The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

4คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรฯ-ชช.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sirisak.chana, 2022-05-11 23:53:05

4คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรฯ-ชช.

4คู่มือการใช้กรอบหลักสูตรฯ-ชช.

213

พฤตกิ รรมบงช้ี 3. การสรางความสมั พนั ธ
และจัดการความขัดแยง
2. กระบวนการทำงาน
แบบรว มมือรวมพลัง - ปฏบิ ัติตอ ทุกคนโดยเสมอภาคและ
เทา เทียมกนั
- มีทศั นคติเชงิ บวกตอ การทำงานเปน ทีม
และสนับสนุนใหเกิดบรรยากาศการทำงาน - กลาขจดั อคตแิ ละความกลวั สู
รว มกนั เพื่อสรางวัฒนธรรมการรว มมอื การสรางสรรคแนวทางใหม
รวมพลงั ในการแกป ญ หาความขัดแยง

- รกั ษาสัมพนั ธภาพของทีม ในบริบทและ - บรหิ ารความสมั พันธอยางเปนองคร วม
สถานการณท ี่มกี ารเปล่ียนแปลง รวมถงึ สรา งแรงบนั ดาลใจ และยกระดบั
ความแตกตา งภายในทีม และใชกระบวนการ ประสิทธผิ ลของการทำงานเปน ทีมใน
ทำงานทหี่ ลากหลายและเหมาะสมกบั บรบิ ททีแ่ ตกตางกัน
สถานการณน้นั ๆ เพอ่ื ขบั เคล่อื นทมี สู
เปาหมายดวยความโปรงใสและตรวจสอบได

- รว มรบั ผิด รับชอบตอ ผลการกระทำของ
ตนเองและสมาชกิ ในทีม ตระหนักวา
ความสำเรจ็ และความลม เหลวเปน ผลจาก
การทำงานรวมกันของสมาชิกทกุ คนในทีม

214
อภธิ านศพั ท

ผูนำตนเอง หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง และการทำงานรวมกับผูอ่ืน
ใหบรรลุเปาหมาย มีการทบทวนบทบาทหนาที่ของตนเองและสมาชิกทีม สรางแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
ทง้ั การใหร างวัลและการวิพากษว จิ ารณต นเอง ทน่ี ำไปสูก ารมภี าวะผนู ำตอไป

ภาวะผูนำ หมายถึง คุณลักษณะของบุคคลในการใชทักษะการแกปญหาและใชมนุษยสัมพันธที่ดี
เพื่อชี้แนะแนวทางใหไปสูเปาหมาย สรางแรงบันดาลใจใหผูอื่นไดพัฒนาตนเอง และนำจุดเดนของแตละคน
เพือ่ ใหบรรลผุ ลสำเร็จรวมกนั

ผูนำการเปลี่ยนแปลง หมายถึง ผูนำที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงตนเอง และอาจรวมถึงผูอ่ืน
ในทางสรางสรรค มุงสรางใหเกิดความรวมมือ พลังรวม เพื่อใหเกิดการพัฒนาในดานตาง ๆ เพื่อกอใหเกิด
ประโยชนแ กส วนรวมรว มกนั เพ่ือรวมสรา งสงั คมสุขภาวะ

สังคมสุขภาวะ หมายถึง สังคมทค่ี นในสงั คมมีสขุ ภาพรา งกายและจติ ใจดี มสี ภาพแวดลอม สิง่ แวดลอมท่ีดี
ไมอ ดอยาก หรือยากจน เปนสังคมเขม แขง็ เชน ครอบครัวเขมแขง็ ชุมชนทอ งถนิ่ เขมแข็ง สังคมที่มคี วามเปน
ธรรม ปลอดภัย ไมม คี วามขดั แยง ความรนุ แรง หรือขาดสนั ติภาพ

การจัดการความขัดแยง หมายถึง การตอบโตหรือตอบสนองในสถานการณความขัดแยงหนึ่ง ๆ
ใหคลี่คลาย ดวยเหตุและผล และความรูสึกบนฐานความเขาใจผูอืน่ ในฐานะที่เปนมนุษยดวยกัน โดยปราศจากอคติ
มีความกลา ความรวมมอื มงุ สรา งความสมั พันธอนั ดรี ะหวางกนั

สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา ณ วนั ที่ 27 พฤศจิกายน 2563

215
5. การเปนพลเมอื งทเี่ ขม แขง็ (Active Citizen: AC)

นยิ าม

การปฏิบัติตนอยางรับผิดชอบในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก รูเคารพสิทธิเสรีภาพของตนเอง
และผูอื่น เคารพในกฎกติกาและกฎหมาย มีสวนรวมทางสังคมอยางมีวิจารณญาณ อยูรวมกับผูอื่นทามกลาง
ความหลากหลาย เห็นคุณคาของศักดิ์ศรีความเปนมนุษย มีบทบาทในการตัดสินใจและสรางการเปลี่ยนแปลง
ทางสังคม โดยยดึ มนั่ ในความเทา เทียมเปน ธรรม คา นยิ มประชาธิปไตย และสนั ติวิธี

องคประกอบ

1. พลเมืองรูเคารพสิทธิ เคารพสิทธิเสรีภาพของผูอื่น ตระหนักในสิทธิเสรีภาพของตนเอง ชวยเหลือ
ใหเกียรติ และเห็นอกเห็นใจผูอื่นบนพื้นฐานของการพึ่งพาอาศัยกัน โดยปราศจากอคติ ไมเลือกปฏิบัติ
เพือ่ การอยรู วมกันอยา งสนั ติ

2. พลเมืองรับผิดชอบตอบทบาทหนาท่ี ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ขอตกลง กฎหมาย อยางถูกตอง
และเหมาะสม รบั ผิดชอบบทบาทหนาทตี่ นเองในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก

3. พลเมืองมีสวนรวมอยางมีวิจารณญาณ ติดตามสถานการณและประเด็นปญหาของสังคม
อยา งมีวจิ ารณญาณ มสี วนรวมทางสังคมดว ยจิตสาธารณะและสำนึกสากล

4. พลเมืองผูสรางการเปลี่ยนแปลง มีความกระตือรือรนในการสรางการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก
ทางสงั คม บนพนื้ ฐานของความเทาเทยี มเปนธรรม คานิยมประชาธิปไตย และสันติวธิ ี

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วนั ท่ี 27 พฤศจิกายน 2563

216

ระดับสมรรถนะการเปนพลเมอื งท่ีเขมแข็ง ป.1-3 ระดับความสามารถ ม.4-6
เริม่ ตน ป.4-6 ม.1-3
ระดบั การพัฒนา
ระดับ คำบรรยายระดับ กำลัง เรม่ิ ตน
พฒั นา
1 เขา ใจผลกระทบของการกระทำอะไรที่ตามใจตนเอง รบั ผิดชอบและปฏบิ ตั ิตน กำลัง
ตามคำแนะนำอยา งเหมาะสม มีสว นรว มในกิจกรรมสวนรวมและแจง ผเู กยี่ วของ สามารถ พฒั นา
เม่ือพบปญ หาในชั้นเรียน
เหนอื
มีความสามารถในการยบั ยั้งชง่ั ใจ เคารพสทิ ธิเสรภี าพของผอู ่นื รูจักปฏิเสธ ความ
คาดหวัง
2 ชว ยเหลือผูอ่ืนเมอื่ ไดรับการรองขอ รับผิดชอบและปฏิบัติตนอยางเหมาะสม
ตามบทบาทหนา ทข่ี องตนเอง มสี ว นรว มในกิจกรรมสว นรวมตา ง ๆ ท่โี รงเรยี น สามารถ เร่ิมตน
จัดขึ้นหรือครมู อบหมายและแจง ผูเกี่ยวขอ งเมอ่ื พบปญ หาหรอื ความขดั แยง
ในช้นั เรียน เหนือ กำลงั
ความ พฒั นา
อสิ ระท่ีจะคดิ และแสดงออกท่ีรับผดิ ชอบและไมท ำใหผอู ่ืนเดือดรอน เคารพสทิ ธิ คาดหวัง

3 เสรภี าพของผอู ื่น ชวยเหลอื ผูอ่นื รับผิดชอบและปฏิบตั ิตนอยา งเหมาะสม
ตามบทบาทหนา ท่ขี องตนเอง เคารพตอสถาบนั หลกั ของชาติ ตดิ ตามขอมูลขา วสาร
ทเ่ี กยี่ วของกับตนเอง ครอบครวั เพื่อนรวมชนั้ เรียน มสี วนรวมในกจิ กรรมสวนรวมตาง ๆ
ในระดับชน้ั เรยี นหรือโรงเรยี น แกไ ขปญหาความขดั แยงในชั้นเรยี นอยางมีเหตุผล

อดทนอดกลน้ั ในความคิดเห็นและการแสดงออกท่ีแตกตา ง ยอมรบั ความแตกตาง
หลากหลาย ชว ยเหลอื และแบง ปน กับผอู น่ื รับผดิ ชอบและปฏิบตั ติ นอยา งเหมาะสม

4 ตามบทบาทหนาทใ่ี นฐานะพลเมอื งในระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ 
ทรงเปนประมขุ เคารพตอสถาบนั หลักของชาติ ตดิ ตามและตรวจสอบขอ มูลขาวสาร
เขา รวมกิจกรรมและรวมเปน อาสาสมัครในกิจกรรมสาธารณะประโยชน
ระดับโรงเรียนและชุมชน หาทางออกรวมกนั กับผเู ก่ียวขอ งในการแกป ญ หา
หรอื ความขัดแยง อยา งมเี หตผุ ล

รูจกั และปกปองสทิ ธิเสรภี าพของตนเอง และผูอน่ื ยอมรบั และเคารพ
ความแตกตา งหลากหลาย พยายามทจี่ ะเหน็ อกเหน็ ใจ ชว ยเหลอื และแบง ปนกบั ผอู ืน่

5 รับผิดชอบและปฏบิ ัติตนอยางเหมาะสมตามบทบาทหนาทใ่ี นฐานะพลเมอื ง
ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ทรงเปน ประมขุ เคารพตอ สถาบันหลัก
ของชาติ ติดตามและตรวจสอบขอมลู ขาวสาร เขา รว มกจิ กรรมและรวมเปน อาสาสมัคร
ในกจิ กรรมสาธารณะประโยชนระดบั โรงเรยี นและชุมชน หาทางออกรว มกัน
กับผเู กีย่ วของในการแกป ญหา โดยใชกระบวนการปรึกษาหารือตามวิถีประชาธปิ ไตย

รจู ักและปกปองสทิ ธเิ สรีภาพของตนเอง และผูอ่ืน พยายามท่จี ะเหน็ อกเหน็ ใจและ
ชว ยเหลอื ผูอื่น เคารพและปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกาทางสังคม มคี วามรับผิดชอบตอ
ผลการกระทำตามบทบาทหนา ทพ่ี ลเมืองประชาธิปไตย ติดตามและประเมนิ

6 ความถูกตอ งและนา เชื่อถอื ของขอมลู รเิ ร่ิมและมีสว นรว มทางสงั คมในประเด็นทส่ี นใจ
ระดบั ทองถิ่นและประเทศ ดว ยจติ สาธารณะ กระตอื รอื รนในการหาทางออก
และรวมสรางการเปลยี่ นแปลงรว มกันเก่ยี วกบั ประเด็นปญ หา โดยคำนงึ ถงึ
ความเทาเทียมเปนธรรมดว ยสันตวิ ิธีและวิถีประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย
ทรงเปน ประมุข

สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วนั ที่ 27 พฤศจกิ ายน 2563

217

ระดับสมรรถนะการเปนพลเมอื งที่เขมแข็ง (ตอ ) ป.1-3 ระดับความสามารถ ม.4-6
ป.4-6 ม.1-3
ระดับการพัฒนา
ระดับ คำบรรยายระดับ สามารถ เร่ิมตน

รจู กั และปกปองสทิ ธิเสรภี าพของตนเอง และผูอืน่ พยายามทีจ่ ะเหน็ อกเหน็ ใจผอู น่ื เหนอื กำลัง
ท้ังในโลกจรงิ และโลกเสมือน ใหเ กียรติ ชวยเหลือผูอ ืน่ โดยไมเลือกปฏิบัติ ความ พัฒนา
เคารพและปฏิบัตติ นตามกฎ กติกาทางสังคม มีความรบั ผิดชอบตอ บทบาทหนา ที่ คาดหวัง
พลเมืองประชาธิปไตย ตดิ ตามและประเมินความถูกตองและนา เชอื่ ถือของขอมูล
สามารถ
7 ที่เก่ียวขอ งกบั การเปลยี่ นแปลงทางสังคม เศรษฐกจิ การเมือง และวัฒนธรรม
รเิ ริม่ และมีสวนรวมทางสังคมในประเดน็ ทสี่ นใจระดับทองถิน่ และประเทศ เหนอื
ดวยจติ สาธารณะ กระตอื รือรน ในการหาทางออกรว มกนั และริเริ่มในการสราง ความ
การเปลีย่ นแปลงของทอ งถน่ิ ภูมิภาค และประชาคมโลก เกย่ี วกบั ประเด็นปญหา คาดหวงั
โดยคำนงึ ถึงความเทาเทยี มเปน ธรรม ดว ยสนั ตวิ ิธีและวถิ ีประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริยทรงเปน ประมุข

ยดึ มัน่ ในหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค พยายามท่ีจะเหน็ อกเหน็ ใจผูอื่น
ทั้งในโลกจรงิ และโลกเสมอื นบนพนื้ ฐานของการพึ่งพาอาศยั กันโดยปราศจากอคติ

8 ใชวจิ ารณญาณในการตดิ ตามสถานการณแ ละประเดน็ ปญ หา รเิ ริม่ และมีสวนรว ม
ทางสงั คมในประเดน็ ท่หี ลากหลายระดับภมู ภิ าคและประชาคมโลก ดว ยจิต
สาธารณะและสำนึกสากล กระตือรือรนในการรว มสรางการเปล่ยี นแปลงเชิงบวก
เกย่ี วกับประเดน็ ปญ หาของทองถน่ิ ดวยคานยิ มประชาธิปไตย

ยดึ มัน่ ในหลกั สทิ ธเิ สรภี าพและความเสมอภาค เคารพและปฏิบัตติ ามกฎ
กตกิ าทางสังคม พยายามท่จี ะเหน็ อกเห็นใจผูอืน่ ทัง้ ในโลกจรงิ และโลกเสมือน
บนพน้ื ฐานของการพ่ึงพากันโดยปราศจากอคติ ไมเ ลือกปฏิบตั ิ มีความรบั ผดิ ชอบ
ตอ บทบาทหนา ทีพ่ ลเมืองประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ทรงเปน ประมขุ

9 ยอมรับความแตกตางหลากหลาย ใชวิจารณญาณในการติดตามสถานการณ
และประเดน็ ปญ หา รเิ ร่มิ และมีสว นรว มทางสงั คมในประเด็นทหี่ ลากหลาย
ระดบั ภูมภิ าคและประชาคมโลก ดวยจิตสาธารณะและสำนึกสากล กระตือรือรน
ในการรว มสรา งการเปลยี่ นแปลงเชิงบวก เก่ียวกับประเดน็ ปญ หาของทองถ่ิน
ดว ยความเช่อื มั่นในสังคมทีเ่ ทา เทยี มเปน ธรรม คานยิ มประชาธปิ ไตย และแนวทาง
ท่ีไมเกิดความรุนแรงตอ สังคมและตอตัวเอง

ยึดมั่นและปกปอ งในหลกั สิทธเิ สรภี าพและความเสมอภาค สอ่ื สารผา นชอ งทาง

10 สาธารณะระดบั ภูมิภาคและประชาคมโลก ดวยจิตสาธารณะ สำนกึ สากล
ดว ยความเชอ่ื ม่นั ในสังคมทเ่ี ทา เทยี มเปน ธรรม คานยิ มประชาธปิ ไตย และแนวทาง
ที่ไมเ กดิ ความรนุ แรงตอสงั คมและตอตัวเอง แนวทางสนั ติวธิ ี

สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจกิ ายน 2563

พฤติกรรมบง ชตี้ ามระดับสมรรถ

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั พลเมืองรเู คารพสทิ ธิ

1 เขา ใจผลกระทบของการกระทำอะไร - เขาใจผลกระทบที่จะ -
ท่ตี ามใจตนเอง รบั ผดิ ชอบและปฏบิ ตั ติ น
ตามคำแนะนำอยา งเหมาะสม มสี วนรวม เกิดข้นึ ตอ เนื่องจากการ
ในกจิ กรรมสวนรวมและแจง ผเู ก่ยี วของ กระทำของตนทีม่ ีตอผอู ่นื

เม่ือพบปญ หาในช้ันเรียน

2 มีความสามารถในการยับยง้ั ช่งั ใจ เคารพ - รูจักและปกปอ งสทิ ธิ -
สิทธเิ สรีภาพของผูอืน่ รจู ักปฏเิ สธ
ชว ยเหลือผอู น่ื เมอ่ื ไดรบั การรอ งขอ เสรภี าพของตนเอง รูจ กั
รบั ผดิ ชอบและปฏิบตั ติ นอยางเหมาะสม ปฏิเสธ เคารพสทิ ธิ

ตามบทบาทหนาทข่ี องตนเอง มีสวนรวม เสรีภาพของผอู น่ื
ในกจิ กรรมสว นรวมตา ง ๆ ทโ่ี รงเรยี นจัด
ขึ้นหรือครูมอบหมายและแจง ผูเ ก่ียวขอ ง ชว ยเหลือผอู นื่ เมอ่ื ไดร ับ
เมื่อพบปญหาหรอื ความขดั แยง ในชน้ั การรองขอ

เรียน
3 อิสระท่ีจะคิดและแสดงออกท่ีรบั ผดิ ชอบ - มีอสิ ระทจ่ี ะคดิ และ -
และไมท ำใหผอู ื่นเดือดรอ น เคารพสทิ ธิ
เสรีภาพของผอู ่ืน ชวยเหลือผูอืน่ แสดงออกที่รบั ผดิ ชอบและ
รบั ผดิ ชอบและปฏบิ ตั ิตนอยางเหมาะสม ไมทำให

ตามบทบาทหนา ท่ขี องตนเอง เคารพตอ ผอู ่นื เดือดรอน ชวยเหลือ
สถาบนั หลักของชาติ ติดตามขอ มลู



218

ถนะการเปน พลเมอื งทเ่ี ขม แขง็

พฤติกรรมบงชี้

พลเมอื งรับผดิ ชอบ พลเมืองมีสวนรว ม พลเมือง
ผสู รา งการเปลย่ี นแปลง
ตอ บทบาทหนา ที่ อยา งมวี ิจารณญาณ - แจงผูเ กย่ี วขอ งเม่ือพบ
ปญ หาในชนั้ เรยี น หรอื จะ
- รับผดิ ชอบและปฏิบตั ิตน - ชวยเหลอื กิจกรรม เสนอแนะแนวทางการ
แกปญ หาอยางงายใน
ตามคำแนะนำอยา ง สว นรวม ของชนั้ เรียน โรงเรยี นได

เหมาะสม - แจงผเู กี่ยวขอ งเมอ่ื พบ
ปญ หา หรือความขดั แยง
- รับผิดชอบและปฏิบัตติ น - เขารวมกจิ กรรมเพ่ือ ในชน้ั เรียน
สว นรวมทโ่ี รงเรยี นจัดขึ้น
อยา งเหมาะสมตาม หรือครูมอบหมายหรอื
บทบาทหนา ทต่ี นเองใน กำหนด
ฐานะสมาชิกของ ใหเ ขา รวม
ครอบครัว ช้ันเรยี น และ
โรงเรยี น

- รบั ผิดชอบและปฏิบัตติ น - ติดตามขอ มูลขา วสารและ - หาทางออกรวมกันกบั
อยา งเหมาะสมตาม
บทบาทหนาทตี่ นเองใน ปญหาทีเ่ กย่ี วขอ งกับ เพ่ือน และครู ในการ
ฐานะสมาชกิ ของ
ตัวเอง ครอบครัว เพอื่ น แกป ญหาหรอื ความ

รวมชั้นเรยี น และโรงเรยี น

สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา ณ วนั ท่ี 27 พฤศจิกายน 2563

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั พลเมอื งรูเคารพสิทธิ

ขาวสารที่เกย่ี วขอ งกับตนเอง ครอบครวั ผอู ื่นเมื่อไดร ับการรอ งขอ
เพ่อื นรว มช้นั เรยี น มสี วนรว มในกิจกรรม
สวนรวมตาง ๆ ในระดบั ชัน้ เรยี นหรอื หรือเมื่อเหน็ วา ตอ งการ
โรงเรยี น แกไ ขปญหาความขดั แยง ใน
ชั้นเรยี นอยางมเี หตผุ ล ความชว ยเหลือ ใชข อง
สวนรวมอยา งะมัดระวงั

4 อดทนอดกล้นั ในความคิดเห็นและการ - สามารถกำกบั ควบคุม -
ตนเอง รูจ กั และปกปอง
แสดงออกทแ่ี ตกตาง ยอมรบั ความ

แตกตางหลากหลาย ชว ยเหลอื และ สทิ ธเิ สรีภาพของตนเอง

แบงปนกับผูอ่นื รบั ผดิ ชอบและปฏบิ ัติ และผอู ืน่

ตนอยา งเหมาะสมตามบทบาทหนาที่ ยอมรับความแตกตา ง

ในฐานะพลเมอื งในระบอบประชาธิปไตย ไมก ลนั่ แกลงเพอื่ น

อันมพี ระมหากษัตรยิ ท รงเปนประมุข (Bullying) ทางรางกาย

เคารพตอ สถาบันหลักของชาติ ตดิ ตาม และวาจา ชวยเหลอื ผอู ืน่

และตรวจสอบขอ มลู ขา วสาร เขารวม เม่อื เหน็ วา ตอ งการความ

กิจกรรมและรว มเปน อาสาสมคั รใน ชวยเหลือ

กจิ กรรมสาธารณะประโยชนระดับ

โรงเรียนและชมุ ชน หาทางออกรวมกนั

กบั ผูเกย่ี วขอ งในการแกปญ หาหรอื ความ

ขดั แยงอยางมีเหตุผล



219

พฤตกิ รรมบง ชี้

พลเมอื งรับผดิ ชอบ พลเมืองมสี ว นรว ม พลเมือง

ตอ บทบาทหนา ที่ อยางมีวจิ ารณญาณ ผสู รา งการเปล่ียนแปลง

ครอบครัว ชัน้ เรียน มีสว นรวมในกจิ กรรม ขดั แยง ในชน้ั เรยี น

และโรงเรยี น เคารพตอ สว นรวมตา ง ๆ ใน อยางมเี หตุผล

สถาบนั หลกั ของชาติ ระดับชนั้ เรยี นหรอื รงเรยี น

ท่เี หมาะสมตามวัย

- รับผดิ ชอบและปฏบิ ตั ติ น - ตดิ ตามขา วสารเหตกุ ารณ - หาทางออกรวมกนั

อยางเหมาะสมตามบทบาท สถานการณ ปญ หาที่ กบั ผูทเี่ กย่ี วขอ ง

หนาท่ี ระเบียบ กฎ เกย่ี วของ ในการแกปญหาความ

กติกา ตลอดจนแนว กับตัวเอง โรงเรยี น ชุมชน ขดั แยง ในชั้นเรียนหรอื

ปฏิบัติตาม เขา รว มกจิ กรรมและรว ม โรงเรียน

วถิ วี ฒั นธรรมของชุมชน เปนอาสาสมคั รใน อยางมเี หตุผล

และทอ งถ่ิน เคารพตอ กจิ กรรมสาธารณะ

สถาบนั หลกั ของชาติ ประโยชน

ระดบั โรงเรียนหรือชมุ ชน

ทเี่ หมาะสมตามวยั

สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันท่ี 27 พฤศจิกายน 2563

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั พลเมืองรูเคารพสิทธิ

5 รจู กั และปกปอ งสทิ ธิเสรภี าพของตนเอง - รจู ักและปกปอ งสิทธิ -
และผูอืน่ ยอมรบั และเคารพความ เสรภี าพของตนเองและ

แตกตา งหลากหลาย พยายามทีจ่ ะเหน็ ผูอน่ื

อกเหน็ ใจ ชวยเหลือและแบงปนกบั ผอู ่ืน เคารพในความ

รบั ผดิ ชอบและปฏิบัตติ น หลากหลาย

อยางเหมาะสมตามบทบาทหนาที่ในฐานะ ไมกลน่ั แกลง เพอ่ื นทาง

พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมี รา งกายและวาจา

พระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ เคารพ ชวยเหลือผอู น่ื

ตอ สถาบนั หลักของชาติ ติดตามและ ในสถานการณต า ง ๆ

ตรวจสอบขอ มูลขา วสาร เขา รว ม ไมด วนตัดสินผูอ่ืน โดยใช

กจิ กรรมและรว มเปนอาสาสมคั รใน อคติ แบงปน สงิ่ ของตาง

กจิ กรรมสาธารณะประโยชนระดบั ๆ ของตนใหก บั ผูอืน่ ตาม

โรงเรยี นและชมุ ชน หาทางออกรว มกัน ความเหมาะสม

กบั ผเู ก่ยี วของในการแกปญหา โดยใช

กระบวนการปรกึ ษาหารือตามวิถี

ประชาธปิ ไตย



220

พฤติกรรมบง ชี้

พลเมืองรบั ผิดชอบ พลเมอื งมสี วนรว ม พลเมือง
ผูส รา งการเปลย่ี นแปลง
ตอ บทบาทหนา ท่ี อยา งมีวจิ ารณญาณ
- หาทางออกรว มกนั
- รับผิดชอบและปฏบิ ตั ติ น - ตดิ ตามขาวสารและ
กบั ผทู เ่ี กย่ี วของในการ
อยา งเหมาะสมตามบทบาท ตรวจสอบขอมลู เกย่ี วกบั
แกปญ หาความขัดแยง
หนาที่ ระเบียบ กฎ กติกา เหตุการณ สถานการณ
หรอื ทบทวนกฎ ระเบยี บ
ตลอดจนแนวปฏิบตั ติ าม ปญ หาทเี่ กี่ยวขอ ง กับ กติกาในชน้ั เรยี น อยา งมี
เหตุผลโดยใช
วิถวี ฒั นธรรมของชุมชน ตวั เอง โรงเรยี น ชุมชน กระบวนการ
ปรกึ ษาหารือตามวิถี
และทอ งถ่นิ ดวยความ ทอ งถิน่ และประเทศ ประชาธปิ ไตย

เขาใจ เคารพตอสถาบัน เขารวมกจิ กรรมและรวม

หลกั ของชาติ ในฐานะ เปนอาสาสมัครใน

พลเมอื งในระบอบ กจิ กรรมสาธารณะ

ประชาธปิ ไตย ประโยชน

ระดับโรงเรียนหรือชุมชน

ท่ีเหมาะสมตามวยั

โดยคำนงึ ถึงผลดีและ

ผลเสยี ท่จี ะเกดิ ขนึ้

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันท่ี 27 พฤศจกิ ายน 2563

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั พลเมอื งรเู คารพสทิ ธิ

6 รูจักและปกปองสทิ ธิเสรีภาพของตนเอง - รจู กั และปกปองสทิ ธิ -

และผอู ื่น พยายามทีจ่ ะเหน็ อกเหน็ ใจและ เสรีภาพของตนเองและ

ชวยเหลือผูอ นื่ เคารพและปฏิบัติตนตาม ผูอนื่

กฎกติกาทางสังคม ไมกล่ันแกลง ผอู ่ืน

มคี วามรับผดิ ชอบตอผลการกระทำตาม ทัง้ ทางรา งกาย วาจา และ

บทบาทหนาทีพ่ ลเมืองประชาธิปไตย ความสมั พนั ธท างสงั คม

ติดตามและประเมนิ ความถกู ตองและ (Social bullying)

นาเชอ่ื ถอื ของขอมลู ริเรมิ่ และมีสว นรวม ใหเ กียรติ และชวยเหลอื

ทางสังคมในประเดน็ ทีส่ นใจระดับทอ งถิน่ ผอู นื่ ไมดว นตดั สนิ ผอู ืน่

และประเทศ ดว ยจิตสาธารณะ โดยใชอคติ พยายามทจ่ี ะ

กระตอื รือรน ในการหาทางออกและรวม เหน็ อกเห็นใจผอู ืน่

สราง (Empathy) แบง ปน

การเปลย่ี นแปลงรว มกันเก่ยี วกบั ประเดน็ สงิ่ ของตา ง ๆ ของตน

ปญหา โดยคำนึงถึงความเทาเทยี มเปน ใหกบั ผอู ่นื ตามความ

ธรรม เหมาะสม

ดว ยสนั ตวิ ธิ ีและวิถีประชาธิปไตย

อันมพี ระมหากษตั ริยทรงเปนประมุข



221

พฤตกิ รรมบง ช้ี

พลเมอื งรับผดิ ชอบ พลเมืองมีสวนรวม พลเมือง

ตอ บทบาทหนา ท่ี อยางมวี จิ ารณญาณ ผูส รา งการเปลย่ี นแปลง

- เคารพและปฏบิ ัติตน - ตดิ ตามและประเมนิ - กระตือรอื รน ในการหา

ตามกฎ กติกา ขอตกลง ความถกู ตอ งของขอมูล ทางออกรว มกนั เกยี่ วกบั

และกฎหมายอยา ง ขา วสารทเี่ กย่ี วของ ประเดน็ ปญหา และรว ม

เหมาะสมตามบทบาท กบั การเปลยี่ นแปลง สรา งการเปลี่ยนแปลง

หนา ที่และ ทางการเมอื ง เศรษฐกิจ ของทองถ่ินหรือประเทศ

ความรับผดิ ชอบ สังคม วฒั นธรรม และ โดยคำนงึ ถงึ ความเทา

ตลอดจนแนวปฏบิ ตั ิตาม ประเดน็ ปญ หาของ เทยี มเปน ธรรม ดว ยสันติ

วถิ ีวัฒนธรรม ทองถ่นิ ประเทศ รเิ รมิ่ และ วิธีและ

ทม่ี คี วามหลากหลาย มีสวนรว มทางสงั คมใน วถิ ีประชาธิปไตย

ในฐานะพลเมอื งใน ประเด็นท่ีสนใจดวยจติ

ระบอบประชาธิปไตย สาธารณะ

(Public Mind) โดย

คำนึงถงึ ผลดีและผลเสยี ที่

จะเกิดขึน้

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วนั ท่ี 27 พฤศจกิ ายน 2563

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั พลเมอื งรูเคารพสิทธิ

7 รจู กั และปกปองสิทธิเสรีภาพของตนเอง - รจู ักและปกปองสิทธิ -

และผอู ื่น พยายามทจี่ ะเหน็ อกเห็นใจผอู ่นื เสรีภาพของตนเองและ

ท้งั ในโลกจริงและโลกเสมือน ใหเกียรติ ผอู ื่น

ชว ยเหลือผอู ืน่ ไมก ลนั่ แกลง ผอู ืน่

โดยไมเลอื กปฏิบัติ เคารพและปฏิบตั ิตน ท้งั ทางรางกาย วาจา และ

ตามกฎ กติกาทางสังคม มีความ ความสัมพนั ธทางสังคม

รับผิดชอบตอ บทบาทหนา ทพี่ ลเมือง และความสมั พนั ธในโลก

ประชาธปิ ไตย ตดิ ตามและประเมินความ ไซเบอร (Cyber bullying)

ถูกตองและนา เชือ่ ถือของขอมลู ท่ี ใหเกียรติ พยายามทจ่ี ะ

เกย่ี วขอ งกบั การเปลย่ี นแปลงทางสังคม เหน็ อกเห็นใจผอู ่ืน

เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม รเิ รม่ิ ทงั้ ในโลกจรงิ และโลก

และมสี ว นรวมทางสงั คมในประเด็นท่ี เสมือน

สนใจระดับทองถ่ินและประเทศ ดว ยจิต (Digital Empathy)

สาธารณะ กระตอื รือรนในการหาทางออก ชวยเหลือผอู นื่ โดยไม

รว มกัน เลือกปฏบิ ตั ิ

และรเิ รมิ่ ในการสรา งการเปลีย่ นแปลงของ

ทองถิ่น ภูมิภาค และประชาคมโลก

เก่ยี วกับประเด็นปญ หา โดยคำนงึ ถึงความ



222

พฤตกิ รรมบงชี้

พลเมืองรับผดิ ชอบ พลเมอื งมสี ว นรวม พลเมือง

ตอ บทบาทหนา ที่ อยา งมวี จิ ารณญาณ ผสู รา งการเปลี่ยนแปลง

- เคารพและปฏบิ ตั ติ น - ตดิ ตามและประเมิน - กระตือรอื รนในการหา

ตามกฎ กติกา ขอ ตกลง ความถกู ตอ งและ ทางออกรวมกันเก่ยี วกบั

และกฎหมายอยาง นา เชอื่ ถอื ของขอ มูล ประเด็นปญหา และรเิ ร่มิ

เหมาะสมตามบทบาท ขาวสารที่เกี่ยวของกบั การ ในการสรา ง

หนาท่ีและ เปล่ยี นแปลง การเปลี่ยนแปลงของ

ความรบั ผดิ ชอบ ทางการเมือง เศรษฐกจิ ทองถิ่น ภูมิภาค และ

ตลอดจนแนวปฏบิ ัติตาม สงั คม วฒั นธรรม และ ประชาคมโลก

วิถวี ฒั นธรรม ประเด็นปญหาของ โดยคำนงึ ถึงความเทา

ที่มีความหลากหลาย ทองถ่นิ ประเทศ ภูมภิ าค เทยี ม

ดว ยความเขา ใจ ในฐานะ และประชาคมโลก ริเร่มิ เปน ธรรม ดวยสนั ติวิธี

พลเมอื งในระบอบ และ และ

ประชาธปิ ไตย อนั มี มีสวนรวมทางสงั คม วิถปี ระชาธิปไตย

พระมหากษตั รยิ  ในประเดน็ ทส่ี นใจ

ทรงเปน ประมขุ ดวยจติ สาธารณะ (Public

Mind) โดยคำนึงถงึ

ผลกระทบทีจ่ ะเกดิ ข้ึน

ทงั้ ในระดบั ทอ งถิน่

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วนั ที่ 27 พฤศจกิ ายน 2563

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั พลเมืองรูเ คารพสิทธิ

เทา เทยี มเปนธรรม ดวยสันตวิ ธิ ีและวถิ ี

ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ทรง

เปนประมุข

8 ยดึ ม่นั ในหลักสทิ ธิเสรีภาพและความ - เคารพสิทธิเสรีภาพของ -

เสมอภาค พยายามทจี่ ะเหน็ อกเหน็ ใจ ผอู ่นื ตระหนักในสทิ ธิ

ผอู ่ืนท้งั ในโลกจรงิ และโลกเสมอื นบน เสรภี าพของตนเอง

พืน้ ฐานของการพ่ึงพาอาศัยกันโดย ชวยเหลือ

ปราศจากอคติ ใชวจิ ารณญาณ ใหเ กียรตผิ อู ่นื ไมเลอื ก

ในการตดิ ตามสถานการณแ ละประเด็น ปฏบิ ัตแิ ละเหน็ อกเหน็ ใจ

ปญหา ริเร่มิ และมสี ว นรว มทางสงั คมใน ผูอน่ื ทั้งในโลกจรงิ และ

ประเด็นทห่ี ลากหลายระดับภูมิภาคและ โลกเสมือน (Digital

ประชาคมโลก ดว ยจิตสาธารณะและ Empathy) บนพนื้ ฐานของ

สำนึกสากล กระตอื รอื รนในการรวมสราง การพึง่ พาอาศยั กนั

การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เก่ียวกบั โดยปราศจากอคติ

ประเด็นปญ หาของทอ งถ่นิ

ดวยคา นยิ มประชาธิปไตย



พฤติกรรมบง ชี้ 223

พลเมืองรบั ผิดชอบ พลเมืองมสี ว นรวม พลเมือง
ผูสรา งการเปลยี่ นแปลง
ตอ บทบาทหนา ท่ี อยา งมีวิจารณญาณ

ภมู ภิ าค และประชาคม

โลก

- เคารพและปฏบิ ตั ิตามกฎ - ใชว จิ ารณญาณในการ - กระตอื รือรน ในการรวม
ตดิ ตามสถานการณ สรา งการเปลย่ี นแปลง
กติกา และกฎหมาย บา นเมือง นโยบายภาครัฐ เชิงบวก เกีย่ วกบั ประเดน็
การเปล่ียนแปลงทางสงั คม ปญหา
ตามบทบาทหนา ทแี่ ละ
วฒั นธรรมและเศรษฐกจิ ของทองถน่ิ ภมู ภิ าค
ความรบั ผดิ ชอบของ
รวมท้งั ประเดน็ ปญหาระดบั และประชาคมโลก
พลเมือง
ทองถน่ิ ภูมิภาค รเิ ริ่มและ คานยิ มประชาธิปไตย
ในระบอบประชาธิปไตย
มสี วนรว มทางสังคม และแนวทางสนั ตวิ ิธี
อันมีพระมหากษตั ริยทรง ในประเดน็ ที่หลากหลาย
ดว ยจิตสาธารณะ (Public
เปน ประมุข ดว ยความ
เขาใจ Mind) โดยคำนงึ ถงึ
และยอมรบั ในความ
แตกตางหลากหลายของ ผลกระทบท่ีจะเกิดขึน้ ท้ัง
สงั คมไทย
ในระดบั ทอ งถนิ่ ภมู ภิ าค

และประชาคมโลก

สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา ณ วนั ท่ี 27 พฤศจกิ ายน 2563

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั พลเมอื งรูเคารพสิทธิ

9 ยึดมั่นในหลกั สทิ ธเิ สรภี าพและความ - เคารพสิทธเิ สรภี าพของ -
เสมอภาค เคารพและปฏิบัติตามกฎ ผูอืน่ ตระหนกั ในสทิ ธิ
กตกิ าทางสงั คม พยายามทีจ่ ะเหน็ อก เสรภี าพ
เห็นใจผอู ืน่ ท้ังในโลกจริงและโลกเสมอื น ของตนเอง ทงั้ ในโลกจรงิ
บนพ้ืนฐานของการพง่ึ พากนั โดย
ปราศจากอคติ ไมเลอื กปฏิบตั ิ และโลกเสมือน (Digital
มีความรับผดิ ชอบตอบทบาทหนา ท่ี
พลเมอื งประชาธิปไตยอนั มี Empathy) ชวยเหลอื
พระมหากษัตรยิ ทรงเปน ประมุข ยอมรับ
ความแตกตางหลากหลาย ใหเกียรติ และเห็นอกเหน็
ใจผูอ ืน่ (Empathy) บน

ใชวจิ ารณญาณในการติดตาม พืน้ ฐานของการพ่งึ พา
สถานการณแ ละประเด็นปญ หา ริเรม่ิ อาศยั กนั
และมสี ว นรว มทางสังคมในประเดน็ ที่
หลากหลายระดับภูมิภาคและประชาคม โดยปราศจากอคติ
โลก ดว ยจิตสาธารณะและสำนึกสากล
กระตอื รอื รน ในการรวมสรา งการ ไมเ ลือกปฏิบัติ

(Non-Discrimination)

เปล่ียนแปลงเชงิ บวก เกี่ยวกับประเด็น เพื่อการอยรู ว มกันอยาง
ปญหาของทองถน่ิ ดว ยความเช่ือมนั่ ใน สันติ
สังคมท่เี ทา เทยี มเปนธรรม คา นิยม
ประชาธิปไตย และแนวทางทไ่ี มเ กดิ
ความรนุ แรงตอสังคมและ
ตอ ตัวเอง



224

พฤตกิ รรมบง ชี้

พลเมอื งรบั ผิดชอบ พลเมืองมีสว นรวม พลเมือง

ตอบทบาทหนา ท่ี อยางมีวิจารณญาณ ผูสรา งการเปลี่ยนแปลง
- ใชว ิจารณญาณในการ
- เคารพและปฏบิ ตั ิตามกฎ ติดตามสถานการณ - กระตอื รือรนในการรว ม
กติกา และกฎหมาย บา นเมือง นโยบายภาครฐั
ตามบทบาทหนา ทแ่ี ละ การเคลอ่ื นไหวทางสงั คม สรางการเปล่ยี นแปลงเชิง
ความรับผิดชอบของ และการเมอื งของ
พลเมอื งในระบอบ พลเมือง การปลยี่ นแปลง บวก เก่ยี วกับประเดน็
ประชาธปิ ไตย ทางสังคมวฒั นธรรมและ
อนั มีพระมหากษัตรยิ ทรง เศรษฐกจิ รวมท้งั ประเดน็ ปญหา
เปน ประมุข ดวยความ ปญหาระดับทองถน่ิ
เขา ใจ ภมู ภิ าค และประชาคม ของทองถน่ิ ภูมภิ าค และ
และยอมรับในความ โลก ริเริ่มและมสี วนรวม ประชาคมโลก ดวยความ
แตกตางหลากหลายของ ทางสังคมในประเด็นท่ี เชื่อม่ันในสงั คมท่เี ทาเทียม
สังคมไทย หลากหลาย ดว ยจติ เปน ธรรม คา นยิ ม
และประชาคมโลก สาธารณะ (Public Mind) ประชาธิปไตย และ
และสำนกึ สากล (Global
Mindedness) โดย แนวทางทไี่ มเ กิดความ
คำนึงถึงประโยชน
ท่ีจะเกิดขน้ึ ท้ังในระดับ รนุ แรงตอ สังคมและตอ
ชุมชน สังคม และ
ประชาคมโลก ตวั เอง

สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันท่ี 27 พฤศจิกายน 2563

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั พลเมอื งรูเคารพสทิ ธิ

10 ยึดม่ันและปกปองในหลกั สิทธเิ สรีภาพ - เคารพและปกปองสทิ ธิ -

และความเสมอภาค สือ่ สารผา นชอ งทาง เสรภี าพของผูอนื่ ตระหนกั

สาธารณะระดับภมู ภิ าคและประชาคม ในสทิ ธเิ สรีภาพของตนเอง

โลก ดวยจติ สาธารณะ สำนึกสากล ดวย ชว ยเหลอื ใหเกยี รติ

ความเชื่อม่นั และเห็นอกเหน็ ใจผอู ืน่

ในสงั คมท่เี ทา เทียมเปน ธรรม คานิยม ทงั้ ในโลกจริงและโลก

ประชาธปิ ไตย และแนวทางทีไ่ มเ กิดความ เสมอื น (Digital Empathy)

รุนแรงตอสังคมและตอตัวเองแนวทาง บนพน้ื ฐานของการพึ่งพา

สันตวิ ธิ ี อาศยั กัน

โดยปราศจากอคติ

ไมเลือกปฏบิ ัติ

(Non-Discrimination)

เพ่อื การอยรู วมกันอยาง

สนั ติ



225

พฤตกิ รรมบง ชี้

พลเมืองรบั ผดิ ชอบ พลเมอื งมีสวนรวม พลเมือง

ตอบทบาทหนา ท่ี อยา งมวี ิจารณญาณ ผูสรา งการเปลี่ยนแปลง
- เคารพและปฏบิ ัติตามกฎ - ใชวิจารณญาณในการ - กระตือรือรน มบี ทบาท
ตดิ ตามสถานการณ
กติกา และกฎหมาย บานเมอื ง นโยบายภาครฐั นำ
ตามบทบาทหนาทแี่ ละ การเคลอ่ื นไหวทางสังคม หรอื เปน ตน แบบในการ

ความรับผิดชอบของ และการเมืองของพลเมือง รวมสรา งการเปล่ยี นแปลง
การเปลี่ยนแปลงทาง
พลเมืองในระบอบ สังคมวัฒนธรรมและ เชงิ บวก
ประชาธิปไตย เศรษฐกจิ รวมทั้งประเดน็ เก่ียวกับประเด็นปญ หา

อันมพี ระมหากษตั รยิ ท รง ปญ หา ของทอ งถิน่ ภมู ิภาค
ระดับทองถน่ิ ภมู ภิ าค
เปน ประมขุ ดวยความ และประชาคมโลก ริเริ่ม และประชาคมโลก
เขาใจ และมสี วนรวมทางสงั คม ดว ยความเชอื่ ม่นั ในสงั คม
และยอมรับในความ ในประเด็นที่หลากหลาย ทีเ่ ทาเทียมเปน ธรรม
และสอ่ื สารผา นชอ งทาง
แตกตา งและแสดงออก สาธารณะ ดว ยจิตสาธารณะ คา นยิ มประชาธปิ ไตยและ
ซ่งึ ความเคารพในความ และสำนกึ สากล โดย แนวทางท่ไี มเ กดิ ความ
คำนงึ ถงึ ประโยชน รนุ แรงตอ สงั คมและตอ
หลากหลายของ ที่จะเกิดขึ้นทง้ั ในระดับ
ชมุ ชน สงั คม และ
สงั คมไทย และประชาคม ประชาคมโลก ตัวเอง
โลก

สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วนั ท่ี 27 พฤศจิกายน 2563

226

อภธิ านศพั ท

ความรบั ผดิ ชอบ
ความตั้งใจในการปฏิบัติตามบทบาทหนาที่ และยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตน

เมื่อเกิดผลเสียหายก็ไมโยนความผิดใหแกผูอื่น นอมรับความผิดพลาด แลวนำมาพิจารณาไตรตรอง
เพื่อปรับปรุงแกไขมิใหเกิดความเสียหาย หรือความผิดพลาดขึ้นอีก ผูมีความรับผิดชอบควรพิจารณาไตรตรอง
ใหรอบคอบถึงความดีงาม ความถูกตองเหมาะสม ผลดีและผลเสียทจี่ ะเกดิ ขน้ึ กอนทจ่ี ะกระทำการใด ๆ
สำนึกสากล

เจตคติของบุคคลที่ใหความสำคัญกับการมองโลกที่ตนเองมีความสัมพันธเกี่ยวของกันกับสังคมโลก
มีความรบั ผดิ ชอบตอโลกในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง โดยยอมรบั ความหลากหลายทางวัฒนธรรม สนใจตอประเด็น
ปญหาโลก เห็นวาทุกคนตองพึ่งพาอาศัยกันและอยูรวมกันอยางสันติ และถือวามนุษยทุกคนในโลก
ตางเปนสมาชกิ ทม่ี ีสทิ ธิ เสรีภาพและมีความเสมอภาคกัน
โลกจริงโลกเสมือน

พื้นที่ในการรับรู สงสาร แสดงตัวตน และมีปฏิสัมพันธกับผูอื่น ซึ่งมีทั้งในโลกจริง เชน ในหองเรียน
ในชุมชน ในประเทศ และในโลกเสมือน เชน ในสังคมออนไลน ในโลกดิจิทัล เว็บบอรด หรือระบบขอความ
ออนไลน เปนตน
วิถปี ระชาธปิ ไตย

รูปแบบการดำรงชีวิตอยูรวมกันของกลุมคนในสังคม ที่มีกติกาหรือหลักการปฏิบัติตนตามกฎหมาย
ปฏิบัติตอกันดวยความเคารพไมลวงละเมิดสิทธิของผูอื่น เคารพกฎเกณฑของสังคมและดำรงตนเปนประโยชน
ตอสงั คม
ความเทา เทยี มในสังคม

การสงเสริมใหบุคคลใชสิทธิและเสรีภาพในการดำรงชีวิตในสังคมไดอยางสงบ เสมอภาค
และขจัดการเลือกปฏิบัติเกี่ยวกับบุคคลที่มาจากอคติในดานเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา เพศ อายุ ความพิการ
สภาพทางกายหรอื สขุ ภาพ สถานะของบคุ คล ความเช่ือทางศาสนา การศกึ ษา ฯลฯ
ความเปน ธรรมในสงั คม

การปฏิบัติตอกันอยางเปนธรรม การจัดสรรผลประโยชนหรือภาระแกสมาชิกในสังคม อยางเทาเทียม
ยุติธรรม โดยคำนึงถงึ ความแตกตา งและผลประโยชนทแ่ี ตละบคุ คลไดร ับ
สนั ติวธิ ี

วิธีการแกไขความขัดแยงหรือตอบโตในสถานการณห นึ่ง ๆ ที่มิใชการยอมจำนนตอปญหาหรอื การนิ่งเฉย
แตเปนการรวมกันหาแสวงหาทางออกบนพื้นฐาน การอยูรวมกันฉันทมิตร ปราศจากอคติและความเกลียดชัง
อดทนอดกล้ันตอการใชความรุนแรงในการแกป ญหา

227
คา นยิ มประชาธปิ ไตย

ความเชื่อ ศรัทธา ของบุคคลในการพรอมที่จะรูจักและปกปองสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของตน
ความชอบธรรมของตน ใหความเคารพและไมละเมิดสิทธิอันชอบธรรมของผูอื่น ยึดถือเสียงสวนใหญ
และเคารพสทิ ธิของเสียงสว นนอย มจี ิตสํานึกในเรื่องความเสมอภาค ความยุติธรรม และนิตธิ รรม

228

6. การอยรู ว มกับธรรมชาติ และวทิ ยาการอยางย่งั ยนื (Sustainable coexistence with living in the
harmony of nature and science)

นยิ าม

มีความเขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณของโลกและเอกภพและความสัมพันธของคณิตศาสตร
วิทยาศาสตรและธรรมชาติในชีวิตประจำวัน ใชและรูเทาทันวิทยาการเทคโนโลยี มีความอยากรู อยากเห็น
ชางสังเกต เห็นคุณคา สามารถแกปญหา หรือสรางสรรคนวัตกรรมไดเพื่อการดำรงชีวิตและอยูรวมกับ
ธรรมชาตอิ ยา งยั่งยืน

องคประกอบ

๑. การเขา ใจปรากฏการณท เี่ กิดขนึ้ บนโลกและในเอกภพ: สืบเสาะ ทำความเขา ใจขอ เทจ็ จริง
สาเหตุ กระบวนการ และผลกระทบทเี่ กดิ ข้นึ ของปรากฏการณตาง ๆ ทเี่ กดิ ข้ึนบนโลก และในเอกภพ

๒. การเชื่อมโยงความสัมพันธของคณิตศาสตร วิทยาศาสตรเพื่อการอยูรวมกันกับธรรมชาติ
อยางยั่งยืน: มองเห็นปญหา เชื่อมโยงและประยุกตใชความรู ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
วิทยาศาสตร และเทคโนโลยีเพื่อแกปญหา หรือสรางสรรคนวัตกรรม เพื่อการดำรงชีวิตและอยูรวมกับ
ธรรมชาติอยางย่ังยืน

๓. การสรา ง ใช และรเู ทาทนั วทิ ยาการเทคโนโลยี: สรา งและใชเทคโนโลยอี ยา งมปี ระสิทธภิ าพ
สรา งสรรค รเู ทา ทัน มคี วามฉลาดทางดิจิทัล คำนงึ ถึงผลกระทบตอชีวติ สิ่งแวดลอม และสงั คม

๔. การมีคุณลักษณะทางคณิตศาสตรและวิทยาศาสตรสำหรับการเขาใจระบบธรรมชาติและ
การอยูรวมกันอยางยั่งยืน: มีความอยากรูอยากเห็น ชางสังเกต เขาใจระบบธรรมชาติ เห็นคุณคาของ
คณติ ศาสตร วิทยาศาสตร เพื่อการดำรงชีวติ และอยรู วมกับธรรมชาตอิ ยางยง่ั ยนื

ท่ีมาและกรอบแนวคดิ

ความกาวหนาของวิทยาการทางดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีทำใหอุตสาหกรรม และอาชีพตางๆ
กาวหนาอยางรวดเร็วสงผลตอเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของมนุษย อยางไรก็ตามความกาวหนานี้กลับสวน
ทางกับความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ขณะที่มนุษยมุงหนาพัฒนาคุณภาพชีวิตและความ
เปนอยู ตางไดฉกฉวยประโยชนจากธรรมชาติในหลาย ๆ ดานเพื่อการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตจนเกิน
ความสามารถของธรรมชาติในการฟนฟูกลับมาไดใหมทันกับความตองการที่ไมมีขีดจำกัดของมนุษย สิ่งเหลาน้ี
สงผลกระทบกับความสัมพันธอยางเปนระบบระหวางมนุษย สิ่งแวดลอม และธรรมชาติ ซึ่งรุนแรงมากขึ้นใน
ปจจุบัน ดังนั้น การที่พลเมืองโลกตระหนักรูในการรักษาสมดุลระหวางการนำความรูความกาวหนาของ

229

วทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร และวิทยาการเทคโนโลยีมาใชใ นการดำรงชีวิตหรอื แกปญ หากบั การใชแ ละอยรู วมกับ
ธรรมชาตโิ ดยไมเบียดเบียนจนเกินพอดี กจ็ ะสง ผลใหเ กดิ การอยูรว มกันอยา งปกตสิ ขุ และอยางยง่ั ยนื

ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ ๗๐ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๘
ณ สำนักงานใหญสหประชาชาติ ประเทศไทยไดเขารวมประชุมและลงนามรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน
ค.ศ. ๒๐๓๐ (๒๐๓๐ Agenda for Sustainable Development) ซึ่งเปนกรอบการพัฒนาของโลกเพ่ือ
รวมกันบรรลุการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืนโดยไมทิ้งใครไวขางหลังภายในป
พ.ศ. ๒๕๗๓ (สำนกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาต,ิ ๒๕๖๔)

องคการสหประชาชาติ (United Nations) ไดกำหนดเปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable
Development Goals; SDGs) เพื่อเปนแนวทางใหแตละประเทศดำเนินการรวมกันไว ๑๗ เปาหมาย
ซึ่งสามารถแบงไดเปน ๑๖๙ เปาหมายยอย และ ๒๔๗ ตัวชี้วัด ทั้งนี้เมื่อนำเปาหมายมาจัดกลุมตามมิติท่ี
สัมพันธกันจะไดเปน ๕ มิติ (5Ps) โดยการศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ซึ่งเปนเปาหมายที่ ๔
ของ SDGs จะจัดรวมอยูในมิติการพัฒนาคน (People) ซึ่งการศึกษาที่มีคุณภาพจะมุงเนนไปที่การสราง
หลักประกันวา ทุกคนมกี ารศึกษาที่มีคุณภาพอยางครอบคลุมและเทา เทียม และสนบั สนนุ โอกาสในการเรียนรู
ตลอดชีวิต(สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, ๒๕๖๔ และ United Nations, ๒๐๒๑)
ท้งั น้ีสว นหนง่ึ ของการศึกษาท่ีมคี ุณภาพ เชน ตามท่ีระบไุ วใ นเปาหมายยอ ยท่ี ๔.๗ จะมงุ พัฒนาใหผเู รยี นทุกคน
ไดรับความรูและทักษะที่จำเปนสำหรับสงเสริมการพัฒนาทีย่ ั่งยืน ที่นำไปสูเปาหมายปลายทางคือการมคี วามรู
และทักษะที่นำไปสูการปฏิบัติหรือการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอมที่สมดุลซึ่งกันและกัน โดย
ความรูและทักษะที่จำเปน เชน ความสามารถในการเขาถึงและใชเทคโนโลยีในการเรียนรูแบบวิถีใหมใน
สถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ การพัฒนาทักษะแหงศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อ
นำไปสูการเปนพลเมืองโลกท่ีมีคุณภาพและอยูรวมกับสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไดอยางมีความสุข การปฏิบัติ
ตนโดยมคี วามรูทถ่ี กู ตอง เชน ไมปลอยปลาบางสายพนั ธลงในแหลง น้ำจนทำใหส ตั วน้ำประจำทองถิน่ ถูกรุกราน
หรอื สูญพันธซ่ึงทำใหระบบนเิ วศเกดิ ความเสียหาย

ความฉลาดทางดจิ ทิ ัล
ความฉลาดทางดิจิทัล เปนสมรรถนะดานสติปญญา การรูคิด สังคม อารมณ และการใชเทคโนโลยี

ดิจิทัล ในการที่จะเผชิญกับความทาทาย และสามารถใชชีิวิตไดอยางมีความสุขบนโลกดิจิทัลอยางมีคุณธรรม
และจริยธรรม การที่บุคคลมีความฉลาดทางดิจิทัลจะทำใหบุคคลนั้นมีความสามารถในการใชอินเทอรเน็ตใน
การบริหารจัดการ ควบคุม กำกับตน รูผิดรูถูก และรูเทาทัน เปนบรรทัดฐานในการใชเทคโนโลยีดิจิทัลอยาง
เหมาะสม เรยี นรทู ่ีจะใชเทคโนโลยอี ยา งชาญฉลาด และปลอดภยั ความฉลาดทางดิจิทลั มี ๘ ดาน ดงั น้ี

230

อางอิงจาก https://www.dqinstitute.org
๑. อตั ลักษณท างดิจทิ ัล (Digital Identity)
อตั ลกั ษณพ ลเมอื งดจิ ิทลั เปนความสามารถสรางและบริหารจดั การ สรางตัวตน ปรับเปลี่ยน และ
รักษาอัตลกั ษณทด่ี ีบนโลกดิจทิ ลั ใหท นั กับเทคโนโลยที เ่ี ปล่ียนแปลงอยตู ลอดเวลา
๒. การใชงานเทคโนโลยีดิจทิ ลั (Digital Use)
เปนความสามารถในการบริหารจัดการเวลา รกั ษาสมดุลระหวางการใชเ วลาในโลกดจิ ทิ ลั และใน
ชวี ติ ประจำวันของตนเอง สามารถควบคุมตนเองและจดั สรรเวลาในการใชง านอปุ กรณดจิ ทิ ัลและอุปกรณ
เทคโนโลยีไดอยา งมีประสิทธภิ าพ รวมถึงการใชง านสอื่ สังคม (social Media) และเกมออนไลน (online
games) ดวยความรบั ผิดชอบตอ ตนเอง เกิดสมดุลระหวา งโลกออนไลน และโลกความเปน จริง อีกท้ังตระหนกั
ถึงอนั ตราย และสุขภาพจากการใชเ วลาหนา จอนานเกนิ ไป และผลเสียของการเสพติดสื่อดิจิทัล
๓. ความปลอดภยั ในโลกดิจทิ ัล (Digital Safety)
เปน ความสามารถในการกำหนด ลด ปองกนั หรือจดั การกับความเส่ยี งท่ีจะเกิดขนึ้ ทางไซเบอร เชน
การกลั่นแกลง ทางไซเบอร (cyberbullying) การมีภูมคิ มุ กนั ในการรับมอื และจดั การกับสถานการณการกล่นั
แกลง บนอนิ เทอรเ น็ตไดอยา งชาญฉลาด
๔. การปองกนั ภยั ในโลกดจิ ิทลั (Digital Security)
เปนความสามารถทจี่ ะปองกันภัยคุกคามบนโลกดจิ ิทลั เชน การโจรกรรมขอ มลู การโจมตีจากไวรัส
การปอ งกันมัลแวร จัดการความปลอดภัยบนระบบเครือขา ย โดยสำรวจ ตรวจสอบ ปอ งกัน สรา งและรักษา
ระบบความปลอดภัยของขอ มูลในระบบเครอื ขาย

231

๕. ความฉลาดทางอารมณในโลกดจิ ิทัล (Digital Emotional Intelligence)

เปน ความสามารถในการตระหนกั รู เห็นใจ สนับสนุน แบง ปนกบั ผูใชง านคนอื่นบนโลกดจิ ทิ ัล และสราง
สมั พันธภาพท่ดี ีกบั ผูอ่ืนทางดิจิทลั อยางเหมาะสม

๖. การสอื่ สารในโลกดิจิทลั (Digital Communication)

เปนความสามารถในการติดตอสือ่ สารกบั ผูอ่นื บนโลกดจิ ิทัลอยา งมีประสิทธิภาพ และเขาใจถงึ รอ งรอย
ดจิ ทิ ัล (digital footprint) ตลอดจนระมดั ระวังถงึ ผลที่จะเกดิ ขึน้ จากการกระทำของตนเองบนโลกดจิ ิทลั

๗. การรดู ิจิทัล (Digital Literacy)

เปนความสามารถในการวิเคราะห สงั เคราะห และประเมนิ คา ขอมลู หรอื สอ่ื ท่ปี รากฏบนโลกดิจิทลั
อยางสรา งสรรค เพอ่ื นำไปตัดสินใจไดอ ยางมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมถงึ การสรางนวัตกรรมทางดจิ ิทัล

๘. การรสู ิทธใิ นโลกดจิ ทิ ลั (Digital Rights)

เขา ใจความสำคญั ของขอ มลู สว นบุคคล และเคารพในสิทธิการเปน เจา ของผลงานของผอู ่นื

การปลูกฝง ใหน ักเรียนเขาใจการเปน พลเมอื งดจิ ิทัลที่ดี มีความฉลาดทางดิจทิ ัลนนั้ เปน การเตรยี ม
ความพรอมใหก บั โลกอนาคตที่จะเปนสังคมที่มีการใชเทคโนโลยีอยางเต็มรปู แบบ แนวคดิ ของการเปนพลเมอื ง
ดจิ ทิ ัลนจี้ ะเปนการคอย ๆ พฒั นาวถิ ีชวี ิต ขนบธรรมเนียม ความรับผดิ ชอบตอสังคมไดอยางเหมาะสม และเพิม่
ประสิทธิภาพการใชงานเทคโนโลยอี ยา งมีศกั ยภาพ ทำใหน กั เรียนสามารถดำรงชีวติ ไดอยา งผมู ีความรใู นการใช
งานเทคโนโลยี ปองกนั ภัยท่ีจะเกดิ ขึ้น และมคี วามเคารพตอตนเองและผอู ืน่ ท้งั ในโลกจริงและโลกออนไลนไ ด
อยางสมดลุ

คุณลกั ษณะทางวิทยาศาสตรและคณติ ศาสตร
เปนคณุ ลักษณะหรอื ลกั ษณะนิสัยของบคุ คลทเ่ี กีย่ วของกบั ความคดิ ความเชือ่ หรอื การแสดงออกถึง

การมจี ิตใจที่เปน วิทยาศาสตร (Kozlow,M.J. & Nay, M.A., ๑๙๗๖) ทสี่ ามารถคิดอยางเปน เหตเุ ปนผล เชื่อม่ัน
และศรทั ธาในการสบื เสาะคนหาหลักฐานที่รวบรวมไดเพือ่ ทำความเขา ใจสง่ิ ตา ง ๆ ในธรรมชาติ และสามารถนำ
ความรูไปใชใหเ กิดประโยชนตอ ตนเองและผูอ น่ื อยางมคี ณุ ธรรมและมีคณุ คา คณุ ลกั ษณะทางวิทยาศาสตรแ ละ
คณติ ศาสตรสามารถเกิดจากการฝก ฝนหรอื ไดร บั ประสบการณการเรยี นรแู ละคดิ แบบวทิ ยาศาสตร ประกอบดวย

การใชวิจารณญาณ (Critical-Mindedness) คน หาและยอมรบั การไมสอดคลอ งกันระหวางขอมูลท่ี
สืบเสาะไดก บั ความเช่ือ หรือความรทู ม่ี ีมาแตเ ดิม วิเคราะหและใหเหตผุ ลขอมลู อยา งรอบดา นกอ นประเมินและ
ตัดสินใจ

232

ความรอบคอบ (Suspended Judgement) ไมแ สดงความคิดเห็นตอสถานการณใด ๆ จนกวาจะลง
มือสืบเสาะคนหา ลงขอสรุปหรือสรางคำอธิบายจากขอบเขตของหลักฐานที่ปรากฏเทานั้น พรอมทั้งยอมรับ
และเหน็ คุณคาของการสรางหรือการคัดคา นขอจำกดั ของขอสรุปหรอื ทฤษฎี

ความเชื่อมั่นตอหลักฐาน (Respect for Evidence) พยายามสืบเสาะคนหาหลักฐานเชิงประจักษที่
ไดจากการรวบรวมขอมูล เชน การสังเกต การทดลอง หรือการสรางแบบจำลอง เพื่อใชสนับสนุนการอธิบาย
เชงิ วทิ ยาศาสตร หรอื ใชโ ตแ ยง กบั คำอธิบายทแ่ี ตกตา งหรือไมส อดคลอ งกับคำอธิบายของตนเอง

ความซื่อสัตย (Honesty) เก็บรวบรวมหลักฐานใหมากที่สุด รายงานหลักฐานเชิงประจักษและขอมูล
เพิ่มเติมอื่นๆ ทุกรายการ แมวาบางขอมูล จะขัดแยงกับสมมติฐานหรือสิ่งที่พยากรณไว ไมแอบอางผลงานของ
ผูอืน่ มาเปนของตน และยอมรับงานของผูอืน่ อยา งเปด เผย

วัตถุวิสัย (Objectivity) แปลความหมายขอมูลสอดคลองกับหลักฐานที่รวบรวมไดอยางเที่ยงตรง
ปราศจากอคติ โดยวเิ คราะหขอ มูลทุกมติ ทิ งั้ ดานทีส่ นับสนนุ และขัดแยงกบั สมมตฐิ านหรือสิ่งที่พยากรณไว และ
ไมน ำความเชื่อสว นตัวหรือความรูท่มี ีอยเู ดิมมามีอิทธิพลเหนอื การแปลความหมายขอ มูล

การยอมรับความเห็นตาง (Willingness to Change Opinions) ยอมรับความเห็นหรือแนวคิดที่มี
ประจกั ษพ ยานและเหตผุ ลทีแ่ ตกตางจากตนเอง แสดงการยอมรบั วา ทุกสมมติฐาน ขอ สรปุ แนวคิด หรือทฤษฎี
ตาง ๆ มีความไมแนนอน มีขอจำกัด ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได และยินดีเปลี่ยนแปลงสมมติฐานหรือแนวคิด
ของตนเองตามหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษและเหตผุ ลทม่ี คี วามถกู ตอ งมากกวา

ความใจกวาง (Open-Mindedness) คิดพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ ที่เปนไปได ในระหวางการสืบเสาะ
คน หาพรอมทง้ั ยนิ ดรี ับฟง และประเมนิ แนวคดิ ตาง ๆ ทผ่ี อู ื่นนำเสนอหรือแนะนำ

ความอยากรูอยากเห็น (Questioning Attitude) กระตือรือรนในการสืบเสาะคนหาคำตอบของขอ
สงสัย หรือแนวคิดที่ขัดแยงหรือไมสอดคลองกันกับแนวคิดของตนเอง ตั้งคำถามที่สามารถนำไปสูการสืบเสาะ
คนหาคำตอบ หรอื ตรวจสอบความนา เชื่อถือของขอมูลหรอื แนวคดิ ท่ีแตกตางนนั้

ความมุงมั่นอดทน (Tolerance of Uncertainty) ไมยอทอในการคนหาขอมูล หลักฐานเพื่อนำไปสู
การอธิบายปรากฏการณตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติหรือสิ่งที่สงสัย แสดงความเขาใจและยอมรับวาความไม
แนนอน ความไมชัดเจนสามารถเกิดขึน้ ไดเสมอ และคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตรใด ๆ สามารถเขาใกลความจริง
ทางธรรมชาติ แตย ังไมสิ้นสดุ จงึ ตอ งมุงมน่ั ในการสบื เสาะคนหาเพ่ืออธบิ ายปรากฏการณเหลานั้นอยางตอเน่ือง
ไมทอถอย

233

ระดบั สมรรถนะการอยูร วมกบั ธรรมชาตแิ ละวทิ ยาการอยา งยงั่ ยนื

ระดับการพัฒนา ระดับความสามารถ
ระดบั คำบรรยายระดับ ป.1-3 ป.4-6 ม.1-3 ม.4-6
ชา งสงสัย มจี นิ ตนาการ สงั เกต ซกั ถาม เก็บรวบรวมขอมูลอยาง
กระตือรอื รน บอกขอเทจ็ จรงิ ลงความเหน็ จากการสงั เกต จำแนก
1 ความแตกตา งของขอ มูล นำเสนอขอมูลในรปู แบบที่เหมาะสม และ
อธบิ ายสถานการณที่เกยี่ วขอ งกบั ตนเองและส่ิงรอบตวั ทำกิจกรรม เรมิ่ ตน
กิจวัตรตาง ๆ และแกปญหาโดยใชค วามรูคณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และ/
หรือเทคโนโลยี ใชเทคโนโลยีอยา งปลอดภัยและเหมาะสม มีสวนรวมใน
การดูแลส่ิงแวดลอมรอบตัว ใชส่งิ ของอยางประหยดั
ชา งสงสยั กระตอื รือรน ในการต้ังคำถามและรวบรวมขอมูลโดยใช
เครอื่ งมอื อยางงา ย อานขอมูลและลงขอ สรปุ เพอื่ อธบิ ายสาเหตขุ อง
2 สถานการณใกลตัวจากความสัมพนั ธของหลกั ฐานท่รี วบรวมได แกปญ หา
จากสถานการณใ กลตวั หรือสง่ิ แวดลอมโดยใชค วามรูคณิตศาสตร กำลงั
วทิ ยาศาสตร และ/หรือเทคโนโลยี ใชเทคโนโลยอี ยางปลอดภัย และ พฒั นา

เหมาะสม มีสวนรวมในการดูแลสงิ่ แวดลอมในโรงเรียนหรือชุมชน
ใชส ่งิ ของอยา งใสใจและรคู ุณคา
กระตือรอื รน และมีฉันทะในการใฝหาความรู ตั้งคำถามทีน่ ำไปสกู ารหา
คำตอบและรวบรวมขอมลู โดยใชเคร่อื งมืออยางงา ย เลือกรปู แบบ
การนำเสนอ วเิ คราะห และประเมนิ ความนา เชอ่ื ถือของขอ สรปุ อธิบาย
3 สาเหตุของปรากฏการณจากหลักฐานท่ีรวบรวมไดและเช่ือมโยงผลที่มีตอ
ชวี ิตและส่งิ แวดลอ มในชมุ ชน ออกแบบแนวทางและลงมือแกปญหา สามารถ เรม่ิ ตน
จากสถานการณใกลต ัวหรือส่ิงแวดลอมโดยใชค วามรูคณิตศาสตร
วทิ ยาศาสตร และ/หรอื เทคโนโลยี ใชเ ทคโนโลยีอยา งปลอดภยั และ
เหมาะสม ใสใ จ ดูแลสงิ่ แวดลอมในบริเวณบาน โรงเรียน หรือชุมชน
ของตนเอง ใชทรัพยากรธรรมชาตอิ ยางรูคณุ คา
รวบรวมขอมูลอยางซ่ือสตั ย ออกแบบและเลือกใชเ ครอ่ื งมือทีเ่ หมาะสม
ประเมนิ ความนาเชอื่ ถือของขอ มลู วิเคราะหขอมูลทีจ่ ดั การเพอ่ื ลงขอสรุป
อธิบายสาเหตแุ ละกระบวนการของปรากฏการณจากหลกั ฐานทีร่ วบรวม
4 ไดโดยใชค วามรูในศาสตรต า ง ๆ และเชื่อมโยงผลตอธรรมชาติ และ เหนอื
สง่ิ แวดลอ มในชุมชน คาดการณเกีย่ วกับปรากฏการณโ ดยอาศยั หลักวชิ า ความ กำลัง
และไมม ีอคติ ออกแบบแนวทางและลงมอื แกปญ หาจากสถานการณ คาดหวงั พฒั นา

ตาง ๆ ในธรรมชาติหรือสงิ่ แวดลอม โดยใชค วามรูคณิตศาสตร
วทิ ยาศาสตร และเทคโนโลยี ใชเทคโนโลยีตามวตั ถปุ ระสงคอยา งคมุ คา
และปลอดภัย รบั รูและมจี ิตสำนึกในการดแู ลธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม

ใสใ จ และมีฉันทะในการใฝหาความรู สงั เกต ตั้งคำถามทนี่ ำไปสูการหา
คำตอบเก่ยี วกบั ปรากฏการณท่วั ไป ประเมินและเลือกวธิ ีการรวบรวม
ขอ มลู ทีส่ อดคลอ งกับคำถาม ประเมนิ ความนา เชอื่ ถอื ของขอมูล จดั การ
และนำเสนอขอ มูลหลายประเภทไดอ ยางเหมาะสม วเิ คราะหแ ละเลือก
ชุดขอ มลู ที่สอดคลองกบั สมมตฐิ าน และประเมินขอสรปุ และขอกลาวอาง
5 อธิบายสาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณจากหลกั ฐานทรี่ วบรวม
ไดโ ดยใชความรูในศาสตรต าง ๆ และเช่ือมโยงผลตอธรรมชาติ และ สามารถ เรม่ิ ตน
สง่ิ แวดลอ มในชมุ ชน คาดการณเ กย่ี วกับปรากฏการณโดยอาศัยหลักวิชา
อยา งมเี หตุผลและไมมีอคติ แกป ญหาปจจบุ นั ทเี่ ก่ยี วของกับ
การเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณตา ง ๆ ในระบบธรรมชาติ โดยใช
ความรคู ณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และเทคโนโลยี ใชเ ทคโนโลยีอยา งคุมคา
ปลอดภัย และเหมาะสม รับรูและเหน็ ตัวเองเปน สวนหน่ึงของระบบ
ธรรมชาติ ใชท รัพยากรธรรมชาตติ ามความจำเปน

234

ระดับการพัฒนา ระดับความสามารถ
ระดบั คำบรรยายระดับ ป.1-3 ป.4-6 ม.1-3 ม.4-6
มงุ มัน่ ในการหาสาเหตุของปรากฏการณ ออกแบบวิธีการรวบรวมขอ มลู
วิเคราะหแ ละนำเสนอขอ มูลท่ีคอนขางซับซอนและประเมินความสมเหตุ
สมผลของขอสรปุ และการอนมุ าน ยอมรบั และยินดเี ปลยี่ นแปลงขอ สรุป
เม่ือมหี ลักฐานทนี่ าเช่ือถอื เพยี งพอ อธิบายสาเหตแุ ละกระบวนการของ
ปรากฏการณจากหลกั ฐานทรี่ วบรวมไดโดยใชค วามรูในศาสตรต าง ๆ
เหนอื กำลัง
6 และเชื่อมโยงผลตอ ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มในระดับประเทศอยา งเปน ความ พัฒนา
ระบบ คาดการณเ กีย่ วกับปรากฏการณโดยอาศยั หลักวิชาและขอมลู คาดหวงั
รอบดาน แกปญหาอยางเปนระบบดว ยคณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร และ
เทคโนโลยี และปฏิบตั ิตนเพื่ออยูรวมกับการเปล่ยี นแปลงของ
ปรากฏการณในระบบธรรมชาตไิ ดอ ยางเหมาะสม ใชเ ทคโนโลยีโดย
คำนงึ ถึงผลกระทบตอ ตนเอง สงั คมและสง่ิ แวดลอม และรูเทา ทันในการ
ส่อื สารผา นโลกดิจิทัล ใชท รัพยากรธรรมชาตอิ ยางมคี วามรับผดิ ชอบ

มุงม่ัน อดทน และจดจอในการหาสาเหตุของปรากฏการณท่ีคอ นขา ง
ซบั ซอ น สังเกต ตัง้ คำถาม ออกแบบ ประเมิน และปรบั ปรงุ วธิ ีการ
และเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอ มูล ตรวจสอบและประเมิน
ความนาเช่อื ถอื ของขอมลู ประเมินและปรบั ปรงุ การนำเสนอขอมูล
ใหเหมาะสม ใชความรูในการประเมินความสมเหตสุ มผลของขอสรปุ
และการอนมุ าน อธิบายสาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณ
7 จากหลักฐานที่รวบรวมได และใชความรู หลกั การ ทฤษฎี หรอื กฎ
และเชอ่ื มโยงผลตอ ชวี ิต ธรรมชาติและส่งิ แวดลอมในระดบั ประเทศ สามารถ เรมิ่ ตน
อยางเปน ระบบ พยากรณเกย่ี วกบั ปรากฏการณอยางสมเหตุสมผลและใช
ขอ มลู รอบดา น แกปญ หาเฉพาะหนาท่ีไมค าดคดิ เกี่ยวกับการดำเนินชีวติ
ของมนษุ ย ส่งิ แวดลอม และธรรมชาติ ดวยคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร
และเทคโนโลยี มีสวนรวมในการปกปอ งหรอื ฟน ฟสู ิ่งแวดลอมในโรงเรียน
หรือชมุ ชน โดยเสนอแนวทาง นำไปปฏิบตั ิ ตรวจสอบผลและปรบั ปรุง
วธิ กี าร ใชเทคโนโลยโี ดยคำนึงถึงผลที่เกิดขน้ึ ตอ ตนเอง สังคม และ
ส่ิงแวดลอม สรางและแบง ปนขอมูลอยางปลอดภยั
สรางโครงงานตามหัวขอ ท่กี ำหนด โดยต้ังคำถาม กำหนดขอบเขตท่ศี กึ ษา
ออกแบบ ประเมิน และปรบั ปรุงวิธีการรวบรวมขอ มลู วเิ คราะหขอ มูล
และเลือกการอนุมานทต่ี รงกับเง่อื นไขและขอ จำกัดอยา งมเี หตผุ ล อธบิ าย
สาเหตแุ ละกระบวนการของปรากฏการณท ่ีซบั ซอ นจากหลักฐาน
ที่รวบรวมได โดยใชความรู หลกั การ ทฤษฎี กฎ และปจจัยตาง ๆ
ทเี่ กีย่ วของ และเช่อื มโยงผลตอ ชวี ติ ส่ิงแวดลอ ม และธรรมชาติอยา งเปน
8 ระบบ พยากรณเ ก่ียวกบั ปรากฏการณอยา งสมเหตุสมผล ใชขอมลู รอบ เหนอื
ดา นและนาเช่ือถือ วเิ คราะหป ญ หาในเชงิ ระบบจากสถานการณท ีซ่ ับซอ น ความ กำลงั
ในธรรมชาติ แกปญหาอยางเปน ระบบและมวี จิ ารณญาณดวย คาดหวงั พฒั นา

คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และเทคโนโลยี มีสว นรว มสรางสมดุลเพ่ือ
การดำรงชวี ิตในธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของชมุ ชนโดยเสนอแนวทาง
นำไปปฏิบัติ ตรวจสอบผลและปรบั ปรงุ วธิ ีการอยางมุงม่นั อดทน
ใชเทคโนโลยที ่หี ลากหลายในการทำงาน และจัดการผลที่เกดิ ขึน้ เคารพ
กฎหมาย มจี ริยธรรม เหน็ คุณคาของระบบธรรมชาตโิ ดยปรับตัวใหอ ยู
รว มกันไดอยางสมดุล

สรางโครงงานตามความสนใจ โดยต้งั คำถาม วิเคราะห สงั เคราะห
หลกั การหรือทฤษฎีอยา งรอบดานเพื่อออกแบบวธิ ีการรวบรวมขอมูล
9 ประเมนิ และปรบั ปรุงการนำเสนอขอ มูล วเิ คราะหขอ มูลเพอื่
การอนมุ าน เลอื กใชโ มเดลในการวเิ คราะหข อมูลเพื่อนำไปสูขอ สรุปและ สามารถ

ตอบขอสงสยั อธิบายสาเหตแุ ละกระบวนการของปรากฏการณท่ซี บั ซอน
และสนใจโดยบรู ณาการความรูหลากหลายสาขาวิชาและเช่อื มโยงผล

235

ระดบั การพัฒนา ระดับความสามารถ
ระดบั คำบรรยายระดับ ป.1-3 ป.4-6 ม.1-3 ม.4-6
ตอธรรมชาติ วเิ คราะหปญหาในเชงิ ระบบจากสถานการณในระบบ
ธรรมชาติ แกป ญ หาอยา งเปนระบบและมวี จิ ารณญาณโดยบูรณาการ
ศาสตรตา ง ๆ อยางแนว แน ไมยอ ทอ ปฏิบตั ติ นเพ่อื ดำรงชีวติ ใน
ธรรมชาติและส่ิงแวดลอมอยา งสมดุล มีสว นรว มในการสรางจิตสำนึกของ
คน
ในชุมชน โดยเสนอแนวทางในการปกปองหรอื ฟน ฟู และอยูรวมกับ
ธรรมชาติและส่ิงแวดลอมไดอยา งเหมาะสมและย่งั ยืน ใชเ ทคโนโลยี
เพื่อสง เสริมการสรางอาชพี และโอกาสในการแขง ขนั รเู ทาทัน
การเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี
วิเคราะห สังเคราะหห ลักการหรือทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยท่เี กย่ี วขอ ง
เพอื่ กำหนดขอบเขตโครงงานท่ีศึกษา ออกแบบวธิ กี ารรวบรวมขอมลู เหนือ
อยา งมปี ระสิทธภิ าพและสรางสรรค ประเมนิ จดุ แขง็ ของชุดขอ มูล สรา ง ความ
และยนื ยันความถกู ตอ งของขอ สรปุ อธิบายสาเหตุ กระบวนการ และ คาดหวัง
ความสมั พันธข องปรากฏการณท ซี่ ับซอ นในระบบธรรมชาติโดยบรู ณา

10 การความรใู นศาสตรตา ง ๆ วิเคราะหความสัมพนั ธเชงิ เหตแุ ละผลท่ีเปน
จดุ วิกฤตซงึ่ มผี ลตอ ความอยรู อดของมนุษยแ ละโลกจากสถานการณ
ในระบบธรรมชาติ สรางนวตั กรรมเพือ่ แกป ญ หาอยางเปน ระบบ
สรา งสรรค และมวี ิจารณญาณ โดยบรู ณาการศาสตรต าง ๆ อยา งมุง ม่นั
และเด็ดเด่ยี ว สรา งจิตสำนึกของคนในชมุ ชน ปกปองหรือฟน ฟู และ
อยรู ว มกับธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มไดอยา งสมดลุ และยัง่ ยืน ใช
เทคโนโลยเี พ่อื สง เสรมิ การสรางอาชีพหรอื การเพ่ิมมูลคาของผลผลิต
และโอกาสในการแขง ขัน คำนึงถงึ ผลที่จะเกิดขน้ึ อยางรอบดา น

พฤติกรรมบง ชต้ี ามระดบั สมรรถนะการ

ระดบั คำนิยามบรรยายระดบั การเขา ใจปรากฏการณท ีเ่ กดิ ขน้ึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

๑ ชางสงสยั มจี นิ ตนาการ สงั เกต การสงั เกตและการรับรูขอ มลู การม

ซักถาม เก็บรวบรวมขอมลู อยาง - สังเกตโดยการใชประสาทสมั ผสั ท้งั หา และลง - ใชค

กระตอื รอื รน บอกขอ เท็จจริง ลง ความเหน็ จากประสบการณของตนเองเพือ่ กบั คณ

ความเหน็ จากการสงั เกต จำแนก เช่ือมโยงความหมายของขอเท็จจรงิ ในมติ ิการ วทิ ยา

ความแตกตา งของขอมูล นำเสนอ รบั รดู านตาง ๆ เชน มกี ล่นิ หอมเย็น มกี ลน่ิ เหม็น กจิ วตั

ขอ มูลในรูปแบบท่เี หมาะสม และ เขียว มเี สียงหวาน เหมา

อธิบายสถานการณทีเ่ ก่ียวของกับ - ซักถามเกี่ยวกับส่งิ รอบตวั ทีส่ นใจ

ตนเองและสิ่งรอบตวั ทำกิจกรรม - เกบ็ รวบรวมและบนั ทกึ ขอ มลู จากธรรมชาติ

กิจวตั รตาง ๆ และแกปญหาโดยใช และสถานการณใกลต ัวจากคำถามของครูหรือ

ความรคู ณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร ดว ยวิธกี ารของตนเอง

และ/หรอื เทคโนโลยี ใชเทคโนโลยี การจดั การและสือ่ ความหมายขอมูล
อยา งปลอดภยั และเหมาะสม มสี วน - จำแนกความเหมือนและความแตกตางของ
รว มในการดูแลสิ่งแวดลอมรอบตัว ใช
ส่ิงของอยา งประหยัด ขอมลู และใหเหตผุ ลเชิงเปรยี บเทียบในมิติของ

ความสั้นยาว หนักเบา มากนอ ย ชา เร็ว รอ นเยน็

สสี ันท่ีแตกตา งกนั กลิ่นรส ดงั เบา สวา งมดื ตาม

ขอ เท็จจรงิ ที่รวบรวมไดดวยภาษาของตนเอง

รอยูร วมกับธรรมชาตแิ ละวิทยาการอยา งย่ังยนื 236

พฤติกรรมบง ช้ี

ารเช่อื มโยงความสัมพันธ การสรา ง ใช และรูเทา ทนั การมีคุณลกั ษณะทาง
งคณติ ศาสตร วิทยาศาสตร วิทยาการเทคโนโลยี
ละเทคโนโลยีเพ่อื การอยู คณิตศาสตรและ
วิทยาศาสตรส ำหรบั การอยู
วมกนั กบั ธรรมชาตอิ ยาง รวมกบั ธรรมชาตอิ ยา งยงั่ ยนื
ย่งั ยนื

มองเหน็ ความเช่อื มโยง การสรางและใชเทคโนโลยี การมคี ณุ ลกั ษณะทาง

ความรูความเขาใจท่เี ก่ียวของ - สรา งของเลนหรอื ชิ้นงานเพอ่ื คณติ ศาสตรแ ละวทิ ยาศาสตร

ณิตศาสตร และ/หรือ ขยายความสามารถของตนเองใน - ชา งสังเกตและมจี นิ ตนาการ

าศาสตรในการทำกิจกรรม การเลน ทำงาน และใชชวี ติ อยาง - ชา งสงสยั และกระตอื รือรนใน

ตรตา ง ๆ และแกปญหาไดอ ยา ง สะดวก การซักถามและหาคำตอบ

าะสมตามวัย - ใชส่ิงของรอบตัวไดถ กู ตอ งตาม เกี่ยวกบั สิง่ รอบตัวที่สงั เกตได

คำแนะนำ โดยคำนงึ ถึงความ การอยรู ว มกบั ธรรมชาตอิ ยา ง
ปลอดภยั ตอ ตนเองและผอู ่ืน ยั่งยืน

ความฉลาดทางดิจทิ ัล - รบั รูส ง่ิ รอบตวั และการ

- ใชคอมพิวเตอร แท็บเล็ต หรอื เปลี่ยนแปลงของส่ิงรอบตัวโดย

เทคโนโลยีดิจิทัลอ่ืน ๆ ใน บอกความสมั พนั ธของสง่ิ รอบตัวท่ี

ชีวติ ประจำวนั ไดถ ูกตอ งตาม เชือ่ มโยงกบั ตนเอง

คำแนะนำ และปฏิบัติตามขอตกลง - มสี ว นรว มในการดูแล

ในการใชง าน การแบง เวลา สง่ิ แวดลอมในบริเวณบา นของ

ตนเอง

- ใชส ิง่ ของในชีวิตประจำวันอยา ง

ประหยัด ไมเหลือทิ้ง

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดบั การเขา ใจปรากฏการณที่เกดิ ข้นึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

- นำเสนอขอมูลในรปู แบบของรูปภาพ
สัญลักษณ แผนภาพ แผนภูมิอยางงา ยดว ย
ตนเองหรือจากการชวยเหลอื ของครู
- อานและลงขอ สรปุ จากขอ มูลที่นำเสนอ
ดว ยตนเองหรอื จากการชวยเหลอื ของครู

การอธบิ ายปรากฏการณ
- บอกขอเทจ็ จริงจากการสังเกตสถานการณใกล
ตัวท่ีสนใจท่ีสอดคลอ งกบั ขอมลู ทีร่ วบรวมได
และ/หรอื อธบิ ายดว ยแบบรปู (pattern) อยาง
งา ย

พฤติกรรมบงช้ี การสรา ง ใช และรูเทา ทนั 237
วิทยาการเทคโนโลยี
ารเชื่อมโยงความสัมพนั ธ การมีคุณลักษณะทาง
งคณิตศาสตร วิทยาศาสตร คณิตศาสตรแ ละ
ละเทคโนโลยีเพ่อื การอยู
วมกันกบั ธรรมชาตอิ ยาง วทิ ยาศาสตรส ำหรบั การอยู
รวมกับธรรมชาติอยา งยง่ั ยนื
ยง่ั ยืน

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดับ การเขา ใจปรากฏการณทเ่ี กดิ ขน้ึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

๒ ชางสงสัย กระตือรอื รนในการต้ัง การสังเกตและการรับรขู อมูล การม
- สังเกตและต้งั คำถามในส่ิงรอบตวั ที่สนใจ เช่ือม
คำถามและรวบรวมขอมลู โดยใช

เคร่ืองมืออยา งงาย อานขอ มูลและลง - เก็บรวบรวมขอมูลโดยใชเคร่ืองมอื อยา งงา ย - ใชค

ขอสรปุ เพือ่ อธบิ ายสาเหตขุ อง และบันทึกขอมูล จากคำถามของครหู รอื ดวย คณติ

สถานการณใ กลตัวจากความสมั พันธ วิธีการของตนเอง อธิบา

ของหลกั ฐานทีร่ วบรวมได แกปญ หา การจัดการและสื่อความหมายขอมลู ใกลต
จากสถานการณใ กลตัวหรือ - อานและลงขอ สรุปจากรปู ภาพ สญั ลักษณ - ระบ
ส่งิ แวดลอ มโดยใชความรูคณติ ศาสตร หรอื ส
วิทยาศาสตร และ/หรอื เทคโนโลยี ใช แผนภาพ แผนภูมิอยางงา ย หรือช

เทคโนโลยีอยางปลอดภยั และ การอธิบายปรากฏการณ การป
เหมาะสม มสี วนรวมในการดแู ล - อธบิ ายสาเหตุของสิ่งรอบตัว โดยใช กระบ
สิ่งแวดลอ มในโรงเรียนหรือชมุ ชน ใช ธรรม
ส่ิงของอยา งใสใ จและรคู ุณคา ความสมั พันธของขอ มูลหรอื หลกั ฐานทร่ี วบรวม - อธิบ

ได

สถาน

ในบร

ตนเอ

ความ

วิทยา

พฤติกรรมบงชี้ 238

ารเชือ่ มโยงความสมั พันธ การสรา ง ใช และรเู ทา ทนั การมีคุณลักษณะทาง
งคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร วทิ ยาการเทคโนโลยี
ละเทคโนโลยเี พื่อการอยู คณติ ศาสตรและ
วิทยาศาสตรส ำหรบั การอยู
วมกันกับธรรมชาตอิ ยาง รว มกบั ธรรมชาตอิ ยางย่งั ยนื
ยั่งยนื

มองเหน็ ปญ หาและความ การสรางและใชเทคโนโลยี การมีคณุ ลักษณะทาง

มโยง - สรางช้ินงานและเครอื่ งมือเพือ่ คณิตศาสตรแ ละวทิ ยาศาสตร

ความรูที่เกย่ี วขอ งกบั ขยายความสามารถของตนเองใน - ชางสงสยั และกระตือรอื รนใน

ตศาสตร และวทิ ยาศาสตรเ พ่ือ การเลน ทำงาน และใชช วี ิตอยา ง การต้งั คำถาม คาดการณ และหา

ายสิง่ รอบตวั หรอื สถานการณ สะดวก คำตอบหรือแกป ญหา

ตวั - ใชสง่ิ ของรอบตัวไดถกู ตองตาม การอยรู ว มกับธรรมชาติอยาง
บปุ ญ หาจากสถานการณใ กลต วั หนาทีใ่ ชสอย โดยคำนงึ ถงึ ความ ยงั่ ยืน
สิ่งแวดลอ มในบรเิ วณโรงเรยี น ปลอดภยั ตอตนเองและผูอนื่ - มีสวนรวมในการดูแล
ชุมชน
ความฉลาดทางดิจิทัล สิ่งแวดลอมในบริเวณโรงเรียน

ประยุกตใ ชความรูและทกั ษะ - ใชเทคโนโลยีดิจิทลั โดยคำนงึ ถึง หรือชุมชนของตนเอง

บวนการเพื่ออยูร วมกับ สุขภาพของตนเอง จัดเวลาและ - ใชส ่งิ ของในชีวิตประจำอยางใส

มชาติ สรางปฏิสมั พันธก ับคนในโลกดจิ ิทลั ใจและรคู ณุ คา

บายแนวคิดการแกปญ หาจาก และชวี ติ จริงใหเ หมาะสม

นการณใ กลตวั หรือสงิ่ แวดลอม

รเิ วณโรงเรียนหรือชุมชนของ

องดวยภาษาของตนเอง โดยใช

มรูทางคณิตศาสตร และ/หรือ

าศาสตร และแกปญ หาอยางงา ย

ระดบั คำนิยามบรรยายระดบั การเขา ใจปรากฏการณท เี่ กดิ ขน้ึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

๓ กระตือรอื รน และมฉี ันทะในการใฝหา การสงั เกตและการรับรูขอมลู การม

ความรู ตงั้ คำถามทีน่ ำไปสกู ารหา - สงั เกตและตัง้ คำถามโดยมสี มมติฐานถึงสาเหตุ เชื่อม
คำตอบและรวบรวมขอมูลโดยใช ของปรากฏการณอยางงา ย
- ระบ
เคร่อื งมอื อยา งงา ย เลอื กรปู แบบการ - ออกแบบการบันทึกขอมูล รวบรวมขอมูลโดย ความ
นำเสนอ วเิ คราะห และประเมิน ใชเคร่ืองมอื อยางงาย
สง่ิ แว

ความนาเชื่อถอื ของขอ สรุป อธิบาย การจัดการและส่อื ความหมายขอมลู ตนเอ
สาเหตุของปรากฏการณจ ากหลกั ฐาน - เลือกรูปแบบการนำเสนอทเี่ หมาะสมกบั ขอมลู
ที่รวบรวมไดและเช่ือมโยงผลทีม่ ีตอ และนำเสนอขอ มูลในรูปแบบของรูปภาพ การป
ชีวิตและสิง่ แวดลอ มในชมุ ชน สญั ลกั ษณ แผนภาพ ตาราง แผนภูมิ กระบ
ออกแบบแนวทางและลงมอื - วเิ คราะหข อมลู และลงขอสรปุ จากรูปภาพ ธรรม
แกป ญหาจากสถานการณใกลต วั หรอื สัญลักษณ แผนภาพ แผนภมู ิ ตาราง - ออก
สงิ่ แวดลอ มโดยใชค วามรคู ณติ ศาสตร - ประเมินความนาเช่อื ถอื และความสมเหตุสมผล เปน ไ
วทิ ยาศาสตร และ/หรอื เทคโนโลยี ใช ของขอ สรปุ จากหลกั ฐานที่รวบรวมได คณติ
เทคโนโลยีอยางปลอดภยั และ การอธิบายปรากฏการณ เทคโน
เหมาะสม ใสใจ ดูแลสิ่งแวดลอมใน - อธบิ ายสาเหตุของปรากฏการณอ ยางงา ยจาก - ลงม
บริเวณบา น โรงเรียน หรือชุมชนของ หลักฐานที่รวบรวมได ใกลต
ตนเอง ใชทรัพยากรธรรมชาติอยางรู - อธิบายความเชอ่ื มโยงของปรากฏการณอ ยาง บา น
คุณคา ตามแ

งายทเี่ กี่ยวของกนั ซ่งึ มผี ลตอชวี ิตและ
สิ่งแวดลอ มในชมุ ชน

พฤตกิ รรมบงชี้ 239

ารเชอ่ื มโยงความสัมพันธ การมีคุณลกั ษณะทาง
คณติ ศาสตรแ ละ
งคณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร การสรา ง ใช และรูเทา ทนั
วทิ ยาศาสตรส ำหรบั การอยู
ละเทคโนโลยเี พือ่ การอยู วิทยาการเทคโนโลยี รว มกับธรรมชาติอยางยั่งยนื

วมกันกบั ธรรมชาตอิ ยาง การมคี ณุ ลกั ษณะทาง
คณิตศาสตรแ ละวทิ ยาศาสตร
ย่งั ยืน - กระตือรือรน และพยายามหา
สาเหตุของปรากฏการณตา ง ๆ
มองเห็นปญหาและความ การสรางและใชเทคโนโลยี หรอื แกป ญ หา และ มีฉันทะ
ฝกใฝใ นการคนควา หาความรทู ี่
มโยง - สรางชิ้นงานและเครื่องมือเพ่ือ ตนเองสนใจ
- เชอ่ื มนั่ ในคำอธบิ ายที่มีเหตผุ ล
บุปญ หาและมองเหน็ ระบบ ขยายความสามารถของตนเองใน จากหลกั ฐานทร่ี วบรวมได
- ใชเ หตผุ ลและความสัมพนั ธข อง
มสัมพนั ธข องธรรมชาติและ การเลน ทำงาน และใชช วี ิตอยาง ขอ มลู ซึง่ เปน ที่มาของ
ปรากฏการณตาง ๆ ในการสรา ง
วดลอมใกลต ัว และเชื่อมโยงกับ สะดวก และแกปญหาใน พฤตกิ รรมท่ีไมก อใหเกิดปญหาแต
เปน ผูรว มแกป ญหา
อง ชีวิตประจำวันอยา งเหมาะสม
การอยูรวมกบั ธรรมชาติอยาง
ประยุกตใ ชความรูและทักษะ - เลอื กใชส ิง่ ของในชวี ิตประจำวนั ย่ังยนื
บวนการเพ่ืออยูรว มกับ ไดถ กู ตอ งตามหนาท่ีใชสอย โดย - ใสใ จและดแู ลส่งิ แวดลอ มใน
มชาติ คำนึงถึงความปลอดภยั ตอตนเอง บริเวณบาน โรงเรยี น หรอื
และผอู ื่น ชุมชนของตนเอง
กแบบแนวทางการแกป ญ หาที่ - ใชท รพั ยากรธรรมชาตริ อบ
ตัวอยา งประหยัดและรคู ณุ คา
ไปได โดยใชความรูทาง ความฉลาดทางดิจิทลั

ตศาสตร วทิ ยาศาสตร และ/หรือ - รูจักขอ มลู สว นตัวและเลือก

นโลยี วิธกี ารท่เี หมาะสมในการปกปอง

มอื แกปญหาจากสถานการณ ขอ มูลสวนตัว

ตัว หรอื สง่ิ แวดลอมในบริเวณ - ใชเทคโนโลยีดิจทิ ลั ในการเรยี นรู

โรงเรยี น หรอื ชมุ ชนของตนเอง สืบคน ขอ มลู และสื่อสาร

แนวทางทอ่ี อกแบบไว - ระบุ แยกแยะถึงความเปนจริง

ของชีวติ และธรรรมชาตทิ แี่ ตกตา ง

จากโลกของเกมและสอ่ื ดิจิทัล

ระดบั คำนิยามบรรยายระดับ การเขา ใจปรากฏการณท เ่ี กดิ ข้นึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

๔ รวบรวมขอมลู อยางซือ่ สัตย การสงั เกตและการรบั รูขอมลู การม

ออกแบบและเลือกใชเ คร่อื งมือที่ - ออกแบบการบันทึกขอมูล รวบรวมขอมูลโดย เชอื่ ม
เหมาะสม ประเมนิ ความนาเชอ่ื ถือ เลอื กใชเ คร่อื งมอื ทเ่ี หมาะสม
- ระบ
ของขอมลู วิเคราะหขอ มูลที่จดั การ - ประเมนิ ความนาเช่ือถอื และความสมเหตุสมผล ทเ่ี กีย่
ของขอมูล
เพอื่ ลงขอ สรุป อธิบายสาเหตแุ ละ การจดั การและสือ่ ความหมายขอมลู ธรรม
กระบวนการของปรากฏการณจาก - จัดการและนำเสนอขอ มูลในรปู แบบท่ี ผลกร
หลักฐานทรี่ วบรวมไดโ ดยใชค วามรใู น เหมาะสมกับขอมลู และจุดประสงคในการ
ศาสตรต าง ๆ และเชือ่ มโยงผลตอ นำเสนอ การป
ธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มในชมุ ชน - วเิ คราะหขอมูลจำนวนมาก ลงขอสรปุ จาก กระบ
คาดการณเ ก่ียวกับปรากฏการณโ ดย ขอ มูลท่ีนำเสนอ และประเมนิ ความสมเหตุสมผล ธรรม
อาศยั หลกั วชิ าและไมม ีอคติ ของขอสรุป - ออก
ออกแบบแนวทางและลงมือ การอธิบายปรากฏการณ เปนไ
แกป ญ หาจากสถานการณตาง ๆ ใน - อธิบายสาเหตแุ ละกระบวนการของ คณิต
ธรรมชาติหรือสง่ิ แวดลอ ม โดยใช ปรากฏการณอ ยา งงา ยจากหลักฐานทร่ี วบรวมได เทคโน
ความรูคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร โดยใชความรูในศาสตรตา ง ๆ - แกป
และเทคโนโลยี ใชเทคโนโลยตี าม - อธิบายความเชือ่ มโยงของปรากฏการณอ ยา ง ในธร
วตั ถุประสงคอ ยา งคมุ คาและ งา ยท่ีเกี่ยวของกนั ซึ่งมีผลตอ ธรรมชาตแิ ละ แนวท

ปลอดภยั รับรแู ละมจี ิตสำนกึ ในการ สง่ิ แวดลอ มในชุมชน
-คาดการณเกยี่ วกับปรากฏการณอ ยางงาย โดย
ดูแลธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม อาศยั หลักวชิ าและขอมูลทร่ี วบรวมได

พฤติกรรมบง ช้ี 240

ารเชือ่ มโยงความสัมพันธ การมีคณุ ลักษณะทาง
คณิตศาสตรแ ละ
งคณติ ศาสตร วิทยาศาสตร การสรา ง ใช และรูเทา ทนั
วทิ ยาศาสตรส ำหรับการอยู
ละเทคโนโลยเี พือ่ การอยู วิทยาการเทคโนโลยี รวมกับธรรมชาติอยางยงั่ ยนื

วมกนั กบั ธรรมชาตอิ ยาง การมคี ณุ ลักษณะทาง
คณติ ศาสตรแ ละวิทยาศาสตร
ยั่งยืน - ใชเ หตุผลและความสมั พันธข อง
ขอ มลู ในการคาดการณ
มองเห็นปญ หาและความ การสรางและใชเทคโนโลยี ปรากฏการณตา ง ๆ โดย
ปราศจากอคติ
มโยง - สรางเครอ่ื งมือและอุปกรณเ พอ่ื - เกบ็ รวบรวมและนำเสนอขอมูล
ตามทีร่ วบรวมไดจริง
บปุ ญ หาจากสถานการณใกลต วั ขยายความสามารถของตนเองใน
การอยรู วมกับธรรมชาติอยา ง
ยวกับการเปล่ยี นแปลงของ การเลน ทำงาน และใชช ีวติ อยา ง ยงั่ ยนื
- รับรูป รากฏการณตาง ๆ โดย
มชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม และ สะดวก และแกป ญหาใน บอกการเปล่ยี นแปลงและ
ผลกระทบที่เกดิ ขึน้
ระทบทเ่ี กิดขึ้น ชีวิตประจำวัน - มีจิตสำนึกโดยไมเปนสว นหน่ึงท่ี
ทำใหเกิดความเสยี หายหรือการ
ประยกุ ตใ ชความรูและทกั ษะ - เลอื กใชเทคโนโลยี เพื่อแกปญหา เปลย่ี นแปลงท่สี งผลกระทบตอ
บวนการเพื่ออยูรวมกับ ในชีวิตประจำวัน และใชอยาง ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ ม
มชาติ คมุ คา ดว ยการนำกลับมาใชซำ้
(reuse) หรอื ลดการใช (reduce)
กแบบแนวทางการแกป ญหาท่ี

ไปได โดยใชความรูทาง ความฉลาดทางดิจิทลั

ตศาสตร วทิ ยาศาสตร และ - ใชเทคโนโลยีดิจทิ ัลในการเรยี นรู

นโลยี ส่อื สาร และทำงานไดตรงตามวตั ถุ

ปญ หาจากสถานการณต า ง ๆ ประสงคและเปน ประโยชน

รรมชาติหรอื ส่ิงแวดลอมตาม -ประเมนิ และปอ งกันความเสย่ี ง

ทางทอ่ี อกแบบไว จากการระรานทางไซเบอร

(cyberbullying management)

ระดบั คำนยิ ามบรรยายระดับ การเขา ใจปรากฏการณท ีเ่ กดิ ข้นึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

๕ ใสใ จ และมฉี ันทะในการใฝหาความรู การสงั เกตและการรับรูขอมลู การม

สงั เกต ตง้ั คำถามที่นำไปสกู ารหา - สงั เกตและต้งั คำถามโดยมีสมมติฐานถงึ สาเหตุ เชือ่ ม

คำตอบเกีย่ วกบั ปรากฏการณท ่ัวไป ของปรากฏการณท ั่วไป - ระบ

ประเมนิ และเลือกวธิ กี ารรวบรวม - ประเมินและเลือกวิธีการรวบรวมขอมูลท่ี ความ

ขอ มูลทีส่ อดคลอ งกับคำถาม ประเมนิ เหมาะสมกับบริบทและมีประสิทธิภาพโดย ผลขอ

ความนาเชือ่ ถือของขอ มลู จดั การ คำนึงถึงปจ จยั ตาง ๆ ท่ีเก่ยี วของกับขอสงสยั ปราก

และนำเสนอขอ มลู หลายประเภทได - ออกแบบการบันทกึ ขอมูล รวบรวมขอมลู ที่ ธรรม

อยางเหมาะสม วิเคราะหและเลอื ก สอดคลอ งกับวธิ กี ารที่เลือกมา ชวี ิตข

ชดุ ขอ มูลทีส่ อดคลองกบั สมมตฐิ าน - ประเมนิ ความนา เชื่อถอื และความสมเหตุสมผล

และประเมนิ ขอสรุปและขอ กลาวอา ง ของขอ มลู และหลักฐาน การป

อธบิ ายสาเหตแุ ละกระบวนการของ การจัดการและสอ่ื ความหมายขอมลู กระบ
ปรากฏการณจากหลกั ฐานที่รวบรวม
ไดโดยใชค วามรใู นศาสตรต าง ๆ ธรรม
และเชื่อมโยงผลตอธรรมชาติและ - จดั การและนำเสนอขอมูลหลายประเภทใน - แกป
สง่ิ แวดลอมในชุมชน คาดการณ รูปแบบรูปภาพ สัญลกั ษณ แผนภาพ แผนภูมิ ท่เี กี่ย
เกยี่ วกบั ปรากฏการณโ ดยอาศัยหลัก ตาราง หรอื กราฟ ไดอยา งเหมาะสมกบั ขอมลู ปราก
วชิ าอยา งมเี หตผุ ลและไมม อี คติ และตรงกับจุดประสงคในการนำเสนอ
แกป ญหาปจ จุบนั ท่ีเก่ียวของกบั การ ธรรม
เปล่ียนแปลงของปรากฏการณต าง ๆ - วิเคราะหขอมูลจากตาราง แผนภูมิ หรือกราฟ คณติ
เพื่อเลือกชุดขอมูลที่สอดคลองกับสมมติฐาน ลง เทคโน
ขอสรุปจากขอมูลที่นำเสนอ และประเมินความ

พฤตกิ รรมบงช้ี 241

ารเช่อื มโยงความสมั พนั ธ การสรา ง ใช และรเู ทา ทนั การมคี ณุ ลกั ษณะทาง
งคณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร วิทยาการเทคโนโลยี
ละเทคโนโลยเี พื่อการอยู คณติ ศาสตรแ ละ
วิทยาศาสตรส ำหรับการอยู
วมกนั กบั ธรรมชาติอยาง รวมกบั ธรรมชาติอยา งยัง่ ยนื
ยัง่ ยนื

มองเหน็ ปญ หาและความ การสรางและใชเทคโนโลยี การมีคุณลกั ษณะทาง

มโยง - สรา งเคร่ืองมือและอปุ กรณเ พอื่ คณิตศาสตรแ ละวทิ ยาศาสตร

บปุ ญ หา ผลกระทบ และ ขยายความสามารถของตนเองตาม - ใสใจและพยายามหาสาเหตุของ

มสมั พันธเ ช่ือมโยงท่ีเปนเหตุและ ความสนใจ และแกปญ หาจาก ปรากฏการณต า ง ๆ หรือ

องการเปลย่ี นแปลงของ สถานการณป จ จบุ ัน แกปญหา กระตือรอื รนและมี

กฏการณตา ง ๆ ในระบบ - เลือกใชเ ทคโนโลยี เพ่ือแกป ญหา ฉันทะ ฝกใฝในการคนควาหา

มชาตทิ ่ีเก่ียวของกบั การดำเนนิ จากสถานการณป จ จบุ ันในโรงเรียน ความรทู ีต่ นเองสนใจอยา ง

ของมนุษย หรือชมุ ชน และเลือกใชเ ทคโนโลยี เหมาะสม

อยา งคุมคา ดวยการนำกลับมาใชซ ้ำ - ใชขอมูลเพื่อเปนเหตุผล

ประยุกตใ ชความรูและทกั ษะ (reuse) ลดการใช (reduce) หรือ ประกอบการตดั สนิ ใจใน
บวนการเพ่ืออยรู ว มกบั แปรรูปแลวนำกลับมาใชใ หม กระบวนการแกป ญหา โดย
มชาติ (recycle) ปราศจากอคติ
ปญหาจากสถานการณป จจบุ นั - ไมแอบอางผลงานคนอ่ืนมาเปน
ความฉลาดทางดิจทิ ัล ของตน
ยวขอ งกับการเปลีย่ นแปลงของ - ใชเ ทคโนโลยีดิจิทลั ในการคนหา - ไมดว นตดั สนิ ใจหรอื ลงขอสรปุ
จดั การ และนำเสนอขอ มูลเพื่อการ เม่อื ยงั ไมมีหลกั ฐานทีน่ าเช่อื ถอื
กฏการณต า ง ๆ ในระบบ แกปญ หาอยางสรางสรรค เพยี งพอ
- เขา ใจโดยระบวุ าขอมลู บนสอื่
มชาติ โดยใชความรทู าง ดจิ ทิ ัลท่เี ปดเผยตอสาธารณะไมส ูญ การอยรู วมกับธรรมชาตอิ ยา ง

ตศาสตร วิทยาศาสตร และ

นโลยี

หายซง่ึ มผี ลตอภาพลักษณใ น ยั่งยืน

ระดบั คำนิยามบรรยายระดับ การเขา ใจปรากฏการณท่ีเกดิ ข้นึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

ในระบบธรรมชาติ โดยใชค วามรู สมเหตุสมผลของขอสรุปและขอกลาวอาง
คณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร และ (claim)
เทคโนโลยี ใชเ ทคโนโลยอี ยา งคุมคา
ปลอดภัย และเหมาะสม รบั รูแ ละ การอธบิ ายปรากฏการณ
เหน็ ตวั เองเปน สวนหน่งึ ของระบบ - อธิบายสาเหตุและกระบวนการของ
ธรรมชาติ ใชท รัพยากรธรรมชาติตาม ปรากฏการณทั่วไปจากหลักฐานที่รวบรวมได
ความจำเปน โดยใชความรใู นศาสตรตา ง ๆ
- อธิบายความเช่อื มโยงกนั อยา งเปน ระบบของ
ปรากฏการณท่ัวไปที่เก่ียวของกนั ซง่ึ มผี ลตอ
ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มในชมุ ชน
- คาดการณเกี่ยวกบั ปรากฏการณท่วั ไปอยาง
สมเหตุสมผลโดยอาศยั หลักวชิ าและขอ มลู ที่
รวบรวมได

พฤตกิ รรมบง ช้ี 242

ารเชื่อมโยงความสมั พนั ธ การสรา ง ใช และรเู ทา ทนั การมคี ณุ ลกั ษณะทาง
งคณิตศาสตร วทิ ยาศาสตร วทิ ยาการเทคโนโลยี
ละเทคโนโลยเี พ่อื การอยู คณติ ศาสตรและ
วทิ ยาศาสตรส ำหรบั การอยู
วมกันกบั ธรรมชาติอยา ง รว มกบั ธรรมชาตอิ ยางย่ังยนื
ยั่งยนื

ปจ จุบนั และในอนาคตจงึ ตอง - รบั รเู ก่ียวกับระบบธรรมชาตโิ ดย

รกั ษาอตั ลักษณ (digital citizen บอกไดวาสง่ิ ตาง ๆ ในธรรมชาตมิ ี

identity) และรองรอยทางดจิ ิทัล ความสมั พนั ธเช่ือมโยงกนั อยา ง

(digital footprint) ของตนเองโดย เปนระบบ

การแสดงออกอยางเหมาะสม - เคารพระบบธรรมชาตแิ ละเหน็

ตวั เองเปน สวนหนง่ึ ของระบบ

โดยใชท รัพยากรธรรมชาติตาม

ความจำเปน และไมเปนสวนหนงึ่

ท่ีทำใหเกดิ ความเสยี หายหรือการ

เปลย่ี นแปลงท่สี ง ผลกระทบตอ

ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม

ระดบั คำนิยามบรรยายระดับ การเขา ใจปรากฏการณท เ่ี กดิ ข้นึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

๖ มุงม่ันในการหาสาเหตขุ อง การสงั เกตและการรับรขู อมลู การม

ปรากฏการณ ออกแบบวธิ กี าร - ออกแบบวิธีการรวบรวมขอมูลที่เหมาะสมกับ เชื่อม

รวบรวมขอมลู วิเคราะหแ ละนำเสนอ บริบทและมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงปจจัย - ระบ

ขอ มูลทีค่ อ นขา งซับซอนและประเมนิ ตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับขอสงสัย และรวบรวม ผลกร

ความสมเหตุสมผลของขอสรปุ และ ขอมลู ตามวิธีการทอี่ อกแบบ เชือ่ ม

การอนมุ าน ยอมรบั และยนิ ดี การจดั การและสอ่ื ความหมายขอมลู เปลย่ี
เปล่ียนแปลงขอ สรุปเมือ่ มีหลักฐานท่ี - วิเคราะหและนำเสนอขอมูลที่คอนขางซับซอน ๆ ในร
นาเชอื่ ถือเพียงพอ อธบิ ายสาเหตุและ และหลายประเภทในรูปแบบรูปภาพ สัญลักษณ ปญ ห
กระบวนการของปรากฏการณจ าก แผนภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง กราฟ หรือ เกยี่ ว
หลักฐานที่รวบรวมไดโดยใชความรูใ น สมการ ไดอยางเหมาะสมกับขอมูลและตรงกับ มนษุ ย
ศาสตรตา ง ๆ และเชอื่ มโยงผลตอ จดุ ประสงคในการนำเสนอ
ธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมใน - วิเคราะหขอมูลจากตาราง แผนภูมิ หรือกราฟ การป
ระดบั ประเทศอยา งเปนระบบ เพื่อเลือกชุดขอมูลที่สอดคลองกับสมมติฐาน ลง กระบ
คาดการณเ ก่ียวกบั ปรากฏการณโดย ขอสรุปจากขอมูลที่นำเสนอ ประเมินความ ธรรม
อาศยั หลักวชิ าและขอ มูลรอบดา น สมเหตุสมผลของขอสรุป (conclusion) และ - เลอื
แกปญหาอยางเปนระบบดว ย การอนมุ าน (inference) กระบ
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร และ วทิ ยา
เทคโนโลยี และปฏบิ ัติตนเพ่ืออยู การอธิบายปรากฏการณ แกป ญ
รว มกับการเปลยี่ นแปลงของ ตนเพ
ปจ จุบ

พฤติกรรมบงช้ี 243

ารเชือ่ มโยงความสมั พันธ การมคี ุณลักษณะทาง
คณิตศาสตรและ
งคณติ ศาสตร วิทยาศาสตร การสรา ง ใช และรูเทา ทนั
วทิ ยาศาสตรส ำหรับการอยู
ละเทคโนโลยีเพอ่ื การอยู วิทยาการเทคโนโลยี รว มกับธรรมชาตอิ ยา งยงั่ ยนื

วมกันกับธรรมชาติอยา ง การมคี ณุ ลักษณะทาง
คณติ ศาสตรแ ละวิทยาศาสตร
ยั่งยืน - มุง มนั่ ในการหาสาเหตขุ อง
ปรากฏการณตา ง ๆ หรือ
มองเหน็ ปญหาและความ การสรางและใชเทคโนโลยี แกปญ หา
- ยอมรบั และยนิ ดีเปล่ียนแปลง
มโยง - สรางเครอื่ งมอื อุปกรณ และ การตัดสนิ ใจหรือขอสรุปเมื่อมี
หลักฐานท่นี าเช่อื ถอื เพียงพอ
บปุ ญหา คนหาสาเหตุ เลอื กใชเทคโนโลยีเพือ่ ขยาย
การอยูรว มกบั ธรรมชาติอยา ง
ระทบ และความสมั พันธ ความสามารถของตนเองในการ ย่ังยนื
- ตระหนักในความสมั พนั ธ
มโยงที่เปนเหตุและผลของการ แกป ญหาจากสถานการณป จ จบุ นั ระหวา งมนษุ ยก ับธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดลอมโดยปรับพฤตกิ รรมใน
ยนแปลงของปรากฏการณต า ง โดยคำนึงถงึ ผลกระทบตอสงั คม การใชทรพั ยากรธรรมชาติอยางมี
ความรบั ผิดชอบ
ระบบธรรมชาตแิ ละการเผชิญ และส่งิ แวดลอ ม

หาเฉพาะหนาทไ่ี มค าดคิดที่ ความฉลาดทางดิจทิ ัล
วของกับการดำเนินชวี ติ ของ - เขา ถึงและเลือกใชเทคโนโลยี
ย
ดจิ ทิ ัลและแอปพลิเคชันอยา ง

ประยกุ ตใ ชความรูและทักษะ หลากหลายเพ่อื การเรยี นรู การ

บวนการเพื่ออยูรว มกับ บรหิ ารจัดการ การทำงาน คำนึงถงึ

มชาติ ผลกระทบ รูเทา ทัน สรา งสรรค

อกใชความรู และทกั ษะ และเปนประโยชนตอ ตนเองและ

บวนการทางคณิตศาสตร ผูอน่ื

าศาสตร และเทคโนโลยีเพ่ือ - เขียนโปรแกรมในการสรา งแอป

ญหาอยา งเปนระบบและปฏบิ ัติ พลิเคชนั เบือ้ งตน เพื่อนำไปใชงาน

พื่ออยรู ว มกับสถานการณ

บนั ทเี่ กยี่ วของกบั การ

ระดบั คำนิยามบรรยายระดบั การเขา ใจปรากฏการณท ี่เกดิ ขน้ึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

ปรากฏการณในระบบธรรมชาตไิ ด - อ ธ ิ บ า ย ส า เ ห ตุ แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ข อ ง เปลย่ี
อยางเหมาะสม ใชเทคโนโลยโี ดย ปรากฏการณทั่วไปโดยคำนึงถึงปจจัยตาง ๆ ที่ ๆ ในร
คำนึงถึงผลกระทบตอ ตนเอง สงั คม เกี่ยวของกับขอสงสัย จากหลักฐานที่รวบรวมได เหมา
และส่งิ แวดลอม และรูเทา ทนั ในการ โดยใชความรใู นศาสตรตา ง ๆ
สือ่ สารผานโลกดจิ ิทลั ใช - อธิบายความเชือ่ มโยงกันอยา งเปนระบบของ
ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยางมีความ ปรากฏการณท ั่วไปโดยคำนงึ ถึงปจ จัยตา ง ๆ ที่
รับผดิ ชอบ เกยี่ วของซง่ึ มผี ลตอธรรมชาติและส่งิ แวดลอมใน
ระดับประเทศ
- คาดการณเกยี่ วกับปรากฏการณท ่วั ไปอยาง
สมเหตสุ มผลโดยอาศัยหลกั วชิ าและขอมลู ที่รอบ
ดา น

พฤตกิ รรมบงช้ี การสรา ง ใช และรูเทา ทนั 244
วทิ ยาการเทคโนโลยี
ารเชอื่ มโยงความสัมพันธ การมคี ณุ ลักษณะทาง
งคณติ ศาสตร วิทยาศาสตร คณติ ศาสตรและ
ละเทคโนโลยีเพอื่ การอยู
วมกันกับธรรมชาติอยาง วทิ ยาศาสตรส ำหรบั การอยู
รวมกับธรรมชาตอิ ยา งยัง่ ยนื
ยัง่ ยนื

ยนแปลงของปรากฏการณต าง

ระบบธรรมชาตไิ ดอ ยา ง

าะสม

ระดบั คำนิยามบรรยายระดบั การเขา ใจปรากฏการณท ีเ่ กดิ ข้นึ กา
บนโลกและในเอกภพ ของ

แล

รว

๗ มุง มั่น อดทน และจดจอ ในการหา การสงั เกตและการรบั รขู อ มลู การม

สาเหตขุ องปรากฏการณท ี่คอนขาง - สงั เกตและตัง้ คำถามโดยมีสมมติฐานถงึ สาเหตุ เชื่อม

ซบั ซอ น สังเกต ตั้งคำถาม ออกแบบ ของปรากฏการณท ี่คอ นขา งซับซอน - ระบ

ประเมนิ และปรับปรงุ วธิ กี ารและ - ออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการเก็บ สาเห

เคร่อื งมอื ในการเกบ็ รวบรวมขอ มูล รวบรวมขอมูล ประเมิน และปรับปรุงวิธีการ ความ

ตรวจสอบและประเมนิ ความ รวบรวมขอมูลที่เหมาะสมกับบริบทและมี ผลขอ

นา เชือ่ ถือของขอ มลู ประเมินและ ประสิทธิภาพโดยคำนึงปจจัยตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ปราก

ปรับปรงุ การนำเสนอขอ มลู ให กับขอสงสัย และรวบรวมขอมูลตามวิธีการท่ี ธรรม

เหมาะสม ใชค วามรใู นการประเมิน ออกแบบ เฉพา

ความสมเหตสุ มผลของขอสรปุ และ - ตรวจสอบและประเมนิ ความนาเชอื่ ถอื และ กบั กา

การอนุมาน อธิบายสาเหตแุ ละ ความสมเหตสุ มผลของขอ มูลทีค่ อนขา งซบั ซอ น สิง่ แว

กระบวนการของปรากฏการณจาก และหลายประเภท การป
หลักฐานที่รวบรวมได และใชค วามรู
หลักการ ทฤษฎี หรือกฎ การจัดการและส่ือความหมายขอมูล กระบ
และเชื่อมโยงผลตอชีวิต ธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอ มในระดบั ประเทศ - ประเมินและปรับปรุงการนำเสนอขอมูลที่ ธรรม
อยางเปนระบบ พยากรณเก่ียวกับ
ปรากฏการณอ ยางสมเหตุสมผลและ คอนขางซับซอนและหลายประเภทที่เกี่ยวของ - ประ
ใชขอมูลรอบดา น แกปญหาเฉพาะ
กันใหอยูในรูปแบบที่เหมาะสมและตรงกับ กระบ

จดุ ประสงคใ นการนำเสนอ และผรู ับสาร วทิ ยา

- วิเคราะหขอมูลที่คอนขางซับซอนและหลาย พจิ าร

ประเภทเพื่อเลือกชุดขอมูลที่สอดคลองกับ แกปญ


Click to View FlipBook Version