The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

133เเผนการจัดการเรียนรู้-เทอมที่-1-2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kwannapah19434, 2024-01-22 22:37:18

133เเผนการจัดการเรียนรู้-เทอมที่-1-2566

133เเผนการจัดการเรียนรู้-เทอมที่-1-2566

สื่อ Powerpoint เรื่อง พระไตรปิฎก


แบบสังเกตการตอบคำถาม *************************************************************************** คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รวม 9 คะแนน สนใจและตั้งใจฟัง คำถาม ตอบคำถามได้ตรง ประเด็น ตอบคำถามอย่าง สม่ำเสมอ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน


ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


แบบประเมินพฤติกรรมผู้เรียนรายบุคคล ****************************************************************************** คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินใส่เครื่องหมาย ลงในแบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรม รายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับคุณภาพพฤติกรรมของผู้เรียน ลำดับ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน ความสนใจ ในการทำกิจกรรม การมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็นผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ ปานกลางขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พระไตรปิฎก และพุทธศาสนสุภาษิต เวลา 5 ชั่วโมง เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต เวลา 2 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติความสำคัญศาสดาหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ส 1.1 ม.3/6 อธิบายสังฆคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรม ของศาสนาที่ตนนับถือตามกำหนด 2. สาระสำคัญ พุทธศาสนสุภาษิต คือ คำสอนทางพระพุทธศาสนาที่เป็นเหมือนข้อคิด ข้อเตือนใจ ซึ่งจากคำ สอนเหล่านี้ เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและคนรอบ ข้างทำให้สังคมสงบสุข 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเขียนและอ่านพุทศาสนสุภาษิตได้ถูกต้องได้(K) 2. นักเรียนสามารถระดมความคิดจากพุทธศาสนสุภาษิตไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวันได้(P) 3. นักเรียนเห็นประโยชน์ของพุทธศาสนสุภาษิต (A) 4. สาระการเรียนรู้ พุทธศาสนสุภาษิต คำสอนทางพระพุทธศาสนา


5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 7. กิจกรรมการเรียนรู้(เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบแบบมีส่วนร่วม) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูเช็คชื่อพร้อมแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้แก่นักเรียนและกิจกรรม 2. นักเรียนทดลองอ่านพุทธศาสนสุภาษิตจากภาพ ขั้นสอน 1. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่องพระพุทธศาสนสุภาษิต ผ่านสื่อ Powerpoint โดยครูคอย อธิบายเพิ่มเติม วิธีการอ่านพุทธศาสนสุภาษิต วิธีการเขียนและเติมสระที่ถูกต้อง 2. นักเรียนฝึกอ่านพุทธศาสนสุภาษิตตามครู ดังนี้ อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺ โย = อัต ตา กะ เว ชิ ตัง เสย โย แปล ชนะตนนั่นแลดีกว่า ธมฺมจารี สุขํ เสติ = ธัม มะ จา รี สุ ขัง เส ติ แปล ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข ปมาโท มจฺจุโน ปทํ = ปะ มา โท มัจ จุ โน ปะ ทัง = ความประมาทเป็นหนทางแห่ง ความตาย สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ = สุส สู สัง ละ ภะ เต ปัญ ญัง แปล ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา 3. นักเรียนทำแบบใบงาน เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต เสร็จแล้วเปลี่ยนกันตรวจในคาบ


ขั้นสรุป นักเรียนและคูร่วมกันสรุปเนื้อหาความรู้เรื่องพุทธศาสนสุภาษิต และบอกข้อคิดการนำความรู้ ทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวัน และเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยเพิ่มเติม 8. สื่อการเรียนรู้ - สื่อ Powerpoint เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต - หนังสือเรียนวิชาพระพุทธศาสนา ม.3 (อักษรเจริญทัศน์) 9. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงาน เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต 10. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ วิธีการวัด เกณฑ์การวัด และประเมินผล 1. นักเรียนสามารถเขียนและ อ่านพุทศาสนสุภาษิตได้ถูกต้อง ได้(K) ใบงาน พุทธศาสน สุภาษิต ทำใบงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถระดม ความคิดจากพุทธศาสน สุภาษิตไปปรับประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้(P) ใบงาน พุทธศาสน สุภาษิต ทำใบงาน ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นประโยชน์ของ พุทธศาสนสุภาษิต (A) แบบสังเกตการตอบ คำถาม การตอบคำถาม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


สื่อ Powerpoint เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต


แบบสังเกตการตอบคำถาม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รวม 9 คะแนน สนใจและตั้งใจฟัง คำถาม ตอบคำถามได้ตรง ประเด็น ตอบคำถามอย่าง สม่ำเสมอ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน


- ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินใส่เครื่องหมาย ลงในแบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรม รายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับคุณภาพพฤติกรรมของผู้เรียน ลำดับ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน ความสนใจ ในการทำกิจกรรม การมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็นผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ ปานกลางขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน


ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้งหรือน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13 - 15 9 - 12 5 - 8 3 2 1 ดี ปานกลาง ปรับปรุง


11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.1 นักเรียน จำนวน......................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้....................คน คิดเป็นร้อยละ…………............ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้................คน คิดเป็นร้อยละ....................... นักเรียนไม่ผ่านมี ดังนี้…………………………………………………………………………………………….………………………… 1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ(K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ(P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.4 นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 11.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 11.3 ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ…………………………..……………ครูผู้สอน (นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู …………../……………./………


12. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………….. (นางมาลีวัลย์ กองหล้า มึลเลอร์) ครูพี่เลี้ยง …………../……………./………… 13. ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. นางชวนชม ไชยสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………… รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ (นายไมตรี ภูสอดสี) ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้อำนวยการสถานศึกษา ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ……………………..………………..…… ผู้อำนวยการสถานศึกษา (นาางสาวอารีรัตน์ นุตะภิบาล)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พระไตรปิฎก และพุทธศาสนสุภาษิต เวลา 5 ชั่วโมง เรื่อง การปฏิบัติตนตามพุทธศาสนสุภาษิต เวลา 2 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติความสำคัญศาสดาหลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุข ตัวชี้วัด ส 1.1 ม.3/6 อธิบายสังฆคุณและข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรม ของศาสนาที่ตนนับถือตามกำหนด 2. สาระสำคัญ พุทธศาสนสุภาษิต คือ คำสอนทางพระพุทธศาสนาที่เป็นเหมือนข้อคิด ข้อเตือนใจ ซึ่งจากคำ สอนเหล่านี้ เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและคนรอบ ข้างทำให้สังคมสงบสุข 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ความสำคัญ และวิธีปฏิบัติตนตามพุทธศาสนสุภาษิตได้(K) 2. นักเรียนสามารถระดมความคิดจากพุทธศาสนสุภาษิตไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวันได้(P) 3. นักเรียนเห็นประโยชน์ของพุทธศาสนสุภาษิต (A) 4. สาระการเรียนรู้ พุทธศาสนสุภาษิต คำสอนทางพระพุทธศาสนา


5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 7. กิจกรรมการเรียนรู้(เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบแบบมีส่วนร่วม) (ขั้นนำเข่าสู่บทเรียน) 1. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยและทำสมาธิก่อนเรียน 2. นักเรียนดูภาพการดำเนินชีวิตของคนในสังคม แล้วสุ่มนักเรียนออกมาเขียนพุทธศาสน สุภาษิตที่เคยเรียนมาให้ตรงกับภาพ (ขั้นสอน) 3. นักเรียน 1-2 คน บอกความหมาย ความสำคัญ และยกตัวอย่างการปฏิบัติตน ตามพุทธศาสนสุภาษิต แล้วให้นักเรียนคนอื่นๆ ได้นำเสนอเพิ่มเติมในส่วนที่แตกต่างกันออกไป 4. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันหาข้อมูล/ข่าวสาร การกระทำของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติ ตนตามพุทธศาสนสุภาษิต (ครูมอบหมายให้นักเรียนเตรียมมาล่วงหน้า) แล้วนำมา วิเคราะห์ตามหัวข้อที่กำหนดในใบงานที่ 4.1 เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต 5. สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของผลงานในใบงานที่ 4.1 แล้วผลัดกัน นำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 6. ครูเสนอแนะผลงานของนักเรียนแต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนพอใจในการกระทำของใครบ้าง และต้องการนำไปเป็นแบบอย่างในเรื่อง ใดบ้างจงยกตัวอย่าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 7. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันเสนอแนวทางการปฏิบัติตนตามพุทธศาสนสุภาษิตแล้วนำไป ปฏิบัติ จากนั้นรายงานผลการปฏิบัติตนตามพุทธศาสนสุภาษิตต่อครูผู้สอนเป็นรายบุคคล ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน แล้วให้นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต ไปประยุกต์ปฏิบัติได้อย่างไร บ้าง อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)


(ขั้นสรุป) 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความสำคัญของพุทธศาสนสุภาษิต 9. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมตามตัวชี้วัด : กิจกรรมที่ 4.1 - 4.4 จากแบบวัดฯ เป็น การบ้าน แล้วนำส่งครูตามเวลาที่ตกลงกัน 10. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนจัดทำแผ่นพับ เรื่อง พระไตรปิฎกและพุทธศาสน สุภาษิต โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดังนี้ 1) การอธิบายสาระสำคัญของพระไตรปิฎกเกี่ยวกับเรื่องน่ารู้จากพระไตรปิฎก (พุทธ ปณิธาน 4) 2) การวิเคราะห์ผลของการปฏิบัติตนตามพุทธศาสนสุภาษิต ในเรื่อง ชนะตนนั่นแ]ดีกว่า ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ฟังด้วยดีย่อมได้ ปัญญา 8. สื่อการเรียนรู้ - สื่อ Powerpoint เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต - หนังสือเรียนวิชาพระพุทธศาสนา ม.3 (อักษรเจริญทัศน์) 9. ชิ้นงาน/ภาระงาน - แผ่นพับ เรื่อง พระไตรปิฎกและพุทธศาสนสุภาษิต - แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 - ใบงานที่ 4.1 เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต


10. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ วิธีการวัด เกณฑ์การวัด และประเมินผล 1. นักเรียนสามารถเขียนและ อ่านพุทศาสนสุภาษิตได้ถูกต้อง ได้(K) ใบงาน พุทธศาสน สุภาษิต ทำใบงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถระดม ความคิดจากพุทธศาสน สุภาษิตไปปรับประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้(P) ใบงาน พุทธศาสน สุภาษิต ทำใบงาน ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นประโยชน์ของ พุทธศาสนสุภาษิต (A) แบบสังเกตการตอบ คำถาม การตอบคำถาม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


สื่อ Powerpoint เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต


แบบสังเกตการตอบคำถาม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รวม 9 คะแนน สนใจและตั้งใจฟัง คำถาม ตอบคำถามได้ตรง ประเด็น ตอบคำถามอย่าง สม่ำเสมอ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน


- ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินใส่เครื่องหมาย ลงในแบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรม รายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับคุณภาพพฤติกรรมของผู้เรียน ลำดับ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน ความสนใจ ในการทำกิจกรรม การมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็นผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ ปานกลางขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน


ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้งหรือน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13 - 15 9 - 12 5 - 8 3 2 1 ดี ปานกลาง ปรับปรุง


แบบประเมินแผ่นพับ เรื่อง พระไตรปิฎกและพุทธศาสนสุภาษิต ล ำดับที่ รำยกำรประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 การอธิบายสาระส าคัญของพระไตรปิฎก เกี่ยวกับ เรื่องน่ารู้จาก พระไตรปิฎก (พุทธปณิธาน 4) 2 การวิเคราะห์ผลของการปฏิบัติตนตาม พุทธศาสน-สุภาษิต ในเรื่อง ชนะตนนั่น แลดีกว่า ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ฟัง ด้วยดีย่อมได้ปัญญา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../........... เกณฑ์กำรตดัสินคณุภำพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภำพ 8 ดีมาก 6 - 7 ดี 4 - 5 พอใช้ ต ่ากว่า 4 ปรับปรุง


ภำพบุคคลที่ประสบควำมสำ เรจ็ในกำรดำ เนินชีวิต ภำพผ้ดูำ รงตนอยู่ในศีลธรรม ประกอบอำชีพสุจริต ภำพอุบตัิเหตุในกำรขบัขี่ยวดยำนพำหนะ ภำพกำรฟังอย่ำงมีสติ บัตรภาพ ที่มำ : วิทย์วิศทเวทย์ และเสฐียรพงษ์วรรณปก. 2557. หนังสือเรียน รำยวิชำพื้นฐำน พระพทุธศำสนำ ม.3. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร : อักษรเจริญทัศน์.


ใบงานที่ 4.1 พท ุ ธศำสนส ุ ภำษ ิ ต ค ำชี้แจง ให้นักเรียนน าข้อมูล/ข่าวสารเกี่ยวกับการกระท าของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติ ตามพุทธศาสนสุภาษิต มาวิเคราะห์ แล้วตอบค าถาม ข่ำวที่ 1 ค ำถำม 1. บุคคลที่มีการกระท าสอดคล้องกับพุทธศาสนสุภาษิต อตฺตา หเว เสยฺโย คือใคร ยกตัวอย่างการกระท า 2. บุคคลในข้อ 1. ได้รับผลดีจากการกระท าอย่างไร 3. นักเรียนสามารถน าแบบอย่างของบุคคลดังกล่าวไปประยุกต์ปฏิบัติได้อย่างไร และคาดว่า จะได้รับผลตอบแทนอย่างไร เรื่อง (สาระส าคัญโดยย่อ) ที่มา


ข่ำวที่ 2 ค ำถำม 1. บุคคลที่มีการกระท าสอดคล้องกับพุทธศาสนสุภาษิต ธมฺมจารี สุข เสติ คือใคร ยกตัวอย่างการกระท า 2. บุคคลในข้อ 1. ได้รับผลดีจากการกระท าอย่างไร 3. นักเรียนสามารถน าแบบอย่างของบุคคลดังกล่าวไปประยุกต์ปฏิบัติได้อย่างไร และคาดว่า จะได้รับผลตอบแทนอย่างไร เรื่อง (สาระส าคัญโดยย่อ) ที่มา


ข่ำวที่ 3 ค ำถำม 1. บุคคลที่มีการกระท าสอดคล้องกับพุทธศาสนสุภาษิต ปมาโท มจฺจุโน ปท คือใคร ยกตัวอย่างการกระท า 2. บุคคลในข้อ 1. ได้รับผลดีจากการกระท าอย่างไร 3. นักเรียนสามารถน าแบบอย่างของบุคคลดังกล่าวไปประยุกต์ปฏิบัติได้อย่างไร และคาดว่า จะได้รับ ผลตอบแทนอย่างไร เรื่อง (สาระส าคัญโดยย่อ) ที่มา


ข่ำวที่ 4 ค ำถำม 1. บุคคลที่มีการกระท าสอดคล้องกับพุทธศาสนสุภาษิต สุสฺสูส ลภเต ปญฺญ คือใคร ยกตัวอย่างการกระท า 2. บุคคลในข้อ 1. ได้รับผลดีจากการกระท าอย่างไร 3. นักเรียนสามารถน าแบบอย่างของบุคคลดังกล่าวไปประยุกต์ปฏิบัติได้อย่างไร และคาดว่า จะได้รับ ผลตอบแทนอย่างไร เรื่อง (สาระส าคัญโดยย่อ) ที่มา


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง สอบกลางภาค เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช


11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.1 นักเรียน จำนวน......................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้....................คน คิดเป็นร้อยละ…………............ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้................คน คิดเป็นร้อยละ....................... นักเรียนไม่ผ่านมี ดังนี้…………………………………………………………………………………………….………………………… 1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ(K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ(P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.4 นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 11.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 11.3 ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ…………………………..……………ครูผู้สอน (นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู …………../……………./………


12. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………….. (นางมาลีวัลย์ กองหล้า มึลเลอร์) ครูพี่เลี้ยง …………../……………./………… 13. ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. นางชวนชม ไชยสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………… รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ (นายไมตรี ภูสอดสี) ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้อำนวยการสถานศึกษา ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ……………………..………………..…… ผู้อำนวยการสถานศึกษา (นาางสาวอารีรัตน์ นุตะภิบาล)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หน้าที่ชาวพุทธและมารยาทชาวพุทธ เวลา 6 ชั่วโมง เรื่อง หน้าที่ของพระภิกษุ เวลา 2 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ตัวชี้วัด ส 1.2 ม.3/2 ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนาตามที่กำหนด ม.3/6 แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ ม.3/7 นำเสนอแนวทางในการธำรงรักษาศาสนาที่ตนนับถือ 2. สาระสำคัญ ชาวพุทธ คือ ผู้ที่เคารพเลื่อมใส และศรัทธาในพระรัตนตรัย มีหน้าที่ในการศึกษา และปฏิบัติ ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ให้ความเคารพนับถือต่อพระรัตนตรัย เอาใจใส่ทำนุบำรุง และบำเพ็ญประโยชน์ต่อวัดและพระสงฆ์ รวมเรียกว่า “หน้าที่ชาวพุทธ” นอกจากนี้ ยังต้องปฏิบัติตน อย่างมีมารยาทที่เหมาะสมต่อพระสงฆ์ หรือที่เรียกว่า “มารยาทชาวพุทธ” ด้วย 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายหน้าที่ของพระภิกษุได้(K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์หน้าที่ของพระภิกษุได้ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนเห็นคุณค่าของการเป็นชาวพุทธที่ดี(A) 4. สาระการเรียนรู้ หน้าที่ของพระภิกษุ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร


2. ความสามารถในการคิด 3. ทักษะการใช้ในชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้(เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ) (ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน) 1. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยและทำสมาธิก่อนเรียน 2. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 3. คนักเรียนวิเคราะห์ภาพบทบาทของพระสงฆ์ในด้านต่างๆ แล้วให้นักเรียนแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับผลของกิจกรรมในภาพ แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1) - 2) 1) พระสงฆ์มีบทบาทสำคัญอย่างไร (ศึกษาพระพุทธวจนะให้เข้าใจแล้วนำไปเทศนา สั่งสอนประชาชน และเผยแผ่ พระพุทธศาสนา) 2) นักเรียนคิดว่า ควรปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์อย่างไรบ้าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) (ขั้นสอน) 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ตามความสมัครใจ ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้ เรื่อง หน้าที่ของพระภิกษุ จากหนังสือเรียน ใบความรู้ หนังสือค้นค้นคว้าเพิ่มเติม ห้องสมุด หรือ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ แล้วบันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่าน 5. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 5.1 เรื่อง หน้าที่ของพระภิกษุ เมื่อทำเสร็จแล้วช่วยกัน ตรวจสอบความถูกต้อง 6. นักเรียนทุกกลุ่มช่วยกันเฉลยคำตอบในใบงานที่ 5.1 ครูตรวจสอบความถูกต้อง 7. นักเรียนร่วมกันสรุปหน้าที่ของพระภิกษุในการปฏิบัติตนตามหลักพระธรรมวินัย และจริย วัตรอย่างเหมาะสม 8. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง มารยาทชาวพุทธที่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อพระภิกษุในงานศาสน พิธีที่บ้าน การสนทนา และการใช้คำพูดกับพระภิกษุตามฐานะ การแต่งกายในพิธีต่างๆ จากหนังสือ


เรียน หนังสือค้นค้นคว้าเพิ่มเติม ห้องสมุด หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศ มาล่วงหน้าเพื่อใช้ในการเรียนใน ชั่วโมงต่อไป 8. สื่อการเรียนรู้ - สื่อ Powerpoint เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธและมารยาทชาวพุทธ - หนังสือเรียนวิชาพระพุทธศาสนา ม.3 (อักษรเจริญทัศน์) 9. ชิ้นงาน/ภาระงาน - การแสดงบทบาทสมมุติการปฏิบัติตนต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักทิศ 6 10. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ วิธีการวัด เกณฑ์การวัด และประเมินผล 1. นักเรียนสามารถอธิบาย หน้าที่ของพระภิกษุได้ (K) แบบสังเกตการตอบ คำถาม การตอบคำถาม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ หน้าที่ของพระภิกษุได้ถูกต้อง (P) แบบสังเกต พฤติกรรมรายบุคล คล การสังเกต ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3. นักเรียนเห็นคุณค่าของการ เป็นชาวพุทธที่ดี (A) แบบสังเกตการตอบ คำถาม การตอบคำถาม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


หน้าที่ของพระภิกษุ พระภิกษุหรือพระสงฆ์ เป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบยิ่ง เป็นแหล่ง ปลูกฝังคุณธรรม แก่ชาวโลกและชี้แนะแนวทางการด าเนินชีวิตที่ดีแก่สังคม ตลอดจนมีหน้าที่สืบ ทอดพระพุทธศาสนาด้วยการตั้งใจศึกษาค าสอนของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติตามค าสอนของพระองค์ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา นับว่าพระสงฆ์ได้ท าประโยชน์แก่สังคมมิใช่น้อย จึงควรที่ชาวพุทธจะพึง เคารพนับถือพระสงฆ์และปฏิบัติตนให้เหมาะสมต่อพระสงฆ์ หน้าที่หลักของพระสงฆ์พอสรุปได้ 3 ประการ ดังนี้ 1) การศึกษา หมายถึง การเรียนพระพุทธวจนะ ซึ่งภายหลังรวบรวมเป็นพระไตรปิฎกเอาไว้ การเรียนสมัยก่อนใช้วิธีท่องจ า เรียกว่า “มุขปาฐะ” ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ไม่มีการสอบไล่เอาปริญญา บัตรเหมือนสมัยปัจจุบัน ซึ่งใช้วิธีการแบบต่างคนต่างท่องจ า มากน้อยตามความสามารถและความ ถนัด ถ้าอยู่ด้วยกันหมู่มากก็แบ่งกลุ่มหรือส านักท่องจ ากัน เช่น กลุ่มนี้ท่องพระสูตร กลุ่มนั้นท่องพระ วินัย กลุ่มโน้นท่องพระอภิธรรม เป็นต้น เมื่อกาลเวลา ล่วงไปก็มีเหตุการณ์ท าให้พระธรรมวินัย คลาดเคลื่อนหรือกลัวว่าจะเกิดความคลาดเคลื่อนขึ้น ก็เรียกประชุมกัน “สังคายนา” (ร้อยกรองหรือ สวดสอบทานกัน) เพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พระพุทธวจนะเป็นจ านวนมากได้ถูกบันทึกลงใน สมองของพระสาวกโดยระบบท่องจ าอย่างนี้ จึงไม่น่าสงสัยว่าท าไมค าสอนของพระพุทธเจ้าจึงสืบ ทอดมาถึงพวกเราได้ เมื่อค านึงถึงระยะเวลานานเป็นพัน ๆ ปี การศึกษาเล่าเรียนพระพุทธวจนะนี้ต่อมาเรียกกันว่า “คันถธุระ” (หน้าที่ด้านการเรียนพระ คัมภีร์) เป็นการเรียนรู้หลักวิชาเพื่อเกื้อกูลและสนับสนุนการปฏิบัติธรรมให้เกิดผลดี 2) การปฏิบตัิภาระหน้าที่ด้านนี้เรียกตามศัพท์ศาสนาว่า “วิปัสสนาธุระ” (หน้าที่ปฏิบัติเพื่อ ความเห็นแจ้ง) หมายถึง การฝึกฝนอบรมจิตให้เป็นสมาธิและให้มีพลัง เพื่อน าไปใช้ในการข่มหรือ ก าจัดกิเลสคือความเศร้าหมองแห่งจิต และให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริง กล่าวเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การปฏิบัติตามทฤษฎีที่ได้ศึกษามา ข้างต้นนั้น ก็เพื่อดับทุกข์เป็นขั้นๆ จนถึงความดับโดยสิ้นเชิง การศึกษาเฉพาะในด้านปริยัติคือคัมภีร์ ต่างๆ เหล่านั้น ก็เปรียบเหมือนการอ่านแผนที่เพื่อให้รู้ว่าถนนมีกี่สาย สายใดน าไปสู่จุดหมายใด ส่วน การศึกษาในด้านการปฏิบัตินั้น จะต้องน ามาปฏิบัติด้วยตนเองจริงๆ ก็เหมือนกับการเดินทางตาม เส้นทางที่แผนที่บ่งไว้ เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตนต้องการ เมื่อพระสงฆ์ได้ศึกษาเล่าเรียนธรรมจนเข้าใจแจ่มแจ้งและสามารถปฏิบัติตามหลักธรรมนั้นได้ แล้ว คุณค่าและประโยชน์ที่ได้จากการปฏิบัตินั้นย่อมก่อให้เกิดผล ดังนี้ 1. สามารถควบคุมกาย วาจาให้เรียบร้อย งดเว้นจากข้อห้ามที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ได้ 2. สามารถฝึกฝนจิตใจของตนเองให้มีสมาธิอันแน่วแน่จนจิตสงบ สามารถขจัดสิ่งมัวหมองที่เป็น อุปสรรค ต่อการพัฒนาจิตออกจากใจได้ และยังมีผลให้จิตสมบูรณ์ในหลายๆ ด้าน เช่น มีความเมตตา กรุณา มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีความเข้มแข็งอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ สามารถยับยั้งชั่งใจ มี ความเพียร ความกล้าหาญ ความไม่ยึดมั่นถือมั่น รู้จักเข้าใจ และให้อภัยคนอื่น เป็นต้น


3) การสั ่งสอนและเผยแผ่พระธรรม ทั้งสองข้อที่กล่าวมาแล้ว เป็นหน้าที่ที่เป็นประโยชน์ส่วน ตน (ประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนเอง) ส่วนข้อ 3 นี้ เป็นการท าประโยชน์แก่สังคม (ประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้อื่น) หมายถึง การท าประโยชน์แก่ชาวบ้านผู้ได้อนุเคราะห์ช่วยเหลือพระสงฆ์ด้วยปัจจัย 4 หรืออีกนัยหนึ่ง หมายถึง การท าประโยชน์แก่ชาวโลกทั้งมวลในพระไตรปิฎกเล่มที่ 11 พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงหน้าที่ของ พระสงฆ์ในด้านการสั่งสอนและการเผยแผ่ธรรมแก่ประชาชนไว้ 6 ประการ ดังนี้ (1) สอนให้เขาละเว้นจากความชั ่ว คือ ชี้ให้เห็นว่าความชั่วเป็นอย่างไร โทษของความชั่ว เป็นอย่างไร และพยายามชักจูงให้เขาละเว้นจากความชั่วนั้น (2) แนะน าให้เขาตั้งอยู่ในความดีเพียงละเว้นจากการท าความชั่วอย่างเดียวยังไม่นับว่า เป็นคนดีสมบูรณ์และยังไม่ปลอดภัย เผลอเมื่อไรก็อาจหันเข้าหาความชั่วได้อีก ดังนั้น พระสงฆ์ต้อง ท าหน้าที่ที่ 2 คือ แนะน าให้ท าความดีเพิ่มขึ้น (3) อนุเคราะห์ด้วยจิตใจอันงาม หมายถึง แนะน าสั่งสอนด้วยความปรารถนาดีมุ่งประโยชน์ ที่เขาจะพึงได้รับเป็นส าคัญ ไม่หวังอามิส ลาภ ยศ หรือชื่อเสียงใดๆ เป็นการตอบแทน (4) สอนสิ่งที่เขาไม่เคยสดับตรับฟังมาก่อน ประชาชนส่วนมากมักวุ่นวายอยู่กับการท ามา หาเลี้ยงชีพ ไม่ค่อยมีเวลาศึกษาและสดับพระธรรม พระสงฆ์ผู้ได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติมากกว่า ชาวบ้าน จึงต้องน าเอาสิ่งที่ตนเองเรียนรู้มาถ่ายทอดให้ชาวบ้านได้รู้ด้วย (5) ชี้แจงสิ่งที่เขาได้ยินได้ฟังมาแล้วให้แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น บางเรื่องเขาฟังมาแล้วเกิดความ สงสัยไม่แน่ใจ ก็ต้องชี้แจงให้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งจนหายสงสัย โดยรู้จักอธิบายยักเยื้องหลายแง่ หลาย มุม จับจุดส าคัญมาขยายชี้แจงแต่ละประเด็นให้ชัดเจน (6) บอกทางสวรรค์ให้ หมายถึง ท าหน้าที่เป็น “มัคนายก” (ผู้น าทาง) แนะน าทางด าเนิน ชีวิตที่ดีงามและเป็นประโยชน์สุขแก่ประชาชน การเผยแผ่พระธรรมค าสอนของพระพุทธเจ้า อันเป็นการปฏิบัติภารกิจที่ส าคัญของ พระสงฆ์นั้นมีความส าคัญ ดังนี้ 1. เป็นการช่วยเผยแผ่พระธรรมค าสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เป็นที่แพร่หลาย ทั่วโลก โดยในปัจจุบันมีผู้สนใจหันมานับถือพระพุทธศาสนามากขึ้น เพราะเขาเห็นว่า พระพุทธศาสนานั้นได้ให้วิถีทางในการด าเนินชีวิตอันสงบสุขได้ 2. เป็นการช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาและท าให้มีผู้สนใจเข้ามาบวชเรียนศึกษาพระ ธรรม เพื่อเป็นศาสน-ทายาทต่อไป 3. เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยพระสงฆ์ผู้ที่ ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ งดงามไปด้วยศีล สมบูรณ์ไปด้วยคุณธรรม มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ท าหน้าที่ เป็นผู้เผยแผ่ธรรมะที่ถูกต้องให้แก่ผู้ที่ยังไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิด ได้เข้าใจหลักธรรมอย่างแจ่มแจ้งและ ถูกต้องมากขึ้น 4. ลดการเกิดปัญหาสังคม เมื่อหลักธรรมของพระพุทธเจ้าได้เผยแผ่ออกไปจนท าให้ ประชาชนเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาแล้ว ปัญหาสังคมต่างๆ เช่น การลักขโมย การเล่นการ พนัน การดื่มสุราเมรัย การเสพสิ่งเสพติดต่างๆ ก็จะลดน้อยลง จนกระทั่งปลอดจากอบายมุขในที่สุด


ภาพพระสงฆ์สอนธรรมศึกษา ภาพการปฏิบตัิวิปัสสนาของพระสงฆ์ ภาพการฟังพระธรรมเทศนา ภาพการประเคนภัตตาหาร บัตรภาพ


ใบงานที่ 5.1 หน ้ าท ี่ของพระภ ิ กษ ุ ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับหน้าที่หลักของพระภิกษุ ผลของการปฏิบตัิ หน้าที่หลัก ของพระภิกษุ การศึกษา พุทธวจนะ การปฏิบตัิ การสั ่งสอนและ เผยแผ่พระธรรม วิธีการศึกษา ผลของการศึกษา การศึกษา วิธีการ หน้าที่ของ พระภิกษุ ในการสั่งสอน ความส าคัญ


แบบสังเกตการตอบคำถาม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รวม 9 คะแนน สนใจและตั้งใจฟัง คำถาม ตอบคำถามได้ตรง ประเด็น ตอบคำถามอย่าง สม่ำเสมอ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน


- ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน - ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 7 - 9 ดี 4 - 6 พอใช้ ต่ำกว่า 3 ปรับปรุง


แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินใส่เครื่องหมาย ลงในแบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรม รายบุคคลให้สอดคล้องกับระดับคุณภาพพฤติกรรมของผู้เรียน ลำดับ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม/ระดับคะแนน ความสนใจ ในการทำกิจกรรม การมีส่วนร่วม ในการแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟัง ความคิดเห็นผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ ปานกลางขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ลงชื่อ................................................ ครูผู้สอน/ผู้ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน


ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้งหรือน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13 - 15 9 - 12 5 - 8 3 2 1 ดี ปานกลาง ปรับปรุง


11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1.1 นักเรียน จำนวน......................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้....................คน คิดเป็นร้อยละ…………............ ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้................คน คิดเป็นร้อยละ....................... นักเรียนไม่ผ่านมี ดังนี้…………………………………………………………………………………………….………………………… 1.2 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ(K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ(P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.4 นักเรียนมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 11.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 11.3 ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ…………………………..……………ครูผู้สอน (นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู …………../……………./………


12. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………….. (นางมาลีวัลย์ กองหล้า มึลเลอร์) ครูพี่เลี้ยง …………../……………./………… 13. ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. นางชวนชม ไชยสิทธิ์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ……………………………………… รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ (นายไมตรี ภูสอดสี) ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้อำนวยการสถานศึกษา ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ……………………..………………..…… ผู้อำนวยการสถานศึกษา (นาางสาวอารีรัตน์ นุตะภิบาล)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หน้าที่ชาวพุทธและมารยาทชาวพุทธ เวลา 6 ชั่วโมง เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธ มารยาทชาวพุทธ เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ เดือน พ.ศ. 2566 ครูผู้สอน นางสาวเชษฐ์สุดา พรหมหาราช 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ตัวชี้วัด ส 1.2 ม.3/2 ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักศาสนาตามที่กำหนด ม.3/6 แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ ม.3/7 นำเสนอแนวทางในการธำรงรักษาศาสนาที่ตนนับถือ 2. สาระสำคัญ ชาวพุทธ คือ ผู้ที่เคารพเลื่อมใส และศรัทธาในพระรัตนตรัย มีหน้าที่ในการศึกษา และปฏิบัติ ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ให้ความเคารพนับถือต่อพระรัตนตรัย เอาใจใส่ทำนุบำรุง และบำเพ็ญประโยชน์ต่อวัดและพระสงฆ์ รวมเรียกว่า “หน้าที่ชาวพุทธ” นอกจากนี้ ยังต้องปฏิบัติตน อย่างมีมารยาทที่เหมาะสมต่อพระสงฆ์ หรือที่เรียกว่า “มารยาทชาวพุทธ” ด้วย 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายหน้าที่และมารยาทชาวพุทธได้(K) 2. นักเรียนสามารถแสดงบทบาทสมมุติการปฏิบัติตนตามหน้าที่และมารยาทชาวพุทธได้ ถูกต้อง (P) 3. นักเรียนเห็นคุณค่าของการเป็นชาวพุทธที่ดี(A) 4. สาระการเรียนรู้ มารยาทชาวพุทธ การแต่งการในพิธีตจ่าง ๆ หน้าที่ชาวพุทธ (ทิศ 6)


5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ทักษะการใช้ในชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้(เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบบทบาทสมมุติ) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนเช็คชื่อเข้าห้องเรียน พร้อมรับฟังจุดประสงค์การเรียนรู้ 2. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามกระตุ้นการเรียนรู้จาก Quizizz ออนไลน์เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ มารยาทชาวพุทธ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้และความสนุกสนาน สแกนผ่านคิวอาร์โคด


ขั้นสอน 3. นักเรียนศึกษความรู้เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธ มารยาทชาวพุทธ จากสื่อสไลด์ PowerPoint โดยมีครูคอยอธิบายรายละเอียดเนื้อหาเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นนักเรียนร่วมกันศึกษาการปฏิบัติตนเป็นชาว พุทธที่ดีตามหลักทิศ 6 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการแสดงบทบาทสมมุติการปฏิบัติตนต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลักทิศ 6 เช่น แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมา การปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ ให้กำหนดตัวแสดง พระสงฆ์ และชาวบ้านธรรมดา และให้พูดคุยกันใช้สรรพนามแทนตัวให้ถูกต้อง


Click to View FlipBook Version