88 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ตารางท่ี 5.2 กรอบในการวางแผนและตวั อยา่ งแผนงานและกิจกรรมของการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชน
แผนงานท่ี 1 .........................
กิจกรรม วัตถปุ ระสงค์ กลมุ่ เปา้ หมาย การ ระยะเวลา ทรัพยากร งบ ผรู้ ับผดิ ชอบ
ดำเนินงาน (ใน/นอก) ประมาณ
1
2
แผนงาน กิจกรรม
แผนงานการพฒั นาทางกายภาพ การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว สิ่ง
อำนวยความสะดวก พัฒนาที่พักและห้องสุขา สร้าง
ศนู ย์ข้อมูล
แผนงานพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ ม การตรวจและเฝ้าระวังไฟป่า การจัดการขยะ ค่าย
สงิ่ แวดล้อม
แผนฟนื้ ฟูวฒั นธรรมชมุ ชน การรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น การถ่ายทอดศิลปะการ
รอ้ งเพลงพน้ื บ้านแก่เยาวชน
แผนงานพัฒนาองค์กร พัฒนาผู้นำ อบรมคณะกรรมการ ศึกษาดูงาน อบรม
การเงิน-บัญชีและการตรวจสอบ
แผนงานพัฒนาบุคลากร อบรมมัคคุเทศก์ อบรมภาษาอังกฤษ การทำงานเป็น
ทมี
แผนพัฒนาด้านการตลาด จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ จัดนิทรรศการเผยแพร่ เชิญ
สอ่ื มวลชนลงพืน้ ที่
ท่ีมา: ( พจนา สวนศรี, 2546 )
89 การจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
อย่างไรกต็ าม พืน้ ฐานของการวางแผนการท่องเท่ียวโดยชุมชน ต้องมีการเตรยี มความพร้อมทั้งภายใน
และการติดตอ่ ประสานงานกบั ภายนอกอยา่ งน้อยดังน้ี
1. การวางแผนดา้ นการเตรยี มความพร้อมชุมชน
1. รปู แบบการท่องเทยี่ ว
2. การให้บรกิ ารและเงอ่ื นไขการให้บริการ
3. ส่ิงอำนวยความสะดวก
2. การวางแผนด้านการตลาด
1. นกั ท่องเทยี่ ว และแหล่งท่มี าของนกั ท่องเทย่ี ว
2. โปรแกรมการท่องเทย่ี วและราคา
3. การประชาสัมพันธ์
5.2.5 การวางแผนด้านการเตรยี มความพร้อมชุมชน
1. กำหนดรปู แบบการท่องเทีย่ ว การกำหนดรูปแบบมีองคป์ ระกอบในการพิจารณาคือ
1.1 ขีดความสามารถในการรองรับของแหล่งธรรมชาติและการไม่รบกวนประเพณี
และพธิ ีกรรมของชุมชน
1.2 ระยะเวลาที่เหมาะสม (จำนวนวันหรือชั่วโมง) ที่ชุมชนต้องการให้นักท่องเที่ยว
เขา้ มาใชเ้ วลาในการทอ่ งเทย่ี วภายในชุมชน
1.3 ความพร้อมด้านทีพ่ ัก อาหาร และมัคคุเทศก์ชาวบา้ น (จำนวนและคณุ ภาพ)
1.4 โปรแกรมการท่องเที่ยวและกจิ กรรมการท่องเที่ยว
2. การให้บริการและเงือ่ นไขการให้บริการ หลังจากกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวแล้ว ต้อง
สรา้ งกลไกการทำงานและแนวทางปฏิบัติสำหรบั ชาวบ้านและนกั ทอ่ งเทีย่ ว ดงั น้ี:-
2.1 รปู แบบองคก์ รในการบรหิ ารและดำเนินการทอ่ งเท่ียว
2.2 ช่วงเวลาท่ีใหบ้ รกิ ารนำเท่ยี ว
2.3 เงอ่ื นไขการให้บริการ
2.4 กฎระเบยี บการปฏบิ ตั ติ วั ของนกั ท่องเที่ยว
90 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
3. สิ่งอำนวยความสะดวก การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรองรับและให้บริการ
นกั ทอ่ งเท่ยี ว เพ่อื ใหน้ กั ทอ่ งเทีย่ วเกิดความสะดวกสบาย ปลอดภัยในการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกนั ก็ต้องไม่ก่อ
ผลกระทบดา้ นลบต่อสงิ่ แวดล้อม องคป์ ระกอบในการวางแผนเรอ่ื งสงิ่ อำนวยความสะดวก เชน่ :-
1. การวางผังของสิ่งปลูกสร้างต้องสอดคล้องกลมกลืนกับภูมิทัศน์และศิลปวัฒนธรรมของ
ท้องถิน่
2. คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม เช่น มีระบบการจัดการของเสีย การ
จัดโซนการใหบ้ รกิ ารทีไ่ ม่รบกวนศาสนสถานของชุมชน
3. มรี ะบบป้องกนั อันตรายที่อาจจะเกิดกับนักท่องเทย่ี ว
4. มีอัตราค่าบริการที่เป็นมาตรฐานและราคาที่เป็นธรรม เช่น ค่าพาหนะ ค่าโทรศัพท์
อาหาร/น้ำด่ืม และของทรี่ ะลึก
5. มปี ้ายหรือแผนที่ ทใ่ี ห้ขอ้ มลู เบอื้ งต้นกบั นักท่องเท่ียว
5.2.6 การวางแผนดา้ นการตลาด
เป็นการทำงานทีต่ ้องมองปัจจัยภายนอก และการทำงานที่ต้องติดต่อประสานงานกับองค์กรภายนอก
เพื่อจะได้รู้เท่าทันสถานการณ์ อันจะเป็นการเตรียมการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนในการติดต่อ
ประสานงานกับภายนอกได้อย่างรู้เท่าทัน ในทำนองเดียวกันก็ต้องนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงรูปแบบและ
ลักษณะการใหบ้ ริการ เพือ่ ใหส้ ามารถแข่งขนั กบั ภายนอกได้
1. นกั ท่องเท่ยี วและแหล่งทม่ี าของนักท่องเที่ยว
จากผลการศึกษาที่ผ่านมาในส่วนของนักท่องเที่ยวและพฤติกรรมการท่องเที่ยว ในขั้นนี้ชุมชนต้อง
ตดั สนิ ใจวา่ กลมุ่ นกั ท่องเท่ียวท่ชี ุมชนต้องการเป็นกลุ่มคนไทยหรือชาวตา่ งประเทศ และจะเข้าถึงนักท่องเท่ียว
เหล่าน้นั ไดอ้ ยา่ งไร ซง่ึ สามารถดำเนนิ การไดใ้ น 2 ลักษณะ กลา่ วคือ
1. นักท่องเท่ยี วติดต่อโดยตรงกับชุมชน
2. ให้บริษทั นำเท่ียวทำการตลาดใหก้ ับชุมชน (นกั ท่องเที่ยวมากบั บริษัทนำเทยี่ ว)
2. โปรแกรมการท่องเท่ียวและราคา
นักทอ่ งเที่ยวท่สี นใจเรอื่ งการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนมหี ลายกลุม่ หลายวยั และมคี วามสนใจท่ีหลากหลาย
ในทำนองเดียวกัน ในชุมชนเองก็มีฤดูกาลการผลิตที่หลากหลาย มีประเพณีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในรอบปี
โปรแกรมการท่องเท่ียวอาจจัดทำได้ใน 3 ลักษณะ
91 การจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
1. โปรแกรมมาตรฐาน เหมาะสมกบั ทุกเพศ ทกุ วยั ทุกฤดกู าล
2. โปรแกรมมาตรฐาน ผสมกับโปรแกรมทางเลือก สำหรับกลุ่มคนที่มีความสนใจเป็นพิเศษ
และมเี วลาอยใู่ นชมุ ชนหลายวนั
3. โปรแกรมทอี่ อกแบบตามวตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะของกล่มุ นักท่องเทยี่ ว
อย่างไรก็ตาม เพ่ือไมใ่ ห้การทอ่ งเทีย่ วเกดิ ผลกระทบต่อวถิ ชี วี ติ และขดี ความสามารถในการรองรับของ
ชุมชน ชุมชนควรจะมีการกำหนดช่วงเวลาท่ีพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง และ
จำนวนสูงสุดทีส่ ามารถรองรับไดใ้ นแตล่ ะวนั และกฎ กตกิ า พรอ้ มท้ังราคาใหน้ กั ท่องเท่ยี วทราบล่วงหนา้
3. การประชาสัมพันธ์
พิจารณาองค์ประกอบ 3 ดา้ นด้วยกนั คอื
1. ช่องทางที่จะใช้ในการประชาสัมพันธ์ เช่น สื่อมวลชน สำนักงานการท่องเที่ยว ปากต่อ
ปาก
2. ส่ือทจี่ ะใชใ้ นการประชาสมั พันธ์ เช่น แผน่ พบั วีดโิ อ โปสเตอร์ อนิ เตอรเ์ นต็
3. เอกลกั ษณ์พเิ ศษของชุมชนท่ีแตกตา่ งจากการท่องเท่ียวอืน่ ๆ เพอ่ื ทจ่ี ะใช้เป็นจุดเด่นในการ
ประชาสมั พันธ์
5.2.7 การวางแผนในการตดิ ตามและประเมนิ ผล
ในกระบวนการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนกระท่ังถึงการประเมินผล เป็นการทำงานที่ให้ความสำคัญกับ
การมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอน ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ชุมชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการน้ัน
อย่างแท้จริง และเพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของโครงการ ชุมชนควรจะต้องมีการ
วางแผนเรื่องการตดิ ตามและประเมินผลไว้ดว้ ยตัง้ แตแ่ รก และอยา่ งนอ้ ยควรมีการติดตามผลการทำงานทุกๆ 3
เดือน โดยทช่ี าวบา้ นเปน็ ผูก้ ำหนดตวั ช้ีวดั ต้งั แต่ขน้ั ตอนการกำหนดวิสยั ทัศน์และวัตถปุ ระสงคข์ องการท่องเที่ยว
โดยชมุ ชน ซึ่งเราอาจเรยี กว่าเป็น “เกณฑ์แหง่ ความพึงพอใจของชาวบ้าน” ตัวชวี้ ัดนเ้ี ป็นการประเมินภายใน
สว่ นองคก์ รภายนอกท่เี ข้ามาทำงาน อาจมีการตดิ ตามและประเมนิ ผลของตนเองก็ได้
92 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
5.3 ตัวอยา่ งชมุ ชนทอ่ งเทย่ี วที่มีการวางแผนการจัดการท่องเที่ยว
5.3.1 ตัวอยา่ งชมุ ชนท่องเทย่ี วท่มี ีการวางแผนการจดั การท่องเทย่ี วในประเทศ
5.3.1.1 การวางแผนพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วชมุ ชนเชิงสขุ ภาพจงั หวัดขอนแก่น
จังหวัดขอนแก่นมีความพร้อมและมีศักยภาพของการเปน็ เมืองท่องเที่ยวชุมชนเชิงสุขภาพ มี
องค์ประกอบทางการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ทั้ง 5 ด้าน และมีการวางแผนในการพัฒนาการท่องเที่ยวของ
องค์ประกอบของการจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชน 4 ดา้ น คอื
1.ด้านทรพั ยากรธรรมชาติและวฒั นธรรม ควรจดั ทำแผนเพอ่ื การศึกษาทรัพยากรธรรมชาติที่
โดดเด่นของชุมชนที่สามารถนำมาปรับใช้เป็นวัตถุดิบด้านการผลิตสมุนไพรที่ใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพ และ
แนวทางการใช้ทรัพยากรนน้ั อยา่ งยง่ั ยืน
2. ด้านองค์กรชุมชน คือ ควรจัดทำแผนเพอื่ การจัดเก็บองคค์ วามรูเ้ ก่ยี วกับดา้ นภมู ิปัญญาการ
รักษาโดยใช้สมุนไพรท้องถิ่น และจัดตั้งองค์กรเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสุขภาพขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้
ชุมชนเขา้ มามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาและรู้สกึ ภาคภูมิใจเป็นเจา้ ของรว่ มกัน
3.ด้านการจัดการ คือ จัดตั้งองค์กรหรือกลไกในการทำงานเพื่อจัดการการท่องเที่ยว เพ่ือ
สามารถเช่ือมโยงการทอ่ งเที่ยวกับการพัฒนาชุมชนโดยรวมได้ โดยยดึ หลักการกระจายผลประโยชนท์ เี่ ปน็ ธรรม
และมกี องทุนท่ีเออ้ื ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมของชมุ ชน
4.ดา้ นการเรียนรู้ คอื มีแผนเพอ่ื ออกแบบและพฒั นากิจกรรมการท่องเทยี่ วชุมชนเชิงสุขภาพ
ที่สามารถสร้างการรับรู้และความเข้าใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพ การบำบัดรักษา และการส่งเสริมสุขภาพ
รวมไปถึงทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ เข้าถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่างของชุมชนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้
รว่ มกนั ระหวา่ งชุมชนและนักทอ่ งเทีย่ ว (นทั ชา สองหลวง, 2561)
5.3.1.2 ชุมชนท่องเทย่ี วบ้านเขาดิน ตำบลหนา้ เขา อำเภอเขาพนม จงั หวัดกระบ่ี
ชุมชนท่องเที่ยวบ้านเขาดิน ชุมชนไทยพุทธเพียงแห่งเดียวในกระบี่ ที่ไม่ติดทะเล แต่มีความ
น่าสนใจหลากหลาย จนไม่น่าเชื่อว่าดินแดนชายขอบกระบี่ด้านเหนือจะรุ่มรวยทรัพยากรขนาดนี้ เริ่มจากต า
นานผูบ้ กุ เบิกบา้ นเขาดิน คอื ชายช่อื “นายเมฆ เขาดิน”น าสมัครพรรคพวกเขา้ ต้งั รกรากในพื้นที่แถบน้ีเป็นกลุ่ม
แรกเมื่อกว่า 100 ปีก่อน และขยายจนกลายเป็นหมู่บ้าน “บ้านเขาดิน” แต่เนื่องจากบ้านเขาดินอยู่ในต ำบล
หนา้ เขา จึงเปลยี่ นช่อื มาเป็น “ชุมชนทอ่ งเทีย่ วหนา้ เขา”เพื่อให้ครอบคลุมพนื้ ที่ทเี่ ก่ยี วข้องท้ังหมดท่ีน่ี เดิมเป็น
ป่าฝนเขตร้อน มีไม้นานาพันธุ์โดยเฉพาะไม้ประจำถิ่นที่มีมากคือ “หลุมพอ” มากจนมีผู้คนมาตัดไม้หลุมพอ
ขนาดใหญ่ไปสร้างบา้ นเรอื นและใช้ประโยชนก์ ันเปน็ อันมาก ในการพัฒนาเป็นชุมชนทอ่ งเท่ยี ว ชุมชนได้รว่ มกนั
ในการวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน และรว่ มมือในการกำหนดวิสัยทัศนข์ องชมุ ชนร่วมกัน คอื
“ตำนานเมฆเขาดิน ถิ่นทิวเขาสวย รวยรากไม้ มากมายวัฒนธรรม ลำคลองพอถาก ซากดึก
ดำบรรพ”์
93 การจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ภาพที่ 5.4 ชมุ ชนทอ่ งเที่ยวบ้านเขาดนิ
ท่มี า: (กรมพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบ่ี, 2564)
ซ่งึ วสิ ัยทัศนม์ าจากของข้นึ ชื่อภายในชุมชน นกั ทอ่ งเทยี่ วจะได้รับการต้อนรับจากคณะรองเง็ง
ผู้สูงอายุ ที่พร้อมให้ความบันเทงิ แบบชาวบ้าน น าโดยปู่แคล่ว บุตรปอด ซึ่งเป็นผู้น าผู้สูงอายุในชุมชนมารอ้ ง
เล่น เต้นร ากันอย่างสนุกสนานในชุดเสื้อลูกไม้และโสรง่ ปาเต๊ะแบบไทยพุทธที่สวยสดต่อมาเราจะได้เรียนรู้วิถี
ชุมชนจากการเยี่ยมชม งานเกษตรพอเพียงในพื้นที่จริงแล้ว ป่าชุมชนที่มีการจัดพื้นที่เพื่อปลูกยางปลูกปาล์ม
และพืชผักสวนครวั ตลอดจนกิจกรรม ทำปุ๋ยหมัก ทำน้ำส้มควันไม้ ผักปลอดสารพิษ รวมถึงการเลีย้ งแพะ ทุก
กิจกรรมชุมชนช่วยกันทำและจัดสรรรายได้อย่างเป็นธรรม ใครสนใจเฟอร์นิเจอร์จากรากไม้หลุมพอ ก็แวะไป
ชมที่กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ได้ ส่วนใครที่เริ่มหิว ชุมชนก็จะมีอาหารพื้นบ้านแสนอร่อยไว้ให้ลิ้มลองไม่ว่าจะเป็นการ
หลามขา้ วในกระบอกไม้ไผ่ หมกปลาย่าง ตม้ กะทิไขม่ ดแดง น้ำพริกป่าพร้อมผักลวก ผดั เผด็ ไกบ่ ้าน ทุกอย่างสด
และปลอดสารพิษแน่นอนอิ่มท้องแล้ว ใครจะเลือกไปล่องแก่งชมธรรมชาติคลองพอถาก ด้วยเรือคายักก็น่า
สนุก หรือจะไปเดินตามรอยอดีต ชมซากหอยดึกด าบรรพ์ กม็ ผี ้นู าทางให้ สว่ นใครสนใจสำรวจถ้ำวิมานเมฆที
แสนจะวิจิตรบรรจงจากฝีมือธรรมชาติก็เป็นเส้นทางที่ต้องไม่พลาด ทุกเส้นทางที่กล่าว สามารถวางแผนกับ
ชมุ ชนเพ่ือให้เหมาะกับความสนใจของนกั ท่องเท่ียวได้อยา่ งอสิ ระ
94 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
5.3.2 ตัวอย่างชุมชนทอ่ งเทย่ี วท่ีมีการวางแผนการจดั การท่องเที่ยวตา่ งประเทศ
5.3.2.1 การวางแผนการจัดการท่องเท่ียว กรงุ มะนลิ า ประเทศฟลิ ิปปนิ ส์
กรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการร้องรำทำ
เพลง ประชาชนรักเสียงเพลงและความสนุกสนาน มะนลิ าคือศูนยก์ ลางของเขตมหานครที่มปี ระชากรมากกว่า
10 ล้านคน ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของอ่าวมะนิลา (Manila Bay) บนเกาะลูซอนซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด
และตั้งอยู่ทางเหนือสุดของฟิลิปปินส์ เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และเป็นศูนย์กลางทาง
เศรษฐกิจ วฒั นธรรม การศึกษา และอตุ สาหกรรม
ภาพที่ 5.5 กรุงมะนลิ า ประเทศฟลิ ปิ ปินส์
ท่มี า: (https://www.ttgasia.com/2020/12/07/take-a-singapoliday-with-pan-pacific-hotels-group/,
2564)
ภายใต้นายกเทศมนตรีคนใหม่ ฟรานซิสโก โดมาโกโซน เมืองมะนิลา กำลังการวางแผนใน
การพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งจะเชื่อมโยงแหล่งมรดกที่สำคัญของตนเพื่อฟื้นฟูความรุ่งเรืองที่สูญหายไป Solfia
Arborador ผู้อำนวยการสำนักงานการทอ่ งเที่ยวและวัฒนธรรมมะนิลา กล่าวว่าเมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางทาง
การเมืองและการเงินของฟลิ ปิ ปนิ ส์ในช่วงทเี่ ป็นอาณานิคมของสเปนและอเมริกาและในชว่ งตน้ ทศวรรษที่ได้รับ
เอกราชมีเขตการเมือง 6 เขตซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยว 8 แห่ง วงจรการท่องเที่ยวจะ
เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด: เมืองอินทรามูรอสที่มีกำแพงล้อมรอบในสเปนกับ
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสวนสาธารณะริซัลไชน่าทาวน์ Binondo และพื้นที่มรดกอื่น ๆ Arborador ได้แบ่งปัน
ระหว่างการนำเสนอ Travel Talk ซ่งึ จัดโดย Rajah Travel at the San วทิ ยาลยั เบดาอลาบงั นอกจากนี้ยังมี
การสรา้ งทางลอดเพื่อปรับปรงุ การเข้าถึงจากส่วนอ่ืน ๆ ของมะนิลาไปยงั ศาลาว่าการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
และ Binondo อีกทัง้ Escolta ซ่งึ เป็นถนนการคา้ เก่าแกข่ องกรุงมะนิลารวมถึงโบราณสถาน Quiapo จะไดร้ ับ
95 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
การฟนื้ ฟู นอกจากนี้ยงั มกี ารต้งั คา่ สำหรบั การฟนื้ ฟูคือเขตซานตาอานาซึ่งมีแหลง่ มรดกท่ีไดร้ ับการคุ้มครองและ
Tondo ซ่ึงเป็นทีต่ ั้งของอนุสรณ์สถานทางประวตั ิศาสตร์
5.3.2.2 นโยบายวางแผนการท่องเท่ียวเชงิ มุสลมิ ของประเทศบรไู น
ประเทศบรูไน มีเมืองบินบันดาร์ เสรี เบกาวัน เป็นเมืองหลวงและเมืองท่าที่ส ำคัญ มี
ประชากรประมาณ 60,000 คน เป็นศูนย์กลางการเงินธุรกิจการค้า และการอุตสาหกรรมของประเทศ ทั้งยัง
เปน็ สถานท่ผี ลติ น้ำมนั ปโิ ตรเลยี มและกา๊ ซธรรมชาติอกี ด้วย ซง่ึ ประเทศบรไู นเป็นประเทศทีม่ ชี อื่ เสียงในการเป็น
แหลง่ น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ สามารถสง่ ออกน้ำมนั เปน็ อนั ดับ 9 ของโลก ทำใหป้ ระเทศบรไู นเป็นประเทศ
ที่มีความร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรพื้นฐานและการท่องเที่ยวประเทศ
บรูไนเปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเป็นอย่างมาก เป็นอุตสาหกรรมท่ี
สร้างรายได้อย่างยั่งยืน และสามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของบรูไน
สามารถขยายศกั ยภาพเพ่มิ ข้ึน เป็นการทอ่ งเที่ยวเชิงมสุ ลิม เน่อื งจาก ทวิ ทัศน์ สถานที่ท่องเทีย่ วเชิงมสุ ลมิ และ
ความเป็นอยู่แบบมุสลิมของประเทศสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ประเทศบรูไนจะสามารถ
ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวเชิงอิสลาม โดยการท่องเที่ยวเชิงนี้สามารถทำให้คุณภาพสินค้าและการ
บรกิ ารทางการท่องเทีย่ วดีขึ้น ซง่ึ อิสลามมีคุณลักษณะเฉพาะที่ทำให้การบริการมีประสิทธิภาพ วัฒนธรรมและ
คณุ คา่ เชิงอสิ ลามสามารถตอบสนองความปลอดภยั ความสะอาด ความน่าเช่อื ถือ การยอมรับ การนบั ถือ และ
มิตรภาพ
ภาพที่ 5.6 การท่องเที่ยวเชิงมสุ ลิมของประเทศบรูไน
ท่ีมา: (https://www.angelstartravel.com/, 2564)
96 การจัดการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
รัฐบาลบรูไนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงมุสลิมต่างๆ เช่นที่ผ่านมา United Nations
World Tourism Organization (UNWTO) และกระทรวงทรัพยากรพื้นฐานและการท่องเที่ยวของบรูไน ได้
ร่วมกันจัดสัมมนาเก่ียวกับการท่องเที่ยวเชิงมุสลิม ที่ประเทศบรูไน โดยมีวัตถุประสงคท์ ีจ่ ะเปน็ เวทีสำหรับการ
อภิปรายด้านนโยบาย การตลาด และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงมุสลิม ซึ่งสามารถสร้างความตระหนัก
ถึงความสำคัญของวัฒนธรรมมุสลิมตลอดจนถึงการท่องเที่ยวเชิงมุสลิม เช่น การให้ความรู้แก่ตัวแทนการ
ท่องเทีย่ ว การสง่ เสรมิ ให้รา้ นอาหารได้รบั ประกาศนียบตั รอาหารฮาลาล เปน็ ต้น
5.4 เอกสารบทความวิชาการ/งานวจิ ัยท่ีเก่ียวข้อง
5.4.1 งานวจิ ัยท่เี กี่ยวขอ้ งเรอ่ื ง “การพัฒนารปู แบบเครือข่ายการจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนข้ามพ้ืนที่
ระหวา่ งชมุ ชนบ้านทรายมลู และชุมชนบ้านโพธ์ศิ รี อำเภอพิบลู มงั สาหาร จงั หวดั อบุ ลราชธานี (Development
of Networking Pattern of Community-based Tourism Management between Saimoon
Community and Phosri Community, Phiboonmangsaharn District, Ubon Ratchathani Province)”
โดย ปริวรรต สมนกึ (2560) ได้อธบิ ายการจัดการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนไวด้ ังน้ี
ชุมชนการท่องเที่ยวเครือข่ายทั้ง 2 แห่ง มีจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคต่อการจัดการ
ทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนในลักษณะที่แตกต่างกันตามอัตลักษณแ์ ละวิถชี วี ติ ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละพื้นที่
เช่น
5.4.1.1 ชุมชนการท่องเที่ยวเครือข่ายทั้ง 2 แห่ง สามารถนำมาใช้ร่วมกันในการเป็น
ทรัพยากรการท่องเท่ียวแบบเครือข่ายได้อย่างลงตัว โดยชุมชนแต่ละแหง่ สามารถนำเอาจุดเด่นของกิจกรรมคา
ท่องเที่ยวแต่ละชมุ ชนมาจัดเป็นโปรแกรมการทอ่ งเทยี่ วแบบเครือข่ายอยา่ งมีสว่ นรว่ มได้อย่างเหมาะสม
5.4.1.2 เครือข่ายชุมชนมีองค์กรหรือกลไกในการทำงานเพื่อจัดการท่องเที่ยวและสามารถ
เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการพัฒนาชุมชนโดยรวมได้ โดยมีศูนย์กลางของข้อมูลเครือข่าย และชุมชนได้ใช้
ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีจุดเด่นของแต่ละแห่งในการให้บริการทางการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ ยวให้มี
ผลประโยชนใ์ นดา้ นมูลค่าทีเ่ พ่มิ ข้ึน
5.4.1.3 รูปแบบเครือข่ายการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เหมาะสมของสองชุมชนการ
ท่องเที่ยวประกอบด้วย การสร้างการเรียนรู้ระหว่างชุมชน การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ทักษะการ
ทำงาน ใช้ทรัพยากรการทอ่ งเท่ียวร่วมกันหรือเป็นเส้นทางทอ่ งเที่ยวท่ีเกี่ยวเน่ืองกนั ร่วมมือกันเพือ่ วางแผนใน
การใช้ทรัพยากรและสร้างความหลากหลายของรูปแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยว ทำการตลาดร่วมกันเพ่ือ
เป็นการลดตน้ ทุนและกระจายผลตอบแทนอยา่ งทว่ั ถงึ
ผู้เขียนเห็นว่า การพัฒนารูปแบบเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นอีกกลไกที่สำคัญใน
การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถสร้างการเรียนรู้ระหว่างชุมชน การ
แลกเปลีย่ นความรู้ ประสบการณ์ ทักษะการทำงาน รวมไปถึงการจัดการการท่องเท่ยี วโดยชุมชนรว่ มกนั
97 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
5.4.2 บ ท ค ว า ม ว ิ ช า ก า ร เ ร ื ่ อ ง The Success Factors of Community-Based Tourism in
Thailand by Suthamma Nitikasetsoontorn (2017) ได้อธิบายปจั จัยแห่งความสำเร็จของชุมชนท่องเที่ยว
ไว้ว่า
Participation in decision making processes, local ownership, collective responsibility,
sharing of resources, leadership and management achieving authenticity.
Success factors of community-based tourism in Sam Chuk and Klong Suan markets are
different. Participation in decision making processes, local ownership, collective responsibility,
sharing of resources, leadership and management, achieving authenticity, and achieving
distinction.
ผู้เขียนเห็นว่า การท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการท่องเที่ยวที่สนับสนุนให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการ
วางแผน การตัดสินใจ และต้องการจะพัฒนาชุมชนของตนเอง ซึ่งการที่จะทำให้ชุมชนท่องเที่ยวประสบ
ความสำเรจ็ ตอ้ งอาศยั ปัจจยั ความพรอ้ มของคนในชุมชน ทีจ่ ะรว่ มกันพฒั นา
5.5 บทสรุป
การกำหนดวสิ ยั ทศั น์ของชมุ ชนต่อ CBT เป็นการตอบคำถามวา่ ในอนาคตชุมชนจะทำอะไรกับใครหรือ
เพื่อใคร ทำให้เห็นภาพจุดหมายปลายทางที่กำลังดำเนินไปขององค์กรชาวบ้านต่องาน CBT ในอนาคตชัดเจน
ขึ้น หากชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ก็จะทำให้เกิดการสร้างจุดมุ่งหมายร่วมกันและก่อเกิด
ความผูกพันร่วมกันระหวา่ งชาวบ้านในการทจี่ ะรว่ มกันพัฒนาองคก์ รต่อไปในอนาคต
ในการดำเนนิ งานเร่ืองการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน กระบวนการสำคญั หลังจากการกำหนดวตั ถปุ ระสงค์ก็
คือ การวางแผน การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผล ซึ่งการวางแผน คือ การวางแนวทางเพือ่ ใหบ้ รรลุ
วัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยการวางแผนนี้จะแบง่ ออกเป็น 2 ส่วนคือ ในส่วนของการเตรียม
ความพร้อมชุมชน และการเตรียมความพร้อมด้านการตลาด จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการทำแผนปฏิบัติ
การ และแผนการตดิ ตามประเมินผล ซ่ึงกอ่ นการวางแผนจะต้องมกี ารศกึ ษาและวิเคราะหข์ ้อมลู กอ่ น
5.6 คำถามทา้ ยบทเรียน
5.6.1 จงอธิบายการกำหนดวิสัยทัศน์และวตั ถุประสงค์ของการท่องเท่ียวเปน็ อย่างไร
5.6.2 จงอธบิ ายวางแผนการจดั การทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนเป็นอยา่ งไร
5.6.3 จงอธิบายองคป์ ระกอบของวางแผนการจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนเป็นอย่างไร
98 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
5.7 กจิ กรรมเสรมิ การเรียนรูท้ า้ ยบทเรยี น
ใหน้ ักศกึ ษาหาชุมชนการท่องเที่ยวขึ้นมาสัก 1 แห่งแลว้ ช่วยกันกำหนดวสิ ัยทัศน์ กำหนดวัตถุประสงค์
ของการท่องเทีย่ ว การจดั ทำแผนงานในดา้ นตา่ งๆ ให้ครอบคลมุ ตามทฤษฎที ีเ่ รียนมา
99 การจดั การท่องเท่ียวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
บทที่ 6
การบริหารจดั การท่พี กั สัมผัสวัฒนธรรมชนบทและ
เกณฑม์ าตรฐานความปลอดภยั ด้านสุขอนามยั
วตั ถปุ ระสงค์ประจำบทเรยี น
1. เพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษาได้ทราบถึงแนวทางการจัดการทพ่ี ักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท
2. เพ่ือให้นกั ศกึ ษาได้ทราบถึงการบริหารจัดการท่ีพักสมั ผสั วฒั นธรรมชนบท
3. เพ่อื ใหน้ ักศกึ ษาไดท้ ราบถงึ กรอบดชั นีช้วี ดั คุณภาพมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย
4. เพื่อให้นกั ศึกษาไดท้ ราบถงึ เกณฑม์ าตรฐานความปลอดภยั ดา้ นสุขอนามยั ประเภททีพ่ ัก
เนือ้ หาของบทเรียน
6.1 แนวทางการจัดการท่ีพกั สัมผสั วฒั นธรรมชนบท
6.2 การบริหารจดั การที่พักสมั ผสั วฒั นธรรมชนบท
6.3 กรอบดชั นชี ้วี ัดคุณภาพมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย
6.4 เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยดา้ นสุขอนามยั ประเภทท่พี กั
6.5 ตัวอย่างชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่พกั สัมผสั วฒั นธรรมชนบท
6.6 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจยั ทีเ่ ก่ียวข้อง
6.7 บทสรปุ
6.8 คำถามประจำบทเรียน
6.9 กจิ กรรมเสรมิ การเรียนรู้ทา้ ยบทเรียน
6.1 แนวทางการจดั การทีพ่ ักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท
Home Stay หรือ ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท กรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการกำหนดมาตรฐานที่
พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Home Stay) ซึ่งมีการดำเนินการมาตัง้ แต่ปี พ.ศ 2547 โดย Home Stay จะต้อง
มีลักษณะเป็นบ้านพักที่มีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกันของชุมชน อย่างน้อย 3 หลังคาเรือนขึ้นไป
โดยนกั ท่องเท่ยี วจะต้องพักคา้ งแรมในบ้านเดียวกันกับเจ้าของบา้ น และมกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรู้วัฒนธรรมและ
วิถีชีวิตระหว่างกัน พร้อมทั้งถ่ายทอดประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยว และพา
นักท่องเที่ยวเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวและทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นน้ำตก ขี่จักรยาน นั่งเรือ เดินป่าศึกษา
ธรรมชาติ เปน็ ตน้ (กรมการท่องเท่ยี ว, 2564)
100 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
โดยเหตุท่ีนักท่องเท่ยี วนยิ มเลอื กพักที่พักแบบ Home-stay เพราะมีความตอ้ งการใกลช้ ดิ และได้สัมผัส
กับธรรมชาติที่สวยงาม ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น และที่พักแบบ Home-stay มีค่าใช้จ่ายน้อย
กวา่ การพกั ในโรงแรม
Home Lodge หรือ ที่พักนักเดินทาง จะมีลักษณะเป็นที่พักที่ให้บริการนักท่องเที่ยว เจ้าของบ้าน
เปิดให้บริการที่พัก โดยไม่ต้องมีการรวมกลุ่มของชุมชน ซึ่งอาจมีบริการอาหารและเครื่องดื่มหรือไม่ก็ได้
นักท่องเทย่ี วอาจพกั ค้างแรมในบา้ นเดียวกันกับเจา้ ของบ้านหรือไม่ก็ได้ และกรมการทอ่ งเที่ยว ได้มีการกำหนด
หลักเกณฑ์คุณภาพที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) เพื่อส่งเสริมให้ที่พักที่ให้บริการนักท่องเท่ียวมีคุณภาพ
พร้อมรองรับนักทอ่ งเที่ยว และเป็นการเพิ่มทางเลือกด้านที่พกั ให้แก่นักท่องเที่ยวมากขึ้น (กรมการท่องเที่ยว,
2564)
ตารางท่ี 6.1 การเปรียบเทยี บความแตกต่างระหว่าง Home Lodge และ Home Stay
Home Lodge Home Stay
1. บ้านพัก ที่มีห้องพักให้บริการนักท่องเที่ยว 1. บ้านพักมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกับ
เจ้าของบ้านเปิดให้บริการที่พัก โดยไม่ต้องมีการ ชุมชนอยา่ งนอ้ ย 3 หลังคาเรือน
รวมกลุ่มของคนในชุมชน
2. นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องพักค้างแรมกับเจ้าของ 2. นักท่องเที่ยวจะต้องพักค้างแรมในบ้านเดียวกัน
บา้ น กบั เจ้าของบ้าน
3. ที่พัก มีสิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควร โดย 3. แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตระหว่าง
อาจมีบริการอาหารและเครอ่ื งดม่ื หรอื ไม่ก็ได้ ชุมชนกับนักท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมในชุมชน
การประกอบอาชพี ในท้องถิน่ เปน็ ต้น
ท่มี า: กรมการทอ่ งเที่ยว (2564)
6.1.1 ลักษณะของการบริการท่ีพกั สัมผัสวัฒนธรรมชนบทที่มเี สนอใหแ้ ก่นกั ท่องเท่ียว
1. วิถีการดำเนนิ ชีวติ ทเ่ี รียบง่ายแบบสงั คมชนบท
2. วัฒนธรรมท้องถน่ิ ที่มเี อกลักษณ์เฉพาะ
3. ความปลอดภัย
4. ความสะอาด
5. ห้องพกั พร้อมอาหาร
6. กิจกรรมทางการท่องเที่ยว
101 การจดั การท่องเท่ยี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
6.1.2 ลักษณะของท่พี กั สัมผัสวฒั นธรรมชนบทท่ีจำเป็นพ้ืนฐานสำหรับนกั ทอ่ งเทีย่ ว
1. ความเตม็ ใจของสมาชิกในครอบครวั ต่อการรบั ผู้มาเยือน
2. บ้านพกั มีโครงสรา้ งทดี่ ี
3. ชมุ ชนมสี ภาพแวดล้อมทด่ี ี มีศักยภาพทีด่ งึ ดูดใจนักทอ่ งเท่ยี ว ได้แก่ ป่าไม้ นำ้ ตก ภเู ขา
ทะเล และอยู่ใกลส้ าธารณปู โภคทจ่ี ำเปน็ เช่น ธนาคาร โรงพยาบาล ไปรษณีย์ เป็นต้น
4. ควรมีส่งิ ตา่ ง ๆ เหล่าน้ี เช่น ทนี่ อน หรอื เตยี งนอน หมอน น้ำประปา ห้องนำ้ สะอาด
คำจำกัดความของ “โฮมสเตย์มาตรฐานไทย” โดย สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ( กรมการ
ทอ่ งเทยี่ ว) กระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกฬี า
1. เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวต้องถือว่าการทำโฮมสเตย์เป็นเพียงรายได้เสริม
นอกเหนือจากอาชีพหลัก
2. มีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเหลือและไม่ได้ใช้ประโยชน์ สามารถนำมาดัดแปลงให้
นักท่องเทย่ี วเข้าพกั ได้
3. นักท่องเที่ยวต้องเข้าพักค้างแรมในบ้านพักเดียวกับที่เจ้าของบ้านอาศัยอยู่โดยมีโอกาส
แลกเปลย่ี นเรียนรวู้ ฒั นธรรมและวถิ ีชีวติ ระหวา่ งกัน
4. สมาชกิ ในครอบครวั ตอ้ งมคี วามยนิ ดแี ละเต็มใจท่ีจะรับนักท่องเท่ยี วใหเ้ ขา้ มาพกั ค้างแรมใน
บ้านพรอ้ มทั้งถ่ายทอดวฒั นธรรมอนั ดีงามของท้องถิน่ น้นั แก่นักท่องเทีย่ ว
อยา่ งดี 5. เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวให้ความร่วมมือกับชุมชนในการจัดการโฮมสเตย์เป็น
น้นั 6. บ้านนั้นควรเป็นสมาชิกของกลุ่ม ชมรม หรือสหกรณ์ที่ร่วมกันจัดการโฮมสเตย์ของชุมชน
6.1.3 ตัวอยา่ งพ้ืนที่การจดั ทีพ่ ักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท โดยสถาบนั วิจยั สังคม
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่
1. ภาคกลาง
1) หมู่บ้านไทยทรงดำ ที่ตั้งหมู่ที่ 5 ต.เขาย้อย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ห่างจากถนนเพชร
เกษมเข้าไป ประมาณ 200 เมตร การจัดการโดยศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ ลักษณะกิจกรรม การพักแบบ
Home stay ศึกษาวิถีชีวิตของชาวไทยทรงดำ อาทิ การทอผ้าไทยทรงดำ และชมการแสดงทางวัฒนธรรม
102 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
พื้นบ้านโดยชุมชนทอ้ งถิน่ ค่าใช้จ่าย 200บาท/คน/คืน รวมอาหาร 2 มื้อ เช้า–เย็น การติดต่อศูนย์วัฒนธรรม
ไทยทรงดำ โทรศพั ท์ 032–562208
2) บ้านทรงไทยปลายโพงพาง ที่ตั้งเลขที่ 253 บ้านโคกเกตุ หมู่ 7 ต. ปลายโพงพาง อ.
อัมพวา จ.สมุทรสงคราม การจัดการชมรมอนุรักษ์หมูบ่ า้ นท่องเที่ยวบ้านทรงไทยปลายโพงพาง ภายใต้ อบต.
ปลายโพงพาง ลักษณะกิจกรรมการพักแบบ Home-stay บ้านทรงไทยศึกษาชีวิตไทยในลำคลอง บ้านเรือน
ไทยริมนำ้ ชมเตาตาล การเก็บน้ำตาล ซงั้ ดกั กงุ้ สวนสม้ โอ การน่ังเรอื ชมหิง่ ห้อยยามราตรี ฯลฯ คา่ ใชจ้ ่ายค่าท่ี
พักรวมอาหาร 2 มื้อ 400/คน/คืน การติดต่อชมรมอนุรักษ์หมู่บ้านท่องเที่ยวบ้านทรงไทยปลายโพงพาง คุณ
ธวชั บญุ พัด โทรศัพท์ 081-4037907
2. ภาคเหนอื
1) ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ที่ตั้งเลขท่ี 28-29 หมู่ท่ี 5 ถ.ลำปาง – เชียงใหม่ อ.ห้างฉัตร
จ.ลำปาง การจดั การโดยศูนย์อนรุ ักษช์ ้างไทยภายใต้การดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ลกั ษณะกิจกรรม
การพักแบบ Home-stay เป็นรายการ 3 วัน 2 คืน เพื่อศึกษาวิถีชีวิตของควาญช้างและช้าง การเรียนรู้การ
ฝึกช้างและการฝึกหัดเป็นควาญช้างของนักท่องเที่ยวชมการแสดงช้าง ค่าใช้จ่าย 4,000 บาท / คน รวม
อาหาร 5 มอ้ื (จำนวน 3 วนั 2 คนื ) พกั ธรรมดา 500บาท/3คน/คนื การติดตอ่ ศนู ย์อนุรักษ์ช้างไทย โทรศัพท์
054 – 228034, 054 – 228108
3. ภาคใต้
1) เกาะยาว ที่ตั้ง อ.เกาะยาว จ.พังงา การจัดการโดยชมรมประมงพื้นบ้านเกาะยาว
ลกั ษณะกจิ กรรม การพกั แบบ Home-stay เพอ่ื ศกึ ษาวถิ ชี วี ิตชาวประมงพ้ืนบ้าน กิจกรรมการปกป้อง พิทักษ์
รักษา และฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งของชมรมชาวประมงพื้นบ้าน อ.เกาะยาว ค่าใช้จ่ายค่าที่พัก 100 บาท /
คน/คืน ค่าอาหาร 70บาท/คน/คืน ค่ากิจกรรม 200บาท/คน การติดต่อชมรมประมงพื้นบ้านเกาะยาว
โทรศพั ท์ 076 - 597 244
103 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
ภาพท่ี 6.1 โฮมสเตยบ์ ้านแม่กำปอง อำเภอแมอ่ อน จงั หวดั เชยี งใหม่
ทมี่ า: ( การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2545 )
6.1.4 กำเนดิ โฮมสเตยข์ องไทย
จากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 ที่เน้นบทบาทการพัฒนาชุมชน และการที่รัฐบาลออกกฎหมาย การ
กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นแรงผลักดันให้องค์กรท้องถิ่น และ หน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญกับการสร้าง
รายได้ให้กับชุมชนโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นจุดขาย จึงทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวหลายรูปแบบในชุมชน
ซึ่งการจัดกิจกรรม Home-stay ก็เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมาก ทั้งจากองค์กรท้องถ่ิน
องคก์ รเอกชน และหนว่ ยงานภาครัฐ
จากการติดตามความเป็นมา พบว่า Home-stay ภายในประเทศไทย เกิดขึ้นมานาน แต่รูปแบบและ
กิจกรรมอาจแตกต่างหลากหลาย หากวิเคราะห์จากอดีตที่ผ่านมา สามารถสรุปได้ตามยุคสมัยดังนี้
1. ยุคเร่มิ ต้น ( ปี 2503-2525 )
• กระจายอยู่ในกลุ่มนิสิตนักศึกษา กลุ่มออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ต้องเรียนรู้วิถีชีวิต
รับทราบปัญหาในชนบท เพื่อนำมาพัฒนาสงั คมตามอุดมคติ
• กระจายอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมทัวร์ป่า โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือของ
ประเทศไทย นักท่องเทยี่ วจะพกั ตามบา้ นชาวเขา โดยจุดพกั นน้ั จะขนึ้ อยู่กับเสน้ ทางการเดินป่า
104 การจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
2. ยคุ กลาง ( ปี 2526-2536 )
• กลุ่มนกั ทอ่ งเท่ียวชาวต่างชาติท่นี ิยมทัวร์ป่า เรมิ่ ไดร้ ับความนิยมมากข้ึน การพักค้างในรูปแบบ
Home-stay ได้รับการพัฒนารูปแบบและกิจกรรม โดยกระจายไปยังหมู่บ้านชาวเขาที่
กว้างขวางมากขึ้น ในระยะนี้มีการท่องเที่ยวในรูปแบบทัวร์ป่าที่มีการจัด Home-stay เร่ิม
สร้างปัญหาสงั คม อาทิ ปัญหายาเสพตดิ ปญั หาโสเภณี ปัญหาการปลน้ ขโมย ปัญหาการฆ่าชิง
ทรพั ย์ เป็นต้น
3. ยุคตั้งแต่ปี 2537 - ปจั จุบัน
• ยุคนี้เป็นการเน้นกระแสการพัฒนาสังคมสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จะพบได้ว่า การท่องเที่ยวจะมี
แนวโนม้ ท่ีจะเปน็ การท่องเท่ยี วเชงิ อนุรกั ษ์
• ในระยะประมาณปี 2537- 2539 ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย เริ่มมีการท่องเที่ยวในรูปแบบ
Home-stay โดยกลุ่มนำร่องคือ กลุ่มที่เป็นนักกิจกรรมสังคม ทั้งรุ่นเก่า และ รุ่นใหม่ เท่าท่ี
สืบค้นพบว่า พื้นที่ที่ดำเนินการเรื่อง Home-stay ก็จะเป็นพื้นที่ที่องค์กรพัฒนาเอกชนไทย
เขา้ ไปดำเนินการ เช่น เกาะยาว จ.พงั งา ( กล่มุ ประมงชายผ่ัง/อวนลาก อวนลนุ ) หลังจากพื้นท่ี
เกาะยาว จ.พังงา ได้มีพื้นที่อื่นเพิ่มขึ้น อาทิ หมู่บ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช บ้านแม่ทา จ.
เชยี งใหม่ (กลุ่มเกษตรทางเลอื ก) บ้านผู้ใหญว่ ิบลู ย์ เชยเฉลมิ (เกษตรย่งั ยืน)
• ปี 2539 เป็นต้นมา ได้มีการเคลื่อนไหวขึ้นในกลุ่มนักธุรกิจผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว
โดยนำเสนอรปู แบบ การท่องเทย่ี วผสมผสานระหวา่ ง Adventure Ecotourism และ Home-
stay
• จากการทรี่ ัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2541- 2542 เป็นปีทอ่ งเท่ียวไทย (Amazing Thailand) ทุก
หน่วยงานของภาครัฐ มีนโยบายสนับสนุนกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการจัดการ
ท่องเท่ยี วในแหลง่ ชุมชน และขยายกิจกรรม Home-stay เพิ่มมากข้ึน เช่น หมบู่ า้ นวัฒนธรรม
ผู้ไทยบ้านโคกโก่ง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ บ้านทรงไทยปลายโพงพาง อ.อัมพวา จ.
สมุทรสงคราม รวมท้ังพื้นที่ชนกลุ่มน้อย หมู่บ้านชาวเขา ก็มีการสนับสนุนการจัดกิจกรรม
Home-stay ด้วยเช่นกัน
ในปจั จบุ ัน การทอ่ งเท่ียวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ได้รับความนิยมเพิ่มมากข้ึน ทงั้ ในกลุ่มชาวไทยและ
ชาวต่างประเทศ มีการจัดกจิ กรรมการท่องเท่ียวในแหล่งชุมชน เพ่ือศกึ ษาเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม หัตถกรรม
ของท้องถนิ่ โดยมี Home-stay ทม่ี ีความหมายมากกว่าเปน็ ท่ีพัก เน่ืองจากเป็นรปู แบบการท่องเทย่ี วอย่างหน่ึง
ซึ่งยึดเอารูปแบบที่พักเป็นศูนย์กลาง และจัดให้มีกิจกรรมในด้านต่างๆ ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว
รวมอย่ดู ว้ ย
6.2 การบรหิ ารจดั การท่พี ักสมั ผัสวฒั นธรรมชนบท
การมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบสังคมชนบท เป็นจุดขายที่สำคัญ ที่นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจ การจัด
กิจกรรมทีพ่ กั สมั ผัสวฒั นธรรมชนบท จึงเปน็ สิง่ อำนวยความสะดวก ให้กบั นกั ท่องเทีย่ วในแหล่งทอ่ งเทย่ี วชุมชน
105 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
และเป็นทางเลอื กในตลาดท้องถ่ิน ที่ไมใ่ ช่คู่แขง่ ในเชงิ พาณิชย์ ในพ้นื ทที่ ีม่ โี รงแรม หรอื รสี อรท์ จงึ ไม่ถือเป็นการ
ประกอบการที่พักในเชงิ ธรุ กจิ
6.2.1 ลักษณะของบริการที่มีเสนอให้กบั นักท่องเท่ียวและเป็นส่ิงที่ควรพิจารณาในการพัฒนา
โฮมสเตย์ มีดงั น้ี:-
1. วิถีการดำเนนิ ชีวติ ที่เรียบงา่ ยแบบสังคมชนบท
2. วัฒนธรรมท้องถิ่นท่มี เี อกลักษณ์เฉพาะ
3. ความปลอดภัย
4. ความสะอาด
5. หอ้ งพกั พร้อมอาหาร
6. กจิ กรรมทางการทอ่ งเที่ยว
1. การจดั การ (Management)
การจัดกิจกรรมที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท ควรที่จะมีการรวมกลุ่มจัดต้ังในรูปของกลุ่ม/ชมรม/
สหกรณ์ ซ่ึงสมาชกิ และคนในชุมชนจะตอ้ งมีความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในด้านการจดั การ
2. บ้านพัก (Accommodation)
ลักษณะของที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว (Provision of Accommodation for Tourist) ควรมี
ลักษณะดังตอ่ ไปน:ี้ -
1. ความเต็มใจของสมาชิกในครอบครัวตอ่ การรับผู้มาเยือน
2. ความเต็มใจของสมาชิกในครอบครวั ตอ่ การรับผมู้ าเยือน
3. บ้านพกั มีโครงสร้างทด่ี ี
4. ชุมชนมีสภาพแวดลอ้ มที่ดี
5. ไมไ่ กลจากเมอื ง หรือพื้นทเี่ ทศบาล หรือสถานทีท่ ่องเทยี่ ว
6. ควรมีส่งิ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นพน้ื ฐาน อาทิ
1. ทีน่ อน หรือ เตียงนอน
2. หมอน มุ้ง (กรณีไม่มีมุ้งลวด)
106 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
3. น้ำประปา หรือ ถา้ ไม่มคี วรมีแหล่งนำ้ อื่น ๆ
4. หอ้ งน้ำสะอาด
7. มคี วามปลอดภยั
6.2.2 ขน้ั ตอนการดูแลที่พัก ( Home Keeping Produce )
ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักท่องเที่ยว ควรมีการทำความสะอาดที่พักและบริเวณ
โดยรอบบ้านพักอยู่เสมอ อาทิ เปลี่ยนผ้าปูที่นอน อุปกรณ์สำหรับการนอนส่วนตัวทุกครั้ง เมื่อมีนักท่องเที่ยว
เข้าพัก เป็นตน้
1. ความสะอาดของบา้ น
• บ้านพักควรมีอากาศที่สามารถถ่ายเทได้สะดวก แสงสว่างสามารถส่องเข้ามาถึง
ปราศจากความชื้นไม่มีกลิ่นอับ มีหลังคาที่สามารถกันน้ำได้ดี ภายในห้องพักต้อง
ไดร้ ับการทำความสะอาดเป็นประจำ
• ตอ้ งมีการเปลยี่ นผ้าปทู ี่นอน และอปุ กรณส์ ว่ นตวั สำหรบั ผู้มาเยอื นทุกครั้งหรือมีผู้มา
เยือนใหม่เขา้ มาพัก
• ตอ้ งหมัน่ กำจัดแมลงท่ีเปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพอยเู่ สมอ
• เนื่องจากห้องน้ำจะเป็นห้องทีผ่ ูม้ าเยือนจะมาร่วมใช้ด้วย ดังนั้น ต้องเตรียมอุปกรณ์
ทำความสะอาดส่วนตัวสำหรับผู้มาเยือน (กรณีที่แขกมิได้มีการเตรียมมา) และ
จะตอ้ งมีการทำความสะอาดเป็นประจำ
• ตอ้ งหมั่นดูแลสภาพแวดล้อมของบ้านพกั อยู่เสมอ
2. ห้องนำ้ ( The Bathroom )
ห้องน้ำจะเป็นที่ ๆ ใช้ร่วมกันทั้งครอบครัวและนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญก็คือ ความสะอาด
จะต้องมกี ารทำความสะอาดอยูเ่ ปน็ ประจำและสมำ่ เสมอ
3. ความปลอดภยั
ความปลอดภัยถือว่าเป็นสิง่ สำคัญอีกประการหนึ่งท่ีนักท่องเที่ยวใช้เป็นองค์ประกอบในการ
ตัดสนิ ใจเดินทางเขา้ รว่ มกจิ กรรมที่พักเชิงวัฒนธรรมลักษณะสัมผัสชนบท ดังนน้ั ชมรม/กลุ่ม มวลสมาชิก ควร
มีการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัย สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น เช่น การจัดอบรมให้กับ
สมาชกิ ของชุมชนในการให้การป้องกันอบุ ัติเหตตุ ่าง ๆ หรือการแก้ไขหากเกิดอุบัติเหตุ การขอความร่วมมือจาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือองค์การบริหารท้องถิ่นที่รับผิดชอบในพื้นที่ การจัดตั้งเวรยามของชุมชน เป็นต้น ทั้งนี้
เจา้ ของบา้ นจึงจะต้องมีหน้าทใ่ี นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สนิ ของผู้มาเยือนด้วย
107 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
4. ทรพั ย์สนิ ของนกั ท่องเท่ยี ว
• ต้องมีการดแู ลและซอ่ มแซมลอ็ คต่าง ๆ อยูต่ ลอดเวลา อาทิ ประตู หน้าต่าง
• ถา้ เหน็ นกั ท่องเทย่ี วไม่เก็บทรพั ย์สินไวใ้ นทท่ี ่ีปลอดภยั ตอ้ งเขา้ ไปเตือน
• ถ้านักท่องเที่ยวลืมทรัพย์สินไว้ในบ้านพักหรือที่อื่น ๆ ภายหลังการเดินทางกลับ
เจ้าของบา้ นควรเกบ็ ไว้ในที่ที่ปลอดภยั และพยายามติดต่อเจ้าของเพื่อมารับคนื
5. ความปลอดภัยของทพ่ี ัก
• สมาชิกในบ้านต้องสร้างความคุ้นเคยกับผู้มาเยือน เสมือนญาติสนิท และมีความรู้
เรอื่ งสถานท่ใี นบา้ นและชมุ ชนเป็นอย่างดี
• สมาชิกในบ้านต้องหมั่นตรวจตรา ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบ้านว่ามี
ความปลอดภยั หรือไม่
• กุญแจท่สี ำคญั ต้องไดร้ ับการเกบ็ รักษาและดแู ลเปน็ อย่างดี
• ทรัพย์สนิ เงนิ สดต่าง ๆ ตอ้ งเกบ็ ไวใ้ นท่ีทป่ี ลอดภยั
• สมาชกิ ทุกคนต้องคำนงึ ถึงเรื่องความสำคญั ของความปลอดภัยตลอดเวลา
6.2.3 การกำหนดระเบยี บและข้อปฏบิ ตั สิ ำหรบั นกั ท่องเที่ยว ( Regulations )
วัฒนธรรม จารีต ประเพณี และความเชื่อ ของแต่ละชุมชนอาจแตกต่างกัน การกำหนด
ระเบียบและข้อปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ การแต่งกาย การนอน การกำหนดเวลาการเข้าออกบ้านพัก
จึงเป็นส่ิงสำคัญเพื่อมิก่อให้เกิดปัญหาทขี่ ัดต่อวฒั นธรรม จารตี ประเพณีและความเช่ือของชุมชน นักท่องเที่ยว
จะต้องยอมรับและปฎิบัติตาม ทั้งนี้ ควรมีการชี้แจงในขั้นตอนการจองหรือลงทะเบียนการเข้าพัก กรณีท่ี
นักทอ่ งเทยี่ วไมส่ ามารถปฎบิ ตั ิได้ ก็สามารถทจ่ี ะปฏเิ สธการเข้าพกั ไดเ้ ชน่ เดียวกัน
6.2.4 การต้อนรับ (Reception)
คนไทยเป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ดังสำนวนสุภาษิตไทยที่ว่า "เป็นธรรมเนียม
ไทยแทแ้ ตโ่ บราณ ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ" การต้อนรบั นักท่องเทยี่ วดุจญาติมิตรจะทำให้นักท่องเท่ียว
เกิดความรู้สึกอบอุ่น ควรมีการจัดพื้นที่ต้อนรับในลักษณะจุดศูนย์กลางของชุมชน เพื่อดำเนินการต้อนรับ
ลงทะเบียนการเข้าพัก หรือการให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว การต้อนรับ อาจให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย
วัฒนธรรมประจำถิ่น เช่น ภาคอีสาน/เหนือ ต้อนรับด้วยการบายศรีสู่ขวัญ หรืออาจจะเป็นช่อดอกไม้
พวงมาลัยเล็ก ๆ ที่สามารถหาได้จากท้องถิ่นมอบให้กับนักท่องเที่ยว ก็จะเป็นการสร้างความประทับใจได้เม่ือ
เริ่มเข้าสู่ชุมชน
108 การจดั การท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
6.2.5 การจองทีพ่ ัก ( Reservation )
การจองที่พักสามารถทำได้หลายวิธี อาทิ การจองทางไปรษณีย์ การจองทางโทรศัพท์ การจอง
ผ่านเครือข่าย Internet การจองที่พักควรได้รับการตอบสนองโดยทันที เพื่อเป็นการยืนยันการเข้าพักของ
นักท่องเที่ยว และถ้ามีเวลา ผู้ประสานงานควรจะส่งรายละเอียดให้กับนักท่องเท่ียว เพื่อศึกษาก่อนการเข้าพัก
ทั้งนี้ ควรแจ้งข้อมูลรายละเอียดให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานในประเทศที่รับผิดชอบ
พื้นที่ ได้รับทราบเพื่อเป็นช่องทางการตลาดในการเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้นักท่องเที่ยวและ
ผสู้ นใจท่ัวไปรบั ทราบได้
ขนั้ ตอนการจองห้องพัก มีดังน้:ี -
1. จดั บา้ นพักตามลำดับ
2. ตอบรับการจอง อาจจะมีการใช้ระบบการเรียกเก็บค่าบริการบางส่วน เพื่อเป็นการป้องกัน
การไม่เข้าพักของนักท่องเที่ยวตามกำหนดเวลา ดังนั้น ควรชี้แจงระยะเวลาของการยกเลิก
เขา้ พักใหก้ บั นกั ท่องเท่ยี วได้รับทราบด้วย
3. เกบ็ รักษาขอ้ มลู การจองสำหรับการลงทะเบยี นเขา้ พกั ต่อไป
6.2.6 การลงทะเบยี น (Registration)
ในธุรกิจโรงแรมที่พัก ผู้เข้าพักต้องลงทะเบียน เพื่อเป็นหลักฐานและอ้างอิงในอนาคต ส่วนใน
ลกั ษณะของบา้ นพกั สมั ผสั วฒั นธรรมชนบท การลงทะเบียนอาจไม่ตอ้ งเป็นรปู แบบเหมือนธรุ กจิ โรงแรม แตค่ วร
เป็นรปู แบบการเกบ็ ข้อมูลแบบงา่ ย ๆ
ความสำคญั ของการลงทะเบียน :-
1. ทำให้เจา้ ของบา้ นทราบขอ้ มูลเกยี่ วกับนกั ท่องเทยี่ ว
2. ชว่ ยในการจัดเตรยี มบา้ นพัก
3. ทำให้ทราบวันออกจากที่พักของนักท่องเที่ยวแต่ละคน ข้อมูลนี้มีความจำเป็น เพราะจะ
ทำให้กลุ่ม/ชมรมสามารถวางแผนการเข้าพักของแขกในลำดบั ต่อ ๆ ไปได้
4. เป็นข้อมูลการเข้าพักให้ผู้ดูแลรักษาความปลอดภัย สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหว
ของผู้ประพฤติมิชอบหรือการหลบซ่อนของอาชญากรได้
ข้ันตอนการตอ้ นรบั และลงทะเบียน :-
1. ตอ้ นรบั ดว้ ยรอยยมิ้ ดุจญาตมิ ิตร แจ้งรายละเอียดค่าธรรมเนียมการเขา้ พักและบริการต่าง
ๆ ใหน้ ักท่องเท่ียวทราบ
2. ใหน้ ักทอ่ งเท่ยี วกรอกรายละเอียดและลงช่ือในใบลงทะเบยี นการเข้าพกั
3. แจ้งรายละเอียดท่เี ป็นประโยชน์เกยี่ วกับขอ้ มูลของชุมชนและสภาพทั่วไป
109 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
4. นำนักท่องเทยี่ วไปยงั บา้ นพกั
6.2.7 การบริการอาหาร ( Catering Service )
เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องพักกับเจ้าของบ้าน อาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง จึงมีความจำเป็นสำหรับ
นักท่องเที่ยว การนำเสนอรายการอาหารท้องถิ่นจึงเป็นเสน่ห์ และจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ
มากกว่าการนำเสนอรายการอาหารเช่นเดียวกับโรงแรมหรือรีสอร์ท ดังนั้น การวางแผนจัดเตรียมอาหารจึงมี
ความจำเป็นเพอ่ื ป้องกันขอ้ ผิดพลาดระหวา่ งปริมาณอาหารและจำนวนนักท่องเทยี่ ว
การวางแผนจดั เตรียมอาหาร จงึ จำเป็นตอ้ งพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆ ประการ
1. ขอ้ มลู ของนกั ท่องเทย่ี ว เชน่ เชือ้ ชาติ ศาสนา
2. งบประมาณในการจัดทำอาหาร
3. ปัจจัยดา้ นฤดูกาล
4. อาหารประจำท้องถ่นิ
5. จำนวนนักท่องเทีย่ ว
6.3 กรอบดัชนชี ้ีวัดคณุ ภาพมาตรฐานโฮมสเตย์
6.3.1 กรอบดัชนีชว้ี ัดคุณภาพมาตรฐานโฮมสเตย์
กรอบดชั นีชี้วัดคุณภาพมาตรฐานโฮมสเตย์ มีทัง้ หมด 10 มาตรฐาน ดังต่อไปนี้:-
มาตรฐานท1ี่ ดา้ นที่พัก ( 4 ดัชนชี ้วี ดั )
1.1 ลักษณะบา้ นพกั ที่เป็นสัดส่วน
- เป็นบ้านของเจ้าของท่แี บ่งปันทนี่ อน หรอื ห้องนอน อย่างเป็นสัดส่วน หรืออาจ
ปรบั ปรุง ต่อเตมิ ท่ีพักที่ตดิ กับบ้านเดิม เพื่อใช้เปน็ ท่ีนอนหรือหอ้ งนอนเป็นสัดส่วน
1.2 ที่พกั ที่นอนสะอาดและสบาย
- มที ่นี อนสำหรับนกั ท่องเทยี่ วอาจเป็นเตยี ง ฟกู หรือเส่ือ และมีมงุ้ หรือมุ้งลวดเพ่ือ
ปอ้ งกนั ยุงและแมลง
- มีเครื่องนอน อปุ กรณท์ ี่ใชน้ อน ผา้ ปู หมอน ปลอกหมอน ผ้าหม่ และได้รบั การทำ
ความสะอาดทุกครงั้ ท่มี กี ารเปลย่ี นนักทอ่ งเท่ยี ว และเปลีย่ นเคร่อื งนอนตามความเหมาะสมในกรณีท่ี
นักท่องเทย่ี วพักหลายวนั
- มรี าวตากผา้ หรอื ทเ่ี กบ็ เสอื้ ผ้า
1.3 ห้องอาบน้ำและห้องส้วมที่สะอาดมดิ ชดิ
- มคี วามปลอดภัยมที ี่ล็อคประตูอยู่ในสภาพใชง้ านไดด้ ีมีความมิดชดิ
110 การจดั การท่องเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
- มขี นาดของห้องนำ้ ทเี่ หมาะสมมอี ากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก
- มีการแยกขนั สำหรับตักอาบน้ำ
- นำ้ ทีใ่ ช้มคี วามสะอาด อาจเป็นประปาหม่บู ้าน ประปาภเู ขา หรอื นำ้ ดิบท่ีปลอ่ ยไว้
ระยะหน่ึงและแกว่งสารสม้
- มีถงั ขยะในห้องน้ำ
1.4 มุมพกั ผ่อนภายในบา้ นหรอื ในชมุ ชน
- มีมุมพักผ่อน ทส่ี งบ สบายภายในบา้ น หรอื บริเวณโดยรอบท่ีสามารถนง่ั นอน และ
มีบรรยากาศผ่อนคลาย เชน่ ลานบ้านใต้ต้นไม้ ศาลาหน้าบา้ น
- มีการดแู ลบริเวณรอบบา้ น เช่น สวนครัว ตน้ ไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ รอ่ งนำ้ ให้
สะอาด ปราศจากขยะ
มาตรฐานที่ 2 ดา้ นอาหารและโภชนาการ ( 4 ดัชนชี ้ีวดั )
2.1 ชนิดของอาหารและวตั ถดุ บิ ที่ใชป้ ระกอบอาหาร
- มปี ริมาณและประเภทอาหารท่ีเหมาะสม
- ผลติ โดยใชว้ ัตถดุ ิบในท้องถ่ินไมซ่ ้ืออาหาร หรือกับขา้ วถุง
- มีการปรุงอาหารอยา่ งถกู สุขอนามยั
2.2 น้ำด่มื ที่สะอาด
- มที ีเ่ กบ็ น้ำ/ภาชนะเก็บน้ำที่สะอาด ไมม่ ตี ะกอนมฝี าปิดมิดชดิ
- มนี ำ้ ดืม่ ท่ีสะอาดผ่านกระบวนการทำความสะอาด
2.3 ภาชนะท่ีบรรจุอาหารท่ีสะอาด
- มภี าชนะที่เกยี่ วข้องกับอาหาร เชน่ ถ้วย ชาม จาน ช้อน ชอ้ นกลาง ทัพพี โถข้าว
ท่ีสะอาดไม่มีคราบและกล่นิ คาวกลิ่นอบั
2.4 ห้องครัวและอปุ กรณท์ ีใ่ ช้ในครัวมีความสะอาด
- ครวั อาจอยูใ่ นบ้าน หรอื แยกจากตัวบ้านก็ได้ และมีการดูแลความสะอาดอยเู่ สมอ
- มีอปุ กรณ์การเก็บ เคร่ืองปรงุ วตั ถุดิบ ทีส่ ะอาด สามารถปอ้ งกันเชื้อโรคและสงิ่
สกปรก เช่น มที เ่ี กบ็ มิดชดิ ที่แขวน หรือมีฝาชีครอบ หรอื คลมุ ผ้าสะอาด
- มกี ารจดั การขยะที่ถกู สุขอนามยั
มาตรฐานท่ี 3 ดา้ นความปลอดภัย ( 2 ดัชนชี ีว้ ดั )
3.1 การเตรยี มความพร้อมเก่ยี วกับการปฐมพยาบาลเบื้องตน้
- มีแนวทางปฏบิ ตั เิ พื่อการช่วยเหลอื เบ้ืองต้น เม่อื นักท่องเท่ียวเกิดเจ็บปว่ ย หรือ
ได้รบั อุบตั ิเหตุ
- มียาสามญั ประจำบา้ นที่อยู่ในสภาพใช้ไดท้ นั ที(ยังไมห่ มดอาย)ุ
- เจา้ ของบ้านควรซักถามถึงโรคประจำตัว หรือบุคคลทีต่ ดิ ต่อได้ทนั ที ในกรณเี กิด
111 การจดั การท่องเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
เหตุฉกุ เฉนิ กบั นักท่องเทย่ี ว
3.2 การจัดระบบดแู ลความปลอดภัย
- มกี ารแจง้ ใหผ้ ูใ้ หญบ่ ้านหรอื กำนนั รับทราบ ขณะมีนักท่องเที่ยวในบา้ น เพื่อขอ
ความรว่ มมอื ในการดูแลรักษาความสงบความปลอดภัย
- มกี ารจดั เวรยามดแู ลรกั ษาความปลอดภยั ในชวี ติ และทรัพย์สนิ เช่น รถยนต์
- เม่อื มเี หตรุ า้ ย ต้องมีเครื่องมือส่ือสารตดิ ต่อกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงได้
มาตรฐานที่ 4 ดา้ นอธั ยาศยั ไมตรีของเจา้ ของบา้ นและสมาชิกในครัวเรอื น ( 2 ดชั นชี ีว้ ดั )
4.1 การต้อนรบั และการสรา้ งความคุ้นเคย
- มกี ารแนะนำนักท่องเทีย่ วกับสมาชกิ ในครัวเรอื นทกุ คนท่ีอยใู่ นขณะนน้ั เพ่อื รู้จัก
และเรียนรู้วถิ ชี วี ติ ของเจ้าของบา้ น ผา่ นกิจกรรมต่าง ๆ ภายในบ้าน เชน่ เกบ็ ผกั สวนครัวร่วมกนั ทำกับข้าว
รว่ มกันรับประทานอาหารรว่ มกัน เปน็ ต้น
4.2 การสร้างกิจกรรมแลกเปลีย่ นเรียนรใู้ นวิถีชีวติ ของชุมชน
- เจ้าของบา้ นมีการแลกเปลีย่ นใหข้ ้อมลู อาจเป็นเอกสารภาพถ่าย หรือการพดู คยุ
ในเรอ่ื งเกีย่ วกับวถิ ชี วี ิตสังคมและวฒั นธรรมในชุมชนอยา่ งเหมาะสม
- เจ้าของบา้ นเปิดโอกาสใหน้ ักทอ่ งเท่ียวเรยี นรู้วถิ ชี วี ิตของตนเอง เช่น ไปดูไร่-นา
ออกทะเล เกบ็ ใบชา ทอผา้ จกั สาน เป็นตน้ ซ่ึงจะเป็นโอกาสของการแลกเปลยี่ นเรียนรวู้ ิถีชีวติ
มาตรฐานที่ 5 ดา้ นรายการนำเทีย่ ว ( 3 ดัชนีชีว้ ดั )
5.1 มรี ายการนำเที่ยวทชี่ ดั เจนสำหรับนกั ทอ่ งเทย่ี วซ่ึงต้องผา่ นการยอมรบั จากชมุ ชน
- มกี ารวางแผนโปรแกรมการทอ่ งเทยี่ วรว่ มกนั ของชุมชนและกลุม่ โฮมสเตย์ เพื่อการ
กระจายรายได้ให้เกดิ ขึ้นในแต่ละหมูบ่ ้าน หรอื แตล่ ะกลุ่มกิจกรรม
- มโี ปรแกรมการท่องเท่ียวที่เผยแพรส่ ู่สาธารณะและนกั ท่องเที่ยวท่ชี ดั เจน
สอดคลอ้ งกบั สภาพความเปน็ จริงของชุมชน
5.2 ข้อมูลกจิ กรรมทอ่ งเที่ยว
- มีข้อมูลรายละเอยี ดกจิ กรรมในโปรแกรมการท่องเทย่ี วทหี่ ลากหลายแตกตา่ งกัน
ตามภมู ิศาสตร์สังคมวฒั นธรรม เพอื่ ใหน้ กั ท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกได้
5.3 เจา้ ของบา้ นเป็นมคั คุเทศกท์ อ้ งถน่ิ หรือประสานงานใหม้ ัคคเุ ทศก์ทอ้ งถ่นิ นำเที่ยว
- กลุ่มหรอื เจ้าของบ้านเป็นผู้นำเท่ียว เพ่ือใหค้ วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับทรพั ยากร
ส่งิ แวดล้อมวัฒนธรรม ศลิ ปะ สถาปตั ยกรรม การแสดง ความเชอื่ คา่ นยิ มภายในชมุ ชน แกน่ กั ท่องเท่ยี ว
- มกี ารจัดทำส่อื เชน่ สง่ิ พิมพ์ รปู ถ่าย ภาพวาด เพ่ือการเรียนรขู้ องนักท่องเทย่ี ว
112 การจัดการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
มาตรฐานที่ 6 ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ( 4 ดชั นชี ้ีวดั )
6.1 ชุมชนมีแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วภายในชมุ ชนหรือแหล่งท่องเทีย่ วใกลเ้ คียง
- มีแหลง่ ดงึ ดดู ความสนใจของนักท่องเท่ียวซึ่งอาจเปน็ แหล่งธรรมชาติ เช่น แมน่ ้ำ
ภเู ขา หรือแหล่งท่องเท่ียวท่ีมนษุ ยส์ ร้างขึน้ เชน่ วัด เจดยี ์ เป็นตน้ หรอื ใช้แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคยี งเป็นส่วน
หน่ึงของโปรแกรมการท่องเท่ียว
6.2 การดูแลรกั ษาแหล่งท่องเท่ียว
- ชุมชนมีกฎ กติกา การใชท้ รัพยากรการท่องเทีย่ วที่ชัดเจน เพอ่ื ให้การใช้ประโยชน์
เปน็ ไปอย่างยง่ั ยนื เช่น ปริมาณนักท่องเทยี่ วทีช่ มุ ชนรองรบั ได้ การไม่เกบ็ พนั ธุ์พืชออกจากป่า เปน็ ต้น
- มกี ิจกรรมที่สัมพนั ธ์กบั งานการฟื้นฟู อนรุ ักษ์แหลง่ ท่องเท่ียวในหลากหลายรปู แบบ
เชน่ การปลูกป่า การจดั คา่ ยอนุรกั ษส์ ่ิงแวดล้อมสำหรับเยาวชน เปน็ ต้น
6.3 แผนงานหรอื มาตรการลดผลกระทบจากการทอ่ งเที่ยวและลดสภาวะโลกร้อน
- องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น ชุมชนและกลมุ่ โฮมสเตย์ มีแผนงาน มาตรการ และ
แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เช่น การแยกขยะ ไม่เผาขยะ เปน็ ตน้
6.4 มีกจิ กรรมในการลดผลกระทบจากการท่องเท่ียว เพื่อการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดล้อม และลดสภาวะโลกรอ้ น
- เน้นใช้ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นท้องถน่ิ เช่น หอ่ ข้าวด้วยวัสดุทีม่ าจากธรรมชาติ
- มีกจิ กรรมที่ลดการใช้ทรัพยากรอยา่ งส้ินเปลือง เชน่ ใช้จกั รยานแทนการใช้รถ ใช้เรือพาย
แทนการใช้เครือ่ งยนต์ หรือการใช้หลอดประหยดั ไฟในครัวเรือน
มาตรฐานที่ 7 ด้านวัฒนธรรม ( 2 ดชั นชี ีว้ ัด)
7.1 การดำรงรกั ษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีทอ้ งถนิ่
- มบี ้านเก่า หรอื บา้ นที่แสดงถึงวัฒนธรรมดั้งเดิม เพ่ือสร้างความสนใจแก่
นกั ทอ่ งเทย่ี ว
- มกี ารรวบรวมองค์ความรดู้ า้ นวฒั นธรรมทอ้ งถิ่น เพื่อนำสู่การเผยแพร่ทีถ่ ูกตอ้ งแก่
นักท่องเทย่ี ว
- ชุมชนและโรงเรยี นมีแผนงานฟื้นฟู อนุรกั ษ์ และถ่ายทอดวฒั นธรรม ศลิ ปะ และ
การละเลน่ พนื้ บ้าน
- ผแู้ สดงทางวฒั นธรรม และผ้ทู ่ีเก่ียวข้องมสี ว่ นรว่ มในการวางแผนเนื้อหา รปู แบบ
และการนำเสนออย่างภาคภูมิใจ
7.2 การรักษาวถิ ีชีวิตชุมชนคงไวเ้ ป็นกิจวตั รปกติ
- มีการดำเนินวถิ ีชวี ติ ที่เป็นปกติ เช่น การตกั บาตร การทำบุญทวี่ ดั การไหวศ้ าลป่ตู า
เปน็ ต้น ไม่ควรเปล่ยี นหรอื จดั ทำใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเท่ียว
113 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
มาตรฐานท่ี 8 ด้านการสรา้ งคุณคา่ และมลู คา่ ของผลติ ภัณฑ์ ( 2 ดชั นีชวี้ ัด)
8.1 ผลติ ภัณฑจ์ ากชุมชน เพอ่ื เป็นของทร่ี ะลึกของฝาก หรือจำหนา่ ยแกน่ กั ท่องเท่ียว
- มีผลผลติ หรือผลติ ภัณฑช์ มุ ชน หรอื ชมุ ชนสามารถนำมาจำหน่ายแกน่ ักท่องเทย่ี ว
ไดท้ ้งั เปน็ ของบรโิ ภค ส่งิ ประดิษฐ์ เสอ้ื ผ้า ส่ิงทอ ของทีร่ ะลึก โดยใชว้ ัสดแุ ละวตั ถุดิบท้องถิ่นเปน็ หลัก
8.2 ผลิตภัณฑ์ทสี่ ร้างคณุ คา่ และมูลคา่ ทเ่ี ปน็ เอกลักษณข์ องชุมชน
- มีการนำเอาความรู้/ภูมิปัญญาทอ้ งถนิ่ มาจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ เพอื่ ให้คนใน
ชมุ ชนเกดิ ความภาคภูมิใจในท้องถน่ิ ของตน พร้อมกนั นัน้ กส็ ามารถจัดทำเป็นกิจกรรมการทอ่ งเท่ียวได้ เชน่
การสอนทอผา้ การจักสาน การละเลน่ ตา่ ง ๆ และการแสดงพืน้ บ้าน
มาตรฐานที่ 9 ดา้ นการบริหารของกลุ่มโฮมสเตย์ ( 6 ดชั นีชว้ี ดั )
9.1 การรวมกลุ่มของชาวบา้ น
- การบริหารจัดการต้องเปน็ การรวมกลุ่ม โดยการมสี ่วนร่วมของชมุ ชน สมาชิกกลมุ่
และชุมชน ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ แนวคิด หลักการ วัตถปุ ระสงค์ วิธกี ารของโฮมสเตย์
9.2 คณะกรรมการกลุ่มโฮมสเตย์
- มกี ารเลอื กต้งั คณะกรรมการบรหิ ารงาน ได้แก่ ประธาน รองประธาน เหรัญญิก
และกรรมการฝา่ ยตา่ งๆตามความเหมาะสมของแต่ละชมุ ชน
- คณะกรรมการทกุ คน ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในปรชั ญา หลักการ ขั้นตอน
วิธกี ารทำงานของโฮมสเตย์ ตามบทบาทหนา้ ที่ทแ่ี ต่ละคนไดร้ บั มอบหมาย
9.3 กฎกตกิ าการทำงานของคณะกรรมการ
- มีกฎ กติกา วาระการทำงาน การทำงานรว่ มกันของคณะกรรมการ เชน่ การจดั
ประชุมอยา่ งตอ่ เนื่องก่อนจะรับนกั ท่องเท่ยี ว และหลงั รบั นักทอ่ งเทีย่ ว หรือจัดประชมุ ประจำเดอื น
- มกี ารจดั สรรเงนิ รายไดเ้ ขา้ สว่ นกลางของชุมชน เพ่ือสาธารณประโยชนข์ องชุมชน
- มีแนวทางในการทำงานของคณะกรรมการ ตามหลักเกณฑ์ต่อไปน้ี:-
1. มหี ลักเกณฑ์การเปดิ รบั สมาชิกโฮมสเตย์
2. มีการกำหนดขีดความสามารถในการรองรบั นกั ท่องเทยี่ ว
3. มีรายละเอียดกิจกรรมการท่องเทยี่ ว การให้บรกิ าร และราคา
4. มีแนวปฏบิ ัตใิ นการจองบา้ นพัก และการชำระเงินลว่ งหนา้
- มแี นวปฏบิ ตั ิของกลุ่ม เชน่ การตอ้ นรับร่วมกนั การให้ขอ้ มลู การจดั ลำดบั กจิ กรรม
การดแู ลความปลอดภยั การติดตามและประเมนิ ผล เปน็ ตน้
9.4 มีการจา่ ยผลประโยชน์อยา่ งเปน็ ธรรม
- มแี นวปฏิบตั หิ มนุ เวียนการให้บรกิ าร เชน่ บ้าน รถ เรอื มัคคเุ ทศก์ เปน็ ตน้
- มรี ะบบการคิดราคาที่เป็นที่ยอมรับของกล่มุ
- มกี ารจดั สรรรายไดเ้ ข้ากองทนุ ชุมชน
114 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
นักทอ่ งเท่ียว 9.5 ระบบการจองการลงทะเบยี น และการมดั จำล่วงหนา้
- มีระบบการจองล่วงหนา้
- มีการลงทะเบยี นนักท่องเทยี่ ว เพื่อเปน็ ข้อมลู ในการเตรียมการ และให้บริการแก่
- มีการชำระเงนิ ล่วงหน้าในอัตราส่วนที่ทางกล่มุ เปน็ ผู้กำหนด
9.6 รายละเอยี ดของคา่ ธรรมเนยี มและบริการต่างๆที่ชัดเจน และเป็นปจั จบุ ัน
- มกี ารระบุคา่ ธรรมเนยี มและคา่ บริการต่าง ๆ ท่ีชัดเจน และเปน็ ปจั จุบนั ไวใ้ น
ขอ้ มูลการประชาสัมพนั ธ์ เช่น ค่าท่พี ัก ค่าอาหาร คา่ นำเท่ียว ซึง่ อาจจะคิดเปน็ รายคน หรือคดิ ในลักษณะเหมา
จา่ ย เปน็ ต้น
มาตรฐานท1ี่ 0 ด้านประชาสัมพนั ธ์ ( 2 ดัชนชี ้ีวัด)
10.1 เอกสารส่ือส่ิงพิมพ์ประชาสัมพนั ธ์การทอ่ งเที่ยวของชุมชน
- มีค่มู อื แผน่ พบั แผนท่ีการเดนิ ทาง โปรแกรมการท่องเที่ยว กจิ กรรมการ
ทอ่ งเที่ยว ราคาและสถานทีต่ ิดต่อ
10.2 แผนการเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์
- มเี ป้าหมาย แผนงาน การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ กับกลมุ่ เป้าหมายทชี่ ดั เจน
6.3.2 ลักษณะของนักทอ่ งเทยี่ วทช่ี อบพักโฮมสเตย์
1. ตอ้ งการเรียนร้วู ิถชี วี ติ ความเปน็ อยู่ของชมุ ชน มีความใกล้ชดิ กับชุมชน เป็นผ้ทู ีใ่ ห้ความ
สนใจต่อการเรียนรู้ อยากร้ชู ีวติ ความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิน่ นน้ั (รูเ้ อกลักษณ์+วัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน) เพราะ
การเรียนรู้คือคุณคา่ ชวี ติ
2. ต้องการที่พักสะดวก (ราคาถูกกว่าโรงแรมเล็กน้อย ประมาณ 20–30 %) ชอบอิสระและ
ตอ้ งการมีความปลอดภยั สูง พักค้างแรมในระยะส้ัน (1-3 คืน) และระยะยาว (5-10 คืน) ไมค่ ำนงึ ถงึ การพักเกส
เฮา้ ส์ (guesthouse)ไมช่ อบหรูหราฟมุ่ เฟือย
3. ใหค้ วามยอมรับนบั ถือ เชอื่ ถือและความไวว้ างใจ พรอ้ มเปดิ ใจเป็นมิตรไมตรีต่อกัน
4. ต้องการมีเพื่อนเที่ยวและคำแนะนำที่ละเอียดมากกว่าบริษัทนำเที่ยว(ข้อมูลที่เป็น
เกร็ดความรู้)
5. ต้องการเรียนรู้ในภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อมีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น เช่น
วัฒนธรรมการแต่งตัว วัฒนธรรมการกินอาหาร หลักการครองเรือน งานประเพณี พิธีกรรม โดยปลีกเวลารว่ ม
กิจกรรมในบ้าน อาทิ ช่วยงานในสวน ในฟาร์ม เก็บพืชผลและผลไม้ในไร่ในสวน ออกเรือจับปลา หากุ้ง หอย
ปลา ปู หรอื เก็บข้าวโพด แตง ถวั่ เป็นต้น (การทอ่ งเทย่ี วแห่งประเทศไทย, 2564)
115 การจดั การท่องเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ภาพท่ี 6.2 เกณฑ์มาตรฐาน 10 ดา้ น 31 ตวั ชว้ี ดั ของโฮมสเตย์
ทีม่ า: ( การทอ่ งเท่ียวแหง่ ประเทศไทย, 2564)
6.4 เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภยั ด้านสุขอนามัย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (2562) Safety & Health Administration (SHA) คือ แนวปฏิบัติท่ี
เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจสำหรับผู้ประกอบการ หรือ ข้อกำหนดเบื้องต้นที่สถานประกอบการพึงมี เพ่ือ
ป้องกนั COVID-19 ซงึ่ มาจากมาตรการดา้ นสาธารณสขุ บวกกบั มาตรฐานของสินคา้ ทางการท่องเทยี่ ว
เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยดา้ นสขุ อนามยั ประเภทท่ีพกั
1. สำหรบั ผู้ประกอบการที่พกั
1.1 ทำความสะอาดห้องพักอย่างสม่ำเสมอและทำความสะอาดผิวสัมผัสร่วม อย่างน้อย
ทกุ 2 ช่ัวโมง เช่น จับประตู หอ้ งนำ้ เป้นตน้
1.2 มีการกำจัดขยะของเสีย ระดาษชำระ และหน้ากากอนามัยทใี่ ชแ้ ลว้ อย่างเหมาะสม
116 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
1.3 มฝี าครอบอาหารทกุ ครง้ั ขณะเสริ ์ฟในการใหบ้ ริการ Room Service ตามมาตรฐาน
1.4 ใช้ผ้าทำความสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ร่วมกับน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาด
ห้องพกั ใหม้ คี วามปลอดภยั
1.5 ล้างอุปกรณ์ทำความสะอาดและผ้าทำความสะอาดทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพิ่ม
ระดับความเข้มข้น (ppm) ของน้ำยาทำความสะอาด โดยอ้างอิงจากคู่มือและคำแนะนำของผู้ผลิตน้ำยาทำ
ความสะอาดให้สามารถกำจดั เชอื้ ไวรสั ได้
1.6 มีการทำความสะอาดด้วยนำ้ ยาฆา่ เช้ือโรค ตามทางเดิน ห้องห้อง อย่างสม่ำเสมอ
1.7 ปรับตำแหน่งเครื่องปรับอากาศห้องพักทุกห้องให้เหมาะสมเพื่อการไหลเวียนของ
อากาศ
2. สำหรบั นกั ท่องเทีย่ ว
2.1 ให้ความร่วมมือในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากาก
อนามัย
2.2 เวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งบคุ คลอย่างนอ้ ย 1 เมตร
2.3 ล้างมือดว้ ยน้ำและสบู่หรอื เจลแอลกฮอล์อย่างสม่ำเสมอ
2.4 จองล่วงหนา้ กอ่ นใชบ้ ริการเพือ่ ลดความแออดั
2.5 หลีกเล่ียงการชำระเงนิ ดว้ ยเงินสด เพื่อลดการสัมผสั ระหว่างกนั เชน่ การชำระเงินผ่าน
ระบบโอนเงินหรอื พรอ้ มเพย์ เปน็ ต้น
6.5 ตัวอย่างชุมชนท่มี กี ารบรหิ ารจดั การทพี่ กั สัมผัสวัฒนธรรมชนบท
6.5.1 ตวั อย่างชุมชนที่มกี ารบรหิ ารจดั การที่พกั สัมผสั วัฒนธรรมชนบทในประเทศไทย
6.5.1.1 การบริหารจัดการความเสี่ยงของที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (โฮมสเตย์) จังหวัด
พระนครศรีอยธุ ยา
การบรหิ ารจดั การทพี่ กั แบบสมั ผสั วฒั นธรรมชนบท (โฮมสเตย)์ จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา ซ่ึง
ประกอบด้วย การจัดการด้านที่พัก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ไกลจากสถานท่ี
ท่องเท่ียว หอ้ งน้ำมีการทำความสะอาดอยเู่ ปน็ ประจำและสม่ำเสมอ มกี ารบรหิ ารจัดการดังน้ี
1. การบริหารจัดการที่พักในด้านการจัดการกำหนดระเบียบและข้อปฏิบัติกำหนดระเบียบ
และข้อปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การแต่งกายเรียบร้อย การนอนในที่ที่เจ้าบ้านจัดเตรียมไว้ให้
กำหนดเวลาเขา้ ออกบ้านพัก มีการแจ้งนักท่องเท่ียวให้ทราบและปฏบิ ัตติ าม
2. ด้านอาหารและโภชนาการอาหารมีการนำเสนออาหารท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยว มีการ
วางแผนจัดเตรียมอาหาร เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดระหว่างปริมาณอาหาร จำนวนและข้อมูลนักท่องเที่ยว เช่น
เช้อื ชาติ ศาสนา งบประมาณในการจดั ทำอาหาร
3. ด้านความปลอดภัย มีการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการแบ่งเวรยามภายใน
ชุมชน เพ่ือให้ดแู ลความปลอดภัย สมาชิกในบา้ นตรวจตราดูแลความเป็นระเบยี บเรียบร้อยภายในบ้าน
117 การจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
4. ด้านอัธยาศยั ไมตรขี องเจ้าของบา้ น เจ้าบา้ นและสมาชิกในครอบครวั มคี วามเต็มใจ ต้อนรับ
ผู้มาเยือน มกี ารจดั พนื้ ที่ตอ้ นรับในลักษณะศูนย์การเรยี นรใู้ นชุมชน
5. ด้านการบริหารของกลุ่มโฮมสเตย์มีการรวมกันจัดตั้งในรูปแบบของกลุ่ม ชมรม สหกรณ์
ชมุ ชนดำเนนิ การเปน็ กลุ่มเลก็ ๆ มที พ่ี กั ประมาณ 5 - 6 หลัง หรือมากขน้ึ แล้วแตค่ วามพร้อมของสมาชกิ ในกลุ่ม
พื้นที่ สมาชิกและคนในชุมชนมีความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในด้านการจัดการกิจกรรมภายในชุมชน ด้าน
ประชาสัมพันธ์การจัดการการจองที่พัก ผู้เข้าพักสามารถทำได้โดยการจองทางโทรศัพท์ การจองผ่าน
อนิ เตอรเ์ น็ตมีการตอบรับการจอง ประสานงานแจ้งรายละเอียดให้กบั นกั ท่องเที่ยวก่อนวนั เข้าพัก หลังจากการ
จองมีการเรียกเก็บค่าบรกิ ารบางส่วน เพื่อป้องกนั การไม่เข้าพกั ของนักท่องเทีย่ ว
6.5.1.2 วิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านถ้ำเสือ ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย
Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA)
ภาพที่ 6.3 วิสาหกิจท่องเที่ยวชมุ ชนบ้านถำ้ เสอื รับรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยดา้ นสุขอนามัย
ทมี่ า: (มตชิ น, 2564)
ชุมชนท่องเที่ยวบ้านถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ โดดเด่นด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สัมผัส
ธรรมชาติด้วยการป่ันจักรยาน พายคายคั นั่งเรอื หางยาวเยือนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในชุมชน และการเดินทาง
สำรวจโถงถ้ำหินปูนชวนให้รู้สึกเหมือนออกผจญภัย ไฮไลต์คือแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ “หาดโคลนร้อน”
อุดมด้วยแร่ธาตุมากประโยชน์ สายเฮลธ์ตี้ต้องโดน! สามารถทำสปาพอกโคลนร้อนขับผิวให้สวยและเต่งตึงขึน้
หรอื จะเดินนวดเท้าไปบนพนื้ โคลนร้อนและเอาเท้าแช่ร่องน้ำร้อนใหร้ ่างกายได้ผ่อนคลาย ขบั ไลค่ วามเหน่ือยล้า
เหมือนได้ชาร์จพลังกลับมาเต็มร้อย และวิสาหกจิ ทอ่ งเท่ียวชุมชนบ้านถ้ำเสือ เข้ารับมาตรฐานความปลอดภัย
ด้านสุขอนามยั Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) ในงาน OTOP CITY 2020
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนและทำกิจกรรม
ตา่ งๆในแตล่ ะฐานการเรียนรู้ และสถานทท่ี ่องเที่ยวในหมู่บ้านถำ้ เสอื (มติชน, 2564)
118 การจดั การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
6.5.2 ตวั อย่างชมุ ชนท่ีมกี ารบริหารจัดการทพ่ี ักสมั ผัสวัฒนธรรมชนบทต่างประเทศ
6.5.1.2 โฮมสเตยข์ องชมุ ชนที่เมืองหลินอี้ (Linyi) มณฑลชานตง ประเทศจนี
ภาพที่ 6.4 โฮมสเตย์ของชุมชนทเ่ี มืองหลนิ อ้ี (Linyi) มณฑลชานตง ประเทศจีน
ที่มา: (https://news.ch7.com/, 2564)
โฮมสเตยข์ องชุมชนเมืองหลินอ้ี (Linyi) มณฑลชานตง ทางตะวนั ออกของจีน ได้มีการบริหาร
จดั การทพ่ี ักโฮมสเตย์ โดยการดัดแปลง และต่อยอดจากกระท่อมมุงจากเก่า ๆ ในชุมชนให้กลายเป็นที่พักท่ีน่า
อยู่ และดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว ซึ่งโฮมสเตย์แห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก การท่องเที่ยวเชิง
ชนบทในจนี ได้รบั ความนิยม ซ่ึงชว่ ยกระตุ้นธรุ กิจท่ีพักโฮมสเตยใ์ นพ้นื ท่ีชนบทไดม้ ากขนึ้
6.6 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจัยท่เี ก่ียวข้อง
6.6.1 บทความวิชาการเรื่อง “โฮมสเตย์กับการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในจังหวัดน่าน
(HOMESTAY AND SUSTAINABLETOURISM MANAGEMENT IN NAN PROVINCE)” โดย กนกรัตน์ ดวง
พิกุล และ จารุนันท์ เมธะพันธ์ุ (2560) ได้อธบิ ายการจดั การทอ่ งเท่ียวอยา่ งยงั่ ยนื ของโฮมสเตยไวด้ ังน้ี
ด้านการบริหารจัดการของกลุ่มโฮมสเตย์ ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ให้ความสำคัญกับการจัดการ
ทอ่ งเที่ยวของโฮมสเตยใ์ นจงั หวดั น่านจากการวิเคราะหโ์ อกาสทางการตลาด เชน่
6.6.1.1 ด้านการบริหารจัดการของกล่มโฮมสเตย์ จากการวิเคราะห์ศักยภาพการจัดการ
ท่องเที่ยวของโฮมสเตย์ โดยการวเิ คราะหโ์ อกาสทางการตลาด พบว่า จุดแข็งของกลุ่มโฮมสเตย์ ได้แก่ 1) ผู้นำ
กลุ่มมีภาวะผู้นำสูง 2) การดำเนินงานของกลุ่ม มีการจัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน 3) มีกิจกรรม
ท่องเที่ยวหลากหลาย 4) มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม 5) มีความปลอดภัย และจุดอ่อน ได้แก่ 1) การ
สอ่ื สารกับชาวต่างชาติ 2) ขาดมคั คเุ ทศกท์ อ้ งถิ่น 3) ขาดงบประมาณดำเนินงาน 4) บ้านพักไม่เพียงพอ
6.6.1.2 ด้านการบริหารจัดการของกล่มโฮมสเตย์ จากการวิเคราะห์ศักยภาพการจัดการ
ท่องเท่ยี วของโฮมสเตย์ โดยการวเิ คราะห์โอกาสทางการตลาด พบวา่ โอกาส ไดแ้ ก่ 1) กระแสการทอ่ งเทย่ี วเชิง
นิเวศเป็นที่นิยม 2) มีการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย 3) การดำเนินวิถีชีวิตไทล้ือ ส่วนอุปสรรค ได้แก่ 1)
119 การจดั การทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
การแขง่ ขันธรุ กิจท่องเท่ียวในจังหวัดนา่ นมมี ากขึ้น 2) ขาดการสนบั สนุนอยา่ งต่อเนื่อง 3) เสน้ ทางคมนาคมเข้า
ชมุ ชนไม่ค่อยสะดวก
6.6.1.3 แนวทางการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโฮมสเตย์ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพ
ของชุมชนการสรา้ งจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร ผู้นำกลุ่ม การสื่อสารประชาสัมพันธ์ การกระจายรายได้
ให้คนในท้องถิ่นและการสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของนักท่องเที่ยว ความต้องการของชุมชน
ท้องถิ่นและขีดความสามารถของทรัพยากร
ผู้เขียนเห็นว่า ในการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ทรัพยากร ให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญ
ของทรัพยากรธรรมชาตใิ นท้องถ่ิน และเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิง่ แวดล้อมตลอดจนวิถีชีวิต ภูมิปัญญา
จะส่งผลให้การจัดการทอ่ งเที่ยวของโฮมสเตยพ์ ัฒนาอยา่ งย่งั ยนื
6.6.2 บทความวิชาการเรอ่ื ง Homestays as an Alternative Tourism Product for Sustainable
Community Development: A Case Study of Women-Managed Tourism Product in Rural Nepal
by Elizabeth A. Halpenny (2017) ได้อธบิ ายโฮมสเตย์ของการทอ่ งเท่ียวสกู่ ารท่องเทย่ี วอยา่ งยง่ั ยนื ไว้วา่
Female ownership of homestay businesses secures women's avenues for
income generation and involves them in mainstream development.
Development are based on the well-being achieved by the Barpaki community,
with a focus on three essential aspects of sustainable development, namely economic,
environmental and social.
ผูเ้ ขยี นเหน็ ว่า การพฒั นาเปน็ โฮมสเตย์จะต้องมกี ารศึกษาความพรอ้ มของบรบิ ทพื้นที่ และสาระสำคัญ
ของการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะต้องมีทรัพยากรท่ีสวยงามตามธรรมชาติและเป็นชุมชนพื้นเมืองที่มีวิถีชีวิตและ
วฒั นธรรมทมี่ เี อกลกั ษณ์ และในการพัฒนาโฮมสเตย์
6.7 บทสรปุ
Home-stay หมายถึง บ้านพักประเภทหนึ่งที่นักท่องเที่ยวพักร่วมกับเจ้าของบ้านและนักท่องเที่ยวมี
วัตถุประสงค์ที่จะเรียนรู้วฒั นธรรมและวิถีชีวิตของเจ้าของบ้าน ซึ่งเต็มใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรม แลกเปลี่ยน
ความรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งมีการจัดที่พักและอาหารให้กับนักท่องเที่ยว โดยได้รับค่าตอบแทนตามความ
เหมาะสม เพราะมีความต้องการใกล้ชิดและได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม
ทอ้ งถนิ่ และที่พักแบบ Home-stay มคี า่ ใช้จ่ายน้อยกวา่ การพักในโรงแรม
120 การจัดการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
กรอบดัชนชี ีว้ ัดคุณภาพมาตรฐานโฮมสเตย์ มที ้ังหมด 10 มาตรฐาน ดังต่อไปนี้
1. มาตรฐานท่ี 1 ดา้ นที่พกั
2. มาตรฐานท่ี 2 ด้านอาหารและโภชนาการ
3. มาตรฐานท่ี 3 ดา้ นความปลอดภยั
4. มาตรฐานท่ี 4 ด้านอัธยาศัยไมตรีของเจา้ ของบ้านและสมาชิกในครัวเรือน
5. มาตรฐานที่ 5 ดา้ นรายการนำเทย่ี ว
6. มาตรฐานที่ 6 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
7. มาตรฐานท่ี 7 ดา้ นวัฒนธรรม
8. มาตรฐานท่ี 8 ด้านการสร้างคุณค่าและมลู คา่ ของผลติ ภัณฑ์
9. มาตรฐานที่ 9 ด้านการบริหารของกลมุ่ โฮมสเตย์
10. มาตรฐานที่ 10 ด้านประชาสมั พนั ธ์
และมาตรฐานความปลอดภัย Safety & Health Administration (SHA) คือ แนวปฏิบัติที่เป็น
มาตรฐานภาคสมัครใจสำหรับผู้ประกอบการ หรือ ข้อกำหนดเบื้องต้นที่สถานประกอบการพึงมี เพื่อป้องกัน
COVID-19 ซ่งึ มาจากมาตรการด้านสาธารณสขุ บวกกับมาตรฐานของสินคา้ ทางการท่องเทย่ี ว
6.8 คำถามท้ายบทเรยี น
6.8.1 จงอธบิ ายการจัดการทพ่ี ักสัมผสั วฒั นธรรมชนบทเปน็ อยา่ งไร
6.8.2 จงอธิบายการบรหิ ารจัดการท่ีพักสมั ผสั วฒั นธรรมชนบท เป็นอย่างไร
6.8.3 จงอธิบายดชั นชี ีว้ ดั คณุ ภาพมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยมลี กั ษณะเปน็ อย่างไร
6.8.4 จงอธิบายเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสำหรับการจัดการที่พักสัมผัส
วัฒนธรรมชนบทเป็นอย่างไร
6.9 กิจกรรมเสริมการเรยี นรทู้ า้ ยบทเรียน
ใหน้ กั ศึกษาหาชุมชนการท่องเที่ยวมาเปน็ กรณีศึกษาสัก 1 แหง่ แลว้ ตรวจสอบกรอบดชั นชี ้วี ัดคุณภาพ
มาตรฐานโฮมสเตย์ของ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้พิจารณาว่าผ่านมาตรฐาน
หรือไมอ่ ยา่ งไร
121 การจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
บทท่ี 7
การบริหารจัดการองคก์ รการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน
วตั ถปุ ระสงคป์ ระจำบทเรียน
1. เพื่อให้นกั ศกึ ษาได้ทราบถึงการบรหิ ารจดั การองค์กรการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชน
2. เพอื่ ใหน้ กั ศึกษาได้ทราบถงึ ปจั จัยทม่ี ผี ลต่อการดำเนินงานการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน
เนอื้ หาของบทเรยี น
7.1 การบริหารจดั การองค์กรการท่องเที่ยวโดยชุมชน
7.2 ปจั จัยทมี่ ีผลตอ่ การดำเนินงานการท่องเท่ียวโดยชุมชน
7.3 ตัวอยา่ งชุมชนทม่ี ีการบริหารจัดการองค์กรการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน
7.4 เอกสารบทความวชิ าการ/งานวิจัยทเ่ี ก่ยี วข้อง
7.5 บทสรุป
7.6 คำถามท้ายบทเรียน
7.7 กจิ กรรมเสรมิ การเรียนรู้ทา้ ยบทเรียน
7.1 การบริหารจัดการองค์กรการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชน ( Administrative Organization )
การท่องเที่ยวโดยชุมชนจำเป็นต้องมีองค์กรที่เข้ามารับผิดชอบในการทำงาน เนื่องจากลักษณะงาน
ต้องติดต่อสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นบุคคลภายนอก หรือหน่วยงานภายนอกที่ต้องประสานความร่วมมือ
ด้วย หากชุมชนไมจ่ ัดตั้งองคก์ รทีช่ ดั เจนหรือบอกไดอ้ ย่างชดั เจนวา่ กจิ กรรมการทอ่ งเทยี่ วอยภู่ ายใต้โครงสร้าง
ขององค์กรใดในชุมชน ก็จะทำให้เกิดความสับสนได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นำชื่อของชุมชนมาเป็น
ภาพลักษณ์หนึ่งขององค์กร นอกจากนี้การท่องเที่ยวยังเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรส่วนรวมของ
ชุมชน ยิ่งจำเป็นที่จะต้องสร้างรูปแบบการบริหารงานองค์กรให้ชัดเจน เพื่อบริหารงานและรับผิดชอบต่อส่ิง
ต่างๆทีจ่ ะเกดิ ขนึ้ ให้ชมุ ชนสามารถเข้ามามสี ่วนรว่ มและตรวจสอบการทำงานได้
การจัดตั้งองค์กรเพื่อเข้ามาดำเนินงานการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน ควรจะต้องแสดงตนต่อชุมชนได้อย่าง
นอ้ ย 7 ประเด็นด้วยกัน ไดแ้ ก่
1. ชอื่ ขององคก์ ร ท่ตี ัง้ สำนักงาน และทีอ่ ยู่
2. วตั ถปุ ระสงค์ขององค์กร
3. คณุ สมบตั หิ รอื ที่มาขององคก์ ร
4. คณะกรรมการ
5. ที่ปรึกษา
6. โครงสร้างการทำงาน บทบาทหน้าท่ี วาระการทำงาน
7. งบประมาณ
122 การจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
7.1.1 องค์ประกอบสำคัญขององค์กร CBT ( Important Elements of a CBT Administrative
Organization )
การที่จะชี้วัดว่าองค์กรที่เข้ามาทำหน้าที่จัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นตัวแทนผลประโยชน์ท่ี
แท้จรงิ ของชมุ ชนหรือไม่ องค์กรตอ้ งให้ความสำคญั กบั องคป์ ระกอบต่างๆ ดังนี้:-
1. การมีส่วนรว่ ม
2. การกระจายบทบาทการทำงาน
3. การกระจายผลประโยชน์
4. มรี ะบบการทำงานทโ่ี ปรง่ ใส/ตรวจสอบได้
5. มมี าตรการในการควบคมุ และป้องกนั ผลกระทบทางด้านสังคม วัฒนธรรม และสงิ่ แวดล้อม
1. การมสี ่วนรว่ ม ( Participation )
หัวใจสำคัญของการทำงานชุมชน คือ การที่ชาวบ้านมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของโครงการ ซึ่ง
จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อกระบวนการทำงานได้ให้ชาวบ้านได้ร่วมคิด ร่วมทำตั้งแต่เริ่มต้น และมีส่วนร่วมในการ
ตัดสินใจในการกำหนดทิศทาง และการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้นในชุมชน ในชุมชนบางแห่งการเริ่ม
ดำเนนิ การเรื่อง CBT ในระยะแรกอาจมีผเู้ ข้ารว่ มน้อย อาจจะเกดิ จากความไม่เข้าใจหรือไม่พร้อมในระยะแรก
อย่างไรก็ตามกลุ่มต้องเปิดโอกาสให้ชาวบ้านสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ในภายหลัง และไม่สร้างกฎ กติกาท่ี
จำกัดการเข้ามามีส่วนร่วม บางครั้งเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ชาวบ้านทุกคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมทางตรง
แตง่ าน CBT ควรให้สมาชกิ ในชมุ ชนไดร้ บั ประโยชนไ์ ม่ทางตรงกท็ างอ้อมในการจัดการการท่องเทย่ี ว
ในกรณีของการท่องเที่ยวโดยชุมชน สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มต่างๆในชุมชนให้
เข้ามามีบทบาทในการทำงาน อนั จะเปน็ ตวั แทนของความคดิ และดูแลผลประโยชน์ของตนและชุมชน โดยการ
เป็นที่ปรึกษาหรือร่วมทุน ชาวบ้านทั่วไปสามารถเป็นสมาชิกได้ในลักษณะการร่วมทุน โดยการลงหุ้น เพ่ือให้
องค์กร CBT ของชุมชนมเี งินทุนในการดำเนินงาน และเม่อื มีผลกำไร สามารถตอบแทนสมาชิกได้ในรูปของเงิน
ปันผล แม้ว่าการมีสว่ นร่วมอาจทำให้กิจกรรมเป็นไปไดช้ า้ แต่สมาชกิ ในชมุ ชนจะเกิดประสบการณแ์ ละบทเรียน
ร่วมกนั
1.1 ลักษณะการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการพัฒนาชุมชน มดี งั นี้
1) ร่วมทำการศึกษาค้นคว้าปัญหาและสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนรวมท้ัง
ความตอ้ งการของชมุ ชน
2) ร่วมคิดหาสร้างรูปแบบและวิธีการพัฒนาเพื่อแก้ไขและลดปัญหาของชุมชนหรือ
เพื่อสรา้ งสรรคใ์ หม่ท่ีเป็นประโยชน์ต่อชมุ ชนหรือสนองความต้องการของชุมชน
3) ร่วมวางนโยบายหรอื แผนงานหรือโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขจัดและแก้ไขปัญหา
ตลอดจนสนองความตอ้ งการของชุมชน
4) ร่วมการตัดสินใจการใช้ทรพั ยากรท่มี จี ำกัดใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ สว่ นร่วม
123 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
5) ร่วมจัดหรือปรับปรุงระบบการบริหารงานพัฒนาใหม่ประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธิผล
6) รว่ มการลงทุนในกิจกรรมหรอื โครงการของชมุ ชนตามขีดความสามารถของตนเอง
7) ร่วมปฏิบัตติ ามนโยบายและแผนงานโครงการและกิจกรรมให้บรรลตุ ามเปา้ หมาย
8) ร่วมควบคุมติดตามประเมินผลและร่วมบำรุงรักษาโครงการและกิจกรรมที่ได้ทำ
ไว้โดยเอกชนและรัฐบาลใหใ้ ช้ประโยชนไ์ ด้ตลอดไป (ไพรัตน์ เดชะรนิ ทร์, 2527)
1.2 รปู แบบของการมีสว่ นรว่ ม มีดงั นี้
1) การที่ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรง (Direct participation) โดยผ่านองค์กรท่ี
จดั ต้ังโดยประชาชน (Inclusive organization) การรวมกล่มุ เยาวชนต่างๆ
2) การที่ประชาชนมีส่วนร่วมทางอ้อม (Indirect participation) โดยผ่านองค์กร
ผู้แทนของประชาชน (Representative organization) กรรมการของกลุ่มหรือชุมชน
3) การมีประชาชนมีส่วนร่วมโดยเปิดโอกาสให้ (Open participation) โดยผ่าน
องค์กรที่ไม่ใช่ผู้แทนของประชาชน (Non-representative organization) เช่น สถาบันหรือหน่วยงานที่เชิญ
ชวนหรือเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามสี ว่ นร่วมเม่ือไรทไ่ี ด้ทกุ เวลา (นริ ันดร์ จงวฒุ เิ วศย์, 2527)
1.3 กระบวนการมสี ว่ นร่วมของประชาชน ในการดำเนนิ กจิ กรรมไว้ 4 ขนั้ ตอน ดังน้ี
1) การวางแผนประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหา จัดอันดับ
ความสำคัญต้ังเป้าหมายกำหนดการใช้ทรัพยากรกำหนดวิธีติดตามประเมินผลและประการที่สำคัญ คือ ต้อง
ตดั สินใจดว้ ยตนเอง
2) การดำเนินกิจกรรมประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการและบริหารการใช้
ทรัพยากรมคี วามรบั ผดิ ชอบในการจัดสรรควบคุมทางการเงนิ
3) การใช้ประโยชน์ประชาชนต้องมีความสามารถในการนำเอากิจกรรมมาใช้ให้เกิด
ประโยชน์ได้ ซ่งึ เป็นการเพิม่ ระดับของการพึ่งตนเองและการควบคุมทางสงั คม
4) การได้รับประโยชน์ประชาชนต้องได้รับการแจกจ่ายผลประโยชน์จากชุมชนใน
พนื้ ฐานทเ่ี ทา่ เทยี มกัน ซ่งึ เปน็ ผลประโยชน์สว่ นตัวสงั คมหรือในรปู วัตถุก็ได้ ( WHO and UNICEF, 1978)
124 การจดั การทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
1.4 เงอ่ื นไขการมสี ่วนรว่ ม
การที่ประชาชนจะเข้าไปมีบทบาทหรอื มีสว่ นรว่ มหรอื ไม่เข้าร่วมนั้น มีเงื่อนไขหลาย
ประการที่มีผลต่อการตัดสินใจเขา้มามสี ว่ นร่วม ซ่ึงอาจเป็นไปดว้ ยความเต็มใจหรอื ถูกบีบบังคับหรือผลักดันให้
เข้าไปมีส่วนร่วม ดังนั้นเงื่อนไขในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชน จึงข้ึนอยู่กับหลายลักษณะด้วยกัน
เงือ่ นไขเบอื้ งตน้ ของการมีสว่ นรว่ มไว้ 5 ประการคอื
1) รัฐบาลจะต้องมีการยอมรับในแนวความคิดการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อนใน
เบื้องตน้ และได้บรรจหุ ลักการน้ีไวใ้ นแผนหรือนโยบายในระดับต่าง ๆ ด้วย
2) ประชาชนต้องมีพื้นฐานองค์กร ประชาชนที่สามารถเป็นตัวแทนในการเจรจา
ต่อรองกบั กลมุ่ ผลประโยชนแ์ ละบุคคลอ่นื ๆได้
3) ประชาชนต้องมีอิสระในความคิดริเริ่มและในการตดัสินใจในระดับท้องถิ่นเพื่อ
กำหนดกิจกรรมของตนเอง
4) ชุมชนต้องมีการไหลเวียนของข่าวสารและความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะหลักการและ
ปรชั ญาของการพฒั นาเทคนิควธิ ีการ ในการจัดสรรทรพั ยากรและความรทู้ างการบริหารงาน
5) ชุมชนจะต้องได้รับการสนับสนุนทางด้านสิ่งของและความคิดเทคนิคที่จำเป็น
(โดยเฉพาะในระยะแรก) (พงษธ์ ร จนั ทรส์ วัสด์ิ, 2540)
1.5 ประโยชนข์ องการมีส่วนรว่ มของประชาชน
โดยท่ัวไปแล้วกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกระบวนการที่ต้ อง
ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง ซ่ึงก่อให้เกิดต้นทุนในการดำเนินการมากพอสมควร อย่างไรก็ตาม ข้อดี
ของการมีส่วนร่วมคือ การก่อให้เกิดการผลิตนโยบายและบริการสาธารณะที่สอดคล้องกับความต้องการของ
สาธารณชนเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดสรรทรัพยากรของสาธารณะให้สูงข้ึนโดยการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนก่อให้เกดิ ประโยชน์ตา่ งๆ ดังนี้
1) เพ่ิมคณุ ภาพของการตดสั ินใจกระบวนการปรกึ ษาหารอื กับสาธารณชนชว่ ยให้เกิด
ความกระจ่างในวัตถุประสงค์และความตอ้ งการของโครงการหรอื นโยบายน้ัน ๆ
2) การลดค่าใช้จ่ายและการสูญเสียเวลา การให้ประชาชนมีส่วนร่วมมาต้ังแต่ต้นใน
การดำเนนิ งานสามารถที่จะลดความล่าช้าและลดค่าใช้จา่ ยทีเ่ กี่ยวข้องกับความขดั แย้งของประชาชนได้
3) การสร้างฉันทามติ (Consensus Building) โครงการมีส่วนร่วมของประชาชน
สามารถที่จะสร้างข้อตกลงที่มั่นคงและยืนยาวและการยอมรับระหว่างกลุ่ม ลดความขัดแย้งทางการเมืองและ
สรา้ งใหเ้ กดิ ความชอบธรรมในการตัดสนิ ใจของรฐั
125 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
4) ความสำเร็จและผลในการปฏิบัติของโครงการ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำ
ใหค้ นเรามคี วามรสู้ ึกถึงความเป็นเจ้าของการตัดสินใจน้ัน ซึ่งจะไดร้ บั ความร่วมมือจากประชาชน
5) การหลีกเล่ียงการเผชิญหนา้ หรือหลกี เลยี่ งความขดั แยง้ ทีร่ ุนแรง
6) ความน่าเช่อื ถือและความชอบธรรม การมีสว่ นรว่ มของประชาชนเป็นวิถีทางท่ีจะ
นำ ไปสูค่ วามชอบธรรมและการดำรงอยู่ของความชอบธรรม
การมีส่วนร่วมมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนและการพัฒนาชุมชน
หลายประการ ได้แก่ เป็นสิทธิข้ันพื้นฐานของประชาชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับปรัชญา
แนวความคิดและหลักการเรียนรู้รว่ มกันของชุมชน เป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการ
กระจายอำนาจ นำไปสกู่ ารพ่ึงตนเองของชุมชน ทำใหด้ ำเนนิ การพัฒนาชุมชนได้ตรงกบั ความต้องการท่ีแท้จริง
ของประชาชนและชุมชน เป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคคลกลุ่มและองค์กรในชุมชนให้มีประสิทธิภาพ เป็น
การสร้างความพึงพอใจร่วมกันทำให้การพัฒนามีความชอบธรรม ทำให้เกิดความรักหวงแหนรับผิดชอบและ
เป็นเจ้าของชุมชน ถือว่าเป็นกระบวนการสำคัญในการสนับสนุน ส่งเสริม การเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน ให้
ประสบผลสำเร็จเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลเพราะการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมเป็นการพัฒนาของคนใน
ชมุ ชนโดยคนในชมุ ชนและเพื่อคนในชุมชนอย่างแทจ้ รงิ รฐั บาลเป็นเพียงผู้สนับสนุนในบางสว่ นเทา่ น้ัน
1.6 ปจั จัยทีม่ ีผลต่อการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
ในการดำเนินงานพัฒนาหรือกจิ กรรมโครงการใดๆกต็ าม สง่ิ ทสี่ ำคัญต่อการตัดสินใจ
เข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนมีหลายประการ ท้ังด้านปัจจัยตัวบุคคลองค์กรและชุมชน ทั้งนี้ภาครัฐ
จำเปน็ ต้องคำนึงถึงการส่งเสริมสนับสนนุ ช่วยเหลือประชาชน เพอ่ื ให้ประชาชนเขา้มามีสว่ นรว่ มในการให้ความ
รว่ มมอื ในกจิ กรรมการพัฒนาต่างๆของชุมชนเพื่อให้ดำเนนิ งานบรรลุวัตถปุ ระสงค์และเกิดการพัฒนาที่ดีเกิดผล
ดีต่อชุมชน ปัจจัยที่ผลักดันให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น ปรัชญา เวสารัชช์ (2528) ได้
กลา่ วถึงดงั นี้
1) ปัจจัยสภาพแวดล้อมทั้งทางกายภาพเศรษฐกิจสังคมการเมืองการปกครองและ
ความปลอดภัย
2) ปจั จยั ผลักดันจากบุคคลอ่นื โดยเฉพาะผู้นำ
3) ปัจจัยที่เป็นรางวัลตอบแทน เช่น ค่าตอบแทนแรงงาน เงินปันผลจากสหกรณ์
ออมทรพั ย์
4) ปัจจัยภายในตัวบุคคล ได้แก่ ความคาดหวังในประโยชน์ส่วนรวม ความรู้สึก
เกรงใจไม่กลา้ ปฏเิ สธเมอื่ ถูกชักชวนหรือความรู้สึกว่า เปน็ พันธะที่ต้องเขา้ รว่ มเพ่ือใหเ้ กดิ ความสามัคคี
126 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
1.7 ปญั หาอปุ สรรคของการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเทศไทย
จากการวิเคราะห์สถานการณ์การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารกิจการ
สาธารณะของประเทศไทยยังจัดว่า มปี ญั หาและอุปสรรคและท าใหก้ ารด าเนินโครงการหลายประเภทเป็นไป
อย่างไมโ่ ปร่งใส อาจกล่าวได้วา่ เกดิ ขึ้นจากเหตปุ ัจจัยทส่ี ำคัญ 2 ประการคือ
1) ประชาชนยังขาดความตระหนัก ซึ่งหมายถึงความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงในสิทธิ
และบทบาทหนา้ ทีข่ องตนเองและจติ สำนึก ซึ่งหมายถึงความรูส้ กึ รับผดิ ชอบตอ่ ส่วนรวมและส่งิ แวดล้อม
2) ระบบราชการเดิมไม่เอื้อต่อการมีส่วนร่วม ซึ่งระบบอุปถัมภ์เป็นอปุ สรรคสำคญั ท่ี
ขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชน อีกทั้งระบบราชการยังไม่กระจายอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง
รวมทง้ั เจ้าหน้าท่หี รอื ขา้ ราชการมองว่า ประชาชนเปน็ เพยี งผู้รบั ผลประโยชน์การเข้ามามีส่วนร่วมอาจทำใหง้ าน
ลา่ ช้ารงุ รงั และไม่ทันการ ท่ผี ่านมาการปกครองท้องถ่ินเป็นการปกครองตนเองโดยทางออ้มคือผ่านสมาชิกสภา
ท้องถิ่นหรือฝ่ายบริหารท้องถิ่นที่มาจาการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ซึ่งระบบนี้ทำให้ประชาชนห่างเหิน
กิจกรรมของทอ้ งถ่ินตนโดยกจิ กรรมของท้องถนิ่ เปน็ เร่อื งของ “นกั การเมอื งท้องถิ่น” เทา่ น้ัน
2. การกระจายบทบาทการทำงาน ( Division of Roles )
การที่การท่องเทีย่ วมีกิจกรรมหลากหลาย การแบ่งบทบาทหน้าที่การทำงานให้กระจายไปยงั
สมาชิก จะทำให้การบริหารงานคล่องตวั นอกจากนีย้ ังเป็นการเปดิ โอกาสใหส้ มาชิก โดยเฉพาะอย่างย่ิง ผู้หญิง
ผ้อู าวุโส เยาวชน ได้แสดงบทบาทและศกั ยภาพของตนในการทำงาน
3. การกระจายผลประโยชน์ ( Division of Benefits )
การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้และผลตอบแทนให้กับชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง
จำเปน็ ตอ้ งมีการจัดการผลประโยชน์ให้กระจายตวั สู่คนในชุมชนและสมาชิกผู้ดำเนินการท่องเที่ยว การจัดการ
ผลประโยชนค์ วรจะแยกเปน็
1. ผลประโยชน์ทางตรง ที่สมาชิกของกลุ่ม/องค์กรท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้รับจากการ
ใหบ้ รกิ ารทอ่ งเท่ยี ว
2. ผลประโยชน์ทางอ้อม ทีแ่ ม้ว่าสมาชกิ ทุกคนในชุมชนจะไม่ไดร้ ับโดยตรงจากการท่องเท่ียว
เพราะไม่ได้เป็นสมาชิก แต่ก็ควรได้รับการจัดสรรผลประโยชน์ในส่วนงานสาธารณะประโยชน์ของชุมชน ซ่ึง
จำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรท่องเที่ยวโดยชุมชนต้องจัดสรรเงินจากผลการดำเนินงานออกมาในรูปกองทุน เพื่อ
สนับสนุนกจิ กรรมสาธารณะประโยชนข์ องชมุ ชน
นอกจากนี้ ยังมผี ลประโยชน์ท่เี ก่ยี วเนอ่ื งจากการท่องเท่ยี วหลายประการ เชน่ การขายของท่ี
ระลึก หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน ทำให้มีเงินหมุนเวียนในหมู่บ้าน ร้านค้าขายของได้มากขึ้น มีการพัฒนา
127 การจดั การท่องเท่ียวโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
โครงสร้างพ้ืนฐานในหมบู่ ้าน เพ่ืออำนวยความสะดวกแกน่ ักท่องเท่ยี ว ชุมชนเป็นทร่ี จู้ ัก และได้รับความร่วมมือ
จากหน่วยงานตา่ งๆ มากขนึ้
4. มีระบบการทำงานที่โปร่งใส/ตรวจสอบได้ ( Transparency/Accountability )
ระบบการเงินที่เข้าใจง่าย ตรวจสอบได้ และการกระจายบทบาทการทำงานมีความจำเป็นท่ี
ต้องให้ความสำคญั ตั้งแต่เร่ิมต้นดำเนินการบริหารงานขององค์กร เนื่องจากการทอ่ งเท่ียวมีผลประโยชน์เข้ามา
เกี่ยวข้องในหลายด้าน การวางระบบที่ดีช่วยทำให้สมาชิกในกลุ่มไม่หวาดระแวงกันเรื่องผลประโยชน์ใน
ภายหลัง สิ่งทอี่ งค์กรต้องทำเพอื่ ใหก้ ารทำงานโปรง่ ใสตรวจสอบได้ มดี ังน้ี
1. มีการจัดทำการเงินขั้นพื้นฐาน เช่น การมีใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จจ่ายเงิน การลงบัญชี
รายรับ-รายจา่ ยรายวัน และบัญชีแยกประเภท
2. มีระบบการรายงานการเงินทุกเดอื น
3. ออกระเบียบว่าด้วยการหักเงินเข้าบัญชีกองทุนหมู่บ้านหรือกองกลางของกลุ่ม รวมท้ัง
ระเบียบการใชเ้ งิน
4. มีการสรุปการใช้จา่ ยเงนิ ทุกๆ 3-6 เดอื น
5. สมาชกิ ที่ทำการเงนิ (รับ-จา่ ย) กบั คนทำบญั ชี ( แสดงรายการสรุปการใช้จา่ ยเงนิ ในแต่ละ
ประเภท ) ตอ้ งไมใ่ ชค่ นเดยี วกนั และควรมีกรรมการตรวจสอบอย่างนอ้ ย 2 คน
6. ระบบการหมุนเวียนผู้รับผิดชอบเรื่องที่พัก การนำเที่ยว ยานพาหนะ หรืออาหาร ให้มี
การทำงานระบบรายชื่อ เพื่อให้เห็นการกระจายตัวการทำงาน การหมุนเวียนกันทำงาน
และผลตอบแทนที่ไดร้ ับ และเหตุผลหากถงึ วาระต้องรับผดิ ชอบทำหน้าที่ แต่ไม่สามารถ
ปฏบิ ัติการได้
5. มีมาตรการในการควบคมุ และป้องกันผลกระทบทางด้านสังคม วัฒนธรรมและ
สงิ่ แวดล้อม ( Measure to control and prevent natural and cultural impacts )
กลุ่มสามารถออกกฎระเบียบในการท่องเท่ียว หรอื แนวทางการปฏิบตั ิตัว เมอ่ื อยใู่ นชมุ ชนให้
นกั ท่องเท่ียวถือเป็นแนวปฏบิ ัติ นอกจากน้ียังควรจะต้องมีกลไกการติดตามผลกระทบด้านตา่ งๆ โดยการตง้ั
คณะกรรมการขึ้นมารับผดิ ชอบ หรอื จัดทำใหเ้ ปน็ วถิ ีปฏบิ ตั ิ เม่ือมีการท่องเท่ียว ควรต้องมีการรายงานการ
เปลีย่ นแปลงของส่งิ แวดล้อม และพฤติกรรมต่างๆทไ่ี ม่เหมาะสม เพ่ือให้มีการเฝา้ ระวงั และแก้ไขผลกระทบได้
อยา่ งทันท่วงที
7.2 ปัจจัยท่ีมีผลต่อการดำเนินงานการท่องเท่ยี วโดยชุมชน
สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ( 2546: 32 ) ได้อธิบายไว้ถึงปจั จัยที่มีผลตอ่ การดำเนินงาน
การทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชน ดงั นี้:-
128 การจัดการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
7.2.1 ปจั จยั ท่ีสนบั สนนุ ชมุ ชนดำเนินการทอ่ งเที่ยว
1. ชุมชนมเี อกลกั ษณ์ของดี ทัง้ ด้านแหลง่ ท่องเท่ียวทางธรรมชาติและวฒั นธรรมชมุ ชนที่
ดำรงอยมู่ าเปน็ ระยะเวลาพอสมควรจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวิถชี วี ติ ยงั คงได้รับการสืบทอดตอ่ ไปในคนรนุ่ ใหม่
2. ชุมชนมีฐานการผลติ ท่ีพง่ึ ตนเองในดา้ นการเกษตร อนั เปน็ วิถีการผลิตท่สี ืบเนื่องมาอยา่ ง
ยาวนานเป็นหลัก
3. สภาพปัจจุบันของทรพั ยากรธรรมชาติในชมุ ชนยังอุดมสมบูรณ์ และเชือ่ มโยงเป็นรากฐาน
ของเอกลกั ษณว์ ัฒนธรรมชมุ ชนได้ เช่น การทำสวนสมรม (การปลูกผลไม้หลายชนิดในพน้ื ทเี่ ดียวกัน) เป็นต้น
4. ชมุ ชนมีประสบการณก์ ารทำงานแบบมสี ว่ นรว่ มระดับหนึง่ เปน็ เบือ้ งต้นท่ีก่อใหเ้ กดิ การ
เรียนรู้ การทำงานรว่ มกนั การจัดการปัญหาของคนในชุมชนได้พอสมควร ทงั้ ขน้ั ตอนการวิเคราะห์ปัญหา การ
วางแผน การดำเนนิ กิจกรรม การประสานงานภายใน ภายนอกชุมชน
5. การท่องเที่ยวเป็นความต้องการของชุมชน ชุมชนรู้เป้าหมายของการทำงาน เชื่อมโยงสู่
กิจกรรมอน่ื ๆของชมุ ชนได้
6. ชาวบ้านต้องมีส่วนรับรู้ เรียนรู้ มีส่วนร่วมในทุกระดับตามบทบาทของชุมชนที่กำหนดไว้
ตามขอ้ ตกลงของชมุ ชน และชาวบ้านที่เก่ยี วขอ้ งตอ้ งมีความรู้สกึ วา่ เปน็ เจ้าของรว่ มกัน
7. ชาวบา้ นได้ประโยชนท์ ้ังทางตรงและทางอ้อม มีการกระจายผลประโยชน์ที่เปน็ ธรรม
8. การท่องเที่ยวโดยชมุ ชนต้องเป็นกิจกรรมทีเ่ ป็นการสร้างงาน สร้างคน กระจายบทบาทใน
ทุกส่วนตั้งแต่ผู้อาวุโส เยาวชน ผู้หญิง ชาวบ้านทั่วไป ทั้งนี้เนื่องจากการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะเป็นกิจกรรมที่
เปดิ โอกาสใหช้ าวบา้ นเข้ามามสี ่วนรว่ มตลอดเวลา
9. ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่เขาอนุรักษ์และวัฒนธรรมที่สืบทอด
ก่อใหเ้ กิดผลประโยชนใ์ นมิตทิ างเศรษฐกิจเพ่ิมข้ึน
10. การท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนตอ้ งมีองค์กรชุมชนรองรับ จะเป็นกลมุ่ ชมรม หรือองค์กรเดิมท่ีมี
ลักษณะดำเนินการด้วยตนเองได้ มีระบบการนโยบายที่ชัดเจนและมีระบบการเงินที่โปร่งใสและชาวบ้าน
สามารถตรวจสอบได้
129 การจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
7.2.2 ปจั จยั ทีเ่ ป็นขอ้ จำกัดต่อการทอ่ งเทยี่ วท่ียัง่ ยนื โดยชุมชน
1. องค์กรชมุ ชนและแกนนำขาดความรเู้ ท่าทนั สถานการณภ์ ายนอก เพราะบางคร้งั ชาวบ้านมี
ข้อมลู ไมเ่ พียงพอตอ่ การตัดสนิ ใจ
2. การเข้ามาของหน่วยงานภายนอกที่เร่งรีบดำเนินนโยบายเพื่อสร้างผลงานมากกว่า
ตอบสนองความตอ้ งการของชุมชน และชมุ ชนขาดการเตรียมความพรอ้ ม
3. การเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ของผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวในการแสวงหาแหล่ ง
ท่องเที่ยวใหม่ เข้ามาสร้างเงื่อนไขและต่อรองกับชุมชนเพื่อผลทางธุรกิจเป็นรายๆไป จะทำให้ชุมชนขาดพลัง
การตอ่ รอง
4. การขาดการยอมรบั ของชุมชนในการจัดการส่ิงแวดล้อมและการท่องเที่ยวโดยชุมชนเองไม่
มั่นใจต่อกฎหมายต่างๆที่กำหนดให้หน่วยงานภายนอกเป็นผู้ดูแล และจัดการทรัพยากรธรรมชาติทั้งท่ี
ทรัพยากรเหล่านี้อยูใ่ นชุมชนมานานแล้ว
5. การเขา้ มาของนักท่องเทยี่ วที่เกนิ ขีดความสามารถทชี่ ุมชนและธรรมชาติจะรองรับได้ และ
ในบางชุมชนยงั ไมม่ ีข้อกำหนดเรอื่ งความสามารถในการรองรบั
6. การที่ชุมชนไม่สามารถรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวทั้งจำนวนคน จำนวนวัน และ
วัตถุประสงค์หรือความคาดหวงั ในการท่องเท่ียว ต้องรองรับการท่องเที่ยวที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า บางครั้ง
ภาระจะตกกบั ผู้นำ และอาจสร้างความขัดแย้งได้ในเรือ่ งการจดั การและการกระจายรายได้
7.2.3 แนวทางในการสนับสนุนให้เกดิ การทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชน
1. การสร้างเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว ชุมชนประกอบด้วย
ขอบเขตพื้นที่มีทรัพยากรธรรมชาติ มีทรัพยากรคนสร้างขึ้น มีวัฒนธรรมประเพณีของตนเอง มีครอบครัว
จำนวนหนึ่งที่อยู่ร่วมกันมาเป็นระยะเวลาพอสมควร เมื่อมีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อชุมชน
พอสมควร ดงั น้นั สิ่งหนึ่งท่ีการท่องเท่ียวโดยชมุ ชนตอ้ งมโี อกาสไดร้ บั ข้อมลู อย่างรอบด้านเพอ่ื พินิจพิเคราะห์ผล
ที่เกดิ ขนึ้ ผลกระทบท่ีคาดวา่ จะเกิดซง่ึ จะทำใหช้ มุ ชนสามารถกำหนดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเปน็ เพียงกิจกรรม
รองที่ต้องเชื่อมโยงกับภาคการผลิตหลักของชุมชนได้ และทำให้ชุมชนไม่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวแต่เพียงด้าน
เดยี ว
2. การส่งเสริมรณรงค์การตลาดเพื่อสังคม หน่วยงานสนับสนุนทั้งภาครัฐ บริษัทธุรกิจ
ท่องเท่ยี ว องค์กรพฒั นาเอกชน การรว่ มรณรงค์ เผยแพร่แนวคิด รูปแบบการทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนสนู่ ักทอ่ งเท่ียว
กลุ่มเป้าหมาย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวแบบเดิม ตลอดทั้ง
ดำเนินการมีส่วนเสริมชุมชนให้มีขีดความสามารถในการจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
130 การจัดการท่องเทีย่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
และควรต้องมองว่าการดำเนินการเรื่องนี้เป็นการลงทุน หรือการดำเนินการที่ต้องใช้ระยะเวลานาน หากเป็น
การลงทนุ ก็เป็นการลงทนุ ระยะยาว
3. ผลักดันให้รัฐมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน 4 ด้าน
ดว้ ยกนั คือ
1. การให้สิทธิชุมชนอย่างแท้จริงเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ หมายรวมถึงสิทธิ
ชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวในแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในชุมชนด้วย
2. การพัฒนาองคก์ รชุมชนเพ่อื จัดการทอ่ งเทีย่ ว
3. สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ให้ข้อมูลข่าวสาร การท่องเที่ยวโดยชมุ ชน
กบั กลุ่มเป้าหมายทีถ่ กู ต้อง
4. จดั สรรงบประมาณเพ่ือการลงทุนการทอ่ งเทีย่ วสชู่ มุ ชนโดยตรง
7.3 ตัวอยา่ งชมุ ชนท่ีมกี ารบรหิ ารจัดการองคก์ รการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน
7.3.1 การบริหารจดั การองคก์ รการท่องเท่ยี วโดยชุมชนในประเทศไทย
7.3.1.1 การบริหารจัดการองค์กรของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยวสู่ปัจจัยแห่ง
ความสำเรจ็
ภาพที่ 7.1 วิสาหกจิ ชมุ ชนท่องเที่ยวบา้ นนำ้ เชี่ยว
ทมี่ า: (องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลนำ้ เช่ียว; http://mycity.tataya.net/th/,2564)
วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว ต้ังอยู่หมู่ที่ 1 บ้านท้ายเขา ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอ
แหลมงอบ จังหวัดตราด เป็นองค์การที่เกิดจากการรวมกลุ่มของคนในพ้ืนที่เพื่อสร้างรายได้ โดยใช้
131 การจดั การท่องเทยี่ วโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
ทรัพยากรธรรมชาติเป็นที่ราบเชิงเขา ติดทะเล มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ มีคลองขนาดใหญ่ไหลผ่านลงสู่
ทะเลอ่าวไทย (องค์การบรหิ ารส่วนตำบลน้ำเชี่ยว, 2558)
แนวทางในการบริหารจัดการองค์กรของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยวสู่ปัจจัยแห่ง
ความสำเรจ็ ดงั นี้
1. การให้ขอ้ มลู เก่ียวกับกิจกรรมท่องเทย่ี วและค่าใชจ้ ่าย เมอื่ มีการตดิ ต่อมายงั วสิ าหกิจชุมชน
ท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว ประธานจะแจ้งให้ผู้มาเยือนทราบถึงกิจกรรมที่จะได้เข้าร่วม ระยะเวลาในการทำ
กิจกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกที่จะสามารถจัดเตรียมไว้ให้ได้ และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้มาเยือได้
ตัดสินใจวางแผนเรื่องวัน เวลา การเดินทาง ของใช้จำเป็นหรือศึกษาขอ้ มูลเก่ียวกบั สภาพแวดล้อมทากายภาพ
วัฒนธรรม ขอ้ ห้ามขอ้ ควรปฏบิ ัตขิ องพ้ืนที่
2. การจัดระบบคิว เมื่อผู้มาเยือนตอบตกลงเข้ามาท่องเที่ยวและเรียนรู้ในพ้ืนที่บ้านน้ำเชี่ยว
ประธานจะแจ้งให้หัวหน้าฝ่ายงานทราบถึงวัน เวลา จำนวนผู้มาเยือน เพื่อให้หัวหน้าฝ่ายงานจัดคิว จากน้ัน
จะแจ้งให้บุคลากรที่ถึงคิวรับงานทราบผ่านทางโทรศัพท์ แอปพลิเคชั่นไลน์ และบอร์ดประชาสัมพันธ์บริเวณ
ศาลาริมน้ำหรือทีท่ ำการฯ เพือ่ ความชดั เจนและโปร่งใสในการมอบหมายงาน
3. การจัดสรรเงิน นอกจากการแจ้งลำดับการรับงานแล้ว เมื่อผู้มาเยือนชำระค่าใช้จ่าย
ประธานจะบรหิ ารจดั การเงนิ ดว้ ยการแบ่งสดั สว่ นใหก้ ับฝ่ายตา่ งๆ เปน็ ผู้กำกบั การใชจ้ ่ายเอง โดยแต่ละฝ่ายงาน
ต้องจัดสรรเงิน 10% จากสัดส่วนที่ไดร้ ับเข้าส่วนกลาง เพื่อใช้ในการบรหิ ารจัดการและช่วยเหลอื กิจกรรมของ
ชุมชมต่อไป พร้อมทั้งมีเหรัญญิกชี แจงรายรับรายจ่ายให้บุคลากรได้รับทราบทุกเดือนในการประชุม
ประจำเดอื น เพ่อื ความโปร่งใสและตรวจสอบที่มาทไี่ ปของเงินได้
4. การเตรียมความพร้อมตามมาตรฐานการทำงาน บุคลากรที่ได้รับมอบหมายงานตามฝ่าย
งานต่างๆ จะเริ่มจัดที่พักตามมาตรฐานโฮมสเตย์คือการเตรียมเครื่องนอน ทำความสะอาดห้องน้ำและบริเวณ
บ้านรวมถึงจัดวางอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์ป้องกันแมลงต่างๆ รวมท้ังจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ
กิจกรรมตามหลักการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้แก่ การทำความสะอาดศาลาริมน้ำ ห้องนำส่วนกลาง จัดโต๊ะ
เก้าอ้ี ให้เพียงพอกับจำนวนผู้มาเยือน ทำความสะอาดเรือเล็กเพื่อการท่องเที่ยว เตรียมน้ำดื่ม อุปกรณ์
ปฐมพยาบาล ชูชีพ และจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับการลงมือทำกิจกรรมเชิงวิถีชีวิตอย่างงอบใบจากและข้าว
เกรยี บยาหนา้
5. การแจ้งข้อควรปฏิบัติ เมื่อผู้มาเยือนเดินทางมาถึงศาลาริมนำหรือที่ทำการฯตัวแทน
บุคลากรจะแจ้งให้ผู้มาเยือนทราบถึงข้อควรปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม มาตรฐานโฮมสเตย์ และหลักการ
ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้มาเยือนรับทราบและสามารถปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม (เมทินี ทนงกิจและ
คณะ, 2561)
132 การจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
7.3.1.2 การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านเมาะหลวง อำเภอแม่เมาะ จังหวัด
ลำปาง
ชมุ ชนบา้ นเมาะหลวง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ชมุ ชนจงึ มสี ถานทที่ ่องเที่ยวน่าสนใจและ
ได้จดั สรรและพัฒนาขน้ึ มาเป็นสถานท่ีท่องเท่ียวในหมูบ่ ้านหลายแห่ง เช่น สถานทีท่ ่องเท่ยี วด้านธรรมชาติ เช่น
ถ้ำเทพสถิต ถ้ำดอยงู ถ้ำดอยน้อย ถ้ำผากล้วย และภูเขาไฟจำป่าแดด เป็นต้น สถานที่ท่องเที่ยวด้านศาสนา
วัฒนธรรม เช่น บ้านพักโฮมสเตย์ ศาลหลักเมือง และวัดรัตนคูหา เป็นต้น สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น
แหล่งเรียนรู้การปลูกพืชปลอดภัย ตลาดสินค้าเกษตรและจุดแปรรูปผลผลิตเกษตรและพัฒนาเกษตรกรรวม
เป็นกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นหลักและมีกลุ่มกิจกรรมภายใต้กลุ่มแม่บ้านเกษตรหลากหลาย
กลุ่ม เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพือ่ การผลติ กลุ่มแปรรปู ผลผลติ เกษตร กลุ่มปลูกพืชผักปลอดภัย กลุ่มสหกรณ์ปลูก
พืชผักปลอดภยั กลมุ่ สหกรณป์ ลกู พืชผกั ปลอดภยั กล่มุ บา้ นพักโฮมสเตย์ เปน็ ตน้
ภาพท่ี 7.2 ชมุ ชนบา้ นเมาะหลวง อำเภอแม่เมาะ จังหวดั ลำปาง
ที่มา: (กรมพฒั นาชมุ ชน,2564)
ชุมชนบ้านเมาะหลวง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีการบริหารจัดการองค์กรของชุมชน
ดงั น้ี
1) ส่งเสริมงบประมาณและองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการจากหน่วยงานภายนอก เช่น
องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน กองทุนของโรงไฟฟา้ แม่เมาะ เปน็ ตน้
2) การดำเนินการด้านสิทธิในที่ดินทำกิน เพื่อสามารถกู้ยืมเงินเพื่อการจัดสร้างสิ่งอำนวย
ความสะดวก
133 การจดั การท่องเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสร้างสรรค์ 1449335
3) มีการปรับปรุงและพฒั นาแหล่งท่องเทย่ี วอย่างสมำ่ เสมอ
4) ส่งเสรมิ กระบวนการมสี ่วนร่วมของชุมชนในการดำเนนิ กิจกรรมต่างๆ
5) จัดฝึกอบรมหลักสตู รมคั คเุ ทศก์น้อย
6) จดั ทำแผนท่ีแสดงจดุ ทอ่ งเทยี่ วทชี่ ดั เจน
7) จัดสรา้ งศูนยก์ ารเรียนรชู้ มุ ชนและบริหารจัดการอย่างเปน็ รปู ธรรม
8) เชื่อมประสานการดำเนินงานกับชุมชนท่องเที่ยวใกล้เคียงเพื่อศักยภาพในการบริหาร
จัดการทอ่ งเทย่ี ว (ปวณี า งามประภาสม, 2559)
7.3.1.3 กลุยทุ ธ์การจดั การทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนแบบยง่ั ยนื ในจังหวัดนครราชสมี า
กลุ่มท่องเทีย่ วชมุ นมผี ูน้ ำกลุ่มทมี่ ีความมุ่งม่ัน มคี วามรคู้ วามสามารถและความเข้าใจ
บริบทในการจัดการท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนมีการสร้างความร่วมมือในการบริหารจัดการในเป็นชุมชน
ท่องเท่ยี วแบบย่ังยืน ดงั นี้
1. กลุ่มทอ่ งเทย่ี วชุมชนทั้ง 5 กลุม่ มโี ครงสร้างการบรหิ ารจดั การทช่ี ัดเจน ในรูปของ
คณะกรรมการดำเนินงานและคณะกรรมการที่ปรึกษา การกำหนดตำแหน่งหน้าที่ มีข้อตกลง กฎระเบียบของ
กล่มุ ทชี่ ัดเจน การดำเนนิ การจัดการท่องเทีย่ วของกลุ่มดำเนนิ การผา่ นกระบวนการประชุมสมาชกิ ทกุ ครั้งก่อนมี
นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา ส่วนใหญ่ใช้วิธีการพูดคุยมากกว่าการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ในการประชุมน้ี
เป็นโอกาสของสมาชิกในการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ เสนอปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาการจัดการท่องเที่ยว
ของชมุ ชน โดยอาศยั การอย่รู ว่ มกนั แบบเครือญาติ
2. ผู้นำกลุ่มเป็นแกนหลักในการนำพาสมาชิกและคนในชุมชนร่วมดำเนินกิจกรรม
การท่องเทย่ี ว ผนู้ ำกลมุ่ ฯสว่ นใหญท่ ำหนา้ ที่ท้ังประธานกลุ่มและผู้ใหญ่บ้านหรือเคยดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมา
ก่อน เป็นผู้นำที่คนในชุมชนให้ความเคารพนับถือ เพราะเป็นคนในพื้นที่ และเป็นผู้เริ่มต้นบุกเบิกการทำ
โฮมสตย์แล้วชักชวนสมาชิกเข้าร่วม ซึ่งทำเป็นต้นแบบให้คนในชุมชนเห็นเป็นตัวอย่าง มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ
ในการจัดการการกลุ่ม ผู้นำทุกกลุ่มท่องเที่ยวมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยผ่าน
การเข้ารว่ มประชมุ และอบรมเครือขา่ ยการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนอยา่ งสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิกในการด าเนินการจัดการท่องเที่ยวส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน
ระดับปฏิบัติการ เห็นได้จากการเตรียมการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างพร้อมเพรียง สมาชิกให้ความรับผิดชอบ
ในหน้าที่ของตนเอง รวมถึงความกระตือรือร้นในการจัดการท่องเที่ยวของกลุ่ม จากการที่โครงสร้างของ
คณะกรรมการดำเนนิ งานทง้ั 5 กลมุ่ มาจากสมาชิกและคนในชุมชน และฐานะทางครอบครวั ที่ใกลเ้ คยี งกนั ทำ
ให้สมาชิกกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี กลุ่มเปิดโอกาสให้สามารถเข้าและออกจาการเป็นสมาชิก
กลุ่มได้ตลอดเวลา โดยผ่านกระบวนการพิจารณาและเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินงาน นอกจากนี้กลุ่ม
ยังให้ความสำคัญกับคนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชนด้วยแม้ว่าจะไม่ได้เป็น
สมาชิกกลุ่มก็ตาม เช่น การรวมกลุ่มอาชีพต่างๆเพื่อผลิตสินค้าที่ระลึกจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว หรือขอความ
134 การจัดการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
ร่วมมือจากบ้านพักของคนในชุมชนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในการรับนักท่องเที่ยวในกรณีที่เดินทางมาจ ำนวนมาก
เปน็ ต้น
การมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายมี 2 ระดับคือ (1) เครือข่ายแนวนอนได้แก่ ความร่วมมือกับ
ชุมชนด้วยกันเองในจังหวัดและภูมิภาค มีการประชุมกลุ่มเครือข่ายช่วยเหลือในการส่งนักท่องเที่ยวให้กัน
ระหว่างกลุ่ม เป็นการสร้างความคุ้นเคยในระดับผู้นำ (2) เครือข่ายแนวตั้ง คือ ความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ
ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ซ่ึงจะใหก้ ารช่วยเหลือและสนับสนนุ การดำเนินงานการท่องเท่ียวโดยชุมชน
เช่น ใหค้ วามรู้ด้านวิชาการ ส่งเสรมิ กิจกรรมดา้ นการตลาด เปน็ ต้น
7.3.2 การบรหิ ารจัดการองคก์ รการทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชนตา่ งประเทศ
7.3.2.1 การบริการจดั การองค์กรสู่ความสำเร็จของชุมชน Banteay Chhmar จังหวัด Banteay
Meanchey ประเทศกัมพชู า
ชุมชน Banteay Chhmar ได้พัฒนาขึ้นมากจนกลายมาเป็นชุมชนที่มีการจัดการท่องเที่ยว
ปรับปรุงบ้านของตนให้ทันสมัยเป็นหมู่บ้านโฮมเสตย์ (Home stay) รองรับนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจใน
ประวัติศาสตรอ์ ารยธรรมขอมโบราณ โดยเฉพาะปราสาทบันเตยี ฉมารแ์ ละปราสาทข้างเคียง ทีม่ ีความลกึ ลับน่า
ค้นหาบรรยากาศภายในบริเวณตัวปราสาทถูกปกคลุมไปด้วยปา่ ใหญ่อันร่มร่ืนรกครึ้มมานานหลายร้อยปี และ
หมบู่ า้ นชาวกัมพชู าท่ปี ลกู กระจัดกระจายอย่โู ดยรอบบริเวณตัวปราสาทแห่งนี้
ชุมชน Banteay Chhmar มีการบริหารจัดการการท่องเที่ยว โดยเกิดจากการร่วมกลุ่มของ
ชาวบ้านในการพัฒนาการท่องเที่ยว จนกลายเป็นชุมชนเข้มแขง็ และมีความเชือ่ ใจกันในการบริหารจัดการทั้ง
ด้านการบริการนำเท่ียว โฮมสเตย์ และการจัดสรรงบประมาณในการพฒั นาแหล่งท่องเท่ยี ว จึงทำให้ Banteay
Chhmar มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและให้บริการนำเที่ยวเป็นจำนวนมาก ( MORM SAVONN,
2562 )
135 การจัดการท่องเท่ยี วโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์ 1449335
ภาพที่ 7.3 ชุมชน Banteay Chhmar จังหวดั Banteay Meanchey ประเทศกัมพชู า
ทม่ี า: ( MORM SAVONN, 2562 )
7.3.2.2 การบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวเมืองเวียงไซ แขวงหัวพัน สาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาว
ชุมชนท่องเที่ยวเมืองเวียงไซ เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา จึงทำให้บริเวณเมืองเวียงไซมี
สถานทีท่ อ่ งเที่ยวตามธรรมชาตเิ ช่น ภูเขา น้ำตกและถ้ำ มากมายถือเปน็ เมืองท่ีเป็นหัวใจของการท่องเท่ียวของ
แขวงหัวพัน มีที่ตั้งห่างจากเมืองซำเหนือที่เป็นเมืองเอกของแขวงหัวพันไปทางทิศตะวันตกประมาณ 30
กิโลเมตร มีจุดเด่น คือถ้ำธรรมชาติที่ได้รับการพัฒนาและยังไม่ได้รับการพัฒนารวมทั้งหมด 480 ถ้ำ ดังนั้น
เมืองเวียงไซจึงเป็นเมืองหนึ่งของแขวงหัวพันที่มีความน่ าสนใจอย่างมากในมิติของการพัฒนาการท่องเที่ยว
เน่ืองจากเปน็ เมืองทมี่ ีความหมายสำคัญอยา่ งยง่ิ สำหรับคณุ ค่าทางด้านวฒั นธรรมประวัตศิ าสตรแ์ ละสง่ิ แวดล้อม
ในฐานะที่เป็นถิ่นกำเนิดของ สปป.ลาว เมืองเวียงไซได้ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกแห่งชาติตั้งแต่ปี1992
ซึ่งในพื้นที่ของเมืองเวียงไซประกอบไปด้วยที่ตั้งของถ้ำต่างๆ ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของสปป.ลาว
อาทิ ถ้ำทา่ นไกสอน พมวิหาน ถ้ำทา่ นหน่ฮู ัก ภูมสิ วรรคถ์ ้ำ ถำ้ ทา่ นคำไต สีพันดอน และถ้ำชา้ งลอด นอกจากน้ี
136 การจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนอย่างสรา้ งสรรค์ 1449335
เมืองเวียงไซยังเป็นหนึ่งในเมืองที่เสนอเป็นเขตที่จะทำการพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจ
เฉพาะของ สปป.ลาว ในดา้ นการบรกิ ารและทอ่ งเท่ยี ว
ภาพท่ี 7.4 ชุมชนทอ่ งเทย่ี วเมอื งเวยี งไซ แขวงหวั พัน สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
ทมี่ า: (https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_1790348, 2562 )
ชุมชนท่องเที่ยวเมืองเวียงไซ มีการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองเวียงไซเป็นไปอย่างมีระบบ มี
การพัฒนาระบบการทำงานตามบทบาทหน้าที่ระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดการการท่องเที่ยวในทุก
ระบบ และมกี ารสรา้ งเครือขา่ ยและเกดิ การมสี ่วนร่วมในการบริหารจัดการการท่องเท่ียวรว่ มกนั ในทุกภาคส่วน
ทั้งในระดับภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้รับการ พัฒนา
ศักยภาพให้มีความรูค้ วามสามารถด้านการท่องเท่ียวและมีทักษะในด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่าง
ยั่งยืน โดยมกี ลยทุ ธ์คอื
(1) พฒั นาระบบและกลไกการบริหารจัดการ
(2) สง่ เสริมการมีสว่ นรว่ มของพหพุ าคใี นการจดั การการท่องเทีย่ วแบบบรู ณาการ
(3) พฒั นาบคุ ลากรการทอ่ งเท่ยี วในพน้ื ท่ี
137 การจัดการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 1449335
ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของเมืองเวียงไซ แขวงหัวพันสปป.ลาว ที่พัฒนาขึ้นน้ี
ได้มีการกำหนดวิสัยทศั น์ไว้ว่า “เมืองเวียงไซเป็นเมืองทอ่ งเทีย่ วเชิงประวัติศาสตรแ์ ละธรรมชาติที่เป็นรากฐาน
ของการก้าวสู่ความเป็นภารดรภาพอย่างยั่งยืนของสปป.ลาว” ซึ่งจากแผนที่ได้เสนอมาดังกล่าวเป็นแผนที่
สอดคล้องกับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของแขวงหัวพัน ค.ศ. 2011-2020 ที่มีวิสัยทัศน์ว่า “ภายในปี 2020
แขวงหัวพันจะเป็นหนึ่ง ในห้าแขวงที่มีความโดดเด่นในประเทศลาวด้วยการบริการที่เป็นเอกลักษณ์และมี
คุณภาพสูงให้แก่นักท่องเท่ียวสากลและนักทอ่ งเที่ยวภายในประเทศ นำเอาผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวเข้า
มาให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในทั่วแขวง” ซึ่งจากยุทธศาสตร์การพัฒนาของเมอื งเวียงไซ หากมีการพัฒนาครอบคลุม
ทั้งด้านผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว ด้านการบริหารจัดการ และด้านการตลาด โดยยกเอาจุดเด่นของแหล่ง
ทอ่ งเท่ยี วเชิงประวตั ิศาสตร์และธรรมชาตโิ ดยเน้นในเรื่องของถ้ำผนู้ ำ ซง่ึ เป็นมรดกทางประวตั ิศาสตร์ของชาติที่
สะท้อนให้ระลึกถึงการต่อสู้ป้องกันของผู้นำในอดีต จะทำให้เมืองเวียงไซ และแขวงหัวพันเป็นแขวงที่โดดเดน่
ในเรื่องของแหล่งท่องเทีย่ วเชิงประวัตศิ าสตร์และธรรมชาตทิ ี่สะท้อนถึงการก่อเกดิ ของชาติลาว และความเปน็
พี่เป็นน้องกันของชาวลาว ผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนจากแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการพัฒนาข้ึน
และในด้านการบริหารจัดการที่ครอบคลุมไปถึงการจัดระบบการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การพัฒน า
บุคลากรการท่องเที่ยว และการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ก็จะสร้างคุณภาพการบริการที่เป็นเอกลักษณ์และมี
คุณภาพ และสามารถกระจายผลประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคนในชุมชนท้องถ่ิน
(พันสี วิพาวนั และคณะ, 2560)
7.4 เอกสารบทความวิชาการ/งานวิจยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
7.4.1 บทความวิชาการเรื่อง “การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านภูกับการอนุรักษ์วัฒนธรรม
( Ban Phu’s Community - based Tourism Management with Cultural Conservation )” โ ด ย
ปริวรรต สมนกึ (2555) ไดอ้ ธบิ ายการจดั การทอ่ งเทยี่ วโดยชุมชนไว้ดังนี้
ภูมิปัญญาของตนเองชาวบ้านภูตามวิถีชีวิตของชาวภูไท จนทำให้แกนนำชุมชนได้เกิดแนวคิดและ
เร่ิมทำโฮมสเตย์ในหมูบ่ า้ น เช่น
7.4.1.1 กระบวนการจัดการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านภูนั้น ใช้โครงสร้างของกรรมการ
หมู่บ้านเข้ามา และแบ่งบทบาทหน้าที่ตามความเหมาะสมออกเป็น 6 ฝ่ายด้วยกัน โดยมีกิจกรรมแหล่งเรียนรู้
ชุมชนออกเปน็ 6 ฐาน สำหรบั กลไกการจัดการในการอนุรักษ์ฟนื้ ฟวู ฒั นธรรมชุมชนบ้านภูนั้น มีการดำเนินการ
ใน (1) ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยผ่านศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านภู (2) ด้านการส่งเสริมอาชีพด้านศิลปะและ
วัฒนธรรม โดยชุมชนบ้านภูได้รวมกลุ่มอาชีพต่างๆขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟู และ (3) ด้านการส่งเสริมคุณธรรม
และจรยิ ธรรม โดยผ่านวดั ซ่งึ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน
7.4.1.2 การใชก้ ารท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพฒั นาชุมชนของชุมชนบ้านภู ทำให้ชุมชนมี
ความชัดเจนในการจัดการท่องเทย่ี วเพื่อเปา้ หมาย 3 ประการ คือ 1) การอนุรักษ์และฟืน้ ฟวู ฒั นธรรม ประเพณี
ดั้งเดิมของชุมชน 2) การรักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนให้สามารถเกดิ การใช้ประโยชน์ได้อย่าง
ย่ังยืน 3) การแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ระหวา่ งคนในชุมชนและผ้มู าเยอื น