The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนบ้านสันป่าสัก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruKhak Miss. Suttida Kredmee, 2021-08-08 11:10:53

หลักสูตรโรงเรียนบ้านสันป่าสัก

หลักสูตรโรงเรียนบ้านสันป่าสัก

7. มีสํวนรวํ มและรบั ผิดชอบในการตดั สินใจ ตรวจสอบขอ๎ มลู ตรวจสอบการทาหนา๎ ทข่ี องบคุ คลเพอ่ื ใช๎
ประกอบการตัดสนิ ใจ

8. เห็นคุณคาํ ของการอยูํรวํ มกันในภูมิภาคตาํ ง ๆ ของโลกอยํางสนั ตแิ ละพ่ึงพาซึ่งกันและกัน
9. มสี วํ นรวํ มและเสนอแนวทางการปูองกนั ปญั หาความขดั แยง๎
10. ปฏิบตั ิตนเปน็ ผูม๎ วี ินัยในตนเอง
รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๔๕

รายวชิ า
ตามโครงสรา้ งหลักสูตรและคาอธบิ ายรายวชิ า
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา

๑๔๖ หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561

รายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา

ระดบั ประถมศกึ ษา จานวน 4๐ ช่ัวโมง/ปี
รายวชิ าพ้นื ฐาน จานวน 4๐ ชั่วโมง/ปี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 พ๑1๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๑ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ปี
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2 พ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๒ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ปี
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 พ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๓ จานวน 4๐ ช่ัวโมง/ปี
จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ปี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 พ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 พ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๕
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 พ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๖

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน
รายวิชาพื้นฐาน จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 พ2๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน
พ21๑๐2 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๒ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน
จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 พ22๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๓
จานวน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น
พ22๑๐2 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 พ23๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๕ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
พ23๑๐2 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๖ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
รายวิชาเพ่มิ เตมิ จานวน 4๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น
จานวน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี พ 20201 เปตอง จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
1-3 พ 20202 เทเบลิ เทนนสิ จานวน 4๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น
พ 20203 แบดมินตนั จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
พ 20204 เซปกั ตะกร๎อ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
พ 20205 บาสเกตบอล จานวน 4๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น
พ 20206 วอลเลยบ์ อล จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
พ 20207 ฟุตบอล จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
จานวน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น
พ 20208 ฟตุ ซอล จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
พ 20209 กระบ่ีกระบอง จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
พ 20210 ยดึ หยุนํ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น
พ 20211 กรฑี า จานวน 4๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น
ง 20212 แฮนด์บอล

พ 20213 แชรบ์ อล
พ 20214 นนั ทนาการ
พ 20215 เพศศึกษา
พ 20216 การออกกาลงั กายเพอื่ สุขภาพ
พ 20217 อาชวี อนามยั และความปลอดภยั
พ 20218 ครอบครัวและความปลอดภัยในชีวิต

พ 20219 สถานการณ์โรคในปัจจบุ ัน
พ 20220 นวดแผนไทย

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๑๔๗

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

รหัสวชิ า พ ๑๑๑๐๑ รายวชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๑
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง

มคี วามร๎คู วามเข๎าใจเก่ยี วกับอวยั วะและหนา๎ ที่ของอวัยวะสวํ นตาํ ง ๆ ของราํ งกาย วธิ ที าความสะอาด
ปาก มือ เลบ็ เท๎า ผม การเจริญเติบโต และการดารงชวี ติ ของมนษุ ย์ จุดดี จดุ ด๎อย ของตนเอง บทบาทหน๎าท่ีของ
ตนเองและสมาชกิ ในครอบครัวลกั ษณะความแตกตาํ งของเพศชาย เพศหญงิ บทบาทของชายหญิงทีเ่ กอ้ื กลู กันใน

ครอบครัวการปฏบิ ตั ติ นและรปู๎ ระโยชน์ของการรกั ษาความสะอาดของราํ งกายและอวยั วะเพศ สุขอนามัยทด่ี ตี อํ
ตัวเองและปฏบิ ัติอยาํ งถกู ต๎อง

ศึกษาการเคลือ่ นไหวแบบตาํ ง ๆ การเคล่ือนไหวราํ งกายขณะอยํูกับทเี่ คลอ่ื นท่ี และใชอ๎ ุปกรณ์
ประกอบศึกษาธรรมชาติของการเคลอ่ื นไหวราํ งกายในชวี ติ ประจาวนั แบบอยกํู บั ท่ี เชนํ น่ังยนื ก๎มเงย เอยี งซ๎าย-
ขวา เคลื่อนไหวขอ๎ มือขอ๎ เทา๎ แขน ขา แบบเคล่อื นท่ี เชํน เดิน วิ่ง กระโดด กลงิ้ ตัวแบบใช๎อุปกรณ์ จบั โยน เตะ
เคาะ กจิ กรรมทางกายทีใ่ ชก๎ ารเคลือ่ นไหวตามธรรมชาติ ประโยชนข์ องการเลนํ เกมและการออกกาลงั กายทีม่ ผี ล
ตํอสขุ ภาพ การออกกาลงั กาย การรวํ มกิจกรรมทางกายและเกมตามคาแนะนา กฎ กติกา คาแนะนาในการเลนํ
เปน็ กลุมํ และให๎ความรวํ มมอื กบั ผ๎ูอ่นื รู๎และเขา๎ ใจสทิ ธข์ องตนเองและผอ๎ู ื่นในการเลํนเปน็ กลมุํ

ศึกษาความสาคัญของสขุ ภาพและชวี ติ ความเป็นอยทูํ ด่ี ี การรักษาสง่ิ แวดลอ๎ ม สุขบัญญัตแิ หงํ ชาติ
ความหมายของการเจบ็ ปวุ ย ปูองกันการบาดเจ็บและเจบ็ ปุวย ระบสุ ่ิงทีท่ าใหเ๎ กดิ อนั ตรายท่บี า๎ นโรงเรียน และการ
ปอู งกนั อันตรายได๎ แสดงคาพูดหรอื ทําทางขอความชวํ ยเหลือจากผอู๎ นื่ เม่อื เกดิ เหตรุ ๎ายท่ีบา๎ นและโรงเรียนสรา๎ งสขุ

นสิ ยั ทดี่ ใี นการรบั ประทานอาหาร มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคาํ นิยมเก่ียวกบั สขุ ภาพ และความปลอดภยั ในการ
ดารงชวี ติ

รหัสตัวช้วี ัด
พ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.1/๒
พ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.1/๒, ป.1/3

พ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.1/๒
พ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.1/๒
พ ๔.๑ ป.๑/๑, ป.1/๒, ป.1/3
พ ๕.๑ ป.๑/๑, ป.1/๒, ป.1/3

รวมจานวน 15 ตวั ช้วี ัด

๑๔๘ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา

รหัสวชิ า พ ๑๒๑๐๑ รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา ๒
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง

มีความรแู๎ ละเหน็ คุณคาํ ของชวี ติ ครอบครัว เพศศกึ ษา มที กั ษะการเคลอ่ื นไหว กจิ กรรมทางกาย
เกมกีฬา รักการออกกาลงั กาย และเลนํ กฬี าเปน็ ประจา สม่าเสมอ รแ๎ู พ๎ รชู๎ นะ รอ๎ู ภยั มีน้าใจเป็นนกั กีฬาทด่ี ี มกี าร
สรา๎ งสมรรถภาพวินยั เคารพกฎกตกิ า ชืน่ ชมสุนทรยี ภาพของการกีฬามที กั ษะในการสร๎างเสริมสขุ ภาพ ปอู งกนั

และหลีกเล่ียงสง่ิ ท่ีเปน็ ปัจจยั เส่ยี งตอํ สขุ ภาพ
อธบิ ายลกั ษณะและหน๎าทข่ี องอวยั วะภายในลกั ษณะและหน๎าท่ขี องอวัยวะภายในทม่ี ีการเจรญิ

เติบโตและพัฒนาการไปตามวยั อธิบายวธิ ดี ูแลรกั ษาอวัยวะภายใน การระมดั ระวงั การกระแทก การควบคมุ การ
เคลอื่ นไหวรํางกายขณะอยูกํ บั ที่ เคล่ือนที่ และใช๎อปุ กรณ์ประกอบ ลักษณะการเคลอ่ื นไหวรํางกายแบบอยูกํ บั ที่
เชนํ การกระโดด บดิ ตัว ดึง ผลกั แบบเคลื่อนที เชํน กระโดดเขยํงกา๎ วชดิ กา๎ ว วิง่ ตามทิศทางทก่ี าหนด และใช๎
อปุ กรณ์ เชํน คบี ขวา๎ ง ตี บอกลักษณะของการมสี ขุ ภาพที่ดีมรี ํางกายทีแ่ ข็งแรงจิตใจราํ เรงิ แจมํ ใส มีความสุข มี

ความปลอดภยั เลอื กกนิ อาหารทมี่ ีประโยชน์ระบขุ องใชแ๎ ละของเลํนทม่ี ีผลเสยี ตอํ สขุ ภาพ ปฏบิ ัติตนในการปอู งกนั
อุบัติเหตุทอี่ าจเกิดขึ้น ทัง้ ทางบกและทางนา้ บอกชื่อยาสามัญประจาบา๎ นและยาตามคาแนะนา การใชย๎ าตาม
ความจาเป็น

มคี วามเข๎าใจในเรอ่ื งของอบุ ัตเิ หตุ การใช๎ยาสารเสพติด สารอันตรายใกล๎ตวั โทษของสารเสพติด
อันตรายเมอ่ื เข๎าไปยงํุ เกย่ี วกบั ยาเสพติด วธิ กี ารปูองกนั ให๎หํางจากสารเสพติด เพ่อื ให๎มที ักษะในการปอู งกนั โรค

การดารงสขุ ภาพและการดารงชวี ติ ความสาคัญของสุขภาพและชวี ิตความเปน็ อยํทู ่ีดี การรักษาสง่ิ แวดล๎อม สุข
บัญญัติแหํงชาติ ความหมายของการเจ็บปวุ ย ปูองกนั การบาดเจ็บและเจบ็ ปวุ ย สขุ นิสัยท่ีดีในการรับประทาน
อาหาร มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคาํ นยิ มเกย่ี วกับสุขภาพ และความปลอดภยั ในการดารงชวี ติ

รหัสตวั ชว้ี ัด
พ ๑.๑ ป.2/๑, ป.2/๒, ป.2/3
พ ๒.๑ ป.2/๑, ป.2/๒, ป.2/3, ป.2/4
พ ๓.๑ ป.2/๑, ป.2/๒
พ ๓.๒ ป.2/๑, ป.2/๒
พ ๔.๑ ป.2/๑, ป.2/๒, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
พ ๕.๑ ป.2/๑, ป.2/๒, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5

รวมจานวน 21 ตวั ชวี้ ัด

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๑๔๙

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

รหสั วชิ า พ ๑๓๑๐๑ รายวชิ า สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๓
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลาเรยี น 4๐ ชั่วโมง

ผเ๎ู รียนจะได๎เรยี นร๎เู รือ่ งธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ ปัจจัยทมี่ ผี ลตํอการ
เจริญเติบโต ความสัมพันธ์เชื่อมโยงในการทางานของระบบตําง ๆ ของรํางกายรวมถึงวิธีปฏิบัติตนเพื่อให๎
เจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่สมวัย ตลอดจนได๎เห็นคุณคําของตนเองและครอบครัว การปรับตัวตํอการ

เปลย่ี นแปลงทางราํ งกาย จติ ใจ อารมณ์ ความร๎สู ึกทางเพศ การสร๎างและการรักษาสัมพนั ธภาพกับผ๎ูอื่น สุขปฏิบัติ
ทางเพศและทักษะในการดาเนินชีวิต หลักการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ การสร๎างเสริม
สมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ การปูองกนั โรค ทั้งโรคตดิ ตอํ และโรคไมํตดิ ตอํ การปอู งกนั ตนเองจากพฤติกรรมเสย่ี งตาํ งๆ
ทั้งความเสี่ยงตํอสุขภาพ อุบัติเหตุ ความรุนแรง อันตราบจากการใช๎ยา และสารเสพติด รวมถึงแนวทางในการ
สร๎างเสริมความปลอดภยั ในชีวิต

นอกจากน้ีผ๎ูเรียนยังได๎เรียนร๎ูยังได๎รับการฝึกทักษะ การเคล่ือนไหวในรูปแบบตําง ๆ การเข๎ารํวม
กิจกรรมทางกายและกีฬาท้ังประเภทบุคคล ทีม อยํางหลากหลาย ท้ังไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา
ระเบยี บ ขอ๎ ตกลงในการเขา๎ รวํ มกิจกรรมทางกาย กีฬา ตลอดจนความมีนา้ ใจเปน็ นกั กฬี าที่ดี

รหัสตัวชว้ี ดั
พ ๑.๑ ป.3/๑, ป.3/๒, ป.3/3

พ ๒.๑ ป.3/๑, ป.3/๒, ป.3/3
พ ๓.๑ ป.3/๑, ป.3/๒
พ ๓.๒ ป.3/๑, ป.3/๒
พ 4.1 ป.3/๑, ป.3/๒, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
พ 5.๑ ป.3/๑, ป.3/๒, ป.3/3

รวมจานวน 18 ตวั ชีว้ ดั

๑๕๐ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา

รหัสวิชา พ ๑๔๑๐๑ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ๔
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง

อธิบายการเจริญเติบโตและพัฒนาการของรํางกายและจิตใจตามวัย อธิบายความสาคัญของ
กล๎ามเน้ือกระดูกและข๎อทีม่ ีผลตอํ สุขภาพการเจริญเตบิ โต และพฒั นาการมคี วามรู๎ในการดูแลรักษากระดูกและข๎อ
ให๎ทางานอยาํ งมปี ระสทิ ธิภาพ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์

เรียนรู๎คุณลักษณะของความเป็นเพื่อนและสมาชิกในครอบครัว แสดงพฤติกรรมท่ีเหมาะสมกับ
เพศตามวฒั นธรรมไทย วธิ ีการปฏิเสธการกระทาท่เี ปน็ อันตรายและไมเํ หมาะสมเกีย่ วกบั เรอื่ งเพศ

ดา๎ นรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม จิตวญิ ญาณสามารถดาเนินชีวิตในครอบครัว สังคม ได๎อยํางมี
ความสุข มีความรู๎ และทกั ษะในการเคล่อื นไหวการออกกาลังการประเภทของกิจรรมพลศึกษา เกม และชนิดของ
กีฬาทัง้ กฬี าไทย และกีฬาสากล มีการเคล่ือนไหวรํางกายในลักษณะผสมผสานได๎ทั้งแบบเคลื่อนท่ีและใช๎อุปกรณ์
ประกอบฝกึ กายบริหารทํามือเปลําประกอบจังหวะมีน้าใจเป็นนักกีฬา มีวินัย เคารพในสิทธิ กฎกติกา เห็นคุณคํา

ของชีวิต การดูแลสุขภาพ ความปลอดภัยในชีวิต รู๎จักการปูองกันและหลีกเล่ียงโรค สารเสพติด มีหลักในการ
เสริมสร๎างสุขภาพมีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคํานยิ มเก่ยี วกบั สขุ ภาพ และความปลอดภยั ในการดารงชวี ติ

เข๎าใจความสัมพันธ์ระหวํางส่ิงแวดล๎อมกับสุขภาพ การจัดการส่ิงแวดล๎อมท่ี ถูกสุขลักษณะและ
เอือ้ ตํอสขุ ภาพ อธบิ ายสภาวะอารมณ์ ความรู๎สึก ทมี ีผลกระทบตอํ สขุ ภาพสภาวะทางอารมณ์ เชํน โกรธ หงุดหงิด
เกลียด เสียใจ เศร๎าใจ วิตกกังวล กลวั กา๎ วร๎าว อิจฉา ริษยา เบือ่ หนําย ท๎อแท๎ ดีใจ ชอบใจ รัก ชื่นชม สนุก สบาย

วิเคาระข๎อมลู บนฉลากอาหารและผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพเพอ่ื บรโิ ภค อธบิ ายความสาคญั ของการใช๎ยาและใช๎ยาอยาํ งถกู
วธิ ี แสดงวิธีการปฐมพยาบาลเม่ือไดร๎ ับอนั ตราย จากการใช๎ยาผิด สารเคมี แมลงสตั วก์ ัดตอํ ย และการบาดเจ็บจาก
การเลนํ กฬี า

รหสั ตวั ชว้ี ัด
พ ๑.๑ ป.4/๑, ป.4/๒, ป.4/3

พ ๒.๑ ป.4/๑, ป.4/๒, ป.4/3
พ ๓.๑ ป.4/๑, ป.4/๒, ป.4/3, ป.4/4
พ ๓.๒ ป.4/๑, ป.4/๒
พ ๔.๑ ป.4/๑, ป.4/๒, ป.4/3, ป.4/4
พ ๕.๑ ป.4/๑, ป.4/๒, ป.4/3

รวมจานวน 19 ตวั ชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๑๕๑

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและ พลศึกษา

รหสั วชิ า พ ๑๕๑๐๑ รายวชิ า สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๕
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลาเรยี น 4๐ ช่ัวโมง

ความรู๎เรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ โครงสร๎างของมนุษย์ ระบบยํอยอาหาร
และระบบขับถํายท่ีมีผลตํอสุขภาพ การเจริญเติบโตและพัฒนาการอธิบายวิธีดูแลระบบยํอยอาหารและระบบ
ขับถํายให๎ทางานปกติอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางเพศและปฏิบัติตนได๎เหมาะสม การดูแลตนเอง การวางตัวให๎

เหมาะสมกับเพศตามวัฒนธรรมไทย อธิบายความสาคัญของการมีครอบครัวท่ีอบอุํนตามวัฒนธรรม ระบุ
พฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ในการแก๎ปัญหาความขัดแย๎งในครอบครัวและกลํุมเพื่อน ด๎านรํางกาย จิตใจ อารมณ์
สังคม จิตวิญญาณ ครอบครัวอบอํุน การมีคุณคําของการเป็นเพศชาย เพศหญิง รักษาสุขภาพอนามัยทางเพศ
เพศสัมพนั ธก์ ับการตั้งครรภ์

ศึกษาการจัดรูปแบบการเคล่ือนไหวแบบผสมผสาน และควบคุมตนเองเม่ือใช๎ทักษะการ
เคล่ือนไหวท่ีกาหนด เลํนเกมนาไปสํูกีฬาที่เลือกและกิจกรรมการเคล่ือนไหวแบบผลัด ควบคุมการเคล่ือนไหวใน

เร่ือง การรับแรง การใช๎แรง ความสมดุล แสดงทักษะกลไกในการปฏิบัติกิจกรรมทางกายและเลํนกีฬา เลํนกีฬา
ไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมอยํางละ 1 ชนิดออกกกาลังกายอยํางมีรูปแบบเลํนเกมที่ใช๎
ทักษะการคดิ และการตัดสินใจปฏิบัติตามกฎ กติกาการเลํนเกมกีฬาไทยและกีฬาสากลตามชนิดกีฬาท่ีเลํนปฏิบัติ
ตนตามสทิ ธิผู๎อ่ืน และยอมรับในความแตกตํางระหวํางบุคคลในการเลํนเกมกีฬาไทยกีฬาสากล แสดงพฤติกรรมท่ี
เห็นความสาคัญของการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแหํงชาติค๎นหาข๎อมูลขําวสารเพื่อใช๎สร๎างเสริมสมรรถภาพ

วิเคราะหส์ อื่ โฆษนาในการตดั สนิ ใจเลอื กซอื้ อาหารและผลิตภณั ฑส์ ุขภาพอยํางมีเหตผุ ล
วิเคราะห์ผลกระทบของการใช๎ยาและสารเสพติดท่ีมีผลตํอรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ

สติปัญญาปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากการใช๎ยาและหลีกเลี่ยงสารเสพติด วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อท่ีมีตํอ
สขุ ภาพ ปฏบิ ตั ิตนเพื่อปอู งกันอนั ตรายจากการเลนํ กีฬา วิเคราะห์ผลกระทบจากความรุนแรงของภัยธรรมชาติท่ีมี
ตํอราํ งกาย จิตใจ และสังคม

รหัสตวั ชีว้ ัด
พ ๑.๑ ป.5/๑, ป.5/๒
พ ๒.๑ ป.5/๑, ป.5/๒, ป.5/3
พ ๓.๑ ป.5/๑, ป.5/๒, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6
พ ๓.๒ ป.5/๑, ป.5/๒, ป.5/3, ป.5/4

พ ๔.๑ ป.5/๑, ป.5/๒, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5
พ ๕.๑ ป.5/๑, ป.5/๒, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5

รวมจานวน 25 ตวั ชว้ี ดั

๑๕๒ หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา

รหัสวชิ า พ ๑๖๑๐๑ รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา ๖
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เวลาเรยี น 4๐ ชัว่ โมง

มีความร๎ูเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ อธิบายความสาคัญของระบบสืบพันธุ์
ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบหายใจที่มีผลตํอสุขภาพ อธิบายความสาคัญของการสร๎างและรักษาสัมพันธภาพกับ
ผู๎อ่ืน วิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจนาไปสํูการมีเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อเอดส์และการต้ังครรภ์กํอนวัยอันควร

แสดงพฤติกรรมในการปูองกนั และแก๎ปญั หาสง่ิ แวดลอ๎ มทม่ี ผี ลตอํ สขุ ภาพ วเิ คราะห์ผลกระทบทีเ่ กดิ จากการระบาด
ของโรค และเสนอแนวทางการปูองกันโรคติดตํอสาคัญท่ีพบในประเทศไทย แสดงพฤติกรรมที่บํงบอกถึงความ
รบั ผิดชอบตอํ สขุ ภาพของสํวนรวมสรา๎ งเสริมและปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายเพอ่ื สุขภาพอยํางตํอเน่ือง

อธิบายประโยชน์และหลักการออกกาลังกายเพื่อสุขภาพสมรรถภาพทางกาย และการสร๎างเสริม
บุคลกิ ภาพ เลนํ เกมที่ใช๎ทักษะการวางแผนและเพ่ิมพนู ทกั ษะการออกกาลังกาย และการเคล่ือนไหวอยํางเป็น
ระบบ เลนํ กฬี าที่ตนชืน่ ชอบและสามารถประเมินทกั ษะการเลํนของตนเปน็ ประจา ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ าตามชนิด
กีฬาท่ีเลนํ โดยคานึงถงึ ความปลอดภัยของตนเองและผู๎อื่น จาแนกกลวิธีการรุก การปูองกัน และนาไปใช๎ในการ
เลํนกีฬา เลนํ เกมกฬี าด๎วยความสามัคคีและมีนา้ ใจเป็นนกั กีฬา รแ๎ู พ๎ รชู๎ นะ ร๎อู ภัย การเคลือ่ นไหวแบบอยูํกับที่
และการเคลือ่ นทแี่ บบบงั คับส่ิงของ การเคลื่อนไหวในการรับแรงและใช๎แรงให๎เกิดการสมดุลการเลํนกีฬาประเภท
ทีม การเลํนนันทนาการ และกีฬาที่ตนช่ืนชอบ คุณคําการมีสุขภาพและสมรรถภาพท่ีดี กฎกติกาในการเข๎ารํวม
กิจกรรม การออกกาลงั กาย และเลํนกีฬา เพื่อความปลอดภัย กลวิธีการรุก การปูองกันและความรํวมมือในการ

เข๎ารวํ มกิจกรรมและกีฬาเป็นทีม
แสดงพฤติกรรมในการปูองกันและแก๎ไขปัญหาส่ิงแวดล๎อมที่มีผลตํอสุขภาพ วิเคราะห์ปัจจัยท่ีมี

อิทธิพลตํอการใช๎สารเสพติด ผลกระทบจากการใช๎สารเสพติดท่ีมีผลตํอรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ
สตปิ ญั ญา วเิ คราะห์ผลกระทบทเี่ กดิ จากการระบาดของโรค และเสนอแนวทางการปอู งกันโรคตดิ ตํอสาคัญทพี่ บ
ในประเทศไทย แสดงพฤติกรรมท่ีบํงบอกถึงความรับผิดชอบตํอสุขภาพของสํวนรวม สร๎างเสริมและพัฒนา
ปรบั ปรงุ สมรรถภาพทางกายเพ่อื สขุ ภาพอยํางตํอเนื่อง วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อที่มีผลตํอพฤติกรรมปฏิบัติตนเพ่ือ

ปอู งกันอันตรายจากการเลํนกีฬา

รหัสตัวชวี้ ดั
พ ๑.๑ ป.6/๑, ป.6/๒
พ ๒.๑ ป.6/๑, ป.6/๒

พ ๓.๑ ป.6/๑, ป.6/๒, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
พ ๓.๒ ป.6/๑, ป.6/๒, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
พ ๔.๑ ป.6/๑, ป.6/๒, ป.6/3, ป.6/4
พ ๕.๑ ป.6/๑, ป.6/๒, ป.6/3

รวมจานวน 22 ตวั ชีว้ ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๑๕๓

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

รหัสวชิ า พ ๒๑๑๐๑ รายวชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา ๑
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑ หนว่ ยกติ

ศกึ ษาการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ รวมถึงปัจจัยที่มีผลกระทบตํอการเจริญเติบโตและ
พัฒนาการของวัยรํุน วิเคราะห์ภาวการณ์เจริญเติบโตทางรํางกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน และแสวงหา
แนวทางในการพฒั นาตนให๎เจริญเติบโตสมวยั ยอมรับและสามารถปรบั ตัวตํอการเปลยี่ นแปลงทางราํ งกาย จติ ใจ

อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศได๎อยํางเหมาะสม มีทักษะในการปูองกันตนเองจากการถูกลํวงละเมิดทางเพศ
ตัดสนิ ใจและแกไ๎ ขปญั หาชวี ิตดว๎ ยวิธกี ารท่ีถกู ต๎องเหมาะสม

มที ักษะในการสร๎างเสรมิ สขุ ภาพ การดารงสุขภาพ และการปอู งกันโรคเพอื่ สุขภาพ โดยการเลือก
กินอาหารท่ีเหมาะสมกับวัย รวมถึงการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการท่ีมีผลกระทบตํอสุขภาพ
ควบคุมนา้ หนักของตนเองใหอ๎ ยูใํ นเกณฑ์มาตรฐาน

เข๎าใจแนวทางปอู งกันและหลกี เล่ยี งปจั จัยเส่ยี ง พฤติกรรมเส่ียงตอํ สุขภาพ อุบตั เิ หตุ และสารเสพ
ตดิ มีความเขา๎ ถงึ ลกั ษณะอาการของผูต๎ ิดยาเสพตดิ และการปูองกันการตดิ สารเสพตดิ จนถงึ ความสมั พนั ธ์ของ
การใช๎สารเสพติดกบั การเกดิ โรค และอบุ ตั เิ หตุ แสดงถึงทักษะวธิ กี ารชักชวนผอู๎ น่ื ใหล๎ ดละเลิกสารเสพติด

ศึกษาการเลํนกีฬาไทย และกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยการใช๎ทักษะพื้นฐานท่ีนาไปสํูการ
พัฒนาทักษะทางการเลํนกีฬา ทั้งเห็นความสาคัญของการออกกาลังกาย และเลํนกีฬาจนเป็นวิถีชีวิต และเข๎า
รํวมเลํนกีฬาตามความถนัด ความสนใจ พร๎อมทั้งปฏิบัติตามกฎ กติกา และข๎อตกลง ตามชนิดกีฬา สามารถ

วางแผนรกุ และปอู งกนั เพือ่ ใหเ๎ ลํนได๎อยํางเป็นระบบ รํวมมืออยํางสนุกสนาน ยอมรับความแตกตํางของวิธีการ
เลนํ กีฬาของตนเองกบั ผ๎อู ่ืนได๎

รหสั ตัวช้ีวดั
พ ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓, ม.๑/4
พ ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2

พ ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓
พ ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓, ม.๑/4, ม.๑/5, ม.๑/6
พ ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓, ม.๑/4
พ ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓, ม.๑/4

รวมจานวน 23 ตวั ชี้วัด

๑๕๔ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

รหัสวิชา พ ๒๑๑๐๑ รายวิชา สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๒
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรยี น ๔๐ ช่ัวโมง จานวน ๑ หนว่ ยกิต

ศึกษาการปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพเป็นส่ิงท่ีมีความสาคัญอยํางยิ่งท่ีจะสํงผลให๎การเจริญเติบโต
และพัฒนาการเป็นไปตามปกติ โดยมีปัจจัยตํางๆ ท่ี สํงผลตํอการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ปัจจัยท่ี สาคัญ
ได๎แกํ อาหาร น้าสะอาด อากาศบรสิ ุทธ์ิ แสงแดด และการปฏบิ ตั เิ พ่อื สงํ เสริมสุขภาพ ดงั นัน้ การปฏิบตั ติ นในการ

ดแู ลสุขภาพจงึ ต๎องพิจารณาปจั จัยตํางๆ ดงั กลาํ วเป็นสาคัญ ควบคูํกับการแสวงหาแนวทางในการสร๎างความเข๎าใจ
เก่ียวกับส่ิงท่ีแสดงถึงการมีสุขภาพดี และเจริญเติบโตได๎สมวัย รู๎และเข๎าใจความเปล่ียนแปลงทางเพศท้ังการ
เปล่ียนแปลงทางด๎านรํางกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมที่เกิดข้ึนเม่ือเข๎าสํูวัยรํุนได๎ มีเจตคติท่ีถูกต๎องในเร่ืองเพศ
เขา๎ ใจบทบาทและหนา๎ ท่ขี องตนเองในเร่ืองเพศ และมที ักษะการปฏเิ สธเพอ่ื การวางตัวเหมาะสมกับเพศและวยั

มีทักษะในการสร๎างเสริมสุขภาพ การวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการท่ีมีผลกระทบตํอ
สขุ ภาพ ควบคุมน้าหนกั ของตนเองให๎อยํใู นเกณฑม์ าตรฐาน โดยการเลอื กกนิ อาหารที่เหมาะสมกับวัย พร๎อมกัน
นย้ี ังสามารถแสดงวิธีการปฐมพยาบาลและเคล่ือนย๎ายผู๎ปุวย เป็นลม มีบาดแผล กระดูกหัก น้าร๎อนลวก ฯลฯ
อยํางปลอดภยั

นาหลักการ ความร๎ู และทักษะการเลํนกีฬาไทย และกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยการใช๎
ทักษะพ้ืนฐานทน่ี าไปสํูการพัฒนาทักษะทางการเลํนกีฬา ทั้งเห็นความสาคัญของการออกกาลังกาย เพื่อสํงเสริม
สุขภาพอยํางตํอเน่ืองเป็นระบบ และเลํนกีฬาจนเป็นวิถีชีวิต และเข๎ารํวมเลํนกีฬาตามความถนัด ความสนใจ

พร๎อมทง้ั ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า และข๎อตกลง ตามชนดิ กีฬา สามารถวางแผนรุกและปูองกัน เพ่ือให๎เลํนได๎อยําง
เปน็ ระบบ รํวมมืออยํางสนกุ สนาน ยอมรับความแตกตาํ งของวธิ กี ารเลํนกฬี าของตนเองกับผอ๎ู ืน่ ได๎

รหสั ตัวชี้วดั
พ ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓, ม.๑/4
พ ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2

พ ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓
พ ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓, ม.๑/4, ม.๑/5, ม.๑/6
พ ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓, ม.๑/4
พ ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/2, ม.๑/๓, ม.๑/4

รวมจานวน 23 ตวั ชวี้ ัด

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๑๕๕

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รหสั วิชา พ ๒๒๑๐๑ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 3
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น ๔๐ ช่ัวโมง จานวน ๑ หนว่ ยกติ

ศึกษาการเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยตําง ๆ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงทางเพศท้ังการ
เปล่ียนแปลงทางดา๎ นรํางกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาท่เี กดิ ขนึ้ เมอื่ เข๎าสวูํ ยั รนํุ มเี จตคติท่ีถูกต๎อง
ในเร่อื งเพศ เข๎าใจบทบาทและหน๎าท่ขี องตนเอง ทีม่ ตี ํอครอบครวั วัฒนธรรม เพอ่ื น และสื่อ ซ่ึงเป็นปัจจัยท่ีมี

ผลกระทบตอํ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการทางด๎านรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คมและสตปิ ัญญาในวยั รํุน
มที ักษะภาวะทางจติ ใจ วิเคราะห์สาเหตุท่ีเกิดจากภาวะทางรํางกายหรือจิตใจ ในปัจจุบันคน

ในสงั คมเกดิ ความเครยี ดกันมากหากเราไมํรูจ๎ กั จดั การกับอารมณใ์ หอ๎ ยใูํ นภาวะสมดุลจะทาให๎เราเกิดความท๎อแท๎
หรอื ความลม๎ เหลวในทส่ี ดุ แตเํ มอื่ เราผํอนคลายหรือมีความเครียดลดลงก็จะสามารถดารงชีวิตอยํางมีความสุขได๎
รู๎ถึงความหมายและวิธีการจัดการกับอารมณ์ความเครียด อธิบายวิธีการและประโยชน์ของการฝึกจิตร๎ูจักการ
แก๎ปญั หาอารมณแ์ ละความเครยี ดในเชิงบวกรู๎จัก เข๎าใจ และยอมรับอารมณ์ของตนเองและผ๎ูอ่ืนเห็นคุณคําของ

การบริหารจติ เพ่ือจดั การกับอารมณแ์ ละความเครียด
เข๎าใจ และร๎ูถึงวิธีการ ปัจจัย และแหลํงที่ชํวยเหลือฟื้นฟูผ๎ูติดยาเสพติด ท้ังยังหลีกเล่ียง

พฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยง ในการมั่วสุม การทะเลาะวิวาท การเข๎าไปในแหลํงอบายมุข และการ
แขงํ ขนั จกั รยานยนต์บนท๎องถนน มีทักษะในการหลกี เล่ียงสถานการณ์ทคี่ ับขนั ทีอ่ าจนาไปสอูํ ันตรายได๎

ศกึ ษาและเปรียบเทียบประสทิ ธิภาพของรปู แบบท่ีมผี ลตอํ การเลํนกฬี าประเภทบุคคลและทมี โดย

การใชท๎ ักษะพ้ืนฐานทนี่ าไปสกํู ารพัฒนาทกั ษะทางการเลนํ กฬี า ท้ังเหน็ ความสาคญั ของการออกกาลังกาย และ
เลํนกีฬาจนเป็นวถิ ีชวี ติ และเขา๎ รวํ มเลํนกฬี าตามความถนัด ความสนใจ พรอ๎ มทัง้ ปฏิบตั ติ ามกฎ กติกา และ
ข๎อตกลง ตามชนดิ กฬี า สามารถวางแผนรกุ และปอู งกัน เพื่อใหเ๎ ลํนได๎อยํางเป็นระบบและเหมาะสมกับทมี อยําง
มุํงมน่ั ยอมรับความแตกตาํ งของวธิ ีการเลนํ กฬี าของตนเองกบั ผ๎ูอนื่

รหัสตัวชี้วดั

พ ๑.๑ ม.2/๑, ม.2/2
พ ๒.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓, ม.2/4
พ ๓.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓, ม.2/4
พ ๓.๒ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓, ม.2/4, ม.2/5
พ ๔.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
พ ๕.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓

รวมจานวน 25 ตวั ช้วี ดั

๑๕๖ หลักสูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

รหสั วชิ า พ ๒๒๑๐๒ รายวชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 4

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น ๔๐ ช่ัวโมง จานวน ๑ หนว่ ยกิต

ศึกษาการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ การเจริญเติบโต อันเนื่องมาจากปัจจัยภายใน
และปัจจยั ภายนอก ราํ งกายที่สํงผลทาใหบ๎ คุ ลิกภาพ และความคิด สติปัญญา ในเร่อื งของพนั ธุ์กรรม สง่ิ แวดล๎อม
การอบรมเลี้ยงดู ในชํวงวัยรุํน เพราะในชํวงวัยดังกลําวมีการเปลี่ยน แปลงทางเพศอยํางมากและชัดเจน การ
เปลี่ยน- แปลงทางเพศท่ีเกิดข้ึนนี้ไมํเพียงแตํสํงผลตํอสุขภาพ เทํานั้น แตํยังสํงผลถึงภาวะทางอารมณ์และการ
ดาเนินชีวิตในสังคมอีกด๎วย ดงั นนั้ จงึ ควรนาความร๎ูเกี่ยวกับ การสร๎างเสริมสุขภาพทางเพศไปใช๎ในชีวิตประจาวัน
ได๎เห็นคุณคําของการสร๎างเสริมสุขภาพทางเพศไปใช๎ในชีวิตประจาวันได๎อยํางเหมาะสม ร๎ูและเข๎าใจในเรื่อง
ความสาคัญของการเสมอภาคทางเพศและวางตัวได๎อยํางเหมาะสม ซ่ึงบุคคลควร จะต๎องมีความรู๎ ความเข๎าใจ
ในเรอื่ งเหลํานเี้ ป็นอยํางดี เพื่อการปฏิบัตติ นอยํางถกู ตอ๎ งเหมาะสม เพื่อนาไปสํูการปฏิบัติตนอยํางถูกต๎องในการ
รักษาสุขภาพทางเพศ โดยเฉพาะวัยเรียน ท่ีมีพฤติกรรมและปัจจัยเส่ียงตํอการเกิดโรคทางเพศสัมพันธ์และโรค
เอดส์ได๎ จงึ เป็นสิง่ สาคัญ ในการปฏบิ ตั ติ นเพอื่ การปอู งกนั และหลกี เลีย่ งโรคทาง เพศสัมพนั ธ์ โรคเอดส์ และการ
ต้ังครรภโ์ ดยไมํพึงประสงค์

มที กั ษะความ เข๎าใจหลักการและวิธีการปฏิบัตใิ นการสงํ เสรมิ สขุ ภาพ เพอ่ื นาไปสูํการปฏิบตั ิใน
การสงํ เสริมสุขภาพจิตได๎อยาํ งถกู ต๎อง สามารถยกตัวอยาํ งของอารมณ์ ท่ที าให๎เกิดความเครยี ด และนาความร๎ู
ความเข๎าใจเก่ียวกบั การฝึกจติ ไปสรา๎ งภาวะสมดุลระหวาํ งสขุ ภาพกายและสุขภาพจิต นาความรค๎ู วามเขา๎ ใจ
เกยี่ วกบั ทกั ษะการจดั การกบั อารมณ์และความเครยี ดไปใชใ๎ นชีวติ ประจาวัน และการฝึกจิต เพ่อื จัดการกับอารมณ์
และความเครียด จึงตอ๎ งมกี ารพัฒนาสขุ ภาพท่ดี ี ท่แี ข็งแรง ยอํ มสงํ ผลให๎ มสี ขุ ภาพจติ ทดี่ ีไปดว๎ ย

ศึกษาและเปรียบเทยี บประสทิ ธิภาพของรปู แบบท่ีมีผลตอํ การเลนํ กฬี าประเภทบุคคลและทมี โดย
การใช๎ทักษะพื้นฐานท่ีนาไปสํูการพัฒนาทักษะทางการเลํนกีฬา ท้ังเห็นความสาคัญของการออกกาลังกาย และ
เลํนกีฬาจนเป็นวิถีชีวิต และเข๎ารํวมเลํนกีฬาตามความถนัด ความสนใจ พร๎อมทั้งปฏิบัติตามกฎ กติกา และ
ขอ๎ ตกลง ตามชนิดกีฬา สามารถวางแผนรุกและปูองกัน เพ่ือให๎เลํนได๎อยํางเป็นระบบและเหมาะสมกับทีมอยําง
มงํุ มั่น รํวมมอื อยํางสนุกสนาน ยอมรับความแตกตํางของวิธีการเลนํ กีฬาของตนเองกบั ผ๎อู ่นื ได๎

รหสั ตวั ชวี้ ดั
พ ๑.๑ ม.2/๑, ม.2/2
พ ๒.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓, ม.2/4

พ ๓.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓, ม.2/4
พ ๓.๒ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓, ม.2/4, ม.2/5
พ ๔.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
พ ๕.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/๓

รวมจานวน 25 ตวั ชว้ี ัด

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๕๗

คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รหสั วชิ า พ ๒๓๑๐๑ รายวิชา สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๕
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑ หนว่ ยกิต

ศึกษาการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนุษย์ และเปรียบเทยี บการเปลี่ยนแปลงทางดา๎ นราํ งกาย
จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ัญญาแตลํ ะชวํ งวยั ของชวี ติ รวมถงึ อนามัยแมแํ ละเดก็ และวธิ ีการปฏบิ ตั ิตนท่ี
เหมาะสมในการวางแผนครอบครวั และปจั จัยทมี่ ีผลกระทบตอํ การตั้งครรภ์ สามารถกาหนดรายการอาหารที่

เหมาะสมกบั วยั ตําง ๆ โดยคานึงถึงความประหยดั และคณุ คาํ ทางโภชนาการ ปัจจบุ นั มโี รคไมํตดิ ตอํ หลายชนดิ ท่ี
เปน็ ปญั หาตอํ สาธารณสุข ได๎แกํ โรคเบาหวาน โรคหวั ใจ โรคความดนั โลหติ สูง และโรคธาลัสซเี มีย โรคตดิ ตํอจาก
เพศสมั พันธ์และโรคเอดส์ โรคเหลํานสี้ วํ นใหญสํ ามารถปอู งกันไดด๎ ๎วยการปฏิบตั ติ นใหม๎ ีสขุ ภาพดี ทั้งทางรํางกาย
และจติ ใจ เมอื่ เจบ็ ปวุ ย ดว๎ ยโรคตาํ ง ๆ ดงั กลาํ ว การดแู ลรกั ษาสขุ ภาพอยาํ งถกู ตอ๎ งเหมาะสม จะชวํ ยใหส๎ ามารถ
ดาเนินชวี ติ อยอํู ยาํ งปกติสุขได๎

มีความเข๎าใจถงึ ปจั จยั เสี่ยง และพฤติกรรมเส่ยี งทมี่ ีตํอสุขภาพ และแนวทางปอู งกัน หลีกเลี่ยงปัจจัย
ทเี่ ส่ียงตอํ พฤตกิ รรมความรุนแรงท่ีจะเกิดข้ึนในครอบครัวและสังคมไทยอยํางกว๎างขวาง อันเนื่องมาจาก สื่อ และ
การดม่ื แอลกอฮอล์ อันทาใหเ๎ กดิ ความรุนแรง อบุ ตั ิเหตุ จนกลายเป็นปญั หาสังคมทีส่ าคัญ

ศึกษาการเลํนกีฬาไทย และกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยการใช๎ทักษะพ้ืนฐานท่ีนาไปสํูการ
พัฒนาทักษะทางการเลํนกีฬา ท้ังเห็นความสาคัญของการออกกาลังกาย และเลํนกีฬาจนเป็นวิถีชีวิต และเข๎า
รํวมเลํนกีฬาตามความถนัด ความสนใจ พร๎อมท้ังปฏิบัติตามกฎ กติกา และข๎อตกลง ตามชนิดกีฬา สามารถ

วางแผนรกุ และปูองกนั เพ่อื ใหเ๎ ลํนไดอ๎ ยาํ งเป็นระบบ รํวมมืออยํางสนุกสนาน ยอมรับความแตกตํางของวิธีการ
เลนํ กีฬาของตนเองกับผ๎ูอนื่ ได๎

รหัสตวั ชว้ี ัด
พ ๑.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓
พ ๒.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓

พ ๓.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓
พ ๓.๒ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓, ม.3/4, ม.3/5
พ ๔.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓, ม.3/4, ม.3/5
พ ๕.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓, ม.3/4, ม.3/5

รวมจานวน 24 ตวั ชี้วดั

๑๕๘ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

รหสั วิชา พ ๒๓๑๐๒ รายวชิ า สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๖
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๑ หนว่ ยกติ

ศกึ ษาการปัจจัยที่มีผลกระทบตํอการเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุํน รวมถึงอิทธิพลและ
ความคาดหวังของสังคมท่ีมีตํอการเปล่ียนแปลงของวัยรํุน ทางส่ือ โฆษณาตําง ๆ รวบรวมข๎อมูลและเสนอแนว
ทางแกไ๎ ขปัญหาสุขภาพในชุมชน มีทักษะในการวางแผนและจัดเวลาในการออกกาลังกาย การพักผํอนและการ

สรา๎ งเสริมสมรรถภาพทางกาย
มที ักษะในการสรา๎ งเสรมิ สขุ ภาพ เมื่อเกดิ อบุ ตั เิ หตุและการเจ็บปวุ ยกะทันหัน สงิ่ ทส่ี าคญั ท่ีสุดท่ี

จะชวํ ยผบ๎ู าดเจ็บหรือผูป๎ ุวยใหร๎ อดชวี ติ คอื การไดร๎ บั การปฐมพยาบาลอยํางถกู ตอ๎ งทนั ทํวงที ดังน้นั การมคี วามรู๎
และได๎รบั การฝึกฝนในเรอ่ื งการปฐมพยาบาลจึงเปน็ สิ่งสาคญั และจาเปน็ เพือ่ แสดงถึงวธิ ีการชวํ ยฟื้นคืนชพี อยาํ ง
ถูกวิธี

นาหลกั การ ความรู๎ และทักษะการเลํนกีฬาไทย และกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยการ

ใช๎ทักษะพ้ืนฐานท่ีนาไปสํูการเลํนและดูกีฬาอยํางมีมารยาทเพ่ือพัฒนาทักษะทางการเลํนกีฬา แกํผู๎อ่ืนได๎อยําง
ถูกต๎อง ให๎เห็นความสาคัญของการออกกาลังกาย เพ่ือสํงเสริมสุขภาพอยํางตํอเน่ืองเป็นระบบ และเลํนกีฬาจน
เปน็ วถิ ีชวี ติ และเขา๎ รํวมเลนํ กีฬาตามความถนัด ความสนใจ พร๎อมทัง้ ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข๎อตกลง ตาม
ชนิดกีฬา สามารถวางแผนรกุ และปูองกนั เพื่อให๎เลํนได๎อยํางเป็นระบบ รํวมมืออยํางสนุกสนาน ยอมรับความ
แตกตาํ งของวิธกี ารเลนํ กีฬาของตนเองกบั ผู๎อื่นได๎

รหัสตวั ช้ีวัด
พ ๑.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓
พ ๒.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓
พ ๓.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓
พ ๓.๒ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓, ม.3/4, ม.3/5

พ ๔.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓, ม.3/4, ม.3/5
พ ๕.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/๓, ม.3/4, ม.3/5

รวมจานวน 24 ตวั ชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๕๙

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา

รหัสวชิ า พ20201 รายวิชา เปตอง
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษา มสี ํวนรํวม และปฏิบตั ิจริงในกิจกรรมการออกกาลังกายด๎วยกิจกรรมเปตอง ในเร่ืองการเลํน
กฬี าเปตองขน้ั พนื้ ฐาน การสํงลูก การเลนํ เกม การแขงํ ขนั ตามกฎ กติกา อยํางสนกุ สนานและปลอดภยั

พร๎อมท้ังมีน้า ใจนักกีฬา มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถนา ทักษะ

การ เลํนเปตองไปประยกุ ตอ์ อกกาลังกายไดต๎ ามศกั ยภาพ

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรยี นมคี วามรูค๎ วามเข๎าใจในกฬี าเปตอง
2. นกั เรียนมีทักษะเบ้อื งต๎นในการเลํนกฬี าเปตอง
3. นกั เรยี นมที กั ษะในการแขํงขันกีฬาเปตอง
4. นักเรยี นมีเจตคตทิ ดี่ ตี อํ กีฬาเปตองและมีคุณธรรม จรยิ ธรรม

รวมท้งั หมด 4 ผลการเรยี นรู้

๑๖๐ หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ุขศึกษาและพลศึกษา

รหัสวิชา พ20202 รายวชิ า เทเบลิ เทนนิส
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาความร๎เู บือ้ งต๎นเกยี่ วกบั กีฬาเทเบลิ เทนนสิ วิธกี ารดแู ลรักษาและสร๎างเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
ในการเลนํ กีฬาเทเบิลเทนนิส ทกั ษะพ้ืนฐานของกฬี าเทเบิลเทนนิส เทคนิคและแบบฝกึ กีฬาเทเบิลเทนนิสในระดับ
แขํงขนั รวมท้งั แบบทดสอบทักษะกฬี าเทเบลิ เทนนิส

โดยใช๎กระบวนการทางพลศึกษา ความสามารถในการคิด การแก๎ปัญหา การส่ือสาร การใช๎ทักษะ
ชีวิตในการดูแลและสร๎างเสริมสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมท้ังออกกาลังกาย ปฏิบัติตามกฎ
กตกิ า ข๎อตกลงในการเลํนกฬี าเทเบิลเทนนิสตามคาแนะนา

เพ่ือให๎รักการเรียนร๎ูในวิชาพลศึกษา เห็นความสาคัญของการมีสุขภาพและสมรรถภาพทางกายท่ีดี
ใฝเุ รยี นร๎ู มวี ินยั มีนา้ ใจนกั กฬี า และมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายและนาเสนอความรเู๎ บือ้ งตน๎ เก่ยี วกบั กฬี าเทเบลิ เทนนสิ ไดอ๎ ยาํ งถูกต๎อง พรอ๎ มท้งั ตระหนักถึง

ความสาคัญและมคี วามกระตอื รอื ร๎นในการศึกษาค๎นควา๎ ความร๎ูเบอ้ื งต๎นเกย่ี วกบั กีฬาเทเบิลเทนนสิ
2. อธบิ ายและแสดงวธิ ีการดแู ลรกั ษาและสร๎างเสรมิ สมรรถภาพทางกายในการเลํนกฬี าเทเบลิ เทนนสิ

พร๎อมทั้งตระหนักถึงความสาคญั ของการดูแลรักษาและสรา๎ งเสริมสมรรถภาพทางกายในการเลนํ กีฬาเทเบลิ

เทนนสิ 3. อธิบายและแสดงทักษะพน้ื ฐานของกีฬาเทเบลิ เทนนสิ ได๎อยํางถูกตอ๎ ง พรอ๎ มทง้ั เขา๎ รวํ มฝกึ ทกั ษะกีฬา
เทเบิลเทนนสิ ด๎วยความกระตอื รอื รน๎

4. อธบิ ายและแสดงเทคนิคและแบบฝึกกฬี าเทเบิลเทนนสิ ในระดบั แขงํ ขนั ได๎อยาํ งถกู ต๎องพรอ๎ มทั้งเข๎า
รํวมฝกึ เทคนิคและแบบฝึกกฬี าเทเบลิ เทนนิสในระดับแขงํ ขนั ด๎วยความกระตอื รอื รน๎

5. บอกความสาคญั ของการทาแบบทดสอบทักษะกฬี าเทเบลิ เทนนสิ และทาการทดสอบตาม
แบบทดสอบของทักษะกฬี าเทเบลิ เทนนสิ ไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎อง พร๎อมทง้ั เข๎ารํวมรบั การทดสอบทกั ษะกฬี าเทเบลิ เทนนิส

ด๎วยความกระตือรอื ร๎น

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๖๑

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

รหัสวิชา พ20203 รายวชิ า แบดมนิ ตนั
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง จานวน 1 หน่วยกิต

ศกึ ษาความรคู๎ วามเข๎าใจพนื้ ฐานเก่ียวกบั กีฬาแบดมินตัน การเสริมสร๎างสมรรถภาพรํางกายสาหรับ
การเลํนแบดมินตัน ทักษะพื้นฐานในการเลํนแบดมินตัน การสํงลูก การตีลูกโดํง การตีลูกดาด การตีลูกหยอด
การตบลูก กตกิ าการเลํนแบดมินตัน การเลํนแบดมินตนั เพ่อื การแขํงขัน และการทดสอบมาสมรรถภาพราํ งกาย

ปฏิบตั ทิ ักษะในการเลํนกีฬาแบดมนิ ตัน ทงั้ ทกั ษะพนื้ ฐานในการเลนํ กฬี าแบดมนิ ตัน ทักษะการสํงลูก
ทักษะการตีลูกโดํง ทักษะการตีลูกหยอด ทักษะการตีลูกดาด ทักษะการตบลูก ทักษะการการเสริมสร๎าง
สมรรถภาพรํางกายสาหรับการเลนํ แบดมนิ ตัน กตกิ าการเลํนแบดมินตนั การเลนํ แบดมนิ ตัน เพื่อการแขํงขัน การ
ทดสอบมาสมรรถภาพ และ อธบิ ายความรู๎พนื้ ฐานเก่ยี วกบั ความรู๎เบอ้ื งต๎นของกีฬาแบดมนิ ตนั ได๎

เพื่อให๎นักเรียนมีเจตคติท่ีถูกต๎องและเหมาะสมเกี่ยวกับกิจกรรมการออกกาลังกายตามความถนัด
และความสนใจ และนาทักษะกีฬาแบดมินตันไปใช๎ในการออกกาลังกายเพ่ือพัฒนาบุคลิกภาพและสมรรถภาพ
ตํอไป

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความรเู๎ บอ้ื งตน๎ เก่ียวกับกีฬาแบดมนิ ตันได๎
2. เขา๎ ใจและสามารถปฏิบัติการสรา๎ งเสริมสมรรถภาพราํ งกายสาหรบั การเลํนแบดมนิ ตนั ได๎

3. มที กั ษะการเลํนและการเคล่ือนไหวในกฬี าแบดมินตนั ได๎
4. ร๎ูขนั้ ตอนและสามารถปฏบิ ัตเิ มอ่ื เป็นฝาุ ยรุกไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ งและเหมาะสม
5. รข๎ู ัน้ ตอนและสามารถปฏบิ ตั ิเมอ่ื เป็นฝาุ ยรบั ไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ งและเหมาะสม
6. ร๎ู เขา๎ ใจ และปฏิบัตติ ามกตกิ าการแขงํ ขันกฬี าแบดมนิ ตนั ได๎อยาํ งถกู ตอ๎ ง
7. รูเ๎ ข๎าใจและมที กั ษะในการเลนํ กฬี าแบดมนิ ตันเพื่อการแขํงขนั
8. ร๎ู เขา๎ ใจ และปฏบิ ตั กิ ารทดสอบสมรรถภาพทางกายไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ ง

รวม 8 ผลการเรยี นรู้

๑๖๒ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
กลุม่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รหสั วิชา พ20204 รายวชิ า เซปกั ตะกรอ้
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ชัว่ โมง จานวน 1 หน่วยกิต

ศึกษาความร๎ูความเข๎าใจพื้นฐานเก่ียวกับกีฬาเซปักตะกร๎อ ประวัติความเป็นมาของกีฬาเซปักตะกร๎อ
ทักษะในการเลํนตะกร๎อ การเตะลูกข๎างเท๎าด๎านใน การเตะลูกหลังเท๎า การเลํนลูกด๎วยเขําการเลํนลูกด๎วยศีรษะ
การเลํนลูกดว๎ ยข๎างเทา๎ ด๎านนอก กติกาการแขํงขนั เซปักตะกร๎อ และการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

โดยการฝึกทักษะในการเลํนกีฬาเซปักตะกร๎อ ได๎แกํ ทักษะในการเลํนตะกร๎อ ทักษะการเตะลูกข๎างเท๎า
ดา๎ นใน ทกั ษะการเตะลูกหลังเทา๎ ทักษะการเลนํ ลกู ด๎วยเขํา ทกั ษะการเลํนลูกด๎วยศีรษะทักษะการเลํนลูกด๎วยข๎าง
เท๎าด๎านนอก กติกาการแขํงขันเซปักตะกร๎อ และการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และมีความรู๎ความเข๎าใจ
เกยี่ วกับการปฏิบตั ิทกั ษะกีฬาเซปักตะกรอ๎

เพื่อให๎นักเรียนมีเจตคติท่ีถูกต๎องและเหมาะสมเก่ียวกับกิจกรรมการออกกาลังกายตามความถนัดและ
ความสนใจ และนาทักษะกฬี าเซปกั ตะกร๎อไปใช๎ในการออกกาลงั กายเพือ่ พัฒนาบคุ ลกิ ภาพและสมรรถภาพทัว่ ไป

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายประวัตคิ วามเปน็ มาของกฬี าเซปักตะกร๎อได๎
2. มีทักษะในการเลนํ กฬี าเซปักตะกร๎อ
3. มีทกั ษะเคลือ่ นไหวในทําเบ้ืองตน๎ ของกีฬาเซปักตะกรอ๎

4. รข๎ู ้นั ตอนและสามารถปฏบิ ตั ิเมือ่ เปน็ ฝาุ ยรุกได๎อยาํ งถูกตอ๎ งและเหมาะสม
5. รขู๎ ้ันตอนและสามารถปฏบิ ตั เิ ม่อื เป็นฝาุ ยรบั ไดอ๎ ยาํ งถูกต๎องและเหมาะสม
6. รแ๎ู ละเข๎าใจกติกาการแขํงขันกฬี าเซปกั ตะกรอ๎
7. อธบิ ายและปฏิบัตวิ ธิ ีการทดสอบสมรรถภาพทางกายได๎

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๖๓

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา

รหสั วชิ า พ20205 รายวิชา บาสเกตบอล
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาความร๎เู บ้อื งตน๎ เก่ียวกับกฬี าบาสเกตบอล การดแู ลรักษาสุขภาพและการสร๎างเสริมสมรรถภาพทาง
กายในการเลํนกีฬาบาสเกตบอล เกมนาไปสํูการฝึกทักษะกีฬาบาสเกตบอล ทักษะพื้นฐานของกีฬาบาสเกตบอล
ทกั ษะและเทคนิคในการเลนํ กีฬาบาสเกตบอลในระดบั แขํงขัน

โดยใชก๎ ระบวนการทางพลศกึ ษา ความสามารถในการคิด การแก๎ปัญหา การส่ือสาร การใช๎ทักษะชีวิตใน
การดแู ลและสร๎างเสรมิ สขุ ภาพและสมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมทั้งออกกลังกายปฏิบัติกฎ กติกา ข๎อตกลง
ในการเลํนกฬี าบาสเกตบอลตามคาแนะนา

เพ่ือให๎รักการเรียนร๎ูในวิชาพลศึกษา เห็นความสาคัญของการมีสุขภาพและสมรรถภาพทางกายท่ีดี ใฝุ
เรียนร๎ู มวี ินยั มีนา้ ใจนักกีฬา และมีจิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายและนาเสนอความร๎เู บ้ืองตน๎ เกี่ยวกบั กีฬาบาสเกตบอลไดอ๎ ยาํ งถูกตอ๎ ง ตลอดจนแสดงความ

สนใจและกระตอื รอื รน๎ ในการศึกษาเก่ียวกบั กจิ กรรมกฬี าบาสเกตบอล
2. อธิบายและแสดงวธิ กี ารดแู ลรกั ษาสุขภาพและการสร๎างเสริมสมรรถภาพทางกายในการเลํนกฬี า

บาสเกตบอลได๎อยํางถูกตอ๎ ง ตลอดจนตระหนักในความสาคญั ของการดแู ลรักษาสุขภาพและการเสรมิ สรา๎ ง

สมรรถภาพทางกายในการเลนํ กฬี าบาสเกตบอล
3. อธบิ ายเกีย่ วกบั เกมนาไปสูํกฬี าบาสเกตบอลและแสดงความเป็นผู๎นาและผ๎ตู ามในการเลนํ เกมนาไปสํู

การฝึกทกั ษะกีฬาบาสเกตบอลไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ งและเหมาะสม ตลอดจนเขา๎ รวํ มฝึกปฏิบตั กิ ารเลํนเกมนาไปสูํการฝกึ
ทกั ษะกฬี าบาสเกตบอลดว๎ ยความสนใจกระตือรือรน๎

4. อธิบายและแสดงทักษะพนื้ ฐานของกีฬาบาสเกตบอล ตลอดจนเขา๎ รวํ มฝึกทักษะกฬี าบาสเกตบอล
ด๎วยความสนใจและกระตอื รอื รน๎

5. อธิบายและแสดงทักษะและเทคนคิ ในการเลนํ บาสเกตบอลระดับแขงํ ขนั ได๎อยาํ งถกู ต๎อง ตลอดจนเขา๎
รวํ มฝึกทักษะการเลํนกฬี าบาสเกตบอลในระดับแขํงขนั ด๎วยความสนใจและกระตือรอื รน๎

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

๑๖๔ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา

รหสั วิชา พ20206 รายวชิ า วอลเลย์บอล
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษาความร๎ูเบ้ืองต๎นเก่ียวกบั กฬี าวอลเลย์บอล กตกิ าการแขงํ ขันและหลักในการเลํนกีฬาวอลเลย์บอลให๎
ปลอดภัย การปฐมพยาบาลการบาดเจ็บจากการเลํนกีฬาวอลเลย์บอล การบริหารรํางกายในกีฬาวอลเลย์บอล
การทดสอบสมรรถภาพทางกลไก ทักษะพ้ืนฐานของกีฬาวอลเลย์บอล และเทคนิคการเลํนกีฬาวอลเลย์บอลใน

ระดบั แขงํ ขัน รวมทัง้ แบบทดสอบทกั ษะกฬี าวอลเลยบ์ อล
โดยใชก๎ ระบวนการทางพลศึกษา ความสามารถในการคิด การแก๎ปัญหา การสื่อสาร การใช๎ทักษะชีวิตใน

การดูแลและสร๎างเสรมิ สขุ ภาพและสมรรถภาพทางราํ งกายของตนเอง รวมท้งั ออกกาลังกาย ปฏิบัติตามกฎ กติกา
ขอ๎ ตกลงในการเลํนกีฬาวอลเลย์บอลตามคาแนะนา

เพื่อให๎รักการเรียนรู๎ในวิชาพลศึกษา เห็นความสาคัญของการมีสุขภาพและสมรรถภาพทางกายที่ดี ใฝุ
เรยี นรู๎ มีวินัย มนี า้ ใจนักกีฬา และมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความรเู๎ บอื้ งตน๎ เกย่ี วกับกฬี าวอลเลยบ์ อลและกตกิ าการแขงํ ขันได๎อยํางถกู ตอ๎ งและแสดงความ

เปน็ ผู๎มมี ารยาทในการเป็นผเ๎ู ลํนและผูด๎ ูกีฬาไดอ๎ ยํางเหมาะสม รวมท้ังเห็นความสาคญั ของการออกกาลงั กายด๎วย
การเลํนกีฬาวอลเลย์บอล

2. อธบิ ายความสาคญั ของความมสี ุขภาพและวธิ ีการปฐมพยาบาลการบาดเจ็บจากการเลนํ กีฬา
วอลเลยบ์ อลไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎อง และแสดงการบริหารรํางกายในกีฬาวอลเลยบ์ อล ทดสอบสมรรถภาพทางกลไก
รวมทั้งตระหนกั ในการดแู ลรกั ษาสุขภาพและสร๎างเสริมสมรรถภาพทางกาย

3. อธิบายและแสดงทักษะพน้ื ฐานของกฬี าวอลเลย์บอลไดอ๎ ยาํ งถูกต๎อง รวมท้ังเข๎ารวํ มฝกึ ทักษะกฬี า
วอลเลยบ์ อลดว๎ ยความกระตอื รือร๎น

4. อธิบายและแสดงเทคนิคการเลํนกฬี าวอลเลย์บอลในระดับแขํงขันได๎อยํางถูกตอ๎ งรวมทงั้ เข๎ารํวมฝึกใน

การเลํนทมี ดว๎ ยความกระตอื รือร๎น
5. บอกความหมายและความสาคัญของแบบทดสอบทกั ษะกฬี าวอลเลยบ์ อลได๎ และแสดงการทดสอบ

ทกั ษะกฬี าวอลเลยบ์ อลแบบตาํ งๆ รวมทงั้ เข๎ารวํ มรบั การทดสอบทักษะกีฬาวอลเลยบ์ อลด๎วยความกระตอื รอื รน๎

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๑๖๕

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

รหสั วชิ า พ20207 รายวิชา ฟตุ บอล
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1-3 เวลาเรียน 40 ชัว่ โมง จานวน 1 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาความร๎ูความเข๎าใจพนื้ ฐานเกยี่ วกับประวัติความเป็นมาและประโยชน์ของกีฬาฟุตบอลความรู๎ท่ัวไป
เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล ทักษะการเลํนฟุตบอล หลักการรุก หลักการรับ การเลํนเป็นทีมแบบตําง ๆ ระเบียบ
ข๎อบังคับ กตกิ าท่ีควรทราบ คาศัพทเ์ ฉพาะทใี่ ช๎ในการเลนํ กฬี าฟุตบอลและการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ปฏิบัติทักษะในการเลํนกีฬาฟุตบอล ทั้งประวัติความเป็นมาและประโยชน์ของกีฬาฟุตบอล ทักษะการ
เลํนฟุตบอล ทักษะการรุก ทักษะการรับ ทักษะการเลํนเป็นทีมแบบตําง ๆ ระเบียบข๎อบังคับ กติกาท่ีควรทราบ
คาศัพท์เฉพาะที่ใช๎ในการเลํนกีฬาฟุตบอล และการทดสอบสมรรถภาพทางกายและสามารถอธิบายถึงประวัติ
ความเป็นมาของกฬี าฟุตบอลได๎

เพื่อให๎นักเรียนมีเจตคติที่ถูกต๎องและเหมาะสมเก่ียวกับกิจกรรมการออกก าลังกายตามความถนัดและ
ความสนใจ และนาทักษะกีฬาฟุตบอลไปใช๎ในการออกก าลังกายเพือ่ พฒั นาบคุ ลกิ ภาพและสมรรถภาพตํอไป

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายประวตั ิความเปน็ มา ววิ ัฒนาการและประโยชนข์ องกีฬาฟุตบอลได๎
2. อธิบายถึงความรู๎ทวั่ ไปเกยี่ วกับฟุตบอลได๎
3. ทักษะในการเลนํ และการเคลือ่ นไหวในกฬี าฟุตบอล

4. อธบิ ายขน้ั ตอนและสามารถปฏบิ ัตเิ มื่อเป็นฝุายรุกไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ งและเหมาะสม
5. อธบิ ายขั้นตอนและสามารถปฏิบัติเมื่อเป็นฝาุ ยรบั ไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ งและเหมาะสม
6. อธิบาย และปฏบิ ตั ิการเลนํ เป็นทีมแบบตาํ งๆได๎
7. อธิบายและปฏิบัตติ ามกตกิ าการแขํงขันกฬี าฟตุ บอลไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎อง
8. อธิบายและปฏบิ ตั กิ ารทดสอบสมรรถภาพทางกายไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ ง

รวม 8 ผลการเรยี นรู้

๑๖๖ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

รหัสวิชา พ20208 รายวชิ า ฟุตซอล
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ชว่ั โมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษาความรู๎ความเขา๎ ใจพืน้ ฐานเกยี่ วกบั กฬี าฟตุ ซอล ประวตั คิ วามเป็นมาและประโยชน์ของกีฬาฟุตซอล
ความร๎ูท่ัวไปเกี่ยวกับกีฬาฟุตซอล ทักษะการเลํนฟุตซอล หลักการรุก หลักการรับกติกาการแขํงขันฟุตซอล และ
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ฝึกปฏิบัติทักษะในการเลํนกีฬาฟุตซอล ทักษะการเลํนฟุตซอล ทักษะการรุก ทักษะการรับกติกาการ
แขงํ ขันฟตุ ซอล การทดสอบสมรรถภาพทางกาย และ สามารถอธบิ ายถงึ ประวตั คิ วามเป็นมาของกฬี าฟตุ ซอลได๎

เพื่อให๎นักเรียนมีเจตคติท่ีถูกต๎องและเหมาะสมเก่ียวกับกิจกรรมการออกกาลังกายตามความถนัดและ
ความสนใจ และนาทกั ษะกฬี าฟตุ ซอลไปใชใ๎ นการออกกาลังกายเพือ่ พฒั นาบุคลกิ ภาพและสมรรถภาพตํอไป

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายประวตั ิความเปน็ มา ววิ ฒั นาการและประโชยน์ของกฬี าฟุตซอลได๎
2. มที กั ษะในการเลนํ และการเคล่ือนไหวในกฬี าฟุตซอล
3. อธบิ ายขน้ั ตอนและสามารถปฏบิ ตั เิ มอ่ื เป็นฝาุ ยรกุ ไดอ๎ ยาํ งถูกต๎องและเหมาะสม
4. อธบิ ายข้ันตอนและสามารถปฏบิ ตั ิเมอ่ื เปน็ ฝุายรบั ไดอ๎ ยาํ งถูกต๎องและเหมาะสม
5. อธบิ ายและปฏิบัติตามกตกิ าการแขงํ ขนั กฬี าฟตุ ซอลไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎อง
6. อธบิ ายและปฏิบัติการทดสอบสมรรถภาพทางกายไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎อง

รวม 6 ผลการเรียนรู้

หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๑๖๗

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

รหสั วชิ า พ20209 รายวชิ า กระบก่ี ระบอง
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1 หน่วยกิต

ศึกษาความรู๎เบ้ืองต๎นเก่ียวกับกีฬากระบี่กระบอง ระเบียบประเพณี มารยาท และความปลอดภัยในการ
เลํนกระบ่ี การดูแลรักษาและเสริมสร๎างสมรรถภาพในการรํวมเลํนกีฬากระบี่ วิธีการเลํนและทักษะการรากระบี่
ทักษะการตอํ สู๎และการแขงํ ขนั กฬี า

โดยใช๎กระบวนการทางพลศกึ ษา ความสามารถในการคิด การแก๎ปัญหา การส่ือสาร การใช๎ทักษะชีวิตใน
การดูแลและสร๎างเสริมสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมท้ังออกกาลังกายปฏิบัติตามกฎ กติกา
ข๎อตกลงในการเลนํ กฬี ากระบต่ี ามคาแนะนา

เพือ่ ให๎รกั การเรยี นรว๎ู ชิ าพลศึกษา เหน็ ความสาคัญของการมสี ขุ ภาพและสมรรถภาพทางกายทด่ี ี ใฝุเรยี นรู๎
มีวินัย มีน้าใจนกั กฬี า และมีจิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายและนาเสนอความรเ๎ู บื้องตน๎ เก่ียวกบั กฬี าไดอ๎ ยาํ งถูกตอ๎ ง พร๎อมทั้งตระหนกั ถึงความสาคัญและ

มีความกระตือรอื รน๎ ในการศกึ ษาคน๎ คว๎าความรเ๎ู บอื้ งตน๎ เกยี่ วกับกฬี ากระบี่
2. อธบิ ายและนาเสนอระเบยี บประเพณี มารยาท และความปลอดภยั ในการเลํนกระบไี่ ด๎อยํางถกู ตอ๎ ง

พร๎อมทง้ั ตระหนักถึงความสาคญั และมีความกระตือรอื รน๎ ในการศกึ ษาความรเ๎ู รือ่ งระเบยี บประเพณี มารยาท และ

ความปลอดภัยในการเลนํ กระบี่
3. อธบิ ายและแสดงวธิ กี ารดแู ลรกั ษาสุขภาพ และสรา๎ งเสริมสมรรถภาพทางกายในการเลนํ กฬี ากระบ่ี

พรอ๎ มท้งั ตระหนกั ถงึ ความสาคัญของการดแู ลรักษาสุขภาพและสร๎างเสรมิ สมรรถภาพทางกายในการเลนํ กฬี า
กระบี่

4. อธิบายและแสดงวธิ ีการเลนํ และทักษะการรากระบ่ีไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ ง พรอ๎ มท้งั เข๎ารวํ มฝกึ ทักษะกีฬา
กระบ่ดี ว๎ ยความกระตอื รอื ร๎น

5. อธิบายและแสดงทักษะการตอํ สู๎ และการแขํงขันกฬี ากระบ่ไี ดอ๎ ยํางถกู ต๎อง พรอ๎ มทั้งเขา๎ รวํ มฝึกทักษะ
การตอํ สู๎ และการแขํงขันกีฬากระบดี่ ว๎ ยความกระตอื รอื รน๎

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

๑๖๘ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ุขศึกษาและพลศกึ ษา

รหัสวชิ า พ20210 รายวิชา ยืดหย่นุ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1 หนว่ ยกิต

ศึกษาความรู๎เบื้องต๎นเกี่ยวกับกีฬายิมนาสติก กติกาการแขํงขันกีฬายิมนาสติกสากลโดยสังเขปที่ควร
ทราบ การสรา๎ งเสริมสมรรถภาพทางกายในการเลํนกีฬายมิ นาสติก การปูองกันและดูแลการบาดเจ็บจากกิจกรรม
กีฬายิมนาสติกเกมนาไปสํูการฝึกทักษะกีฬายิมนาสติก ทักษะพื้นฐานเบ้ืองต๎นของกีฬายิมนาสติก และทักษะ

พืน้ ฐานข้นั สงู เบื้องตน๎ ของกีฬายมิ นาสตกิ
โดยใชก๎ ระบวนการทางพลศึกษา ความสามารถในการคิด การแก๎ปัญหา การสื่อสาร การใช๎ทักษะชีวิตใน

การดูแลและสร๎างเสริมสุขภาพและสมรรถภาพกายของตนเอง รวมท้ังออกกาลังกาย ปฏิบัติตามกฎ กติกา
ข๎อตกลงในการเลํนกฬี ายมิ นาสตกิ ตามคาแนะนา

เพ่ือให๎รักการเรียนร๎ูในวิชาพลศึกษา เห็นความสาคัญของการมีสุขภาพและสมรรถภาพทางกายท่ีดี ใฝุ
เรียนรู๎ มวี ินัย มนี า้ ใจนกั กฬี า และมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายและนาเสนอความรู๎เบื้องตน๎ เก่ยี วกับกฬี ายมิ นาสตกิ ได๎อยาํ งถกู ตอ๎ ง ตลอดจนแสดงความสนใจ

และกระตอื รอื รน๎ ในการศกึ ษาเกยี่ วกบั กจิ กรรมกีฬายมิ นาสตกิ
2. อธิบายและแสดงวธิ กี ารสร๎างเสรมิ สมรรถภาพทางกายในการเลนํ กีฬายิมนาสตกิ ได๎อยาํ งถูกต๎อง

ตลอดจนตระหนกั ในความสาคัญของการดแู ลรักษาสุขภาพ และการเสรมิ สรา๎ งสมรรถภาพทางกายในการเลํน
กีฬายิมนาสตกิ

3. อธบิ ายเกีย่ วกับเกมนาไปสูํกฬี ายิมนาสตกิ และแสดงความเปน็ ผ๎นู าและผ๎ตู ามในการเลํมเกมนาไปสูกํ าร
ฝกึ ทกั ษะกฬี ายิมนาสตกิ ไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎องและเหมาะสม ตลอดจนเข๎ารํวมฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารเลนํ เกมนาไปสูกํ ารฝึกทกั ษะ
กฬี ายมิ นาสติกดว๎ ยความสนใจและกระตอื รอื ร๎น

4. อธบิ ายและแสดงทกั ษะพน้ื ฐานเบอ้ื งตน๎ ของกฬี ายมิ นาสติก ตลอดจนเขา๎ รํวมฝกึ ทกั ษะกฬี ายมิ นาสตกิ

ด๎วยความสนใจและกระตอื รอื รน๎
5. อธบิ ายและแสดงทกั ษะพน้ื ฐานขั้นสูงเบือ้ งต๎นของกฬี ายมิ นาสติกไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ งตลอดจนเข๎ารวํ มฝกึ

ทักษะกีฬายิมนาสติกดว๎ ยความสนใจและกระตอื รอื ร๎น

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๑๖๙

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รหสั วชิ า พ20211 รายวชิ า กรฑี า
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษาความรู๎เบ้ืองต๎นเก่ียวกับกีฬา กรีฑา การดูแลรักษาเสริมสร๎างสมรรถภาพทางกายในการเลํนกรีฑา
เกมนาไปสํูการฝึกทักษะกรีฑาประเภทลํูและลาน ทักษะและเทคนิคการเลํนกรีฑาประเภทลูํ รวมทั้งทักษะและ
เทคนคิ การเลํนกรฑี าประเภทลาน

โดยใช๎กระบวนการทางพลศึกษา ความสามารถในการคิด การแก๎ปัญหา การส่ือสาร การใช๎ทักษะชีวิตใน
การบารุงรักษาสุขภาพ ปูองกันและดูแลรักษาการบาดเจ็บท่ีเกิดจากกิจกรรมกรีฑาและสร๎างเสริมสุขภาพและ
สมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมท้งั การออกกาลงั กาย ปฏิบตั ิตาม กฎ กติกาข๎อตกลงในการเลํนกีฬากรีฑาตาม
คาแนะนาอยํางเครํงครัดเพ่อื ความปลอดภัยในการเลนํ กฬี า

เพ่ือให๎รักการเรียนร๎ูในวิชาพลศึกษา เห็นความสาคัญของการมีสุขภาพและสมรรถภาพทางกายท่ีดี ใฝุ
เรยี นรู๎ มีวนิ ับ มนี ้าใจนักกฬี า และมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความรเู บอื้ งตน๎ เก่ยี วกบั กรฑี าได๎อยํางถูกตอ๎ งและแสดงความเปน็ ผู๎มีมารยาทในการเป็นผเ๎ู ลนํ

และผช๎ู มกีฬาได๎อยาํ งเหมาะสม ระบกุ ติกากรฑี าพอสังเขป รวมท้งั ตระหนกั ถึงความสาคญั ของการออกกาลังกาย
ด๎วยการเลํนกรีฑา

2. อธบิ ายความสาคญั ของการบารุงรกั ษาสขุ ภาพ หลกั การปูองกันและดแู ลรกั ษาการบาดเจ็บที่เกิดจาก
กจิ กรรมกรีฑา และการสรา๎ งเสริมสมรรถภาพทางกาย รวมท้งั รํวมกันทดสอบสมรรถภาพทางกายกบั ผ๎อู ่ืนดว๎ ย
ความมรี ะเบยี บวินยั และปฏบิ ตั ติ ามกฎกตกิ าข๎อตกลงอยํางเครงํ ครัด

3. อธิบายความหมายของเกมและเกมนา ประเภทของเกม และคณุ คําของเกมนา รวมท้ังเข๎ารํวมเลํน
เกมนาไปสูํการฝกึ ทักษะกรฑี าประเภทลแูํ ละลานโดยยึดหลักปฏิบัติเพอื่ ความปลอดภัยในการเลมํ เกม

4. อธบิ ายและแสดงวธิ ีกานฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะและเทคนคิ การว่งิ ระยะสั่น การวิ่งผลดั การวงิ่ ระยะกลาง

และการว่ิงขา๎ มร่ัวไดอ๎ ยาํ งถกู ตอ๎ ง รวมทัง้ เขา๎ รํวมฝึกหัดทักษะและเทคนคิ การเลํนกรฑี าประเภทลดํู ว๎ ยความสนใจ
5. อธิบายและแสดงวธิ ีการฝกึ ปฏิบัติทกั ษะและเทคนคิ การกระโดดสงู การวิ่งกระโดดไกลการทุํมนา้ หนัก

การขวา๎ งจักร และการพุํงแหลนได๎อยาํ งถูกตอ๎ ง รวมท้ังเข๎ารํวมฝกึ หัดทักษะและเทคนคิ การเลํนกรฑี าประเภทลาน
ดว๎ ยความสนใจ

รวม 5 ผลการเรยี นรู้

๑๗๐ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา

รหสั วชิ า พ20212 รายวิชา แฮนด์บอล
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ชัว่ โมง จานวน 1 หน่วยกติ

ศึกษาความร๎ูความเข๎าใจพ้ืนฐานเก่ยี วกบั ประวัติความเปน็ มาของกฬี าแฮนด์บอลทักษะเบือ้ งตน๎ ของการ
เลํนกีฬาแฮนด์บอล การเลนํ เป็นทีมของกฬี าแฮนดบ์ อล กติกาการเลํนแฮนดบ์ อล และการทดสอบสมรรถภาพ
ทางกาย

ปฏบิ ตั ทิ กั ษะในการเลํนกีฬาแฮนดบ์ อล ท้งั ทักษะเบอื้ งต๎นของการเลนํ กีฬาแฮนด์บอล การเลํนเป็นทีมของ
กีฬาแฮนดบ์ อล กตกิ าการเลนํ แฮนดบ์ อล การทดสอบสมรรถภาพทางกาย และมคี วามเขา๎ ใจ อธบิ ายประวัติความ
เปน็ มาของกีฬาแฮนด์บอลได๎

เพ่อื ใหน๎ กั เรยี นมเี จตคติทีถ่ ูกตอ๎ งและเหมาะสมเก่ียวกับกจิ กรรมการออกกาลงั กายตามความถนัดและ
ความสนใจ และนาทกั ษะกฬี าแฮนดบ์ อลไปใชใ๎ นการออกกาลังกายเพอื่ พฒั นาบุคลกิ ภาพและสมรรถภาพตอํ ไป

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายประวตั ิความเป็นมาของกฬี าแฮนด์บอลได๎
2. ทกั ษะในการรับและสงํ ลกู แฮนด์บอล
3. ทกั ษะในการเลีย้ งลูกแฮนด์บอล และทกั ษะในการยงิ ประตู
4. มที กั ษะในการเป็นผูร๎ ักษาประตู

5. มีทกั ษะในการเลนํ เปน็ ทมี ทั้งการเป็นฝาุ ยรุกและฝาุ ยรบั
6. อธบิ าย และปฏิบตั ิตามกตกิ าการแขํงขันกีฬาแฮนด์บอลได๎อยาํ งถูกต๎อง
7. อธิบาย และปฏบิ ัติการทดสอบสมรรถภาพทางกายไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎อง

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๗๑

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

รหัสวิชา พ20213 รายวชิ า แชรบ์ อล
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง จานวน 1 หน่วยกติ

ศึกษาความรู๎ความเข๎าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกีฬาแชร์บอล ประวัติความเป็นมาและความร๎ูทั่วไปเก่ียวกับ
แชรบ์ อล การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทําบริหารรํางกายเพ่ือการเลํนกีฬาแชร์บอล การสร๎างความคุ๎นเคยกับ
ลกู แชร์บอล การเคล่อื นไหวเบื้องตน๎ การรับสํงลูกแชรบ์ อล การยิงประตู กติกาการแขํงขันและสัญญาณมือในการ

ตัดสนิ แชรบ์ อล และการฝึกทักษะการเลํนเปน็ ทีม
ปฏบิ ัตทิ ักษะในการเลนํ กีฬาแชรบ์ อล ท้ังทําบริหารรํางกายเพ่ือการเลํนกีฬาแชร์บอลทักษะทางการสร๎าง

ความคน๎ุ เคยกบั ลกู แชร์บอล ทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องต๎น ทักษะการรับสํงลูกแชร์บอลทักษะการยิงประตู กติกา
การแขํงขันและสัญญาณมือในการตัดสินแชร์บอล การฝึกทักษะการเลํนเป็นทีม การทดสอบสมรรถภาพทางกาย
รวมถึงอธบิ ายประวตั คิ วามเปน็ มาและความร๎ทู ว่ั ไปเกย่ี วกับแชร์บอล

เพ่ือให๎นักเรียนมีเจตคติที่ถูกต๎องและเหมาะสมเก่ียวกับกิจกรรมการออกกาลังกายตามความถนัดและ
ความสนใจ และนาทักษะกีฬาแชรบ์ อลไปใชใ๎ นการออกกาลังกายเพอ่ื พฒั นาบคุ ลิกภาพและสมรรถภาพทวั่ ไป

ผลการเรยี นรู้
1. สามารถอธบิ ายประวตั คิ วามเป็นมา ประโยชน์และวธิ กี ารดูแลรักษาอุปกรณก์ ฬี าแชรบ์ อลได๎
2. สามารถปฏบิ ัติวธิ กี ารบรหิ ารราํ งกายได๎

3. มที กั ษะในการเคลอื่ นไหวในกีฬาแชรบ์ อลได๎
4. มที ักษะในการเลํนกฬี าแชรบ์ อล และสามารถปฏิบัตไิ ดอ๎ ยาํ งถูกตอ๎ งและเหมาะสม
5. อธบิ ายขั้นตอนและสามารถปฏิบตั ิเมือ่ เป็นฝาุ ยรุกไดอ๎ ยาํ งถูกต๎องและเหมาะสม
6. อธบิ ายขั้นตอนและสามารถปฏบิ ตั ิเม่อื เป็นฝาุ ยรบั ไดอ๎ ยาํ งถูกตอ๎ งและเหมาะสม
7. อธิบายและสามารถอธิบายกติกาการแขํงขันกีฬาแชรบ์ อลได๎
8. อธิบายและสามารถปฏิบตั ิวิธกี ารเลํนเปน็ ทมี ได๎

9. อธบิ ายและสามารถปฏบิ ตั ิวิธกี ารทดสอบสมรรถภาพทางกายได๎

รวม 9 ผลการเรยี นรู้

๑๗๒ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

รหัสวชิ า พ20214 รายวิชา นนั ทนาการ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษาความร๎ูความเข๎าใจพ้ืนฐานเก่ียวกับนันทนาการ ความหมาย ความสาคัญและขอบขํายของกิจกรรม
นันทนาการ ปะเภทของกิจกรรมนันทนาการ ลักษณะและบทบาทของผู๎นานันทนาการ การจัดกิจกรรม
นันทนาการ กิจกรรมนันทนาการในหนํวยงานตําง ๆ เกมนันทนาการ เพลงนันทนาการ และนันทนาการการ

ทํองเท่ียว อธิบายความร๎ูเบ้ืองต๎นเก่ียวกับนันทนาการ ความหมาย ความสาคัญและขอบขํายของกิจกรรม
นันทนาการ ประเภทของกิจกรรมนันทนาการ ลักษณะและบทบาทของผู๎นานันทนาการ การจัดกิจกรรม
นันทนาการ กิจกรรมนันทนาการในหนํวยงานตําง ๆ เกมนันทนาการ เพลงนันทนาการ และนันทนาการการ
ทอํ งเทย่ี ว

เพ่ือให๎นักเรียนมีเจตคติท่ีถูกต๎องและเหมาะสมเก่ียวกับกิจกรรมนันทนาการ และสามารถเลือกปฏิบัติ
กิจกรรมนนั ทนาการไดต๎ ามความถนดั และความสนใจ และนาไปใช๎ในชีวิตประจาวันได๎อยํางเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความรูเ๎ บอื้ งต๎นเกย่ี วกับนนั ทนาการได๎
2. อธิบายความหมาย ความสาคญั และขอบขาํ ยของกจิ กรรมนันทนาการได๎
3. อธิบายจาแนกประเภทประเภทของกจิ กรรมนนั ทนาการได๎

4. อธิบายลกั ษณะและบทบาทของผ๎นู านันทนาการได๎
5. จัดกจิ กรรมนันทนาการได๎
6. อธบิ ายกิจกรรมนนั ทนาการในหนวํ ยงานตาํ งๆได๎
7. ปฏบิ ัตแิ ละเลนํ เกมนนั ทนาการได๎
8. ปฏิบตั ิและรอ๎ งเพลงนนั ทนาการได๎
9. อธิบายความหมายของนันทนาการกบั การทอํ งเที่ยวได๎

รวม 9 ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๗๓

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา

รหสั วิชา พ20215 รายวิชา เพศศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษาความรู๎ความเข๎าใจพ้ืนฐานของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชายและเพศหญิง การเปลี่ยนแปลง
ทางด๎านรํางกาย ด๎านจิตใจและอารมณ์ ด๎านสังคมละการปรับตัวให๎เหมาะสมกับการเปล่ียนแปลง วุฒิภาวะทาง
เพศและภาพลักษณ์ของตนเอง ความเช่ือเกี่ยวกับเร่ืองเพศคุณลักษณะของชายและหญิงที่สังคมคาดหวัง

ความสาคัญ การสร๎างและการรกั ษาการเปน็ เพ่อื น ความรกั ในวยั รุนํ ความสัมพนั ธ์ในครอบครวั การมีเพศสัมพันธ์ที่
รับผิดชอบและปลอดภัย ปัญหาและผลกระทบจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไมํพร๎อม สถานการณ์และโอกาสท่ีจะ
นาไปสกูํ ารมเี พศสัมพนั ธ์ การเขา๎ ใจความต๎องการของตนเอง ทักษะการตัดสินใจและการคาดผลจากการตัดสินใจ
จินตนาการทางเพศ การส่ือสารในเรื่องเพศ การติดเชื้อ HIV และปูองกัน การคุมกาเนิด ปัญหาสุขภาพทางเพศ
และการดูแลสุขอนามัยทางเพศและวิถีชีวิตบทบาทและกฎหมายทเี่ กย่ี วข๎องกับเรื่องเพศ

สามารถอธิบายระบบอวยั วะสบื พนั ธข์ องท้ังเพศชายและเพศหญงิ การเปลยี่ นแปลงทางดา๎ นราํ งกาย ดา๎ น

จิตใจและอารมณ์ ด๎านสังคมละการปรับตัวให๎เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งวุฒิภาวะทางเพศและ
ภาพลักษณ์ของตนเอง ความเชอ่ื เกี่ยวกับเรอ่ื งเพศคณุ ลกั ษณะของชายและหญิงท่ีสังคมคาดหวัง ความสาคัญ การ
สรา๎ งและการรกั ษาความเป็นเพอื่ น ความรกั ในวัยรนุํ ความสมั พันธใ์ นครอบครวั การมเี พศสัมพนั ธท์ ร่ี ับผิดชอบและ
ปลอดภัยได๎ ปัญหาและผลกระทบจากการมีเพศสัมพันธ์ท่ีไมํพร๎อมสถานการณ์และโอกาสท่ีจะนาไปสูํการมี
เพศสัมพันธ์ การเข๎าใจความต๎องการของตนเอง รวมท้ังทักษะการตัดสินใจและการคาดผลจากการตัดสินใจ

จินตนาการทางเพศ การส่ือสารในเรื่องเพศ การติดเชื้อ HIV และปูองกัน การคุมกาเนิด ปัญหาสุขภาพทางเพศ
และการดแู ลสขุ อนามัยทางเพศ และวถิ ชี วี ติ บทบาทและกฎหมายที่เก่ยี วข๎องกบั เร่ืองเพศได๎

มีเจตคติท่ถี ูกต๎องและเหมาะสมเก่ยี วกับเพศศกึ ษา และสามารถนาความร๎ไู ปใชป๎ ฏิบัตใิ นชีวิตประจาวันได๎

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายและสามารถอธบิ ายถึงระบบอวัยวะสบื พันธท์ ัง้ เพศชายและเพศหญงิ ได๎
2. อธิบายการเปลีย่ นแปลงทางดา๎ นราํ งกาย ด๎านจติ ใจและอารมณ์ ดา๎ นสงั คมและการเปลี่ยนแปลงใน

วัยรุํนได๎ อธิบายอทิ ธิพลของฮอรโ์ มน วฒุ ภิ าวะและภาพลกั ษณข์ องตนเองได๎
3. มีความเชือ่ ท่ถี กู ต๎องเกี่ยวกับเร่อื งเพศ อธบิ ายคณุ ลกั ษณะของชายและหญิงท่ีสงั คมคาดหวงั
4. เห็นคณุ คาํ ของเพอ่ื น และมที ักษะในการสร๎างและรกั ษาความเป็นเพ่อื น เข๎าใจความรักในวยั รุนํ ความ

คิดเหน็ และความคาดหวงั และการจดั การความขัดแยง๎ ความสัมพนั ธ์ในครอบครัว
5. อธบิ ายเกย่ี วกบั เรือ่ งเพศสมั พันธท์ ี่รบั ผดิ ชอบและปลอดภัยเข๎าใจปญั หาและผลกระทบจากการมี

เพศสัมพนั ธ์ทไี่ มพํ ร๎อม
6. รูจ๎ กั สถานการณ์และโอกาสทีจ่ ะนาไปสกูํ ารมเี พศสมั พันธ์ เข๎าใจความต๎องการของตนเองและมีทักษะ

ในการตดั สนิ ใจและการคาดผลจากการตัดสนิ ใจ
7. อธิบายเรอื่ งจินตนาการทางเพศ มคี วามเขา๎ ใจเก่ียวกบั การสื่อสารเรื่องเพศในครอบครวั
8. อธิบายปญั หาสุขภาพทางเพศ การดแู ลสุขภาพ และสถานบริการสขุ ภาพทางเพศได๎
9. อธบิ ายวธิ กี ารคมุ กาเนิดแบบตํางๆ รูแ๎ ละเขา๎ ใจถึงการตดิ เชอ้ื HIV และวธิ ีปอู งกันการตดิ เชอื้

รวม 9 ผลการเรียนรู้

๑๗๔ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา

รหสั วิชา พ20216 รายวิชา การออกกาลังกายเพ่ือสขุ ภาพ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1 หน่วยกิต

ศึกษาความรู๎เบื้องต๎นเกี่ยวกับการเคล่ือนไหวรํางกาย ทักษะการเคลื่อนไหวรํางกาย การออกกาลังกาย
เพื่อสุขภาพ การออกกาลังการด๎วยกิจกรรมกายบริหาร ออกก าลังกายด๎วยการวิ่งเพื่อสุขภาพออกกาลังกายด๎วย
การเต๎นแอโรบกิ ออกกาลังกายด๎วยการบริหารกายแบบโยคะ ออกกาลังกายด๎วยการถีบจักรยาน และออกกาลัง

กายดว๎ ยการวาํ ยนา้
โดยใช๎กระบวนการทางพลศึกษาเป็นเคร่ืองมือในการศึกษาเรียนรู๎ให๎มีความร๎ู ความเข๎าใจ และความ

ตระหนกั ในการนาความรใ๎ู นเรอ่ื งการออกกาลังกายเพือ่ สขุ ภาพไปประยุกต์ใช๎ในชีวิตประจาวัน เพื่อสงเสริมพัฒนา
สุขภาพทางด๎านรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมสติปัญญา และสมรรถภาพทางรํางกาย ตลอดจนสมรรถนะสาคัญ
และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ที่จาเปน็ ในการดารงชีวิต

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบาย วเิ คราะห์ เปรยี บเทียบ และแสดงรปู แบบของการเคลอื่ นไหวรํางกายในสถานการณท์ ่ีแตกตําง

กันอยาํ งถกู ต๎องได๎ ตลอดจนตระหนกั ในความสาคญั ของการศึกษาในเรอื่ งความรเู๎ บ้ืองตน๎ เกย่ี วกบั การเคลอื่ นไหว
ราํ งกายดว๎ ยความสนใจและกระตือรือรน๎

2. อธิบาย วเิ คราะห์ เปรยี บเทียบ และแสดงรปู แบบของทกั ษะการเคลื่อนไหวเบอื้ งต๎นรปู แบบการจดั การ

ทําทางท่ถี ูกสขุ ลกั ษณะอยาํ งถกู ต๎องได๎ ตลอดจนตระหนักในความสาคัญของการศกึ ษาในเรอ่ื งทกั ษะการ
เคล่ือนไหวรํางกายดว๎ ยความสนใจและกระตอื รอื ร๎น

3. อธิบายความหมาย ความสาคญั หลักปฏิบัติ และแสดงวธิ กี ารออกกาลงั กายเพอ่ื สขุ ภาพการทดสอบ
สมรรถภาพทางราํ งกายไดอ๎ ยาํ งถูกต๎อง ตลอดจนตระหนักในความสาคัญของการศกึ ษาและปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการ
เรยี นร๎ดู ว๎ ยความสนใจและกระตอื รอื รน๎

4. อธบิ าย วเิ คราะห์ เปรยี บเทียบ และแสดงรูปแบบการจดั การทําทางเบือ้ งต๎านในกิจกรรมกายบริหาร

อยาํ งถกู ต๎องได๎ ตลอดจนตระหนกั ในความสาคญั ของการศกึ ษาและปฏิบัตกิ ิจกรรมการเรยี นรูด๎ ว๎ ยความสนใจและ
กระตอื รอื ร๎น

5. อธบิ ายความหมาย ความสาคัญ ประโยชน์ หลักปฏบิ ัติ และการวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บรูปแบบการออก
กาลังกายด๎วยการว่งิ เพือ่ สขุ ภาพอยาํ งถกู ตอ๎ งได๎ ตลอดจนตระหนักถงึ ความสาคญั ของการศึกษาและปฏิบตั ิ
กิจกรรมการเรยี นรู๎ด๎วยความสนใจและกระตอื รอื รน๎

6. อธบิ ายความหมาย ประวตั ิความเป็นมา คณุ คาํ ประเภท และแสดงรปู แบบการออกกาลงั กายด๎วยการ
เตน๎ แอโรบิกอยํางถูกตอ๎ งได๎ ตลอดจนตระหนกั ถึงความสาคัญของการศึกษาและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นร๎ดู ว๎ ย
ความสนใจและกระตอื รอื รน๎

7. อธบิ ายความหมาย ประวตั ิความเปน็ มา คุณคํา ประเภท และแสดงรปู แบบการออกกาลังกายด๎วยการ
บรหิ ารกายแบบโยคะอยํางถกู ต๎องได๎ ตลอดจนตระหนักถงึ ความสาคัญของการศกึ ษาและปฏบิ ัติกจิ กรรมการ
เรยี นรด๎ู ว๎ ยความสนใจและกระตอื รอื รน๎

หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๗๕

8. อธบิ ายเกีย่ วกับประวตั คิ วามเป็นมา คณุ คาํ ลักษณะ หลักการ และการจดั โปรแกรมการออกกาลงั กาย
ดว๎ ยการถีบจกั รยานอยาํ งถูกตอ๎ งได๎ ตลอดจนตระหนักถึงความสาคัญของการศกึ ษาและปฏิบตั ิกิจกรรมการเรยี นร๎ู
ด๎วยความสนใจและกระตอื รอื ร๎น

9. อธิบายเกย่ี วกับประวตั คิ วามเปน็ มา คณุ คาํ ข๎อปฏิบัติกํอนวาํ ยนา้ และการจดั โปรแกรมการออกกาลัง
กายดว๎ ยการวาํ ยนา้ อยํางถูกตอ๎ งได๎ ตลอดจนตระหนักถงึ ความสาคญั ของการศกึ ษาและปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรยี นรู๎
ด๎วยความสนใจและกระตอื รอื ร๎น
รวม 9 ผลการเรียนรู้

๑๗๖ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

รหัสวิชา พ20217 รายวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1 หนว่ ยกติ

ศึกษาความรู๎เบ้ืองต๎นเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทางาน การปูองกันและควบคุม
มลพิษในสภาพแวดล๎อมการทางาน เคร่ืองหมายสัญญาลักษณ์ความปลอดภัย เครื่องปูองกันอันตราย ความ
ปลอดภัยในการใช๎เคร่ืองจักร เคร่ืองมือและยานพาหนะ การเคลื่อนย๎ายและจัดเก็บวัสดุ-อุปกรณ์ความปลอดภัย

เกี่ยวกับไฟฟูา ความปลอดภัยในการกํอสร๎าง การปูองกันและระงับอัคคีภัย การสํงเสริมสุขภาพอนามัยพนักงาน
การปูองกันและเฝูาระวังโรคจากการทางาน การปฐมพยาบาล การวิเคราะห์และปรับปรุงสภาพการท างานตาม
หลักกายศาสตร์ การสอบสวนและวิเคราะห์อบุ ตั ิเหตใุ นการทางาน การตรวจความปลอดภัยและวิเคราะห์งานเพื่อ
ความปลอดภัย กฎหมายท่ีเกีย่ วกบั อาชวี อนามัยและความปลอดภยั ในการทางาน

เพื่อใหน๎ ักเรยี นมีความเข๎าใจและแสดงออกถงึ ความรเู๎ บ้ืองต๎นเก่ียวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยใน
การทางาน เพ่ือให๎มีทักษะการปูองกันและควบคุมมลพิษในสภาพแวดล๎อมการท างานเคร่ืองหมายสัญญาลักษณ์
ความปลอดภัย ทักษะการใช๎เครื่องปูองกันอันตราย ทักษะความปลอดภัยในการใช๎เคร่ืองจักรเครื่องมือ
ยานพาหนะ ทักษะการเคล่ือนย๎ายและจัดเก็บวัสดุ-อุปกรณ์ความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟูา ความปลอดภัยในการ
กํอสร๎าง การปูองกันและระงับอัคคีภัยการสํงเสริมสุขภาพอนามัยพนักงาน การปูองกันและเฝูาระวังโรคจากการ
ทางาน การปฐมพยาบาล การวเิ คราะหแ์ ละปรับปรุงสภาพการทางาน การตรวจความปลอดภัยและการวิเคราะห์
งานเพอ่ื ความปลอดภยั และกฎหมายท่เี กย่ี วกบั อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทางาน

เพือ่ ให๎นกั เรียนมเี จตคติที่ถูกตอ๎ งและเหมาะสมเก่ยี วกบั อาชวี อนามัยและความปลอดภยั เพอื่ ทีจ่ ะนาทกั ษะ
ท่ไี ด๎เรยี นรูไ๎ ปใช๎ในชีวิตประจาวนั ตํอไป

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและองคป์ ระกอบของอาชวี อนามัยและความปลอดภยั ในการทางานได๎
2. ระบอุ ันตรายจากมลพษิ ในสภาพแวดลอ๎ มการทางานและวธิ ปี ูองกนั ควบคุมมลพษิ ได๎

3. อธิบายความหมายของเครอ่ื งหมายความปลอดภัย การใชเ๎ คร่อื งปอู งกนั อนั ตราย
4. อธบิ ายความหมาย สาเหตุ และลักษณะการเกิดความไมปํ ลอดภัยจากการใช๎เคร่อื งจกั ร
เครือ่ งมอื ยานพาหนะ การเคล่ือนยา๎ ยและจดั เก็บวสั ดุ อปุ กรณ์
5. อธบิ ายหลกั ความปลอดภยั ในการปฏบิ ัติงานเก่ยี วกับไฟฟาู และงานกอํ สรา๎ ง
6. อธบิ ายสาเหตุ ผลกระทบ และวธิ ีการปอู งกนั และระงบั อคั คภี ยั ได๎

7. อธบิ ายวธิ ีการสํงเสรมิ สุขภาพอนามยั ของพนกั งาน การปอู งกันและเฝูาระวังโรคจากการทางานได๎ และ
ปฐมพยาบาลเมอ่ื เกิดอุบตั เิ หตไุ ด๎

8. สามารถวเิ คราะห์และปรบั ปรงุ สภาพการทางานตามหลักกายศาสตร์ได๎
9. สามารถวเิ คราะหอ์ บุ ตั เิ หตแุ ละสอบสวนถงึ อุบตั เิ หตุในการทางาน และตรวจความปลอดภัยและ
วิเคราะหง์ านเพอ่ื ความปลอดภยั ได๎
10. สามารถสรุปสาระสาคญั ของกฎหมายที่เกีย่ วกบั อาชวี อนามยั และความปลอดภยั ในการทางานได๎

รวม 10 ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศักราช 2561 ๑๗๗

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา

รหัสวชิ า พ20218 รายวชิ า ครอบครวั และความปลอดภยั ในชวี ติ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1 หนว่ ยกิต

ศึกษาความรู๎ความเข๎าใจพ้ืนฐานเก่ียวกับพัฒนาการของมนุษย์ การดูแลสํงเสริมสุขภาพตามพัฒนาการ
ของมนุษย์ ครอบครัวศึกษาและการสร๎างสัมพันธภาพกับคนในครอบครัวและสังคม ชีวิตสมรสการตั้งครรภ์และ
การเลี้ยงดบู ุตร วิถชี ีวติ วฒั นธรรมไทยเก่ียวกบั เพศ การคบเพื่อนตํางเพศความสัมพนั ธ์ระหวาํ งครอบครัวกับชุมชน

การสร๎างความปลอดภัยในชุมชน การปูองกันอุบัติภัยจากการจราจรการปูองกันอุบัติภัยจากการประกอบอาชีพ
การปอู งกนั อบุ ัติภัยในเคหสถานและสาธารณสถาน โรคและโทษที่เกิดจากการสุขาภิบาลอาหารบกพรํอง ยาและ
การใช๎ยา สารเสพตดิ ใหโ๎ ทษและโรคติดตํอร๎ายแรงจากไวรัส

เพ่ือให๎นักเรียนมีความรู๎ความเข๎าใจและสามารถอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาการของมนุษย์
กระบวนการดูแลและสํงเสริมสุขภาพตามพัฒนาการของมนุษย์ ครอบครัวศึกษา การสร๎างสัมพันธภาพกับคนใน
ครอบครัวและสังคม ชีวิตสมรสการตั้งครรภ์และการเล้ียงดูบุตร วิถีชีวิตวัฒนธรรมไทยเกี่ยวกับเพศ การคบเพ่ือน

ตํางเพศ ความสัมพันธ์ระหวํางครอบครัวกับชุมชน การสร๎างความปลอดภัยในชุมชน การปูองกันอุบัติภัยจาก
การจราจรการปอู งกันอุบัตภิ ยั จากการประกอบอาชพี การปอู งกันอุบัตภิ ยั ในเคหสถานและสาธารณสถาน โรคและ
โทษทีเ่ กิดจากการสุขาภบิ าลอาหารบกพรํอง ยาและการใชย๎ า สารเสพติดใหโ๎ ทษ และโรคตดิ ตํอรา๎ ยแรงจากไวรสั

เพือ่ ให๎นักเรยี นมีเจตคตทิ ถี่ กู ตอ๎ งและเหมาะสมเกีย่ วกับครอบครัวศึกษาและความปลอดภัยในชวี ติ เพือ่ จะ
ได๎นาความร๎ูไปใช๎ในชีวติ ประจาวนั ตํอไป

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายพฒั นาการทางด๎านรํางกายและจติ ใจและการดแู ลสํงเสริมสขุ ภาพของบุคคลในวัยตาํ ง ๆ ได๎
2. อธิบายวธิ สี ร๎างความสัมพนั ธท์ ่ีดกี บั คนในครอบครัวและคนนอกครอบครวั ได๎
3. อธิบายความหมายและความสาคญั ของชวี ติ สมรสและการต้ังครรภไ์ ด๎
4. อธิบายความหมายของวฒั นธรรมไทยและหลกั การวางตัวตอํ เพศตรงขา๎ มได๎

5. อธิบายความสัมพันธ์ระหวาํ งครอบครวั และชุมชนและการสรา๎ งความปลอดภยั ในชมุ ชนได๎
6. อธิบายความหมาย ความสาคัญ และมาตรการปอู งกันอบุ ตั ิภยั จากการจราจรได๎
7. อธบิ ายความหมาย สาเหตุ และการปอู งกันโรคท่เี กิดจากการประกอบอาชพี ได๎
8. อธิบายความหมาย ประเภท สาเหตขุ องการเกดิ อุบัตภิ ยั ในเคหสถานและสาธารณสถานได๎
9. อธบิ ายสาเหตกุ ารปอู งกันโรคท่เี กดิ จากการสุขาภิบาลอาการบกพรอํ งและโรคติดตอํ จากไวรัสได๎

10. อธิบายหลักการใชย๎ าและโทษจากการใช๎สารเสพตดิ ได๎

รวม 10 ผลการเรยี นรู้

๑๗๘ หลกั สตู รโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

รหสั วชิ า พ20219 รายวิชา สถานการณ์โรคในปจั จบุ ัน
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1 หนว่ ยกิต

ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ สังเคราะห์ เกี่ยวกับโรคติดตํอที่ระบาดและเป็นปัญหาสาหรับคนไทยใน
สถานการณ์ปัจจุบัน สาเหตุการเกิดโรค พ้ืนที่การระบาด การปูองกันและการรักษา เห็นความสาคัญของการ
ปูองกนั โรค สามารถเผยแพรํความรสู๎ ํูชุมชนและนาไปใช๎ในชวี ิตประจาวันได๎อยาํ งถกู ตอ๎ ง

โดยใช๎กระบวนการสืบเสาะหาความร๎ู การสารวจ การสืบค๎นข๎อมูล การบันทึก เพ่ือให๎มีความร๎ู ความ
เข๎าใจ สถานการณ์ของโรค การระบาดของโรค สาเหตุของโรค และการปูองกันรักษา เกิดความตระหนักในการ
ปอู งกนั รักษาโรค สามารถนาความรไ๎ู ปใชใ๎ นชีวติ ประจาวัน และเผยแพรํความร๎ูสํูชุมชน มีคุณธรรม จริยธรรม เป็น
ผนู๎ าและผ๎ตู ามที่ดี เสยี สละและคานึงถงึ ประโยชน์สํวนรวม

ผลการเรยี นรู้
1. วเิ คราะห์สาเหตุการเกดิ โรคติดตํอทร่ี ะบาดในสถานการณ์ปัจจบุ ัน
2. อธิบายผลท่เี กดิ ขนึ้ จากการระบาดของโรคตดิ ตํอในสถานการณป์ จั จุบัน
3. รวบรวมขอ๎ มลู ในการระบาดของโรคตดิ ตํอในสถานการณ์ปัจจบุ นั
4. เขียนแผนภาพสรุป สาเหตุ การตดิ ตํอ การปอู งกนั การรกั ษา ของโรคติดตํอทร่ี ะบาดในสถานการณ์

ปจั จบุ นั
5. ตระหนกั และเห็นความสาคญั ในการปอู งกนั โรคตดิ ตอํ ในสถานการณ์ปัจจุบนั
6. จดั กิจกรรมรณรงค์และเผยแพรคํ วามรเ๎ู กย่ี วกบั โรคติดตอํ ในสถานการณป์ ัจจบุ ันในชมุ ชน

รวม 6 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๑๗๙

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

รหสั วชิ า พ20220 รายวิชา นวดแผนไทย
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา ประวัติ และความเปน็ มาของการนวดแผนไทย ประเภทของการนวดแผนไทย บอกประโยชน์
ของการนวดแผนไทย อธิบายความร๎ูทจี่ าเป็นสาหรับการนวดแผนไทย ขอ๎ หา๎ ม และขอ๎ ควรระวังในการนวดแผน
ไทย ขอ๎ ปฏบิ ตั ิหลงั การนวดสาหรบั ผ๎นู วดและผถู๎ กู นวด บอกความรู๎เกีย่ วกับโรคทางหตั ถเวช (นวดแบบราชสานกั )

บอกแนวของเสน๎ ประธานสิบ ลักษณะของอาการที่เกดิ จากเส๎นประธานสิบผิดปกติ การนวดเพ่ือแก๎ไขอาการทีเ่ กิด
จาก เส๎นประธานสบิ ผดิ ปกติ อธบิ ายแนวการนวดพืน้ ฐาน ขา, หลงั , แขน, ไหล,ํ บาํ , และศีรษะ ปฏบิ ตั ิการฝึก
กาลังน้ิวมอื สามารถนวดพ้นื ฐาน ขา, หลงั , แขน, ไหล,ํ บาํ และ ศรี ษะ ได๎

วเิ คราะหง์ าน วางแผนการดาเนนิ งาน ปฏบิ ตั ิงานตามแผนและประเมินการดาเนินงาน มี
สมั พันธภาพที่ดใี นกลมํุ วเิ คราะห์ปญั หา หาสาเหตุและแกป๎ ัญหาด๎วยวธิ กี ารท่ีเหมาะสม มคี วามสุขในการทางาน
ทางานรวํ มกบั ผอ๎ู ื่นได๎ และมคี วามภาคภมู ใิ จในผลงาน

ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรคู๎ วามเข๎าใจเกย่ี วกับจรยิ ธรรมและมารยาทในการนวดแผนไทยเพื่อสขุ ภาพ
2. มีความรู๎พ้นื ฐานการนวดแผนไทยเพ่อื สุขภาพ
3. มคี วามรเู๎ ก่ียวกบั ระบบราํ งกาย ระบบกลา๎ มเนอ้ื ระบบการไหลเวยี นของโลหติ และเส๎นประสาทใน

ราํ งกายมนุษย์
4. ตระหนักถึงจรยิ ธรรม มารยาท และความปลอดภัยในการนวด
5. สามารถปฏบิ ตั ิการนวดได๎อยาํ งถกู ตอ๎ งและเหมาะสม
6. มีความรเู๎ กี่ยวกับกฎหมายทเ่ี ก่ยี วขอ๎ งกบั การนวด
7. มีความสามารถในการวางแผนและเขยี นแผนธรุ กิจในงานสปาได๎

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

๑๘๐ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561

รายวชิ า
ตามโครงสรา้ งหลักสูตรและคาอธิบายรายวิชา

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปศึกษา

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๘๑

รายวิชากลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปศึกษา

ระดับประถมศึกษา

รายวิชาพื้นฐาน

ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 ศ๑1๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ปี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ปี
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ จานวน 4๐ ชัว่ โมง/ปี

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ศ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ จานวน 8๐ ชั่วโมง/ปี

ศ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ จานวน 8๐ ชั่วโมง/ปี

ศ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ จานวน 8๐ ชั่วโมง/ปี

ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น

รายวิชาพ้ืนฐาน

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ศ2๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ศ21๑๐2 ศลิ ปะ ๒ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1
ศ22๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2
ศ22๑๐2 ศลิ ปะ ๔ จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
ศ23๑๐๑ ศิลปะ ๕ จานวน 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น

ศ23๑๐2 ศิลปะ ๖ จานวน 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรียน

รายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ศ21201 ทศั นศลิ ป์ 1 จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น

ศ21202 นาฏศลิ ป์ไทย 1 จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น

ศ21203 ดนตรีสากล 1 จานวน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น

ศ21204 ดนตรไี ทย 1 จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น

ศ21205 ดนตรีพ้ืนเมอื ง 1 จานวน 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น

ศ21206 นาฏศลิ ปพ์ ื้นบ๎านลา๎ นนา 1 จานวน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น

ศ22201 ทัศนศลิ ป์ 2 จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น

ศ22202 นาฏศิลปไ์ ทย 2 จานวน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน

ศ22203 ดนตรีสากล 2 จานวน 4๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน

ศ22204 ดนตรีไทย 2 จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น

ศ22205 ดนตรพี ้ืนเมอื ง 2 จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น

ศ22206 นาฏศิลปพ์ ื้นบ๎านล๎านนา 2 จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น

ศ23201 ทศั นศิลป์ 3 จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน

ศ23202 นาฏศิลปไ์ ทย 3 จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน

ศ23203 ดนตรสี ากล 3 จานวน 4๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น

ศ23204 ดนตรไี ทย 3 จานวน 4๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น

ศ23205 ดนตรพี ื้นเมอื ง 3 จานวน 4๐ ชวั่ โมง/ภาคเรียน

ศ22206 นาฏศิลป์พื้นบา๎ นล๎านนา 3 จานวน 4๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น

๑๘๒ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปศกึ ษา

รหัสวชิ า ศ ๑๑๑๐๑ รายวิชา ศิลปะ ๑
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลาเรยี น ๘๐ ชวั่ โมง

อภิปรายเกี่ยวกับรปู รําง ลกั ษณะและขนาดของสงิ่ ตาํ งๆ รอบคัวในธรรมชาติและสง่ิ ทมี่ นษุ ย์สรา๎ งข้ึน
บอกความรู๎สกึ ทม่ี ีตํอธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ๎ มรอบตวั มที ักษะพ้ืนฐานในการใชว๎ ัสดอุ ุปกรณ์ สรา๎ งงานทัศนศลิ ป์
โดยการทดลองใช๎สีดว๎ ยเทคนคิ งํายๆ วาดภาพระบายสภี าพธรรมชาติตามความรส๎ู กึ ของตนเอง ระบุงานทศั นศลิ ป์

ในชีวิตประจาวนั
ร๎ูวาํ สงิ่ ตําง ๆ สามารถกํอกาเนดิ เสยี งท่แี ตกตํางกัน บอกลกั ษณะของเสียงดัง–เบา และความ ช๎า-เรว็

ของจงั หวะ ทอํ งบทกลอน ร๎องเพลงงําย ๆ มสี วํ นรวํ มในกิจกรรมดนตรอี ยาํ งสนุกสนาน บอกความเก่ยี วขอ๎ งของ
เพลงทีใ่ ช๎ในชีวติ ประจาวนั เลําถึงเพลงในทอ๎ งถ่นิ ระบุสง่ิ ทชี่ ่ืนชอบในดนตรที ๎องถิ่น

เลียนแบบการเคล่อื นไหว แสดงทาํ ทางงําย ๆ เพื่อสื่อความหมายแทนคาพดู บอกสง่ิ ท่ตี นเองชอบจาก
การดูหรือรวํ มการแสดง

ระบุและเลํนการละเลํนของเดก็ ไทย บอกสิ่งที่ตนเองชอบในการแสดงนาฏศลิ ป์

รหัสตัวชว้ี ดั
ศ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ศ ๑.๒ ป.๑/๑

ศ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5
ศ ๒.๒ ป.๑/๑, ป.1/2
ศ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.1/2, ป.1/3
ศ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.1/2

รวม 18 ตวั ช้วี ดั

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๘๓

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศกึ ษา

รหสั วชิ า ศ ๑๒๑๐๑ รายวิชา ศิลปะ ๒
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลาเรยี น 8๐ ชว่ั โมง

อภปิ รายเกยี่ วกบั รปู รํางรูปทรงท่พี บในธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล๎อม ระบทุ ัศนธาตุทอี่ ยูใํ น
ส่งิ แวดลอ๎ มและงานทัศนศิลป์ โดยเน๎นเรอื่ งเสน๎ สี รูปราํ ง และรปู ทรง สรา๎ งงานทศั นศิลป์ตาํ ง ๆ โดยใชท๎ ศั น
ธาตทุ ่เี น๎นเสน๎ รปู ราํ ง มีทกั ษะพน้ื ฐานในการใชว๎ สั ดุ อปุ กรณ์ สร๎างงานทศั นศลิ ป์ ๓ มติ ิ สรา๎ งภาพปะตดิ โดย

การตัดหรอื ฉีกกระดาษ วาดภาพเพือ่ ถาํ ยทอดเร่ืองราวเกย่ี วกับครอบครัวของตวั เองและเพอื่ นบา๎ น เลอื กงาน
ทศั นศิลป์ และบรรยายถึงสงิ่ ท่มี องเห็น รวมถึงเน้อื หาเรอ่ื งราว สร๎างสรรคง์ านทัศนศลิ ป์เปน็ รปู แบบงาน
โครงสรา๎ งเคลอ่ื นไหว ระบุงานทศั นศิลปใ์ นชีวิตประจาวนั

จาแนกแหลงํ กาเนดิ ของเสยี งทีไ่ ดย๎ นิ จาแนกคุณสมบตั ขิ องเสียงสงู –ต่า ดัง–เบา ยาว–สั้น ของ
ดนตรี เคาะจงั หวะหรือเคลอ่ื นไหวราํ งกายใหส๎ อดคลอ๎ งกบั เนอื้ หาของเพลง ร๎องเพลงงาํ ย ๆ ท่ีเหมาะสมกบั วัย
บอกความหมายและความสาคัญของเพลงที่ได๎ยิน

บอกความสมั พันธ์ของเสียงรอ๎ ง เสียงเคร่อื งดนตรใี นเพลงทอ๎ งถนิ่ โดยใชค๎ างําย ๆ แสดงและเข๎า
รวํ มกิจกรรมทางดนตรใี นทอ๎ งถิ่น

เคลื่อนไหวขณะอยูกํ ับที่และเคล่ือนท่ี แสดงการเคล่ือนไหวทส่ี ะทอ๎ นอารมณ์ของตนเองอยํางอสิ ระ
แสดงทําทาง เพอื่ สอื่ ความหมายแทนคาพูด แสดงทําทางประกอบจงั หวะอยาํ งสร๎างสรรค์ ระบมุ ารยาทในการ
ชมการแสดง

เลาํ การแสดงนาฏศิลป์ทเี่ คยเหน็ ในท๎องถิน่ ระบุสงิ่ ทเ่ี ป็นลกั ษณะเดํนและเอกลักษณข์ องการแสดง
นาฏศิลป์ อธบิ ายความสาคญั ของการแสดงนาฏศิลป์

รหัสตวั ชี้วดั
ศ ๑.๑ ป.2/๑, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2/6, ป.2/7, ป.2/8
ศ ๑.๒ ป.2/๑, ป.2/2

ศ ๒.๑ ป.2/๑, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ศ ๒.๒ ป.2/๑, ป.2/2
ศ ๓.๑ ป.2/๑, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5
ศ ๓.๒ ป.2/๑, ป.2/2, ป.2/3

รวม 25 ตวั ชว้ี ัด

๑๘๔ หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พุทธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปศึกษา

รหัสวชิ า ศ ๑๓๑๐๑ รายวชิ า ศิลปะ ๓
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลาเรยี น 8๐ ชว่ั โมง

บรรยายรูปรําง รปู ทรงในธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ๎ ม และงานทศั นศิลป์ ระบวุ สั ดุ อุปกรณ์ท่ีใช๎สร๎าง
ผลงาน เมือ่ ชมงานทัศนศลิ ป์ จาแนกทศั นธาตุของสิง่ ตาํ ง ๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอ๎ มและงานทศั นศิลป์ โดยเน๎น
เรอื่ ง เส๎น สี รูปรํางรูปทรง และพนื้ ผิว วาดภาพระบายสสี ิง่ ของรอบตัว มีทกั ษะพนื้ ฐานในการใชว๎ สั ดุ อปุ กรณ์

สรา๎ งสรรคง์ านปน้ั วาดภาพถํายทอดความคิด ความร๎สู กึ จากเหตกุ ารณช์ ีวิตจริงโดยใช๎เสน๎ รูปรําง รปู ทรง สี
และพ้ืนผิว บรรยายเหตผุ ลและวิธีการในการสรา๎ งงานทศั นศลิ ป์ โดยเน๎นเรอ่ื งเทคนิคและวสั ดุ อปุ กรณ์ ระบสุ งิ่
ทช่ี ่นื ชมและสิ่งทีค่ วรปรับปรงุ ในงานทศั นศิลป์ของตนเอง ระบุและจัดกลุมํ ของภาพตามทัศนธาตุทเี่ นน๎ ในงาน
ทัศนศิลปน์ ้ัน ๆ บรรยายลักษณะรปู ราํ ง รปู ทรง ในการออกแบบสงิ่ ตําง ๆ ทม่ี ีในบ๎านและโรงเรยี น

เลําถงึ ท่มี าของงานทัศนศิลปใ์ นท๎องถนิ่ อธิบายเกีย่ วกบั วสั ดุ อปุ กรณ์ และวธิ ีการสรา๎ งสรา๎ งงาน
ทัศนศิลป์ในทอ๎ งถ่นิ

ระบุรปู รําง ลกั ษณะของเครอ่ื งดนตรีทเ่ี หน็ และไดย๎ ินในชวี ิตประจาวัน ใชร๎ ูปภาพหรอื สญั ลกั ษณ์
แทนเสียงและจงั หวะเคาะ บอกบทบาทหนา๎ ทีข่ องเพลงท่ีไดย๎ นิ ขับร๎องและบรรเลงดนตรีงาํ ย ๆ เคลอื่ นไหว
ทาํ ทางสอดคล๎องกับอารมณข์ องเพลงที่ฟัง แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับเสยี งดนตรี เสยี งขบั รอ๎ งของตนเองและ
ผอู๎ นื่ นาดนตรีไปใชใ๎ นชวี ติ ประจาวันหรอื โอกาสตําง ๆ ไดอ๎ ยํางเหมาะสม
ระบลุ ักษณะเดนํ และเอกลักษณ์ของดนตรใี นทอ๎ งถ่นิ ระบุความสาคญั และประโยชน์ของดนตรตี อํ การดาเนนิ ชวี ติ

ของคนในทอ๎ งถิน่
สร๎างสรรค์การเคลือ่ นไหวในรปู แบบตาํ ง ๆ ในสถานการณส์ ัน้ ๆ แสดงทําทางประกอบเพลงตาม

รูปแบบนาฏศิลป์ เปรยี บเทยี บบทบาทหน๎าที่ของผแ๎ู สดงและผชู๎ ม มีสํวนรํวมในกิจกรรมการแสดงท่ีเหมาะสม
กบั วัย บอกประโยชน์ของการแสดงนาฏศิลปใ์ นชวี ติ ประจาวนั

เลําการแสดงนาฏศิลป์ทเี่ คยเห็นในทอ๎ งถิน่ ระบสุ งิ่ ทเี่ ป็นลกั ษณะเดนํ และเอกลักษณข์ องการแสดง
นาฏศลิ ป์ อธบิ ายความสาคญั ของการแสดงนาฏศลิ ป์

รหสั ตัวช้วี ัด
ศ ๑.๑ ป.3/๑, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10
ศ ๑.๒ ป.3/๑, ป.3/2
ศ ๒.๑ ป.3/๑, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7

ศ ๒.๒ ป.3/๑, ป.3/2
ศ ๓.๑ ป.3/๑, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5
ศ ๓.๒ ป.3/๑, ป.3/2, ป.3/3

รวม 29 ตวั ชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๑๘๕

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปศึกษา

รหัสวชิ า ศ ๑๔๑๐๑ รายวิชา ศิลปะ ๔
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลาเรยี น 8๐ ชว่ั โมง

เปรยี บเทยี บรูปลกั ษณะของรปู รําง รปู ทรงในธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ๎ มและงานทศั นศิลป์ อภิปราย
เกย่ี วกับอิทธพิ ลของสวี รรณะอํุนและสวี รรณะเยน็ ที่มตี ํออารมณ์ของมนุษย์ จาแนกทัศนธาตุ
ของส่งิ ตาํ ง ๆ ในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ๎ มและงานทศั นศลิ ป์ โดยเนน๎ เรอื่ งเส๎นสี รปู ราํ ง รปู ทรง พืน้ ผิว และ

พ้ืนทว่ี าํ ง
มีทักษะพน้ื ฐานในการใช๎วสั ดุ อุปกรณ์ สร๎างสรรค์งานพิมพ์ภาพ มีทักษะพนื้ ฐานในการใชว๎ สั ดุ

อุปกรณส์ ร๎างสรรค์งานวาดภาพระบายสี บรรยายลกั ษณะของภาพ โดยเน๎นเรอื่ งการจัดระยะ ความลึก น้าหนกั
และแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชส๎ วี รรณอนํุ และสวี รรณะเย็น ถํายทอดความร๎ูสกึ ท่ถี ํายทอดงาน
ทศั นศิลป์ของตนเองและบคุ คลอน่ื เลอื กใชว๎ รรณะสีเพือ่ ถาํ ยทอดอารมณ์ ความรูส๎ ึกในการสร๎างงานทัศนศิลป์

ระบแุ ละอภิปรายเกี่ยวกบั งานทัศนศลิ ป์ ในเหตกุ ารณแ์ ละงานเฉลมิ ฉลองของวฒั นธรรมในทอ๎ งถนิ่
บรรยายเก่ยี วกบั งานทัศนศลิ ป์ท่ีมาจากวฒั นธรรมตาํ ง ๆ

บอกประโยคเพลงอยาํ งงาํ ย จาแนกประเภทของเคร่อื งดนตรที ีใ่ ชใ๎ นเพลงที่ฟงั ระบทุ ศิ ทางการ
เคล่อื นทีข่ ึน้ –ลง งาํ ย ๆ ของทานอง รปู แบบจงั หวะ และความเรว็ ของจังหวะในเพลงท่ีฟัง อาํ น เขยี นโนต๎
ดนตรไี ทยและสากล ร๎องเพลงโดยใชช๎ ํวงเสียงทเ่ี หมาะสมกับตนเอง ใชแ๎ ละเก็บเครือ่ งดนตรอี ยํางถกู ตอ๎ งและ
ปลอดภยั ระบวุ ําดนตรีสามารถใช๎ในการสื่อเรอ่ื งราว บอกแหลํงท่มี าและความสมั พันธ์ของวิถชี ีวิตไทย ท่ีสะทอ๎ นใน

ดนตรแี ละเพลงทอ๎ งถ่ิน ระบคุ วามสาคญั ในการอนรุ ักษส์ งํ เสรมิ วฒั นธรรมทางดนตรี
ระบุทกั ษะพ้ืนฐานทางนาฏศลิ ป์และการละครทใี่ ช๎สอ่ื ความหมายและอารมณ์ ใชภ๎ าษาทําและ

นาฏยศัพทห์ รอื ศพั ท์ทางการละครอยาํ งงําย ๆ ในการถาํ ยทอดเรอื่ งราว แสดงการเคล่อื นไหวในจังหวะตาํ ง ๆ
ตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลปเ์ ปน็ คแํู ละหมูํคณะ เลาํ ส่ิงท่ีช่นื ชอบในการแสดงโดยเนน๎ จดุ สาคัญของเรอื่ ง
และลักษณะเดํนของตวั ละคร

อภิปรายประวัตคิ วามเปน็ มาของนาฏศลิ ปก์ บั การแสดงทมี่ าจากวัฒนธรรมอ่ืน อธบิ าย

ความสาคัญของการแสดงความเคารพในการเรยี นและการแสดงนาฏศิลป์ ระบเุ หตผุ ลท่ีควรรกั ษาและสืบทอดการ
แสดงนาฏศลิ ป์

รหสั ตวั ชี้วัด
ศ ๑.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7, ป.4/8, ป.4/9

ศ ๑.๒ ป.4/๑, ป.4/2
ศ ๒.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5, ป.4/6, ป.4/7
ศ ๒.๒ ป.4/๑, ป.4/2
ศ ๓.๑ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4, ป.4/5
ศ ๓.๒ ป.4/๑, ป.4/2, ป.4/3, ป.4/4

รวม 29 ตวั ช้ีวดั

๑๘๖ หลกั สูตรโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศึกษา

รหสั วชิ า ศ ๑๕๑๐๑ รายวิชา ศิลปะ ๕
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลาเรยี น 8๐ ชวั่ โมง

บรรยายเก่ยี วกบั จงั หวะ ตาแหนํงของสิ่งตําง ๆ ที่ปรากฏในสิง่ แวดลอ๎ มและงานทศั นศิลป์
เปรยี บเทียบความแตกตาํ งระหวํางงานทัศนศลิ ปท์ สี่ รา๎ งสรรคด์ ว๎ ยวสั ดุ อุปกรณ์ และวธิ กี ารทต่ี าํ งกัน วาดภาพ
โดยใช๎เทคนิคของแสงเงา น้าหนัก และวรรณะสี สรา๎ งสรรค์งานปนั้ จากดินนา้ มนั หรอื ดินเหนียว โดยเนน๎ การ

ถํายทอดจินตนาการ สรา๎ งสรรคง์ านพมิ พภ์ าพ โดยเน๎นการจดั วางตาแหนงํ ของสงิ่ ตาํ ง ๆ ในภาพ ระบปุ ัญหาใน
การจัดองค์ประกอบศิลป์ และส่อื ความหมายในงานทศั นศิลป์ของตนเอง และบอกวธิ กี ารปรับปรงุ งานใหด๎ ีข้ึน
บรรยายประโยชนแ์ ละคุณคําของงานทศั นศิลป์ทมี่ ีผลตํอชวี ิตของคนในสงั คม ระบแุ ละบรรยายเกยี่ วกับลักษณะ
รูปแบบของงานทศั นศิลป์ในแหลํงเรยี นรู๎หรอื นทิ รรศการศลิ ปะ อภปิ รายเกยี่ วกบั งานทัศนศิลป์ท่ีสะท๎อนวัฒนธรรม
และภมู ปิ ญั ญาในทอ๎ งถ่ิน

ระบอุ งค์ประกอบดนตรใี นเพลงท่ีใช๎ในการส่ืออารมณ์ จาแนกลักษณะของเสียงขบั รอ๎ งและเครื่อง

ดนตรีทีอ่ ยใํู นวงดนตรีประเภทตําง ๆ อําน เขียนโนต๎ ดนตรไี ทยและสากล ๕ ระดับเสยี ง ใช๎เครือ่ งดนตรีบรรเลง
จังหวะและทานอง รอ๎ งเพลงไทยหรอื เพลงสากลหรอื เพลงไทยสากลทเี่ หมาะสมกบั วยั ดน๎ สดงาํ ย ๆ โดยใช๎
ประโยคเพลงแบบถาม–ตอบ ใชด๎ นตรรี วํ มกับกจิ กรรมในการแสดงออกตามจนิ ตนา การอธิบายความ
สัมพนั ธร์ ะหวํางดนตรกี ับประเพณใี นวฒั นธรรมตําง ๆ อธบิ ายคุณคาํ ของดนตรีท่มี าจากวัฒนธรรมท่ีตํางกัน

รหัสตวั ชีว้ ัด
ศ ๑.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ศ ๑.๒ ป.5/๑, ป.5/2
ศ ๒.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6, ป.5/7
ศ ๒.๒ ป.5/๑, ป.5/2
ศ ๓.๑ ป.5/๑, ป.5/2, ป.5/3, ป.5/4, ป.5/5, ป.5/6

ศ ๓.๒ ป.5/๑, ป.5/2

รวม 26 ตวั ช้ีวดั

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๘๗

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปศกึ ษา

รหสั วิชา ศ ๑๖๑๐๑ รายวิชา ศลิ ปะ ๖
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลาเรยี น 8๐ ชว่ั โมง

ระบุสี คตูํ รงข๎าม และอภปิ ราย เกย่ี วกับการใสสํ คี ูํตรงขา๎ มในการถาํ ยทอดความคดิ และอารมณ์
อธบิ ายหลกั การ จดั ขนาด สดั สวํ น ความสมดลุ ในการสรา๎ งงาน ทัศนศิลป์ จากรปู แบบ ๒ มิติ เป็น ๓ มิติ โดยใช๎
หลกั การของแสงเงา และน้าหนกั สร๎างสรรค์งานป้ัน โดยใชห๎ ลกั การเพิ่ม และลด สร๎างสรรคท์ ัศนศลิ ปโ์ ดยใช๎

หลักการ ของรปู และพื้นที่วาํ ง ใชส๎ ีคตูํ รงข๎าม หลักการจัด
ขนาดสดั สํวน และความสมดุล ใช๎แผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบเพ่ือถาํ ยทอด ความคดิ หรือ

เรอ่ื งราว เก่ียวกบั เหตุการณ์ ตาํ ง ๆ
บรรยายบทบาทของงานทัศนศลิ ปท์ สี่ ะทอ๎ นชีวติ และสังคม อภิปรายเกีย่ วกบั อิทธิพล

ความเชอ่ื ศรัทธาในศาสนาดี มีผลตอํ งานทัศนศลิ ป์ในท๎องถนิ่ ระบุและบรรยายอิทธิพลทางวฒั นธรรม
ในท๎องถน่ิ ที่มผี ลตอํ การสรา๎ งงาน ของบุคคล

บรรยายเพลงทฟี่ ัง โดยอาศัยองคป์ ระกอบของดนตรี ศพั ทส์ งั คีตในบทเพลง จาแนกประเภท
เครอื่ งดนตรีไทย และเครอื่ งดนตรี ทีม่ าจากวฒั นธรรม ตํางๆ อํานเขยี นโน๎ตไทยและโนต๏ สากล

บรรเลงประกอบการรอ๎ งเพลง จังหวะ และทานองงําย ๆ บรรยายความร๎ูสึก แสดงความคิดเหน็
เกีย่ วกบั องค์ประกอบของดนตรี

อธิบายเรอ่ื งราวของดนตรไี ทยในประวตั ิศาสตร์ จาแนกดนตรที ่มี าจากยุคสมัยทีต่ ํางกนั

อภปิ ราย อทิ ธพิ ล วฒั นธรรมตํอดนตรใี นทอ๎ งถ่ิน
สร๎างสรรค์ การแสโดยการเคลือ่ นไหวเน๎นลลี าอารมณ์ ออกแบบ เครอื่ งแตงํ กายอปุ กรณ์

การแสดงอยํางงําย ๆ บรรยายความรู๎สกึ ตอํ งานนาฏศลิ ป์ และแสดงความคดิ เห็นในการชมการแสดง
อยํางสรา๎ งสรรค์ อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวาํ งนาฏศิลป์ และการละครกับส่งิ ทีป่ ระสบใน

ชวี ติ ประจาวัน อธบิ ายความสาคัญตอํ การแสดงนาฏศิลป์และละคร ระบุประโยชน์ของการแสดงหรือ
การชมการแสดง นาฏศลิ ป์ และละคร

รหสั ตัวชว้ี ัด
ศ ๑.๑ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7
ศ ๑.๒ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3
ศ ๒.๑ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6

ศ ๒.๒ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3
ศ ๓.๑ ป.6/๑, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ศ ๓.๒ ป.6/๑, ป.6/2

รวม 27 ตวั ชีว้ ัด

๑๘๘ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปศกึ ษา

รหัสวชิ า ศ ๒๑๑๐๑ รายวชิ า ศลิ ปะ ๑
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง

ศึกษาทศั นธาตุความแตกตํางและความคลา๎ ยคลงึ ของงานทศั นศลิ ปก์ ับส่ิงแวดลอ๎ ม องคป์ ระกอบ
ศลิ ป์ หลกั การออกแบบทศั นศลิ ป์ วาดภาพทัศนยี ภาพและงานปน้ั สื่อผสม มาสรา๎ งเปน็ เร่ืองราว 3 มิติ ออกแบบ
รูปภาพ สญั ลกั ษณ์ หรอื กราฟฟิก ประเมนิ และแสดงความคดิ เหน็ ตํอผลงานทัศนศิลปข์ องตนและของผอ๎ู น่ื ตาม

เกณฑ์ทก่ี าหนด บอกความแตกตํางของจุดประสงค์ในการสร๎างสรรค์ผลงานทศั นศลิ ป์ เปรยี บเทียบลกั ษณะ
รูปแบบงานทัศนศลิ ป์ ของชาติ และของภาคตาํ งๆในประเทศไทย และของท๎องถ่นิ วัฒนธรรมไทย และสากล

รหสั ตวั ชว้ี ดั
ศ ๑.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
ศ ๑.๒ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3

รวม 9 ตวั ชว้ี ัด

หลักสตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๘๙

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นร้ศู ลิ ปศึกษา

รหสั วชิ า ศ ๒๑๑๐๒ รายวชิ า ศิลปะ ๒
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรยี น 4๐ ช่ัวโมง

ศึกษาทฤษฎีโน๎ตไทย โนต๎ สากล เปรียบเทียบเสียงรอ๎ งและเสยี งดนตรีท่มี าจากวัฒนธรรมตาํ งๆ รอ๎ ง
เพลงและปฏิบตั ิเครอื่ งดนตรตี ามความสนใจ บอกวธิ ีใช๎และบารงุ รักษาเครอ่ื งดนตรี บอกประเภทของวงดนตรีไทย
และวงดนตรีประเภทตาํ ง ๆ เปรียบเทยี บ แสดงความคิดเหน็ ความรส๎ู ึกตอํ การฟังเพลงและดนตรีประเภทตํางๆ

ประเมนิ คุณภาพของดนตรีตามหลักเกณฑ์ทก่ี าหนด อภิปรายความสัมพนั ธแ์ ละอทิ ธพิ ลของดนตรที ี่มตี อํ สงั คมไทย
และองค์ประกอบของดนตรใี นวัฒนธรรมตําง ๆ

ศึกษานาฏยศัพท์ ภาษาทาํ แสดงละครและนาฏศลิ ป์รูปแบบงําย ๆ อิทธพิ ลของนักแสดงที่มีตอํ
อารมณ์ของผ๎ชู ม ฝึกทักษะกลํุมในการสรา๎ งสรรคง์ านแสดงละคร และนาฏศลิ ป์ ประเมินคณุ ภาพของการแสดง
ทง้ั ของตนเองและผอู๎ นื่ ตามเกณฑท์ ่ีกาหนด โดยเนน๎ การใชเ๎ สียง ทาํ ทาง อารมณ์ การเคลอื่ นไหว ปจั จยั ที่
มีผลตอํ การเปล่ียนแปลงของนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลปพ์ ้นื บา๎ น ละครไทย และละครพน้ื บ๎าน ประเภทของละคร
ไทยในแตํละยุคสมยั

รหัสตวั ชว้ี ัด
ศ ๒.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9
ศ ๒.๒ ม.1/๑, ม.1/2

ศ ๓.๑ ม.1/๑, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
ศ ๓.๒ ม.1/๑, ม.1/2

รวม 18 ตวั ช้ีวัด

๑๙๐ หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปศึกษา

รหสั วชิ า ศ ๒๒๑๐๑ รายวชิ า ศิลปะ ๓
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 4๐ ชวั่ โมง

ศึกษารูปแบบและแนวคิดของงานทัศนศิลป์ บรรยายความเหมอื นและความแตกตํางของรปู แบบการ
ใชว๎ สั ดอุ ปุ กรณใ์ นงานทศั นศลิ ป์ วาดภาพแสดงเรอื่ งราวตําง ๆ วาดภาพแสดงบคุ ลกิ ลกั ษณะของตวั ละคร โดยใช๎
เทคนิคท่หี ลากหลาย ประเมนิ วจิ ารณ์ ผลงานและปรบั ปรงุ แกไ๎ ขผลงานทัศนศลิ ปต์ ามเกณฑท์ กี่ าหนด นาเสนอ

ตัวอยํางและแนวคดิ และเนอ้ื หาทใ่ี ชใ๎ นงานโฆษณา บรรยายการเปลย่ี นแปลงของวฒั นธรรมในงานทัศนศลิ ป์ของ
ไทยจากอดตี ถึงปัจจุบัน เปรยี บเทยี บแนวคดิ การออกแบบงานทัศนศลิ ปท์ มี่ าจากวฒั นธรรมไทยและสากล

รหัสตัวช้ีวดั
ศ ๑.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
ศ ๑.๒ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3

รวม 10 ตวั ชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรียนบา้ นสันปา่ สัก พทุ ธศักราช 2561 ๑๙๑

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปศึกษา

รหสั วชิ า ศ ๒๒๑๐๒ รายวชิ า ศิลปะ ๔
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรยี น 4๐ ชวั่ โมง

ศึกษาเปรียบเทียบองคป์ ระกอบดนตรี อําน เขียน รอ๎ งโน๎ตไทย และโนต๎ สากลที่มีเครอื่ งหมาย
แปลงเสยี ง บอกปัจจยั สาคัญท่มี อี ิทธิพลตอํ การสรา๎ งสรรคง์ านดนตรี ขบั รอ๎ งและปฏบิ ัตเิ คร่ืองดนตรีเดยี่ วและ
รวมวงและประเมินผลงานการปฏบิ ัตเิ ครอ่ื งดนตรีของตน บรรยายอารมณข์ องเพลงและความรส๎ู ึกที่มีตํอบทเพลงที่

ฟัง ประเมนิ ผลงานการปฏบิ ตั ิดนตรีของตนเอง บทบาทของดนตรกี ับงานอาชีพในธรุ กิจบันเทิง บทบาทและ
อิทธิพลของดนตรใี นวัฒนธรรมและเหตุการณ์ในประวตั ศิ าสตรท์ ี่มีตอํ รปู แบบของดนตรีในประเทศไทย

ศึกษาองค์ประกอบของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครท่ีนามาใชใ๎ นสรา๎ งสรรค์การแสดง อธบิ าย
การบูรณาการศลิ ปะแขนงอ่ืนๆกบั การแสดง วิเคราะห์และปรับปรงุ การแสดงของตนและของผอู๎ น่ื โดยใช๎
นาฏยศัพท์หรอื ศัพทท์ างการละคร นาความรรู๎ ะหวาํ งนาฏศิลปแ์ ละละครเชอื่ มโยงกบั สาระอ่นื ๆ เปรียบเทยี บ
ลักษณะเฉพาะของนาฏศลิ ปจ์ ากวฒั นธรรมตํางๆ บอกวิธแี สดงหรือแสดงนาฏศิลปพ์ ืน้ บ๎านละครไทยละครพน้ื บา๎ น
ในอดีต อธบิ ายอทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมกับเนอ้ื หาของละคร

รหัสตัวชี้วัด
ศ 2.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7
ศ 2.๒ ม.2/๑, ม.2/2

ศ ๓.๑ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ศ ๓.๒ ม.2/๑, ม.2/2, ม.2/3

รวม 17 ตวั ช้วี ดั

๑๙๒ หลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นสันปา่ สัก พุทธศกั ราช 2561

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปศึกษา

รหสั วชิ า ศ ๒๓๑๐๑ รายวชิ า ศลิ ปะ ๕
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 4๐ ชว่ั โมง

บรรยายส่งิ แวดลอ๎ มและงานทัศนศลิ ปท์ ี่เลือก โดยใช๎ความร๎เู รอ่ื งทศั นธาตแุ ละหลักการออกแบบใน
การสรา๎ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ ใชค๎ วามร๎เู ร่ืองทศั นธาตแุ ละหลักการออกแบบ ในการสร๎างสรรค์งานทศั นศลิ ปอ์ ยําง
น๎อย 3 ประเภท ทั้ง 2 มิติ และ 3 มติ ิ บอกเทคนคิ วธิ กี ารของศลิ ปนิ ในการสร๎างงานทัศนศลิ ป์ ใช๎วัสดุผสมผสาน

ในการสรา๎ งงานทัศนศิลป์โดยใชห๎ ลักการออกแบบสอื่ ความหมายเปน็ เรอื่ งราว และบรรยายเหตุการณต์ าํ ง ๆ โดย
ใชเ๎ ทคนิคท่ีหลากหลาย วเิ คราะห์ อภปิ ราย รปู แบบคณุ คําเน้อื หาของงานทัศนศลิ ปข์ องตนเอง ผ๎ูอ่ืน และของ
ศิลปิน งานทศั นศิลปท์ ่เี กี่ยวขอ๎ งกับงานอาชพี และการจดั นิทรรศการ อภิปรายเปรียบเทยี บคณุ คําและความ
แตกตํางของงานทศั นศลิ ป์ไทยแตลํ ะยุคสมยั และสากล

รหัสตัวชว้ี ดั
ศ ๑.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10, ม.3/11
ศ ๑.๒ ม.3/๑, ม.3/2

รวม 13 ตวั ช้วี ดั

หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สกั พทุ ธศกั ราช 2561 ๑๙๓

คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปศกึ ษา

รหัสวชิ า ศ ๒๓๑๐๒ รายวิชา ศลิ ปะ ๖
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลาเรยี น 4๐ ช่วั โมง

เปรียบเทยี บ อภิปรายองคป์ ระกอบดนตรีท่ใี ชใ๎ นการสร๎างสรรคง์ านดนตรขี องตนและของผูอ๎ ่นื ขบั
ร๎องและปฏบิ ตั เิ ครอื่ งดนตรีทงั้ เด่ยี วและรวมวง แตํงเพลงสน้ั ๆ จังหวะงาํ ย ๆ อภปิ รายอิทธิพลของดนตรที มี่ ีตอํ
บุคคลและสงั คม จดั การแสดงดนตรตี ามโอกาส ววิ ฒั นาการของดนตรีแตลํ ะยุคสมยั ลกั ษณะเดนํ ของงานดนตรใี น

ปัจจบุ นั
ศกึ ษาโครงสรา๎ งบทละคร ศึกษานาฏยศพั ท์ ภาษาทาํ เพอ่ื นามาใชใ๎ นการแสดงละคร พฒั นาทักษะ

ด๎านการแสดงรปู แบบตาํ ง ๆ การแปลความ การส่อื สารผํานการแสดง วจิ ารณ์และเปรยี บเทยี บความแตกตําง
ของนาฏศิลปจ์ ากความร๎ูเร่อื งองค์ประกอบนาฏศิลป์ รวํ มจดั การแสดงตามบทบาทและหน๎าทต่ี าํ ง ๆ และนา
แนวคดิ จากการแสดง นาไปใชใ๎ นชวี ติ ประจาวัน ออกแบบและสรา๎ งสรรค์อปุ กรณ์และเคร่อื งแตํงกายนาฏศิลป์
ละครจากวัฒนธรรมตาํ ง ๆ อธิบายความสาคัญ และบทบาทของนาฏศิลป์ และละครในชวี ิตประจาวันและการ
อนรุ กั ษ์

รหัสตวั ชว้ี ดั
ศ ๒.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ศ ๒.๒ ม.3/๑, ม.3/2

ศ ๓.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7
ศ ๓.๑ ม.3/๑, ม.3/2, ม.3/3

รวม 19 ตวั ชี้วัด

๑๙๔ หลักสูตรโรงเรยี นบา้ นสนั ปา่ สัก พทุ ธศกั ราช 2561


Click to View FlipBook Version