The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารคำสอนวิชาท่องเที่ยวชุมชน1.64ปริวรรต)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by parichats969, 2021-07-28 00:10:57

เอกสารคำสอนวิชาท่องเที่ยวชุมชน1.64ปริวรรต)

เอกสารคำสอนวิชาท่องเที่ยวชุมชน1.64ปริวรรต)

Keywords: เอกสารคำสอนวิชาท่องเที่ยวชุมชน1.64ปริวรรต)

38 การจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

ฟองยาแก๋บ่าง (Phong Nha-Kẻ Bàng) ได้รับการรับรองเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกจากองค์การ
UNESCO นอกจากนี้ กว๋างบิ่ง ยังมีชายฝั่งทะเลยาว 116 กิโลเมตร เพื่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อน
หย่อนใจที่สวยงามหลายแห่ง ซึ่งความสวยงามที่เป็นธรรมชาตินี้เหมาะสมกับการท่องเที่ยวในหลากหลาย
รูปแบบรวมทั้งการท่องเที่ยวชุมชน โดยในหลายปีมานี้นอกจากช่วงฤดูทำไร่ทำนาเกษตรกรชาวท้องถิ่นได้เร่ิม
สนใจเรียนภาษาอังกฤษและวิธีการบริการโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ชอบศึกษาค้นคว้าสัมผัส
วฒั นธรรมพน้ื เมอื งและวถิ ชี ีวติ ของคนทอ้ งถนิ่

2.6 เอกสารบทความวชิ าการ/งานวจิ ยั ที่เกยี่ วขอ้ ง
2.6.1 บทความวิจัยเรื่อง “การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านฮ่องแฮ (Community Based

Tourism Management Baan Hong Hae)” โดย ปทุมพร แก้วคำ และคณะ (2561) ไดอ้ ธิบายองค์ประกอบ
ของการท่องเท่ยี วโดยชุมชนไวด้ ังนี้

ชุมชนบ้านฮ่องแฮ มีศักยภาพในระดับสูง ด้วยทุนทางสังคมเดิม ที่ชุมชนมีความสามัคคีและมีความ
เขม้ แขง็ เช่น

2.6.1.1 สิ่งดึงดูดใจ (Attraction) พบว่า บ้านฮ่องแฮ่มีเอกลักษณ์ของเกษตรผสมผสาน เหมาะแก่การ
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีจุดที่เหมาะสม ได้แก่ ไก่กระดูกดำ ไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ การฮิบยาสมุนไพร ศูนย์การ
เรยี นรภู้ ูมิปัญญาท้องถ่ิน ผกั ปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา นก กลุ่มผลติ เสอ่ื กก และนำต้นกก

2.6.1.2 ความสามารถในการเข้าถงึ (Accessibility) พบว่า เส้นทางเข้าหมู่บ้าน จะมีรถสองแถวว่ิงทกุ
30 นาที โดยเที่ยวแรกตั้งแต่ 05.30 น. เที่ยวสุดท้ายเวลา 17.30 น. และมีบริการวินมอเตอร์ไซด์ โดยมี
ค่าบรกิ ารอย่ทู ่ี 20 - 150 บาท

2.6.1.3 สิ่งอำนวยความสะดวก (Amenity) พบว่า ไม่มีร้านอาหาร สถานบันเทิง ธนาคาร ไปรษณีย์
โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลในหมู่บ้าน แต่มีอยู่ใกล้เคียงระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 4 - 5 นาที

2.6.1.4 ที่พักแรม (Accommodation) พบว่า ไม่มีที่พัก โรงแรม รีสอร์ท และเกสท์เฮ้าส์ รวมไปถึง
โฮมสเตย์ ในหมู่บ้าน แต่จะมีบริการที่พักแรมห่างออกไปจากหมู่บ้าน ในระยะทาง 5 - 10 กม.ในเขตพื้นที่
อำเภอแมฟ่ า้ หลวง

2.6.1.5 กิจกรรม (Activity) พบว่า กิจกรรมที่สามารถจัดขึ้นได้ในชุมชน ได้แก่ การปลูก ทอ ตัด เส่ือ
กก การดำนา เกี่ยวข้าว สานไม้ไผ่ ทำปุ๋ย ปั่นจักรยาน ตกปลา นวด ประคบ อบยาสมุนไพร กิจกรรมการโยน
ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และยังมีกิจกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่เกิน 15 - 20 กม. ได้แก่ ดูนก ตกปลา Tree Top walk
ดอยตุง

2.6.1.6 การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว (Ancillary) พบว่า ชุมชนขาดการวางแผนทางด้าน
การตลาด และจัดทำข้อมูลข่าวสาร แต่ในด้านอื่น ๆ อาทิ การวางแผนนโยบาย การอำนวยความสะดวกและ
ความปลอดภยั ในชีวติ ชุมชนมีความพรอ้ มสูง

39 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

ผู้เขียนเห็นว่า มีที่ความสามัคคีและมีความเข้มแข็ง และมีการร่วมกันพัฒนาชุมชนจนเป็นหมู่บ้าน
ต้นแบบ โดยที่ชุมชนสามารถรองรับและพัฒนาได้ตามศักยภาพและความพร้อมของตนเอง ซึ่งจะนำหมู่บ้าน
ไปสคู่ วามยงั่ ยืน

2.6.2 บทความวิชาการเร่ือง A critical look at community based tourism by Kirsty
Blackstock (2005) ได้อธบิ ายการพฒั นาชมุ ชนท่องเท่ียวไว้ว่า

Community based tourism (CBT) could be one way of creating a more sustainable
tourism industry.

It tends to take a functional approach to community involvement, it tends to treat the
host community as a homogeneous bloc; and it neglects the structural constraints to local
control of the tourism industry. Attention to these issues could contribute to a more
sustainable and equitable tourism industry.

ผู้เขียนเห็นว่า การพัฒนาชุมชนมีบทบาทสำคัญสำหรบั ชุมชนท่องเที่ยวในทอ้ งถิ่น โดยการพัฒนาของ
ชุมชนอาจเป็นเคร่ืองมือสำคัญสำหรับชุมชนที่ต้องการความเชื่อใจ ว่าการท่องเที่ยวจะชว่ ยยกระดับมากกว่าที่
จะทำลายชมุ ชน

2.7 บทสรุป
การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีองค์ประกอบที่สำคัญที่ต้องพิจารณา 4 ประการ คือ (1) ทรัพยากร

การทอ่ งเทีย่ ว (2) องคก์ รชุมชนและการมสี ่วนร่วม (3) การบริหารจัดการ และ (4) การเรยี นรู้ สว่ นเจตนารมณ์
ของการท่องเท่ียวโดยชุมชน คือ การใชก้ ารท่องเท่ียวเปน็ เครื่องมือในการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จงึ มีความจำเปน็ อย่างยง่ิ ท่ีจะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ของชมุ ชนท่ชี มุ ชนกำลงั เผชิญอยู่ เพือ่ ที่จะเชื่อมโยงเร่ือง
การท่องเที่ยวกับการพัฒนาชุมชน และมองการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนา
สงั คม วฒั นธรรม เศรษฐกิจ สิง่ แวดล้อม และการเมอื ง

2.8 คำถามทา้ ยบทเรยี น
2.8.1 จงอธบิ ายหลกั การของการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนเป็นอยา่ งไร
2.8.2 จงอธิบายองคป์ ระกอบของการจัดการท่องเทย่ี วโดยชุมชนเปน็ อย่างไร
2.8.3 จงอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับการพัฒนาชุมชนเหมือนกันหรือ

แตกต่างกันอยา่ งไร
2.8.4 จงอธิบายความแตกต่างของการท่องเที่ยวในชุมชนกับการท่องเที่ยวโดยชุมชนเหมือนกันหรือ

แตกต่างกันอย่างไร

40 การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

2.9 กิจกรรมเสริมการเรยี นรทู้ า้ ยบทเรียน
ใหน้ ักศกึ ษาแต่ละคน หาชุมชนการท่องเท่ยี วมาเป็นกรณศี ึกษา 1 แห่ง แลว้ ระบอุ งคป์ ระกอบของการ

จัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้นให้ครบตามทฤษฎีที่เรียนมา พร้อมทั้งวิเคราะห์ด้วยว่า ชุมชนการท่องเที่ยวแห่ง
น้นั สามารถจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนไดห้ รอื ไมเ่ พยี งใด

41 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

บทที่ 3

การศึกษาความเป็นไปได้ก่อนตัดสนิ ใจเลอื กพ้ืนทท่ี ำเป็นชมุ ชนการท่องเที่ยว

วตั ถุประสงค์ประจำบทเรียน
1. เพ่ือใหน้ กั ศึกษาไดท้ ราบถึงศักยภาพของชมุ ชน
2. เพ่อื ใหน้ กั ศึกษาได้ทราบถงึ แนวโน้มทางการตลาดของการท่องเท่ียวโดยชมุ ชน
3. เพื่อให้นักศึกษาได้ทราบถึงนโยบายของรัฐและบทบาทของรัฐท้องถิ่นในการสนับสนุนการจัดการ

ท่องเทย่ี วโดยชมุ ชน
4. เพือ่ ใหน้ กั ศกึ ษาได้ทราบถึงองค์กรพ่ีเลยี้ ง และแหลง่ สนับสนนุ การจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชน

เนื้อหาของบทเรยี น
3.1 ศกั ยภาพของชมุ ชน
3.2 แนวโน้มทางการตลาดของการท่องเที่ยวโดยชุมชน
3.3 นโยบายของรัฐและบทบาทของรฐั ท้องถนิ่ ในการสนับสนนุ CBT
3.4 องค์กรพเี่ ลยี้ ง และแหล่งสนบั สนุน
3.5 ตวั อย่างชุมชนทไ่ี ด้รบั การสนบั สนนุ จากองค์กรพ่ีเลย้ี งและแหลง่ สนับสนนุ
3.6 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจัยทเ่ี กยี่ วข้อง
3.7 บทสรุป
3.8 คำถามทา้ ยบทเรียน
3.9 กิจกรรมเสรมิ การเรียนรู้ทา้ ยบทเรียน

การศกึ ษาความเป็นไปได้ก่อนตดั สนิ ใจเลอื กพื้นที่ (Choosing a Destination )

การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลายอย่าง เกี่ยวข้องกับคน
หลายส่วน เมื่อเปิดชุมชนเปน็ แหล่งท่องเที่ยวแล้วก็เปรียบเสมือนการเปดิ ตัวสู่สาธารณะให้คนภายนอกรู้จักกับ
ชมุ ชนมากขึ้น จากการทีช่ มุ ชนเคยเปน็ ผู้เฝ้ามองการเปลย่ี นแปลงและเกี่ยวข้องกับภายนอกก็เฉพาะแค่การขาย
ผลผลิตทางการเกษตร การรับรู้ข่าวสาร การออกไปรับจ้างขายแรงงาน หรือเรียนหนังสือในเมือง ซึ่งการ
ปฏิสมั พนั ธก์ ับภายนอกเป็นความสมั พันธ์แบบแยกส่วน พนื้ ท่ีความสมั พันธ์อยูน่ อกชมุ ชน แตก่ ารทอ่ งเท่ยี วไม่ใช่
เช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชน การผลิตและการบริการอยู่ในชุมชนและสัมพันธ์เป็น
โครงข่ายโยงใยคล้ายใยแมงมุม มีคนข้างนอกและกลไกภายนอกเข้ามาปฏิสัมพันธ์กับคนและองค์กรภายใน
ชุมชน การควบคุมเป็นไปได้ยาก หากมีผลกระทบก็จะเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่ ในทางกลับกันหากชุมชนมีความ
เข้มแข็ง มีการเตรียมความพร้อม รู้เท่าทันสถานการณ์และมองประโยชน์ของชุมชนเป็นหลัก มีอำนาจเพียง
พอที่จะกำหนดการท่องเที่ยวให้เป็นไปในแนวทางที่ชุมชนต้องการ การท่องเที่ยวก็จะสร้างประโยชน์ให้กับ
ชุมชนในแนวทางที่เหมาะสม ซึ่งก่อนที่จะไปส่งเสริมชุมชนในการทำการท่องเที่ยว จะต้องพิจารณาปัจจัยท่ี
สำคัญอยา่ งนอ้ ย 4 ประการ คอื ( พจนา สวนศรี, 2546: 26 )

42 การจดั การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

3.1 ศกั ยภาพของชมุ ชน ( Community Potential )

วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อให้องค์กรที่จะสนับสนุนการทำงานเห็นข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อน
ตัดสินใจ เป็นการเตรยี มความพร้อมความเขา้ ใจของคนทำงานก่อนลงพน้ื ท่ี

3.1.1 ลักษณะเด่นของชุมชน ซึ่งอาจจะสังเกตหรือซักถามได้ว่า “เมื่อคนพูดถึงชุมชนนี้จะบอกว่า
อยา่ งไร”

3.1.2 ความน่าสนใจทางธรรมชาติและวัฒนธรรม พิจารณาทั้ง 2 ด้านทั้งเรื่องความเปราะบางและ
ความน่าสนใจทางธรรมชาติและวฒั นธรรม

3.1.3 ลกั ษณะการรวมกลุ่มของชุมชน ดูลกั ษณะการรวมกลุ่มของชุมชนทงั้ ทเ่ี ปน็ ทางการและไม่เป็น
ทางการ บทบาทของแต่ละกลุ่มต่อชุมชน ความต่อเนื่องในการทำงาน การกระจายบทบาทการทำงาน ความ
เชอื่ มนั่ และศรทั ธาต่อผูน้ ำ

3.1.4 ความขัดแย้งภายในชุมชน ลักษณะความขัดแย้ง การจัดการความขัดแย้งเป็นไปในระดับท่ี
สามารถแก้ไขภายในชมุ ชน หรือขาดการยอมรบั และไม่ยอมรว่ มงานกันเลย

3.1.5 ฐานการผลิต มีการประกอบอาชีพที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน มีลักษณะการใช้
ทรัพยากรอย่างยั่งยนื และบ่งบอกถึงการพ่ึงตนเองของชุมชนไดใ้ นระดบั หนงึ่ หรอื เปน็ ไปในทางตรงกันขา้ ม

3.1.6 ปัญหาเร่งด่วนของชุมชน หากชุมชนกำลังประสบปัญหาเรื่องการต้องอพยพออกจากพื้นที่
เป็นพื้นท่ีสุ่มเสี่ยงต่ออุทกภัยหรือไฟป่า กำลังได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ เช่น การสร้าง
เขื่อน การสร้างโรงไฟฟ้า หรือบ่อบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น ลักษณะเช่นน้ียังไม่เหมาะสมทีจ่ ะลงไปทำงาน เพราะมี
ความออ่ นไหวตอ่ การเปล่ียนแปลง

นอกจากนี้ยังต้องศึกษา 3.1.7 ศึกษาชุมชนในบริบทที่เปรียบเทียบกับเส้นทางท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิม
ในพื้นที่ เช่น:-

1. ชุมชนมีชือ่ เสยี งเปน็ ที่รู้จกั บ้างหรอื ไม่ อย่างไร

2. ความหลากหลายของกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชน หรือการผสมผสานกิจกรรมท่องเที่ยว
กับแหลง่ ทอ่ งเที่ยวใกล้เคยี ง มีความเป็นไปได้หรอื ไม่ อยา่ งไร

3. มีความเช่อื มโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวทว่ั ไปหรอื ไม่

4. การเข้าถึงแหล่งท่องเท่ียวในชมุ ชนยาก/งา่ ยเพียงใด

การศึกษาลักษณะชุมชนก่อนล่วงหน้า สามารถศึกษาได้จากเอกสาร การพูดคุยกับหน่วยงานส่วน
ท้องถิ่น หรอื องคก์ รพัฒนาเอกชนในพืน้ ที่ การเลอื กพื้นท่ที ีเ่ หมาะสม เปน็ ปจั จัยหนึง่ ท่จี ะนำไปสคู่ วามสำเรจ็ ได้

43 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

3.2 แนวโนม้ ทางการตลาดของการทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชน ( Market Potential of CBT )

3.2.1 พฤตกิ รรมนักทอ่ งเท่ียว ( Tourist Interests and Motivation )

วัตถุประสงค์ของการศึกษาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวก็เพื่อใช้ในการออกแบบรูปแบบการท่องเที่ยวของ
ชมุ ชน การจัดทำโปรแกรมการท่องเทย่ี วและกจิ กรรมการทอ่ งเทยี่ ว ซึง่ Hall, Collin Michael ( 1998 ) กล่าว
วา่ แรงจงู ใจขน้ั พน้ื ฐานในการเดนิ ทางของมนษุ ย์มี 5 ด้านคอื :

1. แรงจงู ใจด้านกายภาพ คอื ตอ้ งการพักผอ่ นและรกั ษาสขุ ภาพ
2. แรงจูงใจด้านวัฒนธรรม โดยการเรียนรู้ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการเกี่ยวกับสังคม

และประเพณที แ่ี ตกตา่ ง
3. แรงจูงใจด้านสังคม เช่น การเยี่ยมเยียนเพื่อนและญาติพี่น้อง การติดต่อทางธุรกิจหรือการ

เดนิ ทางไปประชมุ สัมมนา การเปดิ โลกทศั น์ของตนในการเรยี นรู้ผู้คนและสังคมทแี่ ตกตา่ ง
4. แรงจูงใจด้านจิตวิญญาณ เพื่อเข้าถึงแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ หรือการย้อนกลับไปสู่ถ่ิน

กำเนิดของบรรพบรุ ษุ หรือศาสดาทต่ี นเคารพนับถือ
5. แรงจงู ใจเพ่อื แสวงหาความแตกต่างจากสง่ิ ทคี่ ุ้นเคยในชีวิตประจำวัน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของ
นกั ท่องเท่ยี ว นักท่องเทีย่ วเปรยี บเสมือนคนนอก บางคร้ังเราใช้คำวา่ “ผ้มู าเย่ียมเยือน” ( Visitor ) บางครั้งเรา
ยกย่องว่าเปน็ “แขก” ( Guest ) ซึง่ ไม่ได้มคี วามสัมพันธ์หรือผูกพันกบั สถานท่ีทอ่ งเท่ียว พฤติกรรมของคนและ
การท่องเที่ยวก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือชุมชนท้องถิ่นอย่างไรนั้น นักท่องเที่ยวส่วนมากมักไม่ได้
คำนึงถึง อย่างไรก็ตามกระแสความตื่นตวั เร่ืองส่ิงแวดลอ้ มและการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อชมุ ชนท้องถิ่นท่ไี ป
เยือน รวมทั้งการเติบโตของข้อมูลข่าวสาร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศหรือแหล่งท่องเที่ยวใน
ประเทศกำลังพัฒนา ทำให้นักท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเดินทาง จากการพึ่งพาบริษัทนำเที่ยว
เพียงอย่างเดียวก็หันมาเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น หรือเลือกบริษัทนำเที่ยวที่มีนโยบายที่รับผิดชอบต่อ
ส่ิงแวดล้อมและคนทอ้ งถนิ่

จากประสบการณ์ของโครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ พบว่า กลุ่มคนที่สนใจเรื่องการ
ท่องเท่ยี วโดยชุมชนนัน้ จะมลี กั ษณะเฉพาะ กล่าวคอื

1. ต้องการเรียนรูช้ ีวิตและวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น โดยพยายามอย่างถึงทีส่ ุดที่จะใช้ชีวิต
อย่างที่คนในท้องถิ่นนั้นทำหรือเป็นอยู่ เช่น การกิน การพักบ้านชาวบ้าน ร่วมทำกิจกรรมใน
ชวี ิตประจำวนั ของชาวบ้าน

2. ชอบพดู คยุ แลกเปลย่ี นความคิดทางดา้ นสังคม การเมือง และการพฒั นาสังคม หรือมีความ
สนใจพิเศษดา้ นมานษุ ยวิทยา หรอื ดา้ นส่ิงแวดล้อม

44 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

3. ต้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวที่คนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์ และเป็นส่วนหนึ่งของการ
ท่องเท่ียวทีร่ ับผดิ ชอบต่อสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม

3.2.2 สถิตินกั ท่องเที่ยว กำลงั ซ้ือ และจำนวนวนั พกั ( Tourism Statistics )

การศึกษาแนวโน้มการเติบโตหรือลดลงของนักท่องเที่ยวจะมีประโยชน์ในการคาดการณ์ เพื่อการ
เตรียมความพร้อมชุมชนในการรองรับความต้องการ สร้างมาตรการในการกลั่นกรองนักท่องเที่ยว เข้าใจ
เงื่อนไขและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของนักท่องเที่ยว เช่น ในกรณีสงครามการก่อการร้าย
หรือโรคระบาด ในการศึกษาความเป็นไปได้เรื่องตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ควรจะต้องศึกษาสถิติการ
ท่องเทีย่ วด้วย ไดแ้ ก่

1. แนวโนม้ การเตบิ โตของการท่องเที่ยวโลก
2. การกระจายตวั ของนักทอ่ งเที่ยวตามภมู ิภาคต่างๆทั่วโลก
3. ท่มี าของนักทอ่ งเท่ียวจากทวปี ตา่ งๆที่เดนิ ทางมาท่องเทย่ี วในประเทศไทย
4. วตั ถุประสงค์ของการเดินทางของนกั ทอ่ งเท่ยี วจากต่างประเทศ
5. ลกั ษณะการเดินทาง
6. อายขุ องนกั ท่องเทีย่ ว
7. อาชีพ
8. ระยะเวลาท่ีพัก
9. กำลงั ซื้อ

จากนั้นจึงนำมากำหนดวา่ กลุ่มเป้าหมายใดที่สนใจการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประมาณการสัดส่วนของ
นกั ทอ่ งเทยี่ วทสี่ นใจการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชน ลักษณะการทอ่ งเทย่ี ว อาชพี อายุ จำนวนวันในการนำเที่ยว กำลงั
ซือ้ เพอ่ื จะนำข้อมลู เหล่านไ้ี ปพูดคุยแลกเปลี่ยนและวางแผนด้านการตลาดรว่ มกับชมุ ชน

ในปี พ.ศ. 2543 ทาง WTO ( World Tourism Organization ) ไดค้ าดการณ์ไว้ว่า ใน 20 ปขี า้ งหน้า
การท่องเที่ยวจะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วประมาณ 3 เท่าของการท่องเที่ยวในอดีต และการท่องเที่ยวเชิง
นิเวศจะเติบโตราว 25 เปอร์เซ็นต์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ( ปี 2543 นักท่องเที่ยวประมาณ 696 ล้าน
คน ปี 2563 นักท่องเที่ยวประมาณ 1,560 ล้านคน ) คาดว่านักท่องเที่ยวเชิงนิเวศมีประมาณ 7 % ของ
นักท่องเที่ยวทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า การท่องเที่ยวมีการเติบโต โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิ กมีส่วนแบ่ง
การตลาดเป็นอนั ดับ 3 ของโลกรองจากยุโรปและอเมรกิ า และถอื วา่ เป็นภมู ภิ าคชนั้ นำของประเทศกำลังพัฒนา
ที่ได้รับความสนใจท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลทางด้านสถิติ เป็น
ข้อมูลเชิงปริมาณที่ยังต้องมองข้อมูลเชิงคุณภาพประกอบด้วย เช่น พฤติกรรมการท่องเที่ยว ความสนใจ
ลักษณะการเรียนรู้ รวมทั้งรูปแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชน ขีดความสามารถของบุคลากรที่จะ
สามารถทำการตลาดหรือภาษาทจ่ี ะใช้ในการสือ่ สาร ก่อนที่จะกำหนดแนวทางดา้ นการตลาดต่อไป

45 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

อย่างไรก็ตาม ลักษณะการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไม่ได้แบ่งกันออกอย่างเดด็ ขาดว่า นักท่องเที่ยว
เชิงนิเวศ หรือนักท่องเที่ยวแบบ CBT จะมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวในลักษณะเดียว เพราะโดยธรรมชาติของ
มนุษย์ และความปรารถนาของนักท่องเที่ยวขั้นพื้นฐานคือ ต้องการพักผ่อน ความสะดวกสบาย และความ
บันเทิง เพียงแต่นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศหรือนักท่องเที่ยวแบบ CBT ค่อนข้างจะคำนึงถึงผลกระทบทางสังคม
สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผู้คนที่อยู่ในท้องถ่ินให้คนท้องถิ่นได้รับประโยชน์
จากการท่องเท่ยี วด้วย

3.2.3 ลกั ษณะการเดนิ ทางทอ่ งเทยี่ ว ( Travel Arrangements)

วัตถุประสงค์ก็เพื่อนำไปวางแผนด้านการตลาดร่วมกับชุมชน และเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการ
พิจารณาว่านักท่องเที่ยวจะเข้าถึงชุมชนได้ในช่องทางใดบ้าง และแต่ละช่องทางนั้น ชุมชนจะต้องเตรียมการ
รองรับอย่างไร และจะมคี วามเสย่ี งมากนอ้ ยเพยี งใด หากตดั สนิ ใจดำเนนิ การเรือ่ งการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชน

1. รูปแบบการเดนิ ทางทอ่ งเที่ยวของนักท่องเทยี่ วต่างชาติ

1.1 ซอื้ ทัวรก์ บั บริษัทนำเที่ยวจากต่างประเทศ ซง่ึ ทางบริษัทจะจัดการเร่ืองท่ีพัก อาหาร การ
เดินทาง ให้เบด็ เสรจ็

1.2 วางแผนการเดินทางเองโดยใช้ข้อมูลจากหนังสือนำเที่ยวและทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งแยก
ย่อยออกไปอีก เชน่

1.2.1 การจองผ่านอินเตอร์เน็ต ทั้งที่พักและโปรแกรมเที่ยว อาจใช้บริการหลาย
บริษัทแยกยอ่ ยไปตามความต้องการของนักท่องเที่ยวเอง

1.2.2 เดินทางท่องเที่ยวเองตามหนังสือคู่มือการเดินทางหรือจากหนังสือพิมพ์/

นิตยสาร

1.2.3 บางแห่งท่ยี ากในการเขา้ ถงึ หรอื ราคาแพงเมือ่ เทยี่ วคนเดยี ว ก็อาจจะ “Walk
In” เข้าไปใชบ้ รกิ ารของบรษิ ัทนำเท่ียวในท้องถน่ิ เพอ่ื เฉลีย่ คา่ ใชจ้ ่ายกับนกั ท่องเที่ยวคนอืน่ ๆ

3.2.4 ลักษณะการแข่งขันหรือความร่วมมือในการท่องเที่ยวในเขตพื้นท่ี ( Competition and
Cooperation )

วัตถุประสงค์ก็เพื่อนำไปประกอบการออกแบบรูปแบบการท่องเที่ยว การจัดทำโปรแกรมการ
ท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยว ให้แตกต่างจากที่มีอยู่เดิม แต่ถ้าหาความแตกต่างได้ยากก็อาจต้อง
พิจารณาเรื่องคุณภาพการให้บริการ อย่างไรก็ตามจะต้องวิเคราะห์ด้วยว่า หากมีการท่องเที่ยวโดยชุมชน
เกิดขึ้น จะก่อให้เกิดปัญหาหรือความขัดแย้งกับผู้ประกอบการเดิมอย่างไร และจะปรับเปลี่ยนจากการแข่งขัน
เปน็ ความร่วมมือได้อย่างไร

46 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

3.3 นโยบายของรฐั และบทบาทของรัฐทอ้ งถิน่ ในการสนบั สนุน CBT ( Government Policy )

การศึกษานโยบายของรัฐด้านการท่องเที่ยวก็เพื่อที่จะดูความเป็นไปได้ในการประสานความร่วมมือ
และทรัพยากรในการสนับสนุนการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญไทย ปี 2540 มี
เจตนารมณ์ในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ให้องค์กรส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์กรบริหารส่วนตำบล ( อบต. )
และองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด ( อบจ.) ดูแลแหล่งท่องเทยี่ วในเขตของตนเอง แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ

3.3.1 องคก์ รภาครัฐทท่ี ำหน้าทโ่ี ดยตรง

องค์กรภาครฐั ท่ีทำหนา้ ทโ่ี ดยตรง ไดแ้ ก่ กระทรวงการท่องเทีย่ วและกีฬา โดยมี 2 หนว่ ยงานแบง่ งาน
กนั รบั ผิดชอบ ได้แก่

1) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) ทำหน้าที่ดูแล ประสานงาน และบริหาร
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีรายได้จากเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย และส่งเสริมให้คนไทยเที่ยว
เมืองไทย เพื่อป้องกันเงินตราไหลออกสู่นอกประเทศ กล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ ททท.จะทำหน้าที่ทางด้าน
การตลาดเปน็ หลัก

2) สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาบริการท่องเที่ยว พัฒนา
แหล่งท่องเที่ยว และดูแลเรื่องทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ นอกจากนี้ในแต่ละจังหวดั ยังมีศูนย์การ
ท่องเที่ยวกฬี าและนันทนาการจังหวัดประจำทุกจงั หวัดอีกด้วย

3.3.2 องคก์ รภาครัฐท่ที ำหน้าท่ีทางออ้ ม

องค์กรภาครฐั ที่ทำหนา้ ทท่ี างอ้อม โดยแบ่งความรับผิดชอบออกไปตามลกั ษณะงาน เช่น:

1) ดูแลด้านแหล่งท่องเที่ยว เช่น สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรมศิลปากร กรม
อุทยานแห่งชาติ

2) ดูแลดา้ นส่งิ อำนวยความสะดวก เชน่ การบินไทย กรมทางหลวง

3) ดูแลด้านสนิ ค้าท่องเทีย่ ว เช่น กรมส่งเสรมิ อตุ สาหกรรม

4) ดแู ลด้านบรกิ ารทางการท่องเท่ียว เช่น สำนกั งานตำรวจแห่งชาติ

5) ดูแลด้านการพัฒนาบุคลากรทางการท่องเที่ยว เช่น สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม
แหง่ ชาติ กระทรวงศึกษาธกิ าร ทบวงมหาวทิ ยาลัย

กลไกการทำงาน ( Method of Working ) ใช้รปู แบบการประสานงานระหว่างองค์กร เช่น การจัดต้ัง
คณะกรรมการ หรืออนุกรรมการร่วมกันเป็นเรื่องๆ งบประมาณด้านการท่องเที่ยวก็จะกระจายไปตาม

47 การจดั การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

หน่วยงานต่างๆ ด้วยเช่นกัน ยกเว้นงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาดการท่องเที่ยวยังอยู่ใน
การบรหิ ารจดั การของ ททท.

บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ( Role of the Sub-District
( Tambon ) Administrative Organization (SAO) in Sponsoring Tourism )

ตาม พรบ. อบต. มาตรา 16 ( 8 ) และมาตรา 68 ( 12 ) ได้กำหนดไว้ว่า “อบต.สามารถส่งเสริมการ
ท่องเทย่ี วและจัดทำกจิ กรรมการทอ่ งเทย่ี วในพื้นที่ได้” ทำให้ อบต. มีแนวทางในการดำเนินงานดงั นี้

1. จัดทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งต้องมีโครงการ/กิจกรรมรองรับ การนำแผนส่งเสริมการ
ทอ่ งเทยี่ วสูก่ ารปฏบิ ัติ ดำเนินการได้ 2 แนวทางคือ

1.1 ดำเนนิ การโดยใช้งบประมาณจาก อบต.

1.2 ดำเนนิ การโดยใช้งบประมาณจากหน่วยงานอ่นื

2. จัดต้ังองคก์ รเพ่อื ส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ียวในพนื้ ที่

อย่างไรก็ตาม CBT ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้โครงสร้างของ อบต.เสมอไป หากองค์กรชุมชนที่ทำเรื่อง
CBT สามารถประสานกบั อบต. ได้กจ็ ะเปน็ โอกาสท่ีดีที่จะมงี บประมาณจาก อบต.สนับสนุน และอบต.สามารถ
ออกกฎระเบียบเพอ่ื พฒั นาและควบคมุ การทอ่ งเทีย่ วได้

3.4 องคก์ รพเี่ ลี้ยง และแหลง่ สนับสนนุ ( Facilitating Organization and Funding )

องค์กรพ่ีเล้ยี ง และแหลง่ สนบั สนนุ ซงึ่ ควรพิจารณากอ่ นการเรม่ิ งาน ดังนี้

1. โครงการและคนทำงานควรมคี วามต่อเนือ่ งในการทำงานอยา่ งน้อย 2 ปี

2. คนทำงานพ้ืนที่ควรมีความรู้ความเข้าใจเร่ืองการท่องเทยี่ ว และการท่องเท่ียวโดยชุมชนในเบื้องต้น
ก่อนลงทำงาน

3. คนทำงานมที กั ษะในการประสานงานท้ังในระดับชมุ ชนและหน่วยงานภายนอก และมที กั ษะในการ
จดั ประชมุ หรอื การฝกึ อบรม

4. โครงการมีงบประมาณ หรือสามารถประสานงบประมาณสนับสนุนได้อย่างน้อยในเรื่องการพัฒนา
คน พฒั นาเสน้ ทาง หรือส่ิงอำนวยความสะดวก

5. โครงการควรมีแผนการสนับสนุนด้านการตลาดหรือเชื่อมโยงองค์กรที่จะทำการตลาดให้กับชุมชน
เพราะเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะทำให้ชุมชนดำเนินการด้านการตลาดในระยะเริ่มต้น และการท่องเที่ยวโดย
ชุมชนหากชุมชนมีความพร้อมแต่ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้การท่องเที่ยวโดย

48 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

ชุมชนหยุดชะงกั หรือยุตบิ ทบาทลง ในทำนองเดียวกันชุมชนต้องการระยะเวลาในการเรียนรู้ทั้งการจัดการและ
บริหารองค์กร ต้องการการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งการจัดการด้านเวลาและสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่
เหมาะสม เพื่อตอบสนองการท่องเที่ยวโดยชุมชนต้องการองค์กรพี่เลี้ยงในการประสานงานในระยะแรก ใน
การทำงานด้านการท่องเที่ยว ต้องใช้ลักษณะการทำงานในรูปแบบของการประสานงานค่อนข้างมาก หาก
องค์กรที่สง่ เสริมการท่องเทีย่ วโดยชุมชน มีความเขา้ ใจในบทบาทการทำงานของรฐั และเอกชน กจ็ ะเป็นพ่ีเลี้ยง
(Facilitator) ไดด้ ใี นการประสานความรว่ มมอื ของหนว่ ยงานที่เกีย่ วข้องด้านการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชน

3.4.2 องคก์ รพี่เล้ียง และแหล่งสนบั สนนุ ของการท่องเท่ียวโดยชุมชน

1. สถาบันการท่องเท่ียวโดยชุมชน (The Thailand Community Based Tourism
Institute : CBT-I)

สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน (2564) ก่อตั้งขึ้นปลายปี พ.ศ. 2549 โดยความร่วมมือของ
ฝ่ายงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น กลุ่มงานวิจัยการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภาคเหนือ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงาน
กองทนุ สนบั สนนุ การวิจยั (สกว.) และโครงการทอ่ งเที่ยวเพื่อชวี ิตและธรรมชาติ (REST) โดยท่ีตงั้ อยู่บนพื้นฐาน
ความเชื่อที่ว่า “การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนและ เพื่อให้การท่องเที่ยวที่เข้าไปในชุมชน
ชนบทยงั่ ยนื ชมุ ชนจะตอ้ งเขา้ มามีสว่ นร่วมและไดร้ บั ประโยชน์จากการท่องเท่ยี ว”

CBT-I เป็นการประสานความรู้ ความสามารถ และทักษะการทำงานระหว่างองค์กรที่มีภูมิ
หลังด้านการพัฒนาคน และองค์กรชุมชนด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนมา 12 ปี กับหน่วยงานที่มีพื้นฐานงาน
ทางด้านวิชาการและงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เรื่องการท่องเท่ียวโดยชุมชนมากว่า 5 ปี เข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อ
ผลักดันงานการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งในระดับนโยบายและสร้างคุณภาพใหม่ของการ
ท่องเทยี่ ว ท่ีเนน้ การแลกเปล่ยี นเรียนรู้ระหว่างคนต่างวัฒนธรรม โดยทชี่ มุ ชนทอ้ งถ่นิ เปน็ เจา้ ของและมีส่วนร่วม
ในการกำหนดทศิ ทางการพฒั นา

2. องค์การบริหารการพฒั นาพ้นื ทพ่ี เิ ศษเพื่อการทอ่ งเทีย่ วอยา่ งยั่งยืน (อพท.)

องค์การบริหารการพัฒนาพ้ืนที่พิเศษเพ่ือการท่องเทย่ี วอย่างยัง่ ยืน (องคก์ ารมหาชน) มีหน้าที่
บริหารและพัฒนาพืน้ ทีเ่ พือ่ การท่องเทีย่ วในเชงิ บูรณาการ เป็นองค์กรกลางทำหน้าที่กำหนดนโยบายและแผน
ยุทธศาสตร์ และประสานงานกับท้องถิ่นหรือพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่ที่มี
ศกั ยภาพในการทอ่ งเท่ียวใหม้ ีการบริหารจัดการพนื้ ทีเ่ พื่อการท่องเทยี่ วในเชิงคุณภาพ

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ได้
ดำเนินการกำหนดพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จำนวน 7 แห่ง ปัจจุบันคงเหลือที่อยู่ในความดูแล
รบั ผดิ ชอบจำนวน 6 แหง่ ได้แก่

49 การจัดการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

- หมเู่ กาะช้างและพนื้ ท่ีเชอื่ มโยง

- เมืองพทั ยาและพน้ื ท่ีเชอ่ื มโยง

- อุทยานประวตั ศิ าสตร์สุโขทัย – ศรีสัชนาลยั – กำแพงเพชร

- จังหวัดเลย

- เมืองเก่าน่าน ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลในเวียง ตำบลดู่ใต้ ตำบลนา
ซาว ตำบลบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน และตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เนื้อที่ 139.37 ตาราง
กิโลเมตร

- เมืองโบราณอู่ทอง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่
38.16 ตารางกโิ ลเมตร

3. ศูนย์ประสานงานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
( CBT-N-CC | Thailand CBT Network Coordination Center )

เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน เริ่มจากการก่อตั้งเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ภาคเหนือ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2551 โดยชุมชน 35 ชุมชนใน 7 จังหวัดภาคเหนือ เป็นตัวแทนของชุมชน
สมาชิกในดา้ นการประสานงานจากภาครัฐ และประชาสัมพนั ธก์ ารพัฒนาการท่องเท่ียวซึ่งมาจากความต้องการ
ของชมุ ชนสมาชิกอย่างแท้จริง ปัจจุบัน เครอื ข่ายการท่องเทย่ี วโดยชุมชนภาคเหนือ จดทะเบียนเป็นองค์กรนิติ
บุคคลในนาม “สมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคเหนือ” และต่อมาได้เพิ่มบทบาทในการขยายเครือข่ายให้
ครอบคลุมทัง้ ประเทศ เครือข่ายการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน จะมีบทบาทในการประสานงาน เชื่อมโยงองค์ความรู้
ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิก เป็นสื่อกลางในการบอกปัญหาและความต้องการของสมาชิก
ให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกัน ก็เป็นแหล่งข้อมูลให้กับชุมชน หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน
สื่อ และผู้ท่สี นใจเร่อื งการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนด้วย

โปรแกรมของการท่องเที่ยวโดยชุมชนถูกออกแบบเพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นในฐานะเจ้าของบ้าน
และแขกผู้มาเยือนมีโอกาสได้พบปะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ด้าน
วัฒนธรรมและธรรมชาติ และมีส่วนสนับสนุนชุมชนในด้านการพัฒนา และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (CBT-N-
CC, 2564)

4. สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตั กรรม (สกสว.) ( Thailand
Science Research and Innovation (TSRI) )

รัฐบาลได้มีนโยบายและให้ความสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐเพื่อ
การพัฒนาประเทศท้ังในระยะส้ัน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งการพัฒนาประเทศให้มีความเขม้ แข็งทั้งระบบ

50 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

เศรษฐกิจ และสังคม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพิ่มทักษะและความสามารถให้
ทรัพยากรบุคคล ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ต้องอาศัยการพัฒนาบนฐานความรู้ด้าน
วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรมเปน็ สำคัญ และเพอื่ สนบั สนนุ ให้การพัฒนาดงั กลา่ วเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
จำเป็นต้องบูรณาการระหว่างระบบอุดมศึกษา กับ ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ตรงตามความ
ต้องการและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน และสามารถผลักดันให้มีการนำไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้กำหนดให้มีสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
แห่งชาติ เพื่อทำหน้าท่ีในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนด้านการอุดมศึกษา และแผนด้านวิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้มีเอกภาพและเป็นระบบ ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณและการ
ประเมนิ ผลการปฏิบัตใิ หเ้ ป็นไปโดยเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

พรอ้ มกนั น้ี เพ่ือใหน้ โยบายยทุ ธศาสตร์ และแผนดา้ นวทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวตั กรรม นำไปสู่
การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการกำกับ ติดตาม และประเมินผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มี
การจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม
สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์
มนุษยศาสตร์ และสหวิทยาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้ พัฒนานโยบายสาธารณะ และสนับสนุนการนำ
ผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและย่งั ยืน
แต่จะต้องไม่ดำเนนิ การวจิ ัยเอง สกสว. เปน็ หนว่ ยงานของรัฐ มฐี านะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการตาม
กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือ
กฎหมายอื่น (สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตั กรรม (สกสว.), 2563)

5. องค์การท่องเที่ยวโลก (United Nation World Tourism Organization – UNWTO)
องค์การท่องเท่ียวโลก เป็นองค์การระดับระหว่างรัฐบาลซึ่งแปรสภาพมาจากสหพันธ์ส่งเสรมิ
การท่องเท่ียวระหว่างประเทศ (International Union of Official Travel Organization หรือ IUOTO) จัดตงั้
ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 ตามมติที่ประชุมสมัชชนาสมัยสามัญที่แม็กซิโกซิตี้ ประเทศแม็กซิโก และในปี พ.ศ.
2513 มสี ำนกั งานใหญ่อยู่ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน มสี มาชิก 3 ประเภท คือสมาชกิ สามัญได้แก่ รัฐบาลของ
ประเทศต่างๆ สมาชิกสมทบไดแ้ ก่ดินแดนเพื่ออยู่ในอาณัตขิ องประเทศอ่ืน และสมาชกิ ร่วม ได้แก่ หน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้องกับการทอ่ งเที่ยวซึ่งการท่องเที่ยวแหง่ ประเทศไทย(ททท.) ได้เข้าเป็นสมาชกิ สามัญขององค์การเม่อื ปี
พ.ศ. 2495 โดยองค์การทอ่ งเทยี่ วโลกมวี ัตถุประสงคด์ งั ต่อไปนี้คือ

(1) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเทีย่ วโดยมุ่งหวังที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกจิ ความ
เข้าใจอันดีระหว่างประเทศ สันติภาพ ความมั่งคั่งสมบูรณ์ การเคารพและรักษาสิทธิมนุษยชน ตลอดเสรีภาพ
ข้ันมลู ฐานของประชาชนโลก โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางเช้อื ชาติ เพศ ภาษา และศาสนา

(2) เพื่อให้ความสนใจเป็นพิเศษกับผลประโยชน์ของประเทศที่กำลังพัฒนาในด้าน
อุตสาหกรรมการทอ่ งเทย่ี ว

51 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

(3) เพื่อเป็นศูนย์กลางในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยองค์การจะให้และคงไว้ซึ่ง
ความร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องขององค์การสหประชาชาติ ตลอดจนทบวงการชำนาญพิเศษขององค์การ
สหประชาชาติ องคก์ าร จะรว่ มมือกับสำนักงานโครงการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) ในฐานะหนว่ ยงาน
ที่เขา้ รว่ มและปฏิบัตงิ าน (องค์การท่องเทีย่ วโลก, 2513)

6. สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคแปซิฟิก (Pacific Area Travel Association-
PATA)

จัดตั้งขึ้นที่มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2494 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นคร
ซานฟรานซสิ โก รัฐแคลฟิ อรเ์ นยี ประเทศสหรฐั อเมริกา มสี มาชิกประกอบด้วย หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว
ของรฐั สายการบนิ หนว่ ยงานและสมาคมในธรุ กิจท่องเที่ยวมากกว่า 2,000 หนว่ ยงาน โดยมวี ตั ถุประสงค์หลัก
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่ 1 ใน 3 ของโลก และให้ความช่วยเหลือด้าน
พัฒนาการทอ่ งเท่ยี วในภมู ิภาคแปซฟิ ิก ดงั ต่อไปน้ีคอื

(1) เปน็ ส่ือกลางแห่งความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศและหน่วยงานต่างๆท่ีเก่ยี วข้องกับ

การท่องเท่ียว

(2) ให้ความช่วยเหลือด้านการส่งเสริมและพัฒนาแก่ประเทศสมาชิกและช่วยหา
แหลง่ เงนิ ทุนสำหรบั โครงการทเี่ กี่ยวข้องกบั ทพ่ี กั และการพกั ผ่อนหยอ่ นใจ

(3) ประสานงานระหง่างสมาชิกท้ังมวลกับวงการอุตสาหกรรมขนส่งและธุรกิจ

ท่องเท่ยี ว

(4) ดำเนนิ การโฆษณา สง่ เสริม และประชาสมั พันธเ์ พือ่ ใหภ้ มู ภิ าคแปซฟิ ิกเปน็ ท่ีรู้จัก
กวา้ งขวางในฐานะท่ีเป็นภูมภิ าคดีเด่นเหมาะสมสำหรบั การท่องเทยี่ วพกั ผ่อนทสี่ ำคัญแหง่ หน่ึงของโลก

(5) ส่งเสรมิ ใหม้ ีการบริการและอำนวยความสะดวกในด้านการขนสง่ ท้ังที่เข้ามาจาก
ภายนอกและภายในภมู ิภาคแปซิฟกิ ให้พอเพียง

(6) ดำเนินการด้านสถิติและค้นคว้าวิจัยแนวโน้มและการพัฒนาของการเดินทาง
ท่องเทีย่ วเพื่อประโยชน์แก่สมาชิกท้งั มวล (สมาคมสง่ เสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคแปซิฟกิ , 2564)

7. สมาคมส่งเสริมการประชุมระหว่างประเทศ (International Congress and
Convention Association-ICCA) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2507 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ จด
ทะเบียนไว้เป็นระยะเวลา 29 ปี 11 เดือน ระบุเลิกก่อนกำหนดได้โดยมีมติยุบเลิก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุง
อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ มีสมาชิกอยู่ 70 ประเทศ รวมทั้งสิ้นประมาณ 400 ราย แบ่งออกเป็น 9
ประเภท คอื

52 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

A - บรษิ ัทนำเท่ยี ว
B - สายการบนิ
C - ผ้ดู ำเนนิ ธุรกจิ การจัดประชมุ และนิทรรศการ
D - องค์การส่งเสรมิ การทอ่ งเที่ยวและสง่ เสริมการประชุม
E - บริษทั ขนสง่ ทางบกและทางเรอื ภายในและระหวา่ งประเทศ
F - โรงแรม
G - การประชมุ และนิทรรศการ
H - ผูใ้ ห้บริการดา้ นอน่ื ๆ เกยี่ วกับการประชุม
I – สมาชกิ กติ ติมศกั ด์ิ
8. สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel and Tourism Council –
WTTC)
องค์การทเี่ กิดจากการรวมตัวของธรุ กิจทุกประเภทในอตุ สาหกรรมการท่องเที่ยว โดยพอสรุป
ภารกจิ หลักๆ ขององคก์ ารได้ 3 ประการคอื
(1) กระตุ้นให้รัฐกำหนดนโยบายให้เหมาะสมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อก่อให้เกิดการ
พัฒนาดา้ นเศรษฐกิจต่อประชาชาตอิ ยา่ งแท้จริง
(2) สง่ เสริมการขยายตวั ของตลาดการทอ่ งเท่ยี วให้เกดิ สมดลุ กับสงิ่ แวดลอ้ ม
(3) ช่วยขจัดอุปสรรคต่างๆ ท่จี ะปดิ กน้ั การเตบิ โตของอตุ สาหกรรมการท่องเทย่ี ว
9. สมาคมการทอ่ งเทย่ี วอาเซยี น (ASEAN Tourism Association – ASEANTA )
ประกอบด้วยการรวมตวั ของสมาคมธรุ กิจท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม และสายการบินแห่งชาติ
อาเซยี น ก่อต้งั ในปี ค.ศ. 1971 โดยมีวัตถุประสงคใ์ นการส่งเสริม ใหค้ วามร่วมมือ กระตนุ้ ประสานงาน และให้
ความชว่ ยเหลอื ประเทศสมาชกิ ในดา้ นการท่องเทย่ี วระหว่างกนั องคก์ ารภาครัฐทม่ี ีบทบาทต่ออตุ สาหกรรมการ
ทอ่ งเทยี่ วไทย
อุตสาหกรรม การท่องเทีย่ วไทย เปน็ อุตสาหกรรมท่นี ำรายได้สปู่ ระเทศเป็นจำนวนมากในแต่
ละปีทั้งยังเป็น อุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายในด้านสินค้าและบริการ ดังนั้น การกำกับดูแล พัฒนา และ
ส่งเสรมิ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องอาศัยความรว่ มมือจากองคก์ รทุก ฝา่ ยทง้ั ภาครัฐและเอกชน ท้ังน้ี

53 การจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

แต่ละองค์การจะมีบทบาทความรับผิดชอบทีเ่ กี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่อง เที่ยวแตกต่างกันตามลักษณะการ
ดำเนินงานของแต่ละองค์การองคก์ ารภาครัฐท่ีมบี ทบาทตอ่ อุตสาหกรรมท่องเท่ยี วไทย สามารถแบ่งไดด้ ังนี้

(1) องค์การภาครฐั ทีท่ ำหนา้ ท่กี ำกบั ดแู ลและสง่ เสรมิ การท่องเท่ียวโดยตรง

(2) องคก์ ารภาครัฐทเ่ี ก่ียวข้องกับการท่องเที่ยวในทางอ้อม

10. องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation
Organization – ICAO)

เป็นองค์การชำนาญพิเศษของสหประชาชาติ ก่อตั้งขึ้นตามอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรอื น
ระหว่างประเทศซึ่งทำขึ้นที่เมืองชิคาโก เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1944 โดยมีความมุ่งหมายที่จะพัฒนาหลักการ
และเทคนิคของการเดินอากาศระหว่างประเทศ และทำนุบำรุงการวางแผนพัฒนาการขนส่งทางอากาศ
ระหว่างประเทศทวั่ โลก ปัจจบุ ันประกอบดว้ ยสมาชกิ 134 ประเทศ โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ในการดำเนนิ การดังนี้

(1) ปรับปรุงมาตรฐานและกำหนดกฎเกณฑใ์ นการปฏิบัติตเิ ก่ยี วกบั น่านฟ้าใหเ้ ปน็ สากล

(2) ใหค้ ำแนะนำเรื่องอุปกรณ์ เครอ่ื งมือท่เี กย่ี วกับการอำนวยความสะดวกในเรื่องกานบินของ
ประเทศสมาชิก

(3) กำหนดแผนงานเพ่อื ลดกฎระเบยี บ พิธีการทางศลุ กากรและตรวจคนเขา้ เมือง

(4) วางแผนเร่อื งความปลอดภยั และการขายขอบเขตของการบินพลเรือนระหว่างประเทศให้
กระจายไปทว่ั โลก

(5) พัฒนาเส้นทางการบิน สนามบิน และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบินเพื่อนำไปสู่
มาตรฐานการบนิ ระหวา่ งประเทศ

(6) ดำเนินการตอ่ ต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

(7) ดูแลเรอ่ื งสิทธิประโยชน์แกป่ ระเทศสมาชิก และเปิดโอกาสทีท่ ัดเทียมกนั ในการดำเนินงาน
ดา้ นสายการบินระหวา่ งประเทศสมาชิก

(8) กระตุ้นให้มีการออกแบบเครื่องบิน ดูแลเรื่องความปลอดภัย กฎระเบียบ ประสิทธิภาพ
และความประหยัดในด้านการขนส่งทางอากาศ

(9) ส่งเสรมิ ให้ประเทศสมาชิกมีการดำเนนิ งานโดยเนน้ วัตถปุ ระสงค์ด้านสนั ตภิ าพร่วมกัน

(10) ส่งเสริมการพัฒนาในทุกด้านของการขนสง่ ทางอากาศ

54 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

3.5 ตวั อยา่ งชุมชนทไี่ ดร้ ับการสนบั สนนุ จากองคก์ รพ่เี ล้ียงและแหล่งสนับสนนุ
3.5.1 ตวั อย่างชมุ ชนทไ่ี ดร้ ับการสนับสนุนจากองค์กรพ่เี ลี้ยงและแหล่งสนบั สนุนในประเทศไทย
3.5.1.1 ชมุ ชนบางกอบวั เสน่หร์ มิ น้ำแหง่ คุง้ บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

ภาพที่ 3.1 ชุมชนบางกอบัว เสนห่ ์รมิ น้ำแหง่ คุ้งบางกะเจา้ จงั หวดั สมทุ รปราการ
ทมี่ า : ( https://cbtthailand.dasta.or.th/webapp/reviewTravel/content/4/, 2564 )

ชุมชนบางกอบัว เสน่ห์ริมน้ำแห่งคุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการได้รบั การสนับสนุนจาก
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ในการพัฒนารูปแบบกิจกรรมการ
ทอ่ งเทย่ี วร่วมกับชมุ ชนบางกอบวั ซง่ึ มรี ปู แบบกจิ กรรมการทอ่ งเทย่ี ว ดังนี้

1. สัมผสั วถิ ีชมุ ชนบางกอบัว ผ่านสายนำ้ คลองแพ
2. เรียนรูก้ ารทำลูกประคบสมุนไพรสด
3. สัมผสั ประสบการณ์การนวดท่ามกลางธรรมชาตแิ ละอาหารว่างแสนอร่อย
4. ป่ันจกั รยานสัมผสั อากาศบริสทุ ธิ์ แวะกราบสักการะหลวงปเู่ หมอื น
5. เย่ียมชมพิพธิ ภัณฑบ์ า้ นคลองบน เรยี นรปู้ ระวัตศิ าสตรผ์ ่านของสะสมโบราณ
6. ชิมอาหารจานเดด็ จาก “กรบุ มะพร้าว” วตั ถุดิบท้องถน่ิ ทหี่ าทานยาก

55 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

7. ทำผา้ มดั ย้อมสีธรรมชาติ ผนื เดยี วเดียวในโลก
8. สปาเท้าน้ำสมุนไพร ภูมปิ ญั ญาแห่งความผ่อนคลาย

3.5.1.2 ชมุ ชนบา้ นเมอื งปอน จงั หวัดแมฮ่ อ่ งสอน

ภาพที่ 3.2 ชุมชนบ้านเมืองปอน จงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน
ทมี่ า : ( https://cbtthailand.dasta.or.th, 2564 )

สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ CBT ได้สนับสนุน ในโครงการ CBT ท่องเที่ยวโดย
ชุมชนเพื่อชุมชน ทำให้ชุมชนคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม โดยมีชุมชนเป็นผู้
กำหนดทิศทางและจัดการ ในฐานะของเจา้ ของพื้นท่ีเมอ่ื การท่องเที่ยวในเมืองปอนเร่ิมเติบโตข้นึ เรื่อยๆ ทำให้มี
หน่วยงานหลายแห่งเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนนุ ชาวบ้าน เพื่อพัฒนาศักยภาพในการจัดการท่องเที่ยวอย่าง
ยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือ สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ CBT ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการสนับสนุนการ
ท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม โดยมีชุมชนเป็นผู้กำหนดทิศทางและ
จัดการ ในฐานะของเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมเยือนเกิดความรู้ และความเข้าใจในพืน้ ที่น้ันๆ อย่างแท้จรงิ
ซง่ึ CBT เขา้ มาสร้างเครือขา่ ยกบั ตำบลเมืองปอนเม่ือปี 2556 โดยเนน้ การทำงานต่อยอดกบั กลุ่มโฮมสเตย์ และ
กลุ่มต่างๆ ในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทั่วทุกภูมิภาค สอนวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยชุมชน วิธีจัดทัวร์
และการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนมีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็น
ระบบ นำมาซึ่งการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของคนใน
ทอ้ งถ่นิ และไดอ้ นรุ ักษป์ ระเพณวี ัฒนธรรมใหค้ งอยตู่ ่อไป

56 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

3.5.1.3 โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภเู พยี ง จงั หวัดน่าน

ภาพที่ 3.3 โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภเู พียง จังหวัดน่าน
ทม่ี า : ( https://web.facebook.com/Wiangkaewhotel/?_rdc=1&_rdr, 2564 )

โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัด
น่าน เป็นประธาน เปิดกิจกรรมอบรมบุคลากรด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน และ
ศึกษาดงู านดา้ นการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Sustainable CBT for lnitiatives) ประจำปี 2561 เพื่อสนบั สนุนให้
ชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนใน การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญประการหนึ่งในการชว่ ย
สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการ จัดการทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยกระบวนการการมีส่วน
ร่วมของคนในชมุ ชนในการกำหนดทิศทางการพฒั นา และได้รับประโยชนจ์ ากการท่องเท่ยี วซงึ่ ตงั้ อยู่บนฐานคิด
ที่เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการผสมผสานจุดมุ่งหมายของ การฟ้ืนฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อม รวมท้ัง
อตั ลักษณ์และความหลากหลายทางวฒั นธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ุต่าง ๆ ในชุมชนอนั มวี ถิ ีชวี ิตและจารีตประเพณี
แตกต่างกนั

นอกจากนี้ยังมีจุดมุ่งหมายให้คนในชุมชนรู้จักการสร้างสำนึกท้องถิ่น มีความภาคภูมิใจใน
ความเป็นอัตลักษณ์ทางชาติพนั ธุ์และวัฒนธรรมประเพณีของตน รวมทัง้ สามารถให้คำอธบิ าย กับนักท่องเที่ยว
ได้รับรู้และเข้าใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นว่ามีความสวยงามและมีคุณค่าอย่างไรเพื่อพัฒนาศักยภาพ
บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยชุมชนเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เกิดความยั่งยืน สร้าง
รายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายสมาชิกท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่ง ได้ จัด

57 การจดั การท่องเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

กิจกรรมฯ ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2561 และศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวภายในพื้นที่ต้นแบบ ใน
จงั หวดั เพ่ือเป็นการบรหิ ารจดั การท่องเท่ยี วไดอ้ ย่างยังยนื ต่อไป

3.5.2 ตัวอย่างชมุ ชนทไ่ี ด้รบั การสนับสนุนจากองค์กรพเ่ี ลี้ยงและแหล่งสนบั สนุนต่างประเทศ
3.5.2.1 โครงการจรรยาบรรณเพือ่ การปกปอ้ งเดก็ ประเทศญป่ี นุ่

ภาพที่ 3.4 โครงการจรรยาบรรณเพ่ือการปกป้องเดก็ ประเทศญีป่ ุ่น
ที่มา : (https://www.tobutoptours.co.jp/th/contribution/, 2564 )

โครงการจรรยาบรรณเพ่ือการปกปอ้ งเด็ก ประเทศญีป่ ุ่น นำเสนอ Code Project
เป็นโปรเจคใหญ่ระหว่างประเทศที่ขับเคลื่อน โดยองค์กรของ UNICEF (กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ)
UNWTO (องค์การการท่องเที่ยวโลก) International NGO ECPAT (ECPAT) ให้มีการสร้างมาตรฐานทาง
จริยธรรม (Code of Conduct) เพื่อกำจัดและปราบปรามการค้าประเวณีเด็กตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ประเทศญี่ปุ่นได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคม Japan Association of Travel Agents (JATA) ตั้งแต่เริ่มมี
โครงการในเดือนมีนาคม พ.ศ.2548 เป็นต้นมา และได้พยายามอย่างมากในการประชาสัมพันธ์โครงการ
ชว่ ยเหลอื และปกป้องเด็กๆท่ัวโลก

3.5.2.2 องคก์ ารท่องเทีย่ วโลก (World Tourism Organization – WTO)
องค์การท่องเที่ยวโลก เป็นองค์การที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

นานาชาติ เริ่มก่อตั้งเมื่อ 1925 ในชื่อ International Union of Tourist Publicity Organization และ
ปรับปรุงองค์การเรื่อยมาจนกลายเป็น WTO ซึ่งเป็นองค์การในระดับรัฐบาลมีสมาชิกทั่วโลกมากว่า 480 ราย

58 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ดำเนินการด้านเทคนิค ด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ตามแนวทาง 6
ประการคือ

(1) การให้ความร่วมมือเพอ่ื การพฒั นา

(2) การให้ความรแู้ ละฝกึ อบรม

(3) ดา้ นส่ิงแวดล้อมและการวางแผน

(4) ดา้ นสถิติและการวิจยั ตลาด

(5) ด้านคุณภาพในการให้บรกิ ารทางการท่องเท่ียว

(6) การเป็นผ้ปู ระสานงานและการให้ข้อมลู

3.6 เอกสารบทความวิชาการ/งานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วข้อง
3.6.1 บทความวิจัยการเรื่อง “การสร้างความเข้มแข็งของทุนมนุษย์ในการจัดการการท่องเที่ยวโดย

ชุมชนของชาวอีสานล้านนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Strengthening Human Capital for
Community-Based Tourism of Esan–Lanna Community for promoting Sustainable Tourism)”
โดย ภัทรภร จิรมหาโภคา (2558) ไดอ้ ธบิ ายองค์ประกอบของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ไว้ดังน้ี

การดำเนินงานด้านการจัดการการท่องเที่ยวมีกลุ่มผู้นำชุมชนเป็นกำลังสำคัญการขับเคลื่อนในการ
จัดการและบรหิ ารการทำงานเพ่ือให้สอดคล้องกันทง้ั ในสว่ นของความต้องการของผมู้ าเยือนและความสามารถ
ในการรองรบั ของผใู้ ห้บริการในชุมชน เช่น

3.6.1.1 สิ่งสำคัญในการจัดการการท่องเที่ยว คือการทำให้ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากร
และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโดยเริ่มจากการพัฒนาตนเองและสังคม พึงสร้างความตระหนักและปลูก
จติ สำนกึ ในเรอ่ื งการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละวัฒนธรรมทง้ั ในสว่ นของเจา้ บ้านและผมู้ าเยอื นในชุมชน

3.6.1.2 การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการพัฒนาชุมชนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะช่วย
ส่งเสริมกันและกัน เช่น การสร้างถนน การมีไฟฟ้า น้ำประปา ระบบสาธารณูปโภค การมีป้ายบอกทางส่ิง
เหล่านี้นอกจากจะถูกสร้างมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ชุมชนท้องถิ่นเองก็ยังจะได้รับประโยชน์จากการมีส่ิง
อำนวยความสะดวก

3.6.1.3 การจัดการความสามารถในการรองรับด้านสังคมวัฒนธรรม ด้านความรู้สึกใน
ปริมาณที่จะไม่ทำให้ความเป็นส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายคือคนในชุมชนและผู้มาเยือนถูกรบกวนมากจนเกินไป
ส่งเสริมให้บรรยากาศในการจัดการการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างดีมีความเต็มใจและพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายท้ัง
เจา้ บ้านและผมู้ าเยอื น

ผู้เขียนเห็นว่า เครื่องมือสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาทุนมนุษย์ด้านการท่องเที่ยว คือ การมีเป้าหมาย
และวัตถุประสงค์ร่วมกันในการร่วมกันจัดการและส่งเสริมการจัดการ ชุมชนจะต้องมีแรงขับเคลื่อนไปใน

59 การจดั การท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

ทิศทางเดียวกันเห็นประโยชน์ของส่วนรวมเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวติ ความเป็นอยูท่ ี่ดีขึ้น แต่ยังดำรงไว้ซึ่ง
เอกลักษณ์และอัตลักษณข์ องชมุ ชนชาวอสี านล้านนา

3. 6.2 บ ท ค ว า ม วิ ช า ก า ร เ ร ื ่ อ ง Organizing for community-based tourism: Comparing
attitudes of local residents and local tourism entrepreneurs in Ravna Gora, Croatia by Jelena
Durkin and Marko Peric (2017) ไดอ้ ธิบายการจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชน ไวว้ ่า

Understanding of community-based tourism and local community participation by
addressing issues associated with establishing new local community-based tourism
organisation, more precisely, examining attitudes of key local tourism stakeholders towards
the very idea of the establishment of a new community-based tourism organisation, its
potential characteristics and their personal involvement.

Reveal important differences between more socially oriented local residents and
profit-seeking local tourism entrepreneurs in terms of personal involvement as well as the
characteristics of hypothetical new community-based tourism organisation.

ผู้เขียนเห็นว่า การท่องเที่ยวโดยชมุ ชน ควรได้รับการพัฒนาเป็นแนวทางแบบองค์รวมและครอบคลมุ
ในการพฒั นาการท่องเที่ยวอย่างยัง่ ยนื ในท้องถ่ิน โดยเน้นการมสี ่วนรว่ มของคนในชุมชมและในทุกภาคส่วนของ
องค์กรพี่เล้ยี ง เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา

3.7 บทสรปุ
การท่องเที่ยวก็จะสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนในแนวทางที่เหมาะสม ซึ่งก่อนที่จะไปส่งเสริมชุมชนใน

การทำการท่องเทยี่ ว จะต้องพจิ ารณาปจั จัยทส่ี ำคัญอย่างนอ้ ย 4 ประการ คือ:-

1. ศักยภาพของชมุ ชน
2. แนวโนม้ ทางการตลาดของ CBT ทั้งในเขตพน้ื ทีท่ ่ีจะเข้าไปส่งเสรมิ ระดบั ภาคและระดบั ประเทศ
3. นโยบายของรฐั และบทบาทของรัฐท้องถิ่นในการสนบั สนุนการท่องเทย่ี วโดยชุมชน
4. ความตอ่ เนอื่ งของโครงการ(คนทำงาน) และแหล่งทนุ สนบั สนนุ

3.8 คำถามทา้ ยบทเรยี น
3.8.1 จงอธบิ ายศักยภาพของชุมชนเปน็ อยา่ งไร
3.8.2 จงอธิบายแนวโน้มทางการตลาดของการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนเป็นอย่างไร
3.8.3 จงอธิบายนโยบายของรัฐและบทบาทของรัฐท้องถิ่นในการสนับสนุนการจัดการท่องเที่ยวโดย

ชุมชนเป็นอยา่ งไร
3.8.4 จงอธิบายองคก์ รพ่เี ล้ียง และแหลง่ สนบั สนนุ การจดั การท่องเท่ยี วโดยชุมชนเป็นอย่างไร

60 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

3.9 กจิ กรรมเสริมการเรยี นรู้ท้ายบทเรียน
ให้นักศึกษาเลือกชุมชนการท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นกรณีศึกษาจำนวน 1 แห่งแล้วให้วิเคราะห์

ศักยภาพของชุมชนแห่งนั้นตามทฤษฎีที่เรียนมา แล้วบอกเหตุผลว่า การศึกษาความเป็นไดก้ ่อนตดั สินใจเลือก
พนื้ ทีเ่ พ่อื จัดตง้ั การทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนข้นึ มามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร

61 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

บทที่ 4

การศึกษาความเปน็ ไปได้ในการทำเปน็ ชมุ ชนการท่องเท่ียวร่วมกบั คนในชุมชน

วัตถปุ ระสงคป์ ระจำบทเรยี น
1. เพ่ือให้นกั ศกึ ษาได้ทราบถึงเปา้ หมายและแรงจูงใจของชุมชนในการทำการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชน

2. เพอ่ื ให้นักศึกษาได้ทราบถงึ ความเขา้ ใจเรื่องการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน

3. เพ่อื ให้นักศกึ ษาไดท้ ราบถึงผลกระทบเชิงบวก/ลบของการท่องเท่ียว

4. เพือ่ ให้นกั ศึกษาไดท้ ราบถงึ การศึกษาศักยภาพและข้อจำกดั ของชมุ ชน

5. เพื่อให้นกั ศึกษาได้ทราบถงึ การวเิ คราะห์ข้อมลู ร่วมกนั กบั ชุมชน

เนอื้ หาของบทเรียน
4.1 เปา้ หมายและแรงจูงใจของชุมชนในการทำการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน
4.2 ความเขา้ ใจเร่ือง CBT
4.3 ผลกระทบเชิงบวก/ลบ ของการท่องเท่ียว
4.4 การศกึ ษาศักยภาพและข้อจำกดั ของชมุ ชน
4.5 วิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน
4.6 ตวั อย่างการศกึ ษาความเป็นไปได้ในการทำเป็นชมุ ชนการทอ่ งเท่ียวรว่ มกบั คนในชมุ ชน
4.7 เอกสารบทความวิชาการ/งานวจิ ัยทเี่ กย่ี วข้อง
4.8 บทสรุป
4.9 คำถามทา้ ยบทเรยี น
4.10 กิจกรรมเสรมิ การเรียนรู้ทา้ ยบทเรยี น

การศกึ ษาความเปน็ ไปไดร้ ว่ มกับชุมชน ( Completing a Feasibility )

ก่อนการศึกษาความเป็นไปได้ ควรจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันถึงเป้าหมายและแรงจูงใจของชุมชน
ต่อการท่องเที่ยว และชแ้ี จงบทบาทและวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการสนบั สนุนการจัดการท่องเที่ยวโดย
ชุมชน สร้างพันธะสัญญาต่อกัน(Commitment) โดยทั้งสองฝ่ายควรมีข้อตกลงในเบื้องต้นว่า ความร่วมมือน้ี
ต้องการการมีส่วนร่วมของชุมชนและความต่อเนื่องของโครงการ คนทำงาน และแหล่งทุนสนับสนุน โดย
กำหนดว่าการศึกษาชุมชนจะเป็นจุดเริม่ ต้นของการทำงาน ส่วนแผนงานของทั้งสองฝ่ายจะเกิดขึ้นหลังจากได้
วิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาชุมชนแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนและโครงการได้พิจารณาความเป็นไปได้ก่อนการ
เตรียมความพร้อมและเสรมิ สร้างความเขม้ แข็งของชุมชนในการจัดการการทอ่ งเทย่ี ว

62 การจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

ประเด็นในการพิจารณาความเป็นไปไดข้ องชมุ ชน

1. ความสนใจ ความกระตอื รอื ร้น และการมสี ่วนร่วมของชุมชนต่อเรอื่ งการท่องเที่ยว

2. ความเหมาะสมของแหลง่ ทอ่ งเที่ยวท้ังดา้ นธรรมชาตแิ ละวฒั นธรรม

3. ความเสี่ยงตอ่ ผลกระทบท่ยี ากตอ่ การควบคุมและจดั การ

4. ความต้ังใจจริงและความสามารถในการทำงานขององค์กรท่ีมาเป็นพีเ่ ล้ยี ง

ในทำนองเดียวกัน ทางองค์กรก็มีสิทธิที่จะพิจารณาว่าการทำงานมาระยะหนึ่งกับชุมชนในประเด็น
การศึกษาความเป็นไปได้นั้น องค์กรเห็นทั้งศักยภาพและข้อจำกัดของชุมชน โครงการจะเดินหน้าต่อหรือยุติ
บทบาทลง หากทั้งสองฝ่ายเห็นว่า มีความเป็นไปได้ในการทำงานก็จะดำเนินการวางแผนการทำงานร่วมกัน
ตอ่ ไป

4.1 เปา้ หมายและแรงจูงใจของชุมชนในการทำการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน

เป็นการระดมความคิดเห็นของชาวบ้าน โดยอาจจะเริ่มต้นจากแรงจูงใจ จากนั้นทำให้ชาวบ้าน
ไตร่ตรองอย่างจริงจังว่าตนเองต้องการเรื่องท่องเที่ยวไปเพื่ออะไร ในขั้นตอนนี้ก็สามารถตั้งคำถามให้ชาวบ้าน
มองทางเลือกอื่นเพื่อการพัฒนาชุมชน เป็นการฝึกการคิดวเิ คราะหแ์ ละหาทางเลือกทห่ี ลากหลาย เชน่

1. ต้องการทำท่องเที่ยวเพื่อเผยแพร่ปัญหา/ของดีของชุมชน อาจทำได้โดยการนำนักข่าวหรือ
สอ่ื มวลชนลงพ้นื ท่ีหรอื จดั นิทรรศการเผยแพรต่ ามแหล่งชมุ ชน

2. ต้องการทำท่องเท่ียวเพื่อเพิ่มรายได้ อาจทำได้โดยการแปรรูปผลผลติ รวมตัวเปน็ สหกรณ์เพื่อตดั
พอ่ ค้าคนกลาง หรือหาอาชพี เสริมอื่นๆ

3. ต้องการทำท่องเท่ียวเพื่อการอนุรักษ์และฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติ จัดทำ Zoning การตรวจปา่
การปลูกป่า การออกกฎหมาย การทำคา่ ยสิง่ แวดล้อม

4. ต้องการทำท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรม อาจทำได้โดยการจัดการอบรม
ถา่ ยทอดวฒั นธรรม การทำค่ายเรียนรวู้ ัฒนธรรม

5. ต้องการทำท่องเท่ียวเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน อาจทำได้โดยการจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น
ทอดผ้าปา่ จัดหารายไดเ้ พอ่ื อาหารกลางวันของเดก็ นกั เรยี นในชมุ ชน

เมอื่ เปรยี บเทียบการท่องเที่ยวกับกิจกรรมอืน่ ๆดังกล่าวข้างต้นแลว้ ให้ชมุ ชนตดั สินใจเลือกทำเร่ืองการ
ท่องเทีย่ วเพราะสาเหตใุ ด

63 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

4.2 ความเข้าใจเรอื่ ง CBT

ชุมชนมีความเข้าใจเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างไร ซึ่งอาจจะต้องแบ่งกลุ่มพูดคุยออกเป็นกลุ่ม
ผู้นำ กลุ่มผู้อาวุโส กลุ่มผู้หญิง กลุ่มเยาวชน การแบ่งกลุ่มก็เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลายและสร้างโอกาสให้
ผู้หญิง เยาวชน และผอู้ าวโุ ส ได้มีบทบาทในการเสนอความคิดเห็นต่อทศิ ทางการพฒั นาชมุ ชน

คำถามหลัก

1. ชาวบ้านมคี วามเข้าใจเรอื่ ง CBT อย่างไร

2. ชาวบา้ นคิดวา่ ถ้าชุมชนได้ดำเนนิ การเรอ่ื ง CBT แลว้ ชุมชนจะมีการเปลยี่ นแปลงอย่างไร

3. ชาวบ้านคดิ ว่าอุปสรรคที่จะทำให้ CBT ไมป่ ระสบผลสำเร็จ คอื อะไร หรอื อะไรบ้าง จะเป็นปจั จัยให้
CBT ประสบผลสำเร็จ

เทคนคิ /ตวั ช่วยการประชมุ

นอกจากการระดมความคิดเห็นแล้ว การใช้เกมส์ เทคนิคหรือเครื่องมือการฝึกอบรมมาใช้ จะทำให้
การพูดคุยแลกเปลี่ยนไม่น่าเบื่อ และหากผู้นำการประชุมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีส่วนร่วมทั้งการ
แสดงความคดิ เหน็ การชว่ ยกนั คิด/แก้ปัญหาจากโจทยท์ ่ไี ด้มา นอกจากการมีส่วนร่วมแลว้ ยังทำใหช้ าวบ้านรู้สึก
เปน็ เจา้ ของขอ้ มลู ชุดนั้นดว้ ย

ตวั อยา่ ง

1. ดอกไม้/ไข่/ก้อนหิน เป็นเครื่องมือในการจุดประกายความคิดเรื่องการท่องเที่ยว หากเปรียบการ
ทอ่ งเท่ยี วเปน็ ของ 3 สิ่งนี้คณุ จะเลอื กอะไร พร้อมอธิบายเหตผุ ล

2. ภาพชมุ ชนในฝนั การจนิ ตนาการ คาดการณ์ หรือความคาดหวงั ต่ออนาคต

3. แผนที่ความคิด ( Mind map ) เป็นการจัดระบบความคิดให้เห็นความคิดหลักและความคิดที่
เชอื่ มโยงกัน เชน่ การใช้ Mind map ในการแสดงผลกระทบทัง้ ด้านบวกและลบของการท่องเท่ียว

4.3 ผลกระทบเชงิ บวก/ลบ ของการท่องเที่ยว

สามารถจัดกระบวนการได้ทั้งการจัดเวทีวิเคราะห์ในชุมชน การเชิญวิทยากรมาบรรยาย และการไป
ศึกษาดงู าน ซง่ึ ควรครอบคลมุ ในประเด็นตอ่ ไปน้ี:-

1. ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม

2. ด้านวฒั นธรรม

3. ด้านสังคม

64 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

4. ด้านเศรษฐกจิ
5. ด้านการมีส่วนรว่ ม
6. พฤตกิ รรมของนกั ท่องเท่ียว
คำถามหลกั : ดา้ นผลกระทบเชิงบวก
1. อะไรบ้างทเี่ ปน็ ผลกระทบเชิงบวก
2. ทำไมจงึ เกดิ ผลกระทบเชิงบวก
3. ใครไดป้ ระโยชนจ์ ากการทอ่ งเท่ยี ว
4. มอี ะไรเกิดขึน้ บา้ งหลงั จากมีผลประโยชน์เกิดข้ึน
คำถามหลกั : ด้านผลกระทบเชงิ ลบ
1. อะไรบ้างท่เี ป็นผลกระทบเชิงลบ
2. ทำไมจงึ เกดิ ผลกระทบเชิงลบ
3. ใครบ้างทีไ่ ดร้ ับผลกระทบ
4. ผลกระทบนั้นสรา้ งความเสยี หายตอ่ ชมุ ชนอย่างไรบ้าง
5. ชมุ ชนทำอะไรบา้ งเพ่ือป้องกนั และแกไ้ ขผลกระทบ
*ในการเชิญวิทยากรมาบรรยาย วิทยากรควรจะมีรูปถ่ายหรือภาพสไลด์ วีดิโอประกอบคำบรรยาย
สามารถชใี้ หเ้ หน็ อยา่ งเป็นรูปธรรมถงึ ผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบของการท่องเท่ยี วทว่ั ไปและแบบ CBT
*ในการจัดการศึกษาดูงานแบบเปรียบเทียบผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบของการท่องเที่ยวท่ัวไปและ
แบบ CBT โดยการคัดเลือกตัวแทนของชาวบ้านที่เป็นกลุ่มผู้อาวุโส ผู้นำ ผู้หญิง และเยาวชน ไปดูงาน ซึ่งก่อน
ไปดูงานควรจะต้องเตรยี มประเด็น เชน่ :
1. การเปลย่ี นแปลงของชุมชนก่อนและหลงั เกดิ การท่องเทยี่ ว
2. ผลกระทบเชงิ บวกและเชงิ ลบของการทอ่ งเที่ยว
3. การมีส่วนร่วมของชาวบา้ นต่อการทอ่ งเท่ียว
4. การจัดสรรผลประโยชน์
5. การจัดการองคก์ ร

65 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

6. การตลาด (โปรแกรม นกั ทอ่ งเทย่ี ว การประชาสัมพนั ธ์ ราคา)

หลังจากการดูงานแล้ว ควรมีการสรุปประเด็น เพื่อนำเสนอต่อชุมชนอีกครั้งหนึ่ง นอกจากประเด็นท่ี
เตรยี มกอ่ นการดูงานแล้ว หลังดงู านแล้ว ควรมกี ารวิเคราะห์ในประเดน็ เพ่ิมเติม ดังนี้

1. ปจั จยั ท่ที ำให้ชมุ ชนหรอื แหลง่ ท่องเที่ยวน้ันประสบความสำเรจ็ หรอื ล้มเหลว

2. ชมุ ชนของเรามอี ะไรท่เี หมอื นหรอื แตกตา่ งอยา่ งไรกบั พ้ืนท่ีเหลา่ นน้ั

3. ลกั ษณะของนกั ท่องเทยี่ วแบบไหนที่ชุมชนต้องการ

4.4 การศกึ ษาศกั ยภาพและขอ้ จำกดั ของชุมชน

4.4.1 กำหนดวัตถปุ ระสงค์ของการศกึ ษาชุมชน เพื่อศกึ ษาศักยภาพและข้อจำกดั ของชุมชนในการ
จัดการการท่องเที่ยว โดยใช้วิธีการศึกษาที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม การสร้างเงื่อนไขให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
เพ่อื การเรยี นรู้การทำงานรว่ มกัน และร้สู กึ เป็นเจ้าของผลการศกึ ษาน้ัน ผลท่ไี ด้จากการศกึ ษาจะนำไปใช้ในการ
วางแผน

4.4.2 องค์ประกอบของผู้ศึกษาชุมชนต้องหลากหลาย เพื่อให้เห็นแง่มุมในการมองได้ตั้งหลักคิด-
วิเคราะห์สถานการณ์ของชุมชนจากข้อมูลที่ได้ศึกษาร่วมกัน กลุ่มผู้ศึกษาควรจะประกอบด้วย กลุ่มผู้นำทั้งที่
เป็นทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ ผอู้ าวโุ ส กลุม่ ผู้หญงิ กลุม่ เยาวชน และนกั พฒั นาหรือคนท่ีจะไปส่งเสริมการทำ
CBT

4.4.3 ตั้งกรอบการศกึ ษาใหช้ ดั เจน ศึกษาความสัมพนั ธ์ระหว่างคนกบั ทรัพยากรการท่องเท่ียว และ
การเปล่ียนแปลงจากอดีตถึงปัจจบุ นั

1. ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ศึกษาจุดต่างๆที่น่าสนใจและน่าห่วงใย ความเชื่อมโยงของ
เสน้ ทาง ระยะทางแต่ละจุด

2. ด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ศึกษาพิธีกรรม ประเพณี การละเล่นท้องถิ่น ศิลปะพื้นบ้าน
การแสดง การแตง่ กาย การสรา้ งบา้ น การกนิ การผลิต

3. ด้านความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น ศึกษาว่าชุมชนมีความรู้และภูมิปัญญาอะไรบ้าง ใคร
เปน็ ผมู้ ีความรู้ ภมู ิปญั ญาในแตล่ ะด้านนั้น ผรู้ ู้มีการถ่ายทอดความรูแ้ ละภมู ปิ ญั ญานัน้ อยา่ งไร

4. ด้านองค์กรภายในชุมชน องค์กรภายในชุมชนมีอะไรบ้าง มีบทบาทอย่างไร มีความ
เชือ่ มโยงกนั อย่างไร ใครเปน็ ผูน้ ำ ความสามารถของผู้นำในการประสานงานกับภายนอก ซง่ึ การศกึ ษาน้ีจะเป็น
เครอ่ื งมอื ชว่ ยชุมชนสรปุ บทเรยี นเรอ่ื งการบริหารจัดการ และการกระจายบทบาทผนู้ ำหรอื การสรา้ งผู้นำใหม่

66 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

5. ด้านงบประมาณการเงินหรือกองทุนของชุมชน ชุมชนมีกองทุนอะไรบ้าง กองทุนไหน
สามารถให้กู้ ให้ยืมสำหรบั กิจกรรมท่องเท่ยี วได้บ้าง และมเี ง่อื นไขอย่างไร ตลอดจนการบริหารกองทุน
และการกระจายทนุ ส่สู มาชกิ

4.4.4 การเก็บข้อมูล โจทย์ของการศึกษาชุมชนคือ การศึกษาเพื่อรู้และเข้าใจในสถานการณ์ของ
ชุมชนร่วมกัน ข้อมูลที่แม่นยำถูกต้องเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ที่สำคัญมากกว่าข้อมูลที่ได้คือ กระบวนการทำงาน
รว่ มกนั ระหวา่ งการศกึ ษาข้อมลู ท่ีนักพัฒนาหรือบุคคลที่จะสง่ เสริมเร่ือง CBT จะได้เห็นวธิ ีคดิ การตคี วามหมาย
ความละเอียดอ่อนรอบคอบในการทำงาน การเป็นผู้นำ การครอบงำทางความคิด ความสามารถในการทำงาน
ของแต่ละบคุ คล อนั จะเป็นฐานท่ีสำคัญในการพัฒนาการจัดรปู แบบองค์กรชมุ ชนตอ่ ไป

4.4.5 นำเสนอข้อมูลกับที่ประชุม ข้อมูลที่นำเสนอควรจะถูกผลิตเป็นสื่อ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ
และนำไปวเิ คราะห์ตอ่ ได้ ไดแ้ ก่

1. แผนที่รอบนอกหมบู่ ้าน แสดงอาณาเขตหมูบ่ ้าน ทรัพยากรธรรมชาติ เส้นทางธรรมชาติ

2. แผนที่รอบในหมู่บ้าน แสดงการตั้งบ้านเรือน สถานที่สำคัญทางราชการ ที่ตั้งกลุ่ม
กิจกรรมต่างๆและสิ่งอำนวยความสะดวกในชมุ ชน เชน่ ถนน น้ำประปา ไฟฟา้ ร้านคา้ ฯลฯ

3. แผนที่แสดงการตั้งบา้ นเรือน ควรลงสัญลักษณเ์ รื่องบทบาทหน้าทีใ่ นชมุ ชน เพื่อแสดงให้
เห็นการกระจายหรือการกระจุกตัวของผู้นำทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ (รวมทั้งผู้รู้ด้านต่างๆด้วย)
พร้อมทั้งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์เชิงเครือญาติ หรือสายตระกูล จะทำให้สามารถวิเคราะห์ระบบสังคมของ
ชมุ ชนและวางแผนเพอ่ื สร้างการมสี ว่ นร่วมหรอื จัดการปัญหาความขดั แย้งได้

4. แผนผังปฏทิ ิน การผลิตหรอื กจิ กรรมประเพณตี า่ งๆในรอบปี

5. Trend line : เส้นการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากร วัฒนธรรม สังคม (ผู้นำ, การอพยพ
แรงงาน) และเศรษฐกิจชมุ ชน

4.5 วเิ คราะห์ข้อมูลรว่ มกัน

ขั้นตอนนี้เป็นการนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาตรวจสอบความถูกต้อง ถกเถียงแลกเปลี่ยน และวิเคราะห์
ขอ้ มลู รว่ มกัน โดยการนำข้อมลู ท่ไี ดม้ ารวบรวมใสต่ าราง

67 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

ตารางท่ี 4.1 ประเดน็ การวิเคราะหข์ อ้ มูลร่วมกัน

ประเดน็ ศกึ ษา ศกั ยภาพ ข้อจำกัด

ทรัพยากรธรรมชาติ -ความงดงามของแหล่งธรรมชาติ เช่น -ยากในการเขา้ ถงึ

ป่าไม้ ลำธาร ถ้ำ ทะเล ดอกไม้ นก -เหมาะสมในบางฤดกู าล
ทิวทัศน์ ความแปลก ความเก่าแก่

ความศักด์สิ ทิ ธ์ -รองรบั คนไดไ้ ม่มาก

-มคี วามเปราะบาง

วฒั นธรรมและวถิ ีชีวติ -การแต่งกายทีเ่ ปน็ เอกลักษณ์ -ไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าร่วม มี
-ประเพณที นี่ า่ สนใจ การแสดงเฉพาะในพิธกี รรมเทา่ นนั้
-การทอผ้า ตีมีด ตำขา้ ว
-การแสดง เครอื่ งดนตรีพ้ืนบา้ น -ชาวบ้านเข้าร่วมในพิธกี รรมหรอื การ
-บา้ นเรอื น เคร่ืองใช้ ทเ่ี ป็นเอกลักษณ์ แสดงน้อยลง
-การทำสวน ทำไร่ หาปลาทีน่ า่ สนใจ
-ผ้มู ีความรูใ้ นด้านวัฒนธรรมนอ้ ยลง

-ชาวบา้ นไมส่ ามารถพูดภาษาไทยได้

ความรู้และภูมิปัญญา -นิทาน ตำนาน คำสอน -ขาดผ้สู ืบทอด
-หนั ไปพึง่ พาภายนอกมากขนึ้
ทอ้ งถน่ิ -สมุนไพรพ้ืนบ้าน

องค์กรภายในชมุ ชน -มีกลุ่มต่างๆที่เข้มแข็ง เช่น กลุ่ม -มคี วามขัดแยง้

อนุรักษ์ กล่มุ เยาวชน กล่มุ สตรี สหกรณ์ -มคี วามไม่โปรง่ ใสในการทำงาน

-มีการประสานงานที่ดี มีผู้นำที่ -ผนู้ ำทำงานหลายอยา่ ง
กระตือรอื ร้น

-ชาวบ้านให้ความร่วมมือในการทำงาน -ขาดการกระจายบทบาท

-ชาวบ้านไมม่ สี ่วนร่วม

การเงนิ หรอื กองทุนของ -มีกองทุนหมู่บ้านเป็นแหล่งเงินกู้ -ไมส่ ามารถใช้เพอื่ วตั ถปุ ระสงค์อื่นได้
ชมุ ชน ดอกเบี้ยต่ำแก่ชาวบ้านและกิจกรรมท่ี นอกจากท่รี ะบุไว้ในระเบียบ

สรา้ งรายได้

ท่ีมา: ( พจนา สวนศรี, 2546 )

68 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

4.5.1 การวเิ คราะห์ศกั ยภาพและข้อจำกัดของชุมชน

วัตถปุ ระสงคข์ องการศึกษาชมุ ชน เพอื่ ศึกษาความสัมพันธ์ระหวา่ งคนกับทรัพยากรการท่องเทยี่ ว และ
การเปลี่ยนแปลงจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้เราสามารถวางแนวทางในการจัดทำการท่องเที่ยวได้อย่าง
รอบคอบดังน้ี

1. เส้นทางท่องเทย่ี ว

2. พิจารณาถึงระยะทาง ความเชื่อมโยงของจุดต่างๆ ความสามารถในการรองรับ ฤดูกาลใน
การทอ่ งเทยี่ ว

3. การพฒั นาจุดส่ือความหมาย ท่พี กั

4. กิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น การเดินป่า การหาปลา ดูนก เรียนทอผ้า ย้อมสีธรรมชาติ
ทำอาหาร เรียนดนตรี

5. รูปแบบองค์กร โดยการเรียนร้จู ากบทเรยี นในอดีตในเร่ืองการรวมกลุ่ม การมสี ว่ นรว่ ม การ
บริหารงาน ความไว้วางใจ

6. เหน็ ศักยภาพของคนในเรือ่ งการคิด การจัดการ การนำทาง การอธิบาย การให้ความรู้ การ
ทำงานรว่ มกนั ทัศนคติต่อการทอ่ งเที่ยว

7. เห็นความเชอื่ มโยงและความเกี่ยวขอ้ งของการท่องเท่ียวกับการพฒั นาชมุ ชน

8. เห็นปญั หาของชมุ ชน

9. หากพบปัญหาที่วิกฤต อาจต้องยุติการดำเนินเรื่องการท่องเที่ยวไว้ชั่วคราวเพื่อร่วมกัน
แก้ปัญหาเรง่ ด่วนของชมุ ชน

10. หากพบวา่ การทอ่ งเทยี่ วอาจไปส่งเสรมิ ปญั หาดั้งเดมิ ให้รุนแรงขนึ้ ก็จะตอ้ งถอนตวั ออก

11. หากพบว่าการท่องเที่ยวอาจจะเปน็ ตัวเชือ่ มประสาน ทำให้ชุมชนพัฒนาไปในทางทีด่ ีขนึ้
ได้ ก็เดนิ หน้าตอ่

4.5.2 การวเิ คราะหโ์ อกาสและความเสี่ยง

การดำเนินการเรื่องนี้ นักพัฒนาหรือผู้ที่จะไปส่งเสริมเรื่อง CBT ต้องช่วยในการศึกษาหาข้อมูล ซึ่ง
ขอ้ มูลบางอยา่ งอาจไดจ้ ากข้นั ตอนการเรยี นรู้เร่ืองผลกระทบการทอ่ งเทยี่ วและการไปศึกษาดงู าน อย่างไรก็ตาม
อาจจะไม่เพยี งพอ ควรจะมีการจัดเวทีนำเสนอขอ้ มูล โดยเชญิ หน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง เชน่ ททท. บรษิ ทั นำเที่ยว

69 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

มัคคุเทศก์ สำนักงานจังหวัด อบต. เข้าร่วมในเวที หรือการนำเอาข้อมูลที่มีการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องมา

ประมวลสรุปและนำเสนอต่อชาวบ้านอีกครั้งหนง่ึ ในประเด็นตอ่ ไปน้ี

1. นักท่องเที่ยวและพฤติกรรมการท่องเที่ยว จำนวนชาวต่างประเทศ/คนไทย ฤดูกาล
ทอ่ งเทย่ี ว เดินทางทอ่ งเที่ยวเองหรือเทย่ี วกับบรษิ ทั นำเท่ียว

2. เส้นทางท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงหรืออิงกับสถานที่ท่ีมีชื่อเสียง
หรือสามารถพัฒนารูปแบบใหม่ผสมผสานกับรูปแบบเก่า ใกล้หรือไกลจากจุดท่องเที่ยว
หลัก

3. การคมนาคม การเข้าถึงชุมชน ยากหรือง่ายเพียงใด ความสะดวกในการเดินทาง
( จำนวนเท่ยี วของรถ/เรือโดยสารประจำทาง )

4. การแข่งขนั สง่ิ ท่ีชุมชนมเี หมอื นหรอื แตกตา่ งจากทอี่ ื่นอย่างไร
5. ความร่วมมือ การเห็นความจำเป็นและความสำคัญขององค์กรภายนอกในการทำงาน

ร่วมกัน
6. นโยบายรัฐส่วนกลาง และรัฐทอ้ งถนิ่ มนี โยบายและสนับสนุนชุมชนท้องถ่ินในเรื่องการ

ท่องเทย่ี วอย่างไรบา้ ง
7. องค์กรพี่เลี้ยง ที่จะลงทำงานร่วมกับชุมชน เช่น หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ บริษัท

นำเที่ยว NGO
การวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยง เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญใน

การประกอบการตัดสินใจเรอื่ ง CBT ของชมุ ชน

ตารางท่ี 4.2 การวเิ คราะหโ์ อกาสและความเสย่ี งในการตัดสินใจเรอ่ื งการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชน

ประเดน็ โอกาส ความเสีย่ ง

นกั ท่องเท่ียว -สนใจเร่อื ง CBT มากขนึ้ -ทอ่ งเที่ยวตามฤดูกาล

-ไม่ตดิ ต่อลว่ งหนา้

เสน้ ทางทีเ่ กย่ี วเนือ่ ง -มีแหล่งท่องเทยี่ วท่มี ชี ือ่ เสียงดึงดูดใจ -ชุมชนมีลักษณะของภูมิประเทศและ

นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ว ิ ถ ี ช ี ว ิ ต ท ี ่ ไ ม ่ แ ต ก ต ่ า ง ก ั บ แ ห ล่ ง

ท่องเที่ยวที่เปิดให้มีการท่องเที่ยวอยู่

แล้ว

การคมนาคม -โครงข่ายการคมนาคมที่สะดวก -เข้าถึงยาก ไม่มีรถประจำทาง ในฤดู
รวดเร็วทั้งถนน รถไฟ และเครอื่ งบนิ ฝนบางคร้ังเขา้ ไม่ถงึ

ความรว่ มมือ -ผู้นำประสานงานกับรัฐและ -เคยร่วมกับหมู่บ้านอื่นประท้วง

หนว่ ยงานภายนอกไดด้ ี เจา้ หน้าท่ีของรฐั

70 การจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

ประเดน็ โอกาส ความเสย่ี ง
การแขง่ ขัน
-ชุมชนมเี อกลักษณ์ทไี่ มเ่ หมอื นใคร -ภาพการท่องเที่ยวที่บริเวณใกล้เคียง
นโยบายรฐั ใช้นโยบายทัวร์ราคาประหยัดในการ
ดงึ ดดู นักทอ่ งเท่ียว
องค์กรสนบั สนุน
-ส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกหมู่บ้าน -เปล่ียนนโยบายและผู้รบั ผดิ ชอบบอ่ ย
มีงบประมาณสนับสนุนและช่วย
ประชาสัมพนั ธ์

-มคี วามเข้าใจเร่ืองแนวคิดการพัฒนา -เอาองค์กรตัวเองเป็นศูนย์กลาง
จ า ก พ ื ้ น ฐ า น ข อ ง ช ุ ม ช น ใ ห้ ตอ้ งการใหผ้ ลงานออกมาเรว็ ๆ
ความสำคญั กับการมีสว่ นร่วม

ทีม่ า: ( พจนา สวนศรี, 2546 )

ในขั้นตอนนี้ชุมชนต้องตัดสินใจว่า จะเดินหน้าต่อเรื่อง CBT หรือไม่ โดยการวิเคราะห์ปัจจัยภายใน
และปัจจัยภายนอกว่า มีปัจจัยอะไรที่เอื้อหรือเป็นอุปสรรคและชุมชนสามารถควบคุมหรือจัดการให้เป็นไป
ในทางทีส่ ่งเสรมิ และสนบั สนุนความเข้มแขง็ ของชมุ ชนได้หรือไม่

4.6 ตวั อย่างการศึกษาความเปน็ ไปได้ในการทำเปน็ ชุมชนการท่องเท่ยี วร่วมกับคนในชมุ ชน
4.6.1 ตัวอย่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการทำเป็นชุมชนการท่องเที่ยวร่วมกับคนในชุมชนใน

ประเทศไทย
4.6.1.1 ชมุ ชนบ้านดอนแดง อำเภอศรีสงคราม จงั หวัดนครพนม
ชุมชนบ้านดอนแดง อำเภอศรีสงคราม จังหวดั นครพนม ได้มกี ารศึกษาความเป็นไปได้ในของ

การทำเป็นชุมชนท่องเที่ยว โดยประชาชนในท้องถิ่นเห็นว่าชุมชนได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวในเชิง
เศรษฐกิจมากที่สุด คือ เกิดรายได้เพิ่มขึ้นในชุมชน ชุมชนได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการการ
ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และความคิดเห็นของประชาชนในด้านส่ิงแวดล้อม ในชุมชนเห็นว่าการทอ่ งเที่ยวทำาให้
เกิดการอนุรกั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม และการท่องเท่ียวกระตุ้น ใหช้ าวบ้านตระหนักถงึ ความสำคญั ของสิ่งแวดล้อม และ
ความสะอาด ซึ่งเปน็ ปัจจยั สำคญั ที่นกั ทอ่ งเที่ยวท่ัวไปให้ความสำคญั

ทางด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น ถ่ายรูปธรรมชาติ ดูนก และเดินศึกษาธรรมชาติ เป็น
กจิ กรรมท่ปี ระชาชนท้องถ่ินเหน็ ว่า มีความสำคัญต่อชุมชนในด้านการอนรุ ักษส์ ่ิงแวดลอ้ ม กิจกรรมการพายเรือ
ชมธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำ มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจต่อชุมชนสูง ส่วนกิจกรรมด้านสังคม คือ กิจกรรม
โฮมสเตย์ หมู่บ้านโอท็อปตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมเที่ยวชมการทำอาหารพื้นบ้าน
ทำเส่ือกก วิสาหกจิ ชมุ ชน ด้านการเข้ารว่ มบรหิ ารจัดการการท่องเที่ยวชมุ ชนนน้ั ส่วนใหญ่เปน็ การเข้าร่วมกลุ่ม

71 การจดั การท่องเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

และเป็นคณะกรรมการเช่น กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มสตรีทอเสื่อกก กลุ่มโฮมสเตย์ กลุ่มประมงพื้นบ้าน
เปน็ ตน้

ภาพท่ี 4.1 ชุมชนบ้านดอนแดงประชุมรว่ มกันในการการศึกษาความเปน็ ไปได้ในการทำเปน็ ชุมชนการ
ท่องเทย่ี ว

ทม่ี า: ( พรหมภัสสร ชุณหบญุ ญทิพย, 2560)
4.6.1.2 การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ล่องเรือวังเลาของเทศบาล

ตำบลเอราวณั อำเภอเอราวณั จงั หวดั เลย

ภาพที่ 4.2 การจดั การท่องเท่ียวเชงิ อนุรกั ษล์ อ่ งเรือวังเลาของเทศบาลตำบลเอราวัณ อำเภอเอราวัณ
จงั หวดั เลย

ที่มา: ( https://www.facebook.com/LongRuaLoei/photos/a.
1193779007351766/1664137600315902, 2560)

72 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

เทศบาลตำบลเอราวัณได้มีการประชุมร่วมกันในการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดรูปแบบ
ท่องเท่ียวเชิงอนุรกั ษ์ล่องเรอื วังเลา ซง่ึ ได้ข้อสรุปร่วมกันวา่ รูปแบบการจัดการท่องเทย่ี วเชิงอนรุ กั ษข์ องเทศบาล
ตำบลเอราวัณ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย การมีส่วนร่วมในการคิด พัฒนา สร้างสรรค์ที่เกดิ จากความตอ้ งการ
ของชมุ ชน จะต้องได้รับความรว่ มมอื และสนับสนุนจากหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง อาจจะตอ้ งมีหน่วยงานทอ้ งถ่ินเข้า
มาร่วมกระตุ้นให้เกิดการมองเห็นความสำคัญและคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในชุมชน ปัจจัยที่ทำให้
รปู แบบการจัดการทอ่ งเท่ียวเชิงอนุรักษ์ประสบความสำเรจ็ คือ 1) ชุมชนตระหนกั ถึงความสำคัญและคุณค่าของ
ทรัพยากรที่มีอยู่ 2)การรวมกลุ่มของชุมชนจะต้องชัดเจนในรูปแบบของการมีส่วนร่วม 3) ชุมชนจะต้องมีส่วน
รว่ มในการคดิ และตัดสินใจในการจัดการทรัพยากร 4)การสนบั สนนุ จากหนว่ ยงานที่เก่ียวข้อง 5) ความสัมพันธ์
ระหว่างชุมชนและหน่วยงานทีเ่ กย่ี วข้อง (นายตนั ตกิ ร โนนศรและคณะ, 2562)

4.6.3 ศึกษาศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวของอำเภอเขาค้อ จังหวัด
เพชรบรู ณ์

ภาพที่ 4.3 การท่องเท่ยี วของอำเภอเขาค้อ จงั หวดั เพชรบูรณ์
ทม่ี า: ( https://sabaitours.com/TourThailand/1417, 2560)

ในการศึกษาศักยภาพและโอกาสทางการท่องเที่ยวร่วมกับคนในพื้นที่และหน่วยงานท่ี
เกีย่ วข้อง ใช้วธิ ีการ SWOT analysis ในการวิเคราะหศ์ กั ยภาพของแหล่งทอ่ งเที่ยวซง่ึ สามารถสรุปไดว้ า่

73 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

จดุ แข็ง
1. เขาค้อมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิง
ธรรมชาติ การท่องเทีย่ วเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชงิ ประวตั ิศาสตร์
2. พื้นที่ของเขาค้อมีความสวยงามตามธรรมชาติ เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
เนื่องจากเป็นพนื้ ที่ใช้ในการต่อสู้กบั กลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต ซง่ึ สถานทีส่ ำคัญหลายแห่งยังปรากฏ
หลกั ฐานอยเู่ ป็นจำนวนมาก
3. เขาค้อเป็นแหล่งผลิตภาคการเกษตรที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ เหมาะสำหรับ
นกั ท่องเท่ียวเชิงเกษตร เพราะมีผลติ ผลทางการเกษตรใหน้ ักท่องเท่ียวได้เลือกสรรและสามารถเข้ามาสัมผัสใน
กระบวนการผลติ ได้
4. เขาค้อมีอากาศหนาวเย็น มีทัศนียภาพที่สวยงามตามธรรมชาติจนได้รบั สมญานามว่าเป็น
ดนิ แดนแหง่ สวิตเซอต์แลนด์เมืองไทย
จดุ ออ่ น
1. การพัฒนาการท่องเที่ยวของอำเภอเขาค้อขาดการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่
ดูแลในพืน้ ที่
2. พื้นที่ของอำเภอเขาค้อส่วนใหญ่ยังขาดระบบการจัดการด้านขยะและขาดพื้นที่ในการ
รองรบั ขยะเกิดการบุกรุกพืน้ ที่ป่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติจากการสร้างทพี่ ักและรสี อร์ท ทำใหส้ ง่ ผลเสีย
ตอ่ ภาพลักษณข์ องการทอ่ งเทีย่ ว
3.พื้นที่รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอเขาค้อส่วนใหญ่เป็นพื้นที่จัดสรร
ให้ ราษฏรทำกนิ ดังนนั้ จงึ ไม่สามารถเรยี กเกบ็ ภาษจี ากผู้ประกอบการด้านการท่องเทย่ี วได้

ขอ้ จำกัด
1. งบประมาณในการพัฒนามีอยู่อย่างจำกัด ในขณะที่ปริมาณงานที่ต้องการมาก ทำให้ไม่
สามารถดำเนินการได้ทนั ต่อความต้องการของประชาชนในท้องถนิ่
2. ปัจจุบันมีการกระจายอำนาจด้านการท่องเที่ยวมาสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่การ
จัดทำแผนปฏิบัติในการถ่ายโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวยังขาดความชัดเจนในการแบ่งอำนาจหน้ าท่ี
นอกจากนีย้ ังขาดการกระจายด้านงบประมาณและบุคลากรมาสอู่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ด้วย
3. การเปิดประชมคมเศรษฐกจิ อาเซียนอาจส่งผลกระทบทางอ้อมที่อาจทำให้เกดิ ปญั หาด้าน
ต่าง ๆ ตามได้ เช่น ปัญหายาเสพติดปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาแรงงานต่างด้าว เป็นต้น ซึ่งปัญหา
ดงั กล่าวนีอ้ าจสง่ ผลกระทบต่อการท่องเท่ยี วหากไม่มีมาตรการรองรับ
โอกาส
1. เขาค้อมีจดุ ทต่ี ัง้ ทางภมู ศิ าสตร์ทีไ่ ดเ้ ปรยี บ มีทศั นียภาพท่สี วยงาม
2. มภี ูมอิ ากาศท่หี นาวเย็นจนไดส้ มญานามว่าเปน็ ดนิ แดนแหง่ สวติ เซอรแ์ ลนดเ์ มืองไทย

74 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

3. ภาครัฐมีการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นให้สามารถบริการจัดการด้านการท่องเที่ยวได้
ตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด

4. การเปิดเสรีสินค้าบริการและการลงทุนในอาเซียนเพื่อปรับตัวสู่การเป็นประชาคม
เศรษฐกิจอาเซยี นซึ่งจะเปน็ การเพม่ิ โอกาสทางด้านการคา้ การลงทนุ รวมไปถงึ ดา้ นการทอ่ งเท่ยี วด้วย

5. มีโครงการความร่วมมอื อนุภมู ิภาคแม่นำ้ โขง ทำให้เกดิ แผนงาน
พัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) ซึ่งมีจุดเชื่อมโยงเมืองที่
สำคัญต่าง ๆ และเป็นความร่วมมือระหว่างกันในการส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือด้านการทอ่ งเที่ยวซงึ่
มงุ่ ส่งเสรมิ ความรว่ มมอื ในการพัฒนาแหลง่ ทอ่ งเท่ียวทางวฒั นธรรมบนเสน้ ทาง EWEC

ศักยภาพและโอกาสทางการท่องเที่ยว พบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเขาค้อได้เข้า
มามสี ่วนร่วมในการพัฒนาศกั ยภาพทางการท่องเทยี่ วเพ่มิ มากข้นึ จากการกระจายอำนาจด้านการทอ่ งเท่ยี วของ
ภาครฐั ให้กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ซึง่ ผลการดำเนนิ งานในการเสริมสร้างศักยภาพดา้ นการท่องเท่ียวของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น การส่งเสริมด้านการประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมงานเทศกาลประเพณีให้
เปน็ แหล่งท่องเทีย่ วที่เพม่ิ มากข้นึ (รสสุคนธ์ ประดิษฐ์และรดั เกล้า เปรมประสทิ ธ์ิ, 2557)

4.6.2 ตัวอย่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการทำเป็นชุมชนการท่องเที่ยวร่วมกับคนในชุมชน
ต่างประเทศ

4.6.2.1 ศึกษาศักยภาพและความต้องการด้านสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวขององค์กรท่องเที่ยว
ทอ้ งถิน่ เมอื งมรดกโลกหลวงพระบางสู่ประชาคมอาเซียน

ภาพที่ 4.4 เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง
ทมี่ า: ( http://www.napiratravel.com/index.php?page=

travel_diary_detail&language=thai&id=314&cat=24, 2560)

75 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

องค์กรท่องเที่ยวท้องถิ่นเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง มีศักยภาพมากที่สุดคือ มีนโยบาย
เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ พนักงานนําเที่ยว แผ่นพับ แผนที่/แผนภูมิ และเว็บไซต์ ความต้องการมี
มากที่สุดคือ มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ มี
เครือขา่ ยความรว่ มมือกบั ประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซยี น มีแนวทางในการนาํ เทคโนโลยมี าใช้เพื่อรองรับการ
เข้าส่ปู ระชาคมอาเซยี น อีกทัง้ หลวงพระบางเปน็ มรดกโลกท่ีรวมชวี ิตของคนปัจจุบันรวมอยู่ด้วย จึงทำให้หลวง
พระบาง เป็นเมอื งมรดกโลกทโี่ ดดเดน่ ด้วยพื้นทม่ี รดกท่ีมีชีวติ ของผูค้ นผสมผสานอยกู่ บั มรดก ด้านตา่ ง ๆ ดงั นัน้
การรกั ษาการท่องเทีย่ วเชงิ วฒั นธรรมของเมอื งมรดกโลกหลวงพระบางจึงเป็นเร่ืองท่ียากและการคุ้มครองมรดก
โลกหลวงพระบางส่วนมากเป็นด้านวัฒนธรรม การดำรงชีวิตหรือวิถีชีวิตของคนการที่รักษาให้คนมีวัฒนธรรม
และวิถีชีวิตด้ังเดิมของบรรพบุรุษให้คงอยู่กับเมืองหลวงพระบาง เป็นเรื่องยากควรที่จะมีการโฆษณา
ประชาสัมพันธ์ ปลูกจิตสํานึกหรือสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนชาวเมืองมรดกโลกหลวงพระบางให้เกิด
ความเข้าใจรักและหวงแหน สืบทอดวัฒนธรรมและวิถีชีวิตด้ังเดิมเอาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นความร่วมมืออีกวิธีหน่ึง
(ประภากร แกว้ วรรณาและคณะ, 2559)

4.6.2.2 วเิ คราะหศ์ ักยภาพเมอื งพุกาม เมืองมรดกโลกแห่งใหม่ของพม่า

ภาพท่ี 4.5 เมอื งพกุ าม เมืองมรดกโลกแห่งใหมข่ องพม่า
ทมี่ า: ( https://www.qualityexpress.co.th/article/details/, 2560)

เมืองพุกาม ตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 4,000 ปีที่แล้ว
สมัยก่อนมีเจดีย์และวัดกว่า 10,000 แห่ง แต่เมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่แล้วมแี ผ่นดินไหวทำให้เจดีย์หลายองค์
ได้รับความเสียหาย ล่าสุดได้มีการเขา้ ไปสำรวจ ซึ่งยังคงมีวัดและเจดีย์กว่า 2,200 แห่งที่ยังคงอยู่รอดมาจนถึง
ปัจจุบัน พุกามมีศักยภาพมาก เนื่องจากเป็นศูนย์รวมของคนที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม
วิทยาศาสตร์ ความศรัทธา หรือชอบความสวยงามของทะเลเจดีย์ และเมื่อวันท่ี 6 กรกฎาคมที่ผ่านมายเู นสโก

76 การจดั การท่องเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

ได้รับการขึ้นทะเบียนพุกามให้เป็นแหล่งมรดกโลกประจำปี 2019 และศักยภาพทางด้านกิจกรรมที่โดดเด่น
เช่น

- การไหว้พระทำบุญ แต่สำหรับคนที่อยากจะเน้นชมพระอาทิตย์ เมื่อก่อนเขาอนุญาตให้ข้ึน
องค์เจดีย์ได้

- การเช่ามอเตอร์ไซต์ หรอื E-Bike นกั ท่องเทยี่ วทุกคนสามารถขับไดโ้ ดยไม่มีใบขับขี่
- นั่งรถม้า สัมผัสบรรยากาศแบบย้อนยุค ชมวิวรอบๆเมือง สามารถพบเห็นรถม้าอยู่ตามจุด
ท่องเท่ยี วสำคัญตา่ งๆ โดยราคาจะข้นึ อยกู่ บั เสน้ ทาง สถานที่และระยะเวลาที่ตกลงกนั ไว้
- เดินชมหอคอยชานเมอื ง
พุกามขึ้นชื่อเรื่องเจดีย์ 4 อย่าง ได้แก่ เจดีย์ที่สวยงามที่สุด เจดีย์ที่ศักดิ๋สิทธิ์ที่สุด เจดีย์ที่สูง
ทีส่ ุด และเจดยี ์ทแ่ี ข็งแรงทส่ี ุด

4.7 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจัยทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
4.7.1 บทความวิชาการเรื่อง “การจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism

Management)” โดย ณฏั ฐพชั ร มณโี รจน์ (2560) ได้อธบิ ายการจดั การการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนไว้ดงั นี้
การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีปัจจัยหลายปัจจัยที่ประกอบเข้าดัวยกันแล้วท ำให้การจัดการ

ทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนประสบความสำเร็จ เช่น
4.7.1.1 การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนประสบความสำเร็จ ได้แก่ (1) สมาชิกในชุมชนเห็น

ประโยชน์ของการจัดการท่องเที่ยว (2) องค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยวโดยชุมชน (3) แนวทางการ
เตรียมการและพัฒนาการท่องเที่ยว (4) การพัฒนาให้การท่องเที่ยวอยู่ในมาตรฐาน เกณฑ์ของการท่องเที่ยว
โดยชุมชน หรือ การรบั รองแหล่งทอ่ งเทยี่ ว (5) การตลาดเพื่อการท่องเที่ยว และ (6) การจัดการห่วงโซ่อุปทาน
การท่องเทยี่ ว

4.7.1.2 กิจกรรมการทอ่ งเท่ียวที่เปิดโอกาสใหน้ ักท่องเท่ยี วเปน็ ผ้เู ข้าร่วมกิจกรรมมากกว่าเป็น
ผู้ชม ได้รับประสบการณ์จากการมีส่วนร่วม มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับทรัพยากร วัฒนธรรมของพื้นท่ี
ส่วนในด้านของชุมชนเจา้ ของแหล่งท่องเที่ยวจะได้รบั ผลตอบแทนของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน คือการ
ดแู ลรกั ษาทรพั ยากรดา้ นตา่ งๆ ของชมุ ชนที่มีอยู่แล้วให้คงอย่คู ่ชู มุ ชนตลอดไป

ผู้เขียนเห็นว่า การจัดการการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน เป็นการท่องเที่ยวที่ตอบวัตถุประสงค์หลักของการ
ท่องเท่ียวได้สมบูรณ์รูปแบบหนึ่งตามนิยามของการท่องเที่ยวว่า เป็นการเดินทางเพื่อผ่อนคลายความเครียด
และแสวงหาประสบการณ์แปลกใหมใ่ ห้กับชวี ติ ซ่ึงการท่องเท่ียวโดยชุมชนเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนใน
ชุมชนท้องถิน่ กับผมู้ าเยือน

77 การจดั การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

4.7.2 บทความวิชาการเรื่อง “รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ล่องเรือวังเลาของเทศบาล
ตำบลเอราวัณ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย: การท่องเที่ยวล่องแก่งชมวิถีชีวิตและธรรมชาติ” โดยตันติกร
โนนศรและคณะ (2562) ได้อธิบายการการจดั การท่องเท่ียวไว้ดังนี้

1. สภาพการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ล่องเรือวังเลาของเทศบาลตำบลเอราวัณ ปัจจัยที่
สง่ ผลตอ่ การจดั การทอ่ งเทีย่ วเชงิ อนุรกั ษข์ องเทศบาลตำบลเอราวัณและชุมชนบ้านวังเลา คือการมีส่วนรว่ มของ
คนในชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรของท้องถิ่น
ภาครัฐก็ได้เข้ามามีส่วนรว่ มในการสนับสนุนไดต้ รงตามความต้องการของชมุ ชน

2. รปู แบบการจดั การท่องเที่ยวเชิงอนุรกั ษข์ องเทศบาลตำบลเอราวณั อำเภอเอราวัณ จงั หวัด
เลยการมีส่วนร่วมในการคิด พัฒนา สร้างสรรค์ที่เกิดจากความต้องการของชุมชน จะต้องได้รับความร่วมมือ
และสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจจะต้องมีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาร่วมกระตุ้นให้เกิดการมองเห็น
ความสำคัญและคุณค่าของทรัพยากรทีม่ ีอยู่แลว้ ในชุมชน ปัจจัยทท่ี ำให้รูปแบบการจดั การทอ่ งเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ประสบความสำเร็จคือ 1) ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ 2) การรวมกลุ่มของ
ชุมชนจะต้องชัดเจนในรูปแบบของการมีส่วนร่วม 3) ชุมชนจะต้องมีส่วนร่วมในการคิดและตัดสินใจในการ
จัดการทรัพยากร 4)การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5) ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและหน่วยงานที่
เกย่ี วขอ้ ง

4. 7.3 บ ท ค ว า ม วิ ช า ก า ร เ ร ื ่ อ ง Sense of Community and Participation for Tourism
Development by Fariborz Aref (2011) ไดอ้ ธิบายการพัฒนาชมุ ชนท่องเทีย่ ว ไว้ว่า

Assessing sense of community is an important step in developing tourism strategies
to achieve community development

Sense of community is a motivation to support local people for participation in
tourism activities. Clearly, sense of community plays an influential role in the success of
tourism in local communities.

ผ้เู ขยี นเห็นวา่ การพัฒนาเปน็ ชุมชนท่องเทย่ี ว ตอ้ งอาศัยการทำความความเขา้ ใจของชุมชน ซึ่งจะมีผล
ต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน การเพิ่มการมีส่วนร่วมในท้องถิ่น และการเข้าใจคนในชุมชนจะทำเกิด
การพฒั นาและเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพัฒนาการท่องเทยี่ วในชมุ ชนใหป้ ระสบความสำเร็จ

4.8 บทสรุป

ก่อนการศึกษาความเป็นไปได้ ควรจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันถึงเป้าหมายและแรงจูงใจของชุมชนต่อ
การทอ่ งเทยี่ ว และชี้แจงบทบาทและวัตถปุ ระสงคข์ องโครงการท่ีต้องการสนับสนนุ การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน
สร้างพันธะสัญญาต่อกัน โดยทั้งสองฝ่ายควรมีข้อตกลงในเบื้องต้นว่า ความร่วมมือนี้ต้องการการมีส่วนร่วมของ

78 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

ชุมชนและความต่อเนื่องของโครงการ คนทำงาน และแหล่งทุนสนับสนุน โดยกำหนดว่าการศึกษาชุมชนจะเป็น
จุดเริ่มต้นของการทำงาน ส่วนแผนงานของทั้งสองฝ่ายจะเกิดขึ้นหลังจากได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาชุมชน
แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนและโครงการได้พิจารณาความเป็นไปได้ก่อนการเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความ
เขม้ แข็งของชมุ ชนในการจดั การการทอ่ งเที่ยว โดยประเด็นในการพจิ ารณาความเป็นไปได้ของชมุ ชน ประกอบด้วย

1. ความสนใจ ความกระตือรือร้น และการมีสว่ นรว่ มของชุมชนตอ่ เรื่องการทอ่ งเท่ียว

2. ความเหมาะสมของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วท้งั ดา้ นธรรมชาติและวัฒนธรรม

3. ความเส่ียงตอ่ ผลกระทบทีย่ ากต่อการควบคมุ และจดั การ

4. ความต้ังใจจรงิ และความสามารถในการทำงานขององค์กรท่มี าเปน็ พ่ีเล้ยี ง

4.9 คำถามท้ายบทเรยี น
4.9.1 จงอธิบายเป้าหมายและแรงจูงใจของชมุ ชนในการทำการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนเปน็ อยา่ งไร
4.9.2 จงอธิบายผลกระทบเชิงบวก/ลบของการทอ่ งเทยี่ วเป็นอยา่ งไร
4.9.3 จงอธบิ ายศกั ยภาพและข้อจำกัดของชุมชนเปน็ อย่างไร
4.9.4 จงอธบิ ายการวเิ คราะห์ขอ้ มูลร่วมกนั กับชมุ ชนเปน็ อย่างไร

4.10 กิจกรรมเสรมิ การเรยี นร้ทู ้ายบทเรยี น
ให้นักศึกษาพิจารณาความเป็นไปได้ร่วมกับชุมชนการท่องเที่ยวที่เลือกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา แล้ว

วเิ คราะหใ์ ห้ไดว้ า่ ชมุ ชนดังกลา่ วมคี วามพรอ้ มในการจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนในระดับใด เพราะเหตใุ ด

79 การจดั การท่องเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

บทท่ี 5

การวางแผนการจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน

วัตถปุ ระสงคป์ ระจำบทเรยี น
1. เพื่อใหน้ ักศึกษาได้ทราบถึงการกำหนดวสิ ยั ทัศน์และวัตถุประสงคข์ องการท่องเที่ยว

2. เพื่อใหน้ ักศกึ ษาได้ทราบถึงการวางแผนการจดั การท่องเทยี่ วโดยชุมชน

เนอื้ หาของบทเรยี น
5.1 การกำหนดวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ของการท่องเท่ียว
5.2 การวางแผน
5.3 ตวั อยา่ งชุมชนท่องเทยี่ วที่มีการวางแผนการจดั การท่องเท่ียว
5.4 เอกสารบทความทางวิชาการ/งานวิจยั ที่เกยี่ วข้อง
5.5 บทสรุป
5.6 คำถามท้ายบทเรยี น
5.7 กิจกรรมเสริมการเรยี นรู้ทา้ ยบทเรียน

5.1 การกำหนดวิสยั ทัศน์และวตั ถุประสงค์ของการท่องเที่ยว (Tourism Vision and Objective)

5.1.1 ความหมายและความสำคญั ของการกำหนดวสิ ยั ทศั น์

การกำหนดวสิ ัยทศั น์ของชุมชนต่อ CBT เป็นการตอบคำถามวา่ ในอนาคตชมุ ชนจะทำอะไรกบั ใครหรือ
เพื่อใคร ทำให้เห็นภาพจุดหมายปลายทางที่กำลังดำเนินไปขององค์กรชาวบ้านต่องาน CBT ในอนาคตชัดเจน
ขึ้น หากชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ก็จะทำให้เกิดการสร้างจุดมุ่งหมายร่วมกันและก่อเกิด
ความผูกพนั รว่ มกันระหว่างชาวบา้ นในการท่จี ะร่วมกันพัฒนาองคก์ รต่อไปในอนาคต

1. วสิ ัยทศั น์ คอื อะไร ?

วิสัยทัศน์ คือ การประเมินสถานการณ์ในอนาคตที่ชุมชนต้องการ โดยอาศัยความรู้ ประสบการณ์
การหยั่งรสู้ ถานการณแ์ ละสถานภาพแวดลอ้ มท่เี ปล่ียนแปลงไป มาประกอบการพิจารณา

2. ความสำคัญของการกำหนดวสิ ัยทัศนต์ ่อการพัฒนา CBT

เป็นการกำหนดทิศทางของชุมชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อแสดงจุดยืนของ
ชุมชนและภาพลักษณ์ของชุมชนต่อบุคคลภายนอก วิสัยทัศน์เป็นเสมือนความใฝ่ฝันให้สังคมหรือชุมชนมีการ
เปลี่ยนแปลงตามแนวคิดและความเชื่อของสมาชิกในองค์กร เป็นพลังขับเคล่ือนความหวังของแต่ละคน เป็น
แรงประสานความรว่ มมอื กบั คนอนื่ และองคก์ รอ่ืน

80 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

การที่องค์กรชาวบ้านสามารถกำหนดจุดยืนของตนต่องาน CBT ได้ชัดเจนก็จะทำให้เห็นว่า CBT มี
ความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับการพัฒนาชุมชนอย่างไร และเห็นแนวทางในการใช้ CBT เป็นเครื่องมือในการ
พฒั นาชุมชนได้

ก่อนกำหนดวิสัยทัศน์ชุมชนควรจะต้องประเมินสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกชุมชน โดยการ
วเิ คราะหจ์ ดุ แขง็ จดุ อ่อนขององคก์ ร โอกาสและอุปสรรคทางสภาพแวดล้อม การวิเคราะหป์ ัจจัยเหลา่ นจี้ ะชว่ ย
ให้เข้าใจไดว้ า่ ปัจจัยเหลา่ น้ีมีอทิ ธิพลตอ่ ผลการดำเนินงานขององค์กรอยา่ งไร

5.1.2 การกำหนดวสิ ยั ทศั น์การทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชน
ใหช้ าวบ้านจนิ ตนาการว่า “อะไรที่อยากเห็นอยากเป็นอยากใหเ้ กดิ ขึ้นในอนาคต” ในระยะเวลา 10 ปี
ซึ่งในขั้นตอนน้ีจะช่วยให้ชุมชนได้พิจารณาว่า การพัฒนาในลักษณะใดเหมาะสมกับวิสัยทัศน์ และจะต้องทำ
อะไรหรอื อยา่ งไรทจ่ี ะบรรลุส่ิงทคี่ าดหวงั ไว้
การกำหนดวิสัยทัศน์ กำหนดจากสิ่งที่ชุมชนมี ความต้องการในอนาคต และการเชื่อมโยงให้เห็น
ความสัมพนั ธข์ องการท่องเทีย่ วกบั ชุมชน

ตัวอยา่ งวิสยั ทศั น์

“ชมุ ชนมที รัพยากรธรรมชาติที่อดุ มสมบรู ณ์ มีความภาคภมู ใิ จในวฒั นธรรม
ของตนเอง มคี ุณภาพชวี ิตทีด่ ี ลูกหลานมกี ารศึกษาระดับอดุ มศกึ ษา
นักท่องเทยี่ วได้รบั การตอ้ นรับอยา่ งอบอุน่ ชุมชนมีชอ่ื เสยี งเปน็ ทยี่ อมรบั
จากภายนอก”

ภาพที่ 5.1 ตัวอยา่ งวิสยั ทัศน์
ที่มา: ( พจนา สวนศรี, 2546 )

81 การจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

เครอ่ื งมอื ช่วยระดมความคิดสร้าง “วิสยั ทัศน”์
ต้นไม้ทอ่ งเท่ียว

ให้ชาวบ้านเปรียบเทียบการท่องเที่ยวกับส่วนต่างๆ ของต้นไม้ดังนี้ ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล
โดยในขั้นแรกให้บอกบทบาทหน้าที่ของส่วนต่างๆของต้นไม้ก่อนว่า รากทำหน้าที่อะไร ลำต้นทำหน้าที่อะไร
ใบทำหน้าที่อะไร ดอกไม้ทำหน้าที่อะไร และผลทำหน้าที่อะไร จากนั้นให้ลองเปรียบเทียบส่วนต่างๆของ
ต้นไมก้ บั กลไกตา่ งๆของการท่องเที่ยวที่คาดหวงั จะใหเ้ กิดขึ้นในอนาคต จากนัน้ ใหส้ รุปเป็นภาพรวมของต้นไม้
ท่องเที่ยวของชมุ ชนและวิสยั ทัศนข์ องชุมชนต่อการท่องเทย่ี ว

เอกลักษณเ์ ฉพาะถิ่น

การมีสว่ นร่วม คณุ ภาพชีวติ
การจดั การ

ทรัพยากร

ภาพที่ 5.2 ตน้ ไม้ทอ่ งเทย่ี ว
ทมี่ า: ( พจนา สวนศรี, 2546 )

82 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

5.1.3 วตั ถปุ ระสงคข์ องการท่องเที่ยว

เป็นการกำหนดทิศทางและความตอ้ งการที่สามารถวดั ผลได้ หากชุมชนกำหนดวัตถุประสงค์ของการ
ทำ CBT ได้ชัดเจนก็จะทำให้การประเมินผลความสำเร็จหรือล้มเหลวของโครงการเป็นไปได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ อนั จะเป็นบทเรียนที่มีประโยชน์ตอ่ ชุมชนตนเองและชุมชนอ่ืนทส่ี นใจเร่ือง CBT

ตวั อย่างวัตถปุ ระสงค์ของการทำ CBT

1. เพ่ือใหช้ าวบา้ นและนักท่องเทย่ี วเกิดจติ สำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มกี ารวางแผนการ
ใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรการทอ่ งเที่ยวอยา่ งยั่งยืนและมมี าตรการในการป้องกนั ผลกระทบด้านส่ิงแวดล้อม

2. เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบทอด
วฒั นธรรม

3. เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น......% ภายใน 2 ปี ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวมีการกระจายอย่าง
เปน็ ธรรมในชมุ ชน

4. เพอ่ื นำรายได้จากการท่องเทย่ี วไปสนับสนุนการพฒั นาหมู่บา้ นและพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตของชาวบ้าน
ในชุมชน

5. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในการเข้าร่วมโครงการ การพัฒนาตนเองในด้านความรู้
ความสามารถในการจดั การการท่องเท่ียว และการเป็นมัคคเุ ทศกท์ อ้ งถน่ิ

6. เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชาวบ้านให้เข้ามาจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ สามารถประสานงานและตอ่ รองกับหน่วยงานภายนอกได้

7. เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนระหว่างนักท่องเที่ยวกับชาวบ้าน ทั้งในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม
และการรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ทำใหน้ กั ทอ่ งเท่ยี วมีความเข้าใจชุมชนท้องถิ่นและเคารพใน
วฒั นธรรมท่ีแตกต่าง

5.2 การวางแผน (Planning)
ในการดำเนนิ งานเรื่องการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน กระบวนการสำคัญหลงั จากการกำหนดวัตถปุ ระสงค์ก็

คือ การวางแผน การดำเนนิ งาน และการตดิ ตามประเมนิ ผล

5.2.1 การวางแผน

การวางแผน คือ การวางแนวทางเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยการ
วางแผนนีจ้ ะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ในส่วนของการเตรียมความพร้อมชมุ ชน และการเตรียมความพร้อมดา้ น
การตลาด จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการทำแผนปฏิบัติการ และแผนการติดตามประเมินผล ซึ่งก่อนการ
วางแผนจะตอ้ งมีการศกึ ษาและวเิ คราะห์ขอ้ มลู กอ่ น

83 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

ศกึ ษาชมุ ชน ศึกษาตลาดและสถานการณภ์ ายนอก

วิเคราะหป์ จั จัยภายใน/นอก ศกึ ษาความเปน็ ไปได้
กำหนดวัตถุประสงค์

วางแผน

………………………………. ……………………………........................

ชุมชน/การตลาด

เตรยี มความพร้อมชุมชน เตรยี มความพรอ้ มดา้ นการตลาด

รปู แบบการท่องเท่ยี ว การบริการ นกั ทอ่ งเที่ยว โปรแกรมการท่องเท่ียว
และส่ิงอำนวยความสะดวก การประชาสัมพนั ธ์

แผนปฏบิ ตั กิ าร/แผนตดิ ตามและประเมนิ

…………………………………. การดำเนินงาน …………………………………………..
การดำเนินงาน
……………………………… …………………………………………
การประเมนิ ผล
การตดิ ตามและประเมนิ ผล

ภาพท่ี 5.3 แผนผงั แสดงกระบวนการวางแผนงานด้านการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชน
ทมี่ า: ( พจนา สวนศรี, 2546 )

84 การจัดการท่องเท่ียวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

5.2.2 องคป์ ระกอบสำคัญของการวางแผน

1. มขี ้อมลู /ข้อเท็จจรงิ ที่เป็นปัจจุบัน และการคาดการณใ์ นอนาคต

2. การมีส่วนร่วมของชาวบ้านในการศึกษาหาข้อมูล การวิเคราะห์ และหาแนวทางในการ
ทำงาน

3. มีการกำหนดกรอบของแผนงานอยา่ งชัดเจน

4. การปฏิบัติตามแผนที่ได้วางไว้

5. มกี ารตดิ ตามประเมนิ ผล

1. แนวคดิ การวางแผน

ดรรชนี เอมพันธุ์ ( 2545:121-122 ) ได้กล่าวถึงแนวคิดการวางแผนจัดการการท่องเที่ยว
โดยชมุ ชนไว้ว่า ควรคำนึงถงึ หลักการของการท่องเทย่ี วแบบยง่ั ยนื ซง่ึ ประกอบด้วย หลักการพืน้ ฐาน 3 ประการ
คือ (1) ด้านคุณภาพ ได้แก่ คุณภาพของประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวพึงได้รับ คุณภาพของทรัพยากรการ
ท่องเที่ยวที่มีการจัดการอย่างเหมาะสม และคุณภาพชีวิตของประชาชนท้องถิ่น (2) ความต่อเนื่อง ให้การ
ท่องเที่ยวนั้นเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านผลประโยชน์ที่พึงได้รับจากการท่องเที่ยวและความยั่งยืนของ
ทรัพยากรการท่องเทีย่ ว และ (3) ความสมดุล ในการจัดการการทอ่ งเที่ยว ได้แก่ การกระจายประโยชนอ์ ย่าง
เปน็ ธรรมไปยังทุกฝา่ ยที่เก่ียวข้อง และความสมดุลระหวา่ งปริมาณการใช้ประโยชน์ทรัพยากรการท่องเท่ียวกับ
ขดี ความสามารถในการรองรบั ได้ของพนื้ ท่ี

2. เทคนคิ การวางแผน

เทคนิคการวางแผนยึดหลักการวางแผนแบบมีสว่ นร่วม ซึ่งเทคนิคที่สำคัญๆในการกระตุ้นให้
ชุมชนทอ้ งถ่นิ มสี ่วนร่วมในการดำเนนิ การวางแผนมดี ังนี้:-

2.1 เทคนิคการประชุมกลุม่ ย่อย ( Focus group Interview ) เป็นการสมั ภาษณ์พูดคยุ โดย
กำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ มีจำนวนผู้เขา้ ประชุมไม่มากนัก ประมาณ 6-10 ราย ซึ่งตัวแทนที่มาร่วมประชมุ
ต้องรับฟังและให้ข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่กำหนดเป็นกรอบในการประชุมกลุ่ม ซึ่งผู้นำการเจรจาพูดคุย
ตอ้ งกระตนุ้ ให้มกี ารแสดงความคดิ เห็นอย่างทั่วถงึ หลกั การสำคัญของการประชมุ กลมุ่ ยอ่ ยคือ การคดั เลือกกลุ่ม
และตัวแทนที่จะมาประชุมในกลุ่มต้องมีบทบาทหน้าที่และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องสูง พร้อมที่จะให้ความ
ร่วมมือและมีส่วนร่วมในการประชุมอย่างเต็มที่ นอกจากนั้น กลุ่มต้องมีขนาดเล็กเพ่ือเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม
ประชุมสามารถมเี วลาในการให้ขอ้ คดิ เห็นไดอ้ ย่างทว่ั ถึงทุกคน

85 การจดั การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

วตั ถปุ ระสงคม์ ดี งั น:้ี -

1. เพื่อชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการวางแผนจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีส่วนร่วมให้
ผ้เู ข้าร่วมประชมุ รับทราบ

2. เพอ่ื รบั ฟังข้อมูล ความคิดเหน็ และความต้องการเข้าร่วมโครงการจากผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่ง
เป็นตวั แทนของกลมุ่ เปา้ หมายอย่างทัว่ ถงึ

3. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปรึกษาหารือหรือถกประเด็นอื่นๆที่กำหนดเป็นกรอบการ
ประชมุ

2.2 เทคนิคการระดมสมอง ( Brainstorm ) เป็นเทคนิคที่ใช้ร่วมกับประชุมกลุ่มย่อยเพื่อให้
ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้คำตอบสำหรับหัวข้อที่กำหนดให้ เช่น การระดม
สมองเพื่อหาข้อดีข้อเสียของการท่องเที่ยวที่มีต่อชุมชน การระดมสมองหาแนวทางปฏิบัติในการจัดกา
ทรัพยากรการท่องเที่ยวของชุมชน เป็นต้น โดยใช้ประสบการณ์และความรู้ของผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อระดม
สมอง หลักการสำคัญคือ ต้องเป็นการระดมสมองจากผู้เข้าประชุมทุกคน ไม่ใช่การระดมสมองจากผู้ใดผู้หน่ึง
แต่เพยี งคนเดยี ว

วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ใช้ความคิดร่วมกันในการหาแนวทางหรือคำตอบ
สำหรับประเด็นท่กี ำหนดข้นึ เปน็ หัวขอ้ ของการระดมสมอง

2.3 เทคนิคการทำแผนท่ที ่องเที่ยวของชุมชน ( Community-based Tourism Resource
Map ) เป็นการวาดแผนท่ีด้วยมือแบบสังเขป ไมค่ ำนึงถงึ มาตราสว่ น เพ่อื แสดงท่ีตั้งชมุ ชน และแหล่งท่องเที่ยว
ของชุมชน ใช้สัญลักษณ์ที่สามารถเข้าใจง่าย โดยให้สมาชิกเป็นผู้ให้ข้อมูลเอง พร้อมทั้งระบุประเภทของ
กิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยว กำหนดเส้นทางการเชอื่ มโยงแหลง่ ท่องเท่ยี วแต่ละแหล่ง เพ่อื ใชเ้ ปน็ แนวทางจัดการ
แหลง่ ท่องเท่ียวของชุมชนตอ่ ไป

วัตถุประสงค์ มีดงั น้ี:-

1. เพอ่ื สำรวจทตี่ งั้ ชมุ ชน และทรัพยากรการท่องเที่ยวของชุมชนและแหลง่ ท่องเท่ยี วใกล้เคียง
ท้ังสามารถระบุประเภทของกิจกรรมในแหล่งท่องเทยี่ วของชุมชน

2. เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนได้ทราบว่าชุมชนนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวและทรัพยากรการท่องเที่ยว
อะไรบา้ ง ตงั้ อยูบ่ ริเวณใด และสามารถนำมาจัดการเพอื่ รองรบั การทอ่ งเท่ยี วได้อยา่ งไร

3. เพื่อบ่งช้ีถึงความสามารถในการรองรับการใชป้ ระโยชน์จากการทอ่ งเที่ยว การบริการและ
การพัฒนาพนื้ ทขี่ องแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วชุมชน

4. เพ่ือใชเ้ ป็นข้อมลู ในการจดั การพื้นทีใ่ หต้ รงกับความต้องการของพ้นื ท่ี

86 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

2.4 เทคนิค AIC เพื่อกำหนดและจัดตั้งองค์กรจัดการการท่องเที่ยวของท้องถิ่น เป็นการ
ประชุมที่มีวิธีการและขั้นตอนที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสส่ื อสาร แลกเปลี่ยนความรู้และ
ประสบการณ์ ข้อมูลข่าวสาร ซ่งึ จะทำให้เกิดความเข้าใจถึงสภาพปัญหา ขอ้ จำกัด ความตอ้ งการ และศักยภาพ
ของผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ เป็นกระบวนการที่ระดมพลังสมองเพื่อแก้ไขปัญหาและหาแนวทางในการพัฒนาในเชงิ
สร้างสรรค์ เมื่อดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน และผลที่ได้จากการประชุมนี้มาจากความคิดเห็นของผู้เข้าร่วม
ประชุมทุกคน สามารถสรปุ เทคนิค AIC เป็น 3 ข้นั ตอนคือ

ขั้นตอนที่ 1 การสร้างการรับรู้ ( Appreciation หรือ A ) เป็นขั้นตอนการเรียนรู้และ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขั้นตอนนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนแสดงข้อคิดเห็น รับฟัง และหา
ข้อสรุปร่วมกันอย่างเป็นประชาธิปไตย โดยใช้การวาดรูปเป็นสื่อในการแสดงความคิดเห็นแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ
การวิเคราะหส์ ถานการณใ์ นหมบู่ ้านในปัจจุบัน และการกำหนดอนาคตของหมบู่ ้านวา่ ต้องการให้เกดิ การพัฒนา
หรอื จัดตง้ั องคก์ รด้านการทอ่ งเทย่ี วในทิศทางใด

ขน้ั ตอนที่ 2 การสร้างแนวทางการพัฒนา ( Influence หรอื I ) เป็นขน้ั ตอนการหาวธิ ีการท่ี
จะทำใหส้ ามารถพัฒนาหมบู่ ้านตามเปา้ หมายทต่ี ้งั ไว้ และเป็นช่วงการหามาตรการหรอื วิธใี นการพัฒนาและการ
คน้ หาเหตผุ ลเพอื่ จดั ลำดับความสำคญั ตามความเห็นของกลุ่มผ้เู ขา้ รว่ มประชุม

ขั้นตอนที่ 3 การสร้างแนวทางปฏิบัติ ( Control หรือ C) คือ การนำเอาโครงการหรือ
กิจกรรมต่างๆมาสู่การปฏิบัติ และจัดกลุ่มผู้ดำเนินงานซึ่งจะรับผิดชอบต่อโครงการหรือกิจกรรม โดยการทำ
การแบง่ กลุม่ รบั ผิดชอบและตกลงรายละเอียดในการดำเนนิ งาน

วัตถปุ ระสงค์

1. เพื่อระดมสมองและแนวคดิ จากชมุ ชน

2. เพือ่ กระตุ้นให้ชุมชนคิดและศกึ ษาแนวทางในการจัดการทรัพยากรการท่องเท่ยี วของชุมชน
เพ่อื ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพง่ึ ตนเองได้

5.2.3 การวางแผนยทุ ธศาสตร์

ก่อนการวางแผนจะต้องนำผลการวิเคราะห์ศักยภาพ-ข้อจำกัด โอกาส-ความเสี่ยงมาพิจารณาเพ่ือ
กำหนดยทุ ธศาสตรข์ ององค์กร โดยปกตจิ ะมี 4 ยทุ ธศาสตร์ ไดแ้ ก่:-

1. ยุทธศาสตร์เชิงรุก ( ศักยภาพ+โอกาส ) สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกที่เอื้อต่อชุมชน
แนวทางในการวางแผน คือ การดึงเอาจุดแข็งมาเสริมสร้างองค์กรและใช้โอกาสต่างๆที่มีทำประโยชน์ให้กับ
ชุมชนหรอื องคก์ รชุมชน

87 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

2. ยุทธศาสตร์เชงิ รบั ( ศกั ยภาพ+ความเสี่ยง ) ปัจจยั ภายนอกท่ีไม่เอ้ือต่อการดำเนินงาน แต่ชุมชน
มคี วามเขม้ แข็ง แนวทางในการวางแผนคือ การชะลองานทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับปจั จยั แวดล้อมภายนอก เนน้ การขยาย
ขอบข่ายงาน CBT ไปยงั กลุม่ ตา่ งๆทเ่ี กย่ี วขอ้ งในชุมชน

3. ยุทธศาสตร์ปรับตัว หรือ สกัดจุดอ่อน ( ข้อจำกัด+โอกาส ) แม้สถานการณ์ภายนอกเอื้ออำนวย
แต่ชุมชนยังมีข้อจำกัดอยู่ แนวทางในการวางแผนคือ การลดข้อจำกัด สร้างเสริมศักยภาพ และใช้โอกาสที่
เอื้ออำนวยหาพันธมติ รหรือเครือขา่ ยการทำงาน

4. ยุทธศาสตร์ป้องกันหรือถอย ( ข้อจำกัด+ความเสี่ยง )เป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย เนื่องจากต้อง
เผชญิ ท้ังอปุ สรรคภายนอกและปัญหาข้อจำกดั ภายใน แนวทางในการวางแผนคือ การหามาตรการที่จะป้องกัน
หรือทำให้ชมุ ชนสูญเสียน้อยทีส่ ุดได้อย่างไร เมอื่ วิเคราะหว์ ่าเกนิ ความสามารถท่ีจะดำเนินการต่อไปได้ก็ควรจะ
ยุติ

5.2.4 การจัดทำแผนงาน

หลงั จากวิเคราะหย์ ทุ ธศาสตร์แล้ว การกำหนดแผนงานจะจัดทำได้ง่ายขึ้น และมที ศิ ทางการดำเนินงาน
ทชี่ ดั เจนมากขนึ้

ตารางท่ี 5.1 ยทุ ธศาสตร์และแผนงานทสี่ อดคลอ้ ง

ยุทธศาสตร์ แผนงานที่สอดคล้อง

1.ยทุ ธศาสตร์เชิงรุก แผนการตลาด แผนการพฒั นาแหลง่ ท่องเท่ียว แผนพัฒนาบคุ ลากร

2.ยุทธศาสตร์เชิงรบั แผนการเสรมิ สรา้ งการยอมรับเรือ่ งการจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชน

3.ยทุ ธศาสตรป์ รบั ตวั /สกัดจุดออ่ น แผนพัฒนาบุคลากร แผนพัฒนาองค์กร แผนการฟื้นฟู
สภาพแวดลอ้ มและวัฒนธรรม แผนพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐานและการ
บรกิ าร

4.ยทุ ธศาสตร์ป้องกัน/ถอย แผนงานวิจัยศักยภาพชุมชน แผนงานศึกษาผลกระทบด้านการ
ท่องเที่ยว


Click to View FlipBook Version