ระกอบ ซึ่งสิ่งมีชีวิตบางชนดิ สามารถดำรงชวี ติ อยูไดเพียงเซลลเดียว
บางชนิดจำเปนตองมีหลายเซลลมารวมกันเปนเนื้อเยื่อ ซึ่งมีรูปรางและหนาที่แตกตางกันซึ่งองคประกอบ
พื้นฐานของเซลล ไดแก นิวเคลียส ไซโตพลาสซึม และเยื่อหุมเซลล กระบวนการแพรและออสโมซีสเปน
กระบวนการที่สิง่ มชี วี ิตใชล ำเลียงสารเขา และออกจากเซลล กระบวนการลำเลียงสารเขา และออกจากเซลลดวย
วธิ ีการแพรแ ละการออสโมซิส ศึกษาการดำรงชวี ิตของพืชอยูไดดวยสวนประกอบตางๆ ใบไมม ีคลอโรพลาสตที่
มีสารคลอโรฟล ลซ ง่ึ เก่ยี วของกับกระบวนการสงั เคราะหด วยแสง โดยมีแกสคารบ อนออกไซดแ ละน้ำเปนสารต้ัง
ตนและน้ำตาลกลูโคส และแกสออกซิเจนเปนผลิตภัณฑ ซึ่งจำเปนตอการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ราก และลำ
ตน ประกอบไปดวยเนื้อเย่ือ ลำเลียงไซเล็ม ทำหนาที่ดดู น้ำและแรธาตุ โดยอาศัยกระบวนการแพรและออสโม
ซีส เนอ้ื เยอื่ ลำเลียงโฟเอม็ ทำหนา ท่ีลำเลยี งอาหารโดยอาศัยกระบวนการทรานสโลเคชัน่

โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คนขอ มลู การสงั เกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธิบาย
และสรุปเพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำ
ความรไู ปประยุกตใ ชในชวี ิตประจำวนั

เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย

ตัวชว้ี ัด
ว ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐
ว ๑.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙, ม.๑/๑๐, ม.๑/๑๑,
ม.๑/๑๒, ม.๑/๑๓, ม.๑/๑๔, ม.๑/๑๕, ม.๑/๑๖, ม.๑/๑๗, ม.๑/๑๘

รวมทั้งหมด ๒๘ ตวั ช้วี ัด

๖๐

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว ๒๑๑๐๒ เทคโนโลยีและการออกแบบ ๑ กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนว ยกิต

ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยี การทำงานของระบบทางเทคโนโลยี ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยใชกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนหาขอมูล การวิเคราะหการอธิบาย การอภิปราย
และสรุป

เพ่อื ประยุกตใชความรู ทกั ษะ และทรพั ยากร โดยวิเคราะหเ ปรียบเทียบและเลือกขอมลู ที่จำเปน เพ่ือ
ออกแบบวธิ ีการแกปญหาในชวี ติ ประจำวันในดานการเกษตร อาหาร และสรางชน้ิ งานหรือพัฒนาวธิ ีการโดยใช
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือในการแกปญหาไดอยางถูกตอง
เหมาะสมและปลอดภัย

ตัวชี้วัด
ว ๔.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕

รวมทง้ั หมด ๕ ตวั ชว้ี ัด

๖๑

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว ๒๑๑๐๓ วทิ ยาศาสตร ๒ กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน จำนวน ๑.๕ หนวยกติ

เปรยี บเทยี บ จำแนก อธบิ าย การจดั เรียงอนภุ าคและการเคลื่อนท่ีของสารในสถานะตาง ๆ โครงสราง
อะตอม ความสัมพันธระหวางพลังงานความรอนกับการเปลี่ยนสถานะโดยใชหลักฐานเชิงประจักษและ
แบบจำลอง สมบัติทางกายภาพของธาตุ โลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ที่ไดจากการสังเกต ทดสอบ และใช
สารสนเทศที่ไดจากแหลงขอมูลตาง ๆ การจัดกลุมธาตุ วิเคราะหผลจากการใชกลุมธาตุตาง ๆ ที่สงผลตอ
สิ่งมีชีวิต สิ่งแวดลอม เศรษฐกิจและสังคมจากขอมูลที่รวบรวมได รวมทั้งเสนอแนวทางการใชธาตุกลุมตา ง ๆ
ไดอยางปลอดภัยคุมคา เปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเลว ความหนาแนน ของสารบริสุทธและสารผสม โดย
การวัดอุณหภูมิ เขียนกราฟ แปลความหมายขอมูลได อธิบายความสัมพันธของระหวางอะตอม สารประกอบ
โดยใชแบบจำลองและสารสนเทศ ใชเครื่องมือวัดมวลและปริมาตรของสาร สรางแบบจำลองที่อธิบาย
ความสัมพันธระหวางความดันอากาศกับความสูงจากพื้นโลก วิเคราะหแปลความหมายขอมูล คำนวณ
ปริมาณความรอนที่ทำใหสสารเปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะ ใชเทอรโมมิเตอรวัดอุณหภูมิ สรางแบบจำลองท่ี
ขยายและหดตัวของสสารตระหนักถึงประโยชนความรูการหดและขยายตัวของสสารอันเนื่องจากความรอน
วิเคราะหสถานการณการถายโอนความรอน และคำนวณปริมาณความรอนที่ถายโอนระหวางสสารจนเกิด
สมดุลโดยใชสมการ ออกแบบ สรางอุปกรณการถายโอนความรอนเพื่อแกปญหาในชีวิตประจำวัน ศึกษา

เกี่ยวกับอุณหภูมิและการวัด ผลของความรอนที่มีตอการเปลี่ยนแปลงของสารการถายโอนความรอน การ

ดูดกลืนและคายความรอน สมดุลความรอน องคประกอบของบรรยากาศ การแบงชั้นบรรยากาศ ผลของรังสี

จากดวงอาทิตยตอบรรยากาศ องคประกอบของบรรยากาศ ไดแก อุณหภูมิอากาศความดันอากาศ ความชื้น

อากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟาคะนอง พายุหมุนเขตรอน มรสุม การพยากรณอากาศ และการเปลี่ยนแปลง

ภมู ิอากาศของโลก

โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คน ขอ มูล การสงั เกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธบิ าย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยุกตใชในชีวิตประจำวัน เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมี
จิตวิทยาศาสตรคุณธรรมจริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและ
การใชง านเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมและปลอดภยั

ตัวช้ีวดั
ว ๒.๓ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗
ว ๒.๒ ม.๑/๑
ว ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗

รวมทง้ั หมด ๑๕ ตัวชี้วัด

๖๒

คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ว ๒๑๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๑ กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

ศกึ ษาแนวคดิ เชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะทจ่ี ำเปน ตอการแกป ญหา ขนั้ การแกปญหา การ
เขียนรหัสลำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงายที่มีการใชงานตัวแปร เงื่อนไข
และการวนซ้ำ เพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิ การประมวลผล
ขอมูล การสรางทางเลอื กและประเมนิ ผลเพื่อตัดสนิ ใจซอฟตแวรและบริการบนอินเทอรเน็ตที่ใชในการจัดการ
ขอมูล โดยใชแนวทางการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภัย การจัดการอัตลักษณการพิจารณาความ
เหมาะสมของเนือ้ หา ขอ ตกลงและขอ กำหนด การใชสอื่ และแหลง ขอ มูล

เพื่อนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญหา ไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการ
แกปญ หาในชวี ติ จรงิ รวบรวมขอ มลู และสรา งทางเลอื ก ในการตัดสนิ ใจไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพ และตระหนักถึง
การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย เกิดประโยชนตอการเรียนรู และไมสรางความเสียหายใหแก
ผูอืน่

ตวั ช้วี ดั

ว ๔.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔

รวมท้ังหมด ๔ ตัวช้ีวัด

๖๓

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร ๓ กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต

ศึกษา วิเคราะห สำรวจ สังเกต สืบคนขอ มูล อธิบาย โครงสรางและหนา ที่การทำงานของโดยใช
แบบจำลอง ตระหนักถึงความสำคัญและบอกแนวทางการดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจ ระบบขับถาย
ระบบสืบพันธุของมนุษยและสัตว รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย อธิบายผลของฮอรโมนเพศรวมท้ัง
ตระหนกั ถงึ การเปลี่ยนแปลง ดูแล รักษารางกายและจติ ใจเมื่อเขา สูวัยรนุ ไดเหมาะสม อธบิ ายการตกไข การมี
ประจำเดือนการปฏิสนธิ การพัฒนาของไซโกตจนคลอดเปนทารก เลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม ตระหนักถึง
ผลกระทบของการต้ังครรภก อนวยั อันควร โดยการประพฤติตนใหเหมาะสม อธิบายการแยกสารผสมโดยการ
ระเหยแหง การตกผลึก การกลั่นอยางงาย โครมาโทกราฟแบบกระดาษ การสกัดดวยตัวทำละลายโดยใช
หลักฐานเชิงประจักษนำวิธีการแยกสารไปใชแกปญหาในชีวิตประจำวันโดยบูรณาการวิทยาศาสตร
คณิตศาสตรเทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร พยากรณการเคลื่อนที่ของวัตถุ ที่เปนผลของแรงลัพธที่เกิดจาก
แรงหลายแรงท่ีกระทำตอวัตถุในแนวเดียวกัน จากหลกั ฐานเชิงประจักษ เขยี นแผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธ
ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำตอวัตถุในแนวเดยี วกัน ออกแบบการทดลองและทดลองดวยวิธที ี่เหมาะสมใน
การอธิบายปจจัยที่มีผลตอความดันของของเหลว ออกแบบ ทดลอง อธิบาย เลือกวิธีการแยกสารผสมวธิ ตี าง
ๆ ไดเหมาะสมโดยใชหลักฐานเชิงประจักษ และนำวิธีการแยกสารไปแกปญหาในชีวิตประจำวัน อธิบายชนิด
ของตัวละลาย ตัวทำละลาย อณุ หภมู ทิ ี่มีผลตอสภาพการละลายได ผลของความดันท่มี ีตอ สภาพละลายไดของ
สารโดยใชสารสนเทศ สามารถเตรียมสารในหนว ยความเขมขนตาง ๆ ได ตระหนักถงึ ความสำคัญการนำความ
เขม ขนไปใชในชีวติ ประจำวนั อยางถกู ตอ งเหมาะสม

โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสบื เสาะหาความรู การสบื คน ขอ มูล การสังเกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธิบาย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยกุ ตใชในชีวิตประจำวัน

เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย

ตัวชีว้ ดั
ว ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐,
ม.๒/๑๑, ม.๒/๑๒, ม.๒/๑๓, ม.๒/๑๔, ม.๒/๑๕, ม.๒/๑๖, ม.๒/๑๗
ว ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖
ว ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐,
ม.๒/๑๑, ม.๒/๑๒, ม.๒/๑๓, ม.๒/๑๔, ม.๒/๑๕

รวมท้ังหมด ๓๘ ตวั ชวี้ ัด

๖๔

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ว ๒๒๑๐๒ เทคโนโลยีและการออกแบบ ๒ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

ศึกษาสาเหตหุ รอื ปจ จัยตาง ๆ ท่ีทำใหเ ทคโนโลยมี กี ารเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ประเภทของเทคโนโลยี
ผลกระทบตอชีวิตสังคมและสิง่ แวดลอ ม การเปรียบเทียบขอดี ขอเสีย และตัดสินใจ ปญหาหรือความตองการ
ในชุมชนหรือทองถิ่น การระบุปญหา การเลือกใชขอมูล การออกแบบแนวทางการแกปญหา การกำหนด
ขนั้ ตอนระยะเวลาในการทำงาน คุณสมบัติของวัสดแุ ตละประเภท การสรางชน้ิ งาน

โดยใชกระบวนทางเทคโนโลยี การคนหาสาเหตุของปจจัยตางๆ ที่ทำใหเทคโนโลยมี ีการเปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลาวเิ คราะหเ ปรียบเทยี บขอดี ขอ เสยี และตดั สนิ ใจเลือกใชเทคโนโลยแี ตละประเภทใหเหมาะสม ระบุ
ปญหาหรือความตองการในชุมชนหรือทองถิ่น สรุปกรอบของปญหา รวบรวม วิเคราะหขอมูลและแนวคิดท่ี
เกี่ยวของกับปญหา ตัดสินใจเลือกขอมูลที่จำเปน โดยคำนึงถึงเง่ือนไขและทรัพยากร แนวทางการแกปญหาที่
เหมาะสม ออกแบบแนวทางการแกปญหา การกำหนดขั้นตอนระยะเวลาในการทำงานกอนดำเนินการ
แกป ญหา ทดสอบและประเมินผลเปนการตรวจสอบชน้ิ งาน นำเสนอผลงาน การสรางชนิ้ งาน การออกแบบ
อลั กอรทิ มึ
เพื่อใหสามารถแกปญหาหรือพัฒนางานอยางมีความคิดสรางสรรคดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลอื กใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบตอชวี ิต สงั คม และส่ิงแวดลอ ม

ตวั ช้ีวัด
ว ๔.๑ ม.๒/๑,ม.๒/๒,ม.๒/๓,ม.๒/๔,ม.๒/๕

รวมท้ังหมด ๕ ตวั ชวี้ ดั

๖๕

คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน

ว ๒๒๑๐๓ วิทยาศาสตร ๔ กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนวยกิต

ศึกษา วิเคราะห ออกแบบ เขียนแผนภาพ อธิบาย ผลของแรงทีกระทำตอวัตถุ แรงลัพธที่เกิดจาก
แรงหลายแรงกระทำตอวัตถุในแนวเดียวกัน ความดันของของเหลว แรงพยุงและการจมลอยของวัตถุใน
ของเหลว แรงที่กระทำตอวัตถใุ นของเหลว แรงเสียดทานสถิต แรงเสียดทานจลนจากหลักฐานเชิงประจักษ
ตระหนักถึงประโยชนของความรูเร่ืองแรงเสยี ดทาน โดยวิเคราะหสถานการณปญหา และขอเสนอแนะวิธีลด
เพิ่มแรงเสียดทานท่ีเปนประโยชนตอการทำกิจกรรมในชีวติ ประจำวัน อธิบายโมเมนตของแรงเมื่อวัตถุอยใู น
สภาพสมดุลตอการหมุน เปรียบเทียบแหลงของสนามแมเหล็ก สนามไฟฟา และสนามโนมถวง และทิศทาง
ของแรงท่ีกระทำตอวัตถุ อธิบายและคำนวณอัตราเร็ว และความเร็วของการเคล่ือนที่ของวัตถุ เขียนแผนภาพ
การกระจดั และความเรว็ วิเคราะห ออกแบบ แปลความหมายขอมูล งานและกำลงั ท่ีเกิดจากแรงกระทำตอ
วัตถุ หลักการทำงานของเครื่องกล ประโยชนและการประยุกตใชในชีวิตประจำวัน พลังงานจลน พลังงาน
ศักยโนมถวง การถายโอนพลังงานโดยใชกฎอนุรักษพลังงานเปรียบเทียบ สรางแบบจำลอง อธิบาย
กระบวนการเกิด สมบัติ ประโยชน ผลกระทบการใชเชื้อเพลิง ตระหนักถึงผลการใช เสนอแนวทางการใช
เชือ้ เพลิงซากดกึ ดำบรรพ ขอ ดีขอจำกัดของพลงั งานทดแทนแตละประเภทจากการรวบรวม นำเสนอพลังงาน
ทดแทนทีเ่ หมาะสมในทองถ่นิ โครงสรา งโลก องคป ระกอบทางเคมี อธิบายกระบวนการผุพัง การกรอน การ
สะสมตัวของตะกอน อธิบายลักษณะชั้นดิน กระบวนการเกิดดิน ตรวจวัดสมบัติบางประการของดิน สราง
แบบจำลองอธิบายการใชน้ำ การนำเสนอแนวทางการใชน้ำอยางยั่งยืน ผลกระทบของน้ำทวม การกัดเซาะ
ชายฝง ดนิ ถลม หลมุ ยบุ แผนดนิ ทรุด

โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสบื เสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การวเิ คราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธิบาย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยกุ ตใชในชวี ติ ประจำวนั

เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีที่
เหมาะสมและปลอดภัย

ตวั ชี้วัด
ว ๒.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖
ว ๓.๒ ม. ๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘, ม.๒/๙, ม.๒/๑๐

รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวช้วี ดั

๖๖

คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

ว ๒๒๑๐๔ วทิ ยาการคำนวณ ๒ กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

ศกึ ษาแนวคดิ เชงิ นามธรรม การคัดเลอื กคณุ ลักษณะท่ีจำเปนตอการแกปญหา ขัน้ การแกปญหา การ
เขียนรหัสลำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงายที่มีการใชงานตัวแปร เงื่อนไข
และการวนซ้ำ เพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิ การประมวลผล
ขอมูล การสรางทางเลือกและประเมนิ ผลเพือ่ ตัดสินใจซอฟตแวรและบริการบนอินเทอรเนต็ ทีใ่ ชในการจดั การ
ขอมูล โดยใชแนวทางการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภัย การจัดการอัตลักษณการพิจารณาความ
เหมาะสมของเนื้อหา ขอตกลงและขอกำหนด การใชสื่อและแหลงขอมูล คาดการแนวโนมเทคโนโลยีที่จะ
เกดิ ขึน้ โดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปจ จัยทส่ี งผลตอการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี และวิเคราะหเ ปรียบเทียบ
ตัดสินใจเลือกใชเทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอชีวิต สังคมและสิ่งแวดลอม ระบุปญหา หรือ
ความตองการในชุมชน หรือทองถิ่นสรุปกรอบของปญหารวบรวมวิเคราะหขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของกับ
ปญ หาออกแบบวธิ ีการแกป ญหาโดยวเิ คราะหเปรียบเทียบและตดั สินใจเลือกขอมูลทจ่ี ำเปนภายใตเงื่อนไขของ
ทรัพยากรที่มีอยูนำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจวางแผนขั้นตอนการทำงานและการดำเนินการ
แกป ญหาอยางเปนข้ันตอนทดสอบประเมนิ ผล และอธิบายปญหาหรือขอ บกพรองท่เี กดิ ขนึ้ ภายใตกรอบเงื่อนไข
พรอมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแกไขและนำเสนอผลการแกปญหาใชความรูและทักษะเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ
เครื่องมือกลไกไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานไดอยางถูกตองเหมาะสมและปลอดภัย
ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาหรือการทำงานที่พบในชีวิตจริง การ
ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใชตรรกะ และฟงกชันในการแกปญหา อภิปรายองคประกอบและหลักการ
ทำงานของระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อประยุกตใชงานหรือแกปญหาเบื้องตน ใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภัย มคี วามรับผิดชอบ สรางและแสดงสิทธใิ นการเผยแพรผลงาน

เพื่อนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญหา ไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการ
แกปญ หาในชวี ิตจริง รวบรวมขอมลู และสรางทางเลอื ก ในการตัดสนิ ใจไดอยางมปี ระสิทธภิ าพ และตระหนกั ถึง
การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย เกิดประโยชนตอการเรียนรู และไมสรางความเสียหายใหแก
ผอู น่ื

ตัวชี้วดั

ว ๔.๒ ม.๒/๑,ม.๒/๒,ม.๒/๓,ม.๒/๔

รวมท้ังหมด ๔ ตัวชี้วดั

๖๗

คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร ๕ กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนวยกติ

ศึกษาอธิบาย ความสัมพันธขององคประกอบภายในระบบนิเวศ สรางแบบจำลองการถายทอด
พลงั งานในสายใยอาหาร การสะสมสารพษิ ของสง่ิ มีชวี ิตในหวงโซอาหาร ตระหนกั ถงึ ความสัมพนั ธของสิ่งมีชีวิต
และสิ่งแวดลอมในระบบนิเวศ โดยไมทำลายความสมดุลของระบบนิเวศ อธิบายความสัมพันธ ระหวางยีน ดี
เอ็นเอ และโครโมโซมดวยแบบจำลอง กระบวนการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม อธิบายการถายทอด
ลักษณะทางพันธุกรรม จากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดียวท่ีแอลลีลเดนขมแอลลีลดอยไดอยางสมบูรณ
อธิบายการเกิดจีโนไทปและฟโนไทปของลูกและคำนวณอัตราสวนการเกิดจีโนไทปและฟโนไทปของรุนลูก
อธิบายความแตกตางของการแบงเซลลแบบไมโทซิสและไมโอซิส บอกไดวาการเปลี่ยนแปลงของยีนหรือ
โครโมโซมอาจทำใหเกิดโรคทางพันธุกรรมพรอมทั้งยกตัวอยางโรคทางพันธุกรรม ตระหนักถึงโรคทาง
พันธุกรรมเพื่อรูจักซึ่งการวางแผนกอนแตงงานและมีบุตร ศึกษาความหลากหลายของพืชและสัตวในทองถ่ิน
ส่งิ แวดลอ มทางชีวภาพในทองถ่นิ ทำใหส่ิงมชี ีวิตดำรงชวี ิตอยูไ ดอยางสมดลุ ประโยชนของเทคโนโลยีชีวภาพที่มี
ตอการดำรงชีวิตของมนุษยและสิ่งแวดลอม ความสัมพันธขององคประกอบภายในระบบนิเวศ
ทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อธิบายสมบัติของสารทางกายภาพ การใช
ประโยชน ตระหนักถึงคุณคาเสนอแนะแนวทางการใชวัสดุประเภทพอลิเมอร เซรามิกส และวัสดุผสม อยาง
ประหยัดและรูคุณคา อธิบายการเกิดปฏิกิริยาเคมี การจัดเรียงตัวของอะตอมใหม อธิบายกฎทรงมวลโดยใช
หลักฐานเชิงประจักษ วิเคราะหปฏิกิริยาการดูดคายพลังงาน ปฏิกิริยาการเกิดสนิมเหล็ก ปฏิกิริยากรดกับ
โลหะ ปฏิกริ ยิ ากรดกับเบส การเผาไหม การสงั เคราะหแสง การเกดิ ฝนกรด โดยใชห ลกั ฐานเชิงประจักษ และ
สารสนเทศ ออกแบบการแกปญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี โดยบูรณาการวิทยาศาสตร
คณิตศาสตร เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตร

โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คน ขอ มูล การสังเกต การวิเคราะห การทดลอง การอภิปรายการอธิบาย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพ่ือเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยกุ ตใ ชในชวี ิตประจำวัน

เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีจิตวิทยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภยั
ตวั ชว้ี ดั

ว ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ว ๑.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐,

ม.๓/๑๑
ว ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘
รวมทง้ั หมด ๒๕ ตวั ชีว้ ดั

๖๘

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว ๒๓๑๐๓ เทคโนโลยแี ละการออกแบบ ๓ กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนวยกิต

ศกึ ษาสาเหตหุ รอื ปจ จัยตา ง ๆ ทท่ี ำใหเ ทคโนโลยมี กี ารเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ประเภทของเทคโนโลยี
ผลกระทบตอชีวิตสังคมและสิ่งแวดลอม การเปรียบเทียบขอดี ขอเสีย และตัดสินใจ ปญหาหรือความตองการ
ในชุมชนหรือทองถิ่น การระบุปญหา การเลือกใชขอมูล การออกแบบแนวทางการแกปญหา การกำหนด
ข้ันตอนระยะเวลาในการทำงาน คุณสมบตั ิของวสั ดุแตล ะประเภท การสรางชิ้นงาน

โดยใชกระบวนทางเทคโนโลยี การคนหาสาเหตุของปจจัยตางๆ ที่ทำใหเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลาวเิ คราะหเปรียบเทียบขอดี ขอ เสีย และตดั สนิ ใจเลอื กใชเทคโนโลยีแตละประเภทใหเหมาะสม ระบุ
ปญหาหรือความตองการในชุมชนหรือทองถิ่น สรุปกรอบของปญหา รวบรวม วิเคราะหขอมูลและแนวคิดท่ี
เกี่ยวของกับปญหา ตัดสินใจเลือกขอมูลที่จำเปน โดยคำนึงถึงเงื่อนไขและทรัพยากร แนวทางการแกปญหาท่ี
เหมาะสม ออกแบบแนวทางการแกปญหา การกำหนดขั้นตอนระยะเวลาในการทำงานกอนดำเนินการ
แกป ญ หา ทดสอบและประเมินผลเปนการตรวจสอบช้นิ งาน นำเสนอผลงาน การสรา งช้นิ งาน การออกแบบ
อลั กอริทมึ
เพื่อใหสามารถแกปญหาหรือพัฒนางานอยางมีความคิดสรางสรรคดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลอื กใชเทคโนโลยีอยา งเหมาะสมโดยคำนงึ ถึงผลกระทบตอชวี ติ สังคม และสง่ิ แวดลอ ม

ตวั ชี้วัด
ว ๔.๑ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕

รวมท้ังหมด ๕ ตัวช้ีวัด

๖๙

คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ว ๒๓๑๐๓ วทิ ยาศาสตร ๖ กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนวยกติ

ศึกษา วิเคราะห เขียนกราฟความสัมพันธระหวา งความตางศักย กระแสไฟฟา ความตา นทานไฟฟา
โดยใชสมการจากหลักฐานเชิงประจกั ษ ใชโวลตม ิเตอร แอมมิเตอรวัดปริมาณทางไฟฟาได เขียงวงจรการตอ
วงจรแบบอนุกรม และแบบขนาน บรรยายการทำงานชิ้นสวนอิเล็กทรอนิกสอยางงายในวงจร คำนวณคา
พลังงานไฟฟาของเครื่องใชไฟฟา ในบาน ตระหนกั ในคุณคาการเลือกใช การเสนอวธิ ีการใชเคร่ืองใชไฟฟาอยาง
ประหยดั และปลอดภยั สรา งแบบจำลอง อธิบายการเกดิ คลื่น สว นประกอบคล่ืน คล่ืนแมเหล็กไฟฟาสเปกตรัม
คลื่นแมเหล็กไฟฟาจากขอมูลที่รวบรวม ตระหนักถึงอันตราย นำเสนอการใชประโยชนจากคลื่นแมเหล็กใน
ชีวิตประจำวัน ออกแบบทดลอง อธิบายกฎสะทอนของแสง เขียนแผนภาพการหักเหของแสงผานตัวกลาง
ตาง ๆ เขียนแผนภาพการเคลื่อนที่ของแสงแสดงการเกิดภาพจากเลนสบาง เขียนแผนภาพ การเคลื่อนที่ของ
แสงแสดงการเกิดภาพของทัศนอปุ กรณและเลนสต า อธิบายผลของความสวางที่มตี อดวงตาจากขอมูลที่สืบคน
วัดความสวางโดยอุปกรณวัดความสวางแสง ตระหนักในคุณคาของความรูเรื่องแสงที่มีผลตอดวงตา โดย
วิเคราะหสถานการณปญหาและเสนอแนะการจัดความสวางใหเหมาะสมในการทำกิจกรรมตา ง ๆ อธิบายการ
โคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทิตยดวยแรงโนมถวง สรางแบบจำลองที่อธิบายการเกิดฤดูและการเคลื่อนท่ี
ปรากฏของดวงอาทิตย สรางแบบจำลองทีอ่ ธบิ ายการเกิดขา งขึน้ ขางแรม การเปลี่ยนเวลาการขึ้นและตกของ
ดวงจันทร และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง การใชประโยชนของเทคโนโลยีอวกาศและความกาวหนาที่รวบรวมได
วิเคราะหสาเหตหุ รอื ปจจยั ทีส่ งผลตอการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี

โดยอาศัยการจัดการเรียนการสอนที่มีการเรียนรู โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร
กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอ มูล การสงั เกต การวิเคราะห การทดลอง การอภปิ รายการอธบิ าย
และสรุป และใชกระบวนการการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อเนนใหผูเรียนปฏิบัติและเผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำความรูไป
ประยุกตใ ชใ นชีวิตประจำวนั

เห็นคุณคาและตระหนักในการนำความรูไปใชประโยชนในชวี ิตประจำวันมีจิตวทิ ยาศาสตรคุณธรรม
จริยธรรมปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอวิทยาศาสตรและการใชงานเทคโนโลยีท่ี
เหมาะสมและปลอดภัย
ตัวชว้ี ัด

ว ๒.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐,
ม.๓/๑๑, ม.๓/๑๒, ม.๓/๑๓, ม.๓/๑๔, ม.๓/๑๕, ม.๓/๑๖, ม.๓/๑๗, ม.๓/๑๘, ม.๓/๑๙,
ม.๓/๒o, ม.๓/๒๑

ว ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔

รวมท้งั หมด ๒๕ ตัวชว้ี ัด

๗๐

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

ว ๒๓๑๐๔ วิทยาการคำนวณ ๓ กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนวยกติ

ศกึ ษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคดั เลอื กคณุ ลักษณะทจ่ี ำเปนตอการแกปญหา ขนั้ การแกปญหา การ
เขียนรหัสลำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงายที่มีการใชงานตัวแปร เงื่อนไข
และการวนซ้ำ เพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรหรือวิทยาศาสตร การรวบรวมขอมูลปฐมภูมิ การประมวลผล
ขอมูล การสรางทางเลอื กและประเมนิ ผลเพือ่ ตัดสนิ ใจซอฟตแวรและบริการบนอินเทอรเนต็ ที่ใชในการจดั การ
ขอมูล โดยใชแนวทางการใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศใหปลอดภัย การจัดการอัตลักษณการพิจารณาความ
เหมาะสมของเนื้อหา ขอตกลงและขอกำหนด การใชสื่อและแหลงขอมูล คาดการแนวโนมเทคโนโลยีที่จะ
เกดิ ขน้ึ โดยพจิ ารณาจากสาเหตุหรือปจ จยั ที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวเิ คราะหเ ปรียบเทียบ
ตัดสินใจเลือกใชเทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอชีวิต สังคมและสิ่งแวดลอม ระบุปญหา หรือ
ความตองการในชุมชน หรือทองถิ่นสรุปกรอบของปญหารวบรวมวิเคราะหขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของกับ
ปญหาออกแบบวิธีการแกปญหาโดยวิเคราะหเ ปรียบเทียบและตดั สนิ ใจเลือกขอมูลท่จี ำเปนภายใตเง่ือนไขของ
ทรัพยากรที่มีอยูนำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจวางแผนขั้นตอนการทำงานและการดำเนินการ
แกปญ หาอยา งเปนข้นั ตอนทดสอบประเมินผล และอธบิ ายปญหาหรอื ขอ บกพรองท่เี กิดขึน้ ภายใตกรอบเงื่อนไข
พรอมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแกไขและนำเสนอผลการแกปญหาใชความรูและทักษะเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ
เครื่องมือกลไกไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสเพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานไดอยางถูกตองเหมาะสมและปลอดภัย
ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาหรือการทำงานที่พบในชีวิตจริง การ
ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใชตรรกะ และฟงกชันในการแกปญหา อภิปรายองคประกอบและหลักการ
ทำงานของระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อประยุกตใชงานหรือแกปญหาเบื้องตน ใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา งปลอดภัย มคี วามรบั ผิดชอบ สรางและแสดงสทิ ธใิ นการเผยแพรผลงาน

เพื่อนำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแกปญหา ไปประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการ
แกป ญ หาในชวี ติ จริง รวบรวมขอ มลู และสรางทางเลอื ก ในการตัดสินใจไดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ และตระหนกั ถึง
การใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย เกิดประโยชนตอการเรียนรู และไมสรางความเสียหายใหแก
ผูอนื่
ตัวช้ีวดั

ว ๔.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔

รวมท้ังหมด ๔ ตัวช้ีวดั

๗๑

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว ๒๐๒๐๑ โครงงานพ้ืนฐาน ๑ กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ ๑-๓ ภาคเรียนที่ - เวลา ๒๐ ชั่วโมง ภาคเรียน จำนวน/๐.๕ หนวยกิต

ศกึ ษาวิเคราะห ความหมายและคุณคาของการทำโครงงาน ประเภทของโครงงาน วธิ ดี ำเนินการทำ
โครงงาน ศึกษาวิเคราะหและอภิปรายตัวอยางโครงงานเกี่ยวกับ ชื่อเรื่อง บทคัดยอ การออกแบบการทดลอง
การอภิปรายและสรุปผล การเขียนเอกสารอางอิง แนวคิดในการดัดแปลง ขยาย เพิ่มเติม จากโครงงานที่ได
ศึกษา ศึกษาปญ หาจากสถานการณภายในชุมชน สงั คมท่นี ักเรียนอยูอาศยั รวมกันวิเคราะหส ภาพปญหา ที่มา
และวธิ ีการแกไขปญ หา นำมาสกู ารคดั เลือกปญ หาเพื่อทำโครงงาน

กำหนดปญหา สืบคนขอมูล และเสนอแนวทางแกปญหาในเรื่องที่สนใจเปนพิเศษ ตั้งคำถาม
สมมตฐิ าน และตวั แปร นำเสนอเคา โครงของโครงงานท่ีผา นการพจิ ารณาภายในกลุม

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะในการจัดทำโครงงาน มีความคิดระดับสูง สามารถเสนอเคา
โครงโครงงาน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึงประสงคเ ห็นคุณคาและตระหนักในการ
นำความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอการทำ
โครงงาน มีจรรยาบรรณในการทำวิจยั และการใชงานเทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมและปลอดภยั

ผลการเรียนรู
๑. อธบิ ายความหมาย คณุ คา และประเภทของโครงงาน
๒. ศกึ ษาสถานการณร อบตัวนำไปสูก ารระบุปญ หา
๓. วเิ คราะหสภาพปญ หา ทม่ี า และวธิ กี ารแกไขปญ หา
๔. คัดเลอื กหัวขอโครงงาน กำหนดปญ หา ตัง้ คำถาม สมมติฐาน และตัวแปรไดอยางถูกตอง
๕. สืบคนขอมูล วิเคราะห และจดั กระทำขอมลู ใหอยูในรปู สารสนเทศ
๖. จดั ทำและนำเสนอเคา โครงของโครงงาน
๗. มจี ิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มทีพ่ งึ ประสงค ในการทำโครงงาน

รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรยี นรู

๗๓

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ว ๒๐๒๐๒ โครงงานพ้ืนฐาน ๒ กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ ๑-๓ ภาคเรยี นท่ี - เวลา ๒๐ ชวั่ โมง ภาคเรยี จำนวน/๐๐.๕ หนว ยกติ

ศึกษาคนควาเอกสาร จากแหลงขอมูลตำรา ออนไลน หรือรูปแบบอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับโครงงาน
ของตนเอง และประเมนิ ความนาเชื่อถือของขอมลู ที่ได คัดเลือกขอมูลที่สำคัญตามลำดับ นำขอมูลมาอางอิงใน
การทำโครงงาน โดยมีการอางอิงในเนื้อความและบรรณานุกรมตามวิธีการตางๆ ตามหลักของการอางอิงและ
การเขยี นบรรณานุกรม เขยี นบทนำโครงงานตามหัวขอ ทกี่ ำหนด โดยยึดเคาโครงยอ โครงงานทผ่ี านการนำเสนอ
ขอมูล รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวของกับการทำโครงงาน เขียนวิธีการดำเนินงานโครงงาน ออกแบบขั้นตอนการ
ทำงาน ระบุวัสดุอุปกรณ และเครื่องมือที่ใชในการทำโครงงาน จัดทำเครื่องมือหรือเอกสารที่ใชในการเก็บ
รวบรวมขอมูล

มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ อันไดแก ๓R ๘C โดยR คือ Reading-อานออก, (W)Riting-เขียนได,
(A)Rithmatic-มีทักษะในการคำนวณ ๘C คือ Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคดิ
วิเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณ และแกไขปญหาได Creativity and Innovation : คิดอยางสรางสรรค
คิดเชงิ นวัตกรรม Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว มมือ การทำงานเปนทมี และภาวะ
ผูนำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการรูเทาทันส่ือ
Cross-cultural Understanding : ความเขาใจความแตกตางทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดขามวัฒนธรรม
Computing and ICT Literacy : ทักษะการใชคอมพิวเตอร และการรูเทาทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุค
ปจจุบันมีความสามารถดานคอมพิวเตอรแ ละเทคโนโลยีอยางมากหรือเปน Native Digital สวนคนรุนเกาหรือ
ผสู งู อายเุ ปรยี บเสมือนเปน Immigrant Digital แตเ ราตองไมอายท่ีจะเรยี นรูแมว าจะสงู อายุแลว ก็ตาม Career
and Learning Skills : ทกั ษะทางอาชีพ และการเรียนรู Compassion : มคี ุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บ
วินัย ซึ่งเปนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นตนทั้งหมด และเปนคุณลักษณะที่เด็กไทยจำเปนตองมี
และทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ความสามารถ และความชำนาญในการคดิ เพ่อื คนหาความรู และการ
แกไขปญหา โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร อาทิ การสังเกต การวัด การคำนวณ การจำแนก การหา
ความสัมพันธระหวา งสเปสกบั เวลา การจัดกระทำ และสอ่ื ความหมายขอ มลู การลงความคดิ เห็น การพยากรณ
การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยาม การกำหนดตัวแปร การทดลอง การวิเคราะห และแปรผลขอมูล การ
สรุปผลขอ มลู ไดอยางรวดเรว็ ถูกตอ ง และแมนยำ

เพื่อใหเกิดความรูค วามเขาใจ ทักษะในการจัดทำโครงงาน มีความคิดระดับสูง สามารถเสนอโครง
โครงงาน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึงประสงคเห็นคุณคาและตระหนักในการนำ
ความรูไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันมีปฏิบัติตามขอตกลงตรงตามวัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอการทำ
โครงงาน มจี รรยาบรรณในการทำวจิ ัย และการใชงานเทคโนโลยที ่เี หมาะสมและปลอดภัย

๗๔

ผลการเรียนรู
๑. ศึกษาเอกสารและขอ มลู ที่เกี่ยวของเพื่อนำมาอา งอิงโครงงาน
๒. การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลจากการคน ควา
๓. การเขยี นอางองิ ในเน้ือความและบรรณานกุ รม
๔. การเขียนบทนำ และเอกสารทีเ่ กีย่ วของ
๕ .การเขียนวธิ ีการดำเนินงานโครงงานและวัสดุ อุปกรณ ท่ีใชใ นการทำโครงงาน
๖ .จัดทำเคร่อื งมือ เอกสารหรือตารางบันทึกผล ทใ่ี ชในการเก็บรวบรวมขอ มลู
รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรียนรู

๗๕

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ว ๒๐๒๐๓ โครงงานพืน้ ฐาน ๓ กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๑-๓ ภาคเรยี นท่ี - เวลา ๒๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน ๐.๕ หนว ยกติ

ลงมือปฏิบัติการทำโครงงานตามขั้นตอนที่ไดวางแผนไว บันทึกผลการทำงาน และเก็บรวบรวมขอมูล
สามารถนำขอมูลที่ไดมาวิเคราะหและจัดกระทำอยูในรูปแบบขอมูลสารสนเทศ และนำขอมูลสารสนเทศมา
สรปุ ผล และอภิปรายผลไดอยา งถกู ตอ งเหมาะสม นำไปสูการเขยี นรายงานผล และสรปุ ผลการทำโครงงานและ
มีการนำเสนอผลงานโครงงานในรูปแบบของการอธิบายหรือรายงานดวยคำพูดหรือนิทรรศการดวยแผง
โครงงาน ผานการตอบขอซักถามเกี่ยวกับผลงานโครงงานของตนเองใหผูอื่นเขาใจได สะทอนผลการทำ
โครงงานและนำไปตอ ยอดสูโครงงานอ่นื ได

มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ อันไดแก ๓R ๘C โดยR คือ Reading-อานออก, (W)Riting-เขียนได,
(A)Rithmatic-มีทักษะในการคำนวณ ๘C คือ Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคดิ
วิเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณ และแกไขปญหาได Creativity and Innovation : คิดอยางสรางสรรค
คดิ เชิงนวตั กรรม Collaboration Teamwork and Leadership : ความรวมมอื การทำงานเปนทีม และภาวะ
ผูนำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการรูเทาทันสื่อ
Cross-cultural Understanding : ความเขาใจความแตกตางทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดขามวัฒนธรรม
Computing and ICT Literacy : ทักษะการใชคอมพิวเตอร และการรูเทาทันเทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุค
ปจจุบันมีความสามารถดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยอี ยางมากหรือเปน Native Digital สวนคนรุนเกาหรอื
ผูสงู อายุเปรยี บเสมือนเปน Immigrant Digital แตเราตองไมอายทจี่ ะเรียนรูแ มว า จะสูงอายแุ ลว ก็ตาม Career
and Learning Skills : ทักษะทางอาชพี และการเรียนรู Compassion : มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบยี บ
วินัย ซึ่งเปนคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะขั้นตนทั้งหมด และเปนคุณลักษณะที่เด็กไทยจำเปนตองมี
และทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ความสามารถ และความชำนาญในการคิด เพื่อคนหาความรู และการ
แกไขปญหา โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร อาทิ การสังเกต การวัด การคำนวณ การจำแนก การหา
ความสัมพนั ธร ะหวา งสเปสกับเวลา การจัดกระทำ และสือ่ ความหมายขอ มูล การลงความคดิ เหน็ การพยากรณ
การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยาม การกำหนดตัวแปร การทดลอง การวิเคราะห และแปรผลขอมูล การ
สรปุ ผลขอมูลไดอยางรวดเร็ว ถูกตอง และแมน ยำเพื่อใหเ กดิ ความรูความเขา ใจ ทักษะในการจัดทำโครงงาน มี
ความคิดระดับสูง สามารถเสนอเคาโครงโครงงาน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึง
ประสงคเ หน็ คณุ คา และตระหนักในการนำความรูไปใชป ระโยชนในชวี ิตประจำวันมีปฏบิ ัติตามขอตกลงตรงตาม
วัตถุประสงคมีคานิยมที่ดีตอการทำโครงงาน มีจรรยาบรรณในการทำวิจัย และการใชงานเทคโนโลยีที่
เหมาะสมและปลอดภัย

ผลการเรยี นรู

๗๖

๑. ปฏิบตั กิ ารทำโครงงานตามขนั้ ตอนที่ไดว างแผนไว
๒. บันทกึ ผลการทำงาน และเก็บรวบรวมขอมลู
๓. นำขอ มูลท่ไี ดม าวิเคราะหและจดั กระทำอยูในรูปแบบขอมูลสารสนเทศ
๔. นำขอมลู สารสนเทศมาสรปุ ผล และอภปิ รายผลไดอ ยางถูกตองเหมาะสม
๕. เขียนรายงานผล และสรุปผลการทำโครงงาน
๖. นำเสนอผลงานโครงงานในรปู แบบของการอธบิ ายหรือรายงานดว ยคำพูดหรอื นทิ รรศการ
ดวยแผงโครงงาน
๗. ตอบขอซักถามเกีย่ วกบั ผลงานโครงงานของตนเองใหผ ูอ่ืนเขา ใจได
๘. สะทอ นผลการทำโครงงานและนำไปตอ ยอดสโู ครงงานอ่ืนได
รวมทัง้ หมด ๘ ผลการเรยี นรู

๗๗

รายวิชาพ้ืนฐานกลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ระดบั ประถมศึกษา

รายวิชาพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวชิ าเพ่มิ เติม จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๑๒๓๑ หนา ท่ีพลเมือง จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๒๒๓๒ หนาทพ่ี ลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๓๒๓๓ หนา ทพ่ี ลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๔๒๓๔ หนา ท่ีพลเมอื ง จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๕๒๓๕ หนา ที่พลเมือง ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน
ส๑๖๒๓๖ หนา ที่พลเมือง
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
รายวิชาพนื้ ฐาน จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนวยกิต
ส๒๑๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนวยกิต
ส๒๑๑๐๓ สงั คมศึกษา จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ส๒๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ส๒๒๑๐๓ สังคมศกึ ษา จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว ยกิต
ส๒๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว ยกิต
ส๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๑๑๐๒ ประวัติศาสตร จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๒๑๐๔ ประวัตศิ าสตร จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร
ส๒๓๑๐๔ ประวตั ิศาสตร

๗๘

รายวชิ าเพ่มิ เติม จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวยกิต
ส๒๑๒๓๑ หนา ทพ่ี ลเมือง จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนวยกติ
ส๒๑๒๓๒ หนาทพ่ี ลเมือง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวยกิต
ส๒๒๒๓๓ หนาทพ่ี ลเมือง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวยกิต
ส๒๒๒๓๔ หนาทพ่ี ลเมอื ง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว ยกติ
ส๒๓๒๓๕ หนา ท่ีพลเมือง จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวยกิต
ส๒๓๒๓๖ หนา ที่พลเมือง

๗๙

คำอธิบายรายวชิ า

ส ๑๑๑๐๑ กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

…………………………………………………………………………………………………

สังเกต ศึกษาคนควา รวบรวมขอมูล อภิปราย ความหมาย ความสำคัญ องคประกอบเบื้องตนของ

ศาสนา ประโยชน ประวัติ ศาสดาของศาสนา สรุปใจความสำคัญของคัมภีร ความคิดหลักของศาสนา สรุป

หลักจริยธรรม การบำเพ็ญประโยชน วิธีปฏิบัติ การใชภาษาเกี่ยวกับศาสนพิธี พิธีกรรมในวันสำคัญ ฝก

ปฏิบัตกิ ารบริหารจิต การเจริญปญญาเบ้อื งตน เปรยี บเทยี บ การทำความดี ปฏบิ ัติตนตามคำแนะนำ รวบรวม

ขั้นตอน ของศาสนพิธี คุณลักษณะของการเปนพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตยมีความรับผิดชอบ ความ

ซอื่ สัตย ความกลา หาญ ความเสียสละ การเคารพสทิ ธิและหนา ท่ี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถน่ิ การแกป ญหา

ความขัดแยงในครอบครวั กฎ กตกิ า ความหมาย ความสำคญั ของรัฐธรรมนญู ประโยชนของรายรับ-รายจาย

ตนทุนผลประโยชนที่ไดรับทรัพยากรในทองถิ่น ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของครอบครัวและชุมชน การ

ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินคาและบริการ ในชีวิตประจำวัน ลักษณะทางกายภาพของบาน โรงเรียน และชุมชน

องคประกอบของ แผนผัง การเขียนแผนที่เบื้องตนอยางงาย ทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและ

กัน ผลเสียการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอมทางสังคม การสรางสรรค สิ่งแวดลอม การอนุรักษ

สิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ และทางสังคม โดยใชกระบวนการทางสังคม กระบวนการสืบคน กระบวนการกลุม

และกระบวนการแกปญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี

คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต

สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเกิด

ประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยาง

ถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ส ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔
ส ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ ป.๑/๔
ส ๕.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๓ ตัวช้วี ดั

๘๐

คำอธบิ ายรายวชิ า

ส ๑๒๑๐๑ กลุม สาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นประถมศึกษาปที่ ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

…………………………………………………………………………………………………

สังเกต ศกึ ษาคนควา การรวบรวมขอ มูล อภปิ ราย ความหมาย ความสำคญั องคประกอบเบื้องตนของ

ศาสนา ประวัติศาสนา ศาสดาของศาสนา คัมภีร และการใชภาษาของศาสนา รวบรวมหลักจริยธรรม การ

บำเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน และชุมชน หลักปฏิบัติการอยูรวมกันอยางเปนสุข ศาสนพิธี และ

พิธีกรรมในวันสำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญาเบื้องตน การทำความดีของบุคคลใน

ครอบครัว และโรงเรียน การปฏิบัติตนตามคำแนะนำเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรม คานิยมที่ดีงาม การเปน

พลเมืองดี ในสังคมประชาธิปไตย การยอมรับ การเคารพสิทธิ และหนาที่ของตนเอง เปนสมาชิกที่ดีของ

ครอบครัว สิทธิของบุคคลที่พึงไดรับการคุมครอง การขัดเกลาของสังคม คานิยม ความเชื่อ ประเพณี

วัฒนธรรม และภูมิปญญาของทองถิ่น ความสัมพันธของสมาชิกในครอบครัว บทบาทหนาที่ของตนเอง การ

แกปญหาความขัดแยง ขอตกลง กฎ กติกา ระเบียบในโรงเรียน ความหมาย และความสำคัญของรัฐธรรมนูญ

ประโยชนของรายรับ–รายจายของครอบครัว ตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของ

ชุมชน การซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินคาและบริการ ประโยชนของธนาคาร ภาษีที่เกี่ยวของในชีวิตประจำวัน

ลักษณะทางกายภาพ องคประกอบของแผนผังแผนท่ี ตำแหนง ระยะทิศทาง ทรัพยากรธรรมชาติรูคุณคา ของ

ธรรมชาติ การสรางสรรคสิ่งแวดลอมทางสังคม การเปรียบเทียบประชากรกับสิ่งแวดลอม การฝกสังเกตส่ิง

ตา งๆรอบตัว โดยใชก ระบวนการสงั คม กระบวนการสืบคน กระบวนการกลมุ กระบวนการแกปญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี

คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต

สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเกิด

ประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยาง

ถกู ตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั

ส ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗

ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒

ส ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

ส ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒

ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒

ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตัวชีว้ ดั

๘๑

คำอธบิ ายรายวิชา

ส ๑๓๑๐๑ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

…………………………………………………………………………………………………

สังเกต ศึกษาคนควา รวบรวมขอมูล อภิปราย แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสำคัญความหมาย

ความสำคัญ องคป ระกอบของศาสนา ประโยชน ประวตั ิศาสดาของศาสนา ภาษา ที่ใช

ในคัมภีรของศาสนาที่ตนนับถือ หลักจริยธรรมในการพัฒนาตน การบำเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน

วิธปี ฏบิ ัตเิ ก่ียวกบั ศาสนพธิ ี พธิ กี รรมในวนั สำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญ ญา สติ สัมปชัญญะ

ความรำลึกได ความรูตัว ชื่นชมการทำความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรียน ศีลธรรม จริยธรรม

คานิยมที่ดีงาม การเปนพลเมืองดีในสังคม ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิและหนาท่ีของ ตนเอง บทบาทสิทธิ

เสรภี าพ หนา ที่ สถานภาพ สทิ ธิของบคุ คลที่พึงไดรับการคุม ครอง

การขดั เกลาของสงั คม คา นยิ ม ความเช่อื ประเพณี การอนุรกั ษวัฒนธรรม และภมู ิปญ ญา ของทองถิ่น

การสรางความดี การแกป ญหาความขดั แยง กฎ กตกิ า ระเบยี บในชุมชน ความสำคญั ของกฎหมายรฐั ธรรมนูญ

รายรบั –รายจา ย ผลประโยชนท ี่ผบู ริโภคไดรบั การตัดสนิ ใจเลอื กอยางเหมาะสม ระบบเศรษฐกจิ พอเพียง อาชีพ

ในชุมชนการแลกเปลี่ยน สินคาและบริการความสำคัญของธนาคาร ภาษี ที่เกี่ยวของในชีวิตประจำวัน

องคประกอบทางกายภาพ ลักษณะ ความเกี่ยวของแผนผัง แผนที่ ตำแหนง ระยะทิศทาง เครื่องมือทาง

ภูมิศาสตร ทรัพยากรธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยกัน สิ่งแวดลอมทางสังคม การอนุรักษ การใชพลังงาน การ

ดูแลรักษาสิ่งแวดลอม การรูจักสังเกตสิ่งตางๆรอบตัว โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห

กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณแ ละแกปญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี

คุณลกั ษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่อื สตั ย มวี นิ ยั ใฝเ รยี นรู รักความเปน ไทย

มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนนิ ชวี ิตอยางสนั ติสขุ ในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรไู ปใช

ใหเกิดประโยชนโดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใช

กับชวี ติ ประจำวันไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ส ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ ,
ส ๕.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ ป.๓/๖

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ชวี้ ดั

๘๒

คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส ๑๔๑๐๑ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๔ เวลา ๘๐ ชั่วโมง

…………………………………………………………………………………………………

สงั เกต ศกึ ษาคน ควา อภปิ ราย ซกั ถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมลู สบื คน ขอมลู สรปุ ใจความ

สำคัญเก่ยี วกับความสำคญั ทางศาสนา และศาสดาของศาสนาพทุ ธ คมั ภีรท างศาสนาทต่ี นนับถอื หลักธรรมของ

ศาสนา การบริหารจิตและเจริญปญญา ชื่นชมการทำความดีของบุคลากรในสังคม แปลความหมายในคัมภีร

ศาสนาที่ตนนับถือ เสนอแนวทางการกระทำของตนเองและผูอื่นในฐานะพลเมืองดีของสังคม สิทธิเด็ก เพื่อ

ปองกันตัวเองและสังคม เปรียบเทียบความแตกตางของวัฒนธรรมในทอ งถิ่นการยอมรับคุณคาของกันและกัน

การรวมกลุมทั้งภาครัฐและเอกชน ชื่นชมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข

การรวมกลุมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาทองถิ่น อำนาจอธิปไตย ปฏิบัติตามกฎหมายในชีวิตประจำวัน

วิเคราะห ผูผลิต ผูบริโภค วิธีการของเศรษฐกิจ การหารายได การออม การลงทุน ผลผลิตทางดานเศรษฐกิจ

การตลาด การธนาคาร สถาบันการเงินอ่ืน ๆ ภาษีที่เกี่ยวขอ งในชีวิตประจำวัน การพึ่งพา การแขงขันทางดา น

เศรษฐกิจ ปรากฏการณต า ง ๆ

ใชแผนท่ีและภาพถา ยระบุลกั ษณะสำคญั ทางกายภาพ แหลงทรัพยากรและสิง่ ตา งๆในจังหวัด

ของตนเอง ความสัมพันธของสิ่งตางๆที่อยูในจังหวัด สภาพแวดลอมทางกายภาพที่สงผลตอการดำเนินชีวิต

การเปล่ียนแปลงสภาพแวดลอ มและผลทีเ่ กิดจากการเปลย่ี นแปลงน้นั และมีสวนรว มในการอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอม

ในจังหวัด โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญ

สถานการณและแกปญ หา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคใ นดานรักชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซื่อสัตย มีวินยั ใฝเ รียนรู รกั ความเปนไทย

มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลกสามารถนำความรูไปใชใหเกิด

ประโยชนโดยใชห ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใช

กับชีวติ ประจำวันไดอยา งถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ส ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๐ ตัวช้ีวัด

๘๓

คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

ส ๑๕๑๐๑ กลุม สาระการเรียนรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปรายสนทนาซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล สืบคน
ขอมลู สรปุ ใจความสำคัญเกยี่ วกับเร่อื งราวพ้ืนฐานเกย่ี วกับประวตั ศิ าสตรความสำคญั
ของศาสนา ศาสดา และคมั ภรี ทางศาสนาที่ตนนับถือ หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือเพ่ือเขาใจในการพัฒนา
ตนและสังคม ความหมาย การบริหารจิต และเจริญปญญา ชื่นชมการทำความดีของตนเองและบุคคลใน
สังคม และแนวปฏิบัติในการชื่นชม การทำความดีของบุคคลสำคัญกลุมเพื่อนประโยชน ของการบริหารจิต
และเจริญปญญาของศาสนาทีต่ นนับถือกระบวนการประชาธปิ ไตยในการทำงานรวมกันในครอบครัว โรงเรียน
ชุมชน การปฏิบัติตน ตามสิทธิ หนาที่ เสรีภาพในฐานะพลเมืองดีของประเทศ การดำเนินชีวิต ความแตกตาง
ของวัฒนธรรมในกลุมคนในภูมิภาคการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุข
โครงสรางการปกครองประเทศซึ่งมีทั้งสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่น เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ
ระหวางคนกับการปกครองประเทศ ความสำคัญ ในกฎหมายในชีวิตประจำวัน หนาที่ของผูผลิต และผูบริโภค
ความหมายของระบบสินเชื่อ ผลดีผลเสียตอภาวะ การเงินการเลือกของผูบริโภค ผลกระทบตอทรัพยากรที่มี
อยู ระบบสหกรณก ารบริหารทางดานเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงนิ ในทองถน่ิ การบริการตางๆ ของธนาคารและ
สถาบันการเงินในตางประเทศ ผูบริโภคผูยืมและนักธุรกิจการจัดหาแหลงรายไดของรัฐ ความ
เชย่ี วชาญ ชำนาญดานจำนวนปริมาณสนิ คา รวมทงั้ ท่ีผลิตการซ้ือมาทางเศรษฐกิจการใชแผนท่ีในทองถ่ินตางๆ
ลักษณะความแตกตาง ผลกระทบของสิง่ แวดลอ มทางสงั คม วฒั นธรรม วถิ ีชีวิตในภมู ิภาคตา ง ๆ ของไทย
กับสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ ผลกระทบจากการกระทำของมนุษยที่มีตอสิ่งแวดลอม การอนุรักษ
ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสมดุลในระบบนิเวศนโดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกปญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยา งสันตสิ ขุ ในสังคมไทย และสงั คมโลกสามารถนำความรูไ ปใชใหเกดิ ประโยชน
โดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปประยุกตใช กับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด

ส ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓, ป. ๕/๔
ส ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส.๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๕.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตัวชี้วัด

๘๔

ส ๑๖๑๐๑ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖
กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปรายสนทนาซักถาม แสดงความคิดเห็นรวบรวมขอมูลสืบคน
ขอมูลความสำคัญหลักธรรมพระรัตนตรัย ไตรสิกขา หลักธรรมโอวาท ๓ การทำความดีของบุคคลในประเทศ
การสวดมนต แผเมตตาของศาสนาที่ตนนับถือสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับพุทธประวัติตั้งแตปลงอายุสังขาร
จนถึงสังเวชนียสถาน ประวัติศาสดา ขอคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเลา ศาสนิกชนตัวอยาง ศาสนพิธี
สถานที่ในศาสนสถาน ศาสนิกชนท่ีดี ประโยชนของการเขา รว มในศาสนพธิ ี พิธกี รรม กจิ กรรมในวันสำคัญทาง
ศาสนา การบริหารจิตและเจริญปญญา วันสำคัญทางศาสนา การกระทำที่แสดงถึงคุณลักษณะของการเปน
พลเมอื งดีในสังคมประชาธิปไตย สิทธิเด็กท่ี พึงไดร บั การคุมครองตามสิทธมิ นุษยชนบทบาทหนาที่ความ
รับผิดชอบของตนเอง บรรทัดฐานทางสงั คมและวัฒนธรรม สัญลกั ษณเอกลกั ษณ คา นยิ ม ประเพณี วฒั นธรรม
ในทองถิ่นอำนาจอธิปไตยและการมีสวนรวมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กฎหมายใน
ชวี ิตประจำวัน การเลือกใชทรพั ยากรทีม่ ีผลกระทบตอสงิ่ แวดลอม การเพม่ิ รายไดเงินออมจากการลงทนุ สทิ ธิ
และการคุมครองผูบริโภค เศรษฐกิจพอเพียงระบบสหกรณ การบริหาร ดานการผลิต และการพึ่งพาทาง
เศรษฐกิจบทบาทการใชเงินและการบริการดานการเงินตางประเทศ การจัดเก็บภาษีการกูยืมเงินจาก
ตางประเทศ แผนที่ชนิดตางๆการกระทำที่สงผลดีและผลเสียตอสิ่งแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรมรวมท้ัง
ผลกระทบ จากการที่มนุษยเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอมในดานบวกและดานลบ การกระทำที่มีสวนชวย
แกป ญ หา และเสรมิ สภาพแวดลอ มในทองถิน่ โดยใชก ระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคดิ วิเคราะห กระบวนการ
กลุม กระบวนการเผชญิ สถานการณแ ละแกป ญ หา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวิตอยา งสันตสิ ขุ ในสังคมไทย และสังคมโลกสามารถนำความรูไปใชใหเ กดิ ประโยชน
โดยใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ส ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔
ส ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ชีว้ ดั

๘๕

คำอธิบายรายวิชา

กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวชิ าสังคมศึกษา รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๑

จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน จำนวน ๑.๕ หนว ยกิต ภาคเรียนที่ ๑

ศึกษาคนความูลเหตุ การเกิดศาสนา ความจำเปนที่ตองนับถือศาสนาและประโยชนของศาสนา
ศึกษาวิเคราะหประวัติความเปนมาเกี่ยวกับพุทธประวัติ หลักธรรมของพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ที่สำคัญ
ในประเทศไทย พิธีกรรมทางศาสนา ชีวิตและผลงานของพุทธสาวก บุคคลท่ีเปนแบบอยางทางศีลธรรม
ความหมายและประโยชนของสมาธพิ รอมแนวปฏิบัติ ศึกษาวิเคราะหสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพและ
หนาที่ของสมาชิกในครอบครัวและชุมชนในสังคมประชาธิปไตย ระบบการเมือง การปกครองตางๆ ใน
ปจ จุบัน และระบบการบรหิ ารราชการแผนดนิ ไทย ความเปน มาของรฐั ธรรมนูญฉบบั ปจจุบัน

โดยใชกระบวนการสรางความคิดรวบยอด กระบวนการทำงาน กระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการสืบคน สถานภาพ บทบาท สทิ ธิเสรภี าพและหนาท่ีในฐานะพลเมืองดีของสงั คมและประเทศ

รหสั ตวั ชีว้ ดั
ส. ๑.๑ ม.๑/๑ , ส. ๑.๑ ม.๑/๒ , ส. ๑.๑ ม.๑/๓ , ส. ๑.๑ ม.๑/๔ , ส. ๑.๑ ม.๑/๕ , ส. ๑.๑

ม.๑/๖
ส. ๑.๑ ม.๑/๗ , ส. ๑.๑ ม.๑/๘ , ส. ๑.๑ ม.๑/๙ , ส. ๑.๑ ม.๑/๑๐ , ส. ๑.๑ ม.๑/๑๑
ส. ๑.๒ ม.๑/๑ , ส. ๑.๒ ม.๑/๒ , ส. ๑.๒ ม.๑/๓ , ส. ๑.๒ ม.๑/๔ , ส. ๑.๒ ม.๑/๕
ส. ๒.๑ ม.๑/๑ , ส. ๒.๑ ม.๑/๒ , ส. ๒.๑ ม.๑/๓ , ส. ๒.๑ ม.๑/๔
ส. ๒.๒ ม.๑/๑ , ส. ๒.๒ ม.๑/๒ , ส. ๒.๒ ม.๑/๓

รวม ๒๓ ตัวชี้วัด

๘๖

คำอธบิ ายรายวิชา

กลุม สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวิชาสังคมศึกษา รหัสวชิ า ส ๒๒๑๐๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒
ภาคเรยี นที่ ๑
จำนวน ๖๐ ช่วั โมง/ภาคเรียน จำนวน ๑.๕ หนวยกิต

ศึกษาคนควาการเผยแผพระพุทธศาสนาเขาสูประเทศเพื่อบาน ความสำคัญของพระพุทธศาสนา
วิเคราะหความเปนมาเกี่ยวกับพุทธประวัติ ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกาและชาดก โครงสรางและ
สาระสังเขปของพระไตรปฎ ก วนั สำคญั ตา งๆ ทางพระพทุ ธศาสนา หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา และพุทธ
ศาสนสุภาษิต พธิ ีกรรมทางศาสนา การบรหิ ารจิตและการเจริญปญญาดวยอานาปานสติ หนาที่และมารยาท
ชาวพุทธ ศึกษาวิเคราะหส ถานภาพ บทบาท สทิ ธเิ สรีภาพและหนา ที่ในฐานะพลเมืองดีตามวิถปี ระชาธิปไตย
ศึกษาบทบาทความสำคัญและความสัมพนั ธของสถาบนั ทางสงั คม กระบวนการในการตรากฎหมาย ขาวสาร
ทางการเมอื งการปกครองท่มี ีผลกระทบตอสังคมไทยในปจจุบนั

โดยใชกระบวนการฝกปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสืบคน
กระบวนการเปรียบเทียบ กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิต กระบวนการขัดเกลาทางสังคม กระบวนการ
ประชาธปิ ไตย กระบวนการคดิ อยา งมีวิจารณญาณ

เพื่อใหเห็นคุณคาและความสำคัญของศาสนา เกิดศรัทธา สำนึกในความเปนไทย เห็นคุณคาของ
การบริหารจิต ตระหนักถึงคุณคาในการเปนพลเมืองดี ทำประโยชนแกสังคมและประเทศชาติ สถานภาพ
บทบาท สิทธิเสรภี าพและหนาทใ่ี นฐานะพลเมอื งดขี องสงั คมและประเทศ

รหสั ตวั ชี้วดั
ส. ๑.๑ ม.๒/๑ , ส. ๑.๑ ม.๒/๒ , ส. ๑.๑ ม.๒/๓ , ส. ๑.๑ ม.๒/๔ , ส. ๑.๑ ม.๒/๕ , ส. ๑.๑ ม.

๒/๖
ส. ๑.๑ ม.๒/๗ , ส. ๑.๑ ม.๒/๘ , ส. ๑.๑ ม.๒/๙ , ส. ๑.๑ ม.๒/๑๐ , ส. ๑.๑ ม.๒/๑๑
ส. ๑.๒ ม.๒/๑ , ส. ๑.๒ ม.๒/๒ , ส. ๑.๒ ม.๒/๓ , ส. ๑.๒ ม.๒/๔ , ส. ๑.๒ ม.๒/๕
ส. ๒.๑ ม.๒/๑ , ส. ๒.๑ ม.๒/๒ , ส. ๒.๑ ม.๒/๓ , ส. ๒.๑ ม.๒/๔
ส. ๒.๒ ม.๒/๑ , ส. ๒.๒ ม.๒/๒

รวม ๒๒ ตัวช้ีวดั

๘๗

คำอธบิ ายรายวิชา

กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวชิ าสงั คมศึกษา รหัสวชิ า ส ๒๓๑๐๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ ๓
ภาคเรียนท่ี ๑
จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนวยกติ

อธิบาย วิเคราะห ความสำคัญของพระพุทธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สังฆคุณและขอ
ธรรมในกรอบอริยสัจ ๔ การเผยแพรพระพุทธศาสนาสูประเทศตาง ๆ ทั่วโลก ประวัติวันสำคัญทางพุทธ
ศาสนา พุทธประวตั จิ ากพระพุทธรูปปางตาง ๆ ศาสนาทีต่ นนับถอื ทส่ี รา งสรรค อารยธรรมและความสงบสุข
แกโลก ชีวติ ชาวโลก

อภิปรายคุณคา ความสำคัญ ปฏิบัติตน เขารวมพิธีกรรมไดอ ยางถูกตอง เรียนรูการเผยแพรและ
ความสำคัญตอชาวโลก พุทธรูปปางตาง ๆ ประวัติพุทธสาวก-สาวิกา สังฆคุณพระรัตนตรัย อริสัจ ๔ พุทธ
สุภาษิต การบริหารจิต การปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม วันสำคัญและการแสดงตนเปนพุทธมามกะ
ของศาสนกิ ชนที่ดี วิธีการดำเนนิ ชวี ิตของศาสนิกชนในศาสนาอืน่ หลกั ธรรมทม่ี ีอทิ ธพิ ลตอ การดำเนนิ ชีวิตของ
ชาวโลก

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดาและปฏิบัติตนตามหลักธรรมและเปนศา
สนิกชนทด่ี ี ศรัทธายดึ มนั่ ธำรงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาอ่นื ใหอยรู วมกันอยางสนั ติสขุ

รหสั ตัวช้ีวดั
ส ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ส ๑.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗
ส ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕
ส ๒.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔

รวมท้ังหมด ๒๖ ตวั ช้ีวดั

๘๘

รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร คำอธบิ ายรายวิชา
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๑
รหัสวชิ า ส๑๑๑๐๒ กลุม สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภาคเรียนที่ ๑-๒
เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ป

ศกึ ษา ชอ่ื วนั เดอื น ป และการนับชว งเวลาตามปฏิทินท่ีใชในชีวิตประจำวัน เรยี งลำดับเหตุการณ
ในชีวิตประจำวันตามวันเวลาที่เกิดขึ้น ประวัติความเปนมาของตนเองและครอบครัวโดยสอบถามผูเกี่ยวของ
ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอม สิ่งของ เครื่องใช หรือการดำเนินชีวิตของตนเองกับสมัยของพอแม
ปูยา ตายาย เหตุการณที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีผลกระทบตอตนเองในปจจุบัน ความหมายและความสำคัญของ
สัญลักษณสำคัญของชาติไทย สถานที่สำคัญซึ่งเปนแหลงวัฒนธรรมในชุมชน สิ่งที่ตนรักและภาคภูมิใจใน
ทองถน่ิ

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชิญสถานการณแ ละแกปญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม
มีคุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู รักความ
เปน ไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถดำเนินชวี ิตอยา งสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก

ตวั ชีว้ ดั ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ส ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ส ๔.๓

รวม ๘ ตัวชี้วัด

๘๙

รายวิชา ประวัตศิ าสตร คำอธิบายรายวิชา
ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๒
รหสั วิชา ส๑๒๑๐๒ กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ภาคเรยี นที่ ๑-๒
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ป

ศึกษา วิเคราะห อธิบาย การใชคำระบเุ วลาทีแ่ สดงเหตกุ ารณในอดตี ปจจุบัน และอนาคต การลำดับ
เหตุการณ ที่เกิดขึ้นในครอบครัวหรือในชวงชีวิตของตนเอง โดยใชหลักฐานที่เกี่ยวของ การเปลี่ยนแปลงวิถี
ชีวิตประจำวันของคนในชุมชนของตนจากอดีตถึงปจจุบัน และผลกระทบที่เกิดข้ึนตอวิถีชีวิตของคนในชุมชน
บุคคลทที่ ำประโยชนตอ ทองถ่นิ หรือประเทศชาติ วฒั นธรรม ประเพณี และภูมปิ ญญาไทยท่ีภาคภูมิใจ และควร
อนรุ กั ษไว

โดยใชกระบวนการสืบคนขอมูล วิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการกลุม
กระบวนการทางสงั คม

เพอื่ ใหเ กดิ ความรู ความเขา ใจ สามารถใชว ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยาง
เปนระบบ ตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณตางๆ มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเปนไทย
สามารถดำเนนิ ชีวิตอยางสันตสิ ขุ ในสังคมไทยและสังคมโลก

ตวั ชวี้ ัด ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๔.๓

รวม ๖ ตัวช้วี ดั

๙๐

รายวชิ า ประวตั ิศาสตร คำอธิบายรายวชิ า
ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓
รหสั วิชา ส๑๓๑๐๒ กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภาคเรยี นท่ี ๑-๒
เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ป

ศึกษา วิเคราะห อธิบาย ลำดับเหตุการณสำคัญของโรงเรียนและชุมชน โดยระบุหลักฐานและ
แหลงขอมูลที่เกี่ยวของ การเทียบศักราชที่สำคัญตามปฏิทินที่ใชในชีวิตประจำวัน ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการตั้ง
ถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน ลักษณะที่สำคัญของขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน
ความเหมือนและความตางทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชุมชนอื่นๆ ระบุพระนามและอธิบายพระราช
กรณียกิจโดยสังเขปของพระมหากษัตรยิ ไทยท่ีเปนผูสถาปนาอาณาจักรไทย พระมหากษัตริยในรัชกาลปจจุบัน
และวีรกรรมของบรรพบรุ ษุ ไทยที่ปกปอ งประเทศชาติ

โดยใชกระบวนการสืบคนขอมูล วิธีการทางประวตั ิศาสตร กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการกลุม
กระบวนการทางสงั คม

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเ หตุการณตางๆ อยาง
เปนระบบ ตระหนักถึงความสำคัญของเหตกุ ารณต างๆ มีความรัก ความภูมิใจ และธำรงความเปนไทย สามารถ
ดำเนนิ ชวี ิตอยางสนั ตสิ ุขในสงั คมไทยและสังคมโลก

ตวั ช้วี ัด ป.๓/๑, ป.๓/๒
ส ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ส ๔.๓

รวม ๘ ตัวชวี้ ัด

๙๑

รายวิชา ประวัตศิ าสตร คำอธบิ ายรายวิชา
ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๔
รหัสวชิ า ส๑๔๑๐๒ กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภาคเรียนท่ี ๑-๒
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ป

ศึกษา วิเคราะห การนับชวงเวลาเปนทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ ยุคสมัยในการศึกษาประวัติ
ของมนุษยชาติโดยสังเขป ประเภทหลักฐานที่ใชในการศึกษาความเปนมาของทองถิ่น การตั้งหลักแหลงและ
พัฒนาการของมนุษยยุคกอนประวัติศาสตรและยุคประวัติศาสตรโดยสังเขป ยกตัวอยางหลักฐานที่พบใน
ทองถิ่นที่แสดงพัฒนาการของมนุษยชาติในดินแดนไทย พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัย ดานการเมืองการ
ปกครอง และเศรษฐกจิ โดยสังเขป ประวัตแิ ละผลงานของบุคคลสำคญั สมยั สโุ ขทยั ภูมิปญญาไทยที่สำคัญสมัย
สุโขทยั ที่นาภาคภูมใิ จและควรคา แกการอนุรักษ

โดยใชกระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณแ ละแกป ญหา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรยี นรู รักความเปน ไทย
มจี ติ สาธารณะ

ตัวช้ีวัด ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๔.๒
ส ๔.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓

รวม ๘ ตัวชวี้ ัด

๙๒

รายวิชา ประวตั ศิ าสตร คำอธิบายรายวชิ า
ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๕
รหัสวิชา ส๑๕๑๐๒ กลุมสาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ภาคเรียนที่ ๑-๒
เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ป

ศึกษา วิเคราะห อธิบาย ความเปนมาของทองถิ่นโดยใชหลักฐานและขอมูลจากแหลงตางๆ เพื่อใช
ตอบคำถามทางประวัติศาสตร ความแตกตางระหวางความจริงกับขอเท็จจริงเกี่ยวกับเร่ืองราวในทองถ่ิน อิทธิพล
ของอารยธรรมอินเดียและจีนที่มีตอไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต อิทธิพลของวัฒนธรรมตางชาติที่มีตอ
สงั คมไทยปจจบุ นั พฒั นาการของอาณาจักรอยธุ ยา และธนบรุ ี ปจ จยั ทส่ี งเสรมิ ความเจรญิ รงุ เรืองทางเศรษฐกิจ
และการปกครองของอาณาจักรอยุธยา ประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญสมัยอยุธยาและธนบุรีที่นา
ภาคภมู ใิ จ ภมู ปิ ญ ญาไทยท่สี ำคญั ในสมยั อยธุ ยาและธนบรุ ี ทนี่ าภาคภูมิใจ และควรคาแกการอนรุ ักษ

โดยใชกระบวนการสืบคนขอมูล วิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการกลุม
กระบวนการ ทางสังคม

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยาง
เปนระบบตระหนักถึงความสำคัญของเหตุการณตางๆ มีความรัก ความภาคภูมิใจ และธำรงความเปนไทย
สามารถดำเนินชีวติ อยา งสันติสขุ ในสงั คมไทยและสังคมโลก

ตัวชี้วดั
ส ๔.๑ป.๕/๑ป.๕/๒ป.๕/๓
ส ๔.๒ป.๕/๑ป.๕/๒
ส ๔.๓ป.๕/๑ป.๕/๒ป.๕/๓ป.๕/๔

รวม ๙ ตัวชว้ี ัด

๙๓

คำอธบิ ายราชวิชา

รายวชิ าประวัติศาสตร กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑-๒
รหัสวชิ า ส๑๖๑๐๒
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ป

ศึกษา วิเคราะห อธิบาย นำเสนอ ความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตรในการศึกษาเรื่องราวทาง
ประวัติศาสตรอยางงายๆ ขอมูลจากหลักฐานที่หลากหลายในการทำความเขาใจเรื่องราวสำคัญในอดีต สภาพ
สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครองของประเทศเพื่อนบานในปจจุบัน ความสัมพันธของกลุมอาเซียน
พัฒนาการของไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร ปจ จัยทสี่ ง เสรมิ ความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครองของไทย
สมัยรัตนโกสินทร ผลงานของบุคคลสำคัญดานตางๆ สมัยรัตนโกสินทร ภูมิปญญาไทยที่สำคัญสมัย
รตั นโกสินทรท ีน่ าภาคภูมิใจและควรคาแกก ารอนรุ ักษ

โดยใชกระบวนการสืบคนขอมูล วิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการกลุม
กระบวนการทางสังคม

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถใชวิธีการทางประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยาง
เปน ระบบ ตระหนักถึงความสำคัญของเหตกุ ารณต างๆ มคี วามรกั ความภูมิใจ และธำรงความเปนไทย สามารถ
ดำเนนิ ชวี ิตอยา งสันติสขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก

ตัวชี้วดั ป.๖/๑ ป.๖/๒
ส ๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ส ๔.๒ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ป.๖/๔
ส ๔.๓

รวม ๘ ตัวชี้วัด

๙๔

คำอธิบายราชวชิ า

รายวิชาประวัติศาสตร กลุม สาระการเรยี นรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑-๒
รหัสวิชา ส๒๑๑๐๒, ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ป

ศึกษา วิเคราะห พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในดานการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และ
ความสัมพันธระหวางประเทศ วัฒนธรรม ภูมิปญญาไทยสมัยสุโขทัย ความเสื่อมของอาณาจักรสุโขทัย ที่ตั้ง
และสภาพภูมิศาสตรที่มีผลตอพัฒนาการทางประวัติศาสตร สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศตางๆ
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ความรวมมือผานการรวมกลุมเปนอาเซียนที่ถือวาเปนพัฒนาการของ
ภูมิภาคที่ตั้งและความสำคัญของแหลงอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต อิทธิพลของอารยธรรม
โบราณในดินแดนไทยทม่ี พี ัฒนาการของสังคมไทยสมัยปจ จุบนั

โดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม
กระบวน การเรียนรแู บบบรู ณาการ กระบวนการแกปญ หา และวธิ ีการทางประวัติศาสตร

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจถึงความสำคัญของเหตุการณทางประวัติศาสตร สามารถใชวิธีการทาง
ประวัติศาสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆ อยางเปนระบบ เขาใจความเปนมาของชาติไทย พัฒนาการดาน
ตางๆ วัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงคดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มี
วนิ ัยใฝเรยี นรู มงุ มัน่ ในการทำงาน รกั ความเปนไทย และมีจติ สาธารณะ

ตัวช้วี ดั
ส ๔.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
ส ๔.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒
ส ๔.๓ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓

รวม ๘ ตวั ช้วี ัด

๙๕

คำอธิบายราชวิชา

รายวชิ าประวัติศาสตร กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑-๒
รหสั วชิ า ส๒๒๑๐๒, ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ป

ศึกษาวิเคราะหการประเมินความนาเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร และความสำคัญของการ
ตีความหลักฐานทางประวัติศาสตรที่นาเชื่อถือ ตลอดจนวิเคราะหความแตกตางระหวางความจริงกับ
ขอเท็จจริงของเหตุการณทางประวัติศาสตร การพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาค
เอเชีย ความสำคัญของแหลงอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชีย พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา และ
อาณาจักรธนบรุ ใี นดา นตางๆ ปจจัยที่สง ผลตอความม่นั คงและความเจริญรุงเรืองของอาณาจักรอยธุ ยา อทิ ธิพล
ของภูมปิ ญญาและวฒั นธรรมไทยสมยั อยธุ ยาและธนบรุ ที มี่ ตี อการพฒั นาชาติไทยในยุคตอ มา

โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณ
กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณ และกระบวนการแกป ญ หา

เพอื่ ใหเ กิดความรูความเขา ใจเกี่ยวกับพฒั นาการของมนุษยชาตใิ นภมู ิภาคตา งๆ ในทวปี เอเชียจากอดีต
จนถึงปจจุบัน ใหตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบที่เกิดขึ้น มีคุณลักษณะที่พึงประสงคในดานรักชาติ
ศาสน กษัตริย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย ซื่อสัตยสุจริต มีความรัก ความภูมิใจและธำรงความเปนไทย

ตัวชีว้ ัด
ส ๔.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
ส ๔.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒
ส ๔.๓ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ รวม ๘ ตัวชว้ี ดั

๙๖

คำอธบิ ายราชวิชา

รายวชิ าประวตั ศิ าสตร กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑-๒
รหสั วิชา ส๒๓๑๐๒, ๔ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ป

ศึกษา วิเคราะห เรื่องราวเหตุการณสำคัญทางประวัติศาสตรไดอยางมีเหตุผลตามวิธีการทาง
ประวัติศาสตรใชวิธีการทางประวัติศาสตรในการศึกษาเรื่องราวตางๆ ที่ตนสนใจ พัฒนาการของไทยสมัย
รัตนโกสินทรในดานตางๆ ปจจัยที่สงผลตอความมั่นคงและความเจริญรุงเรืองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร
บทบาทของพระมหากษัตริยในราชวงศจักรีในการสรางสรรคความเจริญและความมั่นคงของชาติ พัฒนาการ
ของไทยในสมัยรัตนโกสนิ ทรท างดา นการเมืองการปกครอง สงั คม เศรษฐกิจ และความสมั พนั ธร ะหวา งประเทศ
ตามชวงสมัยตางๆ เหตุการณสำคัญสมัยรตั นโกสนิ ทรท่ีมีผลตอการพัฒนาชาตไิ ทย โดยวิเคราะหส าเหตุ ปจจยั
และผลของเหตุการณ ภูมปิ ญญาและวฒั นธรรมไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร และอทิ ธิพลตอการพัฒนาชาติไทย และ
บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย พัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคตางๆ ในโลก
โดยสังเขป ผลของการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสูความรวมมือ และความขัดแยงในคริสตศตวรรษที่ ๒๐ ตลอดจน
ความพยายาม ในการขจดั ปญ หาความขัดแยง

โดยใชวิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการคิด กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการทางสังคม
กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณและแกปญหา กระบวนการกลุม เพื่อใหเกิดความรูความ
เขาใจในการนำวิธีการทางประวัติศาสตรมาใชศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครัว ทองถิ่นของ
ตนเอง และประวัติศาสตรสมัยรัตนโกสินทร ตลอดจนพัฒนาการในภูมิภาคตางๆ ของโลก เกิดความรักความ
ภาคภูมิใจในความเปนไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคตางๆ ของโลกและ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกลาว มีคุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย
ซ่ือสัตยส จุ ริต มวี นิ ัย ใฝเ รียนรู อยอู ยา งพอเพยี ง มุง มนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน ไทย มีจิตสาธารณะ สามารถ
ดำเนนิ ชวี ติ อยรู วมกันไดอยางสันติสขุ

ตวั ช้ีวดั ม.๓/๑ ม.๓/๒
ส ๔.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒
ส ๔.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔
ส ๔.๓

รวม ๘ ตวั ชี้วัด


Click to View FlipBook Version