188 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
การวเิ คราะห์และโอกาสทางการตลาด ตลาดเป้าหมาย
กลยุทธเ์ ชิงการแข่งขัน การวางตำแหน่งทางการตลาด
วัตถปุ ระสงค์ทางการตลาด
สว่ นประสมทางการตลาด
ผลิตภณั ฑ์ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย
สว่ นประสมการส่งเสริมการตลาด
การโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์ การขายโดยบุคคล
ส่วนประสมการส่อื สารการตลาด
หนงั สอื พิมพ์ วิทยุ โทรทศั น์ ภาพยนตร์ วดิ โี อ
ภาพท่ี 10.1 บทบาทของการส่งเสริมการตลาดในแผนการตลาดทอ่ งเท่ียว
ทีม่ า: ( ฉลองศรี พมิ ลสมพงศ์, 2548 )
3. การแปลงแผนการตลาดไปสแู่ ผนปฏบิ ัตกิ าร ( Marketing Implementation )
การแปลงแผนการตลาดไปสู่แผนปฏิบตั ิการ หมายถงึ กระบวนการการประยุกต์แผนการตลาดให้เป็น
แนวปฏบิ ัติ โดยพจิ ารณาตามลำดบั ดังนี้
3.1 การจัดทำแผนปฏิบัติการทางการตลาด ที่สอดคล้องตรงกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในแผน ซ่ึง
มักจะเป็นวัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติการที่ชัดเจน เช่น จังหวัดต้องการเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายสินค้า OTOP
นักการตลาดจะใช้การวิเคราะห์และการคำนวณเข้าช่วยเพื่อดูพฤติกรรมการบริโภค การเปลี่ยนแปลงความ
ต้องการ ความคาดหวังของ นักท่องเที่ยว การเข้าถึงส่วนของตลาดเป้าหมาย เพื่อกำหนดว่าตลาดใด
เจริญเติบโตคงที่ เติบโตมากขึ้น และเริ่มถดถอย ตลอดจนการพยากรณ์ความต้องการของตลาดในอีก 1 ปี
ขา้ งหน้าด้วย
3.2 เลือกกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม ภายใต้จำนวนและจุดแข็งของคู่แข่งขันสภาวะและ
ความพยายามทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพขององค์กร กลยุทธ์สำคัญที่นำมาใช้มาก คือ การสร้างความ
แตกต่างจากคู่แข่งขัน ทั้งนี้ ความแตกต่างนั้นต้องมีความหมาย ความสำคัญ เป็นที่ยอมรับและสร้างความพึง
พอใจให้แกน่ กั ทอ่ งเท่ยี วด้วย
189 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
3.3 ร่างรายละเอียดของแผนปฏิบัติการตามขั้นตอน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เชิง
ปฏบิ ตั ิการทตี่ งั้ ไว้
3.4 กำหนดระยะเวลาแผนการตลาด ประกอบด้วย แผนการตลาดระยะยาว ( Long Term)
ใชเ้ วลาประมาณ 5 ปขี ึน้ ไป ส่วนแผนการตลาดระยะส้ัน ( Short Term ) ใชเ้ วลาประมาณไมเ่ กิน 1 ปี
4. การกำหนดงบประมาณการตลาด ( Marketing Budget )
การกำหนดงบประมาณก่อนการปฏิบัติการ นับว่าเป็นการลงทุน ( Investment ) อย่างหนึ่ง การ
กำหนดงบประมาณการตลาดทดี่ ีจะต้องเปน็ จรงิ ใช้การไดจ้ ริงสำหรับกจิ กรรมการตลาดแต่ละอย่าง และแบ่ง
ไปตามสว่ นประสมทางการตลาด ( Marketing Mix ) ต้องสมั พนั ธ์กับแหล่งเงนิ ทนุ โดยมีวัตถุประสงคท์ ี่สำคัญ
คือ สร้างรายได้ตอบแทนเกินจำนวนงบประมาณที่ลงทุนไปในกิจกรรมการตลาด และควรกันเงินไว้ 10-15%
ของงบประมาณท้งั หมดสำหรบั คา่ ใช้จ่ายท่ีอาจเพม่ิ ขนึ้ ระหวา่ งการดำเนินการตามแผนการตลาด เช่น ค่าใช้จ่าย
ในการผลิตสอ่ื ตา่ ง ๆ การเคล่ือนไหวทางการตลาดที่ไมไ่ ดค้ าดคดิ มาก่อนของคู่แข่งขนั
5. การควบคมุ ทางการตลาด ( Marketing Control )
การควบคุมทางการตลาด หมายถึง การติดตามผลการปฏิบัติงานการตลาดให้เป็นไปตามแผนที่
กำหนดไว้ ได้แก่
5.1 การจัดองค์กรทางการตลาด ( Marketing Organization ) กำหนดโครงสร้างของฝ่าย
การตลาด ตำแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบของฝ่ายต่าง ๆ โดยระบุโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง
เจา้ หน้าที่ฝ่ายการตลาด เพอ่ื ให้สามารถปฏิบตั งิ านตามแผน และบรรลุวตั ถปุ ระสงคท์ ี่วางไว้
5.2 กระบวนการควบคมุ ( Control Process ) ได้แก่
(1) กำหนดเป้าหมายอย่างชดั เจนตามวัตถุประสงค์
(2) การวดั ผลการทำงาน มีข้อขัดข้องเกดิ ข้นึ ทใ่ี ดบ้าง
(3) การวิเคราะห์ผลการทำงาน สาเหตขุ องข้อขดั ข้องต่าง ๆ
(4) กำหนดรูปแบบการควบคุม เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น การควบคุมแผนการ
ตลาดประจำปี โดยการวิเคราะห์ผลตอบแทน สัดส่วนของรายได้ต่อค่าใช้จ่าย การเงิน ส่วนถือครองตลาด
ความต้องการและทัศนคติของนักท่องเที่ยว การควบคุมรายได้ผลตอบแทน การควบคุมกลยุทธ์เพื่อดู
ประสิทธิผลต่อแผนงานการตลาด การควบคุมประสิทธิภาพของส่วนประสมการตลาด โดยเฉพาะการจัด
จำหนา่ ย การโฆษณา การส่งเสรมิ การขาย และ ประสิทธิภาพของพนกั งานขาย
190 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
5.3 การติดตามและประเมินผล ( Follow up and Evaluation ) เพื่อวิเคราะหผ์ ลตอบแทน
ทางดา้ นการเงินจากการดำเนินการทางการตลาด และสามารถพัฒนาระบบการควบคุมต่อไป
10.4 ตัวอยา่ งชมุ ชนในการจดั การตลาดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชน
10.4.1 ตัวอยา่ งชมุ ชนในการจัดการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในประเทศไทย
10.4.1.1 ชุมชนบ้านกุดจิก ตำบลนาคํา อำเภอวานรนวิ าส จังหวดั สกลนคร
ชมุ ชนบ้านกดุ จกิ มีแหล่งท่องเที่ยว สำหรับบริการให้กับนักท่องเที่ยว อาทิ เชน่ ปั่นจักยานชม
ต้นข้าว บนท้องนาอันเขียวขจี ชมบ้านโบราณที่อนุรักษ์วิถีชีวิตคนอีสานขนานแท้ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ
ประจำ หมบู่ า้ น ชมววิ ทัศนียภาพของบ้านกุดจิก ชมวถิ ีชีวิต การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย
และ แสนสขุ แหลง่ ผลติ และสาธิตสนิ คา้ ผลติ ภณั ฑ์ และสินค้า OTOP
ภาพท่ี 10.2 บ้านกุดจิก ตำบลนาคํา อำเภอวานรนวิ าส จังหวดั สกลนคร
ที่มา: (กรมพฒั นาชุมชน, 2560)
ซ่ึงชุมชนมกี ารางแผนธรุ กิจของชมุ ชน ดงั นี้
- แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มอาชีพ เช่น ส่งเสริมการลงทะเบียน OTOP การ
พฒั นาผลิตภัณฑ์ รูปแบบผลติ ภณั ฑ์และการขอมาตรฐาน
- แผนพัฒนาด้านกายภาพ โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว โดย ได้รับงบประมาณเพิ่มเติม
จาก กรมการพฒั นาชุมชน ประจำปี 2561 พัฒนาปรบั ปรุงภมู ทิ ศั น์ จุดเช็คอนิ และการพฒั นาสนิ คา้ OTOP ให้
ได้มาตรฐาน
191 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
- แผนพัฒนาด้านที่พัก โดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มโฮมสเตย์ ส่งเสริมให้ความรู้เรื่องการ
บริหารจดั การดา้ นโฮมสเตย์ โดยใช้งบประมาณจากทุนในชมุ ชน และการสนับสนุนของหนว่ ยงานต่างๆ
- แผนพัฒนาสภาพแวดล้อม ชุมชนมีแผนการกําหนดการพัฒนาหมู่บ้านเป็นประจำ รักษา
ดูแล สิ่งแวดล้อมในชุมชน ให้แต่ละครัวเรือนดูแลรักษาความสะอาดของบริเวณหน้าบ้านและบริเวณภายใน
บ้านของตนเอง
- แผนพัฒนากิจกรรมบริการนักท่องเที่ยว โดยจัดหานักเล่าเรื่อง ไกด์ มัคคุเทศก์ สำหรับ
บรกิ าร นกั ทอ่ งเท่ียว กจิ กรรมการเรยี นรู้ของนักทอ่ งเท่ียว เช่น การปลูกพชื การทำปยุ๋ การหาหอย ปู ปลาด้วย
วธิ กี ารตา่ งๆ การฝึกทำของฝากของท่ีระลกึ เปน็ ตน้
10.4.1.2 แนวทางการสง่ เสรมิ การตลาดการทอ่ งเที่ยวเชิงวฒั นธรรมจงั หวดั นครพนม
แนวทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยว ในที่นี้สามารถกำหนดแนวทางการส่งเสริม
การตลาดปัจจยั ส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) มดี ังนี้
1 ด้านการสร้างและนำเสนอลักษณะทางกายภาพ นกั ท่องเทีย่ วใหค้ วามสำคญั มากเป็นอันดับ
แรก ดังนั้นควรให้ความสำกับการสร้างและน าเสนอลักษณะทางกายภาพ การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวมีความ
สะดวก ความเป็นเอกลักษณ์ ความโดดเด่น และความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นควรมีการพัฒนา
เส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงให้มีศักยภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงควรมีแนวทางส่งเสริมด้านการบริหาร
จัดการพื้นที่ทางการท่องเที่ยว การพัฒนาเส้นทางการเชื่อมโยงและเส้นทางรองเพื่อเป็นการส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมใหด้ ยี ่งิ ข้นึ
2. ด้านผลิตภัณฑ์โดยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในการท่องเที่ยวที่มีแหล่งท่องเที่ยวมีความ
หลากหลายและน่าสนใจ มีผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว รวมถึงมีเทศกาล ประเพณี มหกรรม กิจกรรม อาหาร
พื้นเมืองที่หลากหลายน่าสนใจ ในส่วนของที่พักแรมก็มีความคุ้มค่า คุ้มราคา มีอาหารพื้นเมืองหลากหลาย มี
ความคุ้มค่า แต่ด้านสินค้าของฝากของที่ระลึกยังขาดความเป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นของนครพนม ดังนั้นจึงควรมี
แนวทางส่งเสรมิ ดา้ นการผลติ ภัณฑ์ หรือ สินคา้ ทางการท่องเทย่ี วของจังหวดั นครพนมท่ีสามารถนำมาเสนอขาย
ใหแ้ กน่ กั ท่องเทีย่ วได้
3 ด้านราคาและบริการ โดยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในด้านค่ากิจกรรมการท่องเที่ยว ค่า
เขา้ ชมแหลง่ ท่องเท่ียว ค่าท่ีพักแรม ค่าอาหารและเคร่ืองด่ืม มีความเหมาะสม ราคาไมแ่ พง ถือว่ามีความคุ้มค่า
คุ้มราคากับเงินที่จ่ายไป แต่ด้านสินค้าของฝากของที่ระลึก ผู้ประกอบการหรือผู้ขายสินค้า ต้องปรับการขาย
สินค้าประเภทเดียวกันไม่ให้ขายราคาแตกต่างกันมาก ดังนั้นจึงควรมีแนวทางส่งเสรมิ ทางดา้ นราคาสินค้าและ
บริการทางการท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นมาตรฐานเดียวกัน ควรรักษาระดับราคาสินค้า ได้แก่ค่าบริการแหล่ง
ท่องเท่ยี ว ทีพ่ ัก อาหารและเครอื่ งดืม่ แบบปจั จุบันไว้ไม่ใหแ้ ตกต่างจากท่ีอนื่ ท่ีมแี หล่งท่องเที่ยวใกลเ้ คียงกนั ทั้งน้ี
192 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
หากในอนาคตแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ราคาสินค้าอาจขยับเพิ่มขึ้น กลายเป็น
การทอ่ งเที่ยวเชงิ พาณิชยม์ ากเกนิ ไป จนสูญเสยี ความเป็นแหล่งทอ่ งเที่ยวเชงิ วฒั นธรรมไปได้
4. ด้านกระบวนการ โดยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในด้านภาครัฐ ภาคเอกชน และภาค
ประชาชนมีการด าเนินงานและบูรณาการด้านการท่องเที่ยวที่ดี มีการประสานงานที่ดี รวมถึงมีระบบการ
บริหารจัดการการควบคุมดูแล การประเมินผลที่เหมาะสม แต่ควรเพิ่มด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านการ
ท่องเที่ยวและการบริการดงั นั้นจึงควรมีแนวทางสง่ เสริมด้านเทคโนโลยีเพื่อการท่องเทีย่ วของจงั หวัดนครพนม
ให้มประสิทธภิ าพท่ีดตี ่อการทำงานมากยง่ิ ขึน้
5. ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย โดยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในด้านช่องทางการจัด
จำหน่ายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวมีความเหมาะสมในระดับหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสิ นค้า
และบริการทางการท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีแหล่งข้อมูลที่ดี มีการจัดรายการส่งเสริมการขายและ
กระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น เทศกาล งานประเพณี มหกรรมการท่องเที่ยว ฯลฯ รวมถึงระบบการจอง การซื้อ
การชำระสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ทั้งที่พักแรม ร้านอาหารท้องถิ่น เรือสำราญ กิจกรรมการ
ท่องเที่ยว รถรางนำเที่ยว บัตรเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ก็มีความสะดวกและเหมาะสม หากจะให้มี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจึงควรมแี นวทางส่งเสริมดา้ นช่องทางการจดั จำหน่าย (Place) ทั้ง 2 ทางควบคู่กนั คือ
ช่องทางสงั คมออนไลน์ (Online) และชอ่ งทางออฟไลน์ (Off Line)
6. ด้านบุคคลกร โดยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในด้านบุคลากรทางการท่องเที่ยวของ
จงั หวดั นครพนม มคี วามรู้ ความสามารถในการปฏบิ ัติหนา้ ที่ การต้อนรบั และการบริการนัน้ สามารถสร้างความ
พึงพอใจและประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ในด้านระบบการทำงาน การประสาน ติดต่อก็มีความสะดวกและ
รวดเร็ว แต่ในอีกด้านหนึ่งพบว่า แม้บุคลากรในสถานประกอบการที่มีอยู่นั้นจะมีจำนวนที่เพียงพอต่อการ
ทำงาน เพราะสถานประกอบการจ าเป็นต้องรับคนเข้ามาท างานไมใ่ ห้ขาดชว่ งขาดตอน ซ่งึ สว่ นใหญ่อาจจะไม่
ตรงสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการบริการท่ีต้องการแต่มีความใกล้เคียง รับเข้ามาสามรถฝึกฝนให้ทำงานได้
ดังนั้น จึงมีปัญหาในการบริการในลักษณะแบบท้องถิ่น หากเทียบเคียงกับการบริการในระดับสากลจังหวัด
นครพนมยังไม่กา้ วถงึ ขน้ั นั้น โดยเฉพาะด้านทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหนา้ กถ็ อื เปน็ ความเรง่ ดว่ นทค่ี วรนำไปสู่
พัฒนา ดังนั้นจึงควรมีแนวทางส่งเสริมทางด้านการพัฒนาบุคคลากรภาคการท่องเที่ยวและการบริการของ
จังหวัดให้เพียงพอและให้มีทกั ษะวชิ าชีพทุกดา้ น เพ่อื รองรบั การเตบิ โตทางการท่องเที่ยวของจงั หวัด
7. ด้านส่งเสริมการตลาดโดยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญในด้านมีการจัดกิจกรรม มหกรรม
เทศกาลงานประเพณีเพื่อเป็นการกระตุ้น เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และใช้กลยุทธ์
การตลาดเชิงรุกในการส่งเสริมการตลาดเพื่อเข้าถึงตัวบุคคลผ่านช่องทางสังคมออนไลน์ ( Online) โดย
เฉพาะไลน์ (Line)และ เฟสบุ๊ค (Facebook) นอกจากนี้ยังใช้สื่อสิ่งพิมพ์และข้อมูลการท่องเที่ยวแจกฟรีในจุด
บรกิ ารการท่องเท่ียวตามท่ีพักแรม ร้านอาหาร รา้ นของฝาก แหล่งทอ่ งเที่ยว แต่อาจยงั ไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่เพราะ
มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ และในด้านที่ต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้น คือ การจัดกิจกรรมส่งเสริม
193 การจดั การทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
การตลาดท่องเที่ยวดว้ ยการลด แลก แจก แถม ดังนั้น จึงควรมีแนวทางส่งเสริมทางด้านสง่ เสริมการตลาดการ
ท่องเทีย่ วของจงั หวัดนครพนมใหด้ ยี ่ิงข้ึน (ศิวธดิ า ภูมวิ รมุนและคณะ, 2562)
10.4.2 ตวั อย่างชุมชนในการจัดการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชนต่างประเทศ
10.4.2.1 การพัฒนาการตลาดท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง: มุกดาหาร-สะหวันนะเขต-
กวางตรี
การท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยจังหวัดมุกดาหาร มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่
หอแก้วมุกดาหาร ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง วัดศรีมงคลใต้ วัดศรีบุญเรือง สะพาน
มิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) กลองมโหระทึก ฐานปฏิบัติการวรพัฒน์ วัดบรรพตคิรี น้ำตกตาดโดน
หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แก่งกะเบา วัดมโนภิรมย์ วัดพระศรีมหาโพธิ์ และวัดรอยพระพุทธบาทภู
มโนรมย์ สำหรับแขวงสะหวันนะเขต มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ วัดพระธาตุโพน วัดพระธาตุอิงฮัง วัด
รัตนรังษี วัดไชยสมบูรณ์ สะพานมิตรภาพ 2 วัดเจ้าปราสาทเฮือนหิน ตลาดสิงคโปร์ โบสถ์เซนต์เทเรซ่า
พิพธิ ภณั ฑแ์ ขวงสวุ รรณเขต และพพิ ิธภณั ฑไ์ ดโนเสาร์ และจังหวัดกวางตรี มีสถานท่ีทอ่ งเทยี่ วท่ีรจู้ ัก เชน่ อโุ มงค์
วินมอ็ ก สะพานเห่ียนเลอื งข้ามแมน่ ้ำเบนไห่ ในจังหวัดกวางตรี เป็นเสน้ แบ่งประเทศเวยี ดนามเปน็ สองภาคเป็น
การช่วั คราว ซง่ึ มแี นวทางการพัฒนาการตลาดท่องเท่ยี วในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง: มกุ ดาหาร-สะหวันนะเขต-
กวางตรี ดงั นี้
1. ด้านผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว (Product) ผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวที่เป็นทั้งสินค้าและ
บริการ จังหวัดมุกดาหารจะเน้นการท่องเที่ยวไปสามธรรม ธรรมชาติ วัฒนธรรมและธรรมะ ส่วนแขวงสะหวัน
นะเขต ถอื ว่าเดน่ ดา้ นแหล่งทอ่ งเท่ยี วทางวัฒนธรรม จงั หวัดกวางตรีมสี ถานทีร่ ะลึกถึงสงคราม
2. ด้านราคาการท่องเที่ยว (Price) จังหวัดมุกดาหารโดยภาพรวมแล้ว สินค้ามาหลากหลาย
แพคเกจทวั รก์ ็มีหลายราคาให้เลือก สว่ นท่แี ขวงสะหวันนะเขตเป็นเมืองเล็ก ๆ ทมี่ ีทางเลอื กไม่มาก และจังหวัด
กวางตรีกเ็ ชน่ เดียวกับแขวงสะหวนั นะเขต
3. ด้านการจัดจำหน่าย (Place) ธุรกิจท่องเที่ยวมีช่องทางการจัดจำหน่ายหลากหลาย เช่น
การจัดงานทวั ร์แฟร์ และนกั การตลาดออกเย่ียมเยือนลูกค้าตามบริษัททัวร์ต่าง การจดั จำหน่ายเป็นสิ่งสำคัญที่
ทำให้ลูกค้าเขา้ ถงึ สินค้าและบริการ
4. ด้านการส่งเสริมการตลาด (Promotion) อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงทั้งสามเมือง มีการ
ส่งเสริมการตลาดผา่ นสอื่ ต่าง ๆ เชน่ แผน่ พับ โบชวั ร์ เว็บเพจ เว็บไซต์
194 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
5. ด้านกระบวนการ (Process) ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมีสินค้าหลากหลายและมี
กระบวนการซื้อ-ขายในหลากหลายรูปแบบ การพัฒนาการท่องเที่ยวต้องสร้างความประทับใจต่อนักทุกเที่ยว
เพ่ือใหน้ กั ท่องเทย่ี วกลบั มาใหม่
6. สภาพแวดล้อมทางกายภาพ (Physical evidence) จังหวัดมุกดาหาร มีหลายอำเภอแต่
อำเภอที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเมืองชายแดนเพื่อเชื่อมโยงกับแขวงสะหวันนะเขต มี 3 อำเภอหลักคือ อำเภอ
เมืองมุกดาหาร อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอดอนตาล ทส่ี ามารถเช่อื มโยงไปยงั แขวงสะหวันนะเขตและจังหวัด
วางตรีได้
7. พนักงานเจา้ ของกจิ การ (People) เจ้าของธรุ กิจการท่องเที่ยวในอนภุ ูมภิ าคนี้ส่วนใหญ่จะ
เปน็ คนเชือ้ สายเวยี ดนามทำใหก้ ารเจรจาสำเรจ็ ร่วมมอื กนั เปน็ อย่างดี
อีกท้ังหนว่ ยงานภาครัฐบาลท้งั 3 ประเทศ ควรแกไ้ ขกฎระเบยี บข้อบังคับตา่ ง ๆ เชน่ ระเบยี บ
การข้ามแดน การจ่ายค่าธรรมเนยี มท่ีด่านศลุ กากร ในเมืองชายแดนใหส้ อดคล้องกันท้ัง 3 ประเทศ เช่น ตรวจ
คนเข้าเมืองที่ด่านชายแดนศุลกากร ตำรวจทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีการบูรณาการด้านการ
ท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อลดความขัดแย้งของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนช่วยกันประสานงาน
และบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวทั้ง 3
ประเทศ ได้พัฒนาอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เจ้าของแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน ทั้ง 3
ประเทศ ควรให้ความร่วมมือในการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวและการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองชายแดนใน
อนภุ ูมภิ าคล่มุ แม่น้ำโขงใหต้ ่อเน่ืองและย่งั ยืน เชน่ การจัดแขง่ ขนั เรือยาวลุ่มนำ้ โขง การจัดแขง่ วิ่งมาราธอนข้าม
สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 2 และการจัดแข่งขันจักรยานนานาชาติ ระหว่างมุกดาหารและสะหวันนะ
เขต เป็นตน้ ด้านชมุ ชน มีการแลกเปลี่ยนเรยี นรซู้ ึ่งกันและกัน ศึกษาดงู าน ชุมชนที่มบี รบิ ทใกล้เคียงกับกับการ
ท่องเที่ยวเมืองชายแดนอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เช่น จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเลย จัง หวัด
นครพนม จังหวดั สกลนคร และจงั หวัดเชยี งราย เพ่ือนำความรู้มาพัฒนาชุมชนให้ดขี ้ึน (ธนาวัฒน์ ปัทมฤทธิกุล
และคณะ, 2562)
10.5 เอกสารบทความวิชาการ/งานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
10.5.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเรื่อง “การจัดการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชนของแหล่งมรดกทาง
วัฒนธรรมลุ่มน้ำ โขง ชี มูล เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวประเทศไทย ลาว และ เวียดนาม (The Community
Tourism Marketing Management based on Cultural Heritage Site of Khong-Chi-Mun River Basin
for Linked Thai–Laos-Vietnam Tourism)” โดย ณัฏฐินี ทองดี และ กนก บุญศักด์ิ (2560) ได้อธิบายการ
จัดการตลาดการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนไว้
การสำรวจข้อมูลสภาพและปัญหาการดำเนินงานด้านการตลาดและเครือข่ายและ 3) สมาชิกกลุ่ม
ท่องเที่ยวโดยชุมชน จำนวน 20 ชุมชน ที่เข้าร่วมกระบวนการในการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อยกระดับขีด
195 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
ความสามารถกลไกทางการตลาด และการพัฒนาศักยภาพด้านทรัพยากรมนษุ ย์ รวมถึงการสรา้ งกระบวนการ
มีส่วนรว่ มของชุมชนกับการทอ่ งเทีย่ ว เช่น
10.5.1.1 กลยุทธ์สำคัญของการขับเคลื่อนเครือข่ายการท่องเที่ยว คือ 1) กลยุทธ์การพัฒนา
และเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนของชุมชนท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งเครือข่าย
ภายในและเครือข่ายภายนอก ท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และองคก์ ร สมาคม รวมถึงเช่อื มเครือข่ายไปยังเครือข่าย
ท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดและภูมิภาคอื่นๆ 2) กลยุทธ์การพัฒนาและส่งเสริมจัดการการตลาดของการ
ทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชน ของชมุ ชนท่องเท่ียวในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ให้เป็นท่รี ู้จักและยอมรับกับนักท่องเท่ียว
มากขึ้น และ 3) กลยุทธ์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้มีความรู้ความสามารถ
เกยี่ วกบั การบริหารจัดการการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนและการตลาดการท่องเท่ียวโดยชุมชน และกำหนดกลไกการ
จัดการเครือข่ายออกเป็น 2 กลไก คือ กลไกการจัดการเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน และกลไกด้าน
งบประมาณ
10.5.1.2 ทรพั ยากรมนษุ ย์ในเครือขา่ ยการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนภาคตะวันออกเฉยี งเหนือท่ีเข้า
ร่วมกระบวนการวจิ ัย มคี วามรู้ ความเขา้ ใจและมคี วามสามารถด้านการจัดการตลาดการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนใน
ระดับที่มากขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการพัฒนาสินค้าและบริการ (Product) และด้านการส่งเสริม
การตลาด (Promotion)
ผู้เขียนเห็นว่า การพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดของชุมชน ต้องเน้นให้ชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ มี
ทกั ษะในดำเนินการดา้ นการตลาดผ่านกระบวนการพัฒนาเครือข่ายการท่องเทีย่ วโดยชุมชน
10.5.2 บทความวิชาการเรื่อง Marketing of tourism: a paradigm shift toward sustainability
by Ute Jamrozy (2007) ไดอ้ ธบิ ายการจัดการตลาดการท่องเทีย่ วไว้ว่า
While alternative approaches to tourism marketing include societal consideration such
as tourism impacts and environmental segmentation strategies, this paper considers the triple
bottom line as more sustainable objectives in tourism marketing and adopts an integrated
view on tourism marketing.
ผู้เขียนเห็นว่า การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการตลาดการท่องเที่ยว โดยชุมชนไม่หวังผลกำไร จะ
สามารถนำไปสู่การจัดการการตลาดท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้ แนวทางความยั่งยืนของการตลาด คือการรักษา
ทรพั ยากร สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกจิ ใหค้ งอยู่
10.6 บทสรุป
รูปแบบการตลาดแบบ CBT คือ การขายที่เจาะจงกลุ่มลูกค้าหรือต้องให้ลูกค้ามีข้อมูลก่อนการ
ตัดสนิ ใจให้มากที่สดุ เพ่อื จะไมเ่ ป็นการไปทำให้เกดิ ผลกระทบกับชุมชน CBT โดยปัจจยั ทต่ี อ้ งให้ความสำคัญใน
การวางแผนด้านการตลาดของ CBT ประกอบด้วย
196 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
1. นักท่องเทีย่ วและแหลง่ ทม่ี าของนักทอ่ งเทีย่ ว
2. โปรแกรมการท่องเที่ยวและอัตราค่าบริการ
3. การประชาสมั พันธ์
แนวทางการจัดทำแผนการตลาดท่องเที่ยวเชิงกลยุทธ์ ประกอบด้วยกระบวนการจัดทำแผนที่สำคัญ
ดงั นี้
1. การเตรียมการจัดทำแผน
2. การวิเคราะหส์ ถานการณท์ างการตลาด
3. การวางแผนการตลาด
4. การแปลงแผนการตลาดไปสแู่ ผนปฏิบตั กิ าร
5. การกำหนดงบประมาณการตลาด
6. การควบคมุ ทางการตลาด
10.7 คำถามทา้ ยบทเรยี น
10.7.1 จงอธบิ ายรปู แบบการตลาดของการท่องเทยี่ วโดยชุมชนเป็นอย่างไร
10.7.2 จงอธิบายปจั จัยที่ต้องให้ความสำคญั ในการวางแผนด้านการตลาดของการท่องเที่ยวโดยชุมชน
เปน็ อยา่ งไร
10.7.3 จงอธิบายแนวทางการจัดทำแผนการตลาดท่องเที่ยวเชิงกลยุทธ์ของการท่องเที่ยวโดยชุมชน
เปน็ อยา่ งไร
10.8 กิจกรรมเสริมการเรยี นรู้ทา้ ยบทเรยี น
ให้นักศึกษาจดั ทำแผนการตลาดการท่องเที่ยวเชิงกลยุทธ์ของชมุ ชนการท่องเท่ียวในแตล่ ะภูมิภาคของ
กลมุ่ ตัวเองมา 1 แห่ง พรอ้ มนำเสนอหน้าชน้ั เรียน
197 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
บทท่ี 11
การตดิ ตามประเมนิ ผลการจัดการท่องเท่ียวโดยชมุ ชน
วตั ถปุ ระสงค์ประจำบทเรียน
1. เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาไดท้ ราบถงึ ความหมายของการติดตามและประเมนิ ผลของการท่องเทย่ี วโดยชุมชน
2. เพือ่ ใหน้ กั ศกึ ษาได้ทราบถงึ ประโยชนข์ องการตดิ ตามของการจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชน
3. เพื่อใหน้ ักศกึ ษาได้ทราบถงึ กรอบและเครอ่ื งมือในการติดตามของการจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชน
4. เพอ่ื ให้นักศกึ ษาไดท้ ราบถงึ ดชั นีในการติดตามของการจดั การท่องเทย่ี วโดยชมุ ชน
5. เพอื่ ใหน้ ักศึกษาไดท้ ราบถงึ กระบวนการประเมนิ ผลของการจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชน
7. เพื่อให้นกั ศึกษาไดท้ ราบถงึ ขดี ความสามารถในการรองรบั ของพนื้ ที่
เนื้อหาของบทเรยี น
11.1 ความหมายของการการตดิ ตามและประเมินผล
11.2 ประโยชนข์ องการติดตาม
11.3 ระยะเวลาในการตดิ ตาม
11.4 กรอบในการติดตาม
11.5 เครื่องมอื ในการติดตาม
11.6 ดชั นี
11.7 กระบวนการประเมินผล
11.8 ขดี ความสามารถในการรองรบั ของพื้นที่
11.9 ตวั อย่างชมุ ชนท่มี กี ารติดตามประเมินผลการจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชน
11.10 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
11.11 สรุปผล
11.12 คำถามท้ายบทเรียน
11.13 กจิ กรรมเสริมการเรียนรทู้ ้ายบทเรียน
11.1 ความหมายของการการตดิ ตามและประเมนิ ผล ( The Meaning of Monitoring and Evaluation )
1. ความหมายของการตดิ ตาม คอื วิเคราะห์ และศกึ ษาความก้าวหนา้ ของโครงการและกิจกรรมว่ามี
การเปลยี่ นแปลงอย่างไร เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงค์ที่วางไวห้ รือไม่
2. ความหมายของการประเมินผล คือ การวัดผลการทำงานวา่ บรรลผุ ลตามวัตถุประสงค์ทีก่ ำหนดไว้
หรอื ไม่ มีประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลอยา่ งไร และก่อให้เกดิ ความยง่ั ยืนหรือไม่
11.2 ประโยชน์ของการตดิ ตาม ( Benefits of Monitoring )
1. ชว่ ยวัดความกา้ วหนา้ ของงานให้เห็นปัญหาและอุปสรรคไดช้ ัดเจนมากขนึ้
198 การจัดการท่องเท่ียวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
2. บอกปญั หาหรือผลกระทบเชิงลบทจี่ ะสามารถช่วยให้เราแก้ไขปญั หาไดก้ ่อนทีจ่ ะสายเกนิ ไป
11.3 ระยะเวลาในการตดิ ตาม ( Monitoring Schedule )
ข้ึนอยู่กับลักษณะของข้อมลู ที่ตอ้ งการ หากเปน็ ในเรื่องของรปู แบบกจิ กรรม การใหบ้ ริการ การบรหิ าร
จดั การ การมีสว่ นร่วมของชาวบ้าน รายไดจ้ ากการทอ่ งเทยี่ ว หรอื กจิ กรรมท่เี กยี่ วเนอื่ ง อาจจะมกี ารติดตาม
ทกุ ๆ 3 เดือน แตถ่ ้าเป็นเร่ืองการเปล่ียนแปลงของทรัพยากรธรรมชาตใิ นเสน้ ทางศึกษาธรรมชาตอิ าจจะมีการ
เก็บบนั ทกึ ทกุ คร้งั ที่จดั นำเที่ยว
11.4 กรอบในการตดิ ตาม ( Framework for Monitoring )
1. ควรอย่บู นวตั ถุประสงคท์ ่กี ำหนดไว้
2. สรา้ งตัวช้วี ดั ตัง้ แตช่ ่วงการวางแผน
3. สมาชิก CBT ทุกคนควรมสี ่วนรว่ มในกระบวนการติดตาม
4. การติดตามนน้ั ควรขยายกรอบการมองสผู่ ลกระทบท่ีเกิดขนึ้ ในหลายๆดา้ น ได้แก่ ผลกระทบทาง
สิ่งแวดลอ้ ม วฒั นธรรม สงั คม เศรษฐกิจการมสี ่วนร่วม
11.5 เครอ่ื งมือในการติดตาม ( Tools for monitoring )
11.5.1 สำหรบั นกั ท่องเท่ยี ว สามารถใชแ้ บบสอบถามหรือการเขียนสมุดเย่ียมชมของชุมชนหรือ
ครอบครัวในการวดั ผลได้
11.5.2 สำหรับชาวบา้ น ใชแ้ บบสอบถาม การสมั ภาษณ์ หรือการจดั ประชุม
11.5.3 สำหรับแหล่งท่องเทีย่ ว อาจใช้แบบฟอรม์ การบนั ทึกหรือตรวจสอบรายชอื่ สิ่งทพี่ บในเสน้ ทาง
ศึกษาธรรมชาติ ซึง่ มักจะทำออกมาในรปู ของแบบฟอรม์ แล้วกาเครื่องหมายลงในกระดาษ หรือจะเปน็ การเก็บ
ภาพถา่ ยในบริเวณทมี่ คี วามเปราะบางเพื่อเปรยี บเทยี บผลกระทบที่เกดิ ขึ้น
1. การวัดเชิงอารมณ์/ความรู้สึก เช่น พงึ พอใจ เฉยๆ ไม่พอใจ ในประเดน็ ตา่ งๆต่อไปนี้
• การมรี ายได้เพิ่มข้ึน
• พฤติกรรมนักทอ่ งเที่ยว
• พฤติกรรมของมัคคุเทศกภ์ ายนอก
• ผลกระทบของการท่องเท่ียวต่อความสมั พันธข์ องชาวบ้านในชมุ ชน
• ผลกระทบต่อวฒั นธรรมขอชมุ ชน
• ผลกระทบต่อเดก็ ๆ
• ผลกระทบทางดา้ นอาหารและสุขภาพ
199 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
• ผลกระทบเร่ืองการอนุรกั ษ์ธรรมชาติ
• การทอ่ งเทีย่ วทำใหช้ าวบา้ นต้องปรับเปล่ียนวิถชี วี ิต
2. การวัดการเปลย่ี นแปลงของสิ่งตา่ งๆ ท่เี กิดข้ึนจากอดีต-ปัจจุบนั -แนวโน้มในอนาคต โดยใช้
เครือ่ งด่ืมการศกึ ษาชมุ ชน การวางแผนชุมชน เข้ามาเม่ือกิจกรรมดำเนนิ การไปไดร้ ะยะยหนง่ึ ได้แก่
• กราฟแสดงการเปลย่ี นแปลง ( Trend Line )
• แผนผงั ใยแมงมมุ ( Spider Diagram )
• ปฏิทนิ วถิ ชี ีวติ และการเปลีย่ นแปลงในรอบปี ( Season Calendar and Activities in the
community Venn Diagram )
3. จากการระดมความคดิ ถา้ พบการเปล่ยี นแปลงใหค้ น้ หาสาเหตุ และระบุปญั หาท่เี กิดขึ้นจดั ลำดบั
ความสำคญั ของปัญหา และแนวทางแก้ไข้
4. การสังเกตและสัมภาษณ์
• กฎ/กตกิ าของชมุ ชนทีก่ ำหนดไวส้ ำหรบั การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ และสำหรบั
นกั ท่องเทีย่ ว ได้มีการยอมรับและปฏบิ ัติตามหรือไม่ มีผลดี-ผลเสยี อยา่ งไร
• ชาวบ้านและชุมชนมกี ารปรบั ปรงุ คณุ ภาพชีวติ อย่างไร
- บา้ นพัก
- อาหารและเครื่องดม่ื
- ห้องน้ำ
ตวั อย่าง แผนผงั ใยแมงมุม ( Spider Diagram )
200 การจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
คำอธิบาย แผนใยแมงมุม เป็นเครื่องมือในการติดตามประเมินผลเรื่องการแสดงทัศนคิติของชาวบ้านต่อการ
พัฒนา ซึ่งสามารถตั้งหัวข้อที่ต้องการวัดได้ ซึ่งอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจแล้วให้แต่ละคนลงเกณฑ์
คะแนนตามความคิดของตน หลังจากนั้นจึงนำมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนคนอ่ืนๆ ว่าทำจึงให้คะแนน
เช่นนั้น หลงั จากนนั้ กห็ าความคิดเห็นร่วมของกลุ่ม
ตัวอย่าง : การวดั ชิงอารมณ์/ความรสู้ กึ
หัวข้อในการประเมนิ พอใจ เฉยๆ ไมพ่ อใจ
รายได้
พฤตกิ รรมนกั ท่องเท่ียว
พฤติกรรมของมัคคเุ ทศกภ์ ายนอก
ความสมั พนั ธข์ องชาวบา้ นในชุมชน
วฒั นธรรมขอชุมชน
อาหารและสขุ ภาพ
อนุรกั ษ์ธรรมชาติ
ปรับเปลย่ี นวิถีชีวติ
ความพงึ พอใจต่อการท่องเท่ียว
ตัวอยา่ ง Venn Diagram
201 การจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
คำอธิบาย : Venn Diagram เป็นเครื่องมือช่วยจัดความสัมพันธ์ เพื่อให้เห็นความเกี่ยวข้องระหว่างกลุ่มคน
ต่างๆ เป็นตัวช่วยให้ชาวบ้านสะท้อนความคิดผ่านการจัดวางวงกลมแต่ละวง ซึ่งเป็นตัวแทนของ
หน่วยที่เกี่ยวข้องว่ามีการทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านอย่างไร สามารถกระตุ้นให้ชาวบ้านคิดต่อได้ว่า
ตอ้ งการปรับหรอื ขยับความสมั พันธใ์ ห้ใกลห้ รือไกลอย่างไร
11.6 ดัชนี ( Indicators )
ตัวชว้ี ัดทดี่ ี ควรมีองค์ประกอบ ดงั น้ี
1. มีทั้งในเชิงปริมาณและคณุ ภาพ
2. ระบเุ ฉพาะเจาะจง
3. สามารถวัดได้
4. มคี วามเหมาะสมกับเวลา ทรพั ยากรที่ใช้ และขนาด
ตัวอยา่ งในการติดตาม : ตามวตั ถุประสงค์ของโครงการ
วตั ถุประสงค์ ตวั ชีว้ ัด เคร่ืองมือ ผลท่ี
อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ การติดตาม เกดิ ข้นึ
อนุรกั ษ์ ฟ้ืนฟู สบื ทอด * มกี ิจกรรมดา้ นการอนุรกั ษ์ จัดประชุม,สังเกต
วัฒนธรรม สิง่ แวดลอ้ ม สงั เกต
เพมิ่ รายได้ * ชุมชนไม่มีการเปลีย่ นแปลงทาง สมั ภาษณ์
วัฒนธรรมเพือ่ เอาใจนักทอ่ งเที่ยว
การมสี ว่ นร่วม - มกี ารถ่ายทอดความรูด้ ้าน แบบสำรวจรายได้
วัฒนธรรมแก่คนร่นุ ใหม่
* ชาวบา้ นมีรายไดเ้ พิ่มข้นึ …....บาท/ สมุดบนั ทึกการประชุม
ปี สมดุ บันทกึ รายรับ-
- รายไดท้ ่ีได้น้ันไม่ไปทำลาย รายจ่าย
สิง่ แวดลอ้ ม วัฒนธรรมชุมชน
- รายไดน้ ั้นมสี ว่ นทำใหค้ ุณภาพชวี ิต
ดขี ้นึ
- รายไดน้ ัน้ มีส่วนสนับสนนุ การ
พัฒนาหมู่บ้าน
* ชาวบา้ นเขา้ ร่วมประชุมหรือ
ฝกึ อบรมอย่างน้อย….% จาก
เปา้ หมายทตี่ ้ังไว้
- มีการกระจายบทบาทการทำงาน
- ได้รับผลประโยชน์จากการ
ท่องเท่ียวทั่วถึงกัน
202 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
การเรียนรู้แลกเปลยี่ น * นกั ท่องเที่ยวไดเ้ รยี นรวู้ ิถชี วี ิต แบบสอบถาม
ชาวบ้าน นักท่องเทีย่ ว
- นักท่องเที่ยวมีความสขุ และ สมุดเยี่ยม
ประทับใจ
* หมายถงึ มีเพิ่มขน้ึ หรือลดลง จำนวน…….
ตวั อยา่ ง : การตดิ ตามกระทบทเ่ี กิดขึ้น
ผลกระทบ ตวั ช้ีวดั เครื่องมอื การติดตาม ผลท่เี กิดขน้ึ
ส่ิงแวดล้อม แบบฟอรม์ การ
- มสี ัตว์ปา่ เพ่ิมมากขึน้ ตรวจสอบจำนวนพชื /
วัฒนธรรม - ชมุ ชนมกี จิ กรรมดา้ นการอนุรักษ์ สัตวป์ ่า (เพิ่มขึ้น/ลดลง)
สง่ิ แวดล้อมทเ่ี ป็นรูปธรรม
สงั คม - การเก็บหาของป่าเพื่อขายใหน้ ักทอ่ งเทีย่ ว แผนผังใยแผงมุม
เศรษฐกจิ หรอื แปรรูปผลติ ภัณฑ์ Trend line
การเมอื ง - ขยะเพิ่มข้ึน
- มีการฟืน้ ฟวู ัฒนธรรมประเพณเี กา่ ๆ แผนผงั ใยแผงมุม
- มคี วามภาคภูมใิ จในการเลา่ เร่อื งราว Venn diagram
เกยี่ วกับวฒั นธรรมตนเอง Trend line
- ปรงุ แตง่ วัฒนธรรม/ประเพณีบางอย่างเพ่ือ
เอาใจนักทอ่ งเทย่ี ว แผนผงั ใยแผงมมุ
- เกิดความขดั แย้ง หรือสามัคคีมากขึน้ Trend line
- มคี วามภาคภมู ใิ จในตนเอง ปฏิทินวถิ ีชีวติ
- เกดิ ผนู้ ำใหม่ๆ แผนผังใยแผงมมุ
- มคี ุณภาพชีวติ ทดี่ ีขึน้ Venn diagram
- ชาวบา้ นมีรายไดจ้ ากทางอนื่ เช่น การขาย
สินค้าทางการเกษตรหรือหัตถกรรม
- ชาวบา้ นมีรายจา่ ยที่เพ่ิมข้ึน
- กล่มุ องค์กรชาวบา้ นเข้มแขง็ สามารถเจรจา
ต่อรองกับนักท่องเทย่ี ว บริษัทนำเทีย่ วและ
หนว่ ยงานราชการได้
203 การจดั การท่องเท่ียวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
11.7 ขั้นตอนต่างๆของการประเมินผล (The Process of Evaluation )
1. ศกึ ษาและวิเคราะหข์ ้อมูลของงานจัดการท่องเท่ียวโดยชุมชนที่ต่อเน่ืองจากการติดตาม
2. ศกึ ษาผลกระทบดา้ นเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สง่ิ แวดลอ้ ม และการมีส่วนร่วมของชุมชน
3. วเิ คราะหผ์ ลสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถปุ ระสงค์ทวี่ างไว้
4. ศกึ ษาเง่ือนไข ปจั จัยท่ีมีผลกระทบต่อการดำเนนิ งานโครงการ
5. วเิ คราะหแ์ นวโน้มและทศั ทางการดำเนนิ งานในอนาคต
11.8 ขดี ความสามารถในการรองรบั ของพ้นื ที่
ขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของพื้นที่ ( Carrying Capacity; CC ) คือ ปริมาณ
นกั ท่องเที่ยว รปู แบบกิจกรรมการท่องเที่ยว/กิจกรรมนัทนาการ และระดับการพัฒนาสง่ิ อำนวยความสะดวกที่
แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งสามารถรองรับได้ โดยไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศของพื้นที่ และ
ประสบการณ์นนั ทนาการที่นกั ท่องเที่ยวควรที่จะได้รบั จากการไปเยือนแหลง่ ท่องเท่ียวนั้นๆ ซึง่ สามารถจำแนก
ออกเปน็ 7 ข้อ ดงั น้ี
11.8.1 ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน
(Community tourism Management)
การบริหารจัดการการท่องเที่ยวของชุมชนจำเป็นต้องประเมินศักยภาพ ด้านการบริหาร
จัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชนทัง้ คณะกรรมการ หรือผู้นำการทอ่ งเที่ยว ความเข้าใจ ทัศนคติและทักษะ รวมท้ัง
ความสามารถ ด้านการพัฒนาทอ่ งเที่ยวของชมุ ชนการทอ่ งเทย่ี วทำคนเดยี วไม่ได้
ศกั ยภาพของ
ทรพั ยากร
ชมุ ชน
การอนรุ กั ษ์
(Conservation)
ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับ การมสี ่วนรว่ ม
(Benefit) (Participation)
หลกั การการจัดการท่องเทย่ี วโดยชุมชนเปน็ แกน
204 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ขีดความสามารถในการรองรบั ได้ด้านการบริหารจัดการการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชน ซึ่งประกอบ
ไปด้วย
1. บคุ ลากร (People) ตอ้ งอาศยั :
1.1 ความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์และความร้กู ารจัดการธุรกิจชุมชน
1.2 ความสามารถในการบรหิ ารจดั การ
2. การมีสว่ นร่วมของสมาชกิ (Participation)
3. ด้านผลติ ภณั ฑ์ (Product)
4. สถานที่ และกจิ กรรมเพือ่ การทอ่ งเท่ยี วในชมุ ชน (Place)
5. ด้านการปกปอ้ งรักษาอนุรกั ษว์ ฒั นธรรม และสิ่งแวดลอ้ ม (Protection)
6. มลู ค่าเพ่มิ เชิงเศรษฐกิจ (Economic Value Added) โดยพิจารณาจาก:
6.1 กิจกรรมมีความหลากหลาย เชื่อมโยงเกื้อกูล ส่งผลให้เกิดการลดความเสี่ยงใน
การประกอบการ
6.2 สมาชิกและชมุ ชน มีสิวสั ดกิ ารอย่างเปน็ ระบบ
6.3 สมาชกิ และชมุ ชน มสี วสั ดิการอยา่ งเปน็ ระบบ
6.4 หนี้ของสมาชิกไม่เพิ่มขนึ้ หรอื สามารถบริหารจดั การหนีส้ นิ ได้
6.5 สมาชกิ และกลมุ่ มเี งินออม
6.6 กลมุ่ มเี งนิ ทุนสำรองสำหรับประกอบการไดอ้ ย่างต่อเนอื่ ง
6.7 กิจกรรมมกี ารเติบโตอย่างต่อเนื่อง หรอื มสี มาชิกเพิม่ ขึ้น
11.8.2 ขดี ความสามารถในการรองรบั ไดด้ ้านกายภาพ ( Physical Carrying Capacity, PCCI )
ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านกายภาพ เป็นการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด มี
พื้นที่สามารถรองรับการใช้ประโยชน์ เพอื่ ใหเ้ กิดกิจกรรมนันทนาการตามต้องการได้ ซ่ึงแปรผันไปตามลักษณะ
กิจกรรมนนั ทนาการและประเภทแหล่งท่องเท่ียว โดยพิจารณาระดับการใชป้ ระโยชนด์ า้ นการท่องเท่ยี ว ท่ีใช้ใน
การรองรบั กิจกรรมการท่องเท่ยี วนันทนาการ ท่ีแตล่ ะชนิดตอ้ งการใช้ เชน่ จุดชมววิ ถนนคนเดิน ลานกางเตน็ ท์
เปน็ ตน้
ด้านการจัดการด้านกายภาพจะเน้นการวัดจากพื้นที่เป็นหน่วยการวัดพื้นที่ มี 2 วิธี คือ การ
วัดจากพนื้ ทแี่ ละการวัดพน้ื ทีโ่ ดยโปรแกรมประยุกต์ Google Earth ดว้ ยการคำนวณจะใช้สูตรคำนวณ ดงั น้ี
• ความสามารถในการรองรบั พืน้ ที่ = ค่าวัด / คำนวณได้ / คา่ มาตรฐาน / ของแต่
ละประเภท
• การวัดจากพื้นที่เป็นการลงพื้นที่ไปวัด พื้นที่ของกิจกรรมที่ต้องคำนวณ
ความสามารถในการรองรบั นกั ท่องเท่ยี วของพืน้ ที่ชมุ ชน
205 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
11.8.3 ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ( Facility Carrying Capacity,
FCC )
การคำนงึ ถงึ ความพอเพยี งของส่ิงอำนวยความสะดวกต่อการใชป้ ระโยชน์จากนักท่องเที่ยวใน
ชว่ งเวลาที่กำหนดและแนวโน้นในอนาคตของเมอื ง ไดแ้ ก่ ระบบคมนาคมขนสง่ ทีจ่ อดรถประเภทต่างๆ ห้องน้ำ
ในแหล่งท่องเที่ยว ท่าเรือ ท่ารถทางจักรยาน ถนนสายต่างๆ ที่เข้าสู่จังหวัดสู่ชุมชน รวมทั้งการเชื่อมโยง
ต่างประเทศ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา รวมถึงการใช้น้ำในการอุปโภคโดยมีหนว่ ยวดั เปน็ จำนวนผู้ใช้สิ่งอำนวย
ความสะดวกตอ่ ช่วงเวลาเดยี วกันระบบ WiFi สาธารณะระบบสาธารณะสขุ ความปลอดภัย
11.8.4 ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านนิวศวิทยา และสิ่งแวดล้อม ( Ecology and
Environment Carrying, Capacity )
ระดับของกิจกรรมการท่องเที่ยวและการพัฒนาที่เกี่ยวข้องที่แหล่งท่องเที่ยวสามารถรองรับ
ได้ โดยไม่ส่งผลกระทบกับทรัพยากรชีวภาพและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพของแหล่งท่องเที่ยว โดยมีการ
วิเคราะห์สภาพปัจจุบันของสภาพสิ่งแวดล้อมในชุมชนทั้งลักษณะทางกายภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อม ระ ดับ
ความต้องการทรัพยากรน้ำ อปุ โภคบรโิ ภค การศกึ ษาแหล่งกำเนดิ มลพิษทางสิ่งแวดล้อมของชุมชน ในปัจจุบัน
และในอนาคต กรณีมีนักท่องเที่ยวเพิ่ม โดยมีมาตรฐานตัวชี้วัดพื้นที่ความสามารถในการรองรับกิจกรรม
นันทนาการดา้ นนิเวศวิทยาและส่งิ แวดลอ้ มมาเป็นกรอบในการเิ คราะห์ คือ ในน้ำ บนบก และทางอากาศ
11.8.5 ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านสังคมวัฒนธรรมชุมชน ( Social and Cultural
Carrying Capacity, SCC )
การประเมินขีดของลกระทบต่อคณุ ภาพชีวติ สังคมและวฒั นธรรมของประชาชนท้องถ่ิน และ
ลกระทบทางด้านสังคม และวัฒนธรรมจากการท่องเที่ยวที่มีผลกระทบต่อประชาชนท้องถิ่น ซึ่งผลกระทบท้ัง
สองประการนี้มีผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงคุณภาพชวี ิตของประชาชนทอ้ งถ่ิน ทัง้ ในด้านลบ และด้านบวก
11.8.6 ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านจิตวิทยา (นักท่องเที่ยว) ( Psychological Carrying
Capacity )
องค์ประกอบส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ และความรู้สึกของนักท่องเที่ยว หมายถึง จำนวน
สูงสุดของนักท่องเที่ยวที่แหล่งท่องเที่ยวสามารถรองรับได้ โดยที่ยังคงรักษาประสบการณ์นันทนาการที่มี
คณุ ภาพและระดบั ความพึงพอใจของนักท่องเท่ียวในการไปเยือนแหลงทอ่ งเทย่ี วไวไ้ ด้ ตวั ช้วี ดั ไดแ้ ก่
- การรบั ร้ถู ึงความแออดั
- ความพึงพอใจต่อประสบการณท์ ่ไี ดร้ บั
- ความร้สู ึกปลอดภยั
- การต้องการกลบั มาเยือนซำ้
11.8.7 ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านเศรษฐกจิ (Economic Carrying Capacity)
การศึกษา และประเมินการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวปัจจุบัน และแนวโน้มอนาคต
ของชุมชนจากกิจกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยว พร้อมทั้งแนวทางเพิ่มขีดความสามารถและลดผลกระทบทาง
ลบในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยประเมินจาก
206 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
- รายไดจ้ ากการท่องเท่ียว
- ฤดกู าลท่องเทย่ี ว
- ชว่ งเวลากจิ กรรมทอ่ งเท่ยี ว
- การกระจายรายได้
ขีดความสามารถทั้ง 7 ประการ ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการนำไปวิเคราะห์ระดับ
ผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงที่ยอมรับได้ (LAC) แล้วนำไปสู่ทิศทางของการจัดการการท่องเที่ยว “พอดี มี
สุข” ของชมุ ชน ดังภาพตอ่ ไปนี้
ขีดความสามารถในการรองรบั นกั ท่องเที่ยวของพื้นท่ี ( Carrying Capacity; CC )
1. ขดี ความสามารถในการรองรบั ไดด้ า้ นการบรหิ ารจัดการ ระดับผลกระทบหรือการ
การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน (Community tourism เปล่ียนแปลงที่ยอมรับได้ (LAC)
Management) ของแหลง่ ท่องเท่ยี วพ้ืนทเี่ ปา้ หมาย
2. ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านกายภาพ (Physical
Carrying Capacity, PCCI)
3. ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านสิ่งอำนวยความ ทศิ ทางการเพิม่ ขีดความสามารถใน
สะดวก (Facility Carrying Capacity, FCC)
การรองรับได้ทางการท่องเที่ยว
4. ขดี ความสามารถในการรองรับได้ด้านนิวศวิทยา และ
สงิ่ แวดลอ้ ม (Ecology and Environment Carrying, อย่างย่งั ยืน พฒั นาการให้บริการ
Capacity)
นักทอ่ งเท่ียวใหม้ ีคุณภาพดยี ่ิงข้นึ ใน
5. ขดี ความสามารถในการรองรับไดด้ ้านสงั คมวัฒนธรรม
ชุมชน (Social and Cultural Carrying Capacity, SCC) อนาคต
6. ขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านจิตวิทยา - การแบ่งพื้นที่ Zoning (ROS) แผน
(นักทอ่ งเทย่ี ว) (Psychological Carrying Capacity) ท่ีและเสน้ ทางทอ่ งเท่ียวเช่ือมโยง
- แผนงานโครงการการพัฒนาการ
7. ขีดความสามารถในการรองรบั ไดด้ ้านเศรษฐกจิ ท่องเท่ยี วโดยชุมชน
(Economic Carrying Capacity) - รูปแบบฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร
และเพิ่มขีดความสามารถในการ
รองรับได้ทางการท่องเที่ยว ยกระดับ
คุณภาพ และมาตรฐานการให้บริการ
นักท่องเทยี่ วของชมุ ชนไดอ้ ย่างย่ังยนื
207 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
ระดับผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงที่ยอมรับได้ (Limit of Acceptable Change :
LAC)
ผลการศึกษา ขีดความสามารถในการรองรับการท่องเที่ยว (Carrying Capacity) สู่การ
กำหนดระดับผลกระทบหรือการเปลีย่ นแปลงท่ียอมรบั ได้ (Limit of Acceptable Change : LAC) ของแหล่ง
ท่องเที่ยวจะเปน็ ฐานข้อมูลสำคญั ท่ีจะนำไปสู่แนวทางการพัฒนาพืน้ ท่ี บนรากฐานการส้รางความสมดลุ ของการ
พัฒนาเมืองท่องเที่ยวทั้งด้านกายภาพ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับ
สถานณการณ์การเปลี่ยนแปลงการพัฒนาจากบริบทภายนอก ให้เกิดความเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้ง
ระดับท้องถิ่น ประเทศและรหว่างประเทศที่ส่งเสริมการเติบโดตในระยะยาว ก่อให้เกิดผลให้ประชาชนใน
ท้องถ่นิ ได้รบั โอกาสและประโยชนจ์ ากการพฒั นาอย่างท่วั ถึงมากขน้ึ ตามนโยบายการเติบโตของพ้ืนที่พิเศษเพื่อ
การท่องเทีย่ วอยา่ งยั่งยนื (องค์การบริหารการพฒั นาพื้นท่ีพิเศษเพ่ือการท่องเที่ยวอยา่ งย่ังยืน, 2562)
การกำหนดระดับผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงที่ยอมรับได้ (Limit of Acceptable
Change : LAC)
ตามเกณฑ์มาตรฐานประเมินขีดความสามารถในการรองรับการใช้ประโยชน์ด้านการ
ท่องเท่ียว เพือ่ ตัดสนิ ใจว่าผลกระทบหรือการเปล่ียนแปลงนั้นๆ อยใู่ นระดับท่ียอมรับได้หรือไม่ โดยแบ่งช่วงชั้น
ของขีดความสามารถในการรองรบั ออกเปน็ 4 ระดับ ดังน้ี
1. ระดบั ท่ไี มม่ ีผลกระทบ ผลกระทบต่ำ มีปริมาณการใชป้ ระโยชนอ์ ย่างนอ้ ย 50 %
- ไม่มหี รอื มผี ลกระทบจากการทอ่ งเทีย่ วน้อย
- ระดับการใช้ประโยชนใ์ นปัจจุบันมีค่าต่ำกว่าขีดความสามารถในการรองรับได้ของ
พนื้ ท่ี
2. ระดับผลกระทบปานกลาง มีปริมาณการใชป้ ระโยชน์ 50 – 60 %
- ผลกระทบจากการท่องเทยี่ วอยูในระดับสูง
- ระดับการใช้ประโยชน์ในปัจจุบันมีค่าเกินขีดความสามารถในการรองรับได้ของ
พนื้ ท่ี
3. ระดบั ผลกระทบสงู มปี ริมาณการใช้ประโยชน์ 80 – 100 %
- ผลกระทบจากการท่องเท่ียวอยูในระดบั ปานกลางถงึ ค่อนขา้ งมาก
- ระดับการใช้ประโยชน์ในปัจจุบันมีค่าเข้าใกล้หรืออยู่ที่ขีดความสามารถในการ
รองรับไดข้ องพนื้ ท่ี
4. ระดบั ผลกระทบรนุ แรง มปี รมิ าณการใช้ประโยชน์มากกว่า 100 %
- ผลกระทบจากการท่องเทย่ี วอยูในระดับรุนแรง
- วิกฤตเกดิ ขีดความสามารถในการรองรบั ได้ของพน้ื ท่ี
208 การจดั การทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
11.9 ตวั อย่างชมุ ชนที่มีการติดตามประเมินผลการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน
11.9.1 ตวั อยา่ งชมุ ชนท่ีมกี ารติดตามประเมินผลการจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนในประเทศไทย
11.9.1.1 ชมุ ชนรมิ นำ้ จนั ทบูร อำเภอเมือง จงั หวดั จันทบรุ ี
ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรีด้านตะวันตก แต่เดิมรู้จักกันในชื่อที่เรียกกันติดปากว่า "บ้าน
ลุ่ม" ซึ่งเป็นชุมชน เก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็น
ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของ จันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันคือสถานท่ี
ทอ่ งเทยี่ ว ท่หี ากใครที่มาเยือนจงั หวดั จันทบรุ ี แลว้ ไมค่ วรพลาด มีจดุ เร่มิ ต้นจากเชงิ สะพานวัดจนั ทร์ เป็นแนว
ไปตลอดจนถึงชุมชนตลาดล่าง บริเวณที่เรียกว่าท่าเรือจ้างอาคาร ส่วนใหญ่ เป็นที่พักอาศัย และร้านค้าของ
ชุมชนท่ีมอี ายเุ กือบรอ้ ยปี ซง่ึ สรา้ งมาตัง้ แต่สมยั รัชกาลที่ 5 มลี กั ษณะเปน็ ตึกแถวโบราณลวดลายไมจ้ ำหลักอ่อน
ช้อย งดงาม อยู่ตามบานประตูหน้าต่างและมุมอาคาร ซึ่งจะพบรูปแบบเรือนขนมปังขิงปะปนอยู่ด้วย เพราะ
ชาวจันทบุรีได้รับอิทธิพลจากการ ติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศเมื่อสมัย ร. 5 ลักษณะการฉลุลายของ
ช่างฝีมือชาวจันทบุรี จัดได้ว่า มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการจำหลักฉลชุ ่องลม เป็นภาพจำหลักนูน
รูปหัวพยัคฆ์สอดแทรกอยู่ตามกิ่งเครือเถา หรือความคมเฉียบของลายที่แฝง ไปด้วยความอ่อนช้อย ของลาย
จำหลักจึงถือว่าเปน็ ย่านประวตั ิศาสตร์ของจันทบรุ ี
ภาพท่ี 11.1 ชุมชนรมิ นำ้ จนั ทบรู อำเภอเมือง จงั หวดั จนั ทบรุ ี
ทมี่ า: ( https://www.paiduaykan.com/76_province/east/chanthaburi/taluang.html, 2564)
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขน้ึ ภายในชมุ ชน โดยเร่ิมมาจากการประชมุ เพื่อรับฟงั ความคิดเห็นของ
ผู้ที่อาศัยอยู่ภายในชุมชน สำหรับการประเมินผลของการจัดการการท่องเที่ยว พบว่า ผู้คนภายในชุมชนได้
สะท้อนขอ้ ดแี ละข้อเสียของชมุ ชน โดยมีการสรปุ การเปล่ียนแปลงทเ่ี กิดขนึ้ ในชมุ ชนดงั น้ี
1. ข้อสังเกต คือ มีนักท่องเทีย่ วเข้ามาทั้งชว่ งกลางวันและกลางคืน ซึ่งนอกจากนักท่องเท่ยี ว
แล้วยังมีกองถ่ายหนังมาขอใช้พื้นที่ในการถ่ายท้าบ้างและมีนักลงทุนมาเปิ ดกิจการร้านค้าจึงท้าให้มีจำนวน
รา้ นค้าเพิ่มมากขน้ึ ท้าให้พน้ื ทม่ี คี วามคกึ คกั มากกว่าเดิม
209 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
2. ขอ้ ดี คอื
- ทำให้ชุมชนมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น เนื่องจากได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจึงทำให้
เศรษฐกิจภายในชุมชนได้รบั การกระตุ้น
- มนี กั ท่องเท่ียวเพมิ่ มากข้นึ ท้าใหร้ ้านคา้ มรี ายได้เพมิ่ มากขึ้น
- ในเวลากลางคืนไม่อนั ตรายเพราะพน้ื ท่มี คี นเข้ามาอาศัยในชุมชนเพิม่ มากขึ้น
3. ขอ้ กังวล คอื
- ผลกระทบจากร้านค้าที่เปิดในเวลากลางคืน ได้แก่ เสียงดังรบกวน การจอดรถขวาง หน้า
บ้าน กลนิ่ ควันท่มี าจากร้านอาหาร ความขัดแย้งกันระหว่างผปู้ ระกอบการกบั ผคู้ นท่ีอาศัยอย่ใู นชุมชน
- ขาดการส่อื สาร ประสานงานกันระหว่างการดำเนินกิจกรรม
- มีความขัดแยง้ กนั ระหว่างแนวทางการพัฒนาเพือ่ ความยง่ั ยนื กบั ประโยชน์ด้านการค้า
จึงสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นโดยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนรวมถึงตัวแทนผู้คนที่อาศั ยอยู่ภายใน
ชมุ ชน โดยไดเ้ สนอวิธกี ารแกป้ ัญหา ดังนี้
- มีการกำหนดทิศทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนที่พอดี เพื่อให้ภายในชุมชนเกิดคุณภาพที่ดี
ข้นึ รวมถงึ คุณภาพชวี ิตท่ดี ีและผ้ปู ระกอบการธุรกจิ อยู่ได้
- มกี ารจัดหาพน้ื ทจี่ อดรถใหร้ ้านค้า และนกั ทอ่ งเท่ยี วทเี่ ขา้ มาทอ่ งเท่ยี ว
- มกี ารกำหนดเวลาเปิด-ปดิ ของร้านอาหารท่เี ปดิ ในเวลากลางคนื
- มกี ารกำหนดการใชพ้ ื้นท่ใี นการใช้งาน การบริหารจัดการพ้ืนที่
- มกี ารจัดระบบแสงสว่างในเวลากลางคนื ใหเ้ พยี งพอ และมีความปลอดภยั
- มีการจดั ประชมุ และสร้างชอ่ งทางการแสดงความคดิ เห็นจากทุกฝา่ ย
- สร้างความตระหนัก จิตสำนึกของเจ้าของอาคารและผู้เช่าที่ท้ากิจการ ในการรับผิดชอบ
ผลกระทบที่จะเกิดขน้ึ กบั ข้างบ้าน (ธนพล จนั ทร์เรืองฤทธ์ิ, 2561)
11.9.1.2 ชุมชนบา้ นเชยี ง อำเภอหนองหาน จังหวดั อุดรธานี
ชุมชนบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี มีศักยภาพ มีชื่อเสียงระดับโลก มีประวัติศาสตร์และ
วัฒนธรรมความเป็นมากว่า 5,000 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ชุมชนบ้านเชียงมีสินค้าและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ในด้านประวั ติศาสตร์และวัฒนธรรม
ทำให้เกิดศักยภาพและสามารถดำเนินการจัดการอย่างเป็นระบบและแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบได้อย่าง
ชัดเจน ซึ่งสะท้อนศกั ยภาพท่องเทย่ี วชมุ ชนได้หลายมติ ิ (สมชาย ชมภูน้อย, 2561)
210 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ภาพที่ 11.2 ชุมชนบา้ นเชียง จังหวัดอดุ รธานี
ทม่ี า: (มรดกบา้ นเชยี ง, 2564)
จากการพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยว ชุมชนได้มีการสรุปผลการประเมินการดำเนินการตาม
โครงสร้างการบริหารจัดการของชุมชน ซึ่งได้ขอ้ สรุปไดด้ งั นี้
1. ด้านเศรษฐกิจ พบว่า ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในหลาย
รูปแบบ
2. ด้านสังคมและวัฒนธรรม พบว่า มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างชุมชนท้องถิ่นและ
นกั ทอ่ งเที่ยว เพอ่ื ตระหนักในคณุ คา่ และความสำคญั ของวถิ ีชวี ติ ประเพณแี ละวัฒนธรรมทอ้ งถน่ิ
3. การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ พบว่า มีการบริหารจัดการที่ดีในรูปแบบ
คณะกรรมการแตข่ าดการมีส่วนร่วมอยา่ งต่อเนือ่ งระยะยาวและคนรุ่นใหมม่ าทดแทน
4. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการได้รับประโยชน์ พบวา่ ชุมชนมีการรวมตัวกันเพ่ือประกอบ
ธรุ กจิ รว่ มกนั และสว่ นใหญ่ชมุ ชนจะมรี ายไดเ้ สรมิ จากการทอ่ งเท่ยี ว
5. ผลกระทบเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อม
และทรพั ยากรธรรมชาติของชุมชน ไดร้ ับการดูแลเอาใจใส่
6. ผลกระทบเชิงบวกด้านสังคม สง่ ผลให้คุณภาพชีวิตของชมุ ชนดีขนึ้ มสี าธารณปู โภคและสิ่ง
อำนวยความสะดวกเพิ่มมากขน้ึ
7. ผลกระทบเชงิ บวกด้านเศรษฐกิจ พบว่าชมุ ชนมกี ารประกอบอาชีพหลากหลายมากข้ึนและ
เศรษฐกจิ ชมุ ชนดีขน้ึ
8. ผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อม พบว่าก่อให้เกิดปัญหาน้ำเสีย ทรัพยากรทางธรรมชาติ
เริม่ ลดน้อยลง
211 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
9. ผลกระทบเชิงลบดา้ นเศรษฐกิจ พบวา่ สินคา้ และบรกิ าร คา่ ครองชีพตา่ งๆ ในชุมชนสูงขึน้
10. ผลกระทบเชิงลบด้านสังคม พบว่าเกิดการอพยพย้ายถิ่นของชุมชนริมคลองในตลาดน้ำ
และเกดิ ปญั หาการขัดผลประโยชนข์ องคนในชมุ ชน
11. ชุมชนมีความเด่นชัดด้านอัตลักษณ์ของชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ชุมชนยังขาด
ความรู้ความเขา้ ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑส์ ินคา้ ทางการท่องเท่ียวต่างๆ หากแตไ่ ดร้ ับความช่วยเหลือเป็นอย่าง
ดีตอ่ หน่วยงานภาครฐั และภาคเอกชนท่ีเข้ามามสี ว่ นในการพัฒนาเพมิ่ มากขึน้
12. ขยายกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวตอนนี้มีแต่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาดูงาน
ต้องขยายกลุ่มเป้าหมายและปรับกิจกรรมให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มทั้งนี้ชุมชนต้องพิจารณาความต้องการของ
กลุ่มเป้าหมายด้วย พร้อมปรับกิจกรรมการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มและยังคงอัตลักษณ์ ไม่ทำ
ตามใจนักท่องเทย่ี ว ต้องรจู้ ักเพ่มิ คุณค่าของกิจกรรมท่องเทยี่ วในทอ้ งถิ่นในมิติต่างๆ
13. เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงในการด าเนินงานด้าน การท่องเที่ยวการเชื่อมโยง
การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากพื้นที่ใกล้เคียงชุมชนมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นเหมาะสมแก่การเดินทาง
ในช่วงระยะเวลาที่ต่างกัน เชน่ ทะเลบวั แดง คำชะโนด วดั ป่าภูก้อน เปน็ ต้น
และการจัดการโดยมหี น่วยงานที่สนับสนุน ทางหน่วยงานของภาครัฐ และผู้นำชมุ ชนมคี วาม
พยายามในการดำเนินการเพื่อกอ่ ใหเ้ กิดความเข้าใจที่ดี จากการจัดการประชุมร่วมกันกับผูน้ ำชุมชนต่างๆ เข้า
มาปรึกษาหารือร่วมกนั ตลอดมาโดยมีข้อสรปุ ถึงของการจัดการ ดงั นี้
1. การทำความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และจารีต
ประเพณี กลา่ วคือ สงั คมวฒั นธรรมไทยเป็นสังคมแห่งความหลากหลาย ที่มกี ลุ่มคนท่ีมศี าสนา ศิลปวัฒนธรรม
และจารีตประเพณที ี่มีความหลากหลายร่วมกนั การอย่รู วมกันอย่างสมานฉันทใ์ นสังคมแหง่ ความหลากหลายน้ี
คนในท้องถ่นิ จำเปน็ ตอ้ งมคี วามเข้าใจในวัฒนธรรมอน่ื ๆท่อี ยู่แวดลอ้ ม
2. การกระตุ้นให้ท้องถิ่นเห็นถึงความสำคัญและความภาคภูมิใจในศาสนา ศิลปวัฒนธรรม
และจารตี ประเพณีของตน อันจะนำมาสกู่ ารมจี ติ ส านึกและการรวมตวั ของคนในท้องถิน่
3. การมีส่วนร่วมของคนในท้องถ่นิ ในการดำเนินงานต่างๆ ทเ่ี กี่ยวข้องกับการส่งเสริมศาสนา
ศิลปวัฒนธรรม และจารีตประเพณีท้องถิ่น ทั้งในส่วนของการเสนอความคิดเห็นและการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้
เกิดส านกึ รว่ มของคนท้องถน่ิ ในการดแู ลรักษาศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและจารตี ประเพณีของตน
4. การดำเนินกิจกรรมด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และจารีตประเพณีท้องถิ่นอันจะเป็น
การเผยแพร่ สืบสาน อนุรักษ์ และพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ยังดำรงอยู่อย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสการ
เปลีย่ นแปลงของโลก และก่อประโยชนใ์ หก้ ับท้องถ่ิน การศึกษา เปน็ ต้น
5. การจัดทำฐานข้อมูลองค์ความรู้ท้องถิ่น กล่าวคือคนในท้องถิ่นทำหน้าที่สำรวจ ค้นคว้า
และบันทึกองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับภูมิปัญญา ภาษา และวัฒนธรรมพื้นบ้านของตนเอง เพื่อเผยแพร่และธำรงไว้
สืบไป
6. การสร้างเครือข่ายสายใยวัฒนธรรม ส่งเสริมให้สังคมสร้างและขยายเครือข่ายการเรียนรู้
ศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม และจารีตประเพณีท้องถิ่นของตนเองหรือท้องถ่ินอื่นอย่างบรู ณาการ
212 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
11.9.2 ตัวอยา่ งชมุ ชนที่มกี ารติดตามประเมินผลการจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนตา่ งประเทศ
11.9.2.1 การประเมินผลการเปรียบเทียบนโยบายและรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
นโยบายและรูปแบบการท่องเท่ียวของประเทศไทยเนน้ เทคโนโลยี และภูมปิ ัญญาท้องถ่ินเป็น
หลักในขณะที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเน้นวัฒนธรรม เน้นประเพณี เป็นหลัก ทำให้เห็นข้อที่
แตกต่างกัน ดงั นี้
ประเดน็ ในการเปรียบเทยี บ ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชน ลาว
รปู แบบการทอ่ งเท่ยี ว หลากหลาย
แนวทางการพัฒนา ชดั เจน มเี อกภาพ หลากหลาก
ขาดเอกภาพ ขาดเป้าหมายที่
ทรัพยากรดา้ นการท่องเทยี่ ว หลากหลาย คณุ ภาพดี ชดั เจน
ยุทธศาสตร์การทอ่ งเท่ยี ว ชัดเจน ครอบคลมุ ทุกด้าน หลากหลาย คณุ ภาพดมี าก
บุคลากรด้านการทอ่ งเทีย่ ว เพยี งพอ มีคณุ ภาพ
การบรกิ าร มีประสบการณ์ มคี วามรู้ ชดั เจน ครอบคลุมทุกด้าน
งบประมาณ เพียงพอ เหมาะสม ไม่เพยี งพอ ขาดมาตรฐาน
โครงสร้างพ้นื ฐาน ดมี าก เข้าถึงแหลง่ ทอ่ งเที่ยว ขาดประสบการณ์ ความรู้
เจ้าหนา้ ทรี่ ัฐ สนับสนนุ ดี ไม่เพียงพอ จัดสรรไมเ่ หมาะสม
ไม่ดี ไม่ครอบคลมุ แหลง่ ท่องเท่ียว
เอกชน มีความรู้ มีทนุ ในการดำเนินงาน เปลี่ยนแปลงบ่อย ขาดความ
ต่อเน่ือง
ประชาชน เข้าใจ มสี ่วนรว่ ม ขาดความรู้ ขาดทุนในการด าเนิน
การนำแผนไปสกู่ ารปฏิบัติ สำเร็จเป็นส่วนใหญ่ งาน
ผลลัพธ์ สว่ นใหญบ่ รรลุเปา้ หมาย มีความแตกต่างสูง
ไมส่ ำเรจ็ เปน็ ส่วนใหญ่
บรรลเุ ปา้ หมายเป็นส่วนนอ้ ย
การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวยังมีปัญหา
อุปสรรคมากมายหลายอย่าง ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวเพียงระยะเวลาน้อยมาก
โครงสรา้ งระบบการจัดต้ังดูแลการท่องเที่ยวไม่มีความมั่นคง มีการโยกยา้ ยเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลาส่งผลให้
การกำหนดยทุ ธศาสตร์ การวางแผนการดำเนินงาน การกำหนดกฎหมายและระเบยี บการคุ้มครองและส่งเสริม
การท่องเที่ยวไม่เป็นระบบ โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านการท่องเที่ยวมีไม่เพียงพอ
บุคลากรทางด้านการท่องเที่ยวมีจำนวนจำกัดและไม่มีประสบการณ์ในด้านการบริหารจัดการด้านการ
ท่องเที่ยว คุณภาพสินค้าและการบริการของผู้ประกอบการภาคเอกชนยังต่างเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐาน
213 การจดั การท่องเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
สมรรถนะของบุคลากรที่ประกอบวิชาชีพท่องเที่ยวตามมาตรฐานข้อตกลงร่วมอาเซียน (ปิยะนุช เงินคล้าย,
2561)
11.10 เอกสารบทความวิชาการ/งานวจิ ัยท่เี กย่ี วข้อง
11.10.1 งานวิจยั ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งเร่ือง “การติดตามและประเมินผลการมีสว่ นรว่ มขององค์การบริหารส่วน
จังหวัดขอนแก่น ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น หมู่บ้านเต่า บ้านกอก ตำบลสวนหม่อน
อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแกน่ ” โดย องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดขอนแกน่ (2555) ไดอ้ ธบิ ายการติดตามและ
ประเมนิ ผลของการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนไว้
องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ได้มีการติดตามประเมินผลการมีส่วนร่วมขององค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดขอนแก่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น ของหมู่บ้านเต่า บ้านกอก ตำบลสวน
หมอ่ น อำเภอมัญจาครี ี จังหวัดขอนแกน่ เชน่
11.10.1.1 องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ใน
จงั หวัดขอนแก่น “หมูบ่ ้านเตา่ ” บ้านกอก โดยจัดทำแผ่นพับประชาสมั พนั ธ์ ปา้ ยประชาสัมพันธ์ จัดนทิ รรศการ
จัดหามัคคุเทศก์ท้องถิ่น ดำเนินการจัดฝึกอบรม ทัศนศึกษาดูงานนอกสถานที่ ไม่มีค่าตอบแทนให้มัคคุเทศก์
ท้องถิ่น มีการก่อสร้างอาคาร สะพานเดินชมเต่า ปรับปรุงภูมิทัศน์ และยังให้การสนับสนุนเป็นเงิน จัดทำ
แผนพัฒนาด้านการท่องเที่ยวบรรจุไว้ในแผน 3 ปี และได้ดำเนินการติดตามประเมินผลแผนพัฒนาด้านการ
ท่องเท่ยี วปลี ะ1 ครง้ั
11.10.1.2 แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ใน
การส่งเสริมการท่องเที่ยว “หมู่บ้านเต่า” บ้านกอก ตำบลสวนหม่อน อำเภอ มัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ควร
ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น พัฒนาในลักษณะบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนทุกด้าน จัดทำเป็น
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วประจำจงั หวัด และควรสนับสนุนงบประมาณ ควรบรรจุแผนการทอ่ งเท่ยี วไว้ในแผนพฒั นา 3 ปี
ควรมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และควร ประสานงานกับบริษัททัวร์นําเที่ยว ตามโรงแรมและ
จดั เสน้ ทางไปชม “หมู่บา้ นเตา่ ” เป็นโปรแกรมนําเท่ียวประจำจงั หวัด
ผู้เขียนเห็นว่า การติดตามและประเมินผล เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า ได้มีการ
ดำเนินการในขัน้ ตอนต่างๆ ของโครงการทชี่ ุมชนท่ีกำหนดไว้ โดยขึน้ อยู่ว่าจะชุมชนจะมีการประเมินในข้ันตอน
ใดของโครงการ เชน่ กอ่ นเริม่ โครงการ ขณะดำเนนิ โครงการซึง่ อาจดำเนนิ การเป็นช่วง เป็นระยะตา่ งๆ เชน่ ทุก
3 เดอื นทกุ 6 เดือน ทกุ ปี หรือเปน็ การประเมนิ ผลเมื่อโครงการดำเนนิ การเสรจ็ ส้นิ แล้ว
11.10.2 บทความวิชาการเรื่อง Imperatives for Monitoring and Evaluation of Community-
Based Tourism: A Higher Education Institutions Perspective by Ivan G. Govender (2018) ได้อธบิ าย
การติดตามและประเมินผลการท่องเทีย่ วโดยชุมชนไว้วา่
214 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
Opportunity to evaluate the programmer or reflect upon their participation levels, as
well as the activities and responsibilities that they took part in, despite the fact that,
fundamentally, CBT aims to be run autonomously by local communities for their own long-
term benefit.
All possible strategies to allow for community participation should be put into place.
In fact, while external facilitation can be necessary, the CBT members should be the one that
control and guide the M&E process.
ผู้เขียนเห็นว่า ฉะนั้นแล้วการติดตามผลและการประเมินผล ยังคงเป็นสิ่งที่ชุมชนควรให้ความร่วมมือ
และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และรับฟังซึ่งกันและกัน เพื่อให้สามารถพัฒนาหรือจัดการท่องเที่ยว
โดยชมุ ชนใหม้ ีประสิทธภิ าพและประสิทธิผล
11.11 บทสรปุ
การติดตาม คือวิเคราะห์และศึกษาความก้าวหน้าของโครงการและกิจกรรมมีการเปลี่ยนแปลงให้
เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และการประเมินผล คือการวัดผลการทำงานว่าบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ท่ี
กำหนดไว้ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและก่อให้เกิดความยั่งยืน เพื่อวัดความก้าวหน้าของงานให้เห็น
ปัญหาและอปุ สรรคได้ชดั เจนมากขึ้น และสามารถบอกปญั หาหรือผลกระทบเชิงลบท่จี ะสามารถแก้ไขปัญหาได้
โดยแบ่งเคร่อื งมือในการตดิ ตาม ได้แก่
1. การวดั เชงิ อารมณ/์ ความรสู้ ึก เชน่ พงึ พอใจ เฉยๆ ไมพ่ อใจ
2. การวดั การเปลี่ยนแปลงของสงิ่ ต่างๆ ทีเ่ กดิ ขึน้ จากอดตี -ปจั จุบนั -แนวโน้มในอนาคต
3. จากการระดมความคดิ
4. การสังเกตและสมั ภาษณ์
จากนั้นเข้าสู่กระบวนการของการประเมินผล คือศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลของการจัดการท่องเที่ยว
โดยชุมชนที่ต่อเนื่อง ศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของ
ชุมชน วเิ คราะห์ผลสำเรจ็ ศึกษาเงอ่ื นไข ปจั จัยทม่ี ผี ลกระทบต่อการดำเนินงานโครงการ และวิเคราะห์แนวโน้ม
และทัศทางการดำเนินงานในอนาคต
11.12 คำถามท้ายบทเรยี น
11.12.1 จงอธิบายความหมายของการการติดตามและประเมินผลของการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็น
อยา่ งไร
11.12.2 จงอธบิ ายประโยชนข์ องการติดตามของการจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนเปน็ อยา่ งไร
215 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
11.12.3 จงอธิบายกรอบและเครอื่ งมือในการตดิ ตามของการจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นอย่างไร
11.12.4 จงอธิบายดชั นีในการติดตามของการจัดการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนเป็นอย่างไร
11.12.5 จงอธิบายกระบวนการประเมินผลของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นอยา่ งไร
11.12.6 จงอธิบายขดี ความสามารถในการรองรับของพน้ื ทเี่ ปน็ อยา่ งไร
11.13 กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู้ท้ายบท
ให้นักศึกษาจัดทำเคร่ืองมือในการตดิ ตามของการจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนในแตล่ ะภูมิภาคของกลุ่ม
ตวั เองมา 1 แหง่ พรอ้ มนำเสนอหน้าชน้ั เรียน
216 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
บทท่ี 12
เกณฑป์ ระเมนิ มาตรฐานแหลง่ ท่องเที่ยวตามสภาการทอ่ งเทย่ี วอย่างยั่งยืนโลก
วตั ถปุ ระสงคป์ ระจำบทเรียน
1. เพื่อให้นักศึกษาได้ทราบถึงการนําหลักเกณฑด้านการทองเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งทองเที่ยว
ไปใช
2. เพื่อให้นักศึกษาได้ทราบถึงการประยุกตใชหลักเกณฑประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวตามสภา
การทอ่ งเท่ยี วอยา่ งยัง่ ยนื โลก
3. เพื่อให้นักศึกษาได้ทราบถึงหลักเกณฑและตัวชี้วัดหลักเกณฑด้านการทองเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับ
แหล่งทองเทยี่ ว
เน้ือหาของบทเรยี น
12.1 ความเปน็ มาของเกณฑ์ประเมนิ มาตรฐานแหล่งท่องเท่ียวตามสภาการท่องเที่ยวอย่างยง่ั ยืนโลก
12.2 การนําหลักเกณฑ์ด้านการทอ่ งเท่ียวอย่างยัง่ ยนื สำหรับแหล่งท่องเทีย่ วไปใช้
12.3 การประยุกตใ์ ชห้ ลักเกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหลง่ ท่องเทีย่ วตามสภาการท่องเทย่ี วอย่างยัง่ ยืน
โลก
12.4 หลกั เกณฑแ์ ละตัวช้วี ดั หลักเกณฑ์ดา้ นการทองเท่ยี วอยา่ งย่งั ยนื สำหรบั แหลง่ ทองเท่ียว
12.5 ตวั อย่างชมุ ชนท่ีมีการใช้เกณฑ์ประเมนิ มาตรฐานแหล่งท่องเทย่ี วตามสภาการทอ่ งเท่ยี ว
อยา่ งยง่ั ยนื โลก
12.6 เอกสารบทความวชิ าการ/งานวิจยั ทีเ่ กีย่ วข้อง
12.7 สรปุ ผล
12.8 คำถามท้ายบทเรียน
12.9 กิจกรรมเสริมการเรยี นรู้ท้ายบทเรยี น
12.1 ความเป็นมาของเกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหลง่ ท่องเที่ยวตามสภาการทอ่ งเท่ียวอย่างยงั่ ยืนโลก
หลักเกณฑ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งทอ่ งเที่ยว (GSTC) คือ ความพยายามที่จะสร้าง
ความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นแนวทางขั้นพื้นฐานที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ
การบริหารจัดการแหล่งท่องเทีย่ วไปสู่ความยัง่ ยืนสามารถถือปฏิบัติได้ และเพื่อจะตอบสนองคํานิยามของการ
ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แหล่งท่องเที่ยวจะต้องบริหารจัดการอย่างบรู ณาการและมองภาพรวมท่ีครอบคลุมทั้ง 4
มิติ คือ 1) การบริหารจัดการอยา่ งยั่งยืน 2) เพิ่มผลประโยชนแ์ ละลดผลกระทบเชงิ ลบทางสังคม-เศรษฐกิจแก่
ชุมชนท้องถิ่น 3) เพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบทางวัฒนธรรมแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว และ 4)
เพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบด้านลบทางสิ่งแวดล้อม โดยหลักเกณฑ์นี้ได้รับการออกแบบให้สามารถ
ประยกุ ต์ใชก้ ับแหล่งท่องเทีย่ วทุกประเภทและทุกขนาด
217 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
การพัฒนาหลักเกณฑ์นี้เป็นหน่ึงในการตอบสนองความทา้ ทายระดับโลกตามเป้าหมายการพัฒนาของ
องค์การสหประชาชาติ (United Nations’ Millennium Development Goals) การแก้ไขปัญหาความ
ยากจน ความเทา่ เทยี มทางเพศสภาพ และ ความย่ังยืนทางส่ิงแวดลอ้ ม ซงึ่ รวมถงึ ประเดน็ การเปลีย่ นแปลงของ
สภาพอากาศ ถอื เปน็ ประเด็นสำคญั ทไี่ ดร้ บั การพดู ถึงในหลกั เกณฑน์ ้ี
หลักเกณฑ์และตัวชี้วัดต่างๆได้รับการพัฒนาโดยอ้างอิงจากหลักเกณฑ์ต่างๆที่ได้รับการยอมรับแล้ว
เช่น ตัวชี้วัดระดับแหล่งท่องเที่ยวของ UNWTO (UNWTO destination level indicators) หลักเกณฑ์ด้าน
การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหลงโรงแรมและบริษัทนําเที่ยว (Global Sustainable Tourism Criteria
for Hotel and Tour Operator) และแนวทางการรับรองต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการรับรอง ตัวชี้วัด
หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศจากบริบททางวัฒนธรรม ภูมิศาสตร์และการเมืองที่แตกต่างกันทั่ว
โลก ตัวชี้วัดต่างๆได้รับการพิจารณาในเรื่องความเกี่ยวข้อง ความสามารถในการนําไปใช้ได้จริง และ
ความสามารถในการประยกุ ตใ์ ช้กับแหล่งทอ่ งเทย่ี วที่หลากหลาย
หลักเกณฑ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งท่องเที่ยวฉบับนี้ ดำเนินการโดย Global
Sustainable Tourism Council ความคาดหวงั ในการนําหลักเกณฑ์นไี้ ปใช้โดยองค์กรที่รับผิดชอบการบริหาร
จดั การการทอ่ งเท่ยี ว มีดงั น้ี
• เปน็ แนวทางข้นั พ้นื ฐานสำหรับแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วท่ตี อ้ งการมงุ่ หน้าสู่ความยง่ั ยืน
• ชว่ ยใหผ้ ้บู รโิ ภคสามารถม่นั ใจในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วอย่างยั่งยนื
• ชว่ ยให้สือ่ มวลชนสามารถใหข้ อ้ มูลและสื่อสารต่อสาธารณชนเรื่องแหล่งท่องเทย่ี วอย่างยั่งยืนได้อย่าง
ชัดเจน
• ชว่ ยใหโ้ ปรแกรมการรบั รองคณุ ภาพในแต่ละทม่ี มี าตรฐานในการพัฒนาหลักเกณฑ์
• ช่วยให้หนว่ ยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือ NGOs สามารถมีแนวทางการพัฒนาโครงการที่เกี่ยวขอ้ ง
กับการท่องเทย่ี วอยา่ งยัง่ ยนื
• เป็นแนวทางขน้ั พืน้ ฐานสำหรบั การอบรมและพัฒนาบุคคลากร เช่น มหาวิทยาลยั เป็นตน้
หลักเกณฑ์นี้ให้แนวทางสิ่งที่ควรทำ มิใช่วิธีการว่าควรทำอย่างไรหรือประเมินว่าสิ่งที่ทำไปแล้วสำเรจ็
หรือไม่ บทบาทน้ีเปน็ หนา้ ท่ขี องตวั ชวี้ ัด เอกสารประกอบ และ เคร่ืองมอื ต่างๆซงึ่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน
หรือ NGOs สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อประกอบการใช้หลักเกณฑ์น้ีในแต่ละแหล่งท่องเที่ยว หลักเกณฑ์ด้านการ
ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งท่องเที่ยวได้รับการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการพัฒนาให้
ความยัง่ ยนื กลายเป็นมาตรฐานสำหรบั การท่องเทีย่ วทกุ รูปแบบ
218 การจดั การท่องเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
12.2 การนาํ หลักเกณฑดา้ นการทองเท่ียวอย่างยง่ั ยืนสำหรบั แหล่งทองเที่ยวไปใช
©COPYRIGHT Global Sustainable Tourism Council. ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาที่อยู่ใน
เอกสารนี้เป็นของ Global Sustainable Tourism Council มีการประกาศใช้สิทธิความเป็นเจ้าของโดย
Global Sustainable Tourism Council อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาครัฐ หน่วยงานชุมชน และ บุคคล
สามารถใชห้ ลกั เกณฑ์นีเ้ ปน็ พ้ืนฐานในการมงุ่ ส่คู วามย่งั ยนื
หลักเกณฑ์ (และตัวชี้วัด) สามารถได้รับการผลิตซ้ำ (แต่ต้องประกอบด้วยส่วนการประยุกต์ใช้
หลักเกณฑ์ด้านล่าง) โดยมีการอ้างอิง GSTC ในฐานะเจ้าของและผู้เขียนงานชิ้นนี้ (โดยระบุ “…สามารถดู
www.gstcouncil.org สำหรับหลักเกณฑ์ GSTC ที่เป็นปัจจุบัน ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง และคํานิยามต่างๆ) เรา
สนบั สนนุ ใหม้ กี ารใช้หลักเกณฑ์
และตัวชี้วัดนี้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาแนวทางและมาตรฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับท้องถ่ิน
หลักเกณฑ์และตัวชี้วัด GSTC นี้สามารถใช้เป็นกรอบแนวคิดบางส่วน หรือใช้หลักเกณฑ์ทั้งหมดโดยท้องถิ่น
หรอื ภาคส่วนตา่ งๆสามารถปรบั เปลี่ยนตวั ช้วี ดั ไดต้ ามความเหมาะสมการพิมพ์หลักเกณฑ์บางส่วนเพื่อการอื่นๆ
ท่ไี ม่ใช่เพอ่ื การศึกษาน้นั ไม่ได้รับอนุญาตและจะถูกพจิ ารณาเปน็ การละเมดิ สิทธขิ อง GSTC
หมายเหตุ: GSTC มีการทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์และตัวชี้วัดเป็นประจำตามความคิดเห็น
ความรูใ้ หมๆ่ และกระแสความยงั่ ยนื ผู้ใชห้ ลักเกณฑค์ วรตรวจสอบอยา่ งสม่ำเสมอเพอื่ ใหห้ ลักเกณฑท์ ี่ใช้มีความ
เปน็ ปัจจุบันท่สี ดุ
12.3 การประยกุ ต์ใชหลกั เกณฑ์
การใช้หลักเกณฑ์ทั้งหมดในการนำไปปฏิบัติ นอกเหนือจากในบางกรณีที่หลักเกณฑ์ไม่สามารถ
ประยุกต์ใช้ได้โดยมีเหตุผลที่เหมาะสม อาจจะมีบางสถานการณ์ที่หลักเกณฑ์ไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในบาง
แหล่งท่องเที่ยวหรือหน่วยงานบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากข้อจำกัดของข้อปฏิบัติของท้องถิ่นนั้น
หรือเงื่อนไขทางสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจหรือวัฒนธรรม ในกรณีของแหล่งท่องเที่ยวหรือชุมชนขนาดเล็ก
ทรพั ยากรทีจ่ ำกดั อาจจะทำให้ไมส่ ามารถประยุกตใ์ ช้หลักเกณฑ์ได้ทั้งหมด
เนอ่ื งจากแหลง่ ท่องเที่ยวน้นั ประกอบดว้ ยหน่วยงานและบุคคลทห่ี ลากหลาย การประยุกต์ใช้
หลกั เกณฑค์ วรจะคำนงึ ถึงผลกระทบในภาพรวม การประเมนิ ผลกระทบต่างๆในแหล่งท่องเทยี่ วมักจะมองใน
ภาพรวม โดยการประเมนิ ผลกระทบนัน้ ไม่ใชจ่ ดุ สิน้ สดุ แตเ่ ปน็ การพัฒนาความยงั่ ยืนอยา่ งต่อเน่ือง
219 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
12.4 หลกั เกณฑและตัวช้ีวดั หลกั เกณฑดา้ นการทองเทย่ี วอยา่ งย่ังยนื สำหรับแหลง่ ทองเท่ียว
ตัวชี้วัดที่นำเสนอในท่ีนี้ได้รับการออกแบบเพื่อเป็นแนวทางในการประเมินการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
ด้านการท่องเที่ยวอยา่ งยั่งยืนสำหรับแหล่งท่องเทีย่ ว ไม่ใช่ตัวบ่งช้ีความสำเร็จ และไม่ได้จำกัดการปฏบิ ัติแคใ่ น
ตัวชี้วัดระบุ แต่เป็นการยกตัวอย่างที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่จะน าหลักเกณฑ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับ
แหลง่ ท่องเที่ยวไปพัฒนาตวั ชี้วัดของตนเองที่เก่ียวข้องต่อไป
หมวด A: การบริหารจดั การด้านความยั่งยนื ทมี่ ีประสทิ ธิภาพ
หลักเกณฑ์ ตวั ช้วี ดั
A1 แผนยุทธศาสตรค์ วามยั่งยนื ของแหล่ง IN-A1.a. มีแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
ทอ่ งเที่ยว ของการท่องเที่ยว และครอบคลุมประเด็นด้าน
แหล่งท่องเที่ยวมีการดำเนินตามกลยุทธ์ในการ สิง่ แวดล้อม เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม คุณภาพ
บริหารจดั การด้านความย่ังยนื ซึง่ พจิ ารณาตามความ สุขอนามัย และความปลอดภัยของแหล่ง
เหมาะสมของสภาพพื้นที่ที่จัดการท่องเที่ยว ทอ่ งเทย่ี ว
ตลอดจนพิจารณาจากสภาพสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ IN-A1.b. มีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่ง
สังคม วัฒนธรรม คณุ ภาพสขุ อนามัย ความปลอดภัย ท่องเที่ยวที่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันและ
และความงดงามตามธรรมชาติ อันเกิดจากความ เปดิ เผยต่อสาธารณะ
ร่วมมือของประชาชน IN-A1.c. มีแผนยุทธศาสตร์ที่ได้รับการพัฒนา
อย่างมสี ว่ นร่วมจากประชาชน
IN-A1.d. มกี ารสนับสนนุ จากภาคการเมอื งในการ
แปลงแผนไปสกู่ ารปฏบิ ัติ และมีหลกั ฐานของการ
นำไปปฏบิ ตั ิ
A2 องค์กรจดั การแหล่งทอ่ งเทย่ี ว IN-A2.a. มีองค์กรที่รับผิดชอบการประสานงาน
แหล่งท่องเที่ยวมีตัวแทนหรือกลุ่มตัวแทนที่มี สำหรับการจัดการการทอ่ งเท่ยี วอย่างย่งั ยนื
ประสิทธิภาพอันมาจากส่วนภาครัฐและเอกชน โดย IN-A2.b. มีการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและ
ตัวแทนหรือกลุ่มตัวแทนดังกล่าวมีความรับผิดชอบ ภาคประชาชนในองค์กรดังกล่าวและการ
ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม ประสานงานดา้ นการทอ่ งเท่ียว
และวัฒนธรรม IN-A2.c. มีองค์กรด้านการท่องเที่ยวที่มีขนาด
และขอบเขตการดำเนินการเหมาะสมกับแหล่ง
ท่องเทีย่ ว
IN-A2.d. มบี ุคลากรขององค์กรทไี่ ด้รบั มอบหมาย
ความรับผิดชอบสำหรบั การทอ่ งเท่ยี วอย่างย่ังยนื
IN-A2.e. มีการสนับสนุนทุนดำเนินการให้กับ
องคก์ รดา้ นการท่องเท่ียวอย่างเหมาะสม
A3 การติดตามดูแล IN-A3.a. มีการตรวจสอบดูแล และรายงานผล
แหล่งท่องเที่ยวมีระบบการตรวจสอบ ดูแล เกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม
รายงานความคืบหน้า และตอบสนองต่อประเด็นท่ี วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และสิทธิมนุษยชนต่อ
เกยี่ วข้องกับสงิ่ แวดล้อม เศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม สาธารณะ
220 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
การท่องเที่ยว และสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ระบบการ IN-A3.b. มีการทบทวนและประเมินผลของระบบ
ตรวจสอบดูแลดังกล่าวจะต้องได้รับการประเมิน ตรวจสอบดแู ลเปน็ ประจำ
อยา่ งสม่ำเสมอ IN-A3.c. มีการสนับสนุนทุนและการดำเนินการ
ตามแนวทางการป้องกันผลกระทบจากการ
ท่องเท่ียว
A4 การจดั การท่องเทยี่ วตามฤดูกาล IN-A4.a.มกี ลยุทธท์ ีช่ ดั เจนสำหรับสง่ เสรมิ
แหล่งท่องเที่ยวมีการจัดการท่องเที่ยวตาม การตลาดของกิจกรรมนอกฤดูกาลเพื่อดงึ ดดู ใหม้ ี
ฤดูกาลให้เหมาะสมกับความต้องการทางด้าน นกั ทอ่ งเท่ียวตลอดท้ังปี
เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนสิ่งแวดล้อม
ของชุมชน
A5 การปรบั ตัวให้เขา้ กบั การเปล่ียนแปลงของ IN-A5.a. มีระบบประเมินความเสี่ยงและการ
สภาพภมู ิอากาศ ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพ
แหล่งท่องเที่ยวมีระบบป้องกันความเสี่ยงอันเกิด ภมู ิอากาศ
จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ IN-A5.b. มีกฎหมายหรือนโยบายบรรเทาและ
จะต้องมีการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการ ส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการ
เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้กับผู้คนใน เปล่ยี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
ทอ้ งถนิ่ และนกั ทอ่ งเท่ยี ว IN-A5.c. มีแผนงานให้ความรูค้ วามเข้าใจกับผู้คน
ในท้องถิ่น สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว
และนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ
สภาพภูมิอากาศ
A6 คลังข้อมูลสถานทีแ่ ละทรพั ยากรดา้ นการ IN-A6.a. มีคลังข้อมูลและการจำแนกสถานที่
ท่องเที่ยว ทอ่ งเทยี่ วทางธรรมชาตแิ ละทางวัฒนธรรม
แหล่งท่องเที่ยวควรมีการประเมินสถานท่ี
ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่ยังคงอยู่อย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ พ้นื ทีท่ างธรรมชาติและวัฒนธรรม
A7 การปฏิบัตติ ามกฎระเบียบ ข้อกำหนดและหรอื IN-A7.a. มีกฎระเบียบ ข้อกำหนด และนโยบาย
นโยบาย สำหรับการวางแผนและจัดโซนเพื่อปกป้อง
แหล่งท่องเที่ยวมีการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทรพั ยากรทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม
ข้อกำหนดและหรือนโยบายต่าง ๆ เพื่อรักษาพื้นท่ี IN-A7.b. มีกฎระเบียบ ข้อกำหนด และนโยบาย
และสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับการท่องเที่ยวอย่าง สำหรับการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างยั่งยืน การ
ยั่งยืน กฎระเบียบ ข้อกำหนด และนโยบายดังกล่าว ออกแบบ กอ่ สรา้ งและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
นี้ถูกใช้เพื่อรักษาพื้นที่ทางธรรมชาติและทาง IN-A7.c. มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของ
วัฒนธรรมของชุมชนนั้น ๆ โดยมาจากการเสนอ ผู้คนในท้องถิ่นในการกำหนดกฎระเบียบ
ค ว า ม ค ิ ด เ ห ็ น จ า ก ส า ธ า ร ณ ช น แ ล ะ ม ี ก า ร ขอ้ กำหนด และนโยบายดังกล่าว
ประชาสัมพันธใ์ ห้รับรอู้ ยา่ งทัว่ ถึง
A8 สถานทีท่ ่องเท่ียวและสง่ิ อำนวยความสะดวก IN-A8.a. มีนโยบายส่งเสริมการอำนวยความ
สำหรบั ทกุ คน สะดวกให้กับบุคคลทุพลภาพ หรือที่มีข้อจำกัด
ทางด้านสภาพร่างกายให้สามารถเข้าถึงสถานที่
221 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
สถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและ
จะต้องอำนวยความสะดวกให้กับบุคคลทุพพลภาพ วัฒนธรรม ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกได้
หรือผู้มีข้อจำกัดทางด้านสภาพร่างกาย ทั้งนี้ เพ่ือให้ อยา่ งเหมาะสม
พวกเขาสามารถได้รับประโยชน์จากการทอ่ งเทีย่ วได้ IN-A8.b. มีการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก
อยา่ งท่วั ถงึ สำหรับบุคคลทุพลภาพที่คำนึงถึงความกลมกลืน
กับสถานท่ที ่อ
A9 กฎหมายและข้อบังคบั การดำรงรกั ษาไวซ้ ง่ึ IN-A9.a. มีนโยบายหรือกฎหมายเพื่อการดำรง
แหล่งท่องเที่ยว รักษาไวซ้ ่ึงแหล่งทอ่ งเทีย่ ว
กฎหมายและข้อบังคับการสืบเนื่องมาจากการ IN-A9.b. มีนโยบายหรือกฎหมายที่คำนึงถึงสิทธิ
ดำรงรักษาไว้ซ่ึงแหล่งท่องเท่ียว จะต้องมีผลบังคับใช้ ของผู้คนในท้องถิ่น และรับประกันว่าการกระทำ
อย่างเคร่งครัด ท้งั น้หี ากมีการออกแบบ เปลี่ยนแปลง ใด ๆ ที่มีผลให้เกิดการโยกย้ายที่อยู่ต้องผ่านการ
ก่อสร้างในสถานที่ดังกล่าว จะต้องมีการแจ้งให้ รับฟังความคดิ เห็น ได้รับความยนิ ยอม และมีการ
ผรู้ บั ผิดชอบดแู ลทราบลว่ งหน้าเทา่ นน้ั จ่ายคา่ ชดเชยอยา่ งเหมาะสมแลว้ เท่าน้ัน
A10 การตรวจสอบและรายงานความพงึ พอใจ IN-A10.a. มีการเก็บรวบรวมและรายงานความ
ของนักท่องเที่ยว พึงพอใจของนกั ท่องเทีย่ วที่มีต่อสถานทีท่ ่องเทยี่ ว
แหล่งท่องเที่ยวควรมีการตรวจสอบและ IN-A10.b. มีระบบแก้ไขและปรับปรุงความพึง
รายงานความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อ พอใจของนกั ท่องเที่ยวจากข้อมลู ท่ีไดร้ บั
สถานที่ด้วย หากมีประเด็นใดที่ควรแก้ไขหรือ
ปรับปรุง ควรจะทำทันทีเพื่อให้เกิดความพึงพอใจ
สงู สุด
A11 การสนบั สนนุ หลักเกณฑ์การทอ่ งเที่ยวอยา่ ง IN-A11.a. มรี ะบบการรับรองความย่งั ยนื หรอื การ
ย่ังยืนในธรุ กจิ จัดการด้านสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมการ
แหล่งท่องเที่ยวให้การสนับสนุนหลักเกณฑ์การ ทอ่ งเทย่ี ว
ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ตาม IN-A11.b. มีระบบการรับรองความยั่งยืนหรือ
นโยบายของ GSTC ทั้งนี้ควรมีการจัดทำรายช่ือ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นไปตามเกณฑ์
องค์กรที่ได้รับจากการรับรองและได้มาตรฐานเพื่อ ของ GSTC
เป็นขอ้ มูลสำหรับสาธารณชน IN-A11.c. มีการติดตามผลการดำเนินการของ
สถานประกอบการที่เข้าร่วมระบบการรับรอง
ความยัง่ ยืนหรือการจดั การด้านสิง่ แวดล้อม
IN-A11.d. มีการจัดทำรายชื่อสถานประกอบการ
ที่ได้รับการรับรองและได้รับมาตรฐาน เพื่อเป็น
ข้อมูลสำหรบั สาธารณชน
A12 ระบบป้องกันและรักษาความปลอดภยั IN-A12.a. มีการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย
แหล่งท่องเที่ยวควรจัดตั้งระบบการสอดส่องดแู ล ความสะอาดของอาหาร และความปลอดภัยของ
ป้องกัน และรายงาน ต่อสาธารณะในเรื่อง ระบบไฟฟ้าในสถานท่ีท่องเท่ยี วอยา่ งสมำ่ เสมอ
อาชญากรรม การรักษาความปลอดภยั และอนั ตราย IN-A12.b. มีจุดระวังภัย เช่น จุดปฐมพยาบาล
ทอ่ี าจเกิดตอ่ ร่างกาย ท่ชี ายหาดและสถานที่ทอ่ งเที่ยว
222 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
IN-A12.c. มีระบบป้องกันภัยและตอ บโ ต้
อาชญากรรม
IN-A12.d. มีระบบให้ใบอนุญาตรถแท็กซี่ที่
ก ำ ห น ด ใ ห ้ ม ี ก า ร แ จ ้ ง ร า ค า แ ล ะ จ ุ ด จ อ ด รั บ
ผู้โดยสาร ณ จุดที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึง
อยา่ งชดั เจน
A13 การตอบรับต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน IN-A13. a. มีแผนรับมือว ิกฤตการณ์และ
แหล่งท่องเที่ยวควรมีการวางแผนเพื่อตอบรับตอ่ สถานการณ์ฉกุ เฉินที่อาจเกดิ ข้นึ ในการทอ่ งเทีย่ ว
วิกฤตการณ์หรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจจะ IN-A13.b. มีบุคลากรและงบประมาณในการ
เกิดขึ้นในสถานที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ควรมีการ ดำเนินการตามแผนรับมือวิกฤตการณ์และ
ชี้แจงประเด็นสำคัญสำคัญให้กับผู้พำนักอาศัย สถานการณฉ์ กุ เฉิน
นักท่องเที่ยว และธุรกิจต่าง ๆ ได้รับทราบ ตลอดจน IN-A13.c. มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจาก
แนวทางการปฏิบัติตน มีการกำหนดแผนเพื่อนำไปสู่ ภาคการท่องเที่ยวในการจัดทำแผนรับมือ
การฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยว และผู้ วิกฤตการณ์และสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีแนว
พำนักอาศยั ทางการสื่อสารหากเกิดวิกฤตการณ์แล
สถานการณ์ฉุกเฉิน
IN-A13.d. มีการฝึกอบรมแผนรับมือวิกฤตการณ์
แ ล ะ ส ถ า น ก า ร ณ ์ ฉ ุ ก เ ฉ ิ น ใ ห ้ ก ั บ เ จ ้ า ห น ้ า ที่
นักทอ่ งเท่ียว และผ้พู ำนกั
A14 การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร IN-A14.a. มีการประชาสัมพันธ์แหลง่ ท่องเทีย่ วท่ี
การประชาสัมพนั ธข์ า่ วสารต่าง ๆ ควรดำเนินการ เคารพและให้เกียรตกิ ับชุมชนในพ้นื ที่
ให้เหมาะสมกบั แหล่งท่องเทยี่ วผลิตภัณฑ/์ สินค้าที่จัด IN-A14.b. มีการประชาสมั พันธ์แหล่งท่องเท่ยี วท่ี
จำหน่าย ตลอดจนบริการต่าง ๆ ที่จัดอยู่ในพื้นที่ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่จัด
ท่องเที่ยวนั้นนั้น ทั้งนี้ ข่าวสารและกา ร จำหน่ายในพ้ืนทท่ี ่องเที่ยว
ประชาสัมพันธ์ที่นำเสนอจะต้องให้การสนับสนุน ให้
ความเคารพและให้เกียรติกบั ชุมชนในพื้นที่
หมวด B ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสงั คม
หลกั เกณฑ์ ตัวชี้วดั
B1 การติดตามผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ IN-B1.a. มีการติดตามและรายงานข้อมูลการใช้
สภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการ จ่ายของผู้มาเที่ยว รายรับต่อห้องพัก อัตราการ
ท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ ทั้งทางตรงและ จ้างงาน และขอ้ มูลการลงทนุ เป็นประจำ
ทางอ้อมจะต้องได้รับการจดบันทึกและรายงานต่อ IN-B1.b. มีการติดตามและรายงานผลประโยชน์
สาธารณะอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หมายรวมถึง จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่าง
จำนวนการใช้จ่ายของผู้มาเที่ยว รายรับต่อห้องพัก น้อยปลี ะ 1 ครงั้
อตั ราการจ้างงานตลอดจนขอ้ มูลการลงทุน IN-B1.c. มีการเก็บข้อมูลและรายงานต่อ
สาธารณชนเกี่ยวกับอัตราการจ้างงานในภาคการ
ท่องเที่ยวที่จำแนกการจ้างงานตามเพศสภาพ
และชว่ งอายุอย่างน้อยปลี ะ 1 คร้ัง
223 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
B2 โอกาสในการประกอบอาชีพของคนทอ้ งถนิ่ IN-B2.a. มกี ฎหมายหรอื นโยบายสนับสนุนโอกาส
โอกาสในการประกอบอาชีพของคนในท้องถ่ิน การจ้างงานอย่างเท่าเทียมกัน สำหรับผู้หญิง
บริษัทต่าง ๆ ในแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องให้โอกาสการ เยาวชนบุคคลทุพลภาพ ชนชาติพันธุ์ และ
จ้างงาน การฝึกอบรมแก่คนในท้องถิ่น รวมทั้งความ ประชากรกลมุ่ ด้อยโอกาสอื่น ๆ
ปลอดภยั ในการทำงานอยา่ งเท่าเทยี มกนั IN-B2.b. มีแผนงานการฝึกอบรมด้านการ
ทอ่ งเทีย่ วทเ่ี ปดิ โอกาสใหก้ บั ผู้หญงิ เยาวชนบคุ คล
ทุพลภาพ ชนชาติพันธุ์ และประชากรกลุ่มด้อย
โอกาสอน่ื ๆ เขา้ รว่ ม
IN-B2.c. มีกฎหมายหรือนโยบายสนับสนุนความ
ปลอดภยั ในการทำงานอยา่ งเทา่ เทยี มกัน
IN-B2.d. มีกฎหมายและนโยบายสนับสนุนการ
ให้ค่าจ้างที่เป็นธรรมกับผู้หญิง เยาวชนบุคคลทุ
พลภาพ ชนชาติพันธุ์ และประชากรกลุ่มด้อย
โอกาสอ่นื ๆ
B3 การมสี ว่ นร่วมในสังคม IN-B3.a. มีระบบการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้
การมีส่วนร่วมในสังคม แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมี ส่วนเสียกับการท่องเที่ยวทั้งในภาคเอกชน
ระบบส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในสังคมใน สาธารณชน และชุมชนในการวางแผนและ
กระบวนการวางแผนเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและ ตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว
การตัดสนิ ใจในระยะยาว IN-B3.b. มีการประชุมเกี่ยวกับประเด็นการ
จัดการแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดกว้างแก่สาธารณชน
เปน็ ประจำทุกปี
B4 ความคิดเหน็ ของชุมชนท้องถิน่ IN-B4.a. มีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล บนั ทกึ ติดตาม
ความคิดเห็นของชุมชนท้องถิ่น ความคิดเห็นและ และรายงานผลต่อสาธารณชนเกี่ยวกับความ
ความพึงพอใจของชุมชนท้องถิ่น ต่อการบริหาร คิดเห็นและความพึงพอใจของผู้คนในท้องถ่ิน
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องได้รับการจดบันทึกอย่าง เกย่ี วกับการจดั การแหลง่ ท่องเทย่ี ว
สม่ำเสมอและรายงานต่อสาธารณะในเวลาอัน IN-B4.b. มีการเกบ็ รวบรวมข้อมูล บนั ทกึ ตดิ ตาม
สมควร และรายงานผลอย่างสม่ำเสมอในระยะเวลาที่
เหมาะสม
B5 การเข้าถงึ พน้ื ที่ของคนในท้องถ่นิ IN-B5.a. มีแผนงานในการติดตาม ป้องกัน และ
แหลง่ ท่องเท่ียวจะต้องควบคุม ป้องกัน และฟื้นฟู ฟื้นฟูให้ผู้คนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงสถานที่
การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและ ทอ่ งเทยี่ วทางธรรมชาติและทางวฒั นธรรม
วัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น เพื่อไม่ให้สถานท่ี IN-B5.b. มีการสอดส่องพฤติกรรมและลักษณะ
ท่องเทีย่ วเกดิ การบุกรุกหรอื ถูกทำลาย ของผู้ที่มาเที่ยวจากภายในชุมชน ในประเทศ
และตา่ งประเทศในสถานท่ีทอ่ งเที่ยว
B6 ความร้คู วามเขา้ ใจเกีย่ วกับการท่องเทีย่ ว IN-B6.a. มีแผนงานการสร้างความรู้ความเข้าใจ
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องจัดการให้ความรู้แก่ชุมชน เกี่ยวกับบทบาทโอกาส ความท้าทายและ
เพ่ือเพมิ่ ความเขา้ ใจเกยี่ วกับโอกาส ความทา้ ทายของ ความสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนใน
การทอ่ งเทีย่ วและความสำคัญของความยงั่ ยืน ชุมชน โรงเรยี น และสถาบนั อุดมศึกษา
224 การจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
B7 การป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ IN-B7.a. มีกฎหมายและแผนงานป้องกันการ
ชอบธรรม แสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบทางการคา้ ทางเพศ
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีกฎหรือวิธีการปฏิบัติที่ การเอาเปรยี บ การกดี กันหรือการคุกคามต่อผู้คน
ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบธรรม ในท้องถ่นิ หรอื นกั ท่องเทีย่ ว
หรือเป็นการคกุ คามผูอ้ ื่นไม่ว่าโดยวิธีการใด ๆ ที่อาจ IN-B7.b. มีการประกาศกฎหมายและแผนงาน
เกิดขึ้นกับเด็กและสตรี กฎหมายและวิธีปฏิบัตินี้ ป้องกนั ให้ทราบโดยทวั่ กนั
จะตอ้ งประกาศให้ทราบโดยทั่วกนั
B8 การสนับสนนุ ชุมชน IN-B8.a. มีแผนงานให้บริษัท นักท่องเที่ยว และ
การสนับสนุนชุมชน แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมี สาธารณชนมีส่วนร่วมในการบริจาคสนับสนุน
ระบบที่ส่งเสริมบริษัทต่าง ๆ นักท่องเที่ยว และ ชุมชน การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
สาธารณชน ให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนชุมชน และโครงการรเิ รมิ่ พัฒนาต่าง ๆ อย่างยง่ั ยนื
และการเร่มิ ตน้ โครงการต่าง ๆ อยา่ งยั่งยืน
B9 การสนบั สนนุ ธรุ กจิ ทอ้ งถ่ินและการค้าโดย IN-B9.a. มีแผนงานสนับสนุนการเริ่มต้นและ
ชอบธรรม พัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน บริษัทขนาด
แหล่งท่องเที่ยวต้องมีระบบที่สนับสนุนท้องถ่ิน เล็กและขนาดกลาง
บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงส่งเสริมและ IN-B9.b. มีแผนงานส่งเสรมิ ใหส้ ถานประกอบการ
พัฒนาความยั่งยืนของสินค้าท้องถิ่นโดยยึดหลัก ซื้อสินคา้ และบรกิ ารจากท้องถิน่
สำคัญของการค้าโดยชอบธรรมที่มีพื้นฐานมาจาก IN-B9.c. มีแผนงานที่ส่งเสริมและพัฒนาความ
ธรรมชาตแิ ละวัฒนธรรมทอ้ งถิ่น หมายรวมถงึ อาหาร ยั่งยืนของสินค้าท้องถิ่นที่มีพื้นฐานมาจาก
และเครื่องดื่ม งานฝีมือ ศิลปะการแสดง และสินค้า ธรรมชาตแิ ละวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่
ทางการเกษตร เปน็ ต้น IN-B9.d. มีแผนงานในส่งเสริมให้กลุ่มงานฝีมือ
เกษตรกร และผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้รับ
ผลประโยชนจ์ ากการท่องเทีย่ ว
หมวด C ผลกระทบทางวฒั นธรรม
หลักเกณฑ์ ตวั ช้ีวดั
C1 การปกปอ้ งดูแลสถานท่ีท่องเท่ียว IN-C1.a. มีระบบจัดการเพื่อคุ้มครองสถานที่ทาง
แหล่งท่องเที่ยวต้องมีนโยบายและระบบในการ ธรรมชาติและวัฒนธรรม รวมทั้งมรดกสิ่งปลูก
วดั ผล การฟืน้ ฟูรักษาธรรมชาตแิ ละสถานทีท่ อ่ งเท่ียว สร้างเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดี และ
ทางวัฒนธรรม รวมถึงมรดกสิ่งปลูกสร้าง (เชิง ทศั นยี ภาพทั้งในเมืองและชมบท
ประวัติศาสตร์และโบราณคดี) และทัศนียภาพทั้งใน IN-C1.b. มีระบบจัดการเพื่อติดตาม วัดผล และ
เมอื งและชนบท บรรเทาผลกระทบจากการท่องเที่ยวต่อสถานที่
ทอ่ งเที่ยว
C2 การจัดการนักท่องเท่ียว IN-C2 . a. ม ี ก ล ไ ก ก า ร บ ร ิ ห า ร แ ล ะ จ ั ด ก า ร
การจัดการนักท่องเท่ียว แหล่งท่องเที่ยวต้องมี นกั ท่องเที่ยวตามแผนการรักษาและพัฒนาสมบัติ
ระบบในการจัดการนักท่องเที่ยวสำหรับสถานท่ี ทางธรรมชาติและทางวฒั นธรรม
ท่องเที่ยวต่าง ๆ หมายรวมถึงมาตรการในการรักษา
ป้องกัน และพัฒนาสมบัติทางธรรมชาติและ
วัฒนธรรม
225 การจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
C3 พฤตกิ รรมนกั ท่องเท่ียว IN-C3.a. มีคมู่ ือการปฏบิ ตั ติ ัวสำหรับนกั ท่องเท่ียว
พฤติกรรมนักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวจะต้อง ในการท่องเที่ยวสถานที่ทางธรรมชาติและทาง
ตีพิมพ์คู่มือการปฏิบัติตัวในการท่องเที่ยวสถานที่ที่มี วัฒนธรรมที่ผลต่อความรู้สึกด้านจิตใจและความ
ผลต่อความรู้สึกด้านจิตใจและความศรัทธา ( ศรทั ธา
Sensitive Sites ) เช่น วัดวาอาราม เป็นต้น คู่มือ IN-C3.b. มแี นวปฏิบตั สิ ำหรับผู้นำเทีย่ ว
ดังกล่าวจะสร้างความเข้าใจและช่วยลดผลกระทบ
เชิงลบที่จะตามมา ตลอดจนเป็นการส่งเสริม
พฤตกิ รรมทดี่ ีจากนักทอ่ งเทยี่ ว
C4 การปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม IN-C4.a. มีกฎหมายและข้อกำหนดเพื่อคุ้มครอง
การปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว โบราณวัตถุ และวัตถุทางประวัติศาสตร์ ทั้งที่อยู่
จะต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับการค้า การแลกเปลี่ยน บนดนิ และในนำ้ ทม่ี กี ารบงั คับใชอ้ ย่างเคร่งครดั
การจัดการแสดงและการให้ของขวัญที่เกี่ยวกับ IN-C4.b. มีแผนงานเพื่ออนุรักษ์และเชิดชูมรดก
โบราณวตั ถุ และวตั ถทุ างประวตั ศิ าสตร์ ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (เช่น เพลง ดนตรี
การละคร ทักษะ และฝมี ือ)
C5 การให้ขอ้ มูลทถี่ ูกตอ้ งเก่ยี วกบั สถานท่ี IN-C5.a. มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวฉบับ
ท่องเที่ยว แปลจัดเตรียมไว้ในสถานที่ท่องเที่ยวและใน
จัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวฉบับแปล สำนกั งานการทอ่ งเท่ียว
ไว้อย่างถูกต้อง ซึ่งจัดเตรียมไว้ในสถานที่ท่องเที่ยว IN-C5.b. มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวฉบับ
ทางธรรมชาติต่างและวัฒนธรรมต่าง ๆ ข้อมูลที่ แปลอย่างเหมาะสมในเชงิ วฒั นธรรม
เตรียมไว้ ต้องเป็นข้อมลู ที่เหมาะสมในเชิงวัฒนธรรม IN-C5.c. มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวฉบับ
ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของคนในชุมชน และมี แปลที่เกิดจากการพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือ
การประชาสัมพันธ์ด้วยภาษาที่เหมาะสมกับ ของคนในชุมชน
นักทอ่ งเทย่ี ว IN-C5.d. มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวฉบับ
แปลในภาษาท่เี หมาะสมกับนักท่องเที่ยว
IN-C5.e. มีการฝึกอบรมมัคคุเทศก์เรื่องข้อมูล
เกีย่ วกบั สถานทที่ ่องเท่ียวฉบับแปล
C6 ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา IN-C6.a. มีกฎหมาย ข้อกำหนด หรือแผนงาน
แหล่งท่องเทย่ี วตอ้ งมรี ะบบในการสร้างการมีส่วน เพื่อป้องกันทรัพย์สินทางปัญญาของชุมชนและ
ร่วมที่เกี่ยวกับการป้องกันและการวางแผนทรัพย์สนิ บุคคล
ทางปญั ญาของชมุ ชนและบคุ คล
หมวด D ผลกระทบด้านสิ่งแวดลอ้ ม
หลกั เกณฑ์ ตวั ชว้ี ดั
D1 ความเสี่ยงทางด้านส่ิงแวดล้อม IN-D1.a. มีการประเมินความยั่งยืนของแหล่ง
แหลง่ ท่องเทีย่ วควรมีการระบคุ วามเส่ียงทางดา้ น ท่องเที่ยวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อระบุความ
สง่ิ แวดล้อมและระบบในการแกป้ ญั หาความเส่ยี ง เสยี่ งทางด้านส่ิงแวดลอ้ ม
เกี่ยวกับส่ิงแวดลอ้ ม IN-D1.b. มีระบบในการแก้ไขปัญหาความเสี่ยง
ด้านส่งิ แวดล้อมเหลา่ น้ี
226 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
D2 การปกป้องระบบนเิ วศที่มคี วามเปราะบาง IN-D2.a. มีคลังข้อมูลที่อยู่อาศัยและพันธุ์สัตว์
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีระบบการควบคุมและ และพืชหายากที่เสี่ยงต่อการถูกคุกคามที่ได้รับ
ดูแลผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่อาจมีต่อ การปรับปรุงใหท้ ันสมัย
สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อธำรงไว้ซึ่งการรักษาถิ่นที่อยู่ IN-D2.b. มีระบบการจัดการที่ติดตามผลกระทบ
อาศัย พันธุ์สัตว์ ระบบนิเวศ และการป้องกันการ และคุ้มครองที่อยู่อาศัย พันธ์สัตว์และพืช และ
แพร่ระบาดของแมลงและโรคต่าง ๆ ระบบนเิ วศน์
IN-D2.c. มรี ะบบป้องกันการแพรร่ ะบาดของสัตว์
แมลงและโรคตา่ ง ๆ จากภายนอกพ้ืนที่
D3 การปกป้องสง่ิ มีชีวิตในป่า IN-D3.a. มีการรับรองอนุสัญญา CITES ว่าด้วย
แหล่งท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น การค้าพันธุ์สัตว์ และพันธุ์พืชหายากข้าม
กฎหมายประจำชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ พรมแดน
ในการเก็บเกี่ยว การล่า การแสดง และการค้า IN-D3.b. มีข้อบังคับและมาตรฐานสำหรับ
สง่ิ มชี วี ติ จากปา่ รวมท้ังพันธ์ุไมแ้ ละพนั ธุ์สัตว์ ควบคุมการเก็บเกี่ยว การล่า การแสดง และ
การคา้ สงิ่ มีชวี ิตจากป่า
D4 ปรากฏการณเ์ รือนกระจก IN-D4.a. ม ี แ ผ น ง า น ท ี ่ ส ่ ง เ ส ร ิ ม ใ ห้ ส ถ า น
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องส่งเสริมให้บริษัทต่าง ๆ ประกอบการตรวจวัด ดูแล ลดระดับ และ
ตรวจวัด ดูแล และลดระดับปล่อยควันพิษอันเป็น รายงานการ ปล่ อ ย ก๊ า ซเ รื อ นก ร ะ จ ก ต่ อ
สาเหตุของปรากฏการณ์เรอื นกระจกให้น้อยลง ทั้งนี้ สาธารณชน
จากทุกภาคสว่ นของการปฏิบตั ิงานพร้อมรายงานผล IN-D4.b. มีระบบช่วยเหลอื ให้สถานประกอบการ
ต่อสาธารณะรวมถึงการปล่อยควันพิษจากผู้ สามารถบรรเทาการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจก
ใหบ้ รกิ ารดว้ ย
D5 การประหยดั พลังงาน IN-D5.a. มีแผนงานประหยัดพลังงานที่ส่งเสริม
แหล่งท่องเที่ยวต้องมีระบบการส่งเสริมให้บริษัท ให้สถานประกอบการตรวจวัด ดูแล ลดการใช้
ตา่ ง ๆ ตรวจวดั ดแู ล ลดการใชพ้ ลังงาน และรายงาน พลงั งาน และรายงานผลตอ่ สาธารณชน
ต่อสาธารณะ รวมทั้งลดการใช้พลังงานจากแร่ธาตุ IN-D5.b. มีนโยบายและแรงจูงใจให้มีการลดการ
ธรรมชาติ พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ปรับปรุงประสิทธิภาพ
การใช้พลังงาน และเพิ่มการใช้งานเทคโนโลยี
จากพลงั งานหมุนเวยี น
D6 การจัดการน้ำ IN-D6. a. มีแผนงานที่ส ่ง เสริ ม ให้ ส ถ า น
แหล่งท่องเที่ยวต้องมีระบบส่งเสริมให้บริษัทต่าง ประกอบการตรวจวัด ดูแล ลดการใช้น้ำ และ
ๆ ตรวจวัด ดูแล ลดการใช้น้ำและรายงานต่อ รายงานผลต่อสาธารณชน
สาธารณะ
D7 การควบคุมการใช้นำ้ IN-D7.a. มีระบบการจัดการให้ปริมาณการใช้น้ำ
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีระบบดูแลทรัพยากรน้ำ ของสถานประกอบการมีความเหมาะสมกับความ
เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทต่าง ๆ ใช้น้ำในปริมาณที่ ตอ้ งการนำ้ ของชุมชนในแหลง่ ทอ่ งเท่ยี ว
พอเหมาะกับความต้องการของชุมชนในแหล่ง
ท่องเทย่ี ว
227 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
D8 คณุ ภาพนำ้ IN-D8.a. มีระบบการจัดการเพื่อควบคุมคุณภาพ
แหล่งท่องเที่ยวต้องมีระบบดูแลคุณภาพน้ำด่ืม น้ำดื่ม และน้ำเพื่อนันทนาการ และรายงานต่อ
และน้ำเพื่อนันทนาการโดยใช้มาตรฐานคุณภาพน้ำ สาธารณชน
และรายงานต่อสาธารณะ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว IN-D8.b. ผลการควบคุมคุณภาพน้ำดื่ม และน้ำ
จะต้องสามารถจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ เพื่อนันทนาการได้รับการรายงานสูส่ าธารณะ
ที่เกิดขึ้นไดต้ ามเวลาท่เี หมาะสม IN-D8.c. มีระบบที่สามารถแก้ไขปัญหาคุณภาพ
น้ำได้อย่างทนั ทว่ งที
D9 นำ้ เสยี IN-D9.a. มีขอ้ กำหนดเก่ียวกับระบบบำบัดน้ำเสีย
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีคู่มือที่ชัดเจนเกี่ยวกับ และการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งจากที่มีการ
การพักน้ำเสีย การรักษาสภาพน้ำ และการทดสอบ บังคับใชอ้ ยา่ งเคร่งครดั
น้ำที่ถูกระบายออกจากท่อระบายนำ้ เพื่อให้แน่ใจว่า IN-D9.b. มีขอ้ กำหนดเกย่ี วกบั ขนาดและประเภท
น้ำเสียเหล่านั้นได้ถูกบำบัดและนำมาใช้ใหม่หรือถูก ของการบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมกับแหล่งกำเนิด
ปล่อยออกไปโดยมีผลกระทบต่อประชากรและ ทไี่ ด้รบั การบังคบั ใชอ้ ย่างเครง่ ครัด
สิง่ แวดลอ้ มน้อยทส่ี ุด IN-D9.c. มแี ผนงานส่งเสรมิ ใหส้ ถานประกอบการ
บำบัดและนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วมาใช้ประโยชน์
อย่างเหมาะสม
IN-D9.d. มีโปรแกรมในการบำบัดและนำน้ำเสีย
ที่ผ่านกระบวนการแล้วมาใช้ใหม่อย่างเหมาะสม
หรือปล่อยน้ำทิ้งโดยให้มีผลกระทบต่อประชาชน
และส่ิงแวดล้อมนอ้ ยที
D10 การลดปริมาณขยะ IN-D10.a. มีระบบการเก็บรวบรวมขยะที่บันทึก
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีระบบส่งเสริมให้บริษัท ปรมิ าณขยะทเี่ กิดขน้ึ
ต่างๆ ลดจำนวนขยะ การแปรรูปขยะ และนำ IN-D10.b. มกี ารนำแผนการจดั การขยะไปปฏิบัติ
กลบั มาใชใ้ หม่ และขยะท่ีเหลือสามารถนำมาแปรรูป โดยมีเป้าหมายการลดปริมาณขยะที่ชัดเจน และ
หรือนำกลับมาใช้ใหม่จะต้องได้รับการกำจัดอย่าง มแี นวทางการนำขยะไปกำจัดอยา่ งปลอดภยั
ปลอดภัยและย่ังยนื IN-D1 0 . c. ม ี แ ผ น ง า น ส ่ ง เ ส ร ิ ม ใ ห ้ ส ถ า น
ป ร ะ ก อ บ ก า ร ล ด แ ล ะ น ำ เ ศ ษ ว ั ส ด ุ ก ล ั บ ม า ใ ช้
ประโยชน์
IN-D10.d. มีแผนงานลดการใช้น้ำดื่มบรรจุขวด
ของสถานประกอบการและนกั ท่องเท่ยี ว
D11 มลภาวะทางแสงและเสยี ง IN-D11.a. มีกฎระเบียบและข้อกำหนดเพื่อลด
แหลง่ ท่องเทีย่ วควรมีคู่มือและกฎข้อบังคับในการ มลภาวะทางแสงและเสียง
ลดมลภาวะทางแสงและเสียง และส่งเสริมให้บริษัท IN-D1 1 . b. ม ี แ ผ น ง า น ส ่ ง เ ส ร ิ ม ใ ห ้ ส ถ า น
ตา่ งๆ ปฏิบตั ิตาม ประกอบการปฏิบัตติ ามกฎระเบียบและข้อบังคับ
ในการลดมลภาวะทางแสงและเสยี ง
D12 การขนส่งทม่ี ผี ลกระทบต่ำ IN-D12.a. มีแผนงานในการเพิ่มระบบขนส่งที่มี
แหล่งท่องเที่ยวจะต้องมีระบบในการส่งเสริมให้ ผลกระทบต่ำ
เพิ่มการใช้ระบบขนส่งที่มีผลกระทบต่ำ รวมถึงการ
228 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ใช้ระบบการขนส่งสาธารณะและระบบขนส่งที่ไม่ IN-D12.b. มีแผนงานที่ส่งเสริมให้สถานท่ี
ตอ้ งใช้พลงั งาน เชน่ การเดิน หรอื การปั่นจกั รยาน ทอ่ งเทีย่ วสนใจการสนับสนนุ การเดินทางที่ไม่ต้อง
ใชพ้ ลังงาน เช่น การเดนิ หรอื การปัน่ จกั รยาน
12.5 ตัวอย่างชุมชนที่มีการใช้เกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวตามสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
โลก
12.5.1 ตัวอย่างชุมชนที่มีการใช้เกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวตามสภาการท่องเที่ยว
อยา่ งย่งั ยนื โลกในประเทศไทย
12.5.1.1 ชุมชนคลองโคน อำเภอเมือง จังหวดั สมุทรสงคราม
มนตเ์ สน่ห์ทะเลโคลนแห่งแรกอยู่ที่ "ชุมชนคลองโคลน" อำเภอ เมือง จังหวดั สมุทรสงคราม
ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวแม่กลอง ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่งออกเรือหาปลา ทำฟาร์ม
หอยแครง หอยแมลงภู่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรกั ษ์คลองโคน เล่าถึงจุดกำเนิดชุมชนแห่งนี้
ว่าในอดีตระหว่างปี พ.ศ. 2529-2533 จังสมุทรสงครามมีการบุกเบิกพื้นที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำกันในผืนป่าชายเลน
บรเิ วณปากอ่าวเป็นอย่างมาก ขนกระท่ังชาวบ้านทเี่ ล็งเห็นปัญหาจึงรว่ มกันหาทางฟื้นฟูป่าชายเลน ตั้งแต่วันที่
12 สงิ หาคม พ.ศ. 2524 เพอ่ื ถวายแดส่ มเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชนิ นี าถ ก่อนจะปลูกปา่ ชายเลนเร่ือยมาซ่ึง
สมเด็จพระเทพรัตนสยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จมาเป็นขวัญกำลังใจถึง 5 ครั้ง มีต้นโกงกางทรงปลูกอยู่ 5
แปลง โดยจากการคาดคะเนของผู้มีประสบการณ์ คาดว่าขณะนี้คลองโคนน่าจะได้ผืนป่าชายเลนคืนมากว่า
5,000 ไร่ เมื่อป่าชายเลนกลับมา ชุมชนมีความพร้อม ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงรวมตัวกันจัดตั้งโครงการการ
ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมึ้นในปี พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับชุมชนและช่วยในเรื่อง
การอนุรักษ์ป่าชายเลนด้วยการร่วมมือของนักท่องเที่ยวโดยมีการแบ่งการทำงานเป็น 5 กลุ่มย่อย คือ กลุ่ม
เพาะต้นกลา้ กลุ่มเรือ กลุ่มทำกะเตงกลางทะเล กลุม่ ทำอาหาร กล่มุ ทำโฮมสเตย์
ภาพที่ 12.1 ชมุ ชนคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมทุ รสงคราม
ทีม่ า: ( https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/21492 ,2564 )
229 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
จากการประเมินชุมชนคลองโคนตามหลักเกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว ในหมวด
A: การบริหารจัดการด้านความยั่งยืนที่มีประสิทธิภาพ ด้าน A2 องค์กรจัดการแหล่งท่องเที่ยว และหมวด D
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้าน D 9 น้ำเสีย แหล่งท่องเที่ยวมีตัวแทนหรือกลุ่มตัวแทนที่มีประสิทธิภาพจาก
ส่วนภาครัฐและเอกชน โดยตวั แทนหรอื กลุ่มตัวแทนดงั กลา่ วมคี วามรับผดิ ชอบในการบริหารจัดการส่งิ แวดล้อม
เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พบว่า การจัดการแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนคลองโคน ส่วนของปัญหาและ
อปุ สรรคท่ีพบในด้านการพฒั นาการท่องเที่ยวของชุมชนคลองโคน ดงั นี้
1) คนในชุมชนขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอนุรักษ์อย่างถูกต้อง เพราะชาวบ้าน
ส่วนมากเรียนจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจะมีแค่คนบางกลุ่มเท่าน้ันที่เข้าใจวตั ถุ ประสงค์ของการ
อนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติของชุมชน โดยจะมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นําหลักในการอนุรักษ์หากจะทำให้คนใน
ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มากขึ้นจะต้องมีการจัดอบรมให้ความรู้อย่างถูกต้องในการอนุรักษ์ทรัพยากร
ธรรมชาติของชุมชนเพื่อให้คนในชมุ ชนรสู้ กึ หวงแหน
2) มีการขัดแย้งผลประโยชน์ในการท่องเที่ยวสำหรับผู้ประกอบการบางกลุ่มของชุมชนคลอ
โคนเน่ืองจากชุมชนคลองโคนนั้นเป็นชุมชนที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างมากมายทำให้มีกลุ่มผู้ประกอบการ
เกิดการแย่งลูกค้ากันผู้ประกอบการบางรายก็มีการติดต่อกับบริษัททัวร์ให้นํานักท่องเที่ ยวมาลงยังร้านของ
ตวั เองจงึ ทำใหเ้ กดิ ปญั หาการขดั แย้งเกดิ ขนึ้ แมต้ อนน้ีภาครัฐไม่ได้ลงมาควบคุมดูแลเหมือนเม่ือก่อน
3) บุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐท่ดี ูแลเรื่องการพฒั นาแหลง่ ท่องเท่ียวขาดวสิ ัยทัศนใ์ นการ
บริหารจัดการและทรัพยากรทางการท่องเท่ียวของชุมชนจากการสัมภาษณ์นั้นได้ข้อมูลมาว่าเมื่อภาครัฐไม่ได้
เขา้ มาดูแลอย่างทค่ี วรทำให้การท่องเท่ียวของชุมชนเกิดความขัดแยง้ กนั และไม่มีการจดั การท่องเที่ยวอย่างเป็น
ระบบทำให้การทอ่ งเทย่ี วในชมุ ชนไม่คอ่ ยมปี ระสิทธภิ าพเทา่ ท่ีควร
4) มีการรุกล้ำพื้นท่ีของลำคลองในการสร้างรีสอร์ทหรือที่อยู่อาศัยเน่ืองจากชาวบ้านชุมชน
คลองโคนจะอาศัยอย่รู ิมน้ำ สว่ นใหญ่การสร้างที่อยู่อาศัยก็จะสร้างตดิ กับแหล่งน้ำเพื่อใชน้ ้ำในแม่น้ำหรือคลอง
ดังกล่าวในการอุปโภคบริโภคจึงมีการสร้างบา้ นรุกล้ำลงมายังคลองหรือแม่น้ำ มีการทำบันใดพาดจากบ้านตน
ลงมายังแม่น้ำส่วนรีสอรท์ก็มีการสร้างรุกล้ำเข้าไปในป่าโกงกางบริเวณริมน้ำทำให้ธรรมชาติบริเวณดังกล่าว
เสียหายและมีการทิ้งน้ำเสียและขยะลงในแม่น้ำอีกด้วยแม้องค์การบริหารส่วนตำบลคลองโคนได้มีการลงไป
กวดขัน แตก่ ย็ ังมผี ปู้ ระกอบการบางคนมีผมู้ ีอทิ ธพิ ลอยู่เบื้องหลงั
5) ปา้ ยบอกการเดินทางไปยงั สถานทที่ ่องเที่ยวมจี ำนวนที่น้อยไปและทส่ี ำคัญป้ายบางปา้ ยมี
ขนาดของตัวหนังสือท่ีเล็กและไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ชัดเจนเช่นป้ายเขียนแค่ข้อความว่า “ป่าชายเลนคลอง
โคน” แต่สิ่งท่ีขาดไปคือระยะการเดินทางว่ากี่กิโลเมตร ซึ่งนักท่องเท่ียวบางคนไม่ทราบว่าจะต้องเดินทางจาก
จดุ นี้ไปยังแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วตอ้ งใชร้ ะยะทางเท่าไหรใ่ นการเดนิ ทาง (สถุ ี เสรฐศรี, 2557)
12.5.1.2 ชมุ ชนตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
ชุมชนตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ ในอดีตป่าพรุคันธุลีเป็นป่าพรุที่มีขนาดใหญ่ มีเนื้อท่ี
800-900 ไร่ ปกคลุมด้วยไม้ใหญ่อย่างหนาแน่น เป็นป่าทึบมีความอุดมสมบูรณ์สูงและมีความหลากหลายทาง
230 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ชีวภาพ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2525 เกดิ ภัยแลง้ ติดต่อกันหลายเดือน ทำใหเ้ กดิ ไฟปา่ เผาไหม้ปา่ พรหุ มดไปครึ่งหนึ่ง
หลังจากนน้ั มชี ุมชนเขา้ จับจองพื้นท่ีทำการเกษตรปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมนั รวมทั้งมีการกว้านซื้อพื้นท่ีป่า
พรุโดยนายทุนภายนอก ดังนั้นจึงเหลือสภาพป่าพรุทีส่ มบูรณ์ประมาณ 300 ไร่เท่านั้น ในปี พ.ศ. 2538 สำนัก
นโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมร่วมกับมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรม
ราชินูปถัมภ์ ได้เข้ามาสำรวจ และขึ้นบัญชีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ จึงได้จัดตั้งเป็น
“ศนู ยศ์ ึกษาธรรมชาติปา่ พรุคนั ธุลี”เพ่ือให้ผู้ท่ีสนใจได้เข้ามาศึกษาดูงาน พรอ้ มกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์
พชื
ภาพท่ี 12.2 ชุมชนตำบลคันธลุ ี อำเภอท่าชนะ จงั หวัดสุราษฎร์ธานี
ทีม่ า: ( https://www.khanthuli.go.th/album_travel/view.php?album_id=8, 2564 )
จากการประเมินตามเกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว หมวด A: การบริหารจัดการ
ด้านความยั่งยืนที่มีประสิทธิภาพ และหมวด C ผลกระทบทางวัฒนธรรม ศักยภาพและมาตรฐานแหล่ง
ท่องเที่ยวประเภทถ้ำ และป่าพรุ พบว่า ถ้ำตาจิตร ถ้ำไทรทอง ถ้ำรอยพระพุทธบาท และถ้ำลึก มีมาตรฐาน
คุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่ในระดับดี (ค่าคะแนน 81, 78, 77 และ 77 ตามลำดับ) ขณะที่ถ้ำ
ค้างคาว มีมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าคะแนน 74) ดังแสดงใน
ตารางที่ 3สรุปได้ว่าแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำ มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากยังมี
สภาพธรรมชาติดั้งเดิมประกอบกับมีลักษณะพิเศษของหินงอก หินย้อย แต่มีข้อจำกัดของทรัพยากรท่ี
เปราะบาง และยงั ไม่มีมาตรการเฝ้าระวังผลกระทบ สำหรบั คุณคา่ ทางศลิ ปวัฒนธรรม พบวา่ ยังไม่มีการสำรวจ
โบราณคดีหรือซากดึกดำบรรพ์ภายในถ้ำ แต่มคี วามเชื่อหรือเร่ืองเล่าของชุมชนท้องถิน่ ในถ้ำรอยพระพุทธบาท
เก่ียวกับประติมากรรมหินที่มีรูปร่างคล้ายรอยพระพุทธบาทขนาด 2 ตารางเมตร และพบหลักฐานการนำเงิน
เหรียญจำนวนมากมาวางไวภ้ ายในถำ้ สือ่ ถึงความเชื่อความศรัทธาในรูปแบบพิธกี รรมหรือการปฏิบัติสืบต่อกัน
มา ประกอบกบั มีการค้นพบเครื่องใชแ้ ละเครอื่ งประดับ (เบญจมาศ ณ ทองแกว้ และคณะ, 2560)
231 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
12.5.2 ตัวอย่างชุมชนที่มีการใช้เกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวตามสภาการท่องเที่ยว
อย่างยั่งยืนโลกต่างประเทศ
12.5.2.1 ชมุ ชนชนเผ่า แขวงเซกอง สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
แขวงเซกอง มีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนใหญเ่ ปน็ ปา่ ดงดิบช้ืนที่สมบูรณ์ มีน้ำตกและมี
ลานหินเกา่ แก่ขนาดใหญ่ ในปีพ.ศ. 2561 แขวงเซกองมีแหล่งท่องเท่ยี วท่ีข้ึนบัญชแี ลว้ ท้งั ส้ิน 37 แห่ง เปน็ แหลง่
ท่องเที่ยวธรรมชาติ 19 แห่ง แหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม 6 แห่ง แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ 9 แห่ง และ
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร 3 แห่ง จากการประเมินการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่า แขวงเซกอง
สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว สรุปไดว้ ่า
1) หลักการของรูปแบบคือ การมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนในการจัดการ
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ ในพื้นที่แขวงเซกอง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้เกิด
ความมีประสิทธิภาพจากการดำเนินงานในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว ด้าน
การตลาดและการประชาสัมพนั ธ์การท่องเที่ยว ดา้ นการบริการและกิจกรรมการท่องเท่ียว และดา้ นการพัฒนา
ศกั ยภาพการท่องเทย่ี ว
2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เพื่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่าอย่างมี
ประสิทธภิ าพในดา้ นการอนุรักษ์ทรัพยากร การตลาดและการประชาสัมพันธ์การบริการและกจิ กรรม และการ
พัฒนาศักยภาพการท่องเท่ยี ว
3) การดำเนินการ ประกอบด้วย
3.1) การอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเท่ียว มีการดำเนินการที่ประกอบด้วย มีการ
ดำเนินการที่ประกอบด้วย การปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว การส่งเสริมร่วมมือกันใน
การอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว การรักษาสภาพแวดล้อมและทรัพยากรการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถ่ิน การรักษาไวซ้ ่ึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชนเผ่า การจัดการท่องเท่ยี วทคี่ ำนึงถึงขีดความสามารถในการ
รองรับของพนื้ ท่ี และการจดั การท่องเทย่ี วทีม่ คี วามเคารพในวัฒนธรรมของชนเผ่า
3.2) การตลาดและการประชาสัมพันธ์ มีการดำเนินการที่ประกอบด้วย การจัดการ
ผลิตภณั ฑก์ ารทอ่ งเทีย่ วอย่างสร้างสรรค์และเปน็ เอกลักษณ์ การกำหนดราคาการท่องเทีย่ วอย่างเหมาะสม การ
จัดการช่องทางการจำหน่ายการท่องเที่ยว การจัดการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว การจัดการประชาสัมพันธ์
การท่องเทย่ี วชนเผา่ และการกระจายรายไดจ้ ากการท่องเทย่ี วอย่างทว่ั ถงึ
3.3) การบริการและกิจกรรม มีการดำเนินการที่ประกอบด้วย การบริการความ
สะดวกในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว การบริการสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภค การบริการ
ด้านความปลอดภัยในการทอ่ งเที่ยว การบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ การบริการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว การ
พฒั นากิจกรรมทางทอ่ งเที่ยวให้มคี วามดงึ ดูดใจ และการบริการสินคา้ ผลติ ภณั ฑ์ทมี่ ีความเป็นเอกลักษณ์
3.4) การพัฒนาศักยภาพการท่องเท่ียว มีการดำเนินการทีป่ ระกอบด้วย การร่วมมอื
กันในการจัดการท่องเที่ยว การพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของชนเผ่าอย่างครบวงจร การพัฒนาการ
232 การจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
ท่องเที่ยว โดยหน่วยงานภาครัฐ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของชนเผ่า การพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว และ
การพฒั นาด้านงบประมาณในการจดั การท่องเทีย่ ว
4) เงื่อนไขความสำเร็จ ได้แก่ ชนเผ่าต้องเห็นความสำคัญของการและให้ร่วมมืออย่างจริงจัง
แกนนำในการจัดการท่องเที่ยวต้องมีความเสียสละ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม การ
ท่องเที่ยวของชนเผ่าต้องได้รับการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาของแขวงเซกอง แขวงเซกองและรัฐบาล
ต้องมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชนเผ่า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทอ่ งเทีย่ วต้องไดร้ ับ
ประโยชนร์ ว่ มกันอย่างเปน็ ธรรมในการจัดการท่องเท่ียว
12.5.2.2 ชมุ ชนเกาะ Samos ประเทศกรซี
Samos เป็นเกาะที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ในสภาพแวดล้อม
ของเกาะเราพบกบั ระบบนเิ วศหลายรูปแบบโมเสคโดยมสี ตั วแ์ ละพชื เฉพาะถ่ินและพันธไ์ุ ม้หายากซึ่งนำไปสู่การ
สร้างเขตคุ้มครองที่ขยายออกไปสามแห่ง การเพาะปลูกหลักของเกาะนี้คือ ต้นมะกอก และไร่องุ่นที่ผลิตไวน์
Samian ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติ (การเพาะปลูกบนระเบียง) และสภาพแวดล้อมท่ี
สร้างขึ้นของเกาะที่เป็นภูเขาแห่งนี้ มีอนุสรณ์สถานที่น่าสนใจทางธรณีวิทยามากมายดังที่เป็นหลักฐานยืนยัน
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งทะเลอีเจียน ซึ่งเป็นที่ตั้งฟอสซิลของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมื่อ 8-10
ล้านปกี อ่ น นอกจากนย้ี งั มอี นสุ รณส์ ถานทางโบราณคดีของกลุ่มประเทศเหนอื ระดับ
ภาพที่ 12.3 ชุมชนเกาะ Samos ประเทศกรีซ
ที่มา: ( https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8, 2564 )
Samos มีท่าเรือสองแห่งที่เชื่อมต่อทุกวันบนเกาะกับ Piraeus และกรีซตอนเหนือและอีก
แห่งที่สาม ซึ่งเป็นประตูสู่ Dodecanese สนามบินเชื่อมต่อเกาะโดยเที่ยวบินภายในประเทศตามกำหนดเวลา
ส่วนใหญ่ไปยังเอเธนส์และไปยังเมืองต่างๆในยุโรปโดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ในช่วงฤดูท่องเที่ยวเมษายน -
ตุลาคม) ท่าจอดเรือใน Pythagorion กลางทะเลอีเจียน ซึ่งมีเรือพักผ่อนได้ถึง 258 ลำ ประกอบด้วยจุด
เช่อื มต่อทีส่ ำคัญในเครอื ข่ายทา่ จอดเรือของทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี นตะวันออก
233 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
ซึ่งจากการประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว ด้าน หมวด A: การบริหารจัดการด้านความ
ยัง่ ยืนท่มี ีประสทิ ธภิ าพ และหมวด D ผลกระทบด้านสิง่ แวดล้อม ของเกาะ Samos สามารถสรุปไดด้ งั ตอ่ ไปน้ี
- ภาคการท่องเที่ยวประกอบด้วย เตียงโรงแรมประมาณ 9500 เตียงและ 5300 ในสถาน
ประกอบการ
- สถานประกอบการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมีขนาดเล็กและอยู่ในประเภทต่ำ (เฉลี่ย 52.3
เตยี งตอ่ ยนู ติ โดยมเี พยี ง 15.2% ของเตยี งในโรงแรม 4 และ 5 ดาวในปี 2550)
- สถานประกอบการโรงแรมมมี ากกว่าทพี่ กั รองในเกาะเกือบสองเท่า
- ฤดูการท่องเที่ยวมีระยะเวลา 5-6 เดือน โดยปกติจะอยู่ในช่วงอีสเตอร์จนถึงกลางเดือน
ตุลาคม
- โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว มีพิพิธภัณฑ์ 5 แห่ง ท่าจอดเรือ 1 แห่ง และศูนย์การ
ประชมุ 6 แห่ง
- ผลิตภณั ฑก์ ารท่องเทย่ี วท่ีหลากหลายเป็นไปตามรปู แบบ 3S
- ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นพิเศษ (การเดินป่า การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและ
วัฒนธรรม)
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในเกาะ Samos ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการจัดการขยะ
และการก่อสร้างที่ไม่มีการควบคุม การดำเนินการของโรงบำบัดน้ำเสียเฉพาะในบางพื้นที่ ส่วนใหญ่ของ
ประชากรและสถานที่ท่องเที่ยว ไม่มีใครดูแลในเรื่องของเสียที่เหลือจะถูกปล่อยทิ้งในทะเล ซึ่งก่อให้เกิดภาระ
อย่างมากตอ่ สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝ่งั ของพื้นที่ ทำให้พบกับปญั หามคี วามสำคญั ในเมืองหลวงของเกาะ
และพน้ื ท่ีท่องเท่ียวโดยรอบ
12.6 เอกสารบทความวิชาการ/งานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
12.6.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเรื่อง “การจัดการการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา : ชุมชน
เกาะยอ จังหวดั สงขลา (SUSTAINABLE COMMUNITY TOURISM MANAGEMENT: THE CASE STUDY OF
KOH YOR COMMUNITY, SONGKHALA PROVINCE)” โดย เรืออากาศโทหญิงกมลชนก จันทร์เกต (2560)
ได้อธบิ ายการจัดการการท่องเท่ยี วชมุ ชนอย่างยัง่ ยนื ไว้ดังนี้
การจัดการการท่องเที่ยวของชุมชนเกาะยอ ยังไม่เกิดความยั่งยืน เนื่องจากขาดความสมดุลในการ
พัฒนาทางด้านมิติของเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ประกอบกับการมีส่วนร่วมในการจัดการ
ท่องเที่ยวของคนชุมชนอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากประชาชนในชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมในทุก ๆ ขั้นตอนของ
กระบวนการจดั การ ฉะนนั้ จึงตอ้ งมีการพฒั นาอย่างตอ่ เนื่อง เช่น
12.6.1.1 มิติด้านที่ขาดความยั่งยืนและควรได้รับการแก้ไขตามลำดับความเร่งด่วน คือ มิติ
การพัฒนาดา้ นสิง่ แวดล้อม และดา้ นมติ ิการพัฒนาสงั คมวัฒนธรรม
12.6.1.2 ปจั จยั ท่ีมีผลต่อการจดั การการท่องเทยี่ วอย่างย่ังยืนของชุมชนเกาะยอ ไดแ้ ก่ ปัจจัย
ด้านผู้น า ปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมในชุมชน ปัจจัยด้านการสนับสนุนจากเครือข่ายภายนอก และปัจจัยด้าน
234 การจดั การทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
นโยบายมาตรการและกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอและแนวทางการจัดการการท่องเที่ยวของชุมชนเกาะยอ
เพื่อให้เกิดความยั่งยืน คือ ควรมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในรูปแบบคณะกรรมการ มีแผนงานด้านท่องเที่ยว มี
ระบบบริหารจัดการท่องเที่ยวของชุมชนอย่างยั่งยืนที่มีความสมดุลของการพัฒนาในมิติทางด้านเศรษฐกิจ
สังคมวัฒนธรรม และสงิ่ แวดล้อม ภายใต้เงือ่ นไขการมสี ่วนร่วมของชุมชน ในทุกๆกระบวนการ
ผูเ้ ขียนเหน็ ว่า การพัฒนาด้านมติ ิทางเศรษฐกจิ การจัดการการทอ่ งเทีย่ วของชมุ ชน เปน็ การพัฒนาการ
ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับชุมชน โดยการพัฒนาและ
สง่ เสริมทางด้านการทอ่ งเท่ยี ว ทำให้คนในชมุ ชนมีคณุ ภาพชวี ิตและความเปน็ อยู่ทดี่ ีข้ึน
12.6.2 บทความวิชาการเร่ือง Exploring the Quality Standard of Ecotourism Destination in
Pangsida National Park, Sa Kaew Province by Dasri Prayoon and Kaewnuch Kanokkarn ( 2019)
ไดอ้ ธิบายมาตรฐานคณุ ภาพแหล่งทอ่ งเท่ยี วไว้วา่
The guidelines on ecotourism in Pangsida National Park are as follows: 1 ) the
ecotourism development should include the quality standards and carry the capacity of
destination, 2) ecotourism activities need collaboration from all sectors of the community, 3)
ecotourism activities should consider the sustainability of destination and 4) the management
of ecotourism should realize the status of Pangsida as World Heritage National Park.
ผู้เขียนเห็นว่า การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของการท่องเที่ยวได้สร้างปัญหาให้กับอุตสาหกรรมการ
ท่องเที่ยวของประเทศ โดยเฉพาะทรัพยากรท่องเที่ยว ฉะนั้นการนำเกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว
ตามสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก จะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรเหล่านั้นได้ และสามารถ
จัดการกับการเพม่ิ ขึน้ ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศได้
12.7 บทสรุป
Global Sustainable Tourism Council มีการประกาศใช้สิทธิความเป็นเจ้าของโดย Global
Sustainable Tourism Council อตุ สาหกรรมการทอ่ งเท่ยี ว ภาครัฐ หนว่ ยงานชมุ ชน และ บคุ คล สามารถใช้
หลักเกณฑ์นี้เป็นพื้นฐานในการมุ่งสู่ความยั่งยืน โดยมีเกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวตามสภาการ
ท่องเทีย่ วอยา่ งยั่งยนื โลก ทัง้ หมด 4 หมวด ประกอบไปด้วย
หมวด A: การบริหารจดั การดา้ นความยั่งยนื ท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ มที ้ังหมด 14 หลักเกณฑ์
หมวด B: การเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบ ทางสังคม-เศรษฐกิจแก่ชุมชนท้องถิ่น มี
ทง้ั หมด 9 หลกั เกณฑ์
หมวด C: การเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชงิ ลบ ทางวัฒนธรรมแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว มี
ทง้ั หมด 6 หลักเกณฑ์
235 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
หมวด D: การเพิม่ ผลประโยชน์และลดผลกระทบด้านลบทางสิ่งแวดลอ้ ม มที ้งั หมด 12 หลกั เกณฑ์
12.8 คำถามท้ายบทเรยี น
12.8.1 จงอธิบายความเป็นมาของเกณฑ์ประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวตามสภาการท่องเที่ยว
อย่างย่งั ยืนโลก
12.8.2 จงอธิบายการนําหลักเกณฑด้านการทองเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งทองเที่ยวไปใชเป็น
อย่างไร
12.8.3 จงอธิบายการประยุกตใชหลักเกณฑประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวตามสภาการท่องเที่ยว
อยา่ งยั่งยืนเป็นอยา่ งไร
12.8.4 จงอธิบายหลักเกณฑและตัวชี้วัดหลักเกณฑด้านการทองเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งทอง
เท่ยี วเปน็ อยา่ งไร
12.9 กิจกรรมเสริมการเรยี นรู้ทา้ ยบทเรียน
ให้นักศกึ ษาประยุกตใชหลักเกณฑประเมนิ มาตรฐานแหลง่ ท่องเท่ียวตามสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
สำหรับการท่องเท่ยี วโดยชุมชนในแต่ละภูมิภาคของกลมุ่ ตวั เองมา 1 แห่งพรอ้ มนำเสนอหน้าช้ันเรยี น
236 การจัดการท่องเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
บทท่ี 13
เกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน
วัตถุประสงคป์ ระจำบทเรียน
1. เพือ่ ใหน้ กั ศกึ ษาไดท้ ราบถงึ เกณฑ์การพัฒนาการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชน
2. เพื่อให้นักศึกษาไดท้ ราบถงึ หลักการประเมนิ มาตรฐานการท่องเทยี่ วโดยชุมชน
3. เพื่อให้นกั ศกึ ษาได้ทราบถึงการเตรียมความพรอ้ มในการประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน
4. เพือ่ ใหน้ ักศกึ ษาได้ทราบถึงองคป์ ระกอบของการรบั รองมาตรฐานการท่องเท่ียวโดยชุมชน
5. เพื่อให้นกั ศกึ ษาได้ทราบถึงขอบเขตของเกณฑมาตรฐานการทองเที่ยวโดยชุมชน
6. เพอื่ ให้นกั ศกึ ษาได้ทราบถงึ แบบตรวจประเมินมาตรฐานการทองเท่ียวโดยชุมชน
เน้อื หาของบทเรยี น
13.1 ความเปน็ มาของมาตรฐานการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนในประเทศไทย
13.2 หลกั การประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน
13.3 การเตรียมความพร้อมในการประเมินมาตรฐานการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน
13.4 องคป์ ระกอบของการรับรองมาตรฐานการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชน
13.5 ขอบเขตของเกณฑมาตรฐานการทองเท่ยี วโดยชมุ ชน
13.6 แบบตรวจประเมนิ มาตรฐานการทองเทย่ี วโดยชุมชน
13.7 ตัวอย่างชมุ ชนทมี่ ีการใช้เกณฑ์การพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชน
13.8 เอกสารบทความวชิ าการ/งานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วข้อง
13.9 บทสรปุ
13.10 คำถามทา้ ยบทเรยี น
13.11 กจิ กรรมเสริมการเรียนร้ทู า้ ยบทเรียน
13.1 ความเปน็ มาของมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนในประเทศไทย
การพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานการท่องเทย่ี วโดยชุมชนของประเทศไทย เกดิ ข้นึ ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2549
โดยการริเริ่มของโครงการจักการทรัพยากรชายฝั่ง (Coastal Habitats and Resources Management
Project – CHARM) ร่วมมือกับโครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ (Responsible Ecological Social
Tour Project – REST) ภายใต้ชือ่ CHARM-REST ท่ีพฒั นาเคร่อื งมือการประเมินผลชุมชน ด้วยชมุ ชนเอง โดย
มีกรอบการประเมินจากเป้าหมายท่ชี ุมชนได้ตั้งไว้ในการพัฒนาการท่องเที่ยว ไดแ้ ก่ การพฒั นาคน การส่งเสริม
การอนุรักษ์ทรัพยากร การสร้างรายได้เสริม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักท่องเที่ยวกับชาวบ้าน และ
ได้มีความพยายามผลักดันไปสู่การรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ยัง
ไมไ่ ดข้ อ้ สรุปร่วมกัน ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2552 แนวคิดเรอ่ื งมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้รับการพัฒนาต่อ
ภายใต้ความร่วมมือของสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) มูลนิธิใบไม้เขียว สถาบันการ
237 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
ท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT-I) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ European Center for Eco
and Agro Tourism (ECEAT) เพื่อสร้างการยอมรับเรื่องคุณภาพของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานทางการ
ท่องเที่ยว ผ่านการพัฒนามาตรฐานอยา่ งมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการ ซึ่งการท่องเทีย่ วโดยชุมชนเป็น 1 ใน 5
ผู้ประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์นำ
เที่ยว และชุมชนท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ Corporate Social Responsibility and Market Access
Partnerships for Thai Sustainable Tourism Supply Chain Project, หรอื มีช่อื ย่อว่า CSR-MAP ไดม้ กี าร
ยกร่างมาตรฐานโดยการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการและชุมชน และมีกระบวนการทางวิชาการ ในการร่าง
มาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังไม่ได้รับการนำไปต่อยอดและปฏิบัติจากร กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการ
ทอ่ งเทีย่ วและกีฬาในขณะน้ัน (กรมการทอ่ งเทีย่ ว, 2561)
13.1.1 ความหมายของมาตรฐานการท่องเทีย่ วโดยชุมชน
มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน หมายถึง หลักเกณฑ์และการ ตรวจสอบการดำเนินการ
ของกลมุ่ /องค์กรท่องเท่ียวโดยชุมชน ที่ประกอบด้วย หลักเกณฑ์ 5 ด้าน ได้แก่ (1) ดา้ นการบริหารจัดการการ
ท่องเที่ยวโดยชุมชน (2) ด้านการจัดการเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตที่ดี (3) ด้านการอนุรักษ์ และส่งเส
รมิมรดกทางวัฒนธรรมชุมชน (4) ด้านการจดัการทรพัยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและ
ยง่ั ยืน (5) ดา้ นคุณภาพการบริการการ ท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน
13.1.2 วตั ถุประสงคข์ องเกณฑม์ าตรฐานการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน
เกณฑ์มาตรฐานการบริหารจดั การแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนฉบบั นี้ถอื เป็นเครื่องมือสำคัญใน
การพัฒนาการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนของ อพท. โดยวัตถปุ ระสงคข์ องการพฒั นาเกณฑ์ฯน้ี มีดว้ ยกนั 3 ข้อ คอื
1. เพือ่ เปน็ แนวทางการพฒั นาการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอย่างย่งั ยนื
2. เพื่อเปน็ เครื่องมอื วดั ระดับการพัฒนาการท่องเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งยั่งยนื
3. เพื่อเป็นเกณฑพ์ จิ ารณารางวลั การพฒั นา DASTA CBT AWARDS
13.1.3 กรอบแนวคดิ ของเกณฑ์มาตรฐานการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชน
การพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น อพท. มีแนวคิด
หลักในการบูรณาการองค์ประกอบของการพัฒนาชุมชนโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือเป็นหลัก โดยค านึ
งถึงความยั่งยืน และ ความอยู่ดีมีสุขของประชาชนในชุมชน ดังนั้น เกณฑ์มาตรฐานการบริหารจัดการแหล่ง
ทอ่ งเท่ียว โดยชมุ ชนจึงประกอบด้วย 5 ดา้ นใหญ่ คือ
1. กล่มุ ท่องเท่ยี วชุมชนมกี ารจัดการอย่างย่ังยืน
2. การทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนมกี ารกระจายผลประโยชนส์ ทู่ อ้ งถิ่น สงั คมและคุณภาพชวี ิต