The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการออกแบบระบบไฟฟ้า BANGKOK CABLE

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jamikorn.kh, 2021-09-28 06:52:59

คู่มือการออกแบบระบบไฟฟ้า BANGKOK CABLE

คู่มือการออกแบบระบบไฟฟ้า BANGKOK CABLE

บริิษััท สายไฟฟ้้าบางกอกเคเบิ้�ล จำ�ำ กััด ดำำ�เนิินแผนกลยุุทธ์์ ในการพััฒนาองค์์กรสู่่�
การเติิบโตอย่่างยั่�งยืืน โดยคำ�ำ นึึงถึึงผู้�มีีส่่วนเกี่�ยวข้้องทางธุุรกิิจให้้ ได้้รัับประโยชน์์ร่่วมกััน
ธุุรกิิจจึึงจะอยู่�่รอดได้้และเติิบโตไปพร้้อมๆ กััน ควบคู่่�กัับวิิสััยทััศน์์เพื่�อก้้าวสู่่�ความเป็็นหนึ่่�ง
ของผู้�นำำ�ผลิิตภััณฑ์์สายไฟฟ้้าและสายเคเบิ้�ลระดัับ ASEAN และต่่อยอดเทคโนโลยีีสู่�่นวััตกรรม
ที่ห� ลากหลายในผลิติ ภัณั ฑ์ส์ ายไฟฟ้า้ สายส่่งสัญั ญาณ และสายสื่อ� สาร โดยกำ�ำ กับั การดำำ�เนินิ งาน
ด้้วยแนวคิิดที่ � ให้้ความสำำ�คััญกัับเศรษฐกิิจที่่�เชื่ �อมโยงกัับคุุณภาพชีีวิิตของผู้ �คนและสิ่ �งแวดล้้อม
เสมอ

ชื่อ่ หนัังสืือ ISBN : 978-616-93682-0-5
คู่�่มือื การออกแบบ ฉบับั ปรัับปรุุง ครั้ง� ที่่� 3 ปีีที่่�พิิมพ์์ : พ.ศ.2564
และติดิ ตั้ง� ระบบไฟฟ้า้ จำ�ำ นวน : 3,000 เล่่ม
จำำ�นวนหน้้า : 476 หน้้า
ชื่อ่ ผู้้�แต่ง่
ผศ.ประสิิทธิ์� พิิทยพััฒน์์ อำ�ำ นวยการผลิติ :
ภาควิิชาวิิศวกรรมศาสตร์์ไฟฟ้้ากำ�ำ ลังั บริษิ ััท สายไฟฟ้า้ บางกอกเคเบิ้�ล จำ�ำ กัดั
คณะวิิศวกรรมศาสตร์์ โทร. 0 2651 9221-9, 0 2651 9252-7
มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีมี หานคร โทรสาร. 0 2253 6028, 0 2253 5973

จััดพิมิ พ์์โดย :
บริิษััท เซจ อิินเตอร์์เนชั่่�นแนล จำ�ำ กัดั
17 ถนนเทศบาลนฤมาณ แขวงลาดยาว เขตจตุุจัักร กรุุงเทพมหานคร 10900

สารจากประธานกรรมการบริหิ าร

บริษิ ัทั สายไฟฟ้า้ บางกอกเคเบิ้ล� จำ�ำ กัดั ได้้จัดั ทำ�ำ คู่ม�่ ือื การใช้้สายไฟฟ้า้ เล่่มแรกในปีี พ.ศ.2520
ต่่อมาเมื่�อสำ�ำ นัักงานมาตรฐานอุุตสาหกรรม ได้้ทำำ�การแก้้ไขปรัับปรุุงมาตรฐานสายไฟฟ้้าจาก
มอก.11-2518 เป็็น มอก.11-2531 ประกอบกัับการไฟฟ้้านครหลวงและการไฟฟ้้าส่่วนภููมิิภาค
ก็็ได้้จัดั ทำ�ำ มาตรฐานกฎการเดินิ สายไฟฟ้า้ และติดิ ตั้ง� อุปุ กรณ์์ไฟฟ้า้ ขึ้น� บริษิ ัทั ฯ จึงึ มีีโครงการจัดั ทำำ�
หนังั สือื “คู่ม่� ือื การออกแบบและติดิ ตั้ง�้ ระบบไฟฟ้า้ ” เพื่อ� เป็น็ ข้อ้ มููลให้้กับั วิศิ วกรและช่่างไฟฟ้า้
สำำ�หรับั การใช้้งานได้้อย่่างสะดวกและอ้้างอิงิ ได้้ โดยได้้รับั การอนุเุ คราะห์จ์ ากผู้ช� ่่วยศาสตราจารย์์
ประสิิทธิ์� พิิทยพััฒน์์ ผู้�เชี่�ยวชาญด้้านการออกแบบระบบไฟฟ้้า แห่่งภาควิิชาวิิศวกรรมศาสตร์์
ไฟฟ้า้ กำำ�ลังั คณะวิศิ วกรรมศาสตร์์ มหาวิทิ ยาลัยั เทคโนโลยีมี หานคร เป็น็ ผู้้ช� ่่วยจัดั ทำำ�และดำ�ำ เนินิ
การปรัับปรุุงแก้้ ไขตลอดมา เช่่น เมื่�อมีีการปรัับปรุุงมาตรฐานการติิดตั้�งสายไฟฟ้้าสำำ�หรัับ
ประเทศไทยของสมาคมวิิศวกรรมสถานแห่่งประเทศไทย หรืือเมื่�อมีีการปรัับปรุุงมาตรฐาน
สายไ ฟฟ้้าจาก มอก.11-2531 เป็น็ มอก.11-2553 และล่่าสุดุ คืือ มอก. 11-2559

ด้้วยปณิธิ านที่่บ� ริษิ ัทั ฯ ประสงค์์ให้้หนังั สือื คู่ม่� ือื การออกแบบและติดิ ตั้ง� ระบบไฟฟ้า้ นี้้�ได้้ก่่อให้้
เกิดิ การพัฒั นาเพื่อ� นำำ�มาสู่ค�่ วามปลอดภัยั ของระบบไฟฟ้า้ อันั เป็น็ เป้า้ หมายสำ�ำ คัญั จึงึ ได้้สนับั สนุนุ
การจััดพิิมพ์์เพื่�อแจกจ่่ายให้้กัับวิิศวกร ผู้�รัับเหมา ช่่างไฟฟ้้า ตลอดจนสถาบัันการศึึกษาต่่างๆ
เพื่�อให้้เกิิดประโยชน์์อย่่างสููงสุุด และบริิษััทฯ ได้้ดำำ�เนิินการต่่อเนื่่�องมาจนถึึงเล่่มปััจจุุบััน
ซึ่�งเป ็น็ ฉบัับปรัับปรุุง ครั้ง� ที่� 3

ด้้วยจิติ อันั เป็น็ วิทิ ยาทาน เพื่อ� คุุณประโยชน์์ต่่อสัังคมและประเทศชาติิ บริิษััทฯ หวังั เป็น็
อย่่างยิ่�งว่ าหนัังสืือเล่่มนี้้�จะช่่วยอำำ�นวยประโยชน์์ต่่อวิิศวกร ช่่างไฟฟ้้า ผู้�รัับเหมา ผู้�ออกแบบ
และผู้ก� ่่อสร้้าง ในการนำ�ำ ไปใช้้ให้เ้ กิดิ ความปลอดภัยั สููงสุดุ ต่่อผู้บ� ริิโภคและผู้�ใช้้งานได้้เป็น็ อย่่างดีี
และขอขอบคุุณคณะผู้�จััดทำ�ำ ทุกุ ท่่านมา ณ โอกาสนี้้�

(นายสมพงศ์ นครศร)ี
ประธานกรรมการบริหาร
บริษทั สายไฟฟา้ บางกอกเคเบ้ลิ จ�ำ กัด

1 มีนาคม 2564

คำ�ำ นำำ�

ตามท่ีบริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำ�กัด ได้กรุณาให้ข้าพเจ้าเขียนหนังสือ
“คู่มือการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า” ตั้งแต่เล่มแรก และต่อมาได้มีการปรับปรุง
ฉบับท่ี 2 ซ่ึงเป็นท่ี นิยมอย่างกว้างขวางในหมู่ช่างและวิศวกรไฟฟ้า เนื่องจากเป็นข้อมูล
ที่ถูกต้องและเข้าใจงา่ ย

เมือ่ ทางกระทรวงอตุ สาหกรรมไดป้ รับปรงุ มาตรฐานสายไฟฟ้าจาก มอก.11-2531 เปน็
มอก.11-2553 โดยประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 และทางวิศวกรรมสถาน
แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ปรับปรุงมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า
สำ�หรับประเทศไทย จากฉบับ พ.ศ.2551 เป็นฉบับ พ.ศ.2556 ดังนั้นเพ่ือให้สอดคล้อง
กับมาตรฐานสายไฟฟ้าใหม่ และมาตรฐานการติดต้ังไฟฟ้าใหม่ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอก
เคเบ้ิล จำ�กัด จึงให้ข้าพเจ้าช่วยจัดทำ�หนังสือใหม่ ซ่ึงหนังสือคู่มือการออกแบบและติดต้ัง
ระบบไฟฟ้าเล่มน้ี จะมีเนื้อหาเก่ียวกับสายไฟฟ้าปรากฎอยู่เกือบทุกบท ข้าพเจ้าพร้อมผู้ช่วย
จึงได้ปรับปรุงแก้ ไขหนังสือคู่มือใหม่ตลอดท้ังเล่มให้มีความสมบูรณ์มากท่ีสุดเท่าท่ี จะทำ�ได้
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของช่างและวิศวกรไฟฟ้า ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างย่งิ ว่าหนังสือคู่มือ
ทีป่ รบั ปรุงใหม่น้ี จะเป็นประโยชนต์ ่อผอู้ า่ นอยา่ งมากเช่นท่ีผา่ นมา

สดุ ทา้ ยน้ี ข้าพเจ้าขอขอบคณุ คณุ สมพงศ์ นครศรี ประธานกรรมการบรหิ าร บรษิ ทั สายไฟฟา้
บางกอกเคเบล้ิ จ�ำ กดั ทเ่ี หน็ ความส�ำ คญั และสนบั สนนุ ให้จดั ท�ำ หนงั สอื คู่มอื นี้ เพอ่ื เปน็ ประโยชน์
แก่ช่างและวิศวกรไฟฟ้า และขอขอบคุณพนักงาน บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำ�กัด
ทุกท่านท่ีให้ความร่วมมือในการจัดทำ�หนังสือคู่มอื นี้

ด้วยความนับถือ
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสิทธิ์ พิทยพัฒน์)

ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้ากำ�ลัง
คณะวิศวกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

COMPANY PROFILE

บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบ้ิล จำ�กัด ก่อต้ังเม่ือเดือนสิงหาคม พ.ศ.2507 เพื่อ
ดำ�เนินกิจการผลิตและจำ�หน่ายผลิตภัณฑ์สายไฟฟ้าชนิดตัวนำ�ทองแดงและตัวนำ�อะลูมิเนียม
โดยมผี ้บู ริหารและผู้ถอื หุ้ นเป็นคนไทยทัง้ หมด มที นุ จดทะเบียนปัจจุบัน 1,300 ล้านบาท

สายไฟฟา้ บางกอกเคเบลิ้ เป็นโรงงานผลิตขนาดใหญ่ มีกำ�ลงั การผลติ ท่สี งู สามารถผลติ
สายไฟฟ้าได้หลากหลายชนิด อีกท้ังยังมีทีมวิศวกรท่ี มีความรู้ ความสามารถ และความ
เชย่ี วชาญ และด้วยประสบการณอ์ นั ยาวนานของบริษทั ฯ ที่สามารถผลติ ได้ทง้ั สายไฟฟ้าก�ำ ลัง
สายคอนโทรล สายอินสทรูเม้นท์ และสายสือ่ สาร เป็นต้น

สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล ดำ�เนินธุรกิจด้วยระบบบริหารการจัดการสมัยใหม่ มีการ
พฒั นาคณุ ภาพมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ยา่ งต่อเนอ่ื ง โดยมงุ่ เน้นการบรหิ ารการจดั การใชป้ ระโยชน์
จากวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเต็มเปี่ยม สอดคล้องกับการเสริมด้วยระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เพ่อื เพ่ิ มศักยภาพสูงสดุ ในกระบวนการผลติ ท้ังในปัจจุบนั และอนาคต

บริิษััท สายไฟฟ้้าบางกอกเคเบิ้้ล� จำำ�กััด

ส�ำ นกั งานใหญ่
187/1 ถนนราชดำ�ริ แขวงลุมพินี
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทร. 0 2651 9221-9, 0 2651 9252-7, 0 2254 4550-9
โทรสาร. 0 2253 6028, 0 2253 5973, 0 2254 3859

โรงงานสมุุทรปราการ
93 หมู่ 11 ถนนสุขสวัสดิ์ ตำ�บลในคลองบางปลากด
อำ�เภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ 10290
โทร. 0 2425 0441-3
โทรสาร. 0 2815 6296

โรงงานฉะเชิงิ เทรา
39/1 หมู่ 1 ถนนบางปะกง-ฉะเชิงเทรา ตำ�บลแสนภูดาษ
อำ�เภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 24140
โทร. 0 3857 7266-9
โทรสาร. 0 3857 7270-1

[email protected] bangkokcablebcc
www.bangkokcable.com @bangkokcablebcc

OUR VISION

Our vision is to become a regional leader in electrical energy
transmission, elevating innovative technologies, research, and
development to pioneer industry leading solutions that will meet
the diverse needs of our customers. Our pursuit of this vision will be
underpinned by our commitments to sustainability and the principles
of ‘circular economy’, contributing to the sustainable growth and
happiness of the communities, societies, and environment that
we reach.

MISSION

Our goal is to be the number one electrical wires and cables
manufacturer in Southeast Asia by providing the highest quality
products at the most competitive prices with the fastest delivery.
We will continuously develop our human capital, products,
and manufacturing technologies to deliver superior value to our
key stakeholders.

450/750 V 70๐C 60227 IEC 01 (THW)

SINGLE-CORE NON-SHEATHED CABLE
WITH RIGID CONDUCTOR

450/750 V 70๐C NYY 450/750 V 70๐C VCT

1 CORE - PVC INSULATED AND SHEATHED CABLE, 1 CORE - PVC INSULATED AND SHEATHED CABLE
ROUND TYPE ROUND TYPE, FLEXIBLE CONDUCTOR

300/500 V 70๐C VAF

2 CORES - PVC INSULATED AND SHEATHED CABLE,
FLAT TYPE

0.6/1 kV CV (FR-CV optional)

1-4 CORES - CROSSLINKED
POLYETHYLENE POWER CABLE

(IEC 60502-2) For general purpose power distribution in dry or wet location.
Exposed in aerial, direct burial, conduit, open tray and underground duct
installation.

TIS 2341-2555 For aerial power
transmission and distribution line.

(IEC 60840 or TIS 2202-2547) Preferably laid in substations,
factories and urban area. The cable shall be suitable for use
in ducts, trays and direct burial in ground, subjected to
immerse in water all time.

CONTROL

CABLES

For supervisory electrical equipment, station control circuits, outdoor,
suitable installation in the dry or wet cable trenches.

INSTRUMENTATION

CABLES

The cable shall be suitable for connecting instrument and control systems
for analog or digital transmission.

CVV-SLA CVV-IS-OS

CVV-SLA-SWA CVV-IS-OS-SWA

Low Smoke Halogen Free Cables Fire Resistant Cables

Flame retardant property Fire resistant property
Low smoke & Halogen Flame retardant property
free properties Low smoke & Halogen
TUV SUD Certificate mark free properties
TUV SUD Certificate mark

Flame propagation test Acidity of gases test Smoke density test

Resistance to fire alone Resistance to fire with water Resistance to fire
with mechanical shock

PCHABOLTEOSV(HO1LZT2AZI2C-K)

Standard : BS EN 50618 : 2014 Classification

Cross-Sectional Area (sq.mm) 1.5 (1.8) kV DC 1.0/1.0 kV AC

Size : 1.5 - 240 sq.mm

Construction

Conductor : Tinned Annealed Copper (Flexible class 5)
Insulation : Cross-linked Polyolefin copolymer
Sheath : Cross-linked Polyolefin copolymer

Features

Ozone resistance : BS EN 50396
Halogen free : BS EN 50525-1
Weather/UV resistance : BS EN 50618
Flame retardant : BS EN 60332-1-2
Low smoke : BS EN 61034-2
Acid and Alkaline resistance : BS EN 60811-404

Applications

The cable use for interconnection wiring of photovoltaic power system
like solar panel arrays for utility scale solar plants or rooftops. Suitable for both
internal and external use. They can also install to be fixed, free movable, in
cable trays and in conduit.

Management System

ISO 9001 QMS02093/538
ISO 14001 EMS07007/266
ISO 45001 OHSMS20033/111

CCOABNLDEISTIOUNNSDER FIRE
LABORATORY

ห้องปฏิบัติการทดสอบสายเคเบ้ลิ ภายใต้สภาวะเผาไหม้แห่งแรกของประเทศไทย ท่ีได้รับ
การรับรองความสามารถห้องปฏบิ ตั กิ ารทดสอบตามมาตรฐาน มอก.17025 (ISO/IEC 17025)
ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยแห่งน้ีสามารถดําเนินการทดสอบการต้านทานการลุกไหม้ ความ
หนาแน่นของควันไฟ ความสามารถในการส่งผ่านกระแสไฟฟา้ ได้ขณะเกิดเพลงิ ไหม้ ตลอดจน
การปล่อยก๊าซและกรดฮาโลเจนตามมาตรฐานต่างๆ ที่ได้รบั การยอมรับในระดับสากล

ALCTEANASBBDTOLIHERNSIAGGTHOMRVEYODLIFUTOMARGE

ห้องปฏิบัติการทดสอบสายไฟฟ้าแรงดันปานกลางและแรงดันสูง ที่ได้รับการรับรอง
ความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน มอก.17025 (ISO/IEC 17025) เปน็ ห้อง
ปฏบิ ัติการที่่มมี าตรฐานการทดสอบท่แี ม่นย�ำ และเชื่อถือได้ในระดับสากล

SUCCESS STORIES

Renewable Energy Airport Healthcare Centers

5G Transmission Towers Transmission Line Projects Substations

Underground Cable Projects Oil & Gas Petrochemical

Sky Train Railway System MRT

สารบัญ หนา้
1
3
3
บทท่ี 1 ระบบการส่งจ่ายกำ� ลงั ไฟฟา้ 4
5
1.1 บทนำ� 6
1.2 การส่งจ่ายกำ� ลังไฟฟ้าในประเทศไทย 12
1.3 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 21
1.4 การไฟฟา้ นครหลวง 27
1.5 การไฟฟา้ ส่วนภูมภิ าค 28
1.6 การจา่ ยกำ� ลงั ไฟฟ้าใหก้ ับผ้ใู ช้ไฟฟ้า 31
1.7 การจัดวงจรการจา่ ยไฟฟ้า 33
1.8 ระบบการจ่ายไฟฟ้าสายป้อนใต้ดนิ 35
41
บทที่ 2 สายไฟฟา้ แรงดันต่�ำ 41
42
2.1 บทนำ� 45
2.2 สว่ นประกอบ 57
2.3 สายไฟฟา้ อะลมู เิ นียมห้มุ ดว้ ยฉนวน PVC 57
2.4 สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC
2.5 สายไฟฟา้ ทองแดงหุม้ ด้วยฉนวน XLPE

บทที่ 3 สายไฟฟา้ แรงดันต่�ำตาม มอก. 11-2553

3.1 บทนำ�
3.2 มอก. 11-2553
3.3 เลม่ ท่ี 1 ขอ้ ก�ำหนดทวั่ ไป
3.4 สายไฟฟา้ ตาม มอก. 11-2553 ทน่ี ยิ มใช้งาน

บทท่ี 4 สายไฟฟา้ แรงดันสูง

4.1 บทนำ�
4.2 สายเปลือย (Bare Wires)

หน้า
4.3 สายหมุ้ ฉนวนแรงสงู 61
4.4 สายหุ้มฉนวนแรงสูงไมเ่ ตม็ พกิ ดั 61
4.5 สายห้มุ ฉนวนเตม็ พกิ ดั 64
4.6 พิกดั กระแสของสาย MV ห้มุ ฉนวน 70
4.7 สายไฟฟา้ แรงดันสูงของ BCC 74
87
บทที่ 5 สายทนไฟ 87
88
5.1 บทน�ำ 90
5.2 คณุ สมบตั ิ 91
5.3 การตา้ นเปลวเพลิง 94
5.4 การปล่อยก๊าซกรด 97
5.5 การปลอ่ ยควัน 98
5.6 การตา้ นทานการตดิ ไฟ 105
5.7 สายทนไฟ 108
5.8 สายทนไฟตามมาตรฐาน วสท. 121
5.9 พกิ ดั กระแสของสายทนไฟ 122
5.10 สายทนไฟของ BCC 122
124
บทท่ี 6 ทอ่ รอ้ ยสาย เครือ่ งประกอบ และกล่องไฟฟ้า 124
125
6.1 บทน�ำ 126
6.2 ชนดิ ของท่อรอ้ ยสาย
6.3 ทอ่ โลหะหนา
6.4 ทอ่ โลหะหนาปานกลาง
6.5 ทอ่ โลหะบาง
6.6 ท่อโลหะออ่ น
6.7 ทอ่ อโลหะแขง็

หน้า
6.8 จ�ำนวนสายไฟฟา้ สูงสดุ ในทอ่ รอ้ ยสาย 127
6.9 มิติสายไฟฟา้ 130
6.10 ตัวอย่างการคำ� นวณขนาดท่อร้อยสาย 131
6.11 เครอ่ื งประกอบ 133
6.12 กลอ่ งไฟฟ้า 137
6.13 ขอ้ ต่อเปิด 139
6.14 การค�ำนวณขนาดกล่องต่อสาย 140
6.15 การคำ� นวณขนาดกล่องดงึ สาย กล่องชมุ สาย 148

บทที่ 7 พิกดั กระแสไฟฟา้ ของสายไฟฟ้าและตารางพิกดั กระแส
7.1 บทนำ� 153
7.2 การนำ� กระแสของสายไฟฟา้ 153
7.3 พิกดั การนำ� กระแสสายไฟฟ้า ตามมาตรฐาน IEC 155
7.4 พกิ ัดกระแสของสายไฟฟ้าตามสมาคมวศิ วกรรมสถาน 156
แห่งประเทศไทย (วสท.)
7.5 วิธกี ารตดิ ต้ัง 156
7.6 ตารางพิกดั สายไฟฟา้ ของสมาคมวิศวกรรมสถาน 157
แห่งประเทศไทย (วสท.)

บทที่ 8 การคำ� นวณหาขนาดสายไฟฟา้ ตามกลุ่มการตดิ ตง้ั ที่ 2, 5

และ 7 195

8.1 บทนำ�
8.2 ข้ันตอนการคำ� นวณ 195
8.3 การเลอื กขนาด ชนิด สายไฟฟา้ ตามการตดิ ตั้งกล่มุ ท่ี 2 197
8.4 การเลือกขนาด ชนิด สายไฟฟา้ ตามการตดิ ตงั้ กลุม่ ท่ี 5 209
8.5 การเลือกขนาด ชนดิ สายไฟฟ้าตามการตดิ ตัง้ กล่มุ ที่ 7 218

หน้า
235
บทท่ี 9 แรงดันตก 235
236
9.1 บทน�ำ 237
9.2 แรงดนั ตกส�ำหรบั ระบบแรงต�ำ่ 239
9.3 การค�ำนวณแรงดนั ตก 240
9.4 ค่า I, cos θ, R และ X ของสายไฟฟา้ 245
9.5 แรงดนั ตกในวงจร
9.6 ตารางแรงดันตก
9.7 ตารางแรงดนั ตกไมเ่ กิน 2 % และ 3 %
ส�ำหรับการตดิ ตั้งกล่มุ ที่ 2 และกล่มุ ท่ี 5

บทท่ี 10 การต่อลงดิน 247
247
10.1 บทน�ำ 249
10.2 ชนิดการต่อลงดนิ และส่วนประกอบต่างๆ 256
10.3 การต่อลงดินของระบบไฟฟา้ 261
10.4 การต่อลงดนิ ของบริภัณฑ์ประธาน 262
10.5 การตอ่ ลงดินของวงจรท่ีมีบริภัณฑป์ ระธานชุดเดยี ว 264
จา่ ยไฟให้อาคาร 2 หลงั หรอื มากกวา่ 273
10.6 การต่อลงดินของระบบไฟฟ้าท่ีมตี วั จ่ายแยกต่างหาก
10.7 การตอ่ ลงดินของเครือ่ งบรภิ ัณฑไ์ ฟฟา้
10.8 หลกั ดิน

บทที่ 11 การค�ำนวณกระแสลัดวงจร 287
288
11.1 บทนำ� 290
11.2 มาตรฐานการคำ� นวณกระแสลัดวงจร 293
11.3 แหลง่ จา่ ยไฟสมมูล
11.4 อมิ พแี ดนซล์ ดั วงจร

หน้า
11.5 การคำ� นวณกระแสลัดวงจร 304
11.6 ตวั อย่างการคำ� นวณกระแสลัดวงจร 306
11.7 การคำ� นวณกระแสลัดวงจรดว้ ยคอมพิวเตอร์ 314
11.8 ตารางคา่ กระแสลดั วงจร 314

บทที่ 12 ขอ้ กำ� หนดทว่ั ไปสำ� หรับการตดิ ตง้ั ทางไฟฟา้ 317
และการเดนิ สาย 317
330
12.1 บทนำ�
12.2 ขอ้ กำ� หนดทั่วไปในการติดตั้งทางไฟฟ้า
12.3 ข้อก�ำหนดทว่ั ไปของการเดินสายของระบบไฟฟา้
ที่มแี รงดันต�่ำ

ภาคผนวก
ภาคผนวก A จำ� นวนสายไฟฟา้ ในท่อร้อยสาย 351
ภาคผนวก B จำ� นวนสายไฟฟา้ ในรางเดนิ สาย 361
ภาคผนวก C ขนาดสายดิน 367
ภาคผนวก D ขนาดสายไฟ และทอ่ ตามขนาดของเครอื่ งวัดหนว่ ยไฟฟา้ 371
ระบบจ่ายไฟฟ้า 240 / 416 V ของ กฟน.
ภาคผนวก E ขนาดสายไฟฟา้ ตามขนาด CB ในท่อรอ้ ยสาย 377
ภาคผนวก F ขนาดสายไฟฟา้ ตามขนาด CB บนรางเคเบิล 399
ภาคผนวก G สายเมนหมอ้ แปลง LV 230 / 400 V, 240 / 416 V 409
ภาคผนวก H แรงดันตกตามการติดตง้ั กลมุ่ ท่ี 2 และ กลุ่มท่ี 5 435
ภาคผนวก M สาย ท่อ CB ของ Motors 451
ภาคผนวก S กระแสลดั วงจร 461

เอกสารอา้ งองิ 476

บทที่ 1 ระบบการส่งจา่ ยก�าลงั ไฟฟา้

1บทที่
ระบบกำรสง่ จำ่ ยกำ� ลงั ไฟฟำ้

1.1 บทน�ำ

ระบบไฟฟ้าก�าลังโดยท่ัวไปจะประกอบไปด้วย ระบบการผลิต ระบบ
การส่ง ระบบการจ�าหน่าย และระบบการใช้ก�าลังไฟฟ้า โดยแต่ละระบบ
มีลักษณะดงั นี้

l ระบบการผลิต (Generating System) หมายถงึ ระบบท่มี ีหน้าท่ี
เปล่ียนพลังงานรูปอื่นๆ มาเป็นพลังงานไฟฟ้า เช่น เปล่ียนจากพลังงานศักย์
ของน้�า หรอื พลงั งานความร้อนท่ไี ดจ้ ากการเผาไหม้เชื้อเพลงิ มาเปน็ พลงั งาน
ในการขับเคลือ่ นเครอื่ งกา� เนิดไฟฟา้
ระบบไฟฟ้าก�าลังโดยทั่วไปจะประกอบไปด้วย โรงไฟฟ้าและเครื่อง
ก�าเนิดไฟฟ้า ซึ่งจะผลิตกา� ลงั ไฟฟา้ ออกมาท่ีแรงดนั ประมาณ 10 - 20 kV แล้ว
ท�าการแปลงระดับแรงดันให้เป็นแรงดันสูงข้ึนท่ีลานไกไฟฟ้า (Switch Yard)
เพื่อท่ีจะเขา้ สู่ระบบการส่งตอ่ ไป

l ระบบการส่ง (Transmission System) หมายถึง ระบบการส่ง
พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากระบบการผลิตไปยังระบบการจ�าหน่าย เพ่ือจ�าหน่าย
ก�าลังไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าต่อไป โดยจะท�าการส่งในระดับแรงดันสูงเพ่ือลด
การสูญเสียพลังงานในสายส่งซึ่งจะท�าให้การส่งก�าลังไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงข้ึน
ระบบการส่งโดยท่ัวไปประกอบด้วยสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและบริภัณฑ์ท่ีใช้ส่ง
ก�าลังไฟฟ้าอ่ืนๆ

1ค่มู ือการออกแบบและติดต้ังระบบไฟฟ้า

l ระบบการจำ� หน่าย (Distribution System) หมายถึง ระบบไฟฟ้า
ที่รับพลังงานไฟฟ้าจากระบบการส่งแล้วลดระดับแรงดันลงจากแรงดันสูง
ใ หเ้รปะบ็นบแ กรางรรดจะันําบหปบนาก่านยากโรดลจยา�ำทงหวั่นเไพป่าอ่ืยปทโรดะ่ีจกยะอทใบห่ัวดไร้ ว้ปะยปบสรบถะกากานอรีจบใําชหดไ้น้วฟ่ยาฟยไส้าฟตถฟอ่า้านไยปีจ่อ�ำยหสนา่ายยจไําฟหฟน่า้ายยแ่อรยงดนั
ปาสนากยลจาง�ำหหมนอ้ า่ แยปแลรงงจดาํ หันนป่าายนแกลละสาางยหจาํมห้อนแ่าปยแลรงงจดำ�นั หตน่าํ า่ ย และสายจำ� หนา่ ยแรงดันต่�ำ
- ระlบ บรกะาบรบใชก้กาาํ รลใงัชไ้กฟ�ำฟ้ลาัง(ไUฟtฟiliz้าati(oUntSilyizsatetmion) หSมyาsยteถงึmร)ะบหบมไาฟยฟถ้าึงทร่ี รบั ะบบ
กไาํ ฟลงั ฟไฟ้าฟท้าี่รจับากกร�ำะลบังบไกฟารฟจ้าาํ หจนา่ากยรทะม่ี บรี ะบดกบั าแรรงจด�ำนั หปนาน่ากยลทา่ีงมีแรละว้ดทับาํ กแารรงลดดันระปดาบั นแรกงลดนัาลงง
ใหแเ้ ลป้็วนทแร�ำงกดานั รตล่าํ ดเพระอ่ื จดา่ ับยแกาํรลงงัดไันฟลฟ้งาใใหหก้ ้เบปั บ็นรแภิ รณั งฑดเ์ันคตรอ่ื�่ำง ใเชพไ้ ฟื่อฟจ้า่าตย่ากง�ำๆลังไฟฟ้าให้กับ
บรภิ ณั ฑ์เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ตา่ งๆ

รปูรปูทที่ 1่ี 1..11 รระะบบบบไไฟฟฟฟ้ า้ากกาํ ำ� ลลงั ัง
2 คู่มอื การออกแบบและตดิ ตง้ั ระบบไฟฟา้

บทท่ี 1 ระบบการสง่ จา่ ยก�ำลังไฟฟ้า

1.2 การสง่ จ่ายกำ� ลังไฟฟ้าในประเทศไทย

ส�ำหรับประเทศไทยในการผลิตและการส่งจ่ายก�ำลังไฟฟ้า ด�ำเนินงาน
โดยหน่วยงานรฐั วสิ าหกจิ 3 แหง่ ซึง่ แตล่ ะหนว่ ยงานก็มีหน้าทีร่ บั ผิดชอบแตก
ต่างกันไป ดงั นค้ี ือ
l การไฟฟ้าฝา่ ยผลติ แห่งประเทศไทย (กฟผ.)
Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT)
l การไฟฟา้ นครหลวง (กฟน.)
Metropolitan Electricity Authority (MEA)
l การไฟฟา้ สว่ นภูมิภาค (กฟภ.)
Provincial Electricity Authority (PEA)

1.3 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแหง่ ประเทศไทย

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีหน้าที่จัดหาแหล่งพลังงาน
และผลิตก�ำลังไฟฟ้าให้เพยี งพอตอ่ ความต้องการของประเทศ รวมท้งั มีอ�ำนาจ
ในการจัดซ้ือ หรือขายก�ำลังไฟฟ้ากับประเทศเพ่ือนบ้านใกล้เคียง แล้วจัดส่ง
ต่อให้การไฟฟา้ นครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค
ระบบการส่ง (Transmission System)
การไฟฟ้าฝ่ายผลติ แหง่ ประเทศไทย ใช้ระบบสายสง่ แรงดนั สงู 4 ระดบั
แรงดัน คือ
500 kV 3 เฟส 3 สาย 50 Hz
230 kV 3 เฟส 3 สาย 50 Hz
115 kV 3 เฟส 3 สาย 50 Hz
69 kV 3 เฟส 3 สาย 50 Hz

3คมู่ อื การออกแบบและติดตง้ั ระบบไฟฟ้า

1.4 การไฟฟ้านครหลวง

การไฟฟ้านครหลวง มีหน้าท่ีบริการจ�ำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเขต
3 จังหวัด ได้แก่ กรงุ เทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบรุ ี
ระบบไฟฟ้าก�ำลงั ของการไฟฟ้านครหลวงอาจแบง่ ได้ 3 ระบบ ดังนค้ี ือ
1. ระบบการสง่ กำ� ลังไฟฟ้ายอ่ ย (Sub-transmission System)
การไฟฟ้านครหลวง จะรับก�ำลังไฟฟ้ามาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
แห่งประเทศไทย และท�ำการส่งก�ำลังไฟฟ้าไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยในระบบ
แรงดนั สงู 230 kV, 115 kV และ 69 kV
2. ระบบการจำ� หนา่ ย (Distribution System)
การไฟฟ้านครหลวงมีสถานีไฟฟ้าย่อยอยู่หลายแห่งในเขตพื้นท่ี
รับผิดชอบ โดยที่สถานีไฟฟ้าย่อยแต่ละแห่งจะ มีหม้อแปลงไฟฟ้าก�ำลัง
(Power Transformer) จ�ำนวน 2-4 ชุด เพ่อื ทีจ่ ะแปลงไฟฟ้าระดบั แรงดนั สูง
115 kV หรือ 69 kV ไปเป็นระดับแรงดันปานกลาง 12 kV หรือ 24 kV
ซึ่งในอนาคต กฟน. จะท�ำการเปล่ียนมาใช้ระบบ 24 kV ทั้งหมด ดังนั้น
ผู้ออกแบบระบบไฟฟ้าในบริเวณที่ยังคงใช้ระบบ 12 kV จึงควรเลือกใช้
หม้อแปลงชนิด Dual Voltage 12/24 kV เพื่อท่ีจะไดส้ ามารถเปล่ยี นระบบ
แรงดันจาก 12 kV ไปเปน็ 24 kV ได้โดยไมต่ ้องท�ำการเปลี่ยนหมอ้ แปลง
3. ระบบการใชก้ ำ� ลังไฟฟ้า (Utilization System)
การไฟฟ้านครหลวงจะติดต้ังหม้อแปลงที่บริเวณท่ีจะใช้ไฟฟ้า
โดยหม้อแปลงจ�ำหน่ายจะแปลงไฟฟ้าจากระดับแรงดัน 24 kV หรือ 12 kV
ไปเป็นระดบั แรงดัน 240/416 V 3 เฟส 4 สาย ดงั รูปท่ี 1.2
แม้ว่าทางด้านแรงดันต่�ำของหม้อแปลงจะมีแรงดันพิกัดเป็น
240/416 V ก็ตาม แต่ กฟน. ให้ใช้ แรงดันพิกัดระบุของด้านแรงดันต่�ำเป็น
220/380 V 3 เฟส 4 สาย
4 คมู่ ือการออกแบบและตดิ ตั้งระบบไฟฟา้

บทที่ 1 ระบบการสง่ จ่ายก�ำลงั ไฟฟา้

A

12 kV หรอื 4 kV 20 V 16 V
B

20 V 16 V 16 V
20 V
C
N

รปู ที่ 1.2 ระบบการใช้กำ� ลงั ไฟฟ้า ของ กฟน.

รปู ท่ี 1. ระบบการใช้กาํ ลงั ไฟฟ้ า ของ กฟน.

1.5 การไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าค

ไ1ท.5 ก ทยาุกยรรกกจกะไาาัฟงบเรรวหไฟบกร1ไน้ฟวะฟไ.า้าจ ัฟฟบดนรฟรงั ้้บฟขไคาหะาฟส้รอไบาสวฟว่หกฟดงั่วบนฟาํลปทน้ากภลวา้สอร่ีภางัมูงกะย่รวขมู ำ�ภิใ่สูเนอิลภนทา่งงภังาคคศกกขูคมมว�ำไาอาิหภทีลรงมไนังายกฟรไค้าาบัฟฟทรมยผ้ฟาไใ่ีีกหดฟินสา้ เนชวก่ฟยวนอ้าา้าอ่้นรบภทสยจจขว่มู่ีใดััง(อนนภิSหหงภกาuกาวคมูาbแัาดอรภิ-ลรทtาจไาะrจี่ฟัอจaดคแาํnฟอยหบหsูา้่ใาาง่mนจนนแไ่แาคดคiลsยบร้วsะไ3ห่งiาฟจoไลรมด�ำnฟะวร้ห้บาง3Sับในบyหรผ่ดาsะท้ิดtยงั บeุกนชไmบจฟ้ีองัด)ฟบหังข้าวนดใอัี้ หขง้องประเทศ
1. ร ะบกบากราไรฟสฟ่ง้ากสาํ ล่วนงั ไภฟูมฟิภ้ าายค่อรยับก( �ำSลuังbไ-ฟtraฟn้าsมmาiจsาsกioกnารSไyฟsฟte้าmฝ่)ายผลิต
แห่ง.ปรรไก2 ะทะา.เบ รยทไlรกบศฟแ ะากไลบรฟทราว้ไบ้าะยฟรทสกบจฟาํแว่าาบํก้านลรหาแสภ้วจรนรว่ทำ�มูจงน่าหำ�ดภัิดยภกนสาันูมาง่(ค่ารภิกDยร2จาํบาัi2ดัsล(คกDสtงัใาํrkiไช่งisลbVฟก้รtงัurะ�ำฟไibt(ลบฟ้าiCouงัดบฟoไntว้แ้ฟาinoยSรมฟvnรงyาeา้ะดsจดSnบนัtาyeว้tบกจismยoกำ�t1รenหา1)ะรmaน5บไl่าฟ)บkยSVฟอ1o้าแย1lฝiลู่5d2า่ ะlยkyรผV6ะล9Gบแติ rลบkแoVะหuไดง่6nปแ้9dรกekะ่ dVเทศ
Systemกา)รไจฟังฟห้าวสัดว่ สน่วภนมู ใภหิ าญค่เใกชือร้ บะบทบั่วแทรั้งงปดรนั ะจเาํทหศนจ่าะยใอชย้รู่ะ2บรบะนบ้ีบยไกดเแ้วก้น่จังหวัด
ทางภา-คใรตะ้บแบลแะบรงาดงจนั ังห22วดัkใVนภ( าCคoเnหvนeอืntional Solidly Grounded System )
จ งั หlว ดั สรว่ ะนบใบหญแร่เกงอืดบันทวั3่ ท3งั้ ปkรVะเท(Mศจuะlใtชigร้ ะroบบuนn้ีdยeกdเวน้ Sจyงั sหtวeดั mทางWith
O verh-ภ3 eา.a รคdรระใะะตบGบบ้บrแบoบแลuกกระnาบงารdดราใงในั ชWชจก้ง3ั้กiหrำ�3�ำeลวลk)ดัังัVงใไใไชฟนฟ(้ใภฟนฟMาภ้า้าคuาขl(เtคUหiอgในtงrตioกlือ้iuzตาnaรั้งdtแไieฟoตdn่จฟSัง้าSหyสysว่วstดัetนeรmภะmูนมW)ิอภitงาhลคOงจไvปะeเrปh็eนaรdะบบ
แรงดนั ต�่ำ 230/400 V 3 เฟส 4 สายดังแสดงในรูปที่ 1.3

5ค่มู อื การออกแบบและติดต้ังระบบไฟฟา้

ระบบการใชก้ าํ ลงั ไฟฟ้าของการไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าคจะเป็นระบบแรงดนั ต่าํ
2/ V 3 เฟส  สายดงั แสดงในรปู ท่ี 1.3

A

20 V 00 V B

22หรkkือVV หมอ้ แปลงระบบ แรงสูง แรงตาํ่ 00 V 00 V 3 เฟส 4 สาย
จาํ หน่าย 3 เฟส 20 V
C
20 V
N

รรปูปู ทท่ี ่ี11..3รระะบบบบกการาใรชใช้กก้าํ ลำ� งลั ไงั ฟไฟฟ้ ฟาแา้ รแงรดงนัดตนั า่ํต3�่ำ เ3ฟสเฟ4สส4ายสาย

1อกเหไปฟ.าาร6็นศรอฟื ใยรสั้ารถ ทอ1คสชกใะหถใะ้า�ำาือนไ้าบห.าารฟบหหค6กงรเบ้นอื ปฟาาบใกราจสปแ ช็กรนร้ับ่าาาแถรรจท้โใกใอรยรองะราหนน่าะกอ่ีาดกนไงาายบปลกคฟดนอายัํคปกบรรดาลาบันอู่ตฟราํามิแรรตจงักะ่าํราลปารจ้าทไกั้งาหศง่าังณฟา(า่ฯแรอ่อีไดัยรนยยนฟLสฟบตยนัือห้กoกงูนั้กากฟกู่่อปสwรำ�ลใ3า็้คจาาาใอืลหถ�ำรานชใ0อศืะVังสาน้กหงลโ้ก0ยัจไoนใถนัหบก้้ัลฟชห(ังl่าtปMาลบัผาkaโ้ฟมรยนไดงหผรVใู้gอืeกีฟา้ไชนะปAูใล้e(dสาฟใช้ไ้อกดรMหรฟถฟ)iไ้ฟยตuขอใะ้กeฟาชฟสกงักmึ้นบ้้้าาdนับ้าฟํป้แวาiอใไกใหuปผ้่าตราหปหบmVามรินู้ใ่ร3น้3เชรoบกัา้กะัน้0ป0Vข้ไ้ันณอlาก00ฟtoับ็นนทราอaไlฟคนtาทาฟรผgaบkkงาดนั้้าะVegาฟกVกร้ใูนeใAงบ)้าAหาาชหก้ันมเ)รรบรปญ้ไาไกีนทอืทแ็ฟนฟรขา่ทสั้นาราไนเ้ึฟรงถทฟ่ีมฟงงไกใ้ใาาก่าปดีกชฟชาฯนใา้านรัาป้้โนด้าปรหไจรัน้ฯรตฟไระถใลิมฟะ่�พชำทฟ้าดกจา ฟห้ไ้จิาานอณะฟ(งาฯาา้ บLอ้จกรกฯฟไกกoณย่าาฟอ้าจารจ็ยกwาาฟใรไะะไควนวฟขจา้ฟพา่า่าปน่ฟาเVรอฟจิปาย3ร้ทาoาาด้าน็ไิม0ฯคอ่ีรlใใฟ0เtายาหหณจทaฟรณ่อู ะญ้เkทา่าg้าปาจVสว่ใทeศอ่ีใ่า็นAดู่างหม่ยียยั) ู้่ี
ส�ำหรับอาคารหรือสถานประกอบการที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงมาก
ทางการไฟฟ้าฯ จะจ่ายก�ำลังไฟฟ้าให้ในระบบแรงดันสูง (High Voltage)
115 kV หรอื 69 kV ซ่ึงอาจตอ้ งมกี ารสร้างสถานไี ฟฟ้าย่อยขน้ึ ท้ังนขี้ น้ึ อย่กู ับ
การพิจารณาของการไฟฟ้าฯ

6 คู่มอื การออกแบบและติดต้ังระบบไฟฟ้า

บทท่ี 1 ระบบการส่งจ่ายก�ำลังไฟฟา้

ขนาดมิเตอรข์ องการไฟฟ้านครหลวง
ในการติดต้ังมิเตอร์ส�ำหรับอาคาร หรือ สถานประกอบการต่างๆ น้ัน
จะต้องพจิ ารณาเลือกขนาดของมิเตอร์ตามความเหมาะสมกับโหลด โดยมิเตอร์
กจ็ ะแบง่ ออกเป็นหลายขนาด ดังต่อไปนี้
1. มเิ ตอร์ระบบ 220 V 1 เฟส 2 สาย จะมีขนาดดงั นี้
- 5 (15A) , 220 V
- 15 (45A) , 220 V
- 30 (100A) , 220 V
- 50 (150A) , 220 V
2. มิเตอร์ระบบ 220/380 V 3 เฟส 4 สาย จะมีขนาดดังนี้
- 15 (45A) , 380 V
- 30 (100A) , 380 V
- 50 (150A) , 380 V
- 200 A , 380 V
- 400 A , 380 V
3. มิเตอร์ระบบ 12 kV 3 เฟส 3 สาย จะมีขนาดต้ังแต่ 15 A
(300 kVA) ไปจนถึง 750 A (15000 kVA)
4. มิเตอร์ระบบ 24 kV 3 เฟส 3 สาย จะมีขนาดตั้งแต่ 10 A
(400 kVA) ไปจนถงึ 625 A (25000 kVA)

7ค่มู อื การออกแบบและติดต้ังระบบไฟฟา้

65 A ( 5000 kVA )

ลกั ษณะการจ่ายไฟฟ้ าระหว่างการไฟฟ้ าฯ กบั ผใู้ ช้ไฟฟ้ า
- แรงดนั ตาํ่ ในกรณีทก่ี ารไฟฟ้าฯ จา่ ยไฟฟ้าใหก้ บั ผใู้ ชไ้ ฟฟ้าในระบบแรงดนั ต่าํ นนั้ จะ

สามา รถแสดงลไกั ดษด้ งัณรปูะทก่ีา1ร.จา่โดยยไจฟะฟมมี้าเิรตะอหรเว์ ปา่ ็นงตกวั าแรบไง่ฟแฟยกา้ ทฯรพักยับส์ ผนิ ู้ใรชะห้ไฟวา่ ฟงก้าารไฟฟ้าฯ กบั
ผใู้ ชไ้ ฟแ รฟง้าดนั lต่�ำ นแน้ั รงจดะนั สตา�่ำมาใรนถกแรสณดีทงี่กไดา้ดรไังฟรูปฟทา้ ฯ่ี 1จ.4่ายโดไฟยฟจะ้าใมหมี ก้ ิเตบั อผรูใ้ ชเ์ ป้ไฟน็ ตฟวั้าแในบร่งะแบยบก

ทรัพยส์ ินระหว่างการไฟฟ้าฯ กับผ้ใู ช้ไฟฟ้า

ส่วนของการไฟฟ้ าฯ

มิเตอร์การไฟฟ้ าฯ

Wh

แผงไฟฟ้ าประธาน ส่วนของผูใ้ ชไ้ ฟฟ้ า

รูปที่ 1.4 การจ่ายไฟฟ้าในระบบแรงดันต่�ำ

l แรงดนั รปปู าทน่ี 1ก.ลากงาใรนจก่ารยณไฟที ฟก่ี ้ าารใไนฟรฟะบ้าฯบแจร่างยดไฟนั ฟต้าา่ํ ใหก้ บั ผ้ใู ช้ในระบบ
แรงดันปานกลางน้ัน ลักษณะการจ่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ
จะขน้ึ อย่กู บั ระบบของการไฟฟา้ ในแต่ละพื้นที่ และ ระบบของสถานประกอบการ
ลักษณะการจ่ายไฟฟ้าแรงดันปานกลางให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ของการไฟฟ้าฯ
สามารถแบ่งออกไดเ้ ปน็ 3 กรณี ดังน้ี
- ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายอากาศ จากสายป้อนอากาศของ
การไฟฟ้าฯ ซง่ึ สามารถแสดงได้ดงั รูปท่ี 1.5
- ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายไฟฟ้าใต้ดิน จากสายป้อนอากาศของ
การไฟฟ้าฯ ซึง่ สามารถแสดงได้ดังรปู ที่ 1.6

8 คูม่ อื การออกแบบและตดิ ตง้ั ระบบไฟฟ้า

บทที่ 1 ระบบการส่งจา่ ยก�ำลงั ไฟฟา้

- ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายไฟฟ้าใต้ดิน จากสายป้อนใต้ดินของ
การไฟฟา้ ฯ ซ่งึ สามารถแสดงได้ดังรูปท่ี 1.7

รูปท่ี 1.5 ผู้ใชไ้ ฟฟา้ รับไฟดว้ ยสายอากาศ จากสายป้อนอากาศของการไฟฟ้าฯ
9คมู่ อื การออกแบบและตดิ ตั้งระบบไฟฟา้

รปู ที่ 1.6 ผใู้ ช้ไฟฟา้ รับไฟดว้ ยสายใตด้ นิ จากสายปอ้ นอากาศของการไฟฟา้ ฯ
10 คู่มือการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟา้

บทที่ 1 ระบบการส่งจ่ายก�ำลังไฟฟ้า

รปู ที่ 1.7 ผู้ใชไ้ ฟฟ้ารบั ไฟด้วยสายใตด้ นิ จากสายป้อนใต้ดนิ ของการไฟฟ้าฯ
11คู่มือการออกแบบและตดิ ตั้งระบบไฟฟ้า

1.7 การจัดวงจรการจ่ายไฟฟ้า (Distribution Circuit
Arrangements)

ในการออกแบบระบบจา่ ยกำ� ลงั ไฟฟ้าสำ� หรบั อาคาร หรอื สถานประกอบการ
ต่างๆ น้นั ผูอ้ อกแบบจะตอ้ งคำ� นึงถึงองค์ประกอบต่างๆ หลายประการดว้ ยกัน
ได้แก่ ความปลอดภัย ความเช่ือถือได้ การบ�ำรุงรักษา ความยืดหยุ่น และ
ความประหยัด เป็นต้น นอกจากน้ีแล้ว ลักษณะของการบริการทางไฟฟ้า
ซึ่งอยู่บริเวณสถานท่ีน้ัน ลักษณะของโหลดคุณภาพของการบริการที่สถานที่
ต้องการ และขนาดของอาคาร ก็เป็นองค์ประกอบที่ส�ำคัญ ที่ผู้ออกแบบ
จะต้องพิจารณาด้วยว่าจะเลือกหรือออกแบบระบบการจ่ายไฟฟ้าแบบใด
จึงจะเหมาะสมท่สี ุด

ระบบไฟฟ้าพน้ื ฐานท่ีใชใ้ นการจา่ ยไฟใหก้ ับผ้ใู ช้ สามารถจดั เป็น 5 แบบ คือ
1. Radial System
2. Primary-Selective System
3. Secondary-Selective System
4. Secondary Spot Network System
5. Looped Primary System

1. Radial System
ในกรณีที่ไฟฟ้า ถูกส่งมายังอาคารในระบบแรงดันใช้งาน รูปแบบ
การจา่ ยไฟฟา้ แบบน้ีก็จะเป็นแบบท่ีง่ายและมีราคาถกู ท่สี ุด โดยไฟฟา้ จะถกู สง่
เข้ามาในระบบแรงดันต่�ำ ผ่านบรภิ ัณฑป์ อ้ งกนั ต่างๆ จากน้นั จงึ จา่ ยตอ่ ไปยงั โหลด
หรือตู้จ่ายไฟต่อไป ส่วนในกรณีท่ีไฟฟ้าถูกส่งมาในระบบแรงดันปานกลาง
ก็ต้องมีหม้อแปลงเพื่อแปลงไฟฟ้าให้ได้ระดับแรงดันปานกลางเป็นระดับ
แรงดนั ใชง้ านเสยี กอ่ น โดยจะตอ้ งมบี ริภณั ฑป์ ้องกัน ได้แก่ เซอรก์ ติ เบรกเกอร์
หรือฟวิ ส์ ทัง้ ดา้ นแรงดนั ปานกลาง และด้านแรงดนั ต่ำ� ดังแสดงในรปู 1.8

12 คมู่ ือการออกแบบและติดตงั้ ระบบไฟฟ้า

LV บทที่ 1 ระบบการส่งจา่ ยก�ำลงั ไฟฟา้

MDB MV
LVCB
Fuse
TR
MDB
LVCB

LV = Low Voltage
MV = Medium Voltage
TR = Transformer
MDB = Main Distribution Board

LVCB = Low Voltage Circuit Breaker

รูปที่ 1.8 การจา่ ยไฟฟ้าแบบ Radial Circuit
2. Primรaปู rทyี่-1S.e8leกcาtรivจe่ายSyไฟstฟe้ าmแบบ Radial Circuit
การจ่ายไฟฟ้าแบบน้ีจะเพ่ิมความเช่ือถือได้ของระบบให้มากข้ึน
2. โดPยriจmะaลrดyป-Sัญeหleาcทti่ีเvกeิดSจyากstกeาmรเกิดการผิดพร่อง (Fault) ท่ีสายป้อนปฐมภูมิ
(Pกrาiรmจa่าrยyไฟFฟe้eาแdบeบr)นล้ีจงะเพลักม่ิ ษคณวาะมกเาชร่อื จถัดอื วไงดจข้ รอกง็ครือะจบะบเใพห่ิมม้ สาากยขปน้ึ ้อนโดปยฐจมะภลูมดิปญั หาท่ี
เกดิ จากก(Pาrรimเกaดิ rกyาFรeผeดิ dพeรrอ่) งแล(ะFสaวuิตltซ)ส์ ำ�ทหส่ี ราับยตปดั ้อโนหปลดฐม(ภLoมู aิ d( PBrriemaakrySwFeitecdhe)rข)ึน้ อลีกง ลกั ษณะ
การจดั วงชจุดรหกนค็ ึง่ อื สจะำ� เหพรม่ิับสหามยอ้ ปแ้อปนลปงฐแมตภล่ ะมู ติ (ัวPดrังimรูปary1.F9eeder ) และสวติ ซส์ าํ หรบั ตดั โหลด
( Load Break Switch ) ขน้ึ อกี ชุดหน่ึง สาํ หรบั หมอ้ แปลงแตล่ ะตวั ดงั รปู 1.

13ค่มู อื การออกแบบและตดิ ตง้ั ระบบไฟฟ้า

MV Fuse Fuse
TR2
CB
CB CB LVCB

Fuse Fuse
TR1

LVCB

รรปูปู ทท่ีี่ 11..99กการาจร่าจย่าไฟยฟไา้ฟแฟบ้ บาแPบrimบaPryrimSealeryctSiveelective

ในสภาวะการทาํ งานปกติ สวติ ซจ์ ะถกู ปิดอยใู่ นตาํ แหน่งทเ่ี หมาะสม โดยใหส้ ายป้อน
ปฐมภมู ิ ( Primary Feeder ) แต่ละชุดจา่ ยโหลดเทา่ ๆ กนั ถา้ มกี ารเกดิ การผดิ พรอ่ ง ( Fault
) ทส่ี า1ย4ป้อคน่มู อืปกฐารมอภอกมู แบิ บ(แลPะตriดิ mต้ังaรrะบyบไFฟeฟe้า der ) ชดุ ใดชุดหน่ึง การตดั ต่อวงจรกจ็ ะเกดิ ขน้ึ ทาํ ให้

บทท่ี 1 ระบบการส่งจ่ายก�ำลงั ไฟฟา้

ในสภาวะการท�ำงานปกติ สวิตซ์จะถูกปดิ อยใู่ นตำ� แหน่งทีเ่ หมาะสม
โดยให้สายป้อนปฐมภูมิ (Primary Feeder) แต่ละชุดจ่ายโหลดเท่าๆ กัน
ถ้ามีการเกิดการผิดพร่อง (Fault) ที่สายป้อนปฐมภูมิ (Primary Feeder)
ชุดใดชุดหนึ่ง การตัดต่อวงจรก็จะเกิดขึ้น ท�ำให้สายป้อนปฐมภูมิ (Primary
Feeder) อีกชุดหน่ึงเข้ามาจ่ายไฟฟ้าแทนทันที ดังน้ันสายป้อนปฐมภูมิ
(Primary Feeder) แต่ละชุดจะต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าให้แก่โหลดท้ังหมดได้
นอกจากน้คี ู่ของฟวิ ส์ หรอื เซอรก์ ติ เบรกเกอร์ จะต้องทำ� การยดึ ระหวา่ งกนั ดว้ ย
เพ่ือป้องกันการปิดวงจรพร้อมกัน และการตัดต่อวงจรอาจเป็นแบบใช้มือ
หรือเปน็ ระบบอตั โนมตั กิ ไ็ ด้
3. Secondary-Selective System
การจ่ายไฟฟ้าแบบน้ี แสดงได้ดงั รูปที่ 1.10 ในสภาวะการท�ำงานปกติ
ก็จะเหมือนกับระบบ Radial 2 ชุดแยกจากกัน และเซอร์กิตเบรกเกอร์
ตอ่ เชอื่ มบสั ทตุ ิยภมู ิ (Secondary Bus) จะเปิดอยู่ โหลดจะถกู แบง่ ให้ประมาณ
เท่าๆ กนั ในแตล่ ะบสั ถ้ามกี ารเกดิ การผิดพรอ่ ง (Fault) ข้ึนทส่ี ายปอ้ นปฐมภูมิ
(Primary Feeder) หรือหมอ้ แปลงชุดใดชุดหนงึ่ โหลดท้งั หมดที่ต่ออยู่กบั บสั นนั้
กจ็ ะไมม่ ีไฟฟา้ แตเ่ น่อื งจากอีกบสั หนึ่งยังคงมีไฟฟา้ อยู่ จงึ สามารถใชไ้ ฟฟ้าจาก
อีกบัสหน่ึงได้ โดยเร่ิมจากเปิดเซอร์กิตเบรกเกอร์หลักทางด้านทุติยภูมิของ
หม้อแปลง ด้านที่มีการเกิดการผิดพร่อง (Fault) จากนั้นก็ปิดเซอร์กิตเบรก
เกอร์ต่อเช่ือมบัสทุติยภูมิ (Secondary Bus) ส่วนเซอร์กิตเบรกเกอร์หลัก
ทางด้านทุติยภูมิทั้ง 2 ตัว ควรจะมีการยึดระหว่างกันกับเซอร์กิตเบรกเกอร์
ต่อเช่ือมบัสทุติยภูมิ (Secondary Bus) ด้วยเพื่อเป็นการป้องกันหม้อแปลง
ทัง้ 2 ตวั ไมใ่ ห้ทำ� งานแบบขนานกัน

15คู่มอื การออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟา้

CB Primary Service Bus
Fuse Fuse
TR1 TR2
LVCB Normally Open LVCB

รูปท่ี 1.10 การจา่ ยไฟฟ้าแบบ Secondary Selective

รปู ที่ 1. การจ่ายไฟฟ้ าแบบ Secondary Selective

จะเหน็ ว่าการจ่ายไฟฟา้ แบบน้ี จะสามารถเพ่มิ ความเชอื่ ถอื ไดใ้ ห้สงู ข้นึ
Pแบriกแขโmบหวอตนaลา่ง่รr้ีกแดหyาจ็บทคมSะจบ้งัา้สอeะขงูเlแ2ePหขอปcrบน้็นึงtiลimดกvสัวงeว่้าไาaดยกรrแใ้yนจาลทเรันดกะSง้ัจ่ือรวนสe่าณงงlาีร้ยจจeีเายไากรcคปฟกtแดิ าจi้อฟvกบกะน้eาาจ็บตรแปะอ้นใผบฐขนงี้กดิ บเมึ้นกผ็พจนภอร่อืะร้ีณูมยขอ่สจ่กูินงเีูะงก(ับาสขP(ดิดกาึ้นrFกขiมาดmaอาราu้วรเงรalผยผหtถrือ่ิดy)มเขพเพอท้ นนFแมิ่รห่ี ่ือeาปอ่คมดงeลงวอ้จไdงาแว(าeมFแปเ้กพraเลล)จชuียะงะ่ือสlใงtตแหถใา)ดตย้อือ้สท่รปงไาา่ีห้ดเอมคผมน้ใาา่ือห้อปรขข้สถแฐอนูงมปจงขภา่กาล้นึดยามูงกริ จวดั่าวแงบจบร

16 คู่มอื การออกแบบและติดต้งั ระบบไฟฟ้า

( Primary Feeder ) ใหส้ ามารถจา่ ยโหลดทงั้  บสั ได้ ทงั้ น้ีราคากจ็ ะขน้ึ อยกู่ บั การเผ่อื ขนาด

ไวเ้ พยี งใด บทท่ี 1 ระบบการสง่ จา่ ยก�ำลงั ไฟฟ้า

4. Secon4d. aSryecSopnodt aNreytwSoproktSNyesttwemork System
จตปะวัฐปปมร้ภอะงูมกกิอหซ Pแ(นัรบrบ่ึงมวPปูoจไบ้องrทtปะiจeแงm่ีรดรา่c1ปับa ขวย้t.ล1roไยๆา่ yฟงrยหรเ)ฟFโชปูมจดโe้า(ื่อทะอ้ดยeมมแ่ีแยNจd1าสตปทะee.จด1่อปห่ีrลtา1wงกกงรม)ถันoทะจส้อแงึrทกะเ่าีแkยกหแอยาปกาสมงปบPลรกบดอื้อไrจงนัoปัสงนทนดั ถtลดดกeั้งปวึงกู้า้วหcนงักฐนลยtจมมาoะหแรดรrภชแรจมทลูมุดง)บัดอ้�ำกูติ วบแงโห(�่ำงาPหปดผจมนSrยลร่ารiอ้แemอืทงนแแบcทมบห่ตีaoปบ่เีาบrัวnมหลขyกปdอ้มงSนกa้อแเFeอืาวชrงปecyนนา่่กอื oeลกกSมันซndงนันั pตวทdง่ึeoง่จอarง2ตั้จt)ะกrหัวรyNรลนัแปมขบัeSกูยทอ้ด่าไtpกwยงาทฟหoกกงoาํฟรtบนััน(rงือN้kNาวสาัลมeมงeนดูกแาจtาtแา้บลwกwรจนบะบขกาooแชบา่วงกrrรุดยา่k่าkขสงยนาตๆยา่ํานปผโ้กอดา่ นนนัย
ตวั ป้องก(นั Nวeงtจwรoขrา่ kยPr(oNteecttwoorr)kซ่งึPเปro็นteเซctอoรrก์ )ติ เซบง่ึรเกปเ็นกอเซรอ์ถรกู ก์ คติวเบบครุมกโเดกยอรรีเถ์ลกูยค์ เซวบอรคก์ ุมติ โดยรเี ลย์
เซอรก์ ติ เเบบรรกกเเกกออรรจ์ ์จะะเปเปิดิดววงงจจรโรดโดยยออตั ัตโนโนมมตั ัตเิ มิเมอ่ื ่ือมมกี ีกาํ ล�ำงลั ไังฟไฟฟฟ้าไ้าหไหลลจจากากดดา้ น้านแรแงรดงนดั ัตน่ําตเ่�ำขา้ สหู่ มอ้
แปลง เข้าสหู่ มอ้ แปลง

MV MV

CB CB CPriirmcuairtyBSrweaiktcehr or
Fuse Fuse

TR1 TR2

Network Protector

รูปท่ี 1.11 การจา่ ยไฟฟ้าแบบ Secondary Spot Network
17ค่มู อื การออกแบบและตดิ ตั้งระบบไฟฟา้

ในสภาวะการท�ำงานปกติ หมอ้ แปลงแตล่ ะตวั จะรับโหลดเท่าๆ กนั
เมื่อมีการเกิดการผิดพร่อง (Fault) ข้ึนท่ีหม้อแปลง หรือที่สายป้อนปฐมภูมิ
(Primary Feeder) ชดุ ใดชุดหนงึ่ ตัวปอ้ งกันวงจรขา่ ย (Network Protector)
ของหม้อแปลงชุดน้ันจะเปิดวงจร เพื่อป้องกันไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าไหลย้อนกลับ
จากทางด้านแรงต�่ำเข้าสู่หม้อแปลง และหม้อแปลงตัวที่เหลือก็จะท�ำหน้าท่ี
จ่ายไฟฟ้าให้แก่โหลดแทนท�ำให้สามารถจ่ายไฟฟ้าให้โหลดได้อย่างต่อเนื่อง
ไมข่ าดตอน
การจัดวงจรแบบ Secondary Spot Network จะเปน็ การจัดวงจร
ทม่ี คี วามเชื่อถือไดม้ ากทีส่ ดุ สำ� หรบั การจา่ ยโหลดมากๆ โอกาสท่จี ะเกิดไฟฟ้า
ดับจะเกดิ ขึน้ ไดเ้ ฉพาะเมอื่ มกี ารเกิดการผิดพรอ่ ง (Fault) พรอ้ มๆ กนั ทางด้าน
ปฐมภูมิหรือเกิดการผิดพร่อง (Fault) ที่บัสด้านทุติยภูมิ (Secondary Bus)
เท่าน้ัน อย่างไรก็ตามระบบนี้เป็นระบบท่ีมีราคาแพง ซึ่งนอกจากจะต้องเผ่ือ
ขนาดของหม้อแปลงและสายปอ้ นปฐมภูมิ (Primary Feeder) แลว้ โดยทัว่ ไป
ตัวปอ้ งกันวงจรขา่ ย (Network Protector) กม็ รี าคาแพงอีกดว้ ย
5. Looped Primary System
การจดั วงจรแบบ Looped Primary System มสี องแบบ โดยรปู ท่ี
1.12 เปน็ ระบบวงรอบปดิ (Close Loop) ซงึ่ เป็นระบบเกา่ สว่ นรปู ที่ 1.13
เปน็ ระบบวงรอบเปิด (Open Loop) ซึง่ เป็นระบบใหม่ทีน่ ิยมใช้มากกว่าระบบ
วงรอบปดิ จะทำ� งานโดยปิดสวิตซ์ทัง้ หมดของวงจรดังรปู ที่ 1.13 แมว้ า่ ระบบ
นจี้ ะมีราคาไม่แพงแตก่ ไ็ มเ่ ปน็ ทน่ี ิยมใช้ โดยจะนิยมใชแ้ บบวงรอบเปดิ มากกว่า
เน่ืองจากเม่ือเกิดการผิดพร่อง (Fault) ที่ส่วนหน่ึงส่วนใดในวงรอบจะท�ำให้
การจ่ายไฟหยุดชะงกั ลง และจะหาจดุ ท่เี กิดการผิดพรอ่ ง (Fault) ได้ยาก

18 คมู่ อื การออกแบบและตดิ ตั้งระบบไฟฟ้า

บทท่ี 1 ระบบการส่งจา่ ยก�ำลงั ไฟฟ้า

CB
CB

Isolating Switches

รปู รทปู ่ีท1่ี .1.2กการาจรจา่ ย่ายไฟไฟฟฟา้ ้ แาแบบบบCCloloseseLLooooppeeddPPrrimimaaryry

19คมู่ ือการออกแบบและตดิ ตัง้ ระบบไฟฟา้

CB
CB CB
RMU RMU RMU RMU

TR 1 TR 2 TR  TR 

รปู รทปู ่ี 1ท.1่ี 13.1การกจา่ารยจไ่าฟยฟไฟ้าแฟบ้ าบแบOบpeOnpLenooLpoeodpePdriPmriamryary
RM R(UFina)uglเtสปM)สว่็นaน่โวตดiรนnวัยะรตบจUะดั บะบnตทว่อiบงtำ� รรวกะอ(งาRบบรรMบเอเปปจUบิดาิด)เกวปซโเงปงหิ่ึดจถล็นรกู ดซเตมอเึ่งัวมอ่อื ถต่อกืเูกัดกเแกอติดบดิอ่อกบกรกาเาะรพแรผบอ่ืบผดิบใบดิชพจพเก้ ราพบรั่อกื่อ่อสงโงใหาช(ย(ลF้กสดaFงั่บuเaใมสluตt่ือlาด้)tเยนิกแ)สจิดลโ่ะงกดะใใายจชตรจะ้ ้ดผRะปินทิดiดิnพาํจgวกะรงMาจ่อใรชaรงเi้ปnิดUวnงiจt ร(
เมอ่ื เเมกอ่ื ดิ ไกดาท้ ร�ำผกดิารพแรกอ่ ไ้ งขร(ะFบaบuเlปt ็น)ทแเ่ี รลยี ะบจระอ้ปยิดแวลงว้จรเเมมอื่ อ่ื วไงดจท้รใาํ ดกวางรจแรกหไ้ นขงึ่ รเะกบิดบกเาปร็ผนิดทพเ่ี รรยีอ่ บงรอ้ ยแลว้
เมอ่ื (วFงaจuรlใtด) วขงึ้นจรหอนีก่ึงวเงกจดิ รกกา็จระผทดิ �ำพหรนอ่ ง้าท( ี่จF่าaยuโlหt ล) ดขใน้ึห้เอมกีื่อวซง่อจมรกแจ็ซะมทแาํ กห้ไนข้าสท่วจ่ีนา่ ทยี่เโกหิดลดใหเ้ มอ่ื
ซ่อมกแารซผมิดแพกรไ้ ข่อสงว่ (นFทaเ่ีuกlดิt)กาเรียผบดิ รพ้อรยอ่ แงล(้วFวaงuจlรt ก)็จเระยีทบ�ำรงอ้านยแลบว้ บวองิสจรกะโจ็ ดะยทแาํ ตงา่ลนะแวบงจบรอสิ ระโดย

ต่างก็จ่ายโหลดของตัวเองต่อไป ข้อเสียของระบบน้ีคือราคาของอุปกรณ์จะมี
ราคาสงู เพราะวา่ ต้องใชส้ ายไฟฟา้ ขนาดใหญ่ และตอ้ งมอี ุปกรณป์ ้องกันต่างๆ
มากมาย
20 คูม่ อื การออกแบบและติดตง้ั ระบบไฟฟ้า

บทที่ 1 ระบบการส่งจ่ายก�ำลังไฟฟา้

1.8 ระบบการจา่ ยไฟฟา้ สายป้อนใตด้ ิน

ปัจจุบนั ในเมืองใหญไ่ ดม้ กี ารน�ำสายป้อน ท้งั ระบบแรงสงู ระบบปานกลาง
และระบบแรงต่ำ� ลงใต้ดนิ เพ่อื ความปลอดภยั และสวยงาม
1.8.1 ระบบการจ่ายไฟฟ้าสายปอ้ นใตด้ นิ อาจทำ� ได้ดังนี้
- Radial
- Primary Selective
- Open Loop
- Special Spare Line
ระบบ Radial

- จา่ ยไฟด้วยสายป้อนจดุ เดยี ว ไมม่ ีส�ำรอง
- อปุ กรณไ์ ฟใช้ Switchgear 1 Bay
- จ่ายไฟฟ้าให้หมอ้ แปลง Network ในเขตวงจรตาข่ายเทา่ น้นั

21คู่มอื การออกแบบและตดิ ต้งั ระบบไฟฟ้า

ระบบ Primary Selective
- จ่ายไฟ 1 สายปอ้ น สำ� รอง 1 สายปอ้ น
- สายป้อนท้ัง 2 มาจาก
ตา่ งสถานียอ่ ย
ต่าง Bay ของสถานยี อ่ ย
- อปุ กรณ์รบั ไฟใช้ RMU 3 Bay หรือ ATS
22 คมู่ อื การออกแบบและติดตงั้ ระบบไฟฟา้

บทท่ี 1 ระบบการสง่ จา่ ยก�ำลงั ไฟฟ้า

ระบบ Loop

- การจ่ายไฟด้วย 1 สายปอ้ น และ ส�ำรองดว้ ยอีกสายป้อน ตอ่ อนุกรมกนั
- สายปอ้ นท้ัง 2 มาจาก
ต่างสถานีย่อย
ต่าง Bay ของสถานยี อ่ ย
- อุปกรณ์รับไฟใช้ RMU 3 Bay หรอื 4 Bay

23คู่มอื การออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า

ระบบ Special Spare Line

- จา่ ยไฟด้วย 1 สายปอ้ นและสำ� รองอีกสายปอ้ น
- รูปผสมระหว่าง Primary Selective กับ Loop
- สายป้อนทง้ั 2 มาจากต่างสถานนียอ่ ย ต่าง Bay ในสถานีย่อยเดียวกัน
- อุปกรณร์ ับไฟใช้ RMU 3 Bay หรือ ATS

24 คูม่ อื การออกแบบและติดต้งั ระบบไฟฟา้

บทท่ี 1 ระบบการสง่ จา่ ยก�ำลังไฟฟา้

1.8.2 โหลดของการจา่ ยไฟแบบ Loop
สำ� หรบั สายป้อนแรงดนั ปานกลางอาจแบ่งได้เป็น
กรณี 1 Loop
โหลดต้องไม่เกนิ 4000 kVA
กรณี 2 Loop
โหลด 4001 - 8000 kVA
กรณี 3 Loop
โหลด 8001 - 15000 kVA



25คมู่ ือการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า

26 คมู่ อื การออกแบบและตดิ ตั้งระบบไฟฟา้

บทท่ี 2 ระบบการสง่ จ่ายก�าลังไฟฟ้า

บทที่

2 สำยไฟฟ้ำแรงดนั ต่�ำ

2.1 บทน�ำ

สายไฟฟ้ามีหน้าท่ีส�าหรับน�าพลังงานไฟฟ้า จากแหล่งจ่ายไฟไปยัง
บริภัณฑ์ไฟฟ้าต่างๆ ในปัจจุบันได้มีผู้ผลิตสายไฟฟ้าข้ึนมากมายหลายชนิด
ตามความตอ้ งการสา� หรับการติดตัง้ ในรปู แบบต่างๆ ดังนั้นการเลือกใชส้ ายไฟฟา้
เพื่อให้มีความเหมาะสมปลอดภัย ประหยัด และเช่ือถือได้ จะต้องพิจารณา
ถึงปัจจัยหลายประการด้วยกัน ได้แก่ ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
ท่ีติดตั้ง ความสามารถในการน�ากระแสของตัวน�า ขนาดแรงดันตกท่ีเกิดขึ้น
ความสามารถในการทนต่อความร้อนที่เกิดขึ้นท้ังในขณะใช้งานปกติและขณะ
เกิดการลัดวงจร สายไฟฟ้าแรงดันต่�าเป็นสายไฟฟ้าที่ใช้ได้กับแรงดันไม่เกิน
1000 V มีลักษณะเป็นสายไฟฟ้าหุ้มด้วยฉนวน โดยท่ีตัวน�าสายไฟฟ้าชนิดน้ี
อาจจะใช้ทองแดงหรืออะลูมิเนียม แต่ท่ีนิยมใช้ส�าหรับสายไฟฟ้าแรงดันต่�า
คือ ตัวน�าทองแดง ถ้ามีขนาดใหญ่จะมีลักษณะเป็นตัวน�าตีเกลียว แต่ถ้ามี
ขนาดเล็ก ตัวน�าก็จะเป็นตัวน�าเด่ียว วัสดุฉนวนที่นิยมใช้กับสายไฟฟ้าแรงดันต่�า
ได้แก่ Polyvinyl Chloride (PVC) และ Cross Linked Polyethylene
(XLPE)

27คมู่ ือการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟา้

2.2 สว่ นประกอบ

สายไฟฟ้าประกอบด้วยส่วนประกอบท่ีส�ำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ตัวน�ำ
ฉนวน และเปลอื ก
2.2.1 ตวั นำ�
ตัวน�ำของสายไฟฟ้าท�ำมาจากโลหะที่มีความน�ำไฟฟ้าสูงอาจจะอยู่
ในรปู ของตวั นำ� เดีย่ ว (Solid) หรอื ตวั นำ� ตเี กลยี ว (Strand) ซง่ึ ประกอบไปด้วย
ตัวน�ำเล็กๆ ตีเขา้ ดว้ ยกันเปน็ เกลียวซึ่งมีขอ้ ดีคอื การนำ� กระแสตอ่ พ้นื ที่หน้าตดั
สูงขึ้นเนื่องจากผลของ Skin Effect ลดลงและการเดินสายท�ำได้ง่ายเพราะมี
ความอ่อนตัวกว่า โลหะที่นิยมใช้เป็นตัวน�ำได้แก่ทองแดงและอะลูมิเนียม
โดยโลหะทั้งสองชนดิ มีข้อดขี อ้ เสียตา่ งกันไปตามแตล่ ักษณะของงาน ตารางท่ี 2.1
จะเปรยี บเทียบคุณสมบตั ิของทองแดงและอะลมู ิเนยี ม
ทองแดง เป็นโลหะที่มีความน�ำไฟฟ้าสูงมากมคี วามแขง็ แรง เหนยี ว
ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีแต่มีข้อเสีย คือมีน้�ำหนักมากและราคาสูงจึงไม่เหมาะ
ส�ำหรับงานด้านระบบสายส่งแรงดันสูงแต่จะเหมาะกับการใช้งานโดยทั่วไป
โดยเฉพาะงานในอาคารหรอื โรงงานอุตสาหกรรม
อะลูมิเนียม เป็นโลหะมีความน�ำไฟฟ้าสูงรองจากทองแดง
แต่เมื่อเปรียบเทียบในกรณีกระแสเท่ากันแล้วพบว่าอะลูมิเนียมจะมีน้�ำหนัก
เบาและราคาถูกกว่าจึงเหมาะกับงานเดินสายไฟนอกอาคารและระบบสายส่ง
แรงดันสูง ถ้าทิ้งอะลูมิเนียมไว้ในอากาศจะเกิดออกไซด์ของอะลูมิเนียม
ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นฉนวนฟิล์มบางๆ เกาะตามผิวช่วยป้องกันการสึกกร่อน
แต่จะมขี อ้ เสียคือทำ� ใหก้ ารเช่อื มตอ่ ทำ� ได้ยาก
28 คู่มือการออกแบบและตดิ ตง้ั ระบบไฟฟ้า


Click to View FlipBook Version