The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารคำสอนวิชาท่องเที่ยวชุมชน1.64ปริวรรต)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by parichats969, 2021-07-28 00:10:57

เอกสารคำสอนวิชาท่องเที่ยวชุมชน1.64ปริวรรต)

เอกสารคำสอนวิชาท่องเที่ยวชุมชน1.64ปริวรรต)

Keywords: เอกสารคำสอนวิชาท่องเที่ยวชุมชน1.64ปริวรรต)

138 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

ผู้เขยี นเห็นว่า การพัฒนาเพ่ือนำมาสู่ความสำเรจ็ ของการจัดการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน จำเป็นอย่างยิ่งที่
จะต้องเกิดจากความต้องการและความสามัคคีของคนในชุมชน การมีจิตสำนึกรักและภูมิใจในบ้านเกิด และ
การรู้จักการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ชุมชนจะต้องตื่นตัวในการเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการ
ทอ่ งเท่ียวไมว่ ่าจะเปน็ ทัง้ ในดา้ นการเสรมิ สร้างศักยภาพของชุมชนใหเ้ ขม้ แขง็ พรอ้ มทจ่ี ะเป็นผู้ใหบ้ ริการ

7.4.2 บทความวิชาการเรื่อง Sustainability indicators for managing community tourism by
HwanSuk Chris Choia (2006) ได้อธบิ ายการจัดการการทอ่ งเทยี่ วชมุ ชน ไว้ว่า

Sustainable indicators relying on communities’ distinctive characteristics and
employing indicator experts from the social and physical sciences and from all stakeholder
groups, including residents of the host community, industry experts, government planners,
policy-makers and non-governmental organizations.

ผู้เขียนเห็นว่า การจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เกิดความยั่งยืนน้ัน จำเป็นต้องปลูกจิตสำนึกของ
คนในชุมชนให้เกิดความหวงแหนทรัพยากรท่ีมอี ยู่ในชมุ ชน ตลอดจนกลุ่มผู้มีส่วนได้สว่ นเสีย รวมถึงผู้อยู่อาศัย
ในชุมชน ภาครัฐผู้กำหนดนโยบาย และองค์กรพัฒนาภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาและรักษาให้เกิดความ
ย่ังยืนต่อไป

7.5 บทสรุป

การท่องเที่ยวโดยชุมชนจำเป็นต้องมีองค์กรที่เข้ามารับผิดชอบในการทำงาน เนื่องจากลักษณะงาน
ต้องติดต่อสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นบุคคลภายนอก หรือหน่วยงานภายนอกที่ต้องประสานความร่วมมือ
ดว้ ย หากชมุ ชนไม่จดั ตงั้ องคก์ รทช่ี ัดเจนหรือบอกได้อยา่ งชดั เจนวา่ กิจกรรมการทอ่ งเทยี่ วอย่ภู ายใต้โครงสร้าง
ขององค์กรใดในชมุ ชน ก็จะทำให้เกิดความสับสนไดง้ า่ ย

การที่จะชี้วัดว่าองค์กรที่เข้ามาทำหน้าที่จัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นตัวแทนผลประโยชน์ที่
แทจ้ รงิ ของชมุ ชนหรือไม่ องค์กรต้องใหค้ วามสำคญั กบั องคป์ ระกอบตา่ งๆ ดังนี้:-

1. การมีส่วนร่วม
2. การกระจายบทบาทการทำงาน
3. การกระจายผลประโยชน์
4. มีระบบการทำงานทโ่ี ปร่งใส/ตรวจสอบได้
5. มมี าตรการในการควบคมุ และปอ้ งกนั ผลกระทบทางดา้ นสงั คม วฒั นธรรม และสงิ่ แวดลอ้ ม
ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้แก่ ปัจจัยที่สนับสนุนชุมชนดำเนินการ
ท่องเที่ยว และ ปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดต่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยชุมชน โดยมีแนวทางในการสนับสนุนให้เกิด
การท่องเที่ยวโดยชุมชน คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว การส่งเสริม
รณรงค์การตลาดเพอ่ื สงั คม การผลักดนั ใหร้ ฐั มนี โยบายท่เี กย่ี วข้องกับการส่งเสรมิ การทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน

139 การจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

7.6 คำถามท้ายบทเรียน
7.6.1 จงอธบิ ายการบริหารจดั การองค์กรการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนเป็นอยา่ งไร
7.6.2 จงอธบิ ายมาตรการในการควบคุมและป้องกนั ผลกระทบทางดา้ นสงั คมเป็นอย่างไร
7.6.3 จงอธิบายปัจจัยท่ีมีผลตอ่ การดำเนินงานการท่องเทีย่ วโดยชุมชนเป็นอย่างไร

7.7 กิจกรรมเสริมการเรยี นรู้ท้ายบทเรยี น
ให้นักศึกษาเลือกชุมชนการท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นกรณีศึกษาสัก 1 แห่ง แล้ววิเคราะห์องค์ประกอบ

สำคัญขององค์การ CBT ตามแนวคดิ หรอื ทฤษฎที ่เี รยี นมาใหเ้ ห็นภาพที่ชดั เจน

140 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

บทที่ 8

การจดั ทำโปรแกรมการท่องเท่ยี วโดยชุมชนและการกำหนดราคาขาย

วตั ถุประสงค์ประจำบทเรยี น
1. เพ่อื ให้นักศกึ ษาได้ทราบถึงหลักการจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยว
2. เพือ่ ให้นักศกึ ษาได้ทราบถงึ องค์ประกอบที่สำคญั ของการจัดทำโปรแกรมการทอ่ งเท่ียว
3. เพือ่ ใหน้ ักศกึ ษาไดท้ ราบถึงรูปแบบกจิ กรรมการท่องเท่ยี วโดยชุมชน
4. เพ่ือให้นักศึกษาได้ทราบถงึ ขีดความสามารถในการรองรบั การท่องเท่ยี ว
5. เพอ่ื ใหน้ ักศึกษาได้ทราบถึงหลกั การตั้งราคาหรืออัตราการให้บรกิ ารการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน

เนื้อหาของบทเรยี น
8.1 การจดั ทำโปรแกรมการท่องเท่ยี ว
8.2 ตัวอยา่ งชุมชนทมี่ ีการจดั ทำโปรแกรมการท่องเที่ยว
8.3 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจยั ทเ่ี กย่ี วข้อง
8.4 บทสรุป
8.5 คำถามประจำบทเรยี น
8.6 กจิ กรรเสริมมการเรียนรู้ท้ายบทเรยี น

8.1 การจัดทำโปรแกรมการท่องเทยี่ ว ( Program Design )

การจดั ทำรายการนำเที่ยว (Package Tour) ประกอบดว้ ยการจัดหายานพาหนะ ทีพ่ ักคา้ งคืน อาหาร
ติดตอ่ สถานที่ท่องเที่ยว ( ธรรมชาติ โบราณสถาน วฒั นธรรม แหล่งบนั เทงิ เริงรมย์ต่างๆ ) และการจัดนำเที่ยว
โดยทั่วไปสามารถจำแนกได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือจัดนำเที่ยวตามความต้องการของนักท่องเที่ยวและจัด
ตามรายการนำเทยี่ วทไ่ี ดเ้ ตรียมไว้แล้ว

1. การจัดนำเที่ยวตามความต้องการของนักท่องเที่ยว การนำเที่ยวแบบนี้จะกำหนดงบประมาณ
รายการต่างๆ ให้สนองตอบตรงความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด ต้องสามารถสร้างความ
ประทับใจ โดยจัดให้มีกิจกรรมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกลุ่มนักท่องเที่ยว บางครั้งเราเรียกการจัดนำ
เที่ยวแบบนี้ว่ากรุ๊ปเหมา หากเป็นการจัดนำเที่ยวที่ทางหน่วยงานของลูกค้าให้จัดนำเที่ยวเพื่อเป็นการเที่ยว
พักผ่อนประจำปีหรือการเที่ยวเพื่อให้รางวัลแก่พนักงาน แบบนี้จะเรียกว่า Incentive Tour โดยที่ลูกค้าหรือ
นกั ท่องเทย่ี วจะเปน็ ผมู้ สี ่วนรว่ มในการกำหนดความต้องการในบางเร่ืองหรืออาจทกุ เร่ือง เชน่ สถานทีท่ อ่ งเท่ียว
วันเวลาเดนิ ทาง โรงแรมทีพ่ กั รา้ นอาหาร ฯลฯ โดยท่บี ริษทั นำเท่ียวจะเปน็ ผู้ดำเนินการจัดลงรายการต่างๆ ให้
เหมาะสมกับความต้องการ เวลา และงบประมาณทลี่ ูกค้ามี การจัดนำเทย่ี วแบบน้โี ดยมากนักท่องเท่ียวมักให้ผู้
จัดนำเที่ยวจัดหากิจกรรมระหว่างการเดินทางด้วยเช่น จัดให้มีกิจกรรมวอล์ค แรลลี่ ( Walk Rally ) จัดให้มี
งานร่ืนเริง รอ้ งเพลงคาราโอเกะ จัดใหม้ กี จิ กรรมมอบรางวลั ให้แก่พนักงาน เปน็ ต้น

141 การจัดการท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

2. การจัดนำเที่ยวตามรายการนำเที่ยวที่เตรียมไว้แล้ว คือ การจัดนำเที่ยวที่บริษัทนำเที่ยวเป็นผู้
กำหนดรายการนำเที่ยวทั้งหมดเป็นแบบเหมาจ่าย ( Package Tour ) โดยมีกำหนดวันเวลาเดินทาง มีการ
จดั เตรยี มยานพาหนะ โรงแรมทพี่ กั ร้านอาหาร สถานท่ที ่องเที่ยว ตลอดจนเส้นทางการเดนิ ทาง และแจ้งราคา
ขาย แล้วโฆษณาประชาสัมพนั ธใ์ ห้ลูกค้าท่ีสนใจเลือกซอื้ รายการจัดนำเที่ยวแบบนอ้ี าจเรียกวา่ รายการนำเท่ียว
สำหรบั ขายหนา้ ร้าน ( ทัวร์หน้าร้าน ) มักเปน็ ทัวร์ ไปเช้าเย็นกลบั ทวั ร์ชมเมอื ง หรอื ทวั รย์ อดนิยมท่ีจัดไปเที่ยว
ได้ทกุ วัน เที่ยวหรือเน้นจัดนำเทยี่ วและขายชว่ งเทศกาล

หวั ใจสำคญั ของโปรแกรมการท่องเทย่ี วที่ดี คอื การสรา้ งความสมั พันธ์ระหว่างนักท่องเทย่ี วกับเจ้าของ
บ้านใหเ้ กิดการเรียนรู้และเกดิ ความประทบั ใจ

8.1.1 หลักการการออกแบบโปรแกรมการทอ่ งเที่ยว ( Principles )

1. สนกุ

2. สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจตอ่ ตนเอง พ้ืนท่ี คนทอ้ งถ่นิ และประวัตศิ าสตร์

3. เกดิ การเรยี นรู้

4. มกี ารจัดการทีด่ ี ทำให้นักท่องเที่ยวรสู้ กึ มน่ั คง ปลอดภัย และเกดิ ความไว้วางใจ

5. เกิดความเขา้ ใจในท้องถิ่น ธรรมชาติ และวัฒนธรรมในทอ้ งถิ่นมากข้ึน

8.1.2 องคป์ ระกอบทีส่ ำคัญในการออกแบบโปรแกรมท่องเทีย่ ว ( Important Elements )

1. พจิ ารณาถงึ กิจกรรมและสิง่ อำนวยความสะดวก

2. ประเมินความสามารถและขีดจำกัดของทรัพยากรที่จะทำให้นกั ท่องเที่ยวสนุก มีความสุข
และไมก่ ่อผลกระทบ

3. กำหนดเนื้อหาสาระของสิ่งที่ต้องการนำเสนอ โดยที่ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย สร้าง
การเรยี นร้รู ะหว่างนกั ท่องเท่ียวกบั ชาวบา้ น เกิดความเขา้ ใจและความประทบั ใจ

4. โปรแกรมต้องเหมาะสมกบั กลุ่มเปา้ หมาย (ความสนใจ อายุ เพศ) โดยอยู่บนหลักการของ
การเคารพวฒั นธรรมของชุมชน และไมก่ อ่ ผลกระทบต่อสง่ิ แวดล้อม

5. มรี ะบบการประสานงานและจดั วางคนใหเ้ หมาะสม

6. มีระบบการประเมินผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึนจากการท่องเทยี่ ว

7. มรี ะบบการประเมินผลความพึงพอใจของนกั ท่องเทย่ี ว

142 การจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

8.1.3 รปู แบบกจิ กรรมการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน ( Activities of CBT )

1. การเดนิ ปา่ ศกึ ษาธรรมชาติ

2. เดนิ เที่ยวภายในหมบู่ ้าน

3. รว่ มกจิ กรรมในวิถีชีวติ

- ในหมู่บา้ น เช่น การทำอาหาร ตำขา้ ว ทอผ้า ทำบุญใสบ่ าตร

- นอกหม่บู ้าน เชน่ การทำสวน การทำนา หาปลา

4. รว่ มกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชน เช่น การทำกิจกรรมกับเด็กนักเรียนในโรงเรียน
การปลูกป่า ทำแนวกันไฟ

5. เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น เรียนดนตรี เรียนการแกะสลัก เรียนการทอผ้า เรียนการ
ยอ้ มสธี รรมชาติ

6. กจิ กรรมศึกษาธรรมชาติอนื่ ๆ เช่น ดูนก ดูผเี สอ้ื พายเรือ ข่ีจักรยาน วาดรปู ฯลฯ

8.1.4 การวิเคราะห์ขดี ความสามารถในการรองรบั ( Carrying Capacity Analysis )

ขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ในการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว หมายถึง ปริมาณ
นักท่องเที่ยวสูงสุดที่สามารถอยู่ได้ด้วยความพอใจและได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสมในพื้นท่ี
แหล่งท่องเทยี่ วหน่ึงๆ โดยไม่ทำให้สภาพแวดล้อมถูกทำลายหรือถูกทำลายน้อยที่สุด ยังคงรักษาสภาพการเป็น
แหล่งท่องเที่ยวที่ดีไว้มากที่สุด ทั้งนี้ การพัฒนาการท่องเที่ยวจะต้องไม่กระทบต่อความจำเป็นพื้นฐานและ
ความรสู้ กึ นึกคิดของประชาชนในทอ้ งถ่นิ ดว้ ย

1. ลักษณะของขีดความสามารถในการรองรบั ( Types of Carrying Capacity )

1. ความสามารถในการรองรับทางด้านเศรษฐกิจ ( Economic carrying capacity ) เป็น
ระดับการพัฒนาการท่องเทย่ี ว เพอ่ื ใหร้ ะบบเศรษฐกจิ ไดร้ ับผลตอบแทนสูงสดุ ภายใต้ข้อจำกัด โดยไมก่ ระทบต่อ
การลงทุนและคา่ ครองชีพของชาวบา้ นในพน้ื ท่ี

2. ความสามารถในการรองรบั ทางดา้ นกายภาพ ( Physical carrying capacity ) เปน็ ระดับ
ปริมาณนักท่องเที่ยวสงู สดุ ที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมทางกายภาพของทรัพยากรทอ่ งเที่ยว รวมถึงระดับความ
อ่มิ ตวั ของส่งิ อำนวยความสะดวกและบริการท่องเท่ยี วในพื้นทีน่ นั้

143 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

3. ความสามารถในการรองรับทางสังคมและวัฒนธรรม ( Social and Culture carrying
capacity ) เป็นระดับปริมาณนักท่องเที่ยวสูงสุดที่ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคม ศาสนา ประเพณีและ
วัฒนธรรมของท้องถิ่นถูกทำลายดว้ ยการให้บรกิ าร เพือ่ ตอบสนองความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว

4. ความสามารถในการรองรับทางสิง่ แวดล้อม ( Environmental carrying capacity ) เป็น
ระดับปริมาณนักท่องเที่ยวสูงสุดที่จะไม่ทำให้สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศในพืน้ ท่ีแหล่งท่องเทีย่ วถูกทำลาย
หรือถูกใชอ้ ย่างไม่เปน็ ธรรมต่อคนทอ้ งถ่นิ

5. ความสามารถในการรองรับทางด้านความรู้สึก ( Perceptual carrying capacity ) เป็น
ระดับปริมาณนกั ท่องเที่ยวสูงสุดท่ีจะไมท่ ำให้ความเปน็ สว่ นตัวของท้ังสองฝา่ ย คอื คนท้องถิน่ และนักท่องเที่ยว
ขาดความรูส้ ึกความเปน็ สว่ นตัว

2. การควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์ และกฎกติกาในการกำหนดขีดความสามารถ ( Control of
resource usage based on the carrying capacity )

1. การจำกัดปรมิ าณการใชป้ ระโยชน์

2. การกระจายการใชป้ ระโยชน์

3. การรวมการใชป้ ระโยชน์

4. การจำกดั ระยะเวลาการใชป้ ระโยชน์

5. การจำกดั ฤดกู าลในการใช้ประโยชน์

6. การจำกดั ขนาดของกลมุ่ นกั ท่องเทยี่ ว

ตัวอย่างโปรแกรมการท่องเที่ยวบ้านห้วยฮี้

วนั แรก

09.00 น. ออกเดินทางจากทพ่ี ักมุ่งสู่บ้านหว้ ยฮี้ โดยรถ 4 WD

10.00 น. แวะพักชมวิวที่ดอยสันฟ้า ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแม่ฮ่องสอน และระบบนิเวศป่า
ของแมฮ่ ่องสอน

10.30 น. ออกเดินทางตอ่

11.30 น. ถึงบ้านห้วยฮี้ รับประทานน้ำชา ตัวแทนของชาวบ้านกล่าวต้อนรับ แนะนำตัวทำ
ความร้จู ักกนั พร้อมทั้งแนะนำความเปน็ มาของกะเหรยี่ งบ้านหว้ ยฮี้

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวนั รว่ มกนั

144 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

13.00 น. นำสมั ภาระเขา้ ท่พี กั แนะนำทำความรจู้ กั กบั เจา้ ของบ้าน
15.00 น. เดนิ เที่ยวรอบหมูบ่ ้าน ดกู ารตมี ดี ทอผ้า ตำขา้ ว
18.00 น. รบั ประทานอาหารเยน็
19.00 น. จบิ น้ำชาล้อมวงคยุ กนั เร่ืองราวของคนอยู่กบั ป่า
21.00 น. เขา้ นอน
วันท่ีสอง
07.00 น. รบั ประทานอาหารเชา้ เตรียมสัมภาระไปเดินป่า
08.30 น. ออกเดนิ ทางจากหมู่บ้านไปดอยปุย ระหวา่ งทางแวะไรห่ มุนเวียน ดูรปู แบบการทำไร่
โดยใช้ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน เกบ็ ผักบางสว่ นจากไรไ่ ปทำอาหารในป่า
10.00 น. ออกเดินปา่ ในเส้นทางศกึ ษาธรรมชาติดอยปุย
12.00 น. พักกนิ อาหารระหว่างทาง
15.00 น. ถึงบริเวณที่พัก ตั้งเต็นท์ เก็บสัมภาระเข้าเต็นท์ จากนั้นเดินชมธรรมชาติบนยอด
ดอยปยุ และชมพระอาทิตยต์ กบนยอดเขา
19.00 น. รบั ประทานอาหารเยน็
20.00 น. นั่งล้อมรอบกองไฟ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนต่างวัฒนธรรมกับเรื่องราวการ
อนุรักษป์ า่ ของชมุ ชน
วนั ทส่ี าม เดินขน้ึ ดอยปุย พร้อมจิบกาแฟชมพระอาทิตย์ขนึ้ ยามเช้า
05.30 น. รบั ประทานอาหารเชา้ เก็บสัมภาระเตรยี มเดนิ ทางกลบั หมบู่ า้ น
07.00 น. ออกเดินทางกลับหมูบ่ า้ นทางเส้นทางศกึ ษากลว้ ยไม้ และพนื้ ทก่ี ารคืนกลว้ ยไมส้ ่ปู ่า
08.30 น. ถึงหมบู่ ้าน
11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
12.00 น. ซ้ือของฝากของทรี่ ะลึก พร้อมอำลาชาวบา้ น
14.00 น. เดินทางกลบั แม่ฮ่องสอน
15.00 น.

145 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

คำอธิบาย: วธิ คี ดิ การออกแบบโปรแกรมการท่องเที่ยว

1. CBT ตอบความมุ่งหวังของชุมชนในการเผยแพร่ให้คนภายนอกได้เรียนรู้เรื่องราวความผูกพัน
ระหวา่ งคนกับปา่

การออกแบบโปรแกรมการท่องเที่ยว วันแรกให้สัมผัสระบบวิถีชวี ิตที่เรียบงา่ ยของชุมชน วันที่สองให้
เห็นระบบการทำไร่และการใช้ประโยชน์จากป่าของชาวบ้าน พรอ้ มเปิดเวทีพูดคุยแลกเปล่ียนตอนกลางคืน วัน
สุดท้ายนำเสนอเรื่องงานอนรุ ักษ์กลว้ ยไม้ ซึ่งเป็นอกี หนงึ่ ความภาคภูมิใจของชุมชนในการเพาะเล้ียงกล้วยไม้ได้
และได้นำกลับคืนสู่ปา่

2. กิจกรรมสรา้ งการเรยี นรู้โดยการมีประสบการณ์ตรง

การช่วยเป่าลมในกระบวนการตีมีด สร้างให้เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีของชาวบ้านและความสำคัญของ
การตีมีดกับการผลติ ของชุมชน ไดเ้ รยี นร้กู ารตำข้าว การทอผ้า อันเปน็ วิถีชีวติ ขัน้ พน้ื ฐานที่อยู่ในชีวิตประจำวัน
ของชาวบ้าน การเก็บผกั จากไร่ และการใช้สมุนไพรจากปา่ ซึง่ วิถเี ชน่ น้ไี มม่ แี ลว้ ในเมือง

3. ความหลากหลายของกิจกรรมสรา้ งความเพลดิ เพลินและประทบั ใจ

มที ัง้ เดินเทยี่ วรอบหมบู่ ้าน เดนิ ไปไรห่ มุนเวยี น เดนิ ป่าศึกษาธรรมชาติและกลว้ ยไม้ ชมวิวทวิ ทศั น์ และ
ชว่ งเวลาพเิ ศษ เชน่ พระอาทิตยข์ ้ึนและตก นอนทั้งทบ่ี ้านและตั้งเตน็ ท์กลางป่า เสน้ ทางศึกษาธรรมชาติไปและ
กลับคนละเสน้ ทาง

4. เวทกี ารพูดคยุ

สรา้ งการแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ อยา่ งเป็นธรรมชาตใิ นบรรยากาศที่เปน็ กนั เอง ในวถิ กี ารตอ้ นรับแบบ
คนทอ้ งถิ่น ซ่งึ นกั ทอ่ งเที่ยวมีโอกาสถามโดยตรงกับมัคคุเทศก์ชาวบา้ น และเวทีการแลกเปล่ยี นตอนกลางคืน

5. ระยะเวลาท่เี หมาะสม

หากนกั ท่องเที่ยวไดใ้ ชช้ วี ิตอยูใ่ นหมบู่ า้ นอย่างนอ้ ย 3 วนั ในโปรแกรมลักษณะน้ีจะทำให้เข้าใจชาวบ้าน
มากขึ้นและมีการจัดการโดยชุมชนอยา่ งแทจ้ ริง หากถ้านกั ท่องเที่ยวมากับมัคคุเทศกใ์ นเมืองและพาขึ้นดอยปุย
แล้วกลับภายในวนั เดียว ลักษณะนี้ชุมชนแทบไมไ่ ด้อะไรเลย

6. มกี ารกระจายบทบาทการทำงาน

ในโปรแกรมการทอ่ งเทยี่ วมผี ู้มีสว่ นเก่ยี วข้องหลายฝา่ ย ได้แก่:-

1. มัคคุเทศกท์ อ้ งถิ่น – พาจากเมอื งแมฮ่ ่องสอนมาหมบู่ ้าน

2. มัคคุเทศกช์ าวบา้ น – พาเดนิ เทย่ี วรอบหมู่บา้ น และพาเดนิ ปา่ /ตงั้ เต็นท์กลางป่า

146 การจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

3. วิทยากรชาวบ้าน – ตัวแทนกล่าวต้อนรับ, ผู้รู้ด้านการตีมีด, ทอผ้า, สมุนไพร, เพาะเลี้ยง
กล้วยไม้, เวทีพูดคยุ ตอนกลางคนื

4. เจ้าของบ้านพัก – จดั การทพ่ี กั และอาหารให้

7. ราคาที่เป็นธรรม

ในโปรแกรมนช้ี มุ ชนสามารถใส่ราคา พร้อมชีแ้ จงอตั ราคา่ ใช้จา่ ยในแตล่ ะรายการได้

8.1.5 การตงั้ ราคาหรืออัตราการให้บรกิ าร ( Quotation of tour and service fee )

การท่องเที่ยวโดยชุมชนแม้ว่าจะมีวัตถุประสงค์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม
ชุมชน แตก่ ็เป็นกจิ กรรมทีส่ นับสนุนเศรษฐกิจชุมชนด้วย

1. องค์ประกอบในการพจิ ารณาเพอ่ื กำหนดราคาของโปรแกรมการท่องเที่ยว

มหี ลักคิดดงั น:้ี -

1.1 ด้านอาหาร พิจารณาจากต้นทุนจริง เทียบเคียงกับราคาตลาด กำหนดจากความพึง
พอใจของชาวบา้ น

1.2 ด้านทพ่ี กั

1) Home-stay พจิ ารณาจากการลงทนุ ด้านทีน่ อน หมอน มงุ้ และการซกั ทำความสะอาด
เมอ่ื นกั ท่องเทีย่ วกลบั และเทยี บเคียงกบั ราคาทีพ่ กั ในตัวเมือง และราคาท่ชี าวบา้ นพอใจ

2) ตั้งเต็นท์กลางป่า พิจารณาจากการลงทุนด้านเต็นท์ การเตรียมพื้นที่สำหรับการตั้งเต็นท์
เช่น การทำส้วม หลุมขยะ แหล่งน้ำ เทียบเคียงกับราคาการให้บริการการตั้งเต็นท์ในเขตอุทยานแห่งชาติ
และราคาทช่ี าวบา้ นพึงพอใจ

1.3 ด้านการนำเที่ยว พิจารณาจากค่าตอบแทนที่ชาวบ้านพึงพอใจ ยกระดับค่าตอบแทน
เสมอื นชาวบา้ นคือ ผมู้ คี วามรู้ ไม่ใช่แรงงานรับจ้าง

1) การนำเที่ยวที่แยกส่วนจากกิจกรรมในวิถีชีวิตชาวบ้าน เช่น การเดินป่า การพาเที่ยวใน
หมู่บ้าน (ซึ่งปกติในเวลานั้นเป็นเวลาทำงานในไร่ ในนา ในสวน หรือกลางทะเล) จะคิดค่าตอบแทนเสมือนว่า
ชาวบ้านต้องหยุดงาน ทำใหข้ าดรายไดไ้ ป หรอื เทยี บเคยี งค่าตอบแทนกรณีทีช่ าวบา้ นออกไปรับจ้าง บวกคุณค่า
จากความรู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือเรียกว่า “วิทยากรชาวบ้าน” ค่าตอบแทนควรมากกว่าการทำงานรับจ้าง
ทว่ั ไป

147 การจดั การท่องเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

2) การนำเที่ยวที่กลมกลืนไปในวิถีชีวิตชาวบ้าน เช่น การออกหาปลา การไปเก็บผลไม้ใน
สวนจะคิดค่าตอบแทนเสมือนว่าการชดเชยรายได้ให้กับครอบครัวในวันนั้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
เช่น การออกทะเล นอกจากจะชาวบ้านอาจจะไม่ได้ทำงานเต็มวันแล้ว ยังเสียค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาเรืออีก
ส่วนชาวสวนก็อาจจะไม่ได้เก็บผลผลิตรวดเร็วเต็มที่เหมือนปกติ และผลผลิตที่เก็บได้จากการไม่ชำนาญของ
นักท่องเทย่ี วอาจก่อให้เกดิ ความเสียหายกต็ ้องประเมินความเสีย่ งตรงนด้ี ว้ ย

1.4 ด้านการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น พิจารณาจากวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้เรียน ค่าตอบแทน
ของวิทยากร เช่น การเรียนย้อมสีธรรมชาติ ต้องใช้ผ้า ใช้อุปกรณ์การย้อม และเวลาของวิทยากรชาวบ้าน
ประมาณคร่ึงวัน (ซ่งึ ค่าตอบแทนวิทยากรน้ี จะสูงกวา่ คา่ ตอบแทนเพ่ือชดเชยรายได้ หรือเท่ากันก็แล้วแต่ชุมชน
พจิ ารณา)

1.5 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่ายานพาหนะ ค่าล่ามภาษาต่างประเทศ ค่าตอบแทนผู้
ประสานงานของโปรแกรม

1.6 การบริจาคให้สาธารณะประโยชน์ของชุมชน อาจจะคิดเป็นค่าธรรมเนียมต่อคนก็ได้
พจิ ารณาจากคา่ เขา้ ชมพพิ ิธภณั ฑ์ หรืออทุ ยานแหง่ ชาตเิ ป็นฐานในการคิดเปรียบเทียบ

1.7 คา่ บริหารจดั การกลุ่ม เพื่อเป็นค่าประสานงาน การพัฒนาบุคลากร การทำการตลาด
อาจจะคิดรวมกับค่าธรรมเนียมแล้วตัดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ได้ หรือจะตั้งจากต้นทุนทั้งหมดและกำหนดเป็น
เปอรเ์ ซ็นต์ก็ได้

1.8 ในกรณีที่ฝากให้บริษัทนำเที่ยวอื่นๆ ช่วยขายโปรแกรมท่องเที่ยวให้ ต้องแบ่ง
เปอร์เซ็นต์ให้กับบริษัทพันธมิตร ราคาขายให้กับบริษัทนำเที่ยวก็จะต่ำกว่าขายให้กับผู้ที่ซื้อบริการโดยตรงกบั
ชมุ ชน

2. ตัวอยา่ งการคิดราคาท่องเท่ยี ว ( Example of fee for Touring Koh Yao Noi )

2.1 ตน้ ทนุ ประกอบด้วย:

1. ต้นทุนคงท่ี คอื คา่ ใชจ้ า่ ยรวมแตล่ ะคร้งั ท่เี กิดขึ้น

2. ตน้ ทนุ ผันแปร คือ คา่ ใชจ้ า่ ยที่ขนึ้ อยู่กบั จำนวนนักทอ่ งเทย่ี ว

3. ต้นทุนในการดำเนินการ คือ ค่าใช้จ่ายเรื่องการติดต่อประสานงาน ค่าน้ำ ค่าไฟใน
สำนักงาน คา่ การประชาสัมพนั ธ์ การพฒั นาบคุ ลากร

148 การจัดการท่องเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

2.2 ตน้ ทนุ คงท่ี 500 บาท
1. ค่าประสานงาน 3000 บาท
2. ค่าตอบแทนล่ามภาษา 3 วัน(1000 บาท * 3 วัน) 1000 บาท
3. คา่ ตอบแทนวิทยากร 2 คน (500 บาท * 2 คน) 6000 บาท 10,500 บาท
4. ค่าเรือเชา่ เหมาลำ 2 วัน (3000 บาท * 2 วัน)
2.3 ต้นทุนผนั แปร 200 บาท
1.คา่ ท่พี ัก 2 คืน (100 บาท * 2 คนื ) 1400 บาท
2.คา่ อาหาร 7 มือ้ (100 บาท * 7 ม้อื ) 100 บาท
3.ค่ามัคคุเทศก์ชาวบ้าน (100 บาท * 1 วนั ) 300 บาท
4.ค่าออกทะเลหาปลากับชาวบา้ น (300 บาท * 1 วัน) 100 บาท 2,100 บาท
5.ค่าธรรมเนียมใหก้ บั หมบู่ ้าน (100 บาท * 1 คน) 1050 บาท
ต้นทุนในการดำเนนิ งาน 10 % ของต้นทุนคงที่

จำนวนนักท่องเทยี่ ว 2 คน 4 คน 6 คน 10 คน 15 คน

ตน้ ทนุ คงที่ 10500 5250 2625 1750 1050 700

ตน้ ทนุ ผนั แปร 2100 2100 2100 2100 2100 2100

ตน้ ทนุ ดำเนนิ การ 1050 1050 1050 1050 1050 1050

ต้นทนุ ตอ่ คน 8400 5775 4900 4200 3850

กำไรเขา้ กลุ่มท่องเทย่ี ว 10 % 840 578 490 420 385

ราคาขายต่อคน 9240 6353 5390 4620 4235

**หมายเหตุ การกำหนด % ของต้นทุนในการดำเนินงานและกำไรต่อคนขึ้นอยู่กับขนาดของกิจกรรมการ
ท่องเทยี่ วและการกำหนดของชมุ ชน

149 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

8.2 ตัวอย่างชมุ ชนทีม่ กี ารจดั ทำโปรแกรมการทอ่ งเทยี่ ว
8.2.1 ตวั อย่างชมุ ชนท่มี ีการจดั ทำโปรแกรมการทอ่ งเท่ียวในประเทศไทย
8.2.1.1 ชุมชนบา้ นกดุ จิก ตำบลนาคำ อำเภอวานรนวิ าส จงั หวัดสกลนคร
ชุมชนบ้านกดุ จิก มีแหลง่ ท่องเท่ียว สำหรับบริการให้กับนกั ทอ่ งเท่ียว อาทิ เช่น ปน่ั จักยานชม

ต้นข้าว บนท้องนาอันเขียวขจี ชมบ้านโบราณที่อนุรักษ์วิถีชีวิตคนอีสานขนานแท้ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ
ประจำหมู่บ้าน ชมวิวทัศนียภาพของบ้านกุดจิก ชมวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย
และ แสนสขุ แหล่งผลติ และสาธติ สนิ ค้าผลิตภัณฑ์ และสนิ ค้า OTOP

ภาพที่ 8.1 ชมุ ชนบา้ นกุดจกิ ตำบลนาคำ อำเภอวานรนวิ าส จงั หวัดสกลนคร
ทีม่ า: (https://www.iotopsakon.com, 2564 )

ด้านการบริการ มีการบริการด้านที่พัก ซึ่งจะมีโฮมสเตย์สำหรับพักรับรองนักท่องเที่ยว
ลอ้ มรอบดว้ ยธรรมชาติ จำนวน 10 หลัง มสี ิ่งอํานวยความสะดวก มีจดุ รบั นกั ทอ่ งเท่ยี ว ทจ่ี อดรถ มนี ักเล่าเรื่อง
ไกด์ ท่ีเป็นคนในชมุ ชน ที่สามารถเล่าเร่ือง ถา่ ยทอดเรื่องราวของหมู่บา้ นได้ โดยเปน็ ผูน้ ําชมุ ชน เยาวชน และมี
การบริการดา้ นการนวดแผนไทยของกลุม่ นวดแผนไทยไว้บรกิ ารใหก้ ับนกั ท่องเท่ียว

กจิ กรรมการท่องเท่ียวและโปรแกรมในการท่องเที่ยวในระหวา่ งเดือนตลุ าคม-กมุ ภาพนั ธ์ ของ
ทุกปี โดยมรี ายการนำเทยี่ วของชุมชนดังน้ี

ภาพที่ 8.2 การทำกิจกรรมของชุมชนบา้ นกดุ จิก ตำบลนาคำ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร
ท่ีมา: (https://www.iotopsakon.com, 2564 )

150 การจัดการท่องเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

รายการนำเท่ียวของชมุ ชนบ้านกุดจิก 3 วนั 2 คนื
วนั แรก
เข้าบา้ นพกั โฮมสเตย์
07.00 น. เดินทางถึง วัดโพธิ์ศรี บ้านกุดจิก ต.นาคํา อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร รับประทาน
อาหารเชา้ เก็บสมั ภาระ
10.00 น. รบั ฟังบรรยายวิถกี ารดำเนินชีวิตวัฒนธรรมชมุ ชนเผ่าภไู ท
11.00 น. ชมบา้ นโบราณท่ีอนุรักษ์วถิ ชี ีวิตของคนสมัยก่อน
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง
13.00 น. ทำกิจกรรม workshop “กวา่ จะเปน็ ผา้ ขาวมา้ ทอมืออันเลื่องช่ือ”
16.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย (สามารถเดินท่องเที่ยวสํารวจชุมชนได้ตามสบาย ชวนเด็กๆ
ไปเป็นไกด์ได้)
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ก่อกองไฟ ผิงไฟ เผามัน ข้าวจี่ พูดคุยกัน ในบรรยากาศ
หนาวๆ
19.00 น. รบั ชมชุดการแสดงตอ้ นรบั ฟ้อนราํ ภูไท
20.00 น. พกั ผ่อน นอนหลบั ในโฮมสเตย์ ของชาวบา้ น

วันท่ีสอง
05.00 ต่ืนนอน เพ่ือเตรยี มตัวตักบาตร ข้าวเหนียว
07.00 รบั ประทานอาหารเช้า
09.00 ทำกิจกรรม workshop “กว่าจะเป็นข้าวฮางทิพย์อร่อยล้ำา ” เรียนรู้กระบวนการ
ผลิตขา้ วฮางบ้านกดุ จกิ ถกู สุขอนามัย มคี ณุ ภาพมาตรฐานจากปราชญ์ชมุ ชน
12.00 รับประทานอาหารเทีย่ ง
13.00 ทำกจิ กรรม workshop “เอกลักษณผ์ า้ ครามกดุ จิก”
16.00 เยีย่ มชมศูนยเ์ รียนรูเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี งผสมผสาน
18.00 รับประทานอาหารเยน็ และพักผอ่ นตามอัธยาศัย

วนั ทส่ี าม
05.00 ตื่นนอน เตรียมตัวตักบาตร
07.00 ปั่นจักยานชมต้นข้าวบนท้องนาอันเขียวขจี ชมวิวทัศนียภาพของบ้านกุดจิก ชมวิถี
ชวี ิต การประกอบอาชพี การดำเนนิ ชวี ติ อย่างเรยี บงา่ ยและแสนสขุ
08.00 รบั ประทานอาหารเชา้
10.00 ทำกิจกรรมทำพาขวัญ เพื่อใช้ทำพิธีบายศรี สู่ขวัญแขกบ้านแขกเมือง โดยผู้เฒ่าผู้แก่
ในชุมชน
12.00 รบั ประทานอาหารเที่ยง

151 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

13.00 เยีย่ มชมวัดปา่ โสภณธรรมาราม และกราบสักการะเกจชิ ื่อดงั พระอาจารยช์ าตรี
15.00 ชอ้ ปปิ้งของฝาก ของทรี่ ะลึก ผลิตภณั ฑส์ นิ ค้าตา่ งๆของชาวบ้านกุดจิก
ค่าใชจ้ ่าย (โดยประมาณ)
คา่ ทพี่ ัก รวมอาหาร 3 มือ้ 800 บาท/ท่าน
คา่ อุปกรณ์ workshop 500 บาท
หมายเลขตดิ ตอ่
กระจา่ ง บุตรแสนคม 062-1395159
ประชาสมั พนั ธ์ (นอ้ งจกุ๊ ก้ี) 081-1163199
8.2.1.2 ชุมชนบา้ นโปง่ น้ำร้อน ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จงั หวดั เชยี งราย

ภาพที่ 8.3 ชมุ ชนบา้ นโป่งนำ้ รอ้ น ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จงั หวัดเชียงราย
ที่มา: ( https://forums.chiangraifocus.com/?topic=142371.0#gsc.tab=0, 2564 )

ชุมชนบา้ นโป่งน้ำร้อน เป็นชุมชนที่มีความหลากหลายทางชาตพิ ันธ์ุ มีบ้านบริวารถึงส่ีหยอ่ ม
บ้าน ได้แก่ หย่อมบ้านสองแคว ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าจีนยูนาน หย่อมบ้านอาแป ซึ่งเป็นที่อยู่ของกลุ่ม
ชาติพันธุ์อาข่า หย่อมบ้านน้ำบ่อไก่ เป็นบ้านชนเผ่าลีซอ และ หย่อมบ้านคนเมือง เป็นบ้านหลักมีคนพื้นเมือง
อาศยั อยู่ หลายสิบปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเทย่ี วบริเวณปา่ รอบชุมชนโดยการนำของมัคคุเทศก์ต่าง
ถิ่น โดยที่ชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมมากนัก ต่อมาคนในชุมชนได้ตื่นตัวและลุกขึ้นมาทำงานวจิ ัยเพื่อท้องถิ่น (CBR)

152 การจัดการท่องเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

โครงการ "กลไกการจัดการท่องเทีย่ วแบบมีส่วนรว่ มชุมชนบา้ นโป่งน้ำร้อน ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัด
เชียงราย" ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สกว. ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น โดย
ผลการวิจยั ชาวบ้านโปง่ น้ำร้อนได้กจิ กรรมท่องเทีย่ วทสี่ ามารถจัดเปน็ ทัวร์นำรอ่ ง ได้ดังต่อไปน้ี

วันแรก
เชา้ (10.00 น.)
- ทำความรู้จกั แนะนำชุมชน
- เทยี่ วชมวถิ ีชีวติ วัฒนธรรมพ่ีนอ้ งชาวจีนฮอ่ ภมู ปิ ญั ญาการใช้สมนุ ไพร อบสมนุ ไพร การแปร
รูปอาหาร (แคบเจ) ชมสวนชาอ่หู ลงและชมิ ชา ทบ่ี ้านสองแคว
- รบั ประทานอาหารตามวถิ จี าวดอย ทา่ มกลางธรรมชาติ
บ่าย (13.00 น.)
- เทีย่ วชมวิถชี ีวิตวฒั นธรรมพนี่ ้องชนเผ่าอาขา่ ชมการปักผา้
- ผอ่ นคลายรับความสดชื่นทีน่ ำ้ ตกหว้ ยแก้ว สบายใจท่ามกลางธรรมชาติ
เยน็ (16.30 น.)
- เข้าบา้ นพัก โฮมสเตย์ ทำภารกิจส่วนตวั พกั ผอ่ นตามอัธยาศยั
- รับประทานอาหารพนื้ เมอื งทา่ มกลางแสงจันทร์ รบั ชมการแสดงทางวัฒนธรรมของเยาวชน
- พักผอ่ นตามอธั ยาศัย

วันทีส่ อง
เชา้ (7.30 น.)
- รบั ประทานอาหารเชา้ ทีบ่ า้ นพกั โฮมสเตย์
- เรยี นรู้ภูมปิ ัญญา การทำเฟอร์นเิ จอร์ไม้ไผแ่ ละการจกั สาน
- เรียนรวู้ ิธชี วี ติ ชาวสวนเมย่ี ง ทีพ่ งึ่ พาอาศัยระหวา่ งคนกับปา่
- ทำอาหารพืน้ บ้าน เมนทู อ้ งถน่ิ วัตถุดิบจากธรรมชาติ
- รบั ประทานอาหารพื้นบา้ น ในบรรยากาศธรรมชาติ
บา่ ย (13.00 น.)
- เรียนรู้การแปรรูปใบเมี่ยง (นึ่งเมี่ยง มัดเมี่ยง หมักเมี่ยง และการอบใบชา) อุดหนุน
ผลิตภณั ฑช์ มุ ชน ของทร่ี ะลึก
- พูดคุยแลกเปลย่ี นกบั กลุ่มทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนโปง่ น้ำร้อน
- เดนิ ทางกลับโดยสวสั ดภิ าพ
หมายเหตุ :
- อัตราคา่ บรกิ าร 1000 บาท/คน (รวมคา่ รถจากจากตัวเมืองถึงหมู่บา้ น ไป-กลบั )

153 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

ภาพท่ี 8.4 รายการนำเท่ยี วของชุมชนบา้ นโป่งน้ำรอ้ น
ที่มา: (สถาบันการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน, 2564 )

8.2.2 ตวั อย่างชุมชนท่มี ีการจัดทำโปรแกรมการทอ่ งเท่ียวตา่ งประเทศ
8.2.2.1 เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว

หลวงพระบางเปน็ เมอื งที่เฟื่องฟูไปด้วยวฒั นธรรมทีส่ ำคัญของชาวลาว ซึ่งเต็มไปด้วยสถานท่ี
ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศาสนาของประเทศ นักท่องเที่ยวมีโอกาสในการเลือกซื้อปลาและผักสด ๆ
รวมทั้งพืชสมุนไพรต่าง ๆ จากนั้นเดินทางไปวัดใหม่สุวรรณภูมาราม ซึ่งเป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลาย
ศตวรรษที่ 18 และพิพิธภัณฑ์พระราชวัง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของราชวงศ์ ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนเป็น
พิพิธภัณฑ์ในปี 1976 ตามมาด้วยวัดจุมฆ้อง วัดเชียงมั่น และบ้านไม้แบบลาวโบราณ หรือที่รู้จักกันในชื่อ
พพิ ธิ ภณั ฑ์มรดกเฮือนจนั ทร์ เรียนรเู้ ก่ียวกับสถาปัตยกรรมของบ้านไม้แบบดั้งเดิมในอดตี ของหลวงพระบาง ชม
เจดีย์แตงโมและบ้านมรดกโลกที่มีชื่อเสียงอย่างวัดปากคาน และเยี่ยมชนวัดเสนและพระราชวังหลวง ดัง
โปรแกรมท่องเทีย่ วดงั นี้

รายการนำเทีย่ วของเมืองหลวงพระบางแบบครงึ่ วนั
ทวั ร์รอบเช้า: 8:00-12:30 น.
ทัวรร์ อบบ่าย: 13:00-17:30 น.
กำหนดการเดนิ ทาง:
8:00 น./13:00 น. รับท่โี รงแรม

154 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

- แวะตลาดทอ้ งถน่ิ
- วดั ใหมส่ วุ รรณภมู าราม
- พพิ ิธภัณฑพ์ ระราชวงั
- วดั จุมฆ้อง
- วดั เชียงม่นั
- บา้ นไม้แบบลาว (พพิ ธิ ภัณฑ์มรดกเฮือนจันทร์)
- เจดียแ์ ตงโม
- วดั ปากคาน
- วดั เสนสุขาราม (วัดเสน)
- พระราชวัง

ภาพที่ 8.5 เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ท่ีมา: (http://www.painaidii.com/, 2564 )

155 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

8.2.2.2 เมืองซากะ ประเทศญีป่ นุ่
เมืองซากะ จังหวัดในภูมิภาคคิวชู เป็นจังหวัดที่มีเทือกเขาและป่าจำนวนมาก สถานท่ี

ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของซากะ ได้แก่ สวนโยชิโนการิ (Yoshinogari Park) สวนที่จำลองหมู่บ้านโบราณสมัย
ยาโยอิ อุเรชิโนะออนเซ็น (Ureshino Onsen) ตลาดเช้าโยบุโกะ (Yobuko Morning Market) สวน
เครื่องปั้นดินเผาอาริตะ (Arita Porcelain Park) แกลเลอรี่สไตล์เยอรมัน และศาลเจ้ายูโทคุอินาริ (Yutoku
Inari Shrine) ซึง่ เมอื งซากะมีรายการนำเท่ียวสำหรบั นักท่องท่เี ดนิ ทางเข้ามาท่องเที่ยวดงั นี้

คาระซึ รายการนำเท่ียวเมอื งซากะ
วันท่ี 1
ทาเคโอะ - เยย่ี มชม Niji no Matsubara เส้นทางขับรถที่ล้อมรอบด้วยปา่ สนดำเต็มสองข้างทาง
จงั หวดั ซากะ - เยี่ยมชม Kagamiyama จุดชมวิวทิวทัศน์ของเมืองซากะ ป่าสนนิจิโนะมาซิบาระและอ่าว
ต้นไผ่
- เย่ียมชม Karatsu Burger รถตขู้ ายแฮมเบอร์เกอร์ท่มี ีช่อื เสียงมายาวนานกวา่ 50 ปี
- เยี่ยมชม JR Takeo Cycling Course ปั่นจักรยานชมเมืองออนเซ็นแห่งประวัติศาสตร์

- เยี่ยมชม Konomi Saga Signature Food ลิ้มรสซี่โครงหมูกะทะร้อนสูตรพิเศษประจำ

- เยี่ยมชม Mifuneyama Bamboo light up Festival เทศกาลประดับไฟยามค่ำคืนในสวน

วนั ท่ี 2
- เย่ยี มชม Yutoku Inari Shrine 1 ใน 3 ของศาลเจ้าทม่ี ขี นาดใหญ่ทีส่ ดุ ในประเทศญีป่ ุ่น
- เยี่ยมชม Tenpura “Ebina” Restaurant ชิมรสชาตเิ ทมปรุ ะในร้านอาหารสไตล์ครอบครวั
- เย่ียมชม Tosu Premium Outlets แหล่งรวมร้านค้าแบรนดเ์ นมท้ังในและต่างประเทศ

156 การจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

ภาพท่ี 8.6 เมอื งซากะ ประเทศญ่ีปนุ่
ทม่ี า: (https://www.fun-japan.jp/th/articles/1578, 2564 )

8.3 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจัยทีเ่ กี่ยวข้อง
8.3.1 บทความวิจัยเรื่อง “การศึกษาและพัฒนาทักษะชุมชนในการสร้างเส้นทางและโปรแกรม

ทอ่ งเท่ยี วตามแนวคิด Green Tourism อำเภอแมแ่ ตง จังหวัดเชียงใหม่ (Community’s Skill Development
on Creating Travel Route and Program under Green Concept in Mae Taeng District, Chiang
Mai)” โดย สวิชญา ศอุ อดุ มฤกษ์ ตรรี ัตน์ (2558) ไดอ้ ธิบายการจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนไว้ดังนี้

ในการสร้างเส้นทางและโปรแกรมตามแนวคิด Green Tourism อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดย
ชุมชนบ้านเมืองก้ืดและบ้านแม่ตะมาน มีทรัพยากรการท่องเท่ียวโดดเด่นในด้านวถิ ีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถน่ิ
ตามแนวคิด Green Tourism อำเภอแม่แตง จงั หวดั เชียงใหม่ เช่น

8.3.1.1 บ้านเมืองกื้ดมีทรัพยากรการท่องเที่ยวโดดเด่นในด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิน่
ได้แก่ การแสดงดนตรีพื้นเมือง เรียนทำอาหารพื้นเมืองและขนมพื้นเมือง อาชีพจักสานและโคมไฟญี่ปุ่น
บายศรีสู่ขวัญ นวดแผนไทย ขี่ช้าง ล่องแพยาง ชมสวนผลไม้ตามฤดูกาล ชมผักสวนครัว วัดเมืองกื้ด และ
เส้นทางน้ำตกตาดหมอก

8.3.1.2 บ้านแม่ตะมานเป้าหมายในการจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิง
อาสาสมัคร (Volunteer Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดทั้งปี คือ กิจกรรม
เดินศึกษาธรรมชาติเส้นทางอนุรักษ์พันธุ์พืชกิจกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น และกิจกรรม
นักศึกษาแพทย์อาสาสมคั ร ซึ่งประสานความร่วมมอื กับอนามยั ประจำตำบล

ผู้เขียนเห็นว่า สำหรับการออกแบบโปรแกรมนำเที่ยว หลักการออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยว มี
องคป์ ระกอบสำคญั ของการท่องเที่ยว ไดแ้ ก่ รปู แบบกิจกรรมท่องเท่ียวโดยชุมชน และขีดความสามารถในการ
รองรบั จึงจะสามารถมีวธิ ีคิดในการออกแบบโปรแกรมท่องเท่ยี วได้

8.3.2 บทความวิชาการเรื่อง Influencing Factors on Tour Program Design in Creative
Community Based Tourism by Kanokkarn Kaewnuch (2019) ได้อธบิ ายการจดั การการท่องเทย่ี วชุมชน
ไวว้ า่

157 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

The key factors that influence on the successful of creating a tour program
were; 1) community participation in creating and planning tour program, 2) local awareness of
their skills, abilities and limitations on creating tour program, 3 ) well-thought-out on the
planning process, and 4) selection process.

ผู้เขียนเหน็ ว่า ในการออกแบบรายการนำเที่ยวโดยชุมชน นับเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างประสบการณ์
ให้กับนักท่องเที่ยวในการมาเยือน และเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเกิดแรงปรารถนาในการเดินทาง
ท่องเที่ยวเพื่อรับคุณค่าแห่งประสบการณ์โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนที่มีการสร้างและถ่ายทอด
ประสบการณ์จากทรัพยากรในชุมชนสู่นักท่องเที่ยวในการรับรู้ถึงวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต กิจกรรม และ
ทรพั ยากรการทอ่ งเทีย่ วของทอ้ งถิ่น

8.4 บทสรุป

หลักการของการออกแบบโปรแกรมการท่องเที่ยว ได้แก่ สนุก สร้างความรู้ ความเข้าใจต่อตนเอง
พื้นที่ คนท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ เกิดการเรียนรู้ มีการจัดการที่ดี ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกมั่นคง ปลอดภยั
และเกิดความไว้วางใจ พร้อมทัง้ เกิดความเข้าใจในท้องถิ่น ธรรมชาติ และวัฒนธรรมในทอ้ งถ่นิ มากขึน้

องค์ประกอบที่สำคัญในการออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยว ได้แก่ (1) พิจารณาถึงกิจกรรมและส่ิง
อำนวยความสะดวก (2) ประเมินความสามารถและขีดจำกัดของทรัพยากรที่จะทำให้นักท่องเที่ยวสนุก มี
ความสุข และไม่ก่อผลกระทบ (3) กำหนดเนื้อหาสาระของสิ่งที่ต้องการนำเสนอ โดยที่ให้เหมาะสมกับ
กลุ่มเป้าหมาย สร้างการเรียนรู้ระหว่างนักท่องเที่ยวกับชาวบ้าน เกิดความเข้าใจและความประทับใจ (4)
โปรแกรมตอ้ งเหมาะสมกับกล่มุ เป้าหมาย (ความสนใจ อายุ เพศ) โดยอยูบ่ นหลักการของการเคารพวัฒนธรรม
ของชุมชน และไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (5) มีระบบการประสานงานและจัดวางคนให้เหมาะสม (6) มี
ระบบการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว และ (7) มีระบบการประเมินผลความพึงพอใจของ
นกั ท่องเทีย่ ว

8.5 คำถามท้ายบทเรียน
8.5.1 จงอธิบายหลักการจดั ทำโปรแกรมการท่องเทย่ี วเป็นอย่างไร
8.5.2 จงอธบิ ายองคป์ ระกอบทส่ี ำคญั ของการจัดทำโปรแกรมการทอ่ งเท่ียวเป็นอย่างไร
8.5.3 จงอธบิ ายรูปแบบกจิ กรรมการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนเป็นอย่างไร
8.5.3 จงอธิบายทราบถงึ ขีดความสามารถในการรองรบั การท่องเทย่ี วเปน็ อย่างไร
8.5.3 จงอธิบายหลกั การตงั้ ราคาหรอื อัตราการให้บริการการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นอย่างไร

158 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

8.6 กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู้ทา้ ยบทเรียน
ให้นักศึกษาแสดงการคำนวณการกำหนดราคาขายต่อคนกับนักท่องเที่ยวของชุมชนบ้านแม่กำปอง

ตามข้อมูลต่อไปนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวจำนวน 2 คน 4 คน 6 คน 8 คน และ 15 คน ให้ถูกต้อง และบอกด้วย
วา่ ท่านมหี ลกั การในการพิจารณากำหนดราคาขายต่อคนที่ท่านคำนวณได้อย่างไรบ้าง

1. ค่าประสานงาน 400 บาท

2. คา่ ตอบแทนล่ามภาษา 3 วัน (500 บาท * 3 วัน) 1,500 บาท

3. ค่าตอบแทนวทิ ยากร 2 คน (500 บาท * 2 คน) 1,000 บาท

4. คา่ เรอื เชา่ เหมาลำ 2 วัน (1,000 บาท * 2 วัน) 2,000 บาท

5. ค่าท่ีพกั 2 คืน (200 บาท * 2 คนื ) 400 บาท

6. ค่าอาหาร 7 ม้อื (200 บาท * 7 มื้อ) 1,400 บาท

7. คา่ มคั คุเทศกช์ าวบา้ น (150 บาท * 1 วัน) 150 บาท

8. ค่าออกแม่นำ้ ปิงหาปลากบั ชาวบ้าน (300 บาท * 1 วนั ) 300 บาท

9. ค่าธรรมเนียมให้กับหมู่บา้ น (100 บาท * 1 คน) 100 บาท

10. ตน้ ทนุ ในการดำเนินงานคิด 10 % ของตน้ ทนุ คงท่ี

11. คิดกำไรเขา้ กลุ่มทอ่ งเทย่ี วบ้านแมก่ ำปอง 5 %

159 การจัดการท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

บทท่ี 9

การส่อื ความหมายของการท่องเที่ยวโดยชุมชน

วตั ถปุ ระสงคป์ ระจำบทเรียน
1. เพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษาได้ทราบถึงการสื่อความหมาย ประเภทของการสอ่ื ความหมาย
2. เพอื่ ให้นักศกึ ษาได้ทราบถงึ การทดลองจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชน ( ทัวรน์ ำร่อง )

เนอื้ หาของบทเรียน
9.1 การสื่อความหมาย
9.2 การทดลองจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชน
9.3 ตวั อย่างชมุ ชนท่มี ีการสอื่ ความหมายของการท่องเที่ยวโดยชุมชน
9.4 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจยั ทีเ่ กีย่ วข้อง
9.5 บทสรุป
9.6 คำถามท้ายบทเรยี น
9.7 กจิ กรรมเสริมการเรยี นรู้ท้ายบทเรยี น

9.1 การสอื่ ความหมาย ( Interpretive Guiding )

9.1.1 ความหมายและประเภทของการสื่อความหมาย ( Meaning and types of interpretive
guiding )

การสื่อความหมายเป็นหวั ใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจวิถี
ชีวิตของคนทอ้ งถ่ิน อยา่ งมศี ิลปะและน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชน ซง่ึ มีระบบสังคมและ
วัฒนธรรม ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติผสานกลมกลืนกับวิถีชีวิตชุมชนอยู่แล้ว ย่ิงเป็นเสน่ห์และมี
ความน่าสนใจมากขึ้น ธรรมชาติจะไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่เห็นและก่อให้เกิดความชื่นชมในความยิ่งใหญ่ แต่
ธรรมชาติได้หล่อเลี้ยงผู้คนและคนในท้องถิ่นได้ดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ เป็นคุณค่าที่สัมผัสได้โดยการ
ทอ่ งเทยี่ วกบั ชมุ ชน

1. ความหมายของ “การส่ือความหมาย”
“การสื่อความหมาย เป็นกระบวนการที่ให้ความรู้ ความเข้าใจ และความเพลิดเพลินแก่

นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสถานที่ หรือบางสิ่งที่น่าสนใจในพื้นที่นั้น โดยอธิบายให้ทราบถึงลักษณะของทรัพยากร
และความสมั พันธ์ท่มี ตี อ่ กัน” (เสรี เวชชบุษกร, 2546)

2. การสื่อความหมายมี 2 ประเภท คอื
1. การสื่อความหมายโดยใช้บุคคล เช่น การบริการข้อมูล การนำเที่ยว การบรรยาย

หรอื การเขา้ ร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน

160 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

2. การสื่อความหมายโดยไม่ใช้บุคคล เช่น การใช้ป้าย สิ่งพิมพ์ และเส้นทางศึกษา
ธรรมชาติด้วยตนเอง

9.1.2. การสื่อความหมายโดยใชบ้ ุคคล ( Human based interpretive guiding )

1. ความแตกต่างระหว่างการเป็นนักสื่อความหมายกับการเป็นมัคคุเทศก์ ( Division of
Role of Interpretive guide and tourist guide )

มัคคุเทศก์ ( Tourist guide ) คือ ผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และวัฒนธรรมในแหล่ง
ทอ่ งเที่ยว ซึ่งชาวบ้านสามารถทำหนา้ ทเี่ ป็นมัคคุเทศก์ในชมุ ชนได้ เพยี งแต่ตอ้ งมีการปรับบทบาทเล็กน้อย จาก
การเป็นผตู้ อบคำถามนักท่องเทย่ี วเพียงอย่างเดียว เป็นผรู้ ิเร่ิมในการใหข้ ้อมลู อธิบายให้นักท่องเท่ียวรับรู้ข้อมูล
ของชุมชนด้วยตัวของตัวเอง

การเป็นนักสื่อความหมาย ต้องการผู้ที่สามารถนำความรู้ที่ตนเองมีถ่ายทอดได้อย่างมีศิลปะ
และมจี ดุ มุ่งหมายที่ให้นักท่องเที่ยวมีความเข้าใจท่ีลึกซึ้งต่อชุมชน สังคม วฒั นธรรม และธรรมชาติที่หลอมรวม
ความเป็นชุมชนไว้ เพอ่ื ใหก้ ารท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนบรรลุเจตนารมณ์ท่ีใหค้ นในสังคมมคี วามเข้าใจกนั การพฒั นา
ศกั ยภาพใหช้ าวบา้ นเปน็ ท้ังมัคคเุ ทศกแ์ ละนักส่ือความหมาย เป็นส่ิงทจ่ี ำเป็นต้องทำอยา่ งยง่ิ

2. หลักการสอื่ ความหมาย ( Principles of Interpretive Guiding )

2.1. หลักการสื่อความหมาย สำหรับการนำเที่ยวโดยนักสื่อความหมายและ

มัคคุเทศก์

2.1.1 เรือ่ งท่พี ดู ตอ้ งสัมพันธ์กบั สิง่ ทีเ่ หน็ ส่งิ นั้นมที ีม่ า-ทไ่ี ป

2.1.2 เรอ่ื งราวที่นำเสนอควรให้เกิดความเขา้ ใจและความประทบั ใจ

2.1.3 วัตถุประสงค์เพื่อการกระตุ้นให้คิด อยากรู้ อยากเห็น เกิดความ
สนุกสนานเพลดิ เพลิน ไมใ่ ชก่ ารส่งั สอน

2.1.4 ต้องศึกษากลุม่ เปา้ หมายและเลอื กใช้เทคนิควิธกี ารใหเ้ หมาะสม

2.1.5 เลือกเรื่องที่จะสื่อให้เหมาะสมกับเวลา และความสนใจของ

นักทอ่ งเที่ยว

2.1.6 สร้างการแลกเปลี่ยนสองทางระหว่างผู้สื่อความหมายกับ

นักท่องเท่ยี ว

161 การจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

2.2 การเตรียมตัวกอ่ นการสอ่ื ความหมาย

2.2.1 มหี ัวขอ้ และหวั เรือ่ งในการนำเสนอ

ตวั อย่างหัวข้อและหวั เรือ่ ง

หวั ข้อ : พชื สมนุ ไพร

หัวเร่อื ง : พชื สมุนไพรปา่

เมื่อนำเสนอเรื่องนี้แล้ว สามารถทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจหรือเกิดความรู้ใหม่และความ
ประทับใจได้ว่า “ ป่าไม้คอื แหลง่ อาหารและยาของชาวบ้าน “ ( กลุม่ เบิร์ดเฟรนด์, เชยี งใหม่ )

2.2.2 มกี ารจดั ระบบเน้ือหาให้สอดคลอ้ งกับกล่มุ เปา้ หมาย

2.2.3 เรียนร้คู วามตอ้ งการและความสนใจของนกั ท่องเที่ยว

2.2.4 บอกกตกิ าและขอ้ ควรปฏิบตั ติ ่างๆ

2.2.5 มีอุปกรณ์เสริมในการอธบิ าย เช่น กล้องดูนก หนังสือคู่มือดูนก แผน
ที่

3. การนำเท่ียวทีม่ ปี ระสิทธิภาพ นักสอื่ ความหมาย/มคั คเุ ทศก์ ควรปฏบิ ตั ิดงั น้ี:-

3.1 แนะนำตวั เอง และลักษณะของเส้นทางท่ีจะท่องเท่ยี ว

3.2 ให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบสัมภาระของตนเองวา่ ครบถ้วนหรอื ไม่ โดยเฉพาะนำ้

ด่มี และอาหาร

3.3 นบั จำนวนคน และตรวจสอบเป็นระยะวา่ สมาชิกกลมุ่ อยู่กนั ครบถ้วน

3.4 จะต้องเดินนำหน้าเสมอ แต่ตอ้ งไม่เร็วหรือช้าเกินไป เพอ่ื ไม่ให้นักท่องเท่ียวแตก
กลุม่ หากมนี ักท่องเที่ยวจำนวนมาก ให้แบง่ เปน็ กลุม่ ย่อย เพอื่ จะได้ดูแลกันไดท้ ว่ั ถึง

3.5 เมื่อถึงจุดที่จะสื่อความหมาย มัคคุเทศก์จะต้องยืนหันหน้าเข้าหานักท่องเที่ยว
อยใู่ นจุดท่ีทุกคนมองเหน็ ไดอ้ ยา่ งชัดเจน และสามารถมองเหน็ สิ่งที่จะอธบิ ายได้

3.6 พดู ใหช้ ัดเจนและไดย้ นิ กนั อยา่ งท่ัวถึง

3.7 ในบางเวลาไม่จำเปน็ ต้องอธบิ ายก็ได้ เชน่ ขณะพระอาทติ ยก์ ำลงั จะลบั ขอบฟ้า

3.8 ขณะนำเทีย่ ว หากมเี หตุการณท์ ่นี ่าสนใจเกิดข้นึ ก็ใหถ้ ือโอกาสอธิบายสง่ิ น้นั

162 การจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

3.9 ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวระหว่างการเดินด้วยประสาทท้ัง
5 (ตา หู จมูก ล้ิน ผวิ หนงั )

3.10 ให้วางแผนลว่ งหน้าหากเกิดอบุ ัติเหตุหรือเจ็บป่วย จะได้ติดต่อประสานงานขอ
ความชว่ ยเหลือได้ทันท่วงที และควรมียา/อปุ กรณก์ ารปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น ติดตวั ขณะปฏบิ ตั งิ าน

อย่างไรก็ตาม CBT เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ไม่ได้เน้นเฉพาะกิจกรรมการท่องเที่ยวใน
เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ต้องการนักสื่อความหมายที่มีความรู้และมีทักษะในการนำเที่ยว แต่ยังมีกิจกรรม
ต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกับชาวบ้านได้ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมในวิถีชีวิตของชาวบ้าน
ความน่าสนใจอยู่ที่ การเปิดโอกาสใหน้ ักท่องเท่ียวได้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งชาวบ้านเป็นผู้รู้ในเร่ืองนั้นๆดอี ยู่แลว้
การพักกับชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านจะไม่ใช่เป็นเพียงผู้ให้บริการเรื่องที่พักหรืออาหาร แต่จะทำหน้าที่เป็นนักสื่อ
ความหมายเรื่องที่พักและอาหารด้วย ซึ่งหากชาวบ้านมีการเรียนรู้เรื่องการสือ่ ความหมายและนำเอาหลักการ
และแนวทางปฏิบัติไปประยุกต์ใช้ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และความประทับใจมาก
ยิ่งข้ึน

4. ข้อควรปฏิบัติสำหรับการนำเที่ยววิถีชีวิตชุมชน (What to be considered for Local
guide)

การพานกั ท่องเท่ยี วร่วมกจิ กรรมในวถิ ชี วี ิตของชาวบา้ น ควรมขี อ้ ปฏิบัติดังนี้:-

1. หากนักท่องเที่ยวพักกับชาวบ้าน (Home-stay) อยู่แล้ว ควรให้ออกไปทำ
กิจกรรมกับครอบครัวทีพ่ กั (Host family) จะเหมาะสมกวา่ การไปทำกิจกรรมกับครอบครวั อน่ื

2. ควรมีการอธิบายถงึ กิจกรรมท่ีจะทำล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพอื่ ให้นักท่องเที่ยว
ได้เตรียมตัวทั้งเร่ืองการแต่งกายให้เหมาะสม และเวลาที่เหมาะสมสำหรบั ทำกิจกรรม ในกรณีที่จำเป็นต้องต่ืน
เชา้ มาก นกั ทอ่ งเทย่ี วจะไดเ้ ตรียมตวั ลว่ งหน้า

3. ตรวจสอบให้เกิดความมั่นใจว่า นักท่องเที่ยวพร้อมที่จะใช้ชีวิตกลางแจ้งกับ
ชาวบา้ นทัง้ วันหรอื ไม่ เพ่อื สรา้ งทางเลอื กให้ไปทำกจิ กรรมอย่างอน่ื หรือให้พกั ผอ่ น โดยไม่มกี ิจกรรมหลังจากไป
ทดลองทำกจิ กรรมในวิถชี วี ิตของชาวบ้านสักช่วั โมงสองชั่วโมงแลว้ เพือ่ ท่ีจะไดไ้ ม่เกิดความอึดอัดใจท้ังสองฝา่ ย

4. เปดิ โอกาสใหน้ ักทอ่ งเท่ยี วไดท้ ดลองทำ ทง้ั ทำเองและเป็นผชู้ ่วย

5. การเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านด้วยประสบการณ์ตรง จะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความ
เข้าใจในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านมากขึ้น ควรมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักท่ องเที่ยวว่าได้
เรียนรอู้ ะไรจากการใช้ชีวิตกบั ชาวบ้าน

163 การจดั การท่องเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

5. คุณสมบัติของนักสื่อความหมาย (The qualifications of the interpretive guide)นัก
สือ่ ความหมายควรมคี ณุ สมบัติพ้ืนฐาน ดังนี้

5.1 มีมนุษยสมั พนั ธด์ ี
- สดชื่น รา่ เรงิ มีอารมณ์ขัน
- มีนำ้ ใจ เอ้อื เฟ้อื ห่วงใยผอู้ น่ื
- อธั ยาศยั ดี ไมก่ า้ วร้าว

5.2 มบี ุคลกิ ภาพดี
- มีความคลอ่ งแคล่วว่องไว
- มีอารมณม์ น่ั คง เผชญิ หนา้ กับสถานการณ์อยา่ งสงบและสุขุม
- รา่ งกายสะอาด แตง่ กายเหมาะสม
- วาจาสุภาพ มารยาทอ่อนนอ้ ม

5.3 มีความรดู้ ี
- สนใจสิง่ รอบตัว ชา่ งสงั เกต
- รักการคน้ คว้า เปน็ นกั อา่ น นักฟงั
- ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี ูกต้อง

5.4 พดู จาน่าฟงั
- น้ำเสยี งชดั เจน ลลี าการพูดเหมาะสม
- ใช้ภาษาทเี่ ขา้ ใจงา่ ย มีการลำดบั การพดู ทด่ี ี
- เรา้ ความสนใจของผู้ฟงั ให้ฟังจนจบโดยไม่รสู้ กึ เบอ่ื

5.5 มีความรกั งาน
- กระตอื รือร้นทจ่ี ะทำงาน พัฒนาความสามารถของตน
- ดแู ลเอาใจใสน่ ักทอ่ งเที่ยว

164 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

6. ทักษะในการทำงานเป็นนกั ส่อื ความหมาย (Skills required by interpretive guide)

6.1 ความสามารถในการจัดการด้านเวลา

- สำรวจเสน้ ทางล่วงหนา้

- แบง่ เวลาให้เหมาะสม

- ใหน้ ักท่องเทยี่ วได้มเี วลาเปน็ สว่ นตัวบา้ ง

6.2 ความสามารถในการวิเคราะห์นักทอ่ งเที่ยว

- ถามความตอ้ งการและความคาดหวังของนกั ท่องเทีย่ ว เพือ่ จดั การนำเทย่ี ว
ได้อยา่ งสอดคล้องกับความต้องการ

- มคี วามยดื หยุ่นในเร่ืองเวลา

6.3 ความสามารถในการเร้าความสนใจ

- ใหน้ ักทอ่ งเท่ียวได้สัมผสั กบั ธรรมชาตทิ ง้ั ตา หู จมกู ลิ้น ผวิ หนัง

- มกี จิ กรรมการเล่น เลก็ ๆน้อยๆ

- สร้างให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม เช่น การทำอาหาร การทอ

ผา้ เป็นตน้

6.4 ความสามารถในการอำนวยความสะดวก

- ตรวจสอบความเรียบรอ้ ยเรือ่ งยานพาหนะ อาหาร ท่พี ัก

- แจ้งนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกติกาของชุมชน และการเตรียมสัมภาระ
สว่ นตัว

- เตรยี มสมั ภาระให้พรอ้ ม เช่น ผ้ายางรองนัง่ ไฟฉาย ยา

6.5 ความสามารถในการแกป้ ญั หา

- ศึกษาปญั หาลว่ งหน้าทีอ่ าจจะเกิดขนึ้ และวางแนวทางแกไ้ ขไว้

- มีสตมิ ่ันคงในการแกไ้ ขปัญหา

165 การจดั การท่องเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

ภาพที่ 9.1 ตวั อยา่ งนักส่อื ความหมาย (มคั คเุ ทศก์)
ที่มา: ( https://www.sanook.com/campus/1372649/, 2564 )

9.1.3 การสือ่ ความหมายโดยไมใ่ ช้บคุ คล (Non Human Based Interpretive guiding)
การส่อื ความหมายประเภทนี้ถือวา่ เป็นตัวเสริมให้การท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนมี “ตวั ช่วย” ใหน้ กั ท่องเท่ียว
มีความเข้าใจข้อมูลชุมชนเพิ่มขึ้น หรือสัญลักษณ์บางอย่างก็ช่วยอธบิ ายแทนคำพูดได้ เช่น ป้ายบอกทาง บาง
จดุ การมปี ้ายบ่งช้ี กท็ ำใหเ้ กิดความเขา้ ใจไดโ้ ดยไมต่ ้องอธิบาย ซึ่งบางจุดท่เี ปน็ อันตรายหรือควรระมัดระวังเป็น
พิเศษ การมปี า้ ยบง่ ชก้ี จ็ ะช่วยใหเ้ กดิ ความปลอดภัยย่ิงข้ึน
อย่างไรก็ตาม ชุมชนควรใช้บุคคลเป็นผู้สื่อความหมาย เพราะนอกจากจะได้รายได้จากการนำเที่ยว
แล้ว ยังเป็นการสงวนพื้นที่ของชุมชนไว้ให้กับชาวบ้าน ซึ่งบุคคลภายนอก หากจะเข้ามาเยี่ยมเยือนก็ควรมี
ชาวบ้านในท้องถิน่ เป็นผู้ดูแล ชุมชนไม่ควรเปน็ ท่ีสาธารระที่ใครก็ได้เขา้ มาโดยที่ชุมชนไม่รู้ตัว ดังนั้น การใช้ส่อื
สิ่งพิมพ์ เช่น แผ่นพับ แผนที่ทอ่ งเที่ยวในชุมชน คู่มือท่องเท่ียวในชุมชน เส้นทางศกึ ษาธรรมชาติด้วยตนเอง
ควรจดั ทำอย่างระมัดระวงั และควรมีการวเิ คราะห์ผลดี – ผลเสียกอ่ นดำเนินการ นอกจากจะลงทนุ สงู แล้ว ผล
ทไ่ี ดอ้ าจจะไม่คุ้มเสีย
ตวั อยา่ งการสื่อความหมายโดยไมใ่ ช้ทกั ษะภาษา

หู ให้ฟงั เสียง เปา่ ใบไม้ เสียงสตั ว์ต่างๆ (นก กบ เขยี ด)
ตา ใหด้ นู ก ดอกไม้ ใบไม้ แผน่ พบั รูปนก

166 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

จมูก ใหด้ มกลน่ิ สมนุ ไพรทีม่ ีกล่นิ เชน่ ตะไคร้ สาบเสอื

ล้นิ ให้ชมิ ลูกไมต้ า่ งๆ เช่น ลูกตะขบ บอระเพ็ด มะขามปอ้ ม

ผวิ หนงั ให้สมั ผัส ใบเฟริ น์ ท่ีบางที่สดุ ในโลก มอส เปลอื กต้นไม้

9.2 การทดลองจดั การท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน (ทวั รน์ ำรอ่ ง)
การทดลองจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเป็นขั้นตอนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของชุมชนในการ

จดั การการทอ่ งเท่ยี ว โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื ทดสอบความพร้อมของชมุ ชน เพอื่ จะได้จัดการท่องเท่ียวได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพต่อไป ดังรายละเอียดต่อไปน้ี

9.2.1 การเตรียมความพร้อมของชมุ ชนในการจดั การการทอ่ งเทยี่ ว

การท่องเที่ยวเป็นเสมือนงานพัฒนาชุมชนอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำยาก ที่ว่ายากนั้นก็
เพราะการทอ่ งเที่ยวเป็นการพัฒนาทต่ี อบสนองกระแสบริโภคนิยม การท่องเที่ยวทำใหช้ ุมชนหลดุ ออกจากฐาน
การผลิตเดิมในภาคการเกษตร สู่ธุรกิจด้านบริการ กำลังซื้อที่สูงกว่าของนักท่องเที่ยวจึงสามารถกำหนด
“สินค้า” และ “บริการ” ได้ตามความต้องการ ทำให้สภาพทางสังคมและวัฒนธรรมในแหล่งท่องเที่ยวมักถกู
ครอบงำจากวฒั นธรรมภายนอกทเ่ี ข้ามาพรอ้ มกบั นักท่องเท่ียว เป็นดาบสองคมและมคี วามเส่ียงอย่างยิ่งในการ
นำไปใชใ้ นการพัฒนา

อย่างไรกต็ าม กอ่ นทจ่ี ะเปดิ หมู่บ้านต้อนรบั นกั ทอ่ งเทีย่ ว ชมุ ชนควรจะตอ้ ง “รตู้ ัว” เขา้ ใจและตระหนัก
ต่อการท่องเที่ยวนี้ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการเตรียมความพร้อมชุมชน ซึ่งผู้ดำเนินการพัฒนาการ
ทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนควรมีกระบวนการทำงาน ตามที่พจนา สวนศรี (2546: 189-190) ได้กล่าวไวว้ า่ ดงั น้ี

ขน้ั ท่ี 1 ให้ข้อมูลดา้ นการท่องเท่ยี วใหช้ ุมชนในการพิจารณาทั้งด้านบวกและลบของการท่องเท่ียว ซ่ึง
ในข้ันตอนน้อี าจจะมีเฉพาะผู้นำหรือกลุ่มสนใจ

ขั้นท่ี 2 สรา้ งการมีสว่ นร่วม เป็นการดงึ เอากลุ่มทสี่ นใจการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชน และกลมุ่ องคก์ รต่างๆ
ในชุมชน เช่น กลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี กลุ่มออมทรัพย์ และผู้นำที่เป็นทางการและผู้นำทางธรรมชาติมาพูดคุย
เรอ่ื งผลดี-ผลเสีย อกี คร้ัง เพื่อใหเ้ ขาเหล่าน้ันได้รว่ มกันตัดสนิ ใจเร่ืองน้ีรว่ มกัน

ขนั้ ที่ 3 ศึกษาชมุ ชนร่วมกบั ชาวบ้าน โดยการทำงานรว่ มกับชาวบ้านเพื่อศกึ ษาในหัวข้อดังนี้

• การสำรวจทางกายภาพ
- ทำแผนทรี่ อบนอก (แสดงแหลง่ ทรัพยากรธรรมชาติและทีด่ นิ ทำกนิ )
- แผนที่รอบในหมู่บ้าน (แสดงที่ตั้งของบ้านเรือน ทรัพยากรคนสร้างและ
ทรพั ยากรธรรมชาต)ิ

• ศึกษาประวตั ศิ าสตรช์ ุมชน ภมู ิปญั ญา วฒั นธรรม ประเพณขี องชุมชน

167 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

• ศึกษาความสัมพันธ์ของชุมชนกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรเพื่อการ
ทอ่ งเทย่ี ว

• ศึกษากลุ่มตา่ งๆ ในชมุ ชน
ซ่ึงผลการศกึ ษาน้จี ะทำใหเ้ หน็ ศักยภาพ-ขอ้ จำกัดของชุมชน และปัญหาของชมุ ชนรว่ มกนั

ขั้นที่ 4 วเิ คราะหข์ อ้ มลู ร่วมกนั ท้งั ในด้านศักยภาพ-ข้อจำกัด โอกาสและความเสีย่ ง ในขน้ั ตอนน้ีจะทำ
ให้ชุมชนได้มองเห็นได้ด้วยตนเอง และสามารถเชื่อมโยงเรื่องท่องเที่ยวกับการพัฒนาชุมชนได้ การวิเคราะห์
ข้อมูลในครั้งนี้จะทำให้เกิดการจดั ลำดับความสำคญั ของปัญหา และอาจพบว่าเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด อาจจะ
ไม่จำเป็นตอ้ งใชเ้ รื่องการท่องเทยี่ วเลยกเ็ ปน็ ได้

ขั้นที่ 5 รว่ มกันพัฒนาศักยภาพและแก้ไขจดุ อ่อน อาทิ

• รวบรวมองคค์ วามรู้ ซ่ึงแตล่ ะชมุ ชนจะแตกตา่ งกันออกไปมีเอกลักษณ์เฉพาะ
ชมุ ชน เช่น บางชุมชนเดน่ ด้านการพัฒนาชมุ ชน บางชุมชนเด่นระบบการจัดการนิเวศท่ใี ชภ้ มู ิปญั ญาท้องถิ่นได้
เหมาะสม เป็นต้น ซึ่งชมุ ชนต้องร่วมกันดึงเอกลักษณ์ ใหเ้ ห็นร่วมกนั กอ่ นนำสกู่ ารเผยแพรอ่ อกไป

• ปรบั ปรุงแหลง่ ท่องเท่ียวให้เหมาะสม สอดคล้อง ปลอดภยั ไม่ทำลายระบบ
นิเวศเดมิ มากนัก เช่น การปรับทางเดนิ ในปา่ เขา เป็นต้น

• ปรับปรงุ บา้ นพักและความสะอาดภายในชุมชนให้เป็นมาตรฐานของชมุ ชน
แต่ละแหง่ ท่ตี กลงรว่ มกัน โดยมีคณะกรรมการของชุมชน ตรวจสอบอย่างสมำ่ เสมอ

• ฝกึ อบรมบุคลากรดา้ นการท่องเท่ียวในชมุ ชน เชน่ นักสื่อความหมาย การ
สร้างเวทีเรียนรู้กับนักท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเห็นความสามารถของชุมชน ในการรองรับการ
ทอ่ งเทีย่ วทั้งความพรอ้ มจำนวนบคุ ลากร และขดี ความสามารถในการรองรบั ทั้งพ้นื ท่ที างธรรมชาติ และรูปแบบ
กจิ กรรมทีส่ อดคลอ้ งกบั วิถีชวี ติ ของชุมชน

ขั้นที่ 6 วางรูปแบบการบริหารจัดการ ในขั้นตอนนี้จะเป็นการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาทำงาน หรืออาจใช้
องค์การทีช่ ุมชนมีอย่เู ดิมแตเ่ พมิ่ เติมบทบาทหน้าท่ี มกี ารกำหนดวัตถปุ ระสงค์ใหช้ ดั เจน กำหนดรูปแบบของการ
ท่องเที่ยว โปรแกรมและราคาการจัดสรรผลประโยชน์ สู่ชาวบ้านและชุมชน และมาตรการในการป้องกัน
ผลกระทบ โดยอาจจะเป็นการสรา้ งกฎ-กติกา เพือ่ เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ทิ ้งั ชาวบา้ นและนักทอ่ งเทีย่ ว

ขัน้ ที่ 7 ประสานงานกบั หนว่ ยงานทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง เพ่อื ใหร้ บั รูแ้ ละช่วยใหข้ อ้ มลู แก่ผู้ทีส่ นใจ

ข้ันท่ี 8 ทดลองดำเนนิ กิจกรรมการท่องเทย่ี ว ในข้ันตอนนี้อาจมีการจดั ท่องเที่ยวนำร่อง เพื่อทดสอบ
ความพร้อมของชุมชน โดยการเชิญบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่มีประสบการณ์หรือเกี่ยวข้องกับการ
ท่องเทย่ี ว โดยชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม ใหแ้ สดงความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ เพอื่ เปน็ ทศิ ทางตอ่ ไปในอนาคต

168 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

ขั้นที่ 9 ประเมินผล ในขั้นตอนประเมินผล อาจแยกออกมาเป็น 2 ส่วน คือ การประเมินผลและสรุป
บทเรยี นหลังเสรจ็ กจิ กรรมทุกครั้ง และการประเมินผลเป็นชว่ งๆ ทกุ ๆ 3-6 เดือน เปน็ ตน้ ซ่ึงการประเมินผลจะ
ช่วยให้เกดิ การทบทวนตนเอง และแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง

ขน้ั ท่ี 10 พฒั นาองค์กร

• การฝกึ อบรม เช่น การบรหิ ารจัดการ การสรา้ งการมีส่วนรว่ ม การสอ่ื ความหมาย เปน็ ตน้
• การศึกษาดูงาน สำหรบั แกนนำองคก์ รชุมชนเพ่ือจัดการทอ่ งเทย่ี ว เพอื่ เสริมโลกทัศน์
พัฒนาทกั ษะการบรหิ าร การจัดการในชมุ ชนอืน่ ๆ ทม่ี ีลักษณะคล้ายๆ กัน เพ่ือเปน็ ตวั อย่างนำไปประยุกต์ หรือ
เปน็ บทเรยี นทช่ี มุ ชนต้องพึงระวังผลกระทบทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ได้ และวางมาตรการปอ้ งกันไวแ้ ตเ่ ริม่ แรก

กระบวนการทั้ง 10 ขั้นตอนแล้ว จะเหมือนการทำงานพัฒนาปกตินั่นเอง แต่สิ่งที่ยากก็คือเรื่อง
ท่องเที่ยวเป็นเร่ืองที่ชาวบ้านไม่คนุ้ เคยมาก่อน และไมม่ ั่นใจว่าตนเองจะทำได้ แตล่ ะคำถามในแต่ละขั้นตอนใน
กระบวนการเตรียมชมุ ชน จะตอ้ งเป็นการปลุกระดมสำนึกของท้องถนิ่ ใหค้ นทอ้ งถ่นิ อยากรู้จักตนเอง และเกิด
ความภาคภมู ิใจในตนเอง การท่องเท่ยี วก็จะเกิดความชัดเจนมากข้ึนว่า เปน็ การเข้ามาเพื่อให้ชุมชนได้นำเสนอ
ตัวอย่างต่อสาธารณะ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญของการท่องเท่ียว นอกจากปลุกสำนึกของชุมชน
แล้วยังเป็นการสร้างจิตสำนึกของนักท่องเที่ยวต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรม
ของชมุ ชนทไ่ี ดเ้ ข้ามาเย่ยี มเยือน

ตัวอย่าง โครงสรา้ งการบรหิ ารจัดการกลุ่มท่องเทย่ี วหว้ ยฮี้ อำเภอเมอื ง จงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน

คณะกรรมการบริหารจัดการกลุ่มทอ่ งเที่ยว มี 13 คน ประกอบดว้ ย:

1. ประธานกลมุ่ และรองประธานกลุ่ม ตำแหนง่ ละ 1 คน
2. กรรมการฝ่ายตา่ งๆ 5 ฝ่าย ๆ ละ 2 คน ประกอบดว้ ย:

- ฝ่ายบรกิ าร ทำหน้าท่ีด้านอำนวยการ ให้การต้อนรบั และบรกิ ารที่ดแี ก่ผู้มา
เยือน

- ฝ่ายรักษาความปลอดภยั ดแู ลความปลอดภยั แกน่ กั ท่องเที่ยว
- ฝา่ ยการเงนิ ดูแลบัญชีรายรบั -รายจ่าย
- ฝ่ายประชาสัมพนั ธ์ ทำหน้าที่ประชาสัมพนั ธ์/จัดโปรแกรมทอ่ งเที่ย
- เลขานกุ าร ทำหน้าท่ีนดั หมายการประชุม/บนั ทกึ การประชมุ
3. ท่ีปรกึ ษา 1 คน

**หมายเหตุ:- สมาชกิ กลุ่มท่องเทย่ี ว มีทั้งส้ิน 37 คน

169 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

ตัวอย่างการดำเนินงานตามแผนการบริหารจัดการท่องเที่ยวบ้านห้วยฮี้ อำเภอเมือง จังหวัด
แมฮ่ อ่ งสอน

1. เมื่อนกั ทอ่ งเท่ียวมาถงึ ชมุ ชน จะมศี าลาเพื่อรบั รองนักท่องเที่ยว
2. บรรยายภาพรวมของบา้ นหว้ ยฮ้ี ประวตั ิความเปน็ มา 200 กวา่ ปขี องหมูบ่ ้าน มีการให้

ข้อมลู พ้นื ท่แี ก่นกั ทอ่ งเทย่ี ว ขอ้ มูลเกีย่ วกบั สภาพพ้ืนที่ว่าพ้ืนท่ไี หนทีส่ ามารถเดินเทย่ี วคน
เดียวได้ พื้นท่ีไหนต้องไปกับผู้นำทาง เพราะว่าบางพน้ื ท่ีเป็นพนื้ ทีเ่ ส่ียง ข้อมูลพรรณไม้
ชนิดท่เี ป็นอนั ตรายต่อมนุษย์ รวมทงั้ อธบิ ายถึงกฎระเบียบของการท่องเท่ียวที่
นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติ
3. หลงั จากรับฟงั ข้อมูลเรยี บร้อยแลว้ จากน้นั นักท่องเท่ียวก็จะแยกย้ายกนั ไปตามบ้านต่างๆ
ซ่งึ มีการจัดแบ่งนักท่องเที่ยวไปตามบ้าน ตามคิว โดยแตล่ ะบา้ นจะรบั นกั ท่องเทย่ี วครั้ง
ละ 2 คนเทา่ นนั้ เพ่อื ให้รายได้กระจายไปทุกครวั เรอื น
4. ในช่วงเวลากลางคืน จะจดั ให้มีเวทีแลกเปล่ยี นเพ่ือให้สมาชกิ ชมุ ชนและนักทอ่ งเท่ียวได้
เรียนรวู้ ิถชี วี ิตและวฒั นธรรมซง่ึ กนั และกัน
5. ในชว่ งเวลากลางวนั ก็ใหน้ ักท่องเที่ยวทำกจิ กรรมต่างๆ ตามโปรแกรมการท่องเท่ยี วท่ี
ชมุ ชนได้กำหนดไว้

9.3 ตัวอย่างชุมชนที่มกี ารสื่อความหมายของการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชน
9.3.1 ตัวอย่างชุมชนท่มี กี ารสอ่ื ความหมายของการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนในประเทศไทย
9.3.1.1 ชมุ ชนตำบลด่ใู ต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวดั น่าน
ชุมชนตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พื้นที่ชุมชนใกล้ตัวเมืองน่านท่ีสามารถจัดการ

ท่องเที่ยวโดยชุมชนเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวเมืองน่าน โดยบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการ
ท่องเที่ยวทีม่ ีอยู่เดมิ เนื่องจากปัจจุบนั ตำบลดู่ใต้มเี ส้นทางทีส่ ามารถคมนาคมโดยสะดวกท้ังทางน้ำและทางบก
หรือเส้นทางเลียบแม่น้ำน่าน ถือเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นอย่างย่ิง
นอกจากนี้ชุมชนตำบลดู่ใต้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งประกอบด้วยด้านโครงสร้างพื้นฐานท่ี
สามารถอำนวยความสะดวกการคมนาคมสาธารณูปโภค และชุมชนตำบลดู่ใต้มีการจัดการด้านการส่ือ
ความหมายของชุมชน ซึ่งมีการจัดทำสื่อแผ่นพับ เพื่อเป็นสื่อแผ่นพับให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวให้กับ
นกั ท่องเทยี่ วทเ่ี ขา้ มาเยี่ยมชม ดงั น้ี

170 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

ภาพที่ 9.2 หนา้ ปกเส้นทางการท่องเทีย่ วในตำบลดู่ใต้
ที่มา: ( กิตตกิ รณ์ สมยศและคณะ, มปป. )

ภาพท่ี 9.3 เส้นทางการทอ่ งเทยี่ วในตำบลดู่ใต้
ท่มี า: ( กติ ติกรณ์ สมยศและคณะ, มปป. )

171 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

ภาพท่ี 9.4 ข้อมูลเสน้ ทางการทอ่ งเทย่ี วในตำบลดู่ใต้
ทมี่ า: ( กติ ติกรณ์ สมยศและคณะ, มปป. )

9.3.1.2 ชมุ ชนทา่ ฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จงั หวดั สมทุ รสาคร
ชมุ ชนทา่ ฉลอม เปน็ ชมุ ชนชาวประมง “ทา่ ฉลอม” บริเวณบ้านแหลมรมิ แม่น้ำท่าจีนต่อเน่ือง

กับบริเวณรอบสถานรี ถไฟบ้านแหลม ซงึ่ ในอดีตตำบลท่าฉลอมเคยเปน็ ท่ีต้งั สุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย
(พ.ศ. 2448) ปัจจุบันในพื้นทีม่ ีตลาด วัด ศาลเจ้า และกิจการต่อเรือและประมงตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก
บนฝั่งแม่น้ำท่าจีน ซึ่งยังพบเห็นอาคารเก่าในลักษณะห้องแถวไม้และอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ในลักษณะ
ด้ังเดิมอยู่ในพนื้ ท่ี โดยบรเิ วณตลาดรมิ นำ้ จะมีพอ่ ค้าแม่นำสนิ ค้าทะเลสด ๆ มาขายสง่ กันมากมาย รวมถึงมีกลุ่ม
หตั ถกรรมตุ๊กตาเรอื ประมงจ๋ิวในพนื้ ที่ด้วย ในปัจจุบนั ชุมชนรว่ มกบั สำนกั งานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจทิ ลั หรอื ดปี ้า
ส่งเสริมสนับสนุน บริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้มีการโครงการ “มัคคุเทศก์
ดิจิทัลที่ชมุ ชนท่าฉลอม” เพอ่ื เลา่ ประวัติเรอื่ งราวที่มเี สน่ห์และน่าสนใจของสถานทท่ี ่องเทย่ี ว 25 แหง่ เหมือนมี
มัคคุเทศก์ส่วนตัวนำเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทราบถึงประวัติเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ
เหมือนกับมีมัคคุเทศก์เดินทางไปด้วย ตลอดจนมุ่งหวังให้คนในชุมชนท่าฉลอมมีส่วนร่วมช่วยกันดูแลสถานท่ี
ทอ่ งเทย่ี ว สง่ ผลให้มนี ักทอ่ งเที่ยวเพ่ิมมากข้ึน รวมท้งั สรา้ งรายไดใ้ ห้กับคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน และโครงการ
“มัคคุเทศก์ดิจิทัลที่ชุมชนท่าฉลอม” จะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถทราบถึงข้อมูลดังกล่าวในรูปแบบคลิป
วิดีโอของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่ง ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่าฉลอมเองโดยไม่มีมัคคุเทศก์
เฉล่ียประมาณ 300 คนต่อเดือน (สำนักงานสง่ เสรมิ เศรษฐกิจดจิ ิทัล, 2563)

172 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

ภาพที่ 9.5 การใช้งานโครงการมัคคเุ ทศกด์ จิ ทิ ัลที่ชุมชนทา่ ฉลอม
ที่มา: (สำนักงานส่งเสรมิ เศรษฐกิจดจิ ทิ ลั , 2563 )

ภาพที่ 9.6 มัคคเุ ทศก์ดิจทิ ัลท่ชี มุ ชนท่าฉลอม
ท่ีมา: ( สำนกั งานสง่ เสริมเศรษฐกิจดจิ ทิ ลั , 2563 )

9.3.2 ตัวอย่างชมุ ชนทม่ี ีการสื่อความหมายของการท่องเทีย่ วโดยชุมชนตา่ งประเทศ
9.3.2.1 เมืองกานากาว่า ประเทศญป่ี ุน่

เมืองกานากาว่า (Kanagawa) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของโตเกียว (Tokyo) มีเมืองหลวงคือโยโก
ฮาม่า (Yogohama) มีเมืองท่องเที่ยวที่นิยมอย่างมากคือ คามากูระ(Kamakura) และฮาโกเน่ (Hakone)
รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ เช่น ทะเลสาบซากามิโกะ สำหรับเมืองกานากาว่ามีการจัดทำคู่มือ
เพื่อส่อื ความหมายของแหล่งท่องเทย่ี วและเป็นข้อมลู การเดนิ ทางสำหรับเที่ยวที่เขามาเย่ยี มชม ดงั นี้

173 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

174 การจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335

ภาพท่ี 9.7 คมู่ ือเสน้ ทางท่องเทย่ี วเมืองกานากาว่า
ทีม่ า: ( https://trip.pref.kanagawa.jp/th/page/pamphlets, 2563 )

9.3.2.2 เกาะนามิ ประเทศเกาหลี
เกาะนามิ ตั้งอยู่ที่เมืองชุนช็อน จังหวัดคังว็อน ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 63

กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ เกาะนามีมีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะกลาง
แม่น้ำฮัน ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนช็องพย็อง เกาะนามีได้ชื่อตามนายพลนัมอี (อ่านว่า นา-มี) ที่รับราชการ
ตั้งแต่อายุ 17 ปี บิดาอยู่ในตระกูลสูงศักดิ์ ส่วนมารดาเป็นเจ้าฟ้าหญิง เขานำทัพกวาดล้างจลาจลในพื้นท่ี
ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศได้ทั้งหมด และได้รับตำแหน่งสูงเมื่อยังมีอายุเพียง 26 ปี แต่
หลังจากเปลี่ยนรัชกาลใหม่ เขาก็ถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏ และถูกประหารชีวิตพร้อมกับมารดาและพวกรวม 25
คน ตอ่ มา หลังผลดั เปลย่ี นรชั กาลใหมอ่ ีกคร้ัง ได้มีการพิสูจน์พบว่าข้อกล่าวหาทง้ั หมดลว้ นเป็นเทจ็ เขาจึงได้รับ
คืนยศถาบรรดาศกั ด์ดิ งั เดิม

เกาะแห่งนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามไปด้วยต้นเกาลัดและทิวสนเรียงราย ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมี
เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี ใบไมต้ า่ งเปลย่ี นเปน็ สีแดงสวยงาม และมีสุสานของนายพลนามี ซง่ึ ยังคงตั้งอยู่ ณ เกาะ
แหง่ น้ี

175 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

ภาพที่ 9.8 เกาะนามิ ประเทศเกาหลี
ท่มี า: ( https://www.holidayclip.co.th/, 2563 )

ภาพที่ 9.9 คู่มอื เสน้ ทางทอ่ งเท่ียวเกาะนามิ ประเทศเกาหลี
ที่มา: ( https://www.holidayclip.co.th/, 2563 )

176 การจดั การท่องเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

9.4 เอกสารบทความวชิ าการ/งานวจิ ัยท่เี กย่ี วข้อง
9.4.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเรื่อง “การพัฒนานักสื่อความหมายท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวใน

อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี (Local Interpreters Development for Tourism Enhancement in
Donsak District, Suratthani Province)” โดย ปารณีย์ ศรีสวัสดิ และคณะ (2562) ได้อธิบายการพัฒนานัก
สอื่ ความหมายท้องถิ่นเพื่อส่งเสรมิ การท่องเท่ยี ว ไวด้ งั นี้

ชุมชนปากดอนสัก เกาะแรต และเกาะนกเภามีวิถีชีวิตแบบชาวประมง ส่วนชุมชนเขากลอยมีวิถีชีวิต
แบบชาวสวน ซึ่งทุกชุมชนมีทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงาม ซึ่งมีวิธีการถ่ายทอดเรื่องเล่าใน
ชมุ ชน เชน่

9.4.1.1 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการรับรู้เรื่องเล่าของชุมชนเกี่ยวกับจุดท่องเที่ยว ประวัติ
ชุมชน กิจกรรมการท่องเที่ยวและวิถีชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการคัดเลือกและสืบค้นเรื่องเล่าที่บ่งบอก
รากเหงา้ หรือที่มาของชุมชน เปน็ ศนู ย์รวมจิตใจของคนในชุมชน ทเ่ี ปน็ จดุ เดน่ ของชมุ ชนและตรงความต้องการ
ของนักท่องเท่ียว

9.4.1.2 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการวิธีการถ่ายทอดเรื่องเล่าด้วยการเล่าให้ฟังชุมชนที่
ศกึ ษาจงึ ใชก้ ารพัฒนานักส่ือความหมายทอ้ งถน่ิ เพอ่ื ถา่ ยทอดเรอื่ งราวชมุ ชนตนเองแก่นกั ทอ่ งเทยี่ ว

9.4.1.3 เกณฑม์ าตรฐานการสรา้ งนักส่ือความหมายท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวประกอบด้วย 2
ด้าน ได้แก่ ดา้ นความรู้ และดา้ นทกั ษะการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีของนักสื่อความหมายท้องถ่ินเพ่ือการ
ท่องเที่ยว

ผู้เขียนเห็นว่า ในการสร้างประสบการณ์ การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในระหว่างการท่องเที่ยว และ
การสนใจเรอื่ งเล่าที่อยเู่ บ้ืองหลังการท่องเทีย่ ว เรื่องเลา่ จึงกลายเปน็ เคร่อื งมอื ทางการตลาดท่ีมีประสิทธิภาพยิ่ง
ในการดึงดดู ใหน้ กั ท่องเท่ยี วมาเยือนเพ่ือเรยี นรู้ สรา้ งประสบการณแ์ ปลกใหมร่ ว่ มกบั ชุมชนและนักทอ่ งเท่ียว

9.4.2 บทความวิชาการเรื่อง Interpretation and Sustainable Tourism: The Potential and
the Pitfalls by Bill Bramwell and Bernard Lane (2010) ไดอ้ ธิบายการสอื่ ความหมาย ไว้วา่

This discussion examines the potential benefits of linking interpretation and
sustainable tourism and assesses a number of the pitfalls or difficulties which are involved.

The potential benefits include improved visitor management, local economic
and environmental gains and fuller community involvement.

Among the several pitfalls of linking interpretation and sustainable tourism
which are considered are the dangers of over-interpretation, intrusion, creating quaint tourist
landscapes, and those of elitism.

177 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

ผู้เขียนเหน็ ว่า การถ่ายทอดเรื่องราวทางด้านการท่องเที่ยวไปสู่นักท่องเที่ยว โดยใช้เทคนิคและวิธีการ
ที่ง่ายต่อการเขา้ ใจล้วนขึ้นอยู่กบั ผู้ที่ถ่ายทอดและเรื่องราวทีน่ า่ สนใจ เพื่อกระตุ้นให้นกั ท่องเทีย่ วเกิดความร้สู กึ
ซาบซงึ้ และภาคภูมใิ จในคุณค่าความเปน็ เอกลักษณ์ของแหล่งท่องเทยี่ วนนั้ ๆ

9.5 บทสรุป

การสื่อความหมาย เป็นกระบวนการที่ให้ความรู้ ความเข้าใจ และความเพลิดเพลินแก่นักท่องเที่ยว
เกี่ยวกับสถานที่ หรือบางสิ่งที่น่าสนใจในพื้นที่นั้น โดยอธิบายให้ทราบถึงลักษณะของทรัพยากรและ
ความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน การสื่อความหมายมี 2 ประเภท คือ (1) การสื่อความหมายโดยใช้บุคคล เช่น การ
บริการข้อมูล การนำเที่ยว การบรรยาย หรือการเข้าร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน และ (2) การสื่อความหมาย
โดยไมใ่ ช้บุคคล เช่น การใชป้ ้าย ส่ิงพิมพ์ และเสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาตดิ ว้ ยตนเอง

ก่อนที่จะเปิดหมู่บ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว ชุมชนควรจะต้อง “รู้ตัว” เข้าใจและตระหนักต่อการ
ท่องเที่ยวนี้ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการเตรยี มความพร้อมชุมชน ซึ่งผู้ดำเนินการพัฒนาการท่องเที่ยว
โดยชุมชนควรมกี ระบวนการทำงานดงั นี้คอื

(1) ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวให้ชุมชนในการพิจารณาทั้งด้านบวกและลบของการท่องเที่ยว ซึ่งใน
ข้ันตอนนีอ้ าจจะมเี ฉพาะผู้นำหรอื กล่มุ สนใจ

(2) สร้างการมีส่วนร่วม เป็นการดึงเอากลุ่มที่สนใจการท่องเที่ยวโดยชุมชน และกลุ่มองค์กรต่างๆ ใน
ชมุ ชน เช่น กลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี กลมุ่ ออมทรพั ย์ และผนู้ ำที่เป็นทางการและผู้นำทางธรรมชาติมาพูดคุยเรื่อง
ผลดี-ผลเสีย อกี ครงั้ เพอื่ ให้เขาเหลา่ นั้นได้รว่ มกนั ตดั สินใจเรื่องนรี้ ว่ มกนั

(3) ศึกษาชมุ ชนรว่ มกับชาวบา้ น

(4) วเิ คราะห์ข้อมูลร่วมกนั ทง้ั ในด้านศักยภาพ-ข้อจำกดั โอกาสและความเส่ียง

(5) รว่ มกนั พฒั นาศักยภาพและแก้ไขจดุ อ่อน

(6) วางรูปแบบการบรหิ ารจดั การ

(7) ประสานงานกับหน่วยงานทีเ่ กยี่ วข้อง

(8) ทดลองดำเนนิ กิจกรรมการทอ่ งเทีย่ ว

(9) ประเมินผล

(10) พัฒนาองคก์ ร

178 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

9.6 คำถามท้ายบทเรียน
9.6.1 จงอธบิ ายการสอ่ื ความหมายและประเภทของการสื่อความหมายเป็นอยา่ งไร
9.6.2 จงอธบิ ายการทดลองจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชน (ทัวร์นำรอ่ ง) เปน็ อย่างไร

9.7 กิจกรรมเสริมการเรยี นรู้ท้ายบท
หากนักศึกษาเปน็ ผู้บริหารระดับสูงอยู่ในองคก์ รที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เมื่อท่านวเิ คราะห์

จุดเด่น จุดด้อย โอกาส และอุปสรรค ของกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านแม่กำปองแล้วช่วยกำหนด
นโยบายหรือกลยุทธ์ใดในการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวให้ก้าวหน้าขึ้น จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
ให้เหน็ ภาพทเี่ ป็นรูปธรรมท่ีสุด

179 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

บทที่ 10

รปู แบบการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

วัตถปุ ระสงคป์ ระจำบทเรยี น
1. เพอื่ ให้นักศึกษาได้ทราบถงึ รูปแบบการตลาดของการท่องเท่ียวโดยชุมชน
2. เพื่อให้นักศึกษาได้ทราบถึงปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญในการวางแผนด้านการตลาดของการ

ท่องเทย่ี วโดยชมุ ชน
3. เพอื่ ให้นักศึกษาได้ทราบถึงแนวทางการจดั ทำแผนการตลาดท่องเท่ียวเชิงกลยุทธ์ของการท่องเที่ยว

โดยชมุ ชน

เนื้อหาของบทเรียน
10.1 รปู แบบการตลาดของการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชน
10.2 ปจั จัยที่ต้องให้ความสำคญั ในการวางแผนด้านการตลาดของการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน
10.3 แนวทางการจัดทำแผนการตลาดทอ่ งเท่ยี วเชงิ กลยทุ ธ์ของการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน
10.4 ตวั อย่างชมุ ชนในการจดั การตลาดการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชน
10.5 เอกสารบทความวชิ าการ/งานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วข้อง
10.6 บทสรปุ
10.7 คำถามท้ายบทเรียน
10.8 กจิ กรรมเสรมิ การเรยี นรูท้ า้ ยบทเรียน

10.1 รูปแบบการตลาดของการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชน

พจนา สวนศรี (2546: 88) อธิบายไว้ว่า การท่องเที่ยวแบบ CBT ยังเป็นเรื่องใหม่ในสงั คมโลก ดังน้ัน
ควรจะต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของชุมชนและนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปผู้ทำการตลาดมักจะมี
ยุทธศาสตร์ว่าขายให้ได้มากที่สุด แต่การตลาดสำหรับ CBT นั้นไม่ใช่ การตลาดแบบ CBT คือ การขายที่
เจาะจงกลุ่มลูกค้าหรือต้องให้ลูกค้ามีข้อมูลก่อนการตัดสินใจให้มากที่สุด เพื่อจะไม่เป็นการไปทำให้เกิดผล
กระทบกับชุมชน CBT Product ต่างจาก Product อื่น คือ ขอบเขตของมันกวา้ งใหญ่ มีชุมชนเป็นเดิมพัน ถ้า
ล้มเหลวจะมีผลกระทบมหาศาล ธุรกิจอื่นสร้างจากความต้องการของลูกค้า แต่ CBT ต้องมาจากความพร้อม
ของชมุ ชนด้วย ซ่งึ ถ้ามีผลกระทบแลว้ ยากท่ีจะฟนื้ ได้ดงั เดมิ เป้าหมายการตลาดแบบ CBT คือ การสนับสนุนให้
เกดิ การทอ่ งเทยี่ วที่ยง่ั ยืนมากกว่าคำวา่ “กำไรสงู สุด”

10.2 ปัจจัยท่ตี ้องใหค้ วามสำคัญในการวางแผนดา้ นการตลาดของ CBT

สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ( 2548: 35 ) กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญในการ
วางแผนด้านการตลาดของ CBT ประกอบดว้ ย

1. นกั ท่องเทย่ี วและแหล่งทีม่ าของนักทอ่ งเทย่ี ว
2. โปรแกรมการทอ่ งเทย่ี วและอัตราค่าบรกิ าร

180 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

3. การประชาสมั พันธ์
- นกั ท่องเท่ยี ว
- ตดิ ต่อโดยตรงกบั ชมุ ชน
- ผา่ นบริษทั นำเที่ยว
- โปรแกรมการท่องเท่ยี ว
- กำหนดชว่ งเวลา/ฤดกู าลทอ่ งเที่ยว
- กำหนดจำนวนนักท่องเทย่ี วทรี่ บั ได้แตล่ ะครัง้ และจำนวนสงู สดุ ทส่ี ามารถรับไดใ้ นแตล่ ะวัน
- แจง้ กฎ กตกิ า และราคาใหน้ ักท่องเท่ียวทราบล่วงหนา้
- ชอ่ งทางท่ีจะใช้ในการประชาสัมพันธ์ เช่น สื่อมวลชน นำเท่ียวปากต่อปาก ( Word of mouth )
- สอื่ ทีจ่ ะใชใ้ นการประชาสัมพนั ธ์ เช่น หนงั สอื พิมพ์ วิทยุ โทรทศั น์ อนิ เตอรเ์ นต็ แผ่นพับ โปสเตอร์
- จดุ เดน่ หรือเอกลกั ษณ์พเิ ศษของชุมชน เพือ่ เปน็ จุดขายในการประชาสัมพนั ธ์

10.3 แนวทางการจดั ทำแผนการตลาดทอ่ งเทย่ี วเชงิ กลยุทธ์ของ CBT

ฉลองศรี พิมลสมพงศ์(2548: 123-140) อธบิ ายไวด้ ังน้ี:-

การวางแผนและพัฒนาตลาดการท่องเที่ยว หมายถึง การบริหารแนวความคิดทางด้านส่วนประสม
ทางการตลาด ได้แก่ การจัดการผลิตภัณฑ์ การตั้งราคา การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ การส่งเสริม
การตลาด ตลอดจนส่วนประสมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตลาดการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการซื้อขายสิ นค้าอย่าง
รวดเร็ว เพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการตลาด ตอบสนองความต้องการและสร้าง
ความพึงพอใจให้แก่นักท่องเที่ยว โดยมีลักษณะการบริหารเป็นกระบวนการวางแผนทางการตลาด
(Marketing Planning Process)

แนวทางการจัดทำแผนการตลาดท่องเที่ยวเชิงกลยุทธ์ ประกอบด้วยกระบวนการจัดทำแผนที่
สำคญั ดังน้ี

1. การวิเคราะหส์ ถานการณ์ทางการตลาด ( Market Situation Analysis )

1.1 การวเิ คราะห์สถานการณท์ ัว่ ไป ไดแ้ ก่

(1) การวิเคราะห์สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในระดับมหภาค ( Macro ) ในแต่ละปี
ซงึ่ ททท. เป็นผรู้ ายงานสถานการณน์ ี้จากสภาพเศรษฐกจิ สงั คม พฤติกรรมการทอ่ งเทีย่ ว และปัจจัยอน่ื ๆ ของ
นักท่องเที่ยวที่เป็นตลาดหลัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการ
ทอ่ งเทย่ี ว เพอ่ื นำมาใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในการวางแผนการตลาดต่อไป

(2) การวิเคราะห์สถานการณ์ของธุรกิจท่องเที่ยวในตลาดปัจจบุ ัน ทั้งการท่องเที่ยวนำเข้ามา
ในประเทศ ( Inbound Tour ) การท่องเที่ยวภายในประเทศ ( Domestic Tour ) และการท่องเที่ยวพา
ออกไปนอกประเทศ ( Outbound Tour )

181 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

(3) สถานการณ์ของธุรกิจบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ ธุรกิจโรงแรม
รา้ นอาหาร รถเชา่ ร้านขายของท่รี ะลึก ฯลฯ โดยใหค้ รอบคลมุ สว่ นประสมทางการตลาดท้ังหมด

2. การวิเคราะหต์ ลาด ผลิตภณั ฑ์ และสภาพการแข่งขนั

2.1 การวิเคราะห์ตลาด หมายถึง การวิเคราะห์ตลาดผู้บริโภค พฤติกรรมการซื้อและ

แนวโน้ม

ผู้ซ้ือ ( Buyer ) ในอุตสาหกรรมทอ่ งเท่ียว ไดแ้ ก่

(1) นักท่องเที่ยวทั่วไปที่ตัดสินใจซื้อ ( Decider ) และจัดการเดินทางด้วยตนเอง (
User ) หรือผ่านทางบริษัทจัดนำเที่ยวต่าง ๆ ในลักษณะเป็นผู้บริโภค ( Consumer ) ควรวิเคราะห์ในด้าน
ฐานะทางเศรษฐกจิ สังคม สาเหตขุ องการตดั สนิ ใจซื้อ แผนการทอ่ งเท่ียว ระยะเวลาการท่องเท่ียว ลกั ษณะทาง
ประชากรศาสตร์ และลักษณะความต้องการ การท่องเที่ยวอย่างอื่น ๆ

(2) กลุ่มอิทธิพลทางตลาดการท่องเที่ยว ( Influence ) ได้แก่ กลุ่มผู้จัดประชุม (
Convention Organizer ) กลุ่มผู้ซื้อเพื่อจัดเป็นรางวัลแก่พนักงาน ( Incentive Travel Organizer ) และ
กลมุ่ ตลาดองคก์ รอ่ืน ๆ ( Organization Market)

ผ้ผู ลิต ( Producer ) ในอุตสาหกรรมท่องเท่ยี ว ได้แก่

(1) ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวภาคเอกชน ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของที่
ระลึก บริษัท รถเช่า สายการบิน ฯลฯ ซึ่งดำเนินการทางธุรกิจเพื่อให้เกิดการซื้อขายสินค้าและบริการของตน
โดยเฉพาะ

(2) ผู้ผลิตภาครัฐบาล มีการเสนอขายสินค้าและบริการในลักษณะการส่งเสริม
เผยแพร่ การวางนโยบาย มาตรการ การควบคุม การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและชื่อเสียงให้แก่ประเทศ ภูมิภาค
จังหวัด และท้องถิ่น ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยมีผู้รับผิดชอบเป็นระดับ ๆ ไป สำหรับประเทศไทย คือ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีการทอ่ งเทีย่ วแห่งประเทศไทย (ททท.) ดำเนนิ การวางนโยบายการตลาด
ท่องเที่ยวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ปลอดภัย เพิ่มปริมาณ และวันพักของนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
กับนานาประเทศ

ตัวอย่าง การวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าสายการบิน โดยใช้แนวคำถามและคำตอบ
ดงั น้ี

- กลุ่มเป้าหมายคอื : นกั ธุรกิจ นกั ทอ่ งเทยี่ ว ข้าราชการระดับสงู

182 การจดั การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

- ผู้บริโภคซื้ออะไร : การเดินทางที่สะดวกสบาย รวดเร็ว อาหารและเครื่องดื่ม การต้อนรับ
และการบรกิ ารที่ประทับใจ การชำระเงนิ ด้วยบตั รเครดิต มีเทย่ี วบินใหเ้ ลือกมาก มเี ท่ียวบินตรง

- เพราะเหตุใดจึงบริโภค : เพราะต้องการเดินทางอย่างรวดเรว็ มีธุรกิจจำเป็น ประหยัดเวลา
การเดนิ ทาง มคี วามภูมิใจ และไดร้ ับการยกย่องจากสงั คม

- ใครมสี ว่ นรว่ มในการซ้อื : ผู้เดินทาง เพือ่ น ญาติ บุคคลทีร่ ้จู กั คุ้นเคย เพอื่ นรว่ มงาน

- ผู้บริโภคซื้อเมื่อใด : ซื้อสม่ำเสมอ ซื้อเร่งด่วนเป็นครั้งคราว ซื้อเมื่อต้องการเดินทาง

ท่องเท่ยี ว

- ผบู้ ริโภคซื้ออยา่ งไร : ซ้ือซ้ำ ซอื้ เมอ่ื มีธรุ ะดว่ นและจำเปน็ ซ้ือจากความประทบั ใจ

- ผู้บริโภคซ้ือที่ไหน : ซ้ือจากสำนกั งานขายของสายการบนิ ตวั แทนจำหน่าย

2.2 การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ ( Products ) หมายถึง การวิเคราะห์สภาพของผลิตภัณฑ์การ
ท่องเที่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์ และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับทรัพยากรการท่องเที่ยว โครงสร้าง
พื้นฐาน การเข้าถึง สิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการในสถานท่ีท่องเที่ยว ราคาค่าเดินทางในการเข้าถงึ
ถ้ามีระยะทางไกลมาก ราคาแพง นักท่องเที่ยวอาจมีแนวโน้มในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใกล้บ้าน
มากขึ้น การวิเคราะห์รูปแบบของ การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เช่น การเดินทางทางเรือเปลี่ยนไปเป็นทางรถ
จากทางรถเป็นทางเครื่องบิน เนื่องจากผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวมีข้อจำกัด มีลักษณะเป็นสินค้าการบริการ
จะต้องประกอบด้วยสินค้าหลายประเภทรวมกัน ไม่ใช่สินค้าหน่วยเดียวที่ผู้บรโิ ภคทั่วไปสามารถบริโภคได้ จึง
ทำให้ต้องมีผลติ ภณั ฑ์เสริม มกี ารแถมเพอื่ ดึงดูดนักท่องเที่ยว

2.3 การวิเคราะห์สภาพการแข่งขนั เพ่อื ดคู วามสามารถในการแข่งขันของประเทศท่ีมีต่อคู่
แข่งขันโดยการระบุคู่แข่งขัน ( Competitors ) ทางตรง และคู่แข่งขันทางอ้อม การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ
ประเทศคู่แข่งขัน จะทำให้สามารถระบุจุดอ่อน จุดแข็ง และเทคนิคทางการตลาดทั้งของตนเอง และคู่แข่งขัน
ได้

2.4 การวิเคราะห์การจัดจำหน่ายและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง หมายถึง การวิเคราะห์ช่อง
ทางการจัดจำหน่ายที่ตลาดท่องเที่ยวนิยมกระทำกัน และการจัดจำหน่ายที่กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อเลือก
ช่องทางท่เี หมาะสมท่สี ุด ตลอดจนการวเิ คราะห์สงิ่ แวดลอ้ มหรือโอกาสทกี่ ระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ของประเทศโดยตรง

3. การวิเคราะห์จดุ แข็ง จุดอ่อน โอกาส และขอ้ จำกดั

การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจำกัด ( Strengths, Weaknesses, Opportunities
and Threats: SWOT ) หมายถึง การวิเคราะห์ SWOT ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ซึ่งจะเป็นเครื่องมือ

183 การจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

ในการตัดสินใจวางแผนกำหนดกลยุทธ์และยุทธวิธี โดยใช้จุดแข็งให้เป็นประโยชน์ ฉวยโอกาสไว้ เยียวยา
จุดออ่ น และหลีกเลีย่ งข้อจำกดั

4. การแบง่ สว่ นตลาดและการกำหนดตลาดเปา้ หมาย

การแบง่ ส่วนตลาด ( Market Segmentation ) หมายถงึ กระบวนการแบ่งตลาดทั้งหมดซ่ึงมี
ลักษณะแตกต่างกัน สำหรับผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและจะ
เลือกกำหนดเป็นตลาดเป้าหมายเพื่อที่จะวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์และกำหนดส่วนประสมทางการตลาด (
Marketing Mix – 4 Ps ) อืน่ ๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายท่เี ลอื กไว้

4.1 วธิ กี ารแบง่ ส่วนตลาดในอุตสาหกรรมท่องเทย่ี ว

การแบ่งส่วนตลาดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หมายถึง การแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวออกเป็น
หลาย ๆ กลุ่มตามลกั ษณะความตอ้ งการ ความสนใจ และตามลกั ษณะที่คล้ายคลึงกันของนกั ท่องเที่ยวออกเป็น
ตลาดย่อย เพื่อกำหนดเป็นตลาดเป้าหมาย ( Target Market ) แล้ววางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และใช้วิธีการ
หรือกิจกรรมทางการตลาดที่เหมาะสมเพื่อตอบสนองความต้องการนั้น ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้รับความพอใจ
และบรรลุวัตถปุ ระสงคท์ างการตลาด

การแบง่ ส่วนตลาดในอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว จะพิจารณาจากเกณฑ์ ดังน้ี

1. การแบ่งสว่ นตลาดตามลักษณะภูมศิ าสตร์ คอื การแบ่งกลุ่มนักท่องเทย่ี วตามถน่ิ ที่อยู่ หรือ
ที่พำนักของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่างๆของโลก ทวีป ประเทศ รัฐ ในเมือง นอกเมือง ชนบท เช่น
นักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่ในเขตหนาวนิยมเดินทางไปประเทศที่มีภมู ิอากาศอบอุ่นหรือร้อนในช่วงฤดูหนาว เป็น
ตน้

2. การแบ่งส่วนตลาดตามลักษณะของประชากร คือ การแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวตามลักษณะ
รวมหนว่ ย ( Profile ) ของนักทอ่ งเท่ียว ได้แก่ อายุ เพศ การศกึ ษา ศาสนา อาชีพ ขนาดของครอบครวั วฏั จักร
ชีวิตครอบครัว ระดับรายได้ เชื้อชาติ สัญชาติ ซึ่งทำให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างกันทั้งพฤติกรรมการ
แสดงออกและพฤตกิ รรมการบรโิ ภค

3. การแบ่งส่วนตลาดตามลักษณะจิตวิทยา คือ การแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวตามลักษณะที่
แตกต่างกันทางจิตวิทยาของนกั ท่องเท่ียว ได้แก่ ความสนใจ ทัศนคติ ค่านิยม ความชอบ ความรู้สึกนึกคิดของ
ชนแต่ละกลุ่ม แรงจูงใจ บุคลิกภาพ ความซับซ้อนในการตัดสินใจ วัฒนธรรม แบบแผนการดำรงชีวิต และ
ระดับชั้นของสังคม ซึ่งผู้วางแผนการตลาดท่องเที่ยวควรสำรวจดูลักษณะนิสัยของนักทอ่ งเที่ยวเพื่อให้ทราบถงึ
ความชอบ ความต้องการ และเขา้ ใจพฤติกรรมของนกั ทอ่ งเท่ยี ว

184 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335

4. การแบง่ ส่วนตลาดตามพฤติกรรมการบริโภคผลติ ภัณฑ์ คอื การแบง่ กลมุ่ นักท่องเที่ยวออก
ตามลักษณะพฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยวซึ่งแตกต่างจากลูกค้าโดยทั่วไป เพราะการซื้อสินค้าการ
ท่องเท่ียวไมเ่ หมือนกบั การซื้อสนิ คา้ บริโภคอ่นื แตเ่ ปน็ การซื้อดว้ ยความรู้สกึ ความต้องการ ความสนใจ ฯลฯ

4. 2 การวางแผนการตลาด

การวางแผนการตลาด ( Marketing Planning ) หมายถึง การกำหนดนโยบายจุดมุ่งหมาย
หรือ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ โปรแกรม แผนงาน กิจกรรมทางการตลาด และการใช้ความพยายามทาง
การตลาดอนื่ ๆ ให้ สอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์ท่กี ำหนดไว้ การวางแผนการตลาด จึงประกอบดว้ ย

1. การกำหนดวัตถุประสงค์ทางการตลาด ( Marketing Objectives ) หมายถึง การ
กำหนดวัตถุประสงค์หรอื เป้าหมายที่ชดั เจน เพ่อื เปน็ เครื่องชี้ทาง และกำหนดกลยุทธท์ างการตลาด โดยยึด
นโยบายของรัฐบาล เปน็ หลัก

2. การกำหนดกลยุทธแ์ ละกจิ กรรมการตลาด ( Marketing Strategies and Activities )

กลยุทธ์ หมายถึง แผนการปฏิบัติงานการตลาดกำหนดไว้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
ทตี่ ั้งไว้

กิจกรรมการตลาด หมายถึง รายละเอียดกิจกรรมทางการตลาดที่ระบุขั้นตอน วิธีการ ผู้
ปฏิบตั ิ วัน เวลา ค่าใช้จ่าย โดยแสดงอยู่ในแผนการตลาด

กลยทุ ธ์และกจิ กรรมทางการตลาดท่องเท่ยี ว หมายถึง กลยุทธท์ ก่ี ำหนดขน้ึ โดยใช้ส่วนประสม
ทางการตลาดของธุรกิจท่องเที่ยว ( 4 Ps – 8 Ps ) นำมาวางแผน พัฒนา และใช้ความพยายามอย่างอื่น ๆ
รายได้ สภาวะการแข่งขัน สภาพแวดล้อม และโอกาสทางการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของ
นักทอ่ งเที่ยวกลุ่มเปา้ หมายให้มากทีส่ ดุ ดงั นี้

2.1 การกำหนดกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ ( Product Strategy ) เพื่อผลิตและพัฒนา
สินคา้ และบริการการทอ่ งเท่ยี วตามความต้องการของนักท่องเทีย่ วกลุม่ เป้าหมาย สร้างความพอใจประทับใจใน
ความเป็นเลิศของสนิ ค้าและบรกิ ารใหแ้ กน่ กั ท่องเท่ยี ว ประกอบด้วย

1) การสร้างความแตกต่างทางด้านการแข่งขัน ( Competitive
Differentiation ) หรอื ความหลากหลาย ( Variety ) ของสินคา้ ทางการท่องเท่ียว ในด้าน

- ผลติ ภัณฑ์ ( Product Differentiation ) เช่น มแี หลง่ ทอ่ งเท่ยี วที่สวยงาม
สะอาด ปลอดภัย เมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศอื่นๆ หรือคุณลักษณะเด่นอื่นๆ ของ
ผลติ ภณั ฑ์

185 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335

- การบริการ ( Service Differentiation ) เช่น คุณภาพและการบริการ
อาหารและเคร่ืองดมื่ บนเคร่ืองบิน รสชาตอิ รอ่ ย รวดเร็ว มีมาตรฐานการบรกิ ารท่ีดี และสรา้ งความประทับใจ
ไดม้ ากกวา่ ความสะดวกในการสำรองทนี่ ่ังการได้รบั การบรกิ ารคุ้มค่ากับราคาในระดับที่คาดหวัง

- บุคลากร ( Personnel Differentiation ) มีบุคลากรทำงานอย่างมี
ประสิทธิภาพ มคี วามรู้ความสามารถในการอำนวยความสะดวกอย่างรวดเร็วไม่ผดิ พลาด

- ภาพลักษณ์ ( Image Differentiation ) นักท่องเที่ยวสามารถจดจำ
สัญลักษณ์ ยี่ห้อ ตราสินค้า สถานที่ตั้ง และชื่อเสียงของประเทศได้ เพราะฉะนั้น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์
การส่งเสริมการขายและเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้นักท่องเที่ยวมีความจงรักภักดีต่อตรา
สนิ คา้ ( Brand Loyalty )

2) กลยุทธ์และองค์ประกอบด้านผลิตภัณฑ์ ( Product Strategies and
Components ) โดยพจิ ารณาการพฒั นาองคป์ ระกอบของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ ไดแ้ ก่

- ผลติ ภัณฑ์หลัก ( Core Product ) ใหป้ ระโยชนพ์ ืน้ ฐานตรงความต้องการ
ของนักท่องเที่ยวมากที่สุด และเป็นจุดขายหลัก เช่น การขายจุดเด่นหลักของสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนทาง
ธรรมชาติ เพอ่ื ให้นกั ท่องเท่ียวไดพ้ ักผ่อน ไดเ้ ปล่ยี นแปลงความซำ้ ซาก จำเจ ไดร้ บั ประสบการณ์ใหม่ ๆ

- รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ ( Tangible Product ) เป็นลักษณะทางกายภาพท่ี
ผบู้ ริโภคสามารถรับรู้และสัมผัสได้ หรอื คุณสมบัติเพ่ิมเติมขยายออกไปจากจุดขายหลัก เช่น ลักษณะโดยรอบ
ของสถานที่ท่องเที่ยว มีอาคารสิ่งก่อสร้างทันสมัย พื้นที่กว้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพและ
มาตรฐาน ปราศจากมลภาวะ เป็นตน้

- ผลิตภณั ฑท์ ค่ี าดหวงั ( Expected product ) เปน็ คณุ สมบตั ิและเงื่อนไข
ที่ผู้ซื้อคาดว่าจะได้รับและใช้เป็นข้อตกลงเมื่อซื้อสินค้า เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์
มากขึ้น เช่น บริเวณโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ป้ายเครื่องหมายบอกทาง จัดทำ
ใบปลิวโฆษณา แผ่นพับ ตกแต่งเส้นทางเดินเท้าที่ร่มรื่น เพื่อสร้างความสุขและความประทับใจให้แก่
นกั ท่องเทย่ี ว เปน็ ต้น

- ผลิตภัณฑ์ควบ ( Augmented product ) เป็นผลประโยชน์หรือการ
บริการเพิ่มเติมที่ควบคู่ไปกับสินค้า เช่น สถานที่ท่องเที่ยวมีบริการที่พักแรม ร้านอาหาร สนามกีฬา สถาน
บันเทงิ ลานจอดรถ หอ้ งน้ำหอ้ งสว้ ม และมีส่งิ อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้บริการ เป็นตน้

- ศักยภาพผลิตภัณฑ์ ( Potential Product ) คือ การพัฒนาและ
เปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ควบต่อไป เพื่อตอบสนองความคาดหวังและความต้องการของนักทอ่ งเที่ยวในอนาคต
เช่น มีการวางระบบการกำจัดขยะน้ำเสียภายในแหล่งท่องเที่ยว มีห้องน้ำห้องส้วมที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ

186 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

เส้นทางเข้าถงึ แหลง่ ท่องเท่ียวสะดวกมากข้ึน และส่ิงอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทีม่ คี ุณภาพและมาตรฐานเพ่ิม
มากข้นึ

3) การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ ( Product Positioning ) การพัฒนา
ผลติ ภณั ฑ์เกา่ ทม่ี อี ยแู่ ลว้ ให้เป็นผลติ ภัณฑใ์ หม่ หรือผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารรูปแบบใหม่ นอกจากจะต้องคำนึงถึง
กลุ่มนกั ท่องเทยี่ วเปา้ หมายและคู่แขง่ ขนั แล้ว การกำหนดตำแหนง่ ผลติ ภัณฑ์ก็เปน็ สงิ่ สำคญั โดยมีแนวคิด ดังนี้

(1) สร้างภาพลักษณ์แสดงผลประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายรู้สึก
และมองเหน็ วา่ จะได้รับอยา่ งชดั เจนทั้งทีส่ ัมผสั ได้จริง (Tangible ) และสมั ผัสได้ดว้ ยความรูส้ กึ ( Intangible )

(2) ออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวที่ให้ผลประโยชน์อย่างเต็มที่
ขา้ งต้นโดยใหม้ ีประสทิ ธภิ าพมากกว่าผลิตภณั ฑ์ของคแู่ ขง่ ขัน

(3) โฆษณาประชาสมั พันธ์ ถ่ายทอดผลประโยชน์นี้ใหน้ ักท่องเท่ียวรับทราบ

โดยรวดเร็วและกวา้ งขวาง

การกำหนดตำแหน่งทางการตลาดเป็นบทบาทที่สำคัญและจำเป็นในการพัฒนาส่วนประสม
ทางการตลาด ( Marketing Mix ) ทั้งหมด ตลอดจนการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดครั้งใหม่
( Repositioning )

ข้ันตอนของการกำหนดตำแหนง่ ผลติ ภัณฑ์หรือตำแหนง่ ทางการตลาดครั้งใหม่

1) กำหนดตำแหน่งปัจจบุ นั ใหแ้ น่นอนวา่ อยู่ในตำแหน่งใด ทราบภาพลกั ษณ์ที่แท้จริง
ของประเทศในสายตาของนกั ท่องเท่ยี ว

2) กำหนดตำแหน่งที่ต้องการจะครอบครอง โดยอาศัยการวิจัยตลาดวิจัยคู่แข่งขัน
และทรัพยากรทีป่ ระเทศมีอยู่

3) ริเริ่มการรณรงค์การกำหนดตำแหน่งครั้งใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการสร้าง
ความจดจำให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งในด้านภาพลักษณ์ ( Image ) ความแตกต่างในตัวสินค้า ( Product
Differentiation ) และผลประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวพึงได้รับ ( Promised Benefits ) จากการใช้สินค้าและ
บริการ

4) ประเมินการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการตลาดในสายตาของนักท่องเที่ยวเช่น
การเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยว และที่สำคัญ คือ การวิจัยตลาดเพื่อทราบถึงการรับรู้ (
Perception ) ของนักท่องเทย่ี วตลาดเปา้ หมายอย่างแทจ้ ริง

2.2 การกำหนดกลยุทธ์ด้านราคา ( Price Strategy ) เพื่อให้ราคาของสินค้าและบริการ
เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย โดยพิจารณาอำนาจการซื้อของนักท่องเที่ยว ต้นทุนในการผลิต ช่อง

187 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335

ทางการจดั จำหน่าย การสง่ เสรมิ การตลาด รายได้จากการท่องเท่ยี วทปี่ ระเทศต้องการ และราคาของประเทศ
คูแ่ ข่งขัน

ราคาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญ เป็นเครื่องมือทางการแข่งขัน เป็นการวางตำแหน่ง
ของผลิตภัณฑ์ในด้านคณุ ภาพ แสดงวัฏจักรชีวิตของผลิตภณั ฑ์ เป็นตัวกำหนดรายไดโ้ ดยครอบคลุมต้นทุนคงท่ี
( Fixed Cost ) และต้นทุนผันแปร ( Variable Cost ) อย่างไรก็ตาม การลดราคา ( Discount ) ซึ่งเป็นกล
ยุทธ์ระยะสั้นเพื่อเพิ่มรายได้ของประเทศในขณะที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ก็ต้องคำนึงถึงความต้องการ
จำเป็น ( Needs ) ของนักท่องเท่ียวดว้ ย ต้องไม่ลดการบริการบางอยา่ งทจ่ี ำเป็นลงไป ต้องเข้าใจจิตวิทยาการ
บริโภค ต้องพิจารณาความสมดุลของการตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวและการต่อรองของ
นกั ท่องเท่ียวเน่ืองจากมีประสบการณม์ าก่อน

2.3 การกำหนดกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่าย ( Place/Distribution Strategy ) เป็นกลยุทธ์
ที่ต้องการกระจายสินค้าและบริการท่องเที่ยวไปยังนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง โดยผ่านผู้ค้าส่ง
และผู้ค้าปลีก ซึ่งทำหน้าที่ทางการตลาดด้านการจัดจำหน่ายและเป็นคนกลางในการนำสินค้าและบริการสู่
นักท่องเทย่ี ว

2.4 การกำหนดกลยทุ ธด์ ้านการส่งเสริมการตลาด ( Promotion Strategy ) เป็นกลยทุ ธ์ใน
การสื่อสาร สร้างความรู้จัก กระตุ้นให้นักท่องเท่ียวเกดิ ความต้องการและซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวท่ผี ลติ
ขึ้นในที่สุด โดยใช้ส่วนประสมการส่งเสริมการตลาด ซึ่งประกอบด้วย การโฆษณา ( Advertising ) การ
ประชาสัมพันธ์ ( Public Relations ) การขายโดยบุคคล ( Personal Selling ) การส่งเสริมการขาย ( Sales
Promotion ) และการตลาดทางตรง ( Direct Marketing ) และใช้ส่วนประสมการสื่อสารการตลาด (
Communication Mix ) เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ ป้ายโฆษณา การส่งทางไปรษณีย์ (
Direct Mail ) ฯลฯ เป็นเครื่องมือสื่อข้อมูลข่าวสารไปถึงตลาดเป้าหมาย ซึ่งการตัดสินใจใช้ส่วนประสมแบบ
ใดนนั้ ขนึ้ อย่กู ับกลยทุ ธ์และแผนการตลาดทั้งหมดด้วย ตามแผนภมู ิดงั นี้


Click to View FlipBook Version