แผนการจดั การเรียนรู้
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
โรงเรยี นบ้านคลองตาล(กระจ่างจินดา)
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุตรดติ ถ์
นายวรี ภทั ร ช่วงชาญ
รหัสนักศกึ ษา 62031050124
สาขาวิทยาศาสตรท์ ั่วไป ชั้นปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั อตุ รดติ ถ์
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหสั วิชา ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา 12๐ ชว่ั โมง
ศึกษาหน้าที่และส่วนประกอบของพืช จำแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้ความเหมือนและความแตกต่างของ
ลกั ษณะของสิ่งมชี ีวิตออกเปน็ กล่มุ พชื กล่มุ สตั ว์และกล่มุ ท่ไี มใ่ ช่พชื และสตั ว์ จำแนกพชื จำแนกสตั ว์ ยกตวั อย่าง
สิ่งมีชีวิตในแต่กลุ่ม เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพของวัสดุ จากการทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่องความ
แข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อนและการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน สมบัติทางกายภาพของ
วัสดุอย่างมีเหตุผลจากการทดลอง เปรียบเทียบสมบัติของสสารทั้ง ๓ สถานะ ระบุผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อ
วัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดน้ำหนักของวัตถุ บรรยายมวลที่มีผลต่อการ
เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ ตัวกลางของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้น
และตกของดวงจันทร์โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ สร้างแบบจำลองที่อธิบายแบบรูปการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง
ปรากฏของดวงจนั ทร์และพยากรณ์รปู ร่างปรากฏของดวงจนั ทร์ สร้างแบบจำลองแสดงองค์ประกอบของระบบ
สุริยะและอธิบายเปรียบเทียบคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆจากแบบจำลอง ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ
แก้ปญั หา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลพั ธ์จากปัญหาอย่างงา่ ย ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่าง
ง่ายโดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือส่ือและตรวจหาข้อผดิ พลาดและแก้ไข ใชอ้ นิ เทอร์เน็ตค้นหาความรู้และประเมินความ
น่าเชื่อถอื ของข้อมลู รวบรวมประเมินนำเสนอข้อมูลสารสนเทศโดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ท่ีหลากหลายเพ่ือแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจำวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพสิทธิของผู้อื่น แจ้ง
ผเู้ ก่ยี วขอ้ งเม่ือพบข้อมูลหรือบคุ คลที่ไม่เหมาะสม
รหัสตัวช้ีวดั
ว๑.๒ ป.๔/๑
ว๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว๒.๓ ป.๔/๑
ว๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ว๘.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวมทั้งหมด ๒๖ ตวั ช้ีวดั
โครงสร้างรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลารวม 12๐ ชั่วโมง
สัดสว่ นคะแนน ระหว่างเรยี น : ปลายปี (๖๐ : ๔๐)
ลำดับ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรียนรู้/ตวั ชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน
ว๑.๒ - กลุ่มส่งิ มชี วี ติ : ส่งิ มีชีวติ แตล่ ะชนิด
๑ ความหลากหลายของ ป.๔/๑ มีลกั ษณะโครงสรา้ งและการ 12 12
ว๑.๓ ดำรงชีวิตทแ่ี ตกตา่ งกนั ไป ส่ิงมีชวี ิตท่ี
สิ่งมชี วี ติ ป.๔/๑, ป.๔/๒, จัดอยู่ในกลุ่มเดยี วกันจะมีลกั ษณะ 14 12
ป.๔/๓, ป.๔/๔ บางประการทเ่ี หมือนกนั จงึ ใช้
๒ แรงโนม้ ถว่ งของโลก ลักษณะความเหมอื นความต่างของ
และตัวกลางของแสง ว๒.๒ สิง่ มชี ีวติ เป็นเกณฑ์ในการจดั สิ่งมชี ีวิต
ป.๔/๑, ป.๔/๒, เป็น ๓ กล่มุ ใหญ่ คอื กลุ่มพืช กลมุ่
ป.๔/๓ สตั ว์ และกลุ่มท่ีไม่ใช่พืชและสัตว์
ว๒.๓ พชื รอบตัวเราสามารถแบง่ ออกเปน็
ป.๔/๑ ๒ กลุม่ ใหญ่ คือ พชื ดอกและพืชไม่มี
ดอก อีกทั้งลกั ษณะภายนอกสามารถ
แบง่ พชื เป็น ๒ กลุ่ม คือ พืชใบเล้ยี ง
เดย่ี วและพชื ใบเลีย้ งคู่ สตั วร์ อบตวั
เราสามารถแบง่ ออกเปน็ ๒ กลุ่มใหญ่
คอื สตั ว์มกี ระดูกสันหลงั และสัตว์ไมม่ ี
กระดูกสันหลัง
- หน้าที่และสว่ นตา่ งๆของพืช :
พืชสามารถสรา้ งอาหารได้เอง แต่
เคลือ่ นที่ไม่ได้ โดยพืชดอกจะมี
โครงสรา้ งภายนอกทีส่ ำคญั ไดแ้ ก่
ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล ซ่งึ แตล่ ะ
ส่วนต่างมีหนา้ ท่ที ่ีแตกตา่ งกนั แต่
ทำงานรว่ มกันได้อย่างเป็นระบบ
- แรงโน้มถว่ งของโลก : แรงโนม้ ถว่ ง
ของโลก คือ แรงทโี่ ลกกระทำตอ่ มวล
ของวตั ถุทกุ ชนดิ บนโลกและวตั ถทุ ี่อยู่
ใกล้โลก วตั ถุต่างๆบนโลกจะมี
นำ้ หนกั ไม่เทา่ กันเป็นเพราะวัตถนุ นั้ มี
มวลตา่ งกัน ซ่ึงสามารถวัดน้ำหนัก
ของวัตถุทเี่ กดิ จากแรงโน้มถ่วงของ
ลำดบั ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรียนรู้/ตัวช้วี ดั (ชั่วโมง) คะแนน
โลกได้โดยการใชเ้ ครื่องชัง่ สปริงจะ
๓ วัสดุและสสาร ว๒.๑ แบ่งออกเป็น ๒ แบบ คือ เครื่องช่งั 16 12
ป.๔/๑, ป.๔/๒, สปรงิ แบบแขวนและเครื่องชง่ั สปรงิ
๔ ระบบสุริยะและการ ป.๔/๓, ป.๔/๔ แบบตัง้ นำ้ หนักของวัตถุจะมีหนว่ ย 14 12
ปรากฏของดวงจันทร์ เปน็ นวิ ตนั (N)
ว๓.๑ - ตัวกลางของแสง : แสงเปน็ พลังงาน
ป.๔/๑, ป.๔/๒, รูปหนึง่ ทีส่ ามารถรับรู้ไดท้ างตา โดย
ป.๔/๓ แสงจะเดนิ ทางเปน็ แนวเสน้ ตรงจาก
แหลง่ กำเนิดแสงเคลือ่ นที่ผา่ นอากาศ
หรอื สงิ่ ต่างๆก่อนเข้าสู่ดวงตา สง่ิ ท่ี
กน้ั แสง เรยี กวา่ ตวั กลางของแสง
ส่วนส่งิ ที่แสงไมส่ ามารถผา่ นได้
เรยี กวา่ วตั ถทุ ึบแสง
- วสั ดใุ นชวี ติ ประจำวนั : วัสดแุ ต่ละ
ชนิดถูกนำไปใชท้ ำสิ่งของท่ีแตกตา่ ง
กนั ตามความเหมาะสมและการใช้
งาน ซง่ึ วัสดทุ ีใ่ ชท้ ำมหี ลากหลายชนดิ
แต่ละชนิดอาจจะมีสมบัติทเ่ี หมือน
หรอื แตกต่างกนั ออกไป
- สถานะของสสาร : สสารเปน็ สิ่งที่
สามารถพบไดร้ อบตวั ซึง่ สสารแตล่ ะ
ชนดิ อาจอยูใ่ นสถานะที่แตกต่างกัน
ไม่ว่าจะเป็นของแข็ง ของเหลวและ
แก๊ส สสารแต่ละสถานะอาจมีสมบตั ิ
บางประการท่ีเหมือนหรือต่างกัน
- ระบบสุรยิ ะ : ระบบสรุ ิยะเป็น
ระบบของดวงดาวท่ีตั้งอยู่ในดารา
จกั รทางชา้ งเผอื ก มดี วงอาทิตยเ์ ป็น
ศูนย์กลาง ประกอบไปดว้ ยดาว
เคราะห์ ๘ ดวง รวมทั้งดาวบริวาร
ของดาวเคราะหต์ ่างๆ ดาวเคราะห์
นอ้ ย ดาวหาง และวัตถุขนาดเล็ก
อน่ื ๆ
- การปรากฏของดวงจนั ทร์ : การขนึ้
ตกของดวงจนั ทร์ ดวงจันทรเ์ ป็น
บริวารของโลก ไมม่ แี สงสวา่ งใน
ตวั เองแสงสวา่ งทเี่ หน็ เกิดจากแสง
ของดวงอาทติ ย์ตกกระทบดวงจนั ทร์
ลำดบั ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา น้ำหนัก
ที่ การเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั (ชั่วโมง) คะแนน
สะท้อนมายงั โลก ดวงจันทร์มีการ 12 12
เคลือ่ นทีเ่ หมือนโลกคือหมนุ รอบ
ตัวเองและโคจรรอบในทิศทวนเขม็
นาฬกิ า การหมนุ รอบตัวเองของโลก
จากทศิ ตะวันตกไปทางทิศตะวนั ออก
ในทศิ ทางทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมอง
จากข้ัวโลกเหนือ ทำให้มองเห็นดวง
จันทร์ปรากฏข้นึ ทางทศิ ตะวันออก
แบะตกทางทิศตะวนั ตกหมนุ เวยี น
เปน็ รปู แบบเดิมซำ้ ดวงจันทรจ์ ะมี
รปู แบบการปรากฏบนทอ้ งฟ้าในแต่
ละคืนแตกต่างกนั บางคนื อาจมองไม่
เหน็ ดวงจนั ทร์เลย
๕ วทิ ยาการคำนวณ ว๔.๒ - การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะเป็นการนำ
ป.๔/๑, ป.๔/๒, กฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขทค่ี รอบคลมุ
ป.๔/๓, ป.๔/๔, ทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ
ป.๔/๕ แกป้ ัญหา การอธบิ ายการทำงาน
หรอื การคาดการณ์ผลลพั ธ์
- สถานะเรม่ิ ตน้ ของการทำงานที่
แตกตา่ งกนั จะใหผ้ ลลัพธท์ ่แี ตกต่าง
กัน
- ตัวอย่างปัญหา เชน่ เกม OX
โปรแกรมทมี่ ีการคำนวณ โปรแกรมที่
มตี วั ละครหลายตัวและมีการสั่งงานที่
แตกต่างหรือมีการส่ือสารระหวา่ งกนั
การเดนิ ทางไปโรงเรยี น โดยวธิ กี าร
ตา่ งๆ
- การออกแบบโปรแกรมอย่างงา่ ย
เชน่ การออกแบบโดยใช้
storyboard หรอื การออกแบบ
อัลกอริทมึ
- การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้าง
ลำดับของคำส่ัง ใหค้ อมพิวเตอร์
ทำงาน เพ่ือให้ไดผ้ ลลพั ธต์ าม ความ
ตอ้ งการ หากมีขอ้ ผิดพลาดให้
ตรวจสอบ การทำงานทลี ะคำสั่ง เม่อื
พบจดุ ทท่ี ำใหผ้ ลลพั ธ์ ไม่ถูกต้อง ให้
ทำการแกไ้ ขจนกว่าจะไดผ้ ลลัพธ์ที่
ลำดบั ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา น้ำหนัก
ที่ การเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน
ถกู ต้อง
- ตวั อยา่ งโปรแกรมที่มเี รอ่ื งราว เช่น
นิทานที่มี
การโตต้ อบกบั ผู้ใช้ การ์ตูนส้ัน เล่า
กิจวตั รประจำวัน ภาพเคล่ือนไหว
- การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจาก
โปรแกรมของผู้อื่นจะชว่ ยพัฒนา
ทกั ษะการหาสาเหตขุ องปัญหาไดด้ ี
ยงิ่ ขึน้
- ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขยี น
โปรแกรม เช่น Scratch, logo
- การใชค้ ำคน้ ท่ีตรงประเด็น กระชับ
จะทำให้ได้ ผลลัพธ์ทร่ี วดเร็วและตรง
ตามความต้องการ
- การประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื ของ
ขอ้ มูล เชน่ พจิ ารณาประเภทของ
เว็บไซต์ (หนว่ ยงานราชการ สำนกั
ข่าว องค์กร) ผเู้ ขียน วนั ท่เี ผยแพร่
ข้อมูล การอ้างองิ
- เม่ือได้ข้อมูลท่ีต้องการจากเว็บไซต์
ตา่ ง ๆ จะต้องนำเนื้อหามาพิจารณา
เปรยี บเทียบ แลว้ เลือกข้อมูลทม่ี ี
ความสอดคล้องและสมั พนั ธก์ ัน
- การทำรายงานหรือการนำเสนอ
ข้อมูลจะต้องนำข้อมูลมาเรยี บเรยี ง
สรปุ เปน็ ภาษาของตนเอง ท่ี
เหมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมายและ
วิธีการนำเสนอ (บรู ณาการกบั วชิ า
ภาษาไทย)
- การรวบรวมขอ้ มูล ทำได้โดย
กำหนดหัวขอ้ ท่ตี อ้ งการ เตรียม
อปุ กรณ์ในการจดบันทึก
- การประมวลผลอยา่ งงา่ ย เช่น
เปรียบเทียบจดั กลุ่ม เรยี งลำดับ การ
หาผลรวมวเิ คราะหผ์ ลและสรา้ ง
ทางเลอื กทเี่ ปน็ ไปได้ ประเมนิ
ทางเลือก (เปรียบเทียบ ตดั สิน)
ลำดบั ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา นำ้ หนัก
ที่ การเรียนรู้/ตัวช้วี ดั (ชว่ั โมง) คะแนน
- การนำเสนอข้อมูลทำไดห้ ลาย
ลักษณะตามความเหมาะสม เชน่ 12
การบอกเล่า เอกสารรายงาน
โปสเตอร์ โปรแกรมนำเสนอ
- การใชซ้ อฟต์แวร์เพื่อแกป้ ญั หาใน
ชีวติ ประจำวัน เช่น การสำรวจ
เมนูอาหารกลางวนั โดยใชซ้ อฟต์แวร์
สร้างแบบสอบถามและเก็บข้อมูล ใช้
ซอฟตแ์ วร์ตารางทำงานเพ่ือ
ประมวลผลขอ้ มลู รวบรวมข้อมลู
เก่ียวกับคุณคา่ ทางโภชนาการและ
สร้างรายการอาหารสำหรบั ๕ วัน ใช้
ซอฟตแ์ วร์นำเสนอผลการสำรวจ
รายการอาหารทเี่ ป็นทางเลือกและ
ขอ้ มลู ด้านโภชนาการ
- การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ ง
ปลอดภัย เขา้ ใจสิทธแิ ละหน้าทขี่ อง
ตน เคารพในสิทธิของผู้อืน่ เชน่ ไม่
สรา้ งข้อความเทจ็ และส่งให้ผู้อน่ื ไม่
สร้าง ความเดอื ดร้อนต่อผูอ้ น่ื โดยการ
ส่งสแปมขอ้ ความลูกโซ่ สง่ ต่อโพสตท์ ี่
มขี ้อมูลส่วนตัวของผอู้ ่ืน ส่งคำเชิญ
เล่นเกม ไม่เขา้ ถึงข้อมูลส่วนตัวหรอื
การบ้านของบุคคลอ่นื โดยไม่ไดร้ บั
อนญุ าต ไมใ่ ชเ้ ครื่องคอมพวิ เตอร/์ ช่ือ
บญั ชีของผู้อ่ืน
- การสอื่ สารอยา่ งมมี ารยาทและรู้
กาลเทศะ
- การปกป้องข้อมลู สว่ นตวั เชน่ การ
ออกจากระบบเมื่อเลกิ ใชง้ าน ไมบ่ อก
รหสั ผ่าน ไมบ่ อกเลขประจำตัว
ประชาชน
๖ ขนั้ ตอนวิธีการ ว๘.๒ - ข้ันตอนวิธหี รอื อลั กอรทิ ึม คือ 10
แกป้ ญั หา ป.๔/๑ กระบวนการแก้ปัญหาที่มีลำดับและ
ชัดเจนสามารถคาดคะเนผลลัพธ์ได้
- การอธบิ ายอัลกอรทิ ึมแบ่งไดเ้ ปน็
การแสดงอลั กอริทมึ ดว้ ยข้อความ
ลำดับ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
การแสดงอลั กอริทึมดว้ ยรหสั จำลอง 12 12
และการแสดงอัลกอรทิ ึมดว้ ยผงั งาน 10 12
๗ การเขียนโปรแกรม ว๘.๒ - โปรแกรม Scratch สามารถ 12 12
อยา่ งง่ายด้วย ป.๔/๒ นำมาใช้พัฒนาซอฟตแ์ วร์เชิง
Scratch สร้างสรรค์
- การเขยี นโปรแกรมเป็นการสร้าง
ลำดบั ของคำสงั่ ให้คอมพวิ เตอร์
ทำงานเพื่อให้ไดผ้ ลลพั ธ์ตามความ
ต้องการ หากมีขอ้ ผิดพลาดให้
ตรวจสอบทำการแก้ไขจนกวา่ จะได้
ผลลพั ธ์ท่ีถกู ต้อง
- ฝกึ ตรวจหาข้อผิดพลาดจาก
โปรแกรมของผู้อน่ื เพื่อช่วยในการ
พฒั นาทักษะการหาสาเหตุของ
ปญั หาไดด้ ยี ่งิ ขน้ึ
๘ การใชง้ าน ว๘.๒ - การคน้ หาข้อมูลความรจู้ าก
อินเทอร์เนต็ ป.๔/๓ อนิ เทอร์เน็ต ควรใชค้ ำตรงประเดน็
เพอื่ ให้ตรงตามความต้องการและ
รวดเรว็
- การประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ของ
ข้อมูล
- การนำเนือ้ หาจากเวบ็ ไซต์มา
พจิ ารณาเปรียบเทยี บแลว้ เลือกขอ้ มูล
ทมี่ คี วามสอดคล้องและสัมพนั ธก์ นั
- การทำรายงานหรือการนำเสนอ
ขอ้ มูลต้องนำขอ้ มูลมาเรยี บเรียงและ
สรุปเป็นภาษาของตนเอง
๙ การนำเสนอข้อมูล ว๘.๒ - การรวบรวมข้อมลู ท่ีต้องการจาก
ด้วยซอฟต์แวร์ ป.๔/๔ แหล่งต่างๆโดยการกำหนดหวั ขอ้ ท่ี
ต้องการ เตรียมอปุ กรณ์ในการจด
บนั ทึก
- การประมวลผลอยา่ งงา่ ย
- การวเิ คราะห์ผล สรา้ งทางเลอื กที่
เปน็ ไปได้ และสร้างทางเลอื ก
- การนำเสนอข้อมลู โดยใชโ้ ปรแกรม
ต่างๆ
- การใชซ้ อฟตแ์ วรใ์ นการทำงาน
ลำดับ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน
๑๐ การใชเ้ ทคโนโลยี ว๘.๒ - การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในยคุ 8 12
อยา่ งปลอดภัย ป.๔/๕ ดจิ ทิ ลั อยา่ งปลอดภัย เขา้ ใจสิทธิและ - 120
- ๓๐
หนา้ ทขี่ องตน เคารพสทิ ธขิ องผูอ้ ืน่ - ๑๐
120 ๑6๐
- การปกปอ้ งข้อมลู สว่ นตัว
รวมระหวา่ งปี
ปลายปี ข้อสอบของโรงเรยี น
ข้อสอบกลาง ร้อยละ ๒๐
รวมตลอดปี
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว14101 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรยี น บา้ นคลองตาล(กระจ่างจินดา) ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 เวลา 2 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4 วสั ดุและสสาร เรอ่ื ง สมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดุ : ความแข็ง
วันที่ 16 - 18 พฤศจิกายน 2564 ผูส้ อน นายวรี ภทั ร ช่วงชาญ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกบั โครงสร้างและแรงยึดเหนยี่ วระหว่างอนภุ าค หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ตัวชี้วัดที่ ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความ
รอ้ น และการนำไฟฟ้าของวัสดุโดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์จากการทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่องความแข็ง
สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการออกแบบ
ชิ้นงาน
ตัวชี้วัดที่ ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพ
ของวสั ดุอย่างมีเหตผุ ลจากการทดลอง
สาระสำคญั
ความแข็งเป็นสมบัติที่แสดงถึงความทนทานของวัสดุต่อการถูกขูดขีด เมื่อนำวัสดุชนิดหนึ่งขูดบนวสั ดุ
อีกชนิดหนึ่งถ้าวัสดุมีความแข็งต่างกันจะทำให้เกิดรอย การตรวจสอบความแข็งของวัสดุ ทำได้โดยการดูรอย
ขดู บนวสั ดุและการดูรอยบ๋มุ บนวสั ดุ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรียนอธิบายความหมายของความแข็งและบอกวิธีการใช้ประโยชนจ์ ากความแข็งที่พบในชีวิต
ประจำวันได้ (K)
2. นกั เรียนมีทักษะในการทดลองและลงขอ้ สรปุ เรื่อง ความแขง็ ของวสั ดุ (P)
3. นักเรยี นมีความมุ่งม่นั ในการทำงาน (A)
สาระการเรียนรู้
- ความแข็ง และการตรวจสอบความแขง็ ของวสั ดุโดยการดรู อยขดู บนวสั ดุและการดรู อยบุ๋มบนวสั ดุ
วสั ดุที่ถกู ขูดขีดแล้วเกิดรอยจะมคี วามแขง็ น้อยกวา่ วัสดทุ ่ีถูกขดู ขดี แล้วไมเ่ กิดรอย
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการแก้ไขปัญหา
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- มวี นิ ยั
- ใฝ่เรยี นรู้
- มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนการสอน
การจัดประสบการณเ์ รียนรโู้ ดยใชร้ ูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครเู ปดิ ส่ือ Youtube เรือ่ ง เกี่ยวกับ ความรู้เร่อื ง "เพชร" ตอนท่ี 2: กำเนิดเพชร
(แหล่งที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=zsXrPvL-Y8g) ให้นักเรยี นดู
2. ครนู ำตวั อยา่ งวัสดทุ ี่มีความแขง็ ตา่ งกัน เช่น เทียนไข หวพี ลาสตกิ กระจกเงา ลวด มาให้
นกั เรยี นดู จากนน้ั ครูกระตุน้ ความสนใจนักเรยี นโดยการถามคำถาม
- นกั เรียนทราบหรือไมว่ า่ เทียนไข หวีพลาสติก และกระจกเงาส่ิงใดมีความแขง็ กวา่ กัน
(กระจกเงา หวีพลาสติกและเทยี นไข ตามลำดับหรือข้นึ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น)
- นกั เรียนคดิ ว่าเราจะมวี ิธีการทดสอบความแข็งของวัสดุต่าง ๆ รอบตวั เราได้อย่างไร
มวี ัสดุใดมคี วามแข็งมากกว่ากัน
(นำวัสดุ 2 ชนิด ที่ตา่ งกันมาขูดขดี กันแล้วสังเกตการเกดิ รอยบนผิววัสดุหรือข้นึ อยู่กับคำตอบของนกั เรยี น)
ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)
3. ครูแจกใบกิจกรรม เรื่อง ความแข็งของวัสดุ ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น โดยให้นักเรียน
อธิบายความหมายของความแข็งและบอกวิธีการใชป้ ระโยชนจ์ ากความแขง็ ทพ่ี บในชีวิตประจำวันใหถ้ กู ต้อง
5. ครูให้นักเรียนจัดกลุ่ม 7-8 คน จำนวน 4 กลุ่ม จากนั้นส่งตัวแทนมารับอุปกรณ์
ในการทดลอง เรื่อง ความแข็งของวัสดุ ซึ่งอุปกรณ์ 1 ชุดการทดลอง ประกอบด้วย กรรไกร กระจก ตะปู
ไม้บรรทัดพลาสติก สบู่ และชอล์กเขยี นกระดาน พรอ้ มทง้ั แบบบันทึกผลการทดลอง
6. ครูอธิบายขน้ั ตอนการทดลองใหน้ ักเรยี นฟงั อย่างชัดเจน ตามขัน้ ตอน ดังน้ี
- ให้นักเรยี นนำวสั ดุ 2 ชนิดที่ต่างกนั มาขูดขดี กัน ตามตารางท่กี ำหนดมาให้
- สังเกตผลทีเ่ กิดขน้ึ บนผิววสั ดุท่ถี กู ขดู ขีด
- บนั ทกึ ผลการทดลอง
ข้นั อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
7. ครูให้ตัวแทนนกั เรียนออกมานำเสนอผลการทำใบกจิ กรรม เรอื่ ง ความแข็งของวัสดุและให้
ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทดลองเรือ่ ง ความแข็งของวัสดุ เพื่อเป็นการแลกเปลีย่ นความคิดเห็น
ตรวจสอบความถูกต้องและรว่ มหาคำตอบของคำถามไปพร้อมกัน
8. ครูถามคำถามเก่ยี วกบั กจิ กรรมการทดลอง เรอ่ื ง ความแขง็ ของวัสดุ ดังน้ี
- เราจะสงั เกตจากสิง่ ใดวา่ วัสดุชนดิ ใดมคี วามแขง็ มากกว่ากัน
(การเกิดรอยขดี ขว่ นบนผิววัสดุหรอื ขึ้นอยกู่ ับคำตอบของนักเรียน)
- วสั ดุใดมคี วามแข็งมากท่สี ุด เพราะอะไร
(ตะปู เพราะสามารถทำใหว้ สั ดุชนดิ อ่นื เกิดรอยไดแ้ ต่ตะปไู ม่เกดิ รอยอะไรเลยหรือขนึ้ อยูก่ บั คำตอบของนักเรียน)
- วสั ดใุ ดมคี วามแข็งนอ้ ยท่สี ดุ เพราะอะไร
(ชอลก์ เขียนกระดาน เพราะไม่สามารถทำให้วัสดุชนิดอ่นื เกิดรอยไดแ้ ต่ชอล์กกลับเกิดรอยถูกขีดข่วนหรือขึ้นอยู่
กบั คำตอบของนักเรยี น)
9. ครูอธิบายเพ่ิมเติมโดยใชก้ ารเปดิ สอ่ื Youtube เก่ยี วกับ ความแขง็ ของวัสดุ
(แหล่งทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=YgRDhjFXbCY) ให้นกั เรียนดู
10. ครูและนักเรียนร่วมกันลงข้อสรุปในเนือ้ หาเรือ่ ง สมบัติทางกายภาพของวัสดุ : ความแข็ง
ของวัสดุ ทั้งจากการศึกษาในหนังสือวิทยาศาสตร์ จากการทำใบกิจกรรมและการทดลอง ได้ว่า ความแข็งเป็น
สมบัติที่แสดงถึงความทนทานของวัสดุต่อการถูกขูดขีด เมื่อนำวัสดุชนิดหนึ่งขูดบนวัสดุอีกชนิดหนึ่ง ถ้าวัสดุ
มีความแข็งต่างกันจะทำให้เกิดรอย การตรวจสอบความแข็งของวัสดุ ทำได้โดยการดูรอยขูดบนวัสดุและการดู
รอยบุ๋มบนวสั ดุ
ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
11. ครูเปิด สื่อ Youtube เกี่ยวกับ สารคดี การผลิตเพชร ให้นักเรียนดู เพื่อเป็นการต่อยอด
ความรเู้ ก่ียวกับความแขง็ ของวัสดใุ หน้ ักเรียนเขา้ ใจมากยิ่งขนึ้
(แหลง่ ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=qkP35yUCB3k)
ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation)
12. การประเมินโดยใชค้ ำถามซักถามนักเรยี นแบบปากเปล่า ดงั นี้
- วันนค้ี รสู อนเร่ืองอะไร
(สมบตั ิทางกายภาพของวสั ดุ : ความแข็งของวสั ดุ)
- ทำไมครถู ึงใชม้ ดี คสั เตอรก์ ีดกระดาษได้
(เพราะมดี คสั เตอรม์ ีความแขง็ มากกวา่ กระดาษหรือขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรียน)
13. การประเมินจากการแสดงความคดิ เห็นและการนำเสนอผลงานของนักเรยี น
สือ่ การเรียนรแู้ ละแหลง่ เรียนรู้
- ส่อื การเรียนรู้
- เทียนไข กระจก หวพี ลาสตกิ ลวด
- สือ่ Youtube เรือ่ ง เกยี่ วกับ ความร้เู รื่อง "เพชร" ตอนที่ 2: กำเนิดเพชร
(แหลง่ ทีม่ า : https://www.youtube.com/watch?v=zsXrPvL-Y8g)
- ใบกิจกรรม เรอ่ื ง ความแขง็ ของวสั ดุ
- แบบบนั ทกึ ผลการทดลอง เรือ่ ง ความแขง็ ของวัสดุ
- อุปกรณ์การทดลองตามที่กล่าวข้างต้นให้ครบจำนวนกลุม่
- สอื่ Youtube เกยี่ วกบั ความแข็งของวัสดุ
(แหลง่ ท่มี า : https://www.youtube.com/watch?v=YgRDhjFXbCY)
- สื่อ Youtube เกย่ี วกบั สารคดี การผลิตเพชร
(แหล่งทีม่ า : https://www.youtube.com/watch?v=qkP35yUCB3k)
- Power Point
- แหลง่ เรยี นรู้
- สอื่ จากอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ
- หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 สสวท. เลม่ 2
การวัดผลและการประเมนิ ผล
- ดา้ นความรู้ (K)
ประเดน็ การประเมนิ วิธีการ เคร่อื งมือวัด เกณฑ์
- ความถกู ต้องของ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม - เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ได้คะแนน
คำตอบ เรื่อง ความแขง็ ของ เร่อื ง ความแข็ง 2 คะแนน จากคะแนนรวมทั้งหมด
วสั ดุ ของวสั ดุ 3 คะแนนผา่ นเกณฑ)์ ตามการ
ประเมนิ แบบคณุ ภาพ
(ดงั เกณฑ์ท่ีแสดงในตารางท่ี 1)
ตารางท่ี 1 : เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K) (Rubric score)
หัวข้อประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน 1
32 ไมส่ ามารถอธบิ าย
ความหมายของความ
- ความถูกต้อง อธบิ ายความหมายของความ อธิบายความหมายของ แข็งและบอก
วิธกี ารใชป้ ระโยชน์
ของคำตอบ แข็งและบอกวธิ ีการใช้ ความแข็งและบอก จากความแข็งที่พบใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้
ประโยชน์จากความแข็งท่ีพบ วิธกี ารใชป้ ระโยชนจ์ าก
ในชีวติ ประจำวันไดถ้ ูกตอ้ ง ความแข็งทีพ่ บใน
ครอบคลุม ชีวติ ประจำวนั ไดถ้ กู ต้อง
แต่ไม่ครอบคลุม
เกณฑก์ ารตดั สนิ ระดับคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรับปรุง
หมายเหตุ : ผทู้ ไ่ี ด้คะแนนระหวา่ งระดบั คณุ ภาพพอใช้ (2 คะแนน) ถึง ระดับดี (3 คะแนน) ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
- ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ประเด็นการประเมนิ วิธีการ เครื่องมือวัด เกณฑ์
- ทกั ษะในการทดลอง - ตรวจแบบบนั ทึก - แบบบนั ทกึ ผล - เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
และลงข้อสรุป เรอื่ ง ผลการทดลอง เรื่อง การทดลอง เรอื่ ง (ไดค้ ะแนน 2 คะแนน จาก
ความแข็งของวสั ดุ ความแขง็ ของวสั ดุ ความแข็งของวสั ดุ คะแนนรวมท้ังหมด 3 คะแนน
ผ่านเกณฑ์) ตามการประเมิน
แบบคณุ ภาพ
(ดังเกณฑท์ ่ีแสดงในตารางท่ี 2)
ตารางที่ 2 : เกณฑ์การประเมนิ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) (Rubric score)
หัวข้อประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน 1
32 ไมส่ ามารถทำการ
ทดลองได้ตามลำดับ
- ทักษะในการทดลอง สามารถทำการทดลอง สามารถทำการทดลองได้ ขั้นตอนบันทึกผลการ
ทดลอง ตอบคำถาม
และลงข้อสรุป เรื่อง ไดต้ ามลำดับขน้ั ตอน ตามลำดับขัน้ ตอนบันทึก การทดลองและ
สรปุ ผลการทดลองได้
ความแขง็ ของวัสดุ บนั ทึกผลการทดลอง ผลการทดลอง ตอบ เลย
ตอบคำถามการทดลอง คำถามการทดลองและ
และสรุปผลการทดลอง สรปุ ผลการทดลองได้
ไดถ้ ูกต้องชดั เจน ถกู ต้อง แต่อาจไม่
ครบถ้วน ครอบคลุม
เกณฑ์การตดั สินระดบั คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรับปรงุ
หมายเหตุ : ผู้ท่ีได้คะแนนระหวา่ งระดบั คณุ ภาพพอใช้ (2 คะแนน) ถึง ระดับดี (3 คะแนน) ถือว่าผา่ นเกณฑ์
- ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
ประเดน็ การประเมิน วิธีการ เครื่องมอื วดั เกณฑ์
มุ่งม่นั ในการทำงาน - ตรวจแบบ - แบบสังเกต - เกณฑ์การให้คะแนน (ไดค้ ะแนน
- การปฏบิ ัติงานตามท่ี สงั เกต พฤติกรรมการ 2 คะแนน จากคะแนนรวมทง้ั หมด
ได้รับมอบหมาย พฤติกรรมการ ทำงานของนักเรียน 3 คะแนนผ่านเกณฑ)์
มีความอดทนในการ ทำงานของ เป็นรายบุคคล ตามการประเมนิ แบบคุณภาพ
ปฏิบตั งิ านและการทำ นกั เรยี นเป็น (ดังเกณฑท์ ี่แสดงในตารางที่ 3)
กิจกรรมตา่ ง ๆ รายบุคคล
ตารางท่ี 3 : เกณฑก์ ารประเมินดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) (Rubric score)
หวั ข้อประเมนิ 3 เกณฑก์ ารประเมนิ 1
ในระหว่างการทำงาน 2 ในระหว่างการทำงาน
- ปฏบิ ตั งิ านตามท่ี ไม่ถูกครตู ักเตอื นเลย ถกู ครตู ักเตือน 3-4 คร้งั
ได้รับมอบหมาย มีความอดทนและ ในระหวา่ งการทำงาน ไม่มีความอดทนและ
มีความอดทนในการ ปฏบิ ตั งิ านจนสำเร็จ ถูกครตู ักเตือน 1-2 ปฏบิ ัตงิ านไม่สำเรจ็
ปฏิบตั ิงานและการทำ ครัง้ มีความอดทน
กิจกรรมตา่ งๆ และปฏบิ ัติงานจน
สำเร็จ
เกณฑก์ ารตดั สินระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
3 ดี
2 พอใช้
1 ปรับปรุง
หมายเหตุ : ผทู้ ่ไี ด้คะแนนระหว่างระดบั คุณภาพพอใช้ (2 คะแนน) ถงึ ระดับดี (3 คะแนน) ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
ใบกจิ กรรม เรอื่ ง ความแข็งของวสั ดุ
คำช้ีแจง : ให้นักเรียนอธบิ ายความหมายของความแข็งของวสั ดุและบอกวิธีการใช้ประโยชน์จากความแขง็
ของวสั ดุทีพ่ บในชีวติ ประจำวัน
ความแข็งของวสั ดุ .............................................................................................................................
หมายถงึ .............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
การนำประโยชนจ์ ากความแขง็ ของวสั ดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน มาเปน็ ข้อ ๆ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................
ชอ่ื .............................................................................ชั้น...................เลขที่............
แบบบันทึกผลการทดลอง เรือ่ ง ความแขง็ ของวัสดุ
1. วตั ถปุ ระสงคก์ ารทดลอง
เพ่อื ศึกษาสมบตั คิ วามแข็งของวสั ดชุ นดิ ตา่ งๆ
2. อุปกรณ์การทดลอง
- กรรไกร - ตะปู - ไม้บรรทัดพลาสตกิ
- ชอล์ก - กระจก - สบู่
3. ขัน้ ตอนการทดลอง มีดงั น้ี
0 ให้นกั เรียนนำวัสดุ 2 ชนดิ ท่ตี ่างกันมาขดู ขีดกนั ตามตารางทีก่ ำหนดมาให้
0 สงั เกตผลทีเ่ กดิ ขึ้นบนผิววัสดทุ ่ถี กู ขูดขีด
0 บนั ทกึ ผลการทดลอง
4. ตารางบันทกึ ผลการทดลอง
วัสดุที่ถูกขดู กรรไกร ตะปู ไมบ้ รรทัด ชอลก์ กระจก สบู่
วัสดทุ ใ่ี ช้ขูด พลาสติก
กรรไกร
ตะปู
ไม้บรรทัดพลาสติก
ชอล์ก
กระจก
สบู่
1. จงเรยี งลำดับวสั ดุทีม่ คี วามแข็งมากท่สี ดุ ไปวสั ดุท่ีมคี วามแขง็ น้อยท่สี ดุ
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
...............................................................................................................................................................................
2. สรุปผลการทดลอง
............................................................................................................................. ..................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………………...………..
สมาชิกกลุ่มท.่ี ...............
1. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ..............
2. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ..............
3. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ............ ..
4. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ..............
5. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
6. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขที่ ..............
7. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขที่ ..............
8. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี .......... ....
9. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขที่ ..............
10. .................................................................................... ชัน้ .............. เลขที่ ..............
เฉลยใบกจิ กรรม
และแบบบนั ทกึ ผลการทดลอง
ใบกิจกรรม เร่อื ง ความแข็งของวสั ดุ
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นอธิบายความหมายของความแข็งของวัสดแุ ละบอกวิธกี ารใช้ประโยชน์จากความแขง็
ของวัสดุท่ีพบในชีวติ ประจำวัน
ความแขง็ ของวัสดุ ความทนทานต่อการเกิดรอยของวัสดุเม่ือมีแรงมากระทำ
หมายถึง วสั ดทุ เ่ี กดิ รอยขีดข่วน จะมคี วามแขง็ น้อยกว่าวัสดุท่ีไม่เกิดรอยขดี ขว่ น
การนำประโยชน์จากความแข็งของวัสดไุ ปใช้ในชีวิตประจำวัน มาเปน็ ข้อ ๆ
ขน้ึ อยกู่ ับคำตอบของนกั เรียน
ขึ้นอยู่กบั คำตอบของนกั เรยี น
ขึ้นอยกู่ บั คำตอบของนกั เรยี น
ข้นึ อยู่กับคำตอบของนักเรียน
ข้ึนอยู่กบั คำตอบของนักเรยี น
ชอื่ .............................................................................ชัน้ ...................เลขท่ี............
แบบบนั ทกึ ผลการทดลอง เรื่อง ความแขง็ ของวัสดุ
1. วัตถปุ ระสงค์การทดลอง
เพ่อื ศึกษาสมบตั ิความแข็งของวสั ดุชนิดต่างๆ
2. อปุ กรณ์การทดลอง
- กรรไกร - ตะปู - ไมบ้ รรทัดพลาสติก
- ชอล์ก - กระจก - สบู่
3. ข้ันตอนการทดลอง มีดังน้ี
0 ให้นกั เรยี นนำวสั ดุ 2 ชนิดทีต่ า่ งกนั มาขูดขีดกัน ตามตารางทก่ี ำหนดมาให้
0 สงั เกตผลทีเ่ กิดขึ้นบนผิววสั ดุทถ่ี กู ขูดขดี
0 บนั ทึกผลการทดลอง
4. ตารางบันทกึ ผลการทดลอง
วสั ดุทถ่ี ูกขูด กรรไกร ตะปู ไมบ้ รรทดั ชอลก์ กระจก สบู่
วัสดทุ ่ใี ช้ขูด พลาสตกิ
- ✓
กรรไกร ✓✓✓ ✓
ตะปู ✓
ไมบ้ รรทดั พลาสตกิ - ✓✓ ✓
ชอลก์ ✓ - ✓
กระจก - ✓ -
สบู่
-
✓✓✓
1. จงเรยี งลำดบั วสั ดุทม่ี ีความแขง็ มากทสี่ ุดไปวสั ดทุ ่ีมีความแข็งนอ้ ยทส่ี ดุ
วัสดทุ ่ีมคี วามแข็งมากทส่ี ุดไปหาน้อยท่ีสุด
กระจก > กรรไกร > ตะปู > ไม้บรรทดั > ชอล์ก > สบู่
2. สรปุ ผลการทดลอง
การทดสอบความแข็งของวัสดุ ทำได้โดยวิธกี าร นำวสั ดุ 2 ชนิดมาขูดขดี กนั ถา้ วัสดุช้ินใดเกิดรอย
ขีดข่วน แสดงวา่ วสั ดนุ น้ั มีความแข็งน้อยกว่า ถ้าวสั ดุชิ้นใดไม่เกิดรอยขีดข่วน แสดงว่าวัสดุน้ันมีความแข็ง
มากกว่า
สมาชิกกลุ่มท.ี่ ...............
1. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ..............
2. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ..............
3. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ..............
4. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
5. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ..............
6. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ..............
7. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
8. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
9. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ............ ..
10. .................................................................................... ชัน้ .............. เลขท่ี ..............
เน่ืองจากสถานการณโ์ ควดิ – 19 จงึ เปน็ การสมุ่
ให้นกั เรยี นออกมาทำการทดลองหน้าห้อง แล้วให้
เพ่อื นบนั ทกึ ผลการทดลองของแตล่ ะคน
โดยใชใ้ บงานดงั ต่อไปนี้
ใบกิจกรรม เรอื่ ง วัสดใุ ดมคี วามแขง็ มากกวา่ กนั
คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตารางของวัสดุที่ใช้ขูดที่มีความแข็งมากกว่าวัสดุที่ถูกขูด และทำ
เครือ่ งหมาย ในตารางของวัสดทุ ี่ใชข้ ูดทมี่ คี วามแขง็ น้อยกวา่ วสั ดทุ ี่ถกู ขูด
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
วสั ดุท่ีถกู ขูด กรรไกร ตะปู ไม้บรรทดั ชอล์ก กระจก สบู่
วัสดุทใี่ ช้ขูด พลาสตกิ
กรรไกร
ตะปู
ไมบ้ รรทัดพลาสติก
ชอลก์
กระจก
สบู่
ไดอ้ ะไรบา้ งจากการทดลอง
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ชื่อ-สกุล............................................................................เลขที.่ .................ชั้นประถมศึกษาปที ่ี..................
เฉลยใบกจิ กรรม