The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นายวีรภัทร ช่วงชาญ 62031050124 sec.13 แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-12-19 23:12:13

นายวีรภัทร ช่วงชาญ 62031050124 sec.13 แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

นายวีรภัทร ช่วงชาญ 62031050124 sec.13 แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ใบกจิ กรรม เรอื่ ง วสั ดุใดมีความแขง็ มากกวา่ กนั

คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตารางของวัสดุที่ใช้ขูดที่มีความแข็งมากกว่าวัสดุที่ถูกขูด และทำ
เครอ่ื งหมาย  ในตารางของวัสดุทีใ่ ชข้ ดู ท่มี คี วามแข็งน้อยกวา่ วสั ดทุ ่ีถูกขูด

ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง

วสั ดุท่ีถูกขดู กรรไกร ตะปู ไม้บรรทัด ชอลก์ กระจก สบู่
วสั ดทุ ่ีใชข้ ดู พลาสตกิ

กรรไกร - ✓ ✓ ✓ ✓

ตะปู  - ✓ ✓  ✓

ไม้บรรทัดพลาสติก   - ✓ ✓

ชอล์ก    -  ✓

กระจก ✓✓✓ ✓ -✓

สบู่      -

ไดอ้ ะไรบา้ งจากการทดลอง
วสั ดทุ ่ีมคี วามแข็งมากท่สี ุดไปหาน้อยทส่ี ุด
กระจก > กรรไกร > ตะปู > ไม้บรรทดั > ชอล์ก > สบู่
การทดสอบความแข็งของวัสดุ ทำได้โดยวธิ กี าร นำวสั ดุ 2 ชนิดมาขูดขดี กนั ถ้าวัสดุชิ้นใดเกิดรอย
ขีดขว่ น แสดงว่าวัสดุนน้ั มีความแข็งน้อยกวา่ ถ้าวัสดชุ ิน้ ใดไม่เกิดรอยขีดข่วน แสดงว่าวัสดุนั้นมีความแข็ง
มากกวา่

ชื่อ-สกุล............................................................................เลขที.่ .................ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่..................

เนื่องจาก ใบกจิ กรรมทำลงในสมดุ ของนกั เรยี น



แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2

รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา ว14101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรียน บา้ นคลองตาล(กระจ่างจินดา) ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 เวลา 2 ช่วั โมง

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 วัสดแุ ละสสาร เร่ือง สมบัตทิ างกายภาพของวสั ดุ : สภาพยดื หยุ่น

วันท่ี 19, 22, 23 พฤศจิกายน 2564 ผู้สอน นายวีรภทั ร ช่วงชาญ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ

สสารกบั โครงสร้างและแรงยึดเหนีย่ วระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร

การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี

ตัวชี้วัดที่ ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความ

รอ้ น และการนำไฟฟ้าของวัสดุโดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์จากการทดลองและระบุการนำสมบัตเิ รื่องความแข็ง

สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการออกแบบ

ช้ินงาน

ตัวชี้วัดที่ ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพ

ของวสั ดุอย่างมเี หตผุ ลจากการทดลอง

สาระสำคัญ

- ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อนและการนำไฟฟ้าเป็นสมบัติทางกายภาพของวัสดุ ซึ่งวัสดุ
แต่ละชนิดมีสมบัติแตกต่างกัน จึงนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้แตกต่างกัน ความยืดหยุ่นเป็นสมบัติ
ของวัสดุที่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ หลังจากหยุดแรงกระทำที่ทำให้เปลี่ยนรูปร่างไป วัสดุแต่ละชนิดมี
ความยดื หยุ่นไมเ่ ท่ากัน

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนอธบิ ายความหมายของสภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุและบอกวธิ ีการใช้ประโยชน์จากสภาพยืดหย่นุ

ท่ีพบในชวี ิตประจำวันได้ (K)
2. นกั เรียนมที กั ษะในการทดลองและลงข้อสรุป เรื่อง สภาพยดื หยุน่ ของวัสดุ (P)
3. นักเรียนมคี วามมงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A)

สาระการเรียนรู้
- วสั ดทุ ส่ี ามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ถอื วา่ มีสภาพยืดหยุ่น

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการแก้ไขปัญหา

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มีวนิ ยั
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุ่งมน่ั ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรยี นการสอน
การจัดประสบการณ์เรียนร้โู ดยใชร้ ปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครูนำหนังสติ๊กของจริงมาใหน้ ักเรยี นดูแลว้ ถามกระตนุ้ นักเรยี น ดงั นี้
- นักเรยี นร้จู กั สิง่ ของชนิ้ นห้ี รือไม่ และเอาไวใ้ ช้ประโยชน์อย่างไร

(ร/ู้ ไม่รู้ เอาไวใ้ ชย้ ิงวสั ดุต่าง ๆ หรือข้นึ อยู่กบั คำตอบของนักเรียน)
- นักเรยี นคิดวา่ ส่วนประกอบใดสำคญั ทีส่ ดุ ของสงิ่ ของชน้ิ นี้ เพราะอะไร

(ส่วนของยางยดื เพราะ ตัวยางยืดจะเป็นตัวส่งกระสนุ ใหพ้ ุ่งไปขา้ งหน้าจะไปแรงหรือไม่ขึ้นอยกู่ บั ความสามารถ
ในการยืดยางไปดา้ นหลังให้มากที่สุดหรือขึ้นอยู่กบั คำตอบของนักเรยี น)

2. ให้นกั เรียนได้ลองยิงหนังสต๊กิ เป็นตวั อย่างใหเ้ พื่อน ๆ ดูและบอกความรู้สึกในการออกแรงยงิ
ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)

3. ครกู ระตุ้นนักเรยี นด้วยคำถาม ดังน้ี
- นักเรียนทราบหรือไมว่ า่ วัสดุรอบตัวเรามีอะไรบ้างท่ีนักเรยี นคิดว่ามสี ภาพยดื หยุ่น

(หนังยาง สปรงิ เป็นตน้ หรอื ข้นึ อยกู่ ับคำตอบของนกั เรียน)
- แลว้ เราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าวัสดุรอบตวั เรามสี ภาพยดื หยนุ่

(ตอ้ งนำวสั ดุแต่ละชนิดมาทดสอบสภาพยืดหยุน่ ของวัสดุหรือข้นึ อยู่กับคำตอบของนกั เรียน)
4. ครูแจกใบกิจกรรม เรื่อง สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น โดยให้นักเรียน

อธิบายความหมายของสภาพยืดหยุ่นและบอกวิธีการใช้ประโยชน์จากสภาพยืดหยุ่นที่พบในชีวิตประจำวัน ให้
ถกู ตอ้ ง

5. ครูให้นักเรียนจัดกลุ่ม 7-8 คน จำนวน 4 กลุ่ม จากนั้นส่งตัวแทนมารับอุปกรณ์ใน
การทดลอง เรื่อง สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ ซึ่งอุปกรณ์ 1 ชุดการทดลอง ประกอบด้วย เชือก ฟองน้ำ ดินน้ำมัน
หนังยาง ลกู โป่งและผ้ายืด พรอ้ มท้งั แบบบนั ทึกผลการทดลอง

6. ครูอธบิ ายขัน้ ตอนการทดลองให้นกั เรียนฟังอยา่ งชดั เจน ตามขน้ั ตอน ดงั น้ี
- ใหน้ ักเรยี นนำวัสดุแตล่ ะช้นิ มาทำการทดสอบโดยการดงึ หรอื กำ
- สงั เกตผลท่ีเกดิ ข้ึนกบั วสั ดทุ ดสอบ(วสั ดสุ ามารถคนื สภาพเดมิ ได้หรอื ไม่)
- บันทึกผลการทดลอง

ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
7. ครูให้ตัวแทนนักเรียนออกมานำเสนอผลการทำใบกิจกรรม เรื่อง สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ

และให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทดลองเรื่อง สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
ความคิดเหน็ ตรวจสอบความถูกต้องและร่วมหาคำตอบของคำถามไปพร้อมกนั

8. ครถู ามคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมการทดลอง เรอื่ ง สภาพยดื หยุ่นของวัสดุ ดงั น้ี
- เราจะสังเกตจากส่งิ ใดว่าวัสดนุ นั้ มสี ภาพยดื หยุน่

(เม่อื ออกแรงกระทำกบั วัสดุ วสั ดุนน้ั จะกลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ ได้หรอื ขึน้ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น)
- วสั ดใุ ดบ้างทมี่ ีสภาพยืดหยนุ่ เพราะอะไร

(ลูกโป่ง ฟองน้ำ ผ้ายืด หนังยาง เพราะวัสดุเหล่านี้สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้หรือขึ้นอยู่กับคำตอบของ
นกั เรยี น)

- วสั ดุใดบ้างที่ไม่มสี ภาพยืดหย่นุ เพราะอะไร
(เส้นด้าย ดินน้ำมัน แท่งไม้และกระดาษ เพราะวัสดเุ หลา่ นีเ้ มื่อออกแรงกระทำแล้วไม่เกิดการเปลีย่ นแปลงหรือ
ถ้าเปลีย่ นแปลงกไ็ มส่ ามารถกลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ ได้หรือขนึ้ อยู่กับคำตอบของนักเรยี น)

9. ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ โดยใชก้ ารเปดิ ส่อื Youtube เก่ียวกบั ความยดื หยนุ่ ของวัสดุ
(แหลง่ ทีม่ า : https://www.youtube.com/watch?v=8cAEouZi1wU) ใหน้ กั เรยี นดู

10. ครูและนักเรียนร่วมกันลงข้อสรุปในเนื้อหาเรื่อง สมบัติทางกายภาพของวัสดุ : สภาพ
ยืดหยุ่นของวัสดุ ทั้งจากการศึกษาในหนังสือวิทยาศาสตร์ จากการทำใบกิจกรรมและการทดลอง ได้ว่า
ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อนและการนำไฟฟ้าเป็นสมบัติทางกายภาพของวัสดุ ซึ่งวัสดุแต่ละชนดิ
มีสมบัติแตกต่างกัน จึงนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้แตกต่างกัน ความยืดหยุ่นเป็นสมบัติของวัสดุที่
สามารถกลับคืนสูส่ ภาพเดิมได้ หลังจากหยดุ แรงกระทำที่ทำให้เปลีย่ นรูปร่างไป วัสดุแต่ละชนดิ มีความยดื หยนุ่
ไมเ่ ท่ากนั

ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
11. ครูให้นักเรียนกลับไปสืบค้นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากวัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่นใน

ชวี ติ ประจำวนั โดยยกตัวอยา่ งและอธิบายการใช้ประโยชน์มาพอสงั เขป เพ่ือต่อยอดความรู้ใหน้ กั เรียน

ข้นั ประเมินผล (Evaluation)
12. การประเมินโดยใชค้ ำถามซักถามนักเรยี นแบบปากเปลา่ ดงั นี้
- วนั นค้ี รูสอนเรื่องอะไร

(สมบัติทางกายภาพของวสั ดุ : สภาพยดื หยนุ่ ของวสั ดุ)
- เพราะเหตุใดเวลานักเรยี นออกแรงบบี ฟองน้ำในขณะลา้ งจานฟองน้ำจงึ สามารถกลบั

สู่สภาพเดิมได้
(เพราะฟองนำ้ ล้างจานเปน็ วสั ดทุ ม่ี สี ภาพยดื หยุ่นหรือขน้ึ อยู่กบั คำตอบของนักเรียน)

13. การประเมินจากการแสดงความคิดเห็นและการนำเสนอผลงานของนกั เรียน

สอื่ การเรยี นรแู้ ละแหล่งเรียนรู้
- ส่อื การเรยี นรู้
- หนังสติก๊ ของจริง
- ใบกิจกรรม เรอื่ ง สภาพยืดหยนุ่ ของวัสดุ
- แบบบันทกึ ผลการทดลอง เรอื่ ง สภาพยืดหยุ่นของวัสดุ
- อปุ กรณ์การทดลองตามทกี่ ลา่ วขา้ งตน้ ให้ครบจำนวนกลุ่ม
- Power Point
- ส่อื Youtube เกีย่ วกับความยดื หยุ่นของวัสดุ

(แหลง่ ทมี่ า : https://www.youtube.com/watch?v=8cAEouZi1wU)
- แหลง่ เรียนรู้
- สอ่ื จากอินเทอรเ์ น็ตต่าง ๆ
- หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 สสวท. เล่ม 2

การวัดผลและการประเมนิ ผล

- ด้านความรู้ (K)

ประเด็นการประเมนิ วธิ ีการ เครื่องมือวัด เกณฑ์
- ใบกจิ กรรม - เกณฑก์ ารให้คะแนน (ไดค้ ะแนน
- ความถูกต้องของ - ตรวจใบกจิ กรรม เร่อื ง สภาพ 2 คะแนน จากคะแนนรวม
ยดื หย่นุ ของวัสดุ ทั้งหมด 3 คะแนนผ่านเกณฑ์)
คำตอบ เรอื่ ง สภาพยืดหยนุ่ ตามการประเมินแบบคุณภาพ
(ดงั เกณฑท์ ี่แสดงในตารางที่ 1)
ของวัสดุ

ตารางที่ 1 : เกณฑก์ ารประเมินด้านความรู้ (K) (Rubric score)

หัวข้อประเมนิ เกณฑ์การประเมิน 1
32 ไมส่ ามารถอธิบาย
ความหมายของสภาพ
- ความถูกต้อง อธบิ ายความหมายของสภาพ อธบิ ายความหมายของ ยืดหย่นุ และบอก
วธิ กี ารใช้ประโยชน์
ของคำตอบ ยดื หย่นุ และบอกวิธกี ารใช้ สภาพยืดหยนุ่ และบอก จากสภาพยดื หยนุ่ ที่
พบในชวี ติ ประจำวันได้
ประโยชน์จากสภาพยืดหยุ่น วิธีการใชป้ ระโยชน์จาก

ทีพ่ บในชวี ติ ประจำวันได้ สภาพยดื หยุน่ ท่พี บใน

ถูกต้อง ครอบคลมุ ชวี ิตประจำวันไดถ้ ูกต้อง

แตไ่ ม่ครอบคลุม

เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรุง

หมายเหตุ : ผู้ท่ีได้คะแนนระหว่างระดับคณุ ภาพพอใช้ (2 คะแนน) ถึง ระดับดี (3 คะแนน) ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

- ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

ประเดน็ การประเมิน วธิ ีการ เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์
- ทักษะในการทดลอง - ตรวจแบบบันทึก - แบบบันทึกผล - เกณฑ์การให้คะแนน
และลงข้อสรุป เรือ่ ง ผลการทดลอง เรื่อง การทดลอง เรือ่ ง (ได้คะแนน 2 คะแนน จาก
สภาพยืดหย่นุ ของ สภาพยดื หยนุ่ ของ สภาพยืดหยุ่นของ คะแนนรวมทง้ั หมด 3 คะแนน
วสั ดุ วัสดุ วสั ดุ ผ่านเกณฑ์) ตามการประเมิน
แบบคณุ ภาพ
(ดังเกณฑ์ท่ีแสดงในตารางท่ี 2)

ตารางที่ 2 : เกณฑก์ ารประเมินดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) (Rubric score)

หวั ข้อประเมิน 3 เกณฑ์การประเมนิ 1
สามารถทำการทดลอง 2 ไมส่ ามารถทำการ
- ทักษะในการทดลอง ไดต้ ามลำดบั ขัน้ ตอน ทดลองได้ตามลำดับ
และลงข้อสรปุ เรอื่ ง บันทึกผลการทดลอง สามารถทำการทดลองได้ ขนั้ ตอนบนั ทึกผลการ
สภาพยดื หยุ่นของ ตอบคำถามการทดลอง ตามลำดบั ขั้นตอนบันทึก ทดลอง ตอบคำถาม
วสั ดุ และสรปุ ผลการทดลอง ผลการทดลอง ตอบ การทดลองและ
ไดถ้ ูกตอ้ งชัดเจน คำถามการทดลองและ สรุปผลการทดลองได้
ครบถ้วน สรุปผลการทดลองได้ เลย
ถูกต้อง แต่อาจไม่
ครอบคลุม

เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

3 ดี
2 พอใช้
1 ปรับปรุง

หมายเหตุ : ผู้ทไ่ี ด้คะแนนระหวา่ งระดับคณุ ภาพพอใช้ (2 คะแนน) ถงึ ระดับดี (3 คะแนน) ถือวา่ ผ่านเกณฑ์

- ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)

ประเดน็ การประเมิน วธิ ีการ เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์
มุ่งม่ันในการทำงาน - ตรวจแบบ - แบบสงั เกต - เกณฑก์ ารให้คะแนน (ได้คะแนน
- การปฏบิ ตั ิงานตามที่ สงั เกต พฤติกรรมการ 2 คะแนน จากคะแนนรวมทง้ั หมด
ได้รับมอบหมาย มี พฤติกรรมการ ทำงานของ 3 คะแนนผ่านเกณฑ)์
ความอดทนในการ ทำงานของ นกั เรยี นเปน็ ตามการประเมนิ แบบคณุ ภาพ
ปฏบิ ัตงิ านและการทำ นักเรียนเปน็ รายบุคคล (ดังเกณฑ์ท่ีแสดงในตารางท่ี 2)
กจิ กรรมต่างๆ รายบุคคล

ตารางที่ 3 : เกณฑ์การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) (Rubric score)

หัวข้อประเมนิ 3 เกณฑ์การประเมนิ 1
ในระหว่างการทำงาน 2 ในระหว่างการทำงาน
- ปฏบิ ัตงิ านตามท่ี ไมถ่ ูกครูตักเตือนเลย ถูกครูตักเตือน 3-4 ครัง้
ได้รบั มอบหมาย มี มคี วามอดทนและ ในระหวา่ งการทำงาน ไม่มีความอดทนและ
ความอดทนในการ ปฏบิ ตั งิ านจนสำเร็จ ถูกครูตักเตือน 1-2 ปฏบิ ตั งิ านไมส่ ำเร็จ
ปฏบิ ตั งิ านและการทำ ครง้ั มคี วามอดทน
กิจกรรมต่างๆ และปฏิบตั ิงานจน
สำเร็จ

เกณฑก์ ารตดั สนิ ระดบั คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

3 ดี
2 พอใช้
1 ปรบั ปรุง

หมายเหตุ : ผทู้ ่ีได้คะแนนระหว่างระดับคณุ ภาพพอใช้ (2 คะแนน) ถงึ ระดับดี (3 คะแนน) ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์















































ใบกจิ กรรม เรอื่ ง สภาพยดื หยุ่นของวัสดุ

คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นอธิบายความหมายของสภาพยืดหยุ่นของวสั ดุและบอกวธิ กี ารใชป้ ระโยชน์จาก
สภาพยดื หยุ่นของวสั ดุที่พบในชวี ติ ประจำวัน

สภาพยืดหยุ่น .............................................................................................................................
ของวสั ดุ .............................................................................................................................
หมายถึง .............................................................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................

การนำประโยชนจ์ ากสภาพยดื หยุ่นของวสั ดุไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั มาเป็นข้อ ๆ

........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................

ช่ือ.............................................................................ช้นั ...................เลขที่............

แบบบันทกึ ผลการทดลอง เรอื่ ง สภาพยดื หยุ่นของวัสดุ

1. วตั ถุประสงค์การทดลอง

เพอื่ ศึกษาสมบัตคิ วามยดื หย่นุ ของวัสดุชนดิ ต่าง ๆ

2. อปุ กรณ์การทดลอง

- เชอื ก - ฟองน้ำ - ดนิ นำ้ มัน

- หนังยาง - ลูกโป่ง - ผ้ายดื

3. ขัน้ ตอนการทดลอง มีดงั น้ี

0 ใหน้ กั เรยี นนำวสั ดุแต่ละช้ินมาทำการทดสอบโดยการดึงหรือกำ

0 สงั เกตผลที่เกิดขึ้นกับวสั ดุทดสอบ(วัสดสุ ามารถคนื สภาพเดิมไดห้ รือไม)่

0 บันทกึ ผลการทดลอง

4. ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง

ผลการตรวจสอบการออกแรงดึง บีบ หรือใช้นว้ิ มือกด

วสั ดุ เกดิ การ ไมเ่ กิดการ ภายหลงั การเปลี่ยนแปลง
เปล่ยี นแปลง
เชือก เปลย่ี นแปลง กลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ ได้ ไม่กลับคืนสสู่ ภาพเดมิ
ฟองน้ำ
ดนิ น้ำมัน
หนงั ยาง
ลูกโป่ง
ผ้ายืด

1. เม่ือออกแรงกระทำวสั ดุใดบา้ งทเี่ กดิ การเปลีย่ นแปลงและวัสดุใดบ้างทีไ่ มเ่ กดิ การเปลีย่ นแปลง
............................................................................................................................. ..................................................
.......................................................................................................................................... .....................................
............................................................................................ ...................................................................................

2. เมอื่ ออกแรงกระทำวสั ดใุ ดบา้ งทีส่ ามารถกลับสู่สภาพเดิมได้และวสั ดุใดบ้างท่ไี มส่ ามารถกลับส่สู ภาพเดิมได้

............................................................................................................................. ..................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................

5. สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ..................................................
........................................................................................................................................................................ .......
.......................................................................................................................... .....................................................
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………………...………..

สมาชิกกลุ่มท่ี................

1. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ..............
2. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ..............
3. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ............ ..
4. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ..............
5. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขที่ ..............
6. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
7. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขที่ ..............
8. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ............ ..
9. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ..............
10. .................................................................................. ชนั้ ............. เลขที่ ..............

เฉลยใบกจิ กรรม
และแบบบนั ทกึ ผลการทดลอง

ใบกจิ กรรม เรอื่ ง สภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุ

คำช้ีแจง : ให้นักเรยี นอธิบายความหมายของสภาพยืดหยนุ่ ของวัสดแุ ละบอกวิธีการใช้ประโยชน์จาก
สภาพยืดหยุ่นของวัสดุทพี่ บในชีวติ ประจำวนั

สภาพยืดหยุ่น สภาพท่วี ัสดเุ ปล่ียนแปลงรปู ร่างเม่ือได้รบั แรงกระทำ แลวสามารถกลับคนื สู่
ของวัสดุ รูปร่างเดิมไดเ้ มือ่ หยดุ ออกแรงกระทำ
หมายถึง

การนำประโยชนจ์ ากสภาพยืดหยุน่ ของวัสดไุ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั มาเปน็ ขอ้ ๆ

ข้ึนอยู่กับคำตอบของนักเรยี น
ขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรยี น
ขนึ้ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น
ข้นึ อยกู่ บั คำตอบของนกั เรียน
ขึ้นอยู่กบั คำตอบของนกั เรียน

ช่ือ.............................................................................ชน้ั ...................เลขที่............

แบบบันทกึ ผลการทดลอง เรื่อง สภาพยดื หย่นุ ของวัสดุ

1. วัตถปุ ระสงค์การทดลอง

เพื่อศึกษาสมบัติความยดื หย่นุ ของวัสดุชนดิ ต่าง ๆ

2. อปุ กรณ์การทดลอง

- เชือก - ฟองน้ำ - ดินนำ้ มัน

- หนงั ยาง - ลูกโปง่ - ผา้ ยืด

3. ขนั้ ตอนการทดลอง มดี ังนี้

0 ใหน้ กั เรียนนำวสั ดุแต่ละช้นิ มาทำการทดสอบโดยการดงึ หรอื กำ

0 สงั เกตผลที่เกดิ ขน้ึ กบั วัสดทุ ดสอบ(วสั ดสุ ามารถคนื สภาพเดมิ ไดห้ รือไม่)

0 บนั ทกึ ผลการทดลอง

4. ตารางบันทกึ ผลการทดลอง

ผลการตรวจสอบการออกแรงดงึ บีบ หรือใชน้ ้วิ มือกด

วสั ดุ เกิดการ ไมเ่ กิดการ ภายหลงั การเปล่ียนแปลง
เปลีย่ นแปลง
เชือก เปลีย่ นแปลง กลบั คืนสสู่ ภาพเดมิ ได้ ไมก่ ลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ
ฟองนำ้ ✓
ดนิ นำ้ มนั ✓ ✓
หนังยาง ✓
ลูกโป่ง ✓ ✓
ผา้ ยืด ✓








1. เมอ่ื ออกแรงกระทำวัสดใุ ดบา้ งท่ีเกิดการเปล่ียนแปลงและวสั ดุใดบ้างทไ่ี มเ่ กิดการเปลย่ี นแปลง
1. วสั ดุทีเ่ กิดการเปลยี่ นแปลง ได้แก่ ฟองนำ้ ดนิ น้ำมัน หนังยาง ลูกโป่ง ผา้
2. วัสดุที่ไม่เกดิ การเปลี่ยนแปลง ไดแ้ ก่ เชือก

2. เมอื่ ออกแรงกระทำวสั ดใุ ดบา้ งท่ีสามารถกลับส่สู ภาพเดมิ ไดแ้ ละวสั ดใุ ดบ้างทีไ่ ม่สามารถกลับสูส่ ภาพเดิมได้
1. วัสดุทก่ี ลับคืนสู่สภาพเดมิ ไดแ้ ก่ ฟองน้ำ หนังยาง ลูกโป่ง ผา้
2. วสั ดุที่ไมก่ ลับคืนสูส่ ภาพเดมิ ได้แก่ ดนิ น้ำมัน

5. สรุปผลการทดลอง
การทดสอบความยืดหยุ่นของวัสดุ ทำได้โดย “การดึง บีบ หรือใช้นิ้วมือกดลงที่วัสดุ” ถ้าวัสดุใด

เม่ือดงึ บบี หรือใช้นว้ิ มอื กด แล้วสามารถกลบั คนื สู่สภาพเดมิ ได้ ถือว่ามีความยืดหยุ่น ถา้ วัสดุใดเม่ือดึง บีบ
หรือใชน้ ว้ิ มือกด แลว้ ไมส่ ามารถกลับคนื สูส่ ภาพเดิมได้ ถือวา่ ไมม่ คี วามยดื หยุน่

สมาชกิ กลุ่มท่.ี ...............

1. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
2. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ..............
3. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ............ ..
4. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
5. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
6. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขที่ ..............
7. ..................................................................................... ชน้ั ............. เลขท่ี ..............
8. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ............ ..
9. ..................................................................................... ชนั้ ............. เลขท่ี ..............
10. .................................................................................. ชนั้ ............. เลขท่ี ..............

เน่ืองจากสถานการณโ์ ควดิ – 19 จงึ เปน็ การสมุ่
ให้นกั เรยี นออกมาทำการทดลองหน้าห้อง แล้วให้

เพ่อื นบนั ทกึ ผลการทดลองของแตล่ ะคน
โดยใชใ้ บงานดงั ต่อไปนี้

ใบงาน เร่ือง วสั ดุใดบา้ งทม่ี ีสภาพยดื หยนุ่

คำชี้แจง : ให้นักเรียนสำรวจวัสดุที่กำหนดให้ว่ามีสภาพยืดหยุ่นหรือไม่ โดยใช้วิธีการดึง บีบ หรือใช้นิ้วมือกด
แล้วบนั ทึกผลทีไ่ ดล้ งในตาราง

ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง

ผลการตรวจสอบการออกแรงดงึ บีบ หรือใช้นวิ้ มือกด

วสั ดุ เกดิ การ ไมเ่ กิดการ ภายหลังการเปล่ียนแปลง
เปลี่ยนแปลง
เชือก เปล่ยี นแปลง กลบั คืนสูส่ ภาพเดมิ ได้ ไมก่ ลบั คนื สู่สภาพเดิม
ฟองน้ำ
ดินน้ำมัน
หนังยาง
ลกู โป่ง

ผา้

วัสดุใดบา้ งทเ่ี กิดการเปลยี่ นแปลงและวัสดุใดบ้างทไ่ี ม่เกดิ การเปล่ยี นแปลง
............................................................................................................................. ..................................................
...................................................................................................................................... .........................................
วัสดุใดบ้างทก่ี ลบั คืนสสู่ ภาพเดมิ และวสั ดุใดบ้างท่ีไม่กลบั คนื สภาพเดมิ
.................................................................................................................................................. .............................
...................................................................................................... .........................................................................
สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ..................................................
...............................................................................................................................................................................

ชอื่ -สกุล............................................................................เลขท่.ี .................ช้ันประถมศกึ ษาปที .่ี .................

เฉลยใบกจิ กรรม

ใบงาน เร่อื ง วสั ดใุ ดบ้างทีม่ ีสภาพยดื หยุ่น

คำชี้แจง : ให้นักเรียนสำรวจวัสดุที่กำหนดให้ว่ามีสภาพยืดหยุ่นหรือไม่ โดยใช้วิธีการดึง บีบ หรือใช้นิ้วมือกด
แลว้ บันทึกผลทไี่ ด้ลงในตาราง

ตารางบันทึกผลการทดลอง

ผลการตรวจสอบการออกแรงดึง บีบ หรือใช้นวิ้ มือกด

วสั ดุ เกิดการ ไม่เกดิ การ ภายหลังการเปลี่ยนแปลง
เปล่ียนแปลง
เชือก เปลีย่ นแปลง กลับคืนสู่สภาพเดมิ ได้ ไม่กลับคนื สู่สภาพเดมิ
ฟองนำ้ ✓
ดินน้ำมนั ✓ ✓
หนังยาง ✓
ลกู โป่ง ✓ ✓

ผา้ ✓







วัสดุใดบา้ งท่ีเกิดการเปลย่ี นแปลงและวัสดใุ ดบ้างทไี่ ม่เกดิ การเปลี่ยนแปลง
1. วัสดุที่เกดิ การเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ฟองน้ำ ดินนำ้ มัน หนงั ยาง ลกู โป่ง ผา้
2. วัสดุที่ไมเ่ กดิ การเปลี่ยนแปลง ได้แก่ เชือก
วัสดใุ ดบา้ งท่กี ลับคนื สสู่ ภาพเดมิ และวสั ดใุ ดบา้ งทไี่ มก่ ลับคืนสภาพเดมิ
1. วัสดุทกี่ ลับคนื สสู่ ภาพเดิม ไดแ้ ก่ ฟองน้ำ หนังยาง ลกู โป่ง ผ้า
2. วัสดุที่ไมก่ ลับคืนสสู่ ภาพเดิม ไดแ้ ก่ ดินนำ้ มนั
สรปุ ผลการทดลอง

การทดสอบความยืดหยุ่นของวัสดุ ทำได้โดย “การดึง บีบ หรือใช้นิ้วมือกดลงที่วัสดุ” ถ้าวัสดุใด
เม่อื ดึง บีบ หรอื ใช้น้วิ มอื กด แลว้ สามารถกลบั คนื สู่สภาพเดิมได้ ถอื ว่ามีความยืดหยนุ่ ถา้ วัสดใุ ดเม่ือดึง บีบ
หรอื ใช้นว้ิ มอื กด แล้วไม่สามารถกลับคนื สู่สภาพเดมิ ได้ ถอื วา่ ไมม่ คี วามยดื หย่นุ

ชอื่ -สกุล............................................................................เลขที่..................ช้นั ประถมศึกษาปีที่..................

เนื่องจาก ใบกจิ กรรมทำลงในสมดุ ของนกั เรยี น



แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3

รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว14101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรียน บ้านคลองตาล(กระจา่ งจนิ ดา) ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 เวลา 2 ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 วัสดแุ ละสสาร เรื่อง สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุ : การนำความร้อน

วันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน 2564 ผสู้ อน นายวีรภัทร ช่วงชาญ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ

สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี

ตัวชีว้ ัดท่ี ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทยี บสมบตั ิทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยดื หยุ่น การนำความ
ร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนำสมบัติเรื่องความ
แข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการ
ออกแบบช้ินงาน

ตัวชี้วัดที่ ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่นโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัตทิ างกายภาพ
ของวสั ดุอยา่ งมีเหตุผลจากการทดลอง

สาระสำคัญ
- วัสดุสองสิ่งที่มีอุณหภูมิต่างกันสมั ผัสกันจะเกิดการถ่ายโอนความร้อนให้แก่กัน วัสดุที่ยอมให้ความ

รอ้ นผา่ นได้จดั เป็นตัวนำความร้อนและวสั ดุที่ไมเ่ ปน็ ตวั นำความรอ้ นจะเป็นฉนวนความร้อน

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั เรยี นอธบิ ายความหมายของตวั นำความร้อน ฉนวนความร้อนและยกตัวอย่างวสั ดุท่นี ำความ

ร้อนได้ (K)
2. นกั เรยี นมีทกั ษะในการทดลองและลงขอ้ สรปุ เรื่อง สมบัตกิ ารนำความร้อนของวัสดุ (P)
3. นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการทำงาน (A)

สาระการเรียนรู้
- วัสดุที่นำความร้อนได้ จะมีการถ่ายโอนความร้อนผ่านอนุภาคของวัสดุจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง

กวา่ ไปยงั บริเวณทมี่ ีอุณหภูมติ ่ำกว่า
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น

- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการแก้ไขปัญหา

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- มวี นิ ยั
- ใฝ่เรยี นรู้
- ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

กิจกรรมการเรยี นการสอน
การจดั ประสบการณเ์ รียนรโู้ ดยใช้รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูกระตนุ้ นักเรียนดว้ ยคำถาม ดงั น้ี

ภาพ กานำ้ รอ้ นขณะนำ้ เดอื ด
- จากภาพถ้านักเรยี นใชม้ ือสัมผัสท่ตี วั กาน้ำรอ้ นจะเกิดอะไรขึน้ เพราะเหตใุ ด
(มอื อาจจะได้รับบาดเจบ็ เนื่องจากกานำ้ ร้อนร้อนมาก เพราะตวั ของกาน้ำร้อนทำมาจากเหล็กซง่ึ เป็นตัวนำ
ความร้อนไดอ้ ย่างดีหรือข้นึ อยู่กบั คำตอบของนักเรยี น)
ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2. ครกู ระต้นุ นักเรยี นดว้ ยคำถาม ดังน้ี

- ครใู หน้ ักเรียนลองยกตัวอย่างวสั ดุรอบตัวทสี่ ามารถนำความรอ้ นได้ โดยสุ่มตัวเลขท่ี
(กระทะ หมอ้ หรือขึ้นอยูก่ บั คำตอบของนกั เรียน)

- แล้วเราจะสามารถรไู้ ดอ้ ยา่ งไรว่าวสั ดุรอบตัวเราสามารถนำความร้อนไดห้ รือไม่
(ตอ้ งนำวัสดแุ ตล่ ะชนิดมาทดสอบการนำความรอ้ นหรอื ขน้ึ อยู่กับคำตอบของนักเรยี น)

3. ครูนำแผนภาพการทดลอง เรื่อง การนำความร้อนของวัสดุ มาติดบนกระดาน พร้อมทั้ง
อธบิ ายข้นั ตอนการทดลองให้นกั เรยี นฟงั อยา่ งเข้าใจ

แผนภาพการทดลอง เรื่อง การนำความรอ้ นของวสั ดุ

4. ครูแจกใบกิจกรรม เรื่อง การนำความร้อนของวัสดุ ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น โดยให้
นกั เรยี นอธบิ ายความหมายของตัวนำความรอ้ น ฉนวนความรอ้ นและยกตวั อยา่ งวสั ดุทีน่ ำความรอ้ นใหถ้ ูกต้อง

5. ครูให้นักเรียนจัดกลุ่ม 7-8 คน จำนวน 4 กลุ่ม จากนั้นส่งตัวแทนมารับอุปกรณ์ในการ
ทดลอง เรื่อง การนำความร้อนของวัสดุ ซึ่งอุปกรณ์ 1 ชุดการทดลอง ประกอบด้วย ช้อนโลหะ ตะเกียบ
แท่งแก้วคนสาร หลอดพลาสตกิ เทยี นไข ไฟแช็ค ชุดตะเกยี งแอลกอฮอล์ ชุดก้นั ลม บกี เกอร์และนำ้ เปลา่

ข้ันอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
7. ครูใหต้ วั แทนนักเรียนออกมานำเสนอผลการทำใบกจิ กรรม เร่อื ง การนำความรอ้ นของวัสดุ

และให้ตัวแทนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการทดลองเร่ือง การนำความรอ้ นของวัสดุ เพ่ือเปน็ การแลกเปลี่ยน
ความคิดเหน็ ตรวจสอบความถูกต้องและร่วมหาคำตอบของคำถามไปพร้อมกนั

8. ครถู ามคำถามเกี่ยวกับกจิ กรรมการทดลอง เรอ่ื ง การนำความร้อนของวัสดุ ดงั น้ี
- จากการทดลองการนำความร้อนของวัสดุ เราจะทราบได้อย่างไรว่าวัสดุชิ้นใดนำ

ความร้อนได้ดีกวา่ กัน
(สังเกตจากความเร็วในการท่นี ้ำตาเทยี นละลาย วัสดชุ ิ้นใดทำใหน้ ้ำตาเทียนละลายได้เร็วทส่ี ดุ หมายความว่าวัสดุ
ช้ินนน้ั นำความรอ้ นได้ดีท่ีสดุ หรอื ข้ึนอย่กู ับคำตอบของนักเรยี น)

- จากการทดลองการนำความรอ้ น วัสดุชน้ิ ใดนำความร้อนไดด้ ีที่สุด
(ชอ้ นโลหะหรอื ขนึ้ อยู่กับคำตอบของนักเรยี น)

9. ครูอธิบายเพิ่มเติมโดยใช้การเปิด Youtube เรื่อง การนำความร้อนของวัสดุ (แหล่งที่มา :
https://www.youtube.com/watch?v=e4fXBvl8-hc) ให้นักเรยี นดู

10. ครูและนักเรียนร่วมกันลงข้อสรุปในเนื้อหาเรื่อง สมบัติทางกายภาพของวัสดุ : การนำ
ความร้อนของวสั ดุ ทง้ั จากการศึกษาในหนังสือวิทยาศาสตร์ จากการทำใบกิจกรรมและการทดลอง ไดว้ ่า วัสดุ
สองสง่ิ ทม่ี อี ุณหภูมติ ่างกันสัมผสั กันจะเกิดการถา่ ยโอนความร้อนให้แก่กนั วัสดุทยี่ อมให้ความรอ้ นผ่านได้จัดเป็น
ตวั นำความร้อนและวัสดทุ ีไ่ มเ่ ป็นตวั นำความร้อนจะเปน็ ฉนวนความรอ้ น

ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
11. ครูให้นักเรียนกลับไปสืบค้นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากวัสดุที่นำความร้อนได้ใน

ชวี ติ ประจำวันโดยยกตัวอย่างและอธิบายการใช้ประโยชนม์ าพอสงั เขป เพ่ือตอ่ ยอดความรใู้ ห้นักเรียน

ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation)
12. การประเมินโดยใช้คำถามซักถามนักเรียนแบบปากเปลา่ ดงั น้ี
- วนั น้คี รูสอนเร่ืองอะไร

(สมบตั ิทางกายภาพของวสั ดุ : การนำความร้อนของวัสด)ุ
- วัสดุที่สามารถถ่ายโอนความร้อนได้ เรียกว่าอะไร วัสดุที่ไม่สามารถถ่ายโอน

ความร้อนได้ เรียกว่าอะไร
(ตวั นำความรอ้ นและฉนวนความรอ้ นตามลำดับ)

13. การประเมนิ จากการแสดงความคิดเหน็ และการนำเสนอผลงานของนักเรยี น
สื่อการเรียนร้แู ละแหล่งเรยี นรู้

- ส่ือการเรียนรู้
- ภาพ กาน้ำรอ้ นขณะนำ้ เดือด
- แผนภาพการทดลอง เรื่อง การนำความร้อนของวสั ดุ
- ใบกจิ กรรม เรื่อง การนำความรอ้ นของวัสดุ
- แบบบันทกึ ผลการทดลอง เรอ่ื ง การนำความร้อนของวัสดุ
- อุปกรณ์การทดลองตามที่กลา่ วข้างตน้ ใหค้ รบจำนวนกลุม่
- Power Point
- สอ่ื Youtube เรอ่ื ง การนำความร้อนของวัสดุ

(แหล่งที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=e4fXBvl8-hc)
- แหลง่ เรียนรู้

- สอื่ จากอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ
- หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 สสวท. เล่ม 2

การวัดผลและการประเมนิ ผล
- ดา้ นความรู้ (K)

ประเดน็ การประเมิน วธิ กี าร เครอื่ งมือวัด เกณฑ์
- ความถกู ต้องของ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกิจกรรม - เกณฑ์การให้คะแนน (ไดค้ ะแนน
คำตอบ เรื่อง การนำความ เรอ่ื ง การนำ 2 คะแนน จากคะแนนรวม
ร้อนของวสั ดุ ความรอ้ นของ ทงั้ หมด 3 คะแนนผ่านเกณฑ์)
วัสดุ ตามการประเมินแบบคุณภาพ
(ดังเกณฑ์ที่แสดงในตารางท่ี 1)


Click to View FlipBook Version