238 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
3. การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนมกี ารอนรุ ักษแ์ ละสง่ เสริมมรดกทางวัฒนธรรม
4. ด้านการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งเป็นระบบและยั่งยืน
5. ดา้ นบริการและความปลอดภยั
ภาพที่ 13.1 กรอบแนวคิดของเกณฑ์มาตรฐานการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน
ทม่ี า: (กรมการทอ่ งเทีย่ ว, 2561)
13.2 หลักการประเมนิ มาตรฐานการท่องเทย่ี วโดยชุมชน
1) มีจุดมงุ่ หมายในการประเมนิ
2) แบบฟอรม์ ทใ่ี ชช้ ุมชนสามารถเขา้ ถึงไดง้ า่ ย สามารถดาวนโ์ หลดได้ เป็นเอกสารทช่ี ุมชนเขา้ ใจ
3) วิธีการประเมิน คนทป่ี ระเมินชว่ งเวลาท่ปี ระเมนิ มีการเตรยี มการอย่างดแี ละทำงานเปน็ ทมี
4) ประเมินทกุ ด้านครบถ้วนทุกมิติ
5) มีระบบการให้คะแนนที่มีความแม่นยำในการให้ระดับ (ซึ่งผู้ประเมินส่วนใหญ่จะต้องผ่านการสอบ
การเปน็ ผู้ประเมิน หรือมีความเชี่ยวชาญและใชก้ ระบวนการกลมุ่ ในการหาข้อสรุปร่วม)
6) มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการทำหน้าที่ประเมินหรืออ้างอิงกรอบในการประเมิน มีคู่มือในการ
ประเมิน
239 การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
7) ผลที่ได้จากการประเมินนำไปใช้ในการพิจารณาเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน สร้างการ
เปลยี่ นแปลงสู่ความยั่งยืน
8) กระบวนการประเมิน ผลของการประเมนิ มีความโปรง่ ใส ตรวจสอบได้จากภาคีทเ่ี ก่ยี วข้อง
9) ประกาศผลการประเมินหรือแจ้งผลการประเมินกับภาคีที่เกี่ยวข้องรับทราบและสร้างการยอมรับ
ในทุกระดับ
10) มีการประเมินมาตรฐานอยา่ งต่อเนอ่ื ง ทำให้การประเมนิ กลายเปน็ วิถปี ฏบิ ัติในการทำงาน
13.3 การเตรยี มความพร้อมในการประเมินมาตรฐานการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน
1) ศึกษากรอบและเนื้อหาของมาตรฐาน วิเคราะห์ว่าที่กลุ่มท่องเที่ยวมีและไม่มีนั้นมีอะไรบ้าง (ใช้
มาตรฐานในลักษณะการเปน็ Checklist : แบบตรวจสอบ)
2) วางแผนการพัฒนาเพื่อให้มีการดำเนินงานตามองค์ประกอบและประเด็นย่อยต่าง ๆ ที่ระบุใน
มาตรฐาน
3) มีกระบวนการในการตรวจสอบความพร้อมด้วยการประเมินตัวเองเป็นระยะ ๆ โดยประเมินกันใน
กลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากจะดูว่ามีหรือไม่ อาจสร้างระดับออกเป็น 4 ระดับ คือ ไม่มี พอใช้ ดี ดีมาก และ
แลกเปลี่ยนกันว่าคิดเห็นตรงกันหรือไม่ ในการหีระดับเพราะอะไร ซึ่งจะทำให้สมาชิกเห็นข้อบกพร่องร่วมกัน
และปรับปรงุ ในสว่ นทีบ่ กพร่อง
4) จดั เตรยี มเอกสาร/หลักฐานอา้ งอิง พรอ้ มให้หนว่ ยงานหรือบคุ คลภายนอกทีร่ ับผิดชอบมาประเมิน
13.4 องคป์ ระกอบของการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน
1) มีความชัดเจนว่ากลุ่มท่องเที่ยวเป็นเจ้าของและมีผู้รับผิดชอบในการประสานงานเพื่อการประเมิน
ชัดเจน
2) มหี น่วยงานทใ่ี ห้การรับรองมาตรฐาน มรี ะบบสมัครเพ่อื รับการประเมนิ
3) ชุมชนสมัครเขา้ รับการประเมินด้วยความสมัครใจ
4) กระบวนการประเมินมีความนา่ เช่ือถือ แม่นยำ
5) มีการจดั สรรงบประมาณไว้สำหรบั เปน็ ค่าใช้จา่ ยในการประเมิน บางครัง้ ผู้ถกู ประเมินเป็นผูจ้ า่ ย เชน่
การประเมินมาตรฐานโรงแรมสีเขียวของมูลนิธิใบไม้เขียวหรือบางครั้งรัฐให้การสนับสนุนงบประมาณในการ
ประเมิน เชน่ มาตรฐานโฮมสเตยไ์ ทย เป็นต้น
240 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
13.5 ขอบเขตของเกณฑ์มาตรฐานการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชน
1. คุณลักษณะพื้นฐานของการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวรูปแบบ
หนึ่งที่ส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยผ่านกระบวนการ
การบริหารจดั การและการมสี ่วนรว่ มของชุมชนอย่างมมี าตรฐาน กอ่ ให้เกิดความภาคภูมิใจในทนุ ทรัพยากรทาง
สังคม วัฒนธรรม และส่งิ แวดลอ้ ม สกู่ ารเรยี นรูอ้ ยา่ งยัง่ ยืน และสร้างสรรค์ระหวา่ งเจา้ บ้านและผู้เย่ยี มเยอื น
2. คณุ ลกั ษณะพ้ืนฐานของผ้ขู อรับตรวจประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้แก่
1) เปน็ ผู้นาํ ชุมชนหรือผู้นํากลมุ่ การทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชน
2) มขี อบเขตการปกครองท่มี ีระบบการดําเนินงานของชุมชนท่เี ป็นการปกครองส่วนทอ่ งถนิ่
3) เปิดโอกาสใหช้ ุมชนในท้องถนิ่ นน้ั ๆ ได้มีสว่ นรว่ มในการบริหารจัดการ
4) สามารถเลือกตงั้ ผนู้ ําชมุ ชนเข้ามาบรหิ ารองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นในเขตของตนได้
5) มสี ถานที่ตั้งและท่อี ยตู่ ดิ ตอ่ ทช่ี ดั เจน
6) มีหนงั สอื รบั รองกลุ่มหรือชมรมจากหน่วยงานของรัฐเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร
3. เกณฑบ์ ังคบั ของผู้ขอรับตรวจประเมินมาตรฐาน โดยการดำเนินการของชุมชนจะต้องเป็นไปตาม
ข้อกำหนด ข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศของส่วนราชการที่มีอำนาจในการควบคุม ดูแล ของระบบการ
ปกครองสว่ นท้องถนิ่
13.6 ประเมนิ มาตรฐานการทองเทีย่ วโดยชมุ ชน
13.6.1 แบบตรวจประเมนิ มาตรฐานการทองเทยี่ วโดยชมุ ชน
1. เกณฑการประเมินชดุ นีม้ แี บงเปน็ 5 ด้าน ดังน้ี
ด้าน 1: ด้านการบริหารจดั การการทองเที่ยวโดยชมุ ชน
เปา้ ประสงค์ที่ 1.1 การบริหารจัดการการท่องเท่ียวโดยชุมชนมปี ระสิทธภิ าพ
เปา้ ประสงค์ที่ 1.2 ขอ้ ตกลงร่วมกนั สำหรบั การบริหารจัดการการท่องเท่ียวโดยชมุ ชนมปี ระสิทธภิ าพ
เป้าประสงค์ที่ 1.3 ข้อควรปฏิบตั ิสำหรบั นักทอ่ งเทยี่ วมปี ระสทิ ธภิ าพ
เป้าประสงค์ที่ 1.4 การพัฒนาบุคลากรในกล่มุ บริหารจัดการการท่องเท่ยี วโดยชุมชนมปี ระสิทธิภาพ
เป้าประสงค์ที่ 1.5 การส่งเสรมิ การมีสว่ นรว่ มของทุกฝ่ายมปี ระสิทธิภาพ
เป้าประสงค์ที่ 1.6 การมีสว่ นร่วมของภาคีเครือข่ายตา่ งๆ เปน็ ไปอย่างมีประสิทธภิ าพ
เป้าประสงค์ท่ี 1.7 การจดั การการตลาดและประชาสมั พันธก์ ารท่องเทยี่ วโดยชุมชนมปี ระสทิ ธภิ าพ
เปา้ ประสงค์ท่ี 1.8 ระบบบัญชีการเงินมปี ระสิทธิภาพ
เปา้ ประสงค์ที่ 1.9 เด็กและเยาวชนมสี ว่ นร่วมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน
241 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
ด้าน 2: ด้านการจัดการเศรษฐกิจ สงั คม และคณุ ภาพชวี ิตที่ดี
เปา้ ประสงค์ท่ี 2.1 การจัดสรรรายไดม้ ีประสทิ ธภิ าพ
เปา้ ประสงค์ที่ 2.2 การส่งเสรมิ การยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ท่ีดเี ปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
เป้าประสงค์ท่ี 2.3 ผลิตภณั ฑ์ชุมชนมคี ณุ ภาพเพ่ือเสรมิ สรา้ งโอกาสในการเพิม่ รายไดจ้ ากการ
ทอ่ งเทย่ี ว
เป้าประสงคที่ 2.4 สิทธมิ นษุ ยชนในการท่องเที่ยวได้รับการใหค้ วามสำคญั
ดา้ น 3: ดา้ นการอนรุ ักษ์และส่งเสรมิ มรดกทางวัฒนธรรมชุมชน
เป้าประสงค์ท่ี 3.1 ฐานขอ้ มูลด้านมรดกวฒั นธรรมชุมชนเพอ่ื การท่องเทยี่ วมีคุณภาพ
เปา้ ประสงค์ท่ี 3.2 การเผยแพร่มรดกวฒั นธรรมชุมชนผ่านการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนมีประสทิ ธิภาพ
เปา้ ประสงค์ท่ี 3.3 การอนรุ ักษ์ฟื้นฟวู ัฒนธรรมท่องถนิ่ มปี ระสทิ ธิภาพ
ดา้ น 4: ด้านการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตหิ รือสิ่งแวดล้อมอยางเป็นระบบและย่ังยืน
เป้าประสงค์ที่ 4.1 การจดั การพนื้ ท่ีเพื่อการท่องเทีย่ วมปี ระสทิ ธิภาพ
เป้าประสงคท์ ่ี 4.2 ฐานขอ้ มูลด้านทรัพยากรธรรมชาติหรือส่ิงแวดล้อมมีคุณภาพ
เป้าประสงค์ท่ี 4.3 การเผยแพร่ภมู ิปัญญาด้านทรัพยากรธรรมชาตหิ รอื สงิ่ แวดล้อมผา่ น
การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนมีประสิทธภิ าพ
เป้าประสงค์ที่ 4.4 การอนรุ ักษ์ฟ้นื ฟูทรัพยากรธรรมชาตหิ รือส่งิ แวดล้อมในชุมชนมปี ระสิทธภิ าพ
เป้าประสงค์ท่ี 4.5 การสรา้ งความตระหนักร็ถึงความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาตหิ รือ
สง่ิ แวดล้อมผ่านการท่องเท่ยี วมีประสทิ ธิภาพ
ดา้ น 5: ดา้ นคณุ ภาพการบรกิ ารการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน
หมวดคุณภาพส่ิงอํานวยความสะดวกและบรกิ าร
เปา้ ประสงคท์ ่ี 5.1 การใหบ้ รกิ ารด้านการท่องเท่ียวเปน็ ไปอย่างน่าพงึ พอใจ
เปา้ ประสงค์ที่ 5.2 นักสอ่ื ความหมายมปี ระสิทธิภาพ
เป้าประสงค์ที่ 5.3 จุดบริการท่องเทีย่ วมีคุณภาพ
เป้าประสงคท์ ี่ 5.4 การติดต่อประสานงานดา้ นบรกิ ารมปี ระสิทธภิ าพ
หมวดการเตรยี มความพร้อมเรื่องความปลอดภยั
เปา้ ประสงค์ท่ี 5.5 เสน้ ทางและกจิ กรรมทอ่ งเทยี่ วมีความปลอดภัย
เปา้ ประสงค์ที่ 5.6 จดุ บรกิ ารท่องเทยี่ วมีความปลอดภัย
เปา้ ประสงคท์ ี่ 5.7 การบริหารจัดการเสน้ ทางการเดินทางท่องเทยี่ วในชุมชนมีประสทิ ธิภาพ
เป้าประสงคท์ ี่ 5.8 การบริหารจดั การกรณีฉุกเฉินมปี ระสิทธิภาพ
2. เป้าประสงค์แตล่ ะข้อ จะประกอบดว้ ยเกณฑย์ ่อยในการพจิ ารณาประเมนิ ทแี่ ตกตา่ งกนั ไป
3. เกณฑ์แต่ละข้อจะมี “ข้อการประเมิน” เป็นข้อย่อยซึ่งคณะตรวจประเมินจะต้องประเมินเป็น 3
ข้ันตอน ดงั นี้
242 การจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
3.1 คณะตรวจประเมินพจิ ารณา “ขอ้ การประเมิน” ข้อยอ่ ยของแตล่ ะเกณฑ์ ดงั นี้
- ให้พจิ ารณาตาม “ข้อการประเมิน” และ ทำเครื่องหมาย ✓ ในขอ้ การประเมินข้อ
ทต่ี รงกับคณุ สมบัติของกลมุ่ ฯ
3.2 รวมคะแนน “ขอ้ การประเมิน” ทก่ี ล่มุ ฯ มีคุณสมบัติตรง และทำเครื่องหมาย ✓ ในชอ่ ง
การใหค้ ะแนนโดยพจิ ารณาตาม “เกณฑก์ ารให้คะแนน” ของแต่ละข้อทแี่ ตกตา่ งกนั ไป
3.3 คณะตรวจประเมินให้ความคิดเห็นทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ ่อการพัฒนาในแต่ละข้อที่ประเมิน
เพอื่ ประโยชนข์ องการนําไปพัฒนากล่มุ ฯ ตอ่ ไป
4. เจ้าหน้าที่ลงคะแนนในใบสรุปคะแนนการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานการบริหารจัดการแหล่ง
ท่องเท่ียวโดยชมุ ชนในใบสรุปผลคะแนนด้านทา้ ยเลม่
5. เจา้ หน้าที่รวมคะแนนของเปา้ ประสงคท์ ้งั หมด
6. เมอ่ื รวมคะแนนดิบเรียบร้อยแล้ว ใหค้ ูณด้วยค่าถว่ งน้ำหนัก
7. เมื่อได้คะแนนหลังการถ่วงน้ำหนักแล้ว ให้คํานวณคะแนนเป็นร้อยละ เพื่อให้สามารถแสดงผลบน
กราฟใยแมงมมุ เพื่อใหเ้ ห็นภาพวา่ จะต้องหนุนเสรมิ ด้านใดบา้ ง
8. เมื่อได้คะแนนร้อยละแล้ว ให้นําคะแนนไปใส่บนกราฟใยแมงมุมเพื่อเป็นการสรุปผลการพัฒนาใน
แตล่ ะด้านต่อไป
13.6.2 ตัวอยา่ งการประเมนิ มาตรฐานการทองเทยี่ วโดยชมุ ชน
ดา้ นท่ี ๑: ชมรมส่งเสรมิ การท่องเทีย่ วโดยชุมชนมีการจัดการอยา่ งย่ังยนื
๑.๑ ประสทิ ธิภาพในการบริหารจัดการโดยชุมชน (คะแนนเตม็ ๔)
พจิ ารณาจากเกณฑ์ 5 ขอ้ ดงั น้ี
(๑) มีการจัดตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ และ มี
โครงสร้างการทำงาน แบง่ บทบาทหนา้ ท่แี ละความรบั ผดิ ชอบของแตล่ ะหน้าท่ชี ัดเจน
คำอธิบาย: สมาชกิ รว่ มกันจัดตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยเฉพาะ พร้อมท้ังมีการรับรอง
การจัดตั้งชมรมฯจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น เทศบาล อบต. เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น คำสั่ง หรือ
ประกาศ แต่งต้ังชมรมฯ เพ่อื ให้มีการเชื่อมโยงระหวา่ งชมรมฯ และ ทอ้ งถิ่น ทง้ั น้ี ชมรมฯดังกล่าวควรมี
โครงสร้างการทำงานที่ชดั เจน โดยแบ่งบทบาทหน้าที่และรายละเอียดความรบั ผิดชอบของแต่ละหน้าที่
ไว้อยา่ ง ชดั เจนเป็นลายลกั ษณ์อักษร
243 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
(๒) มีกรรมการชมรมสง่ เสริมการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนท่เี ป็นคนในชมุ ชน
คำอธบิ าย: ชมรมสง่ เสริมการท่องเทีย่ วโดยชุมชนประกอบด้วยกรรมการทเ่ี ปน็ คนในชุมชนเป็นส่วนใหญ่
เพอ่ื ให้เปน็ การบรหิ ารจดั การโดยคนท้องถ่นิ เพอื่ คนในทอ้ งถิ่นอย่างแท้จริง
(๓) ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้ง ๓ มิติคือ เศรษฐกิจ
สังคม และ สง่ิ แวดล้อม
คำอธิบาย: ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีแผนการดำเนินงานที่ประกอบไปด้วยวิสัยทัศน์
เป้าหมาย พนั ธกิจ ยุทธศาสตร์ และ แผนการดำเนินงานท่คี รอบคลุมท้งั ๓ มติ ิ คอื เศรษฐกิจ สังคม และ
ส่ิงแวดล้อม โดยมีการบูรณาการการดำเนินงานทงั้ ๓ มติ ิ เพ่ือคำนึงถงึ ความสมดุลของความยั่งยืน และ
สมาชกิ ชมรมฯมสี ว่ นร่วมในการกำหนดเปา้ หมาย และ แผนการดำเนินงานรว่ มกนั
(๔) สมาชกิ ชมรมส่งเสรมิ การท่องเทีย่ วโดยชุมชนมีสว่ นร่วมในการทำแผนพฒั นาการท่องเที่ยวในชุมชน
คำอธบิ าย: ชมรมสง่ เสรมิ การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนทำแผนงานโดยมงุ่ เน้นท่กี ารมสี ่วนร่วมของสมาชิก
(๕) ชมรมสง่ เสรมิ การท่องเที่ยวโดยชุมชนมีทะเบียนประวัติขอ้ มลู สมาชกิ ท่เี ป็นปัจจบุ นั
คำอธิบาย: ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีการรวบรวมข้อมูลสมาชิกชมรมฯเพื่อจัดทำเป็น
ทะเบียนประวัติ โดยมีผรู้ ับผิดชอบหลักจดั การข้อมลู สมาชิกเขา้ -ออก
(๑) มีการจัดตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ และ มี
โครงสร้างการทำงาน แบง่ บทบาทหนา้ ท่ีและความรบั ผิดชอบของแตล่ ะหนา้ ท่ี (๔ คะแนน)
ดชั นี / ความคิดเห็น
ตวั อย่างคำถามในการ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนการประเมิน เพม่ิ เตมิ
ประเมิน 4 3 2 1 0 (เชงิ คณุ ภาพ)
โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ใน คะแนน 4 = มีคุณสมบัติ - ชมรมฯมีการ
ข้อทีม่ ;ี ครบทง้ั 4 ดชั นี รวมตัวกนั อยา่ งเปน็
คะแนน 3 = มีคุณสมบตั ิ ระบบแต่ยังขาด
✓ มีการจัดตั้งชมรม 3 ดัชนี ✓ รายละเอียดความ
ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดย คะแนน 2 = มีคณุ สมบัติ รับผิดชอบของแต่
ชุมชนเพอื่ การ 2 ดัชนี ละหน้าที่ทำให้ยัง
บริหารจัดการการท่องเที่ยว คะแนน 1 = มีคณุ สมบัติ ทำงานทับซ้อนกัน
โดยเฉพาะ 1 ดชั นี บา้ ง ควรประชุมกัน
คะแนน 0 = ไมม่ ี เพื่อระบุขอบเขต
✓ ชมรมฯดังกล่าวมีคำส่ัง คุณสมบตั ิขอ้ ใดเลย งานแต่ละหน้าที่ให้
หรือ ประกาศแต่งตั้งท่ไี ด้รบั ชัดเจน
การ
รับรองการหนว่ ยงานภาครัฐ
เช่น เทศบาล อบต. เป็นตน้
✓ ชมรมฯ มีโครงสร้างการ
ทำงาน
244 การจดั การท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
✓ มีการแบ่งบทบาทหน้าที่
ความรับผิดชอบของแต่ละ
หน้าที
(๒) มกี รรมการชมรมส่งเสริมการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนทเี่ ปน็ คนในชมุ ชน (๔ คะแนน)
ดชั นี / ความคดิ เหน็
เพิม่ เตมิ
ตัวอยา่ งคำถามในการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนการประเมิน
(เชงิ คุณภาพ)
ประเมิน 43210
- จ ำ น ว น ร ้ อ ย ล ะ ข อ ง คะแนน 4: กรรมการ ✓
กรรมการชมรมส่งเสริมการ ชมรมสง่ เสรมิ การ
ท่องเที่ยวโดย ชุมชนที่เป็น ทอ่ งเท่ียว โดยชมุ ชนเป็น
คนในชมุ ชน คนในชุมชนรอ้ ยละ 80
ขน้ึ ไป
คะแนน 3: กรรมการ
ชมรมสง่ เสรมิ การ
ท่องเทย่ี วโดยชุมชนเป็น
คนในชมุ ชนร้อยละ 60
ขึ้นไป
คะแนน 2: กรรมการ
ชมรมสง่ เสริมการ
ท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนเป็น
คนในชุมชนรอ้ ยละ 40
ขึ้นไป
คะแนน 1: กรรมการ
ชมรมส่งเสริมการ
ทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนเป็น
คนในชมุ ชนรอ้ ยละ 20
ขึน้
คะแนน 0 = ไม่มี
คุณสมบัติขอ้ ใดเลย
(๓) ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์ และ แผนการ
ดำเนนิ งานทีค่ รอบคลุมทง้ั ๓ มติ คิ อื เศรษฐกิจ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม (๔ คะแนน)
ดชั นี / ความคดิ เห็น
ตวั อยา่ งคำถามในการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนการประเมนิ เพ่มิ เตมิ
ประเมิน 4 3 2 1 0 (เชิงคณุ ภาพ)
245 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
โปรดทำเครื่องหมาย ✓ใน คะแนน 4 = มี ✓ - ชมรมฯมีแผนงาน
ขอ้ ท่ีม;ี คณุ สมบัติครบทงั้ 5 แล้ว แต่ยังไม่เห็น
ดชั นี ความเชื่อมโยงของ
✓ มีวิสัยทัศน์ เป้าหมาย คะแนน 3 = มี แผนงานแต่ละด้าน
พันธกิจ ยุทธศาสตร์ และ คณุ สมบัติ 4 ดัชนี อย่างเป็นรูปแบบ
แผนการดำเนินงานด้าน คะแนน 2 = มี ควรมีการจัดเวทีให้
เศรษฐกจิ คณุ สมบัติ 3 ดัชนี แต่ละฝ่ายงานได้
คะแนน 1 = มี พ ู ด ค ุ ย ก ั น เ ป็ น
✓มีวิสัยทัศน์ เป้าหมาย คุณสมบตั ิ 1-2 ดชั นี ประจำเพื่อวางแผน
พันธกิจ ยุทธศาสตร์ และ คะแนน 0 = ไม่มี ให้บูรณาการมาก
แผนการดำเนินงานด้าน คณุ สมบตั ิข้อใดเลย ข้นึ
สงั คม วัฒนธรรม
✓ มีวิสัยทัศน์ เป้าหมาย
พันธกิจ ยุทธศาสตร์ และ
แผนการดำเนินงานด้าน
ส่ิงแวดล้อม
- มีการบูรณาการการ
ด ำ เ น ิ น ง า น ๓ ม ิ ต ิ คื อ
เศรษฐกิจ สังคมและ
สิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกัน ทำ
ให้เกิดความสมดุลในการ
พัฒนาการท่องเที่ยวใน
ชุมชนมากขนึ้
- มีการจัดเวทีเพื่อให้สมาชิก
ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยชุมชนร่วมกันกำหนด
เ ป้ า ห ม า ย แ ล ะ แ ผ น ก า ร
ดำเนินงานอย่างน้อยปีละ ๑
ครั้ง
(๔) สมาชิกชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีส่วนร่วมในการท าแผนพัฒนาการท่องเที่ยวใน
ชมุ ชน (๔ คะแนน)
ดชั นี / ความคดิ เห็น
ตัวอย่างคำถามในการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนการประเมิน เพ่มิ เติม
ประเมิน 4 3 2 1 0 (เชงิ คุณภาพ)
- จำนวนร้อยละของสมาชิก คะแนน 4: กรรมการ ✓
ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ชมรมสง่ เสริมการ
โดยชุมชน ท่องเทยี่ ว โดยชมุ ชนเปน็
คนในชมุ ชนร้อยละ 80
ขนึ้ ไป
246 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ที่มีส่วนร่วมในการ ท ำ คะแนน 3: กรรมการ
แผนพัฒนาการทอ่ งเที่ยวใน ชมรมส่งเสรมิ การ
ชุมชน ทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนเป็น
คนในชมุ ชนร้อยละ 60
ขนึ้ ไป
คะแนน 2: กรรมการ
ชมรมส่งเสริมการ
ทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนเปน็
คนในชมุ ชนร้อยละ 40
ข้นึ ไป
คะแนน 1: กรรมการ
ชมรมสง่ เสริมการ
ท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็น
คนในชุมชนรอ้ ยละ 20
ข้ึน
คะแนน 0 = ไมม่ ี
คณุ สมบัติข้อใดเลย
(๕) ชมรมส่งเสรมิ การท่องเทยี่ วโดยชุมชนมีทะเบียนประวัติข้อมลู สมาชกิ ท่เี ป็นปจั จบุ ัน
ดัชนี / ความคิดเหน็
ตวั อย่างคำถามในการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนการประเมนิ เพ่ิมเติม
ประเมิน 4 3 2 1 0 (เชงิ คณุ ภาพ)
- มีทะเบียนประวัติสมาชิก คะแนน 4 = มีคณุ สมบตั ิ ✓ - ชมรมฯยังไม่มี
ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ครบท้งั 5 ดชั นี ท ะ เ บ ี ย น ป ร ะ ว ั ติ
โดย ชุมชน ซงึ่ รวมถึงข้อมูล คะแนน 3 = มีคณุ สมบตั ิ สมาชิกเป็นลาย
การตดิ ต่อสมาชิกต่างๆ โดย 4 ดชั นี ลักษณ์อักษร
มีการระบุ ตำแหน่งหน้าท่ี คะแนน 2 = มีคุณสมบตั ิ เ น ื ่ อ ง จ า ก ไ ม ่ มี
ของสมาชิกแต่ละคนใน 3 ดัชนี เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่อง
ทะเบยี นประวัติ คะแนน 1 = มีคณุ สมบตั ิ นี้เฉพาะ ควรเร่ง
- มีผู้รับผิดชอบหลักดูแล 1-2 ดชั นี รวบรวมทะเบียน
ทะเบียนประวัติสมาชิกเข้า- คะแนน 0 = ไม่มี ส ม า ช ิ ก เ พื่ อ
ออก คุณสมบตั ิขอ้ ใดเลย ประโยชน์ของ
- มีการเผยแพร่ข้อมูล ชมรมฯ
ตำแหน่งหน้าที่ของสมาชิก
ชมรมฯให้ คนในชุมชน
ทราบ
- มีการปรับปรุงข้อมูล
สมาชิกชมรมฯ ให้เป็น
247 การจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ปัจจุบันอย่าง น้อยปีละ 1
ครั้ง
รวมคะแนนประสิทธภิ าพในการบรหิ ารจัดการโดยชุมชน (คะแนนรวม / 5) = 3+4+2+1+0/5 = 2
ตวั อยา่ งการสรปุ ผลคะแนนรวมการประเมนิ
248 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
249 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
250 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
251 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
252 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
13.6.3 การนำผลคะแนนไปใชใ้ นการวางแผนการพัฒนา
เมื่อได้คะแนนแตล่ ะเกณฑ์ (คะแนนเต็ม 4) เรียบรอ้ ยแล้ว คะแนนดังกล่าวสามารถนำมาแสดงผลเปน็
กราฟดังภาพด้านบน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถมองเห็นได้ว่าชมรมฯนั้นๆได้คะแนนในด้านใดเท่าไร เพื่อให้
สามารถวิเคราะห์ได้ว่าชมรมฯควรได้รับการพัฒนาด้านใดเพิ่มเติม และ ในส่วนที่ได้คะแนนเต็ม 4 แล้ว ก็
สามารถพัฒนาซ้ำเพื่อให้คงประสทิ ธิภาพอยู่ในระดับทน่ี ่าพงึ พอใจ หรือ สามารถแลกเปลย่ี นกับชุมชนอื่นๆท่ียัง
ไดค้ ะแนนไมเ่ ต็มในด้านดงั กล่าว
13.7 ตัวอย่างชุมชนที่มกี ารใช้เกณฑ์การพัฒนาการท่องเทย่ี วโดยชุมชน
13.7.1 ตวั อยา่ งชุมชนท่ีมีการใชเ้ กณฑ์การพัฒนาการท่องเท่ยี วโดยชุมชนในประเทศไทย
13.7.1.1 ชมรมส่งเสริมการทอ่ งเท่ียวชุมชนกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
ภาพที่ 13.2 ชุมชนกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จงั หวดั เลย
ทม่ี า: ( http://www.loei.go.th/ , 2564 )
253 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
ชุมชนกกสะทอน ภูลมโล ถือว่าเป็นจุดชมนางพญาเสือโคร่ง หรือสมญานามว่าซากุระ
เมืองไทย ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย แห่งจังหวัดเลย ซึ่ง อพท. เข้ามา
สนบั สนุนตง้ั แตป่ ี 2555 เป็นต้นมาหนงึ่ ในชุมชนต้นแบบ ในพน้ื ท่ีพเิ ศษท่ีทาง “องค์การบริหารการพัฒนาพ้ืนท่ี
พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” หรือ อพท. ชูให้เป็นเมืองแห่งการพักผ่อนพร้อมกับแนวนโยบายการ
ท่องเที่ยวแบบ Slow Travel เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสกับเมืองเลยนานขึ้น เมื่อถึงฤดูกาลในช่วง
ราวปลายเดือน ธ.ค.- ก.พ. ของทุกปี ต้นนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลจะพร้อมใจผลิดอกเบ่งบานย้อมสีชมพูให้
พ้ืนทีแ่ หง่ นี้ สง่ ผลให้ภลู มโลกลายเปน็ ดินแดนสชี มพูทด่ี ูสดใส จนได้ช่ือวา่ เป็นหน่งึ ในแหล่งชมนางพญาเสือโคร่ง
ท่ีสวยงามทส่ี ุดแหง่ หนึ่งในเมืองไทย การขึ้นชมนางพญาเสือโคร่ง บนภูลมโล สามารถขน้ึ ได้ 3 เสน้ ทาง และ 3
จงั หวัด คือ จังหวดั พิษณโุ ลก ขน้ึ ทางอทุ ยานแหง่ ชาตภิ ูหนิ รอ่ งกลา้ จังหวัดเพชรบรู ณ์ข้ึนทางบ้านทับเบกิ ส่วน
ฝ่งั จังหวัดเลยขึ้นทาง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย ซ่งึ เปน็ เส้นทางที่ไดร้ ับความนยิ มมากทีส่ ดุ
ภูลมโล หมุดหมายสุดฮิตสำหรับผู้ที่อยากชมความงามของ ซากุระเมืองไทย ในบรรยากาศ
ลมหนาวช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ สีชมพูกลายเป็น ฉากโรแมนติก ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงิน
มหาศาลเข้ามาสู่ชุมชน ทางชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน จงึ มีการประเมิน และสร้างความ
เข้าใจให้คนในชุมชนตระหนักถึงการดูแลรักษาทรัพยากร และสภาพแวดล้อมของภูลมโล มีการจัดการ
ทรัพยากร ธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยมีกฎร่วมกันว่า ต้องไม่มีการก่อกองไฟ ห้าม
นกั ทอ่ งเท่ยี วกางเต็นท์ และจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวต่อวนั เพ่ือความปลอดภัยและรักษาสภาพแวดล้อมของ
ชุมชนไว้ให้ยั่งยืน อีกทั้งยังบริหารจัดการเรื่องกองทุนส่วนกลางอย่างละเอียดและโปร่งใส มีเส้นทางรายรับ
รายจ่าย และการกระจายรายได้ไปสู่กลุ่มต่างๆ อย่างชัดเจน ซึ่งนี่ทำให้ชุมชนกกสะทอน สามารถบริหาร
จัดการ กับจำนวนนักทอ่ งเที่ยวและบริหารจดั การเงินไดอ้ ยา่ งดี (การท่องเที่ยวแหง่ ประเทศไทย, 2564)
13.7.1.2 ชมรมส่งเสริมการทอ่ งเท่ียวชุมชนบา้ นไร่กองขิง อำเภอหางดง จงั หวัดเชยี งใหม่
ภาพที่ 13.2 ชุมชนบ้านไร่กองขงิ อำเภอหางดง จงั หวดั เชียงใหม่
ท่ีมา: ( https://www.greennetworkthailand.com/, 2564 )
254 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
บ้านไร่กองขิงได้สง่ เสรมิ พัฒนาเยาวชนของหมู่บา้ นให้เห็น คุณค่าในตัวเองและใช้เวลาว่างให้
เกดิ ประโยชน์โดยจดั ตัง้ กลุ่มรักษบ์ ้านเกิดขึ้น และให้เยาวชนชว่ ยกนั รบั ผดิ ชอบดูแล เรื่องความสะอาดสวยงาม
ของหมู่บ้านเปน็ เขตๆ เดินเก็บขยะ กันทกุ วนั อาทติ ย์หากพ้นื ทร่ี ับผิดชอบของใครสะอาดกจ็ ะ ได้รบั “รางวัลคีม
ทอง” จากพ่อหลวง
ชุมชนบ้านไร่กองขิง จังหวัดเชียงใหม่ ถึงแม้จะไม่มีทรัพยากรทาง การท่องเที่ยวที่ดึงดูดตา
แต่ที่นี่มีสิ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ คือความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน การบริหารจัดการกลุ่มที่มีความ
เข้มแข็ง ความสามัคคี ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม ทำให้นักท่องเที่ยวบอกกัน ปากต่อปาก ถึงความเอาใจใส่
และหัวใจที่รักในการทำการท่องเที่ยวโดยชุมชน จนทำให้เป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลทางการท่องเที่ยว
มากมาย (การทอ่ งเทีย่ วแห่งประเทศไทย, 2564)
ภาพท่ี 13.3 ชมรมส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ียวชมุ ชนบ้านไร่กองขิง
ทม่ี า: ( https://www.greennetworkthailand.com/, 2564 )
13.8 เอกสารบทความวชิ าการ/งานวิจัยท่เี กีย่ วข้อง
13.8.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเรื่อง “กลยุทธ์การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบยั่งยืนในจังหวัด
น ค ร ร า ช ส ี ม า ( STRATEGY MANAGEMENT OF COMMUNITY-BASED TOURISM TOWARDS THE
SUSTAIANABLE IN NAKHONRATCHASIMA)” โดย เจนจีรา อักษรพิมพ์ (2560) ได้อธิบายจัดการท่องเที่ยว
โดยชุมชนแบบยัง่ ยืนไว้ดังน้ี
255 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
กลยทุ ธ์การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนแบบยั่งยนื ในจงั หวดั นครราชสมี า กลุ่มชมุ ชนท่องเท่ียว
ที่มีการท่องเที่ยวแบบที่พักโฮมสเตย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือได้ว่าเป็น
ชมุ ชนท่มี ีกจิ กรรมการทอ่ งเทย่ี วทนี่ กั ทอ่ งเทยี่ วสามารถสัมผัสได้ถงึ วถิ ชี วี ิตของชมุ ชนทอ้ งถิน่ อย่างแทจ้ รงิ เช่น
13.8.1.1 ความสามารถในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน พบว่ากลุ่มท่องเที่ยวชุมนมีผู้น ำ
กลุม่ ท่มี ีความมุ่งม่ัน มคี วามรคู้ วามสามารถและความเข้าใจบริบทในการจัดการท่องเท่ยี ว กลุ่มท่องเที่ยวชุมชน
มีการสรา้ งความรว่ มมือท้งั ในระดับแนวต้ังและแนวนอน แตเ่ ปน็ เพียงการมสี ่วนรว่ มในระดบั ของการปฏิบัติ ยัง
ขาดการสร้างความร่วมมือในการวางแผนการจัดการท่องเที่ยวชุมชน นอกจากนี้กลุ่มท่องเที่ ยวชุมชนมี
ความสามารถในการใชส้ ่อื และชอ่ งทางในการประชาสัมพันธ์ทห่ี ลากหลายแต่ทำอยา่ งไม่ต่อเนอ่ื ง จากการศกึ ษา
ยังพบว่าทุกกลุ่มมีแนวทางในการจัดสรรรายได้ที่เป็นธรรมแก่คนในชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ถึงแม้ว่า
รายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนอาจจะไม่มากพอต่อการดำรงแต่ชาวบ้านก็ยอมรับเรื่องการจัดการท่องเที่ยว
ชุมชน เพราะทำให้เกิดความภาคภูมิใจในการได้นำเสนอวิถี วัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนของตน
อย่างไรก็ตามในการจัดการท่องเที่ยวชุมชน ชาวบ้านยังให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมในบริเวณชุมชนของตน อีกทั้งกลุ่มยังตระหนักถึงการรักษาวิถีชีวิตของชุมชนให้คงอยู่ แต่ปัญหา
หนงึ่ ที่หลายชุมชนประสบกค็ อื การขาดคนสืบทอดวฒั นธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น
13.8.1.2 การเสนอกลยุทธ์การท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบยั่งยืนในจังหวัดนครราชสีมาตาม
กรอบของรปู แบบการท่องเทยี่ วอย่างยั่งยืน SEE Model ได้แก่ มิติดา้ นสังคม-วฒั นธรรม (Social-Culture) มิติ
ด้านเศรษฐกิจ (Economic) และมติ ิด้านสิง่ แวดลอ้ ม (Environmental)
ผูเ้ ขียนเหน็ ว่า การจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนแบบย่ังยืนให้มีประสทิ ธภิ าพน้ัน สิ่งแรกคือความสามารถ
ของชุมชน มีผู้นำชุมชนทีม่ ีความรู้ ความสามารถ ที่จะเป็นแรงผลกั ดันใหค้ นในชุมชนเกิดความศรัทธาที่จะเปน็
ชุมชนการท่องเที่ยวและพร้อมที่จะบริหารจัดการชุมชนของตนเอง และต้องคำนึงถึงการแบ่งปันหรือจัดสร
รายไดจ้ ากการทอ่ งเทย่ี วอย่างเป็นธรรม เชน่ มรี ะบบการจดั ลำดบั การเขา้ พกั โฮมสเตย์ (Queuing) เป็นตน้
13.8.2 บ ท ค ว า ม วิ ช า ก า ร เ ร ื ่ อ ง Community-based tourism development model and
community participation by Andrea Giampiccoli and Melville Saayman (2018) ได้อธ ิบา ย ก า ร
พฒั นาการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนไวว้ า่
First, that the understandings of community participation and its relationship
with CBT need to be more precise to show that CBT is in itself participatory. CBT can also be
described as self-participatory: the community itself initiates and drives the development.
Secondly, the findings indicate that tourism development at destinations go through stages
during which CBT is gradually jeopardised and marginalised by outsiders and local elite.
Tourism destination control, as a consequence of CBT, increases potential growth through
external stakeholder support which is important. More research is required to investigate,
256 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
understand and enhance the role of CBT in tourism destinations for the benefits of the local
community and disadvantaged (poorest and socio-economically marginalised) – people in
particular.
ผู้เขียนเห็นว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น จำเป็นต้องการทำความเข้าใจร่วมกัน
ของคนในชุมชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน เพราะชุมชนคือผู้ที่จะบริหารจัดการทรัพยากรการ
ท่องเทย่ี วทม่ี ีอยู่ให้เกดิ เป็นชมุ ชนการทอ่ งเทีย่ วทม่ี ีประสิทธภิ าพ
13.9 บทสรุป
เกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผน ดำเนินการ และ
ประเมินผลการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้มีมาตราฐานและเสริมสร้างศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มากยิ่งขึน้ โดยมอี งคป์ ระกอบ 6 ดา้ น ดงั นี้
1. ด้านการบริหารจดั การการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน
2. ด้านการจัดการเศรษฐกจิ สงั คม และคณุ ภาพชวี ิตทด่ี ี
3. ด้านการอนรุ กั ษแ์ ละส่งเสริมมรดกทางวฒั นธรรมชมุ ชน
4. ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาตหิ รือสิง่ แวดล้อมอยา่ งเป็นระบบและย่งั ยืน
5. ด้านคณุ ภาพการบรกิ ารการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชน
13.10 คำถามทา้ ยบทเรยี น
13.10.1 จงอธบิ ายหลักการประเมนิ มาตรฐานการท่องเทีย่ วโดยชุมชนเป็นอย่างไร
13.10.2 จงอธิบายหลักการประเมนิ มาตรฐานการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนเป็นอยา่ งไร
13.10.3 จงอธิบายการเตรยี มความพร้อมในการประเมินมาตรฐานการท่องเท่ียวโดยชุมชนเปน็ อยา่ งไร
13.10.4 จงอธบิ ายองค์ประกอบของการรบั รองมาตรฐานการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนเปน็ อยา่ งไร
13.10.5 จงอธบิ ายขอบเขตของเกณฑมาตรฐานการทองเท่ยี วโดยชมุ ชนเปน็ อยา่ งไร
13.10.6 จงอธบิ ายแบบตรวจประเมินมาตรฐานการทองเท่ียวโดยชุมชนเป็นอยา่ งไร
13.11 กจิ กรรมเสริมการเรยี นรทู้ า้ ยบท
ให้นักศกึ ษาเกณฑ์การพัฒนาการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนกับการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนของการท่องเท่ียวโดย
ชุมชน คนละ 1 ชุมชน พร้อมนำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น
257 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
บทที่ 14
ภาคีและเครือข่าย
วตั ถุประสงคป์ ระจำบทเรียน
1. เพ่อื ให้นักศกึ ษาไดท้ ราบถงึ ภาคที ี่เก่ยี วขอ้ งกับการท่องเทยี่ วโดยชุมชน
2. เพอ่ื ให้นกั ศกึ ษาไดท้ ราบถงึ เครอื ข่ายการท่องเทยี่ วโดยชุมชน
เนอ้ื หาของบทเรยี น
14.1 ภาคที ี่เกย่ี วข้องการท่องเท่ยี วโดยชุมชน
14.2 เครือข่ายการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชน
14.3 ตัวอยา่ งชุมชนท่มี ีภาคีและเครอื ข่ายท่ีเกย่ี วข้องกบั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชน
14.4 เอกสารบทความวชิ าการ/งานวิจยั ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
14.5 สรปุ ผล
14.6 คำถามทา้ ยบทเรยี น
14.7 กิจกรรมเสรมิ การเรยี นรู้ท้ายบทเรียน
14.1 ภาคีที่เก่ยี วข้องการท่องเท่ียวโดยชุมชน
14.1.1 ความสำคัญและความจำเป็นในการทำงานร่วมกับภาคที ี่เกี่ยวข้อง (The Importance
and Necessity of Cooperating with Involed Parties)
การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนหลายส่วน ชุมชนจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจ
ระบบการทอ่ งเที่ยวว่าเกี่ยวข้องกับใคร อะไรบา้ งท่ีเก่ียวข้อง และเกี่ยวขอ้ งอยา่ งไร เพ่อื จะกำหนดความร่วมมือ
และสร้างการมีส่วนร่วมในจังหวะเวลาที่เหมาะสม และรักษาระดับความสัมพันธ์ให้อยู่ในลักษณะพันธมิตรที่
เท่าเทียมกัน และป้องกันความเสี่ยงในการสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ความเป็นเจ้าของในกิจกรรมการ
ท่องเที่ยวโดยชุมชน และให้การท่องเที่ยวตอบโจทย์หลักของชุมชน เป็นเคร่ืองมือของการพัฒนาชุมชน ไม่ใช่
กลายเป็นช่องทางการแสวงหาประโยชน์ของภายนอกโดยยินยอมพร้อมใจของชาวบ้าน โดยที่ชาวบ้านไม่ได้
ประโยชนแ์ ละไมส่ ามารถจะหยุดการทอ่ งเทีย่ วนั้นได้เมื่อชมุ ชนไม่ตอ้ งการ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการท่องเที่ยวการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะให้ความสำคัญกับชุม ชนในการเป็น
ศูนยก์ ลางในการจัดการการท่องเท่ียว แต่หากกลุ่มคนท่ีเก่ียวขอ้ งไม่ได้รับประโยชน์และมีบทบาทในการทำงาน
ก็อาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนหรืออาจจะเป็นอุปสรรคต่อชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวก็ได้ จึงควรที่จะ
แสวงหาจุดร่วมสร้างร่วมมือในการทำงานเพื่อให้เรื่องการท่ องเที่ยวโดยชุมชนได้รับการยอมรับและสร้าง
รปู แบบการทำงานท่ใี ห้หลายส่วนในสงั คมได้เข้ามามีส่วนรว่ มในลกั ษณะเป็นพนั ธมติ รกบั ชมุ ชน
258 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
14.1.2 ภาคที ่เี ก่ียวข้องและความสัมพนั ธ์กบั การทอ่ งเท่ียว (Involed Parties and their
Association with Tourism)
ระดับชุมชน
องค์กรทีเ่ ก่ยี วข้อง ความเกยี่ วข้อง
1. กลมุ่ จัดการท่องเทีย่ วในระดบั ชุมชน เป็นองคก์ รหลกั ในการดำเนินการท่องเทยี่ ว
2. กล่มุ ร้านค้า ร้านคา้ ขายของทร่ี ะลกึ ไดร้ ับประโยชน์จากการขายสินค้า
3. กลุ่มยานพาหนะในท้องเท่ียว เช่น เรอื รถสอง ไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการใหบ้ รกิ าร
แถว
4. วดั โรงเรยี น อนามัย สถานทีส่ ำคัญในชมุ ชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือให้บริการด้านข้อมูลและ
ความปลอดภยั แกน่ กั ทอ่ งเทีย่ ว
5. องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กฎระเบยี บของทอ้ งถิน่ งบประมาณสนับสนุน
6. รีสอร์ท เป็นได้ทั้งความร่วมมือ เช่น การแนะนำทางเลือก
ด้านที่พักให้แก่นักท่องเที่ยว และเป็นทั้งคู่แข่งขันใน
7. อุทยานแห่งชาติ กรณีที่ชุมชนมีการให้บริการที่พักที่ใกล้เคียงกับท่ี
รสี อรท์ ให้บรกิ าร
8. องค์กรพฒั นาเอกชน พื้นที่ทับซ้อนใครรับผิดชอบของทั้งอุทยานและ
9. เจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐที่ทำหนา้ ที่ในพื้นท่ี เชน่ พฒั นา ชุมชน
กร เกษตรตำบล เจา้ หนา้ ทจี่ ากศูนยช์ าวเขา เป็นพเ่ี ลี้ยงและท่ีปรึกษาในการพัฒนาชุมชน
การพัฒนาชุมชนตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐ
ส่วนกลาง
ในระดับอำเภอ/จังหวดั
องค์กรท่ีเกี่ยวข้อง ความเกี่ยวขอ้ ง
1. กล่มุ เครือข่ายท่องเท่ียวโดยชมุ ชน
เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสานทรัพยากร
2. สำนกั งานจังหวัด ผลักดนั นโยบาย
3. ททท.ระดับจงั หวัดหรอื ภาค นโยบายและกลไกในระดับจังหวัดเพื่อส่งเสริมและ
4. ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเท่ียว เชน่ รสี อร์ทหรือ สนับสนนุ การทอ่ งเท่ียว
บรษิ ัทนำเท่ยี ว
สนับสนนุ ดา้ นการประชาสัมพันธ์และการตลาด
เป็นได้ทั้งความร่วมมือ เช่น การแนะนำทางเลือก
ด้านที่พักให้แก่นักท่องเที่ยว แนะนำโปรแกรมการ
5. มคั คุเทศก์ท้องถิ่น และกลมุ่ รถ/เรอื ให้เชา่ 259 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
6. สื่อมวลชนทอ้ งถ่ิน
ท่องเทีย่ วอื่นที่เก่ียวเนื่องและเป็นทั้งค่แู ข่งขันในกรณี
ที่ชุมชนมีการให้บริการที่พักใกล้เคียงกับรีสอร์ทให้
บริการหรือการเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวอื่นที่ชุมชน
ไมไ่ ด้จัดการ
นำนักท่องเที่ยวหรือให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวได้มา
เย่ยี มเยียนชมุ ชน
เผยแพรข่ ่าวสารของชมุ ชน
องคก์ รท่เี กีย่ วข้อง ในระดบั ชาติ
1. เครือข่ายท่องเทย่ี ว
2. ททท. ความเกีย่ วข้อง
3. ผูป้ ระกอบธุรกจิ ทอ่ งเทยี่ ว เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสานทรัพยากร
ผลกั ดนั นโยบาย
4. สอื่ มวลชน ประชาสัมพันธ์ การตลาด และงบประมาณ
5. นกั ทอ่ งเทยี่ ว เป็นได้ทั้งความร่วมมือ เช่น การแนะนำทางเลือก
6. สถาบนั วิจยั ด้านที่พัก แนะนำโปรแกรมการท่องเที่ยวอื่นท่ี
7. สถาบันการศึกษา เกี่ยวข้อง และเป็นทั้งคู่แข่งขันในกรณีท่ีชุมชนมีการ
ให้บริการที่พักท่ีใกล้เคยี งกบั ทรี่ สี อร์ทใหบ้ ริการ หรือ
การเสนอโปรแกรมทอ่ งเท่ียวอื่นที่ชุมชนไมไ่ ดจ้ ัดการ
เผยแพรข่ า่ วสารของชุมชน
เรยี นรู้และเข้าใจวถิ ีชีวิตชาวบ้านและทำใหช้ าวบา้ นมี
รายได้เพมิ่ ขนึ้
ศึกษาวิจัยชุมชน ผลกระทบ และเป็นแหล่งข้อมูล
เพอ่ื การคน้ คว้า
เรียนรู้ข้อมูลจากชุมชน แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด
ทางด้านวิชาการและประสบการณ์ด้านการ
ท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาด้านการ
ทอ่ งเทย่ี วและการพัฒนา
14.1.3 รปู แบบตา่ งๆในการทำงานกบั ภาคที เ่ี ก่ยี วข้อง (Approaches to Working with Involed
Parties)
การร่วมทุน (Joint venture) เป็นการทำงานที่มีข้อตกลงในเรื่องผลประโยชน์ที่ชัดเจน มีข้อมตกลง
เป็นลายลักษณอ์ กั ษร เชน่ ข้อตกลงระหว่างชมุ ชนกับบริษทั นำเทย่ี วเร่ืองโควตาการท่องเทีย่ วในชุมชน การร่วม
ลงทนุ และการแบง่ ปนั ผลประโยชน์
260 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
ตารางท่ี 14.1 แสดงผลดี-ผลเสยี ของการทำงานแบบ Joint venture ระหว่างชมุ ชนกับภาคธุรกจิ เอกชน
องคก์ ร ผลดี ผลเสยี
ทั้งคู่
เกิดการแบ่งปันความรู้และ การต่อรองผลประโยชน์ระหว่าง
สำหรับชุมชน
ประสบการณ์และร่วมกันทำงานให้ กันทำให้เสียเวลา และลักษณะ
สำหรับเอกชน
ประสบผลสำเรจ็ ขององค์กรที่มีวัตุประสงค์องค์กร
แตกต่างกัน ทำให้ความร่วมมือ
อาจเป็นไดด้ ้วยความยากลำบาก
ภาคเอกชนนำเงินมาลงทุนช่วยให้ แบ่งการใชท้ รัพยากรบาฐานท่ี
ชุมชนทำการลาดได้และมีทักษะ ชุมชนเคยใชม้ านานใหค้ น
เพ่มิ ขึ้น ภายนอกเขา้ มาแสวงหา
ผลประโยชน์รว่ ม
มคี วามมน่ั คงเพราะชาวบ้านร่วมด้วย ไม่สามารถตัดสินใจได้โดยลำพัง
มภี าพพจนด์ ี และอาจดงึ ดดู ต้องรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน
สนบั สนนุ จากรัฐไดง้ ่าย ซึ่งอาจทำให้การดำเนินการต่างๆ
ล่าชา้
มิตรภาพ (Partnership) เป็นการทำงานร่วมกันที่มีคมั่นสัญญาร่วมกัน ในเป้าหมายที่ร่วมกัน แต่ละ
องค์กรอาจะมีผลประโยชน์ในการทำงานนั้น ซึ่งการทำงานร่วมกันต้องเคารพการตัดสินใจของแต่ล่าย โดยยึด
แนวทางที่ยอมรบั รว่ มกันว่าการทอ่ งเท่ียวเป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดลอ้ ม พันธมิตรสำหรับ
การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน ไดแ้ ก่ ชุมชน ผปู้ ระกอบการธุรกจิ นำเท่ียว องค์กรพฒั นาเอกชน และหนว่ ยงานภาครัฐ
ตารางที่ 14.2 แสดงความมุ่งหวังของแตล่ ะองค์กรในการดำเนินการเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน
องค์กร การอนรุ กั ษ์ การท่องเท่ียว การพัฒนา
ชมุ ชน
การทอ่ งเทีย่ วเป็นสว่ น แสดงให้เนวา่ การอนุรกั ษ์ CBT สร้างให้ชาวบ้าน
องค์กรพฒั นาเอกชน
หนง่ึ ในกิจกรรมการ นัน้ สามารถแปรเป็น ภาคภูมิใจในความเป็น
พฒั นาชุมชน เป็นการ มูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ช ุ ม ช น บ ท บ า ท ข อ ง
สรา้ งความรว่ มมือของ โดยไมท่ ำลาย ตนเองในการอนุรักษ์
กลุม่ คนตา่ งๆในชุมชน สิ่งแวดล้อม ในทาง ทรัพยากรธรรมชาติและ
และสร้างองคก์ รเขา้ มา ตรงกันข้ามกลบั สร้าง วัฒนธรรม สร้างรายได้
ดำเนินงานให้การ สำนกึ ในการรักษา แ ล ะ ท ำ ใ ห ้ ช า ว บ ้ า น มี
ทอ่ งเทยี่ วตอบสนอง สิ่งแวดลอ้ มใหก้ ับคน คุณภาพชีวติ ที่ดขี ึน้
ปัญหาและความต้องการ ภายนอกด้วย
ของชุมชน
สรา้ งความเขม้ แขง็ ของ สง่ เสริมปละสนับสนุนให้ เปน้ การเผยแพร่งาน
องค์กรชาวบ้าน ชาวบา้ นมีการใช้ พัฒนาขององค์กรพัฒนา
เอกชนและใช้การ
261 การจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ผูป้ ระกอบการธรุ กิจ CBT เปิดบทบาทให้ ทรพั ยากรธรรมชาติ ทอ่ งเท่ยี วเปน็ เครอื่ งมือ
ท่องเที่ยว เอกชนเข้าไปร่วมลงทุน อยา่ งย่ังยืน ในการทำงานพัฒนา
กับชมุ ชน สรา้ งภาระกจิ ชมุ ชน
ภาครัฐ ร่วมต่อสงั คมใหก้ บั สรา้ งภาพลักษณ์ให้ สร้างหลกั ประกันการ
สาธารณะชน เอกชนวา่ มีส่วนร่วมใน ลงทุนระยะยาวให้กบั
การสนับสนุนชุมชนและ ภาคเอกชนและเปิด
CBT ชว่ ยใหเ้ กิรายได้ การอนุรักษ์สงิ่ แวดลอ้ ม ตลาดใหมใ่ หแ้ กธ่ รุ กจิ
และการจ้างงานใน
ชนบทโดยทร่ี ฐั ไม่ต้อง CBT ชว่ ยสนับสนุนการ สามารถสรา้ งรายได้ใน
ลงทุนมาก อนุรักษ์ ชนบท คนมงี านทำ และ
ทรัพยากรธรรมชาติมี มีรายไดป้ ระชาตแิ ละ
องค์กรชุมชนดแู ล ทำให้ เงินตราตา่ งประเทศ เข้า
รัฐประหยัดงบประมาณ มาหมนุ เวียนในประเทศ
ในการดแู ลทรัพยากรลง
ไปอย่างมาก
ผมู้ สี ่วนได้-สว่ นเสยี (Stakeholder) คอื ผูม้ ีสว่ นได้-สว่ นเสียในการพฒั นา จำเปน็ ตอ้ งดึงเข้าเพื่อให้เกิด
ความเข้าใจร่วมกัน เช่น ชุมชน อุทยานแห่งชาติ ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กร
ของรัฐ
ตารางท่ี 14.3 แสดงบทบาทของผมู้ ีส่วนได้-ส่วนเสยี จากการทอ่ งเที่ยว
องค์กร ลกั ษณะของการมสี ่วนได้-ส่วนเสยี ลักษณะการเข้ามามสี ่วนร่วม
ชมุ ชน
อทุ ยานแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการท่องเที่ยว และเป็น กำหนดทศิ ทาง และตดั สินใจ
ผปู้ ระกอบการ เจ้าของกจิ กรรม
เปน็ ผู้รับผดิ ชอบ/ดแู ล วางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ทรพั ยากรธรรมชาติทีช่ มุ ชนใชป้ ระโยชน์ และออกกฏ-กติกาในการดูแลร่วมกับ
ชมุ ชน
ชมุ ชนเป็นแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว - ใช้บริการของท้องถิ่นเช่น มัคคุเทศก์
ยานพาหนะ อาหาร
- ให้คำปรึกษาด้านการตลาด
พฤติกรรมนักท่องเทีย่ ว ธุรกจิ ชมุ ชน
- ให้ความเคารพในกติกและธรรมเนียม
ปฏบิ ัตขิ องชมุ ชน
- อธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจแนวคิด
CBT และการปฏบิ ัติตวั ทเี่ หมาะสม
262 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
องคก์ รพัฒนาเอกชน ประสานงานการพัฒนาและเสริมสร้าง - ตัวกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือกันของ
ภาครัฐ
ความเข้มแข็งชุมชนในการจัดการ ภาคีที่เกยี่ วขอ้ ง
ทอ่ งเทยี่ ว - จัดเวทีแลกเปลี่ยน กอบรม ศึกษาดู
งาน
- ประสานเชิงนโยบายให้เสียงและ
ปัญหาของชุมชนได้รับการรับฟังและ
แกไ้ ข
สนับสนนุ การพฒั นาข้ันพืน้ ฐานเพอื่ สร้าง - ใหค้ ำปรกึ ษา สนบั สนนุ งบประมาณ
คณุ ภาพชีวติ ให้กับชาวบา้ น - ใหค้ วามม่นั ใจในสทิ ธขิ องชมุ ชนใน
การอยู่อาศัยและจดั การ
ทรพั ยากรธรรมชาติ
- ให้อำนาจชุมชนในการออกกฎ-กติกา
ในการจัดการทอ่ งเทีย่ ว
14.1.4 ระดบั ของความร่วมมอื (Levels of Cooperation)
1. ให้ข้อมูลข่าวสาร
2. แลกเปลีย่ นความคดิ และประสบการณ์
3. ประสานทรัพยากร
4. เป็นพนั ธมิตรระหวา่ งองค์กร
5. เปน็ หุน้ สว่ น-ร่วมลงทุน
6. ร่วมมีสว่ นได้-ส่วนเสยี ในการทำงาน
14.1.5 กระบวนการทำงานเพื่อสรา้ งความร่วมมือกบั ภาคที เี่ กยี่ วข้อง (The Process of
Cooperation)
1. วิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย ความสำคญั และความจำเปน็ ของการประสานงานกับองค์กรอื่น จัด
วางลำดบั ความสำคญั
2. วิเคราะห์สถานการณ์ และองค์กรชุมชนว่ามีความพร้อม ความต้องการในการรับรู้ เรียนรู้
แลกเปลี่ยน ประสานผลประโยชน์กับกลุ่มองค์กรอื่นหรือไม่ สรุปให้เกิดความชัดเจนร่วมกันว่าทำไมต้อง
ประสานงานกับองค์กรนั้นๆ จังหวะเวลาที่เหมาะสมในการประสานงาน ตลอดจนรูปแบบและวิธีการ
ประสานงาน เช่น
263 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
- รกั ษาระดบั ความสัมพันธ์
- ให้ข้อมลู ขา่ วสาร ความคืบหนา้ ของการท่องเท่ยี วโดยชุมชน
- ประสานทรัพยากร และความร่วมมือ
- จดั ทำสัญญาหรอื ข้อตกลง
3. จัดกลไกการประสานงาน ดึงความร่วมมือ สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้องค์กรที่เกี่ยวข้องมี
ความรสู่ กึ ในการเปน็ สว่ นหนึง่ ของการจดั การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนและเคารพมุมมองของชุมชน เช่น การเข้าร่วม
ในการะบวนการติดตาม การประเมินผลการทำงาน การสรุปบทเรียนการทำงาน ก็จะช่วยยกระดั บการ
ท่องเทยี่ วโดยชุมชนใหส้ ามารถเผชิญหนา้ กบั สถานการณ์และองค์กรต่างๆได้ อีกทัง้ ยงั จะเกิดพลังในการคดิ การ
ต่อรอง และประสานความรว่ มมือกบั ภายนอกได้อย่างมีศกั ด์ิศรีและเป็นทย่ี อมรบั
14.2 เครือขา่ ยการท่องเที่ยวโดยชุมชน
14.2.1 ความหมายและความสำคัญของเครอื ข่าย (The Meaning and Importance of
Networks)
เครือข่าย คือ การประสานความร่วมมือระหว่ากัน โดยมีข้อตกลงกันอย่างกว้างๆ ไม่มีลักษณะการ
บังคับบัญชา แต่เป็นไปในลักษณะพันธะสัญญา (Commitment) องค์กรสมาชิกสามารถดำเนินการได้โดย
อิสระ หากแต่การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายสามารถทำให้องคก์ รเครอื ข่ายมีพลัง สร้างการยอมรับและสรา้ งการ
ต่อรองกับหน่วยงานภายนอกได้ นอกจากนี้ระหว่างสมาชิกเครือข่ายด้วยกันยังสามารถพูดคุย -แลกเปลี่ยน
ความคิดและประสบการณ์การทำงานได้ เครือข่ายจึงเป็นพลังใจของคนทำงาน และพลังต่อร องเพื่อพิทักษ์
ผลประโยชน์ของมวลสมาชิกในเครือข่ายได้
14.2.2 ประเภทของเครือข่าย (The Rational and Benefits of Networks at Different Levels)
1. เครือขา่ ยในระดบั ชุมชน
- สร้างความรู้สึกว่าชุมชนเป็นเจ้าของ CBT และได้รับประโยชน์หรือผลตอบแทนจาก CBT
ในทางกลับกนั กร็ ว่ มกันรบั ผดิ ชอบในผลกระทบท่เี กิดขึ้นตอ่ การท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนด้วย
2. เครือขา่ ยระหว่างชมุ ชน
- สรา้ งการเรียนรูร้ ะหวา่ งชุมชน เป็นการแลกเปลย่ี นความรู้ ประสบการณ์ ทักษะการทำงาน
- ในบางพืน้ ที่ ชมุ ชนใชท้ รพั ยากรการท่องเท่ยี วรว่ มกัน หรือเปน็ เส้นทางท่องเที่ยวที่เก่ยี วเนื่อง
กัน มีความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อวางแผนในการใช้ทรัพยากร และสร้างความหลากหลายของรูปแบบ
และกิจกรรมการทอ่ งเท่ียว เพ่ือลดความตรึงเครียดเรื่องการแข่งขนั
264 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
- การเป็นเครือข่ายระหว่างชุมชน สามารถต่อรองและประสานการสนับสนุนจากรัฐและ
ภาคเอกชนได้
- สามารถทำการตลาดร่วมกันได้ เปน็ การลดต้นทุน และกระจายผลตอบแทน
3. เครอื ข่ายระดับประเทศ
- สร้างการเรยี นรรู้ ะหว่างชุมชน เปน็ การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ทกั ษะการทำงาน
- ขยายความคิดเร่อื ง CBT และช่วยประชาสมั พนั ธ์แหล่งทอ่ งเทีย่ วแบบ CBT ไดแ้ ก่ ผสู้ นใจ
- มีพลงั ในการสร้างการเปลีย่ นแปลงเชงิ นโยบายเพ่ือตอบสนองความต้องการของชุมชน
- สามารถใชเ้ ครือขา่ ยในการต่อรองทรพั ยากรจากรัฐ
4. เครือข่ายระหวา่ งประเทศ
- สร้างการเรียนรรู้ ะหว่างชมุ ชน เปน็ การแลกเปลยี่ นความรู้ ประสบการณ์ ทักษาะการทำงาน
- ขยายความคิดเรื่อง CBT และช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวแบบ CBT ในเครือข่าย
ของแต่ละประเทศให้แกผ่ ้ทู สี่ นใจ
- มีที่ยืนทางสังคมในการนำเสนอปัญหาและข้อเท็จจริงจากการท่องเที่ยว และรู้ความ
เคล่ือนไหวของอตุ สาหกรรมท่องเท่ยี ว
- สามารถเป็นตัวแทนของชุมชนในระดับบรากหญ้าในการนำเสนอความคิดและความ
ตอ้ งการของสมาชกิ ต่อองค์กรระหว่างประเทศเร่ืองการทอ่ งเท่ยี วได้
14.2.3 หลักการทำงานเครือข่าย
N (Natural) เป็นไปตามธรรมชาติอสิ ระ และมคี วามยดื หยนุ่
E (Empower) เสริมพลงั
T (Timing) อยบู่ นฐานข้อมลู ทีเ่ ป็นจรงิ และเปน็ ปจั จบุ นั
W (Workable) สามารถขบั เคลอ่ื นได้
O (Organization) มรี ูปแบบการจดั การ
R (Right) เคารพสิทธขิ องกนั และกันและสทิ ธผิ อู้ ่นื
K (Knowledge) สรุปบทเรียน รวบรวมเปน็ องคค์ วามรไู้ ด้
265 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
14.2.4 ยุทธศาสตร์ของการพฒั นาเครือขา่ ย (Network Development)
1. พฒั นาคน
- พฒั นาความคดิ เขา้ ใจตนเอง ทั้งของผนู้ ำและสมาชกิ
- พัฒนาความสามารถวเิ คราะหง์ านตนเอง/องค์กรตนเอง/องคก์ รทเี่ กย่ี วข้อง
- พัฒนาความชำนาญการจดั การท่องเท่ยี ว
2. พฒั นาองค์กรเครือข่าย
- ใหม้ กี ารแลกเปล่ยี นอย่างต่อเน่อื ง
- สร้างพันธสัญญาระหว่างเครือข่ายในประเด็นที่เห็นร่วมในแต่ละปี เช่น การแก้ไข
กฎระเบียบของรัฐให้เอื้อประโยชนต่อชุมชนมากขึ้น หรือปกป้องทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น การพัฒนา
บคุ คลากรร่วมกนั
- จดั กจิ กรรมเยย่ี มเยียนระหวา่ งสมาชิกเครือข่าย เพ่อื เปดิ โลกทัศน์และใหก้ ำลังใจซ่ึง
กันและกัน
3. ประสานทรพั ยากรและการสนับสนุนจากรฐั
- สรา้ งใหร้ ัฐยอมรับและรับรองบทบาทของชุมชนในการจดั การท่องเทยี่ ว
- ประสานงบประมาณและบุคคลากรของรัฐเข้าไปสนับสนุนและส่งเสริมสมาชิก
เครือข่าย
- รณรงค์ประชาสัมพันธ์แนวคิดและรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้ได้รบั
การยอมรบั จากภาคธรุ กิจทอ่ งเทยี่ ว และนักท่องเท่ยี วทว่ั ไปทั้งคนไทยและต่างประเทศ
- ออกกฎ-กติกาทีเอื้อประโยชน์ให้กับชุมชนในการบริหารจัดการท่องเที่ยว และลด
ผลกระทบตา่ งๆในเรื่องส่งิ แวดลอ้ ม สงั คม และวฒั นธรรม
14.2.5 แนวทางการทำงานเพือ่ สรา้ งเครอื ข่าย (Network Development Methods)
1. ในระดบั ชมุ ชน
- การเปิดเวทีแลกเปลี่ยนพูดคุยระหว่างกลุ่มตา่ งๆ เพื่อหาจุดร่วมในการทำงานและสร้างการ
ยอมรับว่า CBT คือกิจกรรมส่วนหนึ่งของชุมชนที่ชาวบ้านและกลุ่มต่างๆ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ทั้ ง
ทางตรงและทางออ้ ม
266 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
- มีกิจกรรมง่ายๆ เพื่อสร้างความร่วมมือ เช่น การเปิดโอกาสให้กลุ่มต่างๆได้มีส่วนร่วมใน
กจิ กรรมการท่องเท่ยี ว เชน่ การเป็นวิทยากรนำชมกลุม่ กิจกรรมการขายของทร่ี ะลึกหรือผลติ ภณั ฑ์ชุมชน
- มีการสรุปบทเรียนและพัฒนาสู่กิจกรรมร่วมที่ยากขึ้น เช่น การจัดความสัมพันธ์เชิง
โครงสร้างระหว่างกลุ่ม/องค์กรต่างๆ ในชุมชน การกระจายบทบาทผู้นำ การวางแผนกิจกรรมร่วมกัน การ
จดั สรรผลประโยชน์ และการสรา้ งความสามัคคเี พ่ือผลกั ดันใหเ้ กิดการแก้ไขปัญหาร่วมของชมุ ชน
2. ในระดบั เครือขา่ ยระหว่างชุมชน
- จัดเวทีแลกเปล่ียนประสบการณร์ ะหวา่ งชมุ ชน
- จัดการศึกษา-ดงู านระหว่างกัน
- จัดฝึกอบรมเพ่อื พฒั นาบุคคลากรรว่ มกัน
- จัดเวทแี ลกเปลี่ยนระหว่างชมุ ชน และองค์กรทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
- สร้างกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เพื่อสร้างพลังของเครือข่าย และให้ผลประโยชน์ตกแก่กลุ่ม
สมาชิก เช่น การมีคณะกรรมการเครือข่ายเพื่อเจรจาเรื่อพื้นที่ป่า พื้นที่ทำกิน และแหล่งท่องเที่ยว การทำ
ประชาสมั พนั ธ์และการตลาดร่วมกันหรือการต่อรองบรษิ ัทนำเท่ียว การระสานทรพั ยากรจากรัฐ
3. เครอื ข่ายระดับประเทศ
- การศกึ ษา-ดงู านเพื่อเรยี นรู้แลกเปลี่ยนระหวา่ งชุมชน
- การจดั สมั มนาเพื่อแลกเปลยี่ นประสบการณ์
- การผลักดนั เชิงนโยบาย
4. เครอื ข่ายระหว่างประเทศ
- การศึกษา-ดูงานเพ่ือเรยี นรู้แลกเปลีย่ นระหวา่ งประเทศ -
- การจดั สัมมนาเพ่อื แลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์
- การสรา้ งกจิ กรรมร่วมเพือ่ แลกเปลย่ี นขอ้ มลู ข่าวสารระหว่างกัน
- การผลักดันนโยบายระหว่างประเทศ เช่น GATS (General Agreement on Trade in
Service)
267 การจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
14.3 ตัวอยา่ งชมุ ชนที่มภี าคีและเครอื ขา่ ยท่เี ก่ียวข้องกับการท่องเท่ียวโดยชุมชน
14.3.1 ตวั อย่างชมุ ชนทม่ี ภี าคีและเครือข่ายท่ีเกีย่ วข้องกบั การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนในประเทศไทย
14.3.1.1 ชมุ ชนบา้ นแม่กำปอง ตำบลหว้ ยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชยี งใหม่
ชุมชนบ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่ตามเนินเขา มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลาย ภายในหมู่บ้านจะมีน้ำจากน้ำตกแม่กำปองไหลผ่านตั้งแต่บริเวณหัว
หมู่บ้านจนถึงบริเวณท้ายหมู่บ้าน ทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนเมืองหรือชาว
ล้านนา มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ใช้ภาษาเหนือในการพูดคุย สื่อสาร มีพิธีกรรม ประเพณี และ
วัฒนธรรมแบบล้านนา ส่วนอาชีพหลักของชาวบา้ น คือการทำเกษตรกรรม เช่น การทำสวนเมี่ยง การทำสวน
กาแฟ และมีอาชีพเสริม คือ การใหบ้ รกิ ารเกี่ยวกับการท่องเท่ียวภายในหมู่บ้าน เชน่ การเปิดบา้ นพักโฮมสเตย์
การเปดิ ร้านค้า ร้านอาหารรา้ นกาแฟ และการเป็นมัคคุเทศกน์ ำเทย่ี ว เปน็ ต้น (จักรพนั ธ์ ภูมสิ ุทธาผล, 2557)
ภาพที่ 14.1 ชุมชนบ้านแม่กำปอง ตำบลห้วยแกว้ อำเภอแมอ่ อน จังหวัดเชยี งใหม่
ท่มี า: ( https://www.museumthailand.com/th, 2564 )
กระบวนการความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนและ
นักท่องเที่ยวในการจัดการท่องเที่ยวของหมู่บ้านแม่กำปอง ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
พบว่า มีกระบวนการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชนและนักท่องเที่ยวในทุกขั้นตอน
นับตั้งแต่ความร่วมมือในการทำแผน การแลกเปลี่ยนข้อมูลการเจรจาต่อรอง การตกลงยอมรับร่วมกัน การ
ปฏิบตั ิ การประเมนิ ผล และการทำบันทึกข้อตกลงรว่ มกนั ทั้งท่ีเป็นทางการและไมเ่ ปน็ ทางการระหว่างกัน โดย
มีกระบวนการความรว่ มมือระหวา่ งภาคสว่ นต่างๆ ดังน้ี
1) ความร่วมมือในการจัดทำแผน ที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวในหมู่บ้าน ภาครัฐให้คำแนะนำ
ชี้แจง ให้ข้อมูล ทำความเข้าใจผา่ นโครงการต่างๆ โดยมีภาคประชาชนเป็นผู้เสนอความคิดเหน็ ความต้องการ
และกำหนดรูปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวที่ต้องการจัดทำในหมู่บ้าน เช่น การเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ การ
ผลิตสินค้าชุมชน และนำเสนอให้หน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ
เขต 1 (สำนักงานเชียงใหม่) สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ออน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เป็นผู้
268 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ร่วมพิจารณา เพอ่ื ให้การสนบั สนุนตามบทบาทของแตล่ ะหนว่ ยงาน และไดร้ บั ความรว่ มมือจากภาคเอกชน คือ
บริษัทท่องเที่ยว ผู้ประกอบการบ้านพักโฮมสเตย์ ผู้ประกอบการร้านค้า ฯลฯ ที่ได้เข้าไปร่วมวางแผนให้
คำแนะนำ แสดงความคดิ เห็น ขอ้ เสนอแนะต่างๆ เก่ียวกบั การจัดกิจกรรมท่องเที่ยว สำหรบั นักท่องเท่ียวได้ให้
ความร่วมมือ โดยการแสดงความเห็น ตอบแบบสอบถามจากสิ่งที่พบเห็นจากการท่องเที่ยวให้กับทางหมู่บ้าน
เพ่อื นำไปใช้เปน็ ข้อมูลในการวางแผนปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วต่อไป
2) ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมลู ภาครฐั ไดเ้ ขา้ มาให้ข่าวสารข้อมูล คำแนะน าต่างๆ
เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว ได้ติดประกาศแจ้งข่าวสารให้กับสมาชิก และชาวบ้านทราบถึง
โครงการการฝึกอบรมตา่ งๆ สำนกั งานการทอ่ งเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคเหนือเขต 1 (สำนกั งานเชยี งใหม่) ทำ
หน้าที่เป็นทป่ี รกึ ษา ใหค้ ำแนะนำเกี่ยวกบั โครงการต่างๆ เพื่อใหช้ าวบา้ นได้เรียนรู้และดำเนนิ การด้วยตนเองได้
ภาคเอกชน ได้แก่ บริษัทท่องเที่ยว ผู้ประกอบการบ้านพักโฮมสเตย์ ผู้ประกอบการร้านค้า ฯลฯ ได้เข้าให้
คำแนะนำข่าวสารเกี่ยวกับการสร้างอาชีพ การจ้างงาน ซึ่งในส่วนของภาคประชาชนได้รับความรู้ ข้อมูลและ
ประสบการณ์จากเดินทางไปศึกษาดูงานยังสถานที่ตา่ งๆ เกดิ ความรคู้ วามคิดใหม่ๆ มาพฒั นาหมู่บา้ นได้มากข้ึน
ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และนักท่องเที่ยวได้ให้ความร่วมมือโดยการประชาสัมพันธ์
แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้จากการเข้ามาท่องเที่ยวในหมู่บ้านแม่กำปอง รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้กับ
นกั ทอ่ งเที่ยวด้วยกันเอง
3) ความร่วมมือในการปฏิบัติ ภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ภาคเหนือเขต 1 (สำนกั งานเชยี งใหม่) ไดส้ นับสนุน สง่ เสริม ประชาสมั พันธ์และจดั ทำกิจกรรมเก่ยี วข้องกับการ
ท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์การท่องเที่ยว การกำหนดมาตรการเพื่อกระตุ้นและจูงใจการท่องเที่ยว เช่น การ
ลดหย่อนภาษี องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว ได้สร้างศูนย์ข้อมูลชุมชน จัดการดูแลสาธารณะประโยชน์
โครงสร้างพื้นฐานภายในหมู่บ้าน และสำนักงานพัฒนาชุมขนของอำเภอแม่ออน จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยว
OTOP นวัตวิถี การประกวดชุมชนท่องเที่ยว โดยมีภาคเอกชน ได้แก่ บริษัทท่องเที่ยว ผู้ประกอบการบ้านพัก
โฮมสเตยผ์ ปู้ ระกอบการร้านคา้ ในหมบู่ ้านช่วยประชาสมั พันธ์ผา่ นทางเวบ็ ไซต์ของตนเอง มกี ารนำเสนอรูปแบบ
ของการทอ่ งเทีย่ ว วิถชี วี ติ กิจกรรมเกีย่ วกบั การท่องเทย่ี วร่วมกับชุมชน การดแู ลรกั ษาป่า การรับซื้อผลิตภัณฑ์
ชุมชน ให้พื้นที่วางขายสินค้า สนับสนุนด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และ
ข้อตกลงของหมู่บ้านอย่างเคร่งครัด ภาคประชาชน ได้ให้ความร่วมมือ กับภาคส่วนต่างๆ ในทุกเรื่องเช่น การ
ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของหมูบ้าน การเข้าร่วมประชุม หรือทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การใช้แก้วกระดาษ
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การลดราคาค่าบริการและสินค้าให้นักท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ นักท่องเที่ยวได้ร่วมมือ
ปฏิบัติตามกฎระเบยี บ ข้อตกลงของหมู่บ้าน โดยเฉพาะนักท่องเทีย่ วที่พักแบบโฮมสเตย์ไดเ้ ข้าร่วมทำกิจกรรม
ของหมบู ้านที่จดั ทำข้ึนสำหรับนักทอ่ งเท่ียว
4) ความร่วมมือในการประเมนิ ผล มีการประเมินผลร่วมกันทัง้ ในรูปแบบที่เป็นทางการมีการ
บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และแบบพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ เช่น ภาครัฐ โดยสำนักงานการท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย ภาคเหนือเขต 1 (สำนักงานเชียงใหม่) ประเมินคัดเลือกโฮมสเตย์มาตรฐาน ตามเกณฑ์การ
ประเมินมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยของกรมการท่องเที่ยวฯมอบป้าย และประกาศนียบัตรว่าผ่านมาตรฐานโฮม
269 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
สเตย์ไทย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ออน ประเมินผลงานของโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
โดยให้หมู่บ้านจดั ทำเอกสารสรปุ ผลการประเมินผลงาน และให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินโครงการกับหม่บู า้ น
เปน็ ต้นภาคเอกชน ได้แก่ บรษิ ัททอ่ งเทยี่ ว ผปู้ ระกอบการบา้ นพกั โฮมสเตย์ ผปู้ ระกอบการร้านคา้ ในหมู่บา้ น ได้
ร่วมกับหมูบ่ ้านประเมินมาตรฐานการให้บริการ ความพึงพอใจของนักท่องเท่ยี วประเมิณคุณภาพของผลิตภัณฑ์
สินค้าที่หมู่บ้านผลิต เพื่อทราบข้อบกพร่องและนำมาปรับปรุงพัฒนาให้ตอบสนองความต้องการของ
นักท่องเที่ยว โดยการประเมินใช้รูปแบบการพูดคุยกันและร่วมกันหาแนวทางการแก้ไข ภาคประชาชน ร่วม
ประเมินผลการทำงานด้วยการพูดคุยโดยไม่มีการทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นระบบ ยกเว้นการ
ประเมินจากนักท่องเที่ยว คณะกรรมการหมู่บ้านมีการจัดทำแบบสอบถามนักท่องเที่ยวตอบ สำหรับชาวบ้าน
ได้ร่วมประเมินผลกิจกรรม สรุปรายได้ เงินปันผลให้หมู่บ้านโดยใชว้ ิธกี ารประชมุ ร่วมกัน ส่วนนักท่องเทีย่ ว ได้
ใหค้ วามรว่ มมือประเมินผลจากแบบสอบถามทท่ี างหมบู่ ้านสอบถาม
5) ความร่วมมือในการทำบันทึกข้อตกลง พบว่า การจัดการท่องเที่ยวในหมู่บ้านแม่กำปอง
การจดั โครงการและกิจกรรมการท่องเท่ียวระหว่างชุมชนกบั หน่วยงานภาครัฐ จะมกี ารดำเนนิ การโดยมีหนังสือ
ราชการชี้แจงโครงการเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน มีการประชุมร่วมกัน เพื่อให้ตัวแทนของภาคส่วน
ต่างๆ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ กิจกรรม พูดคุยให้คำแนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนใน
หม่บู ้าน แต่ยงั ไมม่ ีการทำสัญญา ทำข้อตกลงหรือการบันทกึ ความร่วมมอื ท่ีเป็นลายลกั ษณ์อักษรร่วมกบั หมู่บ้าน
แม่กำปองอย่างเป็นทางการอย่างไรก็ตาม การทำข้อตกลงเก่ียวกับการจดั กิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับท่องเท่ียวของ
หมู่บา้ นที่มกี ารทำเปน็ ลายลักษณ์อักษรแบบทางการ มีเฉพาะการทำเป็นสญั ญาระหว่างภาคเอกชนกับหมู่บ้าน
เกี่ยวกับเงื่อนไขการเข้ามาจัดทำกิจกรรมท่องเที่ยวในหมู่บ้าน เช่น การไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดล้อม หรอื การปฏบิ ัตติ ามกฎ ระเบียบทางกฎหมาย รวมถงึ การเคารพกฎ กตกิ าและขอ้ ตกลงของหมู่บ้าน
เป็นตน้ (พิมพกิ า นวนจาและคณะ, 2563)
14.3.1.2 ชมุ ชนในตลาดร้อยปสี ามชกุ อำเภอสามชุก จงั หวดั สพุ รรณบุรี
ชุมชนในตลาดร้อยปีสามชุก ตลาดเก่าที่สร้างด้วยไม้เรียงติดกัน อยู่ริมฝังตะวันตกของแม่
น้ำท่าจีน ภาพวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน สถาปัตยกรรมโบราณ เชิงชายไม้แกะสลัก อาคารพิพิธภัณฑ์บ้านขุน
จำนงค์ จีนารักษ์ - ร้านขายยาจีน - ไทยโบราณ - ร้านกาแฟโบราณ - ร้านถ่ายรูปโบราณ ฯลฯ ยังคงมีสภาพ
และรปู แบบเดิมเหมาะแกก่ ารอนุรักษ์ และรกั ษาใหเ้ ป็นบนั ทึกของชวี ิตรมิ แมน่ ำ้ ทา่ จีน
บ้านสามชกุ ไดช้ ื่อว่าเป็นท่าเรือทางการค้าที่สำคัญ และเปน็ ศูนยก์ ลางของจังหวดั ผู้ท่ีเดินทาง
จากตวั เมืองไปอำเภออน่ื ๆที่เลยออกไป จำเปน็ ต้องหยุดพักทส่ี ามชุก เพราะได้เวลาค่ำพอดี นอกจากนั้นยังเป็น
ทท่ี ่ีพวกกระเหรีย่ งนำของจากป่า บรรทกุ เกวยี นมาขายให้พ่อค้าทางเรือ และซือ้ ของจำเป็นกลับไป ในสมัยหน่ึง
บ้านสามชุกขึ้นกับอำเภอเดิมบางนางบวช เมื่อปี พ.ศ. 2437 ต่อมาปี พ.ศ. 2454 จึงย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้ง
บริเวณหม่บู า้ นสำเพง็ และเปลยี่ นชอ่ื มาเป็นอำเภอสามชุกเมื่อปี พ.ศ. 2457 มเี นื้อท่ี 362 ตารางกโิ ลเมตร มี 7
ตำบล 68 หมูบ่ า้ น
270 การจดั การท่องเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ภาพที่ 14.2 ชมุ ชนในตลาดร้อยปีสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
ทม่ี า: ( http://www.suphan.biz/Samchuk.htm, 2564 )
การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการจัดการการท่องเที่ยว ชุมชนในตลาดร้อยปีสามชุก
อำเภอสามชกุ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี ในดา้ นการจัดการพนื้ ท่ตี ลาดร้อยปี สามชุก
1. การมีส่วนร่วมดา้ นพื้นทีต่ ลาดรอ้ ยปี สามชุก จดั การพื้นท่ี แบ่งพ้ืนท่ี
กลมุ่ ท่ี 1 ผู้นาํ ชมุ ชน คนในชุมชน และคณะกรรมการตลาดร้อยปี สามชุก เขา้ ไปมีส่วนร่วมใน
การจัดการดา้ นพนื้ ท่ี โดยทุกกลุม่ จะมกี ารวางแผน การดําเนินงาน และการปฏบิ ัตทิ ่เี ปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกนั มี
การสอบถาม การวางแผนร่วมกนั ถึงแมจ้ ะไมม่ ีการรา่ งแผน กฎ ระเบยี บหรือแนวปฏบิ ตั ิที่เปน็ ลายลกั ษณ์อักษร
ที่แน่นอน แต่คนในชุมชนก็ได้มีการทำสัญญาใจหรือแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ทำให้การดําเนินงานต่าง ๆ
น้ันสามารถดำเนินเดินหนา้ ต่อไปได้ โดยท่ีไมเ่ กิดความขัดแยง้ กนั ภายในชมุ ชน
กลุ่มที่ 2 หน่วยงานของภาครัฐ ศักยภาพในการจัดการด้านการดูแลรักษาและการปฏิบตั ินั้น
โดยภาพรวมผู้วิจัยเห็นว่ามีศักยภาพดี เนื่องจากมีการจัดการและการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน
งานและการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติด้วย เพียงแต่ยังขาดการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมใน
วางแผนและการจัดการดว้ ยเทา่ น้ัน
กลุ่มที่ 3 ภาคเอกชน ในด้านศักยภาพในด้านการมีส่วนรว่ มด้านการจัดการดูแลรักษา ถือว่า
อยู่ในระดับทีน่ ้อย เน่ืองจากภาคเอกชนไม่ได้เข้ามามีสว่ นในการวางแผนการจัดการ หรอื การปฏิบัติแต่อย่างใด
เพยี งแค่ใหค้ วามร่วมมอื ในการดูแลรักษาและการไม่สรา้ งขยะมูลฝอยเทา่ นั้น
2. การมีสว่ นร่วมด้านการจดั การทพ่ี ัก รปู แบบทพี่ กั สถานทตี่ ้ัง
กลมุ่ ที่ 1 ชุมชน การมสี ว่ นร่วมของชุมชนในดา้ นน้ี ถือวา่ น้อยจนถึงไม่มีเลย เนอื่ งจากทาง
สถานประกอบการไม่ได้ใหช้ ุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการดา้ นที่พกั แต่อย่างใด แต่จะเข้าไปมีส่วน
ในการปฏิบตั ิงานเท่านั้น
271 การจดั การท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
กลุ่มที่ 2 ภาครัฐ ศักยภาพของภาครัฐในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านที่พัก
น้ัน ถือว่าน้อยมาก เนื่องจากทางผู้ประกอบการไม่ได้ให้ผู้อื่นหรือหน่วยงานใด เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร
หรอื จดั การด้านทพ่ี กั ซึ่งทางหนว่ ยงานทางภาครัฐจะเขา้ ไปมีบทบาทเฉพาะตอนท่ที างผปู้ ระกอบการมาทำเร่ือง
หรือยื่นเรื่องในการขออนุญาตในการจัดตั้งสถานประกอบการเท่าน้ันรวมถึงอาจจะเข้าไปให้คำแนะนําบ้างก็
เทา่ นน้ั
กลุ่มที่ 3 ภาคเอกชน ศักยภาพของเอกชนในการมีส่วนร่วมดา้ นการบรหิ ารจัดการที่พักถอื วา่
มีศักยภาพมาก เนอื่ งจากทางผู้ประกอบการสามารถดำเนนิ กจิ การไปได้โดยท่ีไม่ต้องมีการเข้ามามีส่วนร่วมของ
ชมุ ชนและหนว่ ยงานของรัฐ แตท่ ้ังน้ีเองทางผู้ประกอบการหรือทางด้านเอกชนก็ไม่ได้ไม่ให้คนในชุมชนเข้ามามี
ส่วนแต่อย่างใด โดยทางผู้ประกอบการได้ให้คนในชุมชนเข้ามาทำงานหรือการปฏิบัติงานในสถานประกอบการ
แทน ซงึ่ ก็ถอื วา่ เป็นการใหง้ านกบั คนในชมุ ชนทำอีกทางหน่งึ เชน่ กัน
3. การมีส่วนร่วมด้านการจดั การดา้ นการบรกิ ารทางการท่องเทย่ี ว
กลุ่ม 1 ชุมชน ศักยภาพของชุมชนการจัดการด้านการบริการทางการท่องเที่ยวถือว่าอยู่ใน
ระดับดี เนื่องจากทางชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการและออกความเห็นด้านการบริการทางการ
ท่องเที่ยวด้วย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาสอบถามถึงความต้องการจากทาชุมชนก่อนแล้วจึงจะ
ดำเนนิ การ
กลุ่ม 2 ภาครัฐ ศักยภาพของชุมชนการจัดการด้านการบริการทางการท่องเที่ยวถือว่าอยู่ใน
ระดับดี เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดหาการบริการทางการท่องเที่ยว คือ สำนักงานเทศบาล
ตำบลพิมายน้ัน ได้ให้ชุมชนและเอกชนได้เข้ามามีสว่ นรว่ มในการเสนอความต้องการของแต่ละกลุ่ม รวมถึงผล
ที่เสนอมานั้นก็ยังส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของทางเทศบาลด้วย และการดําเนินงานต่าง ๆ ทางสำนักงาน
เทศบาลตำบลพิมายก็ยังดำเนินการได้ดีด้วยเช่นกนั แต่สำหรับหน่วยงานอื่น ๆ ของภาครัฐทีไ่ ม่ได้เข้ามามีส่วน
ร่วมในการตัดสินใจก็ยังได้มีการเสนอขอความต้องการต่าง ๆ ผ่านทางสำนักงานเทศบาลตำบลพิมายด้วย
เช่นกัน
กลมุ่ 3 ภาคเอกชน ศกั ยภาพของชุมชนการจัดการด้านการบริการทางการท่องเที่ยวถือว่าอยู่
ในระดับดีดว้ ยเชน่ กนั เนื่องจากทางภาคเอกชนก็ได้มกี ารเข้าร่วมเสนอความต้องการและแสดงความคิดเหน็ ใน
การจัดหาหารบริการทางการท่องเท่ียวดว้ ย ซึ่งบางคร้ังการเสนอของภาคเอกชนก็จะมาจากความต้องการของ
นักท่องเที่ยวเองที่ได้ฝากความคิดเห็นหรือความต้องการไว้ผ่านทางผู้ประกอบการ (ณัฐพร ดอกบุญนาคและ
ฐาปกรณ์ ทองคำนุช, 2556)
14.3.2 ตัวอย่างชมุ ชนท่ีมีภาคีและเครอื ข่ายท่เี กีย่ วข้องกบั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนต่างประเทศ
14.3.2.1 ชมุ ชนเมอื งวังเวยี ง แขวงเวียงจนั ทน์ สาธารรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
เมอื งวังเวยี ง แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เปน็ หนึ่งในจดุ หมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่
มีผู้นิยมมาเยี่ยมเยือน และถูกเรียกว่า “กุยหลิ้นเมืองลาว” ในเขตเมืองวังเวียงมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
วัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความนิยมจาก นักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างชาติอยู่หลาย
272 การจดั การท่องเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
แห่ง เช่น แม่น้ำซอง ถ้ำจัง ถ้ำปูคํา ถ้ำลม ถ้ำน้ำ ถ้ำช้าง การทำเกษตรอินทรีย์ (Organic farm) ณ บ้านภูดิน
แดง สวนสม้ บ้านเยา้ วดั ธาตุ วดั กลาง ฯลฯ รวมถงึ วิถีชวี ิตของชมุ ชนพน้ื ถิน่ ทปี่ ระกอบด้วยเผา่ ลาว เผ่ากึมมุ เผ่า
เย้า และเผาม้ง
ภาพที่ 14.3 ชมุ ชนเมืองวงั เวียง แขวงเวยี งจนั ทน์ สาธารรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
ท่มี า: ( http://www.worldmagnetstore.com, 2564 )
การจัดการบริการท่องเที่ยวในเมืองวังเวียงเป็นการจัดการที่เริ่มจากเอกชนกล่าวคือ การ
บริการเที่ยวถ้ำเริ่มจากเอกชนที่มาจากนอกพื้นที่ แต่การจัดการบริการล่องห่วงยางบนแม่น้ำซองได้เริ่มจาก
เอกชนระดับครอบครัวในท้องถิ่นและดำเนินการเรื่อยมา ปัจจุบันการบริหารจัดการท่องเที่ยวในวังเวียง
ดาํ เนินการ ภาคีเครือขา่ ย 3 ภาคส่วน คือ
1) ภาคส่วนรัฐ ประกอบด้วยห้องการแถลงข่าววฒั นธรรมและท่องเที่ยว องค์การพัฒนาและ
บริหารตัวเมือง และหนว่ ยงานส่งิ แวดลอ้ ม ทำหนา้ ที่คมุ้ ครองด้านระเบียบข้อกําหนดและกฎหมาย
2) ภาคส่วนกลุ่มธุรกจิ ท่องเทยี่ ว ประกอบดว้ ย 13 หนว่ ยบรกิ ารทอ่ งเทยี่ ว 6 หนว่ ยบริการเรือ
หางยาวนําเทีย่ ว และ 1 หนว่ ยบริการballoon นาํ เทย่ี ว
3) กลุ่มพัฒนาหมู่บ้านบริการห่วงยาง ประกอบด้วย 10 หน่วย การบริหารจัดการที่จัดได้ว่า
เป็นของชมุ ชน ได้แก่ การจัดบริการห่วงยาง ซง่ึ มคี รวั เรอื นเข้ารว่ มเปน็ สมาชิกมากถึง 1,555 ครวั เรอื น สำหรับ
หน่วยบริการเรือหางยาวนําเที่ยว เป็นการรวมกลุ่มของครัวเรือนจำนวนไม่มาก และหน่วยบริการท่องเที่ยว
อื่นๆ โดยส่วนมากเป็นของเอกชน แต่อยางไรก็ตามถึงแม้การจัดการท่องเที่ยวในเมืองวังเวียงมีหลายภาคสว่ น
เขา้ รว่ ม แตช่ มุ ชนและกลุ่มธรุ กจิ ท่องเทย่ี วยังต้องการใหภ้ าครฐั เข้ามามีบทบาทในการบรหิ ารจัดการให้มากกว่า
273 การจัดการท่องเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ที่เป็นอยู่และต้องการให้มีแนวทางในการพัฒนาที่เป็นระบบ ทั้งให้มีการดำเนินการเข้มงวดตามข้อกาหนด
กฎระเบยี บท่วี างไว้ (เยาวลักษณ์ อภิชาตวลั ลภ, 2556)
14.4 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจยั ทเี่ กี่ยวข้อง
14.4.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเรื่อง “รูปแบบการสร้างเครือข่ายทางสังคมของการท่องเที่ยวเชิง
วัฒนธรรมแบบโฮมสเตย์กลุ่มชาติพันธุ์อาข่าบ้านสองแควพัฒนาเทศบาลตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัด
เ ช ี ย ง ร า ย ( Social Network Model of Cultural Tourism in Akha Ethnic Group Homestays in
Songkhwaepattana Village, Maeyao Municipality, Chiangrai)” โดย นพชัย ฟองอิสสระ (2559) ได้
อธบิ ายรูปแบบการสรา้ งเครอื ข่ายไว้ดังน้ี
การสร้างเครือข่ายทางสังคมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและโอมสเตย์บ้านสองแควพัฒนา ถูก
สร้างผ่านความเชื่อและพิธีกรรมของชาติพันธุ์อาข่าแบบดั้งเดิมและถูกขับเคลื่อน โดยเทศบาลตำบลแม่ยาว
ตามโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลแม่ยาว นอกจากนี้อดีตผู้นำชุมชนซึ่งเป็นอาสาสมัครได้ผลักดัน
โครงการดังกล่าว ร่วมกับภาครัฐให้เกิดขึ้น ส่งผลให้การสร้างเครือข่ายทางสังคมการท่องเที่ยววัฒนธรรมและ
โฮมสเตยข์ องกลุ่มชาติพันธอุ์ าขา่ บ้านสองแควพฒั นา เช่น
14.4.1.1 ภายในเครือข่ายได้หมุนเวียนข้อมูล การเกิดขึ้นของเครือข่ายทางสังคมการ
ทอ่ งเทยี่ ววัฒนธรรมและโฮมสเตย์ของกลุ่มชาติพันธ์ุอาข่าบา้ นสองแควพัฒนา ผ่านความเช่อื และพิธกี รรมน้ัน มี
กระบวนการที่น่าเชื่อถือและลดต้นทุนทางเศรษฐกิจที่มีความสัมพันธ์กับการแสวงหาหาข้อมูลเนื่องจาก
กิจกรรมดังกล่าวไดร้ ับการขับเคลื่อนจากหน่วยงานนอกชมุ ชน โดยเทศบาลตำบลแม่ยาว ตามโครงการส่งเสริม
การท่องเท่ยี วตำบลแม่ยาวและถกู ขบั เคลื่อนรว่ มกันในชุมชน
14.4.1.2 เครือข่ายสังคมของการท่องเที่ยววัฒนธรรมและโฮมสเตย์ของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า
บ้านสองแควพฒั นา มคี วามนา่ เชอ่ื ถอื เน่ืองจากสามารถแสดงใหช้ าวบ้านเห็นอย่างเป็นรูปธรรม จากการเกิดข้ึน
ของโครงการการท่องเที่ยวหมู่บ้าน เช่น การเข้ามาของนักท่องเที่ยวและอาสาสมัครชาวต่างชาติ เช่น มูลนิธิ
ต่างๆ ที่เข้ามาพัฒนาในพื้นที่จนนำไปสู่ความร่วมมือของกิจกรรมในหมูบ่ ้าน ต่อการแสดงออกวิถีชีวิตทางด้าน
วัฒนธรรมและการแสดงอตั ลกั ษณ์อาข่าเพื่อตอบสนองกจิ กรรมการทอ่ งเทย่ี วท่ีเกิดขึ้นในชมุ ชน
14.4.1.3 การสรา้ งเครือข่ายการท่องเที่ยวในชุมชนและโฮมสเตย์ของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าบ้าน
สองแควพัฒนาน้ัน มีพ้นื ฐานความต้องการของชุมชน โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เรมิ่ แรกต้องการนำเสนอวิถีชีวิตความ
เป็นชาติพันธุ์อาข่าแก่นักท่องเที่ยว ด้วยการปรับตัวของมนุษย์ในการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบตลาด แม้จะมีการ
เปลี่ยนแปลงทางศาสนาที่ส่งผลต่อการนำเสนอพิธีกรรม แต่กลไกควบคุมทางสังคม จากโครงสร้างบริหาร
โครงการยังคงทำหน้าที่สอดส่องและคอยควบคุม กำกับบรรทัดฐาน ให้สมาชิกในกลุ่มพึงปฏิบัติตามกฎพร้อม
ทง้ั ได้รบั ข่าวสารท่แี น่นอน ภายใตผ้ ลประโยชน์ท่ีถกู กำหนดไว้อยา่ งตายตวั และคาดการณล์ ว่ งหน้า
ผเู้ ขยี นเห็นว่า การสรา้ งเครอื ข่ายของการท่องเท่ียวโดยชุมชน ตอ้ งคำนงึ ถงึ ความต้องการของชุมชน ที่
พร้อมจะรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ระหว่างชุมชน และนอกจากนั้นเครือข่ายจาก
274 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
หน่วยงานต่างๆ เช่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ก็มีส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนชาวบ้านและผู้นำของแต่ละชุมชน ให้
เกดิ ความรว่ มมือ และพร้อมทีจ่ ะพฒั นาการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนของตนเองไปในทิศทางเดยี วกับชมุ ชนอ่ืนๆ
14.4.2 บทความวิชาการเรื่อง Community-based tourism and networking: Viscri, Romania
by Monica Iorio and Andrea Corsale (2013) ไดอ้ ธิบายเครอื การท่องเที่ยวโดยชุมชนไวว้ า่
The key role played by a local leader and an external foundation in building a network
that, thanks to the bonding and bridging relations activated, led the community towards a
form of sustainable tourism development and a broader amelioration of the social conditions.
The network described can be replicated in other geographical contexts, provided there is
strong local leadership and also international interests and donors. In the long term, however,
the network needs to be strengthened by involving other actors, above all local authorities.
They are needed to assure the basis for long-term empowerment, participation in decision-
making and progressive diversification of economic activities.
ผู้เขียนเห็นวา่ การสรา้ งเครือข่ายสำหรับการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน คอื การประสานความร่วมมือและให้
ความช่วยเหลือ ซึ่งกนั และกนั ระหว่างเครือขา่ ย รว่ มทงั้ เปน็ การรว่ มกันสร้างภูมิคุ้มกนั ด้านการจัดการท่องเที่ยว
โดยชุมชน ให้เกิดความยั่งยืนแก่ชุมชนเครือข่าย และเกิดการกระจายผลประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่าง
เครอื ขา่ ย
14.5 บทสรปุ
ภาคีที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยชุมชนจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจระบบการ
ทอ่ งเท่ียวว่าเกี่ยวข้องกับใคร อะไรบา้ งที่เก่ียวข้อง และเก่ยี วขอ้ งอยา่ งไร เพื่อจะกำหนดความร่วมมือ และสร้าง
การมีส่วนร่วมในจังหวะเวลาท่ีเหมาะสม โดยภาคีที่เกี่ยวข้องและความสัมพันธ์กับการท่องเที่ยว มีทั้งหมด 3
ระดับ คือ ระดับชุมชน ระดับอำเภอ/จังหวัด และระดับชาติ และมีรูปแบบต่างๆในการทำงานกับภาคีที่
เกี่ยวข้อง คือ การร่วมทุน มติ รภาพ และผูม้ สี ว่ นได้-สว่ นเสยี
เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน คือ การประสานความร่วมมือระหว่ากัน โดยมีข้อตกลงกันอย่าง
กว้างๆ ไมม่ ีลกั ษณะการบังคับบญั ชา แต่เป็นไปในลกั ษณะพันธะสญั ญา ประเภทของเครือข่าย ประกอบไปด้วย
เครือข่ายในระดบั ชุมชน เครอื ขา่ ยระหว่างชมุ ชน เครอื ขา่ ยระดบั ประเทศ และเครือข่ายระหวา่ งประเทศ โดยมี
ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเครือข่าย คือ พัฒนาคน พัฒนาองค์กรเครือข่าย และประสานทรัพยากรและการ
สนับสนุนจากรัฐ
14.6 คำถามท้ายบทเรยี น
14.6.1 จงอธิบายภาคีทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั การทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนเปน็ อย่างไร
14.6.2 จงอธิบายเครือข่ายการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนเป็นอย่างไร
275 การจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
14.7 กจิ กรรมเสริมการเรียนรทู้ ้ายบท
ให้นักศึกษานำเสนอภาคีและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยชุมชนของการท่องเที่ยวโดย
ชมุ ชน คนละ 1 ชุมชน พร้อมนำเสนอหน้าชัน้ เรียน
276 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
บทท่ี 15
กรณีศึกษาการจัดการท่องเท่ียวโดยชุมชนของประเทศเพื่อนบ้านในภมู ภิ าคอาเซียน
วัตถปุ ระสงค์ประจำบทเรยี น
1. เพ่อื ให้นักศกึ ษาไดท้ ราบถงึ ความเป็นมาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
2. เพอ่ื ให้นกั ศึกษาได้ทราบถงึ การจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนของประเทศเพือ่ นบา้ นในภูมภิ าคอาเซียน
เน้ือหาของบทเรยี น
15.1 ความเป็นมาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น (AEC)
15.2 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนของประเทศเพื่อนบ้านในภมู ิภาคอาเซียน
15.3 ตัวอย่างชุมชนจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนของประเทศเพ่ือนบ้านในภูมภิ าคอาเซียน
15.4 เอกสารบทความวิชาการ/งานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวขอ้ ง
15.5 สรปุ ผล
15.6 คำถามทา้ ยบทเรยี น
15.7 กจิ กรรมเสริมการเรียนรู้ทา้ ยบทเรยี น
15.1 ความเปน็ มาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2504 โดย
ประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลปิ ปนิ ส์ไดร้ ว่ มกันจดั ตัง้ สมาคมอาสา หรือ Association of South East Asia ข้นึ
เพื่อการร่วมมือกันทาง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่ดำเนินการได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง
เนื่องจากความผกผันทางการเมืองระหว่าง ประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย จนกระทั่งต่อมามีการ
ฟื้นฟูสัมพันธภาพระหว่างประเทศขึ้น จึงได้มีการแสวงหาลูท่ างจัดต้ังองคก์ ารความรว่ มมือทางเศรษฐกิจขึน้ ใน
ภูมิภาค “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และพันเอก (พิเศษ) ดร. ถนัด คอมันตร์ อดีต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร โดยมีการลงนาม “ปฏิญญา
กรุงเทพ” ที่พระราชวังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 จาก ปฏิญญาอาเซียน ซึ่งลงนามโดย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกก่อตั้ง 10ประเทศ ได้แก่ ทุกประที่อยู่ในเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ ยกเว้น ติมอร์-เลสเต้ (Asean Thailand, 2019.
ความประสงค์ของการจัดต้ังกลุม่ อาเซียนขึน้ มาเกิดจากความต้องการสภาพแวดล้อมภายนอกที่ม่นั คง
(เพื่อที่ผู้ปกครองของประเทศสมาชิกจะสามารถมุ่งความสนใจไปที่การสร้างประเทศ) ความกลัวต่อการแพร่
ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ความศรัทธาหรือความเชื่อถือต่อมหาอำนาจภายนอกเสื่อมถอยลงในช่วงพุทธ
ทศวรรษ 2500 รวมไปถึงความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การจัดตั้งกลุ่มอาเซียนมี
วัตถุประสงค์ต่างกับการจดั ต้ังสหภาพยุโรป เน่อื งจากกลุม่ อาเซียนถูกสรา้ งขึ้นเพอื่ สนับสนุนความเป็นชาตินยิ ม
AEC เป็นการพัฒนามาจากการเป็น สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The
Association of South East Asian Nations : ASEAN) ก่อตั้งขึ้นตามปฏิญญากรุงเทพฯ ( Bangkok
Declaration) เมื่อ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีประเทศผู้ก่อตั้งแรกเริ่ม 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย
277 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อมาในปี 2527 บรูไน ก็ได้เข้าเป็นสมาชิก ตามด้วย 2538 เวียดนาม ก็เข้าร่วม
เป็นสมาชกิ ตอ่ มา 2540 ลาวและพมา่ เข้ารว่ ม และปี 2542 กัมพูชา ก็ไดเ้ ขา้ ร่วมเป็นสมาชกิ ลำดบั ที่ 10 ทำให้
ปัจจุบันอาเซียนเป็นกลุ่มเศรษฐกิจภูมิภาคขนาดใหญ่ มีประชากร รวมกันเกือบ 500 ล้านคน จากนั้นในการ
ประชมุ สุดยอดอาเซยี นครั้งท่ี 9 ท่ีอินโดนีเซีย เม่อื 7 ต.ค. 2546 ผูน้ ำประเทศสมาชิกอาเซียนได้ตกลงกันที่จะ
จดั ตงั้ ประชาคมอาเซยี น (ASEAN Community) ซ่ึงประกอบด้วย 3 เสาหลกั คอื
1. ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน (Asean Economic Community:AEC)
2. ประชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซยี น (Socio-Cultural Pillar)
3. ประชาคมความม่นั คงอาเซียน (Political and Security Pillar)
15.1.1 อัตลกั ษณ์และสัญลักษณข์ องอาเซียน
1. ภาษาอาเซียน
ภาษาทางการทใ่ี ช้ในการติดต่อประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกคือ ภาษาอังกฤษ
2. คำขวัญ
คำขวัญของอาเซียน (ASEAN Mooto) คือ วสิ ยั ทัศนเ์ ดยี ว อตั ลักษณเ์ ดียว ประชาคมเดยี ว
One Vision, One Identity, One Community
3. สญั ลักษณ์อาเซียน
ดวงตราอาเซียนเปน็ รูปมัดรวงขา้ วสเี หลอื งบนพื้นวงกลมสีแดง สีขาว และสีน้ำเงนิ
ภาพท่ี 15.1 ดวงตราอาเซียน
ท่ีมา: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
สญั ลกั ษณ์อาเซียน
รวงข้าวสีเหลือง 10 มัด หมายถงึ ความใฝ่ฝนั ของบรรดาสมาชิกในเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้
ท้งั 10 ประเทศ ใหม้ ีอาเซยี นทผี่ กู พนั กันอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
วงกลม เปน็ สัญลักษณแ์ สดงถึงเอกภาพของอาเซยี น
278 การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
ตัวอักษรคำวา่ asean สนี ้ำเงิน อยูใ่ ตภ้ าพรวงข้าว แสดงถึงความมุ่งมัน่ ท่จี ะทำงานร่วมกัน
เพอ่ื ความมั่นคง สนั ตภิ าพ เอกภาพ และความก้าวหนา้ ของประเทศสมาชิกอาเซยี น
สนี ้ำเงิน หมายถึง สนั ตภิ าพและความม่ันคง
สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญและความกา้ วหนา้
สีขาว หมายถึง ความบรสิ ทุ ธิ์
สเี หลอื ง หมายถึง ความเจรญิ รงุ่ เรอื ง
15.2 การจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนของประเทศเพ่ือนบ้านในภูมิภาคอาเซยี น
1. บรไู น ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
ภาพที่ 15.2 ธงชาตปิ ระเทศบรูไน
ท่ีมา: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563)
เมอื งหลวง : บนั ดารเ์ ซอรีเบอกาวนั (Bandar Seri Begawan)
ศาสนา : อสิ ลาม 67%, พทุ ธนิกายมหายาน 13%, ศาสนาคริสต์ 10%
พ้นื ท่ี : 5,769 ตร.กม. ตัง้ อยู่ทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือบนเกาะบอรเ์ นยี ว ในทะเลจีนใต้
ประชากร : มีจำนวนประชากรประมาณ 401,890 คน (นอ้ ยทส่ี ุดในอาเซียน) สว่ นใหญเ่ ปน็ เชื้อชาติ
มลายู รองลงมาคอื จีน และชนพน้ื เมืองตา่ ง
ภาษา : ภาษามาเลยเ์ ป็น ภาษาราชการ และใช้ภาษาอังกฤษกันท่ัวไปท้ังในราชการ การค้า ภาษาจีน
ใช้กนั ในกลุ่มคนจนี
อาหารประจำชาติ : อมั บยู ัต เปน็ อาหารยอดนยิ มของบรูไน
สัตวป์ ระจำชาติ : เสอื โครง่
สกลุ เงนิ : ดอลลา่ ร์บรูไน ดารุสซาลาม
วนั ท่ีเขา้ ร่วมอาเซียน : 7 มกราคม 1984
279 การจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
2. กัมพูชา (Cambodia)
ภาพท่ี 15.3 ธงชาตปิ ระเทศกมั พชู า
ทม่ี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ
ศาสนา : พุทธรอ้ ยละ 95, อิสลามรอ้ ยละ 3, ครสิ ตร์ ้อยละ 1.7, พราหมณ-์ ฮนิ ดูร้อยละ 0.3
พื้นที่ : 180,000 ตารางกโิ ลเมตร ตง้ั อยูท่ างทิศตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมทุ รอนิ โดจีน
ประชากร : มีจำนวนประมาณ 14.7 ล้านคน ชาวเขมร รอ้ ยละ 90 ชาวญวน ร้อยละ 5 ชาวจนี
รอ้ ยละ 1 และอนื่ ๆ ร้อยละ 4
ภาษา : ภาษาเขมร เป็นภาษาราชการ รองลงมาเปน็ องั กฤษ, ฝรง่ั เศส, เวยี ดนามและจนี
อาหารประจำชาติ : อาม็อก (Amok) อาหารยอดนยิ มของกมั พูชา มลี ักษณะคลา้ ยห่อหมกของไทย
สตั ว์ประจำชาติ : กูปรี หรอื โคไพร เปน็ สตั วป์ ระจำชาตขิ องประเทศกมั พชู า
สกลุ เงนิ : เรียล (Riel) เป็นสกลุ เงินของประเทศกมั พชู า
วันท่เี ข้ารว่ มอาเซียน : เข้าเป็นสมาชกิ อาเซียนเม่ือวันท่ี 30 เมษายน 1999
3. อนิ โดนเี ซีย (Indonesia)
ภาพที่ 15.4 ธงชาติประเทศอินโดนเี ซยี
ทม่ี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
เมอื งหลวง : จาการต์ า (Jakarta) เป็นเมืองที่ใหญ่ทส่ี ดุ ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
ศาสนา : อิสลามรอ้ ยละ 88 คริสตร์ อ้ ยละ 8 ฮนิ ดูร้อยละ 2 พทุ ธรอ้ ยละ 1 และศาสนาอ่นื ๆ ร้อยละ 1
พ้ืนท่ี : 1,904,433 ตารางกิโลเมตร (หรือ 10 เท่า ของไทย)
ประชากร : มจี ำนวนประชากร 241 ลา้ นคน ประกอบดว้ ย ชนพื้นเมืองหลายกลุ่ม
ภาษา : ภาษาอินโดนเี ซีย เป็นภาษาราชการ
280 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
อาหารประจำชาติ : กาโด กาโด (Gado Gado) ประกอบไปด้วยผกั และธัญพืช
สตั ว์ประจำชาติ : มังกรโคโมโด
สกลุ เงนิ : รเู ปยี ห์ (Rupiah)
วนั ท่ีเขา้ ร่วมอาเซียน : 8 สิงหาคม 1967 เป็น 1 ใน 5 ประเทศในการก่อต้ังสมาคมประชาชาตแิ ห่ง
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
4. สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว (Laos)
ภาพท่ี 15.5 ธงชาตปิ ระเทศลาว
ทม่ี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
เมอื งหลวง: เวยี งจันทร์
ศาสนา : ศาสนาพทุ ธ(เถรวาท) คริสต์ อิสลาม นบั ถอื ผี
พ้ืนท่ี : ประมาณ 236,000 ตารางกิโลเมตร
ประชากร : มจี ำนวนประมาณ 6.5 ล้านคน ประกอบด้วย ชาวลาวลมุ่ 68%, ลาวเทงิ 22%, ลาวสูง
9% รวมประมาณ 68 ชนเผ่า
ภาษา : ภาษาลาว เปน็ ภาษาราชการ
อาหารประจำชาติ : ซุบไก่ (Chicken Soup)
สตั วป์ ระจำชาต:ิ ช้าง ถือเปน็ สตั วค์ บู่ ้านคเู่ มืองที่มคี วามผูกพันกับชาวลาวเป็นอยา่ งยิ่ง
สกลุ เงนิ : กบี (Kip)
วนั ที่เข้าร่วมอาเซียน : เข้าร่วมสมาชิกอาเซียนเปน็ ประเทศท่ี 8 วนั ท่ี 23 ก.ค. 1997
5. มาเลเซีย (Malaysia)
ภาพท่ี 15.6 ธงชาติประเทศมาเลเซีย
ที่มา: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
281 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
เมอื งหลวง : กวั ลาลัมเปอร์
ศาสนา : อิสลาม ศาสนาประจำชาติ ร้อยละ 60.4, พุทธ ร้อยละ 19.2, คริสต์ รอ้ ยละ 11.6, ฮินดู
รอ้ ยละ 6.3 และอ่นื ๆ อีกรอ้ ยละ 2.5
พ้นื ที่ : ประมาณ 329,758 ตารางกิโลเมตร ( ประมาณ 64% ของไทย)
ประชากร : มจี ำนวนประมาณ 30,018,242 ประกอบดว้ ย มาเลย์ 40%, จนี 33%, อนิ เดีย 10%, ชน
พืน้ เมืองเกาะบอรเ์ นยี ว 10%
ภาษา : ภาษามาเลย์ หรอื ภาษามลายู เปน็ ภาษาราชการ รองลงมาเปน็ องั กฤษและจีน
อาหารประจำชาติ : นาซิเลอมกั เป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของมาเลเซยี เปน็ ข้าวผัดกับกะทิและ
สมนุ ไพร, สะเต๊ะ เป็นอาหารทรี่ ู้จกั แพร่หลาย นิยมใชเ้ นอ้ื ววั หรอื เนอ้ื ไก่ยา่ งบนเตาถ่าน รบั ประทานกบั น้ำจิ้ม
รสชาตหิ วานหอมเผ็ด และเครื่องเคยี ง
สตั วป์ ระจำชาติ : เสอื โคร่ง
สกลุ เงิน : ริงกิต (Ringgit)
วนั ทเ่ี ขา้ ร่วมอาเซียน : 8 สิงหาคม 1967 เป็น 1 ใน 5 ประเทศในการกอ่ ต้ังสมาคมประชาชาตแิ ห่ง
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
6. พม่า (Myanmar)
ภาพท่ี 15.7 ธงชาติประเทศพม่า
ทม่ี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
เมอื งหลวง : เนปดี อ (Naypyidaw)
ศาสนา : พุทธ 90%, ครสิ ต์ 5%, อิสลาม 3.8%
พน้ื ท่ี : 677,000 ตารางกโิ ลเมตร
ประชากร : มจี ำนวนประมาณ 56,400,000 คน มชี าติพันธพ์ุ ม่า 68%, ไท
ใหญ่ 9%, กะเหร่ยี ง 7%, ยะไข่ 3.50%, จีน 2.50%, มอญ 2%, คะฉ่ิน 1.50%, อนิ เดยี 1.25%, ชิน1%, คะ
ยา 0.75% และอ่นื ๆ 4.50%
ภาษา : ภาษาพมา่ เปน็ ภาษาราชการ
อาหารประจำชาติ : หลา่ เพด็ (Lahpet) เป็นอาหารยอดนิยมของพม่า คือใบชาหมักทานกับเคร่ือง
เคยี ง
สัตว์ประจำชาติ : เสอื
282 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
สกุลเงิน : จ๊าด (Kyat)
วันที่เข้าร่วมอาเซียน : วันท่ี 23 กรกฎาคม ค.ศ.1997
7. ฟลิ ปิ ปินส์ (Philippines)
ภาพที่ 15.8 ธงชาตปิ ระเทศฟิลปิ ปนิ ส์
ทม่ี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
เมืองหลวง : กรุงมะนิลา
ศาสนา : รอ้ ยละ 92.5 นบั ถือศาสนาคริสต์ โดยร้อยละ 83 นบั ถือนิกายโรมันคาทอลิก และร้อยละ 9
เป็นนกิ ายโปรเตสแตนต์
พืน้ ที่ : 300,000 ตารางกโิ ลเมตร
ประชากร : มีจำนวนประมาณ 103,000,000 คน
ภาษา : ภาษาฟิลิปโี น และภาษาองั กฤษ เปน็ ภาษาราชการ
อาหารประจำชาติ : อโดโบ้ (Adobo) เป็นหนงึ่ ในอาหารยอดนิยม ของประเทศฟิลปิ ปนิ ส์ ทำจากหมู
หรอื ไก่ทผี่ า่ นกรรมวิธหี มักและปรุงรสโดยจะใสซ่ ีอิ๊วขาว น้ำส้มสายชู กระเทยี มสับ ใบกระวาน พรกิ ไทยดำ
นำไปทำให้สุกโดยใส่ในเตาอบ หรือทอด และรบั ประทานกับขา้ ว
สตั วป์ ระจำชาติ : กระบือ เปน็ สตั วป์ ระจำชาตฟิ ลิ ิปปนิ ส์ ในภาษาตากาล็อกเรยี กวา่ คาราบาว
สกุลเงนิ : เปโซ (Peso)
วันทเ่ี ขา้ รว่ มอาเซียน : วันที่ 8 สงิ หาคม
8. สงิ คโปร์ (Singapore)
ภาพท่ี 15.9 ธงชาตปิ ระเทศสิงคโปร์
ท่มี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
283 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
เมอื งหลวง : สงิ คโปร์ สงิ คโปร์เปน็ ประเทศเดยี วทไ่ี มม่ ีเมืองหลวง เนื่องจากเป็นเกาะขนาด 710
ตารางกิโลเมตร จึงบริหารประเทศทงั้ หมดเปน็ รฐั เดยี ว
ศาสนา : พุทธ 42.5%, อิสลาม 14.9%, คริสต์ 14.5%, ฮินดู 4%, ไม่นับถือศาสนา 25%
พ้นื ท่ี : 697.1 ตารางกโิ ลเมตร
ประชากร : มีจำนวนประมาณ 5,469,700 คน ประกอบด้วยชาวจีน 75%, มาเลย์ 15%, อนิ เดยี
10%
ภาษา : ภาษาราชการ มี 4 ภาษาด้วยกัน คือ ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาจนี แมนดาริน และ
ภาษาทมิฬ
อาหารประจำชาติ : ลักซา (Laksa) อาหารยอดนยิ มของสิงคโปร์ เปน็ ก๋วยเตย๋ี วตม้ ยำ (ใส่กะทิ)
ลักษณะคลา้ ยข้าวซอยของไทย นำ้ แกงเข้มขน้ ดว้ ยรสชาตขิ องกะทิ กุ้งแห้ง และพริก โรยหนา้ ดว้ ยกุง้ ตม้
หอยแครง
สตั ว์ประจำชาติ : สงิ โต ซึง่ เป็นที่มาของชอ่ื ประเทศ มาจากคำว่า สงิ หปุระ (Singapura) เปน็ ภาษา
สนั สกฤต
สกุลเงนิ : ดอลล่าร์สงิ คโปร์
วันที่เข้าร่วมอาเซียน : 8 สิงหาคม 1967 เป็น 1 ใน 5 ประเทศในการกอ่ ตั้งสมาคมประชาชาตแิ หง่
เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
9. เวียดนาม (Vietnam)
ภาพที่ 15.10 ธงชาตปิ ระเทศเวียดนาม
ทีม่ า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
เมืองหลวง : กรุงฮานอย
ศาสนา : ศาสนาพุทธ นิกายมหายานสงู ถึงรอ้ ยละ 70 ของจำนวนประชากร ร้อยละ 15 นับถอื ศาสนา
ครสิ ต์ ทเี่ หลอื นบั ถือลทั ธิขงจ้ือ มสุ ลมิ
พืน้ ท่ี : 331,689 ตารางกโิ ลเมตร
ประชากร : 89,693,000 คน
ภาษา : ภาษาเวียดนาม เป็นภาษาราชการ
อาหารประจำชาติ : แหนม หรือ ปอเปย๊ี ะเวยี ดนาม เปน็ อาหารยอดนยิ มของเวยี ดนาม หนึง่ ในอาหาร
พื้นเมืองท่โี ด่งดงั ที่สดุ ของประเทศแผ่นแป้งทำจากขา้ วจ้าว นำมาหอ่ ไส้ ซงึ่ อาจเปน็ ไก่ หมู กงุ้ หรือหมูยอ รวม
กับผกั ที่มสี รรพคุณเป็นยานานาชนิด
284 การจัดการท่องเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
สัตวป์ ระจำชาติ : กระบือ
สกลุ เงิน : ดง่ (Dong)
วนั ทเ่ี ขา้ รว่ มอาเซียน : วนั ท่ี 28 มกราคม 1995
10. ประเทศไทย (Thailand)
ภาพที่ 15.11 ธงชาตปิ ระเทศไทย
ทม่ี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
เมืองหลวง: กรุงเทพมหานคร
ศาสนา : พทุ ธ 93.83%, อิสลาม 4.56%, ครสิ ต์ 0.80%, ฮินดู 0.086%, ลทั ธิขงจอ๊ื 0.011% และ
อื่นๆ 0.079% และมีประชากรทีไ่ ม่นบั ถือศาสนาและไม่ทราบศาสนา 0.27% และ 0.36%
พน้ื ที่ : 513,115.02 ตารางกโิ ลเมตร
ประชากร : 65,124,716 คน
ภาษา : ภาษาไทย เป็นภาษาราชการ
อาหารประจำชาติ : ต้มยำกุ้ง (Tom Yam Goong), ส้มตำ
สัตว์ประจำชาติ : ชา้ ง ถอื เป็นสัตวค์ บู่ ้านคเู่ มืองและมคี วามสำคัญเก่ียวข้องกับสถาบนั หลกั ของ
ประเทศ
สกลุ เงนิ : บาท (Baht)
วนั ท่เี ข้าร่วมอาเซียน : 8 สิงหาคม 1967 เป็น 1 ใน 5 ประเทศในการก่อตั้งสมาคมประชาชาตแิ ห่ง
เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
15.3 ตวั อย่างชมุ ชนจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนของประเทศเพ่ือนบ้านในภมู ิภาคอาเซยี น
15.3.1 บรไู น ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
ชมุ ชนท่องเที่ยวหมบู่ า้ นกลางนำ้ กัมปง อายเย่อร์
285 การจัดการท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ภาพท่ี 15.12 ชุมชนหม่บู ้านกลางน้ำกัมปง อายเย่อร์
ทม่ี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
Kampong Ayer กัมปงไอเยอร์ หมู่บ้านกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมศิลปะการสร้าง
บ้านเรือนนับพันบริเวณปากแม่น้ำบรูไน และการคมนาคมอันแปลกตา ชาวยุโรปใรยุคแรกที่เข้ามาที่บรูไน
เรียกขานหมู่บ้านกลางน้ำนี้ว่า เวนิซแห่งตะวันออก หมู่บ้านกลางน้ำ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นชุมชนกลางน้ำที่ใหญ่แห่ง
หน่ึงบนโลก โดยมีทั้งสิ้น 42 หมู่บ้าน ประชากรอาศัยร่วม 30,000 กว่าคน การสัญจรไปมานั้นจะมีเรือสปี๊ดโบ๊
ทแบบบรไู น (เรอื ไมต้ ดิ เครอื่ งยนต์) โดยคิดคา่ บรกิ ารคร้ังละ 1 เหรยี ญ
เนอื่ งดว้ ยชุมชนกลางน้ำแห่งนี้ จดั เปน็ ชุมชนกลางนำ้ ทีใ่ หญ่แห่งหน่ึงบนโลก ทชี่ มุ ชนมี สถานี
ดับเพลิง สถานีตำรวจ มสั ยดิ นอกจากนี้ยังมีโรงเรยี น โรงพยาบาล รา้ นอาหาร เหมือนชุมชนบนฝั่ง และ
สะพานที่ทอดยาวสชู่ ุมชนกลางน้ำ บนฝ่งั ก็มีอนุสาวรยี ์ Mercu Dirgahayu
กจิ กรรมภายในหมู่บา้ นกลางน้ำกมั ปง อายเยอ่ ร์ ได้แก่
- ลอ่ งเรอื ชุมวิถีชีวติ ชมุ ชนกัมปงไอเยอร์
- เยี่ยมชมอนสุ าวรยี ์ Mercu Dirgahayu
15.3.2 กมั พชู า (Cambodia)
ชมุ ชนท่องเที่ยวตำบลกัมปงพลัวะ
ชุมชนตำบลกมั ปงพลุก (กัมปง=ท่าเรือ , พลุก=งาช้าง) และเมื่อนำคำสองคำมารวมเข้ากัน
แลว้ มีความหมายว่า “ท่างาช้าง” คล้ายกบั คำว่า “ทา่ ช้าง” ชุมชนชาวกัมปงพลุกตง้ั อยใู่ นตำบลกัมปงพลุก
อำเภอปราสาทบากอง จงั หวัดเสยี มเรียบ ประเทศกมั พชู า
286 การจัดการท่องเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ภาพท่ี 15.13 ชุมชนท่องเที่ยวตำบลกัมปงพลวั ะ
ทีม่ า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
ชุมชนชาวกัมปงพลุกประกอบด้วยหมู่บ้าน 3 หมู่บ้านด้วยกัน คือหมู่บ้านถนนขบถ หมู่บ้าน
กะไดหอม หมู่บ้านเนินโกกกลล ตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 6 เส้นทางบนถนนสาย พนมเปญ – เสียมเรียบ ห่าง
จากตัวเมืองเสียบเรียบไปทางทิศตะวันออกสู่กรุงพนมเปญระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จะมีเส้นทางถนน
แยกทางขวามือเข้าไปตามถนนลูกรังระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นดินลูกรังค่อนข้างขรุขระ
กอ่ นจะถึงหม่บู ้านแห่งแรก คือ หมบู่ ้านถนนขบถ ซึ่งแปลเปน็ ไทยว่า “ถนนขาด” ขับรถเลยมาสกั หน่อยก็จะถึง
หมู่บ้านกะไดหอม แปลว่า “ดินแดง” และหมู่บ้านสุดท้ายที่เราเดินทางมาถึงก็ คือ หมู่บ้านเนินโกกกลล หรือ
เรียกชอ่ื เป็นภาษาไทยว่า “เนินกลล” ทงั้ สามหมู่บ้านน้ีเรียกว่า “ชุมชนกมั ปงพลกุ ก่อนถึงโตยเลสาบ”
กิจกรรมภายในชมุ ชน ได้แก่
- เย่ยี มชมชีวิตชมุ ชน
- เรยี นรวู้ ิถีชีวิตการทำประมง
ชุมชนท่องเทีย่ วหมบู่ ้านชาวเขาที่มณฑลคีรี
ภาพที่ 15.14 หม่บู ้านชาวเขาทม่ี ณฑลครี ี
ที่มา: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )
287 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
มณฑลคีรีตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดรัตนคีรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประชากรเบาบางที่สุดใน
ประเทศกัมพูชา แม้เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด จังหวัดนี้เป็นที่รู้จักกันว่ามีป่าอย่างหนาแน่น มีเนินเขาและ
ภูมิทัศน์เขียวขจี มีน้ำตกธรรมชาติหลายแห่ง ชุมชนใหญ่ที่สุดของมณฑลคีรีคือเมือง ‘แสนมโนรมณ์’ แม้ว่า
ระยะไกลไปหน่อยแต่มณฑลคีรีสามารถดงึ ดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนได้อยา่ งไม่ขาดลาย เพราะความ
เป็นธรรมชาติอันงดงามของจังหวัดแห่งนี้ และ ด้วยความเงียบสงบ การขี่ ช้าง หรือเกวียนชมหมู่บ้านชนกลุ่ม
น้อยผ่านป่าเขียวชอุ่มในดินแดนแห่งนี้ทำให้ผู้ มาเยี่ยมชมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามและอากาศบริสุทธิ์
สดชน่ื นำ้ ตกที่งดงามที่สุดของประเทศอยู่ในจังหวดั มณฑลครี ีเช่นกัน นอกจากนนั้ มณฑลคีรียังมแี หลง่ ทอ่ งเที่ยว
ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจนั้นก็คือหมู่บ้านชนกลุ่มน้อย “ชาวพโนง” เราสามารถสังเกตเห็นความสมบูรณ์แบบ
ทางวฒั นธรรมของชาวเขาเผ่าท้องถ่ิน เป็นโอกาสท่ีจะได้สมั ผสั กบั วิถีชวี ิตของชุมชนวัฒนธรรมในขอบป่าแห่งนี้
อีกด้วย นักท่องเที่ยวนิยมพักที่ “โฮมสเตย์” ในเขตแนวเขาพนมเปร็จเป็นเขตสัตว์ป่าสงวนและเป็นสถานที่
อนรุ ักษ์
กิจกรรมภายในชมุ ชน ไดแ้ ก่
- การข่ชี า้ ง หรือเกวยี นชมหมู่บา้ น
- เดินป่าชมนำ้ ตก
- เยี่ยมชมวถิ ีชวี ิตชุมชนพโนง
15.3.3 อนิ โดนเี ซยี (Indonesia)
ชมุ ชนเกาะบาหลี (Bali)
ชุมชนเกาะบาหลี (Bali) เกาะนี้ตั้งอยู่ใกล้ตอนกลางของหมู่เกาะอินโดนีเซีย บาหลีมีพ้ืนที่
5,650 ตร.กม. บาหลมี ีประชากรมากกวา่ 3 ลา้ นคน วฒั นธรรมบาหลีของชาวบาหลเี ป็นสิ่งทดี่ ึงดูดนกั ท่องเที่ยว
มาเทย่ี วบาหลีเพราะท่ีบาหลี เปน็ ท่ีเทย่ี ว ซ่งึ ประเพณีศาสนาวัฒนธรรม เจริญเหนือวัตถอุ ืน่ ๆ และผูค้ นบนเกาะ
บาหลี ยังเชอ่ื กราบไหว้เทพเจา้ และภตู ผีจนปจั จบุ นั บาหลจี งึ ได้ถูก ขนานนามวา่ บาหลเี ปน็ ดินแดนแห่งเทพเจ้า
เท่ียวบาหลีการเย่ียมชมวัดต้องแต่งชุดสุภาพ (กางเกงขายาว) ไม่เช่นนั้นก็ต้องยืมโสร่งใส่ เพื่อเข้าวัดนั้นๆได้
สปาท่ีบาหลีเปน็ ท่ีข้ึนชื่อมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และการนวดด้วยนวดน้ำมนั
หรือสมนุ ไพรกล่ินหอมตา่ งๆ
ภาพท่ี 15.15 ชุมชนเกาะบาหลี (Bali)
ท่มี า: ( https://aecaseanfocus.wordpress.com, 2563 )