ปีการศึกษา ๒๕๖๓
หลักสตู รสถานศกึ ษา
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คานา
ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาสั่ง
กระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ คาส่ังสานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) และคาสั่งคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ที่ 921/2561 เร่ือง ยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด สาระท่ี 2 การออกแบบและ
เทคโนโลยี และสาระที่ 3 เทคโนโลยีสานสนเทศและการส่ือสาร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2561 และเปลี่ยนชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้
โดยมีคาสั่งให้โรงเรียนดาเนินการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้ใช้ในช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔
ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกาหนดจุดหมายและมาตรฐาน
การเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมี
ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของสานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
โรงเรียนบ้านสันป่าสัก จึงได้ทาการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช
๒๕๕๑ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การงานอาชีพ
และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนาไปใช้ประโยชน์และเป็น
กรอบในการวางแผนและพัฒนาหลกั สูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะ
สาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจน
เกณฑ์การวดั ประเมนิ ผลใหม้ ีความสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้ โดยมกี รอบแกนกลางเป็นแนวทางที่ชัดเจน
เพอื่ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพรอ้ มในการกา้ วสสู่ งั คมคุณภาพ และมีทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑
( นายชยั พร นธิ ิวิทยา )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้านสนั ปา่ สกั
ประกาศโรงเรยี นบา้ นสนั ป่าสกั
เรื่อง ใหใ้ ชห้ ลกั สตู รโรงเรยี นบ้านสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
……………………………….
ด้วยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาสั่ง
กระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาสั่งสานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ท่ี ๓๐/๒๕๖๑ ลงวนั ที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) และคาสัง่ คณะกรรมการการศึกษา
ขน้ั พน้ื ฐาน ท่ี 921/2561 เรื่อง ยกเลิกมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชวี้ ดั สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
และสาระที่ 3 เทคโนโลยีสานสนเทศและการส่ือสาร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตาม
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2561 และเปลี่ยนช่ือกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยมีคาส่ังให้
โรงเรียนดาเนินการใช้หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ และให้นาหลักสูตรไปใช้ในช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๔
และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมาให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดย
กาหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมี
พฒั นาการเต็มตามศักยภาพ มคี ุณภาพและมที ักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑ เพ่ือให้สอดคล้องกับนโยบายและ
เปา้ หมายของสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
โรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สักจึงไดท้ าหลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช ๒๕๖1 ตามแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียน คาอธิบายรายวิชาและเกณ์์
การจบการศึกษาท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ความพร้อมและจุดเน้นของสถานศึกษา และตอบสนอง
นโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ เพื่อให้มีความพร้อมในการกา้ วสู่สงั คมคุณภาพและมีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
ทง้ั น้ีหลักสูตรโรงเรยี นได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน เมอื่ วนั ที่
เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ จงึ ประกาศให้ใช้หลกั สูตรโรงเรียนต้ังแตบ่ ดั นเ้ี ปน็ ต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 15 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
ลงชอื่ ลงช่อื
( พระครูสถติ ปุญญาภินันท์ ) ( นายชัยพร นธิ ิวิทยา )
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก
โรงเรยี นบ้านสนั ป่าสกั
สารบญั
เรอื่ ง หนา้
คานา....................................................................................................................................................... ก
ประกาศการใชห้ ลกั สูตร.......................................................................................................................... ข
สารบญั .................................................................................................................................................... ค
สว่ นท่ี 1 ส่วนนา..................................................................................................................................... 1
ความนา........................................................................................................................................ 1
วิสัยทัศน์........................................................................................................................................ 2
จดุ หมาย........................................................................................................................................ 2
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค.์ .......................................................... 2
สว่ นท่ี 2 โครงสร้างหลกั สตู ร................................................................................................................... 5
โครงสรา้ งเวลาเรยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551................ 5
โครงสร้างหลกั สตู รช้นั ป.ี ................................................................................................................ 9
ส่วนท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั ................................................................................... 21
สว่ นที่ 4 รายวชิ าตามโครงสร้างหลกั สตู รและคาอธบิ ายรายวิชา......................................................... 29
คาอธบิ ายรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย.......................................................................... 31
คาอธบิ ายรายวิชากล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์....................................................................... 51
คาอธบิ ายรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.............................................. 71
คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม.................................. 97
คาอธบิ ายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นร้สู ุขศึกษาและพลศึกษา...................................................... 146
คาอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ................................................................................ 181
คาอธิบายรายวชิ ากลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี .................................................................... 213
คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ..................................................................... 244
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน.................................................................................................................... 272
สว่ นท่ี 5 เกณฑ์การจบการศกึ ษา............................................................................................................ 275
ภาคผนวก................................................................................................................................................. 281
คาสง่ั และประกาศสานักงานคณะการการสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน ……….……….………..…...……… 282
คาสั่งแตง่ ต้งั คณะกรรมการจดั ทาหลักสตู รโรงเรยี นบ้านสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช ๒๕6๑ …….…... 303
ส่วนท่ี 1
บทนา
ความนา
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใชม้ าตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้วี ดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ในกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ตามคาสงั่ กระทรวงศึกษาธกิ ารท่ี สพฐ.
1239/2560 ลงวนั ท่ี 7 สงิ หาคม 2560 และคาส่งั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ท่ี
30/2561 ลงวันที่ 5 มกราคม 2561 ให้เปลยี่ นแปลงมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชวี้ ดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้
คณติ ศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) และคาสัง่ คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ท่ี
921/2561 เรื่อง ยกเลิกมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัด สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระท่ี 3
เทคโนโลยสี านสนเทศและการส่อื สาร ในกลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2561 และเปลย่ี นชอ่ื กลุม่ สาระการเรยี นรู้
การใช้หลักสตู รที่ได้ปรบั ปรงุ กระทรวงศึกษาธกิ ารไดอ้ อกคาสงั่ ใหเ้ ร่มิ ใช้ในปกี ารศกึ ษา 2561 โดยให้ใช้
ในชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 และ 4 และใหเ้ ป็นหลักสตู รแกนกลางของประเทศ โดยกาหนดจดุ หมายและมาตรฐาน
การเรยี นรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทศิ ทางในการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียนมพี ัฒนาการเตม็ ตามศกั ยภาพ มีคุณภาพ
และมที กั ษะการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 เพอ่ื ใหส้ อดคล้องกบั นโยบายและเปา้ หมายของสานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
โรงเรยี นจึงไดจ้ ัดทาหลกั สตู รโรงเรยี นบ้านสันป่าสัก พุทธศักราช 2561 ตามแกนกลางการศกึ ษาขั้น
พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2561 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) ในกลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ
สาระภมู ิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี
เพื่อนาไปใช้ประโยชน์และเปน็ กรอบในการวางแผนและพฒั นาหลกั สูตรของสถานศึกษาและจัดการเรยี นการสอน
โดยมเี ป้าหมายในการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น ให้มีกระบวนการนาหลักสูตรไปสกู่ ารปฏิบตั ิ โดยมีการกาหนด
วิสัยทศั น์ จุดหมาย สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้วี ดั
โครงสร้างเวลาเรยี น ตลอดจนเกณฑก์ ารวดั ประเมนิ ผลใหม้ ีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ เปดิ โอกาสให้
โรงเรยี นสามารถกาหนดทิศทางในการจดั ทาหลกั สตู รการเรียนการสอนในแตล่ ะระดับตามความพร้อมและจดุ เน้น
โดยมีกรอบแกนกลางเปน็ แนวทางทช่ี ดั เจนเพอ่ื ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มีความพรอ้ มในการกา้ วสู่สงั คม
คณุ ภาพ มีความรอู้ ยา่ งแท้จรงิ และมีทกั ษะในศตวรรษที่ 21
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ัดทก่ี าหนดไวใ้ นเอกสารนี้ ชว่ ยทาใหห้ นว่ ยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ในทกุ ระดับ
เหน็ ผลคาดหวงั ที่ตอ้ งการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผเู้ รยี นทีช่ ดั เจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถช่วยให้หนว่ ยงานท่ี
เกยี่ วขอ้ งในระดับทอ้ งถน่ิ และสถานศึกษารว่ มกนั พฒั นาหลกั สูตรได้อย่างมัน่ ใจ ทาให้การจดั ทาหลกั สูตรในระดับ
สถานศกึ ษามีคณุ ภาพและมคี วามเปน็ เอกภาพยิ่งข้นึ อีกทั้งยงั ชว่ ยใหเ้ กดิ ความชัดเจนเรอ่ื งการวัดและประเมนิ ผล
การเรยี นรู้ และช่วยแกป้ ญั หาการเทยี บโอนระหวา่ งสถานศกึ ษา ดังนั้นในการพฒั นาหลกั สูตรในทกุ ระดบั ต้ังแต่
ระดบั ชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะทอ้ นคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ัดที่กาหนดไวใ้ น
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน รวมทั้งเปน็ กรอบทศิ ทางในการจดั การศึกษาทุกรปู แบบ และครอบคลุม
ผเู้ รยี นทุกกลุม่ เป้าหมายในระดบั การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๑
ท้ังนี้การจัดหลกั สตู รการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานจะประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายที่กาหนดไวไ้ ด้ ทุกฝ่ายท่ี
เกย่ี วขอ้ งท้งั ระดบั ชาติ ชุมชน ครอบครัวและบคุ คลตอ้ งรว่ มมอื กนั รบั ผิดชอบอยา่ งเปน็ ระบบและตอ่ เนื่อง ใน
กาวางแผนการดาเนนิ การ สง่ เสริม สนับสนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแกไ้ ขเพ่อื พฒั นาเยาวชนของชาติ
ไปสคู่ ณุ ภาพตามมาตรฐานทกี่ าหนดไว้
วิสัยทัศน์
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสันป่าสกั พทุ ธศกั ราช 2561 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) มงุ่ พัฒนานกั เรียนให้มคี วามรู้ สมรรถนะสาคญั ก้าวทัน
เทคโนโลยี มีทกั ษะชีวิต ทักษะอาชพี และทักษะในศตวรรษที่ 21 มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม ดาเนนิ ชวี ติ ตามวิถี
ประชาธิปไตยและยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มีจิตอาสารกั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม มสี ุขอนามยั ทีด่ ี รกั ษ์
ศิลปวัฒนธรรมไทยและทอ้ งถิน่ โดยใช้กระบวนการจัดการเรยี นรทู้ เี่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั และการสง่ เสรมิ ใหช้ ุมชน
และองค์กรต่าง ๆ เขา้ มามสี ว่ นร่วมในการจัดการศกึ ษา
จดุ หมาย
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ป่าสัก พทุ ธศักราช 2561 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน
พทุ ธศักราช 2560 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) มงุ่ พฒั นาผเู้ รียนให้เป็นคนดี มีปญั ญา มคี วามสขุ มีศกั ยภาพใน
การศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี จึงกาหนดเป็นจดุ หมายเพอื่ ใหเ้ กิดกับผู้เรยี น เม่อื จบการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน
ดงั น้ี
1. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณคา่ ของตนเอง มีวินยั และปฏิบัตติ นตาม
หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาทีต่ นนบั ถอื ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2. มีความรู้ ความสามารถในการสอื่ สาร การคดิ การแก้ปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี มที ักษะชวี ิตและ
ทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑
3. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ท่ีดี มสี ุขนิสยั และรักการออกกาลังกาย
4. มคี วามรกั ชาติ มีจิตสานกึ ในความเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ยดึ ม่นั ในวถิ ีชวี ิตและ การปกครองตาม
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
5. มีจิตสานกึ ในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทย การอนรุ กั ษ์และพัฒนาส่ิงแวดล้อม มจี ิต
สาธารณะทีม่ ุ่งทาประโยชนแ์ ละสรา้ งสง่ิ ที่ดงี ามในสงั คม และอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมอย่างมคี วามสุข
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนบ้านสันป่าสัก พุทธศักราช 2561 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานท่ีกาหนด ซ่ึงจะช่วยให้
ผู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสาคัญและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ดงั นี้
๒ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พุทธศักราช 2561
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
หลกั สตู รโรงเรียนบ้านสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561 มุง่ ให้ผู้เรียนเกดิ สมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดงั นี้
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ิธีการส่อื สาร ท่มี ปี ระสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง
และสังคม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพื่อนาไปสกู่ ารสรา้ งองคค์ วามรูห้ รอื สารสนเทศเพื่อ
การตัดสินใจเก่ยี วกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี าตดั สินใจท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคานงึ ถึงผลกระทบท่ีเกดิ ข้นึ ต่อตนเอง สังคมและส่งิ แวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนิน
ชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการ
สรา้ งเสริมความสมั พันธอ์ ันดรี ะหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขดั แย้งตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้
ทนั กับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการรู้จักหลีกเลย่ี งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ทีส่ ่งผลกระทบ
ตอ่ ตนเองและผอู้ ืน่
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน การ
แก้ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนบ้านสันป่าสัก พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้
อยา่ งมีความสุข ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดังนี้
มีคณุ ธรรมนาปญั ญา
๑) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒) ซื่อสตั ยส์ ุจรติ
๓) มีวนิ ยั
มีจติ อาสารกั ษ์สิง่ แวดลอ้ ม
๔) มีจิตสาธารณะ
๕) อนุรักษ์สงิ่ แวดลอ้ ม
ใช้ทกั ษะชวี ิต
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๓
๖) ใฝเ่ รยี นรู้
๗) มุ่งมัน่ ในการทางาน
๘) รกั ความเป็นไทย
๙) หา่ งไกลสารเสพติดและอบายมุข
ยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑๐) อยอู่ ย่างพอเพยี ง
๔ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561
สว่ นท่ี 2
โครงสร้างหลกั สูตร
โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน ซึ่ง
ระบุการจัดเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ส่วน
รายวิชาเพิ่มเตมิ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น สถานศึกษาสามารถจัดให้เหมาะสมสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และบริบท
ของสถานศกึ ษาโดยการกาหนดเวลาเรยี นในแต่ละระดับการศกึ ษา ซ่งึ สรุปไดด้ งั น้ี
ระดับประถมศึกษา กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานสาหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้
๘ กลุ่ม มีเวลาเรียนรวม ๘๔๐ ช่ัวโมงต่อปี กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๒๐ ชั่วโมงต่อปี และรายวิชา/กิจกรรมท่ี
สถานศึกษาจัดเพ่มิ เตมิ ตามความพรอ้ มและจุดเน้นไม่นอ้ ยกวา่ ๔๐ ช่ัวโมงตอ่ ปี รวมไมน่ ้อยกว่า ๑,๐๐๐ ช่วั โมงตอ่ ปี
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรยี นพนื้ ฐานสาหรับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ๘ กลุ่ม
มีเวลาเรียนรวม ๘๘๐ ชว่ั โมงตอ่ ปี (๒๒ หน่วยกติ ) กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๑๒๐ ชัว่ โมงตอ่ ปี และรายวิชา/กิจกรรม
ท่ีสถานศึกษาจัดเพ่ิมเติมตามความพร้อมและจุดเน้นปีละไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ชั่วโมงต่อปี รวมไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐
ชว่ั โมงต่อปี
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐานสาหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘
กลุ่ม มีเวลาเรียนรวม ๓ ปี จานวน ๑,๖๔๐ ช่ัวโมง (๔๑ หน่วยกิต) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๓๖๐ ช่ัวโมง และ
รายวชิ า/กิจกรรมท่สี ถานศกึ ษาจัดเพมิ่ เตมิ ตามความพร้อมและจุดเน้นปีละไม่น้อยกว่า ๑,๖๐๐ ช่ัวโมง (๔๐หน่วย
กิต) รวม ๓ ปี ไมน่ อ้ ยกว่า ๓,๖๐๐ ชวั่ โมง
โดยกรอบโครงสร้างเวลาเรยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กาหนด
ไว้ดังตารางที่ 1
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๕
ตารางท่ี 1 กรอบโครงสรา้ งเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
เวลาเรยี น
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ / ระดบั ประถมศกึ ษา ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ระดบั
มัธยมศกึ ษา
กจิ กรรม ตอนปลาย
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม. ๔ - ๖
กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
(๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๖ นก.)
คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
(๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๖ นก.)
วทิ ยาศาสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
(๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๖ นก.)
สงั คมศึกษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๓๒๐
(๔ นก.) (๔ นก.) (๔ นก.) (๘ นก.)
- ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐
(๑ นก.) (๑ นก.) (๑ นก.) (๒ นก.)
- ศาสนา ศลี ธรรม
จรยิ ธรรม
- หน้าทพ่ี ลเมืองวัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
และการดาเนนิ ชีวติ ใน (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๖ นก.)
สังคม
- เศรษฐศาสตร์
- ภูมิศาสตร์
สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
(๒ นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) (๓ นก.)
ศลิ ปะ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
(๒ นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) (๓ นก.)
การงานอาชพี และ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
เทคโนโลยี (๒ นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) (๓ นก.)
ภาษาตา่ งประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๒๔๐
(๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) (๖ นก.)
รวมเวลาเรียน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๑,๖๔๐
(พนื้ ฐาน) (๒๒ นก.) (๒๒ นก.) (๒๒ นก.) (๔๑ นก.)
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๓๖๐
รายวชิ า / กจิ กรรมที่ ปีละไม่น้อยกวา่ ๔๐ ชวั่ โมง ปีละไมน่ อ้ ยกวา่ ไมน่ ้อยกวา่
สถานศึกษาจดั เพมิ่ เตมิ ๒๐๐ ชั่วโมง ๑,๖๐๐
ตามความพรอ้ มและจดุ เน้น ชวั่ โมง
รวม ๓ ปี
รวมเวลาเรยี นท้งั หมด ไมน่ ้อยกวา่ ๑,๐๐๐ ชว่ั โมง / ปี ไมน่ ้อยกว่า ไม่น้อยกวา่
๑,๒๐๐ ช่ัวโมง / ปี ๓,๖๐๐
ชัว่ โมง
๖ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศักราช 2561
โครงสร้างเวลาเรยี นโรงเรยี นบ้านสนั ป่าสัก ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
พุทธศกั ราช 2551
โรงเรียนบา้ นสันป่าสกั ไดก้ าหนดโครงสร้างเวลาเรียนพืน้ ฐานและเพิม่ เติม เพอ่ื ให้สอดคล้องตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 โดยดาเนนิ การ ดงั น้ี
ระดับประถมศึกษา ได้กาหนดเวลาเรียนพื้นฐานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยให้เวลาเรียนรวม
ตามที่กาหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียนพ้ืนฐาน และผู้เรียนต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่
กาหนด
ระดับมัธยมศกึ ษา ได้จัดโครงสร้างเวลาเรียนพ้ืนฐานให้เป็นไปตามท่ีกาหนดและสอดคล้องกับเกณฑ์การ
จบหลกั สตู ร
สาหรบั เวลาเรยี นเพมิ่ เติม ทงั้ ในระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษาตอนต้น ไดจ้ ดั เป็นรายวชิ าเพ่ิมเติม
หรือกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน โดยพิจารณาให้สอดคลอ้ งกบั ความพรอ้ ม และจุดเน้นของโรงเรยี นและเกณฑก์ ารจบ
หลกั สูตร แตใ่ นระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ ไดจ้ ัดเพม่ิ เติมในกลุ่มสาระการเรียนรพู้ น้ื ฐานของกลุ่มสาระการ
เรยี นรภู้ าษาองั กฤษ จานวน 200 ช่ัวโมง หรอื จานวน 5 ชง่ั โมง/สปั ดาห์ โดยกาหนดให้เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน
120 ชั่วโมง สว่ นอกี 80 ชว่ั โมง ให้เปน็ กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรภาษาองั กฤษ และจดั เวลาเรยี นเพ่มิ เติมในสาระ
การเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีทเี่ กิดจากการเพิม่ สาระการเรยี นรู้ สาระที่ 4 เทคโนโลยี
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีกาหนดไว้ในช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีละ ๑๒๐ ชั่วโมง
เป็นเวลาสาหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ใน
สว่ นกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ให้สถานศึกษาจัดสรรเวลาใหผ้ เู้ รยี นไดป้ ฏิบัตกิ ิจกรรม ดงั น้ี
ระดบั ประถมศึกษา ( ป.๑-๖ ) รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ชวั่ โมง
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑-๓) รวม ๓ ปี จานวน ๔๕ ช่วั โมง
และไดก้ าหนดโครงสร้างเวลาเรียนโรงเรียนบ้านสันป่าสัก ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ดังตารางท่ี 2
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๗
ตารางที่ 2 โครงสร้างเวลาเรยี นโรงเรียนบา้ นสันป่าสัก ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช
๒๕๕๑
เวลาเรียน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ /กจิ กรรม ระดบั ประถมศึกษา ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
ภาษาไทย ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓
คณิตศาสตร์ 200 200 200 160 160 160 120 120 120
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.)
- วทิ ยาศาสตร์ 200 200 200 160 160 160 120 120 120
- วทิ ยาการคานวณ
- การออกแบบและเทคโนโลยี (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.)
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
- ศาสนา ศีลธรรมจรยิ ธรรม 120 120 120 120 120 120 160 160 160
- เศรษฐศาสตร์
- ภูมิศาสตร์ (4 นก.) (4 นก.) (4 นก.)
- ประวตั ศิ าสตร์
120 120 120 120 120 120 120 120 120
สุขศึกษาและพลศกึ ษา
(3 นก.) (3 นก.) (3 นก.)
ศิลปะ
--------------บูรณาการกบั วิทยาศาสตร-์ ------------ 20 20 20
การงานอาชพี
(0.5 นก.) (0.5 นก.)
ภาษาตา่ งประเทศ
- - - - - - 20 20 20
รวมเวลาเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน
(0.5 นก.) (0.5 นก.)
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
1) แนะแนว 80 80 80 120 120 120 160 160 160
2) ลูกเสือ/ เนตรนารี
3) ชมุ นุม 40 40 40 80 80 80 120 120 120
4) กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
รายวิชาเพิม่ เติม / กิจกรรมท่ี 40 40 40 40 40 40 (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.)
สถานศึกษาจดั เพ่ิมเตมิ
ตามความพร้อมและจุดเนน้ 40 40 40 40 40 40 40 40 40
รวมเวลาเรยี นท้ังหมด/ปี 40 40 40 80 80 80 (๑ นก.) (๑ นก.) (๑ นก.)
40 40 40 40 40 40 80 80 80
120 120 120 120 120 120 (๒ นก.) (๒ นก.) (๒ นก.)
840 840 840 840 840 840 80 80 80
120 120 120 120 120 120 (๒ นก.) (๒ นก.) (๒ นก.)
40 40 40 40 40 40 40 40 40
40 40 40 40 40 40 (1 นก.) (1 นก.) (1 นก.)
40 40 40 40 40 40 120 120 120
10 10 10 10 10 10 (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.)
120 120 880 880 880
หนา้ ทพี่ ลเมอื ง (40) หนา้ ทพ่ี ลเมือง (40) (๒๒ นก.) (๒๒ นก.) (๒๒ นก.)
กจิ กรรมเสรมิ หลักสตู ร/ ปฏิบัติการวทิ ยาการ 120 120 120
40 40 40
ภาษาองั กฤษ (80) คานวณ (40) 40 40 40
40 40 40
กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร (40) 15 15 15
1,080 1,080 200
หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง (40)
ปฏิบตั กิ ารวิทยาการคานวณ/
ปฏิบตั กิ ารออกแบบและเทคโนโลยี (80)
เลือกเสรี (80)
1,200
๘ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
โครงสร้างหลกั สตู รชน้ั ปี
เปน็ โครงสร้างท่แี สดงรายละเอยี ดเวลาเรียนของรายวชิ าพนื้ ฐาน รายวิชา /กจิ กรรมเพิม่ เติมและกิจกรรม
พฒั นาผูเ้ รียนในแต่ละชั้นปี ดังนี้
โครงสรา้ งหลักสูตรชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑
รหสั กลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชว่ั โมง/ปี)
ท๑๑๑๐๑ รายวิชาพืน้ ฐาน
ค๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ (๘๔๐)
ว๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๒๐๐
ส๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑ ๒๐๐
ส๑๑๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ 120
พ๑๑๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๑ 4๐
ศ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑ ๔๐
ง๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๔๐
อ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ ๔๐
ภาษาอังกฤษ ๑ ๔๐
ส๑๑๒3๑ 120
รายวชิ าเพิม่ เตมิ / กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร (๑๒๐)
หนา้ ทพี่ ลเมอื ง ๔๐
ภาษาองั กฤษพาเพลนิ 80
(๑๒๐)
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๔๐
แนะแนว
กิจกรรมนกั เรียน 30
1) ลูกเสือ/ เนตรนารี 40
2) ชุมนุม ๑๐
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ 1,080
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๙
โครงสรา้ งหลักสตู รชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
รหสั กลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชวั่ โมง/ปี)
ท๑2๑๐๑ รายวชิ าพื้นฐาน
ค๑2๑๐๑ ภาษาไทย 2 (๘๔๐)
ว๑2๑๐๑ คณิตศาสตร์ 2 ๒๐๐
ส๑2๑๐๑ วิทยาศาสตร์ 2 ๒๐๐
ส๑2๑๐๒ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2 120
พ๑2๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ 2 4๐
ศ๑2๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา 2 ๔๐
ง๑2๑๐๑ ศลิ ปะ 2 ๔๐
อ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ 2 ๔๐
ภาษาองั กฤษ 2 ๔๐
ส๑2๒32 120
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ / กิจกรรมเสริมหลักสตู ร (๑๒๐)
หน้าท่พี ลเมอื ง ๔๐
ภาษาองั กฤษพาเพลิน 80
(๑๒๐)
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๔๐
แนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น 30
1) ลูกเสือ/ เนตรนารี 40
2) ชมุ นมุ ๑๐
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ 1,080
รวมเวลาเรยี นท้งั หมด
๑๐ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
โครงสรา้ งหลกั สูตรช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
รหสั กล่มุ สาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชว่ั โมง/ป)ี
ท๑3๑๐๑ รายวิชาพน้ื ฐาน
ค๑3๑๐๑ ภาษาไทย 3 (๘๔๐)
ว๑3๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 3 ๒๐๐
ส๑3๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 3 ๒๐๐
ส๑3๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3 120
พ๑3๑๐๑ ประวัติศาสตร์ 3 4๐
ศ๑3๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 3 ๔๐
ง๑3๑๐๑ ศิลปะ 3 ๔๐
อ๑3๑๐๑ การงานอาชพี 3 ๔๐
ภาษาอังกฤษ 3 ๔๐
ส๑3๒33 120
รายวชิ าเพิ่มเตมิ / กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร (๑๒๐)
หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๔๐
ภาษาอังกฤษพาเพลนิ 80
(๑๒๐)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๔๐
แนะแนว
กจิ กรรมนักเรียน 30
1) ลูกเสอื / เนตรนารี 40
2) ชมุ นมุ ๑๐
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์ 1,080
รวมเวลาเรยี นทั้งหมด
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๑๑
โครงสร้างหลักสูตรชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชัว่ โมง/ป)ี
ท๑๔๑๐๑ รายวชิ าพ้นื ฐาน
ค๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ (๘๔๐)
ว๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ ๑๖๐
ส๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๔ ๑๖๐
ส๑๔๑๐๒ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔ 120
พ๑๔๑๐๑ ประวตั ศิ าสตร์ ๔ 120
ศ๑๔๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔ ๔๐
ง๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ 40
อ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ ๘๐
ภาษาอังกฤษ ๔ 40
ส๑๔๑34 120
ว14201 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ (๑๒๐)
หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๔ ๔๐
ปฏบิ ัติการวทิ ยาการคานวณ 1 40
(๑๒๐)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๔๐
แนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น 30
1) ลกู เสอื / เนตรนารี 40
2) ชมุ นมุ ๑๐
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์ 1,080
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด
๑๒ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศักราช 2561
โครงสร้างหลกั สูตรชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
รหสั กล่มุ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชั่วโมง/ป)ี
ท๑5๑๐๑ รายวิชาพ้นื ฐาน
ค๑5๑๐๑ (๘๔๐)
ว๑5๑๐๑ ภาษาไทย 5 ๑๖๐
ส๑5๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 5 ๑๖๐
ส๑5๑๐๒ วิทยาศาสตร์ 5 120
พ๑5๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5 120
ศ๑5๑๐๑ ประวัติศาสตร์ 5 ๔๐
ง๑5๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 5 40
อ๑5๑๐๑ ศิลปะ 5 ๘๐
การงานอาชีพ 5 40
ส๑5๑35 ภาษาองั กฤษ 5 120
ว15201 (๑๒๐)
รายวชิ าเพิ่มเตมิ ๔๐
หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 5 40
ปฏิบตั กิ ารวิทยาการคานวณ 2 (๑๒๐)
๔๐
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
แนะแนว 30
กจิ กรรมนักเรียน 40
1) ลกู เสือ/ เนตรนารี ๑๐
2) ชุมนุม 1,080
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๓
โครงสร้างหลักสูตรชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชัว่ โมง/ป)ี
ท๑6๑๐๑ รายวชิ าพ้นื ฐาน
ค๑6๑๐๑ (๘๔๐)
ว๑6๑๐๑ ภาษาไทย 6 ๑๖๐
ส๑6๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 6 ๑๖๐
ส๑6๑๐๒ วิทยาศาสตร์ 6 120
พ๑6๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6 120
ศ๑6๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ 6 ๔๐
ง๑6๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา 6 40
อ๑6๑๐๑ ศิลปะ 6 ๘๐
การงานอาชพี 6 40
ส๑6๑36 ภาษาอังกฤษ 6 120
ว16201 (๑๒๐)
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๔๐
หน้าท่พี ลเมอื ง 6 40
ปฏบิ ัติการวทิ ยาการคานวณ 3 (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
แนะแนว 30
กิจกรรมนกั เรยี น 40
1) ลูกเสอื / เนตรนารี ๑๐
2) ชุมนมุ 1,080
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด
๑๔ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พุทธศักราช 2561
โครงสรา้ งหลกั สูตรช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1
ภาคเรยี นท่ี 1
รหัส กลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ช่วั โมง/ภาคเรยี น)
ท21๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน
ค21๑๐๑ (420)
ว21๑๐๑ ภาษาไทย 1 60
ว21๑๐3 คณติ ศาสตร์ 1 60
ส21๑๐๑ วิทยาศาสตร์ 1 60
ส21๑๐2 วทิ ยาการคานวณ 1 20
พ21๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1 60
ศ21๑๐๑ ประวัติศาสตร์ 1 2๐
ง21๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 40
อ21๑๐๑ ศลิ ปะ 1 4๐
การงานอาชพี 1 20
ส2123๑ ภาษาองั กฤษ 1 60
ว212๐๑ (๑00)
รายวิชาเพ่มิ เตมิ 2๐
หน้าทีพ่ ลเมอื ง 1 40
40
ปฏิบัติการวทิ ยาการคานวณ 1 (60)
2๐
วิชาเลอื กเสรี (ตามความสนใจของนักเรียน)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 20
20
แนะแนว (10)
กิจกรรมนกั เรยี น 600
1) ลูกเสือ/ เนตรนารี
2) ชมุ นมุ
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด
หมายเหตุ
1. วิชาเลอื กเสรี เปน็ วชิ าที่นกั เรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ
2. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ใชเ้ วลานอกตารางเรียน
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๑๕
โครงสร้างหลกั สตู รชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
ภาคเรยี นท่ี 2
รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรยี น
(ช่วั โมง/ภาคเรยี น)
ท21๑๐2 รายวชิ าพ้ืนฐาน
ค21๑๐2 (420)
ว21๑๐2 ภาษาไทย 2 60
ว21๑๐4 คณิตศาสตร์ 2 60
ส21๑๐3 วทิ ยาศาสตร์ 2 60
ส21๑๐4 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 20
พ21๑๐2 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2 60
ศ21๑๐2 ประวัติศาสตร์ 2 2๐
ง21๑๐2 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 2 40
อ21๑๐2 ศิลปะ 2 4๐
การงานอาชีพ 2 20
ส21232 ภาษาอังกฤษ 2 60
ว212๐2 (๑00)
รายวิชาเพ่มิ เตมิ 2๐
หน้าที่พลเมอื ง 2 40
40
ปฏบิ ตั กิ ารออกแบบและเทคโนโลยี 1 (60)
2๐
วชิ าเลอื กเสรี (ตามความสนใจของนกั เรยี น)
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น 20
20
แนะแนว (10)
กิจกรรมนักเรยี น 600
1) ลกู เสอื / เนตรนารี
2) ชมุ นมุ
กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรยี นท้ังหมด
หมายเหตุ
1. วชิ าเลอื กเสรี เป็นวชิ าทนี่ กั เรยี นเลอื กเรยี นตามความสนใจ
2. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ใชเ้ วลานอกตารางเรยี น
๑๖ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พุทธศักราช 2561
โครงสรา้ งหลกั สูตรช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 2
ภาคเรยี นท่ี 1
รหัส กลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ช่วั โมง/ภาคเรยี น)
ท22๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน
ค22๑๐๑ (420)
ว22๑๐๑ ภาษาไทย 3 60
ว22๑๐3 คณติ ศาสตร์ 3 60
ส22๑๐๑ วิทยาศาสตร์ 3 60
ส22๑๐2 วทิ ยาการคานวณ 2 20
พ22๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3 60
ศ22๑๐๑ ประวัติศาสตร์ 3 2๐
ง22๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 3 40
อ22๑๐๑ ศลิ ปะ 3 4๐
การงานอาชพี 3 20
ส2223๑ ภาษาองั กฤษ 3 60
ว222๐๑ (๑00)
รายวิชาเพ่มิ เตมิ 2๐
หน้าทีพ่ ลเมอื ง 3 40
40
ปฏิบัติการวทิ ยาการคานวณ 2 (60)
2๐
วิชาเลอื กเสรี (ตามความสนใจของนกั เรียน)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 20
20
แนะแนว (10)
กิจกรรมนกั เรยี น 600
1) ลูกเสือ/ เนตรนารี
2) ชมุ นมุ
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด
หมายเหตุ
1. วิชาเลอื กเสรี เปน็ วชิ าท่ีนกั เรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ
2. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชนใ์ ชเ้ วลานอกตารางเรียน
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๗
โครงสร้างหลกั สตู รชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
ภาคเรยี นท่ี 2
รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรยี น
(ช่วั โมง/ภาคเรยี น)
ท22๑๐2 รายวชิ าพ้ืนฐาน
ค22๑๐2 (420)
ว22๑๐2 ภาษาไทย 4 60
ว22๑๐4 คณิตศาสตร์ 4 60
ส22๑๐3 วทิ ยาศาสตร์ 4 60
ส22๑๐4 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 20
พ22๑๐2 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 4 60
ศ22๑๐2 ประวัติศาสตร์ 4 2๐
ง22๑๐2 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 4 40
อ22๑๐2 ศิลปะ 4 4๐
การงานอาชีพ 4 20
ส22232 ภาษาอังกฤษ 4 60
ว222๐2 (๑00)
รายวิชาเพ่มิ เตมิ 2๐
หน้าที่พลเมอื ง 4 40
40
ปฏบิ ตั กิ ารออกแบบและเทคโนโลยี 2 (60)
2๐
วชิ าเลอื กเสรี (ตามความสนใจของนกั เรยี น)
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น 20
20
แนะแนว (10)
กิจกรรมนักเรยี น 600
1) ลกู เสอื / เนตรนารี
2) ชมุ นมุ
กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรยี นท้ังหมด
หมายเหตุ
1. วชิ าเลอื กเสรี เป็นวชิ าทนี่ กั เรยี นเลอื กเรยี นตามความสนใจ
2. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ใชเ้ วลานอกตารางเรยี น
๑๘ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พุทธศักราช 2561
โครงสรา้ งหลกั สูตรช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 1
รหัส กลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ช่วั โมง/ภาคเรยี น)
ท23๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน
ค23๑๐๑ (420)
ว23๑๐๑ ภาษาไทย 5 60
ว23๑๐3 คณติ ศาสตร์ 5 60
ส23๑๐๑ วิทยาศาสตร์ 5 60
ส23๑๐2 วทิ ยาการคานวณ 3 20
พ23๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5 60
ศ23๑๐๑ ประวัติศาสตร์ 5 2๐
ง23๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 5 40
อ23๑๐๑ ศลิ ปะ 5 4๐
การงานอาชพี 5 20
ส2133๑ ภาษาองั กฤษ 5 60
ว213๐๑ (๑00)
รายวิชาเพ่มิ เตมิ 2๐
หน้าทีพ่ ลเมอื ง 5 40
40
ปฏิบัติการวทิ ยาการคานวณ 3 (60)
2๐
วิชาเลอื กเสรี (ตามความสนใจของนกั เรียน)
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 20
20
แนะแนว (10)
กิจกรรมนกั เรยี น 600
1) ลูกเสือ/ เนตรนารี
2) ชมุ นมุ
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด
หมายเหตุ
1. วิชาเลอื กเสรี เปน็ วชิ าท่ีนกั เรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ
2. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชนใ์ ชเ้ วลานอกตารางเรียน
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๙
โครงสร้างหลกั สตู รชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 2
รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรยี น
(ช่วั โมง/ภาคเรยี น)
ท23๑๐2 รายวิชาพ้ืนฐาน
ค23๑๐2 (420)
ว23๑๐2 ภาษาไทย 6 60
ว23๑๐4 คณิตศาสตร์ 6 60
ส23๑๐3 วทิ ยาศาสตร์ 6 60
ส23๑๐4 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 20
พ23๑๐2 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6 60
ศ23๑๐2 ประวัติศาสตร์ 6 2๐
ง23๑๐2 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 6 40
อ23๑๐2 ศิลปะ 6 4๐
การงานอาชีพ 6 20
ส23232 ภาษาอังกฤษ 6 60
ว232๐2 (๑00)
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ 2๐
หน้าที่พลเมอื ง 2 40
40
ปฏบิ ตั กิ ารออกแบบและเทคโนโลยี 3 (60)
2๐
วชิ าเลอื กเสรี (ตามความสนใจของนกั เรยี น)
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น 20
20
แนะแนว (10)
กิจกรรมนักเรยี น 600
1) ลกู เสอื / เนตรนารี
2) ชมุ นมุ
กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรยี นท้ังหมด
หมายเหตุ
1. วชิ าเลอื กเสรี เป็นวชิ าท่นี กั เรียนเลอื กเรยี นตามความสนใจ
2. กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ใชเ้ วลานอกตารางเรยี น
๒๐ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พุทธศักราช 2561
สว่ นที่ ๓
มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้วี ัดและสาระการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน จึงกาหนดให้ผเู้ รียนเรยี นรู้ ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดังน้ี
๑. ภาษาไทย
๒. คณติ ศาสตร์
๓. วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔. สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. ประวตั ิศาสตร์
๖. สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
๗. ศิลปะ
๘. การงานอาชีพ
๙. ภาษาตา่ งประเทศ
ในแตล่ ะกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ได้กาหนดมาตรฐานการเรยี นรู้เป็นเปา้ หมายสาคญั ของการพฒั นาคุณภาพ
ผูเ้ รียน มาตรฐานการเรียนรรู้ ะบุส่งิ ทผี่ เู้ รียนพงึ รู้ ปฏบิ ตั ไิ ด้ มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นิยมที่พึงประสงค์
เมอ่ื จบการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน นอกจากนนั้ มาตรฐานการเรยี นรยู้ งั เปน็ กลไกสาคญั ในการขบั เคลอื่ นพัฒนา
การศกึ ษาท้งั ระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะทอ้ นใหท้ ราบวา่ ตอ้ งการอะไร จะสอนอยา่ งไร และประเมนิ
อยา่ งไร รวมทั้งเปน็ เคร่ืองมอื ในการตรวจสอบเพอ่ื การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา โดยใช้ระบบการประเมิน
คุณภาพภายในและการประเมินคณุ ภาพภายนอก ซงึ่ รวมถงึ การทดสอบระดับเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา และการทดสอบ
ระดบั ชาติ ระบบการตรวจสอบเพอ่ื ประกันคณุ ภาพดังกลา่ วเป็นส่ิงสาคญั ท่ชี ่วยสะทอ้ นภาพการจดั การศกึ ษาวา่
สามารถพฒั นาผเู้ รยี นให้มคี ุณภาพตามทม่ี าตรฐานการเรยี นรูก้ าหนดเพียงใด
ตัวชีว้ ัด
ตัวชี้วัดระบสุ ่งิ ทน่ี กั เรียนพงึ รแู้ ละปฏิบัตไิ ด้ รวมทงั้ คุณลกั ษณะของผเู้ รียนในแต่ละระดับชัน้ ซึ่งสะทอ้ นถึง
มาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมคี วามเปน็ รูปธรรม นาไปใช้ในการกาหนดเนื้อหา จดั ทาหนว่ ยการ
เรียนรู้ จดั การเรยี นการสอน และเป็นเกณฑ์สาคญั สาหรบั การวัดประเมนิ ผลเพื่อตรวจสอบคณุ ภาพผเู้ รยี น โดยใช้
ตัวชว้ี ดั ชน้ั ปี เปน็ เป้าหมายในการพัฒนาผเู้ รียนแต่ละช้นั ปีในระดบั การศกึ ษาภาคบงั คบั
หลักสูตรได้มีการกาหนดรหสั กากบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั เพ่อื ความเขา้ ใจและสอ่ื สารทตี่ รงกนั
ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๑
ท 1.1 ป.1/1
ท กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
1.1 สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1
ป.1/1 ตวั ชว้ี ัดชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 1 ขอ้ 1
ซ่งึ แต่ละกล่มุ สาระการเรยี นร้ไู ดม้ ีการกาหนดอกั ษะไว้ดังนี้
ท คอื กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ค คอื กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ว คือ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส คือ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
พ คือ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ศ คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
ง คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี
ต คือ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
๒๒ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้ประกอบดว้ ยองค์ความรู้ ทักษะหรอื กระบวนการเรยี นรู้ และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ซึง่ กาหนดใหผ้ ้เู รยี นทุกคนในระดบั การศกึ ษาขั้นพื้นฐานจาเป็นตอ้ งเรยี นรู้ โดยแบง่ เปน็ ๘ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
ดงั นี้
ภาษาไทย : ความรู้ ทกั ษะ คณติ ศาสตร์ : การนาความรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี :
และวัฒนธรรมการใชภ้ าษา ทกั ษะและกระบวนการทาง การนาความร้แู ละกระบวนการทาง
เพื่อ การสอื่ สาร ความช่นื ชม คณิตศาสตรไ์ ปใชใ้ น วทิ ยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นการศกึ ษา
การเห็นคณุ คา่ ภมู ิปญั ญาไทย การแก้ปญั หา การดาเนนิ ชวี ติ ค้นควา้ หาความรู้ และแก้ปัญหา
และภมู ใิ จในภาษาประจาชาติ และศกึ ษาต่อ การมีเหตมุ ผี ล อยา่ งเปน็ ระบบ การคดิ อยา่ งเปน็
มีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อคณติ ศาสตร์ เหตุเป็นผล คดิ วเิ คราะห์ คดิ
พัฒนาการคดิ อย่างเป็นระบบและ สรา้ งสรรค์ และจติ วทิ ยาศาสตร์
สรา้ งสรรค์
ภาษาตา่ งประเทศ : องคค์ วามรู้ ทกั ษะสาคญั สังคมศกึ ษา ศาสนาและ
ความร้ทู กั ษะ เจตคติ และ และคณุ ลกั ษณะ วัฒนธรรม : การอย่รู ว่ มกนั ใน
วฒั นธรรม การใช้ สังคมไทยและสังคมโลกอยา่ งสนั ติ
ภาษาตา่ งประเทศในการ ในหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา สขุ การเปน็ พลเมืองดี ศรทั ธาใน
ส่ือสาร การแสวงหาความรู้ ข้นั พืน้ ฐาน หลกั ธรรมของศาสนา การเหน็
และการประกอบอาชพี คณุ คา่ ของทรพั ยากรและ
ส่งิ แวดลอ้ ม ความรักชาติ และ
ภูมใิ จในความเปน็ ไทย
การงานอาชีพ : ความรู้ ศิลปะ : ความรแู้ ละทกั ษะใน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา :
ทักษะ และเจตคติในการ การคดิ ริเรม่ิ จนิ ตนาการ ความรู้ ทักษะและเจตคตใิ นการ
ทางาน การจดั การ การ สรา้ งสรรค์งานศิลปะ สรา้ งเสริมสุขภาพอนามัยของ
ดารงชีวติ การประกอบอาชีพ สนุ ทรียภาพและการเหน็ ตนเองและผอู้ ืน่ การปอ้ งกนั และ
คณุ คา่ ทางศิลปะ ปฏิบตั ิตอ่ สง่ิ ตา่ ง ๆ ทม่ี ผี ลตอ่
สขุ ภาพอย่างถกู วธิ แี ละทกั ษะใน
การดาเนินชวี ติ
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๓
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ซ่ึงไดม้ กี ารเปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรยี นรู้
และตัวชวี้ ัด ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การงานอาชีพ และสาระภูมศิ าสตรใ์ นกลมุ่ สาระ
การเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรูใ้ น ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดงั นี้
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิด เพอ่ื นาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการ
ดาเนินชวี ติ และมีนิสยั รกั การอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี น เขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรอื่ งราวใน
รูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศ และรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด ความรูส้ ึกใน
โอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณค่า
และนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
สาระที่ ๑ จานวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวนผลท่เี กิดขน้ึ จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนนิ การ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสัมพนั ธ์ ฟังกช์ นั ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธบิ ายความสัมพันธห์ รอื ชว่ ยแก้ปัญหาท่กี าหนดให้
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพ้นื ฐานเกีย่ วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทีต่ อ้ งการวดั และนาไปใช้
๒๔ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา้ ใจและวเิ คราะหร์ ปู เรขาคณติ สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสัมพนั ธร์ ะหว่างรปู
เรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนาไปใช้
สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความนา่ จะเปน็
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามร้ทู างสถิตใิ นการแกป้ ญั หา
มาตรฐาน ค ๓.๒ เข้าใจหลกั การนบั เบื้องตน้ ความนา่ จะเป็นและนาไปใช้
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพันธ์ระหวา่ งส่งิ ไม่มชี วี ติ กบั สง่ิ มชี วี ิต และ
ความสมั พันธร์ ะหวา่ งส่งิ มชี วี ติ กับสิง่ มชี วี ิตตา่ ง ๆ ในระบบนเิ วศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปล่ียนแปลงแทนท่ใี นระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบทีม่ ีต่อ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข
ปญั หาสงิ่ แวดลอ้ ม รวมท้ังนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมชี วี ิต หนว่ ยพนื้ ฐานของสงิ่ มีชวี ติ การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
ความสมั พันธข์ องโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสตั ว์และมนษุ ย์ทท่ี างานสมั พันธ์
กนั ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพืชทีท่ างานสมั พนั ธ์กนั
รวมทงั้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคญั ของการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม
สารพนั ธกุ รรม การเปล่ยี นแปลงทางพันธุกรรมท่มี ผี ลตอ่ สิง่ มีชวี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพ
และววิ ัฒนาการของส่งิ มชี ีวิต รวมทงั้ นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธ์ระหว่างสมบตั ขิ องสสารกบั
โครงสรา้ งและแรงยึดเหน่ียวระหวา่ งอนภุ าค หลักและธรรมชาตขิ องการเปล่ียนแปลงสถานะ
ของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ติ ประจาวัน ผลของแรงที่กระทาตอ่ วตั ถุ ลักษณะการเคลอ่ื นที่
แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมท้งั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ยี นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงานปฏสิ ัมพันธร์ ะหวา่ ง
สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาตขิ องคลนื่ ปรากฏการณท์ ่เี ก่ียวขอ้ งกบั
เสียง แสง และคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทง้ั นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๕
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และววิ ัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์
และระบบสุรยิ ะ รวมทงั้ ปฏสิ มั พันธภ์ ายในระบบสรุ ยิ ะทีส่ ง่ ผลต่อส่งิ มชี วี ิต และการประยกุ ต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงภายในโลก และ
บนผวิ โลก ธรณีพิบตั ภิ ยั กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟา้ อากาศและภูมิอากาศโลก รวมท้ังผล
ตอ่ ส่งิ มีชวี ติ และสิง่ แวดลอ้ ม
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีเพอ่ื การดารงชวี ิตในสงั คมทมี่ ีการเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเรว็
ใชค้ วามรแู้ ละทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพอื่ แกป้ ญั หาหรอื
พฒั นางานอยา่ งมีความคิดสรา้ งสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลอื กใช้
เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานึงถึงผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการแก้ปญั หาทพ่ี บในชวี ติ จริงอยา่ งเป็นขนั้ ตอนและเปน็
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแกป้ ญั หาได้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ รเู้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตน
นับถอื และศาสนาอ่นื มีศรัทธาทถ่ี กู ตอ้ ง ยึดมั่น และปฏิบัตติ ามหลกั ธรรม เพอื่ อยู่รว่ มกนั
อยา่ งสันตสิ ุข
มาตรฐาน ส ๑.๒ เขา้ ใจ ตระหนกั และปฏบิ ตั ิตนเป็นศาสนกิ ชนทด่ี ี และธารงรกั ษาพระพุทธศาสนาหรอื
ศาสนาทตี่ นนบั ถือ
สาระที่ ๒ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชีวติ ในสังคม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทขี่ องการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมท่ดี งี าม และธารงรักษา
ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่รว่ มกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอย่างสันตสิ ขุ
มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสงั คมปัจจบุ นั ยึดม่นั ศรัทธาและธารงรักษาไว้ซงึ่
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
๒๖ หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พุทธศักราช 2561
สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจ และสามารถบริหารจดั การทรพั ยากรในการผลิต และการบริโภค การใช้
ทรัพยากรที่มอี ย่จู ากัดไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและคุ้มค่า รวมทงั้ เขา้ ใจหลกั การของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เพอื่ การดารงชวี ิตอยา่ งมีดุลยภาพ
มาตรฐาน ส ๓.๒ เขา้ ใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ
จาเปน็ ของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
สาระที่ ๔ ประวัตศิ าสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เขา้ ใจความหมาย ความสาคญั ของเวลาและยคุ สมยั ทางประวัติศาสตร์ สามารถใชว้ ธิ กี าร
ทางประวตั ิศาสตร์มาวเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาตจิ ากอดตี จนถงึ ปจั จบุ ัน ในด้านความสัมพนั ธ์และการ
เปล่ยี นแปลงของเหตกุ ารณ์อย่างตอ่ เนอื่ ง ตระหนกั ถงึ ความสาคญั และสามารถวิเคราะห์
ผลกระทบที่เกิดขึน้
มาตรฐาน ส ๔.๓ เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มีความรักความภมู ใิ จและ
ธารงความเปน็ ไทย
สาระที่ ๕ ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา้ ใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสง่ิ ซงึ่ มผี ลตอ่ กนั ใช้แผนทแ่ี ละ
เครื่องมือทางภมู ิศาสตรใ์ นการค้นหา วิเคราะห์ และสรปุ ขอ้ มูล ตามกระบวนการทาง
ภมู ิศาสตร์ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสมั พันธ์ระหวา่ งมนุษย์กับสง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพทก่ี อ่ ให้เกิดการสร้างสรรคว์ ิถีการ
ดาเนนิ ชีวิต มจี ติ สานกึ และมสี ่วนรว่ มในการจัดการทรพั ยากรและสงิ่ แวดล้อมเพ่อื การพฒั นาท่ี
ยง่ั ยนื
กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
สาระท่ี ๑ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนุษย์
มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์
สาระท่ี ๒ ชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเหน็ คณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศกึ ษา และมีทกั ษะในการดาเนนิ ชวี ติ
สาระที่ ๓ การเคลอ่ื นไหว การออกกาลังกาย การเลน่ เกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทักษะในการเคลอื่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกฬี า
มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกาลังกาย การเลน่ เกมและการเล่นกีฬา ปฏบิ ตั ิเป็นประจาอยา่ งสม่าเสมอ
มีวนิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า มีน้าใจนกั กฬี า มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และช่นื ชม
ในสุนทรยี ภาพของการกฬี า
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๗
สาระที่ ๔ การสรา้ งเสรมิ สุขภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกันโรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมที กั ษะในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ การดารงสขุ ภาพ การป้องกันโรค
และการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพ
สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชวี ติ
มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกนั และหลีกเลีย่ งปจั จยั เสี่ยง พฤตกิ รรมเส่ยี งต่อสขุ ภาพ อบุ ตั ิเหตุ การใช้
ยา สารเสพติด และความรนุ แรง
กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
สาระที่ ๑ ทศั นศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรค์งานทัศนศลิ ปต์ ามจินตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณค์ ณุ ค่างานทัศนศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคดิ ต่องานศลิ ปะอย่างอิสระ ช่ืนชม
และประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งทัศนศลิ ป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่ งาน
ทัศนศลิ ป์ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
สาระที่ ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณคา่ ดนตรี
ถา่ ยทอดความรูส้ ึก ความคิดตอ่ ดนตรีอย่างอสิ ระ ชนื่ ชม และประยกุ ต์ใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวัน
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ คา่ ของดนตรที ่ี
เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล
สาระท่ี ๓ นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์คณุ คา่
นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ อยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็ คณุ ค่าของ
นาฏศลิ ป์ทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
สาระที่ ๑ การดารงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทางาน มคี วามคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการ
จัดการ ทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการทางานรว่ มกัน และทกั ษะการแสวงหา
ความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทางาน มีจิตสานกึ ในการใชพ้ ลังงาน
ทรัพยากร และสง่ิ แวดล้อม เพอ่ื การดารงชีวติ และครอบครวั
๒๘ หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
สาระท่ี 2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 2.๑ เขา้ ใจ มีทกั ษะท่ีจาเป็น มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยีเพือ่
พัฒนาอาชพี มีคณุ ธรรม และมีเจตคตทิ ่ดี ตี อ่ อาชพี
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
สาระที่ ๑ ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตีความเรือ่ งที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมี
เหตผุ ล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และความ
มาตรฐาน ต ๑.๓ คิดเหน็ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตา่ งๆ โดยการพูดและ
การเขียน
สาระท่ี ๒ ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้อยา่ ง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษา และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
กับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
สาระท่ี ๓ ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนร้อู ่ืน
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรกู้ ับกล่มุ สาระการเรียนรอู้ น่ื และเป็นพนื้ ฐานใน
การพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน
สาระที่ ๔ ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ ง ๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเครือ่ งมอื พ้ืนฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี และ
การแลกเปล่ียนเรยี นรู้กับสงั คมโลก
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๙
ส่วนท่ี ๔
รายวิชาตามโครงสรา้ งหลกั สตู รและคาอธบิ ายรายวิชา
โรงเรียนบา๎ นสนั ปาุ สัก ได๎ดาเนินการกาหนดรายวชิ าทจี่ ะเปดิ สอนในแตลํ ะปี/ภาคเรยี น และได๎
จัดทาคาอธิบายรายวิชา ท้งั รายวิชาพ้ืนฐานและรายวิชาเพม่ิ เติมไว๎ในหลักสตู รโรงเรียนบา๎ นสนั ปาุ สัก พุทธศักราช
2561 เพ่ือเป็นประโยชนใ์ นการสื่อสารแกํผ๎เู ก่ยี วขอ๎ งทงั้ ครผู ส๎ู อนแตลํ ะระดับชัน้ และบคุ คลภายนอกหรอื ใช๎
ประโยชนใ์ นการเทยี บโอน คาอธิบายรายวชิ าประกอบดว๎ ย รหัสวชิ า ชอื่ รายวชิ า กลมุํ สาระการเรยี นร๎ู
ระดบั ช้นั เวลาเรยี น/หนวํ ยกติ พรอ๎ มทัง้ อธบิ ายใหท๎ ราบวําเมอื่ เรยี นรายวิชาน้ันแล๎วผเู๎ รยี นจะมคี วามร๎ู ทักษะ
คุณลกั ษณะหรอื เจตคตอิ ะไร พร๎อมทง้ั ระบุให๎ทราบถงึ กระบวนการเรียนร๎ู หรอื ประสบการณส์ าคญั ท่ผี ๎ูเรยี นจะ
ไดร๎ บั
โดยการกาหนดรายวชิ า ได๎จดั แบงํ องคค์ วามรแู ละทกั ษะตามมาตรฐานการเรียนรูไว ๘ กลุํมสาระ
การเรยี นร๎ู ไดแก
๑) ภาษาไทย
๒) คณติ ศาสตร์
๓) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔) สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
๕) สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
๖) ศลิ ปะ
๗) การงานอาชพี
๘) ภาษาตาํ งประเทศ
ซงึ่ โรงเรียนไดน๎ าความรู๎และทกั ษะตามมาตรฐานการเรียนรขู องแตลํ ะ “กลํุมสาระการเรยี นร๎ู
(Learning areas) ไปจัดทาเป็น “รายวชิ า” (Courses) และกาหนดรหสั วชิ า พรอมทัง้ ตัง้ ช่อื รายวชิ าใหส๎ ะทอ๎ นส่ิง
ท่สี อนในรายวชิ าน้ัน ๆ โดยมีการแบํงประเภทวชิ าเปน็ 2 ประเภท ดงั น้ี
1) รายวชิ ารายวชิ าพนื้ ฐาน เป็นรายวชิ าทเ่ี ปิดสอนเพอ่ื พฒั นาผเ๎ู รยี นตามมาตรฐานการเรยี นร/ู
ตวั ชว้ี ัด และสาระการเรยี นรแู กนกลางท่กี าหนดไวในหลักสตู รแกนกลาง ซ่งึ เปน็ ส่ิงซงึ่ ผ๎ูเรยี นทุกคนในระดบั
การศึกษาขนั้ พน้ื ฐานตอ๎ งเรยี นรู
โดยระดับประถมศกึ ษาการจดั รายวชิ าพื้นฐานตามกลมํุ สาระการเรยี นรสู ามารถจดั ไดก๎ ลํมุ สาระละ ๑
รายวชิ าตํอปี ยกเว๎นกลมํุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม กาหนดเปน็ รายวชิ าวชิ า สงั คมศึกษา
และรายวชิ าประวัตศิ าสตร์ โดยรายวชิ าประวัตศิ าสตร์ใหจ๎ ดั การเรียนการสอน ๔๐ ช่วั โมงตํอปี
สวํ นระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ การจดั รายวชิ าพนื้ ฐานในระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต๎นสามารถจดั
รายวชิ าพืน้ ฐานตามกลมํุ สาระการเรียนรไู ดตามความเหมาะสม โดยอาจจัดไดมากกวํา ๑ รายวชิ าในแตลํ ะภาค/ปี
2) รายวชิ าเพิ่มเติม เป็นรายวชิ าท่ีโรงเรยี นเปดิ สอนเพ่ิมเตมิ จากสงิ่ ที่ กาหนดไวในหลักสตู ร
แกนกลาง เพื่อใหส๎ อดคลองกบั จุดเน๎น ความตอ๎ งการและความถนดั ของผเู๎ รียน หรอื ความต๎องการของทอ๎ งถิ่น
โดยมีการกาหนด “ผลการเรยี นร”ู เปน็ เปูาหมายในการพฒั นาผูเ๎ รยี น
การรหัสวชิ าของรายวิชาตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐานพุทธศักราช 2551 มรี ะบบการ
กาหนดรหัส ซึ่งประกอบด๎วยตวั อักษรและตัวเลข 6 หลกั เพียงแตํมีขอ๎ แตกตาํ งการกาหนดรหสั ในบางหลัก ดังนี้
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๙
หลกั ท่ี 1 เปน็ รหสั ตวั อักษรแสดงกลมุํ สาระการเรยี นรู๎ซึ่งกาหนดรหัสตวั อักษรแสดงกลมํุ สาระการเรียนร๎ู
เหมือนเดมิ ดังน้ี
ท หมายถงึ กลํมุ สาระการเรียนรภู๎ าษาไทย
ค หมายถึง กลุํมสาระการเรียนร๎คู ณิตศาสตร์
ว หมายถงึ กลมํุ สาระการเรียนรว๎ู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส หมายถึง กลมุํ สาระการเรยี นรสู๎ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
พ หมายถึง กลุํมสาระการเรียนรู๎สุขศกึ ษาและพลศึกษา
ศ หมายถึง กลํุมสาระการเรยี นรู๎ศลิ ปะ
ง หมายถงึ กลมํุ สาระการเรียนรู๎การงานอาชพี
สํวนกลมุํ สาระการเรียนรภ๎ู าษาตํางประเทศให๎ใชร๎ หสั ของแตลํ ะภาษา
หลกั ที่ 2 เป็นรหสั ตวั เลขแสดงระดบั การศกึ ษา มีการเปลยี่ นจากการใชร๎ หัสตวั เลข 4 ตวั เป็น 3 ตัว
ดงั นี้
1 หมายถงึ รายวชิ าระดบั ประถมศึกษา
2 หมายถงึ รายวชิ าระดับมธั ยมศึกษาตอนต๎น
หลกั ที่ 3 เป็นรหัสตวั เลขแสดงปที ่ีเรียนของรายวชิ าซ่งึ สะทอ๎ นระดบั ความรแู๎ ละทักษะในรายวชิ าท่ี
กาหนดไวใ๎ นแตลํ ะปซี ่ึงมีการเปลย่ี นจากรหสั ตวั เลข 4 ตัว เปน็ 7 ตวั ดงั น้ี
0 หมายถึง รายวชิ าที่ไมํกาหนดปีทีเ่ รียนจะเรียนปใี ดกไ็ ดใ๎ นระดบั ประถมศกึ ษาและมัธยมศึกษา
ตอนต๎น
1 หมายถึง รายวชิ าที่เรยี นในปีที่ 1 ของระดับประถมศกึ ษา หรือระดบั มัธยมศึกษาตอนตน๎
2 หมายถึง รายวชิ าที่เรยี นในปีที่ 2 ของระดบั ประถมศึกษา หรอื ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน๎
3 หมายถึง รายวชิ าทีเ่ รยี นในปีท่ี 3 ของระดบั ประถมศึกษา หรอื ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต๎น
4 หมายถึง รายวชิ าท่ีเรยี นในปีท่ี 4 ของระดับประถมศึกษา
5 หมายถึง รายวชิ าที่เรยี นในปีที่ 5 ของระดับประถมศึกษา
6 หมายถงึ รายวชิ าท่เี รยี นในปที ี่ 6 ของระดบั ประถมศึกษา
หลักที่ 4 เป็นรหัสตวั เลขแสดงประเภทของรายวชิ า ซ่ึงกาหนดรหัสตวั เลขไว๎ 2 ตัว ดงั น้ี
1 หมายถึง รายวชิ าพนื้ ฐาน
2 หมายถงึ รายวชิ าเพ่ิมเตมิ
หลักที่ 5 และ 6 เป็นรหัสตวั เลขแสดงลาดบั ของรายวชิ าแตํละกลํุมสาระการเรยี นรใ๎ู นป/ี ระดับการศึกษา
เดียวกันในระดบั ประถมศึกษามธั ยมศึกษาตอนตน๎ หรือมธั ยมศึกษาตอนปลายมจี านวนตง้ั แตํ 01-99
๓๐ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
รายวิชา
ตามโครงสร้างหลกั สูตรและคาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๓๑
รายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ระดบั ชน้ั รหัสวชิ า ระดบั ประถมศกึ ษา เวลาเรยี น
200 ชั่วโมง/ปี
ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ท 11101 รายวิชาพื้นฐาน 200 ชั่วโมง/ปี
ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ท 12101 ภาษาไทย 1 200 ชว่ั โมง/ปี
ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ท 13101 ภาษาไทย 2 160 ชั่วโมง/ปี
ประถมศึกษาปที ่ี 4 ท 14101 ภาษาไทย 3 160 ชั่วโมง/ปี
ประถมศึกษาปที ี่ 5 ท 15101 ภาษาไทย 4 160 ชว่ั โมง/ปี
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ท 16101 ภาษาไทย 5
ภาษาไทย 6 เวลาเรยี น
ระดบั ชนั้ รหัสวิชา ระดบั มัธยมศกึ ษา 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น
มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ท 21101 รายวชิ า 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น
มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ท 21102 รายวิชาพ้นื ฐาน 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ท 22101 ภาษาไทย 1 60 ช่วั โมง/ภาคเรยี น
ท 22102 ภาษาไทย 2
ภาษาไทย 3 40 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น
ท 23101 ภาษาไทย 4 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ท 23102 ภาษาไทย 5 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ภาษาไทย 6 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ท 21201 รายวิชาเพ่มิ เตมิ 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ท 21202 เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย 1 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น
มธั ยมศึกษาปีที่ 3 เสรมิ ทกั ษะภาษาไทย 2
ท 22201 การเขยี นเชิงสรา๎ งสรรค์ 1
ท 22202 การเขียนเชงิ สรา๎ งสรรค์ 2
ภาษาไทยเพอื่ กจิ ธรุ ะ 1
ท 23201 ภาษาไทยเพอ่ื กิจธรุ ะ 2
ท 23202
๓๒ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหสั วชิ า ท ๑๑๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ๑
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลาเรยี น ๒๐๐ ช่ัวโมง
อาํ นออกเสยี งคา คาคลอ๎ งจอง ขอ๎ ความ เรอื่ งสั้นและบทรอ๎ ยกรองงํายได๎ถกู ต๎อง คลอํ งแคลวํ เข๎าใจ
ในความหมายของคาและข๎อความท่อี าํ น คาดคะเนเหตุการณ์ เลาํ เรอื่ งยอํ ตอบคาถาม บอกความหมายของ
เคร่อื งหมายหรือสัญลกั ษณ์มมี ารยาทในการอําน
มที ักษะการคดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัด เขียนคา ข๎อความ ประโยค เพอ่ื ใหม๎ ีทกั ษะในการ
เขียนไดถ๎ กู ต๎อง สวยงามมีระเบียบรหู๎ ลกั เกณฑก์ ารเขียนมมี ารยามในการเขยี น รักการเขียน
จับใจความสาคญั เรอื่ งทไี่ ด๎ฟงั เลาํ เรอ่ื ง ตอบคาถามแสดงความรู๎สกึ เกี่ยวกบั เรอื่ งฟังและดู พดู
ส่อื สาร พูดแนะนา เลําประสบการณไ์ ด๎เมาะสมกบั การะเทศะ มมี ารยาทในการฟงั การดู การพูด
สะกดคาและเข๎าใจความหมายของคา เรียงคาใหเ๎ ปน็ ประโยค แตงํ ประโยค แตงํ คาคลอ๎ งจองได๎
ถกู ต๎องเหมาะสม สรุปข๎อคดิ ทไ่ี ดจ๎ ากการอาํ นวรรณคดี วรรณกรรม เพอ่ื นาไปใช๎ในชวี ติ ประจาวัน
แสดงความคิดจากการอาํ น ทอํ งจาบทอาขยาน ร๎องบทรอ๎ งเลํนสาหรับเดก็ ที่มคี ุณคําตามความสนใจ
ได๎ โดยใช๎ขบวนการทางภาษา กระบวนการฝกึ ทกั ษะการอําน การเขยี น การฟงั การดู การพูด เพอ่ื ใหเ๎ กิดความรู๎
ความเข๎าใจ สามารถสอื่ สารสง่ิ ทเี่ รยี นร๎ู และเหน็ คุณคําประยุกต์ใชใ๎ นชวี ติ ประจาวนั
รหัสตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/2, ป.๑/3, ป.๑/4, ป.๑/5, ป.๑/6, ป.๑/7, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/2, ป.๑/3
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/2, ป.๑/3, ป.๑/4, ป.๑/5
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/2, ป.๑/3, ป.๑/4
ท 5.๑ ป.๑/๑, ป.๑/2
รวมจานวน 22 ตวั ชว้ี ดั
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๓๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหัสวชิ า ท ๑๒๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ๒
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลาเรยี น ๒๐๐ ชั่วโมง
การอาํ นคาพน้ื ฐานทีใ่ ชใ๎ นชวี ติ ประจาวัน อํานออกเสยี งคา ข๎อความ เรือ่ งราว บทร๎อยกรอง
งําย ๆ เข๎าใจความหมายของคาข๎อความทอี่ ําน จับใจความสาคญั รายละเอยี ดของเรอ่ื ง ตัง้ คาถาม ตอบคาถาม
สนทนาและแสดงความคดิ เหน็ ขอ๎ คิดจากเร่อื งที่อาํ น มมี ารยาทและนสิ ยั รกั การอําน
การเขียนคามาตราตวั สะกดตําง ๆ คาท่ีใช๎ในชวี ติ ประจาวนั คาทีส่ ะกดไมตํ รงมาตราและคาท่ีมี
การนั ต์ การคดั ลายมือดว๎ ยตวั บรรจงเตม็ บรรทัด การเขียนตามคาบอก เขียนบทรอ๎ ยกรอง เขียนคาขวญั เขยี น
บรรยาย บนั ทึกประจาวนั และใชก๎ ระบวนการเขียนเพ่มิ พนู ความร๎ู เพ่อื ใหม๎ ที ักษะในการเขียน เขยี นได๎ถกู ตอ๎ ง
สวยงาม มรี ะเบียบเห็นคุณคําของการเขียนและสามารถนาการเขยี นไปใชใ๎ นชวี ติ ประจาวัน มีมารยาทการเขยี น
และรักการเขียน
จบั ใจความจากเรอื่ งทไ่ี ด๎ ฟงั ดู พูดส่ือสาร เลําประสบการณ์ การใชน๎ ้าเสียงกริ ิยาทําทางของผพู๎ ูด
การตงั้ คาถาม การตอบคาถาม สนทนาแสดงความคิดเห็น แสดงความร๎ูสกึ ใหผ๎ ๎ูอนื่ ปฏิบตั ติ าม และมมี ารยาทในการ
ฟัง การดูและการพูด
ใช๎หลักเกณฑ์ทางภาษาไทยในการสะกดคา แจกลูก อํานและเขียนคา ผันอกั ษรสูง อกั ษรกลาง
อักษรต่า ผันวรรณยกุ ต์ คาที่มีอักษรนา คาทมี่ ี ฤ ฤา คาทีใ่ ชบ๎ ัน บรร คาท่ีมีตวั การันต์ เขา๎ ใจความหมาย
ของคา กลุมํ คา แตงํ ประโยคงาํ ย ๆ แตงํ คาคล๎องจอง คาขวญั ใชพ๎ จนานุกรมในการคน๎ หาความหมายของ
คา และเลอื กใชภ๎ าษาไทยมาตรฐาน และภาษาถนิ่ ได๎เหมาะสมกบั กาลเทศะ การทางานรํวมกับผ๎ูอ่ืน การใช๎
ทกั ษะทางภาษาและเทคโนโลยีการสอ่ื สารดา๎ นวทิ ยุ โทรทศั น์ วีดีทศั น์ ในการพัฒนาการเรียน
การอําน นทิ าน เรื่องส้ัน บทความสาหรับเด็ก ปรศิ นาคาทาย บทรอ๎ งเลํนในทอ๎ งถ่ิน ทํองจาบท
อาขยานทกี่ าหนดและบทรอ๎ ยกรองท่ีมีคุณคาํ ตามความสนใจเพอื่ ให๎ได๎ความรู๎ ความเขา๎ ใจ ความบนั เทงิ การ
แสดงความคิดเหน็ จากเรื่องทอ่ี ํานอยาํ งมเี หตผุ ล การนาความรแู๎ ละขอ๎ คดิ ทไี่ ด๎จากการอํานไปใชใ๎ นชวี ิตจริง
รหัสตวั ช้วี ดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/2, ป.๒/3, ป.๒/4, ป.๒/5, ป.๒/6, ป.๒/7, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/2, ป.๒/3, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/2, ป.๒/3, ป.๒/4, ป.๒/5, ป.๒/6, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/2, ป.๒/3, ป.๒/4, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/2, ป.๒/๓
รวมจานวน 27 ตวั ชวี้ ัด
๓๔ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหัสวิชา ท ๑๓๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย ๓
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลาเรยี น ๒๐๐ ชว่ั โมง
อาํ นออกเสยี งคา ขอ๎ ความ เรอ่ื งราว และบทรอ๎ ยกรองงาํ ย ๆ ได๎ถูกต๎อง คลอํ งแคลํว เข๎าใจ
อธบิ ายความหมายของคา และขอ๎ ความท่อี ํานจับใจความสาคัญ และรายละเอยี ดของเรอื่ ง ตัง้ คาถาม ตอบ
คาถาม สนทนาและแสดงความคดิ เห็นหรอื ขอ๎ คิดจากเรอื่ งทีอ่ าํ น เลอื กอํานหนังสือ ไดข๎ ๎อคดิ มมี ารยาทและ
นสิ ยั รกั การอาํ น
คัดลายมอื ด๎วยตวั บรรจงเตม็ บรรทดั เขียนบทรอ๎ ยกรอง เขยี นตามจนิ ตนาการ เขียนบรรยาย
เขยี นจดหมายลาครู เขยี นบันทึกความรูป๎ ระสบการณ์ เร่อื งราวในชีวติ ประจาวัน โดยเนน๎ การเขียนเชงิ
สร๎างสรรคแ์ ละใช๎กระบวนการเขียน เพิม่ พนู ความรู๎ เพื่อให๎มที ักษะในการเขยี น เขียนไดอ๎ ยํางถกู ต๎อง สวยงาม มี
ระเบยี บร๎ูหลกั เกณฑก์ ารเขียน เขยี นเชิงสรา๎ งสรรค์ เห็นคณุ คําของการเขียน และสามารถนาการเขียนไปใช๎
ประโยชน์ในชวี ิตจรงิ มีมารยาทการเขยี นและรกั การเขยี น
จับใจความจากเร่ืองทีไ่ ด๎ฟงั ดู และเข๎าใจเนือ้ เรอื่ ง ถ๎อยคา การใช๎น้าเสียงและกริ ยิ าทาํ ทาง
ของผพู๎ ูดแลว๎ แสดงทัศนะจากเร่อื งท่ีไดฟ๎ ัง และดไู ดอ๎ ยํางมีวิจารณญาณ ฝึกตั้งคาถาม ตอบคาถาม สนทนา
แสดงความคิดเห็น เลาํ เรอ่ื ง ถาํ ยทอดความร๎ู ความคดิ ความรูส๎ กึ และประสบการณ์ โดยใช๎ถ๎อยคาเหมาะสม
อยํางสรา๎ งสรรคต์ ามหลักการพดู มีมารยาทในการฟงั การดู การพดู
ใช๎หลักเกณฑ์ทางภาษาในการสะกดคา แจกลกู อาํ นและเขยี นคา ผนั อักษรกลาง อกั ษรสงู อกั ษร
ต่า ผนั วรรณยุกต์ คาควบกล้า คาท่ีประวสิ รรชนยี ์ คาท่ีมอี กั ษรนา คาท่ีมี ฤ ฤา คาท่ีใช๎ บัน บรร คาที่ใช๎
รร คาทม่ี ีตวั การันต์ ความหมายและหนา๎ ท่ขี องคา กลุํมคาและประโยค เรยี บเรยี งประโยคตามลาดับความคิด
ใชภ๎ าษาในการสอ่ื สารดว๎ ยภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิน่ ไดเ๎ หมาะสมกบั กาลเทศะและบคุ คลแตงํ ประโยค
เพ่ือการสอ่ื สาร ไดแ๎ กํ ประโยคบอกเลํา ประโยคปฏิเสธ ประโยคคาถาม ประโยคขอร๎องประโยคคาสัง่ แตํงคา
คล๎องจอง คาขวญั ใชพ๎ จนานุกรม เพื่อใหส๎ ามารถนาหลักการทางภาษาไปใชพ๎ ฒั นาความรู๎ ความคดิ อยาํ งมี
วจิ ารณญาณ ใชภ๎ าษาไดเ๎ หมาะสมกับกาลเทศะและบคุ คล ส่อื ความไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎องชดั เจนท้งั ภาษาพูดและ
ภาษาเขียนและสรา๎ งสรรค์
อํานวรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพ้นื บา๎ นไดแ๎ กํ นิทาน เรอ่ื งสนั้ บทร๎อยกรอง เพลงกลอํ มเด็ก
บทกลอน ปริศนาคาทาย ทํองจา บทอาขยานท่ีกาหนดและบทร๎อยกรองที่มคี ณุ คําตามความสนใจ เพอ่ื ให๎ได๎
ความร๎ู ความเข๎าใจ ความบนั เทงิ และข๎อคดิ จากวรรณกรรม วรรณคดี หรือเรอ่ื งทอ่ี าํ น สามารถนาความรแู๎ ละ
ขอ๎ คดิ ทีไ่ ดไ๎ ปใชใ๎ นชวี ติ จรงิ
รหสั ตัวชีว้ ดั ๓๕
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/๘, ป.3/9
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4
รวมจานวน 31 ตวั ชว้ี ดั
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหสั วิชา ท ๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ๔
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลาเรยี น ๑๖๐ ชวั่ โมง
อํานออกเสยี ง และบอกความหมายของบทร๎อยแก๎ว และบทร๎อยกรองเป็นทานองเสนาะ
ประกอบดว๎ ยคาทม่ี ี ร ล เปน็ พยัญชนะต๎น คาทม่ี พี ยญั ชนะควบกลา้ อักษรนา คาประสม อักษรยํอ
เคร่อื งหมายวรรคตอน ประโยคทีมีสานวน คาพงั เพย ภาษติ ปริศนาคาทาย อํานจบั ใจความจากสื่อตําง ๆ
อํานหนังสอ่ื ทม่ี คี ุณคําตามความสนใจ มมี ารยาท และมีนิสยั รกั การอาํ น
คดั ลอกลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทัดและครง่ึ บรรทดั เขียนส่อื สาร โดยใช๎คาได๎ถกู ต๎อง ชัดเจน
และเหมาะสมเชํน คาขวญั คาแนะนา เขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง และแผนภาพความคดิ ไปพฒั นางานเขยี น เขียน
ยอํ ความ จดหมายถึงเพอ่ื นและบดิ ามารดา เขียนบันทึก เขยี นรายงานจากการศกึ ษาค๎นควา๎ เขยี นเร่ืองตามจติ
นาการ มมี ารยาทในการเขียน
การเลอื กฟังและดอู ยาํ งมีวจิ ารณญาณ-พูด แสดงความรูค๎ วามคิด และความร๎ูสึกเกีย่ วกับเรอ่ื งท่ี
ไดฟ๎ ังและพดู ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตผุ ล รายงานเรอื่ งที่ศกึ ษาค๎นคว๎า จากการฟงั การดูและการสนทนา
อยํางมมี ารยาท
ใชห๎ ลกั เกณฑท์ างภาษาในการสะกดคา แจกลกู อํานและเขียนคาในแมํ ก.กา มาตรา-ตวั สะกด
การผันอกั ษร คาเปน็ คาตาย คาพ๎อง ระบชุ นิดและหนา๎ ที่ของคาในประโยค ไดแ๎ กํ คานาม คาสรรพนาม คากริยา
และคาวเิ ศษณ์ การใชพ๎ จนานุกรม การแตํงประโยคไดถ๎ กู ตอ๎ งตามหลกั ภาษา แตํงร๎อยกรองและคาขวญั บอก
ความหมายของสานวน เปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ินได๎
การเขา๎ ใจและแสดงความคดิ เหน็ จากการอาํ นนทิ านพ้นื บ๎าน นทิ านคติธรรม รอ๎ งเพลง-พ้นื บ๎าน
ทํองจาบทอาขยานตามที่กาหนด และบทร๎อยกรองท่มี คี ุณคําตามความสนใจ วิจารณ-์ วรรณคดี และวรรณกรรม
ไทย อยาํ งเห็นคณุ คาํ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ๎ นชวี ติ จริง
รหสั ตวั ช้วี ดั
ท ๑.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/๘
ท ๒.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/๘
ท ๓.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6
ท ๔.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ท ๕.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
รวมจานวน 33 ตวั ชวี้ ัด
๓๖ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหสั วิชา ท ๑๕๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย ๕
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลาเรยี น ๑๖๐ ชั่วโมง
อํานออกเสยี งบทร๎อยแกว๎ บทร๎อยกรองเปน็ ทานองเสนาะไดถ๎ ูกตอ๎ ง อธบิ ายความหมายของคา
ประโยค ขอ๎ ความทเี่ ป็นการบรรยายและการพรรณนา อธบิ ายความหมายโดยนัยจากเรอื่ งทอ่ี าํ นอยําง
หลากหลาย แยกข๎อเท็จจริงและข๎อคิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ีอาํ น วิเคราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเรอ่ื งทีอ่ าํ นเพอ่ื
นาไปใชใ๎ นการดาเนนิ ชวี ิต อาํ นงานเขียนเชิงอธบิ าย คาสัง่ ข๎อแนะนา และปฏิบตั ติ าม อาํ นหนงั สอื ทม่ี คี ณุ คําตาม
ความสนใจอยาํ งสมา่ เสมอและแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับเร่อื งทอ่ี าํ น ตลอดจนมีมารยาทในการอําน
คัดลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทัดและคร่ึงบรรทดั เขยี นสอื่ สารโดยใชค๎ าได๎ถูกตอ๎ งชัดเจนและ
เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคดิ เพ่ือใชพ๎ ฒั นางานเขยี น เขยี นยอํ ความจากเรอ่ื งท่ี
อําน เขยี นจดหมาย ถึงผูผ๎ ปู๎ กครองและญาติ เขยี นแสดงความร๎สู ึกและความคดิ เห็นได๎ตรงตามเจตนา สามารถกรอก
แบบรายการตําง ๆ ได๎ เขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ และมีมารยาทในการเขยี น
พดู แสดงความรู๎ ความคดิ เหน็ และความรสู๎ ึกจากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู ตัง้ คาถามและตอบคาถามเชงิ
เหตุผลจากเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู วิเคราะหค์ วามนําเชอื่ ถอื จากเรือ่ งทฟี่ ังและดอู ยาํ งมเี หตุผล พดู รายงานเรอ่ื งหรอื
ประเด็นทศ่ี ึกษา ค๎นควา๎ จากการฟัง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด
ระบชุ นิดและหนา๎ ท่ขี องคาในประโยค จาแนกสํวนประกอบของประโยค เปรยี บเทียบภาษาไทย
มาตรฐานกบั ภาษาถิ่น ใชค๎ าราชาศัพทไ์ ด๎ บอกคาภาษาตาํ งประเทศในภาษาไทย แตํงบทร๎อยกรอง กาพย์
ยานี ๑๑ และใช๎สานวนไดอ๎ ยํางถูกต๎อง
ระบขุ ๎อคดิ จากนิทานพน้ื บ๎านหรือนทิ านคติธรรม อธบิ ายขอ๎ คดิ จากการอํานเพอ่ื นาไปใชใ๎ นชีวิตจรงิ
รอ๎ งเพลงพื้นบ๎าน ทํองจาบทอาขยานตามเร่ืองทก่ี าหนด และบทรอ๎ ยกรองท่มี คี ณุ คําตามความสนใจ
รหสั ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/๘
ท ๒.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7, ป.5/๘, ป.5/9
ท ๓.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
ท ๔.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ท ๕.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
รวมจานวน 33 ตัวชว้ี ดั
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๓๗
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหัสวชิ า ท ๑๖๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ๖
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ เวลาเรยี น ๑๖๐ ชวั่ โมง
อํานออกเสยี งบทร๎อยแกว๎ และรอ๎ ยกรองเปน็ ทานองเสนาะไดถ๎ ูกต๎อง อธบิ ายความหมายโดยตรง
และความหมายโดยนยั ของคา ประโยค ขอ๎ ความ สานวนโวหาร อาํ นเรอ่ื งส้นั อยาํ งหลากหลาย แยกแยะข๎อคิดเห็น
และขอ๎ เทจ็ จริง จับใจความสาคญั ของเร่อื งทอี่ าํ น และนาความรู๎ ความคิดจากเรอื่ งท่อี าํ นไปตัดสนิ ใจแก๎ปัญหาใน
การดาเนินชวี ิต อธบิ ายความหมายของขอ๎ มลู คาสัง่ และปฏบิ ตั ิตามขอ๎ แนะนา มมี ารยาท และมีนิสยั รกั การอําน
และเหน็ คุณคาํ ส่งิ ทอ่ี าํ น
มที ักษะในการคดั ลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัด และครึ่งบรรทดั เขียนส่อื สารโดยใช๎คาไดถ๎ ูกตอ๎ ง
ชดั เจน เหมาะสมใช๎แผนภาพโครงเรอื่ ง และแผนภาพความคิดเพื่อพัฒนางานเขยี น เขียนเรียงความ ยํอความ
จดหมายสํวนตวั กรอกแบบรายการตํางๆ เขยี นเรือ่ งตามจนิ ตนาการอยํางสรา๎ งสรรค์ และมมี ารยาทในการเขยี น
พูดแสดงความร๎ู ความข๎าใจจดุ ประสงคจ์ ากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู ตงั้ คาถามตอบคาถามจากเร่อื งทีฟ่ งั
และดู รวมทงั้ ประเมนิ ความนาํ เชอ่ื ถือจากการการฟงั และดูสื่อโฆษณาอยาํ งมเี หตผุ ล พดู รายงาน หรือประเดน็ ท่ี
ศกึ ษาคน๎ ควา๎ จากการฟังการดูการสนทนา พดู โนม๎ นา๎ วอยาํ งมีเหตผุ ล และนําเชือ่ ถอื มีมารยาทในการฟัง การดู
และการพดู
วิเคราะหช์ นดิ และหน๎าทีข่ องคาในประโยค ใชค๎ าไดเ๎ หมาะสมกบั กาลเทศะ และบุคคลรวบรวม และ
บอกความหมายของคาภาษาตาํ งประเทศทใ่ี ชภ๎ าษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แตงํ บทร๎อยกรอง วิเคราะห์
และเปรียบเทียบสานวนทเ่ี ปน็ คาพังเพย และสภุ าษิต
แสดงความคดิ เห็น และอธิบายคณุ คาํ ของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อาํ น เลํานิทานพนื้ บ๎านใน
ทอ๎ งถิ่นตนเอง และท๎องถน่ิ อน่ื นาขอ๎ คิดจากวรรณคดี และวรรณกรรมตลอดจนนทิ านพื้นบ๎านไปประยุกต์ใช๎ใน
ชวี ติ จริง ทอํ งจาบทอาขยานตามที่กาหนด และบทร๎อยกรองที่มคี ุณคาํ ตามความสนใจ
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/๘, ป.6/9
ท ๑.๑ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/๘, ป.6/9
ท ๑.๓ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท ๑.๔ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท ๑.๕ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4
รวมจานวน 34 ตัวชว้ี ดั
๓๘ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหสั วชิ า ท ๒๑๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย ๑
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง
อํานออกเสยี งบทรอ๎ ยแกว๎ ท่ีเป็นบทบรรยาย และ บทรอ๎ ยกรองได๎ เชํน กลอนสุภาพ กลอนสกั วา
กาพยย์ านี ๑๑ กาพย์ฉบงั ๑๖ กาพยส์ ุรางคนางค์ ๒๘ และโคลงสสี่ ุภาพ อาํ นจบั ใจความสาคัญจากเร่อื งทอ่ี าํ น
ระบเุ หตุผล ข๎อเทจ็ จรงิ ข๎อคดิ เหน็ จากเรอื่ งทอ่ี ํานระบุและอธิบายคาเปรียบเทยี บและคาทีม่ หี ลายความหมายใน
บริบทตาํ งๆ ตคี วามคายากในเอกสารวชิ าการโดยพจิ ารณาจากบรบิ ทระบขุ อสงั เกตและความสมเหตสุ มผลของงาน
เขยี นประเภทชกั จงู โน๎มน๎าวใจจากส่อื ตาํ งๆ เชนํ เรือ่ งเลาํ จากประสบการณ์ เรอ่ื งสน้ั บทสนทนา นิทานชาดก
วรรณคดีในบทเรยี น งานเขยี นเชิงสร๎างสรรค์ บทความ สารคดี บันเทิงคดี เอกสารทางวชิ าการท่ีมคี า ประโยคและ
ขอ๎ ความทตี่ ๎องใช๎บรบิ ทชวํ ยพจิ ารณาความหมาย งานเขียน ประเภทชักจูงโน๎มน๎าวใจเชงิ สรา๎ งสรรค์ อําน และ
ปฏิบัติตามเอกสารคมูํ ือ วิเคราะหค์ ณุ คําที่ได๎รับจากการอาํ นงานเขยี นอยํางหลากหลาย เพื่อนาใชแ๎ ก๎ปญั หาใน
ชีวติ อํานหนังสอื ตามความสนใจ เชนํ หนงั สอื ที่นกั เรียนสนใจและเหมาะสมกบั วยั หนังสอื อาํ นท่คี รแู ละนกั เรียน
กาหนดรํวมกนั และมมี ารยาทในการอําน
คัดลายมอื ตัวบรรจงครงึ่ บรรทดั ตามรปู แบบการเขียนตัวอกั ษรไทย เขยี นสอ่ื สารโดยใชถ๎ อ๎ ยคาถูกต๎อง
ชัดเจนเหมาะสมและสละสลวย เชนํ การเขียนแนะนาตนเอง การเขยี นแนะนาสถานทส่ี าคญั ๆ การเขียนบนสื่อ
อิเลก็ ทรอนิกส์ การเขยี นยอํ ความจากสอื่ ตําง ๆ เชํน เรอ่ื งสั้น คาสอน โอวาท คาปราศรยั สนุ ทรพจน์
รายงาน ระเบยี บ คาส่งั บทสนทนา เรื่องเลํา ประสบการณ์ เขยี นแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับสาระจากสอื่ ตาํ ง ๆ
เชํน บทความ หนงั สอื อํานนอกเวลา ขําวและเหตกุ ารณ์ประจาวนั เหตุการณ์สาคญั ตาํ ง ๆ เขียนจดหมายสํวนตวั
เชํน จดหมายขอความชวํ ยเหลอื จดหมายแนะนา จดหมายกจิ ธรุ ะ เชนํ จดหมายสอนตามขอ๎ มลู เขียนรายงาน
การศึกษาค๎นคว๎า เขยี นรายงานโครงงานและมารยาทในการเขยี น
พูดสรปุ ใจความสาคญั พูดแสดงความร๎คู วามคดิ อยาํ งสรา๎ งสรรคจ์ ากเร่อื งท่ีฟงั และดู เลําเรอ่ื งยอํ พูด
แสดงความคดิ เหน็ พดู ประเมินความนําเชื่อถอื ของสอ่ื ทมี่ เี นือ้ หาโนม๎ นา๎ วใจ พูดรายงานการศกึ ษาคนควา๎ จากแหลํง
เรียนรตู๎ าํ งๆ ในชมุ ชนและทอ๎ งถน่ิ ของตนมมี ารยาทในการฟงั ดู และการพดู
อธบิ ายลกั ษณะของเรอ่ื งในภาษาไทย การสรางคาในภาษาไทย ไดแ๎ กํ คาประสม คาซา้ คาซอ๎ น คา
พ๎อง วเิ คราะห์ชนดิ และหนา๎ ท่ีของคาในประโยค วเิ คราะหค์ วามแตกตาํ งของภาษาพดู และภาษาเขยี น แตํงบทร๎อย
กรอง กาพย์ยานี ๑๑ จาแนกและใชส๎ านวนทเี่ ปน็ คาพังเพยและสภุ าษติ
สรปุ เนอื้ หาวรรณคดแี ละวรรณกรรมท่อี ํานเกย่ี วกบั ศาสนา ประเพณี พธิ กี รรม สภุ าษติ คาสอน
เหตุการณ์ประวัตศิ าสตร์ บนั เทงิ คดี บันทกึ การเดินทาง วรรณกรรมทองถ่ิน วเิ คราะหค์ ณุ คํา และขอ๎ คดิ จาก
วรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอื่ ประยุกต์ใชใ๎ นชวี ติ จรงิ ทํองจาบทอาขยานและบทร๎อยกรองท่ีมคี ณุ คาํ ไดแ๎ กํ บท
อาขยานตามท่กี าหนดและบทร๎อยกรองตามความสนใจ
รหสั ตัวชว้ี ดั
ท ๑.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/๘, ม.1/9
ท ๒.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/๘, ม.1/9
ท ๓.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
ท ๔.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
ท ๕.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5 รวมจานวน 35 ตัวชวี้ ัด
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๓๙
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหสั วิชา ท ๒๑๑๐๒ รายวิชา ภาษาไทย ๒
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน ๖๐ ชว่ั โมง
อาํ นออกเสยี งบทรอ๎ ยแกว๎ ที่เปน็ บทบรรยาย และ บทรอ๎ ยกรองได๎ เชํน กลอนสภุ าพ กลอนสกั วา
กาพยย์ านี ๑๑ กาพยฉ์ บัง ๑๖ กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ และโคลงสสี่ ุภาพ อาํ นจับใจความสาคัญจากเร่ืองทอี่ าํ น
ระบเุ หตผุ ล ขอ๎ เทจ็ จรงิ ข๎อคดิ เหน็ จากเรื่องทอี่ าํ นระบแุ ละอธิบายคาเปรยี บเทยี บและคาทม่ี ีหลายความหมายใน
บริบทตาํ งๆ ตคี วามคายากในเอกสารวชิ าการโดยพจิ ารณาจากบรบิ ทระบขุ อสังเกตและความสมเหตุสมผลของงาน
เขียนประเภทชกั จงู โนม๎ น๎าวใจจากสือ่ ตํางๆ เชํน เรอ่ื งเลําจากประสบการณ์ เรอ่ื งส้นั บทสนทนา นิทานชาดก
วรรณคดใี นบทเรียน งานเขียนเชงิ สรา๎ งสรรค์ บทความ สารคดี บนั เทิงคดี เอกสารทางวชิ าการทม่ี คี า ประโยคและ
ขอ๎ ความทตี่ อ๎ งใชบ๎ ริบทชวํ ยพจิ ารณาความหมาย งานเขยี น ประเภทชกั จงู โน๎มนา๎ วใจเชิงสร๎างสรรค์ อาํ น และ
ปฏิบตั ติ ามเอกสารคูํมือ วเิ คราะหค์ ุณคําท่ีได๎รบั จากการอาํ นงานเขียนอยํางหลากหลาย เพอื่ นาใชแ๎ กป๎ ญั หาใน
ชีวิต อาํ นหนังสอื ตามความสนใจ เชนํ หนังสือที่นกั เรยี นสนใจและเหมาะสมกบั วยั หนังสอื อาํ นทคี่ รูและนักเรยี น
กาหนดรํวมกันและมมี ารยาทในการอาํ น
คดั ลายมอื ตวั บรรจงครงึ่ บรรทดั ตามรูปแบบการเขียนตัวอกั ษรไทย เขยี นสอื่ สารโดยใชถ๎ อ๎ ยคาถูกต๎อง
ชัดเจนเหมาะสมและสละสลวย เชนํ การเขียนแนะนาตนเอง การเขยี นแนะนาสถานทีส่ าคญั ๆ การเขยี นบนส่อื
อเิ ล็กทรอนิกส์ การเขยี นยอํ ความจากสอื่ ตาํ ง ๆ เชนํ เรอื่ งส้ัน คาสอน โอวาท คาปราศรยั สุนทรพจน์ รายงาน
ระเบยี บ คาส่ัง บทสนทนา เรอื่ งเลํา ประสบการณ์ เขยี นแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั สาระจากสอื่ ตําง ๆ เชํน
บทความ หนงั สืออาํ นนอกเวลา ขาํ วและเหตกุ ารณป์ ระจาวัน เหตกุ ารณ์สาคญั ตาํ ง ๆ เขยี นจดหมายสํวนตวั เชนํ
จดหมายขอความชวํ ยเหลอื จดหมายแนะนา จดหมายกิจธรุ ะ เชํน จดหมายสอนตามข๎อมูล เขยี นรายงาน
การศึกษาคน๎ คว๎า เขยี นรายงานโครงงานและมารยาทในการเขยี น
พูดสรปุ ใจความสาคญั พูดแสดงความรู๎ความคดิ อยาํ งสรา๎ งสรรค์จากเร่อื งท่ฟี งั และดู เลาํ เรื่องยอํ พดู
แสดงความคิดเห็น พูดประเมินความนาํ เชอื่ ถือของสอ่ื ทีม่ เี น้ือหาโน๎มน๎าวใจ พูดรายงานการศกึ ษาคนควา๎ จากแหลํง
เรียนรตู๎ าํ งๆ ในชุมชนและทอ๎ งถิน่ ของตนมมี ารยาทในการฟงั ดู และการพดู
อธิบายลกั ษณะของเรอื่ งในภาษาไทย การสรางคาในภาษาไทย ไดแ๎ กํ คาประสม คาซ้า คาซอ๎ น คา
พ๎อง วเิ คราะหช์ นิดและหนา๎ ท่ีของคาในประโยค วเิ คราะหค์ วามแตกตํางของภาษาพูดและภาษาเขียน แตงํ บทร๎อย
กรอง กาพยย์ านี ๑๑ จาแนกและใชส๎ านวนทเ่ี ปน็ คาพงั เพยและสภุ าษติ
สรปุ เนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี ํานเกีย่ วกบั ศาสนา ประเพณี พธิ ีกรรม สุภาษติ คาสอน
เหตุการณ์ประวตั ิศาสตร์ บันเทิงคดี บันทกึ การเดนิ ทาง วรรณกรรมทองถ่นิ วเิ คราะห์คณุ คํา และข๎อคดิ จาก
วรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอื่ ประยุกต์ใชใ๎ นชวี ติ จรงิ ทํองจาบทอาขยานและบทรอ๎ ยกรองทม่ี คี ณุ คาํ ไดแ๎ กํ บท
อาขยานตามทกี่ าหนดและบทรอ๎ ยกรองตามความสนใจ
รหสั ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/๘, ม.1/9
ท ๒.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/๘, ม.1/9
ท ๓.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
ท ๔.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
ท ๕.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5 รวมจานวน 35 ตัวชวี้ ดั
๔๐ หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย ๓
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น ๖๐ ชวั่ โมง
อํานออกเสยี งบทรอ๎ ยแกว๎ ทเี่ ปน็ บทบรรยาย และบทพรรณนา บทรอ๎ ยกรอง เชนํ กลอนบทละคร
กลอนนิทาน กลอนเพลงยาว และกาพย์หอํ โคลง อาํ นจับใจความจากส่ือตาํ งๆ เชํน วรรณคดีในบทเรียน บทความ
บนั ทึกเหตกุ ารณ์ บทสนทนา บทโฆษณา งานเขียนประเภทโน๎มน๎าวใจ งานเขียนหรือบทความแสดงขอ๎ เท็จจรงิ
เรือ่ งราวจากบทเรียนในกลุมํ สาระการเรยี นรู๎ภาษาไทย และกลุมํ สาระการเรยี นอื่น อํานตามความสนใจ เชนํ
หนังสอื อาํ นนอกเวลา หนังสอื ที่นกั เรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั หนงั สืออาํ นทค่ี รูและนกั เรยี นกาหนดรํวมกัน
และมารยาทในการอําน
คัดลายมือตวั บรรจงครง่ึ บรรทดั ตามรูปแบบการเขียนตวั อกั ษรไทย เขียนบรรยายและพรรณนา
เขยี นเรียงความเก่ียวกบั ประสบการณ์ เขยี นยอํ ความจากสือ่ ตํางๆ เชนํ นทิ านคาสอน บทความทางวิชาการ บันทกึ
เหตุการณเ์ รอื่ งราวในบทเรียนในกลุมํ สาระการเรียนรอู๎ ่นื และนทิ านชาดก เขียนรายงานจากการศึกษาคน๎ คว๎า
รายงานโครงงาน จดหมายกิจธรุ ะ จดหมายเชญิ วิทยากร จดหมายขอความอนเุ คราะห์ เขยี นวเิ คราะหว์ ิจารณ์ และ
แสดงความร๎ูความคดิ เหน็ หรอื โต๎แยง๎ จากสอ่ื ตาํ งๆ เชนํ บทความ บทเพลง หนงั สอื อาํ นนอกเวลา สารคดี บันเทงิ
คดแี ละมารยาทในการเขียน
พูดสรุปความจากเรอื่ งท่ฟี งั และดู พูดวิเคราะหว์ จิ ารณ์จากเรอื่ งทีฟ่ ังและดู พดู ในโอกาสตํางๆ เชนํ
พดู อวยพร พดู โนม๎ นา๎ ว พูดโฆษณา พูดรายงาน การศกึ ษาค๎นความจากแหลงํ เรยี นรต๎ู ํางๆ และมารยาทในการฟัง
การดู การพดู
การสรางคาสมาส วเิ คราะหล์ กั ษณะของประโยคในภาษาไทย ไดแ๎ กํ ประโยคสามัญ ประโยครวม
ประโยคซอน แตงํ บทรอ๎ ยกรองกลอนสุภาพ การใช๎คาราชาศพั ท์ รวบรวมและอธบิ ายความหมายของคาทม่ี า
จากภาษาตาํ งประเทศ
สรุปเนอื้ กาของวรรณคดแี ละวรรณกรรมทีอ่ าํ นเกย่ี วกับ ศาสนา ประเพณี พิธกี รรม สุภาษติ คาสอน
เหตกุ ารณ์ประวตั ศิ าสตร์ บนั เทงิ คดี บันทกึ การเดนิ ทาง วเิ คราะหค์ ุณคาํ และข๎อคดิ จากวรรณคดี วรรณกรรม และ
วรรณกรรมทอ๎ งถิ่น ทํองจาบทอาขยานทีก่ าหนด บทร๎อยกรองท่มี ีคุณคาํ ตามความสนใจ
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/๘
ท ๒.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/๘
ท ๓.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ท ๔.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ท ๕.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
รวมจานวน 32 ตัวชว้ี ดั
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๔๑
คาอธบิ ายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๒ รายวิชา ภาษาไทย ๔
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง
อาํ นออกเสยี งบทรอ๎ ยแกว๎ ท่ีเป็นบทบรรยาย และบทพรรณนา บทร๎อยกรอง เชํน กลอนบทละคร
กลอนนิทาน กลอนเพลงยาว และกาพย์หอํ โคลง อาํ นจับใจความจากส่อื ตาํ งๆ เชนํ วรรณคดีในบทเรยี น บทความ
บันทกึ เหตกุ ารณ์ บทสนทนา บทโฆษณา งานเขียนประเภทโน๎มนา๎ วใจ งานเขียนหรอื บทความแสดงขอ๎ เท็จจริง
เรือ่ งราวจากบทเรียนในกลุํมสาระการเรยี นรูภ๎ าษาไทย และกลุมํ สาระการเรยี นอ่ืน อํานตามความสนใจ เชนํ
หนังสอื อํานนอกเวลา หนงั สอื ทน่ี กั เรยี นสนใจและเหมาะสมกบั วัย หนงั สืออาํ นท่คี รูและนักเรยี นกาหนดรวํ มกัน
และมารยาทในการอาํ น
คดั ลายมอื ตัวบรรจงครงึ่ บรรทดั ตามรูปแบบการเขยี นตัวอกั ษรไทย เขยี นบรรยายและพรรณนา
เขยี นเรยี งความเกย่ี วกบั ประสบการณ์ เขียนยอํ ความจากสอื่ ตํางๆ เชนํ นิทานคาสอน บทความทางวชิ าการ บันทึก
เหตกุ ารณเ์ รอื่ งราวในบทเรยี นในกลมุํ สาระการเรียนรอู๎ ืน่ และนทิ านชาดก เขียนรายงานจากการศึกษาค๎นควา๎
รายงานโครงงาน จดหมายกจิ ธรุ ะ จดหมายเชญิ วทิ ยากร จดหมายขอความอนเุ คราะห์ เขยี นวเิ คราะหว์ ิจารณ์ และ
แสดงความรคู๎ วามคิดเห็นหรอื โตแ๎ ย๎งจากสอื่ ตํางๆ เชนํ บทความ บทเพลง หนงั สอื อํานนอกเวลา สารคดี บนั เทิง
คดีและมารยาทในการเขยี น
พดู สรุปความจากเรอื่ งท่ีฟงั และดู พดู วเิ คราะหว์ ิจารณจ์ ากเรอื่ งทฟ่ี งั และดู พดู ในโอกาสตาํ ง ๆ
เชนํ พดู อวยพร พดู โน๎มน๎าว พูดโฆษณา พูดรายงาน การศกึ ษาค๎นความจากแหลํงเรยี นรตู๎ าํ ง ๆ และมารยาทใน
การฟัง การดู การพดู
การสรางคาสมาส วเิ คราะหล์ กั ษณะของประโยคในภาษาไทย ได๎แกํ ประโยคสามญั ประโยครวม
ประโยคซอ๎ น แตงํ บทรอ๎ ยกรองกลอนสุภาพ การใช๎คาราชาศพั ท์ รวบรวมและอธบิ ายความหมายของคาท่ีมา
จากภาษาตาํ งประเทศ
สรปุ เนอ้ื กาของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อํานเกยี่ วกับศาสนา ประเพณี พธิ กี รรม สภุ าษิต คา
สอน เหตุการณ์ประวตั ศิ าสตร์ บนั เทิงคดี บันทึกการเดินทาง วิเคราะหค์ ณุ คําและขอ๎ คดิ จากวรรณคดี
วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ๎ งถิน่ ทํองจาบทอาขยานทก่ี าหนด บทรอ๎ ยกรองทม่ี คี ณุ คาํ ตามความสนใจ
รหัสตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/๘
ท ๒.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/๘
ท ๓.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ท ๔.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ท ๕.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
รวมจานวน 32 ตวั ชว้ี ัด
๔๒ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหัสวชิ า ท ๒๓๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ๕
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง
อํานออกเสยี งบทร๎อยแกว๎ และบทร๎อยกรองเป็นทานองเสนาะได๎ถูกตอ๎ ง เข๎าใจความหมายโดยตรง
และความหมายโดยนยั จบั ใจความสาคญั และรายละเอยี ดของสงิ่ ทอ่ี ํานและเขียน กรอบแนวคดิ ผังความคิด
ยอํ ความ เขยี นรายงานจากสงิ่ ท่อี าํ นได๎ วเิ คราะห์ วจิ ารณอ์ ยํางมเี หตผุ ล
เขียนสอ่ื สารดว๎ ยลายมือทีอ่ าํ นงาํ ย ชดั เจน ใชถ๎ ๎อยคาไดถ๎ กู ตอ๎ งเหมาะสมตามระดบั ภาษาเขียนคาอวย
พรในโอกาสตาํ ง ๆ โฆษณา สนุ ทรพจน์ ชีวประวตั ิ อัตชีวประวัติ และประสบการณต์ าํ งๆ เขียนยอํ ความ
จดหมายกิจธรุ ะ เขียนวเิ คราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู๎ความคดิ หรือโต๎แย๎งอยํางมีเหตผุ ล แตํงบทประพันธ์
ประเภทกาพย์ และโคลงส่สี ภุ าพ
พดู แสดงความคิดเห็น วเิ คราะห์ วิจารณ์ ประเมินสงิ่ ทไี่ ด๎จากการฟังและดู พดู รายงานเรือ่ งหรือ
ประเดน็ ทไี่ ด๎จากการศึกษาค๎นคว๎าอยาํ งเป็นระบบ มศี ิลปะในการพดู มีมารยาทในการฟัง ดู และพูด
เข๎าใจและใช๎คาราชาศพั ท์ คาบาลี สันสกฤต คาภาษาถ่นิ คาภาษาตํางประเทศ คาทับศพั ท์ และ
ศัพท์บัญญัตใิ นภาษาไทย วิเคราะห์ความแตกตาํ งในภาษาพูด ภาษาเขียน โครงสรา๎ งของประโยครวม ประโยค
ซอ๎ น ลกั ษณะภาษาทเ่ี ปน็ ทางการและกงึ่ ทางการ
สรปุ เนอื้ หาวรรณคดี และวรรณกรรมทอี่ าํ น วิเคราะห์ตวั ละครสาคัญ วถิ ไี ทยและคณุ คําทีไ่ ด๎รับ
จากวรรณคดี วรรณกรรม และบทอาขยานพร๎องทั้งสรุปความรู๎ ข๎อคิดเพอ่ื นาไปประยกุ ต์ใช๎ในชวี ิตจริง
รหสั ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/10
ท ๒.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/10
ท ๓.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/6
ท ๔.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ท ๕.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมจานวน 25 ตัวชว้ี ดั
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๔๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รหสั วชิ า ท ๒๓๑๐๒ รายวชิ า ภาษาไทย ๖
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรยี น ๖๐ ช่ัวโมง
แสดงความคิดเหน็ และโตแ๎ ยง๎ เก่ยี วกับเร่อื งทอี่ าํ น ลาดบั ความอยาํ งมขี ัน้ ตอนและความเป็นไปได๎
ของเรอ่ื งท่ีอําน รวมทัง้ ประเมนิ ความถูกต๎องของขอ๎ มูลที่ใช๎สนับสนุนจากเรอื่ งท่อี าํ น มีมารยาทในการอําน
เขยี นคาขวญั คาคม แบบกรอกสมัครงาน เขียนรายงานการศกึ ษาค๎นคว๎า และเขียนโครงงาน
แตงํ บทรอ๎ ยกรองประเภทกลอนสุภาพ
พูดแสดงความคดิ เห็น ประเมินสิ่งทไี่ ด๎จากการฟัง และดู นาขอ๎ คิดไปประยกุ ต์ใชใ๎ นชวี ติ ประจาวนั
พูดในโอกาสตําง ๆ ได๎ตรงตามวตั ถุประสงค์ และพูดโน๎มนา๎ วอยาํ งมเี หตผุ ลนําเชอื่ ถือ มมี ารยาทในการฟงั ดู และ
พูด
สรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี และวรรณกรรมที่อําน วเิ คราะห์ตวั ละครสาคญั วถิ ีชีวติ ไทย และคณุ คําท่ี
ไดร๎ ับจากวรรณคดี วรรณกรรม และบทอาขยาน พรอ๎ มทง้ั สรปุ ความรู๎ ข๎อคดิ เพือ่ นาไปประยุกต์ใชใ๎ น
ชีวติ ประจาวัน
รหัสตัวชวี้ ัด
ท ๑.๑ ม.3/6, ม.3/7, ม.3/๘, ม.3/9, ม.3/10
ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.3/7, ม.3/๘, ม.3/9, ม.3/10
ท ๓.๑ ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ท ๔.๑ ม.3/5, ม.3/6
ท ๕.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมจานวน 19 ตัวชวี้ ดั
๔๔ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561