พระพุทธรูปล้านนาทีÉมีจารึก กับการแปลความทางด้านประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ทางด้านศิลปกรรม โดย นางสาวชนิสา นาคน้อย วิทยานิพนธ์นีÊเป็ นส่วนหนึÉงของการศึกษาตามหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี การศึกษา 2556 ลิขสิทธิÍของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนกัหอสม ุดกลาง
พระพุทธรูปล้านนาทีÉมีจารึก กับการแปลความทางด้านประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ทางด้านศิลปกรรม โดย นางสาวชนิสา นาคน้อย วิทยานิพนธ์นีÊเป็ นส่วนหนึÉงของการศึกษาตามหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี การศึกษา 2556 ลิขสิทธิÍของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนกัหอสม ุดกลาง
LANNA BUDDHA IMAGE WITH INSCRIPTION: ART AND HISTORY INTERPRETATION By Miss Chanisa Naknoy A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree Master of Art Program in Art History Department of Art History Graduate School, Silpakorn University Academic Year 2013 Copyright of Graduate School, Silpakorn University สำนกัหอสม ุดกลาง
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร อนุมัติให้วิทยานิพนธ์เรืÉอง “พระพุทธรูป ล้านนาทีÉมีจารึก กับการแปลความทางด้านประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ทางด้าน ศิลปกรรม” เสนอโดย นางสาว ชนิสา นาคน้อย เป็ นส่วนหนึÉงของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ........................................................................... (รองศาสตราจารย์ ดร. ปานใจ ธารทัศนวงศ์) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย วันทีÉ........ เดือน................... พ.ศ. .............. อาจารย์ทีÉปรึกษาวิทยานิพนธ์ ศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ Íชัย สายสิงห์ คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ................................................... ประธานกรรมการ (ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ ดร. สันติ เล็กสุขุม) ............/..................../................ ................................................... กรรมการ (ศาสตราจารย์ สายันต์ ไพรชาญจิตร์) ............/..................../................ ................................................... กรรมการ (ศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ Íชัย สายสิงห์) ............/..................../................ สำนกัหอสม ุดกลาง
ง 53107203: สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คําสําคัญ: พระพุทธรูปล้านนา / พระพุทธรูปสําริด / จารึกล้านนา ชนิสา นาคน้ อย: พระพุทธรูปล้ านนาทีÉมีจารึก กับการแปลความทางด้ าน ประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ทางด้านศิลปกรรม. อาจารย์ทีÉปรึกษาวิทยานิพนธ์: ศ.ดร. ศักดิ Í ชัย สายสิงห์. 288 หน้า วิทยานิพนธ์ฉบับนี Êมีจุดมุ่งหมายในการศึกษา พระพุทธรูปสําริดทีÉมีจารึก และสร้างขึ Êน ภายใต้การปกครองของล้านนา ซึÉงได้แก่ 8 จังหวัดทางภาคเหนือในปัจจุบัน คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลําปาง จังหวัดลําพูน จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา และจังหวัด แม่ฮ่องสอน เพืÉอศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างจารึกทีÉฐานพระพุทธรูป และรูปแบบศิลปะโดยศึกษา ข้อมูลจากจารึกทีÉฐานพระพุทธรูป จํานวนทัÊงสิ Êน 162 องค์ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มพระพุทธรูปทีÉมีจารึกทีÉระบุปี สร้าง ระบุอายุอยู่ในราว พ.ศ. 2008 – 2366 โดยสามารถจัดกลุ่มพระพุทธรูปจากปี สร้าง เพืÉอนํามาวิเคราะห์ทางด้านจารึก และ รูปแบบ แบ่งออกเป็ น 4 กลุ่ม ซึÉงในแต่ละกลุ่มแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางด้านการจารึก และ รูปแบบทีÉชัดเจนขึ Êน โดยสามารถนําแบบแผนการจารึกทีÉได้จากการวิเคราะห์ และการเปลีÉยนแปลง รูปแบบศิลปะในแต่ละช่วงเวลา มาใช้ในการศึกษาพระพุทธรูปทีÉมีจารึก แต่ไม่ได้ระบุปี สร้าง หรือ จารึกทีÉลบเลือนได้ นอกจากนี Êยังสามารถนําเนื ÊอหาทีÉปรากฏในจารึกฐานพระพุทธรูปมาวิเคราะห์บริบท ต่างๆทีÉเกิดขึ ÊนในขณะนัÊน เช่น ความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์ ความเชืÉอ และวิถีชีวิต รวมไป ถึงบทบาทของทางด้านศาสนาทีÉมีผลต่อการเมืองการปกครอง ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ลายมือชืÉอนักศึกษา........................................................... ปี การศึกษา 2556 ลายมือชืÉออาจารย์ทีÉปรึกษาวิทยานิพนธ์.............................................................. สำนกัหอสม ุดกลาง
จ 53107203: MAJOR: ART HISTORY KEY WORD: LANNA BUDDHA IMAGE / BRONZE BUDDHA IMAGE / LANNA INSCRIPTION CHANISA NAKNOY: LANNA BUDDHA IMAGE WITH INSCRIPTION: ART AND HISTORY INTERPRETATION. THESIS ADVISOR: PROF. SAKCHAI SAISIGHA, Ph.D. 288 pp. The research is aimed to study the bronze Buddha images found in the areas that were under the control of Lanna Kingdom. They are, nowadays, 8 provinces, namely Chiang Mai, Chiang Rai, Lampang, Lamphun, Prae, Nan, Prayao and Mea Hong Son. The research is an integrated study between the images and their literal evidence; and style of art. This is to analyze the relation between the artistic study of the Buddha images and the inscriptions on the pedestals of those images. The principal focused group is the 162 Buddha images with an inscription on its base. The method of study includes dating Buddha images according to their inscription, historical record and other related ancient documents as well as analyzing the result from the comparative study on Buddha images’ styles. The study of the inscriptions on the Buddha images’ pedestals can help the researcher in finding the evolution and chronology of Buddha images as the study on artistic styles did. Moreover, interpretation of the inscriptions reflects more apparently the way of people’s life based on Buddhism in the Lanna period. Consequently, the study on artistic styles together with inscriptions allows the researcher to examine much more evidence from both sides, which help us to apprehend some new dimensions of Lanna art more clearly. Department of Art History Graduate School, Silpakorn University Student’s signature........................................................... Academic Year 2013 Thesis Advisor’s signature........................................................... สำนกัหอสม ุดกลาง
ฉ กิตติกรรมประกาศ ขอขอบพระคุณ ทุนโบราณคดีทัศนาจรของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล และทุนวิจัยมหาบัณฑิต สกว. ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ทีÉให้การสนับสนุนการทําวิจัยครัÊงนี Ê วิทยานิพนธ์ฉบับนี Êสําเร็จล่วงไปได้ด้วยความกรุณาจากผู้มีพระคุณหลายด้าน ทัÊงด้าน ความรู้ กําลังกาย กําลังใจ และกําลังทรัพย์ ซึÉงผู้วิจัยขอขอบพระคุณอย่างสูงไว้ ณ ทีÉนี Ê ศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ Í ชัย สายสิงห์ อาจารย์ทีÉปรึกษาวิทยานิพนธ์ ซึÉงเสียสละเวลา เพืÉอแนะนํา ให้ความรู้ และตรวจแก้อย่างไม่เหน็ดเหนืÉอย ขอขอบคุณครอบครัวสายสิงห์ ทีÉให้ความ รัก เป็นห่วง และกําลังใจเสมอมา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สันติ เล็กสุขุม ผู้ทรงคุณวุฒิทีÉกรุณาสละเวลาแนะนํา และตรวจแก้ ตัÊงแต่ขัÊนตอนเริÉมต้นการทําวิจัย กระทัÉงวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ ศาสตราจารย์ สายันต์ ไพรชาญจิตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิในโครงการทุนวิจัยมหาบัณฑิต สกว. ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิในการสอบวิทยานิพนธ์ ซึÉงสละเวลาใน การตรวจ และให้คําแนะนําในวิทยานิพนธ์เล่มนี Ê รวมไปถึงภาพสไลด์พระพุทธรูปเมืองฝาง รองศาสตราจารย์ กรรณิการ์ วิมลเกษม ผู้เชีÉยวชาญทางด้านภาษาโบราณ กรุณา เสียสละเวลาช่วยตรวจสอบข้อมูลการอ่านจารึก และขอขอบคุณชัชพิสิฐ ปาชะนี ผู้อ่านจารึก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เชษฐ์ ติงสัญชลี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งโรจน์ ธรรม รุ่งเรือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร และอาจารย์พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์ อาจารย์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ผู้ซึÉงให้ความรู้ในทุกรายวิชาเพืÉอเป็นพื Êนฐานในการทําวิจัย ขอขอบคุณ ดร. อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช และอาจารย์ กวิฏ ตัÊงจรัสวงศ์ ผู้ร่วมเดินทาง ในการเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างไม่ลดละ และดูแลผู้วิจัยตลอดมา ขอขอบคุณ ปิ ยนันท์ อลงกรณ์ กัญญาพัชร อโนชา และพลอยชมพู เพืÉอนปริญญาโท ผู้ซึÉงล้มลุกมาด้วยกันตลอด 4 ปี และขอขอบคุณเพืÉอนคริสตจักรนิวซอง ทีÉคอยเป็ นห่วง ดูแลเอาใจ ใส่ และอธิษฐานร่วมกันมาโดยตลอด และขอบคุณอัญชนา มงคลรัตน์เพืÉอนทีÉดีทีÉสุด ขอขอบคุณ พิชิต ผู้ร่วมเดินทาง ช่างถ่ายภาพ ทีÉปรึกษา และให้กําลังใจผู้วิจัยเสมอมา ขอบคุณ ป๊ า และม้า ทีÉเลี Êยงดูพิชิตมาเป็นอย่างดี สุดท้ายขอบคุณ พ่อ และแม่ ทีÉเลี Êยงดูอย่างดีทีÉสุด สนับสนุน ให้กําลังใจ ทีÉสําคัญคือให้มีชีวิตอิสระ และเป็นตัวของตัวเอง วิทยานิพนธ์ฉบับนี Êจะสําเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีพระเจ้า ขอบคุณพระเจ้า สำนกัหอสม ุดกลาง
ช สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย................................................................................................. ง บทคัดย่อภาษาอังกฤษ............................................................................................ จ กิตติกรรมประกาศ................................................................................................. ฉ สารบัญตาราง....................................................................................................... ญ สารบัญภาพ.......................................................................................................... ฏ บททีÉ 1 บทนํา....................................................................................................... 1 ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา........................................... 1 ความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของการศึกษา.................................... 5 สมมุติฐานการศึกษา........................................................................ 5 ขอบเขตของการศึกษา...................................................................... 5 ขัÊนตอนการศึกษา............................................................................. 5 ประโยชน์ของการศึกษาทีÉคาดว่าจะได้รับ............................................. 6 2 ล้านนาโดยสังเขป: ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และจารึก........................................ 7 ประวัติศาสตร์การเมือง และการปกครอง............................................ 7 อาณาจักรล้านนา.................................................................. 8 อาณาจักรล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า......................... 14 อาณาจักรล้านนาในฐานะประเทศราชของสยาม...................... 19 ศิลปกรรมล้านนา รูปแบบและการแบ่งกลุ่มพระพุทธรูปล้านนา.............. 23 ศิลปกรรมล้านนาล้านนาระยะแรกพุทธศตวรรษทีÉ19................. 23 ศิลปกรรมล้านนาล้านนาระยะทีÉ2 พุทธศตวรรษทีÉ20................ 26 ศิลปกรรมล้านนาล้านนาระยะทีÉ3 ช่วงต้นถึงกลางพุทธศตวรรษ ทีÉ 21……………………………………………………………… 28 ศิลปกรรมล้านนาล้านนาระยะทีÉ4 พ.ศ. 2069-2101.................. 32 ศิลปกรรมล้านนาหลังอาณาจักรล้านนา.................................... 33 จารึกโดยสังเขป................................................................................. 36 หลักฐานจารึกรุ่นแรกทีÉพบในประเทศไทย.................................. 37 สำนกัหอสม ุดกลาง
ซ บททีÉ หน้า อักษรและภาษา...................................................................... 37 เนื Êอหาในจารึก........................................................................ 39 วัตถุประสงค์ในการสร้างจารึก.................................................. 40 ระเบียบวิธีการจารึก................................................................. 41 การอ่านแปลและศึกษาข้อมูลจารึก........................................... 41 จารึกล้านนา.................................................................................... 43 ภาษาและตัวอักษรในจารึกล้านนา........................................... 43 ระเบียบวิธีในการจารึกล้านนา.................................................. 44 3 พระพุทธรูปทีÉมีจารึกในล้านนา : แบบแผนจารึก และรูปแบบศิลปะ.................. 46 จารึกบนฐานพระพุทธรูปล้านนา......................................................... 46 เนื ÊอหาทีÉเกีÉยวข้องกับการระบุปี สร้าง.......................................... 47 เนื ÊอหาทีÉเกีÉยวข้องกับงานศิลปกรรม.......................................... 52 เนื ÊอหาทีÉเกีÉยวข้องกับความปรารถนา......................................... 57 เนื Êอหาเบ็ดเตล็ด...................................................................... 65 การกระจายตัวของพระพุทธรูปทีÉมีจารึกในล้านนา................................ 66 รูปแบบพระพุทธรูปทีÉมีจารึกทีÉพบในล้านนา......................................... 70 พุทธศตวรรษทีÉ 21................................................................ 70 พุทธศตวรรษทีÉ 22................................................................ 128 พุทธศตวรรษทีÉ 23................................................................ 141 พุทธศตวรรษทีÉ 24................................................................ 147 การกําหนดอายุพระพุทธรูปทีÉมีจารึก โดยการใช้แบบแผนการจารึก และรูปแบบศิลปะ............................................................................ 152 พระพุทธรูปทีÉมีจารึกไม่ระบุปี สร้างเป็ นจุลศักราช แต่ระบุปี ศก และนักษัตร......................................................................... 152 คําจารึกบนฐานพระพุทธรูปทีÉใช้ภาษาบาลีในการจารึก............... 168 พระพุทธรูปทีÉมีจารึกทีÉระบุแต่ชืÉอผู้สร้าง..................................... 181 พระพุทธรูปทีÉมีจารึกชืÉออดีตพุทธ และพระสาวก........................ 185 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก แต่ไม่สามารถแปลความได้........................ 191 สำนกัหอสม ุดกลาง
ฌ บททีÉ หน้า พระพุทธรูปทีÉจารึกลบเลือน...................................................... 195 4 การวิเคราะห์จารึกบนฐานพระพุทธรูป.............................................................. 204 ภาพสะท้อนสภาพสังคมและวัฒนธรรมของชาวล้านนา.......................... 204 บทบาทของศาสนาในล้านนา............................................................... 211 ความเชืÉอตามแนวทางพระพุทธศาสนา.................................................. 214 ประวัติศาสตร์ล้านนาจากจารึกฐานพระพุทธรูป..................................... 216 5 บทสรุป..................................................................................................... 218 รายการอ้างอิง........................................................................................................ 221 ภาคผนวก............................................................................................................ 226 ประวัติผู้วิจัย......................................................................................................... 288 สำนกัหอสม ุดกลาง
ญ สารบัญตาราง ตารางทีÉ หน้า 1 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนา และเหตุการณ์สําคัญ...................... 9 2 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า และเหตุการณ์สําคัญ………………………………………………….. 15 3 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาในฐานะประเทศราชของสยาม และเหตุการณ์สําคัญ…………………………………………………. 19 4 วิธีคํานวณจุลศักราช และมหาศักราชให้เป็นพุทธศักราช………………….. 47 5 ตัวเลขแทนราศีในดวงฤกษ์…………………………………………………. 51 6 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในรัชกาลพระเจ้าติโลกราช พ.ศ. 2012 – 2028…………………………………………………… 77 7 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ในรัชกาลพระเจ้าติโลกราช พ.ศ. 2019 - 2030…………………………………………………… 85 8 ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป สมัยพระเจ้าติโลกราช พ.ศ. 2008- 2030…………………………………………………………………. 91 9 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ในรัชกาลพระยอดเชียงราย พ.ศ. 2031 - 2038…………………………………………………… 98 10 ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป สมัยพระยอดเชียงราย พ.ศ. 2031 – 2038…………………………………………………………………. 99 11 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ในรัชกาลพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039 - 2068…………………………………………………… 104 12 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ในรัชกาลพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039 - 2068…………………………………………………… 114 13 ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป สมัยพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039–2068 117 14 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ราวปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 พ.ศ. 2069 - 2099……………………………………………………. 124 15 ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป ราวปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 พ.ศ. 2069 – 2099…………………………………………………………. 127 16 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ พุทธศตวรรษทีÉ 22…………… 133 สำนกัหอสม ุดกลาง
ฎ ตารางทีÉ หน้า 17 ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป พุทธศตวรรษทีÉ 22…………………... 139 18 ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป พุทธศตวรรษทีÉ 23…………………... 146 19 ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป พุทธศตวรรษทีÉ 24………………….. 151 20 การเทียบตัวเลขในการนับปี ศก……………………………………………… 153 21 การเทียบตัวเลขในการนับปีนักษัตร………………………………………… 153 22 การเทียบตัวเลขจุลศักราชในหลักร้อย……………………………………… 154 23 ตารางเทียบจุลศักราช กับปี ศก และปีนักษัตร……………………………… 155 24 ตารางการหาปี จุลศักราช จากปี ศก และปี นักษัตร…………………………. 157 25 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ในสมัยพระเจ้าติโลกราช พ.ศ. 2008-2030………….. 227 26 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ในสมัยพระยอดเชียงราย พ.ศ. 2031-2038…………. 236 27 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ในสมัยพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039-2068……………… 239 28 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ในช่วงปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 พ.ศ. 2068-2099…… 260 29 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ในช่วงพุทธศตวรรษทีÉ 22……………………………… 265 30 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ในช่วงพุทธศตวรรษทีÉ 23……………………………… 274 31 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ในช่วงพุทธศตวรรษทีÉ 24……………………………… 276 32 พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ไม่ระบุปี สร้าง………………………………………….. 280 สำนกัหอสม ุดกลาง
ฏ สารบัญภาพ ภาพทีÉ หน้า 1 แผนทีÉแสดงขอบเขต และลุ่มนํ Êาในอาณาจักรล้านนา……………………………. 8 2 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จ.ลําพูน……..…. 25 3 พระพุทธรูปปูนปัÊนประดับเจดีย์ วัดป่ าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย…………...…. 25 4 วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่……………………………………………………..…. 26 5 เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (วงกลม) วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่………………………. 27 6 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่........... 28 7 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าเหลื Êอม อ.หางดง จ.เชียงใหม่………………. 28 8 เจดีย์วัดมหาโพธาราม จ.เชียงใหม่………………………………………………. 29 9 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดดับภัย จ.เชียงใหม่……………………………….…. 31 10 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดสวนตาล จ.น่าน………………………………….… 31 11 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีเกิด จ.เชียงใหม่……………………………….…. 31 12 เจดีย์วัดโลกโมฬี จ.เชียงใหม่…………………………………………………..…. 32 13 เจดีย์วัดผ้าขาวป้ าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย………………………………….…. 33 14 เจดีย์วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่……………………………………………………. 34 15 พระพุทธรูปทรงเครืÉอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่……...…. 34 16 พระพุทธรูปไม้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จ.ลําพูน……………….…. 35 17 พระพุทธรูปแก้ว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่…………….… 35 18 ตําแหน่งการวางชืÉอกลุ่มดาวในดวงฤกษ์………………………………………… 50 19 ดวงฤกษ์บนฐานพระพุทธรูป วัดเชียงมัÉน จ.เชียงใหม่........................................ 51 20 แผนทีÉแสดงการกระจายตัวของพระพุทธรูปในช่วงพุทธศตวรรษทีÉ21-24…….… 66 21 แผนทีÉแสดงการกระจายตัวของพระพุทธรูปในช่วงพุทธศตวรรษทีÉ21………..…. 67 22 แผนทีÉแสดงการกระจายตัวของพระพุทธรูปในช่วงพุทธศตวรรษทีÉ22 –24…..… 68 23 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าเม็งราย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2012 …..… 71 24 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดผ้าขาว จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2016 ……………… 71 25 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ จารึก พ.ศ. 2024…….…. 72 26 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯจารึก พ.ศ. 2024 …….… 72 27 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ จารึก พ.ศ. 2027 …….… 73 สำนกัหอสม ุดกลาง
ฐ ภาพทีÉ หน้า 28 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ จารึก พ.ศ. 2028 …….… 73 29 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหลวง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จารึก พ.ศ. 2028.......... 74 30 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีดอนชัย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน............................ 74 31 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จารึก พ.ศ.2019... 75 32 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเชตุพลวิมลมังคลาราม กรุงเทพฯ………………..… 76 33 พระพุทธรูปปางสมาธิวัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2019 …… 79 34 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าเม็งราย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2024 …….. 79 35 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีสุทธาวาส อ.เวียงป่ าเป้ าจ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2026 …………………………………………………………………….… 80 36 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดปัณณาราม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2022 …. 81 37 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีบุญเรือง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2024 …. 81 38 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดดอยแก้ว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2025 ……. 82 39 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลําพูน จารึก พ.ศ. 2022.......... 83 40 พระพุทธรูปดุนนูนปางต่างๆทีÉประดับคอระฆัง ของเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลําพูน………………………………………….…. 86 41 พระพุทธรูปปางประทานอภัย วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่……………………….. 87 42 พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร จารึก วัดเชียงมัÉน จ.เชียงใหม่ พ.ศ. 2008...............…. 87 43 พระพุทธรูปปางกดประทับรอย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพฯ จารึก พ.ศ. 2024 ………………………………………………………….. 88 44 พระพุทธรูปลีลา วัดพระเจ้าเม็งราย จ.เชียงใหม่…………………………………. 89 45 พระพุทธรูปปางมารวิชัย จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ฯ เชียงแสน จ.เชียงราย……..…. 90 46 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดป่ าตึง อ.สันกําแพงจ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2031.... 94 47 พระพุทธรูปปางสมาธิวัดม่วงม้าใต้ อ.สันกําแพงจ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2032... 95 48 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดทุ่งตูม อ.สันป่ าตอง จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2032…. 95 49 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพวกหงส์ จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2036................... 96 50 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดช่างแต้ม จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2038.................... 96 51 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าเม็งราย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2037.......... 97 52 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จารึก พ.ศ. 2045............................. 100 สำนกัหอสม ุดกลาง
ฑ ภาพทีÉ หน้า 53 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จารึก พ.ศ. 2045............................. 101 54 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีดอนชัย อ.เชียงของจ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2057 101 55 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดบ้านโป่ ง จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2059.................... 102 56 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดป่ าพร้าวใน จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2062................ 102 57 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหย่วน อ.เชียงคํา จ.พะเยา จารึก พ.ศ. 2066............ 103 58 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จารึก พ.ศ. 2043.... 105 59 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดควรค่าม้าจ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2043.................. 105 60 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จารึก พ.ศ. 2041............................. 106 61 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดมาตุการาม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2048 107 62 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดรัตนาวาส อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2065... 107 63 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเจดีย์งาม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2048 …… 107 64 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2057 ………………………………………………………………... 108 65 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2058......... 108 66 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหมอแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จารึก พ.ศ. 2044..... 109 67 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหลวง อ.เมือง จ.แพร่ จารึก พ.ศ. 2057.................... 110 68 พระพุทธรูปทรงเครืÉอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน จารึก พ.ศ. 2052 ………. 110 69 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ………… 111 70 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพันเตา จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2040..................... 111 71 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ จารึก พ.ศ. 2043............ 112 72 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระบาทอุดม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2051.. 112 73 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดใหม่สุขเกษม อ.เทิง จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2059.... 113 74 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดผาบ่อง จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2078..................... 118 75 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล รัฐแมรีÉแลนด์ ประเทศอังกฤษ จารึก พ.ศ. 2097 ……………………………………………………………...... 119 76 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดบ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2079 120 77 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2091...... 120 78 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดสูงเม่น จ.แพร่ จารึก พ.ศ. 2076 …………………… 121 สำนกัหอสม ุดกลาง
ฒ ภาพทีÉ หน้า 79 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2072........... 122 80 พระพุทธรูปทรงเครืÉอง บริติชมิวเซียม ประเทศอังกฤษ จารึก พ.ศ. 2083 ......... 122 81 พระพุทธรูปทรงเครืÉอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร................................ 123 82 พระพุทธรูปปางเปิ ดโลก วัดพระธาตุช้างคํ Êา จ.น่าน จารึก พ.ศ. 2070................ 125 83 พระพุทธรูปปางเปิ ดโลก วัดศรีดอนชัย อ.เชียงของจ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2075 126 84 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดชัยพระเกียรติ Í จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2108 ……… 128 85 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2129............... 129 86 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดปราสาท จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2133 …………… 129 87 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดนิวาสถาน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2126.. 130 88 พระพุทธรูปปางมารวิชัย จารึก พ.ศ. 2120 วัดปัณณาราม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่… 131 89 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดปางหมอปวง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2155 ……………………………………………………………………… 131 90 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเกิดคงคาราม อ.เทิงจ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2129 ……………………………………………………………………… 132 91 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุช้างคํ Êา จ.น่าน จารึก พ.ศ. 2132 ………… 132 92 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดปงสนุกเหนือ จ.ลําปาง จารึก พ.ศ. 2132 ………… 133 93 พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร วัดหมืÉนตุม จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2105 …………… 135 94 พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร วัดทรายแดง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2116 136 95 พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2120 ………….…………………………………………………….. 136 96 พระพุทธรูปปางเปิ ดโลก วัดวัดป่ าซางงาม อ.ป่ าซางจ.ลําพูน จารึก พ.ศ. 2138 137 97 พระพุทธรูปปางประทับนอน วัดเกาะวาลุการาม จ.ลําปาง จารึก พ.ศ. 2145..... 138 98 ฤๅษีวัชมฤค พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2147.. 138 102 พระสาวกปางสมาธิวัดพระแก้ว จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2269 …………………. 144 103 พระสาวกปางสมาธิ วัดพระแก้ว จ.เชียงราย……………………………………. 144 104 พระปัจเจกพุทธเจ้าปางสมาธิพิพิธภัณฑ์กีเมต์ประเทศฝรัÉงเศส จารึก พ.ศ. 2263 …………………………….………………………………………... 145 105 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ จารึก พ.ศ. 2339 ………. 147 สำนกัหอสม ุดกลาง
ณ ภาพทีÉ หน้า 106 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีบุญเรือง จ.น่าน จารึก พ.ศ. 2336 …………....... 148 107 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดสถารศ จ.น่าน จารึก พ.ศ. 2366 ………………….. 149 108 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลําพูน จารึก พ.ศ. 2371.......... 149 109 พระพุทธรูปปางเปิ ดโลก วัดเจดีย์งาม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2318 …… 150 110 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดปงสนุกเหนือ อ.เมือง จ.ลําปาง……………………. 159 111 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุลําปางหลวง จ.ลําปาง……………………. 161 112 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดแสงเมืองมาอ.เมือง จ.ลําปาง…………………….. 164 113 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จ. ลําพูน………………………. 166 114 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเทพอํานวย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่……………………. 167 115 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเกษศรี กิÉงอ.ภูกามยาว จ.พะเยา………………….. 169 116 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดวัฒนาราม (บ้านหลวง) อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่……. 171 117 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดรัตนาวาส (หนองเต็ง)อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่……… 172 118 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน จ. น่าน………………. 173 119 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน จ. น่าน………………. 174 120 ลวดลายพันธ์พฤกษาปูนปัÊนประดับหน้าบัน กู่วัดพระธาตุช้างคํ Êา จ.น่าน………. 175 121 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดต้าหลวง (อภัยภิมุข)อ.เทิง จ.เชียงราย……………. 176 122 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเกิดคงคาราม อ.เทิงจ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2057 ……………………………………………………………………… 177 123 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย อ.เมือง จ.ลําพูน………………. 178 124 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดฟ้ าฮ่าม จ.เชียงใหม่………………………………. 180 125 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเดชดํารงค์ (บ้านกาด)อ.หางดงจ.เชียงใหม่……… 182 126 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีดอนแก้ว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่........................ 183 127 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีดอนแก้ว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2047 184 128 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่……………………. 186 129 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่……………………. 187 130 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จารึก พ.ศ. 2053 ………………….. 188 131 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่……………………. 188 132 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดชัยพระเกียรติ Í จ.เชียงใหม่...................................... 190 สำนกัหอสม ุดกลาง
ด ภาพทีÉ หน้า 133 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเมธังกราวาส จ.แพร่……………………………….. 192 134 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่……………………. 194 135 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่……………………. 194 136 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดทรายแดงอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่………………...... 196 137 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีเวียงอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2083…. 197 138 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดธัมมิกาวาส อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่………………… 197 139 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดธัมมิกาวาส อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2034 198 140 พระพุทธรูปประทับยืน ปางเปิ ดโลก วัดพระบาทอุดม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่........... 199 141 พระพุทธรูปประทับยืน ปางอุ้มบาตร วัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่............. 200 142 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร............................ 201 143 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหลวง อ.เชียงของ จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2051...... 207 สำนกัหอสม ุดกลาง
1 บททีÉ 1 บทนํา ความเป็ นมาและความสําคัญของปัญหา อาณาจักรล้านนาสถาปนาขึ Êนในตอนต้นของพุทธศตวรรษทีÉ 19 และเจริญรุ่งเรือง จนถึงการล่มสลายในช่วงต้นพุทธศตวรรษทีÉ 22 จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี พบว่ามีพื Êนฐานทางวัฒนธรรมสืบทอดมาจากสมัยหริภุญชัย และมีการติดต่อรับวัฒนธรรมจาก ภายนอก จนเกิดเป็นแหล่งบันดาลใจทีÉสําคัญให้กับงานศิลปกรรม ได้แก่ ศิลปะพุกาม ศิลปะลังกา ศิลปะสุโขทัย และระยะหลังมีการรับอิทธิพลศิลปะอยุธยาบ้างเล็กน้อย ด้วยเหตุนี Êเองศิลปะล้านนา จึงมีความหลากหลายทางด้านรูปแบบ อย่างไรก็ตามด้วยความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในช่วงพุทธ ศตวรรษทีÉ 20-21 ทําให้เกิดงานศิลปกรรมทีÉเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองเกิดขึ Êน พระพุทธรูปล้านนาเป็นตัวแทนหนึÉงของอิทธิพลทางศิลปะทีÉเข้ามาได้เป็ นอย่างดี โดย ในช่วงแรกนัÊนสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะบางประการของศิลปะพุกาม เช่น พระวรกายลํÉาสัน และมี รัศมีคล้ายดอกบัวตูม โดยมีพัฒนาการให้มีพระวรกายอวบอ้วนยิÉงขึ Êน และประทับนัÉงขัดสมาธิ เพชร1 ซึÉงเป็ นรูปแบบทีÉมีความนิยม และมีการสร้างอย่างสืบเนืÉองในล้านนา ช่วงต่อมามีการรับ ลักษณะของพระพุทธรูปสุโขทัยเข้ามามีลักษณะทีÉสําคัญ คือ พระวรกายทีÉลดความอวบอ้วนลง ประทับนัÉงขัดสมาธิราบ พระพักตร์ยาวรีคล้ายรูปไข่ และมีรัศมีรูปเปลว2 รูปแบบนี Êได้รับความนิยม รองลงมา อิทธิพลดังกล่าวนี Êเป็นหลักฐานหนึÉงทีÉช่วยในการวิเคราะห์อายุสมัยของพระพุทธรูปตาม ช่วงเวลาทีÉเกิดขึ Êนตามประวัติศาสตร์ได้ ในการศึกษาพระพุทธรูปล้านนาพบความนิยมในการจารึกทีÉฐานพระพุทธรูป โดยเริÉม ปรากฏตัÊงแต่ต้นพุทธศตวรรษทีÉ 21 เป็นต้นมา โดยการจารึกส่วนใหญ่มีความนิยมอยู่ในช่วงพุทธ ศตวรรษทีÉ 21 อย่างมาก ซึÉงการจารึกบนฐานพระพุทธรูปนี Êนับเป็ นหลักฐานสําคัญทีÉช่วยในการ กําหนดอายุศิลปกรรมให้ชัดเจนขึ Êน เหตุเพราะว่าส่วนหนึÉงของจารึกมีการระบุศักราชในการสร้าง 1 สันติ เล็กสุขุม, ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย (ฉบับย่อ): การเริÉมต้นและการ สืบเนืÉองงานช่างในศาสนา (กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, 2552), 124. 2 เรืÉองเดียวกัน, 125. สำนกัหอสม ุดกลาง
2 สิÉงทีÉปรากฏในจารึกจะประกอบไปด้วยตัวเลข และตัวอักษร ซึÉงเมืÉอนํามาแปลความ ทําให้ทราบถึงปี ทีÉสร้าง ชืÉอของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลผู้มีส่วนเกีÉยวข้องในการสร้าง สิÉงทีÉได้กระทํา ลงไป และวัตถุประสงค์ในการสร้าง แต่ด้วยความพิเศษของการจารึกบนฐานพระพุทธรูปซึÉงอยู่ใน พื ÊนทีÉทีÉจํากัด ทําให้มีการเลือกสรรคําทีÉนํามาจารึกตามความต้องการของผู้ให้สร้างนัÊนๆ ทําให้จารึก ทีÉปรากฏบนฐานพระพุทธรูปมีความแตกต่างกัน ดังนัÊนจึงอาจพบว่าจารึกบนฐานพระพุทธรูปจะ เลือกการบันทึกปี ทีÉสร้าง ผู้สร้าง หรือ วัตถุประสงค์ในการสร้างเท่านัÊน แต่อย่างไรก็ตามพบว่าพระพุทธรูปทีÉมีจารึกบางส่วนไม่มีการระบุศักราชสร้าง โดย จารึกเพียงข้อความเกีÉยวกับการอุทิศถวาย หรือหลักธรรมภาษาบาลี จึงตัÊงข้อสังเกตว่าแบบแผนใน จารึกทีÉมีการเปลีÉยนแปลงนี Ê สามารถนํามาใช้ในการกําหนดอายุได้ หรือช่วยตรวจสอบความ ถูกต้องจากการกําหนดอายุทางรูปแบบศิลปกรรมได้หรือไม่ และเนื ÊอหาทีÉใช้ในจารึกบนฐาน พระพุทธรูป ทําหน้าทีÉเพืÉอบันทึกเรืÉองราวทางพระพุทธศาสนาเท่านัÊน หรือสามารถบอกถึงบริบทใน สังคมล้านนาได้หรือไม่อย่างไร การแปลความจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปนัÊน ได้มีการศึกษา ตรวจสอบ และเผยแพร่จาก ผู้เชีÉยวชาญด้านจารึกภาษาโบราณ ทัÊงของกรมศิลปากร และคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ อัน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ กรรณิการ์ วิมลเกษม ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชีÉยวชาญทางภาษาโบราณ โดยเฉพาะภาษาถิÉนเหนือ เป็ นผู้หนึÉงทีÉให้ ความสนใจในการแปลจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปด้วย ในการศึกษาทีÉผ่านมาเกีÉยวกับพระพุทธรูปล้านนาส่วนใหญ่มุ่งเน้นการกําหนดอายุ จากการวิเคราะห์ทางรูปแบบร่วมกับปี ทีÉสร้างพระพุทธรูปทีÉมีจารึกทีÉฐานเป็ นเกณฑ์ ในขณะทีÉ หลักฐานด้านการวิเคราะห์ร่วมกับทางภาษาศาสตร์นัÊนยังไม่ค่อยมีนักวิชาการให้ความสนใจอย่าง จริงจัง อาจเนืÉองด้วยต้องใช้ความรู้ ทางจารึก และการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะมา วิเคราะห์ร่วมกัน และหลักฐานเหล่านัÊนมักไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทัÊงพระพุทธรูปเหล่านี Êยังได้รับ การเคลืÉอนย้ายไปตามทีÉต่างๆ ตามการเปลีÉยนแปลงทางการเมือง ส่งผลให้ เป็ นอุปสรรคใน การศึกษาอย่างยิÉง ผู้ทีÉศึกษาเกีÉยวกับจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปล้านนาทีÉสําคัญ ได้แก่ นาย เอ บี กริสโวลด์ นักวิชาการชาวอเมริกันผู้สนใจศึกษาศิลปะไทย โดยเฉพาะพระพุทธรูปล้านนา ได้เสนอทฤษฎีใน การศึกษาพระพุทธรูปล้านนาไว้ จากการค้นพบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรหลายองค์ ทีÉมีจารึกระบุ ปี ทีÉสร้างตัÊงแต่ พ.ศ. 2000 ลงมา จึงกําหนดอายุให้พระพุทธรูปในรูปแบบเดียวกันนัÊนคงหล่อขึ Êนใน สำนกัหอสม ุดกลาง
3 ช่วงเวลาเดียวกัน3 ซึÉงเป็ นการใช้ ปี ทีÉสร้ างทีÉปรากฏบนฐานพระพุทธรูปเป็ นตัวกําหนดอายุ พระพุทธรูปทีÉไม่มีจารึกด้วย หลังจากข้อเสนอข้างต้น ทําให้มีผู้สนใจ และศึกษาอย่างกว้างขวางในหลายประเด็น เพราะส่งผลถึงการกําหนดอายุของอาณาจักรล้านนา โดยศาสตราจารย์ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศสกุล ได้ เสนอว่าพระพุทธรูปแบบเดียวกันแต่ไม่มีจารึกนัÊน บางองค์มีความงดงาม จึงควรจะมีอายุมากกว่า หรือพระพุทธรูปทีÉมีจารึกนัÊนเป็นงานทีÉจําลองแบบมาจากพระพุทธรูปทีÉไม่มีจารึก ซึÉงคงจะสร้างขึ Êน ราวครึÉงหลังพุทธศตวรรษทีÉ 18 - 194 ต่อมานายฮันธ์ เพนธ์ นักวิจัยประจําสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ ทําการศึกษาวิจัยและเก็บข้อมูลจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่ได้วิเคราะห์เนื Êอหาของ จารึกทีÉเปลีÉยนไปโดยเสนอแนวความคิดว่าพระพุทธรูปสมัยเก่าเท่านัÊนทีÉมีการจารึกคาถา ในส่วน ยุคต่อมาพระพุทธรูปทีÉมีจารึกคําปรารถนาและในยุคหลังสุดจะมีคําจารึกถึงผู้ทีÉล่วงลับไปแล้ว5 นายสุรศักดิ Í ศรีสําอาง อดีตผู้อํานวยการสํานักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นท่านหนึÉง ทีÉให้ความสนใจในการศึกษา เก็บข้อมูลพระพุทธรูปในภาคเหนือเป็ นจํานวนมาก และได้จัดกลุ่ม รูปแบบ พระพุทธรูปทีÉมีจารึก ซึÉงสามารถใช้เป็ นหลักเกณฑ์ในการศึกษาพระพุทธรูปในล้านนา นอกจากนี Êยังได้มีการใช้วิธีการวิเคราะห์ทางด้านรูปแบบร่วมกับภาษาศาสตร์ เพืÉอการกําหนดอายุ พระพุทธรูปด้วย รายงานการวิจัยของพระพุทธรูปในประเทศไทยของ ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ Í ชัย สาย สิงห์ ได้ทําการศึกษากําหนดอายุกลุ่มพระพุทธรูปล้านนาไว้อย่างละเอียด รวมทัÊงวิเคราะห์อิทธิพล และพัฒนาการทางรูปแบบของพระพุทธรูป ทําให้การกําหนดอายุมีความชัดเจนมากขึ Êน โดยการ วิเคราะห์รูปแบบศิลปกรรมร่วมกับเอกสารโบราณ เช่น ตํานาน และพงศาวดาร รวมไปถึงความเชืÉอ ในท้องถิÉนเข้ามาตรวจสอบร่วมกับรูปแบบศิลปะ ยกตัวอย่างเช่น พระเจ้าค่าคิง วัดพระเจ้าเม็งราย เป็ นพระพุทธรูปทีÉมีความเชืÉอว่าสร้างขึ Êนขนาดเท่าพญามังราย แต่เมืÉอมีการตรวจสอบทางด้าน 3 Griswold, A. B., Dated Buddha Images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), XVI. และใน หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล, “ทฤษฎีใหม่ เกีÉยวกับศิลปะทาง ภาคเหนือของประเทศไทย,” ศิลปากร 4, 5 (2504): 54-61. 4 สงวน รอดบุญ, “ข้อเสนอใหม่เกีÉยวกับพระพุทธรูปเชียงแสน,” ศิลปากร 23, 6 (มกราคม 2523): 32-47. 5 ฮันธ์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สํานักนายกรัฐมนตรี, 2519), 7. สำนกัหอสม ุดกลาง
4 รูปแบบ และเทียบเคียงกับพระพุทธรูปทีÉมีจารึกทําให้กําหนดอายุพระเจ้าค่าคิงได้ในราวพุทธ ศตวรรษทีÉ 20 – 216 จากการวิเคราะห์ร่วมกันนัÊนสามารถตรวจสอบได้ว่าความเชืÉอดังกล่าวไม่ ถูกต้องตามผลการวิเคราะห์ทางรูปแบบศิลปะร่วมกับหลักฐานอืÉนๆ กับอีกตัวอย่างหนึÉงคือพระเจ้า แข้งคม วัดศรีเกิด จากประวัติทีÉระบุการสร้างในชินกาลมาลีปกรณ์ และพงศาวดารโยนกกล่าวว่า พระเจ้าติโลกราชโปรดให้หล่อพระพุทธรูปเหมือนกับพระลวะปุระ โดยเมืÉอวิเคราะห์จากรูปแบบ แล้วสามารถเทียบกับพระพุทธรูปอู่ทองรุ่นทีÉ 27 ซึÉงข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพระราชนิยมอย่าง ใหม่ทีÉเกิดขึ Êนในสมัยพระเจ้าติโลกราช และความสัมพันธ์กับอยุธยาด้วย ในงานวิจัยข้างต้นนี Êแสดงให้เห็นระบบระเบียบวิธีคิดอย่างใหม่ทีÉให้ความสําคัญกับ การวิเคราะห์หลักฐานอืÉนๆ เช่น จารึก ตํานาน และพงศาวดาร ตลอดจนความเชืÉอในท้องถิÉน เข้า มาใช้ประกอบร่วมกับการวิเคราะห์ทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ในการศึกษาทีÉผ่านมา พบว่านักวิชาการมีแนวทางวิธีวิจัยทีÉหลากหลาย และส่วนใหญ่ ยังมุ่งเน้นไปในการกําหนดอายุพระพุทธรูป ซึÉงการศึกษาดังกล่าวนัÊน เป็นการเก็บข้อมูลเฉพาะเป็ น รายองค์ เป็นกลุ่ม และเฉพาะช่วงเวลา ยังอาจขาดการวิเคราะห์ภาพรวมของพระพุทธรูปทีÉมีจารึก ในล้านนาทัÊงหมด โดยใช้การตีความเนื Êอหาของจารึกประกอบกับการศึกษารูปแบบศิลปะไป ด้วยกัน ดังนัÊน พระพุทธรูปทีÉมีจารึกจึงควรมีการศึกษาเพิÉมเติมและรวบรวมให้ละเอียดมากขึ Êน โดย ใช้แนวทางการศึกษาจากการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมกับหลักฐานทางด้านจารึกทีÉ ปรากฏบนฐานพระพุทธรูป รวมทัÊงใช้หลักฐานด้านเอกสารต่างๆ มาช่วยสนับสนุนแนวความคิดใน การวิเคราะห์กําหนดอายุ พร้อมทัÊงความเข้าใจเรืÉองราวในเนื ÊอหาจารึกทีÉปรากฏด้วย ทัÊงนี Êนอกจาก จะใช้เพืÉอเป็นแนวทางหนึÉงในการวิเคราะห์ และตรวจสอบการกําหนดอายุพระพุทธรูปได้แล้ว อาจ ช่วยให้ทราบถึงความเชืÉอมโยงเรืÉองราวทางประวัติศาสตร์ ผ่านงานศิลปกรรมและจารึกควบคู่กัน รวมทัÊงสะท้อนให้เห็นสภาพสังคม และวัฒนธรรมล้านนาได้ชัดเจนมากยิÉงขึ Êน 6 ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, รายงานการวิจัยพระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความเชืÉอของคนไทย, เล่ม 2 (นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553), 36- 38. 7 เรืÉองเดียวกัน, 92-94. สำนกัหอสม ุดกลาง
5 ความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. เพืÉอสร้ างหลักเกณฑ์ และตัวแบบการกําหนดอายุของพระพุทธรูปล้านนา จาก รูปแบบศิลปกรรม และแบบแผนจารึก 2. เพืÉอศึกษาความสัมพันธ์ของรูปแบบศิลปกรรมของพระพุทธรูปล้านนาทีÉมีจารึกกับ เนื Êอหาของจารึกบนฐานพระพุทธรูป ในการกําหนดอายุศิลปกรรม 3. เพืÉอศึกษาบริบททางสังคม วัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์จากการวิเคราะห์ พระพุทธรูปทีÉมีจารึกในล้านนา สมมุติฐานการศึกษา 1. การจัดกลุ่มพระพุทธรูปทีÉมีจารึกตามลําดับเวลาการสร้ างทีÉปรากฏในจารึก สามารถกําหนดตัวแบบศิลปกรรม และแบบแผนการจารึกได้ 2. การกําหนดอายุพระพุทธรูปทีÉมีจารึก แต่ไม่ระบุปี สร้าง สามารถวิเคราะห์อายุได้ ชัดเจนขึ Êน จากแบบแผนจารึก และตัวแบบศิลปกรรมทีÉกําหนดไว้ 3. เนื ÊอหาทีÉจารึกลงบนฐานพระพุทธรูปไม่ได้กล่าวถึงพระพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่แสดงให้เห็นถึงเรืÉองราวทางประวัติศาสตร์ เช่น การเมือง ศาสนา และสังคมวัฒนธรรม ขอบเขตของการศึกษา ศึกษาเฉพาะพระพุทธรูปสําริดศิลปะล้านนาทีÉมีจารึกทีÉฐาน ซึÉงมีการแปลความจากนัก ภาษาโบราณแล้ว โดยมีการจารึกอักษรฝักขาม อักษรธรรมล้านนา และอักษรพม่า ซึÉงเป็ น พระพุทธรูปทีÉขึ Êนทะเบียนเป็ นสมบัติของชาติโดยกรมศิลปากรระหว่าง พ.ศ. 2528 – 2537 และ พระพุทธรูปทีÉเก็บข้อมูลโดยคลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย เป็นพระพุทธรูปทีÉพบครอบคลุมในเขตพื ÊนทีÉจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลําปาง ลําพูน พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน ซึÉงมีอายุราวพุทธศตวรรษทีÉ 21 – 24 จํานวนไม่น้อยกว่า 150 รายการ ขัÊนตอนการศึกษา 1. ค้นคว้าและรวบรวมผลการศึกษาทีÉผ่านมาเกีÉยวกับการแปลความ และตีความ จารึกทีÉฐานพระพุทธรูป และการวิเคราะห์ทางรูปแบบศิลปกรรม 2. สํารวจเก็บข้อมูล และบันทึกภาพถ่าย พระพุทธรูปทีÉมีจารึกทีÉฐาน 3. ศึกษาข้อมูลทางเอกสารประวัติศาสตร์ล้านนาจากพงศาวดาร ตํานาน และจารึก ทีÉ เกีÉยวกับบุคคลทีÉมีบทบาทในการสร้างงานทางพุทธศาสนา สำนกัหอสม ุดกลาง
6 4. วิเคราะห์รูปแบบร่วมกับข้อมูลจารึก และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ 5. นําเสนอข้อมูลและสรุปผลการศึกษา ประโยชน์ของการศึกษาทีÉคาดว่าจะได้รับ 1. เพืÉอเป็นแนวทางในการศึกษาพระพุทธรูปทีÉมีจารึกทีÉฐานในศิลปะอืÉนๆ 2. เข้าใจภาพสะท้อนสังคมในล้านนาทีÉเกิดขึ Êน ผ่านการวิเคราะห์รูปแบบศิลปะ และ การแปลความจารึกทีÉฐานพระพุทธรูป 3. เข้าใจถึงวัฒนธรรมพุทธศาสนา และการสร้างงานศิลปกรรมในล้านนา รวมทัÊงคติ ความเชืÉอในการสร้างพระพุทธรูปและจารึกลงบนฐาน สำนกัหอสม ุดกลาง
7 บททีÉ 2 ล้านนาโดยสังเขป: ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และจารึก ประวัติศาสตร์การเมือง และการปกครอง พื ÊนทีÉอาณาจักรล้านนาในปัจจุบันคือ 8 จังหวัดทางภาคเหนือของไทย ประกอบไป ด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลําพูน ลําปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ และน่าน โดยมีสภาพทาง ภูมิศาสตร์เป็นพื ÊนทีÉราบสลับกับเทือกเขาสูง ซึÉงมีป่ าไม้อุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งต้นนํ ÊาหลักทีÉสําคัญ 3 สาย ได้แก่ ด้านตะวันตกมีทีÉราบลุ่มแม่นํ Êาสาละวิน ด้านตะวันออกมีทีÉราบลุ่มแม่นํ Êาโขง และแม่นํ Êา เจ้าพระยาอยู่ตรงกลาง ทําให้แม่นํ Êาเป็นเส้นทางหลักในการติดต่อสืÉอสาร และเชืÉอมต่อวัฒนธรรม ระหว่างพื ÊนทีÉราบลุ่มฝัÉงตะวันออก (เชียงราย – พะเยา) และพื ÊนทีÉราบลุ่มฝัÉงตะวันตก (เชียงใหม่ – ลําพูน) เข้าด้วยกัน (ภาพทีÉ 1) ก่อนการก่อตัÊงอาณาจักรล้านนาในช่วงก่อนพุทธศตวรรษทีÉ 19 ดินแดนแถบนี Ê เคยเป็น ทีÉตัÊงของแคว้น หรือเมืองขนาดเล็ก ซึÉงกระจายอยู่ตามทีÉราบระหว่างหุบเขา ได้แก่ แคว้นโยนก หิรัญนครเชียงแสน พะเยา และแคว้นหริภุญชัย ซึÉงในแต่ละเมืองจะมีประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เป็นของตนเอง แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่ามีเพียงแคว้นหริภุญชัยเท่านัÊนทีÉมีอายุเก่ากว่า พุทธศตวรรษทีÉ 19 โดยมีพื ÊนฐานการรับวัฒนธรรมทวารวดีทีÉเจริญขึ Êนมาจากภาคกลาง ตัÊงแต่ราว พุทธศตวรรษทีÉ 13 จนกระทัÉงต้นพุทธศตวรรษทีÉ 19 พระเจ้ามังรายได้รวบรวมแคว้นโยนก และ แคว้นหริภุญชัยเข้าด้วยกัน จึงนับเป็นจุดเริÉมต้นของอาณาจักรล้านนา สำนกัหอสม ุดกลาง
8 1. อาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านนาเริÉมก่อตัÊงขึ Êนในปี พ.ศ. 1839 และเสียอิสรภาพให้กับพม่าในปี พ.ศ. 2101 โดยมีกษัตริย์ปกครองอาณาจักรทัÊงหมด 18 พระองค์(ตารางทีÉ 1) ตลอดระยะเวลา 263 ปี อาณาจักรล้านนามีการรวบรวมแคว้น และสร้างเมืองใหม่อย่างกว้างขวาง มีทิศเหนือจรด เมืองเชียงรุ่ง (บริเวณรอยต่อระหว่างไทย พม่า ลาว และยูนนาน) ทิศตะวันออกจรดแม่นํ Êาโขง (เชียงราย น่าน) ทิศใต้จรดอาณาจักรสุโขทัย (กําแพงเพชร พิษณุโลก) และทิศตะวันตกจรดแม่นํ Êา สาระวิน (พม่า) 1 ช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีการยึดเมืองเล็กๆ ทีÉอยู่ห่างไกล เช่น เมืองลอง เมืองพง ซึÉงอยู่ในแคว้นสิบสองพันนา2 เป็ นต้น แต่เป็ นช่วงระยะเวลาสัÊนๆ และมีการทําสงครามกับ อาณาจักรข้างเคียงอยู่ตลอด เช่น กรุงศรีอยุธยา และอาณาจักรพม่า เป็นต้น 1 สรัสวดีอ๋องสกุล, ประวัติศาสตร์ล้านนา, พิมพ์ครัÊงทีÉ 8 (กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2554),27. 2 พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค), พงศาวดารโยนก, พิมพ์ครัÊงทีÉ 7 (กรุงเทพฯ: คลังวิทยา, 2516), 330-333. ภาพทีÉ 1แผนทีÉแสดงขอบเขต และลุ่มนํ Êาในอาณาจักรล้านนา
9 อาณาจักรล้านนามีเมืองเชียงใหม่เป็ นเมืองหลวง และเป็ นศูนย์กลางในการ ปกครอง โดยมีการกระจายการปกครองเมืองต่างๆทีÉสําคัญ คือ เมืองลูกหลวง หรือเมืองใกล้เคียง จะใช้ระบบการส่งเชื Êอพระวงศ์ หรือขุนนางระดับสูง เข้าไปปกครองดูแล ในส่วนเมืองประเทศราช หรือเมืองทีÉอยู่ห่างไกล จะให้เจ้าเมือง หรือผู้นําท้องถิÉนเป็ นผู้ดูแลการปกครอง แต่ต้องได้รับการ แต่งตัÊงจากกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา และจําเป็ นต้องส่งบรรณาการตามทีÉร้องขอ เพืÉอแสดง การยอมรับอํานาจของอาณาจักรล้านนา ซึÉงลักษณะการปกครองดังกล่าว เป็ นการปกครองแบบ หลวมๆ ใช้ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ และมิตรไมตรี เป็นตัวเชืÉอมความมัÉนคงของอาณาจักร3 ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ทีÉมีเส้นทางนํ Êาใหญ่น้อย เอื Êออํานวยในการติดต่อกับ แคว้นต่างๆ อีกทัÊงยังเป็นดินแดนทีÉอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยวัตถุดิบซึÉงเป็นสินค้าทีÉอาณาจักรทัÉวไป ต้องการ เป็นปัจจัยให้อาณาจักรล้านนามีการพัฒนาอย่างมาก และต่อเนืÉองในทุกๆด้าน ทัÊงด้าน การปกครอง เศรษฐกิจ รวมไปจนถึงด้านการศาสนา แต่สิÉงสําคัญทีÉทําให้อาณาจักรล้านนา เจริญรุ่งเรือง คือ ความเข็มแข็งของกษัตริย์ ทีÉจะเป็ นตัวกําหนดทิศทางในกิจการด้านต่างๆของ ล้านนาให้พัฒนาก้าวหน้า ตารางทีÉ 1 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนา และเหตุการณ์สําคัญ กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 1 พระเจ้ามังราย 1839 - 1854 - ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ผู้รวบรวม อาณาจักรล้านนา - ทรงยึดเมืองหริภุญชัย ในปี พ.ศ. 1835 - สร้างเวียงกุมกาม พ.ศ. 1837 - สร้ างเมืองใหม่ชืÉอว่า “นพบุรีศรีนคร เชียงใหม่” พ.ศ.1839 - มีความสัมพันธ์อันดีกับพ่อขุนรามคําแหง แห่งเมืองสุโขทัย และพญางําเมืองแห่งเมือง พะเยา ทรงตัÊงเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองหลวง - สร้ างเมืองเชียงราย เมืองฝาง เมืองนาย และเมืองเชียงตุง 3 สรัสวดีอ๋องสกุล, ประวัติศาสตร์ล้านนา, 190-193.
10 ตารางทีÉ 1 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนา และเหตุการณ์สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 2 พระเจ้าคราม / พระยาไชยสงคราม 1854 - 1854 โอรสของพระยามังราย - ทรงครองเมืองเชียงใหม่ได้เพียง 4 เดือน แล้วจึงย้ายเมืองหลวงเป็นเมืองเชียงราย 3 พระเจ้าแสนภู 1854 –1855 (ครัÊงทีÉ 1) 1865 –1877 (ครัÊงทีÉ 2) โอรสของพระเจ้าคราม - ครองราชย์ต่อจากพระเจ้าคราม แต่ถูกขุน เครือแย่งราชสมบัติ จึงกลับไปอยู่เมือง เชียงราย ขุนเครือครองราชย์แทน - กลับมาครองเมืองเชียงใหม่ ไม่นานจึงตัÊง พระเจ้าคําฟูครองเมืองเชียงใหม่แทน - เมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวง - สร้างเมืองเชียงแสน 4. ขุนเครือ 1855 - 1864 อนุชาของพระเจ้าคราม - เดิมครองเมืองนาย - ยกทัพมายึดเมืองหริภุญชัย และเชียงใหม่ - ถูกพระเจ้านํ Êาท่วม พระอนุชาของพระเจ้า แสนภูจับจําขัง ยึดเมืองเชียงใหม่คืน 5 พ่อท้าวนํ Êาท่วม 1864 - 1865 โอรสของพระเจ้าคราม - ยึดเมืองเชียงใหม่ จากขุนเครือ - พระเจ้ าแสนภูยกทัพมารบ ชนะและได้ เนรเทศพ่อท้าวนํ Êาท่วมไปอยู่เชียงตุง 6 พระเจ้าคําฟู 1865 –1868 (ครัÊงทีÉ 1) 1877 – 1878 (ครัÊงทีÉ 2) โอรสของพระเจ้าแสนภู - ครองเมืองเชียงใหม่ในฐานะเมืองลูกหลวง แทนพระเจ้าแสนภู - ครองเมืองเชียงรายในฐานะเมืองหลวง - ตีเมืองน่าน และพะเยาสําเร็จ
11 ตารางทีÉ 1 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนา และเหตุการณ์สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 7 พระเจ้าผายู 1881 - 1898 โอรสของพระเจ้าคําฟู - ย้ายเมืองหลวงมาเชียงใหม่ - ตัÊงท้าวมหาพรหม ราชโอรสองค์เล็กไปครอง เชียงราย 8 พระเจ้ากือนา 1898 - 1928 โอรสของพระเจ้าผายู - อาราธนาพระสุมนเถระมาจากพญาลิไทย แห่งเมืองสุโขทัย - มีความเจริญรุ่งเรือง บ้านเมืองสงบสุข - ยกเลิกส่งบรรณาการให้กับจีน 9 พระเจ้ าแสนเมือง มา 1928 - 1944 โอรสของพระเจ้ากือนา - ท้าวมหาพรหมมาแย่งราชสมบัติ แต่พ่าย แพ้ ไปขอพึÉงพระบรมราชาธิราชทีÉ 1 (ขุน หลวงพะงัÉว) -อยุธยายกทัพขึ Êนมาตี แต่ไม่สําเร็จ - ตัÊงเจ้ายีÉกุมกาม โอรสองค์ใหญ่ ครองเมือง เชียงราย - พระยาไสสือไท แห่งสุโขทัย ขอกองทัพ ล้านนาไปช่วยรบกับอยุธยา แต่พระยาไสลือ ไทเปลีÉยนใจเข้ากับอยุธยา ยกพลปล้ น กองทัพล้านนาแตกพ่าย 10 พระเจ้าสามฝัÉงแกน 1944 - 1984 โอรสของพระเจ้าแสนเมืองมา - เจ้ายีÉกุมกามยกทัพมาเชียงใหม่ แต่พ่ายแพ้ จึงไปของพระยาไสสือไทแห่งสุโขทัยมาช่วย แต่ก็พ่ายกลับไป -จีนส่งกองทัพมาล้อมเชียงแสน พระเจ้าสาม ฝัÉงแกนเกณฑ์คนจํานวนมาก จีนพ่ายแพ้ และ
12 ตารางทีÉ 1 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนา และเหตุการณ์สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ ขับไล่ไปถึงสิบสองพันนา และได้ยึดเมืองยอง - เกิดพุทธศาสนานิกายป่ าแดง แต่พระเจ้า สามฝัÉงแกนทรงไม่พอพระทัย ให้ไปอยู่แถบ เขตอรัญญิก และเมืองอืÉน 11 พระเจ้าติโลกราช 1984 - 2030 โอรสของพระเจ้าสามฝัÉงแกน - ตีเมืองฝางได้ - หมืÉนสามไขหาญ เจ้าเมืองเทิงขอให้อยุธยา มาตีเชียงใหม่ แต่ก็พ่ายแพ้กลับไป - ตีเมืองน่าน และเมืองแพร่ได้สําเร็จ - แต่งตัÊงให้พระยายุธิษฐิระอดีตเจ้าเมืองสอง แควผู้มีเชื Êอพระวงค์สุโขทัย ครองเมืองพะเยา - ยกทัพไปตีหลวงพระบาง ได้เมืองคืน และ ยกทัพไปตีเมืองเชียงรุ่ง ได้เมืองตุ่น เมืองลอง เมืองวิง และบ้านแจ - พระบรมไตรโลกนาถแห่งอยุธยายกทัพมาตี แต่พ่ายกลับไป - ยกทัพไปตีเมืองพง ในแคว้นสิบสองพันนา แต่ทราบว่าพระบรมไตรโลกนาถยกทัพมาตี เมืองแพร่ พระเจ้าติโลกทรงขับไล่ไปถึงเมือง เชลียง และให้คนปกครองเชลียงต่อ - ทรงโปรดให้สังคายนาพระไตรปิ ฎก ครัÊงทีÉ 8 - ทรงสนับสนุนนิกายป่ าแดง และให้เผยแพร่ ในเมืองได้ 12 พระเจ้ายอด เชียงราย 2030 - 2038 นัดดาของพระเจ้าติโลกราช - ทรงฝักใฝ่ กับจีน ทําให้ ถูกถอดจากราช สมบัติ และเนรเทศไปเมืองระมาด
13 ตารางทีÉ 1 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนา และเหตุการณ์สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 13 พระเมืองแก้ว 2038 - 2068 โอรสของพระเจ้ายอดเชียงราย - ตีเมืองสุโขทัย เชลียง และกําแพงเพชร - อยุธยายกทัพมาตีได้ถึงเมืองลําปาง แต่ก็ พ่ายไป - ทําสัญญาสงบศึกกับพระบรมราชาทีÉ 4 แห่ง อยุธยา - ยกทัพไปตีเชียงตุงจํานวนมาก แต่พ่ายแพ้ -อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาทัÊงนิกายสวนดอก และป่ าแดง - เกิดอุทกภัยครัÊงใหญ่ 14 พระเมืองเกษเกล้า / พระย าเกศเชษ ฐ ราช 2068 –2081 (ครัÊงทีÉ 1) 2086 –2088 (ครัÊงทีÉ 2) อนุชาของพระเมืองแก้ว -ขุนนางก่อกบฏ แต่ไม่สําเร็จ ถูกจับประหาร - ทรงโดนเนรเทศไปเมืองน้อย พระเจ้าคํา ทรายขึ Êนครองแทน - ครองได้ 2 ปี เหล่าขุนนางร่วมกันปลงพระ ชนม์ 15 พระเจ้าคําทราย 2081 - 2086 โอรสของพระเมืองเกษเกล้า - เหล่าขุนนางร่วมกันปลงพระชนม์ 16 พระนางมหาเทวี เจ้า จิรประภา 2088 - 2088 - เหล่าขุนนางแตกออกเป็นหลายเสียง ในการ เลือกผู้สืบราชสมบัติ จึงได้อัญเชิญพระนาง มหาเทวีเจ้าจิรประภา - อยุธยายกทัพมา พระนางมหาเทวีเจ้าจิร ประภาถวายเครืÉองบรรณาการ - เกิดแผ่นดินไหวครัÊงใหญ่ - พระไชยเชษฐามาถึงเมืองเชียงใหม่ พระ นางมหาเทวีเจ้าจิรประภาลงจาราชสมบัติ
14 ตารางทีÉ 1 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนา และเหตุการณ์สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 17 พระเจ้าไชยเชษฐา ธิราช 2089 - 2091 ราชนัดดาของพระเมืองเกษเกล้า - ครองราชย์ 2 ปี ต้องกลับไปครองเมืองศรี สัตนาคนหุต และทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต ไปด้วย - หลังจากนัÊน 3 ปีไม่มีผู้ครองราชย์สมบัติ 18 พระเจ้าเมกุฏิสุทธิ วงศ์ 2094 - 2107 เชื Êอสายขุนเครือ อัญเชิญมาจากเมืองนาย - พระเจ้าบุเรงนองยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าเมกุฏิยอมสวามิภักดิ Í - พระเจ้าเมกุฏิพยายามเป็นอิสระ แต่พระเจ้า บุเรงนองยกทัพมาปราบ และนําพระเจ้าเม กุฏิไปหงสาวดี - ล้านนาอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า 2. อาณาจักรล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า ในช่วง พ.ศ. 2101 –2317 อาณาจักรล้านนาส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้การปกครอง ของพม่า แต่มีบางช่วงทีÉกรุงศรีอยุธยาขึ Êนมาตีเมืองเชียงใหม่ในสมัยพระนเรศวร และมีบางช่วงทีÉ ล้านนาเป็นอิสระเป็นระยะๆ (ตารางทีÉ 2) เมืÉอคราวทีÉพม่าประสบปัญหาภายใน ในช่วงหนึÉงร้อยปี แรกนัÊน (พ.ศ.2101 –2207) 4 นโยบายการปกครองของพม่าจะใช้ระบบให้กษัตริย์ผู้สืบเชื Êอสายจาก ราชวงศ์มังรายปกครองเมืองเชียงใหม่ร่วมกับขุนนางพม่า และจัดให้มีการส่งบรรณาการ เพืÉอแสดง ความสวามิภักดิ Í ต่อพม่า เมืÉอเมืองหลวงอ่อนแอ ระบบการปกครองเมืองลูกหลวง และเมืองประเทศ ราชอย่างหลวมๆในช่วงเวลาก่อนหน้าต้องยุติลงเมืองทีÉเคยอยู่ในการปกครองจึงแยกตัวเป็นอิสระ โดยทีÉเจ้าเมืองต่างๆนัÊน ก็พยายามทีÉจะขับไล่ขุนนางพม่าออกไป แต่ไม่สําเร็จ จนกระทัÉงสมเด็จพระ นเรศวรทรงยึดเมืองเชียงใหม่ได้ และภายหลังได้ยกพระธิดาให้กับกษัตริย์เมืองเชียงใหม่5 4 เรืÉองเดียวกัน, 253-293. 5 เรืÉองเดียวกัน, 277-278, อ้างถึงใน นายต่อ, ผู้แปล, มหาราชวงษ์ พงศาวดารพม่า (กรุงเทพฯ: มติชน), 2545, 187.
15 ในช่วงหนึÉงร้อยปี หลัง (พ.ศ.2207 –2317) 6 พม่าได้กลับมายึดเมืองเชียงใหม่ และ ปรับเปลีÉยนการปกครองแบบรวมศูนย์กลาง โดยให้เมืองเชียงใหม่อยู่ในฐานะประเทศราชขึ Êนตรง กับพม่า และควบคุมการปกครองโดยระบบเครือญาติโดยการส่งลูกมาปกครองเมืองเชียงใหม่ และให้ขุนนางซึÉงเป็นคนท้องถิÉนทํางานร่วมกับขุนนางพม่า ระหว่างนัÊนยังคงมีเมืองข้างเคียงทีÉได้รับ การสนับสนุนจากกษัตริย์ล้านช้าง ให้มายึดเมืองเชียงใหม่เป็นระยะๆ แต่ไม่สําเร็จ จนในทีÉสุดด้วย เหตุความวุ่นวายในภายของพม่า ทําให้เมืองเชียงใหม่มีอิสรภาพอีกครัÊงในปี พ.ศ.2207 โดยการ ปกครองของผู้นําในท้องถิÉน ต่อมาในปี พ.ศ. 2307 เชียงใหม่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าอีก ครัÊง และได้เปลีÉยนระบบปกครองใหม่ทัÊงหมด โดยให้ขุนนางพม่าเท่านัÊนเข้ามามีอํานาจในกิจการ ทุกอย่าง รวมถึงมีนโยบายการเรียกเก็บส่วยจํานวนมาก ทําให้ชาวบ้านประสบปัญหา ส่งผลให้มี กลุ่มผู้นําในท้องถิÉนหันมาสวามิภักดิ Í กับสยาม และร่วมกันขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่สําเร็จ ในปี พ.ศ. 2317 ตารางทีÉ 2 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า และเหตุการณ์ สําคัญ กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 1 พระนางวิสุทธิเทวี 2107 –2121 - ส่งกองทัพเข้าร่วมกับพม่า ในคราวเสีย อยุธยา พ.ศ. 2112 - ส่งกองทัพสองกองไปปราบล้านช้าง - ทรงได้รับการยอมรับ ยกย่องทัÊงจากพระ เจ้าบุเรงนอง และขุนนางพม่า 2 นรธาเมงสอ 2122 –2150 โอรสของพระเจ้าบุเรงนอง - ส่งโอรสไปปกครอง เมืองฝาง ลําปาง และ น่าน - ส่งกองทัพไปร่วมกับพม่า ทําสงครามกับ ล้านช้าง - ส่งกองทัพไปร่วมกับพม่า ครัÊงทํายุทธหัตถี กับอยุธยา 6 เรืÉองเดียวกัน, 293-309.
16 ตารางทีÉ 2 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า และเหตุการณ์ สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ - กษัตริย์ล้านช้างยุให้เมืองน่านแข็งข้อ ทํา ให้ เมืองอืÉนแข็งข้อตาม นรธาเมงสอจึง สวามิภักดิ Í ต่ออยุธยา - พระนเรศวรทรงยกพระธิดาให้อภิเษกกับ โอรสของนรธาเมงสอ - นรธาเมงสอยกทัพร่วมกับพระนเรศวรไป ตีเมืองอังวะ 3 พระช้อย (มองซวย เทา / สโทกอย) 2150 –2151 (ครัÊงทีÉ 1) 2154 –2157 (ครัÊงทีÉ 2) โอรสองค์เล็กของนรธาเมงสอ - พระช้อยได้รับการสนับสนุนจากขุนนาง เชียงใหม่ให้ครองราชย์ต่อมาก็ปลดและยก พระชัยทิพแทน - กลับมาครองราชย์ ด้วยการนํากองทัพ ลําปางมายึดเชียงใหม่ 4 พระ ชัย ทิ พ ( มอ ง กอยต่อ) 2152 –2154 โอรสองค์กลางของนรธาเมงสอ - ได้รับการสนับสนุนจากขุนนางเชียงใหม่ ให้ครองราชย์ต่อมาก็ถูกสําเร็จโทษ 5 เจ้าเมืองน่าน 2157 –2174 - ช่วงแรกเป็ นประเทศราชของอยุธยา ใน สมัยสมเด็จพระนเรศวร ภายหลังเมืÉอทรง สวรรคต เชียงใหม่เป็ นอิสระ ไม่ขึ Êนกับ อยุธยา 6 พญาหลวงทิพเนตร 2174 –2193 - พระเจ้ าอังวะสุทโธธรรมราชา กษัตริย์ พม่า แต่งตัÊงให้พญาหลวงทิพเนตรครอง เชียงใหม่ - ทรงตีเมืองต่างๆ และรวมเป็ นอาณาจักร ล้านนา
17 ตารางทีÉ 2 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า และเหตุการณ์ สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 7 พระแสนเมือง 2193 –2206 - ทรงทราบข่าวว่าจีนจะมาตีเชียงใหม่ จึง ไปขอความช่วงเหลือจากอังวะ แต่ถูกเรียก กลับ เพราะอังวะก็ถูกจีนเข้าตีเช่นเดียวกัน พระแสนเมืองจึงไปขอสวามิภักดิ Í กับอยุธยา แต่สุดท้ายจีนตีอังวะไม่ได้ จึงกลับไป พระ แสนเมืองกลับใจไม่สวามิภักดิ Í กับอยุธยา พระนารายณ์จึงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ แต่ไม่สําเร็จ ได้เพียงเมืองลอง เมืองเถิน เมืองลําปาง เมืองอินทรคีรี และเมืองด่านอุ มลุก - พระนเรศวรยกทัพขึ ÊนมาอีกครัÊง พระแสน เมืองของความช่วยเหลือจากอังวะ ทัพ อยุธยายึดเชียงใหม่ได้ก่อน และตีพม่าพ่าย กลับไป 8 เจ้าเมืองแพร่ 2206 –2215 - 9 อุปราชอึ Êงแซะ (กรุง อังวะ) 2215 –2228 - 10 บุตรเจ้าเจกุตรา (เจ พูตราย) 2228 – ไม่ปรากฏ หลักฐาน - 11 มังแรนร่า 2250 –2270 - 12 เทพสิงห์ 2270 –2270 ชาวเมืองยวม อ้างว่าเป็นนักบุญ - ตามล่าสังหารคนพม่า และเม็ง จนชาว พม่าไปสนับสนุนองค์ดํา 13 องค์ดํา 2270 –2302 เจ้าเชื Êอสายล้านช้าง -ขับไล่พม่าออกไป พม่าหนีไปเมืองพะเยา
18 ตารางทีÉ 2 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาภายใต้การปกครองของพม่า และเหตุการณ์ สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ และเมืองเชียงแสน ทรงยกทัพไปตีเมือง เชียงแสนแต่ไม่สําเร็จ - ทรงถวายพระธิดาแก่เจ้ าสมิงทอ ทีÉ ประกาศตัวเป็นกษัตริย์หงสาวดี -อลองพญากษัตริย์พม่า เห็นว่าเชียงใหม่ ให้ความช่วยเหลือมอญ พม่าเข้ายึดอีกครัÊง 14 เจ้าจันทร์ 2302 –2304 - โดนเจ้าปัดยึดเมืองเชียงใหม่ แต่ไม่ขึ Êน ครองราชย์ กลับ ขอใ ห้ ภิก ษุวัดดวงดี ลาสิกขาและขึ Êนครองราชย์แทน 15 อดีตภิกษุวัดดวงดี (เจ้าขี Êหุด) 2304 –2306 - พม่ายกทัพมา และกวาดต้อนคนไปมาก 16 โป่ อภัยคามินี (โป่ อะ เกียคามุนี) 2306 –2312 - พระเมืองไชย แห่งเมืองลําพูนขับไล่ออก จากเชียงใหม่ - โป่ อภัยคามินีไปกองทัพมาจากอังวะ ร่วมกับพระเจ้ าอังวะ กษัตริย์พม่ามาตี ลําพูน 17 โป่ มะยุง่วน 2312 –2317 -ขุนนางในท้องถิÉนแข็งข้อ ทําให้เกิดการสู้ รบตลอด - ขุนนางสวามิภักดิ Í ต่อสยาม และขับไล่ พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่
19 3. อาณาจักรล้านนาในฐานะประเทศราชของสยาม ในปี พ.ศ. 2317 –24427 เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของอาณาจักรล้านนา ก่อนทีÉจะรวม เป็ นหนึÉงในมณฑลของสยาม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้ าอยู่หัว แห่งกรุง รัตนโกสินทร์ ช่วงเวลาดังกล่าวมีการปกครองจากราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ซึÉงดํารงตําแหน่งเจ้าเมืองสืบ ต่อมา9 พระองค์ (ตารางทีÉ 3) โดยในช่วงต้นมีนโยบายหลักในการเกณฑ์ไพร่พลจากเมืองเล็กๆ เพืÉอสร้างฐานกําลังทีÉเข้มแข็ง แล้วจึงเริÉมตีเมืองใหญ่ จนในทีÉสุดสามารถขับไล่อิทธิพลพม่าในเชียง แสนซึÉงเป็นฐานทีÉมัÉนสุดท้าย ให้หมดลงในปี พ.ศ. 2347 โดยความช่วยเหลือจากสยาม และเมือง ต่างๆ การปกครองในช่วงนี Êเป็ นไปอย่างราบรืÉน เนืÉองจากใช้รับระบบการปกครองแบบ เครือญาติ และมีการสนับสนุนจากฝ่ ายสยาม ทําให้เมืองเชียงใหม่กลับมาเป็ นศูนย์กลางการ ปกครองส่วนเหนืออีกครัÊง ถึงแม้ว่าเชียงใหม่เองอยู่ในฐานะประเทศราชของสยาม แต่สยามก็ไม่ได้ เอารัดเอาเปรียบมากเกินไป ทําให้เชียงใหม่ สามารถฟื Êนฟูกิจการทุกๆด้านได้ อาณาจักรล้านนาทีÉยิÉงใหญ่ และยาวนานได้สิ ÊนสุดลงเมืÉอเจ้าเมืององค์สุดท้ายของ นครเชียงใหม่ ถึงแก่พิราลัย ทําให้เมืองเชียงใหม่ และเมืองในส่วนเหนือ เปลีÉยนเป็นจังหวัดในสยาม ประเทศ ตารางทีÉ 3 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาในฐานะประเทศราชของสยาม และเหตุการณ์ สําคัญ กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 1 พระเจ้ากาวิละ 2325 –2358 - เจ้าพระยาจักรี แห่งราชวงศ์จักรีแต่งตัÊง เจ้ากาวิละ เป็ นพระยาวชิรปราการกําแพง แก้ว ครองเมืองเชียงใหม่ - พระเจ้ากาวิละสร้ างฐานทีÉมัÉนชัÉวคราวทีÉ เวียงป่ าซาง ระหว่างรวบรวมผู้คน - ทรงขยายอาณาเขตไปถึงเชียงตุง เชียงรุ่ง และสิบสองพันนา - พระเจ้าปดุง แห่งกรุงอังวะส่งกองทัพมาตี 7 เรืÉองเดียวกัน, 311-364.
20 ตารางทีÉ 3 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาในฐานะประเทศราชของสยาม และเหตุการณ์ สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ เชียงใหม่ กรุงเทพฯยกทัพมาช่วย พม่าแตก พ่ายไป - ทรงรวบรวมคนจากเมืองเล็ก เมืองน้อย จนสามารถตีเมืองเชียงแสน และขับไล่พม่า จนหมด - ทรงฟื Êนฟูเมืองเชียงใหม่ให้กลับมารุ่งเรือง 2 พระยาธรรมลังกา 2359 - 2364 - ช่วงบ้านเมืองสงบ เนืÉองจากพม่ารบกับ อังกฤษ ทําให้มีการสร้าง และบูรณะเมือง เชียงใหม่ - ทรงนําช้างเผือไปถวายสมเด็จพระพุทธ เลิศหล้านภาลัย 3 พระยาคําฝัÊน 2366 –2368 - เป็นผู้ได้รับโปรดเกล้าไปครองเมืองลําพูน และเป็นอุปราช 4 พระยาพุทธวงศ์ 2369 –2389 - ตลอดสมัยไม่มีสงคราม จึงเป็ นช่วงฟื Êนฟู บ้านเมือง - ช่วงปลายสมัยอังกฤษเริÉมมีการติดต่อ ค้าขาย 5 พระเจ้ามโหตร ประเทศ 2390 –2397 - สมเด็จพระนัÉงเกล้าฯ แห่งรัตนโกสินทร์ โปรดฯให้เชียงใหม่ยกทัพไปตีเมืองเชียงตุง แต่ไม่สําเร็จ - สย ามใ ห้ บ ท บ าท เ ชี ย งใ ห ม่ ใ น ก าร ปกครองลําปาง และลําพูน - ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าฯ แห่งรัตนโกสินทร์ ได้ยกทัพไปตีเมือง เชียงตุง อีก 2 ครัÊง แต่ไม่สําเร็จ
21 ตารางทีÉ 3 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาในฐานะประเทศราชของสยาม และเหตุการณ์ สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ 6 พระเจ้ากาวิโรรส สุริยวงศ์ 2399 –2413 - ได้รับการแต่งตัÊงจากพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าฯ แห่งรัตนโกสินทร์ - บริษัทบริติชบอร์เนียว ของอังกฤษ เข้ามา ดําเนินกิจการทําไม้ในเชียงใหม่ - พระยาอุปราชธรรมปัญโญ ฟ้ องไปยัง สยามว่าพระเจ้ ากาวิโรรสสุริยวงศ์ฝักใฝ่ ทางอังวะ แต่หลังสอบสวนไม่ผิด จึงให้ ปกครองตามเดิม 7 พระเจ้ าอินทวิชยา นนท์ 2416 –2440 - ได้รับการแต่งตัÊงจากพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าฯ แห่งรัตนโกสินทร์ - เกิดข้อพิพาทระหว่างเจ้านายฝ่ ายเหนือ และบริษัททําไม้ของอังกฤษ ทําให้มีการลง นามในสนธิสัญญาระหว่างสยามและ อังกฤษ - พระเจ้าอินทวิชยานนท์ให้เจ้าแก้วนวรัฐ คุมชาวบ้านบางส่วนไปอยู่ทีÉเชียงแสน - มีการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างสยาม และอังกฤษ เป็นฉบับทีÉ2 โดยมีใจความว่า ให้สยามเป็ นผู้ดูแลสัมปทานแทนเจ้านาย ฝ่ ายเหนือ - มีการตัÊงศาลต่างประเทศทีÉเมืองเชียงใหม่ - พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรง หมัÊนกับเจ้าดารารัศมี พระธิดาของพระเจ้า อินทวิชยานนท์ - เริÉมปฏิรูปการปกครอง สร้างนโยบายรวม
22 ตารางทีÉ 3 ลําดับกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาในฐานะประเทศราชของสยาม และเหตุการณ์ สําคัญ (ต่อ) กษัตริย์ ระยะเวลา ครองราชย์(พ.ศ.) เหตุการณ์สําคัญ ล้านนาเข้ากับสยาม - เกิดกบฎผญาปราบสงคราม จากนโยบาย การรวมประเทศ เจ้าแก้วนวรัฐนํากองทัพ ปราบไว้ได้ - เริÉมการปกครองในระบบมณฑล ลด อํานาจเจ้าเมืองต่างๆ และควบคุมเมือง 8 พระเจ้าอินทวโรรส สุริยวงษ์ 2444 –2452 - รัฐบาลประกาศให้เป็นมณฑลพายัพ - แต่งตัÊงให้ พระเจ้ าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เป็ นเจ้าผู้ครองนคร และได้รับเงินเดือน ประจํา คล้ายข้าราชการ - ไม่ต้องส่งบรรณาการอีก มีข้าหลวงเป็ น ผู้ดูแลเรืÉองภาษี - เกิดกบฏเงี Êยว ในหลายพื ÊนทีÉ แต่สามารถ ปราบไว้ได้ 8 พลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ 2454 –2482 - ได้รับการแต่งตัÊงเป็นเจ้าผู้ครองนคร และ มีเงินเดือนประจํา - สยามให้ดําเนินโยบายการสอนภาษาไทย และห้ามครูพูดภาษาถิÉนในโรงเรียน - สร้างทางรถไฟมาถึงเมืองเชียงใหม่ - รัฐบาลให้ยกเลิกตําแหน่งเจ้านายฝ่ าย เหนือ - เกิดการปฏิวัติจากคณะราษฎร สยามยุบ มณฑล เปลีÉยนเป็ นจังหวัด และให้แต่ละ จังหวัดเทียบเท่ากัน ไม่มีศูนย์กลางการ ปกครอง
23 ศิลปกรรมล้านนา รูปแบบ และการแบ่งกลุ่มพระพุทธรูปล้านนา ชืÉอศิลปะเชียงแสน กําหนดมาจากการค้นพบพระพุทธรูปกลุ่มแรกทีÉเมืองเชียงแสน โดยกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ทรงศึกษาจากตํานานว่าเมืองเชียงแสนสร้างขึ Êนมาแล้วอย่างน้อย ในราวพุทธศตวรรษทีÉ 16 จึงใช้ช่วงเวลาดังกล่าว เป็ นตัวกําหนดอายุพระพุทธรูป สามารถแบ่ง พระพุทธรูปออกเป็ น 2 รุ่น คือ เชียงแสนรุ่นแรกมีอิทธิพลปาละ อายุราวพุทธศตวรรษทีÉ 16 และ เชียงแสนรุ่นหลัง มีอิทธิพลสุโขทัย อายุราวพุทธศตวรรษทีÉ208 ต่อมาเมืÉอได้มีการค้นพบหลักฐาน ใหม่เกิดขึ Êน ทําให้มีการให้ชืÉอเรียกใหม่ตามแนวคิดของนักวิชาการ ในปัจจุบันนิยมเรียกว่า ศิลปะ ล้านนาเนืÉองจากมีความครอบคลุมมากทีÉสุด ในส่วนการแบ่งกลุ่มและกําหนดอายุได้มีนักวิชาการเสนอไว้หลายรูปแบบ ซึÉงใน การศึกษาครัÊงนี Êใช้การแบ่งกลุ่มตามอิทธิพลทางพุทธศาสนา และการเมืองทีÉปรากฏในงาน ศิลปกรรม ซึÉงอาจจะทําให้เห็นพัฒนาการ และความเกีÉยวข้องกับทีÉมาของรูปแบบพระพุทธรูป เพืÉอ ทําให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางทีÉเกีÉยวข้องกับงานศิลปกรรมได้ชัดเจนขึ Êน โดยในการศึกษาครัÊงนี Êจัด กลุ่มพระพุทธรูปล้านนาออกเป็น 4 ระยะ9 ดังนี Ê 1. ศิลปกรรมล้านนาระยะแรกพุทธศตวรรษทีÉ 19 ในปี พ.ศ.1835 พระยามังรายยึดครองหริภุญชัย และรวบรวมแคว้นโยนกและ แคว้นปิ ง10เข้าด้วยกันพระองค์ทรงประทับทีÉเมืองหริภุญชัยได้2 ปี แล้วจึงเสด็จไปสร้างเมืองเวียง กุมกาม ต่อมาปี พ.ศ.1839 จึงได้มาสร้างเมืองใหม่ชืÉอว่า “นพบุรีศรีนครเชียงใหม่” อาณาจักร ล้านนาได้รับศาสนาพุทธแบบเถรวาททีÉพัฒนา และสืบต่อจากเมืองหริภุญชัย ก่อนจะมาเป็นนิกาย สงฆ์พื Êนเมืองล้านนา ดังเช่นการให้เมืองลําพูนเป็ นศูนย์กลางทางศาสนาในช่วงแรกสร้ างเมือง เชียงใหม่11 โดยศาสนาพุทธทีÉเมืองหริภุญชัยนับถือมาแต่เดิม น่าจะมีการรับมาจาก 2 สาย คือ สายเมืองทางตอนเหนือ คือ มอญ และ พุกาม ซึÉงขณะนัÊนทัÊงสองเมืองเป็ นศูนย์กลางทางพุทธ 8 หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล, ศิลปะในประเทศไทย, พิมพ์ครัÊงทีÉ10 (กรุงเทพฯ: โรง พิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2539), 22-23. และใน สันติเล็กสุขุม, ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย (ฉบับย่อ): การเริÉมต้นและการสืบเนืÉองงานช่างในศาสนา, พิมพ์ครัÊงทีÉ 4 (กรุงเทพฯ: เมือง โบราณ, 2552), 124. 9 ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, ศิลปะล้านนา (กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, 2556), 190-192. 10 เมืองทีÉอยู่บริเวณแถบลุ่มนํ Êาปิ ง เช่น เมืองหริภุญชัย เมืองเขลางค์เป็นต้น 11 พระพุทธพุกาม และพระพุทธญาณเจ้า, ตํานานมูลศาสนา (กรุงเทพฯ: กรม ศิลปากร, 2519), 186-187.
24 ศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากหลักฐานการพบจารึกภาษามอญ 7 หลัก ทีÉจังหวัดลําพูน มีเนื ÊอหาเกีÉยวกับหลักธรรมทางพุทธศาสนา อายุในราวพุทธศตวรรษทีÉ 17- 1912และพระพุทธรูปทีÉมีรูปแบบตามอิทธิพลพุกามทีÉเกีÉยวข้องกับปาละ13 นอกจากงานศิลปกรรม ข้างต้นยังมีเอกสารระบุการนําช่างฝี มือจากพุกามมายังล้านนาด้วย14 ส่วนอีกสายหนึÉง เป็ นเมือง ทางตอนล่างของหริภุญชัย คือเมืองทวารวดีเป็ นอาณาจักรทีÉเกิดขึ ÊนราวพุทธศตวรรษทีÉ 12 – 16 พบหลักฐานการรับศาสนาจากอินเดีย และส่วนใหญ่เป็ นพุทธศาสนานิกายเถรวาท15 โดยพบ หลักฐานในจังหวัดลําพูน เช่น ธรรมจักรและกวางหมอบ ซึÉงมีความนิยมมากในทวารวดีภาคกลาง หลักฐานดังกล่าวทําให้เห็นว่า ในระยะแรกเริÉมของการสร้างอาณาจักรล้านนามี การรับพุทธศาสนาไปพร้อมกัน จึงทําให้งานศิลปกรรมในระยะแรกนัÊนมีรูปแบบมาจากพื Êนฐานเดิม ในช่วงพุทธศตวรรษทีÉ16-18 ต่อมาจึงมีการประยุกต์และเลือกรับจากอิทธิพลทางศิลปกรรมทีÉเข้า มา โดยผ่านการสนับสนุนจากกษัตริย์ทีÉช่วยทํานุบํารุงศาสนา ทัÊงการสร้างวัด และพระพุทธรูป จํานวนมาก16และมีการขยายตัวการสร้างไปยังเมืองทีÉสร้างใหม่และเมืองทีÉอยู่ในปกครอง ดังจะ เห็นได้จากการขยายตัวของงานศิลปกรรมในยุคต่อมา พระพุทธรูปในระยะแรกมีรูปแบบทีÉรับอิทธิพลศิลปะปาละผ่านพุกาม และรับการ สืบทอดมาจากหริภุญชัย ซึÉงมีพุทธลักษณะ คือ พระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิเพชร พระวรกาย อวบอ้วน พระพักตร์กลม พระโอษฐ์แย้มสรวลพระหนุเป็ นปม ขมวดพระเกศาใหญ่ ยอดอุษณีษะ เป็นลูกแก้วคล้ายดอกบัวตูม ชายสังฆาฏิสัÊนเหนือพระถัน17 ตัวอย่างพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรนี Ê หลงเหลืออยู่น้อยมาก อาจเทียบได้กับพระพุทธรูปปางมารวิชัย ทีÉจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ หริภุญไชย จังหวัดลําพูน (ภาพทีÉ2) โดยรูปแบบแล้ว เป็นพระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิ 12จําปา เยื Êองเจริญ, วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2533), 11-13. 13 สันติเล็กสุขุม, ศิลปะภาคเหนือ: หริภุญชัย – ล้านนา, พิมพ์ครัÊงทีÉ2 (กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, 2549), 28. 14 พระยาประชากิจกรจักร์(แช่ม บุนนาค), พงศาวดารโยนก, 264. 15 ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมพุทธศาสนายุคแรกเริÉมใน ดินแดนไทย (กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ), 2547, 76-77. 16 กรมศิลปากร, กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ เล่ม 4 ชินกาลมาลีปกรณ์ (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2539),342-343. 17 สันติเล็กสุขุม, ศิลปะภาคเหนือ: หริภุญชัย – ล้านนา, 132-133.
25 ราบ แต่มีรูปแบบทีÉใกล้เคียงกับศิลปะปาละอย่างมาก หรืออาจเทียบได้กับพระพุทธรูปปูนปัÊน ประดับเจดีย์ วัดป่ าสัก เมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย (ภาพทีÉ 3) ทีÉมีประวัติการสร้างวัด ในปี พ.ศ.1875 โดยรูปแบบพระพุทธรูป มีพระพักตร์กลม ขมวดพระเกศาใหญ่ น่าจะจัดเป็ นงาน ระยะแรกได้18 18 ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความ เชืÉอของคนไทย (กรุงเทพฯ: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2556), 271-272. ภาพทีÉ 2 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จ.ลําพูน ภาพทีÉ 3 พระพุทธรูปปูนปัÊนประดับเจดีย์ วัดป่ าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
26 2. ศิลปกรรมล้านนาระยะทีÉ 2 พุทธศตวรรษทีÉ 20 พระเจ้ากือนาทรงมีบทบาทในการนําพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ จาก สุโขทัยมายังล้านนา โดยการขออาราธนาพระสุมนเถรจากพญาลิไท เนืÉองจากพระสุมนเถรได้ ศึกษาพระธรรมจากสํานักของพระมหาสามีอุทุมพร ทีÉเมาะตะมะในเมืองมอญ พระสุมนเถรจึงเป็ น ผู้มีบทบาทอย่างมากในการปฏิรูปศาสนาพุทธในล้านนา เช่นการสร้างวัดบุปผาราม หรือวัดสวน ดอก ให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาแทนเมืองลําพูน และยังทําให้มีอิทธิพลสุโขทัยเข้ามามี บทบาทในงานศิลปกรรมล้านนาด้วย หลังจากพุทธศาสนานิกายสวนดอกแพร่หลายในล้านนา พระสงฆ์ในล้านนาหันมา ให้ความสนใจในการศึกษาพระธรรมมากขึ Êน ทําให้มีพระสงฆ์กลุ่มหนึÉงเกิดข้อสงสัยในพระธรรม ตามแบบมอญ จึงได้เดินทางไปศึกษาพระธรรมทีÉลังกา และกลับมายังเมืองเชียงใหม่ในสมัยพระ เจ้าสามฝัÉงแกน เกิดพุทธศาสนานิกายสิงหล หรือนิกายป่ าแดง แต่พระเจ้าสามฝัÉงแกนทรงปฏิเสธ โดยให้ย้ายไปอยู่ในเขตอรัญญิก และนอกเมืองเชียงใหม่ ทําให้นิกายป่ าแดงมีบทบาทมากในเขต นอกเมือง และตามหัวเมืองในปกครอง เช่น เชียงแสน และพะเยา เป็นต้น งานศิลปกรรมในช่วงเวลาดังกล่าวถือได้ว่ามีการพัฒนาการในเชิงช่างอย่างมาก เช่น การสร้างเจดีย์หลวงซึÉงเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ทีÉสุดในเมืองเชียงใหม่ (ภาพทีÉ 4) และเจดีย์ทรง พุ่มข้าวบิณฑ์(ภาพทีÉ 5)แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลทีÉเข้ามาของสุโขทัย เป็นต้น ภาพทีÉ 4 วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่
27 พระพุทธรูปในระยะทีÉสองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม19 คือ 1. กลุ่มทีÉสืบเนืÉองมาจากงานในระยะแรก คือ พระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิเพชร ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปปางมารวิชัย จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ย้ายมาจาก วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ (ภาพทีÉ 6) จากรูปแบบมีความคล้ายคลึงกับศิลปะปาละ แต่ พระพุทธรูปล้านนาจะมีชายผ้าทีÉพระเพลาแยกออกเป็น 2 ชาย ต่างจากศิลปะปาละพุกามและหริ ภุญชัย ทีÉจะมีชายผ้าทีÉพระเพลาแผ่เป็นรูปครึÉงวงกลมคล้ายพัด20 2. กลุ่มทีÉมีอิทธิพลสุโขทัยหมวดใหญ่ มีลักษณะพระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิ ราบ พระวรกายเพรียวบางพระอังสาใหญ่ บัÊนพระองค์เล็ก พระเพลากว้าง พระพักตร์ยาวรีพระ ขนงโก่ง พระโอษฐ์ยิ Êม ฝี พระโอษฐ์หยักเป็ นคลืÉนเหมือนกับสุโขทัย พระรัศมีเป็ นเปลว ขมวดพระ เกศาเล็ก สังฆาฏิเป็นแผ่นเล็กยาวจรดพระนาภีปลายสังฆาฏิแยกออกเป็น 2 ชายส่วนปลายขมวด เข้าหากันคล้ายเขี Êยวตะขาบ21 (ภาพทีÉ 7) 19 เรืÉองเดียวกัน, 273. 20 เรืÉองเดียวกัน, 274. 21 สันติเล็กสุขุม, ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย (ฉบับย่อ): การเริÉมต้นและการ สืบเนืÉองงานช่างในศาสนา, 134-135. ภาพทีÉ 5 เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (วงกลม) วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ทีÉมา: รัตนปัญญาเถระ, ชินกาลมาลีปกรณ์,แปลโดย แสง มนวิทูร (พระนคร: มิตรนราการพิมพ์, 2510), ไม่ปรากฏเลขหน้า.
28 3. ศิลปกรรมล้านนาระยะทีÉ 3 ช่วงต้นถึงกลางพุทธศตวรรษทีÉ 21 การศาสนามีความเจริญถึงขีดสุด ถึงแม้ว่าจะมีการสงครามในบางช่วง แต่ก็ยังคง มีการทํานุบํารุงศาสนาอยู่ตลอด ทัÊงการสร้าง และบูรณะวัด22 โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้าติโลกราช ทรงให้การสนับสนุนนิกายป่ าแดง และทรงออกผนวชชัÉวคราวทีÉวัดป่ าแดงมหาวิหาร ทําให้มีภิกษุ บวชใหม่ในนิกายป่ าแดงเพิÉมขึ Êน การศึกษาพระธรรมของนิกายป่ าแดงนัÊน จะเน้นทีÉการศึกษาพระ ปริยัติธรรม ซึÉงทําให้ผู้คนต่างเลืÉอมใสศรัทธา ในส่วนพระสงฆ์นิกายเดิม และนิกายสวนดอกจึงต้อง 22 สรัสวดีอ๋องสกุล, ประวัติศาสตร์ล้านนา, 170. ภาพทีÉ 6 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ภาพทีÉ 7 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าเหลื Êอม อ.หางดงจ.เชียงใหม่ ทีÉมา : ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, ศิลปะเมืองเชียงแสน: วิเคราะห์งานศิลปกรรมร่วมสมัยกับ หลักฐานทางโบราณคดีและเอกสารทางประวัติศาสตร์(กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2551),166.
29 พยายามศึกษาพระปริยัติธรรมมากขึ Êน ส่งผลให้พระสงฆ์ในสมัยพระเจ้าติโลกราชมีความแตกฉาน ในภาษาบาลี และพระไตรปิ ฎก ซึÉงต่อมามีการสังคายนาพระไตรปิ ฎกครัÊงทีÉ 8 ขึ ÊนทีÉวัดโพธาราม มหาวิหาร หรือวัดเจ็ดยอด (ภาพทีÉ 8) ในสมัยนี Êนิกายป่ าแดง มีบทบาททางศาสนาอย่างมากจาก การอุปถัมภ์ของพระเจ้าติโลกราช ทําให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่าง 3 นิกาย คือ นิกายพื Êนเมือง เดิม นิกายสวนดอก และนิกายป่ าแดง มาในสมัยพระเมืองแก้ว ความขัดแย้งระหว่างนิกายรุนแรงขึ Êน พระองค์ทรงให้ พระสงฆ์แต่ละนิกายทําสังฆกรรมร่วมกัน ซึÉงจัดขึ Êนบนเกาะดอนแท่น เมืองเชียงแสน23 เพืÉอลด ความขัดแย้งเรืÉองการบวชทีÉถูกต้อง และสมบูรณ์ ซึÉงเป็นปัญหาทีÉแต่ละนิกายกล่าวหากันว่า มีการ บวชทีÉไม่ถูกต้อง นอกจากนี Êพระองค์ยังทรงดําเนินรอยตามพระเจ้าติโลกราชในการส่งเสริมให้ ศึกษาพระธรรม พระสงฆ์จํานวนมากจึงเขียนวรรณกรรมและตํานานทางพระพุทธศาสนาเป็ น ภาษาบาลี เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ตํานานมูลศาสนา และปัญญาสชาดก เป็นต้น24 ตัวงานศิลปกรรมทีÉปรากฏ เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองทางด้านศาสนาได้ เป็ นอย่างดีดังเช่นการสร้างพระพุทธรูปจํานวนมาก โดยมีการสร้างพระพุทธรูปทีÉมีอิทธิพลจาก ศิลปะทีÉหลากหลาย และมีการพัฒนารูปแบบเป็นของตนเอง แสดงให้เห็นถึงความเจริญถึงขีดสุด ในด้านเชิงช่างของชาวล้านนา 23 เรืÉองเดียวกัน, 171. 24 เรืÉองเดียวกัน. ภาพทีÉ 8 เจดีย์วัดมหาโพธาราม จ.เชียงใหม่
30 พระพุทธรูปในระยะทีÉสามออกเป็น 3 กลุ่ม25 คือ 1. กลุ่มทีÉสืบเนืÉองมาจากงานในระยะแรก คือ พระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิเพชร แต่จะมีข้อแตกต่างจากระยะก่อนหน้า คือ มักนิยมทําฐานบัวควํÉาบัวหงายทีÉมีกลีบบัวและเกสรบัว ขนาดใหญ่ เรียกว่า บัวแบบปาละ ส่วนฐาน และองค์พระพุทธรูปจะหล่อเป็ นชิ Êนเดียวกัน ในส่วน พระเศียรจะขมวดพระเกศา และมีอุษณีษะพองใหญ่กว่า พระเนตรกลมโตเปิ ดมองตรง26 ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดดับภัย จังหวัดเชียงใหม่ (ภาพทีÉ 9) 2. กลุ่มทีÉมีอิทธิพลสุโขทัย พระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิราบ มีลักษณะเฉพาะทีÉ แตกต่าง คือการทําพระเนตรทีÉเปิ ดกว้างมอง ตรงพระโอษฐ์เกือบเป็ นเส้นตรง และมักทําฐานหน้า กระดานทีÉเจาะช่องคล้ายกับลายช่องกระจก ตัวอย่างเช่น พระเจ้าทองทิพย์วัดสวนตาล จังหวัด น่าน (ภาพทีÉ 10) ในสมัยพระเมืองแก้วมีการสร้างพระพุทธรูปทีÉมีลักษณะเฉพาะต่างไปจากสมัย พระเจ้าติโลกหลายประการ27 คือ นิยมทําฐานให้อยู่ในผังแปดเหลีÉยม และยกฐานขึ ÊนสูงเริÉมมีความ นิยมแบบใหม่ในการทําฐานมีขารองรับ 3 ขา28 ในส่วนนิ Êวพระหัตถ์ทัÊง4 ยาวเสมอกัน และบางกลุ่ม มีชายสังฆาฏิเป็นแผ่นใหญ่อาจรับมาจากอิทธิพลศิลปะอยุธยาเป็นต้น 3. กลุ่มทีÉมีอิทธิพลศิลปะอยุธยา มีลักษณะทีÉแตกต่างจากพระพุทธรูปล้านนาอย่าง เห็นได้ชัด คือ การทําแข้งคม พระพักตร์สีÉเหลีÉยม พระเนตรเปิ ด และมองตรง พระโอษฐ์หนาขอบ และซ้อนกันสองเส้น มีขอบไรพระศก ขมวดพระเกศาเป็นเม็ดเล็ก พระรัศมีเป็นเปลวสูง สังฆาฏิเป็น แผ่นใหญ่ยาวลงมาจรดพระนาภีปลายเป็นริ Êวพับซ้อนกัน29 ตัวอย่างเช่น พระเจ้าแข้งคม วัดศรีเกิด จังหวัดเชียงใหม่ (ภาพทีÉ 11) เป็นต้น ในระยะสามนี ÊปรากฏความนิยมในการจารึกทีÉฐานพระพุทธรูป โดยเริÉมพบในสมัย พระเจ้าติโลกราช และพบจํานวนมากในสมัยพระเมืองแก้ว ซึÉงพบจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปนัÊนเป็ น ส่วนสําคัญในการกําหนดอายุและศึกษารูปแบบศิลปะในล้านนา 25 ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความ เชืÉอของคนไทย, 299-345. 26 เรืÉองเดียวกัน, 303. 27 เรืÉองเดียวกัน, 313-314. 28 ส่วนของขานี Êมาจากท่อ(ชนวน) สําหรับหล่อพระพุทธรูปซึÉงทัÉวไปเสร็จแล้วจะตัดทิ Êง ลักษณะนี Êได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยพระเมืองแก้วเป็นต้นมา 29 เรืÉองเดียวกัน, 343.
31 ภาพทีÉ 9 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดดับภัย จ.เชียงใหม่ ภาพทีÉ 10 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดสวนตาล จ.น่าน ภาพทีÉ 11 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีเกิด จ.เชียงใหม่
32 4. ศิลปกรรมล้านนาระยะทีÉ 4 พ.ศ. 2069-2101 เป็นช่วงสุดท้ายของอาณาจักรล้านนา ในสมัยพระเมืองเกษเกล้าทรงปฏิบัติตาม ราชประเพณีทีÉสืบต่อมา คือ ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา และทรงสร้างวัดโลกโมฬี ซึÉงเป็นวัดขนาด ใหญ่ (ภาพทีÉ 12)แต่การสนับสนุนยังทรงเน้นไปทีÉนิกายป่ าแดงเนืÉองจากพระองค์เคยบวชในสํานัก ป่ าแดง ทีÉวัดโพธารามมหาวิหาร ทรงแต่งตัÊงพระภิกษุฝ่ ายป่ าแดงให้รับสมณศักดิ Í เป็นสังฆราช และ มหาสามี เพืÉอดูแลพระสงฆ์ในล้านนา และยังทรงโปรดให้พระภิกษุใหม่อุปสมบทในนิกายป่ าแดง30 ภายหลังด้วยความวุ่นวายทางการเมืองทําให้มีการสร้างวัดลดลงไปแต่ยังคงมีการสร้างพระพุทธรูป อย่างต่อเนืÉอง แต่เป็ นการกระจายการสร้างไปตามนอกเมือง โดยงานศิลปกรรมจะเป็ นงานฝี มือ ช่างพื Êนบ้าน มีการใช้วัสดุเป็นไม้แก้วและหินสีมาแทนสําริด พระพุทธรูปในระยะทีÉ 4 จะเป็ นงานทีÉทําสืบต่อจากระยะทีÉ 3 ช่วงกลางพุทธ ศตวรรษทีÉ21 มีลักษณะโดยรวมเหมือนกันทุกประการ แต่จะมีลักษณะทีÉทําให้เห็นความสัมพันธ์ กับพระพุทธรูปลาวในยุคต้น31 และพระพุทธรูปจะมีขนาดเล็กลง ฝี มือช่างจะละเอียด และไม่งาม เท่าในช่วงก่อนหน้า ซึÉงในระยะนี ÊยังพบการจารึกทีÉฐานพระต่อเนืÉองมาจากยุคก่อนหน้าด้วย 30 สรัสวดีอ๋องสกุล, ประวัติศาสตร์ล้านนา, 174. 31 ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความ เชืÉอของคนไทย, 134. ภาพทีÉ 12 เจดีย์วัดโลกโมฬี จ.เชียงใหม่