The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชนิสา นาคน้อย. (2556). พระพุทธรูปล้านนาที่มีจารึกกับการแปลความทางด้านประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ทางด้านศิลปกรรม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by หอมติมนุสรณ์, 2023-04-30 01:41:33

พระพุทธรูปล้านนาที่มีจารึกกับการแปลความทางด้านประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ทางด้านศิลปกรรม - ชนิสา นาคน้อย

ชนิสา นาคน้อย. (2556). พระพุทธรูปล้านนาที่มีจารึกกับการแปลความทางด้านประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ทางด้านศิลปกรรม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

Keywords: Art,inscribe

83 เจ้าติโลกราช81 (ภาพทีÉ 11) ซึÉงเมืÉอพิจารณาแล้วจะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกัน แต่พระพุทธรูป ขัดสมาธิราบ วัดพระธาตุหริภุญชัย จะมีรูปแบบทีÉใกล้เคียงกับพระพุทธรูปแบบอู่ทองมากกว่า คือ พระพักตร์เหลีÉยม มีพระมัสสุ และพระขนงเป็นสันนูน อาจเพราะช่างในเมืองลําพูนมีความถนัดทาง ศิลปะทวารวดี ทีÉเป็นพื Êนฐานร่วมสมัยกับศิลปะหริภุญชัย 81 พระเจ้าติโลกราชทรงรับสัÉงให้สร้างพระพุทธรูปเลียนแบบพระพุทธรูปลวปุระ ดูใน กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, วรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ เล่ม 4 ชินกาลมาลีปกรณ์ (กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร), 2539, 374. ภาพทีÉ39 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลําพูน จารึก พ.ศ. 2022 ภาพทีÉ 11 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีเกิด จ.เชียงใหม่


84 อย่างไรก็ตามจากหลักฐานด้านเอกสารทีÉกล่าวถึงประวัติการสร้างของ พระพุทธรูปแข้งคม วัดศรีเกิด จ.เชียงใหม่ ต่างให้ข้อมูลปี สร้างไม่ตรงกัน โดยในชินกาลมาลีปกรณ์ ระบุว่าสร้ างในปี พ.ศ. 2028 แต่ในพงศาวดารโยนกระบุปี สร้ าง พ.ศ. 2020 ดังนัÊนหากใช้ พระพุทธรูปแข้งคมทีÉมีจารึกเป็ นเกณฑ์ อาจนํามาใช้เป็ นข้อกําหนดว่าพระเจ้าแข้งคมวัดศรีเกิด สร้างในปี พ.ศ. 2020 ตามพงศาวดารโยนกก็เป็นได้82 พระพุทธรูปแข้งคม พ.ศ. 2022 น่าจะเป็นหลักฐานการเข้ามาของศิลปะ อยุธยาในล้านนาได้เป็นอย่างดี และเป็นตัวแทนการรับอิทธิพลศิลปะอยุธยาเข้ามาผสมผสาน ซึÉง ทําให้เข้าใจการเปลีÉยนแปลงรูปแบบพระพุทธรูปในช่วง พ.ศ. 2023 ทีÉแสดงการทําไรพระศกใน พระพุทธรูปขัดสมาธิราบ และเป็นทีÉนิยมในระยะต่อมา ว่าเป็นการรับอิทธิพลศิลปะอยุธยาด้วย พระพุทธรูปขัดสมาธิราบทีÉมีจารึกในเมืองเชียงใหม่ระยะแรก (พ.ศ. 2019) จะมีลักษณะโดยรวมทัÉวไปคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในราวพุทธศตวรรษทีÉ 19 –20 ต่อมาพบการทําพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองฝาง ซึÉงแสดงให้เห็นรูปแบบเฉพาะ หลังจาก นัÊนพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองเชียงใหม่มีรูปแบบทีÉเริÉมคลีÉคลายออกไป และส่งต่อไปยังเมือง ต่างๆ โดยกลุ่มช่างแต่ละเมืองเลือกทีÉจะรับรูปแบบบางส่วน โดยลักษณะหลักยังคงอยู่ หรือมีการ รับอิทธิพล และนําไปพัฒนาทางด้านรูปแบบอีกครัÊง เช่นเมืองเชียงราย (ตารางทีÉ 7) 82 ศักดิ Íชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความ เชืÉอของคนไทย, 344.


85 ตารางทีÉ7 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในรัชกาลพระเจ้าติโลกราช พ.ศ. 2012 - 2028 สกุล ช่าง ปี พ.ศ. เศียร พระวรกาย ฐาน เชียง ใหม่ 2019 เชียง ใหม่ 2022 เชียง ใหม่ / ฝาง 2022 - 2024 เชียง ใหม่ 2024 - 2030 เชียง ราย 2026


86 1.1.3 กลุ่มพระพุทธรูปประทับยืน พบหลักฐานการสร้างพระพุทธรูปประทับยืนในล้านนา จากสมัยก่อน หน้าจํานวนไม่มาก โดยมีความเป็ นไปได้ว่า รับรูปแบบจากอิทธิพลศิลปะสุโขทัยในช่วงต้นพุทธ ศตวรรษทีÉ 2083 (ภาพทีÉ40) ระยะต่อมาในพุทธศตวรรษทีÉ 21 พระพุทธรูปประทับยืนในล้านนาจะมี การผสมผสานรูปแบบของตัวเอง เช่น พระพุทธรูปประทับยืนปางประทานอภัย วัดเจดีย์หลวง จ. เชียงใหม่ (ภาพทีÉ41)จากหลักฐานการสร้างโดยพระชนนีของพระเจ้าติโลกราช ในปี พ.ศ. 195084 มีพุทธลักษณะทีÉคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิเพชร คือ พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเกศาขมวดขนาดใหญ่ และพระวรกายอวบอ้วน เป็ นต้น ในส่วนการครองจีวรแบบห่มเฉียง ชายสังฆาฏิยาวลงมาจรดพระนาภี ยังคงรูปแบบอิทธิพลศิลปะสุโขทัย 83 จากหลักฐานเก่าสุด คือ พระพุทธรูปดุนนูนปางต่างๆทีÉประดับคอระฆัง ของเจดีย์ พระธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลําพูน และพระพุทธรูปลีลาประดับส่วนฐานเจดีย์วัดป่ า สัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ดูใน ศักดิ Í ชัยสายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความเชืÉอของคนไทย, 285-290. 84 สงวน โชติสุขรัตน์, ประชุมตํานานล้านนาไทย, พิมพ์ครัÊงทีÉ 2 (กรุงเทพฯ: ศรี ปัญญา, 2555), 463. ภาพทีÉ 40 พระพุทธรูปดุนนูนปางต่างๆ ทีÉประดับคอระฆัง ของเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลําพูน ทีÉมา: ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความเชืÉอของ คนไทย (กรุงเทพฯ: สมาพันธ์,2556),286.


87 พบพระพุทธรูปทีÉมีจารึกอายุสร้างเก่าทีÉสุดในล้านนา ระบุอายุสร้างในปี พ.ศ. 2008 เป็ นพระพุทธรูปประทับยืนปางอุ้มบาตร (ภาพทีÉ 42) มีลักษณะประทับยืนตรง พระ หัตถ์ทัÊงสองยกขึ Êน แสดงกริยาประคองถือ สวมจีวรห่มคลุม บางแนบพระวรกาย ชายจีวรด้านข้าง พระชงฆ์แยกเป็นสองชาย มีส่วนปลายตัดตรง แต่เมืÉอพิจารณาจากสัดส่วนทัÊงพระวรกายดูสมส่วน พระวรกายค่อนข้างอวบอ้วน มีพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเปิ ดมองตรง แย้มพระโอษฐ์ เล็กน้อย พระนาภีหลุมลึกเป็นแฉก ซึÉงรูปแบบดังกล่าวคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรใน ราวต้นพุทธศตวรรษทีÉ 21 หรือเปรียบเทียบได้กับพระพุทธรูปปางประธานอภัย วัดเจดีย์หลวง จ. เชียงใหม่ (ภาพทีÉ 41) จากรูปแบบดังกล่าวพระพุทธรูปองค์นี Êจึงเป็ นหลักฐานในการกําหนดอายุ และการเชืÉอมต่อของวิวัฒนาการ ในช่วงปลายพุทธศตวรรษทีÉ 19 และพุทธศตวรรษทีÉ 20 ได้เป็ น อย่างดี ภาพทีÉ 41 พระพุทธรูปปางประทานอภัย วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ ภาพทีÉ 42 พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรจารึก พ.ศ. 2008 วัดเชียงมัÉน จ.เชียงใหม่


88 นอกจากนี Êพบพระพุทธรูปประทับยืนปางกดประทับรอยพระบาท (ภาพ ทีÉ 43) เป็ นพระพุทธรูปอีกองค์หนึÉงทีÉแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลศิลปะสุโขทัย ทีÉได้นํารูปแบบของ พระพุทธรูปลีลา ซึÉงปรากฏมาแล้วในราวพุทธศตวรรษทีÉ 20(ภาพทีÉ3) มาปรับเปลีÉยนเป็นรูปแบบทีÉ เกิดขึ Êนใหม่ในล้านนา85 พระพุทธรูปมีพุทธลักษณะ คือ ประทับยืนในท่าก้ าวเดินคล้ายกับ พระพุทธรูปลีลา โดยวางพระบาทขวาประทับรอยบนฐานทีÉมีรอยพระบาท 3 รอย86 พระพุทธรูปมี พระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเหลือบตํÉา พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แย้ม ขมวดพระเกศาสูง มีไรพระศก อุษณีษะเป็นตุ่มคล้ายดอกบัวตูม ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิเป็ นแผ่นยาวจรดพระ นาภีส่วนปลายคล้ายลายเขี Êยวตะขาบ ชายจีวรข้างพระวรกายทัÊงสองข้างม้วนเข้าเป็ นวงโค้ง พระ หัตถ์ทัÊงสองข้างแนบพระวรกาย ท่อนพระบาทสัÊน ประทับบนฐานหน้ากระดานทรงสูง ในผังแปด เหลีÉยม 85 ศักดิ Íชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความ เชืÉอของคนไทย, 329. 86 หมายถึงพระพุทธเจ้าทีÉลงมาตรัสรู้แล้วก่อนหน้า 3 พระองค์ คือ พระกกุสันโธ พระ โกนาคมน์ และพระกัสสปะ และองค์พระพุทธรูปทีÉประทับรอยคือพระศรีศากยมุนีพระพุทธเจ้าองค์ ปัจจุบันในภัทรกัปนี Ê ซึÉงคติความเชืÉอเรืÉองอดีตพุทธ และการสร้ างรอยพระบาทพบว่ามีความ แพร่หลายในล้านนา ดูใน เรืÉองเดียวกัน, 328. ภาพทีÉ 43 พระพุทธรูปปางกดประทับรอย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครจารึก พ.ศ. 2024 (ภาพจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)


89 รูปแบบดังกล่าวนี Ê สามารถเปรียบเทียบได้กับพระพุทธรูปลีลาในล้านนา ซึÉงสันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุราวปลายพุทธศตวรรษทีÉ 2087 โดยจะเห็นว่าพระพุทธรูปลีลา วัดพระ เจ้าเม็งราย จ.เชียงใหม่ มีการทําสัดส่วนทีÉสมบูรณ์กว่ามาก (ภาพทีÉ 44) และเมืÉอกลับมาพิจารณา พระพุทธรูปปางประทับรอยพระบาท พบว่าส่วนพระพักตร์ และพระวรกายทีÉยืดยาว แต่ท่อนพระ บาทสัÊน เป็นสิÉงทีÉทําให้เกิดความไม่สมส่วน จึงน่าสังเกตว่าในส่วนอุษณีษะของเศียรพระพุทธรูปทีÉ ยืดสูง มีความคล้ายคลึงกับรูปแบบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ทีÉพบใน อ.เชียงแสน (ภาพทีÉ 45) โดยเมืÉอดูประวัติพระพุทธรูปปางประทับรอยพระบาท ได้นํามาจากเมืองเชียงแสน จึงอาจเป็นไปได้ ว่าพระพุทธรูปดังกล่าวสร้างขึ Êนในเมืองเชียงแสน ซึÉงจะนําไปสู่หลักฐานพระพุทธรูปทีÉมีจารึก เพืÉอ ใช้ในการกําหนดอายุพระพุทธรูปทีÉไม่มีจารึกกลุ่มเมืองเชียงแสนได้ 87 เรืÉองเดียวกัน, 291. ภาพทีÉ 3 พระพุทธรูปลีลาประดับส่วนฐานเจดีย์วัดป่ าสัก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภาพทีÉ 44 พระพุทธรูปลีลา วัดพระเจ้าเม็งราย จ.เชียงใหม่


90 จากการสํารวจพบว่าจํานวนพระพุทธรูปทีÉมีจารึกทีÉฐานในสมัยพระเจ้า ติโลกราช มีความนิยมในการสร้างพระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิเพชร และขัดสมาธิราบใกล้เคียง กัน แต่ในระยะนี Êพบว่าพระพุทธขัดสมาธิเพชรได้รับความนิยมในการสร้างมากทีÉสุด ซึÉงส่วนใหญ่จะ พบในเขตเมืองเชียงใหม่ ส่วนพระพุทธรูปขัดสมาธิราบพบว่ากระจายการสร้างทัÉวอาณาจักร โดย จะพบมากบริเวณเมืองสําคัญ เช่น เมืองเชียงใหม่ เชียงราย และฝาง เป็นต้น ในระยะนี Êจะเห็นพัฒนาการทางรูปแบบทีÉเป็ นการเพิÉมเติมรายละเอียด และส่งต่อไปสู่ระยะต่อไป คือ การเจาะช่องกระจกคล้ายลายเมฆทีÉฐานพระพุทธรูป พบในช่วง ปลายรัชกาลพระเจ้าติโลกราช ซึÉงเป็ นการปรับเปลีÉยนทีÉเริÉมเกิดขึ Êนภายในเมืองเชียงใหม่ และ กระจายไปสู่เมืองต่างๆ นอกจากนี ÊยังพบรูปแบบพระพุทธรูปทีÉมีพุทธลักษณะคลีÉคลายออกไปจาก ต้นแบบศิลปะ ซึÉงพระพุทธรูปดังกล่าวเริÉมแสดงลักษณะรูปแบบทีÉมีความเฉพาะของฝี มือช่างในแต่ ละเมือง เช่น พระพุทธรูปขัดสมาธิราบ เมืองฝาง ทีÉมีลักษณะมีพระวรกายค่อยข้างอวบอ้วนสัÊน พระพักตร์ค่อนข้างรี พระเนตรปรือเหลือบลงตํÉา และเป็ นเบ้าลึก พระขนงโก่งเป็ นสันนูน ส่วนบน ระหว่างพระโอษฐ์และพระนาสิกนูนเป็นสันเหลีÉยม เป็นต้น ภาพทีÉ 45 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พบทีÉวัดเชียงมัÉน เมืองเชียงแสน จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ฯ เชียงแสน จ.เชียงราย ทีÉมา: ศักดิ Í ชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความเชืÉอ ของคนไทย (กรุงเทพฯ: สมาพันธ์,2556),327.


91 จารึกบนฐานพระพุทธรูปสมัยพระเจ้าติโลกราช จากการเก็บข้อมูลพบ พระพุทธรูปทีÉมีจารึกระบุปี สร้าง อยู่ในปี พ.ศ. 2008 – 203088 จํานวน 26องค์ ซึÉงสามารถนํามา สรุประเบียบการจารึกในสมัยพระเจ้าติโลกราชได้ ดังนี Ê(ตารางทีÉ 8) ตารางทีÉ 8ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป สมัยพระเจ้าติโลกราช พ.ศ. 2008-2030 อักษร และ ภาษา อักษรธรรมล้านนา / อักษรฝักขาม ภาษาไทย (ล้านนา) / ภาษาบาลี / ภาษาสันสกฤต ดวงชาตา พบการจารึกดวงชาตา จํานวน 5 องค์ คําอธิษฐาน - “...ให้หล่อไว้ให้เป็ นไต้แก่โลกทัÊงหลายบูชาเป็ นโกฐาสบุญ อันจักไปเกิดใน เมืองฟ้ าแล นิพพานอัน บ่รู้เฒ่ารู้ ตาย…” - “…เพืÉอจักหื Êอเจริญบาน …” - “…ด้วยบุญนี Êขอหื Êอ พระเมตเจ้า ทํานายว่าจะเป็นพระตน 1” - “…ปรารถนาว่าเป็นอัคคสาวกเมตไตรยเจ้า…” ห ลัก ธ ร ร ม ทางศาสนา คาถา “ปฐมัง” มีจํานวน 9 องค์ บทสรรเสริญพระพุทธคุณ และบทปัจจยการ ช่วงแรกปรากฏการใช้อักษรธรรมล้านนาในการจารึกฐานพระพุทธรูป ในปี พ.ศ. 200889 ต่อมาพบการใช้อักษรฝักขาม และการใช้อักษรทัÊงสองประเภทร่วมกันในปี พ.ศ. 202490 โดยเริÉมมีการแบ่งระเบียบการใช้อักษรให้เห็น แต่ยังไม่ชัดเจนนัก เช่น ใช้อักษรธรรมกับ ภาษาบาลี และอักษรฝักขามใช้กับปี ทีÉสร้าง และชืÉอผู้สร้ าง91 หรือ การใช้ตัวเลขเป็ นเลขธรรม 88 ดูรายละเอียดในภาคผนวก ตารางทีÉ 25 หน้า 227. 89 พระพุทธรูปประทับยืน ปางอุ้มบาตร วัดเชียงมัÉน จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2008 ดูใน ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่, 55-56. 90 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าเม็งราย จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2012และ พระพุทธรูปปางประทับรอย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พ.ศ. 2024 ดูใน ฮันส์ เพนธ์, คํา จารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่, 57-58 และ ประเสริฐ ณ นคร, จารึกล้านนา ภาค 1, เล่ม 1, 30-31. 91 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าเม็งราย จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2024 ดูใน ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่, 63.


92 ล้านนา92 เป็ นต้น ในการใช้อักษรฝักขามนัÊนมีพัฒนาการมาตัÊงแต่ครัÊงสมัยพระเจ้ากือนา ได้ อัญเชิญพระสุมนเถรขึ Êนมาจากเมืองสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 ทําให้พบทัÊงใช้อักษรฝักขามในเมืองทีÉ อยู่ภายใต้การปกครองของเชียงใหม่ หรือเมืองทีÉรับศาสนาพุทธนิกายสวนดอก สําหรับภาษาทีÉใช้มีการใช้ ภาษาบาลีในการจารึกหลักธรรม คําสอนทาง พระพุทธศาสนา93 และพบการใช้ ภาษาบาลีเพืÉอการอธิบายลักษณะหรือคําสรรเสริญของ พระพุทธรูป94 นอกจากนี Êได้พบการใช้ภาษาสันสกฤตในจารึก95 ซึÉงไม่พบมาก่อนในจารึกทัÉวไปใน ล้านนา อย่างไรก็ตามระยะนี Êพบความนิยมในการใช้ภาษาบาลีในการจารึกมากทีÉสุด โดยเฉพาะ การจารึกคาถา "ปฐมัง" และยังพบการจารึกบทคาถา "พุทธคุณ" ในการสรรเสริญพระพุทธเจ้า นอกจากนี Êยังพบบทปัจจยการ ในปฏิจจสมุปบาท ซึÉงอยู่ในพระธรรมวินัย โดยการจารึกหลักธรรม ซึÉงเป็ นภาษาบาลีทีÉพบจํานวนมากนัÊน อาจเกีÉยวข้องกับการศึกษาพระธรรม และภาษาบาลีของ พระสงฆ์ ทีÉได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้าติโลกราช ทําให้เกิดความแตกฉานทางพุทธศาสนา ผู้สร้างในระยะนี Êส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มชนชัÊนสูง เช่น พระสงฆ์ เจ้าเมือง หรือ ขุนนาง โดยจะสร้างเพียงคนเดียว และเป็ นกลุ่ม ลักษณะการสร้างเป็ นกลุ่มจะมีชนชัÊนสูงเป็ น ประธานในการสร้าง นอกจากนี ÊยังพบจารึกทีÉไม่ระบุชืÉอผู้สร้ าง โดยมักปรากฏร่วมกับการจารึก คาถาปฐมัง เนื Êอหาการจารึกส่วนใหญ่ทีÉพบไม่นิยมการจารึกคําอธิษฐาน จะจารึกเพียงปี ทีÉ สร้าง และชืÉอผู้สร้าง หรือจารึกเพียงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยคําอธิษฐานทีÉปรากฏนัÊนจะ เกีÉยวข้องกับความเชืÉอในศาสนาพุทธ ซึÉงเป็นความเชืÉอเกีÉยวกับสะสมบุญเพืÉอผลในชาตินี Ê และโลก ภายหน้า 92 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหลวง อ.ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. 2028 ดูใน ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 11 จารึกในจังหวัดเชียงใหม่ ภาค 3, 305-316. 93 พระพุทธรูปปางประทับรอย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พ.ศ. 2024 ดูใน ประเสริฐ ณ นคร, จารึกล้านนา ภาค 1, เล่ม 1, 30-31. 94 พระพุทธรูปประทับยืน ปางอุ้มบาตร วัดเชียงมัÉน จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2008 ดูใน ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่, 55-56. 95 พระพุทธรูปปางสมาธิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พ.ศ. 2019 ดูใน ประชุม จารึกเมืองพะเยา, 89-92.


93 จากการสํารวจพบข้อสังเกตประการหนึÉงเกีÉยวกับการวิธีการจารึก เนืÉองจากพบ การจารึกอักษรกลับหัว และกลับด้าน ซึÉงน่าจะเป็ นผลทีÉเกิดขณะหล่อพระพุทธรูปพร้อมกับการ หล่อพิมพ์จารึก96 โดยช่างอาจไม่มีความชํานาญ หรือความเข้าใจผิด หรือการไม่รู้จักตัวอักษร พระพุทธรูปทีÉมีจารึกในสมัยพระเจ้าติโลกราช จากทีÉปรากฏในปัจจุบันพบว่า ส่วนใหญ่มีการกระจายตัวการสร้างพระพุทธรูปนัÊน จะแพร่หลายอยู่ในเมืองเชียงใหม่ ในส่วนนอก เมืองพบเพียงเมืองเชียงราย เมืองฝาง และเมืองปาย ดังนัÊนคติการจารึกบนฐานพระพุทธรูปทีÉเพิÉง เริÉมปรากฏในสมัยนี Ê น่าจะเป็นตัวแสดงขนบธรรมเนียมใหม่ทีÉเกิดขึ Êนในเมืองเชียงใหม่ และมีการส่ง ต่อไปยังเมืองต่างๆ ทัÊงนี Êน่าจะมีความเกีÉยวข้องกับการแสดงอํานาจทางการเมืองโดยการใช้ศาสนา เข้ามาช่วยในการปกครองด้วย 1.2 รัชกาลพระยอดเชียงราย (พ.ศ. 2031 – 2038) รูปแบบพระพุทธรูปรัชกาลพระยอดเชียงราย พระองค์ทรงครองราชย์ ในช่วงสัÊนๆ เป็ นระยะเวลา 8 ปี แต่จากหลักฐานพระพุทธรูปทีÉมีจารึกปี สร้ าง แสดงให้เห็น พัฒนาการทางรูปแบบ และการเชืÉอมต่อกันระหว่างรัชกาลได้เป็ นอย่างดี โดยสามารถแบ่งกลุ่ม พระพุทธรูปออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.2.1 กลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร จากการสํารวจพบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรเพียง 1 องค์ โดยยังคงรับ รูปแบบทีÉสืบเนืÉองจากปลายรัชกาลพระเจ้าติโลกราช คือ พระวรกายอวบอ้วน พระพักตร์กลม ขมวดพระเกศาขนาดกลาง มีไรพระศก ยอดอุษณีษะคล้ายดอกบัวตูม พระเนตรเบิกโพรง พระขนง โก่ง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แย้ม ชายสังฆาฏิสัÊนเหนือพระถัน ส่วนปลายคล้ายลายเขี Êยวตะขาบ และชายผ้าหน้าพระเพลาแยกออกเป็ น 2 ชาย แต่จะมีลักษณะทีÉแตกต่างในส่วนการทําฐานทีÉมี ลักษณะเป็ นเว้าโค้ง คล้ายแบ่งฐานเป็ น 3 ส่วน (ภาพทีÉ 46) โดยลักษณะดังกล่าวคล้ายคลึงกับ ฐานรองรับพระพุทธรูปในศิลปะสุโขทัย (ภาพทีÉ32) 96 รอยจารึกบนฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระผ้าขาว จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2016 ดูใน ฮันธ์เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่, 60.


94 1.2.2 กลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ พบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบทีÉมีจารึกจํานวน 8 องค์ โดยในช่วงต้น พระพุทธรูปทีÉพบนอกเมืองเชียงใหม่จะมีรูปแบบคล้ายคลึงกับช่วงปลายรัชกาลพระเจ้าติโลกราช คือ พระพักตร์รูปไข่ ขมวดพระเกศาปานกลาง มีไรพระศก พระเนตรหรีÉเหลือบตํÉา พระขนงโก่ง พระ นาสิกโด่ง และสังฆาฏิเป็ นแผ่นยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็ นเขี Êยวตะขาบ แต่จะพบความ แตกต่างเล็กน้อยในส่วน พระโอษฐ์กว้างแย้มเล็กน้อย เส้นพระโอษฐ์เป็นเส้นตรง และส่วนฐานทีÉมี การตกแต่งคล้ายขาสิงห์ (ภาพทีÉ 47) ซึÉงการทําขาสิงห์รองรับพระพุทธรูปนี Ê น่าจะเป็ นการรับ อิทธิพลมาจากศิลปะอยุธยา นอกจากนี Êยังพบพระพุทธรูปนอกเมืองเชียงใหม่ทีÉมีการทําพุทธ ลักษณะพระพุทธรูปทีÉต่างออกไป คือ การทํานิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉเสมอกัน (ภาพทีÉ48) ซึÉงลักษณะการ ทํานิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาวเสมอกันนี ÊเริÉมปรากฏครัÊงแรกในสมัยพระยอดเชียงราย และได้รับความ นิยมอย่างมากในระยะต่อมา ภาพทีÉ 46 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดป่ าตึง อ.สันกําแพง จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2031 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 10 จารึกในจังหวัดเชียงใหม่ ภาค 2 (เชียงใหม่: คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2549), 197-212.


95 ในช่วงกลางรัชกาลพระยอดเชียงราย พบการสร้างพระพุทธรูปในเมือง เชียงใหม่ ทีÉมีพุทธลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยมีรูปแบบทีÉพัฒนามาแล้วจากช่วงปลายรัชกาลพระ เจ้าติโลกราช และช่วงต้นรัชกาลพระยอดเชียงราย คือ พระพักตร์ค่อนข้างรี ขมวดพระเกศาขนาด ปานกลาง มีไรพระศก พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง แย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย พระโอษฐ์ล่างหนา ชาย ภาพทีÉ 47 พระพุทธรูปปางสมาธิวัดม่วงม้าใต้ อ.สันกําแพง จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2032 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 11 จารึกในจังหวัดเชียงใหม่ ภาค 3 (เชียงใหม่: คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2549), 243-252. ภาพทีÉ 48 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดทุ่งตูม อ.สันป่ าตอง จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2032 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 12 จารึกในจังหวัดเชียงใหม่ ภาค 4 (เชียงใหม่: คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2550), 333-344.


96 สังฆาฏิเป็ นแผ่นยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็ นชัÊนทับซ้อนกัน นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาวเสมอกัน ประทับนัÉงบนฐานหน้ากระดานกลม หรือฐานเหลีÉยมซ้อนชัÊนยกสูง หรือฐานกลีบบัวปาละ และมี การเจาะช่องลายคล้ายเมฆ (ภาพทีÉ49) นอกจากนี Êยังปรากฏรูปแบบฐาน 3 ขาขึ Êน เกิดจากการไม่ ตัดท่อชนวนซึÉงใช้สําหรับหล่อสําริด โดยในระยะต่อมาเป็นทีÉนิยมอย่างมาก (ภาพทีÉ50) ภาพทีÉ 49 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพวกหงส์ จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2036 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการ จัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สํานักงานนายกรัฐมนตรี, 2519),71. ภาพทีÉ 50 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดช่างแต้ม จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2038 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการ จัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สํานักงานนายกรัฐมนตรี, 2519),75.


97 นอกจากนี ÊพบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบทีÉมีพระวรกายอวบอ้วน พระ พักตร์กลม ขมวดพระเกศาขนาดใหญ่ มีรัศมีเป็นตุ่มกลมคล้ายดอกบัวตูม นิ Êวพระหัตถ์ไม่เสมอกัน และประทับนัÉงบนฐานบัวควํÉา - บัวหงาย มีลายกลีบบัวและเกสรบัวแบบปาละขนาดใหญ่ รองรับ ด้วยฐานหน้ากระดานในผังหกเหลีÉยม ซึÉงเป็ นลักษณะทีÉคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร รูปแบบทีÉเกิดขึ Êนคงจะเป็นการทดลองของช่างทีÉต้องการปรับเปลีÉยนรูปแบบให้แตกต่างออกไป โดย การเพิÉมรูปแบบทีÉเป็นความนิยมของล้านนา (ภาพทีÉ51) ในสมัยพระยอดเชียงรายพบความนิยมในการสร้างพระพุทธรูปประทับ นัÉงขัดสมาธิราบเพิÉมขึ Êน โดยส่วนใหญ่จะพบในเมืองเชียงใหม่ซึÉงเป็ นการรับรูปแบบทีÉสืบต่อมา จากสมัยพระเจ้าติโลกราช แต่จะเริÉมปรากฏพัฒนาการทางด้านรูปแบบทีÉเพิÉมขึ Êน คือ ส่วนนิ Êวพระ หัตถ์ทัÊง 4 ยาวเท่ากัน และการทําฐาน 3 ขา ซึÉงจะเป็นความนิยมทีÉส่งต่อไปในสมัยหลัง (ตารางทีÉ 9) ภาพทีÉ 51 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าเม็งราย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2037 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการ จัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สํานักงานนายกรัฐมนตรี, 2519),75.


98 ตารางทีÉ9 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ในรัชกาลพระยอดเชียงราย พ.ศ. 2031 - 2038 สกุล ช่าง ปี พ.ศ. เศียร พระวรกาย ฐาน เชียง ใหม่ 2032 เชียง ใหม่ / ฝาง 2032 เชียง ใหม่ 2035 - 2038 เชียง ใหม่ / ฝาง 2032


99 จารึกบนฐานพระพุทธรูปสมัยพระยอดเชียงราย จากการเก็บข้อมูล พบ พระพุทธรูป ทีÉมีจารึกระบุปี สร้าง อยู่ในปี พ.ศ. 2031 – 203897 จํานวน 9องค์ โดยสามารถนํามา สรุประเบียบการจารึกได้ ดังนี Ê(ตารางทีÉ 10) ตารางทีÉ 10ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป สมัยพระยอดเชียงราย พ.ศ. 2031 –2038 อักษร และ ภาษา อักษรธรรมล้านนา / อักษรฝักขาม ภาษาไทย (ล้านนา) / ภาษาบาลี ปี สร้าง บอกปี สร้างแบบย่อ “ศักราช 856” บอกปี สร้ างแบบยาว “…ในปี ระกา ไทยว่าปี กัดเร้ า1 พระจันทร์เจ้ากินฤกษ์ บุรพาษาฒ ศักราชได้ 851 ตัว...” คําอธิษฐาน - “…บุญอันนี Êจุ่งหื Êอเป็นปัจจัยแก่ สัพพัญsุตญาณ แด่ผู้หื Êอหล่อ เทอญ บุญอัน นี Êจุ่งจําเริญแก่สัตว์ทัÊงหลาย ในอนันตจักรวาล เทอญ” - “…จุ่งให้พระเมืองแม่ลูกอยู่สุขสวัสสดีมีอายุ 120 ปี มีลาภ ปราบใต้หล้า ฝูงอยู่ ลุ่มฟ้ ามาคัลทุกวันทุกคืนอย่าขาด ต่อเท่าสิ Êนร้อยซาวปี สวัสสดีจุ่งมีดีหลี...” จารึกบนฐานพระพุทธรูปในระยะนี Ê มีการแยกใช้ประเภทอักษรทีÉสืบเนืÉองจาก สมัยก่อนหน้า โดยใช้อักษรธรรมล้านนา กับการจารึกตัวเลข และภาษาบาลี ส่วนอักษรฝักขามมี การใช้เพิÉมขึ Êน โดยเฉพาะในเมืองเชียงใหม่ ซึÉงอาจจะเป็ นผลมาจากระยะนี Êไม่มีการจารึกข้อ หลักธรรมทางศาสนา ทําให้ไม่เอื Êออํานวยต่อการใช้อักษรธรรมล้านนาก็เป็ นได้ แต่การใช้อักษรยัง ไม่ปรากฏระบบทีÉชัดเจนนัก เนืÉองจากสมัยนี ÊนิยมการจารึกสัÊนๆ และตัดทอนบางส่วนในระเบียบ การจารึก ส่วนใหญ่เป็ นเพียงความต้องการในการบอกเวลาสร้างเท่านัÊน จารึกในสมัยนี Êเป็ นการ จารึกเพียงสัÊนๆ โดยเน้นการระบุปี สร้ างแบบย่อ มีความนิยมในการบอกชืÉอผู้สร้ างลดลง โดย ปรากฏชืÉอผู้สร้างจะอยู่ในกลุ่มเจ้าเมือง มากกว่าพระสงฆ์ ซึÉงแตกต่างไปจากสมัยพระเจ้าติโลกราช นอกจากนัÊนไม่พบการใช้หลักธรรม หรือคาถาภาษาบาลีอย่างทีÉนิยมในสมัยก่อนหน้า พบเพียบการ ใช้คําบาลีในการอธิษฐาน คําอธิษฐานทีÉปรากฏในระยะนี Ê มีลักษณะการขอผลบุญให้ส่งเสริมผู้สร้างในชาติ ภพปัจจุบัน ซึÉงแตกต่างไปจากก่อนหน้า ทีÉเน้นการส่งผลบุญไปในภพหน้า นอกจากนี Êพบการขอ บุญกุศลแก่ผู้สร้างและการขอบุญกุศลทีÉทําให้แก่บุคคลอืÉนด้วย 97 ดูรายละเอียดในภาคผนวก ตารางทีÉ 26 หน้า 236.


100 1.3 รัชกาลพระเมืองแก้ว (พ.ศ. 2039 – 2068) รูปแบบพระพุทธรูปรัชกาลพระเมืองแก้ ว นับว่าเป็ นยุคทองของ พระพุทธศาสนาอีกช่วงเวลาหนึÉง โดยพบการสร้างพระพุทธรูปทีÉมีจารึก และไม่มีจารึกจํานวนมาก ทีÉสุดในล้านนา โดยสามารถแบ่งกลุ่มพระพุทธรูปออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.3.1 กลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร จากการสํารวจพบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรจํานวน 8องค์ โดยยังคงรับ รูปแบบทีÉสืบเนืÉองจากปลายรัชกาลพระเจ้าติโลกราช คือ พระวรกายอวบอ้วน พระพักตร์กลม พระ เนตรเบิกโพรง พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แย้ม ขมวดพระเกศาใหญ่ ยอดอุษณีษะคล้าย ดอกบัวตูม ชายสังฆาฏิสัÊนเหนือพระถัน ส่วนปลายคล้ายลายเขี Êยวตะขาบ ชายผ้าหน้าพระเพลา แยกออกเป็น 2 ชาย ประทับนัÉงบนฐานบัวควํÉา - บัวหงาย มีลายกลีบบัว และเกสรบัวแบบปาละ ขนาดใหญ่ รองรับด้วยฐานหน้ากระดานในผังหกเหลีÉยม (ภาพทีÉ 52) ซึÉงลักษณะพระพุทธรูป โดยรวมจะคล้ายคลึงกัน แต่จะต่างกันในส่วนฐานทีÉมีการเจาะช่องคล้ายลายเมฆ และยังมีการทํา ฐานบัวควํÉา – บัวหงาย ทีÉมีกลีบบัวสลับขนาดใหญ่เล็ก โดยกลีบใหญ่และสูงทีÉอยู่ด้านข้างและ ด้านหน้าของฐาน มีส่วนปลายกลีบบัวสะบัดขึ Êน เรียกว่า ฐานบัวงอน (ภาพทีÉ 53) ซึÉงน่าจะเป็ น ต้นแบบให้กับกลุ่มพระพุทธรูปทีÉทําฐานบัวงอนสกุลช่างพะเยา เชียงราย เชียงของ และฝาง98 98 ศักดิ Íชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความ เชืÉอของคนไทย, 318-319. ภาพทีÉ 52 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จารึก พ.ศ. 2045 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XXVI.


101 นอกจากนี Êพบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในเมืองเชียงของ จ.เชียงราย ซึÉง มีลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในช่วงก่อนหน้า แต่จะมีส่วนพระพักตร์ทีÉ ต่างออกไป คือ พระพักตร์ค่อนข้างเหลีÉยม ไม่มีไรพระศก และพระเนตรเรียวและมองหรีÉตํÉามาก (ภาพทีÉ 54) ต่อมาพบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในเมืองเชียงราย ซึÉงมีลักษณะบางส่วนทีÉแตกต่าง เช่น พระพักตร์ค่อนข้างรี ขมวดพระเกศาขนาดกลาง มีไรพระศก พระเนตรเรียวเหลือบมองตํÉา ชาย สังฆาฏิสัÊนเหนือพระถัน แต่ส่วนปลายตัดตรงและมีลายคล้ายเมฆทีÉส่วนปลายสังฆาฏิและประทับ นัÉงบนฐานเหลีÉยมทรงสูง (ภาพทีÉ 55) ซึÉงลักษณะการทําชายสังฆาฏิแบบตัดตรงน่าจะเป็ นการรับ อิทธิพลมาจากศิลปะอยุธยา และนํามาประยุกต์ใช้ ภาพทีÉ 53 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จารึก พ.ศ. 2045 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XXIV. ภาพทีÉ 54 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2057 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XVIII.


102 ต่อมาในช่วงปลายรัชกาลพระเมืองแก้ว พบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ในเมืองเชียงใหม่ ซึÉงมีพุทธลักษณะส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับระยะก่อนหน้า แต่มีรูปแบบทีÉแตกต่าง คือ การทําชายสังฆาฏิสัÊนซ้อนทับชายสังฆาฏิยาว ลักษณะดังกล่าวอาจจะเป็ นการนํารูปแบบมา จากพระพุทธรูปขัดสมาธิราบมาใช้ร่วมกัน และพบการทํานิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาวเสมอกัน ซึÉงไม่พบ มาก่อนในพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร (ภาพทีÉ 56) ภาพทีÉ 55 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดบ้านโป่ ง จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2059 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 13 จารึกในจังหวัดเชียงราย (เชียงใหม่: คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2551),233-244. ภาพทีÉ 56 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดป่ าพร้าวใน จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2062 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการ จัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สํานักงานนายกรัฐมนตรี, 2519),91.


103 นอกจากนี Êพบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในเมืองพะเยา ซึÉงมีลักษณะทีÉ แตกต่างไปจากเมืองเชียงใหม่ และเชียงราย คือ พระวรกายอวบอ้วน พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระ หนุเสี Êยม ขมวดพระเกศาเล็ก มีไรพระศก พระขนงโก่ง พระเนตรเรียวเหลือบตํÉา พระนาสิกเล็ก แย้ม พระโอษฐ์ พระโอษฐ์บนบาง พระโอษฐ์ล่างหนา พระอังสากว้าง บัÊนพระองค์เล็ก ชายสังฆาฏิสัÊน เหนือพระถัน และมีเส้นนูนตรงกลางชายสังฆาฏิ ปลายแยกเป็ นเส้นตรง 2 แฉก พระหัตถ์เน้นการ ทํานิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาวไม่เสมอกัน และพระดัชนี (นิ Êวชี Ê) กระดกขึ Êนมาเล็กน้อย และพระเพลากว้าง (ภาพทีÉ 57) อย่างไรก็ตามลักษณะโดยรวมยังคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในทีÉพบใน เมืองพะเยา (ภาพทีÉ 31) คือ ขมวดพระเกศาเล็ก การทําพระหนุเสี Êยม พระนาสิกเล็ก แต่จะมี รูปแบบซึÉงเป็นลักษณะเฉพาะทีÉพบ คือ ชายสังฆาฏิเป็นเส้นนูนตรงกลาง น่าสังเกตว่าส่วนนิ Êวพระ หัตถ์ทีÉยังไม่เสมอกัน ไม่พบในช่วงปลายรัชกาลพระเมืองแก้วแล้ว แต่ยังพบในพระพุทธรูปขัดสมาธิ เพชรเมืองพะเยา อาจเป็นไปได้ว่ามีการประยุกต์นํามาใช้ผสมผสานกับลักษณะท้องถิÉน อนึÉง พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในกลุ่มนี Ê บางส่วนเป็ นสมบัติส่วนบุคคล จึงไม่สามารถจัดแบ่งเป็นสกุลช่างได้ แต่จากลักษณะของพระพุทธรูปทีÉปรากฏ อาจสันนิษฐานได้ ว่า กลุ่มทีÉมีปี สร้ างในระยะแรก (พ.ศ. 2045 – 2051) เป็ นงานทีÉสร้างในเมืองเชียงใหม่ เพราะ รูปแบบ และลักษณะเป็นการสืบต่อจากระยะก่อนหน้า ทําให้มีรูปแบบทีÉคล้ายคลึงกับช่วงปลาย รัชกาลพระเมืองแก้วในเมืองเชียงใหม่ด้วย พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในรัชกาลพระเมืองแก้ว มีปรับเปลีÉยนรูปแบบ ทีÉเกิดขึ Êนในบางส่วน ซึÉงเป็ นการปรับรูปแบบตามอิทธิพลทางศิลปะทีÉเข้ามาในล้านนา และตาม ภาพทีÉ 57 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหย่วน อ.เชียงคํา จ.พะเยาจารึก พ.ศ. 2066 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XXXV.


104 ความคิดสร้างสรรค์ของช่าง ทําให้พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในระยะนี Êมีรูปแบบด้านพุทธลักษณะ คล้ายคลึงกับระยะก่อนหน้า แต่จะพบส่วนทีÉมีความแตกต่างไป คือ การตกแต่งทีÉฐานพระพุทธรูป ลักษณะรูปแบบทีÉปรับเปลีÉยนนี Êเอง ทําให้เกิดการเลือก และรับรูปแบบในเมืองเชียงใหม่ ซึÉงจะส่งผล ไปถึงพัฒนาการทางรูปแบบในเมืองอืÉนๆด้วย (ตารางทีÉ 11) ตารางทีÉ11 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ในรัชกาลพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039- 2068 - 2045 - 2051 เชียง ของ (เชียง ราย) 2041 เชียง ราย 2059 เชียง ใหม่ 2062 พะ เยา 2066


105 1.3.2 กลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ จากการเก็บข้อมูลพบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบทีÉมีจารึกในรัชกาลพระ เมืองแก้ว จํานวน 52องค์ โดยสามารถจัดรูปแบบทีÉพบในเมืองเชียงใหม่ และเมืองลําพูน ออกเป็ น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทีÉมีพุทธลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในระยะก่อนหน้า คือ พระ วรกายบอบบาง พระพักตร์รูปรีขมวดพระเกศาปานกลาง พระรัศมีเป็นเปลว มีไรพระศก พระเนตร หรีÉเหลือบตํÉา พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่ง แย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย เส้นพระโอษฐ์เป็ นเส้นตรง สังฆาฏิเป็นแผ่นยาวจรดพระนาภี ส่วนปลายคล้ายลายเขี Êยวตะขาบ นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาวเสมอกัน และประทับนัÉงบนฐานลายกลีบบัว และฐานหน้ากระดานในผังหกเหลีÉยมเจาะช่องเจาะลายคล้าย เมฆ รองรับด้วยขา 3 ขา (ภาพทีÉ 58) และกลุ่มทีÉมีพระวรกายอวบขึ Êนจากเดิมเล็กน้อย พระพักตร์ ค่อนข้างกลม และยังมีการทําชายสังฆาฏิเป็นแผ่นขนาดใหญ่ ประทับนัÉงบนฐานหน้ากระดานกลม หรือฐานกลีบบัวรองรับด้วยฐานหน้ากระดานหกเหลีÉยม (ภาพทีÉ 59) ภาพทีÉ 58 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครจารึก พ.ศ. 2043 ทีÉมา: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพทีÉ 59 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดควรค่าม้าจ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2043


106 พบพระพุทธรูปในเมืองพะเยา ซึÉงมีพุทธลักษณะแตกต่างไปจากเมือง เชียงใหม่ คือ พระวรกายบอบบาง พระพักตร์ค่อนข้างกลม ขมวดพระเกศาเล็ก มีไรพระศก พระ เนตรตรงเป็นเส้น มองเหลือบตํÉา พระนาสิกเล็ก แย้มพระโอษฐ์ พระโอษฐ์บนหนา ชายสังฆาฏิยาว ลงมาจรดพระนาภี ส่วนปลายคล้ายลายเขี Êยวตะขาบ นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉเรียวยาวเสมอกัน ประทับนัÉง บนฐานหน้ากระดานเกลี Êยงในผังกลม (ภาพทีÉ 60) ซึÉงลักษณะดังกล่าวคล้ายคลึงกับพระพุทธรูป กลุ่มหนึÉงในเมืองฝาง โดยเป็นกลุ่มทีÉมีขนาดพระพุทธรูปขนาดใกล้เคียงกับพระพุทธรูปเมืองพะเยา (ภาพทีÉ 61) ซึÉงช่วงปลายรัชกาลพระเมืองแก้ ว พระพุทธรูปขัดสมาธิราบในกลุ่มฝาง จะมี พัฒนาการในส่วนฐานทีÉเป็นลายกลีบบัวมีเกสร และทําฐานซ้อนชัÊนยกสูง ซึÉงจะส่งในระยะต่อไป (ภาพทีÉ 62) พระพุทธรูปอีกกลุ่มหนึÉงในเมืองฝางจะมีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มแรก โดยมีพุทธลักษณะ ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน แต่จะมีรูปแบบบางส่วนทีÉแตกต่างกันเล็กน้อย คือ การทําพระเนตรเปิ ดมอง ตรง และการเจาะช่องคล้ายลายเมฆทีÉฐาน ซึÉงเป็นความนิยมในระยะนี Ê (ภาพทีÉ 63) ภาพทีÉ 60 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จารึก พ.ศ. 2041 ทีÉมา: เกรียงศักดิ Í ชัยดรุณ, จารึกทีÉพบใหม่ในเมืองพะเยา (พะเยา: โรงพิมพ์นครนิวส์, 2552), 48.


107 ภาพทีÉ 61 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดมาตุการาม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2048 ภาพทีÉ 63 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเจดีย์งาม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2048 ภาพทีÉ 62 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดรัตนาวาส อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2065


108 พบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองเชียงราย โดยมีรูปแบบบางส่วน แตกต่างกัน แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มทีÉมีรูปแบบส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับเมืองเชียงใหม่ (ภาพทีÉ 64) และกลุ่มทีÉมีลักษณะพระพักตร์แตกต่างไป คือ พระพักตร์รี พระเนตรโปน พระขนงโก่งมาก แย้มพระโอษฐ์กว้าง และมีร่องพระปราง (ภาพทีÉ 65) ภาพทีÉ 64 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2057 ทีÉมา: ประเสริฐ ณ นคร, จารึกล้านนา ภาค 1, เล่ม 2 (กรุงเทพฯ: มูลนิธิเจมส์เอช ดับเบิ Êลยูทอมป์ สัน, 2534),48-49. ภาพทีÉ 65 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระแก้ว อ.เมืองจ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2058 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XXXII.


109 พบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองปาย ซึÉงมีลักษณะเป็ นงานช่างใน ท้องถิÉน แสดงรูปแบบทีÉเป็นเอกลักษณะเฉพาะ คือ พระวรกายบอบบาง พระพักตร์เหลีÉยม ขมวด พระเกศาเล็ก อุษณีษะนูนสูงขึ Êนมามาก มีไรพระศก พระขนงโก่ง พระเนตรเปิ ดมองตรง พระนาสิก เล็ก แย้มพระโอษฐ์ มีเส้นส่วนมุมพระโอษฐ์ และปี กพระนาสิกเชืÉอมกันทัÊงสองข้าง ส่วนฐานยกสูง เป็นลายกลีบบัวควํÉา บัวหงายในผังกลม (ภาพทีÉ 66) ได้พบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองแพร่ ซึÉงจัดว่าเป็ นรูปแบบเฉพาะ ของเมืองแพร่ คือ มีพระวรกายบอบบางมาก พระพักตร์เล็ก ขมวดพระเกศาเล็กมาก พระนาสิกเล็ก พระโอษฐ์เล็กมาก ทีÉมุมพระโอษฐ์ไปถึงพระนาสิกมีร่อง ชายสังฆาฏิเป็ นแผ่นเล็กยาวลงมาจรด ขอบสบง และนิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉเรียวเล็กเสมอกัน ประทับนัÉงบนฐานลายกลีบบัวในผังกลม (ภาพทีÉ 67) ภาพทีÉ 66 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหมอแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จารึก พ.ศ. 2044 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 11 จารึกในจังหวัดเชียงใหม่ ภาค 3 (เชียงใหม่: คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2549),317-326.


110 นอกจากนี ÊพบพระพุทธรูปทรงเครืÉองประทับนัÉงขัดสมาธิราบ มีพุทธ ลักษณะ คือ ไม่สวมจีวร พระพักตร์รูปไข่ แย้มมุมพระโอษฐ์โค้งขึ Êนด้านบน เส้นพระโอษฐ์บนบาง และพระโอษฐ์ล่างหนา ทรงมงกุฎลักษณะคล้ายหมวกยอดแหลม กรอบกระบังหยักโค้งต่อกัน ทรง กุณฑล สังวาล ทับทรวง พาหุรัด ทองพระกร พระธํามรงค์ และทองพระบาท โดยตกแต่งทํา ลวดลายเครืÉองประดับด้วยลายไข่ปลาเรียงกัน (ภาพทีÉ 68) โดยเมืÉอนําเปรียบเทียบกับพระพุทธรูป ทรงเครืÉองในล้านนา (ภาพทีÉ 69) จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างในการให้รายละเอียดในส่วนงาน เครืÉองประดับ และพระพักตร์ทีÉมีความคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปสุโขทัยอย่างมาก ทําให้เห็นว่า พระพุทธรูปทรงเครืÉอง ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน มีรูปแบบทีÉเป็นลักษณะเฉพาะอยู่มาก ทัÊง พุทธลักษณะ และเครืÉองประดับ ภาพทีÉ 67 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดหลวง อ.เมืองจ.แพร่จารึก พ.ศ. 2057 (ภาพจาก ศ.ดร.ศักดิ Í ชัย สายสิงห์) ภาพทีÉ 68 พระพุทธรูปทรงเครืÉอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน จ.น่าน จารึก พ.ศ. 2052


111 เป็ นทีÉน่าสังเกตว่า ในการทําช่องกระจกส่วนฐานทีÉพบทัÉวไป จะมี ลักษณะเป็นลายหยักโค้งต่อกันในผังวงรี (ภาพทีÉ 70) และลักษณะลายสีÉเหลีÉยมทีÉมีส่วนด้านเป็ น ลายหยักโค้ง (ภาพทีÉ 71) ซึÉงจะพบมากในเมืองเชียงใหม่ ลําพูน และลําปาง เป็ นต้น แต่จากการ เก็บข้อมูลพบว่า มีกลุ่มทีÉทําช่องฐานแบบเจาะรูกลม โดยพบมากในพระพุทธรูปเมืองฝาง ซึÉงมีการ ทํารูปแบบสืบต่อจากสมัยก่อนหน้า (ภาพทีÉ 72) และยังพบการเจาะช่องทีÉฐานเป็นสีÉเหลีÉยม ในกลุ่ม พระพุทธรูปเมืองเทิง (ภาพทีÉ 73) ซึÉงจุดประสงค์อาจเพืÉอเป็ นงานประดับตกแต่ง หรือเพืÉอการ เคลืÉอนย้ายพระพุทธรูป ภาพทีÉ 69 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร (ภาพจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) ภาพทีÉ 70 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพันเตา จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2040 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการ จัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สํานักงานนายกรัฐมนตรี, 2519),91.


112 ภาพทีÉ 71 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ จารึก พ.ศ. 2043 ทีÉมา: สํานักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, วัดเบญจมบพิตร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วัดเบญจมบพิตร (กรุงเทพฯ: สํานักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร, 2551),94. ภาพทีÉ 72 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระบาทอุดม อ.ฝางจ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2051


113 ในสมัยพระเมืองแก้วเป็ นระยะทีÉมีการสร้างพระพุทธรูปทีÉมีจารึกมาก ทีÉสุด โดยเฉพาะความนิยมในการสร้างพระพุทธรูปประทับนัÉงขัดสมาธิราบ ซึÉงความนิยมดังกล่าว เริÉมปรากฏมาแล้วในสมัยพระยอดเชียงราย ในส่วนรูปแบบมีพัฒนาการต่อจากสมัยก่อนหน้า คือ การทําฐาน 3 ขารองรับพระพุทธรูป และพระพุทธรูปขัดสมาธิราบทําชายสังฆาฏิเป็นแผ่นใหญ่ โดย เริÉมปรากฏในเมืองเชียงใหม่ก่อน แล้วจึงกระจายรูปแบบไปยังเมืองข้างเคียง จะเห็นได้ว่าลักษณะพระพุทธรูปขัดราบในล้านนามีการปรับเปลีÉยน รูปแบบไปจากเดิม โดยรูปแบบบางอย่างมีการกระจายจากเมืองเชียงใหม่ไปสู่เมืองต่างๆ อย่างเช่น การทํานิ Êวพระหัตถ์เท่ากัน พบตัÊงแต่ช่วงปลายรัชกาลพระยอดเชียงราย จนถึงรัชกาลพระเมืองแก้ว โดยในช่วงแรกมีความนิยมในเมืองเชียงใหม่ ต่อมาจึงกระจายไปสู่เมืองเชียงราย เมืองลําพูน และ เมืองฝาง เป็นต้น และการกระจายทางรูปแบบดังกล่าว ถูกนําไปปรับเปลีÉยนตามความถนัดของ ช่าง จนเกิดเป็นรูปแบบเฉพาะท้องถิÉน หรือสกุลช่างท้องถิÉนได้ (ตารางทีÉ12) ภาพทีÉ 73 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดใหม่สุขเกษม อ.เทิง จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2059


114 ตารางทีÉ12 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ในรัชกาลพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039- 2068 สกุล ช่าง ปี พ.ศ. เศียร พระวรกาย ฐาน เชียง ใหม่ - ลํา พูน 2039 - 2059 เชียง ใหม่ - ลํา พูน 2043 - 2060 ปาย 2044 พะ เยา - ฝาง 2041 - 2065


115 ตารางทีÉ12 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ในรัชกาลพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039– 2068 (ต่อ) สกุล ช่าง ปี พ.ศ. เศียร พระวรกาย ฐาน ฝาง 2048 - 2067 เชียง ราย 2048 - 2065


116 ตารางทีÉ12 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ในรัชกาลพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039– 2068 (ต่อ) สกุล ช่าง ปี พ.ศ. เศียร พระวรกาย ฐาน เชียง ราย / เชียง ของ 2044 - 2065 เทิง / เชียง ราย 2057 แพร่ 2057


117 จารึกบนฐานพระพุทธรูปสมัยพระเมืองแก้ ว จากการเก็บข้ อมูล พบ พระพุทธรูป ทีÉมีจารึกระบุปี สร้าง อยู่ในปี พ.ศ. 2039–2068 99จํานวน 58องค์ โดยสามารถนํามา สรุประเบียบการจารึกได้ ดังนี Ê ตารางทีÉ 13ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป สมัยพระเมืองแก้ว พ.ศ. 2039–2068 อักษร และ ภาษา อักษรธรรมล้านนา / อักษรฝักขาม ภาษาไทย (ล้านนา) / ภาษาบาลี ดวงชาตา พบการจารึกดวงชาตาเพียง 3 องค์ ปี สร้าง นิยมระบุเพียงตัวเลข หรือบอกปี สร้างสัÊนๆ คําอธิษฐาน “...หื Êอ ไว้เป็นปัจจัย(ตราบ)ต่อเท่านิพพาน แล” หลักธรรมทาง ศาสนา - คาถา “ปฐมัง” จํานวน 2 องค์ - ปฏิจจสมุปบาท - พุทธอุทาน ปรากฏการแบ่งตัวอักษรในการจารึกอย่างเป็ นระบบมากขึ Êน คือ อักษรธรรม ล้านนาใช้กับ ตัวเลข และภาษาบาลี อักษรฝักขามใช้กับเนื ÊอความทัÉวไปในจารึก อย่างไรก็ตามยัง พบการใช้สลับไปมาของตัวอักษรบางส่วน แต่อยู่ในจํานวนน้อย และยังพบการจารึกโดยใช้อักษร ฝักขามประเภทเดียวในเมืองลําปาง เมืองน่าน และเมืองแพร่ การจารึกยังคงมีขนาดสัÊน สืบเนืÉองมาจากช่วงปลายสมัยพระยอดเชียงราย คือ ไม่ นิยมจารึกชืÉอ และจะเน้นจารึกเพียงปี ทีÉสร้าง โดยมีความนิยมแบบใหม่ทีÉมีการจารึกเพียงตัวเลข ซึÉง เป็นเลขปี จุลศักราช แต่นิยมอยู่ในช่วงเวลาสัÊนๆ เนืÉองจากเป็นช่วงทีÉมีการจารึกเพียงสัÊนๆ จึงพบคําอธิษฐานจํานวนน้อย โดยมีเพียง การจารึกเรืÉองนิพพานเท่านัÊน ทําให้ภาพปรากฏของความเชืÉอในพระพุทธศาสนาขาดหายไป แต่ยัง พบการจารึกหลักธรรมทีÉปรากฏมาแล้วในสมัยพระเจ้าติโลกราช คือ คาถาปฐมัง คาถาปฏิจจสมุปบาท และคาถาพุทธอุทาน โดยความนิยมในการจารึกหลักธรรมน่าจะเป็นผลจากการสนับสนุนของพระ เมืองแก้วในการให้พระสงฆ์ศึกษาข้อพระธรรม ทัÊงนี Êพบความนิยมในการจารึกคาถาปฐมังลด น้อยลง และปรากฏบนฐานพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรเท่านัÊน 99 ดูรายละเอียดในภาคผนวก ตารางทีÉ 27 หน้า 239.


118 มีข้อสังเกตบางประการทีÉเกีÉยวข้องกับกระบวนวิธีการหล่อจารึก คือ พบร่องรอย การหล่อจารึกใหม่ ทับรอยจารึกเดิมในช่วงเวลาทีÉใกล้เคียงกัน100 โดยเห็นได้จากการใช้ขนาด ตัวอักษรทีÉแตกต่างกัน แต่มีเป็ นเนื Êอความเดียวกัน ซึÉงอาจเกิดจากจารึกปรากฏไม่ชัดเจน จึง แก้ปัญหาการโดยการหล่อใหม่ และนํามาซ่อมทับตามรอยเดิม 1.4 ปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 (พ.ศ. 2069-2099) รูปแบบพระพุทธรูปปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 พบการสร้ างพระพุทธรูป จํานวนน้อยลงกว่าสมัยก่อนหน้า ซึÉงพระพุทธรูปส่วนใหญ่ทีÉพบจะอยู่ในกลุ่มนอกเมืองเชียงใหม่ โดยสามารถแบ่งพระพุทธรูปออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.4.1 กลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ จากการเก็บข้อมูลพบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบจํานวน 12 องค์ โดย พระพุทธรูปในเมืองเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะมีรูปแบบทีÉสืบต่อจากก่อนหน้า คือ พระวรกายอวบอ้วน เล็กน้อย พระพักตร์รีขมวดพระเกศาเล็ก พระรัศมีเป็ นเปลว มีไรพระศก พระเนตรหรีÉเหลือบตํÉา พระโอษฐ์แย้มเล็กน้อย เส้นพระโอษฐ์เป็ นเส้นตรง สังฆาฏิเป็ นแผ่นยาวจรดพระนาภี ส่วนปลาย คล้ายลายเขี Êยวตะขาบ นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาวเสมอกัน ประทับนัÉงบนฐานลายกลีบบัวควํÉา บัวหงาย รองรับด้วยฐานหน้ากระดานเกลี ÊยงในผังหกเหลีÉยม (ภาพทีÉ 74, 75) 100 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดชัยพระเกียรติ Í จังหวัดเชียงใหม่พ.ศ. 2060 ดูใน ฮันธ์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่, 89. ภาพทีÉ 74 พระพุทธรูปปางมารวิชัย จารึก พ.ศ. 2078วัดผาบ่องจ.เชียงใหม่ ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ: คณะกรรมการ จัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สํานักงานนายกรัฐมนตรี, 2519),93.


119 ได้พบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองเชียงรายทีÉมีรูปแบบแตกต่างไป คือ มีพระวรกายบอบบาง พระพักตร์เล็ก ขมวดพระเกศาเล็ก พระนาสิกเล็ก แย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย ชายสังฆาฏิเป็ นแผ่นยาวลงมาจรดพระนาภี ส่วนปลายตัดตรงทําลวดลาย และนิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉ เรียวเล็กเสมอกัน ประทับนัÉงบนฐานบัวควํÉา บัวหงาย ทีÉท้องไม้มีสิงห์ล้อมรอบ (ภาพทีÉ 76) ซึÉง ลักษณะดังกล่าวแสดงความสัมพันธ์กับศิลปะล้านช้างในแถบลุ่มนํ Êาโขง101 นอกจากนี Êพบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองฝาง ทีÉมีพุทธลักษณะส่วน ใหญ่สืบต่อจากพระพุทธรูปเมืองฝางในระยะก่อนหน้า มีพุทธลักษณะ คือ พระพักตร์รี ขมวดพระ เกศาปานกลาง รัศมีสูง และทําลวดลายเป็นคลืÉนเส้นหนาลึก พระเนตรปรือเหลือบลงตํÉา และเป็ น เบ้าลึก พระขนงโก่งเป็นสันนูน แย้มพระโอษฐ์กว้าง มีเส้นเชืÉอมระหว่างปี กพระนาสิก และมุมพระ โอษฐ์ทัÊงสองข้าง ชายสังฆาฏิเป็ นแผ่นขนาดใหญ่ ปลายทําลายหยักเล็กน้อย คล้ายเขี Êยวตะขาบ นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาวเสมอกัน และประทับนัÉงบนฐานลายกลีบบัวมีเกสร ถัดลงมาเป็ นฐานบัวควํÉา ฐานส่วนมุมสะบัดขึ Êนเล็กน้อย รองรับด้านฐานหน้ากระดานเกลี Êยง เจาะช่องคล้ายลายเมฆในผัง หกเหลีÉยม (ภาพทีÉ 77) 101 ศักดิ Íชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และ ความเชืÉอของคนไทย, 347. ภาพทีÉ 75 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล รัฐแมรีÉแลนด์ ประเทศอังกฤษ จารึก พ.ศ. 2097 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XLIV.


120 ได้พบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองแพร่ ซึÉงจัดว่าเป็นรูปแบบเฉพาะของ เมืองแพร่ ซึÉงน่าจะสืบต่อจากรัชกาลพระเมืองแก้ว คือ มีพระวรกายบอบบางมาก พระพักตร์เล็ก ขมวดพระเกศาเล็กมาก พระนาสิกเล็ก พระโอษฐ์เล็กมาก ทีÉมุมพระโอษฐ์ไปถึงพระนาสิกมีร่อง ชายสังฆาฏิเป็นแผ่นเล็กยาวลงมาจรดขอบสบง และนิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉเรียวเล็กเสมอกัน ประทับนัÉง บนฐานหน้ากระดานเกลี Êยงในผังกลม (ภาพทีÉ 78) ภาพทีÉ 77 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่จารึก พ.ศ. 2091 ภาพทีÉ 76 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดบ้านแซวอ.เชียงแสน จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2079 ทีÉมา : ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 13 จารึกในจังหวัดเชียงราย (เชียงใหม่: คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2551), 257- 268.


121 ปรากฏพระพุทธรูปทีÉมีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ประทับนัÉงบนฐานยกสูง ทีÉพบในเมืองเชียงราย และเมืองฝางในช่วงปลายรัชกาลพระเมืองแก้ว คือ มีลักษณะพระวรกายบอบบาง พระพักตร์ค่อนข้างกลม ขมวดพระเกศาเล็ก มีไรพระศก พระเนตร ตรงเป็นเส้น มองเหลือบตํÉา พระนาสิกเล็ก แย้มพระโอษฐ์ พระโอษฐ์บนหนา ชายสังฆาฏิยาวลงมา จรดพระนาภี ปลายเป็นลายเขี Êยวตะขาบ นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉเรียวยาวเสมอกัน ประทับนัÉงบนฐานลาย กลีบบัว มีเกสร และทําฐานซ้อนชัÊนยกสูง (ภาพทีÉ 79) นอกจากนี Ê ลักษณะส่วนฐานดังกล่าวยัง คล้ายคลึงกับพระพุทธรูปทรงเครืÉอง (สวมทัÊงเครืÉองทรงและครองจีวร) ซึÉงมีหลักฐานว่านํามาจาก เมืองฝาง102 โดยมีพุทธลักษณะ ประทับนัÉงขัดสมาธิราบบนฐานบัวหงาย มีลายกลีบบัวและเกสรบัว ในผังวงรี รองรับด้วยฐานหน้ากระดานหกเหลีÉยม พระพักตร์รูปไข่ สวมกรัณฑมงกุฎ ประดับตาบ โดยรอบ สวมกรองศอ ด้านซ้ายแสดงการครองจีวรไม่มีเครืÉองทรง ด้านพระกรขวามีเครืÉองทรง ประกอบด้วย พาหุรัด ทองพระกร ทองพระบาท (ภาพทีÉ 80) โดยเมืÉอนํามาเปรียบเทียบพุทธ ลักษณะกับพระพุทธรูปเมืองฝางจะเห็นว่า โดยรวมมีรูปแบบทีÉคล้ายคลึงกัน คือ พระพักตร์รูปไข่ มี ร่องแก้ม การทําลายกากบาทและลูกประคําทีÉชายสังฆาฏิและอีกส่วนหนึÉงคือการทําฐานทีÉเป็ น 102 Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Ascona, Switzerland: Artibud Asiae, 1967), 41. และใน คาร์ล อัลเฟรด บ็อค, ท้องถิÉนสยามยุค พระพุทธเจ้าหลวง,แปลโดย เสถียร พันธรังสี และอัมพร ทีระขะ (กรุงเทพฯ: ศิลปวัฒนธรรม, 2550), 250. ภาพทีÉ78 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดสูงเม่น จ.แพร่จารึก พ.ศ. 2076 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XLII.


122 รูปแบบเดียวกัน (ภาพทีÉ 60) ซึÉงไม่พบมาก่อนในเมืองอืÉน อาจเป็ นสาเหตุให้มองได้ว่าพระพุทธรูป องค์นี Êสร้างขึ Êนในเมืองฝาง และหากเปรียบเทียบกับพระพุทธรูปทรงเครืÉอง ซึÉงมีหลักฐานว่าได้รับมา จากมณฑลฝ่ ายเหนือจะเห็นได้ว่าโดยรวมแล้วมีรูปแบบเหมือนกันทุกประการ แตกต่างกันเพียง การทําพระวรกายอวบอ้วน (ภาพทีÉ 81) ซึÉงน่าจะเกีÉยวข้องจากการผสมผสานรูปแบบ ภาพทีÉ 79 พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมบัติส่วนบุคคล จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2072 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XL. ภาพทีÉ 80 พระพุทธรูปทรงเครืÉอง บริติชมิวเซียม ประเทศอังกฤษ จารึก พ.ศ. 2083 (ภาพจาก บริติชมิวเซียม ลอนดอน ประเทศอังกฤษ)


123 รูปแบบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในช่วงปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 ส่วนใหญ่ จะมีการรับรูปแบบมาจากช่วงรัชกาลพระเมืองแก้ว ซึÉงเป็ นช่วงทีÉในแต่ละเมือง เริÉมมีรูปแบบ และ พัฒนาการทางงานช่างของตนเอง ในระยะนี Êจึงแสดงถึงลักษณะของท้ องถิÉนทีÉเป็ นเอก ลักษณะเฉพาะ อย่างไรก็ตามรูปแบบการสร้างพระพุทธรูปในระยะนี Ê ยังคงมีพุทธลักษณะทีÉมี พื Êนฐานรูปแบบจากเมืองเชียงใหม่เป็นหลัก แต่ก็คลีÉคลายไปมากแล้ว (ตารางทีÉ 14) ภาพทีÉ 81 พระพุทธรูปปางมารวิชัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพฯ (ภาพจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)


124 ตารางทีÉ14 ตารางเปรียบเทียบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ราวปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 พ.ศ. 2069– 2099 สกุล ช่าง ปี พ.ศ. เศียร พระวรกาย ฐาน เชียง ใหม่ – เชียง ราย 2071 - 2097 ฝาง / เชียง ราย 2072 - 2083 ฝาง 2082 - 2091 แพร่ 2076 \ เชียง ราย 2079


125 1.4.2 กลุ่มพระพุทธรูปประทับยืนปางเปิ ดโลก พบพระพุทธรูปประทับยืนปางเปิ ดโลก จํานวน 2 องค์ ซึÉงในระยะนี Ê พระพุทธรูปมีพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบตํÉา พระโอษฐ์แย้ม พระเกศาขนาดเล็ก พระ อังสากว้าง พระวรกายสัÊน ท่อนพระกรยาว พระหัตถ์ใหญ่ ชายจีวรยาวถึงพระนาภี ปลายตัดตรง ประทับยืนบนฐานบัว (ภาพทีÉ 82) นอกจากนี Êพบพระพุทธรูปประทับยืนปางเปิ ดโลกอีกองค์หนึÉง ซึÉง มีลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกัน แต่มีรูปร่างทีÉสมส่วนกว่า และแตกต่างในรายละเอียด เช่น พระ เกศาขนาดใหญ่ พระวรกายบอบบางกว่า (ภาพทีÉ 83) ทัÊง 2 องค์มีพุทธลักษณะทีÉแตกต่างจากเมือง เชียงใหม่ ซึÉงแสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของช่างท้องถิÉน ภาพทีÉ 82 พระพุทธรูปปางเปิ ดโลก วัดพระธาตุช้างคํ Êา จ.น่าน จารึก พ.ศ. 2070


126 ในระยะนี Êนิยมการสร้ างพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ และไม่ปรากฏ พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ซึÉงส่วนใหญ่พบการสร้ างนอกเมืองเชียงใหม่มากกว่า ทําให้เห็นถึง รูปแบบทีÉกระจายจากศูนย์กลางไปสู่เมืองต่างๆ โดยรูปแบบยังคงสืบเนืÉองมาจากสมัยพระเมือง แก้วเป็นหลัก ดังนัÊนพระพุทธรูปส่วนใหญ่ในบริเวณนอกเมืองเชียงใหม่ จึงมีรูปแบบทีÉเป็ นท้องถิÉน และมีเอกลักษณะเฉพาะมากขึ Êน จารึกบนฐานพระพุทธรูปช่วงปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 จากการเก็บข้อมูล พบพระพุทธรูปทีÉมีจารึกระบุปี สร้ าง อยู่ใน พ.ศ. 2070 – 2097103 จํานวน 14 องค์ โดยสามารถ นํามาสรุประเบียบการจารึกได้ ดังนี Ê(ตารางทีÉ 15) 103 ดูรายละเอียดในภาคผนวก ตารางทีÉ 28 หน้า 261. ภาพทีÉ 83 พระพุทธรูปปางเปิ ดโลก วัดศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2075 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 13 จารึกในจังหวัดเชียงรา (เชียงใหม่: คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2551), 245- 256.


127 ตารางทีÉ 15ระเบียบการจารึกบนฐานพระพุทธรูป ราวปลายพุทธศตวรรษทีÉ 21 พ.ศ. 2069–2099 อักษร และ ภาษา อักษรธรรมล้านนา / อักษรฝักขาม ภาษาไทย (ล้านนา) / ภาษาบาลี ปี สร้าง บอกปี สร้างแบบย่อ “ศักราชได้ ๙๑๐ ตัว..” บอกปี สร้างแบบยาว “(จุล) ศักราช 897 ปี มะแม (ทาง) ไทย (ใช้) ว่า ปี ดับเม็ด เดือนสาวนะ (ทาง) ไทย (ใช้) ว่า เดือน 9 เพ็ญ (ตามวิธีนับแบบมอญ) วันจันทร์ (ตามวิธีนับแบบ) ไทย (วัน) กาบไจ้…” คําอธิษฐาน - “...นิพฺพานปจฺจโยโหตุ” (จงเป็นเครืÉองนํา (ข้าพเจ้า) ไปสู่นิพพาน) - “...ผู้ใดยังตามคําเญืองนี Ê บุญอันกูได้กะทําทัÊงมวลหื Êอเจ้าผู้นัÊนได้เสวย......คํา ปรารถนา เจ้าผู้นัÊนหื Êอสัมฤทธิ Í ชู่เญือง...” คําสาปแช่ง - “...ผู้ใดหากบ่ฟังคําอันนี Êหื Êอมันผู้นัÊนไปอยู่ใหม่ยังในอบายทัÊงสีÉ อย่าหื Êอพ้นสัก เทืÉอ…” การใช้ตัวอักษรในการจารึกระยะนี Êนิยมการเลือกใช้ตัวอักษรเพียงประเภทเดียวใน การจารึก โดยส่วนใหญ่จะพบการใช้อักษรฝักขามในการจารึก มากกว่าการใช้อักษรธรรมล้านนา เพียงประเภทเดียว และพบการใช้อักษรร่วมกันในจํานวนน้อย นอกจากนี Êยังพบการแบ่งประเภท ตัวอักษรในการจารึกสลับกัน คือ มีการใช้อักษรฝักขามในคําบาลี104 คือคําว่า นิพฺพานปจฺจโยโหตุ โดยเริÉมปรากฏในระยะนี Ê และส่งความนิยมในการจารึกคําบาลีดังกล่าวในระยะหลังอย่างมาก จารึกในช่วงนี ÊยังคงนิยมการจารึกขนาดสัÊน โดยการระบุปี สร้าง แต่เริÉมมีการจารึก ชืÉอผู้สร้างมากขึ Êน โดยผู้สร้างส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าเมือง หรือขุนนางชัÊนสูง และพระสงฆ์ในส่วนการ จารึกคําอธิษฐานพบในจํานวนเพิÉมขึ Êนเล็กน้อย โดยยังคงพบการขอนิพพาน นอกจากนี Êยังปรากฏ การจารึกเพืÉอเป็นการบันทึกพินัยกรรม105ซึÉงไม่เคยพบมาก่อนในจารึกฐานพระพุทธรูปด้วย น่าสังเกตว่าปรากฏคําสาปแช่งในจารึก ซึÉงไม่เคยไม่ปรากฏบนจารึกฐาน พระพุทธรูปมาก่อน อาจเกีÉยวข้องกับการนําระเบียบจารึกศิลาทัÉวไป มาใช้ในจารึกฐานพระพุทธรูป หรือการใช้ฐานพระพุทธรูปแทนการใช้ศิลา อย่างทีÉทัÉวไปปฏิบัติกัน 104 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเจ้าผาบ่อง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2078 ดูใน ฮันส์ เพนธ์, คําจารึกทีÉฐานพระพุทธรูปในนครเชียงใหม่, 93. 105 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดศรีเวียง อ.แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2082 ดูใน Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam, Plate XLIII.


128 2. พุทธศตวรรษทีÉ 22 ล้านนาอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า ความวุ่นวายทาง บ้านเมืองจากสงคราม จึงอาจทําให้มีการสร้างพระพุทธรูปในเมืองเชียงใหม่น้อยลง แต่ในส่วนนอก เมืองกลับพบว่ามีการสร้างพระพุทธรูปทีÉมีจารึกเพิÉมมากขึ Êน โดยสามารถแบ่งพระพุทธรูปออกเป็ น 5 กลุ่ม คือ รูปแบบพระพุทธรูปช่วงพุทธศตวรรษทีÉ 22 2.1 กลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร พบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรพบเพียงองค์เดียว โดยรวมมีรูปแบบคล้ายคลึง กับช่วงตอนปลายของสมัยก่อนหน้า แต่มีความงามไม่เท่า พระพักตร์ค่อนข้างรีพระโอษฐ์แย้ม พระเนตรหรีÉมองลง ขมวดพระเกศาใหญ่ พระวรกายอวบอ้วน ยอดอุษณีษะคล้ายดอกบัวตูม ชาย สังฆาฏิสัÊนเหนือพระถัน วางซ้อนกัน 2 ชัÊน ส่วนปลายคล้ายลายเขี ÊยวตะขาบประดับลายดอกสีÉกลีบ ชายผ้าหน้าพระเพลาแยกออกเป็น 2 ชาย (ภาพทีÉ 84) โดยในจารึกระบุว่าเป็นการสร้างพระพุทธรูป ร่วมกันของพระมหาเทวีจิรประภา ผู้ครองเชียงใหม่ และพระยาจ่าบ้าน ขุนนางพม่า จากการ รวบรวมพระพุทธรูปทีÉแตกหักในเมืองเชียงใหม่มาหล่อรวมกัน เพืÉอสร้างขวัญและกําลังใจ หลังจาก ทีÉพม่าเข้าครองเมืองเชียงใหม่ได้แล้ว และตัÊงชืÉอพระพุทธรูปว่า พระพุทธมังรายเจ้า ซึÉงในการสร้าง เป็ นพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร และการตัÊงชืÉอพระพุทธรูปตามปฐมกษัตริย์ล้านนานัÊน น่าจะ เกีÉยวข้องกับความต้องการการยอมรับจากชาวล้านนา ในการปกครองเมืองเชียงใหม่อย่างสมบูรณ์ ของพม่า ภาพทีÉ 84 พระพุทธรูปปางมารวิชัย จารึก พ.ศ. 2108 วัดชัยพระเกียรติ Í จ. เชียงใหม่


129 2.2 กลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ จากการสํารวจพบพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ จํานวน 12 องค์ ซึÉงพระพุทธรูปใน เมืองเชียงใหม่จะมีรูปแบบสืบต่อระยะจากก่อนหน้า คือ พระพักตร์รูปไข่ ขมวดพระเกศาเล็ก มีไร พระศก พระรัศมีเป็ นเปลว พระเนตรหรีÉเหลือบตํÉา แย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย พระโอษฐ์มีขนาดเล็ก สังฆาฏิเป็ นแผ่นใหญ่ยาวจรดพระนาภี ส่วนปลายคล้ายลายเขี Êยวตะขาบ นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาว เสมอเท่ากัน ประทับนัÉงบนฐานลายกลีบบัว รองรับด้วยฐานหน้ากระดานเกลี ÊยงในผังหกเหลีÉยม (ภาพทีÉ 85, 86) ซึÉงรูปแบบทีÉชี Êให้เห็นความแตกต่างทีÉชัดเจนในยุคนี Ê คือ การทําพระวรกายทีÉดูอวบ อ้วนกว่าสมัยก่อนหน้า และการทําชายสังฆาฏิใหญ่ บางองค์มีการซ้อนสังฆาฏิ 2 ชัÊน และการทํา ลวดลายทีÉส่วนปลายของชายสังฆาฏิ ภาพทีÉ 86 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดปราสาท จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2133 ภาพทีÉ 85 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดเจดีย์หลวงจ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2129 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XLVIII.


130 พบการสร้ างพระพุทธรูปขัดสมาธิราบทีÉมีจารึกในเมืองฝางมากทีÉสุด ซึÉงมี รูปแบบการสร้างตามพุทธลักษณะทีÉสืบต่อมาจากสมัยก่อนหน้า โดยแบ่งรูปแบบการสร้างออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทีÉมีลักษณะพระวรกายบอบบาง พระพักตร์ค่อนข้างกลม ขมวดพระเกศาเล็ก มีไร พระศก พระเนตรตรงเป็นเส้น มองเหลือบตํÉา พระนาสิกเล็ก แย้มพระโอษฐ์ พระโอษฐ์บนหนา ชาย สังฆาฏิยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็ นลายเขี Êยวตะขาบ นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉเรียวยาวเสมอกัน ประทับนัÉงบนฐานลายกลีบบัว มีเกสร และทําฐานซ้อนชัÊนยกสูง (ภาพทีÉ 87) และกลุ่มทีÉมีลักษณะ พระพักตร์รี ขมวดพระเกศาปานกลาง รัศมีสูง และทําลวดลายเป็นคลืÉนเส้นหนาลึก พระเนตรปรือ เหลือบลงตํÉา และเป็นเบ้าลึก พระขนงโก่งเป็ นสันนูน แย้มพระโอษฐ์กว้าง มีเส้นเชืÉอมระหว่างปี ก พระนาสิก และมุมพระโอษฐ์ทัÊงสองข้าง ชายสังฆาฏิเป็ นแผ่นขนาดใหญ่ ปลายทําลายหยัก เล็กน้อย คล้ายเขี Êยวตะขาบ นิ Êวพระหัตถ์ทัÊงสีÉยาวเสมอกัน และประทับนัÉงบนฐานลายกลีบบัวมี เกสร ถัดลงมาเป็นฐานบัวควํÉาฐานส่วนมุมสะบัดขึ Êนเล็กน้อย รองรับด้านฐานหน้ากระดานเกลี Êยง เจาะช่องคล้ายลายเมฆในผังหกเหลีÉยม (ภาพทีÉ 88) ภาพทีÉ 87 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดนิวาสถาน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2126


131 พระพุทธรูปขัดสมาธิราบทีÉพบในเมืองเชียงแสน มีพุทธลักษณะคล้ายคลึงกับ เมืองเชียงใหม่ และเมืองเชียงราย แต่จะมีรูปแบบทีÉปรับเปลีÉยนไปบ้าง เช่น การทําชายสังฆาฏิสัÊน เหนือพระถัน ซึÉงโดยทัÉวไปไม่พบการทํารูปแบบนี Êในพระพุทธรูปชัดสมาธิราบ (ภาพทีÉ 89) อาจเป็ น การผสมผสานรูปแบบของช่างในท้องถิÉนเอง ในส่วนพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในเมืองเทิง ยังคงสืบ ต่อรูปแบบในระยะก่อนหน้า คือมีลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปในเมืองเชียงราย แต่มี ลักษณะการตกแต่งฐานด้วยช่องสีÉเหลีÉยมเรียงรอบฐาน คล้ายกลีบบัว ซึÉงคงเป็นรูปแบบเฉพาะของ ช่าง (ภาพทีÉ 90) โดยอาจเป็นรูปแบบทีÉสืบเนืÉองมาจากระยะก่อนหน้า ทีÉใช้ช่องสีÉเหลีÉยมประดับรอบ ฐาน ภาพทีÉ 88 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดปัณณาราม อ.ฝางจ.เชียงใหม่ จารึก พ.ศ. 2120 (ภาพจาก ศ.ดร. ศักดิ Íชัย สายสิงห์) ภาพทีÉ 89 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดปางหมอปวง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2155 ทีÉมา: ฮันส์ เพนธ์ และคณะ, ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 13 จารึกในจังหวัดเชียงราย (เชียงใหม่: คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2551), 277- 287.


132 นอกจากนัÊนพบพระพุทธรูปในเมืองน่าน และลําปาง ซึÉงมีรูปแบบเฉพาะ ท้องถิÉน แต่ยังคงลักษณะโดยรวมของพระพุทธรูปขัดสมาธิราบในล้านนา คือ พระพุทธรูปทีÉพบใน เมืองน่าน และลําปาง จะมีพระวรกายบอบบาง และยืดสูงกว่าพระพุทธรูปขัดสมาธิในเมือง เชียงใหม่ (ภาพทีÉ 91, 92) ภาพทีÉ 91 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระธาตุช้างคํ Êา จ.น่าน จารึก พ.ศ. 2132 ภาพทีÉ 90 พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพระเกิดคงคาราม อ.เทิง จ.เชียงราย จารึก พ.ศ. 2129 ทีÉมา: Alexander B. Griswold, Dated Buddha images of Northern Siam (Switzerland: Artibus Asiae, 1967), Plate XLVII.


Click to View FlipBook Version