คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปศึกษา
รหัสวิชา ศ21201 รายวิชา ทศั นศิลป์ 1
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมงจานวน 1.0 หนว่ ยกิต
บรรยายความแตกตํางและความคล๎ายคลึงของงานทศั นศลิ ปแ์ ละส่งิ แวดลอ๎ มโดยใชค๎ วามเข๎าใจในเรอ่ื ง
ทศั นธาตุระบแุ ละบรรยายหลกั การออกแบบงานทัศนศิลป์โดยเน๎นความเปน็ เอกภาพความกลมกลนื และความ
สมดลุ วาดภาพทัศนียภาพแสดงให๎เหน็ ระยะใกลไ๎ กลเปน็ 3 มติ ิซ่งึ เป็นงานของชาตแิ ละของท๎องถน่ิ จากอดตี จนถึง
ปจั จุบัน
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามร๎ูความเขา๎ ใจในความแตกตาํ งของงานทัศนศิลปแ์ ละสง่ิ แวดลอ๎ มในเรื่องทัศนธาตุ
2. มีความรูค๎ วามเข๎าใจในเรอ่ื งหลกั การออกแบบงานทศั นศลิ ปใ์ นความเป็นเอกภาพความกลมกลนื และ
ความสมดุล
3. มีความร๎คู วามเขา๎ ใจในการวาดภาพทศั นียภาพระยะใกล๎ไกลเป็น 3 มิติซง่ึ เป็นงานของชาตแิ ละของ
ท๎องถิ่นจากอดตี จนถึงปัจจุบนั
รวม 3 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๑๙๕
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศึกษา
รหัสวชิ า ศ22201 รายวิชา ทัศนศิลป์ 2
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมงจานวน 1.0 หนว่ ยกิต
รวบรวมงานปั้นหรอื สอื่ ผสมมาสรา๎ งเป็นเรอื่ งราว 3 มิตโิ ดยเนน๎ ความเปน็ เอกภาพความกลมกลืนและการ
สอื่ ถึงเรอื่ งราวของงานออกแบบรูปภาพสัญลักษณห์ รือกราฟิกอืน่ ๆในการนาเสนอความคิดและข๎อมูลประเมนิ งาน
ทัศนศิลปแ์ ละบรรยายถงึ วธิ ีการปรับปรงุ งานของตนเองและผ๎ูอน่ื โดยใชเ๎ กณฑท์ ี่กาหนดใหเ๎ ปรียบเทียบงาน
ทัศนศิลป์ของภาคตาํ งๆของประเทศไทยความแตกตํางของจุดประสงคใ์ นการสร๎างสรรคง์ านทัศนศิลป์ของ
วฒั นธรรมไทยและสากล
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู๎ความเขา๎ ใจในเรอ่ื งงานป้ันแบบ 3 มิติ
2. มีความรู๎ความเขา๎ ใจในเรอ่ื งการออกแบบรปู ภาพสัญลกั ษณ์หรอื กราฟิกอน่ื ๆ
3. มีความรค๎ู วามเข๎าใจในการสร๎างสรรค์งานทัศนศิลปข์ องวฒั นธรรมไทยและสากล
4. มีความรคู๎ วามเข๎าใจในวธิ ปี รับปรุงงานทัศนศลิ ป์ตามเกณฑท์ ี่กาหนด
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
๑๙๖ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศกึ ษา
รหสั วชิ า ศ23201 รายวชิ า ทัศนศลิ ป์ 3
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 40 ชัว่ โมงจานวน 1.0 หนว่ ยกติ
เรียนร๎ูและฝึกปฏิบัติการออกแบบเก่ียวกับวิธีการสื่อความหมาย ความคิดจินตนาการ รูปแบบทัศนธาตุและ
องค์ประกอบศิลป์ โดยใช๎วัสดุอุปกรณ์ ตามกระบวนการสร๎างงานทัศนศิลป์ นาเทคโนโลยี เทคนิควิธีการ
ใหมํๆ ในการสร๎างงาน การประยุกต์ใช๎สื่อวัสดุอุปกรณ์การรับรู๎ทางสุนทรียภาพจากงานศิลปะและธรรมชาติ
ส่ิงแวดล๎อม เพอื่ ความรคู๎ วามเข๎าใจในการศกึ ษาตอํ และใช๎ในชวี ติ ประจาวัน
ผลการเรยี นรู้
1. เข๎าใจและสามารถออกแบบวธิ ีการสื่อความหมาย ความคิดจินตนาการ รปู แบบธาตุและองค์ประกอบ
ศลิ ป์ โดยใชว๎ ัสดอุ ปุ กรณ์ ตามกระบวนการสรา๎ งงานทัศนศิลป์ได๎
2. นาเทคโนโลยี เทคนคิ วธิ กี ารใหมํ ๆ มาใชใ๎ นการสรา๎ งงานทัศนศลิ ป์
3. ประยุกตใ์ ชส๎ ื่อ อปุ กรณต์ ําง ๆ เพื่อใหเ๎ กดิ ความรค๎ู วามเข๎าใจในทัศนศลิ ปม์ ากยงิ่ ข้ึน
รวม 3 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๙๗
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นศิลปศึกษา
รหสั วชิ า ศ21202 รายวชิ า นาฏศลิ ปไ์ ทย 1
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมงจานวน 1.0 หนว่ ยกติ
อธิบายการบรู ณาการศิลปะแขนงตํางๆกับการแสดงสร๎างสรรค์โดยใชอ๎ งค์ประกอบนาฏศิลป์และการ
ละครวเิ คราะห์งานของตนเองและผอู๎ ืน่ โดยใช๎นาฏยศพั ท์หรือศพั ท์ทางการละครเหมาะสมเปรยี บเทียบ
ลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศลิ ปจ์ ากวฒั นธรรมตาํ งๆอธิบายอทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมทีม่ ผี ลตอํ เนอ้ื หาของละคร
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรคู๎ วามเขา๎ ใจการแสดงนาฏศลิ ปพ์ น้ื เมืองโดยใชอ๎ งคป์ ระกอบนาฏศิลปแ์ สดงการละคร
2. มีความร๎คู วามเขา๎ ใจในการใช๎นาฏยศพั ทห์ รอื ศัพทท์ างการละคร
3. มคี วามรคู๎ วามเข๎าใจในการเปรยี บเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศลิ ป์จากวฒั นธรรมตํางๆ
4. มีความรคู๎ วามเขา๎ ใจในอิทธิพลของวัฒนธรรมในเนอื้ หาของละคร
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
๑๙๘ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปศึกษา
รหัสวชิ า ศ22202 รายวชิ า นาฏศลิ ปไ์ ทย 2
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมงจานวน 1.0 หน่วยกิต
สรา๎ งสรรค์การแสดงโดยใชอ๎ งคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์และการละครเสนอขอ๎ คดิ เหน็ ในการปรบั ปรุงการแสดง
โดยการเรยี นร๎รู ะหวํางนาฏศลิ ป์และการละครกบั สาระการเรยี นรูอ๎ น่ื ๆ
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรค๎ู วามเข๎าใจในการสรา๎ งสรรค์การแสดงโดยใชอ๎ งค์ประกอบนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร
2. มีความรู๎ความเขา๎ ใจในแสดงนาฏศลิ ปแ์ บบบรู ณาการกับสาระการเรยี นรอู๎ ืน่ ๆ
รวม 2 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๙๙
คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศึกษา
รหสั วชิ า ศ23202 รายวชิ า นาฏศิลป์ไทย 3
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 เวลา 40 ช่วั โมงจานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาเพ่ือให๎มีความรู๎ความเข๎าใจในเร่ือง ลักษณะและองค์ประกอบของการแสดงนาฏศิลป์ไทย
นาฏศิลป์พื้นบ๎าน และ นาฏศิลป์สากล การตีบทเบ้ืองต๎น ทําราพ้ืนฐาน นาฎยศัพท์ ระบาแบบมาตรฐานและ
ปรับปรุงราวงมาตรฐาน และการแสดงพื้นเมือง โดยสร๎างสรรค์และประยุกต์ผลงานให๎สอดคล๎องกับภูมิปัญญา
ทอ๎ งถิน่ และนาไปใชใ๎ นชวี ติ ประจาวันได๎
ผลการเรยี นรู้
1. เข๎าใจองคป์ ระกอบของการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย นาฏศิลป์พน้ื บ๎าน และ นาฏศลิ ปส์ ากล
2 .สามารถตบี ทเบอ้ื งต๎น ทําราพน้ื ฐาน นาฏยศพั ท์ ระบาแบบมาตรฐานและปรบั ปรงุ ราวงมาตรฐาน
และการแสดงพ้ืนเมอื ง
3. สามารถสร๎างสรรค์และประยุกต์ผลงานให๎สอดคล๎องกับภูมิปัญญาท๎องถิ่น และนาไปใช๎ใน
ชวี ติ ประจาวันได๎
รวมท้งั หมด 3 ผลการเรียนรู้
๒๐๐ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศกึ ษา
รหัสวชิ า ศ21203 รายวชิ า ดนตรีสากล 1
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมงจานวน 1.0 หนว่ ยกิต
เปรียบเทียบองคป์ ระกอบท่ใี ชใ๎ นงานดนตรี และงานศลิ ปะอ่นื รอ๎ งเพลง เลนํ ดนตรี และรวมวงโดย
เน๎น เทคนิคการรอ๎ ง การเลํน การแสดงออก และคณุ ภาพเสียง แตํงเพลงสน้ั ๆ จงั หวะงาํ ย ๆ บรรยาย วิวฒั นาการ
ของดนตรแี ตลํ ะยคุ สมัย
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู๎ ความเขา๎ ใจในการเปรียบเทียบการใช๎องคป์ ระกอบของดนตรี
2. มคี วามร๎ู ความเข๎าใจในเทคนคิ การรอ๎ งเพลง เลนํ ดนตรี แบบรวมวง
3. มีความรู๎ ความเข๎าใจในววิ ฒั นาการของดนตรีแตลํ ะยคุ สมัย
รวม 3 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๒๐๑
คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศึกษา
รหัสวชิ า ศ22203 รายวชิ า ดนตรสี ากล 2
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมงจานวน 1.0 หนว่ ยกติ
อธิบายเหตผุ ลในการเลอื กใชอ๎ งคป์ ระกอบของดนตรใี นการสรา๎ งสรรคง์ านดนตรขี องตนเองเปรยี บเทยี บ
ความแตกตาํ งระหวํางงานดนตรขี องตนเองและผอ๎ู ืน่ อธิบายเกีย่ วกับอทิ ธิพลของดนตรที ม่ี ีตํอบุคคลและสังคม
นาเสนอหรอื จัดการแสดงดนตรที ่ีเหมาะสมโดยการบรู ณาการกับกลํุมสาระการเรียนรอ๎ู นื่ อธิบายลักษณะเดนํ ที่ทา
ใหด๎ นตรีนน้ั ได๎รับการยอมรบั
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรู๎ความเขา๎ ใจในการเลอื กใชอ๎ งคป์ ระกอบของดนตรีเพอ่ื สรา๎ งสรรค์งานดนตรสี ากล
2. มคี วามรค๎ู วามเขา๎ ใจในอิทธพิ ลของดนตรที ่ีมตี ํอบคุ คลและสังคม
3. มีความรค๎ู วามเขา๎ ใจในการบรู ณาการงานดนตรีกับกลุํมสาระการเรยี นรอ๎ู ื่นๆ
รวม 3 ผลการเรียนรู้
๒๐๒ หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศึกษา
รหัสวิชา ศ23203 รายวิชา ดนตรสี ากล 3
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลา 40 ช่ัวโมงจานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาเพอื่ ใหม๎ คี วามร๎ู ความเข๎าใจ ในหลักการขบั ร๎องและ การปฏบิ ัตกิ ารขบั รอ๎ งเพลงสากล การฝึกฟงั
เสยี ง ฝกึ ไลํเสียงตามตัวโน๎ตและบันไดเสยี งตํางๆ การขบั ร๎อง เพลงพระราชนิพนธ์ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระ
บารมี เพลงประสานเสยี ง 2 แนว เพลงโรงเรยี น และ เพลงสมยั นยิ ม
ผลการเรยี นรู้
1. หลักการขับร๎องเพลงสากลรปู แบบตําง ๆ
2. สามารถฟังเสยี ง และรอ๎ งเพลงไลเํ สียงตามตวั โน๎ตและบนั ไดเสียงตาํ งๆ ได๎
3. สามารถขับรอ๎ ง เพลงพระราชนพิ นธ์ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงประสานเสียง 2 แนว
เพลงโรงเรียน และ เพลงสมัยนยิ มได๎
รวมทัง้ หมด 3 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๐๓
คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปศกึ ษา
รหัสวิชา ศ20209 รายวิชา ดนตรไี ทย 1
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมงจานวน 1.0 หนว่ ยกติ
เปรียบเทยี บการใชอ๎ งค์ประกอบดนตรที ีม่ าจากแหลํงวัฒนธรรมตาํ งกนั ดา๎ นการเขียนรอ๎ งโน๎ตไทยโนต๎
สากลทมี่ ีเครอื่ งหมายแปลงเสยี งระบุปัจจยั สาคญั ที่มีอิทธิพลตํอการสร๎างสรรคง์ านดนตรบี รรยายบทบาทและ
อทิ ธิพลดนตรใี นวัฒนธรรมของประเทศตํางๆ
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามร๎คู วามเขา๎ ใจในการเปรยี บเทียบการใชอ๎ งคป์ ระกอบดนตรีทีต่ ํางวัฒนธรรม
2. มคี วามรูค๎ วามเข๎าใจในเสยี งรอ๎ งโนต๎ ไทยโนต๎ สากลที่มีเครอ่ื งหมายแปลงเสียง
3. มีความรค๎ู วามเขา๎ ใจในปัจจยั สาคญั ที่มีผลตอํ การสร๎างสรรค์งานดนตรี
4. มคี วามรูค๎ วามเข๎าใจในการบรรยายบทบาทและอิทธิพลของดนตรขี องวัฒนธรรมประเทศตํางๆ
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
๒๐๔ หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
รหสั วชิ า ศ20210 รายวิชา ดนตรีไทย 2
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมงจานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ร๎องเพลงเลนํ ดนตรเี ด่ียวและรวมวงบรรยายอารมณข์ องเพลงและความร๎สู ึกทม่ี ีตํอบทเพลงทฟ่ี ังประเมิน
พฒั นาทักษะทางดนตรีของตนเองหลังจากการฝึกปฏบิ ตั ิระบุงานอาชพี ตํางๆทเ่ี กีย่ วขอ๎ งกับดนตรแี ละบทบาทของ
ดนตรใี นธรุ กจิ บันเทงิ
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรค๎ู วามเข๎าใจในการรอ๎ งเพลงเลนํ ดนตรเี ดยี่ วและรวมวง
2. มคี วามรู๎ความเขา๎ ใจในการบรรยายอารมณข์ องเพลงท่ีมตี ํอผู๎ฟงั
3. มีความรูค๎ วามเขา๎ ใจในทักษะทางดนตรี
4. มีความรค๎ู วามเข๎าใจในบทบาทของดนตรใี นธุรกิจบนั เทงิ
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๒๐๕
คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปศึกษา
รหสั วิชา ศ20209 รายวชิ า ดนตรไี ทย 3
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 เวลา 40 ชว่ั โมงจานวน 1.0 หน่วยกติ
ศกึ ษาเพอื่ ให๎มีความร๎คู วามเขา๎ ใจลักษณะและประเภทของเพลงไทยในรปู แบบตาํ งๆ อตั ราจังหวะของ
เพลงไทย สามารถจาแนกความแตกตํางของบทเพลงจากความร๎สู กึ ในการรบั รู๎ หลักการฟงั เพลงและดนตรี การ
ประพันธ์เพลงไทยแบบงาํ ย ๆ หลักการขับร๎องเพลงไทย ปฏบิ ตั กิ ารขับรอ๎ งเพลงไทยในหลาย ๆ รูปแบบ
ผลการเรยี นรู้
1. เข๎าใจและสามารถจาแนกประเภทของเพลงไทยในรูปแบบตาํ งๆ ได๎
2. เข๎าใจอตั ราจงั หวะของเพลงไทยในรปู แบบตําง ๆ
3. หลกั การฟังเพลงและดนตรี
4. หลักการประพนั ธเ์ พลงไทย
5. การปฏิบัติขบั รอ๎ งเพลงไทย
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้
๒๐๖ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศึกษา
รหัสวชิ า ศ21205 รายวชิ า ดนตรพี ้นื เมือง 1
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมงจานวน 1.0 หนว่ ยกิต
อํานเขยี นเรอื่ งโน๎ตไทย โนต๎ สากล โน๎ตพนื้ เมอื ง เปรียบเทยี บเสยี งรอ๎ ง และเสยี งเครอ่ื งดนตรี ทมี่ า
จากวฒั นธรรมทีต่ าํ งถน่ิ รอ๎ งเพลงและใชเ๎ ครอ่ื งดนตรบี รรเลงประกอบการรอ๎ ง ด๎วยบทเพลงทห่ี ลากหลายของ
องคป์ ระกอบดนตรี ในวฒั นธรรมตํางกัน
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามร๎ู ความเข๎าใจในเรอื่ งโน๎ตไทย โน๎ตสากล และโนต๎ พน้ื เมือง
2. มีความรู๎ ความเข๎าใจในเรอ่ื ง การเทียบเสียงรอ๎ ง และเสยี งเคร่ืองดนตรี จากวัฒนธรรมท๎องถน่ิ
3. มีความรู๎ ความเขา๎ ใจในเรอ่ื งหลกั การรอ๎ งเพลง และใช๎เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบ การร๎อง
4. มคี วามรู๎ ความเขา๎ ใจในบทเพลงทหี่ ลากหลายขององคป์ ระกอบดนตรีในวัฒนธรรม
ที่ตาํ งกัน
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๒๐๗
คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศึกษา
รหสั วชิ า ศ22205 รายวชิ า ดนตรพี ืน้ เมอื ง 2
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมงจานวน 1.0 หนว่ ยกิต
แสดงความคดิ เห็นทมี่ ตี อํ อารมณ์ ของบทเพลงทมี่ ีความเรว็ ของจังหวะ และความดงั -เบา แตดตํางกนั
เปรียบเทียบอารมณ์ความรสู๎ กึ ในการฟังดนตรีแตลํ ะประเภท นาเสนอตวั อยาํ งบทเพลงทตี่ นเองช่ืนชอบ แตํละ
เพลง และอธิบายลกั ษณะเดนํ ทท่ี าให๎งานนั้นนําช่ืนชม ใชเ๎ กณฑ์สาหรบั ประเมนิ คุณภาพดนตรี หรือเพลงทฟ่ี งั ใช๎
บารุงและรักษาเคร่ืองดนตรีอยาํ งระมัดระวังและรับผดิ ชอบ อธิบายบทความสมั พนั ธ์ และอิทธิพลของดนตรี ทม่ี ีตอํ
สงั คมโดยรวม ความหลากหลายขององคป์ ระกอบดนตรีในวัฒนธรรมตํางกัน
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู๎ ความเขา๎ ใจ ในอารมณข์ องบทเพลงในอตั ราจงั หวะ ความดัง-เบา ของดนตรี
แตํละประเภท
2. มีความรู๎ ความเข๎าใจในบทเพลงที่ตนเองช่ืนชอบ
3. มคี วามรู๎ ความเขา๎ ใจในเกณฑ์การประเมนิ คุณภาพดนตรี หรอื เพลงทฟี่ ัง
4. มคี วามร๎ู ความเขา๎ ใจในบทบาทความสมั พันธ์ และอิทธพิ ลของดนตรี ที่มีตํอสงั คมโดยรวมความ
หลากหลายขององค์ประกอบดนตรีในวัฒนธรรมที่ตํางกนั
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
๒๐๘ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศกึ ษา
รหสั วชิ า ศ32205 รายวิชา ดนตรีพน้ื เมือง 3
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 เวลา 40 ชั่วโมงจานวน 1.0 หน่วยกติ
แสดงความคิดเหน็ ท่มี ีตํออารมณ์ ของบทเพลงทม่ี ีความเรว็ ของจังหวะ และความดัง-เบา แตดตาํ งกัน
เปรียบเทียบอารมณค์ วามรูส๎ กึ ในการฟงั ดนตรแี ตํละประเภท นาเสนอตวั อยํางบทเพลงที่ตนเองชนื่ ชอบ แตํละ
เพลง และอธิบายลักษณะเดนํ ท่ีทาใหง๎ านนั้นนําชืน่ ชม ใชเ๎ กณฑ์สาหรับประเมินคณุ ภาพดนตรี หรือเพลงท่ฟี ัง ใช๎
บารุงและรกั ษาเคร่ืองดนตรีอยาํ งระมดั ระวังและรับผดิ ชอบ อธบิ ายบทความสัมพันธ์ และอิทธิพลของดนตรี ที่มีตํอ
สงั คมโดยรวม ความหลากหลายขององคป์ ระกอบดนตรใี นวฒั นธรรมตาํ งกนั
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู๎ ความเขา๎ ใจ ในอารมณข์ องบทเพลงในอัตราจงั หวะ ความดงั -เบา ของดนตรี
แตลํ ะประเภท
2. มคี วามรู๎ ความเข๎าใจในบทเพลงที่ตนเองช่ืนชอบ
3. มคี วามร๎ู ความเข๎าใจในเกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพดนตรี หรอื เพลงทฟี่ งั
4. มีความรู๎ ความเข๎าใจในบทบาทความสมั พันธ์ และอิทธพิ ลของดนตรี ทมี่ ีตํอสังคมโดยรวมความ
หลากหลายขององค์ประกอบดนตรีในวฒั นธรรมทตี่ ํางกัน
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๐๙
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศิลปศกึ ษา
รหสั วิชา ศ21206 รายวชิ า นาฏศลิ ปพ์ น้ื บา้ นล้านนา 1
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมงจานวน 1.0 หน่วยกติ
ระบโุ ครงสรา๎ งของนาฏศิลปพ์ นื้ บา๎ นลา๎ นนา ศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มาในเรือ่ งการแสดงและบรรยายลลี า
การราพ้ืนบ๎านลา๎ นนา เหน็ คณุ คําและสามารถราพ้นื บ๎านลา๎ นนาในชุดการแสดงและมีสวํ นรวํ มในการอนรุ ักษ์
ออกแบบสร๎างสรรคอ์ ปุ กรณเ์ ครื่องแตงํ กายเพื่อแสดงนาฏศิลป์พน้ื บา๎ นลา๎ นนา
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามร๎ูความเขา๎ ใจในเรอ่ื งนาฏศิลปพ์ ้ืนบา๎ นลา๎ นนา
2. มีความรคู๎ วามเข๎าใจในศกึ ษาประวัติความเป็นมาของนาฏศลิ ปพ์ ้นื บ๎านลา๎ นนา
3. มคี วามรู๎ความเข๎าใจในการออกแบบอุปกรณเ์ ครอื่ งแตํงกายของชุดการแดง
4. มคี วามรู๎ความเขา๎ ใจในการอนุรักษศ์ ิลปวฒั นธรรมนาฏศิลปพ์ ้ืนบา๎ นล๎านนา
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
๒๑๐ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปศกึ ษา
รหัสวชิ า ศ22206 รายวิชา นาฏศลิ ป์พ้นื บา้ นล้านนา 2
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมงจานวน 1.0 หนว่ ยกิต
วจิ ารณ์เปรียบเทยี บงานนาฏศิลปพ์ ้ืนบ๎านลา๎ นนา ท่ีมีความแตกตํางกันใช๎ความรเู๎ รอ่ื งองค์ประกอบ
นาฏศิลปร์ วํ มจดั งานแสดงในบทบาทหนา๎ ทตี่ ํางๆ นาเสนอแนวคดิ จากเนื้อเรอื่ งของการแสดงที่สามารถนาไปใชใ๎ น
ชีวิตประจาวนั อธิบายความสาคัญและบทบาทของนาฏศลิ ปพ์ ื้นบ๎านลา๎ นนาในชีวิตประจาวนั และสามารถแสดง
ความคดิ เหน็ ในการอนรุ ักษ์
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู๎ความเขา๎ ใจในวจิ ารณ์งานนาฏศลิ ป์พืน้ บา๎ นลา๎ นนา จากการเปรยี บเทยี บ
2. มีความร๎ูความเขา๎ ใจในองค์ประกอบนาฏศลิ ป์พ้นื บ๎านลา๎ นนา
3. มีความรคู๎ วามเข๎าใจในบทบาทและความสาคญั ของงานนาฏศลิ ปพ์ ้นื บา๎ นล๎านนา
4. มีความรู๎ความเขา๎ ใจในการอนุรกั ษน์ าฏศิลปพ์ ้นื บ๎านลา๎ นนา
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๑๑
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปศกึ ษา
รหัสวชิ า ศ23206 รายวิชา นาฏศิลปพ์ ื้นบา้ นล้านนา 3
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 40 ชั่วโมงจานวน 1.0 หนว่ ยกิต
วจิ ารณเ์ ปรยี บเทียบงานนาฏศลิ ปพ์ น้ื บ๎านล๎านนา ที่มีความแตกตาํ งกนั ใช๎ความรเู๎ รือ่ งองคป์ ระกอบ
นาฏศลิ ป์รวํ มจดั งานแสดงในบทบาทหนา๎ ทตี่ ํางๆ นาเสนอแนวคดิ จากเน้อื เรอ่ื งของการแสดงทส่ี ามารถนาไปใชใ๎ น
ชีวติ ประจาวัน อธบิ ายความสาคญั และบทบาทของนาฏศลิ ป์พนื้ บา๎ นลา๎ นนาในชีวิตประจาวัน และสามารถแสดง
ความคิดเห็นในการอนรุ กั ษ์
ผลการเรยี นรู้
1. มีความร๎ูความเข๎าใจในวจิ ารณ์งานนาฏศลิ ปพ์ ื้นบา๎ นลา๎ นนาจากการเปรยี บเทยี บ
2. มีความรู๎ความเขา๎ ใจในองคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์พ้ืนบา๎ นลา๎ นนา
3. มคี วามรูค๎ วามเขา๎ ใจในบทบาทและความสาคญั ของงานนาฏศิลปพ์ ้นื บา๎ นล๎านนา
4. มคี วามรค๎ู วามเขา๎ ใจในการอนุรักษน์ าฏศลิ ปพ์ น้ื บ๎านล๎านนา
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
๒๑๒ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
รายวชิ า
ตามโครงสร้างหลักสูตรและคาอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๑๓
รายวิชากลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
ระดบั ประถมศึกษา
รายวชิ าพนื้ ฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1 ง๑1๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ปี
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ง๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ปี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ปี
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ จานวน 8๐ ชว่ั โมง/ปี
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ จานวน 8๐ ชั่วโมง/ปี
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ จานวน 8๐ ชว่ั โมง/ปี
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
รายวชิ าพนื้ ฐาน
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ง2๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ง21๑๐2 การงานอาชีพ ๒ จานวน 2๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ง22๑๐๑ การงานอาชพี ๓ จานวน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ง22๑๐2 การงานอาชีพ ๔ จานวน 2๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ง23๑๐๑ การงานอาชพี ๕ จานวน 2๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น
ง23๑๐2 การงานอาชพี ๖ จานวน 2๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
รายวิชาเพิ่มเตมิ
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1-3 ง20201 เศรษฐกจิ พอเพยี ง จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ง20202 การปลกู ผกั สวนครวั จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ง20203 การปลกู พืชไรส๎ ารพิษ จานวน 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น
ง20204 การปลกู ไม๎ดอกไมป๎ ระดับ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ง20205 การขยายพันธุพ์ ชื จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ง20206 สารอินทรยี ช์ วี ภาพเพอ่ื การเกษตร จานวน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน
ง20207 อาหารไทย จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ง20208 อาหารพ้นื เมอื ง จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ง20209 ขนมไทย จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ง20210 ขนมอบ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ง20211 การถนอมอาหาร จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ง20212 การตัดเย็บเสอ้ื ผ๎าเบอ้ื งต๎น จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ง20213 การประดษิ ฐด์ อกไมแ๎ หง๎ จานวน 4๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น
ง20214 การประดษิ ฐ์ตุ๏กตาจากผา๎ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ง20215 การออกแบบผลิตภัณฑ์ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ง20216 ชํางบริการรักษารถยนต์ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ง20217 ซํอมรถจักรยานยนต์เบือ้ งต๎น จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ง20218 ชาํ งเดินสายไฟฟาู ในอาคาร จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
๒๑๔ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
รหสั วชิ า ง ๑๑๑๐๑ รายวิชา การงานอาชีพ 1
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง
การทางานเพอื่ ชวํ ยเหลอื ตนเอง การใชว๎ ัสดุ อปุ กรณ์ และเครอื่ งมอื งาํ ย ๆ ในการทางานอยําง
ปลอดภยั ทางานเพอ่ื ชวํ ยเหลือตนเองอยาํ งกระตือรือรน๎ จากแหลํงเรยี นรูท๎ ่ีอยใํู กล๎ตวั
รหสั ตวั ช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.1/๑, ป.1/2, ป.1/3
รวม 3 ตวั ชีว้ ดั
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๒๑๕
คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
รหัสวชิ า ง ๑๒๑๐๑ รายวชิ า การงานอาชพี 2
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง
วธิ กี ารและประโยชน์ของการทางาน เพ่อื ชํวยเหลอื ตนเองและครอบครัว การใชว๎ ัสดุ อปุ กรณแ์ ละ
เครอ่ื งมอื ในการทางานอยาํ งเหมาะสมกบั งานและประหยดั ทางานเพอ่ื ชํวยเหลอื ตนเองและครอบครัวอยําง
ปลอดภยั
ประโยชน์ของสงิ่ ของเครอื่ งใชใ๎ นชีวิตประจาวัน สรา๎ งของเลนํ ของใชอ๎ ยาํ งงํายโดยกาหนดปัญหา
หรือความตอ๎ งการ รวบรวมข๎อมูล ออกแบบ โดยถํายทอดความคดิ เปน็ ภาพราํ ง ๒ มิติ ลงมอื สร๎างและ
ประเมนิ ผล นาความรเู๎ กย่ี วกบั การใชอ๎ ุปกรณ์ เครอ่ื งมือท่ีถกู วิธีไปประยกุ ต์ ใชใ๎ นการสรา๎ งของเลํน ของใชอ๎ ยาํ ง
งาํ ย มีความคดิ สร๎างสรรคอ์ ยาํ งน๎อย ๑ ลักษณะ ในการแกป๎ ญั หาหรอื สนองความต๎องการ
ประโยชน์ของข๎อมลู และการรวบรวมข๎อมูลทส่ี นใจจากแหลํงข๎อมลู ตาํ ง ๆ ทีเ่ ชอ่ื ถือได๎ ประโยชน์
และการรกั ษาแหลํงขอ๎ มลู
รหัสตัวช้วี ัด
ง ๑.๑ ป.2/๑, ป.2/2, ป.2/3
รวม 3 ตวั ชว้ี ัด
๒๑๖ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพ
รหสั วิชา ง ๑๓๑๐๑ รายวิชา การงานอาชีพ 3
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลาเรยี น ๔๐ ชัว่ โมง
การดารงชวี ิตและครอบครวั มคี วามร๎ู ความเข๎าใจ วธิ กี ารทางาน มคี วามสามารถชํวยเหลอื ตนเอง
เก่ยี วกบั งานในกิจวัตรประจาวนั ชวํ ยเหลืองานในครอบครวั โดยทาความสะอาดบา๎ น การเลอื กใช๎เสอื้ ผา๎ เครอ่ื ง
แตํงกายใหเ๎ หมาะสม การทาความสะอาดเส้ือผ๎า การบรกิ ารในบ๎าน ทาเคร่อื งดม่ื นา้ ผลไม๎ การถนอมอาหารใช๎
วัสดุ อุปกรณ์และเครือ่ งมือถกู ตอ๎ งตรงกบั ลกั ษณะงาน มีความร๎ู ความเขา๎ ใจ เก่ียวกบั หลักการ วิธกี าร ขั้นตอน
ของการปฏบิ ัตงิ าน มีทักษะกระบวนการทางาน มีลักษณะนสิ ยั การทางานทกี่ ระตอื รือรน๎ ตรงเวลาประหยดั
ปลอดภยั สะอาด รอบคอบ และมีจิตสานกึ ในการอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ๎ ม
มงํุ ปลูกฝงั ให๎ทางานตามกระบวนการของงานชําง โดยศกึ ษาเก่ยี วกบั การทาของเลํน ของใช๎ อยาํ ง
งาํ ยไดถ๎ กู วธิ ี เลอื กเครอื่ งมอื วสั ดุ ซํอมแซม ของเลนํ อุปกรณ์ในบา๎ นตามกระบวนการซอํ มและผลิตของเลนํ ตาม
กระบวนการผลิต ออกแบบและสร๎างสิ่งของ เครอื่ งใช๎ อยาํ งสร๎างสรรค์ และอนุรักษเ์ อกลกั ษณไ์ ทย ตามภูมิปัญญา
ทอ๎ งถ่ิน มนี ิสัยรักการทางาน มีความรบั ผิดชอบในการทางาน ขยนั ซื่อสตั ย์ ประหยดั อดทน มคี วาม
เออื้ เฟอ้ื เผ่ือแผํ สามารถทางานรวํ มกบั ผ๎อู ื่นไดอ๎ ยํางมคี วามสุข
รหสั ตัวช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.3/๑, ป.3/2, ป.3/3
รวม 3 ตวั ช้ีวดั
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๑๗
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
รหสั วชิ า ง ๑๔๑๐๑ รายวชิ า การงานอาชพี 4
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลาเรยี น 4๐ ชวั่ โมง
อธบิ ายเหตุผลในการทางานให๎บรรลเุ ปาู หมาย ทางานบรรลเุ ปูาหมายทวี่ างไวอ๎ ยํางเป็นขั้นตอน ดว๎ ย
ความขยนั อดทน รบั ผิดชอบ และซื่อสตั ย์ ปฏบิ ตั ติ นอยาํ งมีมารยาทในการทางาน ใชพ๎ ลังงานและทรพั ยากรใน
การทางานอยํางประหยดั และค๎มุ คาํ อธบิ ายความหมายและความสาคัญของอาชีพ
รหสั ตวั ช้ีวดั
ง ๑.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4
ง 2.๑ ป.๔/๑
รวม 5 ตวั ชี้วัด
๒๑๘ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
รหสั วชิ า ง ๑๕๑๐๑ รายวชิ า การงานอาชีพ 5
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลาเรียน 4๐ ชวั่ โมง
อธิบายเหตุผลในการทางานแตํละขัน้ ตอนอยํางถกู ตอ๎ ง ตามกระบวนการทางาน ใชท๎ ักษะการ
จดั การในการทางานอยาํ งเปน็ ระบบ ประณตี และมคี วามคิดสรา๎ งสรรค์ ปฏิบัตติ นอยาํ งมมี ารยาทในการทางาน
กับสมาชิกในครอบครวั มจี ติ สานึกในการใชพ๎ ลงั งานและทรพั ยากรอยํางประหยัดและคุ๎มคาํ สรา๎ งสิง่ ของเคร่ืองใช๎
ตามความสนใจอยาํ งปลอดภยั โดยกาหนดปัญหาหรือความตอ๎ งการ รวบรวมขอ๎ มลู เลือกวิธกี าร ออกแบบโดย
ถํายทอดความคดิ เป็นภาพรําง ๓ มิติ ลงมือสร๎าง และประเมนิ ผล นาความรู๎และทักษะการสรา๎ งชิ้นงานไป
ประยกุ ต์ในการสร๎างส่ิงของเครือ่ งใช๎ มีความคดิ สร๎างสรรคอ์ ยาํ งนอ๎ ย ๒ ลกั ษณะ ในการแกป๎ ัญหาหรอื สนอง
ความตอ๎ งการ มกี ารจัดการสิ่งของเครอ่ื งใช๎ด๎วยการแปรรปู แล๎วนากลบั มาใหมํ
สารวจข๎อมลู ท่ีเก่ยี วกับอาชีพตําง ๆ ในชมุ ชน ระบุความแตกตาํ งของอาชพี
รหสั ตัวช้ีวัด
ง ๑.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4
ง 2.๑ ป.5/๑, ป.5/2
รวม 6 ตวั ชีว้ ดั
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๑๙
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
รหัสวชิ า ง ๑๖๑๐๑ รายวิชา การงานอาชีพ 6
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลาเรยี น 4๐ ชวั่ โมง
อภิปรายแนวทางในการทางานและปรบั ปรุงการทางานแตลํ ะข้นั ตอน ใชท๎ ักษะการจดั การในการ
ทางานและมีทกั ษะการทางานรํวมกนั ปฏิบตั ิตนอยํางมีมารยาทในการทางานกับครอบครวั และผูอ๎ ่ืน
สรา๎ งสงิ่ ของเคร่ืองใชต๎ ามความสนใจอยาํ งปลอดภัย โดยกาหนดปญั หาหรือความตอ๎ งการ รวบรวม
ข๎อมูล เลอื กวธิ กี าร ออกแบบโดยถํายทอดความคิดเปน็ ๓ มติ ิ หรอื แผนท่ีความคิด ลงมอื สร๎างและประเมินผล
นาความรู๎และทักษะการสร๎างชนิ้ งานไปประยุกตใ์ นการสรา๎ งสิ่งของเครอื่ งใช๎
รหัสตวั ชวี้ ัด
ง ๑.๑ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3
ง 2.๑ ป.6/๑, ป.6/2
รวม 5 ตวั ช้วี ัด
๒๒๐ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชพี
รหัสวิชา ง ๒๑๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชพี ๑
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง 1 หนว่ ยกิต
วิเคราะห์ขั้นตอนการทางานตามกระบวนการทางาน ใช๎กระบวนการกลํุมในการทางานด๎วยความ
เสียสละ ตัดสินใจแก๎ปัญหาการทางานอยํางมีเหตุผล อธิบายแนวทางการเลือกอาชีพ มีเจตคติท่ีดีตํอการ
ประกอบอาชพี เหน็ ความสาคัญ ของการสรา๎ งอาชีพ
รหัสตัวชว้ี ดั
ง ๑.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3
ง 2.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3
รวม 6 ตวั ชีว้ ัด
หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๒๒๑
คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี
รหัสวิชา ง ๒๑๑๐๒ รายวชิ า การงานอาชีพ ๒
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น ๔๐ ชั่วโมง
วิเคราะห์ข้ันตอนการทางาน ตามกระบวนการทางาน ใชก๎ ระบวนการกลํุมในการทางานด๎วยความ
เสยี สละ ตัดสนิ ใจแก๎ปัญหาการทางานอยาํ งมเี หตุผล อธบิ ายแนวทางการเลอื กอาชพี มเี จตคตทิ ีด่ ีตํอการ
ประกอบอาชพี เหน็ ความสาคญั ของการสรา๎ งอาชพี
รหสั ตวั ชี้วดั
ง ๑.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3
ง 2.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3
รวม 6 ตวั ช้ีวดั
๒๒๒ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
รหสั วชิ า ง ๒๒๑๐๑ รายวชิ าการงานอาชพี ๓
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง
ใชท๎ ักษะการแสวงหาความรเ๎ู พอ่ื พฒั นาการทางาน ใช๎ทักษะกระบวนการแก๎ปัญหาในการทางาน มี
จติ สานึกในการทางานและใชท๎ รพั ยากรในการปฏบิ ัติงานอยํางประหยดั และคุ๎มคาํ อธบิ ายการเสรมิ สรา๎ ง
ประสบการณอ์ าชีพ ระบุการเตรยี มตวั เขา๎ สอูํ าชีพ มที ักษะพน้ื ฐานท่จี าเป็นสาหรับการประกอบอาชพี ทส่ี นใจ
รหสั ตวั ช้ีวดั
ง ๑.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3
ง 2.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3
รวม 6 ตวั ช้ีวดั
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๒๓
คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพ
รหสั วชิ า ง ๒๒๑๐๒ รายวิชาการงานอาชพี ๔
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น ๔๐ ชัว่ โมง
ใช๎ทกั ษะการแสวงหาความรเ๎ู พื่อพฒั นาการทางาน ใช๎ทกั ษะกระบวนการแก๎ปญั หาในการทางาน มี
จิตสานกึ ในการทางานและใชท๎ รพั ยากรในการปฏิบตั งิ านอยาํ งประหยดั และคุ๎มคํา อธิบายการเสรมิ สร๎าง
ประสบการณอ์ าชพี ระบุการเตรยี มตวั เข๎าสอูํ าชีพ มที ักษะพน้ื ฐานท่ีจาเปน็ สาหรบั การประกอบอาชพี ทส่ี นใจ
รหัสตัวชวี้ ดั
ง ๑.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3
ง 2.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3
รวม 6 ตวั ชีว้ ัด
๒๒๔ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
รหัสวิชา ง ๒๓๑๐๑ รายวิชาการงานอาชีพ ๕
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรยี น ๔๐ ช่ัวโมง
อภิปรายขนั้ ตอนการทางานทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ ใชท๎ กั ษะในการทางานรวํ มกันอยํางมคี ุณธรรม อภปิ ราย
การทางานโดยใช๎ทักษะการจดั การเพอ่ื การประหยดั พลงั งาน ทรัพยากร และสิง่ แวดลอ๎ ม
อภิปรายการหางานด๎วยวิธีการที่หลากหลาย วิเคราะห์แนวทางเข๎าสูํอาชีพ ประเมินทางเลือกในการ
ประกอบอาชีพทส่ี อดคลอ๎ งกบั ความร๎ู ความถนัด และความสนใจของตนเอง
รหัสตัวชี้วัด
ง ๑.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3
ง 2.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3
รวม 6 ตวั ชว้ี ดั
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๒๕
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
รหัสวชิ า ง ๒๓๑๐๒ รายวิชาการงานอาชพี ๖
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง
อภปิ รายขนั้ ตอนการทางานทมี่ ีประสทิ ธภิ าพ ใช๎ทักษะในการทางานรวํ มกนั อยาํ ง มคี ุณธรรม
อภิปรายการทางานโดยใช๎ทักษะการจัดการเพ่ือการประหยดั พลังงาน ทรพั ยากร และสิ่งแวดลอ๎ ม
อภปิ รายการหางานดว๎ ยวธิ กี ารท่ีหลากหลาย วิเคราะห์แนวทางเข๎าสูํอาชีพ ประเมินทางเลือกใน
การประกอบอาชีพทส่ี อดคลอ๎ งกบั ความร๎ู ความถนัด และความสนใจของตนเอง
รหัสตวั ช้วี ดั
ง ๑.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3
ง 2.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3
รวม 6 ตวั ชี้วดั
๒๒๖ หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
รหัสวชิ า ง ๒๐๒๐1 รายวชิ า เศรษฐกิจพอเพยี ง
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง การนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชใ๎ นการบรหิ ารและ
การจดั การชวี ติ และครอบครวั การพฒั นาท๎องถ่นิ ชุมชน การพฒั นาประเทศ มคี วามสามารถในการผลติ บรโิ ภค
การใชท๎ รพั ยากรท่มี ีอยูํได๎อยาํ งมปี ระสิทธภิ าพและอยํางยง่ั ยนื
เพือ่ ให๎สามารถคดิ วิเคราะหแ์ ละเกดิ ความตระหนักในคณุ คํา มีเจตคตทิ ด่ี ีในหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง รวมทง้ั มนี สิ ยั ในการประยกุ ตใ์ ช๎ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งในการดาเนินชีวติ การจัดการส่ิงแวดลอ๎ ม การ
พัฒนาตนเอง พฒั นาครอบครวั ชุมชนสังคมประเทศชาติ อยํางมีดลุ ยภาพภายใตก๎ ระแสความเปลย่ี นแปลงอยูํ
ตลอดเวลาของโลกปัจจบุ ัน
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรู๎ความเขา๎ ใจเกีย่ วกับศาสตรพ์ ระราชาที่เกดิ จากพระราชดารขิ องพระบาทสมเด็จพระเจา๎ อยหํู วั
รชั กาลท่ี 9
2. เข๎าใจถึงความหมายและตระหนักถงึ ความสาคญั ของหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. ระบุข้ันตอนการปฏบิ ตั ิตนเพอ่ื บรรลตุ ามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
4. นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยกุ ต์ใชใ๎ นการปฏบิ ตั ติ นในระดับตํางๆ ไดอ๎ ยาํ งมีประสิทธิภาพ
คุม๎ คําและยงั่ ยืน
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๒๒๗
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
รหัสวชิ า ง ๒๐๒๐2 รายวิชา การปลกู ผกั สวนครัว
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศึกษาข๎อมลู การปลูกผกั สวนครัว การเตรยี มการกํอนการปลูกผักสวนครวั เคร่ืองมอื เครือ่ งใช๎
วัสดุ อุปกรณ์ การขยายพนั ธพุ์ ชื ผักสวนครัว วธิ ีการปลกู ผักสวนครวั การดแู ลบารงุ รักษา และการจัดการ
ผลผลติ พชื ผกั สวนครวั
โดยใชท๎ กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการจดั การ การแก๎ปัญหา การทางานกลํุม
การแสวงหาความรเ๎ู พือ่ ใหม๎ คี วามรค๎ู วามเขา๎ ใจ วธิ กี ารปลกู พืชผกั สวนครวั ปฏิบตั กิ ารปลกู ผักสวนครวั และดแู ล
บารุงรักษา การจัดการผลผลิตผักสวนครวั
มีคุณธรรมและลักษณะนสิ ัยในการทางาน มคี วามขยัน มุํงมน่ั ต้ังใจ อดทน ระมดั ระวงั
รอบคอบ ตดั สินใจแก๎ปัญหาในการทางานอยํางมเี หตผุ ล โดยยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มจี ิตสานึก
ในการใชพ๎ ลงั งาน ทรัพยากรและสงิ่ แวดลอ๎ ม เพื่อการดารงชวี ิตทีย่ ง่ั ยนื
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามร๎ู ความเข๎าใจเกี่ยวกบั ผักสวนครวั ชนดิ และประเภทตํางๆ
2. มคี วามรู๎ความเข๎าใจเกีย่ วกบั วธิ ีการปลกู ผกั สวนครัวการขยายพนั ธ์ผุ ักสวนครัว ตามชนิดและประเภท
ตํางๆ
3. มีความร๎ูความเข๎าใจในการเตรียมการกํอนการปลูกผักสวนครัว การเลือกใช๎วัสดุ อุปกรณ์และ
เครอื่ งมือในการปลูกผักสวนครัว
4. มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ การแก๎ปัญหาอยํางมีเหตุผล การทางานกลุํม การ
แสวงหาความร๎ู เพื่อให๎มคี วามรู๎ ความเขา๎ ใจ ในวธิ ีการปลกู ผักสวนครัว และการดแู ลบารุงรักษา
5. มที กั ษะเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ิการปลกู ผกั สวนครวั และการดแู ลบารุงรักษาผกั สวนครัว
6. สามารถกาหนดราคาขาย และทาบัญชรี ายรบั รายจํายและจดั จาหนาํ ยผักสวนครวั
รวม 6 ผลการเรียนรู้
๒๒๘ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม
กลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
รหสั วิชา ง ๒๐๒๐3 รายวชิ า การปลูกพืชไร้สารพิษ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
สืบค๎นและอธิบายหลักการในการปลกู พืชผกั ให๎ปลอดสารพษิ หลักการท่สี าคญั ในการปลกู ผกั ปลอด
สารพษิ โดยยดึ หลักการการไมํใช๎สารเคมีจะยดึ หลักการ นาเอาวธิ ีการปูองกนั และกาจัดศัตรูพืชหลายวิธมี า
ประยุกต์ใชร๎ ํวมกันหรอื วธิ ีผสมผสานทัง้ นีเ้ พ่ือความปลอดภยั ของเกษตรกร ของผ๎บู ริโภค และรักษาส่ิงแวดล๎อมแตํ
การทีจ่ ะปอู งกนั และกาจดั ศัตรพู ชื ใหไ๎ ด๎ผลนั้นจะตอ๎ งเลอื ก ใชว๎ ิธีท่ีเหมาะสม ประหยัด และมีประสทิ ธภิ าพที่สดุ
โดยนาเอาวทิ ยาการตําง ๆ มาใชผ๎ สมผสานกนั อยาํ งเหมาะสม ทัง้ ในด๎านพนั ธผุ์ ัก ความอดุ มสมบรณู ข์ องดิน การ
เขตกรรม การปูองกันและกาจัดศัตรพู ชื การเกบ็ เกยี่ ว การดูแลรกั ษาคณุ ภาพหลังการเกบ็ เก่ียว การควบคุม
คณุ ภาพกอํ นการบรรจเุ พอื่ นาออกจาหนําย รวมทัง้ การเลอื กใชภ๎ าชนะ
สาหรับบรรจุ ตลอดจนการขนสํงและการตลาด
โดยใชท๎ กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการจัดการ การแก๎ปัญหา การทางานกลุํม
การแสวงหาความรเู๎ พื่อใหม๎ ีความรู๎ความเข๎าใจ วธิ ีการปลกู พชื ไร๎สารพษิ ปฏิบัตกิ ารปลกู พืชไรส๎ ารพษิ และดูแล
บารุงรกั ษา การจัดการผลผลติ ผกั สวนครวั
มคี ุณธรรมและลกั ษณะนิสัยในการทางาน มคี วามขยัน มุํงมน่ั ตั้งใจ อดทน ระมัดระวงั รอบคอบ
ตดั สินใจแกป๎ ญั หาในการทางานอยาํ งมีเหตผุ ล โดยยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มจี ิตสานกึ ในการ
ทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ๎ มและจติ สานึกทด่ี ตี อํ ผูบ๎ รโิ ภค เพอ่ื การดารงชีวติ ทย่ี ง่ั ยนื
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู๎ ความเข๎าใจเกี่ยวกับหลักการในการปลูกพืชผักให๎ปลอดสารพิษ โดยยึดหลักการการไมํใช๎
สารเคมี นาเอาวิธกี ารปอู งกนั และกาจดั ศัตรพู ชื หลายวิธีมาประยุกต์ใช๎รํวมกันหรือวิธีผสมผสานทั้งนี้
เพ่ือความปลอดภยั ของเกษตรกร ของผ๎บู รโิ ภค และรกั ษาส่ิงแวดล๎อม
2. มีความรูค๎ วามเขา๎ ใจเกย่ี วกับวิทยาการตําง ๆ ที่นามาใช๎ผสมผสานกันอยํางเหมาะสม ทั้งในด๎านพันธุ์
ผัก ความอุดมสมบรูณ์ของดิน การเขตกรรม การปูองกันและกาจัดศัตรูพืช การเก็บเก่ียว การดูแล
รักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยว การควบคุมคุณภาพกํอนการบรรจุเพื่อนาออกจาหนําย รวมท้ังการ
เลือกใช๎ภาชนะ
3. มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ การแก๎ปัญหาอยํางมีเหตุผล การทางานกลุํม การ
แสวงหาความรู๎ เพอื่ ให๎มคี วามรู๎ ความเขา๎ ใจ ในวธิ ีการปลูกผักผกั ไรส๎ ารพิษและการดแู ลบารุงรกั ษา
4. มีทักษะเก่ยี วกบั การปฏบิ ัตกิ ารปลกู ผักไรส๎ ารพิษและการดูแลบารุงรักษา
5. สามารถกาหนดราคาขาย และทาบญั ชรี ายรับ รายจํายและจัดจาหนาํ ยผกั ไรส๎ ารพิษ
รวม 5 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๒๙
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กลุม่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพ
รหสั วชิ า ง ๒๐๒๐4 รายวชิ า การปลกู ไมด้ อกไมป้ ระดับ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศึกษาขอ๎ มูลการปลกู ไมด๎ อกไม๎ประดบั การเตรยี มการกํอนการปลูกไมด๎ อกไมป๎ ระดบั การเลอื กใช๎
เครื่องมอื เครอื่ งใชว๎ ัสดุ อุปกรณ์ การขยายพนั ธุ์ไม๎ประดับ วิธกี ารปลูกไมด๎ อกไมป๎ ระดบั และการดแู ล
บารุงรักษา การจัดการผลผลิตไมด๎ อก ไม๎ประดับ
โดยใชท๎ กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการจดั การ การแก๎ปัญหา การทางานกลุํม การแสวงหา
ความร๎ู เพื่อใหม๎ คี วามร๎ู ความเข๎าใจ วธิ ีการปลกู ไม๎ดอกไม๎ประดบั ปฏิบัติการปลูกและดแู ลบารุงรักษาไม๎
ดอกไม๎ประดับ
มคี ณุ ธรรมและลักษณะนิสยั ในการทางาน มีความขยนั มํุงม่นั ตัง้ ใจ อดทน ระมัดระวงั รอบคอบ
ตดั สนิ ใจแก๎ปญั หาในการทางานอยํางมีเหตุผล โดยยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มจี ติ สานกึ ในการใช๎
พลงั งาน ทรพั ยากรและสิ่งแวดล๎อม เพ่อื การดารงชวี ติ ทยี่ ่งั ยนื
ผลการเรยี นรู้
1. เพื่อให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจเกีย่ วกบั ไม๎ดอกไม๎ประดับชนดิ และประเภทตาํ งๆ
2. เพอ่ื ให๎มคี วามร๎คู วามเข๎าใจเก่ียวกับวธิ ีการปลกู ไมด๎ อกไม๎ประดบั การขยายพันธ์ไม๎ดอกไม๎ประดับ ตาม
ชนิดและประเภทตาํ งๆ
3. เพื่อใหม๎ คี วามรคู๎ วามเขา๎ ใจในการเตรียมการกอํ นการปลูกไม๎ดอกไมป๎ ระดับ การเลอื กใช๎วัสดุ อุปกรณ์
และเครื่องมอื ในการปลูกไม๎ดอกไม๎ประดับ
4. มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ การแก๎ปัญหาอยํางมีเหตุผล การทางานกลุํม การ
แสวงหาความร๎ู เพื่อใหม๎ คี วามรู๎ ความเขา๎ ใจ ในวธิ ีการปลกู ไมด๎ อกไม๎ประดับ และการดูแลบารุงรักษา
ไม๎ดอกไม๎ประดบั
5. มีทักษะเกยี่ วกบั การปฏบิ ัติการปลูกไม๎ดอกไมป๎ ระดับและการดูแลบารงุ รกั ษาไมด๎ อกไม๎ประดับ
อยํางนอ๎ ย 5 ประเภท
6. สามารถกาหนดราคาขาย และทาบญั ชีรายรบั รายจํายและจัดจาหนํายไมด๎ อกไมป๎ ระดบั ได๎
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
๒๓๐ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
รหสั วชิ า ง ๒๐๒๐5 รายวิชา การขยายพนั ธุ์พืช
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษาความหมาย ความสาคญั ของการขยายพันธุ์ เคร่อื งมอื อุปกรณใ์ นการขยายพนั ธ์ุ การขยายพนั ธ์ุ
โดยไมใํ ชเ๎ พศ การอนุบาลพนั ธุไ์ ม๎ การปลุกพชื ในภาชนะและการจัดจาหนาํ ย
สารวจปัจจัยการผลิตและการตลาดวางแผนการผลิตพันธไ์ุ ม๎ เลือกเครอื่ งมอื และวสั ดุอุปกรณใ์ ห๎
เหมาะกบั วธิ กี ารขยายพันธุ์ ฝกึ ทักษะการขยายพนั ธโ์ุ ดยไมใํ ช๎เพศ เชนํ ตดิ ตา ปักชา ตอน ทาบกง่ิ เสยี บ
ยอด เลอื กพนั ธุไ์ มโ๎ ดยวธิ กี ารขยายพนั ธอ์ุ ยํางนอ๎ ย 3 วธิ ี ดแู ลบารงุ รักษา คานวณคําใช๎จาํ ย กาหนดราคาขาย จดั
จาหนาํ ย จดบันทกึ การปฏิบตั ิงาน ทาบัญชีรายรับ – รายจําย และประเมินผล
มคี ุณธรรมและลกั ษณะนิสยั ในการทางาน มีความขยัน มํุงม่นั ตงั้ ใจ อดทน ระมัดระวัง
รอบคอบ ตัดสนิ ใจแกป๎ ัญหาในการทางานอยํางมเี หตผุ ล โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มจี ิตสานึก
ในการใชพ๎ ลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ๎ ม เพือ่ การดารงชวี ิตทยี่ ั่งยนื
ผลการเรยี นรู้
1. ศึกษาและอธบิ ายความหมาย ความสาคญั ของการขยายพันธพุ์ ืชโดยใช๎เมล็ด การปกั ชา การตํอก่ิง
การทาบก่งิ การตดิ ตา เสียบยอด การตอน การเพาะเล่ียงเนื้อเยอ่ื ได๎
2. ศกึ ษาเครอื่ งมอื อุปกรณใ์ นการขยายพันธุ์ และบอกวธิ กี ารใชไ๎ ด๎
3. ปฏบิ ัตกิ ารขยายพันธ์พุ ชื ดว๎ ยวธิ กี ารตาํ งๆ อยาํ งนอ๎ ย 3 วธิ ี
4. คานวณคําใชจ๎ ําย กาหนดราคาขาย จดั จาหนาํ ย จดบันทกึ การปฏบิ ัตงิ าน ทาบัญชรี ายรับ – รายจาํ ย
ผลผลิตจากการขยายพนั ธพุ์ ชื ได๎
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๓๑
คาอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
รหสั วิชา ง ๒๐๒๐6 รายวิชา สารอนิ ทรีย์ชวี ภาพเพอ่ื การเกษตร
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศกึ ษา วเิ คราะห์เก่ียวกับความหมาย ความสาคญั ของสารอนิ ทรีย์ชวี ภาพเพ่ือนามาใช๎ประโยชน์ใน
การเกษตร
ปฏบิ ัติการทาปุย๋ หมกั ชวี ภาพรปู แบบแบบตาํ งๆ สารอินทรยี ก์ าจดั ศัตรูพชื และสารอนิ ทรยี ก์ าจัดโรค
พืช โดยสามารถระบวุ ธิ ที า วธิ ีใชแ๎ ละการเก็บรักษา
มลี ักษณะนสิ ัยในการทางาน มคี วามขยนั มํุงมน่ั ตั้งใจ อดทน ระมัดระวงั รอบคอบ ตดั สนิ ใจ
แกป๎ ัญหาในการทางานอยํางมเี หตผุ ล โดยยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มจี ติ สานึกในการใชพ๎ ลงั งาน
ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ๎ ม เพื่อการดารงชวี ติ ท่ีย่งั ยืน
ผลการเรยี นรู้
1. ศกึ ษา วิเคราะหเ์ กย่ี วกบั ความหมาย ความสาคญั ของสารอินทรียช์ วี ภาพเพอื่ นามาใช๎ประโยชน์ใน
การเกษตร
2. ปฏบิ ตั ิการทาปุ๋ยหมกั ชีวภาพรูปแบบแบบตาํ งๆ สารอนิ ทรียก์ าจัดศัตรูพืช และสารอนิ ทรีย์กาจดั
โรคพืช
3. ระบุขัน้ ตอนการผลติ สารอนิ ทรยี ช์ ีวภาพ วธิ ใี ช๎และการเกบ็ รักษาไดอ๎ ยํางเหมาะสม
4 นาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ตใ์ ช๎ โดยมีจติ สานกึ ในการใช๎พลงั งาน ทรัพยากรและ
ส่งิ แวดลอ๎ ม เพอ่ื การดารงชวี ติ ที่ยง่ั ยนื
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
๒๓๒ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
รหสั วิชา ง ๒๐๒๐7 รายวชิ า อาหารไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาความสาคัญ ประเภท และประโยชนข์ องอาหารไทย การเลอื กใชว๎ ัสดุ อุปกรณ์ เครอื่ งใช๎ การ
เก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ์ เครอื่ งใชอ๎ ยํางถูกสุขอนามยั ปฏบิ ตั ิการประกอบอาหารไทยจากผลติ ผลตามฤดูกาลของ
ทอ๎ งถนิ่ ตามกรรมวธิ ีตาํ งๆ เชนํ แกง ผดั น้าพรกิ ตม๎ ยา ทอด การใช๎สารปรงุ แตงํ รสชาตอิ าหารและการเก็บ
อาหารทปี่ รงุ แลว๎ ให๎ถูกต๎องตามหลกั โภชนาการคานวณคาํ ใช๎จําย กาหนดราคาขาย จดั จาหนําย จดบันทึกการ
ปฏิบตั งิ าน ทาบัญชรี ายรบั รายจาํ ย และประเมนิ ผล
เพื่อใหม๎ ีความรู๎ความเข๎าใจและมีทักษะเกี่ยวกับการประกอบอาหารไทย สามารถประกอบอาหารไทย
ประเภทตาํ งๆได๎เห็นคณุ คาํ ของการนาความรูไ๎ ปใชใ๎ นการดารงชวี ติ มคี ณุ ธรรมจริยธรรม และคาํ นยิ มทีเ่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. เพอ่ื ให๎มคี วามร๎ูความเข๎าใจเกีย่ วกบั อาหารไทยประเภทตาํ งๆ ความสาคัญและประโยชนข์ องอาหาร
ไทย
2. เพ่ือให๎มคี วามรูค๎ วามเข๎าใจเก่ียวกบั การเลอื กใชว๎ สั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งใช๎ การเกบ็ รักษาวสั ดุ อปุ กรณ์
เครอ่ื งใช๎อยํางถูกสขุ อนามยั
3. มที กั ษะในการปฏบิ ตั กิ ารประกอบอาหารไทยจากผลิตผลตามฤดกู าลของทอ๎ งถนิ่ ประเภทตํางๆ ตาม
กรรมวิธี เชํน แกง ผัด นา้ พริก ต๎ม ยา ทอด และการใช๎สารปรุงแตงํ รสชาติอาหาร การเก็บ
อาหารที่ปรงุ แล๎วให๎ถกู ต๎องตามหลักโภชนาการ
4. สามารถคานวณคาํ ใช๎จําย กาหนดราคาขาย จดั จาหนําย จดบันทกึ การปฏบิ ัติงาน ทาบัญชีรายรบั
รายจําย
5. สามารถนาความรูไ๎ ปใช๎ในการดารงชวี ติ มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคํานิยมท่เี หมาะสม
รวม 5 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๓๓
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
รหัสวิชา ง ๒๐๒๐8 รายวชิ า อาหารพืน้ เมือง
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศึกษาประเภทของอาหารพื้นเมอื งภาคเหนอื หลกั สขุ าภิบาลอาหาร เทคนคิ การประกอบอาหาร
พนื้ เมืองภาคเหนอื การเลอื กซื้อหารสด อาหารแห๎ง การเลอื กใชอ๎ ุปกรณ์ เครอื่ งใชใ๎ ห๎เหมาะสมกบั อาหารแตลํ ะ
ชนิด
ปฏิบัติงานซื้ออาหารสด อาหารแห๎ง ใช๎อุปกรณเ์ คร่ืองใช๎ใหเ๎ หมาะสมกับชนดิ ของอาหาร ประกอบ
อาหารพ้นื เมอื ง คานวณคําใชจ๎ ําย กาหนดราคาหรอื คําบรกิ าร ทาบญั ชรี ายรบั – รายจาํ ย และประเมินผล
เพื่อใหม๎ คี วามรูค๎ วามเขา๎ ใจ และมที ักษะเกย่ี วกับการประกอบอาหารพื้นเมอื งและจาหนํายได๎
ผลการเรยี นรู้
1. เพ่อื ให๎มคี วามร๎ูความเขา๎ ใจเก่ียวกบั อาหารพื้นเมอื งของภาคเหนอื ประเภทตํางๆ ความสาคัญและ
ประโยชนข์ องอาหารพนื้ เมอื งของภาคเหนอื
2. เพอื่ ให๎มคี วามรคู๎ วามเข๎าใจเกีย่ วกับการเลอื กใชว๎ ัสดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งใช๎ การเกบ็ รักษาวสั ดุ อุปกรณ์
เครอ่ื งใช๎อยาํ งถูกสุขอนามัย
3. มที กั ษะในการปฏิบตั ิการเลอื กซื้อหารสด อาหารแหง๎ ในการประกอบอาหารพ้นื เมืองของภาคเหนอื
4. มีทกั ษะในการปฏบิ ัติการประกอบอาหารพ้นื เมอื งของภาคเหนือประเภทตํางๆไดอ๎ ยาํ งนอ๎ ย 5
ประเภท เชนํ แกง ลาบ ยา คัว่ หํอนง่ึ และวธิ กี ารเก็บอาหารที่ปรงุ แลว๎ ไดถ๎ ูกตอ๎ งตามหลกั
โภชนาการ
5. สามารถคานวณคาํ ใช๎จําย กาหนดราคาขาย จัดจาหนาํ ย จดบันทึกการปฏบิ ัตงิ าน ทาบัญชรี ายรับ
รายจําย
6. สามารถนาความร๎ไู ปใช๎ในการดารงชีวติ มีคณุ ธรรมจริยธรรม และคํานิยมทีเ่ หมาะสม
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
๒๓๔ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
รหัสวิชา ง ๒๐๒๐9 รายวิชา ขนมไทย
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศึกษาความหมาย สาคัญของขนมไทย ประโยชน์ของขนมไทย ปฏิบัติงานทาขนมไทยจากวัสดุและ
ตามกรรมวิธีตาํ งๆ เชํน ขนมหอํ ใบตอง ขนมจากแปงู ชนิดตํางๆ ขนมจากไขํ และขนมจากพืชผัก การเก็บขนม
ท่ีปรุงแล๎วให๎ถูกต๎องตามหลักโภชนาการ คานวณคําใช๎จําย กาหนดราคาขาย จัดจาหนําย จดบันทึกการ
ปฏบิ ตั ิงาน ทาบญั ชรี ายรบั รายจําย และประเมินผล
เพ่ือให๎มีความร๎ูความเข๎าใจและมีทักษะเก่ียวกับการประกอบขนมไทย สามารถประกอบขนมไทย
ประเภทตํางๆไดเ๎ หน็ คณุ คาํ ของการนาความร๎ไู ปใชใ๎ นการดารงชีวติ มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคาํ นยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. เพือ่ ใหม๎ ีความรคู๎ วามเขา๎ ใจเกี่ยวกบั ขนมไทยประเภทตาํ งๆ ความสาคัญและประโยชน์ของขนมไทย
2. เพื่อให๎มคี วามร๎คู วามเข๎าใจเกี่ยวกับการเลอื กใชว๎ ัสดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งใชใ๎ นการประกอบขนมไทย
และการเก็บรักษาวัสดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งใชอ๎ ยาํ งถูกสุขอนามยั
3. มีทักษะในการปฏิบตั กิ ารประกอบขนมไทยจากวสั ดแุ ละตามวิธกี รรมวธิ ีตาํ งๆไดอ๎ ยาํ งนอ๎ ย 4
ประเภท เชํน ขนมหํอใบตอง ขนมจากแปูงชนิดตํางๆ ขนมจากไขํ และขนมจากพชื ผัก
4. มที กั ษะในการปฏบิ ตั ิการบรรจุ และเก็บขนมไทยท่ที าเสร็จแลว๎ ไดถ๎ ูกตอ๎ งตามหลักโภชนาการ
5. สามารถคานวณคําใชจ๎ ําย กาหนดราคาขาย จัดจาหนาํ ย จดบนั ทึกการปฏบิ ตั งิ าน ทาบัญชรี ายรบั
รายจําย
6. สามารถนาความร๎ูไปใช๎ในการดารงชวี ติ มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคาํ นิยมทีเ่ หมาะสม
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๓๕
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
รหัสวิชา ง ๒๐๒๐10 รายวิชา ขนมอบ
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศึกษาอาหารประเภทตําง ๆ ศัพท์ที่ใชใ๎ นการทาขนมอบ เครื่องใช๎ วสั ดุ อปุ กรณ์ การใชแ๎ ละการ
เกบ็ รักษา มาตราชงั่ ตวง การใช๎เตาอบ
ปฏิบัติงานสารวจความตอ๎ งการของตลาดและแหลงํ วสั ดุ ฝึกช่งั ตวง ผสมและประกอบขนมอบ
ปฏบิ ัติงานทาขนมอบประเภทตําง ๆ เชนํ คุกก้ี พาย เพสทรี ขนมปงั เค๎ก และแตํงหน๎าเค๎กอยํางงาํ ย เกบ็
รักษาและบรรจุภาชนะท่เี หมาะสม คานวณคาํ ใชจ๎ าํ ย กาหนดราคาขาย จัดจาหนาํ ย การจดบันทึก การ
ปฏบิ ัติงาน ทาบัญชรี ายรบั – รายจําย และประเมินผลงาน
เพือ่ ให๎มีความร๎ู ความเข๎าใจและมที ักษะในการทาขนมอบและจาหนาํ ยได๎
ผลการเรยี นรู้
1. เพือ่ ใหม๎ คี วามรค๎ู วามเขา๎ ใจเก่ยี วกบั ขนมอบประเภทตํางๆ ความสาคญั และประโยชนข์ องขนมอบ
2. เพือ่ ให๎มคี วามรค๎ู วามเขา๎ ใจเกยี่ วกบั การเลอื กใชว๎ สั ดุ อปุ กรณ์ เครอื่ งใช๎ การเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ์
เครื่องใชอ๎ ยํางถูกสุขอนามัย
3. มีทกั ษะในการปฏิบัติการมาตราชัง่ ตวง การใช๎เตาอบและการบารุงรกั ษาเตาอบ
4. มที กั ษะในการปฏิบัตงิ านสารวจความตอ๎ งการของตลาดและแหลํงวสั ดุ ในการทาขนมอบในทอ๎ งถ่นิ
5. มีทักษะในการปฏบิ ตั กิ ารทาอาหารอบประเภทตาํ ง ๆ เชนํ คุกกี้ พาย เพสทรี ขนมปงั เค๎ก และ
แตํงหนา๎ เคก๎ อยาํ งงาํ ยไดอ๎ ยาํ งนอ๎ ย 3 แบบ ทาขนมอบได๎อยํางนอ๎ ย 5 ชนิด
6. สามารถคานวณคําใชจ๎ ําย กาหนดราคาขาย จัดจาหนาํ ย จดบนั ทกึ การปฏิบัตงิ าน ทาบัญชีรายรบั
รายจําย
7. สามารถนาความรไ๎ู ปใช๎ในการดารงชวี ิต มีคณุ ธรรมจริยธรรม และคํานิยมที่เหมาะสม
รวม 7 ผลการเรยี นรู้
๒๓๖ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
รหัสวิชา ง ๒๐๒๐11 รายวิชา การถนอมอาหาร
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศกึ ษาความสาคญั ของการถนอมอาหาร การเลอื กใชว๎ สั ดุ อปุ กรณ์ เครอื่ งใช๎ ในการถนอมอาหาร การ
เก็บรักษาอยํางถูกสุขอนามัย ปฏิบัติการถนอมอาหารตามฤดูกาลของท๎องถิ่นตามกรรมวิธีตํางๆ เชํน การหมัก
การดอง การตากแหง๎ การใช๎สารปรุงแตงํ การบรรจุ และเก็บอาหารที่ถนอมแล๎วให๎ถูกต๎องตามหลักโภชนาการ
คานวณคําใช๎จําย กาหนดราคาขาย จัดจาหนําย จดบันทึกการปฏิบัติงาน ทาบัญชีรายรับ รายจําย และ
ประเมินผล
เพอื่ ใหม๎ ีความรู๎ความเข๎าใจและมีทักษะเกี่ยวกับการถนอมอาหาร สามารถถนอมอาหารประเภทตํางๆ
ไดเ๎ ห็นคุณคาํ ของการนาความรไ๎ู ปใชใ๎ นการดารงชวี ติ มีคณุ ธรรมจริยธรรม และคาํ นยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. เพื่อให๎มคี วามรู๎ความเขา๎ ใจเกี่ยวกบั การถนอมอาหารประเภทตาํ งๆ ความสาคัญและประโยชน์ของ
การถนอมอาหาร
2. เพื่อใหม๎ ีความรู๎ความเขา๎ ใจเก่ยี วกับการเลอื กใชว๎ ัสดุ อุปกรณ์ เครอื่ งใชใ๎ นการถนอมอาหาร และการ
เก็บรกั ษาวสั ดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งใชอ๎ ยํางถกู สุขอนามยั
3. เพอ่ื ให๎มีความร๎ูความเข๎าใจในการเลอื กผลผลิตตามฤดูกาลในทอ๎ งถ่นิ เพอื่ ใชใ๎ นการถนอมอาหารได๎
อยาํ งเหมาะสม
4. มีทกั ษะในการปฏิบัตกิ ารถนอมอาหารจากผลผลติ ตามฤดกู าลในทอ๎ งถ่ินได๎อยํางนอ๎ ย 4 วธิ ีการ เชนํ
การหมัก การดอง การตากแห๎ง การเชือ่ ม และการใช๎สารปรุงแตํงรสชาตอิ าหารได๎อยํางถูกตอ๎ ง
เหมาะสม
5. มีทักษะในการปฏิบัติการบรรจุ และเกบ็ อาหารที่ทาการถนอมแล๎วได๎ถกู ตอ๎ งตามหลกั โภชนาการ
6. สามารถคานวณคาํ ใช๎จําย กาหนดราคาขาย จดั จาหนําย จดบนั ทึกการปฏบิ ัตงิ าน ทาบัญชีรายรบั
รายจําย
7. สามารถนาความรู๎ไปใชใ๎ นการดารงชวี ิต มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม และคํานยิ มทเ่ี หมาะสม
รวม 7 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๒๓๗
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี
รหสั วิชา ง ๒๐๒12 รายวชิ า การตัดเย็บเสอ้ื ผ้าเบ้อื งต้น
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
เพื่อพัฒนาผเ๎ู รยี นใหม๎ คี วามร๎ู เข๎าใจ ประโยชน์ ข้นั ตอนของการตดั เย็บเสอ้ื ผา๎ การเยบ็ ผา๎ ดว๎ ยมอื แบบ
ตาํ งๆ เชํน การเนา การดน๎ การสอย การเยบ็ เคร่ืองเกาะเก่ยี ว การเย็บผา๎ ดว๎ ยจักรธรรมดา การเย็บแบบ
ตะเข็บตาํ งๆ เชํน ตะเขบ็ ธรรมดา ตะเขบ็ คํู ตะเขบ็ เข๎าถ้าออกแบบ สร๎างแบบ ตดั เยบ็ เครื่องใชอ๎ ยาํ งงํายๆได๎
โดยเนน๎ การฝกึ ปฏิบัตใิ หเ๎ กิดทักษะข้ันตอนการทางาน แก๎ปัญหาการทางานอยาํ งมเี หตุผล มํุงปลูกฝัง
คุณธรรม จริยธรรม ความเสยี สละ ความรบั ผดิ ชอบและคาํ นิยมที่ดใี นการทางานให๎กบั ผู๎เรียนในขณะปฏบิ ตั งิ าน
ผลการเรยี นรู้
1. เพื่อให๎มีความรู๎ท่วั ไปเก่ียวกบั ความสาคญั และประโยชน์ของการตดั เยบ็ เสื้อผ๎าเบือ้ งต๎น
2. เพ่ือให๎มีความร๎ูความเข๎าใจในการเลอื กใชว๎ ัสดุ อุปกรณแ์ ละเคร่ืองมือในการตัดเย็บเสอื้ ผา๎ มีทักษะใน
การเลือก การใช๎ การบารุงรกั ษาเคร่อื งมอื เคร่อื งใช๎ ในการตดั เย็บเสอื้ ผา๎ เบ้อื งตน๎
3. ฝึกทกั ษะในการเยบ็ ผ๎าด๎วยมือแบบตาํ งๆ เชํน การเนา การดน๎ การสอย การเย็บเครือ่ งเกาะเก่ยี ว
4. ฝึกทกั ษะในการเยบ็ ผ๎าดว๎ ยจกั รธรรมดา การเย็บตะเขบ็ แบบตาํ งๆ เชนํ ตะเข็บธรรมดา ตะเข็บคํู
ตะเขบ็ เขา๎ ถา้
5. ฝกึ ทักษะในการออกแบบ สร๎างแบบ ตัดเย็บเครอื่ งใชใ๎ นบ๎านจากผา๎ อยํางงาํ ยๆไดอ๎ ยํางนอ๎ ย 3
ประเภทเชนํ ผ๎าจับของร๎อน ผ๎ากนั เป้อื น ผา๎ รอง/คลุมภาชนะ
6. ฝึกปฏิบตั ิใหเ๎ กิดทักษะขัน้ ตอนการทางาน แกป๎ ัญหาการทางานอยํางมเี หตผุ ล มงํุ ปลกู ฝงั คณุ ธรรม
จริยธรรม ความเสยี สละ ความรับผดิ ชอบและคํานยิ มทด่ี ใี นการทางานให๎กับผ๎ูเรียนในขณะ
ปฏบิ ัติงาน
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
๒๓๘ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
รหสั วชิ า ง ๒๐๒13 รายวชิ า การประดิษฐด์ อกไม้แหง้
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษาความหมาย ความสาคญั ประโยชนข์ องงานประดษิ ฐ์ดอกไม๎แหง๎ การเลือกวสั ดุ อปุ กรณ์
เครื่องมอื การเลอื กแบบ ออกแบบดอกไมป๎ ระดษิ ฐ์ หลกั การ วธิ ีการ กระบวนการประดษิ ฐด์ อกไม๎แห๎ง คิด
คานวณ คาํ ใชจ๎ าํ ยในการประดษิ ฐด์ อกไมแ๎ ห๎ง กาหนดราคาจาหนาํ ยได๎
โดยเนน๎ การฝึกปฏบิ ตั ิให๎เกดิ ความร๎ู เขา๎ ใจ และทักษะขน้ั ตอนการประดษิ ฐด์ อกไม๎แห๎งและ
สามารถใชเ๎ ทคโนโลยีสรา๎ งสรรคง์ านอาชพี ทส่ี จุ รติ มํงุ ปลกู ฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม ความเสยี สละ ความ
รบั ผดิ ชอบและคาํ นยิ มทีด่ ีในการทางานใหก๎ ับผู๎เรียน
ผลการเรียนรู้
1. เพอื่ ใหม๎ ีความรูเ๎ ก่ียวกับความหมาย ความสาคัญและประโยชนข์ องงานประดษิ ฐ์ดอกไม๎แหง๎
2. เพือ่ ใหม๎ คี วามรคู๎ วามเขา๎ ใจในการเลอื กใชว๎ ัสดุ อปุ กรณ์และเครื่องมอื ในงานประดษิ ฐ์ดอกไม๎แห๎ง
3. เพอื่ ให๎มีความรู๎ความเขา๎ ใจในหลกั การ วธิ ีการ กระบวนการประดิษฐด์ อกไมแ๎ หง๎
4. มที กั ษะในการเลอื ก การใช๎ การบารงุ รักษาเครอ่ื งมือ เครือ่ งใช๎ ในงานประดษิ ฐ์ดอกไมแ๎ หง๎
5. ฝกึ ทกั ษะในการฝึกปฏิบตั กิ ารประดษิ ฐด์ อกไมแ๎ ห๎งให๎เกดิ ความร๎ู ความเขา๎ ใจทกั ษะขัน้ ตอน
กระบวนการประดษิ ฐด์ อกไมแ๎ หง๎ และสามารถใชเ๎ ทคโนโลยสี ร๎างสรรค์งานอาชีพทส่ี จุ รติ มงุํ ปลูกฝัง
คุณธรรม จรยิ ธรรม ความเสยี สละ ความรบั ผิดชอบและคาํ นิยมทดี่ ีในการทางานให๎กบั ผู๎เรียน
6. สามารถคานวณคําใช๎จาํ ยในการประดษิ ฐ์ดอกไมแ๎ ห๎ง กาหนดราคาขาย และทาบญั ชีรายรับ รายจําย
และจดั จาหนาํ ยดอกไม๎แห๎งได๎
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๓๙
คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
รหสั วิชา ง ๒๐๒14 รายวชิ า การประดษิ ฐต์ ๊กุ ตาจากผ้า
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศกึ ษาความร๎ูทั่วไปเกย่ี วกับตก๏ุ ตา ความสาคัญ ประโยชนข์ องตก๏ุ ตา ข้นั ตอนการประดษิ ฐต์ กุ๏ ตาจาก
ผา๎ วัสดุ – อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชใ๎ นการประดิษฐ์ตกุ๏ ตาจากผา๎ ฝกึ ทกั ษะในการประดษิ ฐ์ต๏กุ ตาจากผ๎าจาก
แหลํงความรใ๎ู นชุมชน ศึกษาธุรกจิ การตลาดเก่ยี วกับตกุ๏ ตาจากผา๎ โดยเน๎นให๎เกิดทักษะและกระบวนการทางาน
เกยี่ วกับการประดิษฐ์ตกุ๏ ตาจากผา๎ ในแหลํงความรู๎ภายในชมุ ชน สามารถนาทักษะและประสบการณจ์ ากการศกึ ษา
ไปเปน็ แนวทางใหเ๎ กิดประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั หรอื เปน็ แนวทางในการประกอบอาชพี ในอนาคต
ผลการเรียนรู้
1. เพือ่ ใหม๎ คี วามร๎ูทว่ั ไปเกีย่ วกบั ชนิด ประเภท ความสาคญั และประโยชน์ของตกุ๏ ตา
2. เพื่อใหม๎ ีความร๎ูความเข๎าใจในการเลอื กใช๎วสั ดุ อปุ กรณ์และเคร่ืองมอื ในงานการประดษิ ฐ์ตก๏ุ ตาจากผ๎า
มที ักษะในการเลือก การใช๎ การบารงุ รกั ษาเครอ่ื งมอื เครือ่ งใช๎ ในการประดษิ ฐต์ ๏กุ ตาจากผา๎
3. มีทักษะในการประดิษฐ์ต๏ุกตาจากผ๎าจากแหลํงความรู๎ในชุมชน และศึกษาธุรกิจการตลาดเกี่ยวกับ
ตุ๏กตาจากผา๎
4. เกิดทกั ษะและกระบวนการทางานเกยี่ วกบั การประดษิ ฐ์ตุ๏กตาจากผา๎ ในแหลํงความรภ๎ู ายในชมุ ชน
5. มีทกั ษะในการออกแบบต๏กุ ตาจากผ๎าและสามารถประดษิ ฐ์ตก๏ุ ตาจากผา๎ ได๎อยํางน๎อย 5 แบบ
6. สามารถคานวณคําใช๎จํายในการประดิษฐ์ตุ๏กตาจากผ๎า กาหนดราคาขาย และทาบัญชีรายรับ
รายจํายและจัดจาหนาํ ยต๏ุกตาจากผา๎ ได๎
รวม 6 ผลการเรียนรู้
๒๔๐ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
รหสั วิชา ง ๒๐๒15 รายวชิ า การออกแบบผลิตภัณฑ์
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศึกษาการออกแบบผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ ทีเ่ นน๎ สํงเสรมิ ให๎นกั เรยี น มีความรค๎ู วาม
เข๎าใจเก่ยี วกบั กระบวนการคดิ ให๎ได๎แนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์คุณภาพ อันจะสงํ ผลใหน๎ กั เรียน สามารถคดิ
ได๎อยํางเปน็ ระบบ ตลอดจนสามารถออกแบบช้ินงานออกแบบได๎อยํางมเี หตผุ ล ตรงตามความต๎องการของ
กลุํมเปูาหมายผาํ นข้นั ตอนของการออกแบบ
โดยการศึกษาถึงการเก็บรวบรวมข๎อมูล การนาข๎อมูลไปวิเคราะห์เพ่ือนามาใช๎ในการออกแบบ
และการออกแบบผลิตภัณฑ์รูปแบบตํางๆให๎เหมาะสมกับการใช๎งาน ตรงตามวัตถุประสงค์ และสอดคล๎องกับ
ตลาด และมีความเหมาะสมในด๎านต๎นทนุ การผลิต รวมท้ังเป็นมติ รกับสง่ิ แวดลอ๎ ม
เพอ่ื ใหน๎ ักเรียนมีความรูค๎ วามเข๎าใจในการออกแบบอยาํ งถูกวิธี สามารถนาความรู๎ด๎านออกแบบไป
ใชไ๎ ดอ๎ ยาํ งมีคุณภาพ สร๎างสรรค์ และมีจติ สานกึ ความรบั ผิดชอบ
ผลการเรยี นรู้
1. ให๎มคี วามรูพ๎ ้นื ฐานกระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์
2. ใหม๎ คี วามเข๎าใจและมที กั ษะในการใชเ๎ ทคโนโลยเี พอ่ื การออกแบบผลิตภัณฑไ์ ด๎
3. ใหม๎ ที ักษะในการวางแผน และการรวบรวมขอ๎ มลู สาหรบั การออกแบบผลติ ภัณฑ์
4. ให๎สามารถออกแบบและเลือกใชเ๎ ทคโนโลยีไดอ๎ ยํางสรา๎ งสรรค์
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๒๔๑
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
รหสั วชิ า ง ๒๐๒16 รายวิชา ช่างบรกิ ารรกั ษารถยนต์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๐ หน่วยกติ
ศึกษาสวํ นประกอบตาํ ง ๆ ของรถยนต์ ผลติ ภณั ฑท์ างเคมที ใี่ ชใ๎ นการบารงุ รักษารถยนต์ วัสดุ
อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื ในงานบารุงรกั ษารถยนต์ การลา๎ ง การขัดเงา การตรวจ บรกิ าร บารุงรักษารถยนต์
ตามระยะเวลา
ปฏบิ ตั งิ านลา๎ งรถยนต์ ขัดเงา ตรวจ บรกิ าร กรองอากาศ กรองเชอื้ เพลงิ สายพาน แบตเตอร่ี
นา้ มันเบรก คลัตช์ เกยี ร์ ระบบระบายความรอ๎ น ระบบไฟฟาู และสัญญาณ ระบบจุดระเบิด ถาํ ยและเตมิ
น้ามนั เคร่อื ง เกยี ร์ เฟอื งทา๎ ย อดั จารบี เตมิ ลมยาง ใหบ๎ รกิ ารบารงุ รกั ษารถยนต์ สารวจแหลงํ วสั ดุ และแหลงํ
บรกิ ารในท๎องถ่นิ คานวณคาํ ใชจ๎ าํ ย กาหนดราคาคําบรกิ าร ทาบญั ชรี ายรับ – รายจําย
เพอื่ ใหม๎ ีความรคู๎ วามเข๎าใจ และมีทกั ษะเกี่ยวกบั การล๎างรถยนต์ การตรวจบริการ บารุงรกั ษา
อปุ กรณ์ตาํ ง ๆ ในรถยนต์ได๎ถกู ต๎อง และสามารถใหบ๎ รกิ ารได๎
ผลการเรยี นรู้
1. เพือ่ ให๎มคี วามรเ๎ู ก่ียวกบั สวํ นประกอบตํางๆของรถยนต์
2. เพ่ือให๎มีความรค๎ู วามเขา๎ ใจเกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑ์ทางเคมีทีใ่ ชใ๎ นการบารงุ รกั ษารถยนต์
3. เพอ่ื ใหม๎ ีความรู๎ความเข๎าใจในการเลอื กใชว๎ สั ดุ อปุ กรณแ์ ละเคร่อื งมอื ในงานบารงุ รกั ษารถยนต์
4. มีทกั ษะในการให๎บริการการบารุงรกั ษารถยนต์ เชํน การล๎างรถยนต์ การขัดเงารถยนต์การอัดจารบี
และการเตมิ ลมยาง
5. มีทกั ษะในการบริการเช็ค กรองอากาศ กรองเช้ือเพลิง สายพาน แบตเตอร่ี น้ามันเบรก คลัตช์ เกียร์
ระบบระบายความร๎อน ระบบไฟฟูาและสัญญาณ ระบบจุระเบิด ถํายและเติมน้ามันเคร่ือง น้ามัน
เกียร์ น้ามนั เฟอื งท๎าย
6. สามารถคานวณคาํ ใช๎จําย กาหนดคาํ บริการทาบัญชี รายรับ - รายจําย
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
๒๔๒ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561
คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เตมิ
กล่มุ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
รหสั วิชา ง ๒๐๒17 รายวชิ า ซ่อมรถจกั รยานยนต์เบอื้ งต้น
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑-3 เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
ศึกษาเกี่ยวกบั สํวนประกอบของรถจักรยานยนต์ เครอ่ื งมอื ท่วั ไปท่ใี ชใ๎ นการถอด การประกอบ
รถจกั รยานยนต์ ความปลอดภยั ในการปฏบิ ัติงาน โครงสร๎าง ชน้ิ สวํ น หลกั การทางานของเครอ่ื งยนต์
รถจกั รยานยนต์ ๔ จังหวะ และ ๒ จังหวะ ระบบจุดระเบิด ระบบนา้ มนั เชอ้ื เพลงิ ระบบหลอํ ลน่ื ระบบไฟฟูา
ระบบเบรก ลอ๎ และยาง ระบบทอํ ไอเสีย โครงรถ และการรองรับ วธิ ีการตรวจซอํ ม แกไ๎ ขอาการชารดุ งาํ ย ๆ
ตลอดจนการบารงุ รกั ษา
ผลการเรียนรู้
1. เพอ่ื ใหม๎ ีความรเู๎ กย่ี วกับสวํ นประกอบตํางๆ ของรถจกั รยานยนต์
2. เพอื่ ใหม๎ ีความรูค๎ วามเขา๎ ใจเก่ียวกบั เครื่องมือท่ัวไปท่ีใช๎ในการถอด การประกอบของรถจักรยานยนต์
ความปลอดภยั ในการปฏิบัตงิ าน โครงสรา๎ ง ชน้ิ สํวนตาํ งๆของรถจกั รยานยนต์
3. เพื่อให๎มีความรค๎ู วามเขา๎ ใจใน หลกั การทางานของเครอื่ งยนต์ รถจักรยานยนต์ ๔ จงั หวะ และ ๒
จังหวะ ระบบจุดระเบิด ระบบน้ามันเชอ้ื เพลงิ ระบบหลํอล่นื ระบบไฟฟูา ระบบเบรก ล๎อและ
ยาง ระบบทอํ ไอเสยี
4. มที ักษะในการบริการเช็คระบบจุดระเบดิ ระบบน้ามันเชอ้ื เพลงิ ระบบหลํอลืน่ ระบบไฟฟาู ระบบ
เบรก ล๎อและยาง ระบบทํอไอเสีย โครงรถ และการรองรับ วิธีการตรวจซํอม แก๎ไขอาการ
ชารดุ งาํ ย ๆ ตลอดจนการบารุงรักษาได๎
5. สามารถคานวณคาํ ใชจ๎ ําย กาหนดคาํ บรกิ ารทาบัญชี รายรบั - รายจาํ ย
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๒๔๓
รายวชิ า
ตามโครงสรา้ งหลักสูตรและคาอธิบายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
๒๔๔ หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561