The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

133เเผนการจัดการเรียนรู้-เทอมที่-1-2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kwannapah19434, 2024-01-22 22:37:18

133เเผนการจัดการเรียนรู้-เทอมที่-1-2566

133เเผนการจัดการเรียนรู้-เทอมที่-1-2566

11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.1 นักเรียน จำนวน......................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้....................คน คิดเป็นร้อยละ…………............ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้................คน คิดเป็นร้อยละ....................... นักเรียนไม่ผ่านมี ดังนี้…………………………………………………………………………………………….………………………… 1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ(K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ(P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.4 นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 11.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 11.3 ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ…………………………..……………ครูผู้สอน (นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู …………../……………./………


12. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………….. (นางมาลีวัลย์ กองหล้า มึลเลอร์) ครูพี่เลี้ยง …………../……………./………… 13. ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. นางชวนชม ไชยสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………… รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ (นายไมตรี ภูสอดสี) ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้อำนวยการสถานศึกษา ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ……………………..………………..…… ผู้อำนวยการสถานศึกษา (นาางสาวอารีรัตน์ นุตะภิบาล)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 24 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี เวลา 6 ชั่วโมง เรื่อง การปฏิบัติตนในศาสนพิธีพิธีกรรม เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ตัวชี้วัด ส 1.2 ม.3/4 ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมได้ถูกต้อง 2. สาระสำคัญ พุทธศาสนิกชนทุกคนพึงปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบพิธีการของศาสนพิธี เช่น การถวายสังฆทาน เพื่อแสดงออกถึงความมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา และรักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมที่ดีงามของชาติไว้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายอธิบายขั้นตอนของพิธีทำบุญ งานมงคล และงานอวมงคลได้ ถูกต้อง (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติตนในพิธีทำบุญ งานมงคล และงานอวมงคลตามขั้นตอนได้ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนเห็นคุณค่าและประโยชน์ของศาสนพิธี (A) 4. สาระการเรียนรู้ ศาสนพิธี -ความหมายของศาสนพิธี-ประเภทของศาสนพิธีในพระพุทธศาสนา กุศลพิธี บุญพิธี ทานพิธี ปกิณพิธี -คุณค่าและประโยชน์ของศาสนพิธี


5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ความสามารถในการคิด 7. กิจกรรมการเรียนรู้(การเรียนการสอนแบบสาธิต) (ขั้นนำ) 1. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยและท าสมาธิก่อนเรียน 2. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน อธิบายความรู้เกี่ยวกับพิธีท าบุญ งานมงคล และ งานอวมงคล ในเรื่อง การเตรียมศาสนพิธี และข้อพึงปฏิบัติในวันเลี้ยงพระ แล้วให้นักเรียนคน อื่นๆ ได้น าเสนอเพิ่มเติม เพื่อทบทวนความรู้เดิม ครูตรวจสอบความถูกต้อง 3. สมาชิกในกลุ่มช่วยกันเลือกและตัดสินใจสาธิตการเข้าร่วมพิธีกรรมในพิธีท าบุญเลี้ยง พระในงานมงคล เช่น ท าบุญขึ้นบ้านใหม่ ท าบุญแต่งงาน ท าบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิด เป็นต้น หรือการท าบุญเลี้ยงพระในงานอวมงคล เช่น ท าบุญหน้าศพ ท าบุญ 7 วัน 50 วัน หรือ 100 วัน เป็นต้น 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนฝึกซ้อมการสาธิตเกี่ยวกับศาสนพิธีตามหัวข้อที่ก าหนด 5. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด การทา บุญในโอกาสต่างๆ นัน้จะมีขนั้ตอนในศาสนพิธีที่คล้ายกนัคืออะไร (1. การบูชาพระรัตนตรัย, 2. การอาราธนาศีลและรับศีล, 3. พระสงฆ์เจริญพระ พุทธมนต์และสวดให้พร, 4. การกรวดน ้า, 5. การถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มสาธิตการปฏิบัติตนในศาสนพิธีตามหัวข้อที่นักเรียนเลือกและ ตัดสินใจ 7. นักเรียนกลุ่มผู้ชมช่วยกันแสดงความคิดเห็น ครูตรวจสอบความถูกต้องและให้ ข้อเสนอแนะ 8. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคิดว่าการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในศาสนพิธีย่อมท าให้เกิด ประโยชน์อย่างไร (พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)


9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปแนวคิดหรือประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติ 10. นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนเข้าร่วมพิธีกรรมหรือกิจกรรมในวนัสา คญัทาง พระพทุธศาสนา และรายงานผลการปฏิบตัิตนต่อครูตามกา หนดเวลา1-2 เดือน หรือตามความเหมาะสม โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่ก าหนด ดังนี้ 1) การปฏิบัติตนในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา 2) การปฏิบัติตนในศาสนพิธี หรือพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา 3) การวิเคราะห์ผลการปฏิบัติตนในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา 4) การวิเคราะห์ผลการปฏิบัติตนในศาสนพิธี หรือพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา 8. สื่อการเรียนรู้ 1. สื่อ PowerPoint เรื่อง ศาสนพิธี 2. หนังสือเรียน วิชาพระพุทธศาสนา ม.4-6 (อจท.) 9. ชิ้นงาน/ภาระงาน - การสาธิต


10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. นักเรียนสามารถ อธิบายอธิบาย ขั้นตอนของพิธีทำบุญ งานมงคล และงาน อวมงคลได้ถูกต้อง (K) - การตอบคำถาม ระหว่างเรียน - แบบประเมินพฤติกรรม นักเรียนรายบุคคล ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถ ปฏิบัติตนในพิธี ทำบุญ งานมงคล และงานอวมงคลตาม ขั้นตอนได้ถูกต้อง(P) -สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็น คุณค่าและประโยชน์ ของศาสนพิธี (A) - สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


สื่อ PowerPoint เรื่อง ศาสนพิธี


11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.1 นักเรียน จำนวน......................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้....................คน คิดเป็นร้อยละ…………............ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้................คน คิดเป็นร้อยละ....................... นักเรียนไม่ผ่านมี ดังนี้…………………………………………………………………………………………….………………………… 1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ(K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ(P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.4 นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 11.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 11.3 ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ…………………………..……………ครูผู้สอน (นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู …………../……………./………


12. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………….. (นางมาลีวัลย์ กองหล้า มึลเลอร์) ครูพี่เลี้ยง …………../……………./………… 13. ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. นางชวนชม ไชยสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………… รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ (นายไมตรี ภูสอดสี) ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้อำนวยการสถานศึกษา ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ……………………..………………..…… ผู้อำนวยการสถานศึกษา (นาางสาวอารีรัตน์ นุตะภิบาล)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี เวลา 4 ชั่วโมง เรื่อง การบริหารจิต เวลา 2 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ส 1.1 ม.3/8 เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และดำเนินชีวิต ด้วยวิธี คิดแบบโยนิโสมนสิการ คือ วิธีคิดแบบอริยสัจ และวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย หรือการพัฒนาจิต ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ ม.3/9 สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ หรือตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ 2. สาระสำคัญ พุทธศาสนิกชนทุกคนพึงปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบพิธีการของศาสนพิธี เช่น การถวายสังฆทาน เพื่อแสดงออกถึงความมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา และรักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมที่ดีงามของชาติไว้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถรู้และเข้าใจวิธีปฏิบัติและประโยชน์ของการบริหารจิตและเจริญปัญญา (K) 2. นักเรียนสามารถฝึกการบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปัฏฐานเน้นอานาปาน สติ(P) 3. นักเรียนนำวิธีการบริหารจิตและเจริญปัญญาไปใช้ในชีวิตประจำวัน (A)


4. สาระการเรียนรู้ สวดมนต์แปลและแผ่เมตตา - รู้และเข้าใจวิธีปฏิบัติและประโยชน์ของการบริหารจิตและเจริญปัญญา - ฝึกการบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปัฏฐานเน้นอานาปานสติ - นำวิธีการบริหารจิตและเจริญปัญญาไปใช้ในชีวิตประจำวัน 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ความสามารถในการคิด 7. กิจกรรมการเรียนรู้(การเรียนการสอนแบบสาธิต) (ขั้นนำ) 1. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยและท าสมาธิก่อนเรียน 2. นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 3. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 3) 1) นักเรียนสวดมนต์แปลและแผ่เมตตาในเวลาใดบ้าง (พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 2) การสวดมนต์มีผลดีอย่างไร (ท าให้จิตใจสงบ สบาย ไม่เครียด) 3) เพราะเหตุใด คนทวั่ ไปจึงนิยมฝึกสมาธิแบบอานาปานสติ (เพราะท าได้ง่าย ไม่ต้องหาอุปกรณ์อื่นมาฝึก และสามารถฝึกปฏิบัติต่อเนื่องไปจน ส าเร็จขั้นสูงสุด) (ขั้นสอน) 4. นักเรียนทุกคนกราบบูชาพระรัตนตรัย สวดมนต์แปลและแผ่เมตตา พร้อมกับเสียงสวด มนต์จากแถบบันทึกเสียงที่ครูเปิดให้ฟัง (ครูแจกใบความรู้ เรื่อง การสวดมนต์แปลและแผ่เมตตา ให้ นักเรียนใช้สวดตาม)


5. ครูให้นักเรียนฝึกสมาธิตามหลักอานาปานสติแบบอย่างจากวีดิทัศน์เกี่ยวกับการท า สมาธิที่ครูเปิดให้ดู 6. นักเรียนตอบค าถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 2) 1) เพราะเหตุใด จึงต้องกราบบูชาพระรัตนตรัยก่อนสวดมนต์ (เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนสวดมนต์ และเป็นการปฏิบัติตนตามมารยาทชาวพุทธ) 2) นักเรียนมีอุปสรรคหรือปัญหาในขณะท าสมาธิอย่างไรบ้าง และคิดว่าจะ แก้ปัญหาอย่างไร (พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดจากการ ท าสมาธิ 8. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย และฝึกสมาธิตามหลักอานาปานสติ ตามขั้นตอน ที่เคยฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง ครูสังเกตการฝึกสมาธิของนักเรียนแต่ละคนและคอยให้ค าแนะน า 9. นักเรียนร่วมกันอภิปรายตามประเด็นของค าถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 2) 1) การทา สมาธิอย่างสมา ่เสมอทา ให้เกิดผลดีอย่างไรบ้าง (พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 2) นักเรียนมีแนวทางพฒันาตนในการทา สมาธิอย่างไรบ้าง (พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 10. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนฝึกสมาธิอย่างสม ่าเสมอในเวลาที่เหมาะสม เช่น ก่อนนอน ตอนเช้า ก่อนเรียน เวลาพักกลางวัน หรือในช่วงเวลาที่นั่งรอครู รอเพื่อน เป็นต้น 11. ครูให้นักเรียนท าสมาธิอย่างสม ่าเสมอในเวลาที่เหมาะสม แล้วบันทึกผลของการ ปฏิบัติส่งครู (ขั้นสรุป) 12. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การสวดมนต์แปลและแผ่เมตตา และหลักการฝึก สมาธิตามหลักอานาปานสติ 8. สื่อการเรียนรู้ 1) ใบความรู้ เรื่อง การสวดมนต์แปลและแผ่เมตตา 2) แถบบันทึกเสียงการสวดมนต์ 3) วีดิทัศน์เกี่ยวกับการบริหารจิตตามหลักอานาปานสติ


9. ชิ้นงาน/ภาระงาน - การสาธิต 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. นักเรียนสามารถรู้ และเข้าใจวิธีปฏิบัติ และประโยชน์ของ การบริหารจิตและ เจริญปัญญา (K) - การตอบคำถาม ระหว่างเรียน - แบบประเมินพฤติกรรม นักเรียนรายบุคคล ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถ ฝึกการบริหารจิตและ เจริญปัญญาตามหลัก สติปัฏฐานเน้นอานา ปานสติ(P) -สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนนำวิธีการ บริหารจิตและเจริญ ปัญญาไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน (A) - สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


การสวดมนต์แปลและแผ่เมตตา 1. การสวดมนต์แปล พุทธศาสนิกชนควรไหว้พระสวดมนต์เป็นประจ าทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งก่อนนอน เพื่อ ความเป็นสิริมงคล แก่ชีวิต และช่วยให้จิตใจสงบ นอนหลับสบาย โดยเริ่มสวดตั้งแต่ค าบูชาพระรัตนตรัย 1 จบ แล้ว ต่อด้วยค า นมัสการ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย เสร็จแล้วจึงแผ่เมตตา ซึ่งบทสวด มนต์ต่างๆ ที่ส าคัญ มีดังนี้ ค าบูชาพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์ เอง พทุธงัภะคะวนัตงัอภิวาเทมิ ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว ธมัมงันะมสัสามิ ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสงัโฆ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว สงัฆงันะมามิ ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ) ใบความรู้


ค านมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น อะระหะโต ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง (ว่า 3 ครั้ง) บทสรรเสริญคณุพระรตันตรยั บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (ท านองสรภัญญะ) (น า) อิติปิ โส ภะคะวา (รับ) อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โล กะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะ มะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ (น า) องค์ใดพระสัมพุทธ (รับ) สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลเกลศมาร บ มิหม่นมิหมองมัว หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว ราคี บ พันพัว สุวคนธก าจร องค์ใดประกอบด้วย พระกรุณาดังสาคร โปรดหมู่ประชากร มละโอฆกันดาร ชี้ทางบรรเทาทุกข์ และชี้สุขเกษมสานต์ ชี้ทางพระนฤพาน อันพ้นโศกวิโยคภัย พร้อมเบญจพิธจัก ษุจรัสวิมลใส เห็นเหตุที่ใกล้ไกล ก็เจนจบประจักษ์จริง ก าจัดน ้าใจหยาบ สันดานบาปแห่งชายหญิง สัตว์โลกได้พึ่งพิง มละบาปบ าเพ็ญบุญ ข้าฯ ขอประณตน้อม ศิรเกล้าบังคมคุณ สัมพุทธการุญ ญภาพนั้นนิรันดร ฯ


2. ค าแผ่เมตตา การแผ่เมตตา คือ การส่งความปรารถนาดีไปยังเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายให้มีแต่ ความสุข เป็นการคิดดีกับคนอื่น ไม่โกรธไม่เกลียดใคร การแผ่เมตตาโดยปกติจะเริ่มจากตนเองก่อน เพราะทุกคนรักตนเองเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว การแผ่เมตตาให้ตนเองก่อนก็เพื่อให้เข้าใจว่า เมื่อเรารักตัวเรา เองมากที่สุด และเรารักสุข เกลียดทุกข์ฉันใด คนอื่นและสัตว์โลกอื่นๆ ก็ฉันนั้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่ควร เบียดเบียนผู้อื่น เมื่อแผ่ให้ตนเองแล้วก็แผ่ไปให้บุคคลอื่นๆ โดยเริ่มจากคนในครอบครัว เพื่อน และเจ้า กรรมนายเวรของเรา การแผ่เมตตาเป็นสิ่งที่ปฏิบัติต่อกันมาช้านาน เพราะประโยชน์ของการแผ่เมตตานั้น จะท าให้ผู้ที่ ปฏิบัติเป็นประจ า มีจิตใจอ่อนโยน สงบ เยือกเย็น ไม่ใจร้อน ท าให้เห็นว่า การที่มนุษย์หวังดีต่อกันเป็นการน า ทางให้โลกเกิดสันติสุข เมื่อเราแผ่เมตตาไปยังเพื่อนมนุษย์ ก็ท าให้มนุษย์และสัตว์สามารถอยู่ด้วยกันและมีน ้าใจที่ดีต่อกัน และ ปราศจากความระแวงต่อกันและกัน จึงท าให้ไม่เบียดเบียนกัน บทแผ่เมตตานั้นจะมีทั้งบทแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง และบทแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังบท แผ่เมตตาต่อไปนี้ บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุข อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากทุกข์ อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากเวร อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความล าบาก อะหัง อะนีโฆ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากอุปสรรค สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนของตน ให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น ...เทอญ


แบบสังเกตการตอบคำถาม หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง หลักธรรมในการพัฒนาตน *************************************************************************** คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รวม 9 คะแนน สนใจและตั้งใจฟัง คำถาม ตอบคำถามได้ตรง ประเด็น ตอบคำถามอย่าง สม่ำเสมอ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน


- ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


แบบประเมินพฤติกรรมผู้เรียนรายบุคคล หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง หลักธรรมในการพัฒนาตน ****************************************************************************** คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินใส่เครื่องหมาย ลงในแบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรม รายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับคุณภาพพฤติกรรมของผู้เรียน ลำดับ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน ความสนใจ ในการทำกิจกรรม การมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็นผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ ปานกลางขึ้นไป ผ่านเกณฑ์


เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.1 นักเรียน จำนวน......................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้....................คน คิดเป็นร้อยละ…………............ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้................คน คิดเป็นร้อยละ....................... นักเรียนไม่ผ่านมี ดังนี้…………………………………………………………………………………………….………………………… 1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ(K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ(P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.4 นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 11.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 11.3 ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ…………………………..……………ครูผู้สอน (นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู …………../……………./………


12. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………….. (นางมาลีวัลย์ กองหล้า มึลเลอร์) ครูพี่เลี้ยง …………../……………./………… 13. ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. นางชวนชม ไชยสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………… รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ (นายไมตรี ภูสอดสี) ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้อำนวยการสถานศึกษา ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ……………………..………………..…… ผู้อำนวยการสถานศึกษา (นาางสาวอารีรัตน์ นุตะภิบาล)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี เวลา 4 ชั่วโมง เรื่อง การเจริญปัญญาในชีวิตประจำวัน เวลา 2 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ส 1.1 ม.3/8 เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และดำเนินชีวิต ด้วยวิธี คิดแบบโยนิโสมนสิการ คือ วิธีคิดแบบอริยสัจ และวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย หรือการพัฒนาจิต ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ ม.3/9 สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ หรือตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ 2. สาระสำคัญ พุทธศาสนิกชนทุกคนพึงปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบพิธีการของศาสนพิธี เช่น การถวายสังฆทาน เพื่อแสดงออกถึงความมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา และรักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมที่ดีงามของชาติไว้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ผลการนำวิธีคิดแบบอริยสัจได้(K) 2. นักเรียนสามารถจำแนกวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้ (P) 3. นักเรียนนำวิธีการบริหารจิตและเจริญปัญญาไปใช้ในชีวิตประจำวัน (A) 4. สาระการเรียนรู้ พัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ 2 วิธี คือ วิธีคิดแบบอริยสัจ และวิธีคิดแบบ สืบสาวเหตุปัจจัย


5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ความสามารถในการคิด 7. กิจกรรมการเรียนรู้(การเรียนการสอนแบบกลุ่ม) (ขั้นนำ) 1. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยและทำสมาธิก่อนเรียน 2. ครูนำภาพน้ำเน่าเสีย มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1) ปัญหาสำคัญในภาพ คืออะไร 2) สาเหตุเกิดจากอะไร 3) คนทั่วไปต้องการให้สภาพแวดล้อมในภาพนั้นเป็นอย่างไร 4) มีวิธีการใดจะทำให้ปัญหาในภาพนั้นหมดไปได้ (ขั้นสอน) 3. สมาชิกแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) ร่วมกันอภิปรายความรู้ เกี่ยวกับการเจริญปัญญาโดยการคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย และคิดแบบอริยสัจหรือคิดแบบแก้ปัญหา 4. สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์กรณีศึกษาในใบงานที่ 7.1 เรื่อง ช่วยกันคิดตามแนว พุทธวิธี 5. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่ม 2-3 กลุ่ม นำเสนอผลงานในใบงานที่ 7.1 แล้วให้กลุ่มอื่นที่มีผลงาน แตกต่างกันได้นำเสนอเพิ่มเติม จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับการใช้วิธีคิดแบบ สืบสาวเหตุปัจจัย และวิธีคิดแบบอริยสัจ 6. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ถ้านักเรียนมีความทุกข์ใจในผลการเรียนที่ตกต่ำลง นักเรียนจะใช้วิธีคิดแบบใด มาแก้ปัญหา ยกตัวอย่างประกอบ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 7. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนเสนอแนวทางการปฏิบัติตนโดยใช้วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุ ปัจจัย และวิธีคิดแบบอริยสัจ พร้อมกับเสนอผลการปฏิบัติตนหน้าชั้นเรียนในโอกาสที่เหมาะสม


(ขั้นสรุป) 8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปคุณค่าของการใช้วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย และวิธีคิดแบบ อริยสัจที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต 9. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 3) 1) นักเรียนได้นำวิธีคิดแบบใดไปใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง และผลที่ได้รับเป็นอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 2) การนำวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย และวิธีคิดแบบอริยสัจไปใช้ในการดำเนินชีวิต จะส่งผลดีต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไรบ้าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 3) นักเรียนสามารถนำวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย และวิธีคิดแบบอริยสัจไปใช้ในการ ดำเนินชีวิตอย่างไรบ้าง และเกิดผลดีต่อตนเองอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 10. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมตามตัวชี้วัด : กิจกรรมที่ 7.1 - 7.3 จากแบบวัดฯเป็นการบ้าน แล้วนำส่งครูตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน 11. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนปฏิบัติตนในการบริหารจิตและเจริญปัญญาทุกวัน ในโอกาสที่เหมาะสม แล้วรายงานผลการปฏิบัติต่อครูผู้สอน โดยให้ครอบคลุมประเด็น ตามที่กำหนด ดังนี้ 1) การฝึกสมาธิในชีวิตประจำวัน 2) การวิเคราะห์ผลการปฏิบัติตนในการทำสมาธิ 3) การนำวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย และวิธีคิดแบบอริยสัจไปประยุกต์ใช้ 4) การวิเคราะห์ผลการใช้วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย และวิธีคิดแบบอริยสัจ 8. สื่อการเรียนรู้ 1) แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู้ พระพุทธศาสนา ม.3 2) บัตรภาพ 3) ใบงานที่ 7.1 เรื่อง ช่วยกันคิดตามแนวพุทธวิธี


9. ชิ้นงาน/ภาระงาน - แบบทดสอบหลังเรียน 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์ผลการนำวิธี คิดแบบอริยสัจได้ (K) - การตอบคำถาม ระหว่างเรียน - แบบประเมินพฤติกรรม นักเรียนรายบุคคล ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถ จำแนกวิธีคิดแบบสืบ สาวเหตุปัจจัยไปใช้ใน การดำเนินชีวิตได้ (P) -สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนนำวิธีการ บริหารจิตและเจริญ ปัญญาไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน (A) - สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


ภาพน ้าเน่าเสีย บัตรภาพ


ใบงานที่ 7.1 ช่วยกันคิดตามแนวพุทธวิธี ค าชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ภาพ แล้วตอบค าถาม ภาพที่ 1 ค าถาม 1. นักเรียนสามารถใช้วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยในการหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุใน ภาพนี้อย่างไร 2. ถ้าค้นหาสาเหตุที่แท้จริงได้แล้ว จะใช้วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยไปใช้ในการแก้ไขปัญหา ได้อย่างไร 3. ถ้าทุกคนน าวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยไปใช้ในชีวิตประจ าวันจะเกิดผลอย่างไร


ภาพที่ 2 ค าถาม 1. ปัญหาในภาพนี้คืออะไร (ทุกข์) 2. สาเหตุของการเกิดปัญหาคืออะไร (สมุทัย) 3. ประชาชนต้องการดับปัญหาในเรื่องใด (นิโรธ) 4. จากปัญหาในภาพ มีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร (มรรค)


ใบงานที่ 7.1 ช่วยกันคิดตามแนวพุทธวิธี ค าชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ภาพ แล้วตอบค าถาม ภาพที่ 1 ค าถาม 1. นักเรียนสามารถใช้วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยในการหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุใน ภาพนี้อย่างไร ท ำไมรถยนต์จึงชนกัน - เพรำะคนขับไม่ระวัง ท ำไมคนขับรถจึงไม่ระมัดระวัง - เพรำะจิตใจไม่สงบ ท ำไมคนขับรถจึงจิตใจไม่สงบ - เพรำะจิตใจไม่ตั้งมั ่นแน่วแน่/ไม่มีสมำธิ 2. ถ้าค้นหาสาเหตุที่แท้จริงได้แล้ว จะใช้วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยไปใช้ในการแก้ไขปัญหา ได้อย่างไร เมื่อสืบสำวสำเหตุที่แท้จริง คือ คนขับรถที่ไปชนรถยนต์คันอื่นนั้น จิตใจไม่แน่วแน่ ไม่สงบ ไม่มี สมำธิวิธีแก้ไขของคนขับรถยนต์คันนั้น คือ จะต้องมีควำมระมัดระวัง ตั้งใจอย่ำงแน่วแน่ในกำรขับรถ 3. ถ้าทุกคนน าวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยไปใช้ในชีวิตประจ าวันจะเกิดผลอย่างไร จะท ำให้ทุกคนสำมำรถแก้ไขปัญหำต่ำงๆ ที่เกิดขึ้นได้ถูกต้องตำมสำเหตุที่แท้จริง


ภาพที่ 2 ค าถาม 1. ปัญหาในภาพนี้คืออะไร (ทุกข์) น ้ำท่วมถนน และร้ำนค้ำ 2. สาเหตุของการเกิดปัญหาคืออะไร (สมุทัย) กำรตัดไม้ท ำลำยป่ำ 3. ประชาชนต้องการดับปัญหาในเรื่องใด (นิโรธ) ฝนตกน ้ำท่วม 4. จากปัญหาในภาพ มีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร (มรรค) - ช่วยกันปลูกป่ำ - ไม่ตัดไม้ท ำลำยป่ำ - ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (พิจำรณำตำมค ำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)


แบบสังเกตการตอบคำถาม *************************************************************************** คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รวม 9 คะแนน สนใจและตั้งใจฟัง คำถาม ตอบคำถามได้ตรง ประเด็น ตอบคำถามอย่าง สม่ำเสมอ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน


ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


แบบประเมินพฤติกรรมผู้เรียนรายบุคคล ****************************************************************************** คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินใส่เครื่องหมาย ลงในแบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรม รายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับคุณภาพพฤติกรรมของผู้เรียน ลำดับ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน ความสนใจ ในการทำกิจกรรม การมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็นผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ ปานกลางขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน


- ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.1 นักเรียน จำนวน......................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้....................คน คิดเป็นร้อยละ…………............ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้................คน คิดเป็นร้อยละ....................... นักเรียนไม่ผ่านมี ดังนี้…………………………………………………………………………………………….………………………… 1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ(K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ(P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.4 นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 11.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 11.3 ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ…………………………..……………ครูผู้สอน (นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู …………../……………./………


12. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………….. (นางมาลีวัลย์ กองหล้า มึลเลอร์) ครูพี่เลี้ยง …………../……………./………… 13. ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. นางชวนชม ไชยสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………… รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ (นายไมตรี ภูสอดสี) ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้อำนวยการสถานศึกษา ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ……………………..………………..…… ผู้อำนวยการสถานศึกษา (นาางสาวอารีรัตน์ นุตะภิบาล)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 พระพุทธศาสนากับการแก้ปัญหาและการพัฒนา เวลา 6 ชั่วโมง เรื่อง พระพุทธศาสนากับการพัฒนาที่ยั่งยืน เวลา 2 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติความสำคัญศาสดาหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ส 1.1 ม.3/3 อภิปรายความสำคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือกับ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2. สาระสำคัญ พระพุทธศาสนามีหลักธรรมคำสอนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและการ พัฒนาตนเอง โดยหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาซึ่งเป็นหนทางในการดำเนินตามทางสายกลาง ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทย 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงได้(K) 2. นักเรียนสามารถนำเสนอความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงได้ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนเห็นคุณค่าความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (A) 4. สาระการเรียนรู้ พระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง พระพุทธศาสนากับการพัฒนาที่ยั่งยืน


5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 7. กิจกรรมการเรียนรู้(การเรียนการสอนแบบกลุ่ม) (ขั้นนำ) 1. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยและทำสมาธิก่อนเรียน 2. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 3. ครูนำภาพการประกอบอาชีพต่างๆ และการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม มาให้นักเรียนดูแล้วให้ นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า บุคคลในภาพบุคคลใดที่มีการกระทำที่สอดคล้องกับปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 4. ครูเล่าตัวอย่างกิจกรรมของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จากเอกสารประกอบการสอน ให้ นักเรียนฟัง แล้วเชื่อมโยงให้นักเรียนเห็นความสำคัญของกิจกรรมของหมู่บ้านที่สอดคล้องกับปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน 5. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคิดว่า ผู้ที่ปฏิบัติตนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ควรมีการกระทำ อย่างไร(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) (ขั้นสอน) 6. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง ค่อนข้างเก่งปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน ให้ช่วยกันศึกษาความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนากับการ แก้ปัญหา และการพัฒนา จากหนังสือเรียน ใบความรู้ หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม ห้องสมุด หรือ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ คู่ละ 1 หัวข้อ ดังนี้ - คู่ที่ 1 ศึกษาความรู้เรื่อง พระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง - คู่ที่ 2 ศึกษาความรู้เรื่อง พระพุทธศาสนากับการพัฒนาที่ยั่งยืน 7. นักเรียนแต่ละคู่นำความรู้ที่ได้มาวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ พร้อมกับบันทึกความรู้ที่ได้จาก การศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่าน


8. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 2) 1) พระพุทธศาสนามีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร (แนวคิดสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนา คือ การ พึ่งตนเอง การเดินทางสายกลาง) 2) หลักธรรมใดของพระพุทธศาสนาที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (ไตรสิกขา, อริยสัจ 4, อิทธิบาท 4 และทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ 4) 9. นักเรียนแต่ละคู่ร่วมกันทำใบงาน โดยนำความรู้เดิมและความรู้ใหม่มาเป็นพื้นฐานในการ ทำใบงานดังนี้ - คู่ที่ 1 ทำใบงานที่ 8.1 เรื่อง พระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง - คู่ที่ 2 ทำใบงานที่ 8.2 เรื่อง พระพุทธศาสนากับการพัฒนาที่ยั่งยืน 10. นักเรียนแต่ละคู่ผลัดกันอธิบายความรู้ที่ตนได้ศึกษามา และเล่าผลงานในใบงานที่ตนเอง รับผิดชอบให้เพื่อนสมาชิกอีกคู่หนึ่งฟัง 11. ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ 8.1 - 8.2 หน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความ ถูกต้อง (ขั้นสรุป) 12. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน 13. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 2) 1) ถ้านักเรียนต้องการมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม จะต้องนำหลักธรรมใดมาเป็น แนวทางการพัฒนา (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 2) ถ้าคนไทยทุกคนนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนามาเป็นหลักในการแก้ปัญหา เศรษฐกิจจะส่งผลดีอย่างไร (ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงตามสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาอย่างแท้จริง และทำให้ รู้จักปรับตนให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง) 8. สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน พระพุทธศาสนา ม.3 2) หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม 3) ใบความรู้ เรื่อง ตัวอย่างบุคคลผู้ซึ่งปฏิบัติตนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4) ใบความรู้ เรื่อง ตัวอย่างหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 5) บัตรภาพ


9. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงานที่ 8.1 เรื่อง พระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. นักเรียนสามารถ อธิบายความสัมพันธ์ ของพระพุทธศาสนา กับปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ (K) - การตอบคำถาม ระหว่างเรียน - แบบประเมินพฤติกรรม นักเรียนรายบุคคล ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถ นำเสนอความสัมพันธ์ ของพระพุทธศาสนา กับปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ ถูกต้อง (P) -สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นคุณค่า ความสัมพันธ์ของ พระพุทธศาสนากับ ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง (A) - สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านสวนสวรรค์ หมู่ที่ 3 ต าบลบ้านใหม่ ได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ของอ าเภอสีชมพู จังหวัด ขอนแก่น โดยยึดหลักพื้นฐานของการพัฒนาชุมชนและกิจกรรมที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านที่ชาวบ้านร่วมกัน จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในหมู่บ้าน โดยยึดแนวทางในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง คือ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ตามหลักการพัฒนาตามข้อ 6 X 2 คือ 1. ด้านการลดรายจ่าย ชุมชน/ครัวเรือน ปลูกผักสวนครัวโดย ปลูกไว้กินเองในครัวเรือนเหลือกิน ก็ขายเป็นรายได้ และปลูกหม่อนเลี้ยงไหมใช้วัสดุเหลือใช้ เป็นรายได้ 2. ด้านการเพิ่มรายได้ ส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรในหมู่บ้านหลังฤดูการท านา เช่น ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม, กลุ่มปลูกไผ่นอกฤดู, กลุ่มปลูกผัก, ปลูกแก้วมังกรและเลี้ยงสัตว์ 3. ด้านการประหยัด ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักการออมทรัพย์ การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการ ผลิต, และกิจกรรมเครือข่าย (ศูนย์สาธิตการตลาด) 4. ด้านการเรียนรู้ ส่งเสริมให้ประชาชนในหมู่บ้านได้มีการเข้ารับการอบรมศึกษาดูงานเพิ่มเติม ความรู้ให้กับตนเอง โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาชุมชน 5. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปลูกต้นไม้บริเวณที่สาธารณะและปรับปรุง สภาพแวดล้อมในบริเวณหมู่บ้านน่าอยู่สวยงาม เป็นระเบียบ 6. ด้านการเอื้ออารีต่อกัน มีการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส โดยการจัดงบสนับสนุนช่วยเหลือ ครัวเรือนที่ด้อยโอกาสหรือยากจน เพื่อเป็นสวัสดิการในครัวเรือน สรุปได้ว่า บ้านสวนสวรรค์ เป็นหมู่บ้านที่ก าลังมีการพัฒนาในหมู่บ้านเพื่อให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่าง และพัฒนา ผู้น าและประชาชน มีความพร้อมที่จะร่วมพัฒนากิจกรรม ริเริ่มในการท างานอยู่เสมอ มีผล การด าเนินงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมาเพื่อพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นรากฐานของชีวิตของคนใน หมู่บ้านชุมชน โดยการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นตัวขับเคลื่อนให้ชาวบ้านรู้จักค าว่า ความ พอประมาณ, ความมีเหตุผล, ความมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว และก่อให้เกิดความสามัคคี ความเอื้ออารีต่อกัน ที่จะท าให้เกิดประโยชน์ในหมู่บ้าน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามข้อปฏิบัติ 6 X 2 จนท าให้ บ้านสวนสวรรค์ เป็นหมู่บ้านที่ก าลังพัฒนาไปสู่แหล่งเรียนรู้ที่เกิดประโยชน์ในชุมชนโดยยึดหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาชุมชน หมู่บ้าน ครัวเรือน ให้เกิดรายได้ ลดรายจ่าย ท าให้คนในชุมชนมี ความพร้อม จนเป็นหมู่บ้านที่สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับหมู่บ้าน “พออยู่ พอกิน” และสามารถชนะ การประกวดเป็นตัวแทนของอ าเภอสีชมพู และจังหวัดขอนแก่น คือ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ที่มา : http://suansawann.moobanthai.com สืบค้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554


เรื่อง ตวัอย่างบุคคลผ้ซูึ่งปฏิบตัิตนตามปรชัญาของเศรษฐกิจพอเพียง บุคคลที่ 1 กัญญา อ่อนศรี แบบอย่าง "เศรษฐกิจพอเพียง" กัญญา อ่อนศรี เป็นธิดาคนโตจากพี่น้อง 4 คนของคุณพ่อเสมือน และคุณแม่สมิน ระบือนาม ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่24 หมู่ 10 บ้านทัพไทย ต าบลทมอ อ าเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ จบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน จากนั้นกัญญาได้ออกมาช่วยครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม กระทั่งย่างเข้า สู่วัยสาว กัญญาก็มีความฝันเช่นเดียวกับหญิงสาวชนบทโดยทั่วไป พอหมดหน้านา กอปรกับความแห้ง แล้งของชนบทในครั้งนั้น ท าให้เธอต้องมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง เพื่อหารายได้และเพิ่มประสบการณ์ให้กับ ตนเอง โดยในช่วงปี 2529 กัญญาได้เข้าไปเป็นคนฝึกหัดท าครัว แถวๆ ยานนาวา ซึ่งนี่เองท าให้เธอ ได้ฝีมือในการท าอาหารมาช่วยพี่น้อง ผองเพื่อนในหมู่บ้านเนื่องในเทศกาลงานบุญต่างๆ ท าได้ปีสองปี ถึงฤดูท านา กัญญาก็กลับมาช่วยครอบครัวท านาอีกค ารบหนึ่ง และพอหมดหน้านาในครานี้ เธอได้ กลับไปเป็นสาวโรงงานที่บริษัทสุรพลซีฟู้ดส์ย่านสมุทรปราการ และได้พบรักกับสุนทร อ่อนศรี ชายหนุ่ม จากราชบุรี ปี 2533 ทั้งคู่ได้ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน โดยกลับมาแต่งงานที่บ้านเกิดของเธอ หลังจากนั้นก็ ได้กลับไปท างานเป็นสาวโรงงานเช่นเดิม เพื่อหาทุนรอนส าหรับกลับมาท างานอยู่ที่บ้านเกิด ส่วนสามีก็ ท างานเป็นคนขับรถอยู่ที่เดียวกัน หลังจากเก็บเงินเก็บทอง ได้ตามที่ตั้งใจ ปี 2536 กัญญาและสามีได้ กลับมาปักหลักยึดอาชีพเดิมของบรรพบุรุษอยู่ที่บ้านเกิดจังหวัดสุรินทร์ ใบความรู้


สู่วิถีเกษตรธรรมชาติ แรกๆ นั้นครอบครัวของกัญญาก็ท านาเชิงเดี่ยวเช่นเดียวกับเพื่อนบ้าน แต่ความที่บิดาเป็นคน ขยันในแปลงนาก็เลยมีพืชผักสวนครัวไว้ส าหรับรับประทาน อีกประการหนึ่ง สามีของเธอเป็นคนราชบุรี แม้ไม่เคยท าสวนแต่ก็เคยได้เห็นการท าไร่ท าสวนของเพื่อนบ้านมาบ้าง เลยมีแนวคิดว่า น่าจะหาอะไร มาปลูกเสริมในช่วงที่ไม่ได้ท านา ช่วงปี 2536-2537 ทั้งคู่ได้ทดลองปลูกพืชเสริมในช่วงหน้าแล้ง โดยลง ถั่ว, ถั่วฝักยาวและข้าวโพด ปรากฏว่าได้ผลผลิตอย่างน่าพอใจ และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นก า จากนั้น เป็นต้นมา กัญญาไม่มีความคิดที่หวนกลับสู่เมืองหลวงอีกเลย กลับมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผืนที่นาเพื่อ สร้างผลผลิตในทุกฤดูกาล ไม้ผลต่างๆ จึงมีหมุนเวียนเก็บกินได้ตลอดปี เช่น มะม่วง ฝรั่ง มะขาม มะพร้าว กระท้อน ฯลฯ นอกจากนี้แล้ว พืชผักสวนครัวจ าพวก พริก มะเขือ หอม กระเทียม ยี่หร่า ขิงข่า ตะไคร้คะน้า ผักกาด ฯลฯก็ไม่ต้องไปซื้อหามารับประทานเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เธอ ยังต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอกอยู่ อาทิ ยาก าจัดศัตรูพืชและปุ๋ ยเคมี การที่กัญญาได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนในเรื่องเกี่ยวกับบทบาท หญิงชายกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ท าให้เธอมีโอกาสได้เข้ารับการฝึกอบรม การศึกษาดูงาน ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกับเกษตรกรกลุ่มอื่นๆ จุดเปลี่ยนที่ส าคัญคือ เธอมีโอกาสได้ไปศึกษาดู งานเกี่ยวกับเกษตรธรรมชาติที่ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในปี 2542 กัญญาได้ตัดสินใจเลิก ใช้จ าพวกสารเคมีเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ ยเคมี หรือยาก าจัดศัตรูพืช เข้าร่วมโครงการ ปี 2544 กัญญาได้เข้าร่วมโครงการน าร่อง เพื่อพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนรายย่อยภูมินิเวศน์ สุรินทร์โดยมีพื้นที่เข้าร่วมโครงการราว 15 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ท าการเกษตรมาก่อนหน้าแล้ว การที่ได้เข้า ร่วมโครงการน าร่องฯ นั้น ท าให้ได้รับแนวคิดเรื่องการท าเกษตรแบบยั่งยืนหรือเกษตรแนวธรรมชามาก ขึ้น และการที่กัญญาได้เข้าร่วมกิจกรรมบ่อยครั้งท าให้ประสบการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับงานของ ตนเอง ไม่ว่าบทบาทของหญิงชายในสังคมหรืองานด้านเกษตรกรรม กัญญาผสานสิ่งเหล่านี้เพื่อมาปรับ ใช้กับตนเองอย่างลงตัว นอกจากความรู้ทางวิชาการที่ได้รับทั้งนักวิชาการ จากกลุ่มเพื่อนเกษตรกรในโครงการ เดียวกันแล้ว การแลก เปลี่ยนเรียนรู้จากการศึกษาดูงานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ท าให้ให้เกิดองค์ความรู้ใน การที่จะน ามาพัฒนาพื้นที่ของตนเอง อีกส่วนหนึ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯ คือ การสนับสนุน ปัจจัยการผลิตอีกหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสนับสนุนการขุดสระการสร้างโรงเรือนส าหรับเลี้ยง สัตว์ และท าปุ๋ ยหมัก ปัจจุบันพื้นที่เกษตรกรรมของกัญญา ไม่เคยว่างเว้นจากผลผลิต หมดฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เธอและ ครอบครัวก็ช่วยกันลงถั่วเขียว ถั่วฝักยาว ข้าวโพด หรืออื่นๆ บ้างแล้วแต่ฤดูกาล ส่วนไม้ผลต่างๆ ที่ปลูก ไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมโครงการผสานกับที่เพิ่งลง ก็ให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ นอกจากจะบริโภคส าหรับครอบครัวแล้ว ที่เหลือก็น าไปขายเพิ่มรายได้ในอีกทางหนึ่ง ประสบการณ์ต่างๆ ที่กัญญาได้รับมาจากการเรียนรู้ภายนอกและการค้นพบเอง เธอก็น ามาถ่ายทอดเล่า สู่หมู่เพื่อนเกษตรกรด้วยกัน เช่น เรื่องการท าและใช้น ้าหมักชีวภาพ การปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ รวม ไปถึงการจัดการกลุ่มองค์กรเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งอย่างไรก็ดี อุปสรรคและปัญหาต่างๆ


สร้างโรงเรียนให้ลูก แต่กระนั้น สิ่งที่ท าลงไปก็ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กัญญาและครอบครัว คือ เธอได้สร้าง โรงเรียนชีวิตให้กับลูกคนโตของเธอ “ชนิษฐา” หรือ “น้องวันดี” การปลูกฝังวิถีชีวิตเกษตรแบบเรียบง่าย และสร้างวินัยให้กับลูกไปแบบไม่รู้ตัว ทุกๆ เช้า วันดีจะเก็บผลผลิตในสวนใส่ตะกร้าไว้ท้ายจักรยาน ถีบ เร่ขายในหมู่บ้านก่อนไปโรงเรียน จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของคนในหมู่บ้าน และทุกๆ วันเสาร์ที่ตลาดนัดสี เขียวเทศบาลเมืองสุรินทร์ วันดีก็จะน าผลผลิตไปขายให้คนเมืองได้ซื้อหารับประทานผักไร้สาร อยู่เป็น ประจ า ต้นปี 2545 สิ่งที่กัญญาและวันดีได้ท าไปนั้น ได้กลายเป็นตัวอย่างที่สวยสดงดงาม ถ่ายทอด ผ่านสื่อมวลชนในรายการ “ทุ่งแสงตะวัน” ซึ่งถือว่าเป็นรายการสารคดีเกี่ยวกับเด็กที่ได้รับการยอมรับ อย่างแพร่หลาย กัญญาเล่าให้ฟังว่า วันที่ออกอากาศนั้น คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านที่มานั่งดูด้วยกันถึงกับนั่ง น ้าตาซึมด้วยความภาคภูมิใจที่ลูกหลานได้ท าสิ่งดีๆ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของหมู่บ้าน ส่วนลูกชายคนเล็ก ของเธอที่เพิ่งอายุไม่กี่ขวบ ก็เริ่มช่วยเธอรดน ้าต้นไม้ได้แล้ว วิถีเกษตรธรรมชาติที่กัญญาและครอบครัวได้ร่วมสร้างกันมานั้น หาได้เกิดในชั่วข้ามคืนไม่ หากเกิดจากความมุมานะ ตั้งใจ จนกลายเป็นแบบอย่างที่ดีงามของคนในชุมชนและสังคมเกษตรกรรม ในวงกว้าง


บุคคลที่ 2 สุวรรณ กันภัย ตวัอย่าง "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่ควรเอาอย่าง ถ้าวันพรุ่งนี้ หรือวันต่อๆ ไป หากโลกนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ เราจะนึกถึงอะไร...หรือนึกถึงใคร" จั่วหัวไว้แบบนี้ ไม่ใช่ว่าผมอยากจะกลับไปใช้ชีวิตแบบย้อนยุคนะครับ เพียงแต่เป็นหนึ่งใน หลายๆ ความประทับใจต่อบุคคลที่ผมพานพบและคิดว่าน่าจะเป็นสาระและมุมมองในอีกแง่หนึ่งบนโลก ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีในวันนี้ ก็เท่านั้นเองครับ บ่ายของวันหนึ่ง หากดูตามปฏิทินก็คงจะย่างเข้าสู่วสันตฤดูแล้ว แต่อุณหภูมิของโลกยังดู เหมือนจะไม่ไยดีกับวันเวลาของปฏิทินที่ถูกก าหนดขึ้นโดยมนุษย์ เพื่ออาศัยกลไกของธรรมชาติในการ ด ารงอยู่ของชีวิตที่ไม่จีรัง ผมบึ่งรถไปตามถนนลาดยางจากอ าเภอศีขรภูมิ มุ่งหน้าสู่อ าเภอสนม จุดหมายปลายทางที่ ห่างกันเพียง 30 กิโลเมตร ทิวทัศน์สองข้างทางที่เป็นท้องทุ่งเริ่มมีสีเขียวของหญ้าที่ระบัดใบ หลังจาก ท้องฟ้าประพรมความชุ่มฉ ่าพอให้คลายร้อน ชาวนาบางส่วนที่ขยันท ามาหากิน จับจอบเสียมที่วางไว้ หลายเดือนมาปรับแต่งคันนาเตรียมกักเก็บน ้า เพื่อรอฝนใหญ่ที่จะมาถึงในวันข้างหน้า สองข้างทางที่ดูโปร่งตา เริ่มหนาทึบไปด้วยไม้ใหญ่ เมื่อเข้าสู่เขตอ าเภอสนม ผมแวะซื้อยาเส้น จ านวนหนึ่งเพื่อน าไปฝากผู้ที่ผมก าลังจะไปหาผ่านถนนคอนกรีตในตัวเมืองที่บ่งบอกถึงการท างานของ ผู้มีส่วนรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะไปที่ไหนในชนบท สังคมไทยเป็นอย่างนี้มานมนาน และอาจจะ เป็นแบบนี้อีกนาน จากถนนคอนกรีตกลายเป็นถนนดิน ผ่านป่ าทึบที่เปรียบเสมือนแหล่งอาหารของชุมชน รถจักรยานที่สวนมามีผักปังเต็มตะกร้า ในรัศมีไม่กี่มากน้อยเท่านั้นที่เห็น และแหล่งอาหารนั้นก าลังหด หายไปตามวัฏฏะของโลก ห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลนัก ท่ามกลางท้องนาที่ว่างเปล่า หากใครมาพบเห็น จะต้องสะดุดตากับความเขียวขจีบนพื้นที่ประมาณ 9 ไร่ ของลุงสุวรรณ กันภัย เกษตรกรผู้ทรหดที่ถือ เป็นต านานที่ยังคงมีชีวิตอยู่ แม้อากาศโดยทั่วไปในยามนี้จะร้อนปานใด หากแต่ย่างเข้าไปในบริเวณ “ไร่นา-สวนผสม” ของ ลุงสุวรรณแล้ว เราจะรู้สึกถึงความแตกต่างแม้จะไม่มากนัก แต่ก็สัมผัสได้ ทางเดินขนาดสองคนเดินเคียงกันได้จากปากทางเข้าสู่บ้านของลุงดูสะอาดตา ตลอดสองข้าง ทางดาษดาไปด้วยพรรณไม้หลากชนิด ทั้งไม้ผลและผักสวนครัว ในส่วนที่จัดแบ่งไว้ท านา ข้าวในนาสูง ราวศอก ขณะที่ผ่านมานั้นเกือบ99 เปอร์เซ็นต์ยังไม่ท าอะไรกับผืนนา คงเป็นเวลาเดียวกันกับข้าวในนา ของลุงสุวรรณและครอบครัวตั้งท้อง โดยที่ชาวนาส่วนใหญ่ก าลังลงกล้ากัน ลานข้างๆ กระท่อมหลังน้อย ของลุงสุวรรณกลายเป็นห้องรับแขกกลางทุ่งไปโดยปริยาย ป้าค าตันคู่ชีวิตของลุงก าลังนั่งห่อใบตองเพื่อ ท าขนมตาลกับหลานสาว “จ าผมได่บ่ป้า” ผมยกมือไหว้ทักทายพร้อมกับส่งของฝากที่มีชื่อเสียงของ อ าเภอศีขรภูมิ … กาละแม


บัตรภาพ ภาพการท านา ภาพการหาปลา ภาพแม่ค้า ภาพนักธุรกิจ ภาพกิจกรรมทา ความสะอาดคลอง ภาพกิจกรรมปลูกป่า ที่มา : ภาพที่ 1 http://www.matichon.co.th/online/2011/04/13018229601301827048l.jpg ภาพที่ 2 http://www.intertrademag.com/uploads/image/F1.jpg ภาพที่ 3 http://www.munjeed.com/image_news/2011-04-19/Thairath_1942554174321.jpg ภาพที่ 4 http://2.bp.blogspot.com/--_I3h7Gi94s/UPiNs5YPHlI/AAAAAAAAIYA/4eHQKOI6QsU/s1600/1.jpg ภาพที่ 5 http://3.bp.blogspot.com/-LGcat9cxFHM/T08o_pSHxlI/AAAAAAAAALA/ls6GeJMdT5g/ s1600/IMG_9309%2B(Medium).JPG ภาพที่ 6 http://www.rd1677.com/backoffice/PicUpdate/71107.jpg 1 2 3 4 5 6


ใบงานที่ 8.1 พระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง ค าชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์การกระท าของบุคคลตัวอย่าง จากใบความรู้ เรื่อง ตัวอย่าง บุคคลผู้ซึ่งปฏิบัติตน ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แล้วตอบค าถาม 1. บุคคลตัวอย่างทั้ง 2 ท่าน มีการกระท าใดที่แสดงว่า ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 2. หลักธรรมใดที่บุคคลตัวอย่างทั้ง 2 ท่าน ได้น าไปเป็นแนวทางการปฏิบัติ จงยกตัวอย่าง ประกอบ 3. การปฏิบัติตนของบุคคลตัวอย่างทั้ง 2 ท่าน ส่งผลดีต่อตนเองและส่วนรวมอย่างไร 4. นักเรียนสามารถน าแบบอย่างของบุคคลตัวอย่างทั้ง 2 ท่าน ไปประยุกต์ปฏิบัติได้อย่างไร


แบบสังเกตการตอบคำถาม *************************************************************************** คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รวม 9 คะแนน สนใจและตั้งใจฟัง คำถาม ตอบคำถามได้ตรง ประเด็น ตอบคำถามอย่าง สม่ำเสมอ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน


ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


Click to View FlipBook Version